สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่านระดมสมองจากทุกภาคส่วน จัดทำแผนพัฒนาการขับเคลื่อน มรดกน่านสู่มรดกโลก (พ.ศ.2569-2572) : Development Plan Cultural World Heritage of NAN

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมดอกเสี้ยว โรงแรมน่านตรึงใจ ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาวิชาการและจัดทำแผนพัฒนาการขับเคลื่อน มรดกน่าน สู่มรดกโลก (พ.ศ.2569 – 2572) : Development Plan Cultural World Heritage of NAN

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจการนำเสนอและหลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกขององค์กรยูเนสโก แก่ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน และเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีในการคุ้มครองแหล่งมรดกโลก จากเครือข่าย

เมืองมรดกโลกในประเทศไทย เพื่อจัดทำกรอบแนวคิดและรวบรวมแผนพัฒนาแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน จำนวน ๔ แหล่ง ให้ได้รับการคุ้มครองและอนุรักษ์ โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และการมีส่วนร่วมจากประชาชนทุกภาคส่วน

โดยการประชุมครั้งนี้มีกลุ่มเป้าหมาย จากทุกภาคส่วนในจังหวัดน่าน ร่วมระดมสมองเพื่อจัดทำแผนในการขับเคลื่อนงานอย่างมีกลยุทธ์ด้วยเป้าหมายในการขับเคลื่อนฐานมรดกวัฒนธรรมไปสู่

การใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์และมุ่งเป้าไปสู่ความยั่งยืน และสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้คนในการยกระดับคุณภาพชีวิต ธำรงรักษามรดกทางวัฒนธรรม และวิถีชีวิต และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจบนฐานทุนทางวัฒนธรรมต่อไป

พร้อมกันนี้จังหวัดน่านได้รับการประกาศให้เป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านขององค์การยูเนสโก เมื่อวันที่ 31ตุลาคม 2568 เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ ประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมเศรษฐกิจของจังหวัดน่าน จึงได้จัดให้มีการออกร้าน นิทรรศการและผลิตภัณฑ์จากผลงาน

\ของเครือข่าย Nan Creative city of Craft and Folk Art จากศิลปิน ผู้ประกอบการ กลุ่มชุมชนต่างๆ อาทิร้านฝ้ายเงิน ร้าน Mama Mam หับเผยคาเฟ่ บ้านโคมคำ ชุมชนบ้านดอนแก้ว และบ้านอุ้ยเขียว Sunday Gallery Cafe ในการจัดประชุมในครั้งนี้ด้วย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วูบหลับคาพวงมาลัย! หนุ่มหลับในขับเก๋งเทียน่าพุ่งชนร้านหมูกะทะชั่งกิโลมุกดาหาร หลังคาถล่มทับ สองแม่ลูกได้รับบาดเจ็บ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลาประมาณ 19.40 น. วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนร้านอาหาร “เนย เนย หมูกะทะชั่งกิโล” บริเวณทางโค้งถนนเลียบแม่น้ำโขง สาย มห.3003 บ้านเลขที่ 51 หมู่ 2 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร จึงประสานพนักงานสอบสวนและหน่วยกู้ชีพเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน เทียน่า สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน 3 กธ 3464 กรุงเทพมหานคร อยู่ในสภาพพุ่งชนโต๊ะหินอ่อนและรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าร้าน ก่อนพุ่งทะลุเข้าไปภายในร้าน ส่งผลให้โครงสร้างหลังคาพังถล่มลงมาทับตัวรถได้รับความเสียหายอย่างหนัก

จากเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย ได้แก่ นางบุญศิริ ทองมหา เจ้าของร้าน และเด็กชายจิรายุ ลูกชาย ซึ่งขณะเกิดเหตุนั่งอยู่บริเวณโต๊ะหินอ่อนหน้าร้าน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพได้เร่งนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลมุกดาหาร

จากการสอบถามนายมอส ผู้ขับขี่รถยนต์ ให้การว่า ได้ขับรถมาจากต่างจังหวัด มุ่งหน้าไปทางตำบลบางทรายน้อย อำเภอหว้านใหญ่ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้ง ประกอบกับมีอาการอ่อนเพลียจากการขับรถเป็นเวลานาน ทำให้เกิดอาการวูบหลับใน จนรถเสียหลักพุ่งออกนอกเส้นทางและชนเข้ากับร้านดังกล่าว

เบื้องต้นผู้ขับขี่ยอมรับว่าเป็นฝ่ายผิด และยินดีรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด ทั้งค่ารักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บ และทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

หลับใน #อุบัติเหตุ #มุกดาหาร #รถพุ่งชนร้านหมูกระทะ #ข่าวด่วน #เตือนภัยถนน #ขับขี่ปลอดภัย #ทางโค้งอันตราย #ข่าวอีสาน #ข่าววันนี้ #สำนักข่าวCIAประเทศไทย #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตะลึง!!เช็คประวัติ 2โจรชิงทอง เข้าออกคุกเป็นว่าเล่น เคยปล้นร้านทอง อ้างชิงทองแทนบุญคุณ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ.2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พร้อมด้วยตำรวจชุดจับกุม ได้ร่วมกันแถลงข่าว จับกุมตัวคนร้าย2คน ชิงทองห้างดังในพื้นที่โคกขาม

โดยหลังจากก่อเหตุนายโจ๊กคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์ที่เตรียมไว้หนีไปก่อนที่จะทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้ซอยข้างๆแล้วไปเปลี่ยนรถขึ้นรถเก๋งเพื่อหนีการติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยมีนายยักษ์ผู้ร่วมวางแผนก่อเหตุจอดรถรออยู่ชับหนึขึ้นเหนือไปหลบพักค้างคืนอยู่ในรีสอร์ทที่จังหวัดน่านเตรียมที่จะออกนอกประเทศเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบภาค7สืบจังหวัดสมุทรสาคร

สืบโคกขาม ได้แกะรอยติดตามคนร้ายไปอย่างกระชั้นชืด จนตามไปทันกลางดึกรู้แน่ชัดแล้วว่าคนร้ายพักอยู่ในรีสอร์ท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการปิดล้อมไว้ก่อนเนื่องจากคนร้ายมีอาวุธปืนเจ้าหน้าที่จึงต้องวางแผนกันอย่างรอบคอบ รอให้ถึงเช้า จึงให้พนักงานของทางรีสอร์ทเข้าไปเคาะประตูนำอาหารเข้าไปให้ เมื่อคนร้ายเปิดประตูออกมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้กรูกันเข้าไปจับกุมตัวคนร้ายทั้ง2คาที่นอน

พร้อมนำตัวคนร้ายทั้ง2คนกลับมายังจังหวัดสมุทรสาคร
จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง2คนยังไม่ยอมบอกว่านำทองของกลางที่ชิงมาพร้อมกับปืนที่ก่อเหตุไปไว้ที่ไหน โดยนายโจ๊กคนร้ายที่บุกเข้าไปในร้านทองบอกเพียงสั้นๆว่าการก่อเหตุในครั้งนี้นายยักษ์เป็นคนวางแผนและจัดหาชุด ปืนและรถ มาให้ทั้งหมด ส่วนที่ตนเองทำไปก็เพื่อตอบแทนบุญคุณนายยักษ์ที่ให้ที่อยู่ที่กินกับตน พร้อมกับให้เงินในการก่อเหตุครั้งนี้3,000บาท และเตรียมที่จะหนีออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ส่วนนายยักษ์ยังปากแข็งปฎิเสธทุกข้อกล่าวหาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบประวัติของนายยักษ์พบว่ามีประวัติยาวเหยียดพึ่งออกจากคุกมาได้ไม่นานโดนคดีเกี่ยวกับทรัพย์ทั้งสิ้นแถมเคยก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองลักษณะนี้มาแล้ว
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายโจ็กไปทำแผนที่ร้านทองเพื่อประกอบคำรับสารภาพและดำเนินคดีกับคนร้ายทั้ง2คนตามกฎหมายต่อไป ทีมข่าวสมุทรสาคร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นานาชาติ! สภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียน ผนึกกำลังสมาคมวิสาหกิจฯ เซี่ยงไฮ้ ลงนาม MOU มุ่งขยายฐานเศรษฐกิจและการลงทุน**

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ดอนเมือง สภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียน จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ครั้งประวัติศาสตร์ร่วมกับ สมาคมความร่วมมือของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งนครเซี่ยงไฮ้ โดยมีเป้าหมายเชิงรุกในการบูรณาการความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และยกระดับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระหว่างประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

บรรยากาศงานและแขกผู้มีเกียรติระดับประเทศ

บรรยากาศภายในพิธีเป็นไปอย่างยิ่งใหญ่ คึกคัก และเต็มเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพอันดี โดยได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญระดับประเทศ ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายระหว่างประเทศเข้าร่วมเป็นสักขีพยานอย่างคับคั่ง อาทิ:

  • พลเอก กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ – เลขาธิการภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ
  • พลเอก วิศณุ ศรียะพันธ์ – ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองบัญชาการกองทัพไทย
  • สว. สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม – ประธานอนุกรรมาธิการศึกษาด้านพลังงานทดแทน
  • ศ.พิเศษ ว่าที่ร้อยตรี ชนะ อมาตยกุล – ผู้ช่วยเลขานุการสำนักงานเลขานุการในองค์ หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธ์
  • Mr. Teh Choo Boon – ผู้แทนจากสภาส่งเสริมวัฒนธรรม ประเทศมาเลเซีย

วิสัยทัศน์เพื่ออนาคตแห่งการค้าการลงทุน

ไฮไลต์สำคัญของงานคือการขึ้นกล่าวแสดงวิสัยทัศน์โดย ดร.ประกาย ณ สงขลา ประธานสภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียน ซึ่งได้เน้นย้ำถึงจุดยืนในการสร้างความเชื่อมั่นบนเวทีโลก

“เป้าหมายสำคัญของเราคือการผลักดันความร่วมมือด้านการค้าระหว่างประเทศให้แข็งแกร่ง พร้อมทั้งสร้างแรงขับเคลื่อนให้แก่สมาคม SIAB และบริษัทจากนานาชาติที่เข้าร่วมการประชุม เพื่อมุ่งสู่ความร่วมมือที่จับต้องได้ เป็นรูปธรรม และยั่งยืนสำหรับทุกภาคส่วน”การผนึกกำลังกับตัวแทนจากนครเซี่ยงไฮ้งานนี้ยังได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากคณะผู้แทนระดับสูงจากสมาคมความร่วมมือของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน

ซึ่งเดินทางมาร่วมลงนามและเจรจาความร่วมมือ ได้แก่:Mr. RUI YANZHUO Miss FENG XIAOYAN Miss LIU YINHUAMr. LIU PENG พิธีลงนามดังกล่าวสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี โดยมีคณะอนุกรรมการทุกฝ่ายและสมาชิกสภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียนร่วมเป็นสักขีพยาน การจับมือกันในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะช่วยเชื่อมโยงและกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ตลอดจนเครือข่ายพันธมิตรในภูมิภาคอาเซียน ให้ก้าวหน้าและมั่นคงยิ่งขึ้นในระดับสากล

A Major International Milestone! ASEAN Cultural Promotion Council Signs MOU with Shanghai SMEs Association to Expand Economic and Investment HorizonsBANGKOK – On April 25, 2026, at 09:00 AM, at the Main Auditorium of the National Memorial in Don Mueang, Bangkok, the ASEAN Cultural Promotion Council hosted a historic Memorandum of Understanding (MOU) signing ceremony with the Shanghai Small and Medium Enterprises Cooperation Association. This initiative aims to proactively integrate bilateral cooperation in trade and investment while elevating international economic drivers toward sustainable growth.

Event Atmosphere and Distinguished Guests

The event was grand, vibrant, and filled with a spirit of collaboration, honored by the presence of prominent national figures from the government, private sector, and international networks, including:

  • General Kittisak Ratprasert – Secretary-General of the National Good Governance Network
  • General Wisanu Sriyapan – Special Expert, Royal Thai Armed Forces Headquarters
  • Senator Sorachart Wichai Suwanprom – Chairman of the Sub-committee on Renewable Energy Study
  • Prof. Special Acting Sub-Lieutenant Chana Amatayakul – Assistant Secretary to the Office of the Secretary in H.S.H. Princess Uthaikanya Bhanubandhu
  • Mr. Teh Choo Boon – Representative from the Cultural Promotion Council, Malaysia
  • Vision for the Future of Trade and Investment
  • A key highlight of the event was the visionary address by Dr. Prakai Na Songkhla, President of the ASEAN Cultural Promotion Council, who emphasized the council’s commitment to building confidence on the global stage:

“Our primary goal is to robustly drive international trade cooperation while generating momentum for the SIAB association and participating multinational companies. We are moving towards a tangible, concrete, and sustainable partnership that will benefit all sectors.”Joining Forces with the Shanghai DelegationThe event received an excellent response from the high-level delegation of the Shanghai Small and Medium Enterprises Cooperation Association from the People’s Republic of China, who traveled to sign the agreement and negotiate strategic partnerships. The esteemed delegates included:

Mr. RUI YANZHUOMiss FENG XIAOYANMiss LIU YINHUAMr. LIU PENGThe signing ceremony concluded successfully, witnessed by all sub-committees and members of the ASEAN Cultural Promotion Council. This collaboration marks a significant leap forward in bridging and strengthening economic ties between Thailand and the People’s Republic of China, as well as strengthening alliance networks within the ASEAN region to ensure greater progress and stability on an international level.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท่านเจ้าคุณพระธรรมวชิรกวี มอบใบประกาศนียบัตร การอบรมพระวิปัสสนาจารย์ และอบรมผู้ช่วยวิปัสสนาจารย์ 28 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2569 ณ สำนักสงฆ์ถ้ำผาบ่อง อ.ลอง จ.แพร่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลา 9:00 น ท่านเจ้าคุณพระธรรมวชิรกวี (ยงยุทธ ทองสุข) ฉายา ยุตฺตธมโม ที่ปรึกษากองการวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทยในพระสังฆราชูปถัมภ์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3

เจ้าอาวาสวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารพระอารามหลวง เป็นประธานมอบใบประกาศวุฒิบัตร ให้กับพระภิกษุสงฆ์ สามเณร สามเณรี อุบาสกอุบาสิกา ที่ผ่านการเข้ารับการอบรมพระวิปัสสนาจารย์และผู้ช่วยพระวิปัสสนาจารย์ ระหว่างวันที่ 28
เมษายน – 4 พฤษภาคม 2569

พร้อมด้วยคณะกองการ วิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทยในพระสังฆราชูปถัมภ์ พระอธิการนิตินัย นิติสาโร ประธานปฏิบัติการกลางกองการวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทย ในพระสังฆราชูปถัมภ์ พร้อมคณะ พระมงคลกิตติ์ ถิรสทฺโธ (ประธานที่พักสงฆ์ถ้ำผาบ่อง) ณ สำนักสงฆ์ถ้ำผาบ่อง

โครงการอบรมพระวิปัสสนาจารย์ และผู้ช่วยพระวิปัสสนาจารย์ และโครงการอบรมวิชาครูการสอบอารมณ์ ตามมหาสติปัฏฐานสูตร คณะสงฆ์อำเภอลอง ร่วมกับกองการวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทย ในพระสังฆราชูปถัมภ์ อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และถวายเป็นการปฏิบัติบูชา.

เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลเด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง. เพื่อสืบทอดการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ตามแนวมหาสติปัฏฐานสูตร เผยแผ่ให้แพร่หลาย. เพื่อรณรงค์ส่งเสริม ให้บังเกิดสันติสุข และสันติภาพขึ้น ในสังคมทุกระดับ ณ. ศูนย์อบรมวิปัสสนากรรมฐาน แห่งที่ 50 ที่พักสงฆ์ถ้ำผาบ่อง. หมู่ที่ 10 บ้านต้าแป้น ตำบลเวียงต้า อำเภอลอง จังหวัดแพร่

โครงการอบรม พระวิปัสสนาจารย์ ผู้ช่วยพระวิปัสสนาจารย์ และอบรมวิชาครูสอนและสอบอารมณ์ ตามหลักมหาสติปัฏฐานสูตร กองการวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทย ในพระสังฆราชูปถัมภ์ (Thailand Meditation Bureau)

เป็นกองการวิปัสสนาธุระ เพื่อการศึกษาและเผยแผ่ พุทธศาสนาอย่างเป็นทางการ และเป็นสากล ได้สถาปนาขึ้น เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๙๖ โดยเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถระ) อดีตผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระ แห่งประเทศไทย

โดยเบื้องต้นเจ้าประคุณได้ส่ง พระเดชพระคุณ พระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทธิ ป.ธ.9 ) ขณะยังเป็นพระมหาโชดก ญาณสิทฺธิ ไปศึกษาวิปัสสนากรรมฐาน สายของมหาสีสะยาดอ ณ สำนักศาสนยิกต้า สหภาพเมียนมาร์ เป็นเวลา 1 ปี แล้วนำ

แนวทางการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน นำกลับมาสอน พร้อมทั้งได้อาราธนาพระวิปัสสนาจารย์ ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านวิปัสสนา ชาวเมียนมาร์ มาช่วยสอนวิปัสสนาด้วยกัน 2 รูป คือ
1) พระภัททันตะอาสภเถระ ปธานกัมมัฏฐานาจริยะ
2) พระอินทวังสเถระ กัมมัฏฐานาจริยะ

เปิดอบรมครั้งแรก ณ วัดมหารธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ.2496 จากนั้นจึงขยายไปเปิดสอนที่สาขาอื่นทั่วราชอาณาจักรและทั่วโลก และได้มีการก่อตั้งกองการวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทยขึ้น ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้ สถาบันการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยทั้งสองสถาบัน คือ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (MCU) และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (MMU) ได้มีมติเห็นชอบให้ การวิปัสสนาธุระ ตามแนวทางมหาสติปัฏฐานสูตร เป็นหลักสูตรภาคบังคับในการศึกษาสำหรับการดำเนินการโครงการอบรมพระวิปัสสนาจารย์ ผู้ช่วยพระวิปัสสนาจารย์ และอบรมวิชาครูสอนและสอบอารมณ์กรรมฐาน ตามมหาสติปัฏฐานสูตร

ศูนย์อบรมวิปัสสนากรรมฐานแห่งที่50 #ที่พักสงฆ์ถ้ำผาบ่อง บ้านต้าแป้น ตำบลเวียงต้า อำเภอลอง จังหวัดแพร่กองการวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทยในพระสังฆราชูปถัมภ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “วิ่งมูเตรัน วิ่งรับบุญ เสริมบารมี วิถีล้านนา” สนาม 2 ที่น่านคึกคัก หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศให้เกิดรายได้สู่ชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.00 น. ณ ลานกีฬาชุมชนบ้านดอนแก้ว หมู่ที่ 8 ตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดกิจกรรม “วิ่งมูเตรัน วิ่งรับบุญ เสริมบารมี วิถีล้านนา” สนามที่ 2 จังหวัดน่าน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก

โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแพร่ ร่วมกับกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 จัดขึ้น เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านมิติการท่องเที่ยว

ตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มุ่งเน้นการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพบนฐานอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และกระตุ้นการท่องเที่ยวภาย

ในประเทศให้เกิดรายได้สู่ชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ภายในงานมีการแข่งขันวิ่ง 2 ระยะ ได้แก่ Fun Run ระยะทาง 5 กิโลเมตร และ Mini Marathon ระยะทาง 10 กิโลเมตร โดยเส้นทางวิ่งผ่านแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธาที่สำคัญของจังหวัดน่าน อาทิ พระธาตุจอมแจ้ง จุดศรัทธาสำคัญของอำเภอปัว บรรยากาศสงบ อิ่มบุญ อิ่มใจ วัดภูเก็ต

วัดสวยบนเนินเขา มองเห็นวิวทุ่งนาและภูเขาแบบเต็มตา ได้ทั้งไหว้พระและเช็กอินภาพสวย วัดปรางค์ + ต้นดิกเดียม อีกหนึ่งจุดน่าสนใจของปัว

ที่มีทั้งความศักดิ์สิทธิ์และเรื่องเล่าอันเป็นเอกลักษณ์ วัดร้องแง วัดเก่าแก่ศิลปะไทลื้อ งดงาม สงบ และเต็มไปด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรม และบ้านร้องแง ชุมชนไทลื้อดั้งเดิม

ที่ยังคงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และกลิ่นอายแห่งศรัทธาไว้อย่างงดงาม สะท้อนอัตลักษณ์เมืองเก่าที่มีชีวิตและความงดงามของวัฒนธรรมล้านนา พร้อมกันนี้ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา การสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และการกระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่

ทั้งนี้กิจกรรม “วิ่งรับบุญ เสริมบารมี วิถีล้านนา มูเตรัน” เป็นหนึ่งในกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและวัฒนธรรมของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 โดยมีกำหนดจัดต่อเนื่องอีก 2 สนาม ได้แก่จังหวัดพะเยา วันที่ 9-10 พฤษภาคม 2569 ณ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา อำเภอเมืองพะเยา และปิด

ท้ายจังหวัดเชียงราย วันที่ 16-17 พฤษภาคม 2569 ณ สวนสาธารณะเชียงแสน อำเภอเชียงแสน เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยว และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสทั้งสุขภาพ ความศรัทธา และวัฒนธรรมล้านนาในพื้นที่ภาคเหนือ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กรุงเทพฯ – คึกคัก!! งาน “BCIFW 2026” เปิดรันเวย์เดือด! ดันไทยสู่เวทีแฟชั่นระดับโลก

แชร์เนื้อหานี้

กรุงเทพฯ กลับมาคึกคักอีกครั้งกับงาน BCIFW BANGKOK CITY INTERNATIONAL FASHION WEEK 2026 งานแฟชั่นโชว์ระดับนานาชาติที่จัดขึ้นเพื่อต้อนรับซีซั่น Spring/Summer โดยปีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของวงการแฟชั่นไทย ที่รวบรวมดีไซเนอร์ แบรนด์ และนางแบบนายแบบจากหลากหลาย

ประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ไฮไลต์สำคัญของงานในครั้งนี้ คือการปรากฏตัวของ อาจารย์กรณ์รักษ์ จิรัชภาบริรักษ์ อาจารย์มูเตลูเพื่อธุรกิจจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ผู้ได้รับการยอมรับว่าเป็นอาจารย์มูเตลูคนแรกของประเทศไทยและของโลกในรูปแบบหลักสูตรที่มีหน่วยกิต ได้ร่วมเดินแบบบนรันเวย์ให้กับแบรนด์ HilltribeHouse และ ALICIO สร้างความฮือฮาและสีสันให้กับงานเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น Miss Thailand Universe 2019 และ TOP 5 Miss Universe 2019 มาร่วมเฉิดฉายบนรันเวย์ เพิ่มความโดดเด่นให้กับโชว์ในครั้งนี้
ภายในงานยังเต็มไปด้วยเหล่าคนดังและเซเลบริตี้ที่ตบเท้าเข้าร่วมเดินแบบ อาทิ ดร.สุนิล พล (Dr. Sunil Phol) ทันตแพทย์ชื่อ

ดังระดับอินเตอร์ พร้อมด้วยลูกสาว “น้องเคธี่” ที่ร่วมสร้างสีสันบนเวที รวมถึงเหล่าหนุ่ม ๆ จากเวที Mister Landscapes 2026 ไม่ว่าจะเป็นเควิน Mister Landscapes เลย 2026ก้อง Mister Landscapes สมุทรปราการ 2026เก่ง Mister Landscapes นครปฐม 2026เฟม Mister Landscapes 2026ทั้งหมดร่วมถ่ายทอดเสน่ห์และเอกลักษณ์ของแฟชั่นผ่านรันเวย์ได้อย่างน่าประทับใจ

งาน BCIFW 2026 ไม่เพียงเป็นเวทีแฟชั่น แต่ยังเป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่ผลักดันอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยสู่ระดับสากล สะท้อนพลังสร้างสรรค์และศักยภาพของดีไซเนอร์ไทยสู่สายตานานาชาติอย่างแท้จริงBCIFW2026 SpringSummer ALICIO CDC มาดามเฮ้าส์ MaDamHouse #Runway FashionWeek2026 BangkokCityInternationalFashionWeek #HilltribeHouse

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สิงห์บุรีเปิดยิ่งใหญ่! งาน “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย” ชูอารยธรรมดินเผา 700 ปี ปลุกท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกลุ่มจังหวัดภาคกลาง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา19.00 น.นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธี เปิดฉากอย่างอลังการกับงาน “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย ดินเผาเล่าเรื่องเมืองสิงห์” ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ แหล่งโบราณสถานพิพิธภัณฑ์เตาเผา

แม่น้ำน้อย และวัดพระปรางค์ อำเภอบางระจัน เพื่อประกาศศักดาความเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำและแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่ใหญ่ที่สุดในอดีต หวังดึงนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเข้าสู่เส้นทางท่องเที่ยวสายศรัทธาและประวัติศาสตร์​ยกระดับโบราณสถาน สู่หมุดหมายท่องเที่ยวคุณภาพสูง

โดยมี นายปฏิญา สันติชาติงาม ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ซึ่งมุ่งเน้นการพลิกฟื้นการท่องเที่ยวไทยสู่รูปแบบคุณค่าสูง (High Value) โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 700 ปี ของเตาเผาแม่น้ำน้อยเป็นฐานสำคัญในการเชื่อมโยงกิจกรรมท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน

ไฮไลต์สุดตระการตา “แสง สี เสียง” เล่าขานตำนานเมืองสิงห์
​บรรยากาศในวันแรกเต็มไปด้วยความคึกคัก กับการแสดง แสง สี เสียง (Light & Sound) สื่อผสมที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรุ่งเรืองของภูมิปัญญาช่างปั้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นได้อย่างสมจริง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเด่นที่น่าสนใจ อาทิ:
​การแสดงศิลปวัฒนธรรม: การแสดงโขน, ลิเก, หนังใหญ่ และนาฏมวยไทยที่หาชมได้ยาก

​โซนวิชาการ: การเสวนาความรู้ทางประวัติศาสตร์และการแข่งขันตอบปัญหาชิงรางวัลช้อป ชิม ชิลล์: การออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP เกรดพรีเมียม และอาหารพื้นถิ่นรสชาติดั้งเดิมของชาวสิงห์บุรีความบันเทิง: คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ หนู มิเตอร์, ไข่มุก The Voice, ณัฎฐ์ กิตติสาร และกานดา อาร์สยาม ที่จะสลับสับเปลี่ยนมาสร้างรอยยิ้มตลอด

การจัดงานเชื่อมโยง “เส้นทางสายศรัทธา” กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนนายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี กล่าวว่า “งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเฉลิมฉลองอดีต แต่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยว ‘ตามรอยพระพุทธบาทกราบศรัทธา’ และวิถีชุมชนลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ป่าสัก ซึ่งจะช่วย

สร้างรายได้หมุนเวียนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน”
​จังหวัดสิงห์บุรีขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมย้อนรอยอารยธรรมและสัมผัสมนต์เสน่ห์ของดินเผาเมืองสิงห์ในงาน “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย ดินเผาเล่าเรื่องเมืองสิงห์” จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 – 3 พฤษภาคม 2569 ณ พิพิธภัณฑ์เตาเผาแม่น้ำน้อย และวัดพระปรางค์ อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี (เข้าชมฟรีตลอดงาน!)

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีมอบกระเป๋าคัดกรองโครงการสนับสนุน สถานีสุขภาพชุมชน (Health Station)

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานในพิธีมอบกระเป๋าอุปกรณ์คัดกรอง โครงการสนับสนุนสถานีสุขภาพชุมชน (Health Station) พร้อมด้วย นายสุภัทร กตัญญูทิตา รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม แพทย์หญิงบุษยมาศ บุศยารัศมี ผู้ช่วยผู้อำนวยการ

คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข มอบกระเป๋าอุปกรณ์คัดกรอง (Health Station) ให้แก่เจ้าหน้าที่ รพ.สต.อำเภอเมือง จำนวน 34 แห่ง เพื่อเพิ่มการเข้าถึง บริการคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นให้กับประชาชน โดยมีอุปกรณ์ ได้แก่ เครื่องวัดความดันโลหิตแบบดิจิทัล เครื่องเจาะน้ำตาลปลายนิ้ว สายวัดรอบเอว และชุดอุปกรณ์มาตรฐาน ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการคนละลูก เดินหน้าสร้างฝันเยาวชนไทย มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่าให้โรงเรียนท่างิ้ว(ต.ช.ด.อุปถัมภ์)อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง

แชร์เนื้อหานี้

พร้อมเปิดคลินิกฟุตบอล ​[ตรัง]– โครงการคนละลูกสานต่อภารกิจสร้างโอกาสทางกีฬาให้เยาวชนไทย จัดกิจกรรม ผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง ปีที่ 8 ประจำปี 2569 มอบลูกฟุตบอลคุณภาพมาตรฐานสากลจาก “มิกาซ่า” (Mikasa) ให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลนทั่วประเทศไทย พร้อมเปิดตัวกิจกรรมคลินิกฟุตบอลเพื่อฝึกสอนทักษะพื้นฐานและเทคนิคการเล่นฟุตบอลอย่างถูกวิธีให้กับเด็กๆ

นายวิโรจน์ นิตย์ใหม่ หัวหน้าสำนักงานโครงการคนละลูกจังหวัดตรัง (คนที่ 3 ขวามือ) มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า ให้นายเกรียงไกร ตันเจี่ย ผู้อำนวยการโรงเรียนท่างิ้ว(ต.ช.ด.อุปถัมภ์) จังหวัดตรัง
​โครงการคนละลูก ในฐานะผู้นำเยาวชนด้านกีฬา ได้เล็งเห็นถึง

ความสำคัญของการออกกำลังกายและการสร้างระเบียบวินัยผ่านการเล่นกีฬา โดยเฉพาะฟุตบอลซึ่งเป็นกีฬายอดนิยม แต่ในหลายพื้นที่ยังคงขาดแคลนอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ในปีนี้ทางโครงการคนละลูก จึงได้จัดหาลูกฟุตบอลมิกาซ่าเพื่อส่งมอบให้แก่โรงเรียนต่างๆ เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์การเรียนการสอนและฝึกซ้อม

นอกจากการมอบอุปกรณ์แล้ว ไฮไลท์สำคัญของกิจกรรมในปีนี้คือการจัด “คลินิกฟุตบอล” โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญ มุ่งหวังที่จะเป็นสะพานส่งต่อโอกาสเหล่านี้ให้กับเด็กไทยทุกคน ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนก็ตาม การสนับสนุนลูกฟุตบอลมิกาซ่าพร้อมกับการให้ความรู้ผ่านคลินิกฟุตบอล จะช่วยให้เยาวชนมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

นายศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูก กล่าว โครงการคนละลูก ผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง ปีนี้เป็นปีที่ 8 ผมต้องขอขอบคุณผู้สนับสนุน บริษัท มิกาซ่า อินดัสตรี้ส์(ไทยแลนด์)จำกัด บริษัท พี.เค.พี.เท็กซ์ไทล์ โปรดักส์ จำกัด บริษัท ซี.อาร์ ทเวลฟ์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท ซันสวีท จำกัด(มหาชน) บริษัท กีล่า สปอร์ต จำกัด ที่สนับสนุนโครงการคนละลูกมาโดยตลอดและสำนักสื่อมวลชนทุกสำนักที่ประชาสัมพันธ์ข่าวมาโดยตลอด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภ.5 แถลงข่าวจับกุมชายก่อเหตุฆาตกรรมชายเร่ร่อน 3 ราย ในพื้นที่ สภ.ช้างเผือก สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ และ สภ.เมืองเชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

1 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.00 น.พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงข่าวจับกุมชายก่อเหตุฆาตกรรมชายเร่ร่อน 3 ราย ในพื้นที่ สภ.ช้างเผือก ต่อเนื่องพื้นที่ สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ และพื้นที่ สภ.เมืองเชียงรายโดยมี พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ.เสวก ชูศิริ ผกก.สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่, พ.ต.อ.ญาณพล พัฒนชัย ผกก.สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ ร่วมแถลงผลการจับกุม ณ ห้องประชุม ศปก.สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่

กรณีเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ พบศพนายบุญเรือง ชายเร่ร่อน อายุ 51 ปี ถูกแทงคอและเผาอำพรางใต้สะพานรัตนโกสินทร์ และต่อมาวันที่ 30 เมษายน 2569 สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ พบศพนายโจ้ ชายเร่ร่อน อายุ 46 ปี ใต้สะพานขัวสลีเวียงพิงค์ต่อมา สามารถติดตามจับกุมนายปะแนะ อายุ 31 ปี ที่อยู่ ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ผู้ก่อเหตุ ได้ที่บริเวณหน้าตลาดช้างเผือก จ.เชียงใหม่ และให้การรับสารภาพก่อเหตุฆ่าชายเร่ร่อน 2 ราย ของทั้ง สภ.ช้างเผือก และ สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่

ตามวันเวลาดังกล่าว และได้ซักถามขยายผล จนนายปะแนะฯ ให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุฆาตกรรมชายเร่ร่อนอีก 1 ราย เหตุเกิด ริมถนนสาธารณะสิงหไคล ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 5 ม.ค.69 ที่ผ่านมา จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา นายปะแนะฯ ได้กระทำผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย” นำตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เทศบาลบ้านกรูด จัดกิจกรรมการถ่ายทอดภูมิปัญญาจากผู้รู้เพื่อพัฒนารักษาและสืบสานที่ยั่งยืน การทำดอกไม้จันทน์และจัดพวงหรีด

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 09:00 น.ที่ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เทศบาลตำบลบ้านกรูด อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด

เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการยกระดับคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย กิจกรรมที่ 2 การถ่ายทอดภูมิปัญญาจากผู้รู้เพื่อพัฒนารักษาและสืบสานที่ยั่งยืน (กิจกรรมการทำดอกไม้จันทน์และจัดพวงหรีด)

โดยมี นางสาวพนิดา ชูแข นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ กล่าวรายงานการจัดโครงการ พร้อมด้วย คณะบริหาร ประธานสภาและสมาชิกสภาเทศบาล รองปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการทุก

ส่วนกอง หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ พนักงานเทศบาล และผู้ร่วมกิจกรรม เข้าร่วมพิธีเปิด และได้รับเกียรติจาก นางสาวจีรวรรณ สุขผล ครูโรงเรียนบางสะพานวิทยา และนางสาววิไล ปักษี ปราชญ์ชุมชน เป็นวิทยากรบรรยาย

โครงการยกระดับคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย กิจกรรมที่ 2 การถ่ายทอดภูมิปัญญาจากผู้รู้เพื่อพัฒนารักษาและสืบสานที่ยั่งยืน (กิจกรรมการทำดอกไม้จันทน์และจัดพวงหรีด) ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กำหนดจัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 29 – 30 เมษายน 2569

โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ผู้สูงอายุ สมาชิกในครอบครัวผู้สูงอายุ จำนวน 40 คน มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้สูงอายุมีอาชีพ สร้างรายได้ สามารถพึ่งพาตนเอง และเป็นการสนับสนุนส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น

ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในพื้นที่เทศบาลตำบลบ้านกรูด อีกทั้งผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้ ประสบการณ์ในการฝึกประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อนำไปต่อยอดในการเพิ่มอาชีพและรายได้แก่ผู้ร่วมกิจกรรม

//////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาค 2 เป็นประธานเปิดงานครบรอบ 42 ปี ทหารพรานที่ 21 สานต่อภารกิจความมั่นคงและช่วยเหลือประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 เมษายน 2569 ที่กองบังคับการกรมทหารพรานที่ 21 ค่ายศรีสองรัก อำเภอเมือง จังหวัดเลย พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีวันสถาปนากรมทหารพรานที่ 21 ครบรอบ 42 ปี โดยมี พลตรี ประเสริฐ สิงขรเขียว ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 28

นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ให้การต้อนรับ พร้อมด้วย พลตรี มงคล หอทอง ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พลตำรวจตรี วีระเดช เลขะวรกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธร

จังหวัดเลย พันเอก ศรณณัฐ นวลมณี ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 21 ผู้บังคับบัญชาหน่วยทหาร หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐและเอกชน ตลอดจนกำลังพล อาสาสมัครทหารพราน และครอบครัวเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ภายในพิธีมีการทำบุญตักบาตรและประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วย และอุทิศส่วนกุศลให้กับข้าราชการทหารผู้เสียสละและพลีชีพเพื่อชาติ นอกจากนี้ยังมีการถวายผ้าป่าสมทบทุนสร้างพิพิธภัณฑ์ปฏิปทาพระธุดงคกรรมฐาน สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พร้อมทั้งมอบทุนการศึกษาแก่บุตรหลานของกำลังพล

สำหรับกรมทหารพรานที่ 21 จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงภายในประเทศ โดยเฉพาะการปราบปรามการก่อความไม่สงบ ควบคู่กับการช่วยเหลือประชาชนและการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาได้ปฏิบัติภารกิจตามมาตรการต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ จนสถานการณ์ความไม่สงบ

ลดระดับลงปัจจุบันบทบาทของทหารพรานได้ปรับเปลี่ยนไปสู่การสนับสนุนภารกิจป้องกันประเทศมากยิ่งขึ้น โดยเน้นการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดน และรองรับภัยคุกคามในระดับต่ำ เพื่อออมกำลังของหน่วยรบหลัก ทั้งนี้ โครงสร้างของหน่วยยังคงมีความยืดหยุ่น คล่องตัว สามารถปรับเพิ่มหรือลดกำลังได้ตามสถานการณ์ ในอนาคต เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท่าหลวง จ.ลพบุรี ชูสินค้า OTOP “จัดกิจกรรมการจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย” ลดค่าครองชีพประชาชนฯ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.00 น. ณ หอประชุมอำเภอท่าหลวง ที่ว่าการอำเภอท่าหลวง โดย นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ประธานเปิดงานกิจกรรม การจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพประชาชนอำเภอท่าหลวง พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน และผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP และผู้เข้าร่วมงานกิจกรรม พร้อมกันบริเวณจัดงาน. โดยนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ได้กล่าวว่า อำเภอท่าหลวง ร่วมกับ ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน และผู้ผลิตผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ได้จัดกิจกรรม การจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” ณ ที่ว่าการอำเภอท่าหลวง

โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีคุณภาพได้มาตรฐานในราคาพิเศษ มาจัดจำหน่ายให้ทุกท่านได้เลือกชมเลือกซื้อ และยังได้มีการนำผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้า OTOP ผู้ประกอบการายย่อย (SMEs)มาร่วมจัดจำหน่ายสินค้าด้วย เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น และจะได้ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์เพิ่มเติมต่อไป

ทั้งนี้อำเภอท่าหลวง จะจัดกิจกรรมการจำหน่ายสินค้าฯ ในทุกวันศุกร์ และเริ่มครั้งแรก ในวันนี้ วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม นี้เป็นต้นไป จะมีสินค้ามาเพิ่มใหม่และสดอยู่ตลอดเวลา โดยในวันนี้จะมีสินค้าเพื่อมาออกร้านค้า ร่วมลดราคาให้ประชาชนดังนี้

  1. ปลาส้ม บ้านท่ากรวด ตำบลแก่งผักกูด
  2. กลุ่มหัตถกรรม บ้านกาญจนา ตำบลแก่งผักกูด
  3. ปลาแปรรูป ผู้ใหญ่ลำดวน
  4. ผักทองดี
  5. ปลาส้ม ผู้ช่วยจำปี พรพรหม
  6. จิ้งหรีดทอด ผู้ใหญ่นุชนารถ
  7. ขนมบ้าบิ่น น้องนุช
  1. สลัดผักไร่ธรรมนาธาร (โคก หนอง นา)
  2. กลุ่มกระเป้า บ้านท่ากรวด ตำบลแก่งผักกูด
  3. ต้นอ่อนทานตะวันพิมลพรรณ
  4. ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน ตำบลชับจำปา
  5. กลุ่มสตรี บ้านทุ่งดินแดง
  6. ข้าวโพดทอดกรอบ ตำบลหัวลำ
  7. ผลิตภัณฑ์น้ำตาลทราย ราคาประหยัด จากโรงงานน้ำตาตาล T.N.
  1. กระดาษทิชชู ราคาย่อมเยา จากโรงงานกระดาษวังเปเปอร์
  2. ข้าวสาร ราคาประหยัด จาก ธกส. สาขาท่าหลวง
  3. หอยทอด/ ผัดไท
  4. ขนมจีบ/ ชาลาเปา/ เขียงไม้มะขาม
    และสินค้าอื่นๆอีกมากมาย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว