สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารสนั่น! “ยศชนัน” แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ปราศรัยใหญ่เปิดนโยบาย “แก้หนี้-ประกันกำไรเกษตรกร” พร้อมเขย่าวงการสาธารณสุขด้วย 30 บาท

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งเป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรค

เดินทางลงพื้นที่เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ ผู้สมัคร ส.ส. มุกดาหาร เขต 1 และ น.ส.ปิยธิดา บุตรกาล ผู้สมัคร ส.ส. มุกดาหาร เขต 2 โดยมีพี่น้องประชาชนชาวมุกดาหารแห่เข้าร่วมรับฟังนโยบายจนเต็มพื้นที่สนาม

นายยศชนัน ได้กล่าวปราศรัยโดยเน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ที่จะผลักดันให้จังหวัดมุกดาหารเป็น “แหล่งเกษตรปลอดภัย ก้าวไกลการค้า พัฒนาการท่องเที่ยว”

พร้อมประกาศยกระดับคุณภาพชีวิตชาวมุกดาหารด้วยชุดนโยบายที่จับต้องได้จริง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาปากท้องที่เป็นหัวใจหลัก สำหรับนโยบายไฮไลท์ที่นำเสนอต่อชาวมุกดาหาร ประกอบด้วย:

การแก้หนี้แบบเบ็ดเสร็จ: นโยบายแก้หนี้ทั้งระบบ พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้สูงอายุในการยกเลิกหนี้ และการพักหนี้เกษตรกรนาน 3 ปี เพื่อให้ประชาชนได้ตั้งตัวใหม่รุกด้านเกษตรกรรม: ประกันกำไรสินค้าเกษตรต้องไม่ต่ำกว่า 30% พร้อมมอบ “คูปองปุ๋ย-เมล็ดพันธุ์” เพื่อลดต้นทุนการผลิต

กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก: นโยบาย “บิลลุ้นล้าน” สร้างเศรษฐีใหม่วันละ 9 คน และนโยบาย “ยิ่งกว่าพลัส” ที่รัฐช่วยจ่าย 70% ประชาชนจ่ายเพียง 30%

เพื่อลดภาระค่าครองชีพยกระดับสาธารณสุขและจุดแข็งเพื่อไทย: ต่อยอดนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค สู่ “30 บาทรักษาทุกที่” และการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการรักษา (30 บาท AI) เพื่อการเข้าถึงที่รวดเร็วขึ้น

อนาคตทางการศึกษา: สานต่อทุน ODOS (หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน) เพื่อให้ลูกหลานชาวมุกดาหารที่อยากเรียนต้องได้เรียนอย่างเท่าเทียมในช่วงท้ายของการปราศรัย นายยศชนันได้กล่าวอ้อนขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชน ให้ความไว้วางใจเลือกผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 เขต รวมถึงเลือกพรรคเพื่อไทยให้ชนะขาด

เพื่อเข้าไปเป็นรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากในสภาฯ และนำนโยบายเหล่านี้มาเปลี่ยนชีวิตชาวมุกดาหารให้ดีขึ้นทันที “วันนี้เราตั้งใจจริงที่จะทำเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นให้ได้

เหมือนที่เคยทำสำเร็จมาแล้วในอดีต ขอให้พี่น้องเชื่อใจพรรคเพื่อไทย เลือกทั้งคน ทั้งพรรค เข้าไปทำงานรับใช้พี่น้องให้กินดีอยู่ดีอย่างยั่งยืน” นายยศชนัน กล่าวท่ามกลางเสียงเชียร์ดังกึกก้อง

เพื่อไทยมุกดาหาร #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #พรรคเพื่อไทย #มุกดาหาร #เลือกตั้ง2569 #นโยบายเพื่อไทย #แก้หนี้ #เกษตรปลอดภัย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วว. ผนึกกำลัง ป.ป.ส. ยกระดับมาตรฐานพืชเศรษฐกิจและการแพทย์ ชูเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ พัฒนาสายพันธุ์ กัญชา–เห็ดขี้ควาย

แชร์เนื้อหานี้

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผนึกความร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เดินหน้าหารือแนวทางการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์พืชเสพติดที่มีศักยภาพทางการแพทย์ ได้แก่ กัญชา และเห็ดขี้ควาย โดยมุ่งยกระดับมาตรฐานพืชเศรษฐกิจทางการแพทย์ของประเทศ ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ โดยเฉพาะเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue Culture)

การประชุมหารือดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 20 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุม กวท. อาคาร RD1 วว. เทคโนธานี คลองห้า จังหวัดปทุมธานี โดยมี ดร.พงศธร ประภักรางกูล รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ วว. ให้การต้อนรับและเป็นประธานการประชุมร่วมกับ นายศิริสุข ยืนหาญ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมคณะทำงานจากสำนักยุทธศาสตร์ สถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด และสถาบันสำรวจและควบคุมพืชเสพติด

ทั้งนี้ วว. ยังได้มีคณะผู้บริหารและนักวิจัยร่วมประชุม ได้แก่ ดร.ฮงทัย แซ่ต้น และ ดร.ชนิญญา ชัยสุวรรณ ที่ปรึกษา วว. นายมนตรี แก้วดวง รักษาการผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ (ศนก.) นางสาวอุบล ฤกษ์อ่ำ ผู้เชี่ยวชาญวิจัย ตลอดจนนักวิจัยจาก ศนก. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

บูรณาการองค์ความรู้ พัฒนา “สายพันธุ์มาตรฐาน”การหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ บูรณาการองค์ความรู้ด้านการคัดเลือก ปรับปรุง และพัฒนาสายพันธุ์พืชเสพติดที่มีศักยภาพทางการแพทย์ เพื่อรองรับการวิจัย การแพทย์ และอุตสาหกรรมชีวภาพอย่างมีมาตรฐานและถูกต้องตามกฎหมาย โดยมุ่งเน้นการใช้ เทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue Culture) เพื่อควบคุมคุณภาพสายพันธุ์ ลดความแปรปรวนทางพันธุกรรม และสร้างต้นแบบสายพันธุ์ที่มีคุณลักษณะเฉพาะด้านสารออกฤทธิ์ที่เหมาะสมต่อการใช้ทางการแพทย์

ยกระดับ “พืชเสพติด” สู่ “พืชเศรษฐกิจทางการแพทย์”ความร่วมมือระหว่าง วว. และ ป.ป.ส. ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบวิจัยและควบคุมพืชเสพติดที่มีศักยภาพเชิงการแพทย์อย่างรอบด้าน ตั้งแต่การพัฒนาสายพันธุ์ การควบคุมมาตรฐาน ไปจนถึงการสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมชีวภาพ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพอย่างถูกต้อง โปร่งใส และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน

วางรากฐานนโยบายและทิศทางวิจัยในอนาคตที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานร่วมกันในอนาคต อาทิ
• การจัดทำฐานข้อมูลสายพันธุ์มาตรฐาน
• การพัฒนาห้องปฏิบัติการและมาตรฐานการตรวจพิสูจน์
• การส่งเสริมงานวิจัยเชิงลึกด้านสารออกฤทธิ์ทางการแพทย์
• การสนับสนุนเชิงนโยบายเพื่อสร้างระบบนิเวศ

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญ กองทัพภาคที่ 1 กองทัพบก บูรณะองค์พระพิฆเนศ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกองทัพภาคที่ 1 เป็นสิริมงคลเพื่อแผ่นดิน

อาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำสักการะสมเด็จพระพุทธปฐมปัจเจกศรีนาคราชพุทธเจ้า บวงสรวงสักการะพระพิฆเนศ สิ่งศักดิ์สิทธิ์พร้อมทั้งร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภช องค์พระพิฆเนศ

เพื่อความเป็นสิริมงคลกับ กองทัพภาคที่ 1 กองทัพบก ทหารกล้าปกป้องแผ่นดิน และชาติบ้านเมืองโดยมี พลโทวรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธีอาจารย์สมพล พลธนันต์ นำอธิษฐานจิต พร้อมด้วยคณะนายทหารและกำลังพลกองทัพภาคที่ 1 เข้าร่วมพิธี ณ บริเวณหน้ากองทัพภาคที่ 1

ทั้งนี้ ได้ตั้งจิตอธิษฐานในบุญบารมีทั้งปวง เพื่อความเป็นสิริมงคล นำมาซึ่งความสุขและความเจริญรุ่งเรืองแก่ประเทศชาติ ตลอดจนอุทิศบุญกุศลแด่นักรบทหารกล้าทุกนายที่ได้สละชีพเพื่อชาติขอน้อมส่งพลังบุญและมงคลอธิษฐาน ให้แด่กัลยาณมิตรทุกท่าน ได้รับผลบุญบารมีทุกประการ เทอญ…

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตรวจเยี่ยมการเลือกตั้งล่วงหน้า เขตเลือกตั้งที่ 5 ณ บริเวณประรำข้างหอประชุมที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี

แชร์เนื้อหานี้

วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.30 น.
ภายใต้การอำนวยการของนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี/ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดหวัดนครปฐม

พร้อมด้วย พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมนสุนทร ผกก.สภ.นครชัยศรี นายสุริยา บุญเรืองยศศิริ พัฒนาการจังหวัดนครปฐม/กรรมการการเลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดหวัดนครปฐม นายพุฒศิษฐ์ โชคสิริหิรัญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี/ผู้อำนวยการการ

เลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดหวัดนครปฐม และคณะอนุกรรมการฯ ตรวจเยี่ยมการเลือกตั้งล่วงหน้า ประจำหน่วยเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 ณ บริเวณประรำข้างหอประชุมที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี ประกอบไปด้วย ในเขต 1 หน่วย

นอกเขต 10 หน่วย และบริเวณสถานสงเคราะห์คนชราเฉลิมราชกุมารี (หลวงพ่อเปิ่นอุปถัมภ์) ต.วัดสำโรง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐมหน่วยสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุ 1 หน่วย รวมทั้งสิ้น 12 หน่วย

ทั้งนี้ นายอำเภอนครชัยศรี/ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดหวัดนครปฐม ได้ให้กำลังใจการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประจำที่เลือกตั้งกลางและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ที่เสียสละเวลามาร่วมปฏิบัติงานการเลือกตั้ง และพูดคุยกับประชาชนผู้มาใช้สิทธิ์ ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนขอให้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดหวัดนครปฐม จำนวนทั้งสิ้น 4,865 คน เลือกตั้งสส.ล่วงหน้า69เขต 5 อ.นครชัยศรี จังหวัดนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เชียงราย จัด “มหกรรมศิลปวัฒนธรรมชาติพันธุ์” ต่อยอดอัตลักษณ์ สร้างมูลค่าเพิ่มการท่องเที่ยวชุมชน

แชร์เนื้อหานี้
default

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 จังหวัดเชียงราย โดย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย จัดงานมหกรรมศิลป

วัฒนธรรมชาติพันธุ์ Chiang Rai Ethnic Cultural Festival 2026 ณ สนามกีฬากลางบ้านเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 มกราคม ถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ในการนี้ได้รับเกียรติจาก นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการ

จังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดฯ และมี นางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย เป็นผู้กล่าวรายงาน

วัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อมุ่งเน้นการสืบสานและเผยแพร่มรดกทาง

วัฒนธรรมอันล้ำค่าของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายกิจกรรมภาย

ในงานประกอบด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตอันงดงาม เริ่มต้นด้วยขบวนพาเหรดแสดงวิถีชาติพันธุ์อย่างตระการตาจากทั้ง 18 อำเภอของจังหวัดเชียงราย

การจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมที่หาชมได้ยาก ทั้งในรูปแบบการแสดงวิถีแห่งชาติพันธุ์ดั้งเดิม และการแสดงดนตรีรวมถึงศิลปะการแสดงแบบประยุกต์ร่วมสมัย

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน อาทิ การแข่งขันฟอร์มูล่าม้ง และการแข่งขันกีฬาชาติพันธุ์รวม 5 ชนิดกีฬา

ประกอบด้วย วิ่งขาหยั่ง วิ่งแบกก๋วย กลิ้งครก ตักน้ำใส่กระบอก และการขว้างลูกข่าง ซึ่งล้วนเป็นกีฬาพื้นบ้านที่เปี่ยมไปด้วยจิต

วิญญาณแห่งชุมชน อีกทั้งยังมีกิจกรรมส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ผ่านการประกวดอาหารเมนูชาติพันธุ์ฟิวชั่น และการ

จัดบูธจำหน่ายสินค้าการท่องเที่ยวชาติพันธุ์ เพื่อเป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ระดับสากล การดำเนินงานครั้งนี้บูรณา

การความร่วมมืออย่างดียิ่งจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

โดยได้รับความอนุเคราะห์ด้านสถานที่จากองค์การบริหารส่วนตำบลเทอดไทย และองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สลองใน รวม

ถึงการมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่มาร่วมกันถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า

เพื่อสร้างความประทับใจและประสบการณ์ที่ดีให้แก่นักท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและ

ส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงรายให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 5 ควบคุมการลักลอบนำสารตั้งต้น ใช้ผลิตยาเสพติด ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมศรียานนท์ อ. 1 ชั้น 2

แชร์เนื้อหานี้

30 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5 เข้าร่วมประชุมการควบคุมการลักลอบนำสารตั้งต้นไปใช้ในการผลิตยาเสพติด ครั้งที่ 1/2569 โดยมี พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร.

ร่วมกับ นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส., นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์
อธิบดีกรมศุลกากร, นายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม, นายแพทย์รุ่งฤทัย มวลประสิทธิ์พร รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา, พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. พร้อมด้วยตัวแทนในสังกัด ตร. ได้แก่ บช.น.,ภ.1–9, บช.ก., บช.ตชด. เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมศรียานนท์ อาคาร 1 ชั้น 2 ตร.

ที่ประชุมได้มีแนวทางการปฏิบัติร่วมกัน ดังนี้

  1. ปรับปรุงรายการบัญชีสารเคมีที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมสารที่อาจจะนำไปผลิตยาเสพติด
  2. บูรณาการร่วมทุกหน่วยงานในการติดตามการขนส่งสารเคมีภัณฑ์ที่เข้าข่ายฯ ร่วมตรวจสอบสถานประกอบการ โรงงาน โกดัง อย่างจริงจัง
  3. กำหนดมาตรการนำเข้า นำผ่านสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์เพื่อประโยชน์ในการควบคุม
  1. กำหนดมาตรการส่งออก และการควบคุมเป็นกรณีพิเศษในส่วนของพื้นที่ชายแดน เช่น พื้นที่ จ.ตาก จ.เชียงราย จ.กาญจนบุรี เป็นต้น
  2. พัฒนาระบบระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลการนำเข้า นำผ่าน การส่งออก และการเคลื่อนย้ายสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ไปยังพื้นที่ชายแดน
  3. ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัย ครอบคลุมชนิดและประเภทของสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมถึงอัตราโทษสำหรับความผิดในส่วนที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือทั้งด้านข่าวกรอง และการปฏิบัติการ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ไม่ให้เข้าสู่แหล่งผลิตยาเสพติด ซึ่งหากสามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะส่งผลให้ปริมาณยาเสพติดที่ลำเลียงเข้าสู่ประเทศไทยลดลงอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 5 ขอเชิญชวนประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดได้ที่สายด่วน 191, 1599
และ line@police5 ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงหรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน เพื่อร่วมกันปกป้องลูกหลานของชาติให้ห่างไกลจาก “ยานรก” และร่วมสร้างสังคมที่ปลอดภัย มั่นคง และอนาคตที่ยั่งยืนขอประเทศไทยอย่างแท้จริง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการส่งเสริมและสนับสนุน องค์กรเกษตรกร รุ่นที่ 1 จำนวน 100 คน ณ ห้องประชุมน่าน วัลเลย์ รีสอร์ท (Nan Valley Resort)

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 มกราคม 2569 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน จัดโครงการส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการสร้างความเข้มแข็งขององค์กรเกษตรกร กิจกรรม ที่ 2.2 การฝึกอบรมผู้นำองค์กรเกษตรกร รุ่นที่ 1 เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำองค์กรเกษตรกร ให้มีความรู้ความเข้าใจในการ

บริหารจัดการองค์กรให้มีความเข้มแข็งและมีความพร้อมในการจัดทำแผนหรือโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรที่มีคุณภาพ และได้มอบเกียรติบัตรให้ผู้แทนองค์กรเกษตรกร ที่ผ่านการการอบรมผู้นำองค์กรเกษตรกร หลักสูตรการพัฒนาองค์กรเกษตรกรให้เข้มแข็งภายใต้วิกฤติ

โลกสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้โครงการส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการสร้างความเข้มแข็งองค์กรเกษตรกร รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 29 – 30 มกราคม 2569 ประจำปีงบประมาณ 2569 จำนวน 20 องค์กรเกษตรกร จำนวน 100 คน ณ ห้องประชุมน่าน วัลเลย์ รีสอร์ท (Nan Valley Resort)

โดยมี นายบัณฑิต สวยงาม กรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร นายบุญยงค์ สดสะอาด ประธานคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดน่าน ร.ต.อ.วินัย ก้อนสมบัติ รองประธานอนุกรรมการฯ คนที่ 2 นายอุไร

สารถ้อย อนุกรรมการฯ จังหวัดน่าน และนางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้รฟูแบะพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ร่วมมอบเกียรติบัตรให้ผู้แทนองค์กรเกษตรกรที่ผ่านการการอบรมผู้นำองค์กรเกษตรกร จำนวน 100 คน

ทั้งนี้ ได้ดำเนินการตามขั้นตอน ชี้แจงประกาศ หลักเกณฑ์ แนวทางการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ปี 2569 การทำ Workshop แนวทางการเสนอแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยใช้ Swot Analysis เป็นเครื่องมือในวิเคราะห์ความ

เป็นไปได้ของแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ขององค์กรเกษตรกร การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรในเวที พร้อมทั้งประเมินผลการเรียนรู้หลังจากอบรม/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ นครปฐม รองผู้ว่าฯ ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และในเขตจังหวัดนครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นายสมยศ บุญทาน ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม และ นาย โชติพงศ์ เปล่งวิทยา นายอำเภอเมืองนครปฐม พร้อมด้วย ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และในเขตจังหวัดนครปฐม ที่ซุ้มพุทธมามกะ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นสถานที่เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้งที่ 2 ของจังหวัดนครปฐม

ทั้งนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดเตรียมสถานที่ อุปกรณ์ และเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า

ที่ได้ลงทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้ว โดยส่วนใหญ่ทำงานในพื้นที่จังหวัดนครปฐม แต่มีชื่อในทะเบียนบ้านจังหวัดอื่น หรือติดภารกิจ จึงใช้เวลาช่วงวันหยุดอยู่เลือกตั้งล่วงหน้าแล้วเดินทางกลับไปทำงานต่างจังหวัด

โอกาสนี้ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้กล่าวเชิญชวนประชาชนชาวไทย และชาวจังหวัดนครปฐมออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.

ณ หน่วยเลือกตั้งที่ตนเองมีชื่ออยู่ ซึ่งในครั้งนี้มีความสำคัญ เนื่องจากมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่

สำหรับจังหวัดนครปฐม แบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน 6 เขต มีหน่วยเลือกตั้งทั้งสิ้น 1,274 หน่วย ในส่วนผู้มาลงทะเบียนนอกเขตเลือกตั้ง 37,380 คน ในเขตเลือกตั้ง 985 คน รวมทั้งสิ้น 38,365 คน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

รองผู้ว่าฯ นครปฐม ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และในเขตจังหวัดนครปฐม

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.30 น. นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นายสมยศ บุญทาน ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้ง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และในเขตจังหวัดนครปฐม ณ บริเวณข้างหอประชุมอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นสถานที่เลือกตั้งล่วงหน้าในเขต นอกเขตเลือกตั้งที่ 5 ของจังหวัดนครปฐม

โดยมีนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี/ประธาน กกต.เขต 5 นครปฐม พร้อมด้วย นายพุฒศิษฐ์ โชคสิริหิรัญ ผอ.กกต.เขต 5 นครปฐม และอนุกรรมการฯ ให้การต้อนรับการตรวจเยี่ยม/การสังเกตการณ์ในครั้งนี้

ทั้งนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดเตรียมสถานที่ อุปกรณ์ และเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ที่ได้ลงทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้ว

โดยส่วนใหญ่ทำงานในพื้นที่ อำเภอนครชัยศรีและอำเภอพุทธมณฑล แต่มีชื่อในทะเบียนบ้านจังหวัดอื่น หรือติดภารกิจ จึงใช้เวลาช่วงวันหยุดอยู่เลือกตั้งล่วงหน้า
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานเลี้ยงน้ำชาการกุศล ระดมทุนพัฒนา สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “อาคารละหมาด” รองรับ จำนวนนักเรียน พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า

แชร์เนื้อหานี้

วันที่31 มกราคม 2569 ที่โรงเรียนนราธิวาส ตำบลโคกเคียนอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายอนุวัฒน์ ละมุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เบญจมามาศ รองผู้อำนวยการโรงเรียนนราธิวาส และ นายอัฟฟาน แวมามะ อาจารย์โรงเรียนนราธิวาส ในฐานะเจ้าของโครงการ ร่วมการแถลงข่าวเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านเข้าร่วม งานเลี้ยงน้ำชาการกุศล เพื่อสนับสนุน โครงการปรับภูมิทัศน์และจัดซื้ออุปกรณ์อาคารละหมาด โรงเรียนนราธิวาส ในวันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 – 17.00 น. ณ อาคารละหมาดใหม่ โรงเรียนนราธิวาส อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส

ทั้งนี้ด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับ สมาคมศิษย์เก่า และโรงเรียนนราธิวาส เตรียมจัดงานเลี้ยงน้ำชาการกุศลครั้งใหญ่ ในวันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ เพื่อระดมทุนปรับภูมิทัศน์และจัดซื้ออุปกรณ์สำหรับอาคารละหมาดหลังใหม่ หวังยกระดับคุณภาพชีวิตและการปฎิบัติศาสนกิจของนักเรียน
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายกูเซ็ง ยะวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานและเจ้าภาพ นายรุสลัน อารง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกเคียน นายอนุวัฒน์ ละมุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สมาคมศิษย์เก่า คณะผู้บริหาร และครูโรงเรียนนราธิวาส ร่วมเป็นเจ้าภาพและเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมงาน

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เบญจมามาศ รองผู้อำนวยการโรงเรียนนราธิวาส (ได้รับมอบหมายจาก ดร.อภิวัฒน์ ย่อ ผู้อำนวยการโรงเรียนนราธิวาส) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงความจำเป็นของโครงการว่า “ปัจจุบันโรงเรียนนราธิวาสมีจำนวนนักเรียนมุสลิมเพิ่มมากขึ้น ทำให้อาคารละหมาดหลังเดิมมีความคับแคบและไม่เพียงพอต่อการประกอบศาสนกิจ โรงเรียนจึงได้ดำเนินการจัดสร้างอาคารอเนกประสงค์เพื่อใช้เป็นทั้งที่ละหมาดและห้องเรียนวิชาศาสนาอิสลาม อย่างไรก็ตาม ยังคงขาดงบประมาณในส่วนของการปรับภูมิทัศน์และพื้นที่สำหรับอาบน้ำละหมาดให้สมบูรณ์”

นายอนุวัฒน์ ละมุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนนราธิวาส เปิดเผยว่า การจัดงานในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยได้รับเกียรติจาก นายกูเซ็ง ยะวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธี วัตถุประสงค์หลักเพื่อจัดหารายได้สมทบทุนพัฒนาอาคารละหมาดและจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ที่ยังขาดแคลน เพื่อมอบเป็นสาธารณประโยชน์ให้แก่เยาวชนในโรงเรียน

รายละเอียดการจัดงาน• วัน/เวลา: วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 | เวลา 09.00 – 17.00 น.• สถานที่: ณ อาคารละหมาดใหม่ โรงเรียนนราธิวาส อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ช่องทางการร่วมบริจาคสำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่ไม่สามารถมาร่วมงานได้ หรือประสงค์จะสมทบทุนเพิ่มเติม สามารถบริจาคได้ที่:• บัญชีธนาคาร: กรุงไทย สาขานราธิวาส • เลขที่บัญชี: 905-3-93146-5 • ชื่อบัญชี: โครงการปรับภูมิทัศน์และจัดซื้ออุปกรณ์อาคารละหมาด โรงเรียนนราธิวาส
พิเศษ: การบริจาคผ่านระบบ PromptPay / e-Donation สามารถนำไป ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

โดยระบบจะส่งข้อมูลไปยังกรมสรรพากรโดยตรงอัตโนมัติ ผู้บริจาคไม่จำเป็นต้องขอรับใบเสร็จรับเงินจากทางโรงเรียนทั้งนี้จึงขอเรียนเชิญศิษย์เก่า ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาศาสนสถาน เพื่อประโยชน์แก่บุตรหลานชาวนราธิวาสอย่างยั่งยืน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:เพจเฟซบุ๊ก: โรงเรียนนราธิวาส
////////////////////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ‘พจนารถ‘ ปชป.เขตแปด เบอร์ 2 เอาชัย! สักการะเจ้าแม่ทับทิม ชูการเมืองสุจริต ดึงใจแม่ค้าตลาดจีนโบราณ ชากแง้ว-ห้วยใหญ่

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงเย็นวันที่ 31 มกราคม 2569 ทีมงานหาเสียงพรรคประชาธิปัตย์ โดย นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.จังหวัดชลบุรี เขตแปด พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 2 ได้ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดชุมชนจีนชากแง้ว อ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี เพื่อขอคะแนนเสียงจากกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า และประชาชน ที่เดินทางมาท่องเที่ยวตลาดจีนโบราณแห่งนี้

สำหรับชุมชนชากแง้ว เป็นชุมชนเก่าแก่ของจังหวัดชลบุรีมานานกว่าร้อยปี เดิมทีเหล่าคนจีนแต้จิ๋วได้เข้ามาตั้งรกรากทำการเกษตรได้ผลดีจนเป็นแผ่นดินทอง ของการทำเกษตรกรรม มีโรงโม่ซึ่งก็คือโรงแป้งมันสำปะหลังเข้ามาตั้งในชากแง้ว อีกทั้งโรงเผาด่าน

โรงเลื่อยที่เลื่องชื่อ ผู้คนจึงต่างหลั่งไหลจากทั่วสารทิศเข้ามาทำการค้า บ้างก็มารับจ้างเป็นแรงงาน ทำให้ชุมชนจีนแห่งนี้เกิดความรุ่งเรืองสุดขีด เรียกว่าในตัวเมืองมีอะไร ชากแง้วมีหมดแม้กระทั่งโรงหนังที่ถือเป็นที่สุดของความทันสมัยในยุคก่อนปี 2500

ชุมชนชากแง้วผ่านยุคเฟื่องฟูเข้าสู่ความซบเชาด้วยการพัฒนาของถนน ทำให้ความเจริญย้ายไปสู่การคมนาคมเส้นหลัก จวบจนวันนี้เหลือเพียงเรื่องเล่าในความทรงจำ แต่ทว่าในวันที่การท่องเที่ยวชุมชนได้รับความนิยม โลกได้หันกลับมาหารากเหง้า และวัตนธรรมดั้งเดิม ทำให้ทายาทของชาวจีนแต้จิ๋วโพ้นทะเลที่

เข้ามาตั้งถิ่นฐานในชุมชนแห่งนี้ จึงได้ร่วมมือร่วมใจกันผลักดันอดีตย่านการค้า เปิดบ้านไม้เรือนแถวขายสินค้าประดา มีของกินสไตล์จีนแต้จิ๋วมาให้คนรุ่นหลังได้ลิ้มชิมรส และภาพตลาดจีนโบราณเมื่อร้อยปีก่อนก็กลับมาฉายซ้ำอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน ทำให้ตลาดจีนซากแง้วที่ตัดขึ้นทุกวันเสาร์ของสัปดาห์ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

ทั้งนี้ นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.จังหวัดชลบุรี เขตแปด พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 2 และทีมงานหาเสียง ได้เข้ากราบสักการะศาลเจ้าแม่ทับทิม พร้อมลั่นฆ้องเอาฤกษ์เอาชัย ก่อนจะเดินแจกแผ่นพับแนะนำตัวในนามพรรคประชาธิปัตย์ เขต 8 เบอร์ 2 ด้วยนโยบายการเมืองสุจริต โดนเลือกพรรคเบอร์ 27 และเลือก สส.ชลบุรี เขแปด เบอร์ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.69 นี้ด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรับนิวส์ / โค้งสุดท้าย พรรคปวงชนไทยปราศรัยย่อย ชูนโยบาย สมุทรปราการมหานคร เลือกตั้งผู้ว่าฯ เอง ย้ำให้คนพื้นที่บริหารจังหวัด

แชร์เนื้อหานี้

พรรคปวงชนไทยเดินสายปราศรัยย่อยย่านศรีนครินทร์ ช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง “เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล” ชูนโยบายยกระดับสมุทรปราการเป็นมหานคร เลือกตั้งผู้ว่าฯ โดยตรง ย้ำให้คนพื้นที่กำหนดทิศทางและบริหารจังหวัดด้วยตนเอง

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 30 มกราคม 2569 พรรคปวงชนไทย จัดเวทีปราศรัยย่อยบริเวณที่ทำการพรรค ย่านถนนศรีนครินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ท่ามกลางชาวบ้านในพื้นที่ที่เดินทางมารับฟังการปราศรัยอย่างต่อเนื่อง ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง

ในการปราศรัยครั้งนี้ นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนโยบายหลักของพรรคในการผลักดันจังหวัดสมุทรปราการให้ยกระดับเป็น “สมุทรปราการมหานคร” หรือเขตปกครองพิเศษที่สามารถบริหารจัดการตนเองได้ในลักษณะเดียวกับกรุงเทพมหานคร
นายเอกสิทธิ์ระบุว่า แนวทางดังกล่าวจะต้องมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรงจากประชาชนในพื้นที่ วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี เพื่อให้ผู้บริหารจังหวัด

เป็นบุคคลที่เข้าใจปัญหาและบริบทของสมุทรปราการอย่างแท้จริง เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นคนในพื้นที่ ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาจังหวัดไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน
หัวหน้าพรรคปวงชนไทยกล่าวเพิ่มเติมว่า สมุทรปราการรอคอยการพัฒนาอย่าง

เป็นรูปธรรมมานานนับสิบปี แต่ยังไม่สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างที่ควรจะเป็น หากต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องเปิดโอกาสให้คนสมุทรปราการเป็นผู้กำหนดอนาคตของจังหวัดด้วยตนเอง ผ่านการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด และการยกระดับสถานะเป็นมหานคร

ทั้งนี้ พรรคปวงชนไทยยืนยันว่าจะเดินหน้าผลักดันนโยบายการกระจายอำนาจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้จังหวัดสมุทรปราการมีอิสระในการบริหารงบประมาณ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรับนิวส์ / วัดบางพลีใหญ่กลาง ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล 100 วัน (สะ-ตะ-มะ-วาน) อุทิศถวายแด่สมเด็จพระพันปีหลวง

แชร์เนื้อหานี้

วัดบางพลีใหญ่กลาง จังหวัดสมุทรปราการ จัดพิธีบำเพ็ญกุศล “สะ-ตะ-มะ-วาน” ครบ 100 วัน แห่งการสวรรคต เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีคณะสงฆ์ ข้าราชการ และพสกนิกรเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

วันที่ 31 มกราคม 2569 ที่ ศาลาหลังใหม่ วัดบางพลีใหญ่กลาง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ คณะสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล สะ-ตะ-มะ-วาน100 วัน แห่งการสวรรคตเพื่ออุทิศถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส จุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย นายแพทย์ประภาส ผูกดวง

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ จุดเครื่องทองน้อย หน้าโต๊ะหมู่บูชาพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี พระวชิรคณาทร เจ้าคุณแจ้ ดร.เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะพระสงฆ์ 12 รูป สวดเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นประกอบพิธีทอดผ้าไตรบังสุกุล พระสงฆ์สดับปกรณ์ กรวดน้ำ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

โดยมีนายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางพลี นายชัยยันต์ กองอรรถ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ นายธนิต ปานรอด รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโรงพยาบาลบางพลี ถวายผ้าไตรบังสุกุล พระสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง 9 รูป สวดพระอภิธรรมและพิจารณาผ้าบังสุกุล กรวดน้ำ เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ภายในพิธีมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ข้าราชการตำรวจ สภ.บางพลี สภ.บางปู สภ.บางแก้ว สภ.บางเสาธง โรงพยาบาลบางพลีสมุทรปราการ ศูนย์แพทย์ชุมชนวัดบางพลีใหญ่กลาง กู้ชีพฉุกเฉิน รพ.บางพลี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สมุทรปราการ เขต 2 กศน.อำเภอบางพลี รพ.สต.โรงเรียนวัดบางพลีใหญ่กลาง โรงเรียนราษฏร์บำรุง โรงเรียนปริญาญานุสรณ์ บางพลี คณะไวยาวัจกร วัดบางพลีใหญ่กลาง และพสกนิกรชาวอำเภอบางพลีหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

นอกจากนี้พระวชิรคณาทร เจ้าคุณแจ้ ดร.เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ยังได้มอบเงินสนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ในด้านสาธารณประโยชน์ ทั้งเรื่องการแพทย์ การศึกษา ตำรวจ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลให้กับ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สำหรับพิธี สะ-ตะ-มะ-

เป็นการบำเพ็ญพระราชกุศล 100 วันการสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชน และพระราชกรณียกิจนานัปการที่ทรงบำเพ็ญเพื่อประโยชน์สุขแห่งแผ่นดิน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.มุกดาหาร สกัดขบวนการค้ายาข้ามโขง ยึดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด เรือกีบ 1 ลำ คนร้ายโดดน้ำหนีรอด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่สถานีเรือมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.) น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผู้บังคับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม นางศศิธร โพดาพล นายอำเภอหว้านใหญ่ พ.ต.อ.เจด็จ ปรีพูล ผู้กำกับการ สภ.หว้านใหญ่ และ น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 2,800,000 เม็ด พร้อมเรือกีบติดเครื่องยนต์ 1 ลำ

การตรวจยึดครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. และ น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผบ.นรข.เขตนครพนม โดย น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสิ่งของต้องสงสัยจากฝั่ง สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงเข้ามายังฝั่งประเทศไทย บริเวณบ้านป่งขาม ตำบลป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

ต่อมาในเวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังชุดลาดตระเวนทางบกออกซุ่มเฝ้าตรวจในพื้นที่เป้าหมาย กระทั่งเวลาประมาณ 23.30 น. ตรวจพบเรือต้องสงสัยแล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว เข้าสู่ราชอาณาจักรไทย โดยมีบุคคลอยู่บนเรือประมาณ 3 คน เมื่อเรือเข้าเทียบฝั่ง กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ช่วยกันลำเลียงวัตถุคล้ายกระสอบขึ้นจากเรือมายังริมฝั่งแม่น้ำโขง

เมื่อเจ้าหน้าที่ นรข. แสดงตัวเพื่อขอเข้าตรวจสอบ กลุ่มคนร้ายได้ทิ้งของกลางและเรือ ก่อนกระโดดลงแม่น้ำโขงหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบพื้นที่ พบกระสอบห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 3 กระสอบ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง และพบกระสอบลักษณะเดียวกันอีก 4 กระสอบอยู่บนเรือ รวมเป็น 7 กระสอบ

จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุอยู่ในกระสอบรวม 7 กระสอบ ประทับตราอักษร “999” บนก้อนสีเหลือง ภายในเป็นยาบ้าอักษร “WY” สีชมพู รวมจำนวนทั้งสิ้น 280 ก้อน ก้อนละ 10,000 เม็ด รวม 2,800,000 เม็ด พร้อมเรือกีบติดเครื่องยนต์ 1 ลำ

เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกการตรวจยึด และนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หนุ่มใหญ่ใจบุญพบสัตว์ป่าสงวนส่งคืนให้ป่าไม้กลับสู่ธรรมชาติ .

แชร์เนื้อหานี้

หนุ่มใหญ่ใจบุญพบสัตว์ป่าสงวนส่งคืนให้ป่าไม้กลับสู่ธรรมชาติ .
เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 นายองอาจ จันทร์น้อยหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 3 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14(ตาก)นำเจ้าที่หน้า รับมอบตัวนิ่มพลัดหลง หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดี
นายองอาจ จันทร์น้อยหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 3 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14(ตาก)พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย(อุทยานป่าคา)

เข้าตรวจสอบและรับมอบตัวนิ่ม ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยได้รับแจ้งจากนายประเสริฐ เสนาเกตุ ตนเองพบตัวนิ่ม จำนวน 1 ตัว ในสวนยางท้ายหมู่บ้านหลังจากที่ตัวนิ่มตัวนี้พลัดหลงเข้ามาในบริเวณสวนยางตนจึงจับไว้เพื่อความปลอดภัยเนื่องจากสวนยางในพื้นที่มีสุนัขหลายตัวตนเองกลัวตัวนิ่มจะถูกสุนัขกัดจึงจับตัวนิ่มไว้แล้วประสานเจ้าหน้าที่มารับมอบ

จากการตรวจสอบสุขภาพเบื้องต้น พบว่าตัวนิ่มมีสุขภาพแข็งแรงและปกติดี โดยหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 3 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14(ตาก)ได้ส่งมอบตัวนิ่มตัวดังกล่าวให้กับนายสาคร สืบสาย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีสัชนา พร้อมนำตัวนิ่มดังกล่าวไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ โดย “ตัวนิ่ม” หรือ “ลิ่น”

เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศอีกด้วย ซึ่งห้ามการล่า การค้า หรือการมีไว้ในครอบครอง หากฝ่าฝืนจะมีโทษตามกฎหมาย ทั้งนี้ หากพบสัตว์ป่าบาดเจ็บ พลัดหลง สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ถ้ำเจ้าราม โทร 081-9620661.
.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “พิธีบวงสรวงลานเบญจเทวี แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดชลบุรี”

แชร์เนื้อหานี้

คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ – ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (เสื้อขาว-กลาง) และ คุณณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีอำเภอแสนสุข (เสื้อดำ-กลาง)

พร้อมด้วย คุณสันติ ปรีชาว่องไวกุล (คนแรกจากขวามือ) รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บูรพาบางแสน เรสซิเดนท์ ผู้บริหารโรงแรม ONPA Hotel & Residence และผู้บริหารบริษัท ออนป้า จำกัด ประกอบด้วย คุณวิโรจน์ ปรีชาว่องไวกุล – ประธาน

กรรมการ (คนที่ 2 จากขวามือ), คุณสุภาพร ปรีชาว่องไวกุล รองประธานกรรมการ (คนแรกจากซ้ายมือ) และ คุณอัยย์ชิตา ปรีชาว่องไวกุล (คนที่ 2 จากซ้ายมือ) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไร้ท์ บิยอนด์ จำกัด เข้าร่วมประกอบพิธีบวงสรวง🙏🏻เบิกเนตร พระแม่

ทั้งห้า เบญจเทวี ได้แก่ พระแม่ธรณี🪨, พระแม่คงคา🌊, พระแม่โพสพ🌾, พระแม่วาโย💨 และ พระแม่อัคคี🔥ที่ลานสักการะเบญจเทวี แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดชลบุรี บริเวณใกล้กับหาดวอนนภา บางแสน เมื่อวันก่อน

ลานเบญจเทวีแลนด์มาร์คใหม่จังหวัดชลบุรี

ขอได้รับความขอบพระคุณจาก
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บจก.ไร้ท์ บิยอนด์
สมปอง วิวัฒน์วรศิลป์ โทร 095-4925241

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่หอประชุม อ.ท่าหลวง จ.ลพบุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569 เวลา 07.00 น. นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ประธานพิธีได้นำหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สถานศึกษา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน

สารวัตรกำนัน องค์กรภาคเอกชน ประชาชน และพสกนิกรอำเภอท่าหลวง ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลครบ 100 วัน (สตมวาร) ถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระสงฆ์จำนวน 10 รูป ขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ประธาน จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย

จุดเครื่องทองน้อยหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (ผู้ร่วมพิธีลุกขึ้นยืนและถวายความเคารพ) เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล เจ้าหน้าที่อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์

หัวหน้าส่วนราชการ ถวายอาหารปิ่นโต นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกำนัน ถวายปัจจัยไทยธรรม ประธานพิธี ถวายผ้าไตร จำนวน ๑๐ ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ (ภูษาโยง) พระสงฆ์อนุโมทนา/ถวายอดิเรก ประธาน กรวดน้ำ กราบนมัสการพระรัตนตรัย หน้าโต๊ะหมู่บูชา ประธาน ถวายความเคารพหน้าพระฉายาลักษณ์

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง(ผู้ร่วมพิธีลุกขึ้นยืนและถวายความเคารพ)
จากนั้นประธาน พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์รับบิณฑบาต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

แม้พระองค์ผู้ทรงเป็น “หลักยึดเหนี่ยวจิตใจแห่งแผ่นดิน” ได้เสด็จสู่สวรรคาลัย แต่พระมหากรุณาธิคุณและน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำตลอดไป ปวงชนชาวอำเภอท่าหลวง ขอน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและอาชีพของราษฎรมาตลอดหลายทศวรรษ

พระราชดำรัสและพระราโชวาทที่พระราชทานในโอกาสสำคัญต่าง ๆ ล้วนเป็นหลักธรรมชี้นำทางด้านการทำงาน และก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าทรงเป็นสมเด็จพระราชินีของราชอาณาจักรไทยที่มีพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พระองค์จะสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี