สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อุบัติเหตุทางน้ำวันลอยกระทงเป็น”ศูนย์” สร้างภาพลักษณ์ “เมืองไทยปลอดภัย” ให้นักท่องเที่ยว

นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า (ด้านความปลอดภัย) เปิดเผยถึงอุบัติเหตุทางน้ำวันลอยกระทงเป็นศูนย์ว่า จากศูนย์ปฏิบัติการควบคุมความปลอดภัยและการจราจรทางน้ำ กรมเจ้าท่า (ศปก.จท.) สรุปรายงานสถิติอุบัติเหตุทางน้ำ วันลอยกระทง วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ไม่พบมีอุบัติเหตุทางน้ำ เหตุการณ์โดยรวมปกติ

จากการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางทางน้ำ “เทศกาลวันลอยกระทง” โดยแบ่งเป็นส่วนกลาง แม่น้ำเจ้าพระยา เรือด่วนเจ้าพระยา ให้บริการ 46 เที่ยว ผู้โดยสาร 5,547 คน เรือทัวริสต์โบ๊ทให้บริการ 60 เที่ยว ผู้โดยสาร 3,126 คน เรือไฟฟ้าเจ้าพระยา ให้บริการ 82 เที่ยว ผู้โดยสาร 3,620 คน เรือโดยสารข้ามฟาก ให้บริการ 924 เที่ยว ผู้โดยสาร 24,351 คน เรือภัตตาคาร ให้บริการ 36 เที่ยว ผู้โดยสาร 7,100 คน คลองแสนแสบ เรือโดยสารคลองแสนแสบ ให้บริการ 87 เที่ยว ผู้โดยสาร 7,141 คน ส่วนภูมิภาค เรือโดยสาร ให้บริการ 3,503 เที่ยว ผู้โดยสาร 162,811 คน รวมเรือโดยสารทั้งประเทศ ให้บริการ 4,738 เที่ยว ผู้โดยสาร 213,696 คน

ทั้งนี้ จากมาตรการด้านความปลอดภัยทางน้ำ กรมเจ้าท่า ในช่วงวันลอยกระทง ได้จัดเรือตรวจการณ์พร้อมเจ้าหน้าที่ออกตรวจตราความปลอดภัย ทั้งในแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองแสนแสบ พบว่ามีผู้ใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยา เรือไฟฟ้า MINE Smart Ferry เรือโดยสารข้ามฟาก มีปริมาณบางเบา เรือโดยสารให้บริการตามรอบการเดินเรือ สามารถระบายผู้โดยสารได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดเรือตรวจการณ์และเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนตามท่าเรือต่างๆ ตรวจสอบความพร้อมของเรือโดยสาร ท่าเรือโดยสาร และคนประจำเรือ รวมทั้งอุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆ ก่อนออกเดินเรือ ตามมาตรการความปลอดภัยที่กรมเจ้าท่ากำหนด

ในส่วนภูมิภาคเขต 1–7 มีการจัดตั้งจุดอำนวยความสะดวก พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ในการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการตามท่าเรือต่างๆ ตรวจสอบความพร้อมของเรือโดยสาร ท่าเรือโดยสาร และคนประจำเรือ รวมทั้งอุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆ ก่อนออกเดินเรือ ตามมาตรการความปลอดภัย รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ควบคุมเรือคอยติดตามรายงานสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

ด้าน พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ประธานอนุกรรมาธิการความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวและการกีฬา กล่าวถึงอุบัติเหตุทางน้ำช่วงวันลอยกระทงปีนี้เป็นศูนย์ เกิดจากหลักการที่ทุกองค์กรให้ความสำคัญ นำไปปฏิบัติใช้ เพื่อให้ทุกกิจกรรมความปลอดภัยไร้ซึ่งอุบัติเหตุ หรือทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุเลย เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้วย่อมส่งผลกระทบตามมาหลายอย่าง ตั้งแต่บาดเจ็บไปจนถึงการสูญเสียชีวิต แล้วยังส่งผลกระทบต่อรายได้ของประเทศที่พึ่งพิงภาคการท่องเที่ยว ทั้งนี้ ขอขอบคุณ ทุกภาคส่วน ทุกหน่วยงาน ที่มุ่งมั่นป้องกันภาพลักษณ์ของประเทศ ผ่านการวางแผนและบริหารจัดการความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นศูนย์ โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์์เพ็ชร ผบ.ตร. ที่ท่านสั่งการให้ตำรวจน้ำ ตำรวจท้องที่ รวมทั้งกรมเจ้าท่า ช่วยเฝ้าระวังป้องกันเหตุไม่ให้เกิดกับนักท่องเที่ยว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จ.อุตรดิตถ์ เทศบาลหัวดง จัดงานสืบสานอนุรักษ์ประเพณีลอยกระทง

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ นายอำเภอลับแล เป็นประธานเปิดงานสืบสานอนุรักษ์ ประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2567 โดยมีจ่าสิบเอก ธวัชชัย กาวีละ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหัวดง กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ณ วัดดอนค่า ต.แม่พูล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์

โดยมี นางสุภาวดี โชตินพรัตน์ นายกกิ่งกาชาด อ.ลับแล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนชาวตำบลแม่พูล ร่วมในงาน ซึ่งปีนี้เทศบาลหัวดงได้จัดงานสืบสานประเพณีลอยกระทงประจำปี พศ.2567 โดยได้รับความร่วมจากประชาชนชาวตำบลแม่พูล ในงาน พบกับ การประกวดกระทงของแต่ละหมู่บ้านในเขตรับผิดชอบเทศบาลหัวดง ชมวงดนตรี” ปัญญา กตัญญู” พร้อมแดนเซอร์ครบครัน ไลด์แดนซ์ มัจฉาพาโชค การผสมอักษร มีบูธจำหน่ายสินค้าของกินชองทอดต่างๆมากมาย

โดยก่อนจะเข้าพิธีเปิด เทศบลหัวดงพร้อมด้วยชาวตำบลแม่พูล ได้ร่วมกันจัดขบวนแห่นางนพมาศ และขบวนแห่กระทง โดยเริ่มขบวนแห่จากหน้าเทศบาลหัวดง ไปยังวัดดอนค่า ระยะทาง 2 กก. ซึ่งปีนี้กำหนดจัดงาน 2 วัน2 คืน ระหว่างวันที่ 14-15 พฤศจิกายน 2567


ในขณะที่ พ.ต.อ.เจริญ แดงเรือง ผกก.สภ.ลับแล ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดูแลความเรียนร้อย ภายในงานตลอดระยะเวลาการจัดงานตลอดทั้ง 2 วัน 2 คืน

ทั้งนี้นายภูมิวัจน์ โชตินพรัตน์ นายอำแล ได้นำฤกษ์ลอยกระทง ขนาดความสูง 1 เมตร กว้าง 70 ซม.ที่จัดทำโดยโรงเรียนเทศบาลหัวดง(ป.ฟักอังกูร)ลอยลงสระน้ำภายในวัดดอนค่า จากนั้นผู้ที่มาร่วมงานลอยกระทง ก็ได้นำกระทงมาลอยลงสระน้ำเช่นเดียวกัน

วันลอยกระทงตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 ซึ่งปีนี้ตรงกับวันนี้วันที่พระจันทร์สวยงาม ทั้งในช่วงค่ำ จะได้ชม ปรากฏการณ์จันทรุปราคา ประเพณีลอยกระทงมีวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย ทั้งเพื่อบูชาพระพุทธเจ้าในวันเสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงเทศนาอภิธรรมโปรดพุทธมารดา


ลอยกระทงนับเป็นอีกหนึ่งประเพณีเก่าแก่ของไทย ที่สืบเนื่องมาอย่างช้านานนับตั้งแต่สมัยสุโขทัย เดิมเป็นการลอยโคมก่อนจะพัฒนามาเป็นการลอยกระทงแบบที่นิยมกันในปัจจุบัน พร้อมกับการจัดงานรื่นเริงต่าง ๆ ให้ผู้คนได้มาร่วมสนุก โดยมีความเชื่อแตกต่างกันไป ทั้งการขอขมาพระแม่คงคา การสำนึกถึงบุญคุณที่ทำให้เรามีน้ำไว้ใช้ในการอุปโภค-บริโภค รวมถึงเป็นการสะเดาะเคราะห์ด้วยการลอยสิ่งไม่ดี ทั้งความทุกข์ความเศร้าโศกออกไปจากชีวิตนั่นเอง

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งาน “NAN Bamboo Design Showcase 2024 “ยกระดับผลิตภัณฑ์ไผ่น่าน/จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เสริมสิริมงคล เปิด หอการค้าแห่งใหม่ จ.น่าน

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 เวลา 18.00 น. ณ ช่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางวจิราพรอมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐเอกชนและประชาชน ผู้ประกอบกิจการผลิตภัณฑ์ไผ่ เข้าร่วมในพิธีเปิดสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน จัดงาน Bamboo Design Showcase 2024 ” กิจกรรมแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน กิจกรรมหลักการแปรรูปผลิตภัตภัณฑ์ไผ่ ไม้ไผ่ เพื่อเพิ่มมูลค่ากิจกรรมย่อยพัฒนาอุตสาหกรรมไผ่เพื่อเชื่อมโยงตลาด โครงการเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการค้าการลงทุน และผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567

รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางวจิราพร อมาตยกุล กล่าวว่า จังหวัดน่านที่มีพื้นที่เกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่มีผลผลิตทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเกษตรกรผู้ปลูกไผ่ และผู้ประกอบการธุรกิจไผ่ ดังนั้นการพัฒนาอุตสาหกรรมไผ่สู่อนาคตที่ยั่งยืน การส่งเสริมการปลูกไผ่ในจังหวัดน่าน จะเป็นการผลักดันไผ่ให้เป็นไม้เศรษฐกิจอุตสาหกรรมครบวงจรของประเทศไทย ตลอดจนจะเป็นการเพิ่มพื้นที่การปลูกไผ่เศรษฐกิจ สร้างป่า แก้ปัญหาเขาหัวโล้นในจังหวัดน่านและพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป ทั้งนี้ยังก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีแก่เกษตรกร ให้มีความมั่นใจในการผลิตไผ่แบบครบวงจร เกิดการรวมกลุ่มสร้างคลัสเตอร์ ซึ่งจะสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไผ่ ตลอดจนได้แนวทางผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมไม้ไผ่ที่สามารถดำเนินการได้ถูกต้องตามกฎหมาย และเข้ากับบริบทสภาพพื้นที่ของจังหวัดน่าน รวมทั้งช่วยสร้างความยั่งยืน ทางด้านเศรษฐกิจสังคม สิ่งแวดล้อม

ซึ่งรัฐบาลได้มึนโยบายในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมไผ่ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำโดยเน้นการพัฒนาวัตถุดิบและกระบวนการผลิตให้มีมาตรฐาน มีคุณภาพสูง ส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมใหม่ เพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ไผในพื้นที่จังหวัดน่าน เนื่องจากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ในระดับวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม (SME) พบว่ายังอยู่ในระดับการแปรรูปชั้นต้น ราคาถูก หากมีการพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยการออกแบบอย่างสร้างสรรค์และใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ จะทำให้มีการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและจังหวัดในภาพรวมมากยิ่งขึ้น

จังหวัดน่านจึงได้มอบหมายให้สำนักงานอุตสาหกรรม ดำเนินโครงการเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการค้า การลงทุน และผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาชุมชน กิจกรรมหลักการแปรรูปผลิตภัณฑ์ไผ่ ไม้ไผ่เพื่อเพิ่มมูลค่ากิจกรรมย่อยพัฒนาอุตสารรมไผ่ เพื่อเชื่อมโยงตลาด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ซึ่งเป็นการจัดงานเป็นปีแรกของอุตสาหกรรมไผ่น่าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาตกลางและขนาดย่อม (SME) และวิสาหกิจชุมชนในกลุ่มอุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ สร้างรายได้ให้แก่ในกลุ่มอุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่านเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนส่งเสริมและพัฒนาด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน ให้เกิดช่องทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น

ด้านอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน (นางสาวนิลเนตร โลหะพจน์พิลาศ) ได้กล่าวถึงกิจกรรมของโครงการที่ได้ดำเนินการไปประกอบไปด้วย การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคลัสเตอร์อุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน โดยการสัมมนาเชิงปฎิบัติการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้แก่ของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไผ่ในจังหวัดน่าน และการจัดศึกษาดูงานนอกสถานที่เพื่อเสริมสร้างทักษะในการบริหารจัดการเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน ทั้งเพื่อเป็นการลงพื้นที่ให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกกับการออกแบบและพัฒนารูปแบบผลิต ภัณฑ์ เพื่อจัดทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบ จำนวน 15 ราย โดยให้มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนารวมไม่น้อยกว่า 30 ผลิตภัณฑ์ และ การจัดแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ได้รับการพัฒนา พร้อมทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน

สำหรับการจัดงาน “NAN Bamboo Design Showcase 2024” กิจกรรมจัดแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบและทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรรมไผ่จังหวัดน่าน เป็นกิจกรรมสุดท้ายของโครงการ กำหนดจัดในระหว่างวันที่ 8 – 10 พฤศจิกายน 2567 ณ บริเวณลานช่วงเมืองน่าน จังหวัดน่านทั้งนี้เพื่อนำผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 30 ผลิตภัณฑ์ มาจัดแสดงเพื่อทำการทดสอบตลาด โดยการจัดทำแบบสอบถามผู้เข้าร่วมซมงานเป็นรายผลิตภัตภัณฑ์ และนำข้อมูลที่ได้มาประมวลวิเคราะห์ในเชิงสถิติ และสรูปผลนำเสนอแก่เจ้าของผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาดต่อไป

นอกจากนี้ยังกิจกรรมในงาน ได้แก่ การจัดการเสวนาเรื่อง “ไผ่น่าน ทำอย่างไรให้ยั่งยืน” โดยวิทยากรผู้เชียวชาญด้านไผ่จากภาครัฐและเอกชน การมอบประกาศนีย บัตรแก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ การจำหน่ายผลิตลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ และการดนตรีเพื่อความบันเป็นประจำทุกวัน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน



หอการค้าจังหวัดน่านจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เสริมสิริมงคล เปิดที่ทำการสำนักงานหอการค้าแห่งใหม่ จังหวัดน่าน ภาระกิจส่งเสริมเศรษฐกิจด้านการค้าชายแดน การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัดน่าน


เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00น. ณ สำนักงานหอการค้าจังหวัดน่าน โครงการน้ำทองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเจริญพระพุทธมนต์เสริมสิริมงคล พร้อมทั้งแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในวาระสมัยคุณศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน และคุณกัลย์ชฎารัตน์ ปัญญาวงค์ ประธานกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC หอการค้าจังหวัดน่าน

หอการค้าจังหวัดน่าน ได้ดำเนินการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เสริมสิริมงคล เปิดที่ทำการสำนักงานหอการค้าจังหวัดน่าน โดยได้รับเกียรติจากคุณสมบัติ ชินสุขเสริม รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยล, คุณหัสนัย แก้วกุล ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 , คุณศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน ตัดริบบิ้นเปิดอาคารที่ทำการสำนักงานหอการค้าจังหวัดน่าน 990/16 หมู่ 4 ต.ไชยสถาน อ.เมือง จ.น่าน ทั้งนี้ได้รับเกียรติจากหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน สมาชิก และ YEC หอการค้าจังหวัดน่าน มาแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง


หอการค้าจังหวัดน่านได้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2527 (อายุ 40 ปี) เป็นหนึ่งในองค์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดน่านมาอย่างยาวนาน โดยมีภาระกิจหลัง ส่งเสริมเศรษฐกิจด้านการค้าชายแดน การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัดน่าน เพื่อมุ่งเน้นยกระดับศักยภาพการค้าในจังหวัดน่านให้ดียิ่งขึ้น/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/วิสุทธิ์ ศรีเมือง รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมช.มท.2 เปิดจุดบริการน้ำดื่มสะอาด ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ชาวบ้าน

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 16 พ.ย.ที่สำนักงานการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สาขาบึงกาฬ ถนนบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2)เป็นประธานเปิดโครงการ “น้ำดื่มสะอาด Mini Staton” ซึ่ง การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ขับเคลื่อนภารกิจตอบสนองนโยบายกระทรวงมหาดไทย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชาวบึงกาฬ ให้เข้าถึงน้ำประปาคุณภาพสะอาดปลอดภัยในราคาประหยัด

โดยมี นายสยาม เพ็งทอง ส.ส.บึงกาฬ เขต 1นายพรพจน์ เพ็ญพาส ประธานกรรมการ กปภ.และคณะกรรมการบริหาร กปภ. นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค นายจุมพฏ วรรณฉัตรศสิริ ผวจ.บึงกาฬ นายนคร ศิริปริญญานันท์ รอง ผวจ.นายวินัย โตเจริญ รอง ผวจ. นายนายราชันย์ วะนาพรม นายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารและพนักงาน เจ้าหน้าที่ กปภ.สาขาบึงกาฬ ประชาชน ให้การต้อนรับนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย เปิดเผยว่า กปภ.

เป็นหน่วยงานที่ให้บริการน้ำประปาโดยคำนึงถึงถึงประโยชน์และสุขอนามัยของประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งโครงการ “น้ำดื่มสะอาด Mini Station” นอกจากช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนแล้ว ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้มีสุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2567 การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ได้เร่งดำเนินการก่อสร้างและติดตั้งจุดบริการน้ำดื่มสะอาด Mini Station แล้วเสร็จจำนวน 10 แห่ง

ได้แก่ กปภ.สาขาข้าบ้านฉาง พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี ทุ่งสง สตูล น้ำพอง บึงกาฬ บุรีรัมย์ นางรอง และอุทัยธานี โดยใช้เทคโนโลยีรีเวิร์สออสโมซิส (RO) ในกระบวนการผลิตน้ำดื่ม และฆ่าเชื้อด้วยรังสีอัลตร้าโวโอเลต (UV) ด้วยกำลังการผลิต 2,000 ลิตร/ชั่วโมง จึงมันใจได้ว่าสามารถอุปโภคบริโภคได้อย่างปลอดภัย สำหรับแผนการดำเนินงานในปัจจุบัน กปภ. ตั้งเป้าหมายก่อสร้างและติดตั้ง Mini Station ให้ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการยิ่งขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนคือให้ทุกคนเข้าถึงน้ำดื่มที่ปลอดภัยและมีราคาสาสามารถซื้อหาได้

นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการน้ำดื่มสะอาด Mini Staton เป็นการนำความเชี่ยวชาญของ กปภ.มาสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนโดยตรง ด้วยการผลิตน้ำดื่มคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำดื่มสะอาด และช่วยบรรเทาภาภาระค่าครองชีพประชาชน โดยประชาชนสามารถนำรถบรรทุกน้ำดื่มหรือภาชนะบรรจุน้ำดื่มมารับบริการได้ที่สำนักงาน กปภ.สาขาบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

นอกจากนี้ กปภ. ได้ตอบสนองนโยบาย “น้ำดื่มสะอาด บริการประชาชน” ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยดำเนินโครงการน้ำประปาดื่มได้ร่วมกับกรมอนามัยประกาศรับรองพื้นที่น้ำประปาดื่มได้แล้ว 264 แห่ง และโครงการตู้กดน้ำดื่มสะอาดฟรี ซึ่งจะขยายผลให้ครบทั้ง 234 สาขาทั่วประเทศต่อไป

นายทรงศักดิ์ ทองศรี กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการ น้ำดื่มสะอาด Mini Staton นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้การประปาส่วนภูมิภาคดำเนินการจัดหาน้ำดื่มสะอาดให้กับประชาชน ลดค่าใช้จ่าย เรามีเป้าหมายกันทำทั้งประเทศ ทั้งหมด 234 สาขา แต่ว่าในเบื้องต้นปีนี้ จะมีการ Kick Off ไป 10 จังหวัด/สาขา แต่ในโอกาสต่อไปก็จะมีการทำให้ครอบคลุมไปทั้งหมดทั่วประเทศ ทั้งในส่วนความรับผิดชอบของการประปาส่วนภูมิภาคด้วย

แต่เป็นพื้นที่การประปาส่วนภูมิภาคไปให้บริการ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงน้ำประปาน้ำสะอาดดื่มได้ในราคาที่ประหยัด เบื้องต้นตอนนี้ยังไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ในอนาคตอาจจะมีบ้าง อยู่ระหว่างการประเมินว่าต้องคิดในอัตราเท่าไหร่ให้เกิดความเหมาะสม ประหยัด และลดต้นทุนให้กับประชาชนในการใช้จ่ายในครัวเรือนต่อไป โดยการใช้บริการน้ำดื่มสะอาด Mini Station ที่ด้านหน้า กปภ.สาขาบึงกาฬ ช่วงแรกนี้ เปิดให้พี่น้องประชาชนมาใช้บริการในวันและเวลาราชการ แต่ในอนาคตการพัฒนาจะทำให้ประชาชนสามารถดำเนินการรับบริการน้ำดื่มได้ด้วยตนเองเลย

โดย มท.2 กล่าวยืนยันว่า น้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาคโดยปกติดื่มได้อยู่แล้ว แต่เพื่อให้เกิดความมั่นใจขึ้นมา เราจึงมีระบบที่มีมาตรฐานขึ้นมาอีกระดับ ซึ่งมีมาตรฐานเกินองค์การอนามัยโลกไปแล้ว ด้วยระบบเทคโนโลยีรีเวิร์สออสโมซิส (RO) เพื่อให้ลดต้นทุนในการดำเนินการ เราใช้พลังงานสะอาด คือ พลังงานแสงอาทิตย์นำมาใช้ในการทำงานระบบเครื่องกรองน้ำโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้าปกติ
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “นครพนมโมเดล” ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด/ อบรมสัมมนาศูนย์ประสานงานพรรคเสรีรวมไทย​ จ.อำนาจเจริญ /นทท.ร้อง ตม.มุกดาหาร เรียกเก็บค่าล่วงเวลาแต่ไม่ออกใบเสร็จให้

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เวลา 15.49 น. ที่ห้องประชุม ชั้น 5 พระธาตุพระธาตุพนม ศาลากลาง จังหวัดนครพนม พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2/ ผู้บัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ผบ.นบ.ยส.24) และพลตำรวจเอกไกรบุญ ทรวดทรง จเรตำรวจแห่งชาติ, พลตำรวจโทสยาม บุญสม จเรตำรวจ, พลตำรวจโทอุดร ยอมเจริญ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,

พลตำรวจตรีณัฐนนท์ ประชุม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4, นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ร่วมประชุมบูรณาการติดตามการปฏิบัติงานตามนโยบายข้อสั่งการการป้องกันยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดนครพนม โดยรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการป้องกันยาเสพติด การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ การบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติด การสร้างอาชีพให้กับผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟู การสนับสนุนและการแก้ไขปัญหายาเสพติดและการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อรับทราบข้อมูล สถานการณ์ในพื้นที่ ปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้มอบแนวทางการปฏิบัติ การแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเน้นการบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเป็นรูปธรรม เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล

พลตำรวจเอก ไกรบุญ ทรวดทรง เจรตำรวจแห่งชาติ แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 นายกรัฐมนตรี ได้ปฏิบัติราชการลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อติดตามงานตามนโยบายของรัฐบาล พร้อมเป็นประธานการประชุมเพื่อรับฟังปัญหาด้านการป้องกัน ปราบปรามยาเสพติด และกระบวนการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด สั่งการและกำหนดรูปแบบในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งกำหนดขยายพื้นที่เป็นพื้นที่ต้นแบบ นำร่อง 10 จังหวัด (เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ ระยอง สกลนคร นราธิวาส ปทุมธานี อุทัยธานี นครพนม นครศรีธรรมราช และจังหวัดตรัง)


“เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบ “ธวัชบุรีโมเดล” จึงได้จัดประชุมคณะกรรมการ ศอ.ปส.จ.นครพนม เพื่อมอบแนวทางการดำเนินการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบ “ธวัชบุรีโมเดล” ที่เคยได้ดำเนินการในจังหวัดร้อยเอ็ด รวมทั้งเพื่อร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนครพนม ซึ่งได้มีการชี้แจงให้ที่ประชุมทราบวัตถุประสงค์กรอบอำนาจหน้าที่คณะกรรมการร่วมแก้ไขปัญหาในพื้นที่ และแนวทางการดำเนินการในพื้นที่เพื่อให้ประชาชนมีความสุข โดยได้มีการพิจารณาการมอบหมายหน้าที่และแบ่งมอบพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายต่อไป”

ทั้งนี้ ในการประชุมฯ ได้มีการนำเสนอโดยการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการป้องกันยาเสพติด การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ การบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติด การสร้างอาชีพให้กับผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟู การสนับสนุนและการแก้ไขปัญหายาเสพติดและการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อรับทราบข้อมูล สถานการณ์ในพื้นที่ ปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้มอบแนวทางการปฏิบัติ การแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเน้นการบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเป็นรูปธรรม เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดความเดือดร้อนจากปัญหายาเสพติดให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ซึ่งจังหวัดนครพนมได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีการจัดตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด เคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24)

เพื่อให้เกิดการดำเนินการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด เคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อนึ่ง จังหวัดนครพนม จะยกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ใช้รูปแบบ ‘ธวัชบุรีโมเดล’ มาเป็นแนวทางในการดำเนินการและกำหนดขั้นตอนดำเนินการไว้ 5 ขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นเตรียมการ ขั้นปฏิบัติการ ขั้นส่งต่อ ความยั่งยืน ขั้นทบทวนหลังการปฏิบัติ และขั้นขยายผลไปพื้นที่อื่น

รวมทั้งยังกำหนดความรับผิดชอบให้แต่ละส่วนราชการ จังหวัดนครพนม/ ศอ.ปส.จว.น.พ. เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก ทำหน้าที่ในการวางแผน อำนวยการ บูรณาการ ประสาน และควบคุมกำกับดูแล รวมทั้งขับเคลื่อนการสร้างหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็ง สร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม และตำรวจปราบปรามยาเสพติด รับผิดชอบหลักในมาตรการสกัดกั้น และมาตรการปราบปราม เน้นสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่เขตของจังหวัด การปิดล้อมตรวจค้น ติดตามจับกุม ขยายผล และยึดทรัพย์สินคดียาเสพติด

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม รับผิดชอบหลักในมาตรการบำบัด เน้นการคัดกรอง แบ่งแยกผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติด ผู้เสพ และผู้ติดยาเสพติด ก่อนนำเข้าบำบัด ตามระดับความรุนแรง สำนักงานแรงงาน และพัฒนาชุมชน จังหวัดนครพนม รับผิดชอบหลักให้การช่วยเหลือ ภายหลังผ่านกระบวนการบำบัด โดยการ จัดหางานสนับสนุน การฝึกอาชีพ และการพัฒนาฝีมือแรงงาน มณฑลทหารบกที่ 210 เป็นหน่วยร่วมในการวางแผน อำนวยการ ประสานการปฏิบัติ และเป็นหน่วยสนับสนุนให้กับทุกส่วนราชการที่เป็นหน่วยปฏิบัติหลัก และเพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ หน่วยจึงได้กำหนดตารางประสานสอดคล้องให้ครอบคลุม ทั้งภารกิจ หน่วยปฏิบัติหลัก และหน่วยสนับสนุน ณ ห้องประชุม ชั้น 5 พระธาตุพระธาตุพนม ศาลากลาง จังหวัดนครพนม

ภาพ​/ข่าว​ นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ ​โชคชัย​ ​มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

นทท.ร้อง ตม.มุกดาหาร เรียกเก็บค่าล่วงเวลาแต่ไม่ออกใบเสร็จให้

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดมุกดาหารได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านด่านพรมแดนมุกดาหารข้ามไปยังแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ในช่วงวันหยุดราชการแต่ถูกเจ้าหน้าที่ ตม.มุกดาหาร เรียกเก็บเงินค่าล่วงเวลาคนละ 20 บาท ซึ่งเมื่อจ่ายเงินให้ไปแล้วแต่เจ้าหน้าที่กลับไม่ยอมออกใบเสร็จรับเงินให้ จึงอยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว และเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายสร้างความโปร่งใส การมีส่วนร่วมของประชาชน การประชาสัมพันธ์เชิงรุก และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้องค์กร ของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงขอให้ ตม.มุกดาหาร ชี้แจงและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบว่า เจ้าหน้าที่ ตม. สามารถเรียกเก็บเงินค่าล่วงเวลาจากนักท่องเที่ยวหรือผู้โดยสารได้เป็นจำนวนเท่าใด และต้องออกใบเสร็จรับเงินให้ด้วยหรือไม่ และการเรียกเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวคนละ 20 บาท

โดยไม่ออกใบเสร็จรับเงินเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายอย่างไรหรือไม่หากตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบการกระทำความผิด ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติ และวินัยข้าราชการตำรวจ โดยเมื่อมีผู้ใต้บังคับบัญชากระทำผิดทางอาญาหรือวินัย หรือมีพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสมหรืออันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต้องรีบดำเนินการแก้ไข หากเป็นกรณีที่กระทำผิดกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง แบบแผนธรรมเนียม ต้องรีบดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยเฉียบขาดทันที และทันต่อเหตุการณ์อนึ่ง จากการตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้นพบว่า มีกฎกระทรวง (พ.ศ. 2523) ออกตามความในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ได้กำหนดค่าธรรมเนียมการตรวจรถยนต์ รถไฟที่เดินทางผ่านเข้ามาใน หรือออกไปนอกราชอาณาจักร นอกเวลาราชการ ถ้าไม่มีคนโดยสารให้เสียครั้งละ 25 บาท ถ้ามีคนโดยสารให้คิดเพิ่มขึ้นตามรายตัวคนโดยสาร คนละ 5 บาท

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ #จเรตำรวจแห่งชาติ #สำนักงานจเรตำรวจ #สตม #ปปช #ปปท #ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร #ตรวจสอบทุจริต #เก็บค่าล่วงเวลาไม่ออกใบเสร็จรับเงิน

ภาพ​/ข่าว​ นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ ​โชคชัย​ ​มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

อำนาจเจริญ -การจัดอบรมสัมมนาศูนย์ประสานงานพรรคเสรีรวมไทย​ จ.อำนาจเจริญ ให้ความรู้แก่สมาชิกพรรคและประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และบทบาทหน้าที่ของสมาชิกพรรคการเมือง

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567​ เวลา 08.30 น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส มอบหมายให้​ นางสาวณัฐนิชา​ มั่นทน ตัวแทนพรรคศูนย์ประสานงานจังหวัดอำนาจเจริญ จัดอบรมสัมมนา เพื่อให้ความรู้สมาชิกพรรคและประชาชน เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ณ ห้องประชุมโรงแรมเพาเวอร์แกรนด์ จังหวัดอำนาจเจริญ ครั้งที่ 1/2567 ในวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2567​ ตั้งแต่เวลา 08.30-15.00 นาฬิกา

มีผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนา จำนวน 2​51 คน โดยมี​ พ.ต.อ.​ภัทรพล เล่าเปี่ยม​ กรรมการบริหารพรรคฯ เป็นประธานในพิธี ร.ต.ต.สุเทียน​ ทองโสม​ หัวหน้าสาขาพรรคเสรีรวมไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัดมุกดาหาร เขต1 และนายไพรัตน์ ฝ่ายบุตร พนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ รักษาการหัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนและพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่กกต.จ.อำนาจเจริญ เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการประชุมอบรมสัมมนาครั้งนี้ โดยมีท่านอิทธิกร สุวมาศ ให้การต้อนรับเป็นอย่างดียิ่ง มีวัตถุประสงค์ ดังนี้​

1.เพื่อให้กรรมการสาขาพรรค สมาชิกและประชาชน ทราบถึงสถานภาพสมาชิกพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดและเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนทั่วไป​ 2.เพื่อให้สมาชิกและประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของสมาชิกพรรคการเมือง มีความรู้ความความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข 3.เพื่อปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน​ 4.เพื่อเปิดเวทีให้สมาชิกแบ่งกลุ่มแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ปัญหาทางการเมืองที่ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน

โดยการจัดประชุมใหญ่สามัญศูนย์ประสานงานพรรคเสรีรวมไทยจังหวัดอำนาจเจริญ และคณะทำงานภาคอีสานตอนล่าง สัมมนาให้ความรู้สมาชิกสาขาพรรคและประชาชน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 ครั้งนี้ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน 092-5259-777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ดร.ฉวีวรรณ คำพา ร่วมทอดกฐินสามัคคี วัดสุดเขตแดนสยาม จ.บึงกาฬ สาธุชนไทย-ลาว รวมยอดกฐิน 1.9 ล้านบาท

วันที่ 14 พ.ย.67 เวลา 10.00 น. ที่วัดสุดเขตแดนสยาม บ้านหนองแวง หมู่ 3 ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ จัดงานทอดกฐินสามัคคี สมทบทุนสร้างวิหารพระพุทธมหาบารมีศรีสัตนาคราช โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และ ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

พร้อมคณะ เป็นประธานองค์กฐิน พร้อมด้วย นายธีรพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ ดร.บุญมา พันดวง บุญมาทีวี 67 นายเชิดชัย เจริญดี รองปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ นายชวนะ ทวีอุทิศ ผอ.โรงเรียนบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น นักธุรกิจ พ่อค้า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนชาวหนองแวง และพุทธศาสนิกชนชาวไทย-ลาว ร่วมในพิธี

ขบวนแห่กฐินเริ่มต้นหน้าวัดประมาณ 200 เมตร นำโดยขบวนนางรำที่รวมตัวกัน ระหว่าง ชมรมสุขภาพดีที่ริมโขง ชมรมสุขภาพบ้าหนองแวง และขบวนฟ้อนรำจากโรงเรียนบึงกาฬ เพื่อฟ้อนรำให้แขกผู้มีเกียรติรวมถึงศรัทธาสาธุชนได้รับชมความอ่อน ความพร้อมเพียงรวมถึงความสามัคคี

ตามด้วยขบวนแห่บริวารองค์กฐินซึ่งมีศิษยานุศิษย์และพ่อค้าประชาชน ที่เลื่อมใสศรัทธา หลวงพ่อพระครูประภัสสรวีรคุณ(วีระพล ปภสฺสโร) เจ้าคณะอำเภอศรีวิไล(ธ) เจ้าอาวาสวัดสุดเขตแดนสยาม และพระครูสมุห์ ปิยะนัส ปญฺญาวชิโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุดเขตแดนสยาม ประธานฝ่ายสงฆ์

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีคณะศรัทธาตั้งโรงทานกว่า 20 โรงทาน โดยชาวบ้านในพื้นที่ บริษัท ห้างร้านค้า และผู้มีจิตศรัทธา ร่วมกันออกโรงทานเพื่อแจกอาหารเครื่องดื่มให้แก่ประชาชนที่มาร่วมงาน แสดงให้เห็นถึงความศรัทธาและน้ำใจ

โดยในปีนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และประธานบริษัทในเครือฉวีวรรณ กรุ๊ป ร่วมกับ และชาวชลบุรี นำผ้ากฐินทอดถวายพระสงฆ์จำพรรษาถ้วนไตรมาส ร่วมกับชาวบ้านหนองแวง นักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชน พุทธศาสนิกชนในจังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดใกล้เคียง ที่มาร่วมงานได้ร่วมทำบุญ สมทบทุนสร้างวิหารพระพุทธมหาบารมีศรีสัตนาคราช วัดสุดเขตแดนสยาม จังหวัดบึงกาฬ ยอดกฐินรวมบริวารทั้งหมด 1,934,567.26 บาท

วัดสุดเขตแดนสยาม ต.วิศิษฐ์ อ.เมือง จ.บึงกาฬ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง พื้นที่รอบวัดรายล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ มีความสงบ ร่มรื่น เป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย สายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต แต่เดิมเป็นสำนักสงฆ์ ซึ่งชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนาได้บริจาคที่ดินให้ และชาวบ้านได้ร่วมกันพัฒนาเรื่อยมาจนเป็น

วัดสุดเขตแดนสยาม มีพระครูประภัสสรวีรคุณ (วีระพล ปภสฺสโร) หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า พระอาจารย์ลาย เจ้าคณะอำเภอศรีวิไล(ธ) เป็นเจ้าอาวาสในปัจจุบัน ภายในวัดมีวิหารขนาดใหญ่ประดิษฐานพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะเชียงแสน

ซึ่งวิหารหลังนี้ประยุกต์งานศิลปกรรมแบบร่วมสมัยได้อย่างลงตัว โดยตกแต่งเพดานด้วยไม้และเสาภายในประดับด้วยกระจกเงา อีกทั้งยังมีอุโบสถสีขาวที่มีความวิจิตรงดงาม ภายในประดิษฐานหลวงพ่อพระเงิน และได้มีการประกอบพิธียกฉัตรเมื่อปี พ.ศ. 2561 และพิธีฉลองอุโบสถ ผูกพัทธสีมา ปิดทองลูกนิมิตร

สื่อรัฐทีวี -สื่อรัฐนิวส์ / ประกวด Heritage Pageants 2024 จัดขึ้นด้วยสัมผัสทางวัฒนธรรม

บริษัท Eplanet Pte Ltd มีความภูมิใจที่จะประกาศการเปิดตัวการประกวด Heritage Pageants ครั้งที่ 7 ประจำปี 2024 งานระดับนานาชาติที่เฉลิมฉลองการผสมผสานระหว่างความงาม วัฒนธรรม และมรดกทางวัฒนธรรม การประกวดที่หลายคนรอคอยได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2024 ด้วยพิธีมอบสายสะพายให้กับผู้เข้าประกวด ณ โรงแรมดิวาลักซ์ รีสอร์ท แอนด์ สปา กรุงเทพฯ ประเทศไทย การประกวดในปีนี้ได้ขยายประเภทการประกวดเพิ่มขึ้น ได้แก่ Mister, Ms., Petite และ Gems นอกเหนือจากตำแหน่งหลักคือ Miss และ Mrs. Heritage International

ผู้เข้าประกวดจากหลากหลายประเทศ รวมถึงอินเดีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย มองโกเลีย เมียนมาร์ เม็กซิโก เนปาล ไนจีเรีย นิวซีแลนด์ ลาว ไทย สิงคโปร์ เซอร์เบีย ฟิลิปปินส์ สหราชอาณาจักร อินโดนีเซีย เปรู ลัตเวีย เคนยา และเวียดนาม ได้มารวมตัวกันในการเฉลิมฉลองระดับโลกครั้งนี้ งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-18 พฤศจิกายน 2024 โดยจะมีพิธีตัดสินและมอบมงกุฎในวันที่ 16 พฤศจิกายนกิจกรรมเบื้องต้นได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยผู้เข้าประกวดได้ร่วมถ่ายภาพในชุดประจำชาติ ชุดราตรี และชุดว่ายน้ำ ผู้เข้าประกวดยังได้มีโอกาสสำรวจเมืองกรุงเทพฯ ด้วยการนั่งตุ๊กตุ๊ก ระหว่างพักที่โรงแรมทินิดี เทรนดี้ กรุงเทพฯ ข้าวสาร ในงานแถลงข่าว ผู้เข้าประกวดได้โชว์ชุดประจำชาติและชุดวัฒนธรรมผ่านการเดินแบบอย่างน่าประทับใจ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงทางวัฒนธรรม โดยผู้เข้าประกวดแต่ละคนได้จัดโต๊ะแสดงวัฒนธรรม นำเสนอองค์ประกอบทางวัฒนธรรมของตนผ่านการจัดแสดงที่คัดสรรมาอย่างดี

Heritage Pageants ยังคงขยายการเข้าถึงระดับโลก ดึงดูดผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก และนำเสนอเวทีที่เป็นเอกลักษณ์สำหรับการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม งานนี้เป็นการรวมตัวของความหลากหลาย ความสง่างาม และการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรม ที่เน้นย้ำถึงความงามของมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลกการประกวดนี้ดำเนินการโดยบริษัท Eplanet Pte Ltd ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์ และนำโดยประธาน คุณสันโตษ สัปโกตา ซึ่งการนำของเขาได้ผลักดันให้การประกวดก้าวสู่ระดับใหม่บนเวทีนานาชาติ การแสดงอันน่าตื่นตาตื่นใจของการประกวดจะได้รับการกำกับการแสดงโดยผู้เชี่ยวชาญ คุณโรจิน ชักยา จากเนปาล และคุณเวสลีย์ ซอว์ จากมาเลเซีย ที่จะนำความงดงามทางศิลปะมาสู่งาน การดำเนินงานที่ราบรื่นของการประกวดได้รับการดูแลโดยคุณซูซาน ซานเฟอร์มี โกะ ซึ่งความเชี่ยวชาญของเธอจะรับประกันประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้อง

Heritage Pageants ทำหน้าที่เป็นเวทีสำคัญสำหรับผู้เข้าประกวดในการส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลกและสร้างความชื่นชมในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ด้วยการนำเสนอชาติพันธุ์ ประเพณี และความงามของมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ งานนี้นำผู้เข้าประกวดและผู้ชมมารวมกันในการเฉลิมฉลองความเป็นหนึ่งเดียวและความเข้าใจซึ่งกันและกันอย่างทรงพลังก่อตั้งขึ้นในปี 1999 บริษัท Eplanet Pte Ltd ได้พัฒนาจากบริษัทวางแผนการจัดงานสู่การเป็นผู้นำระดับโลกในการประกวดนางงามและงานวัฒนธรรม ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้จัดงานระดับโลกมากมาย รวมถึงการแสดงดนตรี เทศกาลวัฒนธรรม งานแสดงสินค้า และงานมอบรางวัล Eplanet ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นเลิศในการประกวดนางงาม นำเสนอโซลูชันการจัดงานที่ปรับแต่งให้เหมาะกับลูกค้าทั่วโลก

มรดกแห่ง Heritage Pageants นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2014 Heritage Pageants ได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ดึงดูดความสนใจและผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก งานแรกจัดขึ้นที่กาฐมาณฑุ เนปาล มงกุฎ Miss Heritage International ตกเป็นของ Hla Yin Kyae จากเมียนมาร์ งานนี้ได้เดินทางไปยังจุดหมายปลายทางระดับนานาชาติ รวมถึงนิวเดลี ศรีลังกา และสิงคโปร์ โดยได้มอบมงกุฎให้กับผู้ชนะที่สร้างแรงบันดาลใจ เช่น Victoria Pham จากเวียดนาม (2015), Anna Kirillina จากรัสเซีย (2022), Fontip Sriwaranyoo คุณฝนธิป ศรีวรัญญู จากไทย (2022), Wuandar Jirleyth Casanova จากเวเนซุเอลา (2023) และ Erika Hara จากญี่ปุ่น (2023)

ขอบพระคุณมา ณ ที่นี้
สำหรับการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ:

Eplanet Pte Ltd

ติดตามเราได้ที่:
Facebook: www.fb.com/pageantofheritage
Instagram: www.instagram.com/heritagepageants
เว็บไซต์: www.pageantofheritage.com

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ ชลบุรี ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมรักษาความปลอดภัย อำนวยความสะดวกการจราจร ช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ปี 2567

ช่วงเย็นวันที่ 13 พ.ย.67 นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับนายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในโอกาสเดินทางมาเป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อำนวยความสะดวกการจราจร ประชาชน และนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ประจำปี 2567 ที่จัดขึ้นที่บริเวณลานอเนกประสงค์ ที่ว่าการอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี

ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจภูธรรภาค 2 สั่งการให้ระดมกวาดล้างอาชญากรรม รักษาความปลออดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอำนวยความสะดวกการจราจรแก่ประชาชน และนักท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ประจำปี 2567 โดยบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ของตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี โดยเน้นการระดมกวาดล้างตามเป้าหมายสำคัญ คือ กลุ่มผู้ต้องหาตามหมายจับในความผิดทุกประเภท กลุ่มผู้กระทำควนผิดเกี่ยวกับยาเสพติดทุกประเภท และกลุ่มผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด และสิ่งเทียมอาวุธปืน ดอกไม้เพลิง การแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการตามแผนป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และการรักษาความสงบในพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงได้บูรณาการประสานความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ จังหวัดชลบุรี, มณฑลทหารบกที่ 14, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดชลบุรี, เมืองพัทยา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สาขาพัทยา, กรมเจ้าท่า, สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา, มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน, ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี, ตำรวจสันติบาลจังหวัดชลบุรี, ตำรวจทางหลวงจังหวัดชลบุรี, ตำรวจน้ำ, ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี, สถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี, ตำรวจอาสา และอาสาสมัครฝ่ายพลเรือน

โดยทำการปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในห้วงเทศกาลดังกล่าว ซึ่งได้สนธิกำลังพลในการปฏิบัติรวมจำนวน 289 นาย รถยนต์จำนวน 17 คัน และรถจักรยานยนต์จำนวน 19 คัน โดยประธานในพิธีได้กล่าวโอวาทและแนวทางการปฏิบัติงาน และกล่าวเปิดพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินย์อำนาย
ความสะดวกการจราจรแก่ประชาชน และนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ประจำปี 2567 ตามลำดับพิธีการ

จังหวัดชลบุรี จัดงานวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2567

วันที่ 14 พ.ย.67 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานพิธีถวายสักการะพานพุ่มดอกไม้สด เนื่องวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2567 ณ อาคารกีรติสิริโยธิน ค่ายนวมินทราชินี กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ จ.ชลบุรี โดยมีข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี และพ่อค้าประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธีฯ

 ด้วยคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พุทธศักราช 2545 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะที่ทรงเป็น “พระบิดาแห่งฝนหลวง” เนื่องจากเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2498 เป็นวันที่พระองค์ทรงมีพระราชดำริที่จะนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ มาประยุกต์ใช้ ในการบังคับเมฆให้เกิดเป็นฝน จนเกิดเป็นเทคโนโลยีฝนหลวงที่ขจัดปัดเป่าความทุกข์ยากให้แก่พสกนิกรขอพระองค์ที่ประสบภัยแล้ง และเป็นองค์ประกอบในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศจวบจนปัจจุบัน 

พสกนิกรชาวไทยทั้งมวลต่างสำนึก และตระหนักว่าพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงตรากตร่ำพระวรกายในการทรงงานเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของราษฎร ทั่วทุกภาคของประเทศให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยทรงมีพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ตลอดจนพระอัจฉริยภาพและพระวิริยะอุตสาหะในการทรงทุ่มเทให้กับการประดิษฐ์ คิดค้นวิจัยและพัฒนา จนเกิดเป็นโครงการพระราชดำริมากมายนานัปการ ซึ่งรวมถึงโครงการพระราชดำริฝนหลวง อันก่อเกิดประโยชน์คุณูปการอเนกอนันต์แก่ปวงชนชาวไทยและนานาประเทศ

กิ่งกาชาดอำเภอบางละมุงมอบเครื่องกรองน้ำให้โรงเรียนไกลปืนเที่ยง

ข่าวรายงานว่า จ่าเอก พิทยาภรณ์ ก่อแก้ว ปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง พร้อมด้วยกิ่งกาชาดอำเภอบางละมุง เดินทางเข้ามอบเครื่องกรองน้ำดื่ม ให้กับโรงเรียนบ้านโป่งสะเก็ต ม.5 ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยมี นางทัศนีย์ สหวงศ์ เจ้าหน้าที่บริหารการเงินฯ พร้อมคณะครู นักเรียน ร่วมให้การต้อนรับ

ซึ่งการมอบเครื่องกรองน้ำดื่มและเครื่องทำน้ำเย็นครั้งนี้ อยู่ในโครงการ “กาชาดมอบน้ำดื่มเพื่อสุขภาพที่ดีสำหรับนักเรียน ประจำปี 2567” เนื่องจากเล็งเห็นความสำคัญน้ำดื่มของนักเรียน ทำให้นักเรียนทุกคนได้ดื่มน้ำที่สะอาด ปลอดภัย ส่งผลให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง โรงเรียนมีเครื่องกรองน้ำที่ถูกสุขลักษณะทำให้ผู้ปกครองเชื่อมั่นในการดูแลสุขภาพนักเรียน ซึ่งเครื่องกรองน้ำดังกล่าวทำการติดตั้งไว้ด้านข้างอาคารเรียน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ครู นักเรียน มีน้ำดื่มที่สะอาดในการบริโภคต่อไป

สำหรับโรงเรียนบ้านโป่งสะเก็ต เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ มีนักเรียนจำนวน 1,408 คน เปิดสอนในระดับชั้นอนุบาล 1 – ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนางพัชราวรรณ บุญอ่อน ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน ปัจจุบันใช้น้ำประปาหมู่บ้านซึ่งค่อนข้างจะดำ ส่วนน้ำที่ใช้ในการอุปโภค บริโภค ต้องซื้อ ซึ่งการได้รับการสนับสนุนเครื่องกรองน้ำจากกิ่งกาชาดอำเภอบางละมุง จะช่วยให้ครู นักเรียน และบุคลากรภายในโรงเรียนมั่นใจว่ามีน้ำสะอาดไว้ดื่ม

นายกเมืองพัทยาร่วมแสดงความยินดีธุรกิจขายส่งยักษ์สยายปีกเมืองท่องเที่ยว เปิดโฉมใหม่! “แม็คโคร สาขาพัทยาใต้” หลังให้บริการคู่เมืองพัทยาเข้าสู่ปีที่ 15

วันที่ 14 พ.ย.67 มีรายงานว่า นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้ร่วมแสดงความยินดีและร่วมพิธีเปิดโฉมใหม่ แม็คโคร สาขาพัทยาใต้ โดยมี นายธนิศร์ เจียรวนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจแม็คโคร ประเทศไทย เป็นประธานในงาน

โดยนายกเมืองพัทยา ได้กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ แม็คโคร สาขาพัทยาใต้ ได้เปิดโฉมใหม่เพื่อรองรับการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ถือเป็นธุรกิจค้าส่งที่เข้มแข็ง โดยในส่วนของแม็คโคร สาขาพัทยาใต้ นั้นได้เปิดให้บริการคู่เมืองพัทยามาแล้วกำลังจะก้าวสู่ปีที่ 15 ในเดือนธันวาคม 2567 ที่จะถึงนี้ การปรับโฉมใหม่ในครั้งนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมความทันสมัยและสินสินค้าคุณภาพที่หลากหลายยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการให้บริการอย่างดีเยี่ยมของทาง แม็คโคร ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ลูกค้ามั่นใจในการเป็นผู้ช่วยของผู้ประกอบการ ทั้งธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม ภัตตาคาร รวมถึงนักท่องเที่ยว และลูกค้าทั่วไป ได้มีโอกาสนำไปต่อยอดใช้ในการทำธุรกิจของตนเองให้ดีและส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีศักยภาพต่อไป

นายอำเภอ-นายกพัทยา ร่วมตรวจโป๊ะลอยทะเลนาเกลือ สร้างความปลอดภัยคืนงานลอยกระทง

วันที่ 13 พ.ย.67 นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง พร้อมด้วยนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจความปลอดภัยของโป๊ะลอยทะเลบริเวณที่ทำการประมงพื้นบ้านนาเกลือ ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมลอยกระทงเมืองพัทยา ประจำปี 2567

โดยนายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง เปิดเผยว่า ทางผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ได้เน้นย้ำให้พื้นที่ต่างๆ ที่จัดงานลอยกระทงให้มีการตรวจสอบความปลอดภัยเพื่อป้องกันอันตรายให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ร่วมงาน เพื่ออุบัติไม่คาดฝันอาจเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้

ทั้งนี้ ในปีนี้เมืองพัทยาได้กำหนดจัดงานลอยกระทงบริเวณสวนสาธารณะลานโพธิ์นาเกลือ และจะใช้บริเวณโป๊ะลอยทะเลบริเวณที่ทำการกลุ่มประมงพื้นบ้านนาเกลือ ซึ่งนอกจากเตรียมความพร้อมด้านสถานที่แล้ว ยังได้กำหนดให้บูรณาการการทำงานของเจ้าหน้าเพื่อคอยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้านด้วยเช่นกัน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นบ.ยส.24 บูรณาการร่วมกับกลุ่มงานสุขภาพจิตและยาเสพติด สสจ.นครพนม

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบล กุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ รองผู้อำนวยการกองบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (รอง ผอ. ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24)

พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ร่วมกับ นางสาวธิดารัตน์ เลี่ยวปรีชา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานสุขภาพจิตและยาเสพติด สสจ.นครพนม และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประชุมหารือตรวจพื้นที่อาคารหลังศูนย์ฟื้นฟู เพื่อเสนอเป็นศูนย์บำบัด ในพื้นที่ จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นการบูรณาการหน่วยงานส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดนครพนม ตามดำริของ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24) ซึ่งได้ให้ความสำคัญกับผู้ที่หลงผิดผู้ที่เสพสารเสพติดเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและท้าทาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้คนมากมาย

การหลุดพ้นจากการใช้สารเสพติดต้องอาศัยแนวทางที่ครอบคลุมและแรงสนับสนุนเป็นอย่างมาก วิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูสมรรถภาพจากการใช้ยาเสพติด คือการใช้บริการจากศูนย์บำบัดยาเสพติดซึ่งมีคุณประโยชน์หลายประการ ที่จะสามารถสนับสนุนให้บุคคลมีชีวิตที่มีสุภาพดีขึ้น โดยจะมีทีมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และมีคุณสมบัติเหมาะสม รวมถึงแพทย์ นักบำบัด ผู้ให้คำปรึกษา และเจ้าหน้าที่ผู้ให้ความช่วยเหลือ ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จะร่วมวางแผนการรักษาเฉพาะเป็นรายบุคคล

ซึ่งใช้ความเชี่ยวชาญทำให้มั่นใจได้ว่าผู้เข้ารับการบำบัดจะปลอดภัย ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และแผนการรักษาจะถูกปรับเสมอตลอดระยะเวลาการบำบัด เพื่อให้สอดคล้องกับพัฒนาการของแต่ละบุคคล ถานบำบัดจะต้องมีสภาพแวดล้อมแบบปิด ที่มีความสงบ ปลอดภัย และมีการควบคุม สภาพแวดล้อมที่เป็นระบบปิดจะช่วยให้บุคคลสามารถโฟกัสกับกระบวนการบำบัดที่เข้มข้น สามารถสร้างกิจวัตรและพัฒนานิสัยที่ดีต่อสุขภาพ และใส่ใจกับกระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ โดยไม่ถูกรบกวนจากโลกภายนอกต่อไป

ภาพ/ข่าว​ นบ.ยส. 24
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาในพื้นที่ จ.ประจวบฯ

เมื่อวันที่ 13 พ.ย.67 ที่ โรงเรียนอานันท์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามผลการพัฒนาทางการศึกษา การจัดการศึกษาตามแนวทาง 3 เสาหลัก 5 กลยุทธ์ตลอดจนปัญหาข้อขัดข้องอื่นๆ ของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา พื้นที่จังหวัดประจวบฯ โดยมี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วย พ.อ.พีรฉัตร พานทอง รอง ผบ.ทบ.มทบ.15, ร.ต.นพรัตน์ พลอยนุช ผบ.มว.รว.ที่ 3 ฉก.จงอางศึก, ร.ท.ชวลิต ใจซื่อ หัวหน้า ธป.กร.ที่ 110, พ.ต.ต.เจริญ อุปวรรณะ ผบ.ร้อย.ฉก.รพศ., หัวหน้าส่วนราชการ และคณะผู้บริหาร ร่วมให้การต้อนรับ

ในการนี้ นางสาวกุณฑิกา โกมุก ผู้อำนวยการโรงเรียนอานันท์ กล่าวต้อนรับ พร้อมนำเสนอผลการดำเนินงานการพัฒนาโรงเรียนของกองทุนการศึกษา ตามแนวทาง 3 เสาหลัก 5 กลยุทธ์ การขับเคลื่อนงานคุณธรรมตามเป้าหมายและกรอบใหม่ใน 10 ปีข้างหน้า การดูแลและพัฒนานักเรียนทุนพระราชทาน รายงานความสำเร็จความดีงามของโรงเรียน รวมถึงแจ้งปัญหาข้อขัดข้องของโรงเรียนให้องคมนตรีได้รับทราบและชี้แนวทางการแก้ปัญหาให้กับทางโรงเรียน

พร้อมกันนี้ องคมนตรีและคณะ มีกำหนดการเดินทางเข้าตรวจเยี่ยมและพบปะผู้บริหาร ครู และบุคลากร โรงเรียนวไลย อ.หัวหิน สำหรับการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมครั้งนี้ เพื่อรับทราบรายงานผลการดำเนินงานโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา ความคืบหน้าของการบริหารงาน ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา รวมถึงปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานด้านต่างๆ นอกจากนี้ องคมนตรีได้มอบอุปกรณ์การเรียนและอุปกรณ์กีฬาโดยรับได้รับการสนับสนุนจากบริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชันแนล ให้กับทั้ง 2 โรงเรียนอีกด้วย.


กรมอุทยานฯ ย้ายต่อเนื่องลิงหัวหินอีก 89 ตัว แก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชน

เมื่อวันที่ 12 พ.ย.67 นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี นายสุรศักดิ์ อนุเมธางกูร ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า นายอนุรักษ์ สกุลพงษ์ นายสัตวแพทย์ประจำหน่วย นำกำลังเจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย ลงพื้นที่วางกรงดักจับลิงแสมบริเวณเขาตะเกียบ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 เพื่อเร่งแก้ปัญหาลิงรบกวนประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว ภายใต้นโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในการเร่งแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ผลการดำเนินงานในวันนี้ สามารถจับลิงได้ 89 ตัว แบ่งเป็นเพศผู้ 57 ตัว เพศเมีย 32 ตัว ทำหมันแล้วทั้งหมด 89 ตัว สรุปผลการดำเนินงานรวม 2 วัน สามารถเคลื่อนย้ายลิงได้ทั้งสิ้น 110 ตัว โดยลิงทั้งหมดถูกเคลื่อนย้ายจากพื้นที่เทศบาลเมืองหัวหินไปยังสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของสัตว์ป่า โดยเจ้าหน้าที่ฯจะดำเนินการวางกรงจับลิงที่เขาตะเกียบและเขาหินเหล็กไฟ ในเขตเทศบาลเมืองหัวหินจนถึงวันที่ 14 พ.ย. นี้

ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าริมหาดหัวดอน หมู่บ้านเขาตะเกียบ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการริมหาดประสบปัญหาความเดือนร้อนจากฝูงลิงเข้ามารื้อค้นสิ่งของภายในร้าน และแย่งของกินจากนักท่องเที่ยว แต่หลังจากกรมอุทยานฯ เข้ามาดำเนินการจับลิงบริเวณนี้ทำให้ปัญหาลดลง ลิงเริ่มรู้มากหลบไม่ออกมาให้จับ ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการและเมืองท่องเที่ยวหัวหิน.

กกต.ประจวบฯ แนะผู้สมัคร นายก-ส.อบจ. ศึกษาข้อกฎหมายและลักษณะต้องห้ามก่อนลงสมัคร

เมื่อวันที่ 13 พ.ย.67 นายศักดิ์ชัย เลิศกิตติวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประจวบฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้เห็นชอบร่างแผนการจัดการเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 19 ธ.ค.67 โดยประกาศวันรับสมัครรับเลือกตั้งระหว่างวันที่ 23-27 ธ.ค.นี้ และกำหนดวันเลือกตั้งในวันเสาร์ที่ 1 ก.พ.68 ซึ่งการเสนอวันเลือกตั้งและวันรับสมัครรับเลือกตั้ง เป็นอำนาจของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยความเห็นชอบของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เพื่อประกาศให้มีการเลือกตั้ง

ดังนั้นในระหว่างนี้จึงขอเชิญชวนผู้ที่มีความประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้ง เตรียมความพร้อมศึกษาข้อกฎหมาย พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 โดยเฉพาะเรื่องของลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร เพราะหากลงสมัครโดยที่รู้อยู่แล้วว่าตนเองมีลักษณะต้องห้ามจะมีโทษตามฎหมาย นอกจากนี้ ขอให้ผู้ประสงค์จะสมัครได้ศึกษาขั้นตอน เอกสารหลักฐานการสมัครที่เว็บไซต์สำนักงาน กกต. www.ect.go.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ หรือสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดฯ โดย จ.ประจวบฯ มีเขตเลือกตั้งทั้งหมด 30 เขตเลือกตั้ง มีสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้ 30 คน และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 คน สำหรับการเลือกตั้ง อบจ.ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คาดว่าจะใช้งบประมาณจัดการเลือกตั้งไม่เกิน 40 ล้านบาท เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งในสถานการณ์ปกติ ต่างจาก 4 ปีก่อน ซึ่งมีการระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้ผู้สมัครนายก อบจ.กำหนดให้ใช้งบหาเสียงไม่เกิน 18 ล้านบาท สำหรับ ส.อบจ.ใช้งบไม่เกินรายละ 1 ล้าน 2 แสนบาท.

ตม.ประจวบฯเอาจริง ระดมกวาดล้างอาชญากรรมและปราบปรามแรงงานต่างด้าวเถื่อนเข้มข้น


วันนี้ 13 พ.ย.2567 เวลา 16.30 น. พ.ต.อ.เศรษฐภัทร ณ สงขลาผกก.ฯรรท.ผกก.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ,พ.ต.ท.อดุลย์ คงไข่ศรี รอง ผกก.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ณัฏฐวรรธ แก้วทิพย์เนตร สว.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์, ร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.3 ได้ทำการจับกุม MR.CHEDLY SAHEB ETTABA สัญชาติ อเมริกัน อายุ 69 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงพัทยา ที่ 183/2567 ลง 31 ต.ค.2567 กระทำความผิดฐาน ยักยอกทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์ ณ.บ้านเลขที่ 611 ม.14 ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
พร้อม นำตัวส่ง พงส.สภ.หัวหิน จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวนำส่ง พงส.สภ.บางละมุง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หน.อช.กุยบุรี คว้ารางวัลบุคลากรภาครัฐดีเด่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สะท้อนความทุ่มเทในการอนุรักษ์ทรัพยากรฯ

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ประกาศผลการคัดเลือกบุคลากรภาครัฐดีเด่น ศิษย์เก่าดีเด่น และนิสิตดีเด่น ประจำปี 2567 โดยนายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จ.ประจวบฯ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นบุคลากรภาครัฐดีเด่นจากคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โดยได้มีการมอบรางวัลเมื่อวันที่ 12 พ.ย.67 ที่ผ่านมา เนื่องในวันสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ครบรอบ 45 ปี ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567

“การคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ มันคือความภาคภูมิใจ” นายอรรถพงษ์ กล่าวถึงความรู้สึกต่อการทำงานในชีวิตราชการ พร้อมเสริมว่าภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกรมอุทยานแห่งชาติฯ และได้ปฏิบัติตามคำสอนของรุ่นพี่ จนสามารถสร้างผลงานที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับหน่วยงานต้นสังกัด จนเป็นที่ยอมรับจากหน่วยงานภายนอก รางวัลบุคลากรดีเด่นครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จในการปฏิบัติงานของนายอรรถพงษ์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทและอุดมการณ์ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของสัตว์ป่าในประเทศไทย.


สาวคิดสั้นกระโดดสะพานลอย โชคดี ตร.ชะอำเกลี้ยกล่อมช่วยได้ทัน


ช่วงค่ำวันที่ 14 พ.ย. 67 ตำรวจ สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี รับแจ้งเหตุมีคนพยายามกระโดดสะพานลอย บริเวณ 3 แยก ที่ทำการไฟฟ้า อ.ชะอำ หลังเก่า ริมถนนเพชรเกษมขาเข้า กทม. เขตเทศบาลเมืองชะอำ จ.เพชรบุรี จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมประสานรถกระเช้าเทศบาลเมืองชะอำ กู้ภัยสว่างสรรเพชรเข้าให้การช่วยเหลือ ในที่เกิดเหตุพบหญิงสาวอายุประมาณ 30 ปี กำลังนั่งคร่อมบนราวสะพานมีความสูงจากพื้นประมาณ 10 เมตร สภาพพร้อมกระโดดลงมา เจ้าหน้าที่จึงนำรถกระเช้าเข้าให้ความช่วยเหลือพาตัวลงมาได้อย่างปลอดภัย จาการสอบถามหญิงผู้ก่อเหตุอ้างว่าจำชื่อ-สกุลจริงของตัวเองไม่ได้ ก่อนจะร้องไห้บอกว่าเพียงว่า ชื่อ มิก อยู่ จ.ร้อยเอ็ด ทางกู้ภัยพาไปตรวจร่างกายยังรพ.ชะอำ แต่ น.ส.มิก ไม่ยอมลงจากรถ ตำรวจต้องช่วยเกลี้ยกล่อมนานกว่า 30 นาที จึงยอมให้แพทย์ตรวจร่างกาย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สอบถามชาวบ้านในพื้นที่ทราบว่า น.ส.มิก ได้ติดรถจาก จ.ร้อยเอ็ด มาลงที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อหางานทำโดยตระเวนเดินหางานได้ 2 วันแต่ไม่มีใครว่าจ้าง ภายหลังไม่มีเงินติดตัวและเกิดอาการเครียดหิวข้าว จึงก่อเหตุคิดสั้นจะกระโดดสะพานลงมาแต่พลเมืองดีพบเห็นแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือไว้ได้ทัน อย่างไรก็ตามกำลังสืบสวนต่อไปว่า น.ส.มิก เป็นผู้ป่วยจิตเวชหลบหนีออกมารจากบ้านพักที่ จ.ร้อยเอ็ด หรือไม่ เพื่อจะได้ประสานญาติพี่น้องก่อนพาตัวกลับบ้านไปบำบัดรักษาต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781





	

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.นครราชสีมา ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลลอยกระทง

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 เวลา 16.00 น. นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายสามารถ สุวรรณมณี ปลัดจังหวัดนครราชสีมา ร่วมพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ช่วงเทศกาลลอยกระทง จ.นครราชสีมา โดยมี พลตำรวจตรี ณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรรณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาเป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการฝ่ายต่างๆ ร่วมพิธีปล่อยแถว รองผู้บังคับการตำรวจภูธรนครราชสีมา ท่านผู้แทนกองทัพภาคที่ 2 สำนักงาน ปปส.ถาค 3 สาธารณสุขจังหวัด สรรพสามิตร สารวัตรทหาร หน่วยกู้ภัย และ อาสาสมัคร เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ พลตำรวจตรี ณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรรณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า “พิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ประจำปี ๒๕๖๗ วันพุธที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๑๗ เวลา ๑๖.๐๐ น. ณ บริเวณลานหน้า ภ.จว.นครราชสีมา อ.เมือง จว.นครราชสีมา

เนื่องจากวันศุกร์ที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๗/ เป็นวัน ลอยกระทง หลายพื้นที่ก็ได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งการลอยกระทง การแสดงแสง สี เสียง/ เพื่อสืบสานประเพณีของไทย ซึ่งจะมีประชาชน และนักท่องเที่ยว/ เดินทางมาร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก จึงอาจเกิด เหตุอาชญากรรม/การประทุษร้ายต่อทรัพย์/และเหตุอันตรายต่อชีวิต ร่างกายของประชาชน ขึ้นได้ ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้มีการระดม กวาดล้างอาชญากรรม/เพื่อป้องกันอาชญากรรม และรักษาความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยมุ่งเน้นการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับการลักลอบตั้งโรงงานผลิตพลุ ประทัด/ เชื้อประทุ/ ดอกไม้ เพลิง/

เพื่อป้องกันเหตุโรงงานทำดอกไม้เพลิง/ หรือพลุ ระเบิด ซึ่งอาจส่งผล เป็นอันตรายอย่างรุนแรงต่อประชาชน/ รวมทั้งการกวดขันจับกุมผู้เล่น ดอกไม้เพลิง/ พลุ และประทัด ในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน รำคาญ หรือ ในลักษณะที่น่าจะเป็นอันตรายต่อประชาชนและกวดขันจับกุมการลักลอบผลิต และจำหน่ายพลุ ประทัด/ และดอกไม้ เพลิงโดยไม่ได้รับอนุญาต/ และกรณีเด็กเป็นผู้กระทำความผิด ก็ให้ ดำเนินการกับผู้ปกครอง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กฯ เพื่อให้ ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการควบคุม/ ดูแลบุตรหลานและรับผิดชอบใน การกระทำความผิดของบุตรหลานด้วย ดังนั้น จึงขอให้ทุกภาคส่วนร่วม บูรณาการ/ในการระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภท/ ในช่วงเทศกาล ลอยกระทง ประจำปี ๒๕๖๗ นี้อย่างจริงจัง เต็มกำลังความสามารถ

ซึ่งจะ เป็นการป้องปราม/ ป้องกัน/ และลดโอกาสของมิจฉาชีพที่จะก่อเหตุร้าย ต่อชีวิต/ ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว/ และ เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความพร้อมของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ที่จะปกป้อง ประชาชน และนักท่องเที่ยวให้มีความปลอดภัย เพื่อให้การปฏิบัติการ ร่วมกันในครั้งนี้ ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล/ อัน จะส่งผลโดยรวมเพื่อความสงบสุขของพี่น้องประชาชน

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกรวมใจชาวหนองไผ่แก้ว+จิตรเมืองนนท์สัญจร

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 ศึกรวมใจชาวหนองไผ่แก้ว+จิตราเมืองนนท์สัญจร ประธานจัดงาน นาย วิบูลย์ สุนทรวัฒน์ นายกเทศมนตรี และทีมงาน นายเกริทฤทธิ์ รัตมงคล รองนายกเทศมนตรี นายจตุพล สุนทวัฒน์ รองนายกเทศมนตรี นายสุรชัย วงค์เวทย์เสถืยร เลขานุการนายกเทศมนตรี นายมณท์ธรรม์ บุญใจเพชร ที่ปรึกษา และ อบต.พีท คิว โชควิทยา

ประธานเปิดการแข่งขันถ่ายทอดสด นาย จิรวุฒิ สิงโตทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเเปิดงานศึกรวมใจชาวหนองไผ่แก้ว+จิตรเมืองนนท์สัญจร ณ.เวทีมวยชั่วคราวเทศบาลหนองไผ่แก้ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ถ่ายทอดสดช่อง JKN 18 ยูทูป jitmuangnongym live เวลา 17.00น.เป็นต้นไป
เอ.คนข่าวรายงาน

“รัฐมนตรีเฉลิมชัย”เดินหน้าป่าชุมชนยั่งยืนลดโลกร้อน

“รัฐมนตรีเฉลิมชัย”เดินหน้าป่าชุมชนยั่งยืนลดโลกร้อนมอบ“อลงกรณ์-ปรพล“ถอดรหัส”สระบุรี แซนด์บ็อกซ์ เมืองคาร์บอนต่ำสร้างโมเดลป่าชุมชน-ป่าคาร์บอนต้นแบบก่อนขยายผลทั่วประเทศ นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ. ประธานมูลนิธิเวิลด์วิว ไครเมทและรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อม

กล่าวในงานสัมมนาเวิร์คช็อป “พลเมืองเคลื่อนรัฐครั้งที่ 3 หัวข้อ“ป่าชุมชนสระบุรีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน“ ว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีนโยบายให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ การฟื้นฟู การใช้ประโยชน์ทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืนเพื่อชุมชนและนโยบายลดโลกร้อนโดยเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อบรรลุเป้าหมายสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี2050และคาร์บอนเป็นศูนย์ในปี2565ถือเป็นนโยบายเรือธงเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน


การประชุมผนึกความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ ภาควิชาการ ผู้นำท้องถิ่นและภาคประชาชนในจังหวัดสระบุรี ซึ่งมีเจตนารมย์ร่วมกันให้จังหวัดสระบุรีเป็นต้นแบบ”เมืองคาร์บอนต่ำ” หรือ “SARABURI LOW CARBON CITY” โดยเน้นใน 5 ภาคส่วน คือ ภาคอุตสาหกรรม ภาคพลังงาน ภาคการกำจัดขยะของเสีย ภาคเกษตรกรรม และภาคการเพิ่มพื้นที่สีเขียวถือเป็นตัวอย่างต้นแบบการบูรณาการทุกภาคส่วนที่น่าชื่นชมโดยเฉพาะการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาป่าชุมชนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน (Forests for the Sustainable Future)จำนวน 45 แห่งในจังหวัดสระบุรี

ภายใต้เครือข่ายคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนแห่งละ 15 คน รวมทั้งสิ้นประมาณ 675 คนและขยายความร่วมมือกับอาสาสมัครของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเช่นเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) อีกราว 2,000 คน เครือข่ายที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติ และที่ปรึกษาเขตห้ามล่าสัตว์ป่า จำนวน 100 คนจะเป็นการขับเคลื่อนที่มีพลังสู่ความสำเร็จด้วยการบูรณาการของภาคีภาคส่วนต่างๆรวมทั้งหน่วยงานสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในจังหวัดสระบุรี ได้แก่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 5 สระบุรี สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สระบุรี สำนักสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 2 สระบุรี สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาลเขต 3 สระบุรี ป่าชุมชนนอกจากมีอรรถประโยชน์ใช้สอยเพื่อชุมชนแล้วยังมีความหลากหลายทางชีวภาพ(Biodiversity)เพื่อเดินหน้าสู่ไบโอเครดิต(Bio Credit)ทั้งยังเป็นแหล่งอาหารของชุมชน(Community Food Bank)และสามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง รวมทั้งสามารถดำเนินการเรื่องคาร์บอนเครดิตเพื่อเศรษฐกิจสีเขียวอีกด้วย ”จากผลการประชุมในวันนี้จะถอดรหัส สระบุรี แซนด์ บ็อกซ์(Saraburi Sandbox) เมืองคาร์บอนต่ำเพื่อสร้างโมเดลป่าชุมชน-ป่าคาร์บอนต้นแบบโดยจะนำเสนอต่อดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทส. พิจารณาขยายผลไปยังจังหวัดต่างๆทั่วประเทศต่อไป”นายอลงกรณ์กล่าวในที่สุด

 ในการสัมมนาเวิร์คช็อปครั้งนี้ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้วยมอบหมายนายอลงกรณ์ พลบุตร คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายปรพล อดิเรกสาร ที่ปรึกษาสมาคมการท่องเที่ยวสระบุรีเเละหน่วยงานสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในสระบุรีเข้าประชุมงานสัมมนาเวิร์คช็อป “พลเมืองเคลื่อนรัฐครั้งที่ 3 หัวข้อ“ป่าชุมชนสระบุรีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน“จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(กพร.)และมูลนิธิคอนราด อเดนาวร์เมื่อวันที่11 พ.ย.ที่ผ่านมาที่ลีลาวดีรีสอร์ต อ.เมือง จ.สระบุรีร่วมกับนายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการ กพร. ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ประธานอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการ นายบุญมี สรรพคุณ หนึ่งในผู้ริเริ่มสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ นายเสกสรร กวยะปาณิก รักษาการผู้อำนวยการสำนักจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้และภาคีภาคส่วนต่างๆเช่นจังหวัดสระบุรี สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ. )องค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก กองทุนสิ่งแวดล้อม  สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ(สพภ.BEDOThailand) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(อพท.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โรงงานและบริษัทต่างๆในพื้นที่เช่น เอสซีจี. เคมีแมน สยามฟูรูกาว่า ซีพีเมจิ ทีพีไอโพลีน เบทาโก เป็นต้นและเครือข่ายป่าชุมชนเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสระบุรีให้เป็นเมืองคาร์บอนต่ำ ( SARABURI LOW CARBON CITY )ภายใต้แนวทางOpen Gov. for SRI สระบุรี เเซนด์บ็อกซ์ (Saraburi Sandbox)ด้วยโครงการ“ป่าชุมชนสระบุรีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน”.

ข้อมูลประกอบ: ประเทศไทยมีการจัดตั้งป่าชุมชนในพื้นที่กรมป่าไม้ 12,231 แห่ง เนื้อที่ 6,308,712 ไร่ นอกจากนั้น ยังมีป่าชุมชนในพื้นที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ชุมชนที่ดูแลรักษาป่าชุมชนจะถูกโน้มน้าวให้เข้าร่วมโครงการ โดยมีเงินทุนสนับสนุน และมีการแบ่งปันผลประโยชน์จากการค้าคาร์บอนเครดิตจำนวนหนึ่ง ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2566 พบว่า ป่าชุมชน 211 แห่ง ในพื้นที่ 18 จังหวัด กำลังกลายเป็นป่าคาร์บอน โดยเป็นป่าชุมชน (ป่าบก) 129 แห่ง ป่าชุมชนชายเลน 82 แห่ง รวมปริมาณการดูดกลับก๊าซคาร์บอน ประมาณ 1,904,463 ตันของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ข้อมูลในปี 2564 ป่าธรรมชาติและป่าเศรษฐกิจในประเทศไทยมีการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกรวมกัน 100 ล้านตันของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ดังนั้น ยังเหลือตามเป้าหมายอีก 20 ล้านตันของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งต้องเพิ่มพื้นที่สีเขียวทุกประเภท ร้อยละ 55 ของพื้นที่ประเทศ รวมเนื้อที่ 177.94 ล้านไร่ ภายใน พ.ศ. 2580 เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอน และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ ในขณะที่ปัจจุบันมีพื้นที่สีเขียว ร้อยละ 39.60 รวมเนื้อที่ 128.12 ล้านไร่ ดังนั้น ต้องเพิ่มพื้นที่สีเขียว ประมาณ 49.82 ล้านไร่.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “นาทีชีวิต!!! รอง ผอ. นบ.ยส.24 เข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้น การทำ CPR ช่วยเหลือประชาชนประสบอุบัติเหตุ บนถนนสายนิตโย สกลนคร- นครพนม

เมื่อวันที่ 12 พ.ย.67 เวลา 17.30 น. ที่บริเวณ ถนนสายนิตโย สกลนคร- นครพนม ตรงข้ามปั้ม ปตท.บ.โคกก่อง ต.โพธิ์ตาก อ.เมือง จ.นครพนม พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ รองผู้อำนวยการกองบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รอง ผอ. ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (2) และพันเอก ศรณณัฐ นวลมณี รองผู้อำนวยการกองบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด

สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รอง ผอ. ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (5) ในระหว่างการเดินทางจากการปฏิบัติราชการในพื้นที่ จังหวัดนครพนม ได้พบเห็นอุบัติเหตุรถเก๋ง ทะเบียน กจ 4606 สกลนคร ชนกับรถจักยานยนต์ของชาวบ้าน บนถนนสายนิตโย สกลนคร- นครพนม บริเวณตรงข้ามปั้ม ปตท.บ.โคกก่อง ต.โพธิ์ตาก อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน 1 ราย เป็นชาวบ้าน บ.โคกกล่อง ต.โพธิ์ตาก อ.เมือง จ.นครพนม

เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างกลับจากซื้อผักที่ตลาด ในระหว่างเดินทางกลับบ้านก็มาเกิดประสบอุบัติเหตุเสียก่อน ซึ่ง รอง ผอ. ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 เห็นเห็นการพอดีจึงได้ทำการจอดรถและรีบเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็ว ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การทำ CPR

ก่อนที่หน่วยกู้ชีพฉุกเฉิน อบต.นาทราย และทีมแพทย์ฉุกเฉิน รพ.นครพนม เข้าทำการช่วยเหลือ พร้อมกับการอำนวยการจราจรอีกทางหนึ่ง เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำซ้อน จึงรีบเข้าช่วยเหลืออำนวยการประสานการปฏิบัติในทุกๆส่วนในการช่วยเหลือในครั้ง “เพราะทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส

ภาพ/ข่าว​ นบ.ยส. 24
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี + สื่อรัฐนิวส์ / ทอดผ้ากฐินสามัคคี วัดดงทองพุทธสรรรค์ ต.นิยมชัย อ.สระโบสถ์ จ.ลพบุรี

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤศจิกายน 2567 ขึ้น 10 ค่ำเดือน 12 เวลา 09.19 น. ประชาชนต่างทยอย เดินทางเข้าสู่ลานวัดดงทองพุทธสรรรค์ ตำบลนิยมชัย อำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี เพื่อร่วมทอดกฐินสามัคคีสมทบทุนเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ ศาสนสถานสร้างศาลาการเปรียญให้แล้วเสร็จ แต่ทางวัดดงทองพุทธสวรรค์ ยังขาดเงินอีกจำนวนมาก ในการก่อสร้างถาวรวัตถุศาลาการเปรียญเพื่อไว้ใช้ ให้ญาติโยมปฏิบัติธรรม ทางวัดดงทองพุทธสวรรค์ จึงได้บอกบุญมายังผู้มีจิตศรัทธาได้รวบร่วมบุญเป็นกฐินสามัคคีกำลังบุญของมุกท่าน เพื่อทอดกฐินสามัคคี ทอดถวาย ณ วัดดงทองพุทธสวรรค์ ตำบลนิยมชัย อำเภอสระโบลถ์ จังหวัดลพบุรี

ประธานฝ่ายสงฆ์ได้แก่ครูบาสุปัณวัฒฆ์ ปัญญาวุฒโฒ เจ้าอาวาสวัดดงทองพุทธสวรรค์ ประธานฝ่ายฆราวาสได้แก่ นายสินศักดิ์ ธนเลิศเปี่ยมสุข นางสาวสุคนธ์ทิพย์ ธนเลิศเปี่ยมสุข พร้อมครอบครัว ตลอดทั้งชาวบ้านดงทอง และผู้ที่เดินทางมาจากสถานที่อื่นๆ ทางวัดดงทองพุทธสวรรค์ ตำบลนิยมชัย อำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี ซึ้งเป็นวัดที่อยู่ออกห่างจากตัวอำเภอสระโบสถ์ประมาณ 20 กิโลเมตร วัดพุทธสวรรค์อยู่ติดถนนสาย อ.สระโบสถ์ – อ.ชัยบาดาล (สายใน) ตั้งอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ห่างความเจริญ อาศัยญาติโยมที่เคยเข้ามาเห็นวัดดงทองพุทธสวรรค์ แล้วเกิดความเลื่อมใสศรัทธา

เพราะทางวัดมีครูบาสุปัณวัฒฆ์ ปัญญาวุฒโฒ เจ้าอาวาสท่านมีเมตตา และเป็นพระปฏิบัติและเป็นพระสงฆ์ที่เคร่งครัดในการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ในทางหลักธรรมพระพุทธศาสนา จึงทำให้ประชาชนที่เคยเข้ามาวัดนี้แล้ว และอยากเข้ามาอีกเพื่อส่งเสริมการสร้างถาวรวัตถุของทางวัดดงทองพุทธสวรรค์ให้แล้วเสร็จสมเจตนารมณ์ของเจ้าอาวาสวัดดงทองพุทธสวรรณ เพื่อใช้ในกิจของพุทธศาสนา วัดดงทองพุทธสวรรค์ ก่อสร้างมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2556 บนเนื้อที่ 17 ไร่ โดยพระอาจารย์สมชัย ถาวโร เจ้าอาวาสรูปก่อนหน้านี้ ปัจจุบันท่านได้ถึงแก่มรณะภาพแล้ว มีครูบาสุปัณวัฒฆ์ ปัญญาวุฒโฒ มาประจำอยู่วัดแห่งนี้

งานบุญกฐินเป็นบุญใหญ่ที่จัดเป็น “กาลทาน” คือ ทานที่ถูกกำหนดด้วยเวลา มีเพียงปีละครั้ง ต้องทำภายในเวลา 30 วัน หรือจำง่ายๆว่า หลังวันออกพรรษาจนถึงวันลอยกระทง เป็นช่วงเวลาที่พระภิกษุสงฆ์ฯและญาติโยมจะได้ร่วมแรงร่วมใจกันสานต่อประเพณีอันดีงามที่เริ่มมาจาก “พระพุทธเจ้า” ขอเล่าให้ฟังพอสังเขป จุดเริ่มต้นเมื่อครั้งพุทธกาล มีพระสงฆ์จำนวน 30 รูป ต้องการเดินทางไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ด้วยระยะทางที่ไกล และยังมีฝนตกลงมา ทำให้จีวรของพระสงฆ์เหล่านั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลน เมื่อพระพุทธเจ้าได้เห็นแล้ว จึงทรงอนุญาตให้พระสงฆ์ทั้งหลายได้อยู่ต่ออีก 30 วันหลังจากออกพรรษาแล้ว เพื่อรอรับกฐิน โดยมีนางวิสาขามหาอุบาสิกาเป็นผู้ที่ได้ถวายผ้ากฐินเป็นคนแรก

อานิสงส์ผลบุญ” การทอดกฐินเป็นกาลทาน คือ ทานที่ต้องทำภายในกำหนดเวลา ปีหนึ่งทำได้ครั้งเดียว วันหนึ่งทำได้ครั้งเดียว ทุกคนที่มาร่วมบุญต้องมีการจัดเตรียมงานในหลายส่วน เจ้าภาพและผู้ร่วมทอดกฐินสามัคคีย่อมเข้าถึงโภคทรัพย์และมนุษย์สมบัติที่ได้ร่วมกันถวายทาน และยังได้อานิสงส์บริวารสมบัติจากการบอกกล่าวชวนญาติมิตรมาร่วมบุญด้วยกัน ถือเป็นบุญใหญ่ ที่ทำได้ยาก และเป็นบุญที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญว่ามีอานิสงส์มาก

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรคจังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สุดมันส์ “ศึกมวยรองครองแชมป์” รอบ 8 คนสุดท้าย เพื่อคว้าแชมป์พร้อมเงินรางวัล 1 แสนบาท/ผอ.ททท.เพชรบุรี ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสหนาว ‘เขาพะเนินทุ่ง’ ชมวิวทะเลหมอกและสัตว์ป่า

เมื่อวันที่ 11 พ.ย.67 ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน เดอะเลเจ้นท์ อารีน่า ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย, บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), Thai Smile Bus และ Thybrid Training Centre ปลุกกระแสมวยกับเวที “Legend Fighting Championship ศึกมวยรองครองแชมป์” เข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้าย ที่เวทีมวยชั่วคราว หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ มี นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน, นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาด อ.หัวหิน, นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน, นางสาววรกานต์ ถาวร รอง ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ,

นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, นายธนัท ปภพธนานนท์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ, นายจัตุชัย จำปาหอม อนุกรรมการแข่งขันกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย, ดร.พรระวี สีเหลืองสวัสดิ์ ประธานสมาพันธ์ SME ไทย จ.ประจวบฯ, นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด, นายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ต หัวหิน, วิว เยาวภา บุรพลชัย อดีตนักกีฬาเทควันโดหญิง เจ้าของเหรียญทองแดงกีฬาโอลิมปิก 2004 โปรโมเตอร์ผู้จัดการแข่งขัน, ทวี อัมพรมหา (ขาวผ่อง สิทธิชูชัย) นักกีฬาโอลิมปิก เหรียญเงินมวยสากลสมัครเล่น ปี 1984 และมนัส บุญจำนงค์ เหรียญทองโอลิมปิก มวยสากลสมัครเล่น ปี 2004 และเหรียญเงินโอลิมปิก ปี 2008 เข้าร่วมชมการแข่งขันท่ามกลางแฟนมวยจำนวนมากร่วมส่งเสียงเชียร์

นายพลกฤต พวงวลัยสิน กล่าวว่า “การแข่งขันในวันนี้ต้องขอขอบคุณทุกๆ ฝ่าย ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของกีฬาเพื่อเป็นหนึ่งใน Soft power ที่จะผลักดันในเรื่องของการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ สร้างแรงผลักดันรวมไปถึงช่วยส่งเสริมการกีฬาให้กับเยาวชน พร้อมทั้งยังเป็นการมุ่งเน้นประชาสัมพันธ์ในเรื่องการท่องเที่ยวในประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในเมืองไทยไปพร้อมๆ กันอีกด้วย และที่สำคัญการจัดแข่งขัน รายการ “ Legend Fighting Championships 2024 ศึกมวยรองครองแชมป์ ” ที่หัวหินในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยวผ่านกิจกรรมกีฬา และเป็นการตอกย้ำให้เมืองหัวหินและ จ.ประจวบฯ ว่าเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการรองรับการจัดการแข่งขันกีฬาอย่างต่อเนื่อง เป็นอีกหนึ่ง destination ที่สำคัญทางด้านการท่องเที่ยวและกีฬาของประเทศไทย”

สำหรับผลการชก เกมส์บอนด์ ส.สุวรรณรัณย์ ชนะคะแนน มงคลชัย เกียรติชายเล็ก / ฤทธิชัย ช.วชิระ ชนะน็อค ชัยวัฒน์ เหน่งซับใหญ่ / สิงห์พยัคฆ์ หนุ่มธรณ์เทพ ชนะน็อค ปราบอัศวิน ภูวนาแก้วขวัญการ์ด / สามล้าน ลูกพ่อพระยาเสือ ชนะน็อค Phoe Zaw (เมียนมา) ส่วนในรอบ Superfight ก็ดุเดือดเข้มข้นไม่แพ้กัน โดยมีผลการแข่งขันดังนี้ ลมฝน ส.ศิลารักษ์ ชนะ ฟ้าสดใส The Legend Arena / ซุปเปอร์บอล น้ำแพรลูกสาวกำนันกุ้ง ชนะ AMMAD MASOUMINIA (อิหร่าน) / สายน้ำเพชร Wildcard gym ชนะ เสาร์ห้า หนุ่มธรณ์เทพ และคู่สุดท้าย เพชรนรินทร์ หนุ่มธรณ์เทพ ชนะ HLA WIN (เมียนมา)

มาร่วมลุ้นร่วมเชียร์กันอย่างต่อเนื่องกับการแข่งขันรายการ Legend Fighting Championships 2024 ศึกมวยรองครองแชมป์ ในรอบ SEMI FINAL 4 คนสุดท้าย ว่าใครจะสู่ตำแหน่งแชมป์หนึ่งเดียวของรายการนี้พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท ในวันอาทิตย์ที่ 15 ธ.ค.67 โดยเปิดให้เข้าชมฟรีตลอดการแข่งขัน ณ เวทีมวยชั่วคราว หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน หรือ สามารถชมถ่ายทอดสดทั่วประเทศ ผ่านทางช่องอมรินทร์ทีวี HD 34 และนอกจากนี้ยังสามารถติดตามได้ที่ Youtube : Legend Fc และ Facebook : Legend FC ได้ตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ผอ.ททท.เพชรบุรี ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสหนาว ‘เขาพะเนินทุ่ง’ ชมวิวทะเลหมอกและสัตว์ป่า

เมื่อวันที่ 11 พ.ย.67 นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวบริเวณเขาพะเนินทุ่ง และบ้านโป่งลึกบางกลอย หลังปิดไปนาน 3 เดือน เพื่อให้ป่ามีการฟื้นฟูของระบบนิเวศ ระหว่างนั้นทางอุทยานฯได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านสถานที่ ด้านการบริการ สิ่งอำนวยความสะดวก และมาตรการความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางไปสัมผัสธรรมชาติทะเลหมอกช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาวที่บริเวณเขาพะเนินทุ่งแหล่งชมทะเลหมอกใกล้กรุงเทพฯ ที่มีความสวยงามเป็นอย่างมากและยังมีสัตว์ป่านานาชนิดให้นักท่องเที่ยวได้ชมอีกด้วย ซึ่งหลังจากเปิดฤดูกาลการท่องเที่ยวที่เขาพะเนินทุ่งมาตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 67 ก็มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางไปเที่ยวชมกันจำนวนมาก


อย่างไรก็ตามบริเวณพะเนินทุ่งจะเปิดอนุญาตให้พักแรมเฉพาะกางเต็นท์เท่านั้น ซึ่งจะรองรับนักท่องเที่ยวได้ 150 คนต่อคืน และจะไม่มีการจองผ่านระบบออนไลน์ แต่ให้ไปติดต่อขออนุญาตพักค้างแรมที่จุดที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สำหรับการเดินทางขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เราสามารถขับรถยนต์ส่วนตัวไปได้ ทางอุทยานฯจะอนุญาตเฉพาะรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่สมรรถนะดี โดยจะอนุญาตให้นำรถขึ้นเขาพะเนินทุ่งไป 2 เวลาคือ 05.00 – 08.00 น. และ 13.00 – 15.00 น. และขาลงอีก 2 ช่วง

ได้แก่ ช่วงเวลา 09.00 – 11.30 น. และ 16.00 – 17.00 น. สำหรับผู้ที่ไม่มีรถสามารถติดต่อกับศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อใช้บริการรถรับจ้างหรือรถกระบะเช่าขึ้นไปได้ ทั้งนี้ จุดกางเต็นท์พะเนินทุ่งตั้งอยู่บนยอดเขาพะเนินทุ่งมีลักษณะเป็นลานกว้าง มีทิวทัศน์ที่สวยงามของป่าเขาและทะเลหมอก มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ร้านค้าสวัสดิการ เป็นต้น และมีคลื่นสัญญาณโทรศัพท์เฉพาะเครือข่ายเอไอเอส ขณะที่การเดินทางไปท่องเที่ยวที่บ้านโป่งลึกบางกลอย ก็สามารถติดต่อสอบถามได้บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อขออนุญาตเดินทางเข้าไปพักแรมเช่นกัน


นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี กล่าวว่า ฤดูหนาวนี้ ทาง ททท.เพชรบุรี ก็ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาร่วมเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวรับลมหนาวกันที่เขาพะเนินทุ่งในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 3 ของประเทศไทย โดยยูเนสโก (UNESCO) ตอนนี้นักท่องเที่ยวไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงภาคเหนือแล้ว จ.เพชรบุรีเรามีทะเลหมอกใกล้ๆ กรุงเทพฯ ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสลมหนาวกันเหมือนได้สัมผัสอากาศหนาวเย็นทางภาคเหนือ

ได้ที่เขาพะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เบอร์โทร 0 3277 2312, 091 050 4461 หรือที่ ททท.สำนักงานเพชรบุรี เบอร์โทร 032-471005-6 และ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายกเมืองพัทยาเปิดยิ่งใหญ่! งานเทศกาลดีวาลี 2024 ริมทะเลพัทยา นทท.ภารตะทะลักงาน

ค่ำวันที่ 9 พ.ย.67 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดงานทศกาลดีวาลี พัทยา ประจำปี 2567 DIWALI Festival Pattaya 2024 ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 พ.ย.67 เทศกาลแห่งแสงสว่างที่พี่น้องชาวอินเดียทั่วโลกจัดเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ที่บริเวณการจัดงานริมชายหาดพัทยากลาง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยพบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย และนักท่องเที่ยวเชื้อสายไทยซิกข์ เข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก

ในงานประธานในพิธีได้ร่วมสวดอาตีขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะขึ้นเวทีกล่าวเปิดงาน DIWALI Festival Pattaya 2024 อย่างเป็นทางการ โดยมี นายสกล ผลลูกอินทร์ นายนคร ผลลูกอินทร์ สมาชิก อบจ.ชลบุรี นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการ ททท.พัทยา นายสุขราช กาลรา นายกสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย (พัทยา) นายดิโอ้ ซิงห์ นายกสมาคมอินเดียชลบุรี และสมาคมอินเดียพัทยา ร่วมจุดเทียนชัยแห่งแสงสว่าง

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้กล่าวแสดงความยินดีกับการจัดงาน DIWALI Festival Pattaya 2024 ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 และเป็นนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ กิจกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือร่วมใจของ 3 สมาคม ได้แก่ สมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย สมาคมอินเดียชลบุรี และสมาคมอินเดียพัทยา ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องการเห็นในความร่วมมือที่ดีนี้ให้เกิดในเมืองพัทยา สิ่งสำคัญคืองานดังกล่าวยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ภายใต้แนวนโยบายซอล์ฟเพาเวอร์ของรัฐบาลอีกด้วย

สวนนงนุชพัทยา ให้ความสำคัญด้านการศึกษา ภาคภูมิใจเปิดโรงเรียนนงนุชพัฒนาทักษะอาชีพและกีฬา อาณาจักรแห่งการเรียนรู้ อย่างเป็นทางการ

วันที่ 11 พ.ย.67 ที่สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี โดยนายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้จัดพิธีเปิดโรงเรียนนงนุชพัฒนาทักษะอาชีพและกีฬา อย่างเป็นทางการ โดยมีแขกผู้มีเกียรติ รวมทั้งบุคลากรด้านการศึกษาในพื้นที่เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ในพิธีได้จัดพิธีทางศาสนา พระเถรานุเถระจำนวน 9 รูป ร่วมเจริญภาวนาสงดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อผู้เข้าร่วทพิธีเปิดโรงเรียนนงนุชพัฒนาทักษะอาชีพและกีฬา ถือเป็นสถานศึกษาอห่งใหม่ในจังหวัดชลบุรีอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ โรงเรียนนงนุชพัฒนาทักษะอาชีพและกีฬา เปิดการเรียนการสอนรวม 6 หลักสูตร คือ หลักสูตรวิชาอาหารไทย หลักสูตรวิชามวยไทย หลักสูตรภาษาต่างประเทศ หลักสูตรวิชานาฏศิลป์ไทย หลักสูตรพัฒนาแม่บ้านมืออาชีพ และหลักสูตรจัดดอกไม้

“ไพรม์มัส พัทยา” เพิ่มศักยภาพบริการซ่อมสีและตัวถังรถ EV ผงาดสู่มาตรฐานระดับสูงสุด Mercedes-Benz


นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บจก.ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ เปิดเผยว่า ด้วยนโยบายของ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ที่มุ่งเน้นการให้บริการลูกค้าทั้งด้านการขายและบริการหลังการขายอย่างเต็มประสิทธิภาพและครอบคลุมในทุกมิติ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรเป็นอันดับแรก ควบคู่กับการคัดสรรเครื่องมือพิเศษที่มีเทคโนโลยีอันสมัย เพื่อยกระดับการบริการและรองรับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด

ล่าสุด “ไพรม์มัส พัทยา” ได้ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการซ่อมสีและตัวถังของ Mercedes-Benz ด้วยการเพิ่มศักยภาพ ให้แก่ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ โดยเข้ารับการอบรมทักษะงานซ่อมสีและตัวถังยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมาตรฐานระดับสูงสุดของ Mercedes-Benz ด้วยการฝึกทักษะความชำนาญการถอด ตัด เชื่อม ต่อ โครงสร้างตัวถังหลัก ทั้งแบบเหล็ก อลูมิเนียม และโลหะอื่น ทำให้บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจวัสดุ โครงสร้างตัวถัง ระบบการทำงาน และเทคโนโลยีต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน 

พร้อมกันนี้ ทาง “ไพรม์มัส พัทยา” ได้เลือกสรรอุปกรณ์เครื่องมือพิเศษมาตรฐานสูงสำหรับงานซ่อมสี-ตัวถัง โดยเฉพาะ อาทิ ชุดเครื่องมือ Car-O-Liner, ชุดตรวจวัดตัวถังระบบคอมพิวเตอร์, ชุดแท่นดึงตัวถัง CELETTE X-ONE, ห้องอบ-พ่นสี NOVA VERTA และระบบอบสีแขนกลอินฟราเรด TECOPOINT  พร้อมใช้ผลิตภัณฑ์สีน้ำที่มีคุณภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญ ทุกชิ้นงานจะผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน ด้วยเครื่องมือตรวจวัดค่าสี ภายใต้อุโมงค์ไฟส่องสว่างสูงถึง 1,500 Lux ทำให้ทุกงานซ่อมมีคุณภาพและสมบูรณ์แบบมากสุด ทั้งรองรับงานซ่อมหนัก-เบาของรถยนต์ Mercedes-Benz ครอบคลุมได้ทุกรุ่น ทุกซัพแบรนด์อีกด้ว

ปัจจุบัน ศูนย์บริการรถยนต์ Mercedes-Benz ของ ไพรม์มัส พัทยา” ด้านงานซ่อมสีและตัวถัง ตั้งอยู่ที่พัทยา-นาจอมเทียน มีช่องซ่อมทั้งหมด 17 ช่องซ่อม รองรับรถยนต์เข้ารับบริการได้มากกว่า 200 คันต่อเดือน ด้วยบริการที่หลากหลายและครบวงจรสำหรับรองรับรถยนต์ทั้งแบบเครื่องยนต์ และแบบไฟฟ้า ทุกรุ่น ทุกซัพแบรนด์ และรับงานซ่อมจากบริษัทประกันภัยชั้นนำทุกแห่ง โดยมีทีมฉพาะสำหรับประสานงานและอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าบริษัทประกันภัย เมื่อนำรถยนต์เข้ารับบริการเคลมซ่อมสี-ตัวถัง ที่ ไพรม์มัส พัทยา” ทั้งมีบริการนัดหมายล่วงหน้า และติดตามสถานะการซ่อมในทุกขั้นตอนอีกด้วย

สัปดาห์หน้า! เมืองพัทยารับปากเตรียมปรับภูมิทัศน์พื้นที่สาธารณะ หลังชาวบ้านร้องสัตว์มีพิษชุกชุม

ตามที่มีประชาชนที่พักอาศัยภายในเจ๊ะมะดีแมนชั่น ซอยสุขุมวิท 28 (ตัดโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา) กับสื่อมวลชน อยากให้เมืองพัทยาส่งเจ้าหน้าที่มาทำการปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่สาธารณะหลังห้องเช่า ซึ่งรกร้าง และอาจเกิดอันตรายจากสัตว์มีพิษที่ชุกชุมในช่วงที่มีฝนตก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวต่อกรณีดังกล่าวว่า ด้วยพื้นที่สาธารณะดังกล่าวเป็นพื้นที่ของเอกชนที่มอบให้กับทางเมืองพัทยาเป็นที่สาธารณะมานานแล้ว แต่เนื่องด้วยเป็นซอยตัน เมืองพัทยาจึงพิจารณาว่ายังไม่มีความจำเป็นที่จะดำเนินการทำถนน แต่ในปัจจุบันความเจริญมากขึ้น จึงเห็นควรจะต้องมีการเสนองบประมาณเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน

ที่ผ่านมาเมืองพัทยาเคยเข้าไปจัดการพื้นที่ครั้งหนึ่งแล้ว แต่ต่อมามีการปิดทางเข้าจึงไม่ได้เข้าไปดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันพบว่าได้เปิดพื้นที่ทางเข้าแล้ว และจะได้ส่งเจ้าหน้าที่กองช่างสุขาภิบาลเข้าไปดำเนินการเคลียร์พื้นที่ในเบื้องต้นก่อนในวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2567 เพื่อแก้ไขปัญหาให้ขาวบ้านในการเบื้องต้น ส่วนของโครงการทำถนนเส้นดังกล่าว เมืองพัทยาจะเสนอตั้งงบประมาณในปี 2568 ต่อไป

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อบต.อ่างทอง จัดกิจกรรมธนาคารขยะชุมชนตำบล เพื่อนำรายได้ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง / กิจกรรมขยะแลกไข่ ครั้งที่ 6 ประจำปี 2567

วันที่ 12 พ.ย.67 ที่สนามหน้าโรงเรียนบ้านสีดางาม ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายบังเอิญ พึ่งโพธิ์ทอง นายกอบต.อ่างทอง สั่งการให้ นายอุดมทรัพย์ เดชะกุลกำจร เลขานายกฯ นายธานินทร์ บุญนี ปลัดอบต.อ่างทอง น.ส.ภัณฑ์ธิมา รังสิกุล รองปลัดอบต.อ่างทอง น.ส.ทิพวรรณ ปัญญาหาร หัวหน้าสำนักปลัด พร้อม ข้าราชการ พนักงาน ร่วมจัดกิจกรรมธนาคารขยะชุมชนตำบล เพื่อนำรายได้ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง กิจกรรมขยะแลกไข่ ครั้งที่ 6 ประจำปี 2567 โดยมี นางวันวิษา ลิ้มไล้ รก.ผอ.โรงเรียนบ้านสีดางาม คณะครู นักเรียน ร่วมกิจกรรม

น.ส.สุดารัตน์ สังข์ฤทธิ์ วิทยากรอิสระบรรยายขยะแนวไร้ถัง กล่าวว่า การจัดการขยะต้นทางก็คือแค่ทำทุกอย่าง ตัด ล้าง ตาก หรือทำอย่างไรก็ได้ให้สะอาด เก็บรวบรวมตากให้แห้ง และนำส่งให้ อบต.หรือหน่วยงาน สำหรับที่นี่โรงเรียน หลายๆโรงเรียน ก็ดำเนินการอยู่โดยเฉพาะที่นี่ อบต.อ่างทอง ได้ดำเนินการอยู่โครงการขับเคลื่อนของกองสาธารณสุข อบต.อ่างทอง ทำตรงนี้คือ ผู้ปกครอง และเด็กๆเริ่มมีการจัดการขยะได้ด้วยตัวเองที่บ้านแล้วนำมารวมโรงเรียน อบต. อ่างทอง ก็มารับซื้อส่วนที่ซื้อก็ซื้อส่วนที่ขายก็ขายส่วนที่บริจาคก็มีเยอะ

โดยบริจาคเข้ากองทุนชมรมผู้สูงอายุ อบต.อ่างทอง ก็อยากให้ อบต.ทุกแห่ง ทำโดยเฉพาะ อบต.อ่างทอง ขับเคลื่อนโครงการ พอช.ของอำเภอทับสะแก โดยอยากให้ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ประกาศเป็นจังหวัดใร้ถังขยะ เพราะฉะนั้นอย่าให้ทำทุกๆ แห่งทุกๆ พื้นที่ โดยเฉพาะสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินโครงการขับเคลื่อนโรงเรียนไร้ถังขยะ อยากให้โรงเรียนหลายๆ โรงเรียนมาร่วมมือร่วมใจกันทำตรงนี้เพื่อเป็นการปลูกฝังเด็กให้รู้จักวิธีการจัดการขยะด้วยตัวเองโดยไม่ทิ้งเป็นภาระให้ใคร จัดการให้จบด้วยตัวเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดการขยะของ อบต.อ่างทอง นอกจากจะดำเนินโครงการธนาคารขยะชุมชน และรับบริจาคขยะเพื่อนำรายได้เข้าช่วยเหลือผู้ป่ายติดเตียงแล้ว ก็ยังมีกิจกรรม ถุงพลาสติกแลกไข่ โดยถุงพลาสติก 1 กิโลกรัม แลกไข่ได้ 3 ฟอง รับซื้อขยะด้วยเงินสด หรือจะนำเข้าฝาก ธนาคารขยะตำบล ครบ 1 ปี มีดอกเบี้ย

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เครือข่ายองค์กรภาคประชาชน แถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาล หยุดผลักดันร่างพระราชกฤษฎีกาป่าอนุรักษ์เข้า ครม.

วันนี้ (11 พ.ย.67) ที่ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้ นายทศพล เผื่อนอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้แทนรับหนังสือข้อเรียกร้อง จากตัวแทนองค์กรภาคประชาชน 47 เครือข่ายได้รวมตัวกัน ออกแถลงการณ์ร่วมขบวนการประชาชนหยุดพระราชกฤษฎีกา “ป่าอนุรักษ์” เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดผลักดันร่างพระราชกฤษฎีกาป่าอนุรักษ์เข้า ครม.โดยทันที ระบุว่า การประกาศพื้นที่ป่าอนุรักษ์ตามนโยบายของหลายรัฐบาลสืบเนื่องกันมา ทำให้สถานการณ์การเร่งรัดประกาศป่าอนุรักษ์ด้วยการออกกฎหมายและใช้กำลังป่าเถื่อนเกิดเป็นกรณีความขัดแย้งทั่วประเทศ อันปรากฏเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนหลายกรณีตอกย้ำความรุนแรงจากผู้ถือกฎหมายที่กระทำต่อผู้คนในเขตป่าอย่างเลือดเย็นไม่จบสิ้น

โดยตัวแทนองค์กรภาคประชาชน 47 เครือข่าย แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ในการคัดค้านและไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชกฤษฎีกา โครงการอนุรักษ์และดูแลทรัพย์ยากรธรรมชาติ ภายในอุทยานแห่งชาติ 3 ประการ ประกอบด้วย 1.ไม่เห็นด้วยกับหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขต่างๆที่เกี่ยวกับการอนุญาติใช้ที่ดินในกรอบระยะเวลา 20 ปี ครอบครัวละไม่เกิน 20 ไร่ ซึ่งเห็นว่าเป็นการใช้กฎหมายเพื่อลดการใช้ที่ดินและนำไปสู่การไล่คนออกจากป่า 2.เป็นการละเมิดสิทธิ์ประชาชนที่รัฐละเลยตามหลักสิทธิมนุษยชนและสิทธิคนพื้นเมืองที่นานาประเทศได้ลงนามไว้ 3.กฎหมายดังกล่าวไม่สามารถแก้ปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดินในเขตอนุรักษ์ ระหว่างรัฐกับประชาชนได้ แต่กลับจะทำให้ข้อพิพาททวีความรุนแรงมากขึ้น ดังนี้นจึงเสนอให้รัฐบาลทบทวนการออกร่าง พ.ร.ฏ. ดังกล่าว โดยพิจารณาถึง ความมั่นคงในการใช้ที่ดิน และศักยภาพของชุมชนในการใช้ที่ดินเพื่อประกอบอาชีพที่หลากหลายในชีวิตประจำวัน

ภายหลังการรับหนังสือข้อเรียกร้องจากตัวแทนองค์กรภาคประชาชน 47 เครือข่าย นายทศพล เผื่อนอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้แจ้งให้กับผู้ที่มาชุมนุมทราบว่า จังหวัดเชียงใหม่จะเร่งดำเนินการส่งหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรัฐบาลให้เร็วที่สุด ทั้งนี้จะนำเสนอข้อเท็จจริงและข้อเรียกร้องของประชาชนให้แก่ผู้ที่มีอำนาจให้ได้รับทราบ.อีกต่อไป.

นายสิทธิชัย วนานุเวชพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่2 (แพร่) พร้อมนายภูริทัต เรืองพิริยะ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงรายที่ 2 นายอลงกรณ์ กัวตระกูล ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงรายที่ 1 และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ร่วมบรรยายข้อมูลและนำเสนอภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยและดินโคลนถล่ม

เส้นทางการคมนาคมที่เสียหาย การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุกภัย และแผนการป้องกันอุทกภัย ณ ห้องประชุมพญาพิภักดิ์ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย รวมถึงลงพื้นที่ก่อสร้างโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 118 สาย เชียงใหม่ – เชียงราย ตอน อำเภอแม่สรวย – บรรจบทางหลวงหมายเลข 1 เพื่อพังบรรยายสรุปการก่อสร้าง ณ ทางหลวงหมายเลข 118 ตอน แม่สรวย – ดงมะดะ กม.154+000 ก่อนออกเดินทางไปยัง จังหวัดเชียงใหม่ ต่อไป..

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน


สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ช้าง 10 เชือก แห่ผ้ากฐินสามัคคี วัดสุทธิวนาราม ปากคาด จ.บึงกาฬ / กิจกรรมรถโรงหนัง เฉลิมทัศน์ รอบปฐมทัศน์

ยิ่งใหญ่ขบวนช้าง 10 เชือก แห่ผ้ากฐินสมทบทุนสร้างศาลาพุทธบารมีธรรมจักร วัดสุทธิวนาราม สาธุชนร่วมงานบุญหลายพันคน
เมื่อวันที่ 10 พ.ย.67 เวลา 10.00 น. วัดสุทธิวนาราม บ้านห้วยก้านเหลือง หมู่ 11 ตำบลปากคาด อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ จัดงานทอดกฐินสามัคคี สมทบทุนสร้างศาลาพุทธบารมีธรรมจักร

โดยมีพระราชภาวนาโสภณ วิ. เจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ เจ้าอาวาสวัดเซกาเจติยาราม พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พระครูภาวนาธรรมวิสุทธิ์(หลวงตาสมพร ธมฺมธีโร) เจ้าคณะอำเภอปากคาด เจ้าอาวาสวัดสุทธิวนาราม พร้อมคณะสงฆ์ มีเจ้าคุณปู่เกศแก้ว เป็นประธานที่ปรึกษาองค์กฐิน และ บริษัท นาตรอนซ์ จำกัด แอปพลิเคชัน NZ Chat โดยคุณจิรภัทร-คุณพัตร์พิมล รัชดาธนาวดี เป็นประธานองค์กฐิน พร้อมคณะร่วมพิธี

ทั้งนี้ ศิษย์ยานุศิษย์ เจ้าคุณปู่เกศแก้ว เดินทางมาร่วมพิธีทอดกฐินทานในครั้งนี้จำนวนมาก และมีพิธีต่างๆ ตามประเพณีมากมาย ไฮไลท์สำคัญคือขบวนแห่ช้าง 10 เชือก สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก
ขบวนแห่เริ่มต้นจากจุดนัดพบ มุ่งหน้าสู่วัดสุทธิวนาราม เป็นระยาทาง 1 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวง212 นำโดยขบวนนางรำที่แต่งกายงดงาม วงดุริยางค์ รถแห่ สร้างสีสันและบรรยากาศอันรื่นเริง ประชาชนจำนวนมากพากันมาร่วมชมและถ่ายภาพขบวนช้างที่ร่วมในพิธีอันศักดิ์สิทธิ์

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีคณะศรัทธาตั้งโรงทานกว่า 40 โรงทาน โดยชาวบ้านในพื้นที่ร่วมกันออกโรงทานเพื่อแจกอาหารเครื่องดื่มให้แก่ประชาชนที่มาร่วมงาน แสดงให้เห็นถึงความศรัทธาและน้ำใจของชุมชน
การจัดงานครั้งนี้ นอกจากจะได้รวบรวมทุนทรัพย์สมทบทุนสร้างศาลาพุทธบารมีธรรมจักรแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงพลังความสามัคคีของชาวบ้านในพื้นที่ ที่ร่วมแรงร่วมใจกันทั้งการจัดขบวนแห่และการตั้งโรงทาน เพื่อให้บุญครั้งสำคัญนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

การทอดกฐินเป็นกาลทาน ปีหนึ่งทำได้ครั้งเดียว วันหนึ่งทำได้ครั้งเดียว ในปีหนึ่งๆต้องทำภายในกำหนดเวลา และผู้ทอดก็ต้องตระเตรียมจัดทำเป็นงานใหญ่ ต้องมีผู้ช่วยเหลือหลายคน จึงนิยมกันว่าเป็นพิธีบุญที่อานิสงส์แรง น่าคิดอีกทางหนึ่งว่า พิธีเช่นนี้ได้ทั้งโภคสมบัติเพราะเราเองบริจาค ได้ทั้งบริวารสมบัติเพราะได้บอกบุญแก่ญาติมิตรให้มาร่วมการกุศลกาลทานเช่นนี้ เรียกว่า ทานทางพระวินัย

กิจกรรมรถโรงหนัง “เฉลิมทัศน์ รอบปฐมทัศน์ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำเจริญ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ
หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ในกำกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดทำโครงการรถโรงหนัง ซึ่งเป็นรถฉายภาพยนตร์เคลื่อนที่ สำหรับเดินทางไปจัดฉายภาพยนตร์เพื่อการเรียนรู้แก่เด็กนักเรียนและประชาชนตามโรงเรียน และชุมชนที่ห่างใกลจากโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ในปีงบประมาณพ.ศ. 2568 นี้ โครงการรถโรงหนัง ได้จัดทำกำหนดการเดินทางไปตามกลุ่มจังหวัดทั้งสี่ภาค คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคได้ และภาคกลาง

โดยมีหลักการคือ ในช่วงที่ 1 เวลา 09.00-11.30 น. ช่วงที่ 2 เวลา 12.00-14.00 น. เป็นการจัดฉายสำหรับเด็กนักเรียน และช่วงที่ 3 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป เป็นการจัดฉายสำหรับประชาชนในชุมช โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีกำหนดฉายในพื้นที่จังหวัดนครพนมและจังหวัดบึงกาฬ
จังหวัดบึงกาฬ มีโปรแกรมจัดฉายภาพยนตร์ จำนวน 2 แห่ง ดังนี้
1) ในระหว่างวันจันทร์ที่ 11 ถึงวันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ณ องค์การบริหาร
ส่วนตำบลถ้ำเจริญ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ

ในระหว่างวันจันทร์ที่ 16 ถึงวันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2567 ลานอเนกประสงค์
วัดสุวรรณราชดาราม ชุมชนบ้านหอคำ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ
จังหวัดบึงกาฬ ได้มอบหมายให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ อำเภอ องค์การบริหารการปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน และสถานศึกษาในพื้นที่ ได้ให้ความสนใจและส่งนักเรียน พร้อมบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วมรับชมภาพยนตร์ในรอบเด็กนักเรียน อาทิ โรงเรียนบ้านศรีนาวา โรงเรียนบ้านหนองแวง

ในวันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2567 เวลา 12.00 น. ณ องค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำเจริญ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ พ.จ.อ.โสภณ สิทธิจันทร์ นายอำเภอโซ่พิสัย,นายภิรมย์ ป้องขวาพล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำเจริญ ให้เกียรติร่วมชมภาพยนตร์ในรอบปฐมทัศน์ เรื่อง “อินทรีย์ทอง” พร้อมด้วยผู้นำชุมชน 12 หมู่บ้าน บุคลากร กลุ่มอสม. และประชาชนในพื้นที่

ในรอบประชาชน เวลา 17.00 น. มีผู้เข้าร่วมรับชมภาพยนตร์ กว่า 70 คน ทั้งนี้ รถโรงหนังสามารถบรรจุได้ถึง 100 ที่นั่งสามารถสำรองที่นั่งออนไลน์ผ่าน QR code ใน infographic หรือติดต่อสอบถามได้ที่ – สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ (telephone) 042491716องค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำเจริญ
(โทร) 042485012

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326 รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นักศึกษา ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา อสส.ชุมชนซอยวนาวรรณ ร่วมเดินรณรงค์ป้องกันและควบคุมไข้เลือดออก

นักศึกษามหาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา​ และอสส.ชุมชนซอยวนาวรรณ ร่วมรณรงค์ การป้องกันและควบคุมไข้เลือดออก ชุมชนซอยวนาวรรณ เขตคลองสาน “วนาวรรณ รวมพลังกำจัดยุงลาย ลดการป่วยตายไข้เลือดออก”เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ พิษภัยโรคไข้เลือดออกให้กับนักเรียนและประชาชน

ว่าที่ร้อยตรี ขวัญหทัย ชลสุข ประธานชุมชนซอยวนาวรรณ ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดินชุมชนซอยวนาวรรณ พร้อมด้วย อาสาสมัครสาธารณสุขชุมชนซอยวนาวรรณ กรรมการกองทุนแม่ของแผ่นดินชุมชนซอยวนาวรรณ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เขตธนบุรี ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์ การป้องกันและควบคุมไข้เลือดออก ในชุมชนวนาวรรณ 2567 “วนาวรรณ รวมพลังกำจัดยุงลาย ลดการป่วยตายไข้เลือดออก” ณ ชุมชนซอยวนาวรรณ เขตคลองสาน

เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ พิษภัยโรคไข้เลือดออกให้กับนักเรียนและประชาชน เพื่อเป็นการกำจัดยุงลาย ป้องกันและควบคุมไข้เลือดออก “วนาวรรณ รวมพลังกำจัดยุงลาย ลดการป่วยตายไข้เลือดออก” พร้อมกับได้ นำทรายอเบท หยอดใส่ตามท่อระบายน้ำ แหล่งน้ำต่างๆ ป้องกันลูกน้ำยุงลายเพื่อประชาสัมพันธ์ ให้พ่อค้า แม่ค้า และประชาชนในชุมชน ได้ช่วยกันป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก

จากความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชุมชน และการสื่อสารกับประชาชน ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ที่ถูกวิธีและเหมาะสม เป็นกลไกการรับมือที่มีความสำคัญ นำไปสู่ความสำเร็จ ในการลดอัตราป่วย และอัตราตาย จากโรคไข้เลือดออก ดังนั้น ทางชุมชนซอยวนาวรรณ เขตคลองสาน จึงจัดกิจกรรมรณรงค์ฯ ขึ้น เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชน ทำให้เกิดพฤติกรรมในการทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

ภาพ/ข่าว นาย วีระพล แซ่เล้า
เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.หว้านใหญ่ ยึดยาเสพติดล็อตใหญ่ ผงะพบเม็ดยา มีตัวอักษร LV พร้อมโลโก้ louis vuitton 495,000 เม็ด

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชัชชัย วงศ์สุนะ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร, พ.ต.อ.ธานินทร์ อินทพรต รอง ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร, พ.ต.อ.กิตเตชิษฐ์ บำรุง รอง ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร พ.ต.อ.เจด็จ ปรีพูล ผกก.สภ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบนำยาเสพติดลำเลียงเข้ามาในพื้นที่ ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.สนิท ภักดิ์วรรณสิทธิ์ สว.สส.สภ.หว้านใหญ่ กำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบตามที่รับแจ้ง

ปรากฏว่าเมื่อไปถึงที่บริเวณริมแม่น้ำโขงด้านหลังรีสอร์ทสองใจ หมู่ 1 ต.ป่งขาม พบกล่องกระดาษขนาดใหญ่ที่ใช้บรรจุยาสูบผลิตในแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ยี่ห้อเพ้ด และ เจเอ็นกรีน จำนวน 2 กล่อง วางอยู่ในห้องพักของรีสอร์ทร้าง ลักษณะมีพิรุธ เมื่อเปิดออกดูพบว่าภายในบรรจุยาบ้าจำนวน 495,000 เม็ด นอกจากนี้ภายในกล่องกระดาษดังกล่าวยังพบวัตถุเกร็ดผงสีขาวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส น้ำหนักประมาณ 1.015 กิโลกรัม จำนวน 1 ถุง วัตถุเม็ดสีเขียว พิมพ์ตัวอักษร LV และโลโก้ louis vuitton บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 1 ถุง จำนวนเม็ด 988 เม็ด

วัตถุเม็ดสีเขียวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 1 ถุง จํานวนเม็ด 396 เม็ด วัตถุเม็ดสีฟ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 1 ถุง จำนวนเม็ด 100 เม็ด วัตถุผงสีขาวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติก ชนิดกดปิดดึงเปิด จำนวน 1 ถุง วัตถุผงสีขาวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส ชนิดกดปิดดึงเปิด จำนวน 1 ถุง วัตถุผงสีขาวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส และบรรจุอยู่ในซองสีน้ำเงินมีตัวอักษรจีน จำนวน 3 ซอง น้ำหนักรวมประมาณ 0.11 กิโลกรัม

วัตถุผงสีขาวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส น้ำหนักประมาณ 0.665 กิโลกรัม จำนวน 1 ถุง รวมน้ำหนักของกลางชนิดผง มีน้ำหนักรวม 1.79 กิโลกรัม โดยทั้งหมดเป็นยาเสพติดประเภท 1 และ 2 ทั้งนี้วัตถุอื่นนอกจากยาบ้าที่ตรวจพบจะได้นำส่งตรวจพิสูจน์โดยละเอียดอีกครั้งว่ามีสารเสพติดประเภทใดผสมอยู่บ้าง และได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ สอบสวนสืบสวนเพื่อขยายผลนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาค 2 บินด่วนแถลงข่าวจับบ้า 4.53 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 4 คน จ.บึงกาฬ

ยาบ้ายังทะลักข้ามโขงเข้าบึงกาฬ 2 วันจับได้เกือบ 10 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 4 คน ยึดรถยนต์ 3 คัน หลากหลายแบรนด์ ทั้ง 999 ,Y1และแบรนด์ใหม่ TOYOTA ทั้งหมดผลิตมาจากสามเหลี่ยมทองคำก่อนลำเลียงผ่านแดนข้ามโขงเข้าทางภาคอีสาน แม่ทัพภาค 4 บินด่วนมาแถลงข่าวด้วยตนเอง
เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 8 พ.ย.ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ ปลาทอง ผบก.ตชด.ภาค 2 พล.ต.สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายคณิศร ภาพีรนนท์. ผู้อำนวยการ.สำนักงาน ปปส.ภาค 4 นายธีระพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ พ.อ.เรวัฒ ธรรมจิรเดช รอง ผบ.บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13) พ.ต.อ.ชัยยุทธ ธรรมสุนา รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ แก้วสำนึก รอง ผบก.พ.ต.อ.กรณ์ ไชยเสือ ผกก.ตชด.24 พ.ต.อ.จรูญศักดิ์ ลำพุทธา ผกก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.อ.จตุพร เนวะมาตย์ ผกก.ตม.จว.บึงกาฬ พ.ต.ท.ทวี ภาน้อย รอง ผกก.ตชด.24 พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ โคตรศรีวงษ์ ผบ.ร้อย ตชด.244

พ.ต.ต.ประชานาถ แดงเนียม สว.ส.รน.4 กก.11 บก.รน ร่วมแถลงข่าวจับกุม นายธวัชชัย มั่นเพ็ชร อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 49/2 หมู่ที่ 12 ต.ท่าช้าง อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก นางสาวพจนา รัตนสาร อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 1-239 ถ.บ้านใหญ่ ต.นครนายก อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก นายอรรณพ วรญาณศรี อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 78 หมู่ที่ 11 ต.คำโตนด อ.ประจันตะคาม จ.ปราจีนบุรี นายจตุรงค์ วรญาณศรี อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 78 หมู่ที่ 12 ต.คำโตนด อ.ประจันตะคาม จ.ปราจีนบุรี กล่าวหาว่า ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ทั้ง 4 คนรับสารภาพ ของกลาง ยาบ้าจำนวน 4,530,000 เม็ด รถยนต์ 2 คัน โดยจับกุมได้ที่ บริเวณสวนยางพาราติดกับริมแม่น้ำโขง บ้านห้วยดอกไม้ หมู่ 4 ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ต่อเนื่อง บริเวณถนน หมายเลข 212 บ้านท่าโพธิ์ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ


ทั้งนี้เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา พ.ต.อ.กรณ์ ไชยเสือ ผกก.ตชด.24 สืบทราบว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากข้ามลำน้ำโขงมาจากประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ โคตรศรีวงษ์ ผบ.ร้อยตชด 244 พร้อมด้วย ร.ต.อ.สมพงษ์ พบวันดี รองผบ.ร.ต.อ.สุริยา วรรณพฤกษ์ หัวหน้าชุด ชปข.สนธิกำลังกลับร.ต.อ.จิรศักดิ์ คำวะเนตร หัวหน้าชุด ชปส.กก.ตชด 24 เจ้าที่ทหาร ชปข.ที่ 4 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พ.ต.ท.ณัฐพล โอฆะพนม สว.กก.ส.ภ.จว.บึงกาฬ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบึงกาฬ ตำรวจน้ำ ทหารพราน ร้อย2018 หน่วย นรข.บึงกาฬและปลัดฝ่ายป้องกัน ลงพื้นที่หาข่าวดักซุ่มและติดตามแก๊งขนยาเสพติดที่จะมาลำเลียงยาบ้าไปส่งยังพื้นที่ชั้นในของประเทศ

กระทั่งกลางดึกคืนที่ผ่านมาได้ตรวจพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บธ 7460 ชัยนาท มีคอกท้ายกระบะ ขับมายังบริเวณสวนยางพาราติดกับริมแม่น้ำโขง บ้านห้วยดอกไม้ ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ จากนั้นรถยนต์คันดังกล่าวได้ถอยหลังลงไปยังริมแม่น้ำโขง มีชาย 2 คนแบกกระสอบต้องสงสัยขึ้นบนกระบะท้ายรถ จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น พบมีกระสอบต้องสงสัย สีดำ จำนวน 4 กระสอบ วางอยู่กระบะหลังรถ และอีก 6 กระสอบ วางอยู่พื้นใกล้ตัวรถ รวมทั้งหมด 10 กระสอบ ทราบชื่อคนขับ นายธวัชชัย มั่นเพชร (ผู้ต้องหาที่ 1 ทราบชื่อภายหลังการจับกุม) และนางสาวพจนา รัตนสาร นั่งข้างคนขับ(ผู้ต้องหาที่ 2 ทราบชื่อภายหลังการจับกุม)

จึงควบคุมตัวไว้ เปิดดูในกระสอบพบเป็นยาบ้าจำนวนมาก ทั้ง 2 คนยังยอมรับว่าในการมาขนลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้ยังมีชายอีกสองคน ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีน้ำตาล ทะเบียน กบ 8743 ปราจีนบุรี ทำหน้าที่ดูต้นทาง จึงแจ้งให้ จนท.อีกชุดออกติดตามค้นหาพบรถคันดังกล่าววิ่งอยู่บนถนน หมายเลข 212 พื้นที่บ้านท่าโพธิ์ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองบึงกาฬ จึงสกัดจับตัวได้ ทราบชื่อ นายอรรณพ วรญาณศรี เป็นคนขับ (ผู้ต้องหาที่ 3) และนายจตุรงค์ วรญาณศรี นั่งข้างคนขับ(ผู้ต้องหาที่ 4) ทั้ง 2 คนยอมรับว่า ได้รับการว่าจ้างจากคนชื่อ “ท้าวน้อย” ชาวลาว เป็นเงิน 50,000 บาท โอนมาให้ก่อน 10,000 บาท ให้นำยาบ้าล็อตนี้ไปส่งยัง จ.อยุธยา เมื่อไปถึงปลายทางจะแจ้งพิกัดให้ทราบอีกที แต่มาถูกจับได้เสียก่อน .
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชป.กร.ฉก.ตร.นธ.93 – ทสปช.เมืองนราฯ เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนบ้านลำภูชันโรง การเลี้ยงผึ้ง ผลิตภัณฑ์จากชันโรง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ทศม ม่วงเกษม ผบ.ฉก.ตร.นราธิวาส 93 และพ.ต.ต.หญิง จิลลาวัณย์ เบ็ญมุสตาส หัวหน้า ฝอ.5 มอบหมายให้ ชุดชป.กร.ฉก.ตร.นธ 93 และไทยอาสาป้องกันชาติเมืองนราธิวาส เข้าเยี่ยมวิสาหกิจชุมชนบ้านลำภูชันโรง ณ เลขที่ 64 บ้านทุ่งขนุน ม.3 ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส ซึ่งมีนายอุสมาน เจ๊ะเด็ง

เป็นผู้ริเริ่มการจัดกลุ่มวิสาหกิจชุมชน มีสมาชิกจำนวน 12 คน โดยวิสาหกิจชุมชนได้ดำเนินการมาแล้ว 7 ปี ก่อตั้งโดยเยาวชนในหมู่บ้านโดยไม่มีภาครัฐเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ในปัจจุบันวิสาหกิจชุมชนได้ถ่ายทอดวิชาให้กับกลุ่มอื่นๆด้วย ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา และเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการที่มาเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงการเลี้ยงน้ำผึ้งชันโรง

โดยในปัจจุบันวิสาหกิจชุมชน ได้ผลิตน้ำผึ้งเพื่อบรรจุขวดเพื่อจำหน่ายและได้ผลิตสบู่เพื่อสุขภาพ สามารถสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนปีละ 50,000 บาท อีกทั้งได้ส่งเสริมกลุ่มสตรีเพื่อทำเฉาก๊วยภาย

ในชุมชนได้ฝึกอาชีพให้กับคนที่อยู่ในหมู่บ้านในเรื่องของการทำเฉาก๊วยเพื่อจำหน่ายในตลาดสดและสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้สูงอายุกลุ่มสตรีไม่ต่ำกว่าเดือนละ 3,000 บาทต่อราย
/////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “มิสแกรนด์อินเดีย” สร้างสีสันประเดิมวันแรก เทศกาลดีวาลีพัทยา 2024

ตามที่เมืองพัทยาร่วมกับสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย สมาคมอินเดียพัทยา และนายกสมาคมอินเดียชลบุรี กำหนดจัดกิจกรรมพหุวัฒนธรรม งานเทศกาลดีวาลี พัทยา DIWALI Festival Pattaya 2024 ระหว่างวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2567 ที่บริเวณชายหาดพัทยากลาง เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งแสงสว่างของชาวอินเดียนั้น

ล่าสุด วันที่ 8 พ.ย.67 นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา นายสุขราช กาลรา นายสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย (พัทยา) นายลักษมัน ซิงห์ นายกสมาคมอินเดียพัทยา นายดิโอ้ ซิงห์ นายกสมาคมอินเดียชลบุรี พร้อมคณะจัดงานได้ให้การต้อนรับ ราเชล คุปตา MISS GRAND INTERNATIONAL 2024 INDIA พร้อมคณะนางงาม MISS GRAND INTERNATIONAL 2024 INDIA ที่ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์กิจกรรมวัฒนธรรมของชาวอินเดียในครั้งนี้ที่เมืองพัทยา

สำหรับวันแรกของกิจกรรมการจัดงานเทศกาลดีวาลี พัทยา DIWALI Festival Pattaya 2024 ทางคณะผู้จัดงานได้ร่วมพิธีสวดบูชาอาตีขอพรให้มีความสุข โดยในงานมีการออกร้านค้าจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์และสินค้านานาชนิดสำหรับชาวภารตะริมชายหาดพัทยาเป็นระยะทางยาวกว่า 700 เมตร

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ ประจวบฯ ปปช.จ่อสอบนายก อบต.ห้วยทราย /คัดค้านการแบ่งเขต เลือกตั้งสมาชิก อบจ.ประจวบฯ / ตะลึง! พบเสือดาว-เสือดำสัตว์ผู้ล่าขนาดใหญ่ผืนป่ากุยบุรี

8พ.ย.67 สืบจากข่าวการนำเสนอข่าวออนไลน์ในหลายสำนักข่าวเมื่อเดือน ต.ค.67 ที่ผ่านมา กรณีบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งแอบลักหลับทำการเปิดบ่อขยะโดยไม่มีการทำประชาพิจารณ์ผ่านความเห็นชอบชาวบ้านทั้ง 13 หมู่ ในพื้นที่ ต.ห้วยทราย อ.เมื่องประจวบฯ เนื่องจากยังไม่ชัดเจนในเรื่องเอกสารรับรองจากหลายหน่วยงาน เช่น สำนักงานสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรม และสาธารณสุข หวั่นผลกระทบชุมชนและสิ่งแวดล้อมก่อนจะนำเรื่องราวทั้งหมดเข้าร้องสื่อ  ต่อมามีการนำหลักฐานการประชุมประจำเดือนหมู่บ้าน ยื่นต่อปลัดอำเภอ ให้ตั้งกรรมการสอบทางวินัยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ต.ห้วยทราย อาจเข้าข่ายหลอกลูกบ้านให้หลงเชื่อ เห็นชอบโครงการก่อสร้างบ่อขยะดังกล่าว จนเป็นเหตุให้อำเภอฯมีคำสั่งหนังสือเร่งด่วนถึง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทราย ให้ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีการให้อนุญาตดำเนินกิจการบ่อขยะในพื้นที่หมู่ 10 ต.ห้วยทราย ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปเมื่อวันที่ 7 ต.ค.67 ของเดือนที่ผ่านมา พร้อมนำเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวกับพฤติกรรมที่อาจส่อไปในทางทุจริตประพฤติมิชอบกรณีสินบน ของนายก อบต.ห้วยทราย ยื่นร้องต่อ ปปช.จังหวัดฯให้สอบขอเท็จจริง ก่อน ปปช.จังหวัดฯจะมีหนังสือที่ ปข.๐๐๔๐(ปข)/๐๘๔๙ ลงวันที่ 28 ต.ค.67 เชิญผู้ร้องเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่ สนง.ปปช. หลังมีคลิปวีดีโอระหว่าง นายก อบต.กับสมาชิก(ส.อบต.)รายหนึ่ง ขณะกำลังนั่งสนทนาเจรจาปัญหาเรื่องบ่อขยะระหว่างกัน ก่อนจะมีการยื่นบางสิ่งในมือส่งให้สมาชิก(ส.อบต.)แต่ได้รับการปฏิเสธกลับ(ตามคลิป)

6 พ.ย.67 ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้าน ส.อบต.หมู่ 12 ต.ห้วยทราย เป็นบ้านของเจ้าของคลิปดังกล่าว พบนางสาว ศีรดา  โพธิ์ทอง สมาชิก(ส.อบต.)ต.ห้วยทราย เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนเป็นส่วนหนึ่งในคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อลงมติเห็นชอบการดำเนินการเปิดกิจการบ่อขยะดังกล่าว ขณะที่สมาชิก(ส.อบต.)รวมทั้งหมด 13 หมู่ โดยในส่วนของตนเห็นว่าหากมีการยื่นขอดำเนินกิจการไม่ถูกต้องตามระเบียบก็ไม่สมควร พร้อมเล่าต่อและว่า ขณะที่ตนเดินทางกลับจากธุระ นายกฯมาหาที่บ้าน จากนั้นก็มีการพูดคุยระหว่างกันเกี่ยวกับปัญหาเรื่องบริษัทเอกชนยื่นขอทำกิจการบ่อขยะในพื้นที่หมู่ 10 ขณะพูดคุยระหวางนั้น เขาก็เอี้ยวตัวชักมือลงไปหยิบบางอย่างในกระเป๋ากางเกง พร้อมกับนำขึ้นมายื่นให้ตนรับไปและบอกว่า”เขาฝากมาให้”(ตามคลิป)แต่ตนปฏิเสธไม่รับ หากรับก็จะเป็นการรับสินบนเพื่อให้ตนยกมือเห็นชอบ  ซึ่งตนก็ไม่เห็นด้วยหากไม่มีการรับฟังความคิดเห็นชาวบ้านทั้ง 13 หมู่เสียก่อน และเนื่องจากอีกหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังไม่ชัดเจนเรื่องเอกสารในทางกฎหมายและมาตราการป้องกัน หากมีผลกระทบชุมชน ขณะที่ชาวบ้านเป็นกังวลบริษัทผู้ขออาจลักหลับนำขยะสารพิษจากนอกพื้นที่เข้ามาทำการฝังกลบแทน เนื่องจากในเอกสารของบริษัทยื่นต่อ อบต.นั้นเป็นเพียงการขอดำเนินการขุดดินเพื่อการเกษตรเท่านั้น แต่พอดำเนินการจริงกลับกลายเป็นบ่อขยะ นางสาวศีรดา ส.อบต.กล่าว

ทั้งนี้มีรายงานเพิ่มเติมในเรื่องนี้ จากเสียงวิจารณ์ของชาวบ้านในพื้นที่ ต.ห้วยทราย เห็นว่าตั้งแต่โครงการบ่อขยะของบริษัทเอกชนรายนี้เริ่มเข้ามาในชุมชน ทำให้ชุมชนเกิดความไม่สงบ ชาวบ้านไม่สามัคคีกันเหมือนแต่ก่อน รวมถึงผู้นำชุมชนบางรายครองตนไม่สมกับการเป็นที่ผึ้งของประชาชน ทำตัวเป็นนายหน้าขายสัจจะตนเอง นำคนแบ่งพรรคแบ่งพวกเกิดการแตกแยกในชุมชน อีกทั้งหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องก็ไม่เคยลงมาอธิบายสร้างความรับรู้ให้ชาวบ้าน ทั้งที่มีการลงตรวจแบบโครงสร้างในพื้นที่แต่กลับนิ่งเฉย อ้างว่าไม่ได้อยู่ใน พรบ.ควบคุมดูแลของหน่วยงานตนเองบ้าง  หากยังมีการแถ เพื่อต้องการดันให้โครงการบ่อขยะที่ดำเนินการไม้ถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง ให้เปิดดำเนินการได้ ชาวบ้านทั้ง13 หมู่ อาจมีมาตรการในขั้นต่อไป เสียวิจารณ์ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ห้วยทราย

คัดค้านการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เมื่อ เวลา 10.30น.ประชาชน บ.โป่งโก ม.2 ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 80 คน นำโดยนางจำเนียร บัวผัน กำนัน ต.ทองมงคล นายไพศาล สิวสุเมธ ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 นายสุเชต สงค์เสน ผู้ใหญ่บ้าน.ม.8 นางนาตยา ทองนิล สมาชิก อบต.ทองมงคล เดินทางมายื่นหนังสือขอคัดค้านการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึง ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ผ่านนายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รอง ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ต่อมา เวลา 11.30น. ประชาชนได้รวมตัวที่หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งนายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รอง ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เชิญประชาชน บ.โป่งโก เข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุมชั้น 4 พร้อมทั้งเชิญนายศักดิ์ชัย เลิศกิตติวัฒนกุล ผอ.กกต.จ.ประจวบคีรีขันธ์ เข้าร่วมประชุมหารือ โดยประชาชนในพื้นที่ บ.โป่งโก ม.2 ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน ได้รับความผลกระทบในการแบ่งเขตการเลือกตั้งใหม่ จากเดิมมีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ เขต 3 แล้วเปลี่ยนมาเลือกตั้ง เขต 4 ทำให้เกิดความสับสน และความไม่สะดวกต่อประชาชนในพื้นที่ จึงต้องการให้แบ่งเขตการเลือกตั้งตามเดิม ซึ่งทางนายคมกริช รอง ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้แจ้งว่าในเรื่องนี้ทางจังหวัดไม่มีอำนาจในการแก้ไข เป็นเรื่องของ กกต.ส่วนกลาง พร้อมทั้งได้กำชับนายศักดิ์ชัย ผอ.กกต.จ.ประจวบคีรีขันธ์ ให้เร่งดำเนินการก่อนจะประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยให้ส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ และโทรประสานงานกับทางส่วนกลางเพื่อเร่งดำเนินการต่อไป

ประจวบฯนายกฯอบต.ห้วยทราย”โต้”หลังคลิปหลุดสินบนสั่งบ่อขยะระงับการก่อสร้างชั่วคราว

 8 พ.ย. 67 ต่อข่าว/ผู้สื่อข่าวเดินทางเข้าพบกับ นายไชยพงศ์ บัวไสว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทราย อ.เมืองประจวบฯ หลังทราบว่าเป็นผู้อยู่ในคลิปกล้องวงจรปิดที่ติดไว้บริเวณด้านในบ้านของสมาชิก ส.อบต.รายหนึ่ง หลังมีผู้ร้องไปยัง สนง.ปปช. กล่าวหาว่ามีการทุจริตประพฤติมิชอบและให้สินบน ส.อบต.รายดังกล่าว จนเป็นกระแสข่าวร้อนแรงอยู่ในขณะนี้

ด้านนายไชยพงศ์ นายกฯอบต.ห้วยทราย เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า บุคคลในคลิปคือตนเอง ซึ่งจากเหตุการณ์ในขณะนั้นตนได้เข้าไปเยี่ยมญาติๆที่บ้านดังกล่าว พร้อมพูดคุยเรื่องปัญหาการจัดการขยะกับ สมาชิก ส.อบต.รายนี้ ซึ่งก็เป็นคนในบ้าน เนื่องจากเป็นเครือญาติกัน จึงไม่แปลกที่ตนจะเข้าไปสอบถามสารทุกข์สุขดิบต่อกัน ผู้สื่อข่าวสอบถามต่อและว่า หากดูจากคลิปเสียมีการสนทนาเรื่องการจัดการขยะ ระหว่างนั้นมีการยื่นบางอย่างให้สมาชิก ส.อบต.รับไป แต่ได้รับการปฏิเสธกลับ สิ่งนั้นคืออะไร

ทางด้านนายกฯอบต.ตอบกลับและว่า ไม่ทราบว่าในคลิประหว่างนั้นตนพูดว่าอะไร แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องตัวเงินอย่างแน่นอน และสิ่งที่ตนยื่นให้นั้นเป็นเพียงเอกสารที่อยู่ในซอง  แต่จำไม่ได้แล้วว่าเป็นเอกสารเกี่ยวกับอะไรเนื่องจากมันนานมาก และหากตนจะนำเงินจำนวนหนึ่งไปฝากไว้ให้แม่ของเขาไว้ใช้เพราะป่วยอยู่       ก็ไม่แปลก เนื่องจากเราเป็นเครือญาติกัน และตนก็เป็นนายกฯอบต.ในสมัย จะเข้าเยี่ยมลูกบ้านทุกคนก็ไม่ผิดอะไร  ซึ่งในเรื่องนี้หากมองว่าเป็นการส่งสารที่คาดเคลื่อนทำให้เข้าใจผิดคิดไปเองก็เป็นได้ แต่ตนก็เป็นผู้เสียหายไปแล้ว เนื่องจากมีการเสนอข่าวออกไปว่าตนให้สินบน ส.อบต.ดังกล่าว ส่วนที่มีการร้อง ปปช.จังหวัดฯเกี่ยวกับพฤติกรรมของตนนั้น ก็ต้องรอให้ ปปช.จังหวัดฯ เรียกเสียก่อน ซึ่งตนก็พร้อมจะให้ข้อมูลทั้งหมดอยู่แล้ว นายกฯอบต.พูดต่ออีกและว่า ในส่วนเรื่องที่ชาวบ้านเป็นกังวลบริษัทอาจนำขยะสารพิษเข้ามาทิ้งในชุมชน

ในเรื่องนี้หลังจากมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมปรึกษาขอปฏิบัติ ไปเมื่อวันที่ 29 ต.ค.67 ของเดือนที่ผ่านมา โดยมีการสรุปร่วมกันและแจ้งให้บริษัทผู้ยื่นขออนุญาตดังกล่าว สั่งระงับการก่อสร้างไปแล้ว และให้ดำเนินการยื่นขออนุญาตทำกิจการบ่อขยะใหม่ ให้ถูกต้องเป็นไปตามระเบียบราชการ เนื่องจากแบบเดิมเป็นการยื่นขอขุดบ่อดินเพื่อการเกษตร ซึ่งมีการปรับปรุงสิ่งปรูกสร้างที่ยังไม่เป็นไปตามขั้นตอนปฏิบัติของทางราชการกำหนด  จากนั้นให้บริษัทผู้ขอลงมารับฟังความคิดเห็นกับชาวบ้านทั้ง 13 หมู่ ในพื้นที่ ต.ห้วยทราย เพื่อนำขอกังวลของชาวบ้าน นำกลับไปพิจารณาหากปฏิบัติได้  พร้อมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวของเช่น อุตสาหกรรม  สิ่งแวดล้อม  สาธารณสุข เข้าร่วมชี้แจงให้ชาวบ้านทั้ง13 หมู่รับทราบ พร้องให้นำมาตรการป้องกันในทางกฎหมาย หากบริษัทดำเนินกิจการผิดระเบียบไม่ถูกต้องไม่เป็นไปตามระเบียบทางราชการกำหนด นายกฯอบต.ห้วยทราย กล่าว

ตะลึง! พบเสือดาว-เสือดำสัตว์ผู้ล่าขนาดใหญ่ผืนป่ากุยบุรี สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ

เมื่อวันที่ 8 พ.ย.67 อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประสบความสำเร็จในการอนุรักษ์สัตว์ป่า หลังกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า (Camera trap) บันทึกภาพเสือดาวและเสือดำในพื้นที่เดียวกัน โดย นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เปิดเผยว่า การพบเสือทั้งสองชนิดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในผืนป่า และเป็นผลมาจากการทุ่มเทในการคุ้มครองพื้นที่อุทยานฯ อย่างเข้มแข็ง ทั้งการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ การป้องกันการบุกรุกทำลายป่า และการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นว่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรียังคงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่สำคัญของสัตว์ป่าหายาก โดยเฉพาะสัตว์ผู้ล่าขนาดใหญ่อย่างเสือดาวและเสือดำ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของความสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าไม้ ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินงานอนุรักษ์และการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าให้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป
อุทยานแห่งชาติกุยบุรีครอบคลุมพื้นที่กว่า 969 ตารางกิโลเมตร เป็นหนึ่งในกลุ่มป่าแก่งกระจานมรดกโลกทางธรรมชาติ ที่ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด ได้แก่ ประจวบฯ เพชรบุรี และราชบุรี ซึ่งมีความโดดเด่นด้านความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะการเป็นแหล่งอาศัยของช้างป่าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และยังพบสัตว์ป่าสงวนหายากหลายชนิด เช่น วัวแดง กระทิง เลียงผา และเสือโคร่ง นอกจากนี้ อุทยานแห่งชาติกุยบุรียังมีความสำคัญในด้านการเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย รวมถึงเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่สำคัญของภูมิภาค มีระบบนิเวศที่หลากหลายทั้งป่าดิบชื้น ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และทุ่งหญ้า ซึ่งเอื้อต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ป่านานาชนิด.

นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพอากาศจัดพิธีถวายผ้ากฐินสามัคคีประจำปี 2567 ณ วัดลาดสนุ่น อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน 2567 พลอากาศเอก ชัยนาท ผลกิจ รองผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมด้วย นาวาอากาศเอกหญิง เมตตา ผลกิจ อุปนายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ

เป็นประธานในพิธีถวายผ้ากฐินสามัคคีกองทัพอากาศ ประจำปี 2567 ณ วัดลาดสนุ่น อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ คณะกรรมการบริหารสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ กำลังพลของกองทัพอากาศ ตลอดจนประชาชนผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมในพิธี

ในโอกาสนี้ รองผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้ถวายยอดปัจจัยบำรุงอารามแด่ประธานสงฆ์เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,370,000 บาท

สำหรับวัดลาดสนุ่น เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ราวพุทธศักราช 2440 มีเสนาสนะภายในวัด ได้แก่ อุโบสถ กุฏิสงฆ์ หอสวดมนต์ ศาลาการเปรียญหลังเก่า ศาลาการเปรียญหลังใหม่และวิหาร มีปูชนียวัตถุที่สำคัญ คือ พระประธานในอุโบสถแบบสุโขทัย ปางมารวิชัย

ปัจจุบันมี พระมหาบัญชา สารคนฺโธ เป็นเจ้าอาวาส โดยกองทัพอากาศได้ถวายผ้ากฐินสามัคคีที่วัดลาดสนุ่น เป็นประจำทุกปี เพื่อร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามของไทย และสืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไป

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวเทศกาลดนตรีแจ๊สเมืองพัทยา “Pattaya International Jazz Festival 2024″/ ฮือฮาร้านสเต็กพัทยา”นาเนียสเต็กแอนด์ซีฟู้ด” เปิดเมนูอาหารกว่า 1,000 เมนู

วันที่ 6 พ.ย.67 มีรายงานว่า นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้ร่วมแถลงข่าวเทศกาลดนตรีแจ๊สเมืองพัทยา “Pattaya International Jazz Festival 2024” พร้อมนายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา พร้อมศิลปิน “ป้อม ออโต้บาห์น” และ “ฟอร์ด สบชัย ไกรยูรเสน”

ร่วมแถลงข่าว โดยมี นางสาวทิฐิพันธ์ เพ็ชรตระกูล รองนายกเมืองพัทยา นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ ห้างสรรพสินค้า The Emsphere ชั้น M ลาน Sphere Gallery 1 กรุงเทพมหานคร

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวถึงรายละเอียดของการจัดงานเทศกาลดนตรีแจ๊สเมืองพัทยา 2024 ว่าครั้งนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสวยงามในการจัดงานปีแรก ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “The Harmonic Jazz & Beach” เพื่อยกระดับเมืองพัทยาสู่เป้าหมาย “WORLD CLASS EVENT HUB” “พัทยา เมืองแห่งเทศกาลดนตรี ศิลปะ และวัฒนธรรมระดับโลก” ชูศักยภาพของเมืองในการจัดงานระดับโลก เพื่อให้เมืองพัทยาและประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก

โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 7 ธันวาคม 2567 เวลา 17.00 – 24.00 น. ณ บริเวณริมชายหาดพัทยากลาง จ.ชลบุรี พบกับโมเม้นต์สุดประทับใจไปกับท่วงทำนองเพลงแจ๊สในบรรยากาศแสงสุดท้ายลับเส้นขอบฟ้า ณ ชายหาดเมืองพัทยา ที่จะพาทุกท่านดื่มด่ำไปกับอารมณ์เพลงแจ๊สจากศิลปินระดับตัวท็อปท่ามกลางแสงสุดท้ายของชายหาดเมืองพัทยา ด้วยศิลปินระดับโลกทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งในปีนี้เราได้เชิญศิลปินระดับโลก “Ronan Keating” ศิลปินหนุ่มชาวไอริช เจ้าของบทเพลงสุดโรแมนติก When you say nothing at all เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Nothing Hill มาร่วมสร้างความสุขในงานเทศกาลดนตรีแจ๊สเมืองพัทยาครั้งนี้

ด้านนายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี กล่าวว่าปีนี้ทาง องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดงานเทศกาลดนตรีแจ๊สเมืองพัทยา “Pattaya International Jazz Festival 2024” ด้วยต้องการให้เทศกาลดนตรีแจ๊สเมืองพัทยาเป็นเทศกาลดนตรีระดับโลกที่นำเสนอความสุดยอดของโชว์จากศิลปินแจ๊ส โดยเปิดให้เข้าชมฟรี

และยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับภาคประชาชน ชุมชน ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี และประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งนอกจากจะมีศิลปินระดับโลกอย่าง “Ronan Keating” แล้ว ยังยังมีศิลปินมากฝีมือ และนักร้องคุณภาพระดับโลก “Tabitha King” ที่มากความสามารถแนวเพลงแจ๊ส, โซล, R&B, ฟังค์ และบลูส์ อีกทั้งยังเป็นนักร้องคุณภาพที่เคยได้ร่วมงานกับหลากหลายศิลปินระดับโลก อาทิเช่น Usher, Freebo

ลที่จะมาแสดงร่วมกับวง Infinity วงดนตรีแนวฟิวชั่นแจ๊ส วงแรกของประเทศไทย และการรวมตัวสุดพิเศษของศิลปินแจ๊สไทยระดับตำนาน Koh Mr.Saxman & Band ที่จะมาแสดงร่วมกับ Pom Autobahn และ Ford Sobchai ตามด้วยนักร้องมาดเท่ Burin Boonvisut พร้อมด้วยศิลปินสาวเสียงดี Gam Wichayanee ที่จะมาประชันเสียงกับ Pure The Voice และศิลปินไทยที่ไปสร้างชื่อระดับนานาชาติมาแล้วอย่าง Rasmee Isan Soul นักร้องหญิงที่เคยคว้ารางวัลคมชัดลึกอวอร์ด ในสาขาศิลปินหญิงยอดเยี่ยม, อัลบั้มยอดเยี่ยม อีกทั้งศิลปินรุ่นใหม่ วง ASIA7 ที่จะมาแสดงร่วมกับ Pae Sax มือแซกโซโฟนระดับแถวหน้าของเมืองไทย และวง H3F ที่จะมาร่วมสร้างบรรยากาศให้ชายหาดพัทยาอบอวลไปด้วยสีสันของดนตรีแจ๊ส รวมทั้้งยังมีร้านค้า ร้านอาหารเจ้าอร่อยจากเมืองพัทยาและพื้นที่ใกล้เคียงอีกมากมาย

ฮือฮาร้านสเต็กพัทยาไม่ได้มีแค่สเต็ก “นาเนียสเต็กแอนด์ซีฟู้ด” เปิดเมนูอาหารกว่า 1,000 เมนู

นายบัญชา หาธะนี หรือ พี่ติ เจ้าของร้านนาเนียสเต็กแอนด์ซีฟู้ด พัทยา ตั้งอยู่ริมถนนเฉลิมพระเกียรติสาย 3 พัทยาเหนือ ได้เปิดเผยข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาพักผ่อน ร้านนาเนีย สเต็กแอนด์ซีฟู้ด พัทยา จึงเปิดเป็นร้านอาหารแบบครัวนายาชาติที่มีเมนูต่างๆ มากมายกว่า 1,000 เมนู ไว้รองรับให้บริการลูกค้า ทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศ

ที่ผ่านมากว่า 8 ปี อดีตเป็นเพียงร้านเล็กๆ ริมถนน แต่ทางร้านเห็นว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในเมืองพัทยานั้น มีทั้งคนไทย คนเอเชีย และคนยุโรป ซึ่งจะหาอาหารรับประทานในตอนกลางคืนนั้นค่อนข้างยาก จึงมีแนวคิดขยายร้านและเปิดให้บริการอย่างครบครันในปัจจุบัน เป็นร้านอาหารที่เหมาะสำหรับนักท่องราตรี รวมถึงนักทานที่หิวยามดึก

ร้านนาเนีย สเต็กแอนด์ซีฟู้ด พัทยา ไม่ได้เป็นเพียงร้านจำหน่ายอาหารประเภทสเต็ก แต่ร้านมีบริการอาหารมากมายที่คัดสรรวัตถุดิบอย่างดีและมีคุณภาพ ที่รังสรรค์โดยเชฟมากฝีมือกว่า 20 ชีวิต เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 18.00 น.-05.00 น. ของทุกวัน นอกจากนี้ยังมีบริการส่งอาหาร เริ่มต้นเพียง 20 บาท ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าที่มาจากต่างจังหวัด พอตกดึกหาแล้วหาของกินยาก สำหรับผู้มาใช้บริการที่ร้านสามารถรองรับได้กว่า 100 ที่นั่ง สามารถตืดต่อสอบถามและสำรองจองโต๊ะได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ นาเนียสเต็ก & ซีฟู้ด สาขาพัทยา หรือเบอร์โทรศัพท์ 033-087 047, 088-856 7288 และ 099-096 1327

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดงาน “หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 22” กระตุ้นการท่องเที่ยวเพชรบุรี-ประจวบฯ

Oplus_131072

เมื่อวันที่ 6 พ.ย.67 ที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 22 – Timeless Friendship มิตรภาพไร้กาลเวลา” ระหว่างวันที่ 20-22 ธ.ค.67 มี นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย นายพันธุ์ธัช หิรัญจิรวงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี นางดวงใจ คุ้มสะอาด ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ นางไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายพิพัฒน์ พัฒนานุสรณ์ ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ร่วมการแถลงข่าวท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟัง

Oplus_131072

นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “งานหัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 22 โดยปีนี้สมาคมฯ ร่วมกับ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน เป็นปีที่ 3 และได้รับการสนับสนุนอย่างดีเช่นเคยจากพันธมิตรเดิม ทั้ง หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลเมืองหัวหิน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยสมาคมฯ หวังสร้างมิตรภาพตลอดการเดินทาง กระตุ้นการท่องเที่ยว ด้วยขบวนรถโบราณ และรถคลาสสิค บนเส้นทาง กรุงเทพฯ-หัวหิน ตามแนวคิด “มิตรภาพไร้กาลเวลา-Timeless Friendship” เพื่อให้เจ้าของรถได้รำลึกถึงความทรงจำที่คุ้นเคย แม้จะพบกันเพียงครั้ง จะยังจดจำมิรู้ลืม

Oplus_131072

นายพิพัฒน์ พัฒนานุสรณ์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน กล่าวว่า “โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ขอขอบคุณสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ที่ให้เกียรติและไว้ใจให้โรงแรมฯ เป็นหนึ่งในผู้ร่วมจัดงานเป็นปีที่ 3 โดยเรายินดีสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ขบวนพาเหรดรถโบราณถือเป็นอีกหนึ่งงานไฮไลท์ที่ชาวเมืองเพชรบุรีและหัวหิน รวมถึงนักท่องเที่ยวและแฟนคลับตั้งตารอคอยเพื่อชมความงามอันทรงคุณค่าที่นับวันจะหาดูได้ยาก โรงแรมของเรามีพื้นที่กว้างขวาง และมีศูนย์การประชุมซึ่งสามารถรองรับคาราวานรถโบราณและการจัดงานต่างๆ ได้ทุกรูปแบบ”

Oplus_131072

สำหรับพิธีปล่อยขบวนรถโบราณ “หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 22” จะเริ่มต้นที่ พิพิธภัณฑ์คนรักรถ AUTO RENDEZVOUS MUSEUM-BANGKOK ถนนประชาอุทิศ สู่ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ในวันศุกร์ที่ 20 ธ.ค.67 โดยประชาชนทั่วไปสามารถชมรถคลาสสิค และรถโบราณอันทรงคุณค่าได้อย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทาง นอกจากนั้น ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ งานกาลาดินเนอร์ ในคืนวันเสาร์ที่ 21 ธ.ค.67 ซึ่งจะมีเวทีลีลาศ กับวงดนตรี Sensation ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/VintageCarClub

Oplus_131072

ตม.ประจวบฯระดมตรวจค้นแรงงานต่างด้าวในพื้นที่รับผิดชอบ

วันพุธที่ 6 พ.ย.67 พ.ต.ท.ณัฏฐวรรธ แก้วทิพย์เนตร สว.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ นำทีมเจ้าหน้าที่ตม.ประจวบฯร่วมกับเจ้าหน้าที่ กอ.รมนลงพื้นที่ตรวจแคมป์พักคนงานก่อสร้างในพื้นที่รับผิดชอบของ บก.ตม.3 ฯ เป็นแคมป์คนงานก่อสร้าง ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

โดย มีห้องพักประมาณ 30 ห้อง มีแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จำนวน 8 คน แรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 10 คน และแรงงานไทย จำนวน 10 คน สำหรับแรงงานต่างด้าว มีเอกสารหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงานถูกต้อง มีการแจ้งที่พักอาศัยตาม ม.37 ถูกต้องตรงตามที่อยู่จริง ผลการตรวจไม่พบการกระทำความผิดและสิ่งผิดกฎหมายใดๆ

ตม.ประจวบฯ รวบต่างด้าวแสบแอบเนียนแต่งหญิงแฝงเป็นคนไทย

วันนี้ 7 พ.ย.2567 ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.เศรษฐภัทร ณ สงขลา ผกก.ฯรรท.ผกก.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ,พ.ต.ท.อดุลย์ คงไข่ศรี รอง ผกก.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ณัฏฐวรรธ แก้วทิพย์เนตร สว.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์, ,ฝายสืบสวน สภ. บางสะพาน และเจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางาน จว.ประจวบคีรีขันธ์

เดินทางออกสืบสวนตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง/คนต่างด้าวสุ่มเสี่ยง กระทำผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ ตรวจพบร้านเสริมสวย คลินิกเส้นผม แพนบิวตี้ เลขที่ 262/7-8 ต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์โดยมี นายคำไพ ไชยาสาน อายุ 36 ปี สัญชาติลาว หนังสือเดินทางเลขที่ PA0214435
โดยกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาจักรไทยอยู่อาศัย

โดยการอนุญาตสิ้นสุด (oversay อยู่เกินจำนวน 1594 วัน) ,เป็นคนต่างด้าวประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต , กระทำความผิดตาม พรก.การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พศ.2561ข้อหา เป็นคนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานตามข้อสั่งการของ ผบช.สตม.และผู้บังคับบัญชา เจ้าพนักงานชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับการกระทำความผิดของคนต่างด้าว โดยเฉพาะกรณีที่มีคนต่างด้าวมาประกอบอาชีพในลักษณะแย่งอาชีพคนไทย จนกระทั่งสืบทราบว่า

ได้มีบุคคลสัญชาติลาว ได้แอบมาประกอบอาชีพร้านเสริมสวยในพื้นที่ ตลาดบางสะพาน อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชื่อว่าร้านคลินิกเส้นผม แพนบิวตี้ (สถานที่เกิดเหตุจับกุม) โดยแสดงใบผ่านการอบรมหลักสูตรเสริมสวยต่างๆ แอบอ้างเป็นคนไทยใช้ชื่อว่า พนมพร วงสีดา ติดไว้ภายในร้านเพื่อให้เชื่อว่าเป็นคนไทย และได้ตั้งโต๊ะจำหน่ายอาหารตามสั่งส้มตำที่หน้าร้าน จึงได้ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานประสานกับเจ้าหน้า

นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค-กระบือ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันที่ (7 พ.ย.67) ที่บริเวณ สนามกีฬาโรงเรียนบ้านโคกกระแซขี้เหล็กน้อย ต.ถ้ำเจริญ อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ จัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค-กระบือ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานมอบ พร้อมด้วย นายวินัย โตเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นางอรอนงค์ โตเจริญ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ นายเฉลิมพล บรรเทา ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ นายสัตวแพทย์ ธีร์ พูดเพราะ ปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ

นางสาววลีรัตน์ นามปัญญา เกษตรและสหกรณ์จังหวัดบึงกาฬ นางสุนิสา เอมสมบุญ ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติและยุติธธรรรมจังหวัดบึงกาพ นายพงษ์เทพ จันทร์ชิต ประมงจังหวัดบึงกาฬ นางจีรสุดา ศรีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์บึงกาฬนางสาวสงกรานต์ ตระนนท์ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดบึงกาฬ พ.จ.อ.โสภณ สิทธิจันทร์ นายอำเภอโซ่พิสัย หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนทั่วไป ร่วมงานพิธี

นายสัตวแพทย์ ธีร์ พูดเพราะ ปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริเป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งกรมปศุสัตว์รับสนองพระราชดำริดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2522 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีโค-กระบือไว้ใช้แรงงานและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร จากการดำเนินงานที่ผ่านมา

สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ เกษตรกรที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการ จำนวน 7,200 ราย แม่สัตว์ในโครงการ จำนวน 721 ตัว ในปี 2567 มอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือให้แก่เกษตรกรจำนวน 350 ราย แม่สัตว์จำนวน 358 ตัว ถือได้ว่าเป็นโครงการที่สามารถแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกร โดยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้ในการดำเนินงานประกอบกับเกิดประโยชน์ เช่น การใช้มูลสัตว์เป็นปุ๋ยในไร่นา การทำแก๊สชีวภาพ การอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีในท้องถิ่น เป็นต้น


นายจุมพฏ วรรณฉัตรศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริ ที่พระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำริ เป็นโครงการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ให้มีโค-กระบือไว้ใช้แรงงาน และเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้รับสนองพระราชดำริ ดำเนินการตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2522 เป็นต้นมา จากการดำเนินการที่ผ่านมา ได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรไปแล้วกว่า 376,858 ราย ถือได้ว่าก่อเกิดประโยชน์เป็นคุณปการแก่เกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง และเป็นที่น่ายินดี ที่มีการบูรณาการร่วมกันในพื้นที่อย่างเป็นระบบ สนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกร และให้ชุมชนมีส่วนร่วม ในการบริหารโครงการ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง และยังมีการต่อยอดการใช้ประโยชน์ด้านการเกษตร

การอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีในท้องถิ่น และประการสำคัญยังได้น้อมนำ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นการสนอง แนวพระราชดำริ ด้านการส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกร สามารถพึ่งพาตนเองได้ และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด โครงการพระราชดำริ ทุกโครงการ รวมถึงโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ฉะนั้น จึงขอให้เกษตรกรที่ได้รับมอบโค-กระบือในครั้งนี้ ดูแล เลี้ยงดู โค-กระบือ เป็นอย่างดี เสมือนเป็นสมาชิกในครัวเรือน และปฏิบัติตามระเบียบหลักเกณฑ์ ของโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ อย่างเคร่งครัดเพื่อให้เกิดความเป็นศิริมงคล แก่ตนเองและครอบครัว ขอขอบคุณทุกภาคส่วน โดยเฉพาะโรงเรียนบ้านโคกกระแชขี้เหล็กน้อย องค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำเจริญ และกลุ่มเกษตรกรตำบลถ้ำเจริญ ที่ได้ช่วยกันจัดงาน ในครั้งนี้ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

สำหรับเกษตรกรที่ได้รับการมอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือ ในวันนี้ มีจำนวน 358 ราย เป็นเกษตรกรในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งมีคุณสมบัติถูกต้อง ให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกร ภายใต้ระเบียบและหลักเกณฑ์ พร้อมทั้งมอบแร่ธาตุและเวชภัณฑ์ ให้แก่กลุ่มเกษตรกร ด้านนายอุดม กองสุมาตร อายุ 57 ปี เกษตรกรในตำบลถ้ำเจริญ หนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับโครงการธนาคารโค-กระบือ กล่าวว่า ภูมิใจที่ได้จากโครงการนี้ เพราะว่าเคยทำหลายปีแต่ไม่เคยได้เลย เพิ่งมาได้ปี 67 ดีใจมากที่ทางปศุสัตว์จังหวัด และปศุสัตว์อำเภอ ที่มองความสำคัญของเกษตรกรที่มีความจำเป็นจะต้องใช้การเลี้ยงลูกวัว และส่งคืนกรมปศุสัตว์ตัวแรก เลี้ยงไป 5 ปี เราเลี้ยงวัวผลิตลูกออกมาและมูลสัตว์ใช้ทำเป็นปุ๋ยได้ก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยเคมีจากร้านค้า เป็นผลดีกับเกษตรกรเพราะปุ๋ยมูลสัตว์รักษาดินได้ดีกว่าปุ๋ยเคมี

ซึ่งโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ ถือได้ว่าเป็นโครงการที่สามารถแก้ไขปัญหาความยากจนของเกษตรกร โดยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้ในการดำเนินงาน สนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกร และให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารโครงการ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง ตลอดจนมีการต่อยอดการใช้ประโยชน์ ขณะที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ จะดำเนินโครงการดังกล่าวต่อเนื่องให้กับเกษตรกรที่ยังขาดโอกาส และพร้อมที่จะเข้าร่วมโครงการฯ ในครั้งต่อไป
นายณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สนง.กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร มอบปัจจัยการผลิตให้กับเกษตรกรกลุ่มเลี้ยงสัตว์/กิจกรรมปั่นขึ้นดอย กอย 4 เมืองล้านนา ชมวัฒนธรรม แพร่-น่าน-พะเยา-เชียงราย

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.30 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนายวุฒิพันธุ์ เนตรวิชัย ปศุสัตว์จังหวัดน่าน/อนุกรรมการฯ จังหวัดน่าน นายวุฒิไกร กุลกัลชัย รองประธานอนุกรรมการฯ จังหวัดน่าน และนายวัชรพงษ์ พญาพรหม ปศุสัตว์อำเภอเมืองน่าน ลงพื้นที่ร่วมส่งมอบปัจจัยการผลิต (งวดที่ 1) ให้กับองค์กรเกษตรกร กลุ่มเลี้ยงสัตว์บ้านซาวหลวง ตามที่องค์กรเกษตรกรได้รับอนุมัติโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร งบประมาณประจำปี 2567 ประเภทงบกู้ยืม ชื่อโครงการ “เลี้ยงวัว” งบประมาณที่ได้รับ 500,000 บาท สมาชิกเข้าร่วมโครงการ 10 คน ระยะเวลาดำเนินกิจกรรม 7 ปี (ปลอดดอกเบี้ย) ณ บ้านซาวหลวง หมู่ 5 ตำบลบ่อสวก อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

โดย นายวุฒิพันธุ์ เนตรวิชัย ปศุสัตว์จังหวัดน่าน/อนุกรรมการฯ จังหวัดน่าน ได้ชี้แจงแนวทางการปฏิบัติการเลี้ยงโคให้ได้มาตรฐาน ให้คำแนะนำและสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) มาตรการการเคลื่อนย้ายสัตว์ การตรวจโรคแท้งติดต่อ การฉีดวัคซีน และการทำเบอร์หูหมายเลขประจำตัวสัตว์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างการดำเนินงานตามโครงการฯ ให้แก่สมาชิกผู้เข้าร่วมโครงการฯ ทั้ง 10 ราย โดยสมาชิกจะนำข้อชี้แจงและข้อปฏิบัติไปใช้ในการดำเนินกิจกรรมตามโครงการฯ อย่างเคร่งครัด ต่อไป

ทั้งนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ศาลากลางจังหวัดน่าน ชั้น 5 โทรศัพท์ 054-716426 ในวันและเวลาราชการ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

น่าน กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ส่งมอบปัจจัยการผลิต(งวดที่ 2 )ให้กับองค์กรเกษตรกร กลุ่มเกษตรผสมผสานบ้านเวียงสอง

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนายสำเริง แก้วเทพ ประธานอนุกรรมการฯ จังหวัดน่าน นายวุฒิพันธุ์ เนตรวิชัย ปศุสัตว์จังหวัดน่าน/อนุกรรมการฯ นายสุรชัย ดวงใจ อนุกรรมการฯ และนายวีรวัฒน์ โพธิ์สุยะ ปศุสัตว์อำเภอทุ่งช้าง ลงพื้นที่ร่วมส่งมอบปัจจัยการผลิต (งวดที่ 2) จำนวนเงิน 205,000 บาท ให้กับองค์กรเกษตรกร กลุ่มเกษตรผสมผสานบ้านเวียงสอง ตามที่องค์กรเกษตรกรได้รับอนุมัติโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร งบประมาณประจำปี 2567 ประเภทงบกู้ยืม ชื่อโครงการ “ต่อยอดการเลี้ยงไก่พื้นเมืองพันธุ์ประดู่หางดำเพื่อจำหน่าย” โดยองค์กรเกษตรกรได้รับงบประมาณทั้งสิ้น จำนวนเงิน 595,000 บาท สมาชิกเข้าร่วมโครงการ 10 คน ระยะเวลาการคืนเงิน 5 ปี (ปลอดดอกเบี้ย) ณ บ้านเวียงสอง หมู่ 4 ตำบลและ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน

ทั้งนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ศาลากลางจังหวัดน่าน ชั้น 5 โทรศัพท์ 054-716426 ในวันและเวลาราชการ/บุญยวค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 จับมือจัดกิจกรรมปั่นขึ้นดอย กอย 4 เมืองล้านนาตะวันออก เชื่อมโยง 4 จังหวัดเมืองล้านนาตะวันออก ทัวร์ ออฟ ล้านนา ชมวัฒนธรรม แพร่-น่าน-พะเยา-เชียงราย

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 ณ ห้องประชุมโรงแรมเวียงแก้ว ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน นายวิภุช วิเศษสิงห์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา เป็นประธานการประชุมเพื่อร่วมหารือการเตรียมความพร้อมดำเนินโครงการบูรณาการการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน) ครั้งที่ 1 ในกิจกรรมปั่นขึ้นดอย กอย 4 เมืองล้านนาตะวันออก เชื่อมโยง 4 จังหวัดเมืองล้านนาตะวันออก ทัวร์ ออฟ ล้านนา โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 และสื่อมวลชน เข้าร่วมการประชุมฯ

สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา กำหนดดำเนินโครงการบูรณาการการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัด กิจกรรมปั่นขึ้นดอย กอย 4 เมืองล้านนาตะวันออก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 และเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัย ใน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.พะเยา จ.แพร่ จ.น่าน จ.เชียงราย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่และมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ดีขึ้นและเป็นการช่วยฟื้นฟูหลังอุทกภัยในอีกทางหนึ่ง


สำหรับรูปแบบกิจกรรมจะจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา คือการแข่งขันจักรยานทางไกล ทัวร์ ออฟ ล้านนา กิจกรรมปั่นขึ้นดอย กอย 4 เมืองล้านนาตะวันออก ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน) วันที่ 23 – 30 ธันวาคม 2567 จำนวน 8 วัน 8 สนาม ซึ่งเป็นการดำเนินการแข่งขันตามกติกามาตรฐานสากลของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (UCI.) รับรองการจัดแข่งขันโดยจากสมาคมจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อให้การแข่งขันได้มาตรฐานเป็นสากล และจะมีนักปั่นทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วมแข่งขัน ซึ่งใช้เส้นทางแต่ละจังหวัดทั้ง 4 จังหวัด โดยเริ่มจาก จ.แพร่ ไป จ.น่าน เข้า จ.พะเยา และไปสิ้นสุดที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย


สำหรับจังหวัดน่าน เป็นจังหวัดที่สอง ของการแข่งขันจักรยานทางไกล ทัวร์ ออฟ ล้านนา จะมีการแข่งขันใน วันที่ 25 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 3 รอบเมืองน่าน โดยเน้นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน โดยการแข่งขันจะใช้ระยะทางแข่งขันประมาณ 1.5 – 3 กิโลเมตร/รอบ การแข่งขันจะใช้ระยะทางรวมประมาณ 30 กิโลเมตร สำหรับวันที่ 26 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 4 จาก สตาร์จากน่านและไปเข้าเส้นชัยที่จังหวัด พะเยา ซึ่งการแข่งขันจะผ่านแหล่งท่องเที่ยว ชุมชนท่องเที่ยว ของทั้งสองจังหวัดอีกด้วย ซึ่งจังหวัดน่าน มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ อาทิ วัดภูมินทร์ วัดพระธาตุแช่แห้ง จุดชมทะเลหมอกดอยเสมอดาว วัดถ้ำเชตวัน เป็นต้น
/ภาพข่าว/พ.อ.พยอม บุญทร/ บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / Eplanet Pte Ltd ประกาศจัดการประกวด Heritage Pageants ครั้งที่ 7 ประจำปี 2567

​Eplanet Pte Ltd บริษัทสัญชาติสิงคโปร์ มีความภูมิใจที่จะประกาศการจัดการประกวด Heritage Pageants ครั้งที่ 7 ประจำปี 2567 เวทีการประกวดระดับโลกที่เชิดชูความงดงามของความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมรดกทางภูมิปัญญา โดยจะจัดขึ้นในประเทศไทยระหว่างวันที่ 9-18 พฤศจิกายน 2567 และกำหนดพิธีประกาศผลรางวัลในวันที่ 16 พฤศจิกายน การประกวดในปีนี้จะรวบรวมผู้เข้าประกวดจากทั่วโลก เพื่อนำเสนอความสง่างาม ประเพณี และความเป็นหนึ่งเดียวของโลก นับตั้งแต่ก่อตั้ง Heritage Pageants ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการประกวดระดับนานาชาติ ที่เป็นที่รู้จักในด้านการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการสร้างความเข้าใจระหว่างประเทศ งานอันทรงเกียรตินี้บริหารโดย Eplanet Pte Ltd ภายใต้การนำของประธานบริษัท คุณสันโตษ สัปโกตา ผู้ซึ่งอุทิศตนผลักดันให้ Heritage Pageants ก้าวสู่เวทีระดับโลก

​การประกวดปีนี้ได้รับเกียรติจากนักออกแบบท่าเต้นชื่อดัง คุณโรจิน ชาคยา จากประเทศเนปาล และคุณเวสลีย์ ซอว์ จากประเทศมาเลเซีย ผู้ซึ่งจะสร้างสรรค์การแสดงที่น่าตื่นตาตื่นใจ โดยมีคุณซูซาน แซนเฟอร์นี โกะ เป็นผู้ดูแลการจัดงาน และคุณฝนธิป ศรีวรัญญู ผู้ชนะเลิศ Mrs. Heritage International 2022 เป็นผู้ดำเนินรายการ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบให้กับผู้เข้าร่วมและผู้ชม การเฉลิมฉลองมรดกโลกและความเป็นหนึ่งเดียว Heritage Pageants 2024 จะมีการประกวดหลายประเภท ได้แก่ Mrs. Heritage, Miss Heritage, Mister Heritage, Heritage Gold, Heritage Gems และ Heritage Petite ผู้เข้าประกวดแต่ละคนจะเป็นตัวแทนแสดงเอกลักษณ์ประจำชาติและวัฒนธรรมของตน นำเสนอความสามารถและเชิดชูมรดกทางวัฒนธรรมของบรรพบุรุษ การประกวดนี้เป็นเวทีส่งเสริมไมตรีจิตระหว่างประเทศ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าประกวดได้แบ่งปันประเพณีของตนสู่สายตาชาวโลก พร้อมสร้างความซาบซึ้งในความหลากหลายทางวัฒนธรรม

เกี่ยวกับ Eplanet Pte Ltd ก่อตั้งในปี 2542 Eplanet Pte Ltd เติบโตขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกด้านการจัดการอีเวนต์ โดยเชี่ยวชาญด้านการประกวดนางงามและงานเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรม ตั้งแต่การแสดงดนตรีไปจนถึงงานแสดงสินค้า บริษัทมีประวัติอันยาวนานในการจัดงานระดับโลก Eplanet เป็นที่รู้จักในด้านความเป็นเลิศ และ Heritage Pageants เป็นหนึ่งในโครงการที่ทรงเกียรติที่สุด ผสมผสานความงาม วัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศประวัติ Heritage Pageants จัดขึ้นครั้งแรกที่กาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ในปี 2557 Heritage Pageants ได้พัฒนาเป็นงานระดับโลก โดยจัดในหลายเมืองสำคัญ เช่น นิวเดลี ศรีลังกา สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ตั้งแต่การสวมมงกุฎให้กับ Hla Yin Kyae จากเมียนมาร์ ผู้ชนะ Miss Heritage International คนแรก จนถึงผู้ครองตำแหน่งล่าสุดในปี 2566 Wuandar Jirleyth Casanova จากเวเนซุเอลา และ Erika Hara จากญี่ปุ่น แต่ละการประกวดเป็นประจักษ์พยานถึงความมั่งคั่งทางวัฒนธรรมและความสามารถของผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก

เวทีแห่งโอกาสและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
​นอกเหนือจากการแข่งขัน Heritage Pageants เป็นเวทีพิเศษสำหรับการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมแสดงออกถึงมรดกทางวัฒนธรรมอย่างภาคภูมิ สร้างความสัมพันธ์ระดับโลก และมิตรภาพที่ยั่งยืน ผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการ การแสดง และกิจกรรมร่วมกัน ผู้เข้าประกวดได้แบ่งปันประเพณีและวัฒนธรรม สร้างพื้นที่แห่งความเคารพและชื่นชมซึ่งกันและกัน Heritage Pageants ได้สร้างชื่อเสียงในฐานะที่เป็นมากกว่าการประกวด แต่เป็นการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางวัฒนธรรมของโลก ส่งเสริมคุณค่าของความเป็นหนึ่งเดียว การอยู่ร่วมกัน และการเสริมพลัง ผู้เข้าประกวดทุกคนจะจากการประกวดไปพร้อมความทรงจำอันมีค่าและความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมอันกว้างใหญ่ของโลก

​ในการเตรียมงาน Heritage Pageants 2024 Eplanet Pte Ltd มุ่งหวังที่จะสร้างการประกวดที่ยอดเยี่ยมอีกครั้ง เฉลิมฉลองความเป็นหนึ่งเดียวของโลกผ่านมรดกและวัฒนธรรม การประกวดปีนี้จะสร้างแรงบันดาลใจและรวมผู้ชมจากทุกมุมโลก สืบสานมรดกแห่งการเชิดชูความงามและความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรม อนึ่งจะมีการแถลงข่าวเปิดตัวการประกวดปี 2024
วันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 ณ Tinidee Trendy Khaosan Rd. Bangkok Thailand เวลา 15.00 น เป็นต้นไป สำหรับการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ:Eplanet Pte Ltdติดตามเราได้ที่: Facebook: www.fb.com/pageantofheritage
Instagram: www.instagram.com/heritagepageants
เว็บไซต์: www.pageantofheritage.com

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /รมว.อุตสาหกรรม เรียกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 10 สมาคมเหล็ก ถกเร่งแก้วิกฤตอุตสาหกรรมเหล็กของไทย /เทศบาลบ้านกรูด ประชุมคณะกรรมการสภาองค์กรชุมชนฯ ประจำปี 2567

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเปิดกระทรวง เชิญแกนนำกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ 10 สมาคมเหล็ก ร่วมหารือปัญหาวิกฤตอุตสาหกรรมเหล็ก และหาแนวทางแก้ไขเพื่อความอยู่รอดตลอดจนการพัฒนาอย่างยั่งยืน
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในการประชุมที่กระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม หารือกับผู้แทนอุตสาหกรรมเหล็กไทย นำโดย นายนาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และนายบัณฑูรย์ จุ้ยเจริญ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก คณะกรรมการกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก ส.อ.ท. และ 10 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็ก ซึ่งมีสมาชิกรวม 510 บริษัท จ้างงานโดยตรงกว่า 50,000 อัตรา และจ้างงานทั้งระบบกว่า 3 แสนคน

นายนาวา จันทนสุรคน รองประธานส.อ.ท. กล่าวขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญต่อการรักษาและพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กของประเทศไทย โดยอุตสาหกรรมเหล็กเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของระบบอุตสาหกรรม เพราะเหล็กเป็นวัตถุดิบที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่องมากมาย ได้แก่ ก่อสร้าง รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกล เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ โดยหลายประเทศต่างก็ปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กภายในประเทศเพื่อรักษาความมั่นคงแห่งชาติของตน แต่ขณะนี้โลกเผชิญวิกฤตกำลังการผลิตเหล็กของโลกล้นเกินความต้องการใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศจีนซึ่งประสบปัญหาเศรษฐกิจและธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ถดถอย ส่งผลให้ความต้องการใช้เหล็กภายในประเทศของจีนลดลง ในขณะที่ผู้ผลิตเหล็กในจีนยังคงผลิตเหล็กในสัดส่วนสูงมากราวร้อยละ 58 ของการผลิตเหล็กของทั้งโลกรวมกัน จีนจึงมุ่งส่งออกสินค้าเหล็กไปยังภูมิภาคหรือประเทศที่มีช่องโหว่ซึ่งจีนสามารถทุ่มตลาดได้ โดยในช่วง 9 เดือนแรก ประเทศจีนได้ส่งออกสินค้าเหล็กแล้ว 81 ล้านตัน และคาดว่าทั้งปี 2567 จีนจะส่งออกสินค้าเหล็กมากสุดในรอบ 8 ปี ปริมาณสูงถึง 109 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 21 จากปีก่อนหน้า โดยสินค้าเหล็กจากจีนที่ส่งมายังประเทศไทยปีนี้มีแนวโน้มปริมาณมากกว่า 5.1 ล้านตัน และครองส่วนแบ่งปริมาณเหล็กนำเข้ามากที่สุดร้อยละ 44 ส่งผลให้ผู้ผลิตเหล็กในไทยมีการใช้กำลังการผลิต (Production Capacity Utilization) ถึงขั้นวิกฤตต่ำกว่าร้อยละ 30 แล้วจนหลายโรงงานเหล็กต้องทยอยปิดกิจการและเลิกจ้างแรงงานไป ดังนั้น กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ 10 สมาคมเหล็ก จึงขอเสนอ 7 แนวทางบรรเทาวิกฤตอุตสาหกรรมเหล็ก ดังนี้

มาตรการห้ามตั้งห้ามขยายโรงงานเหล็กเฉพาะประเภทที่มีกำลังการผลิตมากเกินความต้องการใช้ภายในประเทศไทยแล้ว ได้แก่ โรงงานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตหรือเหล็กแท่งเล็กสำหรับเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต และโรงงานผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อน เป็นต้น มาตรการส่งเสริมให้โครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐใช้สินค้าเหล็กในประเทศที่ผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ตั้งแต่ระดับ 4 ขึ้นไป เพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนปรับปรุงเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero Carbon การเร่งกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เหล็กโครงสร้างสำเร็จรูป มาตรการสงวนเศษเหล็กเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าเหล็กในประเทศ นโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมจัดการซากรถยนต์ เพื่อให้มีการบริหารจัดการและสามารถนำวัสดุต่างๆ มาแปรใช้ใหม่ (Recycle) ได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด นโยบายส่งเสริมการใช้สินค้าที่ได้รับการรับรองจากส.อ.ท. ว่าผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand หรือ MiT) ไม่เพียงแค่เฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเท่านั้น โดยขยายไปยังโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (Public – Private Partnership หรือ PPP) และโครงการก่อสร้างของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment หรือ BOI) ด้วย

การสนับสนุนให้ใช้มาตรการทางการค้าต่างๆ โดยเข้มข้นขึ้นตามสถานการณ์และทันท่วงที เนื่องจากปัจจุบัน ประเทศไทยมีการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping หรือ AD) มาตรการตอบโต้การหลบเลี่ยง (Anti-Circumvention หรือ AC) กับสินค้าเหล็กบางประเภทเท่านั้น โดยไม่มีการใช้มาตรการตอบโต้การอุดหนุน (Countervailing Duty หรือ CVD) และมาตรการปกป้องการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น (Safeguard หรือ SG) แต่อย่างใด ในขณะที่ประเทศไทยยังคงถูกจีนส่งสินค้าเหล็กมาทุ่มตลาดปริมาณเฉลี่ยกว่า 4.2 แสนตันต่อเดือน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับทราบข้อเสนอดังกล่าวและยืนยันว่าอุตสาหกรรมเหล็กเป็นหนึ่งในหลายอุตสาหกรรมของประเทศไทยต้องสนับสนุนด้วยมาตรการต่างๆ อย่างทันท่วงที โดยกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กก็ต้องมีการปรับตัวรับการพัฒนาในด้านต่างๆ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและประโยชน์ของประเทศชาติด้วย ทั้งนี้หลายข้อเสนอจากกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กก็สอดคล้องกับนโยบายและมาตรการที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำลังดำเนินการอยู่ ได้แก่ มาตรการห้ามตั้งห้ามขยายโรงงานเหล็กบางประเภท การกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) อาคารโครงสร้างเหล็ก มาตรการที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมเศษเหล็ก รวมถึงการจัดการซากรถยนต์ เป็นต้น โดยจะเร่งรัดผลักดันมาตรการต่างๆ ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด เพื่อให้อุตสาหกรรมเหล็กยังคงอยู่เป็นพื้นฐานสำคัญในห่วงโซ่อุตสาหกรรมต่อเนื่องภายในประเทศไทย

เทศบาลบ้านกรูด ประชุมคณะกรรมการสภาองค์กรชุมชนฯ รายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ประจำปี 2567

ที่สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านกรูด อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด พร้อม นายพันธ์เทพ จิตต์การุณย์ ประธานในการประชุมคณะกรรมการสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลบ้านกรูด พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ เจ้าหน้าที่งานสวัสดิการสังคม และคณะกรรมการสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลบ้านกรูด เข้าร่วม การประชุมคณะกรรมการสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลบ้านกรูด ครั้งที่ 3/2567 เพื่อรายงานผลการดำเนินการโครงการบ้านพอเพียง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ที่ผ่านมา

และนอกจากนี้ คณะกรรมการสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลบ้านกรูด ยังได้เสนอขอรับงบประมาณสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ตามที่ได้ดำเนินการสำรวจและจัดทำข้อมูลบ้านพอเพียงแล้ว
////////////////

ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กลุ่ม บีเจซี บิ๊กซี ทอดผ้าพระกฐิน พระราชทาน ณ วัดเซกาเจติยาราม พระอารามหลวง 1,834,991 บาท

กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เป็นเจ้าภาพอัญเชิญผ้าพระกฐิน พระราชทาน ณ วัดเซกาเจติยาราม พระอารามหลวง รวมปัจจัย กฐินพระราชทาน และกฐินสามัคคี รวมทั้งพุ่มผ้าป่าฯจากสายธารศรัทธาของพุทธศาสนิกชน ร่วมสมทบ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1.8 ล้านบาท พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานผ้าพระกฐิน ตามที่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด(มหาชน) และบริษัท บิ๊กซี ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด(มหาชน) โดย นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ขอพระราชทานเพื่อน้อมนำไปถวายยังชุมนุมสงฆ์ที่จำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ วัดเซกาเจติยาราม พระอารามหลวง อ.เซกา จ.บึงกาฬ

โดยมี พระราชภาวนาโสภณ วิ. เจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ เจ้าอาวาสวัดเซกาเจติยาราม พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายจุมพฏ วรรณฉัตรศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายสัญญา โยธา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดบึงกาฬ นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานภาคเอกชน ข้าราชการ ประชาชนทั่วไป และบุคลากรของกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ทั้งส่วนกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วมพิธี ดังกล่าว


เมื่อเวลา 13.09 น.( 4 พฤศจิกายน 2567) ขบวนอัญเชิญพระกฐินพระราชทานพร้อมเครื่องบริวารพระกฐินเดินทางถึงบริเวณพระอารามหลวง โดย คุณอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ประธานในพิธี เดินทางมาถึงด้านหน้าพระอุโบสถ ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้นได้เปิดกรวยกระทงดอกไม้ ถวายความเคารพ และรับผ้าพระกฐินพระราชทาน วงดุริยางค์ทหารบก บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี
จากนั้น โดย คุณอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน เดินเข้าสู่พระอุโบสถ วางผ้าพระกฐินที่พานแว่นฟ้า หน้าพระสงฆ์รูปที่2 จุดธูปเทียนบูชาพระประธานในพระอุโบสถ ยืนประนมมืออุ้มประคองผ้าพระกฐินไว้

โดยหันหน้าไปทางพระประธาน กล่าวนะโม 3 จบ แล้วหันหน้ามาทางพระสงฆ์ กล่าวคำถวายผ้าพระกฐิน เมื่อกล่าวคำถวายจบ ได้ยกประเคนถวายแด่พระสงฆ์รูปที่ได้รับฉันทานุมัติในหมู่สงฆ์ให้เป็นผู้ครองผ้าพระกฐิน คือ พระราชภาวนาโสภณ วิ. เจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ เจ้าอาวาส วัดเซกาเจติยาราม พระอารามหลวง ต่อจากนั้นประธานในพิธี ถวายเครื่องบริวารพระกฐินพระราชทาน แด่พระราชภาวนาโสภณ วิ. ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ถวายเครื่องไทยธรรมพระสงฆ์รูปที่ 2 แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมพิธี นำเครื่องไทยธรรม ถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ 9 รูป เป็นอันเสร็จพิธี

สำหรับ พิธีทอดผ้าพระกฐินพระราชทานในครั้งนี้ เพื่อนำเงินไปบูรณปฏิสังขรณ์พระอาราม และสนับสนุนกิจกรรมต่างๆของพระอาราม เช่น จัดสร้างอาคารโรงเรียนพระปริยัติธรรม สนับสนุนทุนการศึกษาให้กับพระภิกษุสามเณร โดยได้ยอดเงินรวม 1,834,991 บาท
ทั้งนี้ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี สาขาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้จัดโรงทานให้กับประชาชนที่มาร่วมงาน มีทั้งอาหาร หวาน คาว ขนมขึ้นชื่อของแต่ละจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีประชาชนร่วมงานเป็นจำนวนมาก
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ นโยบายการพัฒนาการศึกษา “สพม.น่าน องค์กร คุณภาพ-คุณธรรม/รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ. 2568 ณ โรงเรียนไตรประชาวิทยา อ.ปัว

นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน กล่าวภายหลังเปิดการประชุมผู้อำนวยการสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ครั้งที่ 5/2567 พ.ศ. 2567 ว่า การประชุมครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการชี้แจงข้อราชการในการดำเนินงาน และติดตามผลการดำเนินงานแล้ว ยังเป็นการมอบนโยบายในการร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 – 2568 โดยใช้สหวิทยาเขตเป็นฐานและเครือข่ายนิเทศ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ ตั้งเป้า “ปีทองแห่งคุณภาพ
คู่คุณธรรม” สร้างค่านิยมให้ สพม.น่าน เป็น “องค์กรแห่งคุณภาพคู่คุณภาพ ขับเคลื่อนนวัตกรรม สู่อนาคตที่ยั่งยืน” จัดการบริหารแบบมีส่วนร่วม ด้วยกระบวนการ SPARK “เชิงลุก” (LOOK) Model

S = SWOT (Look Over) มองให้ทั่วให้รอบด้านทุกมิติ
P = PLAN & PREVIEW (Look Ahead) มองไปข้างหน้า วางแผนอนาคต
A = ACTION & ACTIVE (Look Into) ลงมือปฏิบัติเชิงรุกอย่างรอบคอบ
R = REVIEW & MONITORING (Look Back) ทบทวน ปรับปรุง กำกับ ติดตาม
K = Knowledge Management (Look Up to) จัดการความรู้เพื่อพัฒนาต่อยอด ชื่นชม ยกย่อง พร้อมมอบ 5 นโยบายภายใต้ธรรมาภิบาล เพื่อให้โรงเรียน “น่าดู น่าอยู่ น่าเรียน” เป็นบ้านแห่งความสุขของครูและนักเรียน
ตามนโยบาย เรียนดี มีความสุข

  1. นโยบายด้านความปลอดภัย (Safety) ที่มี “3 เสาหลัก” ปลอดภัยทุกมิติ คือ ด้านอาคารสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงเรียน ด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติการจัดทำแผนเผชิญเหตุ และ ด้านการศึกษา ลดความเสี่ยง และการรับรู้ปรับตัวจากภัยพิบัติ พร้อมเดินหน้าสถานศึกษาปลอดภัย ด้วยหลัก 3 ป “ป้องกัน” คือ การวางแผน จัดโครงสร้างการบริหารประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน “ปลูกฝัง” คือ พัฒนาความรู้ ทักษะ เจตคติสมรรถนะด้านความปลอดภัยให้แก่ นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา และ “ปราบปราม” คือ ดำเนินการจัดการแก้ไขปัญหา ช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟู และดำเนินการ
    ตามขั้นตอนของกฎหมาย
  2. นโยบายด้านคุณธรรม (Morality) พัฒนาคุณธรรม ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนด้วยหลัก
    “พุทธธรรม” เพื่อให้เป็นคนดี มีความสุข เช่น อิทธิบาท 4 สังคหวัตถุ 4 พรหมวิหาร 4 ไตรสิกขา อริยสัจ 4 สัปปุริสธรรม 7 และกัลยาณมิตร 7 เป็นต้น
  3. นโยบายด้านคุณภาพ (Quality) พัฒนานักเรียนทั้งในด้านวิชาการ วิชาชีพ วิชาชีวิตและองค์กรคุณภาพ พัฒนานวัตกรรม สร้างคนดี มีความสุข
  4. นโยบายด้านโอกาส (Opportunity) ส่งเสริมการเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา (Anywhere Anytime), เฟ้นหาและช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา (Thailand Zero Dropout), การดูแลช่วยเหลือนักเรียน การแนะแนวการเรียนและเป้าหมายชีวิต และนักเรียนมีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn)
  5. นโยบายด้านประสิทธิภาพ (Efficiency) การบริหารจัดการโดยใช้พื้นที่ (สหวิทยาเขต) เป็นฐาน, การนำเทคโนโลยีดิจิทัล
    มาใช้ในการบริหารจัดการและการจัดการเรียนการสอน, พัฒนาคุณภาพข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา,
    เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารองค์กรและผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
    “ทั้งหมดนี้เป็นความตั้งใจ เป็นนโยบายรวมทั้งจุดเน้นที่ตั้งใจจะนำมามอบให้ผู้อำนวยการสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้รับทราบและจะได้เตรียมการเพื่อร่วมกันดำเนินการขับเคลื่อนยกระดับการศึกษาของ สพม.น่าน
    ให้กลายเป็นองค์กรแห่งคุณภาพคู่คุณธรรม ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม สู่อนาคตที่ยั่งยืน” นางนัฑวิภรณ์ กล่าวปิดท้าย /บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

จัดประเมินสภาพการปฏิบัติงานและการออกเก็บข้อมูลเชิงลึกของครูผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ. 2568 ณ โรงเรียนไตรประชาวิทยา อำเภอปัว

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.00 น. คณะอนุกรรมการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ. 2568 จังหวัดน่าน ณ โรงเรียนไตรประชาวิทยา อำเภอปัว โดยมีดร.สุวรินทร์ เพ็ญธัญญการ รองศึกษาธิการจังหวัดน่าน เป็นประธานประเมิน และเก็บข้อมูลเชิงลึก
ในครั้งนี้มีบุคคล และหน่วยงานเสนอรายชื่อครู ผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี 2568

โดยเป็นครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์ ครูผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย นายศุภนิตย์ สิทธิชัย โรงเรียนวรนคร (ลูกศิษย์เสนอชื่อ) นางวิมลรัตน์ ทักษิณ โรงเรียนไตรเขตประชาวิทยา (หน่วยงานเสนอชื่อ) นางวาสนา นันทเสน โรงเรียนสมาคมพยาบาลไทย (หน่วยงานเสนอ) และนางสาวมัญชรี ศรีเวียงฟ้า โรงเรียนตาลชุมพิทยาคม (หน่วยงานเสนอชื่อ) เพื่อเข้ารับการคัดเลือกผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ระดับจังหวัดต่อไป โดยคณะอนุกรรมการฯ มีกำหนดการออกประเมินสภาพการปฏิบัติงานและการออกเก็บข้อมูลเชิงลึกของครูผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ. 2568 จังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 4-8 พฤศจิกายน 2567

วันนี้เป็นการลงพื้นที่ประเมินสภาพการปฏิบัติงานและการออกเก็บข้อมูลเชิงลึกของครูผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ของนางวิมลรัตน์ ทักษิณ ซึ่งมีลูกศิษย์ คณะครู ผู้ปกครองเข้าร่วมให้ข้อมูลเชิงลึกแก่คณะอนุกรรมการเป็นจำนวนมาก

สำหรับ นางวิมลรัตน์ ทักษิณ ครูวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ โรงเรียนไตรประชาวิทยา ปฏิบัติการสอนมาเป็นเวลา 15 ปี ในรายวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ เป็นครูผู้ได้รับการยกย่องจากทั้งลูกศิษย์ คณะครู และผู้ปกครอง ทั้งด้านเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์ และด้านผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา มีความมานะพยายามในการดูแลลูกศิษย์ทั้งในชั้นเรียน และนอกชั้นเรียน นอกจากนี้ครูวิมลรัตน์ ยังได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย อาทิ ได้รับรางวัลหนึ่งแสนครูดี ประจำปี 2557 สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้รับรางวัลเสมา ป.ป.ส. ประเภทผลงานดีเด่น ระดับเพชร โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ปีการศึกษา 2565 กระทรวงศึกษาธิการ

ได้รับรางวัลเสมา ป.ป.ส. ประเภทผลงานดีเด่น รักษามาตรฐานระดับเพชรปีที่ 1 โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ปีการศึกษา 2566 กระทรวงศึกษาธิการ รางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) ระดับชาติ รางวัลเหรียญทอง ครูผู้สอนยอดเยี่ยมระดับประถมศึกษา ผู้ปฏิบัติงานดูแลช่วยเหลือนักเรียนระดับประถมศึกษา ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน โครงการประกวดหน่วยงานและผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ ครั้งที่ 11 ประจำปีการศึกษา 2564

รางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) ระดับภาคเหนือ รางวัลเหรียญทอง ครูผู้สอนยอดเยี่ยมระดับประถมศึกษา กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนโครงการประกวดหน่วยงานและผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ ครั้งที่ 12 ประจำปีการศึกษา 2565-2566 เป็นต้น/ข่าว/กัมปนาท พอจิต/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กรมอุทยานฯ สร้างกรงพักเพิ่ม 2 กรงใหญ่ แก้ปัญหาลิงล้นเมืองเพชรฯ- ประจวบฯ/ตม.เพชรบุรี จัดหางานตรวจแรงงานต่างด้าวในพื้นที่

เมื่อวันที่ 4 พ.ย.67 ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ ประธานเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดเพชรบุรี นายชาตรี วชิระเผด็จศึก ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบุรี นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี

นายแมนชาติ บัวทอง ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่ 3 เพชรบุรี สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 7 เดินทางลงพื้นที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานการก่อสร้างกรงพักพิงลิง หลังที่ 2 และ 3 ที่สามารถรองรับลิงในพื้นที่ จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบฯ ได้ ในวงเงินงบประมาณ 5,700,000 บาท ที่มีโครงสร้างที่แข็งแรงทนทาน ร่มรื่น โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้างถังกักเก็บน้ำ ขนาด 1 ล้านลิตร

ที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากโครงการแก้ไขปัญหาลิงล้นเมืองเพชรบุรี ดร.ยุทธพล กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ที่ช่วยผลักดันโครงการนี้ฯ วันนี้ได้ลงพื้นที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย เพื่อติดตามการดำเนินงานตาม

โครงการแก้ไขปัญหาลิงล้นเมืองเพชรบุรี ซึ่งจากการมาดูโครงการในวันนี้ ต้องขอขอบคุณ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่ได้เห็นความสำคัญการแก้ไขปัญหาลิงล้นเมือง พร้อมยังได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรน้ำ ดำเนินการวางท่อส่งน้ำและจัดสร้างถังกักเก็บน้ำ ขนาด 1 ล้านลิตร เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำของสัตว์ป่า รวมไปถึงลิงแสมที่เคลื่อนย้ายมาจากจังหวัดเพชรบุรี และการดำเนินการก่อสร้างกรงพักพิงลิงเพิ่มเติมของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

สำหรับการลงพื้นที่ในวันนี้ ก็เพื่อติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างกรงพักพิงลิงอีกสองกรงในโครงการแก้ไขปัญหาลิงล้นเมือง พร้อมติดตามความเป็นอยู่ของลิงที่ย้ายมาจากเขาวัง ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจและสอบถามมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งลิงทุกตัวมีสุขภาพดี แสดงให้เห็นว่าโครงการนี้เป็นโครงการนำร่องและประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก.


ตม.เพชรบุรีนำทีมบูรณาการร่วมกับจัดหางานตรวจแรงงานต่างด้าวในพื้นที่รับผิดชอบ
วันพุธที่ 6 พ.ย.67 ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเพชรบุรีนำโดย พ.ต.ท.หรรถพร
เสวะกะ สว.ตม.จว.เพชรบุรี พร้อมชุดสืบสวน บูรณา การร่วมกับ จัดหางาน จว.เพชรบุรี ตรวจสอบแคมป์ที่พักแรงงานต่างด้าวในพื้นที่รับผิดชอบ ต.ต้นมะม่วง อ.เมือง จ.เพชรบุรี

ผลการปฏิบัติตรวจสอบพบบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 6 ราย กัมพูชา 3 ราย มีเอกสารการเดินทางและอยู่ในราชอาณาจักรถูกต้องตามกฎหมายแต่นายจ้างยังได้แจ้งที่พักอาศัยของคนต่าวด้าวตามาตรา 38ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 จึงดำเนินการจับกุมและเปรียบเทียบปรับพร้อมทั้งได้ประชาสัมพันธ์ให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

พร้อมทำความเข้าใจ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง -พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว-และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องให้ตรงตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัดต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ​ด่านศุลกากรมุกดาหารแพ้อุทธรณ์ คณะกรรมการวินิจฉัยฯ สั่งให้เปิดเผยข้อมูลการนำเข้าหิน กรวด ทราย จาก สปป.ลาว​ แก่ ‘สุเทียน’

ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ทองโสม ประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร เปิดเผยว่า คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาเศรษฐกิจและการคลัง ได้มีคำวินิจฉัยเรื่อง อุทธรณ์คำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารของด่านศุลกากรมุกดาหาร เกี่ยวกับสัญญาซื้อขายและพิกัดแผนที่การดูดหิน กรวด ทราย ซึ่งตนเป็นผู้ยื่นอุทธรณ์ โดยมีด่านศุลกากรมุกดาหารเป็นหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ที่ผ่านมาตนได้ทำหนังสือถึงด่านศุลกากรมุกดาหาร ขอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผู้ประกอบการของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ที่ทำสัญญาซื้อขายหิน กรวด ทราย กับผู้ประกอบการขออนุญาตนำเข้านอกทางอนุมัติในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร แต่ด่านศุลกากรมุกดาหาร ได้ปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารโดยให้เหตุผลว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลข่าวสารของราชการและเป็นข้อมูลการประกอบธุรกิจการค้าในนิติสัมพันธ์ของเอกชน จึงไม่สามารถ จัดส่งข้อมูลให้กับผู้อุทธรณ์ตามที่ร้องขอได้ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ เป็นเหตุให้ตนได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารของด่านศุลกากรมุกดาหาร ดังกล่าวต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ซึ่งต่อมาคณะกรรมการฯ ได้รับคำขออุทธรณ์ไว้วินิจฉัย โดยมีด่านศุลกากรมุกดาหารคัดค้านว่า ข้อมูลผู้ประกอบการของ สปป.ลาวและพิกัดรูปแผนที่ของแปลงสัมปทาน ดูดทรายนั้นเป็นสิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวข้อเท็จจริง ถือว่าเป็น “ข้อมูลข่าวสาร” และเป็นข้อมูล ข่าวสารเกี่ยวกับเอกชนที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐ คือ ด่านศุลกากรมุกดาหาร จึงถือว่าเป็น “ข้อมูลข่าวสารของราชการ” และข้อมูลข่าวสารของราชการดังกล่าว ไม่ใช่ข้อมูลข่าวสารของราชการ ที่หน่วยงานของรัฐต้องส่งพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาให้ประชาชนทราบ และไม่ใช่ข้อมูลข่าวสารของราชการที่หน่วยงานของรัฐต้องจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ ข้อมูลที่ร้องขอเป็นข้อมูลข่าวสารของราชการที่ผู้ประกอบการยื่นต่อด่านฯ เพื่อใช้ประกอบการปฏิบัติพิธีการศุลกากรในการนำเข้าทรายตามปกติเท่านั้น ไม่ใช่ข้อมูลข่าวสาร ที่ผู้ประกอบการประสงค์จะให้ด่านฯ นำไปเปิดเผยได้ นอกจากนี้ ข้อมูลที่ร้องขอของผู้ประกอบการ สปป.ลาว จะเป็นข้อมูลเฉพาะบุคคลซึ่งเป็นผู้ขายทราย จึงถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล และเป็นข้อมูล ที่เกี่ยวพันกับคู่สัญญาที่มีนิติสัมพันธ์กันระหว่างเอกชนที่เป็นคู่สัญญาเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นใดเป็นข้อมูลที่ไม่รู้กันโดยทั่วไป เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และเกี่ยวข้องกับธุรกิจการค้า จึงเป็นความลับทางการค้า ไม่ใช่ข้อมูลทั่วไปที่สามารถแสดงหรือเปิดเผยต่อสาธารณชนได้

ต่อมา คณะกรรมการวินิจฉัยฯ ได้พิจารณาคำอุทธรณ์ คำชี้แจงด้วยวาจาของผู้อุทธรณ์ รวมทั้งคำชี้แจงและเหตุผลในการปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของด่านศุลกากรมุกดาหาร และเอกสารที่เกี่ยวข้องแล้ว มีความเห็นว่า การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารในใบยั่งยืนซึ่งมีรายละเอียด ชื่อบริษัท ผู้ขาย ข้อกฎหมาย พื้นที่และเนื้อที่ที่ใช้ในการดูด หิน กรวด และทรายใน สปป.ลาว กำหนดระยะเวลาในการดูด หิน กรวด และทรายในพื้นที่ สปป.ลาว ย่อมไม่ก่อให้เกิดความเสียหายกับ ผู้ประกอบการจาก สปป.ลาว แต่อย่างใด สำหรับประเด็นที่ด่านศุลกากรมุกดาหารอ้างว่า ข้อมูลสัญญาซื้อขายและข้อมูลใบยั่งยืนมีลักษณะเป็นความลับทางการค้านั้น เห็นว่ารายละเอียดของสัญญาซื้อขายหิน กรวด ทราย และ ข้อมูลใบยั่งยืนของผู้ประกอบการ สปป.ลาว ที่ทำสัญญาซื้อขายกับ ผู้ประกอบการไทย ประกอบด้วยชื่อบริษัทผู้ขาย ข้อกฎหมาย พื้นที่และเนื้อที่ที่ใช้ในการดูดหิน กรวด และทรายใน สปป.ลาว กำหนดระยะเวลาในการดูดหิน กรวด และทรายในพื้นที่ สปป. ลาว ซึ่งข้อมูลข่าวสารดังกล่าวมิใช่ข้อมูลทางการค้าเกี่ยวกับสูตร รูปแบบงาน ที่ได้รวบรวมหรือประกอบขึ้น โปรแกรม วิธีการ เทคนิค หรือกรรมวิธี อันจะถือได้ว่าเป็นข้อมูลความลับทางการค้าแต่อย่างใด จึงมิใช่ข้อมูลข่าวสารของราชการที่มีกฎหมายคุ้มครองมิให้เปิดเผย หรือข้อมูลข่าวสารที่มีผู้ให้มาโดยไม่ประสงค์ให้ทางราชการนำไปเปิดเผยต่อผู้อื่น ข้ออ้างที่ว่าข้อมูลข่าวสารดังกล่าวเป็นความลับทางการค้าจึงไม่อาจรับฟังได้

ประกอบกับ ผู้อุทธรณ์เป็นประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร และหัวหน้าศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์สาขาพรรคเสรีรวมไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต ๑ จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งได้รับเรื่องการร้องเรียนร้องทุกข์จากชาวบ้าน ข้าราชการ ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ย่อมมีสิทธิ์ที่จะได้รับทราบข้อมูลข้อเท็จจริงเพื่อใช้ในการปกป้อง ผลกระทบต่อชุมชนชาวประมง เส้นทางคมนาคม และสิ่งแวดล้อมในจังหวัดมุกดาหาร และ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารดังกล่าวจะแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและตรวจสอบได้อันจะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือในการปฏิบัติหน้าที่ของด่านศุลกากรมุกดาหาร ดังนั้น เมื่อพิเคราะห์ถึงการปฏิบัติ หน้าที่ตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ ประโยชน์สาธารณะและประโยชน์ของเอกชนที่เกี่ยวข้อง ประกอบการแล้ว เห็นว่าข้อมูลสัญญาซื้อขาย หินกรวด ทราย ระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ประกอบการ ของ สปป.ลาว เปิดเผยให้ผู้อุทธรณ์ทราบได้

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตาม มาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.2540 คณะกรรมการวินิจฉัยฯ จึงวินิจฉัยให้ด่านศุลกากรมุกดาหารเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสัญญา ซื้อขาย หิน กรวด ทราย ระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ประกอบการของ สปป.ลาว จำนวน 11 สัญญา และใบยั่งยืนที่ใช้ประกอบการยื่นคำขออนุญาตนำเข้านอกทางอนุมัติ จำนวน 5 ฉบับ พร้อมทั้งให้สำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องแก่ผู้อุทธรณ์ “ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าวข้างต้นจะนำไปเป็นพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของท่าทรายที่ลักลอบดูดกรวดและทรายในแม่น้ำโขง และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตลอดจนหน่วยงานของรัฐที่ไม่โปร่งใสปฏิบัติหน้าที่โดยขัดต่อประมวลจริยธรรม ต่อไป” ร้อยตำรวจตรี สุเทียนกล่าว

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ ​โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /”ฮันนี่ ณภัค” คว้ามงกุฎจักรวาล MRS.CLASSIC UNIVERSE 2024 และ Best National costume


MRS.CLASSIC UNIVERSE2024 ที่ประเทศบัลกาเรีย โดยมีการตัดสินในค่ำคืนวันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2567 เวลา 19.00 น. ตามเวลาที่ประเทศบัลกาเรีย ซึ่งจะตรงกับประเทศไทยในเวลา 24.00 น. ที่ผ่านมา งานนี้ตัวแทนสาวไทยอย่าง ฮันนี่-ณภัค มุทธาเสถียร Mrs. Grand International2022 และ Mrs. Universe Thailand2023 ก็คว้าจักรวาลมาได้สำเร็จ!!! โดยซิวตำแหน่งอันดับ 1 คว้ามงกุฎ MRS.CLASSIC UNIVERSE2024 สมดังจิตปรารถนาที่เธอทุ่มเทกว่า 3 เดือนเพื่อเตรียมตัวเข้าประกวดเวทีใหญ่ระดับโลก!! ยังจึ้งไม่พอ!!! เธอยังคว้าตำแหน่ง Best National costume หรือ ชุดประจำชาติ เป็นตำแหน่งแรก เพราะชุดที่เธอสวมใส่นั้น สวยสง่า ออร่าพุ่ง จนกรรมการต้องมอบตำแหน่งให้


“ตอนแรกที่ได้รับตำแหน่ง Best National costume ก่อน ก็เซอร์ไพร้สมาก เพราะทุกประเทศก็จัดใหญ่ เล่นใหญ่กันทุกคน พอประกาศชื่อ Thailand ก็ยังไม่ออก ประมาณว่า ชัวร์มั้ย ประเทศฉันใช่มั้ย พอเค้าประกาศซ้ำอีกที OK ชื่อประเทศเรา ฮันนี่ก็เดินออกไป ตอนนั้นแบบตื่นเต้นมาก ว้าววว….เลย”
ช่วงถึงคิวไฮไลท์ของงาน สาวฮันนี่ก็ยังตุ้มๆ ต่อมๆ ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร เพราะสาวๆ กว่า 28 ประเทศ แต่ละคนก็สวยจับจิต จับใจ แต่พอได้ยินเสียง Thailand Thailand เท่านั้นแหละ!!!


“คิดว่าฝันไปเลยค่ะ ตกใจมาก คือกองประกวดเค้าประกาศตรงนั้นเลย ไม่มีจับมือใดๆ คนที่ได้เริ่มออกไปหน้าเวที ข้างหลังคือนางงามแต่ละประเทศรอด้วยความใจจดใจจ่อว่า ประเทศของตนหรือเปล่า ฮันนี่ก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ พอพิธีกรประกาศ The Winner Mrs. Classic Universe2024 is is is…………Thailand!!! ฮันนี่แบบ เหมือนตัวเองกำลังฝัน จริงๆ นางงามข้างหน้าก็ตะโกนเรียก Thailand Thailand ฮันนี่ ก็รีบเดินออกไป คือในใจคิด เราจริงๆ ใช่มั้ย พอมงกุฎอยู่บนหัว ก็ใช่เราแล้ว ดีใจมากๆ เลยค่ะ ที่เหนื่อยมา 3 เดือน หายเหนื่อยแล้ว ถึงจักรวาลแล้วค่า”


หลังจบการประกวด สาวฮันนี่ยังต้องอยู่ต่อเพื่อปฏิบัติภารกิจนางงาม โดยจะกลับเมืองไทยช่วงต้นเดือนธันวาคม เธอวางแผนไว้ว่า กลับเมืองไทยคราวนี้จะเดินสายขอบคุณคนไทย และสื่อมวลชนที่ให้การสนับสนุนในการประกวดครั้งนี้ของเธอ!!!


“ฮันนี่ต้องกราบขอบพระคุณทุกกำลังใจจากคนไทยทุกคนที่ให้การสนับสนุนฮันนี่ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม มีแฟนๆ inbox มาใน facebook ให้กำลังใจกันเยอะมาก ต้องขอบพระคุณจริงๆ ค่ะ รวมทั้งพี่ๆ สื่อมวลชนที่ลงข่าวให้ฮันนี่มาโดยตลอด ที่สำคัญฮันนี้จะกลับมาตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่ เพราะการเรียนในระดับปริญญาเอก (คณะนวัตกรรมการเกษตร หลักสูตรการจัดการและการพัฒนาทรัพยากร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่) ก็ยากเหมือนกัน แต่ก็ได้รับความเมตตาจากคณะอาจารย์ และเพื่อนๆ ในห้อง ช่วยซัพพอร์ต และดูแลฮันนี่อย่างเป็นอย่างดี ฮันนี่ก็ตั้งใจว่าถ้าเรียนจบ ป.เอก แล้ว ก็จะเอาความรู้ที่ได้ไปให้เกิดประโยชน์กับตัวเอง ช่วยเหลือสังคม และประเทศชาติให้มากที่สุด เพราะฮันนี่ก็ถึงฝั่งฝันในการเป็นนางงามแล้ว

ด้านการศึกษา ฮันนี่ ก็อยากเรียนจบด็อกเตอร์ เพื่อให้คนในครอบครัวภูมิใจในตัวฮันนี่ด้วยค่ะ”สวยทั้งภายนอก และภายใน แถมมีมายด์เซ็ทที่เยี่ยมยอด ขอแสดงความยินดีกับ ฮันนี่ ณภัค Mrs. Classic Universe2024 สมคำร่ำลือที่ว่า สาวไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ!!!

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานเทศกาลดิวาลี พัทยา 2024 ริมหาดพัทยา/แถลงข่าว “Chonburi Coffee on The Beach 2024″/สสส.ออสตาร์ไทยแลนด์ ชิงถ้วยวีไอพี ซีเนียร์ไทยแลนด์ 2024


วันที่ 4 พ.ย.67 นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา  เป็นประธานการประชุมหารือเตรียมจัดงานเทศกาลดิวาลี พัทยา 2024 หรือเทศกาลแห่งแสงสว่าง ประจำปี 2567 ของชาวอินเดีย กิจกรรมพหุวัฒนธรรมที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยมี นายสุขราช กาลรา นายกสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย นายประเสริฐ ศักดิ์จิระพงศ์ เลขาสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย ดร.ดีโอ กูมาร์ ซิงค์ นายกสมาคมอินเดียชลบุรี นายราม ซิงห์ รองนายกสมาคมอินเดียพัทยา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

สำหรับการจัดงานเทศกาลดิวาลี พัทยา 2024 (DIWALI Festival Pattaya 2023) เมืองพัทยาได้ร่วมกับสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย สมาคมอินเดียพัทยา และนายกสมาคมอินเดียชลบุรี กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2567 ที่บริเวณชายหาดพัทยากลา
โดยภายในงานจะตกแต่งเป็นบรรยากาศเทศกาลดิวาลี มีกิจกรรมมากมายสร้างสีสัน ทั้งศิลปะเฮนนาแบบดั้งเดิม การแข่งขันรันโกลี การออกบูธอาหาร โซนศาสนา เวทีการแสดง การออกบูธเครื่องแต่งกายและอื่นๆ

เพื่อเป็นพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้สัมผัสถึงวัฒนธรรมที่หลากหลายของชาวอินเดียในพื้นที่เมืองพัทยา อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงการจัดงานเทศกาลดิวาลี ซึ่งเป็นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองแสงสว่างสำหรับวัฒนธรรมฮินดู ซิกข์ และชุมชนคนอินเดียทั่วโลก

แถลงข่าว “Chonburi Coffee on The Beach 2024” เทศกาลกาแฟริมชายหาดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย 22-24 พ.ย.นี้ ที่ชายหาดพัทยา

  มีรายงานว่า นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “ชลบุรี คอฟฟี่ ออน เดอะ บีช ประจำปี 2567 (Chonburi Coffee on the Beach 2024) โดยมี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา นายบุญอนันต์ พัฒนสิน นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา นายธนกร วนะภูติ ประธานชมรมคาเฟ่ แอนด์บิสโทร คลับ พัทยา และคุณธัญรัตน์ ภูศรีวัฒนกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดโครงการแนวสูง บ.แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าว

ด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ได้ร่วมกับเมืองพัทยา ททท.พัทยา สมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา และชมรมคาเฟ่ แอนด์ บิสโทร คลับ พัทยา กำหนดจัดงาน “ชลบุรี คอฟฟี่ ออน เดอะ บีช 2567” (Chonburi Coffee on the Beach 2024) ระหว่างวันที่ 22 - 24 พฤศจิกายน 2567 ณ ชายหาดพัทยากลาง (ตรงข้าม Hard Rock Hotel Pattaya) ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรีในภาพลักษณ์มุมมองใหม่ สร้างกิจกรรมที่ตอบรับไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ ในจังหวัดชลบุรี ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ

และสร้างกิจกรรมประจำปีที่มีชื่อเสียงของจังหวัดชลบุรีให้มีความหลากหลายและแปลกใหม่ ให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งเป็นการแสดงถึงศักยภาพของผู้ประกอบการในวงการกาแฟในเมืองพัทยา-ชลบุรีให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น กระตุ้นเศรษฐกิจให้กับเมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรีในภาพรวม

    ภายในงานจะมีร้านอาหาร คาเฟ่ โรงคั่ว และร้านค้าแฮนด์คราฟต์ริมหาด การแข่งขันค้นหาแชมป์กาแฟ ชิมกาแฟเคล้าบรรยากาศริมหาด สนุกไปกับกิจกรรม Art & Craft อีกทั้งกิจกรรมร่วมพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญกาแฟ และอินฟลูเอนเซอร์ในวงการกาแฟ พร้อมกิจกรรมเวิร์คช็อป ฟรี! ทั้ง 3 วัน 

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงาน “Chonburi Coffee on The Beach 2024” ริมชายหาดพัทยากลาง (ตรงข้าม Hard Rock Hotel Pattaya) 22 – 24 พฤศจิกายนนี้ ตั้งแต่เวลา 07.00 – 21.00 น.

สสส.ออสตาร์ไทยแลนด์ ชิงถ้วยวีไอพี ซีเนียร์ไทยแลนด์ 2024

       มีรายงานว่า นายกังวาล เจริญการ หรือ โค้ชอ๊อฟ พัทยานำทีม สสส.ออสตาร์ไทยแลนด์ สู้ศึกการกุศลชิงถ้วย พลโทรัฐพล ประธูปสงค์ เจ้ากรมสารบรรณทหาร รายการ “วีไอพี ซีเนียร์ไทยแลนด์ 2024” ครั้งที่11 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก กรุงเทพมหานครฯ 

โดยมี พ.ต.อ.ทศพร ปทุมยา รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดน, นายบุญเลิศ ผลอุดม ประธานจัดแข่งขัน, นายเชาวลิต ย่อมดอน, นายเสน่ห์ ฤทธิ์นอก ให้การต้อนรับ ส่วนการแข่งขันจัดขึ้นเพื่อหาทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์, สื่อการเรียน อุปกรณ์กีฬา

โดยผลการแข่งขันทีมชนะเลิศ ได้แก่ ทีมพนัสซีตี้ รองชนะเลิศ ได้แก่ ทีมK.สตาร์ ที่3 ได้แก่ ทีมสสส.ออลสตาร์ และที่4 ได้แก่ ทีมซีเนียร์ ไทยแลนด์ นอกจากนั้น นายกังวาล เจริญการ หรือโค้ชอ๊อฟ สานฝันความจริงให้กับเยาวชนพัทยาอะคาเดมี่ โดยนำเยาวชนกว่า 30 คน พร้อมผู้ปกครองได้ร่วมลงเตะในสนามราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งสร้างความตื่นเต้น และมีความสุขกับบครั้งหนึ่งในชีวิต ที่ได้ลงเล่นในสนามระดับชาติที่ใช้แข่งในรายการต่างๆระดับประเทศมาหลายครั้ง

สื่อรัฐทีวี สื่อรัฐนิวส์ / คัดเลือกครู ได้รับพระราชทาน ครั้งที่ 6 ปี 2568 โรงเรียนบ้านปรางค์อ.ปัวจ.น่าน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.00 น. คณะอนุกรรมการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ. 2568 จังหวัดน่าน ณ โรงเรียนบ้านปรางค์ อำเภอปัว โดยมีดร.สุวรินทร์ เพ็ญธัญญการ รองศึกษาธิการจังหวัดน่าน เป็นประธานประเมิน และเก็บข้อมูลเชิงลึก

ในครั้งนี้มีบุคคล และหน่วยงานเสนอรายชื่อครู ผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี 2568 โดยเป็นครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์ ครูผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย นายศุภนิตย์ สิทธิชัย โรงเรียนวรนคร (ลูกศิษย์เสนอชื่อ) นางวิมลรัตน์ ทักษิณ โรงเรียนไตรเขตประชาวิทยา (หน่วยงานเสนอชื่อ)

นางวาสนา นันทเสน โรงเรียนสมาคมพยาบาลไทย (หน่วยงานเสนอ) และนางสาวมัญชรี ศรีเวียงฟ้า โรงเรียนตาลชุมพิทยาคม (หน่วยงานเสนอชื่อ) เพื่อเข้ารับการคัดเลือกผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ระดับจังหวัดต่อไป โดยคณะอนุกรรมการฯ มีกำหนดการออกประเมินสภาพการปฏิบัติงานและการออกเก็บข้อมูลเชิงลึกของครูผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ. 2568 จังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 4-8 พฤศจิกายน 2567

วันนี้เป็นการลงพื้นที่ประเมินสภาพการปฏิบัติงานและการออกเก็บข้อมูลเชิงลึกของครูผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ของนายศุภนิตย์ สิทธิชัย (ลูกศิษย์เสนอชื่อ) โรงเรียนบ้านปรางค์ (โดยได้รับการเสนอชื่อขณะปฏิบัติหน้าที่ ณ โรงเรียนวรนคร อ.ปัว) ซึ่งมีลูกศิษย์ คณะครู ผู้ปกครองเข้าร่วมให้ข้อมูลเชิงลึกแก่คณะอนุกรรมการเป็นจำนวนมาก

สำหรับ นายศุภนิตย์ สิทธิชัย ครูวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านปรางค์ ปฏิบัติการสอนมาเป็นเวลา 17 ปี ในรายวิชาศิลปะ เป็นครูผู้ได้รับการยกย่องจากทั้งลูกศิษย์ คณะครู และผู้ปกครอง ทั้งด้านเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์ และด้านผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา มีความมานะพยายามในการดูแลลูกศิษย์ทั้งในชั้นเรียน และนอกชั้นเรียน สามารถนำพาลูกศิษย์เข้าร่วมการแข่งขันด้านศิลปะ จนสามารถคว้ารางวัลทั้งระดับภาคและระดับประเทศหลายรายการ นอกจากนี้ครูศุภนิตย์ ยัง

ได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย อาทิ เป็นผู้เข้าร่วมเผยแพร่การจัดการเรียนรู้ Active Learning กิจกรรม 129 สุดยอด Best Practice
การจัดการเรียนรู้ Active Learning ของสพฐ. ปีการศึกษา 2564 จากการทำโครงการวาดน่านบ้านฉัน ได้รับรางวัลระดับเหรียญทองรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ระดับภาคเหนือ รางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) ครั้งที่ 12
ปีการศึกษา 2565 – 2566เป็นตัวแทนเข้าร่วมประกวดระดับชาติ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาโรงเรียนวรนคร

ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ภาคเหนือ การแข่งขันสร้างสรรค์จินตนาการผ่านศิลปะ “กล้าใหม่…ใฝ่รู้” ธนาคารไทยพาณิชย์ ปีการศึกษา 2566 ได้รับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติหนึ่งแสนครูดี เป็นผู้จัดกิจกรรมศิลปะเพื่อสังคม ถนนศิลปะปัว เป็นต้น/ข่าว/ กัมปนาท พอจิต/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง