สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พระราชทานเพลิงศพ 3 ร่าง ครอบครัว “แท่งทอง” พี่ชาย น้องกาโตะ ยัน 10 ล้าน ก็เลือกกับการสูญเสียไม่ได้

***จากกรณีอุบัติเหตุร้ายแรงเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์–อุบลราชธานี ถูกรถเครนซึ่งใช้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่พังถล่มลงมาทับขบวนรถ บริเวณช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น–สถานีสีคิ้ว บ้านถนนคต ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้ขบวนรถตกรางและเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ในเหตุการณ์ดังกล่าว ครอบครัวหนึ่งต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก คือ นายสมจิตร แท่นทอง , นางนรินทร แท่งทอง และ ด.ช. ณัชสภณ แท่งทอง พ่อแม่ลูก

ซึ่งเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะเดินทางมากับขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21 จากกรุงเทพมหานคร มายังจังหวัดศรีสะเกษ หลังไปจดทะเบียนสมรสที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ซึ่งจดได้เพียง 1 วัน ก่อนมาประสบเหตุเสียนชีวิตดังกล่าว***ล่าสุดวันนี้ (21 ม.ค. 69) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง บ้านโนนคูณ ตำบลแต้ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านที่จัดพิธีบำเพ็ญกุศลของ นายสมจิตร แท่นทอง , นางนรินทร แท่งทอง และ ด.ช. ณัชสภณ แท่งทอง พ่อแม่ลูก ผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนหล่นทับรถไฟครั้งนี้ โดยคณะญาติๆ ได้มีการทำพิธีขอขมาศพ ก่อนจะพากันเคลื่อนศพทั้ก่อนจะพากันเคลื่อนศพทั้งสองร่างมายัง วัดบ้านแต้ ตำบลแต้ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพกรณีพิเศษ ท่ามกลางความโศกเศร้าของแม่ พี่น้อง และญาติๆ

***ซึ่งก่อนจะเคลื่อศพไปยังวัดบ้านแต้ ด้าน นางวิไล แท่นทอง แม่ของนายสมจิตร (ผู้เสียชีวิต) ไปดูรูปถ่ายของ นายสมจิตร แท่นทอง (ลูกชาย), นางนรินทร แท่งทอง (ลูกสะใภ้) และ ด.ช. ณัชสภณ แท่งทอง (หลานชาย) ก่อนจะให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า จากวันที่ตนต้องสูญเสียลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลานชาย น้องกาโตะ ไปจากเหตุเครนถล่มทับรถไฟ ทุกวันนี้ตนยังทำใจไม่ได้ รู้สึกเสียใจมากข้าวก็กินไม่ลง กินข้าวกับแตงโมได้แค่ 2-3 คำ

***ก่อนที่ลูกจะเสียชีวิตเหมือนมีลางบอกเหตุมีก้อนหินมาตกใส่หลังคา หมาที่ตนเลี้ยงไว้ก็เห่าหน้าประตูเหมือนลูกชายจะเข้ามาหาแต่เปิดประตูเข้ามาหาไม่ได้ โดยวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่ตนจะต้องบอกลาร่างลูกชายลูกสะใภ้และหลาน ตนอยากให้ทุกคนไปสู่ภพภูมิที่ดี ไปสู่สรวงสวรรค์ถ้าชาติหน้ามีจริงขอให้ลูกหลานกลับมาเกิดเป็นลูกหลานของตนอีก อย่าให้หลานชายน้องกาโตะไม่มีโรคภัยเหมือนอย่างชาตินี้ อยากบอกลูกชายว่าไม่ต้องเป็นห่วงแม่นะ

***ในส่วนของเรื่องเงินเยียวยาตนปล่อยให้เป็นลูกชายอีกคนดูแล ตนขอให้เคสของครอบครัวตนเป็นเคสสุดท้ายตนไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับครอบครัวใดอีก เพราะเหตุที่เกิดขึ้นจากผู้รับเหมา บริษัทอิตาเลียนไทย เกิดขึ้นหลายครั้งจนทำให้ต้องสูญเสียชีวิตคนไปหลายชีวิตแล้ว อยากให้ครั้งนี้เป็นบทเรียนครั้งสุดท้ายเพราะถ้าเกิดเหตุแบบนี้กับใคร ให้มองว่าใครเขาก็ต้องเสียใจเพราะทุกคนก็รักชีวิตตัวเอง ***โดยเมื่อศพมาถึงได้มีการทำพิธีหลอก เนื่อจากทั้ง 3 ศพ เป็นศพตายโหง ซึ่งตามประเพณีศพตายโหงจะต้องฝังไว้ 1 ปี แต่ครั้งนี้มีการพระราชทางเพลิงเลยต้องทำพิธีหลอก ด้วยการสมมุติว่าจะกำลังฝัง แล้วมีพระภิกษุ เดินมารอไม่ให้ฝังได้ไหม เอาไปเผาดีกว่า (ขอบิณฑบาต) เกิดอะไรขึ้นจะขอรับเอง ชาวบ้านจึงให้ แล้วนำไปฌาปนกิจนทมประเพณี

***ทั้งนี้ก่อนช่วงพิธีพระราชทานเพิลงศพกรณีพิเศษ มี นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เดินทางมาร่วมพิธีพระราชเพลิงศพในครั้งนี้ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือผู้เสียชีวิตจากเหตุอันตรายในการเดินรถ จำนวน 340,000 บาท
***นอกจากนี้มี นายจริยะ วงศ์ถ้วยทอง รองประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ที่ทำโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด พร้อมคณะ เดินทางมาร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้ด้วย

***ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 น. เจ้าหน้าที่ราชพิธี จากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ ได้อัญเชิญกล่องไฟพระราชทานมายังเมรุวัดป่าพรหมนิมิต เจ้าหน้าที่อ่านหมายรับสั่ง ญาติอ่านสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เจ้าหน้าที่อ่านประวัติผู้วายชนม์ ก่อนที่ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ประธานในพิธี มอบเงินพระราชทาน รายละ 20,000 บาท รวมเป็นเงิน 60,000 บาท ต่อมาประธานในพิธีขึ้นวางผ้าไตร ประธานจุดไฟพระราชทาน วางดอกไม้จันทร์พระราช และผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ วางดอกไม้จันทร์ส่วนตัว พระสงฆ์ แขกผู้มีเกียรติ ครอบครัว ลูกๆ และญาติพี่น้อง ร่วมขึ้นวางดอกไม้จันทร์ ก่อนจะได้นำร่างผู้เสียชีวิตประกอบพิธีฌาปนกิจ ท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้าอาลัยการจากไปของ นายสมจิตร แท่นทอง , นางนรินทร แท่งทอง และ ด.ช. ณัชสภณ แท่งทอง พ่อแม่ลูก ที่เสียชีวิตในครั้งนี้

***ทั้งนี้เนื่องด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการพระราชทานเพลิงศพ แก่ นายสมจิตร แท่นทอง , นางนรินทร แท่งทอง และ ด.ช. ณัชสภณ แท่งทอง พ่อแม่ลูก ณ วัดบ้านแต้ ตำบลแต้ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหล่นทับรถไฟด่วนพิเศษ ขบวนที่ 21 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เป็นขวัญและกำลังใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสียอย่างยิ่ง ***ด้าน นายอนาวิน สิงห์ลอ อายุ 27 ปี เป็นพี่ชายของน้องกาโตะ เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันฌาปนกิจศพพ่อแม่และน้องของตน ตนอยากบอกกับทุกคนว่าขอให้ทุกคนไปสู่สุคติไปสู่ภพภูมิที่ดี ตนอยากบอกให้ทั้ง 3 คนจับมือกันไปสู่สรวงสวรรค์ ในส่วนของการเยียวยาตอนนี้มีเพียงส่วนที่ทำศพส่วนอื่นไม่รู้จะได้ตอนไหน เงินเยียวยาที่บริษัทจะให้มาและส่วนที่เหลือนั้นจะเป็นตัวแทนของย่าที่จะต้องคุยกันต่อ

***ตอนนี้ตัวเองยังรู้สึกเสียใจถ้าแลกกับชีวิตทั้ง 3 คนที่สูญเสียไปกับเงินเยียวยาเท่าไหร่ก็ไม่พอ ต่อให้เป็น 10 ล้านบาท ก็ไม่สามารถทดแทนได้ ตนอยากบอก บริษัทอิตาเลียนไทย ที่ยังทำโครงการต่างๆในประเทศไทยได้รับรู้ว่าควรจะพัฒนาคุณภาพมาตรฐานให้ดี ตนไม่อยากเห็นเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับใครอีก ถ้าเกิดการสูญเสียไปมันไม่สามารถนำกลับคืนมาได้ เหมือนอย่างที่ครอบครัวตนต้องสูญเสีย ***เหตุการณ์เครนถล่มทับรถไฟในครั้งนี้ ความเป็นจริงแล้วเหตุการณ์แบบนี้กับบริษัทนี้เกิดขึ้นมาตั้งหลายรอบแล้ว มันไม่สมควรเกิดในรอบนี้ด้วย ไม่สมควรเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 เหมือนอย่างนี้ ถ้าเขาไม่ยอมที่จะปรับปรุงแก้ไขหรือสร้างมาตรฐานให้ดีมันก็อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคตได้นะ ***การเดินทางของครอบครัวทั้ง 3 คนโดยเฉพาะแม่ที่มองว่าการเดินทางด้วยรถไฟจะมีความปลอดภัยมากกว่ารถส่วนตัวและรถสาธารณะอื่นๆ ในการเดินทางครั้งนี้แม่จึงเลือกที่จะนั่งรถไฟ ไม่คิดเลยว่าการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุดจะมาจบชีวิตทั้ง 3 คนแบบนี้

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญิฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับชีพจร เขต 9 ศรีสะเกษ: ‘สงครามตัวแทน’ บ้านใหญ่ ล้มแชมป์เก่าอย่าง ครูนุช ง่ายจริงหรือ

สนามเลือกตั้งศรีสะเกษ เขต 9 (ราษีไศล-ศิลาลาด-บึงบูรพ์-ยางชุมน้อย-โพธิ์ศรีสุวรรณ) ชั่วโมงนี้อุณหภูมิการเมืองพุ่งสูงทะลุปรอท! แม้พื้นที่จะเป็นชายขอบติดยโสธรและร้อยเอ็ด แต่สปอร์ตไลท์กลับฉายจับทุกการเคลื่อนไหว เพราะนี่คือการพิสูจน์ว่า “บารมีเก่า” หรือ “ผลงานใหม่” ใครจะกินขาดกว่ากันย้อนรอย ‘ล้มยักษ์’ จุดกำเนิด ‘ครูนุช’หากยังจำกันได้ การเลือกตั้งปี 66 คือตำนานบทใหม่ที่ต้องจารึก เมื่อ “ครูนุช” นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร หญิงแกร่งต่างถิ่นจากหนองคายที่มาหยั่งรากสร้างตัวในราษีไศล อาศัยลูก “ขยัน-จริงใจ-ติดดิน” ควบกระแสพรรคเดิมล้มยักษ์หลับอย่างตระกูล ‘แซ่จึง’ ที่ผูกขาดพื้นที่มานานนมลงได้อย่างราบคาบ

จุดแข็งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ “หัวใจสปอร์ต” ครูนุชปลุกปั้นทีมฟุตบอลราษีไศล ยูไนเต็ด จากทีมรากหญ้าจนผงาดเป็น “จ่าฝูงไทยลีก 2” กลายเป็นสัญลักษณ์ความภูมิใจของคนในพื้นที่ บวกกับบุคลิกที่ชาวบ้านบอกว่า “คุยง่ายเหมือนญาติ” ทำให้เธอรักษาแต้มต่อมาได้จนถึงนาทีนี้สงคราม ‘เงา’ และ ‘ตัวแทน’
ในศึกครั้งนี้ ฝ่ายตรงข้ามต่างปรับหมากแก้เกมกันถ้วนหน้า แต่ที่น่าสนใจคือทั้งสองพรรคใหญ่กลับเลือกใช้ “นอมินีการเมือง” เข้าสู้ เบอร์ 2 ‘เจ็ท’ วิทวัส ไตรสรณกุล (ภูมิใจไทย): ทายาทการเมืองตระกูลดังและลูกเขยอดีต สส.ปวีณ-ผ่องศรี งานนี้ “สีน้ำเงิน” หวังทวงแค้นโดยใช้ความสดของคนรุ่นใหม่พ่วงบารมีบ้านใหญ่ไตรสรณกุลมาเป็นเกราะกำบังเบอร์ 10 ‘หลอ’ นฤชิต จารุรัชกุล (เพื่อไทย): ตัวแทน “บ้านใหญ่เขต 8” ที่ข้ามห้วยมาหวังเสียบแทนใน

นามพรรคเดิมของแชมป์เก่า แม้โปรไฟล์ในสนามการเมืองจะยังเป็นสีขาวจั๊วะ แต่ก็ประมาทไม่ได้เพราะมี “เสื้อคลุมแดง” เป็นตัวช่วยดึงคะแนนส่วน เบอร์ 1 ‘บาส’ พงษ์เดช จากพรรคประชาชน คือ “ตัวสอดแทรก” ที่น่ากลัว ด้วยฐานคะแนนเดิมเกือบ 2 หมื่นเสียงในปี 66 หากกระแสเปลี่ยนสีส้มพัดแรงในพื้นที่ นี่อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้คะแนนฝั่งอนุรักษ์นิยมแตกกระจายวิเคราะห์เจาะลึก: ชนะ ‘ครูนุช’ ไม่ยากจริงหรือ? หลายคนสบประมาทว่าพอครูนุชย้ายมาสวมเสื้อ “พรรคกล้าธรรม” จะกลายเป็น “ปลาผิดน้ำ” หรือไม่? แต่จากการลงพื้นที่จริงดูเหมือนว่า “ยี่ห้อตัวบุคคล” จะนำหน้า “ยี่ห้อพรรค” ไปแล้ว ผลงานการจัด Event กระตุ้นเศรษฐกิจและการเข้าถึงมวลชนแบบถึงลูกถึงคน ทำให้เสียงสะท้อนจากชาวบ้านอย่าง นายสาคร มหาสิงห์ แห่งตำบลเป๊าะ ยืนยันว่า “แม้อาจจะดูเป็นรองในเชิงพรรค แต่ความเข้าถึงใจคน ครูนุชยังนอนมา”

บทสรุป: ศึกเขต 9 ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือกว่า “จะเอาใคร” แต่เป็นการวัดพลังระหว่าง “ผลงานที่สัมผัสได้” ของแชมป์เก่า กับ “บารมีเงา” ของผู้ท้าชิงหน้าใหม่หากครูนุชยังรักษาฟอร์มการเล่นเหมือนฟุตบอลที่เธอเคยสร้างมา ที่เน้นการบุกต่อเนื่องและไม่ประมาทคู่ต่อสู้ โอกาสที่จะ “ย้ำแค้น” บ้านใหญ่ก็มีสูง แต่หาก “กระแสพรรค” และ “พลังสีน้ำเงิน” ผนึกกำลังกันเข้มแข็ง การรักษาเก้าอี้ครั้งนี้ก็อาจจะเป็นงานหินที่สุดในชีวิตการเมืองของเธอใครพลาดน้อยกว่า… คนนั้นคือผู้ชนะ!
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอนครชัยศรี ให้ ชุดปฏิบัติการพิเศษ นครปฐมหยุดฝุ่นพิษ เพื่อชีวิตปลอดภัยประชาชน

นายอำเภอนครชัยศรี ได้มอบหมายให้ชุดปฏิบัติการพิเศษ นครปฐมหยุดฝุ่นพิษ เพื่อชีวิตปลอดภัย ของอำเภอนครชัยศรี
ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม

โดยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี มอบหมายให้ ชุดปฏิบัติการพิเศษ นครปฐมหยุดฝุ่นพิษ เพื่อชีวิตปลอดภัย อำเภอนครชัยศรี นำโดย นายปฐมพงษ์ เส็งดอนไพร ปลัดอำเภอฝ่าย

ความมั่นคง บูรณาการความร่วมมือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จนท.ส่งเสริมการเกษตร กำนันตำบลศรีษะทอง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 บ้านทุ่งน้อย ต.ศรีษะทอง

ลงพื้นที่ หมู่ที่ 4 ต.ศรีษะทอง เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพื้นที่ที่มีรายงานหรือตรวจสอบพบจุดความร้อน (Hotspot) และกรณีพบร่องรอยการเผา (Bum Scar) ตามที่ได้รับแจ้งจากจังหวัดนครปฐม

รายละเอียด ข้อเท็จจริง ดังนี้ เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.ของวันเสาร์ที่ 18 ม.ค.69 ได้มีการลักลอบจุดไฟเผาเศษวัชพืชในบริเวณพื้นที่ทางด้านการเกษตรดังกล่าว และดับลงเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. โดยผู้เช่าพื้นที่การเกษตรแปลงดังกล่าว คาดว่า ผู้ก่อ

เหตุน่าจะเป็นคนหาปลานอกพื้นที่ สาเหตุอันเนื่องมาจากถูกว่ากล่าวไม่ให้ลงไปจับปลาในลำคลอง ที่ล้อมรอบพื้นที่การเกษตรแปลงดังกล่าว ฯลฯผู้เช่าพื้นที่การเกษตรแปลงดังกล่าว จะเข้าแจ้งความกรณีมีการลักลอบเผาในพื้นที่เกษตรของตนเอง เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป

พร้อมทั้งแจ้ง กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ แจ้งประชาสัมพันธ์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ในการเฝ้าระวังและป้องปรามการเผาในที่โล่ง ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่น (PM 2.5) โดยเฉพาะในพื้นที่การเกษตรตามนโยบายของจังหวัดนครปฐม

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นักท่องเที่ยว แห่ชม พุทราน้ำอ้อย ลับแลพุทราแดงอินเดียของดีของเด็ดต้องบอกต่อ 1 ปีมีครั้งเดียว

วันที่ 21 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประทีป เตชัย หนุ่มใหญ่เกษตรกรตัวจริง เจ้าของ PTF ฟาร์ม หมู่ที่ 13 ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวและเกษตรกรที่สนใจ เข้าชม ไร่พุทราพันธุ์น้ำอ้อยและพันธุ์อินเดียแดง พื้นกว่าที่ 14 ไร่

ซึ่งมีทั้งพุทรากางมุ้ง และ พุทรากลางแจ้ง หลังศึกษาเพื่อหาพืชทดแทนการทำนา เหตุราคาข้าวไม่ค่อยสู้ดี ที่สำคัญต้องเป็นพืชใช้น้ำน้อย ทนแล้ง และเน้นเรื่องของพืชผลไม้ปลอดภัยที่ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับที่นา 2 ไร่ หันมาปลูกพุทรากางมุ้ง ด้วยการนำพุทราป่าเป็นต้นกล้า

เนื่องจากทนโรคทนแล้งและอายุยืนยาว แล้วนำกิ่งพุทราพันธุ์น้ำอ้อยและพุทราพันธุ์แดงอินเดียมาเสียบ ใน 1 ต้นมี 2 สาย พันธุ์ เมื่อติดดอกจะอาศัยพุทราพันธุ์แดงอินเดียเป็นตัวช่วยในการผสมเกสรให้กับพุทราพันธุ์น้ำอ้อย โดยอาศัยลม ซึ่งเป็น เทคนิคเฉพาะทางการเกษตร ผลผลิตพุทราจะลูกใหญ่ รูปทรงเหมือนแอปเปิลเขียว เปลือกบางกรอบ เฉลี่ย 10 ผลต่อ1 กิโลกรัม รสชาติหวานฉ่ำ กรอบอร่อย

เริ่มต้นปลูกพุทราแบบกางมุ้ง ปี 2562 ใครเห็นก็ว่า “บ้า” พยายามศึกษาและเน้นรูปแบบเกษตรแนวใหม่ ข้อดีของการกางมุ้ง กันแมลงรบกวน ควบคุมเรื่องอากาศร้อนและแสงแดด ประหยัดน้ำ ให้น้ำเพียงสัปดาห์ละ 2 รอบ ขยันสำรวจดูแลแปลงให้โล่ง กำจัดศัตรูพืช พุทราให้ผลผลิตเต็มปีเมื่อปลูกได้ 1 ปี ช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม ปีนี้เข้าสู่ปีที่ 7

ไม่เพียงจะเก็บผลผลิตในส่วนของพุทรากางมุ้งขายแล้ว ยังได้ขยายปลูกพุทรากลางแจ้ง เพิ่มอีก 12 ไร่ เป็นลักษณะห่อผลกันแมลงแทน การกางมุ้ง กลายเป็น “สวนพุทราน้ำอ้อยและอินเดียงแดงที่ใหญ่สุดภาคเหนือ” นายประทีป กล่าวว่า พุทรากว่า 1500 ต้น ในพื้นที่นาดอนกว่า 14 ไร่ กลายเป็นพืชเศรษฐกิจของครอบครัว ผลผลิตปีนี้ประมาณ 4 ตัน ออเดอร์เฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 100 กิโลกรัม

ราคาขั้นต่ำกิโลกรัมละ 150 บาท รายได้ก็สมน้ำสมเนื้อกับการดูแลเอาใจใส่ ที่สำคัญพุทรามีอายุยาวนานกว่า 50 ปี ขอเพียงดูแล บำรุง ก็จะให้ผลผลิตตลอด ติดผลดกพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว และ เป็นเกษตรทางเลือกให้ผู้ที่สนใจ ตนเปิดสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตร สามารถเข้ามาชม สอบถาม ร่วมเรียนรู้ และเลือก

ซื้อผลผลิต สดๆได้ที่สวน เปิดทุกวันตั้งแต่ 10.00 – 17.00 น. และยังมีกล้าพันธุจำหน่าย ปัจจุบัน นอกจากจะเก็บผลผลิตส่งขายแล้ว ยังมีกล้าพันธุ์จำหน่าย พร้อมให้คำแนะนำ หากสนใจที่จะปลูก สอบถามผ่านเฟสบุ๊ค ชื่อ Pt Tc หรือโทร 091-8406113 เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ผู้สนใจเข้าชมและศึกษา ไม่ได้หวงความรู้ เพื่ออนาคตจะเป็นอีกหนึ่งผลไม้ทางเลือกทดแทนผลไม้อื่นๆ ที่ปลูกแล้วราคาตกต่ำ

นาคา คะเลิศรัมย์/อุตรดิตถ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อมรมพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในด้านคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ ปีงบ. 2569 จัดโดย สพป.นครปฐม เขต ๑

โดยมี ดร.ณัฎฐิกา ลิ้มเฉลิม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต ๑ เป็นประธานเปิดการอบรมพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสังกัด สพป.นครปฐม เขต ๑ ในด้านคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

โดยมี นายสุคันธชาติ ขันศรี รองผอ.สพป.นครปฐม เขต 1 กล่าวรายงานการอบรมฯ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ในด้านคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ สำหรับผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

สังกัด สพป.นครปฐม เขต 1 เป็นการพัฒนาส่งเสริมให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความตระหนักรู้ เข้าใจ และยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของวิชาชีพ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียนและสังคม

โดยเน้นการปลูกฝังคุณค่าทางจิตใจ ค่านิยมที่ถูกต้อง และการประพฤติปฏิบัติที่เหมาะสมกับสถานะของความเป็นข้าราชการที่ดี ในการนี้ได้รับเกียรติจาก พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพ่อน้ำฝน) เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง เป็นวิทยากรผู้บรรยายพิเศษ การอบรมในครั้งนี้มีผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด เข้าร่วมการอบรมฯ จำนวน 106 คน ณ ห้องประชุมทวารวดีศรีพระประโทณ โรงเรียนวัดพระประโทณเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
เครดิตภาพ น้องJab ทีม pr.วัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เสริมสร้างสมรรถนะผู้ประกอบการสร้างโอกาสทางธุรกิจการค้าในการพัฒนาภาคกลาง-ตะวันตก

จังหวัดนครปฐม จัดสัมมนาเสริมสร้างสมรรถนะผู้ประกอบการสร้างโอกาสทางธุรกิจการค้าในการพัฒนาภาคกลาง-ตะวันตก เพื่อยกระดับเป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในอนาคต รวมทั้ง

ทักษะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในการสร้างมูลค่าและคุณค่าให้กับสินค้าและบริการในกลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมให้แข่งขันได้อย่างยั่งยืน

วันที่ 20 มกราคม 2569 ที่โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี นครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดการสัมมนาเสริมสร้างสมรรถนะผู้ประกอบการ

สร้างโอกาสทางธุรกิจการค้าในการพัฒนาภาคกลาง-ตะวันตก โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมสัมมนา 100 คน ระหว่างวันที่ 20-22 มกราคม 2569

นางสาวดวงพร วิสุทธิธรรม พาณิชย์จังหวัดนครปฐม กล่าวว่าคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กพศ.) กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ โดยกระทรวงพาณิชย์ ดูแลรับผิดชอบในประเด็นการพัฒนาด้านการสนับสนุนผู้ประกอบการ สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

จึงได้มีแนวคิดดำเนินโครงการเสริมสร้างสมรรถนะผู้ประกอบการในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค ครอบคลุมผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจ 16 จังหวัด ด้วยการพัฒนาทักษะการบริหารจัดการ

และทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับเป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในอนาคต รวมทั้งทักษะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าและคุณค่าให้กับสินค้าและบริการในกลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมให้แข่งขันได้อย่างยั่งยืน

ซึ่งจังหวัดนครปฐม เป็นจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง-ตะวันตก จึงได้ดำเนินการจัดสัมมนาการเสริมสร้างสมรรถนะผู้ประกอบการสร้างโอกาสทางธุรกิจการค้าในการ

พัฒนาภาคกลาง-ตะวันตก (Central-Western Economic Corridor : CWEC) จังหวัดนครปฐม “SMEs Nakhon Pathom : Empowering Growth” เสริมสมรรถนะ สร้างโอกาส ขยายธุรกิจการค้า ประกอบด้วยกิจกรรมย่อย 2 กิจกรรม ดังนี้

  1. กิจกรรมการสัมมนาให้ความรู้เพื่อการพัฒนาสินค้า การพัฒนาการบริหารจัดการธุรกิจการยกระดับผู้ประกอบการต่อเนื่อง การส่งเสริมการตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยแบ่งผู้ประกอบการออกเป็น 2 หลักสูตร ดังนี้ 1) หลักสูตรสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการ Tier 1 และ Tier 2 เป้าหมายเพื่อยกระดับผู้ประกอบการต่อเนื่อง การส่งเสริมการตลาดทั้งในและต่างประเทศ การยกระดับการประกอบธุรกิจการค้า
    2) หลักสูตรของกลุ่มผู้ประกอบการ Tier 3 เป้าหมายเพื่อพัฒนาพื้นฐาน การพัฒนาสินค้า การพัฒนาการบริหารจัดการธุรกิจ
  2. กิจกรรมคลินิกให้คำปรึกษาด้านการประกอบธุรกิจ การค้า การลงทุน
    และการเจรจาธุรกิจ โดยได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน มาให้คำแนะนำในการดำเนินการประกอบธุรกิจ ในครั้งนี้
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว เชิญเที่ยวงาน นมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ จัดอย่างยิ่งใหญ่ 22 มค. – 2 กพ.นี้

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ บริเวณมณฑลพิธีด้านหน้าพระวิหารหลวง วัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ พระวินัยสาทร

เจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ (ธ) เจ้าอาวาสวัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง ประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยนายสันติ รังษิรุจิ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ประธานฝ่ายฆราวาส และนายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์

ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมีนายสุระวุธ จันทร์งาม นายอำเภอลับแล พ.ต.อ.ชาญวุธ ไชยรุ่งเรือง ผู้กำกับ สภ.ด่านแม่คำมัน หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ประชาชน พ่อค้าแม่ค้า และสื่อมวลชน ได้เข้าร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้จำนวนมาก ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2569

บริเวณวัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง เชื่อมโยงไปถึงวัดพระยืนพุทธบาทยุคล และวัดพระนอน เพื่อเป็นการสืบสาน รักษาประเพณีการบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ ในวันเพ็ญเดือนสามของทุกปี เป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับประชาชน ชุมชน ชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด

นมัสการพระท่านศิลาอาสน์ เชื่อกันว่า หากได้มากราบไหว้ครบสามครั้ง จะได้ไปสวรรค์ เป็นพุทธบูชาที่สืบทอดกันมานานกว่า 100 ปี พิธีกวนพุทราแขวนบาตร เป็นเอกลักษณ์ของงานนี้ โดยนำพุทรากวนมาใส่ในบาตรพระตลาดนัดพื้นบ้าน

มีร้านค้าชุมชน 2,000 กว่าร้าน ให้เลือก ชิม ช็อปใช้ ชมสามวัดสำคัญในพื้นที่ติดต่อกัน คือ วัดพระแท่นศิลาอาสน์ วัดพระยืนพุทธบาทยุคล และวัดพระนอนพุทธไสยาสน์ ซึ่งท่านสามารถเดินสายทำบุญได้ถึง 3 วัด ในที่เดียวกัน

นอกจากนี้ชมขบวนแห่ทางศิลปวัฒนธรรม และขบวนเทิดพระเกียรติฯ อันยิ่งใหญ่ และที่น่าตื่นตา ประทับใจ ในศรัทธาของชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ ก็คือจะมีสาวงาม 300 กว่าคน รำบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ เต็มลานหน้าพระวิหารหลวง

และพื้นผิวทางขึ้นพระแท่นศิลาอาสน์ ด้วยบทเพลง “ยอหัตถาบูชาพระแท่นศิลาอาสน์” และรำถวายความอาลัยพระพันปีหลวง ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกลุ่มสตรีแม่บ้าน อสม. นักเรียนนักศึกษา แต่งกายนุ่งซิ่นลับแล เสื้อแขนกระบอกสีขาว

ห่มสไบสีดำ ร่ายรำเป็นการบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ และในปีนี้มีกิจกรรมกระตุ้นส่งเสริมการตลาด ภายใต้โครงการอุตรดิตถ์เที่ยวได้เท่ด้วย ได้จัด แคมเปญ “เที่ยวเติมบุญ หนุนบารมี ปีมะเมีย โดย 100 ท่านแรกที่มาพักในจังหวัดอุตรดิตถ์ และมาเที่ยวงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์

จะได้รับขนมสแนกพื้นบ้านเป็นชุดเฒ่าแก่น้อย 1 ชุด ไปทานฟรี – โดยกำหนดพิธีเปิดงาน ในวันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น จึงขอเชิญชวนมาเที่ยวงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ในปีนี้ร่วมกัน ระหว่างวันที่ 22 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2569

นาคา คะเลิศรัมย์/อุตรดิตถ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ความสำเร็จ “นราธิวาสโมเดล” ด้านการควบคุมยาสูบและบังคับใช้กฎหมายสุดเข้มแข็ง ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เผยความประทับใจ

คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความสำเร็จ “นราธิวาสโมเดล” ด้านการควบคุมยาสูบและบังคับใช้กฎหมายสุดเข้มแข็ง ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เผยความประทับใจ เห็นโครงสร้างจังหวัดแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยเจอมา ทำความฝัน 20 ปีที่อยากเห็นการขับเคลื่อนระดับจังหวัดเป็นจริง พร้อมชูเป็นต้นแบบให้ทั่วประเทศเดินตาม

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมภักดีบดินทร์ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ นำโดย ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ (คผยช.) พร้อมคณะผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานระดับประเทศ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานป้องกันควบคุมโรค ลงพื้นที่ประเมินผลการดำเนินงานของจังหวัดนราธิวาสอย่างเข้มข้นโดยมี นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และหน่วยงานภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ให้การต้อนรับและร่วมแลกเปลี่ยนผลการดำเนินงาน

จากข้อมูลพบว่า จ.นราธิวาส มีประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปกว่า 5 แสนคน ผลการคัดกรองพบผู้สูบบุหรี่ร้อยละ 12.76 ซึ่งปัญหาใหญ่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้คือ “ค่านิยมที่ผิด” ที่มองว่าบุหรี่ช่วยคลายเครียดและไม่อันตราย ทั้งที่เป็นบันไดขั้นแรกสู่ยาเสพติดชนิดอื่น ด้วยเหตุนี้ จังหวัดนราธิวาสจึงประกาศเป็นนโยบายสำคัญ บูรณาการทุกภาคส่วนตั้งแต่ระดับจังหวัดถึงชุมชน ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ 5 มาตรการ จนสามารถคว้ารางวัลต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน และในปีนี้ได้ยกระดับความเข้มข้นในด้าน “การบังคับใช้กฎหมายและสร้างสิ่งแวดล้อมปลอดบุหรี่” อย่างเต็มรูปแบบ

ด้าน ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คผยช. กล่าวเปิดใจในที่ประชุมว่า ตนมีส่วนร่วมในการผลักดันงานควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบของประเทศมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 โดยประเทศไทยได้มีกฎหมายควบคุมยาสูบและคุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 และต่อมาได้พัฒนากฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดให้มีคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบในระดับจังหวัดอย่างชัดเจน จังหวัดนราธิวาสถือเป็นจังหวัดที่สามารถขับเคลื่อนงานควบคุมยาสูบได้อย่างเข้มแข็งและเป็นรูปธรรม ทั้งด้านโครงสร้างการทำงาน การบูรณาการทุกภาคส่วน และการ

ดำเนินงานครบทุกมิติ ได้แก่ การป้องกันนักสูบหน้าใหม่ การช่วยเลิกบุหรี่ การคุ้มครองผู้ไม่สูบ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง สิ่งที่ผมใฝ่ฝันมา 20 ปี คือการเห็นการปฏิบัติงานที่จริงจังในระดับจังหวัดแบบนี้ นราธิวาสมีโครงสร้างคณะกรรมการที่เข้มแข็งมาก มีการมอบหมายงานที่ชัดเจนจากท่านผู้ว่าฯ ไปจนถึงระดับปฏิบัติการ ผมลงพื้นที่มาหลายจังหวัด แต่ไม่เคยเจอที่ไหนพร้อมเท่าวันนี้ ขอบคุณทุกคนที่ทำให้ฝันของผมเป็นจริง
นอกจากนี้ นพ.ประกิต ยังเน้นย้ำว่า นราธิวาสคือตัวแทนภาคใต้ที่จะเป็นต้นแบบการแก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในเด็ก ซึ่งปัจจุบันเริ่มพบผู้สูบอายุน้อยเพียง 10 ขวบ โดยผลสำเร็จของนราธิวาสจะถูกนำไปขยายผลเป็นโมเดลระดับประเทศต่อไป

สำหรับกิจกรรมไฮไลท์ในการลงพื้นที่คณะกรรมการได้เยี่ยมชมบูธนิทรรศการ 10 จุดที่แสดงถึงความสำเร็จในทุกมิติ อาทินิทรรศการ Gen Z: พลังคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนสังคมปลอดบุหรี่ การบังคับใช้กฎหมาย: การประสานงานระหว่างตำรวจ อัยการ และฝ่ายปกครองต้นแบบสถานบริการปลอดบุหรี่: จาก รพ.สต.เจ๊ะเก ถึงโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ระบบ T-cep ออนไลน์: การใช้เทคโนโลยีติดตามและลงข้อมูลการตรวจร้านค้าในพื้นที่ 100%ทั้งนี้การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการประเมินเพื่อรับรางวัลเกียรติยศ แต่ยังเป็นการตอกย้ำว่า “นราธิวาส” พร้อมแล้วที่จะเป็นหัวขบวนในการสร้างสุขภาวะที่ดีและปกป้องเยาวชนไทยจากภัยเงียบของยาสูบอย่างยั่งยืน
/////////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวแม่สายต้อนรับ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​การพัฒนา​สังคม​และความมั่นคง​ของ​มนุษย์ ประธานในพิธี

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 11.00 น.
นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอ​แม่สาย​ ร่วมพิธีเปิดโครงการ “สานพลังเครือข่าย ​พัฒนา​คุณภาพ​ชีวิต​คนทุกช่วงวัย” โดยมีนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​การพัฒนา​สังคม​และความมั่นคง​ของ​มนุษย์​เป็นประธานใน พิธีเปิดโครงการฯ และมีนายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเียงราย ร่วมให้การต้อนรับ ณ ศูนย์เรียนรู้อย่างยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา (สมาคมคนพิการอำเภอแม่สาย) วัดหิรัญญาวาส ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัด​เชียงราย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภาค 7 แถลงรวบแก๊งขนยาบ้าคาด่าน เกือบ 4 แสนเม็ดจะไปส่งภาคใต้ พบผู้ต้องหาถูกจับมาหลายครั้ง

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 19 มกราคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.กฤษณัฐ วงษ์กล้าหาญ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.ฤทธิชัยปกรณ์ ดำรงค์อิทธิสกุล รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนครปฐม

ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติด ผู้ต้องหา คือ นายรีดูวัน เจ๊ะเลาะ (ผู้ต้องหาที่ 1) อายุ 41 ปี และ นางสาวนูรอัยนี การียา อายุ 20 ปี โดยแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสอง ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า)

โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้า โดยก่อให้เกิดการแพร่กระจาย ในกลุ่มประชาชน โดยทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป ส่วนผู้ต้องหาที่ 1 ตั้งข้อหาเพิ่มเติม เป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย และเสพ

พร้อมของกลางในคดี ได้แก่ 1.ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ทั้งหมด จำนวน 399,600 เม็ด โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง และ รถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 กญ 4601 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจับกุมได้ที่บริเวณหน้าศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดนครปฐม ถนนเพชรเกษม ต.หนองดินแดง อ.เมืองนครปฐม เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 เวลา 04.00 น.

พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 เผยถึง พฤติการณ์ในการจับกุมครั้งนี้ว่า วันที่ 18 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 04.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งจุดสกัดบริเวณหน้าศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดนครปฐม พบรถยนต์ต้องสงสัย TOYOTA VIOS สีขาว เมื่อเข้าตรวจค้นโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อเห็นด่านตรวจพยายามเลี่ยงหลบหนี จึงเรียกให้หยุด พบภายในรถมี ผู้ต้องหา 2 ราย จึงขอทำการตรวจค้น ปรากฏว่าพบยาบ้า รวม 399,600 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง

โดยนายรีดูวันผู้ต้องหาที่ 1 ให้การรับสารภาพว่ายาเสพติดเป็นของตน รับจ้างลำเลียงจากพื้นที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เพื่อส่งปลายทาง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยได้รับค่าจ้าง 150,000 บาท และมีการโอนเงินมัดจำแล้ว ผลตรวจปัสสาวะพบสารเมทแอมเฟตามีน

ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 ให้การปฏิเสธ เมื่อตรวจสารเสพติด ไม่พบสารเสพติดในปัสสาวะ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหา แจ้งสิทธิ และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการตรวจประวัติอาชญากรรมผู้ต้องหาที่ 1 เคยก่อเหตุในคดีในข้อหา ลักทรัพย์ในเคหะสถาน ของ สภ.มูโน๊ะ จ.นราธิวาส พ.ศ.2559 ข้อหา ร่วมกันมีไว้ในครอบครองยาเสพติดประเภทที่ 5 ของ สภ.มูโน๊ะ จ.นราธิวาส พ.ศ.2561 และถูกจับกุมในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 สภ.มูโน๊ะ จ.นราธิวาส พ.ศ.2565 ส่วนนางสาวนูรอัยนี ผู้ต้องหาที่ 2 ตรวจไม่พบประวัติการกระทำความผิด ……………………….

จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกษตร อ.ท่าวังผา จัดอบรมเตรียมความพร้อมให้แก่เกษตรกร เพื่อขอรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices : GAP) ชนิดพืช พริกและกาแฟ

สำนักงานเกษตรอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน นำโดย นางเฉลิมพร ลำน้อย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน เกษตรอำเภอท่าวังผา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอท่าวังผา จัดอบรมให้ความรู้และเตรียมความพร้อมแก่เกษตรกร

เพื่อขอรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices : GAP) ชนิดพืช พริกและกาแฟ ตามโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ กิจกรรมอบรมเกษตรกรเข้าสู่มาตรฐาน GAP ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ซึ่งจัดขึ้นระหว่างช่วงวันที่ 29 ธันวาคม 2568 – 16 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมีเกษตรกรผู้ปลูกพริกและกาแฟในพื้นที่อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เข้ารับการฝึกอบรมจำนวนทั้งสิ้น 255 ราย

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเสริมสร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิต การจัดการแปลงปลูก การใช้ปัจจัยการผลิตอย่างถูกต้องและปลอดภัย การดูแลรักษาคุณภาพผลผลิต ตลอดจนการจัดเตรียมเอกสารและความพร้อมก่อนเข้ารับการตรวจรับรองมาตรฐาน

อันเนื่องด้วยจากสถานการณ์ในช่วงฤดูกาลผลิตที่ผ่านมา พบว่าผลผลิตพริกและกาแฟมีราคาตกต่ำ การส่งเสริมให้เกษตรกรได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัยของผลผลิต

ส่งผลให้สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสม มีช่องทางการตลาดที่กว้างขึ้น ช่วยยกระดับรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรได้อย่างยั่งยืน/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปค.นิคมคำสร้อย – สภ.นาอุดม บุกจับหนุ่มซุกยาบ้ากลางกระท่อมนา รับสารภาพทั้งจำหน่าย–เสพ ส่งดำเนินคดีทันที

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นายวีระเชษฐ์ อรุณอิสรา นายอำเภอนิคมคำสร้อย และ พ.ต.ท.อังกูร วรสาร สารวัตรสถานีตำรวจภูธรนาอุดม ได้มอบหมายให้ นายธีรวัฌน์ หมีคำ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิกกองร้อย

อาสารักษาดินแดนอำเภอนิคมคำสร้อย ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.นาอุดม ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการมั่วสุมและพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด บริเวณกระท่อมนาไม่มีเลขที่ ทางทิศตะวันตก บ้านคำเชียงสา หมู่ที่ 7 ตำบลนาอุดม อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบนายเทพประทาน นามแก้ว มีท่าทีพิรุธคล้ายมีสิ่งของผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น โดยได้แสดงความบริสุทธิ์จนเป็นที่พอใจ และผู้ต้องสงสัยยินยอมให้ตรวจค้นด้วยความสมัครใจ

ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) หรือยาบ้า จำนวนรวมทั้งสิ้น 226 เม็ด แบ่งเป็น ยาบ้าสีส้มแดงและสีเขียว บรรจุอยู่ในถุงพลาสติก 2 ถุง และบางส่วนตกอยู่ใกล้ตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่จึงสอบถาม นายเทพประทานรับว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของตนแต่เพียงผู้เดียว

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “จำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมแจ้งสิทธิทางกฎหมาย ซึ่งนายเทพประทานให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นได้นำตัวพร้อมของกลางส่ง สภ.นาอุดม

ต่อมา ระหว่างดำเนินการที่ สภ.นาอุดม นายเทพประทานยอมรับว่าได้เสพยาบ้าในช่วงเช้าวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจปัสสาวะ ซึ่งผู้ต้องหายินยอม ผลการตรวจเบื้องต้นและผลยืนยันจากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา พบสารเสพติดในร่างกาย

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย” นายเทพประทานรับสารภาพทั้งข้อหาจำหน่ายและเสพยาเสพติด ก่อนถูกส่งตัวพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวน สภ.นาอุดม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่าน.แถลงข่าวเตรียมจัดงาน “ประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง” ประจำปี 2569 ส่งเสริมอัตลักษณ์ล้านนาและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

วันที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. ณ วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน พระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางภัทรภร ชัยวัฒนกุล วัฒนธรรมจังหวัดน่าน นายสุเมธ สายสูง ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ร่วมการแถลงข่าวการจัดงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ประจำปี 2569

พระราชนันทวัชรบัณฑิต กล่าวว่า งานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ได้รับการยกระดับจากกระทรวงวัฒนธรรมให้เป็นงานประเพณีระดับชาติและนานาชาติ ที่มีความโดดเด่นด้านศิลปวัฒนธรรมและเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดน่าน ที่สามารถถ่ายทอดคุณค่าทางประเพณีไปสู่เด็ก เยาวชน และประชาชน เพื่อสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์และสืบสานให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

สำหรับการจัดงานในปี 2569 นี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดน่าน วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครน่านเฉลิมพระเกียรติฯ โดยกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ถึง 3 มีนาคม 2569

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ ขบวนแห่คั่วตานจากทั้ง 15 อำเภอ การแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียงแช่แห้ง” การประกวดศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นกว่า 22 รายการ การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่นและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมกว่า 15 บูธ กิจกรรมกาดมั่วคัวฮอมถนนคนเดิน และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา

นอกจากนี้ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เขตอำเภอภูเพียง ได้ร่วมสนับสนุนจัดกิจกรรมเพิ่มเติม อาทิ ศูนย์วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น บูธผลิตภัณฑ์ไบโอเวช คาราวานสินค้า การแสดงมหรสพ สวนสนุก และเครื่องเล่นต่าง ๆ โดยปีนี้มีความพิเศษคือ การนำช้างจำนวน 2 เชือกจากจังหวัดสุรินทร์เข้าร่วมขบวนแห่ เพื่อสร้างสีสันและความยิ่งใหญ่

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่านยังได้บูรณาการจัดกิจกรรม “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” เปิดพื้นที่ให้ชุมชน เด็กและเยาวชน ได้แสดงผลงานศิลปวัฒนธรรม ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น จัดกิจกรรมเวิร์กช็อป และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับพื้นที่อีกด้วย

พระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้งนับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญและเก่าแก่ที่สุดของจังหวัดน่าน โดยในปี พ.ศ. 2569 จะมีอายุกาลครบ 673 ปี และมีการจัดงานประเพณีหกเป็งในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เหนือ สืบทอดต่อเนื่องมาแต่โบราณ เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมล้านนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ด้าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่านมุ่งผลักดันงานประเพณีหกเป็งฯ ให้เป็น Soft Power สำคัญ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ สอดรับกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และการพัฒนาจังหวัดน่านสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเมืองมรดกโลกในอนาคต โดยเชื่อมโยงกับเมืองหลวงพระบาง แขวงไชยะบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ทั้งนี้ จังหวัดน่านยังได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Crafts & Folk Art) ในปี 2568 ซึ่งจะช่วยยกระดับเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การสร้างงาน สร้างรายได้ และธำรงรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ภายหลังการแถลงข่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้เชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เข้าร่วมงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง และชมการแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียงแช่แห้ง” ประจำปี 2569 เพื่อร่วมสัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของจังหวัดน่านอย่างใกล้ชิด/ทีมข่าวสมาคมสิ่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ประชาชนเดือดร้อน ต้องมาก่อน” ว่าที่นายกอบต.ห้วยยาง เร่งประสาน กรมทางหลวง นำหินคลุกมาทำจุดกลับรถใต้สะพาน หลังชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากจุดกลับรถที่ไกล

วันที่ 19 มกราคม 2569 ที่บริเวณจุดกลับรถใต้สะพานข้ามคลองห้วยยาง หลัก กม.ที่ 335+687 หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายธวัชชัย แดงฉ่ำ ว่าที่นายกอบต.ห้วยยาง หลังชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา โดยรอ (กกต.) ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง

พบว่าชาวบ้านในตำบลห้วยยาง และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในตำบลห้วยยาง ซึ่งมีทั้งน้ำตกชื่อดัง ( น้ำตกห้วยยาง ) และ ชายหาดห้วยยาง รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่มาพักอาศัยอยู่ในตำบลห้วยยางเป็นจำนวนมาก ได้ประสบปัญหาด้านการจราจรเมื่อช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ที่ผ่านมา จุดกลับรถที่ไกล และช่วงตำบลห้วยยางได้กำลังดำเนินการก่อสร้างสะพานข้าม

นายธวัชชัย ว่าที่นายกอบต.ห้วยยาง เปิดเผยว่า เนื่องจากช่วงวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ทางกรมทางหลวงได้ปิดการจราจร จุดกลับรถยูเทิร์นสาย 2 ทำให้ชาวบ้าน รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ใช้เส้นทางหรือเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลห้วยยาง ประสบปัญหาจุดกลับรถที่ไกลร่วม 10 กิโล โดยมีจุดกลับรถที่ใต้สะพานคลองห้วยยาง ซึ่งสภาพทรุดโทรมเป็นหลุมเป็นบ่อชาวบ้านลำบากในการเดินทางเส้นทางดังกล่าว

ตนเองจึงได้ประสานไปทาง กรมทางหลวง และทาง อบต.ห้วยยาง โดยให้ พ.อ.อ.ฉัตรชัย สวียานนท์ หัวหน้างานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.ห้วยยาง ประสานรถบรรทุก 6 ล้อ และรถไถดำเนินการขนหินคลุกจำนวนกว่า 25 คิว มาใส่เป็นทางและรถไถดันเกลี่ยเพื่อใช้ชาวบ้านใช้สัญจรได้ตามปกติ ซึ่งจุดกลับรถดังกล่าวเมื่อซ่อมเสร็จ รถบรรทุก 6 ล้อเล็ก รถรั้ว รถกระบะ รถเก๋ง และ จยย. สามารถใช้ได้หมด และยังช่วยลดอุบัติเหตุจุดกลับรถยูเทิร์นสาย 2 ได้อีกด้วย

////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “อนุทิน”ช่วยผู้สมัคร สส.เขต 1 ประจวบฯ “สังคม แดงโชติ” อดีต สส. หาเสียงบริเวณถนนคนเดินชายทะเล เจอพ่อค้าแม่ค้า นักท่องเที่ยวขอถ่ายรูปอย่างอบอุ่น

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 17 ม.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ อดีต รมช.พาณิชย์ และ นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ (น้องสาวนายชาดา ไทยเศรษฐ์) 2 แกนนำพรรค ร่วมลงพื้นที่บริเวณถนนคนเดินชายทะเลหน้าอ่าวประจวบฯ

ในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส. จังหวัดประจวบฯ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย นายสังคม (ลูกหิน) แดงโชติ อดีต สส.ประจวบฯในเขตนี้ ภายหลังเดินทางกลับจากไปช่วยผู้สมัคร สส. จ.ชุมพร หาเสียงตั้งแต่ช่วงเช้า และเดินทางด้วยรถยนต์ต่อมายังถนนคนเดินประจวบฯ ท่ามกลางบรรยากาศกองเชียร์ที่มาต้อนรับอย่างอบอุ่น

โดยมีผู้สมัคร สส.ประจวบฯพรรคภูมิใจไทย ทั้ง 3 คน ประกอบด้วย นายสังคม แดงโชติ ผู้สมัครเขต 1 เบอร์ 3 นายอำนวย (ผู้ใหญ่เปี๊ยก) สุดกระแสร์ ผู้สมัครเขต 2 เบอร์ 4 และ นายพงษ์พันธ์ (เดียร์) เผ่าประทาน อดีตนายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก ลูกเขยนางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัครเขต 3 เบอร์ 7 นายสวาป (กำนันสวาป) เผ่าประทาน อดีต สส.พรรคภูมิใจไทย / ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 36 บิดานายพงษ์พันธ์ และ นายสมหมาย แดงโชติ ส.อบจ.ประจวบฯ บิดานายสังคม พร้อมชาวบ้านและกองเชียร์มารอให้การต้อนรับ

นอกจากนี้ ยังมีพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว พ่อค้าแม่ค้า ตลอดจนชาวต่างชาติ กลุ่มวัยรุ่น และเด็กๆที่มาเดินตลาดกับผู้ปกครอง เมื่อทราบว่าเป็นนายกฯอนุทิน มาเดินตลาดและแวะทักทายอย่างเป็นกันเอง ต่างก็ส่งเสียงเชียร์พร้อมเข้ามาสวมกอดและขอถ่ายรูป ขอเซลฟี่พร้อมกับมอบดอกไม้ให้กับ นายกฯอนุทิน ซึ่งนายอนุทิน ก็ฝากให้เลือกเบอร์ 37 และ ฝากเบอร์ผู้สมัคร สส.ประจวบฯทั้ง 3 เบอร์ด้วย

ทั้งนี้ นายอนุทิน ได้เดินแวะทักทายพ่อค้าแม่ค้า โดยบรรดาพ่อค้าแม่ค้าได้ชื่นชมโครงการคนละครึ่งพลัสของนายอนุทิน และขอให้นายอนุทินนำโครงการคนละครึ่งนี้กลับมาอีก ซึ่งนายอนุทินก็รับปาก แต่ขอให้เลือกภูมิใจไทยกลับมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีก

จากนั้น นายอนุทินได้ช่วยอุดหนุนซื้ออาหารสดแบบทานเล่นประเภทแนวปิ้ง-ย่าง ทั้งข้าวโพดย่าง ลูกชิ้นปิ้ง จับไม้(จับหลัก) ขนมไข่นกกระทา มาเดินทานเล่นแบบชิลๆมากกว่า 10 ร้าน จนเมื่อเดินมาจนสุดท้ายตลาดหน้าสะพานสราญวิถี ซึ่งยังมีร้านค้าอีกหลายร้าน ผู้สื่อข่าวจึงแซวไปว่า ยังทานไหวอีกมั้ย ซึ่ง นายอนุทิน ตอบกลับมาว่า ยัดใส่ท้องไม่ไหวแล้ว

ทั้งนี้ ที่ท้ายตลาดถนนคนเดินชายทะเล ได้มีกลุ่มประชาชนจิตอาสาที่มาร้องเพลงหาเงินช่วยสนับสนุนกองทุนอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียน เมื่อเห็นนายอนุทินเดินมาทักทาย จึงร้องเพลงปลุกใจเป็นกำลังใจให้นายกฯอนุทิน เช่น เพลงเราสู้ จึงทำให้นายอนุทิน ต้องสวมบทคอนดักเตอร์นำวงดนตรี และร่วมขับร้องเพลงปลุกใจดังกล่าว

นาย อนุทิน กล่าวว่า ที่เดินทางลงมาวันนี้ทั้งพื้นที่ จ.ประจวบฯและ จ.ชุมพร รู้สึกดีใจมากที่ได้รับการตอบรับจากพี่น้องอย่างอบอุ่นมาก อย่างที่นึกไม่ถึง เกินคาด มากๆ ก็ถือโอกาสนี้กราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนชาว จ.ประจวบฯ ด้วยความซาบซึ้งจริงๆ ซึ่งตนเองมั่นใจว่าจะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง จากนั้น นายอนุทิน ได้ขึ้นรถตู้เดินทางกลับ กทม.ทันที

/////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. จ.ปะจวบคีรีขันธ์. 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวสวนทุเรียนและมังคุด ชุมพร เตรียมรับมือภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคมนี้

เกษตรและสหกรณ์ชุมพรเตือนรับมือภัยแล้ง – งดเผาในพื้นที่เกษตร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร แจ้งเตือนชาวสวนทุเรียนและมังคุด เตรียมรับมือภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคมนี้ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าปริมาณฝนจะลดลง แม้ปัจจุบันสถานการณ์น้ำยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่หน่วยงานได้วางแผนป้องกันและช่วยเหลือเกษตรกรไว้ล่วงหน้า

เมื่อวันที่ 16 ม.ค.69 นายธราพงษ์ มีมุสิทธิ์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัด โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการเกษตร และอาสาสมัครฝนหลวง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมให้ความช่วยเหลือทันทีหากเกิดภัยแล้ง โดยที่ผ่านมา สวนทุเรียนและมังคุดได้รับผลกระทบจากภัยแล้งมากที่สุด

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จังหวัดได้ดำเนินมาตรการแก้ปัญหาทั้งการทำฝนหลวง การจัดหาแหล่งน้ำ แนะเกษตรกรการขุดเจาะบ่อบาดาล และการสร้างฝายชะลอน้ำ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้อย่างเพียงพอตามบริบทของแต่ละพื้นที่

ทั้งนี้ ขอให้เกษตรกรตรวจสอบระบบส่งน้ำและเครื่องสูบน้ำให้พร้อมใช้งาน คาดว่าภัยแล้งปีนี้จะไม่รุนแรงเท่าปี 2566–2567 และยืนยันว่าหน่วยงานรัฐจะไม่ทอดทิ้งเกษตรกร

นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือเกษตรกรงดการเผาในพื้นที่เกษตร เนื่องจากก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ หากตรวจพบจะถูกงดการสนับสนุนและเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือด้านการเกษตรจนถึงปี 2577 แนะนำให้ใช้วิธีจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรด้วยการย่อยสลายหรือทำปุ๋ยอินทรีย์แทน

หากเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน สามารถขอความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานเกษตร ประมง ปศุสัตว์ หรือสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร ซึ่งพร้อมให้การดูแลอย่างต่อเนื่อง
…………………………………………………..
/////เอกชนะ นวนละมัย ข่าวภูมิภาคจ.ชุมพร098-9515199

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ที่ทำการปกครอง อ.ท่าหลวงจ.ลพบุรี ร่วมต้อนรับ นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอคนใหม่

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 11.00 น. นางสาวประคอง สุระเทศ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอท่าหลวงได้นำหัวหน้าส่วนราชการอำเภอท่าหลวง เจ้าหน้าที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ ร่วมให้การต้อนรับและแสดงความยินดีแด่ นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ที่ย้ายมาดำรงค์ตำแหน่งท่านใหม่เนื่องในโอกาสเดินทางมารับตำแหน่ง “นายอำเภอท่าหลวง” จังหวัดลพบุรี

ทั้งนี้มี นายเจตน์พงษ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอบ้านหมี่ พร้อมด้วย นายณัฏฐพงษ์ อารยางค์กูร ประธานกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง นำคณะ (กต.ตร.สภ.โคกสำโรง) และที่ปรึกษา กต.ตร. สภ.โคกสำรง ที่ปรึกษาพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี และข้าราชการตำรวจ สภ.โคกสำโรง ร่วมเดินทางส่งนายเภอท่าหลวง ท่านใหม่ และร่วมแสดงความยินดีในโอกาสเดินทางมารับตำแหน่งนายอำเภอท่าหลวง

โดยนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่เดินทางมาส่ง และมาต้อนรับในโอกาสเดินทางมารับตำแหน่งนายเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี และยังกล่าวด้วยว่าจะตั้งใจทำงานทุ่มเทให้กับอำเภอท่าหลวง จะใช้ความรู้ความสามารถของตนเองที่มีอยู่รวมถึงประสบการณ์การ การทำงานได้มาพัฒนาเสริมสร้าง อำเภอท่าหลวง ให้ดียิ่งๆขึ้น

หากแม้ว่าหน่วยงานข้าราชการ ประชาชนอำเภอท่าหลวง มีความเดือดร้อน และต้องการความช่วยเหลือในเรื่องใด ขอคำแนะนำปรึกษาได้ทันที โดยจะทำงานเชิงรุก และหวังว่าคงได้รับความร่วมมือจากข้าราชการทุกท่าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดทั้งประชาชนอำเภอท่าหลวง ได้ให้ความร่วมมือในการทำงาน ในโอกาสข้างหน้านี้ให้สำเร็จสมความตั้งใจของพี่น้องอำเภอท่าหลวงต่อไป

โดยคำขวัญ อำเภอท่าหลวงนามกระเดื่อง แหล่งท่องเที่ยวน้ำตกวังก้านเหลือง ลือเลื่องป่าจำปีสินธร นครโบราณซับจำปา
ข้อมูลทั่วไป 1.ประวัติความเป็นมา เมื่อหลายสิบปีก่อน บริเวณฝั่งตะวันออกของแม่น้ำป่าสัก ซึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ป่าไม้หนาทึบ มีสัตว์ป่าอาศัยอย่เป็นจำนวนมาก ผู้คนจากฝั่งตะวันตกของ

แม่น้ำป่าสักจะข้ามมาล่าสัตว์และตัดฟืนเป็นประจำ และโดยที่บริเวณป่าทึบเป็นเขตป่าสงวน ชาวบ้านจึงมักเรียกว่า “ป่าหลวง” หมายถึงเป็นป่าของหลวงที่สงวนไว้ ประกอบกับชาวบ้านที่ข้ามมาจากฝั่งตะวันตกของแม่น้ำป่าสักต้องอาศัยเรือแพข้ามมา บริเวณที่ชาวบ้านใช้เรือแพข้ามมาเป็นประจำจึงกลายเป็นท่าข้ามเรือของชาวบ้านไปในที่สุด ซึ่งเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านในปัจจุบัน จึงเรียกสถานที่นี้ว่า “ท่าหลวง”

ต่อมาเมื่อเดือนเมษายน 2520 ได้ตั้งเป็นกิ่งอำเภอขึ้นที่บ้านท่าหลวง หมู่ที่ 4 ตำบลท่าหลวง และได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะกิ่งอำเภอท่าหลวงขึ้นเป็นอำเภอท่าหลวง ตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2532 2.เนื้อที่/พื้นที่ 375 ตร.กม. 3.สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไป ในฤดูร้อนอากาศจะร้อนจัด ฤดูหนาวมีลมแรง ส่วนฤดูฝนจะมีพายุลมแรงอยู่เสมอ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,119 มม. ต่อปี หมายเลขโทรศัพท์ 036-497087
หมายเลขโทรสาร 036-497087

สนอง แท่นสูงเนิน
ภาพ/ข่าว จังหวัดลพบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) ผนึกกำลังตรวจยึด จับกุม ขบวนการลักลอบขนไม้ผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2568 สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) โดยกรัณย์พล แสงทอง ผู้อำนวยการสำนักฯ มอบหมายให้ นายกมล ร่างมณี ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย

ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป.3 (ลำปาง) 1, เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป.17 (แม่มอกตอนขุน), เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส.จังหวัดลำปาง,

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงมอก, สภ.เถิน, เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ฯ อ.เถิน จ.ลำปางและเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) กรมป่าไม้ ร่วมตรวจยึด จับกุมขบวนการลักลอบขนไม้ผิดกฎหมาย ดังนี้

1.ตรวจยึดและจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 1 คน ขนไม้ชิงชันแปรรูป จำนวน 45 แผ่น/เหลี่ยม รวมปริมาตร 3.11 ลบ.ม. มูลค่าความเสียหาย 933,000 บาท พร้อมรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ( กระบะบรรทุก) จำนวน 1 คัน

  1. ตรวจยึดและจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 1 คน ลักลอบขนไม้ชิงชันแปรรูป จำนวน 49 แผ่น/เหลี่ยม รวมปริมาตร 3.22 ลบ.ม. มูลค่าความเสียหาย 966,000 บาท
    พร้อมยึดรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ( กระบะบรรทุก) จำนวน 1 คัน

รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1.8 ล้านบาท โดยการผนึกกำลัง การบูรณาการร่วมกันตรวจยึด จับกุมไม้มีค่าในครั้งนี้ เป็นการสกัดกั้นกระบวนการไม้ข้ามขาติ การแก้ไขปัญหาการทำลายป่าไม้และการค้าไม้ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ

และเป็นการสนองนโยบายของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และ นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายและขยายผลต่อไป..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิสังคมสุขใจ “งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 10” ชูแนวคิด “รักเธอ รักฉัน ร่วมกันรักษ์โลก” 13 – 15 กพ.2569 ณ สวนสามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม เปิดเข้างานฟรี!!

วันที่ 18 มกราคม 2569 นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ และนายกสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย หรือ TOCA ผู้แทนจากจังหวัดนครปฐม สสปน. ททท. กลุ่มเซ็นทรัล PTTGC และตัวแทนเกษตรกรอินทรีย์ แถลงข่าวเตรียมจัดงานใหญ่ประจำปี “งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 10 | 10th Annual Sookjai Organic Fest” พร้อมเสวนาในหัวข้อ “รักเธอ รักฉัน ร่วมกันรักษ์โลก” ซึ่งงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00–17.00 น. ณ สวนสามพราน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ภายใต้แนวคิด “รักเธอ รักฉัน ร่วมกันรักษ์โลก”

ซึ่งมูลนิธิสังคมสุขใจ ร่วมกับจังหวัดนครปฐม สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน., การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท., กลุ่มเซ็นทรัล, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC, Thai Koon , ปฐมออร์แกนิกลีฟวิ่ง, สวนสามพราน, สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก., หน่วยงานภาครัฐ, ภาคเอกชน และเครือข่ายเกษตรกรอินทรีย์ทั่วประเทศ ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ เพื่อผลักดันการสร้างเครือข่ายสังคมอินทรีย์ให้เข้มแข็ง ครอบคลุมทั้งด้านการอุปโภคบริโภค การดูแลสุขภาพ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตลอดจนการสร้างอาชีพและนวัตกรรมทางสังคม

นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ และนายกสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย หรือ TOCA กล่าวว่า งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 10 นี้ ร่วมกับจังหวัดนครปฐม เชิญชวนคนทั้งห่วงโซ่อินทรีย์หรือผู้ที่สนใจเข้าร่วมเครือข่ายได้มาพบกันอีกครั้ง วัตถุประสงค์การจัดงานมุ่งเน้นการขับเคลื่อนระบบอาหารอินทรีย์เพื่อยกระดับเกษตรกรในประเทศไทยเป็นผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์มากขึ้น การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม การดูแลตัวเอง ใส่ใจผู้อื่น การดูแลสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวยั่งยืน และเศรษฐกิจฐานราก อย่างสมดุลและยั่งยืนด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่เกษตรกรต้นน้ำ ผู้ประกอบการ กลางน้ำ

ไปจนถึงผู้บริโภคและองค์กรภาคีปลายน้ำ เพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในระดับบุคคล ชุมชน และสังคมโดยรวม สอดคล้องกับแนวทาง BCG Economy Model และทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ สิ่งที่น่าสนใจภายในงาน อาทิโซนช้อปสินค้าอินทรีย์ของกินของใช้ จากเครือข่ายเกษตรกรและผู้ประกอบการ งาน Art & Craft ทั่วประเทศกว่า 200 บูธนิทรรศการองค์ความรู้ ด้านเกษตรอินทรีย์, สิ่งแวดล้อม และการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ (Mental Health)กิจกรรม Zero Food Waste to Landfill ถ่ายทอดแนวคิดและการจัดการขยะอาหารอย่างเป็นรูปธรรมแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน ท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน กับ ททท. และ TEATAกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching)

พบกับสินค้าและบริการยั่งยืน เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาด การกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น พร้อมเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชน โดย สสปน. และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐมนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า จังหวัดนครปฐม เป็นเมืองเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ ครบครันทั้งข้าว ผัก ผลไม้ ปศุสัตว์ และประมง เป็นแหล่งวัตถุดิบแห่งใหญ่ ใกล้กรุงเทพฯ ยุทธศาสตร์ของจังหวัดการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านเกษตร และอาหารปลอดภัยเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง และมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทุกช่วงวัยให้สอดคล้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคม ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน แนวทางการพัฒนาระบบการทำเกษตรสู่ระบบเกษตรอินทรีย์จะช่วยเกื้อกูลทั้งระบบอาหาร

ตัวอย่างเช่น ตลาดสุขใจ สวนสามพราน แหล่งจำหน่ายสินค้าและผลผลิตเกษตรอินทรีย์ ที่มีผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมาเลือกซื้อ เลือกรับประทาน หากสามารถขยายฐานการผลิตเกษตรอินทรีย์มากขึ้นเชื่อมผู้ซื้อกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร และโมเดิร์นเทรด ผู้บริโภคก็มีแหล่งสินค้าเพื่อสุขภาพมากขึ้น จะช่วยสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนเพิ่มขึ้นทางจังหวัด โดยสำนักงานเกษตรจังหวัด ร่วมออกบูธวิชาการให้ความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ผู้ที่สนใจสามารถมาเรียนรู้ได้ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดร่วมส่งเสริมกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เชิญชวนผู้ซื้อในจังหวัดและประสานสำนักงานพาณิชย์ในจังหวัดใกล้เคียงที่สนใจ

งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 10 เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงาน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00–17.00 น. ณ สวนสามพราน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม สามารถจอดรถได้ที่ โลตัส สาขาสามพราน มีบริการรถรับ-ส่งเข้างานฟรี ตลอดทั้ง 3 วัน ข้อมูลการเดินทางสอบถามได้ที่ โทร 034 322 588 หรือติดตามกิจกรรมที่ Facebook : งานสังคมสุขใจ สวนสามพราน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ จ.นครปฐม ร่วมชมพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ภายในบริเวณพระบรมมหาราชวัง

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นำคณะผู้บริหาร สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด นักเรียนทุนพระราชทาน นักเรียน นักศึกษา และประชาชน ทั้ง 7 อำเภอ ร่วมชมพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ภายในบริเวณพระบรมมหาราชวัง

วันที่ 17 มกราคม 2569 นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย รองนายกและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นำนักเรียนทุนมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.), ทุนมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ

เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และโครงการทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี ตลอดจนนักศึกษาจากวิทยาลัยสารพัดช่าง วิทยาลัยเทคโนโลยีพัฒนาบริหารธุรกิจ วิทยาลัยอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคนิค ข้าราชการและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ประชาชนจากทั้ง 7 อำเภอ กว่า 750 คน

ร่วมชมพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ภายในบริเวณพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร ภายหลังจากการเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สำหรับพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่รวบรวมเรื่องราวอันทรงคุณค่าของผ้าไทยและศิลปหัตถกรรมพื้นถิ่น ถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพและพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันหลวง

ที่ทรงอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาผ้าไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย ภายในพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ มีการจัดแสดงผ้าไทยจากหลากหลายภูมิภาค เครื่องแต่งกายที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ทรงสวมใส่ในโอกาสต่างๆ รวมถึงนิทรรศการเชิงสร้างสรรค์ที่ให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้กระบวนการทอผ้าและศิลปะการออกแบบในรูปแบบ

ร่วมสมัย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เช่น เวิร์กช็อปการย้อมผ้าธรรมชาติ การสาธิตการทอผ้า และมุมจำหน่ายของที่ระลึกจากโครงการในพระราชดำริ ที่ผสมผสานความงดงามของผ้าไทยเข้ากับงานออกแบบร่วมสมัย

โดยเปิดโอกาสให้ประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้เข้ามาสัมผัสความงดงามของผลงานและเรื่องราวเบื้องหลังผืนผ้าไทยด้วยตนเอง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มณฑลทหารบกที่ 38 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 เวลา 16.00 น. ที่ค่ายสุริยพงษ์ จังหวัดน่าน พลตรีบุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลของหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดน่าน เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569

โดยมีนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยหัวหน้าศาล อัยการ ตำรวจ ส่วนราชการพลเรือน ผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่ และสมาคมแม่บ้านทหารบก เข้าร่วมในพิธี เพื่อ

ร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช องค์วีรกษัตริย์ไทย ตลอดจนบูรพกษัตริย์ไทยทุกพระองค์ และเหล่าบรรพบุรุษผู้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตในการปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทย

ทั้งนี้ พิธีดังกล่าวยังเป็นการปลูกจิตสำนึกให้กำลังพลตระหนักถึงภารกิจหน้าที่อันสำคัญยิ่งในการพิทักษ์รักษาเอกราช อธิปไตย และความมั่นคงของประเทศชาติ เพื่อให้แผ่นดินไทยดำรงอยู่เป็นมรดกแก่ลูกหลานสืบไป

ภายในงานมีกำลังพลเข้าร่วมสวนสนามจำนวน 2 กองพัน พร้อมการแสดงก่อนพิธีจำนวน 2 ชุด ได้แก่ การแสดงจากหมวดดุริยางค์มณฑลทหารบกที่ 38 การแสดงวงโยธวาทิตจากโรงเรียนนาน้อย และกรมทหารพรานที่ 32

โดยมีข้าราชการ ทหาร ครอบครัวกำลังพล นักศึกษาวิชาทหาร และประชาชนจังหวัดน่าน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ สนามหน้ากองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 ค่ายสุริยพงษ์ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / HBD บก.นก เนชั่น ครบ 62 ปี มวลมิตรร่วมฉลองข่าวเด็ดออนไลน์ก้าวสู่ปีที่ 29

ค่ำวันที่ 18 ม.ค.69 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิด บก.นก กิตติคม ธีวรางกูล บรรณาธิการบริหารข่าวเด็ดออนไลน์ และผู้สื่อข่าวเนชั่นภาคตะวันออก อายุครบ 62 ปีบริบูรณ์ โดยได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อความเป็นสิริมงคล และร่วมฉลองในโอกาสก้าวย่างสู่ปีที่ 29 “ข่าวเด็ดออนไลน์”ที่ร้านอาหารมุมอร่อย นาเกลือ พัทยา จ.ชลบุรี

โดยในพิธีได้รับเกียรติจากนายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง และนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ร่วมเป็นประธานกล่าวอวยพรและแสดงความยินดี ท่ามกลางมวลมิตรแทบทุกสาขาอาชีพในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก ทั้งภาคข้าราชการ ภาคเอกชน กลุ่มการเมือง และสื่อมวลชน อาทิ

นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา นายศักดิ์สิทธิ์ ธีระพรสถานนท์ หรือ เสี่ยสม ผู้บริหารโครงการเอสพีกรุ๊ป พัทยา นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ นายชาญยุทธ เฮงตระกูล อดีต สส.ชลบุรี

พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา นายบันลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา นายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา คณอนา วงศ์สิงห์ ผู้บริหารโครงการ The Bay

คุณลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ว่าที่ร้อยตรี ชาญยุทธ ยังปรีดา คณะทำงานนายกเมืองพัทยา ป๋าสัก สีชัง สุรศักดิ์ ทุมมานนท์ บก.นสพ.สยาม ป๋าทัศน์ สุทัศน์ บุญช่วยเหลือ ผู้สื่อข่าวอาวุโสไทยรัฐ กลุ่มวิหค

สายฟ้า ป๋าเนี้ยว อนันต์ กิ่งสร นายกสมาคมผู้สื่อข่าวช่อง 3 ภาคตะวันออก นาวบุณรดา เศรษฐา รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเขาชีจรรย์ นายสุครีพ กระจาย นายกสมาคมขาวอีสานพัทยา ดร.ดิโอ้ กูมาร์ ซิงห์ นายกสมาคมภารัต (อินเดีย) ชลบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ครอบครัว “พาณิชย์พิศาล” จัดเลี้ยงอาหารคนชรา มูลนิธิวัยวัฒนานิวาส ฉลองวันเกิด 48 ปี

ครอบครัว “พาณิชย์พิศาล” ร่วมทำบุญใหญ่ จัดเลี้ยงอาหารกลางวัน มอบขนมและเงินแก่ผู้สูงอายุในมูลนิธิวัยวัฒนานิวาส เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 48 ปี

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเกศริน พาณิชย์พิศาล พร้อมร่วมฉลองครบรอบ 2 ปี การก่อตั้งชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม

วันที่ 18 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่มูลนิธิวัยวัฒนานิวาส สถานสงเคราะห์คนชรา ถนนท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ครอบครัว “พาณิชย์พิศาล”

นำโดย นายอัครนันท์ – นางธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล ประธานกิตติมศักดิ์ ชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธาร จัดเลี้ยงอาหารกลางวัน มอบขนมปังปี๊บ และเงินให้คนชรา

ภายในมูลนิธิวัยวัฒนานิวาส สถานสงเคราะห์คนชรา เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 48 ปี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเกศริน พาณิชย์พิศาล ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ผู้ให้การสนับสนุนชมรมโฮป

สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธาร และฉลองครบรอบ 2 ปี ในการก่อตั้งชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธาร นำโดย ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธาร

โดยมี นายธนิตพงษ์ – นางทิพย์ประภา วรัณวงศ์เจริญ นางกุลภัสสรณ์ เกษมสิริชูวงศ์ นายไพฑูรย์ เรืองวานิช รองประธานมูลนิธิร่วมกุศล สมุทรปราการ พร้อมด้วย คณะกรรมการ สมาชิกชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา คณะสื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ

ร่วมมอบกระเช้าอวยพร เนื่องในวันคล้ายวันเกิดผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเกศริน พาณิชย์พิศาล และวันครบรอบ 2 ปี ในการก่อตั้งชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธาร โดยคนที่ไปร่วมงานต่างก็มีความสุข ทั้งผู้รับและผู้ให้


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันกองทัพไทย ณ เจดีย์ชนะศึก อ.แม่สาย จ.เชียงราย

พิธีบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันกองทัพไทย

เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระเกียรติคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

วีรกษัตริย์นักรบผู้ทรงกอบกู้เอกราชและวางรากฐานความมั่นคงให้แก่ชาติไทย วันที่ 18 มกราคม พ.ศ.2569

พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ เจดีย์ชนะศึก อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยมี นายวรายุทธ ค่อมบุญ

นายอำเภอแม่สาย ทหาร ตำรวจ เทศบาลตำบลเวียงพางคำ และหน่วยข้าราชการ ในพื้นที่แม่สาย

เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

เพื่อแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

และร่วมกันสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของกองทัพขอบคุณภาพ ทต.เวียงพางคำ
ข่าว พงศกร ตันสุวรรณ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เมืองงาช้างดำ เปิดการแข่งขัน “กีฬาสหกรณ์สัมพันธ์ครั้งที่ ๑๙”วันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๙ณ สนามกีฬามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน

นายทศพล ตาคำ ประธานสันนิบาตสหกรณ์จังหวัดน่าน กล่าวรายงานต่อนางวิไลวรรณ บุดาสาประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน “กีฬาสหกรณ์สัมพันธ์ครั้งที่ ๑๙”ซึ่งการแข่งขันกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ของขบวนการสหกรณ์ในจังหวัดน่านมีวัตถุประสงค์ดังนี้

๑. เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์และความสามัคคีระหว่างขบวนการสหกรณ์ในจังหวัดน่าน ทั้งภาคการมกษตร บอกภาคการเกษตร และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง๒. เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรของขบวนการสหกรณ์ มีน้ำใจเป็นนักกีฬา และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีพลานามัยสมบูรณ์

๓. เพื่อร่วมรณรงค์การกีฬาต่อต้านยาเสพติดตามประกาศกระทรวงมหาดไทยและคืนความสุขให้แก่บุคลากรของขบวนการสหกรณ์ในจันจังหวัดน่านนการแข่งขันกีฬาครั้งนี้มีขบวนการสหกรณ์เข้าร่วมแข่งขัน จำนวน ๒๔ สหกรณ์ส่วนราชการจำนวน ๒ หน่วยงาน ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน ๖๙๘ ราย แบ่งทีมการแข่งขันเป็น ๒ ทีม ดังนี้
ทีมสิงห์เหนือ ประกอบด้วย

๑. สหกรณ์การเกษตรทุ่งช้าง จำกัด๒. สหกรณ์การเกษตรเชียง จำกัด๓. สหกรณ์การเกษตรปัว จำกัด๔. สหกรณ์การเกษตรท่าวังผา จำกัด๕. สหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินท่าวังผา จำกัด๖. สหกรณ์การเกษตรสองแคว จำกัด๗. สหกรณ์การเกษตรยอดดอย จำกัดCS munuthu CamScame

๘. สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.น่าน จำกัด๙. สหกรณ์ออมทรัพย์สุริยพงษ์ จำกัด๑๐. สหกรณ์ออมทรัพย์กองพันทหารม้าที่ ๑๐ จำกัด๑๑. สหกรณ์ออมทรัพย์กองพันทหารม้าที่ ๑๕ จำกัด๑๒. สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจน่าน จำกัด๑๓. สหกรณ์ออมทรัพย์ครูน่าน จำกัด๑๔. สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์น่าน ทีมเสือใต้ ประกอบด้วย

๑. สหกรณ์การเกษตรนาหมื่น จำกัด๒. สหกรณ์การเกษตรนาน้อย จำกัด๓. สหกรณ์การเกษตรเวียงสา จำกัด๔. สหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด๕. สหกรณ์การเกษตรสันติสุข จำกัด๖. สหกรณ์การเกษตรแม่จริม จำกัด๗. สหกรณ์การเกษตรบ้านหลวง จำกัด
๘. สหกรณ์ออมทรัพย์เจ้าหน้าที่สหกรณ์น่าน จำกัด๙. สหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน จำกัด

๑๐. สหกรณ์ออมทรัพย์กำนันผู้ใหญ่บ้านและสมาชิก อส.บ้านหลวง จำกัด๑๑. สหกรณ์ออมทรัพย์โรงพยาบาลน่าน จำกัด๑๒. สำนักงานสหกรณ์จังหวัดน่านในการจัดการแข่งขันกีฬาสำพันธ์สหกรณ์สัมพันธ์ครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนด้วยดีจากสันนิบาตสหกรณ์จังหวัดน่าน/หนุ่มน่านเจ้าสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น้ำตาซึม ชมรมโฮปฯ นิมนต์พระทำบุญวันเกิดให้ผู้ป่วยติดเตียง สุดช็อกพบแผลกดทับเน่ารีบนำส่งโรงพยาบาล

สะเทือนใจทีมช่วยเหลือ ชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา เข้าเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง นำสิ่งของจำเป็นและสังฆทานมาให้กำลังใจ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด แต่กลับพบแผลกดทับลุกลาม เน่า และมีหนอง ก่อนเร่งประสานกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 17 มกราคม 2568 นางสาวปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา พร้อมด้วย นายนายวสุ เผ่าตำรวจ รองประธานชมรมโฮปฯ และทีมงาน เดินทางเข้าเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงในโครงการของชมรม ได้นำข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม มาม่า และ ปลากระป๋อง

พร้อมกันนี้ ได้นิมนต์พระสงฆ์ มารับสังฆทาน และผ้าไตรจีวร เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของผู้ป่วยซึ่งพักอาศัยอยู่คนเดียว และเป็นผู้ป่วยติดเตียงไม่สามารถออกไปไหนได้ และทางชมรมโฮปฯ ได้ช่วยทำความสะอาดห้องและเช็ดตัวให้กับผู้ป่วยซึ่งก็พบว่ามีแผลกดทับมีหนองและเริ่มเน่า จึงประสานเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยสมุทรปราการนำส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาต่อไป

นางสาวปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา กล่าวว่า วันนี้ได้มาเยี่ยมผู้ป่วยที่ดูแลอยู่ในโครงการ ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงที่อาศัยอยู่คนเดียว และมีแผลกดทับ ซึ่งตอนนี้เป็นเยอะมาก เป็นเกือบทั้งหลังเลย เริ่มมีกลิ่นและมีหนอง ซึ่งเมื่อวานได้มาดูเห็นว่ามีหนอนขึ้นจำนวนมาก หลังจากที่เมื่อวานทำแผลไปวันนี้มาดูหนองออกมาเยอะมาก วันนี้จึงจำเป็นต้องนำส่งโรงพยาบาลให้ดูแลแผลต่อ


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /“เพื่อไทย” ระเบิดศึกมุกดาหาร! กางโรดแมปถอนรากความจน “จุลพันธ์-สุทิน-มนพร” ผนึกกำลังอุ้ม “นนทภูมิ” เบอร์ 3 ประกาศกร้าวทวงคืนแชมป์เขต 1 ยกจังหวัด

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 ที่สวนสาธารณะเทศบาลเมืองมุกดาหาร (หนองนาบึง) พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยใหญ่สะเทือนเมืองภายใต้หัวข้อ “มุกดาหารทำได้” ขนทัพแกนนำระดับรัฐมนตรีบุกพื้นที่เพื่อประกาศสงครามกับความยากจน และช่วยหาเสียงให้แก่ นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ ผู้สมัคร สส.เขต 1 มุกดาหาร เบอร์ 3 ท่ามกลางเสียงเชียร์ดังกึกก้องจากมวลชนที่มาร่วมฟังปราศรัยอย่างล้นหลาม

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดฉากปราศรัยด้วยการชูนวัตกรรมนโยบายที่ทำเอาเกษตรกรทั้งจังหวัดต้องหูผึ่ง ด้วยระบบ “ประกันกำไรสินค้าเกษตรที่ 30%” โดยยืนยันว่าพรรคจะดูแลให้เกษตรกรมีกำไรเหลือติดกระเป๋าแน่นอนแม้ต้นทุนการผลิตจะพุ่งสูงเพียงใด

นอกจากนี้ยังตอกย้ำความตั้งใจด้วยนโยบาย “คนไทยไร้จน” หากครอบครัวใดมีรายได้ไม่ถึง 3,000 บาทต่อเดือน รัฐจะโอนเงินอุดหนุนส่วนต่างให้ถึงเกณฑ์ทันที พร้อมแนะนำ นายเชน ยศชะนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 1 นักวิชาการสายเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนอนาคตชาติ

นายสุทิน คลังแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีด้วยภาษาท้องถิ่นสุดกินใจ อาสาเป็นแม่ทัพพาพี่น้องชาวมุกดาหารและดอนตาลหลุดพ้นจากวงจรหนี้สิน นายสุทินระบุว่า ภารกิจของเพื่อไทยคือการทำให้ประชาชน “เบิดหนี้เบิดสิน กินอิ่ม นอนอุ่น”“พรรคอื่นเขาบอกมีเราไม่มีเทา แต่เพื่อไทยยืนยัน มีเราไม่มีหนี้ อันไหนถูกใจกว่ากัน!” นายสุทินกล่าวทิ้งท้ายกลางเสียงปรบมือถูกใจของมวลชน

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ประกาศชัดบนเวทีถึงความพร้อมในการ “ทวงคืนที่นั่ง สส. มุกดาหารทั้ง 2 เขต” กลับมาเป็นของเพื่อไทยอีกครั้ง โดยเน้นย้ำถึงนโยบายกินดีอยู่ดีที่จะเปลี่ยนชีวิตคนมุกดาหารให้ดีกว่าเดิม พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมแรงร่วมใจสนับสนุนทีมงานคุณภาพเพื่อพิสูจน์ว่าเพื่อไทยทำได้จริง

นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ เบอร์ 3 ปิดท้ายด้วยวิสัยทัศน์คนรุ่นใหม่ที่ผ่านการทำงานในสำนักนายกรัฐมนตรีร่วมกับนายเศรษฐา ทวีสิน และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายนนทภูมิประกาศเดินหน้าแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ยาเสพติด และโครงการยักษ์ “ถนนนาคาวิถี” เส้นทางเศรษฐกิจเลียบน้ำโขงเชื่อมมุกดาหาร-นครพนม เพื่อดึงเม็ดเงินเข้ากระเป๋าพี่น้องในพื้นที่

พรรคเพื่อไทย #มุกดาหารทำได้ #จุลพันธ์อมรวิวัฒน์ #สุทินคลังแสง #นนทภูมิเบอร์3 #ประกันกำไรเกษตรกร #คนไทยไร้จน #ถนนนาคาวิถี #แลนด์สไลด์มุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ บึงกาฬ เป็นประธานปล่อยคาราวานท่องเที่ยว “ผู้ว่าฯ พาเที่ยว Bueng Kan One Day Trip” ครั้งที่ 1

จังหวัดบึงกาฬเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “8 ดี” อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ดีที่ 1 ท่องเที่ยวดี เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่

วันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2569 เวลา 06.00 น. ที่หน้าลานพระบรมอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว “ผู้ว่าฯ พาเที่ยว Bueng Kan One Day Trip” ครั้งที่ 1

โดยมี สุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานปล่อยคาราวานนักท่องเที่ยว พร้อมด้วย นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

นายพนมวัสส์ วุฒาพาณิชย์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ และนักท่องเที่ยว ร่วมขบวนคาราวาน พร้อมเพรียงกัน

กิจกรรมดังกล่าวพานักท่องเที่ยวเดินทางสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอบึงโขงหลง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติภูลังกา (ถ้ำนาคา) และ ตำหนักปู่อือลือนาคราช

เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์ สร้างการรับรู้แหล่งท่องเที่ยวศักยภาพ และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

จังหวัดบึงกาฬมุ่งผลักดันพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวคุณภาพของลุ่มน้ำโขง พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ “มาจังหวัดบึงกาฬ พบพานแต่เรื่องดี” ตลอดทั้งปี
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศึกษาใน จ.นครปฐม จัดงานเนื่องในวันครู ครั้งที่ 70 ปี 2569 ระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ ยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา

สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครปฐม ร่วมกับหน่วยงานทางการศึกษาในจังหวัดนครปฐม จัดงานเนื่องในวันครู ครั้งที่ 70 ปี 2569 “พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน” เทิดพระเกียรติสมเด็จ

พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดจนระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ ยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา

วันที่ 16 มกราคม 2569 นายกจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ ร่วมพิธีเนื่องในวันครู ครั้งที่ 70 ปี 2569 ซึ่งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครปฐม ร่วมกับหน่วยงานทางการศึกษาในจังหวัดนครปฐม จัด

ขึ้นเพื่อประกอบพิธีระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ ส่งเสริมสามัคคีธรรมระหว่างครู และความเข้าใจอันดีระหว่างครูกับประชาชน รวมถึงส่งเสริมยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ประกอบคุณงามความดี

หรือทำคุณประโยชน์ต่อวงการศึกษา ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน ในครั้ง นี้ นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม และ นางวิลาสินี สะสมทรัพย์ ภรรยา, นายวีรวิชญ์ สะสมทรัพย์ และนายฐิรวิชญ์

สะสมทรัพย์ บุตรชาย ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร และพิธีแห่ผ้าห่มองค์พระปฐมเจดีย์ เนื่องในโอกาสวันครู ครั้งที่ 70 พ.ศ.2569 และพร้อมด้วย ผู้บริหารทางการศึกษา ครู อาจารย์ และคุณประโยชน์ต่อวงการศึกษาเข้าร่วมพิธี จำนวนมาก

วันครูได้จัดให้มีขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2500 สืบเนื่องมาจากการประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษาเมื่อปี พ.ศ. 2548 ซึ่งระบุให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการเรียกว่า”คุรุสภา”

มีสถานะเป็นนิติบุคคลและให้ครูทุกคนเป็นสมาชิกคุรุสภา โดยมีหน้าที่ในเรื่องของสถาบันวิชาชีพครู ในขณะเดียวกันก็ทำให้ความเห็นในเรื่องนโยบายการศึกษา และวิชาการศึกษาทั่วไปแก่กระทรวงศึกษาธิการจัดสวสัดิการให้แก่ครูและครอบครัว

ได้รับความช่วยเหลือตามสมควร ส่งเสริมความรู้และความสามัคคีของครู ในปี พ.ศ. 2499 ที่ประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า ครูมีบุญคุณเป็นผู้ให้แสงสว่างในชีวิตของเราทั้งหลาย

“วันครู” ควรมีสักวันหนึ่งสำหรับให้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลาย ได้แสดงความเคารพสักการะต่อบรรดาครูผู้มีพระคุณ ณ ศาลากองอำนวยการ องค์พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ยศชนัน” ลั่นขอเหมา ส.ส.สมุทรปราการยกจังหวัด ชี้นโยบายเพื่อไทยตอบโจทย์ ปชช.พร้อมกลับมาเลือกเบอร์ 9

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ตลาดสำโรง ประกาศเป้าหมายขอคว้า ส.ส.สมุทรปราการทั้ง 8 เขต เผยกระแสตอบรับดี ชาวบ้านชื่นชอบนโยบาย เชื่อหากนโยบายตอบโจทย์ ประชาชนพร้อมเทคะแนนให้เพื่อไทยอีกครั้ง
เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 16 มกราคม 2569

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย / นายภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ ผู้สมัคร สส.เขต.3 จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมทีมงาน ได้ลงหาเสียงบริเวณ ตลาดสำโรง โดยมีประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ก่อนที่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จะข้ามสะพานลอยมาไหว้ศาลพระพรหม ที่บริเวณหน้าห้างอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความเป็นไปได้ที่จะได้ ส.ส.สมุทรปราการยกจังหวัด ว่า รอบนี้ขอเหมา 8 เขต เราลงพื้นที่มาโดยตลอด ก็เป็นคนที่รู้ปัญหาจริง วันนี้เรามองเห็นปัญหา 2-3 ประเด็นทั้งเรื่องเกี่ยวกับน้ำทะเลหนุน การท่องเที่ยวต่างๆ และการค้าขาย ราคาสินค้า ซึ่งพร้อมที่จะมาสานต่อทันที นอกจากนี้ จ.สมุทรปราการ ยังมีเรื่องเกี่ยวกับรถไฟฟ้าและฟีดเดอร์ ซึ่งเป็นไปในแนวทางที่ประชาชนรออยู่

เมื่อถามว่า 8 เขต ยากหรือไม่เพราะขณะนี้เป็นสีส้มทั้งจังหวัด นายยศชนัน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ ขณะนี้ทุกคนชื่นชอบในนโยบายของผู้สมัคร หลายคนบอกว่าผู้สมัครของเราไม่เคยทิ้งพื้นที่ และทำพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ประชาชนเปิดรับที่จะให้โอกาส
ต่อข้อถามว่า มองว่าตนเองมีผลต่อความนิยมหรือไม่ เพราะจากการลงพื้นที่ก็มีประชาชนเรียกนายกรัฐมนตรีไปแล้ว นายยศชนัน กล่าวว่า ต้องน้อมรับและถือเป็นกำลังใจ ยังมีเวลาอีก 2 สัปดาห์กับการพิสูจน์ตัวเองให้มากขึ้นด้วย

ฉะนั้น ในส่วนนี้เราพยายามที่จะพูดคุยกับสส.ว่าความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดของพรรคการเมืองคือเรื่องนโยบาย การที่เราส่งมอบนโยบายหรืออธิบายออกไปให้กับพี่น้องประชาชน ตรงนี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญ เมื่อถามถึง กรณีที่ผู้สมัคร ส.ส.ตาก ของพรรคประชาชนถอนตัว มองว่าพรรคเพื่อไทยมีโอกาสที่จะได้ ส.ส.มากขึ้นหรือไม่

นายยศชนัน กล่าวว่า มีโอกาสเพิ่มขึ้นมาก สิ่งสำคัญที่สุดคือวันนี้เราต้องเดินหน้าและพูดคุยกัน ซึ่ง จ.ตาก เรามีหลายนโยบาย ในความเป็นจริงแล้วเรามีความจำเป็นต้องดูแลพี่น้องประชาชนทุกคนมีนโยบายที่เข้าถึงและต้องสื่อสารให้ชัดเจน ส่วนกรณีของผู้สมัครแต่ละพรรคก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการและเป็นไปตามกฎหมาย

ถามย้ำว่า มองว่าคะแนนที่จะให้พรรคประชาชนจะถูกเทมาให้พรรคเพื่อไทยหรือไม่ หรือจะกระจายไปพรรคอื่นๆ นายยศชนัน กล่าวว่า มีความหวังสูง วันนี้หากแนวนโยบายของเราตอบโจทย์ประชาชน เขาก็พร้อมที่จะกลับมาเลือกพรรคเพื่อไทย
เมื่อถามถึง กรณีที่มีรายงานว่าในรายชื่อ 10 ผู้สมัคร สส.ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมเปิดว่ามีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา 1 ในนั้นมีผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย

ในส่วนนี้มีความกังวลหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ไม่กังวล สำคัญที่สุดคือต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย เพราะหน้าที่ของพรรคการเมืองเราวันนี้คือการมุ่งหน้าเพื่อที่จะนำนโยบายและรับฟังเสียงประชาชน นอกเหนือจากนั้นก็เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมที่ต้องดำเนินการขนานกันไป ถามย้ำว่า มั่นใจในกระบวนการตรวจสอบก่อนที่จะส่งลงสมัครแล้วใช่หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า พวกเราตรวจสอบมาเป็นอย่างดี


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าโคราช นำพสกนิกรวางพุ่มดอกไม้ น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ประจำปี 2569 พร้อมนำประชาชนจิตอาสาปฏิบัติงานทางด้านจิตอาสา

​เมื่อวันที่(17 มค.69) เวลา 08.30 น. นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีวางพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะเนื่องในวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ประจำปี 2569 ณ พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช มหาวิทยาลัยรามคำแหง

สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงประดิษฐ์อักษรไทย และทรงมีพระปรีชาสามารถทั้งในด้านการปกครอง การเศรษฐกิจ และศาสนา อันเป็นรากฐานสำคัญของชาติไทยมาจนถึงปัจจุบัน

​ในโอกาสนี้ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ยังได้เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาเป็นเงินจำนวน 83,000 บาท ให้กับศูนย์การศึกษาพิเศษเขต 11 นครราชสีมาเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ และช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง

​นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า การส่งเสริมการศึกษาคือการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้แก่เยาวชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กพิเศษที่ต้องการความดูแลและโอกาสที่เท่าเทียม เพื่อให้เขาสามารถเติบโตและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข นายอนุพงศ์ กล่าว

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น “เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ตามมาตรการ ” Quick Big Win ” จับกุมผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติด

วันที่ 16 มกราคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอาวุโส สั่งการให้ นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง อำเภอชุมแพ

เข้าปิดล้อมตรวจค้นปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง และตามข้อสั่งการของจังหวัดขอนแก่น ตามคำร้องเรียนผ่านสายด่วนยาเสพติด warroom อำเภอชุมแพ

ได้ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นตามตามบัญชีเป้าหมายในพื้นที่ตำบลนาหนองทุ่มจับกุมผู้กระทำความผิด จำนวน 2 ราย นำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดจำนวน 8 ราย

1)นายอาทิตย์ (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ชาวตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอชุมแพ ของกลางยาบ้าจำนวน 259 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง อุปกรณ์เสพยาบ้า และผลตรวจปัสสาวะจำนวน 1 ชุด ข้อกล่าวหาฐาน “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)

โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมายและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดต่อกฎหมาย”

2) นายเซเว่น (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ชาวตำบลห้วยม่วง อำเภอภูผาม่าน ของกลางยาบ้าจำนวน 51 เม็ด และผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุด ข้อหาฐาน “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย”

3)ได้ควบคุมตัวผู้เสพยาบ้า ในพื้นที่ตำบลนาหนองทุ่ม (รายใหม่) รวมจำนวน 8 ราย ซึ่งยินยอมและสมัครใจเข้าสู่ขบวนการบำบัด ที่โรงพยาบาลชุมแพ และได้ส่งตัวไปที่ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมอำเภอชุมแพ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง มาทำบันทึกจับกุมแล้วนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชุมแพ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
winฅนชนข่าว/สื่อรัฐทีวี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ระทึกไฟไหม้ ท่อยางระบายน้ำ ตอม่อสะพานภูมิพล 2 ระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คัน ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง

ระทึกไฟไหม้ท่อยางระบายน้ำตอม่อสะพานภูมิพล 2 ระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คัน ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง
ไฟลุกไหม้ใต้ตอม่อสะพานภูมิพล 2 ฝั่งปู่เจ้าสมิงพราย เพลิงลามติดท่อยางระบายน้ำสูงกว่า 50 เมตร เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงนับสิบคัน ใช้เวลาควบคุมสถานการณ์กว่า 1 ชั่วโมง ก่อนยืนยันไม่กระทบโครงสร้างสะพาน
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 15 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บริเวณเสาตอม่อสะพานภูมิพล 2 ฝั่งปู่เจ้าสมิงพราย พื้นที่ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย และใกล้เคียง รวมกว่า 10 คัน เข้าควบคุมสถานการณ์

ที่เกิดเหตุพบเพลิงลุกไหม้จากบริเวณฐานตอม่อสะพาน ก่อนจะลุกลามขึ้นไปติดท่อยางพีอี (PE) สำหรับระบายน้ำของโครงสร้างสะพาน ทำให้เกิดเปลวไฟลุกไหม้เป็นแนวยาวในระดับเดียวกับเสาตอม่อ สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนและผู้ใช้เส้นทางเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามฉีดน้ำจากด้านล่าง แต่ไม่สามารถส่งน้ำขึ้นไปถึงจุดเพลิงไหม้บริเวณใต้คานสะพาน ซึ่งมีความสูงจากพื้นดินกว่า 50 เมตร จึงต้องประสานรถดับเพลิงชนิดกระเช้าเข้าช่วยเหลือ

พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้ปิดการจราจรบนสะพาน 1 ช่องทาง เพื่อให้สามารถฉีดน้ำจากด้านบนลงไปยังจุดเกิดเหตุได้ ต่อมารถดับเพลิงแบบกระเช้าเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่ได้กางขากระเช้าและยกกระเช้าพานักดับเพลิงขึ้นฉีดน้ำควบคุมเพลิงอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าท่อยางพีอีสำหรับระบายน้ำ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30 เซนติเมตร ได้รับความเสียหายตลอดแนวความสูงกว่า 50 เมตร อย่างไรก็ตาม ไม่พบความเสียหายต่อโครงสร้างหลักของสะพานแต่อย่างใด

ต่อมา นายเรวัฒน์น์ สุขขำ ผอ.หมวดสะพานวงแหวนอุตสาหกรรม ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมวิศวกร ลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นยืนยันว่าสะพานยังใช้งานได้ปกติไม่มีผลกระทบกับโครงสร้างแต่อย่างใด จึงเปิดให้รถสัญจรผ่านทางกันตามปกติ และในวันที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น. นาย เรวัฒน์ สุขขำ ผอ.หมวดสะพานวงแหวนอุตสากรรม จะนำทีมวิศวกรสำรวจตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนสาเหตุในการเกิดเหตุในครั้งนี้ สันนิฐานว่า เปลวไฟน่าจะลุกไหม้จากกองขยะที่อยู่ตรงฐานของเสาตอม่อ และเกิดลุกลามขึ้นไป เพราะระบบท่อระบายน้ำไม่มีกระแสไฟในระบบ

จากการสอบถาม นางสาวพิมพา เจ๊งใจบุญ อายุ 61 ปี สท.เมืองปู่เจ้าสมิงพราย ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ไฟลุกตรงโคนเสา ไม่เยอะนิดเดียวและเราก็วิ่งออกไปดู เห็นเป็นมุมกว้างนิดนึง แล้วก็วิ่งเข้าไปบนเสาตรงท่อ ขึ้นไปเลย คราวนี้ก็ขึ้นไป เรื่อยๆ ขึ้นไวมาก แล้วเราแจ้ง ทางเทศบาลให้ นำรถมา มีหลายสาเหตุ มีหญ้าแห้ง และประตูเปิดไว้ ถ้ามีคนเข้าไปอาจจะมีขี้บุหรี่ อาจจะลุกขึ้นมา หรือเด็กเล่นกัน อยู่ๆไม่น่าจะลุกขึ้นมาได้ ตรงโคนเสาจะมีประตูคนก็เข้าไปได้เล็กๆเข้าไปได้ ไม่เห็นใครนะตอนเกิดเพลิงไหม้ น่าจะไหม้หญ้า

ขณะที่ นาย เรวัตน์ สุขขำ ผู้อำนวยการหมวดวงแหวนอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุเบื้องต้น ซึ่งพบว่าเกิดประกายไฟจากกองขยะที่อยู่ฐานของเสาตอม่อ ซึ่งสาเหตุที่แน่ชัดจะต้องรอตรวจสอบ ส่วนความปลอดภัยของตัวโครงสร้างนั้นจากการประเมินด้วยสายตาพบว่าไม่ได้รับผลกระทบถึงตัวโครงสร้างแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามจะต้องประสานผู้เชี่ยวชาญของโครงสร้างสะพานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ในวันพรุ่งนี้

ด้าน นายเรวัฒน์ สุขขำ ผู้อำนวยการหมวดบำรุงทางหลวงชนบทวงแหวนอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ว่า ทางเราได้รับรายงาน เกิดเหตุ เพลิงไหม้บริเวณใต้สะพาน ซึ่ง เป็นบริเวณตอม่อ อยู่ฝั่งปู่เจ้าสมิง พราย ภายหลังจากที่ได้รับรายงาน ได้ประสานกับท้องถิ่น ประกอบด้วย เทศบาลเมืองปู่เจ้า เทศบาลลัดหลวง อบต.บางโปรง และ เทศบาลด่านสำโรง เข้ามาช่วยเหลือกันในวันนี้ ลักษณะเหตุที่เกิดมีประกายไฟ ไหม้บริเวณซึ่งเป็นตัวท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นที่รับ น้ำจากบนสะพานภูมิพลลงมาข้าง ล่าง สันนิษฐานอาจจะเกิดประกายไฟขึ้นข้างล่าง ไหม้ขึ้นไปด้านบนจนถึงท้องใต้สะพาน

ซึ่ง ในการระงับเหตุ เกิดขึ้นประมาณ 19.00 น. ระงับเหตุได้ประมาณ 20.40 น. ในเบื้องต้นจากการร่วม มือของท้องถิ่น เป็นหน่วยหลักที่ มาช่วยในงานนี้ ก็ทำให้เพลิงสงบโดยเร็ว จากการประเมินผล ตัว สะพานในเบื้องต้น ก็ขอยืนยันกับ ทุกท่านว่ามีความปลอดภัย ยังสามารถใช้สะพานได้อย่างปกติซึ่งภายหลังจากนี้ในวันพรุ่งนี้ สำหรับกรมทางหลวงชนบท ซึ่ง เป็นหน่วยงานที่ดูแลสะพาน ก็จะ นำทีมตรวจสอบ ซึ่งมีความเชี่ยว ชาญเฉพาะ เข้ามาตรวจสอบ แล้ว หาคำตอบอีกที แล้วดูแลรักษาและแก้ไข ป้องกันในอนาคตถัดไป ท่อ พีอี ขนาด เท่า ไหร่

ขนาด ก็ ประมาณศูนย์กลาง 30 เซน ส่วนความสูงที่ไหม้อยู่ที่ประมาณ 50 เซน ยืนยันไม่มีผล กระทบต่อโครงสร้างสะพานแต่ อย่างใด ดูข้อมูลในเบื้องต้นบริเวณดังกล่าวไม่มีส่วนของไฟฟ้าอยู่บริเวณนี้ เพราะฉะนั้นใน ข้อสันนิษฐานเบื้องต้น คงมีคล้าย ๆ ไฟ แต่ว่าส่วนของจะเกิดจาก เหตุการณ์ใด อันนี้ต้องอยู่ในการ สอบ ส่วนค่าเสียหายอาจจะ ประเมินไม่ได้ตอนนี้ ถ้าเสียหาย หลักก็จะเป็นในส่วนของทรัพย์ สิน ซึ่งเป็นตัวท่อ แต่ส่วนของตัว โครงสร้างสะพาน ต้องรอส่วน ของเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญ มาดูอีกทีนึง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยตลาดบางปูแลนด์ “ยศชนัน” นำทีมชูนโยบายแก้หนี้ อ้อนขอแลนด์สไลด์ปักธงยกจังหวัด 8 เขตเมื่อช่วงเย็น

วันที่ 16 มกราคม 2569 ที่สนามตลาดบางปูแลนด์ ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยระดมขุนพลลงพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ พบปะพี่น้องประชาชน เปิดเวทีปราศรัยใหญ่หาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 8 เขต ได้แก่ เขต 1 นายอัครวัฒน์ อัศวเหม เบอร์ 3 /

เขต 2 ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร เบอร์ 8 / เขต 3 นายภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ เบอร์ 3 / เขต 4 พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ เบอร์ 7 / เขต 5 นายปิยะพงษ์ เหมมะ เบอร์ 9 / เขต 6 นฤมล ธารดำรงค์ เบอร์ 8 / เขต 7 นายประชา ประสบดี เบอร์ 7 / เขต 8 นางสลิลทิพย์ สุขวัฒน์ เบอร์ 7

การเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งนี้ นำทีมโดยแกนนำคนสำคัญ ได้แก่ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

นายจักรภพ เพ็ญแข ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคเพื่อไทย นอกจากนี้ ยังมีนายสุนทร ปานแสงทอง นายกอบจ.สมุทรปราการ พร้อมด้วย ผู้บริหารท้องถิ่น ร่วมสังเกตการณ์ฟังการปราศรัยบนเวทีจากผู้สมัคร สส. ทั้ง 8 เขต และแกนนำพรรคเพื่อไทย

โดยในช่วงเวลา 17.00 น. แกนนำพรรคเพื่อไทย รวมถึงผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.ทั้ง 8 เขต ได้เปิดเวทีปราศรัยที่หน้าตลาดบางปูแลนด์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีพี่น้องประชาชนชาวสมุทรปราการทั้งในเขตพื้นที่และนอกพื้นที่เดินทาง

มาร่วมฟังการปราศรัยนับหมื่นคน ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยปลุกใจมวลชนขอเลือกคนสมุทรปราการปากน้ำคือบ้านของเรา พร้อมส่งเสียงความคิดถึงไปยัง ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เรียกเสียงเฮสนั่นจากกลุ่มมวลชน

จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน ได้ขึ้นเวทีปราศรัยชูนโยบายแก้หนี้ให้กับพี่น้องประชาชนทำให้สมุทรปราการบ้านของเราเป็นเมืองที่น่าอยู่ พร้อมอ้อนขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยแบบแลนด์สไลด์ ทั้ง 8 เขต

และพร้อมที่จะเข้าไปทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีเพื่อบริหารประเทศต่อไป ทั้งนี้ บรรยากาศโดยรอบเวทีปราศรัยเต็มไปด้วยความอบอุ่น ประชาชนเนืองแน่นต่างนำป้ายเชียร์หมายเลข 9 พรรคเพื่อไทย และป้ายเชียร์ผู้สมัคร ส.ส.เขต ทั้ง 8 เขต พรรคเพื่อไทย


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหาร -บช.ปส.รวบ 2 นักบินมุกดาหาร ยึดของกลางยาบ้ากว่า 2.8 แสนเม็ด กลางลานจอดรถโลตัส

เมื่อเวลาประมาณ 20.40 น. วันที่ 15 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 3 (กก.3 บก.ปส.3) นำโดย พ.ต.อ.วสุภัทร คำมี ผู้กำกับการ 3 บก.ปส.3 พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุชาติ ชื่นวงศ์ รองผู้กำกับการ และ ว่าที่ พ.ต.ต.เอกมล จันทบุรี สารวัตร กก.3 บก.ปส.3 หัวหน้าหน่วย นปส.พิษณุโลก ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญได้ 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้าจำนวนมาก

ผู้ต้องหาทั้งสองรายคือ นายจักรพันธุ์ พงษ์วรรณา อายุ 35 ปี ชาวตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร และนายเฉลิมชัย บัวผัน อายุ 39 ปี ชาวตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาบ้า จำนวน 141 มัด รวมประมาณ 282,000 เม็ด รถยนต์ 1 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสองในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชน”

จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่ กก.3 บก.ปส.3 ทราบว่ามีกลุ่มขบวนการลักลอบค้ายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร จึงวางแผนติดตามจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ 1 ได้บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าโลตัสมุกดาหาร ถนนชยางกูร ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร ขณะเดียวกันสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ 2 และตรวจยึดยาเสพติดของกลางได้บริเวณหลักกิโลเมตรป้ายทางไปบ้านหนองสระพัง ตำบลกกแดง อำเภอนิคมคำสร้อยหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 3 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับยาบ้า #ปราบปรามยาเสพติด #บชปส #มุกดาหาร #ข่าวอาชญากรรม #ยาเสพติด #282000เม็ด #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้///เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

Bangkok, Friday, 9 January 2026

Saudi‑Thai Business Council and Thai SME Federation Sign Strategic MoU to Strengthen Bilateral Trade and Investment Cooperation

Today, the Saudi‑Thai Business Council, a key platform under the Federation of Saudi Chambers of Commerce, and the Thai SME Federation signed a landmark Memorandum of Understanding (MoU) in Bangkok, Kingdom of Thailand. This strategic cooperation marks a new chapter in economic collaboration between the Kingdom of Saudi Arabia and the Kingdom of Thailand, highlighting mutual commitment to empowering small and medium enterprises (SMEs) and fostering sustainable trade and investment growth.

The signing ceremony was attended by senior representatives from both sides, including the President and Vice‑President of the Thai SME Federation, members of its executive team, and senior delegates from the Saudi‑Thai Business Council.

Osama Kokandy, Chairman of the Saudi‑Thai Business Council, commented: “It is with great pride and optimism that we sign this strategic MoU with the Thai SME Federation today. This moment represents not just a formal agreement, but the beginning of a long‑term partnership grounded in respect, shared goals, and mutual ambition to enhance economic ties between our two kingdoms.

He continued: “Thailand holds a uniquely important place in our bilateral relationship. Thai businesses are known for their exceptional standards of quality, strong work ethics, and flexibility — attributes that make them ideal partners in global trade. It is our great pleasure to work closely with Thai entities to unlock new opportunities for entrepreneurs on both sides.”

The Saudi‑Thai Business Council represents the business interests of the Federation of Saudi Chambers of Commerce, which comprises more than 750,000 companies across small, medium, and large enterprises. The Council has been instrumental in creating platforms that empower business communities, facilitate market entry, and drive cross‑border collaborations.

The strategic cooperation established through this MoU will deliver a range of tangible benefits for members of both parties, including but not limited to:

  • Enhanced market access: Providing Thai SMEs with direct access to the vast Saudi market and Saudi companies with opportunities in Thailand.
  • Business matching and networking: Facilitating high‑level B2B engagements, trade missions, and matchmaking events between Thai and Saudi enterprises.
  • Regulatory and operational support: Helping members navigate legal, regulatory, and procedural requirements in both countries.
  • Knowledge and capability building: Promoting joint training programs, workshops, and exchange of best practices for SMEs to scale sustainably.
  • Strategic investment opportunities: Encouraging collaboration in priority sectors including food and beverages, health and wellness, logistics, manufacturing, digital services, and tourism.

Mr. Kokandy added: “Our vision is aligned with Saudi Arabia’s Vision 2030 and Thailand’s economic priorities. By bringing our business communities closer, we deepen not only commercial relations but also cultural understanding and shared prosperity.”

Both parties expressed their strong commitment to implementing the framework of cooperation and to engaging their extensive networks to achieve meaningful impact in the short and long term.

The signing of this MoU reinforces the role of the Saudi‑Thai Business Council and the Thai SME Federation as catalysts for economic connectivity, supporting SMEs as engines of innovation and job creation across both economies.

clusterSIE #SaudiThai BusinessCouncil #Thai SME Federation

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 จัดกิจกรรมเนื่องในวันครู

วันที่ 16 มกราคม 2569 ที่ศาลากองอำนวยการ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายอรรภวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานพิธีบูชาบูรพาจารย์และระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ เนื่องในวันครู ครั้งที่ 70 ประจำปี 2569 โดย ดร.ณัฎฐิกา ลิ้มเฉลิม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 กล่าวว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 ร่วมกับ ร่วมกับกลุ่มโรงเรียนในสังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม

เพจอีจัน และครูจากโรงเรียนต่างๆ กว่า 2,000 คน จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อีกทั้งเพื่อระลึกถึงคุณครูของบูรพาจารย์ ส่งเสริมความสามัคคีระหว่างครู และความเข้าใจอันดีระหว่างครูและประชาชน ตลอดจนส่งเสริม ยกย่อง เชิดชูเกียรติให้กับผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ที่ทำคุณงามความดี หรือทำคุณประโยชน์ต่อการศึกษา ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนและเป็นแบบอย่างให้เยาวชนรุ่นหลังได้ยึดถือปฏิบัติตาม

สำหรับการจัดกิจกรรมเนื่องในวันครู ประจำปี 2569 ประกอบด้วย พิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 93 รูป, พิธีแห่ผ้าห่มองค์พระปฐมเจดีย์, พิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นเวลา 93 วินาที, พิธีน้อมรำลึกบูรพาจารย์, พิธีบูรพาจารย์รำลึกถึงบุญคุณ และพิธีมอบเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการครู โดยมี โรงเรียนวัดหนองปลาไหล ผอ.ชุติสรา หาดแมน ได้รับรางวัลและยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ผู้อำนวยการสถานศึกษาดีเด่น

คุณครูน้ำฝน ทองสายใหญ่ ได้รับรางวัลและยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ครูและบุคคลากรทางการศึกษาดีเด่นคุณครูพรรณทิภา สุวรรณเจริญ ได้รับรางวัลและยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ครูและบุคคลากรทางการศึกษาดีเด่นคุณครูวาทินี ปรีสำเนียง ได้รับรางวัลและยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ครูและบุคคลากรทางการศึกษาดีเด่นเนื่ิองในวันครูแห่งชาติครั้งที่70 และยังมีบุคลากรทางกางการศึกษาดีเด่น และบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ ด้านการศึกษา อีกด้วย

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานในการประชุมประจำเดือนเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ประจำเดือน มกราคม 2569

วันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานในการประชุมประจำเดือนเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

อำเภอนครชัยศรี ประจำเดือนมกราคม 2569 เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานและติดตามผลการดำเนินงานยุทธศาสตร์สุขภาพอำเภอนครชัยศรี และนโยบายข้อสั่งการ จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม

การประชุมหัวหน้าส่วนราชการ และการประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 60 คน ประกอบด้วย สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรีและหัวหน้างานสำนักงาน

สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง

ทั้งนี้ นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ได้พบปะพูดคุย รวมทั้งมอบแนวทางในการดำเนินงานอำเภอนครชัยศรี การขับเคลื่อนโครงการ “TO BE NUMBER ONE” และขอบคุณเจ้าหน้าที่รพ.สต. และอสม.

ในการปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดตรวจ/จุดบริการ อำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (7วัน อันตราย) ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 และการบูรณาการ การป้องกัน คัดกรอง บำบัดรักษา และติดตามผู้ป่วยยาเสพติดในพื้นที่ โดยการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “สจ.โป่ง” ปลุกกระแสพลังเงียบในใจประชาชน เขต 1 นราธิวาส

วันนี้ (15 มกราคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปารมี พิมานแมน หรือ “สจ.โป่ง” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จังหวัดนราธิวาส (อำเภอเมืองนราธิวาส และอำเภอยี่งอ) พรรค รวมไทยสร้างชาติ หมายเลข 5 ได้ลงพื้นที่เดินเท้าพบปะประชาชน พ่อค้าแม่ค้า และผู้ประกอบการรายย่อย บริเวณหาดนราทัศน์และชุมชนริมทะเล เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนด้านปากท้องและเศรษฐกิจฐานรากอย่างใกล้ชิด

การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนภาพลักษณ์ของนักการเมืองที่ “เข้าใจ เข้าถึง และพร้อมแก้ปัญหา” โดยนายปารมีให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงประชาชนในพื้นที่จริง ไม่เน้นพิธีการ แต่เปิดพื้นที่พูดคุยอย่างเป็นกันเอง ท่ามกลางบรรยากาศที่ประชาชนให้การต้อนรับและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเปิดใจ

แหล่งข่าวในพื้นที่ลุ่มน้ำบางนราระบุว่า นายปารมี หรือ “สจ.โป่ง” ถูกมองว่าเป็นนักการเมืองคุณภาพ มีวิสัยทัศน์ ทำงานหนัก และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในช่วงดำรงตำแหน่ง สจ. ส่งผลให้กระแส “พลังเงียบ” ในเขต 1 เริ่มขยับตัว หลังประชาชนจำนวนไม่น้อยเริ่มเบื่อหน่ายการเมืองระบบบ้านใหญ่ และมองหาทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์อนาคตพื้นที่

ชาวบ้านหลายระดับชั้นให้ความเห็นตรงกันว่า นายปารมีเป็นนักการเมืองที่เข้าถึงง่าย พูดจริง ทำจริง และมีคุณสมบัติพร้อม ทั้งด้านประสบการณ์ ต้นทุนทางสังคม และความเข้าใจพื้นที่ ส่งผลให้ชื่อของ “สจ.โป่ง” เริ่มเข้าไปอยู่ในใจประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยหลายฝ่ายมองว่าเป็นผู้สมัครที่มีโอกาสสร้างความเปลี่ยนแปลงในการเลือกตั้งครั้งนี้ และอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่น่าจับตาในสนามเลือกตั้งเขต 1

ทั้งนี้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 อำเภอเมืองนราธิวาส และอำเภอยี่งอ กำลังเข้าสู่ช่วงเข้มข้น โดยประชาชนต่างเฝ้าติดตามท่าทีและผลงานของผู้สมัครอย่างใกล้ชิด นายปารมี พิมานแมน (สจ.โป่ง) ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 นราธิวาส พรรค รวมไทยสร้างชาติ หมายเลข 5
///////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดโครงการเด็กไทยสายตาดี มอบแว่นเป็นของขวัญวันเด็ก 480 อัน ณ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ร้อยเอก อำนาจ คงคาชัย ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4905 (ผบ.ร้อย.ทพ.4905) มอบหมายให้ จ่าสิบเอก ประเสริฐ โกมุทกลาง หัวหน้าส่วนการเมือง พร้อมด้วยกำลังพลชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน (ชป.กร.)

ลงพื้นที่สร้างความสุขร่วมกับผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำศาสนา และผู้ปกครอง ในกิจกรรมงานวันขึ้นปีใหม่และวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 ณ โรงเรียนร่วมจิตต์ประชา บ้านไอร์ซือเร๊ะ หมู่ที่ 3 ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส

ทั้งนี้เพื่อให้วันเด็กในปีนี้เต็มไปด้วยความหมาย ทางหน่วยได้ร่วมกับคณะครูและบุคลากรทางการศึกษา จัดกิจกรรมนันทนาการเพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีความกล้าคิด กล้าแสดงออก พร้อมทั้งได้ สนับสนุนของรางวัลพิเศษ (รถจักรยาน) เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับน้องๆ นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ มุ่งเน้นการปลูกฝังให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีความรักและความภาคภูมิใจในชาติบ้านเมือง ควบคู่ไปกับการตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน

โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นและสนุกสนาน ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งคณะครูและนักเรียน โดยทางโรงเรียนได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ให้ความสำคัญและเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความสุขให้กับเด็กๆ ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง