สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /แถลงข่าวกิจกรรมงานบุญบั้งไฟ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ปีที่ 46 สืบสานประเพณีโบราณอันดีงามของชาวภาคอีสานที่ปลายด้ามขวาน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 พฤษภาคม 2568 ที่โรงแรมเก็นติ้ง อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาสว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานแถลงข่าวโครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม อ.สุคิริน จ.นราธิวาส(กิจกรรมงานบุญบั้งไฟสุคิริน) โดยมีนายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายอนิรุทร บัวอ่อน ปลัดจังหวัดนราธิวาส นายธีรศักดิ์ สังขโชติ นายอำเภอสุคิริน นายมนัส ตั้งใจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลภูเขาทอง นางสาวภาชินี พฤกษาพิทักษ์ รักษาราชการแทนท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส นางสาวนวพร ชัวชมเกตุ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานนราธิวาส ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้

ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า กิจกรรมงานบุญ บั้งไฟสุคิริน หนึ่งเดียวในภาคใต้ เป็นงานที่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มาจากกรุงเทพ และพื้นที่ใกล้เคียง และท่อและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย อาทิ ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 500 คน ซึ่งจะได้มาสัมผัสกับเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมอีสานของไทย โดยในพื้นที่ดังกล่าวเป็นคนจากภาคอีสานที่ย้ายถิ่นฐานมาทำงานที่ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จำนวน 8 หมู่บ้าน

โดยการจัดกิจกรรมดังกล่าวจะผลักดันให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัดนราธิวาส เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ซึ่งในช่วงวันหยุดยาว การจัดกิจกรรมงานบุญบั้งไฟสุคิรินนั้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเพื่อเพิ่มภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวที่ดีให้แก่จังหวัด นราธิวาส และหวังว่าจะเกิดกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ต่อเนื่องไป

ทั้งนี้กิจกรรมงานบุญบั้งไฟไม่ได้เป็นเพียงแค่กิจกรรมทางวัฒนธรรมธรรมดา แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน เพราะไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้เคียง แต่รวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาร่วมกิจกรรม ซึ่งมีกำหนดจัดงาน 3 วัน คาดการณ์เงินสะพัดประมาณ 6 ล้านบาท ซึ่งจะมีบริการที่พักและสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นรายได้เสริมที่สำคัญสำหรับครัวเรือน และในส่วนของความปลอดภัยจะมีการ บูรณาการระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ตลอดจนหน่วยงานในพื้นที่ช่วยกันดูแลรักษาความปลอดภัยโดยจะมีการตั้งด่านจุดตรวจ จุดสกัดอย่างเข้มงวด เพื่อความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว ที่เข้ามาร่วมงานบุญบ้านไฟในครั้งนี้

สำหรับงานประเพณีบุญบั้งไฟ ต.ภูเขาทอง อ.สุคิริน ได้จัดติดต่อกันมาเป็นประจำทุกปี ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 46 ซึ่งจะจัดในช่วงเดือนมิถุนายน เพื่อเป็นการบูชาเทพแห่งฝน ขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล และเป็นการสืบสานประเพณีโบราณของประชาชนภาคอีสานที่มาอาศัยอยู่ในพื้นที่ อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส โดยชาวอีสานได้ย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากอยู่ที่ปลายด้ามขวานแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2518 โดยประชากรร้อยละ 98 เป็นชาวไทยจากภาคอีสาน และได้นำประเพณีอันดีงามของบรรพบุรุษติดตัวมาด้วย ปัจจุบันประเพณีบุญบั้งไฟตำบลภูเขาทอง ได้รับการส่งเสริมจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะชาวบ้านตำบลภูเขาทองได้ร่วมกันอนุรักษ์และสานต่อจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อให้เด็กรุ่นหลังไม่ลืมร้างเหง้าของตนเอง นับเป็นงานบุญบั้งไฟที่ยิ่งใหญ่แห่งเดียวในภาคใต้

โดยกิจกรรมงานบุญบั้งไฟ ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน กำหนดการจัดงานระหว่างวันที่ 13-15 มิถุนายน 2568 โดยในวันที่ 13 มิถุนายน 2568 เป็นวันรับลงทะเบียนหางบั้งไฟ จุดบั้งไฟแข่งขัน กำหนดพิธีเปิดงานยิ่งใหญ่ในวันที่ 14 มิถุนายน 2568 ผู้ที่ไปเที่ยวชม “กิจกรรมงานบุญบั้งไฟสุคิริน” นอกจากชมประเพณีวิถีชีวิตถิ่นอีสานแล้ว ยังได้สัมผัสธรรมชาติ และสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม ท่ามกลางหุบเขาชายแดนใต้ ที่ตำบลภูเขาทอง อำเภอ สุคิริน จังหวัดนราธิวาส อีกด้วย
//////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ จนท.ถูกคนร้ายกราดยิงดับคาฐานรือเสาะ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (4 มิ.ย. 68) เวลา 08.45 น.ที่วัดบางนรา อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ อส.ทพ.ไมตรี บุดดา ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ลอบวางระเบิดรถประชาชน และใช้อาวุธปืนเล็กยาวไม่ทราบชนิดและ

ขนาดยิงใส่จุดตรวจหน้าฐานปฏิบัติการ กองร้อยทหารพรานที่ 4614 ขณะที่ตั้งจุดตรวจหน้าฐานปฏิบัติการ เหตุเกิดในพื้นที่บ้านปอเนาะ หมู่ 6 ต.สุวารี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 68 ที่ผ่านมา ซึ่งมี นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส

พลตรี ณรงค์ ตันติสิทธิพร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส/ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมสุริโยทัย เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมพิธีและร่วมไว้อาลัยฯ
พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพและเป็นผู้แทนวางพวงหรีดของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี, พวงหรีดของ

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ,พวงหรีดของ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก และพวงหรีดของพลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4ตามลำดับ ทั้งนี้ พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้มอบเหรียญบางระจัน และใบประกาศเชิดชูเกียรติในการประกอบคุณงามความดี และความเสียสละแก่วงศ์ตระกูล พร้อมมอบเงินช่วยเหลือจากหน่วยงานและส่วนราชการต่างๆ เพื่อเป็นการปลอบขวัญ ให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต

ด้าน นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส กรณีเสียชีวิต จำนวน 500,000.- บาท และมอบเงินช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ กรณีเสียชีวิต

จากเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส จำนวน 5,000.- บาท นอกจากนี้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาฯ เพื่อให้ช่วยเหลือเบื้องต้นอีกจำนวนหนึ่ง ด้วย
สำหรับร่าง อส.ทพ.ไมตรี บุดดา ได้มีพิธีส่งศพกลับไปบำเพ็ญกุศลยังภูมิลำเนาที่ ต.คำเขื่อนแก้ว อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ อย่างสมเกียรติ ต่อไป

      //////////////////

ข่าว/อาอีซะห์นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 3 มิถุนายน 2568 เวลา 18.00 น. ณ หอประชุมอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ ร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะ วางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนชัยถวาย

พระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

โดยมีนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ เป็นประธานในพิธีฯ นำหัวหน้าส่วนราชการ

ข้าราชการทั้งท้องที่และท้องถิ่น ทหาร ตำรวจ ข้าราชการฝ่ายตุลาการ องค์กรประชาชน

เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รถทัวร์สายระยอง-มุกดาหาร พุ่งตกกลางถนนหน้าค่าย ตชด. ที่ประจวบฯ ดับสลด 2 เจ็บระนาว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 4 มิถุนายน 2568 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดอุบัติเหตุรถทัวร์สายระยอง-มุกดาหาร เสียหลักพุ่งตกลงร่องกลางถนนเพชรเกษม บริเวณหน้าค่ายพระมงกุฎเกล้า กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 (กก.ตชด.14) ตำบลห้วยทราย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกหลายรายร.ต.ท.ธนภพ น้อยหมื่นไวย์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.คลองวาฬ

รับแจ้งเหตุจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์, หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างรุ่งเรืองทับสะแก, หน่วยกู้ชีพ อบต.ห้วยทราย, กู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน, กู้ภัยตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์, หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องจากหลายหน่วยงานเร่งเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทันทีหลังได้รับแจ้ง

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า รถทัวร์โดยสารสีเหลือง ทะเบียน 10-5855 ชลบุรี ตกลงในร่องกลางถนนบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 327 ชนเข้ากับเสาไฟและแผ่นการ์ดเรล สภาพรถส่วนหน้ารถเสียหายรุนแรง ด้านขวารถตะแคงอยู่ในร่องกลางถนน พบผู้เสียชีวิต เป็นชาย 2 ราย และผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ถูกลำเลียงส่งโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์

ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระบุว่า รถคันดังกล่าวมีผู้โดยสารซื้อตั๋วที่ต้นทางทั้งหมด 31 คน แต่ไม่ขึ้นรถ 3 ราย ลงที่อำเภอหัวหิน 2 ราย เหลือ 26 คนในรถขณะเกิดเหตุ แบ่งเป็นผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บหนัก 5 ราย บาดเจ็บที่ต้องดูอาการ 8 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อยอีก 11 ราย

โดยมีนายทศพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ยอมรับว่าเป็นคนขับรถคนที่ 2 ที่เพิ่งเปลื่ยนมาขับจากจุดพักรถที่อำเภอหัวหิน โดยมีปลายทางมุ่งหน้าไปส่งผู้โดยสารที่ดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี เบื้องต้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง ส่วนผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและไม่ประสงค์เข้ารับการรักษา ทางบริษัทเดินรถได้จัดรถคันใหม่มารับส่งต่อไปยังจุดหมายปลายทางแล้ว
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบจ.น่าน จัดประชุมคณะทำงานพัฒนาระบบสาธารณูปโภค

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 มิถุนายน 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน นายนพรัตน์ ถาวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ครั้งที่ 2/2568

โดยมีวาระสำคัญหลายวาระ ประกอบด้วยแนวทางการเสนอผลงาน/โครงการ ที่จะขอรับการจัดสรรงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ 2570 นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาการกำหนดแนวทางการดำเนินงานของคณะทำงานฯ ในปีงบประมาณ 2568 รวมทั้งการติดตามผลการดำเนินงานของคณะทำงานฯ ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลดงพญา อ.บ่อเกลือ

ทั้งโครงการปรับปรุงระบบน้ำประปาภูเขาจุดห้วยกลาง – ห้วยแคะ (บ้านป่าก๋อ) และบ้านสะปัน หมู่ที่ 1 และโครงการก่อสร้างรางระบายน้ำพร้อมฝาตะแกรงเหล็ก บ้านสะปัน หมู่ที่ 1 (บริเวณแยกทางเข้าวัดสะปัน – ที่พักสะปันออนเซน) ตลอดจนติดตามผลการดำเนินงานโครงการซ่อมแซม/

ปรับปรุงถังเก็บน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กทั้ง 5 หมู่บ้านในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลสกาด อ.ปัว จ.น่าน นอกจากนี้ยังติดตามผลการดำเนินงานงานก่อสร้างเพิ่มไหล่ทาง งานเสริมผิวแอสฟัลต์ทางหลวง งานติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างและงานติดตั้งราวกันอันตรายในเขตทางหลวงสายต่างๆ จากแขวงทางหลวงน่าน ที่ 2 ส่วนโครงการชลประทานน่าน ได้รายงานความคืบหน้าและผลการดำเนินงานโครงการฝายบ้านห้วยโทนพร้อมระบบส่งน้ำ

จัดหาน้ำเพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงบ่อเกลือ ส่วนในช่วงท้ายของการประชุมมีการแจ้งผ่อนผันการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ก่อนได้รับอนุญาตและยังไม่ได้ยื่นคำขออนุญาตภายในระยะเวลาตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563 และเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการดำเนินโครงการต่างๆ อย่างสูงสุด/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังกวคดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ช่างศูนย์มิตซูขับรถปาเจโร่ลูกค้ามาทดสอบ แต่ซวยถูกเก๋งปริศนาตัดหน้าเสียหลักพลิกคว่ำ เจ็บ 3 ราย

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 4 มิ.ย. 68 พ.ต.ท.สง่า สมสุข สารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำอยู่กลางถนน หน้าสำนักงานที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ ตรงข้ามเกาะกลางน้ำก้วยน้ำคำ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ

จึงประสานงานไปยังหน่วยกู้ชีพ กู้ภัย ก่อนจะรีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พอไปถึงพบรถยนต์ ยี่ห้อมิซูบิซิ รุ่นปาเจโร่ สีขาว หมายเลขทะเบียน กง 768 ศรีสะเกษ พลิกคว่ำท้องชี้ฟ้า มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย ซึ่งคนขับ อายุ 28 ปี เป็นช่างที่ศูนย์รถยนต์มิสซูบิซิ สาขาฝั่งขาเข้าเมืองเส้นศรีสะเกษ- กันทราลักษ์ และอีก 2 คน เป็นเด็กฝึกงานที่ศูนย์รถยนต์มิซูบิซิ ห่างไปเล็กน้อยพบรถยนต์ 6 ล้อ ซึ่งเป็นรถยนต์เก็บขยะของเทศบาลตำบลปะอาว จอดอยู่

***จากการสอบถาม คนขับรถยนต์เก็บขยะ เล่าให้ฟังว่า ตนขับรถยนต์เก็บขยะ เพื่อจะไปเทขยะที่บ่อขยะที่บ้านหนองสาด พอขับมาถึงจุดเกิดเหตุตนหันไปดูกระจกมองข้างเห็นมีรถยนต์เก๋งคันหนึ่งขับรถต่อท้ายรถยนต์ของตนมา รถเก๋งคัน

ดังกล่าวขับตัดหน้ารถยนต์คันประสบเหตุ (รถยนต์ปาเจโร่) ทำให้รถยนต์ปาเจโร่ที่ขับมาทางตรงเสียหลักหลบจนทำให้รถพลิกคว่ำแล้วมาชนท้ายรถยนต์เก็บขยะของตน จนเป็นเกิดเหตุดังกล่าว ตนจึงรีบจอดโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ ส่วนรถยนต์เก๋งคู่กรณีขับต่อไปโดยไม่ได้จอดรถลงมาดู

filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; algolist: 0; multi-frame: 0; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 9961472;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 0;weatherinfo: null;temperature: 48;

***ด้าน คนขับรถยนต์ปาเจโร่ เปิดเผยว่า รถยนต์คันเกิดเหตุเป็นรถยนต์ของลูกค้าที่เอามาเข้าศูนย์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และตรวจเช็ดระยะตามรอบ พอดีตนกับน้องๆนำรถยนต์ออกมาทดลองขับ กำลังจะกลับเข้าศูนย์อยู่แล้ว แต่พอมาถึงจุดเกิดเหตุถูกรถยนต์เก๋งขับมาตัดหน้ารถยนต์ ตนพยายามจะหักหลบรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว และเหยียบเบรก แต่รถก็เกิดพลิกคว่ำ

***เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุไว้แล้ว แต่ทั้งนี้จะต้องสอบปากคำกับผู้บาดเจ็บทั้ง 3 คน อย่างละเอียดก่อน และสอบปากคำพยานแวดรอบอีกครั้ง ก่อนจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ถนนลื่นฝนตก! รถกระบะเสียหลักลื่นไถลข้ามเลนชนประสานงา บาดเจ็บ 7 ราย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 3 มิถุนายน 2568 เกิดอุบัติเหตุรถชนประสานงาระหว่างรถกระบะ 2 คัน บริเวณหน้าเทศบาลตำบลคำชะอี จ.มุกดาหาร ขณะเกิดฝนตก กล้องวงจรปิดจากร้านกาแฟริมถนนสายหมายเลข 12 (คำชะอี – มุกดาหาร) บันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ชัดเจน

รถกระบะสีดำ ทะเบียน กจ 5415 มุกดาหาร ซึ่งวิ่งมาด้วยความเร็ว มุ่งหน้าเข้าตัวอำเภอคำชะอี ได้เสียหลักเนื่องจากถนนลื่นจากฝนตกหนัก ลื่นไถลข้ามเลนไปชนกับรถกระบะสีขาว ทะเบียน กท 7596 มุกดาหาร ที่แล่นสวนทางมา


จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 7 ราย โดยเป็นผู้ที่นั่งมาในรถกระบะสีดำ 5 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเด็กทารกอายุประมาณ 7-8 เดือนอยู่ด้วย และมีผู้ที่นั่งมาในรถกระบะสีขาวอีก 2 ราย ได้ผู้บาดเจ็บเช่นกัน โดยผู้บาดเจ็บทั้งหมดหน่วยกู้ชีพได้นำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลอำเภอคำชะอี

อุบัติเหตุ #มุกดาหาร #คำชะอี #ฝนตกถนนลื่น #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #กล้องวงจรปิด #รถชนประสานงา​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ชวนพิชิตถ้ำนาคา สัมผัสมหัศจรรย์แห่งสีเขียว ในดินแดน “มรกตแห่งธรรมชาติ จ.บึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี ชวนโดม ปกรณ์ ลัม ร่วมพิชิตถ้ำนาคา เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสมหัศจรรย์แห่งสีเขียว ในดินแดน “มรกตแห่งธรรมชาติ”

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.68 ที่ บริเวณทางขึ้นถ้ำนาคา อุทยานแห่งชาติภูลังกา ฝั่งอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี ชวนโดม ปกรณ์ ลัม นักร้องนักแสดงชื่อดัง ร่วมกิจกรรมพิชิตถ้ำนาคา เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ ชวนสัมผัสมหัศจรรย์แห่งสีเขียว ในดินแดน “มรกตแห่งธรรมชาติ” พร้อมกับนักท่องเที่ยวสายแอดเวนเจอร์ สายมูสายพญานาค ร่วมในกิจกรรมดังกล่าว โดยตลอดเส้นทางการท่องเที่ยวถ้ำนาคา นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่งดงาม

ความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ความสดชื่นของอากาศในช่วงฤดูฝน ความมหัศจรรย์ของปรากฎการณ์ทางธรณีวิทยา “ซันแครก” (Suncrack) ซึ่งเกิดจากการแตกผิวหน้าของหิน เกิดเป็นลักษณะคล้ายเกล็ดพญานาคบริเวณถ้ำนาคา และเศียรนาคา ขณะเดียวกันสำหรับนักท่องเที่ยวสายมูยังสามารถขอพรจากพญานาค เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต ได้อีกด้วย โดยมีนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ร่วมเป็นเกียรติในการมอบที่ระลึกจาก ททท.อุดรธานี ให้กับโดม ปกรณ์ ลัม นักร้องนักแสดงชื่อดัง รวมทั้งนักท่องเที่ยว จำนวน 100 คนแรกที่พิชิตถ้ำนาคา ได้สำเร็จ

นอกจากนี้ นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ยังได้เชิญชวนนักท่องเที่ยว ร่วมมาสัมผัสกับความสด ความเป็นธรรมชาติ และอากาศที่ดี ได้ที่จังหวัดบึงกาฬ ตลอดฤดูกาลท่องเที่ยวนี้ โดย รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า จังหวัดบึงกาฬถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ลุ่มน้ำโขง มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูกาลท่องเที่ยว

ตั้งแต่ 1 มิถุนายน ของทุกปี หากเข้ามาที่จังหวัดบึงกาฬ นักท่องเที่ยวสามารถแวะท่องเที่ยวตามเส้นทางได้ เช่น วัดถ้ำศรีธน จากนั้นเข้ามาที่สะดือแม่น้ำโขง-แก่งอาฮง, หินสามวาฬ, วัดป่าเมืองเหือง และเข้าสู่ถ้ำนาคา ซึ่งเป็นไฮไลท์ของสถานที่ท่องเที่ยว โดยในช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงเทศกาลสำคัญ เราได้รับการสนันสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี เข้ามาส่งเสริมสนับสนุนเส้นทางการท่องเที่ยว ซึ่งวันนี้มีดาราอย่าง น้องโดม ปกรณ์ ลัม ที่หลาย ๆ คนชื่นชอบ มาเห็นตัวจริงแล้วรูปหล่อมาก ได้มาช่วยในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว และเดินขึ้นถ้ำนาคา

จึงขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้มาช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬของเรา ซึ่งจังหวัดบึงกาฬเป็นสถานที่ที่มีความสด ความเป็นธรรมชาติ อากาศดี ถ้าต้องการอากาศดี ความเป็นธรรมชาติ เชิญมาที่จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งปฏิทินการท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬบ้านเราสามารถเที่ยวได้ทั้งปี แต่ถ้าอยากมาช่วงสด ๆ อากาศดี ๆ ต้องมาในช่วงนี้ เดือนมิถุนายน 2568 และทุกปีก็จะเปิดช่วงนี้ พร้อมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนนักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยมเยือนจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งถือว่าเป็นจังหวัดน้องใหม่ที่มีอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเจริญ หรือเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะหากท่านมาแล้ว ท่านจะได้พบกับสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสด ความใหม่ รวมทั้งสายมู ที่นอกจากมาเที่ยวแล้ว ท่านยังจะมีความโชคดีด้วย มาเที่ยวที่จังหวัดบึงกาฬของเราครับ
ภาพ/ข่าว ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล จ.บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ลพบุรี นายอำเภอโคกสำโรง ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 3 มิถุนายน 2568 เวลา 07.30 น. ที่ หอประชุมเทศบาลตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี นายเจตพงษ์ โชคสวัดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต

สภ.โคกสำโรง พร้อมข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือนและพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 48 รูป และเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระราชกุศล เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ. ศูนย์ข่าวฯ อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ส.อบจ.ขอนแก่น เขต3 ชุมแพ ร่วมงาน ฌาปนกิจศพนายจเร บุญมั่ง(พลทหารจเร บุญมั่ง อดีตทหารผ่านศึก) อายุ 61 ปี ณ วัดอัมพวัน บ้านหนองคอง จากกรณีทำร่างกายเสียชีวิต

แชร์เนื้อหานี้

วันเสาร์ ที่ 31พฤษภาคม พ.ศ 2568 นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ

ได้รับเกียรติจากเจ้าภาพร่วมงานฌาปนกิจนายจเร บุญมั่ง มีคณาญาติแขกผู้มีเกียรติ ส่วนราชการร่วมงานจำนวนมาก เช่น

นายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน นายชั้นฟ้า ทีภูเวียง

ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลโนนสะอาด(รอ กกต.รับรองเป็นทางการ) ผอ.สวิต คำภา (เลขาส่วนตัว สจ.สำราญ ศรีภา)

พันโท.สุรพล ทะสา ปธ.เครือข่ายทหารผ่านศึกจังหวัดขอนแก่น นายชวินทร์ เฮียงโฮม ปธ สมาคมสันนิบาตเสรีชนแห่งประเทศไทย

จังหวัดมหาสารคาม นายกิตติศักดิ์ นามนัย รองปธ.สภาอง์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นายสำเร็จ ใจซื่อ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน

นางสมัย อุ่นทะมณี รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน นายสันติ แก้วมูลตรี รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน

นายกิตติพศ นามนัย เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน ร้อยตรีสวัสดิ์ ชัยลา ส.อบต.บ้านโนนชัย นางลาวรรณ นามนัย

ส.อบต.บ้านหนองม่วง นายณรงค์ ตุ้มทอง ส.อบต.บ้านหนองคอง นายพิชัย จันทร์เวียง สอบต.บัานหลังโนนชาต

นายบุรม บึ้งเวียง ผญบ.นางกมลทิพย์ ศรีทองนาค ผญบ.นางเกศริน สิมมาทด ผญบ

.นายประวัติ ขาวลา ผญบ.นายคำพอง ยะวร อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน,อปพร และ ชรบ อสม.เป็นต้น

โอกาสนี้ พันเอกธานินทร์ คำทิพย์ นายทหารช่างกองทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธี พระครูอัมพวันภัทรคุณ เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมกล่าวสัมโมทนียกถา

กับเหตุการณ์ที่เกิด “บ้านเราชุมชนเราไม่เคยมีเหตุความรุ่นแรงมาก่อน สังคมเราขาดสติ กินเหล้าก็ขาดสติ เราต้องให้เมตตา ให้อภัย ที่อื่นเมื่อกินเหล้าเมา ก็กลับบ้านไปพักผ่อน ฉะนั้น ทุกท่าน ต้องมี สติ”

จากกรณีนายสมบัติ แนวประเสริฐ บ้านหลังโนนชาต ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ผู้ก่อเหตุให้การว่าตนกับผู้ตายได้ทะเลาะกัน บ้านที่เกิดเหตุ จากนั้นจึงได้ใช้ไม้ฟาดผู้ตาย เป็นเหตุให้เสียชีวิตแล้วลากผู้ตายไปไว้บริเวณกลางถนนหน้าบ้านที่เกิดเหตุ เมื่อวันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ.2568 เวลา 11.10 น

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

สมมาตร แอ่มไร่ /ภาพ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น โครงการเสริมสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา เขตที่ 16

แชร์เนื้อหานี้

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ได้มอบหมายให้ศูนย์ประสานงานเขตตรวจราชการที่ 16 โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน

โครงการเสริมสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา เขตตรวจราชการที่ 16 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษาในด้านความปลอดภัย การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน ซึ่งถือเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในการดูแลนักเรียนและส่งเสริมให้ครูสามารถถ่ายทอดความรู้ไปยังนักเรียน เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

การอบรมครั้งนี้มีครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษาเข้าร่วม จำนวน 180 คน จาก 4 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ครอบคลุม 14 เขตพื้นที่การศึกษา โดยการอบรมแบ่งออกเป็น 2 รุ่น
ได้แก่ รุ่นที่ 1 วันที่ 1 มิถุนายน 2568 จำนวน 90 คน
และรุ่นที่ 2 วันที่ 2 มิถุนายน 2568 จำนวน 90 คน

โดยนางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ผู้อำนวยการเขตตรวจราชการที่ 16 ได้รับมอบหมายจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นประธานในพิธีเปิด ณ ห้องประชุมโรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน การอบรมครอบคลุมตั้งแต่การปฐมพยาบาลเบื้องต้นการกู้ชีพพื้นฐาน และการปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บ นอกจากนี้ ยังมีการฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จำลอง

เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริงเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เข้ารับการอบรม จะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น โครงการนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในสถานศึกษาของไทย ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักเรียนและผู้ปกครอง

เรียนดีมีความสุข #สพฐ #สพม #น่าน #สพมน่าน #SESAONAN #ทีมน่านการศึกษา #NanOneTeam/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “แม่ทัพกุ้ง” ลงพื้นที่ฐานปราสาทตาเมือนธม มอบกำลังใจทหารแนวหน้า ย้ำหนักแน่น “อย่าประมาท – เราทำถูกแล้ว”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 (แม่ทัพกุ้ง) เดินทางตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลกองพันทหารราบที่ 21 หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 กองกำลังสุรนารี ณ ฐานปฏิบัติการปราสาทตาเมือนธม ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ โดยมี พลตรีสมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ร่วมปฏิบัติภารกิจด้วย

โดยแม่ทัพภาคที่ 2 ได้มอบข้าวสาร อาหารแห้ง และสิ่งของจำเป็นแก่กำลังพล พร้อมกล่าวให้โอวาทและขอบคุณทหารทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ

ทั้งนี้ แม่ทัพกุ้งยังได้กล่าวย้ำว่า “ขอให้ทุกนายเชื่อมั่นว่า เราทำถูกต้องแล้ว ขอให้ตระหนักว่าผู้บังคับบัญชาทุกระดับอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจเสมอ อย่าประมาท พร้อมเผชิญสถานการณ์ต่าง ๆ

ได้ทุกเวลา และต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา”แม่ทัพภาคที่2บุญสินพาดกลางแม่ทัพกุ้ปราสาทตาเมือนธมกองกำลังสุรนารีทหารแนวหน้าเราทำถูกแล้วให้กำลังใจทหารข่าวทหารข่าวภาคอีสานสุรินทร์​

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อนาคตไกล ”ปุณณ์ ศานติสมบัติเกษม“ ซิวเหรียญทอง “ภูเก็ต สปอร์ต ซิตี้ เทควันโด โอเพ่น 2025” พ่วงรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 31 พ.ค.68 เป็นการแข่งขันเทควันโด รายการ “ภูเก็ต สปอร์ต ซิตี้ เทควันโด โอเพ่น 2025” ที่รวมเหล่านักกีฬาเทควันโดนจำนวนมากทั้งนักกีฬาทั้งชาวไทยและต่างประเทศร่วมชิงชัยอย่างคับคั่ง นับเป็นรายการแข่งขันเทควันโดยรายการใหญ่แห่งภูมิภาครายการหนึ่ง

น้องปุณณ์ ศานติสมบัติเกษม นักกีฬาเทควันโดดาวรุ่งที่น่าจับตา จากชมรมเทควันโดจังหวัดภูเก็ต ได้เข้าร่วมการแข่งขันในประเภทเยาวชนชาย อายุ 15-17 ปี น้ำหนัก 45-48 กก. หลังจากซุ่มซ้อมเรียกความฟิตเตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดี โดยเจ้าตัวตั้งใจจะทำผลงานให้ดีที่สุดแบบไม่กดดันตัวเอง และในฐานะที่แข่งขันในบ้านเกิดก็หวังจะมีเหรียญรางวัลติดไม้มือ

น้องปุณณ์ ยังเปิดเผยด้วยว่า การแข่งขันในครั้งนี้ มองคู่แข่งซึ่งมาจากทั้งในไทย และประเทศเพื่อนบ้านว่า ตัวเองจะสามารถเอาชนะได้ด้วยการฝึกซ้อมที่สม่ำเสมอ แต่ก็ประมาทไม่ได้ เพราะเราเองอาจเสียเปรียบในเรื่องรูปร่าง เลยต้องระวังเป้าศีระษะเป็นพิเศษ แต่จะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เช่นกัน

ทั้งนี้ การแข่งขันปรากฏว่า น้องปุณณ์ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ไล่เตะทำคะแนนจากคู่ต่อสู้ทุกคน จนสามารถคว้าเหรียญทอง ชนะเลิศ การแข่งขันเทควันโด รายการ “ภูเก็ต สปอร์ต ซิตี้ เทควันโด โอเพ่น 2025” ประเภทเยาวชนชาย อายุ 15-17 ปี น้ำหนัก 48-51 กก.ได้สำเร็จ พร้อมถ้วยรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนท์ สร้างความปลื้มปิติและยินดีให้ตัวเองและครอบครัว ตลอดจนชมรมเทควันโดจังหวัดภูเก็ตเป็นอย่างมาก ถือเป็นดาวดวงใหม่แห่งวงการเทควันโดไทยที่อนาคตไกล

น้องปุณณ์ เผยต่อว่า มีรายการแข่งขันต่อไปที่ประเทศมาเลเซีย ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 นี้ ซึ่งหลังจากนี้จะได้เตรียมความพร้อมของร่างกายเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในรายการต่างประเทศ ส่วนรายการแข่งขันอื่น ต้องทางโค้ชสรุปความแน่นอนอีกครั้ง ซึ่งจะตั้งใจทำผลงานให้ดีอย่างต่อเนื่องต่อไปด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว จัดกิจกรรม “ปั่นขึ้นภู ดูหินสามวาฬ บึงกาฬพาเลาะ” โดยชมรมจักรยานทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 500 คน

แชร์เนื้อหานี้

ชมรมจักรยานจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับจังหวัดบึงกาฬ โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ จัดกิจกรรมต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ “ปั่น

ขึ้นภู ดูหินสามวาฬ บึงกาฬพาเลาะ มีจุดเริ่มต้นที่ถนนข้าวเม่าริมโขง ถึงแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัด คือ หินสามวาฬ รวมระยะทางไปกลับ 63 กิโลเมตร

โดยมีนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ, รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ, หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมปล่อยตัวนักปั่นจากชมรมจักรยานของ

จังหวัดต่าง ๆ กว่า 500 คน ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมสุขภาพสร้างความรักในธรรมชาติ และกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในจังหวัดบึงกาฬ ในช่วงวันหยุดยาวนี้ด้วย

นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า กิจกรรม “ปั่นขึ้นภู ดูหินสามวาฬ บึงกาฬพาเลาะ” เป็นมากกว่าการปั่นจักรยาน เพราะเป็นการเชื่อมโยงผู้คนกับพื้นพื้นที่

เชื่อมหัวใจกับภูเขา เชื่อมวิถีชุมชนกับโลกภายนอก ผ่านเส้นทางท่องเที่ยวที่สวยงามบนพื้นฐานของความยั่งยืน สู่จุดหมายปลายทางที่เปี่ยมด้วยพลังอย่าง “หินสามวาฬ” หนึ่งในสัญลักษณ์แห่งศรัทธาและความภาคภูมิใจของชาวบึงกาฬ

การรวมพลังของนักปั่นจากทุกสารทิศ จึงเป็นภาพสะท้อนของความร่วมมือที่เข้มแข็ง ความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาจังหวัด และความห่วงใยในสุขภาพ และสิ่งแวดล้อมของพี่น้องประชาชน ซึ่งล้วนสอดคล้องกับนโยบายการขับเคลื่อน Soft Power ด้านการท่องเที่ยว และเป้าหมายของแผนพัฒนาจังหวัดบึงกาฬ

จึงขอขอบคุณชมรมจักรยานจังหวัดบึงกาฬ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ และหัวหน้าส่วนราชการทุกท่านที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้ ตลอดจนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันทำให้กิจกรรมนี้เกิดขึ้นอย่างสร้างสรรค์ และงดงาม

สำหรับหินสามวาฬ เป็นกลุ่มหินอายุกว่า 75 ล้านปี ซึ่งอยู่ภายในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู จังหวัดบึงกาฬ เป็นหน้าผาหินทรายขนาดใหญ่ลักษณะคล้ายกับวาฬสามตัว พ่อแม่ลูก จึงได้ชื่อว่า หินสามวาฬ เป็นจุดแลนด์มาร์กที่สำคัญของจังหวัด

และถือเป็นสัญลักษณ์ของครอบครัวด้วย นอกจากนี้ จะมีวิวทิวทัศน์ที่งดงาม โดยหากมองจากหินสามวาฬ เราจะเห็นสวนยาพารา แม่น้ำโขง ภูเขาควายฝั่ง สปป.ลาว รวมถึงหากมาเที่ยวในช่วงเช้า จะได้ชมดวงอาทิตย์ขึ้น และรับแสงแรกของวันจากที่นี่ด้วย

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล/บึงกาฬ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สลด เด็กน้อยฝาแฝดกับเพื่อน จมดับ 3 ราย ต่อหน้าน้องวัย 4 ขวบ ด้าน ญาติๆต่างร่ำไห้แทบขาดใจ

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 31 พ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มูลนิธิศรีสะเกษสงเคราะห์ จุดอำเภอราษีไศล รับแจ้งเหตุมีเด็กจมน้ำสูญหาย จำนวน 3 ราย ที่หนองน้ำกลางทุ่งนา บ้านดอนม่วง ตำบลหนองอึ่ง อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ หลังทราบเรื่องได้ประสานมูลนิธิศรีสะเกษสงเคราะห์ จุดอำเภออุทุมพรพิสัย สนับสนุนชุดกู้ภัยทางน้ำ จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อให้การช่วยเหลือ
***ที่เกิดเหตุ เป็นหนองน้ำ อยู่กลางทุ่งนา ห่างจากตัวหมู่บ้าน ประมาณ 1 กิโลเมตร พบชาวบ้านอยู่ในหนองน้ำช่วยกันค้นหาร่างของเด็กทั้ง 3 ราย ทราบชื่อภายหลังคือ น้องน้ำ เด็กหญิงปภัสสร บัวใหญ่ อายุ 9 ปี น้องฟ้า เด็กหญิงจารุวรรณ เถาหอม อายุ 10 ปี และ น้องฝน เด็กหญิงจุฑามาศ เถาหอม อายุ 10 ปี ซึ่งน้องฟ้าและน้องฝน เป็นพี่น้องฝาแฝดกัน โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ทำการช่วยเหลือหลังจาก ช่วยกันนำร่างของของเด็กหญิงทั้ง 3 คน ขึ้นจากน้ำ ก่อนที่จะนำส่งโรงพยาบาลอำเภอราษีไศล เพื่อให้แพทย์ทำการช่วยชีวิ เด็กหญิงทั้ง 3 คน สุดท้ายก็ไม่สามารถทำการยื้อชีวิตไว้ได้ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความเสียใจของญาติพี่น้องของเด็กหญิงทั้ง 3 คน ญาติบางคนถึงขณะเป็นลมล้มพับ กลางโรงพยาบาลอำเภอราษีไศล

***น้องพีช อายุ 4 ขวบ เด็กชายที่เป็นเพื่อนเล่นกับกลุ่มเด็กหญิงที่เสียชีวิตทั้ง 3 คน เล่าให้ฟังว่า ตนและพี่ๆพากันปั่นจักรยานเล่น รอบหมู่บ้าน ก่อนที่จะไปยังหนองน้ำกลางทุ่งนา ตอนแรกก็หยอกล้อเล่นกันข้างหนองน้ำ แต่พี่สาวทั้ง 3 คน เห็นว่าชุดเปื้อนเลยตัดสินใจ ลงไปเล่นน้ำในหนองน้ำ ก่อนจะเห็นพี่พากันจมลงไปในน้ำหายไปต่อหน้าต่อตา ด้วยความตกใจ ตนจึงรีบวิ่งเข้ามาภายในหมู่บ้าน เพื่อตามหาผู้ใหญ่ให้มาช่วย

***นางราตรี เถาหอม อายุ 56 ปี ซึ่งเป็นย่าของ น้องฟ้า น้องฝน (เด็กฝาแฝด) เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนเลี้ยงเด็กแฝดทั้งสองมาตั้งแต่เด็กทั้งอายุได้ 1 เดือน เลี้ยงมาจนตอนนี้เด็กทั้งคน อายุได้ 10 ปี ซึ่งตอนนี้ทั้งสองคนเรียนอยู่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ก่อนหน้านี้ ตนไม่เคยคิดเลยว่าหลานของตนทั้งสองคนจะออกไปเล่นน้ำในสระ เพราะหลานทั้งสองปกติจะไม่ชอบเล่นน้ำ โดยปกติหลานทั้งสองคนจะขอออกไปปั่นจักรยานเล่นแค่บ้านป้า และละแวกใกล้บ้านพอถึงเวลาก็จะกลับบ้าน ตนได้บอกหลานทุกเสมอว่าถ้าออกไปเล่นก็ให้รีบกลับบ้าน จนถึงช่วงเกิดเหตุมีคนวิ่งมาบอกว่าหลานของตนจมน้ำเสียชีวิตตนรู้สึกตกใจ และรีบออกไปยังจุดเกิดเหตุ พอไปเห็นเหตุการณ์ทำให้ตนรู้สึกใจหาย ทำใจไม่ได้ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนต้องมาสูญเสียหลานไป

***นางราตรี กล่าวต่อไปว่า หลานของตนทั้ง 2 คน เป็นเด็กดีเรียนหนังสือเก่ง เป็นเด็กมีความรับผิดชอบ เป็นระเบียบเรียบร้อย ดูจากเสื้อผ้ารองเท้าที่ใส่จะจัดเรียงกันเป็นระเบียบ หลานทั้งสองจะช่วยทำงานบ้านล้างจานหุงข้าวกวาดบ้าน ตนหวังมาตลอดถ้าหลานทั้งสองของตนโตขึ้นจะช่วยทำงานแบ่งเบาภาระและเลี้ยงดูตนในยามแก่เฒ่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 10 วัน ตนฝันว่าหลานแฝดของตนจมน้ำเสียชีวิต 1 คน ตื่นขึ้นมาตนจึงเอาฝ้ายผูกแขนเพื่อเรียกขวัญหลาน และก่อนเกิดเหตุ 1 วัน ช่วงกลางวันมีอีกามาร้องในละแวกบ้านตนพอตกกลางคืนมีหมาหอนตลอดทั้งคืนตน ซึ่งตนได้ไม่คิดเลยว่าจะเป็นลางมาบอกเหตุร้ายในครั้งนี้

***นางอุทัย เบิกบาน อายุ 56 ปี ย่าของน้องน้ำ ปภัสสร อายุ 9 ปี หนึ่งในเด็กหญิงที่เสียชีวิต เปิดเผยว่า น้องพีชได้วิ่งมาบอกตนที่บ้านด้วย ว่า น้องน้ำ น้องฟ้าและน้องฝน จมน้ำ ด้วยความตกใจ ตนจึงรีบวิ่งไปยังหนองน้ำและกระโดดลงไปเพื่อหาร่างน้อง แต่ด้วยน้ำค่อนข้างลึกทำให้ตนไม่สามารถช่วยน้องได้ จึงได้ขับจักรยานยนต์และตะโกนบอกให้ชาวบ้านในหมู่บ้านให้เข้ามาช่วยกัน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาถึง จึงพบร่างน้อง และช่วยกันปั้มหัวใจ ก่อนที่จะนำส่งมายังโรงพยาบาลอำเภอราษีไศล ตนจึงตามมาด้วย เพราะความเป็นห่วงหลานที่เลี้ยงมาตั้งแต่เกิด แต่สุดท้าย เมื่อรู้ว่าน้องได้สิ้นใจแล้ว ตนจึงร้องไห้ด้วยความเสียใจก่อนจะเป็นลมหมดสติไป ซึ่งตอนนี้น้องฝน อายุเพียง 9 ปี และยังเรียนอยู่เพียง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 กลับมาต้องเสียชีวิต ทำห้ตนยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์