#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ศุลกากรประจวบฯ ผนึกกำลังเปิด “ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์” สกัด “สงครามส่งด่วน” ทลายเครือข่ายพัสดุเถื่อน ยึด 40 ล้านบาท

ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ สนธิกำลังหน่วยงานความมั่นคงเต็มรูปแบบ เปิด “ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์” เดินหน้าสกัดกั้นและกวาดล้างสินค้าผิดกฎหมายหลบเลี่ยงภาษีอย่างเข้มข้น เพื่อคุ้มครองระบบเศรษฐกิจและสังคม ตามนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงการคลังและกรมศุลกากร นำโดย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมกับ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1

นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายความมั่นคง อาทิ ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 7 (DSI), สรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์, กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 (กก.ตชด.14), หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก, ป้องกันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ด่านกักกันสัตว์, สำนักงานประมงจังหวัด, ด่านตรวจพืช, สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์, สภ.ห้วยยาง และด่านตรวจสัตว์ป่า ร่วมปูพรมตรวจตั้งจุดสกัดบนเส้นทางยุทธศาสตร์ถนนเพชรเกษมและเข้าตรวจค้นบริษัทขนส่งเอกชน เพื่อปิดเส้นทางลำเลียงสินค้าผิดกฎหมายจากภาคใต้เข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครและภาคกลาง

จากการปฏิบัติการอย่างจริงจังตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ถึง 16 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมดำเนินคดีได้รวมทั้งสิ้น 19 คดี ตรวจยึดของกลางสำคัญได้แก่ บุหรี่ต่างประเทศจำนวน 17,259 แท่ง (3,451,800 มวน) มูลค่ารวมค่าภาษีอากร 39,438,713 บาท, บุหรี่ไฟฟ้าและหัวน้ำยา 502 ชิ้น มูลค่า 260,357.40 บาท, สุราต่างประเทศ 12 ขวด มูลค่า 9,400 บาท และกระเป๋าแบรนด์เนมปลอม 23 ใบ มูลค่า 132,894 บาท รวมมูลค่าของกลางและค่าภาษีอากรสะสมทั้งสิ้นสูงถึง 39,937,507.60 บาท

สำหรับผลการจับกุมล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 บริเวณด่านตรวจห้วยยาง อำเภอทับสะแก เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นยานพาหนะขนส่งเป้าหมาย พบสินค้าลักลอบหนีภาษีหลายรายการ ได้แก่ บุหรี่ต่างประเทศ 9,650 ซอง (193,000 มวน) มูลค่ารวมภาษี 2,180,900 บาท, บุหรี่ไฟฟ้า 63 ชิ้น, อินทผลัมบรรจุกล่องรวม 27 กล่อง, สุราต่างประเทศ 2 ขวด ตลอดจนสินค้าอุปโภคบริโภคต่างประเทศ เช่น ชา แป้งตอติญ่า แครกเกอร์ และซีเรียล รวมมูลค่าของกลางและค่าภาษีอากรในการจับกุมครั้งนี้ 2,221,896 บาท โดยไม่พบเอกสารผ่านพิธีการศุลกากรแต่อย่างใด

นายฐิติพงศ์ คำผุย เผยถึงยุทธวิธีของขบวนการค้าของเถื่อนในปัจจุบันว่า ได้เปลี่ยนรูปแบบจากการใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ หันมาใช้ยุทธวิธี “สงครามส่งด่วน” กระจายสินค้าแบบกองทัพมดผ่านระบบขนส่งพัสดุเอกชน มีการใช้ชื่อปลอมหรือบัญชีม้าอำพรางข้อมูล จ่าหน้ากล่องเป็นของใช้ในบ้านหรืออะไหล่ยนต์ ปะปนกับพัสดุของประชาชนเพื่อส่งถึงปลายทางทั่วประเทศภายใน 24–48 ชั่วโมง ควบคู่กับการซื้อขายผ่านโซเชียลมีเดียกลุ่มปิด ซึ่งนอกจากจะสร้างความเสียหายต่อรายได้การคลังของประเทศปีละหลายหมื่นล้านบาทแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลเพื่อออกหมายเรียกบริษัทขนส่ง ผู้ส่งสินค้า และผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จะยังคงเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังทุกเส้นทางขนส่ง เพื่อปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / จัดแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยรางวัลพระราชทาน รักษ์ป่าน่าน สืบสสานประเพณีถวายทานสลากภัต วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง ครั้งที่ 2

วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ณ มณฑลพิธีริมแม่น้ำน่าน บ้านแสงดาว ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง จังหวัดน่าน โดยวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง ร่วมกับสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน ภาคีการพัฒนาจังหวัดน่านและหน่วยงานภาครัฐ เอกชน จัดการแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน รักษ์ป่าน่าน ครั้งที่ 2 สืบสานประเพณีถวายทานสลากภัตวัดพระธาตุแช่แห้ง

พระอารามหลวง ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน และยกระดับงานประเพณีแข่งขันเรือยาวจังหวัดน่านที่มีมาอย่างยาวนานให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั้งในประเทศ ต่างประเทศ และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน โดยมีพระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้งพระอารามหลวง

เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนางสาวอรนันท์ อังคณาวิศัลย์ อัยการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน นายอำเภอภูเพียง หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนเข้าร่วมพิธี
การแข่งขันจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 17-18 ตุลาคม 2569

เพื่อสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีการแข่งเรือ ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาวน่าน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ สำหรับการแข่งเรือประเพณีเมืองน่าน ในอดีต จะจัดการแข่งขันในงานประเพณีถวายทานสลากภัต หรือ ตานก๋วยสลาก คณะศรัทธาหมู่บ้านหรือชุมชนต่างๆ

ที่มีเรือแข่ง จะนำเรือแข่งบรรทุกก๋วยสลากพร้อมชาวบ้านและพระภิกษุ สามเณร ที่รับกิจนิมนต์เดินทางไปยังวัดที่มีงานประเพณีตานก๋วยสลาก เนื่องจากต้องใช้เรือในการสัญจรในลำน้ำน่าน ในขณะที่พายเรือไปก็จะเล่นดนตรี เป็นทำนองเพลงล่องน่าน และฟ้อนรำซึ่งเป็นที่มาของท่าฟ้อน “ล่องน่าน” ที่มีเอกลักษณ์รูปแบบการฟ้อนเฉพาะตัว

เมื่อเสร็จพิธีในช่วงบ่ายก็จะนำเรือแข่งมาแข่งกันอย่างสนุกสนาน โดยในปีนี้มีเรือเข้าร่วมการแข่งขัน 4 ประเภท ได้แก่ประเภทเรือเล็ก 30 ฝีพาย โอเพ่น ( ทั่วประเทศและสปป.ลาว ) เรือกลาง 40 ฝีพาย ( ย้อนยุคน่าน )เรือใหญ่ 55 ฝีพาย ( ย้อนยุคน่าน ) และการแข่งขันเรือใหญ่ 55 ฝีพาย ( อนุรักษ์น่าน )

เข้าร่วมแข่งขัน พร้อมกิจกรรมการประกวดกองเชียร์จากชุมชนในจังหวัดน่าน 14 ชุมชน และการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นน่าน สร้างความยิ่งใหญ่และคึกคักให้กับงานประเพณีถวายทานสลากภัต วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวงในปีนี้/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อใวลชนจังหวัดน่าน/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ นายอำเภอเมืองนครปฐม นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ ขับเคลื่อน Operation 90 Days

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 22.00 น. นายโชติพงศ์ เปล่งวิทยา นายอำเภอเมืองนครปฐม นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอเมืองนครปฐม บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม ออกตรวจตรา เข้มงวด กวดขัน สถานบริการ, สถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะคล้ายสถานบริการในพื้นที่รับผิดชอบ จำนวน 7 แห่ง

ดังนี้ 1.อภิรมย์ 2.50CAFE50BAR 3. เพลินดี 4.พีพี พาณิชย์
5.FLY CLUB 6.พาริณณ์ 7. One two three ผลการปฏิบัติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยเจ้าหน้าที่ได้กำชับเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและมาตรการของทางภาครัฐอย่างเคร่งครัด เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย ดังนี้ ห้ามมิให้เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์เข้าใช้บริการ ห้ามจำหน่ายสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่เด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ การเปิด – ปิด สถานประกอบการตามเวลาที่กฎหมายกำหนด ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด

ห้ามมิให้ผู้ใช้บริการพกพาอาวุธ /ยาเสพติด /สิ่งผิดกฎหมาย เข้ามาในสถานประกอบการ รวมถึงการกระทำความผิดตามกฎหมายในเรื่องการค้ามนุษย์ การค้าประเวณี และการพนัน
ให้มีพื้นที่จอดรถไว้รองรับการให้บริการลูกค้า และประชาสัมพันธ์ให้ผู้มาใช้บริการจอดรถในที่ที่จัดเตรียมไว้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาด้านการจราจร ห้ามมิให้ใช้เสียงดังเกินความจำเป็น เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญทางเสียงแก่ผู้อื่น

ติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงให้พร้อมใช้งานและมีจำนวนที่เพียงพอ และให้มีช่องทางหนีไฟโดยมีสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายบ่งบอกให้ชัดเจน ควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการ มิให้มีความหนาแน่นของผู้ใช้บริการภายในอาคาร สถานที่ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์เบียดกันของคนจำนวนมาก เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินได้ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นตามนโยบาย และข้อสั่งการขับเคลื่อน Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ พิฆาตยาเสพติด ของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ รพ.เพชรบูรณ์ ต้อนรับ เพื่อติดตามการจัดการเรียน การสอน รับฟัง ความคิดเห็น ของนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 5 และชั้นปีที่ 7 (Extern) และแพทย์เพิ่มพูนทักษะ

การเยี่ยมติดตาม การจัดการเรียน การสอน นักศึกษาแพทย์ แพทย์เพิ่มพูนทักษะ ในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต โรงพยาบาลเพชรบูรณ์นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานการประชุม การติดตามการจัดการเรียนการสอนระดับชั้นคลินิก โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ พร้อมด้วย คณะอาจารย์ คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และอาจารย์แพทย์จาก

ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกโรงพยาบาลนครปฐม โดย นพ. กอบชัย จิรชาญชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ และอาจารย์แพทย์ จากโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ให้การต้อนรับ เพื่อติดตามการจัดการเรียน การสอน รับฟัง ความคิดเห็น ของนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 5 และชั้นปีที่ 7 (Extern) และแพทย์เพิ่มพูนทักษะปีที่ 1 ณ ห้องประชุมแสงจันทร์ ชั้น 4 อาคารอำนวยการและผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลเพชรบูรณ์
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวด้วย เตาเผาขยะลดมลพิษ มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ปัญหาขยะในประเทศไทยในปัจจุบันอยู่ในภาวะวิกฤต ขยะ ล้นเมือง โดยมีปริมาณขยะมูลฝอยเกิดขึ้นมหาศาลทุกปีควบคู่ไปกับข้อจำกัด ด้านการบริหารจัดการและการคัดแยกจากต้นทาง สถานการณ์ขยะในประเทศไทย ปริมาณขยะรวม ประเทศไทยมีขยะมูลฝอยเกิดขึ้นหลาย สิบ ล้านตัน ต่อปี หรือเฉลี่ยคนไทยสร้างขยะปริมาณ 1.2 กิ โลกรัม ต่อคนต่อวัน มีปริมาณขยะ ที่ถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์ การกำจัดถูกต้องและไม่ถูกต้องซึ่งสัดส่วนองค์ประกอบ

ขยะมีทั้งขยะ อินทรีย์ ขยะรีไซเคิล ขยะทั่วไป ขยะอันตราย และขยะอิเล็กทรอนิกส์ พื้นที่วิกฤต จังหวัดที่มีขยะสูงสุดได้แก่กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ชลบุรี นครราชสีมา และนนทบุรี การจัดการที่ไม่ถูกต้อง ขยะจำนวนมาก ยังต้องพึ่งพาการเทกอง และฝังกลบ ที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการรั่วไหล ลงสู่แหล่งน้ำ ดิน ส่งผลต่อระบบนิเวศน์ โดยเฉพาะ ในช่วงเกิดอุทกภัย หรือภัยพิบัติต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทัน ตั้งตัว คุณจักริน ลดขุนทด กรรมการผู้จัดการ บริษัทเจที เอ็นจิเนียริ่ง ซัพพลายจำกัด บริษัท คินเชอิ ซังเกียว (ประเทศไทย ) จำกัด บริษัทจักรเจริญ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า จากประสบการณ์ทำงานของผมมากว่า 20 ปี ทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นได้ร่วมงานกับภาคเอกชน ภาครัฐ และระดับนานาชาติ

ได้แก่ JICA องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น และ UNEDO องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ
บริษัทของเรายังได้ส่งมอบเตาเผาขยะไปมากกว่า 2,000 เตา ทั้งที่ประเทศญี่ปุ่นและในต่างประเทศ อื่นๆ อาทิเช่น จีน เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ไต้หวัน กัมพูชา เคนย่า รวมถึงในประเทศไทยของเราด้วย โดยเทคโนโลยีที่เราใช้เป็นเทคโนโลยี Dry Distillation Gasification Combustion ซึ่งออกแบบมาสำหรับการเผาไหม้แบบแปรสภาพเป็นแก๊สด้วยกรรมวิธีการกลั่นแห้ง เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้ขยะหรืออินทรียวัตถุสลายตัวด้วยความร้อนและควบคุมการเกิดแก๊สที่สามารถติดไฟได้

นอกจากนี้บริษัทเรายังเป็นผู้ถือสิทธิบัตรสากลของเทคโนโลยีนี้ และเทคโนโลยีนี้จะช่วยสามารถใช้พลังงานที่มีอยู่ในขยะหรืออินทรียวัตถุได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถช่วยให้บรรลุ SDGs (Sustainable Development Goals) คือ เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) มีทั้งหมด 17 ข้อ คือในข้อที่ 7 เรื่องพลังงานสะอาดในราคาที่ซื้อได้, ข้อ 9 เรื่องอุตสาหกรรมนวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน, ข้อ 11 เรื่องนครและชุมชนยั่งยืน, ข้อ 12 เรื่องการบริโภคและการผลิตอย่างรับผิดชอบ, ข้อ 13 เรื่องการปฏิบัติการเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ และข้อ 14 เรื่องการใช้ทรัพยากรในมหาสมุทรอย่างยั่งยืน

เราตระหนักถึงการมีส่วนช่วยในการเปลี่ยนแปลงโลก กำจัดโรคติดเชื้อ ลดการทิ้งขยะแบบผิดกฎหมาย ลดก๊าซเรือนกระจก สามารถกำจัดไมโครพลาสติกในทะลได้ และส่งเสริมอุตสาหกรรมผ่านการส่งต่อเทคโนโลยีนี้ครับและหากท่านใดที่มีความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เช่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) โรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน โรงงานอุตสาหกรรม สถานศึกษา มหาวิทยาลัย

หรือผู้ประกอบการ ที่กำลังมองหาหรือวางแผนธุรกิจเกี่ยวกับการกำจัดขยะ จัดทำโครงการเตาเผาขยะที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสากล ไร้กลิ่น ไร้ควัน ลดมลพิษ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ทั้งขยะชุมชนทั่วไป ขยะอุตสาหกรรม และขยะมูลฝอยติดเชื้อ หรือต้องการข้อมูลเจาะจงเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 091-892-8892, 061-525-8892 หรือสายด่วน 098-569-8892 เรายินดีบริการให้คำปรึกษาและแนะนำครับ

นายกันตินันท์ เรืองประโคน จ. นครราชสีมา/รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ตร.มุกดาหาร จัดพิธีวันตำรวจ 2569 รำลึกเกียรติยศผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

มุกดาหาร – วันที่ 17 ตุลาคม 2569 เวลา 07.30 น. พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร

พร้อมด้วยคุณปาริชาติ ไทยพุทรา ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร รองผู้บังคับการ และข้าราชการตำรวจในสังกัด ร่วมประกอบพิธีเนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2569 ณ ที่ทำการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร

ภายในงานมีพิธีไหว้พระและสักการะพระภูมิเจ้าที่ พิธีกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตนและอุดมคติตำรวจ เพื่อย้ำเตือนถึงความซื่อสัตย์สุจริต การรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของวิชาชีพ ตลอดจนพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ

แก่ข้าราชการตำรวจดีเด่นและผู้สนับสนุนงานราชการตำรวจ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานนอกจากนี้ ยังมีพิธีสงฆ์และอุทิศส่วนกุศลให้แก่ข้าราชการตำรวจที่ล่วงลับ เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีและความเสียสละของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

การจัดพิธีในครั้งนี้สะท้อนถึงความสามัคคีและความภาคภูมิใจในวิชาชีพตำรวจ พร้อมมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นในอุดมการณ์ และดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย

เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน
เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน
#วันตำรวจ2569 #ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร #ตำรวจมุกดาหาร #ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

https://www.facebook.com/share/v/1EzbNv1Xwd/

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / นักวิ่งใจบุญเตรียมระเบิดผืนทราย งานวิ่งการกุศล Ray Run Pattaya 2026

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มูลนิธิคุณพ่อเรย์ ร่วมกับเมืองพัทยา เตรียมจัดงานวิ่งการกุศล Ray Run Pattaya 2026 (ปีที่ 2) ภายใต้แนวคิด “Run for All, Race for Hope” ในวันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2569 ที่บริเวณชายหาดพัทยากลาง จังหวัดชลบุรีกิจกรรมการกุศลดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างมูลนิธิคุณพ่อเรย์ เมืองพัทยา และภาคีเครือข่าย เพื่อระดมทุนช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กกำร้า ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสในความดูแลของมูลนิธิฯ

โดยรายละเอียดระยะทางและประเภทการแข่งขัน การวิ่งจะแบ่งออกเป็นประเภทวิ่งบนถนนและวิ่งบนพื้นทรายชายหาด ประกอบด้วย ประเภทวีลแชร์ (บนถนน) ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร, ประเภทวิ่งบนชายหาด: ระยะทาง 1 กิโลเมตร, 3 กิโลเมตร และ 5 กิโลเมตรอัตราค่าสมัครประเภทเดี่ยว (Individual) 800 บาท (สำหรับระยะ 5K / 3K / 1K), ประเภทคู่ (Duo – นักวิ่งทั่วไป 1 ท่าน + ผู้พิการ 1 ท่าน) 1,000 บาท ได้สิทธิ์วิ่งทั้งคู่ (รวมถึงประเภทวีลแชร์ คนนั่ง + คนเข็น),

ประเภทไม่ร่วมวิ่ง (Non-running) 500 บาท (รับเสื้อที่ระลึกจัดส่งถึงบ้าน) และประเภท VIP: 10,000 บาท (ได้รับสิทธิ์ 10 ท่าน และสามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้)กำหนดการในวันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2569 วันรับเสื้อและบิบ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 น. ที่ศูนย์ประชุมมหาไถ่พัทยา ภายในงานจะมีนิทรรศการ เปิดให้ชมโบสถ์คุณพ่อเรย์สถาปัตยกรรมไทย บูธกิจกรรม และการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปิน

และในวันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2569 วันแข่งขัน ที่ชายหาดพัทยากลาง โดยในเวลา 05.30 น. เริ่มปล่อยตัวประเภทวีลแชร์ 2.5 KM. และในเวลา 06.30 น. เป็นต้นไป ทยอยปล่อยตัวนักวิ่งชายหาดระยะ 5K, 3K และ 1K ตามลำดับสำหรับผู้ที่สนใจร่วมส่งต่อโอกาสและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ทางการ Ray Run Pattaya หรือติดตามความเคลื่อนไหวผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Ray Run Pattaya Page

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ตร.บ้านบึง เปิดปฏิบัติการสกัดนอมินี บุกตรวจบริษัทต้องสงสัยใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติ

ผบช.ภ.2 ลงพื้นที่ มอบถุงยังชีพช่วยชาวบ้าน-ตำรวจโดนน้ำท่วมต่อเนื่อง

วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ภายใต้สายการบังคับบัญชาของ พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 โดยมี พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ และ พ.ต.อ.กุลชาต กุลชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี กำกับดูแลการปฏิบัติงานในระดับจังหวัด

พ.ต.อ.กฤษณ์ มาสุข ผกก.สภ.บ้านบึง นำกำลังตำรวจร่วมกับตรวจคนเข้าเมืองชลบุรี ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านบึง สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชลบุรี และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตำบลมาบไผ่ เข้าตรวจค้นบริษัท ซุง เปา เฮา (ประเทศไทย) จำกัด เลขที่ 128/1 หมู่ 4 ต.มาบไผ่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ตามหมายค้นศาลจังหวัดชลบุรี ที่ ค.216/2569

ผลการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตรวจยึดเอกสารสำคัญที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา นายโค จง เจี๋ย (MR. KO CHUNG CHIEH) และนางสาวยุวดี วิริยะวารี ในความผิดที่เกี่ยวข้องกับการใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว และการประกอบธุรกิจฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมาย ก่อนนำตัวทั้งสองรายส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านบึง เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอน พร้อมตรวจสอบพยานหลักฐานและเอกสารที่ตรวจยึดเพิ่มเติม

ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนการบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐในการตรวจสอบธุรกิจที่อาจใช้โครงสร้างผู้ถือหุ้นอำพราง เพื่อให้การประกอบธุรกิจในประเทศไทยเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกติกา

ผบช.ภ.2 ลงพื้นที่ มอบถุงยังชีพช่วยชาวบ้าน-ตำรวจโดนน้ำท่วมต่อเนื่อง

มีรายงานว่า พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธรากร เลิศพรเจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา

พ.ต.อ วราวุธ เจริญชนม์ รอง ผบก.สส.ภ.2 หัวหน้า สนง.ผบช.ภ.2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่น้ำท่วมในเขตความรับผิดชอบที่ได้รับผลกระทบคือจังหวัดฉะเชิงเทราเพื่อทำการช่วยเหลือเร่งด่วน

อีกทั้งยังเป็นการติดตามสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อสนับสนุนช่วยเหลือชาวบ้าน พร้อมตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญและให้กำลังใจข้าราชการตำรวจสังกัด สภ.บางขนาก และ สภ.คลองเขื่อน รวมถึงครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ

ตอกจากนี้ทางคณะผู้บังคับบัญชาตำรวจภูธร ภาค 2 ยังได้ไปตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้ประสบภัย ที่โรงเรียนปากคลองบางขนาก และได้มอบถุงยังชีพและอาหารกล่องแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย

ตลอดจนประชาชนและครอบครัวข้าราชการตำรวจในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและส่งต่อกำลังใจในยามวิกฤต ในวันที่ประชาชนเดือดร้อน ตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมเคียงข้างไม่ทอดทิ้งกัน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ พรรคเสรีรวมไทยจัดประชุมสมาชิกภาคอีสาน เลือกคณะกรรมการสาขาชุดใหม่แทนชุดเดิมที่ครบวาระ

มุกดาหาร – เมื่อวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มอบหมายให้ ร.ต.ต.สุเทียน ทองโสม หัวหน้าสาขาพรรคเสรีรวมไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมคณะกรรมการสาขา จัดโครงการประชุมสมาชิกพรรค ณ วัดนาสะเม็ง ตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร

เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม่แทนคณะกรรมการชุดเดิมที่ครบวาระ พร้อมเปิดโอกาสให้สมาชิกได้พบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเมือง โดยมีนายพิเชฐ สุภัคชูกุล หัวหน้างานสืบสวนสอบสวน กกต.มุกดาหาร เข้าร่วมสังเกตการณ์และให้ความรู้เกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแก่สมาชิกพรรคที่เข้าร่วมประชุม

การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมของสาขาพรรคเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยมุ่งส่งเสริมให้สมาชิกพรรคและประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และสนับสนุนการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์

ทั้งนี้ โครงการกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นสมาชิกพรรคในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 120 คน โดยตั้งเป้าให้มีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 100 คน เพื่อดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม่ตามวาระ สำหรับการดำเนินโครงการได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ประจำปี 2569 จำนวน 30,000 บาท เพื่อใช้ในการจัดกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด

โดยที่ประชุมมีมติเลือกกรรมการชุดใหม่ดังรายชื่อ กรรมการสาขาพรรคเสรีรวมไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย 1.ร.ต.ต. สุเทียน ทองโสม เป็น หัวหน้าสาขา 2.นายเดวิท โชคชัย เป็นรองหัวหน้าสาขา 3.นายนธิป กัลยาพันธุ์ เป็นเลขานุการสาขา 4.นส.ธัญญลักษณ์ โสดา เป็นเหรัญญิกสาขา 5.นส.มณีการ คำมุงคุณ

เป็นนายทะเบียนสมาชิกสาขา 6.นส.แจ่มจันทร์ ราษฎรดี เป็นกรรมการสาขา 7.ร.ต.อ.วิชิต กองอุดม เป็นกรรมการสาขา 8.นายประสิทธิภรณ์ ศรีเจริญพัฒนา เป็นกรรมการสาขา 9.นายสงวน ธรรมสร้างกูร เป็นกรรมการสาขา 10.นาวาตรี เจริญพร น้อยเจริญ เป็นกรรมการสาขา และ 11. นายวีรพนธ์ นนทะนำ เป็นกรรมการสาขา

การจัดประชุมครั้งนี้นับเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมกิจกรรมภายในพรรคการเมือง เพื่อเปิดพื้นที่ให้สมาชิกได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เสริมสร้างความเข้าใจทางการเมือง และร่วมกันพัฒนาการทำงานของพรรคให้มีความเข้มแข็งและเป็นไปตามหลักประชาธิปไตย

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ล๊อตใหญ่ ! ตร.แพร่ รวบแก๊งขบวนการขนยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด ซุกยาในกล่องโฟมสับปะรดแช่เย็น หวังเพื่อตบตา จนท.

สารพัดกลยุทธ์ที่ขบวนการแก๊งยาเสพติด ใช้ในการขนยาเสพติดจากต้นทางถึงปลายทางเพื่อแลกกับอำนาจเงินตรา ที่หอมหวลเพื่อแลกกับความเสี่ยง ​ล่าสุดตามเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 15 ตุลาคม 2569 อำนวยการและปฏิบัติงานโดย​ พล.ต.ต.กฤษดา พันธ์เกษม ผบก.ภ.จว.แพร่

​พ.ต.ท.ทัตเทพ โชติเดโชชัย สวญ.สภ.ห้วยไร่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ ได้สกัดจับรถกระบะตู้คอกต้องสงสัย ทะเบียน 4ฒญ 2436 กทม. ที่มีพฤติกรรมอำพรางซุกซ่อนยาบ้ามาในกล่องโฟมบรรจุสับปะรดแช่เย็น รวมทั้วหมด 18 กล่อง

จากการตรวจนับของเจ้าหน้าที่ พบกลางยาบ้า (ตรา Y1 และ 999) ได้กว่า 3 ล้านเม็ด และมีการขยายผลจับกุมรถนำในแก๊งขบวนการยาเสพติดได้อีก 2 คัน (ทะเบียน ฒค 7794 กทม. จับได้ที่พื้นที่และอีก 1 คัน สกัดจับได้ที่ด่านตากฟ้า จ.นครสวรรค์) ผู้ต้องหาให้สารภาพว่า รับยาบ้ามาจาก จ.เชียงราย เตรียมมุ่งหน้าส่งกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ พล.ต.ต.กฤษดา พันธ์เกษม ผบก.ภ.จว.แพร่ ​กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดด่านตรวจ 24 ชม. แลในช่วง 10 กว่านี้สามารถสกัดจับยาเสพติดรายใหญ่ได้แล้วกว่า 10 ล้านเม็ด ภาพ/ข่าว #ธีรพงษ์ #ธงออน/,#แพร่รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ จัดพิธีเนื่องในวันสถาปนาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทำบุญโรงพัก สภ.โคกสำโรง ภจว.ลพบุรี

วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. สถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง จัดพิธีเนื่องในวันสถาปนาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทำบุญสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง โดยมี พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัดสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง ทุกนาย คณะกรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง (กต.ตร.สภ.โคกสำโรง) ร่วมกิจกรรม ในวันสำคัญนี้

โดยพิธีได้เริ่มขึ้นในช่วงเช้า ร่วมกันเคารพธงชาติ การรับฟังสารจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ การร่วมกันกล่าวคำปฏิญาณตนและกล่าวอุดมคติตำรวจ นอกจากนี้ยังได้มีพิธีมอบใบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติและเสื้อคลุมให้กับข้าราชการตำรวจ

ที่มีความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ในปีที่ผ่านมา รวมทั้งมอบทุนการศึกษาให้กับบุตร ธิดา ของข้าราชการตำรวจที่เรียนดี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเยาวชน และได้มีพิธีมอบโล่เกียรติคุณให้กับคณะกรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง พร้อมคณะที่ปรึกษา (กต.ตร.สภ.โคกสำโรง) อีกด้วย

จากนั้นได้ประกอบพิธีทางศาสนาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตในการปฏิบัติ และเป็นสิริมงคลแก่ข้าราชการตำรวจทุกนายในสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง

ทั้งนี้ได้รับความเมตตาจาก พระครูภัทรปัญญาวุธ (หลวงพ่อเภก) และคณะสงฆ์อำเภอโคกสำโรง ทั้ง 9 รูปร่วมประกอบพิธีเพื่อเป็น สิริมงคล แก่ห้องประชุมที่ได้ปรับปรุงซ่อมแซมพึ่งแล้วเสร็จอีกด้วย

รวมทั้งมีกิจกรรมสันทนาการเพื่อให้ข้าราชการตำรวจมีความรักและความสามัคคีในหน่วยงาน ข้าราชการตำรวจทุกนาย ที่ได้ทุ่มเทกำลัง สติปัญญา ความสามารถในปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละอดทน

เต็มเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ สามารถนำความสงบสุขมาสู่สังคม รับใช้ประชาชนบำบัดทุกข์ บำรุงสุข เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย และให้ข้าราชการตำรวจร่วมกันกระทำความดีให้เป็นที่ยกย่องเชิดชูเกียรติ

“วันตำรวจไทย” เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2458 โดยเป็นวันประกาศรวม “กรมพลตระเวน” กับ “กรมตำรวจภูธร” เป็นกรมเดียวกัน เรียกว่า “กรมตำรวจ” ซึ่งภายหลังได้เปลี่ยนมาเป็น

“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ซึ่งมีการโอนกรมตำรวจ สังกัดกระทรวงมหาดไทย จัดตั้งเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในวันที่ 17 ตุลาคม 2541 อยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ อ.นครชัยศรี ประชุมเตรียมความพร้อมจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์สำหรับประชาชน เนื่องในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ อาคารอเนกประสงค์วัดสำโรง ตำบลวัดสำโรง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม โดยมี พระครูสิริปุญญาภิวัฒน์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม เจ้าอาวาสวัดสำโรง พร้อมด้วย นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์สำหรับประชาชน

ในพื้นที่อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เนื่องในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี ชัยยุทธ หุ่นเจริญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา ปลัดอำเภอ กำนันทุกตำบล หน่วยงาน ภาคเอกชน บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท บูโอโน่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน),

บริษัท ดัชมิลล์ จำกัด, ผู้จัดการ บริษัท เคพีฟู้ดส์ จำกัด, ประธานกรรมการพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย, และอุปนายกสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดนครปฐม , ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) ร่วมเป็นคณะทำงานและเข้าร่วมประชุม เพื่อบูรณาการการทำงานให้การจัดพิธีเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างาม และสมพระเกียรติ

ซึ่งอำเภอนครชัยศรี ได้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการและคณะทำงานจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลและบูรณาการการดำเนินงานของทุกหน่วยงาน รวมทั้งจัดทำแผนเผชิญเหตุ ติดตามและประเมินสถานการณ์ด้านความปลอดภัย โดยมีนายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานศูนย์ฯ พระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ร่วมเป็นที่ปรึกษา และหัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงาน ภาครัฐ เอกชน ประชาชน องค์กร

ชมรมร่วมเป็นคณะทำงานฯสำหรับสถานที่จัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์อำเภอนครชัยศรี ได้กำหนดจัดพิธีในวันพุธที่ 16 ธันวาคม 2569 (พร้อมกันทั่วประเทศ) ณ บริเวณวัดสำโรง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เป็นซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ทรงดอกบัว แบ่งเป็น 2 รอบเวลา รอบที่ 1 เวลา 09.00 น. และรอบที่ 2 เวลา 18.30 น.ในส่วนพิธีเผาดอกไม้จันทน์จะจัดขึ้น ณ เมรุวัดสำโรง อำเภอนครชัยศรี โดยดำเนินการภายหลังเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ จริงแล้ว เวลา 22.00 น.

และพิธีบําเพ็ญกุศลเถ้าดอกไม้จันทน์และจัดพิธีลอยเถ้าดอกไม้จันทน์ กำหนดจัดขึ้นวันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม 2569 เวลา 08.30 น. ณ สถานที่เผาดอกไม้จันทน์ที่กำหนดนอกจากนี้ อำเภอนครชัยศรี ได้มอบหมายภารกิจให้คณะทำงาน 11 ฝ่าย เพื่อดูแลการจัดพิธีและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง ประกอบด้วย คณะที่ปรึกษา

คณะกรรมการอำนวยการและประสานงานกลางระดับอำเภอ
คณะทำงานฝ่ายพิธีการการถวายดอกไม้จันทน์
คณะทำงานฝ่ายสร้างซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ และปรับภูมิทัศน์ประกอบซุ้มถวายดอกไม้จันทร์คณะทำงานจัดทำและแจกจ่ายดอกไม้จันทน์คณะทำงานฝ่ายประชาสัมพันธ์คณะทำงานฝ่ายรักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกในการเดินทาง
คณะทำงานฝ่ายรักษาพยาบาล

คณะทำงานฝ่ายการจัดการแสดงมหรสพสมโภช แ ละจัดนิทรรศการคณะทำงานฝ่ายต้อนรับและการบริการประชาชน
คณะทำงานฝ่ายอาหารและเครื่องดื่มอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ขอเชิญชวนประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสาร ความคืบหน้า และกำหนดการจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์อย่างละเอียด ผ่านช่องทางเพจเฟสบุ๊ค

ที่ทำการปกครองอำเภอนครชัยศรี และช่องทางการประสัมพันธ์ต่างๆ ของส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่อำเภอนครชัยศรีนครปฐม เพื่อเตรียมความพร้อมและเข้าร่วมพิธีตามวัน เวลา และสถานที่ที่อำเภอนครชัยศรีจะแจ้งให้ทราบต่อไป
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ยกทัพสินค้า GI และ BCG บุกกรุงเทพฯ เปิดงาน “ตลาดเกษตรรักษ์โลก BCG GI Market Fair 2026” ครั้งที่ 2 หนุนเศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืน

วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00 น.นางสาววีรวรรณ จันทนเสวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานเปิดงาน “ตลาดเกษตรรักษ์โลก BCG GI Market Fair 2026” ครั้งที่ 2 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเจเจมอลล์ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยมีนางอัจฉนา ปาลบุตร พาณิชย์จังหวัดสิงห์บุรี

นายชัยรัตน์ ชื่นเจริญ พาณิชย์จังหวัดสระบุรี นางสุภารัตน์ วิวัฒนานนท์ พาณิชย์จังหวัดอ่างทอง นายสมโภช นาคสุวรรณ พาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ธีรวัจน์ ขจรเกียรติภาส รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมผู้แทนพาณิชย์จังหวัดลพบุรีและจังหวัดชัยนาท ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และประชาชน เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

นางสาววีรวรรณ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการจัดงานเมื่อวันที่ 4–8 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ซึ่งสร้างมูลค่าทางการค้ากว่า 6.7 ล้านบาท กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน

จึงมุ่งใช้เวทีดังกล่าวส่งเสริมและประชาสัมพันธ์สินค้า BCG สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สินค้าเกษตรปลอดภัย และผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย พร้อมเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างโอกาสทางการค้า และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่

การจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือของผู้ประกอบการจาก 6 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี และชัยนาท รวมกว่า 40 ร้านค้า โดยนำสินค้าเกษตรคุณภาพ สินค้า GI และผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีเอกลักษณ์มาจัดแสดงและจำหน่าย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียงได้เลือกซื้อสินค้าโดยตรงจากผู้ประกอบการในท้องถิ่น

ทั้งนี้ งาน “ตลาดเกษตรรักษ์โลก BCG GI Market Fair 2026” ครั้งที่ 2 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–18 ตุลาคม 2569 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเจเจมอลล์ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเลือกซื้อสินค้าเกษตรปลอดภัย สินค้า GI และผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพดีจาก 6 จังหวัดภาคกลางตอนบน เพื่อสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย สร้างรายได้สู่ชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน.

ภาพข่าว/ บุญเลิศ ผลอุดม
#หัวหน้าผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสิงห์บุรี. #สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ เทศบาล ต.สามง่าม ร่วมมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผู้ป่วยติดเตียง และประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่อ.ดอนตูมจ.นครปฐม

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 14.00 น. ณ หอประชุมอำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม พันเอกสุขชาต สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 จังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีมอบถุงยังชีพ

เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผู้ป่วยติดเตียง และประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม โดยมีนายจักรกฤษณ์ ไขว้พันธุ์ นายอำเภอดอนตูม สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมพิธี

ในการนี้ เทศบาลตำบลสามง่าม นำโดยนายอานนท์ มีใจดี รองนายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม ได้เข้าร่วมมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ตลอดจนผู้ป่วยติดเตียงและประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่อำเภอดอนตูม

เทศบาลตำบลสามง่าม ขอขอบคุณ พันเอกสุขชาต สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 จังหวัดนครปฐม ที่ได้ประสานความร่วมมือกับ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนถุงยังชีพ จำนวน 100 ถุง

เพื่อนำมามอบให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอดอนตูม ซึ่งนับเป็นความร่วมมืออันดียิ่งในการส่งต่อความห่วงใยและความช่วยเหลือสู่พี่น้องประชาชน อันจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในครั้งนี้
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ นายวราวุธ รมว.อุตสาหกรรม ลุยตรวจสถานการณ์น้ำ-อุทกภัยลุ่มน้ำท่าจีน จ.นครปฐม

วันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและคณะลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัย ณ ศาลาอเนกประสงค์ หมู่ 2 ตำบลงิ้วราย อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม โดยมีนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี กล่าวต้อนรับ นายกเทศมนตรีตำบลงิ้วราย นายสมัชชา ทองสิมา กล่าวรายงาน (จำนวนผู้ได้รับผลกระทบและสภาพพื้นที่ตำบลงิ้วรายโดยรวม)

พร้อมกันนี้ นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม, นายอนุชา สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต 5 อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายศุภโชค ศรีสุขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต 1 รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม หัวหน้าส่วนราชการในระดับจังหวัดและอำเภอให้การต้อนรับในการลงพื้นที่

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมคณะ กล่าวทักทาย พบปะให้กำลังใจผู้ประสบภัย และมอบถุงยังชีพผู้ประสบภัย ณ ศาลาเอนกประสงค์หมู่ที่ 2 พร้อมกับหัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้ติดตามร่วมมอบถุงยังชีพผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 300 ถุง และมอบถุงยังชีพผู้ประสบอุทกภัยที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง จำนวน 3

ราเวลาต่อมานายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมคณะ ออกเดินทางไปยังถนนสายพุทธมณฑลสาย 8 งิ้วราย - สัมปทวน บริเวณก่อนขึ้นสะพาน ข้ามแม่น้ำนครชัยศรี ซึ่งประสบปัญหา น้ำท่วมสูงซ้ำซากและถนนคับแคบ (พร้อมรับฟังบรรยายสรุป) และร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาในพื้นที่ต่อไปและมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัย (ทางเรือ) จำนวน 5 ราย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /“Slow Life Night Run ชมวิวเมืองน่าน” คาดดึงนักท่องเที่ยวกว่า 2,000 คน กระตุ้นเศรษฐกิจรับฤดูท่องเที่ยว

จังหวัดน่านผนึกกำลังภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรม “Slow Life Night Run ชมวิวเมืองน่าน” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ชวนนักวิ่งสัมผัสเสน่ห์เมืองเก่ายามค่ำคืน ผ่านเส้นทางแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์ พร้อมกิจกรรมประกวดชุดแฟนซี จุดเช็กอินหุ่นโคมไฟ 12 นักษัตร และฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง มุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวช่วงปลายฝนต้นหนาว กระตุ้นการใช้จ่ายและกระจายรายได้สู่ชุมชน

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมแก้วกัลยา โรงแรมเวียงแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนายวรวิทย์ วีระเชวงกุล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน นายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานน่าน พ.อ.วัฒนา จันทร์ไพจิตต์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดน่าน นายภณ ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ พระเอกชื่อดัง ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงาน และภาคเอกชน ร่วมแถลงข่าวการจัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อเพิ่มสีสันการท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาวและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้จังหวัดน่าน

นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเพิ่มความหลากหลายของกิจกรรมท่องเที่ยว พัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ และยกระดับ

จังหวัดน่านให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์ใหม่ โดยนำเอกลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และบรรยากาศยามค่ำคืนมาเป็นจุดขาย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพักค้างคืนและใช้บริการที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านค้าชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ฃ

นายวรวิทย์ วีระเชวงกุล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า กิจกรรมแบ่งการแข่งขันเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 10 กิโลเมตร 5 กิโลเมตร และ 3.5 กิโลเมตร โดยออกแบบเส้นทางผ่านสถานที่สำคัญและแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์ อาทิ วัดภูมินทร์ วัดช้างค้ำ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน วัดศรีพันต้น กำแพงเมืองเก่า สวนศรีเมือง วัดหัวเวียงใต้ จวนผู้ว่าราชการจังหวัด วัดศรีบุญเรือง วัดม่วงตึ๊ด และเส้นทางเชื่อมไปยังวัดพระธาตุแช่แห้ง

ภายในงานมีการประกวดชุดแฟนซีสำหรับนักวิ่ง พร้อมเงินรางวัลและโล่รวมมูลค่า 5,500 บาท รวมถึงจุดเช็กอินถ่ายภาพหุ่นโคมไฟ 12 นักษัตร และการประดับไฟตลอดเส้นทาง เพื่อให้นักวิ่งและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสเมืองน่านในมุมมองที่แตกต่าง นอกจากนี้ ยังมีฟรีคอนเสิร์ตจาก ป๊อป ปองกูล ตู่ ภพธร และวง Jetset’er ระหว่างวันที่ 23–24 ตุลาคม 2569 พร้อมนักแสดงและพรีเซนเตอร์ ได้แก่ น้ำตาล พิจักขณา เขต ธาราเขต และปิ่น หทัยรัตน์ ร่วมสร้างสีสันภายในงาน

ด้าน พ.อ.วัฒนา จันทร์ไพจิตต์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดน่าน กล่าวว่า ภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนการจัดงาน โดยประสานความร่วมมือกับสมาคมโรงแรม ร้านอาหาร และผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านที่พัก การบริการ และมาตรฐานสุขอนามัย รองรับนักวิ่งและนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเข้าร่วมมากกว่า 2,000 คน ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้แก่โรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านของฝาก บริการขนส่ง และร้านค้าชุมชน พร้อมเปิดโอกาสให้นำเสนอสินค้า อาหารพื้นถิ่น และอัตลักษณ์ของจังหวัดแก่นักท่องเที่ยวโดยตรง

ขณะที่นายณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ (ภณ) พระเอกชื่อดัง กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้ร่วมเป็นตัวแทนของนักวิ่งในกิจกรรมครั้งนี้ พร้อมเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมวิ่งและสัมผัสเสน่ห์เมืองน่านยามค่ำคืน โดยเชื่อว่าการมีนักแสดงและพรีเซนเตอร์ร่วมสร้างสีสันจะช่วยให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานและความอบอุ่น

ทั้งนี้ “Slow Life Night Run ชมวิวเมืองน่าน” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ แต่ยังเป็นกลไกเชื่อมโยงการกีฬาเข้ากับการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธุรกิจบริการ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชน และต่อยอดภาพลักษณ์จังหวัดน่านให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Slow Life Night Run ชมวิวเมืองน่าน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พัทยา-บางละมุงรวมใจใส่เสื้อเหลืองวันนวมินทรมหาราช ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณองค์พ่อ ร.9

วันที่ 13 ตุลาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันนวมินทรมหาราช หรือ วันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งตรงกับวันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี หน่วยงานทั่วประเทศได้จัดกิจกรรมแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์กันทั่วประเทศนั้น

ในส่วนของปราสาทสัจธรรม พัทยา จ.ชลบุรี ได้มีการจัดพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พบว่าประชาชนในเขตเมืองพัทยาและอำเภอบางละมุงผู้เข้าร่วมงานต่าง

พร้อมใจสวมใส่เสื้อสีเหลืองเข้าร่วมพิธีโดยพร้อมกัน โดยมี คุณอภิวรรณ วิริยะพันธุ์ ผู้บริหารระดับสูงของปราสาทสัจธรรม และอุปนายกสมาคมแหล่งท่องเที่ยวชลบุรี คุณวรากร วิริยะพันธุ์ รองประธานบริหารพิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม และคุณอนุพงษ์ กุลเพชรชวนันท์ ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้จัดการปราสาทสัจธรรม ดูแลงานบริหารและการตลาดภายในประเทศให้การต้อนรับ

เมื่อเข้าสู่พิธีการ ที่บริเวณพิธีเปิดได้มีการเปิดพระสุรเสียง และพระราชกรณียกิจ การขับเสภาราชสดุดีในหลวงรัชกาลที่ 9 ก่อนที่ตัวแทนหน่วยงานภาคต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน วางพวงมาลาถวายสักการะตาม จากนั้น ประธานพิธีเข้าประจำจุดหน้าพระบรมรูป และวางพวงมาลาถวายสักการะและจุดเครื่องทองน้อยตามลำดับพิธี

ประธานในพิธีได้กล่าวคำน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และนำกล่าวปฏิญาณตนเป็นพลเมืองดี ผู้ร่วมพิธียืนสงบนิ่งน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นเวลา 89 วินาที และร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการ

ทั้งนี้ ภายในงานพิธีครั้งนี้ พบว่ามีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก อาทิ นายไพรวัลย์ อารมณ์ชื่น ประธานสภาเมืองพัทยา นายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา นายแพทย์วิชัย ธนาโสภณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ นายลักษมัน ซิงห์ นายกสมาคมอินเดียภาคตะวันออก และนายสัญญาพุฒิ เกิดบัณฑิต นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ

ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี แม่น้อย รานี – สม.วุฒิธร จับมือหนุนลูกหลานนักกีฬาท้องถิ่น แข้งจิ๋วโต๊ะเล็กลุยสู้ศึกกระสาเกมส์ 2026

มีรายงานว่า นักกีฬาเยาวชนเมืองพัทยาในประเภทการแข่งขันฟุตซอล รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ได้ทำผลงานอย่างดี สามารถตีตั๋วเข้าร่วมการแข่งขันในระดับภูมิภาคได้ สร้างความภูมิใจนักเด็กนักเรียนเป็นอย่างมากหลังตากตรากตรำฝึกซ้อมและแข่งขันมาอย่างยาวนาน

ทั้งนี้ ล่าสุดนักเรียนนักกีฬาฟุตซอลเมืองพัทยา รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี สามารถเข้าร่วมการแข่งขันในรายการนวบูรพา กระสาเกมส์ 2026 การแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ในรอบคัดเลือกระดับภาคตะวันออก ครั้งที่ 41 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ระหว่างวันที่ 15-24 ตุลาคม 2569 นี้ ที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยมี เทศบาลตำบลแพรกษา รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขัน

การแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย เป็นรายการแข่งขันที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาของเยาวชนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในภาคตะวันออก มุ่งเน้นการมีวินัย น้ำใจนักกีฬา และการสะสมประสบการณ์

โดยผู้เข้าร่วมเป็นทัพนักเรียนและเยาวชนจาก อปท. ต่างๆ ในจังหวัดภาคตะวันออก เช่น ชลบุรี, ระยอง, ฉะเชิงเทรา, สระแก้ว, นครนายก, ปราจีนบุรี, ตราด และเมืองพัทยา มีการชิงชัยในหลายประเภทกีฬา อาทิ กรีฑา, เซปักตะกร้อ, วอลเลย์บอลในร่ม/ชายหาด, ฟุตบอล, ฟุตซอล, เปตอง, แบดมินตัน, เทเบิลเทนนิส, หมากรุกไทย, หมากฮอสไทย, อีสปอร์ต และจักรยานขาไถ

ในส่วนของนักกีฬาฟุตซอลเมืองพัทยาที่จะเข้าร่วมรายการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากนางอำพร แก้วแสงหรือแม่น้อย รานี ผู้ช่วยเหลือสังคมเมืองพัทยาชื่อดัง ร่วมกับนายวุฒิธร แสงอุไร สมาชิกสภาเมืองพัทยา ผู้มีบทบาทในด้านกีฬาและเยาวชน เป็นหนึ่งในผู้ผลักดันและสนับสนุนเยาวชนและสถานศึกษาในสังกัดเมืองพัทยาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้นอกจากบทบาทในสภาของ สม.วุฒิธร แล้ว เจ้าตัวยังเคยสวมบทบาทเป็นกุนซือ (ผู้จัดการทีมและผู้ฝึกสอน) นำทีมฟุตบอลเมืองพัทยาลงแข่งขันจนสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลประชาชนจังหวัดชลบุรี ประจำปี 2569 และได้สิทธิ์เป็นตัวแทนจังหวัดไปชิงชัยในศึกกีฬาแห่งชาติด้วยเช่นกัน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดยิ่งใหญ่! ปีที่ 3 งานนวราตรี เทวาลัยมหากาลีอวตารจักรวาลชนนี

ค่ำวันที่ 12 ตุลาคม 2569 นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดงานนวราตรี ประจำปี 2569 เทวาลัยมหากาลีอวตารจักรวาลชนนี กิจกรรมเชื่อมวัฒนธรรมความศรัทธาของชาวฮิพี่น้องชาวฮินดู ที่จัดขึ้นต่อเนื่องปีที่ 3 ซึ่งพบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมี นางอำพร แก้วแสง หรือแม่น้อย รานี ผู้ก่อตั้งเทวาลัยฯ ให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน

ในพิธีการพบว่ามีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก อาทิ นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา คณะสมาชิก อบจ.ชลบุรี สมาชิกสภาเมืองพัทยา สมาคมอินเดียภาคตะวันออก และตัวแทนหน่วยงาน องค์กรต่างๆ เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียง

กิจกรรมสำคัญในงานได้จัดพิธีบูชาและโฮมัม มีการสวดมนต์ ถวายเครื่องสักการะ (ดอกไม้ ผลไม้ ขนมอินเดีย) และจุดตะเกียงอารตีบูชาไฟ และจะมีขบวนแห่เทวรูปพระแม่อุมาเทวีรอบเมืองพัทยาให้ประชาชนได้สักการะในวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ตามลำดับพิธีการ

สำหรับงานนวราตรี ถือเป็นเทศกาลสำคัญในศาสนาฮินดูที่จัดขึ้นเพื่อบูชาและเฉลิมฉลองแด่พระแม่อุมาเทวี (หรือในอีกพระนามคือ พระแม่ทุรคา และพระแม่ปารวตี) กินเวลาทั้งหมด 9 คืน 10 วัน โดยคำว่า “นว” แปลว่า เก้า และ “ราตรี” แปลว่า ค่ำคืน รวมกันจึงแปลว่า “เก้าค่ำคืน”

วันแรกงานนวราตรี เทวาลัยมหากาลีอวตารจักรวาลชนนี คึกคักต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

ตามที่เทวาลัยมหากาลีอวตารจักรวาลชนนี โดย นางอำพร แก้วแสง (แม่น้อย รานี) ผู้ก่อตั้งเทวาลัยฯ กำหนดจัดงานนวราตรี ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 11–19 ตุลาคม 2569 ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยแต่ละปีได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากนั้นฃ

ล่าสุด วันที่ 11 ตุลาคม 2569 สำหรับวันแรกของการจัดงานนวราตรี เทวาลัยมหากาลีอวตารจักรวาลชนนี ประจำปี 2569 พบว่าบรรยากาศมีสีสันตั้งแต่วันแรกของการจัดกิจกรรม โดยในพิธีการช่วงเช้าได้จัดบูชาอารตีไฟ โดยผู้เข้าร่วมงานราวทแต่งกายด้วยธีมสีแดงสดใส

ก่อนในช่วงเย็นจะมีการบูชาอารตีไฟในเวลา 18.00 น. ต่อด้วยการแสดงศิลปะวัฒนธรรมอินเดียจากวัดกฤษณะ และพิธีสวดบูชาบทไทย 108 พระนาม โดย นางอำพร แก้วแสง (แม่น้อย รานี) ผู้ก่อตั้งเทวาลัยฯ เป็นประธานดำเนินการในพิธีต่างๆ ด้วยบรรยากาศที่คึกคัก

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ อำเภอนครชัยศรี – โรงพยาบาลนครปฐม ร่วมพิธีน้อมรำลึกเนื่องใน “วันนวมินทรมหาราช” วันที่ 13 ตุลาคม 2569

วันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 07.30 น. นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และ โรงพยาบาลนครปฐม โดย นายแพทย์สุรชัย
โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการ พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลนครปฐม

เข้าร่วมพิธี เนื่องใน “วันนวมินทรมหาราช” ประจำปี 2569 โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย พิธีเจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญตักบาตร และ พิธีวางพวงมาลา ถวายราชสักการะ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ ศาลากองอำนวยการ องค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

พิธีสวดพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2569

วันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ อาคารอเนกประสงค์วัดสำโรง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานในพิธีพิธีสวดพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2569 การประกอบพิธีฯ ในวันนี้ ได้รับความเมตตาจาก พระครูสิริปุญญาภิวัฒน์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม/เจ้าอาวาสวัดสำโรง และคณะสงฆ์ พร้อมกันนี้ นายชัยยุทธ หุ่นเจริญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี

เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครปฐม สาขานครชัยศรี สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี พัฒนาการอำเภอนครชัยศรี สัสดีอำเภอนครชัยศรี ประมงอำเภอนครชัยศรี เกษตรอำเภอนครชัยศรี ผู้แทน สภ.นครชัยศรี ผู้แทนเกษตรอำเภอนครชัยศรี ผู้แทน สพป.นฐ 2 โรงพยาบาลในพื้นที่อำเภอนครชัยศรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดสำโรง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดละมุด ผู้แทนนายกเทศมนตรีตำบลนครชัยศรี ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอนครชัยศรี ปลัดอำเภอ เสมียนตราอำเภอ เจ้าหน้าที่ปกครอง กำนันตำบลวัดสำโรง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนส่วนราชการ ฯลฯ บุคลากร เจ้าหน้าที่ ฯลฯ ตลอดจนประชาชนเข้าร่วมพิธีฯ

คณะสงฆ์อำเภอนครชัยศรี ร่วมกับอำเภอนครชัยศรี และองค์การบริหารส่วนตำบลวัดสำโรง กำหนดจัดพิธีพิธีสวดพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2569 โดยตลอดระยะเวลาแห่งการครองราชย์ พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและการพัฒนาประเทศ ทรงให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร

โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทและถิ่นทุรกันดาร ผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ครอบคลุมหลายด้าน ทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำ การเกษตร การอนุรักษ์ดินและทรัพยากรธรรมชาติ การศึกษา การแพทย์และสาธารณสุข ตลอดจนการส่งเสริมอาชีพ พระราชดำริและแนวทางการพัฒนาที่พระราชทานไว้ มุ่งให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และวิถีชีวิต โดยเฉพาะปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดี ภายใต้เงื่อนไขของความรู้และคุณธรรม

วันที่ 13 ตุลาคม จึงมิได้เป็นเพียงวันแห่งการรำลึกถึงการเสด็จสวรรคต หากยังเป็นโอกาสที่ประชาชนชาวไทยจะได้ทบทวนพระราชกรณียกิจและแนวพระราชดำริที่ทรงพระราชทานไว้ ตลอดจนร่วมกันสืบสานสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เพื่อการพัฒนาสังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืนเนื่องในวันนวมินทรมหาราช พุทธศักราช 2569 ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประเทศชาติและพสกนิกรชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้วันนวมินทรมหาราช
13ตุลาคม2569รัชกาลที่9น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ
อำเภอนครชัยศรี
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ อ.นครชัยศรี บูรณาการร่วมเร่งแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียคลองบางแก้ว คลองบางกระเบา คลองเจดีย์บูชา ระดมทุกภาคส่วนฉีดจุลินทรีย์ ฟื้นฟูคุณภาพน้ำ

วันอังคาร ที่ 13 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น.นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วยนางสาวนรินทร์พร นาเมือง ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินนครปฐม พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุนทร ผกก.สภ.นครชัยศรี นายชัยยุทธ หุ่นเจริญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี นางสาวอรอุมา อึ้งประเสริฐภรณ์ พัฒนาการอำเภอนครชัยศรี นางณัฐทิยา อชิตกุล เกษตรอำเภอนครชัยศรี นางนฤมล โพธิ์ทองนาค ปลัดอำเภอนครชัยศรี นายเกรียงศักดิ์ รื่นนุสาร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม

นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนครชัยศรี นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลศรีษะทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตำหนัก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางแก้ว ผอ.รพ.สต.บ้านห้วยตะโก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อส. ร้อย อส. อ.นครชัยศรี ที่ 4 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บูรณาการจัดกิจกรรมฟื้นฟูคุณภาพน้ำในคลองบางแก้ว คลองบางกระเบา และคลองเจดีย์บูชา โดยฉีดจุลินทรีย์ชนิดน้ำ เพื่อบำบัดน้ำเสียตลอดแนวคลองบางแก้ว คลองบางกระเบา และคลองเจดีย์บูชา
โดยมีนายอนุชา สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๕ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่นำทีมทำกิจกรรมในครั้งนี้

สำหรับการใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ (EM) สามารถช่วยบรรเทากลิ่นเหม็นจากการย่อยสลายของสารอินทรีย์ได้ โดยผสมน้ำหมักจุลินทรีย์ (EM) 1 ส่วน กับน้ำ 100 ส่วน แล้วนำไปฉีดพ่นบริเวณที่มีน้ำขัง หรือบริเวณคราบขยะ ผนังบ้าน และทางเท้าที่มีกลิ่นเหม็นเน่าจากอินทรีย์วัตถุ ใช้ระยะเวลา 7 วัน จะทำปฏิกิริยาสลายกลิ่นรบกวนดังกล่าว ทั้งนี้ การใช้ EM เป็นมาตรการช่วยลดกลิ่นรบกวนในเบื้องต้นและเป็นการบรรเทาปัญหาชั่วคราว โดยจะดำเนินการควบคู่กับการจัดการขยะ การระบายน้ำท่วมขัง และการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมหลังน้ำลด เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและเร่งฟื้นฟูคุณภาพน้ำในคลองดังกล่าวให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

อำเภอนครชัยศรี ห่วงใยพี่น้องประชาชน โดยจะเร่งเข้าไปดูแลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะปัญหาน้ำเน่าเสียและกลิ่นรบกวน ซึ่งแม้จะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายหลังน้ำท่วม แต่ส่งผลโดยตรงต่อการดำรงชีวิตของประชาชน จึงต้องเร่งแก้ไขและบรรเทาปัญหาให้เร็วที่สุด พร้อมประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือเข้าถึงพื้นที่และประชาชนอย่างทั่วถึง เพื่อให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างต่อเนื่องและกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

ชาวตำบลไทรงาม ขอขอบคุณมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ นครปฐม ที่ได้มอบข้าวกล่องและน้ำดื่ม เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ฝ่ายปกครองตำบลไทรงาม

นำโดย นายดุษดี ทองบัวศิริไล กำนันตำบลไทรงาม ต้องขอขอบคุณมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ นครปฐม ที่ได้มอบข้าวกล่องและน้ำดื่ม เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่หมู่ที่ 1,2,3และ 4 ตำบลไทรงาม อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม

ต้องขอขอบคุณในน้ำใจและความห่วงใยที่มีต่อพี่น้องประชาชนในยามยากลำบาก ความช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้ชุมชนของเราก้าวผ่านวิกฤตไปด้วยกัน
ฝ่ายปกครองตำบลไทรงาม ขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้

ฝ่ายปกครองตำบลไทรงามมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม
ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมไทรงามไม่ทิ้งกัน
สนมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / เชียงรายคึกคัก! “ภูชี้ฟ้าเทรล 2026” นักวิ่งแห่ร่วมกว่า 800 คน เงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท อุทยานฯ ยืนยันพร้อมรับนักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง

วันที่ 11 ตุลาคม 2569 อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า (เตรียมการ) อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “ภูชี้ฟ้าเทรล 2026” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา พร้อมเปิดศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

ต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงปลายฝนต้นหนาว โดยมีนักวิ่งและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกว่า 800 คน สร้างความคึกคักให้กับเศรษฐกิจในพื้นที่ คาดมีเงินสะพัดภายในวันเดียวไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท

กิจกรรมจัดขึ้น ณ ลานกิจกรรมอเนกประสงค์ อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า (เตรียมการ) โดยมีนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายอำเภอเทิง หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก

นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมภูชี้ฟ้าเทรลในครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เนื่องจากเดิมตั้งเป้าผู้เข้าร่วมกิจกรรมไว้ประมาณ 500 คน แต่ใน

วันจัดงานมีผู้เข้าร่วมกว่า 800 คน ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวภายในวันเดียวไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท นับเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน ผู้ประกอบการ และชุมชนในพื้นที่

ภายในงานมีการปล่อยตัวนักวิ่งเข้าร่วมการแข่งขัน 4 ระยะ ได้แก่ 41 กิโลเมตร 18 กิโลเมตร 8 กิโลเมตร และ 3 กิโลเมตร เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ท้าทายขีดความสามารถของตนเอง ควบคู่กับการสัมผัสธรรมชาติอันงดงามของภูชี้ฟ้า ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดชมทะเลหมอกยอดนิยมของจังหวัดเชียงราย

บรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงเช้าวันเดียวกันเป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางสภาพอากาศเย็นสบายและท้องฟ้าเปิด มีสายหมอกให้ชมอย่างเต็มอิ่ม สร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสัมผัสความงดงามของภูชี้ฟ้าในช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูหนาว

ด้านนายเอนก ปันทะยม นายอำเภอเทิง กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวนอกจากจะส่งเสริมให้ประชาชนหันมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีแล้ว ยังเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

ของจังหวัดเชียงรายให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น โดยภูชี้ฟ้าเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งในและนอกพื้นที่ หลายคนเดินทางกลับมาเยือนซ้ำเพราะประทับใจในความสวยงามของธรรมชาติ

ขณะที่นายธนิตพงษ์ รัตนพล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า (เตรียมการ) เปิดเผยว่า ช่วงนี้ยังเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติบางจุดอาจมีความลื่น และอาจพบตัวทากได้ นักท่องเที่ยวจึงควรเพิ่มความระมัดระวัง เลือกสวมรองเท้าที่เหมาะสม และเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับการเดินทาง

ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า (เตรียมการ) ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยและรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาสัมผัสทะเลหมอกและอากาศหนาว

ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึง และขอความร่วมมือผู้มาเยือนช่วยกันรักษาความสะอาด ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และร่วมกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้ภูชี้ฟ้ายังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงามของจังหวัดเชียงรายอย่างยั่งยืนต่อไป

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ นายอำเภอเมืองนครปฐมนำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอเมืองนครปฐม บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สภ.เมืองนครปฐม ออกตรวจตรา เข้มงวด กวดขัน สถานบริการ,
นายโชติพงศ์ เปล่งวิทยา นายอำเภอเมืองนครปฐม
นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอเมืองนครปฐม บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองนครปฐม ออกตรวจตรา เข้มงวด กวดขัน สถานบริการ, สถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะคล้ายสถานบริการในพื้นที่รับผิดชอบ จำนวน 5 แห่ง ดังนี้

PP พาณิชย์ ลุมพินี 51 ราชดำเนิน FLY club One two three
เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสุ่มตรวจหาสารเสพติดของผู้ใช้บริการและพนักงานภายในร้าน ไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใด
ตรวจค้นยานพาหนะของนักท่องเที่ยวที่มีพฤติการณ์สุ่มเสี่ยงเกี่ยวข้องกับยาเสพติด พบนักท่องเที่ยว ร้าน One two three 2 ราย ซุกซ่อนยาเสพติดประเภทยาบ้า จำนวน 6 เม็ด พร้อมอุปกรณ์การเสพภายในรถ เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุม ควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ผลการปฏิบัติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยเจ้าหน้าที่ได้กำชับเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและมาตรการของทางภาครัฐอย่างเคร่งครัด เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย ดังนี้ ห้ามมิให้เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์เข้าใช้บริการห้ามจำหน่ายสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่เด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
การเปิด – ปิด สถานประกอบการตามเวลาที่กฎหมายกำหนด
ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด

ห้ามมิให้ผู้ใช้บริการพกพาอาวุธ /ยาเสพติด /สิ่งผิดกฎหมาย เข้ามาในสถานประกอบการ รวมถึงการกระทำความผิดตามกฎหมายในเรื่องการค้ามนุษย์ การค้าประเวณี และการพนัน
ให้มีพื้นที่จอดรถไว้รองรับการให้บริการลูกค้า และประชาสัมพันธ์ให้ผู้มาใช้บริการจอดรถในที่ที่จัดเตรียมไว้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาด้านการจราจร

ห้ามมิให้ใช้เสียงดังเกินความจำเป็น เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญทางเสียงแก่ผู้อื่นติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงให้พร้อมใช้งานและมีจำนวนที่เพียงพอ และให้มีช่องทางหนีไฟโดยมีสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายบ่งบอกให้ชัดเจน
ควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการ มิให้มีความหนาแน่นของผู้ใช้บริการภายในอาคาร สถานที่

เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์เบียดกันของคนจำนวนมาก เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินได้
ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นตามนโยบาย และข้อสั่งการขับเคลื่อน Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ พิฆาตยาเสพติด ของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนายอำเภอเมืองนครปฐม นายอำเภอ24ชั่วโมง
อำเภอพึ่งได้

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม ภาพ/ข่าว

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ฝ่ายปกครองตำบลไทรงาม ร่วมต้อนรับคณะกรรมการติดตาม ตรวจเยี่ยม และประเมินโครงการ “วัด ประชา รัฐ สร้างสุข” ประจำปี พ.ศ. 2569

วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2569 เวลา 9.00น ณ วัดไผ่สามตำลึง ตำบลไทรงาม อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม นายณรงค์วิทย์ พบพาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ร่วมให้การต้อนรับคณะกรรมการติดตาม ตรวจเยี่ยม และประเมินโครงการ “วัด ประชา รัฐ สร้างสุข” ระดับภาค ประจำปี พ.ศ. 2569

โดยมี นายอนุชา ใจช่วงโชติ นายอำเภอบางเลน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ภาคีเครือข่าย และประชาชนในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

ในการนี้ ฝ่ายปกครองตำบลไทรงาม นำโดย นายดุษดี ทองบัวศิริไล กำนันตำบลไทรงาม พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล และสารวัตรกำนันตำบลไทรงาม ได้เข้าร่วมให้การต้อนรับและสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้
โครงการ “วัด ประชา รัฐ สร้างสุข” เป็นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างวัด ชุมชน และหน่วยงานภาคีเครือข่าย

โดยมุ่งพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชน ตลอดจนส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่สะอาด เป็นระเบียบ ร่มรื่น และเอื้อต่อการสร้างสุขอย่างยั่งยืน อันเกิดจากพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในพื้นที่ฝ่ายปกครองตำบลไทรงามฝ่ายปกครองอำเภอบางเลนบำบัดทุกข์_บำรุงสุข_เพื่อประชาชน

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ รวบ 2 ผู้ต้องหา รับจ้างขนยาบ้าเกือบ 6 แสนเม็ด ยึดรถ CR-V กลางทางเข้าสวนยางหว้านใหญ่

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 05.30 น. เจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย.ฉก.ทพ.2103 ฉก.ทพ.21 สนธิกำลังหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมตรวจยึดยาบ้าประมาณ 588,000 เม็ด และรถยนต์ฮอนด้า CR-V สีดำ 1 คัน บริเวณถนนทางเข้าสวนยางพารา บ้านสองคอนใต้ หมู่ 2 ตำบลป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง พ.ต.ธนากร นาเหล็ก ผู้บังคับกองร้อย ฉก.ทพ.2103 ได้รับแจ้งจากสายลับว่าพื้นที่ดังกล่าวอาจถูกใช้เป็นจุดส่งมอบยาเสพติด จึงประสานกำลังร่วมกับหมวดปืนเล็กที่ 1 ร้อย.ร. กกล.สุรศักดิ์มนตรี, นรข.เขตนครพนม สถานีเรือมุกดาหาร, มว.ตชด.2341 และฝ่ายปกครองอำเภอหว้านใหญ่ วางแผนลาดตระเวนและซุ่มเฝ้าตรวจ


กระทั่งช่วงเช้ามืด เจ้าหน้าที่พบรถยนต์ฮอนด้า CR-V สีดำ ทะเบียน ขล 3892 เชียงใหม่ เข้ามาจอดในจุดดังกล่าว ก่อนพบชาย 2 คนช่วยกันแบกวัตถุต้องสงสัยขึ้นรถ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ ทั้งคู่ได้โยนวัตถุดังกล่าวลงพื้นและพยายามหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวไว้เพื่อตรวจสอบ

จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาชื่อนายภาคิน ศิริพงษ์(ป่อง) อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 261 หมู่ 3 ตำบลดงมอน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร และนายณัฐพล สุพร(โอม) อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ 1 ตำบลดงมอน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

ทั้งสองยอมรับว่าเสพยาบ้ามาก่อน และได้รับการว่าจ้างให้มารับยาบ้าตามจุดนัดหมาย เจ้าหน้าที่จึงตรวจค้นต่อหน้าผู้ต้องหาทั้งสอง ก่อนพบกระสอบบรรจุยาบ้า 3 กระสอบ อยู่ในป่าหญ้า 2 กระสอบ และภายในรถอีก 1 กระสอบ

ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบยาบ้า 294 มัด มัดละประมาณ 2,000 เม็ด รวมประมาณ 588,000 เม็ด โดยอยู่ระหว่างการตรวจนับอย่างละเอียด พร้อมตรวจยึดรถยนต์honda CR-V สีดำ หมายเลขทะเบียน ขล 3892 เชียงใหม่ ที่ใช้ในการกระทำความผิดอีก 1 คัน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมของกลาง และขยายผลเพื่อสืบสวนหาผู้ว่าจ้าง รวมถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ รร.อนุบาลมุกดาหาร ลุยจัด “อนุบาลเกมส์ 2569” สุดยิ่งใหญ่! มุ่งเสริมทักษะชีวิต ปลูกฝังน้ำใจนักกีฬา ณ สนามกีฬากลางจังหวัด

​มุกดาหาร – ระหว่างวันที่ 5–10 ตุลาคม 2569 โรงเรียนอนุบาลมุกดาหาร ได้เปิดฉากมหกรรมแข่งขันกีฬาภายในประจำปี “อนุบาลเกมส์” ประจำปีการศึกษา 2569 อย่างยิ่งใหญ่และคึกคัก ณ สนามกีฬากลางจังหวัดมุกดาหาร เพื่อส่งเสริมศักยภาพของเยาวชนทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นำโดย ดร.ปรัชญา มานะวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลมุกดาหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ร่วมแรงร่วมใจจัดงานอย่างมีระบบ โดยได้รับเกียรติจาก

นายวีระพงษ์ ทองผา รองประธานชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย มาเป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานของเหล่านักเรียนและผู้ปกครองที่มาร่วมให้กำลังใจ

บรรยากาศตลอดการแข่งขันเป็นไปอย่างมีชีวิตชีวา เด็ก ๆ ได้แสดงออกถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจ และความรักสามัคคีผ่านประเภทกีฬาต่าง ๆ ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของการจัดงาน ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นให้เด็ก ๆ มีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงและรู้จักใช้เวลา

ว่างให้เกิดประโยชน์เท่านั้น แต่ยังเน้นย้ำการปลูกฝัง “น้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย” เสริมสร้างระเบียบวินัย ตลอดจนส่งเสริมการใช้กิจกรรมกีฬาเป็นเกราะป้องกันให้เยาวชนห่างไกลจากยาเสพติดอย่างยั่งยืน ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ฝ่ายปกครองตำบลไทรงาม ร่วมต้อนรับ ส.ส. ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัย กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และผู้พิการ

วันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลา 11.30 น ในพื้นที่ตำบลไทรงามหมู่ที่ 1 หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 4 ฝ่ายปกครองตำบลไทรงาม นำโดย นายดุษดี ทองบัวศิริไล กำนันตำบลไทรงาม พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลไทรงาม อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรบางเลน

ร่วมให้การต้อนรับ พันเอกสุขชาติ สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต 4 พร้อมคณะทำงานและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม เขต 1 เขต 2 และเขต 3 ซึ่งลงพื้นที่มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย

ในการนี้ ได้ร่วมลงพื้นที่มอบถุงยังชีพในพื้นที่หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 4 ตำบลไทรงาม โดยมุ่งให้ความช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้าน ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น พร้อมสอบถามความเป็นอยู่และมอบกำลังใจแก่ประชาชนและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ ฝ่ายปกครองตำบล

ไทรงามพร้อมประสานความช่วยเหลือและดูแลพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด ขอส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกครัวเรือน ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และขอให้สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ฝ่ายปกครองตำบลไทรงาม ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ดูแลกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ
อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ การตรวจพื้นที่หน่วยเลือกตั้งในจังหวัดนครปฐม

วันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น.พลตำรวจตรี พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐมมอบให้พันตำรวจเอก วรัญญู กุลดิลก รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐมเป็น ผู้อำนวยการประจำศูนย์พร้อมด้วยพันตำรวจเอก อชิรวัตติ์ ถาวรเจิรญวัติ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐมพันตำรวจโท ตะวัน วัฒนะรังสรรค์รองผู้กำกับการป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐมตรวจหน่วยเลือกตั้งและการ

ปฏิบัติหน้าที่การรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้งประกันสังคมผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตน 2559 ณ อาคารเอนกประสงค์ โรงเรียนเทศบาล 1 วัดพระงาม (สามัคคีพิทยา) จำนวน 14 หน่วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำหน่วยเลือกตั้งทั้ง 14 หน่วย รายงานสถานการณ์เปิดหีบเลือกตั้งฯ ปกติ การจารจรบริเวณโดยรอบหน่วยเลือกตั้ง สัญจรได้ปกติ ปริมาณรถไม่หนาแน่น ไม่พบผู้กระทำความผิดกฏหมายเลือกตั้ง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / จัดกิจกรรมแข่งขันวิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก “สนามที่ 2 วิ่งเลาะเวียง ‘เวียงสา’ จังหวัดน่าน” ภายใต้โครงการบูรณาการการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัด

จังหวัดพะเยา โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา และจังหวัดน่าน สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน จัดกิจกรรมแข่งขันวิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก “สนามที่ 2 วิ่งเลาะเวียง ‘เวียงสา’ จังหวัดน่าน” ภายใต้โครงการบูรณาการการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัด กิจกรรมหลักส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กิจกรรมย่อย

“วิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และพัฒนาเศรษฐกิจผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 กิจกรรมดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10–11 ตุลาคม 2569 ณ ข่วงเวียงสา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน โดยมีนางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดพิธี อีกทั้งผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรมและสนับสนุนการดำเนินงาน

สำหรับสนามที่ 2 วิ่งเลาะเวียง “เวียงสา” จังหวัดน่าน มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมและผู้ติดตามประมาณ 1,000 คน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ประกอบด้วยการแข่งขันและกิจกรรมการวิ่ง 4 ระยะ ได้แก่ KILO RUN “วิ่ง กิน เที่ยว” ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร, FUN RUN 5 กิโลเมตร, HALF MARATHON 21 กิโลเมตร และ FULL MARATHON 42 กิโลเมตร โดย KILO RUN จัดขึ้นในวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “วิ่ง กิน เที่ยว” มีจุดรับประทานอาหารท้องถิ่นตลอดเส้นทาง จำนวน 6 จุด ได้แก่ ลาบปลาเวียงสา คุกกี้งาขี้ม่อน ข้าวหลามแม่สมจิตร ซาลาเปาศรีแป๋ม ขนมถังแตกลุงนะ และขนมปาดบ้านไหล่น่าน เพื่อให้นักวิ่งได้สัมผัสรสชาติและอัตลักษณ์ด้านอาหาร

ของชุมชน ขณะที่การแข่งขันระยะ 5, 21 และ 42 กิโลเมตร ดำเนินการในวันที่ 11 ตุลาคม 2569กิจกรรม “วิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “1 ก้าววิ่ง 100 เรื่องราว ตำนาน4 เวียงโบราณ” มุ่งเชื่อมโยงการออกกำลังกายเข้ากับการท่องเที่ยว โดยเปิดโอกาสให้นักวิ่งและผู้ติดตามได้สัมผัสอัตลักษณ์ด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และแหล่งท่องเที่ยวของพื้นที่ ผ่านกิจกรรมกีฬาเพื่อ

การท่องเที่ยว ควบคู่กับการกระจายรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน เป็นพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชนที่มีเอกลักษณ์ อีกทั้ง มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ อาทิพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์รอยพระบาท พระพุทธยักษ์ วัดบ้านขึ่งเจริญ น่านปางช้าง พระธาตุแดนทอง บ้านน้ำมวบ และพระพุทธเจ้าองค์ขาว วัดนาไลย

ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับกิจกรรมการท่องเที่ยวและสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่ผสมผสาน กีฬา สุขภาพ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ภายใต้แนวคิด “วิ่ง กิน เที่ยว” เพื่อให้นักวิ่งและนักท่องเที่ยวได้ออกเดินทางไปสัมผัสเรื่องราว ของเวียงสา พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่การจัดงานในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคีเครือข่าย และชุมชนในพื้นที่ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ

เพื่อให้การจัดกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว “Check-in & Share” ชวนนักวิ่งและนักท่องเที่ยวเดินทางเช็กอินแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในอำเภอเวียงสา จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์รอยพระบาท พระพุทธยักษ์ วัดบ้านขึ่งเจริญ น่านปางช้าง พระธาตุแดนทอง บ้านน้ำมวบ และพระพุทธเจ้าองค์ขาว วัดนาไลย เพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อันจะช่วยสร้างการรับรู้และกระตุ้นการท่องเที่ยวของอำเภอเวียงสาและจังหวัดน่าน

ทั้งนี้ การจัดกิจกรรม “วิ่งเลาะเวียง เวียงสา” สนามที่ 2 นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่นำกีฬาและการท่องเที่ยวมาเชื่อมโยงกัน โดยมุ่งหวังให้นักวิ่ง นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และชุมชนได้มีส่วนร่วมในการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย พร้อมทั้งส่งเสริมการกระจายรายได้และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรมนอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากที่พัก โรงแรม ร้านอาหาร และผู้ประกอบการด้านบริการในพื้นที่ โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถใช้หมายเลขประจำตัวนักวิ่ง (BIB) เป็นส่วนลดสำหรับเข้าพักหรือใช้บริการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งได้ประชาสัมพันธ์ผ่านเพจโครงการ วิ่งเลาะเวียง เมืองล้านนาตะวันออก

บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมช่าวสมาคมฯรายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ เปิดวาร์ปคนข้างกาย “แม่ภัทร” ที่แท้ไม่ใช่ใครที่ไหน! “บอสแอน” เจ้าแม่วงการบันเทิง ดีกรีประธานบริหารค่ายเพลงดัง คัมแบ็กดูแลคิวงานใกล้ชิด!

หลายคนอาจสงสัยว่า ใครกันนะที่คอยอยู่เคียงข้างและดูแล “แม่ภัทร” อย่างใกล้ชิดในช่วงนี้ วันนี้ขอเปิดวาร์ปให้รู้กันชัด ๆ ว่าไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ “บอสแอน” อดีตผู้จัดการคู่ใจของแม่ภัทร ที่กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง พร้อมดีกรีไม่ธรรมดา!สำหรับ “บอสแอน” ถือเป็นอีกหนึ่งสาวเก่งมากความสามารถที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการบันเทิง

จนได้รับฉายา “เจ้าแม่วงการบันเทิง” ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานบริหารค่ายเพลง นายพลเอ็นเตอร์เทนเมนท์ อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการดูแลงานด้านการตลาดให้กับ CEO ของบริษัทชั้นนำหลายแห่ง ครอบคลุมทั้งธุรกิจสื่อ ข่าว โฆษณา และรายการโทรทัศน์

ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงยังได้รับความไว้วางใจให้เป็นที่ปรึกษาของเวทีประกวดและกิจกรรมต่าง ๆ อีกหลายเวที เรียกว่ามีประสบการณ์ครบเครื่องทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังวงการบันเทิงอย่างแท้จริง

ล่าสุด “บอสแอน” คัมแบ็กกลับมารับหน้าที่ดูแล “แม่ภัทร” อีกครั้ง ทั้งการประสานงาน คัดกรองงาน ดูแลตารางคิว และวางแผนงานต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกงานดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

งานนี้เรียกว่าเป็นการกลับมาผนึกกำลังของสองคนคุ้นเคย ที่พร้อมเดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานและโอกาสใหม่ ๆ ในวงการบันเทิง ส่วนแฟน ๆ ที่คิดถึงแม่ภัทร รวมถึงผู้จัดงานและเจ้าของแบรนด์ที่สนใจร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นงานอีเวนต์ งานโชว์ตัว งานพรีเซนเตอร์ งานโฆษณา รายการโทรทัศน์

หรือกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและเช็กคิวงานได้โดยตรง ติดต่อและเช็กคิวงาน “แม่ภัทร” LINE ID: p.ann789 บอกเลยว่าเมื่อ “เจ้าแม่วงการบันเทิง” กลับมาดูแลคนคุ้นเคยอีกครั้ง งานนี้แฟน ๆ เตรียมติดตามความเคลื่อนไหวและผลงานใหม่ ๆ ของแม่ภัทรกันได้เลย!

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ เปิดโกดังมุกดาหาร แกะรอยขายออนไลน์! ! ยึดไฟแช็ก TAIYO ปลอมกว่า 1 หมื่นชิ้น ปมขายผ่าน TikTok

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของนายนที พรหมภักดี นายอำเภอเมืองมุกดาหาร มอบหมายให้ นางสาวธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี ปลัดอำเภอ กลุ่มงานความมั่นคง นำชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง (สิงห์เมืองมุก)

พร้อมสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ร้อย อส.อ.เมืองมุกดาหาร 2 บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 เข้าตรวจค้นและตรวจยึดสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าภายในโกดังเลขที่ 103 บ้านบุ่งอุทัย หมู่ 10 ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.4 ตรวจพบการจำหน่ายไฟแช็กที่ปลอมเครื่องหมายการค้าของบริษัท ไทยเมอร์รี่ จำกัด ภายใต้ยี่ห้อ TAIYO ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ TikTok จึงเร่งสืบสวนรวบรวมข้อมูลและติดตามกลุ่มผู้เกี่ยวข้อง จนทราบว่ามีการนำสินค้าเข้ามาเก็บรักษาไว้ภายในโกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร

เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดมุกดาหาร ก่อนเข้าตรวจค้นสถานที่ดังกล่าว และพบสินค้าต้องสงสัยปลอมเครื่องหมายการค้า รวมถึงอุปกรณ์และวัสดุที่เกี่ยวข้องกับการบรรจุสินค้าเป็นจำนวนมาก

ผลการตรวจค้นสามารถตรวจยึดไฟแช็กที่ปลอมเครื่องหมายการค้าของบริษัท ไทยเมอร์รี่ จำกัด ยี่ห้อ TAIYO ได้รวมประมาณ 10,730 ชิ้น แบ่งเป็นสินค้าบรรจุในกล่อง 166 กล่อง รวมประมาณ 8,300 ชิ้น บรรจุในพลาสติกกันกระแทก 99 ห่อ รวมประมาณ 180 ชิ้น และบรรจุในถาดสำหรับใส่ไฟแช็ก 45 ถาด รวมประมาณ 2,250 ชิ้น

นอกจากนี้ ยังตรวจยึดหน่วยเก็บข้อมูลแบบ SD Card จำนวน 2 ชิ้น และกล่องพัสดุสำหรับบรรจุไฟแช็กอีก 3 แพ็ก แพ็กละ 200 ชิ้น รวม 600 ชิ้น เพื่อนำไปประกอบการตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

ภายหลังการตรวจยึด เจ้าหน้าที่ได้จัดทำบันทึกการตรวจยึด พร้อมนำของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงตรวจสอบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ต่อไป

ทั้งนี้ ผู้ต้องสงสัยและผู้เกี่ยวข้องยังต้องได้รับการพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการยุติธรรม โดยรายละเอียดเกี่ยวกับผู้กระทำความผิดและเครือข่ายการจำหน่ายจะต้องรอผลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ผบช.ภ.2 ตั้งโรงครัวพระราชทานช่วยน้ำท่วมชาวบ้านบางคล้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธรากร เลิศพรเจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา นำคณะผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมดำเนินการจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน ที่อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อประกอบอาหารช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง

โดยมี พ.ต.อ.สมชาย อยู่สวัสดิ์, พ.ต.อ.ชัยพร ทองนาเพียง, พ.ต.อ.ชวรัตน์ สสิวงศ์, พ.ต.อ.สหัส ใจเย็น และ พ.ต.อ.กิตติสันห์ ชะนะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุมิตร พรมตอง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางคล้า และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมขับเคลื่อนภารกิจช่วยเหลือประชาชนอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับการช่วยเหลือในครั้งนี้ โรงครัวพระราชทานได้ประกอบอาหารปรุงสุกเมนูไก่กระเทียมพร้อมไข่ต้ม จำนวน 800 กล่อง เพื่อแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย พร้อมมอบนม UHT ตราไทย-เดนมาร์ค จำนวน 200 ลัง รวม 7,200 กล่อง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย–นครปฐม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและส่งต่อกำลังใจแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

พล.ต.ท.วสันต์ ให้ความสำคัญกับการดูแลทุกข์สุขของประชาชน โดยมุ่งเน้นให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และไม่ทอดทิ้งผู้ที่กำลังเผชิญความยากลำบาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดบ้าน และประชาชนในพื้นที่ห่างไกลที่เข้าถึงความช่วยเหลือได้ยาก พร้อมเน้นย้ำการประสานงานระหว่างหน่วยงานเพื่อให้การช่วยเหลือเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของตำรวจภูธรภาค 2 ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชน ทั้งด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยและการบรรเทาสาธารณภัย โดยยึดความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมยืนเคียงข้างและร่วมฝ่าฟันวิกฤตอุทกภัยไปด้วยกัน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ โครงการ “กินเจปันสุข อิ่มบุญ อิ่มใจ” ประจำปี พ.ศ. 2569 (วันที่ 10 ตุลาคม 2569)

อบจ.นครปฐม การนำของ นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นางวิลาสินี สะสมทรัพย์ ภริยา, นายวีรวิชญ์ สะสมทรัพย์ บุตรชาย, สมาชิกสภาฯ, หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ อบจ.นครปฐม และผู้มีจิตอาสา

ร่วมกันเตรียมอาหารเจ เพื่อบริการพี่น้องประชาชน
โดยได้รับความกรุณาจาก คุณแม่ สุภาพร สะสมทรัพย์ มารดา ท่านนายกฯ เป็นผู้กำกับดูแลในทุกขั้นตอน เพื่อให้พี่น้องประชาชน ได้รับประทานอาหารที่ สด สะอาด อร่อย มีคุณภาพ
อบจ.นครปฐม

ขอขอบพระคุณ จิตอาสา และผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ที่สละเวลามาร่วมแรงร่วมใจจัดเตรียมอาหารเจ และท่านที่ได้บริจาคสิ่งของ วัตถุดิบ เพื่อใช้ประกอบอาหารเจในครั้งนี้

สำหรับใครที่ยังไม่ได้มา หรืออยากมาอิ่มบุญด้วยกันอีก สามารถมารับประทานอาหารเจ (มื้อกลางวัน) ฟรี ได้ทุกวัน!
ตั้งแต่วันที่ 10 – 18 ตุลาคม 2569เวลา 11.30 – 13.00 น ณ สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม

กินเจปันสุขอิ่มบุญอิ่มใจ อบจ นครปฐม กินเจฟรีนครปฐม เทศกาลกินเจ2569
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ รองผบก.ภ.จว.นครปฐม(จร) ร่วมหารือแก้ไขปัญหา อำนวยความสะดวกให้ประชาชน ที่มาใช้บริการโรงพยาบาลนครปฐม

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม มอบให้พ.ต.อ.กฤษณัฐ วงษ์กล้าหาญรอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม(จร)

พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธนากฤติ เนตรเกื้อกูล รอง ผกก.จร.สภ.เมืองนครปฐม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หารือร่วมกับ นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผอ.รพ.นครปฐม

ในการแก้ไขปัญหาการจราจร บริเวณถนนเทศา หน้าโรงพยาบาลนครปฐม และศึกษาวิเคราะเพิ่มเติมเกี่ยวกับทางข้าม

พร้อมสัญญาณไฟ มุ่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มาใช้บริการโรงพยาบาลนครปฐม และเพิ่มความปลอดภัย

ในการข้ามถนน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างวางแผน แนวทางการติดตั้ง ณ รพ.นครปฐม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม จว.นครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ “สุขใจเมื่อได้แบ่งปัน” และถุง“ธารน้ำใจ ตร.ภูธรภาค 7 ”เจ้หนิงชัยศรี ประธาน กต.ตร.สภ.นครชัยศรี‘ ลุยน้ำท่วม มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่นครชัยศรี

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่ เวลา 16.00 น.คุณสุรภาพร จิรักษา (เจ้หนิงชัยศรี) ประธาน กต.ตร.สภ.นครชัยศรีและประธานกลุ่มบ้านใหญ่ใจดีพร้อมด้วย สจ.บรรทููล สนน้อย สจ.นครชัยศรี

นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วย นายเกรียงศักดิ์ รื่นนุสาร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ลานตากฟ้า

ร่วมลงพื้นมอบถุงยังชีพ ให้กับผู้ประสบอุกทกภัย ณ ตำบลลานตากฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมด้วยตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พร้อมคณะแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ร่วมกับ สภ.นครชัยศรี โดย พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุนทร ผกก.สภ.นครชัยศรี และกต.ตร.สภ.นครชัยศรี

โดยคุณสุรภาพร จิรักษา(เจ๊หนิง ชัยศรี) ประธานกต.ตร.สภ.นครชัยศรี ตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (น้ำท่วม) โดยมี พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม คุณปุญภา อุปพงษ์

ประธานแม่บ้านตำรวจ ภ.จว.นครปฐม นำคณะแม่บ้านตำรวจและข้าราชการตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม โดยมุ่งหวังบรรเทาความเดือดร้อน

ให้กำลังใจ และส่งต่อความห่วงใย โดยอำเภอนครชัยศรี ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม และสถานีตำรวจภูธรนครชัยศรี
“สุขใจเมื่อได้แบ่งปัน” และถุง“ธารน้ำใจตำรวจภูธรภาค 7 ”
พร้อมเคียงข้างให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

ทั้งนี้ อำเภอนครชัยศรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ รร.คงทอง จัดพิธีต้อนรับผู้อำนวยการ รร.ภัทรญาณวิทยา เนื่องในโอกาสย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผอ.รรคงทองวิทยา คนใหม่

9 ตุลาคม 2569นายกัมพล โพธิ์ระดก ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนคงทองวิทยา คนใหม่โดยมี พลอากาศเอก เฉลิมชัย ศรีสายหยุด อดีตเจ้ากรมยุทธการทหารอากาศเป็นประธานในพิธี

พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ดร.มนต์เมืองใต้ รอดอยู่ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนราชินีบูรณะ ประธานเครือข่ายส่งเสริมและสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดนครปฐม และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจังหวัดนครปฐม, พร้อมด้วย ส.ส. ปฐมพงศ์ สูญจันทร์ สภาผู้แทนราษฎรชุดที่25 และคณะผู้บริหาร พร้อมด้าย

โรงเรียนวัดสามง่าม (คงทองอนุสรณ์) นำโดย ดร.สุทธิวัฒน์ มากมี ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมด้วย นางสาวภัทณี บรรจง นางสาวรติกร พุฒิประภา และ นายศุภธัช มนต์คล้ำ รองผู้อำนวยการโรงเรียน ได้เข้าร่วมแสดงยินดี และยังมี สมาคมผู้ปกครองและ

คณะครูโรงเรียนคงทองวิทยา สมาคมศิษย์เก่าคงทองวิทยาคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานคณะผู้บริหารข้าราชการครูและนักเรียน เข้าร่วมแสดงความยินดีอีกด้วย
ณ หอประชุมโรงเรียนคงทองวิทยา
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พัฒนาชุมชน จ.สิงห์บุรี จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันก่อตั้งกรมการพัฒนาชุมชน ครบรอบ 64 ปี มุ่งมั่นขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากมั่นคงอย่างยั่งยืน

วันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 07.00 น. สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันก่อตั้งกรมการพัฒนาชุมชน ครบรอบ 64 ปี (1 ตุลาคม 2569) เพื่อระลึกถึงความสำคัญ ความภาคภูมิใจในการทำงานพัฒนาชุมชน ตลอดจนสร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรในการร่วมกันขับเคลื่อนงานเพื่อพี่น้องประชาชน

กิจกรรมในครั้งนี้ นำโดย นายกิตติเชษฐ์ ทุ่งสะโร ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วยบุคลากรสังกัดสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี และภาคีเครือข่ายการพัฒนา เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง โดยเริ่มจากพิธีทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคล ต่อเนื่องด้วยการร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ทำความสะอาดและปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณวัด เพื่อสร้างความรักความสามัคคีในหมู่คณะและร่วมทำนุบำรุงสถานที่สำคัญทางศาสนา

จากนั้น นายกิตติเชษฐ์ ทุ่งสะโร ได้เป็นตัวแทนอ่านสารแสดงความปรารถนาดีจาก นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ส่งตรงถึงข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้นำชุมชน และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ซึ่งมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า
“ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ร่วมกันสร้างเศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษที่ผ่านมา ความสำเร็จนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากความเสียสละ หยาดเหงื่อ และ

ความตรากตรำของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกยุคทุกสมัย ที่ได้อุทิศตนลงพื้นที่ทำงานอย่างใกล้ชิด เคียงบ่าเคียงไหล่พี่น้องประชาชน เพื่อร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมแก้ปัญหาอย่างไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก ท่ามกลางบริบททางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลง ความมุ่งมั่นและการอุทิศตนเหล่านั้นได้หล่อหลอมจนเกิดเป็น ‘ความไว้วางใจของประชาชน’ และเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งที่ทำให้กรมการพัฒนาชุมชนยืนหยัดเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนเสมอมา”

ในการนี้ เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน นายกิตติเชษฐ์ ทุ่งสะโร ได้ให้เกียรติเป็นประธานมอบเกียรติบัตรแก่ผู้ทำคุณประโยชน์และหน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ดังนี้

  1. ประกาศเกียรติบัตรข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการดีเด่น กรมการพัฒนาชุมชน ประจำปี 2569
    • ประเภทพัฒนาการอำเภอ: นางสาวนพรัตน์ ประทีปทอง พัฒนาการอำเภอค่ายบางระจัน
    • ประเภทวิชาการ: นายธนารัตน์ จันทร์มา นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ
    • ประเภทพัฒนากรขวัญใจชุมชน: นางสาวเกศรา วงษ์วัฒน์ นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ
  2. ประกาศเกียรติบัตรแก่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น
    • รางวัลชนะเลิศ: สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอท่าช้าง (สพอ.ท่าช้าง)
  1. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1: สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภออินทร์บุรี (สพอ.อินทร์บุรี)
  2. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2: สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองสิงห์บุรี (สพอ.เมืองสิงห์บุรี) และ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอค่ายบางระจัน (สพอ.ค่ายบางระจัน)
  3. รางวัลชมเชย: สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอพรหมบุรี (สพอ.พรหมบุรี) และ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบางระจัน (สพอ.บางระจัน)
  4. วุฒิบัตรรับรองความรู้ความสามารถ อาสาพัฒนา (อสพ.) รุ่นที่ 7 จำนวน 1 ราย
    • นางสาวกัญญาวีร์ ใจดี ตำแหน่ง อาสาพัฒนาชุมชน อำเภอบางระจัน

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลทุกท่าน และพร้อมที่จะมุ่งมั่นสืบสานอุดมการณ์การทำงานเคียงข้างประชาชน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป
ภาพข่าว/ บุญเลิศ ผลอุดม #สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ ประจำจังหวัดสิงห์บุรี

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / รมต.การกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ รมช. ลงพื้นที่ตรวจราชการในพื้นที่จ.สุโขทัย. 9-10 ตุลาคม 2569

ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 17.00 น. วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2569
เวลา 13.50 น.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช) และคณะ เดินทางถึงห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย ต. บ้านกล้วย อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย
กล่าวต้อนรับ โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย

นำเสนอประเด็น “การบริหารจัดการน้ำจังหวัดสุโขทัย” โดยผู้แทนกรมชลประทาน
1.สถานการณ์น้ำในปัจจุบันและการบริหารจัดการน้ำ
2.โครงการพัฒนาแหล่งน้ำสำคัญที่อยู่ในระหว่างดำเนินการ
2.1 โครงการปรับปรุงคลองยม – น่าน งบประมาณปี 2563-2571
2.2 โครงการคลองชักน้ำแม่น้ำยมฝั่งขวา งบประมาณปี 2568 – 2573

2.3 โครงการแก้มลิงทุ่งหนองคล้อ งบประมาณปี 2570 – 2572
2.4 โครงการศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัยซ้ำซากจังหวัดสุโขทัยงบประมาณปี 2570-2571
3. แผนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในอนาคต
3.1 โครงการคลองผันน้ำฝั่งตะวันตกเมืองสุโขทัย (บายพาส) ความยาว 45 กม.
3.2 โครงการพื้นที่ลุ่มต่ำปากพระ (SK6)
3.3 โครงการพัฒนาแหล่งน้ำลุ่มน้ำแม่รำพัน

  • ระบบส่งน้ำอ่างแม่กองค่าย
  • ประตูระบายน้ำ – ฝาย
    3.4 ระบบส่งน้ำแก้มลิงทุ่งหนองคล้อไปแก้มลิงวังทองแดง
  1. แผนที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน
    4.1 โครงการเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำ อำเภอสวรรคโลก (ตำบลปากน้ำ)อำเภอศรีสำโรง (ตำบลสามเรือน ตำบลวังลึก ตำบลเกาะตาเลี้ยง) อำเภอเมืองสุโขทัย
    (ตำบลบ้านสวน ตำบลตาลเตี้ย) จังหวัดสุโขทัย /
    (ก่อสร้างคลองส่งน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กนิคมสหกรณ์ 3 และคลองเชื่อมแม่น้ำยมเก่าถึงคลองวงฆ้อง)
    4.2 โครงการเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำในเขตพื้นที่ชลประทาน ตำบลไกรใน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย /
    (ก่อสร้างท่อระบายน้ำพร้อมระบบส่งน้ำ จำนวน 5 แห่ง)
    4.3 โครงการปรับปรุงเพิ่มความจุทุ่งทะเลหลวง ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยสะเดา. โดยทั้งนี้นาย มงคล เปาเล นายกสมาคมชาวไร่อ้อยศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ได้มอบของฝากเป็นขนมที่ผลิตในจังหวัดสุโขทัยที่ขึ้นชื่อในความอร่อย.พร้อมได้ยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการช่วยเหลือเรื่องขอคงามช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อย.1.เงินช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสด.ตันละ120บาท 2.ราคาอ้อยปีการผลิต2569/2575ที่มีราคาต่ำกว่าต้นทุน .ไม่คุ้มค่าต่อการผลิตของเกษตรกร ชาวไร่อ้อย.ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้รับหนังสือไว้ .
    กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / สพม.น่าน จัดพิธีเปิดกิจกรรม “SPARK 3วิ วิถีน่าน สู่มาตรฐานสากล” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มุ่งแสดงศักยภาพนักเรียนบนพื้นฐานพหุปัญญา

สพม.น่าน จัดพิธีเปิดกิจกรรม “SPARK 3วิ วิถีน่าน สู่มาตรฐานสากล” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มุ่งแสดงศักยภาพนักเรียนบนพื้นฐานพหุปัญญา

วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 17.00 น. ดร.วิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “SPARK 3วิ วิถีน่าน สู่มาตรฐานสากล” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน

โดยมี นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวต้อนรับประธานและผู้เข้าร่วมงาน พร้อมด้วย นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ดร.ศิริโชค พิพัฒน์เสถียรกุล ศึกษาธิการจังหวัดน่าน ผู้

อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ ข่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาในจังหวัดน่านให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด โดยเชื่อมโยง Soft Power วัฒนธรรมวิถีน่านสู่มาตรฐานสากล บนพื้นฐานพหุปัญญาที่ครอบคลุมสมรรถนะและทักษะในศตวรรษที่ 21 ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่

ด้านวิชาการ วิชาชีพ และวิชาชีวิต ตามหลักพุทธธรรม ซึ่งภายในงานมีการจัดแสดงผลงานนวัตกรรมทางการศึกษา นิทรรศการแสดงศักยภาพและความสามารถของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน เพื่อมุ่งเน้นการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนต่อไป

#สพฐ #สพม #น่าน #SPARK3วิ #วิถีน่านสู่มาตรฐานสากล #ข่วงเมืองน่าน #SoftPowerน่าน #ศักยภาพนักเรียนน่าน #สพมมัธยมศึกษาน่าน #องค์กรแห่งคุณภาพคู่คุณธรรมขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่อนาคตที่ยั่งยืน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมช่าวสมาคมฯรายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ฟ้าคราม พระอาทิตย์ขาว แทนใจรักจากเด็กชายผู้ไม่รู้ชาติกำเนิด สู่ผู้สร้างอนาคตด้วยสองมือ RENAISSANCE OF TAIWANFollow to My Father’s Footsteps

เรื่องย่อ..ย้อนกลับไปเมื่อราว 90 ปีก่อน ท่ามกลางชนบทของไต้หวันที่🇹🇼ต้องเผชิญกับความแห้งแล้งและความยากลำบาก หลายครอบครัวมีลูกจำนวนมากเกินกว่าจะเลี้ยงดูได้ พ่อแม่บางคนจึงจำใจมอบลูกให้ครอบครัวที่มีฐานะหรือผู้ที่ต้องการบุตรนำไปอุปการะ เพื่อแบ่งเบาภาระและหวังว่าลูกจะมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม

“เตชิน” คือหนึ่งในเด็กเหล่านั้นเขาถูกนำมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเล็กจนไม่อาจจดจำได้ว่าพ่อแม่ที่แท้จริงคือใคร เตชินเติบโตขึ้นในครอบครัวเศรษฐีร่วมกับพี่น้องอีกสองคน ทุกคนใช้ชีวิตเสมือนเป็นสายเลือดเดียวกัน โดยไม่มีใครล่วงรู้ว่าแท้จริงแล้ว เด็กทั้งสามมิได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดต่อกันเลยความจริงถูกเก็บซ่อนไว้เป็นเวลาหลายปี

กระทั่งวันที่เตชินเข้ารับการเกณฑ์ทหาร เขาได้เห็นเอกสารสำคัญและค้นพบความจริงว่า ตนเองไม่ใช่บุตรแท้ ๆ ของครอบครัวที่เลี้ยงดูมา โลกที่เขาเคยเชื่อมั่นจึงเปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืนขณะเดียวกัน ภายในบ้านเศรษฐีก็เต็มไปด้วยความขัดแย้ง เมื่อหญิงคนใหม่ของผู้เป็นพ่อเข้ามามีบทบาทในครอบครัว ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในบ้านเริ่มแตกร้าว เตชินและพี่น้องต้องเผชิญทั้งแรงกดดัน ความไม่เข้าใจ และปัญหาที่สะสมขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ท่ามกลางความสับสนในชีวิต เตชินได้พบกับ “ซิ่วฟ่ง” ลูกสาวของเจ้าของอู่ซ่อมรถจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างสองครอบครัวเกิดขึ้นในวันที่รถของเศรษฐีเสียอยู่กลางทาง และครอบครัวของซิ่วฟ่งได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน จากน้ำใจเล็ก ๆ ในวันนั้น กลายเป็นมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างสองครอบครัว และทำให้เตชินกับซิ่วฟ่งค่อย ๆ ได้เรียนรู้และเข้าใจกันมากขึ้น

ต่อมา⭐️ ครอบครัวของซิ่วฟ่งประสบปัญหาทางการเงิน จำเป็นต้องนำที่ดินไปจำนองกับครอบครัวเศรษฐี ความผูกพัน บุญคุณ และความสัมพันธ์ของทั้งสองครอบครัวจึงยิ่งซับซ้อนขึ้นแต่สำหรับเตชิน ความกดดันภายในบ้านทำให้เขาเริ่มตั้งคำถามกับอนาคตของตนเองเขาไม่ต้องการใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เงาของครอบครัวตลอดไปเตชินจึงไปขอคำปรึกษาจากครูผู้เป็นที่เคารพ และได้รับคำแนะนำถึงดินแดนแห่งหนึ่งซึ่งกำลังเปิดกว้างสำหรับผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และความกล้าที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่

🇹🇭ดินแดนนั้นคือ “ประเทศไทย”🇹🇭ตั้งแต่นั้นมา เตชินทุ่มเทให้กับการศึกษาอย่างจริงจัง เขาเรียนรู้ทั้งวิชาการ เทคโนโลยี การผลิตชิ้นส่วน และการสร้างแบบจำลองเครื่องจักรและรถยนต์ ด้วยความเชื่อว่า ความรู้คือทุนเพียงอย่างเดียวที่ไม่มีใครพรากไปจากเขาได้ในที่สุด ชายหนุ่มจากไต้หวันตัดสินใจเสี่ยงชีวิตข้ามน้ำข้ามทะเลมายังประเทศไทยเขาเริ่มต้นชีวิตใหม่จากศูนย์ในย่าน เยาวราช

ไม่มีทรัพย์สิน ไม่มีอำนาจ และแทบไม่มีคนรู้จัก สิ่งที่เตชินมีติดตัวมาคือความรู้ ความขยัน ความอดทน และความเชื่อว่าสักวันหนึ่งเขาจะสร้างอนาคตได้ด้วยมือของตนเองโชคชะตาพาให้เขาได้พบกับเถ้าแก่ผู้มองเห็นความสามารถและเปิดโอกาสให้เตชินทดลองพัฒนา แคปซูลยา ในยุคที่ยาลูกกลอนยังเป็นรูปแบบยาที่พบเห็นได้ทั่วไป ความสำเร็จครั้งนั้นกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต และทำให้ชื่อของเตชินเริ่มเป็นที่รู้จักในแวดวงการผลิต

โอกาสครั้งใหญ่กว่านั้นมาถึง เมื่อเขาได้พบกับนักธุรกิจจากประเทศญี่ปุ่นซึ่งกำลังมองหาพันธมิตรเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ในประเทศไทยความรู้ด้านเทคโนโลยีที่เตชินสั่งสมมาตลอดชีวิตจึงถูกนำมาใช้ เขามีส่วนในการพัฒนาแบบจำลองและชิ้นส่วนสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงงานที่เชื่อมโยงกับการผลิตรถยนต์ในประเทศไทย

จากเด็กชายผู้เคยไม่รู้แม้กระทั่งว่าพ่อแม่แท้ ๆ ของตนคือใคร เตชินค่อย ๆ กลายเป็นนักธุรกิจที่สามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเองเมื่อชีวิตเริ่มมั่นคง เขาจึงกลับไปหาซิ่วฟ่ง และพาครอบครัวพร้อมลูกทั้งสี่คนเดินทางมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในประเทศไทยที่นี่ ครอบครัวของเขาได้รับทั้งมิตรภาพ ความเมตตา และโอกาสจากผู้คนรอบข้างเตชินไม่เคยลืมบุญคุณของแผ่นดินที่เปิดประตูให้เขาในวันที่แทบไม่มีอะไรติดตัวมาเมื่อกิจการเติบโต เขาจึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงการสร้างความมั่งคั่งให้ครอบครัว แต่เลือกนำความสำเร็จกลับคืนสู่สังคม

เขาก่อตั้ง โรงเรียนสอนภาษาจีนและเทคโนโลยี เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้จากไต้หวัน เชื่อมโยงการศึกษา โรงงาน และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร เปิดโอกาสให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้รับการฝึกฝนจนกลายเป็นแรงงานฝีมือที่มีคุณภาพแนวคิดดังกล่าวมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาผู้คนและภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการตลอดชีวิต เตชินยังได้ก่อตั้งมูลนิธิ สนับสนุนการศึกษา และทำกิจกรรมเพื่อสังคมอีกมากมาย เพื่อเป็นการ “ตอบแทนพระคุณแผ่นดินไทย” ที่ครั้งหนึ่งเคยมอบโอกาสให้เด็กหนุ่มต่างแดนคนหนึ่งได้เริ่มต้นชีวิตใหม่

เมื่อกาลเวลาผ่านไป ภารกิจของเขาไม่ได้สิ้นสุดลงพร้อมคนรุ่นพ่อลูกทั้งสี่คนต่างรับช่วงอุดมการณ์และสานต่อสิ่งที่เตชินกับซิ่วฟ่งสร้างขึ้นจากครอบครัวหนึ่งสู่โรงงานจากโรงงานสู่โรงเรียน
จากโรงเรียนสู่การสร้างคนและจากการสร้างคนสู่การตอบแทนสังคมฟ้าคราม พระอาทิตย์ขาว แทนใจรัก”จึงมิใช่เพียงเรื่องราวความรักระหว่างชายหญิง หากคือมหากาพย์ชีวิตของครอบครัวหนึ่งที่เดินทางข้ามแผ่นดิน ผ่านสงครามความรู้สึก ความยากจน ความลับของชาติกำเนิด ความฝัน และการต่อสู้เพื่ออนาคตเป็นเรื่องราวของชายผู้เดินตามรอยอดีต เพื่อสร้างอนาคตให้ลูกหลาน

และเป็นเรื่องราวของคนต่างแผ่นดิน ผู้ใช้ทั้งชีวิตพิสูจน์ว่า—บ้าน ไม่ได้หมายถึงเพียงสถานที่ที่เราเกิดแต่หมายถึงแผ่นดินที่ให้โอกาสเราได้เติบโตและความรัก คือสิ่งที่ทำให้คนต่างสายเลือด
สามารถกลายเป็นครอบครัวเดียวกันได้ฟ้าคราม พระอาทิตย์ขาว แทนใจรัก藍天白日,以愛為名เรื่องราวแห่งความรัก ความกตัญญู ความพากเพียร และการส่งต่อความฝันจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ภ.2 ลงพื้นที่แปดดริ้วน้ำท่วมอ่วมหนัก เร่งช่วยชาวบ้านสร้างขวัญ-กำลังใจ

จากสถานการณ์อุทกภัยส่งผลให้จังหวัดต่างๆ ในประเทศไทยได้รับความเดือดร้อน ผลกระทบมากมา พี่ร้องประชาชนตามภูมิภาคต่างๆ ได้รับผลพวงจากภัยธรรมชาติ จนรัฐบาลได้สั่งการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยหน่วยงานภาคต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและจิตอาสา ต่างร่วมด้วยช่วยกันบรรเทาทุกข์ชาวบ้านน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้นั้น

ผู้สื่อข่าวราวได้รับรายงานว่า พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบช.ภ.2 คุณศศิธร ผ่องอ่อน ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 2 คุณวรรณวิภา สิงหสุต รองประธานชมรมแม่บ้าน ภ.2 คุณทัชยา รักษาสุข รองประธานชมรมแม่บ้าน ภ.2 และคณะแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 2

พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธรากร เลิศพรเจริญ ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา, พ.ต.อ.สุมิตร พรมตอง ผกก.สภ.บางคล้า, รอง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา, รอง ผบก.สส.ภ.2, เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.รน. และเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้อง

ได้ลงพื้นที่ อ.บางคล้า จว.ฉะเชิงเทรา เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจข้าราชการตำรวจ ครอบครัวตำรวจ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมมอบถุงยังชีพ น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

โดยได้ดำเนินการ มอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นแก่ข้าราชการตำรวจและครอบครัว ณ บริเวณหน้า สภ.บางคล้า รวมทั้งลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนในชุมชนหน้าวัดปากน้ำโจ้โล้ พร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือ

ณ จุดพักพิงชั่วคราววัดปากน้ำโจ้โล้ ก่อนจะส่งมอบอาหารและสิ่งของจำเป็นผ่านอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ไปยังพื้นที่ที่การเดินทางเข้าถึงได้ยาก และได้สั่งการให้ใช้เรือของ บก.รน. นำสิ่งของและความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย ณ จุดพักพิงชั่วคราววัดลาดบัวขาว อ.บางคล้า จว.ฉะเชิงเทรา

ทั้งนี้ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ข้าราชการตำรวจ ครอบครัว และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ที่ตำรวจภูธรภาค 2 ได้รับนโยบายมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ผ่านวิกฤตการณ์ทางธรรมชาติในครั้งนี้ไปให้ได้

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง