สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าฯโคราช เปิดงานฉลองอุโบสถปิดทองฝังลูกนิมิตเก่าอายุรวม 100 กว่าปี วัดใหม่สระประทุม

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568 ณ วัดใหม่สระประทุม ต.โชคชัย อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงานฉลองอุโบสถปิดทองฝังลูกนิมิตเก่า อายุรวม 100 กว่าปี (ประธานร่วม)พร้อมด้วย ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา โดยมี กำนันตำบลโชคชัย, หัวหน้าส่วนราชการ, ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, คณะกรรมการวัดใหม่สระประทุม และพี่น้องประชาชน เข้าร่วม

นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ผมรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับเกียรติให้มาเป็นประธาน ในพิธีเปิด งานฉลองอุโบสถ ปิดทองฝังลูกนิมิตเก่าอายุรวมร้อยกว่าปี วัดใหม่สระประทุม ตำบลโชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา งานฉลองอุโบสถ ปิดทองลูกนิมิตเป็น

พิธีกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความสำคัญทางพุทธศาสนา รวมถึงเฉลิมฉลองพระอุโบสถ ของวัดใหม่สระประทุม ที่ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์แล้วเสร็จ อย่างสวยงาม วิจิตร ตระการตาเป็นอย่างยิ่ง การที่ทุกท่านได้ร่วมบุญใหญ่ในครั้งนี้

ถือว่าได้สร้าง บุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ เป็นบุญกุศลอันสูงยิ่ง ขอขอบคุณ คณะกรรมการจัดงานทุกท่าน ที่ได้ทุ่มเท แรงกาย แรงใจ จัดเตรียมงาน อย่างยิ่งใหญ่ สวยงาม ขอขอบคุณทุกหน่วยงาน และขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุน การจัดงานในครั้งนี้ เป็นอย่างดียิ่ง

ผมขอเปิดงานฉลองอุโบสถ ปิดทองลูกนิมิตเก่าอายุ ๑๐๐ กว่าปี วัดใหม่สระประทุม ตำบลโชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา ณ บัดนี้ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด กล่าวว่า ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับเกียรติให้มาเป็นประธานในพิธีเปิดงานฉลองอุโบสถ ปิดทองฝังลูกนิมิตเก่า อายุ 100 กว่าปี ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดงานในครั้งนี้ จะสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ทุกประการ ดิฉันขอขอบคุณทุกท่าน ที่ให้เกียรติ และ เสียสละเวลาของท่าน มาร่วมงานในวันนึ้

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวชุมพร ต้อนรับ “แม่ทัพกุ้ง”อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ในโอกาสบรรยายพิเศษที่หอประชุมสหกรณ์ครู

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 พล.ท.บุญสิน พาดกลาง หรือ “แม่ทัพกุ้ง” อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 และนายทหารราชองครักษ์พิเศษ ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนและผู้บริหารในจังหวัดชุมพร กว่า 2,000 คน ในโอกาสเดินทางมาเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 6 ธันวาคม 2568 ณ หอประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูชุมพร ตำบลวังไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ได้มีการจัดงานบรรยายพิเศษ โดยมี พล.ท.บุญสิน พาดกลาง หรือที่รู้จักกันในนาม

“แม่ทัพกุ้ง” อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ให้เกียรติเป็นวิทยากรการบรรยายจัดขึ้นในหัวข้อที่น่าสนใจและสร้างแรงบันดาลใจ คือ “เรื่องเล่าทหารกล้า รักษาอธิปไตย เพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน” ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ ของจังหวัดเป็นอย่างมาก

บรรยากาศการต้อนรับเป็นไปอย่างอบอุ่นและคึกคัก ผู้เข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน ประกอบด้วยบุคคลสำคัญ อาทิ นางณัฐวรรณ ฉายะบุตร ผู้มีอุปกรคุณอันดับที่ 209

สภากาชาดไทย, พล.ต.สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44, นายจิรศักดิ์ แสงหอย ปลัดจังหวัดชุมพร รวมถึงข้าราชการตำรวจ ทหาร ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำองค์กรเอกชน กลุ่มพลังมวลชน กลุ่ม ทส.ปช. นักเรียน และนักศึกษา

หลังเสร็จสิ้นการบรรยาย พล.ท.บุญสิน ได้รับความสนใจจากผู้ที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก โดยหลายคนได้ขอถ่ายภาพเซลฟี่ และมอบของที่ระลึก เพื่อแสดงความชื่นชมและเป็นเกียรติแก่ “แม่ทัพกุ้ง” อีกด้วย

นางสาวสาธร พูลศรี เลขา ไทยอาสาป้องกันชาติ (ทสปช.)จังหวัดชุมพร กล่าวว่า พลโทบุญสิน พาดกลาง หรือแม่ทัพกุ้ง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นต้นแบบที่ดีที่ทำให้หน่วยงานต่างๆทุกหน่วยงาน พี่น้องประชาชน เยาวชน

ได้เกิดความตระหนัก รักชาติหวงแหนแผ่นดินเกิด ในส่วนของ ทสปช.ซึ่งเป็นประชาชนจิตอาสา ที่จะร่วมกันดูแล ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จะนำหลักการที่ท่านได้มาบรรยายในครั้งนี้นำเป็นแนวปฏิบัติสืบไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดเวที SDN FUTSAL NO-L CUP 2026 กีฬาสร้างคน – เครือข่ายร่วมใจปั้นเยาวชนห่างไกลอบายมุข

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 6 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00น. เปิดการแข่งขัน SDN FUTSAL NO-L CUP 2026 รอบคัดเลือกจังหวัดชุมพร เต็มไปด้วยพลังสดใสของเยาวชนชายอายุไม่เกิน 15 ปี จาก 16 ทีมทั่วจังหวัด ท่ามกลางรอยยิ้มของครูผู้ฝึกสอน ผู้ปกครอง และภาคีเครือข่ายจากหลายหน่วยงานที่มุ่งผลักดันให้พื้นที่กีฬาเป็น “เกราะป้องกัน” เยาวชนจากปัจจัยเสี่ยงทุกชนิด

การแข่งขันครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดชุมพร มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชุมพร สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชุมพร สสส. และเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดชุมพร

(สคล.) พร้อมแรงหนุนจากภาคีเยาวชนในพื้นที่ ภายใต้แนวคิดสำคัญ
“เพื่อนกันมันส์โนแอล – ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน”
เพื่อผลักดันให้กีฬาเป็นพื้นที่สร้างภูมิคุ้มกัน และพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กชุมพรอย่างยั่งยืน

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดงาน พร้อมกล่าวย้ำถึงบทบาทสำคัญของกีฬาในการเสริมสร้างวินัย สุขภาพ และความสามัคคีในหมู่เยาวชน พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสร้างจังหวัดชุมพรให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเติบโตของเด็กและเยาวชน

ด้าน นางสาวแสงนภา หลีรัตนะ ประธานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดชุมพร ตัวแทนคณะผู้จัดการแข่งขัน กล่าวว่า เวทีนี้ไม่เพียงมอบโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพด้านกีฬา แต่ยังสื่อสารค่านิยมที่ดี ช่วยให้เด็กใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ ฝึกวินัย ความรับผิดชอบ และการเล่นกีฬาอย่างมีน้ำใจนักกีฬา ซึ่งล้วนเป็นทักษะสำคัญของการเติบโตในอนาคต

ปีนี้มีทีมเข้าร่วมครบทั้ง 16 ทีมจากโรงเรียนและชมรมต่าง ๆ ทั่วจังหวัด สะท้อนพลังความพร้อมของครูผู้ฝึกสอน ชุมชนท้องถิ่น และหน่วยงานภาครัฐ–เอกชนที่ร่วมกันผลักดันพัฒนาการด้านกีฬาให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

เมื่อพิธีเปิดจบลง เด็ก ๆ จากทุกทีมต่างเดินลงสนามด้วยสีหน้ามุ่งมั่น เสียงเชียร์จากเพื่อน ๆ และผู้ปกครองสร้างบรรยากาศคึกคักอบอุ่น ทำให้สนามแข่งขันแห่งนี้ไม่ใช่เพียงเวทีฟุตซอล แต่กลายเป็น “พื้นที่ครอบครัวใหญ่ของชุมพร” ที่ทุกคนร่วมกันส่งพลังใจให้เยาวชนก้าวไปข้างหน้า

การแข่งขัน SDN FUTSAL NO-L CUP 2026 ครั้งนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของจังหวัดชุมพร ในการใช้กีฬาเป็นพลังบวกสร้างเยาวชนคุณภาพ พร้อมคัดเลือกทีมชนะเลิศเป็นตัวแทนจังหวัดเข้าสู่ระดับประเทศต่อไป

ไม่ใช่แค่เกมกีฬา แต่คือพลังร่วมใจของคนทั้งจังหวัด เพื่ออนาคตที่แข็งแรง ปลอดภัย และงดงามของเยาวชนชุมพรทุกคน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้น ทะเลหนุนท่วมตลาดปากน้ำสมุทรปราการ พ่อค้าแม่ค้าต้องลุยน้ำขายของ คาดสถานการณ์จะกลับสู่ปกติ

น้ำทะเลหนุนสูง ทำน้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นท่วมปากน้ำหลายจุดเช้านี้
สมุทรปราการเผชิญน้ำทะเลหนุนสูงช่วงเช้า ทำระดับน้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นเข้าท่วมตลาดปากน้ำ–ถนนสายหลักหลายเส้นลึก 20–30 เซนติเมตร พ่อค้าแม่ค้าต้องลุยน้ำขายของ คาดสถานการณ์จะกลับสู่ปกติก่อนเที่ยง

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 6 ธันวาคม 2568 ได้มีน้ำทะเลหนุนสูงในจังหวัดสมุทรปราการ ทำให้น้ำใน “แม่น้ำเจ้าพระยา” เออล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ถนน และตลาดปากน้ำ ซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำสูง 20-30 เซนติเมตร

พื้นที่ได้รับผลกระทบ น้ำเอ่อเข้าท่วมหลายจุดทั่วเขตเมืองสมุทรปราการ ได้แก่ บริเวณรอบตลาดปากน้ำ น้ำท่วมทุกช่องทาง / ถนนสายลวด / ถนนด่านเก่า / ถนนศรีสมุทร / ถนนประโคนชัย หน้า สภ.เมืองสมุทรปราการ / วงเวียนท้ายบ้าน /

รวมไปทางฝั่งถนนท้ายบ้าน ด้านหลังโรงพยาบาลสมุทรปราการ / ถนนปู่เจ้าสมิงพราย บริเวณท่าน้ำปู่เจ้า / สะพานข้ามคลองขุด น้ำหนุนทุกช่องทาง
คาดว่าหลังจากผ่านช่วงก่อนเที่ยง สถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ โดยวันนี้ ( 6 ธันวาคม 2568 )

สมุทรปราการ น้ำทะเลหนุนสูงสุด ช่วงเวลา 07.00 น. และจะเริ่มลดลงตามลำดับ น้ำเอ่อล้น ท่วมในบางพื้นที่และจะเริ่มแห้งตามระดับน้ำที่ลดลง
ส่วนบรรยากาศภายใน ตลาดปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ หลังระดับน้ำทะเลหนุนสูงนั้น

ส่งผลให้น้ำเอ่อเข้าท่วมภายในตลาดสด ระดับ 10-15 เซนติเมตร ประมาณข้อเท้า หน้าแข้ง พ่อค้าแม่ค้าต้องลุยน้ำขายของ ขณะที่ลูกค้ายังคงเดินเลือกซื้อสินค้าท่ามกลางน้ำที่ท่วมพื้นตลาด


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 7 จัดกิจกรรม คล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2568)

ตำรวจภูธรภาค 7 ได้จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2568)

โดยมี พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คุณมัณฑนา ตันประเสริฐ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจ

ภูธรภาค 7 พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7

พล.ต.ต.พิพัฒน์ ชุ่มมณีกูล รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ประสพชัย มัตสยะวนิชกูล

รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.บรรจง อมฤทธิ์ ผบก.อก.ภ.7 พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผบก.สส.ภ.7

พล.ต.ต.ภัทรภณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผบก.ศฝร.ภ.7
พล.ต.ต.อนุรักษ์ พรพุทธศรี ผบก.กค.ภ.7 คณะแม่บ้านตำรวจภูธร

ภาค 7 และข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.7 เข้าร่วมพิธี ณ ห้องประชุม 4 ชั้น 4 อาคาร ภ.7 อ.เมือง จว.นครปฐม

กิจกรรมเริ่มต้นด้วยพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระราชกุศล ต่อด้วยทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ถวายเป็นพระราชกุศล และพิธี

ถวายราชสักการะ ถวายราชสดุดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีในวันนี้

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กสทช. ” ปักหลักสู้ ” น้ำท่วมใต้” ระดมทุกกลไกป้องกันระบบสื่อสารไม่ให้ล่ม เพื่อให้ประชาชนขาดการติดต่อ

สำนักงาน กสทช. ” ปักหลักสู้ ” น้ำท่วมใต้” ระดมทุกกลไกป้องกันระบบสื่อสารไม่ให้ล่ม

ประสานผู้ประกอบการ ทุกรายอัดสัญญาณเน็ต เครือข่ายโทรศัพท์ เพื่อให้ประชาชนไม่ขาดการติดต่อ

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทน เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์

และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ ได้รับรายงานจากสำนักงาน กสทช. เขต 41

โดย จ.ยะลา ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ จ.ยะลา ปัตตานี สงขลา สตูล และนราธิวาส ว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ครอบคลุม เป็นวงกว้าง

โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. ภาค 4 และ เขต 41

ลงพื้นที่ เร่งด่วนเพื่อดูแลประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบด้านการสื่อสาร

นายไตรรัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมมากที่สุด ทำให้ระบบการ สื่อสารบางพื้นที่เริ่มประสบปัญหาสัญญาณอินเทอร์เน็ต เนื่องจากการไฟฟ้าแจ้งดับไฟในบางพื้นที่ จึงกระทบกับสถานี

ฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ (cell ste) แต่ได้ประสานไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่นำเครื่องปั่นไฟไฟไปเสริม และนำรถโมบายล์จาก จ.นครศรีธรรมราช มาช่วยเสริม เพื่อให้ระบบการสื่อสารใช้งานได้

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. ภาค 4 และเขต 41 ได้มีการประสานงานกับเครือข่ายวิทยุสมัครเล่น

ให้เตรียมความพร้อมและสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจแจ้งเตือนภัย และการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เช่น ให้ข้อมูล

สถานการณ์และเส้นทางการเดินทางให้กับทีมอาสากู้ภัยต่าง ๆ ที่จะเข้าไปในพื้นที่ รวมถึงประสานศูนย์สายลม ซึ่งเป็น แม่ข่ายวิทยุสื่อสาร

“ผมได้สังให้สำนักงาน กสทช. ภาคใต้ รายงานสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และประสานผู้ให้บริการ โทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างใกล้ชิด

เพราะขณะนี้ในหาดใหญ่น้ำท่วมสูง การไฟฟ้าถูกตัดขาด ส่งผลต่อระบบการสื่อสารในบางพื้นที่” นายไตรรัตน์ กล่าว

ตอริก สหสันติวรกุล รายงานสดจากพื้นที่ จังหวัดปัตตานี

จัดพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 5 ธันวาคม 2568 จังหวัดชุมพรจัดพิธีใหญ่เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหา

ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ โดยมี นายเธียรชัย ชู

กิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธี ณ บริเวณพิธีโรงเรียนเทศบาล 1 บ้านท่าตะเภา อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร

ในช่วงเช้า ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นำข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ อัยการ ข้าราชการพลเรือน หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เหล่ากาชาดจังหวัด

ชมรมแม่บ้านมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนชาวชุมพร ร่วมประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9
จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรได้ประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้และถวายบังคมหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

พร้อมกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ใจความสำคัญว่า ตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งการครองราชย์ พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกาย

ปฏิบัติภารกิจเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างไม่เคยหยุดพัก ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม และพระราชทาน “ศาสตร์พระราชา”

เพื่อให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการทั่วประเทศ ซึ่งสร้างคุณูปการอย่างลึกซึ้งต่อปวงชนชาวไทยและนานาชาติ

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ เปรียบเสมือน “พ่อของแผ่นดิน” พระองค์ทรงสถิตอยู่ในดวงใจของคนไทยตราบนิรันดร์ พสกนิกรชาวจังหวัดชุมพรจึงพร้อมใจร่วมประกอบพิธีในวันนี้ เพื่อ

แสดงความกตัญญูกตเวที และเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างพร้อมเพรียงและสมเกียรติ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาค 2 ต้อนรับ หน่วยป้องกันกองกำลังสหรัฐฯ ตรวจพื้นที่โรงเรียนบ้านปะทาย รองรับการฝึก Cobra Gold 2025

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 พันเอก สมเด็จ พวงผกา หัวหน้าสถานีวิทยุสื่อสาร ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย พันเอก วินัย บุญวิจิตร หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 2, พันเอก ภคพล มีทิพย์ รองผู้บัญชาการ ที่บัญชาการทางยุทธวิธี กองกำลังสุรนารี,

นายลิขิต เพ็งประสิทธิพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ศรีสะเกษ เขต 4 รวมทั้งคณะครูและผู้นำชุมชน ได้ร่วมให้การต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันกองกำลังสหรัฐฯ สถานทูตสหรัฐอเมริกา ในโอกาสเดินทางมาตรวจพื้นที่โรงเรียนบ้านปะทาย ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมวางแผนการอำนวยความสะดวก การสนับสนุนการก่อสร้างอาคารเรียน การรักษาความปลอดภัย รวมถึงรับทราบสถานการณ์ตามแนวชายแดนสำหรับการปฏิบัติภารกิจของกำลังพลสหรัฐฯ ในห้วงการฝึก Cobra Gold 2025

โดยมี คุณไมเคิล ยัง ผู้ช่วยทูต หน่วยป้องกันกองกำลังสหรัฐฯ สถานทูตสหรัฐอเมริกา, คุณวิคเตอร์ เซเวริโน่ รองผู้ช่วยทูต หน่วยป้องกันกองกำลังสหรัฐฯ สถานทูตสหรัฐอเมริกา
และน.ส.กัฑลี กนกคีขรินทร์ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันกองกำลังสหรัฐฯ สถานทูตสหรัฐอเมริกา การตรวจเยี่ยม สรุป 2 ประเด็นสำคัญ

  1. ด้านการรักษาความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้างและการฝึก จะมีการจัดกำลังจากตำรวจในพื้นที่ร่วมกับสารวัตรทหารกองทัพภาคที่ 2 โดยมอบหมายให้ รองผู้บังคับกองร้อย สห.สนามที่ 1 พัน.สห.21 ทำหน้าที่นายทหารประสานงานเบื้องต้น
  2. ด้านความเป็นอยู่ในห้วงการฝึกโรงเรียนได้เตรียมระบบไฟฟ้า และการจัดการน้ำอุปโภค–บริโภคให้เพียงพอต่อการรองรับกำลังพลแล้ว
    ทั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่จากสหรัฐฯ ได้แสดงความขอบคุณต่อการเตรียมการ การอำนวยความสะดวก และความร่วมมือที่ดีจากฝ่ายไทยในการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจร่วมกัน_////เดวิท โชคชัย รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ เชียงราย พร้อมคณะ ลงพื้นที่อำเภอเวียงชัย ขับเคลื่อนนโยบายรัฐ เร่งแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ บำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชน

วันที่ 4 ธันวาคม 2568 นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนหน่วยงานที่

เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่อำเภอเวียงชัย เพื่อติดตามสถานการณ์ในพื้นที่และมอบแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้เน้นย้ำให้ผู้นำท้องที่ทุกระดับ ทั้งนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกัน “x-ray พื้นที่” เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาสำคัญของประชาชน อาทิ

ปัญหาสัญชาติ ยาเสพติด และมิจฉาชีพออนไลน์ พร้อมย้ำให้ทุกฝ่ายปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก และเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า–หมอกควันในช่วงหน้าแล้งที่จะถึงนี้

ระหว่างการลงพื้นที่ ผู้นำท้องที่ได้รายงานปัญหาเร่งด่วนหลายประเด็น โดยเฉพาะผลกระทบจากโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ที่ทำให้บางพื้นที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซาก

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยืนยันว่าไม่เคยประสบปัญหามาก่อน อีกทั้งบางพื้นที่การเกษตรยังประสบปัญหาน้ำ

ไม่เพียงพอ ขณะที่ทรัพยากรและอุปกรณ์ดับไฟป่ามีไม่ครบครัน ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในพื้นที่

พร้อมกันนี้ ยังพบว่าตลิ่งแม่น้ำลาวในหลายจุดเกิดการพังทลาย ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการซ่อมแซมโดยเร่งด่วน นอกจากนี้ ท้องถิ่นยัง

ได้เสนอประเด็นการพัฒนาพุทธสถานพระเจ้ากือนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ติดข้อจำกัดด้านกฎหมาย ทำให้ยังไม่สามารถดำเนินการได้เต็มศักยภาพ นอกจากนี้ยังมีเรื่องเอกสารสิทธิที่ดินทำกินอีกด้วย

การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจของจังหวัดเชียงรายในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชน โดยมุ่งแก้ปัญหาเชิงพื้นที่อย่างเร่ง

ด่วน รวมถึงผลักดันนโยบายรัฐบาลให้เกิดผลจริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในอำเภอเวียงชัยอย่างยั่งยืนต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เจ้าคุณแจ้ เมตตาเลี้ยงก๋วยเตี๋ยว 1,000 ถ้วย แก่ทีมแพทย์ รพ.บางพลี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ “พระพันปีหลวง”/ ตุ๊กแกโผล่เกาะกระจกรถ โผล่มาจากไหนไม่รู้

เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลางนำคณะเดินทางมามอบอาหารกลางวันแก่บุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลบางพลี รวมกว่า 2,000 ชุด ภายในสองวัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 ธันวาคม 2568 ท่านเจ้าคุณแจ้ หรือ พระวชิรคณาทร เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ได้เมตตาเป็นเจ้าภาพเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวปทุมทองเป็นอาหารกลางวันแก่ทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบางพลี อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ รวมจำนวน 1,000 ถ้วย

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี ร่วมเดินทางไปด้วย

นอกจากอาหารคาวแล้ว ท่านเจ้าคุณแจ้ยังได้เมตตาเลี้ยงขนมหวานอีกจำนวน 1,000 ถ้วย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ โดยมี นายแพทย์เสาร์ ปัญจพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางพลี พร้อมทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ทั้งนี้ ท่านเจ้าคุณแจ้ ยังได้เมตตานำก๋วยเตี๋ยวและขนมหวานอย่างละ 250 ชุด ไปเลี้ยงเป็นอาหารกลางวัน แก่เจ้าหน้าที่ใน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระพันปีหลวงเช่นเดียวกัน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

“ผมแค่ขอติดรถไปด้วย!” ตุ๊กแกโผล่เกาะกระจกรถตลอดทาง เจ้าของ งง – โผล่มาจากไหนไม่รู้
ช็อตเด็ดกลางถนนสมุทรปราการ เมื่อ “น้องตุ๊กแกสายโบก” กระโดดเกาะกระจกรถกระบะระหว่างขับกลับบ้าน ราวกับตั้งใจจะติดรถไปด้วย จนคนใช้ถนนพากันหยิบมือถือขึ้นมาถ่าย ก่อนที่เจ้าตัวจะโดดหายไปไม่ทราบชะตากรรม

จากการคลิปในโซเชียลเผยให้เห็นเหตุการณ์ตุ๊กแกตัวหนึ่งกระโดดขึ้นไปเกาะกระจกรถยนต์ฝั่งซ้าย ขณะรถกำลังขับอยู่ในพื้นที่สมุทรปราการ ท่ามกลางความตกใจปนขำของเจ้าของรถและผู้ใช้รถใช้ถนนที่ขับผ่าน ต่างพากันคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา

บันทึกภาพเหตุการณ์แปลกตานี้ไว้ ระหว่างที่รถกำลังชะลอเพื่อเข้าซ้ายหาที่จอด ตุ๊กแกตัวดังกล่าวได้กระโดดลงจากรถไปอย่างกะทันหันและหายลับไป โดยไม่ทราบว่าไปต่อที่จังหวัดใด ทำให้ชาวโซเชียลพากันแซวว่า “นี่มันทริปแบกแพ็กเกอร์เวอร์ชันสัตว์เลื้อยคลานหรือเปล่า?”

ล่าสุด เมื่อช่วงเที่ยง วันที่ 4 ธันวาคม 2568 ทีมข่าวได้เดินทางไปพบกับ ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา เจ้าของรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน 4 ฒค 9918 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถคันที่ “น้องตุ๊กแก” ปรากฏตัวในคลิปดังกล่าว

ดร.ปิยนุช เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ขณะกำลังขับรถกลับจากนำถุงซิบห่อศพไปมอบให้มูลนิธิองค์กรทำดี ของ คุณบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ระหว่างนั่งอยู่ในรถก็ได้ยินเสียง “ตุบ!” ดังขึ้น ก่อนจะพบว่ามีตุ๊กแกตัวใหญ่เกาะแน่นอยู่ที่กระจกข้างซ้าย

“รถข้างๆ ก็ถ่ายรูปกันหมด น้องตัวใหญ่เอาเรื่องเลยค่ะ ระหว่างทางเหมือนน้องได้กระโดดลงจากรถไป แต่ไม่รู้ว่าลงที่นครนายก หรือมาสมุทรปราการ กันแน่” ดร.ปิยนุช กล่าวพร้อมหัวเราะ
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างรอยยิ้มให้กับผู้ใช้ถนนและชาวเน็ตจำนวนมาก หลายคนถึงกับคอมเมนต์ว่า “น้องคงอยากประหยัดค่ารถกลับบ้าน” หรือ “นี้มันยุคตุ๊กแกเรียกรถผ่านแอปหรือยังไงเนี่ย!”


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวเตรียมจัดศึกตะกร้อ “Sepak akraw T20 Super Match” ชิงถ้วยผู้ว่าฯน่าน รางวัล 1 แสนบาท 12-13 ธันวาคม 2568

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ณ- ห้องประชุมสุริยานุเคราะห์ โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน จังหวัดน่าน
โดยสมาคมกีฬาจังหวัดน่าน ร่วมกับ ร้าน T 20 น่าน แถลงข่าวเตรียมจัดศึกตะกร้อ “Sepak Takraw T20 Super Match” ชิง
ถ้วยผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมเงินรางวัล 1 แสนบาท ระหว่างวันที่12-13 ธันวาคม 2568 ณ สนามแข่งขัน หน้าห้างไฮเปอร์มาร์ท จังหวัดน่าน

โดยมีนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในการแถลงข่าวในครั้งนี้นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวถึงกิจกรรมครั้งนี้ซึ่งเป็นไปตามนโยบายที่จังหวัดให้ความสำคัญกับการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมสุขภาพ และเป็นกลไกลสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว และเชิญชวนพี่น้องชาวน่าน

มาร่วมชม ร่วมเชียร์และเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับนักกีฬาที่เดินทางเข้ามาเยือนเมืองน่านนายสาธิต บุญทอง นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดน่าน กล่าวถึงการดำเนินโครงการเพื่อพัฒนากีฬากีฬาเชปักตะกร้อโดยตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนานักกีฬาเซปักตะกร้อของจังหวัดน่านให้ก้าวสู่ระดับชาติ และเป็นการสร้างกระแสการตื่นตัวของการกีฬาในจังหวัดน่าน

“เต้ย”ธีระพล ปะโปตินัง อดีตนักตะกร้อโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งปัจจุบันเป็นเจ้าของธุรกิจ T20 น่าน เปิดเผยว่า
วัตถุประสงค์ที่ทาง T20 น่าน และ สมาคมกีฬาจังหวัดน่าน เตรียมจัดการแข่งขันตะกร้อรายการนี้ เพื่อต้องช่วยปลุกกระแส
วงการตะกร้อในจังหวัดน่าน และอยาก-เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาวงการตะกร้อเมืองไทยในทางหนึ่งด้วย

นอกจากนี้ก็เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในการเปิดธุรกิจ “T20 น่าน สปอร์ตคอมเพล็กซ์” ซึ่งจะเป็นศูนย์ร่วมพื้นที่ในการออกกำลัง
กายของผู้ที่ชื่นชอบกีฬา และรักสุขภาพ ซึ่งจะมีทั้ง สนามมวย สนามตะกร้อ สนามเทคบอล สนามเทควันโด สนุกอร์คลับ
ยิมฟิตเนส

อยู่ในพื้นที่ “T20 น่าน สปอร์ดคอมเพล็กซ์” และจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ในราวเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ด้วย โดยจะที่ม
ทีมตะกร้อ 16 ทีม เข้าร่วมการแข่งขัน ดังนี้ 1.โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี 2.โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา 3.โรงเรียนสวน
กุหลาบวิทยาลัย รังสิต 4.สปป ลาว 5.โรงเรียนพันดอนวิทยา 6.โรงเรีบนกีฬาเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด 7.โรงเรียนกีฬาจังหวัดลำปาง

8.โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร 9.โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครปฐม 10.โรงเรียนท่าขอนยางพิทยาคม 11.โรงเรียนกีฬานคร
นนท์วิทยา 6 12.โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน 2 (สมาน สุเมโธ) 13.โรงเรียนกีฬาจังหวัดนครพนม 14.โรงเรียนกีฬาเทศบาลนคร
นครราชสีมา 15.โรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี 16. ทีมจังหวัดน่าน

และยังมีนางสาวดารารัตน์ ภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดน่าน นายเสริฐ โชยยานันตา ท่องเที่ยว
และกีหาจังหวัดน่าน นายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานน่าน และนายพรเทพ เสนนันตา
ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน ร่วมขึ้นเวทีแถลงข่าวในการสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เดินรณรงค์ “งดใช้โฟม–ลดพลาสติกหูหิ้ว” เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทย 4 ธันวาคม 2568

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 เวลา 08.30 – 10.00 น. นายกศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร ร่วม กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมเดินรณรงค์ “งดใช้โฟมบรรจุอาหาร ลดการใช้พลาสติกหูหิ้ว” ประจำปีงบประมาณ 2569

ณ บริเวณหน้าศาลหลักเมือง ถนนปรมินทรมรรคา ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมืองชุมพร ซึ่งตรงกับ วันสิ่งแวดล้อมไทย เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายจากโฟมและพลาสติก รวมถึงร่วมกันลดใช้เพื่อลดปัญหาขยะมูลฝอยในเขตเมืองชุมพร

ในพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร เป็นประธาน พร้อมรับฟังรายงานการจัดกิจกรรม ซึ่งระบุว่า กล่องโฟมและพลาสติกผลิตจากปิโตรเลียม เมื่อนำมาใส่อาหารร้อนหรือ

อาหารทอดอาจก่อให้เกิดสารสไตรีน (Styrene) และสารเบนซิน (Benzene) ปนเปื้อนในอาหาร สารเหล่านี้หากสะสมในร่างกายเป็นเวลานานมีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง อีกทั้งยังเป็นขยะที่ย่อยสลายยากและสร้างภาระด้านสิ่งแวดล้อม

เทศบาลเมืองชุมพรได้ออกประกาศให้ทุกภาคส่วนร่วมกัน งดใช้โฟมและลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว ในพื้นที่ราชการ สถานศึกษา ร้านค้า ตลาดสด ห้างสรรพสินค้า สถานประกอบการ รวมถึงครัวเรือนภายในเขตเทศบาล เพื่อขับเคลื่อนการจัดการขยะตามแผนแม่บทระดับประเทศ

สำหรับกิจกรรมเดินรณรงค์ในปีนี้ มีเส้นทางเริ่มจากศาลหลักเมือง ถนนปรมินทรมรรคา – แยกมอนเดียร์ – ถนนศาลาแดง – แยกชุมพรราม่า – ถนนประชาอุทิศ – แยกสุขเสมอ ตลอดเส้นทางมีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนปรับพฤติกรรมใช้ภาชนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

มีหน่วยงาน องค์กร และสถานศึกษาเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ประกอบด้วย 1. เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองชุมพร 2. โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านท่าตะเภา 3. โรงเรียนเทศบาล 2 วัดเกาะแก้ว 4. สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชุมพร 5. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร 6. ผู้จัดการห้างสรรพสินค้าโอเชี่ยน ชุมพร 7.

ประธานชุมชนทุกชุมชนในเขตเทศบาล 8. ประธาน อสม. 9. ผู้อำนวยการโรงเรียนศรียาภัย 10. ผู้อำนวยการโรงเรียนสะอาดเผดิมวิทยา 11. ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลชุมพร 12. ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาชุมพร 13. ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเมืองชุมพร วัดสุบรรณนิมิต 14.

โรงแรมริทซี่ เฮ้าส์ 15. โรงแรมฮ็อป อินน์ ชุมพร 16. โรงแรมลอฟท์ มาเนีย บูติก โฮเทล 17. โรงแรมนานาบุรี 18. โรงแรมชุมพรการ์เด้นส์ รวมผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน

กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนในจังหวัดชุมพรที่ร่วมแรงร่วมใจปกป้องสิ่งแวดล้อม ลดปริมาณขยะจากโฟมและถุงพลาสติก สร้างความตระหนักรู้สู่สังคมที่ใส่ใจสุขภาพและโลกของเรามากยิ่งขึ้น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้การโคราช ลงพื้นที่ปากช่อง เขาใหญ่ ต่อเนื่อง 3 กิจกรรม ตรวจเยี่ยมกำลังพล นำเจริญพระพุทธมนต์ ทำกิจกรรมจิตอาสา ถวายเป็นพระราชกุศล 5 ธันวาคม

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยประธานแม่บ้านตำรวจจังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่อำเภอปากช่องต่อเนื่องทั้งวัน เพื่อพบปะกำลังพล ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ และร่วมกิจกรรมทางศาสนา จิตอาสา ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 5 ธันวาคม

โดยเวลา 12.00 น. พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พร้อมประธานแม่บ้านตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ กองร้อยรักษาความปลอดภัย (ถปภ.) พระตำหนักทิพย์พิมาน ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง รวมถึงข้าราชการตำรวจที่ผลัดเปลี่ยนปฏิบัติหน้าที่ประจำพื้นที่สำคัญดังกล่าว ภายหลังการตรวจเยี่ยม ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ได้จัดเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ทุกนาย

ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พร้อมคณะ เดินทางไปยัง วัดมกุฏคีรีวัน ต.โป่งตาลอง เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์และกิจกรรมวิปัสสนาจิตอาสา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจจำนวนมากร่วมประกอบพิธีด้วยความพร้อมเพรียง

นอกจากนี้ในช่วง เวลา 15.00 น. ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา และประธานแม่บ้านตำรวจจังหวัดนครราชสีมา นำกำลังพลร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาพื้นที่วัดมกุฏคีรีวัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเช่นเดียวกัน กิจกรรมครั้งนี้มีหัวหน้าสถานีตำรวจในพื้นที่และใกล้เคียง รวมทั้งข้าราชการตำรวจหลายสิบ นาย เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง แสดงถึงความตั้งใจสืบสานปณิธาน “ทำความดีเพื่อพ่อหลวง” อย่างเป็นรูปธรรม

ภาพ : นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว : นายกันตินันท์ เรืองประโคน ทีมข่าว จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ ส่งมอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็น ภายใต้โครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน”

มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ ยังคงเดินหน้าสนับสนุนและเคียงข้างสังคมไทยในทุกสถานการณ์ โดยล่าสุดได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อส่งมอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็น

ภายใต้โครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน” ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และโครงการ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือผู้ประสบภัย” เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่

การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก
1️⃣ ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช
ประธานมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ และประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
ร่วมอำนวยการและมอบกำลังใจแก่ประชาชนถึงพื้นที่

2️⃣ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
ร่วมสนับสนุนถุงยังชีพและสิ่งของอุปโภคบริโภค เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

3️⃣ กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ อบจ.เชียงใหม่ และหน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วน
ร่วมบูรณาการกำลังและทรัพยากรในการช่วยเหลือประชาชนอย่างครบด้าน

▶️ ในครั้งนี้ได้มีการมอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภค-บริโภค และเงินช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ ผู้ป่วยติดเตียง คนพิการ และประชาชนกลุ่มเปราะบาง ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน

📍 ณ โรงเรียนวัดโรงวัว อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ และสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ยังคงมุ่งมั่นทำงานเชิงรุก เพื่อส่งต่อโอกาส ความห่วงใย และกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

𝗛𝗮𝘀𝗵𝘁𝗮𝗴มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ #สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์โครงการหนึ่งใจช่วยเหลือผู้ประสบภัย #น้ำพระทัยพระราชทานช่วยเหลือผู้ประสบภัย #เชียงใหม่ #สันป่าตองเคียงข้างสังคมไทย #รวมพลังแห่งความห่วงใย

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ เดินหน้าจัดโครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน” เพื่อให้การดูแลและบริการประชาชนที่เดินทางมา ถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยหัวใจแห่งความกตัญญูและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

🤍 โดย สมาคมครัวเชฟจิตอาสา สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้ร่วมประกอบอาหารปรุงสุกด้วยความตั้งใจ เพื่อให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน พร้อมด้วยแรงสนับสนุนจากหลายภาคส่วน อาทิ
• คุณเยาวมาลย์ วัชระเรืองศรี กรรมการอำนวยการฯ
มอบผลไม้ (ส้มเขียวหวาน) จำนวน 300 ลูก 🍊 และ
มอบ ขนมถั่วทอด 300 แพค เพื่อสนับสนุนการจัดเลี้ยงประชาชน

🤍 ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช
ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และประธานมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์

🤍 ดร.สุนันทา ลีเลิศพันธ์
แม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2567 และประธานกรรมการบริษัทดอกบัวคู่ จำกัด

ทั้งสองท่านได้เดินทางมา ให้กำลังใจเชฟจิตอาสาและเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่ปฏิบัติงานในโครงการ พร้อมร่วมลงมือปรุงอาหารเมนู “ข้าวไข่เจียวทรงเครื่อง” เพื่อมอบให้แก่ประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพฯ

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ บริเวณเต็นท์อาหารพระราชทาน สนามหลวง (ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอิ่มใจ ความศรัทธา และน้ำใจจากทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำความดีถวายพ่อแม่ของแผ่นดิน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.ภ.จว.นครปฐมเป็นประธานเปิดโครงการ “สานต่อความห่วงใยขับขี่ปลอดภัยทุกเส้นทาง ”

วันที่ 3 ธ.ค. 2568เวลา 15.30 น.พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม(ประธานในพิธี)โดยมีนายจำนงค์ ภักดี

ผู้อำนวยการโรงเรียนบางเลนวิทยาพร้อมด้วย กำนันยงยุทธ เพชรดีประธาน กต.ตร.สภ.บางเลนนายอาคม ใจแจ้ง กต.ตร.สภ.บางเลนmr.Lee Ah baa กต.ตร.สภ.บางเลน

พ.ต.อ.อภิศักดิ์ กำเนิด ผกก.สภ.บางเลน พ.ต.ท.อุทัย สุมาลัย
รอง ผกก.ป.สภ.บางเลน พ.ต.ท.รวิพงศ์ เลิศพันธุ์ สวป.สภ.บางเลน
คณะ กต.ตร.สภ.บางเลน ข้าราชการตำรวจ สภ.บางเลน

ร่วมพิธีเปิดโครงการ “สานต่อความห่วงใย ขับขี่ปลอดภัยทุกเส้นทาง” เพื่อเป็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยมุ่งเน้นการปลูกฝังจิตสำนึกและวินัยจราจร

ให้แก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับในการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569

โดยมีกิจกรรมมอบหมวกนิรภัยตามโครงการ “สานต่อความห่วงใย ขับขี่ปลอดภัยทุกเส้นทาง” เน้นการสวมหมวกนิรภัย เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุจราจรทางบก

ให้แก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทางในพื้นที่ ให้แก่ นักเรียน 3 โรงเรียน (บ้านบางเลน, วัดผาสุการาม, บางเลนวิทยา) ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์

ในพื้นที่ ประชาชนผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ รวม จำนวน 325 ใบ ณ โรงเรียนบางเลนวิทยาคม ต.บางเลน อ.บางเลน จ.นครปฐม สมคิด พรมมี ผู้สืีอข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มทบ.44 จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัชกาลที่ 9 เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ 5 ธันวาคม 2568

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 4 ธันวาคม 2568 เวลา 07.30 น. ณ สโมสรนายทหาร ค่ายเขตอุดมศักดิ์ จังหวัดชุมพร มณฑลทหารบกที่ 44 (มทบ.44)

จัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นทั้ง วันชาติ และ วันพ่อแห่งชาติ โดยมี พลตรี สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 เป็นประธานในพิธี
จากนั้นในเวลา 08.00 น.

ได้มีพิธีถวายราชสักการะ ถวายราชสดุดี และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยมีข้าราชการทหาร กำลังพลของค่ายเขตอุดมศักดิ์ รวมถึงสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 44 เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

พลตรี สมคิด ชูเผือก กล่าวน้อมรำลึกว่า“เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ

และวันพ่อแห่งชาติ วันที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2568 ข้าพระพุทธเจ้า พร้อมด้วยกำลังพลและครอบครัวทหารบก ได้มาร่วมกัน ณ ที่แห่งนี้ เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้”

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการ มทบ.44 ยังกล่าวถึงพระราชจริยวัตรอันงดงามตลอดกว่า 70 ปีแห่งการครองราชย์ ที่ทรงอุทิศพระวรกายบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทย

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ ยังคงงอกงามสร้างคุณประโยชน์แก่ผืนแผ่นดินไทยอย่างไม่เสื่อมคลาย ขณะที่ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ พระบรมราโชวาท ยังคงเป็นหลักนำทางในการดำเนินชีวิตของประชาชนทุกหมู่เหล่า

พลตรี สมคิด ย้ำว่า ด้วยความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ข้าราชการและกำลังพลของ มทบ.44 จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงรักภักดี มุ่งมั่นสืบสานพระราชปณิธาน และ

ร่วมกันพัฒนาชาติบ้านเมืองให้มั่นคงและก้าวหน้าสืบไป
กิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความรัก ความผูกพัน และความจงรักภักดีของประชาชนชาวชุมพรต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ผู้ทรงเป็นดั่ง “พ่อของแผ่นดิน” และทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รร.นันทบุรีวิทยา จัดการแข่งขันกีฬาสีต้านภัยยาเสพติดนันทบุรีเกมส์ ปีการศึกษา 2568

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ณ โรงเรียนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคาระห์บ้านปางค่า ต.ไชยสถาน อ.เมืองน่าน จ.น่าน นายเสรี พิมพ์มาศ คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษา เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสี ต้านภัยยาเสพติด “นันทบุรีเกมส์ประจำปีการศึกษา 2568

โรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์
โดยมีนางสาวอัญรินทร์ ฉัตรโชติวรกิตติ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชาชานุเคราะห์กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานในนามคณะกรรมการจัดการแข่งขัน คณะ

ครู นักเรียน ตลอดจนคณะกรรมการจัดการแข่งชัน นักกีฬาและผู้มีส่วนร่วมสนับสนุนกีฬา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย
การแข่งแข่งกีฬาสี ต้านภัยยาเสพติด “นันทบุรีเกมส์” ของโรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์
ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๖๘ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ

เพื่อให้นักเรียนมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงเพื่อให้นักเรียนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และห่างไกลยาเสพติดเพื่อฝึกการเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี มีน้ำใจเป็นป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ขนะ รู้อภัย มีความเป็นประชาธิปไตย

เพื่อให้นักเรียนรู้จักการทำงานเป็นหมู่คณะ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้การจัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาสีประกอบด้วย คณะครูและนักเรียนสี 4 สี คือ สีน้ำเงิน สีเหลือง สีแดงและสีม่วง กีฬาที่จัดการแข่งขัน ได้แก่ กีฬาฟุตบอล วอลเลย์บอล เซปัคตะกร้อ และ เปตอง

การจัดงานวันนี้ได้รับเกียรติจากนายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์ ร.ต.อ.สุิตย์ ศรีประสม คณะกรรมการสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านร่วมพิธีเปิดงานคณะครู บุคลาการทางการศึกษา

ได้ร่วมกันจัดการแข่งขันกีฬาสีภายในขึ้นโดยมีคณะครูเป็นที่ปรึกษาอย่างใกล้ชิดเพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสร่วมแข่งขันกีฬาอันจะก่อให้เกิดความสามัคคีและมีพลานามัยที่สมบูรณ์ สามารถศึกษาเล่าเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ/บุญยงค์ สดสอาดนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / EEP Group ร่วมกับเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ จัดกิจกรรมจิตอาสาเพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9


    วันที่ 3 ธันวาคม 2568 กลุ่มบริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด (EEP Group) ผู้นำด้านการจัดการขยะสู่พลังงาน นำโดยนายสราวุฒิ ภูมิถาวร ที่ปรึกษาด้านพัฒนาธุรกิจ และนายอนุพงศ์ มุทราอิศ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ เข้าร่วมพิธีเปิดกิจกรรม “ทำดีเพื่อพ่อ” โดยมีนายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ เป็นประธานในพิธี

    กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาชุมชนครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาท

    สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตลอดจนเนื่องในวันชาติ วันพ่อแห่งชาติ และวันสิ่งแวดล้อมไทย ประจำปี 2568

    ทั้งนี้ EEP Group ได้สนับสนุนอุปกรณ์ทำความสะอาด รถบรรทุกน้ำสำหรับล้างถนน รวมถึงพนักงานร่วมทำความสะอาดและเก็บขยะบริเวณถนนสาธารณะ ตั้งแต่พื้นที่ด้านข้างกองป้องกันและ

    บรรเทาสาธารณภัยจนถึงศาลเจ้าพ่อโคกพร้าว ตำบลแพรกษาใหม่ โดยมีหน่วยงานราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนใน

    พื้นที่กว่า 200 คน เข้าร่วมกิจกรรม สะท้อนพลังความร่วมมือในการสร้างสังคมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และส่งต่อการทำความดีอย่างยั่งยืนต่อไป


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมชี้แจงแผนฝึกสอบสวน รุ่นที่14 ขับเคลื่อนกำลัง 9 นาย ลงพื้นที่ฝึกงาน

    วันที่ 3 ธ.ค.2568เวลา 11.30 น.พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐมพร้อมด้วยพ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ
    รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐมพ.ต.อ.ไพรัตน์ รอดทอผก(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวนฯหน.งานสอบสวน และครูพี่เลี้ยง สภ.เมืองนครปฐม,สภ.กำแพงแสน,สภ.โพธิ์แก้ว,สภ.พุทธมณฑล
    และผู้เข้ารับการฝึกปฏิบัติงานสอบสวนหลักสูตรประกาศนียบัตร

    ด้านการสืบสวนสอบสวนคดีอาญารุ่นที่ 14 (กอต.(สอบสวน))
    เข้าร่วมประชุมชี้แจงแนวทางการส่งตัวผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรด้านการสืบสวนสอบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 14 (กอต.(สอบสวน)) ประจำปึงบประมาณ พ.ศ.2568 ฝึกภาคปฏิบัติงานสอบสวนตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค.68 – 23 ม.ค.69 จำนวน 9 นายณ ห้องประชุม ชั้น 3 ภ.จว.นครปฐมต.ถนนขาด อ.เมือง จ.นครปฐม
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เรือนจำกลางนครปฐม ตรวจเยี่ยมนิทรรศการเรือนจำกลางนครปฐม ในงานเกษตรกำแพงแสน ครั้งที่ 28 / อบจ.นครปฐมได้จัดเตรียมสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

    วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568 นายจักร ลิ่มบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม เข้าตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานนิทรรศการศูนย์การเรียนรู้โครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” นิทรรศการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ และนิทรรศการศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ (Care)

    ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนภารกิจกรมราชทัณฑ์ด้านการพัฒนาผู้ต้องขัง สร้างทักษะอาชีพ และเตรียมความพร้อมคืนคนดีสู่สังคม ภายในงานเกษตรกำแพงแสน ครั้งที่ 28 ประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    อบจ.นครปฐมได้จัดเตรียมสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

    นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม และ นางวิลาสินี สะสมทรัพย์ ภริยา, นายฐิรวิชญ์ สะสมทรัพย์ บุตรชาย พร้อมด้วย ผู้ช่วยผู้บริหาร ประธานสภาฯ รองประธานสภา สมาชิกสภาฯ รก.ปลัด อบจ. และเจ้าหน้าที่ อบจ.นครปฐม พร้อมกับประชาชนจังหวัดนครปฐมได้ร่วมกันมอบสิ่งของต่างๆ อาทิ และน้ำดื่ม ยาสามัญ อาหารแห้ง อาหารสัตว์ ผ้าอนามัย นม ผ้าห่ม และของอื่นๆอีกจำนวนมาก

    เพื่อนำไปส่งต่อให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัย ในพื้นที่ภาคใต้ และ นายกอบจ.นครปฐม ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่าน และทุกภาคส่วน ที่่ได้นำเครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งของจำเป็นต่างๆ มาร่วมช่วยเหลือบรรเทาความทุกข์แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ในครั้งนี้ ชาวนครปฐมขอส่งความห่วงใยโดยการส่งมอบสิ่งของจำเป็น ขอให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ และขอให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการชลประทานเชียงใหม่ เข้าร่วมการประชุมกลุ่มผู้ใช้น้ำและหน่วยที่เกี่ยวข้อง ทั้งเชียงใหม่และลำพูน วางแผนป้องกันภัยแล้ง

    วันพุธ ที่ 3 ธ.ค. 68 นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงแผนการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง ปี 2569 พื้นที่ลุ่มน้ำปิงตอนบน (จังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน) โดยมี นายอัฏฐวิชย์ นาควัชระ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1, นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่, นายจิรชัย พัฒนพงศา ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 1, นายสุภรณ์วัฒน์ สุรการ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานลำพูน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชลประทาน กลุ่มผู้ใช้น้ำเชียงใหม่ และลำพูน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมสำนักงานชลประทานที่ 1 ถนนทุ่งโฮเต็ล อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

    นายจิรชัย พัฒนพงศา ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 1 กล่าวว่า ปริมาณฝนสะสมเฉลี่ยของประเทศไทยในปี 2568 สูงกว่าปกติ 9 เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันอยู่ในสถานการณ์ลานีญา ปัจจุบันเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล มีน้ำก็บกัก 279.327 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 105.41 เปอร์เซ็นต์ น้อยกว่าปี 67 ประมาณ 1.164 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 0.41 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา มีปริมาณน้ำเก็บกัก 255.827 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 97.27 เปอร์เซ็นต์ มากกว่าปี 67 ประมาณ 37.122 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 16.97 เปอร์เซ็นต์ อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ปีนี้มีปริมาณน้ำเต็มเก็บกักเต็มความจุ พร้อมกันนี้ได้วางแผนการบริหารจัดการน้ำ ส่งน้ำเป็นรอบเวร โดยจะเริ่มส่งน้ำก้อนแรก ในวันที่ 2 ม.ค. 69 ไปสิ้นสุดวันสุดท้าย 28 พ.ค. 69 รวม 21 รอบเวร อัตราการส่งน้ำรวมทั้งหมด 80 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งปีนี้ได้ส่งน้ำน้อยกว่าปีทีที่ผ่านมา ในปี 67/68 ที่ผ่านมา ได้ส่งน้ำ 21 รอบเวร ปริมาณน้ำรวม 91.41 ล้าน ลบ.ม. เนื่องจากปริมาณน้ำในแม่น้ำปิงยังคงมีปริมาณมาก

    นายอัฏฐวิชย์ นาควัชระ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 กล่าวว่า พื้นที่สองฝั่งแม่น้ำปิงตอนบน ตั้งแต่ด้านท้ายฝายแม่แฝกจนถึงบริเวณเหนือเขื่อนภูมิพล มีความต้องการใช้น้ำจากแม่น้ำปิงมากขึ้นในด้านอุปโภค-บริโภค (ประปา) และด้านการเกษตร แต่แม่ม่น้ำปิงมีปริมาณต้นทุนจำกัดโดยเฉพาะฤดูแล้ง จึงจำเป็นต้องส่งน้ำจากเขื่อนแม่งัดฯ ให้การสนับสนุนเป็นประจำทุกปี ดังนั้นจึงจำเป็นต้องบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำปิงตอนบนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมดำเนินการตามมาตรการของสำนักงานชลประทานที่ 1 ในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง ได้ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ประหยัดน้ำเพื่อสำรองน้ำไว้ใช้กรณีฝนทิ้งช่วงในฤดูฝนหรือต่อเนื่องไปในฤดูแล้งปีถัดไป จึงได้มีการจัดการประชุมในวันนี้

    พร้มดำเนินการตามนโยบายของกรมชลประทาน และแผนการปฏิบัติอย่างเคร่งครัดที่ทางสำนักงานชลประทานที่ 1 ได้วางไว้ 6 มาตรการ คือ 1.ประตูระบายน้ำ/ฝาย เปิด รับน้ำเฉพาะการอุปโภค-บริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร ตามแผนการเพาะปลูกและจัดสรรน้ำที่กำหนดไว้เท่านั้น 2.จะรักษาเสถียรภาพของตลิ่งลำน้ำปิง เพื่อความมั่นคงของตลิ่ง และควบคุมการปิดกั้นทางน้ำที่จะเป็นอุปสรรคในการบริหารจัดการน้ำ 3.เฝ้าระวังและควบคุมไม่ให้มีการปล่อยน้ำเสียลงในแม่น้ำ คู คลองและแหล่งน้ำต่างๆ 4.การประปาส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น สูบน้ำได้ตามปกติ 5.ขอความร่วมมืองดเลี้ยงปลาในกระชังในแม่น้ำปิงและในระบบชลประทาน (คลองส่งน้ำ/เหมืองส่งน้ำ) และ 6.ขอความร่วมมือสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อการเกษตร สูบน้ำเข้าพื้นที่เพาะปลูกตามปฏิทินการสูบน้ำที่ได้วางแผนรอบเวรไว้แล้ว

    มีการจัดทำแผนที่และข้อมูลเจ้าหน้าที่ พร้อมเบอร์โทรของผู้ดูแลในส่วนงานต่างๆ อย่างชัดเจน ทั้งฝาย ประตูระบายน้ำ อ่างเก็บน้ำ รวมทั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำกลุ่มต่างๆ เพื่อให้การบริหารน้ำและการประสานงานได้สะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ก่อนส่งน้ำได้ให้กลุ่มผู้ใช้น้ำติดตามข่าวสถานการณ์น้ำต้นทุน เพื่อวางแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ทางกลุ่มไลน์ “ลุ่ม น้ำปิง” พร้อมแจ้งความต้องการเพาะปลูกพืชให้เจ้าหน้าที่ เพื่อวางแผนการเพาะ

    ปลูกและแผนการส่งน้ำ ให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนและความต้องการ ร่วมประชุมชี้แจงแผนการบริหารจัดการน้ำประจำปี เพื่อร่วมจัดทำข้อตกลงการส่งน้ำและการใช้น้ำร่วมกัน ส่วนช่วงระหว่างส่งนน้ำ ในพื้นที่เพาะปลูกพืชให้เป็นไปตามแผนฯ ใช้น้ำตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด แจ้งผลการส่งน้ำ และช่วยติดตามแก้ไขปัญหาการส่งน้ำร่วมกับเจ้าหน้าที่ และสามารถขอรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำฯ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ และหลังส่งน้ำ จะมีการแจ้งผลความก้าวหน้าการเพาะปลูกพืช / ผลผลิต เพื่อรายงานให้เจ้าหน้าที่ทราบและเก็บรวบรวมข้อมูลต่อไป…

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โคราชระดมพลังน้ำใจ ส่งขบวนสิ่งของกว่า 8 พันกิโลและเงินบริจาค 8.7 แสน ช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ขึ้น C-130 ลำเลียงสู่หาดใหญ่

    ที่ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 จังหวัดนครราชสีมา นาย อนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานปล่อยขบวนลำเลียงสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ หลังจังหวัดนครราชสีมาเปิดศูนย์รับบริจาคตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ นายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงองค์กรการกุศล ที่ร่วมบริจาคสิ่งของและเงินช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

    สำหรับสิ่งของที่ประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมบริจาค ประกอบด้วย ข้าวสาร 6,500 กิโลกรัม น้ำดื่ม 7,600 แพ็ค อาหารสำเร็จรูปและปลากระป๋อง 4,350 ลัง เสื้อผ้า–เครื่องนุ่งห่ม 1,860 ลัง รวมถึง เงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเป็นจำนวนทั้งสิ้น 875,051.92 บาท ซึ่งได้ผ่านการรวบรวมและจัดลำเลียงเพื่อส่งมอบต่ออย่างเป็นระบบ

    จังหวัดนครราชสีมาได้ประสานการลำเลียงสิ่งของจากโคราชไปยัง ที่ว่าการอำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เพื่อจัดเตรียมนำขึ้นเครื่องบินลำเลียง C-130 ของกองทัพอากาศ จากสนามบินฝูงบิน 237 (น้ำพอง) ส่งตรงไปยังสนามบินหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก่อนกระจายต่อให้ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่าง ๆ ของภาคใต้

    ทั้งนี้ การดำเนินการเป็นไปด้วยความร่วมมือใกล้ชิดจากหน่วยงานในพื้นที่ โดยมี
    นางสาววรางคณา ถนอมวงษ์ ผู้อำนวยการส่วนฝึกอบรม ศูนย์ปภ.เขต 5 นครราชสีมา ,นายกฤษฏิ์ พูนเกษม เป็นหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา

    และ พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา (ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา) ร่วมอำนวยความสะดวกและกำกับดูแลกระบวนการลำเลียงสิ่งของทั้งหมด เพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องภาคใต้เป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัยที่สุด จังหวัดนครราชสีมายืนยันจะเดินหน้ารวบรวมความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง พร้อมขอบคุณทุกน้ำใจจากชาวโคราชที่ร่วมกันส่งต่อพลังแห่งความห่วงใยสู่ผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้.

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมุทรปราการ ส่งกำลังสมาชิก อส.ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลา

    จังหวัดสมุทรปราการ ส่งกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ปฏิบัติภารกิจเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
    นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสมุทรปราการ

    ปล่อยแถวกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 12 นาย เดินทางไปปฏิบัติภารกิจในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาล เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยในครั้งนี้

    ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้ให้โอวาทแก่ สมาชิก อส.ที่ไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของจังหวัดสมุทรปราการว่า ขอปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ เต็มกำลังความสามารถ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง มุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละ

    เพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนด และปฏิบัติภารกิจด้วยความระมัดระวังคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและของตนเอง และขอให้การเดินทางไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ของสมาชิก อส.จังหวัดสมุทรปราการมีความปลอดภัย และขอให้การเดินทางกลับมีความปลอดภัยเมื่อภารกิจเสร็จสิ้น

    นอกจากนี้สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ โดยนางสาวอรวรรณ ชิณศรี นายกล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ ได้ตั้งจุดรับบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดภาคใต้

    ณ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ โดยมี หน่วยงานราชการ ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินและสิ่งของ อาทิ น้ำดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง อาหารพร้อมรับประทาน นม นมผงสำหรับเด็ก แพมเพอร์ส สำหรับเด็กและผู้ใหญ่

    สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่ไม่สะดวกบริจาคเป็นสิ่งของ สามารถบริจาคเป็นเงิน ผ่านบัญชีสภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ ธนาคาร ไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย ประเภทบัญชี กระแสรายวัน เลขที่บัญชี 045 3 04637 0 โดยสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวจัดงาน “เสด็จเตี่ย” กรมหลวงชุมพรฯ และงานกาชาดจังหวัดชุมพร ประจำปี 2568 คึกคัก

    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 3 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ บริเวณพระตำหนักเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมืองชุมพร นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานแถลงข่าวการ

    จัดงานเทิดพระเกียรติพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และงานกาชาดจังหวัดชุมพร ประจำปี 2568 พร้อมด้วยนางพณณกร ชูกิตติวิบูลย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร หัวหน้าส่วนราชการ และสื่อมวลชนทุกแขนงเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

    ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า งานเทิดพระเกียรติฯ และงานกาชาดจังหวัดชุมพร เป็นงานประจำปีที่จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2528 เพื่อรำลึกถึงพระเกียรติคุณของ “เสด็จเตี่ย” กรมหลวงชุมพรฯ

    เนื่องในวันคล้ายวันประสูติวันที่ 19 ธันวาคม อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว เผยแพร่ของดีจังหวัดชุมพร และหารายได้ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยและผู้ด้อยโอกาส ผ่านภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร

    สำหรับปี 2568 กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 18–26 ธันวาคม 2568 ณ โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ ตำบลบางลึก อำเภอเมืองชุมพร โดยปีนี้จัดอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปี พร้อมการมีส่วนร่วมของชุมชนทุกอำเภอในจังหวัด

    ไฮไลต์สำคัญ วันที่ 19 ธันวาคม 2568
    • พิธีเจริญพระพุทธมนต์
    • พิธีบวงสรวง
    • พิธีเปลี่ยนธงราชนาวี
    • การแสดงรำเทิดพระเกียรติจากนางรำกว่า 2,000 คน

    ถือเป็นกิจกรรมเชิดชูพระเกียรติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกิจกรรมหนึ่งของชุมพร
    • ขบวนแห่เทิดพระเกียรติฯ และขบวนของดีชุมพรช่วงบ่าย
    • พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการในช่วงค่ำ บริเวณเวทีหลักภายในงาน

    กิจกรรมภายในงานที่น่าสนใจ
    • การประกวดร้องเพลง วันที่ 20 ธ.ค.
    • การประกวด Miss Chumphon 2025 วันที่ 23 ธ.ค.
    • การออกรางวัลสลากกาชาดจังหวัดชุมพร วันที่ 26 ธ.ค. ชิงรางวัลใหญ่รถกระบะ TOYOTA HILUX REVO 4 ประตู พร้อมของรางวัลอีกมากมาย
    • การออกร้าน OTOP ภายใต้แนวคิด

    “เทิดพระเกียรติองค์อาภากร เสน่ห์ OTOP ชุมพร ภูมิปัญญาไทย สู่กาชาดชุมพร 2568”
    • นิทรรศการจากหน่วยงานรัฐและเอกชน
    • การแข่งขันและสาธิตด้านการเกษตร
    • กิจกรรม “ดริปหรอย” ชิมกาแฟชุมพร
    • ชิมเมนูสร้างสรรค์ “จิ้งหรีดหม่าล่า & สุกี้”
    • ไฮไลต์การแข่งขันสุดฮือฮา “ศึกชิงแชมป์จ้าวนักดูด & ดื่ม (นม)” จังหวัดชุมพร

    ด้านความบันเทิง มีการแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงท้องถิ่น และคอนเสิร์ตศิลปินชื่อดังหมุนเวียนขึ้นเวทีกลางทุกคืน รวมถึงกิจกรรมจากบูธเอกชนตลอดทั้งงาน คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดและจากต่างพื้นที่ สร้างรายได้หมุนเวียนให้จังหวัดชุมพรจำนวนมาก

    จังหวัดชุมพรขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมงานใหญ่ปลายปี เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อเสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรฯ สนับสนุนภารกิจของกาชาด และร่วมสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นอันงดงามของเมืองชุมพรอีกด้วย.

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ปากคาดคึกคัก! จัดกีฬาเยาวชนฉลองครบรอบ 47 ปี / ศรัทธารวมใจ 50 ปี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จะจัดกิจกรรม “เดิน–วิ่ง รวมใจเพื่อผู้ประสบภัยจากช้างป่า ครั้งที่ 3” อ.บุ่งคล้าจ.บึงกาฬ

    เป็นไปตามคาด…บรรยากาศความสุขล้นอำเภอปากคาด เมื่อ นายวุฒิชัย ชัยภูวนารถ นายอำเภอปากคาด เป็นประธานให้โอวาทแก่นักกีฬา

    ในการแข่งขัน วอลเลย์บอลเยาวชนประชาชนหญิง และ ฟุตบอล 7 คน รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี เนื่องในโอกาสวันสถาปนาอำเภอปากคาด ครบรอบ 47 ปี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–4 ธันวาคม 2568

    กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นเวทีกีฬาที่สร้างทั้ง คุณค่าและมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม ให้กับพื้นที่อย่างแท้จริง ด้วยการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพ เสริมสร้างสุขภาพ และสร้างความสามัคคีของคนในชุมชน

    ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ อำเภอพรเจริญ ก็ได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดการแข่งขันกีฬาฉลองวันสถาปนาอำเภออย่างคึกคักเช่นกัน สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของพื้นที่ในการพัฒนากีฬาอย่างต่อเนื่อง

    ด้าน สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ได้บูรณาการนำเจ้าหน้าที่พลศึกษาลงพื้นที่สนับสนุนภารกิจของนายอำเภอทั้งสองอำเภอ เพื่อส่งเสริมการพัฒนากีฬาชุมชนและ

    เยาวชนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย สอดคล้องกับ แผนพัฒนาการกีฬาชาติ ฉบับที่ 7 ภายใต้การขับเคลื่อนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    ภาพ/ข่าว ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    ประชุมศรัทธารวมใจ 50 ปี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จัดกิจกรรม “เดิน–วิ่ง รวมใจเพื่อผู้ประสบภัยจากช้างป่า ครั้งที่ 3”อ.บุ่งคล้าจ.บึงกาฬ

    วันที่ 3 ธันวาคม 2568 ที่ห้องประชุมศรัทธารวมใจ 50 ปีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ นายคมกฤต บุญทอง นายอำเภอบุ่งคล้า เป็นประธานประชุมเตรียมความ

    พร้อมการจัดกิจกรรม “เดิน–วิ่ง รวมใจเพื่อผู้ประสบภัยจากช้างป่า ครั้งที่ 3” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะทำงานแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน รวมทั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว เข้าร่วมประชุมเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน

    การจัดกิจกรรมครั้งนี้ดำเนินโดย คณะกรรมการกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากช้างป่าอำเภอบุ่งคล้า และภาคประชาชนในพื้นที่ เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุช้างป่า พร้อมส่งเสริมการรับรู้ด้านการอนุรักษ์และอยู่ร่วมกับสัตว์ป่าอย่างสมดุล

    กิจกรรม เดิน–วิ่ง รวมใจเพื่อผู้ประสบภัยจากช้างป่า ครั้งที่ 3 กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 14 ธันวาคม 2568 ณ บริเวณ สะพานกิ้งกำ – เสาค้ำบ้านชูเมือง อำเภอบุ่งคล้า ริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านบุ่งคล้า ตำบลบุ่งคล้า และที่ สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว บ้านขามเปี้ย ตำบลบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ

    โดยที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาแนวทางบริหารจัดการเส้นทางวิ่ง มาตรการด้านความปลอดภัย การแพทย์ฉุกเฉิน การอำนวยความสะดวกผู้เข้าร่วมกิจกรรม ตลอดจนการประสานงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในพื้นที่

    ภาพ/ข่าว ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล/บึงกาฬ 0961464326

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เกษตรจังหวัดน่านจับมือเลมอนฟาร์ม ดันส้มสีทองเข้าตลาด Modern Trade”

    วันที่ 2 ธันวาคม 2568 นายศักดิ์สิทธิ์ ศรีวิชัย เกษตรจังหวัดน่าน มอบหมายให้นายธนัย บุญมาธิวัฒน์ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร

    พร้อมด้วยนางสาวพัชราภรณ์ บุญมา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ และนางสาวนฤมล อำพร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ

    กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร ดำเนินการส่งเสริมและขับเคลื่อนการตลาดผลผลิตส้มของกลุ่มแปลงใหญ่ส้มเขียวหวานที่สูงตำบลสะเนียน โดยเชื่อมโยงผลผลิตเข้าสู่ตลาด Modern Trade กับร้านเลมอนฟาร์ม

    ซึ่งเป็นคู่ค้าที่ร่วมรับซื้อผลผลิตมาตลอดระยะเวลา 1 ปี สร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ แนวทางการส่งเสริมและพัฒนาตลาดในปี 2569 ได้กำหนดแนวปฏิบัติสำคัญ ได้แก่

    1. การคัดคุณภาพผลผลิตอย่างเข้มงวด เพื่อให้ได้ส้มคุณภาพดีตามมาตรฐานที่ตลาดต้องการ
    2. การจัดการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ลดความเสียหายของผลผลิต และส่งมอบสินค้าได้ทันตามกำหนด
    3. การรักษามาตรฐานการผลิตและความปลอดภัยอาหาร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและคู่ค้า ทั้งนี้ เลมอนฟาร์มยังได้ดำเนินการ “ตรวจสอบย้อนกลับ” ทุกครั้งที่พบผลผลิตไม่เป็นไปตามคุณภาพที่กำหนด เพื่อร่วมแก้ไขและพัฒนาปรับปรุงกระบวนการผลิตของเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้น เป็นการยกระดับมาตรฐานผลผลิตส้มสะเนียนสู่ตลาดสุขภาพระดับประเทศ ณ กลุ่มแปลงใหญ่ส้มเขียวหวานที่สูงตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ยกเครื่องระบบสุขภาพปฐมภูมิ “Korat Model”“นายกหน่อย” หัวเรือใหญ่ ตั้งโต๊ะ!! Brainstormเปิดเวที ถกทิศทางออกแบบงานด้านสาธารณสุขอย่างมีส่วนร่วม

    อบจ.โคราช – หน่วยงานสาธารณสุข ร่วมเวทีถกทิศทางเดินหน้าระบบสุขภาพปฐมภูมิ ด้าน “นายกหน่อย – ยลดาฯ” นั่งหัวโต๊ะ เปิดประเด็นการมีส่วนร่วมแบบ “บัดดี้” ยก สสจ.โคราช เป็นพี่เลี้ยง พร้อม โรงพยาบาลอำเภอ ร่วมออกแบบงานด้านสาธารณสุข เพื่อขับเคลื่อนระบบสุขภาพปฐมภูมิ “Korat Model” ที่จะส่งผลให้ประชาชนคนโคราชมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ย้ำ!! อบจ. จะช่วยสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะตรงนี้ถือเป็นงานใหม่ที่ท้าทาย!!

    เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่ โรงแรมเดอะริช นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา, นพ.วิชาญ คิดเห็น นพ.สสจ.นครราชสีมา นายวีระชาติ ทุ่งไผ่แหลม รองนายก อบจ. นายวุฒิชัย วงค์ปัญโญ ปลัด อบจ. และ นพ.สุผล ตติยนันทพร ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข พร้อมด้วย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจำอำเภอ(รพช.) 32 แห่ง, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และ หน่วยงานสาธารณสุข ใน จ.นครราชสีมา ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ “Korat Model”

    เพื่อหารือการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนามาตรฐานบริการ การจัดบริการระบบสุขภาพ การจัดการทรัพยากรในระบบสุขภาพ ระดมแนวคิดออกแบบงานด้านสาธารณสุขอย่างมีส่วนร่วม โดยเฉพาะด้านงานโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) งานสุขภาพช่องปาก รวมถึงการพัฒนาและแลกเปลี่ยนระบบข้อมูลสารสนเทศด้านสาธารณสุข นำมาสู่การจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนในระดับจังหวัดและคณะกรรมการขับเคลื่อนในระดับอำเภอ เพื่อเกิดการขับเคลื่อนงานร่วมกันอย่างยั่งยืน

    ซึ่งกว่า 3 ปี ที่ อบจ.นครราชสีมา ได้มีการถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) จำนวน 182 แห่ง และต้องดูแลงานด้านสาธารณสุข พัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ ตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้สูงอายุ ในภาพรวมของจังหวัดทั้งหมด โดยที่ทุกภาคส่วนต้องดูแลและรับผิดชอบร่วมกัน ทำให้เกิด Model ความร่วมมือ ที่จะส่งผลให้ประชาชนคนโคราชมีสุขภาพกายและใจแข็งแรง ห่างไกลภาวะซึมเศร้าและโรคจิตเวช อบจ. จะช่วยสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะตรงนี้ถือเป็นงานใหม่ที่ท้าทาย แต่เพื่อประชาชน เราจะตกผลึกและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สิ่งสำคัญคือการร่วมมือกัน อบจ. เป็นท้องถิ่น สิ่งไหนที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เราก็พร้อมที่จะแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานให้เป็นไปในทิศทางที่ดี ภายใต้การทำงานเป็นทีม เราจะนำเสียงสะท้อนของประชาชนมาขับเคลื่อนการทำงาน โดยเฉพาะการส่งเสริมสุขภาพที่ต้องทำร่วมกัน การป้องกันโรค การรักษาระดับปฐมภูมิ การฟื้นฟู และ End-of-Life Care

    นอกจากนี้ อบจ.นครราชสีมา ร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 9 นครราชสีมา และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ สุขใจใกล้บ้าน ปัจจุบันมีทั้งหมด 44 แห่ง มีการทำงานเติมเต็มระบบฟื้นฟูสุขภาพประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการดูแลด้วยมาตรฐาน การจัดบริการดูแลในเขตบริการของ รพ.สต. ในสังกัด อบจ. การฟื้นฟูชุมชน นอกจากนี้ อบจ. ยังมีนโยบายที่จะจัดส่งรถโมบายเคลื่อนที่ให้บริการด้านสาธารณสุขในชุมชน ประชาชนได้เข้าถึงการบริการของรัฐ ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และลดความแออัดในโรงพยาบาล ภายใต้การดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขแบบบูรณาการ เพราะ “สุขภาพคนโคราชต้องดีไปด้วยกัน”

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองพ่อเมืองสุโขทัย นายอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย แถลงข่าวเชิญชวนมาเที่ยวงาน “ย้อนอดีตศรีสัชนาลัย นุ่งผ้าไทย ใส่เงิน ทอง ลายโบราณ สืบสานวัฒนธรรม อันล้ำค่า “ประจำปี พ.ศ.2568

    เมื่อเวลา 08.30น.ของวันที่2ธ.ค.2568ณ.หอประชุม อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย นาย สมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้มาเป็นประธานจัดการแถลงข่าวการจัดงาน “ย้อนอดีตศรีสัชนาลัย นุ่งผ้าไทย ใส่เงิน ทอง ลายโบราณ สืบสานวัฒนธรรม อันล้ำค่า”ประจำปี พ.ศ.2568 ระหว่างวันที่ 6-10 ธันวาคม2568 ณ.อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ทั้งนี้ นาย เอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์นายอำเภอ ศรีสัชนาลัยได้กล่าวถึง

    วัตถุประสงค์อดีตความเป็นมาของงานพร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดพร้อมชาวต่างชาติด้วย อนึ่งงานแถลงข่าวนี้ได้มี หัวหน้าส่วน การท่องเที่ยวจังหวัดวัฒนธรรมจังหวัด นายกเทศมนตรี อพท.พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ ท้องถิ่นและท้องที่ นายกเทศมนตรี กำนัน ผู้ใหญ่บ้านโดยทั้งนี้ได้มีสื่อสารมวลชนจากหลายสำนักเข้าร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย. อนึ่งภายในงานนี้ทางอำเภอ

    ได้จัดกิจกรรมอย่างมากมายอาทิ.การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน ผลิตภัณฑ์OTOP ผ้าไทยพื้นเมือง เงิน ทองลายโบราณ ตลาดโบราณอาหารพื้นบ้าน ใครใคร่ค้า ค้า การจำลองวิถีชีวิต “หมู่บ้านวิถีไทย” การแสดงวัฒนธรรมชนเผ่าผ้าพื้นเมือง การแสดงประกอบ แสง สี เสียง(Light and Sound) เล่าเมืองศรีสัชนาลัย ณ.บริเวณวัดช้างล้อม การถวายคำอาลัยและจุดตะคัน

    เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ.บริเวณวัดช้างล้อม ทั้งนี้.มีพิธีเปิดงานที่จัดอย่างอลังกาลในวันที่6ธค.2568โดยมีการจัดกิจกรรมตั้งแต่เวลา07.00น.โดยมีพิธีตักบาตรยามรุ่งอรุณณ.บริเวณบันไดทางขึ้นวัดเขาพนมเพลิงเป็นต้น.
    กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทลายแก๊งลักรถข้ามชาติ! ปูพรมจับ 8 ผู้ต้องหา ยึดรถจักรยานยนต์ 20 คัน เตรียมขนขายประเทศเพื่อนบ้าน

    ตำรวจสมุทรปราการเปิดยุทธการกวาดล้างขบวนการโจรกรรมรถจักรยานยนต์รายใหญ่ ตระเวนลักรถหลายพื้นที่ก่อนรวบรวมส่งขายชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ได้ค่าหัวคันละ 20,000 บาท ยึดรถคืนได้ 20 คัน ผู้เสียหายบางรายถึงขั้นต้องกู้เงินออกรถใหม่ใช้ทั้งน้ำตา ขอบคุณตำรวจที่ติดตามคืนมาให้

    วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ภายใต้นโยบายกวาดล้างอาชญากรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พลตำรวจตรี ภูมินทร์ สิงหสุต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมกำลังตำรวจจากทุกโรงพักในพื้นที่ เปิดยุทธการไล่ล่าขบวนการโจรกรรมรถจักรยานยนต์รายสำคัญ หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี ก่อนแกะรอยขยายผลนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหารวม 8 ราย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเยาวชนถึง 3 ราย พร้อมยึดของกลางรถจักรยานยนต์รวม 20 คัน และรถตู้ที่ใช้ลำเลียงอีก 1 คัน

    เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เวลา 20.00 น. ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีหญิงไทยนำรถจักรยานยนต์จำนวน 8 คันมาฝากจอดในบ้านเลขที่ 170 หมู่ 8 ซอยมังกร–นาคดี 6 ถนนเทพารักษ์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จากนั้นไม่นานมีรถกระบะตู้ทึบเข้ามารับรถทั้งหมด แต่รถยังไม่มีป้ายทะเบียนและมีลักษณะผิดสังเกต เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและตรวจยึดรถทั้ง 8 คันไว้

    ต่อมาตรวจสอบพบว่ารถจำนวนดังกล่าวถูกโจรกรรมมาจากพื้นที่ สภ.บางเสาธง 3 คัน สภ.บางพลี 2 คัน สภ.บางปู 2 คัน และอีก 1 คันอยู่ระหว่างตรวจสอบ กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการจึงลงพื้นที่สืบสวนต่อเนื่อง จนทราบตัวผู้ต้องสงสัยและขอศาลออกหมายจับได้ 1 ราย

    การสืบสวนยังนำไปสู่การพบจุดพักรถโจรกรรมภายในหอพักสุทิน แมนชั่น ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี ก่อนวางแผนเข้าปิดล้อมจับกุม สามารถรวบผู้ต้องหา 4 รายแรก ได้รถของกลางเพิ่มอีก 4 คัน จาก สภ.บางพลี และ สภ.คลองด่านเมื่อขยายผลต่อ พบโครงข่ายลักรถส่งขายให้ นายหน้า ฝั่งชายแดน โดยได้ค่าจ้างคันละราว 20,000 บาท ตำรวจจึงเปิดปฏิบัติการอีกระลอก ไล่จับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 3 ราย พร้อมยึดรถเพิ่มอีก 8 คัน รวมรถจักรยานยนต์ที่ยึดได้ทั้งหมด 20 คัน และรถตู้สีเทาทะเบียน นข 4216 กรุงเทพมหานคร ซึ่งใช้สำหรับลำเลียงรถที่โจรกรรม

    ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การซัดทอดไปยังหญิงไทยวัยกลางคน ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้ชายแดน เป็นผู้ว่าจ้างและเป็นนายหน้ารับซื้อรถเพื่อนำไปขายต่อ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยผู้ต้องหาที่จับกุมได้ประกอบด้วย น.ส.สมพิศ เจริญทัศน์ อายุ 44 ปี (ผู้ต้องหาตามหมายจับ) / นายอำพล ศรีประสงค์ อายุ 33 ปี / เยาวชนชาย อายุ 13 ปี / เยาวชนชาย อายุ 16 ปี / เยาวชนชาย อายุ 16 ปี / นายเชิดชัย ศรีเชษฐา อายุ 35 ปี / นายณัฐวุฒิ แสนภูวา อายุ 34 ปี / และ นายณัฐพงษ์(หรือบอย) ทองพั้ว อายุ 29 ปี

    นายวรภพ อายุ 43 ปี เดินทางมาดูรถที่ตำรวจตรวจยึดไว้ หลังได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ เปิดเผยว่า หลายวันก่อนรถตนหายที่ซอยวิทยุการบิน ตนแจ้งความไว้แล้ว วันนี้ตำรวจโทรมาบอกให้มาดูรถ พอเห็นก็รู้เลยว่าใช่รถตน ตนอยากเห็นหน้าคนร้าย เพราะทำให้เดือดร้อนมาก ต้องไปกู้เงินมาออกรถใหม่ไว้ขี่ทำงานไรเดอร์ ผ่อนทั้งเก่า ทั้งใหม่จนเป็นหนี้เป็นสิน ต้องขอบคุณตำรวจที่ช่วยติดตามรถคืนมาให้

    พ.ต.อ.ประภาส มั่งคั่ง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ระบุถึงพฤติการณ์ของขบวนการนี้ว่า จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มคนร้ายตระเวนลักรถจักรยานยนต์ตามพื้นที่ต่าง ๆ ของสมุทรปราการ แล้วนำไปรวมไว้ที่จุดหนึ่งประมาณ 8–10 คัน ก่อนสับเปลี่ยนหมุนเวียนสำหรับการขนส่ง จากนั้นจะลำเลียงด้วยรถตู้ขึ้นภาคอีสานเพื่อนำออกขายต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทำเช่นนี้เป็นประจำ เดือนหนึ่งหลายคัน การปฏิบัติการครั้งนี้มีผู้ต้องหา 8–10 ราย พบของกลางรวม 20 คัน และจะเดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่ายที่เหลือต่อไป

    ทั้งนี้ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการฝากเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง เพราะคนร้ายใช้เวลาลงมือไม่ถึง 5 นาที พร้อมแนะนำไม่เก็บสำเนาทะเบียนรถไว้ใต้เบาะเพื่อป้องกันการนำไปใช้ประกอบการขายต่ออย่างผิดกฎหมาย หากพบเบาะแสลักรถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เทศบาลชุมแพ จัดแถลงข่าวการแข่งขันกีฬาฟุตบอล”ชุมแพคัพ”ครั้งที่ 33 ชิงถ้วยพระราชทานฯ 9-29 ธค. 2568

    วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 09.45 น. นายเสกสิทธิ์ สัธนะกุล นายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองชุมแพ เป็นประธานพิธีจัดแถลงข่าวการแข่งขันกีฬาฟุตบอลประจำปี ชิงถ้วยพระราชทานพร้อมเงินรางวัล ” ชุมแพคัพ,” ครั้งที่ 33

    การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทอายุไม่เกิน 12 ปีและประเภทประชาชนทั่วไป การแข่งขันเริ่มขึ้นระหว่าง 9-29 ธันวาคม 2568 ณ.สนามโรงเรียนเทศบาล 1(สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอุปถัมภ์)มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการกีฬา เพื่อให้เด็ก เยาวชนและประชาชน

    ได้ออกกำลังกายโดยใช้กีฬาเป็นสื่อการกีฬาทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์เป็นการส่งเสริมพัฒนาการกีฬาและเศรษฐกิจให้เจริญยั่งยืน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขันจึงมีการจับฉลากแบ่งสาย

    โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าวเป็นสักขีพยาน พ.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ศิริแก้ว สวป.สภ.ชุมแพ นางสาวรติมา สิริวรพิทักษ์ รองนายกฯ นายราชันย์ ดาวังปา ประธานกรรมการตัดสิน นายอาทิตย์ ถนอมทุน รองนายกฯ ฝ่ายบริหาร สมาชิกสภาเทศบาลเมืองชุมแพ หัวหน้าส่วนราชการและคณะสื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยาน เสร็จภาระกิจจึงได้ปิดการแถลงข่าว

    ภาพ/ข่าว กบชุมแพ

    สื่อรัฐทีวีสื่อรัฐนิวส์ / รวมน้ำใจซับน้ำตาชาวใต้ ปภ.จังหวัด และปกครองอำเภอ- จังหวัด ทั้ง 22 อำเภอ คุณแม่โฆษกรัฐบาล นำชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติ ร่วมมอบเงินสด

    วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่ ศาลากลางถนนเทพา อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นาย อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และ ปภ.จังหวัด ได้มารับมอบสิ่งของ “รวมน้ำใจซับน้ำตาชาวใต้” ซึ่งวันนี้ ได้มี ชมรมแม่ดีเด่นจังหวัดศรีสะเกษ นำโดย นางสกุลทิพย์ อังคสกุลเกียรติ คุณแม่ของโฆษกรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ นำเงินสดมาร่วมบริจาคจำนวนหนึ่ง พร้อมกับประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ

    ได้นำข้าวของเครื่องใช้ ที่จำเป็น ข้าวสาร อาหารแห้ง พริก – หอม – กระเทียม ยารักาโรค แป้งนาคา ผ้าอนามัย น้ำดื่ม เงินสด อื่นๆ ตามจิตศรัทธา เพื่อนำส่งมอบไปให้พี่น้องชาวใต้ โดยเฉพาะชาวหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่กำลังประสบอุทกภัยใหญ่ที่สุด ที่จะเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย สร้างความเสียหาย กับการสูญเสีย ของพี่น้องชาวใต้เป็นอันมาก แม้วันนี้น้ำจะลดลง แต่การฟื้นฟูก็ยังมีความต้องน้ำใจจากพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้ จังหวัดศรีสะเกษเอง โดยป้องกันบรรเทาสาธารรภัยจังหวัดศรีสะเกษ ได้ลำเลียงสิ่งของเครื่องใช้ ที่นำเป็น ส่งผ่านเครื่องบิน ซี300 ที่สนามบินอุบล ส่งตรงลงใต้มาแล้ว แต่ก็ยังมีความช่วยเหลือจากคนศรีสะเกษ ได้นำสิ่งของมามอบผ่าน ปภ.ศรีสะเกษ ตลอด วันนี้จึงได้ทำการรวบรวมอีกรอบ เพื่อนำส่งไปขึ้นเครื่องบิน ที่สนามบิน กองบิน21 จังหัดอุบล ส่งตรงลงใต้ ส่วนเงินสดก็ได้โอนเข้าบัญชี ที่รับบริจาคที่ภาคใต้โดยตรง เพื่อนำไปจัดสรรแบ่งไปตามหมู่บ้าน ชุมชน กระจายไปตามครอบครัว ตามระบบ เพื่อให้ถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดของไทย ในครั้งนี้

    โดย อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า อันดับแรกต้องขอเป็นกำลังใจให้กับชาวหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ชาวภาคใต้ ที่พบเจอกับมหาอุทกภัย เชื่อว่าเป็นภัยที่ใหญ่สุดในรอบหลายสิบปี ที่เกิดเหตุขนาดนี้ ก็เนื่องจากน้ำฝนที่ตกมาก ตกหนักในระยะสั้นๆ ต่อเนื่อง และจากเหตุการณ์นี้ ตนเชื่อว่าพวกเราชาวจังหวัดศรีสะเกษ รวมทั้งคนไทยทุกคนก็คงไม่อยากให้เกิดขึ้น ซึ่ง ท่านนายก อนุทิน บอกว่า ทุกข์ของชาวบ้าน ก็คือ ทุกข์ของเราชาวข้าราชการทุกคน ซึ่งในขณะนี้อุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ กำลังเข้าสู่การฟื้นฟู และท่านนายก อนุทิน ก็ได้เร่งในการเยียวยา ซึ่งในส่วนของจังหวัดศรีสะเกษ สิ่งของต่างๆ ที่มารวบรวมกันในวันนี้ ส่วนหนึ่งได้รับการบริจาคมาจากส่วนราชการต่างๆ ข้าราชการในจังหวัด ในอำเภอ และภาคเอกชน พร้อมวันนี้ยังได้รับการบริจาคเงินสด จากชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติ มาร่วมบริจาค เพื่อส่งความห่วงใยไปสู่พี่น้องชาวหาดใหญ่ ชาวใต้ เพื่อเข้าสู่กระบวนการเยียวยา การฟื้นฟู พี่น้องชาวหาดใหญ่ ชาวใต้ ต่อไป.

    ขณะเดียวกันที่ ปกครองอำเภอ ทั้ง 22 อำเภอ ก็ได้เปิดรับสิ่งของ เครื่องใช้ ในการรวมน้ำใจเพื่อซับน้ำตาชาวใต้ เหมือนกันกับที่อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ นาย พศิน ทาศิริ นายอำเภออุทุมพรพิสัย และ นายสมพงษ์ จิริวิภากร นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลกำแพง เป็นหัวเรือใหญ่ในการเปิดรับสิ่งของเครื่องใช้ และที่ชาวบ้าน นำมามอบให้มากที่สุดก็เห็นจะเป็น ข้าวสาร เพราะชาวอีสาน ทำนา ปลูกข้าว จึงได้นำข้าวสารมามอบให้มากที่สุด ขณะนี้มีมากกว่า 10 ตันแล้ว ซึ่งจะได้ลำเลียงโดยรถยนต์ขนส่ง รถบรรทุกใหญ่ ส่งไปในวันพรุ่งนี้ก่อน พร้อมกับข้าวของอื่นๆ ที่ได้รับบริจาคมา ซึ่งตอนนี้เชื่อน่าจะเต็มรถบรรทุก 10 ล้อแล้ว มากกว่า 5 คัน เฉพาะในอำเภออุทุมพรพิสัย ตอนนี้ วันนี้
    ///////////////////////
    ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /นายก อบจ. ลงพื้นที่ ตรวจสอบถนนที่ชำรุด เป็นหลุมเป็นบ่อลึกส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมขัง

    วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เวลา 10.30 น. นายสุนทร ปานแสงทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นายพิษณุวัส คำงาม เลขานุการนายก อบจ.สมุทรปราการ นายสิทธิชัย เกษรสิทธิ์ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ

    นางสาวจันทร์เพ็ญ สมาชิกสภา อบจ.สมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่ อบจ. ลงพื้นที่ ตรวจสอบถนน สป.3075 หมู่ 19 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ชำรุด พื้นผิวถนนเป็นหลุมเป็นบ่อลึก ท่อระบายน้ำอุดตัน ส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมขัง เป็นระยะเวลานาน

    โดยทาง อบจ.สมุทรปราการ ได้ทำการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นโดยการนำหินคลุกมาลงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนชั่วคราว แต่เนื่องด้วยถนนเส้นนี้มีรถยนต์และรถบรรทุกขนาดใหญ่ ใช้งานตลอดเวลา ทำให้ถนนเกิดความเสียหายเพิ่มมากขึ้น จนอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ใช้รถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก สัญจรไปมาเกิดความเดือดร้อน และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุในการใช้ถนนได้


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทนายความ จ.พัทยา รวมพลัง “รวมน้ำใจ สู้มหาอุทกภัยภาคใต้ 68”/ Treee Time Cafe จัดกิจกรรมวันขอบคุณพระเจ้า ลูกค้าร่วมงานอบอุ่น

    มีรายงานว่าที่สำนักงานยศสุภาทนายความ (ตลาดจีนซากแง้ว) หมู่ 10 ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ทีมทนายความจังหวัดพัทยา ร่วมกันจัดกิจกรรมโครงการ
    “รวมน้ำใจ สู้มหาอุทกภัย ภาคใต้ 68” เพื่อรับบริจาคสิ่งของจำเป็นในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยการรับบริจาคครั้งนี้จัดขึ้นเพียง 1 วันเท่านั้น และสิ่งของทั้งหมดจะถูกรวบรวมเพื่อนำไปสมทบกับชุดช่วยเหลือของ มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน เมืองพัทยา (นาเกลือ) เพื่อส่งต่อถึงมือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็ว

    ภายในงานมีประชาชน ผู้ประกอบการ และผู้ที่เดินทางผ่านตลาดจีนซากแง้ว เข้าร่วมบริจาคสิ่งของอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม อาหารกระป๋อง ขนม นม ผ้าอนามัย ยาสามัญประจำบ้าน และของใช้จำเป็นต่าง ๆ โดยทางคณะผู้ดำเนินงานขอรับเฉพาะ สิ่งของเท่านั้น (งดรับเงินสด) เพื่อให้การจัดส่งและการคัดแยกทำได้อย่างเป็นระบบและทันการช่วยเหลือ

    คณะทำงานทนายความจังหวัดพัทยาที่ร่วมดำเนินการในครั้งนี้ประกอบด้วย นายสุขสันต์ มิสสาจันทร์ ประธานสภาทนายความจังหวัดพัทยา นายสมยศ นานาประเสริฐ รองประธานฯ นายพีระชัย ชวรัตน์โชติวงศ์ รองประธานฯ นายปรเมศ อักษรดี รองประธานฯ นายบุญมี เอกอุ่น กรรมการ นายประเวศ คำสว่าง กรรมการ นายสิทธิชัย ตีย์วัฒน์ กรรมการ นายชนะชล อ่อนสะอาด ที่ปรึกษา นายลือชัย ทีคาสุข ที่ปรึกษา

    นายสุขสันต์ คณะทำงานกล่าวว่า การรวมพลังน้ำใจของชาวพัทยาครั้งนี้ แม้จะเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เพียงหนึ่งวัน แต่ทุกสิ่งของที่ได้รับบริจาค จะถูกนำไปช่วยเหลือพี่น้องภาคใต้ที่ยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง และยังต้องการสิ่งของจำเป็นอีกจำนวนมาก การร่วมมือกับมูลนิธิสว่างบริบูรณ์จึงเป็นช่องทางที่ทำให้ความช่วยเหลือส่งต่อถึงพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

    Treee Time Cafe จัดกิจกรรมวันขอบคุณพระเจ้า ลูกค้าร่วมงานอบอุ่น น.ส.ศิรณัฐ พงษ์พิระ ผู้บริหารร้าน Treee Time Cafe ได้จัดกิจกรรมวันขอบคุณพระเจ้า โดยมีกลุ่มลูกค้าเข้าร่วมงานเพื่อพบปะพูดคุย ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

    ทั้งนี้ ทางร้านได้ให้บริการอาหารไทย อาหารนานาชาติ และเครื่องดื่ม ทั้งบริเวณชั้น 1 และบริเวณชั้นดาดฟ้าของร้าน เพื่อเพิ่มอรรถรสให้การเข้ารับบริการ ด้วยดีเจมากความสามารถคอยเปิดแผ่นเล่นเพลง

    วันขอบคุณพระเจ้า หรือ Thanksgiving Day เป็นวันหยุดประจำชาติ ซึ่งจัดขึ้นในวันของเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนในสหรัฐอเมริกา แคนาดา ไลบีเรีย เซนต์ลูเซีย และไม่เป็นทางการในบางประเทศ เช่น บราซิล เยอรมัน และฟิลิปปินส์

    โดยเริ่มต้นมาจากวันขอบคุณพระเจ้าหลังสิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว แม้ว่าวันขอบคุณพระเจ้าจะมีรากฐานประวัติศาสตร์จากประเพณีทางศาสนาและวัฒนธรรม แต่ก็ได้รับการเฉลิมฉลองในฐานะวันหยุดมาอย่างยาวนานเช่นกัน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คึกคัก !! วันรับสมัครศึกชิงนายก อบต.คลองด่าน ลั่นวาจา “ รู้แพ้ รู้ชนะ ”ผู้สมัคร 3 คน สมาชิก13 คน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ

    คึกคัก !! วันรับสมัครศึกชิงนายก อบต.คลองด่าน ลั่นวาจา “ รู้แพ้ รู้ชนะ ” เผย มีผู้สมัครชิงนายกจำนวน 3 คน สมาชิกทีมละ 13 คน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก หลังได้เบอร์ประจำทีม ว่าที่นายกฯ จับมือกันลั่นวาจาลูกผู้ชาย จะแข่งกันด้วยความบริสุทธิ์ ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน เมื่อรู้ผลแพ้-ชนะ ต้องยอมรับและไม่ร้องเรียนกันในภายหลัง

    เมื่อเวลา 9.00 น.วันที่ 1 ธ.ค.2568 ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ได้เปิดรับสมัครผู้ที่มีความประสงค์เป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน และ สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน

    โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1-5 ธ.ค.2568 เวลา 8.30 – 16.30 น.ไม่เว้นวันหยุดราชการ เช้านี้มีผู้สนใจเดินทางเข้ามาสมัครชิงตำแหน่งนายกฯ จำนวน 3 คน แต่ละคนมาพร้อมทีมงานและกองเชียร์ก่อนเวลาเปิดรับสมัคร ดังนั้นคณะกรรมการ จึงต้องใช้วิธีให้จับเลือกเบอร์โดยเปิดเผย ปรากฏว่า นายอำนาจ หล่อนิล (ทีมพัฒนาคลองด่านยั่งยืน)

    ผู้สมัครนายกฯ ได้เบอร์ 1 , นายสัมฤทธิ์ จันทร (ทีมเรารักคลองด่าน) ได้เบอร์ 2 และ นายณัฐนันท์ จิระนนท์เสถียร (ทีมพลังชุมชน)ได้เบอร์ 3 สำหรับเป็นเบอร์ประจำตัวของนายกฯและสมาชิกในการใช้หาเสียงกับประชาชน หลังจากที่ดำเนินการเรื่องเอกสารเสร็จแล้ว ทั้ง 3 ทีม

    ได้ลงมาหากองเชียร์รับดอกไม้ คล้องพวงมาลัยและถ่ายรูปกันอย่างคึกครื้นโดยจุดสำคัญนั้น ผู้สมัครขิงตำแหน่งนายกฯ ได้เข้ามาพูดคุยจับมือกัน พร้อมให้คำมั่นสัญญา จะแข่งขันกันอย่างโปร่งใส ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจเลือก หลังรู้ผลแพ้-ชนะในวัน

    ที่ 11 ม.ค.2569 แล้ว ว่าใครได้เป็นนายกฯ จะไม่แกล้งหรือร้องเรียนกันในภายหลัง ซึ่งก็ทำให้บรรยากาศของการเริ่มต้นแข่งขันชิงผู้ที่จะเข้ามาเป็นผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน เต็มเปี่ยมไปด้วยความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา “ รู้แพ้ รู้ชนะ ”


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    AOT สร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม สนามบินทุกแห่งประเมินและจัดการก๊าซเรือนกระจกครบวงจร
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) เดินหน้ารักษามาตรฐานความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) และท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.) ได้รับการรับรองตามโปรแกรม Airport Carbon Accreditation (ACA) ของ Airports Council International (ACI) ในระดับที่ 3 Optimisation ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) ได้รับการรับรองในระดับที่ 2 Reduction นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่าการที่ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT

    เข้าร่วมโปรแกรม ACA สะท้อนถึงเจตนารมณ์ในการรับผิดชอบต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยการประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกในรูปคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO₂e) ที่ปล่อยจากกิจกรรมภายในขอบเขตการปฏิบัติการของท่าอากาศยานตามแนวทาง Airport Carbon Accreditation Guidance Document ซึ่งผลการประเมินนี้ช่วยให้ท่าอากาศยานสามารถวางแนวทางบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ โปรแกรม ACA มีทั้งหมด 5 ระดับ โดยระดับที่สูงขึ้นสะท้อนถึงความเข้มข้นในการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกของท่าอากาศยาน โดย AOT ได้ตั้งเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างชัดเจน โดย ทสภ. ทดม. ทชม และ ทภก.ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกิจกรรมที่อยู่ภายใต้การควบคุมของท่าอากาศยานต่อผู้โดยสาร ร้อยละ 10 ภายในปี 2571 เมื่อเทียบกับปี 2566 ขณะที่ ทชร. และ ทหญ. ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยรายได้ ร้อยละ 7 ภายในปีเดียวกัน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

    นางสาวปวีณา กล่าวว่า การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกถือเป็นหนึ่งในแนวปฏิบัติทางธุรกิจมาตรฐาน (Standard Business Practice) ที่องค์กรชั้นนำทั่วโลกให้ความสำคัญ เพราะเป็นตัวชี้วัดความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม นักลงทุนจึงให้ความสนใจข้อมูลดังกล่าวเพื่อตัดสินใจลงทุนอย่างรอบคอบ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจส่งผลต่อความยั่งยืนของธุรกิจ ด้วยความมุ่งมั่นนี้ AOT จึงพัฒนาการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ท่าอากาศยานทุกแห่งที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบเป็นต้นแบบด้านความยั่งยืน ลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนและผู้โดยสารอย่างยั่งยืนต่อไป


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายก.หน่อย อบจ.โคราช ผนึกกำลังเจ้าหน้าที่ มอบถุงน้ำใจ 500 ชุด ช่วยผู้ประสบอุทกภัยพัทลุง

    เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ที่สำนักงานช่าง ตำบลมะเริง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เดินหน้าส่งต่อพลังน้ำใจสู่พี่น้องชาวภาคใต้ที่กำลังประสบอุทกภัยรุนแรง

    โดย ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล (นายกหน่อย) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ อบจ.นครราชสีมา ร่วมจัดเตรียมและมอบ “ถุงน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดพัทลุง” จำนวน 500 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแก่ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

    ภายในถุงยังชีพประกอบด้วยอาหารแห้ง สิ่งของจำเป็น น้ำดื่ม และอุปกรณ์ดูแลสุขภาพพื้นฐาน โดยทีมงาน อบจ.โคราช ได้เร่งบรรจุและส่งมอบสิ่งของอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ถึงมือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

    นางยลดา เปิดเผยว่า การช่วยเหลือครั้งนี้เป็นความตั้งใจของ อบจ.นครราชสีมา และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ที่ต้องการส่งกำลังใจไปยังพี่น้องชาวใต้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก พร้อมย้ำว่าทางจังหวัดโคราชจะยังคงติดตามสถานการณ์และพร้อมสนับสนุนเพิ่มเติมหากมีความจำเป็น

    การส่งมอบถุงน้ำใจครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของท้องถิ่นเมืองย่าโม ในการยืนเคียงข้างพี่น้องคนไทยทั่วประเทศเมื่อเกิดวิกฤต พร้อมเดินหน้าสานต่อภารกิจช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง.

    กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กรมทรัพยากรน้ำ1 ลงพื้นที่ ดูโครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำฯ สนับสนุนน้ำต้นทุนระบบประปาตำบลบุญนาคพัฒนา จ.ลำปาง

    กรมทรัพยากรน้ำ #โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1ลงพื้นที่ตรวจราชการ “โครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำฯ สนับสนุนน้ำต้นทุนระบบประปาตำบลบุญนาคพัฒนา จ.ลำปาง” (กำชับติดป้ายสัญลักษณ์เพื่อแจ้งการเตือนภัย และการดูแลรักษาความสะอาด)

    วันนี้ (28 พฤศจิกายน 2568) #นางสาวสุพัดสอน #สีมืด #ผุ้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์สนับสนุนน้ำต้นทุนระบบประปาตำบลบุญนาคพัฒนา หมู่ที่ 5 หมู่บ้าน นิคมเขต 15 ตำบลบุญนาคพัฒนา อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง งบประมาณ พ.ศ.2568 (งบกลาง)

    โดยมีช่างควบคุมงาน ลงพื้นที่ติดตามและรายงานผลการดำเนินงานให้ทราบ ซึ่งโครงการดังกล่าว ปัจจุบันมีผลการดำเนินงาน 20% หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถสูบน้ำ กระจายน้ำได้ 900 ลบม./วัน ประชาชนในพื้นทีได้รับประโยชน์กว่า 20 ไร่ 2,000 ครัวเรือน

    ทั้งนี้ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 ได้มีการกำชับให้ช่างควบคุมงาน และผู้รับจ้าง ให้ติดป้ายสัญลักษณ์เพื่อแจ้งการเตือนให้ประชาชนทราบ ตลอดจนให้มีการติดไฟกระพริบหรือติดไฟให้สว่าง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนที่สัญจรผ่าน นอกจากนี้

    ให้ปฏิบัติงานด้วยความรอบครอบ โดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ เช่น การรักษาความสะอาดบนพื้นผิวถนน และการไม่สร้างสิ่งกีดขวางต่างๆ ให้กับประชาชน///

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปลัดกระทรวงคมนาคม พิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ – บอลิคำไซ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 25 ธันวาคม 2568

    ที่ ด่านตรวจพรมแดนบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อม พิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ – บอลิคำไซ ที่จะเกิดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม 2568 ร่วมกับอธิบดีกรมทางหลวง

    และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ปลัดจังหวัดบึงกาฬ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ – บอลิคำไซ ก่อสร้างสมบูรณ์แล้ว 100 % ทั้ง 2 ฝั่งโขง ซึ่งปลัดกระทรวงคมนาคม เน้นย้ำในเรื่องความพร้อมของพิธีเปิดงาน ไฟส่องสว่าง และจุดให้บริการประชาชนที่มาร่วมในพิธีเปิด

    สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 บึงกาฬ-บอลิคำไซ มีจุดก่อสร้างฝั่งไทยตั้งอยู่ที่บ้านดอนยม หมู่ที่ 5 ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ และฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตั้งอยู่ที่บ้านกล้วย แขวงบอลิคำไซ มูลค่าการลงทุน 3,930,000,000 บาท

    โดยแยกเป็นฝั่งประเทศไทยวงเงิน 2,630,000,000 บาท และฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว วงเงิน 1,300,000,000 บาท โดยหากเปิดใช้งาน จะสามารถเชื่อมโยงการค้าการลงทุนการท่องเที่ยวและการคมนาคมขนส่งโลจิสติกส์ ระหว่างราชอาณาจักรไทย กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้เป็นอย่างด
    ภาพ/ข่าว ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เสื้อแดงศรีสะเกษ รวมพลจัดกิจกรรม “คนติดไม่ท้อ คนรอไม่ทิ้ง” กินข่าวร่วมกับท่านทักษิณ พร้อมแขวะรัฐบาล บริการจัดการน้ำล่มเหลว ทำหาดใหญ่จมบาดาล

    ***เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ที่ชมดาวรีสอร์ท ปาร์ทหมอสมคิด คลินิกเวชกรรมหมดสมคิด ตำบลห้วยทับทัน อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ กลุ่มเสื้อแดงศรีสะเกษ พร้อม กลุ่มเดอะเรด fc เพื่อไทย และกลุ่มมวลชนผู้มีใจรักในนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กว่า 300 คน ร่วมทำกิจกรรม คนเสื้อแดงศรีสะเกษ ส่งกำลังใจให้ท่านทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำคลองเปรม “คนติดไม่ท้อ คนรอไม่ทิ้ง” ยิ่งแกล้ง เรายิ่งรอวันที่ท่านกลับมา โดยกิจกรรมมีแกนนำเสื้อศรีสะเกษ และส่วนกลาง ผลัดกันขึ้นปราศรัยให้มวลชนได้รับฟังถึงกิจกรรม และโจมตีรัฐบาล กิจกรรมรอบวงกินข้าวกับท่านทักษัณ กิจกรรมเขียนสมุดแดงส่งกำลังให้ท่านทักษิณ ซึ่งสมุดเล่มนี้จะนำไปให้ท่านทักษิณ ได้ดูและรับทราบว่าคนเสื้อแดงยังรัก และยังรอท่านทักษิณ กลับอยู่เสมอ

    ***นางอัญชลี เทพวงษา หรือ แอ๊ว ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า กิจกรรมวันนี้เป็นกิจกรรมที่กลุ่มคนเสื้อแดงจัดขึ้นในหัวข้อว่า คนติดไม่ท้อ คนรอไม่ทิ้ง ซึ่งคนติดก็หมายถึงท่านนายกทักษิณ ชินวัตร โดยพวกเราชาวพี่น้องเสื้อแดงจังหวัดศรีสะเกษ รวมใจรวมพลังพลังกันมาวันนี้เพื่อที่จะรำลึก ให้กำลังใจ ท่านนายกทักษิณ ซึ่งพวกเราเสื้อแดง คิดถึงท่าน เป็นห่วงท่าน ขอให้ท่านรักษาสุขภาพ แล้วก็พวกเราก็จะรอที่ให้ท่านกลับมาช่วยบ้านช่วยเมืองเรา ช่วยพี่น้องตาดำ ๆ ได้ลืมตาอ้าปากได้ พวกเราก็รักและคิดถึงท่านเสมอ

    ***ขณะที่ นายอัฐฐเสฏฐ จุลเสฏฐพานิช ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีและพูดถึงภัยพิบัติที่หาดใหญ่ว่า ทุกคนคงรู้ว่าทุกวันนี้การบริหารจัดการภัยพิบัติทุกวันนี้มันล่าช้าขนาดไหน มันไม่มีระเบียน ไม่มีแบบแผ่น ถ้าย้อนกลับไปภัยพิบัติเมื่อปี 44 ท่านทักษิณ จะมีการสั่งการ รมว. ทุกคนนั่งประจำสั่งการทุกจังหวัด เป็นผู้บัญชาการทุกจังหวัด ตรงไหนเข้ามาได้ก็สั่งให้เอาฮอลิคอปเตอร์เข้าไปช่วย ทุกภาคส่วนสั่งได้หมด เพราะจุดมุ่งหมายเดียวคือการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ดังนั้นที่เรามาร่วมตัวกันวันนี้ ที่เราลงชื่อเขียนให้กำลังใจท่านทักษิณ ในวันนี้ จะส่งไปถึงท่านทักษิณในเรือนจำ เพื่อให้ท่านได้เห็นถึงความห่วงใยของพวงเราชาวเสื่อแดง ถึงแม้จะอยู่ข้างนอกแต่หัวใจพวกเราก็ยังผูกพันกับท่านทักษิณ ชินวัตร ตลอดไป

    ***ด้าน นายศรรัก มาลัยทอง แกนนำเสื้อแดงปทุมธานี พูดบนเวทีปราศรัย ว่า ท่านทักษิณ ถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนเดียวที่ทำคุณประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนมากมาย และมากที่สุด การติดคุกของท่านทักษิณ ในครั้งสนี้ ถือว่าท่านเสียสละเพื่อประชาน เพราะกลับมาประเทศไทย ท่านไม่ต้องมายุ่งกับการเมืองก็ได้ อยู่อย่างสุขสบาย แต่ท่านเป็นห่วงพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะประชาชนคนเสื้อแดงท่านจะห่วงมาก พอท่านกลับมาประเทศไม่ถึงปีก็มาเจอปัญหาแบบนี้ และก็พยายามกลั่นแกล้งท่านไม่ให้ออกจากเรือนจำ มีเพียงพี่น้องเท่านั้นที่จะช่วยกันตระโกนเอาความยุติธรรมคืนให้นายกทักษิณ และให้นายกทักษิณมาดูแลพี่น้องประชาชนทั่งประเทศอีกครั้งผ่านการเลือกตั้ง ศรีสะเกษ มีกี่เขตเลือกเพื่อไทยให้หมดทุกเขต เดียวตนจะทำปทุมธานี โมเดลให้ดู จะให้ปทุมธานี ทั้ง 8 เขต เป็นของพรรคเพื่อไทยทั้งหมด

    ***นายศรรัก มาลัยทอง แกนนำเสื้อแดงปทุมธานี พูดบนเวทีปราศรัยอีกว่า วันนี้น้ำท่วม หาดใหญ่ จากที่ตนลงพื้นที่คิดว่าหน้าจะมีคนตายมากว่า 500 คน แน่นอน แต่นายกอนุทิน บอกว่าไม่ถึง 100 ราย และการบริการจัดการบูรณาการก็ทำให้พี่น้องเราผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง ถือเทียบกับยุคสมัยภัยพิบัติ สึนามิ ที่ท่านนายกทักษิณ นั่งสั่งการบัญชาการเอง ไม่นานกลับสู่สภาพปกติ เห็นไหม นายกอนุทิน คนนี้มันมาแค่ต้องการเอาอำนาจกลั่นแกล้งท่านนายกทักษิณ ล่าสุดแข่งรถ 4 พันล้าน แต่น้ำท่วมที่หาดใหญ่งบประมาณยังไม่ออก แต่เอางบไปบูรณาการแข่งรถก่อน เขากระโดง ฮั่ว สว. ทั้งหมดทั่งปวงนี้คือการโกงกินชาติทั้งสิ้น
    ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วัดกุดสมิง ศรีสะเกษ จัดพิธี สมโภชน์ พระพุทธกรุตสมิงชัยมงคล พุทธาภิเษก เตรียมติดตั้งที่ฐานภูมะเขือ และชายแดน

    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ที่ ศาลาการเปรียญ วัดป่ากุดสมิง บ้านกุดสมิง ตำบลหนองหว้า อำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ในช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้มีพ่อขาว – แม่ขาว ได้มาร่วมสวดมนต์ข้ามคืน ร่วมปฎิบัติธรรม สมโภชน์ พระพุทธกรุตสมิงชัยมงคล ที่ เทหล่อจากปลอกลูกกระสุนปืนใหญ่ ที่ทหารไทย ยิงปะทะชายแดน ไทย – กัมพูชา ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา จนได้รับชัยชนะ สามารถขึ้นไปตียึดฐานภูมะเขือ มาได้เป็นผลสำเร็จ ก่อนที่นายทหารจะได้นำปลอกกระสุนปืนใหญ่มาถวายให้กับ พระครู สมนึก ปิยะสีโล เจ้าอาวาสวัดกุดสมิง

    ซึ่งภายหลังจากได้จัดพิธีเทหล่อ เป็นองค์ พระพุทธกรุตสมิงชัยมงคล ขนาดหน้าตักกว้าง 39 นิ้ว สูง 1.99 นิ้ว จำนวน 4 องค์ เพื่อเตรียมนำไปตั้งยังฐานทหาร ที่รักษาอธิปไตยของไทย ทั้ง 4 จังหวัด คือ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ฐานภูมะเขือ, จังหวัดสุรินทร์, จังหวัดบุรีรัมย์ และช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมมี “พระผงกรุตสมิงชัยมงคล” รุ่น “ปิตุภูมิพิทักษ์2568” ที่มีทั้งหมด 5 รูปแบบ ทั้งเป็นรูปสีธงชาติไทย, สีแดง, สีลายพรางทหารไทย, สีเขียวเข้ม และสีขาวพื้นน้ำตาล และบ่ายของวันนี้ ได้ทำพิธีพุทธาภิเษก โดยมี พันเอก สุรกิจ กาฬเนตร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่1 กองกำลังสุรนารี ร่วมเป็นประธานจุดเทียน

    โดย ในพิธีพุทธาภิเษก จัดขึ้นภายในศาลาการเปรียญ วัดป่ากุดสมิง พันเอก สุรกิจ กาฬเนตร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่1 กองกำลังสุรนารี ร่วมเป็นประธานจุดเทียน พร้อมมีเกจิอาจารย์ ที่มีชื่อเสียง ร่วมนั่งปรก ทั้ง 4 ทิศ อันได้แก่ 1.หลวงปู่ เร็ว ฉนฺโก 2.พระครู เกษม ธมฺมาณุวัตร 3.หลวงปู่ อุดมทรัพย์ สิริพุฒโต และ 4.พระครูปิย วนานุรัต หรือพระครู สมนึก ปิยะสีโล เจ้าอาวาสวัดกุดสมิง ร่วมนั่งปรกล้อมรอบ วัตถุมงคล พระพุทธกรุตสมิงชัยมงคล ขนาดหน้าตักกว้าง 39 นิ้ว สูง 1.99 นิ้ว จำนวน 4 องค์ เพื่อเตรียมนำไปตั้งยังฐานทหาร ที่รักษาอธิปไตยของไทย, “ปิตุภูมิพิทักษ์2568” ที่มีทั้งหมด 5 รูปแบบ รวมทั้งวัตถุมงคง ของญาติโยม

    ที่ขอนำมาวางร่วมในพิธีอีดเป้นจำนวนมากด้วย โดยภายหลังจากที่คณะสงฆ์ ได้สวดพิธีพุทธราภิเษก เสร็จ ประธานฝ่ายฆารวาส ประธานฝ่านสงค์ ได้ร่วมประพรมน้ำพระพุทธมนต์ โปรยข้าวตอก ดอกไม้ ให้พรแก่ญาติโยม ที่มาร่วมพิธี ก่อนที่จะเปิดโอกาสให้ญาติโยม ร่วมร่วมบูชา “ปิตุภูมิพิทักษ์2568” ที่มีทั้งหมด 5 รูปแบบ ที่เป็นการบูกชาแบบสุ่ม ว่าเมื่อเปิดกล่องออกมา จึงจะทราบารู้ได้ว่า ได้รุ่นสีอะไรไปบูชา และจากนี้ญาติโยม ที่ประสงค์อยากจะได้ไปบูชา ปกป้องคุ้มครองตนเอง เรียกทรัพย์อุดม ค้าขายร่ำรวย ก็วสามารถมาขอบูชาได้ที่วัดกุดสมิง และจะได้ทำการประสานทหาร เพื่อเตรียมนำ พระพุทธกรุตสมิงชัยมงคล ที่เทหล่อด้วยปลอกลูกกระสุนปืนใหญ่ ขนาดหน้าตักกว้าง 39 นิ้ว สูง 1.99 นิ้ว จำนวน 4 องค์ เพื่อเตรียมนำไปตั้งยังฐานทหาร ที่รักษาอธิปไตยของไทย ทั้ง 4 จังหวัด และนำพระผง 5 สี ไปมอบให้ทหารที่ฐาน ด้วย
    ///////////////////////
    ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พรรคโอกาสใหม่ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม หาดใหญ่ ทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างสามัคคี

    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 จตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ และคณะกรรมการบริหารพรรคได้ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ โดยเฉพาะเขตที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง พร้อมนำข้าวสารและอาหารแห้งจำนวน สองคันรถหกล้อ ได้ที่ฝากประสานมาจากหลากหลายภาคเพื่อแจกจ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัย

    นายจตุพรกล่าวว่า ขณะนี้ยังมีประชาชนจำนวนมากที่รอความช่วยเหลือจากภาครัฐซึ่งเข้าไม่ถึงในหลายพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำว่า ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ ทุกคนต่างเดือดร้อนและต้องการกำลังใจอย่างมาก เพื่อให้สามารถผ่านพ้นเหตุการณ์ครั้งนี้ไปได้ จึงอยากให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างสามัคคี ไม่แบ่งพรรคแบ่งฝ่าย และร่วมกันช่วยเหลือพี่น้องที่กำลังเผชิญปัญหา รวมถึงส่งกำลังใจให้ครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ด้วย

    โดยยังกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังน้ำลด สิ่งสำคัญที่สุดคือการเยียวยาประชาชนและเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็ว โดยจำเป็นต้องมีระบบบริหารจัดการที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เพื่อให้หาดใหญ่กลับมาฟื้นตัวได้อย่างทันเวลา พร้อมทั้งเสนอว่ารัฐบาลและทุกภาคส่วนควรนำเหตุการณ์ครั้งนี้มาเป็นบทเรียน เพื่อวางแผนการจัดการน้ำที่เป็นระบบมากขึ้น ป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า

    ทั้งนี้พรรคโอกาสได้ขบวนปล่อยคาราวาน เพื่อช่วยน้ำท่วมภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน และได้ส่ง กรรมการบริหารพรรค และ อาสาสมัครของพรรค เข้าร่วมช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่อุทกภัยทันทีล่วงหน้าตั้งแต่เกิดเหตุการณ์

    พรรคโอกาสใหม่/บุญยงค์ สดสอาด รายงาน

    สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง