สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ พิธีเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพรัชกาลที่9 วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2567

วันที่ 5 ธันวาคม 2567 เวลา 07.30 น. ที่หอประชุมอำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นางสุวจี ศิริปัญโญ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี

พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา ผบก.ภ.จว.ลพบุรี นำข้าราชการ ตุลาการ ทหาร ตำรวจ ส่วนราชการและประชาชนชาวจังหวัดลพบุรี ร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์จำนวน 89 รูป เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2567

จากนั้นเวลา 08.00 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี ข้าราชการ ตุลาการ ศาล ทหาร ตำรวจ และประชาชนชาวจังหวัดลพบุรี ร่วมประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณขิงพระองค์ที่ทีต่อประชาชนชาวไทย
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงปฏิบัติตามปณิธานด้วยพระราชหฤทัยอันมุ่งมั่น

ทรงครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎร์โดยถ้วนหน้า ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการด้วยพระราชวิริยะอุตสาหะ เพื่อให้ราษฎร์มีความผาสุก ร่มเย็นและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทรงคิดค้นวิธีคลี่คลายบรรเทาปัญหาของราษฎรผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรงพระกรุณาพระราชทาน “ศาสตร์แห่งพระราชา”

เพื่อเป็นแนวทางให้ราษฎรพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน และใช้ผืนแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผลงานโครงการมากกว่า 4,000 โครงการ อันเกิดจากพระปรีชาสามารถของพระองค์ ล้วนได้รับการยกย่องสดุดีพระเกียรติคุณ ทั้งภายในประเทศและจากนานาประเทศว่าเป็นผลงานที่ทรงคุณค่า และอำนวยประโยชน์อย่างยิ่งแก่ปวงพสกนิกรไทย ทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจแก่ประเทศต่างๆ หลายประเทศ

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมมิติสัมพันธ์ (Active Leaner) ชั้นอนุบาล 2 การเรียนรู้ให้นร.ชั้นปฐมวัย

มีรายงานว่า โรงเรียนศรีสุวิช จ.ชลบุรี โดย ดร.ประถมาภรณ์ ฟักฤกษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสุวิช ได้จัดกิจกรรมมิติสัมพันธ์ (Active Leaner) ระดับชั้นอนุบาล 2 เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ให้นักเรียนชั้นปฐมวัย

กิจกรรมมิติสัมพันธ์ (Active Leaner) ถือเป็นกิจกรรมที่เชื่อมความร่วมมือและความสัมพันธ์ระหว่างบ้านคือผู้ปกครอง และโรงเรียนคือคุณครู จัดขึ้นให้บุตรหลานเด็กนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 2 ได้เรียนรู้นอกห้องเรียน สามารถลงมือปฏิบัติจริงด้วยตนเอง เพิ่มมิติสร้างประสบการณ์การเรียนรู้

โดยแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 ฐาน ได้แก่ ฐานที่ 1 ผจญภัยสุดหรรษา ตามหาน้องหมูเด้ง ฐานที่ 2 ให้ใจนำทาง สร้างมิติทางอารมณ์ ฐานที่ 3 Safety or Sorry และฐานที่ 4 เชอร์ล็อก โฮมส์ (Sherlock Holmes) ทั้งนี้พบว่ากิจกรรมเป็นไปอย่างสนุกสนานท่ามกลางรอยยิ้มของทุกคน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ มุกดาหาร นำคณะร่วมงานวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติแห่งราชอาณาจักรไทย ณ สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต สปป. ลาว

วันที่ 4 ธันวาคม 2567 เวลา 18.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นำรองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ อัยการ ศาล ทหาร ตำรวจ คณะหัวหน้าส่วนราชการ เหล่ากาชาดจังหวัด พร้อมองค์กรเอกชนจากจังหวัดมุกดาหาร

เดินทางร่วมงานเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติแห่งราชอาณาจักรไทยวันชาติไทย ณ สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันเขต สปป. ลาว โดยมี นายนายปัฐม์ ปัทมจิตร กงสุลใหญ่

ณ แขวงสะหวันนะเขต กล่าวนำประกอบพิธี และมีท่าน บุนโจม อุบนปะเสิด เจ้าแขวงสะหวันนะเขต กล่าวให้การต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งประกอบด้วยย ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ภาคธุรกิจเอกชนจากจังหวัดมุกดาหาร นครพนม สกลนคร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

และคณะผู้แทนจากแขวงสาละวัน แขวงจำปาสัก แขวงเซกอง แขวงคำม่วน แขวงอัตตะปือ กงสุลใหญ่ราชอาณาจักรกัมพูชา ณ นครปากเซ กงสุลใหญ่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ณ แขวงสะหวันนะเขต เข้าร่วมงาน

ทั้งนี้ สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขตจัดงานวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติเป็นประจำทุกปี โดยมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยและงานเลี้ยงรับรอง เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้านสองฝั่งโขงที่มีมายาวนานให้แน่นแฟ้นสืบไป

ภาพ/ข่าว ณัฐรัชต์ หงษ์คำ
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวแข่งขันกีฬาฟุตบอลประจำปี67 ชิงถ้วยพระราชทาน ชุมแพคัพ ครั้งที่ 32 ระหว่าง 17 ธ.ค. 2567-8 ม.ค. 2568 ณ.รร.เทศบาล 1(สนง.สลากกินแบ่งรัฐบาลอุปถัมภ์)

20:19 จ่ากบ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 10,00 น. นายคำพันธ์ ศรีเมือง รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองชุมแพ ให้เกียรตินั่งหัวโต๊ะเป็นประธานแถลงข่าวพร้อมด้วย พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชุมแพ นายไชยศิริ สอนนำ

คณะกรรมการตัดสิน ฝ่ายบริหาร ประธานสภาฯ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองชุมแพและส่วนราชการร่วมกันจัดแถลงข่าวการแข่งขันกีฬาฟุตบอลประจำปี ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ชุมแพคัพ ครั้งที่ 32 ประจำปี 2567

ณ.หอประชุมชั้น 3 สำนักงานเทศบาลเมืองชุมแพ การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทประชาชนทั่วไปและประเภทเยาวชนอายุไม่เกิน 16 ปี วัตถุประสงค์การจัดแข่งขันเพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้ออกกำลังกาย ทำให้สุภาพแข็งแรง

การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เป็นการพัฒนาการกีฬาและเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เจริญยั่งยืน แบ่งสายการแข่งขันระหว่าง 17 ธันวาคม 2567- 8 มกราคม 2568 ณ.สนามโรงเรียนเทศบาล 1 เขตเทศบาลเมืองชุมแพ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น,
จ่ากบ ภาพ/ข่าว เอนก เค้าสุวรรณกุล

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายดล ภาคเนตรใส นายอำเภอเมืองน่าน ประธานพิธีเปิดงานตลาดนัดสร้างสุขอำเภอ เมืองน่าน

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ณ ลานตอดรถข้างหอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางอรอนงค์ กาพรม พัฒนาการอำเภอเมืองน่าน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ต่อ นายดล ภาคเนตรใส นายอำเภอเมืองน่าน ประธานพิธีเปิดงานตลาดนัดสร้างสุขอำเภอเมืองน่าน ตามที่อำเภอเมืองน่าน ได้มีนโยบายในการขับเคลื่อนการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากโดย ให้ส่วนราชการและหน่วยงาน ร่วมกันวางแผนจัดกิจกรรมตลาดนัด

ในพื้นที่ เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด ให้กับสินค้าของกลุ่มสัมมาชีพ ผลผลิตทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ OTOP เพื่อสร้างงาน สร้าง อาชีพ สร้างรายได้ โดยใช้ชื่อตลาดว่า “ตลาดนัดสร้าง สุขอำเภอมืองน่าน และ ดำเนินการขับเคลื่อน “ตลาดนัดสร้างสุขอำเภอเมืองน่านให้บังเกิด ผลและเกิดความยั่งยืน เป็นการพัฒนาศักยภาพ ตลาดนัดสร้างสุขอำเภอเมืองน่านให้มี เอกลักษณ์และตัวตนที่โดดเด่น เชื่อมโยงการท่องเที่ยว เพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสินค้า สัมมาชีพ ผลผลิตทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์ OTOP และเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพ
เกษตรกร

ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบการรายใหม่ และผู้ประกอบการ OTOP ที่ประสบปัญหา
เดือดร้อนจากการไม่มีสถานที่จำหนำย โดยกำหนดให้มีการจัดกิจกรรมเป็นประจำทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง ในวันประชุมประจำเดือน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นประจำทุกเดือนและ อำเภอเมืองน่าน ได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมโดยกิจกรรมในมีผู้ประกอบการเข้าร่วมจ่าหน่ายจำนวล61 ราย
ประกอบด้วย

  1. ประเภทเครื่องดื่ม อาหารจำนวน 61ราย
  2. ประเภทผลผลิตทางการเกษตร จำนวน1
  3. ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร จำนวน 2 ราย
  4. ประเภทของใช้ ของตกแต่ง จำนวน 12 ราย
  5. ร้านค้า ธงฟ้า ราคาประหยัด
  6. จำนวน 1 ราย
  7. ประเภทร้านค้าในเครือพาณิชย์จังหวัดจำนวน 10 ราย การจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้นำท้องที่ ท้องถิ่นร่วมเปิดงานจำนวนมากและได้รับความสนใจจากข้าราชการ ผู้นำชุมชนและชาวบ้านซื้อของจำนวนมาก บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทม.หัวหิน เปิดอบรมดนตรี-นาฎศิลป์ เตรียมรำถวายสักการะบูรพมหากษัตริย์ไทย 5 ธ.ค.นี้/ มหกรรมดนตรีแจ๊ส ศิลปินดังระดับโลก ‘Hua Hin Jazzical Festival 2024’

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.67 ที่บ้านเพชรสำราญ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นประธานพิธีเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการดนตรี-นาฏศิลป์ท้องถิ่น “เทิดไท้สมเด็จบูรพกษัตริย์ไทย ครั้งที่ 8” มี Mr.Brian Anderson นายกสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน นางทิพวรรณ สุทัศน์ ประธานศูนย์การเรียนรู้ดนตรี-นาฏศิลป์ท้องถิ่น เทศบาลเมืองหัวหิน นางประเสริฐศรี จอกกระจาย ประธานชมรมนาฏศิลป์เมืองปราณบุรี คณะผู้บริหารเทศบาลฯ คณะกรรมการและสมาชิกศูนย์การเรียนรู้ฯ วิทยากร คณะครู และแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธี พร้อมชมการรำถวายสักการะบูรพกษัตริย์ประกอบบรรเลงดนตรีไทยจากนักเรียนที่เข้ารับการอบรม

การอบรมเชิงปฏิบัติการดนตรี-นาฏศิลป์ท้องถิ่น ในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 ธ.ค.67 เพื่อถวายความจงรักภักดีต่อบูรพากษัตริย์ไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคี การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ดนตรีไทย และนาฏศิลป์ไทย และปลูกฝังส่งเสริมและพัฒนาให้นักเรียนในท้องถิ่น สำนึกรักบ้านเกิด มองเห็นคุณค่าทางวัฒนธรรมของชาติที่สวยงาม

มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และพร้อมที่จะใช้ศักยภาพของตนเองทดแทนบุญคุณแผ่นดิน โดยมีโรงเรียนในพื้นที่ จ.ประจวบฯ เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 7 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนสาธิตเทศบาลบ้านหัวหิน, โรงเรียนเทศบาลเขาพิทักษ์, โรงเรียนเทศบาลวัดหนองแก, โรงเรียนบ้านห้วยมงคล, โรงเรียนหนองพลับวิทยา, โรงเรียนบ้านสามร้อยยอดบุญรักษ์อุทิศ และโรงเรียนบ้านเนินกรวด และวิทยากรผู้ให้ความรู้แยกตามความถนัดจากโรงเรียนต่างๆ รวมผู้เข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 85 คน

โดยในวันที่ 4 ธ.ค.67 จะเป็นการฝึกซ้อมใหญ่การบรรเลงดนตรีไทย และในวันที่ 5 ธ.ค.67 จะเป็นการบรรเลงดนตรีไทยท้องถิ่นในจังหวัดประจวบฯ ประกอบการรำถวายสักการะบูรพกษัตริย์ ณ อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน และในปีนี้ได้มีการประพันธ์บทเพลงชื่อเพลง นจคีตาคาราว สตมราชานุสรณีย์ ประพันธ์คำร้องโดย นายพันธกานต์ ใบเทศ ทำนองโดย นายนิพนธ์ กล่อมบรรจง และ นายสามารถ เกิดมงคล เพื่อประกอบการรำถวายสักการะบูรพกษัตริย์ โดยมีนางรำจิตอาสาในชุดไทยสวยงามจากศูนย์การเรียนรู้ดนตรี-นาฏศิลป์ท้องถิ่น เทศบาลเมืองหัวหิน และพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมรำถวาย พร้อมทั้งมีการแสดงจินตลีลาประกอบเพลงธงชาติจากนักเรียน นักศึกษา รวมทั้งสิ้นกว่า 1,000 คน.

กลับมาอีกครั้ง ‘Hua Hin Jazzical Festival 2024’ มหกรรมดนตรีแจ๊สจากศิลปินชื่อดังระดับโลก
ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสถานเอกอัคราชทูต ณ กรุงมอสโก จัดงานแจ๊สที่หลายคนรอคอยกับเทศกาลดนตรี “Hua Hin Jazzical Festival 2024” ที่ครั้งนี้กลับมาพร้อมกับศิลปินแจ๊สระดับโลกชาวรัสเซียอย่าง อิกอร์ บุตแมน (Mr.Igor Butman) และศิลปินแจ๊สชาวไทยระดับประเทศที่ตบเท้ามาร่วมงานอย่างคับคั่ง พร้อมกิจกรรมสนุกๆ ให้ได้แจ๊สกันอย่างเต็มที่ พบกับโชว์การแสดง Thai Cultural Performance ที่เป็นการแสดงเอกลักษณ์ของไทยไว้มากมาย อาทิ การแสดงโขนและรำไทยประกอบดนตรีไทยประยุกต์ พร้อมการแสดงโชว์อัตลักษณ์ไทยที่หาชมได้ยากที่จัดมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ บลูพอร์ต หัวหินในฐานะพื้นที่จัดงานในครั้งนี้มั่นใจว่าจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในเมืองหัวหิน ส่งเสริมให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจและสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ โดยใช้ดนตรีและวัฒนธรรมเป็นตัวเชื่อมโยง ที่สำคัญยังเป็นการช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมอันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ เนื่องในโอกาสครบรอบ 126 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและรัสเซียอีกด้วย

นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด กล่าวว่า เมืองหัวหินถือเป็นเมืองตากอากาศระดับโลกที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ยังถือเป็นเมืองมีชื่อในเรื่องของดนตรีแจ๊ส ที่ผ่านมาเคยได้มีการจัดกิจกรรมที่มีนักดนตรีที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาเล่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Benny Golson ซึ่งถือเป็นตำนานแจ๊สที่ยังมีชีวิตอยู่ The Yellowjackets วงดนตรีแจ๊สชั้นนำระดับโลกที่เล่นกันมา 40 ปี และ เคนเนธ บรูซ กอลีลิกซ์ (Kenneth Bruce Gorelick)” หรือ “Kenny G” ผู้สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการดนตรีแจ๊สของโลก เจ้าของผลงานยอดขายสูงที่สุดในโลก เจ้าของรางวัล American Music Awards และ Grammy Awards ก็เคยมาเล่นที่เมืองหัวหินเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น ในหลวงรัชกาลที่ 9

ครั้งที่พระองค์ท่านแปรพระราชฐานไปประทับอยู่ที่ อ.หัวหิน พระองค์ท่านก็มีชื่อที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น King of Jazz ดังภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป่าแซกโซโฟน ที่เป็นภาพคุ้นตาของหลายต่อหลายคน การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์เมืองหัวหินเป็นเป็นเมืองแห่งศิลปะและดนตรี ซึ่งครั้งนี้คณะจัดงานได้นำเสนอสุดยอดของโชว์จากศิลปินแจ๊สทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เป็นศิลปินแห่งชาติชื่อดังระดับโลกมาให้ชมกัน รวมไปถึงการแสดงโชว์ต่างๆ ที่เน้นการนำเสนอความผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมต่างชาติ โดยใช้พลังซอฟพาวเวอร์ของอัตลักษณ์ไทย เพื่อเป็นการเผยแพร่ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้รู้จักเมืองไทยในมุมมองใหม่ๆ มากขึ้น พร้อมทั้งยังเป็นการส่งเสริมและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการท่องเที่ยวไทยและสร้างความประทับใจในการมาเยือนหัวหินอีกด้วย”

สำหรับศิลปินแจ๊สแนวหน้าระดับโลกหลังจากครั้งที่แล้วได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี คือ อิกอร์ บุตแมน ศิลปินแห่งชาติรัสเซีย และเป็นผู้ควบคุมวง Moscow Jazz orchestra ที่ได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติจากประธานาธิบดีรัสเซียในปี ค.ศ 2021 ครั้งนี้มาพร้อมกับวงดนตรี Igor Butman Quintet เป็นวงที่รวบรวมนักดนตรีแจ๊สรุ่นใหม่มากความสามารถจากรัสเซียมาแบบเต็มวงและเคยได้รับเชิญไปแสดงคอนเสิร์ตในสหรัฐอเมริกาและประเทศต่าง ๆ ในยุโรปและเอเชีย รวมทั้งการร่วมแสดงในเทศกาลดนตรีแจ๊สนานาชาติที่มีชื่อเสียงทั่วโลก พร้อมกับศิลปินแจ๊สแนวหน้าของไทยที่เป็นแขกรับเชิญพิเศษมาร่วมเซอร์ไพรส์ทุกท่านในงานวันที่ 21 ธ.ค.นี้ เวลา 18.00 น. เป็นต้นไปที่ หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน บัตรราคา 4,500 / 2,500 / 1,800 และ 800 บาท มีจำหน่ายแล้วที่ https://bluporthuahin.gosalepage.co/lfa-dlgr-mxw นอกจากนี้ยังมีการออกบูธจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มจากร้านดังมากมายทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติ มาให้ร่วมชิม ช้อป และดื่มด่ำไปกับความกลมกล่อมของบรรยากาศดนตรีแจ๊สในยามค่ำคืน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร.032-905-111 หรือ Facebook : BluportHuaHinOfficial, Line official : @bluport
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ร่วมด้วยช่วยกัน ลุยน้ำลงพื้นที่แจกข้าวกล่องและน้ำดื่มช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.เมือง จ.นราธิวาส

วันนี้ (3 ธันวาคม 2567 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ทศม ม่วงเกษม ผบ.ฉก.ตร.นราธิวาส 93 พร้อมด้วยกำลังพลฝ่ายอำนวยการฉก.ตร.นราธิวาส 93 /ชป.กร.ฉก.ตร.นราธิวาส 93 เดินลุยน้ำลงพื้นที่ ม.4 บ้านโคกโก และ ม.9 บ้านทุ่งงาย ต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส

ซึ่งปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขังอยู่ ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอุทกภัยน้ำท่วม โดยได้พบปะเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจ พร้อมแจกข้าวกล่อง และน้ำดื่ม เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นให้พี่น้องประชาชน ซึ่งไม่สามารถประกอบอาหารในครัวเรือนของตนเองได้ นอกจากนี้จะแจกจ่ายข้าวกล่องและน้ำดื่มในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยน้ำท่วมจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

สำหรับการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ สร้างความดีใจให้ประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นช่วงที่ประชาชนยังไม่สามารถประกอบอาหารเองได้ เนื่องจากข้างของเครื่องใช้ยังอยู่ในที่สูง โดยนายเร๊าะมันคาน โอราสะมันนี ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยานราธิวาส เปิดเผยว่า ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ได้มีประกาศเตือนต่อเนื่อง ฉบับที่ 3

เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ช่วงวันที่ 3-5 ธันวาคม นี้ โดยวันนี้ (3 ธ.ค.67) มีฝนหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ส่วนวันที่ 4-5 ธันวาคม มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

อย่างไรก็ตามจากการประกาศของจังหวัดนราธิวาสเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติที่กำลังจะเข้ามานั้น เจ้าหน้าที่ยังคงคอยประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัย และ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่
///////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /ครบรอบ 9 ปี สมาคมทหารผ่านศึก-กองหนุน จ.เชียงราย องค์การสังเคราะห์ทหารผ่านศึก

ที่ห้องประชุมคชสาร อบจ.เชียงรายเวลา10.00น.วันที่3ธันวาคม2567สมาคมหารผ่านศึกและทหารกองหนุน เชียงราย จัดงานครบรอบ9ปีในการก่อตั้งสมาคมทหารผ่านศึก-กองหนุน เชียงราย ตามนโยบายองค์การสังเคราะห์ทหารผ่านศึก ซึ่งนายทะเบียนสมาคมจังหวัดเชียงราย

จดทะเบียนครั่งแรก เมื่อ28 มิ.ย.2559มีจ่าสิบเอก บุญส่ง ศรีจุมปา ทหารผ่านศึกอดีตกำลังพล ร.17 พัน 3 (ในพระองค์)เป็นนายกสมาคมผู้ก่อตั้ง พร้อมคณะบริหาร14ตำแหน่ง ปัจจุบันมีนายศรีเนตร์ ธนาคำ อดีตกำนันบ้านดู่ เมืองชียงราย ในงานวันดังกล่าวมีการสวดเจริญพุทธมนต์ทอดผ้าไตรบังสุกุล เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเหล่าทหารผ่านศึกและทหารกองหนุนที่เสียชีวิต ตั้งแต่ปี 2559 จำวนวน 104 รายซึ่งทางสมาคมได้เชิญทายาทและครอบครัวผู้เสียชีวิตเหล่านั้น

หลังเสร็จพิธีทางศาสนา นายราชัน มีน้อยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับผู้สนับสนุนสิ่งของเครื่องกันหนาวจาก คุณวิโรจน์ คุณเฟื่องฟ้า อำนาจเกษม เจ้าของและผู้จัดการบริษัท สยามฟูรูกาวา เทรดดิ้ง จำกัด (กทม ) และตัวแทนกรรมการผู้จัดบริษัท วีอาร์ กลกาล จำกัด(กทม.)

และเพื่อมอบต่อให้กับสมาชิกสมาคมทหารผ่านศึกจังหวัดเชียงรายเพื่อมอบให้กับทหารผ่านศึกและทหารกองหนุนที่ประสพภัยน้ำท่วม ตลอดจนพี่น้องประชาชนที่อยู่ในสภาวะลำบากและเสียชีวิตอนึ่งยังเป็นขวัญกำลังใจให้กับเหล่าทหารผู้กล้าและเสียสละเพื่อชาติเนื่องในโอกาสครบรอบการก่อตั้งสมาคม และของขวัญปีใหม่2568 ที่จะถึงเร็วนี้

    สำหรับกิจกรรมในวันดังกล่าวนับว่าเป็นการปฏิบัติติดต่อกันมาโดยตลอดนับว่าเป็นกิจกรรมที่ทหารกองหนุนและทหารผ่านศึกได้ระลึกถึงเหล่าบรรดาทหารที่มีคุณาประการต่อประเทศชาติ ถึงแม้ว่าจะปลดประจำการก็ได้ปฏิบัติหน้าที่จนลมหายใจสุดท้ายถือว่าเป็นการเสียสละต่อประเทศชาติบ้านเมืองให้ลูกหลานได้อยู่อาศัยมาตราบเท่าทุกวันนี้ หลังจากมีการมอบสิ่งของเครื่องกันหนาวและผู้ประสบภัยน้ำท่วมเสร็จสิ้นนายกสมาคมทหารผ่านศึกเชียงราย ได้เชิญพอ.เด็ดดวง ณ ลำปางในฐานะที่ปรึกษาสมาคมได้กล่าวทักทายสมาชิกสมาคมทหารผ่านศึกและทหารกองหนุนให้กำลังใจในการทำหน้าที่เพื่อชาติ  ในต้อนท้ายนายศรีเนตร์ ธนาคำได้กล่าวทักทายบรรดาสมาชิกสมาคมทหารกล่าที่มาร่วมงาน กล่าวอวยพรปีใหม่ส่งความปารถนาดีต่อให้สมาชิกสมาคมทุกคนให้สุขภาพแข็งแรงเนื่องในโอกาสที่วันปีใหม่2568ที่จะมาถึงเร็วๆนี้

ธนากฤต วรรมณี
ผู้สื่อข่าวเชียงรายรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สว.จร.สภ.เมืองพัทยา ดูแลนักท่องเที่ยวรับเทศกาลแห่งความสุข/40 ปท. พร้อมแข่งขันเจ็ตสกีชิงแชมป์โลก WATERJET WORLD CUP 2024 หาดจอมเทียน พัทยา

ด้วยเดือนธันวาคมถือเป็นช่วงเดือนเทศกาลแห่งความสุข ที่เมืองพัทยาและภาคส่วนอื่นๆ กำหนดจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวมากมาย ทั้งการเทศกาลดนตรีแจ๊สนานาชาติริมชายหาด กิจกรรมเทศกาลคริสต์มาส รวมทั้งงานเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อนในเมืองพัทยาเป็นจำนวนมาก

พ.ต.ท.ภาณุพงศ์ นิ่มสุวรรณ์ สว.จร.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยถึงความพร้อมในการเตรียมวางแผนการปฏิบัติงานรองรับนักท่องเที่ยวเข้าร่วมอีเว้นต์กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองพัทยาตลอดเดือนธันวาคม 2567 ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา มีความพร้อมรับเทศกาลต่างๆ มาโดยตลอดทั้งเชิงรุกและรับ

ทั้งนี้ ในส่วนของการปฏิบัติงานเชิงรุก ได้จัดอัตรากำลังการเข้าเวรใหม่ พร้อมจัดการกวดขันจับกุมรถจอดตามจุดห้ามต่างๆ รวมทั้งจับกุมรถผิดกฎหมาย ในส่วนของเชิงรับได้จัดเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์การทำงานต่างๆ ให้เพียงพอ อาทิ กรวยจราจร แผงกั้นจราจร และเครื่องบังคับล้อ และการเตรียมความพร้อมของบุคคล ได้จัดอบรมให้ความรู้เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการประชาสัมธ์นักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องด้วย

จ้าวความเร็วบนผิวน้ำ 40 ปท. พร้อมชิงชัยแข่งขันเจ็ตสกีชิงแชมป์โลก WATERJET WORLD CUP 2024 ที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา

มีรายงานว่า ระหว่างวันที่ 11-15 ธันวาคม 2567 นี้ ที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เมืองกีฬา (Sports City) ที่สำคัญของประเทศไทย โดยเมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรี ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดอีเว้นต์เวิลด์คลาสทัวร์นาเม้นท์ที่ยิ่งใหญ่ในการแข่งขันเจ็ตสกีนานาชาติ รายการ “WGP#1 WATERJET WORLD CUP 2024”

การแข่งขันครั้งนี้ ถือเป็นการแข่งขันวอร์เตอร์เจ็ตนานาชาติแชมป์โลก สนามชิงชนะเลิศตัดสินตำแหน่งแชมป์เวิลด์คัพ แชมป์เวิลด์ซีรี่ส์ และแชมป์เอเชีย ประจำปี 2024

ที่สำคัญการแข่งขันชิงชัยหาสุดยอดจ้าวแห่งความเร็วบนผิวน้ำระดับโลกในครั้งนี้มีเงินรางวัลมากที่สุด โดยมีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันจากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งสิ้นกว่า 300 คนพร้อมชิงชัย ซึ่งการแข่งขันเจ็ตสกีทุกปีที่ผ่านมาที่หาดจอมเทียน เมืองพัทยา พบว่ามีคนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/”สุเทียน” ร้องผู้ว่าฯ มุกดาหาร สอบ 157 วินัย-จริยธรรม โยธาธิการและผังเมือง ไม่เปิดเผยข้อมูลโครงการสร้างเขื่อน-สะพาน

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2567​ ที่ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ทองโสม ประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร เดินทางมายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ขอให้ตรวจสอบโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมุกดาหาร กระทำผิดวินัย กฎหมายและประมวลจริยธรรม สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ทองโสม ได้ยื่นขอข้อมูลข่าวสารต่อโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมุกดาหาร กระทั่งเวลาได้ล่วงพ้นมาเกินกว่า 15 วัน ปรากฏว่าโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมุกดาหาร เพิกเฉยไม่แจ้งผลการพิจารณาตามที่ได้ยื่นขอ

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2567 จึงได้หนังสือแจ้งให้ดำเนินการตามคำขอข้อมูลข่าวสารอีกครั้ง หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2567 นายทวีศักดิ์ สุริยะสิงห์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมุกดาหาร ได้มีหนังสือแจ้งว่า โครงการที่หน่วยงานดำเนินการเองมี 1 โครงการ คือ โครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามห้วยแข้ (ชุมชนค่ายลูกเสือ) สามารถไปคัดถ่ายเอกสารได้ ส่วนอีก 5 โครงการ กรมโยธาธิการและผังเมืองเป็น หน่วยดำเนินการ

ให้ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ประสานขอคัดถ่ายจากหน่วยงานดำเนินการ โดยไม่อำนวยความสะดวกให้ ทั้งที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมุกดาหาร เป็นหน่วยงานในสังกัดของกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งสามารถที่จะอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการจัดให้รับเอกสารได้ที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมุกดาหาร โดยไม่ต้องเดินทางไปกรุงเทพมหานคร อันเป็นที่ตั้งของกรมโยธาธิการและผังเมือง อีกทั้ง หนังสือก็ไม่ได้แจ้งว่าให้ติดต่อโดยวิธีใดกับเจ้าหน้าที่ผู้ใดในกรมโยธาธิการและผังเมืองด้วย อีกทั้ง เมื่อได้เดินทางไปขอรับเอกสารโครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามห้วยแข้กับเจ้าหน้าที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมุกดาหาร ปรากฏว่าได้รับเอกสารเพียง 1 ฉบับ จากที่ขอไปทั้งหมด 4 ฉบับ อันทำให้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยไร้ประโยชน์

จึงเห็นว่าการกระทำของโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมุกดาหารและเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องดังกล่าว เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด , ไม่ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีที่กำหนดให้ทุกหน่วยงานบริการข้อมูล ข่าวสารแก่ประชาชนด้วยความรวดเร็ว , ไม่เปิดเผยข้อมูลข้อมูลอย่างโปร่งใสตามมาตรา 3/1 พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน , ไม่ปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และ วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 และประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน โดยขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารตรวจสอบข้อเท็จจริงและและพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไปกระทรวงมหาดไทย #กรมโยธาธิการและผังเมือง #จังหวัดมุกดาหาร #โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมุกดาหาร #ปปท #ปปช

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ท​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กรมโยธา ผังเมือง เปิดเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการ ฟังความคิดเห็น โครงการพัฒนาพื้นที่ ตะวันออกเฉียงเหนือระยะ 2

วันที่ 3 ธ.ค.67 ที่ห้องประชุมสิรินธารา2 โรงแรมเดอะวัน จ.บึงกาฬ กรมโยธานิการ โดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดบึงกาฬ เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น โครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ระยะที่ 2 โดยได้รับเกียรติจาก นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ประธานการเปิดการประชุม มีนายพิสิษฐ์ ชิณะวิพัฒน์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดบึงกาฬ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ พร้อมด้วยนายบุญเพ็ง ลามคำ ประธานหอการค้าจังหวัดบึงกาฬ นายปรีชา ศิริผลา ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดบึงกาฬ นางพัชรนันท์ แก้วจินดา วัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ นางสาวปิยวรรณ ทะแพงพันธ์ ขนส่งจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ผู้แทนท้องถิ่น และประชาชนที่มีบทบาทต่อการพัฒนาพื้นที่เข้าร่วมประชุมกว่า 300 คน ภายในงานมีการรับชมวิดีทัศน์รูปแบบโครงการรายละเอียดข้อมูลโครงการ ความเป็นมา วัตถุประสงค์ ทั้งนี้เพื่อประชาสัมพันธ์ชี้แจงขอบข่ายและขั้นตอนการดำเนินงานโครงการ ผลการจัดทำแผนแม่บทและร่างการจัดลำดับความสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเบื้องต้น พร้อมเปิดโอกาสให้เสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อโครงการออกแบบรายละเอียดโครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ระยะที่ 2 (พื้นที่ศึกษาจังหวัดบึงกาฬ) โดยมีวิทยากรที่ปรึกษาโครงการ นายสุเทพ เวชสาร สถาปนิกผังเมือง และ นางสาวจุฑาทิพย์ ปทุมมาส นักผังเมือง กล่าวให้ข้อมูลรับข้อเสนอแนะแก้ไขเพิ่มเติมของโครงการ

นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า ขอให้ผู้แทนทุกภาคส่วนที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ได้ช่วยระดมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เพื่อกำหนดเป็นแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ให้มีความเหมาะสม มีระบบบริการขั้นพื้นฐานที่สมบูรณ์และได้มาตรฐานเหมาะสมต่อการเป็นพื้นที่ส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ และมีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และยุทธศาสตร์ในภาพรวมอื่นๆ สามารถสนับสนุนการพัฒนาทางธุรกิจของประเทศอย่างยั่งยืน จึงขอขอบคุณในความร่วมมือเป็นอย่างดี

จากผู้แทนจากส่วนราชการ องค์กรมหาชน ผู้นำชุมชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และภาคประชาชนในเขตพื้นที่ชุมชน นับเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่กรมโยธาธิการและผังเมืองได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉืยงเหนือตอนอนบน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ
นายพิสิษฐ์ ชีวะพัฒน์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดบึงกาฬ กล่าวเพิ่มเติมว่า สืบเนื่องมาจากกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ประกอบด้วย จังหวัดอุดรธานี หนองคาย เลย หนองบัวลำภู และบึงกาฬ มีที่ตั้งโดดเด่นในการเป็นจังหวัดที่เชื่อมต่อประตูสู่อาเซียน

ไปยังประเทศลาวและเวียดนาม มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีทัศนียภาพและการผจญภัยที่งคงาม สามารถเดินสะดวกสบาย โดยทางรถยนต์ รถไฟ และเครื่องบิน จึงเป็นกลุ่มจังหวัดที่มีศักยภาพในด้านการท่องเที่ยวจากเหตุผลข้างต้นจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 เพื่อรองรับการเจริญเติบโตดังกล่าว รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาจึงได้มอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเจียงเหนือตอนบน 1 และใด้รับการจัดสรรรบประมาณ เพื่อว่าจ้างผู้ให้บริการทำงทำงานศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียต

โครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ให้เกิดการพัฒนาสภาพแวดล้อมทางกายภาพของชุมขนให้เป็นมาตรฐาน มีความเป็นระเบียบสวยงาม ปลอดภัยและเป็นเมืองน่าอยู่ มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและสภาพแวดล้อมที่ดียั่งยืนสืบไป ซึ่งในที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นข้อเสนอแนะแก้ไขเพิ่มเติมอย่างกว้างขวาง ที่ปรึกษาโครงการได้รับไปพิจารณาออกแบบเพื่อปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม จะนำเสนอในที่ประชุมในรอบถัดไป ทางด้านนายบุญธรรม ลวิราช กำนันตำบลนาแสง กล่าวว่า เดิมทีบ้านนาคำแคน หมู่ 3 และบ้านนาคำแคนพัฒนา หมู่ 6 เป็นชุมชนเดียวกัน ตอนนี้ชุมชนหนาแน่น และประชากรมากขึ้น การนำเสนอและออกแบบโครงการนี้อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างจะพอใจ แต่อยากจะเพิ่มเติมคือซุ้มประตูหน้าโรงเรียนภูทอกวิทยา ส่วนถนนที่จะปรับปรุงอยากให้เพิ่มท่อระบายน้ำทั้งสองฝั่ง เพื่อรองรับชุมชนที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต
สำหรับการพื้นที่ดำเนินการโครงการแบ่งเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย ระยะเร่งด่วน ได้แก่ โครงการพัฒนาพื้นที่ภูทอก วัดเจติยาคีรีวิหาร ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านคำแคนพัฒนา ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ได้มาตรฐาน ปลอดภัย เหมาะสมต่อการรองรับการท่องเที่ยวระดับประเทศ เพื่อให้แหล่งท่องเที่ยวได้รับการปรับปรุงให้อยู่ในสภาพที่ดี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ กระตุ้นให้ประชาชนในท้องถิ่นตระหนัก และมีจิตสำนึกด้านชาติพันธ์ และถิ่นกำหนด

ระยะกลาง 2 ได้แก่ โครงการพัฒนาพื้นที่และปรับปรุงภูมิทัศน์ริมแม่น้ำโขงด้านเหนือมีขอบเขตติดฝั่ง สปป.ลาว ทิศใต้ติดกับชุมชนบ้านสะง้อ ชุมชนบ้านหอคำเหนือ ตำบลหอคำ อำเภอเมืองบึงกาฬ เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่ที่สามารถรองรับกิจกรรม และการใช้งานของคนในชุมชน เป็นที่ที่แลนด์มาร์คแห่งใหม่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวดึงดูดนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี และระยะกลาง 3 โครงการพัฒนาพื้นที่ และปรับปรุงภูมิทัศน์ทางเดินเท้าเมืองบึงกาฬ เชื่อมโยงพื้นที่ริมน้ำ ให้เป็นเมืองน่าเดิน ครอบคลุมพื้นที่เทศบาลเมืองบึงกาฬ บริเวณชุมชน ได้แก่ ชุมชนวิศิษฐ์ ชุมชนบึงกาฬเหนือ ชุมชนบึงกาฬกลาง ชุมชนบึงกาฬใต้ ชุมชนศรีโสภณ และชุมชนบึงสวรรค์ เพื่อให้ผู้ใช้ถนน หรือ ทางเท้าสัญจร มีความปลอดภัย มีทัศนียภาพที่งดงาม ไร้สิ่งกีดขวาง หรือบดบังภูมิทัศน์ และมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 2 ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ขบวนการคอกม้าแปดริ้ว” ยอดหมุนเวียนกว่า 55 ล้าน/รรท.ผบช.ภ.2 ตรวจเยี่ยมสนามยิงปืนบูรพา 491 ชื่นชมความสะอาด กก.ปพ.บก.สส.ภ.2

วันที่ 2 ธ.ค.67 ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 จ.ชลบุรี พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รรท.ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2 และ พล.ต.ต.นเรวิช สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ร่วมแถลงข่าวทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ขบวนการคอกม้า” โดยมีสื่อมวลชนแขนงต่างๆ เข้าร่วมพิธีแถลงข่าว

ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้สืบสวนจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาอย่างต่อเนื่อง จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้บัญชีม้า โดยมีขบวนการคอกม้า จัดหาและรวบรวมบัญชีม้า บุคคลไปเป็นบัญชีม้า และบัญชีทรัพย์สินดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี) จากนั้นพาไปชายแดนไทย-กัมพูชา (อ.อรัญประเทศ จว.สระแก้ว) ข้ามไปกัมพูชาเพื่อสแกนหน้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ จนกว่าบัญชีจะถูกอายัดเงินจากผู้เสียหายจะถูกโอนเป็นสินทรัพย์ดิจิตอล ทำให้ยากต่อการติดตามเงินคืน

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รรท.จตช., พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รรท.ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2, พล.ต.ต.นเรวิช สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา, พ.ต.อ.กฤตยา เลาประสพวัฒนา รอง ผบก.สส.ภ.2 ตำรวจภูธรภาค 2 และตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา

โดยได้ทำการสืบสวนพบว่า ระหว่างวันที่ 19-25 ต.ค.67 มีขบวนการคอกม้า จัดหาบัญชีม้า 5 คน ไปเปิดบัญชีและยืนยันตัวตนที่ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ จ.ฉะเชิงเทรา และธนาคารใกล้เคียง เปิดบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลครบแล้ว นำไปส่งที่หน้าห้างเดอะ สตาร์ หน้าด่านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มีรถยนต์เก๋งมารับไปข้ามคลองน้ำใส ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ไปยังเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา อยู่ในออฟฟิศตึกแถว 3 ชั้น สแกนใบหน้าจนถูกอายัดบัญชีจึงส่งตัวกลับไทย หรือเรียกว่า “ม้าตาย” ก็จะหาบัญชาม้าหรือ “ม้าตัวใหม่” มาแทน

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบบัญชีม้า 5 คน พบว่าเปิดบัญชีม้า 24 บัญชี มีเงินโอนเข้าจากผู้เสียหาย 133 ราย (ระหว่างวันที่ 19-25 ต.ค.67) ก่อนบัญชีม้าถูกอายัดพบเงินหมุนเวียน 31,222,399.60 บาท โอนออกไปยังบัญชีต่างๆ และบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี่) รวม 24,518,580.78 บาท รวมทั้งสิ้นกว่า 55 ล้านบาท เป็นความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และฟอกเงิน การกระทำผิดตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 มาตรา 10.11 (เป็นธุระจัดหาคอกม้า) มาตรา 9 (เปิดหรือยินยอมให้ใช้ซิมผี บัญชีม้า) มาตรา 25 (มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ) และร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร

ทั้งนี้ จากการรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ คอกม้า 8 คน บัญชีม้า 5 คน ผลการจับกุม คอกม้า 2 คน บัญชีม้า 2 คน อายัดตัวในเรือนจำ 2 คน รวม 6 คน ผู้ต้องหาประกอบด้วย 1.น.ส.วริศราฯ (คอกม้า จัดหาคนเปิดบัญชีม้าและซิมม้า) 2.นายเสน่ห์ฯ (คอกม้า จัดหาคนเปิดบัญชีม้าและซิมม้า) 3.น.ส.สุกัญญาฯ (รับจ้างเปิดบัญชีม้าและซิมม้า) 4.นายชัยสิทธิ์ฯ (รับจ้างเปิดบัญชีม้าและซิมม้า) 5.นายอธิวัฒน์ฯ (รับจ้างเปิดบัญชีม้าและซิมม้า) 6.นายวรพันธ์ฯ (รับจ้างเปิดบัญชีม้าและซิมม้า)

จึงดำเนินคดีในข้อหามีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันฟอกเงิน, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, ร่วมกันฉ้อโกงอันมีลักษนะเป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลที่บิดเบือนฯ นอกจากนี้ทางตำรวจภูธรภาค 2 ยังฝากเตือนและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงโทษของการเปิดซิมผี บัญชีม้า ให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ว่าอย่าเห็นแก่เงินค่าจ้างเพียงเล็กน้อย ระวังจะติดคุกหัวโตเพราะเป็นความผิดร้ายแรง

รรท.ผบช.ภ.2 ตรวจเยี่ยมสนามยิงปืนบูรพา 491 ชื่นชมความสะอาด กก.ปพ.บก.สส.ภ.2

วันที่ 2 ธ.ค.67 ที่สนามยิงปืนบูรพา 491 กก.ปพ.บก.สส.ภ.2 จ.ชลบุรี พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.2 พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมให้การต้อนรับ พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รรท.ผบช.ภ.2 ที่ได้เดินทางมาแถลงข่าวคดีสำคัญ ก่อนเดืนทางมาตรวจเยี่ยมสนามยิงปืนบูรพา 491

พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รรท.ผบช.ภ.2 ได้รับฟังข้อมูลบรรยายสรุป ก่อนตรวจเยี่ยพื้นที่โดยรอบของสนามยิงปืน บูรพา 491 และ กก.ปพ.บก.สส.ภ.2 โดยได้กล่าวให้กำลังชื่นชมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติที่มีความพร้อมแทบทุกด้าน สร้างความเข้มแข็งและเสริมประสิทธิภาพให้กับหน่วยงาน

นอกจากนี้ยังได้ชื่นชมการรักษาสะอาดทั่วบริเวณของ กก.ปพ.บก.สส.ภ.2 ที่เจ้าหน้าที่ให้ความเอาใจจนดูร่มรื่นเหมาะสมเป็นที่ปฏิบัติงานมี่ควรเป็นแบบอย่างให้หน่วยอื่นๆ ต่อไป ก่อนจะเดินทางกลับด้วยความสวัสดิภาพ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มิสแกรนด์ชลบุรี 2025แมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชันแนล 2024 เข้าคาราวะนายกเมืองพัทยา

วันที่ 2 ธ.ค.67 นายจิราธิวัฒน์ ศุภรัตนเสรี ผู้ถือลิขสิทธิ์การจัดการประกวดมิสแกรนด์ชลบุรี 2025 และ แมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2024 นำกองประกวดมิสแกรนด์ชลบุรี 2025 และแมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชันแนล 2024 เข้าคาราวะนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา และนายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการเมืองพัทยา ในโอกาสที่กองประกวดมาเก็บตัว

ด้วยกองประกวดมิสแกรนด์ชลบุรี 2025 และแมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชันแนล 2024 ได้เล็งเห็นความถึงสำคัญของการจัดการประกวดที่จะสามารถผลักดันเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมต่างๆ ของจังหวัดชลบุรี เป็นการประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างทั้งในประเทศและต่างประเทศ และยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยกระแสนิยมของการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ และมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล และ แมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล

โดยวัตถุประสงค์หลักคือเป็นศูนย์กลางในการประชาสัมพันธ์
การท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี จากการจัดกิจกรรมการประกวดมิสแกรนต์ชลบุรี 2025 และ แมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2024 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน – 6 ธันวาคม 2567 โดยกิจกรรมทั้งหมดจะจัดขึ้นที่เมืองพัทยา และชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี ซึ่งถือได้ว่าเมืองพัทยาและบางแสน เป็นแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดชลบุรี

ด้วยเหตุผลนี้จึงจัดกิจกรรมเก็บตัวขึ้นที่เมืองพัทยาและการประกวดที่บางแสน เพื่อเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ เป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของเมืองพัทยาให้ทราบโดยทั่วกันว่ากิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นนี้ได้รับการสนับสนุนที่ดีจากส่วนราชการเมืองพัทยาและผู้เกี่ยวข้องต่อไป

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ททท.เพชรบุรี ชวนเที่ยวงานฤดูหนาวพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน วาระ 100 ปี ตลอดเดือน ธ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.67 นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี เปิดเผยว่า ด้วยพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน (ค่ายพระรามหก) อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี กำหนดจัดงานฤดูหนาว พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน วาระ 100 ปี ณ สโมสรเสวกามาตย์ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ทุกวันเสาร์ตลอดเดือนธันวาคม 67

เริ่มวันเสาร์ที่ 7 ธ.ค.67 เวลา 16.00 น.-18.00 น. ขอเชิญชมการแสดงกีต้าร์ Magical Melodies โดยศิลปิน ฮัคกี้ ไอเคิ้ลมานน์ (Hucky Eichelmann) มาบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และท่วงทำนองของไทยอื่นๆ พร้อมกับการอ่านบทพระราชนิพนธ์มัทนะพาธา จากบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประกอบดนตรี (Madanabadha Suite) โดยศิลปินรับเชิญ ภัทราวดี มีชูธน (ศิลปินแห่งชาติ) อานันท์ นาคคง (ศิลปินศิลปาธร) อาทิตย์ ชีรวณิชย์กุล (คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

วันเสาร์ที่ 14 ธ.ค.67 เชิญชมการแสดงดนตรีจากวงดุริยางค์ราชนาวี 25 ชิ้น (วง Light Music) กองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ โดยการสนับสนุนของกรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ร่วมด้วยกรมการขนส่งทหารเรือ กองทัพเรือ ณ ท้องพระโรง พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน / เวลา 13.30 น. เปิดหน้าม่านโดยการแสดงลำตัดคณะลำตัดวงรากไทย โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ จ.เพชรบุรี / เวลา 15.00 น.- 17.00 น. วงดุริยางค์ราชนาวี วันเสาร์ที่ 21 ธ.ค.และวันอาทิตย์ที่ 22 ธ.ค.67 ชมการแสดงของสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา บทเพลงจากคีตนิพนธ์ร่วมสมัย รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว การแสดงเปิดโรง การขับเสภาและการอ่านทำนองเสนาะบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดย กวินภพ ทองนาค (นิสิตปริญญามหาบัณฑิต จุฬาฯ) บทเสภาสามัคคีเสวก โคลงอารัมภกถาพระนลคำหลวง มงคลสูตรคำฉันท์ สยามานุสสติ สลับกับการอธิบายที่มาและความหมายของแต่ละบทโดย รศ.ดร.อาทิตย์ ชีรวณิชย์กุล (คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ)

วันเสาร์ที่ 28 ธ.ค.67 ชมการแสดงของมูลนิธิหลวงประดิษฐ์ไพเราะ บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว การแสดงเปิดโรง วงดนตรีผู้หญิงล้วนแห่งเมืองเพชรบุรี ทั้งนี้การเข้าพื้นที่พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน บริจาคค่าเข้าชมตามอัตราปกติ ร่วมชมการแสดงไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสนับสนุนกิจกรรมโดยบริจาคสมทบทุนเพื่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมจารีตประเพณี (ด้านดนตรีและการแสดง) มูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ตามจิตศรัทธา ติดต่อจองที่นั่งในท้องพระโรงในกล่องข้อความเพจ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน / Mrigadayavan Palace
ททท.สำนักงานเพชรบุรี จึงขอเชิญผู้ที่สนใจและนักท่องเที่ยวมาร่วมฟังดนตรีทุกบ่ายวันเสาร์ของเดือนธันวาคม 67 แล้วมาสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากร้านค้าพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน รายได้เพื่อการอนุรักษ์และบูรณะพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ให้คงอยู่สืบไป.

นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐนิวส์ / เวทีประชาธิปัตย์เดโมแครต ฟอรั่มแนะรัฐขจัดการผูกขาดลดทุจริตเป็นวาระเร่งด่วนแห่งชาติปชป.เสนอ7นโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจเพิ่มศักยภาพประเทศลดเหลื่อมล้ำแก้จน

ในการจัดเสวนา เดโมแครต ฟอรั่ม (Democrat Forum) ครั้งที่ 3 ในหัวข้อ “ขจัดการผูกขาด: ปฏิรูปเศรษฐกิจลดเหลื่อมล้ำแก้จน”
ที่พรรคประชาธิปัตย์วันนี้เป็นการนำเสนอแนวทางในการขจัดการผูกขาดเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ผ่านการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยมีผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์จากหลายหน่วยงาน อาทิ ศ. ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายนริศ ขำนุรักษ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตรมช.มหาดไทย ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ผศ. ดร. พรเทพ เบญญาอภิกุล ผู้อำนวยการโครงการเศรษฐศาสตร์บัณฑิต หลักสูตรนานาชาติ รศ. ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มีนายพลีธรรม ตริยะเกษมทำหน้าที่พิธีกร

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นตัวแทนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน)เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษว่าการผูกขาดทางเศรษฐกิจเป็นต้นเหตุของความเหลื่อมล้ำและความยากจนของประเทศ
ตัวอย่างเช่นประเทศจีน ประธานาธิบดีสีจี้นผิงดำเนินการปราบทุจริตคอรัปชั่นอย่างเฉียบขาดและตั้งแต่ปี 2564 ได้เร่งรัดการแก้ไขปัญหาการผูกขาด และปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยให้เจ้าหน้าที่รัฐมุ่งต่อต้านการผูกขาดเพื่อนำไปสู่การแข่งขันที่เป็นธรรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการบรรลุเป้าหมาย ‘ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน’ และลดความเหลื่อมล้ำที่พุ่งสูงขึ้นมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา แม้จะเป็นประเทศมหาอำนาจทั้งทางทหารและเศรษฐกิจแต่ก็ยังเผชิญกับปัญหาความเหลื่อมล้ำ และประธานาธิบดีโจ ไบเดนถึงกับประกาศความเร่งด่วนในการแก้ปัญหาดังกล่าวเพราะคนระดับกลางหรือคนส่วนใหญ่ไม่สามารถสร้างฐานะได้เหมือนคนรุ่นก่อนหน้า ในขณะที่กลุ่มรวยสุด 1% ของอเมริกากอบโกยประโยชน์ทางเศรษฐกิจ คิดเป็น 21% ของ GDP ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 10% ของ GDP เมื่อปี 1979
ในขณะที่World Bank และ IMF ได้จัดสัมมนาประจำปี 2021 เรื่อง Taxation of the Wealthy in Developing Countries เพื่อมุ่งแก้ปัญหาความร่ำรวยสุดขั้วที่กระจุกอยู่บนยอดปิรามิด อันเป็นปัญหาร่วมที่รุนแรงมากขึ้นในหลายประเทศกำลังพัฒนา เพราะคนรวยสุด 10% ทั่วโลก ถือครองความมั่งคั่งในประเทศเฉลี่ย 60-80% แต่คนฐานะ 50% ล่างของสังคม ถือครองเพียงแค่ 5% ของความมั่งคั่ง

สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทยพบว่า
สินทรัพย์ของคนทั้งประเทศไทยมากกว่า 2ใน3กระจุกอยู่กับกลุ่มคนรวยที่มีสัดส่วนเพียง 10% ของประชากรทั้งหมด
คนไทย 10% หรือประมาณ 7 ล้านคน ยังมีชีวิตอยู่ใต้เส้นความยากจน
คนไทยมากกว่า 3 ใน 4
ไม่มีที่ดินของตัวเอง
โฉนดที่ดิน 61% ของประเทศไทยอยู่ในมือประชากร 10%

ทำให้ไทยกลายเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งมากที่สุดในโลก 
และเป็นประเทศที่มีการกระจายรายได้ไม่เป็นธรรมสูงมาก อยู่ลำดับที่ 162 จาก 174 ประเทศ
“กฎหมายสู้ทุนผูกขาดไม่ได้
เรามีกฎหมายหลายฉบับเกี่ยวกับการป้องกันการค้ากำไรเกินควร ป้องกันการผูกขาด ซึ่งกฎหมายป้องกันผูกขาดมีมาตั้งแต่ปี2522 และรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้ออกพรบ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 และต่อมามีการปรับปรุงเป็น ฉบับแก้ไขพ.ศ.2560 ปรากฎว่า ไม่มีแม้แต่คดีเดียว ที่เกิดข้อพิพาทนำคดีขึ้นสู่ศาล จากการแข่งขันไม่เป็นธรรม 
จนประเทศไทยเป็นประเทศเสรีในการผูกขาด”
นายอลงกรณ์ กล่าวอีกว่า วันนี้
ทุนผูกขาดได้เข้ามามีอิทธิพลต่ออำนาจรัฐ เข้ามามีอิทธิพลสนับสนุนพรรคการเมืองจนท้ายที่สุดลงมาเล่นการเมือง มีตำแหน่งทางการเมืองด้วย จนต้องตั้งคำถามว่าปัญหาเหล่านี้จะสามารถจบลงในรุ่นเราได้หรือไม่ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่รับทุนสามานย์ผูกขาดทางการเมือง จึงมีการรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนบริจาคภาษี 001 เพื่อให้เป็นพรรคการเมืองที่เป็นอิสระไม่ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของทุนผูกขาด ทุนสามานย์ ทุนสีเทาทั้งหลาย และเป็นการบริจาคอย่างโปร่งใส เพื่อให้พรรคการเมืองนำเงินบริจาคดังกล่าวไปดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนต่อไป

นายอลงกรณ์ยังนำเสนอแนวนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ในการขจัดการผูกขาดลดความเหลื่อมล้ำประกอบไปด้วย การส่งเสริมระบบเศรษฐกิจเสรีที่เป็นธรรม การปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพของประเทศ การลดความเหลื่อมล้ำ ปรับปรุงกฎหมายแข่งขันทางการค้า การกระจายอำนาจให้เป็นธรรมและทั่วถึง จำกัดการถือครองที่ดิน และการกำจัดคอรัปชั่นทุกรูปแบบ
ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) กล่าวว่า การผูกขาดเกิดขึ้นมานานตั้งแต่ในอดีต มีมหาเศรษฐีในประเทศไม่กี่ราย มาในยุคที่อำนาจทหารเรืองรองมีการตั้งรัฐวิสาหกิจขึ้นมามากมายถึง 140 แห่ง แม้วันนี้จะถูกแปรสภาพไปหมด แต่รัฐวิสาหกิจไทยในขณะนั้นได้ใช้ทรัพยากรของรัฐไปเป็นจำนวนมาก แต่ผลประโยชน์ไปตกอยู่กับผู้มีอำนาจและกลุ่มนายทุนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น

“คนไทยในอดีตหากอยากรวย ถ้าไม่กอดปืนก็ต้องกอดคนมีอำนาจในขณะนั้น การกอดปืนหรือกอดอำนาจมีมาจนถึงทุกวันนี้เพียงแค่รูปแบบลดความชัดเจนลง ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมากระบอกปืนกลับมามีอำนาจจึงเห็นกลุ่มคนที่มีอำนาจไปกอดปืนอีกรอบหนึ่ง ทำให้มีคนบางกลุ่มร่ำรวยแบบก้าวกระโดด ซึ่งหากดำเนินการตรวจสอบในวันนี้จะเห็นว่าหลายกลุ่มได้งานสัมปทานของรัฐแบบผิดกฎหมาย” ดร.มานะ กล่าว

พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่า ธุรกิจที่เข้าสู่การผูกขาดจะมีลักษณะดังต่อไปนี้ มีอัตราการขยายตัวของ product ต่ำ มีศักยภาพการผลิตของอุตสาหกรรมต่ำเกินความเป็นจริง มียอดการส่งออกต่ำเนื่องจากมีฐานในต่างประเทศน้อย และมีการลงทุนต่ำเกินจริงเนื่องจากมีรัฐอุดหนุนทั้งทางตรงและทางอ้อม มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเองน้อย แต่จะใช้สิ่งที่มีอยู่เพื่อกอบโกยเงินของหลวงให้มากที่สุด จากปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นการทำลายศักยภาพการพัฒนาประเทศ จนเกิดเป็นกับดักทางรายได้ของประเทศ เนื่องจากผลประโยชน์ไปตกอยู่กับคนกลุ่มเดียว

ด้าน ศ. ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง คุณภาพชีวิตของคนไทยวันนี้พัฒนาต่ำลง ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันให้กับชีวิต ที่ผ่านมาจากเหตุการณ์รถบัสไฟไหม้ ไปจนถึงสะพานถล่ม ทั้งที่ลาดกระบัง และล่าสุดพระราม 2 ล้วนเป็นภัยที่เริ่มใกล้ตัวมากกว่าที่คิด วันนี้ภาคประชาชนจึงได้เสนอกฎหมายความปลอดภัยสาธารณะ เพื่อมีคนกลางเข้ามาทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพ

“ผมอยากใช้เวทีนี้ซึ่งเป็นเวทีที่ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น แต่เป็นการทำเวทีเพื่อให้บ้านเมืองหลุดพ้นเรื่องความเหลื่อมล้ำ เรื่องคอรัปชั่น จึงอยากให้มาร่วมกันสนับสนุนพระราชบัญญัติเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ ให้เกิน 10,000 ชื่อ เพื่อให้มีเจ้าภาพคนกลางที่จะลงไปดูติดตามรายงานตรวจสอบและป้องกัน จะได้รู้สักทีว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเกิดจากสาเหตุอะไร” ศ. ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

ด้าน ผศ. ดร.พรเทพ เบญญาอภิกุล ผู้อำนวยการโครงการเศรษฐศาสตร์บัณฑิต หลักสูตรนานาชาติ ระบุว่า ในฐานะนักเศรษฐศาสตร์ จึงเห็นว่าการแข่งขันจะช่วยเพิ่มการจัดสรรทรัพยากร เป็นการเปลี่ยนจากตลาดผูกขาด เป็นตลาดแข่งขันจะทำให้ราคาสินค้ามีแนวโน้มถูกลง ทั้งเป็นการกระจายผลประโยชน์ ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้

นอกจากนี้ ผศ. ดร.พรเทพ ได้ยกตัวอย่างปัญหาการดำเนินการของ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) ขาดการทำงานเชิงรุกเพื่อยับยั้งป้องกันหรือเยียวยาผลกระทบการกระทำอันไม่เป็นธรรมทางการค้าผู้บริโภคไม่สามารถใช้สิทธิ์ในการร้องเรียนโดยตรงได้ ทั้งยังขาดศักยภาพทางวิชาการและแรงจูงใจ ดังนั้นเพื่อการกำกับดูแลการแข่งขันของไทยให้มีประสิทธิภาพ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงบทบัญญัติของกฎหมายเกี่ยวกับการแข่งขันทางการค้า ตลอดจนพิจารณาเรื่องบทลงโทษทางอาญาด้วยเนื่องจากกระบวนการทางอาญาที่ใช้เวลานาน อีกนัยหนึ่งก็สามารถเป็นอุปสรรคในการกำกับดูแลเช่นกัน

สำหรับ รศ. ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้ระบุว่า อำนาจกับผลประโยชน์อยู่คู่กันมาโดยตลอด และมีพัฒนาการจากเดิมที่อำนาจและประโยชน์ทางเศรษฐกิจอยู่ในกลุ่มทหาร ปัจจุบันจะเห็นว่ากลุ่มทุนได้ย้ายมาอยู่เบื้องหลังพรรคการเมือง และสื่อมวลชน นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นว่าไม่ได้มีแต่การผูกขาดเฉพาะทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังมีการผูกขาดทางการเมือง ไปจนถึงการผูกขาดทางทรัพยากร และลุกลามไปถึงการผูกขาดในกระบวนการยุติธรรมอีกด้วย

รศ. ดร.เจิมศักดิ์ ยังได้ตั้งคำถามถึงผู้มีอำนาจในปัจจุบันว่า เมื่อพวกเขาเติบโตมาจากการผูกขาดการค้า ก็ย่อมจะเห็นประโยชน์ของการผูกขาด เมื่อผู้นำไม่รังเกียจการผูกขาด วิธีหนึ่งที่ทำได้คือการแจกเงินคนจน ซึ่งวิธีดังกล่าวยังเป็นการตอกย้ำระบบอุปถัมภ์ในสังคมไทย จะเห็นได้ว่านอกเหนือจากเรื่องความเหลื่อมล้ำที่เกิดจากการผูกขาดโดยรัฐแล้ว ยังมีปัญหาซ้ำเติมในเรื่องความเหลื่อมล้ำ และในอนาคตอันใกล้เมื่อประเทศเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย จึงไม่ต่างจากระเบิดเวลาที่กำลังจะทำให้ประเทศเดินต่อไปไม่ได้

ทั้งนี้ในช่วงท้ายของการสัมมนา ยังมีการเปิดเวทีให้ผู้เข้าชมได้แสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ อาทิ ดร.เพ็ญจันทร์ ล้อสีทอง นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง นายปรพล อดิเรกสาร นายราม คุรุวาณิชย์ นายเมฆินทร์เอี่ยมสอาด กก.บห.พรรคประชาธิปัตย์นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิทเป็นต้น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ เรือนจำนราธิวาสนำผู้ต้องขังร่วมด้วยช่วยกันลงพื้นที่มอบน้ำดื่มช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.นราธิวาส

วันนี้ (2 ธันวาคม 2567 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตามนโยบายของพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีนโยบายให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายสหการ เพชรนรินทร์ ได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนราธิวาส นำโดยนายสุรินทร์ จันทร์เทพ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนราธิวาส นำเจ้าหน้าที่ในสังกัดจำนวน 10 นาย และผู้ต้องขังกองงานสาธารณประโยชน์จำนวน 10 คน ลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม

ณ ศูนย์อพยพ วัดโคกงู ตำบลบางขุนทอง อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส โดยได้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมที่ไม่สามารถเข้าพื้นที่โดยรถทุกประเภท ต้องเป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมสูง แต่จำเป็นจะต้องเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือโดยได้ขึ้นเครื่องจักรทางการเกษตรของชาวบ้านเพื่อเข้าไปให้กำลังใจและนำน้ำดื่มไปให้กับผู้ประสบอุทกภัยจำนวน 100 แพ็ค โดยมีเจ้าอาวาสวัดโคกงู เป็นตัวแทนผู้รับมอบ

สำหรับการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ สร้างความดีใจให้กับผู้ที่อพยพณ ศูนย์อพยพเป็นอย่างมาก โดยศูนย์ดังกล่าวมีผู้อพยพเข้าอาศัยอยู่ประมาณ 30-50 ครัวเรือนเนื่องจากไม่สามารถใช้ชีวิตในบ้านของตนเองได้มีน้ำท่วมสูงประมาณ 1 – 3 เมตร และตามนโยบายดังกล่าว เรือนจำจังหวัดนราธิวาสจะเข้าไปยังพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยเพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยตามพื้นที่จังหวัดนราธิวาส

อย่างไรก็ตามการลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมที่ผู้ต้องขังทุกคนได้ร่วมทำความดีเพื่อสังคม สร้างความภาคภูมิใจ และเห็นคุณค่าในตนเองในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น สร้างทัศนคติที่ดี เตรียมพร้อมทั้งกายและใจในการกลับคืนสู่สังคมได้อย่างปกติสุข ไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก
//////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมราชินีทรงเปิดงาน โครงการหลวง 2567 ” ใต้ร่มพระบารมี 55 ปี

วันที่ 1 ธันวาคม 2567 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ The Royal Project Interbational Conference: From Alternative Development to Sustainable Development Goals และ

งานโครงการหลวง 2567 “Hats on Hills ห่มเขาด้วยเงาไม้ ใต้ร่มพระบารมี 55 ปี โครงการหลวง โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

พร้อมด้วย นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 และคณะผู้บริหารสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนพสกนิกร เข้าร่วมรับเสด็จ ณ ห้องประชุม 1 ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่…

บริษัทออแกไนซ์จัดงาน ขายพื้นแพงๆ เดือดร้อนผู้เช่า งานกาชาด จ.เชียงราย 25 มค. ถึง 5 กพ. 2568

.ที่นี่เชียงรายกลุ่มผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับผู้ประกอบการนอกพื้นที่จังหวัดเชียงรายบริษัทออแกไนซ์จัดงานโดยมีการใช้พื้นที่ส่วนรวมจัดล็อคขายของเกินความเป็นจริงทำให้พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่เชียงรายที่ทำการประกอบการค้าขายเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวและที่ผ่านมาต้องประสบภัยน้ำท่วมทำให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสโดยหวังว่าจะได้โอกาสจัดงานประเพณีประจำปีเป็นช่องทางหารายได้เลี้ยงครอบครัวแต่ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ขายของ

ได้สืบเนื่องจากผู้ประกอบการนอกพื้นที่มาดำเนินการและผูกขาดในงานแต่ละครั้งที่ผ่านมาและมีการแบ่งพื้นที่ขายของในราคาสูงเกินความเป็นจริงสร้างความเดือดร้อนกับพ่อค้าแม่ค้าชาวเชียงรายยากจนและทุนน้อยในพื้นที่ถูกปิดกั้นโดยปริยายตัวอย่างเช่นประเพณีลอยกระทงที่ผ่านมาผู้ประกอบการต่างถิ่นได้ใช้พื้นที่ในส่วนของสนามฝึกรดตั้งเวทีคอนเสิร์ตจำหน่ายเหล้าเบียร์ใช้พื้นที่ถนนและลานออกกำลังกายบริเวณเดียวกันที่ผู้รับเหมาส่งมอบพื้นที่ให้กับเทศบาลนครเชียงรายเป็นสมบัติส่วนรวมทุกคนมาจับล็อคขายของ

ในราคาเมตรละ 4-5,000 บาทนอกจากนี้ได้ซอยแบ่งให้กับผู้รับเหมาอีกทอดหนึ่งนำไปจัดเพราะในราคาสูงทำให้เกิดความเดือดร้อนต่อพ่อค้าแม่ค้าในท้องถิ่นจังหวัดเชียงรายบางรายต้องทนกับการเช่าล็อคแบบจำใจไม่มีทางเลือกอื่นมีประการหนึ่งเป็นที่ตั้งข้อสังเกตผู้เช่าพื้นที่ราชการไปนั้นไม่มีหน่วยงานใดออกมาชี้แจงเงินรายได้โดยเฉพาะเทศบาลนครเชียงรายแต่ละปีที่ผ่านมาโดยมีการชี้แจงบ้านเงินค่าเช่าเหมางานได้ตกอยู่

ในหน่วยงานใดและได้ขออนุญาตจัดงานจากหน่วยงานใดใครเป็นผู้รับผิดชอบรวม ถึงจอดรถหน่วยงานใดรับผิดชอบอันหนึ่งมีคนมีสี.เข้าไปเกี่ยวข้องอ้างตัวเป็นผู้รับเหมางานและอ้างตัวเป็นผู้รับผิดชอบมักอ้างคำว่านายไม่ทราบว่าเป็นผู้มีอำนาจใดๆดำเนินการใช้ระยะเวลานานผิดปกติเกินประเพณีทั่วไปในการจำหน่ายสินค้าราคาแพงเกินความเป็นจริงสืบเนื่องจากเพราะขายของแพงสินค้าก็ต้องแพงไปด้วยใช่หรือไม่ดังนั้นประเพณีลอยกระทงที่ผ่านมาเป็นประเพณีที่ให้ความสุขแต่สร้างความทุกข์มากกว่าสร้างความสุขส่งผลกระทบต่อกระเป๋าของประชาชนทราบว่าเงินเหมางานมียอดสูงถึง 4 ล้านบาท

ก็ไม่ทราบว่าไปอยู่ที่มือใครข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวตัวแทนพ่อค้าแม่ค้าขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ตรวจสอบตรวจสั่งการแก้ไขปัญหาและตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยว่าในขณะนี้มีผู้รับเหมาจากนอกพื้นที่เข้ามารับจัดงานพ่อขุนเม็งรายมหาราชงานกาชาดประจำปี 68 และมีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 25 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568

มีการลงสื่อออนไลน์เป็นที่เรียบร้อยโดยถือว่ามีการปิดกั้นคนจังหวัดเชียงรายและประชาชนในพื้นที่บั่นทอนขวัญและกำลังใจเป็นอย่างมากหรือว่าคนเชียงรายไม่ได้รับความเป็นธรรมกับเรื่องดังกล่าว..พร้อมด้วยผู้จัดงานหรือผู้ได้รับความเดือดร้อนได้ส่งหนังสือไปยังผู้ว่าจังหวัดเชียงราย…โดยมีนายประเสริฐจิตรพลีชีพรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นคนรับเรื่องดังกล่าว …และหาแนวทางแก้ไขต่อไปเท่าที่ทราบมาว่างานนี้ผู้ได้รับความเดือดร้อนบอกว่าไม่ได้มีการประมูลงานใดๆทั้งสิ้น.
..#สมจิตร แสงบัลลังก์
..ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นบ.ยส.24 จับยาเชิงรุก ยึดยาบ้าเกือบ 25 ล้านเม็ด ไอซ์พุ่ง 1.19 ตัน

พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) เปิดสถิติการจับกุม ตรวจยึดยาเสพติดในรอบ 2 เดือน (1 ต.ค.- 30 พ.ย.67)

พบมีการจับกุมผู้กระทำความผิดต่อเนื่อง เพื่อดำเนินคดี 366 ราย ถือเป็นวาระเร่งด่วนของ กองทัพภาคที่ 2 ได้ขับเคลื่อนทุกมิติอย่างจริงจังในด้านการปราบปราม ซึ่งมี นบ.ยส.24 เป็นหน่วยงานหลักในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ

สำหรับมาตรการการปราบปราม มีผลการปฏิบัติงานรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา ตรวจยึดยาบ้าได้ทั้งหมด 24,855,578 เม็ด โดยปริมาณการตรวจยึดยาบ้า เดือนตุลาคม 2567 จำนวน 8,015,037 เม็ด ในเดือนพฤศจิกายน 16,840,541 เม็ด (โดยมียอดการตรวจยึดยาบ้าเพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม

จำนวน 8,825,504 เม็ด) ส่วนไอซ์ ตรวจยึดของกลางได้ 1,193.55 กิโลกรัม เมื่อเปรียบเทียบปริมาณการตรวจยึดไอซ์ ช่วงเดือนตุลาคม 2567 จำนวน 648 กิโลกรัม ในเดือนพฤศจิกายน 2567 จำนวน 545.548 กิโลกรัม (โดยมีการตรวจยึดไอซ์ลดลงจากเดือนตุลาคม จำนวน 102.452 กิโลกรัม)


ทั้งนี้ ภายใต้การบริหารราชการ ของ น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระเร่งด่วน นบ.ยส.24 จึงได้ประสานความร่วมมือ กับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จังหวัดภาคอีสาน

เพื่อบูรณาการ การทำงานอย่างเป็นระบบ และสร้างการรับรู้ให้กับเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ให้ทราบถึงปัญหาและเป้าหมายที่ต้องการ คือการปราบปรามยาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งผู้ค้ารายย่อย ผู้เสพ ลดความรุนแรงของอาชญากรรมทุกประเภท และสร้างความเชื่อมั่น ศรัทธาให้แก่พี่น้องประชาชนกองทัพบกRoyalThaiArmy

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ กราบสักการะพระอกแตก พระพุทธรูปเก่าแก่ ที่ทรงคุณค่าของชาวอุตรดิตถ์

ที่วัดบ้านแก่งใต้ หมู่ที่ 3 ต.บ้านแก่ง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ ชาวบ้านได้นำดอกไม้ ธูปเทียน พวงมาลัย เข้ากราบสักการะองค์หลวงพ่อเพชรหรือพระอกแตก ภายในพระอุโบสถของทางวัด เมื่อเข้าไปภายในพระอุโบสถจะพบภาพวาดบนฝาผนั่ง เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติของพระพุทธเจ้า

เป็นภาพวาดที่สวยงาม และภายในพระอุโบสถจะมีพระประธานชื่อว่า หลวงพ่อเพชร หรือ พระอกแตก เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ ตั้งเด่นสง่าดูสวยสดงดงาม (สร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏ) ซึ่งความโดดเด่นของหลวงพ่อเพชรก็คือ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิเพชรองค์สีทองเหลือง บริเวณพระอุระ(ทรวงอก) จะมีพระพุทธรูปอีกองค์ซ้อนอยู่

พระครูปัญญาวัชรกิจ เจ้าอาวาสวัดบ้านแก่งใต้ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อประมาณปี 2555 พระประธานเกิดการชำรุด ชาวบ้านจึงให้ช่างจากจังหวัดพิจิตรเข้ามาซ่อมแซมพระประธานแห่งนี้ แต่ซ่อม

ไปซ่อมมาก็พบว่ามีปูนจำนวนมากร่วงลงมาบริเวณท้องของพระประธาน และก็ค้นพบว่ามีเศียรพระพุทธรูปอีกองค์ซ้อนอยู่ข้างในตรงพระอุระ (ทรวงอก) จึงทำให้ขนานนามกันว่า เป็นพระอกแตก โดยที่ไม่รู้ที่มาที่ไปว่าใครเป็นคนเอาพระใส่เข้าไปและมีกุศโลบายเกี่ยวกับพระนี้อย่างไร

นอกจากนี้พระอกแตกก็ยังมีอีกชื่อหนึ่งว่า พระพุดซ้อน ซึ่งก็ตรงกับลักษณะก็คือ มีพระสององค์ซ้อนกันในองค์เดียวนั่นเอง ขนาดของพระองค์นี้อยู่ที่ 3.8 เมตร และสูงกว่า 4.5 เมตร เรียกได้ว่าเป็นพระศูนย์รวมใจของชาวอุตรดิตถ์ และใครที่แวะเวียนผ่านมาก็ต้องมาแวะสักการะกันสักครั้ง

ภายหลังจากที่ชาวบ้านได้กราบสักการะหลวงพ่อเพ็รชหรือพระอกแตกแล้วต่างก็ได้พากันไปสักการะรูปปั้นของพระยาพิชัยดาบหัก ขนาดความสูง 1.เมตร 80 เซนติเมตร ที่ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านในพื้นที่และไกล้เคียงมักจะนำพวงมาลัย ดอกกุหลาบแดง น้ำแดง มาสักการะขอพรท่านเกี่ยวกับเรื่องหน้าที่การงานกับท่านพ่อพระยาพิชัยดาบหักที่นี้กันเป็นประจำ

วัดบ้านแก่งใต้ #อุตรดิตถ์

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /’สุเทียน’ จี้สอบ อ.เมืองมุกดาหาร ทำหลักฐานให้คนเดียวกันมี 2 เลขที่บัตร ปชช.

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ทองโสม ประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรณีที่อำเภอเมืองมุกดาหาร ได้จัดให้มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน บ้านคำอาฮวน หมู่ที่ 15 แทนตำแหน่งที่ว่าง แต่จากการเฝ้าดูของผู้สังเกตการณ์ระหว่างมีผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนปรากฏว่า พบนายพลร่ม พันธะ ซึ่งชาวบ้านจำได้ว่าอยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่ 11 บ้านนิคมสหกรณ์

แต่กลับมาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 15 บ้านคำอาฮวน โดยกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งก็อนุญาตให้ลงคะแนนได้ ทั้งที่มีชาวบ้านทักท้วง จนทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเพิกเฉยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง จนส่อว่าอาจจะทำให้เป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม

ร้อยตำรวจตรี สุเทียน กล่าวว่า ต่อมาทีมงานชมรมรักษ์มุกดาหาร ได้ตรวจสอบข้อมูลของนายพลร่ม พันธะ กลับพบพิรุธที่น่าตกใจโดยมีข้อมูลปรากฏในสำนักทะเบียนอำเภอเมืองมุกดาหาร ว่า นายพลร่ม ซึ่งเป็นลูกของนางไหลและนายชม คนเดียวกันแต่มีข้อมูลเกี่ยวกับบ้านและเลขบัตรประจำตัวประชาชน 2 หมายเลข 2 นามสกุล คือ นายพลร่ม พันธะ เลขบัตรประจำตัวประชาชนลงท้ายด้วย 9613 อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 11 เกิดเดือน พฤษภาคม 2511

กับนายพลร่ม พันทะ เลขประจำตัวประชาชนลงท้ายด้วย 9052 อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 15 เกิดเดือน พฤศจิกายน 2511 โดยเป็นการที่ เจ้าหน้าที่อำเภอเมืองมุกดาหาร ออกหลักฐาน 2 ชุดข้อมูลให้แก่บุคคลเดียวกัน ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อและนอกจากนายพลร่มแล้วยังมีอีกหลายคนหรือไม่ที่มีข้อมูลทางทะเบียน 2 ชุด

มีการทุจริตสวมทะเบียนหรือไม่ โดยขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กรมการปกครอง และกระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวโดยเร่งด่วนและเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบผลการตรวจสอบอย่างโปร่งใสและรวดเร็วต่อไปด้วย

กระทรวงมหาดไทย #กรมการปกครอง #จังหวัดมุกดาหาร #ปปช #ปปท #ที่ว่าการอำเภอเมืองมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 2024 คาดเม็ดเงินทะลัก 2 พันล้าน

นายกพัทยาขอบคุณทุกภาคส่วนทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังดันจัดงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 2024 เปรี้ยงป้างสุดขีด คาดเม็ดเงินทะลัก 2 พันล้านตามที่เมืองพัทยาได้จัดงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 2024 อีเว้นต์การท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติมากหลายรางวัล ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 29-30 พ.ย.67 ที่ผ่านมา

พบว่ากิจกรรมกรรมเป็นไปอย่างคุกคักทั้ง 2 วัน มีประชาชนนำครอบครัวและบุตรหลาน ตลอดจนนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศเข้าร่วมชมความงามของพลุนานาชาตินับแสนคน ส่งผลเม็ดเงินท่องเที่ยวสะพัดกว่า 2,000 ล้านบาท

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้กล่าวว่า ขอขอบคุณนักท่องเที่ยวที่มาชม PATTAYA INTERNATIONAL FIREWORKS FESTIVAL หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทีมผู้จัดงานฯ และเจ้าหน้าที่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังทุกท่าน ที่ทำให้งานสำเร็จไปด้วยดี

“สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างรายได้ ขยายโอกาสให้กับภาคธุรกิจท่องเที่ยวส่วนต่างๆตั้งแต่โรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร พ่อค้า แม่ขาย คนตัวเล็กตัวน้อยมีพื้นที่ค้าขายตามนโยบายเปิดทำเลทอง ขยายพื้นที่ขายของเพื่อคนพัทยา แล้วพบกันใหม่ปีหน้านะครับ” นายกเมืองพัทยา กล่าวทิ้งท้าย

สื่อรัฐทีวี-และสื่อรัฐนิวส์ / ทสปช.เมืองนราธิวาส รร.นราการบริรักษ์ มอบธารน้ำใจแจกข้าวกล่องและน้ำดื่ม ช่วยน้ำท่วมใน จ.นราธิวาส

วันนี้ ( 1 ธันวาคม 2567 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติ (ทสปช.)ร่วมกับโรงเรียนนราการบริรักษ์ ลงพื้นที่ บ้านบูเก๊ะฆูนุ ม.1 ตำบลลำภู อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพื่อแจกจ่ายอาหารและน้ำดื่มให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม

โดยสมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติเมืองนราธิวาส (ทสปช.) ได้นำกำลังพลจำนวน 200 นาย กระจายกันลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เพื่อที่จะให้ครอบคลุมในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้เพื่อคลายความเดือดร้อนในเบื้องต้น

นอกจากนี้โรงเรียนนราการบริรักษ์ ยังได้ส่งบุคลากรอาจารย์ผู้สอนลงพื้นที่ให้ความรู้ในเรื่องของการป้องกันอันตรายจากสัตว์มีพิษในช่วงน้ำท่วม อีกทั้งยังส่งบุคลากรทางการแพทย์ผู้ที่มีความรู้ในเรื่องของการป้องกันสัตว์มีพิษ ลงพื้นที่เพื่อตรวจผู้ป่วยติดเตียงอีกด้วย


/////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อธิบดีกรมทางหลวงชนบท มอบนโยบายหลวงชนบทที่ 10 (เชียงใหม่) และแขวงทางหลวงชนบทในสังกัด

(1 ธ.ค.67) นายมนตรี เดชาสกุลสม อธิบดีกรมทางหลวงชนบท พร้อมด้วยนายวีรเดช ชีวาพัฒนานุวงศ์ วิศวกรใหญ่กรมทางหลวงชนบท (ด้านสำรวจและออกแบบ) ลงพื้นที่ประชุมตรวจติดตามการดำเนินงานและแนวทางในการปฏิบัติงานของสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 10 (เชียงใหม่) และแขวงทางหลวงชนบท (ขทช.) ในสังกัด ซึ่งประกอบด้วย ขทช.เชียงใหม่ ขทช.ลำพูน ขทช.ลำปาง และ ขทช.แม่ฮ่องสอน

โดยได้รับฟังการเตรียมความพร้อมในการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และแผนดำเนินงานโครงการในอนาคต พร้อมมอบนโยบายให้แก่บุคลากรในเรื่องการบริหารงาน ความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้าง การรับมือช่วยเหลือประชาชนในช่วงอุทกภัยและภัยแล้ง รวมถึงได้กำชับในเรื่องการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด ตลอดจนได้กล่าวขอบคุณและให้กำลังใจในการปฏิบัติงานให้แก่เจ้าหน้าที่อีกด้วย

จากนั้น อธิบดีฯ ได้ตรวจเยี่ยมบริเวณโดยรอบสำนักงานฯ อาคารทดสอบวัสดุ ซึ่งการตรวจเยี่ยมครั้งนี้มีผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบท (ผส.ทช.) นายธันว์ สินธวาลัย ผส.ทช.ที่ 8 รักษาราชการแทน ผส.ทช.ที่ 10 พร้อมวิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการกลุ่ม/ส่วน และผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทในสังกัด ให้การต้อนรับและสรุปผลการดำเนินงานในภาพรวม..

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / วัดสี่แยกเจริญพร นครปฐม จัดอุปสมบทนาคหมู่ 57 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล

วัดสี่แยกเจริญพร จัดอุปสมบทนาคหมู่ 57 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 10 เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ

   วันนี้ (30 พฤศจิกายน 2567) ที่วัดสี่แยกเจริญพร  ตำบลหนองกระทุ่ม  อำเภอกำแพงแสน  จังหวัดนครปฐม โดยพระครูปฐมสาธุวัฒน์ หรือ อ. เทพ เจ้าอาวาสวัดสี่แยกเจริญพร ประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีอุปสมบทนาคหมู่ เพื่อถวายพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร และถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯในรัชกาลที่ 10 โดยมี นายสมพล  ถ้ำน้อย  ประธานบริหาร บริษัท โชคนิพล  หมูป่า  จำกัด

เป็นประธานฝ่ายฆารวาส มอบผ้าไตร พร้อมด้วย กำนันผู้ใหญ่บ้าน พ่อค้าแม่ค้า ประชาชนทุกหมู่เหล่าชาวตำบลหนองกระทุ่มและใกล้เคียง พร้อมใจกันมาร่วมพิธีกันเป็นจำนวนมาก

      สำหรับในปีนี้  ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 15 ติดต่อกันแล้ว  โดยมีผู้สมัครใจเข้าร่วมอุปสมบทนาคหมู่ จำนวน 57 รูป โดยบวชตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง  10 ธันวาคม 2567  ซึ่งการจัดงานบวชพระภิกษุ เพื่อปฏิบัติธรรม และศึกษาธรรมเพื่อนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นำไปสู่การพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไป

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีสมโภชสมศักดิ์พระระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระวชิราภินันท์ เจ้าอาวาส วัดพระธาตุช้างค้ำ วรวิหาร

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567 เวลา 09.30 น. ณ วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่านพระธรรมวชิโรดม เจ้าคณะภาค 6 วัดสังเวชวิศยาราม กรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีฝ่ายสงฆ์งานวันกตัญญูบูรพาจารย์ พิธีสมโภชสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระวชิราภินันท์ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เจ้าคณะอำเภอบ้านหลวง และฉลองสมณศักดิ์พระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร พระครูนันทเจติยานุรักษ์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

โดยมีนายนินิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานฝ่ายฆาราวาส มีพระมหาเถรานุเถระ เจ้าคณะพระสังฆาธิการ หัวหน้าส่วน ราชการ พ่อค้าประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมพิธีจำนวนมาก การจัดงานวันกตัญญูบูรพาจารย์ พิธีสมโภชสมณ ศักดิ์พระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ พระวชิราภินันท์ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุช้างค้ำ วรวิหาร เจ้า คณะอำเภอบ้านหลวง และฉลองสมณศักดิ์พระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุช้าง ค้ำวรวิหาร พระครูนันทเจติยานุรักษ์ โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ ดังนี้

  1. เพื่อทำบุญทักษิณานุปทานน้อมรำลึกถึงบูรพาจารย์ อดีตเจ้าอาวาส ซึ่งมีพระเดชพระคุณหลวงปู่พระธรรมนันทโสภณเป็นต้น และอดีตเจ้าผู้ครองนครน่านทุกพระองค์
  2. เพื่อทำบุญอายุวัฒนมงคล 63 ปี 43 พรรษา พระวชิราภินันท์ และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ไนการทำงานของ พระครูนันทเจติยานุรักษ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุช้างค้ำ วรวิหาร
  1. เพื่อสนับสนุนการศึกษาของนักเรียนสามเณรวัดพระธาตุช้างค้ำ วรวิหาร ที่ศึกษาระดับมัธยมศึกษา ในโรงเรียนันทบุรีวิทยา พระปริยติธรรม โดยมอบทุนการศึกษาให้ 69ทุน ๆ ละ 1,000 บาท มอบทุนการศึกษาให้พระภิกษุ สามเณรที่เรียนมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน เฉลิมพระเกียรติ ระดับปริญญาตรี
    7 ทุน ๆ ละ 3,000 บ.และระดับปริญญาโท 1 ทุน ๆ ละ 14,000 บาท
    เยาวชนลูกหลานในชุมขนบ้านช้างค้ำเรียนในระดับขั้นมัยมศึกษา 2 ทุน ๆ ละ
    1,000 บาท และ ระดับอุดมศึกษา จำนวน 5 ทุน ๆ ละ 5,000 บาท
    4.เพื่อให้การสงเคราะห์แก่กลุ่มเปราะบาง แม่บ้าน 38 ชุมชน ในและนอกเขตเทศบาลเมืองน่าน และไถ่ชีวิตโค จำนวน 4 ตัว
  1. เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้าปฏิบัติธรรม โดยมีการบรรพชา อุปสมบท บวชชีและบวช ชีพราหมณ์ ศึกษาและปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามแนวสติปัฏฐาน 4 ณ สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดน่านแห่งที่ 1 วัดพระธาตุช้างค้ำวารวิหาร อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่านในงานวันกตัญญูบูรพาจารย์ได้รับการสนับสนุนจาก
  2. พระมหาวิชิต ธมมวิชโย กองงานเลขานุการวัดบวรนิเวศวิหาร จำนวน 100,000 บาท
  1. คุณสมชาย บวรวงศ์ดิลก คุณหว่อง ซ่ง เบียว พร้อมคณะจากประเทศสิงคโปร์
    เป็นเจ้าภาพ ถุงยังชีพ 500 ชุด ผ้าห่ม 500 ผืน วีลแชร์ 20 คัน จ็อคเกอร์ 10 ชุด
    ไม้เท้า 200 อัน และปัจจัยไทยธรรม ถวายพระสงฆ์ทั้งหมด
  2. คุณวรวิมล ขัตติพัฒนาพงษ์ เจ้าของร้านพิชช่าคอมปานี น่าน -แพร่ เจ้าภาพพิชช่า 80ถาด ไอครีม 4 ถัง ดีคิว 40 ชุด (200 ชิ้น) เป็นเงิน 50,000 บาท
  3. คุณยุทธพงษ์ เอี่ยมเย็น คุณตุ๊ ร้านอาหารเรือนภูคา เจ้าภาพภัตตาหารถวายพระมหาเถระ 25,000 บาท
  4. คุณอ้อม ร้านเพื่อนกาแฟ เวียงสา เจ้าภาพกาแฟเป็นเงิน 10,000 บาท
  5. ศิษยานุศิษย์วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เจ้าภาพโต๊ะจีนถวายพระ 40โต๊ะ 60,000 บาท
  1. เจ้าภาพโรงทาน 4 0 โรงทาน ทางวัดได้ขึ้นบอร์ดไว้ให้สาธุขนทราบแล้ว
  2. พระครูสุวรรณเจติยานุกูล พระครูสาทรเจติยานุกิจ ถวายมุทิตาสักการะเป็นโต๊ะสำหรับใช้เป็นห้องประชุมวชิราภินันท์เป็นเงิน 16,000 บาท
  3. ร้านบ้านสวน จ.น่าน เจ้าภาพหญ้าเทียมสำหรับใช้ในมณฑลพิธี เป็นเงิน 50,000 บาท10 มูลนิธิวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ( พระราชวิริยาภรณ์)
    ถวาย 30,000 บาทแบะในโอกาสอันเป็นมงคลคลนี้ หนึ่ง บดิน อริยพัฒน์ อาบสุวรรณ์ ได้มาร้องเพลงมนต์รักพระธาตุช้างค้ำเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์พระธาตุช้างค้ำ และเพื่อความเป็นสิริมงคลโดยมีช่างฟ้อนกลุ่มสตรีเทศบาลเมืองน่านมาฟ้อนประกอบเพลงให้ได้รับชมกันอีกด้วย/ บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมงานสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พอใจแก้ไขเกิดอุทกภัยแม่สาย และเร่งช่วยเหลือคนไทยที่ถูกพม่ายิงเรือประมง

ภารกิจนายกรัฐมนตรีที่แม่สาย นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย พอใจการแก้ไขป้องกันการเกิดอุทกภัยที่แม่สาย ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหม กำลังเร่งช่วยเหลือคนไทยที่ถูกยิงเรือประมง นายกรัฐมนตรียังย้ำกับสื่อมวลชนด้วยว่า สามีเป็นใต้จะละเลยไม่สนใจน้ำท่วมภาคใต้ได้อย่างไร

วันนี้(1ธค67) นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อติดตามแผนการขุดลอกแม่น้ำเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงกรณีที่เกิดขึ้นกับเรือประมงไทย ว่า เท่าที่ได้รับรายงานล่าสุดบาดเจ็บ 2 เสียชีวิต 1 และถูกจับ 4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังประสานงานอยู่ โดยหลักการคือไทยไม่ส่งเสริมความรุนแรง ซึ่งประเด็นนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อธิบายเพิ่มเติมว่า

ทางทหารได้ทำการประท้วงไปแล้ว และได้ขอเรือของเราและคนไทยกลับมา ขณะที่นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบอกว่า วันจันทร์นี้จะเชิญทูตเมียนมามาที่กระทรวงฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและขอให้ปล่อยตัวคนไทยโดยเร็วที่สุด นายกรัฐมนตรี ยังเปิดเผยถึงความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาในพื้นที่แม่สายว่า วันนี้มีความคืบหน้ามากแล้ว มาครั้งก่อนไม่ได้เป็นอย่างนี้

กระทรวงกลาโหมและกระทรวงมหาดไทย ที่ดูแลกำลังดำเนินการ ที่แม่สายลำพังน้ำไม่เท่าไรปัญหาหนักคือมีดินโคลน ซึ่งตามแผนการป้องกันจะมีการป้องกัน จะเร่งดำเนินการ โดยปีหน้าป้องกันได้แน่ แต่ระยะยาวก็ต้องทำกันต่อเนื่อง ส่วนจะมีการเวนคืนบ้านเรือนราษฎรหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังอยู่กำลังสำรวจเพื่อให้ชัดเจนและจะต้องดูเป็นรายๆไป

ส่วนดราม่าเรื่องการละเลยน้ำท่วมภาคใต้นั้น นายกรัฐมนตรียืนยันว่า สามีตนเป็นชาวใต้จะละเลยคนใต้ได้อย่างไร ตั้งแต่วันเกิดเรื่องมีรองนายกลงพื้นที่ไปช่วยเหลือดูแลแก้ไขปัญหาอุทกภัยที่ภาคใต้อยู่แล้ว ส่วนการดำเนินการช่วยเหลือต่างๆ นั้น รัฐบาลจะนำเอาประสบการณ์จากการช่วยเหลือประชาชนในภาคเหนือไปปรับใช้กับการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทางภาคใต้ด้วย และถ้าพิจารณาแล้วว่าเหมาะสมตนจะลงไปติดตามการช่วยเหลือประชาชนและการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองอีกครั้ง

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับการแก้ไขและป้องกันอุทกภัยที่แม่สายนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานให้นายกรัฐมนตรีได้ทราบว่า ได้ติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติจำนวน 4 จุด กำหนดให้อยู่ในฝั่งเมียนมา 3 จุดคือ บ้านใจคาดา บ้านดอยต่อคำและสะพานบ้านสบสาย ส่วนฝั่งไทยมี 1 จุดคือตรงสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 เพื่อให้สามารถเตือนภัยได้

ส่วนการขุดลอกแม่น้ำสาย-แม่น้ำรวก และทำพนังกั้นน้ำ ขณะนี้ตัวแทนทั้งฝ่ายไทยและเมียนมาทำการสำรวจหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน จะดำเนินการได้แล้วเสร็จในเดือน พ.ค.2568 หรือก่อนฤดูฝนปี 2568 ทั้งนี้จะมีการขุดลอกแม่น้ำสายเป็นะระยทาง 14.45 กิโลเมตร จากระยะทางทั้งหมด 15 กิโลเมตร ส่วนแม่น้ำรวกมีการขุดลอก 30.89 กิโลเมตร

จากระยะทางทั้งหมด 44 กิโลเมตร จะมีการสร้างพนังกั้นน้ำป้องกันน้ำหลากและโคลนริมแม่น้ำสายระยะทาง 3.96 กิโลเมตรอีกด้วย ซึ่งต้องมีการเวนคืนที่ดินตลอดแนวทำพนังด้วย โดยนายกรัฐมนตรีได้แจ้งให้ระบบทั้งหมดมีการทดสอบช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม 2568 เพื่อสร้างความมั่นใจ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทม.มุกดาหาร ระดมเจ้าหน้าที่ชุดใหญ่ ออกตัดต้นไม้ริมทางสาธารณะป้องกันภัยจากลมหนาว

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม​ 2567​ นายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองมุกดาหาร ระดมทีมเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นำรถกระเช้าไฟฟ้าบูมลิฟท์ (BOOM LIFT) พร้อมด้วยอุปกรณ์การตัดต้นไม้ออกทำการตัดต้นไม้ใหญ่และกิ่งไม้ที่ยื่นล้ำออกมา

ในเขตเส้นทางสัญจรทั่วพื้นที่เทศบาลเมืองมุกดาหาร เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนได้รับอันตรายจากการถูกกิ่งไม้หักหล่นลงมาใส่ขณะขับขี่พาหนะสัญจรไปมา รวมทั้งการตัดกิ่งไม้ใกล้แนวสายไฟและหลอดไฟส่องสว่างเพื่อกำจัดจุดเสี่ยงต่างๆ และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชน

นายอดุลย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากในช่วงนี้เข้าสู่ฤดูหนาวมีลมกรรโชกแรงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาจทำให้ต้นไม้โค่นล้มหรือกิ่งไม้หักหล่นใส่เส้นทางสัญจร และบ้านเรือน ทำให้นางสุวรรณี ตั้งปณิธานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร มีความห่วงใยเกรงว่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนและสร้างความเสียหายให้แก่บ้านเรือนประชาชน

จึงได้มอบหมายให้ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร นำกำลังเจ้าหน้าที่ รถกระเช้าพร้อมด้วยอุปกรณ์ ออกทำการตัดฟันต้นไม้ กิ่งไม้ บริเวณริมทางสาธารณะ และที่อยู่ใกล้กับบ้านเรือนประชาชน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบ้านโวย กรรมการวัดเอา เทพื้นคอนกรีตกว่า200,000บาทเตรียมตั้งเจดีเก็บอัฐิ บังทัศนียภาพ อ.เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา


เมื่อเวลา 10.00น.ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบกรณี นายพิศิษฐ์ รอดทิม อายุ 67ปี คณะกรรมการวัดนิคมราษฎร์รังสรรค์(กม5.)เทพื้นปูนคอนกรีต ยกระดับบริเวณที่ดินของนิคมสร้างตนเอง ติดกับรั่วกำแพง สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี บ้านนิคม กม5.ทำให้ประชาชนในพื้นที่ตั้งข้อสังเกตุว่าเหตุใดจึงต้องมาสร้างลานปูนคอนกรีตยกระดับตรงบริเวณนี้เพื่อตั้ง เจดี เก็บอัฐิบดบังทัศนียภาพ ของตัวอาคารเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี

ทั้งที่พื้นที่ของวัด มีอีกเป็นจำนวนมากสามารถสร้าง อาคารและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆที่เกิดประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นได้หรือมีเหตุผลใดแอบแฝงทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ประสานงานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสอบถามข้อมูลพร้อมเหตุผล เบื้องต้นเรื่องดังกล่าวต้องรอบคำตอบจากหลายหน่วยงานทั้งนิคมสร้างตนเองและเทศบาลว่าที่ดินดังกล่าวเป็นพื้นที่ของผู้ใดใครเป็นผู้ขออนุญาตใช้ ใครได้ประโยชน์

สำหรับการก่อสร้างพื้นคอนกรีตเบื้องตนได้ใช้เงินงบประมาณจากวัดไปกว่า200,000บาทแล้วทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปในทิศทางต่างๆว่าต่อไปคณะกรรมการวัดต้องมาเก็บเงินกับชาวบ้านอีกหรือไม่ทำให้ชาวบ้านเกิดข้อสงสัยหลายประการ ทั้งที่เงินบริจาคดังกล่าวเป็นของชาวบ้านที่ช่วยกันสร้างขึ้นมาแต่กรรมการวัดนำไปใช้โดยไม่ได้ปรึกษาชาวบ้านมีเพียงแต่กรรมวัดเพียงไม่กี่คนเป็นคนดำเนินการแทน
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สนข.การศึกษานครปฐม เขต 1 นำเด็กนักเรียนกกว่า 1,200 คน ร่วมสืบสานวิถีชาวนาไทย การทำนา

      วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 เวลา 07.30 น.  ดร.ณัฎฐิกา ลิ้มเฉลิม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1  พร้อมด้วย  ดร.ฐาปณี พวงงาม  นายวีรยุทธ เวสา และ นางพิลาศลักษณ์ จงตระการสมบัติ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 นำนักเรียนกว่า 1,200 คนจาก 43 โรงเรียน ร่วมพิธีเก็บเกี่ยวข้าวในผืนนา 25 ไร่ กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ดำวันแม่ เกี่ยววันพ่อ” ที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2567 ด้วยพิธีบวงสรวงและดำนา จนมาถึงวันเก็บเกี่ยวที่สร้างรอยยิ้มและความภาคภูมิใจให้กับทุกคน
     
นอกจากนักเรียนจะได้เกี่ยวข้าวแล้ว ยังเรียนรู้ผ่าน 7 ฐานการเรียนรู้ ตั้งแต่การฟาดข้าว สีข้าว ฝัดข้าวแปรรูปเป็นข้าวกล้องและโจ๊ก ไปจนถึงการเรียนรู้เกษตรผสมผสานและการฟื้นฟูดินด้วยปอเทือง

บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงนวดข้าว สีข้าว และเพลง “เกี่ยวความพอดี” ที่เด็กๆ ร่วมกันขับร้อง “ศูนย์ศรีเกษตรโภคทรัพย์เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่าต่อการศึกษา เราต้องใช้ประโยชน์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่” 

ดร.ณัฎฐิกา กล่าวพร้อมเน้นย้ำว่าการเรียนรู้วิถีเกษตรพอเพียงจะช่วยปลูกฝังค่านิยมที่ดีงามให้กับเยาวชน

ทั้งนี้ ศูนย์ศรีเกษตรโภคทรัพย์ยังเป็นพื้นที่สาธิตการทำเกษตรแบบผสมผสานตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เปิดโอกาสให้นักเรียนและประชาชนทั่วไปเข้ามาเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มอเตอร์โชว์โคราช ครั้งที่ 34 จัดใหญ่ จัดหนัก จัดเต็ม

ชมรมผู้ค้ารถยนต์ใหม่จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ บริษัท มอร์ ครีเอชั่น จำกัด และ เดอะมอลล์ โคราช ยกทัพขนขบวนค่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถไฟฟ้า แบรนด์ชั้นนำ พร้อมสินเชื่อมาเดินในงานเดียว ได้ครบ จบ ทุกแบรนด์ แน่นอน

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 งานมอเตอร์โชว์โคราชเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ โดยได้รับเกียรติจาก คุณกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คุณเข็มทอง เรืองกฤตยา ประธานชมรมผู้ค้ารถยนต์ใหม่จังหวัดนครราชสีมา

ขึ้นกล่าวรายงานวัตถุประสงค์ และคุณปรีชา ลิ้มอั่ว ผู้จัดการทั่วไปปฏิบัติการบริษัท เดอะมอลล์ราชสีมา จำกัด ขึ้นกล่าวต้อนรับ ทั้งนี้ ทางชมรมผู้ค้ารถยนต์ใหม่ ได้มอบเงินสนับสนุนแก่เหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา เป็นเงินจำนวน 100,000 บ. โดย เภสัชกรหญิง สุรวจี ธีระวัฒนา รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา เป็นตัวแทนรับมอบ

เพียงจองรถภายในงาน มีสิทธิ์ลุ้นรับบัตรเติมน้ำมันจำนวน 35 รางวัล รวมมูลค่า 300,000 บ.โทรทัศน์ จอ 55 นิ้ว 2 รางวัล และของพรีเมี่ยม กว่า 1,000 รางวัล พบกันวันที่ 30 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2567 ชั้น 1 แกรนฮอลล์ ชั้น 3 เอ็มซีซีฮอลล์ วาไรตี้ฮอลล์ เดอะมอลล์ โคราช งานนี้ ห้ามพลาด!!

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว ยึดยาบ้า 106,200 เม็ด จากขบวนค้ายาข้ามชาติ ริมฝั่งแม่น้ำโขง

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 ที่ห้องประชุมศรีประดู่ อาคารเอนกประสงค์ กองบัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง อ.เมือง จ.นครพนม น.อ.สุชาติ อุดมนาค รอง ผบ.นรข.และ พ.อ.ศรณณัฐ นวลมณี รอง ผอ.ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (5) พ.ต.อ.หญิง จิรนันท์ ธนะสิงห์ นวท.(สบ 4) พฐ.จว.นครพนม พร้อมด้วยหน่วยงานความมั่นคงใน จ.นครพนม

ร่วมแถลงข่าว โดยเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 เวลา 15.00 น. พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจาก สปป.ลาว ข้ามมาส่งบริเวณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง บ.เชียงยืน ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม จึงได้สั่งการให้ น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผบ.นรข.เขตนครพนม พร้อมทั้ง น.ต.สมเจตน์ ค้าทวี หน.เรือนครพนม

ตรวจสอบข่าวพร้อมจัดชุดชุ่มเฝ้าตรวจ และเข้าทำการตรวจสอบพื้นพื้นที่ดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.15 น. ได้ทำการตรวจการณ์ด้วยสายตาและกล้องตรวจการณ์กลางคืนพบเรือกีบเพลายาวต้องสงสัย จำนวน 1 ลำ แล่นจากฝั่ง สปป.ลาว เข้ามาจอดบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงฝั่งไทย ห่างจากชุดซุ่มเฝ้าตรวจประมาณ 500 ม. ชุดซุ่มเฝ้าตรวจึงได้ทำการรีบปิดระยะเข้าทำการตรวจสอบ กระทั่งเหลือระยะห่างประมาณ 200 ม.

ได้ตรวจพบว่าเรือกีบเพลายาวได้แล่นกลับไปทางฝั่ง สปป.ลาว ชุดชุ่มเฝ้าตรวจจึงได้รีบเข้าไปยังบริเวณที่เรือลำดังกล่าวแล่นออกไปโดยทันที ซึ่งบริเวณพื้นที่ดังกล่าวเป็นบริเวณทางลาดของท่าทราย (ร้าง) ตรวจพบวัตถุต้องสงสัยเป็นกระสอบปุ๋ยสีฟ้า และมีชิ้นส่วนยางในรถจักรยานยนต์พันมัดรอบปากกระสอบวางอยู่บนพื้นดังกล่าว จากการสังเกตุพบว่าที่ก้นกระสอบนั้นเปียกชื้นและมีดินทรายเกาะติด จึงคาดว่าน่าจะเป็นยาเสพติดตามที่สายลับแจ้งมา จึงทำการชุ่มเฝ้าตรวจในบริเวณนั้นเพื่อรอผู้ที่จะมารับวัตถุต้องสงสัยดังกล่าว กระทั่งเวลา 20.30 น. เมื่อเห็นว่าไม่น่าจะมีผู้ใดมาแสดงตัวเป็นเจ้าของ

ชุดชุ่มเฝ้าตรวจจึงได้ทำการเปิดตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย พบว่าภายในเป็นยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงชนิดกดปิดดึงเปิดสีน้ำเงินและสีชมพู มัดด้วยหนังยางบรรจุรวมอยู่ในกล่องกระดาษพันด้วยเทปกาวสีเหลือง จำนวน 1 กล่อง และบรรจุรวมอยู่ในห่อกระดาษไซสีเหลืองห่อด้วยถุงพลาสติกและพันรวมกันกันด้วยเทปกาวสีเหลือง จึงได้ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จ.นครพนม

ทำการตรวจยึดและนำของกลางทั้งหมด มาตรวจสอบโดยละเอียดที่ สน.เรือนครพนม ภายในกระสอบปุ๋ยพบยาบ้าตราอักษรภาษาอังกฤษ WY กำกับอยู่ด้านหนึ่งอีกอีกด้านหนึ่งผิวเรียบ และมีลักษณะเม็ดสีเขียวกลมแบนมีตราอักษรภาษาอังกฤษ A กำกับอยู่อีกด้านหนึ่ง มีผิวเรียบ รวมเป็นยาบ้า จำนวน 106,200 เม็ด หน่วยจึงได้นำของกลางยาบ้า​ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

น.อ.สุชาติ อุดมนาค รอง ผบ.นรข. กล่าวว่า ทางการข่าวขณะนี้พบมีเยาวชนเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการกลุ่มผู้ค้าโดยจะแทรกซึมทำหน้าที่คอยแจ้งความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่มีมากถึงราว ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเยาวชนในพื้นที่ของ อ.ท่าอุเทน ซึ่งต่อจากนี้ ทางหน่วยจะใช้การเข้าหาผู้นำหมู่บ้านรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอความร่วมมือจากผู้นำหมู่บ้าน เพื่อร่วมสแกนในพื้นที่ของแต่ละหมู่บ้านอย่างจริงจัง และสืบเนื่องจากผู้นำหมู่บ้านย่อมทราบข้อมูลในชุมชนรวมทั้งทราบถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากยาเสพติดมากที่สุด ทั้งนี้มีการเข้าพบกับญาติผู้ต้องหาที่ค้ายาเสพติด ขอให้มาช่วยในการทำงาน เชื่อว่าในบ้านมีผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ชาวบ้านย่อมรู้ดีว่ามีใครที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดใครทำอะไรบ้าง

ขณะเดียวกันมีข้อมูลจาก ปปส.ส่งข้อมูลทางการข่าวเรื่องยาเสพติด ว่ามียาเสพติดที่กำลังรอการลำเลียงข้ามจากประเทศเพื่อนบ้าน ในพื้นที่ตรงกันข้ามกับ บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร ซึ่งเชื่อว่าแหล่งผลิตอยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน จำนวนกว่า 20 ล้านเม็ด ทำให้ขณะนี้ทุกหน่วยงานต่างแบ่งกำลังกันลงไปทำงานในพื้นที่เสี่ยง 24 ชั่วโมง เพื่อกดดันสำหรับการส่งยาเสพติดให้ลดน้อยลงให้มากที่สุด.
ภาพ/ข่าว : พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​รายงาน​ ​092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ท่องเที่ยวบูรณาการ บรรจุกระสอบทราย พร้อมมอบถุงยังชีพ / ฉก.ตร.นราธิวาส 93 -ทสปช.เมืองนราธิวาส ส่งธารน้ำใจ มอบน้ำดื่ม ผู้ประสบอุทกภัย อ.เมือง จ.นราธิวาส

ตำรวจท่องเที่ยวบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบรรจุกระสอบทรายพร้อมมอบถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ทั้งนี้ตามข้อสั่งการ ของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. และ พล.ต.ต.ภพพล จักกะพาก ผบก.ทท.3 มอบหมายให้ กก.3 บก.ทท.3 และ ส.ทท.3 กก.3 บก.ทท.3 นราธิวาส ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆในพื้นที่ ลงพื้นที่ดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ และสนับสนุน แจกจ่าย อาหาร และน้ำดื่ม ให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน

พ.ต.อ.กฤษณัฐ มนัส ผกก.3 บก.ทท.3 มอบหมายให้ พ.ต.ท.ศักรินทร์ อนุสามัญสกุล รอง ผกก.3 บก.ทท.3 , พ.ต.ต.ณัฐวรรธน์ สงคง สว.ส.ทท.3 กก.3 บก.ทท.3 และสายตรวจเขตตรวจที่ 1 สุไหงโก – ลก ได้ดำเนินลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทภัยน้ำท่วมในพื้นที่ จ.นราธิวาส

โดยได้เดินทางมาพบ นางสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก – ลก เพื่อร่วมบูรณาการในการสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทภัยน้ำท่วม พร้อมกับร่วมบูรณาการให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยอาสาฯสมัครฝ่ายปกครองในพื้นที่ เจ้าหน้าที่เทศบาลสุไหงโก – ลก อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว

โดยร่วมบรรจุกระสอบทราย มอบถุงยังชีพเพื่อให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อีกทั้งได้ดำเนินการสำรวจให้ความช่วยเหลือจากสถานการณ์น้ำท่วม ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจ พร้อมช่วยขนย้ายสิ่งของไปยังตามโรงแรมต่างๆมาไว้บนที่สูง ในพื้นที่ อ.สุไหงโก – ลก จ.นราธิวาส

ฉก.ตร.นราธิวาส 93 ร่วมกับ ทสปช.เมืองนราธิวาส ส่งธารน้ำใจ
มอบน้ำดื่มแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.เมือง จ.นราธิวาส

วันนี้ (30 พฤศจิกายน 2567) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ทศม ม่วงเกษม ผบ.ฉก.ตร.นราธิวาส 93 พ.ต.ต.หญิง จิลลาวัณย์ เบ็ญมุสตาส หัวหน้า ฝอ.5 ได้มอบหมายให้ ชุด ชป.กร.ฉก.ตร.นธ 93 พร้อมด้วยชุดไทยอาสาป้องกันชาติเมืองนราธิวาส ส่งมอบกำลังใจให้กับชาวบ้านผู้ประสบภัย และผู้ที่ได้รับผลกระทบ

จากเหตุการณ์อุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดนราธิวาส โดยเดินลุยน้ำลงพื้นที่บ้านยาบี ม.1 ตำบลกะลุวอ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส เพื่อเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจ มอบน้ำดื่ม เพื่อคลายความเดือดร้อนในเบื้องต้น รวมถึงประชาสัมพันธ์ในส่วนของสัตว์มีพิษที่มากับน้ำ และคอยสอดส่องดูแลประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงพื้นที่ติดกับลุ่มแม่น้ำ ทั้งนี้เนื่องจากมวลน้ำจากอำเภอระแงะกำลังสมทบเข้าสู่อำเภอเมืองนราธิวาส

อย่างไรก็ตามจากการประกาศของจังหวัดนราธิวาสเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติที่กำลังสมทบเข้ามาพร้อมกับมรสุมที่กำลังเข้าสู่จังหวัดนราธิวาสในวันนี้ โดยคอยประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัย และ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและตัวเจ้าหน้าที่เอง
///////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ธ.ก.ส.ประจวบจัดโครงการสื่อ ธกส.สัญจรประจำปี 67

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจักรพันธ์ ม่วงแก้ว รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารธนาคาร และเจ้าหน้าที่ นำคณะสื่อมวลชนแขนงต่างๆในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมกว่า 20 คน

เข้าเยี่ยมชมศึกษาดูงานที่”บุราณบ้านสวน” ของ นายประเสริฐ ยุวกานกูล ซึ่งเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย และแหล่งเรียนรู้ป่าครอบครัว ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลร่อนทอง อำเภอบางสะพาน

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งทางธนาคาร ธ.ก.ส.และกรมการพัฒนาชุมชนได้เข้ามาส่งเสริมให้เป็นชุมชนต้องเที่ยว และชุมชนอุดมสุข โดยทางธนาคาร ธ.ก.ส.มีเป้าหมายยกระดับชุมชนอุดมสุขให้เป็นแกนกลางการเกษตร โดยได้มีการพาคณะสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมการปลูกพืชแบบผสมผสานภายในแปลงเกษตรเนื้อที่ทั้งหมด 28 ไร่ โดยทุกพื้นที่ของสวน

สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมดและสามารถสร้างมูลค่าสร้างรายได้ให้กับเจ้าของสวนแบบพึ่งพาตนเอง โดยได้ดำเนินการในลักษณะเศรษฐกิจพอเพียงตามหลักปรัชญาของในหลวง รัชกาลที่ 9 ปลูกพืชไว้กินเอง เหลือแล้วจึงขายสร้างรายได้ให้กับครัวเรือน ทฤษฎีบันได 9 ขั้น สู่ความพอเพียง มั่งคั่ง ยั่งยืน จากนั้นจึงได้พาคณะสื่อมวลชนร่วมพบปะสังสรรค์รับประทานอาหารร่วมกันที่บริเวณร้านอาหารครัวแสนดี อำเภอบางสะพาน ก่อนจะมอบของที่ระลึก และแยกย้ายเดินทางกลับ

นายจักรพันธ์ ม่วงแก้ว รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางธนาคารมีแผนจัดทำโครงการยกระดับชุมชนอุดมสุขสู่การเป็นแกนกลางการเกษตร เพื่อขับเคลื่อนให้ครอบคลุม 4 มิติ ประกอบด้วย ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านวัฒนธรรมประเพณี โดยสนับสนุนให้ชุมชนจัดทำแผนพัฒนาชุมชนที่เน้นการลดต้นทุน การสร้างงาน สร้าง อาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ภาครัวเรือนควบคู่กับการอนุรักษ์และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ โดยส่งเสริมกลุ่มอาชีพ กลุ่มการเงิน กลุ่มวิสาหกิจชุมชน สนับสนุนให้มีการนำองค์ความรู้ใหม่ๆ เทคโนโลยีสมัยใหม่

และนวัตกรรมจากสถาบันการศึกษา หรือภาคีเครือข่ายมาประยุกต์ใช้ ให้มีการพัฒนายกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ มีมาตรฐานการผลิตสินค้า สร้างมูลค่าเพิ่มการผลิต หรือผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง มีการเชื่อมต่อเกษตรกรที่ขาดทักษะ หรือขาดทรัพยากรในการผลิตเข้ากับกลุ่มที่มีทักษะ เพื่อให้ได้มีโอกาสส่งเสริมซึ่งกันและกันในธุรกิจรูปแบบการแบ่งปันผลกำไร เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งมีการพัฒนาด้านการตลาดและเปิดช่องทางการจำหน่ายใหม่ๆ ในรูปแบบ Digital ไม่ว่าจะเป็นภายในประเทศหรือต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมการบริโภคภายในท้องถิ่น (Local Consumption) เป็นหลัก มีการเชื่อมโยงผลผลิต/ผลิตภัณฑ์ของชุมชนสู่ผู้บริโภคโดยตรง ซึ่ง ธ.ก.ส.

จะเป็นตัวกลางเชื่อมต่อให้มีการประสานความร่วมมือบูรณาการกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ/เอกชน ให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง ทั้ง 4มิติ ไปพร้อมกัน ซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ที่มีความมั่นคงและยั่งยืนจนนำไปสู่การยกระดับเป็น “ชุมชนอุดมสุขสู่การเป็นแกนกลางการเกษตร”(Essence of Agriculture) ซึ่งธนาคารมีเป้าหมายยกระดับชุมชนอุดมสุขเป็นแกนกลางการเกษตร จำนวน 181 ชุมชน

โดยชุมชนบ้านสวน เป็นหนึ่งใน 181 ชุมชน ที่อยู่ในเป้าหมายของธนาคารในการยกระดับชุมชน เป็นแกนกลางการเกษตรในปีบัญชี 2567 นี้ เป็นชุมชนอุดมสุขที่ยั่งยืนที่มีผู้นำใช้กรอบการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยการใช้พื้นที่ส่วนตัวทำสวนเกษตรผสมผสาน มีทั้งพืชผัก ไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชสมุนไพร เลี้ยงไก่ ปลา สุกร ทำนาปลูกข้าว เป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ธ.ก.ส.ในเรื่องของการทำนาอินทรีย์ รวมกันซื้อ รวมกันขาย เน้นการผลิตข้าวปลอดภัยต่อผู้บริโภค และสินค้าเกษตรปลอดภัย ทำให้ผ่านการรับรองมาตรฐานการจัดการคุณภาพการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี

สำหรับพืช (GAP) เป็นชุมชนที่สร้างความสมดุลด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมประเพณี ภายใต้หลักการเกื้อกูล แบ่งปัน และเป็นธรรม ส่งผลให้สมาชิกในชุมชนมีประโยชน์สุขอย่างยั่งยืน และในอนาคตชุมชนนี้มีแผนพัฒนาเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ประกอบกับปีบัญชี 2567 ธนาคารกำหนดจัดกิจกรรมประกวดชุมชนอุดมสุขระดับภูมิภาค ในวันที่ 3 ธันวาคม 2567 ณ แสนปาล์มเทรนิ่งโฮม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม และระดับประเทศประมาณเดือนมกราคม 2568 ซึ่ง ธ.ก.ส.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ส่งชุมชนบ้านสวน เข้าร่วมประกวดในครั้งนี้ด้วย

นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดยิ่งใหญ่! งานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 2024 นักท่องเที่ยวไทยเทศทะลัก

ค่ำวันที่ 29 พ.ย.67 ที่ปะรำพิธีชายหาดพัทยากลาง นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานกล่าวเปิดงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 2024 อีเว้นท์ส่งเสริมการท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกที่เมืองพัทยาคว้ารางวัลระดับนานาชาติมาแล้วหลายรางวัล

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า งานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยาได้รับดารตอบรับอย่างดีจนได้หลายรางวัลระดับนานาชาติ เมืองพัทยามุ่งมั่นตั้งใจจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพครบถ้วนทุกมิติ และงานเทศกาลพลุก็ถือเป็นความภูมิใจที่ประสบความสำเร็จมาทุกปี

ทั้งนี้ สำหรับในคืนแรกของงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 2024 เป็นการแสดงพลุจากประเทศเซอร์เบียร์ ฮ่องกง เยอรมัน และอังกฤษ พร้อมคอนเสิร์ตจากศิลปินมาสร้างสีสันความคึกคัก

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อุ๊งอิ้ง แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบนโยบาย ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน ฝุ่นละอองฯ PM2.5 ภาคเหนือ

วันที่ 29 พ.ย. 2567 เวลา 13.30 น. นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 พร้อมด้วย คณะผู้อำนวยการส่วน ได้เข้าร่วมประชุม รับมอบนโยบาย เรื่องแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า

หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในที่ประชุม พร้อมด้วยคณะ และมี นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า

และพันธุ์พืช ผู้บริหารระดับสูงสังกัด ทส. นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และผู้บริหาร ภาคปกครอง ร่วมให้การต้อนรับ กล่าวรายงานและหารือ เพื่อบูรณาการจากหน่วยงานทุกภาคส่วนเพื่อเตรียมพร้อมรับมือปัญหาไฟป่า หมอกควันฯ ณ ห้องประชุมสโมสรยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

ต่อมานายกรัฐมนตรีได้เข้าตรวจเยี่ยม การเตรียมความพร้อมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าฯ ในพื้นที่ภาคเหนือ และมอบสิ่งของสนับสนุนให้แก่เจ้าหน้าที่และราษฎร กองกำลังผสมฯ ในลำดับถัดมา…

สมจิตรแสงบัลลังก์รายงาน.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านหินเทิน ต้อนรับ คณะผู้จัดกองประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025

วันที่ 28 พ.ย.67 ที่บ้านหินเทิน หมู่ที่ 5 ตำบลแสงอรุณ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายภัทรดนัย สมศรี กำนันตำบลแสงอรุณ ในฐานนะประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านหินเทิน และคณะกรรมการวิสาหกิจชุมชนฯ พร้อม นางรัตนากร ศรวัฒนา พัฒนาการอำเภอทับสะแก

นางสาวปรียาภรณ์ จีนจิ๋ว เกษตรอำเภอทับสะแก ให้การต้อนรับ คุณภาติยะ นิ่มน้อย ผู้ได้ลิขสิทธิ์ในการจัดกองประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025 นายสุกริน เลาหบุญญานุกูล (คุณปลาคราฟ) อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และคณะผู้จัดการประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025 และผู้เข้าร่วมประกวดฯ จำนวน 12 สาวงาม

โดยทางคณะผู้จัดการประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025 ได้มอบโอกาสให้ วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านหินเทิน ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเก็บตัวเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ และ

เล็งเห็นถึงความสำคัญของการค้นหาสาวงามที่จะเป็นตัวแทนของชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปประกวดในเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2025 เวทีประกวดสาวงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย

นอกจากนั้นยังมีจุดประสงค์ในการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวในท้องถิ่น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้สมัคร ผญบ. ร้อง ‘รักษ์มุกดาหาร’ พบพิรุธเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านคำอาฮวนส่อเค้าไม่สุจริต

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน​ 2567​ ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ทองโสม ประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร รับเรื่องร้องเรียนการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านที่อาจเป็นการไม่สุจริตเที่ยงธรรมจากนายญาณวุฒิ ผากา ผู้สมัครผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 15 บ้านคำอาฮวน ตำบลคำอาฮวน อำเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร และคณะ สืบเนื่องจากกรณีที่อำเภอเมืองมุกดาหาร ได้จัดให้มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน บ้านคำอาฮวน หมู่ที่ 15 แทนตำแหน่งที่ว่าง ในกรณีเกษียณอายุ

เมื่อวันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2567 ศาลาวัดป่าอรัญญวาสี บ้านคำอาฮวน แต่จากการเฝ้าดูของผู้สังเกตการณ์ระหว่างมีผู้มาใช้สิทธิลงคะแนน ปรากฏว่ามีพฤติกรรมหน้าเคลือบแคลงสงสัยว่าอาจจะมีผู้ลงคะแนนเลือกตั้งใช้เอกสารประจำตัวไม่ถูกต้อง เนื่องจากมีทะเบียนบ้านอยู่ในหมู่ 11 แต่แสดงตนว่ามีทะเบียนบ้านอยู่ในหมู่ที่ 15 เพื่อให้สามารถใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งอาจทำให้เป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม

จึงอยากให้อำเภอเมืองมุกดาหารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ คือ กรณีนายพลร่ม พันทะ บ้านเลขที่ 9 หมู่ 15 เลขรหัสประจำบ้าน 4901-007031-0 ที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ชาวบ้านจำได้ว่าเป็นคนเดียวกับนายพลร่ม พันธะ เป็นบ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 11 บ้านนิคมสหกรณ์ เลขรหัสประจำบ้าน 4901-007036-1 จึงอยากให้ตรวจสอบว่าบุคคลที่มีทะเบียนบ้านอยู่ทั้ง 2 หมู่บ้าน

ดังกล่าวเป็นคนเดียวกันหรือไม่ และขอให้ตรวจสอบเลขที่บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้าน ของบ้านทั้ง 2 หลัง ว่าเจ้าหน้าที่อำเภอเมืองมุกดาหารออกให้โดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และระหว่างที่ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวขอให้ชะลอการประกาศผลรับรองผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 15 ออกไปจนกว่าจะตรวจสอบแล้วเสร็จ

อนึ่ง ผลการเลือกผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 15 ปรากฏว่า หมายเลข 2 นางสาววันวิสาข์ วงศ์ศรีทา ได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านคำอาฮวน ได้คะแนน 194 คะแนน หมายเลข 1 นายญาณวุฒิ ผากา ได้คะแนน 190 คะแนน หมายเลข 3 นายโยธิน กันพิพิช ได้คะแนน 18 คะแนน

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พลเอก. ประยุทธ จันทร์โอชา องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา โรงเรียนไตรเขตประชาสามัคคี รัชมังคลาภิเษก สังกัด สพม.น่าน

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 ณ โรงเรียนทุ่งช้าง จ.น่าน
นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน พร้อมด้วย นางพัทธนันท์ พิพิธนวงค์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ผู้อำนวยการสถานศึกษาในสังกัด หัวหน้าส่วนราชการด้านการศึกษา ร่วมให้การต้อนรับ

พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา องคมนตรี ในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาของโรงเรียนไตรเขตประชาสามัคคี รัชมังคลาภิเษก อ.สองแคว จ.น่าน รวมทั้งติดตามผลการพัฒนาทางการศึกษา การจัดการศึกษาตามแนวทาง 3 เสาหลัก 5 กลยุทธ์ ตลอดจนปัญหาข้อขัดข้องอื่นๆ ของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาพื้นที่จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกวมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ปศุสัตว์สมุทรสาคร บูรณาการร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบสถานกักกันสัตว์และที่พักซากสัตว์

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567
นายสาโรช จันทร์ลาด ปศุสัตว์จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ และปศุสัตว์อำเภอเมืองสมุทรสาคร บูรณาการร่วมกับ ด่านกักกันสัตว์ชลบุรี และกอ.รมน.จังหวัดสมุทรสาคร

เข้าตรวจสอบสถานที่เก็บสินค้าปศุสัตว์ ห้องเย็น เพื่อเป็นการป้องกัน และปรามปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมายตามนโยบายของรัฐบาล รวมถึงการปลอมแปลงเอกสารใบอนุญาตให้นำหรือเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์เข้าในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร และออกไปยังท้องที่อื่น
จำนวน 4 แห่ง ได้แก่

  1. บริษัท เอ็มเอ็มพี โฟร์เซนฟูดส์ จำกัด
  2. บริษัท วี เอส ไอ ยูเนี่ยนไทย จำกัด
  3. บริษัท เอซี ห้องเย็น จำกัด
  4. บริษัท เอ็มเค ห้องเย็น จำกัด

ผลการเข้าตรวจสอบไม่พบการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 และพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อจำหน่าย พ.ศ.2559 พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายซากสัตว์ การรับรองให้จำหน่ายเนื้อสัตว์ เพื่อเป็นการป้องกัน และปราบปรามการลักลอบน้ำเข้าสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมายตามนโยบายของรัฐบาล

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตชด.146 จับแพะพม่า 90 ตัว แอบหลบเข้าชายแดน/รพ.ประจวบจัดงานสื่อมวลชนสัมพันธ์ครั้งที่ 14 บริการตรวจสุขภาพประจำปี

    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 พ.ต.ท.ณัฐพล พลอยท้วม ผู้บังคับกองร้อย ตชด.146 สั่งการให้ ร.ต.ท.เศรษฐโชค พชรธนไพศาล หัวหน้าชุดปฏิบัติการข่าว ตชด.146 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ ฉก.จงอางศึก นำกำลังไปลาดตระเวนบริเวณช่องทางธรรมชาติ ช่องพุหมาก หมู่ 7 ต.ห้วยทราย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์

    ภายหลังสืบทราบจากสายลับว่าจะมีการลักลอบนำสัตว์ผ่านเข้ามาในราชอาณาจักร ห่างจากสันแดนไทยเมียนมาร์ประมาณ 500 เมตร ได้ยินเสียงสัตว์ร้องคล้ายเสียงแพะ จึงออกค้นหาที่มาของต้นเสียง พบแพะเพศเมีย 1 ตัว อยู่ในกระสอบปุ๋ยสีขาว มีอาการบาดเจ็บ มีเชือดมัดที่ถุงปุ๋ยสำหรับแบก ใกล้เคียงกันพบรอยมูลและรอยเท้าสัตว์จำนวนมาก มีแพะเพศผู้จำนวน 10 ตัวมีอาการบาดเจ็บ ขณะกำลังเดินลงจากเขา

    เจ้าหน้าที่สังเกตุว่ามีรอยเท้าแพะจำนวนมากอยู่ด้านหน้าเป็นทางไกล จึงออกค้นหา พบแพะเพศผู้อีก 79 ตัว อยู่ในสวนมะพร้าว จึงสอบถามชาวบ้านในละแวกดังกล่าว ไม่มีผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของ ประกอบกับในพื้นที่ไม่มีการเลี้ยงแพะ คาดว่าชาวเมียนมาร์นำแพะจากประเทศเมียนมาร์เดินลงเข้า เพื่อมาส่งให้นายทุนฝั่งประเทศไทย แต่ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่เสียก่อน จึงเป็นเหตุให้รีบวิ่งหนีกลับประเทศตนเอง

    สำหรับแพะทั้ง 90 ตัว อยู่ในสภาพผอมโซ อิดโรย มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งนายหน้ารับซื้อจะต้องนำมาขุนให้อ้วนนาน 2 เดือน ก่อนส่งให้นายทุนส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย


    รพ.ประจวบจัดงานสื่อมวลชนสัมพันธ์ครั้งที่ 14 บริการตรวจสุขภาพประจำปี พบปะแลกเปลี่ยนสร้างเครือข่ายเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารด้านสาธารณสุขของโรงพยาบาลสู่ประชาชน

    วันที่ 25 พฤศจิกายน 67 ที่ห้องประชุมตะนาวศรี ชั้น 5 อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ นายแพทย์อภิวัฒน์ บัณฑิตชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยนายแพทย์จุมพล ฟูเจริญ รองผู้อำนวยการภารกิจด้านบริการปฐมภูมิ นายแพทย์วัชรพงษ์ เหลืองไพรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ นายอุดมศักดิ์ แสงวณิช รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร นางนันทพร พลีบัตร รองผู้อำนวยการภารกิจด้านการพยาบาล ร่วมกันจัดงานสื่อมวลชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 14 ให้กับสื่อมวลชนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้ง 8 อำเภอ อาทิ สื่อหนังสือพิมพ์ สื่อวิทยุ สื่อทีวี และสื่อออนไลน์ รวมกว่า 30 คน โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ แพทย์-พยาบาล และเจ้าหน้าที่ร่วมให้การต้อนรับและบริการ

    ทั้งนี้เพื่อพบปะสานสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน และพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สร้างเครือข่ายในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารด้านสาธารณสุขของโรงพยาบาล เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจอันดีด้านสุขภาพสู่ประชาชนโดยภายในกิจกรรมได้จัดให้มีบริการตรวจสุขภาพประจำปี กับสื่อมวลชนที่เข้าร่วมกิจกรรม อาทิ การตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจสุขภาพปอด ตรวจไขมัน ตรวจโรคเบาหวาน ความดัน และอื่นๆ เป็นต้น โอกาสนี้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยังได้มอบประกาศเกียรติคุณให้กับสื่อมวลชนผู้ที่ให้การสนับสนุนส่งเสริมข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพและบริการสาธารณสุขกับทางโรงพยาบาลด้วยดีเสมอมา อีกด้วย

    นายแพทย์อภิวัฒน์ บัณฑิตชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้ความร่วมมือสนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่างๆของทางโรงพยาบาล สู่พี่น้องประชาชนผู้มารับบริการด้วยดีเสมอมา และกิจกรรมในวันนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ได้มาพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันอีกครั้งหนึ่ง โรงพยาบาลกับสื่อมวลชนก็เปรียบเสมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ซึ่งทางโรงพยาบาลมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำงานร่วมกับสื่อมวลชน ซึ่งข้อมูลข่าวสารทาง โรงพยาบาลบางครั้งก็ต้องอาศัยแรงของสื่อมวลชนที่ช่วยในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจสู่พี่น้องประชาชน ซึ่งถ้าหากสื่อมวลชนกับทางโรงพยาบาลสามารถทำงานร่วมกันได้เป็นทีมคาดว่าประโยชน์จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างมาก และทางโรงพยาบาลยินดีที่จะปรับเปลี่ยนปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอข้อคิดเห็นไม่ว่าจะเป็นของสื่อมวลชน และประชาชนผู้มารับบริการ เพื่อจะทำให้โรงพยาบาลสามารถเป็นที่พึ่งให้กับทุกๆคนได้ นายแพทย์อภิวัฒน์ กล่าว

    นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง