สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มหาวิทยาลัยราชภัฏ เปิดอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน เพื่อพัฒนาศักยภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษา

***เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 68 ที่หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน โครงการเสริมสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา

ซึ่ง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และ มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ จัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความรู้และทักษะในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และบุคลากรที่อาจประสบภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน โดยมีครูและบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้ จำนวน 180 คน

***โดยกิจกรรมจะเน้นการอบรมทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติ ซึ่งเนื้อหาหลักในการอบรมประกอบด้วย ความรู้เกี่ยวกับภาวะฉุกเฉิน เช่น หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ลมชัก ภาวะแพ้รุนแรง การประเมินสถานการณ์และการปฐมพยาบาลเบื้องตัน การช่วยฟื้นคืนชีพทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก

การใช้เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจชนิดอัตโนมัติ อย่างถูกต้อง การปฐมพยาบาลผู้บาคเจ็บจากเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น กระดูกหัก แผลไหม้ และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย การฝึกเวียนฐานเพื่อปฏิบัติจริงกับอุปกรณ์และสถานการณ์จำลอง
ภาพ)ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี * สื่อรัฐนิวส์ / ทวี ร่วมถกนักธุรกิจมาเลย์ เตรียมร่วมทุนเปิดตลาดอาเซียนแห่งแรกที่นราธิวาส

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 24 พ.ค.68 พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางพื้นที่มายังองค์การบริหารส่วนตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ จ.นราธิวาส เพื่อเป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยมีนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส, นายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม,

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชาติ จังหวัดนราธิวาส, พลตำรวจโทพัฒนวุธ อังคะนาวิน ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ร่วมคอยให้การต้อนรับ จำนวนกว่า 2,500 คน พร้อมทั้งได้ถือโอกาสแจกรางวัลการประกวดซุ่มประตูมัสยิด

โดย พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ได้ถือโอกาสพูดคุยพบปะกับพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาร่วมงาน พอสรุปใจความได้ว่า โครงการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ถือว่าเป็นการสืบสานองค์ความรู้ท้องถิ่น อัตลักษณ์วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่ทรงคุณค่าของประชาชนในพื้นที่

การพัฒนาคนคือหัวใจของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ต้องทำให้เยาวชนมีพื้นที่ปลอดภัย มีทักษะชีวิต มีเวทีสร้างสรรค์และได้รับการยอมรับในฐานะ เจ้าของอนาคตของชุมชน อย่างไรก็ตามขณะที่เราร่วมกันอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น เราก็ไม่อาจละเลยภัยคุกคามจากยาเสพติด

ที่กำลังรุกคืบเข้าสู่ชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและชายแดน ปัจจัยเชิงโครงสร้าง เช่น ความยากจน ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และครอบครัวที่เปราะบาง ล้วนทำให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของเครือข่ายค้ายาเสพติดได้ง่ายขึ้น

ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางของการพัฒนาที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง
ต่อมา พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ได้เดินชมบูธอาหาร จำนวนกว่า 20 แห่ง พร้อมทั้งได้ชิมรสชาติอาหารคาวหวาน ซึ่งล้วนแล้วเป็นอาหารประจำถิ่น หรือ อาหารโบราณ ที่สามารถหากินได้ในเฉพาะพื้นที่ เช่น แกงกะทิปลาซ่อน ขนมต้ม ขนมไข่ เป็นต้น

ซึ่งก่อนดินทางกลับ พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ได้ถือโอกาสพูดคุยนอกรอบเป็นการส่วนตัวกับคณะนักธุรกิจประเทศมาเลเซีย ที่มีโอกาสได้เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ คือ นายซุลฟีกา ซูไฮมี Mr.Zulfika Suhaimi และนายนิอาซิม นิมูฮัมหมัด Mr.Niazim Nimuhammad ที่ห้องประชุม อบต.ดุซงญอ

ที่ทางนักธุรกิจมาเลเซียมีความสนใจที่จะเดินทางมาทำการค้าร่วมกับคนไทย ซึ่งการเจรจาในครั้งนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายต้องมีการพูดคุยอย่างเป็นกิจลักษณะอีกครั้ง ในเรื่องของการลงทุนเปิดตลาดอาเซียนแห่งแรกในพื้นที่ จ.นราธิวาส ทั้ง 2 ฝ่ายต้องใช้เงินร่วมลงทุนประมาณ 30 ถึง 50 ล้านบาท โดยใช้เวลาประมาณ 1 ช.ม.จึงแล้วเสร็จ

ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า วันนี้ทางนักธุรกิจของประเทศมาเลเซีย นายก อบต.ดุซงญอ และคณะ นายกอบจ.จ.นนราธิวาส ร่วมหารือกับนักธุรกิจมาเลเซีย ซึ่งนักธุรกิจมาเลเซียพบว่าอยากมีตลาดอาเซียนหรือตลาดสินค้าอาเซียน เพราะเราอยู่ในประชาคมอาเซียน ซึ่งคล้ายๆประเทศไทยไม่มี แต่จะมีที่ประเทศเวียดนาม

ซึ่งมีสินค้าของอาเซียนมาวางเป็นสินค้าคล้ายๆสินค้าพื้นเมือง โดยทางนักธุรกิจมาเลเซียก็อยากจะร่วมทุนกับทางประเทศไทย โดยมองไปที่พื้นที่ อ.สุไหงโกลก หรือ อ.แว้ง ที่ใดที่หนึ่งที่เป็นแนวชายแดน ซึ่งปัจจุบันนี้เรามีนักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ แต่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยได้ใช้เงินเต็มความสามารถ เราก็ยังไปมองนักท่องเที่ยวเข้ามาอีกก็ไม่มีประโยชน์ แต่จะทำอย่างไรที่จะทำให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาแล้วได้ใช้เงินเยอะขึ้น ซึ่งในขณะนี้ จ.นราธิวาสอย่างเดียวนักท่องเที่ยวก็ล้านคนแล้วต่อปี ทั้งนักท่องเที่ยวมาเลเซียและนักท่องเที่ยวต่างๆเข้ามาก็ควรที่จะต้องมีตลาดด้วย ซึ่งเป็นแนวความคิดหนึ่งที่มานำเสนอ

โดยทางรัฐบาลเองก็เห็นด้วย ซึ่งวันนี้เรื่องใหญ่ของเราจะต้องสร้างเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ แล้วต้นทุนของจังหวัดชายแดนหรือแนวชายแดนเราต้องมีการพัฒนาศักยภาพซึ่งในเร็วๆนี้สะพานก็จะเกิดขึ้น ถ้านักธุรกิจเริ่มต้นด้วยความคิดของนักธุรกิจ แล้วก็คนในพื้นที่ร่วมด้วย รัฐบาลได้หนุน

ส่วนสถานที่นั้นก็มีบ้านเอื้ออาทรที่ค่อนข้างร้าง ซึ่งทางเราได้มีการพูดคุยกับพ.ม.แล้ว ก็มีแนวความคิดว่ามันต้องมีการรื้อ เพราะสภาพมันใช้ไม่ได้แล้ว ทั้งโครงสร้างตึก ซึ่งถ้าจะมีการแบ่งบางส่วน อันนั้นก็เป็นสถานที่ ที่ทางเราจะต้องเลือกว่าระหว่าง อ.แว้ง กับอ.สุไหงโกลกว่าอำเภอไหนจะดีกว่ากัน
//////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์ / พบสวนเกษตร 8 ไร่ ของสีกาเตยคนสนิททิดแย้มในเมืองมุกดาหาร ชาวบ้านยันไม่ใช่รีสอร์ท – แหล่งฟอกเงินจากวัดไร่ขิง/ตม.นครพนม ลงพื้นที่ตรวจเข้มยาเสพติด – แรงงานต่างด้าว ในร้านอาหาร-คาราโอเกะ

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารถึงกรณีที่มีข่าวว่า สีกาเตย หรือ “ช่อฟ้า ใบเตย” หนึ่งในคนสนิทของทิดแย้มอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง จ.นครปฐม นำเงินที่ได้มาจากการทำบุญ – บริจาค ในวัดไร่ขิงมาสร้างรีสอร์ทและฟอกเงินในจังหวัดมุกดาหาร นั้น มีสถานที่ซึ่งสีกาเตยเป็นเจ้าของอยู่ในชุมชนบ้านนาเตย ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

โดยมีลักษณะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมกึ่งบ้านสวน โดยใช้ชื่อว่า “บ้านสวนเกษตรช่อฟ้า ใบเตย” มีเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ ภายในประกอบด้วยอาคารหลังใหญ่และหลังเล็กประมาณ 10 กว่าหลัง ขณะที่ผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึงพบว่าประตูรั้วถูกปิดโดยมีโซ่คล้องและล็อคกุญแจไว้ มีป้ายติดไว้ที่รั้วว่า “พื้นที่ส่วนบุคคลห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต ระวังสุนัขดุ”

นายประยงค์ (ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้านที่มีที่ดินติดกัน เปิดเผยว่า ปกติที่บ้านสวนเกษตรข่อฟ้า ใบเตย จะมีคนพักอาศัยอยู่ในที่ดิน 4 คน คือ แม่ของสีกาเตยกับสามี และคนสวนอีก 2 คน แต่ขณะนี้ทราบว่าแม่ของสีกาเตยไม่ได้อยู่โดยกลับไปบ้านที่สุโขทัยได้ประมาณ 3-4 เดือนแล้ว

ส่วนที่มีข่าวว่าเป็นรีสอร์ทและที่ฟอกเงินของสีกาเตยนั้น ตนเห็นว่าไม่เป็นความจริง โดยสถานที่ดังกล่าวเป็นเพียงบ้านพักธรรมดาไม่มีลักษณะการตกแต่งหรูหราที่จะบ่งชี้ว่าเป็นรีสอร์ท ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านน็อคดาวน์ที่สีกาเตยเป็นผู้ซื้อมาปลูกสร้างบนที่ดิน ซึ่งก่อนหน้านี้ตนก็เคยเข้าไปกราบสักการะองค์หลวงพ่อวัดไร่ขิงจำลอง และท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในบ้านสวนดังกล่าว

โดยบ้านพักภายในสวนก่อนหน้านี้จะใช้สำหรับให้ทิดแย้มอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง พระภิกษุและคณะ ใช้เป็นที่พำนักในระหว่างที่เดินทางมาตรวจเยี่ยมโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน

ซึ่งจะมีอาคารขนาดใหญ่ประมาณ 5 หลัง และอาคารขนาดเล็กที่เป็นบ้านน็อคดาวน์ประมาณ 8 หลัง ส่วนที่ดินแถวนี้จะมีราคาอยู่ที่ประมาณไร่ละ 160,000 บาท ซึ่งเมื่อรวมมูลค่าทั้งหมดแล้วก็ไม่น่าจะเกิน 4-5 ล้านบาท

“ส่วนจะเคยมีการนำตู้เซฟขนาดใหญ่สำหรับใช้เก็บเงินสดนับร้อยล้านบาทที่ยักย้ายถ่ายเทมาจากวัดไร่ขิงนำมาไว้ภายในบ้านสวนเกษตรช่อฟ้า ใบเตย หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบเพราะไม่เคยเห็น ตอนตนเข้าไปก็เห็นมีเพียงแต่ตู้ใบเล็กๆ เท่านั้น ผมไม่เชื่อว่าจะเป็นสถานที่เก็บเงินเก็บหรือทรัพย์สมบัติอะไรที่ยักย้ายถ่ายเทมาจาก วัดไร่ขิง” นายประยงค์กล่าว

ภาพ/​ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

ตม.นครพนม ลงพื้นที่ตรวจเข้มยาเสพติด – แรงงานต่างด้าว ในร้านอาหาร-คาราโอเกะ

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ภัทรพงศ์ อินวรรณา ผกก.ตม.จว.นครพนม พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุภมิตร กะตะศิลา รอง ผกก.ตม.จว.นครพนม และ

พ.ต.ท.เกียรติคุณ ดวงแก้ว สว.ตม.จว.นครพนม ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนตรวจคนเข้าเมืองบูรณาการร่วมกับ สภ.หนองบ่อ อ.นาแก จ.นครพนม ออกตรวจสอบสถานประกอบการ ร้านอาหาร และร้านคาราโอเกะ จำนวน 8 แห่ง ในพื้นที่อำเภอนาแก

จากการตรวจสอบพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติลาวทั้งหมดมีใบอนุญาตทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และได้มีการตรวจคัดกรองสารเสพติดในร่างกาย

แรงงานกลุ่มดังกล่าว ไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใด รวมถึงไม่พบพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ การค้าประเวณี หรือความผิดอื่น ๆ

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการกรอกแบบฟอร์ม ตม.6 (TM6) แบบดิจิทัล (TDAC) ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าประเทศไทยสำหรับชาวต่างชาติทั้งทางอากาศ ทางบก และทางน้ำ

ตมนครพนม เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์ /ลาวส่ง “โจ้ จูมคำ” ผู้ต้องหาหนีประกันคดียิงหัวหน้าการ์ดศรีสะเกษเสียชีวิต พร้อม 10 ผู้ต้องหาชาวไทยกลับประเทศ หลังข้ามไปก่อคดีมั่วสุมเสพยา

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พร้อมด้วย พันเอก ศิวดล ยาคล้าย ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 1 (ร.3) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, พันเอก อินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21,

พันตำรวจเอก กิตเตชิษฐ์ บำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และพันตำรวจโท จตุพล ยันต์นาวา รองผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร ได้เดินทางข้ามสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต) ไปยังด่านพรมแดนสะหวันนะเขต สปป.ลาว เพื่อรับมอบผู้ต้องหาชาวไทยจำนวน 11 คน ที่กระทำผิดกฎหมายในแขวงสะหวันนะเขต และถูกจับกุมดำเนินคดีจนพ้นโทษ ก่อนถูกผลักดันกลับมายังประเทศไทย

การส่งมอบดังกล่าวเป็นไปตามข้อตกลงความร่วมมือด้านความมั่นคงไทย-ลาว โดยมี พันโทแก้วอุดร สนทิกุมมาน หัวหน้าแผนก 303 ปกส. แขวงสะหวันนะเขต, พันตรี สีคูน สำลานไช รองแผนกตำรวจสกัดกั้นและต้านยาเสพติด และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองลาว เป็นผู้แทนฝ่าย สปป.ลาว ในการส่งมอบผู้ต้องหาให้กับกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

ในจำนวนผู้ต้องหา 11 คน ปรากฏว่า 1 ในนั้นคือนายจักรพงศ์ หรือ “โจ้” จูมคำ ผู้ต้องหาคดียิงนายเชิดศักดิ์ เงาศรี หัวหน้าการ์ดสถานบันเทิงใน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา แล้วหลบหนีมาที่ อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ข้ามเรือหางยาวข้ามแม่น้ำโขงไปยังเมืองไซพูทอง แขวงสะหวันนะเขต แต่ถูกผลักดันกลับมาฝั่งไทย และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวส่งดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และความผิดตาม พ ร.บ.อาวุธปืน

ต่อมาปรากฏว่านายโจ้ได้รับการอนุญาตให้ประกันตัวในชั้นศาล และหนีประกันตัว พาพวกข้ามไปมั่วสุมยาเสพติดก่อความเดือดร้อนรำคาญด้วยการเปิดเพลงเสียงดังในแขวงสะหวันนะเขต กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ป้องกันความสงบแขวงสุวรรณเขตจับกุมตัวดำเนินคดีและผลักดันส่งกับประเทศไทยดังกล่าว

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 11 ราย เป็นชาย 9 คน หญิง 2 คน แบ่งเป็นชาวจังหวัดศรีสะเกษ 10 คน และชลบุรี 1 คน โดยเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดียาเสพติด 2 ราย, คดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 1 ราย ส่วนผู้ที่ไม่มีหมายจับ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปตรวจคัดกรองโรคและบันทึกประวัติอาชญากรรมเพื่อจัดเก็บข้อมูล ก่อนดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์ / ธรรมาภิบาลมุกดาหารลงพื้นที่ตลาดอินโดจีน พบราวกันตกเสี่ยงอันตราย เกรงเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดมุกดาหาร (ก.ธ.จ.มุกดาหาร) นำโดย นายอรรครัตน์ รัตนจันทร์ รองประธานคณะกรรมการฯ พร้อมที่ปรึกษาและคณะกรรมการฯ ได้ลงพื้นที่สอดส่องโครงการก่อสร้างซ่อมแซมและปรับปรุงตลาดอินโดจีน เทศบาลเมืองมุกดาหาร ซึ่งยังอยู่ระหว่างดำเนินการและยังไม่แล้วเสร็จ

ในการสอดส่องพบปัญหาด้านความปลอดภัยที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ โดยเฉพาะบริเวณราวกันตกสแตนเลสชั้นบนของตลาด ที่มีลักษณะไม่มั่นคงแข็งแรง โดยปลายราวกันตกทั้งสองด้านถูกเว้นไว้เป็นช่องว่าง ส่วนช่วงกลางของราวมีลักษณะนูนออก สามารถทำให้เด็กเล็กพลัดตกได้ ขณะที่ด้านล่างของอาคารยังมีเสาปูนพร้อมเหล็กเส้นจำนวนมากโผล่สูงขึ้นมาร่วม 1 เมตร ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงหากเกิดการพลัดตกจากด้านบน

นอกจากนี้ยังตรวจพบว่า ขายึดราวบางจุดไม่มีน็อตยึดติด หรือมีแต่ไม่ได้ขันแน่น และบางจุดน็อตอยู่ในสภาพหักงอ ซึ่งอาจส่งผลให้โครงสร้างพังถล่มได้โดยไม่คาดคิด

กรรมการและที่ปรึกษาฯ เห็นว่าประเด็นดังกล่าวอาจสะท้อนถึงความบกพร่องในการดำเนินการก่อสร้างและการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ สภาพสิ่งก่อสร้างดังกล่าวสร้างความกังวลให้กับประชาชนต่อความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงถึงชีวิต

กรณีดังกล่าวจึงอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการที่เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

ทั้งนี้ ที่ปรึกษาและกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดมุกดาหารจะได้ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อแจ้งให้เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐและประโยชน์สุขของประชาชนต่อไปมุกดาหาร #คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด #ตลาดอินโดจีน #โครงการก่อสร้าง #ราวกันตกอันตราย #ตรวจสอบความปลอดภัย #สอดส่องภาครัฐ #ประโยชน์สุขของประชาชน #ความปลอดภัยสาธารณะ #กระทรวงมหาดไทย #สำนักนายกรัฐมนตรี​

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อ.ท่าวังผา เปิดงาน “มหัศจรรย์เทศกาลมะม่วงบ้านสบเป็ด ครั้งที่ ๑ ” ระหว่าง 23 – 25 พค. 2568 ณ สนามกีฬาบ้านสบเป็ด อ.ท่าวังผา จ.น่าน

วันที่ 23 พฤษภาคม 2568 นายฐสิฐญ์ บำเพ็ญ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหัศจรรย์เทศกาลมะม่วงบ้านสบเป็ด ประจำปี 2568” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 25 พฤษภาคม 2568 ณ สนามกีฬาบ้านสบเป็ด หมู่ที่ 6 ตำบลผาตอ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน

โดยมี นายวาท เชียงหนุ้น สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เขต 1 อำเภอท่าวังผา นายสันติ มณีอ่อน เกษตรอำเภอท่าวังผา เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอท่าวังผา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลผาตอ คณะครูโรงเรียนบ้านสบเป็ด และผู้นำชุมชนในพื้นที่ตำบลผาตอ ให้การต้อนรับ

ซึ่งมี นายอภิชาติ เฉลิมบุญฤทธิ์ ผู้ใหญ่บ้านสบเป็ด กล่าวรายงาน การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สนับสนุน ผลผลิตและการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะมะม่วงซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของบ้านสบเป็ด เป็นแหล่งผลิตมะม่วงที่มีชื่อเสียงและมีคุณภาพของอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน

สร้างรายได้ให้กับชุมชนปีละไม่น้อยกว่า ๕๐ล้านบาท และสร้างความภาคภูมิใจให้กับเกษตรกรในชุมชนมาอย่างยาวนาน พร้อมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งปลูกมะม่วงที่มีคุณภาพดี มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ และได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิต GAP ของบ้านสบเป็ด อำเภอท่าวังผา ให้เป็นที่รู้จัก

ส่งเสริมช่องทางการตลาดมะม่วงโดยการเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการรับซื้อผลผลิตกับเกษตรกร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น การออกร้านจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน

การประกวดมะม่วงคุณภาพดี การประกวดธิดามะม่วง กิจกรรมการแข่งขันกีฬา และกิจกรรมบันเทิงพื้นบ้าน ที่สร้างสีสันและความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานตลอดระยะเวลาการจัดงาน
/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดตัวรายการใหม่ สุดอลัง “Sing!Asia ร้องท่องเอเชีย”เวทีของเหล่านักร้องเอเชีย เจนใหม่! พร้อมเผยรายชื่อตัวแทนไทย!!เตรียมออกอากาศทั่วโลกทาง iQIYI Global

เตรียมพบกับปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของวงการเพลง รายการ “Sing!Asia” หรือชื่อภาษาไทย “ร้องท่องเอเชีย”รายการประกวดร้องเพลง ศึกประชันเสียงของศิลปิน GEN ใหม่จาก 9 ประเทศทั่วเอเชียที่จะมารวมตัวบนเวทีเดียวกัน ที่รวบรวมศิลปินดาวรุ่งจากหลากหลายประเทศ มาประชันเสียง ความสามารถ และเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ผ่านโชว์ที่ตระการตาและโปรดักชันสุดอลังการ ผลิตโดย iQIYI แพลตฟอร์มบันเทิงชื่อดังจากจีน ซึ่งนอกจากความบันเทิงแล้ว ยังเปิดโอกาสให้นักร้องรุ่นใหม่ได้แสดงตัวตนต่อสายตาผู้ชมจากทั่วโลก โดยจะออกอากาศให้ชมพร้อมกันทั่วโลกผ่านทาง iQIYI Global

“ร้องท่องเอเชีย” ตั้งใจจะทำลายทุกกำแพงของแนวดนตรี เปิดพื้นที่ให้ศิลปิน ได้แสดงศักยภาพแบบไร้ขีดจำกัด เน้นการเฟ้นหาศิลปิน “Generationใหม่” เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะหนึ่งเดียวในตำแหน่ง “ราชาเสียงแห่งเอเชีย” ที่มากด้วยพลังและความสามารถแบบเต็มพิกัด ซึ่งทั้งหมดผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้น พร้อมการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างศิลปินหน้าใหม่จากจีนและนานาชาติ ท่ามกลางเวทีกลางทะเลสุดตื่นตา

พร้อมเปิดตัวทีมเมนเทอร์สุดอลังการ!นำโดยเจสซี เจ (Jessie J ) ศิลปินป็อประดับโลกจากสหราชอาณาจักร จางเลี่ยงอิ่ง (Jane Zhang) นักร้องหญิงเสียงสูงระดับแนวหน้าของจีนและเป็นผู้นำทีมของรายการ SING!ASIA
โยวฉางจิ้ง (Yao Chang Jing) “โจ๊ก โย่ว” ศิลปินหนุ่มจากมาเลเซียที่โด่งดังในจีน ได้รับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงนำทางให้แก่เหล่าศิลปินรุ่นใหม่ในรายการ SING!ASIA

ยังมีศิลปินและกรรมการรับเชิญจากประเทศต่าง ๆ ทั่วเอเชีย อาทิชิซึกะ คุโด (Shizuka Kudo) นักร้องหญิงระดับตำนานของญี่ปุ่นเจฟฟ์ จาง (Jeff Chang) หรือจางซิ่นเจ๋อราชาเพลงรักจากไต้หวันตานฉาง (Dan Chang) จากจีนซูโยวเผิง (Alec Su) อดีตสมาชิกวง “เสี่ยวหู่ตุ้ย” นักร้องและนักแสดงระดับตำนานทันยา ชัว (Tanya Chua) นักร้อง นักแต่งเพลงหญิงจากสิงคโปร์จิมมี่ หลิน (Jimmy Lin) อดีตนักร้องบอยแบนด์ขวัญใจวัยรุ่นยุค 90 จากไต้หวันลีโอ (Leo Ku) กูนักร้องชายจากฮ่องกง นักแสดงเจ้าบทบาท จูเลียน จาง (Julian Cheung) หรือ จางจื้อหลิน นักแสดง-นักร้องชายชื่อดังจากฮ่องกง

ประเทศไทยก็ไม่แพ้ชาติใด! เปิดตัว ตัวแทนประเทศซึ่งปีนี้ได้ส่งศิลปินเลือดใหม่เข้าร่วมแข่งขัน ที่มีพลังเสียงเฉียบคม มาพร้อมความมั่นใจและเสน่ห์เฉพาะตัว โดยศิลปินไทยได้โชว์ทั้งเพลงสากล เพลงไทย และมีเซอร์ไพรส์โชว์ ที่นำความเป็นไทยผสานเข้ากับความร่วมสมัยอย่างลงตัวและพิเศษสุด ซึ่งตัวแทนจากไทยที่ถูกคัดเลือกอย่างละเอียดเข้มข้น ผ่านหลายขั้นตอน จนได้เป็นหนึ่งใน 32 ทีมสุดท้ายของรายการ ซึ่งเริ่มเปิดเผยรายชื่อออกมาแล้วบางส่วน ได้แก่ Soilboy จากค่าย RSiam ,Flower.far จากค่าย YUPP! , Firzter จาก GMM Music

นอกจากนี้ ยังมีอีก 3 ทีมจากไทยที่ยังไม่เปิดเผยรายชื่อ ณ ตอนนี้ แต่ทั้งหมดล้วนเป็นศิลปินเจนใหม่ที่มีความสามารถล้นหลาม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าจับตาติดตามและส่งแรงใจให้ตัวแทนจากประเทศไทยได้ใน ออกอากาศวันแรก วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม เวลา 17:00 น. ทาง iQIYI Global

SingAsia #ร้องท่องเอเชีย #iQIYIGlobal #ThailandToAsia #เสียงจากเอเชีย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐทีวี / เปิดตัวคาแรคเตอร์นักแสดงจากหนังตลกล้อเลียน “เกย์ Kings”ไร้ท์ คอมเมดี้ และ ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 การันตี โหด มันส์ ฮา ตลกครบรสแน่นอน

เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ เปิดตัวคาแรคเตอร์นักแสดงจากหนังตลกล้อเลียน “ร้ท์ คอมเมดี้ และ ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 การันตี โหด มันส์ ฮา ตลกครบรสแน่นอน พร้อมส่งภาพคาแรคเตอร์สุดกวนของเหล่านักแสดงตลกที่จะมาร่วมฟาดฟัดความฮาใน “เกย์ Kings” ล้อหนังดังเรื่องใหม่ล่าสุดที่กำลังจะเข้าฉายให้ได้ชมกันแบบเต็มๆ ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24

นำทีมโดย นุ้ย เชิญยิ้ม รับบท พ่อโยธิน คุณพ่อหัวโบราณที่ยึดติดกับค่านิยม “ลูกผู้ชายต้องเข้มแข็ง” ชอบบังคับลูกให้ทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับความรู้สึกจริงๆ ของโยธิน ร่วมด้วย คิง ก่อนบ่าย ก็อปปี้โชว์ชื่อดัง รับบท คิง รุ่นพี่ช่างกลสุดเท่ มีความเป็นผู้นำ ใจกล้าและชอบปกป้องคนรอบข้างอยู่เสมอ เบื้องลึกเป็นคนอ่อนโยนและมีความเข้าใจผู้อื่น

จึงทำให้โยธินประทับใจและแอบหลงรัก, ลูกตั้ม เดอะคอมเมเดี้ยน นักแสดงตลกรุ่นใหม่จากเวทีเดอะคอมเมเดี้ยนไทยแลนด์ รับบท โยธิน เด็กหนุ่มผู้มีจิตใจบอบบาง บุคลิกอ่อนโยน ต้องปิดบังตัวตนที่แท้จริงเวลาอยู่ต่อหน้าพ่อแม่ และด้วยความกดดันจากครอบครัว

จึงต้องทำตามความต้องการของพ่อ แม้ไม่ใช่สิ่งที่ตนเองชอบก็ตาม, ฟีมเฟีย กชกร นักร้องลูกทุ่งอินดี้มาแรง เจ้าของเพลงล้านวิว “อม…จงรัก” รับบท ส้ม เด็กสาวที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ แอบชอบคิงและสนิทสนมกัน แต่ต้องยอมรับความ

จริงเมื่อเห็นความใกล้ชิดของคิงกับโยธิน, ดะ ตลกหกฉาก รับบท ดะ เพื่อนสนิทของคิง เป็นคนตลก และมักสร้างเสียงหัวเราะให้กับเพื่อนๆ อยู่เสมอ มีความจริงใจและพร้อมลุยไปกับเพื่อนในทุกสถานการณ์, แบงค์ คอพับ นักร้องขวัญใจสายโจ๊ะ เจ้าของเพลงดังเกือบร้อยล้านวิว “คอพับ” รับบท แบงค์

เพื่อนสนิทอีกคนของคิง มีความฉลาดและไหวพริบดี ชอบเล่นมุกสร้างบรรยากาศความสนุกสนานให้กับเพื่อนๆ แต่ก็มีความจริงจังและพร้อมช่วยคิงในทุกเหตุการณ์, หลุยส์ ชวนชื่น ตลกชื่อดัง รับบท หลุยส์ หัวหน้าแก๊งเทคนิคท่าพระจันทร์ มั่นใจในตัวเอง รักพวกพ้อง

ชอบใช้กำลังเพื่อแสดงอำนาจ แต่ลึกๆ ต้องการการยอมรับ และเริ่มเปลี่ยนมุมมองความคิดหลังได้รับความช่วยเหลือจากคิง, จุ๊บจิ๊บ เชิญยิ้ม รับบท จุ๊บจิ๊บ เพื่อนสนิทของหลุยส์ ขี้เล่น กวนประสาท แต่จงรักภักดีและ

พร้อมอยู่เคียงข้างเพื่อนทุกคนและ ต่าย เชิญยิ้ม รับบท ครูเพชร ครูผู้ดูแลนักเรียนช่าง มีอารมณ์ขัน เข้าใจเด็ก และพยายามเชื่อมความสัมพันธ์ในกลุ่มนักเรียนให้ดีขึ้นเสมอ เป็นที่ปรึกษาที่ทั้งเข้มงวดและใจดี

มาร่วมปะทะเสียงฮาไปกับ “เกย์ Kings” 7 มิถุนายนนี้ เวลา 18.40 น. ทาง ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 เท่านั้น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /พิธีมอบเงินอุดหนุนกองทุนร่วมใจสงเคราะห์ชุมชน ประจำปี 2568 สภาสังคมเคราะห์ฯ ถ.ราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

23 พฤษภาคม 2568 : 10.00-14.30 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล โดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ/กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ :

เข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2568 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

พิธีมอบเงินอุดหนุนกองทุนร่วมใจสงเคราะห์ชุมชน ประจำปี 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 3 ตึกนวมหาราช สภาสังคมเคราะห์ฯ ถ.ราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ส่วนภูมิภาค ภาค 1

สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทับสะแก เปิดยุทธการเมืองสามอ่าวล้างบางยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง จับได้ทั้งครอบครอง และเสพหลายราย จ.ประจวบฯ

วันที่ 22 พ.ค. 68 ภายใต้การอำนวยการของ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะ ผอ.ศอ.ปส.จ.ปข. สั่งการให้ นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก ผอ.ศป.ปส.อ.ทับสะแก มอบหมายให้ นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ป.อาวโส นายฉัตรชัย ค้างาม ปลัดฝ่าความมั่นคง

พร้อมด้วยสมาชิก อส.อ.ทับสะแก 6 ออกตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดของพนักงานโรงงาน ในพื้นที่ ม.5 ต.ทับสะแก จำนวน 38 ราย พบผู้มีสารเสพติดในปัสสาวะจำนวน 5 ราย สมัครใจเข้าสู่กระบวนบำบัดรักษา ร.พ.ทับสะแก และดำเนินคดีจำนวน 1 ราย ซึ่งพนักงานฝ่ายปกครองได้แจ้งข้อกล่าวหา ดังนี้

  1. มียาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย
  2. เป็นผู้ขับขี่รถยนต์เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
  3. เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
    พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า)จำนวน 3 เม็ด โดยได้บันทึกการจับกุมส่งพนักงานสอบสวนสภ.ทับสะแก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

///////////////////
ข่า. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมทริป “ปั่นขึ้นภู ดูหินสามวาฬ” บึงกาฬพาเลาะ สร้างเศรษฐกิจชุมชนเขิงท่องเที่ยว

วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2568 เวลา 11.00 น. สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ นำโดยนายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ จัดการประชุมการดำเนินกิจกรรม โครงการ ปั่นขึ้นภู ดูหินสามวาฬ บึงกาฬพาเลาะ ณ ห้องประชุมสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ

ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ชมทัศนียภาพป่านันทนาการหินสามวาฬของพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ และเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายและสร้างกระแสการออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยาน โดยมีนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผวจ.ศรีสะเกษเปิดงานเทศกาลอาหารพืชผักปลอดสารหมู่บ้านยั่งยืน

***เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 68 ที่บริเวณโดมหน้าที่ว่าการอำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุพงศ์ สุขสมนิ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดงาน 23 ปี อำเภอเบญจลักษ์ เทศกาลอาหารพืชผักปลอดสาร หมู่บ้านยั่งยืน ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ วันที่ 22-28 พ.ค. 68

เพื่อกระตุ้นการท่องเทียวเชิงวัฒนธรรม และการเกษตร และให้ความสําคัญในการขับเคลื่อน และสร้างกลไกการทํางานร่วมกัน ยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ในหมู่บ้าน/ชุมชน ให้มีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีอาชีพ มีรายได้ สร้างความเข้มแข็งและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ และผู้นำท้องถิ่น ร่วมเป็นในพิธี มีประชาชนเดินทางมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก

*** นายธนเดช พระอารักษ์ นายอําเภอเบญจลักษ์ เปิดเผยว่า อำเภอเบญจลักษ์ มี 5 ตาบล 67 หมู่บ้าน 5 องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น มีพื้นที่ 331.31 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 207,062.50ไร่ (สองแสนเจ็ดพันหกสิบสองจุดห้าสิบไร) ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบ เกษตรกรรม ทํานา ทําไร่มันสําปะหลัง ทําสวนยางพารา อาชีพเสริม

พีซผักสวนครัว การปศุสัต์ เลี้ยงโคพันธ์เนื้อ เลี้ยงไก่พันธุ์เนื้อ – ไข่ เลี้ยงสุกร มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม พื้นที่ส่วนใหญ่ มีความอุดมสมบูรณ์ มีผลผลิต ทางการเกษตรในพื้นที่เป็นจํานวนมาก รวมถึงการปศุสัตว์ มีศักยภาพด้าน การท่องเทียวเชิงวัฒนธรรม และการเกษตรดมสมบูรณ์ ทำให้อำเภอเบญจลักษ์ ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ จัดกิจกรรมในครั้งนี้ขึ้น

***ทั้งนี้จัดกิจกรรมภายในงาน มีการจัดจำหน่ายสินค้าพืชผลทางการเกษตรต่างๆมากมาย เช่น มะม่วง มะละกอ กล้วย ขนุน ทุเรียน ข้าวโพน หอมแดง โดยเน้นเป็นพืชผลทางการเกษตรที่ปลอดสาร ปลอดภัยต่อผู้รับประทาน นอกจากนี้ยังมีขบวนแห่งจาก 5 ตำบล ซึ่งขบวนแห่แต่ละขบวนจะประกอบด้วยนางรำ ป้ายรณรงค์ต่างๆ และรถแห่ โดยเฉพาะรถขบวนแห่แต่ละตำบลจะประดับประดาไปด้วยพืชผัก ผลไม้ ที่ปลอดสาร ของดีในแต่ละตำบล และยังมีสาวงามนั่งประจำแต่ละขบวนอีกด้วย

filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; hdrForward: 0; highlight: true; algolist: 0; multi-frame: 1; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 3145728;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 0;weatherinfo: null;temperature: 38;

***นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมประกวดตำส้มลีลา ที่ปีนี้มีทีมลงประกวดอยู่ 4 ทีม ซึ่งหัวข้อและหลักเกณฑ์การให้คะแนนมีอยู่ 2 อย่า คือ ลีลาการตำต้องเด็ด รสชาติส้มตำที่ตำออกมาต้องอร่อยด้วย โดยทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันแต่ละทีมต่างงัดลีลาการตำส้มตำออกมาสู้กันอย่างสนุก ทั้งเต้น ทั้งเด้ง ทั้งตำ ทำเอากองเชียร์แต่ละทีมอดใจไม่อยู่ต่างออกมาเต้นเชียร์กันอย่างสนุก
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อ.โคกสำโรง บูรณาการ ร่วมขับเคลื่อนพลังท้องถิ่นผ่านชมรมผู้สูงอายุ ทต.โคกสำโรง จว.ลพบุรี

วันที่ 22- 23 พฤษภาคม 2568 ณ หอประชุม ทต. โคกสำโรง นายเจตพงษ์ โชคสวัดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ประธานพิธีขับเคลื่อน พลังท้องถิ่น ผ่าน ชมรมผู้สูงอายุ ทต.โคกสำโรง

โดยมี นายสมบูรณ์ ตรีฤกษ์งาม ปลัดเทศบาล นายแพทย์ นุสิทธิ์ ชัยประเสริฐ ผอ. โรงพยาบาลโคกสำโรง นางนิสา ร่มจำปา ประธานชมรม นายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ นางสมพิศ เตชวานิช รองประธานฯ น ส อัยชา ปฎิเวช วณิช เลขาชมรมฯ

โดยกิจกรรมนี้เน้นให้ความรู้โดย นายธนิต ล้ออุดมสมเจริญ และทีมป้องกัน บรรเทาสาธารณภัย บรรยาย เรื่อง อัคคีภัย วาตภัย และภัยอื่นๆ สาธิต การดับไฟ เบื้องต้น

น ส จุทารัตน์ ภู่เงินงาม เจ้าหน้าที่ รพ โคกสำโรง บรรยาย เรื่อง ภัยจากสารเคมี วัตถุอันตราย การช่วยเหลือ ผู้ป่วย ผู้ประสพภัย การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การช่วยชีวิตพื้นฐาน ทั้งนี้ด้วยควานร่วมมือจาก เจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคม จังหวัดลพบุรี

ให้ความรู้ ผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 160คน สามารถถ่ายทอดต่อผู้ใกล้ชิด และสมาชิก ในครอบครัว นักศึกษา ที่ร่วมอบรม ได้ความรู้ บำเพ็ญประโยชน์ เป็น

พลเมืองดี จะเป็นผู้นำกำลังสำคัญ ขับเคลื่อน สังคมไทย เพื่อประเทศชาติ ทางคณะกรรมการผู้จัดงาน หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่ากิจกรรมในครั้งนี้ จะมีประโยชน์ ต่อสังคม ชุมชนสืบต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ. ศูนย์ข่าวฯ /อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตชด.237 จับหนุ่มโพนสวรรค์ ใช้รถกระบะขนยาบ้า 3.1 ล้านเม็ด

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 ที่กองร้อย ตชด. 237 จ.นครพนม พล.ต.ต.ดร.กิตติศักดิ์ ปลาทอง ผบก.ตชด.ภาค 2 พ.อ. ศิวดล ยาคล้าย ผบ.บก.ควบคุมที่ 1 (ร.3) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และ พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผกก.ตชด.23 ร่วมแถลงข่าวเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ค้ายาเสพติดพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 3,182,000 เม็ด และรถกระบะ 1 คัน

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 21.00 น. ร.ต.อ.จรณ์ แก้วคำแสน หัวหน้าชุดปฏิบัติการข่าว ร้อย ตชด.237 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบนำยาบ้าเข้ามาในพื้นที่ จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2032 สายบ้านท่าดอกแก้ว – อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ใกล้หลักกิโลเมตรที่ 2-3 พบชายต้องสงสัยชื่อ นายเฉลิม (สงวนนามสกุล) อยู่บ้านโพนเจริญ หมู่ที่ 10 ต.โพนจาน อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม

ขับรถกระบะมิตซูบิชิ สีขาว ทะเบียน ฒห 9613 กรุงเทพมหานคร จึงได้ขออนุญาตตรวจค้นภายในรถยนต์ห่อพบยาบ้าจำนวน 1,591 มัดภายในบรรจุยาบ้าจำนวน 3,182,000 เม็ด จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และแจ้งข้อกล่าวหานายเฉลิมว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน)

โดยมีลักษณะการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดในกลุ่มประชาชน ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชน โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตชด237 #ยาบ้า3ล้านเม็ด #นครพนม #จับยาเสพติด #ข่าวอาชญากรรม #ตำรวจตระเวนชายแดน #ต่อต้านยาเสพติด

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เพลงแรกในโลก !“กุหลาบ” (F.Hero) แรงไม่หยุด ครองแชมป์ The Official Thailand Chart 13 สัปดาห์ติด

สร้างปรากฏการณ์เพลงไทยยุคใหม่ยังคงแรงแบบไม่มีแผ่วสำหรับศิลปินตัวพ่อ แห่งวงการฮิปฮอปไทย “กอล์ฟ F.Hero” กับผลงานล่าสุด เพลง “กุหลาบ” Ft. ก้านตอง ทุ่งเงิน x SARAN ที่ตอนนี้กลายเป็นเพลงฮิตระดับชาติ หลังขึ้นครอง อันดับ 1 บน “The Official Thailand Chart” ติดต่อกันยาวนานถึง 13 สัปดาห์ กลายเป็นหนึ่งในเพลงไทยที่สร้างสถิติสูงสุด ในประวัติศาสตร์ของชาร์ตนี้ ชาร์ต “The Official Thailand Chart” ถือเป็นชาร์ตเพลงระดับสากลที่อ้างอิงจากข้อมูลการฟังจริงผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งชั้นนำ เช่น Apple Music, Spotify, Deezer และ YouTube โดยอยู่ภายใต้การดูแลของ IFPI และ TECA ซึ่งการที่เพลง “กุหลาบ” ขึ้นแท่นเพลงอันดับ 1 ต่อเนื่องถึง 13 สัปดาห์นั้น ถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของศิลปินไทยบนเวทีสากลอย่างแท้จริง เพลง “กุหลาบ” ยังกลายเป็นกระแสไวรัลในโลก ที่มีผู้คัฟเวอร์และทำคอนเทนต์ตามกันอย่างถล่มทลาย สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของเพลงที่เข้าถึงผู้ฟังหลากหลายวัยได้อย่างชัดเจน F.Hero ได้เปิดเผยถึงความรู้สึกว่า “ตอนรู้ว่าเพลงได้อันดับหนึ่งครั้งแรกก็ดีใจมากครับ แต่พอมันอยู่อันดับหนึ่งต่อเนื่องถึง 13 สัปดาห์ ยิ่งรู้สึกขอบคุณทุกคนมากขึ้นไปอีก ผมและทีมงานลุ้นกันทุกสัปดาห์เลยจริง ๆ อยากให้เพลงนี้อยู่ในใจคนฟังไปนาน ๆ และสัญญาว่าจะมีเพลงใหม่ ๆ ดี ๆ มาฝากแน่นอนครับ”

“The Official Thailand Chart by TECA” ชาร์ตเดียว Real Music, Real Hits ติดตามอันดับเพลงฮิตทุกสัปดาห์ รวบรวมเพลงเปิดมากที่สุดจากบริการสตรีมมิ่งยอดนิยมในไทย ได้ทาง
Facebook: https://www.facebook.com/TheOfficialThailandchart/
Instagram: https://www.instagram.com/teca_pnr
Website: https://www.teca.co.th

กุหลาบ #กอล์ฟFHero #ก้านตองทุ่งเงิน #ป๊อป #ฮิปฮอป #หมอลำ #TheOfficialThailandChart

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กฟก.น่าน จับมือ ธ.ก.ส.ทำเอกสารรับรองสิทธิเกษตรกร ร่วมโครงการปรับโครงสร้างหนี้ฯ ลดเงินต้นเหลือ 50 % ตามมติ ครม.

วันที่ 22 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ดำเนินการประชุมชี้แจงและจัดทำเอกสารประกอบการทำสัญญาตามโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ลูกหนี้ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2567 และวันที่ 8 เมษายน 2568 สถาบันเจ้าหนี้ ธ.ก.ส. ณ ห้องประชุมพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดน่าน

โดยมีนายยงยุทธ อินทชาติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารจัดการคุณภาพหนี้ นายวิสูตร ธนะขว้าง ผู้จัดการศูนย์จัดการคุณภาพหนี้น่าน 2 นายอดิศักดิ์ กุลสุ ผู้จัดการศูนย์จัดการคุณภาพหนี้ น่าน 1 นายสนิท มณเฑียร รองประธานอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดน่าน คนที่ 2 นางณัฐริกา จารุโชติรสสกุล นางฐิติภา ทรัพย์โชคเจริญ และนายสมบูรณ์ ขอคำ อนุกรรมการฯ จังหวัดน่าน ร่วมดำเนินการด้วย

ทั้งนี้ขั้นตอนการดำเนินการร่วมกับธนาคารของรัฐ 4 แห่ง กรณีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้สำนักงานสาขาจังหวัดส่งมอบสำเนาแบบ ปคน.1 หรือ แบบ ปคน.2 และแบบ ผค.1/4 ให้กับเกษตรกรแต่ละราย เพื่อใช้เป็นเอกสารในการดำเนินการทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับธนาคารซึ่งธนาคารจะดำเนินการทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้กับเกษตรกร

ในส่วนของจังหวัดน่าน สำนักงาน กฟก.สาขาจังหวัดน่าน และ ฝ่ายบริหารจัดการคุณภาพหนี้ ธ.ก.ส.จังหวัดน่านได้กำหนดแผนปฎิบัติการในการจัดทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ฯให้เกษตรกร จำนวน 286 ราย เริ่มตั้งแต่วันที่ 23-25 พฤษภาคม 2568 โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ

“โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคารฯ ธ.ก.ส. และให้ผ่อนชำระเงินต้นคงค้างครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 50) ตามระยะเวลาที่ตกลงกันแต่ไม่เกิน 15 ปี โดยไม่เสียดอกเบี้ย สำหรับการชดเชยเงินต้นร้อยละ 50 และดอกเบี้ยในส่วนที่เกษตรกรไม่ต้องรับภาระ และค่าใช้จ่ายต่างๆ รัฐบาลจะรับภาระจัดสรรชดเชยให้กับธนาคารฯ เมื่อเกษตรกรได้ชำระหนี้งวดสุดท้ายเสร็จสิ้นแล้ว”/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนขังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “ศูนย์คุณธรรมเปิดเวทีเสริมพลังเครือข่าย จัดตั้งศูนย์ประสานงานเครือข่ายคุณธรรม Moral Network Center (MNC)”

22 พฤษภาคม 2568 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการแกนนำจัดตั้งศูนย์ประสานงานเครือข่ายคุณธรรม Moral Network Center (MNC) โดยได้รับเกียรติ

จาก รศ. นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “พลังเครือข่ายทางสังคม กับการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณธรรมของสังคมไทย” ณ ห้องสุวิทย์ศักดานนท์ โรงแรม ทีเค.พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร


ในการนี้ รศ. นพ.สุริยเดว กล่าวถึงการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณธรรมในสังคมไทยว่า เครือข่ายทางสังคมของแต่ละจังหวัดมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการบูรณาการการดำเนินงานด้านคุณธรรม ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม โดยศูนย์คุณธรรมสนับสนุนและผลักดันการจัดตั้งศูนย์ประสานงาน

เพื่อให้เกิดการส่งเสริมและขับเคลื่อนคุณธรรมภายในจังหวัดอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ซึ่งศูนย์ประสานงานเครือข่ายคุณธรรมจะเป็นจุดเริ่มต้นที่มั่นคงและแข็งแกร่งในการวางรากฐานและต่อยอดการพัฒนาคุณธรรม ในสังคมไทยอย่างยั่งยืน
ภาพ/ข่าว: กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคมบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

ศูนย์คุณธรรม #ทำดีไม่ต้องเดี๋ยว #คนดีมีพื้นที่ยืน #ความดีมีพื้นที่ในสังคม #กระทรวงวัฒนธรรม

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
🌐 Facebook : ศูนย์คุณธรรม Moral Center Thailand
🎥 YouTube : Moral Channel

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทหารเรือ นรข.ร่วมหน่วยความมั่นคงแถลงตรวจยึดยาไอซ์เกรดเอ 344 กก. มูลค่า 344 ล้านบาท

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 22 พ.ค. ที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตหนองคาย สถานีเรือบึงกาฬ ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ตามนโยบายของรัฐบาล และ พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดนั้น พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานร่วมแถลงข่าวการตรวจยึดยาไอซ์ จำนวน 344 กิโลกรัม พร้อมผู้ต้องหา 1 ราย ของกลางยาไอซ์ รถยนต์ 1 คัน

พร้อมด้วย หัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ประกอบไปด้วย พ.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ แก้วสมนึก รองผบก.ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.อ.กฤศกร เชื้อสิงห์ ผกก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ นายธีรพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ พ.ต.อ.จตุพร เนวะมาตย์ ผกก.ตม.บึงกาฬ น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดบึงกาฬ ผู้แทนตำรวจตชด.244 พ.ต.ต.ประชานารถ แดงเนียม สว.หน.ตำรวจน้ำบึงกาฬ นายด่านศุลกากรบึงกาฬ ทหารพราน2108 ทหารกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และผู้แทน บก.อส.จ.บึงกาฬ ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้

ทั้งนี้เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ แจ้งว่ามีสายข่าวรายงานสืบทราบมาว่าจะมีการขนลักลอบยาเสพติดข้ามฝั่งแม่น้ำโขงพื้นที่ บริเวณริมแม่น้ำโขง ได้รายงาน น.อ.วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผบ.นรข.เขตหนองคาย ได้ทราบ จึงสั่งการให้ ว่าที่ น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ พร้อมเจ้าหน้าที่ นรข.ได้จัดชุดปฏิบัติการซุ่มเฝ้าตรวจ ออกวางกำลังเข้าตรวจในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขงตลอดแนวคาดว่าจะมีการกระทำผิด ระหว่างหนองเดิ่นท่า-บ้านห้วยเล็บมือ-บ้านภูสวาท ต.หนองเดิ่น ไปจนถึงแยกโรงพยาบาลบุ่งคล้า อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ นอกจากนั้นยังมีการชุดสนับสนุนให้อยู่ที่ตั้ง ขณะที่แบ่งกำลังซุ่มอยู่ริมโขงบริเวณพื้นที่บ้านหนองเดิ่นท่า ติดริมแม่น้ำโขง ได้ตรวจพบรถเก๋งต้องสงสัยจอดอยู่ชุดปฏิบัติติการเฝ้าตรวจได้ประสานไปยังชุดสนับสนุนให้เฝ้าติดตามรถเก๋งคันดังกล่าว กระทั่งชุดเฝ้าตรวจสะกดรอยติดตามมาเรื่อย ๆ จนมาถึงถนนทางหมายเลข 212 บึงกาฬ-นครพนม

ช่วงโรงพยาบาลบุ่งคล้า ทำการส่งสัญญาณเพื่อให้รถคันดังกล่าวให้หยุดรถขอเข้าทำการตรวจค้น ปรากฎว่ารถเก๋งคันดังกล่าวเร่งเครื่องยนต์ขับรถหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงขับไล่ตาม กระทั่งรถเก๋งดังกล่าวเสียหลักลงข้างทาง ถึงได้ไปควบคุมตัวตรวจค้นภายในรถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า CRV สีบรอน-เทา ทะเบียน ขต.3323 อุดรธานี

ภายในรถพบของกลางยาไอซ์ จำนวน 9 กระสอบ กระสอบเล็ก 2 กระสอบ กระสอบใหญ่ 7 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 344 กิโลกรัม พร้อมผู้ต้องหา 1 ราย ทราบชื่อนายประดิษฐ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี จึงทำการตรวจยึดของกลางดังกล่าว และจับกุมผู้ต้องหามาทำบันทึกที่ สถานีเรือบึงกาฬ ก่อนนำตัวส่งผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ทั้งหมด นำส่งให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. กล่าวว่า สืบเนื่องจากเปิดแผนปฏิบัติการของรัฐบาลในการ ซิล สต๊อป เซฟ และนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือที่ให้ นรข.ได้ร่วมบูรณาการกับหน่อยความมั่นคงในพื้นที่ในการสกัดกั้นและปราบปรามการลักลอบลำเลียงนำเข้ายาเสพติดเข้าไปในพื้นที่ชั้นในของประเทศ เป็นความพยายามที่ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนในการจับกุมครั้งนี้ด้วยการบูรณาการอย่างแท้จริง ทำให้สถานีเรือบึงกาฬสามารถทำการตรวจยึดจับกุมได้ประสบความสำเร็จ ไม่มีความสูญเสีย จากแหล่งข่าวที่เราได้รับ และเฝ้าติดตาม

โดยเราเฝ้าติดตามตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ทำให้เราจับยาบ้าได้ครั้งที่ผ่านมา และจับยาไอซ์ได้ในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมมือกัน และช่วยสกัดกั้นยาเสพติดที่มีปริมาณมูลค่าค่อนข้างสูง จากการตรวจสอบจากตำรวจพิสูจน์หลักฐาน พบว่า ปริมาณค่อนข้างบริสุทธิ์ เมื่อออกจำหน่ายจะมีราคากิโลกรัมละ 1,000,000 บาท รวมทั้งสิ้นที่เราสามารถตรวจยึด มูลค่ากว่า 344 ล้านบาท ผู้ต้องหาได้รับการว่าจ้าง 50,000 บาท หากงานสำเร็จถึงที่หมายคือ จังหวัดหนองคาย จึงต้องขอขอบคุณกำลังพลสถานีเรือบึงกาฬที่ร่วมแรงร่วมใจทำหน้าที่เพื่อประเทศ เพื่อกองทัพเรือ เพื่อพี่น้องประชาชน ไม่ให้ยาเสพติดเข้าไปในพื้นที่ชั้นใน และต้องขอขอบคุณทุกหน่วยที่ร่วมบูรณาการกันจับกุมในครั้งนี้ และในครั้งต่อ ๆ ไป จะได้ร่วมกันทำงานลักษณะเช่นนี้อีกต่อไป เชื่อว่า หากทุกคนร่วมมือกันอย่างจริงจัง การสกัดกั้นและปราบปราม ก็น่าจะได้ประสิทธิภาพเหมือนครั้งนี้

ณัฎฐฺ์ บึงกาฬ ภาพข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อธิบดี​ DSI​ ห่วงใยประชาชน ชาวอ.รือเสาะ นราธิวาส ที่ประสบปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดิน เร่งอำนวยความยุติธรรม แบ่งสิทธิครอบครอง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 พฤษภาคม 2568 ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดนราธิวาส สาขารือเสาะ ตำบลรือเสาะออก อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ “กรณีเป็นตัวกลางในการประสานงานจดทะเบียนนิติกรรมในที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน ของประชาชนหมู่ที่ 8 (บ้านบียห์) ตำบลเรียง อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส” นำโดยนายเจตนา เหมมุน ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วย ร.ท.ณรงค์ เดชภักดี รองหัวหน้าแผนกฝ่ายความมั่นคง กองปฏิบัติการ สำนักอำนวยการข่าวกรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า นายเสถียร เพชรชะ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนราธิวาสสาขารือเสาะ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมจดนิติกรรมในครั้งนี้

ทั้งนี้ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 8 (บ้านบียิห์) ตำบลเรียง อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส จำนวน 145 คน ได้เดินทางมายังสำนักงานที่ดินจังหวัดนราธิวาส สาขารือเสาะ เพื่อดำเนินการจดนิติกรรมและออกโฉนดที่ดินสำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัยและทำกิน ในกรณีที่ประชาชนกลุ่มหนึ่งมีความครอบครองที่ดินตามเอกสารสิทธิที่เกี่ยวข้อง หลังจากที่มีข้อพิพาทเรื่องที่ดินมาเป็นเวลา 47 ปี ซึ่งการจดนิติกรรมและออกโฉนดเป็นขั้นตอนสำคัญในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทและยืนยันสิทธิในที่ดินอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคงในสิทธิการครอบครองที่ดินและสามารถใช้ที่ดินในการประกอบอาชีพต่อไป

ทั้งนี้ตามที่พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้นำความกรณีที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องต่างๆ ที่ชาวบ้านได้มีการร้องขอความเป็นธรรม จากกรณีกลุ่มบุคคลทำการยึดถือครอบครองเอกสารสิทธิที่ดินประเภท น.ส.3 ของตนเองนำไปออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งพบว่าข้อเท็จจริงในเรื่องการขัดแย้งในที่ดินบริเวณที่ร้องเรียนขัดแย้งกันมาตั้งแต่ปี 2521 เป็นเวลานานถึง 47 ปี แล้ว

​​โดยศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ยระหว่างกลุ่มผู้ร้องกับกลุ่มผู้ถูกร้อง จนกลุ่มผู้ถูกร้องยินยอมที่จะแบ่งที่ดินให้แก่ชาวบ้านที่ได้ตั้งบ้านเรือนในเขตที่ดินตามเอกสาร น.ส.3 แปลง โดยได้นำรายชื่อชาวบ้านที่เกี่ยวข้องไปจดทะเบียนเป็นชื่อผู้ครอบครองร่วมกับกลุ่มผู้ถูกร้องตามความยินยอมของผู้ถูกร้อง และดำเนินการขั้นตอนการรังวัดสอบสวนสิทธิพิสูจน์การทำประโยชน์ เพื่อออกโฉนดที่ดินเฉพาะราย โดยเมื่อวันที่ 26 กันยายน พ.ศ 2567 ที่ผ่านมาศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นตัวกลางในการจัดทำบันทึกให้ความยินยอมยกสิทธิการครอบครองที่ดินบริเวณนี้ให้แก่ทางราชการเพื่อให้ดำเนินการเรื่องดังกล่าวนี้ โดยผู้ให้ความยินยอมและทายาทที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงหัวหน้าหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน โดยการดำเนินการของคณะพนักงานสืบสวนจึงเน้นในเรื่องการอำนวยความยุติธรรมและสร้างความสุขความภูมิใจในการมีที่ดินและมีบ้านเป็นของตนเองอย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในเรื่องการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ด้านนายเจตนา เหมมุน ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ชาวบ้านที่เดินทางมาในวันนี้ที่มาในวันนี้ก็ถือว่าเป็นข้อดีที่ได้มาพูดคุยประสานงาน และทางฝ่ายผู้ถูกฟ้องเขาก็จะยินยอมที่จะที่จะยกที่ดินบางส่วน ที่ยังมีข้อพิพาทกันอยู่ให้เพิ่มเติมทั้งหมด 150 แปลงเนื้อที่ประมาณ 60 ไร่ ซึ่งถ้ารวมตรงนี้แล้ว มีประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ประมาณ 200 กว่าราย ซึ่งแต่เดิมบางรายเขายังไม่มีบ้านเลขที่ คือเขาอยู่ที่เฉยๆแต่ยังไม่มีบ้าน ซึ่งถ้ามีการแบ่งสันปันส่วนออกเป็นเอกสารสิทธิแล้ว ต่อไปเขาจะมีที่ทางอยู่แล้วเขาจะนำหลักฐานตรงนี้ไปออกเป็นเลขที่บ้านเขาก็จะได้รับประโยชน์ผลพลอยได้ของสิทธิประโยชน์ทางราชการก็ตามมา อย่างเช่นน้ำไฟต่างๆก็เพิ่มมาได้

ซึ่งทุกคนที่มาในวันนี้มาใส่ชื่อให้อยู่ใน น.ส.3 ก ของผู้มายกให้รวมเป็นผู้มีชื่อร่วมทั้งหมดโดยหลังจากนี้ก็ได้มีการออกไปรางวัดในพื้นที่แบ่งเป็นแปลงๆ โดยทางคณะพนักงานของเราได้มีการทำแปลงไว้ให้เรียบร้อยแล้วว่าแปลงใครอยู่ตรงไหน ต่อไปก็ลงในพื้นที่ก็สามารถไปรังวัดตามแนวเขตของแต่ละคนที่มีชื่อ คาดว่าแล้วเสร็จคงไม่ถึงปีหน้า โดยทุกคนก็จะมีชื่อมีที่เป็นของตัวเอง และเน้นย้ำว่าการที่เขาได้รับเป็นผู้มีชื่อสิทธิครอบครองตาม น.ส.3 ก ไปนั้นว่าให้ใช้เพื่อทำกินแล้วก็อยู่อาศัย ไม่ได้เอาไปแลกขายหรือขายฝากเอาไปจำนองไม่ได้

นางรออีซ๊ะ บือราฮง กล่าวว่าในนามตัวแทนของชาวบ้านทุกคนขอขอบพระคุณทุกคนที่มาช่วยในตรงนี้ทำให้เราทุกๆคนมีบ้านเลขที่ เพราะการที่จะสร้างบ้านต้องใช้โฉนด เราก็ขอบคุณแทนชาวบ้านทุกคน เพราะก่อนหน้านี่เราลำบากมาก จะขอบ้านเลขที่ก็ไม่ได้ เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าต้องมีโฉนดให้ถูกต้องตามกฎหมาย และการที่จะให้ลูกเข้าโรงเรียนก็ต้องย้ายชื่อลูกให้ไปเข้าในทะเบียนบ้านอื่นก่อน เพื่อที่จะสามารถให้ลูกได้เรียนหนังสือได้
///////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ฟ้าพิโรธ ผ่าเปรี้ยงผู้ใหญ่บ้านน้ำดี ขณะออกไปหว่านข้าวกลางทุ่งนาดับสลด ลูกเล่า นาทีฟ้าลงกลางลำตัวพ่อล้มทั้งยืน

***ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 พ.ค. 68 เกิดเหตุฟ้าผ่า นายคำดี พันธ์แก่น อายุ 55 ปี ผู้ใหญ่บ้านลมศักดิ์ ตำบลลมศักดิ์ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ หลังออกไปหว่านข้าวที่นาบ้านยาง หมู่ 7 ตำบลลมศักดิ์ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยลูกชาย และญาติๆ ต่างช่วยกันอุ้มร่างผู้มใหญ่บ้านขึ้นมาจากนา และรีบนำส่งโรงพยาบาล แต่ในเวลา 21.00 น. ของวันที่ 21 พ.ค. 68 ปาฏิหาริย์ก็ไม่มามีอยู่จริง นายคำดี พันธ์แก่น ผู้ใหญ่บ้านลมศักดิ์ ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา

***ล่าสุดวันที่ 22 พ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้าน นายคำดี พันธ์แก่น อายุ 55 ปี ผู้ใหญ่บ้านลมศักดิ์ (ผู้เสียชีวิต) โดยช่วงเช้าญาติได้นำร่าง ผู้ใหญ่บ้านลมศักดิ์ (ผู้เสียชีวิต) กลับมาบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่บ้านเกิด โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยตวามโศกเศร้า

***นายวรพงษ์ พันธ์แก่น อายุ 33 ปี เปิดเผยว่า ตนเป็นลูกชายคนโตของผู้ตาย วันเกิดเหตุตนและพ่อออกไปทำนาหว่านข้าวพร้อมกับพี่ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องอีกคนหนึ่ง รวมเป็น 3 คน ตอนเกิดเหตุฝนกำลังตกลินๆ ตนก็นั่งหลบฝนอยู่ใต้ต้นไม้ แต่พ่อของตน (ผู้ตาย) กำลังหว่างข้าวอยู่กลางทุ่งนา อยู่ๆตนก็ได้ยินเสียงดังปั้ง จังหวะนั้นตนหันไปหาพ่อพอดี ก็เห็นพ่อล้มทั้งยืนนอนแน่นิ่งอยู่กลางทุ่งนา ตนกับลูกพี่ลูกน้องต่างช่วยกันอุ้มร่างพ่อขึ้นมาจากนา ก่อนจะได้เรียกให้คนแถวนั้นช่วย และรีบนำพ่อส่งโรงพยาบาลไพรบึงในเวลาต่อมา

***ด้าน นาย…… เล่าให้ฟังว่า ตนเป็นหลานของผู้ตาย วันนั้นตนทำหน้าที่ขับรถไถปั่นนาให้ผู้ตาย ยังหวะที่ตนกำลังนั่งขับรถไถอยู่นั้นตนเห็นฟ้าผ่าลงมาใส่ผู้ตายอย่าจัง ตอนนั้นตนตกใจมากรีบเรียกลูกชายคนตายให้เข้าไปช่วย ก่อนจะช่วยกันอุ้มผู้ตายขึ้นมาจากนาแล้วเรียกรถโรงพยาบาลให้มาช่วยดังกล่าว

***ขณะที่นายสมยศ วงษ์ปลั่ง อายุ 58 ปี กำนันตำบลลมศักดิ์ เปิดเผยว่า ผู้ตายจะเป็นคนใจดี มีน้ำใจ และถือเป็นผู้ใหญ่บ้านน้ำดีคนหนึ่ง ที่ทำงานเก่ง ชอบอาสาช่วยเหลือลูกบ้านช่วยเหลือสังคม และถือเป็นผู้ใหญ่คนแรกที่ตนคิดถึงและจะมอบหมายงานให้ไปทำงานแทน โดยผู้ใหญ่บ้าน คำดี (ผู้ตาย) ได้รับตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่ได้ 6 ปี ก่อนหน้านี้เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน มากว่า 20 ปี เป็นที่รักของลูกบ้าน และเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานมาโดยตลอด ทั้งนี้จากเหตุการณ์ดังกล่าว ตนก็อยากจะขอฝากเตือนชาวบ้าน เกษตรกร ที่ออกไปทำนา ทำสวน ช่วงฤดูฝน ขอให้ระมัดระวังฟ้าฝนด้วย ถ้ามีฝนฟ้าตกขอให้ไปหลบในที่ปลอดภัยหรือรีบกลับบ้าน ไม่ให้สวมใส่เครื่องประดับหรือสิ่งล่อฟ้า ระวังเพื่อจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์สลดแบบนี้ขึ้นอีก
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; hdrForward: 0; highlight: true; algolist: 0; multi-frame: 1; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 2621440;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 0;weatherinfo: null;temperature: 37;

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /ผู้ว่าฯชลบุรี เปิดงานแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศลสมาคมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา คนใจบุญแห่ร่วมงานคับคั่ง

มีรายงานว่า สมาคมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา โดย นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา ร่วมกับพันธมิตรจัดกิจกรรมแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศลสมาคมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา PNBA Bowling Charity 2025 ชิงถ้วยรางวัลผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ที่ SF Strike Bowl เซ็นทรัลพัทยา จ.ชลบุรี

ทั้งนี้บรรยากาศของงานเป็นไปอย่างสนุกสนานและเป็นกันเองท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานจำนวนมาก อาทิ นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน นายสนธยา คุณปลื้ม นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชลบุรี

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พ.ต.อ.อเเอ สระทองอยู่ ผกก.สภาพ.เมืองพัทยา นายกฤษณ์ จิระมงคล นายกสมาคม at สมาคผู้บริหารงานอาหารและเครื่องดื่มภาคตะวะออก แห่งประเทศไทย และนายบุญอนันต์ พัฒนสิน อดีตนายกสมาคมนักธรกิจแบบการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ชลบุรี

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสร้างสัมพันธไมตรี โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสนับสนุนกิจกรรมการกุศลต่างๆของทางสมาคมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา การแข่งขันเป็นประเภททีม 3 คน

ไม่จำกัดเพศและวัย แข่งขันทั้งหมด 2 เกมส์ แข่งขันแบบคู่สไตรค์ คี่สแปร์ นับคะแนนพินล้มสูงสุดเป็นเกณฑ์ในการตัดสิน โดยมีผู้สนใจส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันกระชับมิตรรวมกว่า 120 ทีม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สวนสัตว์นครราชสีมา เปิดตัวลูกเต่ายักษ์ อัลดาบรา เต่าบกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา เปิดเผยว่า สวนสัตว์นครราชสีมา ต้อนรับฤดูฝน เปิดตัวสมาชิกใหม่ลูกเต่ายักษ์อัลดาบรา จำนวน 11 ตัว ซึ่งฟักออกจากไข่ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยลูกเต่าทั้ง 11 ตัว (ยังไม่ทราบเพศ) มีสุขภาพแข็งแรงดี ตอนนี้ อยู่ในช่วงการอนุบาลสัตว์ และได้รับการดูแลจากสัตวแพทย์ และ ผู้เลี้ยง (Keeper) อย่างใกล้ชิด ซึ่งสวนสัตว์นครราชสีมา มีพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ เต่ายักษ์อัลดาบรา จำนวน 3 ตัว เพศผู้ 1 ตัว เพศเมีย 2 ตัว และถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่ง ที่สวนสัตว์นครราชสีมา เป็นสวนสัตว์แรก ในสังกัดองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยฯ ที่สามารถเพาะขยายพันธุ์เต่ายักษ์อัลดาบราได้ประสบผลสำเร็จ และมีแผนที่จะนำลูกเต่าที่เกิดใหม่ ทั้ง 11 ตัว นำเข้าสู่ส่วนแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมความน่ารักอย่างแน่นอน

ด้านนายสุนทร จองกลาง หัวหน้างานบำรุงสัตว์เลื้อยคลาน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเต่ายักษ์อัลดาบรา เป็นเต่าบกที่มีขนาดใหญ่ เป็นอันดับสองของโลก รองจากเต่ายักษ์กาลาปากอส มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่เกาะ Aldabar ซึ่งเป็นหนึ่งในเกาะเกาะเซเชลส์ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมาดากัสการ์ ลำตัวมีความยาวมากกว่าหนึ่งเมตร เกล็ดกระดองหนาเป็นรูปโดม สีเทาเข็มจนถึงดำ มีน้ำหนักตัวได้ถึง 250 กิโลกรัม และมีอายุได้ถึง 150 ปี กินอาหารหลัก ได้แก่ หญ้า ผลไม้ พืชสมุนไพร ใบไม้ เป็นต้น ฤดูผสมพันธุ์อยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม ออกไข่ครั้งละประมาณ 9 – 25 ฟอง

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบธวัชบุรีโมเดล จ.สกลนคร

 วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 เวลา16.00น.เป็นต้นไป ภายใต้การอำนวยการของนายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร นายพิสิษฐ์แร่ทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร (ความมั่นคง) นายเอกภพ โสภณ ปลัดจังหวัดสกลนคร,นายปัณณวิชญ์ กุลตังคะวณิชย์ นายอำเภอบ้านม่วง ผอ.ศป.ปส.อ.บ้านม่วง นายไพโรจน์ ฦาชา ปลัดอาวุโสอำเภอบ้านม่วง

เปิดปฏิบัติการเด็ดปีกนักค้าเพื่อเป็นการป้องกันเหตุและการกระทำผิดกฏหมาย ตามนโยบายการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบธวัชบุรีโมเดล จังหวัดสกลนคร ได้สั่งการให้นายสุวรรณ สุโน ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิก อส.อำเภอบ้านม่วง ดำเนินการ จับกุมผู้ต้องหา: เพศชาย 2ราย

รายที่1 เพศชาย ของกลาง:ยาบ้าจำนวน20เม็ด โดยกล่าวหาว่า:เสพยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”รายที่2:เพศชายของกลาง:ยาบจำนวน44เม็ด โดยกล่าวหาว่า:เสพยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีน) และขับขี่ยานพาหนะในขณะมีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย โดยผิดกฎหมาย และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”สถานที่จับกุม หมู่3ต.หนองกวั่ง อ.บ้านม่วงจ.สกลนคร จึงนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสภ.บ้านม่วงเพื่อดำเนินตามกฎหมายต่อไป

เรื่องมีอยู่ว่า…เมื่อวันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม 68 เวลา 20.00 น. ผมเป็นนักร้อง ได้เดินทางไปร้องเพลงที่ร้านแห่งหนึ่ง บางบอน 3 พอถึง 4 ทุ่มได้มีตำรวจ สน.บางบอน ได้เข้ามาในร้านที่ผมร้องเพลงก็เคยเห็นหน้าคุ้นเคย เพราะตำรวจคนนี้จะมาประจำแต่ผมกับตำรวจคนนี้ ไม่เคยพูดคุยกันเลย เพราะผมไม่กินเหล้า มาร้องเพลง พอถึงเวลาเที่ยงคืน หมดเวลาผมก็เก็บโน๊ตบุ๊ค เดินลงมาจากเวทีกำลังเอาโน๊ตบุ๊คใส่กระเป๋า ผู้กองคนนี้พร้อมพวก 6 คนก็มายืนอยู่ด้านหลังผมแล้วถามขึ้นว่า เฮ้ยมึงกวนตีนเหรอ ผมหันหน้ามา ผมตอบว่าพี่ผมไม่รู้จักพี่ผมไปกวนตีนอะไรพี่ยังไม่ทันจะสิ้นเสียงผม ผู้กองคนนี้ ได้หมัดขวาต่อย มาที่กกหูซ้ายผม แล้วทำท่าจะชักปืนออกจากเอว ด้านขวา ผมจึงจะกระโดดปัดมือ ลูกน้องผู้กองอีก 5 คน ก็เข้ามาล็อคคอกระทืบผม หลังจากนั้นเขาเดินออกไปนอกร้านประ 10 นาที ลูกน้องผู้กอง 5 คนนั้นได้เดินเข้ามากระทืบผม เป็นรอบที่ 2 มีคนนึงพูดขึ้นว่า เอาให้ตายแต่ถ้าไม่ตาย ก็เอาให้สองเอ๋อให้การไม่ได้ แล้วใช้สนับมือต่อยเข้าที่เบ้าตาผม จนกระดูกเบ้าตาหัก ต่อยเข้าที่หัวจนสมองบวมเลือดคลั่งในสมอง ดั้งจมูกหัก จนผมเลือดออกปาก ออกจมูก ออกหูเขาก็ไม่หยุดจนนักร้องสาว ชื่อ แอน วิ่งมาบังผมแล้วบอกพอแล้วๆ เดี๋ยวพี่เขาตาย ลูกน้องผู้กองถึงเดินออกไปนอกร้าน จังหวะนั้นมีคนโทรแจ้ง กู้ภัยปอเต็กตึ้ง มาถึงก็มาประฐมพยาบาลห้ามเลือด จะเอาผมขึ้นรถ ลูกน้องผู้กอง มารอบที่ 3 เขาตะโกนบอก กู้ภัยปอเต็กตึ้งว่ามึงจะเอามันไปไหน กูยังกระทืบไม่มันตีนเลย

กู้ภัยปอเต็กตึ้งไม่ยอมกันตัวผมไว้ แล้วรีบนำตัวผมขึ้นรถกู้ภัย ส่งโรงพยาบาล หมอบอกผมอาการสาหัส สมองบวมเลือดคลั่งในสมองกระดูกใบหน้าหัก พอผมเริ่มอาการดีขึ้น ผมมาแจ้งความที่ สน.บางบอน ผู้กำกับบอกไม่เชื่อว่าลูกน้องเขาทำ เขาถามว่ามีหลักฐานไหม กล้องวงจรปิดที่ร้าน ผู้กอง ให้เจ้าของร้านชักตัวบันทึกออก ผมเลยบอกผมมีพยาน บุคคลคือนักร้องหญิง ผมเลย โทรศัพท์ไปหานักร้องหญิงต่อหน้าผู้กำกับ และ ร้อยเวร แล้วเปิดโฟน ผมถามนักร้องหญิง ว่าใครรุมกระทืบพี่ นักร้องหญิงบอกผู้กองกับพวก ผู้กำกับเงียบไปพักนึงถามผมว่าจำหน้าได้ไหม ผมบอกผมจำได้แม่น เพราะเขาจะไปกินเหล้าที่ร้านประจำ พอผู้กำกับเรียกตัวผู้กองคนนั้นมา เข้ามาผมชี้เลยคนนี้แหละครับ ผู้กองบอกเขาไม่รู้เรื่อง พอถามว่าคืนนั้นคุณไป ร้านครัวนั้นมารึป่าวเขาบอกว่าไป แล้วผู้กำกับเดินไปคุย กับผู้กอง 2 คนผู้กองบอกผู้กำกับ ว่าต่อยผมไป 1 ที ผู้กำกับบอกจะให้ความเป็นธรรม ในเมื่อผู้กองต่อยผม 1 ที่ ก็จ่ายแค่ทีเดียวเขาพยายามบีบให้ผมรับเงิน แต่ผมไม่เอาหลังจากนั้นเขาก็ พยายามติดต่อคนที่ผมรู้จักให้มาคุยกับให้รับเงิน คำพูดที่ผู้กำกับพูด ว่าต่อยทีเดียวจ่าย ที่เดียวผมบันทึกเสียงไว้ครับ ผมขอความกรุณา ช่วยผมด้วนะครับ.

สราวุต อ่อนทรวง ภาพ/ข่าว รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / Primus Group ต้อนรับ “จู หัวหรง” ประธานฉางอาน ออโต้โมบิล เยี่ยมชมโชว์รูม “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี”

มีรายงานว่า นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน, นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป พร้อมผู้บริหารและทีมงาน “ดีพอล ไพรม์มัส” ให้การต้อนรับ นายจู หัวหรง ประธาน, นายหวัง ฮุย รองประธาน, นายเคลาส์ ไซซิโอรา รองประธาน บริษัท ฉางอาน ออโต้โมบิล จำกัด, นายเติ้ง เฉิงหาว รองประธาน

บริษัท ฉางอาน ออโต้โมบิล จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DEEPAL และ นายเซิน ซิงหัว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซาท์อีส เอเซีย จำกัด และ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

พร้อมคณะผู้บริหาร ในโอกาสให้เกียรติเยี่ยมชม “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี” โชว์รูมและศูนย์บริการที่มีขนาดใหญ่ บริการครบถ้วนสมบูรณ์แบบ และทันสมัยสุดในภาคตะวันออก

ด้วยพื้นที่โชว์รูมและศูนย์บริการ รวมทั้งสิ้น 6,290 ตร.ม. ด้านหน้า เป็นโซนจัดแสดงรถยนต์ DEEPAL ทุกรุ่นทุกแบบกว่า 10 คัน, โซนรับรองลูกค้าแบบ Exclusive Lounge ที่มีห้องรับรองพิเศษสำหรับลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และโซนส่งมอบรถยนต์ DEEPAL ที่จะร่วมสร้างประสบการณ์และความประทับใจในการเป็นครอบครัวเดียวกันกับ “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี”

ส่วนด้านหลัง เป็นโซนบริการหลังการขาย แบ่งเป็นศูนย์บริการซ่อมบำรุงรถยนต์ DEEPAL มีช่องซ่อม 8 ช่อง, ศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังขนาดใหญ่ พร้อมอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีระดับสูง และคลังอะไหล่ที่จัดเก็บชิ้นส่วน-อะไหล่สำรองต่างๆ ทำให้ทุกงานบริการสะดวก รวดเร็วและเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ โดยรองรับการให้บริการหลังการขายได้มากกว่า 500 คันต่อเดือน

พร้อมกันนี้ คณะผู้บริหารระดับสูงของฉางอาน, ดีพอล และไพรม์มัส กรุ๊ป, ดีพอล ไพรม์มัส ได้ร่วมแสดงความยินดีและส่งมอบรถยนต์ SUV สปอร์ตพรีเมี่ยม ไฟฟ้า 100% ในรุ่น DEEPAL S07 ให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ “สายชล นิตรานนท์” และครอบครัว พร้อมมอบของที่ระลึก ในการต้อนรับการเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัว “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี” อีกด้วย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีมอบสิ่งของ (ถุงยังชีพ) ตามโครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน” ณ โรงเรียนเพียงหลวง 7 (บ้านห้วยสะแตง) อ.ทุ่งช้าง

วันพุธที่ 21 พฤษภาคม 2568 ณ โรงเรียนเพียงหลวง 7 (บ้านห้วยสะแตง)ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

ประธานมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ เป็นประธานในพิธีมอบสิ่งของ (ถุงยังชีพ) จำนวน 100 ชุด ตามโครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน” โดยมีนายทวีศักดิ์ พุ่มมรดก นายอำเภอทุ่งช้าง คณะครูโรงเรียนเพียงหลวง 7 หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนเข้าร่วมพิธี

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงพระราชทานโครงการจิตอาสา เราทำความดีเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ด้วยความห่วงใยของพระองค์ท่าน และเพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า มีความรัก ความสามัคคี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน อันจะนำมาซึ่งความผาสุก ของประชาชนชาวไทย

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ และหน่วยงานทุกภาคส่วนจังหวัดน่าน ได้น้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

จึงได้จัดโครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน”ขึ้น พร้อมทั้งนำสิ่งของมามอบให้กับประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยมุ่งหวังว่า โครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน” จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อน สร้างขวัญ และกำลังใจ ให้แก่พี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดี

สำหรับโรงเรียนเพียงหลวง 7 ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ตั้งอยู่หมู่บ้านห้วยสะแตง หมู่ 2 ตำบลงอบ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ปีการศึกษา 2568 มีนักเรียน 33 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 10 คน มีพื้นที่ทั้งหมด จำนวน 7 ไร่

พื้นที่ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 1 ไร่ สภาพทั่วไปโรงเรียนยังมีความต้องการระบบน้ำดื่ม สำหรับนักเรียน และบุคลากร ต้องการเครื่องพิมพ์ อุปกรณ์ ใช้สำหรับการจัดการจัดการเรียนการสอน และใช้ในสำนักงาน และต้องการสนามเด็กเล่นเพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กนักเรียนต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯประจวบ นำเหล่านักวิ่งนับพันลงสนามสอง “RUN KHAN DO 2/2 ที่ สนามทับสะแก

ช่วงเย็นวันที่ 21 พ.ค.68 ที่ชายหาดบ้านแหลมกุ่ม ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมวิ่งประจวบคีรีขันธ์ Run Khan Do II “วิ่งกันดุ๊ 2” Track 2 (สนามที่ 2 ) อำเภอทับสะแก มีนายสินาทร โอ่เอี่ยมนายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบฯ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หัวหน้าส่วนราชการ

พร้อมด้วย นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณบุรี นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโสอำเภอทับสะแก นายเชาร์ เอี่ยมสุขขา นายกอบต.นาหูกวาง นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก พร้อม ผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วยนักวิ่งและนักท่องเที่ยวกว่า 1,000 คน เข้าร่วมกิจกรรม

ตามที่ จ.ประจวบฯ ได้กำหนดกิจกรรมวิ่ง Run Khan Do II “วิ่งกันดุ๊ 2” ในพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ และระดับจังหวัด รวม 9 ครั้ง โดยได้กำหนดให้อำเภอปราณบุรีจัดกิจกรรม Run Khan Do II “วิ่งกันดุ๊ 2” เป็นที่แรก และในวันนี้เป็นสนามที่ 2 ของอำเภอทับสะแก เพื่อขับเคลื่อนโยบายจังหวัดประจวบฯ รักษ์สุขภาพ ให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี มีร่างกายแข็งแรง และเพื่อส่งเสริม เศรษฐกิจสุขภาพ ( Economy) ในระดับอำเภอ ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ” รวมทั้งจังหวัดรักษ์สุขภาพที่จะนำไปสู่การสร้าง ”สุขภาพที่ดี วิถีคนประจวบ” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสร้างสุขภาพโดยการออกกำลังกายอย่างถูกต้อง เพื่อสร้างเครือข่ายสุขภาพในระดับชุมชน อำเภอ และจังหวัด และส่งเสริมการท่องเที่ยว

ในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ในระดับอำเภอ ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมวิ่ง ระยะทาง 5.5 กิโลเมตร มีการออกร้านขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง 7 แห่ง ร่วมทั้งชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก และร้านค้าชุมชนนำมาจำหน่ายกว่า 10 ร้าน หลังจากจบการแข่งขันได้มีการมอบรางวัล โดย นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัด จำนวน 6 รางวัล และมอบธงกิจกรรมวิ่งประจวบคีรีขันธ์ RunKhan Do II “วิ่งกันดุ๊ 3” ให้กับอำเภอหัวหิน มี นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ และนักวิ่งชาวหัวหิน มาร่วมรับธง ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรมในสนามต่อไปที่อุทยานราชภักดิ์

ทั้งนี้กิจกรรมวิ่งประจวบคีรีขันธ์ Run Khan Do II “วิ่ง กัน ดุ๊ 2” จะจัดขึ้นทุกวันพุธของสัปดาห์ ทั้งหมด 9 ครั้ง แบ่งออกเป็นระดับอำเภอ 8 ครั้ง และวิ่งระดับจังหวัด 1 ครั้ง สนามแรกที่ อ.ปราณบุรี วันที่ 14 พ.ค.68 / สนาม 2 อ.ทับสะแก วันที่ 21 พ.ค.68 / สนาม 3 อ.หัวหิน วันที่ 28 พ.ค.68 / สนาม 4 อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 4 มิ.ย.68 / สนาม 5 อ.สามร้อยยอด วันที่ 11 มิ.ย.68 / สนาม 6 อ.บางสะพาน วันที่ 18 มิ.ย.68 / สนาม 7 อ.กุยบุรี วันที่ 25 มิ.ย.68 / สนาม 8 อ.บางสะพานน้อย วันที่ 2 ก.ค.68 และสนามระดับจังหวัดฯ อ.เมืองประจวบฯ วันที่ 9 ก.ค.68

///////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวชุมพรทวงคืนผืนป่าปลูกปาล์มกว่า 2 หมื่นไร่รัฐเกียร์ว่างปล่อยนายทุนกอบโกยผลผลิตนับพันล้าน ร่วม 10 ปี

ชาวชุมพรทวงคืนผืนป่าปลูกปาล์มกว่า 2 หมื่นไร่ หลังหมดสัมปทานนาน 10 ปี แต่รัฐยังเกียร์ว่างปล่อยนายทุนกอบโกยผลผลิตนับพันล้าน โฆษกเผยคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินวุฒิสภา เผย เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง

วันที่ 20 พ.ค.68 จากกรณีที่มีชาวบ้านนับพันคน มารวมตัวกันที่ศาลาอเนกประสงค์หมู่บ้าน หมู่ที่ 13 ตำบลหงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร นานกว่า 1 เดือนแล้ว เพื่อใช้เป็นศูนย์รวมทำกิจกรรมเรียกร้องถึงหน่วยงานรัฐและรัฐบาล จากปัญหาสวนปาล์มหมดสัมปทานมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 ถูกดองมานานนับ 10 ปี จำนวน 2 แปลง ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่ารับร่อและป่าสลุย ในท้องที่ตำบลหงษ์เจริญ เนื้อที่ 7,109 ไร่ 2 งาน 39 ตารางวา และในท้องที่ตำบลรับร่อ เนื้อที่ 16,256 ไร่ 2 งาน 34 ตารางวา รวมกว่า 23,000 ไร่ นั้น

โดยขณะนี้ที่ศาลาอเนกประสงค์ดังกล่าว ยังคงมีตัวแทนและชาวบ้าน สับเปลี่ยนหมุนเวียนมาเข้าเวรยามกันตลอด 24 ชั่วโมง วันละประมาณ 20-40 คน เพื่อมาเฝ้าถนนทางเข้าออกตรวจสอบและแจ้งเจ้าหน้าที่รัฐ หากมีพวก “แก๊งพุงกาง” ลักลอบขนปาล์มออกจากพื้นที่หมดสัมปทาน ซึ่งทำกันเป็นขบวนการใหญ่ ร่วมมือกันระหว่าง นายทุนจากโรงงานใหญ่ นักการเมือง ผู้มีอิทธิพล กลุ่มบุคคล และเจ้าหน้าที่รัฐบางคนจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยงข้อง ว่าจ้างแรงงานต่างด้าวเข้าไปลักลอบตัดปาล์มออกมาขายวันละ 100-500 ตัน รวมมูลค่าเดือนละมากกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งได้กระทำกันมานานนับ 10 ปีแล้ว กอบโกยกันแล้วมากกว่าพันล้านบาท

ขณะที่หน่วยงานภาครัฐเกียร์ว่างปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อมานาน จนชาวบ้านสุดทนต้องตั้งกลุ่มจัดตั้งเวรยามคอยตรวจสอบไม่ให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวเข้าไปลักลอบเก็บปาล์มขาย และเรียกร้องให้รัฐนำที่ดินหมดสัมปทานมาบริหารจัดการและจัดสรรให้กับราษฎรไร้ที่ทำกินตามนโยบายของรัฐบาล ตามข่าวที่เสนอมาต่อเนื่องแล้วนั้น นายเศรณี อนิลบล สว.กลุ่ม 6 ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา เปิดเผยว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่สวนปาล์มหมดสัมปทานเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ารับร่อ ป่าสลุย กว่า 2 หมื่นไร่ ทางกรรมาธิการฯ ได้รับการร้องเรียน และได้เชิญ นายกฤษณ์ แก้วรักษ์ ตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรจังหวัดชุมพร เข้ามาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการฯ เมื่อวันที่ 14 พ.ค.68 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก ว่ากรณีดังกล่าวหมดสัญญาสัมปทานมานาน 10 ปี แต่หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย และยังมีการเก็บเกี่ยวผลประโยนช์กันมาต่อเนื่อง ทั้งๆที่ยังไม่มีการต่อสัญญาใหม่แต่อย่างใด

นายเศรณี กล่าวว่า ซึ่งเรื่องร้องเรียนดังกล่าว ทางคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา ได้ส่งเรื่องต่อให้ทางคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา นำเข้าที่ประชุมเพื่อดำเนินการต่อ โดยมีเงื่อนระยะเวลาภายใน 30 วัน หลังจากนั้น ทางพลตำรวจโท ยุทธนา ไทยภักดี ประธานคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดินและคณะฯ จะลงพื้นที่ จ.ชุมพร สอบหาข้อเท็จจริง ที่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน ของหน่วยงานรัฐ และการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ในจังหวัดและในภูมิภาค เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

ด้าน นายกฤษณ์ แก้วรักษ์ ตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรจังหวัดชุมพร กล่าวว่า ตนได้ไปให้ข้อมูลต่อ คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา โดยนำข้อมูลหลักฐานทั้งหมดที่ตนมีเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ไปมอบให้ แต่ปัญหาดูเหมือนว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกรมป่าไม้ไม่มีความจริงใจ ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมประชุมไม่สามารถพูดหรือตอบคำถามและให้ข้อมูลใดๆได้เลย จึงทำให้เสียเวลาไปเปล่าประโยชน์ จึงฝากถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย

” ปัญหาสวนปาล์มน้ำมันหมดสัมปทานในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ผ่านไป 10 ปี และที่ผ่านมาตนก็ออกมาเรียกร้องทวงคืนผืนป่ากว่า 2 หมื่นไร่ ให้กลับคืนมาให้ชาวชุมพรมาโดยตลอด แต่หน่วยงานรัฐปล่อยปละละเลย ไม่มีการดำเนินการทางกฎหมาย แต่ยังปล่อยให้นายทุนเข้าเก็บผลผลิตกันทุกวัน ทั้งๆที่ไม่สามารถกระทำได้ ” ตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรจังหวัดชุมพร

ธนากร โกศลเมธี ภาพ-ข่าว รายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ปศุสัตว์ชุมพรร่วมผลักดัน ตรวจโรงงานเพื่อ ติดตามด้านฮาลาลจากหน่วยงาน EIAC แห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือ UAE

วันที่ 21 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.30-16.30 น. สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชุมพร โดย นายสัตวแพทย์เดชา จิตรภิรมย์ ปศุสัตว์จังหวัดชุมพร ได้มอบหมาย นายสัตวแพทย์พิชัย โพธิ์กระสังข์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ ซึ่งเป็นพนักงานตรวจโรคประจำโรงงานฯ เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์พ.ศ 2559 และเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ 2558 ร่วมตรวจโรงงานฆ่าสัตว์เพื่อการส่งออกของ บริษัท ดีแอนด์แซด คอนซัลแตนท์ จำกัด เลขที่ 262 หมู่ 7 ถนนเพชรเกษม ตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร

ในการตรวจติดตามครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ในส่วนของกรมปศุสัตว์เข้าร่วมตรวจ ได้แก่นายสัตวแพทย์วินัย กาญจนมาลา นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นสัตวแพทย์ประจำโรงงานและดำรงตำแหน่งหัวหน้าสายกลุ่มตรวจสอบมาตรฐานด้านการปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์มาลิก อับดุลบุตร นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ นายสัตวแพทย์รฐนนท์ เข็มแก้ว นายสัตวแพทย์ประจำกลุ่มงานฯพร้อมเจ้าหน้าที่ กลุ่มพัฒนาสินค้าปศุสัตว์ฮาลาล สำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์การตรวจติดตามด้านฮาลาลจากหน่วยงาน EIAC แห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ณ สถานประกอบการโรงเชือด บริษัท ดีแอนด์แซด คอนซัลแตนท์ จำกัด ตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
สถานประกอบการโรงเชือดของ บริษัท ดีแอนด์แซด คอนซัลแตนท์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่ ตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร มีกำหนดการให้การต้อนรับคณะผู้แทนจาก หน่วยงาน EIAC (Emirates International Accreditation Centre) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับและรับรองมาตรฐานด้านฮาลาลของรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เพื่อดำเนินการตรวจติดตามระบบงานด้านฮาลาลร่วมกับ หน่วยงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (CICOT)

การลงพื้นที่ตรวจติดตามในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายสำคัญ ดังต่อไปนี้ 1. ตรวจสอบกระบวนการผลิตและการดำเนินงานภายในโรงเชือด ว่ามีความสอดคล้องกับหลักเกณฑ์และข้อกำหนดของศาสนาอิสลามตามมาตรฐานฮาลาลสากล 2. ประเมินการควบคุมคุณภาพด้านฮาลาล ทั้งในด้านวัตถุดิบ กระบวนการเชือด การจัดการหลังการผลิต รวมถึงระบบการบริหารจัดการภายในสถานประกอบการ 3. รับรองความน่าเชื่อถือของใบรับรองฮาลาลของ CICOT สำหรับการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง โดยเฉพาะ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) 4. ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานไทยและนานาชาติ เพื่อยกระดับมาตรฐานฮาลาลของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก

การเข้าร่วมตรวจติดตามของ EIAC ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดชุมพร มีโอกาสขยายตลาดผลิตภัณฑ์ฮาลาลไปยังประเทศในกลุ่มอ่าวอาหรับ ซึ่งมีความต้องการสินค้าฮาลาลคุณภาพสูงเป็นจำนวนมาก และในขณะเดียวกัน ยังเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศว่าผลิตภัณฑ์จากประเทศไทยมีคุณภาพ ปลอดภัย และปฏิบัติตามหลักศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรศาสนา จึงมีบทบาทร่วมกันในการส่งเสริมและสนับสนุนให้การตรวจติดตามครั้งนี้เป็นไปอย่างเรียบร้อย สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางผลิตภัณฑ์ฮาลาลระดับภูมิภาค หน่วยงานฮาลาล EIAC และ CICOT ต่างเป็นองค์กรที่มีบทบาทในการรับรองและกำกับมาตรฐานฮาลาลในแต่ละประเทศ โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. EIAC (Emirates International Accreditation Centre) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) คืออะไร EIAC เป็นหน่วยงานภายใต้รัฐบาลดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีหน้าที่รับผิดชอบการให้การรับรองระบบงาน (Accreditation) กับหน่วยงานที่ออกใบรับรองมาตรฐานต่าง ๆ รวมถึงมาตรฐานฮาลาล

ให้การรับรอง (Accreditation) กับหน่วยงานหรือองค์กรที่ออกใบรับรองฮาลาล เช่น สถาบันฮาลาลในประเทศต่าง ๆ ที่ต้องการส่งออกไป UAE กำหนดแนวทางและควบคุมคุณภาพมาตรฐานฮาลาลตามข้อกำหนดสากลและข้อกำหนดเฉพาะของอิสลามใน UAE ประสานงานกับ GSO (Gulf Standardization Organization) และหน่วยงานอื่น ๆ ในการกำหนดมาตรฐานฮาลาลในภูมิภาคอ่าวอาหรับ สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฮาลาลและความมั่นใจของผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์ฮาลาล2. CICOT (The Central Islamic Council of Thailand – คณะ

กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย) คืออะไร: CICOT คือองค์กรอิสลามสูงสุดของประเทศไทยที่มีหน้าที่หลักในการดูแลกิจการศาสนาอิสลาม รวมถึงการรับรองฮาลาลในประเทศ บทบาทหน้าที่ ออกใบรับรองฮาลาลให้แก่ผลิตภัณฑ์ อาหาร เครื่องดื่ม ยา และเครื่องสำอางในประเทศไทยควบคุม กำกับ ตรวจสอบ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการผลิตที่สอดคล้องตามหลักศาสนาอิสลาม ให้การรับรองโรงฆ่าสัตว์และกระบวนการผลิตอาหารที่เป็นฮาลาล ส่งเสริมความรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานฮาลาลแก่ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป ประสานงานกับหน่วยงานต่างประเทศ เช่น EIAC หรือ JAKIM (มาเลเซีย) เพื่อยอมรับใบรับรองฮาลาลของไทยในตลาดโลก บทบาทและการสนับสนุนของ กรมปศุสัตว์ ต่อการตรวจติดตามด้านฮาลาล (Audit) ของหน่วยงาน CICOT (คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย) และ EIAC (Emirates International Accreditation Centre) แห่ง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ณ สถานประกอบการโรงเชือด บริษัท ดีแอนด์แซด คอนซัลแตนท์ จำกัด ตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2568
บทบาทและการสนับสนุนของกรมปศุสัตว์

  1. การตรวจติดตาม สนับสนุนด้าน บุคลากรและผู้เชี่ยวชาญ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน จัดการเรื่อง ความปลอดภัยและการรักษาสุขอนามัย ระหว่างการตรวจ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล อำนวยความสะดวกในการ นำชมสถานประกอบการ พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการผลิตและมาตรการควบคุมคุณภาพ 4. การสนับสนุนหลังการตรวจติดตาม หากพบข้อบกพร่องหรือข้อเสนอแนะจากหน่วยงาน EIAC หรือ CICOT กรมปศุสัตว์จะช่วย วิเคราะห์ปัญหา และเสนอแนวทางแก้ไขเพื่อปรับปรุงมาตรฐาน 5. สนับสนุนการส่งออกผลิตภัณฑ์จากประเทศไทย ไปยังตลาดประเทศมุสลิม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากสัตว์ (เช่น เนื้อวัวหรือเนื้อไก่) ที่ต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่ UAE ให้การยอมรับ จัดอบรมและให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ การปฏิบัติตามมาตรฐานฮาลาล สำหรับเจ้าหน้าที่ของโรงเชือด
  1. การเตรียมความพร้อมของสถานประกอบการโรงเชือด กรมปศุสัตว์ให้คำแนะนำในการ พัฒนามาตรฐานการผลิต เนื้อสัตว์ตามหลักฮาลาล เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของทั้ง CICOT และ EIAC จัดทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับ การปฏิบัติงานในโรงเชือด ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ตรวจสอบความพร้อมของ ระบบการผลิต การจัดการสุขอนามัย และการควบคุมโรค ในโรงเชือดก่อนการตรวจติดตาม 2. การประสานงานกับหน่วยงาน CICOT และ EIAC กรมปศุสัตว์ทำหน้าที่เป็น ผู้ประสานงานหลัก ระหว่างโรงเชือดกับหน่วยงาน CICOT และ EIAC เพื่อ อำนวยความสะดวกในการตรวจติดตาม ร่วมจัดเตรียม เอกสารและข้อมูล ที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบรับรองสุขอนามัย ใบรับรองมาตรฐานฮาลาล และข้อมูลด้านการผลิต 3. การอำนวยความสะดวกในขั้นตอน

ความสำคัญของความร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์, CICOT และ EIAC การตรวจติดตามครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากจะเป็น การยืนยันมาตรฐานฮาลาล ของโรงเชือด เพื่อรองรับ การส่งออกผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ไปยัง UAE และกลุ่มประเทศมุสลิมอื่น ๆ ความร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้สถานประกอบการสามารถ รักษามาตรฐานการผลิต และ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ในระดับนานาชาติ ส่งเสริมภาพลักษณ์ของ ประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตเนื้อสัตว์คุณภาพสูง ที่สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านศาสนาและมาตรฐานสากล กรมปศุสัตว์มีบทบาทสำคัญในการ ส่งเสริมและสนับสนุนมาตรฐานฮาลาล ของโรงเชือดในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเตรียมความพร้อม รองรับการตรวจติดตามจากหน่วยงานระดับนานาชาติ อย่าง EIAC ซึ่งจะช่วยยกระดับการผลิตเนื้อสัตว์ไทยสู่ ตลาดตะวันออกกลางและประเทศมุสลิม ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ธนากร โกศลเมธี ภาพ/ข่าว รายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /”โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน สานสัมพันธ์ สัญจร องค์กรสมาชิก ภาค 4″ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ณ ห้องศรีสง่า โรงแรมริเวอร์ อ.เมือง จ.นครปฐม

20 พฤษภาคม 2568 : 10.00-15.00 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล โดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ/กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ :

เข้าร่วมประชุม “โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน สานสัมพันธ์ สัญจร องค์กรสมาชิก ภาค 4” สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ณ ห้องศรีสง่า โรงแรมริเวอร์ อ.เมือง จ.นครปฐม ซึ่งมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม

กล่าวต้อนรับ และมี ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมทั้งคณะกรรมการบริหารสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้ยากไร้ เพื่อมอบถุงยังชีพพระราชทาน

ในพื้นที่ ต.บางแขม อ.เมือง จ.นครปฐม สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ส่วนภูมิภาค ภาค 4สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กธจ.สุโขทัยลงสอดส่องโครงการก่อสร้างถนน คสล.ที่อ.ทุ่งเสลี่ยม

เมื่อเวลา09.30น.ของวันที่20พฤษภาคม2568ณ.ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลไทยชนะศึก อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย คณะกรรมการธรรมาภิบาล จังหวัดสุโขทัย

ได้จัดระเบียบวาระการประชุมอย่างไม่ป็นทางการครั้งที่6/2568 และการลงพื้นที่สอดส่องโครงการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ทั้งนี้ นาย ชัยคม ศกุนรักษ์ รองประธานกรรมการธรรมาภิบาล

ได้เป็นประธานการประชุมโดยมีระบียบวาระการประชุมทั้งหมด5วาระการประชุมพร้อมมีคณะกรรมการธรรมาภิบาลและท้องถิ่นจังหวัดนายก อบต.หัวหน้าส่วน ราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก รหัส

ทางหลวงท้องถิ่น สท.ถ.39-028 สายประปาทุ่งนอก บ้านคลองสำราญ หมู่ที่3ตำบลไทยชนะศึก อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย โดยทางเจ้าหน้าที่ อบต.ไทยชนะศึกได้ฉายสไลด์เพาเวอร์พ้อย อธิบาย

โครงการการก่อสร้างฯทั้งนี้ทางคณะกรรมการธรรมาภิบาลสุโขทัยได้ลงพื้นที่พร้อมเจ้าหน้าที่อบต.ไทยชนะศึก ลงสอดส่องพื้นที่การก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กด้วย.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย .

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สคร.9 นครราชสีมา เตือนหน้าฝน ระวัง!! โรคไข้เลือดออก

ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูฝน ทำให้ยุงลายแพร่เชื้อโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น สคร.9 นครราชสีมา เตือนประชาชนป้องกันตนเองอย่าให้ถูกยุงกัด โดยทายากันยุงเพื่อป้องกัน และขอให้ชุมชนร่วมมือกันสำรวจและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายตามมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค ได้แก่ เก็บบ้าน ให้สะอาดไม่ให้ยุงลายเข้ามาเกาะพัก เก็บขยะ ภายในและรอบๆ บริเวณบ้านไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เก็บน้ำ เก็บภาชนะกักเก็บน้ำให้มิดชิดเพื่อป้องกันยุงลายลงไปวางไข่  จะป้องกันโรคติดต่อนำโดยยุงลายได้ 3 โรคคือโรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา พร้อมย้ำเตือน หากป่วยเป็นไข้เลือดออก ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง และรีบไปพบแพทย์

นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวถึงอาการของโรคไข้เลือดออกว่า เกิดจากยุงลายเป็นพาหะนำโรค ทำให้ผู้ป่วยมีไข้สูงเฉียบพลันเกิน 39-40 องศาเซลเซียสประมาณ 2-7 วัน ร่วมกับปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว หน้าแดง อาจมีจุดแดงเล็กๆ ขึ้นตามลำตัว แขน ขา นอกจากนี้ อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และเบื่ออาหาร ส่วนใหญ่ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ต่อมาไข้จะลดลง ในระยะนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจเกิดภาวะช็อกและเสียชีวิตได้ สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในเขตสุขภาพที่ 9 ระหว่างวันที่ 1 มกราคม –10 พฤษภาคม 2568 พบผู้ป่วยสะสมจำนวน 495 ราย มีผู้เสียชีวิตเพียง 1 ราย แยกเป็นรายจังหวัด ดังนี้ 1) จ.บุรีรัมย์ มีผู้ป่วยสะสม 166 ราย มีผู้เสียชีวิต 1 ราย อัตราป่วย 10.63 ต่อประชากรแสนคน 2) จ.นครราชสีมา มีผู้ป่วยสะสม 184 ราย อัตราป่วย 7.16 ต่อประชากรแสนคน 3) จ.สุรินทร์ มีผู้ป่วยสะสม 105 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต อัตราป่วย 7.74 ต่อประชากรแสนคน 4) จ.ชัยภูมิ มีผู้ป่วยสะสม 40 ราย อัตราป่วย 3.74 ต่อประชากรแสนคน กลุ่มอายุที่ป่วยมากที่สุด คือ 10-14 ปี รองลงมาคือ 5-9 ปี และ 0-4 ปี


นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน กล่าวต่อไปว่า ขอให้ประชาชนป้องกันตนเองอย่าให้ถูกยุงกัด โดยทายากันยุง ช่วยกันกำจัดลูกน้ำยุงลายให้ครอบคลุมในพื้นที่ 7ร. ได้แก่ 1.โรงเรือน (บ้าน/อาคาร) 2.โรงเรียน/สถานศึกษา 3.โรงพยาบาล 4.โรงธรรม (วัด/มัสยิด/โบสถ์) 5.โรงแรม/รีสอร์ท 6.โรงงาน และ 7.ส่วนราชการ/องค์กรเอกชน และป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด โดยทายากันยุง สวมเสื้อผ้ามิดชิด นอนในมุ้ง หรือติดมุ้งลวดในบ้าน และหลีกเลี่ยงสถานที่มียุงชุกชุม หากมีอาการสงสัยโรคไข้เลือดออก เช่น มีไข้สูงเกิน 39-40 องศาเซลเซียสประมาณ 2-7 วัน ร่วมกับปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา หน้าแดง คลื่นไส้ อาเจียน อาจมีผื่นหรือมีจุดเลือดออกที่ลำตัว แขน ขา ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง ยาลดไข้ที่ปลอดภัยคือยาพาราเซตามอล ตามขนาดยาที่กำหนด ควรหลีกเลี่ยงยาลดไข้ในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนค แอสไพริน รวมถึงยาชุด ซึ่งอาจมีผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น เลือดออกในทางเดินอาหาร และยากต่อการรักษา หากรับประทานยาลดไข้หรือเช็ดตัวแล้วไข้ไม่ลด ภายใน 1-2 วัน  ควรรีบไปพบแพทย์ทันที สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตชด.22 รวบ 2 วัยรุ่น เครือข่ายค้ายามุกดาหาร ยึดยาบ้า 3.2 แสนเม็ด เก๋ง 2 คัน​สืบภาค 4 บุกค้นร้านไดนาโมกลางเมืองมุกดาหาร ของผู้ต้องหาคดีโกงออนไลน์-ฟอกเงิน

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 เวลา 00.20 น. เจ้าหน้าที่ ศป.ปส.กก.ตชด.22 ร่วมกับ ตชด.225 และ ตชด.227 บูรณาการกำลังเข้าจับกุมนายพิชิต หรือ แมน อายุ 27 ปี ชาว ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร และนายฐนะชัย คงทวี อายุ 31 ปี ชาว ต.โนนยาง อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร

ข้อหากระทำผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด ที่บริเวณสามแยกไฟแดงตลาดใหม่ดอนกลาง ต.ขามใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ต่อเนื่องบ้านนาห้วยกอก ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร โดยมีการตรวจยึดของกลางได้ทั้งหมด 332,000 เม็ด

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึด รถยนต์เก๋งฮอนด้า สีดำ ทะเบียน กง 9638 ร้อยเอ็ด จำนวน 1 คัน รถยนต์กระบะฟอร์ด ทะเบียน 3 ขจ 1937 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน อาวุธปืนลูกซอง 1 กระบอก พร้อมกระสุน 12 นัด ยาบ้าจำนวน 240,000 เม็ด

และยาบ้าที่ตรวจยึดเพิ่มเติมภายหลังอีก 92,000 เม็ด รวมยาบ้าทั้งสิ้น 332,000 เม็ด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดถูกส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ปิดเกมค้ายา #ยาบ้า #ตชด22 #ยาเสพติด #จับกุมผู้ต้องหา #ปราบปรามยาเสพติด #ข่าวอาชญากรรม #ดอนตาล #หนองสูง #มุกดาหาร​ เดวิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร​ -​สืบภาค 4 บุกค้นร้านไดนาโมกลางเมืองมุกดาหาร ของผู้ต้องหาคดีโกงออนไลน์-ฟอกเงิน

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจจากศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ และกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 ร่วมกับกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร

และ สภ.เมืองมุกดาหาร เข้าจับกุม นายปราย (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดฉะเชิงเทราและศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในข้อหา “ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และฟอกเงิน”

เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ที่บ้านโนนดอกแก้ว หมู่ที่ 8 ตำบลกาบิน อำเภอกุดข้าวปุ้น จังหวัดอุบลราชธานี ก่อนจะควบคุมตัวมาค้นบ้านพักที่เปิดเป็นร้านไดนาโม แบตเตอรี่ แอร์รถยนต์ และร้านทำเล็บ เลขที่ 130 ถนนวิวิธสุรการ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ตามหมายค้นศาลจังหวัดมุกดาหาร

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบและตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดไว้หลายรายการ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับผู้ต้องหาโกงออนไลน์​ #สืบภาค4​ #ตำรวจมุกดาหาร​ #ฟอกเงิน​ #ไดนาโมบังหน้า​ #ข่าวอาชญากรรม​ #จับกุมคดีเทคโนโลยี​

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “ทรนง ศรีเชื้อ” แถลงข่าวเปิดตัวมหากาพย์ภาพยนตร์อย่างยิ่งใหญ่!!!“2122 ARMAGEDDON WAR (กูนี่แหละอัจฉริยะ) ทุนสร้าง 300 ล้านบาท

บริษัท ทเว็นตี้ จูน เอนเตอร์เทนเท้นท์ จำกัด โดยผู้สร้างและผู้กำกับจอมซาดิสม์ “ทรนง ศรีเชื้อ” ร่วมทุน บริษัท เอเชีย คันทรี่ ดีเวลลอปเม้นท์ (ฮ่องกง) จำกัด โดย คุณวไลดารา สุวรรณรัตน์ และการกลับมาผลิตและกำกับภาพยนตร์ในรอบ 16 ปีของ ทรนง ศรีเชื้อ

กับมหากาพย์ภาพยนตร์ “ต่อต้านสงคราม” เรื่อง “2122 ARMAGEDDON WAR (กูนี่แหละอัจฉริยะ)” “2122 ARMAGEDDON WAR (กูนี่แหละอัจฉริยะ)” เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเกิดสงครามโลกในอีก 100 ปีข้างหน้า..บ้านเมืองอดอยากขาดแคลน..เกิดการรวมกลุ่มเป็นก๊ก

เป็นเหล่า แย่งกันเป็นใหญ่ เกิด การ รบราฆ่าฟัน แย่งชิงอำนาจ ประชาชนเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า จนมีปรากฎการณ์การเกิดของ “ทารกมหัศจรรย์” ที่ลงมาเพื่อบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชน เด็กน้อยเดินไปทางไหน ที่นั่นก็จะเกิดมีปาฏิหาริย์ฟื้นคืนชีพ ทั้งคน สัตว์ ต้นไม้ แม่น้ำ ทำให้กลับมามีชีวิต พวกก๊ก เหล่า ต่างๆ ได้ทราบข่าว ต่างก็คิดแย่งชิง “ทารกมหัศจรรย์”

มาเป็นสมบัติของตน สุดท้าย ”ทารกมหัศจรรย์” จะเป็นสมบัติของฝ่ายไหน ต้องติดตาม!!! และการกลับมาครั้งนี้ไม่ธรรมดา เพราะ ทรนง ศรีเชื้อ ต้องการนำภาพยนตร์ไทยเข้าสู่ “ตลาดโลกภาพยนตร์” และเข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติทั่วโลก โดยมีแนวคิดที่ต้องการพลิกฟื้นวงการภาพยนตร์ไทยให้ตื่นตัวทางธุรกิจภาพยนตร์เป็น SOFT POWER ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ โดยเนื้อเรื่องและบทภาพยนตร์มีความโดดเด่นแตกต่างอย่างชัดเจน จากการสร้างภาพยนตร์นานาชาติและภาพยนตร์ไทยทั่วๆ ไป

ทั้งนี้ภาพยนตร์เรื่อง “2122 ARMAGEDDON WAR (กูนี่แหละอัจฉริยะ)” ได้นำฉาก “สงครามล้างโลก” ในอนาคตอีก 100 ปีมาเป็นฉากและบรรยากาศการดำเนินเรื่อง โดยได้เน้นถึงความหายนะของสงครามล้างโลกบ้านเมืองพังพินาศทุกย่อมหญ้า เหลือประชากรโลกรอดชีวิตเพียง 10% เท่านั้น ต้องลำบากอย่างแสนสาหัสขาดอาหาร ขาดยารักษาโรค ไร้ที่อยู่อาศัย ภัยคุกคามจากพวกบ้าคลั่งอำนาจ อากาศและน้ำเป็นพิษอย่างรุนแรง

โดยบทภาพยนตร์จะชี้ให้เห็นความเจริญทางเทคโนโลยีขั้นสูงสุด และมันย้อนกลับมาทำร้ายมนุษย์ชาติ และมุ่งเน้นชี้ให้เห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง สัจธรรม คุณธรรม จริยธรรม ทั้งยังชูประเด็นปรัชญาของพุทธศาสนาและหัวใจ

แก่นแท้ของทุกศาสนามาควบรวมกัน ราวกับเป็นปรัชญาศาสนาเดียวกัน
อีกทั้งภาพยนตร์เรื่องนี้เหมือนการปฏิรูปวงการภาพยนตร์ไทยอย่างสิ้นเชิง อาทิ แนวความคิดทางสังคม การต่อต้านสงครามและความรุนแรงทุกรูปแบบ การแสวงหาสันติ เสรีภาพ ภราดรภาพ….

นอกจากนี้การสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นการนำเสนอแนวทางใหม่ให้กับนักแสดง และทีมงานสร้างในวงการภาพยนตร์ไทย และจะมีบุคลากรเข้ามาร่วมงานสร้างมากกว่า 5,000 คน

ซึ่งถือว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ล่าสุดของวงการภาพยนตร์ไทย ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังคาดหวังไว้สูงว่าจะสร้างชื่อเสียงให้กับวงการภาพยนตร์ไทย และผู้สร้างทั้งในด้านการส่งภาพยนตร์เข้าประกวดในเทศกาลนานาชาติ และผลประกอบการการลงทุน

ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้งบประมาณการลงทุนที่ 310 ล้านบาท และคาดหวังว่าจะเก็บรายได้ภายในประเทศไทยมากกว่า 300 ล้านบาท และการจัดจำหน่ายทั่วโลกอีกมากกว่า 700 ล้านบาท หรือโดยรวมรายได้ทั้งหมดที่ 1,000 ล้านบาท

โดยในงานแถลงข่าวมีการแสดงโชว์เหล่าของนักรบ และเหล่าปีศาจ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ วิยะดา อุมารินทร์, ไกรลาศ เกรียงไกร,

จันทนา ศิริผล, ปรีชา เกตุคำ, ราตรี วิทวัส, จิระวดี อิศรางกูรฯ, วิเวียน ระวี, อุ๊บ วิริยะ, ชาไทย-นภนต์ แผ่พิมาย และพระนางคู่ใหม่ของวงการบันเทิง “สนุ้กเกอร์-สิรสิทธิ์ ชุ่มจิตร” และ “เจล-ปรางค์เพชร ตันเสรีสกุล”

โดยงานแถลงข่าวจัดขึ้น ณ อาคาร Dinner Theater สยามอะเมซิ่งพาร์ค (สวนสยาม) “2122 ARMAGEDDON WAR (กูนี่แหละอัจฉริยะ)” จะได้ฤกษ์เปิดกล้องถ่ายทำเร็วๆ นี้ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาถ่ายทำประมาณ 12 เดือน ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ที่ช่อง Youtube : ทรนง ศรีเชื้อ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ระดับอำเภอ ครั้งที่ 3/2568 จ.น่าน

วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 สำนักงานเกษตรอำเภอเวียงสา โดยการนำของ นางสาวฐิติกาญจน์ ชะนะมาร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอเวียงสา พร้อมด้วยนางสาวศิริกุล บุญปก และนางสาววิภาพร ศรีวิไชย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ และเจ้าหน้าที่

สำนักงานเกษตรอำเภอเวียงสา เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ระดับอำเภอ ครั้งที่ 3/2568

เพื่อรายงานการดำเนินงาน ศพก. และแปลงใหญ่ ในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ติดตามสถานการณ์ผลผลิตสินค้าเกษตรและขับเคลื่อนการดำเนินงานสินค้าเกษตรแปลงใหญ่

โดยมี ร.ต.อ วินัย ก้อนสมบัติ ประธานคณะกรรมการแปลงใหญ่ระดับอำเภอ เป็นประธาน ณ ที่ทำการกลุ่มแปลงใหญ่ผึ้งตำบลน้ำปั้ว อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกพลงตาเอี่ยม สะท้านประธาน จัดการแข่งขันชกมวยนายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง

วันที่ 18 พฤษภาคม 2568ประธานจัดการแข่งขันชกมวยนายปิยะ ปิตุเตชะ

นายก.อบจ.จังหวัดระยองโปรโมเตอร์ นายประสาน ขาวสะอาดนายก.อบต.พลงตาเอี่ยมนายสมเกียรติ เกษร กำนันพลงตาเอี่ยม

นายมนัส สมศักดิ์ ส.อบจ.ระยอง อ.วันจันทร์รายชื่อผู้สนับสนุนนายกิตติ กิจปภาพงศ์ ประธานบริษัท (เส้นดี 99 )

นายไพบูลย์ เชิญขวัญซ้อนี หนองเขิน (ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ)

แป๋วปลาเผาร้านกระจกวังจันทร์นายธงชัย บุญก่อเกื้อบริษัทประไพกิจก่อสร้าง

สวนทุเรียนเจ๊นุชลองถาวรโตอาจ + ร้าน ก.ทวีทรัพย์นายวิญญู วงศ์เมืองนายปรีชา คำคลองตัน รองนายก

อบต.วังจันทร์นายบุญเรือน เนินชัยนายสมโภช โฉมดีนายธนกฤต ยุทธเจริญกิจ

กำนันตำบลป่ายุบในนายวิชา พรหมประเทศส.อบต.พลงตาเอี่ยมแป้ง ทีมงานไร้สมอง หนองเขิน

นายนิธิโรจน์ ศิริเรืองวลี รองนายก อบต.ป่ายุบในป๋าแววนายโอภาส ภูระหงษ์นางสาวชญาภา สุขสวัสดิ์

รายชื่อผู้สนับสนุนการแข่งขันชกมวยในศึกครั้งนี้และได้ให้เกียรติขึ้นคล้องพวง

มาลัยให้กับนักมวย ประกบคู่มวยโดย หมวดมด เสร็จผู้พันตู่ และน้องนิคม

โฆษกพากย์มวย ตี๋ ต.เต่า ณ.ตลาดผลไม้อำเภอวังจันทร์ ต.พลงตาเอี่ยม อ.วันจันทร์ จ.ระยอง เอ.คนข่าวรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธรกันทรารมย์ ศรีสะเกษ จับยาบ้า 7 แสนเม็ด ทะลักเข้าประเทศมาจากฝั่ง สปป.ลาว ติดตามยึดทรัพย์ทั้งรถยนต์รถจักรยานยนต์

วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 เฮริคับเตอร์ของ พลตำรวจตรี ประสงค์ เรืองเดช รองผู้บัญชาการตำรวจภาค 3 รับผิดชอบเรื่องยาเสพติด เดินลงจอดที่โรงเรียนกันทรารมย์ อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ก่อนที่จะเดินทางมาที่ สภ.กันทรารมย์ เปิดการแถลงข่าว เพื่อผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติด การทำงานในการสกัดกั้น สืบสวน ขยายผล จนสามารถจับกุมผู้ที่กระทำความผิดในข้อหา มียาเสพติด ชนิดยาบ้าไว้ในครอบครอง เพื่อเสพ และจำหน่าย รายแรก จำนวน 5 แสนเม็ด

และยังพบชนิดของยาเสพติด ยาบ้าน ชนิดใหม่ ออกแบบ เพิ่มรสชาติให้กลมกล่อมขึ้น เพื่อเตรียมวางจำหน่ายในกลุ่มวัยรุ่น เยาวชน ที่ จังหวัดศรีสะเกษ จะต้องเฝ้าระวังในการเข้าถึงยาเสพติด ทั้งการป้องกัน ปราบปราม และบำบัด ยึดทรัพย์ มูลค่า 869,000.-บาท, ส่วนรายที่ 2 และ 3 ที่ สภ.เบญจลักษ์ รายแรก ตรวจยึดยาบ้า ได้ จำนวน 34,000 เม็ด และรายที่ 2 ตรวจยึดยาบ้า ที่คนร้ายนำมาวางไว้ข้างถนน รอผู้มารับ เจ้าหน้าที่ 1 วัน 1 คืน ไม่เห็นใคร จึงเข้าตรวจยึดมาได้ จำนวน 200,000 เม็ด รวมที่ สภ.เบญจลักษ์ ตรวจยึดยาบ้า ได้ 2 รายการ รวม 234,000 เม็ด และเมื่อรวมกับ สภ.กันทรารมย์ เป็นจำนวน 734,000 เม็ด

โดย เที่ยงของวันนี้ ที่ สถานีตำรวจภูธรกันทรารมย์ พลตำรวจตรี ประสงค์ เรืองเดช รองผู้บัญชาการตำรวจภาค3 , พลตำรวตรี พิษณุ วัตถุ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ, นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, พันตำรวจเอก ธัชพงศ์ พรหมมา ผู้กำกับ สภ.กันทรารมย์ เจ้าหน้าที่ชุด 238 พิทักษ์นครลำดวน,

filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; hdrForward: 6; highlight: true; algolist: 0; multi-frame: 1; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 7864320;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 0;weatherinfo: null;temperature: 36;

ชุดเฉพาะกิจพิเศษ เจ้าหน้าที่ชุดสิบ ภจว.จังหวัด, สภ.กันทรารมย์, สภ.เบญจลักษ์ ได้ร่วมกันวางแผนฝัง เส้นทางของการปฎิบัติการ 238พิทักษ์นครลำดวน ที่เข้าสืบสวน สอบสวน ก่อนเข้าทำการสกัดจับกุม ผู้ต้องสงสัย ก่อนที่จะนำตัวมาควบคับไว้ที่ สภ.กันทรารมย์ เพื่อสอบสวนขยายผล สู่การจับกุมชุดใหญ่ พร้อมการยึดทรัพย์ ทั้งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ มูลค่าความเสียหาย รวม 869,000.- บาท

โดย พลตำรวจตรี ประสงค์ เรืองเดช รองผู้บัญชาการตำรวจภาค 3 เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ปฎิบัติตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี อย่างเคร่งครัด ทั้งการปราบปราม การป้อวกัน ตามติดตามสกัดยาเสพติดที่จะเข้าสู่ประเทศไทยในทุกมิติ พร้อมกันนี้ยังเพิ่มขยายสถานที่บำบัด ให้กับผู้ที่เคยหลงผิด เข้าไปเสพ และติด จนทำให้เกดอาการหลอน เสียประสาท โดยความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน เจ้าหน้าที่ทหาร และโดยเฉพาะภาคประชาชน ที่เป็นหัวใจหลัก ในการสกัด ไม่ให้บุตรหลาน เข้าไปเสพ เข้าไปค้า โดยใช้มาตรการ ล้อมรั่วด้วยรัก จากผู้ปกครองทุกคน ร่วมด้วยช่วยกัน เชื่อว่า หากไม่มีคนเสพ เขาก็จำหน่ายยาเสพไม่ได้
/////////
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดแถลงข่าว “ย้อนรอยเล่าขาน 5 ชาติพันธุ์จังหวัดสระแก้ว”

วันที่ 14 พฤษภาคม 2568 เวลา 14.00 น. ณ โรงแรม เดอะเวโล บีเอ็มเอ็กซ์ แทร็ค ตำบลอรัญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวการจัดงานแสดง แสง สี เสียง “ย้อนรอยเล่าขาน 5 ชาติพันธุ์จังหวัดสระแก้ว” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 30 – 31 พฤษภาคม 2568 ณ โรงเรียนศรีอรัญโญทัย อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

โดยนายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว นายอำเภออรัญประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานนครนายก สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ จังหวัดสระแก้ว ร่วมแถลงข่าว โดยภายในงานย้อนรอยเล่าขาน 5 ชาติพันธุ์จังหวัดสระแก้วจะขึ้นระหว่างวันที่ 30 – 31 พฤษภาคม 2568

ณ โรงเรียนศรีอรัญโญทัย อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ภายในงานมีกิจกรรม ตลาดวัฒนธรรม 5 ชาติพันธุ์ และ ของดีจังหวัดสระแก้ว เป็นการออกร้านจำหน่ายสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม สินค้าชุมชนของ 5 ชาติพันธุ์ อาหาร 5 ชาติพันธุ์ และอาหารอร่อยของจังหวัดสระแก้ว มากกว่า 50 ร้านค้า ชมขบวนแห่ ขบวนพาเหรด 5 ชาติพันธุ์ การแสดงแสง สี เสียง สื่อผสม เรื่อง “ย้อนรอย เล่าขาน 5 ชาติพันธุ์ จังหวัดสระแก้ว” การแสดงศิลปวัฒนธรรม 5 ชาติพันธุ์ (ญ้อ ลาว เขมร เวียดนาม จีน)

นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า จังหวัดสระแก้วได้เห็นถึงความสำคัญของนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม/การท่องเที่ยววิถีชุมชน 5 ชาติพันธุ์ ของอำเภออรัญประเทศชายแดนเบื้องบูรพาที่มีชนเผ่า 5 ชาติพันธุ์อาศัยอยู่ มีหลากหลายวัฒนธรรมความเป็นอยู่ อาหารพื้นถิ่นหลากหลาย

จึงขอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่จังหวัดสระแก้ว เมืองแห่งอารยธรรมที่หลากหลาย ซึ่งจังหวัดสระแก้วเรามีจุดเด่นคือมีชนชาติ 5 ชาติพันธ์ุและแหล่งท่องเที่ยวสวยงามมากมาย แหล่งวัฒนธรรมที่หลากหลาย และ ขอเชิญชวนให้มาสัมผัสวิถีชุมชนทั้ง 5 ชาติพันธุ์ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 30 – 31 พฤษภาคม 2568 ณ โรงเรียนศรีอรัญโญทัย อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มุกเม็ดใหม่อันดามัน “น้องปุณณ์ ศานติสมบัติเกษม” เทควันโดดาวรุ่งที่น่าจับตา

เทควันโด อีกหนึ่งประเภทกีฬาแห่งศิลปะป้องกันตัวที่โด่งดังมาจากประเทศเกาหลี และปัจจุบันได้รับความนิยมกันไปทั่วโลก นักกีฬาที่ชื่นชอบการต่อสู้ด้วยศิลปะป้องกันตัวประเภทนี้จึงกำเนิดเกิดขึ้นมากมาย โดยในส่วนของประเทศไทยก็เช่นกันมีนักกีฬาเทควันโดที่มีชื่อเสียงและเป็นตัวอย่างให้นักกีฬารุ่นหลังได้ก้าวตามรอย

ตัวอย่างเช่น น้องเทนนิส เรืออากาศโทหญิง พาณิภัค วงศ์พัฒนากิจ อดีตนักกีฬาเทควันโดหญิงทีมชาติไทย เจ้าของรางวัลการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนสามสมัยซ้อนได้แก่ เหรียญทองจากโตเกียว 2020 ปารีส 2024 และเหรียญทองแดงจากรีโอ 2016 ในรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 49 กิโลกรัม

แชมป์เทควันโดโลกปี 2015 รุ่นไม่เกิน 46 กิโลกรัม และปี 2019 รุ่นไม่เกิน 49 กิโลกรัม ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง นายทหารกีฬาสโมสรและกิจกรรมพิเศษ แผนกกีฬาสโมสรและกิจกรรมพิเศษกองการสโมสร กรมสวัสดิการทหารอากาศ กองทัพอากาศ แบบอย่างที่ดีที่เป็นต้นแบบให้เยาวชนไทย

น้องปุณณ์-ปุณณ์ ศานติสมบัติเกษม นักกีฬาเทควันโดมากฝีมือที่น่าจับตามองอีกคน ที่หมั่นฝึกซ้อม ทำผลงานสร้างโปรไฟล์ให้ตัวเองอย่างต่อเนื่อง ได้เปิดใจกับมุมมอง ความชื่นชอบ เป้าหมายของกีฬาที่ตนเองคลั่งไคล้ โดยได้เปิดเผยว่า ส่วนตัวชื่นชอบกีฬาประเภทศิลปะป้องกันตัวอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ประกอบกับทางบ้านสนับสนุนกีฬาเทควันโด จึงมีโอกาสได้ศึกษาเรียนรู้อย่างจริงจัง

ที่ผ่านมา ”น้องปุณณ์“ ได้ลงทำการแข่งขันชิงชัยมาแล้วหลากหลายทัวร์นาเม้นต์ ทั้งระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ สามารถคว้ารางวัลมาแล้วมากมาย อาทิ รางวัลชนะเลิศ ต่อสู้ A เกราะไฟฟ้า 12-14 ปี ชาย นน.45-49 กก. รายการแข่งขันกีฬาชิงชนะเลิศแห่งจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 7 ประจำปี 2566, รางวัลชนะเลิศ ต่อสู้ A เกราะไฟฟ้า 13-14 ปี ชาย นน.47-51 กก. รายการ Phuket Open Taekwondo Championship 2023, รางวัลชนะเลิศ ต่อสู้ A 13-14 ปี ชาย นน.47-51 กก.และอื่นๆ อีกหลายรายการ

ปัจจุบัน “น้องปุณณ์” อายุ 14 ปี ศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนขจรเกียรติศึกษา จังหวัดภูเก็ต เป็นนักกีฬาเทควันโด สังกัดชมรมเทควันโดจังหวัดภูเก็ต ภายใต้การดูแลของ โค้ชต้อง-จักรรินทร์ กลิ่นน้อย ครูผู้ฝึกสอนผู้คร่ำหวอดในวงการมาอย่างยาวนาน โดยที่ผ่านมาได้พัฒนาบุคคลากรด้านการกีฬามานับไม่ถ้วน ซึ่งน้องปุณณ์ถือเป็นดาวเด่นอีกหนึ่งผลงานการฝึกซ้อมของ “โค้ชต้อง” ที่น่าจับตามอง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “ทรงสิทธา จันทรา” ขับเคลื่อนความร่วมมือโครงการ “ชีวิตใหม่” ตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติดอย่างครบวงจร

วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 – ณ อุทยานวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ “ชีวิตใหม่” เพื่อจัดตั้งศูนย์บำบัดและฟื้นฟูผู้ติดสารเสพติดอย่างครบวงจร โดยมี 4 หน่วยงานหลักเข้าร่วม ได้แก่ สมาคมแพทย์อาสา (พ.อ.ส.) หน่วยแพทย์อาสา (พ.อ.ส.) มูลนิธิร่มเกล้าเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร และบริษัท อินโนเวชั่นเซ็นเตอร์ 360 จำกัด

นายทรงสิทธา จันทรา ที่ปรึกษาโครงการฯ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือนี้ กล่าวอย่างชัดเจนถึงเจตนารมณ์ของโครงการว่า
“หน่วยแพทย์อาสาฯ พร้อมด้วยบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ จะเป็นกำลังหลักในการให้บริการทางการแพทย์และจิตเวชแก่ผู้เข้ารับการบำบัด โดยยึดมั่นในมาตรฐานวิชาชีพและหลักการดูแลแบบองค์รวม”
พร้อมระบุว่า หน่วยงานจะดำเนินงานด้วยแนวทางที่ผสมผสานทั้งการแพทย์แผนปัจจุบันและแผนไทย เพื่อให้ผู้เข้ารับการบำบัดสามารถฟื้นฟูได้ทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคมอย่างยั่งยืน

ดร.เอกณัฏฐ์ เรืองเดชธนาวุฒิ นายกสมาคมแพทย์อาสา (พ.อ.ส.) กล่าวว่า การผนึกกำลังในครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการขยายโอกาสการเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพ พร้อมเปิดเผยถึงความร่วมมือกับ Genetica Life Ai บริษัทนวัตกรรมระดับโลก ในการนำเทคโนโลยีการตรวจยีนระดับความแม่นยำ 99.9% มาใช้คัดกรองกลุ่มผู้ติดยาเสพติดที่ด้อยโอกาส เพื่อให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสมกับพันธุกรรมรายบุคคลอย่างแท้จริง

ด้าน ดร.สมโชค จันทร์ทอง กรรมการผู้ดูแลโครงการฯ จากมูลนิธิร่มเกล้าเยาวชนฯ กล่าวว่า มูลนิธิมุ่งหวังให้โครงการนี้เป็นกลไกเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแก่เยาวชน และเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม

ในขณะที่ นายธนาพัฒน์ เสถียรจารุพงศา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินโนเวชั่นเซ็นเตอร์ 360 จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ มีความภาคภูมิใจที่ได้นำนวัตกรรมมาใช้สนับสนุนการบำบัดและฟื้นฟู เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษา

ศูนย์บำบัดที่กำลังจัดตั้งเบื้องต้นจะตั้งอยู่ที่ ภูมิรเวชคลินิก การแพทย์แผนไทย วัดจันทร์บางกรวย จ.นนทบุรี โดยจะให้บริการแบบไม่พักค้างคืน ครอบคลุมตั้งแต่การวินิจฉัย รักษา ฟื้นฟูทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงฝึกทักษะอาชีพ และมีระบบติดตามผลหลังการรักษา เพื่อให้ผู้ผ่านการฟื้นฟูสามารถกลับสู่สังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรีและพึ่งพาตนเองได้

พิธีลงนามในวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมืออันสำคัญ ที่ทุกภาคส่วนมุ่งมั่นจะผลักดันให้โครงการ “ชีวิตใหม่” กลายเป็นต้นแบบของการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืนในระดับประเทศ

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง