#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ชาวนาป่าแดดสุดช้ำ! ขายที่ดินให้ผู้รับเหมาทำทางรถไฟ แต่ถูกเบี้ยวเงิน ค้างจ่ายนับล้านบาท ซ้ำขุดบ่อดินลึกทำที่นาข้างเคียงพัง-น้ำท่วม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 มิ.ย. 69 ชาวนาอำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย สุดทน! ร้องสื่อฯ หลังถูกบริษัทรับเหมาช่วงก่อสร้างทางรถไฟสายเด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ เบี้ยวจ่ายเงินค่าที่ดินที่ทำสัญญาซื้อขายกันมานานกว่า 1 ปี 3 เดือน ยอดค้างชำระรวมนับล้านบาท แถมได้รับผลกระทบจากการขุดบ่อดินลึกโดยไม่เว้นระยะห่างตามกฎหมาย ทำดินสไลด์และที่นาข้างเคียงเสียหายหนัก ไร้หนทางสู้เพราะไม่มีเงินจ้างทนายฟ้องร้องผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มชาวนาในพื้นที่ ต.ป่าแงะ อ.ป่าแดด จ.เชียงราย กรณีได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากการถูกบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายย่อย (ผู้รับเหมาช่วง) เข้ามาติดต่อขอซื้อที่นาเพื่อขุดดินไปถมคันทางรถไฟสายเด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ แต่กลับผิดสัญญาไม่ชำระเงินตามที่ตกลงกันไว้ โดยมีชาวบ้านได้รับผลกระทบหลักจำนวนหลายรายโดยผู้ร้องเรียนประกอบด้วยเจ้าของที่นาที่ทำสัญญาจะซื้อจะขายกับผู้รับเหมาและเจ้าของที่นาข้างเคียงที่ได้รับผลกระทบ

ประกอบด้วย 1.นางอัณศยา อายุ 55 ปี ชาวบ้าน ม.13 ต.ป่าแงะ มีเนื้อที่ 7 ไร่ 3 งาน 8 ตร.ว. ราคาที่ตกลงซื้อขาย 1,398,600 บาท จ่ายแล้ว 490,000 บาท คงค้าง 908,600 บาท 2.นายวิน อายุ 70 ปี ชาวบ้าน ม.4 ต.ป่าแงะ เนื้อที่ 2 ไร่ 61 ตร.ว. ราคา 340,000 บาท ค้างจ่าย 136,184 บาท 3.นายโต อายุ 72 ปี ชาวบ้าน ม.4 ต.ป่าแงะ เนื้อที่ 2 ไร่ 94 ตร.ว. ราคา 402,300 บาท คงค้าง 180,950 บาท และ 4.นายสมศักดิ์ อายุ 65 ปี ชาวบ้าน ม.4 ต.ป่าแงะ เนื้อที่ 1 ไร่ 42 ตร.ว. ราคา 243,900 ค้างจ่าย 110,385 บาทและที่นาข้างเคียง ประกอบด้วย นางสมหมาย อายุ 59 ปี ชาวบ้าน ม.13 ต.ป่าแงะ ประสบปัญหาบ่อดินปิดทางน้ำ นากลายเป็นแอ่งน้ำ ทำนาไม่ได้ โดยมีที่นาตัวเอง 3 ไร่ ที่นาพี่สาว 6 ไร่ และที่นาน้องสาว 3 ไร่ ที่ได้รับผลกระทบ และนางภานุชนาถ อายุ 50 ปี มีที่นาข้างเคียงบ่อดิน 16 ไร่ ผู้รับเหมาเอาดินไปถมรุกล้ำในนาเพื่อสร้างคันกันน้ำท่วมบ่อดิน เข้าข่ายบุกรุก ทำน้ำท่วมขังนางอัณศยา

หนึ่งในตัวแทนชาวบ้าน เปิดเผยว่า บริษัทรับเหมาได้เข้ามาทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 โดยอ้างว่าจะนำดินไปทำคันทางรถไฟ ชาวบ้านเห็นว่าเป็นโครงการรัฐและให้ราคาสูงจึงตกลงขาย แต่เมื่อขุดดินไปจนเกลี้ยงพื้นที่แล้ว กลับไม่ได้รับเงินตามกำหนด โดยมียอดค้างชำระของชาวบ้านเฉพาะกลุ่มผู้ร้องเรียนรวมกว่า 1.5 ล้านบาท และเมื่อทวงถามก็ได้รับเพียงคำบ่ายเบี่ยงว่า “รอเงินจากบริษัทใหญ่” มานานกว่า 1 ปี 3 เดือนแล้วนางสมหมาย เจ้าของที่นาข้างเคียง กล่าวเสริมว่า นอกจากเงินไม่ได้แล้ว ที่ดินของตนและญาติรวมกว่า 12 ไร่ ยังได้รับผลกระทบจากการขุดบ่อดินลึกโดยไม่ทำคันกั้นหรือเว้นระยะห่างตามกฎหมาย พ.ร.บ.ขุดดินถมดิน

ส่งผลให้ที่นากลายเป็นแอ่งน้ำ ขาดรายได้จากการทำเกษตรนางภานุชนาถ ผู้ได้รับผลกระทบอีกราย เผยว่า พื้นที่กว่า 20 ไร่ของตนได้รับความเสียหายหนักจากดินสไลด์ และถูกผู้รับเหมาบุกรุกนำดินไปถมคันกั้นน้ำในนาตนเองโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ข้าวที่ปลูกไว้เน่าเสียทั้งหมด ร้องเรียนเทศบาลไปแล้วแต่การขุดดินยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีการชดเชยด้านนายสมรภูมิ สวาทนา ปลัดอำเภอป่าแดด ยืนยันว่า ทางอำเภอได้จัดกระบวนการไกล่เกลี่ยมาแล้วถึง 3 ครั้ง ตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 จนถึงมกราคม 2569 โดยคู่กรณีรับปากว่าจะจ่ายเงินให้ครบภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 แต่ปัจจุบันก็ยังผิดนัดสัญญา ทั้งที่งานขุดดินในพื้นที่เสร็จสิ้นไป 100% แล้ว ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ไม่มีเงินจ้างทนายความเพื่อฟ้องร้องคดีแพ่ง จึงต้องหันหน้าพึ่งสื่อมวลชนเพื่อช่วยกดดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและบริษัทเจ้าของโครงการหลัก เข้ามาตรวจสอบและเร่งรัดให้ผู้รับเหมาช่วงรายนี้รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด….

สมจิตรแสงบันลังค์