
จากกรณีคนร้ายบุกปาระเบิดข่มขู่ผู้สื่อข่าว ล่าสุดผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรียกประชุมด่วนชุดสืบสวน สั่งปูพรมตรวจค้นจุดต้องสงสัย เก็บหลักฐานจากกล้องวงจรปิดหาเส้นทางหลบหนี มั่นใจคดีคืบหน้าไปมาก แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกกันคนร้ายไหวตัว ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 2 สภ.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทองผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีคนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ใช้วัตถุระเบิดชนิดไปป์บอมบ์ปาเข้าใส่บ้านพักของผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ Top News ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จนทำให้รถยนต์ที่จอดอยู่ได้รับความเสียหาย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นการข่มขู่เพื่อไม่ให้นำเสนอข่าวธุรกิจสีเทาบางอย่าง ที่อาจมีส่วนพัวพันกับผู้มีอิทธิพลในหลายพื้นหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ต.ต.อาทร เปิดเผยว่า ในขณะนี้พนักงานสอบสวนได้เชิญตัวบุคคลที่คาดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องมาสอบปากคำแล้วหลายราย

โดยผลการสอบสวนเบื้องต้นถือว่ามีประโยชน์และทำให้คดีมีความคืบหน้าไปมาก สำหรับประเด็นการก่อเหตุ ตำรวจยังคงให้น้ำหนักไปในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น ประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวหรือ การทำหน้าที่สื่อมวลชน” ในการนำเสนอข่าวเชิงลึกซึ่งไปกระทบกับผลประโยชน์ของบุคคลบางกลุ่ม โดยยืนยันว่าจะไม่มีการตัดประเด็นใดทิ้งจนกว่าจะมีหลักฐานชัดเจนนอกจากนี้ ผู้การฯ ประจวบฯ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สนธิกำลัง กลับ ชุดสืบสวน สภ. อ่าวน้อย และสภ. เมือง เข้าตรวจค้นเป้าหมายต้องสงสัยในพื้นที่ที่คาดว่าจะเป็นจุดกบดานหรือจุดเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ พร้อมกำชับให้ฝ่ายสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด ทั้งจากภาครัฐและเอกชนตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้เข้ามาก่อเหตุและใช้หลบหนีอย่างละเอียด เพื่อหาความเชื่อมโยงของยานพาหนะและรูปพรรณสันฐานของคนร้าย

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.อาทร ย้ำว่าข้อมูลในส่วนของงานสืบสวนสอบสวนบางประการยังไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้เนื่องจากเกรงจะเสียรูปคดี”ข้อมูลบางอย่างเราต้องขอสงวนไว้ก่อน เพราะหากคนร้ายทราบความเคลื่อนไหวของตำรวจ จะทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความลำบากและอาจทำให้คนร้ายไหวตัวทัน แต่ยืนยันว่าเราทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้” ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์และวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ เพื่อกดดันและติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นคดีที่สะเทือนขวัญและเป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ตำรวจประจวบฯ โชว์ความโปร่งใส! ตรวจหาสารเสพติดข้าราชการตำรวจ 1,053 นาย ผลเป็นลบยกจังหวัด ขานรับโครงการ “ตำรวจสีขาว”

เมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้ (13 ม.ค. 69) ณ ลานหน้าอาคารที่ทำการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีเข้าแถวเคารพธงชาติและกล่าวคำปฏิญาณตน พร้อมด้วยรองผู้บังคับการฯ, ผู้กำกับการสืบสวน, ผู้กำกับการสอบสวน, ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ และข้าราชการตำรวจในสังกัด เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการเป็นข้าราชการตำรวจที่ดี

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีการหน้าเสาธง พล.ต.ต.อาทร ได้เปิดปฏิบัติการตาม “โครงการตำรวจสีขาว” โดยสั่งการให้มีการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของข้าราชการตำรวจทุกนายในสังกัดทันที โดยปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการดำเนินการพร้อมกันทั้งจังหวัด นำโดยหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรทั้ง 16 สถานี

ณ ที่ทำการของทุกหน่วยสำหรับการตรวจค้นหาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรตำรวจที่ต้อง “ใสสะอาด” และไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเด็ดขาดจากการตรวจปัสสาวะข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,053

นาย ผลปรากฏว่า ไม่พบสารเสพติดในร่างกายแต่อย่างใด (ผลเป็นลบครบ 100%) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงระเบียบวินัยและความเข้มแข็งของตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประชาชนด้วยความโปร่งใสและยุติธรรม
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781
