
ตามที่เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา นายสัญชาติ อุปนันชัย ผอ.ปปท.เขต 5 มอบหมายให้ นายณัฏฐนันท์ บัวศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 3 นางสาวสาริสา รอดถาวร ผู้อำนวยการกลุ่มงานป้องกันการทุจริตภาครัฐ นางสาวพิชยา พรหมมา นักวิชาการยุติธรรมชำนาญการ นางสาวณัฐชานันท์ เสถียรนักวิชาการยุติธรรมชำนาญการ นายอภิชาติ ทิพย์ชมภู นักสืบสวนชำนาญการ ร่วมกับเครือข่าย ปปท.แพร่ ฯ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 9 จังหวัดลำปาง นายจักรกริช พลดาหาญ รองผู้ตรวจเงินแผ่นดิน (สตภ.9) นายอาภาพรเอี้ยงทอง ผู้อำนวยการกลุ่มนายวรรณชัย แก้วมณีย์ นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการ

สำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดแพร่ นายอนุชา สัตยดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนัก
งานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดแพร่ นายพรพจน์ หมู่ธิมา ผู้อำนวยการกลุ่ม นายพิพัฒน์พล สุภา วิศวกรปฏิบัติการ ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 นายชาญชัย แก้วประดับ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ นางพิชญา ธารากรสันติ เจ้าหน้าที่คดี พิเศษชำนาญการพิเศษ กอ.รมนจังหวัดแพร่ พ.ต.พัฒธพล สุทธพันธ์ รองหัวหน้ากลุ่มงานประสานความมั่นคง,ร.อ.พงศ์สนั่น ศรีธยศหัวหน้าชุดรวบรวมตรวจสอบข่าวสาร 310 (จรต. 310) สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดแพร่ นางสาวกันยา สุขเจริญพนักงานคุมประพฤติชำนาญการพิเศษ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดแพร่ นางสาวพัฒน์นรี มากต่าย นิติกร สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดแพร่,นางสาว รัตน์สุดา โอดเทิง เจ้าพนัก งานป้องกันการทุจริตชำนาญการพิเศษ นายชัยวัลย์ ตันสุหัช เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตปฏิบัติการ นางกอบเพชร หาญพัฒนพาณิชย์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 16 ในฐานะประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดแพร่ ได้มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรีภาคิน ชมภูพันธ์ รองประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดแพร่ เข้าร่วมติดตาม แต่งานต่างจังหวัด

จึงมอบหมายให้ นายธีรพงษ์ ธงออน ที่ปรึกษาฯ ด้านประชาสัมพันธ์ ศูนย์ประสานงานเครือข่ายภาคประชาสังคมในการต่อต้านการทุจริตจังหวัดแพร่ นายรัฐพล แสงดอก ประธานคณะทำงานศูนย์ประสานงานเครือข่าย นายธีรพงษ์ ธงออน นางเอมอร พรหมดี นางเครือวัลย์ ปัญญาไวย คณะทำงานศูนย์ประสานงานเครือข่ายฯ 24 คน ร่วมฟังสรุปสถานการณ์การก่อสร้างศูนย์ราชการจังหวัดแพร่ ที่ผู้รับเหมากำลังทิ้งงานที่ห้องประชุมสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดแพร่ โดยมีนายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ผู้รับผิดชอบโครงการเป็นประธานที่ประชุม

ซึ่งในเรื่องนี้ นายสิทธิภัทร ปาละนันทน์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดแพร่ ให้ข้อมูลกับที่ประชุมว่า จังหวัดแพร่ ได้รับจัดสรรงบประมาณจากสำนักปลัดกระทรวงมหาดไทย ตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ 2563 สร้างศูนย์ราชการจังหวัดแพร่ งบประมาณทั้งสิ้น
657, 115,400 บาท ทำการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีประกวดราคาอิเล็ก
ทรอนิกส์ แล้วได้ตกลง จ้างบริษัทอัครกร ดีเวลลอปเม้น จำกัด ร่วมกับ บริษัท ไชน่าเรลเวย์ China Ride Way Number ประเทศไทยนับเบอร์ 10 Z(ประเทศไทย)จำกัด สัญญาจ้าง ก่อสร้างในวงเงิน 539,995,000.00 บาท ระยะก่อสร้างเวลาก่อสร้าง 1,080 วัน จำนวน 237 งวดงาน เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2564 สิ้นสุดสัญญาจ้างวันที่ 14 มีนาคม 2567

โครงการก่อสร้างดังกล่าวต้องเผชิญกับสภาวะการระบาดของโรคโควิด ทำให้โครงการล่าช้ากว่าปกติ จึงได้รับการช่วยเหลือตามมาตรการ เร่งรัดการปฏิบัติงาน ให้เพิ่มเวลาการทำงานอีก 554 วันนับตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2567 ถึงวันที่ 19 กันยายน 2568ซึ่งสิ้นสุดวันดังกล่าวโครงการพึ่งรุดหน้า ไปเพียงร้อยละ 25% เท่านั้น จึงมีค่าปรับวันละ 539,995 บาท ขอบเขตงานก่อสร้างประกอบด้วย 1.อาคารศาลากลางจังหวัดสูง 4 ชั้น จำนวน 1 หลัง 2. อาคารหอประชุมขนาด 1,000 คนจำนวน 1 หลัง 3. อาคารโรงอาหารจำนวน 1 หลัง 4. อาคารสโมสรร้านค้า จำนวน 1 หลัง และ 5. งานผังบริเวณและสิ่งก่อสร้างประกอบ ซึ่ง ณ.ปัจจุบันในภาพรวมผลการก่อสร้างจริงสะสมก่อสร้างได้เพียงร้อยละ 25.13 เท่านั้น มีการเบิกจ่ายล่วงหน้าร้อยละ 15 เป็นเงิน 81,000,000 บาท เงินเบิกจ่าย 36 งวดเป็นเงิน 63,759,200 บาท คงเหลือค้างจ่าย 201 งวด จำนวน 395,235,800 บาท คิดเป็นร้อยละ 73

นายณัฏฐนันท์ บัวศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 3 กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มชัดเจนว่า บริษัทผู้รับจ้าง รถคนงานและขนอุปกรณ์ออกจากจุดก่อสร้างศูนย์ราชการ เชื่อว่าจะเป็นการทิ้งงานแน่นอน ขณะนี้กำลังเข้าสู่กระบวนการยกเลิกสัญญากับบริษัทผู้รับจ้างและต้องมาหาผู้รับจ้างใหม่ขขขเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อฟังจากการชี้แจงจากบริษัทผู้รับจ้าง ที่ผ่านมาต้องเผชิญกับสถานการณ์โรคโควิด จึงมีการขยายระยะเวลา แต่ผู้รับจ้างก็มิได้ดำเนินการตามกำหนดเวลา เมื่อมาดูหน้างานพบว่า ไม่เป็นไปตามสัญญา ซึ่งถือว่าเป็นการเสียโอกาสอย่างมาก ถึง ณ.ปัจจุบันต้องมาคำนวณดูว่า เนื้องานที่เกิดขึ้นกับเงินที่ได้รับไปตรงกันหรือไม่ และต้องคำนวณว่ารัฐมีความเสียหายมากน้อยแค่ไหน ซึ่งต้องมีการปรับเพิ่มเติม

และในวันเดียวกันเวลา 13.30 น.ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลปงป่าหวาย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ นายณัฏฐนันท์ บัวศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 3 นางสาวสาริสา รอดถาวร ผู้อำนวยการกลุ่มงานป้องกันการทุจริตในภาครัฐ นายจักรกริช พลดาหาญ รองผู้ตรวจเงินแผ่นดิน (สตภ.9) นายอนุชา สัตยดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดแพร่ นายชาญชัย แก้วประดับ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ (DSI) นายธีรพงษ์ ธงออน ที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ ได้มอบหมายจาก ว่าที่ร้อยตรีภาคิน ชมภูพันธ์ รองประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดแพร่ ให้เป็นผู้แทนคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดแพร่ นางเครือวัลย์ ปัญญาไวย เครือข่ายภาคประชาสังคมในการต่อต้านการทุจริตจังหวัดแพร่ นายรัฐพล แสงดอก
ประธานพร้อมคณะ รวม 24 คน ฯ เข้าตรวจสอบการทำงานของภาครัฐกรณี โรงงานกรีนเทอร์มินอล จำกัด ผู้ผลิต “ชีวมวลไม้อัดแท่ง” ที่ปล่อยมลภาวะทางเสียง ทางอากาศ จนส่งผลกระทบชาวบ้านบ้านต้นม่วงหมู่ 1 ตำบลปงป่าหวายรอบๆ โรงงานในรัศมี 600 เมตร มีอาการป่วยทางเดินหายใจ และบางรายแพทย์แนะนำให้อพยพออกไปอยู่ที่อื่นเพื่อความปลอดภัย โดยได้นัดหมายหน่วยงานรัฐที่ อาทิ อุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่(ทสจ.แพร่) สาธารณสุขจังหวัดแพร่ ผู้บริหารเทศบาลตำบลปงป่าหวาย และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแพร่ โดยเฉพาะการประชุมครั้งนี้ สส.พิมไจ นางสาวลักษณารีย์ ดวงตาดำ ส.ส.แพร่ เขต 3 เดินทางมาด้วยตัวเองเพื่อขอฟังสภาพปัญหาที่ทางราชการละเลยการบังคับใช้กฎหมาย และได้เข้าหารือหาต้นเหตุการณ์ปัญหาในห้องประชุมได้เปิดให้ทางราชการได้ชี้แจง

ทางโรงงานมีการก่อตั้งเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาและเมื่อเกิดปัญหาเข้ามาแก้ไขอย่างไร ซึ่งทางอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ ยืนยันว่า โรงงานถูกต้องทุกประการทั้งการขออนุญาตและไม่มีการปล่อยมลภาวะเกิดค่ามาตรฐาน ทาง ทสจ.แพร่ ก็ยืนยันว่าโรงงานแห่งนี้ขออนุญาตจากกรมโรงงานตามข้อ 34 (4) ให้ใช้ไม้นอกประเภทจำนวน 13 ชนิด ซึ่ง ทสจ.แพร่ได้เข้าตรวจถึง 2 ครั้ง พบมีเพียงไม้จามจุรีเป็นวัตถุดิบเท่านั้น และได้โชว์ภาพผ่านหน้าจอโปรเจ็คเตอร์ในห้องประชุม

ส่วนทางด้านสาธารณสุขจังหวัดแพร่ ได้กล่าวถึงมีผู้ป่วยทางเดินหายใจในบริเวณรอบๆ โรงงาน ได้ส่งรถตรวจคุณภาพอากาศก็พบว่ามีค่ามาตรฐาน ไม่เป็นอันตราย ทางศูนย์ดำรงธรรมจัวหวัดแพร่ ก็แจ้งว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายตามระเบียบทุกประการ ในส่วนของผู้ได้รับผลกระทบทางเทศบาลปงป่าหวาย ที่มารอฟังการพิจารณาของ ปปท.ภาค5 ซึ่งหลายคนไม่ได้เข้าฟังเป็นชาวบ้านห้ามเข้าฟังเพียงให้ส่งตัวแทนเข้าไปในห้องประชุมเท่านั้นในขณะที่ นางนงลักษณ์ ปลาเงิน ตัวแทนชาวบ้าน ได้กล่าวถึงความไม่ปกติในการก่อตั้งโรงงานจนเกิดมลภาวะในชุมชน โรงงานมีการขออนุญาตที่ผิดปกติ โดยเฉพาะ การรับฟังความคิดเห็นต่อชุมชนเพื่อก่อตั้งโรงงานในวันที่ 10 ธันวาคม 2565 ไม่มีการรับฟังความคิดเห็นแต่แจ้งว่าจะมาซื้อเศษไม้เหลือใช้ในชุมชนไปจำหน่ายต่อ (เศษไม้ในชุมชนคือไม้สัก)

หลังจากนั้นโรงงานขออนุญาตจากกรมโรงงาน ใบ รง. 4 ลำดับที่ 34 (4 ) ใบอนุญาตนี้ใช้ไม้นอกประเภทอยู่ในประเภทไม้ 13 ชนิดเท่านั้น ไม่มีไม้สัก จากนั้นได้นำเครื่องจักรมาเพิ่มเติมเพื่อบดอัดไม้เป็นไม้อัดแท่ง ในปี 2567 มีการแจ้งขอเพิ่มเครื่องจักรเป็น 800 แรงม้า วันที่ 7 สิงหาคม 2567 แต่ก็มิได้ขออนุญาตเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวข้องอาทิกฎหมายควบคุมมลภาวะ กฏหมายท้องถิ่นนางนงลักษณ์ กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่ตั้งโรงงานมายังไม่มีการขออนุญาตใบประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ( อภ.2 ) มาตั้งแต่เริ่มกิจการ ซึ่งผู้รักษากฎหมายไม่มีการปฏิบัติบังคับใช้กฎหมายมานาน ถือเป็นการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ มีตัวแทนจาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแพร่ และธรรมมาภิบาลจังหวัดแพร่ เสนอให้ ปปท.เร่งดำเนินการตามกฎหมายเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง

หลังจากนั้นทางตัวแทนชาวบ้านได้นำเอกสารหลักฐานการระเมิดกฎหมาย การกระทำผิดกฎหมาย การละเว้นไม่บังคับใช้กฎหมาย รวบรวมเป็นเอกสารส่งให้กับ นายณัฏฐนันท์ บัวศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ3 และยื่นต่อนางสาวลักษณารีย์ ดวงตาดำ ส.ส.แพร่ เขต 3 ต่อมา คณะ ปปท.ภาค 5 ได้เดินทางไปดูโรงงานเข้าพบ นายศักดา พรมเลิศ ผู้จัดการโรงงาน ภายในโรงงาน มีการหารือ หาทางออกร่วมกัน ปรากฏว่า โรงงานพยายามยืนยันว่าโรงงานสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน มีการจ้างแรงงานในชุมชน ในขณะที่แกนนำชาวบ้านยืนยันว่าจ้างแรงงานในชุมชนเพียง 1 รายเท่านั้น และที่สำคัญคือการรับซื้อไม้สักในชุมชน มีผู้ประกอบการไม้สักกว่า 200 รายที่โรงงานรับซื้อ ซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านต้องนำเศษไม้สักไปเผาทิ้งไม่ได้ประโยชน์ เป็นคำพูดของนายศักดากล่าวกับนายณัฏฐนันท์ และคณะ ปปท.ที่เข้าหารือ

ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ขัดต่อคำชี้แจงของ ทรัพยา กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่ในห้องประชุมอย่างชัดเจน ซึ่งผู้รับฟังจึงเข้าใจได้ว่า การชี้แจงในห้องประชุมเป็นเพียงข้อมูลตบตา ปปท. อย่างไม่เกรงกลัวความผิดใดๆจากสภาพปัญหาการระเมิดกฎหมายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่สนใจแม้แต่ คณะ ปปท. ถือว่าเป็นการไม่ให้ความสำคัญกับการปราบปรามทุจริตในวงราชการหลังจากที่ปปช.ภาค 5 ได้ลงพื้นที่รับทราบข้อมูลไปทั้งหมดแล้ว ชาวจังหวัดแพร่ต่างมีความกังวล กับเรื่องการศูนย์ราชการจังหวัดแพร่และการตรวจโรงงานไม้ที่เด่นชัย ซึ่งในเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ ปปท.5 แจ้งว่า ตอนนี้หน่วยงานเพิ่งส่งรายงานมา ที่ ปปท.5

ส่วนการลงพื้นที่นั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาและป้องปรามการทุจริต ในที่ประชุมก็ได้มีข้อสังเกตข้อแนะนำไปแล้วตามที่เราได้ให้แต่ละฝ่ายชี้แจง ให้หน่วยงานได้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ ส่วนเอกสารที่ได้รับมาทาง ปปท.5 จะขอตรวจเอกสารก่อนผู้สื่อข่าวขอแจ้งให้พี่น้องชาวแพร่ ที่ติดตามในเรื่องนี้ว่า ทางราชการมีขั้นตอนการทำงาน ขอให้วางใจกับหน่วยงานปปท. 5 ส่วนหน่วยงานในจังหวัดแพร่ ที่ส่วนเกี่ยวข้องทั้งสองเรื่องนั้น อยู่ที่ข้อมูลและหลักฐานที่สำคัญคือ พฤติกรรมที่ผ่านมาว่า เป็นอย่างไรบ้าง ต้องรอเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

