สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตรวจพื้นที่พระมั่วสุมใต้ต้นโพธิ์ 100 ปี หลัง อบจ.โคราช พบขวดเหล้า-กาว ยังไม่ชัดเป็นพระจริงหรือแอบอ้าง

แชร์เนื้อหานี้

จากกรณีประชาชนส่งคลิปให้สื่อมวลชน หลังพบกลุ่มบุคคลแต่งกายคล้ายพระมั่วสุมดื่มสุราและดมกาว บริเวณใต้ต้นโพธิ์อายุกว่า 100 ปี ด้านหลังองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเป็นวงกว้าง
ล่าสุดวันที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 10.30 น. พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา พร้อมด้วย นายพรพนา แสนการุณ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา และพระประเสริฐ ตัวแทนเจ้าคณะตำบลในเมือง เขต 1 ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณจุดที่ประชาชนร้องเรียน

ซึ่งเป็นพื้นที่ใต้ต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ด้านหลังองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาจากการตรวจสอบพบขวดสุรา กระป๋องกาว อุปกรณ์ประกอบอาหาร และเสื้อผ้าบางส่วนตกอยู่ในบริเวณดังกล่าว โดยพื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นจุดอับสายตา อยู่ใต้ต้นโพธิ์และมีลักษณะคล้ายโพรงหรือถ้ำ ซึ่งอาจเอื้อต่อการใช้เป็นแหล่งมั่วสุมของบุคคลบางกลุ่มนายพรพนา แสนการุณ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา เปิดเผยว่า เบื้องต้นขอขอบคุณประชาชนที่ช่วยเป็นหูเป็นตาในการสอดส่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของบุคคลที่แต่งกายคล้ายพระภิกษุ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบคลิปที่เผยแพร่ ยังไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจนว่าบุคคลในคลิปเป็นพระภิกษุจริงหรือเป็นบุคคลแอบอ้าง
ทั้งนี้ หากพบพฤติกรรมมั่วสุมหรือการกระทำที่ไม่เหมาะสมในลักษณะดังกล่าว ประชาชนสามารถแจ้งไปยังคณะสงฆ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือสำนักงานพระพุทธศาสนา เพื่อร่วมกันตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอน โดยยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อคัดกรองและขจัดบุคคลที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมออกจากพื้นที่

ด้านพระประเสริฐ ตัวแทนเจ้าคณะตำบลในเมือง เขต 1 และพระวินยาธิการ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบในพื้นที่ยังไม่พบบุคคลตามที่ปรากฏในคลิป แม้กลุ่มบุคคลดังกล่าวจะสวมผ้าจีวร แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นพระภิกษุจริงหรือเป็นบุคคลแอบอ้าง อีกทั้งยังไม่สามารถระบุได้ว่าสังกัดวัดใด เพื่อป้องกันการพาดพิงโดยไม่มีข้อเท็จจริงชัดเจนพระประเสริฐกล่าวเพิ่มเติมว่า ได้รับคลิปวิดีโอดังกล่าวไว้แล้ว และจะนำส่งต่อให้เจ้าคณะอำเภอและเจ้าคณะตำบล เพื่อกระจายไปยังวัดต่าง ๆ ในพื้นที่ช่วยตรวจสอบว่าเป็นพระจากวัดใด ก่อนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

ขณะที่ พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุจากสื่อสังคมออนไลน์และประชาชนในพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ผ่านมา ว่ามีกลุ่มบุคคลแต่งกายคล้ายพระมามั่วสุมบริเวณคลองใกล้องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ฝั่งตรงข้ามศาลแขวงนครราชสีมา โดยมีพฤติกรรมเข้าข่ายดื่มสุราและดมกาว

ภายหลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่สายตรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที แต่ไม่พบกลุ่มบุคคลดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ได้มีการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ พร้อมสอบถามประชาชนในละแวกใกล้เคียง เพื่อนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการสืบสวนติดตามตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการตามกฎหมาย
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเพิ่มมาตรการตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงอย่างเข้มงวด และประสานความร่วมมือกับคณะสงฆ์ในพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวซ้ำอีก รวมถึงสร้างความสงบเรียบร้อยและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ต่อไป

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

เปิดใจสาวโรงงานโดนคนขับรถบัสรับส่งลวนลามเผยยังผวากับเหตุการณ์โร่แจ้งความดำเนินคดี

จากกรณี นางสาวเอ อายุ 21 ปี แต่โพสข้อความ และคลิปวีดีโอเหตุการณ์ถูกคนขับรถส่งพนักงานลวนลาม โดยเล่าเหตุการณ์ว่า เพิ่งเริ่มเข้าทำงานในโรงงานได้เพียง 5 วัน โดยวันที่ 21 เมษายน ซึ่งเป็นวันแรกของการเริ่มงาน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเลิกงานได้ขึ้นรถโดยสารของโรงงานเพื่อเดินทางกลับบ้าน แต่เกิดนั่งรถผิดสายจนเหลือเป็นผู้โดยสารคนสุดท้าย ก่อนถูกคนขับก่อเหตุลวนลามภายในรถล่าสุดเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรจอหอ ทางพันตำรวจเอกศิวภาคย์ พวงจันทร์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรจอหอ พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน ได้สอบปากคำสาวโรงงาน นางสาวเออายุ 21 ปีนามสมมุติ เพิ่งได้เดินทางมาพร้อมกับแม่ยาย เพื่อมาแจ้งความร้องทุกข์ กับคนขับรถคนดังกล่าว ทราบชื่อว่านายวีระ อายุ 56 ปี เป็นผู้ก่อเหตุ ทางตำรวจจะทำการออกหมายเรียกเพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหา
นางสาวเอ (นามสมมุติ) พนักงานหญิงรายหนึ่ง ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ถูกพนักงานขับรถรับส่งพยายามลวนลาม โดยระบุว่า วันเกิดเหตุเป็นช่วงที่เพิ่งเข้าทำงานได้เพียง 5 วัน และเป็นการใช้บริการรถรับส่งของบริษัทครั้งแรก โดยมีรถสองสายที่ปลายทางเดียวกันคือจอหอ แต่ตนขึ้นผิดสาย ระหว่างโดยสารรถพบว่าพนักงานคนอื่นทยอยลงจนหมด เหลือตนเพียงคนเดียว จึงย้ายจากเบาะด้านหลังไปนั่งด้านหน้า และสอบถามคนขับว่า ไม่จอดลงที่เจ้าสัวหรือ และต้องวนรถกลับหรือไม่ คนขับจึงถามกลับว่า ขึ้นมาได้อย่างไร เพราะเป็นคนละสาย พร้อมสอบถามว่าจะทำอย่างไรต่อ ตนจึงเสนอให้จอดบริเวณปั๊มน้ำมันเพื่อเรียกรถรับจ้างกลับเอง แต่คนขับปฏิเสธโดยอ้างว่าเป็นอันตราย ไม่สามารถปล่อยลงคนเดียวได้ ก่อนจะบอกว่าจะไปส่งเองเพื่อไม่ให้เสียค่าใช้จ่าย


ในช่วงแรกยังไม่รู้สึกถึงความผิดปกติ กระทั่งรถไปจอดที่ปั๊มน้ำมันซึ่งคนขับจอดรถส่วนตัวไว้ จากนั้นคนขับลงจากรถและพูดเป็นภาษาถิ่นโคราชว่า ให้นั่งรอก่อน อย่าเพิ่งไปไหน เดี๋ยวจะลงมา ก่อนจะกลับขึ้นมาที่รถและล็อกประตู จากนั้นเดินเข้ามาหาและพยายามลวนลาม พร้อมพูดจาในลักษณะคุกคามว่า ขอได้ไหม อดมานานแล้ว ทำให้ตนตกใจและสติหลุด แต่พยายามตั้งสติ ไม่ต่อสู้เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุรุนแรงมากขึ้น พร้อมทั้งพยายามใช้โทรศัพท์บันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ แม้จะไม่ทันช่วงสำคัญทั้งหมดตนพยายามเปิดประตูรถซึ่งเป็นรถโดยสารรุ่นเก่าสามารถเปิดด้วยมือได้ ก่อนรีบลงจากรถ โดยตั้งใจจะวิ่งหนีแต่ร่างกายอ่อนแรงจนแทบล้ม จึงได้แต่เดินออกมาและหันกลับไปดูว่าคนขับตามมาหรือไม่ ซึ่งพบว่าไม่ได้ตามมาทั้งนี้ตนก็ต้องการฝากถึงผู้ก่อเหตุว่า หากเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับลูกหลานของผู้ก่อเหตุจะรู้สึกอย่างไร และยืนยันว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่ควรเกิดขึ้นกับใคร อีกทั้งทราบว่ามีผู้เสียหายรายอื่นเคยถูกกระทำในลักษณะเดียวกันแต่ไม่ได้แจ้งความเนื่องจากไม่มีหลักฐาน ตนจึงต้องการเป็นตัวแทนในการแจ้งความ และอยากเชิญ

ชวนผู้เสียหายรายอื่นเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม ส่วนตนต้องการให้ผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัวและยอมรับสารภาพ โดยทราบจากบริษัทว่ามีการไปติดตามตัวที่บ้านแต่พบว่าได้เก็บของหลบหนีไปแล้ว ขณะที่บริษัทรถรับส่งได้ติดต่อมาเพื่อแสดงความรับผิดชอบ แต่ขณะนี้ตนยังไม่สะดวกให้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนดังกล่าวด้าน นางหญิง อายุ 47 ปีนามสมมุติ แม่ยายของนางสาวเอ (นามสมมุติ) เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่ลูกสะใภ้ถูกโชเฟอร์รถรับส่งพนักงานก่อเหตุลวนลามว่า

ทราบเรื่องครั้งแรกจากการที่ลูกสะใภ้โทรศัพท์มาหาด้วยอาการร้องไห้และตกใจอย่างหนัก จับใจความได้ว่าขึ้นรถผิดสาย ก่อนจะถูกคนขับมีพฤติกรรมคุกคามทางเพศ จึงรีบสอบถามตำแหน่งและแนะนำให้ไปอยู่ในจุดที่มีคนจำนวนมาก โดยผู้เสียหายระบุว่าวิ่งหนีลงจากรถไปยังปั๊มน้ำมัน และมีประชาชนเข้ามาช่วยเหลือ ขณะที่ผู้ก่อเหตุพยายามขี่รถหลบหนี จากนั้นได้ให้ผู้เสียหายเรียกรถกลับบ้าน พร้อมกำชับให้เปิดสายโทรศัพท์ไว้ตลอดจนถึงที่พัก เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย อีกทั้งไม่ได้แจ้งให้แฟนของผู้เสียหายทราบทันที เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุรุนแรงจากการดื่มสุราในงานรื่นเริง จึงให้ญาติไปอยู่เป็นเพื่อนตลอดทั้งคืน และตนเองได้พูดคุยกับผู้เสียหายทางโทรศัพท์จนถึงเช้า


ผู้ก่อเหตุมีอายุค่อนข้างมาก น่าจะมีครอบครัวแล้ว ควรตระหนักว่าหากเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวของตนจะรู้สึกอย่างไร พร้อมระบุว่าคำพูดที่ใช้คุกคามมีลักษณะรุนแรงและไม่เหมาะสม จนทำให้ตนรู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก อีกทั้งจากการเผยแพร่เรื่องราวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ยังพบว่ามีผู้แสดงความคิดเห็นในลักษณะคล้ายเคยพบพฤติกรรมของบุคคลดังกล่าวมาก่อน ทั้งนี้ ยืนยันว่ารู้สึกผูกพันกับผู้เสียหายเสมือนลูกคนหนึ่ง และแม้จะเป็นบุคคลอื่นก็ไม่ควรถูกกระทำในลักษณะดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุอย่างถึงที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ไปก่อเหตุซ้ำกับผู้อื่นในอนาคต เนื่องจากเหตุการณ์ลักษณะนี้อาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้หญิงอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ว่าการดำเนินคดีและติดตามตัวผู้ก่อเหตุไม่น่ามีอุปสรรค พร้อมชื่นชมการปฏิบัติงานที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้เสียหายเป็นอย่างดี พ.ต.อ.ศิวภาคย์ พวงจันทร์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรจอหอ เปิดเผยถึงกรณีหญิงสาวถูกลวนลามว่า

ขณะนี้ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนแล้ว โดยได้จัดพนักงานสอบสวนหญิงเป็นผู้รับแจ้งความ และจากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีความซับซ้อน อีกทั้งเจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ต้องหาแล้ว เบื้องต้นจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยการออกหมายเรียกผู้ต้องหาเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป จากพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องน่ากังวล และอาจเป็นภัยต่อสังคม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ผู้กระทำความผิดลอยนวล ทั้งนี้ หากมีผู้เสียหายรายอื่นที่เคยถูกกระทำในลักษณะเดียวกัน สามารถเข้าแจ้งความเพิ่มเติมได้ โดยให้พิจารณาพื้นที่เกิดเหตุเพื่อให้เป็นไปตามอำนาจสอบสวน หากพบว่าเป็นผู้ต้องหารายเดียวกันและมีพฤติการณ์คล้ายกัน ก็สามารถแจ้งความในท้องที่ที่เกี่ยวข้องได้ โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันพร้อมให้ความเป็นธรรม และจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา