#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดตัว “น้ำปลาแท้ผลิตจากปลาหมอคางดำ ตรา หับเผย ” สร้างอาชีพผู้ต้องขัง ควบคู่การแก้ไขปัญหาแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ

วันที่5 มิถุนายน 2569 นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย พันตำรวจโทประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ นายณัษฐพงศ์ อินทสาแล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดสมุทรสาคร

เป็นประธานเปิดกิจกรรมฝึกวิชาชีพการแปรรูปผลิตภัณฑ์ น้ำปลาแท้ผลิตจากปลาหมอคางดำ ตรา หับเผย และทำการกรอกน้ำปลาจากถังหมักลงขวด เป็นขวดแรกของการผลิต ที่บริเวณเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสาคร

โดยมีผู้บัญชาการเรือนจำเขต 7 ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
การทำน้ำปลาจากปลาหมอคางดำ เรือนจำจังหวัดสมุทรสาครได้เริ่มทำมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 โดยการนำปลาหมอคางดำมาหมักกับเกลือ ในอัตราส่วน ปลาหมอคางดำ 4 ส่วนต่อเกลือ 1ส่วน

หมักในโอ่งที่ปิดมิดชิด หมักเป็นเวลา 10-11 เดือน จึงได้กลายมาเป็น “น้ำปลาแท้ผลิตจากปลาหมอคางดำ ตรา หับเผย” ที่มีกลิ่นหอม ไม่มีสารปรุงแต่ง ไม่มีวัตถุกันเสีย ไม่เติมผลชูรส ไม่แต่งกลิ่น ไม่แต่งสี มีส่วนผสมของไอโอดีนจากเกลือสมุทรตามธรรมชาติ โดยปัจจุบันเรือนจำสมุทรสาครได้มีการนำปลาหมอคางดำที่จับได้นำมาผลิตเป็นนำมาหมักไปแล้ว 5 ตัน

เป็นความร่วมมือระหว่างจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร ภาคเอกชน และชุมชน ร่วมกันแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและอาชีพของประชาชนในหลายพื้นที่

โดยนำปลาหมอคางดำที่จับได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติมาแปรรูปเป็นน้ำปลา สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรที่เคยเป็นปัญหา ลดการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่ ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสให้แก่ผู้ต้องขังอย่างยั่งยืน อีกด้วย
ทีมข่าวสมุทรสาคร

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ม.มหิดล จัดงาน “ENVI Mahidol Open House World Environment Day 2026”

ผนึกกำลังทุกภาคส่วนขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืนและเป้าหมาย Net Zero
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงาน “ENVI Mahidol Open House World Environment Day 2026” ณ อาคารสิ่งแวดล้อมพัฒนดล มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เนื่องในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และร่วมขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน ภายใต้เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน

พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานในพิธีเปิด โดยกล่าวถึงความสำคัญของวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งองค์การสหประชาชาติได้กำหนดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้และความร่วมมือระดับนานาชาติในการรับมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อม พร้อมเน้นย้ำว่า “สิ่งแวดล้อมไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นภารกิจร่วมกันของมนุษยชาติเพื่อส่งต่อโลกที่สมบูรณ์ให้คนรุ่นถัดไป” และชี้ให้เห็นว่าการมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำและการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทั้งในระดับประเทศและระดับโลก

รองศาสตราจารย์ ดร.กิติกร จามรดุสิต คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วิกฤตพลังงาน และความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วโลก การจัดงาน “ENVI Mahidol Open House World Environment Day” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จึงมุ่งสร้างการตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการขยายโอกาสทางการศึกษา และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคชุมชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

พิธีเปิดงาน ผู้บริหาร คณาจารย์ และแขกผู้มีเกียรติ ได้ร่วมกิจกรรม “รดน้ำต้นไม้” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการบ่มเพาะองค์ความรู้ ความรับผิดชอบ และจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งต่อแนวคิดการอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนสู่คนรุ่นต่อไปกิจกรรมสำคัญภายในงานประกอบด้วยการเสวนาพิเศษหัวข้อ “NEXT MOVE TO NET ZERO: เตรียมองค์กรให้พร้อมสู่ยุคคาร์บอนต่ำ” เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และแนวทางการปรับตัวขององค์กรในบริบทเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำการประชุมวิชาการระดับชาติด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 2 ซึ่งมีผู้สนใจส่งผลงานวิชาการเข้าร่วมนำเสนอจำนวน 85 บทความ แบ่งเป็นการนำเสนอภาคบรรยาย 69 บทความ และภาคโปสเตอร์ 16 บทความ

กิจกรรม “ENVI Mahidol–School Hackathon” เวทีแสดงศักยภาพด้านนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมของเยาวชนจากโรงเรียนเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ จำนวน 20 โรงเรียน ประกอบด้วยการนำเสนอโครงงาน 20 ทีม และการนำเสนอผลงานในรูปแบบโปสเตอร์ 26 ทีมนิทรรศการและบูธวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม โดยนักศึกษาและหน่วยงานภาคี รวมถึงการจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีสีเขียวจากภาคเอกชนชั้นนำการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและการมีส่วนร่วมของชุมชน ผ่านการออกร้านผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจากชุมชนในจังหวัดนครปฐม อาทิ ชุมชนเกาะลัดอีแท่น ตำบลไร่ขิง และศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ตำบลกระทุ่มล้ม

การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ชุมชน และเยาวชน ในการร่วมกันสร้างองค์ความรู้ พัฒนานวัตกรรม และผลักดันแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคตคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ขอขอบคุณภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนการจัดงาน และขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน เพื่อสร้างโลกที่น่าอยู่สำหรับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคตต่อไป
ข้อมูลเพิ่มเติม งานสื่อสารองค์กรและวิเทศสัมพันธ์ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
โทรศัพท์ 0 2441 5000 ต่อ 2222
ทีมข่าวเฉพาะกิจ

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าผ้าไตร ๔๗ ไตร พร้อมเครื่องไทยธรรม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

วันศุกร์ที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๐๐ น. ณ พระวิหารหลวง วัดศรีโคมคำ พระอารามหลวง จังหวัดพะเยา ได้มีพิธีปิดโครงการขับเคลื่อนธรรมนาวา “วัง” สร้างศาสนทายาทสู่แดนพุทธภูมิ ปีที่ ๙ อย่างสมพระเกียรติและยิ่งใหญ่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตร จำนวน ๔๗ ไตร พร้อม เครื่องไทยธรรมพระราชทาน ถวายแด่พระสงฆ์ เพื่อน้อม ถวายพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมราชชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลว

ตามพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ พลโท ปณต แสงเทียน ประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ระดับ ๑๐ เป็นผู้แทนพระองค์ในการถวายผ้าไตรพระราชทานพร้อมด้วยพันเอก(พิเศษ)บุญสิทธิ์ ศรีพงษ์ถวายผ้าไตรพระราชทาน จำนวน ๔๗ ไตร พร้อมเครื่องไทยธรรมพระราชทานถวายแก่ท่านเจ้าคุณพระธรรมวชิรกวี (ยงยุทธ ยุตฺตธมฺโม ป.ธ.๙) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๓ เจ้าอาวาสวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร พระอารามหลวง ประธานขับเคลื่อนโครงการธรรมนาวา “วัง” ปีที่ ๙ และพระภิกษุสงฆ์ที่ปฏิบัติธรรมจำนวน ๔๗ รูป เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศล การปฏิบัติธรรมนาวาวัง

นอกจากนี้ ยังได้รับความเมตตาจาก พระราชปริยัติ (ณษิกรณ์ อรินฺทโม) เจ้าคณะจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย. พระครูอภิรักษ์ชินวงศ์ วิ. ดร. (พระครูไทย) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดพะเยา ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม วรวิหาร ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดป่าพุทธชินวงศาราม ประธานมูลนิธิพุทธสุวัณณภูมิ รองเจ้าคณะจังหวัด และพระสังฆาธิการคณะสงฆ์จังหวัดพะเยา แม่ชีและอุบาสกอุบาสิกา เข้าร่วมพิธี แสดงถึงพลังศรัทธาและความร่วมมือของคณะสงฆ์ในการขับเคลื่อนพระพุทธศาสนา

โดยมี นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นายสมศักดิ์ แก้วเสนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นายเกรียงศักดิ์ ปานศิลา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพะเยา พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา นางกมลรัตน์ ทองจิบ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพะเยา และ พ.อ.โรมรัน ชูก้าน รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๓๔ ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ พุทธศาสนิกชน เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

โครงการขับเคลื่อนธรรมนาวา “วัง” ปีที่ ๒ จัดขึ้นเพื่อมุ่งเน้นการเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ควบคู่กับการพัฒนาจิตใจของเยาวชนและประชาชน ให้มีคุณธรรม จริยธรรม และสามารถนำหลักธรรมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ฝึกฝนตนเองให้มีสติ มีวินัย และมีจิตสาธารณะ อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างสังคมแห่งความดีงาม ความสามัคคี และความสงบสุข
พิธีปิดในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของคณะพระภิกษุสงฆ์และพุทธศาสนิกชน ในการสืบสานพระพุทธศาสนา และสร้างศาสนทายาทที่มีคุณภาพ เพื่อร่วมกันพัฒนาสังคมและประเทศชาติให้มีความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

โครงการ ขับเคลื่อนปฏิบัติธรรมแนวทางปฏิบัติธรรมนาวา “วัง” สร้างศาสนทายาทสู่แดนพุทธภูมิปีที่ ๙ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ (ระยะที่ ๒)งาน ด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาผู้รับผิดชอบ พระธรรมวชิรกวี ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๓ เจ้าอาวาสวัดพระนอนจักรสีห์ วรวิหาร ลักษณะโครงการ ต่อเนื่อง ระยะเวลาดำเนินการ เมษายน ๒๕๖๙ – ธันวาคม ๒๕๖๙

๑. หลักการและเหตุผล
พระพุทธศาสนาอยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน วิถีชีวิตของชาวไทยส่วนมากจะเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา ชาวไทยร้อยละ ๙๕ นับถือพระพุทธศาสนา และนำหลักการปฏิบัติทางพระพุทธศาสนาไปใช้ในชีวิตประจำวัน เนื่องจากพระพุทธศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของมนุษย์ เป็นบ่อเกิดแห่งความสามัคคีของหมู่คณะและในหมู่มนุษยชาติ ช่วยให้มนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เป็นเครื่องดับความเร่าร้อนใจ ทำให้ใจสงบร่มเย็น และยังเป็นบ่อเกิดแห่งเจริญธรรม ศีลธรรมและคุณธรรม ช่วยให้มนุษย์มีหลักในการดำเนินชีวิตที่ดี รู้จักเหตุผล ผิดชอบชั่วดีด้วยตนเอง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชศรัทธามั่นคงอย่างยิ่งต่อพระพุทธศาสนา ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ห่วงใยพสกนิกรภายใต้ร่มพระบารมีโพธิสมภารของพระองค์ ที่ต้องแหวกว่ายในคลื่นกระแสแห่งความทุกข์อย่างแสนสาหัส เพราะขาดความรู้ ความเข้าใจพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้อง จึงมีพระราชดำรัสขอความเมตตาจากคณะสงฆ์ช่วยรับเป็นภารธุระนำพาพสกนิกรของพระองค์ดำเนินไปตามแนวทางแห่งอริยมรรคอย่างถูกต้องแม่นยำ

พระสงฆ์เป็นผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา มีหน้าที่ในการศึกษาเรียนรู้คำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เกิดความเข้าใจแล้วปฏิบัติตามพระธรรมคำสอน และต้องสอนผู้อื่นให้ปฏิบัติตามการสอนผู้อื่นเป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ซึ่งมีหลายวิธี ได้แก่ การสอน การอบรม การแสดงธรรมเทศนา การปาฐกถาธรรม หรือแม้แต่การออกธรรมยาตรา เป็นต้น วัดพระนอนจักรสีห์ วรวิหาร โดยพระธรรมวชิรกวี ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๓ เจ้าอาวาสวัดพระนอนจักรสีห์ วรวิหาร ตระหนักถึงหน้าที่สำคัญของพระสงฆ์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา

เกี่ยวกับหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ได้ทราบและถือปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความสันติสุขในหมู่มนุษยชาติ จึงได้จัดกิจกรรรมเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่หลากหลาย ได้แก่ การอบรมปฏิบัติธรรมในประเทศไทย ธรรมยาตราในประเทศไทยและประเทศอินเดีย โดยได้จัดทำเป็นโครงการ ขับเคลื่อนปฏิบัติธรรมแนวทางปฏิบัติธรรมนาวา “วัง” สร้างศาสนทายาทสู่แดนพุทธภูมิปีที่ ๙ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ

๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ
๒.๒ เพื่อให้พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ที่มีความสนใจ เกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญของการขับเคลื่อนปฏิบัติธรรมแนวทางปฏิบัติธรรมนาวา “วัง”
๒.๓ เพื่อให้พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา เป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนปฏิบัติธรรมแนวทางปฏิบัติธรรมนาวา “วัง”
๒.๔ เพื่อสร้างศาสนทายาทให้คงอยู่คู่กับพระพุทธศาสนาสืบต่อไป.

พระธรรมวชิรกวี (ยงยุทธ ยุตฺตธมโม ป.ธ.๙) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พิธีทรงตั้งเปรียญธรรม 9 ประโยค ณ พุทธมณฑลประจำจังหวัดสิงห์บุรี

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 19.00 น. ท่านคุณพระธรรมวชิรกวี ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 เจ้าอาวาส วัดพระนอนจักรสีห์ วรวิหาร พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์งานพิธีทรงตั้งเปรียญธรรม 9 ประโยค

โดยมี นางสาววีรวรรณจันทนเสวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส นำอุบาสกอุบาสิกา ร่วม ในพิธีทรงตั้งเปรียญธรรม 9 ประโยค เพื่อเชิดชูเกียรติพระภิกษุสามเณรผู้สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค ประจำปีพุทธศักราช 2569

ณ พุทธมณฑลประจำจังหวัดสิงห์บุรี วัดพระนอนจักรสีห์ วรวิหาร พระอารามหลวง พระวัชรสิงหบุราจารย์ (คว้างกลุยาณรโต ป.ธ.๔) รักษาการเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ท่าช้าง คณะสงฆ์จังหวัดสิงห์บุรี พระสังฆาธิการจังหวัดสิงห์บุรี เจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ

เจ้าคณะตำบล สวดเจริญพระพุทธมนต์ มีพระภิกษุผู้สอบได้ เปรียญธรรม_9ประโยค จำนวน 2 รูป ได้แก่ พระมหาอภิสิทธิ์จรณธมฺโม วัดพุน้อย และ พระมหาอัครเดชจกฺกวโร วัดพระนอนจักรสีห์ สำนักเรียนคณะจังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจของคณะสงฆ์และชาวจังหวัดสิงห์บุรีเป็นอย่างยิ่ง

พิธีทรงตั้งเปรียญธรรมเป็นพิธีสำคัญทางพระพุทธศาสนา จัดขึ้นเพื่อประกาศเกียรติคุณและยกย่องพระภิกษุสามเณรผู้สำเร็จการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลีในระดับสูงสุด อันแสดงถึงความวิริยะอุตสาหะ ความรู้ความสามารถ และความมุ่งมั่นในการศึกษาพระธรรมวินัย เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสถาพรสืบไป

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ อุตสาหกรรมเชียงราย “พลิกโฉมมรดกท้องถิ่น สู่สินค้าพรีเมียม ด้วยพลังซอฟพาวเวอร์ ” เข้าร่วมล้นหลาม

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องดอยตุง โรงแรม เดอะ ริเวอร์รี บาย กะตะ ธานี จังหวัดเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานพิธีเปิด และรับคำกล่าวรายงานวัตถุประสงค์ โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “พลิกโฉมมรดกท้องถิ่นสู่สินค้าพรีเมียมด้วยพลังซอฟต์พาวเวอร์”
ภายใต้โครงการบูรณาการ การค้า การลงทุนกิจกรรมอุตสาหกรรมแฟร์ล้านนาตะวันออก (East-Northern Industrial Fair bolbb)

ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ วันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๙ณ เดอะ ริเวอร์รี บาย กะตะธานี จังหวัดเชียงรายจากนายนนทิชัย ลิขิตาภรณ์ อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงรายในครั้งนี้มี นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา อุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน วิทยากรผู้ประกอบการและแขกผู้มีเกียรติทุกท่านสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกลุ่ม

ภาคเหนือตอนบน ๒ ให้ดำเนินกิจกรรมอุตสาหกรรมแฟร์ล้านนาตะวันออก (East-Northerndustrial Fair ๒๐๒๖๖) ภายใต้โครงการบูรณาการ การค้า การลงทุน ตามแผนปฏิจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ๒ (เชียงราย พะเยาน่าน) โดยกิจกรรมดังกล่าวประกอบด้วย ๕ กิจกรรม ได้แก่
กิจกรรมที่ ๑ กิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ในการแปรรูปสินค้าและผลิตภัณฑ์
ซอฟต์เพาเวอร์กิจกรรมที่ ๒ กิจกรรมเสริมสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับการสร้างและพัฒนาเครือข่าย

ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมล้านนาตะวันออกกิจกรรมที่ ๓ กิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายอุตสาหกรรมล้านนาตะวันออกและสร้างโอกาสทางการตลาด
กิจกรรมที่ ๕ กิจกรรมพบปะทางธุรกิจผู้ประกอบการอุตสาหกรรมล้านนาตะวันออก(Business Matching)กิจกรรมที่ ๕ กิจกรรมพัฒนาและยกระดับการตลาดยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและดิจิทัล สำหรับการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “พลิกโฉมมรดกท้องถิ่นสู่สินค้าพรีเมียมด้วยพลังซอฟต์

พาวเวอร์” ในวันนี้ เป็นการสัมมนาฯ ภายใต้กิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ในการแปรรูปสินค้าและผลิตภัณฑ์ชอฟต์เพาเวอร์” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการแปรรูปสินค้าและผลิตภัณฑ์ซอฟต์เพาเวอร์ ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นและทุนทางวัฒนธรรมสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ผ่านแนวคิดซอฟต์เพาเวอร์

ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรม SMEs ทายาทธุรกิจ นักศึกษา ผู้ว่างงานและประชาชนทั่วไป ๔ จังหวัดๆ ละ ๑๐๐ คน รวมทั้งสิ้น ๔๐๐ คน กำหนดจัดการสัมนาฯ ๔ ครั้งจังหวัดๆ ละ ๑ ครั้ง ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๑ การสัมมนาฯ ประกอบด้วย การบรรยายให้ความรู้ ดังนี้

๑.กลยุทธ์การบริหารแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จ ๒.กลยุทธ์การสร้างเสน่ห์สินค้าหัตถศิลป์ไทย๓. แนวโน้มธุรกิจของอุตสาหกรรมกลุ่มอาหารและเกษตรแปรรูป ๔.การแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ
ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างแนวคิดในการพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัยตอบสนองความต้องการของตลาด

และสามารถต่อยอดสู่การสร้างรายได้อย่างยังยืน โดยในวันนี้ได้รับเกียรติจากภญ.ดร.เมธ์วดี เรียววิไลสุข เป็น ProductSpecialistChemotherapy/Antibioticsอาจารย์พิเศษ ภาควิชาเภสัชกรรม บริหารเภสัชกิจคุณรัฐ เปลี่ยนสุข นักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์ และการบริหารธุรกิจ และเป็นเจ้าของแบรนด์ “Sumphat Gallery” ที่มีผลงานโดดเด่นระดับประเทศ

ในการสัมนาครั้งนี้มีผู้ประกอบการ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน หน่วยงานกาศรัฐ ภาศเอกชน และผู้สนใจเจ้าร่วมการสัมมนาฯ เป็นจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความตื่นตัวในการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของพื้นที่ บัดนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว กระผมขอเรียนเชิญท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายประธานในพิธี ให้เกียรติกล่าวเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “พลิกโฉมมรดกท้องถิ่นสู่สินค้าพรีเมียมด้วยพลังซอฟต์พาวเวอร์”โดยการสัมมนาจัดขึ้น1วันตามโปรแกรมที่จัดวางไว้สนเสร็จสิ้นโครงการ.
นายธนกฤต วรรมณี รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ รวบคารถบรรทุก! ศุลกากรประจวบฯ สนธิกำลังด่านกักกันสัตว์ฯ ด่านตรวจพืชฯ สกัดจับเมล็ดกาแฟดิบเถื่อน 9.6 ตัน มูลค่าทะลุ 7.6 ล้านบาท

กรมศุลกากร โดยด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ สนธิกำลังหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ สกัดจับขบวนการลักลอบขนของหนีภาษี ยึดเมล็ดกาแฟดิบต่างประเทศลักลอบนำเข้ากว่า 160 กระสอบ น้ำหนักรวมเกือบ 10 ตัน มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 7.6 ล้านบาท คาจุดตรวจด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์วรพงษ์ รังผึ้ง หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ และนายศักดิ์เศวต เศวตเวช หัวหน้าด่านตรวจพืชประจวบคีรีขันธ์ ได้เปิดเผยว่า ตามนโยบายเร่งด่วนรัฐบาลและกรมศุลกากรในการการปกป้องสังคมจากสินค้าผิดกฎหมาย (Social Protection) นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร

พร้อมด้วย นายยุทธนา พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมศุลกากร และนางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยปฏิบัติตามนโยบายอย่างเคร่งครัด ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ จึงได้บูรณาการร่วมกับด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ และด่านตรวจพืชประจวบคีรีขันธ์ สนธิกำลังร่วมออกปฏิบัติการเฝ้าตรวจและตั้งจุดสกัดตามเส้นทางยุทธศาสตร์ เพื่อป้องกันการลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่ชั้นใน

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจสอบรถบรรทุกเป้าหมาย ณ จุดตรวจด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากการตรวจค้นภายในรถบรรทุกคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตรวจพบเมล็ดกาแฟดิบที่มีถิ่นกำเนิดจากต่างประเทศ ซุกซ่อนอยู่จำนวนรวม 160 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 9.6 ตัน ประกอบด้วยเมล็ดกาแฟอาราบิก้า จำนวน 133 กระสอบ และเมล็ดกาแฟโรบัสต้า จำนวน 27 กระสอบ โดยไม่ปรากฏเอกสารการนำเข้าหรือหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากร รวมถึงเมล็ดกาแฟดิบดังกล่าวยังเป็นสินค้าพืชควบคุมการนำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยการกักพืช ซึ่งต้องผ่านการตรวจและ

ได้รับอนุญาตจากด่านตรวจพืชก่อนนำเข้า เจ้าหน้าที่ประเมินมูลค่าสินค้าประมาณ 4 ล้านบาท โดยเมล็ดกาแฟดิบเป็นสินค้าที่อยู่ภายใต้ระบบโควตาภาษีตามพันธกรณี WTO โดยการนำเข้านอกโควตาต้องเสียอากรขาเข้าในอัตราร้อยละ 90 ของราคาศุลกากร คิดเป็นค่าภาษีอากรรวมอากรขาเข้า 3.6 ล้านบาท ของกลางมีมูลค่าและภาษีอากรที่พึงชำระกว่า 7.6 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้ รวมถึงควบคุมตัวผู้ขับขี่และยานพาหนะดำเนินคดีฐานนำเข้าของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 พร้อมขยายผลติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าผิดกฎหมายที่กระทบกับเกษตรกร และประชาชนในประเทศ ให้ความสำคัญในด้านการร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ ได้บูรณาการร่วมกับศูนย์ป้องกันและปราบปรามของศุลกากรปราณบุรี ทหาร ตำรวจ และพนักงานฝ่ายปกครอง ด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ ด่านตรวจพืชประจวบคีรีขันธ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำงานร่วมกัน เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นและเฝ้าระวังจุดเสี่ยงต่าง ๆ

ทั้งทางบกและทางไปรษณีย์ตามแนวนโยบายในการสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายที่ทำลายระบบเศรษฐกิจและสุขภาพของประชาชน โดยในสองไตรมาสแรก (เดือนตุลาคม 2568 ถึงเดือนมีนาคม 2569) มีผลการดำเนินคดีรวม 211 คดี มูลค่าของกลางกว่า 34 ล้านบาท เป็นบุหรี่ 29.7 ล้านบาท บุหรี่ไฟฟ้า 3.9 ล้านบาท อื่น ๆ 0.23 ล้านบาท มีคดีถึงที่สุดพร้อมทำลายแล้ว เป็นบุหรี่ ปริมาณ 2,192,600 มวน บุหรี่ไฟฟ้า ปริมาณ 5,975 ชิ้น โดยการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและภาคธุรกิจว่ารัฐมีมาตรการในการควบคุมและดูแลการนำเข้าสินค้าให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป

////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / BRAVE แบรนด์วิสกี้และบรั่นดีน้องใหม่ เขย่าวงการเครื่องดื่มพรีเมียม เปิดตัวยิ่งใหญ่ชูแนวคิด “ความสุข…ที่ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพง” 💸✨

กรุงเทพฯ — สิ้นสุดการรอคอย! ค่ำคืนวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา วงการเครื่องดื่มไทยต้องจารึกหน้าใหม่ เมื่อ BRAVE แบรนด์เครื่องดื่มวิสกี้และบรั่นดีน้องใหม่ที่น่าจับตาที่สุดแห่งปี ได้จัดงาน Grand Opening เปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการ ณ โรงละคร Calypso เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ (โกดัง 3) ท่ามกลางบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟในธีม Luxury Black & Gold 🖤💛

การเปิดตัวในครั้งนี้ นำทัพโดยทีมผู้บริหารวิสัยทัศน์ไกล คุณบารมี ทองรอง (CEO และ Brand Ambassador) ร่วมด้วย คุณภคมน คุณัชญาณโชค (ผู้บริหารร่วม) ที่มาร่วมเผยทิศทางธุรกิจและกลยุทธ์การขับเคลื่อนแบรนด์ ภายใต้แนวคิดหลัก “ความสุข ที่ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพง” เพื่อสร้างนิยามใหม่ให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเครื่องดื่มคุณภาพระดับพรีเมียมได้ในราคาที่จับต้องได้จริง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง

💐 ชูรสสัมผัสที่แตกต่าง แตกไลน์มิติใหม่ของวิสกี้และบรั่นดี
ไฮไลต์สำคัญที่ถูกพูดถึงอย่างหนาหูในงานคือ BRAVE Golden Whisky Premium from Scotland 🏴󠁧󠁢󠁳ก็อตแลนด์ ที่ให้รสสัมผัสนุ่มละมุน ตั้งแต่แตะจรดปลายลิ้น มอบความรู้สึกหอมหวานและสดชื่นราวกับอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ ซึ่งได้รับการคิดค้นและพัฒนาส่วนผสมมาอย่างลงตัวเพื่อตอบสนองรสนิยมของคอเครื่องดื่มชาวไทยโดยเฉพาะ

นอกจากมิติทางธุรกิจแล้ว BRAVE ยังประกาศจุดยืนชัดเจนในการเป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญและพร้อมส่งเสริมสร้างสรรค์ด้านสังคมรวมถึงสิ่งแวดล้อม เพื่อที่จะเติบโตควบคู่ไปกับสังคมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน 🌿🤝

ภายในงานคลาคล่ำไปด้วยพันธมิตรทางธุรกิจ ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย สื่อมวลชน และเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังกว่า 100 ท่าน ที่มาร่วมดื่มด่ำไปกับ Grand Opening Show สุดอลังการ กิจกรรม Test Drinks และปิดท้ายค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองด้วยช่วง BRAVE Party Music & Drink อย่างสนุกสนาน

สำหรับผู้ประกอบการ ร้านค้า หรือผู้ที่สนใจร่วมเป็นพาร์ตเนอร์ธุรกิจ/ตัวแทนจำหน่าย สามารถติดต่อเพื่อร่วมเติบโตไปกับแบรนด์ได้ที่:
Line OA (แบรนด์): @braveth
ฝ่ายการตลาด: Line OA : @yimwan
โทรศัพท์: 084-3246491

🎬 Organizer by: บริษัท ยิ้มหวาน บางกอก กรุ๊ป จำกัด (Yimwan Bangkok Group Co., Ltd.)

BRAVE #BraveOfficialTH #BraveGoldenWhisky #บรั่นดีไทยแท้ #วิสกี้ไทย #ความสุขที่ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพง #GrandOpening #CalypsoAsiatique #YimwanBangkok #PremiumWhisky #BrandyThai #ข่าวประชาสัมพันธ์ #ยิ้มหวานบางกอกกรุ๊ป

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / รองนายกฯ พร้อมด้วย ปลัด อบจ.โคราชรับมอบโล่เกียรติยศ “หน่วยงานดีเด่น – บุคคลดีเด่น”ด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ จาก กระทรวง พม.

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 #นายวีระชาติ ทุ่งไผ่แหลม รองนายก อบจ.นครราชสีมา รับมอบโล่ บุคคลดีเด่น ด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ประจำปี 2569

พร้อมด้วย #นายวุฒิชัย วงค์ปัญโญ ปลัด อบจ.นครราชสีมา รับมอบรางวัล หน่วยงานดีเด่น จังหวัดต้นแบบ และสถาบันศึกษาต้นแบบด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ จาก

นายนิกร โสมกลาง รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ประธานในพิธีฯ ภายในงานวันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ เพื่อเชิดชูเกียรติ และเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน หน่วยงาน

และจังหวัดที่มีความมุ่งมั่นและความพยายามในการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ กรุงเทพมหานคร

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / สายข่าวชี้เป้า! ทหารพรานดอนตาลสกัดจับ “พาย นาสะเม็ง” คากระเป๋าสะพาย ยึดยาบ้าซุกเตรียมส่งลูกค้า

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 เวลา 17.00 น. กองบังคับการควบคุมที่ 1 กรมทหารราบที่ 3 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย ร้อย.ฉก.ทพ.2107 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 ภายใต้การอำนวยการของ ร.อ.พิชิตพล เคนดา ผู้บังคับกองร้อย ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวภาคประชาชนว่า มีการลักลอบรับ-ส่งยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) บริเวณถนนทางการเกษตร พื้นที่บ้านนาหว้า หมู่ 4 ตำบลนาสะเม็ง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร

ภายหลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ได้บูรณาการกำลังร่วมกับปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอดอนตาล และผู้นำชุมชนตำบลนาสะเม็ง วางกำลังซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณจุดเป้าหมายตามข้อมูลที่ได้รับ

กระทั่งเวลาประมาณ 17.30 น. เจ้าหน้าที่พบชายต้องสงสัยมีลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้ง จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อขอตรวจค้นตามขั้นตอน โดยได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ผู้ถูกตรวจค้นรับทราบจนเป็นที่พอใจ และได้รับความยินยอมให้ทำการตรวจค้น

ผลการตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าสะพายข้างสีดำ โดยบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีน้ำเงินแบบกดปิดดึงเปิด และห่อหุ้มด้วยพลาสติกใสอีกชั้นหนึ่ง

ผู้ถูกจับกุมทราบชื่อต่อมาคือ นายพลวัต บุทธิจักร์ หรือ “พาย” อายุ 37 ปี ชาวตำบลนาสะเม็ง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร โดยจากการสอบถามเบื้องต้น นายพลวัตให้การยอมรับว่า ยาบ้าทั้งหมดเป็นของตนเองจริงเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปตรวจนับอย่างละเอียด และจัดทำบันทึกการจับกุม ณ ฐานปฏิบัติการ ร้อย.ฉก.ทพ.2107 บ้านตาลรุ่ง ตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหารจากการตรวจนับพบของกลางเป็นยาบ้าลักษณะกลมแบน ผิวเรียบ ด้านหนึ่งมีอักษร WY ประกอบด้วยยาบ้าสีแดงจำนวน 235 เม็ด และยาบ้าสีเขียวจำนวน 2 เม็ด รวมยาบ้าทั้งสิ้น 237 เม็ด

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมบันทึกภาพถ่ายและวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปแคปชั่น ชาวบ้านแจ้งเบาะแส ทหารพราน 2107 ร่วมฝ่ายปกครองดอนตาล ซุ่มตรวจจับผู้ต้องหาพร้อมยาบ้า 237 เม็ด ซุกในกระเป๋าสะพายข้าง เจ้าตัวยอมรับเป็นของตนเอง ก่อนถูกส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
ภาพ/ข่าว อรรครัตน์-เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ทหารพราน2107 #ฉกทพ21 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #ดอนตาล #มุกดาหาร #จับยาบ้า #ยาเสพติด #ข่าวอาชญากรรม #ปราบปรามยาเสพติด #ข่าวมุกดาหาร #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / ระทึกทั้งวัน! ไฟไหม้เตาอบยางพาราโรงงานดังมุกดาหาร ปะทุซ้ำหลายระลอก ชาวบ้านผวาควันพิษ-ฝุ่น PM2.5 ปกคลุมพื้นที่ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์

เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ศูนย์วิทยุสื่อสารฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากเทศบาลตำบลโพนทรายว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงงานยางพารา บริษัท ธงทอง รับเบอร์ จำกัด เลขที่ 261 หมู่ 7 ตำบลโพนทราย อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร จึงประสานขอรับการสนับสนุนรถดับเพลิงและกำลังเจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน

ภายหลังรับแจ้ง นายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้นำรถบรรทุกน้ำดับเพลิงจำนวน 2 คัน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่เดินทางเข้าพื้นที่เพื่อสนับสนุนการควบคุมเพลิงทันที

จากนั้นเจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลโพนทราย เทศบาลตำบลมุกดาหาร เทศบาลตำบลกุดแข้ เทศบาลตำบลบางทรายใหญ่ และเทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้บูรณาการกำลังร่วมกันเข้าควบคุมสถานการณ์ โดยระดมรถดับเพลิงและรถบรรทุกน้ำฉีดลดอุณหภูมิบริเวณจุดเกิดเหตุอย่างต่อเนื่อง

การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า จุดเกิดเหตุอยู่ภายในเตาอบยางพารา ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการสะสมความร้อนสูง แม้เปลวไฟจะยังไม่ลุกลามไปยังอาคารผลิต คลังสินค้า หรือส่วนอื่นของโรงงาน แต่ยังคงเกิดการครุไหม้และปะทุขึ้นเป็นระยะ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้วิธีฉีดน้ำหล่อเลี้ยงเพื่อลดอุณหภูมิและป้องกันการลุกลาม

ต่อมาเวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ในระดับหนึ่ง และจำกัดวงเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังทรัพย์สินส่วนอื่นของโรงงาน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยางพาราแปรรูปเป็นวัสดุที่สามารถสะสมความร้อนได้เป็นเวลานาน จึงยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดการครุไหม้หรือปะทุซ้ำได้ตลอดเวลา

ล่าสุดเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติการฉีดน้ำหล่อเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง หลังพบว่าไฟยังคงลุกไหม้และปะทุขึ้นเป็นระยะภายในเตาอบ ทำให้ยังไม่สามารถยุติภารกิจได้ โดยทุกหน่วยยังคงตรึงกำลังเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด

ในเวลาต่อมา นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยนายอาร์ม จินตนาดิลก หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร ได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมอำนวยการและบัญชาการเหตุการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังสูงสุด เนื่องจากภายในเตาอบยังมีความร้อนสะสมและมีโอกาสเกิดการปะทุซ้ำได้ตลอดเวลา

กระทั่งเวลา 16.15 น. สถานการณ์เกิดความตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเตาอบยางพาราเกิดการปะทุอย่างรุนแรง ส่งผลให้ผนังคอนกรีตบางส่วนแตกร้าวจากแรงดันความร้อนสะสมและก๊าซภายใน เจ้าหน้าที่จึงต้องเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัย พร้อมเร่งควบคุมสถานการณ์เพื่อป้องกันไม่ให้เพลิงลุกลามเป็นวงกว้างจนก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

เหตุเพลิงไหม้ที่กินระยะเวลายาวนานยังสร้างความกังวลให้แก่ประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เนื่องจากยางพาราเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน เมื่อเกิดการเผาไหม้อาจปลดปล่อยก๊าซและสารมลพิษหลายชนิด อาทิ คาร์บอนมอนอกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ สารไฮโดรคาร์บอน รวมถึงฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และ PM10 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง

อย่างไรก็ตาม จนถึงช่วงเย็นของวันเดียวกัน ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงฉีดน้ำหล่อเลี้ยงและเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากภายในเตาอบยังมีความร้อนสะสมสูงและเสี่ยงต่อการปะทุซ้ำ ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้และมูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ไฟไหม้โรงงานยางพารา #ธงทองรับเบอร์ #มุกดาหาร #ไฟไหม้มุกดาหาร #เพลิงไหม้ #โรงงานยางพารา #ผู้ว่ามุกดาหาร #ปภมุกดาหาร #ดับเพลิง #ควันพิษ #PM25 #ข่าวด่วน #ข่าวมุกดาหาร #อำเภอเมืองมุกดาหาร #ThailandNews #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / ลอบขนกลางวันแสกๆ! นรข.มุกดาหาร-ปค.หว้านใหญ่ตามแกะรอยจับเรือกีบลอบขนอะโวคาโดเถื่อน 2.4 ตัน ชายแดนริมโขง ยึดของกลาง 120 ลัง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 มิถุนายน 2569 นางศศิธร โพดาพล นายอำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย นายหมวดเอกวิชัย ทาธร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง กำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอหว้านใหญ่ที่ 6 ร่วมบูรณาการปฏิบัติงานกับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม

โดยมีสถานีเรือมุกดาหารเป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับกองร้อยทหารพรานที่ 2103 และหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ออกลาดตระเวนและเฝ้าระวังการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนริมแม่น้ำโขงผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดอะโวคาโดลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ จำนวนประมาณ 120 ลัง น้ำหนักรวมประมาณ 2,400 กิโลกรัม พร้อมเรือกีบ จำนวน 1 ลำ ได้บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านหว้านน้อย ตำบลหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบผู้แสดงตนเป็นเจ้าของสินค้าและเรือของกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีลักษณะต้องสงสัยว่าลักลอบนำเข้ามาโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร อันเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายที่เกี่ยวข้องภายหลังการตรวจยึด เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้สถานีเรือมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตรวจสอบที่มาและดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป

ทั้งนี้ การบูรณาการกำลังของฝ่ายปกครอง หน่วย นรข. ทหารพราน และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ถือเป็นมาตรการสำคัญในการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายตามแนวชายแดนแม่น้ำโขง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การเกษตร และความมั่นคงของประเทศ
ภาพ/ข่าว อรรครัตน์-เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

มุกดาหาร #หว้านใหญ่ #อะโวคาโดเถื่อน #ลักลอบนำเข้า #แม่น้ำโขง #นรข #สถานีเรือมุกดาหาร #ทหารพราน2103 #ฝ่ายปกครอง #ข่าวมุกดาหาร #ข่าวชายแดน #ปราบปรามสินค้าหนีภาษี #ข่าวอาชญากรรม #ชายแดนไทยลาว #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย

ปิดเส้นทางค้าเถื่อนชายแดน! แก๊งลอบขนผลไม้จากลาวสะดุด นรข.-ปค.หว้านใหญ่ บุกยึดอะโวคาโด 2.4 ตัน พร้อมเรือเหล็ก

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ที่สถานีเรือมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นาวาโทโอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม พร้อมด้วย นายทินกร พลเยี่ยม ปลัดอำเภอหว้านใหญ่ ผู้แทนด่านศุลกากรมุกดาหาร ตำรวจน้ำมุกดาหาร

ด่านตรวจพืชมุกดาหาร กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกันแถลงข่าวผลการตรวจยึดอะโวคาโดลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร จำนวน 120 ลัง น้ำหนักรวมประมาณ 2.4 ตัน พร้อมเรือเหล็กติดเครื่องยนต์หางยาว 1 ลำ

การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 มิถุนายน 2569 นาวาโทโอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบขนอะโวคาโดจากฝั่ง สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงเข้ามายังประเทศไทย บริเวณบ้านหว้านน้อย ตำบลหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

ภายหลังได้รับแจ้งจึงได้ประสานขอกำลังสนับสนุนจากนางศศิธร โพดาพล นายอำเภอหว้านใหญ่ นายหมวดเอกวิชัย ทาธร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง กองร้อยทหารพรานที่ 2103 รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมออกลาดตระเวนและเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนริมแม่น้ำโขง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านหว้านน้อย พบเรือเหล็กติดเครื่องยนต์หางยาวแล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว ก่อนเข้าจอดบริเวณริมตลิ่ง จากนั้นมีกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนช่วยกันลำเลียงลังสินค้าจากเรือขึ้นฝั่ง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ แต่กลุ่มผู้ต้องสงสัยและคนขับเรือได้อาศัยความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

จากการตรวจสอบพบภายในลังบรรจุผลอะโวคาโดจำนวน 120 ลัง น้ำหนักรวมประมาณ 2,400 กิโลกรัม จึงทำการตรวจยึดพร้อมเรือเหล็กของกลาง เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร อันเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้สถานีเรือมุกดาหารดำเนินการตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐาน และขยายผลติดตามตัวผู้กระทำความผิด ก่อนส่งมอบของกลางให้ด่านศุลกากรมุกดาหารดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว อรรครัตน์-เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

นรขมุกดาหาร #นรขเขตนครพนม #สถานีเรือมุกดาหาร #อะโวคาโดเถื่อน #ลักลอบนำเข้า #ชายแดนไทยลาว #แม่น้ำโขง #หว้านใหญ่ #มุกดาหาร #ข่าวมุกดาหาร #ศุลกากร #ปราบปรามการลักลอบนำเข้า #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวภูมิภาค #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย

อุกอาจกลางโขง! ขบวนการผลไม้เถื่อนส่งเรือคุ้มกันสกัด นรข. เพื่อช่วยคนขับหนีข้ามแดน ยึดอะโวคาโดเถื่อน 3.7 ตัน พร้อมเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ที่ใช้ลำเลียง “เผยขบวนการไม่เข็ด” ทั้งที่พึ่งถูกยึด 2.4 ตัน โยงเครือข่ายนำเข้าจากเวียดนาม เตือนผู้บริโภคเสี่ยงอันตรายสารปนเปื้อน

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 4 มิถุนายน 2569 นาวาโทโอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบนำเข้าพืชผลทางการเกษตรจากฝั่งนครไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ข้ามแม่น้ำโขงเข้ามายังพื้นที่ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

ภายหลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่สถานีเรือมุกดาหารได้บูรณาการกำลังร่วมกับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2103 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 วางกำลังเฝ้าตรวจและลาดตระเวนทั้งทางบกและทางน้ำบริเวณพื้นที่เป้าหมายตามแนวชายแดนริมแม่น้ำโขง

กระทั่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านบางทรายใหญ่ ตำบลบางทรายใหญ่ พบเรือเหล็กขนาดใหญ่ติดเครื่องยนต์แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว ก่อนเข้าจอดบริเวณริมตลิ่ง จากนั้นได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 20 คน วิ่งกรูเข้ามาช่วยกันขนย้ายลังสินค้าจากภายในเรือขึ้นมาบนฝั่งอย่างเร่งรีบ

เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจสอบ กลุ่มชายฉกรรจ์ที่กำลังขนถ่ายสินค้าได้อาศัยความมืดและความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนีไปคนละทิศละทาง ขณะที่คนขับเรือได้เร่งเครื่องยนต์พยายามหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุ โดยมุ่งหน้ากลับไปยังฝั่งนครไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว

เจ้าหน้าที่สถานีเรือมุกดาหารจึงนำเรือตรวจการณ์ความเร็วสูงออกติดตามและพยายามเข้าสกัดจับกุมกลางลำน้ำโขง แต่ระหว่างการไล่ล่า ปรากฏว่ามีเรืออีก 2 ลำ ซึ่งเชื่อว่าเป็นเรือคุ้มกันของขบวนการ แล่นเข้ามาขวางเส้นทางและสกัดกั้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ทำให้ไม่สามารถเข้าประชิดเรือต้องสงสัยได้ทัน

จากนั้นกลุ่มผู้ร่วมขบวนการได้ช่วยนำตัวคนขับเรือขนอะโวคาโดขึ้นไปยังเรือคุ้มกันอีกลำ ก่อนเร่งเครื่องหลบหนีกลับไปยังฝั่ง สปป.ลาว ได้สำเร็จ ขณะที่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเรือเหล็กที่ใช้ในการลำเลียงสินค้าไว้ได้

จากการตรวจสอบภายในเรือและบริเวณริมตลิ่ง พบอะโวคาโดบรรจุลังจำนวน 150 ลัง น้ำหนักรวมประมาณ 3,700 กิโลกรัม ถูกทิ้งไว้เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไว้ทั้งหมด เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีลักษณะต้องสงสัยว่าลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร อันเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า อะโวคาโดที่ตรวจยึดได้มีลักษณะตรงกับอะโวคาโดพันธุ์ 034 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีการเพาะปลูกเป็นจำนวนมากในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และเชื่อว่าถูกลำเลียงผ่านประเทศเพื่อนบ้านก่อนส่งต่อเข้ามายังประเทศไทย

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ นรข.มุกดาหาร ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ได้ตรวจยึดอะโวคาโดสายพันธุ์เดียวกันที่ลักลอบนำเข้ามาโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรในพื้นที่อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร จำนวน 120 ลัง น้ำหนักประมาณ 2,400 กิโลกรัม ทำให้ในช่วงเวลาเพียง 4 วัน เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดอะโวคาโดเถื่อนได้รวมกว่า 6 ตัน

ภายหลังการตรวจยึด เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้สถานีเรือมุกดาหารเพื่อดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการ ผู้ขนย้ายสินค้า และนายทุนผู้อยู่เบื้องหลังเครือข่ายลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรข้ามชาติรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้แจ้งเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการบริโภคผลไม้หรือสินค้าเกษตรที่ลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ เนื่องจากไม่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกรมวิชาการเกษตร จึงอาจมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารเคมีตกค้าง ยาฆ่าแมลง หรือสารกันเชื้อราเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคได้
ภาพ/ข่าว อรรครัตน์-เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

อะโวคาโดเถื่อน #นรขมุกดาหาร #นรขเขตนครพนม #มุกดาหาร #แม่น้ำโขง #ชายแดนไทยลาว #ลักลอบนำเข้า #ผลไม้เถื่อน #เรือคุ้มกัน #ไล่ล่ากลางโขง #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวมุกดาหาร #ทหารพราน2103 #ศุลกากร #สินค้าเกษตรเถื่อน #ปราบปรามการลักลอบนำเข้า #MukdahanNews #ข่าววันนี้ #เวียดนาม034 #เตือนภัยผู้บริโภค #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ยกทัพของดี 3 จังหวัด อัตลักษณ์ท้องถิ่นกว่า 100 ร้านค้า มาให้เลือกซื้อกันอย่างจุใจ

“สามบุรี เทรดแฟร์ 2026” นำสินค้าดีเด่นดัง จังหวัดสุพรรณบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี โรดโชว์สมุทรสาคร หวังสร้างตลาดใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจ และจับคู่ธุรกิจการสร้างโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการ

ช่วงค่ำวันนี้ 28 พฤษภาคม 2569 ที่บริเวณลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลมหาชัย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานเปิดงาน

“สามบุรี เทรดแฟร์ 2026” โดยมีนางอุบลรัตน์ ทองเหลือ พาณิชย์จังหวัดสุพรรณบุรี พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี พาณิชย์จังหวัดราชบุรี ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้า ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน กลุ่มจังหวัดภาคกลาง เข้าร่วมงาน

งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน 2569 บริเวณลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. ภายใต้แนวคิด “เชื่อมการค้า สร้างโอกาส ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก สู่สากล”

โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายผู้ประกอบการ จัดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้น เพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการในกลุ่มจังหวัด “สามบุรี” ให้สามารถแข่งขันทางการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพในยุคเศรษฐกิจใหม่

ภายในงานมีร้านค้ากว่า 100 ร้าน นำสินค้าคุณภาพมาจำหน่าย ทั้งสินค้าเกษตรแปรรูป สินค้าชุมชน สินค้านวัตกรรม และสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น อาทิ ผลิตภัณฑ์ผ้าเคลือบยางพารา นิคแนค ตู้ไม้สักจิ๋วลายไทย จากจังหวัดราชบุรี, งาดำอบเกลือแม่ชั้น กาแฟสาละวะ ไล่โว่ วุ้นเส้นท่าเรือ

มีดเรือทอง พอลลี่เครื่องหนัง จากจังหวัดกาญจนบุรี นุสราขนมจีบหมู่จัมโบ้ กะลาตาเดียว กลุ่มจักสานผักตบชวา บ้านห้วยหวาย ตุ๊กตาไทยทรงดำบ้านดอน สุพรรณบุรี เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการลงนาม MOU พร้อมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ หรือ Business Matching เพื่อเปิดโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการไทย

งาน “สามบุรี เทรดแฟร์ 2026” ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดสามบุรี ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ที่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างเวทีสำคัญในการเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างรายได้ และเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจของผู้ประกอบการในพื้นที่ให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ทีมข่าวสมุทรสาคร

สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / กิจกรรมรณรงค์ วันงดสูบบุหรี่โลก รพ.นครปฐม ประจำปี 2569

วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์ วันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2569 พร้อมด้วย แพทย์หญิงอุษณีย์ พูลวิวัฒน์ชัยการ รองผู้อำนวยการ พญ.พรรณนภา อุดมโชติพฤทธิ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น เจ้าหน้าที่ และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อสร้างความตระหนักถึงโทษและพิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมทั้งส่งเสริมให้บุคลากรเป็นบุคคลต้นแบบในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ณ ลานคุณธรรม โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /“ปราบดา” ถกแผนดูแลเมืองท่องเที่ยว เมืองชล-แปดริ้ว / นายกลิซ่า จัดเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวไก่ 600 ชาม ให้ ตม.ชลบุรี

มีรายงานว่า พ.ต.ท.ปราบดา สุขสุนทรีย์ สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 เป็นประธานประชุมเจ้าหน้าที่ในสังกัดพร้อมมอบนโยบายและข้อสั่งการประจำเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ห้องประชุม ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 บช.ทท. เขาพระตำหนัก เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยมี พ.ต.ท.อภิชาติ จารุรักษ์ สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 พ.ต.ท.ภาวิตร ฉิมพาลี สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 และเจ้าหน้าที่ในสังกัดให้การต้อนรับ

ในที่ประชุมมีผู้เข้าร่วม ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 และเจ้าหน้าที่ T.O. เข้าร่วมรับนโยบายอย่างพร้อมเพรียง ก่อนในที่ประชุมได้มีการรายงานความรับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและฉะเชิงเทรา ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 บช.ทท.

ก่อนจะมีการกำชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการปฏิบัติตนของข้าราชการตำรวจเมื่อแต่งเครื่องแบบ พ.ศ.2561, การให้ความรู้เกี่ยวกับ Standard Operating Procedure : SOP

และสิ่งสำคัญคือได้กำชับมาตรการตรวจสอบและปราบปรามคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวทั้งสองจังหวัด ก่อนมีการมอบรางวัลให้กับผู้มีผลการจับกุมดีเด่น เป็นอันเสร็จสิ้นการประชุม

‘นายกลิซ่า‘ นำทีมผู้ประกอบการกลางคืนพัทยา จัดเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวไก่ 600 ชาม เป็นกำลังให้ ตม.ชลบุรี

มีรายงานว่า สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา นำโดย นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมฯ พร้อมคณะ ได้จัดเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวไก่จำนวน 600 ชาม ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองชลบุรี บุคลากรในสังกัด พร้อมทั้งแจกจ่ายให้ประชาชนผู้สัญจรไปมาและผู้มาติดต่อราชการ

นอกเหนือจากอาหารกลางวันแล้ว ยังมีน้ำดื่ม ขนมและผลไม้มากมายจากสมาชิกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา และผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมกันสนับสนุน เพื่อเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ในการทำงานปฏิบัติหน้าที่ในเมืองท่องเที่ยวอย่างเหน็ดเหนื่อย และเป็นงานกุศลที่ทางสมาคมฯ จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ในกิจกรรมพบว่าได้รับเกียรติจาก พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยะมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองชลบุรี ร่วมให้การต้อนรับคณะสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยาที่ได้นำอาหารมาจัดเลี้ยงในครั้งนี้ด้วยรอยยิ้มและความเป็นกันเอง

สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ไฮเซ่นส์” ร่วมกับ “กกท.เปิดศึกดวลแข้งฟุตบอลชิงแชมป์เยาวชน โครงการ HISENSEFOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ปี3

เป็นการ สร้างจุดเริ่มต้นในการจุดประกายความฝันสร้างแรงบันดาลใจ และเป็นเวทีแห่งโอกาสให้กับเยาวชนทุกคนได้เติบโต เป็ นบุคลากรที่มีคุณภาพของประเทศในอนาคต กทท.เชียงราย ระเบิดศึกฟุตบอลเยาวชน HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ปี3  ผู้ว่าเชียงราย ร่วมเปิดการแข่งขัน ขอบคุณ บริษัทไฮเซ่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดอัดฉีดงบลงพื้นที่เชียงรายหนุนเยาวชนก้าวสู่เส้นทางฟุตบอล อนาคตสดใส

เมื่อวันที่ 30 พ.ค.2569 เวลา11.00น.ณ สนามสิงห์เชียงรายสเตเดี่ยม  จังหวัดเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการ จังหวัด เป็น ประธาน พิธี เปิด การ แข่ง ขัน ฟุตบอล 7คน ชิง แชมป์ เยาวชนแชมป์ โครงการ HISENSE FOOTBALLYOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ปี3  ที่สนามสิงห์เชียงราย สเตเดียม จังหวัดเชียงรายไฮเซ่นส์(Hisense) แบรนด์ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก

ในฐานะออฟฟิเชียล พาร์ทเนอร์(OfficialPartner) กับ ฟีฟ่า (FIFA) ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และพันธมิตรทางธุรกิจ ร่วมจัดโครงการการแข่งขันฟุตบอล 7 คน เยาวชนอายุไม่เกิน 12 ปีในจังหวัดเชียงราย ชิงถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินรางวัลและอุปกรณ์โสตทัศนศึกษา ในระหว่างวันที่30,31 พฤษภาคม และ1 มิถุนายน 2569 ที่สนามสิงห์เชียงราย สเตเดียม จังหวัดเชียงราย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งหวังให้เยาวชนไทยได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์พร้อมจุดประกายฝันก้าวสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพต่อไป

นายทวีศักดิ์ คงชะนะ รองประธานกรรมการ บริษัท ไฮเซ่นส์อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) กล่าวเพิ่มว่า “ไฮเซ่นส์(Hisense) แบรนด์ผู้น าเทคโนโลยีระดับโลก ในฐานะ ออฟฟิเชียล พาร์ทเนอร์(Official Partner) กับ ฟีฟ่า (FIFA) ให้ความส าคัญกับ อีเอสจี(ESG) คือ การรักษาสิ่งแวดล้อม มุ่งสร้างต้นแบบองค์กรยั่งยืน และแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมแบบองค์รวม จาก กรีน แฟคตอรี่(Green factory),รีไซเคิล แมททีเรียลส์(recycle materials),

การประหยัดพลังงาน ผ่านสินค้าภาย ใต้คัสตอมเมอร์โอเรียนเต็ล เทคโนโลยี (Customer Oriented Technology) และ เอ็กซ์ตรีม ควอลิตี้(Extreme Quality)และส่งเสริมการสร้างสรรค์สังคม รวมถึงมองการสร้างอนาคตที่ดีผ่านการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน”จากวิสัยทัศน์ของเรา ที่มีเป้าหมายในการพัฒนาอย่างยั่งยืน มุ่งสร้างคุณค่า และการเติบโตให้กับธุรกิจ โดยค านึงถึงการรักษาสมดุลตามแนวคิด อีเอสจี(ESG)

ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และหลัก บรรษัทภิบาลที่ดีจึงเป็นที่มาของการจัดโครงการร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อร่วมสร้างต้นแบบองค์กรที่ด าเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกมิติและส่งเสริมเยาวชนในกีฬฟุตบอล”โครงการ HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ในปีนี้ถือเป็นการจัดการแข่งขันต่อเนื่องเป็นปีที่3 และนับเป็นครั้งแรกที่เราได้มีโอกาสน าโครงการออกไปจัดในพื้นที่ต่างจังหวัด ณ จังหวัดเชียงราย เพื่อขยายโอกาสและเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนในภูมิภาค ได้เข้าถึงเวทีการแข่งขันฟุตบอลที่มีมาตรฐานระดับสากลอย่างแท้จริง เรามองเห็นศักยภาพของเยาวชนไทยในทุกพื้นที่และเชื่อว่าเด็กๆ ในต่างจังหวัด ควรได้รับโอกาสไม่แตกต่างจากในเมืองใหญ่โครงการนี้

จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันกีฬา แต่ยังเป็นเวทีแห่งแรงบันดาลใจ ที่เปิดโอกาสให้น้องๆ เยาวชนได้แสดงความสามารถ พัฒนาทักษะ และสัมผัสประสบการณ์การแข่งขันระดับมืออาชีพ ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นส าคัญในการก้าวสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพในอนาคตบริษัทฯ ขอขอบคุณ การกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ให้ความร่วมมือด้วยดีเสมอมา และร่วมเดินหน้าพัฒนาโครงการร่วมกันอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่3 รวมถึงขอบคุณทุกหน่วยงาน พันธมิตร โรงเรียน ผู้ฝึกสอน และผู้ปกครองทุกท่าน ที่ร่วมกันผลักดันให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ส าหรับ

“การแข่งขันฟุตบอล 7 คน ชิงแชมป์เยาวชนรุ่น 12 ปี HISENSE FOOTBALLYOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ปี3” เป็นหนึ่งในโครงการ อีเอสจี(ESG) ที่ตั้งใจจัดขึ้น เพื่อส่งเสริมศักยภาพและความเป็นเลิศของเยาวชนไทยด้านกีฬาและเป็นเวทีส าคัญในการแสดงความสามารถ ที่ไร้ขีดจ ากัด พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนที่รักในการเล่นกีฬาฟุตบอล ในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงราย ได้ร่วมแข่งขันฟุตบอล 7 คน ชิงเงินรางวัลอย่างยิ่งใหญ่การแข่งขันจะมีขึ้น ระหว่างวันที่30, 31พฤษภาคม และ 1 มิถุนายน 2569

จะเป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ที่สนามสิงห์เชียงราย สเตเดียมจังหวัดเชียงราย”ด้าน นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า “จังหวัด เชียงราย ขอชื่นชมและขอบคุณ ไฮเซ่นส์(Hisense) ที่ได้ให้ความส าคัญกับ อีเอสจี(ESG) ทั้งยังส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ด้านกีฬาเสมอมา และล่าสุด คือ HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ปี3” เป็นโครงการจัดการแข่งขันฟุตบอล 7 คน ชิงแชมป์ เยาวชน

ในจังหวัดเชียงราย ซึ่ง จังหวัดเชียงราย ยินดีให้การสนับสนุน หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การแข่งขันในครั้งนี้จะส าเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีและช่วยจุดประกายความฝันให้น้องๆ เยาวชนที่รักกีฬาฟุตบอล ได้พัฒนาตนเอง ก้าวไปสู่การเป็นนักกีฬาฟุตบอลอาชีพต่อไปในอนาคต”HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ปี3(HISENSE Football YouthCup Sponsorship 2026 at Chiang Rai) เป็นการแข่งขัน ประเภทฟุตบอลนักเรียน 7 คน ยุวชนและเยาวชนชาย อายุไม่เกิน 12 ปี

โดยได้เปิดรับสมัครทีมเข้าร่วมการแข่งขันจ านวน 32 โรงเรียน จัดการแข่งขันทั้งหมด 3 วัน โดยรอบแรก เป็นการแข่งขันแบบแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม จ านวน 8 กลุ่ม ตั้งแต่รอบ16 ทีม แข่งแบบแพ้คัดออก เพื่อชิงรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท ดังนี้- รางวัลชนะเลิศการแข่งขัน ได้รับถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโสตทัศนูปกรณ์จาก บริษัท ไฮเช่นส์อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จ ากัด มูลค่า 120,000 บาท

  • รางวัลรองชนะเลิศล าดับที่1 ได้รับเงินรางวัล บ ารุงทีม 20,000 บาท
  • รางวัสรองชนะเลิศล าดับที่2 ได้รับเงินรางวัล บ ารุงทีม 10,000 บาท
  • รางวัลรองขนะเลิศล าดับที่3 ได้รับเงินรางวัล บ ารุงทีม 7,000 บาท
  • รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมMVP ได้รับเงินรางวัล 4,000 บาท
  • รางวัลดาวซัลโว ได้รับเงินรางวัล 4,000 บาท
  • รางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม ได้รับเงินรางวัล 4,000 บาท
  • รางวัลทีมเชียร์ยอดเยี่ยม ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท#hisense #InnovatingABrighterLife #technology #quality #hisenseyouthcup #ฟุตบอลU12

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผู้ว่าฯ สิงห์บุรี รับมอบ “พุ่มดอกบัวประดิษฐ์พระราชทาน” เตรียมเชิญถวายสักการะ “พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” เนื่องในวันวิสาขบูชา 2569

มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จัดพิธีส่งมอบ “พุ่มดอกบัวประดิษฐ์พระราชทาน” ซึ่งได้รับมอบหมายจากส่วนราชการในพระองค์ ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี และผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เพื่อเชิญไปถวายสักการะ “พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปีพุทธศักราช 2569

วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 11.30 น. นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เข้ารับมอบพุ่มดอกบัวประดิษฐ์พระราชทานจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ณ ห้องโถงชั้น 1 อาคารรัตนเทพสตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กันยา บาร์นท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี เป็นประธานในพิธีส่งมอบพุ่มดอกบัวประดิษฐ์พระราชทาน เพื่ออัญเชิญไปถวายสักการะ “พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปีพุทธศักราช 2569 โดยมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และผู้แทนหน่วยงานราชการเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

โดยทั้ง 2 จังหวัด จะเชิญพุ่มดอกบัวประดิษฐ์พระราชทานไปถวายสักการะ “พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” พร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 20.39 น. ณ มณฑลพระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตรของแต่ละจังหวัด อันเป็นกิจกรรมสำคัญเนื่องในวันวิสาขบูชา

“พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” เป็นต้นพระศรีมหาโพธิ์พระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานนาม และมีพระราชดำริให้อัญเชิญไปปลูกประจำทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่พสกนิกรชาวไทย และเพื่อสืบสานพระราชประเพณีอันทรงคุณค่าในวาระมหามงคลแห่งพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี

นามพระราชทาน “พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” มีความหมายว่า “พระศรีมหาโพธิ์พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” สื่อถึงสายใยแห่งพระเมตตา ความศรัทธา และความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ

การจัดพิธีส่งมอบพุ่มดอกบัวประดิษฐ์พระราชทานครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีและหน่วยงานภาครัฐ ในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ส่งเสริมคุณค่าทางจิตใจ และสืบสานพระราชปณิธานอันทรงคุณค่าสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พิธีฌาปนกิจศพพ่อครูชาญยุทธ ประเสริฐพัฒนกิจ ครูชำนาญการพิเศษ ณ.เมรุวัดป่าจันทรรังษี บ้านนาเจริญ หมู่ 11ต.นาจาน อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 13.30 น. ดร.ประทิน นาคสำราญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสะเดียง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานพิธีฌาปนกิจศพ วางผ้าบังสกุลและร่วมไว้อาลัยแด่พ่อครูชาญยุทธ ประเสริฐพัฒนกิจ ครูชำนาญการพิเศษ ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในตับ ศิริอายุ 69 ปี ขอให้ดวงวิญญาณจงไปสู่สุขติด้วยเทอญ โดยมีคณะญาติ เพื่อนสนิท มิตรสหายร่วมส่งดวงวิญญาณมาหมาย เสร็จพิธีประธานจึงได้เดินทางกลับ

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /”เล่นแต่ของใหญ่ ผงขาว น้ำแข็ง ลิ้นฟ้า”ปกครองกระทุ่มแบนบุกรวบเอเยนต์รายใหญ่ โพสต์คลิปยิงปืน ขายยาลื้นฟ้า เฮโรอีน ไอซ์ ท้าทายกฎหมาย

วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 นายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี นายอำเภอกระทุ่มแบน เปิดเผยว่าได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีขาใหญ่รายหนึ่งในพื้นที่มีพฤติกรรมชอบโชว์ถ่ายคลิปตัวเองยิงปืน โชว์ยาเสพติด ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลท่าไม้ อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาครนายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี จึงได้มอบหมายให้นายณัฐพล บุญทวี ปลัดอาวุโส นำกำลังฝ่ายความมั่นคงอำเภอกระทุ่มแบน

ออกปฎิบัติการคามแผนตรวจสอบเบาะแสดังกล่าว เมื่อไปถึงพบนาย โอม อยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำการตรวจค้นพบยาเสพติดของกลางจำนวนมาก ทั้งเฮโรอืน ยาไอซ์ และยาอันตราย ยาลิ้นฟ้า Rohypnol ชึ่ง กำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องราตรี จัดเป็นยานอนหลับออกฤทธ์แรงมาก กว่า 100 เม็ดถุงซิปล็อค จำนวน 2 ห่อใหญ่พร้อมเครื่องชั่งดิจิตอลอีก 1 เครื่อง

จากการสอบถามนาย โอม ได้ให้การยอมรับสารภาพว่าตนเองได้เสพ และจำหน่ายเฮโรอีนและ Rohypnol ยาลิ้นฟ้า จริง เจ้าหน้าที่จึงได้ รวบรวมพยานหลักฐานและของกลางทั้งหมด นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายโดยได้แจ้งข้อกล่าวหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เฮโรอีน เพื่อการค้า

โดยไม่ได้รับอนุญาต มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาไอซ์ ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ยา Rohypnol โดยไม่ได้รับอนุญาตนายพิรุณโรจน์ ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่าจะเร่งสนองนโยบาย “ทำทันที” ของรัฐบาลในการปราบปราม ผู้ค้าผู้ขายยาเสพติดให้หมดสิ้นไปโดยเร็ว
ทีมข่าวสมุทรสาคร

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ททท.จัดประชุมบูรณาการแผนการส่งเสริมตลาดต่างประเทศ (Regional Meeting) ปี2570 ด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

วันที่ 29-31 พฤษภาคม 2569 ที่โรงแรม สฐา อำเภอเมืองจังหวัดน่าน พร้อมพบปะรับฟังปัญหาอุปสรรค แลกเปลี่ยนกับ ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดน่าน โดยมีประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สาขา จังหวัดน่าน และ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดน่านเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ขอขอบคุณ ททท ภูมิภาคยุโรปและอเมริกา มา ณ ที่นี้ด้วยครับ
วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรม Tourism Think Tank For Long-Haul Markets 2027 ในวันนี้ นับเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยในตลาดระยะไกล จึงเป็นโอกาสสำคัญในการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือ Voice of Stakeholders เพื่อนำไปสู่การบูรณาการแผนการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยมีนายสันติ แสวงเจริญ ผู้อำนวยการภูมิภาคอเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา พร้อมด้วยนางสาวสุลัดดา ศรุติลาวัณย์ ผู้อำนวยการภูมิภาคยุโรป และนายขจรเดช อภิชาติตรากุล ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ร่วมประชุมหารือแนวทางส่งเสริมการเดินทางของนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลจากภูมิภาคอเมริกา ตะวันออกกลาง และยุโรป สู่พื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดน่านและแพร่ ณ สฐา รีสอร์ท จังหวัดน่าน โดยมีผู้ประกอบการและผู้แทนเครือข่ายภาคการท่องเที่ยวจากจังหวัดน่านและแพร่เข้าร่วมรวม 31 ราย แบ่งเป็นผู้เข้าร่วมจากจังหวัดน่าน 24 ราย และจังหวัดแพร่ 7 ราย ประกอบด้วย ผู้ประกอบการที่พัก 20 ราย บริษัทนำเที่ยว 3 ราย ร้านอาหาร/คาเฟ่ 2 ราย สปา/Wellness 1 ราย และผู้แทนสมาคมและชมรมที่เกี่ยวข้อง 5 ราย ได้แก่ พันเอกวัฒนา จันทร์ไพจิตต์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดน่าน นายสาธิต บุญทอง นายกสมาคมท่องเที่ยวน่าน คุณพันธุ์พัฒน์ พิชา รองประธานหอการค้า จังหวัดน่าน คุณสุภา ตรีเพชร ประธานชมรมมัคคุเทศก์จังหวัดน่าน และคุณเสาวลักษณ์ วิสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดแพร่

ในการประชุมครั้งนี้ นายสันติ แสวงเจริญ ได้นำเสนอภาพรวมสถานการณ์ตลาดและทิศทางการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา โดยเน้นการขยายฐานตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากตลาดระยะไกล และการพัฒนาสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่ม ขณะเดียวกัน นางสาวสุลัดดา ศรุติลาวัณย์ ได้นำเสนอภาพรวมและทิศทางการส่งเสริมตลาดยุโรป ซึ่งเป็นตลาดระยะไกลที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรม วิถีชีวิตท้องถิ่น ธรรมชาติ ความยั่งยืน และประสบการณ์เชิงลึก โดยเห็นว่าจังหวัดน่านและแพร่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวคุณภาพ รวมถึงสามารถเชื่อมโยงกับเส้นทางท่องเที่ยวหลักของภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย สุโขทัย และหลวงพระบาง ด้านนายขจรเดช อภิชาติตรากุล ได้นำเสนอทิศทางการส่งเสริมตลาด สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวของภาคเหนือ โดยเน้นการพัฒนาจังหวัดน่านและแพร่ให้เป็นจุดหมายปลายทางที่มีความโดดเด่นด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิตชุมชน ธรรมชาติ Gastronomy งานหัตถกรรม และกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เพื่อสร้างความแตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวหลัก และยกระดับภาคเหนือสู่การเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวคุณภาพ

ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับผู้ประกอบการและหน่วยงานในพื้นที่เกี่ยวกับศักยภาพของจังหวัดน่านและแพร่ในการรองรับนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล โดยเห็นพ้องว่าทั้งสองจังหวัดมีจุดแข็งด้านความสงบ ความเป็นเมืองวัฒนธรรม วิถีชีวิต Slow Life ชุมชนชาติพันธุ์ และสินค้าเชิงประสบการณ์ ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ กลุ่ม Silver Age กลุ่ม High-Value Travelers กลุ่ม Sustainable Travelers และกลุ่มนักท่องเที่ยวที่สนใจวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงแนวทางการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวจังหวัดน่านและแพร่กับเส้นทางท่องเที่ยวภาคเหนือเดิม รวมถึงเส้นทางเชื่อมต่อไปยังหลวงพระบาง สปป.ลาว และเวียดนาม เพื่อรองรับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวระยะไกลที่นิยมเดินทางแบบ Combine Destination โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากยุโรปและอเมริกาที่มองหาเส้นทางใหม่และประสบการณ์ที่แตกต่างจากการท่องเที่ยวกระแสหลัก ที่ประชุมยังได้เสนอแนวทางการพัฒนาสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวในพื้นที่ อาทิ การจัดกิจกรรม FAM Trip สำหรับบริษัทนำเที่ยวต่างประเทศ การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงชุมชนและชาติพันธุ์

การส่งเสริม Gastronomy และ Craft Beverage การพัฒนากิจกรรม Workshop ท้องถิ่น การยกระดับบริการให้เหมาะสมกับกลุ่ม Silver Age รวมถึงการเพิ่มบทบาทของผู้ประกอบการในพื้นที่ในการร่วมออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและตอบโจทย์ตลาดเป้าหมายขณะเดียวกัน ผู้เข้าร่วมประชุมได้สะท้อนข้อจำกัดสำคัญของพื้นที่ อาทิ การเข้าถึงของระบบคมนาคม การไม่มีสนามบินนานาชาติในจังหวัดน่าน ความจำเป็นในการเชื่อมโยงผ่านเมืองหลัก เช่น เชียงใหม่ เชียงราย และกรุงเทพฯ รวมถึงประเด็นการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงในอนาคตการประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่าง ททท. และผู้ประกอบการในพื้นที่ ในการร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคเหนือให้สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล พร้อมตอกย้ำศักยภาพของจังหวัดน่านและแพร่ในฐานะเมืองท่องเที่ยวเชิงคุณภาพที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น สามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์แท้จริง ความยั่งยืน และคุณค่าทางวัฒนธรรม ภายใต้แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว

ททท.จัดประชุมบูรณาการแผนการส่งเสริมตลาดต่างประเทศ (Regional Meeting) ปี2570 ด้านนตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา วันที่ 29-31 พฤษภาคม 2569 ที่โรงแรม สฐา อำเภอเมืองจังหวัดน่าน พร้อมพบปะรับฟังปัญหาอุปสรรค แลกเปลี่ยนกับ ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดน่าน โดยมีประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สาขา จังหวัดน่าน และ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดน่านเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ขอขอบคุณ ททท ภูมิภาคยุโรปและอเมริกา มา ณ ที่นี้ด้วยครับ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /จิตอาสาตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมใจพัฒนา ปรับปรุงทัศนียภาพเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง หน่วยบริการฯ สาย 4 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงศรีสำราญ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมจิตอาสาทำความสะอาดและปรับปรุงทัศนียภาพ บริเวณฟุตบาทริมทางหลวงหมายเลข 338 กม.16+900 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐมการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย เพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่ และเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนในเส้นทางดังกล่าว
​สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ประชุมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ครั้งที่ ๒ แม่น้ำท่าจีน ชัยนาท สุพรรณบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร ณ หอประชุมที่ว่าการอ.นครชัยศรี

วันนี้ วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลา ๐๙.๓๐ น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานเปิดการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ ๒ งานจ้างสำรวจออกแบบโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ แม่น้ำท่าจีน จังหวัดชัยนาท สุพรรณบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร

ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมประชุม เพื่อร่วมรับฟังข้อมูลโครงการ แนวทางการดำเนินงาน ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการสำรวจและออกแบบโครงการดังกล่าว

ทั้งนี้ การดำเนินการประชุมงานจ้างสำรวจออกแบบโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำท่าจีน มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าของผลการจัดทำการออกแบบรายละเอียดของโครงการตามข้อเสนอแนะจากการจัดประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ ๑ ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ทุกภาคส่วนรับทราบ พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ จากผู้เข้าร่วมประชุม เพื่อนำมาปรับแก้ไขแบบร่างรายละเอียดให้มีความเหมาะสม

ด้านวิศวกรรมและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งเพื่อเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำและการระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำท่าจีน ช่วยลดผลกระทบจากอุทกภัยในช่วงฤดูน้ำหลาก รวมทั้งสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแผนพัฒนาพื้นที่และความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / กระทรวงแรงงานรุกหนัก! ลงพื้นที่ประจวบฯ ดัน e-WorkPermit เต็มสูบ ยกระดับต่างด้าวสู่ยุคดิจิทัล/ บุกรวบแรงงานพม่า ลอบขายของหน้าร้านยำกลางตลาดดังหัวหิน

ประจวบคีรีขันธ์ (26 พฤษภาคม 2569) – กระทรวงแรงงานเดินหน้าปฏิรูปการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ ล่าสุดหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงานนำทีมลงพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ติดตามการดำเนินงานเชิงรุก มุ่งเน้นความสะดวก รวดเร็ว และเป็นระบบ รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่อย่างยั่งยื

นางสาวบุณยวีร์ ไขว้พันธุ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน พร้อมคณะ ได้เดินทางมาปฏิบัติภารกิจ ณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเริ่มจากการประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงาน และหน่วยงานภาคีเครือข่ายความมั่นคง อาทิ ตรวจคนเข้าเมือง, ฝ่ายปกครอง, ตำรวจภูธรจังหวัด และ กอ.รมน. ณ ห้องประชุมสำนักงานประกันสังคมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อติดตามความคืบหน้าและเร่งรัดการขับเคลื่อนระบบบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ต่อมาในช่วงเวลา 10.00 น. คณะผู้ตรวจราชการฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์บริการใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ณ อาคารอเนกประสงค์ เฉี่ยวโอชา สาขา 3 ตำบลเกาะหลัก อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อรับฟังการดำเนินงานและตรวจสอบความพร้อมในการให้บริการแก่ผู้ประกอบการและแรงงานต่างด้าว

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการผลักดันระบบ e-WorkPermit ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานในรูปแบบดิจิทัล (Digital Transformation) ช่วยให้การขึ้นทะเบียนและอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวเป็นไปด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการยกระดับมาตรฐานการจ้างงาน และเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

บุกรวบแรงงานพม่า ลอบขายของหน้าร้านยำกลางตลาดดังหัวหิน
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 20.30 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบร้าน “จิ๋ว จิ๋ว แซบเวอร์” ภายในสวนอาหารตลาดเดี่ยว อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีการใช้แรงงานต่างด้าวทำงานผิดประเภท

ผลการตรวจสอบ: เจ้าหน้าที่พบ MR. AUNG THAN OO (นายออง ตาน อู) อายุ 27 ปี สัญชาติเมียนมา กำลังปฏิบัติหน้าที่ขายของหน้าร้าน รับเงิน และทอนเงินให้กับลูกค้า โดยจากการตรวจสอบใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) พบว่า MR. AUNG THAN OO ได้รับอนุญาตให้ทำงานในตำแหน่ง “กรรมกร” เท่านั้น การมาทำหน้าที่ขายของหน้าร้านจึงถือเป็นการทำงานนอกเหนือจากสิทธิ์ที่มี
การดำเนินการ:

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ MR. AUNG THAN OO ในฐานความผิด “เป็นคนต่างด้าวทำงานทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรหัวหิน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้รวบรวมหลักฐานเพื่อเตรียมดำเนินคดีกับ นายไพรวัลย์ วงษ์อบ ผู้เป็นนายจ้าง ในฐานความผิดที่เกี่ยวข้องกับการจ้างแรงงานต่างด้าวทำงานผิดประเภทอีกด้วยการปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการสนธิกำลังร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่จากสำนักงานจัดหางานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน เพื่อกวดขันการทำงานของคนต่างด้าวให้เป็นไปตามกฎหมาย และป้องกันการแย่งอาชีพของคนไทย.

นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / “ผู้ว่าฯ วราดิศร เปิด Street Art Inburi Season 2 ดันอินทร์บุรีสู่แลนด์มาร์คศิลป์ระดับจังหวัด”

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.30 น. ณ วัดพงษ์สุวรรณวาราม (วัดสำโรง) อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี #นายวราดิศร_อ่อนนุช #ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ภาพจิตรกรรมฝาผนัง Street Art Inburi สื่อสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว (Street Art Inburi Season 2)” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มี นายอำเภออินทร์บุรี นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลอินทร์บุรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอินทร์บุรี ตำรวจภูธรอินทร์บุรี ส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน เยาวชน และประชาชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

นายศุภวัฒน์_เทียนถาวร #นายกองค์กบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรี กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านศิลปะให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ผ่านการฝึกอบรมและลงมือปฏิบัติจริง ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ประชาชนจิตอาสาได้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน Street Art ถ่ายทอดอัตลักษณ์ท้องถิ่น ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของชุมชน

สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ มาจาก 8 สถานศึกษาในพื้นที่อำเภออินทร์บุรี ได้แก่
โรงเรียนศรีวินิตวิทยาคม, โรงเรียนอินทร์บุรี โรงเรียนสหราษฎร์วิทยา, โรงเรียนศรีอุดมวิทยา, โรงเรียนปราสาทวิทยา โรงเรียนอนุบาลอินทร์บุรี (วัดโพธิ์ศรี), โรงเรียนพิพิธสุตคุณานุสรณ์ และวิทยาลัยการอาชีพอินทร์บุรี รวมจำนวน 8 รุ่น รุ่นละ 100 คน รวมทั้งสิ้นกว่า 1,000 คน

โดยโครงการได้พัฒนา “เส้นทางศิลป์ริมเขื่อนอินทร์บุรี จากพิพิธภัณฑ์สู่วัฒนธรรม” เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ตั้งแต่พิพิธภัณฑ์บ้านคูเมือง ไปจนถึงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินทร์บุรี (วัดโบสถ์) ตลอดระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร พร้อมสร้างสรรค์ภาพจิตรกรรมฝาผนังร่วมสมัย จุดเช็คอิน และมุมถ่ายภาพใหม่ ๆ ที่คาดว่าจะกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดสิงห์บุรี

ทั้งนี้ โครงการได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน รวมถึงศิลปินอิสระ นำโดย อ.เริงศักดิ์ บุญยวานิชสกุล นายไพโรจน์ พิเชษฐ์เมฐากุล และคณะจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างสรรค์ผลงานศิลปะStreet Art Inburi Season 2 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับอำเภออินทร์บุรีสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปะ สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน และเชื่อมโยงการท่องเที่ยวของจังหวัดสิงห์บุรีให้เติบโตอย่างยั่งยืน

“ผู้ว่าฯ สิงห์บุรี เปิดเวทีใหญ่! ผนึก 6 จังหวัด วางอนาคตภาคกลางตอนบน – ชูยุทธศาสตร์ 2571–2575”

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมโสมชา โรงแรมไชยแสงพาเลซ จังหวัดสิงห์บุรี นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานเปิดการประชุมนำเสนอผลการวิเคราะห์บริบทข้อมูลของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน อย่างเป็นทางการ พร้อมด้วย นายทัศนัย สุธาพจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง เข้าร่วมในพิธีเปิดและบรรยายพิเศษ ท่ามกลางผู้แทนจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

โดยมี นายพงศ์จิตต์ รวีกิจสัมฤทธิ์ หัวหน้าสำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน เป็นผู้กล่าวรายงานการดำเนินงานครั้งนี้เป็นไปตามแนวนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ (ก.น.บ.) เพื่อจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดและแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด (พ.ศ. 2571 – 2575) ให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาในอนาคต ครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี และอ่างทอง

ทั้งนี้ สำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ได้ร่วมกับบริษัทที่ปรึกษา ดำเนินการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยใช้กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ควบคู่กับการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน
สำหรับวัตถุประสงค์ของการประชุมครั้งนี้ ได้แก่

การนำเสนอผลการวิเคราะห์บริบทและประเด็นความท้าทายของแต่ละจังหวัด
การเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน
การนำข้อมูลไปสู่การกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทางการพัฒนาที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง
โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมกว่า 200 คน จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม จากทั้ง 6 จังหวัด สะท้อนถึงความร่วมมืออย่างเข้มแข็งในการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่


ในส่วนของการบรรยายพิเศษ หัวข้อ “ทิศทางและแนวโน้มการพัฒนาแผนยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ปี 2571–2575” นายทัศนัย สุธาพจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ได้ถ่ายทอดมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ โดยเน้นถึงการปรับตัวของกลุ่มจังหวัดให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงในระดับประเทศและระดับโลก ทั้งด้านเศรษฐกิจดิจิทัล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การยกระดับภาคการเกษตรสู่เกษตรอัจฉริยะ และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ
พร้อมกันนี้ ยังได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการบูรณาการข้อมูล (Data Integration) และการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการวางแผนพัฒนา เพื่อให้เกิดการตัดสินใจเชิงนโยบายที่แม่นยำ ตรงจุด และตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง


นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงการสร้างความร่วมมือระหว่างจังหวัด การเชื่อมโยงเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้สอดคล้องกับทิศทางอนาคต เพื่อขับเคลื่อนกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบนให้เติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน การประชุมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการกำหนดอนาคตของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี นำคณะผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมบันทึกเทปถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๙ นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วย นางวีรวรรณ จันทนเสวี และนายสหชัย แจ่มประสิทธิ์สกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี นำคณะหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมบันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพรชัยมงคล ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัดกาญจนบุรี (NBT กาญจนบุรี)

การร่วมบันทึกเทปโทรทัศน์ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ซึ่งจะเวียนมาบรรจบครบรอบในวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

โดยคณะผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดสิงห์บุรี ได้ร่วมกันแสดงออกถึงความสมานฉันท์และพลังแห่งความจงรักภักดีของข้าราชการและประชาชนชาวจังหวัดสิงห์บุรีที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ทั้งนี้ เทปบันทึกภาพถวายพระพรดังกล่าว จะนำไปออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา เพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้ร่วมกันเฉลิมพระเกียรติและถวายพระพรชัยมงคลโดยพร้อมเพรียงกัน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / รับตัวคนไทย 106 คนกลับจากลาว คัดกรองเครือข่ายสแกมเมอร์-พนันออนไลน์-ค้ามนุษย์

วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 จังหวัดบึงกาฬ พร้อมหน่วยงานความมั่นคงของไทยและ สปป.ลาว ร่วมรับมอบตัวชาวไทยจำนวน 106 คน จากแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว หลังถูกควบคุมตัวจากคดีเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ พนันออนไลน์ และการค้ามนุษย์ ก่อนนำตัวเดินทางผ่านสะพานมิตรภาพลาว-ไทย แห่งที่ 5 เข้าสู่ประเทศไทย

นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วย พ.อ.ศิวดล ยาคล้าย รอง ผอ.รมน.จังหวัดบึงกาฬ พ.ต.อ.อารัก มะสาธานัง รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.อ.จตุพร เนวะมาตย์ ผกก.ตม.บึงกาฬ, พ.ต.อ.สมภพ กองสมบัติ ผกก.กก.สส.1 บก.สส.ภ.4และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมดำเนินการรับตัวและควบคุมเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง

ล่าสุด เมื่อเวลา 11.30 น. ขบวนรถนำตัวชาวไทยทั้งหมดเดินทางถึงหอประชุมใหญ่จังหวัดบึงกาฬ ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน ตำรวจไซเบอร์ จัดหางานจังหวัด แรงงานจังหวัด และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบึงกาฬ ร่วมตรวจสอบข้อมูล ทำทะเบียนประวัติ และคัดแยกบุคคล

เบื้องต้น หากพบว่ามีหมายจับหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ จะถูกควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายทันที ส่วนผู้ที่เข้าข่ายเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์หรือถูกหลอกไปทำงาน จะเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือและคุ้มครอง ก่อนส่งกลับภูมิลำเนา

ทั้งนี้ หน่วยงานความมั่นคงเปิดเผยว่า ทางการลาวยังควบคุมตัวคนไทยที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ การพนันออนไลน์ และการค้ามนุษย์ ในพื้นที่ 3 เมืองหลักของ สปป.ลาว ได้อีกจำนวนมาก และจะทยอยส่งกลับประเทศไทยเข้าสู่กระบวนการเดียวกันต่อไป

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผบช.ภ.5 แถลงผลปฏิบัติการ “สกัดม้า 17 ล้าน” จับผู้ต้องหา 14 รายทั่วประเทศ

ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงผล ปฏิบัติการ “สกัดม้า 17 ล้าน” จับผู้ต้องหา 14 รายทั่วประเทศ หลังอดีตพยาบาลเกษียณถูกหลอกลงทุนเทรดหุ้น พื้นที่ สภ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และคืนเงินให้ผู้เสียหายคดีออนไลน์ 5 คดี รวมกว่า 3.14 ล้านบาท ตามโครงการ “Money Cash Back”

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงข่าวคดีสำคัญ ศปอส.ภ.5 และ สภ.แม่สะเรียง เปิดปฏิบัติการ “สกัดม้า 17 ล้าน” จับผู้ต้องหา 14 รายทั่วประเทศ หลังอดีตพยาบาลเกษียณถูกหลอกลงทุนเทรดหุ้นผ่าน Facebook และแอป CAPFAST ตั้งแต่เดือน ต.ค.68 สูญเงินกว่า 17.6 ล้านบาท โดยพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงบัญชีม้า 35 บัญชี พร้อมขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ

และผลการดำเนินการตามโครงการ “Money Cash Back” คืนเงินให้ผู้เสียหายคดีออนไลน์ 5 คดี รวมกว่า 3.14 ล้านบาท หลังสามารถอายัดเงินและจับกุมเครือข่ายบัญชีม้าได้ในหลายพื้นที่ โดยคดีส่วนใหญ่เป็นการแอบอ้างเจ้าหน้าที่รัฐ ธนาคาร การไฟฟ้า และหลอกลงทุนหรือหางานต่างประเทศ ก่อนโอนเงินคืนให้ผู้เสียหายโดยตรง ดังนี้

  • สภ.เขลางค์นคร จ.ลำปาง คืนเงินผู้เสียหาย 1.7 ล้านบาท
  • สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ จับเครือข่ายบัญชีม้า คืนเงิน 290,000 บาท
  • สภ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ คืนเงินผู้เสียหาย 250,000 บาท
  • สภ.แม่กา จ.เชียงใหม่ คืนเงินผู้เสียหาย 410,000 บาท
  • สภ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ คืนเงินผู้เสียหาย 499,900 บาท

โดยมี พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.สมชาย เขียวจักร์ ผทค.ตร. ปรท.รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, รอง ผบก.สส.ภ.5 และ ผกก.สภ.พื้นที่ ร่วมแถลงผลการจับกุม ณ อาคารสโมสรคุ้มแก้ว-ขวัญดาว ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่..

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ภาคีเครือข่ายน่าน ร่วมขับเคลื่อนการปกป้องคุ้มครองทรัพยากรชีวภาพ เสริมสร้างความร่วมมือสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO ร่วมกับภาคีเครือข่ายในจังหวัดน่าน ประกอบด้วย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ หน่วยการศึกษาในพื้นที่ กลุ่มเกษตรกร และสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ ได้แก่ อำเภอเมืองน่าน อำเภอภูเพียง อำเภอเวียงสา อำเภอแม่จริม อำเภอทุ่งช้าง อำเภอเชียงกลาง อำเภอบ่อเกลือ อำเภอสันติสุข อำเภอสองแคว อำเภอท่าวังผา และอำเภอปัว ได้จัดประชุม “เสริมสร้างการมีส่วนร่วมและสร้างความตระหนักด้านการปกป้องคุ้มครองทรัพยากรชีวภาพในระดับจังหวัด” เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2568 ณ โรงแรมน่านตรึงใจ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน

การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพ การปกป้องคุ้มครองทรัพยากรชีวภาพ และหลักการการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพ (Access and Benefit Sharing: ABS) พร้อมทั้งส่งเสริมการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา ชุมชน และภาคเกษตรกรรม เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพในระดับจังหวัดอย่างเป็นระบบและเกิดประสิทธิภาพ


ภายในงานมีกิจกรรมการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพและการดำเนินงานของ BEDO การอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการวิเคราะห์ศักยภาพทรัพยากรชีวภาพในพื้นที่ การจำลองสถานการณ์การเข้าถึงทรัพยากรชีวภาพ ตลอดจนเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อร่วมกันกำหนดข้อเสนอเชิงปฏิบัติในการขับเคลื่อนงานด้าน ABS

ในระดับพื้นที่ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความมั่นคงของฐานทรัพยากรชีวภาพ และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพของจังหวัดน่านให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป/ลุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนขังกวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เทศบาลสามง่าม ประชุม คณะผู้บริหาร เพื่อ รับฟังปัญหา อุปสรรค ในการปฏิบัติงานของแต่ละกอง

ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบล สามง่าม ชั้น 3 นายสมรัก มีใจดี นายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม พร้อมด้วย ผศ.ดร. อภิชา พรเจริญกิจกุล นายอานนท์ มีใจดี รองนายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม เป็นประธาน ในการประชุม คณะผู้บริหาร ปลัดเทศบาล หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการกอง ผู้อำนวยการสถานศึกษา หัวหน้าฝ่าย ประจำเดือนพฤษภาคม 2569 ทั้งนี้ เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมทั้ง รับฟังปัญหา อุปสรรค ในการปฏิบัติงานของแต่ละกอง/ฝ่าย ในการนี้ นายสมรัก มีใจดี นายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม ได้ประดับขีดให้กับคุณครูโรงเรียนเทศบาล ๑ วัดลำลูกบัว ที่ได้รับการเลื่อนวิทยฐานะให้ดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / บุกจับน้ำกระท่อมเถื่อนเมืองมุกดาหาร! บรรจุขวดขายหลายรส ใกล้โรงเรียนเพียง 400 เมตร ยึดของกลาง 689 ขวด ใบกระท่อมสด

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานในจังหวัดมุกดาหาร เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 21 ซอยบุญชาลี ถนนวงค์คำพา เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการลักลอบเปิดสถานที่ผลิตน้ำกระท่อมบรรจุขวดเพื่อจำหน่ายอย่างผิดกฎหมายในพื้นที่ชุมชน โดยจุดดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้กับ โรงเรียนทีโอเอวิทยา (เทศบาล 1 วัดคำสายทอง) ห่างกันเพียงประมาณ 400 เมตร

การปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย นายอัฐพร กิจนิธิวรวริศ เภสัชกรชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย นายหมวดเอกดนุภพ รองไชย ปลัดอำเภอเมืองมุกดาหาร, นายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร เข้าตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นภายในบ้าน พบคนงานกำลังต้มน้ำกระท่อมในหม้อขนาดใหญ่จำนวน 3 หม้อ พร้อมตรวจพบน้ำกระท่อมที่บรรจุขวดพร้อมจำหน่ายแล้วจำนวน 689 ขวด โดยมีการแต่งกลิ่นและผสมรสชาติหลากหลายรวม 10 สูตร ได้แก่ องุ่น, สตรอว์เบอร์รี, ลิ้นจี่, แตงโม, สับปะรด, แอปเปิล, แคนตาลูป, ชาไทย, โกโก้ และสูตรดั้งเดิม

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบ ใบกระท่อมสดประมาณกว่า 20 กิโลกรัม ขวดเปล่าที่ใช้สำหรับบรรจุน้ำกระท่อมอีกเป็นจำนวนมาก หัวเชื้อน้ำหวานเข้มข้น ภาชนะบรรจุ และอุปกรณ์การผลิตจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นว่ามีการดำเนินการผลิตในลักษณะครบวงจรคล้ายโรงงานขนาดย่อม ตั้งแต่ขั้นตอนการต้ม ผสม บรรจุ และเตรียมกระจายจำหน่าย โดยตั้งราคาขายขวดละ 60 บาท ส่วนรสโกโก้จำหน่ายในราคา 70 บาท

นายอัฐพร กิจนิธิวรวริศ เปิดเผยว่า การเข้าตรวจสอบครั้งนี้เป็นผลจากการได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน เนื่องจากมีวัยรุ่นเข้า-ออกเป็นประจำ มีการลักลอบผลิตเครื่องดื่มน้ำกระท่อมในลักษณะเชิงพาณิชย์ภายในชุมชน ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องเข้าตรวจสอบเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและดำเนินการตามกฎหมาย

ด้าน นายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบหลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการลักลอบผลิตน้ำกระท่อมบรรจุขวดจำหน่ายในพื้นที่ชุมชน โดยจากการเข้าตรวจค้นพบว่ามีการดำเนินการในลักษณะคล้ายโรงงานขนาดย่อม มีทั้งขั้นตอนการต้ม ผสมรสชาติ และบรรจุขวดเพื่อจำหน่าย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งเข้าระงับและดำเนินการทันที

จากการสอบถามเบื้องต้น นายชัยวัฒน์ หรือ “แบงค์” รับว่าเป็นเจ้าของสถานที่และเป็นผู้ดำเนินการผลิตน้ำกระท่อมดังกล่าว โดยเปิดลักลอบดำเนินกิจการมาแล้วประมาณ 2 เดือน

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 มาตรา 6(8) เรื่องกำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้าหรือจำหน่าย
และได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมตรวจยึดของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว อรรครัตน์ – เดวิท โชคชัย ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดมุกดาหาร รายงาน

น้ำกระท่อม #น้ำกระท่อมเถื่อน #โรงงานเถื่อน #บุกทลาย #มุกดาหาร #ข่าวมุกดาหาร #โรงงานน้ำกระท่อม #โรงเรียนทีโอเอวิทยา #เทศบาล1วัดคำสายทอง #ใกล้โรงเรียน #สภเมืองมุกดาหาร #คุ้มครองผู้บริโภค #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวดัง #ข่าววันนี้ #จับกุม #กระท่อมบรรจุขวด #ข่าวด่วน #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / สืบสานประเพณีบุญบั้งไฟเป็นพิธีบูชาพญาแถนเทพเจ้าผู้ประทานฝนให้ตกตามฤดูกาล ของชาวอิสาน

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 17.45 น. นางพยงค์ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ 3 ให้เกียรติเป็นประธาน โครงการสืบสานประเพณีบุญเดือนหก(บุญบั้งไฟ)ประจำปี 2569

โดยประธานได้กล่าวขอบคุณคณะกรรมการดำเนินงานแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานและอวยพรให้โครงการสำเร็จตามวัตถุประสงค์และได้มอบเงินสนับสนุนโครงการอีกจำนวนหนึ่งด้วย

จ่ากบ ในตำนานเล่าว่าการจุดบั้งไฟเป็นการบูชาพญาแถนเทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์ ทำให้ฟ้าฝนตกถูกต้องตามฤดูกาล พืชพรรณธัญญาหารอุดมสมบูรณ์เป็นความเชื่อของคนอีสานและเป็นประเพณีสืบทอดกันมายาวนาน ประเพณีบุญ

บั้งไฟจะจัดขึ้นในเดือนหกของทุกๆปี ภายในงานจัดให้มีดนตรีเพื่อความบันเทิงแก่ผู้มาร่วมงาน จัดประกวดขบวนแห่ ขบวนบุปผชาติที่สวยงามตระการตาและการแสดงศิลปพื้นบ้านจาก 10 ชุมชน

โดยมีนายคำพอง ยะวร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน(เจ้าของโครงการ)พร้อมด้วยนายเรวัต หลาวมา ปลัดองค์การฯ ฝ่ายบริหาร สมาชิกสภาฯ ส่วนราชการและแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ ณ.บริเวณงานวัดอัมพวัน บ้านหนองคลอง -หนองม่วง ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น.

สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / “เบียร์ ปรเมศวร์” นำลูกทีมกลุ่ม “เรารักพัทยา” เดินหน้าหาเสียง พบผู้ประกอบการชายหาดจอมเทียน รับฟังปัญหาเศรษฐกิจ

ช่วงเย็นวันที่ 25พ.ค.69 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ว่าที่ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา เขต 4 กลุ่ม "เรารักพัทยา" ลงพื้นที่พบผู้ประกอบการร่มเตียงหาดจอมเทียน  เดินพบปะพูดคุย รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อรวบรวมข้อมูลนำไปพัฒนานโยบายด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชายหาดของเมืองพัทยา โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักและได้รับการต้อนรับจากผู้ประกอบการอย่างอบอุ่นนายปรเมศวร์ กล่าวว่า ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งบริหารเมืองพัทยา ได้พยายามผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะพื้นที่ชายหาดซึ่งถือเป็นจุดสำคัญด้านการท่องเที่ยว พร้อมดูแลเรื่องระเบียบการใช้พื้นที่ชายหาด การจอดรถ รวมถึงการจำหน่ายสินค้าต่างๆ ให้เป็นไปตามกฎระเบียบ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว
ทั้งนี้ การลงพื้นที่ครั้งนี้ยังเป็นการติดตามผลการปรับปรุงภูมิทัศน์ชายหาดจอมเทียน ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่แสดงความพึงพอใจ ทั้งการก่อสร้างทางเท้า ระบบท่อระบายน้ำ การติดตั้งเสาไฟไฮแมส รวมถึงการแก้ไขปัญหาการจราจร หลังจากก่อนหน้านี้ช่วงก่อสร้างมีการปรับเส้นทางเดินรถเป็นแบบวันเวย์ ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ก่อนจะกลับมาเปิดการจราจรแบบสวนเลนตามเดิมนายปรเมศวร์ กล่าวว่า จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการ พบว่าปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ซึ่งอาจเป็นผลจากช่วงเปิดภาคเรียน แต่เมืองพัทยายังคงเดินหน้านโยบาย “Festival City” อย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปีสำหรับชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยามุ่งพัฒนาให้เป็นพื้นที่ “Sport City” และพื้นที่จัดกิจกรรมขนาดใหญ่ โดยที่ผ่านมาได้มีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งงาน Pattaya Music Festival รวมถึงกิจกรรมกีฬาและไลฟ์สไตล์ต่างๆ เช่น Surf Skate ที่ได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อกระจายกิจกรรมให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ชายหาด และสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการร่มเตียงและหมอนวดชายหาดรวมถึงยกระดับมาตรฐานการให้บริการของผู้ประกอบการ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว ทั้งการดูแลลูกค้า การจำหน่ายสินค้าในราคาที่เหมาะสม และการรักษาภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้เศรษฐกิจชายหาดเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังแสดงความพึงพอใจต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเมือง ไม่ว่าจะเป็นถนน ทางเท้า ระบบไฟส่องสว่าง และการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่สามารถแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรม



“เบียร์-ปรเมศวร์” นำกลุ่ม"เรารักพัทยา" เขต 1 เดินเท้าหาเสียง ลุยเคาะประตูโครงการบ้านมั่งคง ชูนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน

ช่วงเย็นของวันที่ 26 พ.ค.69 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ว่าที่ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา พร้อมว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา เขต 1 กลุ่ม "เรารักพัทยา" ลงพื้นที่โครงการบ้านมั่นคงพัทยา ซอยสุขุมวิท-พัทยา 27 เพื่อหาคะแนนเสียง ในโอกาสลงสมัครรับเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาที่กำลังจะถึงนี้ โดยทางนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ และคณะกลุ่มเรารักพัทยาได้เดินเท้าพบปะประชาชนที่อาศัยอยู่ในโครงการพี่พักอาศัยขนาดใหญ่ มีประชาชนอาศัยอยู่กันหลายครัวเรือน พร้อมพูดคุยปัญหาต่างๆ รวมถึงแนวทางการแก้ไข และความต้องการของประชาชนในเขต 1 ซึ่งบรรยากาศในการลงพื้นที่ครั้งนี้มีความคึกคักเป็นอย่างยิ่ง
นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ได้กล่าวถึงนโยบายของกลุ่มเรารักพัทยาที่ผ่านมา อาทิ การสนับสนุนกิจกรรมท่องเที่ยวหลากหลาย ถูกใจคนไทยและประทับใจต่างชาติ, การเปิดทำเลทอง ขยายที่ขายของเพื่อคนพัทยา, การแก้ปัญหาน้ำท่วมพัทยาแบบเป็ดเสร็จ รวมทั้งการขยายพื้นที่ให้บริการหมอถึงบ้าน และ Smart Senior เพื่อพัฒนาความรู้เข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานพัฒนาเมืองพัทยาภายใต้สโลแกน Better Pattaya เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือกันอย่างแท้จริงของทุกภาคส่วนในเมืองพัทยาที่ช่วยกันทำให้เกิดเป็นรูปธรรมการพัฒนาที่มีศักยภาพและได้ประโยชน์โดยรวมต่อเมืองพัทยา ทางกลุ่มเรารักพัทยามีความพร้อมที่จะเข้ามาต่อยอดการทำงานอีกครั้ง เพื่อให้เกิดการพัฒนายิ่งๆ ขึ้นไป

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ นายอำเภอเมืองน่านร่วมกับนายกอบต.ถืมตอง ร่วมกันลงพื้นที่หาแนวทางแก้ไขปัญหาถนนเส้นทางเข้าสำนักงานขนส่งจังหวัดน่าน

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 15.30 น. ณ บริเวณถนนเส้นทางเข้าสำนักงานขนส่งจังหวัดน่าน (เชื่อมระหว่าง ตำบลถืมตอง-ตำบลไชยสถาน) นายนพพร เรืองสว่าง นายอำเภอเมืองน่าน ร่วมกับ นายรัชชนันท์ ธรรมพันธุ์ นายก

องค์การบริหารส่วนตำบลถืมตองและทีมบริหาร ได้ร่วมกันลงพื้นที่หาแนวทางแก้ไขปัญหาถนนเส้นทางเข้าสำนักงานขนส่งจังหวัดน่าน (เชื่อมระหว่าง ตำบลถืมตอง-ตำบลไชยสถาน) ชำรุดเสียหาย มีลักษณะเป็นหลุม เป็นบ่อ และผิวถนนเป็นคลื่น ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและความสะดวกในการสัญจรของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง

เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใดยืนยันความเป็นเจ้าภาพหรือผู้รับผิดชอบถนนสายดังกล่าวอย่างชัดเจน การใช้งบประมาณของทางราชการ โดยเฉพาะงบประมาณขององค์การบริหารส่วนตำบลถืมตอง อาจมีข้อติดขัดจำกัดด้านระเบียบกฎหมายในการดำเนินการซ่อมแซม

ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในเบื้องต้น อำเภอเมืองน่าน และองค์การบริหารส่วนตำบลถืมตอง จึงได้บูรณาการแสวงหาความร่วมมือจากภาคเอกชน โดยได้รับการสนับสนุนจาก หจก.ทรงชัยคอนกรีต นำคอนกรีตแรงอัดพิเศษเข้าดำเนินการปรับสภาพถนน มุ่งบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการร่วมกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเร่งด่วน

ขณะเดียวกัน อำเภอเมืองน่านและองค์การบริหารส่วนตำบลถืมตอง จะยังคงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อค้นหาหน่วยงานเจ้าของถนนที่แท้จริงต่อไป ซึ่งหากจะมีการถ่ายโอนภารกิจหน้าที่ดูแลรักษาถนนเส้นทางดังกล่าวนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลถืมตองมีความพร้อมและยินดีที่จะรับการถ่ายโอนถนนสายดังกล่าวมาอยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อให้สามารถดูแล บำรุงรักษา และพัฒนาเส้นทางให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เหิมหนัก! แก๊งยาข้ามชาติท้าทายอำนาจรัฐ จอดกระบะขนไอซ์ 196 กก. ห่างโรงพัก-ที่ว่าการอำเภอหว้านใหญ่แค่ 1.2 กม.

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 นาวาโทโอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากฝั่ง สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงขึ้นฝั่งในพื้นที่อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ก่อนส่งต่อให้เครือข่ายในฝั่งไทยลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ โดยใช้รถยนต์กระบะ 4 ประตูเป็นพาหนะขนส่ง

ภายหลังรับแจ้ง จึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการออกลาดตระเวนและเฝ้าตรวจอย่างเข้มงวดทั้งตามลำแม่น้ำโขงและทางบกในพื้นที่เป้าหมาย กระทั่งชุดปฏิบัติการทางบกขับรถออกตรวจบนถนนหมายเลข มห.3010 ตำบลหว้านใหญ่ มุ่งหน้าไปยังทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 สายมุกดาหาร–ธาตุพนม พบรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน กัน 9157 ขอนแก่น ซึ่งตรงกับข้อมูลรถต้องสงสัยที่ได้รับแจ้ง จอดติดเครื่องยนต์และเปิดไฟหรี่อยู่ริมทางในลักษณะผิดสังเกต

เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ แต่ไม่พบผู้ขับขี่หรือบุคคลใดอยู่ภายในรถและบริเวณใกล้เคียง เมื่อตรวจค้นภายในรถพบกระสอบสีดำขนาดใหญ่จำนวน 5 กระสอบ เมื่อเปิดตรวจสอบพบเป็นยาไอซ์บรรจุอยู่ภายในรวมประมาณ 196 ห่อ น้ำหนักรวมราว 196 กิโลกรัม จึงทำการตรวจยึดยาไอซ์ทั้งหมดพร้อมรถยนต์ของกลาง นำกลับไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่สถานีเรือมุกดาหาร พร้อมเร่งขยายผลติดตามตัวผู้กระทำผิดและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าขบวนการค้ายาเสพติดดังกล่าวมีพฤติการณ์อุกอาจอย่างยิ่ง เนื่องจากเลือกใช้เส้นทางถนนสายหลักในเขตอำเภอหว้านใหญ่ ซึ่งเป็นจุดใกล้กับสถานที่ราชการสำคัญ โดยจุดที่พบรถกระบะขนยาไอซ์จอดอยู่นั้น อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอหว้านใหญ่ และสถานีตำรวจภูธรหว้านใหญ่ เพียงประมาณ 1.2 กิโลเมตร สะท้อนความเหิมเกริมของเครือข่ายค้ายาข้ามชาติที่กล้าปฏิบัติการอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย
ภาพ/ข่าว อรรครัตน์ – เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ยาไอซ์ #จับยาเสพติด #นรขมุกดาหาร #หว้านใหญ่ #มุกดาหาร #แก๊งค้ายาข้ามชาติ #ยานรก #ข่าวอาชญากรรม #แม่น้ำโขง #สกัดยาเสพติด #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร ถวายแด่ พระวัชรธรรมโกวิท เจ้าคณะอ.นครชัยศรี และเจ้าอาวาสวัดโคกเขมา จ.นครปฐม

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.43 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร ถวายแด่ พระวัชรธรรมโกวิท (ระพิน อภิชาโน ป.ธ.4, รป.ด.) เจ้าคณะอำเภอนครชัยศรี

และเจ้าอาวาสวัดโคกเขมา อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ณ อุโบสถวัดโคกเขมา ตำบลแหลมบัว โดยมีนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนครปฐม และรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย
นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรีร่วมให้การต้อนรับ

ในการนี้ องคมนตรี จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระประธาน กราบถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และประกอบพิธีเชิญสัญญาบัตร พัดยศ

และผ้าไตรถวายแด่พระวัชรรรมโกวิท จากนั้น พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา จากนั้น องคมนตรีจะถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ เจริญชัยมงคลคาถา และประกอบพิธีกรวดน้ำถวายอดิเรก โดยมีพระเถรานุเถระ คณะสงฆ์ พร้อมด้วย ข้าราชการ และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

พระวัชรธรรมโกวิท (ระพิน อภิชาโน ป.ธ.4, รป.ด.) มีนามเดิมว่า “ระพิน” เกิดเมื่อปี 2506 อุปสมบทเมื่อปี 2529 ณ วัดโคกเขมา ได้รับฉายาว่า “อภิชาโน” สำเร็จการศึกษาด้านพระปริยัติธรรม เปรียญธรรม 4 ประโยค และศึกษาต่อระดับศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต อีกทั้งยังมีความสนใจด้านวิปัสสนากรรมฐาน และเคยปฏิบัติ

หน้าที่เป็นพระวิปัสสนาจารย์ เป็นพระสงฆ์ที่มีบทบาทสำคัญด้านการปกครองคณะสงฆ์ การศึกษาพระปริยัติธรรม และการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ดูแลกิจการคณะสงฆ์ในพื้นที่ และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น “พระครูโกวิทสุตการ” เทียบเจ้าคณะอำเภอชั้นพิเศษ โดยมีพิธีฉลองสมณศักดิ์ ณ วัดโคกเขมา เมื่อปี 2567

ทั้งนี้ วัดโคกเขมา เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในตำบลแหลมบัว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เดิมชื่อ “วัดสร้อยนกเขา” ก่อตั้งเมื่อปี 2439 และเป็นศูนย์รวมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและการปฏิบัติธรรมของประชาชนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / คึกคัก แข่งขันผิวมะพร้าวขาว ชิงเงินรางวัล กว่า 10,000 บาท ในงานประจำปี วัดอ่างทอง 2569

วันที่ 24 พ.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการวัดอ่างทอง ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดงานประจำปีปิดทองหลวงปู่เขียว และ หลวงปู่ท้วม หลวงพ่อสำรวม ขึ้น ในระหว่างวันที่ 24-31 พ.ค. 69

โดยไฮไลท์ของงานโดยเฉพาะ ในการแข่งขันผิวมะพร้าวขาว ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวสวนมะพร้าวอำเภอทับสะแก ที่ขึ้นชื่อว่ามีมะพร้าวที่มันที่สุดในประเทศไทย

สำหรับการแข่งขันนั้น คณะกรรมการได้มีการรับสมัครชาวบ้าน ที่มีความชำนาญในการผิวมะพร้าวเป็นประจำตามล้งมะพร้าวต่างๆ โดยมีผู้สนใจที่คิดว่าผิวมะพร้าวได้ไวที่สุดเข้ามาแข่งขันกว่า 70 ราย โดยกติกาในการแข่งขันคือ ต้องผิวมะพร้าวให้สะอาดที่สุด และมากที่สุด ภายใน 1 ชั่วโมง ใครได้มากคือผู้ชนะ

รอบแรกจากผู้แข่งขันกว่า 70 คน คัดผู้ผ่านเข้ารอบ 2 เหลือ 20 คน จากนั้นมาแข่งชิงชนะเลิศ สำหรับผู้แข่งขันชิงชนะเลิศเมื่อคณะกรรมการผู้จัดการแข่งขันเป่านกหวีดนักผิวมะพร้าวที่มีอาชีพผิวมะพร้าวทั้งหลายต่างก็ลงมืออย่างขะมักเขม้นเพื่อผิวมะพร้าวให้สะอาดให้ได้จำนวนมากที่สุด

โดยใช้เวลาในการแข่งขัน 1 ชั่วโมง โดยจะมีคณะกรรมการดูและคัดเลือกเมื่อหมดเวลาภายใน 1 ชั่วโมงจึงนำมะพร้าวขาวที่ผิวได้ใส่ในตะกร้าไปชั่งน้ำหนักหลังจากหักตะกร้าออกแล้วก็จะเหลือปริมาณสุทธิที่ว่าใครได้มะพร้าวน้ำหนักมากที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะเลิศ โดยมีคณะกองเชียร์แต่ละคนเข้ามาร่วมให้กำลังใจผู้เข้าแข่งขันกันเป็นจำนวนมาก

ผลการตัดสินปรากฏว่าผู้ที่ชนะเลิศอันดับที่ 1 ผิวมะพร้าวได้จำนวน 55.2 กิโลกรัม ได้เงินรางวัล 5,000 บาท อันดับที่ 2 ได้น้ำหนัก 53.4 กิโลกร้ม ได้เงินรางวัล 4,000 บาท อันดับที่ 3 ได้ 48.8 กิโลกรัม ได้เงินรางวัล 3,000 บาท อันดับที่ 4 และที่ 5 ได้ ได้เงินรางวัล 2,000 บาท และรางวัลชมเชย 2 รางวัลเงินรางวัลคนละ 1,000 บาท

ส่วนผู้ที่ไม่ได้รับเงินรางวัลทางล้งมะพร้าว ของ บริษัทนิลทองแท้ โคโค่นัท จำกัด ของคุณสาวชล และ คุณกาญจนา จ้อยร่อย จะจ่ายให้เป็นเงินค่าผิวมะพร้าวที่ผิวได้กิโลกรัมละ 2 บาท สร้างความสนุกสนานภายในงาน ซึ่งในปีหน้าทางเจ้าอาวาสวัดอ่างทอง ก็จะเพิ่มเงินรางวัลรางวัลที่ 1 เป็น 10,000 บาท สำหรับงานจะมีไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 โดยจะมีมหรสพทุกคืน

////////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / “เบียร์ ปรเมศวร์’ ลุยหาเสียงครบวาระ กลุ่ม “เรารักพัทยา” เขต 3 ลงพื้นที่พบปะชาวบ้านชุมชนชุมสาย เลือกพัทยาเปิดฟลอร์ “ROYAL SIAM CUP THAILAND 2026”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ แคนดิเดตนายกเมืองพัทยา ในนามกลุ่มเรารักพัทยา พร้อมทีมงาน ได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนเพื่อหาเสียงเลือกตั้งเมืองพัทยาที่มีในวันที่ 28 มิ.ย.69 นี้ ในทันทีอย่างต่อเนื่อง

โดยนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ อดีตนายกเมืองพัทยา พร้อมว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา เขต 1 กลุ่ม “เรารักพัทยา” ลงพื้นที่พบปะประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าขายและร้านขายของทะเลสด ที่ตลาดลานโพธิ์-นาเกลือ เมืองพัทยา ซึ่งได้รับการตอบรับจากพ่อค้า-แม่ค้าและประชาชนที่เดินจับจ่ายใช้สอยได้เป็นอย่างดี

และที่บริเวณชุมชนรุ่งเรือง สุขุมวิท 43 เมืองพัทยา ซึ่งได้มีการจัดกิจกรรมทำบุญกลางบ้าน ประจำปี 2569 สืบสานประเพณีไทย เสริมความสามัคคีในชุมชน มีนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ อดีตนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย ทีมงานกลุ่ม”เรารักพัทยา” เข้าร่วมอย่างคึกคัก

กิจกรรมทำบุญกลางบ้าน ถือเป็นประเพณีสำคัญที่ชาวบ้านในชุมชนได้ร่วมกันจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชุมชนและครอบครัว ตลอดจนเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษและผู้ล่วงลับ อีกทั้งยังเป็นการสร้างความรัก ความสามัคคี และความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนในชุมชน

ต่อมานายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ พร้อมด้วย ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา เขต 2 กลุ่ม “เรารักพัทยา” ลงพื้นที่หาเสียงพบปะพี่น้องประชาชนที่พักอาศัยในพื้นที่เขตชุมชนต้นกระบก เมืองพัทยา พร้อมรับฟังข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนได้อยู่อย่างมั่นคงในปัจจุบัน ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชนผู้พักอาศัยเป็นอย่างดีเช่นกัน

เลือกพัทยาเปิดฟลอร์ “ROYAL SIAM CUP THAILAND 2026” ต้อนรับนักลีลาศระดับโลกจากกว่า 30 ประเทศ สู่มหกรรม Ballroom & Latin Dance ระดับนานาชาติ สร้างมูลค่าการท่องเที่ยวเศรษฐกิจไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมืองพัทยา เมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติของประเทศไทย เตรียมก้าวสู่ศูนย์กลางแห่งศิลปะการเต้นระดับโลกอีกครั้ง กับการจัดงาน ROYAL SIAM CUP THAILAND 2026 หนึ่งในเวทีการแข่งขัน Ballroom และ Latin Dance อันทรงเกียรติและยิ่งใหญ่ภายใต้ World Dance Organisation (WDO) ที่พร้อมต้อนรับนักเต้นระดับแชมป์โลก ครูผู้เชี่ยวชาญ และผู้เข้าร่วมงานจากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ในวันที่ 8-12 กรกฎาคม 2569 นี้ ที่รอยัลคลิฟโฮเท็ลกรุ๊ป พัทยา จ.ชลบุรี

โดยระหว่างวันที่ 8–10 กรกฎาคม 2569 จะเป็นกิจกรรมงาน International Dance Camp ที่จะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับ Master และโค้ชระดับโลกที่เดินทางมาจากหลากหลายประเทศ เพื่อมาถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคนิค และแรงบันดาลใจบนเวทีระดับนานาชาติ

ก่อนที่ความตื่นเต้นจะเข้าสู่ช่วงไฮไลต์ของงานในวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2026 นี้ กับการแข่งขัน ROYAL SIAM CUP Competition ที่จะรวบรวมสุดยอดนักลีลาศจากทั่วโลกมาร่วมประชันความงดงาม ความแม่นยำ และพลังแห่งการแสดงออกผ่านศิลปะ Ballroom และ Latin Dance

การเลือกเมืองพัทยาเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการจัดงานระดับโลกแล้ว แต่ยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวคุณภาพ พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างการหมุนเวียนด้านการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจบริการ สู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง

ทั้งนี้ สำหรับผู้สนใจร่วมงานระดับโลในเวทีแห่งเกียรติยศนี้ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ Siam Royal Club หรือหมายเลขโทรศัพท์ 097-624 5669 คุณเอื้อพันธุ์ หรือ 062-651 4428 คุณแตงโม

“เบียร์ ปรเมศวร์’ นำทีมกลุ่ม “เรารักพัทยา” เขต 3 ลงพื้นที่พบปะชาวบ้านชุมชนชุมสาย พร้อมต่อยอด ต่อเนื่อง เพื่อเมืองพัทยา

ช่วงเย็น วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ อดีตนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา เขต 3 กลุ่ม “เรารักพัทยา” ได้ลงพื้นที่หาเสียงพบปะพี่น้องประชาชนชาวชุมชนชุมสาย โดยพบว่ามีประชาชนผู้สนับสนุนให้การต้อนรับด้วยความเป็นกันเอง

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ได้พูดคุยเปิดโอกาสรับฟังความต้องการเรื่องการพัฒนาต่างๆในพื้นที่เขต 3 เมืองพัทยา จากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพื่อเป็นข้อมูลแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนได้ต่อไปในอนาคต และพร้อมที่จะทำงานอีกครั้งหากได้รับความไว้วางใจ

อย่างไรก็ดี จากการลงพื้นที่เขต 3 ในครั้งนี้ของกลุ่มเรารักพัทยา พบว่ามีชาวบ้านจำนวนมากพร้อมสนับสนุนกลุ่มเรารักพัทยาในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ เพื่อให้กลับมาทำงานต่อยอดพัฒนาเมืองพัทยาต่อไป เนื่องจากมีผลงานการพัฒนาเมืองพัทยาที่ผ่านมาอย่างชัดเจนโปร่งใสและชัดเจนเป็นรูปธรรม

สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ททท. จับมือ 9 พันธมิตร เปิดตัว “Village to the World” สืบสานพระราชปณิธาน “พระพันปีหลวง” สู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ปลุกพลัง ESG Tourism ทั่วไทย

วันนี้ (22 พฤษภาคม 2569) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าต่อยอด โครงการ Village to the World Season 5 อย่างเป็นทางการ ณ สถานีพัฒนาเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ บ้านสะจุก–สะเกี้ยง จังหวัดน่าน พร้อมผนึกกำลัง 9 องค์กรพันธมิตรชั้นนำ เชื่อมโยง 9 พื้นที่โครงการพระราชดำริและชุมชนต้นแบบทั่วประเทศ สานต่อพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
มุ่งสู่การสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวโดยชุมชน ภายใต้แนวคิด ESG Tourism ให้ความสำคัญทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ และการเติบโตของเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างสมดุลและยั่งยืน

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า โครงการ Village to the World Season 5 เป็นหนึ่งในโครงการที่ ททท. ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนสู่ ESG Tourism ตามแนวทางสากล โดยมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) ระหว่างภาคธุรกิจ ชุมชน และทรัพยากรธรรมชาติให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน สำหรับการดำเนินงานในปีที่ 5 นี้ ททท. ได้น้อมนำพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สู่การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมผ่านความร่วมมืออันเข้มแข็งของ 9 องค์กรพันธมิตรชั้นนำ ในฐานะ Co-Host Partner เชื่อมโยง 9 พื้นที่โครงการพระราชดำริและชุมชนต้นแบบทั่วประเทศ เป็นตัวอย่างความร่วมมือ Public-Private- Community Partnership โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่มีความหมาย ตอบโจทย์ความสนใจที่หลากหลายและสร้างคุณค่าให้กับทุกการเดินทาง พลิกมุมมองการท่องเที่ยวไทยสู่เชิงคุณภาพ คุณค่า และยั่งยืน
โครงการกิจกรรมดังกล่าวได้นำไปสู่การจับคู่ความร่วมมือระหว่างองค์กรพันธมิตรกับพื้นที่โครงการพระราชดำริและชุมชนต้นแบบ เพื่อร่วมกันออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวยั่งยืนจำนวน 9 เส้นทางทั่วประเทศ ได้แก่

ททท. ร่วมกับ สถานีพัฒนาเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ บ้านสะจุก-สะเกี้ยง ต.ขุนน่านอ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและที่พักโฮมสเตย์ในพื้นที่ ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ยั่งยืน เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้สมาคมธุรกิจเพื่อสังคมแห่งประเทศไทย (SE Thailand) ร่วมกับโครงการศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ สัตหีบ และวิสาหกิจชุมชนรักษ์ทะเลเสน่ห์บ้านอำเภอ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ต่อยอดศักยภาพพื้นที่อนุรักษ์เต่าทะเลและชุมชนประมงท้องถิ่น เชื่อมโยงเข้ากับธุรกิจชุมชนและส่งเสริมความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อมทางทะเลธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด และชุมชนเกาะเกิด ต.เกาะเกิด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ยกระดับพื้นที่เพื่อการศึกษาเชิงศิลปวัฒนธรรม สู่พื้นที่อนุรักษ์งานฝีมือของไทย
บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ ดอยแบแล อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ และชุมชนบ้านพะอัน ต.สบโขง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ นำองค์ความรู้เกษตรที่สูงมาพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวพลังงานสะอาดเชื่อมโยงวิถีชุมชน ธรรมชาติ และไร่กาแฟและพืชเมืองหนาวอย่างยั่งยืน

5.บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ร่วมกับโครงการธงพิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต พื้นที่ป่าชุมชน ต.สร้างถ่อน้อย อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ ใช้พร้อมด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรม พัฒนาเป็นพื้นที่เรียนรู้ ด้าน “Low Carbon & Circular Economy”NEXTOPIA สยามพารากอน ร่วมกับโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริ ดอยดำ และชุมชนบ้านนามน หมู่ 7 (ดอยดำ) ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ต่อยอดความพร้อมด้าน
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศและชุมชนที่เข้มแข็ง พัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเน้นธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยว Unseenบริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด (AirAsia) ร่วมกับฟาร์มคลองหอยโข่ง อ.คลองหอยโข่งจ.สงขลา และวิสาหกิจชุมชน

ECOTOURISM SONGKHLA THAILAND / ชุมชนตำบลหัวเขา อ.สิงหนคร
จ.สงขลา พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอาหารที่เชื่อมโยงการใช้วัตถุดิบสดใหม่จากฟาร์มสู่กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (Toyota) ร่วมกับฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง หนองระหารจีน ต.บ้านอิฐ อ.เมืองอ่างทองจ.อ่างทอง ยกระดับความพร้อมของฐานการเรียนรู้ ทั้งการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ และปศุสัตว์เชื่อมโยงกับชุมชน OTOP นวัตวิถี พร้อมประยุกต์ใช้ระบบการจัดการให้เข้ากับการบริหารจัดการฟาร์มเพื่อเป็นสมาร์ทฟาร์มต้นแบบ
บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) (ZIGA) ร่วมกับฟาร์มทะเลตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง บ้านดอนช่องแคบ ต.บางแก้ว อ.บ้านแหลมจ.เพชรบุรี

และโรงเรียนคนทำนาเกลือ ต.บางแก้ว อ.บ้านแหลม จ. สมุทรสงคราม พัฒนาสถานที่ดูงานประมงชายฝั่งที่มีเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็ง ด้วยนวัตกรรมโครงสร้างเหล็กของ ZIGA เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศชายฝั่งที่ทันสมัยและยั่งยืน-3-ทั้งหมดนี้ ล้วนสะท้อนถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการต่อยอดทุนทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่การท่องเที่ยวคุณภาพที่สร้างรายได้ กระจายโอกาส และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ททท. ยังได้ดำเนินกิจกรรม ESG Influ challenge คัเลือกInfluencers/Creators ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวการท่องเที่ยวยั่งยืน พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กช้อปกับคณะการจัดการการท่องเที่ยว สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) เพื่อเสริมองค์ความรู้และต่อยอดแนวคิดด้าน ESG Tourism อย่างเป็นรูปธรรม โดยผลงานที่สามารถสร้างการรับรู้และเข้าถึงผู้ชมได้สูงที่สุด 3 อันดับจะได้รับรางวัล ESG Influencers/Creators พร้อมเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท และผู้ได้รับรางวัลยังจะได้รับการผลักดันเข้าสู่กิจกรรม Village To The World Award รวมถึงการจัดทำ Evidence Package เพื่อเสนอผลงานเข้าร่วมการประกวดบนเวทีระดับสากล ในนามของ ททท. และเครือข่ายพันธมิตร Co-Host ต่อไป
ผู้ว่าการ ททท. ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยออกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ

อย่างมีความหมาย ร่วมสนับสนุนชุมชนท่องเที่ยวทั่วไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างรายได้ กระจายโอกาส และอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับมาตรฐานบริการ พร้อมเชิญชวนสัมผัสประสบการณ์ใน 9 พื้นที่ต้นแบบภายใต้โครงการ “Village to the World Season 5” และติดตามเรื่องราวผ่านเครือข่าย Influencers ด้าน ESG ขณะเดียวกัน ผู้ว่าการ ททท. ขอความร่วมมือจากองค์กรและภาคธุรกิจทุกภาคส่วน ร่วมเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาศักยภาพชุมชนโดยใช้ความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการ การตลาด หรือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่า โดยทุกความร่วมมือ แม้เพียงเล็กน้อยล้วนมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การท่องเที่ยว

ยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรมและมั่นคงในระยะยาวทุกท่านสามารถช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชน โดยการเยี่ยมชมหรือศึกษาข้อมูลการท่องเที่ยวที่ ททท. และหน่วยงานพันธมิตรได้ร่วมกันนำเสนอประสบการณ์ครบทั้งวิถีชีวิต วัฒนธรรม และกิจกรรมสร้างสรรค์ พร้อมติดตามข้อมูลและแรงบันดาลใจเพิ่มเติมผ่าน Facebook: “Hello Local” และ “Village to the World Project” รวมถึงผลงานจาก Influencers ด้าน ESG ที่ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวการท่องเที่ยวยั่งยืน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมีคุณค่าและยั่งยืนในระยะยาวต่อไปข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อคุณอานันทวิทย์ เวียงนนท์งานสื่อสารภายใน กองเลขานุการและวิเทศสัมพันธ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเบอร์โทร 02 250 5500 ต่อ 1676E-mail : internalcom@tat.or.th/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /สะเทือนใจ! สาวลาววัย 22 กอดโลงเฝ้าศพสามีหน้าด่านมุกดาหารทั้งคืน หลังพาศพกลับบ้านไม่ได้

ภาพสะเทือนใจหน้าด่านมุกดาหาร… ภรรยาสาวชาวลาววัย 22 ปี ต้องนั่งเฝ้าโลงศพสามีริมฟุตบาททั้งคืน หลังพาร่างกลับบ้านเกิดไม่ได้เพราะศุลกากรมุกดาหารติดเวลาปิดด่าน ก่อนเช้าจะมีรถจากฝั่งลาวมารับกลับ

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจบริเวณหน้าด่านพรมแดนมุกดาหาร สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) เมื่อหญิงชาว สปป.ลาว วัย 22 ปี ต้องนั่งเฝ้าร่างไร้วิญญาณของสามีอยู่ริมฟุตบาทหน้าด่านพรมแดนข้ามคืน ตั้งแต่ช่วงกลางดึกจนถึงเช้าวันที่ 23 พฤษภาคม หลังไม่สามารถนำศพเดินทางกลับประเทศได้ทันเวลาปิดด่าน สร้างความหดหู่และสะเทือนใจแก่ผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก

ทราบชื่อหญิงคนดังกล่าวคือ นางดวง สีสะหมุด อายุ 22 ปี ชาวแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ส่วนผู้เสียชีวิตคือ นายสัน วิไลวง อายุ 30 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว ระหว่างเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ กรุงเทพมหานคร

ภายหลังสามีเสียชีวิต นางดวงได้เดินทางพร้อมญาตินำร่างผู้เสียชีวิตจากกรุงเทพมหานคร เพื่อกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิดในแขวงสะหวันนะเขต แต่เมื่อเดินทางมาถึงด่านพรมแดนมุกดาหารในช่วงกลางดึก กลับไม่สามารถเดินทางข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 ไปยังฝั่ง สปป.ลาว ได้ เนื่องจากด่านพรมแดนปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 22.00 น.

รายงานระบุว่า ญาติได้พยายามประสานขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์อนุญาตในส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่เมื่อไปติดต่อขอผ่านพิธีการกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรมุกดาหาร กลับไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากเป็นเวลานอกทำการ และไม่สามารถตรวจสอบเอกสารตามขั้นตอนศุลกากรได้

ด้วยเหตุนี้ ญาติจึงจำเป็นต้องนำโลงศพลงจากรถมาตั้งไว้บริเวณฟุตบาทหน้าประตูทางเข้าด่านพรมแดนมุกดาหาร โดยมีการตั้งตะเกียง กระถางธูป และขวดน้ำไว้บนโลงศพ ขณะที่นางดวงนั่งเฝ้าร่างสามีด้วยความโศกเศร้าตลอดทั้งคืน ท่ามกลางสายตาของผู้พบเห็นที่ต่างรู้สึกสะเทือนใจ

กระทั่งเวลาประมาณ 08.00 น. วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 รถกู้ชีพของ “สาวตามน บริการรับส่ง” จากเมืองจำพอน แขวงสะหวันนะเขต ได้เดินทางข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 เข้ามารับร่างผู้เสียชีวิต เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด ท่ามกลางความโล่งใจของครอบครัวหลังต้องเฝ้ารอข้ามคืน

เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง โดยหลายคนสะท้อนถึงความเห็นใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมตั้งคำถามถึงแนวทางการอำนวยความสะดวกในกรณีฉุกเฉินด้านมนุษยธรรมบริเวณด่านพรมแดน
ภาพ/ข่าว พิชิต – เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

มุกดาหาร #สะพานมิตรภาพไทยลาว #ด่านพรมแดนมุกดาหาร #ด่านศุลกากรมุกดาหาร #ศุลกากรภาคที่2 #กรมศุลกากร #กระทรวงการคลัง #ข่าวสะเทือนใจ #สาวลาวเฝ้าศพสามี #สะหวันนะเขต #ข่าวชายแดน #ดราม่าหน้าด่าน #มนุษยธรรม #ข่าววันนี้

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พล.อ.ประยุทธ์ องคมนตรี เปิดงาน “โครงการสืบสานพระราชปณิธานแก่ราษฎร” อัยการสูงสุดผนึกกำลังภาครัฐ ลงพื้นที่บางระจัน สิงห์บุรี

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท และ พลอากาศเอกจอม รุ่งสว่าง องคมนตรี

เปิดงาน “โครงการสืบสานพระราชปณิธานแก่ราษฎร” เพื่อยกระดับการเข้าถึงความยุติธรรมและเสริมสร้างความรู้ทางกฎหมายให้แก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง. ณ โรงเรียนบางระจันวิทยา อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี

สำนักงานอัยการสูงสุด นำโดย คุณชัยชนะ พันธุ์ภักดีดิสกุล รองอัยการสูงสุดพร้อมนายสุพจน์ เชื้อประกอบกิจ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดสิงห์บุรี และคณะผู้บริหาร ได้ดำเนินกิจกรรม “โครงการสืบสานพระราชปณิธานแก่ราษฎร”

กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสนองพระราชปณิธานในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการของภาครัฐ โดยภายในงานได้มีการจัดกิจกรรมสำคัญ ดังนี้:

ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย: สำนักงานอัยการสูงสุดเปิดให้บริการช่วยเหลือและให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่ประชาชนในพื้นที่ ผ่านหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Office) เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิและกระบวนการยุติธรรมได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

นิทรรศการเผยแพร่ความรู้: จัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้ด้านกฎหมายที่จำเป็นในชีวิตประจำวันแก่ประชาชนที่มาร่วมงานการอบรมเยาวชน:

จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ทางกฎหมายทั่วไปให้แก่กลุ่มนักเรียนโรงเรียนบางระจันวิทยา จำนวน 54 คน เพื่อปลูกฝังความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายและสิทธิหน้าที่ในฐานะพลเมืองที่ดีแก่เยาวชน

ในโอกาสนี้ องคมนตรีได้ร่วมลงนามในสมุดตรวจเยี่ยม พร้อมเดินชมนิทรรศการและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งบรรยากาศภายในงานเต็ม

ไปด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่มุ่งมั่นส่งเสริมหลักนิติธรรมและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนผ่านการเข้าถึงบริการภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / รมช.มท. “เจเศรษฐ์” เกาะติดการฝึกซ้อมรับมืออุทกภัยเชียงราย ชื่นชมทีมกู้ภัยทางน้ำ

วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.30 น. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรณีอุทกภัย ในพื้นที่

จังหวัดเชียงราย ณ หนองน้ำพุ บ้านจ้อง ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นสถานีฝึกการค้นหาและกู้ภัยทางน้ำ ภายใต้สถานการณ์สมมติกรณีน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ 18 อำเภอของจังหวัดเชียงราย

การฝึกครั้งนี้เป็นการบูรณาการกำลังจากหลายภาคส่วน ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัคร มูลนิธิ และชุดปฏิบัติการกู้ภัยทางน้ำ เพื่อร่วมฝึกการ

ช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์น้ำเชี่ยว โดยมีการระดมทรัพยากรทั้งเรือท้องแบน เรือพร้อมเครื่องยนต์ อากาศยานไร้คนขับ ทีมประดาน้ำ ทีมกู้เรือพลิกคว่ำ และเจ้าหน้าที่เผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT)

พร้อมกันนี้ ยังมีการฝึกใช้อุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำ การใช้เชือกและสัญญาณสื่อสาร การใช้เรือและเจ็ทสกีกู้ภัยในกระแสน้ำเชี่ยว การลำเลียงผู้ประสบภัย รวมถึงการปฐมพยาบาลและกู้ชีพผู้ประสบภัยทางน้ำ เพื่อเพิ่มทักษะและความพร้อมในการรับมือสถานการณ์จริง

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ กล่าวว่า ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการทางน้ำจากทุกหน่วยงาน ที่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านการวางแผนและเทคนิคการกู้ภัยทางน้ำ สะท้อนถึงความพร้อมและความเป็นมืออาชีพของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครในพื้นที่

พร้อมระบุว่า หากมีการสนับสนุนการฝึกอย่างต่อเนื่อง จะช่วยต่อยอดศักยภาพในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการ

กระทรวงมหาดไทย ยังได้พบปะให้กำลังใจกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปพร. และ ชรป. ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

ด้านนายธนพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า กรม ปภ. พร้อมสนับสนุนโครงการด้านความปลอดภัยจากอุทกภัยของจังหวัดเชียงรายอย่างต่อเนื่อง ตามข้อ

สั่งการของกระทรวงมหาดไทย เพื่อสร้างความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติ และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ว่าหน่วยงานภาครัฐมีความพร้อมในการดูแลและช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ตม.เชียงราย ทลายเครือข่ายขนแรงงานเถื่อน รวบชาวเมียนมา 36 คน ซุกบ้านพักรอส่งเข้ากรุง

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายขนแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าพื้นที่ชั้นใน หลังสืบสวนขยายผลจากการจับกุมขบวนการขนคนต่างด้าวในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ก่อนเข้าตรวจค้นบ้านพักไม่มีเลขที่ ในพื้นที่หมู่ 21 ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย พบชาวเมียนมาจำนวน 36 คน ซุกตัวรอเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5, พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5, พ.ต.อ.สุรศักดิ์ เทียนทอง ผกก.ตม.จว.เชียงราย, พ.ต.ท.หญิง พัสษลพร ศุกระศร รอง ผกก.ตม.จว.เชียงราย และ พ.ต.ท.วิชัย ปันนา สว.ตม.จว.เชียงราย ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.เชียงราย ลงพื้นที่ติดตามเครือข่ายขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

กระทั่งเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบ้านพักเป้าหมายในพื้นที่ ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมืองเชียงราย พบชาวเมียนมาจำนวน 36 คน แบ่งเป็นชาย 17 คน และหญิง 19 คน จากการสอบถามทั้งหมดให้การว่า ต้องการเดินทางไปทำงานในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยติดต่อผ่านนายหน้า เสียค่าใช้จ่ายคนละประมาณ 5,000-10,000 บาท

เบื้องต้นพบว่า นายหน้าได้จัดรถรับส่งจากบริเวณหน้าด่านพรมแดนแม่สาย พามายังบ้านพักดังกล่าว เพื่อใช้เป็นจุดพักคอยก่อนลักลอบเดินทางต่อเข้าพื้นที่ชั้นใน
เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งหมดมาทำประวัติ ขึ้นบัญชีเฝ้าดู และดำเนินการผลักดันกลับประเทศเมียนมา ผ่านจุดผ่านแดนถาวรสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 อ.แม่สาย จ.เชียงราย

ทั้งนี้ การเข้าตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ ตม.จว.พิษณุโลก ได้จับกุมกลุ่มขบวนการขนคนต่างด้าวจำนวน 149 คน ก่อนขยายผลจนทราบว่าบ้านพักดังกล่าวใน จ.เชียงราย เป็นหนึ่งในจุดพักคอยสำคัญของเครือข่ายลักลอบขนแรงงานต่างด้าว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผล เพื่อติดตามจับกุมนายหน้าและผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / นบ.ยส.24 ผนึกกำลังแถลงมาตรการปราบปรามยาเสพติด มอบนโยบายเข้ม เน้นการสกัดกั้น และปฏิบัติการเชิงรุก

พล.ท. วีระยุทธ รักศิลป์ มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 เป็นประธานการประชุมแถลงคำสั่งและมอบนโยบายการปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ 2569 เพื่อชี้แจงกรอบการดำเนินงาน บทบาทหน้าที่ และแนวทางบูรณา

การร่วมกันของทุกหน่วยงาน พร้อมเน้นย้ำแนวทางปฏิบัติแก่หัวหน้าส่วนราชการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาลและ ป.ป.ส. ณ ห้องประชุมพระยอด บก.มทบ.210 ค่ายพระยอดเมืองขวาง อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม

โดยเน้นย้ำการขับเคลื่อนการแก้ไขและปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง ตัดวงจรเครือข่ายตามแนวชายแดน ยกระดับงานด้านการข่าว เพิ่มความเข้มงวดการลาดตระเวนและจุดผ่อนปรน ปิดกั้นการลักลอบนำเข้า บังคับใช้กฎหมายขยายผลจากผู้เสพสู่ผู้ค้า พร้อมเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนชายแดน และประสานความร่วมมือกับท้องถิ่นและภาคประชาชนในการแจ้งเบาะแส

จากนั้น มทภ.2 ได้เดินทางไปยัง บก.นรข. อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงาน รับชมการสาธิตอุปกรณ์และเครื่องมือพิเศษที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงาน ป.ป.ส. รวมถึงการปฏิบัติภารกิจสกัดกั้นทางน้ำ เพื่อป้องกันและปราบปราม

การลักลอบกระทำผิดตามแนวชายแดน โดยเฉพาะความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติด พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง การป้องกันและปราบปรามขบวนการแก๊ง “สแกมเมอร์” (Scammer) ตลอดจนการกระทำผิดกฎหมายในรูปแบบอื่นๆ ตามแนวชายแดน เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

นบยส24 #กองทัพภาคที่2กองทัพบก

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง