สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารสนั่น! “ยศชนัน” แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ปราศรัยใหญ่เปิดนโยบาย “แก้หนี้-ประกันกำไรเกษตรกร” พร้อมเขย่าวงการสาธารณสุขด้วย 30 บาท

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งเป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรค

เดินทางลงพื้นที่เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ ผู้สมัคร ส.ส. มุกดาหาร เขต 1 และ น.ส.ปิยธิดา บุตรกาล ผู้สมัคร ส.ส. มุกดาหาร เขต 2 โดยมีพี่น้องประชาชนชาวมุกดาหารแห่เข้าร่วมรับฟังนโยบายจนเต็มพื้นที่สนาม

นายยศชนัน ได้กล่าวปราศรัยโดยเน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ที่จะผลักดันให้จังหวัดมุกดาหารเป็น “แหล่งเกษตรปลอดภัย ก้าวไกลการค้า พัฒนาการท่องเที่ยว”

พร้อมประกาศยกระดับคุณภาพชีวิตชาวมุกดาหารด้วยชุดนโยบายที่จับต้องได้จริง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาปากท้องที่เป็นหัวใจหลัก สำหรับนโยบายไฮไลท์ที่นำเสนอต่อชาวมุกดาหาร ประกอบด้วย:

การแก้หนี้แบบเบ็ดเสร็จ: นโยบายแก้หนี้ทั้งระบบ พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้สูงอายุในการยกเลิกหนี้ และการพักหนี้เกษตรกรนาน 3 ปี เพื่อให้ประชาชนได้ตั้งตัวใหม่รุกด้านเกษตรกรรม: ประกันกำไรสินค้าเกษตรต้องไม่ต่ำกว่า 30% พร้อมมอบ “คูปองปุ๋ย-เมล็ดพันธุ์” เพื่อลดต้นทุนการผลิต

กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก: นโยบาย “บิลลุ้นล้าน” สร้างเศรษฐีใหม่วันละ 9 คน และนโยบาย “ยิ่งกว่าพลัส” ที่รัฐช่วยจ่าย 70% ประชาชนจ่ายเพียง 30%

เพื่อลดภาระค่าครองชีพยกระดับสาธารณสุขและจุดแข็งเพื่อไทย: ต่อยอดนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค สู่ “30 บาทรักษาทุกที่” และการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการรักษา (30 บาท AI) เพื่อการเข้าถึงที่รวดเร็วขึ้น

อนาคตทางการศึกษา: สานต่อทุน ODOS (หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน) เพื่อให้ลูกหลานชาวมุกดาหารที่อยากเรียนต้องได้เรียนอย่างเท่าเทียมในช่วงท้ายของการปราศรัย นายยศชนันได้กล่าวอ้อนขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชน ให้ความไว้วางใจเลือกผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 เขต รวมถึงเลือกพรรคเพื่อไทยให้ชนะขาด

เพื่อเข้าไปเป็นรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากในสภาฯ และนำนโยบายเหล่านี้มาเปลี่ยนชีวิตชาวมุกดาหารให้ดีขึ้นทันที “วันนี้เราตั้งใจจริงที่จะทำเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นให้ได้

เหมือนที่เคยทำสำเร็จมาแล้วในอดีต ขอให้พี่น้องเชื่อใจพรรคเพื่อไทย เลือกทั้งคน ทั้งพรรค เข้าไปทำงานรับใช้พี่น้องให้กินดีอยู่ดีอย่างยั่งยืน” นายยศชนัน กล่าวท่ามกลางเสียงเชียร์ดังกึกก้อง

เพื่อไทยมุกดาหาร #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #พรรคเพื่อไทย #มุกดาหาร #เลือกตั้ง2569 #นโยบายเพื่อไทย #แก้หนี้ #เกษตรปลอดภัย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วว. ผนึกกำลัง ป.ป.ส. ยกระดับมาตรฐานพืชเศรษฐกิจและการแพทย์ ชูเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ พัฒนาสายพันธุ์ กัญชา–เห็ดขี้ควาย

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผนึกความร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เดินหน้าหารือแนวทางการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์พืชเสพติดที่มีศักยภาพทางการแพทย์ ได้แก่ กัญชา และเห็ดขี้ควาย โดยมุ่งยกระดับมาตรฐานพืชเศรษฐกิจทางการแพทย์ของประเทศ ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ โดยเฉพาะเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue Culture)

การประชุมหารือดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 20 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุม กวท. อาคาร RD1 วว. เทคโนธานี คลองห้า จังหวัดปทุมธานี โดยมี ดร.พงศธร ประภักรางกูล รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ วว. ให้การต้อนรับและเป็นประธานการประชุมร่วมกับ นายศิริสุข ยืนหาญ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมคณะทำงานจากสำนักยุทธศาสตร์ สถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด และสถาบันสำรวจและควบคุมพืชเสพติด

ทั้งนี้ วว. ยังได้มีคณะผู้บริหารและนักวิจัยร่วมประชุม ได้แก่ ดร.ฮงทัย แซ่ต้น และ ดร.ชนิญญา ชัยสุวรรณ ที่ปรึกษา วว. นายมนตรี แก้วดวง รักษาการผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ (ศนก.) นางสาวอุบล ฤกษ์อ่ำ ผู้เชี่ยวชาญวิจัย ตลอดจนนักวิจัยจาก ศนก. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

บูรณาการองค์ความรู้ พัฒนา “สายพันธุ์มาตรฐาน”การหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ บูรณาการองค์ความรู้ด้านการคัดเลือก ปรับปรุง และพัฒนาสายพันธุ์พืชเสพติดที่มีศักยภาพทางการแพทย์ เพื่อรองรับการวิจัย การแพทย์ และอุตสาหกรรมชีวภาพอย่างมีมาตรฐานและถูกต้องตามกฎหมาย โดยมุ่งเน้นการใช้ เทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue Culture) เพื่อควบคุมคุณภาพสายพันธุ์ ลดความแปรปรวนทางพันธุกรรม และสร้างต้นแบบสายพันธุ์ที่มีคุณลักษณะเฉพาะด้านสารออกฤทธิ์ที่เหมาะสมต่อการใช้ทางการแพทย์

ยกระดับ “พืชเสพติด” สู่ “พืชเศรษฐกิจทางการแพทย์”ความร่วมมือระหว่าง วว. และ ป.ป.ส. ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบวิจัยและควบคุมพืชเสพติดที่มีศักยภาพเชิงการแพทย์อย่างรอบด้าน ตั้งแต่การพัฒนาสายพันธุ์ การควบคุมมาตรฐาน ไปจนถึงการสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมชีวภาพ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพอย่างถูกต้อง โปร่งใส และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน

วางรากฐานนโยบายและทิศทางวิจัยในอนาคตที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานร่วมกันในอนาคต อาทิ
• การจัดทำฐานข้อมูลสายพันธุ์มาตรฐาน
• การพัฒนาห้องปฏิบัติการและมาตรฐานการตรวจพิสูจน์
• การส่งเสริมงานวิจัยเชิงลึกด้านสารออกฤทธิ์ทางการแพทย์
• การสนับสนุนเชิงนโยบายเพื่อสร้างระบบนิเวศ

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญ กองทัพภาคที่ 1 กองทัพบก บูรณะองค์พระพิฆเนศ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกองทัพภาคที่ 1 เป็นสิริมงคลเพื่อแผ่นดิน

อาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำสักการะสมเด็จพระพุทธปฐมปัจเจกศรีนาคราชพุทธเจ้า บวงสรวงสักการะพระพิฆเนศ สิ่งศักดิ์สิทธิ์พร้อมทั้งร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภช องค์พระพิฆเนศ

เพื่อความเป็นสิริมงคลกับ กองทัพภาคที่ 1 กองทัพบก ทหารกล้าปกป้องแผ่นดิน และชาติบ้านเมืองโดยมี พลโทวรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธีอาจารย์สมพล พลธนันต์ นำอธิษฐานจิต พร้อมด้วยคณะนายทหารและกำลังพลกองทัพภาคที่ 1 เข้าร่วมพิธี ณ บริเวณหน้ากองทัพภาคที่ 1

ทั้งนี้ ได้ตั้งจิตอธิษฐานในบุญบารมีทั้งปวง เพื่อความเป็นสิริมงคล นำมาซึ่งความสุขและความเจริญรุ่งเรืองแก่ประเทศชาติ ตลอดจนอุทิศบุญกุศลแด่นักรบทหารกล้าทุกนายที่ได้สละชีพเพื่อชาติขอน้อมส่งพลังบุญและมงคลอธิษฐาน ให้แด่กัลยาณมิตรทุกท่าน ได้รับผลบุญบารมีทุกประการ เทอญ…

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตรวจเยี่ยมการเลือกตั้งล่วงหน้า เขตเลือกตั้งที่ 5 ณ บริเวณประรำข้างหอประชุมที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี

วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.30 น.
ภายใต้การอำนวยการของนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี/ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดหวัดนครปฐม

พร้อมด้วย พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมนสุนทร ผกก.สภ.นครชัยศรี นายสุริยา บุญเรืองยศศิริ พัฒนาการจังหวัดนครปฐม/กรรมการการเลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดหวัดนครปฐม นายพุฒศิษฐ์ โชคสิริหิรัญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี/ผู้อำนวยการการ

เลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดหวัดนครปฐม และคณะอนุกรรมการฯ ตรวจเยี่ยมการเลือกตั้งล่วงหน้า ประจำหน่วยเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 ณ บริเวณประรำข้างหอประชุมที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี ประกอบไปด้วย ในเขต 1 หน่วย

นอกเขต 10 หน่วย และบริเวณสถานสงเคราะห์คนชราเฉลิมราชกุมารี (หลวงพ่อเปิ่นอุปถัมภ์) ต.วัดสำโรง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐมหน่วยสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุ 1 หน่วย รวมทั้งสิ้น 12 หน่วย

ทั้งนี้ นายอำเภอนครชัยศรี/ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดหวัดนครปฐม ได้ให้กำลังใจการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประจำที่เลือกตั้งกลางและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ที่เสียสละเวลามาร่วมปฏิบัติงานการเลือกตั้ง และพูดคุยกับประชาชนผู้มาใช้สิทธิ์ ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนขอให้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดหวัดนครปฐม จำนวนทั้งสิ้น 4,865 คน เลือกตั้งสส.ล่วงหน้า69เขต 5 อ.นครชัยศรี จังหวัดนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เชียงราย จัด “มหกรรมศิลปวัฒนธรรมชาติพันธุ์” ต่อยอดอัตลักษณ์ สร้างมูลค่าเพิ่มการท่องเที่ยวชุมชน

default

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 จังหวัดเชียงราย โดย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย จัดงานมหกรรมศิลป

วัฒนธรรมชาติพันธุ์ Chiang Rai Ethnic Cultural Festival 2026 ณ สนามกีฬากลางบ้านเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 มกราคม ถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ในการนี้ได้รับเกียรติจาก นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการ

จังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดฯ และมี นางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย เป็นผู้กล่าวรายงาน

วัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อมุ่งเน้นการสืบสานและเผยแพร่มรดกทาง

วัฒนธรรมอันล้ำค่าของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายกิจกรรมภาย

ในงานประกอบด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตอันงดงาม เริ่มต้นด้วยขบวนพาเหรดแสดงวิถีชาติพันธุ์อย่างตระการตาจากทั้ง 18 อำเภอของจังหวัดเชียงราย

การจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมที่หาชมได้ยาก ทั้งในรูปแบบการแสดงวิถีแห่งชาติพันธุ์ดั้งเดิม และการแสดงดนตรีรวมถึงศิลปะการแสดงแบบประยุกต์ร่วมสมัย

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน อาทิ การแข่งขันฟอร์มูล่าม้ง และการแข่งขันกีฬาชาติพันธุ์รวม 5 ชนิดกีฬา

ประกอบด้วย วิ่งขาหยั่ง วิ่งแบกก๋วย กลิ้งครก ตักน้ำใส่กระบอก และการขว้างลูกข่าง ซึ่งล้วนเป็นกีฬาพื้นบ้านที่เปี่ยมไปด้วยจิต

วิญญาณแห่งชุมชน อีกทั้งยังมีกิจกรรมส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ผ่านการประกวดอาหารเมนูชาติพันธุ์ฟิวชั่น และการ

จัดบูธจำหน่ายสินค้าการท่องเที่ยวชาติพันธุ์ เพื่อเป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ระดับสากล การดำเนินงานครั้งนี้บูรณา

การความร่วมมืออย่างดียิ่งจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

โดยได้รับความอนุเคราะห์ด้านสถานที่จากองค์การบริหารส่วนตำบลเทอดไทย และองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สลองใน รวม

ถึงการมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่มาร่วมกันถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า

เพื่อสร้างความประทับใจและประสบการณ์ที่ดีให้แก่นักท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและ

ส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงรายให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 5 ควบคุมการลักลอบนำสารตั้งต้น ใช้ผลิตยาเสพติด ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมศรียานนท์ อ. 1 ชั้น 2

30 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5 เข้าร่วมประชุมการควบคุมการลักลอบนำสารตั้งต้นไปใช้ในการผลิตยาเสพติด ครั้งที่ 1/2569 โดยมี พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร.

ร่วมกับ นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส., นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์
อธิบดีกรมศุลกากร, นายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม, นายแพทย์รุ่งฤทัย มวลประสิทธิ์พร รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา, พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. พร้อมด้วยตัวแทนในสังกัด ตร. ได้แก่ บช.น.,ภ.1–9, บช.ก., บช.ตชด. เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมศรียานนท์ อาคาร 1 ชั้น 2 ตร.

ที่ประชุมได้มีแนวทางการปฏิบัติร่วมกัน ดังนี้

  1. ปรับปรุงรายการบัญชีสารเคมีที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมสารที่อาจจะนำไปผลิตยาเสพติด
  2. บูรณาการร่วมทุกหน่วยงานในการติดตามการขนส่งสารเคมีภัณฑ์ที่เข้าข่ายฯ ร่วมตรวจสอบสถานประกอบการ โรงงาน โกดัง อย่างจริงจัง
  3. กำหนดมาตรการนำเข้า นำผ่านสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์เพื่อประโยชน์ในการควบคุม
  1. กำหนดมาตรการส่งออก และการควบคุมเป็นกรณีพิเศษในส่วนของพื้นที่ชายแดน เช่น พื้นที่ จ.ตาก จ.เชียงราย จ.กาญจนบุรี เป็นต้น
  2. พัฒนาระบบระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลการนำเข้า นำผ่าน การส่งออก และการเคลื่อนย้ายสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ไปยังพื้นที่ชายแดน
  3. ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัย ครอบคลุมชนิดและประเภทของสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมถึงอัตราโทษสำหรับความผิดในส่วนที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือทั้งด้านข่าวกรอง และการปฏิบัติการ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ไม่ให้เข้าสู่แหล่งผลิตยาเสพติด ซึ่งหากสามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะส่งผลให้ปริมาณยาเสพติดที่ลำเลียงเข้าสู่ประเทศไทยลดลงอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 5 ขอเชิญชวนประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดได้ที่สายด่วน 191, 1599
และ line@police5 ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงหรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน เพื่อร่วมกันปกป้องลูกหลานของชาติให้ห่างไกลจาก “ยานรก” และร่วมสร้างสังคมที่ปลอดภัย มั่นคง และอนาคตที่ยั่งยืนขอประเทศไทยอย่างแท้จริง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการส่งเสริมและสนับสนุน องค์กรเกษตรกร รุ่นที่ 1 จำนวน 100 คน ณ ห้องประชุมน่าน วัลเลย์ รีสอร์ท (Nan Valley Resort)

วันที่ 30 มกราคม 2569 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน จัดโครงการส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการสร้างความเข้มแข็งขององค์กรเกษตรกร กิจกรรม ที่ 2.2 การฝึกอบรมผู้นำองค์กรเกษตรกร รุ่นที่ 1 เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำองค์กรเกษตรกร ให้มีความรู้ความเข้าใจในการ

บริหารจัดการองค์กรให้มีความเข้มแข็งและมีความพร้อมในการจัดทำแผนหรือโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรที่มีคุณภาพ และได้มอบเกียรติบัตรให้ผู้แทนองค์กรเกษตรกร ที่ผ่านการการอบรมผู้นำองค์กรเกษตรกร หลักสูตรการพัฒนาองค์กรเกษตรกรให้เข้มแข็งภายใต้วิกฤติ

โลกสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้โครงการส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการสร้างความเข้มแข็งองค์กรเกษตรกร รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 29 – 30 มกราคม 2569 ประจำปีงบประมาณ 2569 จำนวน 20 องค์กรเกษตรกร จำนวน 100 คน ณ ห้องประชุมน่าน วัลเลย์ รีสอร์ท (Nan Valley Resort)

โดยมี นายบัณฑิต สวยงาม กรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร นายบุญยงค์ สดสะอาด ประธานคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดน่าน ร.ต.อ.วินัย ก้อนสมบัติ รองประธานอนุกรรมการฯ คนที่ 2 นายอุไร

สารถ้อย อนุกรรมการฯ จังหวัดน่าน และนางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้รฟูแบะพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ร่วมมอบเกียรติบัตรให้ผู้แทนองค์กรเกษตรกรที่ผ่านการการอบรมผู้นำองค์กรเกษตรกร จำนวน 100 คน

ทั้งนี้ ได้ดำเนินการตามขั้นตอน ชี้แจงประกาศ หลักเกณฑ์ แนวทางการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ปี 2569 การทำ Workshop แนวทางการเสนอแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยใช้ Swot Analysis เป็นเครื่องมือในวิเคราะห์ความ

เป็นไปได้ของแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ขององค์กรเกษตรกร การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรในเวที พร้อมทั้งประเมินผลการเรียนรู้หลังจากอบรม/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ นครปฐม รองผู้ว่าฯ ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และในเขตจังหวัดนครปฐม

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นายสมยศ บุญทาน ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม และ นาย โชติพงศ์ เปล่งวิทยา นายอำเภอเมืองนครปฐม พร้อมด้วย ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และในเขตจังหวัดนครปฐม ที่ซุ้มพุทธมามกะ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นสถานที่เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้งที่ 2 ของจังหวัดนครปฐม

ทั้งนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดเตรียมสถานที่ อุปกรณ์ และเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า

ที่ได้ลงทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้ว โดยส่วนใหญ่ทำงานในพื้นที่จังหวัดนครปฐม แต่มีชื่อในทะเบียนบ้านจังหวัดอื่น หรือติดภารกิจ จึงใช้เวลาช่วงวันหยุดอยู่เลือกตั้งล่วงหน้าแล้วเดินทางกลับไปทำงานต่างจังหวัด

โอกาสนี้ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้กล่าวเชิญชวนประชาชนชาวไทย และชาวจังหวัดนครปฐมออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.

ณ หน่วยเลือกตั้งที่ตนเองมีชื่ออยู่ ซึ่งในครั้งนี้มีความสำคัญ เนื่องจากมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่

สำหรับจังหวัดนครปฐม แบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน 6 เขต มีหน่วยเลือกตั้งทั้งสิ้น 1,274 หน่วย ในส่วนผู้มาลงทะเบียนนอกเขตเลือกตั้ง 37,380 คน ในเขตเลือกตั้ง 985 คน รวมทั้งสิ้น 38,365 คน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

รองผู้ว่าฯ นครปฐม ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และในเขตจังหวัดนครปฐม

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.30 น. นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นายสมยศ บุญทาน ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้ง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และในเขตจังหวัดนครปฐม ณ บริเวณข้างหอประชุมอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นสถานที่เลือกตั้งล่วงหน้าในเขต นอกเขตเลือกตั้งที่ 5 ของจังหวัดนครปฐม

โดยมีนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี/ประธาน กกต.เขต 5 นครปฐม พร้อมด้วย นายพุฒศิษฐ์ โชคสิริหิรัญ ผอ.กกต.เขต 5 นครปฐม และอนุกรรมการฯ ให้การต้อนรับการตรวจเยี่ยม/การสังเกตการณ์ในครั้งนี้

ทั้งนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดเตรียมสถานที่ อุปกรณ์ และเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ที่ได้ลงทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้ว

โดยส่วนใหญ่ทำงานในพื้นที่ อำเภอนครชัยศรีและอำเภอพุทธมณฑล แต่มีชื่อในทะเบียนบ้านจังหวัดอื่น หรือติดภารกิจ จึงใช้เวลาช่วงวันหยุดอยู่เลือกตั้งล่วงหน้า
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานเลี้ยงน้ำชาการกุศล ระดมทุนพัฒนา สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “อาคารละหมาด” รองรับ จำนวนนักเรียน พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า

วันที่31 มกราคม 2569 ที่โรงเรียนนราธิวาส ตำบลโคกเคียนอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายอนุวัฒน์ ละมุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เบญจมามาศ รองผู้อำนวยการโรงเรียนนราธิวาส และ นายอัฟฟาน แวมามะ อาจารย์โรงเรียนนราธิวาส ในฐานะเจ้าของโครงการ ร่วมการแถลงข่าวเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านเข้าร่วม งานเลี้ยงน้ำชาการกุศล เพื่อสนับสนุน โครงการปรับภูมิทัศน์และจัดซื้ออุปกรณ์อาคารละหมาด โรงเรียนนราธิวาส ในวันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 – 17.00 น. ณ อาคารละหมาดใหม่ โรงเรียนนราธิวาส อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส

ทั้งนี้ด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับ สมาคมศิษย์เก่า และโรงเรียนนราธิวาส เตรียมจัดงานเลี้ยงน้ำชาการกุศลครั้งใหญ่ ในวันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ เพื่อระดมทุนปรับภูมิทัศน์และจัดซื้ออุปกรณ์สำหรับอาคารละหมาดหลังใหม่ หวังยกระดับคุณภาพชีวิตและการปฎิบัติศาสนกิจของนักเรียน
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายกูเซ็ง ยะวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานและเจ้าภาพ นายรุสลัน อารง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกเคียน นายอนุวัฒน์ ละมุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สมาคมศิษย์เก่า คณะผู้บริหาร และครูโรงเรียนนราธิวาส ร่วมเป็นเจ้าภาพและเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมงาน

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เบญจมามาศ รองผู้อำนวยการโรงเรียนนราธิวาส (ได้รับมอบหมายจาก ดร.อภิวัฒน์ ย่อ ผู้อำนวยการโรงเรียนนราธิวาส) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงความจำเป็นของโครงการว่า “ปัจจุบันโรงเรียนนราธิวาสมีจำนวนนักเรียนมุสลิมเพิ่มมากขึ้น ทำให้อาคารละหมาดหลังเดิมมีความคับแคบและไม่เพียงพอต่อการประกอบศาสนกิจ โรงเรียนจึงได้ดำเนินการจัดสร้างอาคารอเนกประสงค์เพื่อใช้เป็นทั้งที่ละหมาดและห้องเรียนวิชาศาสนาอิสลาม อย่างไรก็ตาม ยังคงขาดงบประมาณในส่วนของการปรับภูมิทัศน์และพื้นที่สำหรับอาบน้ำละหมาดให้สมบูรณ์”

นายอนุวัฒน์ ละมุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนนราธิวาส เปิดเผยว่า การจัดงานในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยได้รับเกียรติจาก นายกูเซ็ง ยะวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธี วัตถุประสงค์หลักเพื่อจัดหารายได้สมทบทุนพัฒนาอาคารละหมาดและจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ที่ยังขาดแคลน เพื่อมอบเป็นสาธารณประโยชน์ให้แก่เยาวชนในโรงเรียน

รายละเอียดการจัดงาน• วัน/เวลา: วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 | เวลา 09.00 – 17.00 น.• สถานที่: ณ อาคารละหมาดใหม่ โรงเรียนนราธิวาส อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ช่องทางการร่วมบริจาคสำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่ไม่สามารถมาร่วมงานได้ หรือประสงค์จะสมทบทุนเพิ่มเติม สามารถบริจาคได้ที่:• บัญชีธนาคาร: กรุงไทย สาขานราธิวาส • เลขที่บัญชี: 905-3-93146-5 • ชื่อบัญชี: โครงการปรับภูมิทัศน์และจัดซื้ออุปกรณ์อาคารละหมาด โรงเรียนนราธิวาส
พิเศษ: การบริจาคผ่านระบบ PromptPay / e-Donation สามารถนำไป ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

โดยระบบจะส่งข้อมูลไปยังกรมสรรพากรโดยตรงอัตโนมัติ ผู้บริจาคไม่จำเป็นต้องขอรับใบเสร็จรับเงินจากทางโรงเรียนทั้งนี้จึงขอเรียนเชิญศิษย์เก่า ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาศาสนสถาน เพื่อประโยชน์แก่บุตรหลานชาวนราธิวาสอย่างยั่งยืน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:เพจเฟซบุ๊ก: โรงเรียนนราธิวาส
////////////////////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ‘พจนารถ‘ ปชป.เขตแปด เบอร์ 2 เอาชัย! สักการะเจ้าแม่ทับทิม ชูการเมืองสุจริต ดึงใจแม่ค้าตลาดจีนโบราณ ชากแง้ว-ห้วยใหญ่

ช่วงเย็นวันที่ 31 มกราคม 2569 ทีมงานหาเสียงพรรคประชาธิปัตย์ โดย นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.จังหวัดชลบุรี เขตแปด พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 2 ได้ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดชุมชนจีนชากแง้ว อ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี เพื่อขอคะแนนเสียงจากกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า และประชาชน ที่เดินทางมาท่องเที่ยวตลาดจีนโบราณแห่งนี้

สำหรับชุมชนชากแง้ว เป็นชุมชนเก่าแก่ของจังหวัดชลบุรีมานานกว่าร้อยปี เดิมทีเหล่าคนจีนแต้จิ๋วได้เข้ามาตั้งรกรากทำการเกษตรได้ผลดีจนเป็นแผ่นดินทอง ของการทำเกษตรกรรม มีโรงโม่ซึ่งก็คือโรงแป้งมันสำปะหลังเข้ามาตั้งในชากแง้ว อีกทั้งโรงเผาด่าน

โรงเลื่อยที่เลื่องชื่อ ผู้คนจึงต่างหลั่งไหลจากทั่วสารทิศเข้ามาทำการค้า บ้างก็มารับจ้างเป็นแรงงาน ทำให้ชุมชนจีนแห่งนี้เกิดความรุ่งเรืองสุดขีด เรียกว่าในตัวเมืองมีอะไร ชากแง้วมีหมดแม้กระทั่งโรงหนังที่ถือเป็นที่สุดของความทันสมัยในยุคก่อนปี 2500

ชุมชนชากแง้วผ่านยุคเฟื่องฟูเข้าสู่ความซบเชาด้วยการพัฒนาของถนน ทำให้ความเจริญย้ายไปสู่การคมนาคมเส้นหลัก จวบจนวันนี้เหลือเพียงเรื่องเล่าในความทรงจำ แต่ทว่าในวันที่การท่องเที่ยวชุมชนได้รับความนิยม โลกได้หันกลับมาหารากเหง้า และวัตนธรรมดั้งเดิม ทำให้ทายาทของชาวจีนแต้จิ๋วโพ้นทะเลที่

เข้ามาตั้งถิ่นฐานในชุมชนแห่งนี้ จึงได้ร่วมมือร่วมใจกันผลักดันอดีตย่านการค้า เปิดบ้านไม้เรือนแถวขายสินค้าประดา มีของกินสไตล์จีนแต้จิ๋วมาให้คนรุ่นหลังได้ลิ้มชิมรส และภาพตลาดจีนโบราณเมื่อร้อยปีก่อนก็กลับมาฉายซ้ำอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน ทำให้ตลาดจีนซากแง้วที่ตัดขึ้นทุกวันเสาร์ของสัปดาห์ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

ทั้งนี้ นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.จังหวัดชลบุรี เขตแปด พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 2 และทีมงานหาเสียง ได้เข้ากราบสักการะศาลเจ้าแม่ทับทิม พร้อมลั่นฆ้องเอาฤกษ์เอาชัย ก่อนจะเดินแจกแผ่นพับแนะนำตัวในนามพรรคประชาธิปัตย์ เขต 8 เบอร์ 2 ด้วยนโยบายการเมืองสุจริต โดนเลือกพรรคเบอร์ 27 และเลือก สส.ชลบุรี เขแปด เบอร์ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.69 นี้ด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรับนิวส์ / โค้งสุดท้าย พรรคปวงชนไทยปราศรัยย่อย ชูนโยบาย สมุทรปราการมหานคร เลือกตั้งผู้ว่าฯ เอง ย้ำให้คนพื้นที่บริหารจังหวัด

พรรคปวงชนไทยเดินสายปราศรัยย่อยย่านศรีนครินทร์ ช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง “เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล” ชูนโยบายยกระดับสมุทรปราการเป็นมหานคร เลือกตั้งผู้ว่าฯ โดยตรง ย้ำให้คนพื้นที่กำหนดทิศทางและบริหารจังหวัดด้วยตนเอง

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 30 มกราคม 2569 พรรคปวงชนไทย จัดเวทีปราศรัยย่อยบริเวณที่ทำการพรรค ย่านถนนศรีนครินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ท่ามกลางชาวบ้านในพื้นที่ที่เดินทางมารับฟังการปราศรัยอย่างต่อเนื่อง ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง

ในการปราศรัยครั้งนี้ นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนโยบายหลักของพรรคในการผลักดันจังหวัดสมุทรปราการให้ยกระดับเป็น “สมุทรปราการมหานคร” หรือเขตปกครองพิเศษที่สามารถบริหารจัดการตนเองได้ในลักษณะเดียวกับกรุงเทพมหานคร
นายเอกสิทธิ์ระบุว่า แนวทางดังกล่าวจะต้องมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรงจากประชาชนในพื้นที่ วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี เพื่อให้ผู้บริหารจังหวัด

เป็นบุคคลที่เข้าใจปัญหาและบริบทของสมุทรปราการอย่างแท้จริง เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นคนในพื้นที่ ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาจังหวัดไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน
หัวหน้าพรรคปวงชนไทยกล่าวเพิ่มเติมว่า สมุทรปราการรอคอยการพัฒนาอย่าง

เป็นรูปธรรมมานานนับสิบปี แต่ยังไม่สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างที่ควรจะเป็น หากต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องเปิดโอกาสให้คนสมุทรปราการเป็นผู้กำหนดอนาคตของจังหวัดด้วยตนเอง ผ่านการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด และการยกระดับสถานะเป็นมหานคร

ทั้งนี้ พรรคปวงชนไทยยืนยันว่าจะเดินหน้าผลักดันนโยบายการกระจายอำนาจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้จังหวัดสมุทรปราการมีอิสระในการบริหารงบประมาณ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรับนิวส์ / วัดบางพลีใหญ่กลาง ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล 100 วัน (สะ-ตะ-มะ-วาน) อุทิศถวายแด่สมเด็จพระพันปีหลวง

วัดบางพลีใหญ่กลาง จังหวัดสมุทรปราการ จัดพิธีบำเพ็ญกุศล “สะ-ตะ-มะ-วาน” ครบ 100 วัน แห่งการสวรรคต เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีคณะสงฆ์ ข้าราชการ และพสกนิกรเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

วันที่ 31 มกราคม 2569 ที่ ศาลาหลังใหม่ วัดบางพลีใหญ่กลาง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ คณะสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล สะ-ตะ-มะ-วาน100 วัน แห่งการสวรรคตเพื่ออุทิศถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส จุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย นายแพทย์ประภาส ผูกดวง

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ จุดเครื่องทองน้อย หน้าโต๊ะหมู่บูชาพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี พระวชิรคณาทร เจ้าคุณแจ้ ดร.เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะพระสงฆ์ 12 รูป สวดเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นประกอบพิธีทอดผ้าไตรบังสุกุล พระสงฆ์สดับปกรณ์ กรวดน้ำ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

โดยมีนายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางพลี นายชัยยันต์ กองอรรถ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ นายธนิต ปานรอด รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโรงพยาบาลบางพลี ถวายผ้าไตรบังสุกุล พระสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง 9 รูป สวดพระอภิธรรมและพิจารณาผ้าบังสุกุล กรวดน้ำ เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ภายในพิธีมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ข้าราชการตำรวจ สภ.บางพลี สภ.บางปู สภ.บางแก้ว สภ.บางเสาธง โรงพยาบาลบางพลีสมุทรปราการ ศูนย์แพทย์ชุมชนวัดบางพลีใหญ่กลาง กู้ชีพฉุกเฉิน รพ.บางพลี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สมุทรปราการ เขต 2 กศน.อำเภอบางพลี รพ.สต.โรงเรียนวัดบางพลีใหญ่กลาง โรงเรียนราษฏร์บำรุง โรงเรียนปริญาญานุสรณ์ บางพลี คณะไวยาวัจกร วัดบางพลีใหญ่กลาง และพสกนิกรชาวอำเภอบางพลีหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

นอกจากนี้พระวชิรคณาทร เจ้าคุณแจ้ ดร.เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ยังได้มอบเงินสนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ในด้านสาธารณประโยชน์ ทั้งเรื่องการแพทย์ การศึกษา ตำรวจ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลให้กับ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สำหรับพิธี สะ-ตะ-มะ-

เป็นการบำเพ็ญพระราชกุศล 100 วันการสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชน และพระราชกรณียกิจนานัปการที่ทรงบำเพ็ญเพื่อประโยชน์สุขแห่งแผ่นดิน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.มุกดาหาร สกัดขบวนการค้ายาข้ามโขง ยึดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด เรือกีบ 1 ลำ คนร้ายโดดน้ำหนีรอด

เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่สถานีเรือมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.) น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผู้บังคับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม นางศศิธร โพดาพล นายอำเภอหว้านใหญ่ พ.ต.อ.เจด็จ ปรีพูล ผู้กำกับการ สภ.หว้านใหญ่ และ น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 2,800,000 เม็ด พร้อมเรือกีบติดเครื่องยนต์ 1 ลำ

การตรวจยึดครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. และ น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผบ.นรข.เขตนครพนม โดย น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสิ่งของต้องสงสัยจากฝั่ง สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงเข้ามายังฝั่งประเทศไทย บริเวณบ้านป่งขาม ตำบลป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

ต่อมาในเวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังชุดลาดตระเวนทางบกออกซุ่มเฝ้าตรวจในพื้นที่เป้าหมาย กระทั่งเวลาประมาณ 23.30 น. ตรวจพบเรือต้องสงสัยแล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว เข้าสู่ราชอาณาจักรไทย โดยมีบุคคลอยู่บนเรือประมาณ 3 คน เมื่อเรือเข้าเทียบฝั่ง กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ช่วยกันลำเลียงวัตถุคล้ายกระสอบขึ้นจากเรือมายังริมฝั่งแม่น้ำโขง

เมื่อเจ้าหน้าที่ นรข. แสดงตัวเพื่อขอเข้าตรวจสอบ กลุ่มคนร้ายได้ทิ้งของกลางและเรือ ก่อนกระโดดลงแม่น้ำโขงหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบพื้นที่ พบกระสอบห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 3 กระสอบ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง และพบกระสอบลักษณะเดียวกันอีก 4 กระสอบอยู่บนเรือ รวมเป็น 7 กระสอบ

จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุอยู่ในกระสอบรวม 7 กระสอบ ประทับตราอักษร “999” บนก้อนสีเหลือง ภายในเป็นยาบ้าอักษร “WY” สีชมพู รวมจำนวนทั้งสิ้น 280 ก้อน ก้อนละ 10,000 เม็ด รวม 2,800,000 เม็ด พร้อมเรือกีบติดเครื่องยนต์ 1 ลำ

เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกการตรวจยึด และนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หนุ่มใหญ่ใจบุญพบสัตว์ป่าสงวนส่งคืนให้ป่าไม้กลับสู่ธรรมชาติ .

หนุ่มใหญ่ใจบุญพบสัตว์ป่าสงวนส่งคืนให้ป่าไม้กลับสู่ธรรมชาติ .
เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 นายองอาจ จันทร์น้อยหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 3 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14(ตาก)นำเจ้าที่หน้า รับมอบตัวนิ่มพลัดหลง หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดี
นายองอาจ จันทร์น้อยหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 3 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14(ตาก)พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย(อุทยานป่าคา)

เข้าตรวจสอบและรับมอบตัวนิ่ม ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยได้รับแจ้งจากนายประเสริฐ เสนาเกตุ ตนเองพบตัวนิ่ม จำนวน 1 ตัว ในสวนยางท้ายหมู่บ้านหลังจากที่ตัวนิ่มตัวนี้พลัดหลงเข้ามาในบริเวณสวนยางตนจึงจับไว้เพื่อความปลอดภัยเนื่องจากสวนยางในพื้นที่มีสุนัขหลายตัวตนเองกลัวตัวนิ่มจะถูกสุนัขกัดจึงจับตัวนิ่มไว้แล้วประสานเจ้าหน้าที่มารับมอบ

จากการตรวจสอบสุขภาพเบื้องต้น พบว่าตัวนิ่มมีสุขภาพแข็งแรงและปกติดี โดยหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 3 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14(ตาก)ได้ส่งมอบตัวนิ่มตัวดังกล่าวให้กับนายสาคร สืบสาย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีสัชนา พร้อมนำตัวนิ่มดังกล่าวไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ โดย “ตัวนิ่ม” หรือ “ลิ่น”

เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศอีกด้วย ซึ่งห้ามการล่า การค้า หรือการมีไว้ในครอบครอง หากฝ่าฝืนจะมีโทษตามกฎหมาย ทั้งนี้ หากพบสัตว์ป่าบาดเจ็บ พลัดหลง สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ถ้ำเจ้าราม โทร 081-9620661.
.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “พิธีบวงสรวงลานเบญจเทวี แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดชลบุรี”

คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ – ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (เสื้อขาว-กลาง) และ คุณณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีอำเภอแสนสุข (เสื้อดำ-กลาง)

พร้อมด้วย คุณสันติ ปรีชาว่องไวกุล (คนแรกจากขวามือ) รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บูรพาบางแสน เรสซิเดนท์ ผู้บริหารโรงแรม ONPA Hotel & Residence และผู้บริหารบริษัท ออนป้า จำกัด ประกอบด้วย คุณวิโรจน์ ปรีชาว่องไวกุล – ประธาน

กรรมการ (คนที่ 2 จากขวามือ), คุณสุภาพร ปรีชาว่องไวกุล รองประธานกรรมการ (คนแรกจากซ้ายมือ) และ คุณอัยย์ชิตา ปรีชาว่องไวกุล (คนที่ 2 จากซ้ายมือ) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไร้ท์ บิยอนด์ จำกัด เข้าร่วมประกอบพิธีบวงสรวง🙏🏻เบิกเนตร พระแม่

ทั้งห้า เบญจเทวี ได้แก่ พระแม่ธรณี🪨, พระแม่คงคา🌊, พระแม่โพสพ🌾, พระแม่วาโย💨 และ พระแม่อัคคี🔥ที่ลานสักการะเบญจเทวี แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดชลบุรี บริเวณใกล้กับหาดวอนนภา บางแสน เมื่อวันก่อน

ลานเบญจเทวีแลนด์มาร์คใหม่จังหวัดชลบุรี

ขอได้รับความขอบพระคุณจาก
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บจก.ไร้ท์ บิยอนด์
สมปอง วิวัฒน์วรศิลป์ โทร 095-4925241

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่หอประชุม อ.ท่าหลวง จ.ลพบุรี

วันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569 เวลา 07.00 น. นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ประธานพิธีได้นำหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สถานศึกษา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน

สารวัตรกำนัน องค์กรภาคเอกชน ประชาชน และพสกนิกรอำเภอท่าหลวง ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลครบ 100 วัน (สตมวาร) ถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระสงฆ์จำนวน 10 รูป ขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ประธาน จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย

จุดเครื่องทองน้อยหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (ผู้ร่วมพิธีลุกขึ้นยืนและถวายความเคารพ) เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล เจ้าหน้าที่อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์

หัวหน้าส่วนราชการ ถวายอาหารปิ่นโต นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกำนัน ถวายปัจจัยไทยธรรม ประธานพิธี ถวายผ้าไตร จำนวน ๑๐ ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ (ภูษาโยง) พระสงฆ์อนุโมทนา/ถวายอดิเรก ประธาน กรวดน้ำ กราบนมัสการพระรัตนตรัย หน้าโต๊ะหมู่บูชา ประธาน ถวายความเคารพหน้าพระฉายาลักษณ์

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง(ผู้ร่วมพิธีลุกขึ้นยืนและถวายความเคารพ)
จากนั้นประธาน พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์รับบิณฑบาต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

แม้พระองค์ผู้ทรงเป็น “หลักยึดเหนี่ยวจิตใจแห่งแผ่นดิน” ได้เสด็จสู่สวรรคาลัย แต่พระมหากรุณาธิคุณและน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำตลอดไป ปวงชนชาวอำเภอท่าหลวง ขอน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและอาชีพของราษฎรมาตลอดหลายทศวรรษ

พระราชดำรัสและพระราโชวาทที่พระราชทานในโอกาสสำคัญต่าง ๆ ล้วนเป็นหลักธรรมชี้นำทางด้านการทำงาน และก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าทรงเป็นสมเด็จพระราชินีของราชอาณาจักรไทยที่มีพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พระองค์จะสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค.5.แถลงการณ์จับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ หลายราย/สภ.เมืองเชียงใหม่ เพิ่มความเข้มป้องกันเหตุอาชญากรรมเกี่ยวกับร้านทอง

วันพุธที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น.​ตามนโยบายของ รัฐบาลสั่งการให้หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ
​สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร, พล.ต.อ.สำราญ นวลมารอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร., พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. และ พล.ท.วรเทพ บุญญะ มทภ.3 ได้รับบัญชาและข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.อนุสรณ์ พัฒนถาบุตร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย, พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ เป๊กทอง, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.จิตร์พิสุทธิ์ อิ่มสงวน ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ และ พล.ต.ต.พงษ์เดช คำใจสู้ ผบก.ภ.จว.แพร่ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35​โดย พล.ท.วรเทพ บุญญะ​มทภ.3ฝ่ายปกครอง โดย
นายชูชีพ พงษ์ไชย​​ผวจ.เชียงรายนายรัฐพล นราดิศร​​ผวจ.เชียงใหม่นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์​ ผวจ.แพร่
​สำนักงาน ปปส.ภาค 5 ​โดย พ.ต.ท.นริช สอนดิษฐ​ผอ.ปปส.ภาค 5
แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 3 คดี รวมผู้ต้องหา 5 คน ของกลางยาบ้ารวม จำนวน 3,262,000 เม็ด

บก.สส.ภ.5, สภ.เมืองแพร่ จว.แพร่ ร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมยาบ้า จำนวน 1,220,000 เม็ดสภ.แม่สาย, กก.สส.ภ.จว.เชียงราย ร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกมุผู้ต้องหา 2 คน พร้อมยาบ้า จำนวน 972,000 เม็ดบก.สส.ภ.5, สภ.แม่แตง จว.เชียงใหม่ ร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 1,070,000 เม็ดคดีที่ 1หน่วยที่ตรวจยึด กก.ปพ., กก.สืบสวน 2, กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.5 และ สภ.เมืองแพร่ จว.แพร่ ร่วมหน่วยเกี่ยวข้องวัน/เดือน/ปี ที่เกิดเหตุ 24 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 00.30 น.สถานที่เกิดเหตุ ​บริเวณจุดกลับรถบ้านประทุม ถนนสายแพร่-น่าน ต่อเนื่อง บ้านสวนไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 9 บ้านแดนชน
ต.เหมืองหม้อ อ.เมืองแพร่ จว.แพร่พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สืบสวน 2, กก.สืบสวน 3 และ กก.ปพ.ฯ บก.สส.ภ.5 ได้เฝ้าติดตามพฤติการณ์กลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงนำยาเสพติดมาพักไว้ที่บ้านสวนไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 9 บ้านแดนชน ต.เหมืองหม้อ อ.เมืองแพร่ จว.แพร่ เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวและสังเกตการณ์ บริเวณใกล้บ้านหลังดังกล่าวเรื่อยมา

จนกระทั่งวันที่ 23 มกราคม 2569 เวลา 23.00 น. ได้มีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า เลขทะเบียน กน 467 แพร่ ขับมาจอดบริเวณหน้าบ้านดังกล่าว จากนั้นได้มีชายรูปร่างอ้วนลงมาจากรถเปิดฝากระโปรงหลังแล้วยกกระสอบยาเสพติดลงมาไว้บริเวณหน้าบ้านดังกล่าวแล้วขับออกไป เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ติดตามไปและเรียกให้หยุดทำการควบคุมตัวไว้ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกส่วนหนึ่งซึ่งเฝ้าอยู่บริเวณหน้าบ้าน สังเกตเห็นชาย 2 คน ออกมาขนกระสอบเข้าไปเก็บไว้ภายในบ้าน จึงได้แสดงตัวเพื่อทำการขอตรวจค้นผลการตรวจค้นพบ ยาบ้า จำนวน 1,200,000 เม็ด วางอยู่ภายในห้องหลังบ้าน จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองแพร่ จว.แพร่ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไปคดีที่ 2หน่วยที่จับกุม สภ.แม่สาย จว.เชียงราย, กก.สส.ภ.จว.เชียงราย และ กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.5 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวัน/เดือน/ปี ที่เกิดเหตุ ​

26 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 13.30 น.สถานที่จับกุม ​บริเวณลานจอดรถโรงแรมเชนวิลล่า เลขที่ 412 หมู่ที่ 10 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จว.เชียงราย ​พฤติการณ์แห่งคดี​เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 23.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติด บริเวณบ้านผาแตก ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จว.เชียงราย โดยจะมีการนัดรับ-ส่ง ยาบ้าใกล้พื้นที่ชายแดนเพื่อลำเลียงไปยังประเทศตอนใน โดยแจ้งว่าจะใช้รถยนต์เก๋งสีขาว หมายเลขทะเบียน กธ 5727 เชียงราย เพื่อใช้ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติด เมื่อได้รับแจ้ง จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นและได้รับคำสั่งให้ทำการเฝ้าติดตามตรวจสอบกลุ่มบุคคลดังกล่าว ต่อมาพบรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่บริเวณลานจอดรถ โรงแรมเซนวิลล่า เลขที่ 412 หมู่ 10 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จว.เชียงราย จึงได้ร่วมกันเฝ้าระวังติดตามจนกระทั่งเวลาประมาณ 13.20 น. ของวันที่ 26 มกราคม 2569 ได้มีชาย 1 คน และหญิง 1 คน เดินออกจากห้องพักมายังที่บริเวณรถยนต์ จากนั้นชายคนดังกล่าวก็ได้เปิดประตูรถยนต์เข้าไปทางประตูคนขับ และหญิงคนดังกล่าวก็ได้ขึ้นรถยนต์ฝั่งโดยสารข้างคนขับด้านข้างซ้าย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเห็นดังนั้น จึงได้แสดงตัวเพื่อขอเข้าทำการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวพบ นายธวัตชัย ผู้ขับขี่ และ น.ส.สุวจี ผู้โดยสาร จากการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 972,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย จว.เชียงราย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไปคดีที่ 3หน่วยที่จับกุม กก.ปพ.บก.สส.ภ.5 และ สภ.แม่แตง จว.เชียงใหม่

ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวัน/เดือน/ปี ที่เกิดเหตุ ​26 ม.ค.69 เวลาประมาณ 22.30 น.สถานที่จับกุม ​บริเวณบ่อขยะในหมู่บ้านหนองโค้ง หมู่ 4 ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง จว.เชียงใหม่พฤติการณ์แห่งคดี​เจ้าหน้าที่ตํารวจชุดสืบสวน กก.ปพ.บก.สส.ภ.5 ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการรับส่งมอบยาเสพติดบริเวณพื้นที่ ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง จว.เชียงใหม่ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและได้รับคําสั่งจาก ผบก.สส.ภ.๕ โดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.ทักษิณ จันทะวงศ์ รอง ผบก.สส.ภ.5 เป็นผู้ควบคุมและสั่งการสืบสวนหาข่าว และติดตามอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งวันนี้ เวลา 20.30 น. ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติด ในบริเวณบ่อขยะ ของหมู่บ้านปางเปา จึงได้ทำการไปยังจุดตามที่สายลับแจ้งไว้ เมื่อไปถึงบ่อขยะในหมู่บ้านและได้ขับรถผ่านไป ได้สังเกตเห็นแผ่นโฟมสีขาววางอยู่ริมถนนข้างขวา ซึ่งตรงกับข้อมูลที่สายลับได้แจ้งไว้ จึงได้ลงจากรถเพื่อไปทําการตรวจสอบจากการตรวจสอบพบถุงพลาสติกสีดำจำนวน 5 ถุง ตรวจสอบภายในพบยาบ้า จํานวน 1,070,000 เม็ด จากนั้นจึงได้ทำการตรวจยึดของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่แตง จว.เชียงใหม่ เพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทําผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป..

สภ.เมืองเชียงใหม่ #ออกมาตราการเพิ่มความเข้มป้องกันเหตุอาชญากรรมเกี่ยวกับร้านทองในพื้นที่ อัพเดทกล้อง cctv ทั้งภาครัฐและเอกชนให้พร้อมใช้งาน
นับ 1,000 ตัว สร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

สืบเนื่องในภาวะตลาดทองคำที่มีราคาสูงขึ้นทุกวัน ราคาทองคำ ประมาณ 80,000 บาท ต่อน้ำหนักทองคำ 1 บาท
ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสี่ยงเกี่ยวกับอาชญากรรมตามมาเช่นกันโดยการอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 และพล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชัยงใหม่

ได้มีข้อห่วงใยถึงสถานการณ์ราคาทองสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและเพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่
จึงมีข้อสั่งการให้ สถานีตำรวจในสังกัดเพิ่มมาตราการในการป้องกันเหตุ เกี่ยวกับร้านทองและออกประชาสัมพันธ์เตือนประชาชนให้ระมัดระวังเพื่อเป็นการป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นวันนี้ 30 ม.ค. 69พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลาผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่

พ.ต.ท.ทัตตวีย์ ด่านพิทักษ์ตระกูล รอง ผกก.ป.ฯ พ.ต.ท.วิษณุ นวนมุสิด สวป.ฯพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ได้ร่วมปล่อยแถวชุดปฏิบัติการสายตรวจ เพื่อเฝ้าระวังการเกิดเหตุอาชญากรรมเกี่ยวกับร้านทองบริเวณ ตลาดวโรรส ซึ่งมีร้านทองและประชาชนนักท่องเที่ยวมาจับจ่ายใช้สอย
เป็นจำนวนมาก จากนั้นออกตรวจดูแลความปลอดภัย ร้านทองภายในตลาดวโรรส อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยได้มีการประชาสัมพันธ์ถึงมาตรการป้องกันเหตุอาชญากรรม
ดังนี้

-การอัพเดทกล้อง cctv ให้พร้อมใช้งาน 100%
-การติดสัญญาณแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ
-แนะนำ วิธีการสังเกตุผู้มีพฤติการณ์ต้องสงสัย
-การติดตั้ง ระบบล็อคประตู
-การติดตั้งลูกกรงเหล็ก
-เพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสาร จนท.ตร. ทุกช่องทาง
ซึ่งได้รับการตอบรับและให้ความร่วมมือจากร้านทางทองเป็นอย่างดี

จากนั้นได้เข้าพบ นายสุรพล โอวิทยากุลประธานชมรมร้านทองจังหวัดเชียงใหม่และเป็นเจ้าของร้านทอง ย่งเชียงล้ง
เพื่อประสานความร่วมมือและให้มีความพร้อมในการประสานการทำงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยแจ้งข่าวให้กับเพื่อนสมาชิกร้านทองหากมีเหตุเกิดขึ้น สามารถกระจ่ายข่าวได้ทันที ซึ่งนาย สรุพลฯ ยินดีเป็นสื่อกลางประสานข้อมูลให้ระหว่างร้านทองและ เจ้าหน้าที่ตำรวจพ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลาผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่กล่าวว่า ในภาวะทองคำราคาสูงเช่นนี้ต้องมีมาตราการป้องกันที่เข้มข้นเพิ่มความถี่ให้สายตรวจหมั่นออกตรวจตราStop walk talk ร้านทองอย่างสม่ำเสมอและนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำงานให้มากที่สุด และแนะนำช่องทางการแจ้งเหตุหรือแจ้งเบาะแสอาชญากรรม ทางหมายเลขโทรศัพท์ 053-327191

หรือ สายด่วน 191 แนะนำประชาสัมพันธ์ แอปพลิเคชั่น ตำรวจห่วงใยประชาชน (POLICE CARE) รวมทั้งหาความร่วมมือกับชมรมร้านทองจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อคงการสื่อสาร และแจ้งเบาะแสกันได้ตลอดเวลาทั้งนี้ จนท.ตร. ต้องทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความปลอดภัย และความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนให้อยู่อย่างปกติสุข

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สิงห์แมงกะไซค์ทั่วโลก ร่วมฉลองงานบูรพา พัทยา ไบค์วีค ปีที่ 29 คาดแก๊ง MC ทำเม็ดเงินท่องเที่ยวท้องถิ่นสะพัดหลายล้าน

ค่ำวันที่ 30 มกราคม 2569 ที่ลานเครื่องบิน ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา จ.ชลบุรี ดร.ศิวัช บุญเกิด รองปลัดเมืองพัทยา นายประสาร นิกาจิ นายกสมาคมบูรพามอเตอร์ไซค์เคิลคลับ

พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวการจัดงานบูรพา พัทยา ไบค์วีค 2026 โดยมี สมาชิกผู้ชื่นชอบรถจักรยานยนต์ ตลอดจนประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สนใจร่วมงานอย่างคับคั่ง

สำหรับงานบูรพา พัทยา ไบค์วีค 2026 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก ซอยชัยพฤกษ์ 2 เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

ถือเป็นอีเว้นต์ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่พี่น้องชาวไบค์เกอร์จากทั่วโลกตอบรับเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมากสร้างเม็ดเงินการท่องเที่ยวจำนวนหลายล้านบาทตลอด 29 ปีเต็ม

การจัดงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Wheels of Nostalgia” สะท้อนความคลาสสิก ความทรงจำ และมิตรภาพของชาวไบค์เกอร์จากรุ่นสู่รุ่น โดยภายในงานแบ่งพื้นที่กิจกรรมออกเป็น 8 โซนหลัก ได้แก่ Rock Stage, King Stage, Junior Stage,

Cowboy Indian, Stunt Show, โซนรถเครื่องเสียง, โซนร้านค้า และโซนอาหาร โดยคาดว่าในปีนี้จะได้รับการตอบรับจากคลับ Bike Week จากทั่วโลกที่เคยมาร่วมงานจำนวนมาก เฉกเช่นปีที่ผ่านมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปค.หว้านใหญ่ แท็กทีม นรข.-ทหารพราน-ยส.24 บุกยึดยาบ้า 7 กระสอบใหญ่ 2.8 ล้านเม็ดซุกริมโขงบ้านป่งขามใต้ เตรียมส่งต่อเข้าพื้นที่ชั้นใน

มุกดาหาร – เมื่อเวลา 22.30 น. ของวันที่ 29 มกราคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นางศศิธร โพดาพล นายอำเภอหว้านใหญ่ ได้สั่งการให้ นายหมวดเอกวิชัย ทาธร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง

นำกำลังเจ้าหน้าที่ อส. บูรณาการร่วมกับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.เขตนครพนม), สถานีเรือมุกดาหาร, กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และหน่วยบัญชาการสกัดกั้นยาเสพติด (ยส.24) เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ใกล้รีสอร์ทสองใจ บ้านป่งขามใต้ หมู่ที่ 1 ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เจ้าหน้าที่พบวัตถุต้องสงสัยถูกซุกซ่อนไว้ จึงเข้า

ตรวจสอบพบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุภายในกระสอบจำนวน 7 กระสอบ รวมประมาณ 2.8 ล้านเม็ด โดยที่ห่อบรรจุภัณฑ์ปรากฏตราสัญลักษณ์ “999” และดาว 5 ดวง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่มักพบในยาเสพติดล็อตใหญ่

การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นผลสำเร็จจากการยกระดับมาตรการเข้มข้นในการเฝ้าระวังชายแดน เพื่อตัดวงจรยาเสพติดไม่ให้หลุดรอดเข้าสู่พื้นที่ตอนในและชุมชน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดเพื่อส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการขยายผลหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป

จับยาบ้า #มุกดาหาร #หว้านใหญ่ #สกัดยาเสพติด #นรข #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #ข่าวอาชญากรรม #ยาบ้าล็อตใหญ่ #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ”ดร.ทราย ศรีสุวิช“ จัดมิติสัมพันธ์ Active Learner 2026 พัฒนาสกิลเด็กปฐมวัย 4 มิติ

วันที่ 30 มกราคม 2569 โรงเรียนศรีสุวิช จ.ชลบุรี โดย ดร.ประถมาภรณ์ ฟักฤกษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสุวิช ได้จัดกิจกรรมมิติสัมพันธ์ อนุบาล 3 Active Learner 2026 โดยมีคณะครูผู้สอน ร่วมให้การต้อนรับกลุ่มผู้ปกครองนักเรียนที่ตอบรับเข้าร่วม

กิจกรรมมิติสัมพันธ์ อนุบาล 3 Active Learner 2026 จัดขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะให้นักเรียน โดยแบ่งเป็นฐานการเรียนรู้รวม 4 สถานี ประกอบด้วย 1.มิติด้านทักษะชีวิต“Food Station” เรียนรู้เกี่ยวกับอาหารแปรรูป 2.มิติด้านวิทยาศาสตร์ “Rash to Treasure trail” เรียนรู้วิธีการคัดแยกขยะ รู้จัดขยะแต่ละประเภท วิธีจัดการขยะและรีไซเคิลเพื่อปลูกฝังการรักษาสิ่งแวดล้อม

3.มิติด้านการคิดคำนวณ “Food Shelf Life“สอนวิธีใช้เงินซื้ออาหาร ดูคิวอาร์โค้ดวันหมดอายุสินค้า ระบบการจ่ายเงิน-ทอนเงิน และ 4.มิติด้านศิลปะและภาษา “จากจานสู่ผืนผ้า สร้างงานศิลป์” ให้นักเรียนฝึกสร้างสรรค์งานพิมพ์กระเป๋าด้วยผักและผลไม้

ดร.ประถมาภรณ์ ฟักฤกษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสุวิช เผยว่า กิจกรรมมิติสัมพันธ์นอกจากจะเป็นการเสริมสร้างทักษะให้กับเด็กนักเรียนปฐมวัยแล้ว สิ่งสำคัญคือเป็นกิจกรรมที่เชื่อมระหว่างบ้านกับโรงเรียน และผู้ปกครองกับคุณครู ให้ได้เป็นส่วมร่วมในกิจกรรมของโรงเรียเพื่อช่วยกันการดูแลบุตรหลานและนักเรียนศรีสุวิชร่วมกันอย่างดีต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “สานสัมพันธ์ศรัทธาสู่ความสำเร็จแห่งเยาวชน” รร.นราธิวาส จัดพิธีใหญ่ ‘รักษ์อัล-กรุอาน’ เชิดชูนักเรียน ม.3 – ม.6 จบ เล่ม

โรงเรียนนราธิวาสจัดพิธี “คอตัมอัล-กรุอาน” สุดยิ่งใหญ่ รวบรวมเยาวชนมุสลิมชั้น ม.3 และ ม.6 กว่า 500 ชีวิต ร่วมแสดงพลังแห่งศรัทธาและการเรียนรู้ มุ่งปลูกฝังคุณธรรมนำความรู้ตามหลักศาสนา พร้อมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียนและชุมชน

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ณ หอประชุมจำลองศรีเลขา โรงเรียนนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ได้มีพิธีเปิดกิจกรรม “รักษ์อัล-กรุอาน (คอตัมอัล-กรุอาน)” ประจำปีการศึกษา 2568 อย่างสมเกียรติ โดยได้รับเกียรติจาก

นายอับดุลอาซิซ เจ๊ะมามะ รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.อภิวรรณ ยอดมงคล ผู้อำนวยการโรงเรียนนราธิวาส คณะครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และผู้ปกครองที่มาร่วมยินดีกับความสำเร็จของบุตรหลานอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้คือจุดหมายสำคัญของนักเรียนมุสลิมที่ได้ศึกษาหลักสูตรอัล-กุรอานผ่านระบบ “กีรออาตี” ซึ่งเน้นการอ่านที่ถูกต้องตามหลักตัญจวีดและอักขระวิธี เมื่อนักเรียนสามารถอ่านจนจบเล่ม (30 ญูซ) จึงได้มีพิธีทบทวนหรือ “คอตัมอัล-กุรอาน” เพื่อทดสอบความแม่นยำและสร้างแรงจูงใจในการรักษาหลักธรรมคำสอนไว้ในจิตใจ
เจาะลึกสถิติผู้เข้าร่วม: พลังขับเคลื่อนสังคมมุสลิมรุ่นใหม่

โดยในปีนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้น 558 คน โดยมีไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ความสำเร็จของนักเรียน ดังนี้:

  • นักเรียนมุสลิมชั้น ม.3: เข้าร่วม 159 คน (คอตัมจบเล่ม 76 คน)
  • นักเรียนมุสลิมชั้น ม.6: เข้าร่วม 236 คน (คอตัมจบเล่ม 113 คน)
  • รางวัลเกียรติยศ: มอบรางวัลนักเรียนมุสลิมดีเด่น 26 คน และทุนการศึกษาแก่เด็กกำพร้า 4 ราย

นายอับดุลอาซิซ เจ๊ะมามะ ได้กล่าวชื่นชมการจัดงานว่า “การพัฒนาเยาวชนให้เป็นคนดี มีปัญญา และความสุข ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ต้องอาศัยการปลูกฝังจริยธรรมที่เข้มแข็ง ซึ่งอัล-กุรอานคือรากฐานสำคัญที่จะช่วยขัดเกลาจิตใจและสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพให้แก่สังคมและศาสนาอิสลามสืบไป”

สำหรับกิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่เป็นความสำเร็จทางวิชาการศาสนา แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่าง โรงเรียนนราธิวาส, มูลนิธิการกุศลเพื่อการศึกษาอัล-กุรอาน (มกก.) และชมรมกีรออาตีประจำจังหวัดนราธิวาส ที่ร่วมกันผลักดันงบประมาณกว่า 64,100 บาท เพื่อสร้างพื้นที่แห่งภาคภูมิใจให้แก่เยาวชนในพื้นที่ชายแดนใต้
//////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ให้โชค !! พ่อปู่สม-สรวง ศีรษะจระเข้ โบราณ อายุกว่า 133 ปี พบปี2539 ตรวจสอบประเมินอายุถึงปัจจุบันกว่า 133 ปี

ให้โชค !! พ่อปู่สม-สรวง ศีรษะจระเข้ โบราณ อายุกว่า 133 ปี
เผย พบตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 หน่วยงานภาครัฐเข้ามาตรวจสอบประเมินว่ามีอายุถึงปัจจุบันกว่า 133 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ความเคารพศรัทธา เคยให้โชคถูกรางวัลไปแล้วหลายครั้ง

เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 28 ม.ค.2569 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 25 หมู่ที่ 3 ต.บางเสาธงอ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ พบกับ นายพิทักษ์ จวบกระโทก อายุ 38 ปี เจ้าของบ้าน ได้พาไปชี้จุดที่ตั้งศาลพ่อปู่สม-สรวง ศีรษะจระเข้ โบราณ อายุกว่า 133 ปี

ซึ่งพบโดยบังเอิญเมื่อประมาณ 30 กว่าปีที่ผ่านมา บริเวณริมตลิ่งคลองข้างบ้าน พร้อมเล่าเหตุการณ์ย้อนอดีตให้ฟัง ทั้งเรื่องความเชื่อ ความศรัทธาและโชคลาภ นายพิทักษ์ จวบกระโทก หรือ เดียว เจ้าของบ้าน กล่าวว่า ย้อนไป 30 ปีขณะที่ตนกำลังเล่นน้ำ

อยู่ริมคลอง และพยายามทำเป็นทางดินสไลด์ ตามความซุกซนในวัยเด็ก ขณะที่ปล่อยตัวลื่นไถลจากตลิ่งลงไปในคลอง หลังไปสะดุดกับปุ่มแข็ง เหมือนรางไม้หรือก้อนหิน ตน จึงบอกญาติผู้ใหญ่มาดึงออกให้ พบว่าเป็นซากศีรษะจระเข้ หลังจากนั้นมีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาขอตรวจสอบประเมินว่ามีอายุถึงปัจจุบันกว่า 133 ปี

และเคยเข้ามาพยายามจะนำออกไป แต่ก็เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ทำให้ไม่สามารถนำออกไปได้ เจ้าหน้าที่จึงบอก งั้นฝากให้เจ้าของบ้านดูแลไว้ก่อน ตอนพบครั้งแรกฟันอยู่ครบ จากนั้นก็หลุดร่วงไปตามเวลา แต่ระยะหลัง เห็นคล้ายกับจะมีลักษณะ

เป็นกระดูกอ่อนงอกขึ้นมาใหม่อยู่ในร่องฟันเดิม ส่วนเรื่องความเชื่อและให้โชคกับชาวบ้านนั้น ก็มีหลายคนมาดู มาขอ ก็ได้โชคไปหลายราย หลังจากนั้นก็นำของมาแก้บน ส่วนใหญ่จะเป็น ไก่ต้ม หัวหมู หมากพลู บุหรี่ เหล้าขาว แต่ห้ามนำของสด ๆ มาเซ่นไหว้เด็ดขาด

นายสุรเดช ไทยเที่ยง อายุ 38 ปี เพื่อนสนิทฯ กล่าวว่า ตนเคยฝันเห็นชายสูงอายุ สวมโจมกระเบน สะพายสังวาล ขึ้นมาจากน้ำบริเวณจุดที่ตั้งศาลแห่งนี้ และบ่อยครั้งที่มานั่งแถวนี้ มักจะเห็นจากหางตาเหมือนมีคนเดินผ่านมาด้านข้าง เมื่อหันไปมองกลับไม่พบ

ส่วนตัวเป็นคนไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์ แต่ก็หาคำตอบทางวิทยาศาสตร์จากเหตุการณ์ที่พบยังไม่ได้ถึงอย่างไรก็ตาม ศาลพ่อปู่สม-สรวง ศีรษะจระเข้ โบราณ อายุกว่า 133 ปีแห่งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ยังให้ความเคารพศรัทธา เข้ามากราบไหว้ขอพรกันเป็นประจำ อย่างน้อยก็เป็นที่พึ่งทางใจ ให้มีพลังต่อสู่กับชีวิตในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้ต่อไป


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อดีตนายกอุ๊งอิ๊ง หาเสียงช่วย อดีตนายกเอ อ.แม่สาย ผู้สมัครและพรรคเพื่อไทยจ.เชียงราย

นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครและพรรคเพื่อไทย ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยในการปราศรัยตอนหนึ่งได้บอกว่า

ภูมิใจที่ช่วงหนึ่งของการเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วได้ช่วยเหลือชาวแม่สาย พร้อมกับย้ำว่าความมุ่งมั่นที่จะให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็น DNA ของทุกคนในพรรคเพื่อไทย

วันนี้(27มค69) นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปที่บริเวณด่านพรมแดนถาวร สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อพบปะกับประชาชน, รับฟังรายงานความคืบหน้าของการจัดทำระบบป้องกันน้ำท่วม

แม่สาย จากนายชัยยนต์ ศรีสมุทร ผู้สมัคร สส. เชียงราย เขต 6 ซึ่งเป็นอดีตนายกเทศมนตรีตำบลแม่สาย โดยมีส่วนราชการที่

เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ และมีประชาชนมวลชนเสื้อแดงไปมอบช่อดอกไม้รุมล้อมถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันอย่างคึกคักและหนาตา

จากนั้น นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปที่ชุมชนเกาะทราย ซึ่งเป็น 1 ในชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยแม่สาย โดยมีผู้แทนประชาชน กลุ่มมวลชน องค์กรต่างๆ

กล่าวขอบคุณอดีตนายกรัฐมนตรีที่ให้ความช่วยเหลือเมื่อครั้งที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมแม่สาย และขอให้พรรคเพื่อไทยให้การ

สนับสนุนแก้ไขปัญหาต่างๆ ของชาวแม่สาย อาทิ ปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกิน ปัญหาคนพิการและด้อยโอกาส ปัญหาคนไร้สัญชาติ เป็นต้น

นายชัยยนต์ ศรีสมุทร ผู้สมัคร สส เชียงราย เขต 6 ซึ่งเป็นอดีตนายกเทศมนตรีตำบลแม่สาย บอกกับประชาชนที่มารอต้อนรับ ว่า การให้ความช่วยเหลือชาวแม่สายที่ถูกน้ำท่วม ของนายกรัฐมนตรี แพรทองธาร ชินวัตร ที่ได้สั่งการให้รัฐมนตรี 2 คนมา

ประจำการในพื้นที่ ทำให้การประสานงานต่างๆ รวดเร็วมากขึ้น แต่ว่างานยังไม่สำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ ตนจึงอาสาเข้ามาเป็น สส เพื่อไปอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร จะได้มีส่วนร่วมในการผลักดันงบประมาณมาดำเนินการตามโครงการต่างๆ ให้กับชาวแม่สายต่อไป

ทางด้าน นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร แม้ว่าจะไม่ได้ “อู้คำเมือง” กับชาวแม่สาย แต่ได้ปราศรัยหาเสียง โดยตอนหนึ่งของการปราศรัยหาเสียงได้บอกว่า ช่วงที่เกิดเหตุการณ์มหาอุทกภัยที่แม่สาย ตนเองลงพื้นที่บ่อยมาก เมื่อได้กลับมาแม่สายอีกครั้ง จึง

รู้สึกภาคภูมิที่ช่วงหนึ่งของการเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วได้มีโอกาสทำงานให้ความช่วยเหลือคนแม่สาย ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสจากเหตุการณ์น้ำท่วม รวมทั้งผลักดันให้การฟื้นฟูเมือง การสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมแม่สายอย่างยั่งยืน เพื่อไม่ให้ชาวแม่สายต้องประสบกับความเดือดร้อนจากอุทกภัยอีก

นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร ยังบอกด้วยว่า แม้ว่าตนเองจะเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้แล้ว ไม่ได้ทำหน้าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยแล้ว แต่ยืนยันว่าตนเองยังคงทำงานเพื่อการพัฒนาประเทศชาติและประชาชนในนามพรรคเพื่อไทยต่อไป การมุ่งมั่นที่จะทำงาน

เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนถือว่าเป็น DNA ของทุกคนในพรรคเพื่อไทย เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ จึงอยากให้ประชาชนชาว

แม่สายได้ช่วยกันสนับสนุนผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยทั้งการเลือกตั้งในระบบเขตและในระบบบัญชีรายชื่อ เพื่อที่จะได้ให้พรรคเพื่อไยได้กลับมารับใช้ประชาชนอีกครั้ง


/////////////
ลำดับภาพ 1.บรรยากาศการลงพื้นที่ที่บริเวณด่านพรมแดน 2.บรรยากาศลงพื้นที่พบปะประชาชนที่ชุมชนเกาะทราย 3.บางส่วนของเสียงพูดหาเสียงของ นายชัยยนต์ ศรีสมุทร ผู้สมัคร สส พรรคเพื่อไทย 4.เสียงปราศรัยยาวๆของ นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร
///////////////

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คิดว่าเนียนแต่ไม่รอด! ตร.มุกดาหารบุกทลายเครือข่ายไอซ์รายใหญ่ ซุกช่องลับรถสไลด์ 50 กก. ยึดทรัพย์กว่า 6 ล้าน รวบ 4 ผู้ต้องหา

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และ พ.ต.อ.ณภัทรพงศ์ สมใจ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร

ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร หลังเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 คน พร้อมตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) น้ำหนักรวม 50 กิโลกรัม และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดรวม 11 รายการ เป็นรถยนต์ 7 คัน รถจักรยานยนต์ 4 คัน รวมมูลค่าประมาณ 6,035,000 บาท

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา พ.ต.ต.ทวีศักดิ์ สอนจันทร์ สว.กก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาไอซ์จำนวนมาก โดยมีการดัดแปลงซุกซ่อนภายในรถยนต์สไลด์เพื่อลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ และอยู่ระหว่างการบรรจุซุกซ่อนภายในบ้านเลขที่ 30/1 ซอยตาดแคน 13 ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่จึงรายงาน พ.ต.อ.กิตเตซิษฐ์ บำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และ พ.ต.อ.ณัฏฐพล แพนพา ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ผู้บังคับบัญชาและวางแผนเข้าตรวจค้น เมื่อเดินทางไปถึง พ.ต.ต.ทวีศักดิ์ ได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และแจ้งเหตุแห่งการตรวจค้นต่อเจ้าบ้าน

แต่กลุ่มชายที่อยู่ภายในบ้านพยายามวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ 4 คน คือ นายกรวิวัฒน์ จันดี อายุ 25 ปี ทำหน้าที่ประสานงานและควบคุมการลำเลียง นายชยุต ไชยช่วย อายุ 28 ปี เป็นผู้จัดเตรียมสถานที่และร่วมบรรจุซุกซ่อนยาเสพติด นายธีระพงษ์ คงสุนทร อายุ 31 ปี ทำหน้าที่ดูแลรถยนต์สไลด์และเส้นทางการขนส่ง และนายสุวิทย์ ขันทพร อายุ 35 ปี ทำหน้าที่เฝ้าระวังและสนับสนุนการลำเลียงยาเสพติด

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ามียาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ภายในช่องเก็บแบตเตอรี่ของรถยนต์สไลด์ ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ทะเบียน 67-1668 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดอยู่ภายในบ้านเมื่อตรวจค้นพบห่อชาสีเหลืองยี่ห้อ GUANYINWANG จำนวน 50 ห่อ ภายในบรรจุยาไอซ์น้ำหนักรวม 50 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง จากนั้นได้ขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านของนายชยุต ผู้ต้องหาหนึ่งในเครือข่าย พบยาไอซ์เพิ่มเติมอีกจำนวน 1.54 กรัม จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลางเช่นกัน

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งหมดในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในความผิดฐาน “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)” แก่นายกรวิวัฒน์ และนายชยุต ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทลายเครือข่ายยาเสพติด #ไอซ์50กิโล #มุกดาหารยาเสพติด #ปราบยาเสพติดข่าวอาชญากรรมยึดทรัพย์6ล้าน #ตำรวจภูธรมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ ตร.เมืองโคราชเข้ม รับมือเหตุชิงทองซ้อมแผนเต็มรูปแบบ สร้างความอุ่นใจร้านทอง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา ได้ดำเนินการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ณ ร้าน ไท้เฮงล้ง(ตราช้าง) TGG ถนนชุมพล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน และเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การซ้อมแผนเริ่มต้นด้วยสถานการณ์จำลอง คนร้ายสวมหมวกกันน็อก ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาก่อเหตุใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานเพื่อชิงทองคำ จากนั้นเป็นการฝึกขั้นตอนการรับมือของร้าน การแจ้งเหตุ การติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ การส่งต่อข้อมูลคนร้ายและทิศทางหลบหนี เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและเข้าจับกุมได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุจริง

พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า การซ้อมแผนในครั้งนี้ได้บูรณาการกำลังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งหัวหน้าสายตรวจ พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่สืบสวน และผู้ปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละจุด เพื่อให้ทุกคนเข้าใจบทบาทและขั้นตอนการปฏิบัติอย่างชัดเจน เมื่อเกิดเหตุจริงจะสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดยการซ้อมในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ทุกนายมีความเข้าใจตรงกัน ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าตำรวจมีความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่

ด้านนางสาวภัทรียา รัตนศิริมณีเวทย์ หรือ “คุณนิด” เจ้าของร้านไท้เฮงล้ง(ตราช้าง) TGG กล่าวว่า การซ้อมแผนในวันนี้ช่วยให้ร้านและพนักงานมีความเข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุจริงมากขึ้น ทั้งการแจ้งเหตุ การติดต่อประสานงาน และการดูแลความปลอดภัยภายในร้าน ทำให้รู้สึกอุ่นใจและมั่นใจมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวสูง พร้อมยืนยันว่าการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่โคราชมีความเข้มงวดและใส่ใจมาโดยตลอด ขอให้ลูกค้ามั่นใจว่าสามารถซื้อ–ขายทองได้อย่างปลอดภัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / การประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ประจำปี 2569 ครั้งที่ 1

เมื่อวันที่ ( 29 ม.ค. 69) เวลา 09.30 น. ณ ห้องศรีพัชรินทร สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครราชสีมา พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ประจำปี 2569 ครั้งที่ 1 เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและการให้ข้อเสนอแนะของผู้บริหารเพื่อนำไปสู่การ “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ” ต่อการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานแบบบูรณาการให้มีความประสานสอดคล้อง และสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน อันจะทำให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังเพื่อสร้างความรู้จัก และความสัมพันธ์ที่ดีในระดับผู้บริหาร โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานด้านความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จากพื้นที่ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมในการประชุมฯ

โดยเป็นการประชุมเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติ ในการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยในครั้งนี้ ได้มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้แก่ การป้องกันภัยคุกคามเร่งด่วนการสกัดกั้นภัยคุกคามข้ามชาติ และปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดนการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ อาชญากรรมออนไลน์ และการก่อการร้ายข้ามชาติการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ มาตรการสกัดกั้นข่าวปลอม (Fake News) ซึ่งปัญหาดังกล่าว นับว่าเป็นภัยคุกคามซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นส่วนรวม

ซึ่ง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ได้กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานในห้วงต่อไป โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและชัดเจนเกี่ยวกับอำนาจ ขอบเขต บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ เพื่อให้การปฏิบัติงานด้านความมั่นคงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้องตามกรอบกฎหมาย มีความเป็นรูปธรรม และสามารถสร้างผลสัมฤทธิ์ที่ประจักษ์ต่อทุกภาคส่วน โดยกำหนดเป้าหมายหลักในการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคง จำนวน 5 ประการ ได้แก่ การสร้างความชัดเจนในบทบาทหน่วยงานด้านความมั่นคง การยกระดับศักยภาพในการรับมือภัยคุกคามทุกรูปแบบ การทำงานเชิงรุกโดยอาศัยข้อมูล การประเมินสถานการณ์ และความร่วมมือจากประชาชน การบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ พร้อมการติดตามประเมินผล และการเสริมสร้างบทบาทกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด ในการช่วยเหลือประชาชน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างมีประสิทธิภาพ

ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ได้ขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงอย่างบูรณาการ โดยให้ความสำคัญกับการประเมินและรับมือภัยคุกคามเชิงรุก การดูแลความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน การแก้ไขปัญหายาเสพติด อาชญากรรมทางเทคโนโลยี สาธารณภัย และการเสริมสร้างความเข้มแข็งในระดับพื้นที่ ควบคู่กับการวางตัวเป็นกลางทางการเมืองในห้วงการเลือกตั้งและประชามติ

ทั้งนี้ หวังว่าความร่วมมือดังกล่าว จะทำให้การรักษาความมั่นคงภายในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงให้แก่ประชาชนและประเทศชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม และขอขอบคุณทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันแก้ไขปัญหา จากสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา จังหวัดชายแดนที่มีการแจ้งเตือน, การอพยพประชาชน, การจัดระเบียบในพื้นที่อพยพ, การตรวจสอบสายลับ และการดูแลพื้นที่ส่วนหลังจังหวัดตอนใน รวมถึงการมอบสิ่งของบริจาค, จัดพิธีศพทหาร, การตรวจสอบแรงงานต่างด้าว ความมุ่งมั่นตั้งใจ เสียสละของทุกภาคส่วน รวมทั้งสร้างการรับรู้แก่ประชาชน เพื่อให้ความร่วมมือสนับสนุน และการมีส่วนร่วม ในการปฏิบัติภารกิจให้เกิดความมั่นคงของชาติ ประชาชนมีความกินดีอยู่ดี มีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมีความรัก ความสามัคคี ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ อย่างยั่งยืนสืบไป

ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 2

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรม Work Shop ดอกไม้แห่งความจงรักภักดี และโบว์สีดำติดเสื้อ โครงการหนึ่งความดี ล้านความรัก ภูมิใจภักดิ์พระพันปีหลวง

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ที่ อาคารหอประชุมวัดดอนมูล ตำบลดูได้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดกิจกรรม Work Shop ดอกไม้แห่งความจงรักภักดี และโบว์สีดำติดเสื้อ ถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพระพันปีหลวง

ภายใต้โครงการหนึ่งความดี ล้านความรัก ภูมิใจภักดิ์พระพันปีหลวง เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดี รวมทั้ง แสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระองค์ทรงเป็น “แม่ของแผ่นดิน” ที่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของราษฎรมาตลอดพระชนม์ชีพ โดยกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นบุคลากรจากหน่วยงานในจังหวัดน่านประกอบด้วย ส่วนราชการ เหล่ากาชาดจังหวัดน่าน กิ่งกาชาดอำเภอทุกแห่ง สถานศึกษาในจังหวัดน่าน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน

สภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน และสภาวัฒนธรรมอำเภอทุกแห่ง จำนวน 80 คนด้วยกระทรวงวัฒนธรรมได้จัดโครงการหนึ่งความดี ล้านความรัก ภูมิใจภักดิ์พระพันปีหลวง เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดี รวมทั้ง แสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระองค์ทรงเป็น “แม่ของแผ่นดิน” ที่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของราษฎรมาตลอดพระชนม์ชีพ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการส่งเสริมอาชีพและคุณภาพชีวิตของราษฎรในถิ่นทุรกันดารผ่านการก่อตั้งและส่งเสริม “โครงการศิลปาชีพ” ซึ่งเป็นการฟื้นฟูและอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทยให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยมีวิทยากรทำกิจกรรม Work Shop จากสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดน่าน สอนการประดิษฐ์ ดอกไม้แห่งความจงรักภักดี และโบว์สีดำติดเสื้อ เพื่อให้ประชาชน

ได้ร่วมแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยดอกไม้แห่งความจงรักภักดี และโบว์สีดำติดเสื้อ จะได้นำไปแจกจ่ายให้กับพสกนิกรชาวจังหวัดน่าน และประชาชนทั่วไป ในกรณีที่ไม่สามารถแต่งกายด้วยชุดสีดำล้วน เช่น พนักงานที่มีชุดยูนิฟอร์ม สามารถใช้การติดริบบิ้น หรือโบว์สีดำบริเวณหน้าอก แทนการสวมชุดสีดำได้/ภาพ/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอนครชัยศรีเป็นประธานเปิดการอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ณ หอประชุมอำเภอนครชัยศรี

นายอำเภอนครชัยศรีเป็นประธานเปิดการอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งและคณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียงประชามติ ณ หอประชุมอำเภอนครชัยศรีตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2568 และคณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันเลือกตั้งทั่วไป พร้อมกับมีการออกเสียงประชามติในวันเดียวกันด้วย นั้น

วันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดการอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งและคณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียงประชามติ

ณ หอประชุมอำเภอนครชัยศรี ในวันนี้ผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วย คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งและออกเสียงเลือกตั้งและคณะกรรมการที่เลือกตั้งกลาง โดยกำหนดอบรม 6 รุ่น จำนวนผู้รับการอบรมทั้งสิ้น 2,412 คน เพื่อร่วมกันดำเนินการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.ภ.จว.นครปฐม ได้เดินทาง สภ.โพรงมะเดื่อได้มอบข้าวสาร ไข่ น้ำมันพืช สนับสนุนโครงการอาหารกลางวัน

วันนี้ 29 ม.ค.69เวลา 11.00 น.พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐมได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม สภ.โพรงมะเดื่อพบ
พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียมผกก.สภ.โพรงมะเดื่อพ.ต.ท.อลงกรณ์ กาญจนนฤนาทรอง ผกก.ป.สภ.โพรงมะเดื่อพ.ต.ท.มณฑล สุขศุภชัย
รอง ผกก.(สอบสวน)

สภ.โพรงมะเดื่อพ.ต.ท.อภิชาติ หงส์ไพบูลย์ รอง ผกก.สส.สภ.โพรงมะเดื่อว่าที่ พ.ต.ท.บุญสร้าง จิ๋วน้อย
สว.อก.สภ.โพรงมะเดื่อพร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.โพรงมะเดื่อ

ตรวจสอบการให้บริการบนสถานีตำรวจและการดำเนินการตามนโยบาย ผบ.ตร.และ ผบช.ภ.7 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุ่มตรวจการโหลดแอปพลิเคชั่น police care ของข้าราชการตำรวจในสังกัด ได้ทำการโหลดครบทุกนาย

ได้มอบข้าวสาร ไข่ น้ำมันพืช เพื่อสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันของ สภ.โพรงมะเดื่อ เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนการจัดอาหารกลางวันแก่ข้าราชการตำรวจและเจ้าหน้าที่ในสังกัด อันเป็นการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจ ลดภาระค่าใช้จ่าย และส่งเสริมคุณภาพชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ ได้จัดเลี้ยงอาหารเสริมกลางวันข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง ลาบน้ำตก และร่วมกิจกรรมทำอาหารพร้อมรับประทานอาหารกลางวันกับข้าราชการตำรวจและเจ้าหน้าที่ในสังกัด เพื่อส่งเสริมความสามัคคี ความเข้าใจอันดี และสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติราชการ

ณ สภ.โพรงมะเดื่อ ต.โพรงมะเดื่อ อ.เมือง จว.นครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น้องแหม่มซ่าส์ คว้ามงกุฎบนเวที มิสแกรนด์อำนาจเจริญ 2026 ณ Mr.Fox Live House Bangkok (ศรีวรา ทาวน์ อินทาวน์)

มิสแกรนด์อำนาจเจริญ 2026 รอบตัดสิน ทุกแบรนด์มีส่วนทำให้ การประกวดในครั้งนี้ยิ่งใหญ่ สมบูรณ์แบบอย่างที่ปฏิเสธไม่ได้เลย👑น้องแหม่มซ่าส์👑 กับการคว้ามงกุฎบนเวที มิสแกรนด์อำนาจเจริญ 2026 ในค่ำคืนวันที่ 28 มกราคม 2026 ณ Mr.Fox Live House Bangkok (ศรีวรา ทาวน์ อินทาวน์) ที่ผ่านมา ซึ่งบรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงเชียร์จากเหล่าด้อมนางงามอย่างล้นหลาม

Opening Show: เริ่มต้นด้วยความตื่นตาตื่นใจในสไตล์ Electronic Modern เข้ากับสถานที่อย่าง MR. FOX Live House ที่โดดเด่นเรื่องระบบแสง สี เสียง และจอ LED ขนาดใหญ่ สาวงามผู้เข้าประกวดปรากฏตัวในชุดโชว์ที่เน้นความกระฉับกระเฉง พร้อมการแนะนำตัว “แบบตะโกน” ตามเอกลักษณ์ของมิสแกรนด์

ทีมผู้บริหาร: นำโดย คุณแค๊ป และ คุณได๋ (PD) ที่มาร่วมสร้างสีสันและตอกย้ำความตั้งใจในการเฟ้นหาตัวแทนที่จะไปคว้ามงมิสแกรนด์อำนาจเจริญ 2026ช่วง Performance: จริตแกรนด์สะกดสายตาในรอบนี้ น้องแหม่มซ่าส์ – มาลินี ส่วนมี เริ่มฉายแววความโดดเด่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด:

รอบชุดว่ายน้ำ (Swimsuit Competition): บรรยากาศร้อนแรงขึ้นทันที สาวงามแต่ละคนโชว์ Step การเดินที่มีลูกเล่นแพรวพราว โดยเฉพาะแหม่มซ่าส์ที่ใช้ทักษะศิลปินมาปรับใช้ในการเดิน ทำให้ทุกย่างก้าวดูสนุกและมีเสน่ห์รอบชุดราตรี (Evening Gown): เปลี่ยนอารมณ์มาสู่ความหรูหรา สง่างาม เป็นช่วงที่เผยให้เห็น “ออร่า” ของว่าที่ผู้ชนะอย่างชัดเจน

ในงานประกวดมิสแกรนด์อำนาจเจริญรอบตัดสิน ตวัน ณัฐฏ์ฐณิญา ทรัพย์ภคินกุล ได้ปรากฏตัวในชุดราตรีที่สง่างามเพื่อทำการ Speech อำลาตำแหน่ง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บีบหัวใจทั้งเจ้าตัวและแฟนคลับความรู้สึกท่วมท้น: ตวันยอมรับว่าเส้นทางนี้ไม่ได้ง่าย แต่เป็นปีที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปอย่างสิ้นเชิง เธอขอบคุณโอกาสจากกองประกวดที่ทำให้เด็กสาวคนหนึ่งได้เติบโตและเป็นกระบอกเสียงให้กับชาวอำนาจเจริญผลการประกวด มิสแกรนด์อำนาจเจริญ 2026 มิสแกรนด์อำนาจเจริญ 2026 (ผู้ชนะเลิศ): น้องแหม่มซ่าส์ – มาลินี ส่วนมี รองอันดับหนึ่ง น้อง บิวบิว อรพรรณ หาญพัฒนภูมิ

ในคืน Final รอบตัดสินที่ MR. FOX ถือว่าเป็นการโชว์ศักยภาพของ “แหม่มซ่าส์” ที่โดดเด่นมาก โดยเฉพาะในรอบการตอบคำถามและการเดิน Performance ที่ถูกจริตแฟนนางงามสายแกรนด์สุด ๆ ทำให้เธอสามารถคว้ามงกุฎไปครองและจะเป็นตัวแทนจังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อไปชิงมงกุฎทองบนเวทีใหญ่ Miss Grand Thailand 2026 ต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ภรณ์ณิภัทร สนสาขา ( น้องกี้) ได้เป็นตัวแทนจ.นครปฐม สู่เวทีประกวดนางสาวไทยระดับประเทศ และการประกวดในเวทีระดับนานาชาติ

สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-นครปฐม ประกาศผลการประกวดนางสาวไทย และมอบมงกุฎนางสาวไทยนครปฐม 2569 ให้กับ นางสาวภรณ์ณิภัทร สนสาขา ( น้องกี้) ได้เป็นตัวแทนจังหวัดนครปฐม สู่เวทีประกวดนางสาวไทยระดับประเทศ และการประกวดในเวทีระดับนานาชาติ

วันที่ 27 มกราคม 2569 ที่โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานพิธีประกาศผลการประกวดนางสาวไทยนครปฐม พร้อมเปิดตัวและมอบมงกุฎนางสาวไทยนครปฐม 2569 โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ร่วมเป็นเกียรติในการมอบรางวัลและมอบช่อดอกไม้ในครั้งนี้

โอกาสนี้ นางสาวณัฏฐ์ปภาณ จันทร์ละมูล นายกสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-นครปฐม และกรรมการสมาคมฯ ประกอบด้วย Mr. ลี อาบาร์ ประธานกรรมการบริษัท พรประเสริฐรังนกไทย จำกัด ,คุณรุ่งนภา แก้วศรีพันธ์ ประธานกรรมการบริษัทรุ่งนภา ท็อปแลนด์ 2015 จำกัด และกรรมการสมาคมสตรีนักธุรกิจฯ , คุณสุภจิรา ดุรงค์เดช บริษัทมาซูม่า (ประเทศไทย) จำกัด และและกรรมการสมาคมสตรีนักธุรกิจฯ, คุณชริยา มีใจดี สมาคมสตรีนักธุรกิจฯ , คุณกิรณา ปิติศศิกร บริษัทซีพีเอ็ม อกรีคัลเจอร์ จำกัด,

คุณศศิพิมล แก้วทวีทรัพย์ ประธานกรรมการบริษัทระฆังทองพลาสติก จำกัด และกรรมการสมาคมสตรีนักธุรกิจฯ, และคุณกตัญชลี แซ่อึ้ง กรรมการผู้จัดการ บริษัทไพโอเนียร์ เอ็นจิเนียริ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ร่วมแถลงการจัดประกวดนางสาวไทยนครปฐม 2569 ซึ่งในปีนี้ได้แก่ หมายเลข 4 นางสาวภรณ์ณิภัทร สนสาขา ( น้องกี้) อายุ 24 ปี ได้เป็นตัวแทนจังหวัดนครปฐม สู่เวทีประกวดนางสาวไทยระดับประเทศ และการประกวดในเวทีระดับนานาชาติ

รองอันดับ 1 หมายเลข 1 นางสาวสิตานัน ดำชุม (น้องใบเฟิร์น) อายุ 27 ปี รองอันดับ 2 หมายเลข 7 นางสาวกมนธิดา อาภาวงศ์กวิน (น้องเกรซ) อายุ 19 ปี
รองอันดับ 3 หมายเลข 6 นางสาวพัสตราภรณ์ แพรอัตถ์ (น้องลูกพั้นซ์) อายุ 18 ปีรองอันดับ 4 หมายเลข 2 นางสาวกัญญาณัฐฏ์ บุญมา (น้องออมสิน) อายุ 18 ปีรางวัลขวัญใจมหาชน หมายเลข 6 นางสาวพัสตราภรณ์ แพรอัตถ์ (น้องลูกพั้นซ์) อายุ 18 ปี

รางวัลชมเชย หมายเลข 3 นางสาวชญาภัช สมศักดิ์ (น้องผ้าแพร) อายุ 26 ปี และ หมายเลข 5 นางสาวกัญญาณัฐ ร่างใหญ่ (น้องเพลงพราว) อายุ 21 ปี
นางสาวสาวิกา ลิมปะสุวัณณะ กรรมการสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-นครปฐม และประธาน Young BPY ประเทศไทย

กล่าวว่า สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย -จังหวัดนครปฐม เป็นองค์กรสาธารณะกุศล สนับสนุนนักธุรกิจและวิชาชีพให้อยู่ในระดับแถวหน้าของสังคม ไม่ว่าจะเป็นระดับจังหวัดและระดับชาติ ในงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม

วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจังหวัดนครปฐม ด้วยการส่งเสริมภาพลักษณ์อันดีงามของจังหวัด ผ่านเวทีการประกวด แสดงถึงความงดงามของวัฒนธรรมไทย ผ่านการแสดงออกทั้งในเรื่องของการแต่งกาย และศิลปะการแสดงต่างๆ อีกทั้ง

ค้นหาสาวงามที่มีคุณสมบัติความพร้อมทั้งด้านบุคลิกภาพ สติปัญญา ความสามารถ และจิตสำนึกเพื่อสังคม ในการเป็นตัวแทนของจังหวัดนครปฐม เพื่อส่งเข้าสู่เวทีการประกวดนางสาวไทยในระดับประเทศ รวมไปถึงการประกวดในเวทีระดับนานาชาติ ในการเป็นเวทีสำหรับการทำกิจกรรมเพื่อสังคม โดยเฉพาะกิจกรรมที่ส่งเสริมสิทธิของสตรี ส่งเสริมความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมในประเด็นต่างๆ ในสังคม

นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายในการสืบสาน และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมอันงดงามของจังหวัดนครปฐม ซึ่งเวทีการประกวดเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของท้องถิ่น สร้างความภาคภูมิใจ
ร่วมกันของคนในจังหวัดอีกด้วย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / 73 ยังแจ๋ว! “ป๋าอ๊อด” เจ้าของร้านบ้านไทฮัท เปิดบ้านทำบุญใหญ่ คนดังสระบุรีแห่ร่วมอวยพรคับคั่ง

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 บรรยากาศสุดชื่นมื่นเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 73 ปี ของ นายบุญปลูก เอนสาร หรือที่รู้จักกันดีในนาม “ป๋าอ๊อด” เจ้าของร้านอาหารชื่อดัง “บ้านไทฮัท อีสาน / สเต็ก / ซีฟู๊ด” และเจ้าของร้านอาหารบ้านสวนริมคลอง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ใกล้เทศบาลเชียงรากใหญ่ เบอร์ติดต่อร้าน 021993777 0819154995 ( ป๋าอ๊อดเจ้าของร้าน )

โดยภายในงานได้รับเกียรติจากข้าราชการระดับสูง นักการเมือง และเพื่อนพ้องน้องพี่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างเนืองแน่น ณ บ้านเลขที่ 98 หมู่ 1 ตำบลหนองแขม อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี
​ช่วงเช้า: พิธีสงฆ์เสริมสิริมงคล

กิจกรรมเริ่มต้นขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 10:00 น. โดยป๋าอ๊อดและครอบครัวได้จัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระเพล เพื่อความเป็นสิริมงคลในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 73 อย่างสง่างาม ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นจากเหล่ามิตรสหายคนสนิทที่เดินทางมาร่วมอนุโมทนาบุญและมอบกระเช้าของขวัญแทนความระลึกถึงกันอย่างไม่ขาดสาย
​ช่วงค่ำ: งานเลี้ยงสังสรรค์และพลังแห่งมิตรภาพ

​ในช่วงค่ำ บรรยากาศกลับมาคึกคักอีกครั้งด้วยงานเลี้ยงสังสรรค์ที่จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ โดยมีแขกผู้มีเกียรติระดับชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัดสระบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงมาร่วมกล่าวอวยพรและมอบของขวัญกันอย่างคับคั่ง อาทิ: นายนพดล พลซื่อ นายอำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี
รศ. ดร. บุญส่ง ชเลธร

ดร อัฏฐพล ถิรพงษ์ศิริ ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวิทยา 2
​นายกสุนทร เข็มนาค นายกเทศมนตรีตำบลหนองแค และประธานสันติบาลจังหวัดสระบุรี สจ.ยุทธนา เข็มนาค พร้อมทีมงาน
นายอุทัย ทัพอาสา อดีตผู้บัญชาการเรือนจำกลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

นายสมบูรณ์ แสงทอง ว่าที่นายก อบต. หนองปลิง ​นายชวน อังคเว ว่าที่รองนายก อบต. หนองปลิงนายปรพล อดิเรกสาร รองนายกสมาคมการค้าอาเซียน-จีนพร้อมด้วยเพื่อนพ้องน้องพี่จากหลากหลายวงการ

​เสียงความประทับใจจากเจ้าภาพในช่วงท้ายของงาน ป๋าอ๊อด ได้กล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านด้วยความซาบซึ้งใจว่า “รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ทุกท่านให้ความเมตตาและสละเวลามาร่วมอวยพรในวันนี้ มิตรภาพจากพี่น้องทุกท่านถือเป็นของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดในวัย 73 ปี”


​งานวันเกิดในปีนี้ไม่เพียงแต่เป็นการฉลองอายุที่เพิ่มขึ้น แต่ยังเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงบารมีและความรักที่ป๋าอ๊อดได้สร้างสมมาตลอดในฐานะผู้ประกอบการและพี่น้องของชาวสระบุรีอย่างแท้จริง
ทีมข่าวภาคสนาม/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้การฯนครปฐมแถลงตมารวบแก๊งนักเลงขาสั้น ก่อเหตุปาระเบิดปิงปอง ไล่ฟันกัน

วันที่ 27 ม.ค.2569 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุม สภ.สามพราน ต.สามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ.สามพราน พ.ต.ท.สิทธิพร ไชยสิทธิ์ รอง ผกก.ป.สภ.สามพราน พ.ต.ท.ธนบดี รัชญ์พัฒน์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.สามพราน พ.ต.ท.ชานนท์ ยางนอก รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.สามพราน แถลงผลปฏิบัติการยุทธการพิทักษ์นครปฐม “สยบราชาย่านสามพราน ปราบอันธพาลนักเลงขาสั้น”
สืบเนื่องจากกรณี มีผู้ใช้แอพพลิเคชัน TIKTOK

โดยใช้ชื่อ “ราชาย่านสามพราน”มีการโพสต์คลิปโดยมีลักษณะกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาท โดยใช้อาวุธมีดและวัตถุระเบิด ไล่ทำร้ายกันบริเวณถนนสาธารณะ (ถนนนายอำเภอ) หมู่ที่ 8 ต.คลองใหม่ อ.สามพราน จ.นครปฐม นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามพราน ได้ทำการสืบสวนพิสูจน์ทราบตัวตนของบุคคลในคลิปดังกล่าว จนสามารถสืบสวนติดตามตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าวมาดำเนินคดีได้โดยผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นเด็กและเยาวชนกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมต้นและอดีตนักเรียนมัธยมต้นที่ถูกออกจากการเรียน ระหว่างแก๊ง “ราชาย่านสามพราน” กับ “แก๊งนักเลงขาสั้น”

พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสองกลุ่มรวม 19 ราย ดังนี้ แก๊งราชาย่านสามพราน จำนวน 8 ราย กระทำผิดฐาน “ ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น หรือทรัพย์ของผู้อื่น ,ร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร” พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิด ดังนี้ 1.วัตถุระเบิดแบบประกอบขึ้นเองจำนวน 1 ลูก 2.อาวุธมีดพร้ายาวและอาวุธดาบยาวจำนวน 9 เล่ม 3.ด้ามอาวุธปืนยิงปลา จำนวน 1 อัน 4.รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน

พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา แก๊งนักเลงขาสั้น จำนวน 11 ราย กระทำผิดฐาน ร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น หรือทรัพย์ของผู้อื่น ,ร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร” และนำส่งไปยังศาลเยาวชนและครอบครัวตามกฎหมายต่อไป โดยได้พบปะพูดคุยสังเกตการณ์สอบสวน สอบถามกลุ่มผู้ต้องหาและผู้ปกครองถึงสาเหตุปัญหาการทะเลาะวิวาท รวมถึงอบรมแนะนำผู้ต้องหา
จากนั้นประชุมกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามพราน ให้ดำเนินคดีในทุกมิติเป็นไปด้วยความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรมต่อคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชาสัมพันธ์อุตรดิตถ์ จัดโครงการบริหารเครือข่ายการประชาสัมพันธ์ระดับจังหวัด เสริมศักยภาพเครือข่าย รับการเลือกตั้งและประชามติ ปี 2569

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมสวนอาหารแลบัว ตำบลป่าเซ่า อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์

นายสรพงษ์ มานะสุขอนันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการบริหารเครือข่ายในระดับจังหวัด กิจกรรมการสร้างและพัฒนาเครือข่ายการประชาสัมพันธ์จังหวัด

ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์จัดขึ้น เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ให้แก่เครือข่ายในพื้นที่ โดยมี นางสาวนันทนีย์ ติบใจ ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์ และ นายฉลองฤทธิ์ ศรีสูงเนิน ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ และหัวหน้าส่วนราชการร่วมด้วย

โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเครือข่ายการประชาสัมพันธ์จังหวัดให้มีความเข้มแข็ง สามารถผลิตและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2569 ให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อกระบวนการประชาธิปไตย

กลุ่มเป้าหมายของโครงการประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านการประชาสัมพันธ์ ผู้แทนสื่อมวลชน และผู้แทนอาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านและชุมชน รวมจำนวนทั้งสิ้น 41 คน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารของภาครัฐไปสู่ประชาชนในระดับพื้นที่อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ

รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า การสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญเพื่อสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจให้กับประชาชน จังหวัดอุตรดิตถ์มุ่งหวังให้เครือข่ายการประชาสัมพันธ์ในพื้นที่สามารถทำงานเชิงรุก สร้างการรับรู้ที่ถูกต้อง และมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนภารกิจของรัฐ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในช่วงการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติที่จะเกิดขึ้นต่อไป”

นาคา คะเลิศรัมย์/อุตรดิตถ์

พยานเข้าพบพนักงานสืบสวน กดต.ภายหลังจาการร้องเรื่องพบการทุจริตการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมา

วันที่ 27 มกราคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ นายนิกร กล่ำทอง ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)แสนตอ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นำเอกสาร หลักฐาน และพยาน 3 คน เข้าพบพนักงานสืบสวนสอบสวน กกต.จังหวัดอุตรดิตถ์ หลังจากเมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่ผ่านมา นายนิกร ได้เข้ายื่นเอกสาร หลักฐานการกรทำผิดกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น กรณี การเลือกตั้ง นายก อบต.แสนตอ ที่จัดการเลือกตั้งไป

วันที่ 11 มกราคม 2569 นายนิกร กล่าวว่า จากที่ตนในฐานะผู้สมัคร นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)แสนตอ ได้รวบรวมหลักฐานการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นรายหนึ่ง ในพื้นที่ ต.แสนตอ ในการซื้อสิทธิ์ขายเสียงช่วงการเลือกตั้ง นายกฯและ สมาชิก อบต.วันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา ต่อ กกต.จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามกระบวนของกฎหมายเลือกตั้ง ล่าสุดได้รับการประสานจาก กกต.จังหวัดอุตรดิตถ์ ให้ตนในฐานะผู้ร้อง นำพยาน 3 ปาก เข้าสู่กระบวนการดำเนินการไต่สวน ให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน กกต.จงหวัดอุตรดิตถ์ เรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียง

หนึ่งในพยาน กล่าวว่า วันที่ 9 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 18.00-19.00 น.ขณะที่ตนและมารดาอยู่ที่บ้าน ได้มี หัวคะแนน(ผู้หญิง)ของผู้สมัคร นายก อบต.แสนตอรายหนึ่ง มาหาที่บ้านพร้อมยื่นซองกระดาษสีขาว 3 ซองที่ข้างในมีเงินจำนวน 347 บาท พร้อมบอกให้เลือกผู้สมัครนายก อบต.รายหนึ่ง โดยที่บ้านมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 3 คน เมื่อมีการร้องการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ตนจึงมาเป็นพยาน

นายฉลองฤทธิ์ ศรีสูงเนิน ผอ.สนง.คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ (กกต.) กล่าวว่า การเลือกตั้ง อบต.ของจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนให้ความสนใจมาก มาใช้สิทธิ์กว่าร้อยละ 70 ส่วนการร้องเรียนกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ยอมรับว่ามี ซึ่งเป็นเรื่องปกติ และยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน ทั้งนี้สามารถมาร้องเรียนได้ที่ สนง.กกต.จังหวัด เพื่อเข้าสู่กระบวนการต่อไป

อย่างไรก็ตามสำหรับการเลือกตั้ง นายก อบต.และ สมาชิก อบต.ของจังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 11 มค.ที่ผ่านมา มีทั้งหมด ทั้ง 50 แห่ง โดย อบต.บ่อเบี้ย,อบต.ท่าแฝก,อบต.สองห้อง,อบต.พญาแมน,อบต.ท่ามะเฟื่อง,อบต.น้ำหมัน,อบต.ผาเลือด และ อบต.หาดงิ้ว จัดการเลือกตั้งเฉพาะ สมาชิก อบต. ส่วนอีก 42 อบต.จัดการเลือกตั้งทั้ง นายก อบต.และ สมาชิก อบต. ผลการเลือกตั้งรอ กกต.ประกาศรับรอง

นาคา คะเลิศรัมย์/อุตรดิตถ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รวบคาสี่แยก! ศุลกากรสนธิกำลังสกัดจับ “ข้าวเหนียวดำเถื่อน” กว่า 17 ตัน คาสี่แยกนิคมคำสร้อย มูลค่าทะลุ 1 ล้านบาท

มุกดาหาร – เมื่อเวลาประมาณ 20.10 น. ของวันที่ 26 มกราคม 2569 ภายใต้นโยบายคุมเข้มของ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นางสาวกัญญณัฐ พิพัฒน์กิจไพศาล ผู้เชี่ยวชาญด้านการ สืบสวนและปราบปราม ร.ต.อ.ธนวิน ทัตธนนันท์ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 2

เจ้าหน้าที่ศุลกากร หน่วยสืบสวนปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 2 ส่วนสืบสวนและปราบปราม 1 กองสืบสวนและปราบปราม นำโดยนายสมชาย โชคเฉลิมวงศ์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ ร่วมกับ
ด่านศุลกากรมุกดาหาร, กอ.รมน., ทหารพราน และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง โชว์ผลงานชิ้นโบแดงสกัดกั้นขบวนการลักลอบขนสินค้าเกษตรหนีภาษี

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นที่บริเวณสี่แยกไฟแดงนิคมคำสร้อย ถ.ชยางกูร จ.มุกดาหาร โดยเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจค้นรถบรรทุก 12 ล้อ ยี่ห้อ HINO สีเขียว หมายเลขทะเบียน 70-3211 เลย ตกแต่งคอกซิ่ง พบของกลางเป็น “ข้าวเหนียวดำ” บรรจุกระสอบจำนวนมาก มีแหล่งกำเนิดจากต่างประเทศ น้ำหนักรวมกว่า 17,500 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบเอกสารผ่านพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้อง เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตรวจยึดของกลางพร้อมรถบรรทุกส่งด่านศุลกากรมุกดาหาร เพื่อขยายผลหาตัวเจ้าของและดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 ต่อไป ถือเป็นการตัดวงจรสินค้าเถื่อนที่เข้ามาทำลายกลไกราคาข้าวในประเทศอย่างจริงจัง

ศุลกากร #จับข้าวเถื่อน #มุกดาหาร #ปราบปรามของเถื่อน #ข้าวเหนียวดำ #กรมศุลกากร #นิคมคำสร้อย #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “รังสิมันต์ โรม” บุกมุกดาหาร! ขึ้นรถแห่-ลุยตลาดแตก ชู “ชายสิทธิ์” เบอร์ 2 พรรคประชาชน แก้ปัญหารื้อระบบการเมืองเก่า

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม แกนนำคนสำคัญของพรรคประชาชน ลงพื้นที่เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 หมายเลข 2 ของพรรคประชาชน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีพี่น้องประชาชนให้ความสนใจตลอดสองข้างทาง

ในช่วงเช้า นายรังสิมันต์ โรม ได้ขึ้นรถแห่ปราศรัยเคลื่อนที่ไปรอบเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร โดยเน้นย้ำถึงนโยบายหลักของพรรคในการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่ดิน ปัญหาเศรษฐกิจ การทุจริตคอร์รัปชัน และปัญหายาเสพติด

โดยนายรังสิมันต์ได้กล่าวปราศรัยอย่างดุเดือดตอนหนึ่งว่า “ปัญหาเกือบทุกอย่างมีทางออก แต่ที่ผ่านมานักการเมืองในระบบเดิมไม่เคยคิดจะแก้ไขอย่างจริงจัง กลับเอาปัญหาเหล่านั้นไปแสวงหาประโยชน์ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเปลี่ยนการเมืองให้ไม่เหมือนเดิม”

จากนั้น ขบวนหาเสียงได้เคลื่อนเข้าสู่ ตลาดวัฒนธรรมพรเพชร ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของเมืองมุกดาหาร ทันทีที่นายรังสิมันต์และนายชายสิทธิ์ปรากฏตัว ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย โดยมีการมอบพวงมาลัยดอกดาวเรือง และขอถ่ายภาพเซลฟี่เป็นจำนวนมาก

นายรังสิมันต์ได้เดินทักทายพูดคุยกับแม่ค้าแผงไข่และร้านขายของชำ สอบถามถึงสภาวะเศรษฐกิจในพื้นที่ พร้อมฝากความหวังไว้กับนายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ หมายเลข 2 โดยย้ำว่าพรรคประชาชนพร้อมที่จะเข้ามาทำงานเพื่อเปลี่ยนอนาคตให้คนมุกดาหาร

พรรคประชาชน #รังสิมันต์โรม #ชายสิทธิ์สุวรรณโชติ #เลือกตั้งมุกดาหาร #มุกดาหารเขต1 #เบอร์2 #การเมืองใหม่ #ตลาดพรเพชร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้_////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารแตก! “ธรรมนัส” ขนทัพกล้าธรรมปราศรัยใหญ่คนทะลักหน้าศาลากลาง พร้อมฟาดเดือดพวกพรรคการเมืองสร้างภาพ “ผ้าขาว” แต่ใจ “ดำปิ๊ดปี๋” ลั่นเลิกขายฝันนโยบายหลอกลวงประชาชน!

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค เดินทางเปิดปราศรัยใหญ่ ท่ามกลางประชาชนที่แห่มาร่วมฟังจนมืดฟ้ามัวดิน เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายพนมชัย พันธุ์พุทธ (เขต 1) และ นายเลขาดำไตรสรณคมน์ หนองเรือง (เขต 2)

ร.อ.ธรรมนัส ได้เน้นย้ำถึงความสำเร็จในอดีตเรื่องการผลักดันที่ดิน สปก. 4-01 ให้เป็นโฉนดเพื่อเกษตรกร พร้อมประกาศเดินหน้ายกระดับให้เป็นโฉนดที่ดิน (ครุฑแดง) ทั่วประเทศหากได้รับความไว้วางใจ “นโยบายพรรคกล้าธรรมไม่เน้นความสวยหรูที่ทำไม่ได้จริง แต่เราเน้นสิ่งที่ผ่านการกลั่นกรองและทำได้ทันทีเพื่อพี่น้องเกษตรกรและกลุ่มเปราะบาง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ในช่วงหนึ่งของการปราศรัย ร.อ.ธรรมนัส ได้กล่าวถึงประเด็นความมั่นคงและการค้าชายแดน โดยเฉพาะปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรและยาเสพติด โดยระบุว่าต้องมีการ “ซีลชายแดน” ให้เข้มงวด และต้องทบทวน MOU 43 (ทางบก) และ MOU 44 (ทางน้ำ) กับกัมพูชา หากไทยเสียเปรียบต้องกล้าปรับปรุงหรือยกเลิก

นอกจากนี้ยังสร้างความฮือฮาด้วยการประกาศว่า ในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งหน้า ตนเล็งตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไว้เพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงด้วยตัวเอง “แค่มีชื่อผม ฝ่ายตรงข้ามก็เกรงแล้ว เพราะผมเป็นคนชัดเจน เรื่องอธิปไตยต้องมาที่หนึ่ง หากเจรจาไม่ได้ผลก็ต้องเด็ดขาดเพื่อให้จบปัญหา”

นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงบรรยากาศการเมืองในปัจจุบัน โดยเปรียบเปรยพรรคคู่แข่งบางพรรคที่พยายามสร้างภาพลักษณ์เป็นคนดีบริสุทธิ์เหมือน “ผ้าขาว” แต่เบื้องหลังกลับล้มเหลวและมีมลทิน

“พรรคการเมืองบางพรรคทำตัวสะอาดเหมือนผ้าขาว แต่ความจริงแล้วเบื้องหลัง ‘ดำปิ๊ดปี๋’ เหมือนนํ้าพริกตาแดงบ้านผม สิ่งที่พวกคุณพูดมันย้อนกลับเข้าตัวหมด ผมขอเตือนพี่น้องอย่าไปเชื่อพวกนโยบายขายฝันที่ทำไม่ได้จริง เพราะคนไทยวันนี้ไม่โง่และดูออกว่าใครคือของจริง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าวเสียงกร้าว

นอกจากประเด็นปากท้อง ร.อ.ธรรมนัส ยังได้ตอบโต้กลุ่มการเมืองที่ตั้งคำถามว่า “มีทหารไว้ทำไม?” โดยระบุว่ากองทัพคือรากฐานสำคัญที่ปกป้องบ้านเมืองมาทุกยุคสมัย การคิดจะปฏิรูปประเทศหรือเลียนแบบตะวันตกโดยไม่ดูบริบทของคนไทยคือความผิดพลาด พร้อมย้ำว่าตนเองเป็นคนพูดภาษาชาวบ้าน ตรงไปตรงมา รักคือรัก เกลียดคือเกลียด ไม่ต้องใช้พจนานุกรมแปล

ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค ได้ย้ำถึงความพร้อมของพรรคกล้าธรรมในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ โดยชูความพร้อมของตัวผู้สมัครทั้งเขต 1 และ เขต 2 จังหวัดมุกดาหาร ว่าเป็นคนพื้นที่ที่เข้าใจปัญหาและพร้อมรับใช้พี่น้องประชาชนทันที

ธรรมนัสพรหมเผ่า #อนุดิษฐ์นาครทรรพ #พรรคกล้าธรรม #มุกดาหาร #เลือกตั้ง2569 #พนมชัยพันธุ์พุทธ #เลขาดำไตรสรณคมน์ #ดำปิ๊ดปี๋ #สปกเป็นโฉนด #การเมืองไทย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้_/////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานประเพณีบุญข้าวจี่ ประเพณีเดือน 3 “สืบสานบุญคุ้ม ตุ้มโฮม วัฒนธรรม” สานต่อภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยว

วันที่ 24 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดงานบุญข้าวจี่ ประเพณีเดือน 3 “สืบสานบุญคุ้ม ตุ้มโฮมวัฒนธรรม”

ณ วัดชัยภูมิบ้านค้อ ตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอคำชะอีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงาน สถานศึกษา ผู้นำชุมชน ชาวตำบลบ้านค้อ และประชาชนเข้าร่วมงาน

เพื่อสืบสานประเพณีที่ดีงามของท้องถิ่น ทั้งนี้ ยังช่วยความสามัคคีในชุมชน ในการสืบสาน อนุรักษ์ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม อาหารท้องถิ่น และศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเป็นการสานต่อมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่า

นอกจากนี้ ยังเป็นการนำวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นมาส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชน และของจังหวัดมุกดาหารให้เป็นที่รู้จัก ดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างคุณค่าทางสังคม สร้างรายได้แก่ประชาชน และเกิดประโยชน์โดยรวมร่วมกันต่อไป

ในการจัดงานครั้งนี้ เป็นการบูรณาการจัดงานโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร อำเภอคำชะอี องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านค้อ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สภาวัฒนธรรมตำบลบ้านค้อ

ผู้นำชุมชน และชาวตำบลบ้านค้อ ระหว่างวันที่ 23-25 มกราคม 2569 มีกิจกรรมประกอบด้วย พิธีทำบุญตักบาตรข้าวจี่ การประกวดขบวนแห่ข้าวจี่ประยุกต์ 15 คุ้ม บูธแสดงวิถีชีวิต และการสาธิตทำข้าวจี่

ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแต่ละคุ้ม การประกวดร้องเพลง การประกวดพาแลง การแสดงแสงสีเสียงตำนานบุญข้าวจี่ “นางปุณณาทาสี” การแสดงศิลปวัฒนธรรม รำวงชาวบ้าน และเปิดตลาดวัฒนธรรม ถนนข้าวจี่ จำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชน

📌รายงานโดย : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ดร.เอ้ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ลุยบางพลี ช่วยผู้สมัคร ส.ส. หาเสียง ชูนโยบาย เรียนฟรี / ลดค่าไฟ / แก้หนี้ / แก้น้ำท่วมจบในครั้งเดียว

“ดร.เอ้” หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ลงพื้นที่บางพลี ช่วยผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 4 และ เขต 5 หาเสียง พบปะประชาชนตามตลาด ชูนโยบายการศึกษา หนี้สิน ปากท้อง และพลังงาน ย้ำแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากแบบเบ็ดเสร็จ

เมื่อช่วงเย็น วันที่ 26 มกราคม 2569 ดร.เอ้ หรือ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อช่วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หาเสียงในพื้นที่โดยมี นายฐาพล(หรือพีท) ณ น่าน ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 4 หมายเลข 3 และ นายชวกร(หรือซี) อุบลรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 5 หมายเลข 7 ร่วมลงพื้นที่พร้อมทีมงาน

โดยได้นัดรวมตัวกันที่ตลาดทิพนิมิต ก่อนจะขึ้นรถแห่ เดินทางไปที่ตลาดนัดเรือบิน จากนั้นลงเดินหาเสียง พบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง
สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ พรรคไทยก้าวใหม่ ได้ชูนโยบายสำคัญที่มุ่งแก้ปัญหาปากท้องและคุณภาพชีวิตของประชาชน อาทิ เรียนฟรีถึงปริญญาตรี / ครูมีไว้สอนเลิกงานฝาก / เพิ่มอาหารเช้าให้เด็กประถม / 60 ปี ปิดหนี้เสียไม่เกิด 2 แสนบาท / SME ได้เงินก่อนไม่ต้องรอตกเบิก / 20,000 .- เข้าถึงได้ทุกอาชีพอิสระ / ปลดหนี้ กยศ. ชีวิตดีไม่ติดลบ / แก้ครั้งเดียวจบ หยุดท่วมซ้ำซาก / ค่าไฟ 3 บาท ติดโซลาร์เซลล์ฟรี

ดร.เอ้ หรือ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ได้มาหาเสียงที่บางพลี โดยมาที่ตลาดนัดเรือบิน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ในโซนบางพลี วันนี้ได้มาขอคะแนน เพราะตนก็เป็นคนสมุทรปราการ อยู่ในโซนบางพลีอยู่แล้ว ซึ่งปัญหาที่เจอจะเป็นปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก จนทำมาหากินไม่ได้ พรรคไทยก้าวใหม่ขออาสาหยุดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากด้วยการแก้ครั้งเดียวจบ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ขอทำเรื่องนี้ แต่ต้นจะทำไม่ได้เลยถ้าไม่มีใครช่วยทีมสส.สมุทรปราการของตน

นโยบายของพรรค คือการสร้างคนด้วยการศึกษา เพราะการศึกษาคือยาแก้จน ไม่ใช่ยิ่งเรียนยิ่งจนยิ่งเรียนยิ่งเป็นหนี้ เรียนฟรีไม่มีจริง พรรคไทยก้าวใหม่ขอประกาศจะบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญกฎหมาย ว่าทุกคนต้องได้เรียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายทั้งทางตรงและทางอ้อม และปลดหนี้กยศ.

เพราะเป็นหนี้ที่ไม่ควรจะเสียแต่วันแรกอยู่แล้ว นอกจากนั้นแล้วการปลดหนี้ และกองทุนไทยก้าวใหม่ 20,000 บาท ทุกอาชีพอิสระด้วยบัตรประชาชนใบเดียว เพราะพ่อค้าแม่ค้า หรืออาชีพอิสระไม่สามารถไปกู้เงินได้ นอกจากไปกู้เงินนอกระบบ ด้านผู้สูงอายุก็มีสวัสดิการผู้สูงอายุ โดยการปลดหนี้เสียให้ผู้สูงอายุ 60 ปี ไม่เกิน 200,000 บาท

รวมถึงsme ขายของไม่เคยได้เงิน พรรคไทยก้าวใหม่มี นโยบายแคชฟอร์เอสเอ็มอี คือขายของได้ออกให้ก่อนแล้วค่อยตกเบิกทีหลัง และขอย้ำเรื่องการหยุดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากของสมุทรปราการ วันที่ 8 ก.พ. หรือเลือกตั้งล่วงหน้าที่กำลังจะถึง อยากเชิญชวนให้ออกมาเลือกตั้ง และอยากขอฝากถ้ายังเลือกคนเดิมเหมือนเดิม

ก็เหมือนเครนที่ถล่ม เพราะมันผุแล้วเอามาทาสีใหม่ สุดท้ายรอวันถล่ม อยากให้เปิดใจเลือกคนใหม่ๆ ที่มีมีความรู้ความสามารถ คนมืออาชีพอย่างพรรคไทยก้าวใหม่ ถ้าอยากจะใช้ดร.เอ้ ต้องเลือกเบอร์ 49 และเลือก สส.ของพรรคไทยก้าวใหม่ และขอแนะนำผู้สมัคร พีท ฐาพล ณ น่าน สมุทรปราการ เขต4 เบอร์3 ทำเพื่อประชาชนและเป็นนักนโยบาย และ ซี ชวกร อุบลรัตน์ สมุทรปราการ เขต5 เบอร์ 7

นายฐาพล(หรือพีท) ณ น่าน ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 4 หมายเลข 3 บอกว่า อยากฝากถึงพ่อแม่พี่น้องชาวบางพลี วันนี้พรรคไทยก้าวใหม่ ที่นำโดย ดร.เอ้ สุชัชวีร์ มีความตั้งใจจริง ที่อยากจะเข้ามาแก้ปัญหาที่สะสมมานาน สำหรับชาวสมุทรปราการ ขอโอกาสให้คนที่ทำงานเป็น รู้ปัญหาและแก้ได้ตรงจุด อยากขอให้สนับสนุนพรรคไทยก้าวใหม่บัดสีชมพูกาเบอร์ 49 บัตรสีเขียวหมายเลข 3 พีท ฐาพล ณ น่าน สมุทรปราการ เขต 4

นายชวกร(หรือซี) อุบลรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 5 หมายเลข 7 บอกว่า อยากให้พี่น้องคนไทยทุกคน ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง การเลือกตั้งที่จะถึงนี้เพราะตนมองว่าสำคัญ เพราะเป็นการกำหนดอนาคตของประเทศ และอย่างที่ ดร.เอ้ พูดถ้าเลือกคนเดิมก็ได้แบบเดิม อยากให้ลองเปิดใจให้พรรคไทยก้าวใหม่ บัตรสีชมพูเบอร์ 49 บัตรสีเขียว ซี ชวกร อุบลรัตน์ สมุทรปราการ เขต 5 เบอร์ 7


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บขส. เปิดเดินรถสายที่ 16 “บึงกาฬ – บอลิคำไซ” เชื่อมไทย–ลาวอย่างเป็นทางการ หนุนเศรษฐกิจ–ท่องเที่ยวสองฝั่งโขง

วันที่ 27 มกราคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดบึงกาฬ นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดการเดินรถโดยสารประจำทางระหว่างประเทศไทย – สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เส้นทางสายที่ 16 (จังหวัดบึงกาฬ – แขวงบอลิคำไซ) เพื่อยกระดับการคมนาคมขนส่งระหว่างประเทศ และส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนลุ่มแม่น้ำโขง

ในพิธีมีนายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ท่านคำเพ็ด สิปะเสิด ผู้อำนวยการบริษัท SPS ท่องเที่ยวและขนส่งโดยสารภายใน–ต่างประเทศ จำกัด (สปป.ลาว) พร้อมด้วยผู้บริหารจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายอรรถวิท รักจำรูญ เปิดเผยว่า การเปิดเดินรถเส้นทางสายที่ 16 เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและ สปป.ลาว ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้สามารถเชื่อมต่อระหว่างประเทศได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ให้ได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย โดยเริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

สำหรับเส้นทางบึงกาฬ – บอลิคำไซ มีระยะทางรวมประมาณ 27 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 3 ชั่วโมง ให้บริการด้วยรถโดยสารปรับอากาศมาตรฐาน 42 ที่นั่ง อัตราค่าโดยสาร 100 บาทตลอดสาย โดยมีตารางเดินรถวันละ 4 เที่ยว ทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ คือ เวลา 08.00 น. 10.30 น. 13.00 น. และ 15.30 น.

นอกจากนี้ บขส. ยังเปิดให้บริการรถ Shuttle Bus รับ–ส่งผู้โดยสารข้ามสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) ระยะทาง 1.4 กิโลเมตร ตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น. ค่าโดยสาร 20 บาท เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามแดน

การเปิดเส้นทางเดินรถในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมระดับภูมิภาค ช่วยลดต้นทุนการเดินทาง เพิ่มโอกาสทางการค้า การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างจังหวัดบึงกาฬและแขวงบอลิคำไซ อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ซูเปอร์สตาร์ กู่เทียนเล่อ กับการคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของการทำงานใน “Back To The Past – เจาะเวลาหาจิ๋นซี เดอะ มูฟวี่”

ซูเปอร์สตาร์ กู่เทียนเล่อ กับการคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของการทำงานใน “Back To The Past – เจาะเวลาหาจิ๋นซี เดอะ มูฟวี่”“Back To The Past – เจาะเวลาหาจิ๋นซี เดอะ มูฟวี่” ถูกสร้างขึ้นโดยการดัดแปลงมาจากนวนิยายยอดนิยมของ “หวงอี้” ที่ดำเนินเรื่องหลังจาก 19 ปีในตอนจบของฉบับทีวีซีรีส์ โดยยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์เอาไว้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะการว่าด้วยการเดินทางข้ามกาลเวลา

“หัวใจของหนังบ่งบอกให้เห็นว่า ความผิดพลาดร้ายแรงอาจเกิดขึ้นได้หากประวัติศาสตร์ของมนุษย์ถูกเปลี่ยนแปลงไป” ซูเปอร์สตาร์ กู่เทียนเล่อ ผู้เป็นทั้งนักแสดงและโปรดิวเซอร์ของเรื่องกล่าว “นอกจากนี้ Back To The Past ยังมอบความบันเทิงให้กับผู้ชมในทุกกลุ่มด้วยการผสมผสานฉากแอ็คชั่นที่ได้รับการออกแบบท่าทางการต่อสู้อย่างเชี่ยวชาญเข้ากับองค์ประกอบทาง

ประวัติศาสตร์ที่เข้มข้นและนิยายวิทยาศาสตร์อันล้ำสมัย ทำให้กลายมาเป็นภาพยนตร์ไซไฟ-แอ็คชั่นที่เต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้นตามแบบฉบับที่แฟนๆ คิดถึงมากกว่า 2 ทศวรรษ“ เตรียมพบกับความยิ่งใหญ่เหนือความยิ่งใหญ่ของ ”Back To The Past – เจาะเวลาหาจิ๋นซี เดอะ มูฟวี่“ โดย Right Beyond และ Onpa Cine ในระบบเสียง 2 ภาษา

(จีนกวางตุ้ง/บรรยายไทย และพากย์ไทย) รอบพิเศษดูก่อนใคร 18 กุมภาพันธ์ และรอบปกติเริ่มตั้งแต่ 19 กุมภาพันธ์เป็นต้นไปในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

เจาะเวลาหาจิ๋นซีเดอะมูฟวี่

ขอได้รับความขอบพระคุณจาก
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ไร้ท์ บิยอนด์
สมปอง วิวัฒน์วรศิลป์ โทร 095-4925241

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง