สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประธานคณะกรรมาธิการ การศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม เยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บ จากชายแดนไทย – กัมพูชา

เมื่อวันที่(3ส.ค.68) เวลา10.30น. นางเอมอร ศรีกงพาน ประธานคณะกรรมาธิการ การศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม พร้อมด้วยนายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ,

นายชุณห์ ศิริชัยคีรีโกศล ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา ,รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา, สมาชิกสภาจังหวัดนครราชสีมา,ศิลปินแห่งชาติ ,ผู้แทนจากมทส.และวิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา

เยี่ยมให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา พร้อมทั้งให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์และพยาบาล ณ โรงพยาบาลค่ายสุรนารีจังหวัดนครราชสีมา

\ โดยมี พ.อ. รัฐสรรค์ ภูวนาถวรกิตติ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสุรนารี พร้อมด้วยคณะแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ให้การต้อนรับและ

รายงานความคืบหน้าการดูแลรักษาผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านการรักษาพยาบาลรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ชายแดน

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ปลัดกระทรวงกลาโหม ในพิธีถวายทุนแด่พระภิกษุ สามเณร ผู้สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค ประจำปีพ.ศ.2568 (ปีที่ 4 )

บุญของท่านสำเร็จแล้ว❗️มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมบุญกับ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ในพิธีถวายทุนแด่พระภิกษุ สามเณร ผู้สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค ประจำปีพ.ศ.2568 (ปีที่ 4 )วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ.2568 เวลา 11.00 น.นางสาว สาธิมา ลาชโรจน์ รองประธานและผอ.ศูนย์อำนวยการ มูลนิธิพุทธภูมิธรรมเป็นตัวแทนทุกท่าน เป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์

จากนั้นเวลา 13.30 น.พลเอก สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ประธานในพิธีและคณะบุญ ร่วมถวายทุนแด่พระภิกษุสามเณรสอบได้เปรียญธธรรม 9 ประโยค จำนวน 72 รูปโดยแบ่งเป็นพระภิกษุจำนวน 53 รูป สามเณร 19 รูป ณ ห้องพินิตประชานาถ ชั้น 2 ภายในศาลาว่าการกลาโหมเพื่อเป็นการถวายความอุปถัปถัมภ์พระภิกษุสามเณร

ผู้รับภาระสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาให้มีขวัญและกำลังใจดำรงมั่นอยู่ในสนสมเพศ และเพื่อเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทของพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีพระราชศรัทธาถวายความอุปถัมภ์พระภิกษุสามเณรที่ ได้พากเพียรเรียนพระบาลีอันเป็นภาษาที่ทรงไว้ ซึ่งหลักคำสอนอันเป็นแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา

มูลนิธิพุทธภูมิธรรมกราบอนุโมทนาสาธุบุญ และนำบุญแด่กัลยาณมิตรทุกท่านที่ร่วมบุญในครั้งนี้เทอญ สาธุๆๆ อนุโมทามิฯ1 สิงหาคม 2568 : 09.30 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล โดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ/กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ : รับบริจาคอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้แล้ว จาก รร.บรรจงรัตน์ ซึ่งมี นางวาม ดุลยากร ผอ.รร.,คณะผู้บริหาร รร.,นักเรียน,ประธานเครือข่าย รร.บรรจงรัตน์ทุกชั้น ร่วมในพิธีมอบ ณ รร.บรรจงรัตน์ อ.เมือง จ.ลพบุรี

***ขอขอบคุณผู้บริจาค มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ***สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลโรงเรียนบรรจงรัตน์ทหารผ่นศึกบัตรชั้นที่1


1 สิงหาคม 2568 : 13.00 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล โดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ/กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์,

พล.อ.ทวี ณ ชาตรี รอง หส.ผศ.ล.บ. และคณะ : ลงพื้นที่มอบนมกล่องสำหรับเด็กนักเรียน จำนวน 22 ลัง ให้กับ รร.พลร่มอนุสรณ์มิตรภาพที่ 50 ซึ่งมี คณะครู นักเรียน ร่วมในพิธีรับมอบ ณ ห้องประชุม รร.พลร่มอนุสรณ์มิตรภาพที่ 50 ต.ป่าตาล อ.เมือง จ.ลพบุรี

*** ขอขอบคุณ รร.บรรจงรัตน์ : บริจาคนมกล่องสำหรับเด็กนักเรียน จำนวน 22 ลัง มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ***สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตลพบุรีทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้สมัครนายกเทศมนตรีตำบลมุก ร้อง กกต.กลาง – ศูนย์ร้องทุกข์ฯทำเนียบรัฐบาล ปมถูกใส่ร้ายผ่านไลน์ เชื่อทำคะแนนพ่ายโหวตโน

วันที่ 1 สิงหาคม 2568 นางสาวนันท์นภัส ธนวงศ์ทวีสิน ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลมุก เทศบาลตำบลมุก อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร หมายเลข 2 ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่สำนักงาน กกต. กรุงเทพมหานคร และศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีที่เธออ้างว่า ถูกใส่ร้ายผ่านแอปพลิเคชันไลน์ก่อนการเลือกตั้ง

ผู้ร้องเรียนระบุว่า เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มีการเผยแพร่ข้อความผ่านไลน์จากบุคคลชื่อ “กัญจนา…” และ “นันทนา…” โดยมีเนื้อหาจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง “กาไม่เลือกใคร” หรือ “โหวตโน” และมีถ้อยคำระบุเจาะจงว่า “อย่าไปกาเบอร์ 2 ได้” พร้อมใส่ร้ายว่าผู้สมัคร “ไม่ใช่คนในพื้นที่”

นางสาวนันท์นภัสระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 65 (5) และยังอ้างว่าบุคคลทั้งสองเป็นบุตรของนายสนั่น ซึ่งมีความเชื่อมโยงเป็นผู้สนับสนุนของนายอนุชา ศรีโยหะ ผู้สมัครหมายเลข 1

สำหรับผลการเลือกตั้งที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2568 ปรากฏว่า นางสาวนันท์นภัสได้รับคะแนนเสียงจำนวน 1,249 คะแนน ขณะที่จำนวนผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนนให้ผู้ใด หรือ “โหวตโน” มีมากถึง 1,560 คะแนน ซึ่งมากกว่าคะแนนของเธอถึง 311 คะแนน

นางสาวนันท์นภัสจึงร้องเรียนให้ กกต. – หน่วยงานรัฐ ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมขอให้ระงับการประกาศผลการเลือกตั้ง และแต่งตั้งตนเองเป็นนายกเทศมนตรี เนื่องจากเชื่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สุจริตเที่ยงธรรม และอาจมีการชี้นำประชาชนด้วยข้อมูลเท็จอีกด้วย

นายกเทศมนตรีตำบลมุก #เทศบาลตำบลมุก #ร้องเรียนเลือกตั้ง #โหวตโน #มุกดาหาร #การเมืองท้องถิ่น #กกต #ข่าวเลือกตั้ง #ข่าวการเมือง ///// ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ ผู้สื่อข่าวสื่อรัฐทีวี ประจำจังหวัดมุกดาหาร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / การแข่งขันกีฬาฟุตซอล กต.ตร.สภ.เมืองชุมพร Supper cup ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 50,000 บาท

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันเสาร์ที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๖๘ นายจรินทร์ ก๋งม้า ประธานสภาทนายความจังหวัดชุมพร /กต.ตร.สภ.เมืองชุมพร ให้เกียรติมาเป็นประธาน เปิดการแข่งขันกีฬาฟุต ซอล กต.ตร.สภ.เมืองชุมพร

Supper cup ณ สนามฟุตซอล โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านท่าตะเภา จังหวัดชุมพร แบ่งประเภทการแข่งขันเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทเยาวชนอายุไม่เกิน 12 ปี และประเภทเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 50,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ จาก พล.ต.ต.สมคะเน โพธิ์ศรี ผบก.ภ.จว.ชุมพร

พันตำรวจเอก ปัญญา ท้วมศรี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมือง ชุมพร ได้กำหนดจัดการแข่งขันกีฬาฟุตซอล กต.ตร.สภ.เมืองชุมพร Supper cup ชิงถ้วย ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองชุมพร และ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร โดยกำหนด

จัดการแข่งขัน ในวันเสาร์ที่ ๒ และ วันอาทิตย์ที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๘ โดยมีทีมเข้า ร่วมการแข่งขันในครั้งนี้จำนวน ๓๕ ทีม โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ ๑. เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนในพี้นที่ใกล้เคียงให้มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์

รู้จักใช้ เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากอบายมุข และยาเสพติด ๒. เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนตระหนักถึงการออกกำลังกายโดยใช้ กีฬาเป็นสื่อในการ พัฒนาร่างกายและจิตใจ ๓. เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนได้มีความสามัคคี รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย มี

น้ำใจนักกีฬา เกิดความสามัคคี และความสัมพันธ์อันดีภายในหมู่คณะ ๔. เพื่อให้เด็กและเยาวชนห่างไกลยาเสพติด ตามนโยบายของรัฐบาล ” No Drugs No Dealers ” รวมพลังยับยั้งปัญหายาเสพติด ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด

นายจรินทร์ ก๋งม้า การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้เด็ก – และเยาวชน ได้หันมาเล่นกีฬา ออกกำลังกาย เสริมสร้างสุขภาพ ให้มีร่างกาย พลานามัยที่แข็งแรง สมบูรณ์ รู้จักการ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เพื่อลดปัญหาการยุ่งเกี่ยว

กับยาเสพติด ทั้ง ยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน เพื่อสนองตามนโยบาย/ของ รัฐบาลอีกทางหนึ่งในการออกกำลังกาย ขอให้ทุกท่าน ที่เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้

จงมีสุขภาพร่างกาย ที่ สมบูรณ์แข็งแรง มีน้ำใจนักกีฬาอย่างแท้จริง รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัยต่อกัน โอกาสนี้ ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย พร้อมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลาย ตลอดจนเดชะบารมีอันแผ่ไพศาล แห่งองค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ

พระบรมราชินี ได้โปรดดล บันดาลพระราชทานพรให้ท่าน และครอบครัว จงประสพแต่. ความสุขความเจริญ มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ปราศจาก โรคาพยาธิ และภยันตรายทั้งปวง มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิต ตลอดไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานมอบรางวัล “FTI e-Influencer Awards 2025” ยกระดับพลังอินฟลูเอนเซอร์ไทยสู่เวทีสากล

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) ร่วมกับสมาคมการค้าอินฟลูเอนเซอร์ไทย จัดงาน “FTI e-Influencer Awards 2025” เพื่อยกย่องอินฟลูเอนเซอร์ไทยทั้งในระดับบุคคลและองค์กร ที่ใช้พลังของสื่อออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ มีความรับผิดชอบ และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมไทยในยุคดิจิทัล

ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิร่วมพิธีมอบรางวัล อาทิ
• คุณปณิธาน ปวโรฬารวิทยา รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมฯ และรองประธานสถาบันดิจิทัลเพื่ออุตสาหกรรมฯ เป็นประธานในพิธี
• คุณนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ ประธานคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม
• คุณก่อพงศักดิ์ ตันติสิริรักษ์ นายกสมาคมการค้าอินฟลูเอนเซอร์ไทย
• คุณทรงสิทธา จันทรา อุปนายกสมาคมฯ
• ดร.เมธวิน กิติคุณ กรรมการบริหารสมาคมฯ

ในปีนี้ มีอินฟลูเอนเซอร์และผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ได้รับรางวัลรวม 46 ท่าน ครอบคลุม 3 สาขา ได้แก่ สาขาองค์กร สาขาบุคคล และสาขาเยาวชน ซึ่งแต่ละรางวัลล้วนสะท้อนถึงบทบาทที่โดดเด่นในการสร้างแรงบันดาลใจและใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อประโยชน์ของสังคม หนึ่งในไฮไลต์ของงาน คือการบรรยายพิเศษโดย Mr. Vikas R Jain (วิคาส อาร์ เจน) Founder & CEO จาก ACVISS Technologies ประเทศอินเดีย ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยและการป้องกันการปลอมแปลงสินค้า

โดยได้นำเสนอแนวทางการใช้ Blockchain และ QR Code ในการยกระดับความน่าเชื่อถือของสินค้าไทย ภายใต้ความร่วมมือกับบริษัท คิกิเมะ และสภาอุตสาหกรรมฯ เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมสู่ผู้ประกอบการไทยอย่างยั่งยืนการจัดงาน FTI e-Influencer Awards 2025 ครั้งนี้ นับเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยปลุกพลังอินฟลูเอนเซอร์ไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และขยายบทบาทสู่ระดับนานาชาติ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างวงการครีเอเตอร์และภาคอุตสาหกรรมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เวียนมาบรรจบครบรอบปีที่ 9 พร้อมก้าวเข้าสู่ปีที่10ของ สำนักข่าว Bangkok Wealth & Biz

วันเวลาผ่านไปไวปานวอก ขอฝากบอก เพื่อนพ้องน้องพี่ ที่เป็นFCของ คุณภูวนารถ ณ สงขลา บก. บห. Bangkok Wealth & Biz – บก.บห. BANGKOK TODAY และ นายกสมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ที่เวียนมาบรรจบครบรอบปีที่ 9 พร้อมก้าวเข้าสู่ปีที่10 บนอุดมการณ์ และจริยธรรมที่มั่นคง และ ตรงไปตรงมาโดยเฉพาะเป็นก้าวเดินในยุค Disrupt ที่สื่อพากันเหนื่อยล้ากันถ้วนหน้า
จากปี 2016 จนถึงวันนี้ครบ9ปีเต็ม สำหรับสำนักข่าว Bangkok Wealth & Biz ที่ยังเดินบนเส้นทางสายสื่อคุณภาพ จึงขอเชิญเพื่อนพ้องน้องพี่ กัลยาณมิตรทุกคนมาร่วมงานBangkok Wealth & Biz ก้าวสู่ปีที่ 10 ในวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568 ณ หมู่บ้าน ดิ เอมเมอรัลด์ การ์เด้น 1 ปากเกร็ด นนทบุรีพร้อมทั้งร่วมสานต่อโครงการร่วมร้อยดวงใจสู่สังคม ครั้งที่ 8 บริจาคเงินให้กับ โรงพยาบาลอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี สำหรับโครงการ “เพื่อจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับคลินิกรักษ์ไต”


ยังมีเสียงกระซิบที่ส่งมาตามสาย จาก คุณภูวนารถ ณ สงขลา ว่า งานนี้งดรับกระเช้าดอกไม้ยินดี ขอเปลี่ยนเป็นการบริจาคเงินสดเพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลอู่ทอง ไม่ว่าจะเป็นน้องรักนักร้องที่ไม่พกเงินสดสามารถสแกนคิวอาร์โค้ด ได้โดยไม่มีปัญหา !! งานเริ่มตั้งแต่10:30 น.เป็นการพบปะ ทักทาย ถ่ายรูปสังสรรค์ด้วยความผูกพันอันแน่น แฟ้นไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้ พอได้เวลา อันสมควรแก่การบำรุงสุขภาพ ก่อนบ่ายอ่อนๆตอน11:45 น. ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ลิ้มรสอาหาร เมนูเด็ดเจ้าเก่า “ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่” ตามคำเรียกร้อง นอกจากนั้นในปีนี้คุณภูวนารถ ได้มีการมอบต้นไม้ที่ระลึกซึ่งทุกต้นเป็นผลิตผลจากแม่พันธุ์ในบ้านทั้งหมด ในธีม “ต้นไม้ในบ้าน ร่วมรักษ์โลก” มีทั้งไม้ประดับ สมุนไพร และไม้กินไม้ผลหลังจากนั้น เวลา 14:30 น. ปิดงาน
ส่วนการเดินทาง มาร่วมงานก็ไม่ยากอย่างที่คิด ถ้ามาจากสะพานพระราม 4, สะพานพระนั่งเกล้าฯ, ถนนราชพฤกษ์ และถนนชัยพฤกษ์ ปักหมุดชุดแรกที่ “เกาเหลาอากง” เมื่อถึงแล้ว ค่อยปักหมุด “หมู่บ้าน ดิ เอมเมอรัลด์ การ์เด้น 1” เพื่อป้องกันการถูก Map พาไปด้านหลังหมู่บ้านฯ ซึ่งจะเข้าไม่ได้ นะขอบอกอย่าให้Mapมันหลอกก็แล้วกัน ห้ามพลาด !! วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568 ณ หมู่บ้าน ดิ เอมเมอรัลด์ การ์เด้น 1 ปากเกร็ด นนทบุรี สวัสดี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เครือซีพี ส่งมอบถุงกำลังใจ 1,000 ชุด พร้อมระดม “ซีพีอาสา” ลงพื้นที่ฟื้นฟูจังหวัดน่านหลังน้ำท่วม

1 สิงหาคม 2568 – เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) แสดงความห่วงใยต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่านที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ส่งมอบ “ถุงกำลังใจ” ชุดอุปโภคบริโภค จำนวน 1,000 ชุด พร้อมผลิตภัณฑ์จากกลุ่มธุรกิจในเครือฯ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัย

โดยมี คุณบัญชา โชติกำจร ผู้อำนวยการสำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชน เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ คุณณปภัช จันทรแสง ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์และกิจกรรมเพื่อสังคม ธุรกิจข้าว ธุรกิจพืชครบวงจร และธุรกิจขนส่งและบริการ เป็นตัวแทน ส่งมอบให้แก่ นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ณ สำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชน จ.น่าน เครือเจริญโภคภัณฑ์

ตลอดช่วงวิกฤตที่ผ่านมา เครือซีพีได้จัดตั้ง “ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอุทกภัย จังหวัดน่าน” เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานการให้ความช่วยเหลือ โดยมี “ซีพีอาสา” ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ส่งมอบของจำเป็นถึงชุมชนและเจ้าหน้าที่ด่านหน้า พร้อมทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และองค์กรภาคีในพื้นที่ ได้แก่ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลากจังหวัดน่าน, เทศบาลเมืองน่าน, โรงครัวพระราชทาน, มูลนิธิเพชรเกษม, มูลนิธิฮักเมืองน่าน, โรงพยาบาลน่าน, ฝูงบิน 466 กองทัพอากาศน่าน และเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว ตรงจุด และครอบคลุมที่สุด

การสนับสนุนในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของกลุ่มบริษัทในเครือฯ ได้แก่ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (CPG), บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด ที่ได้ร่วมกันส่งมอบวัตถุดิบสด อาหารแห้ง น้ำดื่มสะอาด พร้อมสนับสนุนระบบสื่อสาร สัญญาณโทรศัพท์ และอินเทอร์เน็ต เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และการติดต่อสื่อสารของประชาชนในพื้นที่ประสบภัย

แม้ระดับน้ำจะลดลงแล้ว แต่หลายชุมชนยังคงต้องการการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน เครือซีพีจึงเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรม Big Cleaning Day จ.น่าน โดยระดมทีม “ซีพีอาสา” ลงพื้นที่ร่วมกับเยาวชนจิตอาสาจากโรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา เข้าช่วยเก็บขยะ ทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ พร้อมจัดรถน้ำสะอาด รถขนขยะ และแจกไม้กวาดทางมะพร้าวจำนวน 1,000 ด้าม ให้ครัวเรือนที่ขาดแคลนอุปกรณ์ทำความสะอาด เพื่อช่วยให้ชุมชนกลับมาสะอาดและน่าอยู่อีกครั้ง

ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน เครือเจริญโภคภัณฑ์และกลุ่มธุรกิจในเครือฯ ได้บูรณาการการช่วยเหลือในทุกมิติ ทั้งด้านการจัดส่งถุงกำลังใจ การส่งมอบอาหาร น้ำดื่ม ระบบสื่อสาร การสนับสนุนภารกิจของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ตลอดจนกิจกรรมฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นและองค์กรจิตอาสาอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยให้ชาวน่านสามารถฟื้นตัวจากวิกฤตและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติโดยเร็วที่สุด/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมการประมงปัตตานี ร่วมกับ กำลังพลภาค 4 และ ศอ.บต. ร่วมส่งอาหารทะเลอบแห้งและของใช้จำเป็น จากใจชายแดนใต้ ช่วยแนวหน้าชายแดนไทย-กัมพูชา กว่า 6 พันชุด

วันนี้ ( 1 สิงหาคม 2568 ) เวลา 15.00 น. ที่สมาคมการประมงจังหวัดปัตตานี ตำบลบานา อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4

พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาและภาคีเครือข่าย นำโดย นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ , คุณ อันน์เกตุ ลีลาไพบูลย์ นายกสมาคมการประมงจังหวัดปัตตานี, นายวีระ ศรีชัย หัวหน้าท่าเทียบเรือประมงปัตตานี และน้ำใจจากพี่น้องประชาชนชายแดนใต้

ร่วมส่งธารน้ำใจ ผ่านเครื่องอุปโภค บริโภค ข้าวสาร อาหารแห้ง จำนวนกว่า 1,000 ชุด และอาหารทะเลอบแห้งกว่า 5,000 ชุด โดยลำเลียงด้วยรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ จากมณฑลทหารบกที่ 46 ไปยังมณฑลทหารบกที่ 25 ค่ายวีรวัฒน์โยธิน อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

ส่งตรงถึงมือสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของทหารหาญที่อยู่แนวหน้า รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนไปอยู่ศูนย์พักพิงเพื่อความปลอดภัย

นอกจากนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้เปิดศูนย์รับบริจาคเครื่องอุปโภคและบริโภค สิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันให้พี่น้องชาวใต้ ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยชายแดนอีสานใต้ จากสถานการณ์การสู้รบพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และช่วยเหลือภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ

ด้วยการร่วมบริจาคแบ่งปัน เสื้อผ้า อาหารแห้ง หรือสิ่งของจำเป็นต่างๆ ที่ สำนักมวลชนและกิจการพิเศษ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม หมายเลขโทรศัพท์ 095-949-5549 (พันโท พุฒิเศรษฐ์ ตั้งเชยวิไล)

“ร่วมส่งธารน้ำใจไทยจากแดนใต้…สู่ชายแดนอีสานใต้ บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และช่วยน้ำท่วม จังหวัดภาคเหนือของไทย”

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บิ๊กโต้ง‘ ผบช.ภาค9 !!เปิดโต๊ะแถลงข่าว 3 ฝ่าย คดีความมั่นคง ปิดล้อมตรวจค้น 35 ครั้งคุมตัวผู้ต้องสงสัย 20 คน ออกหมายจับ 63 หมาย จับเพิ่มเติมอีก 13 คน)

เมื่อวันที่ 1 ส.ค.68  เวลา 08.30 น. เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง 3 ฝ่าย ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย  พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4  พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9  พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการ ศอ.บต. พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล  ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้  นายโอฬาร บิลสัน ปลัดจังหวัดยะลา ได้ร่วมแถลงความคืบหน้าในคดีความมั่นคง และ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในห้วงที่ผ่านมา ที่ห้องประชุม อาคารศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า อำเภอเมือง จังหวัดยะลา

พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า ตามที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 และ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า โดยผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ดำเนินการเร่งรัดติดตามตัวผู้ก่ออาชญากรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว

และ กำชับทางเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เร่งเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบในเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้กำชับให้หน่วยขึ้นตรงที่เกี่ยวข้อง ติดตามผู้กระทำผิดและบังคับใช้กฎหมาย โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน ไม่กระทำต่อผู้บริสุทธิ์ ดำเนินการใช้มาตราการจากเบาไปหาหนัก คำนึงถึงสิทธิ เสรีภาพ และบังคับใช้กฎหมายเท่าที่จำเป็น ต่อเมื่อมีพยานหลักฐาน ที่น่าเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวกับการก่อเหตุ เท่านั้น

พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 บอกว่า ความคืบหน้าทางด้านคดีความมั่นคงในห้วงที่ผ่านมา ทางกองกำลังทหารพราน งานสืบสวนคดีความมั่นคงและฝ่ายปกครอง ได้ร่วมกันติดตามผู้กระทำผิดเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งผลการดำเนินการในห้วงเดือน กรกฎาคม เข้าปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 35 ครั้ง ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 20 คน ปัจจุบันมีผู้ถูกควบคุมตัวอยู่ในกระบวนซักถาม รวม 18 คน เกี่ยวข้อง 10 เหตุการณ์ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดในพื้นที่ฝั่งอันดามัน การดำเนินคดี ได้รวบรวมพยานหลักฐาน นำไปสู่การออกหมายจับ จำนวน 63 หมาย จับกุมแล้ว 13 หมาย

รวมผู้ต้องหา 13 คน ทั้งนี้ ทุกคดีที่รู้ตัวผู้กระทำความผิด เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน เพื่อออกหมายจับและติดตามจับกุม การเชิญตัวสู่กระบวนการซักถาม เป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนสอบสวนชั้นก่อนการดำเนินคดี ซึ่งเป็นกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐาน ปรับทัศนคติ ระงับยับยังเหตุ อีกทั้งเปิดโอกาส

ให้ผู้หลงผิดและให้การเป็นประโยชน์ ได้กลับคืนสู่สังคม เมื่อตรวจสอบพยานหลักฐานว่าไม่ส่วนเกี่ยวข้องภายหลักจากการซักถามตามเหตุควรสงสัยต่าง “จากการปฏิบัติการเชิงรุกในห้วงเดือน เมษายน 2568 ถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้สืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนรู้ตัวผู้กระทำความผิดโดยคลี่คลายคดีไปแล้ว 20 คดี นำไปสู่การออกหมายจับ 101 หมาย จับกุม 36 คน 38 หมาย

สำหรับการแยกประเภทผู้ก่ออาชญากรรมออกจากชุมชน เพื่อให้ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ได้ใช้ชีวิตตามปกติสุขเหมือนที่ผ่านมาการปฏิบัติที่ผ่านมาฝ่ายความมั่นคงดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอยู่เท่าที่จำเป็น โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชน นิติธรรม นิติรัฐ บังคับใช้กฎหมายด้วยความเสมอภาค และบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเท่านั้น สำหรับผู้ก่ออาชญากรรม ผู้กระทำผิดไม่ว่าจะเป็นผู้ให้การช่วยเหลือ สนับสนุน หรือ ผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐาน เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามหลักสากล และการพิจารณาในชั้นศาลทุกคดี ต้องขอบคุณเครือข่ายภาคประชาชน และชุมชนที่ได้ให้ความร่วมมือ แจ้งเบาะแสต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ เราจะร่วมกันทำให้เกิดความสงบสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้”

ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าทางด้านคดีเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากการรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่เป็นไปตามหลักสากล พบว่ากลุ่มที่ก่อเหตุเป็นกลุ่มเดียวกัน ส่วนเหตุระเบิด ที่ จ.ภูเก็ต และ จ.พังงา นั้น มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนใต้

ซึ่ง ในคดีนี้ได้ดำเนินการสืบสวนเสร็จสิ้นแล้ว โดยภาพรวมรายละเอียด พบว่า มีการดำเนินการ เตรียมการก่อเหตุตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา67 และ มีการสำรวจเป้าหมาย จนกระทั่งมาก่อเหตุในช่วงปลายเดือนมิถุนายน มีจุดมุ่งหมายให้เกิดระเบิดในช่วงปลายปี เพื่อทำลายต่อระบบเศรษฐกิจ เป้าหมายคือพื้นที่ ภูเก็ต พังงา และกระบี่ คดีนี้ทำการสืบสวนจนเสร็จสิ้น ทราบตัวผู้กระทำความผิดรวม 26 คน ศาลอนุมัติหมายจับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังทยอยแจ้งข้อกล่าวหาสุดท้ายอีกประมาณ 5 คน

“ในส่วนของความปลอดภัย ระเบิดที่ใช้ในเหตุนี้ 16 ลูก ทางท่านแม่ทัพภาค 4 สั่งการให้กำลังในพื้นที่ เก็บกู้ทั้งหมดแล้ว พื้นที่ปลอดภัย ส่วนมาตรการป้องกัน ทางท่านผู้ช่วย ผบ.ตร. ก็ได้กำชับให้กำลังในพื้นที่ตรวจตรา เฝ้าตรวจ เพื่อสร้างความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และพื้นที่ท่องเที่ยว ในเขตภูธรภาค 8 และภาค 9 ส่วนเหตุผลในการวางระเบิด เพื่อให้เกิดเหตุระเบิดในช่วงปลายปี ก็สืบเนื่องมาจากต้องการปกปิดร่องรอย หลักฐาน ไม่ว่าจะเป็น CCTV หรือหลักฐานทางดิจิตอลต่างๆ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ดำเนินการแก้ไขการจัดเก็บภาพให้นานขึ้นแล้ว ระเบิดทุกลูกถูกตั้งเวลามากกว่า 4 เดือนขึ้นไป แต่อย่างไรก็ตามขอให้มั่นใจ ในเรื่องของความปลอดภัยพื้นที่ท่องเที่ยว ที่ได้มีการวางมาตรการเอาไว้แล้ว”

ภาพข่าว/ อับดุลหาดี จ.ยะลา

ตอริก สหสันติวรกุล
กองบรรณาธิการข่าว /
ผู้อำนวยการข่าวศูนย์ข่าวภาคใต้ รายงาน

บิ๊กโต้ง‘ ระดมกำลัง ปล่อยแถวปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “ No Drugs No Dealers ” สร้างชุมชนปลอดยาเสพติด-กระท่อม

วันนี้ 1 สิงหาคม 2568 ที่ บริเวณหน้าอาคารที่ทำการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พลตำรวจโท ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้เป็นประธานปล่อยแถวเปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “ No Drugs No Dealers ” พร้อมด้วย นายก้องสกุล จันทราช รองผู้ว่าราชการ จ.ยะลา

ตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลด้านการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด แผนปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ดำเนินการเปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers” ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด


ซึ่งทาง จังหวัดยะลา ตำรวจภูธรภาค 9 ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา หน่วยเฉพาะกิจ สำนักงานป้องกันปราบปรามยาเสพติด ภาค 9 และกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44 ได้บูรณาการ ความร่วมมือกัน เพื่อให้การปฏิบัติเป็นรูปธรรม ภายใน 3 เดือน มุ่งเน้นให้มีการ Re X-ray ค้นหาผู้เสพหรือผู้ติดยาเสพติด เข้าสู่กระบวนการบำบัด และดำเนินการจับกุม ผู้ค้ายาเสพติดทำการยึดทรัพย์สิน ผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ให้หมดสิ้นไปทุกราย


สำหรับการปฏิบัติการในวันนี้ ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ จากหน่วยงานต่าง ๆ ประกอบด้วย สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 9 ฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งสิ้น จำนวน 200 นาย ในการเข้าปิดล้อมตรวจค้น จับกุมและยึดทรัพย์สิน เป้าหมายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด ในพื้นที่รับผิดชอบ

ทั้งนี้ พลตำรวจโท ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้เน้นย้ำภารกิจ เปิดปฏิบัติการ กวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers” วันนี้ ขอให้กำลังเจ้าหน้าที่ทุกนาย ช่วยกันปฏิบัติหน้าที่ ให้เต็มความสามารถเข้มแข็ง โดยยึดหลักปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

มีความอดทน อดกลั้น ในการปฏิบัติหน้าที่ อย่าได้ประมาท และให้ใช้ความระมัดระวังพยายามใช้ความละมุนละม่อม ความสุภาพ ในการปฏิบัติงาน โดยหลีกเลี่ยงการใช้กำลังอย่างที่สุด รวมทั้ง ให้ใช้ยุทธวิธี ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา เน้นความปลอดภัย ของผู้ปฏิบัติงาน เป็นสำคัญ

ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทหารไทย อัดคืน ‘กัมพูชา’ ฟ้อง ‘คณะทูตฯ’ ไล่ไทม์ไลน์ ‘กัมพูชา’ จุดไฟชายแดน จัดกิจกรรมยั่วยุ-รุกอธิปไตย เปิดฉากยิงสู่การสู้รบ-โจมตีพลเรือน ใช้ ‘ประชาชนโล่มนุษย์’ บิดเบือนข้อมูลให้ร้ายไทย ใช้อาวุธเคมี ทิ้งบอมบ์ใส่บ้านเรือน

1 ส.ค. 68 ที่มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ กองทัพบก ได้ชี้แจงสถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ต่อคณะนักการทูต คณะผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารประจำประเทศไทย และ สื่อมวลชน ระบุว่า การดำเนินงานของกองทัพ ในการรักษาอธิปไตย และยึดมั่นในหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และย้ำถึงความมุ่งมั่งของกองทัพที่จะแก้ปัญหา ด้วยทวิภาคีที่ไทย และกัมพูชามีอยู่ ด้วยความจริงใจและโดยสันติวิธีมาโดยตลอด

ฝ่ายกัมพูชาดำเนินการยั่วยุ เพื่อสร้างความตึงเครียด ด้วยกิจกรรมทางทหาร และพลเรือน โดยมีลำดับเหตุการณ์ที่สำคัญ ดังนี้ 13 ก.พ. 68 การพานักท่องเที่ยวขึ้นมาร้องเพลงปลุกใจในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม 28 ก.พ. 68 การเผาศาลาตรีมุข สัญลักษณ์ความร่วมมือ ไทย กัมพูชา และ สปป.ลาวมี.ค. ถึง เม.ย.68 ทหารกัมพูชา ดัดแปลงภูมิประเทศแนวชายแดน เพื่อทางการทหาร เสริมความแข็งแรงของที่มั่น ปรับปรุงเส้นทาง และการขยายแนวเขตคูเลตเข้ามาในเขตประเทศไทย

เม.ย. ถึง พ.ค. 68 ฝ่ายกัมพูชา ได้เคลื่อนย้ายกำลังพลเพิ่มเติม และอาวุธยุทโธปกรณ์ประชิดชายแดนไทย – กัมพูชาเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ตามที่มีหลักฐานการพิสูจน์ ทราบจากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมของนักวิจัยชาวออสเตรเลีย ต่อมาฝ่ายกัมพูชา ได้รุกล้ำเข้ามาในเขตแดนของไทย โดยเข้ามาขุดคูเลตติดต่อ

28 พ.ค. กัมพูชาเริ่มเปิดฉากการยิง (Skirmish) ระหว่างหน่วยในพื้นที่ โดยฝ่ายไทยได้ตอบโต้ เพื่อเป็นการป้องกันตัว บริเวณช่องบก กองทัพและรัฐบาลไทยพยายามใช้แก้ไขปัญหาแบบทวิภาคี ซึ่งไม่เป็นผล

ห้วงเดือน ก.ค.68 ทหารกัมพูชา ได้รุกล้ำเข้ามาลักลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลหลายพื้นที่ในเขตแดนไทย จนทำให้ทหารไทยลาดตระเวน บาดเจ็บสูญเสียขาจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคล PMN-2 ถึง 2 ครั้ง ทำให้เกิดการสูญเสีย ขาขาด 2 นาย และมีบางส่วนบาดเจ็บ

ซึ่งเป็นการกระทำที่ฝ่ายกัมพูชาจงใจละเมิดหลักมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง อีกทั้งเป็นการจงใจ ละเมิดอนุสัญญาออตตาวาที่ทั้งไทย และกัมพูชาให้สัตยาบัน นอกจากนั้นในพื้นที่ดังกล่าว ได้ดำเนินการเก็บกู้วัตถุระเบิด ภายใต้ความร่วมมือของนานาชาติ จนมีความปลอดภัยเป็นที่ประจักษ์แล้ว

ในขณะเดียวกันฝ่ายกัมพูชา พยายามแสดงการยั่วยุ โดยส่งทหารกัมพูชาทั้งในเครื่องแบบ และนอกเครื่องแบบแสดงเป็นพลเรือน ตลอดจนจัดตั้งมวลชนชาวกัมพูชา จากกรุงพนมเปญและใกล้เคียง เข้ามาในพื้นที่ปราสาทตาควาย ปราสาทตาเมือน และพื้นที่อื่นๆ ตามแนวชายแดน เพื่อจัดกิจกรรม ทำคอนเทนต์ แสดงออกในลักษณะยั่วยุนักท่องเที่ยวชาวไทย ประชาชนไทยและทหารไทย

ในพื้นที่จนเกิดการกระทบกระทั่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะกันระหว่างคนไทย และคน กัมพูชา ในพื้นที่ปราสาทต่าง ๆกองทัพบก ยังชี้แจง มาตรการควบคุมชายแดน และการเปิดฉากยิงของกัมพูชา เมื่อ24 ก.ค.68 ทหารกัมพูชา ปราสาทตาเมือนธมโดยใช้ ปืนเล็กยาว, ปืน และ เครื่องยิงลูกระเบิด mortar จนนำไปสู่การปะทะกัน

จากนั้น ฝ่าย กัมพูชา ได้ ยกระดับเป็นการใช้กำลังรบ และอาวุธยิงสนับสนุน ปืนใหญ่ และจรวดหลายลำกล้อง BM-21 โจมตีฝ่ายไทยตลอดแนวชายแดน จงใจยิงเป้าหมายพลเรือน ซึ่งหากจากชายแดน เกือบ 10 กม. ถึง 30 กม.โรงพยาบาลพนมดงรัก จ.สุรินทร์ ปั๊มน้ำมัน PTT บ้านผือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ร้านค้าสะดวกซื้อ 7-11 บ้านผือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ , โรงเรียนใน จ.สุรินทร์ และ จ.ศีรสะเกษ , บ้านเรือนราษฎร เช่น หมู่บ้านกรวด บ้านกุดเชียง ในพื้นที่ จ.สุรินทร์, บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ และ อุบลราชธานี

ทำให้พลเรือนบาดเจ็บ 36 ราย เสียชีวิต 15 ราย ซึ่งผู้เสียชีวิต 1 ในนั้นเป็นเด็กอายุเพียง 8 ปี และมีราษฎรต้องอพยพจำนวนมากกว่า 150,000 คนกองทัพบก กล่าวต่อว่า ฝ่ายไทยตอบโต้ภายใต้หลักการแห่งการป้องกันตนเอง (Right of Self-Defense) ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ(Article 51 of the UN Charter)

ซึ่งระบุว่า “ไม่มีบทบัญญัติใดในกฎบัตรนี้จะกระทบสิทธิของรัฐในการป้องกันตนเองโดยชอบด้วยกฎหมาย หากมีการโจมตีด้วยอาวุธเกิดขึ้นต่อรัฐนั้น”การตอบโต้ของฝ่ายไทยจึงเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมาย และอยู่ภายใต้หลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน (Necessity and Proportionality)

โดยมีเป้าหมายเพียงเพื่อ ยับยั้งภัยคุกคาม ลดการสูญเสียของพลเรือน และรักษาเสถียรภาพของอธิปไตยแห่งชาติทั้งนี้ฝ่ายไทยมิได้มีเจตนาที่จะรุกรานหรือกระทำการใด ๆ ที่เกินขอบเขตการป้องกันตนเองจากการคุกคามโดยฝ่ายกัมพูชา

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยทำการโจมตีเป้าหมายทางทหารเท่านั้น ในขณะที่ฝ่ายกัมพูชาใช้การโจมตีแบบ indiscriminate target ทำให้เกิดการสูญเสียทางพลเรือนของฝ่ายไทย นอกจากนี้ที่ตั้งอาวุธยิงสนับสนุนในเขตชุมชนพลเรือน เสมือนเป็นใช้โล่ห์มนุษย์ ซึ่งฝ่ายไทยไม่ตอบโต้ไปเป้าหมายดังกล่าว ถือเป็นการเจตนาละเมิด

กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงจนไม่สามารถให้อภัยได้ และไม่มีประเทศอารยธรรมใดในโลกที่ยอมรับการกระทำ ซึ่งไร้มนุษยธรรมในลักษณะดังกล่าวกองทัพยังสรุปถึง สถานการณ์ปัจจุบัน กัมพูชายังคงดำเนินการทางทหาร หลังจากมีการเจรจาข้อตกลงหยุดยิง ที่มาเลเซีย เมื่อวันที่ 28 ก.ค.68 แล้ว เวลาหลังเที่ยงคืน ฝ่ายกัมพูชาได้ละเมิดข้อตกลงการหยุดยิง ในพื้นที่ดังต่อไปนี้ (1) Chong Bok Area, Ubon Ratchathani Province(2) Sam Tae Area, Si Sa Ket Province(3) Pha Mor E Daeng, Si Sa Ket Province(4) Phu Ma Khua/Khanmar Area, Si Sa Ket Province(5) Phlan Yao Area, Si Sa Ket Province(6) Ta Kwai Temple, Surin Province

ทั้งนี้ฝ่ายกัมพูชายังละเมิดข้อตกลงหยุดยิง จนถึงวันที่ 30 ก.ค.68 เวลา 05.10 น. และเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 68 ตรวจพบทหารกัมพูชาเพิ่มเติมกำลังในพื้นที่ตลอดแนวชายแดนไทยและการใช้อากาศยานไร้คนขับของฝ่ายกัมพูชา บินตรวจการณ์ในพื้นที่ตอนในของฝ่ายไทย อย่างมีนัยสำคัญ

การตอบโต้การบิดเบือนข้อมูลกัมพูชากล่าวหาว่าไทยรุกรานกัมพูชา และละเมิดกติกาสหประชาชาติ อำนาจอธิปไตย และอาณาเขตรัฐ ซึ่งตามข้อเท็จจริงประเทศไทยเป็นรัฐสมาชิกสหประชาชาติที่เคารพในกฎบัตรสหประชาชาติอย่างเคร่งครัด รวมถึงหลักการไม่ใช้กำลังในการแก้ไขข้อพิพาทระหว่างประเทศ (Article 2(4) UN Charter)

การปฏิบัติของฝ่ายไทยเป็น การป้องกันตนเองอย่างจำเป็นและได้สัดส่วน (necessity & proportionality) ตามสิทธิที่ระบุไว้ใน มาตรา 51 ของกฎบัตรฯ หลังจากฝ่ายกัมพูชา ใช้อาวุธโจมตีด่านทหาร ฝ่ายปกครอง และชุมชนไทยในหลายพื้นที่ ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนว่ากำลังฝ่ายกัมพูชาเคลื่อนกำลังเข้ามาในเขตแดนของไทยหลายครั้ง

พร้อมใช้อาวุธโจมตีเป้าหมายของฝ่ายไทยโดยเฉพาะเป้าหมายพลเรือน เช่น โจมตี รพ.พนมดงรัก ซึ่งหากจากชายแดน เกือบ 10 กม. , ปั้มน้ำมันบ้านผือ ที่หากจากชายแดน 30 กม.สำหรับการใช้ระเบิดเคมี เป็นคำกล่าวหาที่ร้ายแรง และไร้มูลความจริงโดยสิ้นเชิง ประเทศไทยเป็นภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมี(Chemical Weapons Convention – CWC) และปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด ไม่มีหน่วยใดในกองทัพไทยที่ใช้อาวุธเคมีทั้งในแง่ยุทธวิธีหรือยุทธศาสตร์การกล่าวหาเช่นนี้เข้าข่าย war propaganda และเป็นความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อใส่ร้าย

กรณีภาพ “ระเบิดเคมี” ที่ฝ่ายกัมพูชาเผยแพร่ โดยรัฐบาลกัมพูชา แท้จริงคือภาพภารกิจการดับไฟป่าในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ปี2022 ซึ่งสามารถดูภาพดังกล่าวได้ผ่านทางสื่อออนไลน์ส่วนที่ไทยใช้เครื่องบิน F-16 และอาวุธหนักจำนวนมากนั้น อาวุธทั้งหมดที่ใช้ในการตอบโต้และมีความเหมาะสมตามสัดส่วน เป็นเพื่อสกัดการรุกล้ำของฝ่ายกัมพูชา และกระทำต่อเป้าหมายทางทหาร บริเวณแนวชายแดน ไม่ใช่การโจมตีเชิงรุก แต่เป็นฝ่ายกัมพูชาต่างหากที่วางกำลังและยิงอาวุธจากพื้นที่พลเรือน ใช้ชุมชนเป็น “โล่มนุษย์” ซึ่งเป็นการละเมิด International Humanitarians Laws อย่างร้ายแรงกองทัพบกชี้แจงต่อว่า ต่อประเด็นไทยใช้ระเบิด MK-84 ตกใส่บ้านเรือนของประชาชนกัมพูชา ตามคำแถลงของ ‘เฮง รัตนา’ หัวหน้า CMAC ของกัมพูชา มีลักษณะชัดเจนของการ บิดเบือนข้อมูล โดยอ้างภาพเก่าและสร้างการเชื่อมโยงที่ไม่มีมูลความจริง

ฝ่ายไทยขอปฏิเสธข้อกล่าวหาของกัมพูชาอย่างสิ้นเชิง ซึ่งภาพวัตถุระเบิดที่กัมพูชาอ้างว่าเป็น MK-84 นั้น เป็นระเบิดเก่าจากยุคสงครามเวียดนาม และไม่เป็นไปตามหลักทางวิทยาศาสตร์ทั้งนี้ไทยขอประนาม และให้กัมพูชาหยุดการกล่าวหาอันเป็นเท็จ เพื่อปลุกปั่นกระแสความเกลียดชัง และขอให้หันมาร่วมมือกับประเทศไทยและประชาคมระหว่างประเทศในการคลี่คลายสถานการณ์ชายแดนอย่างสันติผ่านการเจรจาและความร่วมมือที่ตรงไปตรงมา ล่าสุด เมื่อ 30 ก.ค.68 ฝ่ายกัมพูชาเชิญคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศ ประจำกัมพูชาไปตรวจพื้นที่การรบห่างจากชายแดน 30 กม. แต่ฝ่ายกัมพูชากลับเปลี่ยนแผน พาคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศ ประจำกัมพูชา ไปพื้นที่ช่องอานม้า ซึ่งเป็นพื้นที่การสู้รบ ยังมีความเสี่ยงต่ออันตราย

กองทัพบก กล่าวสรุปช่วงท้ายว่าขอเน้นย้ำว่า การปะทะระหว่างไทย กับกัมพูชานั้น ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้เริ่มยิงก่อน โดยอาวุธระยะไกลยิงต่อ เป้าหมายพลเรือน และทำให้เกิดความเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินหายของพลเรือนที่ยอมรับไม่ได้ทั้งนี้ หลังจากที่มีการเจรจาตกลงหยุดยิงแล้วแต่ ฝ่ายกัมพูชายังละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้น กัมพูชา เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารบิดเบือนข้อมูลอย่างเป็นระบบขอให้ประชาคมระหว่างประเทศ ร่วมติดตามสถานการณ์ด้วยความเข้าใจ และร่วมกันผลักดันให้มีการเจรจาทวิภาคี เพื่อแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี

ขอบคุณ ข้อมูลจากกองทัพไทย ข่าว/ภาพ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ภ.จว.ชุมพร แถลงข่าว No Drugs No Dealers ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด / ชนกลางยูเทิร์น วัดใจขุนกระทิง จักรยานยนต์ติดในซอกล้อ รถกระบะ เสียชีวิตคาที่

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 1 สิงหาคม 2568 นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ให้เกียรติ มาเป็นประธานในการแถลงข่าวปฏิบัติการกวาดล้าง ยาเสพติด “No Drugs No Dealers” ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด ณ ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร พร้อมกับ พล.ต.ต.สมคะเน โพธิ์ศรี ผบก.ภ.จว.ชุมพร และแถลงแนวทางการปฏิบัติในพื้นที่

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ นายภูมิธรรม เวชชยชัย รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ประกาศเปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดระดับชาติเมื่อวันที่ 17 ก.ค.68 ณ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร 

โดยได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บูรณาการความร่วมมือในการปฏิบัติการ อย่างเข้มข้นภายในระยะเวลา 3 เดือน (กรกฎาคม - กันยายน 2568)ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม นโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อขจัดปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากหมู่บ้าน/ชุมชน พร้อมประกาศเป็น "หมู่บ้านชุมชนปลอดภัยยาเสพติด" อย่างชัดเจนและยั่งยืน ด้าน พล.ต.ต.สมคะเน โพธิ์ศรี ผบก.ภ.จว.ชุมพร เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กำหนดให้มีการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เป็นนโยบายเร่งด่วนและสำคัญระดับชาติโดยมุ่งเน้นการดำเนินการอย่างเป็นระบบและยั่งยืน จึงได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยทั่วประเทศดำเนินการ ปิดล้อม ตรวจค้น จับกุม ผู้ค้าและ ผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่อย่างเข้มงวด และสรุปผลรายงานต่อเนื่อง ซึ่งผลการปฏิบัติการในพื้นที่จังหวัดชุมพร ระหว่างวันที่ 18 - 31 กรกฎาคม 2568 จับกุมคดีเกี่ยวกับยาเสพติด จำนวน 147 คดี ผู้ต้องหา รวม 154 คน ของกลางยาเสพติด ยาบ้า จำนวน 77,675 เม็ด ไอซ์ จำนวน 0.188 กรัม 

ของกลางอาวุธปืน ปืนสั้น จำนวน 2 กระบอก ปืนยาว จำนวน 4 กระบอก และจับกุมตามหมายจับ ผู้ต้องหาคดีสมคบฯ และฟอกเงิน จำนวน 8 หมาย 4 เครือข่ายตำรวจภูธรจังหวัดชุมพรยังคงดำเนินการตามแผนอย่างต่อเนื่องพร้อมเชิญชวนประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแส และร่วมเฝ้าระวังในชุมชน เพื่อร่วมสร้างสังคมปลอดภัยและปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืน

ชนกลางยูเทิร์น วัดใจขุนกระทิง จักรยานยนต์ติดในซอกล้อ รถกระบะ เสียชีวิตคาที่

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 เวลาประมาณ 00.40 น. ว่าที่ พ.ต.ต.ปฐมพงษ์ ชุมมาก สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร ปฏิบัติหน้าที่ พนักงานสอบสวนเวรคดีอาญา-จราจร

ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ สภ.เมืองชุมพร ว่ามีเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถยนต์กระบะ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิตที่เกิดเหตุ จึงรายงาน พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร ผู้บังคับบัญชาทราบ รุดไปที่เกิดเหตุพร้อมประสานไปยัง หน่วยกู้ชีพ กู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพร

เกิดเหตุ  ถนนเอเชีย 41 (ขาล่อง) บริเวณจุดกลับรถหน้าร้านเอสพี แทรคเตอร์ ม.8 ต.ขุนกระทิง อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพรพบ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กษย 672 ชุมพร สภาพได้รับความเสียหายตัวรถติดอยู่ที่บริเวณล้อหน้าซ้ายของรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า  สีเทา ทะเบียน บว 35 ชุมพร ซึ่งบริเวณด้านหน้าซ้ายของรถยนต์กระบะคันดังกล่าวสภาพมีร่องรอยเฉี่ยวชนได้รับความเสียหาย  จอดอยู่ในช่องทางเดินรถช่องทางซ้ายของถนนที่เกิดเหตุ  จากการสอบสวน นายวสันต์ สงวนนามสกุล อายุ 54 ปี ชาว ต.สลุย  อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร แสดงตนเป็นผู้ขับขี่รถยนต์กระบะคันดังกล่าว และมี  นายสุนันท์ สงวนนามสกุล อายุ 55 ปี แสดงตนเป็นผู้ที่นั่งโดยสารที่เบาะนั่งข้างผู้ขับขี่ของรถยนต์กระบะคันดังกล่าว กำลังกลับรถ และมีรถจักรยานยนต์วิ่งตรงเข้ามาชนเต็มที่  และในที่เกิดเหตุยังพบเศษชิ้นส่วนอุปกรณ์ส่วนควบของรถคันเกิดเหตุทั้งสองคันตกอยู่   ห่างออกไป ระยะประมาณ 10 เมตร พบศพของ นายจักริน  มะลิทอง สภาพศพนอนหงายเสียชีวิต  อยู่บนถนนบริเวณที่เกิดเหตุและติดกับศพของ นายจักรินฯพบกองคราบเลือดติดอยู่กับตัวศพฝั่งขวา และในที่เกิดเหตุยังพบเศษชิ้นส่วนอุปกรณ์ส่วนควบของรถคันเกิดเหตุทั้งสองคันตกอยู่  ต่อมาได้ร่วมกับ แพทย์หญิง วิภาวรรณ  เสรีพิทักษ์กุล  แพทย์ประจำ รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ทำการชันสูตรพลิกศพและได้รับคำร้องทุกข์ไว้เป็นคดีชันสูตรพลิกศพที่ 347/2568สั่งการให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งศพ นายจักริน  มะลิทอง ผู้เสียชีวิต ไปเก็บรักษายัง รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ต่อไป

จากนั้น ว่าที่ พ.ต.ต.ปฐมพงษ์ ชุมมาก สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร จึงได้จัดทำบันทึก แผนที่ ถ่ายภาพที่เกิดเหตุไว้ ต่อมาได้เดินทางกลับมายัง สภ.เมืองชุมพร และได้ลง ปจว. รับคำร้องทุกข์เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นไว้เป็นคดีจราจรที่ 28/2568 ไว้แล้วและจะได้ดำเนินการสอบสวนในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /สุดอาลัย!สิ้นเจ้าคณะจ.ชุมพร ฝ่ายมหานิกาย / ถนนคนเดินฯชุมพรพร้อมใจติดธงชาติและไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา / ทอดผ้าป่าสามัคคี สำนักสงฆ์ศรีอุปถัมภ์ (ถ้ำเขาปุก) ยอดรวม 306, 417 บาท


ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 1 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า พระเทพวชิรปฏิภาณ (ดำเนิน อตฺถจารี) เจ้าคณะจังหวัดชุมพร (มหานิกาย) และเจ้าอาวาสวัดบุรณะ (วัดนอก) พระอารมหลวง ต.ท่ามะพลา อ.หลังสวน จ.ชุมพร ได้ละสังขารที่โรงพยาบาลหลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร ในเวลาประมาณ 00.29 น. วันที่ 1 สิงหาคม 2568 สิริอายุ 72 ปี ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของบรรดาญาติโยมและพุทธศานิกชนชาวชุมพร โดยญาติโยมและบุคคลใกล้ชิดเปิดเผยว่า สาเหตุของการละสังขาร อาจเกิดจากโรคประจำตัวที่พระเทพวชิรปฏิภาณอาพาธมานานนั่นคือโรคไต อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แน่ชัดจำเป็นต้องรอการเปิดเผยอย่างเป็นทางการจากโรงพยาบาลหลังสวน วัดราชบุรณะ (วัดนอก) พระอารามหลวง และ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชุมพรก่อน

สำหรับ พระเทพวชิรปฏิภาณ (ดำเนิน อตฺถจารี) มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัณยบัฏว่า พระพรหมวัชรปฏิภาณ สุวิธานปฏิบัติศาสนกิจนายก ดิลกสุศีลาจารมหาบัณฑิต อภิธรรมปิฎกวรพุทธกิจสุตสิกขาสมาทาน
ไพศาลภัทรทัสสนียนิวาสนวีรธรรมาภรณ มหาคณฤศร บวรสังฆาราม คามวาสี ณ สถิต วัดราชบุรณะ (วัดนอก) พระอารามหลวง ต.ท่ามะพลา อ.หลังสวน จ.ชุมพร เคยดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 16 (กิตติมศักดิ์) เจ้าคณะจังหวัดชุมพร เจ้าอาวาสวัดราชบุรณะ พระอารามหลวง ที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลท่ามะพลา และที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอหลังสวน

ถนนคนเดินฯชุมพรพร้อมใจติดธงชาติและไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ที่ ถนน นวมินทร์ร่วมใจ (ถนนเลียบทางรถไฟ) ตรงข้ามร้านปะการัง ซึ่งเป็นสถานที่จัดตลาดนัดชุมชน

“ถนนคนเดินเลียบทางรถไฟชุมพร” บรรดาผู้ประกอบการที่นำสินค้า มีทั้งหมดประมาณ 140 บูธ เข้าร่วมจำหน่าย ได้พร้อมใจกันแสดงออกถึงความรักชาติ ด้วย

การประดับธงชาติไทยเต็มไปหมด มีประชาขมาเดินตลาดจำนวนนับ พัน ได้พร้อมใจยืนเคารพธงชาติในเวลา 18.00 น.

ทั้งผู้ประกอบการและประชาชนที่มาเดินเลือกซื้อสินค้า ได้ร่วมกันยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อไว้อาลัยให้พี่น้องชาวไทยและเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจตระเวน

ชายแดน (ตชด.) ทหารพราน อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา

ระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาด้วยเป็นการให้พ่อแม่พี่น้อง ชาวจังหวัดชุมพร ได้แสดงออกถึงความรักชาติ แผ่นดินของเราจะไม่ให้ใครมาย่ำยี จะไม่ยอมเสียให้ใครแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ดังคำที่ว่า คนไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด

ทอดผ้าป่าสามัคคี สำนักสงฆ์ศรีอุปถัมภ์ (ถ้ำเขาปุก) ยอดรวม 306, 417 บาท

วันที่ 1 สิงหาคม 2568 คุณพิจิตร อ่อนละมัยนายกสมาคมข้าราชการบำเหน็จบำนาญกระทรวงสาธารณสุข จ.ชุมพร ร่วมกับคุณธรรมนูญ –คุณอำพร เศวตเวช คุณโสภณ อุดมศรี คุณนิตยา ขำจิตร และข้าราชการบำเหน็จบำนาญกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเป็นเจ้าภาพ ทอดผ้าป่าสามัคคี

พระสุนทร สุธมฺโม รักษาการเจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ศรีอุปถัมภ์ (ถ้ำเขาปุก) มีความประสงค์ จะสร้างศาลาอเนกประสงค์ สำนักสงฆ์ศรีอุปถัมภ์ (ถ้ำเขาปุก)เพื่อความสะดวกในการประกอบศาสนกิจ ในทางศาสนาให้สะดวกยิ่งขึ้น

จึงขอเชิญท่านผู้มีจิตศรัทธามาร่วมสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ตามกำลังศรัทธาซึ่งจะกลายเป็น อริยทรัพย์ คือ ทรัพย์อันประเสริฐที่จะติดตามตัวไปทุกภพทุกชาติ

มีประชาชนมาเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ต่างได้นำเอาอาหารมาเปิดตลาดนาบุญเลี้ยงให้กับประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

และมีการแสดงฟ้อนรำนำขบวนกองผ้าป่ารอบหอระฆัง และเฉลิมฉลองกองผาป่า ก่อนท้องผ้าป่าในครั้งนี้ ยอดรวม 306, 417 บาทธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ”ปุณณ์ ศานติสมบัติเกษม“ พร้อมชิงชัยเก็บแรงกิ้ง “เดอะ ฮีโร่ เทควันโด อินเตอร์เนชันแนล แชมป์เปี้ยนชิพ ครั้งที่ 8” ที่พัทยา

ตามที่สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ Heroes Taekwondo เลือกเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เป็นสถานที่จัดการแข่งขันเทควันโดระดับนานาชาติ รายการ เดอะ ฮีโร่ เทควันโด อินเตอร์เนชันแนล แชมป์เปี้ยนชิพ ครั้งที่ 8 (The 8th Heroes Taekwondo International Championchip) วันที่ 9-10 สิงหาคม 2568 ที่จะถึงนี้

ด้าน ปุณณ์ ศานติสมบัติเกษม นักกีฬาเทควันโดดาวรุ่ง ได้ร่วมลงแข่งขันรายการนี้ในประเภทต่อสู้ เยาวชนชาย รุ่นอายุ 15-17 ปี น้ำหนัก 45-48 กิโลกรัม โดยส่วนตัวมองรายการแข่งขันนี้เป็นรายการแข่งขันระดับนานาชาติที่มีหลายประเทศเข้าร่วมแข่งขัน ทำให้ได้เจอนักกีฬาเก่ง ๆ จากหลากหลายประเทศ

อย่างไรก็ดี ที่สำคัญคือรายการนี้จะมีการเก็บคะแนน Ranking สำหรับนักกีฬาไทย ทำให้ส่วนตัวค่อนข้างกดดันพอสมควร แต่ก็มีการเตรียมความพร้อม ด้วยการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอตามโปรแกรมที่โค้ชกำหนด และก็จะไม่ประมาทคู่ต่อสู้ และตั้งใจจะทำผลงานอย่างดีที่สุด

EEC EXPO 2025: Opportunity for Prosperity โอกาสการลงทุนในพื้นที่ศักยภาพสูงแห่งอนาคต

งาน EEC EXPO 2025: Opportunity for Prosperity เป็นงานแสดงสินค้าระดับภูมิภาค ที่แสดงศักยภาพความพร้อมรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายและบริการแห่งอนาคตในพื้นที่ EEC ด้วยการบูรณาการระหว่างสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) – ทีเส็บ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน

ภายในงาน จะได้พบกับการอัปเดตนโยบายการขับเคลื่อนพื้นที่ EEC โดยรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เจาะลึกสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนและมาตรการสนับสนุนพิเศษในพื้นที่ EEC โอกาสจับคู่ธุรกิจและขยายเครือข่ายกับผู้ประกอบการกว่า 100 หน่วยงาน บูธแสดงสินค้าจากภาคธุรกิจมากกว่า 100 บูธ และร่วมฟังเสวนากว่า 20 หัวข้อสำคัญ

งาน EEC EXPO 2025: Opportunity for Prosperity จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-26 สิงหาคม 2568 นี้ ที่ภิรัชฮอลล์ 1-3 ไบเทค บางนา ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าชมงาน >> https://ers-th.informa-info.com/eecx25 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://shorturl.asia/RLFwq

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.เชียงใหม่ บูรณาการกำลังปล่อยแถวระดมกวาดล้าง ตามยุทธการฟ้าสาง เด็ดปีกนักค้ายา และ ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด (No Drugs No Dealers) “ผนึกกำลังชุมชน ปลอดยาเสพติด”

วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 05:30 น. พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ , ผู้แทน ผอ.ปปส.ภาค 5 , ผู้แทนฝ่ายทหาร , พ.ต.อ.ชินเดช ดีแท้ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่

(รับผิดชอบงานยาเสพติด) , ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ แม่ปิง ภูพิงค์ ช้างเผือก หางดง สารภี แม่ริม แม่โจ้ สันทราย สันกำแพง กก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่และ จนท.ตำรวจ ทหาร ปกครอง หน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จว.เชียงใหม่ จำนวน 180 นาย

เข้าร่วม พิธีปล่อยแถวปิดล้อมตรวจค้นระดมกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติด ตามโครงการ ยุทธการฟ้าสาง เด็ดปีกนักค้ายา และ ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด(No Drugs No Dealers)

ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ณ บริเวณลานหน้า ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ โดยมี พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี

และทุก สภ. ในสังกัด ภ.จว.เชียงใหม่ 38 สภ.ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นพร้อมกันทุกพื้นที่ทั้งจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 75 เป้าหมาย

ยุทธการฟ้าสาง #เด็ดปีกนักค้ายา #ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด #No DrugsNoDealers #ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด #ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ #เชียงใหม่เมืองปลอดภัย #CMPD…..

…#สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หน่วยงานรัฐจับมือชุมชน ลงนามปฏิญญารวมพลัง “No Drugs No Dealers” พร้อมปล่อยแถวปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด

วันนี้ (1 ส.ค.2568) ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองนราธิวาส ตำบลบางนาค อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายรุสดี ปูรียา นายอำเภอเมืองนราธิวาส ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ศป.ปส.)

อำเภอเมืองนราธิวาส เป็นประธานในพิธีลงนามปฏิญญารวมพลังยับยั้งปัญหายาเสพติด และบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล “No Drugs No Dealers” เพื่อป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่

โดยการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในครั้งนี้ จัดขึ้นโดยมีพ.ต.อ.ปรัชญา ไบเตะ ผกก.สภ.เมืองนราธิวาส ว่าที่ พ.ต.อ.ธัญ ศิริขันธ์ ผบ.ฉก.ตร.นราธิวาส 93

พ.ต.อ. ภัควัฒน์วันสนุก.ผกก.สภ.ตันหยง พ.ต.อ.นพดล ดิเรกวัฒนสาร ผกก.สอบสวน รรท.ผกก.สภ.โคกเคียน ตลอดจนกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมแสดงพลังและร่วมลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในครั้งนี้อย่างพร้อมเพรียงกัน

สำหรับการลงนามปฏิญญาและบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ เป็นการผนึกกำลังทุกภาคส่วนเพื่อสร้างหมู่บ้านและชุมชนปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ที่มุ่งมั่นผลักดันมาตรการ “No Drugs No Dealers” ให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ชุมชนในพื้นที่ปลอดภัย และห่างไกลยาเสพติด

จากนั้นนายรุสดี ปูรียา นายอำเภอเมืองนราธิวาส ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ศป.ปส.) อำเภอเมืองนราธิวาส เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวเปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ภายใต้นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล “No Drugs No Dealers” มุ่งผนึกกำลังทุกภาคส่วนเพื่อสร้างหมู่บ้านและชุมชนปลอดยาเสพติด

ซึ่งจัดขึ้นตามแผนปฏิบัติการเร่งรัดการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามนโยบายของรัฐบาล กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเล็งเห็นความรุนแรงของสถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบัน ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อหมู่บ้านและชุมชน โดยรัฐบาลมุ่งสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจให้กับประชาชน

พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการกวาดล้างผู้มีอิทธิพลและยาเสพติดให้หมดสิ้นไปจากสังคม ซึ่งการเปิดปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า ภาครัฐพร้อมเดินหน้ากวาดล้างยาเสพติดอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน ลดปัญหาความรุนแรง และนำพาชุมชนสู่ความยั่งยืน ปลอดภัย ห่างไกลยาเสพติดอย่างแท้จริง
///////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ร้อง กกต.มุกดาหาร สอบการเลือกตั้ง “นายกตำบลมุก” ไม่โปร่งใส “เบอร์ 2” ชี้ถูกใส่ร้ายผ่านไลน์ จูงใจให้คน “กาโหวตโน” จนแพ้

วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 นางสาวนันท์นภัส ธนวงศ์ทวีสิน ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลมุก อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร หมายเลข 2 ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร ขอให้ตรวจสอบการกระทำของบุคคล 2 รายที่เผยแพร่ข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งอาจเข้าข่ายกระทำความผิดตาม พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 มาตรา 65 (5) โดยมีนายพิเชฐ สุภัคชูกุล หัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนและพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร เป็นผู้รับเรื่อง

โดยระบุว่าเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2568 มีการส่งข้อความผ่านไลน์จากบุคคลชื่อ “กัญจนา…” และ “นันทนา…” โดยเนื้อหาในข้อความมีการแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง “กาไม่เลือกใคร” หรือ “กาโหวตโน” พร้อมทั้งมีการกล่าวถึงหมายเลข 2 อย่างเจาะจงว่า “อย่าไปกาเบอร์ 2 ได้” และใส่ร้ายว่าผู้สมัครรายนี้ไม่ใช่คนในพื้นที่

นางสาวนันท์นภัส ระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นการใส่ร้ายป้ายสี และมีเจตนาจูงใจให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด ส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมโดยตรง และยังเปิดเผยว่าทั้งสองรายมีความเกี่ยวข้องเป็นบุตรของนายสนั่น ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนนายอนุชา ศรีโยหะ ผู้สมัครหมายเลข 1

ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่าผู้สมัครหมายเลข 2 ได้คะแนนเสียงจำนวน 1,249 คะแนน ขณะที่คะแนน “ไม่ประสงค์ลงคะแนนให้ผู้ใด” หรือโหวตโน มีจำนวนถึง 1,560 คะแนน ซึ่งมากกว่า 311 คะแนน

ผู้ร้องจึงขอให้ คณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดมุกดาหาร ตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้อง พร้อมเรียกร้องให้ ระงับการประกาศผลการเลือกตั้ง และแต่งตั้งตนเองเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลมุก เนื่องจากเห็นว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตยุติธรรม

เทศบาลตำบลมุก #เลือกตั้งท้องถิ่น #ร้องเรียนเลือกตั้ง #กกตมุกดาหาร #คณะกรรมการการเลือกตั้ง #โหวตโน #นายกเทศมนตรีตำบลมุก #ข่าวมุกดาหาร #การเมืองท้องถิ่น #โปร่งใสต้องมาก่อน #มุกดาหาร/////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ​ พิธีบำเพ็ญกุศลศพในพระบรมราชานุเคราะห์ พลฯ สิรวิชญ์ ภิญโญสุข สังกัด ร.8 พัน.2 ค่ายมหาศักดิพลเสพ จ.ขอนแก่น

30 กรกฎาคม​ 2568​ เวลา​ 17.00​น.​ พลตรีกิตติพงษ์​ เนื่องชมภู ผบ.มณฑลทหารบกที่​23 จัดทหารกองเกียรติยศรับศพทหารกล้า​ พลทหารสิรวิชญ์​ ภิญโญ​สุข​ ผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่​  เมื่อวันที่​ 28 กรกฎาคม​ 2568​ ณ​ วัดสายทอง​ ต.หนองแดง​  อ.สีชมพู​ จ.ขอนแก่น​  

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการพระราชทานเพลิงศพ​พลทหารสิรวิชญ์​ ภิญโญสุข​ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา

19.00​น​ นายไกรสร​  กองฉลาด​  ผู้ว่าราชการ​จังหวัดขอนแก่น​ เป็นประธานในพิธีพระราชทาน​น้ำหลวงอาบศพ​ วางพวงมาลาพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว​และพระบรมวงศานุวงศ์​ เป็นประธานในพิธีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม​ และมอบสิ่งของพระราชทาน

พร้อมทั้งปลอบขวัญเป็นกำลังใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต​ โดยมีผู้แทนกระทรวงวัฒน​ธรรม​  ปลัดจังหวัด​ หัวหน้าสำนักงานจังหวัด​ วัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น​ ข้าราชการ​และประชาชนในพื้นที่อำเภอสีชมพูร่วมสดุดีทหารกล้า​ เป็นจำนวนมาก

พิธีบำเพ็ญกุศลศพในพระบรมราชานุเคราะห์ พลฯ สิรวิชญ์ ภิญโญสุข สังกัด ร.8 พัน.2 ค่ายมหาศักดิพลเสพ จ.ขอนแก่น

พ.อ.จักรพงษ์ โพธิ์นาแค รอง ผบ.พล.ร.3/รอง ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี เป็นผู้แทนหน่วยฯ พร้อมคณะ ผบช./ฝสธ.ฯ ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลศพในพระบรมราชานุเคราะห์

พลฯ สิรวิชญ์ ภิญโญสุข ตำแหน่ง พลปืนเล็ก สังกัด ร.8 พัน.2 ซึ่งเสียสละปกป้องอธิปไตยผืนแผ่นดินไทย และได้เสียสละชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่/เหตุการณ์

ปะทะในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา โดยมี พ.อ.ยุทธนา มหาวัน รอง ผบ.มทบ.23 เป็นประธานในพิธี ณ ศาลาการเปรียญวัดสายทอง บ.โพธิ์ทอง ต.หนองแดง

อ.สีชมพู จ.ขอนแก่นสดุดีทหารกล้า #วีรบุรุษทหารกล้ากองพลทหารราบที่3กองทัพภาคที่2 กองทัพบกRoyalThaiArmy

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /”ชั่งทองฟาร์ม” แจงอยู่ระหว่างดำเนินการขออนุญาต ปมถูกร้องเปิดสวนสัตว์ใน จ.มุกดาหาร

วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 จังหวัดมุกดาหาร นางสาวอรกัญญา สะเภา ผู้บริหารบริษัท ชั่งทองฟาร์ม แอนด์ คาเฟ่ จำกัด และนายกสมาคมการค้าท่องเที่ยวมุกดาหาร ได้จัดแถลงข่าวนโยบายยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ผสมผสานธรรมชาติ สัตว์เลี้ยง และสวนน้ำ

พร้อมทั้งชี้แจงประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับการขออนุญาตจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ โดยมีนายวีระพงษ์ ทองผา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร นางสาวเสาวนีย์ คนกล้า ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครพนม นายอุกฤษฏ์ ศรีพิเมือง ปลัดเทศบาลตำบลคำอาฮวน และนางวันวิภา แพงแก้ว ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร ร่วมแถลงข่าวด้วย

นางสาวอรกัญญา กล่าวว่า ปัจจุบัน บริษัท ชั่งทองฟาร์ม แอนด์ คาเฟ่ จำกัด ยังไม่ได้ดำเนินกิจการ “สวนสัตว์” ดำเนินการในรูปแบบประกอบกิจการฟาร์ม และคาเฟ่ มุ่งเน้นกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ท่องเที่ยวเชิง ธรรมชาติและสัตว์

เลี้ยง ได้กำหนดนโยบายยกระดับกิจการ ขับเคลื่อนธุรกิจด้านการท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิตลุ่มน้ำโขงและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร มุ่งเน้นประกอบกิจการ

เพื่อสังคม สร้าง งานสร้างอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ โอกาสนี้ผู้บริหารมีนโยบายยกระดับกิจการ เพื่อสร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิง ธรรมชาติ สวนน้ำ และดำเนินการยื่นขออนุญาตสร้างสวนสัตว์ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งอยู่ระหว่างการ

ดำเนินการพิจารณาออกใบอนุญาต เพื่อวัตถุประสงค์เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเยาวชน แหล่งศึกษาดูงานและ สร้างสรรพื้นที่ทำกิจกรรมสำหรับครอบครัว รองรับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ ร้อยตำรวจตรีสุเทียน ทองโสม ประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร ได้ยื่นหนังสือต่อผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 กรณี

การขออนุญาตจัดตั้งและดำเนินกิจการ สวนสัตว์สาธารณะ “ช่างทองฟาร์ม” ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านคำเม็ก ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยขอให้ตรวจสอบว่า

ผู้ประกอบการได้ดำเนินการยื่นขออนุญาตต่อส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนัก บริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรง ตามกฎหมายว่าด้วยสวนสัตว์ สาธารณะ

และกฎหมายว่าด้วยการอนุรักษ์สัตว์ป่าแล้วหรือไม่ รวมถึงขอให้ตรวจสอบว่า กระบวนการขออนุญาตดังกล่าวเป็นไปตามลำดับขั้นตอนและผังงานที่กำหนดไว้หรือไม่

ชั่งทองฟาร์ม #แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร #สวนสัตว์ยังไม่ได้รับอนุญาต #ร้องเรียนสวนสัตว์ #มุกดาหาร #กิจการสัตว์ป่า #คาเฟ่สัตว์เลี้ยง #การท่องเที่ยวเชิงเกษตร #กฎหมายสัตว์ป่า #สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บ.เม็งรายเชอร์วิส จก. และ บ. โนวาค็อฟ บริจาค อุปกรณ์ทางการแพทย์ สิ่งของ เครื่องนุ่งหุ่ม และอาหาร รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์

โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ขอขอบคุณ บริษัท นำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศ เม็งรายเชอร์วิส จำกัด และ บริษัท โนวาค็อฟ บริจาค อุปกรณ์ทางการแพทย์ สิ่งของ เครื่องนุ่งหุ่ม และอาหาร

วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม 2568 เวลา 11.00 น. แพทย์หญิงอัจฉรา ละอองนวลพานิช ผู้อำนวยการ พร้อมทีม รับมอบของบริจาค อุปกรณ์ทางการแพทย์ สิ่งของ

เครื่องนุ่งหุ่ม และอาหาร บริจาคโดย บริษัท นำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศ เม็งรายเชอร์วิส จำกัด และ บริษัท โนวาค็อฟ

เครื่องติดตามการทำงานของหัวใจและสัญญาณชีพรุ่น SVM7621 จำนวน 10 เครื่อง ราคาเครื่องละ 100,000 บาท รวมมูลค่า 1,000,000 บาท

ไดร์เป่าผมยี่ห้อ Philips BHD 500 กำลังไฟ 2,100 วัตต์ จำนวน 28 เครื่อง ราคาเครื่องละ 850 บาท รวมมูลค่า 23,800 บาท ผ้าห่มไฟฟ้าขนาด 60 x 30 เชนติเมตร จำนวน 10 ผืน นมและขนมยูโร่ รวมมูลค่า 10,000 บาท

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ภารกิจของตำรวจภูรภาค1 เพื่อขวัญและกำลังใจในการปฎิบัติหน้าที่ดูแลทุกข์สุขประชาชน /และมอบรางวัลให้แก่ข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่จับกุมหนี้นอกระบบดีเด่น

พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตรผบช.ภ.1ประชุมบริหาร ตร.ภ.1ประจำเดือน กค. และมอบโล่รางวัลให้กับตำรวจตำรวจที่ปฎิบัติหน้าที่สืบสวนปราบปรามดีเด่นและภาคเอกชนที่สนับสนุนพล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตรผบช.ภ.1

ประชุมบริหาร ตร.ภ.1ประจำเดือน กค. และมอบโล่รางวัลให้กับตำรวจตำรวจที่ปฎิบัติหน้าที่สืบสวนปราบปรามดีเด่นและภาคเอกชนที่สนับสนุนภารกิจของตำรวจภูรภาค1 เพื่อขวัญและกำลังใจในการปฎิบัติหน้าที่ดูแลทุกข์สุขประชาชน….”

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการที่รับผิดชอบงานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าวเปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 31 ก.ค.68 เวลต 13.30 น.

👮‍♂ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ประธานฯ
พล.ต.ท.ธวัชชัย นาคฤทธิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. ช่วยราชการ ภ.1
พล.ต.ต.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.ภ.1
พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1

พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ รอง ผบช.ภ.1
พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1
พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ฯ ช่วยราชการ ภ.1
🚨 ร่วมประชุมบริหาร ภ.1 ประจำเดือน ก.ค. 68

โดยก่อนวาระการประชุมได้มีพิธีมอบโล่และประกาศเกียรติคุณ ผู้สนับสนุนช่วยเหลือกิจการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี, มอบใบประกาศเกียรติคุณข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่ดีเด่น

และมอบรางวัลให้แก่ข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่จับกุมหนี้นอกระบบดีเด่นโดยมี ผบก., ผกก/หัวหน้า สภ. ในสังกัด ภ.1, ข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.1 เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารอเนกประสงค์ ภ.1

วันนี้ .(30 ก.ค.68) พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี และ คณะกรรมการ/ที่ปรึกษา กต.ตร.ฯ พร้อมด้วยชมรมแม่บ้านตำรวจปทุมธานี ได้นำสิ่งของเครื่องใช้ และเครื่องอุปโภคบริโภค

บริจาค ณ ศูนย์รับบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ณ ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี อาคารศาลารักษ์ปทุม โดยมีรายการสิ่งของจำเป็นที่ได้จัดหา ดังนี้

สบู่ แชมพู ยาสีฟัน แปรงสีพันจำนวน 250 ชุดแป้งทาตัว / แป้งโยคีจำนวน 200 กระปุกผงซักฟอกจำนวน 150 ซองแพมเพิส เด็ก / ผู้ใหญ่จำนวน 20 ลังผ้าอนามัยจำนวน 10 ลังนมผงเด็กจำนวน 10 กล่อง

นมกล่องเด็กจำนวน 20 ลังเครื่องดืมชูกำลังจำนวน 5 ลังยาสามัญประจำบ้านจำนวน 100 ชุดกระดาษเช็ดชู / กระดาษเปียกจำนวน 10 ลังหมอน ผ้าห่มจำนวน 100 ชุดปลั๊กไฟจำนวน 20 อันยากังยุง31 แพ็ค รวมเป็นเงิน 56500 บาท จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.บ้านม่วง รวมใจเป็นหนึ่ง ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการสู้รบชายแดนไทย – กัมพูชา

วันที่ 29 กรกฎาคม 2568 เวลา 12.00 น. นายปัณณวิชญ์ กุลตังคะวานิชย์ นายอำเภอบ้านม่วง พร้อมด้วย พัฒนาการอำเภอบ้านม่วง ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่

บ้านอำเภอบ้านม่วง ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)

เป็นตัวแทน พี่น้องชาวอำเภอบ้านม่วง มอบสิ่งของที่รับบริจาคจากพี่น้องชาวอำเภอบ้านม่วง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการสู้รบในพื้นที่ชายแดนไทย-

กัมพูชา ทั้งนี้ได้มอบข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่ม สิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น จำนวน 3 คันรถ และมอบเงินสดจำนวน 135,432 บาท ให้แก่จังหวัดสกลนคร เพื่อดำเนินการส่งมอบให้แก่ผู้ประสบภัยต่อไป

อำเภอวังยาง จังหวัดนครพนม ! แถลงข่าวคนไร้ลักทรัพย์ ในเขตการสถานในเวลากลางคืนเชื่อมโยงกับเหตุการณ์คนร้ายทุกมิเตอร์ไฟฟ้าเขตตำบลโคกสีอำเภอวังยางจังหวัดนครพนม

เกิดเหตุเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2568 ถึง 29 กรกฎาคม 2568 เวลากลางคืน พื้นที่บ้านหนองบัวหมู่ที่ 3 บ้านโนนฮังหมู่ที่ 6 และบ้านหนองผักแว่นหมู่ที่ 7 ตำบลโคกสีอำเภอบางยางจังหวัดนครพนม

ลักลอบ ก่อเหตุทุกมิเตอร์ไฟฟ้าประมาณ 23 จุดอันเป็นเหตุก่อการองอาจท้าทายกฎหมายและอำนาจรัฐ พี่น้องประชาชน ทั้ง 3 หมู่บ้านและใกล้เคียงไม่มั่นใจในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ตร. ลงพื้นที่น่าน มอบถุงยังชีพ น้ำดื่ม และเครื่องอุปโภคบริโภค แก่ผู้ประสบภัย และให้กับข้าราชการตำรวจผู้ประสบภัยน้ำท่วม

พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่น่าน มอบถุงยังชีพ น้ำดื่ม และเครื่องอุปโภคบริโภค แก่ผู้ประสบภัย และให้กับข้าราชการตำรวจผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยกล่าวให้กำลังใจกับพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัย พร้อมสั่งการให้ตำรวจ เร่งช่วยเหลือประชาชน

ส่งอาหาร น้ำดื่ม น้ำอุปโภค บริโภค ตรวจตรา ดูแลทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะบ้านเรือนที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ โดยมีพล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน และข้าราชการตำรวจในพื้นที่ ให้การต้อนรับ และรายงานสถานการณ์ ผลกระทบจากพายุวิภา

ในการนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบนโยบาย แนวทางปฏิบัติแก่ข้าราชการตำรวจในพื้นที่ ให้เตรียมแผนรับมือ หากเกิดสถานการณ์น้ำท่วมอีก ให้นำข้อมูลสถานการณ์น้ำในครั้งนี้ วางแผนรับมือในแต่ละห้วง อาทิ ก่อนเกิดอุทกภัย ควรแจ้งเตือนประชาสัมพันธ์ในพื้นที่

ลงถึงระดับหมู่บ้านชุมชน โดยเฉพาะหมู่บ้านเสี่ยงภัยน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก พร้อมเตรียมช่วยเหลือยกของขึ้นที่สูง หรือหากมีการอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย ระหว่างเกิดภัย เร่งช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย อพยพ ส่งอาหาร น้ำดื่ม ตรวจตราดูแลทรัพย์สินของประชาชน

โดยเฉพาะหลังคาเรือนที่อพยพ และช่วงน้ำลด เร่งช่วยเหลือประชาชนในการฟื้นฟู กวาด ล้าง ทำความสะอาดบ้านเรือน และสถานที่สาธารณประโยชน์ เป็นต้น เพื่อให้ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกสถานการณ์ ช่วยเหลือประชาชนดุจญาติมิตร

สำหรับความเสียหายของสถานีตำรวจในพื้นที่ พร้อมกับที่พักตำรวจ และข้าวของเครื่องใช้ ให้เร่งสำรวจความเสียหายและรายงานไปที่ส่วนกลาง เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ไฟฟ้าหงสา สนับสนุนงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน”

วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 คุณคทายุทธ์ ชูพูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด มอบงบประมาณสนับสนุนจำนวน 1,500,000 บาท แก่จังหวัดน่าน

เพื่อใช้ในภารกิจให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “วิภา” (WIPHA) ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่ในช่วงวันที่ 22–24 กรกฎาคมที่ผ่านมา

พิธีมอบงบประมาณจัดขึ้น ณ ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน โดยมีคุณชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนจากสื่อมวลชนในพื้นที่ร่วมเป็นสักขีพยาน

บริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด ขอแสดงความห่วงใยต่อผู้ประสบภัยทุกท่าน และพร้อมร่วมเคียงข้างประชาชนในการฟื้นฟูและบรรเทาความเดือดร้อนด้วยความห่วงใยและตั้งใจจริง/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รวมพลังธารน้ำใจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา

วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 เวลา 16.30 น. ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานรับมอบสิ่งของ

พร้อม นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผวจ.บึงกาฬ นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผวจ.บึงกาฬ รับมอบสิ่งของจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ เพื่อส่งต่อให้กับผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบ บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

ในการนี้ นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ พร้อมคณะผู้บริหาร และสมาชิกสภา อบจ.บึงกาฬ ได้นำสิ่งของจำเป็นมาสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยชายแดน ซึ่งจังหวัดบึงกาฬได้จัดตั้งขึ้น ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นมา

ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า เหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดน สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนทั้งในชีวิตและทรัพย์สิน จังหวัดจึงเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมบริจาคสิ่งของอุปโภคบริโภค และเงินช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่

การรวมพลังของภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในครั้งนี้ สะท้อนถึงความห่วงใย และความมีน้ำใจของคนบึงกาฬ ที่ไม่ทอดทิ้งกันในยามยากลำบาก

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตรวจเยี่ยมศูนย์ประสานการบริหารงานกลุ่มเปราะบางจากภัยพิบัติและศูนย์พักพิงชั่วคราวที่จ.นครราชสีมา

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 เวลา 13.30 น. นางสาวนภาพร เมฆาผ่องอำไพ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตรวจเยี่ยมศูนย์ประสานการบริหารงานกลุ่มเปราะบางจากภัยพิบัติ (ศบปภ.) จังหวัดนครราชสีมา ณ ศูนย์บริการคนพิการจังหวัดนครราชสีมา โดยมี
นางสาวนงลักษณ์ ยะสูงเนิน ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ4 พร้อมด้วยนางกันตา ดีเติม พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา และหัวหน้าส่วนราชการสังกัดสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมาร่วมรับฟังข้อราชการในการตรวจเยี่ยมดังกล่าว

นางสาวนภาพร เมฆาผ่องอำไพ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า”พม.นครราชสีมา” ขานรับนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (นายวราวุธ ศิลปอาชา) โดยเปิดศูนย์ประสานการบริหารงานกลุ่มเปราะบางจากภัยพิบัติ (ศบปภ.) ดูแลช่วยเหลือ กลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ณ ศูนย์บริการคนพิการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อประสานการดูแลช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ ตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ที่เข้าพักอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราวของจังหวัดนครราชสีมาโดยทีม พม.หนึ่งเดียวจังหวัดนครราชสีมาได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลกลุ่มเปราะบาง

เพื่อประสานส่งต่อข้อมูลให้กับส่วนกลางและจังหวัดต้นทาง พิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิสวัสดิการตามภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งในระหว่างที่เข้าพักอาศัยในศูนย์พักพิงได้มีการจัดกิจกรรมสันทนาการ เพื่อผ่อนคลายและลดความวิตกกังวลของกลุ่มเปราะบางและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ พร้อมทั้งช่วยจัดหาสิ่งของที่จำเป็น และให้คำแนะนำปรึกษาในเรื่องสิทธิสวัสดิการของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

จากนั้นนางสาวนภาพร เมฆาผ่องอำไพ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พร้อมคณะเดินทางไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราววัดเกราพัฒนาราม ต.ใหม่ อ.โนนสูง จ.นครราชสีมาเพื่อพบปะและให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน โดยประชาชนในศูนย์พักพิงชั่วคราวทุกคนยังมีกำลังใจที่ดีและไม่มีความวิตกกังวลใดๆพร้อมกับขอบคุณเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงานทุกคนที่ดูแลความเป็นอยู่อย่างดี

นางสาวนภาพร กล่าวอีกว่า กระทรวง พม. ขอเป็นสื่อกลางในการประสานเชิญชวนพี่น้อง ประชาชน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลส่งความห่วงใยแก่พี่น้องผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยสามารถบริจาคสิ่งของหรือเงินผ่านบัญชี “ศูนย์รับบริจาค กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์” ธนาคารกรุงไทย บัญชีกระแสรายวัน เลขบัญชี 021-6-05940-2 (ผู้บริจาคมีสิทธินำเงินบริจาคลดหย่อนภาษีได้) หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-659 6418-9

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จเรตำรวจแห่งชาติประชุมผู้แทน 10 ประเทศ และ UNODC จับมือร่วมปฏิบัติการในวอร์รูม ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ

วันนี้ (29 กรกฎาคม 2568) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (จตช./ผบ.ศกค.) /International Anti-Scam and Human Trafficking Syndicate Command Center (IAC) ประชุมหารือเตรียมความพร้อมในการดำเนินการร่วมกันในวอร์รูม IAC

โดยมี พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว/รอง ผบ.เหตุการณ์ (2) ร่วมกับผู้แทนทูตนานาประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ได้แก่ ผู้แทนทูตจากประเทศ บังกลาเทศ ญี่ปุ่น ลาว เมียนมา แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เวียดนาม สิงคโปร์ และ UNODC ณ ห้องประชุมวอร์รูม ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์นานาชาติ

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลสั่งการให้เดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้เห็นผลภายใน 3 เดือน โดยให้ร่วมมือกับนานาชาติในการปฏิบัติการ จึงเป็นที่มาของการตั้งวอร์รูมศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (IAC) ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีประเทศต่างๆ รวม 10 ประเทศ รวมทั้ง UNODC

ในการทำงานร่วมกัน เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่สร้างปัญหาให้กับประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งการทำงานร่วมกันของนานาประเทศในวอร์รูม IAC นี้ จะเป็นประโยชน์อย่างสูงในการแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างรวดเร็วในกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการปฏิบัติการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศต่างๆ โดยวอร์รูมนี้จะเป็นการยกระดับปฏิบัติการในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในทุกมิติ

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบช.สอท.)/รอง ผบ.เหตุการณ์ (1) ประชุมเตรียมความพร้อมผู้ประสานงานวอร์รูม IAC โดยมีผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมปฏิบัติการในวอร์รูมร่วมประชุม อาทิ ผู้แทน บช.สอท. , กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง , สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง , ตำรวจภูธรภาค 2 , ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ , กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม , ธนาคารแห่งประเทศไทย , สำนักงาน กสทช. , สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ , สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ , สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลบุคคล และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

โดยการปฏิบัติการของวอร์รูม IAC จะเป็นการยกระดับการปฏิบัติการให้เข้มข้นและเป็นเอกภาพมากขึ้น ในการเร่งรัดข้อมูลเพื่อวิเคราะห์เส้นทางการเงินและอายัดบัญชีธนาคาร/Wallet/Cryto Wallet ทันที , เร่งรัดข้อมูลเพื่อวิเคราะห์จุด IP หาพิกัดที่ใช้ในการกระทำความผิด ขอข้อมูลการจดทะเบียนทั้งผู้ให้บริการและผู้ขอรับบริการ รวมทั้งระงับการใช้หมายเลขโทรศัพท์ หรือจุดที่จ่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ต , วิเคราะห์แผนประทุษกรรม วิเคราะห์ความเชื่อมโยงขบวนการ และนำเสนอแนวทางการป้องกันปราบปราม นอกจากนี้ ยังจะสามารถปิดเพจ ปิดแพลตฟอร์มทันทีเมื่อรับแจ้งคดี และป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล ซึ่งจะทำให้การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์มีประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผลภายในระยะเวลาที่กำหนดได้

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานแถลงข่าว วิ่ง ปั่นรวมใจ อุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต วัดสัมปัตตะวนาราม จ.นครราชสีมา

เมื่อวันที่ 30 ก.ค.2568 นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการ จังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าววิ่ง ปั่นรวมใจ อุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ณ วาไรตี้ฮอลล์ หน้า MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์โคราช กิจกรรมเดินวิ่งปั่น ณ อุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต วัดสัมปัตตะวนาราม จ.นครราชสีมาจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.2568

โดยโครงการดังกล่าว เป็นการจัดกิจกรรม วิ่ง ปั่นรวมใจ เพื่อสร้างอุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต วัดสัมปัตตะวนาราม ตำบลโคกกรวด อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีพลเอกชลิต พุกผาสุก องคมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการโครงการ ฯ เพื่อส่งเสริมให้วัดสัมปัตตะวนาราม จังหวัดนครราชสีมา เป็นที่รู้จักและส่งเสริมการออกกำลังกาย ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ส่งเสริมให้นักกีฬาจักรยาน ในจังหวัดนครราชสีมาได้มีพื้นที่ในการแข่งขัน และเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่า ของการปฏิบัติธรรมของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
การชิงโล่รางวัลเกียรติยศจากพลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุก องคมนตรีการเข้าร่วมกิจกรรม จะแบ่งออกเป็น การเดิน วิ่ง และการปั่นจักรยานโดย แบ่ง
กิจกรรมดังต่อไปนี้

  1. ประเภทถนนระยะทาง44 กิโลเมตร โล่รางวัลและเงินรางวัลแบ่งเป็น 3 รุ่น รุ่นละ 5 รางวัล เป็นเงินรางวัล
    1,000 / 900 / 800 /700 / 600 บาทตามลำดับรวม 15 รางวัล
    1.1 เยาวชนชายไม่เกิน 17 ปี
    1.2 ประชาชนชาย ( OPEN )
    1.3 ประชาชนหญิง ( OPEN )
  2. ประเภทท่องเที่ยว ระยะทาง 14 กิโลเมตร ( ไม่มีการแข่งขัน )
  3. ประเกทระยะสั้น 1 กิโลเมตร โล่รางวัลและเงินรางวัลแบ่งเป็น 3 รุ่น รุ่นละ 3 รางวัล เป็นเงินรางวัล
    1,000 / 900 / 800 บาทตามลำดับ
    3.1 เยาวชนชายไม่เกิน 17 ปี
    3.2 ประชาชนชาย ( OPEN )
    3.3 ประชาชนหญิง ( OPEN )
  4. วิ่งเพื่อสุขภาพระยะทาง 5 กิโลเมตร (ไม่มีการแข่งขัน) รางวัลพิเศษส่งเสริมการร่วมกิจกรรมเพื่อสุขภาพ
  5. โล่รางวัลประกวดการแต่งกายแฟนซี จำนวน 10 รางวัล
  6. โล่รางวัลประเภททีม ผู้ที่เข้าร่วมวิ่งตั้งแต่ 26 ท่านขึ้นไป นักกีฬาร่วมเป็นหมู่คณะร่วมทุกประเภท (วิ่งปั่น) จะได้รับโล่รางวัลประเภททีม ทุกทีมไม่จำกัดทีม
    ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านที่สมัครแบ่งตามประเภทดังต่อไปนี้

ปั่นระยะทาง 44 กิโลเมตร และ 14 กิโลเมตร ค่าสมัคร 500 บาท/ท่าน
สิ่งที่ได้รับ เสื้อคอโปโล + เหรียญที่ระลึก + อาหาร + อุปกรณ์การแข่งขัน (BIB)วิ่งระยะทาง 5 กิโลเมตร ค่าสมัคร 399/ท่าน

สิ่งที่ได้รับ เสื้อคอกลม + เหรือยู่ที่ระลึก + อาหาร + อุปกรณ์การแข่งขัน (BIB)ประเภท VIP ( สามารถร่วมกิจกรรมได้ทุกประเภท ( วิ่ง-ปั่น ทุกระยะ ) ค่าสมัคร 1,000 บาท/ท่านสิ่งที่ได้รับ เสื้อไปโล 1 ตัว + รูปหล่อเหมือนหลวงปู่มั่น หน้าตัก 5 นิ้วเนื้อนิล + อาหาร + อุปกรณ์การแข่งขัน ( BIB )ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 ที่เว็บไซด์ https://race.thai.run/runbike

ที่สโมสรกีฬาจักรยานจังหวัดนครราชสีมา หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
คุณกฤตชัย โทร 086-7717779คุณลิขิต โทร 092-966-2291คุณวรินทร โทร 095-6145492สโมสรกีฬาจักรยาน จังหวัดนครราชสีมาติดต่อร้านแชมป์สปอร์ต โทร 0444-267411และติดตามข่าวสารได้ที่เพจ “อุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต วัดสัมปัตตะวนาราม นครราชสีมา” กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีปล่อยแถวปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด“N0 Drugs No Dealers” ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 เวลา 18.00 น. ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองชุมพร
อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรให้เกียรติมาเป็นประธาน

พิธีปล่อยแถวปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers” ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติดร่วมกับ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดชุมพร ปลัดจังหวัดชุมพร นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดชุมพร และหัวหน้าส่วนราชการ

นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์ ปลัดจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ด้วยปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ที่รัฐบาลตั้งใจขจัดให้หมดไปจากผืนแผ่นดินไทย และที่ผ่านมา รัฐบาลก็ได้ดำเนินงานอย่างเข้มข้น จริงจัง และต่อเนื่อง ด้วยมาตรการ และปฏิบัติการต่าง ๆ ทั้งการกำหนดแผนปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งจะมีการกำกับ ติดตาม

และประเมินผลตัวชี้วัดอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนปฏิบัติการ Seal Stop Safe ผนึกกำลัง ในพื้นที่จังหวัดและอำเภอชายแดน อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานจะต้องขยายผลให้มากยิ่งขึ้น รัฐบาลต้องการ ให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นไปอย่างเข้มข้น และครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยจะต้องอาศัยความร่วมมือของข้าราชการทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานส่งผลดีกับประชาชน และสามารถขจัดปัญหายาเสพติดได้อย่างแท้จริง

วันนี้ รัฐบาลได้ผลักดันวาระการแก้ไขปัญหายาเสพติดซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ ให้เป็นวาระของจังหวัด อำเภอ และหมู่บ้าน/ชุมชน ทั่วประเทศ ผ่านปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers” ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด โดยมีเป้าหมายและตัวชี้วัด ว่า ภายใน 3 เดือนนี้ หมู่บ้าน/ชุมชน ที่มีปัญหายาเสพติด จะต้องเริ่มแก้ไขปัญหา วางกลไกของชุมชน และประกาศตนเป็น “หมู่บ้านชุมชนปลอดยาเสพติด”

ที่จะต้องไม่มีทั้งผู้ค้าและผู้เสพอีกต่อไป จึงต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของจังหวัด และฝ่ายปกครอง นำโดย ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำโดย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข นำโดย ท่านนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง และกลไกฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้ครบถ้วนทุกมิติในชุมชน ตลอดจนการฟื้นฟูคนดีกลับสู่สังคม

จังหวัดชุมพร จะขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อทำให้ประชาชนมีความสุข ตามข้อสั่งการและนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยจึงกำหนดให้มีการปล่อยแถว เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers”

ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด ปฏิบัติการ Re X-ray อย่างเข้มข้นในพื้นที่ชุมชน หมู่บ้าน โดยมีการบูรณาการร่วมกันทุกฝ่าย ในการปฏิบัติภารกิจกวาดล้างยาเสพติด อย่างเต็มกำลังความสามารถ จึงขอเรียนเชิญท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรได้มอบนโยบายและสั่งการ พร้อมปล่อยแถวปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers” ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด ต่อไป ขอเรียนเชิญครับ

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่า ตามที่ ได้ไปรับมอบนโยบายจาก ท่านภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานในพิธีเปิดปฏิบัติการกวาดล้าง ยาเสพติด “No Drugs No Dealers” ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด  เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม 2568 ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร นั้น เนื่องจากปัญหายาเสพติด เป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลตั้งใจ ขจัดให้หมดไปจากผืนแผ่นดินไทย และที่ผ่านมา รัฐบาลก็ได้ดำเนินการอย่างเข้มข้น จริงจัง และต่อเนื่อง 

ด้วยมาตรการและปฏิบัติการต่าง ๆ ทั้งการกำหนดแผนปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่งมีการกำกับ ติดตาม และประเมินผลตัวชี้วัดอย่างต่อเนื่อง การดำเนินงานจะต้องขยายผลให้มากยิ่งขึ้น รัฐบาลต้องการให้ การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นไปอย่างเข้มข้น และครอบคลุมทุกพื้นที่ ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร และในภูมิภาค ทั้ง 76 จังหวัด 878 อำเภอ โดยจะต้องอาศัย ความร่วมมือของข้าราชการทุกหน่วย ที่เกี่ยวข้อง จึงจะสามารถขจัดปัญหายาเสพติดให้หมดไปได้อย่างแท้จริง ในวันนี้ รัฐบาลจะผลักดันวาระการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ ให้เป็นวาระของจังหวัด อำเภอ และหมู่บ้าน/ชุมชน ทั่วประเทศ ผ่านปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด“No Drugs No Dealers”ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด โดยมีเป้าหมายและตัวชี้วัดว่า ภายใน 3 เดือนนี้ หมู่บ้าน ชุมชน ที่มีปัญหายาเสพติด จะต้องเริ่มแก้ไขปัญหา วางกลไกของชุมชน และประกาศตนเป็น “หมู่บ้านชุมชนปลอดยาเสพติด” ที่จะต้องไม่มีทั้งผู้ค้าและผู้เสพอีกต่อไป

จึงจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันจากทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายทหาร เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และหน่วยงานอื่น ๆ โดยใช้กลไกของฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ผนึกกำลังร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ครบถ้วนทุกมิตินับตั้งแต่การป้องกันไม่ให้ยาเสพติดเข้าสู่ประเทศ การป้องกันและปราบปรามการแพร่ระบาดของยาเสพติดในหมู่บ้านชุมชน ตลอดจนการฟื้นฟูคนดีกลับสู่สังคม โดยมีการตั้งด่านชุมชน ตรวจค้น จับกุม บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯแพร่ “ขอบคุณ” หน่วยงานทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจแก้ไขสถานการณ์ในภาวะวิกฤตน้ำท่วมและช่วยเหลือประชาชนชาวแพร่อย่างเต็มกำลังความสามารถ

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 ข้าราชการและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดแพร่ ร่วมเชิญสิ่งของพระราชทานใส่ในถุงยังชีพ จำนวน 1,000 ชุด ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี

ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้แทนมอบให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขตจังหวัดแพร่ ที่ศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ป่าแมต อ.เมืองแพร่ วันพรุ่งนี้ (31 ก.ค.68) เวลา 08.30 น.

นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวในนาม ผู้บัญชาการณ์เหตุ การณ์ กรณีเกิดอุทกภัยอันเนื่องมาจากพายุโซนร้อน “วิภา” ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของจังหวัดแพร่ มีราษฎรได้รับความเดือดร้อนจำนวนหนึ่ง

แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคเอกชน อาสาสมัครกู้ภัย ทหาร ตำรวจ พลเรือน พระภิกษุสงฆ์ และประชาชน ทำให้เกิดผลกระทบและความเสียหายต่อทรัพย์สิน บ้านเรือน และพื้นที่ทางการเกษตรของประชาชนในจำนวนไม่มากนัก จึงใคร่ขอ
กราบขอบพระคุณทุกท่านทุกหน่วยงานมา ณ โอกาสนี้

ด้วยจิตคารวะ

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่
061-595-5297

เชียงใหม่ ศปอส.ภาค 5 บุกจับแก๊งคอลเซนเตอร์จีนราย ใหญ่คาบ้านหรู 40 ล้าน ที่แม่ริม

เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2568 ตำรวจภูธรภาค 5 นำโดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ,พลตำรวจตรีธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วยชุดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ และเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เข้าตรวจค้นบ้านหรูในพื้นที่ หมู่ 2 ตำบลห้วยทราย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ตามหมายค้นของศาลจังหวัดเชียงใหม่

บ้านหลังดังกล่าวมีมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท ถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของกลุ่มชาวจีน 18 คน เปิดเป็นคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงลูกค้าชาวจีนผ่านแอปพลิเคชันและเพจออนไลน์หลายแพลตฟอร์ม ซึ่งภายในบ้านพบกำลังนั่งทำงานผ่านคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ

ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าจู่โจมตรวจค้น ผู้ต้องหาทั้งหมดพยายามหลบหนี บางรายกระโดดลงมาจากชั้นสองของบ้านที่มีความสูงกว่า 8 เมตร ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 8 คน หนึ่งในนั้นขาหัก ส่วนที่เหลือได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการหกล้มและบาดแผลถลอก จากการตรวจค้น พบคอมพิวเตอร์กว่า 20 เครื่อง โทรศัพท์มือถือมากกว่า 100 เครื่อง ซิมการ์ดประเทศจีน ซึ่งถูกใช้ในการติดต่อกับเหยื่อชาวจีนกว่า 10 ราย

พลตำรวจตรีธวัชชัย เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นชาวจีน เดินทางเข้าประเทศไทยและเช่าบ้านหลังนี้มาแล้วประมาณ 3 เดือน โดยมีหัวหน้าชาวจีนเป็นผู้จัดการเช่าให้กลุ่มลูกน้องที่ทำงานภายในบ้าน พฤติกรรมของกลุ่มนี้คือทำงานตลอด 24 ชั่วโมง กินอยู่หลับนอนภายในบ้านหรูแห่งนี้ทั้งหมด

เบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาได้รับค่าจ้างหัวละประมาณ 10,000 ถึง 20,000 หยวน หรือราว 50,000 ถึง 100,000 บาทต่อเดือน โดยภารกิจหลักคือการหลอกลวงชาวจีนในรูปแบบต่างๆ ทั้งการหลอกขายสินค้าออนไลน์ หลอกให้โอนเงินเพื่อแก้ปัญหาสายการบิน ปัญหาธนาคาร รวมถึงการข่มขู่เรียกเงินในลักษณะของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลไปยังผู้ว่าจ้างตัวจริง รวมถึงตรวจสอบเครือข่ายที่อาจโยงใยข้ามชาติ ซึ่งคาดว่าจะมีความเชื่อมโยงกับขบวนการอาชญากรรมทางไซเบอร์รายใหญ่จากต่างประเทศด้วย..

สมจิตร แสงบันลังค์

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พระราชทานเพลิงศพ “จ.ส.อ.ธวัชชัย บุสภา” อย่างสมเกียรติ ครอบครัว-ประชาชนหลั่งน้ำตาร่วมอาลัยแน่นวัด

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 22 ธันวาคม 2567 ณ วัดเจริญธรรมาราม ตำบลบ้านซ่ง อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร พลตรี ฉัฐชัย มีชั้นช่วง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 เดินทางมาเป็นประธาน

ในพิธีพระราชทานเพลิงศพ จ่าสิบเอก ธวัชชัย บุสภา สังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 106 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 6 ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณฐานปฏิบัติการฟ้าลั่น (เขาสัตตะโสม) อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

โดยในพิธีพระราชทานเพลิงศพมี พลตำรวจตรีไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร นางอัญชลี กัลมาพิจิตร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอคำชะอี คณะผู้บังคับบัญชากองทัพ

ภาคที่ 2 และหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก , หัวหน้าส่วนราชการ นายเฉลิมชัย บุสภา บิดาของผู้เสียชีวิต นางวิไล บุสภา มารดา นางสาวรจรินทร์ สิงห์ศร ภรรยา อาสาสมัครทหารพราน ทรงวุฒิ บุสภา น้องชาย ตลอดจนคณะญาติ และประชาชนในพื้นที่ จังหวัดมุกดาหารได้เข้าร่วมพิธีเพื่อแสดงความไว้อาลัย

พิธีพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ เพื่อไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายให้กับ จ่าสิบเอก ธวัชชัย บุสภา โดยเมื่อขบวนอัญเชิญกล่องเพลิงพระราชทานมาถึงบริเวณประกอบพิธี ผู้บังคับบัญชา ข้าราชการ เพื่อนทหารตลอดจนครอบครัว และประชาชนในพื้นที่ตั้งแถวรอรับ

เจ้าหน้าที่ได้มีการอัญเชิญกล่องเพลิงพระราชทานขึ้นวางประจำจุดเตรียมประกอบพิธี จากนั้นประธานในพิธีขึ้นทอดผ้าบังสุกุล กองเกียรติยศเป่าแตรนอน ผู้ร่วมพิธีได้ขึ้นวางดอกไม้จันทน์

ร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย แก่วีรชนผู้เสียสละ สร้างความปลาบปลื้มและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อผู้กล้าในวาระสุดท้ายของชีวิต และครอบครัวบุสภา ญาติผู้เสียชีวิตอย่างหาที่สุดมิได้

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯโคราช เปิดจวนผู้ว่าฯ เป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้อพยพชายแดน

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดจวนผู้ว่าฯ เป็นศูนย์ช่วยเหลือชั่วคราว รองรับผู้อพยพจากเหตุสู้รบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา

จวนผู้ว่าฯ แห่งนี้เปิดให้ประชาชนจากหลายจังหวัดที่ได้รับผลกระทบเข้าพักชั่วคราว โดยมีการจัดเตรียมที่พัก อาหาร และน้ำดื่มอย่างเพียงพอ พร้อมทั้งเปิดให้สื่อมวลชนเข้าร่วมประชาสัมพันธ์สถานการณ์ เพื่อส่งต่อกำลังใจไปยังผู้ประสบภัยและมีการรับบริจาคทั้งอาหารสดและอาหารแห้งเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดนไทย กัมพูชา ณ อำเภอเสิงสาง

นอกจากนี้ โรงแรมในพื้นที่ 5 แห่ง ได้ร่วมสนับสนุนเปิดห้องพักรวมกว่า 200 ห้อง เพื่อรองรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน ศูนย์พักพิงในอำเภอเสิงสางมีผู้อพยพเข้าพักแล้วกว่า 4,000 คนผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมารับมอบสิ่งของจากภาคประชาชนและหน่วยงานต่างๆที่นำมาบริจาค เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์บริเวณชายแดนไทยกัมพูชา

สามารถบริจาคได้ที่ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ทุกวัน ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น. จนกว่าจะประกาศปิดรับการบริจาค สิ่งของที่รับบริจาคอาทิ น้ำดื่ม เสื่อปูพื้น ผ้าห่ม มุ้ง ยากันยุง แปรงสีพัน ยาสีฟัน สบู่ แชมพูสระผม ขันอาบน้ำ ผ้าอ้อม ผ้าอนามัย ปลั๊กไฟ ข้าวสาร อาหารแห้ง.จังหวัดนครราชสีมายังคงประสานทุกภาคส่วน เพื่อดูแลและให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สสอ.สวรรคโลกพร้อมทีมงานลงช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับภัยพิบัติ

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่าเมื่อเวลา 10.00 น.ของวันที่30กค.2568
นายรัชกร คำถาเครือ สาธารณสุขอำเภอสวรรคโลกพร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ อสม.รพ.สต.นาทุ่ง นำเงินช่วยเหลือ อสม.ตำบลนาทุ่ง ที่ได้ความเสียหายจากบ้านไฟไหม้พร้อม

เวลา 10.40น.นายรัชกร คำถาเครือสาธารณสุขอำเภอสวรรคโลกพร้อมด้วย ผอ.รพ.สต.บ้านไผ่ตะล่อม และคณะจนท. มอบเงินช่วยเหลือ อสม.รพ.สต.บ้านไผ่ตะล่อม ที่ได้ความเสียหายจากเหตุวาตภัยจากนั้น

เวลา 11.20 น. นายรัชกร คำถาเครือ สาธารณสุขอำเภอสวรรคโลกพร้อมด้วย ผอ.รพ.สต.ปากน้ำ และคณะจนท. มอบเงินช่วยเหลือ อสม.รพ.สต.ปากน้ำที่ได้ความเสียหายจากเหตุวาตภัยด้วย
กิตติ พรดวงจันทร์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดระเบียบสังคม ป้องกันเหตุอาชญากรรม การมั่วสุมของกลุ่มวัยรุ่น การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน ใครมีครอบครองผิดกฎหมาย

ใครครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย เป็นภัยต่อเยาวชนจังหวัดลพบุรี ผู้จำหน่ายผิดกฎหมาย ภายใต้การอำนวยการของ นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นายพิษณุ ประภาธนานันท์ ปลัดจังหวัดลพบุรี

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 เวลา 17.00 น. ชุดปกครองจังหวัดลพบุรี (กลุ่มงานความมั่นคง) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี นำกำลัง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดลพบุรี บูรณาการร่วมกับอำเภอเมืองลพบุรี จัดระเบียบสังคม ป้องกันเหตุอาชญากรรม การมั่วสุมของกลุ่มวัยรุ่น การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน และอบายมุขต่างๆ ในพื้นที่อำเภอเมืองลพบุรี นำกำลังตรวจค้นในครั้งนี้


นำโดย นายยศวิน บำรุงเวช ป้องกันจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยผู้ช่วยป้องกันจังหวัดลพบุรี สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดลพบุรี บูรณาการร่วมกับอำเภอเมืองลพบุรี จัดระเบียบสังคม ป้องกันเหตุอาชญากรรม การมั่วสุมของกลุ่มวัยรุ่น การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน และอบายมุขต่างๆ ในพื้นที่อำเภอเมืองลพบุรี ตามข้อร้องเรียนจากประชาชน ว่ามีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า
ตรวจของในครั้งนี้ได้จับกุมผู้ต้องหาที่จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 1 ราย

เวลาต่อมา นายยศวิน บำรุงเวช ป้องกันจังหวัดลพบุรี ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในการนี้ ได้สืบทราบว่ามีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในลักษณะออนไลน์และหน้าร้าน จึงได้ทำการจับกุมร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 1 แห่ง ผู้ต้องหา 1 ราย พบของกลาง บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 65 ชิ้น. พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา นำส่งพนักงานสอบสวน สภ. เมืองลพบุรี ดำเนินคดีต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ /อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับแรงงานเพื่อนบ้านฝันตัวเป็นเอเย่นต์ค้ายาบ้าร่วม 7,575 เม็ด พร้อมปืนยาว 5 กระบอก

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 29 กรกฎาคม 2568 นาย วิทยา สุวรรณสิทธิ์นายอำเภอปะทิว รายงาน โดยการอำนวยการ ของ นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ว่าที่ร้อยตรี กิตติภพ รอดดอน รอง ผวจ.ชุมพร นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์ ปลัดจังหวัดชุมพร นายวิทยา สุวรรณสิทธิ์ นายอำเภอปะทิว นายกิติพงศ์ โสมณะ ปลัดอำเภอหน.กลุ่มงานบริหารงานปกครองมอบหมายให้

นายธีระวุฒิ นุชนงค์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมสมาชิก อส.อ.ปะทิวที่ 4 ลงพื้นที่ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บ้านมาบอำมฤต กำนันต.เขาไชยราช กำนัน ต.ดอนยาง เจ้าหน้าที่ทหารชป.ฉก.ร.25 กกล.เทพสตรี เจ้าหน้าที่สาธารณสุข
การขับเคลื่อนปฏิบัติการ กวาดล้างยาเสพติด “No drugs No dealers” ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด โดยค้นหาและขยายผลจากผู้เสพสู่การจับกุมผู้ค้าสำคัญ ดังนี้ นำผู้เสพในพื้นที่ต.เขาไชยราช เข้ารับการบำบัดรักษาแบบ สมัครใจ รพ.สต.บ้านพละ จำนวน 6 ราย

ร่วมจับกุม นาย โทน สัญชาติเมียนมา ม.1 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร (สามารถพูด-ฟังภาษาไทยได้โดยไม่ต้องใช้ล่ามแปล)
พร้อมด้วยของกลาง 1.ยาเสพติดให้โทษร้ายแรงประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุถุงพลาสติกชนิดกดปิด ดึงเปิด สีน้ำเงิน จำนวน 117 เม็ด (สีส้ม 115 เม็ด , สีเขียว 2 เม็ด) 2. เงินสด 2,000 บาท 3. อาวุธปืนยาว ชนิดไทยประดิษฐ์ไม่มีเครื่องหมายทะเบียน ขนาด .22 มม. จำนวน 1 กระบอก 4. เครื่องกระสุนปืน ขนาด .22 มม. จำนวน 21 นัด 5. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Vivo รุ่น Y02T สีเทา

   ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบว่  “ มียาเสพติดให้โทษร้ายแรงประเภท 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อการค้า , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, เป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติ(เมียนมาร์) อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม 1.Mr.ZAW PAING หมายเลขหนังสือเดินทาง CC7327160 สัญชาติเมียนมา  ม.1 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร  (สามารถพูด-ฟังภาษาไทยได้โดยไม่ต้องใช้ล่ามแปล)    2.Mrs.SOE SOE MON หมายเลขหนังสือเดินทาง CC7327161 สัญชาติเมียนมา  ม.1 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร  (สามารถพูด-ฟังภาษาไทยได้โดยไม่ต้องใช้ล่ามแปล)

พร้อมด้วยของกลาง 1.ยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) รวมทั้งหมด 1,409 เม็ด อาวุธปืนพกสั้น ชนิดประดิษฐ์ขึ้นเอง(ไม่มีหมายเลขทะเบียน) ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก (มีกระสุนบรรจุอยู่ในรางเพลิง 1 นัด) เครื่องกระสุนปืน ขนาด .22 จำนวน 22 นัด 4.ถุงพลาสติกใสชนิดกดปิด-ดึงเปิด (ถุงแบ่งบรรจุ) จำนวน 50 ใบ โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Redmi สีดำ หมายเลข 065-053-1700 จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ OPPO สีน้ำเงินคราม หมายเลข 093-461-0377 จำนวน1เครื่อง

ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบว่า “ร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) โดยเป็นกระทำที่มีลักษณะการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย กระทำการโดยมีอาวุธปืนฯ, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม   1.Mr.SAN TUN (ซาน ทูน) สัญชาติเมียนมา 2/8 ม.6 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร  (สามารถพูด-ฟังภาษาไทยได้โดยไม่ต้องใช้ล่ามแปล) 2.Mrs.Khin Khin Htww หมายเลขบัตรประจำตัวคนไม่มีสัญชาติไทย 00-8603-109185-2 สัญชาติเมียนมา  2/8 ม.6 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร (สามารถพูด-ฟังภาษาไทยได้โดยไม่ต้องใช้ล่ามแปล)

พร้อมด้วยของกลาง ยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) รวมทั้งหมด 6,409 เม็ด อาวุธปืนยาว ชนิดประดิษฐ์ขึ้นเอง(ไม่มีหมายเลขทะเบียน) ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก (มีกระสุนบรรจุอยู่ในรางเพลิง 1 นัด,ติดอยู่ข้างลำตัวปืน 6 นัด) อาวุธปืนยาว

ชนิดประดิษฐ์ขึ้นเอง(ไม่มีหมายเลขทะเบียน) ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก (มีกระสุนบรรจุอยู่ในรางเพลิง 1 นัด,ติดอยู่ข้างลำตัวปืน 4 นัด) อาวุธปืนยาว ชนิดประดิษฐ์ขึ้นเอง(ไม่มีหมายเลขทะเบียน) ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก (มีกระสุนบรรจุอยู่ในรางเพลิง 1 นัด) เครื่องชั่งดิจิตอล ขนาด 1000g โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ samsung สีดำ หมายเลข 064-976-5140 จำนวน 1 เครื่อง

ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบว่าร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) โดยเป็นกระทำที่มีลักษณะการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป

โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย กระทำการโดยมีอาวุธปืนฯ, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
สรุป ผู้เสพ 6 ราย ผู้ค้า จำนวน 3 คดี ผู้ต้องหา 5 ราย ของกลางยาบ้า 7,575 เม็ด อาวุธปืน 5 กระบอก โดยนำผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านมาบอำมฤต ดำเนินคดีตามกฏหมาย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้ (28 ก.ค. 68) นายนพพร อุสิทธ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร พร้อมด้วย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน พ่อค้าประชาชนทุกหมู่เหล่า

ร่วมประกอบพิธีถวายเครื่องราชสักการะวางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568

เพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ วัดพรุใหญ่ ตำบลสะพลี อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร

โดยนายนพพร อุสิทธ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ประธานในพิธีฯ ถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้ววางพานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนจะถวายธูปเทียนแพ

เปิดกรวยกระทงดอกไม้ เสร็จแล้วจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล และกล่าวคำกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี, เพลงสดุดีจอมราชา ตามลำดับ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนับเป็นอเนกประการ ด้วยพระราชวิริยอุตสาหะ เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอด ศาสตร์ของพระราชาแห่งสมเด็จพระบรมชนกนาถ ทรงตั้งพระราชหฤทัยมั่นในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่อาณาประชาราษฎร์อย่างยั่งยืน

ผ่านโครงการในพระราชดำริที่หลากหลายครอบคลุม เช่น ด้านการสาธารณสุข ทรงได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ทั้งยังทรงรับผู้ป่วยไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์

เพื่อให้ได้รับการดูแลรักษา ด้านการศึกษา ทรงให้จัดตั้ง “มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา ให้แก่เด็กและเยาวชนที่ประพฤติดี และมีความสามารถในการศึกษา

ทั้งยังพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎร ในยามที่ประสบเหตุเภทภัยให้พ้นผ่านความยากลำบากไปได้ น้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้นำมาซึ่งความปีติซาบซึ้ง ประทับอยู่ในใจของปวงเหล่าพสกนิกรตลอดไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดกิจกรรมบรรยายให้ความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์ และมอบชุดเยี่ยมให้ทหารผ่านศึก คนพิการ ผู้ยากไร้ กู้ชีพกู้ภัย จำนวน 20 ครอบครัว

28 กรกฎาคม 2568 : เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพยศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

ร่วมกับ พ.ต.อ.สุภสิทธิ์ สุวรรณี ผกก.สภ.หนองสองห้อง จว.ขอนแก่น พร้อมคณะผู้ใต้บังคับบัญชา,กำนันทั้ง 13 ตำบล และสารวัตรกำนัน,เครือข่ายทหารผ่านศึก อ.หนองสองห้อง,

นางฐานิดา อนุอัน นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลประจำจังหวัดกาฬสินธุ์,ชมรมช่วยเหลือสังคม,นายธวัชชัย จิตต์เจริญ ที่ปรึกษาสมาคมคนพิการฯ,นางเจนจิรา เอี่ยมแจ่ม จิตอาสาสมาคมคนพิการฯ

ร่วมจัดกิจกรรมบรรยายให้ความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์ และมอบชุดเยี่ยมให้ทหารผ่านศึก คนพิการ ผู้ยากไร้ กู้ชีพกู้ภัย จำนวน 20 ครอบครัว ซึ่งมี ร.ต.เสถียร สาระสิทธิ์ นายอำเภอหนองสองห้อง เป็นประธานในพิธี ณ ห้องประชุม สภ.หนองสองห้อง อ.หนองสองห้อง จว.ขอนแก่น

*** ขอขอบคุณ ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช : บริจาคชุดเยี่ยม จำนวน 20 ชุด มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ***สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

ในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลชมรมช่วยเหลือสังคมสถานีตำรวจภูธรหนองสองห้องทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่3 ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่4

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รวมพลนักชกระดับประเทศ จัดกิจกรรมการกุศล “ไทยรวมใจชาติ สู้ภัยวิกฤติชายแดน” เลือกพัทยาจัดศึก เดอะ ฮีโร่ เทควันโด อินเตอร์เนชันแนล แชมป์เปี้ยนชิพ ครั้งที่ 8 นักเตะ 29 ปท.ร่วมชิงชัย

ที่ร้านลานปิติ พัทยาเหนือ ถนนเลียบชายหาดพัทยา จ.ชลบุรี ได้มีการจัดกิจกรรมการกุศลครั้งใหญ่ภายใต้ชื่อ “ไทยรวมใจชาติ สู้ภัยวิกฤติชายแดน” เพื่อระดมทุนสนับสนุนโรงพยาบาลอำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ และศูนย์อพยพตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดน

งานนี้นำทีมโดย “บัวขาว บัญชาเมฆ” ยอดนักมวยขวัญใจชาวไทย พร้อมด้วย “แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม”, “ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9” และศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง “แสนนากา” ที่ร่วมมือกันจัดกิจกรรมเพื่อสังคมครั้งสำคัญ โดยได้รับการสนับสนุนจาก คุณอนา วงศ์สิงห์ ผู้บริหารร้านลานปิติ และผู้บริหารโครงการเดอะเบย์ พัทยา นายสิทธิพร ครุฑนาค อัยการอาวุโสภาค 2 อดีตอธิบดีอัยการภาค 2

ภายในงานมีการประมูลของรักของหวงจากนักชกและศิลปิน ไม่ว่าจะเป็นกางเกงมวยตัวโปรด, นวม, เสื้อกล้าม เสื้อนักมวย ไปจนถึงกีตาร์พร้อมลายเซ็นจาก ศิลปินนักร้อง เปิ้ล ปทุมราช ก้อง ห้วยไร่ รวมถึงนักมวยอีกมากมาย ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากทั้งแฟนคลับชาวไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ บางรายการถูกประมูลไปในราคาสูงถึงหลักหมื่นบาท

บัวขาว บัญชาเมฆ กล่าวระหว่างงานว่า รายได้ทั้งหมดจากกิจกรรมจะถูกนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลอำเภอสำโรงทาบ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา และจัดหาเครื่องยังชีพ ของใช้จำเป็นแก่ศูนย์อพยพในพื้นที่แนว

ชายแดนที่กำลังเผชิญกับภาวะวิกฤต อยากขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องทหารไทยทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศอยู่แนวหน้า เราจะไม่ทิ้งกัน และขอเป็นตัวแทนคนไทยอีกหลายล้านคนในการส่งต่อความช่วยเหลือครั้งนี้

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและพลังแห่งความสามัคคี มีทั้งประชาชนทั่วไป แฟนคลับนักมวย นักท่องเที่ยวต่างชาติ และผู้สนับสนุนจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง รวมยอดบริจาคและรายได้จากการประมูลในงานรวมทั้งสิ้น 132,500 บาท ซึ่งจะถูกส่งตรงไปยังหน่วยงานเป้าหมายอย่างโปร่งใสและเร่งด่วน

เลือกพัทยาจัดศึก เดอะ ฮีโร่ เทควันโด อินเตอร์เนชันแนล แชมป์เปี้ยนชิพ ครั้งที่ 8 นักเตะ 29 ปท.ร่วมชิงชัย

มีรายงานว่า สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ Heroes Taekwondo เตรียมจัดการแข่งขันเทควันโดระดับนานาชาติ รายการ เดอะ ฮีโร่ เทควันโด อินเตอร์เนชันแนล แชมป์เปี้ยนชิพ ครั้งที่ 8 (The 8th Heroes Taekwondo International Championchip) ระหว่างวันที่เสาร์-อาทิตย์ที่ 9-10 สิงหาคม 2568 นี้ ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

โดยคณะกรรมการจัดการแข่งขันรายการดังกล่าวเลือกจัดการแข่งขันขึ้นที่อาคารกรีฑาในร่ม ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก ซอยชัยพฤกษ์ 2 เมืองพัทยา ซึ่งถือเป็นการแข่งขันรายการระดับนานาชาติรายการใหญ่ ที่จะมีการเก็บคะแนนสะสม T1 Ranking ที่ได้รับการรับรองโดยสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยฯ โดยปีนี้ถือเป็นพิเศษ เปิดรับนักกีฬาคนพิการจากทั่วโลกเข้าร่วมแข่งขันอย่างเท่าเทียม

จัดการแข่งขันด้วยมาตรฐานสากลรวม 15 สนามแข่งขันพร้อมอุปกรณ์ครบครัน มีผู้เข้าร่วมแล้วกว่า 29 ประเทศ รวมจำนวนผู้สมัครทั้งหมด 2,912 รายการ เป็นการต่อสู้ Kyorugi 1,734 รายการ และ Poomsae 1,178 รายการ รวมนักกีฬา 2,293 คน ทีมเข้าร่วมทั้งหมด 199 ทีม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบึงกาฬร่วมใจ บริจาคโลหิต ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

วันที่ 29 กรกฏาคม 2568 จังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนจิตอาสา จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต เพื่อสำรองโลหิตช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและผู้ป่วยในสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมส่งต่อพลังน้ำใจสู่แนวหน้า

โดยกิจกรรมจัดขึ้น ณ หอประชุมจังหวัดบึงกาฬ ศูนย์ราชการจังหวัดบึงกาฬ มีข้าราชการ พนักงานจากหน่วยงานต่างๆ และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเสียสละ

นอกจากการบริจาคโลหิตแล้ว ยังมีการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพก่อนบริจาค และการเตรียมความพร้อมร่างกาย เพื่อส่งเสริมให้เกิดการบริจาคอย่างสม่ำเสมอและปลอดภัย

กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งพลังน้ำใจจากชาวบึงกาฬ ที่พร้อมยืนหยัดเคียงข้างแนวหน้า ไม่ว่าจะเป็นทีมแพทย์ พยาบาล หรือผู้ปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์วิกฤต เพื่อให้ทุกหยดเลือดที่บริจาค เป็นพลังต่อชีวิตผู้อื่นอย่างแท้จริง

🩸ทุกหยดเลือด คือ “ชีวิต” ที่เราช่วยกันได้ ❤️บึงกาฬไม่ทิ้งกันบริจาคโลหิตร่วมใจเพื่อชีวิตจิตอาสาพลังน้ำใจบึงกาฬ

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา28กค. 2568 ณอ.หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการ ศอ.บต. มอบหมายให้ ดร.นพ.สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)

เข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ณ อาคารหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ดังนี้

๑. เวลา ๐๗.๐๐ น. : พิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล
๒. เวลา ๐๘.๐๐ น. : พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน
๓.เวลา ๐๙.๐๐ น. ได้เข้าร่วมพิธีทางศาสนามหามงคลถวายพระราชกุศล ณ หอ

ประชุมสิริสวัสดิธร สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำ จังหวัดยะลา ตำบลท่าสาป อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
๔.เวลา ๑๗.๓๐ น. : พิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม
๕.เวลา ๑๙.๒๙ น. : พิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯโปรดเกล้าให้ผู้ว่าฯนครราชสีมา เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานและกระเช้าดอกไม้พระราชทานให้ทหารชายแดนไทยกัมพูชา จำนวน 5 นาย ณ โรงพยาบาลค่ายสุรนารี

เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2568 ณ โรงพยาบาลค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จากกรณี เหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

ส่งผลให้มี นายทหาร จากกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์จาก จ.ลพบุรี จำนวน 1 นาย กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 23 จ.บุรีรัมย์ จำนวน 4 นาย ปัจจุบันรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารีอำเภอเมืองจังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 5 นาย

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานและกระเช้าดอกไม้พระราชทานให้ทหาร ด้าน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่าย สุรนารี พลตรีณรงค์ ภักดีศุภผล กล่าวว่า นายทหารทั้ง 5 นาย

เข้ารับการรักษาตัว ณ หอผู้ป่วยราชการสนาม ชั้น 8 รพ.ค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา โดยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยในระดับสีเขียวจาก สะเก็ดระเบิด ในครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาได้แสดงความขอบคุณ ในความเสียสละของทหารไทย เพื่อ ปกป้องอธิปไตยของประเทศไทย

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง