สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพไทยระดมสรรพกำลัง พร้อมทุ่มเท เคียงข้าง ช่วยเหลือประชาชน ฟื้นฟูสะพานเสียหายจากน้ำไหลหลาก” / ปค.ดงหลวง – เมืองมุกดาหาร สนธิกำลัง จับกุมผู้ค้ายาเสพติด ยึดยาบ้า

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 นาวาอากาศเอกเชิดชู ชูเสน ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 24 สำนักงานพัฒนาภาค 2 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา สั่งการให้ชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว และชุดปฏิบัติงานช่าง หน่วยช่างพัฒนา หน่วย

พัฒนาการเคลื่อนที่ 24 นำเครื่องมือยานพาหนะ ยุทโธปกรณ์ ร่วมกับส่วนราชการและประชาชนจิตอาสาในพื้นที่ ดำเนินการซ่อมแซมฟื้นฟูเส้นทางคมนาคมและสะพานข้ามลำห้วยพังคอง พื้นที่บ้านป่าหวาย ตำบลบ้านโคก อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ที่ชำรุดเสียหายบริเวณคอสะพาน

เนื่องจากน้ำกัดเซาะ ผลกระทบจากฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนในการใช้เส้นทางจราจร จำนวน 446 ครัวเรือน เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางในการใช้สัญจรระหว่างตำบลบ้านโคกกับตำบลดงมอน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เส้นทางดังกล่าวกลับมาใช้ได้ตามปกติต่อไป

ทั้งนี้หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 24 จัดชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและภัยพิบัติต่างๆในพื้นที่อย่างใกล้ชิดเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานช่วยเหลือ ประชาชน

ได้ทันทีเมื่อเกิดภัยหรือได้รับการร้องขอ ตามนโยบายผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนา และช่วยเหลือประชาชนอย่างสุดความสามารถของกองทัพ เพื่อความผาสุขของประชาชนชาวไทย

ปค.ดงหลวง – เมืองมุกดาหาร สนธิกำลัง จับกุมผู้ค้ายาเสพติด ยึดยาบ้า

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง (ผอ.ศป.ปส.อ.ดงหลวง) ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง สนธิกำลัง

ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร ภายใต้การอำนวยการของนายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร (ผอ.ศป.ปส.อ.เมืองมุกดาหาร) ลงพื้นที่ ต.โพนทราย อ.เมือง จ.มุกดาหาร เพื่อสกัดกั้นและจับกุมผู้ค้ายาเสพติด

การปฏิบัติครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการขยายผลผู้เสพในพื้นที่ อ.ดงหลวง จนสามารถจับกุมนายกำธร วาปี อายุ 45 ปี ชาว อ.เมืองมุกดาหาร ได้พร้อมของกลางยาบ้า 236 เม็ด และเม็ดแตกอีกจำนวนหนึ่ง รวมถึงเงินสด 3,160 บาท

เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดงหลวง #เมืองมุกดาหาร #ปกครองเข้ม #มุกดาหารไม่เอายาเสพติด #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดมุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สพม.น่าน จัดการแข่งขันทักษะทางวิชาการ งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา 2568 ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 กันยายน 2568 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน จัดการแข่งขันทักษะทางวิชาการ งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา 2568 ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

โดยได้รับเกียรติจาก นายประจักร์ ไชยกิจ ปลัดจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิด นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ครูและนักเรียน เข้าร่วมพิธีเปิดฯ ณ หอประชุม 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ร่วมกับคณะกรรมการเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษามัธยมศึกษา จังหวัดน่าน และองค์การบริหาร จัดการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ในระดับสำนักเขตพื้นที่การศึกษามาอย่างต่อเนื่อง

เพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมุ่งหวังให้เยาวชนได้เห็นความสำคัญของงานศิลปหัตถกรรม และให้เป็นเวทีสำหรับนักเรียนได้แสดงออกถึงความรู้ความสามารถ

พัฒนาทักษะด้านวิชาการ วิชาชีพ ดนตรี กีฬา นาฏศิลป์ ศิลปะ ทักษะชีวิต โดยเน้นกิจกรรมพัฒนาสมอง จิตใจ การลงมือปฏิบัติ และสุขภาพ ให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ได้ฝึกฝนทักษะฝีมือในด้านที่ถนัด พัฒนาให้เกิดความเป็นเลิศ เพื่อใช้ในการ

ประกอบอาชีพในอนาคต และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน ประกอบกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ได้ประกาศนโยบายและจุดเน้นการบริหารการศึกษาแบบมีส่วนร่วมด้วย SPARK 3 วิ “เชิงลุก” และกำหนดนโยบายและจุดเน้น ดังนี้

  1. ความปลอดภัย (Safety) ส่งเสริมการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีความปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ
  2. คุณธรรม (Morality) ส่งเสริมการจัดการศึกษาด้วยหลักพุทธธรรม
  3. คุณภาพ (Quality) ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21
  4. โอกาส (Opportunity) สร้างโอกาส และความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
  5. ประสิทธิภาพ (Efficiency) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา

    และจุดเน้น ปีการศึกษา 2567 – 2568 ที่กำหนดให้ผู้เรียนมีคุณภาพ คู่คุณธรรมตามหลักพุทธธรรม เพื่อนำสู่ผลลัพท์ให้ผู้เรียน ดี เก่ง มีความสุข ทั้งนี้การแข่งขันทักษะทางวิชาการ งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน มีนักเรียน จากโรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษาน่าน จำนวน 30 โรงเรียน โรงเรียนในเครือข่ายมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน ประกอบด้วย โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 56 จังหวัดน่าน โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา โรงเรียนองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดน่าน 1 (ตาลชุมพิทยาคม) และโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ในสังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดน่าน 10 โรงเรียน รวมทั้งสิ้น 46 โรงเรียน รวมนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขัน 4,181 คน ครูผู้ควบคุม จำนวน 2,874 คน โดยจัดระหว่างวันที่ 4 – 6 กันยายน 2568

สพฐ #สพม #น่าน #สพมน่าน #SESAONAN #ทีมน่านการศึกษา #NanOneTeam/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/พ.อ.พยอม บุญทร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิกาญจนบารมีร่วมกับเทศบาลตำบลเมืองคงจัดโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านม ฟรี!! ครบุรี โคราช จัดงานใหญ่ “ คนครบุรีสร้างสุขภาพ “ ปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4-5 กันยายน 2568 ณ หอประชุมตระกูลสุขเทศบาลตำบลเมืองคง อ.คง จ.นครราชสีมา มูลนิธิกาญจนบารมี ร่วมกับ เทศบาลตำบลเมืองคง จัดโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านม โดยเครื่องเมมโมแกรม(mammogram) ฟรี โดยมี สาธารณสุขเมืองคง รพ.เมืองคง การไฟฟ้าเมืองคง อสม. และผู้นำชุมชนเข้าร่วมกิจกรรม

นายไพศาล เกียรติชัยพัฒน นายกเทศมนตรีตำบลเมืองคง กล่าวว่า ประชาชนชาวเมืองคง 10 ตำบล เข้ามาคัดกรองดูความเสี่ยง ต้องขอขอบคุณ อสม. ผู้นำชุมชน ที่ช่วยประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนเข้ามาคัดกรอง ใครก็มาตรวจได้ ขอแค่เป็นคนไทย จะต่างอำเภอหรือต่างจังหวัด

ในโอกาสนี้ ดร.นายแพทย์อิทธิพล สูงแผง หัวหน้าหน่วยคัดกรองมะเร็งเต้านม ประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ตรวจพบ มีรายใหม่ 20,000กว่าราย และ 40 % เสียชีวิต สาเหตุ มีหลายปัจจัย คือ กรรมพันธ์ การออกกำลังกาย การกินอาหาร สุขภาพจิต การสัมผัสมลภาวะ ดิน น้ำ อากาส และผู้ที่ ติดบุหรี่เหล้า

และความสัมพันธ์ของฮอร์โมนในร่างกาย ดร.นายแพทย์ อิทธิพล สูงแผง กล่าวต่อไปอีกว่า ถ้าตรวจเจอเร็ว จะหายเร็ว ส่วนใหญ่มาตรวจช้า ก้อนโตแล้ว วิธีป้องกันคือ คนที่เป็นกรรมพันธ์ ต้องตรวจบ่อยๆ ออกกำลังกาย อย่ากินหวานมัน และอย่าสัมผัสมลภาวะต่างๆ

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

รบุรี โคราช จัดงานใหญ่ “ คนครบุรีสร้างสุขภาพ “ ปี 2568 แสดงพลัง รู้รักสามัคคี เป็นที่ประจักษ์ !!!

เป็นที่ประจักษ์ รู้รักสามัคคี เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา กลุ่มบริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมสนับสนุนการจัดงานมหกรรม “ คนครบุรีสร้างสุขภาพ ” ประจำปี 2568 จัดโดย คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต (พชอ.) อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ณ สนามกีฬากลางหน้าที่ว่าการอำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา

โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการส่งเสริมให้ประชาชนได้ตระหนักถึงการดูแลรักษาสุขภาพ การออกกำลังกาย เพื่อให้มีสุขภาพร่ายกายและจิตใจที่แข็งแรง ห่างไกลจากยาเสพติด ตลอดจนสร้างเสริมให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีในหมู่พี่น้องประชาชนชาวอำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ด้วย โดยในงานได้จัดให้มี

กิจกรรมการแข่งขันเต้นแอโรบิคจากสถานพยาบาลของรัฐภายในอำเภอครบุรี ได้แก่ โรงพยาบาลครบุรี และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ( รพสต.) 17 แห่ง ร่วมชิงเงินรางวัลรวมกว่า 50,000 บาท

โดยรับเกียรติจากนายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นำคณะหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและผู้แทนภาคเอกชนในท้องถิ่นร่วมเปิดงานและออกกำลังกายเต้นแอโรบิคเยี่ยมชมซุ้มนิทรรศการ และพบปะทักทายพี่น้องประชาชนชาวอำเภอครบุรีที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่งและคึกคักด้วย

นาทีเฉียดตายของสาวโรงงาน หน้านิคมอุตสาหกรรมนวนคร2 สูงเนิน โคราช

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 07:10น.นาทีเฉียดตายของสาวโรงงานขณะรอกลับรถยูเทริน ภาพจากกล้องหน้ารถจับภาพได้ขณะรถบรรทุกตู้อาหารทะเลสดเสียหลักหักหลบรถบรรทุก6ล้อขณะกลับรถยูเทริน เลยทางด่วนขาเข้า กทม.หน้า นิคมอุตสาหกรรมนวนคร 2 สูงเนิน ต.นากลาง อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ภาพจากคลิปหน้าจากรถ

จับได้ภาพได้รถบรรทุกตู้ 10ล้อ HINOทะเบียน 70-2436 สีเขียว ป้ายทะเบียนสระแก้ว มาด้วยความเร็วมาถึงจุดเกิดเหตุหักหลบรถบรรทุก6ล้อ สีขาวไม่ทราบป้ายทะเบียนขณะรอยูเทริน ทำให้พุ่งเสียหลักพลิกคว่ำทับรถจักรยานยนต์ Honda เวฟ125i สีน้ำเงิน ทะเบียน2กย2806นม สาวโรงงานขับรถจักรยานยนต์พังยับเยิน เฉียดตาย ตามคลิป

หน้ารถ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยรู้สึกตัวดีมีอาการปวดหัวขอไปโรงพยาบาลเอง
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สูงเนิน ร่วมกับเจ้าหน้าที่หมวดการทางสูงเนิน และอาสาสมัครกู้ภัยฯ ร่วมเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรบริเวณที่เกิดเหตุ

จนกระทั่ง สภาพการจราจรเข้าสู่สภาวะปกติโดยสามารถใช้ช่องทางเดินรถได้ตามปกติและใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนดไว้ เจ้าหน้าตำรวจร้อยลงบันทึกประจำวันเพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

ภาพ/ข่าว : กอล์ฟ สูงเนิน
กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผอ.สพป.น่าน เขต 1 ลงพื้นที่ ช่วยเหลือนักเรียน รร.บ้านน้ำเคิม นาหมื่น ผลกระทบจากฝนตกหนักน้ำป่าพัดบ้านที่อยู่อาศัย

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่ 2 กันยายน 2568 ดร.วิเชียร วาพัดไท ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 พร้อมด้วย นางรัตนา ภูเขียว ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา นางสาววิเรขา ปัญจมานนท์ ศึกษานิเทศก์

นายวิชัย เทพกอม นักวิชาการศึกษา นางสาวนงนุช จำปารัตน์ นักจิตวิทยาโรงเรียน ประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเด็กชายนพรัตน์ ถาวร นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และเด็กหญิงบุษยทิพย์ พงษ์ถิ่น นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ทั้ง 2 คนเป็นนักเรียน โรงเรียนบ้านน้ำเคิม ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากพัดบ้านที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายอย่างหนัก

ซึ่งการเดินทางในวันนี้เป็นไปอย่างทุลักทุเลเนื่องจากฝนยังคงตกชุก ถนนเต็มไปด้วยดินโคลน และดินสไลด์ทับเส้นทางเป็นช่วงๆในโอกาสนี้ ดร.วิเชียร วาพัดไทย และคณะได้ประชุมผู้บริหารโรงเรียนกลุ่มโรงเรียนนาหมื่น 2 เพื่อให้แนวทางในการทำงาน

โดยได้กำชับให้ทุกโรงเรียนคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาเป็นสำคัญ และได้ตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านน้ำแพะ โรงเรียนบ้านน้ำลี โรงเรียนบ้านปิงหลวง และโรงเรียนบ้านปิงใน พร้อมไดชื่นชมให้กำลังในในการทำงานแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจ

ในการทำงานด้วยความเสียสละและอดทน เพื่อให้เด็กนักเรียนมีทักษะและความรู้อย่างเต็มความสามารถ นันทิวัน แสงเนตร /ภาพข่าว/ มานพ เถรหมื่นไวย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศรัทธาพระพุทธศาสนา ยังอยู่คู่กับคนอีสาน แห่มาร่วมงานบุญสังฆทาน วัดแสงใหญ่ อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ นับพันคน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 กันยายน 2568 เวลา 11.00 น. ที่ วัดแสงใหญ่ ในหมู่บ้านแสงใหญ่ ตำบลหนองแขวง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ โดย พระอธิการ ชุมพล ฉินฺนาโย เจ้าอาวาสวัด วันนี้กำหนดให้มีงานสังฆทาน ประจำปี ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ถือเป็นประเพณีที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาร่วมทำบุญ แบบอิสละ มีอะไรก็มาร่วมกันแจกจ่ายแก่ญาติโยม และหรือนำมาถวายพระคุณเจ้า ตามกำลังศรัทธา มีน้อยทำตามน้อย มีมากอยากแบ่งปันก็นำมาแจกจ่าย โดยวันนี้มีญาติโยมมาร่วมบุญกันมากกว่า 1 พันคน เต็มทั้งศาลาใหญ่ และศาลาเล็ก ศาลาอภิธรรมหน้าเมรุ

โดยวันนี้ได้มี นายนพนันท์ บุญคล้าย นายอำเภอกันทรารมย์ เดินทางมาร่วมงานบุญด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะนำปิ่นโต ข้าวถุง แกงถุง ทำเองที่บ้าน นำใส่ปิ่นโตมารวมกันเพื่อถวายแด่พระคุณเจ้า ที่เดินทางมารวมกัน เหมือนกันญาติโยม ที่ต่างคนต่างเดินทางมา รวมตัวกัน จากนั่นก็นำอาหารมาจัดเป็นพา เพื่อนำถวายแด่พระสงฆ์ หลังจากพระสงฆ์ฉันท์เสร็จ

ญาติโยมก็ได้นั่งร่วมวงพาข้าว ทานข้าวร่วมกัน พูดคุยกัน ทำตามรู้จักกัน หลายคนก็จัดทำต้นเงินเป็นป่าผ้ามาร่วมถวายพระสงฆ์ ตามกำลัง จัดเป็นครอบครัว เป็นกลุ่มคณะบุคคล เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ช่วยค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า กับคณะกรรมการวัด ซึ่งชาวอีสานจะถือประเพณีการมาร่วมงานบุญสังฆทาน นี้เป็นสำคัญ ไม่มีการบังคับมา พระคุณเจ้าเองก็ไม่ได้จับเงินที่ทางญาติโยมทำบุญ แต่จะร่วมกันบริจาคที่กองอำนวยการ ตามกำลังศรัทธา เข้ากรรมการวัด

ในการร่วมงานบุญสังฆทานนี้ จะกำหนดให้มีพระที่ทรงคุณวุฒิ เป็นที่เคารพนับถือของญาติโยม ของคณะสงฆ์ ขึ้นนั่งธรรมมาตร 1 รูป เพื่อทำการแสดงพระธรรมเทศนา ตามคัมภีร์ใบลาน ที่องค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสไว้ดีแล้ว นำมาอ่าน มาเทศนา เป็นคติธรรม ให้กับญาติโยมที่มาร่วมทำบุญ ได้ฟังเทศนา ได้รับฟังคำสั่งสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อน้อมนำไปปฎิบัติ นอกจากการับศีล 5 ปฎิบัติตามศีล 5 ในการละสิ่งต่างๆ ที่ไม่ดี ต่อชีวิตของตนเอง และผู้อื่น จากนั้นก็ได้ร่วมกันถวายเพล แด่พระสงฆ์

พระสงฆ์ให้พร กรวดน้ำ อุทิตส่วนบุญ ส่วนกุศลไปให้แก่ญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว ให้ได้รับบุญในครั้งนี้ ก่อนที่จะได้ร่วมกันทานข้าว ที่ทุกคนนำอาหารมารวมกัน และทางวัด ทางคณะกรรมการวัด ได้จัดเตรียมเอาไว้ให้แก่ญาติโยมทุกคน ซึ่งวันนี้ได้มีอาหารพิเศษ นั้นก็คือ ปิ้งปลา ยอน หรือปลาเนื้ออ่อน ที่ทางคณะกรรมการวัดไปจัดหามาจากแม่น้ำมูล มาเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมจัดทำเมนูพื้นบ้าน สุดแซบ นั้นก็คือ ส้มตำ ที่ทุกคนชื่นชอบ ตำเท่าไหร่ก็หมด นั้นเอง ทานกันแบบมีความสุข ก่อนห่อกลับบ้านด้วย
/////////////////////////
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปกครองดงหลวงลุยตรวจวัดพระเมา – เสพยา จับสึก / ส่ง จยย. ข้ามโขง เย้ยเจ้าหน้าที่! จุดลักลอบอยู่ใกล้ฐาน ตชด.2344 ​ / ชาวบ้านร้อง!! ถูกแก๊งเงินกู้นอกระบบโหดข่มขู่ ยิงปืนโชว์

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันอังคารที่ 2 กันยายน 2568  เวลา 14.30 น. นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง  สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง ลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ว่ามีวัดในเขตพื้นที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะโดยมีจำนวน  2 วัดในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้ลงพื้นที่ไปยังวัดโนนสะอาด  บ้านโนนสะอาด  ม.7 ต.หนองบัว อ.ดงหลวง  พบพระที่รักษาการเจ้าอาวาส อยู่ในสภาพมึนเมา เพราะดื่มเหล้าขาว และต่อว่าด่าทอ เจ้าหน้าที่อยู่ตลอดเวลา ซึ่งระหว่างการจับกุมเพื่อนำไปสึกนั้นไม่สามารถเดินเองได้ต้องใช้เจ้าหน้าที่ประคองเดิน เพื่อนำไปลาสิกขา ซึ่งก่อนจะลาสิกขาก็ยังคงเถียงกับเจ้าคณะอำเภอต่อ ตลอดเวลา กว่าจะยอมสึกได้ เจ้าคณะอำเภอ ต้องใช้เวลากล่อมกว่าชั่วโมงต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปที่วัด  วัดโพธิ์ศรี บ้านเหล่าดง  ม.5   ต.หนองบัว   ได้ทำการตรวจปัสสาวะ พระสงฆ์ 5 รูป พบพระ 1 รูปมีปัสสาวะสีม่วง ให้การยอมรับว่าเสพยาบ้าจริง  จึงนำตัวไปลาสิกขาต่อเจ้าคณะอำเภอ ณ วัดโพธิ์ศรีแก้ว และนำตัวไปสอบปากคำเพื่อขยายผล  ดำเนินคดีต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​​มุกดาหาร​ รายงาน​

ชาวบ้านร้อง!! ถูกแก๊งเงินกู้นอกระบบโหดข่มขู่ ยิงปืนโชว์ต่อหน้ากล้อง

จากกรณีเหตุการณ์ทวงหนี้ที่ปรากฏในสื่อโซเชียล เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 20.00 น พลตำรวจตรี ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และ พันตำรวจเอก​ กิตเตชิษฐ์​ บำรุง​ รอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ได้สั่งการให้

พันตำรวจเอกประยุทธ์ เรือนทองคำ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร และพันตำรวจเอก วิจิตร บุญวรรณ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ดำเนินการ สืบสวนติดตาม ผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างเด็ดขาด โดย ชุดสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร และกก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ จากการสอบถามข้อมูล

จากผู้เสียหายทราบว่า คลิปดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2567​ ที่ผ่านมา และได้ให้ข้อมูลว่า การทวงหนี้ดังกล่าวเกิดจากการที่ตนได้กู้​เงินกับ นายทักษ์ดนัย หรือเล้ง ซึ่งเป็นเจ้าหนี้​ สภ.เมืองมุกดาหาร จึงได้สืบสวนจนทราบที่อยู่ของนายเล้ง และได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเช่าเลขที่ 14/1 ซอยตาดแคน 14 ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งนายทักษ์ดนัยฯ เป…

ส่ง จยย. ข้ามโขง เย้ยเจ้าหน้าที่! จุดลักลอบอยู่ใกล้ฐาน ตชด.2344 แต่กลับถูกใช้ลักลอบเป​็​น​ประจำ​

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย ร้อย.ฉก.ทพ.2107 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ภายใต้การอำนวยการของ ร.อ.พิชิตพล เคนดา ผู้บังคับกองร้อย ดำเนินการสกัดกั้นขบวนการโจรกรรมรถข้ามแดน หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านพื้นที่ชายแดน อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ว่ามีการลักลอบขนรถจักรยานยนต์ส่งต่อไปยังฝั่ง สปป.ลาว

โดยในเวลาเวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ซุ่มตรวจบริเวณวัดบูรพานอก บ้านนาห้วยกอก ต.ดอนตาล พบเรือกีบติดเครื่องยนต์แล่นจากฝั่งลาวเข้ามาเทียบท่า และพบกลุ่มชายนับสิบคนช่วยกันลำเลียงรถจักรยานยนต์ขึ้นเรือที่โป๊ะท่าน้ำจุดรวมเรือบ้านห้วยกอก หมู่ที่ 4 เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัว กลุ่มดังกล่าวรีบขับเรือหนีกลับไปยังฝั่งลาวพร้อมรถจักรยานยนต์ 1 คัน ส่วนที่เหลือบนฝั่งอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้

🔎 ผลการตรวจค้นพื้นที่โดยรอบ พบรถจักรยานยนต์ถูกทิ้งไว้ 2 คัน ได้แก่ ฮอนด้า เวฟ 110 ซีซี สีน้ำเงิน–ดำ ทะเบียน 4 ขง 2922 กทม. และ จีพีเอ็กซ์ โดรน 150 ซีซี สีเทา ทะเบียน 2 กศ 5468 นครราชสีมา เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

⚠️ ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่านอกจากจะมีการวางโป๊ะเรือเพื่ออำนวยความสะดวกในการลักลอบแล้ว จุดท่าน้ำริมแม่น้ำโขงบ้านห้วยกอก ซึ่งคนร้ายใช้ลักลอบส่งรถจักรยานยนต์นั้น ตั้งอยู่ใกล้กับฐานปฏิบัติการ หมวดตำรวจตระเวนชายแดนที่ 2344 แต่ยังคงถูกเลือกใช้เป็นเส้นทางกระทำผิดอยู่เป็นประจำ

ข่าวมุกดาหาร #ชายแดนไทยลาว #ทหารพราน #โจรกรรมรถข้ามแดน #ดอนตาล #มุกดาหาร #ตชด2344 #ตชด #สตช #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานย้อนอดีตเมืองผู้ดีเก่าอ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 19.10น.ของวันที่3 กันยายน 2568 ณ.อาคารที่ว่าการอำเภอสวรรคโลก(หลังเก่า) นาย.นพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้มาเป็นประธานการจัดงาน

โดยทั้งนี้ นายเอนก วิทยาพิรุณทอง นายอำเภอสวรรคโลก ได้กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์การจัดงานในครั้งนี้ โดยมีนาย สมรักษ์ ยกน้อยวงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ ปลัดจังหวัดสุโขทัย นาย สมเจตน์ ลิมประพันธุ์ (อดีตที่ปรึกษา รมต.มหาดไทย )

พ.ต.อ.นิคม พรมพิราม ผู้กำกับการ สภ.สวรรคโลกและหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านประชาชนได้เข้าร่วมพิธีเปิดด้วยอนึ่ง วัตถุประสงค์

การจัดงานเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาด้านสังคมตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณพ.ศ.2568ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมควบคู่กับการอนุรักษ์สถานที่สำคัญซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์โดยเฉพาะอาคารที่ว่าการอำเภอสวรรคโลกหลังเก่าซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมและเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนในพื้นที่มาอย่างยาวนานโครงการครั้งนี้เป็นการฟื้นฟูและอนุรักษ์พื้นที่ทางประวัติศาสตร์ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนด้วย

ทั้งนี้ภายในงานได้จัดบูชโชว์ภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองสวรรคโลกในอดีต การแสดงภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดผ่านจอโปรเจคเตอร์เวทีกลางมีการแสดงลิเก.การร่ายรำละเล่นพื้นบ้านของนักเรียนชาวสวรรคโลก การจัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายในอดีตที่ผ่านมา.พร้อมจัดจำหน่ายสินค้าโอทอป.อาหารพื้นถิ่น สินค้าทางการเกษตร วิสาหกิจชุมชน โดยทั้งนี้งานได้เริ่มจัดตั้งแต่วันที่3-5กันยายน2568โดยจะมีการแสดงบนเวที่หน้าที่ว่าการหลังเก่าทุกค่ำคืน
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รพ.สต. โนนหัน ลงพื้นที่บ้านผู้ป่วยไข้เลือดออกที่ชุมชน หนองใส อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

วัน พุธ ที่ 3กันยายน พ.ศ.2568 “นายกหัวใจพัฒนา” นายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายก อบต.โนนหัน อ.ชุมแพ จ. ขอนแก่น นายสันติ แก้วมูลตรี รองนายฯ นางขนิษฐา เลิศอุดมโชค ผอ.รพ.สต. โนนหัน

ลงพื้นที่บ้านผู้ป่วยไข้เลือดออก หมู่7 บ้านหนองม่วง และจัดเจ้าหน้าที่พ่นหมอกควันยากำจัดยุงพาหะนำไข้มาสู่คน ด้วยความห่วงใย ไส่ใจต้องการให้ชุมชนเราปลอดภัย

วันพุธ ที่ 3 กันยายน พ.ศ.2568 เมื่อเวลา 14.00 น. นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรืองนายอำเภอชุมแพ/นายกกิ่งกาชาดอำเภอชุมแพ มอบหมายให้นางสาวยุภา จันทวงษ์ หัวหน้างาน งานทะเบียนราษฎร์ ปลัดอำเภอชุมแพ พร้อมด้วย ผศ. ดร.พรเทพ โฆษิตวรวุฒิ รองนายกกิ่งกาชาดอำเภอชุมแพ นายอัมรินทร์ อารัมภวิโรจน์ รองนายกสโมสรไลออนชุมแพ

นางทิวาพร เหงี่ยมวิจาวัฒ นางธนัญญา กงสะเด็น กรรมการกิ่งกาชาด ลงพื้นที่ช่วยเหลือ เบื้องต้น มอบสิ่งของให้นายสุธน วิเศษหวาน ชาวบ้านชุมชนหนองใส่
ตำบลไชยสอ อำชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ที่ประสบเหตุไฟไหม้บ้านทั้งหลัง เมื่อวันที่ วันที่ 7 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 10.30 น.ที่ผ่านมา.

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกษตรกรแห่กดเงินไร่ละพันคึกคัก ขณะที่เกษตรกรบางรายไม่อยากให้ยุบสภา บางรายพร้อมเลือกตั้งใหม่ / เปิดใจทหารกล้าหน่วยบินโดรมทิ้งระเบิด หลังออกไปทำภารกิจ 4 นาย ตาย 3 รอด 1 นาย

แชร์เนื้อหานี้

***ผู้สื่อข่าวรายนงานว่า จากกรณีที่ทางธนาคาร ธกส ได้ประกาศเริ่มโอนเงิน ไร่ละ 1,000 บาท ตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังและนาปี ไร่ละ 1,000 บาท เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้ให้พี่น้องเกษตรกร ให้สามารถปลูกข้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพมากขึ้นโดยจะแบ่งเป็นเกษตรกรที่อยู่ในแต่ละภูมิภาค ดังนี้
1 ก.ย. 68 โครงการนาปรัง ปี 2568 เกษตรกร 769,461 ราย 6,280 ล้านบาท (ทั่วประเทศ)
2 ก.ย. 68 โครงการนาปี 2568 เกษตรกร 286,831 ราย 2,459 ล้านบาท (ภาคเหนือ)
3 ก.ย. 68 โครงการนาปี 2568 เกษตรกร 1,291,298 ราย 10,586 ล้านบาท (ภาคอีสาน)
4 ก.ย. 68 โครงการนาปี 2568 เกษตรกร 137,478 ราย 1,254 ล้านบาท (ภาคอื่น ๆ)


***ล่าสุดวันนี้ (3 ก.ย. 68) บรรยากาศที่หน้าตู้เอทีเอ็ม และหน้าตู้ปรับสมุดบัญชีธนาคาร ธกส. สาขาอำเภอเมืองศรีสะเกษ คึกคักเต็มไปด้วยชาวเกษตรกรที่มาต่อคิวยาว เพื่อรอปรับสมุดเงินฝาก ธกส. และกดเงินจากตู้กดเงินธนาคาร ธกส. โดยผู้สื่อข่าวได้เข้าไปพูดคุยกับเกษตรกรรายหนึ่งได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ตนมากดเงินไร่ละ 1,000 บาท ถ้าได้เงินตัวไปตนจะนำไปซื้อปุ๋ยจ่ายค่าไถหว่านข้าว ปีนี้ถือว่าได้เร็วกว่าทุกๆปี

ต้องขอขอบคุณรัฐบาลอยากให้รัฐบาลจ่ายเงินช่วยเหลือแบบนี้ทุกๆปีจะได้ช่วยเหลือชาวนา ส่วนความเห็นเรื่องการเมืองตนไม่อยากให้ยุบสภา เพราะเศรษฐกิจไม่เหมือนเดิมแล้วถึงใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาลก็คงเหมือนเดิม ตนอยากให้รัฐบาลชุดเก่าทำหน้าที่ต่อไป เหลืออีก 2 ปี รัฐบาลก็ต้องหมดวาระลงแล้วอยากให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยบริหารต่อไปอีก ถ้าเสื้อส้มกับเสื้อน้ำเงินจับมือกันโหวตนายกคนใหม่ตนไม่เห็นด้วย

***ด้าน นางไพบูลย์ ลาทุลี อายุ 70 ปี วันนี้ตนมาดูเงินไร่ละ 1,000 บาทที่รัฐบาลช่วยค่าปุ๋ยค่าเก็บเกี่ยววันนี้เงินเข้าบัญชีแล้ว ตนได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกไว้ 13 ไร่ ตนได้รับเงินทั้งหมด 10,000 บาท ตนรู้สึกดีใจและชื่นใจสุดๆตนขอขอบคุณรัฐบาลที่ช่วยเหลือประชาชนตนจะเอาเงินนี้ไปซื้อปุ๋ยซื้อของใช้ใส่บ้านตนอยากให้รัฐบาลทำแบบนี้ตลอดทุกๆปี

ปีนี้ถือว่ารัฐบาลให้เงินเร็วมากไม่เหมือนปีที่ผ่านๆมาจ่ายล่าช้า ส่วนความคิดเห็นเรื่องการเมืองตนขอเป็นใครก็ได้ขอแค่ให้เข้ามาพัฒนาให้เศรษฐกิจดีอยู่ดีกินดีก็พอ
***เช่นเดียวกับวินมอเตอร์ที่อยู่หน้าธนาคาร เปิดเผยว่า ส่วนตัวถ้ามีการยุบสภาจริง ก็ถือว่าดี จะได้คืนอำนาจให้กับประชาชน และพวกตนก็พร้อมเลือกตั้งนายกคนใหม่ เพื่อให้เข้ามาพัฒนาประเทศ และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

เปิดใจทหารกล้าหน่วยบินโดรมทิ้งระเบิด หลังออกไปทำภารกิจ 4 นาย ตาย 3 รอด 1 นาย

***เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 68 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านอีปาด ตำบลอีปาด อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้ทราบข่าวว่า ส.อ.สุทธิชัย เรื่อเรือง สังกัด กองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 6 ได้กลับบ้านมารักษาตัวแล้ว หลังออกไปปฏิบัติหน้าที่บินโดรนทิ้งระเบิกใส่ทหารกัมพูชา แล้วบาดเจ็บจากการถูกสะเก็ดระเบิด โดยพอไปถึง ส.อ.สุทธิชัย เรื่อเรือง หรือ เอก ได้ออกมาเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า วันนั้นเป็นวันที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมาตนได้รับภารกิจบินโดรมทิ้งระเบิดที่ปราสาทตาควายจังหวัดสุรินทร์ ภารกิจในวันนั้นจะมีทหารออิกปฏิบัติการทั้งหมด 10 นาย ซึ่งในนั้น 4 นาย จะเป็นของหน่วยตนที่มีหน้าที่นำโดรมออกไปทิ้งระเบิก

***โดยระหว่างการปฏิบัติหน้าที่นั้นมีการยิงปะทะกันระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งจุดที่ตนอยู่จะห่างจากจุดปะทะฝั่งกัมพูชาประมาณ 500 เมตร โดยจังหวะที่ตนกำลังก้มลงเก็บ notebook ได้มีระเบิดที่ยิงมาจากฝั่งกัมพูชาได้ตกลงข้างๆที่พวกคนอยู่ ทำให้สะเก็ดระเบิดโดนเพื่อนทหารและตนจนทำให้เพื่อนเสียชีวิตทั้ง 3 นาย และตนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก็เท่ากับว่าไป 4 นาย ตาย 3 รอด 1 นาย

***ตนโดนสะเก็ดระเบิดเข้าที่ลูกตาทั้ง 2 ข้าง จนตนรู้สึกมองเห็นฝ้ามัวไปหมด และแขนข้างขวาโดนสะเก็ดระเบิดจนกระดูกหักตอนแรกตนคิดว่าแขนขาไปแล้ว ตนตั้งสติได้จึงร้องบอกให้เพื่อนๆดึงตัวเข้าที่กำบังจากนั้นเรียกหน่วยพยาบาลเข้าช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล อาการตอนนี้ดีขึ้นแล้วหมอให้ออกจากโรงพยาบาลมารักษาตัวที่บ้านตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมา หมอได้ผ่าตัดเอาสะเก็ดระเบิดออกจากตาทั้ง 2 ข้างได้อย่างปลอดภัยตาข้างขวามองเห็น 100% แล้วแต่ตาข้างซ้ายยังมัวอยู่นิดหน่อยต้องใช้น้ำตาเทียมหยอด ส่วนแขนหมอได้ทำการผ่าตัดใช้เหล็กดามกระดูกหมอได้ผ่าตัดเย็บถึง 3 ชั้น เย็บกว่า 100 เข็ม ตอนนี้ก็เริ่มแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ

***ส.อ.สุทธิชัย เรื่อเรือง กล่าวต่อไปว่า จากการดูแม่ทัพภาคที่ 2 เล่าถึงตนและทหารทุกนายที่ได้รับบาดเจ็บตนรู้สึกภาคภูมิใจและขอขอบคุณแม่ทัพภาคที่ 2 ที่ให้เกียรติและให้การดูแลพร้อมเข้ามาให้กำลังลูกน้องทุกนายที่ได้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ ถ้าตนหายเป็นปกติแล้วถึงร่างกายจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ตนก็ยังจะขอกลับไปรับใช้ชาติต่อไป ถ้าในภารกิจแนวหน้ามีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ตนไปปฏิบัติหน้าที่ตนก็ยังจะไปเหมือนเดิม ตนขอฝากเป็นกำลังใจให้กับพี่ๆน้องๆทหารแนวหน้าทุกนายที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนี้ และอยากให้ทหารทุกนายมีแว่นไว้ป้องกันสายตาเพราะสายตาเป็นจุดที่สำคัญและเป็นจุดที่อ่อนโยนที่สุดถ้าเกิดเหตุเหมือนตนจะได้มีแว่นไว้ป้องกันภัยอันตรายที่จะเกิดกับดวงตาเราได้

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อธิบดีกรมอุทยานฯ ลงพื้นที่อมก๋อย มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนควบคู่การอนุรักษ์ พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาไฟป่าอย่างเป็นรูปธรรม

แชร์เนื้อหานี้

3 กันยายน 2568 เวลา 11.00 น. – #นายอรรถพล #เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช #พร้อมด้วยนายกริชสยาม #คงสตรี #ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 นายชัยชาญ ศรียงค์ หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) และนายวิวัฒน์ ขุนฤทธิ์ ผู้อำนวยการส่วนจัดการต้นน้ำ สบอ.16 ได้ลงพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามความคืบหน้าการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ พร้อมเน้นย้ำนโยบายและมาตรการป้องกันไฟป่าที่เข้มงวด โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของชุมชนอธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นโยบายสำคัญคือการขับเคลื่อนมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ โดยให้ความสำคัญกับสิทธิและความเป็นอยู่ของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์อย่างแท้จริง โดยจะมีการจัดตั้ง “หน่วยพัฒนาชุมชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์” หน่วยพัฒนาชุมชนเหล่านี้เป็นหน่วยงานที่อยู่ใกล้ชุมชน เพื่อให้การสนับสนุนและแก้ไขปัญหาให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์

ทั้งนี้ อธิบดีกรมอุทยานฯ ยังได้มอบนโยบายสำคัญพร้อมกำชับให้หัวหน้าหน่วยพัฒนาฯ เร่งดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ ได้แก่

  1. การจัดการที่ดิน ให้หัวหน้าหน่วยพัฒนาฯ สำรวจข้อมูลพื้นฐาน เพื่อทำความเข้าใจชุมชนและกำหนดขอบเขตที่ดินทำกินให้ชัดเจนตามมาตรา 121 พร้อมทั้งหยุดยั้งการขยายพื้นที่ทำกินเพิ่มเติม
  2. การส่งเสริมอาชีพ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยสำรวจและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสม เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับชุมชน
  3. การบังคับใช้กฎหมาย ให้ดำเนินการตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำผิดที่บุกรุกพื้นที่ตามมาตรา 121 อย่างจริงจัง หากพบการกระทำผิดจะตรวจสอบสิทธิ์และดำเนินการยกเลิกสิทธิ์การทำกินทันที
  4. การป้องกันไฟป่า ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ให้ร่วมหารือกับชุมชนเพื่อสร้างความเข้าใจและกำหนดมาตรการป้องกันไฟป่าร่วมกันอย่างเป็นระบบ รวมถึงควบคุมการเก็บหาของป่า หากพบการฝ่าฝืนว่ามีการเผาป่าเพื่อหาของป่าในพื้นที่ ให้ตัดสิทธิ์ในการเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวทันที

นอกจากนี้นายครินทร์ หิรัญไกรลาส หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ได้นำเสนอสรุปผลการปฏิบัติงาน ประกอบด้วย โครงการป่าไม้เพื่อชีวิต, การติดตามสถานการณ์การตัดไม้มีค่า, รายงานสรุปผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและควบคุมไฟป่าประจำปีงบประมาณ 2568, แผนงานด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยวและศึกษาธรรมชาติบนดอยม่อนจอง และการดำเนินงานด้านการจัดตั้งหน่วยจัดการต้นน้ำและพัฒนาชุมชน

โอกาสนี้ อธิบดีกรมอุทยานฯ ยังได้มอบเสบียงอาหารให้แก่เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานอีกด้วยนายอรรถพล กล่าวสรุปว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่และชุมชนอย่างแท้จริง เพื่อให้การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาคุณภาพชีวิตเดินหน้าไปพร้อมกัน โดยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อยจะทำหน้าที่เป็น “ต้นแบบ” ในการบริหารจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์สำหรับพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป

สมจิตร แสงบันลังค์ DNP1362

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /อบจ.ชุมพร กำหนดแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธงคลองในหลวงประจำปี 2568 / เด็ก 3 ขวบเล่นน้ำคลองจมหายไปต่อหน้าต่อตาของยาย

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 2 กันยายน 2568 ที่อาคารโรงอาหาร ริมแก้มลิงหนองใหญ่ โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ ต.บางลึก อ.เมือง จ.ชุมพร นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชุมพร

พร้อมด้วย นายอภิชัย อินทนาคม ประธานสภา อบจ.ชุมพร นายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร นายสัญชัย หนูสุด นายกเทศมนตรีตำบลนาชะอัง พ.ต.อ.นิรันดร์ กันจู รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร ร่วมกันแถลงข่าวการจัดการแข่งขันเรือยาวประเพณีขึ้นโขนชิงธง จังหวัดชุมพร ประจำปี 2568

สรุปได้ว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร กำหนดจัดการแข่งขันดังกล่าว ระหว่างวันที่ 10 – 14 กันยายน 2568 คลองระบายน้ำหัววัง-พนังตัก (คลองในหลวง) หน้าโรงเรียนศรียาภัย 2 ต.นาชะอัง อ.เมือง จ.ชุมพร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ฯและคลองระบายน้ำหัววัง-พนังตัก

เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยจนทำให้ตัวเมืองชุมพรรอดพ้นจากอุทกภัยมาตั้งแต่ปี 2541 และแก้ปัญหาภัยแล้ง เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ฟื้นฟูแม่น้ำลำคลอง ตลอดจนเป็นการธำรงรักษาศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น ส่งเสริมความรัก ความสามัคคีในหมู่ประชาชน และสนับสนุน การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดชุมพร

กิจกรรมดังกล่าว อบจ.ชุมพร ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบันที่พระราชทานถ้วยรางวัลเรือยาวประเภท 32 ฝีพายผู้นำ และประเภท 16 ฝีพายทั่วไป สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยรางวัลเรือยาวประเภท 32 ฝีพายทั่วไปภายในจังหวัดชุมพร และสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางวัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานถ้วยรางวัลเรือยาวประเภท 8 ฝีพาย

ส่วนกิจกรรมประกอบด้วย การแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธง ประเภท 32 ฝีพายผู้นำ ประเภท 32 ฝีพายทั่วไปภายใน จังหวัดชุมพร, ประเภท 16 ฝีพายทั่วไป และประเภท 8 ฝีพาย พิธีเปิดงานการแข่งขันเรือยาวประเพณีฯ ในวันที่ 11 กันยายน 2568 พร้อมขบวนอัญเชิญ ถ้วยพระราชทาน และการแสดงรำถวายประกอบขบวนแห่ นิทรรศการแสดงถึงพระราชกรณียกิจงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล

อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ขบวนอัญเชิญถ้วยรางวัลพระราชทาน ประกวดกองเชียร์แข่งขันเรือยาว การแสดงลานวัฒนธรรม การแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงกิจกรรมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ โดยคาดว่าคงมีชาวชุมพรและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางมาชมการแข่งขันทั้ง 5 วันจำนวนหลายหมื่นคน

เด็ก 3 ขวบเล่นน้ำคลองจมหายไปต่อหน้าต่อตาของยาย ลอยหายไปไกล 2-3 กิโลเมตร

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 2 กันยายน 2568 เวลาประมาณ ๑๐.๓๕ น. กู้ภัยสว่างศรัทธาอารีย์ โดยนายสราวุธ สุขศรี อายุ 48 กับพวก ออกตามหาเด็กชายที่ถูกกระแสน้ำแรงพัดหายในวันที่ 1 กันยายน 2568 และได้มาพบผู้ตายใต้กองไม้ในคลองป่องห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ ๓ กิโลเมตร

จากกรณี วันที่ 1 กันยายน 2568 เวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น.พ.ต.ท.พิสัณห์ ศรีสวัสดิ์วัฒนา พงส.เวรฯ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.ละแม เหตุมีคนจมน้ำ เดินทางไปเกิดเหตุร่วมกับ ส.ต.ท.ชาญณรงค์ พรหมเรือง ผู้ช่วย พงส.ฯ
ที่เกิดเหตุ บ้านเลขที่ 153 ม.11 ต.ละแม อ.ละแม จว.ชุมพร รอง ผกก.(ป.)ฯกับพวก พบ ร.ต.อ.อุดร ทองคง สายตรวจเขตรับผิดชอบ พบนางอุษา หรือยาย อายุ 53 ปี ชาว ต.ละแม อ.ละแม จว.ชุมพร

ให้การว่าเป็นยายของ ด.ช.ธนภูมิหรือกัน นามอาษา ผู้ตาย อายุ ๓ ขวบเศษ เป็นบุตรของนางสาวฐณิตร์ฎา (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ที่อยู่เดียวกันลูกสาวของตนเอง ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายอยู่ร่วมกับนางอุษาฯและสามี เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๘ เวลาประมาณ 15.00 น.สามีของนางอุษาฯออกไปนอกบ้าน นางอุษาฯเล่นกับผู้ตาย ผู้ตายเดินไปที่ริมคลองป่องอย่างเร็ว ห่างจากบ้านประมาณ 50 เมตร เป็นคลองข้างบ้านที่ผู้ตายเคยลงเล่นน้ำเป็นประจำ นางอุษาฯเดินตามไปไม่ทัน ผู้ตายกระโดดน้ำ

นางอุษาฯกระโดดตามไม่ทัน น้ำลึกเกือบ ๒ เมตรไหลเชี่ยวพาผู้ตายไปตามน้ำ นางอุษาฯ ไปบอกคนข้างบ้านและตามสามีมาช่วย ต่อมาในวันเดียวกันเวลาประมาณ 15.00 น.เศษ พ.ต.ท.พชร อ่วมทองดี รองผกก.ป.สภ.ละแม ดร. ศิลปชัย จันทร์มีศรี ปลัดอาวุโส อำเภอละแม นายสมศักดิ์ ศรียุภักดิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 11 ตำบลละแม อำเภอละแม

ร่วมกับ กู้ภัยและชาวบ้านช่วยกันหาผู้ตายในคลอง ออกตามหา ได้ประมาณ 2-3 กม. มาพบร่างและอุ้มผู้ตายขึ้นมาพบบาดแผลที่บริเวณเหนือคิ้วขวา สันนิษฐานว่าร่างกายของผู้ตายน่าจะกระแทกกับหินที่อยู่ในคลอง ได้นำศพผู้ตายมาแพทย์

โรงพยาบาลละแมร่วมกับพนักงานสอบสวนชันสูตรพลิกศพที่บ้านนางอุษาฯ นางอุษา หรือยาย นางสาวฐณิตร์ฎา ฯ ไม่ติดใจในการตายของผู้ตายแต่อย่างใด และได้รับศพของผู้ตายจากโรงพยาบาลไปทำพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิดเหตุ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัย รร.บ้านปางอุ๋ง แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว #ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม #ให้ #นายพลากร #สุวรรณรัฐ #องคมนตรีและนายกมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ #ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัย ณ โรงเรียนบ้านปางอุ๋ง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

วันที่ 1 กันยายน 2568 ณ โรงเรียนบ้านปางอุ๋ง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรีและนายกมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัย

โดยมี นายวิลาศ รุจิวัฒนพงศ์ รองประธานฝ่ายบรรเทาทุกข์ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง นายเชษฐา โมสิกรัตน์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

เข้าร่วมเดินทาง พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูง ผู้อำนวยการสำนัก/กอง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนเข้าร่วมพิธี โดยนายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้กล่าวรายงาน

จากนั้น นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในการประชุมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์อุทกภัยพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัด

รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้รายงานสถานการณ์ โดยข้าราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม

หลังจากการประชุม นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี พร้อมด้วย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง นายเชษฐา โมสิกรัตน์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และข้าราชการที่เกี่ยวข้องได้ร่วมลงพื้นที่มอบสิ่งของพระราชทานแก่บ้านเรือนที่ประสบอุทกภัย พร้อมทั้งสำรวจบ้านเรือนที่พังเสียหาย พร้อมประสานงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคอยดูแลเรื่องความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีที่สุด อีกทั้งยัง ร่วมให้กำลังใจกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน กับภารกิจคืนบ้านให้กับผู้เสียหายจากสาเหตุอุทกภัยในครั้งนี้….
กรมการปกครองฟื้นฟูแม่แจ่มสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน สมจิตรแสงบันลังค์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ ร่วม สภาสังคมสงเคราะห์ ฯ และกองสลากกินแบ่งรัฐบาล ในโครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน” และ “หนึ่งใจ…ให้การศึกษา”เพื่อส่งมอบโอกาสดี ๆ ให้กับน้อง ๆ นักเรียน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 31 สิงหาคม 2568 ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ประธานมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ และกรรมการบริหารสลากกินแบ่งรัฐบาล

พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ลงพื้นที่จังหวัดตราด เพื่อมอบอุปกรณ์การศึกษาและจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 49 ตราด (โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ตราด) อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสนับสนุนด้านการศึกษาและคุณภาพชีวิตของเยาวชน ตลอดจนสร้างขวัญกำลังใจและมอบความอบอุ่นให้แก่นักเรียนในพื้นที่ห่างไกล โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

วันที่ 1 กันยายน 2568 ✨มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ ร่วมกับ
สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเดินหน้าสานต่อโครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน” และ “หนึ่งใจ…ให้การศึกษา”เพื่อส่งมอบโอกาสดี ๆ ให้กับน้อง ๆ นักเรียน

🤝 นำโดย🇹🇭 ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานมูลนิธิฯ และประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ🇹🇭 พันโท หนุน ศันสนาคมผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล🇹🇭 นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร

ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด🇹🇭 ดร.ธนวัชร์ วัฒนา เลขาประธานมูลนิธิฯ✨ พร้อมด้วยทีมจิตอาสา MOL และ “เก้ากุมาร เพื่อน ดร.แอม”

📚 ได้จัดเตรียมอาหารปรุงสุก มอบเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์การเรียน เพื่อช่วยเสริมทักษะการเรียนรู้ของน้อง ๆ โดยมี ผู้อำนวยการโรงเรียนเพียงหลวง 6 ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น📍

ณ โรงเรียนเพียงหลวง 6 อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราดเพราะ “การศึกษา” คือของขวัญล้ำค่าที่จะเปลี่ยนอนาคตของเด็ก ๆ ได้ ✨มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์หนึ่งใจให้การศึกษาตราด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค5 แถลงการณ์จับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญพร้อมของกลางยาบ้า 8 ล้านกว่าเม็ด ไอซ์ 4 ร้อยกว่ากิโลกรัม

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่1 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น.ตามนโยบายรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด บูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร, พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง, พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์, พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภาณุรัตน์หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. และ พล.ท.กิตติพงษ์แจ่มสุวรรณ มทภ.3 ได้รับบัญชาและข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติตำรวจภูธรภาค 5

โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.พิชญา บุญขจร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.มานพเสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผบก.ภ.จว.พะเยา และ พล.ต.ต.ภูมิปัญญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35 โดย พล.ท.กิตติพงศ์ ชื่นใจชน ฝ่ายปกครอง โดย นายชรินทร์ ทองสุข นายรัฐพล นราดิศร นายชุติเดช มีจันทร์ สำนักงาน ปปส.ภาค 5 โดย นายธันวา ผุดผ่อง มทน.3/ผบ.นบ.ยส.35 ผวจ.เชียงราย ผวจ.พะเยา ผวจ.ลำปาง ผอ.ปปส.ภาค 5 แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 4 คดี รวมของกลางยาบ้า จำนวน 8,600,000 เม็ด และ ไอซ์ จำนวน 450 กก.
1.สภ.แม่กา จว.พะเยา บูรณาการร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 4,000,000 เม็ด

  1. สภ.แม่สาย จว.เชียงราย บูรณาการร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 1,600,000 เม็ด
  2. สภ.สบปราบ จว.ลำปาง บูรณาการร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 5 คน พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 3,000,000 เม็ด
  3. สภ.แม่พริก จว.ลำปาง บูรณาการร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมของกลางไอซ์จำนวน 450 กก.
    คดีที่ 1 วันที่ 27 ก.ค.2568 เวลาประมาณ 01.00 น. สถานที่จับกุม ด่านตรวจยาเสพติดแม่กา สภ.แม่กา ต.แม่กา อ.เมืองพะเยา จว.พะเยา ต่อเนื่อง บริเวณริมถนนภายในหมู่บ้านห้วยเคียนม.2 ต.แม่กา อ.เมืองพะเยา จว.พะเยา ผู้ต้องหา 3 คน (1.นายก้องกังวาลฯ อายุ 60 ปี อ.สอง จว.แพร่, 2.นายนาถจักษ์ฯ อายุ 47 ปี อ.สอง จว.แพร่, 3.นายเหรียญทอง อายุ 40 ปีอ.เวียงแก่น จว.เชียงราย
    พฤติการณ์แห่งคดี เมื่อวันที่ 26 ก.ค.68 เวลาประมาณ 23.00 น. ภ.จว.พะเยา ได้รับการประสานจากส่วนสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศอ.ปส.ภ.5 ว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนพื้นที่ จว.เชียงราย เข้ามายังพื้นที่ จว.พะเยา และจะส่งต่อยาเสพติดไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ โดยขบวนการลักลอบใช้รถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไททัน สีเทา ทะเบียน กฉ 1142 มหาสารคาม เป็นพาหนะในการลักลอบขนลำเลียงยาเสพติด โดยมีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมาสด้า สีขาว ทะเบียน กน 616 แพร่ ทำหน้าที่เป็นรถนำสำรวจเส้นทาง จึงวางแผนจับกุม โดยมีพล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผบก.ภ.จว.พะเยา ควบคุมการปฏิบัติ ต่อมาวันที่ 27 ก.ค.68 เวลาประมาณ 00.50 น. พบรถยนต์เก๋ง ทะเบียน กน 616 แพร่ และ รถยนต์กระบะ ทะเบียน กฉ 1142 มหาสารคาม ขับติดตามกันไปผ่านพื้นที่ อ.ดอกคำใต้ มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ อ.เมืองพะเยา จึงสะกดรอยติดตามไปจนถึงด่านตรวจแม่กา จึงได้แสดงตัวและแสดงสัญญาณให้รถยนต์เก๋ง ทะเบียน กน 616 แพร่ หยุดรถและขอทำการตรวจค้นพบนายก้องกังวาน เป็นผู้ขับขี่ และมีนายนาถจักษ์ เป็นผู้โดยสาร จึงควบคุมตัวไว้ส่วนรถยนต์กระบะ ทะเบียน กฉ 1142 มหาสารคาม ได้หยุดจอดรถห่างจากด่านตรวจประมาณ 1 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจฯ ที่ติดตามจึงได้เข้าแสดงตัวและขอตรวจค้นแต่คนขับรถยนต์คันดังกล่าว ได้พยายามขับขี่รถหลบหนีจึงได้ติดตามไปจนถึงบริเวณถนนพหลโยธิน สายพะเยา-ลำปาง รถยนต์กระบะคันดังกล่าวได้หยุดรถและคนขับได้วิ่งหลบหนีจึงได้วิ่งติดตามไปและสามารถควบคุมตัวนายเหรียญทอง จึงได้ควบคุมตัวไปตรวจค้นรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) จำนวน 16 กระสอบ จำนวนประมาณ 4,000,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์บริเวณที่นั่งผู้โดยสารด้านหลัง จากนั้นจึงทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่กา จว.พะเยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีที่ 2 วันที่ 27 ส.ค.2568 เวลาประมาณ 21.00 น. สถานที่จับกุม ผู้ต้องหา ถนนพหลโยธิน (สายบ้านโป่ง-บ้านห้วยไคร้) พื้นที่บ้านสันต้นปุย หมู่ที่ 5 ต.ห้วยไคร้ อ.แม่สาย จว.เชียงราย1 คน (นายลีซัง อายุ 33 ปี อ.แม่จัน จว.เชียงราย
พฤติการณ์แห่งคดี เมื่อวันที่ 26 ส.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีกลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่แนวชายแดนในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.แม่สาย ไปส่งต่อให้กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดที่จะลำเลียงยาเสพติดไปสู่พื้นที่ตอนใน จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นและได้สั่งการให้จับกุมตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อมาเวลาประมาณ 21.00 น. พบรถยนต์ ยี่ห้อ นิสสัน สีเทา ทะเบียน บษ – 9680 เชียงราย ใช้หน้ากากอนามัยสีดำปิดอำพรางป้ายทะเบียนรถขับขี่รถมาตามถนนพหลโยธินสาย แม่จัน–แม่สาย เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อำพรางอยู่ตามเส้นทางจึงได้สะกดรอยติดตาม จากนั้นรถยนต์คันดังกล่าวได้หยุดรถและจอดอยู่ข้างทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจฯ จึงได้ใช้รถยนต์ปิดด้านหน้า-ท้ายรถและด้านข้างป้องกันการหลบหนีและแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอทำการตรวจสอบภายในรถยนต์คันดังกล่าว ในรถพบนายลีซัง เป็นผู้ขับขี่ ผลการตรวจสอบภายในรถยนต์คันดังกล่าว พบยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) จำนวน 8 กระสอบ รวมประมาณ 1,600,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องโดยสารหลังผู้ขับขี่ จากนั้นจึงทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย จว.เชียงราย ดำเนินการตามกฎหมาย

คดีที่ 3 วันที่ 27 ส.ค.68 เวลาประมาณ 06.00 น. สถานที่จับกุม ด่านสบปราบ ต.สบปราบ อ.สบปราบ จว.ลำปางผู้ต้องหา 5 คน (1.นายธราดล อายุ 34 ปี อ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ, 2. นายดนัย อายุ 24 ปี เขตราษฎรบูรณะกรุงเทพมหานคร, 3.นายถนอมศักดิ์ อายุ 26 ปี อ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ, 4.นายอดิศร อายุ 30 ปีอ.นายูง จว.อุดรธานี, 5. นางสาวดุษณี อายุ 31 ปี เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุ ศอ.ปส.ภ.5 ได้ทำการสืบสวนขยายผลการจับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมรถยนต์ 2 คัน ยาบ้า 4 ล้านเม็ด เหตุเกิดพื้นที่สภ.แม่กา จว.พะเยา เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2568 พบว่าไปรับยาเสพติดจากลุ่มลำเลียงยาเสพติดพื้นที่แนวชายแดนด้าน อ.เชียงแสน จว.เชียงราย จากการสืบสวนพบว่ามีนาย ป.(นามสมมุติ) เป็นคนสั่งการส่งมอบยาเสพติด และมีอีกหลายกลุ่มติดต่อรับมอบยาเสพติดจากนาย ป. จึงทำการสืบสวนติดตามเรื่อยมาต่อมาในห้วงวันที่ 24 – 25 ส.ค.68 พบรถยนต์กลุ่มลำเลียงยาเสพติดเคลื่อนตัวจากพื้นที่ตอนในขึ้นมายังพื้นที่ จว.เชียงรายโดยใช้รถยนต์บรรทุก 6 ล้อตู้ทึบและรถยนต์เก๋ง เป็นพาหนะ เชื่อว่าจะมารับยาเสพติดจาก นาย ป. ศอ.ปส.ภ.5 จึงบูรณาการร่วมกับ บก.สส.ภ.5และ ภ.จว.ในสังกัด ออกสืบสวนจับกุม โดยมี พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5 ความคุมการปฏิบัติ ต่อมาวันที่ 27 ส.ค.68 เวลากลางคืน พบรถบรรทุก 6 ล้อ ตู้ทึบ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 700-8484 กทม. ออกจากพื้นที่ จว.เชียงรายมุ่งหน้าเข้าพื้นที่ จว.พะเยา – ลำปาง จึงสะกดรอยติดตามจนพบรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี สีบรอนทอง ทะเบียน กจ 5534 ชัยนาท และ รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีเทา ทะเบียน กน 3628 เชียงราย ผลัดกันนำ / ตามรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ จึงได้ประสาน ด่านตรวจสบปราบ จว.ลำปาง เพื่อสกัดตรวจค้นจับกุมต่อมาวันที่ 27 ส.ค.68 เวลาประมาณ 06.00 น. สามารถสกัดจับกุมนายธราดล อายุ 34 ปี อ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ และนายดนัย อายุ 24 ปี เขตราษฎรบูรณะ กรุงเทพมหานคร พร้อมรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 700-8484 กทม. ตรวจค้นภายในกระบะตู้ทึบ พบยาเสพติดใหโทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบา) จำนวน 30 แพ็ค รวมประมาณ 3,000,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถบรรทุกคันดังกล่าวซึ่งทำการดัดแปลงทำเป็นช่องลับบริเวณด้านหน้าของตู้ ส่วนรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี สึบรอนทอง ทะเบียน กจ 5534 ชัยนาทและรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีเทา ทะเบียน กน 3628 เชียงราย ได้กลับรถหลบหนีมุ่งหน้าไปยัง อ.เมืองลำปาง จึงออกสืบสวนติดตามจับกุมต่อมาวันที่ 27 ส.ค.68 เวลาประมาณ 12.30 น. พบรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี สีบรอนทอง ทะเบียน กจ 5534 ชัยนาท และรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีเทา ทะเบียน กน 3628 เชียงรายจอดทิ้งไว้บริเวณสถานีรถไฟลำปาง จึงตรวจสอบข้อมูลผู้โดยสารจำนวน 3 คน คือนายถนอมศักดิ์อายุ 26 ปี อ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ, นายอดิศร อายุ 30 ปี อ.นายูง จว.อุดรธานีและนางสาวดุษณี อายุ 31 ปี เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานครหลบหนีขึ้นรถไฟเที่ยว 102 ออกจากสถานีรถไฟลำปาง เวลาประมาณ 08.50 น. เพื่อไปลงสถานีปลายทางที่ กทม. และรถไฟขบวนดังกล่าว อยู่ระหว่างการเดินทางระหว่างพื้นที่ จว.อุตรดิตถ์ – พิษณุโลก จึงได้ประสาน บก.สส.ภ.6, สภ.เมืองพิษณุโลก และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ก. ที่อยู่บนขบวนรถไฟออกสืบสวนจับกุมต่อมาวันที่ 27 ส.ค.68 เวลาประมาณ 13.30 น.สามารถควบคุมตัว นายถนอมศักดิ์, นายอดิศรและนางสาวดุษณี บนขบวนรถไฟ 102 นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สบปราบ จว.ลำปาง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีที่ 4 วันที่ 28 ก.ค.68 เวลาประมาณ 15.30 น. สถานที่จับกุม อุโมงค์ X-ray ด่านตรวจยาเสพติดแม่พริก หมู่ 5 ต.พระบาทวังตวง อ.แม่พริก จว.ลําปาง ผู้ต้องหา 1 คน (นายสิทธิพล อายุ 25 ปี อ.พบพระ จว.ตาก)พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนวันเวลาเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตํารวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่าจะมีการลักลอบลําเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ จว.เชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนในโดยจะใช้รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่สีขาว ทะเบียน ผร 6263 กทม. และรถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุรุ่นมิวเอ็กซ์สีขาวทะเบียน กต 103 เพชรบูรณ์จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และได้สั่งการให้จับกุมตัว ต่อมาวันที่ 25 ส.ค.68 เวลา ประมาณ 12.30 น. เจ้าหน้าที่ตํารวจฯ ได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณถนนสายรองบ้านแม่เชียงรายลุ่มอ.แม่พริก จว.ลําปาง พบรถต้องสงสัยลักษณะตรงกับที่สายลับแจ้งและสังเกตเห็นว่าภายในรถมีกระสอบจํานวนหลายใบอยู่ภายในรถ จึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดรถ แต่รถทั้งสองคันไม่หยุด และได้เร่งเครื่องขับฝ่าจุดตรวจจุสกัดหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ตํารวจฯ จึงติดตามรถคันดังกล่าวไปจนสามารถสกัดรถยนต์ ทะเบียน กต 103 เพชรบูรณ์ ได้พบนายสิทธิพล เป็นผู้ขับขี่ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจฯ สอบถามนายสิทธิพล ได้แสดงอาการพิรุธ หน้าซีด ตัวสั่น จึงได้เชิญตัวนายสิทธิพล และนํารถยนต์คันดังกล่าวมาที่ด่านตรวจยาเสพติด สภ.แม่พริกฯ เพื่อตรวจสอบโดยอุโมงค์ X-ray ด่านตรวจยาเสพติดแม่พริก อ.แม่พริก จว.ลําปาง พบเป็นถุงพลาสติกสีดํา จํานวน 15 ใบ และได้ทำการตรวจสอบภายในถุงพลาสติกโดยละเอียดอีกครั้งพบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนไอโดรคลอไรหรือไอซ์) จำนวนถุงละ 30 ก้อน อยู่ภายในถุงพลาสติดสีดำ น้ำหนักรวมทั้งหมดประมาณ 450 กก. จากนั้นจึงได้ทําการจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนําส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่พริก จว.ลำปาง ดําเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

สรุปผลการจบั กุมยาเสพติด ของ ตํารวจภูธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.67 – 31 ส.ค.68
จับกุมคดียาเสพติด

  • จํานวน 24,292 คดี – คดียาเสพติดรายสำคัญ 241 คดี

ตรวจยึดของกลางยาเสพติด

  • ยาบา้ 257 ล้านเม็ด
  • ไอซ์ 11,800 กิโลกรัม
  • เฮโรอีน 209 กิโลกรัม
  • เคตามีน 1,840 กิโลกรัม
  • ฝิ่น 155 กิโลกรัม

สมจิตรแสงบันลังค์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เศร้า…ปลัดอำเภอนั่งเสียชีวิตบนเก้าอี้บริเวณลานจอดรถหลังที่ว่าการอำเภอหว้านใหญ่ พบจดหมายสั่งเสีย 3 ฉบับ คาดปัญหาความเครียดส่วนตัว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 เวลา 07.30 น พ.ต.อ.เจด็จ​ ปรีพลู​ ผกก.สภ.หว้านใหญ่​ จ.มุกดาหาร​ ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตจากอาวุธปืนลูกซองในลานจอดรถด้านหลังที่ว่าการอำเภอหว้านใหญ่ จึงสั่งการให้ ร.ต.อ.​ชัชวาล​ มัคคะรม รองสารวัตร(สอบสวน)​ ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตคือ นายสุภาพ เมืองโคตร อายุ 53 ปี ปลัดอำเภอนิคมคำสร้อย และเป็นอดีตปลัดอำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เสียชีวิตในสภาพนั่งอยู่บนเก้าอี้ มีบาดแผลจากการยิงที่ศีรษะ ใกล้ตัวพบอาวุธปืนลูกซองยาววางบนหน้าตัก ขณะเดียวกันยังเปิดเสียงธรรมะสอนใจไว้ในที่เกิดเหตุ ใกล้กันพบรถยนต์เก๋ง MG สีแดงของผู้ตายจอดอยู่

พยานในพื้นที่ให้การว่า เวลาประมาณเที่ยงคืนได้ยินเสียงดังคล้ายประทัดหนึ่งครั้ง แต่เข้าใจว่าเป็นเสียงหม้อไฟระเบิดจึงไม่ได้สนใจ กระทั่งเช้า พบรถเก๋งคันคุ้นตาจอดอยู่ จึงเข้าไปตรวจสอบและพบผู้เสียชีวิต

ญาติผู้ตายเผยว่า นายสุภาพอาจมีความเครียดส่วนตัว โดยตำรวจตรวจค้นห้องพักพบจดหมายสั่งเสียจำนวน 3 ฉบับ ซึ่งครอบครัวยังไม่ขอเปิดเผยเนื้อหา ทั้งนี้ผู้เสียชีวิตเพิ่งย้ายจากอำเภอหว้านใหญ่ บ้านเกิด ไปประจำอำเภอนิคมคำสร้อยราว 5 เดือน และมักกลับบ้านในช่วงวันหยุด ก่อนจะพบว่าเสียชีวิตในพื้นที่บ้านเกิด

ปลัดอำเภอเสียชีวิต #ยิงตัวตาย #ข่าวมุกดาหาร #ข่าวเศร้า #จดหมายสั่งเสีย #หว้านใหญ่ #นิคมคำสร้อย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้///ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บางกลอยแจกทุเรียนกินฟรีพร้อมจัดแข่งขันชิงแชมป์ มอเตอร์ไซค์วิบาก เอ็นดูโร่ 14 จังหวัดภาคใต้

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 31 สิงหาคม 2568 นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) ชุมพร มอบหมายให้นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ เลขานุการนายก อบจ. ชุมพร เป็นประธานเปิดโครงการแข่งขันกีฬาจักรยานยนต์วิบาก อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร โดยมี นายสุรพศ สุวรรณรักษา ผู้ใหญ่บ้านบางกลอยหมู่ที่ 9 ตำบลหงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ และคณะกรรมการจัดการแข่งขัน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกันดำเนินงาน ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก อบจ.ชุมพร

นายสุรพศ กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาจักรยานยนต์ วิบาก อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ครั้งนี้ มีการจัดระหว่างวันที่ 29-31 สิงหาคม 2568 ณ สนามกีฬาประจำหมู่บ้านบางกลอย มีการจัดการแข่งขัน จำนวน 16 รุ่น มีนักแข่งจาก 14 จังหวัดภาคใต้ เข้าร่วมทำการแข่งขันกว่า 300 คันวัตถุประสงค์ในการจัดการแข่งขัน เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และห่างไกลยาเสพติด เพื่อส่งเสริมสุขนิสัยในการออกกำลังกายแก่เยาวชนและ ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อส่งเสริมสุขภาพพลานามัย ให้แก่ประชาชนทุกเพศทุกวัย มาเล่นกีฬา

เพื่อสุขภาพ ส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย สามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมและชุมชนอย่างมีความสุข อีกทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดชุมพร และ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดชุมพร ซึ่งการจัดแข่งขันกีฬากีฬาจักรยานยนต์วิบาก อำเภอท่าแซะ ในครั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร โดยกองการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้ดำเนินการจัดการแข่งขัน ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น รวมทั้งทั้งพี่น้องประชาชน บ้านบางกลอย และพื้นที่ใกล้เคียงในการสนับสนุนให้ใช้พื้นที่จัดการแข่งขันตลอดเส้นทาง รวม 55 กิโลเมตร

นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า เป็นมิติใหม่ในการบูรณาการทำงานร่วมกัน และเป็น การรวมพลของคนท้องถิ่น ในการขับเคลื่อนการพัฒนาแก้ไขปัญหาของท้องถิ่นให้เกิดผลสำเร็จ รวมทั้งเป็นการสร้างความสมานฉันท์ สร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในท้องถิ่นและสังคมไทย ในปัจจุบันมีปัจจัยหลายด้านที่เป็นปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน และประชาชน ให้ดีขึ้น เช่นปัญหาอบายมุข และปัญหายาเสพติด ซึ่งล้วนเป็นปัญหาที่สำคัญของสังคมที่ภาครัฐทั้งระดับท้องถิ่น และระดับประเทศ ต่างคิดค้นหาวิธีการในการ แก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้หมดสิ้นไป องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก เยาวชนรวมทั้งประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี

จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะขจัดปัญหาต่างๆ ให้หมดไปจากชุมชนให้สำเร็จ โดยการส่งเสริมให้เด็ก เยาวชนและประชาชน มาสนใจเล่นกีฬารูปแบบต่าง ๆ เพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และทำให้มีสุขภาพกายและสุขภาพใจสมบูรณ์แข็งแรง มีจิตใจที่มั่นคง ไม่หวั่นไหวต่ออบายมุขต่างๆ และที่สำคัญคือ การเล่นกีฬาก่อให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีในชุมชนและสังคม ได้เป็นอย่างดีผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าในการจัดการแข่งขันมอเตอร์ไซค์วิบากแอนดรูโร่ในครั้งนี้ ชาวบ้านบางกลอย ได้นำทุเรียนจำนวนมาก มาแกะและแจกให้กับผู้ที่เข้าร่วมแข่งขันและผู้ที่เดินทางมาเที่ยวได้รับประทานฟรีอย่างเต็มที่อีกด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบจ. ส่งเสริมท่องเที่ยวชุมชนขยายธุรกิจสู่ท้องถิ่น ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคีเครือข่าย

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 18.00 น วันที่ 30 ส.ค 68 นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ เลขานุการนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)ชุมพร เป็นประธานเปิดงานโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ณ พรผู้สร้าง ตำบลหงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร โดยมีนายพิศิษฐ์ ฤทธิชัยสงคราม นายอำเภอท่าแซะ หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดระดับอำเภอ ฝ่ายปกครองท้องที่ ฝ่ายปกครองท้องถิ่น เครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน และพี่น้องประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก

นายชนะ นาคภู่ ประธานเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนอำเภอท่าแซะ กล่าวว่า ต้องขอบคุณ นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ที่ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริม
การท่องเที่ยวเชิงการเกษตร และผลักดันให้เกิดการจัดงาน”โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร”

ขึ้นเพราะ อำเภอท่าแซะพรั่งพร้อมด้วยทรัพยากรท่องเที่ยวหลักที่มีความโดดเด่นด้านการเกษตรเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ผลผลิตทางการเกษตร ปัจจุบันมีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งที่เป็นการท่องเที่ยวโดยชุมชน การท่องเที่ยว ชนบท การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร จึงเล็งเห็นถึงจุดเด่นจากภาคการเกษตรนำมาผสมผสานให้เกิดการท่องเที่ยวเที่ยวเชิงเกษตร

จึงร่วมกันจัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอท่าแชะ เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้แหล่งท่องเที่ยวชุมชน กระจายรายได้ทางการท่องเที่ยวสร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่าย เพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการ

เกษตร เพิ่มกิจกรรมการมีส่วนร่วมให้ประชาชนได้รู้จักการ ท่องเที่ยวเชิงเกษตรมากยิ่งขึ้น ส่งเสริมการเรียนรู้ การทำการเกษตรที่หลากหลาย การทำการเกษตรที่ปลอดภัย และสร้างความเข้มแข็ง ให้กับท้องถิ่นชุมชน กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 30-31 สิงหาคม

โดยจัดให้มีกิจกรรมทั้งหมด 10 กิจกรรม ประกอบด้วย บูธ ร้าน อาหารจากเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน 2. กิจกรรมพาชมสวนเกษตรอินทรีย์ผสมผสาน 3. กิจกรรมสาธิตการดำนา 4. กิจกรรมการติดตาทุเรียน 5. กิจกรรมสาธิตการทำขนมไทย 6. กิจกรรมสาธิตการคั่วกาแฟ

7. กิจกรรมสาธิตกางเต็นท์ 8. การแสดงศิลปวัฒนธรรมชุมชน และการแสดงดนตรี 9. กิจกรรมเช็คอินสำหรับนักท่องเที่ยว 10. กิจกรรมประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการขยายตัวของการท่องเที่ยวโดยชุมชน นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ได้ติดภารกิจสำคัญ

จึงได้มอบหมายให้ ตนเองมาเป็นประธานพิธีเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอท่าแซะ รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาเป็นประธานซึ่งขอชื่นชม เครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรท่าแซะ หม่อนไหมชุมพร

ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรชุมพร อำเภอท่าแซะ
สำนักงานพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอท่าแชะ ภาคีเครือข่าย และผู้นำชมชนในอำเภอท่าแซะ ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ในการผลักดันกิจกรรมต่าง ๆ

เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ของอำเภอท่าแซะ สำหรับการจัดงานโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอท่าแซะครั้งนี้โดยคาดหวังว่า จะสามารถสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วไป ได้รู้จักการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ของอำเภอท่าแชะ และจังหวัดชุมพร เพิ่มมากยิ่งขึ้น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปกครองดงหลวง บุกสกัดแก๊งค้ายา โดดน้ำหนี – ยึดยาบ้า ปืน รถจักรยานยนต์ได้ครบ พร้อมเร่งขยายผลล่าตัวผู้ต้องหา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอดงหลวง (ศป.ปส.อ.ดงหลวง) ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ในพื้นที่ตำบลพังแดง อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล “No Drugs No Dealers”

ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถพบผู้ต้องสงสัยจำนวน 4 ราย ขณะทำการปิดล้อมตรวจค้นบริเวณจุดนัดหมายซื้อขายยาบ้า ริมห้วยบางทราย หมู่ 1 ตำบลพังแดง อำเภอดงหลวง

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่แสดงตน นาย สิงห์ เชื้อคำฮด อายุ 36 ปี ชาวหมู่ 1 ตำบลพังแดง อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายยาบ้า พร้อมพวกอีก 3 คน ได้กระโดดลงลำน้ำห้วยบางทรายเพื่อหลบหนี

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางได้ คือ ยาบ้า 115 เม็ด เงินสด 2,897 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ปืนแก๊บ 1 กระบอก และรถจักรยานยนต์ 2 คัน

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล และจะขออนุมัติศาลจังหวัดมุกดาหารเพื่อออกหมายจับ นายสิงห์ เชื้อคำฮด และผู้ร่วมขบวนการต่อไป

ปราบยาเสพติด #NoDrugsNoDealers #ฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง #ดงหลวง #มุกดาหาร #ศปปส #หยุดยาเสพติด #ปกครองเข้มแข็ง ///ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พายุดีเปรสชันถล่มมุกดาหาร ฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำท่วมหลายจุด เขตเทศบาลอ่วม! – ระดับน้ำสูงถึงเอว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง “พายุดีเปรสชันและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 4 (227/2568) ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น.

ของวันที่ 30 สิงหาคม 2568 พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางได้ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย โดยในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

จังหวัดมุกดาหารนับเป็นพื้นที่หนึ่งที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม ทำให้หลายพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหารเกิดน้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะบริเวณชุมชนและซอยที่อยู่ใกล้แนวคลองระบายน้ำ

เวลา 06.00 น. ของวันที่ 31 สิงหาคม นายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองมุกดาหาร พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่นำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือประชาชนในซอยศรีประเสริฐ 3 และ 4

ซึ่งระดับน้ำท่วมสูงถึงระดับเอว หลายครอบครัวต้องอพยพออกจากบ้านเรือนชั่วคราว ขณะเดียวกันถนนศรีบุญเรืองบริเวณด้านข้างร้านเบียร์สดถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถสัญจรได้

ที่ชุมชนศรีบุญเรือง ซอย 7 เจ้าหน้าที่เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ ส่วนในซอยศรีประเสริฐ 2, 3 และ 4 ซึ่งอยู่ติดคลองระบายน้ำโยธาธิการ น้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว เนื่องจากคลองดังกล่าวรับน้ำจากคลองหินอ่างและคลองร่องปอ ก่อนจะไหลลงสู่ห้วยแข้ด้านหลังสำนักสงฆ์หนองพุทธโคตร แต่ระดับน้ำแม่น้ำโขงที่สูงขึ้นทำให้น้ำเอ่อเข้าห้วยแข้ ส่งผลให้การระบายน้ำช้าลงและเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ชุมชน

เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันฯ ได้นำกระสอบทรายกั้นรอบบ้านเรือนและจัดทำแนวกั้นชั่วคราวเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมยานพาหนะ พร้อมทั้งประสานขอเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งช่วยเหลือ

ทั้งนี้ เทศบาลเมืองมุกดาหารได้จัดตั้งทีมเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง หากฝนยังตกต่อเนื่องมีความเป็นไปได้ที่ระดับน้ำจะสูงขึ้นอีก และได้ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด

น้ำท่วมมุกดาหาร #ฝนตกหนัก #พายุดีเปรสชัน #เทศบาลเมืองมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬ จัดกิจกรรม “ฟุตบอลคลินิกสัญจร” สัปดาห์สุดท้าย สร้างแรงบันดาลใจและเสริมทักษะสุขภาพกีฬาแก่เยาวชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30–31 สิงหาคม 2568 จังหวัดบึงกาฬได้จัดกิจกรรมโครงการ “จังหวัดบึงกาฬฟุตบอลคลินิกสัญจร” สัปดาห์ที่ 4 ซึ่งเป็นสัปดาห์สุดท้ายของการดำเนินโครงการ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเงินบริจาคของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มีกิจกรรมจัดขึ้นในพื้นที่อำเภอศรีวิไล และอำเภอบึงโขงหลง เพื่อเสริมสร้างทักษะการเล่นกีฬา ส่งเสริมสุขภาพ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนในพื้นที่

พิธีเปิดกิจกรรมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุมโรงเรียนศรีวิไลวิทยา โดยมีนายไพรวัลย์ อรกุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนศรีวิไลวิทยา ให้เกียรติเป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ และโรงพยาบาลศรีวิไล ซึ่งได้จัดทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ มาร่วมให้ความรู้แก่นักเรียนและเยาวชนเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การป้องกันการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ตลอดจนแนวทางการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและการปฏิบัติที่ถูกต้องในการออกกำลังกายและการเล่นกีฬา

ในโอกาสนี้ นายรัชชานนท์ ศรีนอก อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดปรีโอลิมปิก ได้ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และแนวคิดเกี่ยวกับเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ทั้งในระดับประเทศและระดับสโมสร เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้แก่นักเรียนและเยาวชน พร้อมร่วมทำกิจกรรมฝึกทักษะและการลงเล่นฟุตบอลในภาคสนามอย่างใกล้ชิด

นอกจากนั้น ในวันเดียวกัน โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม อำเภอบึงโขงหลง ได้จัดกิจกรรมควบคู่กัน โดยมีนายจักรพงศ์ หมื่นรัตน์ อดีตนักฟุตบอลสโมสรหนองคาย เอฟซี และศิษย์เก่าโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย มาร่วมเป็นวิทยากร ถ่ายทอดทักษะการเล่นฟุตบอล พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเส้นทางลูกหนังให้กับเยาวชนในพื้นที่

ในโอกาสนี้ นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ได้เดินทางไปร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม พร้อมกล่าวให้โอวาทแก่เยาวชน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเล่นกีฬาในการพัฒนาทักษะชีวิต ความมีระเบียบวินัย การทำงานเป็นทีม และการสร้างโอกาสในอนาคต พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่ากิจกรรมฟุตบอลคลินิกสัญจรครั้งนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเยาวชนของจังหวัดบึงกาฬให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมต่อไป

การดำเนินกิจกรรมโครงการ “จังหวัดบึงกาฬฟุตบอลคลินิกสัญจร” ตลอด 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจและการตอบรับจากเยาวชนในพื้นที่เป็นอย่างดี ถือเป็นกิจกรรมที่มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างทักษะกีฬา พัฒนาสุขภาพ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชน พร้อมทั้งช่วยปลูกฝังวินัยการออกกำลังกายและการทำงานเป็นทีม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม

ทั้งนี้ เยาวชนที่ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมในโครงการ จะนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปต่อยอดในการแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–15 กันยายน 2568 อันเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพและพัฒนาทักษะด้านกีฬาอย่างยั่งยืน

ฟุตบอลคลินิกสัญจร #จังหวัดบึงกาฬ #กีฬาเยาวชน #สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ธนา นภาดล เปิดตัว “เดอะ ปาล์ม แกรนดิโอ้ พัทยา-มอเตอร์เวย์” ชูทำเลทองแห่งอนาคต

แชร์เนื้อหานี้

บริษัท ธนา นภาดล จำกัด โดย คุณภาค ธนาอัครชล ประธานกรรมการบริษัทฯ และคุณญดา จิรฉัตรบวรกุล กรรมการผู้จัดการ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้ตลาดบ้านหรูพัทยา ด้วยการประกาศเปิดตัวโครงการ “เดอะ ปาล์ม แกรนดิโอ้” (The Palm Grandio’s Pattaya-Motorway) มูลค่าโครงการกว่า 1,200 ล้าน เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับมาสเตอร์พีซ นิยามใหม่ของการอยู่อาศัยเหนือระดับ ท่ามกลางสังคมคุณภาพจำนวนเพียง 117 ครอบครัว บนทำเลที่ผสานความสงบเงียบและความสะดวกสบาย

เดอะ ปาล์ม แกรนดิโอ้ เป็นโครงการที่พักอาศัยที่ได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถันจากแนวคิด ” Modern Classic” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมสแกนดิเนเวียและสไตล์ยุโรป เพื่อให้บ้านทุกหลังสะท้อนถึงรสนิยมอันโดดเด่นของผู้อยู่อาศัย ภายในบ้านถูกออกแบบให้มีเพดานสูง (High Ceilings) ที่ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย และเปิดรับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ด้วยหน้าต่างบานใหญ่ พร้อมเชื่อมต่อพื้นที่ภายในกับสวนสไตล์อังกฤษภายนอก ด้วยดีไซน์ “Inside Out – Outside In” เพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น และมีชีวิตชีวาเสมือนการพักผ่อนที่เหนือไปอีกระดับ

โครงการมีขนาดที่ดินประมาณ 40 ไร่ และนำเสนอแบบบ้านเดี่ยว 2 ชั้นถึง 3 แบบ (Type A – C) ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกขนาดครอบครัวอย่างแท้จริง ทั้งในด้านพื้นที่ใช้สอย และฟังก์ชันที่ครบครัน เริ่มต้นพื้นที่ 221-352 ตร.ม. โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 7 – 14 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับบ้านระดับนี้ เกิดกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 50% และขณะนี้บริษัทกำลังเร่งดำเนินงานก่อสร้างเพื่อส่งมอบบ้านใน 2 เฟสแรก ให้แก่ลูกค้าโดยเร็ว
ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบองค์รวม

นอกเหนือจากดีไซน์ที่โดดเด่น เดอะ ปาล์ม แกรนดิโอ้ ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติ ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตั้งแต่คลับเฮาส์หรู, สระว่ายน้ำขนาดใหญ่พร้อมจากุซซี่ และพื้นที่พักผ่อนแบบซันเคน สำหรับผู้ที่รักสุขภาพ โครงการมีทั้งห้องฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ครบครัน ห้องโยคะ และลู่วิ่งออกกำลังกาย นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับทุกคนในครอบครัว เช่น สวนส่วนกลางและสวนหลังบ้าน สนามเด็กเล่นเพื่อการเรียนรู้ รวมถึงพื้นที่ Co-Working Space ที่ตอบรับไลฟ์สไตล์การทำงานยุคใหม่ และที่สำคัญ โครงการยังติดตั้งจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charge Point) เพื่อรองรับเทรนด์พลังงานสะอาด

ในด้านความปลอดภัย โครงการยกระดับมาตรฐานด้วย “Premium Security System” ที่ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง, ระบบ Easy Pass และกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยทุกคนอุ่นใจได้อย่างสูงสุด
ทำเลทองแห่งการเชื่อมต่อและการลงทุน ทำเลที่ตั้งของโครงการถือเป็นจุดแข็งที่เหนือกว่า ด้วยศักยภาพการเดินทางที่เชื่อมต่อกับถนนมอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-พัทยาได้ภายใน 5 นาที

ทำให้การเดินทางเข้า-ออกเมืองเป็นไปอย่างราบรื่น อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำอย่าง Terminal 21 และ Central Pattaya ที่ใช้เวลาเพียง 10 นาที รวมถึงใกล้กับโรงเรียนนานาชาติชั้นนำ เช่น Regent’s International School, Rugby School Thailand และ Mooltripakdee International School ทำให้เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่มองหาความสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตในเมืองและธรรมชาติ รวมทั้งสนามบินนาชาติหัวใจของของ ECC

บริษัท ธนา นภาดล จำกัด ก่อตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ และมีประสบการณ์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาอย่างยาวนาน และการเปิดตัวโครงการ เดอะ ปาล์ม แกรนดิโอ้ ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ตลาดไฮเอนด์ และตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการสร้างสรรค์โครงการคุณภาพสูงสุด โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างบ้านหรูที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ระดับบน และขยายไปสู่การพัฒนาในมิติใหม่ ๆ ทั้งที่อยู่อาศัย โรงแรม และบริการอื่น ๆ ขึ้นมาเพื่อโฟกัสการเติบโตในอนาคต