สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ระนองเดือด! ตร.ทางหลวงสนธิกำลังบุกจับหนุ่มวัย 22 ซุกยาบ้าในด้ามแปรง ก่อนวิ่งหนีเข้าป่าทุเรียน แต่ไม่รอดเฮือกสุดท้าย

ธนากร โกศลเมธี ผู้สื่อข่าว จังหวัดระนอง 0818923514 ระนอง – วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง กก.2 ส.ทล.4 สนธิกำลังบุกปิดล้อมบ้านหลังหนึ่งใน

พื้นที่หมู่ 3 ตำบลในวงเหนือ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง หลังได้รับรายงานลับว่ามีการมั่วสุมเสพยาเสพติดภายในบ้านเลขที่ 48 โดยมี ร.ต.ท.สนอง ยิ้มศรี และ ร.ต.ต.นรินทร์ มณฑิราช รอง สว.(ป) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. เป็นหัวหน้าชุดเข้าปฏิบัติการในครั้งนี้

เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงที่เกิดเหตุ บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่ลึกเข้าไปในสวนทุเรียน พบนาย ณัชนนท์ ชุ่มแน่น อายุ 22 ปี อยู่ภายในห้องนอน เจ้าหน้าที่ประกาศให้เปิดประตูออกมามอบตัว แต่ทันทีที่เห็นตำรวจ ผู้ต้องหากลับวิ่งหนีสุดชีวิตออกทางหลังบ้าน มุ่งหน้าสู่สวนทุเรียนหวังหลบหนีเข้าป่า

แต่ด้วยความชำนาญพื้นที่และไล่ตามอย่างกระชั้นชิดของเจ้าหน้าที่ ทำให้นายณัชนนท์หนีไม่พ้น ถูกจับกุมได้กลางสวนทุเรียน โดยระหว่างการหลบหนี ผู้ต้องหาได้ขว้างสิ่งของสีดำคล้ายแปรงทิ้งลงพื้นหญ้า เมื่อตรวจสอบพบว่าเป็น แปรงที่

ดัดแปลงเป็นที่ซุกซ่อนยาเสพติด ภายในมีถุงพลาสติกบรรจุ ยาบ้า 19 เม็ด สีส้ม ปิดผนึกด้วยไฟลนอย่างแน่นหนา ผู้ต้องหาให้การยอมรับทันทีว่า ยาบ้าทั้งหมดเป็นของตนเอง ซื้อมาจากชายชื่อ “บิ๊ก” บ้านอยู่ในพื้นที่คลองหินดำ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร จำนวน 20 เม็ด ราคา 1,000 บาท และได้เสพไปแล้ว 1 เม็ดก่อนถูกจับกุม

จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจปัสสาวะด้วยชุดทดสอบเบื้องต้น พบผลเป็นบวก ก่อนนำตัวส่งตรวจยืนยันที่โรงพยาบาลละอุ่น ซึ่งผลตรวจยืนยันชัดเจนว่า พบสาร เมทแอมเฟตามีน อยู่ในร่างกายของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา

  1. มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
  2. เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ละอุ่น จังหวัดระนอง ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยบันทึกจับกุมลงใน ปจว.ข้อ 3 เวลา 14.47 น. คดีอาญาที่ 169/2568 ยึดทรัพย์ที่ 107/2568

การจับกุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงมาตรการเข้มของเจ้าหน้าที่ในการกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่ พร้อมย้ำว่า “หนีอย่างไรก็ไม่รอด เมื่อคิดจะท้าทายกฎหมาย”

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.หลังสวน ฮือฮา! คู่รักวัยทอง 77/79 จัดพิธีมงคลสมรสตามคำทำนายหมอดู สร้างความประทับใจให้ลูกหลานและชาวบ้านทั้งตำบล

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514
เมื่อเวลา 09.09 น. ของวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2568 บริเวณบ้านเลขที่ 101 หมู่ที่ 9 ตำบลนาพญา อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ได้เกิดเรื่องราวสุดฮือฮาและอบอุ่นหัวใจ เมื่อครอบครัว “สุดใจ” ได้จัดพิธีมงคลสมรสให้กับ

คุณแม่สมพร สุดใจ อายุ 79 ปี และ คุณพ่อจรูญ สุดใจ อายุ 77 ปี หลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมานานหลายสิบปี โดยไม่เคยมีพิธีแต่งงานอย่างเป็นทางการ

พิธีครั้งนี้จัดขึ้นโดย นางจิรา พราหมณี บุตรสาว และ นายจรัส พราหมณี บุตรเขย ซึ่งได้ร่วมแรงร่วมใจนำประเพณีโบราณกลับมาฟื้นฟู สร้างความประทับใจให้กับลูกหลานและชาวบ้านทั้งตำบลนาพญา

สาเหตุที่จัดพิธีแต่งงานในครั้งนี้ เกิดจากคุณพ่อจรูญมีอาการป่วยระยะหนึ่ง รักษาที่โรงพยาบาลหลายแห่งก็ไม่ดีขึ้น ต่อมาคุณแม่สมพรได้ปรึกษาลูกๆ

และตัดสินใจไปพบหมอดูที่นับถือ ซึ่งทำนายว่า “ครูอาจารย์ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้คุ้มครองท่านทั้งสองยังไม่ได้รับรู้พิธีสมรส จึงเกิดความติดขัดทางโชคชะตา ให้จัดพิธีแต่งงานเสีย แล้วอาการเจ็บป่วยจะทุเลา”

คำทำนายดังกล่าวทำให้ลูกหลานร่วมกันเห็นพ้อง พร้อมจัดพิธีมงคลสมรสแบบไทยพื้นบ้านขึ้นอย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความหมาย โดยมีญาติพี่น้องและชาวบ้านร่วมเป็นสักขีพยานจำนวนมาก

สร้างบรรยากาศอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม
พิธีมงคลครั้งนี้สร้างความฮือฮาและประทับใจไปทั่วทั้งหมู่บ้าน เนื่องจากเป็นภาพที่หาได้ยาก—คู่รักวัยเกือบ 80 ปี สวมชุดแต่งงาน ยิ้มแย้มเคียงคู่กัน เสมือนย้อนวันวานที่ไม่เคยมีโอกาสเฉลิมฉลองมาก่อน

ชาวบ้านต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าเรื่องราวนี้จะเป็น “แบบอย่างความรัก” ให้ลูกหลาน และเป็นความทรงจำงดงามของตำบลนาพญา ที่สะท้อนถึงความกตัญญู ความเชื่อ ประเพณี และสายใยครอบครัวอย่างแท้จริง.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” เนื่องในวันดินโลก อย่างยิ่งใหญ่ ที่ จ.ประจวบฯ

เมื่อวันที่ 29 พ.ย.68 ที่เวทีกลางสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบฯ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก เป็นประธานพิธีเปิดงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” เนื่องในวันดินโลก ประจำปี 2568

โดยมี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายกุลรัศมิ์ อนันต์พงษ์สุข กรรมการสมาคมดินโลก นายมนัส กำเนิดมณี กรรมการสมาคมดินโลก นายต่อพงศ์ ปุ้ยพันธวงศ์ ประธานเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาด จ.ประจวบฯ นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ นายปรีดา สุขใจ พันจ่าเอก สาคร สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นางศันสนีย์ เกษตรสินสมบัติ เกษตรจังหวัดฯ

นายจำนงค์ พร้อมมูล ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมพิธี โดยงานดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พ.ย.- 8 ธ.ค.68 ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เพื่อเทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านการพัฒนาดิน การจัดการน้ำ การเกษตรยั่งยืน และการอนุรักษ์ผ้าไทย ส่งเสริมความรู้ทักษะด้านดิน น้ำ ทรัพยากรธรรมชาติ การท่องเที่ยวและการผลิต สินค้าเกษตรของดีจังหวัดประจวบฯ สร้างรายได้และโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกร และผู้ผลิตสินค้าชุมชน รวมทั้งส่งเสริมองค์ความรู้ด้านดินและด้านการเกษตรให้แก่เกษตรกรและประชาชนที่สนใจ
โอกาสนี้

นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ เนื่องในวันดินโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและพัฒนาดินในประเทศไทยมาอย่างยาวนานและทรงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัล The Humanitarian Soil Scientist หรือรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม จากสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ และรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พัฒนาดิน ซึ่งเป็นรากฐานของความมั่นคงทางอาหาร

ความมั่นคงของชีวิต และเป็นทรัพยากรที่ต้องร่วมกันฟื้นฟูดูแล การทำให้ประชาชนทุกภาคส่วนเห็นคุณค่าของดิน คือการสืบสานพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากนั้นได้มอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศการประกวดผลผลิตการเกษตร ได้แก่ สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย สับปะรดพันธุ์ MD2 มะพร้าวแก่ มะพร้าวอ่อน มะพร้าวน้ำหอม และขนุนยักษ์

สำหรับงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” มีกิจกรรมมากมายหลากหลายภายในงานตลอด 10 วันของการจัดงาน ได้แก่ วันที่ 29 พ.ย.68 การเสวนาวิชาการ เรื่อง ดินของพ่อ สู่วันดินโลก การประกวดสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย สับปะรดพันธุ์ MD2 มะพร้าวแก่ มะพร้าวอ่อน มะพร้าวน้ำหอม และขนุนยักษ์ / วันที่ 30 พ.ย.68 กิจกรรมเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศคลองบางนางรม อ.เมืองประจวบฯ การเสวนาวิชาการ เรื่อง การท่องเที่ยวยั่งยืนบนฐานชีวภาพ /

วันที่ 1 ธ.ค.68 การเสวนาวิชาการ เรื่อง Coco Next Gen พลิกอนาคตมะพร้าวไทย และการสาธิตผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว การเสวนาน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง / วันที่ 2 ธ.ค.68 การเสวนาการรับรองคุณภาพคนด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ / วันที่ 3 ธ.ค.68 การเดินแบบชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ “สืบสานภูษาศิลป์ น้อมถวายพระพันปีหลวง” / วันที่ 4 ธ.ค.68 กิจกรรมประจวบรักษ์สุขภาพ สานต่อของดีคีรีขันธ์ / วันที่ 5 ธ.ค.68 กิจกรรม “ชวนชิมกุ้งกระพง ดินดีวิถีพ่อ” และการแสดงดนตรีแจ๊ส บทเพลงพระราชนิพนธ์ และวันที่ 6-8 ธ.ค.68 กิจกรรมการแสดงของนักเรียน

ขณะที่ตลอดทั้ง 10 วันของการจัดงาน มีการจัดนิทรรศการดิน นิทรรศการผ้าไทย ชุดผ้าไทยพระราชนิยม 8 แบบ การจำหน่ายสินค้าโอทอป สินค้าชุมชนกว่า 30 ร้านค้า บูธสาธิตอาชีพ 10 บูธ เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00-19.00 น.ของทุกวัน เช่น การทำซาซิมิปลากะพง หมี่ผัดสับปะรด สมูทตี้สับปะรด จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชมงานดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.

นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ผู้ตรวจฯ ยผ. ลุยตรวจโครงการระบายน้ำ 257 ล้านบาท ป้องกันน้ำท่วมเมืองนราธิวาส ชี้ระบบระบายน้ำหลักช่วยลดปัญหาน้ำท่วมสำเร็จ “น้ำท่วมลดลงอย่างเห็นได้ชัด”

จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดภาวะอุทกภัยรุนแรงครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ของจังหวัดนราธิวาส โดยมีปริมาณน้ำฝนสะสมรวม 4 วันแรกสูงถึง 1,453.8 มิลลิเมตร ส่งผลให้ 3 ลุ่มน้ำหลัก ได้แก่ ลุ่มน้ำบางนราและลุ่มน้ำสายบุรีมีระดับน้ำล้นตลิ่ง และลุ่มน้ำโก-ลก มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดวันนี้ (28 พฤศจิกายน 2568 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.สุภัทรา ชัยเทวารัณย์ ผู้ตรวจราชการกรม กรมโยธาธิการและผังเมือง (ยผ.) ได้ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามและตรวจความพร้อมของโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองนราธิวาส ระยะที่ 1 หลังจังหวัดนราธิวาสเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งประสบความสำเร็จในการลดระยะเวลาการท่วมขังและระดับน้ำท่วมในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับโครงการดังกล่าวมีวงเงินก่อสร้าง 257,241,600 บาท เริ่มสัญญาเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2563 และขยายเวลาสัญญาถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2568 โดยมี บริษัท ตากใบการโยธา จำกัด เป็นผู้รับจ้าง และ บริษัท เมกก้าเทค คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นผู้ควบคุมงาน

โดยในพื้นที่ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 2 เครื่อง เร่งระบายน้ำรวม 4 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้พื้นที่ชุมชนยะกังที่ปกติน้ำท่วมขังนานกว่าหนึ่งสัปดาห์ ลดระยะเวลาท่วมเหลือเพียง 1–2 วัน แม้ปริมาณฝนปีนี้จะมากเท่าปีก่อนก็ยังสามารถระบายน้ำได้เร็วกว่าชัดเจน ขณะเดียวกันในพื้นที่คลองศูนย์ราชการ ซึ่งมักถูกน้ำท่วมระดับประมาณ 1.5 เมตรทุกปี ปีนี้กลับ ไม่เกิดน้ำท่วม เนื่องจากระบบสูบน้ำและการจัดการน้ำทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

น.ส.สุภัทรา ชัยเทวารัณย์ ผู้ตรวจราชการกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผยว่าสำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายกำกับดูแลของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ นายพงศ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่มอบหมายให้เร่งรัดการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะในโครงการสำคัญทั้งเมืองนราธิวาสและสุไหงโกลก หลังมีประชาชนแจ้งว่าน้ำลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน

น.ส.สุภัทรา ระบุว่า โครงการระยะที่ 1 ได้ก่อสร้างคลองคอนกรีตบริเวณคลองศูนย์ราชการ ระยะทางกว่า 6,000 เมตร รวมถึงติดตั้งเครื่องสูบน้ำหลัก 2 เครื่อง เครื่องละ 1 ลบ.ม./วินาที และเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ (โมบายปั๊ม) 2 เครื่อง ขนาด 0.5 ลบ.ม./วินาที เพื่อเป็นเครื่องสำรองในกรณีฉุกเฉิน และก่อนฝนหลาก ยังได้ดำเนินการขุดลอกตะกอนและวัชพืช เพื่อให้การไหลของน้ำเป็นไปตามการออกแบบ ส่งผลให้ระบบสามารถรองรับปริมาณน้ำมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

น.ส.สุภัทรา ได้เน้นย้ำถึงประสิทธิภาพของโครงการที่มีวงเงินก่อสร้างกว่า 257 ล้านบาท โดยเฉพาะการดำเนินการ จัดคลองคอนกรีตที่คลองศูนย์ราชการ และการติดตั้งเครื่องสูบและระบายน้ำถาวร 2 เครื่อง ที่มีกำลังเร่งระบายน้ำรวม 4 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

สำหรับพื้นที่ยะกังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังลดลงอย่างชัดเจน จากเดิมที่เคยท่วมขังนานกว่าหนึ่งสัปดาห์ แต่ปัจจุบันสามารถระบายน้ำได้อย่างรวดเร็วจนเหลือเพียง 1-2 วัน เท่านั้น แม้ปริมาณฝนสะสมล่าสุดจะสูงถึง 1,453.8 มม. ซึ่งเทียบเท่ากับปีที่ผ่านมา และคลองศูนย์ราชการสามารถบริหารจัดการน้ำได้ดีมาก จนทำให้น้ำไม่ท่วมขังในบริเวณนี้เลย จากปกติที่ระดับน้ำจะสูงถึง 1.5 เมตร

นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมความพร้อมของเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ (Mobile Pump) กำลัง 0.5 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 2 เครื่อง เพื่อเป็นเครื่องสำรองในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งได้มีการขุดลอกตะกอนดินและวัชพืชเพื่อเปิดทางน้ำก่อนฤดูฝนเพื่อรักษาประสิทธิภาพการไหลของน้ำตามที่ออกแบบไว้

ด้านนายวีรภัทธ อิทธิสมัย ผู้ประกอบการร้านอาหารในพื้นที่ เปิดเผยว่า ปีก่อนน้ำท่วมระดับเอวและระบายออกช้ามาก แต่ปีนี้แม้น้ำจะท่วมบ้างแต่น้อยลงมาก และลดระดับเร็วกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้สามารถเก็บของได้ทัน ร้านค้าได้รับผลกระทบน้อยลง และลูกค้าที่เคยหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมก็กลับมาใช้บริการตามปกติ ตั้งแต่มีโครงการนี้ ระบายน้ำเข้าคลองได้เร็วมาก น้ำไม่ขังนานเหมือนปีที่แล้ว ต้องขอบคุณโครงการจริงๆ ” นายวีรภัทธกล่าว

ทั้งนี้การลงพื้นที่ครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าระบบระบายน้ำหลักของเมืองนราธิวาสเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยบรรเทาความรุนแรงของอุทกภัย ลดระดับน้ำท่วมและลดระยะเวลาน้ำขัง แม้ต้องเผชิญฝนหนักต่อเนื่องในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน สะท้อนถึงความพร้อมและประสิทธิภาพของโครงการที่สามารถช่วยประชาชนได้จริงในช่วงวิกฤตน้ำหลาก
//////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เพื่อนร่วมโลกต้องช่วยกัน” กลุ่มชาติพันธุ์ไทยพลัดถิ่นผนึกกำลังชุมชนชายแดน รวมสิ่งของช่วยชาวหาดใหญ่ น้ำใจไร้พรมแดน

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514
วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตำบลสองพี่น้อง จังหวัดชุมพร นายหนูไกล วงธรรม กำนันตำบลสองพี่น้อง

พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล และประชาชนในพื้นที่ รวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์ชาวไทยพลัดถิ่น ได้ร่วมกันระดมสิ่งของอุปโภคบริโภค อาหารแห้ง น้ำดื่ม และเสื้อผ้าจำนวนมาก เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

โดยมีรถกระบะหลายคันลำเลียงสิ่งของไปขนถ่ายขึ้นรถบรรทุกขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเจ้าของรถที่ไม่คิดค่าบริการ ขณะที่ พันตรีวินัย บุญคงมาก หัวหน้าชุดพัฒนาสัมพันธ์ที่

4101 ได้นำกำลังทหารมาร่วมอำนวยความสะดวกในการบรรทุกสิ่งของครั้งนี้ด้วย บรรยากาศเต็มไปด้วยความร่วมแรงร่วมใจของพี่น้องทั้งสองฝั่งชายแดน

นายหนูไกล วงธรรม เปิดเผยว่า หลังรับทราบข่าวสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดสงขลา จึงรีบประสานงานกับเพื่อนฝ่ายปกครองที่เคยศึกษาในวิทยาลัยการปกครอง เพื่อสอบถามถึงผลกระทบ พบว่าพื้นที่หลายแห่งขาดแคลนสิ่งจำเป็นอย่างหนัก ทั้งอาหารแห้งและเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม

จึงได้ร่วมกับผู้นำหมู่บ้านและประชาชน รวมถึงชาวไทยพลัดถิ่น ทั้งที่มีบัตรประชาชนแล้วและที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการขอสัญชาติ ร่วมกันบริจาคสิ่งของจำนวนมาก พร้อมได้เดินทางไปมอบให้นายอุทัย สุขสว่างผล กำนันตำบลท่าข้าม อำเภอหาดใหญ่ เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันที

สำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ไทยพลัดถิ่นในจังหวัดชุมพร มีประวัติความเป็นมายาวนาน เดิมอาศัยอยู่ในพื้นที่มะริด ทวาย และตะนาวศรี ก่อนจะถูกแบ่งแยกดินแดนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อมาเมื่อพม่าเข้ากวาดล้างชนกลุ่มน้อย

“จดหมายจากพลังใจของชุมพร” เด็กนักเรียนภูบดินทร์พิทยาลัยส่งต่อความรัก ความหวัง และกำลังใจถึงผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ธนากร โกศลเมธีรายงาน 081-892-3514
ชุมพร – เต็มเปี่ยมด้วยความงดงามของน้ำใจและพลังแห่งการแบ่งปัน เมื่อโรงเรียนภูบดินทร์พิทยาลัยร่วมส่งต่อความห่วงใยผ่านกิจกรรม “จดหมาย..จากพลังใจของชุมพร”

เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งกำลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมอย่างรุนแรงในขณะนี้ วันนี้ นักเรียนทุกระดับชั้นได้ร่วมกันเขียน “การ์ดให้กำลังใจ” ด้วยลายมือและหัวใจที่บริสุทธิ์ ถ่ายทอดความอบอุ่น ความหวัง และคำปลอบโยนผ่านถ้อยคำและภาพวาดที่เปี่ยมด้วยความหมาย การ์ดแต่ละใบสะท้อนความตั้งใจของเยาวชนชุมพร ที่เชื่อมั่นว่า “กำลังใจ คือพลังสำคัญที่ช่วยให้ทุกคนผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากได้”

จดหมายและการ์ดให้กำลังใจเหล่านี้กำลังถูกรวบรวมและจัดส่งไปพร้อมกับสิ่งของจำเป็นที่ประชาชนในอำเภอหลังสวนและพื้นที่ใกล้เคียงร่วมบริจาค เพื่อบอกกับพี่น้องผู้ประสบภัยว่า
“เราอยู่เคียงข้างคุณเสมอ… คนไทยไม่ทิ้งกัน”

กิจกรรมนี้ไม่เพียงเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นบทเรียนชีวิตที่สร้างความเอื้ออาทร น้ำใจ และความเป็นมนุษย์ให้แก่เยาวชนอย่างลึกซึ้ง สะท้อนบทบาทของโรงเรียนที่เป็นมากกว่าสถานศึกษา แต่คือพื้นที่ปลูกฝังคุณธรรม สร้างอนาคต และสร้างหัวใจที่งดงามตามเจตนารมณ์ของสถานศึกษา

โดยการ์ดและจดหมายทุกฉบับจากนักเรียน จะถูกนำไปบรรจุในถุงยังชีพที่โรงเรียนจัดเตรียม ก่อนส่งมอบให้ที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ เพื่อดำเนินการแจกจ่ายต่อให้ถึงมือผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึงNot only the education,But also the future
ไม่ใช่แค่การศึกษา…แต่ให้มากกว่าถึงอนาคต

ภูบดินทร์พิทยาลัย ❤️

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาค 2 ร่วมกับ พสบ.ทภ.2 เติมพลังใจให้กับน้องๆนักเรียนผู้ห่างไกลโอกาส โรงเรียนบ้านโนนแดง อำเภอปักธงชัย นครราชสีมา

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่โรงเรียนบ้านโนนแดง อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา พันเอกพันเอกจิรัฏฐ์ ช่วงฉ่ำ หัวหน้าฝ่ายทหารพราน กองทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยนายฉัตรชัย ทองมาลัย ประธานชมรมหลักสูตรพัฒนาความสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 2 และคณะ ได้จัดโครงการ“เต็มพลังใจให้กับน้องๆนักเรียนผู้ห่างไกลโอกาส” โดยนายวรพงษ์ นิธิการุณย์เลิศ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโนนแดง คณะครูและนักเรียน

ให้การต้อนรับ พันเอกพันเอกจิรัฏฐ์ ช่วงฉ่ำ หัวหน้าฝ่ายทหารพราน กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า การทำกิจกรรมให้กำลังใจนักเรียน เสริมสร้างความรักชาติ เป็นนโยบายที่ พลโทวีรยุทธ์ รักษ์ศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 นอกจากการป้องกันประเทศ การสร้างขวัญให้กำลังใจกำลังพล การปลูกฝังจิตสำนึกให้กับเยาชนในเรื่องการรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ก็เป็นภารกิจที่สำคัญของกองทัพ และวันนี้ก็ร่วมกับชมรมหลักสูตรพัฒนาความสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 2 มามอบสิ่งของและร่วมรับประทานอาหารกับน้องๆนักเรียน เป็นการสร้างภาพจำที่ดีให้กับน้องๆนักเรียนกับทหาร

ทางด้านนายฉัตรชัย ทองมาลัย ประธานชมรมหลักสูตรพัฒนาความสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 2 (พสบ.ทภ.2) กล่าวว่า ทางชมรมฯทำงานควบคู่ไปกับทางกองทัพภาคที่ 2 นอกจากนโยบายที่ร่วมสนับสนุนในการป้องกันประเทศ การสนับสนุนเครื่องอุปโภค บริโภคทหารตามแนวชายแดน การสร้างขวัญกำลังใจให้กำลังพล เช่น โครงการซ่อม สร้างบ้าน การมอบทุน

การศึกษา ทางชมรมฯยังร่วมมือกับกองทัพภาคที่ 2 ในการร่วมทำกิจกรรมทสร้างภาพลักษณ์และให้กำลังใจให้นักเรียนที่ห่างไกลโอกาส โดยวันนี้ได้มามอบชุดพละ รองเท้า ทุนการศึกษาแล้ว ยังได้ร่วมรับประทานไก่ KFC กับน้องๆนักเรียนที่โรงเรียนบ้านโนนแดง ซึ่งกิจกรรมดีๆแบบนี้ทางชมรมเราจะร่วมกับทางกองทัพภาคที่ 2 ทำในอีก 20 จังหวัดทางภาคอีสานต่อไป

กันตินันท์ เรืองประโคน /รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผอ.สรรพสามิตภาค 3 คนใหม่ เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เดินหน้าสรรพสามิตยุคใหม่โปร่งใส เพื่อประชาชน

เมื่อวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง หลัง นายณธัชพงศ์ เผ่าผาง ได้เดินทางเข้ารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 คนใหม่ อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางการต้อนรับจากผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จำนวนมาก

นายณธัชพงศ์ปรากฏตัวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมเริ่มภารกิจแรกด้วยพิธีบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหน่วยงาน โดยมีการจุดธูป กราบไหว้ศาลเจ้าที่–เจ้าทาง เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนจะร่วมถ่ายรูปกับเจ้าหน้าที่จากทั้งในจังหวัดนครราชสีมา และจากต่างจังหวัดที่เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีและส่งกำลังใจ

ภายหลังจากพิธีการด้านนอก ผอ.คนใหม่ได้เดินขึ้นห้องทำงานเพื่อสักการะพระพุทธรูปประจำห้อง พร้อมนั่งโต๊ะทำงานใหม่และลงนามเอกสารแรกของการปฏิบัติหน้าที่เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนกลับลงมาร่วมถ่ายภาพกับคณะทำงานและเจ้าหน้าที่อีกครั้ง บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบง่ายและอบอุ่นสะท้อนความสัมพันธ์อันดีในองค์กร

การรับตำแหน่งครั้งนี้ ยังมี นายไชยรัตน์ ชื่นใจฉ่ำ ผู้อำนวยการส่วนตรวจสอบป้องกันและปราบปราม สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่จำนวนมากร่วมต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

นายณธัชพงศ์เปิดเผยแนวนโยบายสำคัญว่า ยึดตามสโลแกน
“สรรพสามิตยุคใหม่ – สร้างรายได้ให้รัฐ สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน คืนต้นทุนให้สังคม” โดยเน้นการทำงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ ให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง และขับเคลื่อนการจัดเก็บรายได้ของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน

ผู้อำนวยการคนใหม่ย้ำว่า พร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย เพื่อพัฒนางานสรรพสามิตให้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันเศรษฐกิจและสังคมของภาคอีสานให้เติบโตอย่างยั่งยืน

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ฟอกไตฟรี ได้ทุกแห่ง ขยายบริการปลูกถ่ายไต” เปิดโครงการอย่างเป็นทางการที่ รพ.ชุมพร เขตรอุดมศักดิ์

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องประชุมอาภากร อาคารอุบัติเหตุฉุกเฉินหลังใหม่ โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ได้รับเกียรติจาก พญ เหมือนแพร บุญล้อม สสจ.ชุมพร

ร่วมกับ พญ ปัทมพันธ์ อนันตาพงศ์ ผอ. โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จัดพิธีเปิดโครงการขับเคลื่อนนโยบายระดับชาติ “ฟอกไตฟรี ได้ทุกแห่ง และขยายบริการปลูกถ่ายไต” เพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการรักษาโรคไตของประชาชนในจังหวัดชุมพร

พิธีเปิดได้รับเกียรติจากพญ เหมือนแพร บุญล้อม สสจ.ชุมพรเป็น
ประธานในพิธี กล่าวถึงความสำคัญของนโยบายนี้ว่า เป็นการสร้างหลักประกันสุขภาพให้ประชาชนอย่างเท่าเทียม โดยเน้นให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการฟอกไตใกล้บ้าน

ลดภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสในการรักษา เช่น การล้างไตทางช่องท้อง การฟอกเลือด การปลูกถ่ายไต รวมถึงการดูแลแบบประคับประคอง ตลอดจนส่งเสริมการป้องกันโรคและการคัดกรองในกลุ่มเสี่ยง

ประธานยังกล่าวชื่นชมการบูรณาการความร่วมมือของ โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร อสม. และทุกภาคส่วน ที่ร่วมขับเคลื่อนให้โครงการเกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมเปิดโครงการอย่างเป็นทางการ เพื่อให้หน่วยบริการในเครือข่ายร่วมกันดำเนินงานอย่างเป็นเอกภาพตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ด้าน แพทย์หญิงปัทมพันธ์ อนันตาพงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ กล่าวรายงานถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังกว่า 71,000 ราย และมีผู้ป่วยฟอกไต–ล้างไตรวมกว่า 3,400 ราย แนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จำเป็นต้องได้รับการดูแลที่มีคุณภาพและเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง

โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร เครื่องมือแพทย์ ระบบส่งต่อ และความร่วมมือกับหน่วยบริการในเครือข่าย เพื่อให้บริการเป็นไปตามมาตรฐานตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขและ สปสช.

กิจกรรมในวันเปิดโครงการประกอบด้วย การคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคไต การให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพไต การให้คำปรึกษาด้านการรักษา และการรณรงค์บริจาคอวัยวะ โดยมีผู้เข้าร่วมต่อเนื่องกว่า 1,000 คน

โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดชุมพรในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ให้สามารถเข้าถึงบริการด้านไตที่มีมาตรฐานได้ “ทุกที่–ทุกแห่ง–ทุกคน” อย่างแท้จริง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวอ.หลังสวนกว่า 1,000 คน คาดเสียหาย 40 ล้านบาท รวมตัวร้องความเป็นธรรม ที่สมาคมฌาปนกิจหยุดไม่แจ้งสมาชิก /ส.ส.ลูกหมี ระดมสิ่งของ 5 หมื่นชุด ลุยช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้


วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนกว่า 1,000 คน ในพื้นที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร รวมตัวกันที่ว่าการอำเภอหลังสวน เพื่อนำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ มามอบให้แก่พนักงานสอบสวน สภ.หลังสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังพบว่าสมาคมฌาปนกิจในพื้นที่ได้หยุดดำเนินการโดยไม่แจ้งให้สมาชิกทราบ ทำให้ประชาชนจำนวนมากได้รับความเสียหาย

จากการตรวจสอบเบื้องต้น คาดว่ามีผู้เสียหายกว่า 2,000–3,000 ราย ความเสียหายประเมินรายละประมาณ 200,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 30–40 ล้านบาท โดยชาวบ้านทยอยนำเอกสารมายื่นต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทางกลับ
พันตำรวจตรี สุนทร ธนะโรจน์ อายุ 67 ปี ข้าราชการบนาญ เปิดเผยว่า ประชาชนได้รวมตัวกันเพื่อนำเอกสารหลักฐานมาแจ้งความดำเนินคดีกับคณะกรรมการสมาคมอสม. หลังพบว่าเกิดปัญหาการบริหารภายใน

แต่ละหน่วยไม่แจ้งให้สมาชิกทราบว่าจะหยุดดำเนินงานหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหารใด ๆ อีกทั้งเงินที่สมาชิกจ่ายสะสมมาเป็นเงินจำนวนมาก แต่สมาชิกเพิ่งมาทราบว่าสมาคมหยุดดำเนินการตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา
พันตำรวจตรีสุนทรย้ำว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการยื่นเรื่องต่อศูนย์ดำรงธรรม โดยมีนายวันชัย ปลัดอาวุโสอำเภอหลังสวน เป็นผู้รับเรื่อง และมีตัวแทนจากสำนักงานอัยการจังหวัดเข้ามาร่วมตรวจสอบแล้ว ต่อมา

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ได้เดินทางไปที่ สภ.หลังสวน แต่ได้รับแจ้งว่าหลักฐานไม่สมบูรณ์ จึงมีการนัดสมาชิกให้รวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อนำเอกสารให้ครบถ้วนเพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดีต่อคณะกรรมการและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดด้าน นายพิมล แดงศรีธรรม อายุ 75 ปี

ข้าราชการบนาญ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลท่ามะพา และสมาชิกสมาคมฯ ให้ข้อมูลว่า ตนเป็นสมาชิกสมาคมมาตั้งแต่ปี 2534 พร้อมทั้งภรรยาและลูกบ้านจำนวนมาก จากเดิมชำระเงินเดือนละหลักร้อยต่อราย เพื่อเป็นกองกลางช่วยเหลือยามมีผู้เสียชีวิต หวังลดภาระของลูกหลานในอนาคต

อย่างไรก็ตาม กลับพบว่ามีผู้เสียชีวิตบางรายในตำบลท่ามะพาที่เสียชีวิตมาแล้ว 4–5 ปี แต่ญาติกลับไม่ได้รับเงินช่วยเหลือแต่อย่างใด พร้อมระบุว่ามีการนำเงินสมาชิกไปใช้จ่ายโดยไม่โปร่งใส ซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่สมาชิกเป็นอย่างมาก

เนื่องจากไม่มีการแจ้งยุติบทบาทหรือความเปลี่ยนแปลงของสมาคมให้ประชาชนรับทราบเลยประชาชนในพื้นที่เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ พร้อมดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายซ้ำซ้อน และเพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่สมาชิกที่ได้รับผลกระทบทุกคน.
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

ส.ส.ลูกหมี ระดมสิ่งของ 5 หมื่นชุด ลุยช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ รายงานโดย ธนากร โกศลเมธี 081-892-3514 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายชุมพล จุลใส หรือ “ส.ส.ลูกหมี” เดินทางไปยังศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย เขต 2 จังหวัดชุมพร ของนายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ (สจ.กิจ) พร้อมเรียกประชุมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรในพื้นที่อำเภอท่าแซะ ปะทิว และเมืองชุมพร เพื่อร่วมกันระดมสิ่งของจากหมู่บ้าน ชุมชน และตำบลต่าง ๆ ในพื้นที่ จัดทำถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้

สิ่งของที่นำมาบรรจุถุงยังชีพประกอบด้วย ข้าวสาร อาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ขนมขบเคี้ยว น้ำดื่ม ยาสามัญประจำบ้าน ผ้าอนามัย และของใช้จำเป็นอื่น ๆ โดยมีกลุ่มพลังสตรีและประชาชนจิตอาสามาร่วมช่วยกันแยกและบรรจุสิ่งของอย่างคึกคัก เพื่อเตรียมนำลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้ที่กำลังเดือดร้อน

ส.ส.ลูกหมี กล่าวว่า ขณะนี้พี่น้องในจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงประสบอุทกภัยอย่างรุนแรง จึงต้องเร่งระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยตั้งเป้าจัดทำถุงยังชีพจำนวน 50,000 ชุด ซึ่งบางส่วนได้มอบให้ อบจ.ชุมพร นำไปช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว อีกส่วนหนึ่ง ส.ส.และทีมสมาชิกสภาจังหวัดชุมพรจะลงพื้นที่มอบด้วยตนเองในวันที่ 1–2 ธันวาคมนี้ เพื่อเป็นกำลังใจให้พี่น้องในฐานะคนไทยที่ไม่ทอดทิ้งกันยามลำบาก

ทั้งนี้ ส.ส.ลูกหมี ยังเปิดให้พี่น้องชาวจังหวัดชุมพรที่มีญาติหรือคนรู้จักอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ติดต่อแจ้งจุดประสบภัย เพื่อให้ทีมพลังชุมพรสามารถนำสิ่งของไปส่งมอบถึงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง ช่องทางติดต่อทีมพลังชุมพร
📞 นายนพพร อุสิทธิ์ (#นายกโต้ง) 085-787-7999
📞 นายชุมพล จุลใส (#ลูกหมี) 062-443-5777
📞 นายสุพล จุลใส (#สส_ลูกช้าง) 080-198-9515
📞 นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ (#รองกิต) 066-085-4602
น้ำใจจากชุมพรยังคงหลั่งไหล เพื่อส่งต่อพลังความหวังให้พี่น้องชาวใต้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท่องเที่ยวและกีฬาบึงกาฬ–ตำรวจท่องเที่ยว บูรณาการตรวจเข้มพื้นที่ เสริมความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวช่วงปลายปี

สํานักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ สร้างความเชื่อมั่นรับฤดูกาลท่องเที่ยวและพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5

วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00–16.00 น.
สํานักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ บูรณาการร่วมกับกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 อุดรธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยในแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหน้าหนาว เทศกาลปีใหม่ และรองรับงานพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5 ในวันที่ 25 ธันวาคม 2568

นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ มอบหมายให้คณะเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย
– นายปองเดช ทองตัน เจ้าหน้าที่ประสานงานด้านการท่องเที่ยว
– นางสาวทิพวัลย์ แก้วเทพ เจ้าหน้าที่ประสานงานช่วยเหลือนักท่องเที่ยว
– นายศิระศักดิ์ กาศสีมูล นักวิเคราะห์นโยบายและแผน
– นางสาวศุทธินี กำลังดี เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานวิเคราะห์นโยบายและแผน

ร่วมปฏิบัติงานกับ
– ด.ต. ไพรวัลย์ ย่างเยื้อง
– ด.ต. วิชัย กองอุดม
เจ้าหน้าที่สายตรวจตำรวจท่องเที่ยวหนองคาย

การลงพื้นที่มุ่งเน้นตรวจสอบป้ายประชาสัมพันธ์หรือสื่อที่อาจมีเนื้อหาชักชวนให้กระทำผิดกฎหมาย เช่น การสแกน QR Code เพื่อซื้อขายอวัยวะหรือสิ่งผิดกฎหมาย ตามจุดท่องเที่ยวและจุดผ่านแดนที่นักท่องเที่ยวใช้บริการเป็นจำนวนมาก รวมทั้งสิ้น 7 แห่ง ได้แก่

  1. สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดบึงกาฬ
  2. โรงแรมเดอะวัน
  3. ปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาสี่แยกเมืองบึงกาฬ
  4. โลตัส สาขาเมืองบึงกาฬ
  5. ด่านพรมแดนบึงกาฬ
  6. แหล่งท่องเที่ยวหินสามวาฬ
  7. วัดภูทอก

ผลการตรวจสอบไม่พบป้ายหรือสื่อที่มีเนื้อหาชักชวนให้กระทำผิดกฎหมายแต่อย่างใด โดยป้ายที่ปรากฏส่วนใหญ่เป็นสื่อประชาสัมพันธ์หน่วยงานรัฐ เอกชน ร้านอาหาร ที่พัก ตารางเดินรถ–เดินเรือ และข้อมูลบริการนักท่องเที่ยวทั่วไป

การบูรณาการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อสร้างความปลอดภัย ความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดบึงกาฬในฐานะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของภาคอีสานตอนบน
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บุกจับคาบ้าน! รวบ 3 หนุ่มนิคมคำสร้อย ซุกยาบ้า 165 เม็ดในถังน้ำมันรถ จยย.

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ภายใต้การอำนวยการของนายทินกร พลเยี่ยม รักษาราชการแทนนายอำเภอนิคมคำสร้อย และ พ.ต.อ.พิชญ์วุฒิ โพธิ์จันทร์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนิคมคำสร้อย ได้มอบหมายให้นายธีรวัฌน์ หมีคำ ปลัดอำเภองานป้องกัน และ

พ.ต.ท.ประดิษฐ์ วงชารี สว.สส.สภ.นิคมคำสร้อย พร้อมกำลังพล อส.นิคมคำสร้อย และชุดสืบสวน สภ.นิคมคำสร้อย ลงพื้นที่ปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่หนึ่ง ในหมู่ 1 บ้านชัยมงคล ตำบลโชคชัย หลังได้รับหนังสือร้องเรียนว่านายทวี สาระชัย อายุ 49 ปี มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงบ้านดังกล่าว พบนายทวีอยู่กับเพื่อน 2 คน โดยมีท่าทีพิรุธพยายามจะวิ่งหนี เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวและทำการตรวจค้นตามอำนาจ พ.ร.บ.ป.ป.ส. ซึ่งนายทวียินยอมให้

ตรวจค้นโดยสมัครใจ ผลการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 165 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในถังน้ำมันรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเทน่า สีดำ ทะเบียน 1กฒ 4285 มุกดาหาร ที่จอดอยู่ภายในบ้าน

เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดยาบ้าทั้งหมดและรถจักรยานยนต์ไว้เป็นของกลาง พร้อมแจ้งข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1”

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ายาบ้าเป็นของตนเองและได้เสพไปแล้วบางส่วนโดยการสูดดมควัน ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับยาบ้า #นิคมคำสร้อย #มุกดาหาร #ยาเสพติด #ตำรวจนิคมคำสร้อย #เสพยาบ้า #ปิดล้อมตรวจค้น #ปกครองนิคมคำสร้อย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมุทรปราการ ส่ง อส.ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน หาดใหญ่ จ.สงขลา / รอง นายก อบจ. ลงพื้นที่ตรวจประตูน้ำ เตรียมเดินหน้าโครงการก่อสร้างประตูน้ำใหม่

จังหวัดสมุทรปราการ ส่งกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ปฏิบัติภารกิจเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสมุทรปราการ ปล่อย

แถวกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 12 นาย เดินทางไปปฏิบัติภารกิจในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาล เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยในครั้งนี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้ให้โอวาทแก่ สมาชิก อส.ที่ไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของจังหวัดสมุทรปราการว่า ขอปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ เต็มกำลังความสามารถ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง มุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละ เพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนด และปฏิบัติภารกิจด้วย

ความระมัดระวังคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและของตนเอง และขอให้การเดินทางไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ของสมาชิก อส.จังหวัดสมุทรปราการมีความปลอดภัย และขอให้การเดินทางกลับมีความปลอดภัยเมื่อภารกิจเสร็จสิ้น

นอกจากนี้สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ โดยนางสาวอรวรรณ ชิณศรี นายกล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ ได้ตั้งจุดรับบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดภาคใต้ ณ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ โดยมี หน่วยงานราชการ ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินและสิ่งของ อาทิ น้ำดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง

อาหารพร้อมรับประทาน นม นมผงสำหรับเด็ก แพมเพอร์ส สำหรับเด็กและผู้ใหญ่ สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่ไม่สะดวกบริจาคเป็นสิ่งของ สามารถบริจาคเป็นเงิน ผ่านบัญชีสภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ ธนาคาร ไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย ประเภทบัญชี กระแสรายวัน เลขที่บัญชี 045 3 04637 0 โดยสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

รอง นายก อบจ. ลงพื้นที่ตรวจประตูน้ำ เตรียมเดินหน้าโครงการก่อสร้างประตูน้ำใหม่เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ สองรองนายก อบจ. ลงพื้นที่ ตรวจสอบประตูระบายน้ำคลองบางโปรง ปัจจุบันเป็นระบบมือหมุนไม่มีประสิทธิภาพในการควบคุมการระบายน้ำเพียงพอจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำ ทดแทนประตูเดิมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมและระบายน้ำให้ดียิ่งขึ้น

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นายสุนทร ปานแสงทอง นายกองค์บริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ได้มอบหมายให้ นายอัครวัฒน์ อัศวเหม นายต่อศักดิ์ อัศวเหม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ พร้อม นายณรงค์ อินทร์พันธุ์ ผู้อำนวยการกองช่าง อบจ.สมุทรปราการ ตรวจดูแผนผังคลองต่างๆ ที่เชื่อมต่อคลองบางโปรง และประตูระบายน้ำ ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบประตูระบายน้ำคลองบางโปรง ตำบลบางโปรง อำเภอเมืองฯ

จังหวัดสมุทรปราการ ร่วมกับนายเชาว์ สมใจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางโปรง นายชโยดม นาคะปักษิณ รองนายก อบต.บางโปรง นายสัญญา ศุภรัตน์ ผู้อำนวยการกองช่าง อบต.บางโปรง เพื่อเตรียมพร้อมในการรองรับและระบายน้ำในพื้นที่ตำบลบางโปรงและพื้นที่ใกล้เคียง

สำหรับ ประตูระบายน้ำคลองบางโปรงถือว่าเป็นอีกหนึ่งประตูน้ำที่มีความสำคัญเนื่องจากเป็นประตูระบายน้ำที่เชื่อมต่อระหว่างคลองบางโปรงกับคลองบางนางเกรง และคลองบางฝ้าย คลองบางหมูเชื่อมต่อมออกคลองบางด้วน

เพื่อช่วยในการระบายน้ำ ไม่ให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ตำบลบางโปรง ตำบลบางด้วน อำเภอเมืองสมุทรปราการ ตำบลบางหัวเสือ และถนนเส้นปู่เจ้าสมิงพราย อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากประตูระบายน้ำคลองบางโปรงปัจจุบันนี้เป็นระบบมือหมุน

ไม่มีประสิทธิภาพในการควบคุมการระบายน้ำเพียงพอจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำพร้อมเครื่องสูบน้ำ จำนวน 5 เครื่องโดยมีอัตราการสูบน้ำเครื่องละ 4 ลูกบาศก์เมตร ต่อ วินาที ทดแทนประตูเดิมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมและระบายน้ำให้ดียิ่งขึ้น


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ “รวมใจช่วยภาคใต้” ส่งมอบน้ำดื่ม-อาหารแห้ง ขึ้นเที่ยวบินพิเศษ ส่งต่อกำลังใจและความห่วงใยถึงพี่น้องผู้ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วน


วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.00 น. นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงาน ร่วมส่งมอบน้ำดื่มตราสัญลักษณ์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จำนวน 834 แพ็ค (10,008 ขวด) พร้อมอาหารแห้ง ได้แก่ มาม่าคัพ 90 ลัง (6,480 ถ้วย) และยูโร่คัสตาร์ดเค้ก 37 ลัง (5,328 ชิ้น)

ณ บริเวณคลังสินค้าภายในประเทศการบินไทย ทสภ. ทั้งนี้ได้รับการสนับสนุนเที่ยวบินพิเศษจากบริษัท พัทยา แอร์เวย์ จำกัด เพื่อลำเลียงสิ่งของช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง
ทสภ. ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่อุทกภัย และพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการสนับสนุนภารกิจบรรเทาสาธารณภัยต่อไป


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “มิสเตอร์เอทานอล-อลงกรณ์”เปิดพิมพ์เขียว10 เทคโนโลยีอุตสาหกรรมพลังงานใหม่แห่งอนาคตในเวที CHINA-THAI New Energy Forum ย้ำแผนพัฒนาพลังงานชาติเพิ่มเป้าพลังงานสะอาด 51%

นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบัน FKII Thailandและผู้ก่อตั้งมูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกแห่งประเทศไทย ผู้ได้รับฉายา”มิสเตอร์เอทานอล”กล่าวปาฐกถาพิเศษในฟอรั่ม”พลังงานใหม่ จีน-ไทย“(China-Thai New Energy Forum) ณ TVA Hall สวนเสียงไผ่ โดย TVA China Venture ในเครือ TVA Corporation (สถาบันทิวา) ภายใต้การนำของ คุณชยดิฐ หุตานุวัชร์ ประธาน TVA ซึ่งมุ่งผลักดันบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการลงทุนด้านพลังงานใหม่ของอาเซียน ผ่านเวทีการหารือเชิงลึกระหว่างภาคธุรกิจไทยและจีน ร่วมกับ New Energy Huangpu (ประเทศจีน) ที่มี Julia Zhu Lina เป็นประธาน โดยได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือระหว่างไทยและจีนในการเชื่อมโยงธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต

ในการนำเสนอของนายอลงกรณ์ ภายใต้หัวข้อ”อุตสาหกรรมพลังงานใหม่ :โอกาส ความท้าทาย และความร่วมมือของบริษัทพลังงานใหม่ในประเทศไทย” ได้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (BIG TRANSFORMATION) โดยระบุว่าอุตสาหกรรมพลังงานใหม่จะเป็น “เครื่องยนต์ใหม่” (NEW GROWTH ENGINE) ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ เน้นย้ำเป้าหมายพลังงานสะอาดลดโลกเดือด

นายอลงกรณ์ ได้เน้นย้ำถึงเป้าหมายระดับชาติของไทยในการรับมือกับภาวะโลกเดือด(Global warming)โดยตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อย 40% ภายในปี 2030 มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (CARBON NEUTRALITY) ภายในปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (NET ZERO EMISSIONS) ภายในปี 2065
ปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนเป้าหมายนี้คือ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP ฉบับร่างใหม่)ต้องกำหนดเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดในการผลิตไฟฟ้า 51% ภายในปี 2037

พิมพ์เขียว10 เทคโนโลยีพลังงานใหม่ประธานสถาบัน FKII Thailand ได้ชี้ถึง “โอกาสที่กำลังจะเกิดขึ้น” (EMERGING OPPORTUNITIES) ในอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ของไทย ซึ่งเป็นโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนที่น่าจับตามอง ได้แก่
1.ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และโครงสร้างพื้นฐาน การผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต EV ในภูมิภาค (EV HUB OF ASEAN) ภายใต้นโยบาย “30@30” พร้อมการลงทุนในสถานีชาร์จสาธารณะที่ปัจจุบันมีหัวชาร์จรวมกว่า 11,467 หัวชาร์จ
2.ระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) เทคโนโลยีสำคัญที่มีเป้าหมายในร่าง PDP 2024 สูงถึง 10,485 เมกะวัตต์ (MW)
3.พลังงานแสงอาทิตย์ การสนับสนุนโซลาร์ลอยน้ำ (Floating Solar) และโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) รวมถึงการผลักดัน Direct PPA สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาดเพื่อการส่งออก (RE100)
4.พลังงานไฮโดรเจน โดยกำหนดให้มีการเริ่มใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนผสมกับก๊าซธรรมชาติ (CO-FIRING) ตั้งแต่ปี 2030 เพื่อลดคาร์บอนในโรงไฟฟ้าเดิม
5.เทคโนโลยี Smart Grid และ VPP การอัปเกรดโครงข่ายไฟฟ้าให้รองรับการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ และโมเดล Virtual Power Plant (VPP)
6.เชื้อเพลิงชีวภาพ(Biofuel)และ SAF ไทยมีความพร้อมในการผลิตไบโอดีเซลและเอทานอล รวมถึงเชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (SAF) จากวัตถุดิบ เช่น น้ำมันพืชใช้แล้ว (UCO)
7.อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
เปิดโอกาสในการลงทุนผลิตชิ้นส่วน POWER SEMICONDUCTORS ที่จำเป็นสำหรับอินเวอร์เตอร์ของ BESS และสถานีชาร์จเร็ว
8.เทคโนโลยีรีไซเคิลแบตเตอรี่
ประเทศไทยต้องการเทคโนโลยีและเงินลงทุนจากต่างประเทศเพื่อจัดตั้งโรงงานรีไซเคิลแบตเตอรี่ (BATTERY RECYCLING PLANTS)
9.เทคโนโลยี Fuel Cell เป็นโอกาสสำคัญในการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ และการใช้งานในภาคการขนส่งหนัก เช่น รถบรรทุกและรถโดยสารขนาดใหญ่

  1. เทคโนโลยีประหยัดพลังงานอัจฉริยะ (Energy-saving Technologies)
    เช่นระบบระบายความร้อน (Cooling Systems) ใน Data Center และระบบควบคุมอัจฉริยะด้านความร้อน (Thermal Field Intelligent Control)และโซลูชัน AI และ IoT เพื่อควบคุมและปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
    “ประเทศจีนพัฒนาก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมพลังงานใหม่อย่างมากโดยมีบริษัทชั้นนำระดับโลกที่มีความเชื่อมั่นที่จะร่วมลงทุนและประกอบธุรกิจในประเทศไทยในสาขาต่างๆเช่น ยานยนต์ไฟฟ้า(EV) โซเดียมแบตเตอรี่โซล่าเซลล์ เทคโนโลยีประหยัดพลังงานอัจฉริยะเทคโนโลยี Fuel Cell พลังงานไฮโดรเจน ระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่(BESS) ลิเธียมแบตเตอรี่ เซมิคอนดักเตอร์ Biofuel SAF Nanoscience&Nanomanufacturing รีไซเคิลแบตเตอรี่ Wet Electronic Hazardous Waste Thermal Field Intelligent Control ฯลฯโดยการนำของสถาบัน New Energy Huangpu (ประเทศจีน) ซึ่งได้ตกลงความร่วมมือกับเอฟเคไอไอ.และสถาบันทิวาเพื่อส่งเสริมการลงทุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาบุคคลากรด้านพลังงานใหม่ระหว่าง2ประเทศในวาระ50ปีความสัมพันธ์ไทย-จีน“
    นายอลงกรณ์ สรุปในตอนท้ายว่า
    กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการสร้างระบบนิเวศพลังงานใหม่มั่นคงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมช่วยลดก๊าซเรือนกระจกคือ “การร่วมมือ การมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน และการลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง” ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่ออนาคตของไทยและหุ้นส่วนทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เลขาธิการ ป.ป.ส. ลงพื้นที่สำรวจยุทธศาสตร์แก่งผาได-บ้านดอนที่ แนวชายแดนเชียงราย

สืบเนื่องจากวันที่ 20-21 พฤศจิกายน 2568 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายอภิกิต ฉ. โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด และ พ.ต.ท.นริช สอนดิษฐ ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 5 ได้ลงพื้นที่ สปป.ลาว เพื่อประสานความร่วมมืิอกับคณะผู้แทนระดับสูงของ สปป.ลาว ในการร่วมกันสกัดกั้นยาเสพติด และตรวจเยี่ยมด่านน้ำเกิ๋ง และด่านปากทา ซึ่งเป็นด่านสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติดในเส้นทางคมนาคมของ สปป.ลาว.

ในวันนี้ (22 พฤศจิกายน 2568) เลขาธิการ ป.ป.ส. และคณะ ได้ลงพื้นที่ แก่งผาได ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ซึ่งอยู่ตรงข้ามด่านปากทา สปป.ลาว เพื่อสำรวจสภาพภูมิประเทศ และหารือกับหน่วยกองกำลังป้องกันชายแดน เพื่อเสริมประสิทธิภาพการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนไทย-สปป.ลาว โดยมีนายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายสุพจน์ ลังกาวีระนันท์ นายอำเภอเวียงแก่น พล.ต.สาธิต ไวยนนท์ ผบ.กกล.ผาเมือง พ.อ.ธนพันธ์ ขำทวี รอง ผอ.รมน.ภาค3 สย.2 พ.อ.สุพรรณ ร้อยพุทธ ผบ.ฉก.ทัพเจ้าตาก พ.อ.จักรพงษ์ สอดสี ผบ.ฉก.ทพ.31 และ พ.ต.ณรงค์เวทย์ รัศมี หน.ฝขว. ให้การต้อนรับ และร่วมให้ข้อมูล

สำหรับ แก่งผาได มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดทางน้ำ เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางหลักที่เชื่อมโยงแหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำเพื่อเข้าสู่ประเทศไทย โดยหากกลุ่มขบวนการสามารถขึ้นฝั่งไทยได้แล้วจะเชืี่อมต่อถนนสายหลักที่มุ่งสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้ ที่ผ่านจึงพบกลุ่มขบวนการพยายามลักลอบลำเลียงยาเสพติดอย่างต่อเนื่องผ่านเส้นทางดังกล่าว โดยอาศัยความเอื้ออำนวยของสภาพภูมิประเทศที่เป็นป่ารกทึบริมฝั่ง และในลำน้ำมีเกาะแก่ง โขดหิน ที่สามารถซ่อนเร้นจากการเฝ้าตรวจของเจ้าหน้าที่

จากนั้น เลขาธิการ ป.ป.ส. และคณะ ได้ลงพื้นที่ บ้านดอนที่ ม.3 ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งอยู่ตรงข้ามด่านน้ำเกิ๋ง สปป.ลาว โดยได้สำรวจสภาพภูมิประเทศ และหารือร่วมกับ นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายอุดม ปกป้อง นายอำเภอเชียงของ พ.อ.จักรพงษ์ สอดสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 31 นายเกษม ปันทะยม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลริมโขง และนายเดชดำรง แก้วดำ ผู้ใหญ่บ้านบ้านดอนที่

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ปัจจุบัน สปป.ลาว ได้ดำเนินการตามข้อตกลงในความร่วมมือสกัดกั้นยาเสพติด โดยตั้งจุดตรวจจุดสกัดเรียบร้อยแล้ว และมีผลปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพมาก จึงมีข้อกังวลว่ากลุ่มขบวนการจะหลบเลี่ยงโดยลักลอบลำเลียงยาเสพติดลงแม่น้ำโขงก่อนถึงจุดตรวจจุดสกัดเพื่อข้ามมาฝั่งไทย จึงผลักดันการดำเนินการ ดังนี้

  1. ให้องค์การบริหารส่วนตำบลริมโขง ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุน ป.ป.ส. เพื่อทำการติดตั้งไฟส่องสว่างตามแนวลำน้ำโขงฝั่งตรงข้ามด่านน้ำเก๋ง เสริมประสิทธิภาพการตรวจตราของเจ้าหน้าที่ฝั่งไทย
  2. ให้หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุน ป.ป.ส. เพื่อก่อสร้างจุดตรวจจุดสกัดบริเวณดังกล่าว คู่ขนานกับ สปป.ลาว
  3. ให้ ปปส.ภาค 5 ร่วมกับจังหวัดเชียงรายและอำเภอเชียงของ สนับสนุนกิจกรรมการเดินเวรยามของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บริเวณริมแม่น้ำโขง เพื่อเสริมการดำเนินงานของหน่วยกองกำลังป้องกันชายแดน
    .
    ทั้งนี้ หากการดำเนินการดังกล่าวแล้วเสร็จ การสกัดกั้นยาเสพติดตามลำน้ำโขงชายแดนภาคเหนือจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /“เทศกาลอาหารย่าง โคราช ครั้งที่ 18 Thailand BBQ FESTIVAL@KORAT 2025” ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน 5 วัน 5 คืน

“เทศกาลอาหารย่าง ณ โคราช ครั้งที่ 18 Thailand BBQ FESTIVAL@KORAT 2025” จัดยิ่งใหญ่กว่าเดิม พร้อมยกศิลปินดัง ระดับประเทศมาไว้ที่นี่ ฟรี! คอนเสิร์ต ตลอด 5 วัน 5 คืน ในรูปแบบใหม่ ในคอนเซ็ปต์ “ปิ้ง ม่วน ก๊วน ย่าง”

เมื่อวันที่ (26 พ.ย.68) หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา จัดงาน เทศกาลอาหารย่าง ณ โคราช ครั้งที่ 18 (Thailand BBQ FESTIVAL@KORAT 2025) โดยมี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานใน พิธีเปิด พร้อมด้วย นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และแขกผู้มีเกียรติจาก หน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมงานอย่างคับคั่ง

นายไพจิตร มานะศิลป์ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า การจัดงานเทศกาล อาหารย่าง ณ โคราช ครั้งที่ 18 จัดขึ้นเพื่อต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคกลางคืนและต้องการให้เกิดเงิน หมุนเวียนในจังหวัดนครราชสีมา โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งผู้สนับสนุน จากบริษัท ห้าง ร้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก ผู้ให้การสนับสนุนหลัก ทั้งจังหวัดนครราชสีมา, การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย,ตำรวจ

ภูธรภาค 3,องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา, เทศบาลนครนครราชสีมา, บริษัท ป้อมกิจ จำกัด,บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท ตลาดเซฟวัน จำกัด, และผู้ให้การสนับสนุนภาครัฐ และภาคเอกชนหลายหน่วยงานที่พร้อมใจขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มีเงินหมุนเวียนในจังหวัดนครราชสีมา ที่ให้ ความสำคัญของการจัดงานในครั้งนี้ รวมทั้งพี่น้องสื่อมวลชนทุกแขนง และที่ขาดไม่ได้คือความร่วมมือจากบรรดา ร้านค้า ผู้ประกอบการที่เข้ามาร่วมกิจกรรมทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดทุกท่าน

นายธงชัย ขอเพิ่มทรัพย์ ประธานจัดงานเทศกาลอาหารย่างครั้งที่ 18 กล่าวว่า การจัดงานประจำปี เทศกาลอาหารย่าง ณ โคราช ครั้งที่ 18 Thailand BBQ FESTIVAL@KORAT 2025 มาในรูปแบบใหม่ “ปิ้ง ม่วน ก๊วน ย่าง” (ZERO WASTE LOW CARBON) ได้เล็งเห็นและให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน และในการ จัดงานในครั้งนี้ทั้งผู้จัดและผู้เข้าร่วมงานจะได้มีส่วนร่วมในการช่วยการลดขยะ โดยการลดตั้งแต่ต้นทางเน้นการใช้ ทรัพยากรโดยไม่จำเป็น การใช้ซ้ำ และการคัดแยก เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่หรือการทำให้ของเหลือใช้หรือขยะ เหล่านั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยภายในงานมีให้ร่วมกิจกรรม ZERO WASTE LOW CARBON ให้ทุกคนมีส่วน ร่วม กิจกรรมร่วมสนุกและลุ้นรับรางวัลต่างๆ

ในปีนี้จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 26-30 พฤศจิกายน 2568 ณ ตลาดเซฟวัน ขอเชิญทุกท่านมาชิม ขนม เครื่องดื่ม ฟังเพลง คาดว่า จะมีผู้เข้าชมงาน เกิดเงินสะพัดกว่า 50 ล้านบาท การแสดงบนเวที มีศิลปินชื่อดังระดับประเทศ อาทิ โพลิแคท จ๊ะ นงผณี ฟักกิ้งฮีโร่ Chamook Bom Siayer Purenessiy The Voice เป็นต้น นักท่องเที่ยวลุ้นรับรางวัล เช่น แจก บัตรภาพยนต์จากเครือเมเจอร์ บัตรที่พักจากโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ ต่างๆ ในจังหวัดนครราชสีมา และรางวัลอื่นๆ มูลค่ามากกว่า 1 แสนบาท นายธงชัย กล่าว

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กกต.บึงกาฬ จัดประชุมชี้แจงการเลือกตั้ง อบต.-เทศบาล (กรณียกฐานะ) ผู้เข้าร่วม 39 แห่ง

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบึงกาฬ นำโดยนายไพรัต คัณทักษ์ ผู้อำนวยการฯ และนายดุลยวัฒน์ เสียงหวาน รองผู้อำนวยการฯ พร้อมคณะ

จัดประชุมชี้แจงคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง เฉพาะการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาล (กรณียกฐานะ)

การประชุมจัดขึ้นที่ห้องประชุมเดอะวันคอนเวนชั่นฮอลล์ โรงแรมเดอะวัน อำเภอเมืองบึงกาฬ โดยมีผู้แทนจากองค์การบริหารส่วนตำบลเข้าร่วมรวม 39 แห่ง

สำหรับพิธีเปิดนายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ มอบหมายให้ นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดการประชุม

ทั้งนี้ บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ภาพ/ข่าว ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชมรมโฮปฯ–วัดมหาวงษ์ ผนึกกำลังสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ ส่งต่อสิ่งของ ช่วยผู้ประสบอุทกภัยสงขลา

ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล นำทีมชมรมโฮปฯ พร้อมพระครูปลัดจริยวัฒน์ และภาคีเครือข่ายจิตอาสา รวมพลังส่งต่อสิ่งของจำเป็นกว่า 350 แพ็ค ช่วยชาวสงขลาที่กำลังเผชิญวิกฤตน้ำท่วม หวังบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ประสบภัยในหลายพื้นที่

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ที่สำนักงานชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ภายในวัดมหาวงษ์ (ปากน้ำ) ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่)

พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ พร้อมด้วยพระครูปลัดจริยวัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาวงษ์ (ปากน้ำ) และเจ้าหน้าที่ชมรมโฮปฯ ร่วมเป็นตัวแทนผู้มีจิตศรัทธา ส่งมอบสิ่งของเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสงขลา

สำหรับสิ่งของที่นำมามอบให้แก่สมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ ประกอบด้วย น้ำดื่มจำนวน 350 แพ็ค บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง และผ้าอนามัย โดยทางสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการจะลำเลียงสิ่งของทั้งหมดไปยังพื้นที่ประสบภัยในวันเสาร์ที่จะถึงนี้

เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในหลายอำเภอของจังหวัดสงขลาที่ยังคงเผชิญปัญหาอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง
การส่งต่อความช่วยเหลือในครั้งนี้ สะท้อนถึงพลังน้ำใจจากภาคประชาชนและเครือข่ายจิตอาสา ที่ร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งเพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่เดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ

พระครูปลัดจริยวัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาวงษ์ (ปากน้ำ) กล่าวว่า วัดร่วมกับชมรมโฮปฯ ร่วมกันบริจาคสิ่งของ อุปโภค บริโภค ไปช่วยผู้ประสบภัยในภาคใต้ ซึ่งเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ทำ
ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ กล่าวว่า วันนี้ทางวัดมหาวงษ์ปากน้ำร่วมกับชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา และสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ\

ได้รับมอบของเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ของจำเป็นต่าง ๆ เครื่องอุปโภค บริโภค จากประชาชนที่มาร่วมบริจาค และน้ำจากชมรมโฮปฯ 350 แพ็ค เราได้ส่งต่อให้ทางสมาคมกู้ภัยที่จะลงพื้นที่จังหวัดสงขลาภายในอาทิตย์นี้อย่างเร่งด่วนก็ส่งไปล็อตแรก เราก็ยังรอรับบริจาคเรื่อย ๆ เพื่อไว้สำหรับช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่หาดใหญ่ และภาคใต้ ต่อไป


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการขุดลอกแม่น้ำน่าน ตลอดลำน้ำ ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ณ บริเวณริมแม่น้ำน่าน บ้านแสงดาว ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วย นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงโครงการขุดลอกลำน้ำน่านเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง โดยวิธีการต่างตอบแทนไม่มีการใช้งบประมาณจากทางราชการ ซึ่งมี บริษัทผู้รับเหมา ห้างหุ้นส่วนจำกัด สรรเสริญการสร้าง เป็นผู้ดำเนินการโครงการขุดลอกลำน้ำน่าน

โดยใช้วิธีการต่างตอบแทน ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ แก้ไขปัญหาลำน้ำตื้นเขินและเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์น้ำหลากในพื้นที่เมืองและชุมชนริมลำน้ำ โดยโครงการมีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องทั้งในระยะที่ 1 และระยะที่ 2

สำหรับการดำเนินงานใน ระยะที่ 1 จังหวัดน่าน ได้จัดประชุมคณะทำงานเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 เพื่อกำหนดภารกิจและสำรวจพื้นที่ลำน้ำที่จำเป็นต้องขุดลอก ก่อนจะดำเนินการสำรวจแล้วเสร็จในวันที่ 20 มีนาคม 2568 ต่อมา กรมทางหลวงชนบทและกรมเจ้าท่าได้อนุมัติให้ดำเนินงานในวันที่ 12 และ 18 มิถุนายนตามลำดับ จากนั้นองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่านได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าของโครงการและเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ก่อนลงนามในสัญญากับผู้รับจ้างเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568

ขณะที่การดำเนินงานใน ระยะที่ 2 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในเขตเทศบาล มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยจังหวัดน่านได้ประชุมร่วมกับเทศบาล 11 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 21 แห่ง เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 เพื่อรวบรวมข้อมูลปัญหาลำน้ำตื้นเขินและพิจารณาพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมในเขตเมือง โดยแต่ละพื้นที่

ได้เสนอจุดที่มีปัญหาและแนวทางแก้ไข ทั้งด้านการระบายน้ำ จุดคับแคบของลำน้ำ และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบซ้ำซาก ซึ่งจะถูกนำไปจัดทำแบบสำรวจและออกแบบโครงการอย่างละเอียด เทศบาลที่มีความพร้อมด้านข้อมูลจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ทันทีเมื่อได้รับงบประมาณสนับสนุน ทั้งนี้ จังหวัดน่านกำหนดประชุมติดตามความคืบหน้าอีกครั้งในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เพื่อสรุปแนวทางดำเนินงานให้เป็นไปตามหลักวิชาการและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

จังหวัดน่าน ยืนยันว่าโครงการขุดลอกลำน้ำน่าน โดยวิธีการต่างตอบแทน ทั้งสองระยะจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ลดความเสี่ยงจากอุทกภัย เสริมความปลอดภัยให้ประชาชน รวมถึงฟื้นฟูสภาพลำน้ำให้มีความสมบูรณ์และเป็นระเบียบมากขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐทุกระดับ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำของจังหวัดน่านอย่างยั่งยืนในระยะยาว/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/วิสุทธิ์ ศรีเมือง/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปลัดอำเภอนำทีมบุกยึดไม้พะยูง 14 ท่อน ริมโขงหว้านใหญ่ มูลค่านับล้าน เตรียมลอบขนข้ามไปลาว

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 นายหมวดเอกวิชัย ทาธร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร

นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงร่วมกับ อส.อ.หว้านใหญ่ ร้อย.ร.กกล.สุรศักดิ์มนตรี ร้อย.ทพ.2105

และ สน.เรือมุกดาหาร นรข.เขตนครพนม เปิดปฏิบัติการตรวจค้นบริเวณริมตลิ่งแม่น้ำโขง บ้านบางทรายน้อย ตำบลบางทรายน้อย

อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร หลังสืบทราบว่าจะมีการลักลอบลำเลียงไม้พะยูงส่งข้ามไปยัง สปป.ลาว

เจ้าหน้าที่พบเรือเหล็กขนาดใหญ่ติดเครื่องยนต์จอดทิ้งไว้ เมื่อตรวจสอบภายในพบไม้พะยูงจำนวนหลายท่อนวางอยู่กลางลำเรือ นอกจากนี้บริเวณริมตลิ่งใกล้กันยังพบรถจักรยานยนต์ 1 คัน

ถูกทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังตรวจค้นโดยรอบ ก่อนตรวจยึดไม้พะยูงรวม 14 ท่อน มูลค่านับล้านบาท ซึ่งคาดว่าถูกซุกซ่อนเตรียมลำเลียงข้ามแม่น้ำโขง แต่ถูกเจ้าหน้าที่เข้าขัดขวางได้ทันเวลา

ยึดไม้พะยูง #ลอบขนข้ามโขง #มุกดาหาร #หว้านใหญ่ #ฝ่ายความมั่นคง #ปราบปรามตัดไม้ทำลายป่า #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “มนพร” นำทัพเพื่อไทยบุกดงหลวง! เปิดตัว “นายกปุ๋ย” สู้ศึก ส.ส.มุกดาหาร เขต 2 มั่นใจคนรุ่นใหม่ครองใจชาวบ้าน สานต่อนโยบายพรรค

สนามการเมืองมุกดาหารระอุอีกครั้ง “มนพร เจริญศรี” อดีต รมช.คมนาคม นำทีมเพื่อไทยขึ้นเวทีโรงเรียนดงหลวงวิทยา เปิดตัว “นายกปุ๋ย-ปิยธิดา” เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางผู้สนับสนุนคับคั่ง

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศทางการเมืองในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารว่ามีความคึกคักเป็นพิเศษ โดยที่โรงเรียนดงหลวงวิทยา อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร

นางมนพร เจริญศรี ส.ส.เขต 2 นครพนม พรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เดินทางมาเป็นประธานขึ้นเวทีปราศรัยพบปะพี่น้องประชาชน พร้อมทำพิธีเปิดตัว

นางสาวปิยธิดา บุตรกาล หรือ “นายกปุ๋ย” นายก อบต.โชคชัย เป็นว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดมุกดาหาร เขต 2 ในนามพรรคเพื่อไทย

บนเวทีปราศรัย นางมนพร ได้กล่าวฝากฝัง “นายกปุ๋ย” กับพี่น้องชาวดงหลวงและเขต 2 มุกดาหาร โดยย้ำถึงความตั้งใจของพรรคที่ต้องการผลักดันคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ เข้ามา

เป็นตัวแทนในการแก้ไขปัญหาปากท้องและพัฒนาพื้นที่ ซึ่งนางสาวปิยธิดา ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความพร้อมทั้งวุฒิการศึกษาและประสบการณ์ทำงานท้องถิ่น เป็นลูกหลานชาวมุกดาหารโดยกำเนิด

ด้าน นางสาวปิยธิดา บุตรกาล ได้กล่าวแนะนำตัวและแสดงวิสัยทัศน์ โดยระบุว่าตนจบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาสุขศึกษาและการส่งเสริมสุขภาพ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น

และเคยผ่านงานบริหารท้องถิ่นมาแล้ว พร้อมยืนยันความตั้งใจที่จะเข้ามารับใช้พี่น้องประชาชนในฐานะ ส.ส. เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของพรรคเพื่อไทยให้เกิดผลจริงในพื้นที่

ทั้งนี้ การได้รับแรงสนับสนุนจากแกนนำพรรคคนสำคัญอย่างนางมนพร ยิ่งเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับฐานเสียงในพื้นที่เขต 2 (นิคมคำสร้อย, คำชะอี, หนองสูง, ดงหลวง) มากยิ่งขึ้น

เพื่อไทย #มุกดาหารเขต2 #นายกปุ๋ย #ปิยธิดาบุตรกาล #มนพรเจริญศรี #ข่าวมุกดาหาร #การเมืองมุกดาหาร #เลือกตั้ง2569 #ข่าววันนี้ #เมืองมุกดาหาร////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / MBK เซ็นเตอร์ ชู Musical Joyride แต่งต้นคริสต์มาสกล่องดนตรีม้าหมุนไขลานสุดน่ารักที่หมุนรอบๆ ตัว สร้างรอยยิ้มให้คนไทยและทัวริสต์

เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองต้อนรับเทศกาลปีใหม่และคริสต์มาส บรรยากาศแห่งความสุขเริ่มอบอวลไปทั่วกรุงเทพฯ ด้วยแสงวิบวับของไฟประดับต้นคริสต์มาสและผู้คนที่ออกมาถ่ายรูปเช็คอินสัมผัสสีสันของฤดูกาล “ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์” ก็พร้อมเนรมิตพื้นที่แห่งความสุขร่วมสร้างช่วงเวลาพิเศษให้ผู้มาเยือนทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เก็บเกี่ยวโมเมนต์แห่งความประทับใจกลับไปด้วยรอยยิ้ม ภายใต้กิจกรรม MBK Center Sparkling Happiness ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นในคอนเซปต์ Musical Joyride มีการตกแต่ง ต้นคริสต์มาสกล่องดนตรีม้าหมุนไขลาน สีสันสดใสน่ารัก สื่อถึง “ความสุขที่หมุนอยู่รอบๆ ตัวของทุกคน เต็มไปด้วยความสนุกแสนอบอุ่นโอบกอดทุกคนในช่วงเทศกาลส่งท้ายปี สร้างแรงบันดาลใจและความหวังในการเริ่มต้นสิ่งดีๆ ในปีใหม่ที่กำลังมาถึง”

โดยในปีนี้ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมกับ ศิลปินนักวาดภาพประกอบที่มีผลงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ นางสาววิยดา อมรวัฒนคุณชัย หรือ Jumbo Jan ที่มีเอกลักษณ์ลายเส้นน่ารักทันสมัย มีผลงานปรากฏบนโซเชียลมีเดียและงานแสดง Illustration Fair ต่าง ๆ มาร่วมรังสรรค์ต้นคริสต์มาสกล่องดนตรีม้าหมุนไขลาน ในคอนเซ็ปต์ Musical Joyride สูงตระหง่านกลางลาน Sky Walk ด้านล่างของต้นคริสต์มาสเป็น เครื่องเล่นม้าหมุนไขลาน สีสันสดใสที่หมุนไปมาอย่างมีชีวิตชีวา เสมือนกล่องดนตรีขนาดใหญ่แห่งความสุข ม้าบางตัวเคลื่อนไหวโยกขึ้นลงได้ราวกับมีชีวิต รายล้อมด้วยม้าที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน โน้ตดนตรี และคำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความหมายดี ๆ เช่น Happiness, Blissful, Merry เพื่อส่งต่อความปรารถนาดีให้แก่ผู้มาเยือน ยังมีตัวอักษร “MBK” ขนาดใหญ่ ติดตั้งอย่างโดดเด่น สื่อถึงความเป็นแลนด์มาร์กแห่งความสุขใจกลางกรุงเทพฯ ส่วนด้านบนของต้นคริสต์มาสประดับด้วย แกนไขลานขนาดใหญ่หมุนไปมาอย่างนุ่มนวล สื่อถึงพลังแห่งการเริ่มต้นใหม่และความสุขที่เคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง ยอดของต้นคริสต์มาสประดับด้วยดวงดาวเรืองแสง ที่หมุนได้รอบด้าน สะท้อนแสงระยิบระยับงดงามในยามค่ำคืน เพิ่มเสน่ห์และชีวิตชีวาให้กับแลนด์มาร์กแห่งนี้

ในพิธีเปิดไฟต้นคริสต์มาสสุดตระการตา MBK Center Sparkling Happiness Light Up Ceremony ผสมผสานศิลปะ แสง สี เสียง และจังหวะดนตรีอย่างกลมกล่อม ไฮไลต์ของการแสดงสุดพิเศษของ วงดนตรีออเคสตร้า ที่บรรเลงบทเพลงแห่งความสุขอย่างอ่อนโยนและสง่างาม สร้างบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองให้เปี่ยมด้วยเสน่ห์และความอบอุ่นหัวใจ ทั้งนี้ได้รับเกียรติจากพันธมิตรภาครัฐร่วมเปิดไฟต้นคริสต์มาสอย่างเป็นทางการ นำโดย นายต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร นางสาวพุทธชาด ศรีนิศากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ดร.เกศี จันทราประภาวัฒน์ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายอภิชาติ กมลธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายกฎหมาย บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ว่าที่ร้อยตรี ปราโมทย์ เลิศจิตรการุณ ผู้อำนวยการสำนักนันทนาการกรมพลศึกษา นางศุภพิชญาณ์ ชาวบางรัก ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตปทุมวัน และ นางสาวพิมลพันธุ์ ฤทธิบุญไชย หัวหน้าฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์ หอศิลปกรุงเทพฯ ร่วมพิธีเปิดไฟต้นคริสต์มาสอย่างเป็นทางการ

นอกจากนี้ยังมีเหล่าศิลปินคนดังร่วมส่งมอบความสุข นำโดย ภูมิ – เกียรติภูมิ บันลือชัยฤทธิ์ พระเอกหนุ่มมากความสามารถจากช่อง 7HD พิ้งค์พลอย – ปภาวดี ชาญสมอน นางเอกดาวรุ่งจากช่อง 7HD ที่เป็นที่รู้จักจากบทบาทหลากหลาย เล้ง – ณัฐพล และ แสตมป์ – พรวศิน จากซีรีส์ฮิต “ลอยแก้ว” และ “วัยซ่าส์ท้ามิติ” มาร่วมเฉลิมฉลองและสร้างสีสันภายในงาน เพิ่มความพิเศษให้ช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นปีใหม่เปี่ยมด้วยความสุข ความอบอุ่น และความสนุกสนานให้กับผู้ร่วมงาน

นางสาวพุทธชาด ศรีนิศากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า“เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูกาลแห่งความสุขอีกครั้ง ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ขอต้อนรับทุกท่านด้วยผลงานสุดสร้างสรรค์ถ่ายทอดความสุขและความสนุกที่อยู่รอบ ๆ ตัว กับ ต้นคริสต์มาสกล่องดนตรีม้าหมุนไขลาน ในคอนเซปต์ Musical Joyride เพื่อส่งมอบความสุขและความอบอุ่นให้กับผู้มาเยือนในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ซึ่งปีนี้ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ร่วมงานกับศิลปินนักวาดภาพประกอบที่มีผลงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ คุณวิยดา อมรวัฒนคุณชัย หรือ Jumbo Jan เจ้าของลายเส้นสุดน่ารักและทันสมัย มาร่วมถ่ายทอดแรงบันดาลใจผ่านงานออกแบบตกแต่งต้นคริสต์มาสกล่องดนตรีม้าหมุนไขลาน ที่หมุนได้อย่างมีชีวิตชีวา ไม่เพียงแต่ความสดใสน่ารักให้ทุกท่านได้ถ่ายรูปเท่านั้น แต่ยังสื่อถึงความสุขที่ไม่สิ้นสุดและพลังแห่งการเริ่มต้นใหม่ หมุนเวียนพาความสุขกลับมาอีกครั้งในทุกปี เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จะเป็น “ใจกลางความสุข” ของผู้คนที่มาชมงาน จุดรวมพลังแห่งรอยยิ้มและความสุขที่หมุนรอบ ๆ ตัวของทุกท่าน ขอให้ม้าหมุนแห่งความสุขนี้หมุนเรื่องราวดี ๆ เข้ามาในชีวิตและให้ปีใหม่ที่กำลังจะถึงเป็นปีแห่งรอยยิ้มของทุกท่าน ก็ขอเชิญชวนทุกท่านมาสัมผัสและสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน และสร้างบรรยากาศการจับจ่ายให้คึกคักในฤดูกาลท่องเที่ยวและเทศกาลส่งท้ายปีค่ะ”

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จัดเต็มของขวัญส่งท้ายปีกับกิจกรรม SPARKLING HAPPINESS ระหว่างวันที่ 24 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569 ยกขบวนความสุข ดังนี้
LUCKY CHRISTMAS TREE ต้นคริสต์มาสไขลาน มอบของขวัญสุดพิเศษ เพียงกดรับสิทธิ์ผ่าน MBK PLUS พร้อมแสดงใบเสร็จใช้จ่ายตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป ระหว่างวันที่ 24 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569

CULTURAL SHOW ตื่นตากับศิลปวัฒนธรรมไทยที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ดังนี้ วันที่ 25 ธันวาคม บริเวณลาน Sky Walk ตระการตาการแสดง “โขน” นาฏยศาสตร์แห่งแผ่นดิน วันที่ 29 – 31 ธันวาคม ชมเพลินเชียร์มันส์กับศิลปะแม่ไม้มวยไทย การแข่งขันของมวยคู่เอก เดือดทุกคู่ในกิจกรรม MBK Center Muay Thai Fight Night

MUSICAL JOYRIDE ความสุขผ่านเสียงเพลงและความบันเทิงทั่วศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พบกับซานต้ากับผองเพื่อนที่จะนำความสุขไปส่งมอบให้กับลูกค้าทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยว ในกิจกรรม Orchestra & Santa ระหว่างวันที่ 24-25 ธันวาคม และ ความบันเทิงขั้นสุดกันแบบข้ามปีกับกิจกรรม Musical Troop ในวันที่ 30 ธันวาคม 2568 – วันที่ 1 มกราคม 2569 นอกจากนี้ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ และ ศูนย์การค้าในเครือ (พาราไดซ์ พาร์ค, เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9, เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์) จัดโปรโมชันฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี “SPARKLING HAPPINESS” #เทศกาลแห่งความสุขช้อปสนุกรับปีใหม่ เมื่อช้อปหรืออิ่มในศูนย์ฯ ลุ้นรางวัลรวมกว่า 7.6 ล้านบาท* ระหว่างวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 – วันที่ 4 มกราคม 2569 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ช้อปลุ้นโชค เพียงสะสมใบเสร็จช้อป-อิ่มในศูนย์ฯ ผ่าน LINE Official Account @mbkplus หรือจุดประชาสัมพันธ์ ครบทุก 1,000 บาท* รับ 1 สิทธิ์ลุ้นรางวัลที่ 1 ที่พัก Dusit Thani Krabi Beach Resort (3 วัน 2 คืน) จำนวน 2 รางวัล (มูลค่า 34,000 บาท/ รางวัล) รางวัลที่ 2 บัตรกำนัลศูนย์ฯ มูลค่ารางวัลละ 5,000 บาท จำนวน 4 รางวัล

ช้อปรับเลย รับบัตรกำนัลศูนย์ฯ รวมสูงสุด 300 บาท* รับฟรี บัตรกำนัลศูนย์ฯ มูลค่า 100 บาท* เมื่อช้อป-อิ่มในศูนย์ฯ ครบตามเงื่อนไขที่กำหนด และ รับฟรี Sparkling Joyride Travel Set Exclusive by JUMBO JAN 1 เซต จำนวน 4 ใบ* (มูลค่า 3,500 บาท) เมื่อช้อป – อิ่ม ในศูนย์ฯ ครบตามเงื่อนไขที่กำหนด
พิเศษเฉพาะศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ และ พาราไดซ์ พาร์ค สำหรับสมาชิก Ocean Life ใช้ 1,000 OCHI COIN แลกรับบัตรกำนัลศูนย์ฯ 100 บาท (จำกัด 2 สิทธิ์ / หมายเลขบัตร / ตลอดรายการ, จำกัดรวม 100 สิทธิ์ / ตลอดรายการ)
สิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ อาทิ พิเศษสำหรับลูกค้าบัตรเครดิต ttb รับบัตรกำนัลศูนย์ฯ สูงสุด 500 บาท* เมื่อใช้จ่ายครบตามเงื่อนไข* สำหรับผู้ถือบัตรเครดิต GSB, KTC, ttb แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 13 %*
โปรโมชันเฉพาะสมาชิก MBK PLUS เท่านั้น!! เมื่อสมัครสมาชิก MBK PLUS เพื่อรับสิทธิ์ใช้โปรโมชัน เพียงแค่เพิ่มเพื่อน LINE Official Account @mbkplus

ด้านศิลปินนักวาดภาพประกอบที่มีผลงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ นางสาววิยดา อมรวัฒนคุณชัย หรือ Jumbo Jan ผู้ร่วมรังสรรค์ต้นคริสต์มาสกล่องดนตรีม้าหมุนไขลานกล่าวถึงความรู้สึกว่า “การได้ร่วมงานกับ MBK ถือเป็นความฝันของชีวิตเลยค่ะ เพราะแจนและครอบครัวผูกพันกับ MBK มาตั้งแต่เด็ก ๆ ทุกวันอาทิตย์จะมาดูหนังและทานข้าวที่ MBK เสมอ พอวันนี้ได้มีโอกาสสร้างสรรค์งานตกแต่งต้นคริสต์มาสกับทางศูนย์ฯ ก็รู้สึกมีความสุขมาก ๆ และทางทีมงาน MBK ทุกคนก็น่ารักและใจดีมาก สามารถแปลงจากลายเส้นของแจนให้กลายเป็นผลงานชิ้นใหญ่ได้อย่างน่าประทับใจ ขอบคุณมากจริง ๆ ค่ะ”
“ในปี 2569 เป็นปีนักษัตรม้า (มะเมีย) เลยใช้ theme เป็นม้าหมุนแห่งความสุข ต้นคริสต์มาสมีม้าที่มีลายแตกต่างกันอยู่ 8 ตัว ซึ่งนับเป็นเลขมงคล ม้า 8 ตัวเป็นตัวแทนของความสุขทั้ง 8 อย่าง ได้แก่ ความร่ำรวยมีสุข สุขภาพมั่งคั่ง การงานมั่นคง ครอบครัวสุขสันต์ มิตรภาพดีงาม ความรักบริบูรณ์ จิตใจสงบเย็น และ การเติบโตไม่หยุดนิ่ง รวมถึงการนำพาความเจริญทั้ง 8 ทิศมาสู่ลูกค้า ผู้ค้า และ ศูนย์การค้า MBK ในงานเทศกาลครั้งนี้ขอส่งมอบความสุขและความหวังดีให้ทุกคนนะคะ ขอให้ม้าหมุนแห่งความสุขนี้ หมุนเรื่องราวดี ๆ เข้ามาในชีวิตของทุกคนจากรอบทิศทางเลยนะคะ”

ห้ามพลาด!! สัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขแสนอบอุ่นเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี ชมไฟประดับต้นคริสต์มาส Musical Joyride ที่เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ และศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ทั้งพาราไดซ์ พาร์ค เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ พร้อมของขวัญส่งท้ายปีกับโปรโมชันแคมเปญมากมาย สุดเอ็กซ์คลูซีฟดีไซน์น่ารักที่มีกลิ่นอายผลงานของ Jumbo Jan ศิลปินนักวาดภาพประกอบที่มีผลงานทั้งในประเทศและต่างประเทศกับ Sparkling Joyride Travel Set Exclusive by JUMBO JAN
ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ที่ https://www.mbk-center.co.th/ หรือ เฟซบุ๊กเพจ mbkcenterth อินสตาแกรม mbkcenter

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาคที่ 2 พร้อมส่งกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่

พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งการส่งกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย กองพลพัฒนาที่ 2 จำนวน 102 นาย ขนยุทโธปกรณ์ รถบรรทุกขนาดใหญ่ ครัวสนาม เครื่องปั่นไฟ เรือ สนับสนุนกองทัพภาคที่ 4 ช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่

โดย พล.ต.กิติศักดิ์ ถาวร ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 2 ตรวจความพร้อมของกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย ที่หน้ากองบัญชาการกองพลพัฒนาที่ 2 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา เพื่อเตรียมเคลื่อนย้ายลงพื้นที่เพื่อสนับสนุนกองทัพภาคที่ 4 เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /”เข้าแล้ว ออกยาก” พุฒิพงษ์ นาคทอง ผกก. ผู้สร้าง 4 Kings และ วัยหนุ่ม 2544 เผยแรงบันดาลใจการทำภาพยนตร์เรื่อง “มือปืน” ชีวิตจริงของอาชีพมือปีน

default

งานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง “มือปืน” จัดขึ้นที่เมเจอร์รัชโยธิน เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กทม. ฉายรอบสื่อมวลชน และแขกวีไอพี วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 มีผู้เข้าร่วมงานกันมากกมาย

ในตัวอย่างล่าสุด (Official Trailer) ได้เผยให้เห็นเรื่องราวของ “เพชร” มือปืนรับจ้างที่ต้องการออกจากวงการ เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่กับคนรัก ทว่าอดีตกลับตามหลอกหลอน ด้วย “บุญคุณ” ที่ยังต้องชดใช้ และ “ความแค้น” ที่ยังรอการสะสาง ทำให้เขาต้องกลับมาเผชิญหน้ากับชะตากรรมอีกครั้ง ด้วยกระสุนนัดสุดท้ายที่อาจเปลี่ยนชีวิตทั้งหมด

“อาชีพมือปืนเป็นสิ่งที่ผมได้ยินและรู้จักมาตั้งแต่เด็กครับ มันเป็นโลกที่น่าค้นหา และอยากให้คนได้เห็นอีกมุมของพวกเขา ว่าชีวิตจริงต้องเจออะไรบ้าง จุดจบของเขาเป็นยังไง” พุฒิพงษ์ นาคทอง ผู้กำกับภาพยนตร์ กล่าว

พุฒิพงษ์เผยว่า ก่อนจะลงมือทำหนังเรื่องนี้ เขาได้ทำการบ้านอย่างหนัก เดินทางไปสัมภาษณ์อดีตมือปืนจริงที่จังหวัดเพชรบุรี เพื่อทำความเข้าใจชีวิตของพวกเขาในมุมลึกที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน

“ผมไปรีเสิร์ชข้อมูลที่เพชรบุรีครับ ได้พูดคุยกับอดีตมือปืนจริง ๆ แล้วสิ่งที่เขาเล่าให้ฟัง มันโหดกว่าที่เราคิดไว้เยอะมาก ชีวิตจริงของเขาไม่ได้เหมือนในหนังเลยครับ”

และสิ่งที่ค้นพบระหว่างการศึกษาข้อมูล ผู้กำกับเผยว่า สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ “ความเป็นคนธรรมดา” ของคนในอาชีพนี้

“ก่อนจะไป ผมคิดว่าพวกเขาน่าจะดูดุดัน เหมือนในหนัง แต่จริง ๆ แล้วไม่เลยครับ หลายคนสุภาพ เรียบร้อยด้วยซ้ำ เรามองผิวเผินไม่รู้เลยว่าคนไหนเป็นมือปืน เขาก็มีศักดิ์ศรีของตัวเอง และบางคนก็มีเหตุผลของการทำสิ่งที่เลือก”

และในภาพยนตร์ “มือปืน” ผู้กำกับยังได้สะท้อน “กฎเหล็ก” ของอาชีพนี้ไว้อย่างเข้มข้น“ส่วนใหญ่เขาจะไม่ทำผู้หญิงกับเด็กครับ และเขาไม่จำเป็นต้องรู้จักคนที่รับงาน ยิงเสร็จรับเงินจบ แต่มันก็มีความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่พูดออกมา ซึ่งเราจะได้เห็นในหนังเรื่องนี้ครับ

default

.“มือปืน” จึงไม่เพียงเป็นภาพยนตร์แอ็กชันระทึกขวัญ แต่ยังเป็นการถ่ายทอดชีวิตของ “มนุษย์ในเงามืด” ที่ต้องดิ้นรนเพื่อหลุดพ้นจากบาปและความแค้นในใจเตรียมพบกับภาพยนตร์ “มือปืน” เข้าฉาย 27 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

default

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ รมว.กระทรวงมหาดไทย ประธานพิธีเจริญพระพระพุทธมนต์ วันคล้ายวันสวรรคตครบ 100 ปี 25 พฤศจิกายน 256

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเจริญพระพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 100 รูป ในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว วันคล้ายวันสวรรคตครบ 100 ปี 25 พฤศจิกายน 2567 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ เนื่องในโอกาสวันประสูติครบ 100 ปี 24 พฤศจิกายน 2568

วันที่ 24 พ.ย. 68 เวลา 07.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเจริญพระพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 100 รูป ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า และถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา เนื่องในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตครบ 100 ปี 25 พฤศจิกายน 2567 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา เนื่องในโอกาสวันประสูติครบ 100 ปี 24 พฤศจิกายน 2568

โดยมี หน่วยราชการในพระองค์ คณะรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภาคส่วนต่าง ๆ ประชาชนจิตอาสา และประชาชนร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก ณ วัดพระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม การนี้ พระสงฆ์สมณศักดิ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ หลังจากนั้น สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ และคณะสงฆ์ รวม 100 รูป รับบิณฑบาต

รัฐบาลกำหนดจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตครบ 100 ปี 25 พฤศจิกายน 2567 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดาเนื่องในโอกาสวันประสูติครบ 100 ปี 24 พฤศจิกายน 2568 ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตในนามรัฐบาล ดำเนินการจัด 1. พิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล 2. พิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า

และพิธีวางพุ่มดอกไม้ถวายสักการะสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา 3. การตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า และพระรูปสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ

เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดาเพื่อเฉลิมพระเกียรติ และ 4. กิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และสาธารณกุศล ถวายพระราชกุศลถวายพระกุศล เพื่อแสดงความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และพระกรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ระหว่างวันที่ 1 – 30 พฤศจิกายน 2568
จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าวประจำ จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประจวบคีรีขันธ์ แถลงความพร้อมจัดงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” 29 พ.ย. – 8 ธ.ค. 2568

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุมเกาะหลัก ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ภายใต้เป้าหมายเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงเผยแพร่ความสำคัญของวันดินโลก ซึ่งสหประชาชาติรับรองให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันดินโลกอย่างเป็นทางการ

ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวถึงความเป็นมาของการจัดงานครั้งนี้ว่า เป็นการร่วมเฉลิมฉลองวันดินโลกและเผยแพร่บทบาทของพระมหากษัตริย์ไทยด้านการพัฒนาดิน น้ำ และทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนสนับสนุนอัตลักษณ์สินค้าของดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้เกษตรกร โดยกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2568 รวม 10 วัน ณ บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติหน้าศาลากลางจังหวัดด้านนายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชี้แจงภาพรวมของกิจกรรมภายในงานว่า จะมีการจัดนิทรรศการวันดินโลก น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 และเพื่อสืบสานพระราชดำริในรัชกาลที่ 10 พร้อมทั้งนิทรรศการความโดดเด่นของจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นงานหัตถกรรมผ้าไทย ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี และนิทรรศการด้านดิน น้ำ พันธุ์พืช นวัตกรรมเทคโนโลยี รวมถึงเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของจังหวัด ทั้งยังมีร้านค้าสินค้าเกษตรจากทั้ง 8 อำเภอ สินค้าราคาประหยัด ธงฟ้า การตักกุ้งหรรษา เวทีเสวนา การประกวด การแข่งขัน และการแสดงไฟล้านดวงพร้อมคาราวานร้านเด็ดร้านดัง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

ขณะที่นางศันสนีย์ เกษตรสินสมบัติ เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวถึงกิจกรรมประกวดและกิจกรรมบนเวทีว่า จะมีการประกวดผลผลิตทางการเกษตร อาทิ สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย สับปะรดพันธุ์ MD2 มะพร้าวแกง มะพร้าวน้ำหอม และขนุนยักษ์ รวมถึงกิจกรรมออกกำลังกายวิถีคนประจวบฯ โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด พร้อมทั้งจัดเวทีเสวนาวิชาการหลากหลาย เช่น หัวข้อ “ดินของพ่อสู่วันดินโลก” โดยสำนักงานพัฒนาที่ดิน การท่องเที่ยวยั่งยืนบนฐานชีวภาพของ BEDO การเสวนา Coco Next Gen พลิกอนาคตมะพร้าวไทย ตลอดจนเสวนาพระมหากรุณาธิคุณด้านหัตถกรรมผ้าไทยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ นอกจากนี้ยังมีการสาธิตผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว การเดินสายไฟภายในอาคาร การทำอาหารเพื่อสุขภาพ และกิจกรรมชวนชิมกุ้ง–กระพงดินดีวิถีพ่อ โดยสำนักงานประมงจังหวัด รวมถึงการแสดงดนตรีแจ๊สบทเพลงพระราชนิพนธ์จากกองบิน 5ผู้จัดงานเชิญชวนเกษตรกรและประชาชนร่วมส่งผลงานเข้าประกวด พร้อมร่วมชม ชิม ช้อป และสัมผัสองค์ความรู้ด้านดิน น้ำ เกษตรกรรม เทคโนโลยี นวัตกรรม และสินค้าอัตลักษณ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเชื่อว่าการจัดงานครั้งนี้จะเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสใหม่ให้กับคนในจังหวัดอย่างยั่งยืน
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น้ำท่วมใต้ สายธารน้ำใจหลั่งไหล ชาวหลังสวน รวมพลังช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร – สายธารน้ำใจจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอหลังสวน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนภูบดินทร์พิทยาลัย

โรงเรียนสวนศรีวิทยา โรงเรียนอนุบาลทอรัก ตลอดจนชาวบ้าน ร้านค้า ผู้ประกอบการ และภาคส่วนต่าง ๆ ต่างร่วมกันแสดงพลังแห่งความห่วงใยต่อผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ด้วยการร่วมบริจาคสิ่งของจำเป็นจำนวนมาก

สำหรับการดำเนินการครั้งนี้ โรงเรียนภูบดินทร์พิทยาลัย และโรงเรียนสวนศรีวิทยา ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรับบริจาคสิ่งของจากประชาชน โดยรับบริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ยารักษาโรคที่จำเป็น และน้ำดื่มชนิดต่าง ๆ

ทั้งนี้ สาเหตุของน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างมาจากอิทธิพลของ ร่องมรสุมกำลังแรง และ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้

ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ระดับน้ำในลำน้ำสายหลักเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายพื้นที่เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ถนนหลายสายขาด การสัญจรลำบาก บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง

ภายหลังการรวบรวมสิ่งของ สามารถบรรทุกได้เต็มจำนวน 1 คันรถสิบล้อ ก่อนเคลื่อนขบวนออกจากพื้นที่หลังสวน เพื่อเดินทางไปช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและซับน้ำตาพี่น้องผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้ตอนล่าง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เอกชนพัทยา รวมน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ปลายด้ามขวาน

ตามที่เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ส่งผลให้ทุกจังหวัดทางภาคใต้ของประเทศไทยได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วมบ้านเรือนสร้าง

ความเสียหายนับหมื่นล้านบาท ซึ่งทุกหนาวยงานทั่วประเทศต่างระดมกำลังหาแนวทางช่วยเหลืออยู่ในขณะนี้นั้น

วันที่ 25 พ.ย.68 มีรายงานว่า ที่จุดบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี กลุ่มผู้ประกอบการเอกชนในเมืองพัทยา

นำโดย นางอำพร แก้วแสง ปธ.กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ได้รวบรวมสิ่งจำเป็น อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้งและน้ำดื่ม นำไปบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ทั้งนี้ ทางคณะได้รับเกียรติจากนายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง เป็นประธานในการรับมอบสิ่งของบริจาคช่วย

เหลือน้ำท่วมภาคใต้ ก่อนจะประสานให้หน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ฯ พัทยา นำไปช่วยเหลือช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยด่วนที่สุด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารโชว์ผลงานเข้ม! นอภ.เมือง แท็กทีม ทหารพราน 2105 ยึดยาบ้า 1.9 แสนเม็ด ริมโขง สกัด “กองทัพมด” ทะลักช่วงปีใหม่

ฝ่ายปกครองเมืองมุกดาหาร ผนึกกำลัง ทหารพราน-ตชด. สกัดกั้นยาเสพติดข้ามชาติ ยึดยาบ้า 190,000 เม็ด ริมฝั่งโขง นายอำเภอเผยเข้มงวดตามวาระแห่งชาติ ด้านทหารพรานแฉแก๊งยาเปลี่ยนแผนใช้ “กองทัพมด” ทยอยขนเลี่ยงการจับกุมล็อตใหญ่

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ที่กองร้อยทหารพรานที่ 2105 อ.เมือง จ.มุกดาหาร นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร พร้อมด้วย ร.ท.วันชาติ เหมือนปืน ผู้

บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 2105 (ผบ.ร้อย.ทพ.2105) และเจ้าหน้าที่จาก กอ.รมน., ตชด.234 ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 190,000 เม็ด

นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร กล่าวว่า จังหวัดมุกดาหารได้ดำเนินการตามวาระแห่งชาติในการปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้น โดยในปีที่ผ่านมาสามารถจับกุมยาบ้าตามแนวชายแดนได้สูงถึง 30 ล้านเม็ด

สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานว่าจะมีการลักลอบนำเข้ายาเสพติด จึงได้สนธิกำลัง 3 ฝ่าย ทั้งปกครอง ทหาร และตำรวจ ทำการ “ซีนชายแดน” (Seal) ปิดล้อมพื้นที่อย่างแน่นหนา

จนกระทั่งช่วงเย็น เวลาประมาณ 17.00 น. พบเรือเร็วจากฝั่งเพื่อนบ้านขับเข้ามาโยนสิ่งของทิ้งไว้ริมฝั่งแล้วรีบหลบหนีไป ซึ่งจากการตรวจสอบพบเป็นยาบ้าจำนวนดังกล่าว

ด้าน ร.ท.วันชาติ เหมือนปืน ผบ.ร้อย.ทพ.2105 เปิดเผยถึงรายละเอียดปฏิบัติการว่า จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านนาเวียงแก ต.นาสีนวน อ.เมือง จ.มุกดาหาร หลังจากคนร้ายโยนกระสอบปุ๋ย 2 ใบลงฝั่ง เจ้าหน้าที่ได้ดักซุ่มรอผลเพื่อจับกุมผู้มารับของนานกว่า 1 ชั่วโมง

ต่อมามีรถจักรยานยนต์ 2 คันขับเข้ามา แต่คนร้ายไหวตัวทันเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ จึงรีบขับรถหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดยาบ้าจำนวน 190,000 เม็ด ซึ่งบรรจุอยู่ในกระสอบจำนวน 2 กระสอบ ไว้เป็นของกลาง เพื่อนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ร.ท.วันชาติ ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันขบวนการค้ายาเสพติดได้ปรับเปลี่ยนยุทธวิธีจากเดิมที่ขนล็อตใหญ่หลักล้านเม็ด มาเป็นรูปแบบ “กองทัพมด” คือทยอยนำเข้าทีละ 1-2 แสนเม็ด มา

พักคอยไว้ตามจุดต่างๆ ตามแนวชายแดน เมื่อรวบรวมได้ครบจำนวนจึงจะให้นักบินมารับเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกเจ้าหน้าที่กดดันอย่างหนักในช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่

มุกดาหาร #นายอำเภอเมืองมุกดาหาร #ชายสิทธิ์สุวรรณโชติ #ทหารพราน2105 #จับยาบ้า #ยาบ้า190000เม็ด #ข่าวอาชญากรรม #ริมโขง #บ้านนาเวียงแก #นาสีนวน #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้_///ภาพ/ข่าว เดวิท -ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ดร.เนาวรัตน์ เลขาธิการวุฒิสภาสรุปประเด็น การคัดค้าน (ร่าง) พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับ….) พ.ศ…..จำนวน 3 ฉบับ

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย ประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและ
อุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) โดยร่วมกับสภาองค์การนายจ้างอีก 16 สภาองค์การนายจ้าง ได้ลงนามในหนังสือคัดค้าน
1. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับ..) พ.ศ…สำเนาเลขรับ 157/2567 วันที่ 18 ธันวาคม 2567 (โดย นายจรัส คุ้มไข่น้ำ

  1. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับ..) พ.ศ…สำเนาเลขรับ 158/2567 วันที่ 18 ธันวาคม 2567 (โดยน.ส.วรรณวิภา ไม้สน)
  2. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่. ) พ.ศ.. เสนอโดย นายเซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ
  3. ข้อเสนอแนะและสรุปประเด็นปัญหาในข้อกฎหมายที่กระทบต่อสถานประกอบการ/นายจ้าง ตามที่ ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย ประธานสภาองค์การนายจ้างฯ และคณะสภาองค์การนายจ้างอีก 16 สภาร่วมลงนาม แสดงความเห็นต่อท้าย ซึ่งได้สรุปสาระสำคัญที่เป็นเหตุผลการคัดค้าน ขอเสนอแนะ และสรุปประเด็นปัญหาในข้อกฎหมายที่กระทบ ต่อสถานประกอบกิจการเพื่อให้ท่านได้ทราบถึงข้อเท็จจริงที่ข้าพเจ้าและคณะสภาองค์การนายจ้าง ได้นำเสนอมานี้

ฉบับที่ 1 (ร่าง) ฉบับที่มีเลขรับ 157/2567 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 เสนอโดย นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สส.พรรคประชาชนและคณะ
หลักการที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ดังต่อไปนี้แก้ไขเพิ่มเติมระยะเวลาทำงานของลูกจ้าง (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 23) จากเดิมทำงาน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
ลดลงเป็น 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์แก้ไขเพิ่มเติมวันหยุดประจำสัปดาห์ของลูกจ้าง (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 28) เพิ่มวันหยุดประจำสัปดาห์ 1 วันเป็น 2 วัน แก้ไขเพิ่มเติมสิทธิการลาพักผ่อนประจำปีของลูกจ้าง (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 30)

ฉบับที่ 1 ร่าง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ.…. ของ นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สส.พรรคประชาชน และคณะ
เหตุผลที่คัดค้าน ดังนี้สืบเนื่องจากการแก้ไขเพิ่มในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งมีสาระสำคัญในภาคบังคับใช้ ปัจจุบันนั้นเหมาะสมแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไข หากผลของการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับใช้ เป็นเหตุให้เกิดภาระและปัญหาการจ้างงานในหลายประการดังต่อไปนี้

  1. ส่งผลกระทบต่อธุรกิจทำให้ต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้น กระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงาน
  2. มีผลกระทบโดยตรงกับผู้ประกอบกิจการ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมประเภท วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
    ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมเป็นส่วนมากของประเทศ อาจต้องปิดตัวลง
  3. ก่อให้เกิดการขาดสภาพคล่องในการลงทุนภายในประเทศ และจากการลงทุนของผู้ประกอบการต่างประเทศด้วย
  4. อาจเป็นปัญหาให้เกิดผลกระทบย้อนกลับไปถึงการจ้างงานของลูกจ้างในอนาคต ซึ่งผู้ประกอบกิจการจะต้องแสวงหา
    รูปแบบการจ้างงานรูปแบบใหม่ที่เหมาะสมกว่าต่อไป เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดได้ เช่นการนำ AI หรือนำหุ่นยนต์
    มาใช้แทนการจ้างงาน

ฉบับที่ 2 (ร่าง) ฉบับที่มีเลขรับ 158/2567 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 เสนอโดยนางสาววรรณวิภา ไม้สน สส. พรรคประชาชน
หลักการที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ดังต่อไปนี้
แก้ไขเพิ่มเติมในการจ้างงานที่มีความเท่าเทียมในทุกด้านให้นายจ้างปฏิบัติต่อลูกจ้างอย่างเท่าเทียมด้วย โดยไม่เลือกปฏิบัติ
(แก้ไขเพิ่มเติม ในมาตรา 15)
แก้ไขเพิ่มเติมให้การลาเนื่องจากมีประจำเดือน มิให้ถือว่าเป็นวันลาป่วย (เดิมมีสิทธิอยู่แล้ว 30 วันต่อปี)
(แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 32/3)

  1. กำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิลาไปดูแลบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลอื่นใดที่มีความใกล้ชิด (เพิ่มมาตรา32/1)
  2. กำหนดให้ต้องจัดให้มีสถานที่ที่เหมาะสมและอุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็น เพื่อให้ลูกจ้างสามารถให้นมบุตรหรือ
    บีบน้ำนมในที่ทำงาน (เพิ่มมาตรา 39/2)
    กำหนดให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีสิทธิลาเนื่องจากมีประจำเดือน (เพิ่มมาตรา 40/1)
    -2-ฉบับที่ 2 (ร่าง) ฉบับที่มีเลขรับ 158/2567 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 เสนอโดยนางสาววรรณวิภา ไม้สน สส. พรรคประชาชนเหตุผลที่คัดค้าน มีดังนี้การลาเนื่องจากมีประจำเดือน (3 วันต่อเดือน)สภาองค์การนายจ้างเห็นว่าเป็นการออกกฎหมายฉบับนี้เกินความจำเป็นการบัญญัติสิทธิลาพิเศษที่สำคัญสำหรับสตรีอาจจะถือเป็นการเลือกปฏิบัติภายใต้อนุสัญญาฉบับที่ 111 โดยถือเป็นเอกสิทธิ์ที่เกินกว่ามาตรการพิเศษเพื่อการคุ้มครองหรือความช่วยเหลือที่อนุสัญญา อนุญาตกำหนดไว้และยังอาจถือว่าไม่สอดคล้องกับอนุสัญญาฉบับที่ 100 เนื่องจากส่งผลให้เกิดความไม่เท่าเทียมความเสมอภาคและเป็นธรรมระหว่างลูกจ้างชายและหญิง ดังนั้นควรให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้างตามกฎหมาย ในพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ต่อไป
    2) ในส่วนการให้ลูกจ้างมีสิทธิลาไปดูแลบุคคลในครอบครัว หรือบุคคลอื่นใดที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด (ปีละไม่เกิน 15 วันทำงาน)
    สภาองค์การนายจ้างฯ เห็นว่าควรระบุให้ชัดเจนว่าเป็นใครบ้าง เพราะบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลอื่นใดที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เป็นถ้อยคำที่กว้างเกินไปทำให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติได้ ถ้อยคำที่สมควรใช้ต้องชัดเจนและแน่นอน เช่น บิดา มารดา บุตร สามี หรือภริยา เช่นเดียวกับถ้อยคำที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 193 ซึ่งกำหนดลักษณะของบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด
    3) การให้นายจ้างจัดพื้นที่ให้นมบุตรหรือบีบเก็บน้ำนม
    สภาองค์การนายจ้างเห็นว่าปัจจุบันผู้ประกอบการได้เข้าร่วมโครงการจัดตั้งมุมนมแม่ ของกระทรวงสาธารณสุขเป็นจำนวนมาก ดังนั้นควรส่งเสริมความร่วมมือมากกว่าการออกกฎหมายบังคับและการออกกฎหมายเกินความจำเป็น โดยเฉพาะผู้ประกอบการ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในกลุ่มแรงงาน ภาคเกษตร ภาคบริการ ร้านค้าปลีกและค้าส่ง ไม่สามารถปฏิบัติได้ เป็นต้น

ฉบับที่ 3 ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ …) พ.ศ.. เสนอโดย นายเซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ
เหตุผลที่คัดค้าน มีดังนี้
สาระสำคัญของร่างฯในข้อที่ 2
เกี่ยวกับการกําหนดให้ยกเลิกบทนิยามคําว่า “นายจ้าง” “วันลา” เพื่อขยายขอบเขตของบทนิยามให้มีความครอบคลุมมากขึ้น โดย “นายจ้าง” ให้หมายความครอบคลุมถึงการจ้างงานด้วยสัญญาต่างๆ
ในข้อ 2 สภาองค์การนายจ้างไม่เห็นด้วยสืบเนื่องจาก กฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มีการบังคับใช้
ซึ่งมีความเหมาะสมอยู่แล้ว

สาระสำคัญของร่างฯ ในข้อ 3 กําหนดให้เพิ่มบทนิยามคําว่า “การจ้างงานรายเดือน” เป็นการจ้างงานที่มีลักษณะ เป็นงานประจําและเต็มเวลา โดยลูกจ้างได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน
ในข้อ 3 สภาองค์การนายจ้างฯไม่เห็นด้วยเนื่องจาก การจ้างแรงงานในสภาพการทำงานที่เป็นจริง ปัจจุบันนี้
สมควรให้นายจ้างและลูกจ้างตกลงจ่ายค่าตอบแทนตามความเหมาะสมกันเองสาระสำคัญของ ร่างฯ ในข้อ 4 กําหนดให้การจ้างงานในสถานประกอบการ ให้ลูกจ้างได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือนทั้งหมดโดยไม่เลือกปฏิบัติ
ในข้อ 4 สภาองค์การนายจ้างฯไม่เห็นด้วยในกรณีที่จะมาปรับ จากการจ้างงานรายวัน มาเป็นรายเดือน
ทั้งหมดไม่เห็นด้วยเพราะสาเหตุจาก สภาพของงานแตกต่างกัน เห็นควรให้เป็นทางเลือกของนายจ้างและ
ลูกจ้างตามสภาพงานที่เหมาะสม
และเห็นว่าการกำหนดให้เพิ่ม บทนิยามคำว่า “การจ้างงานรายเดือน” เป็นการจ้างงานที่มีลักษณะเป็นงานประจำ และเต็มเวลา โดยลูกจ้างได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน เป็นการกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลในการทำสัญญาจ้าง เพียงแบบเดียว

-3-
สาระสำคัญของร่างฯ ในช้อ 5 กําหนดให้คณะกรรมการค่าจ้างต้องปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มทุกปี
ในข้อที่ 5 สภาองค์การนายจ้างฯไม่เห็นด้วย ในเรื่องการกำหนดให้คณะกรรมการค่าจ้างต้องปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มทุกปี ไม่เห็นด้วยเพราะเนื่องจากเห็นว่าการปรับอัตราจ้างขั้นต่ำย่อมขึ้นอยู่กับตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สะท้อนให้เห็นถึง ความสามารถในการจ่ายของนายจ้างและค่าครองชีพของลูกจ้างตามที่บัญญัติไว้แล้วในกฎหมายปัจจุบัน โดยให้ความสำคัญกับคณะกรรมการค่าจ้างฯ คณะกรรมการไตรภาคีจังหวัด และหลักเกณฑ์ที่บังคับในมาตรา 87 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 เหมาะสมอยู่แล้ว

สาระสำคัญของร่างในข้อ 6 กําหนดให้เพิ่มบทกําหนดโทษในกรณีที่นายจ้างทําสัญญาในลักษณะอื่นใดกับลูกจ้างโดยมีเจตนาเพื่ออําพรางสัญญาจ้างแรงงาน (ร่างมาตรา 11)
ในข้อที่ 6 สภาองค์การนายจ้างฯ ไม่เห็นด้วยที่มีการกำหนดโทษทางอาญา
ข้อเสนอแนะ
ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันนี้ ไม่เหมาะสมในหลายด้าน ซึ่งการลงทุนในประเภทกิจการค้าและอุตสาหกรรม ที่ต้องมีภาระ
เพิ่มขึ้นทำให้การค้าในประเทศเข้าสู่การแข่งขันได้ยากขึ้นในรูปแบบของกฎหมาย ทำให้การค้าในประเทศเข้าสู่การ
แข่งขันได้ยาก
สมควรให้ใช้มาตรการยืดหยุ่นในการเพิ่มคุณภาพชีวิตในการจ้างแรงงาน โดยให้นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันเอง
ตามความเหมาะสมของสภาพในการทำงานของแต่ละองค์กร จะได้มีการเสริมสร้างสันติสุขในการทำงานได้ดีกว่า
หลักการทำประชาพิจารณ์ขาดความโปร่งใสและไม่ทั่วถึง สามารถอ้างอิงได้ว่า ทางฝ่ายผู้ประกอบกิจการไม่มีส่วนร่วม
ที่เหมาะสมในการแสดงความคิดเห็นในการจัด ร่าง “แก้ไขเพิ่มเติม” พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ในครั้งนี้
โดยหลักการปกติแล้ว จะมีผู้แทนจากสภาองค์การนายจ้าง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าและคณะ
ต้องเป็นผู้รับภาระทางกฏหมายที่มีผลใช้บังคับในครั้งนี้
เหตุผลที่เป็นสาระสำคัญ ของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ฉบับที่ใช้ปัจจุบันนี้ ได้มีการปรับปรุงแก้ไข
มาแล้วหลายครั้ง จึงเป็นกฎหมายแรงงานที่ใช้บังคับได้เหมาะสมอยู่แล้ว และสอดคล้องกับบทบัญญัติขององค์
การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) อีกด้วย

ทั้งนี้ สภาองค์การนายจ้างได้ร่วมกันลงนามคัดค้านและยื่นหนังสือถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วย 

สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (สภา 1)
สภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (สภา2)
สภาองค์การนายจ้างสภาอุตสาหกรรมเอ็สเอ็มอี แห่งประเทศไทย (สภา3)
สภาองค์การนายจ้างผู้ค้าและบริการเครื่องอุปโภคบริโภค (สภา4)
สภาองค์การนายจ้างแห่งชาติ (สภา 5)
สภาองค์การนายจ้างธุรกิจไทย (สภา 6)
สภาองค์การนายจ้างไทยสากล (สภา 7)
สภาองค์การนายจ้างการเกษตร ธุรกิจ อุตสาหกรรมไทย (สภา 8)
สภาองค์การนายจ้างธุรกิจ การค้าและบริการไทย (สภา 9)
สภาองค์การนายจ้างไทย (สภา 11)
สภาองค์การนายจ้าง ธุรกิจ และอุตสาหกรรมแห่งชาติ (สภา12)
สภาองค์การนายจ้างธุรกิจอุตสาหการไทย (สภา13)
สภาองค์การนายจ้าง เอส.เอ็ม.อี แห่งประเทศไทย (สภา 14)
สภาองค์การนายจ้างบริการไทย (สภา 15)
สภาองค์การนายจ้างธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว-ภาค 8 (สภา 16)
สภาองค์การนายจ้างเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (สภา 17)
สภาองค์การนายจ้างเพื่อการลงทุนแห่งประเทศไทย (สภา 18)

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จิตอาสาบางปูรวมพลัง ร่วมทำความดีถวายพ่อหลวงรัชกาลที่ 6 ครบรอบ 100 ปี วันสวรรคต

เทศบาลตำบลบางปู จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ณ สวนสุขภาพเจริญสุข (วังปลา) ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น.

ที่ สวนสุขภาพเจริญสุข (วังปลา) ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรปราการเทศบาลตำบลบางปู จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) โดยมีนาย ศุภมิตร ชินศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ

ประธานในพิธีกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมด้วยนายธีรพล ชุนเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลบางปู นางสาวปารณีย์ นาคคำ ปลัดเทศบาลตำบลบางปู คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภาเทศบาล พนักงานเทศบาล ลูกจ้างประจำ พนักงานจ้าง หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอก ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่เทศบาลตำบลบางปู เข้าร่วมกิจกรรม

วันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งตรงกับวันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี หรือที่เรียกว่า “วันวชิราวุธ” และ “วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า” โดยรัฐบาล

ได้ประกาศให้วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เป็นการจัดงานเฉลิมพระเกียรติครบรอบ 100 ปี แห่งการสวรรคต ส่วนราชการจัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เพื่อถวายเป็นสาธารณกุศล แสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทั้งนี้ เทศบาลตำบลบางปู ได้สืบสานพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พร้อมปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนตระหนักและให้ความสำคัญในการเป็นจิตอาสาบำเพ็ญ

สาธารณประโยชน์เป็นพลังของชุมชน ต่อไป โดยส่งเสริมให้พนักงานเทศบาล ทุกคน และประชาชนในพื้นที่ มีส่วนร่วมในการดำเนิน กิจกรรมจิตอาสาสาพัฒนา ทำความสะอาดจัดเก็บขยะบริเวณโดยรอบสวนสุขภาพเจริญสุข การตัดแต่งต้นไม้ เก็บขยะวัชพืชทางน้ำ และเก็บขยะทางรถจักรยาน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบจ.ชุมพรเปิด “ศูนย์รวมน้ำใจช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้” ระดมสิ่งของเร่งด่วนส่งช่วยพื้นที่ประสบภัย

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร (อบจ.ชุมพร) – เทศบาลเมืองชุมพร เปิดศูนย์รับบริจาค “ศูนย์รวมน้ำใจช่วยผู้ประสบ

อุทกภัยภาคใต้” เพื่อระดมสิ่งของจำเป็นส่งต่อให้พี่น้องประชาชนในจังหวัดภาคใต้ตอนล่างที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมรุนแรง และเดือดร้อนอย่างหนักในขณะนี้

นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า อบจ.ชุมพรได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในจังหวัด เพื่อเร่งรับบริจาคสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ โดยกำหนดเปิดรับบริจาคระหว่างวันที่ 25 – 27 พฤศจิกายน 2568 ณ บริเวณสนามด้านหน้า อบจ.ชุมพร ซึ่งถือเป็นจุดรับบริจาคหลักของจังหวัด สำหรับสิ่งของที่ต้องการเป็นการเร่งด่วน ได้แก่

อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง และอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานน้ำดื่มบรรจุขวดยารักษาโรคและเวชภัณฑ์จำเป็นผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กและผู้ใหญ่เครื่องใช้จำเป็น เช่น เทียนไข ไฟฉาย แบตเตอรี่นายก อบจ.ชุมพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเชิญชวนประชาชน ผู้ประกอบการ และทุกภาคส่วนร่วมบริจาคสิ่งของตามกำลังศรัทธา

เพื่อให้สามารถรวบรวมและลำเลียงความช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วที่สุด ก่อนปิดการรับบริจาคในวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้ “ความร่วมมือของทุกคนคือพลังสำคัญที่จะช่วยให้พี่น้องในพื้นที่ภาคใต้ฝ่าวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งของที่ได้รับบริจาคจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยได้โดยเร็ว” นายนพพร กล่าวทิ้งท้าย.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ดร.เนาวรัตน์ ที่ กระทรวงแรงงานสรุปประเด็น การคัดค้าน (ร่าง)พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานจำนวน 3 ฉบับ

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย ประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและ
อุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) โดยร่วมกับสภาองค์การนายจ้างอีก 16 สภาองค์การนายจ้าง ได้ลงนามในหนังสือคัดค้าน
1. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับ..) พ.ศ…สำเนาเลขรับ 157/2567 วันที่ 18 ธันวาคม 2567 (โดย นายจรัส คุ้มไข่น้ำ)

  1. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับ..) พ.ศ…สำเนาเลขรับ 158/2567 วันที่ 18 ธันวาคม 2567 (โดยน.ส.วรรณวิภา ไม้สน)
  2. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่. ) พ.ศ.. เสนอโดย นายเซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ
  3. ข้อเสนอแนะและสรุปประเด็นปัญหาในข้อกฎหมายที่กระทบต่อสถานประกอบการ/นายจ้าง ตามที่ ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย ประธานสภาองค์การนายจ้างฯ และคณะสภาองค์การนายจ้างอีก 16 สภาร่วมลงนาม แสดงความเห็นต่อท้าย ซึ่งได้สรุปสาระฃ
  4. สำคัญที่เป็นเหตุผลการคัดค้าน ขอเสนอแนะ และสรุปประเด็นปัญหาในข้อกฎหมายที่กระทบ ต่อสถานประกอบกิจการเพื่อให้ท่านได้ทราบถึงข้อเท็จจริงที่ข้าพเจ้าและคณะสภาองค์การนายจ้าง ได้นำเสนอมานี้

ฉบับที่ 1 (ร่าง) ฉบับที่มีเลขรับ 157/2567 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 เสนอโดย นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สส.พรรคประชาชนและคณะ
หลักการที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ดังต่อไปนี้

แก้ไขเพิ่มเติมระยะเวลาทำงานของลูกจ้าง (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 23) จากเดิมทำงาน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
ลดลงเป็น 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แก้ไขเพิ่มเติมวันหยุดประจำสัปดาห์ของลูกจ้าง (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 28) เพิ่มวันหยุดประจำสัปดาห์ 1 วันเป็น 2 วัน
แก้ไขเพิ่มเติมสิทธิการลาพักผ่อนประจำปีของลูกจ้าง (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 30)

ฉบับที่ 1 ร่าง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ.…. ของ นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สส.พรรคประชาชน และคณะ
เหตุผลที่คัดค้าน ดังนี้สืบเนื่องจากการแก้ไขเพิ่มในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งมีสาระสำคัญในภาคบังคับใช้ ปัจจุบันนั้นเหมาะสมแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไข หากผลของการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับใช้ เป็นเหตุให้เกิดภาระและปัญหาการจ้างงานในหลายประการดังต่อไป

  1. ส่งผลกระทบต่อธุรกิจทำให้ต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้น กระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงาน
  2. มีผลกระทบโดยตรงกับผู้ประกอบกิจการ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมประเภท วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
    ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมเป็นส่วนมากของประเทศ อาจต้องปิดตัวลง
  1. ก่อให้เกิดการขาดสภาพคล่องในการลงทุนภายในประเทศ และจากการลงทุนของผู้ประกอบการต่างประเทศด้วย
  2. อาจเป็นปัญหาให้เกิดผลกระทบย้อนกลับไปถึงการจ้างงานของลูกจ้างในอนาคต ซึ่งผู้ประกอบกิจการจะต้องแสวงหา
    รูปแบบการจ้างงานรูปแบบใหม่ที่เหมาะสมกว่าต่อไป เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดได้ เช่นการนำ AI หรือนำหุ่นยนต์
    มาใช้แทนการจ้างงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 11/2568

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.30 น. สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน จัดประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 11/2568

โดยมีนายบุญยงค์ สดสอาด เป็นประธาน และนางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน

ทำหน้าที่อนุกรรมการและเลขานุการ ณ ห้องประชุมเจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ (ชั้น 2) ศาลากลางจังหวัด อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

โดยมีวาระพิจารณาในที่ประชุม ดังนี้
1.พิจารณาเห็นชอบการขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร (จัดตั้งองค์กรใหม่) ประจำปี 2568 จำนวน 1 องค์กร สมาชิก 51 ราย

2.พิจารณาเห็นชอบการขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกร ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม 2568 – 23 พฤศจิกายน 2568 จำนวน

43 ราย จำนวน 115 บัญชี มูลหนี้ 19,779,440.80 บาท (สิบเก้าล้านเจ็ดแสนเจ็ดหมื่นเก้าพันสี่ร้อยสี่สิบบาทแปดสิบสตางค์)

3.พิจารณาเห็นชอบแผนการจัดการหนี้เกษตรกร กรณีสถาบันเกษตรกร (สหกรณ์) ประจำปีงบประมาณ 2569 จำนวน 5

สหกรณ์ จำนวน 19 ราย 25 สัญญา จำนวนเงิน 9,000,000 บาท/บุญยงค์ สดสอาด น่ยกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศรีสะเกษ เตรียมเปิดศึกแข่งขันกีฬานักเรียน อปท. รอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ ครั้งที่ 40

***เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 68 ที่ห้องประชุมศรีพฤทเธศวร ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย รอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ ครั้งที่ 40 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 “ศรีเกษเกมส์” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-29 มกราคม 2569

โดยมี ดร.ฉัฐมงตล อังคสกุลเกียรติ นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ ,ประธานหอการค้าจังหวัด ,ผอ.กกท.จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ารวมประชุม

***เบื้องต้น การแข่งขันดังกล่าว เทศบาลเมืองศรีสะเกษ ได้รับเกียรติจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนในครั้งนี้ขึ้น โดยกำหนดจัดการแข่งขัน จำนวน 14 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา เทเบิลเทนนิสวอลเลย์บอลในร่ม วอลเลย์บอลชายหาด ฟุตบอล เซปักตะกร้อ

ฟุตซอล เปตอง แบดมินตัน หมากรุกไทย หมากฮอสไทย จักรยานขาไถ อีสปอร์ต เทคบอลและ 2 ชนิดกีฬาสาธิต ได้แก่ ว่ายน้ำ หมากล้อม มีการชิงชนะเลิศทั้งสิ้น จำนวน 276 เหรียญทอง มีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันฯ กว่า 20,000 คน

***ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย พัฒนาทักษะด้านกีฬา สร้างเสริมความสามัคคี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดศรีสะเกษ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ส่องเลขหลวงพ่อโต พระคู่บ้านคู่เมืองศรีสะเกษ ปางมารวิชัย อายุกว่า 240 ปี ในงานปิดทองคำแท้ และบรรจุพลอยมงคลพระนาภีหลวงพ่อโต

***เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 พ.ย. 68 ที่วิหารหลวงพ่อโต วัดมหาพุธาราม พระอารามหลวง ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานฝ่ายฆารวาส นำหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ เอกชน พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ

ร่วมประกอบพิธีปิดทองคำแท้ และบรรจุพลอยมงคลพระนาภีหลวงพ่อโต และทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อบูรณะปรับปรุง ปิดทอง หลวงพ่อโต ในรอบ 10 ปี ซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมสำคัญ ที่สะท้อนถึงความศรัทธา และความเคารพ ต่อพระพุทธศาสนา และเพื่อฟื้นฟูความงดงาม ช่วยอนุรักษ์วัตถุโบราณที่มีค่าให้คงอยู่สืบต่อไป

โดยมี พระธรรมวัชรวิสุทธิ์ (พรหมา สปฺปญฺโญ ป.ธ.๙) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 เจ้าอาวาสวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำ พระวชิรสิทธิธาดา (สิทธานต์ สิทฺธิวโร ป.ธ.๖) เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ และคณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมประกอบพิธี

***หลวงพ่อโต หรือ พระพุทธมหามุนี เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดศรีสะเกษ ปางมารวิชัย (ปางสะดุ้งมาร) ซึ่งมีการค้นพบหลวงพ่อโต

ในสมัย พระพิเศษภักดี (หรือ ท้าวชม พ.ศ. 2328 – 2368) เจ้าเมืองศรีสะเกษ ท่านที่ 2 ย้ายเมืองมาตั้งใหม่ในสถานที่ที่เป็นจังหวัดศรีสะเกษปัจจุบัน โดยหลวงพ่อโต มีอายุกว่า 240 ปี

ทั้งนี้เดิม หลวงพ่อโต มีหน้าตักกว้างยาว 2.50 เมตร ต่อมากลัวว่าพวกมิจฉาชีพจะมาขโมย และทำให้เสียหาย จึงมีผู้ศรัทธาหุ้มเสริมองค์จริงเข้าไปหลายครั้ง

จนถึงปัจจุบันนี้ มีขนาดหน้าตัก 3.50 เมตร ความสูงตั้งแต่พระเกศาลงมา 6.85 เมตร เมื่อพุทธศักราช 2506 ได้มีการสร้างวิหารใหญ่ครอบซึ่งมีความกว้าง 14.00 เมตร ยาว 40 เมตร ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน

***ทั้งนี้ก่อนพิธีปิดทององค์หลวงพ่อโต ได้มีการทำพิธีพราหมณ์ บวงสรวงสิ่งศักดิ์ บริเวณหลวงวิหารหลวงพ่อโต พร้อมทั้งมีการรำบวงสรวง และที่ขาดไม่ได้คือ ได้มีการจุดธูปเลข เพื่อขอโชค

ลาบเลขเด็ด ให้พุทธศาสนิกชน และคอหวย ได้นำไปเสี่ยงโชคในงวดที่จะถึงนี้ โดยตัวเลขที่ได้คือ 886 สร้างความฮือฮาให้กับประชาชนที่มาร่วมงานในครั้งนี้
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รมว.เกษตรฯ รอ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ลงพื้นที่ติดตาม โครงการก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำเขื่อนแม่กวง อุดมธารา ณ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แฝก-แม่งัดสมบูรณ์ชล ต้อนรับรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรฯ (ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า) ลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามโครงการก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ณ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 นายอัธยา อรรณพเพ็ชร ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แฝก-แม่งัดสมบูรณ์ชล พร้อมด้วยข้าราชการ และเจ้าหน้าที่โครงการฯ ร่วมให้การต้อนรับ ร้อย

เอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการและ ติดตามผลการดำเนินงานก่อสร้างโครงการเพิ่มปริมาณน้ำ

ในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารารา จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี หน่วยงานราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และกลุ่มเกษตรกร ประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่แตงให้การต้อนรับโดยมีนายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีกรมชลประทาน

นายเศกสิทธิ์ โพธิ์ชัย ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ นายอัฏฐวิชย์ นาควัชระ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 นายอภิวัฒน์ ภูมิไธสง รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทาน

ที่ 1 และนายปกครอง สุดใจนาค ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 1 ณ อาคารพลับพลาเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

ซึ่งการดำเนินโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารารา จังหวัดเชียงใหม่ กรมชลประทานได้ศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาการชาดแคลนน้ำต้นทุนของอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงฯ เพื่อรองรับการใช้น้ำในภาคการเกษตร การท่องเที่ยว รวมทั้งการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม และชุมชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่-จังหวัดลำพูน..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สลด! ออกหาปลาเช้า กลับไม่ถึงบ้าน…ชายสูงวัยมุกดาหารจมน้ำดับคาหนองน้ำบ้านดานคำ / ทพ. – ปค.สิงห์เมืองมุก สนธิกำลังยึดยาบ้าเกือบ 2 แสนเม็ด ริมโขงมุกดาหาร

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมใจมุกดาหาร รับแจ้งเหตุมีผู้จมน้ำเสียชีวิตที่บ้านดานคำ ซอย 6 อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร จึงรุดตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ

พบผู้เสียชีวิตชื่อนายประสิทธิ์ ทองน้อย อายุ 61 ปี นอนคว่ำหน้าอยู่ในหนองน้ำ ห่างจากฝั่งประมาณ 2 เมตร จากการสอบถามผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทราบว่า

ผู้เสียชีวิตออกไปหาปลาโดยใส่ “มอง” หรือ ตาข่ายดักปลาในหนองน้ำตั้งแต่เช้า แต่เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. ญาติสังเกตว่าไม่เห็นกลับบ้านตามปกติ เนื่องจากผู้เสียชีวิตต้องไปส่งหลานที่โรงเรียน จึงออกตามหาและพบว่าเสียชีวิตแล้ว

เบื้องต้นคาดว่าผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวหลายโรค อาจเกิดอาการวูบขณะหาปลา ส่งผลให้จมน้ำหน้าคว่ำ โดยน้ำในหนองน้ำไม่ลึก ทางกู้ภัยได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งกลับบ้านเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ข่าวจังหวัดมุกดาหาร #จมน้ำเสียชีวิต #อุบัติเหตุ #ข่าวรายวัน #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้_//เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ทพ. – ปค.สิงห์เมืองมุก สนธิกำลังยึดยาบ้าเกือบ 2 แสนเม็ด ริมโขงมุกดาหาร หลังคนขับเรือส่งยาหลบหนีกลับฝั่งลาวอบบรอดหวุดหวิด

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 24 พฤศจิกายน ที่จังหวัดมุกดาหาร ภายใต้การอำนวยการของนายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร มว.อ.ดนุภพ รองไชย ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง ได้สั่งการให้ มว.ท.ธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง

นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง (สิงห์เมืองมุก) และสมาชิก อส.ร้อย อส.อ.เมืองมุกดาหาร 2 บูรณาการร่วมกับ ร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 และร้อย ตชด.234 ออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจเพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสิ่งผิดกฎหมายตามแนวชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง

จากการสืบทราบข้อมูลว่าอาจมีการลักลอบขนสิ่งผิดกฎหมายจาก สปป.ลาว เจ้าหน้าที่จึงเพิ่มความเข้มงวดจนกระทั่งพบเรือหาปลาต้องสงสัย 1 ลำ แล่นมาจากฝั่งลาว ก่อนวนเลียบตลิ่งและมีถุงกระสอบปริศนาอยู่บนเรือ

กระทั่งเรือลำดังกล่าวเข้าจอดบริเวณบ้านนาเวียงแก ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร และมีบุคคลบนเรือยกสิ่งของขึ้นฝั่ง ก่อนเร่งขับเรือหลบหนีกลับไปยังฝั่งลาวอย่างรวดเร็ว ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถติดตามจับกุมได้

เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบพื้นที่ พบกระสอบต้องสงสัยจำนวน 2 กระสอบ ภายในบรรจุยาบ้า 95 มัด รวมประมาณ 190,000 เม็ด จึงทำการขนย้ายของกลางไปยังร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 เพื่อดำเนินการตรวจสอบและตรวจนับอย่างละเอียด พร้อมเร่งขยายผลหาผู้เกี่ยวข้อง และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ยาบ้า #มุกดาหาร #ชายแดนโขง #ทหารพราน #ฝ่ายปกครอง #ปราบปรามยาเสพติด #ลักลอบขนยาเสพติด #ข่าวภูมิภาค #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “นนทภูมิ” ลุยดอนตาล! พร้อมเป็นปากเสียงพี่น้องมุกดาหาร ผลักดันแก้ปัญหาปากท้อง–ถนน–ไฟส่องสว่าง เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ ผู้เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร เขต 1 พรรคเพื่อไทย พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนตำบลโพธิ์ไทร อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เพื่อรับฟังปัญหาและความเดือดร้อนของชาวบ้าน โดยเฉพาะเรื่องปากท้อง ถนนที่ชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ รวมถึงไฟฟ้าส่องสว่างที่ไม่เพียงพอ ส่งผลต่อการใช้ชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน

ระหว่างการปราศรัยแนะนำตัว นายนนทภูมิประกาศความตั้งใจว่า “พร้อมแล้ว” ที่จะอาสาเข้ามารับใช้ประชาชน พร้อมย้ำว่าต้องการเป็นตัวแทนของพี่น้องชาวมุกดาหารอย่างแท้จริง โดยมีความมั่นใจในประสบการณ์ทำงานทั้งด้านการเมือง การบริหาร และด้านธุรกิจ

สำหรับประวัติการทำงานด้านการเมือง นายนนทภูมิ เคยเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นางมนพร เจริญศรี , เคยทำงานหน้าห้องนายกรัฐมนตรี, เป็นผู้ช่วย ส.ส. มาแล้วหลายสมัย รวมถึงเคยดำรงตำแหน่งเลขานุการนายกเทศมนตรี นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์ทำธุรกิจส่วนตัว ทำให้เข้าใจทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างลึกซึ้ง

ด้านการศึกษา สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี 2 ใบ ได้แก่ ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขานโยบายสังคมและการพัฒนา จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนิติศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม โดยเจ้าตัวย้ำว่ามีแรงบันดาลใจจากครอบครัวที่ส่งเสริมให้เรียนรู้เพื่อกลับมาพัฒนาบ้านเกิดมุกดาหาร

ที่ผ่านมาชาวบ้านในพื้นที่สะท้อนปัญหาถนนชำรุดและไฟฟ้าส่องสว่างไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นปัญหาที่กระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างยาวนาน โดยนายนนทภูมิระบุว่า ในฐานะประชาชนทั่วไปอาจไม่มีอำนาจแก้ไขได้ทันที แต่หากได้รับเลือกเป็น ส.ส. จะนำปัญหาเหล่านี้เข้าสู่สภาและผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยยังคงย้ำจุดยืนแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน พร้อมสานต่อและพัฒนานโยบายที่ประชาชนได้ประโยชน์อย่างมหาศาล เช่น นโยบาย “30 บาทรักษาทุกโรค” ซึ่งเป็นหลักประกันสุขภาพที่คนไทยเชื่อมั่นมายาวนาน

การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานเชิงรุกของนายนนทภูมิ ที่มุ่งสร้างความใกล้ชิดกับชุมชน รับฟังทุกปัญหาอย่างจริงใจ พร้อมประกาศจุดยืนว่าหากได้รับความไว้วางใจ จะเป็นปากเสียงและผลักดันให้มุกดาหารพัฒนาไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

มุกดาหาร #ดอนตาล #โพธิ์ไทร #เพื่อไทย #นนทภูมิ #เลือกตั้ง2568 #พัฒนามุกดาหาร #ปัญหาปากท้อง #30บาทรักษาทุกโรค #ข่าววันนี้ _////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง เรือนจำกลางนครปฐม

นายจักร ลิ่มบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม เป็นประธานการประชุมข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง เรือนจำกลางนครปฐม ประจำเดือนตุลาคม พ.ศ. 2568 เพื่อแจ้งนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและนโยบายกรมราชทัณฑ์ในด้านต่างๆ รายงานผลการดำเนินงานตามภารกิจของแต่ละส่วนฝ่าย มอบนโยบาย ให้ความรู้ คำแนะนำ และกำชับการปฏิบัติหน้าที่กับเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางนครปฐม พร้อมทั้งได้แนะนำข้าราชการที่ย้ายเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในสังกัดเรือนจำกลางนครปฐม และมอบสวัสดิการให้กับเจ้าหน้าที่ ณ อาคารเยี่ยมญาติเรือนจำกลางนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สืีอข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทหารพราน ปลัดหญิงเก่งปกครองสิงห์เมืองมุกฯ จู่โจมจับ หนุ่มคำภู เงินซุกยาบ้า 139 เม็ด/จับ 2 สาวแก๊งยาบ้าศรีบุญเรือง! บุกปิดล้อมบ้านยึดยาบ้า 213 เม็ด

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ร้อยโทวันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับรายงานความเคลื่อนไหวของแก๊งค้ายาบ้าในพื้นที่เมืองมุกดาหาร ซึ่งลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงานในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย สร้างความกังวลแก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ทหารพรานจึงบูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง ภายใต้การอำนวยการของนายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร และ มว.อ.ดนุภพ รองไชย ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง สั่งการให้ มว.ท.ธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง (สิงห์เมืองมุก) และสมาชิก อส.ร้อย อส.อ.เมืองมุกดาหาร 2 เข้าดำเนินการตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแบบบูรณาการ

เจ้าหน้าที่ได้บุกปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 35 ซอยคำภูเงิน ถนนมุกดาหาร–ดอนตาล ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร พบ นายวรวิทย์ จันทิมพ์ อายุ 38 ปี อยู่ภายในบ้าน จึงได้แสดงความบริสุทธิ์ใจก่อนทำการตรวจค้น

ผลการตรวจค้นพบยาบ้าบรรจุในถุงพลาสติกใสจำนวน 3 ถุง รวม 139 เม็ด วางอยู่บนแท่นพระบริเวณประตูทางเข้าภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายวรวิทย์พร้อมของกลางนำส่งบก.ร้อย.ฉก.ทพ.2105 เพื่อสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมาย

มุกดาหาร #ทหารพราน2105 #ปิดล้อมตรวจค้น #ยาเสพติด #ยาบ้า #ปราบปรามยาเสพติด #QuickBigWin #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้_////ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

จับ 2 สาวแก๊งยาบ้าศรีบุญเรือง! ทหารพราน– ปลัดหญิงเก่งสิงห์เมืองมุก บุกปิดล้อมบ้านกลางเมืองยึดยาบ้า 213 เม็ด

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ร้อยโทวันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 นำกำลังลงพื้นที่หลังรับรายงานว่ามีกลุ่มค้ายาเสพติดลักลอบจำหน่ายยาบ้าให้กลุ่มวัยรุ่นและแรงงานในเขตเมืองมุกดาหาร ในราคาที่เข้าถึงง่าย ส่งผลให้ชาวบ้านหวาดวิตกต่อสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

การปฏิบัติครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง ภายใต้การอำนวยการของนายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร และ มว.อ.ดนุภพ รองไชย ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง โดยสั่งการให้ มว.ท.ธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง “สิงห์เมืองมุก” และสมาชิก อส.ร้อย อส.อ.เมืองมุกดาหาร 2 ดำเนินการตามนโยบายปราบปรามยาเสพติด Quick Big Win “รวมพลัง รักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ”

เจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดล้อมตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 371 ซอย 7 ต.ศรีบุญเรือง อ.เมืองมุกดาหาร ภายในบ้านพบ น.ส.นพมาศ สุวรรณศรี และ น.ส.สมนึก พาลึก อาศัยอยู่ เจ้าหน้าที่ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ ก่อนเข้าตรวจค้นอย่างละเอียด

ผลการตรวจค้นพบวัตถุต้องสงสัยพันด้วยกระดาษไข หุ้มด้วยซองบุหรี่ ภายในเป็นยาบ้าบรรจุในถุงพลาสติกใส จำนวน 213 เม็ด แบ่งเป็นเม็ดสีแดง 211 เม็ด สีเขียว 2 เม็ด พร้อมยึดโทรศัพท์มือถืออีก 1 เครื่องเป็นของกลาง

ชุดปฏิบัติการจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสอง พร้อมของกลางส่งยังบก.ร้อย.ฉก.ทพ.2105 เพื่อสอบสวนขยายผลเครือข่าย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมาย

มุกดาหาร #ทหารพราน #ปราบปรามยาเสพติด #ปิดล้อมตรวจค้น #ยาบ้า #ข่าวภูมิภาค #สิงห์เมืองมุก #QuickBigWin #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้///ภาพ/ข่าว เดวิท -ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง