สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ภารกิจ ตรวจโครงการบ้านพักน่าอยู่ ประจำปี พ.ศ. 2568 / พิธีเปิดโครงการฝึกและประกวดการฝึกของตำรวจสังกัด ภ.1 งบประมาณปี พ.ศ. 2568

วันที่ 22 ก.ค.68 พล.ต.ต. ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ได้รับมอบหมาย จาก พล.ต.ต.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.ภ.1

เป็นตัวแทน ในภารกิจ ตรวจโครงการบ้านพักน่าอยู่ ประจำปี พ.ศ. 2568

พร้อมกับ พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รอง ผบก.อก.ภ.1 และคณะกรรมการตรวจประเมินโครงการฯ ตามคำสั่ง ภ.1 ที่ 67/2568 ลง 24 มี.ค.68 และ 191/2568

ลง 15 ก.ค.68 ได้เดินทางมาตรวจประเมินตามโครงการฯ ตามแผนและกรอบระยะเวลาที่ ตร.กำหนด

ณ สภ.บ้านข่อย ,สภ.ท่าโขลง จว.ลพบุรี พบ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง รอรับการตรวจประเมิน โครงการฯ จากคณะกรรมการฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยโครงการนี้มี

วัตถุประสงค์เพื่อให้แฟลตอาคารที่พักอาศัย/ที่พักบ้านเดี่ยว/เรือนแถว มีความเรียบร้อย และมีความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งโครงการนี้มีเงินรางวัลมอบให้หน่วยที่ชนะการประเมินจากคณะกรรมการฯ

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1ในฐานะห้วหน้าฝ่ายอำนวยการ ควบคุมดูแลรับผิดชอบงานแถลงข่าวประชาสัมพันธ์ข่าวของตำรวจภูธรภาค1 เปิดเผยว่าในวันที่ 22 ก.ค. 68 เวลา 09.30 น.

📍พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1
📍พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ฯ ปฏิบัติราชการ ภ.1
📍คณะครูฝึก Local CAT และครูฝึกยุทธวิธี กก.ปพ. บก.สส.ภ.1 และข้าราชการตำรวจผู้เข้าประกวดการฝึกในสังกัด ภ.1

🔸ได้ร่วมพิธีเปิดโครงการฝึกและประกวดการฝึกของข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
📌 ณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ ภ.1

🚨 ซึ่งจัดให้มีการประกวดการฝึกตามแบบฝึกพระราชทานว่าด้วย แบบฝึกท่ามือเปล่า การฝึกแถวชิด และการฝึกแบบยุทธวิธีตำรวจ ในสถานการณ์จำลองกรณีคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทอง

▶️ โดยมีตัวแทนของสถานีตำรวจ แต่ละ ภ.จว. ในสังกัด เข้าร่วมการประกวดการฝึกในครั้งนี้ ณ บริเวณลานฝึกยุทธวิธี ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย และลานหน้าอาคารอเนกประสงค์ ภ.1

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / birthday ประธานวอ.บางระจัน เปิดบ้านให้เพื่อนมิตรสหายร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิด /“ตม.สตูล ตรวจสอบเคสร้องเรียนจับต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย / เฮง เฮง พร็อพเพอร์ตี้ ชื้อขาย บ้านที่ดิน

วันที่ 18 กรกฎาคม 2568สจ.เปี๊ยกอุทัย เสี่ยชายสุโขทัย ร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิดประธานวอ นายกเทศบาลเมืองบางระจัน นาย วีระ คำรอด ( ประธาน.วอ ) และเพื่อวงการมวย เสี่ยชูทางด่วนกำนันชาคริต ฉายวัฒนา ตำบลหนองฉาง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี”นายธงชัย จ้อยชูคณะ ทำงานที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเพื่อนสนิทมิตรสหายอีกมากมายและชาวบ้านร่วมอวยพรให้กับประธานวอในครั้งนี้ ณ.บ้านบางระจัน

วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 บริษัท เฮง เฮง พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด นาย ภูวดล พุทธ์เทศน์ะ ( เฮง ) กรรมการผู้จัดการบริษัท ฝากขาย – ซื้อหรือเช่า อสังหาริมทรัพย์ทุกชนิดคุณทำเนียบ มังคโชติ โอนบ้านแฝดหมู่บ้านพรนรินทร์ สวนเสือศรีราชา บ้านเลขที่ 153/91 ม.6 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาศรีราชา เสี่ย เฮงๆ จัดให้ท่านใดสนใจอยากได้บ้านมือสองบ้านสวยๆ ( แถวศรีราชา ) เสี่ย ( เฮง เฮง ) จัดให้มีทีมงานครบวงจรสนใจติดต่อเบอร์โทรนี้ได้ 0917432784 0813291222 ( เฮง เฮง )

“ตม.จังหวัดสตูล ตรวจสอบเคสร้องเรียนจับต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย นายจ้างไม่รอดโดนปรับด้วย”

ตามนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6 ให้ตรวจคนเข้าเมืองทุกจังหวัดระดมกวาดล้างอาชญากรรมและปราบปรามคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล ผกก.ตม.จว.สตูล และ พ.ต.ท.ระลึก อินทรัศมี รอง ผกก.ตม.จว.สตูล ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนปราบปราม ตม.จว.สตูล นำโดย พ.ต.ท.ยงยุทธ เลิศปรีชาพงศ์ สว.ตม.จว.สตูล พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ตม.จว.สตูล ตรวจสอบกรณีร้องเรียนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายร่วมกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดสตูล โดยวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สตูล ร่วมกับ จัดหางานจังหวัดสตูล และ สภ.เขาขาว

ได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนว่าที่ลานไม้ยางพาราแห่งหนึ่งใน ต.น้ำผุด อ.ละงู จ.สตูล มีการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบสถานที่ดังกล่าวและพบชายชาวเมียนมาคือนายไปยู อายุ 22 ปี มีหนังสือเดินทางแต่ทำงานโดยที่มีใบอนุญาตทำงานไม่ตรงกันกับนายจ้าง เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมในความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวทำงานนนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” ส่วนนายจ้างชาวไทยเจ้าของลานไม้ยาง ยอมรับว่าไม่ตรวจสอบใบทำงานของคนต่างด้าวให้ดูให้ต่างด้าวหานายหน้าดำเนินการเอง

จนเกิดความผิดพลาด เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินคดีในความผิดฐาน “รับคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เขาขาว ทั้งต่างด้าวและนายจ้างเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยคนต่างด้าวเมื่อเปรียบเทียบปรับเสร็จสิ้นแล้วจะต้องถูกส่งกับประเทศต่อไป และนายจ้างที่รับคนต่างด้าวทำงานผิดกฎหมายก็โดนปรับหลักหมื่นเลยทีเดียว

ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล ขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าหากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับคนต่างด้าวหรือชาวต่างชาติในจังหวัดสตูล กรุณาแจ้งมายังตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล เลขที่ 6 ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล 91000 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 074711080 (ฝ่ายสืบสวนปราบปราม) หรือที่สายด่วน 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณอย่างยิ่ง

คนที่ 14 กรกฎาคม 2568 แซยิดยิ่งใหญ่ สจ.เปี๊ยก อุทัย โคตรทึ่ง คนดังร่วมอวยพร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานงานเลี้ยงฉลองอวยพรวันคล้ายวันเกิด สจ. เปี๊ยกอุทัย ปภาวิชญ์ บุษซะดี ประธานสภาอบจ.อุทัยธานี เจ้าของค่ายมวยชื่อดัง สจ.เปี๊ยกอุทัย ในงานโคตรทึ่งที่เก้าถึง 60 ปี เลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิด มีคุณวิชัย ปั้นงาม ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สโมสรฟุตบอลอุทัยธานี FC พร้อมบุคคลวงการมวยโดยฮีโร่โอลิมปิกเจ้าของวลีไม่ได้โม้ สมรักษ์ คําสิงห์ และนักการเมืองข้าราชการทหารตำรวจและประชาชนร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิดกันอย่างมากมาย และวงดนตรีแอ๊ดคาราบาวเต็มวง
ณ.สถานที่ค่ายมวยสจเปี๊ยกอุทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กระทรวงวัฒนธรรม เดินหน้าขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ.2566 – 2570)ภาคเหนือ

วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม 2568 นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธาน การประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ.2566 – 2570) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ภาคเหนือ พร้อมด้วย นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ผู้บริหารหน่วยงาน ผู้แทนสำนักงานวัฒนธรรม ผู้แทนหน่วยงานภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่กรมการศาสนา เข้าร่วม โดยจัดระหว่างวันที่ 22 – 23 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรม ดิ เอ็มเพรส น่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน
นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการ

ด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 กำหนดเป้าหมายให้คนไทยมีพฤติกรรมที่สะท้อนการมีคุณธรรมเพิ่มขึ้น มุ่งสู่สังคมคุณธรรมที่คนไทยอยู่ร่วมกันด้วยความสมานฉันท์ ภายใต้หลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม และประเทศไทยปลอดทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งมีการกำหนดตัวชี้วัดหลักจำนวน 2 ตัวชี้วัด ประกอบด้วย ตัวชี้วัดดัชนีคุณธรรม 5 ประการ “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กตัญญู” และตัวชี้วัดหน่วยงานภาครัฐน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการบริหารงาน มีค่า ITA

เพิ่มขึ้น โดยกรมการศาสนา และศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ได้ร่วมกันขับเคลื่อนและส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายคุณธรรมในทั่วทุกพื้นที่ เพื่อมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้การขับเคลื่อนคุณธรรมตามแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย กรมการศาสนา และศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กำหนดจัดงานสมัชชาคุณธรรมและการประชุมติดตามผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) เพื่อติดตามผลสำเร็จของการดำเนินงาน และขยายเครือข่ายส่งเสริมคุณธรรมไปสู่มาตรฐานด้านคุณธรรม ที่มีขีดความสามารถในการให้คำปรึกษาและถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อสังคมให้เกิดการแพร่หลาย โดยการจัดงานระดับภูมิภาค 4 ภูมิภาค

มีกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย วัฒนธรรมจังหวัด ผู้แทนหน่วยงาน/ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมจำนวน 680 คน ในส่วนของภาคกลาง ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ อยุธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมเวลาดี นครพนม อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม และภาคใต้

ระหว่างวันที่ 7 – 8 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมเรือรัษฎา โฮเต็ล แอนด์ คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง ทั้งนี้ การจัดงานฯ ประกอบไปด้วยกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม อาทิ การบรรยายพิเศษ เรื่อง สถานการณ์และแนวมโน้มคุณธรรมในสังคมไทย, ดัชนีชี้วัดคุณธรรม ทิศทางและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในโลกวิถีใหม่, ทิศทางการขับเคลื่อนแผนการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ :

จากนโยบายสู่การขับเคลื่อนในพื้นที่, การอภิปราย เรื่องการส่งเสริมคุณธรรมในสังคมไทยสู่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน, และมีการนำเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อย การดำเนินการส่งเสริมคุณธรรมตามแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) และการส่งเสริมคุณธรรมในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

เพื่อนำไปสู่การพัฒนาองค์ความรู้ด้านการขับเคลื่อนคุณธรรม การเสริมสร้างพลังเครือข่ายคุณธรรมให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง และเป็นฐานรากในการต่อยอดคุณธรรมให้เจริญเติบโตครอบคลุมทุกพื้นที่ต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ป.5 พัน.25 ตรวจสภาพความพร้อมรบ และประเมินผลเป็นหน่วย กองร้อย.ปืนใหญ่สนาม ปี 2568 /สภ.เมืองชุมพร ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อ 22 ก.ค. 68 เวลา 0900 พ.ท. พิทยาคม พงษ์สุพรรณ์ ผบ.ป.5 พัน.25 หน.กรรมการประเมินผล เป็นประธานใน

พิธีตรวจสภาพความพร้อมรบ และประเมินผลเป็นหน่วย กองร้อย.ปืนใหญ่สนาม ประจำปี 2568 พร้อมทั้งนำกำลังพล, ยานพาหนะ,

อาวุธและยุทโธปกรณ์ เข้ารับการตรวจสอบและประเมินผลเป็นหน่วย กองร้อย.ปืนใหญ่สนาม ประจำปี 2568 ดำเนินการตรวจสภาพความพร้อมรบ และการปฏิบัติเป็นส่วน

สร้างความชำนาญและเข้าใจในอุปกรณ์และยุทโธปกรณ์เป็นขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศในการตรวจสอบอุปกรณ์และพร้อมเข้ารบ

พร้อมทั้งจัดคณะกรรมการภายในหน่วย ดำเนินการตรวจสอบและประเมินผลการฝึกให้เป็นไปตามเกณฑ์และแนวทางที่ ศูนย์การทหารปืนใหญ่กำหนด เพื่อเพิ่ม

ขีดความสามารถของระดับกำลังพล/ระดับหน่วย และรองรับภารกิจของกองทัพบกเมื่อได้รับมอบหมายต่อไป ณ บริเวณหน้าลานศาลาค่ายเขตอุดมศักดิ์ ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร

สภ.เมืองชุมพร ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม

วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เวลา 17.00 น พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ประจำเดือน กรกฎาคม 2568 ระหว่างวันที่ 21-25ก.ค.2568

พร้อมด้วย พ.ต.ท.อดิศร เจนประเสริฐศิลป์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.สุริยา แป้นเกิด รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.ปนินทร โชติ รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.ปราโมทย์ กุ้งทอง สว.อก.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.ปฏินันท์ จันทร์หนองไทร สว.จร.สภ.เมืองชุมพร

พ.ต.ท.นฤพล นิลพันธ์ สวป.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ต.ปิยพล ฉัตรภูมิ สว.สส.เมืองชุมพร ข้าราชการตำรวจสภ.เมืองชุมพร ณ สภ.เมืองชุมพร โดยกําหนดเป้าหมายเน้นความผิด เกี่ยวกับอาวุธปืนวัตถุระเบิดเครื่องกระสุนปืน การจําหน่าย อาวุธปืน

วัตถุระเบิด เครื่องกระสุนปืนโดยผิดกฎหมาย(OnGround)และจําหน่ายอาวุธปืนวัตถุระเบิดเครื่องกระสุนปืน ผ่านระบบออนไลน์และโซเซียลมีเดีย โดยผิดกฎหมาย(Online) ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด บุคคลตามหมายจับและสืบสวนจับกุมบุคคล กลุ่มบุคคลผู้มีอิทธิพล

และผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้นอกระบบ ปราบปรามคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ ,การแข่งรถในทาง ออกตรวจแหล่งมั่วสุมต่างๆเพิ่มวงรอบในการตรวจตรา/

กำชับสถานบริการ ฯลฯ กำชับการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องปฏิบัติ ตามหลักยุทธวิธีตำรวจในการ เข้าตรวจค้น จับกุม เหตุการณ์ทั่วไปปกติ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สองสาวร้องสื่อถูกรุมยำ-ข่มขู่ คดีไม่คืบ

ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายสองรายคือ นางจุฑามาศ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี และนางสาวสาวิตรี (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี นำหลักฐานสำคัญเป็นคลิปจากกล้องวงจรปิดและคลิปวิดีโอจากประชาชน มายื่นต่อสื่อมวลชนหลังคดีไม่คืบหน้าแม้จะมีภาพชัดเจนว่าถูกทำร้าย และตามชายฉกรรจ์ลักษณะคล้ายพกอาวุธปืน พร้อมทั้งมีการข่มขู่และประกาศท้าทายกฎหมายอย่างอุกอาจ

เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในพื้นที่ร้านบาร์แห่งหนึ่ง ภายในซอยวัดบุญกาญจนาราม ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยเริ่มจากคืนวันที่ 13 มิถุนายน เวลาประมาณ 23.00 น. กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพได้ว่า หลังมีปากเสียงบริเวณหน้าตลาด ฝ่ายคู่กรณีได้โทรเรียกพรรคพวก ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นชายสวมเสื้อวินมอเตอร์ไซค์สีส้ม ขับรถจักรยานยนต์พีซีเอ็กซ์สีเทา มาจอดด้านหน้ากล้องวงจรปิดของคอนโดแห่งหนึ่ง ก่อนจะถอดเสื้อวิน ใส่ไว้ใต้เบาะ และหยิบสิ่งของลักษณะคล้ายอาวุธปืนขึ้นลำเหน็บเอวแล้วเดินเข้าไปในวงเหตุการณ์ โดยมีกลุ่มหญิงไทยสวมเสื้อดำ ฝั่งผู้ก่อเหตุเดินเข้ามาพูดคุยด้วย

นางจุฑามาศ (ผู้เสียหาย) ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ช่วงนั้นพี่สาวของตนมีปากเสียงกับคู่กรณี ตนเข้าไปห้ามปราม แต่กลับถูกอีกฝ่ายไม่พอใจ โทรตามคนมาเสริม จนสถานการณ์เริ่มบานปลาย หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้ามา คิดว่าจะจบไปแล้ว ต่อมา วันที่ 16 มิถุนายน เวลาประมาณ 20.40 น. กล้องวงจรปิดจับภาพหญิงไทย 3 คน เดินเข้ามาหาผู้เสียหายที่ร้านเดิม โดยมีหญิงผู้ก่อเหตุ เดินตามมาทีหลัง ก่อนจะพูดจาท้าทาย แล้วลงมือกระชากผมนางสาวสาวิตรีผู้เสียหายอีกรายจากเก้าอี้ ลากและทำร้ายหน้าร้าน ทั้งยังมีชายขับวินฯ ที่มากับกลุ่มผู้ก่อเหตุยืนกันไม่ให้ใครเข้าไปช่วย ทำให้ผู้เสียหายถูกทำร้ายร่างกายโดยไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย

นางสาวสาวิตรีให้การว่า เธอเพียงแค่นั่งอยู่ในร้าน ไม่รู้เรื่องราวมาก่อน ถูกกลุ่มหญิงเข้ามาหาเรื่อง โดยกล่าวหาว่าเธอรู้เห็นกับนางจุฑามาศ และกล่าวหาว่าเคยด่ากันมาก่อน จากนั้นก็ลงมือทันที โดยระหว่างเหตุการณ์ยังพูดท้าทายเสียงดัง “กฎหมายทำอะไรกูก็ไม่ได้!” สร้างความหวาดกลัวให้กับคนในร้านอย่างมาก เธอยังเล่าด้วยว่า ถูกกัดที่ราวหน้าอกจนเป็นรอยฟกช้ำ และมีแผลถลอกหลายจุด

แม้มีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแต่วันเกิดเหตุ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า ไม่มีการเรียกตัวคู่กรณีมาสอบสวนตามที่แจ้งไว้ ผู้เสียหายพยายามติดตามคดีด้วยตนเอง แต่กลับถูกโยนให้ไปติดต่อร้อยเวรเอง ไม่มีเจ้าหน้าที่ใดรับผิดชอบอย่างชัดเจน ที่ร้ายไปกว่านั้น ผู้เสียหายยังระบุว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมีการโพสต์เฟซบุ๊กข่มขู่ท้าทายต่อเนื่อง ทำให้ผู้เสียหายรู้สึกไม่ปลอดภัย หวั่นจะถูกทำร้ายซ้ำ หรือถึงขั้นเสียชีวิต

ผู้เสียหายทั้งสองจึงต้องออกมาร้องต่อสื่อมวลชน เพื่อเป็นกระบอกเสียง หลังแจ้งตำรวจแล้วคดีเงียบ หวั่นถูกจัดฉากอีกครั้งโดยผู้มีอิทธิพลที่สามารถเคลื่อนไหวได้เสรี ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจน ทั้งคลิปวงจรปิดและพยานแวดล้อม ถ้าไม่มีสื่อ ไม่มีใครรู้เลยว่าเราถูกทำร้าย ถูกข่มขู่ และกฎหมายไม่สามารถปกป้องเราได้ โดยผู้เสียหายวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะตำรวจพัทยา เร่งดำเนินการตามพยานหลักฐานที่มี และให้ความเป็นธรรมด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “SEAL STOP SAFE” ภ.5 หยุดวงจรการค้ายาเสพติด Safe สร้างพื้นที่ปลอดภัย

วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม 2568 เวลา 11.00 น.พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงผลการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสําคัญ ของ ภ.จว.เชียงราย ดังนี้

  1. สภ.แม่สาย จว.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 1,200,000 เม็ด
  2. สภ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย ตรวจยึดของกลางยาบ้า จำนวน 600,000 เม็ด
  3. สภ.บ้านดู่ จว.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 600,000 เม็ด
  4. สภ.เวียงแก่น จว.เชียงราย ตรวจยึดของกลางยาบ้า จำนวน 4,000,000 เม็ด
  5. สภ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 500,000 เม็ด
  6. รวมของกลางยาบ้าทั้งหมด จำนวน 6,900,000 เม็ด

โดยมี พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย , พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 , นายสุพจน์ แสนมี ปลัดจังหวัดเชียงราย , น.ส.สุกัญญา ใหญ่วงศ์ ผู้แทน ปปส.ภ.5 , พ.อ.อดุลย์ ลอยฟ้า รอง ผบ.นบ.ยส.35 , พ.อ.ไมตรี ศรีสันเทียะ เสนาธิการ กกล.ผาเมือง และ ผกก.สภ.พื้นที่ ร่วมประชุมและร่วมแถลงผลการจับกุม

ณ ลานแถลงข่าว อาคารกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

สรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของ ตำรวจภูธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.67 – 18 ก.ค.68จับกุมคดียาเสพติดจำนวน 18,617 คดีคดียาเสพติดรายสำคัญ 202 คดีตรวจยึดของกลางยาเสพติดยาบ้า 194 ล้านเม็ดเศษไอซ์ 10,400 กิโลกรัมเศษเฮโรอีน 150 กิโลกรัมเศษเคตามีน 1,740 กิโลกรัมเศษฝิ่น 119 กิโลกรัมเศษตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด – มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 727 ล้านบาทเศษ

สมจิตร แสงบัลลังก์ ภาพ/ข่าว รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองพ่อเมืองสุโขทัยลุยตรวจแนวตลิ่งป้องกันน้ำยมรับพายุวิภา

เมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่21กรกฏาคม2568ภายใต้การอำนวยการของ นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย

โดย นายสมลักษ์ ยกน้องวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์หลังน้ำลด และเพื่อการป้องกันจุดเสี่ยงบริเวณริมแม่น้ำยม หมู่ที่ 6 ตำบลท่าทอง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

เนื่องจากบริเวณดังกล่าว องค์การบริหารส่วนตำบลท่าทองได้จัดทำโครงการและงบประมาณในการก่อสร้างแนวป้องกันตลิ่งแต่ไม่สามารถหาผู้รับจ้างได้

ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้สั่งการให้องค์การบริหารส่วนตำบลท่าทอง ดำเนินการทำแนวป้องกันตลิ่งโดยใช้ไม้เสาเข็มยูคาและกระสอบทรายบิ๊กแบ็คเพื่อป้องกันน้ำกัดเซาะตลิ่งทะลักเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชน โดยจะเริ่มดำเนินการทันที

ซึ่งในครั้งนี้ นายประพันธ์ศักดิ์ บุตรรัตน์ ปลัดอาวุโส และปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลท่าทอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านร่วมลงพื้นที่ด้วยเพื่อเป็นการร่วมด้วยช่วยกันที่จะป้องกันและดำเนินงานตามนโยบายของจังหวัดสุโขทัย.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการ”จัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ในการเลี้ยงโค” สมาชิกเข้าร่วมโครงการจำนวน 15 คน

วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 เวลา 14.00 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน มอบหมายให้นายภัคพงศ์ ทองฟู นางชุติมา ภัทรภิญโญ ผู้ปฏิบัติงานสำนักงานจังหวัด และนายภัทร์ศรุต คล้ายสุบรรณ ผู้ปฏิบัติงานกลุ่มงานบริการ

ลงพื้นที่ อำเภอเมืองน่าน เพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและประเมินแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ขององค์กรเกษตรกรกลุ่มเลี้ยงสัตว์บ้านซาวหลวง ชื่อโครงการ”จัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ในการเลี้ยงโค” สมาชิกเข้าร่วมโครงการจำนวน 15 คน

โดยมี นายบุญยงค์ สดสอาด ประธานอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ นายอุไร สารถ้อย นายสุบรรณ นรินทร์ อนุกรรมการจังหวัด และนายวัชรพงษ์ พญาพรม ปศุสัตว์อำเภอเมืองน่าน ผู้แทนปศุสัตว์จังหวัดน่าน (อนุกรรมการภาคราชการ) คณะ

ทำงานเพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและประเมินแผนและโครงการฯ ร่วมลงพื้นที่ด้วย ณ หอประชุมบ้านซาวหลวง หมู่ 5 ตำบลบ่อสวก อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “รวบครบ! แก๊งตุ๋นเช่าสินสอด 5.5 ล้าน แล้วเชิดเงินหนี ตำรวจไล่ล่าถึงชลบุรีอีก 2 ราย จนจับครบทั้งทีม!”คืบหน้าปล้นร้านทองสะหวันนะเขต – พบรถคนร้ายเป็นเชฟโรเลต ครูซ แดง พ่นสีดำพรางตัว!

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ด.ต.กนกวงษ์ เปรมสุข ผบ.หมู่ (สส) สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับตัวผู้ต้องหา 2 ราย ประกอบด้วย นางสาวศิริอร ศิริมงคล อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 165/20 ต.บ้านบึง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี และนายประติพล คำมุงคุณ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 หมู่ที่ 3 ต.มาบโป่ง อ.พานทอง จ.ชลบุรี โดยทั้งสองเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ จ.177/2568 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ฐานความผิด “ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด การพาทรัพย์ไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองไว้ได้เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา และได้ส่งตัวให้ พ.ต.ต.วิรัตน์ วงค์สอน สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร รับดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ลูกสาวของหญิงวัย 60 ปี เจ้าของธุรกิจปล่อยเช่าสินสอดรายใหญ่ในจังหวัดขอนแก่น ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ว่าแม่ของเธอตกเป็นเหยื่อของขบวนการมิจฉาชีพชาย-หญิง 3 คน ซึ่งร่วมกันวางแผนหลอกลวง
ผู้ต้องหาทั้งสาม ประกอบด้วย นางสาวพรทิพย์ (จับกุมได้ก่อนหน้านี้) นายประติพล หรือ “ปั๊ก” และนางสาวศิริอร หรือ “หมวย”
โดยใช้กลอุบายให้นางสาวพรทิพย์เข้าไปติดต่อเหยื่อ อ้างว่าต้องการ “เช่าเงิน” จำนวน 5,500,000 บาท เพื่อนำไปถ่ายภาพกับเงินก้อนดังกล่าว เพื่อสร้างเครดิตให้ดูน่าเชื่อถือ เสนอกับนายทุนรายใหญ่ เพื่อร่วมลงทุนในธุรกิจเต็นท์รถ พร้อมเสนอจะจ่าย “ค่าเช่าเงิน” เป็นจำนวน 76,500 บาท

เมื่อเหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินให้ตามข้อตกลง กลุ่มผู้ต้องหากลับไม่คืนเงินตามที่สัญญา และติดต่อไม่ได้ ผู้เสียหายจึงรู้ว่าถูกหลอก และเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ซึ่งได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ และสามารถจับกุม น.ส.พรทิพย์ ได้ก่อน จากนั้นจึงประสานตำรวจพื้นที่จังหวัดชลบุรี กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาอีก 2 รายได้ครบทั้งขบวนการในที่สุด ดังกล่าว

จับแก๊งตุ๋น #เช่าสินสอด #มิจฉาชีพออนไลน์ #มุกดาหาร #ขอนแก่น #ข่าวอาชญากรรม #โกงเงิน #ตำรวจไทย #หลอกลวง #เต็นท์รถลวงโลก #บ้านบึง #ชลบุรี #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

คืบหน้าปล้นร้านทองสะหวันนะเขต – พบรถคนร้ายเป็นเชฟโรเลต ครูซ แดง พ่นสีดำพรางตัว!

เจ้าหน้าที่ลาวตรวจพบ หลักฐานสำคัญ จากเหตุปล้นทองร้านมาลัย กลางเมือง นครไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2568 โดยรถยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นเชฟโรเลต ครูซ เดิมทีเป็น สีแดง แต่ถูก พ่นทับให้เป็นสีดำ เพื่อพรางตัวระหว่างการก่อเหตุ

จากภาพ กล้องวงจรปิด ยังเผยให้เห็นว่าบริเวณ ขอบประตูด้านในยังคงเป็นสีแดง ชัดเจน ไม่ได้ถูกพ่นสีทับเหมือนภายนอก

ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า รถรุ่นดังกล่าว มีซันรูฟ ซึ่ง ไม่น่าจะเป็นรุ่นที่ผลิตในประเทศไทย เนื่องจากเวอร์ชันที่ขายในไทยไม่มีซันรูฟ อาจเป็นรถที่นำเข้าจาก จีนหรือเกาหลีใต้ ซึ่งผลิตรุ่นซันรูฟวางจำหน่ายในตลาดบางประเทศด้วย

🚨 ขณะนี้คนร้ายทั้ง 4 คนยังคง หลบหนี เจ้าหน้าที่ลาวเร่งไล่ล่าและขอความร่วมมือประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส

ปล้นร้านทอง #ChevroletCruze #เชฟโรเลต ครูซ #รถคนร้าย #ข่าวลาว #ร้านคำมาลัย #นครไกสอนพมวิหาน #สะหวันนะเขต #ลาว #ปลอมสีรถ #ซันรูฟไม่ใช่ไทยผลิต #ไล่ล่าโจรปล้นทอง #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชุมนุมเรียกร้องให้ย้ายนายอำเภอท่าแซะใน 24 ชั่วโมง


ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ที่หน้าศาลากลางจังหวัดชุมพร ชาวบ้านประมาณ 300 คน นำโดย นายประคอง จิตประสงค์ ตัวแทนกลุ่มทหารผ่านศึกและราษฎรผู้ขาดแคลนที่ดินทำกินใน อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร

และพื้นที่ใกล้เคียง ได้ชุมนุมร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เพื่อขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับกรณีมีการจับกุมกลุ่มผู้ชุมนุมที่มิชอบด้วยกฎหมายและการละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมเรียกร้องให้ย้าย นายพิศิษฐ์ ฤทธิพิชัยสงคราม นายอำเภอท่าแซะ ออกจากพื้นที่

นายประคองและแกนนำรวม 12 คน ระบุว่าเป็นตัวแทนกลุ่มผู้ขาดแคลนที่ดินทางด้านการเกษตรกว่า 3,064 คน เคยยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อหลายหน่วยงาน โดยมีข้อกล่าวหานายพิศิษฐ์ ว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการเลือกปฏิบัติในการจับกุมกลุ่มผู้ชุมนุมของเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายปกครองและกรมป่าไม้ กล่าวหาเกินความเป็นจริง และเลือกปฏิบัติ เข้าจับกุมโดยไม่มีหมายจับและหมายค้นจากศาล อ้างว่าเป็นการกระทำผิดซึ่งหน้า

แต่กลับไม่ดำเนินการกับบริษัท วิจิตรภัณฑ์ฯ ที่ถูกกล่าวหาว่าบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติเพื่อจัดทำสุสานบรรพบุรุษ ซึ่งถือเป็นการกระทำผิดซึ่งหน้าเช่นกัน เจ้าหน้าที่ยังละเว้นการจับกุมกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่นและผู้มีอิทธิพลที่ลักลอบทำลายต้นปาล์มน้ำมันในเขตป่าสงวนเพื่อยึดถือครอบครองที่ดินกว่า 3,000 ไร่ และแรงงานต่างด้าวชาวพม่าที่ลักลอบตัดผลปาล์มน้ำมันในพื้นที่หมดอายุสัมปทานในเวลากลางคืน

ผู้ชุมนุมจึงขอเรียกร้องให้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรพิจารณาโยกย้ายนายอำเภอท่าแซะโดยกล่าวหาว่า 1.นายอำเภอท่าแซะบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินป่าสงวนแห่งชาติรับร่อ–สลุย ในบริเวณพื้นที่ของบริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออย จำกัด เพื่อปลูกต้นทุเรียน ซึ่งเป็นการกระทำที่ทุจริตและผิดกฎหมาย 2.นายอำเภอท่าแซะละเว้นการจับกุมดำเนินคดีกับแรงงานต่างด้าวที่เข้ายึดครองบ้านพักคนงานของบริษัทวิจิตรภัณฑ์ปาล์มออย จำกัด

และออกเก็บเกี่ยวผลปาล์มน้ำมันในป่าสงวนแห่งชาติ และ 3.นายอำเภอท่าแซะไม่ดำเนินการจับกุมบริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออย จำกัด กรณีจัดทำสุสานบรรพบุรุษในป่าสงวนแห่งชาติรับร่อ–สลุย โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุน จากนั้น นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลงมารับหนังสือเรียกร้องเพื่อพิจารณาและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ในเวลาต่อมา นายพิศิษฐ์ ฤทธิพิชัยสงคราม นายอำเภอท่าแซะ เปิดเผยว่า ตนทราบเรื่องกรณีชาวบ้านชุมนุมเรียกร้องให้มีการย้ายตนออกนอกพื้นที่แล้ว คิดว่าผู้ชุมนุมคงโกรธแค้นตนที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 11 สุราษฎร์ธานี จับกุมกลุ่มชาวบ้านที่เข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่าที่เคยเป็นพื้นที่สัมปทานของบริษัท วิจิตรภัณฑ์ ปาล์มออยล์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งหมดอายุการอนุญาตไป

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2558 ที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ารับร่อและป่าสลุย ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จากนั้น ก็มีการชุมนุมปิดถนนเพชรเกษม ขาล่องใต้ หมู่ 3 บ้านยายไท ต.สลุย อ.ท่าแซะ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาเจรจาจนมีการเปิดถนนตามปกติ ส่วนที่กล่าวหาตนทั้ง 3 ข้อยืนยันว่าสามารถชี้แจงได้หมด และตนปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมายทุกประการ ไม่มีนอกมีในหรือมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องเลย

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ได้รับหนังสือเรียกร้องจากผู้ชุมนุมแล้ว ส่วนเรื่องการโยกย้ายนายอำเภอเป็นอำนาจของส่วนกลาง ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่สามารถดำเนินการได้ทันที เท่าที่ทราบขณะนี้คือบริษัท วิจิตรภัณฑ์ฯ ที่เคย

ได้รับสัมปทานและหมดอายุการอนุญาตการเข้าใช้พื้นที่ไปแล้ว ยังมีคำสั่งศาลคุ้มครองอยู่ และทางวิจิตรภัณฑ์ฯ ก็ได้ทำเรื่องขอยกเลิกการคุ้มครองพร้อมทั้งขอยกเลิกคดีความต่างๆ ที่เคยฟ้องร้องเกือบหมดแล้ว ซึ่งเรื่องกำลังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / 4โจร!! ปล้นอุกอาจกลางเมืองสะหวันนะเขต สปป.ลาว! อาวุธสงครามครบมือ กวาดทองกว่า 300บาท ตม.มุกดาหารคุมเข้ม! สกัดคนร้ายปล้นร้านทองสะหวันนะเขต

เมื่อเวลา 15:40 น. วันที่ 20 กรกฎาคม 2568 เกิดเหตุระทึกกลางเมืองสะหวันนะเขต สปป.ลาว คนร้าย 4 คนแต่งชุดดำ สวมหน้ากากอำพรางใบหน้า ใช้อาวุธสงครามบุกปล้นร้านคำ(ทอง) “มาลัย” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าคิวรถโดยสารประจำทาง

ผู้ก่อเหตุลงมืออย่างอุกอาจในช่วงกลางวันแสก ๆ ก่อนหลบหนีขึ้นรถยนต์ Chevrolet สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มุ่งหน้าออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว

ล่าสุด เจ้าของร้านทอง “มาลัย” ประกาศตั้งรางวัลนำจับสูงถึง 500 ล้านกีบ สำหรับผู้ที่ให้เบาะแสนำไปสู่การจับกุมผู้ก่อเหตุ พร้อมทองรูปพรรณที่ถูกปล้นไป

ความคืบหน้าคดีปล้นร้านคำ(ทอง)มาลัย บริเวณหน้าคิวรถโดยสารนครไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว เมื่อเวลา 15:40 น. วันที่ 20 กรกฎาคม 2568

ล่าสุด เจ้าหน้าที่พบ รถยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ถูกจอดทิ้งและ จุดไฟเผา เพื่อทำลายหลักฐาน ที่บริเวณ สวนยาง ใกล้วัดพระธาตุอิงฮัง แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมือง

ขณะนี้ คนร้ายทั้ง 4 คนยังคงหลบหนีอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ลาวได้กระจายกำลังไล่ล่าทั่วพื้นที่ เผารถหนี! โจรปล้นทองสะหวันนะเขต จุดไฟเผารถทิ้งใกล้พระธาตุอิงฮัง – หนีลอยนวล!

ตม.มุกดาหารคุมเข้ม! สกัดคนร้ายปล้นร้านทองสะหวันนะเขต

วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 พ.ต.อ.พิทักษ์พงษ์ เจริญกุล ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุปล้นร้านทองในแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา จึงได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่งานตรวจบุคคลและพาหนะ เพิ่มมาตรการเข้มงวดในการตรวจสอบผู้โดยสารขาเข้าฝั่งไทย เพื่อป้องกันการหลบหนีของผู้ก่อเหตุและการลักลอบนำสิ่งของผิดกฎหมายข้ามแดน

โดยให้ตรวจสอบรถโดยสารระหว่างประเทศขาเข้า อย่างละเอียด เพื่อป้องกันการหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย รวมถึงการซุกซ่อนสิ่งของผิดกฎหมายสัมภาษณ์และคัดกรองผู้โดยสารขาเข้า เพื่อประเมินพฤติกรรมที่น่าสงสัย ตรวจสัมภาระผู้โดยสารทุกรายผ่านเครื่องเอกซเรย์ของศุลกากร เพื่อค้นหาสิ่งของผิดกฎหมายหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดี

นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรการด้านการข่าวและการสืบสวน โดยมีการ บูรณาการข้อมูลร่วมกับฝ่ายลาว ได้แก่ ตม.ลาว และตำรวจแขวงสะหวันนะเขต เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ต้องสงสัย รวมถึงการประชาสัมพันธ์รูปภาพและข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้หน่วยงานความมั่นคงของไทยตามแนวชายแดนรับทราบ

พร้อมกันนี้ ยังสั่งการให้ ตรวจสอบรายชื่อและติดตามความเคลื่อนไหวของบุคคลต้องสงสัยหรือผู้มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงในพื้นที่ อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้กระทำผิดหลบหนีหรือซ่อนตัวในประเทศไทย

ตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร #ชายแดนมุกดาหาร #ปล้นร้านทองลาว #สะหวันนะเขต #ข่าวลาวไทย #ชายแดนเข้ม #ตรวจเข้มชายแดน #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #มุกดาหาร #ลาวไทย #ด่านพรมแดนมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “Nan Young Kids พอเพียง: ห้องเรียนท้องถิ่นน่าน” เปิดพื้นที่แหล่งเรียนรู้วิถีพอเพียงบ้าน

วันที่ 20 กรกฎาคม 2568 โครงการ “Nan Young Kids พอเพียง: ห้องเรียนท้องถิ่นน่าน” ภายใต้การสนับสนุนของโครงการจิตสำนึกรักเมืองไทย ปีที่ 17 โดยสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้เปิดพื้นที่แหล่งเรียนรู้วิถีพอเพียงต้งชมจันทร์อย่างเป็นทางการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และปลูกฝังแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่เยาวชนในท้องถิ่นจังหวัดน่าน พร้อมทั้งพัฒนาแกนนำเยาวชนให้เป็นผู้สืบทอดภูมิปัญญาจากปราชญ์ชุมชน และสร้างกิจกรรมชุมชนให้เป็นฐานการเรียนรู้

โครงการนี้ริเริ่มโดยทีม “ละอ่อนน่าน พัฒนาเมือง” ซึ่งประกอบด้วยพลังความร่วมมือของ ทีม ลองน่านโลเคิลดีไซน์, กองทุนพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเยาวชนจังหวัดน่าน, แหล่งเรียนรู้วิถีพอเพียงต้งชมจันทร์ และภาคีเครือข่ายต่างๆ โดยเล็งเห็นถึงปัญหาการใช้เวลาอยู่กับสื่อสังคมออนไลน์

ของเยาวชนที่ส่งผลกระทบต่อสมาธิและทักษะทางสังคม โครงการ “Nan Young Kids พอเพียง: ห้องเรียนท้องถิ่นน่าน” ได้รับคัดเลือกและสนับสนุนจากโครงการจิตสำนึกรักเมืองไทย ปีที่ 17 ซึ่งเป็นหนึ่งใน 12 โครงการที่ผ่านการคัดเลือกจากกว่า 329 โครงการทั่วประเทศ

กิจกรรมหลักของโครงการคือ “โซเชียลดีท็อกซ์” ซึ่งจัดขึ้นผ่าน 5 ฐานกิจกรรมที่ได้ลงมือปฏิบัติจริง ได้แก่ ฐานปั้นดิน, ฐานชาวนา, ฐานการละเล่นพื้นบ้าน, ฐานสิ่งประดิษฐ์จากต้นกล้วย และฐานอาหารถิ่นสร้างสรรค์ กิจกรรมเหล่านี้มุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนได้ซึมซับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ลดการติดออนไลน์ และเพิ่มสมาธิได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดย นายณัฐพงศ์ พูนสินวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการ “Nan Young Kids พอเพียง: ห้องเรียนท้องถิ่นน่าน” กล่าวว่า โครงการนี้ยังให้ความสำคัญกับการสร้าง “แกนนำเยาวชนนำเที่ยวชุมชน” เพื่อให้เยาวชนเหล่านี้สามารถจัดกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนได้เองในทุกฤดูกาล สร้างรายได้ให้กับตนเองและชุมชน และพัฒนาไปสู่

“กลุ่มปราชญ์ชุมชนตัวน้อย” ที่พร้อมถ่ายทอดความรู้ ส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่น เพื่อความยั่งยืนของโครงการในระยะยาว โครงการเชื่อมั่นว่ากิจกรรมนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เยาวชนเกิดความภาคภูมิใจในบ้านเกิด มีทักษะชีวิตพร้อมรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดน่านให้เดินหน้าอย่างยั่งยืน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 นางสาวฐิติกาญจน์ ชะนะมาร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ รักษาราชการแทน เกษตรอำเภอเวียงสา มอบหมายให้นางสาวศิริกุล บุญปก นางสาววิภาพร ศรีวิไชย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเวียงสา

จัดประชุมคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่และศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรระดับอำเภอ ปี 2568 ครั้งที่ 4/2568 เพื่อสรุปผลการดำเนินงานตามโครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่เพื่อปรับเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตประจำปี 2568

การวางแผนการดำเนินการขับเคลื่อนและพัฒนาศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ระดับอำเภอ ให้มีศักยภาพเข้าสู่กระบวนการผลิตในรูปแบบแปลงใหญ่ และมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับความต้องการของตลาด พร้อมกันนี้ได้ประชาสัมพันธ์การขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรปี 2568 ตลอด

จนแจ้งมาตรการเตรียมรับมือพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม และขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านพืช โดยมี นายวินัย ก้อนสมบัติ ประธานแปลงใหญ่ เป็นประธาน ณ แปลงใหญ่ยางพาราทุ่งศรีทอง (หอประชุมบ้านสีนาชื่น) หมู่ที่ 4 ตำบลทุ่งศรีทอง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แม่จัน ลูกเลี้ยงโหด!! ใช้มีดฟันคอพ่อน้าเสียชีวิตเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2568 เวลาประมาณ 22.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่จัน ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.จ.เชียงราย พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร ผกก.สภ.แม่จัน พ.ต.ท.ศุภกรณ์ชัย เดชายิ้มสวัสดิ์ รอง ผกก.สส.สภ.แม่จัน และ พ.ต.ต.ผดุง ท้ายเรือคำ รรท.สว.สส.สภ.แม่จัน ร.ต.อ.วชิรพัตช์ วรรณสอน ร.ต.อ.อนันต์ โกเสนตอ และ ร.ต.อ.รพีพงศ์ พากเพียร รอง สว.สส.สภ.แม่จัน

พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.แม่จัน รุดไปที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งเหตุว่ามีหนุ่มชาวเขาให้อาวุธมีดฟันพ่อเลี้ยงของตัวเองสร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก บริเวณบ้านเลขที่ 572 บ.สันติสุข หมู่ 19 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงรายได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกของมีคมหรือมีดฟันเข้าที่ลำคอจนเป็นแผลฉกรรจ์ ญาติๆ จึงนำตัว นายไอ่ลุง อายุ 55 ปี

ส่งโรงพยาบาลแม่จันในเวลาต่อมาผู้บาดเจ็บได้ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและได้เสียชีวิตที่ รพ.แม่จัน ทราบชื่อผู้ก่อเหตุภายหลังคือ นายเอกชัย จะแล อายุ 25 ปี ( ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงของผู้ตายซึ่งมีอาการจิตเวชเนื่องจากมีประวัติเคยเสพยาเสพติดมาก่อน ) เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนแม่จันจึงได้ออกติดตามจับกุมตัว นายเอกชัยฯ ที่ได้หลบหนีไปอยู่ในบริเวณหมู่บ้านบ้านสันติสุข โดยไม่มียานพาหนะในช่วงเวลากลางดึกจนกระทั่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

ก็พบตัวนายเอกชัยฯ เดินอยู่ริมถนนภายในหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมตัวเอาไว้และนำตัวส่ง ร.ต.อ. กิตติคุณ จูมคำมูล รอง สว. พนักงานสอบสวน สภ.แม่จัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นนายเอกชัยให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริงเจ้าหน้าที่จึงจะนำตัวไปทำแผลประกอบคำรับสารภาพในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” หลังก่อเหตุใช้มีดฟันคอพ่อน้าเสียชีวิต ในเวลา 09.30 น.วันที่ 21 ก.ค.นี้ต่อไป.

ภาพข่าว – สืบสวน สภ.แม่จัน
บก.เจี๊ยบแม่สายนิวส์ออนไลน์ /// รายงาน ///

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านครัวเรือนยากจน เป้าหมายตามโครงการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”

วันพฤหัส ที่18 กรกฎาคม พ.ศ.2568 ตามที่ อบต.หนองเขียด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่นได้ทำหนังสือขอรับการสนับสนุนปรับปรุงถนนสายบ้านหนองเขียด-บ้านหนองหนามแท่ง ถึงนายวัฒนา ช่างเหลา นายก อบจ. ขอนแก่น (ผ่าน สจ.สำราญ ศรีภา เขต3)

นายวัฒนา ช่างเหลา นายก อบจ.ได้มอบหมายให้นายนาวิน คำเวียง รองนายก อบจ. ขอนแก่น ลงพื้นที่ถนนดังกล่าว โดยนายกิจทวี มาเพ็ชร นายกอบต.หนองเขียด คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการของ อบต.หนองเขียด ให้การต้อนรับและร่วมสำรวจถนน ทั้งนี้อบจ.ขอนแก่น

ยืนยันให้การสนับสนุน เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนที่สัญจรถนนสายดังกล่าวให้เกิดความสะดวกและปลอดภัย นายกิจทวี มาเพ็ชร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด กล่าว

สื่อสร้างสรรค์ ข่าวสารเพื่อท้องถิ่นสื่อรัฐทีวี /สื่อรัฐนิวส์

“ ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านครัวเรือนยากจน เป้าหมายตามโครงการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”

  วันนี้ 19 กรกฎาคม 2568  เวลา 09.00 น. นายประจวบ รักแพทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย นางจิระภา เชื้อ ดวงผุย พัฒนาการจังหวัดขอนแก่น ผู้อำนวยการกลุ่มงาน เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนลงพื้นที่เยี่ยมบ้านครัวเรือนยากจน เป้าหมายตามโครงการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอำเภอชุมแพ(ศจพ.อ.) พร้อมมอบถุงยังชีพและคำแนะนำการดำเนินวิถีชีวิตด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ณ ครัวเรือนยากจนหมู่ที่ 4 ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพจังหวัดขอนแก่น
 ในการนี้ นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ พร้อมด้วย นายโยธิน สิทธิ พัฒนาการอำเภอชุมแพ นายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน ,เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอชุมแพ ,กำนัน ผญบ ,ในพื้นที่ตำบลโนนหัน ให้การต้อนรับและดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

สื่อรัฐทีวี /สื่อรัฐนิวส์ ศูนย์ข่าวขอนแก่นสื่อสร้างสรรค์ข่าวสารเพื่อท้องถิ่น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ “สส.เพื่อไทยเปิดงานทุเรียนครบุรีครั้งที่3”

นายประยูร ทองบอน ประธานชมมรมผู้ปลูกทุเรียน อำเภอครบุรีและกำนัน ที่ พร้อมด้วยกลุ่มสมาชิกวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกทุเรียน อำเภอครบุรี ในฐานะผู้จัดการเทศกาลทุเรียนต้นน้ำมูลครั้งที่3 ขึ้น ณ หน้าที่ว่าการอำเภอครบุรี ระหว่างวันที่ 19-20 กรกฎาคม 2568 รวม2วัน เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรฐกิจของอำเภอครบุรีและยังเป็นงานทุเรียนประจำปีของอำเภอครบุรี อีกทั้งเป็นการรวมชาวสวนทุเรียนของอำเภอให้มีพื้นที่จำหน่ายทุเรียนออกสู่ตลาด

ในวงกว้างอีกด้วย ประธานชมรมฯ กล่าวต่อไปอีกว่า ในปีนี้ทางชมรมฯได้รับความร่วมมือจากอำเภอครบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ได้เข้าร่วมกิจกรรมองค์การประกวดผลผลิตทุเรียนสายพันธ์ุต่างๆ การแข่งขันการกินทุเรียน การแข่งขันส้มตำลีลา การออกบูธสินค้าทางการเกษตรและอื่นๆ

โดยปีนี้ มีสวนทุเรียนต่างๆเข้าร่วมมากกว่า 35ล้าน นำผลผลิตออกมาให้ชาวไทยและจังหวัดใกล้เคียงได้ลิ้มลองความอร่อย เพราะทุกเรียนครบุรีจะมีรสชาติ”หวานน้อย เนื้อเนียนนุ่มละมุนลิ้น” สโลแกนทุเรียนครบุรี บอกว่า
“ทุเรียนครบุรีอร่อย แถะๆ” พิธีเปิดในปีนี้ได้รับเกียรติจาก

ส.ส. อภิชา เลิศพัชรกมล สส.เขตอำเภอครบุรี โชคชัยและหนองบุญมาก และ ส.ส. อาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล สส.เขตอำเภอเสิงสางและครบุรี เดินทางมาเป็นประธานเปิดในครั้งนี้พร้อมทั้งร่วมประมูลทุเรียน ที่ได้รับการแข่งขันอันดับ1,2และ3

เพื่อนำรายได้เข้าสู่ชมรมฯเพื่อใช้ในกิจกรรมต่อไป ซึ่งทุเรียนรางวัลที่1 ผู้ประมูลได้คือ นายชัยวัฒน์ ชู้กระโทก รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ประมูลไปในราคา15,000บาท นายประยูรกล่าว

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ภารกิจดำน้ำเก็บขยะตามแนวปะการัง 30 กิโลกรัม คืนความสะอาดให้ทะเลไทย ที่เกาะง่ามน้อย จ.ชุมพร / หวั่นโรคร้ายเร่งตรวจสอบซากสุนัขจรจัดตายหลายตัว

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2568 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ร่วมกับศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 1 ชุมพร

ลงพื้นที่ทำความสะอาดเก็บขยะตามแนวปะการัง ตรวจสอบการวางลอบ อวน และอุปกรณ์ทำการประมงอื่นๆ ที่ทำลายทรัพยากรในทะเล บริเวณเกาะง่ามน้อย อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จังหวัดชุมพร

ซึ่งการดำน้ำเก็บขยะในครั้งนี้ สามารถจำแนกขยะได้เป็น เศษเชือก เศษอวนจำนวน 20 กิโลกรัม และขวดพลาสติก จำนวน 10 กิโลกรัม โดยสามารถเก็บขยะได้ทั้งสิ้น 30 กิโลกรัม

ขยะในท้องทะเลยังคงเป็นตัวการสำคัญ ที่ทำร้ายทั้งสัตว์และทรัพยากรใต้ท้องทะเล ถึงเวลาที่เราทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจ ไม่ทิ้ง หรือทิ้งขยะให้ถูกที่ เพื่อให้ท้องทะเลไทยยังคงสดใสและงดงามเหมือนเดิม

ที่มา : อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จ.ชุมพร #ขยะทะเล #ดำน้ำเก็บขยะ #อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร #ทะเล #ทรัพยากรธรรมชาติ #ชุมพร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปค.หว้านใหญ่ ปูพรมรวบ 3 ผู้ต้องหา ค้ายา-เสพยาบ้า ยึดของกลางพร้อมกระสุน/จับแล้วสาวแสบ! ใช้กลอุบายหลอกเช่าเงิน 5.5 ล้าน/ขับรถสายไปมาพุ่งชนฟุตบาท ชนป้ายหลวงพังยับ!

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 19 กรกฎาคม 2568 ว่าที่ร้อยตรี เอกวัฒนา คงคาน้อย นายอำเภอหว้านใหญ่ มอบหมายให้นายหมวดเอก วิชัย ทาธร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อม อส.อ.หว้านใหญ่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หว้านใหญ่, ตชด.2342, กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ต.ดงหมู จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมของกลางยาบ้าและเครื่องกระสุนปืน

ผู้ต้องหารายแรกคือ นายบุญหลาย หรือฮอล ผลคำ อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 38 ม.3 ต.ดงหมู อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร พบยาบ้า 202 เม็ด และเครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 5 นัด ถูกแจ้งข้อหา “ครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดและมีเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต”

ต่อมาได้จับกุมตัวนายกิจติพล หรือเบียร์ เจริญราช อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 259 ม.1 ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 6 เม็ด โดยกล่าวหาว่า”มียาเสพติดให้โทษประเภท (ยาบ้า)ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและเสพยาเสพติด”

และจับกุมตัวนายเอกชัย หรือเอก เมืองโคตร อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 130 ม.1 ต.คำป่าหลาย อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร โดยกล่าวหาว่า “เสพยาเสพติดให้โทษ ประเภท1(ยาบ้า)โดยฝ่าฝืนต่อกฏหมาย”จากนั้น ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมด้วยของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ฝ่ายปกครองหว้านใหญ่ #จับยาเสพติด #มุกดาหาร #หว้านใหญ่ #ดงหมู #คำป่าหลาย #ยาบ้า #ตชด2342 #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวด่วน #ยึดของกลาง #ยาเสพติด #ต้านภัยยาเสพติด #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

จับแล้วสาวแสบ! ใช้กลอุบายหลอกเช่าเงิน 5.5 ล้าน อ้างสร้างเครดิตลงทุนธุรกิจ ก่อนเชิดเงินหนี

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2568 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร และ พ.ต.ท.ฉัตรมงคล บุญกลาง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.เจษฎากร ไชยศรีหา สว.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร นำกำลังชุดสืบสวนออกปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์รายสำคัญ

โดยสามารถจับกุมตัว นาวสาวพรทิพย์ หรือ แป้ง ไชยบัน อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 176 หมู่ 1 ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร 1 ในผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ จ.175/2568 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”

โดยการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ก่อนหน้านี้ลูกสาวของหญิงวัย 60 ปี เจ้าของธุรกิจปล่อยเช่าสินสอดรายใหญ่ในจังหวัดขอนแก่น ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ว่ามารดาของตนตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพชาย-หญิง ประกอบด้วย นาวสาวพรทิพย์ (ผู้ต้องหา), นายปั๊ก และ นางสาวหมวย กลุ่มผู้ต้องหาได้ร่วมกันวางแผน โดย นางสาวพรทิพย์ อ้างกับผู้เสียหายว่าต้องการเช่าเงินจำนวน 5,500,000 บาท ตกลงจะจ่ายค่าเช่าเป็นเงิน 76,500 บาท เพื่อนำไปถ่ายภาพคู่กับเงินดังกล่าวเพื่อสร้างเครดิตให้ตนดูน่าเชื่อถือ เพื่อจะนำไปแสดงต่อนายทุนรายใหญ่ ก่อนร่วมลงทุนในธุรกิจเต็นท์รถ

แต่เมื่อได้รับเงินแล้ว ทั้ง 3 คน กลับกับไม่นำมาคืนตามที่ตกลงกันไว้ ในที่สุดไม่สามารถติดต่อกันได้​ ผู้เสียหายจึงรู้ตัวว่าถูกหลอกและได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร กระทั่งมีการออกหมายจับ และสามารถติดตามจับกุมตัว นาวสาวพรทิพย์ ผู้ต้องหาร่วมขบวนการได้ 1 คน

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการอีก 2 ราย ที่ยังคงหลบหนีอยู่ต่อไป

ข่าวอาชญากรรม #หลอกเช่าเงิน #โกง5ล้าน #รวบสาวแสยมุกดาหาร #ตำรวจมุกดาหาร #เต็นท์รถลวงโลก #มิจฉาชีพ #อาชญากรรมการเงิน #จับผู้ต้องหา #ข่าวเด่นมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

ซิ่งนรกมุกดาหาร! ขับรถสายไปมาพุ่งชนฟุตบาท ชนป้ายหลวงพังยับ! รถตัวเองก็เยิน ทะเบียนหลุด แล้วยังขับหนีต่อ

      คลิปจากกล้องโทรศัพท์เมื่อถือที่ผู้ใช้เพสบุ๊ค ชื่อว่า Sonwadee Indie Move On พร้อมข้อความ มาจากทางไหนครับพี่น้อง ซิ่งขนาดนี้ ข้ามเกาะกลาง ย้อนสอน แถมชนคอสะพานอีก จะไปทางไหนน้อครับ ใครได้รับความเสียหายจากรถคันนี้นี่นะครับเลขทะเบียน  โดยภาพเป็นภาพที่ผู้โพสต์ได้ขับรถตามกระบะสีขาว ขับรถในลักษณะ ส่ายไป-มาบนถนนขาเข้าเมืองมุกดาหาร ก่อนพุ่งชนฟุตบาทสะพานข้ามห้วยบังอี่  บริเวณถนน ชยางกูร เขตเขตอำเภอนิคมคำสร้อย เมื่อช่วงเวลาประมาณ4โมงเย็นของวันที่19 ก ค  68 ที่ผ่านมา 
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เกิดเหตุพร้อมกับได้สอบถามเรื่องดังกล่าวกับเจ้าของคลิป ชื่อว่า คุณบอย  เปิดเผยว่าก่อนเกินจะตัดสินใจขับรถตามถ่ายคลิปตนเองได้เสียงคล้ายรถชนกัน ต่อมาก็ได้เห็นรถคันดังกล่าวขับย้อนศร จึงขับรถตามเพื่อเรียกให้จอดแต่คนขับรถไม่ยอดจอดจึงตัดสินใจถ่ายคลิป เพื่อเป็นหลักฐานว่ารถคันดังกล่าวได้ขับแบบประมาทหวาดเสี่ยว ไม่รู้ว่าเขาจะเมา หรือป่วย ระหว่างนั้นก็พยามเรียกให้จอดก็ไม่จอดตนจึงตามไปประมาณ 3 กิโลเมตรเลยไม่ตามต่อ

ล่าสุดเจ้าหน้าที่กองร้อยทหารราบ กองกำลังสุรนารี ลงพื้นที่ตรวจสอบจนพบตัวคนขับและพบรถพังยับแต่ยังขับหนีกลับถึงบ้าน! โดยคนขับมีอาการเบลอคล้ายเมา พูดจาไม่รู้เรื่อง บอกได้เพียงชื่อ “ดำ” และขับรถกลับมาหลบอยู่ที่บ้านเหล่าหลวง ต.หนองแวง อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เทศบาลตำบลไคสี จัดอบรมป้องกันยาเสพติด สร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนในพื้นที่

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 เทศบาลตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ จัดโครงการรณรงค์ฝึกอบรมป้องกันยาเสพติด ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลไคสี โดยมี นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดโครงการ

พร้อมด้วย นายชยพล โพธิ์สว่าง นายกเทศมนตรีตำบลไคสี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน นายธีระพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ ว่าที่

ร.ต.นิคม ลุนเพ็ง ผอ.กลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาท้องถิ่นและรักษาการหัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สนง.ท้องถิ่นจังหวัดบึงกาฬ ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชนทั้ง 10 หมู่บ้าน ผู้บริหารและเยาวชนโรงเรียนในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลไคสี ร่วมในพิธี

โครงการครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติดในกลุ่มเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ พร้อมสร้างเครือข่ายป้องกันยาเสพติดในชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมจากหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และนักเรียนจำนวนมาก

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การบรรยายให้ความรู้ การอภิปรายแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการแสดงบทบาทสมมุติ เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการปฏิเสธยาเสพติดอย่างได้ผล
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศูนย์คุณธรรมจัดกิจกรรม “Active Media for Moral Ecosystem” จุดประกายสื่อสร้างสรรค์คุณธรรมพลังบวก สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยช่วยเหลือสังคม

16 กรกฎาคม 2568 : 13.00-15.00 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,ดร.อนุชิดา ชินศิรประภา ประธานกรรมการประสานงานส่วนภูมิภาค ภาค 16

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ นางวิไล รุ่งรัตน์มณีมาศ รองประธานกรรมการ จ.สมุทรปราการ และนางคำนึง นิยมสุข กรรมการ,นายสนั่น สุขแสง นายก ทต.คลองด่าน,นางสายสุณีย์ จันทร์ดี ผอ.รพ.สต.คลองด่าน ม.7 [สร่างโศก] และคณะ,ผญบ.ม.4,5,6,7,8,อสม.ต.คลองด่าน,ชมรมช่วยเหลือสังคม,นายธวัชชัย จิตต์เจริญ ที่ปรึกษาสมาคมคนพิการฯ ผู้ประสานงาน : ลงพื้นที่ให้ความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์คนพิการ และมอบชุดเยี่ยมให้คนพิการ จำนวน 10 ราย ณ รพ.สต.คลองด่าน ม.7 [สร่างโศก] อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ

*** ขอขอบคุณผู้ร่วมบริจาค มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ดังรายนามต่อไปนี้ ***

  • สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล : บริจาคชุดเยี่ยม [ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำมันพืช น้ำปลา บะหมี่สำเร็จรูป ปลากระป๋อง ฯลฯ] จำนวน 10 ชุด
  • ประธานกรรมการประสานงานส่วนภูมิภาค ภาค 16 สภาสังคมสงเคราะห์ฯ : บริจาคน้ำดื่ม 10 โหล,บะหมี่สำเร็จรูป 10 ห่อ
  • สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ประธานกรรมการประสานงานส่วนภูมิภาค ภาค 16สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล
  • ชมรมช่วยเหลือสังคมทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1

ศูนย์คุณธรรมจัดกิจกรรม “Active Media for Moral Ecosystem” จุดประกายสื่อสร้างสรรค์คุณธรรมพลังบวก

18 กรกฎาคม 2568 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จัดกิจกรรม “Active Media for Moral Ecosystem” ภายใต้โครงการพัฒนาระบบนิเวศคุณธรรมกับเครือข่ายสื่อมวลชน เพื่อมุ่งส่งเสริมความร่วมมือ และการรวมพลังของ “นักสื่อสารมวลชน” ในการถ่ายทอดเรื่องราวที่สร้างสรรค์ สร้างแรงบันดาลใจ และส่งเสริมคุณค่าทางสังคม โดยยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณสื่อมวลชน โดยได้รับความสนใจจาก บุคลากรสื่อสารมวลชน เข้าร่วม จำนวนกว่า 45 คน ณ ห้องรัชโยธิน ชั้น 20 โรงแรมเดอะ บาซาร์ แบงค็อก กรุงเทพมหานคร

การอบรมครั้งที่ 1 ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี, คุณเสถียร วิริยะพรรณพงศา ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายข่าว PPTV, คุณอริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช นักรณรงค์เพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ดำเนินรายการโดย คุณณรงค์ฤทธิ์ คิดเห็น นักจัดรายการวิทยุและพิธีกร สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา นอกจากนี้ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมยังได้ระดมความคิดเห็น และเรียนรู้เทคนิคเติมเต็มประเด็นที่มีคุณค่าในผลงาน โดย ผศ.ดร.สกุลศรี ศรีสารคาม รองคณบดีด้านวิชาการ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รศ. นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ประธานในพิธี กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการ “สื่อสารคุณธรรมพลังบวก“ โดยมุ่งส่งเสริมให้เครือข่ายสื่อมวลชนได้เรียนรู้ รับฟัง และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อนำไปสู่การผลิตสื่อที่มีคุณภาพ สะท้อนคุณค่าทางสังคม อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพของการสื่อสารเชิงบวก

ทั้งนี้ ศูนย์คุณธรรมยังได้เน้นย้ำบทบาทของเครือข่ายสื่อมวลชนในฐานะพลังขับเคลื่อนระบบนิเวศคุณธรรม ด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมผ่านสื่อ ส่งเสริมความรู้เท่าทัน และการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมทั้งผลักดันแนวคิด “คนดีมีพื้นที่ยืน ความดีมีพื้นที่ในสังคม” ผ่านรางวัล THAILAND MORAL AWARDS เพื่อยกย่องผู้ผลิตสื่อสร้างสรรค์ บุคคลต้นแบบ และองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นในการขับเคลื่อนคุณธรรม


.นโอกาสเดียวกัน ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ได้มอบโล่เชิดชูเกียรติให้กับ “มูลนิธิองค์กรทำดี” โดยมี ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นตัวแทนรับมอบ เนื่องด้วยเป็นองค์กรที่แสดงให้เห็นถึงพลังของ “ความดีที่จับต้องได้” ผ่านการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน อาทิ อุทกภัย วาตภัย แผ่นดินไหว

การจัดตั้งโรงครัวสนามในพื้นที่ประสบภัย การแจกจ่ายอาหารและสิ่งของจำเป็น การสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อแก่บุคลากรทางการแพทย์ในช่วงสถานการณ์โรคระบาด ตลอดจนการฟื้นฟูโรงเรียนและโรงพยาบาลที่ขาดแคลนทรัพยากรอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ มูลนิธิองค์กรทำดี ยังเป็นแรงบันดาลใจและส่งต่อพลังบวกให้กับคนไทยจำนวนมากในการลุกขึ้นมาทำความดีในแบบของตนเอง ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เพราะทุกความช่วยเหลือล้วนมีคุณค่า และสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของใครบางคนได้อย่างแท้จริง

กิจกรรมในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นเวทีแห่งการเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมพลัง “สื่อคุณธรรม” ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน
.
.
ภาพ/ข่าว: กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

ศูนย์คุณธรรม #ทำดีไม่ต้องเดี๋ยว #คนดีมีพื้นที่ยืน #ความดีมีพื้นที่ในสังคม #กระทรวงวัฒนธรรม

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
🌐 Facebook : ศูนย์คุณธรรม Moral Center Thailand
🎥 YouTube : Moral Channel

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ส่งมอบเมตตาธรรมสู่สรรพสัตว์ มอบเงินสนับสนุนยารักษาโรค โคกระบือไถ่ชีวิต ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงฯ จังหวัดลพบุรี และเตรียมขยายการเยี่ยมเยียนช่วยเหลือไปจังหวัดอื่นๆ

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำโดย อาจารย์ วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิฯ เป็นตัวแทนกัลยาณมิตร เยี่ยมเยียนและมอบเงินสนับสนุนเป็นค่ายารักษาโรค

พร้อมทั้งดูความเป็นอยู่โคกระบือที่เคยไถ่ชีวิต (ในวาระต่างๆ) เพื่อเป็นหลักประกันและประสานความร่วมมือหน่วยรับมอบ ฝากให้เลี้ยงดูโคกระบือไถ่ชีวิต ให้มีชีวิตยั่งยืนอยู่เป็นสุขสบาย ทั้งตัวพ่อแม่และลูกหลานที่เกิดมาภายหลัง ตามวัตถุประสงค์กัลยาณมิตรผู้ร่วมพลังบุญ ถวายเป็นพุทธบูชา ถวายเป็นพระราชกุศลฯ

โดยเมตตานุเคราะห์ รับเลี้ยงดูแลของหน่วยงานทหารพันธ์ดี ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดลพบุรี อาทิ

  • กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ โดย กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ , กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 11 กรมทหารปืนใหญ่ที่1 รักษาพระองค์
  • ศูนย์การบินทหารบก
  • ศูนย์การทหารปืนใหญ่

ทั้งนี้ เมื่อได้เยี่ยมเยียนโคกระบือในสถานที่จริงแล้ว ก็ได้รับฟังข้อเสนอแนะ และพิจารณาสงเคราะห์ช่วยเหลือรายกรณี แม้ผู้เยี่ยมเยียนอาจลำบากและใช้เวลามาก … แต่ก็เพื่อต่อลมหายใจให้สรรพสัตว์เหล่านี้ มีความสุขสบาย อายุยืนยาว ต่อไป

ขอส่งพลังบุญและมงคลอธิษฐานนี้ให้แด่ กัลยาณมิตรทุกท่าน ให้ปราศจากทุกข์โศกโรคภัย ปรารถนามงคลใดๆ ให้สำเร็จผลตราบถึง พระนิพพาน เทอญ…เชิญติดตามข่าวสาร มูลนิธิพุทธภูมิธรรม … ธรรมทาน งานบุญ ที่

: มูลนิธิพุทธภูมิธรรสาธุๆๆอนุโมทามิฯมูลนิธิพุทธภูมิธรรพุทธภูมิธรรมนำสุขทำบุญ #สุขใจที่ได้ทำบุญให้ทาน #ธรรมทาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาว อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมายโคราช

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 บริษัท อุตสาหกรรมโคราชจำกัด (โรงงานน้ำตาลพิมาย) โดยคุณประเสริฐ เสถียรถิระกุล ประธานกรรมการ และคุณมงคล เสถียรถิระกุล กรรมการผู้จัดการ มอบหมายให้

นายสมบูรณ์ จาตุรชาต ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาอ้อย พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานโรงงานน้ำตาลพิมาย ให้การต้อนรับคณะผู้เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมาย ชาวบ้าน ต.ชำนิ หลายหมู่บ้าน อ.ชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งได้เดินทางมาเยี่ยมชมการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม และด้านการพัฒนาสังคมของโรงงานน้ำตาลพิมาย

ในการเยี่ยมชมครั้งนี้ คณะผู้เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมาย ได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสีย การควบคุมคุณภาพอากาศ การจัดการของเสีย และการนำทรัพยากรเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ (Zero Waste) โดยเฉพาะการใช้กากอ้อยและเศษวัสดุทางการเกษตรเป็นพลังงานทดแทน นอกจากนี้ยังได้เยี่ยมชมพื้นที่จริง เช่น

การจัดการมลพิษทางอากาศที่ระบายออกจากปล่องหม้อไอน้ำ พื้นที่จัดเก็บกองกากอ้อย การจัดการผันน้ำของโรงงาน และชมการพัฒนาชุมชนรอบโรงงานน้ำตาลพิมาย คณะผู้เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมาย ได้แสดงความชื่นชมต่อความมุ่งมั่นของโรงงานน้ำตาลพิมาย ในการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันจะส่งผลดีต่อชุมชนและระบบนิเวศโดยรอบในระยะยาว

 หลังจากได้รับทราบข้อมูลและลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในจุดต่าง ๆ  คณะผู้เยี่ยมชมโรงงานฯ ได้แสดงความเชื่อมั่นว่าโรงงานมีการดำเนินงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้  และให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ทั้งยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล การได้รับความไว้วางใจจากผู้เยี่ยมชมครั้งนี้ ถือเป็นแรงผลักดันสำคัญให้โรงงานน้ำตาลพิมาย  มุ่งมั่นพัฒนาระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวทางของการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน และสร้างความเชื่อมั่นต่อชุมชนและสังคมโดยรอบอย่างมั่นคง

ภาพ/ข่าว : กันตินันท์ เรืองประโคน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมสื่อมวลชนน่าน ร่วมกับบิ๊กซีและผู้ใจบุญมอบน้ำดื่มให้ชาวบ้านที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมจำนวน 2.400 ขวด

วันที่ 19 กรกฎาคม 2568 นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนายวิสุทธิ์ ศรีเมือง เลขาสมาคม ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม นางสาวอรประภา พุฒหมื่น กรรมการสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน และอดีต สอบจ.น่าน เขต อำเภอท่าวังผา ร่วมกับบิ๊กซีซุปเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาน่าน โดยคุณศิริพร เสถียรลัคนา ผจก.บิ๊กซีซุปเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาน่าน

ได้มอบหมายให้คุณพิมพ์สุดา อินวงศ์ คุณกรกช คำคะณา คุณวรัญชนนท์ ชราชิต คุณชลธิชา จันทร์คำ คุณวิทยา กาวิชัย คุณนันทวิช ไชยศิลป์ ร่วมมอบน้ำดื่มให้ชาวบ้านผู้ประสบอุทุกภัยน้ำท่วมในพื้นที่ตำบลศรีภูมิ ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ประกอบด้วยจุดที่1บ้านดอนตันหมู่ที่ 4 โดยมีนายเดโชพล คำเขียว ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รพ.สต.และชาวบ้านร่วมกันรับมอบ

จุดที่ 2 บ้านดอนตัน หมู่ 12 โดยมีนายเศวต นันท์ชัย ผญบ.หมู่12 พร้อมด้วย ผช.ผญ.คณะกรรมการหมู่บ้านรับมอบ จุดที่ 3 บ้านสบหนอง โดยมีนายสมานหนองแก้ว ผญบ.สบหนอง พร้อมด้วยผช.ผญบ.คณะกรรมการหมู่บ้านรับมอบ จุดที่ 4 บ้านหนองบัว

โดยมีนายวีรวัฒน์ และจนท.อบต.ป่าคารับมอบ จุดที่ 5 ดอนแก้ว โดยมีนายสุขสันต์ ยากับ ผช.ผญบ.แบะคณะรับมอบ จุดที่ 6 บ้านดอยตันหมู่ที่10 โดยมีนายอดุลย์ คำแดง ผญบ.พร้อมด้วยคณะกรรมการเป็นผู้รับมอบ จุดที่ 7 มอบให้วัดดอนตัน จุดที่ 8 มอบให้ผู้ป่วยติดเตียง รวมน้ำทั้งหมดที่มอบ 200 แพ็คจำนวน 2.400 ขวด

ด้านนายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน กล่าวว่าต้องขอขอบพระคุณผู้ใจบุญที่มอบเงินให้มาซื้อน้ำดื่มเพื่อแจกจ่ายให้ประชาชน ประประกอบด้วยคุณสิริกาญจน์ ตั้งจิตนุสรณ์ ผจก.ตลาดตั้งจิตนุสรณ์ จำนวนเงิน 3,000 บาท คุณสรศักดิ์ ตั้งจินุสรณ์ โชวร์รูมฟอร์ตน่าน จำนวน 1.000 บาท คุณกิติ สุบิน เจ้าของผู้ผลิตและจำหน่ายกระจก 1.000 บาท

คุณสุชาติ คนการณ์ 200 บาท บิ๊กซีซุปเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาน่าน น้ำดื่ม 600 ขวด มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างยิ่ง ขอให้กิจการเจริญรุ่งเรือง สุขภาพแข็งแรงครับ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หมู่บ้านใกล้เคียงในพื้นที่ ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา ได้แก่ บ้านสบหนอง บ้านหนองบัว บ้านดอนมูล และบ้านดอนแก้ว ระดับน้ำได้ลดลงอย่างต่อเนื่องส่วนในเขตเทศบาลตำบลท่าวังผา ระดับน้ำได้ลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บรรพชาอุปสมบท เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาส เฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้ (19 ก.ค. 68) นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีปลงผมในกิจกรรมบรรพชาอุปสมบท เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของพุทธศาสนิกชน

โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ศาล ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และญาติพี่น้องผู้มีจิตศรัทธา ร่วมพิธีปลงผม ซึ่งมีผู้เข้าร่วมอุปสมบท จำนวน 10 คน ณ วัดพรุใหญ่ หมู่ที่ 6 ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชุมพรร่วมกับคณะสงฆ์ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนในจังหวัด

ได้ร่วมจัดกิจกรรมบรรพชาอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้โครงการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ประจำปีงบประมาณ 2568 เพื่อเป็นการส่งเสริมให้บุคลากรของรัฐ ภาคี

เครือข่ายภาคเอกชน และประชาชน ได้มีโอกาสร่วมกันแสดงความจงรักภักดี ได้ศึกษาหลักธรรมคำสอนในพระศาสนา มาปรับใช้เป็นหลักในการประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน อันจะนำไปสู่การอยู่ในสังคมร่วมกันอย่างสันติสุข ตลอดจนเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงามของไทย

สำหรับกิจกรรมบรรพชาอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ กำหนดระหว่างวันที่ 19 – 30 กรกฎาคม รวมระยะเวลา จำนวน 12 วัน เมื่อบรรพชาอุปสมบทเรียบร้อยแล้ว จะจำวัดปฏิบัติธรรม ณ วัดพรุใหญ่ หมู่ที่ 6 ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร

โดยได้รับความเมตตาอนุเคราะห์จากพระครูสถิตญาณปยุต เจ้าคณะตำบลทะเลทรัพย์ เจ้าอาวาสวัดพรุใหญ่ อำนวยความสะดวกด้านสถานที่ พระวิทยากร ภัตตาหารและน้ำปานะ อีกทั้งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนพุทธศาสนิกชนที่มีจิตศรัทธาเป็นอย่างดียิ่ง

เร่งตรวจสอบซากสุนัขจรจัดตายหลายตัว

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2568 นายวัชรินทร์ สุวพิศ ปลัด อบต.สะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพี เปิดเผยว่า นายนิกร คอนกำลัง นายก อบต.สะพลี ได้มอบหมายให้เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่งานกฎหมายและคดี และเจ้าหน้าที่ อบต.สะพลี ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่

ได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีสุนัขจรจัดเสียชีวิตหลายตัวในช่วงนี้ จึงเกรงว่าสุนัขอาจเป็นโรคติดต่อหรือโรคพิษสุนัขบ้า โดย อบต.สะพลีได้ประสานกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชุมพร ปศุสัตว์อำเภอปะทิว ผู้ใหญ่บ้าน และ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 2 ต.สะพลี อ.ปะทิว

ออกตรวจสอบและพบว่า สุนัขทุกตัวที่เสียชีวิตมีสาเหตุจากการติดเชื้อโรคหัดสุนัข แต่ไม่ได้เป็นโรคพิษสุนัขบ้าแต่อย่างใด ซึ่งเจ้าของสุนัขที่เกรงว่าสุนัขของตนอาจติดเชื้อด้วย สามารถป้องกันการติดต่อได้โดยการนำสุนัขไปฉีดวัคซีน พร้อมกันนั้น อบต.สะพลียังได้ประชาสัมพันธ์

ให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุช่วยกันสังเกตสุนัขและสัตว์เลี้ยงของตน หากมีอาการป่วยหรือซึมผิดปกติ ต้องรีบพาไปพบสัตว์แพทย์ และแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทราบ

ส่วนสุนัขจรจัดที่เสียชีวิตก็ขอให้ฝังซากและพ่นยากำจัดเชื้อโรค อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบข้อมูลว่าโรคหัดสุนัขสามารถติดต่อหรือระบาดสู่คนได้ แต่เพื่อความปลอดภัยก็ควรมีการป้องกันไว้ก่อน

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “หัวโจกตระกูลดังมุกดาหารค้ายาบ้า 1.6 ล้านเม็ด ไม่รอด! ตร.ทางหลวงรวบกลางถนน หลังทำพาสปอร์ตหวังหนีข้าม สปป ลาว”

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอำนาจเจริญ นำโดย ร.ต.อ.พรชัย พวงใส รอง สว.ส.ทล.5 กก.6 บก.ทล. พร้อมด้วย ร.ต.ต.ธีร แก้วเนตร, ร.ต.ต.ธีระพงษ์ อ่อนเชียง, ร.ต.ต.มังกร ศิริโสม และ ด.ต.ชัชการ ผิวแก้วดี ร่วมกันจับกุมตัวนายชุษณะ วาปี อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 174 หมู่ 1 ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ จ 172/2568 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ” ซึ่งเป็นคดีใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาบ้าจำนวน 1.6 ล้านเม็ด ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร เมื่อปลายปี

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 ตำรวจ สภ.คำชะอี รับแจ้งพบรถต้องสงสัยโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดทิ้งไว้ริมถนนที่บ้านดอนสวรรค์ ต.น้ำเที่ยง อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร เมื่อเข้าตรวจสอบพบยาบ้าประมาณ 1,600,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในจากการสืบสวนจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่และผลตรวจดีเอ็นเอภายในรถพบว่าตรงกับนายชุษณะ จึงนำไปสู่การขอออกหมายจับนายชุษณะ ผู้ต้องหาเครือข่ายค้ายารายใหญ่ในภาคอีสาน ซึ่งมีพฤติกรรมนำยาบ้าส่งกระจายไปยังจังหวัดต่างๆ

ต่อมา ตำรวจทางหลวงอำนาจเจริญ ได้รับการประสานให้ช่วยติดตามจับกุม กระทั่งพบเบาะแสว่านายชุษณะกำลังเดินทางออกจาก จ.อุบลราชธานี หลังเสร็จจากการทำหนังสือเดินทาง คาดว่าเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ กระทั่งเวลาประมาณ 16.30 น. พบรถอีซูซุ ดีแม็กซ์ สีดำ ทะเบียน ขว 3593 ขอนแก่น ตรงตามที่ได้รับแจ้งข่าวขณะกำลังแล่นมุ่งหน้าเข้าอำเภอเมืองมุกดาหารที่บริเวณ กม. 442-443 ถนนชยางกูร ต.หนองแวง อ.นิคมคำสร้อย

จึงส่งสัญญาณให้หยุดและตรวจสอบพบนายขจรวิทย์ ซึ่งเป็นผู้ขับให้ความร่วมมือในการตรวจค้น และพบว่านายชุษณะ นั่งโดยสารมาด้วย เมื่อตรวจสอบพบเป็นบุคคลตามหมายจับ เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับและทำจับกุมทันทีเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง กำลังเดินทางกลับจากทำพาสปอร์ตที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อเตรียมเดินทางข้ามไป สปป.ลาว เจ้าหน้าที่จึงแจ้งสิทธิ์และข้อหา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คำชะอี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวจับกุมพ่อค้ายาบ้า #ยาเสพติด #คำชะอี #นิคมคำสร้อย #มุกดาหาร #ตำรวจทางหลวงอำนาจเจริญ #คดียาเสพติดรายใหญ่ #จับกุมผู้ต้องหา #ยาบ้า1600000ล้านเม็ด #ข่าวอีสาน #หนีไม่พ้นกฎหมาย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ห้วยบังอี่” ระดับน้ำเริ่มลด – เปลี่ยนธงเป็นสีเหลือง เตือนประชาชนเฝ้าระวังต่อเนื่อง

​เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 สืบเนื่องจากที่ นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ล่าสุด

นายคมเพชร สีดามาตร์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย นายวิรัตน์ เจริญจิตร์ นายอำเภอนิคมคำสร้อย ลงพื้นที่ติดตามระดับน้ำบริเวณสะพานข้ามห้วยบังอี่ อำเภอนิคมคำสร้อย หลังเกิดฝนตก

ต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนท่วมจุดกลับรถบริเวณใต้สะพานอย่างไรก็ตาม ขณะนี้ระดับน้ำในห้วยบังอี่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง การระบายน้ำดำเนินไปได้ด้วยดี ทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงในระดับหนึ่ง

ในวันเดียวกัน โครงการชลประทานมุกดาหาร ได้เปลี่ยนสัญลักษณ์เตือนภัยจาก “ธงสีแดง” เป็น “ธงสีเหลือง” หมายถึง ระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศในภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันได้

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเหตุสาธารณภัยหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเหตุได้ที่ หมายเลข 042-633101 หรือ สายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมงสถานการณ์น้ำมุกดาหาร #ห้วยบังอี่ #น้ำท่วมภาคอีสาน #ข่าวมุกดาหาร #ฝนตกหนัก #ระดับน้ำลดแล้ว #ปภมุกดาหาร #ชลประทานมุกดาหาร #ภัยพิบัติ #สายด่วน1784 #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วงจรปิดมัดชัด! เด็กชายวัย 14 ปี แอบย่องขโมยเงินร้านของชำผู้ใหญ่บ้าน สุดท้ายยอมให้จับเพราะ “สำนึกผิด”

เมื่อช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 06.00 น. ของวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพชายต้องสงสัยแอบลักลอบเข้ามาทางหลังบ้านของนายยุทธพัฒน์ ทับแสง ผู้ใหญ่บ้านบ้านคำผักหนอก หมู่ที่ 7 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งบริเวณดังกล่าวเปิดเป็นร้านขายอะไหล่รถมือสอง และด้านหน้าบ้านยังเปิดเป็นร้านขายของชำ

กล้องวงจรปิดบันทึกภาพผู้ก่อเหตุเดินวนเข้ามาบริเวณหน้าร้าน ก่อนจะลักทรัพย์เป็นเงินสำหรับไว้ทอนลูกค้าจำนวนกว่า 300 บาท แล้วหลบหนีไป

ต่อมานายยุทธพัฒน์ ผู้ใหญ่บ้าน ได้สังเกตเห็นวัยรุ่นคนหนึ่งมีลักษณะตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิด ขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านหน้าบ้านของตน จึงร้องบอกชาวบ้านให้ช่วยกันสกัดจับตัวไว้ได้ ทราบชื่อภายหลังคือ เด็กชายบอย อายุ 14 ปี ตรวจค้นพบเงินสดจำนวน 360 บาท และบุหรี่ไฟฟ้าอีก 1 พอดในตัว

ผู้สื่อข่าวสอบถามเด็กชายบอยถึงสาเหตุการขโมย เจ้าตัวยอมรับว่า ป่วยเป็นไข้ ไม่มีเงินซื้อยา ตั้งใจจะเข้าไปหายาในร้านของชำ แต่ไม่พบใครอยู่ จึงตัดสินใจขโมยเงินไว้ไปซื้อยาเอง พร้อมเผยว่าขี่จักรยานยนต์กลับมาผ่านหน้าบ้านที่ก่อเหตุก็เพราะสำนึกผิด อยากนำเงินมาคืน จึงยอมให้จับ

ด้านผู้ใหญ่บ้านได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มารับตัวเด็กชายรายนี้ไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ขโมยเงิน #เด็กชายวัย14 #บางทรายใหญ่ #มุกดาหาร #กล้องวงจรปิด #สำนึกผิด #ร้านของชำ #ข่าวอาชญากรรม #วงจรปิดจับภาพ #ข่าวท้องถิ่น #ผู้ใหญ่บ้าน #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โมเดลเด็กไทยดังไกลระดับโลกโมเดลเด็กไทยดาวรุ่งแห่งปี น้องทีเร็กซ์

เด็กชายภาคิน พงศ์ศร้อยเพ็ชร อายุ 4 ปี และน้องนัมซึลวัน เด็กหญิงครองขวัญ วงค์เนียม อายุ 7 ปี ได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนโมเดลจากประเทศไทยโดยร่วมเป็นโมเดลให้กับแบรนด์ CASADEMODA แบรนด์หรูจากประเทศฟิลิปปินส์ คอลเลคชั่น SARUNG BANGI in VIETNAM ดีไซเนอร์ คือ เจมส์

พอล ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังและคร่ำหวอดในวงการแฟชั่นของฟิลิปปินส์และเอเชีย ภายใต้การดูแลของคุณแนตตี้ ปิยพร สุนทรเนตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแบรนด์เสื้อผ้าเด็กชั้นนำ Darling By NattyT ในงาน Global Junior Fashion Week 2025 ณ ฮานอยมิวเซียม เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2568

SARUNG BANGI in VIETNAM คอลเลคชั่นนี้มีแรงบันดาลใจจากผ้าพื้นเมืองของประเทศฟิลิปปินส์ แสดงให้เห็นถึงความงดงามเรียบง่ายในชุดประจำชาติของประเทศฟิลิปปินส์ โดยชุดผู้ชาย คือ บารอง ตากาล็อก (Barong Tagalog) น้องทีเร็กซ์หล่อเท่ในชุดเสื้อแขนยาว

ที่ทำจากผ้าใยสับปะรด มีการปักลวดลายบริเวณช่วงอกและแขนเสื้อ ส่วนชุดสำหรับผู้หญิง คือ บาโรต์ ซายา น้องนัมซึลวันได้สวมใส่ซึ่งเป็นชุดที่ประกอบด้วยเสื้อและกระโปรง มีการจับจีบยกตั้งขึ้นเหนือไหล่คล้ายปีกผีเสื้อ เรียกว่า บาลินตาวัก(Balintawak) สวยน่ารักสดใสสมวัย

ในปีนี้ งาน Global Junior Fashion Week 2025 มีแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำจากหลายประเทศทั้งในทวีปเอเชียและทวีปยุโรปเข้าร่วม มีโมเดลทั้งเด็กและผู้ใหญ่รวมทั้งหมด 200 กว่าคน จึงเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ในปีนี้โมเดลเด็กไทยได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความยิ่งใหญ่ในงานแฟชั่นวีคประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเวียดนาม

ChildModel #Casademoda #DarlingByNattyTGlobalJuniorFashionWeek

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ รับรางวัลหมวดชุดรักษาความปบอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.) ดีเด่น รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ในวันชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ประจำปี 2568”

16 กรกฎาคม 2568  เวลา 09.00 น. นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ  นำชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน บ้านแสนสุข หมู่ 5 ตำบลโนนสะอาด เข้ารับรางวัล “ หมวดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ขรบ.) ดีเด่น  รางวัลรองชนะเลิศอัน 2 จาก นายคารม  คำพูิทูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น  พร้อมกันนี้ได้จัดนิทรรศการแสดงผลงานของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.)ของอำเภอชุมแพ มาร่วมแสดงเนื่องในวันชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ประจำปี 2568   ณ ห้องประชุมแก่นเมือง  ศาลากลาง จังหวัดขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ ขอนแก่น สื่อสร้างสรรค์ข่าวสารเพื่อท้องถิ่น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บ้านดอนตัน 100 กว่าหลังคาจมน้ำ ขณะที่เยาวชนฝีพายเรือแข่ง อ.ท่าวังผา ขนน้ำลงเรือแจกจ่ายช่วยชาวบ้าน

วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 – สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะที่ บ้านดอนตัน หมู่ 4 ตำบลศรีภูมิ อำเภอท่าวังผา ซึ่งมีชาวบ้านกว่า 100 หลังคาเรือนยังคงอาศัยอยู่ท่ามกลางน้ำท่วมขัง ระดับน้ำในพื้นที่ยังสูงกว่า 1 เมตร ส่งผลให้ประชาชนต้องย้ายสิ่งของขึ้นชั้น 2 ของบ้านเพื่อความปลอดภัย ส่วนผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านชั้นเดียวจำเป็นต้องอพยพไปพักอาศัยอยู่กับญาติในพื้นที่ใกล้เคียงหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และจิตอาสาได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน

โดยมีการจัดส่งอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเยาวชนฝีพายเรือแข่งจากบ้านสบหนอง อำเภอท่าวังผา ได้นำเรือออกให้ความช่วยเหลือในการขนส่งน้ำดื่มและอาหารไปยังบ้านที่ถูกน้ำล้อม เพื่อส่งต่อถึงมือผู้ประสบภัยที่ยังติดอยู่ภายในบ้าน ดร.เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ได้ลงพื้นที่นำข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่มเข้าไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมรับฟังปัญหาและให้กำลังใจถึงพื้นที่ด้วยตนเอง

นายเดโชพล คำเขียว ผู้ใหญ่บ้านดอนตัน เปิดเผยว่า ขณะนี้ระดับน้ำเริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มลดลง แต่บริเวณท้ายหมู่บ้านซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและอยู่ติดแม่น้ำ ยังคงมีน้ำท่วมสูง โดยเฉพาะในพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ทั้งไร่ข้าวโพดและลำไยรวมกว่า 2,000 ไร่ ถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด
ขณะที่หมู่บ้านใกล้เคียงในพื้นที่ ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา

ได้แก่ บ้านสบหนอง บ้านหนองบัว บ้านดอนมูล และบ้านดอนแก้ว ระดับน้ำได้ลดลงอยู่ที่ประมาณ 50-80 เซนติเมตร ส่วนในเขตเทศบาลตำบลท่าวังผา ระดับน้ำได้ลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านในการทำความสะอาดบ้านเรือนและถนน เพื่อขจัดคราบโคลนและป้องกันไม่ให้โคลนแห้งกลายเป็นฝุ่นฟุ้งเข้าสู่บ้านเรือน

ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการสำรวจความเสียหายในพื้นที่การเกษตร เพื่อวางแผนการช่วยเหลือและเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบต่อไป ข้อมูลระดับน้ำ ณ เวลา 14.00 น. ของวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ในจุดสำคัญต่าง ๆ ของจังหวัดน่าน พบว่าจุดวัดน้ำ N64 บ้านผาขวาง อ.เมืองน่าน: ระดับน้ำ 9.56 เมตร (แนวโน้มลดลง) – เกินระดับวิกฤติ 9.50 เมตร จุดวัดน้ำ N1 หน้า สนง.ป่าไม้ อ.เมืองน่าน: ระดับน้ำ 7.55 เมตร – เกินระดับวิกฤติ 7.00 เมตร จุดวัดน้ำ N13A บ้านไผ่งาม อ.เวียงสา: ระดับน้ำ 7.59 เมตร – เกินระดับวิกฤติ 6.50 เมตร จุดวัดน้ำ N75 สะพานท่าลี่ อ.เวียงสา: ระดับน้ำ 7.02 เมตร (แนวโน้มลดลง) – ต่ำกว่าระดับวิกฤติ 10.00 เมตร

สำหรับเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินสไลด์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 15–17 กรกฎาคม 2568 ส่งผลกระทบรวม 7 อำเภอ 13 ตำบล 20 หมู่บ้าน ซึ่งอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์และความเสียหาย
ด้าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้สั่งการให้ทุกอำเภอที่ได้รับผลกระทบเร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ และให้หน่วยงานท้องถิ่นจัดตั้งโรงครัวประกอบอาหาร แจกจ่ายข้าวกล่องให้กับประชาชน

พร้อมทั้งระดมสรรพกำลัง อุปกรณ์ และเครื่องจักรกลสาธารณภัย เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตามจังหวัดน่านยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยประชาชนในพื้นที่เสี่ยงขอให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัย/ภาพข่าวระพีพร เพชรเจริญ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กอ.รมน.จ. ส.ท. ลงพื้นที่มอบของช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย ในพื้นที่ อ.สวรรคโลก จว.ส.ท.

เมื่อ เวลา 09.00ของวันที่17ก.ค.2568 พ.อ.พิทยา ราชะพริ้ง รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ท. (ท.) มอบหมายให้ พ.ท.ดุสิต อยู่นิ่ม หน.ฝ่ายนโยบายและแผนฯ พรัอมด้วย จนท.กอ.รมน.จังหวัด ส.ท. ลงพื้นที่มอบสิ่งของช่วยเหลือครอบครัวของ พลทหารอัสนีย์ สีแดงสุวรรณ​ สังกัด​ ร้อย.ซ​บร​.1​ พัน.ซ​บร​.23​ บ​ชร​.3​ อยู่บ้านเลขที่ 28/1 ม.8 ต.คลองยาง อ.สวรรคโลก จว.ส.ท. ได้รับผลกระทบจากวาตภัยเมื่อวันที่ 15 ก.ค.68 ทำให้หลังคาบ้านบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น สร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัย และครอบครัว พร้อมทั้งให้กำลังใจแก่ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบต่อไป
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อากาศร้อนคนหัวร้อนระทึกขับรถ ปาดหน้าเฉี่ยวชน จนเกิดมวยกลางถนนจบด้วนยิง3นัดต่อหน้าผู้ใช้รถติดไฟแดง

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 17 กรกฎาคม เวลา 14.30 น ร.ต.อ.ชวกุล สิทธิ ศักดิ์ พงส. ได้รับแจ้งเหตุมีบุคคลใช้อาวุธปืนยิงกันที่ บริเวณสี่แยกหอนาฬิกา ถนนปรมินทรมรรคา ต.ท่าตะเภา อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร ด้วยอาวุธปืนจึงรายงาน พันตำรวจเอกปัญญาท่วมสีผู้กำกับการตำรวจภูธรเมืองชุมพรทราบจึงรุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบ

เมื่อเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุพบ นายเกรียงศักดิ์ ชูราศี และนางกัญญภัทร รติภัชรสิริ ให้ข้อมูลว่า บุคคลทั้งสองได้นั่งโดยสารมาด้วยรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน งบ 26 ชุมพร โดยมีนายสุริยา บัวหอม เป็นผู้ขับขี่ เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณสี่แยกหอนาฬิกาที่เกิด เหตุ รถยนต์โดยสาร(รถสองแถว) ไม่ทราบยี่ห้อ ทะเบียน สีแดง

ได้หยุดรถทำให้นายสุริยาฯที่ขับขี่ รถตามหลังมา เฉี่ยวชนบริเวณท้ายรถยนต์โดยสารดังกล่าวจากนั้นนายสุริยาฯและคนร้ายได้ลงมาจากรถมีปากเสียงกัน คนร้ายได้ใช้ อาวุธปืนที่ พกไว้ในกระเป๋าสะพายยิงไปที่นายสุริยาฯ ทำให้นายสุริยาฯได้รับบาดเจ็บที่แขนซ้ายและถูกนำตัวส่ง โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ส่วนคนร้ายได้ขับขี่รถหลบหนีไป จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้นพบ ปลอก กระสุนปืนไม่ทราบขนาดจำนวน 3 ปลอก ได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษไว้เป็น คดีอาญาที่ 751/2568 เพื่อจะได้ทำการสืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการสอบสวนนาย นายเจนณรงค์ ดวงสกุล ผู้ก่อเหตุได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวขณะที่ผมขับรถมาก็เห็นไฟเขียวพอดีกำลังจะเลี้ยวขวาจากแยกไฟแดงเพื่อที่จะเดินทางไปทางปากน้ำแต่ผมอยู่ในช่องเดินรถที่สองที่จะเลี้ยวขวาก็ได้ตรงไป

ก็ได้พอดีผมขับรถมาผมได้ยินเสียงแตรผมก็ไหลไปไม่ได้ดูรถเลยผมเข้าใจว่าผมตัดหน้ารถทางตรงหรือเปล่าก็เลยแตะเบรค ทำให้เขามาชนท้ายผมตอนที่ผมกำลังจะลงไปผมเห็นว่ามีรถชนท้ายผมก็ได้เปิดประตูเพื่อที่จะลงไปแต่ก็เห็นเค้ากระโดดถีบเข้ามาเลยหลังจากนั้นได้ลงไปจากรถก็ได้ต่อยกันและเขาก็มารุมผม แต่ผมว่าจะวิ่งหนีเข้าไปในปั๊มน้ำมันเพื่อหลบนึกขึ้นได้ว่าลูกเมียได้อยู่ในรถ

เพราะลูกก็อยู่ในรถอายุแค่ขวบเดียวกลัวจะได้รับอันตรายเกิดขึ้นผมก็เลยหันกลับมาตัดสินใจชักปืนขึ้นมา ยิงตั้งใจยิงนัดแรกผมยิงลงพื้นแล้วก็นัดสองก็กะว่าจะยิงให้ถูกขาแต่ไม่ทราบว่าถูกหรือเปล่าผมยิงไปสามนัด ส่วนรถสองแถวคันนี้ผมเพิ่งซื้อมา ผมทำอาชีพ อู่รับซ่อมรถกระบะแล้วก็ทำสวน ในวันนี้ได้ไปซื้อไม้และไปเหมาไม้ก็เลยได้ซื้อรถคันนี้เป็นรถตอนเดียวเพื่อจะนำไปขนไม้ที่ไปรับเหมา ต่อมาผมเกรงกลัวความผิดก็เลยได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวในครั้งนี้
นางกัญญาภัทร รติภัชรสิริ อายุ 67 ปี

เจ้ารถเล่าว่า ก็วันนี้ได้พาหลานออกมาขับรถเที่ยวรถเล่นเพราะอากาศมันร้อนก็เลยมาเกิดเหตุขึ้นในครั้งนี้สร้างความตกใจตื่นตระหนกมากเพราะว่ายังไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ที่มีการเอาปืนมาไล่ยิงกัน ต้อนที่ ใกล้จะติดไฟแดงแต่รถสองแถวสีแดงมาปาดหน้าเดินทางมาด้วยกันแต่รถเค้ามาปาดหน้าทำเกิดการเฉี่ยวชนกันด้านหน้าซ้ายทำให้เด็กที่อยู่ในรถหัวทิ่มลงไปในเบาะเด็กเด็กที่ขับรถมันเลยโกรธโมโหก็เลยออกไปต่อยกันคนขับรถสีแดงก็เดินอ้อมออกไปทางด้านซ้ายแล้วก็กลับมาชักปืนยิงยิงสามนัดยิงโดนแขนผู้บาดเจ็บแตกคราวนี้อาการปลอดภัยอยู่อาศัยอยู่ที่บางไผ่รถก็อยู่ที่นี่แต่ว่าใช้ทะเบียนที่ชลบุรี

ร.ต.อ.ชวกุล สิทธิ ศักดิ์ รวบรวมเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุพร้อมทั้งสอบถามพยานคนเห็นเหตุการณ์อย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า พยามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันควรและยิงปืนโดยใช้ดินระเปิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เจ้าของธุรกิจให้เช่าสินสอดสุดช้ำ! ถูกหญิงสาวหลอกเช่าเงิน 5.5 ล้าน ก่อนเชิดหนี – พบเคยก่อเหตุซ้ำที่ชลบุรี

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากลูกสาวของหญิงวัย 60 ปี เจ้าของธุรกิจปล่อยเช่าสินสอดในจังหวัดขอนแก่น ว่ามารดาของตนตกเป็นเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพชาย-หญิง

ชื่อ น.ส.พรทิพย์ หรือ แป้ง นายปั๊ก และ น.ส.หมวย โดย น.ส.พรทิพย์ ได้หลอกเช่าเงินจำนวน จำนวน 5,500,000 บาท โดยอ้างว่าจะนำไปถ่ายรูปคู่กับเงินเพื่อสร้างเครดิตให้ดูน่าเชื่อถือ โดยจะนำไปแสดงต่อนายทุน คือ นายปั๊ก และ น.ส.หมวย เพื่อร่วมลงทุนทำธุรกิจเต้นท์รถกัน แต่ภายหลังกลับหลอกล่อให้ทั้ง 2 คน นำเงินจำนวน 5,500,000 บาท หลบหนีไป

จากการสอบถาม ลูกสาวของผู้เสียหายเล่าว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดย น.ส.พรทิพย์ ผู้ก่อเหตุได้ติดต่อขอเช่าเงินจำนวน 8 ล้านบาท แต่ผู้เสียหายมีเงินไม่พอจึงลดลงมาเหลือจำนวน 5,500,000 บาท ตกลงจะจ่ายค่าเช่าเป็นเงิน 76,500 บาท

โดย น.ส.พรทิพย์ ได้เงินโอนเงินมัดจำมาให้ก่อนเป็นจำนวน 5,000 บาท และได้มีการนัดส่งมอบเงินกันในเวลา 14:00 น. วันที่ 13 กรกฎาคม ซึ่งในวันดังกล่าว น.ส.พรทิพย์ มารับเงินด้วยตนเองที่ร้านข้าวเปียกช็อปเปอร์ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ก่อนส่งต่อเงินให้เพื่อนร่วมแก๊งที่มาด้วยกันสองคน คือ นายปั๊ก และ น.ส.หมวย นำขึ้นรถหลบหนีไป โดยอ้างว่านำไป “นับเงิน” แล้วจะกลับมา แต่สุดท้ายทั้งสองก็หายตัวไปเลย

ขณะที่ผู้เสียหายพยายามสอบถาม น.ส.พรทิพย์ เจ้าตัวกลับอ้างว่าตนเองก็ถูกหลอกเช่นกัน ไม่มีเจตนาหลอกลวงหรือยักยอก และจะพยายามติดตามเงินกลับมาให้ จึงได้มีการพาตัวน.ส.พรทิพย์ไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองมุกดาหาร และนัดหมายว่าจะนำเงินมาคืนภายในวันที่ 16 กรกฎาคม แต่เมื่อถึงวันนัดกลับไม่มาตามที่ใดมีการลงบันทึกประจำวันตกลงกันไว้

ต่อมา ผู้เสียหายตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นชาวตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมืองมุกดาหาร และเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันในพื้นที่ สภ.ศรีราชา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก็ได้ใช้วิธีหลอกเช่าเงินแบบเดียวกัน และมีชื่อ น.ส.พรทิพย์ เป็นผู้ติดต่อในทั้งสองกรณีเบื้องต้นผู้เสียหายได้แจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองมุกดาหาร เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 และขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามตัวผู้ต้องหาทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หลอกเช่าสินสอด #เชิดเงิน5ล้าน #มุกดาหาร #พรทิพย์ #มิจฉาชีพหญิง #ให้เช่าสินสอดขอนแก่น #อาชญากรรม #เตือนภัย #หลอกลงทุน #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหา​ร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ที่อ.โคกสำโรง คณะ สงฆ์ประชาชน อุบาสกอุบาสิกา ร่วมงาน ธรรมนาวา “วัง” มากกว่า 600 คน

วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 เวลา 14.30 น. ที่วัดเขาจรเข้ ต.วังเพลิง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรีนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อำเภอโคกสำโรง

ประธานพิธีฝ่ายฆราวาส พันตำรวจเอกมาโนช จันเที่ยง ผกก. สภ. เพนียด นางสาวพรพรรณ ศรีเมือง (คีรีตา รีสอร์ท แอนด์ คาเฟ่) ต.วังเพลิง พร้อมด้วยอุบาสกอุบาสิกา หัวหน้าส่วนราชการอำเภอโคกสำโรง ประชาชน คณะสงฆ์อำเภอโคกสำโรง จำนวนพระสงฆ์เข้าร่วมงาน 250 รูป ประชาชน 425 คน ร่วมงาน ธรรมนาวา “วัง”

พุทธศาสนิกชน สู่การตื่นรู้ร่วมงาน ธรรมนาวา วัง เป็นจำนวนมากที่อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี โดยมีการแตงกายชุดขาว และเครื่องแบบกากี
กิจกรรมภาย

ในงานประกอบด้วยการบรรยายธรรมจากคณะสงฆ์ พระสังฆาธิการหลายรูปสลับการหมุนเวียนบรรยายธรรมให้ความรู้แก่พุทธศาสนิกชนที่เข้าร่วมงาน สลับกับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มาให้ความรู้ตามหลักคำสอนของพุทธศาสนา นอกจากนี้แล้วยังมีจัดนิทรรศการ ให้ความรู้กับผู้ร่วมงาน และมีการสวดมนต์ธรรมวัด “ธรรมสัญจร”

ผู้ร่วมงานต่างได้แสดงความรู้สึกว่า วันนี้ได้มารับความรู้ จากธรรมะคำสอนต่างๆมากมายที่นำมาปรับใช้ในชีวิตจริงได้

ทั้งนี้กิจกรรมปูทางตื่นรู้ สู่ธรรมนาวา วัง ที่จัดขึ้น เพื่อเผยแพร่ตามหลักธรรมคำสอนพระพุทธศาสนา ธรรมนาวา วัง ตามแนวทางพระราชดำริ หลักธรรมไปสู่การพ้นทุกข์ของพระพุทธองค์ และนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันในทุกมิติอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ และอนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บริหารส่วนตำบลตินแดง อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ ได้ดำเนินกิจกรรมโครงการคลองสวยน้ำใส ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ณ.คลองอีสานเขียว หมู่ที่ 5 บ้านดองดึง ตำบลดินแดนแดง อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษได้ดำเนินกิจกรรมโครงการคลองสวยน้ำใส อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนตำบลดินแดง โดยมี
ประชาชนเข้าร่วม 60 คน

กิจกรรมดังกล่าว มีนายฉลาด ชิดชม นายอำเภอไพรบึง เป็นประธานในพิธี และร่วมลอกคลองกับชาวบ้าน ร้อยตำรวจเอกปธิวัฒน์ พลเหลา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดินแดงได้ดำเนินการจัด โครงการคลองสวยน้ำใส ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

โดยมี นางวิลาสินี ไพรสิน ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลดินแดง นำพาพี่น้องประชาชน และเจ้าที่ร่วมกิจกรรม โดยได้รับความร่วมมือจาก กำนัน สารวัตรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในตำบลดินแดงเข้าร่วมกิจกรรมผลที่ได้รับ
๑. เกิดการบูรณาการร่วมกันระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานในพื้นที่และประชาชนในการกำจัด

วัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ และเพื่อดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้มีสภาพที่สะอาดและสวยงามสามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำได้อย่างคุ้มค่า
๒. ชาวบ้านมีความเข้าใจถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการอนุรักษ์ และดูแลรักษาทรัพยากรในแม่น้ำ ล้ำ ลำคลอง

๓. ชาวบ้านมีแหล่งน้ำสาธารมะที่ขอาดและมีคุณภาพในการใช้ประโยรน์ใต้อย่างคุ้มค่า
๔. ชาวบ้านมีจิตสำนึกในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พาณิชย์ศรีสะเกษ ชวนชม ชิม ช้อป FUN FOOD FEST ตลาดเขียว โขง ชี มูล 2025 ศรีสะเกษ

***เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ที่บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดงาน FUN FOOD FEST ตลาดเขียว โขง ชี มูล 2025 ศรีสะเกษ โครงการส่งเสริมตลาดสินค้าปลอดภัยและสินค้าอินทรีย์

ซึ่งพาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับ ภาครัฐและภาคเอกชน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-20 ก.ค. 68 เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ และสร้างรายได้เพิ่มให้แก่เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ประกอบการสินค้าเกษตรปลอดภัยและสินค้าอินทรีย์ของกลุ่มจังหวัด โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมเป็นเกียรติในพิธี

***นายจีระศักดิ์ ศรีเพชร พาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่สำคัญของ
ภาคและประเทศ

จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมตลาดสินค้าปลอดภัยและสินค้าอินทรีย์ ซึ่งภายในงานมีกิจกรรมการจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย และสินค้าเกษตรอินทร์ทรีย์ ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 จำนวน 45 ราย ประกอบด้วย จังหวัดศรีสะเกษ 29 ราย จังหวัดอุบลราชธานี 5 ราย

จังหวัดอำนาจเจริญ 6 ราย Food Truck 2 ค้น และกิจกรรมรณรงค์ การบริโภคผลไม้ ชื่องาน “Thai Fruits Festival 2025 @SISAKET” โดยมีผลไม้มังคุดจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ทุเรียนภูเขาจากศรีสะเกษ กิจกรรมส่งเสริมการขาย และการแสดงดนตรี

ทั้งนี้จึงขอเชิญชวนที่ใครชอบชม ชิม ช้อป สามารถเดินเข้ามาในงาน FUN FOOD FEST ตลาดเขียว โขง ชี มูล 2025 ศรีสะเกษ ได้ที่ บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 18-20 ก.ค. 68 นี้
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จนท.ปักธงแดงเตือนภัย หลังลำห้วยบังอี่น้ำแตะระดับวิกฤต – พบน้ำท่วมโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งและพื้นที่ลุ่มต่ำบางส่วน

วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดมุกดาหาร ได้ลงพื้นที่สอดส่องโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมห้วยบังอี่ บริเวณสะพานข้ามห้วย

ในพื้นที่ตำบลหนองแวง และตำบลนากอก อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พบว่าในช่วงเวลานี้มีฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำในลำห้วยเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว จนเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่บางส่วนของโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง

ขณะที่เจ้าหน้าที่โครงการชลประทานมุกดาหาร ได้ติดตั้งป้ายแจ้งเตือนระดับน้ำและปักธงแดงบริเวณจุดเฝ้าระวังบ้านห้วยกอก สะพานข้ามห้วยบังอี่ หลังระดับน้ำในลำห้วยเพิ่มสูงขึ้นแตะระดับวิกฤต (มากกว่า 7.00 เมตร)

โดยธงแดงถือเป็นสัญญาณแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมระดับวิกฤต โดยระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์วิกฤตเริ่มล้นตลิ่ง ให้เคลื่อนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง ระวังภัยที่เกิดจากน้ำ และให้ประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

อนึ่งขณะนี้ ได้เกิดน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตตำบลหนองแวง และนากอก บางส่วนแล้ว

น้ำท่วมมุกดาหาร #ห้วยบังอี่ #ปักธงแดง #เตือนภัยน้ำท่วม #ธงแดงวิกฤต #ลำห้วยบังอี่ #นากอก #หนองแวง #นิคมคำสร้อย #น้ำหลาก #มุกดาหารวันนี้ #ข่าวน้ำท่วม2568 #ธรรมาภิบาลจังหวัดมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สพม.น่าน ลงพื้นที่ให้กำลังใจโรงเรียนสตรีศรีน่าน เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม

วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้บริหาร คณะครู และนักเรียนโรงเรียนสตรีศรีน่าน ซึ่งอยู่ในระหว่างการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม

ในการนี้ คณะครูและนักเรียนได้ร่วมแรงร่วมใจกันเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง พร้อมทั้งจัดเตรียมแนวกระสอบทรายเพื่อป้องกันน้ำหลากเข้าสู่พื้น

ที่อาคารเรียน โดยได้รับการสนับสนุนจากมณฑลทหารบกที่ 38 (มทบ.38) ในการจัดกำลังพลมาช่วยบรรจุทรายลงกระสอบและเสริมแนวป้องกัน

ทั้งนี้ โรงเรียนสตรีศรีน่านได้ประกาศ หยุดการเรียนการสอนในวันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม 2568 เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรในสถานศึกษา

สพฐ #สพม #น่าน #สพมน่าน #SESAONAN #ทีมน่านการศึกษา #NanOneTeam/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดกิจกรรม จิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ”

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 16 กรกฎาคม 2568 พล.ต.สมคิด ชูเผือก ผบ.มทบ.44 ให้เกียรติมาเป็นประธาน กิจกรรม จิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” แด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร รามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ์ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

เนื่องใน วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2568 และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร รามาธิบดี ศรีสนทรมหาวชิราลงกรณ์ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทาน โครงการจิตอาสาพระราชทาน ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ปรองดองสามัคคี ร่วมมือร่วมใจ ประกอบกิจกรรมสาธารณะ

เพื่อประโยชน์ สุขของประชาชนส่วนรวม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ให้มีความรักความผูกพัน ในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จึงเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ที่ในวันนี้ท่านทั้งหลาย และนักศึกษา วิชาทหารทั่วประเทศ ได้มาชุมนุมโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อร่วมแสดงพลัง ความจงรักภักดี และทำกิจกรรมจิตอาสา ให้สำเร็จเป็นไปตาม

วัตถุประสงค์ และในกิจกรรมครั้งนี้ ยังมุ่งหวังให้นักศึกษาวิชาทหารเป็นต้นแบบ ในการปลุกพลังความดี ที่มีอยู่ในหัวใจของแต่ละคน นำไปสู่การปฏิบัติ ที่เห็นผลเป็นรูปธรรม และยั่งยืนต่อไป ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้า ปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า

พลตรีสมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ 73 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2568 นี้ ข้าพระพุทธเจ้า พร้อมด้วยกำลังพลจิตอาสา

พระราชทาน ต่างมีความปลื้มปีติ และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ที่ทรงมีพระเมตตา ในการที่จะบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้ประชาชน มีความรัก ความสามัคคี และพัฒนาประเทศ ให้เจริญก้าวหน้าเป็นปึกแผ่น และยั่งยืน

อีกทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานโครงการ จิตอาสาพระราชทาน เราทำความดีเพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โดยมี พระบรมราโชบาย ให้เริ่มทำจากเล็กไปใหญ่ ปัจจุบันมีทั้งส่วนราชการ และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ปวงข้าพระพุทธเจ้า ต่างสำนึก ในพระมหากรุณาธิคุณ ของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท

ในโอกาสอันเป็นมหามงคลยิ่งนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอทำ กิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เพื่อเป็นการร่วมกันทำความดี เฉลิมพระเกียรติ และแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมทั้ง จะปฏิบัติตนเป็นคนดี เพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตลอดไป พร้อมทั้งขอพระราชทาน พระราชวโรกาส น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระพรชัยมงคล ด้วยอำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย พระสยามเทวาธิราช และสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย

ได้โปรดคุ้มครองใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงมี พระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ทรงพระเกษม สำราญ และทรงเป็นร่มโพธิ์ทอง ของปวงข้าพระพุทธเจ้าตลอดกาลนาน พระพุทธเจ้าข้า ขอรับ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /「พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หารือ UNODC ส่งเสริมความร่วมมือต้านยาเสพติดในภูมิภาค」

(15 กรกฎาคม 2568) ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงยุติธรรม แจ้งวัฒนะ ว่า พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้การต้อนรับ นายเบเนดิกต์ ฮอฟมันน์ (Mr. Benedikt Hofmann) รักษาการผู้แทนสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแปซิฟิก (United Nations Office on Drugs and Crime Regional Representative ad interim for Southeast Asia and the Pacific) พร้อมคณะ

เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและหารือแนวทางความร่วมมือในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดในภูมิภาค โดยมี นางยศวันต์ บริบูรณ์ธนา รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วรวีร์ ไวยวุฒิ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และนายรวิศ สอดส่อง หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม เข้าร่วม ณ ห้องรับรองกระทรวงยุติธรรม ชั้น 11

ในการประชุมฯ ดังกล่าว ที่ประชุมได้หารือกันในประเด็นสำคัญ อาทิ การควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ในไทยและในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ การพัฒนาความสอดคล้องของการบังคับใช้กฎหมายด้านยาเสพติด และมาตรการควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ในภูมิภาค การควบคุมกัญชาและกระท่อม ซึ่งยังไม่ได้อยู่ในบัญชีควบคุมตามอนุสัญญาระหว่างประเทศของ UNODC ตลอดจนสถานการณ์ผู้ต้องขังในคดียาเสพติดในประเทศไทยที่มีจำนวนมากกว่า 200,000 ราย

นอกจากนี้ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เชิญ UNODC ร่วมให้ความเห็นและมีบทบาทในการประชุมวิชาการสารเสพติดนานาชาติ ว่าด้วยยาบ้า เมทแอมเฟตามีน และยาเสพติดสังเคราะห์ (2025 International Conference on Drug Policy: Yaba, Methamphetamine, and Synthetic Drugs) ซึ่ง สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับ ภาคีเครือข่ายจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 6 – 8 สิงหาคม 2568 ณ กรุงเทพมหานคร โดย UNODC ยินดีสนับสนุนองค์ความรู้ในการประชุมดังกล่าว โดยเฉพาะข้อท้าทายในการพัฒนาความสอดคล้องของการบังคับใช้กฎหมายด้านยาเสพติด และมาตรการควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ในภูมิภาค

ในการนี้ UNODC ได้กล่าวชื่นชมบทบาทของไทยในการควบคุมยาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้า ซึ่งเป็นภัยคุกคามสำคัญในระดับภูมิภาค รวมถึงการจัดการปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดนในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ในภูมิภาค ทั้งนี้ UNODC ได้เน้นย้ำว่าคณะอนุกรรมการควบคุมสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติด ซึ่งได้รับการแต่งตั้ง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายในการควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ อันจะส่งผลให้การแก้ปัญหายาเสพติดเกิดประสิทธิผลอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ UNODC มีกำหนดจัดการประชุมทางเทคนิคระหว่างประเทศว่าด้วยการควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ (Regional Technical Meeting on Chemical Control) ณ กรุงเทพมหานคร โดยจะเรียนเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานเปิดการประชุมฯ และร่วมเดินทางไปศึกษาดูงานการจัดการสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง เพืือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต้นแบบที่ดีของไทยให้กับประเทศต่างๆ ต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี/ ศึกษาธิการจ.น่าน จัดประชุมติดตามความก้าวหน้าการนำแผนพัฒนาการศึกษาจ.น่าน

สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดน่าน จัดประชุมติดตามความก้าวหน้าการนำแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดน่าน (พ.ศ.2566-2570) และแผนปฏิบัติการด้านการศึกษาจังหวัดน่าน (พ.ศ.2566-2570) สู่การปฏิบัติของหน่วยงานทางการศึกษา
ในพื้นที่จังหวัดน่าน

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เวลา 8.30 น. ณ ห้องประชุมศุภโชค ชั้น 3 อาคารอำนวยการวิทยาลัยการอาชีพเวียงสา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน โดยมี นายศิริโชค พิพัฒน์เสฐียรกุล ศึกษาธิการจังหวัดน่าน เป็นประธาน
การประชุม พร้อมบรรยายเป้าหมายการติดตามความก้าวหน้าการนำแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดน่าน ฉบับทบทวน

พ.ศ.2568 แผนปฏิบัติการด้านการศึกษาจังหวัดน่าน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 25 68 และคณะกรรมการติดตามความก้าวหน้าฯ ประกอบด้วย ว่าที่ร้อยตรีสมเดช อภิชยกุล ผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคประชาชน นายบุญยงค์ สดสอาดนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน นางปิยะนุช ไชยสมทิพย์ ผอ.กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผล

นางสกนธรัตน์ วงศ์สิริโชตน์ ผอ.กลุ่มนโยบายและแผน นางพสชณันท์ พรหมจรรย์ และผู้รายงานผลการดำเนินงาน ประกอบด้วย นายสุทธิพงษ์ โชติพิสุทธิ์เมธี ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคน่าน นางสาวศศิรินทร์ มหาวงษนันท์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพเวียงสา นางสาววริทธิ์นันท์ จันทรมนตรี ผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างน่าน และข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของอาชีวศึกษาจังหวัดน่าน 4 แห่ง

ได้นำเสนอผลการดำเนินงาน สภาพปัญหา ความต้องการ และข้อเสนอแนวทางการดำเนินงาน ต่อจากนั้นคณะกรรมการร่วมกับที่ประชุมได้ระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายรายงานให้กระทรวงศึกษาธิการและที่เกี่ยวของให้ได้รับทราบต่อไป และในช่วงบ่ายคณะกรรมการได้เดินทางไปที่ห้องประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน ตำบลทุ่งศรีทอง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

เพื่อประชุมติดตามความก้าวหน้าการนำแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดน่าน และแผนปฏิบัติการด้านการศึกษาจังหวัดน่านดังกล่าว โดยมี นายภูดิท เรืองรอง คณบดี อาจารย์นิลุบล ศรีเทพ อาจารย์อิทธิโชตน์ โชติกุณพันธ์ และคณะ ให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงาน

สภาพปัญหาความต้องการและข้อเสนอแนวทางการดำเนินงาน ระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำข้อเสนอ เชิงนโยบายรายงานให้กระทรวงศึกษาธิการและที่เกี่ยวของให้ได้รับทราบต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตชด.237 กัดไม่ปล่อย! ไล่ล่ากลางสายฝน จับผู้ต้องหา 3 คน พร้อมยาบ้า 280,000 เม็ด

ตามนโยบายการป้องกัน สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน Seal Stop Safe ของรัฐบาล และนโยบายเน้นหนักด้านปราบปรามยาเสพติดของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. , พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผบช.ตชด., พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2, พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ ปลาทอง ผบก.ตชด.ภาค 2 ได้เปิดยุทธการพิทักษ์ริมน้ำโขง ซึ่งมีกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 – 24 เป็นหน่วยปฏิบัติ เพื่อปราบปราม สกัดกั้นยาเสพติดที่จะเข้ามาทางชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง

สืบเนื่องจาก วันที่ 29 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการข่าว กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 ได้จับกุมนายชนะพล กุระกัน พร้อมพวกรวม 3 คน พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) จำนวน 44 มัด ประมาณ 88,000 เม็ด ที่ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี และจากการสืบสวนขยายผล ทำให้ทราบว่ายังมีกลุ่มผู้ร่วมขบวนการของนายชนะพลฯ ทำหน้าที่ขนลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนเข้าไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ตอนใน โดยใช้รถยนต์ ยี่ห้อ Chevrolet Optra สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน สฬ 5020 กรุงเทพมหานครฯ เป็นยานพาหนะ

ต่อมา วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ชุดจับกุม ได้สืบทราบว่า จะมีการลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากในพื้นที่ ต.พะทาย ไปถึง ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม จึงวางแผนเพื่อสกัดกั้น ตามจุดที่คาดว่าจะใช้เป็นเส้นทางในการขนลำเลียงยาเสพติด จนกระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. ได้มีรถยนต์เป้าหมายคันดังกล่าว ขับขี่มาด้วยความรวดเร็ว โดยมุ่งหน้ามาจาก อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เจ้าหน้าที่เชื่อว่าภายในรถยนต์คันดังกล่าวน่าจะมีสิ่งผิดกฎหมายอยู่จึงได้ขับรถติดตามไป แต่เมื่อรถยนต์คันดังกล่าวเห็นรถของเจ้าหน้าที่ ได้เร่งเครื่องยนต์และขับหลบหนี เจ้าหน้าที่ได้ไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด

จนถึงบริเวณหน้าโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านนากะเสริม รถยนต์คันดังกล่าวได้สูญเสียการควบคุมและเสียหลักพุ่งเข้าชนกำแพงของราษฎร เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าควบคุมตัวบุคคลที่อยู่ภายในรถคันดังกล่าวเอาไว้ได้จำนวน 3 คน ได้แก่ นายประทีป สุวรรณวงศ์ อายุ 22 ปี (ผู้ขับขี่), นายศราวุธ บุดดี อายุ 25 ปี และนายภาณุวัฒน์ ศรีสุนา อายุ 24 ปี จากการตรวจสอบเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจพบกระสอบปุ๋ยสีเขียวจำนวน 1 กระสอบวางอยู่ที่บริเวณที่พักเท้าผู้โดยสารด้านหลัง จึงได้ทำการเปิดตรวจสอบพบยาบ้าบรรจุอยู่เป็นจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” พร้อมนำของกลางทั้งหมดเดินทางกลับมายังที่ทำการกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 เพื่อสืบสวนขยายผลและตรวจนับยาเสพติด ผลการตรวจนับพบยาบ้าของกลาง จำนวน 140 มัด รวมทั้งหมดจำนวนทั้งสิ้น 280,000 เม็ด จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง