สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปิดเกมแล้ว! 🔥 ตำรวจรวบ “ชุษณะ วาปี” มือยิงสงกรานต์มุกดาหาร พบประวัติคดีเพียบ เจอข้อหาหนัก “พยายามฆ่า”

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหาร ความคืบหน้ากรณีเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ระหว่างการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ บริเวณถนนพิทักษ์พนมเขต เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร เมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว ทราบชื่อคือ นายชุษณะ วาปี อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 174 หมู่ 1 ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงนายภารดล อายุ 28 ปี ที่หน้าท้องได้รับบาดเจ็บสาหัส ตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ จ.84/2569 ลงวันที่ 17 เมษายน 2569

เบื้องต้นถูกแจ้งข้อกล่าวหาหนัก ประกอบด้วย “พยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต”จากการตรวจสอบประวัติ พบว่า ผู้ต้องหารายนี้เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีอาญามาก่อน ได้แก่ คดีจำหน่ายยาเสพติด เมื่อปี 2567 พื้นที่ สภ.คำชะอี, คดีขับรถในขณะเมาสุรา เมื่อปี 2561 พื้นที่ สภ.บ้านกลาง จังหวัดนครพนม และ คดีเสพยาเสพติด เมื่อปี 2557 พื้นที่ สภ.เมืองมุกดาหาร

ทั้งนี้ สำหรับสาเหตุของเหตุยิงกันในครั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนอย่างละเอียดของพนักงานสอบสวน เพื่อสรุปข้อเท็จจริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

รวบมือยิง #สงกรานต์เดือด #มุกดาหาร #ข่าวด่วน #พยายามฆ่า #อาชญากรรม #ข่าววันนี้ #CIAThailand

ล่าระทึก! โจรฉกกระบะ “รีโว” หน้าห้างดังมุกดาหาร เจ้าของใช้ GPS ตามรวบคืนทันควัน ทิ้งรถหนีปลายนา

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 18 เมษายน 2569 ศูนย์วิทยุ 191 รับแจ้งเหตุคนร้ายก่อเหตุลักรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว 4 ประตู สีขาว หมายเลขทะเบียน ขน 2780 อุดรธานี บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขามุกดาหาร ก่อนขับหลบหนีมุ่งหน้าไปทางด่านคำ ถนนตัดใหม่ แถวโรงเรียนจุฬาภรณ์ อำเภอเมืองืจังหวัดมุกดาหาร

ภายหลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ได้ประสานกำลังจากศูนย์วิทยุ สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมสายตรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจชุมชนโคกสุวรรณ (ตู้ยาม 82 พรรษา) และชุดสืบสวน “อัศวิน” ออกติดตามสกัดจับคนร้ายตามเส้นทางที่คาดว่าจะใช้หลบหนีอย่างเร่งด่วน

ขณะเดียวกัน เจ้าของรถได้ใช้ระบบ GPS ที่ติดตั้งไว้ในรถติดตามตำแหน่งแบบเรียลไทม์ พร้อมประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด กระทั่งพบว่าสัญญาณรถหยุดอยู่บริเวณวัดศรีมณฑา บ้านม่วงพัฒนา ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

ต่อมาเวลา 22.10 น. เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ตามพิกัด GPS พบรถยนต์คันดังกล่าวถูกนำไปจอดทิ้งไว้บริเวณกระท่อมปลายนาในพื้นที่ ต.คำป่าหลาย จากการตรวจสอบภายในรถและพื้นที่โดยรอบ ไม่พบตัวผู้ก่อเหตุ คาดคนร้ายไหวตัวทันจึงทิ้งรถหลบหนีไปเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำรถของกลางพร้อมเจ้าของรถกลับไปยัง สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการสอบสวนและสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ข่าววันนี้ #มุกดาหาร #รถหาย #ลักรถ #ตามรถคืน #GPSช่วยชีวิต #ตำรวจไทย #สำนักข่าวCIAประเทศไทย #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พ่อค้าแม่ค้าเฮ! ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เซ็นคำสั่งเปิดด่านสิงขรเต็มรูปแบบ! กลับมาค้าขายตามปกติ หนุนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว ชายแดนกลับมาคึกคัก

เปิดด่านสิงขรเต็มรูปแบบ! จ.ประจวบฯ สั่งยกเลิกข้อจำกัดวันเวลาค้าขาย หลังสถานการณ์มูด่องคลี่คลาย
พ่อค้าแม่ค้าเฮ! ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เซ็นคำสั่งด่วนที่สุด เปิดทางด่านสิงขรกลับมาค้าขายตามปกติ ยกเลิกมาตรการคุมเข้มช่วงสู้รบ หนุนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวชายแดนกลับมาคึกคักอีกครั้ง มีผลทันที 17 เม.ย. นี้


เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา ได้ลงนามในคำสั่งจังหวัดที่ 4/2569 เรื่องการยกเลิกมาตรการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมชั่วคราว และให้กลับไปใช้แนวทางปฏิบัติตามปกติ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการค้าชายแดน

ยกเลิกมาตรการ “อังคาร-เสาร์” คืนวิถีการค้าเดิม
ก่อนหน้านี้ จากสถานการณ์ความไม่สงบและการสู้รบในพื้นที่บ้านมูด่อง ประเทศเมียนมา จังหวัดได้ออกมาตรการจำกัดการนำเข้า-ส่งออกสินค้าให้ดำเนินการได้เฉพาะวันอังคารและวันเสาร์ ในช่วงเวลา 08.00 – 12.00 น. เท่านั้น เพื่อความมั่นคง
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสถานการณ์ได้คลี่คลายลงและเข้าสู่ภาวะปกติ ประกอบกับทางหอการค้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และกลุ่มผู้ประกอบการได้ร้องขอให้มีการทบทวน

เนื่องจากมาตรการเดิมทำให้เกิดความยากลำบากในการขนส่งสินค้าและไม่สอดคล้องกับวิถีการค้าที่เคยเป็นมายึดแนวทางเดิม เน้นความคล่องตัวแต่รัดกุมสำหรับแนวทางปฏิบัติใหม่ จะกลับไปยึดตามคำสั่งที่ 1/2566 ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้:เปิดการค้าปกติ: สามารถทำการซื้อขาย นำเข้า-ส่งออกสินค้าได้ตามเวลาทำการปกติ ณ จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร

แจ้งล่วงหน้า 1 วัน: ผู้ประกอบการต้องแจ้งข้อมูลสินค้าและยานพาหนะเป็นหนังสือต่อจังหวัดล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 วัน เพื่อความเรียบร้อยในการจัดระเบียบจราจรและพื้นที่ขนถ่าย
คุมเข้มความถูกต้อง: การนำเข้า-ส่งออกต้องเป็นไปตามกฎหมายศุลกากรและระเบียบของสภาความมั่นคงแห่งชาติอย่างเคร่งครัดพื้นที่ขนถ่าย: กำหนดให้มีการขนถ่ายสินค้าใน “พื้นที่อ้างสิทธิ” ที่จัดเตรียมไว้เท่านั้น

มุ่งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวการผ่อนปรนมาตรการในครั้งนี้ จังหวัดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจ ส่งเสริมการลงทุน และส่งผลดีต่อห่วงโซ่เศรษฐกิจในพื้นที่ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และการจ้างงานประชาชนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้กลับมามีรายได้สะพัดดังเดิม

ทั้งนี้ ได้มีการแต่งตั้งป้องกันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ (Incident Commander: IC) เพื่อกำกับดูแลความเรียบร้อยและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่อาจเกิดขึ้น ณ บริเวณด่านสิงขรอย่างใกล้ชิด
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทหารน้ำใจงาม! นรข.บ้านแพง ระดมกำลังลงพื้นที่ช่วยซ่อมบ้านผู้ประสบภัย สร้างรอยยิ้มให้ชาวบ้าน

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 สถานีเรือบ้านแพง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม ภายใต้การนำของ ว่าที่ ร.อ.เพชรนคร ผิวขำ หัวหน้าสถานีเรือบ้านแพง

ได้นำกำลังพลจำนวน 10 นาย พร้อมรถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก 1 คัน ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองเทา ออกสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบพบว่า ในพื้นที่ตำบลหนองเทา อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ได้รับความเสียหายรวม 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 1 บ้านหนองเทา หมู่ 2 บ้านแก้ง หมู่ 6 บ้านตาลท่า และหมู่ 7 บ้านหนองเทา มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายรวมทั้งสิ้น 48 หลังคาเรือน โดยในจำนวนนี้เสียหายอย่างหนัก 6 หลัง

เจ้าหน้าที่ได้จัดทีมพยาบาลลงพื้นที่แจกจ่ายยารักษาโรค พร้อมให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ประชาชนอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกันได้ประสานงานร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเทา เพื่อวางแผนกำหนดวันและเวลาเข้าดำเนินการซ่อมแซมบ้านเรือนให้กับผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทั่วถึง และลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่
เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

พายุฤดูร้อน #นครพนม #นรข #ช่วยเหลือผู้ประสบภัย #ข่าววันนี้ #ภัยธรรมชาติ #น้ำใจทหารไทย #ข่าวด่วน #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คดีบุกรุกป่า 20 ไร่ กำนันแม่ทะลบ และ ป่าไม้ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่เข้ายีดคืน เรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่า

เสียงจากกำนันแม่ทะลบอำเภอไชยปราการจังหวัดเชียงใหม่///ตามกระแสโชเชี่ยลเรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่า ผมในฐานะกำนัน ตำบลแม่ทะลบ ไม่เคยนิ่งนอนใจในเรื่องนี้ ป่าไม้ในเขตไชยปราการที่ถูกทำลายบางส่วน ยอมรับว่าถูกบุกรุกจริง ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ

พร้อมด้วย กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเข้าพื้นที่ทำการตรวจยึดคืน แล้วมอบหมายให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่อุทยานดำเนินการเรื่องคดีบุกรุกป่า หากอยู่ในเขตของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ก็ให้ป่าไม้ดูแล และดำเนินการตามกฏหมาย พื้นที่ ที่มีผู้นำมาลง ก็เป็นสิ่งที่ดี ที่ทุกคนมีสิทธิที่จะหวงแหนทรัพยากรที่ถูกทำลาย

จากการที่กระผมและผู้นำชุมชน หัวหน้าส่วนราชการที่เข้าไปในพื้นที่ ส่วนที่ถูกทำลายเป็นแนวสัน รอยต่อระหว่างไชยปราการกับพื้นที่เชียงราย มีถนนสันดอยเพื่อแบ่งเขตรอยต่อ ณ เวลาที่เข้าตรวจยึดเขตไชยปราการถูกบุกรุกประมาณ 20 ไร่ แต่ฝั่งที่เป็นเขตเชียงราย

แทบไม่มีต้นไม้ซักต้น มองไปทางไหนก็มีแต่เขาหัวโล้น ซึ่งตรงนี้ไม่สามารถก้าวก่ายในพื้นที่ของเขาได้ อยากเห็นขับรถไปดูได้ครับ ส่วนกรณีการปลูกขิงบริเวณบ้านป่าหนา ช่วงปีที่ผ่านมา มีคนต่างถิ่นเข้ามาเพื่อปลูกขิงจริงแต่ก็คิดไม้ถึงว่าจะมาในรูปแบบนายทุน เข้ามาขออนุญาตจากผมประมาณ 7-8 คน และได้ถามผู้มาขออนุญาตเข้า

พื้นที่ ว่าได้ทำการขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ป่าไม้ หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลหรือยัง เขาก็ตอบว่าได้ขออุญาตทุกฝ่ายแล้ว จึงได้กำชับว่าการเข้าพื้นที่ หากไม่มีการบุกรุกป่าก็ไม่มีปัญหา หากเข้ามาทำในพื้นที่ของชาวบ้าน ที่เป็นไร่เก่าๆเดิมๆ ซึ่งเป็นไร่เลื่อนลอย ของชาวบ้าน หลังจากนั้นยอมรับว่ามีชาวบ้านทำการเแผ้วถางบางส่วน ที่อยู่ในเขตป่าไม้ และเขตองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.)

แต่ฝ่ายปกครองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ติดตามและเข้าพื้นที่หากได้รับการร้องเรียน แต่หน้าที่โดยตรง คือ หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และเจ้าหน้าที่อุทยาน ซึ่งเป็นผู้ดูแลโดยตรงในส่วนพื้นที่ป่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แค่หน้าที่ในชุมชนก็เหนื่อยมากพออยู่แล้วครับ แต่ก็พร้อมจะบูรณาการร่วมกันกับทุกฝ่ายเพราะถือว่าคือหน้าที่ ที่ต้องช่วยกันเพื่อชุมชน

แต่ตามกฏหมายในการปฏิบัติหน้าที่ ต้องเป็นผู้มีส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรง ลำดับความมานี้อยากให้ผู้ที่เห็นภาพเข้าใจบริบทของแต่ละหน้าที่เท่านั้น ไม่ได้ตำหนิหรือว่ากล่าวท่านผู้ใดนะครับ หากไม่พูดก็จะเข้าใจว่าฝ่ายปกครองมีส่วนได้เสีย ได้ไม่คุ้มกับสิ่งที่เสียไปหรอกครับ โดยเฉพาะชื่อเสียง ในความรู้สึกของกำนันตำบลแม่ทะลบครับ..

นายอำเภอปาย ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีการเผยแพร่ภาพข่าวการลักลอบขุดบ่อทรายบริเวณ บ้านสบแพม ตำบลทุ่งยาว อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอนวัน

เสาร์ ที่ 18 เมษายน 2569 เวลา 16:00 น. นายณพล พาหุมันโต นายอำเภอปาย พร้อมด้วยนายกองค์การบริหารส่วนตําบลทุ่งยาว เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรปาย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย หน่วยป้องกันรักษาป่า มส.1 (ปาย)

กำนันตำบลทุ่งยาว และผู้ใหญ่บ้านสบแพม ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีการเผยแพร่ภาพข่าวการลักลอบขุดบ่อทรายบริเวณ บ้านสบแพม ตำบลทุ่งยาว อำเภอปาย

จังหวัดแม่ฮ่องสอน จากการตรวจสอบปรากฏว่าพบกองทรายและอุปกรณ์ ยานพาหะนะ อยู่ในพื้นที่โฉนดของนายกิจดำรง ใจคำ จำนวน 4 แปลง

และบริเวณที่ดินดังกล่าว ได้มีการขุดทรายในพื้นที่ของตนเอง ทั้งนี้ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่ง….

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชื่นชม ! ชาวแพร่และนทท.ร่วมงานสงกรานต์เด่นชัยคึกคัก แน่นด้วยกิจกรรม

ตามที่เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 16 เมษายน 2569 ที่สถานีรถไฟเด่นชัย อำเภอเด่นชัยจังหวัดแพร่ เป็นจุดเริ่มต้นตั้งขบวนแห่งานเทศกาลสงกรานต์ของ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ งานนี้ นายดำรงเกียรติ กิตติประภัสร์

นายกเทศมนตรีตำบลเด่นชัย พร้อมคณะผู้บริหาร และสมาชิกสภา ข้าราชการเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลเด่นชัย ทั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอเด่นชัย จัดแต่งริ้วขบวนของแต่ละท้องถิ่นมาร่วมงาน ทำให้บรรยากาศของงานเป็นไปอย่างคลืนเครงสนุกสนาน

ขบวนแห่ของงานเทศกาลสงกรานต์ฯ ตั้งขบวนที่สถานีรถไฟเด่นชัย เริ่มเวลา 15.00 น.ขบวนแห่ออกเดินทางมาตามถนนยันตรกิจโกศล มีการปิดถนนเป็นการชั่วคราว เพื่ออำนวยและความปลอดภัยโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประจำจุดต่างๆ ตลอดเส้นทางเพื่อสร้างบรรยากาศของงานมี ปาร์ตี้โฟมให้นักท่องเที่ยว สองข้างทางมีการตั้งจุดเล่นน้ำตลอดเส้นทาง

และเวทีสงกรานต์เด่นชัย บริเวณฝายแม่พวก ตำบลเด่นชัย อำเภอเด่นชัยจังหวัดแพร่ ทางเทศบาลตำบลเด่นชัย นายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ นายประจักร์ จินดาจำรูญ นายอำเภอเด่นชัย นายดำรงเกียรติ กิตติประภัสร์ นายกเทศมนตรีตำบลเด่นชัย

“แม่เลี้ยงติ๊ก” นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู สส.พิมไจ นางสาวลักษณารีย์ ดวงตาดำ เขต.3 จังหวัดแพร่ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอเด่นชัย หัวหน้าหน่วยงาน พี่น้องประชาชนชาวแพร่ มาร่วมงาน

สำหรับบรรยากาศโดยรวมของงานปีนี้ภาพรวมมีนักท่องเที่ยวมารวมงานบางตาไปนิดและประกอบกับนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งอาจจะรีบกลับไปทำงาน ประกอบกับช่วงที่ผ่านมาผลกระทบจากราคาน้ำมันแพง ส่งทำให้การเดินทางลดลงอาจจเป็นได้

เวทีกลาง มีการแสดงดนตรีจากนักร้องมากมาย ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน นักท่องเที่ยวต่างออกมาวาดลวดลายตามแบบฉบับของตนเองบรรยากาศของการจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เรื่อวการจัดการจราจร การดูแลความปลอดภัยของงาน ภายใต้การกำกับของ พ.ต.อ.นิวัต ทัศนเกษม ผกก.สภ.เด่นชัย พร้อมเจ้าหน้าที่ นักท่องเที่ยวชื่นชมทางคณะจัดงาน จัดงานได้ดีมาก และหวังว่าในปีต่อๆไป จะจัดได้ดียิ่งๆขึ้นไป

นายดำรงเกียรติ กิตติประภัสร์ นายกเทศมนตรีตำบลเด่นชัย กล่าวขอบคุณ ทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ นายอำเภอเด่นชัย แม่เลี้ยงติ๊ก สส.พิมใจ ผู้บริหารองค์ปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอเด่นชัย ข้าราชการทุกท่าน ข้าราชการ เจ้าหน้าเทศบาลตำบลเด่นชัย และข้าราชการ

เจ้าหน้าที่องค์ปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอเด่นชัย เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเด่นชัยและสมาคมกู้ภัยเด่นชัยร่วมบุญ รวมถึงพี่น้องชาวแพร่และนักท่องเที่ยวทุกท่าน ผมในนามตัวแทนคณะกรรมการจัดงานฯ พร้อมรับคำติชมเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขให้งานออกมาให้ดีต่อไป

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

มหาสงกรานต์” เชียงแสน “ชื่น มื่นมรดกทาง วัฒนธรรมล้านนา ปี๋ใหม่เมือง จัดใหญ่โชว์สายตานักท่องเที่ยวลั่นปีหน้า มีศิลปินดังขึ้นเวทีโชว์ความยิ่งใหญ่

เมื่อเวลา18.00น. วันที่ 16 เมษายน 2569 ที่ ผ่านมา นายชูชีพ พงษ์ชัย ผู้ว่าราชการ จังหวัด เชียงรายเป็น ประธานพิธี รับคำกล่าวรายงาน จาก นางอทิตาทร วันไชยธนวงศ์ นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัด เชียงราย ร่วมกัน ปักตุง เปิด งาน มหาสงกานต์  3 แผ่น ดิน เดิน ได้ ทั้ง เมือง เชียงแสน ตาม โครงการ “ม่วน อก ม่วน ใจ๋ สงกรานต์ soft power เชียงราย ” ณ อำเภอเชียงแสน

พื้นที่เมืองโบราณเชียงแสน จังหวัดเชียงราย กำหนดจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 13 – 18 เมษายน 2569 วัตถุประสงค์ เป็นส่งเสริมการท่อง เที่ยว กระตุ้น รายได้ ใน พื้น ที่เมืองเศรษฐกิจ ตลอดอนุรักษ์ สืบสาน ประเพณี วัฒนธรรมสงกรานต์ล้านนาซึ่ง เป็นมรดกทางวัฒนธรรม อันทรงคุณค่าที่ควรอนุรักษ์สืบทอดขั่วลูกหลาน โดยกิจกรรมดังกล่าว

มีการ ประกวด ขบวนแห่ทางวัฒนธรรมล้านนาผสมผสาน กับวัฒนธรรมการฟ้อนและร่ายรำจากพี่น้องชาติพันธ์ุชาวไทยใหญ่ จากอปท. ใน ท้อง ที่ อำเภอ ชียงแสน ที่โชว์ศิลปวัฒธรรมพื้นเมืองโบราณ มีการ ประกวดเทพี สงกรานต์ และ ยัง ให้ ประชาชน ได้ ชื่น มื่นกับอุโมงค์

น้ำขนาดใหญ่ความยาว300 เมตร เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้คลายร้อน และยังมีการอัญเชิญพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ จากวัดต่างๆในอำเภอเชียงแสน ประดิษฐานบนรถบุษบก เพื่อให้ประชาชนสรงน้ำเพื่อเป็นศิริมงคล เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ ล้านนาในครั้งนี้

ยัง มี 3 ส.ส พรรค กล้า ทำ 3 เขตเดิน ทางร่วม งานประกอบด้วย นางพลธิชา ไชยบาล สส. เขต 6 นาย พิทักษ์ แสงธรรม สส. เขต 3 และนายสุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส เขต 7 จังหวัดเชียงราย ท่านอุ่นคำ ธรรมเลิศ และภิริยา ประธานคณะ หัว เมืองต้นผึ้ง จาก สปป.ลาว และ คณะ เดิน ทาง ร่วมเปิด งาน ตอนเย็น วันที่ 16 เมษายน 2569 ครั้ง นี้ อีก ด้วย.

พิชานันท์ วรรมณี ผู้สื่อข่าวเชียงราย รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “บ้านห้วยหินดำ” ก็มีกะเหรี่ยง เรื่องจริงที่ทุกคนไม่รู้! เป็นแหล่งวัฒนธรรมและท่องเที่ยวธรรมชาติ ที่ทุกคนจะติดใจ

มาทำความรู้จัก “บ้านห้วยหินดำ” กัน ตั้งอยู่ที่ตำบลวังยาว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นชุมชนของชาวกะเหรี่ยงโปว์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “กะเหรี่ยงด้ายเหลือง” ที่มีประวัติการตั้งถิ่นฐานยาวนานกว่า 200 ปี นับตั้งแต่ช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ชุมชนแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าตะวันตกซึ่งเป็นเขตรอยต่อของพื้นที่อนุรักษ์ ทำให้ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติสูง และแม้จะอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่กลับยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

โครงสร้างของชุมชนยังคงยึดโยงกับระบบความเชื่อและวัฒนธรรมดั้งเดิม โดยมี “เจ้าวัด” เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณที่มีบทบาทในการดูแลวิถีชีวิต ความเชื่อ และกฎเกณฑ์ของชุมชน ซึ่งถูกสืบทอดต่อกันมาหลายชั่วอายุคน วิถีชีวิตของคนในชุมชนจึงไม่ได้แยกออกจากธรรมชาติ แต่เป็นการดำรงอยู่ร่วมกับป่าอย่างลึกซึ้ง ทั้งในมิติของความเชื่อ การใช้ทรัพยากร และการดำรงชีวิตประจำวัน

หนึ่งในภูมิปัญญา สำคัญของชุมชนคือการทำเกษตรแบบ “ไร่หมุนเวียน” ซึ่งมักถูกคนภายนอกเข้าใจผิดว่าเป็นการทำลายป่า แต่ในความเป็นจริงเป็นระบบการเพาะปลูกที่สอดคล้องกับธรรมชาติ โดยจะใช้พื้นที่หนึ่งในการเพาะปลูกแล้วปล่อยให้ฟื้นตัวตามธรรมชาติเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2–3 ปี ก่อนจะกลับมาใช้ใหม่ กระบวนการนี้ช่วยให้ระบบนิเวศฟื้นฟูและยังคงความหลากหลายทางชีวภาพ นอกจากนี้ยังมีข้อห้ามทางความเชื่อ เช่น การไม่ใช้พื้นที่ใกล้แหล่งน้ำหรือ “สบห้วย” ในการทำเกษตร ซึ่งสอดคล้องกับหลักการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยตรง สะท้อนให้เห็นว่าคนที่อยู่กับป่าไม่ได้ทำลายป่า แต่กลับเป็นผู้ที่เข้าใจและดูแลป่าอย่างลึกซึ้ง

ในด้านวัฒนธรรม ชุมชนยังคงรักษาภูมิปัญญาดั้งเดิมไว้อย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะงานหัตถกรรม เช่น การทอผ้าด้วยกี่เอว การย้อมสีจากวัสดุธรรมชาติ และการออกแบบลวดลายที่มีความหมายทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังมีการนำองค์ความรู้เหล่านี้มาปรับใช้ร่วมกับบริบทสมัยใหม่ เช่น การพัฒนาเป็นสินค้าเพื่อสร้างรายได้โดยยังคงอัตลักษณ์เดิมไว้ได้ ขณะเดียวกัน วิถีการกินอยู่ก็สะท้อนความสัมพันธ์กับธรรมชาติผ่านการบริโภคพืชผลท้องถิ่น เช่น ข้าวสายพันธุ์พื้นเมืองที่มีความหลากหลาย และสมุนไพรจากป่าที่ใช้ทั้งในชีวิตประจำวัน

“บ้านห้วยหินดำ” ยังเป็นตัวอย่างของชุมชนที่พยายามรักษาสมดุลระหว่างวิถีดั้งเดิมกับโลกสมัยใหม่ โดยมีการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจเพื่อจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรและงานหัตถกรรมไปยังตลาดภายนอก ในขณะเดียวกันก็ยังคงยึดหลักความเชื่อและข้อปฏิบัติของชุมชน เช่น การไม่เลี้ยงสัตว์บางประเภทภายในพื้นที่อยู่อาศัย ซึ่งสะท้อนแนวคิดเรื่องความสะอาดทั้งในเชิงกายภาพและจิตวิญญาณ

ในมิติของการท่องเที่ยว บ้านห้วยหินดำไม่ได้มุ่งเน้นการเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบมวลชน แต่วางตัวเป็น “พื้นที่เรียนรู้” สำหรับผู้ที่สนใจทำความเข้าใจวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนอย่างลึกซึ้ง นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาเรียนรู้กิจกรรมต่างๆ เช่น งานฝีมือ การเกษตรพื้นบ้าน การทำอาหาร และการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติ โดยเน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์มากกว่าการบริโภคการท่องเที่ยวเพียงผิวเผิน

อย่างไรก็ตาม ชุมชนยังคงมีข้อจำกัดด้านการสื่อสารและการจัดการท่องเที่ยว โดยไม่ได้ต้องการความนิยมในวงกว้างหรือการหลั่งไหลของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่เปิดรับผู้มาเยือนที่มีความตั้งใจเรียนรู้และเคารพวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ บ้านห้วยหินดำจึงเป็นตัวอย่างของชุมชนที่สะท้อนให้เห็นว่าการท่องเที่ยวสามารถเป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้าใจและการอยู่ร่วมกันได้ หากมีการจัดการอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับคุณค่าของชุมชน

“สำหรับบางคน ป่าอาจเป็นเพียงพื้นที่สีเขียว แต่สำหรับชาวกะเหรี่ยง ป่าคือชีวิตที่หายใจไปพร้อมกัน” ในขณะที่สังคมเมืองมองป่าในฐานะทรัพยากรหรือพื้นที่ธรรมชาติ ชาวกะเหรี่ยงกลับมองป่าในฐานะ “ชีวิต” ที่เชื่อมโยงกับการดำรงอยู่ของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง สำหรับพวกเขา ป่าไม่ใช่เพียงสถานที่ แต่คือบ้าน แหล่งอาหาร แหล่งน้ำ และเป็นศูนย์กลางของความเชื่อและวัฒนธรรมที่สืบทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น

ภาพจำของ “กะเหรี่ยง” ในสายตาคนนอกมักถูกผูกโยงกับ พื้นที่ภูเขาทางภาคเหนือ แต่ในความเป็นจริง ชุมชนกะเหรี่ยงยังคงตั้งถิ่นฐานอยู่ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย รวมถึงผืนป่าตะวันตกอย่างจังหวัดสุพรรณบุรี ที่บ้านห้วยหินดำ อำเภอด่านช้าง ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาว “กะเหรี่ยงโผล่วหรือที่คนไทยมักรู้จักกันในนามกระเหรี่ยงโปว์ ที่มีประวัติยาวนานกว่า 200 ปี ชุมชนแห่งนี้สะท้อนให้เห็นว่ากะเหรี่ยงไม่ใช่ “คนนอก” หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่ดำรงอยู่ร่วมกับป่าอย่างสมดุลมาอย่างยาวนาน

วิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงตั้งอยู่บนความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับธรรมชาติ พวกเขาเติบโต เรียนรู้ และดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับผืนป่าอย่างเคารพ ทุกการใช้ทรัพยากรถูกกระทำด้วยความระมัดระวัง ไม่ใช่เพราะข้อบังคับทางกฎหมาย แต่เป็นเพราะความเชื่อว่าป่ามีชีวิต และสมควรได้รับการดูแลเช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตอื่น

หนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยรักษาความอุดมสมบูรณ์ของป่าคือ “ความเชื่อ” และ “วัฒนธรรม” ชาวกะเหรี่ยงมีการกำหนดพื้นที่ป่าศักดิ์สิทธิ์ เช่น ป่าต้นน้ำ หรือพื้นที่ที่เชื่อว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ซึ่งเป็นพื้นที่ต้องห้าม ไม่สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์หรือทำลายได้ กฎเหล่านี้ไม่ได้ถูกบังคับโดยรัฐ แต่เป็นข้อตกลงร่วมกันของชุมชนที่ทุกคนเคารพอย่างเคร่งครัด

ในอีกมิติหนึ่ง อัตลักษณ์ของชุมชนยังสะท้อนผ่านวิถีชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการทอผ้าด้วยกี่เอว การใช้สีจากธรรมชาติ หรือการทำเกษตรอินทรีย์ที่พึ่งพาทรัพยากรในพื้นที่อย่างยั่งยืน สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงสร้างรายได้ แต่ยังเป็นการรักษารากเหง้าทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ควบคู่ไปกับโลกสมัยใหม่
ขณะเดียวกัน พิธีกรรมต่างๆ เช่น การขอขมาป่า หรือการขอบคุณผืนดินและสายน้ำ ยังคงทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนใจว่ามนุษย์ไม่ได้เป็นเจ้าของธรรมชาติ หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบชีวิตที่ใหญ่กว่า

สำหรับชาวกะเหรี่ยง การทำลายป่าเปรียบเสมือนการทำลายชีวิตของตนเอง เพราะทุกสิ่งล้วนเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก ป่าให้กำเนิดชีวิต และมนุษย์ก็มีหน้าที่ดูแลรักษาป่าให้คงอยู่
อย่างไรก็ตาม มุมมองจากคนนอกจำนวนไม่น้อยยังคงไม่เข้าใจวิถีชีวิตดังกล่าว และอาจมองเห็นเพียงภาพของการใช้ทรัพยากร โดยมองข้ามระบบความคิด ความเชื่อ และความรับผิดชอบที่ฝังรากลึกอยู่เบื้องหลัง

สิ่งที่ชาวกะเหรี่ยงต้องการสื่อสารต่อสังคม คือพวกเขาไม่ได้ดำรงชีวิตแยกขาดจากธรรมชาติ แต่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับมันอย่างสมดุลมาอย่างยาวนาน การรักษาป่าไม่ใช่ภารกิจพิเศษ หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่แทรกอยู่ในทุกลมหายใจ ในวันที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เสียงจากผู้คนที่อยู่กับป่ามาอย่างยาวนานอาจเป็นคำตอบสำคัญที่สังคมควรเปิดใจรับฟัง

หากคุณกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนที่ไม่ใช่เพียงการหลีกหนีความวุ่นวาย แต่เป็นการได้กลับมาเชื่อมโยงกับตัวเองและธรรมชาติอย่างแท้จริง ที่นี่คืออีกหนึ่งคำตอบของการใช้ชีวิตแบบ slow life ที่ทั้งเรียบง่าย ลึกซึ้ง และเปี่ยมด้วยความหมาย ไม่ว่าจะเป็นการมาพักผ่อนท่ามกลางผืนป่า การเรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชน หรือการเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้คุณได้สัมผัสภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด ทั้งในรูปแบบหมู่คณะหรือการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ที่แห่งนี้ไม่ได้มอบเพียงประสบการณ์ แต่ยังมอบมุมมองใหม่ของการอยู่ร่วมกับโลกใบนี้อย่างสมดุล และบางทีการเดินทางครั้งนี้ อาจไม่ได้เปลี่ยนแค่สถานที่ที่คุณไป แต่เปลี่ยนวิธีที่คุณมอง ‘ชีวิต’ ไปตลอดกาล

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /”นายกอนุทิน” พร้อมนักการเมืองข้าราชการ ชุมพร – ประจวบฯ ร่วมเปิดงานสงกรานต์ “งานวันไหลบางเบิด” นักท่องเที่ยวแห่เล่นน้ำหลายพัน

เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 17 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ชายหาดบางเบิด เขตติดต่อระหว่าง ตำบลทรายทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ กับ อ.ปะทิว จ.ชุมพร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานวันไหลบางเบิด จัดงานโดย อบจ.ชุมพรและ อบจ.ประจวบคีรีขันธ์

มี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สส.เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายสังคม แดงโชติ สส.เขต 2 ประจวบฯ นายกิจติศักดิ์ พรหมรัตน์ สส.เขต 2 จ.ชุมพร นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ. ประจวบคีรีขันธ์

นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร และผู้นำท้องถิ่น ทั้ง 2 จังหวัด เดินทางมาร่วมในพิธีเปิด งานวันไหลบางเบิดจัดขึ้นบริเวณชายหาดบ้าน บางเบิด ซึ่งชายหาดติดต่อกันระหว่างจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดชุมพร เริ่มงานตั้งแต่ 12.00 น.-24.00 น

โดยงานมีการปิดถนนสายแยกเพชรเกษม บางเบิด ช่วงสามแยกเข้าบ้านถ้ำธงยาวไปถึงถนนเลียบชายหาดบางเบิดระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ภายในงานจัดให้มีการเล่นน้ำวันสงกรานต์ มีดนตรี ร้านขายสินค้าประเภทเครื่องดื่ม อาหารพื้นบ้าน สินค้าชุมชน และปาร์ตี้โฟม มีประชาชนชาวจังหวัดชุมพรและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมนักท่องเที่ยวกว่า 3000 คน นำอุปกรณ์เล่นน้ำมาร่วมงานด้วยความสนุกสนาน

ผู้สื่อข่าวรายงาน ชายหาดบางเบิดตั้งอยู่ หมู่ 8 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร และหมู่ 5 ต.ทรายทองทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ลักษณะเป็นโค้งอ่าวความยาว 14 กิโลเมตร ชายหาดสะอาด ทรายเนียนสีน้ำตาลแดง มีภูเขาหินปิดหัวอ่าวเรียกว่าเขาบางเบิด เป็นสัญลักษณ์ประจำอ่าวบางเบิด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดชุมพร ซึ่งยังคงความเป็นธรรมชาติและคงคุณค่าทางประวัติศาสตร์อีกด้วย

บ้านบางเบิด เดิมชื่อ “บ้านคลองอ้อ” เรียกตามชื่อ “คลองอ้อ” ซึ่งเป็นคลองที่มีต้นอ้อขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านที่ทำการเกษตรในสมัยก่อนก็ต้องมาหาบน้ำจากที่นี่ไปใช้ เป็นคลองน้ำสายหลักของหมู่บ้านที่ใช้ในครัวเรือนและให้วัวควายได้ดื่มกิน แต่ในปัจจุบันลำคลองนี้ได้ถูกทับถมหมดแล้ว โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ในบางเบิดได้เปลี่ยนจากอาชีพเกษตรกรรมมาประกอบอาชีพชาวประมง

บ้านบางเบิด มาจากชื่อภูเขา “เบิด” ซึ่งเป็นภูเขาที่เป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านและยื่นลงไปในทะเลครึ่งลูก ในสมัยคงครามโลก ได้มีลูกระเบิดจากการสู้รบมาตกที่บางเบิดมากที่สุด ทั้งแบบที่ระเบิดและลูกที่ด้าน ชาวบ้านจึงได้เรียกชื่อว่า “เขาเบิด” ติดต่อกันมาเป็นเวลานาน ซึ่งบนเขาบางเบิดเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวที่ชอบแนวผจญภัยปีนขึ้นไป

////////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0623644468

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองนายกฯ นำคารวะสรงน้ำ “หลวงพ่อพระใหญ่” วัดโพธาราม บ้านท่าไคร้ พุทธศาสนิกชนร่วมพิธีแน่นวัด ปิดท้ายสงกรานต์บึงกาฬ

วันที่ 18 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. พิธีคารวะสรงน้ำ หลวงพ่อพระใหญ่ ณ วัดโพธาราม บ้านท่าไคร้ อำเภอเมือง จังหวัด

บึงกาฬ จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนที่เข้าร่วมพิธีอย่างคับคั่ง เพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลสงกรานต์

โดยมี พระราชภาวนาโสภณ วิ. เจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ และเจ้าอาวาสวัดเซกาเจติยาราม พระอารามหลวง

เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ขณะที่ ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย

นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ, นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ, นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกอบจ.บึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนประชาชนและพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ พิธีคารวะสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ ถือเป็นส่วนหนึ่งของ งานประเพณีแห่น้ำจั้นและสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ บ้านท่าไคร้ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

ซึ่งปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-19 เมษายน 2569 เพื่อสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น และเสริมสร้างความสามัคคีของชุมชน

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีบวงสรวง สวดภาณยักษ์ และพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล และมีดตัดหวายลูกนิมิต ใช้ในงานปิดทองฝังลูกนิมิต จัดขึ้น 27 ธ.ค. 2569 ถึง 4 ม.ค. 2570

เมือวันที่ 14 เมษายน ะ.ศ. 2569 ณ วัดหนองกระทิงทอง ม.1 ต.หนองขาม อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี พิธีพุทธาภิเษกมัดตัดหวายลูกนิมิตและวัตถุมงคล เวลา 07.09 น.

พิธืพราหมณ์สวดบวงสรวงบูชาเทวดา สิ่งสิทธิ์ เวลา 13.09 น. นายประวัติ ถิระสังวร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองขาม ประธานพิธีจุดเทียนชัย ฝ่ายฆราวาส พระครูศานกิจจานุยุต เจ้าคณะอำเภอหนองหญ้าไซ

ประธานฝ่ายสงฆ์เริ่มพิธีพุทธาภิเษกมีดตัดหวายลูกนิมิต และวัตถุมงคล มีพระเกจิอาจารย์นั่งปกอธิฐานจิตเจริญภาวนา โดยหลวงพ่อสมบุญ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14 จังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าอาวาส วัดลำพันบอง พระครูสถิต สุวรรณวงษ์

เจ้าคณะตำบลหนองขาม พระครูศาสนกิจจานุยุต เจ้าคณะอำเภอหนองหญ้าไซ พระอาจารย์อดิเรก วัดหนองทราย เวลา 13.59 น. พิธีสวดภาณยักษ์ สวดสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาชีวิต พระครูปลัดนิยม ฐิตคุณโยม

เจ้าอาวาสวัดหนองกระทิงทอง ซึ่งงานปิดทองฝังลูกนิมิตเริ่มวันที่ 27 ธันวาคม ะ.ศ. 2569 ถึงวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2570 นี้ กลางคืนมีมหรสพสมโภชน์ตลอดงาน ชมไฟมงคลสว่างล้านดวงตลอดงาน

ภาพ/ข่าว โดย นายวิญญู ทองเงิน ผู้สื่อข่าวสื่อรัฐทีวี จ.สุพรรณบุรี
รายงาน

ที่วัดหนองกระทิงทอง ต.หนองขาม อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี ได้มีการจัดพิธีบวงสรวง สวดภาณยักษ์ และพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล รวมถึงมีดตัดหวายลูกนิมิต เพื่อเตรียมแจกให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในงานปิดทองฝังลูกนิมิต ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ธ.ค. 2569 ถึง 4 ม.ค. 2570

ภายในพิธีมีพระเกจิหลายรูปเข้าร่วมอธิษฐานจิต อาทิ หลวงปู่สมบุญ อายุ 104 ปี พระเกจิในพื้นที่ รวมถึงพระสงฆ์และคณะสงฆ์ในอำเภอ โดยมี “ประวัติ” นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองขาม เป็นประธานในพิธี

ระหว่างพิธี มีการจุดธูปตัวเลขและประทัดเบิกฤกษ์ ซึ่งปรากฏตัวเลขจากธูปเป็น 240 และเลขหางประทัดเป็น 446 และ 82 ทำให้ผู้ร่วมพิธีจำนวนมากนำไปตีเป็นเลขเด็ดเพื่อเสี่ยงโชคในงวดถัดไป

ขณะเดียวกัน ระหว่างการสวดภาณยักษ์ พบว่ามีผู้เข้าร่วมพิธี 2 ราย มีอาการผิดปกติ โดยชายรายหนึ่งลุกขึ้นร้องเสียงดัง ก่อนที่พระสงฆ์จะเข้าช่วยพรมน้ำมนต์จนสงบลง ส่วนหญิงอีกรายมีอาการร้องและเคลื่อนไหวคล้ายการร่ายรำ ก่อนจะสงบลงเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม พิธีดำเนินไปจนเสร็จสิ้นท่ามกลางความสนใจของประชาชนที่เข้าร่วมจำนวนมาก

เชิญชวนร่วมบุญจองเป็น เป็นเจ้าภาพมีดตัดหวาย..และ เจ้าภาพลูกนิมิตวัดหนองกระทิงทอง ซึ่งมีกำหนดงาน ปิดทองฝังลูกนิมิต.ระหว่างวันที่. วันที่ 27 ธันวาคม 2569 ~ 4 มกราคม 2570.# ติดต่อจองมีดตัดหวาย..หรือ เจ้าภาพลูกนิมิต #ติดต่อสอบถามรายละเอียด.ได้ที่… 088 – 6488342พระพีรวิชญ์ ธมฺมธีโร( พระเลขานุการเจ้าอาวาสวัดหนองกระทิงทอง )

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ระทึกกลางงาน หญิงฮีตสโตรก หลังอุณหภูมิทะลุ 40 องศา ขณะ รมว.พม ลงพื้นที่โคราชมอบสัญญาที่ดินช่วยผู้มีรายได้น้อย

เมื่อวันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น.นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เดินทางมายัง สหกรณ์เครือข่ายริมรางเมืองย่าโม จำกัด ตำบลหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนผู้มีรายได้น้อยในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบราง

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้มีการมอบสัญญาเช่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ขนาดพื้นที่ 2,198 ตารางเมตร พร้อมสนับสนุนงบประมาณดำเนินโครงการระยะที่ 2 สำหรับจำนวน 29 ครัวเรือน วงเงิน 3,960,750 บาท นอกจากนี้ ยังได้มอบรถเข็นวีลแชร์ให้กับผู้พิการ จำนวน 1 คัน และร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารบ้านสวัสดิการชุมชน จำนวน 10 ห้อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยก่อนพิธีเปิดอาคาร ได้มีการจัดกิจกรรมผัดหมี่โคราชโชว์ สร้างสีสันและความสนใจให้กับผู้เข้าร่วมงาน อย่างไรก็ตาม ก่อนเริ่มพิธีได้เกิดเหตุหญิงสาวรายหนึ่ง สวมเสื้อสีเขียวของกลุ่ม “ตนรักบ้านเกิดด่านขุนทด” เกิดอาการคล้ายฮีทสโตรก เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัด อุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส เจ้าหน้าที่และผู้ร่วมงานได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อรับการรักษา

ขณะเดียวกัน นายสมบูรณ์ สิงกิ่ง ประธานเครือข่ายบ้านมั่นคงจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะตัวแทนเครือข่ายพัฒนาที่ดินและที่อยู่อาศัย ภายใต้โครงการบ้านมั่นคง รวมถึงเครือข่ายสลัมสี่ภาค และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบด้านที่อยู่อาศัย ได้ยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

โดยข้อเสนอสำคัญ ได้แก่ การผลักดันให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำข้อเสนอของเครือข่ายไปกำหนดเป็นนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงประสานความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อวางแผนแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชนผู้ด้อยโอกาส ให้ครอบคลุมทั้ง 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา
นายสมบูรณ์ กล่าวว่า ปัญหาที่ดินในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมายังมีจำนวนมาก ทั้งที่ดินสาธารณะ ที่ดินอุทยานแห่งชาติ ที่ดินป่าสงวน ที่ดิน ส.ป.ก. และที่ดินของกรมธนารักษ์

ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากไม่มีเอกสารสิทธิ และมีความเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีหรือถูกไล่ที่ จึงต้องการให้ภาครัฐเร่งกำหนดนโยบายแก้ไขปัญหา โดยใช้รูปแบบโครงการบ้านมั่นคง และการจัดสิทธิในที่ดินทำกินให้สามารถอยู่อาศัยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังเสนอให้สานต่อนโยบายเดิมจากรัฐบาลก่อนหน้า ซึ่งได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาไปแล้วบางส่วน แต่ยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากข้อจำกัดด้านระยะเวลา พร้อมเสนอให้มีการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และสนับสนุนงบประมาณผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดความยั่งยืน


อย่างไรก็ตาม เครือข่ายฯ คาดหวังว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะตัวแทนของชาวนครราชสีมา จะเร่งผลักดันนโยบายดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในที่ดินสาธารณะโดยไม่มีเอกสารสิทธิ ซึ่งมีอยู่ในหลายพื้นที่ อาทิ อำเภอบัวใหญ่ อำเภอปากช่อง อำเภอวังน้ำเขียว และพื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัดนครราชสีมา

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พุทธศาสนิกชนร่วมแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ทางบก เจริญพระพุทธมนต์ สรงน้ำขอพร “หลวงพ่อพระใหญ่” ปิดท้ายสงกรานต์บึงกาฬ

เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 14.00 น. นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยนายสมหวัง อารีเอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

นำหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง และพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดบึงกาฬ ร่วมพิธีบวงสรวงและแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ บริเวณริมแม่น้ำโขง บ้านท่าไคร้ ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

“น้ำจั้น” แห่งนี้มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า บรรพบุรุษในพื้นที่ได้ใช้น้ำจั้นหรือบ่อน้ำซึม ซึ่งมีระดับสูงกว่าระดับแม่น้ำโขงในช่วงหน้าแล้ง และไหลลงสู่แม่น้ำโขงตลอดทั้งปีไม่เคยแห้ง จึงถือเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์และเป็นแหล่งน้ำดื่มสำคัญของชาวตำบลบึงกาฬมาตั้งแต่อดีต

โดยทุกปีหลังเทศกาลสงกรานต์ จะมีการจัด พิธีแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ทั้งทางบก หรือทางน้ำ พร้อมขบวนฟ้อนรำอันสวยงาม เพื่อนำน้ำจั้นไปประกอบพิธีสรงน้ำ หลวงพ่อพระใหญ่ พระคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดบึงกาฬ ณ วัดโพธาราม บ้านท่าไคร้ หมู่ที่ 5 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ ระหว่างวันที่ 17-19 เมษายน 2569

หลวงพ่อพระใหญ่ถือเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน ทั้งชาวไทยและชาว สปป.ลาว ประชาชนสองฝั่งแม่น้ำโขงต่างให้ความเคารพศรัทธาเป็นอย่างมาก

ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ หลังเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี จะมีการจัดงานพิธีสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ พร้อมงานมหรสพสมโภช 3 วัน 2 คืน มีพุทธศาสนิกชนจากทั้งประเทศไทยและ สปป.ลาว

เดินทางมาร่วมพิธีอย่างเนืองแน่น ลูกหลานชาวบึงกาฬที่ไปเรียนหรือทำงานต่างถิ่นก็มักจะเดินทางกลับบ้าน เพื่อร่วมพิธีสำคัญนี้ ซึ่งถือเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กกล.สุรศักดิ์มนตรียึด “ข้าวสารเถื่อน” กว่า 1,200 กระสอบ มูลค่า 2.6 ล้าน ซุกอาคารร้างกลางเมืองมุกดาหาร

เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พ.อ.สุภัทร ชูตินันทน์ ผู้บังคับการ บก.ควบคุมที่ 1 (ร.3) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (กกล.สุรศักดิ์มนตรี)ได้รับแจ้งข้อมูลว่าบริเวณอาคารกำลังก่อสร้างไม่มีเลขที่ ติดกับบ้านเลขที่ 68 หมู่ 1 ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมือง

จังหวัดมุกดาหาร อาจถูกใช้เป็นสถานที่พักเก็บสินค้าที่ไม่ผ่านพิธีศุลกากร จึงได้มอบหมายให้ พ.อ.คมศักดิ์ พราวศรี รองผู้บังคับการ เข้าประสานและปรึกษาข้อกฎหมายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและร่วมสนธิกำลัง ก่อนนำหมายศาลเข้าดำเนินการตรวจค้นอาคารตามที่ได้รับแจ้ง

ผลการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบข้าวสารจำนวนมากถูกเก็บซุกซ่อนอยู่ภายในอาคาร แบ่งเป็นข้าวสารดำ จำนวน 255 กระสอบ และข้าวสารขาว จำนวน 1,030 กระสอบ รวมปริมาณกว่า 62,750 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 2,660,350 บาท

จากการตรวจสอบเบื้องต้น สินค้าดังกล่าวเข้าข่ายเป็นของที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากร เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานศุลกากรมุกดาหาร เข้าดำเนินการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ข่าววันนี้ #มุกดาหาร #ข้าวสารเถื่อน #ลักลอบนำเข้า #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #ศุลกากร #ข่าวอาชญากรรม #ยึดของกลาง #ข่าวด่วน #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรับนิวส์ / ชื่นมื่น! สงกรานต์บ้านกรูด 2569 ยิ่งใหญ่ ขบวนแห่นางสงกรานต์ตระการตา ขบวนนางรำ ทำบุญตักบาตร และรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ

วันที่ 16 เม.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2569 ณ ชายหาดบ้านกรูด แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นไปอย่างคึกคักและเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม โดยในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิดสืบสานอัตลักษณ์ท้องถิ่นมุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ผสมผสานความสนุกสนานและความอบอุ่นในครอบครัว

ไฮไลต์สำคัญของงานขบวนแห่นางสงกรานต์สุดอลังการ ซึ่งตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงด้วยดอกไม้ และสัญลักษณ์นางสงกรานต์ประจำปี งานฝีมือของพนักงานเทศบาลตำบลบ้านกรูด
โดยนางสงกรานต์ในปีนี้มาในชุดไทยประยุกต์ที่สะท้อนถึงความอ่อนช้อยของศิลปะท้องถิ่น โดยเคลื่อนขบวนไปตามถนนเลียบชายหาดบ้านกรูด ท่ามกลางเสียงดนตรีไทยเถิดเทิง และขบวนนางรำสวยงาม ที่สร้างความสนุกสนานตลอดเส้นทาง

​พิธีรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ณ บริเวณศูนย์การท่องเที่ยวชายหาดบ้านกรูด เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีและสืบสานประเพณีอันดีงาม บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น โดยคณะบริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ผู้นำชุมชน พนักงานเทศบาล และนักท่องเที่ยว เข้าร่วมรดน้ำขอพรจากผู้หลักผู้ใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นปีใหม่ไทยกิจกรรมความบันเทิงและวัฒนธรรม​ภายในงานยังมีการออกร้านจำหน่ายอาหารพื้นถิ่นเลิศรสของชาวบางสะพาน

โดยนายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด ระบุว่า การจัดงานในปีนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่และตอกย้ำให้บ้านกรูดเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสสงกรานต์แบบวิถีไทยดั้งเดิม “สงกรานต์บ้านกรูดปีนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของความสนุกจากการเล่นน้ำ แต่คือการกลับมาเจอกันของครอบครัวและการรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ของพวกเราให้คงอยู่สืบไป”

โดยคณะผู้จัดงาน ได้เตรียม​มาตรการดูแลความปลอดภัย โดย สมาชิก อปพร.ทต.บ้านกรูด บูรณาการร่วมกับ​เจ้าหน้าที่ตำรวจ อส.และชรบ. รวมถึงหน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ทต.บ้านกรูด ได้สนธิกำลังดูแลความเรียบร้อยรอบบริเวณงาน โดยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยทางถนน และทางน้ำ รวมถึงรณรงค์ “เมาไม่ขับ” เพื่อให้เทศกาลแห่งความสุขนี้มีแต่รอยยิ้มและความปลอดภัยของทุกคน จึงนับเป็นอีกหนึ่งพิกัดสงกรานต์ที่สร้างความประทับใจให้กับทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างไม่เสื่อมคลาย

//////////////////
ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0623644468

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “กอดอกแก้ว” สานต่อประเพณีสงกรานต์ล้านนา บ้านท่าข้ามเหนือ จัดกิจกรรมส่งความสุขคืนรอยยิ้มสู่ชุมชน เชียงใหม่

วันที่จัดงาน: 16 เมษายน 2569 ​เชียงใหม่ – ชาวบ้านท่าข้ามเหนือสืบสานประเพณีปีใหม่เมือง จัดงาน “กอดอกแก้ว” อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรภาคเอกชนและโครงการ “คนละลูก” มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค สร้างขวัญและกำลังใจให้ชาวบ้านในพื้นที่ ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

นายศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูก (เสื้อลายดอกไม้สีเหลือง ขวามือ) มอบสิ่งของให้นายเอกพงศ์ สมคำดี ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลบ้านแปะ ณ. ลานกอดอกแก้ว
​เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 ณ. บ้านท่าข้ามเหนือ ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการจัดงานสืบสานประเพณีสงกรานต์ชาวเหนือภายใต้ชื่อกิจกรรม “กอดอกแก้ว” เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นและสร้างความสมานฉันท์ในชุมชนในช่วงเทศกาลปีใหม่เมือง

ภายในงานได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารโครงการ “คนละลูก” และผู้สนับสนุนใจดี อาทิ บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) ห้างขายยาตราใบห่อ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงงานอุตสาหกรรมเจริญชัย ผู้ผลิตไชโป๊วตราสามผึ้ง บริษัท วัน วัน ทำแต่ป้าย จำกัด KELA, FACTIVE เข้าร่วมกิจกรรมและนำสิ่งของอุปโภคบริโภค มามอบให้กับพี่น้องประชาชนที่มาร่วมงาน เพื่อเป็นการลดภาระค่าครองชีพและส่งมอบความสุขให้กับคนในชุมชน

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีชาวบ้านทั้งผู้สูงอายุและเยาวชนแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองและเสื้อลายดอกออกมาสรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และต่อแถวรับมอบสิ่งของด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้นอกจากจะช่วยรักษาประเพณีอันดีงามแล้ว ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและชุมชนในการดูแลซึ่งกันและกันอย่างยั่งยืน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ศรัทธาแน่นวัดพระนอนจักรสีห์ ! พิธี “ปารุปะนัง” ห่มผ้าหลวงพ่อพระนอนจักรสีห์ หนึ่งปีมีครั้งเดียว สรงน้ำรับพรเสริมสิริมงคลปีใหม่ไทย

วันที่ 15 เมษายน 2569 เวลา 14.30 น.#พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระธรรมวชิรกวี ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 เจ้าอาวาสวัดพระนอนจักรสีห์ วรวิหาร จังหวัดสิงห์บุรี เมตตาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธี “ปารุปะนัง” (ห่มผ้าหลวงพ่อพระนอนจักรสีห์) ประจำปี 2569

ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย โดยมี #นายวราดิศรอ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย #พล.ต.ต.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี #

นางสาววีรวรรณจันทนเสวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี นายอำเภอเมือง หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เข้าร่วมพิธีอย่างเนืองแน่น ณ ศาลาอเนกประสงค์ วัดพระนอนจักรสีห์ วรวิหาร

สำหรับพิธีเริ่มต้นด้วย “พิธีปารุปะนัง” หรือพิธีห่มผ้าหลวงพ่อพระนอนจักรสีห์ อันเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่จัดขึ้นเพียงปีละ 1 ครั้ง โดยคณะสงฆ์และผู้มีเกียรติร่วมประกอบพิธีห่มผ้าอย่างสมพระเกียรติ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความเลื่อมใสศรัทธาของประชาชนที่หลั่งไหลเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีปารุปะนัง ได้มีการประกอบพิธีรดน้ำขอพร และพิธีสรงน้ำพระพุทธไสยยาสน์จำลอง รวมถึงสรงน้ำพระภิกษุสามเณร โดยพุทธศาสนิกชนต่างนำขันน้ำอบไทย น้ำปรุง และดอกไม้มงคล มาร่วมรดสรงอย่างเป็นระเบียบและนอบน้อม เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ไทย

โอกาสนี้ พระเดชพระคุณ พระธรรมวชิรกวี ได้เมตตาประพรมน้ำพระพุทธมนต์ พร้อมกล่าวให้ศีลให้พรแก่ผู้เข้าร่วมพิธี อำนวยอวยชัยให้มีความสุข ความเจริญ ปราศจากทุกข์โศกโรคภัย และประสบความสำเร็จในสิ่งอันพึงปรารถนา สร้างความปลื้มปีติและความเป็นสิริมงคลแก่พุทธศาสนิกชนอย่างทั่วหน้า

ทั้งนี้ “พิธีปารุปะนัง” เป็นประเพณีสำคัญที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานของชาวตำบลจักรสีห์และจังหวัดสิงห์บุรี โดยคำว่า “ปารุปะนัง” เป็นภาษาบาลี หมายถึง “การห่ม” หรือ “เครื่องนุ่งห่ม” จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันที่ 15 เมษายนของทุกปี เพื่อแสดงถึงความเคารพศรัทธาที่มีต่อหลวงพ่อพระนอนจักรสีห์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง อีกทั้งยังเป็นการสืบสานวัฒนธรรมอันดีงาม เสริมสร้างความรักความสามัคคี และความเป็นสิริมงคลให้แก่ประชาชนในช่วงเริ่มต้นปีใหม่ไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สงกรานต์เลือด! วัยรุ่นมุกดาหารเปิดฉากยิงกลางเมือง หนุ่มถูกยิงท้องสาหัส หลังปะทะเดือดหน้าร้านดัง

เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 16 เมษายน 2569 พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.จว.มุกดาหาร ได้รับแจ้งเหตุว่ามีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลมุกดาหาร จึงสั่งการให้พ.ต.ท.กิตติวัฒน์ คนหาญ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร เดินทางไปตรวจสอบ

ที่โรงพยาบาลมุกดาหาร พบผู้บาดเจ็บทราบชื่อภายหลังคือ นายภารดล นอนรักษาตัวอยู่ที่ตึกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ชั้น 7 มีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงเข้าบริเวณหน้าท้อง แพทย์ได้ทำการผ่าตัดนำหัวกระสุนออกเป็นที่เรียบร้อย อาการปลอดภัยแล้ว

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้บาดเจ็บให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ออกไปเล่นน้ำสงกรานต์กับเพื่อน บริเวณหน้าร้านสยามชัย ถนนพิทักษ์พนมเขต ในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร กระทั่งเวลาประมาณ 01.30 น. ของวันเดียวกันนี้ได้เกิดมีปากเสียงและทะเลาะวิวาทกับกลุ่มวัยรุ่นอีกกลุ่ม ซึ่งมี นายนายชุษณะ วาปี เป็นหนึ่งในกลุ่มคู่กรณี

ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงชุลมุน มีการทำร้ายร่างกายกัน ก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจำนวน 2 นัด และพบว่าตนเองถูกยิงเข้าที่หน้าท้อง ก่อนจะมีพลเมืองดีและเจ้าหน้าที่กู้ชีพนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนไม่ทราบขนาดจำนวน 1 ปลอก ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน และติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรับนิวส์ / มท.3 ควง ท่าน มนัญญา เปิดงานประเพณีสงกรานต์ 2569 ที่ประจวบฯ มีชาวทับสะแกต้อนรับ /เปิดแล้ว ” นาหูกวาง เฟสติวัล 2026

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 14 เม.ย.2569 ที่บริเวณหนองนายตรวจ หน้าที่ว่าการอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ( มท.3 ) เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2569

โดยมี นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯ น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สว.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขต 3

พรรคภูมิใจไทยนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก

นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมคณะ และนางสาวปารีณา ซักเช็ค นายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก พร้อมคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภาเทศบาล ประชาชนชาวอำเภอทับสะแก และใกล้เคียง ให้การต้อนรับ

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ มีกิจกรรมสำคัญประกอบด้วย กิจกรรมสรงน้ำพระพุทธรูป กิจกรรมรดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุ กิจกรรมการแสดงทางวัฒนธรรม
โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย ประชาชนชาวอำเภอทับสะแกและใกล้เคียง ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และมีศิลปินดัง “ลำใย ใหทองคำ” มาทำการแสดงให้ชาวทับสะแกได้รับชม

//////////////
ข่าว. ณัฐธญภพ พันสาย. จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0623644468

เปิดแล้ว ” นาหูกวาง เฟสติวัล 2026 ตอน มหัศจรรย์ ไลท์ติ้ง แฟนตาซี” (Na Hu Kwang Festival 2026 Lighting Fantasy)

เมื่อช่วงค่ำ วันที่ 14 เม.ย. 2569 ที่บริเวณชายหาดแหลมกุ่ม หมู่ที่ 7 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก เป็นประธานในการเปิดงาน “นาหูกวาง เฟสติวัล 2026 ตอน มหัศจรรย์ ไลท์ติ้ง แฟนตาซี “(Na Hu Kwang Festival 2026 Lighting Fantasy)

โดยมี นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ นายลือยศ ภู่ทอง สจ.เขตอำเภอทับสะแก น.ส.ทิฆัมพร ยอดใหญ่ นายกอบต.นาหูกวาง นายอรุษ ห้วยหงษ์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง พร้อม คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานอบต.แขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงาน

ภายใต้แนวคิดการเนรมิตพื้นที่ชายหาดให้กลายเป็นโลกแห่งแสงไฟยามค่ำคืน ผสมผสานศิลปะแสง สี เสียง กับอัตลักษณ์ท้องถิ่นและวัสดุรีไซเคิล สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ปลุกชีวิตใหม่ให้หาดแหลมกุ่ม ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 14 – 15 เมษายน 2569 ณ หาดแหลมกุ่ม หมู่ที่ 7 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประระจวบคีรีขันธ์

ภายในงาน นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศ “โลกใต้ท้องทะเลแห่งแสงสี” ผ่านการออกแบบพื้นที่ให้มีความโดดเด่น แปลกใหม่ และมีชีวิตชีวา พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน และสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ไฮไลท์กิจกรรมภายในงาน 1. อุโมงค์ไฟสุดตระการตา (Light Tunnel) เปิดประสบการณ์แรกแห่งความประทับใจ ด้วยอุโมงค์ไฟ “THE DEEP BLUE PORTAL” ที่จะพาคุณเข้าสู่โลกแห่งแสงสีสุดแฟนตาซี 2. จุดถ่ายภาพเรืองแสง (Glowing Reef )ประติมากรรมแสงรูปสัตว์ทะเล ปะการัง และงานศิลปะ UV Glow สุดอลังการ จุดเช็คอินห้ามพลาด 3.นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ (Exhibition) นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม

ราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และฉายภาพยนต์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร, พระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่ 4. ตลาดชุมชน SEA-CRET MARKET รวมของดี ของเด่น อาหารทะเลสดใหม่ อาหารพื้นบ้าน

และสินค้า OTOP จากชุมชน 5.เวทีการแสดง PEARL STAGE ชมพิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่ พร้อมการแสดงดนตรี โชว์แสงไฟ และการแสดงสร้างสรรค์ในบรรยากาศริมทะเล เชิญชวนทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ เทศกาลแสงสีริมทะเลสุดตระการตา

////////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวตาลพร้า อ.ศรีนคร สุโขทัย สำนึกรักในบุญคุณผู้สูงอายุจัดรดน้ำดำหัวในเทศกาลปีใหม่ไทย สงกรานต์2569.

เมื่อเวลา 16.20น.ของวันที่ 13เมษายน 2569 ณ.ศาลาโดมของ หมู่บ้าน ตาลพร้า หมู่ที่ 1 . ตำบลศรีนคร อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย ได้มีการจัดกิจกรรมประเพณีรดน้ำดำหัว ผู้สูงอายุ ของหมู่บ้านในเทศกาลประเพณีสงกรานต์ของไทยเรา โดยทั้งนี้ชาวหมู่บ้านตาลพร้าได้สำนึกถึงบุญคุณของผู้สูงว้ยอาทิ

คุณตาคุณยายคุณปู่คุณย่า บรรพชนที่มีแก่ครอบครัวและตระกูลของตนเองและหมู่บ้านมาจึงได้ร่วมด้วยช่วยกันจัดงานกิจกรรม รดน้ำดำหัวให้แก่ผู้สูงอายุสูงวัย.ของหมู่บ้านในช่วงปีใหม่ไทยสงกรานต์ ทั้งนี้ได้มีผู้นำหมู่บ้านอาทิ นาย อรรคพล เสือจงภู นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีนคร.

นาง จรรยา บัวหลวง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่1ต.ศรีนคร นาง กาญจนา พูลคล้าย กรรมการที่ปรึกษาอัยการจังหวัดสวรรคโลก ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงวัยสูงอายุขึ้น ทั้งนี้ นาย สมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ เขต4ของจังหวัดสุโขทัย

พร้อมนาง นัฏฐา ลิมปะพันธุ์ได้มาเป็นประธานการจัดงาน โดยมีพิธีกร ได้กล่าวนำการขอขมากรรม ขออโหสิกรรม ที่ได้ล่วงเกินกับบรรพชนผู้สูงอายุ จากนั้นได้มีการสรงน้ำพระพุทธรูปก่อนเพื่อเป็นสิริมงคล แบะรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ พร้อมได้

ร่วมกันมอบของที่ระลึกของขวัญเพื่อเป็นกำลังใจอวยพรให้กับผู้สูงอายุด้วย ทั้งนี้ภายในงานทางหมู่บ้านได้จัดรถแห่ที่มีวงดนตรีที่อยู่บนรถเพื่อสร้างสีสันความบันเทิงเต้นรำให้กับลูกหลานที่มาร่วมงานเข้ามุทิตาจิตกับผู้สูงอายุเล่นสงกรานต์สาดน้ำได้อย่างชื่นมื่นต่อไปในเทศกาลปีใหม่ไทยสงกรานต์
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทพ 2103 ซุ่มจับกลางดึก! แก๊งลอบขนของเถื่อนข้ามโขงกลางเมืองมุกดาหารแตกฮือ ทิ้งกระเทียม 160 กก. เผ่นหนีทัน

เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 โดยกองร้อย ฉก.ทพ.2103 ภายใต้การนำของ พ.ต.ธนากร นาเหล็ก ผู้บังคับกองร้อย ฉก.ทพ.2103 สนธิกำลังออกลาดตระเวนและเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนริมแม่น้ำโขง หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายในพื้นที่ชุมชนนาโปกลาง เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

เจ้าหน้าที่ได้วางกำลังซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณจุดเพ่งเล็งริมตลิ่งแม่น้ำโขง กระทั่งเวลาประมาณ 00.20 น. ตรวจพบเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ 1 ลำ แล่นข้ามมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาจอดบริเวณบันไดริมตลิ่ง ก่อนจะมีกลุ่มชายประมาณ 15–20 คน ช่วยกันแบกหามวัตถุต้องสงสัยขึ้นฝั่งอย่างเร่งรีบ

เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจสอบ กลุ่มชายดังกล่าวเกิดตกใจ รีบโยนสิ่งของที่แบกมาทิ้งไว้ ก่อนอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด ขณะที่เรือลำดังกล่าวได้เร่งเครื่องยนต์หลบหนีกลับไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้านทันที

จากการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ พบของกลางเป็นกระเทียมบรรจุในกระสอบตาข่าย จำนวน 8 กระสอบ น้ำหนักเฉลี่ยกระสอบละ 20 กิโลกรัม รวมน้ำหนักประมาณ 160 กิโลกรัม ถูกทิ้งกระจัดกระจายบริเวณริมตลิ่ง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นสินค้าที่ไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร จึงได้ทำการตรวจยึด พร้อมนำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเร่งขยายผลติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ทหารพราน21 #ลักลอบขนของเถื่อน #ชายแดนโขง #มุกดาหาร #ข่าวอาชญากรรม #จับของเถื่อน #ชายแดนไทยลาว #ข่าววันนี้ #CIAThailand #ข่าวด่วน #สำนักข่าวCIAประเทศไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ยิ่งใหญ่! เปิดงาน “มหาสงกรานต์เจียงก๋าง 2569” รวมพลังทุกภาคส่วน สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

บรรยากาศคึกคักและยิ่งใหญ่ อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน ผนึกกำลังทุกภาคส่วน จัดงาน “มหาสงกรานต์เจียงก๋าง 2569 ถนนสาย น้ำ สืบสานวัฒนธรรม” ภายใต้โครงการสืบสานประเพณีสงกรานต์ (ปีใหม่เมืองเจียงก๋าง) ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ ลานศาลเจ้าพ่อพญาไมย ตำบลเชียงกลาง อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน โดยมี นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน

การจัดงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน อำเภอเชียงกลาง และเทศบาลตำบลเชียงกลาง ร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานประเพณีสงกรานต์อันทรงคุณค่า ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

นายพิรุฬห์ เต็มสวัสดิ์ นายอำเภอเชียงกลาง กล่าวว่า การจัดงานมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของประเพณีท้องถิ่น ผ่านกิจกรรมสำคัญ อาทิ การสรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ เพื่อแสดงความเคารพ กตัญญู และเสริมความเป็นสิริมงคลในช่วงปีใหม่ไทย

ภายในงานเต็มไปด้วยสีสันของขบวนแห่ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นจากทั้ง 6 ตำบล ไม่ว่าจะเป็น ขบวนขันดอกไม้ ขบวนต้นส้มป่อย ขบวนหาบทราย ขบวนไม้ค้ำศรี ขบวนศิลปะพื้นบ้านตลกขบขัน ขบวนบั้งไฟ และขบวนรถบุปผชาติ รวมถึงการแสดงของกลุ่มสตรีและกลุ่มไลน์แดนซ์ สร้างความสนุกสนานและความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานอย่างคึกคัก

การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชน ที่ร่วมแรงร่วมใจกันขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

ด้านรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า งานมหาสงกรานต์เจียงก๋างเป็นเวทีสำคัญในการถ่ายทอดวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยว ช่วยสร้างความภาคภูมิใจ ความสามัคคีในชุมชน และยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของอำเภอเชียงกลางให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น/ภาพ-ข่าวรพีพร เพชรเจริญ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจทางอากาศ ประเมินสภาพการจราจร ขาเข้า กทม. เนื่องจากเป็นวันสุดท้ายของวันหยุดยาว

วันพุธที่ 15 เมษายน 2569 เวลา 13.30 น.พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย นายรัฐพล นราดิศร ผวจ.เชียงใหม่ และ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้ร่วมกันขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจทางอากาศ เพื่อตรวจความเรียบร้อยและติดตามมาตรการรักษาความปลอดภัยเทศกาลสงกรานต์ 2569 ของจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้งประเมินสภาพการจราจร ขาเข้า กทม. เนื่องจากเป็นวันสุดท้ายของวันหยุดยาว คาดว่าจะมีปริมาณรถของประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางกลับเป็นจำนวนมาก

และได้บินตรวจสอบสภาพการจราจรและความเรียบร้อยบริเวณรอบคูเมืองและบริเวณศูนย์การค้าเมญ่า (สี่แยกรินคำ) ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวรวมตัวกันอย่างหนาแน่น เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยสูงสุดแก่พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ตามนโยบายของรัฐบาลและ ผบ.ตร.

นอกจากนี้ ยังได้ทำการบินสำรวจจุดความร้อนและพื้นที่เกิดไฟป่าของจังหวัดเชียงใหม่ (อ.ดอยสะเก็ด, แม่ออน และอื่นๆ) เพื่อนำข้อมูลมุมสูงมาบูรณาการวางแผน และหาแนวทางป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน ตลอดจนฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 อย่างเร่งด่วนและมีประสิทธิภาพต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “1 หมวก 1 น้ำใจ พิทักษ์ภัจทางถนน” เดินหน้าลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐม

“1 หมวก 1 น้ำใจ พิทักษ์ภัจทางถนน” เดินหน้าลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐม
คุณปุญภา อุปพงษ์ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม

พร้อมด้วยพ.ต.อ.ยงลิต ศุภผลผกก.สภ.ดอนตูมคุณกิ่งแก้ว ศุภผล
สมาชิกแม่บ้าน ภ.จว.นครปฐมและข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.นครปฐมได้ออกตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชนเทศบาลตำบลสามง่าม อ.ดอนตูม จ.นครปฐม

และ ทางด้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ทองดีสว.อก.สภ.ดอนตูมว่าที่ พ.ต.ต.สมองค์ ใจสำรวมสวป.สภ.ดอนตูมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปพร. และอาสาสมัครกู้ภัย อยู่ปฏิบัติหน้าที่จุดบริการประชาชน

จึงได้มอบเครื่องดื่ม อาหารว่างและสิ่งของเพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 พร้อมกันนี้ได้แจกหมวกนิรภัยตาม “โครงการ 1 หมวก 1

น้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน (จับ ปรับ แจก)” ให้แก่ประชาชนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์สัญจรผ่านมาบริเวณจุดบริการประชาชนเพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กทม. เปิดงานสงกรานต์สีลม 2569 ยิ่งใหญ่ ชูแนวคิด “ห่มสไบใส่ยีนส์” ผนึกกำลังพันธมิตรโลก ดันไทยสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยว LGBTQ+ ระดับสากล**

[EN] Bangkok Launches Songkran Silom 2026 Under “Thai Sabai & Denim” Theme, Partnering with Global Giants to Position Thailand as a Premier LGBTQ+ Tourism Hub. [CN] 曼谷启动 2026 年是隆路宋干节,以“泰式披肩配牛仔”为主题,联合全球合作伙伴,助力泰国打造国际 LGBTQ+ 旅游目的地。

[TH] พิธีเปิดและความเป็นมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงานสงกรานต์ถนนสีลม ประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการภายใต้แนวคิด “ห่มสไบใส่ยีนส์” เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ไทยร่วมสมัย พร้อมยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวสู่ระดับโลก โดยมีไฮไลต์สำคัญคือโครงการ “Rainbow of Equality Pride Season (ROE Pride Season 2026)” เพื่อสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) ภายใต้ความร่วมมือของ ACEC, TCT และ MXCOME

[EN] Opening Ceremony & VisionMr. Chadchart Sittipunt, Governor of Bangkok, presided over the official opening of the Silom Songkran Festival 2026. The event, themed “Thai Sabai & Denim,” blends traditional Thai identity with modern style. A major highlight is the “Rainbow of Equality Pride Season (ROE Pride Season 2026)” project, a collaborative effort by ACEC, TCT, and MXCOME to promote gender equality and inclusivity.

[CN] 开幕仪式与愿景 曼谷市长察查·西提潘 (Chadchart Sittipunt) 主持了 2026 年是隆路宋干节的官方开幕式。本次活动以“泰式披肩配牛仔”为主题,展现了当代泰国特色。活动的一大亮点是由 ACEC、TCT 和 MXCOME 共同发起的 “彩虹平等骄傲季 (ROE Pride Season 2026)” 项目,旨在支持性别多样性 (LGBTQ+)。

พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระดับโลก**โครงการ ROE มุ่งเชื่อมโยงกลุ่ม LGBTQ+ กว่า 300 ล้านคนทั่วโลก โดยในปี 2569 ได้จับมือกับพันธมิตรชั้นนำ อาทิ Seth Brothers (ผู้นำฟิตเนส LGBTQ+), QING (แอปโซเชียลอันดับ 4 ของจีน โดยผู้ก่อตั้ง Blued), LESPARK, Aloha, Clue และ JICCO เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพสูงและกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรร

[EN] Strategic Global Partnerships

The ROE project aims to connect with over 300 million LGBTQ+ individuals worldwide. In 2026, it has secured strategic partnerships with global platforms including Seth Brothers (Fitness & LGBTQ+ leaders), QING (China’s top-ranked social app by the founder of Blued), LESPARK, Aloha, Clue, and JICCO, to drive high-quality tourism and economic growth.

[CN] 全球战略合作伙伴 ROE 项目旨在连接全球超过 3 亿的 LGBTQ+ 群体。2026 年,项目已与全球领先平台达成战略合作,包括 赛特兄弟 (Seth Brothers)(健身与 LGBTQ+ 领袖)、QING(由 Blued 创始人打造的中国第四大社交应用)、LESPARK、Aloha、Clue 和 JICCO,旨在吸引高潜力游客并切实拉动经济增长。

บทบาทของสื่อและผู้สนับสนุน** สมาคมเน็ตไอดอลไทย ได้นำกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์นานาชาติร่วมถ่ายทอดสด (Live) เพื่อประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมไทย คณะผู้จัดงานขอขอบคุณ ดร.ประกาย ณ สงขลา และ คุณชลิน ฟามฟู่ รวมถึงผู้สนับสนุนอย่าง UootaPet และ โรงเรียนสอนภาษาจีน-ไทย ที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันงานในครั้งนี้ให้สำเร็จลุล่วง

[EN] Media & SupportersThe Thai Net Idol Association mobilized international influencers for live streaming to promote Thai culture. The organizers extend their gratitude to Dr. Prakay na Songkhla and Ms. Chalin Famfu, as well as sponsors like UootaPet and the Chinese-Thai Language School, for their pivotal roles in making this event a success.

[CN] 媒体与赞助商泰国网络红人协会 组织了国际网红进行现场直播,向全球宣传泰国文化。主办方由衷感谢 Dr. Prakay na Songkhla 博士和 Chalin Famfu 女士,以及 UootaPet中泰语言学校等赞助商对本次活动成功举办的大力支持。

ขอขอบคุณ การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย จาก โรงเรียนธรบุรีวรเทพมีพลารักษ์ และ โรงเรียนอนุบาลเทศบาลบางเมือง นำโดย เค้ก ณัฎฐากร นิยมกูล นักแสดงนำ ค่ายมหามงคลฟิล์มฯ ฑูตวัฒนธรรมไทยอาเซียน , ครูวีระยุทธ ดาระดาษ และ ครูพัชรพล บัณฑิตเกตุมาลา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สายมูแห่!! ร่วมพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์ อ.พงษ์สิทธิ์ สำนักสักยันต์ปู่เจ้าสมิงพราย สายไหม 56

วันนี้ (9 มี.ค.69) เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สำนักสักยันต์ปู่เจ้าสมิงพราย สายไหม 56 เลขที่ 9/384 หมู่บ้านพฤกษาไพร์ม สายไหม 56 กรุงเทพมหานคร อาจารย์พงษ์สิทธิ์ สำนักสักยันต์ปู่เจ้าสมิงพราย สายไหม 56 ได้จัดพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์ ประจำปี ๒๕๖๙

โดยมี อาจารย์หมอตี๋ปากน้ำ (โหราผู้ประกอบพิธี) พร้อม คณะศิษย์ยานุศิษย์ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ภายในพิธีบวงสรวงไหว้ครู ขณะกล่าวโองการเชิญเทพ มีคณะศิษย์ยานุศิษย์ เหมือนมีองค์ลงหน้าตาท่าทางขลึงขัง ร่ายรำสวยสง่า ทุกๆปีจะจัดงานใหญ่ๆแบบนี้ตลอดทุกๆปี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.โคกขาม ไล่ล่ารวบโจรคารังฉวยโอกาสขณะแม่ค้าเผลอคว้ากระเป๋าสตางค์ขี้นมอไซด์บิดหนี.

วันที่ 12 เมษายน พ.ศ.2569 ทางสภ.โคกขาม ได้เปิดเผยว่าเมื่อเวลาประมาณ 20.00น. ของคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ191 ว่ามีเหตุวิ่งราวทรัพย์ ร้านขายดอกไม้ ภายในหมู่บ้านเจริญสินธานี หมู่ที่2 ตำบลโคกขาม อำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาครคนร้ายสวมหมวกกันน็อคใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสัแดงในการก่อเหตุชิงระเป๋าสตางค์ของแม่ค้าขายดอกไม้มุ่งหน้าเช้าถนนชายทะเลบางขุนเทียนกรุงเทพมหานคร โดยมีพลเมืองดีขี่รถมอเตอร์ไซด์ตามคนร้ายไป

พ.ต.อ.จักรพงศ์ ตราบดี ผกก.สถ.โคกขาม ได้สั่งการให้พ.ต.ท.ประภาส ศิริรัตน์ รองผกก.สืบสวน ให้รีบนำกำลังเจ้าหน้าที่ ออกตามใล่ล่าคนร้ายทันทีโดยมีการตามไปอย่างกระชั้นชิด พบพลเมืองดีที่ขี่รถมอเตอร์ไซด์ตามคนร้ายไปโดยพลเมืองดีบอกว่าได้ถีบรถคนร้ายจนเสียหลักไปกระแทกกับเสาไฟฟ้าได้รับความเสียหาย แต่คนร้ายก็ยังอาศัยความชุลมุนบิดรถ มอเตอร์ไซด์หนีไปต่อได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ลดความพยายามตามแกะรอยคนร้ายจนรู้ว่าคนร้ายได้ขี่รถไปจอดรถที่ร้านขายของชำเพื่อซื้อปะแจมาไขช่อมรถที่เสียหายจากการกระแทกเสาไฟฟ้าก่อน ที่จะขับต่อไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจขึงขอดูกล้องวงจรปืดจากร้านค้า เห็นคนร้ายถอดหมวกกันน็อคออกเห็นใบหน้าชัดเจนจนรู้ว่าคนร้ายคือนาย อรรถกวีอายุ52ปีเป็นคนพื้นที่โคกขาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบรุดไปทันที พบคนร้ายกำลังนั่งเสพยาอย่างสบายใจอยู่ภายในบ้านเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าควบคุมตัวคนร้ายพบกระเป๋าสตางค์ที่คนร้าย

ขโมยมาภายในมีเงินสด6พันบาทและยาเสพติดที่ใช้เสพคนร้ายยอมรับสารภาพว่าได้ลงมือก่อเหตุจริงโดยทำทีเข้าไปขอซื้อดอกไม้ภายในร้านแล้วคว้ากระเป๋าสตางค์ของแม่ค้าขายดอกไม้ขณะที่แม่ค้าเผลอแล้วขึ้นรถบิดหนีมาไม่คิดว่าจะมีคนจำผมได้ เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสภ.โคกขามเพื่อนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทีมข่าวสมุทรสาคร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ยิ่งใหญ่ ! ทต.บ้านถิ่น จ.แพร่ จัดงานสืบสานวัฒนธรรมไทลื้อ-ไทยล้านนาฯ ปี 69

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 12 เมษายน 2569 ที่สนามโรงเรียนบ้านถิ่น(ถิ่นวิทยาคาร) ตำบลบ้านถิ่น อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ พ.ต.ท.ธงชัย เนื่องพืช นายกเทศมนตรีตำบลบ้านถิ่น กล่าวต้อนรับและกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน นายต่อพงษ์ ทับทิมโต รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ประธานเปิด”งานสืบสานวัฒนธรรมไทลื้อ-ไทยล้านนา ตำบลบ้านถิ่น ประจำปี 2569″

จัดโดยเทศบาลตำบลบ้านถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ และสมาคมไทลื้อแห่งประเทศ สาขาจังหวัดแพร่ นำโดย นายภาสกร หม้อกรอง นายกสมาคมไทลื้อแห่งประเทศ สาขาจังหวัดแพร่ สภาวัฒนธรรมตำบลบ้านถิ่น ฝ่ายปกครองตำบลบ้านถิ่น

นำโดย นายภาสกร หม้อกรอง กำนันตำบลบ้านถิ่น โดยมีริ้วขบวนพี่น้องไทลื้อ-ไทยล้านนาตำบลบ้านถิ่นและพี่น้องไทลื้อ จังหวัดลำปาง ลำพูน และจังหวัดน่าน แต่ละขบวนมีการแต่งตัวแบบฉบับของไทลื้อ -ไทยล้านนาสวยงามมาก ที่บริเวณวัดบ้านถิ่น มีกาดมัวไทลื้อ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าทอ-เครื่องประดับของเก่าสวยงาม

โดยมี นายรักษา ถิ่นหลวง นายสมพงษ์ เหมืองหม้อรองนายกเทศมนตรี พ.ต.ท.ประพันธ์ ธุระกิจ ที่ปรึกษา นายแก้วศักดิ์ โป่งสม เลขานุการนายก พร้อมสมาชิกสภา นำโดย นางอัจฉรา นันต๊ะยานา ประธานสภา นายสิทธิเดช ประจญมาร ปลัดพร้อมเจ้าหน้าที่ พี่น้องชาวตำบลบ้านถิ่นไทลื้อ-ไทยล้านนา เทศบาลตำบลบ้านถิ่น นางสาวชนกนันท์ ศุภศิริ สส.แพร่ เขต 1

นอกจากนี้ยังมี นายณัฐ วังกาวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลสวนเขื่อน นายสราวุธ หมื่นโฮ้ง นายกเทศมนตรีตำบลทุ่งโฮ้ง นางสร้อยทอง หล้าคำมี นายกเทศบาลตำบลแม่คำมี มาร่วมงาน

นายต่อพงษ์ ทับทิมโต รอง อบจ.แพร่ เป็นตัวแทนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ มอบเงินสนับสนุน”งานสืบสานวัฒนธรรมไทลื้อ-ไทยล้านนา ตำบลบ้านถิ่น ประจำปี 2569″ จำนวน 100,000 บาท และในปีหน้าจะเพิ่มงบสนับสนุนในการจัดงานให้มากยิ่งขึ้น อาจจะให้งานเป็น 3 วัน

ทางนายภาสกร หม้อกรอง นายกสมาคมไทยลื้อแห่ง ประเทศไทย สาขาจังหวัดแพร่ กล่าวบนเวทีว่า ในนี้จัดได้ดีมี พี่น้องไทลื้อ-ไทยล้านนาจังหวัดแพร่ และพี่น้องไทลื้อจากจังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูนและจังหวัดน่าน มาร่วมงาน ทำให้งานเป็นอบอุ่นเป็นอย่างยิ่ง ปีหน้าจะจัดให้ยิ่งใหญ่มากกว่านี้ ทำให้ พี่น้องไทลื้อ-ไทยล้านนา ต่างปรบมือให้

ทาง พ.ต.ท.ธงชัย เนื่องพืช นายกเทศมนตรีตำบลบ้านถิ่น กราบขอบคุณพี่น้องไทลื้อ-ไทยบ้านนาจังหวัดแพร่และพี่น้องไทลื้อ จากจังหวัดลำปาง ลำพูนและจังหวัดน่าน ที่มาร่วมงาน และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวบรรยากาศช่วงปีใหม่เมืองหรือ เทศ กาลสงกรานต์ คืนนี้มีการจัดรำวงฟรีไม่เก็บบัตร แต่อย่างใด

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีเปิดกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ สืบสานวัฒนธรรมและส่งเสริมเศรษฐกิจ เมืองสวรรคโลก (หวันโลก Food & Fun) ปี 2569

วันนี้ (11 เมษายน 2569) เวลา 18.00 น. ณ สวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานเปิดโครงการการจัดกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ สืบสานวัฒนธรรมและส่งเสริมเศรษฐกิจอำเภอสวรรคโลกและเทศกาลอาหารดี ดนตรีสนุก เมืองสวรรคโลก (หวันโลก Food & Fun) ประจำปี 2569

โดยมี นายโกเมณ ชาลี นายอำเภอสวรรคโลก กล่าวต้อนรับ และนายสมเกียรติ ลิมปะพันธุ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองสวรรคโลก กล่าวรายงาน ในการนี้ นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต 4 , นางนงลักษณ์ ก้านเขียว สมาชิกวุฒิสภา , นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย , นายสมชาติ ลิมปะพันธุ์

นายกเทศมนตรีเมืองสวรรคโลก , นายเอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์ นายอำเภอศรีสัชนาลัย , หัวหน้าส่วนราชการ , บุคลากรและเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองสวรรคโลก , ผู้มีเกียรติ ประชาชน และนักท่องเที่ยวร่วมงาน ด้วยเทศบาลเมืองสวรรคโลกได้กำหนดจัดงานประเพณีสงกรานต์ สืบสานวัฒนธรรมและส่งเสริมเศรษฐกิจ อำเภอสวรรคโลก และเทศกาลอาหารดี

ดนตรีสนุก เมืองสวรรคโลก(หวันโลก Food & Fun) ประจำปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 11 – 15 เมษายน 2569 ณ สวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ 84พรรษา
เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการอนุรักษ์สืบสานประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงามของท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในอำเภอสวรรคโลก

สำหรับบรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนชาวสวรรคโลกและพื้นที่ใกล้เคียงให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก รวมถึงผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อพบปะครอบครัวและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบต.อ่างทอง ร่วมกับ กฟผ.จัดโครงการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิต สุขภาพ สร้างกำลังใจผู้สูงวัย ประจำปี 2569

วันที่ 8 เม.ย 2569 ที่ศาลาเอนกประสงค์ หมู่ที่ 3 บ้านเกาะสีดา ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิต สุขภาพ สร้างกำลังใจผู้สูงวัย องค์การบริหารส่วนตำบลอ่างทอง ประจำปี 2569 โดย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้นำข้าวสารมามอบให้ผู้สูงอายุ จำนวน 100 ถุง

โดยมี นายบังเอิญ พึ่งโพธิ์ทอง นายกอบต.อ่างทอง นายชลิต เพชรดี กำนันตำบลอ่างทอง น.ส.ชิดชนก กอวัฒนาวรานนท์ หัวหน้าแผนกพัฒนาเครือข่ายภาครัฐ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ( กฟผ.) นายมหยศ โกศิน หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ทับสะแก และนายสนม มณีแดง ประธานชมรมผู้สูงอายุตำบล

อ่างทอง พร้อม คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาอบต.อ่างทอง ผู้ใหญ่บ้าน พนักงานอบต.อ่างทอง จนท.รพ.สต.ในพื้นที่ อสม.และผู้สูงอายุตำบลอ่างทอง เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีวิทยากรจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.146 ค่ายพระมงกุฏฯ ร่วมเป็นวิทยากร

สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิต สุขภาพ สร้างกำลังใจผู้สูงวัยนั้น เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้รับความรู้ด้านการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ และการยอมรับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของวัยสูงอายุ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุในการทำกิจกรรมของชุมชน

ร่วมกับหน่วยงานราชการและผู้นำชุมชน ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเห็นคุณค่าและศักดิ์ศรีในตนเอง เกิดความรู้สึกรักและชื่นชมตนเอง มีกำลังใจ ใช้ชีวิตในสังคมต่อไป และส่งเสริมให้สังคมและประชาชนทุกภาคส่วนตระหนักถึงคุณค่า ของผู้สูงอายุและความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตชีวิตผู้สูงอายุในพื้นที่

///////////////////
ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0623644468

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นราธิวาส ปล่อยแถวขบวนรถรณรงค์ป้องกันช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพิ่มความเข้มงวดในการดูแล บนถนนสายหลัก

วันนี้ 9 เม.ย.69 ที่บริเวณจุดตรวจถาวร (บ้านปลักปลา) ตำบลลำภู อำเภอเมืองนราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดศูนย์ปฏิบัติการฯ และปล่อยแถวขบวนรถรณรงค์และประชาสัมพันธ์ การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” เพื่อรณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุในช่วงวันหยุดยาว

โอกาสนี้ นายรุสดี ปูรียา นายอำเภอเมืองนราธิวาส กล่าวต้อนรับ นายธวัชชัย เลิศไกร หัวหน้าสำนักงาน ปภ.จังหวัดนราธิวาส กล่าวรายงาน พร้อมกันนี้ ปลัดจังหวัดนราธิวาส ขนส่งจังหวัดนราธิวาส ประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส ศึกษาธิการจังหวัดนราธิวาส ท้องถิ่นจังหวัดนราธิวาส และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม
ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จังหวัดนราธิวาส ได้ดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลควบคู่กับการขับเคลื่อนงานอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อมุ่งลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว//

ช่วงเทศกาลโดยรวมไม่น่าเป็นห่วงมากนัก เนื่องจากมีการจัดเวรยามดูแลความปลอดภัยตามหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำลังจากชุด ชคต. หน่วยทหารพราน ตำรวจ ฉก.นย. ฉก.นราธิวาส และ ตชด. ปฏิบัติหน้าที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งวงนอก วงกลาง และวงใน อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคืออำเภอสุไหงโก-ลก ซึ่งมีการจัดกิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์และมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและมาเลเซียจำนวนมาก จึงขอให้เพิ่มความเข้มงวดในการดูแล โดยเฉพาะบนถนนสายหลัก

ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตอาสา มีความระมัดระวัง และคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองควบคู่การดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนสำหรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ได้กำหนดช่วงดำเนินการเข้มข้น 7 วัน ระหว่างวันที่ 10–16 เมษายน โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนเดินทางอย่างสุขใจและปลอดภัย พร้อมกำหนดตัวชี้วัดการดำเนินงาน ได้แก่ อุบัติเหตุไม่เกิน 41 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ (Admit) ไม่เกิน 45 คน และผู้เสียชีวิตไม่เกิน 3 คน
ทั้งนี้ ได้บูรณาการแผนและความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย โดยดำเนินงานภายใต้ 5 มาตรการหลัก ได้แก่

การบริหารจัดการ การลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม การลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ ผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย (การลดพฤติกรรมเสี่ยง) และการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ เพื่อให้การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจากนี้ จังหวัดนราธิวาส ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 ณ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนราธิวาส เพื่อเป็นศูนย์กลางในการอำนวยการ ประสานงาน และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด//ขณะเดียวกัน ทั้ง 13 อำเภอในพื้นที่ ได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฯ ในระดับอำเภอ พร้อมทั้งจัดตั้งจุดตรวจ จุดบริการประชาชน บนเส้นทางสายหลัก และตั้งด่านชุมชนในเส้นทางสายรอง เพื่อดูแลความปลอดภัย อำนวยความสะดวกในการเดินทาง และให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้
///////////////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวแพร่ “ตามจิก” หลัง ปปท.5 ร่วมเครือข่ายฯ ขึงพืด ศูนย์ราชการแพร่ และโรงงานฯ สร้างผลกระทบชาวบ้าน

ตามที่เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา นายสัญชาติ อุปนันชัย ผอ.ปปท.เขต 5 มอบหมายให้ นายณัฏฐนันท์ บัวศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 3 นางสาวสาริสา รอดถาวร ผู้อำนวยการกลุ่มงานป้องกันการทุจริตภาครัฐ นางสาวพิชยา พรหมมา นักวิชาการยุติธรรมชำนาญการ นางสาวณัฐชานันท์ เสถียรนักวิชาการยุติธรรมชำนาญการ นายอภิชาติ ทิพย์ชมภู นักสืบสวนชำนาญการ ร่วมกับเครือข่าย ปปท.แพร่ ฯ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 9 จังหวัดลำปาง นายจักรกริช พลดาหาญ รองผู้ตรวจเงินแผ่นดิน (สตภ.9) นายอาภาพรเอี้ยงทอง ผู้อำนวยการกลุ่มนายวรรณชัย แก้วมณีย์ นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการ

สำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดแพร่ นายอนุชา สัตยดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนัก
งานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดแพร่ นายพรพจน์ หมู่ธิมา ผู้อำนวยการกลุ่ม นายพิพัฒน์พล สุภา วิศวกรปฏิบัติการ ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 นายชาญชัย แก้วประดับ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ นางพิชญา ธารากรสันติ เจ้าหน้าที่คดี พิเศษชำนาญการพิเศษ กอ.รมนจังหวัดแพร่ พ.ต.พัฒธพล สุทธพันธ์ รองหัวหน้ากลุ่มงานประสานความมั่นคง,ร.อ.พงศ์สนั่น ศรีธยศหัวหน้าชุดรวบรวมตรวจสอบข่าวสาร 310 (จรต. 310) สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดแพร่ นางสาวกันยา สุขเจริญพนักงานคุมประพฤติชำนาญการพิเศษ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดแพร่ นางสาวพัฒน์นรี มากต่าย นิติกร สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดแพร่,นางสาว รัตน์สุดา โอดเทิง เจ้าพนัก งานป้องกันการทุจริตชำนาญการพิเศษ นายชัยวัลย์ ตันสุหัช เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตปฏิบัติการ นางกอบเพชร หาญพัฒนพาณิชย์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 16 ในฐานะประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดแพร่ ได้มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรีภาคิน ชมภูพันธ์ รองประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดแพร่ เข้าร่วมติดตาม แต่งานต่างจังหวัด

จึงมอบหมายให้ นายธีรพงษ์ ธงออน ที่ปรึกษาฯ ด้านประชาสัมพันธ์ ศูนย์ประสานงานเครือข่ายภาคประชาสังคมในการต่อต้านการทุจริตจังหวัดแพร่ นายรัฐพล แสงดอก ประธานคณะทำงานศูนย์ประสานงานเครือข่าย นายธีรพงษ์ ธงออน นางเอมอร พรหมดี นางเครือวัลย์ ปัญญาไวย คณะทำงานศูนย์ประสานงานเครือข่ายฯ 24 คน ร่วมฟังสรุปสถานการณ์การก่อสร้างศูนย์ราชการจังหวัดแพร่ ที่ผู้รับเหมากำลังทิ้งงานที่ห้องประชุมสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดแพร่ โดยมีนายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ผู้รับผิดชอบโครงการเป็นประธานที่ประชุม

ซึ่งในเรื่องนี้ นายสิทธิภัทร ปาละนันทน์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดแพร่ ให้ข้อมูลกับที่ประชุมว่า จังหวัดแพร่ ได้รับจัดสรรงบประมาณจากสำนักปลัดกระทรวงมหาดไทย ตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ 2563 สร้างศูนย์ราชการจังหวัดแพร่ งบประมาณทั้งสิ้น
657, 115,400 บาท ทำการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีประกวดราคาอิเล็ก
ทรอนิกส์ แล้วได้ตกลง จ้างบริษัทอัครกร ดีเวลลอปเม้น จำกัด ร่วมกับ บริษัท ไชน่าเรลเวย์ China Ride Way Number ประเทศไทยนับเบอร์ 10 Z(ประเทศไทย)จำกัด สัญญาจ้าง ก่อสร้างในวงเงิน 539,995,000.00 บาท ระยะก่อสร้างเวลาก่อสร้าง 1,080 วัน จำนวน 237 งวดงาน เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2564 สิ้นสุดสัญญาจ้างวันที่ 14 มีนาคม 2567

โครงการก่อสร้างดังกล่าวต้องเผชิญกับสภาวะการระบาดของโรคโควิด ทำให้โครงการล่าช้ากว่าปกติ จึงได้รับการช่วยเหลือตามมาตรการ เร่งรัดการปฏิบัติงาน ให้เพิ่มเวลาการทำงานอีก 554 วันนับตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2567 ถึงวันที่ 19 กันยายน 2568ซึ่งสิ้นสุดวันดังกล่าวโครงการพึ่งรุดหน้า ไปเพียงร้อยละ 25% เท่านั้น จึงมีค่าปรับวันละ 539,995 บาท ขอบเขตงานก่อสร้างประกอบด้วย 1.อาคารศาลากลางจังหวัดสูง 4 ชั้น จำนวน 1 หลัง 2. อาคารหอประชุมขนาด 1,000 คนจำนวน 1 หลัง 3. อาคารโรงอาหารจำนวน 1 หลัง 4. อาคารสโมสรร้านค้า จำนวน 1 หลัง และ 5. งานผังบริเวณและสิ่งก่อสร้างประกอบ ซึ่ง ณ.ปัจจุบันในภาพรวมผลการก่อสร้างจริงสะสมก่อสร้างได้เพียงร้อยละ 25.13 เท่านั้น มีการเบิกจ่ายล่วงหน้าร้อยละ 15 เป็นเงิน 81,000,000 บาท เงินเบิกจ่าย 36 งวดเป็นเงิน 63,759,200 บาท คงเหลือค้างจ่าย 201 งวด จำนวน 395,235,800 บาท คิดเป็นร้อยละ 73

นายณัฏฐนันท์ บัวศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 3 กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มชัดเจนว่า บริษัทผู้รับจ้าง รถคนงานและขนอุปกรณ์ออกจากจุดก่อสร้างศูนย์ราชการ เชื่อว่าจะเป็นการทิ้งงานแน่นอน ขณะนี้กำลังเข้าสู่กระบวนการยกเลิกสัญญากับบริษัทผู้รับจ้างและต้องมาหาผู้รับจ้างใหม่ขขขเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อฟังจากการชี้แจงจากบริษัทผู้รับจ้าง ที่ผ่านมาต้องเผชิญกับสถานการณ์โรคโควิด จึงมีการขยายระยะเวลา แต่ผู้รับจ้างก็มิได้ดำเนินการตามกำหนดเวลา เมื่อมาดูหน้างานพบว่า ไม่เป็นไปตามสัญญา ซึ่งถือว่าเป็นการเสียโอกาสอย่างมาก ถึง ณ.ปัจจุบันต้องมาคำนวณดูว่า เนื้องานที่เกิดขึ้นกับเงินที่ได้รับไปตรงกันหรือไม่ และต้องคำนวณว่ารัฐมีความเสียหายมากน้อยแค่ไหน ซึ่งต้องมีการปรับเพิ่มเติม

และในวันเดียวกันเวลา 13.30 น.ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลปงป่าหวาย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ นายณัฏฐนันท์ บัวศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 3 นางสาวสาริสา รอดถาวร ผู้อำนวยการกลุ่มงานป้องกันการทุจริตในภาครัฐ นายจักรกริช พลดาหาญ รองผู้ตรวจเงินแผ่นดิน (สตภ.9) นายอนุชา สัตยดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดแพร่ นายชาญชัย แก้วประดับ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ (DSI) นายธีรพงษ์ ธงออน ที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ ได้มอบหมายจาก ว่าที่ร้อยตรีภาคิน ชมภูพันธ์ รองประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดแพร่ ให้เป็นผู้แทนคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดแพร่ นางเครือวัลย์ ปัญญาไวย เครือข่ายภาคประชาสังคมในการต่อต้านการทุจริตจังหวัดแพร่ นายรัฐพล แสงดอก

ประธานพร้อมคณะ รวม 24 คน ฯ เข้าตรวจสอบการทำงานของภาครัฐกรณี โรงงานกรีนเทอร์มินอล จำกัด ผู้ผลิต “ชีวมวลไม้อัดแท่ง” ที่ปล่อยมลภาวะทางเสียง ทางอากาศ จนส่งผลกระทบชาวบ้านบ้านต้นม่วงหมู่ 1 ตำบลปงป่าหวายรอบๆ โรงงานในรัศมี 600 เมตร มีอาการป่วยทางเดินหายใจ และบางรายแพทย์แนะนำให้อพยพออกไปอยู่ที่อื่นเพื่อความปลอดภัย โดยได้นัดหมายหน่วยงานรัฐที่ อาทิ อุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่(ทสจ.แพร่) สาธารณสุขจังหวัดแพร่ ผู้บริหารเทศบาลตำบลปงป่าหวาย และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแพร่ โดยเฉพาะการประชุมครั้งนี้ สส.พิมไจ นางสาวลักษณารีย์ ดวงตาดำ ส.ส.แพร่ เขต 3 เดินทางมาด้วยตัวเองเพื่อขอฟังสภาพปัญหาที่ทางราชการละเลยการบังคับใช้กฎหมาย และได้เข้าหารือหาต้นเหตุการณ์ปัญหาในห้องประชุมได้เปิดให้ทางราชการได้ชี้แจง

ทางโรงงานมีการก่อตั้งเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาและเมื่อเกิดปัญหาเข้ามาแก้ไขอย่างไร ซึ่งทางอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ ยืนยันว่า โรงงานถูกต้องทุกประการทั้งการขออนุญาตและไม่มีการปล่อยมลภาวะเกิดค่ามาตรฐาน ทาง ทสจ.แพร่ ก็ยืนยันว่าโรงงานแห่งนี้ขออนุญาตจากกรมโรงงานตามข้อ 34 (4) ให้ใช้ไม้นอกประเภทจำนวน 13 ชนิด ซึ่ง ทสจ.แพร่ได้เข้าตรวจถึง 2 ครั้ง พบมีเพียงไม้จามจุรีเป็นวัตถุดิบเท่านั้น และได้โชว์ภาพผ่านหน้าจอโปรเจ็คเตอร์ในห้องประชุม

ส่วนทางด้านสาธารณสุขจังหวัดแพร่ ได้กล่าวถึงมีผู้ป่วยทางเดินหายใจในบริเวณรอบๆ โรงงาน ได้ส่งรถตรวจคุณภาพอากาศก็พบว่ามีค่ามาตรฐาน ไม่เป็นอันตราย ทางศูนย์ดำรงธรรมจัวหวัดแพร่ ก็แจ้งว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายตามระเบียบทุกประการ ในส่วนของผู้ได้รับผลกระทบทางเทศบาลปงป่าหวาย ที่มารอฟังการพิจารณาของ ปปท.ภาค5 ซึ่งหลายคนไม่ได้เข้าฟังเป็นชาวบ้านห้ามเข้าฟังเพียงให้ส่งตัวแทนเข้าไปในห้องประชุมเท่านั้นในขณะที่ นางนงลักษณ์ ปลาเงิน ตัวแทนชาวบ้าน ได้กล่าวถึงความไม่ปกติในการก่อตั้งโรงงานจนเกิดมลภาวะในชุมชน โรงงานมีการขออนุญาตที่ผิดปกติ โดยเฉพาะ การรับฟังความคิดเห็นต่อชุมชนเพื่อก่อตั้งโรงงานในวันที่ 10 ธันวาคม 2565 ไม่มีการรับฟังความคิดเห็นแต่แจ้งว่าจะมาซื้อเศษไม้เหลือใช้ในชุมชนไปจำหน่ายต่อ (เศษไม้ในชุมชนคือไม้สัก)

หลังจากนั้นโรงงานขออนุญาตจากกรมโรงงาน ใบ รง. 4 ลำดับที่ 34 (4 ) ใบอนุญาตนี้ใช้ไม้นอกประเภทอยู่ในประเภทไม้ 13 ชนิดเท่านั้น ไม่มีไม้สัก จากนั้นได้นำเครื่องจักรมาเพิ่มเติมเพื่อบดอัดไม้เป็นไม้อัดแท่ง ในปี 2567 มีการแจ้งขอเพิ่มเครื่องจักรเป็น 800 แรงม้า วันที่ 7 สิงหาคม 2567 แต่ก็มิได้ขออนุญาตเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวข้องอาทิกฎหมายควบคุมมลภาวะ กฏหมายท้องถิ่นนางนงลักษณ์ กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่ตั้งโรงงานมายังไม่มีการขออนุญาตใบประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ( อภ.2 ) มาตั้งแต่เริ่มกิจการ ซึ่งผู้รักษากฎหมายไม่มีการปฏิบัติบังคับใช้กฎหมายมานาน ถือเป็นการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ มีตัวแทนจาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแพร่ และธรรมมาภิบาลจังหวัดแพร่ เสนอให้ ปปท.เร่งดำเนินการตามกฎหมายเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง

หลังจากนั้นทางตัวแทนชาวบ้านได้นำเอกสารหลักฐานการระเมิดกฎหมาย การกระทำผิดกฎหมาย การละเว้นไม่บังคับใช้กฎหมาย รวบรวมเป็นเอกสารส่งให้กับ นายณัฏฐนันท์ บัวศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ3 และยื่นต่อนางสาวลักษณารีย์ ดวงตาดำ ส.ส.แพร่ เขต 3 ต่อมา คณะ ปปท.ภาค 5 ได้เดินทางไปดูโรงงานเข้าพบ นายศักดา พรมเลิศ ผู้จัดการโรงงาน ภายในโรงงาน มีการหารือ หาทางออกร่วมกัน ปรากฏว่า โรงงานพยายามยืนยันว่าโรงงานสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน มีการจ้างแรงงานในชุมชน ในขณะที่แกนนำชาวบ้านยืนยันว่าจ้างแรงงานในชุมชนเพียง 1 รายเท่านั้น และที่สำคัญคือการรับซื้อไม้สักในชุมชน มีผู้ประกอบการไม้สักกว่า 200 รายที่โรงงานรับซื้อ ซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านต้องนำเศษไม้สักไปเผาทิ้งไม่ได้ประโยชน์ เป็นคำพูดของนายศักดากล่าวกับนายณัฏฐนันท์ และคณะ ปปท.ที่เข้าหารือ

ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ขัดต่อคำชี้แจงของ ทรัพยา กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่ในห้องประชุมอย่างชัดเจน ซึ่งผู้รับฟังจึงเข้าใจได้ว่า การชี้แจงในห้องประชุมเป็นเพียงข้อมูลตบตา ปปท. อย่างไม่เกรงกลัวความผิดใดๆจากสภาพปัญหาการระเมิดกฎหมายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่สนใจแม้แต่ คณะ ปปท. ถือว่าเป็นการไม่ให้ความสำคัญกับการปราบปรามทุจริตในวงราชการหลังจากที่ปปช.ภาค 5 ได้ลงพื้นที่รับทราบข้อมูลไปทั้งหมดแล้ว ชาวจังหวัดแพร่ต่างมีความกังวล กับเรื่องการศูนย์ราชการจังหวัดแพร่และการตรวจโรงงานไม้ที่เด่นชัย ซึ่งในเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ ปปท.5 แจ้งว่า ตอนนี้หน่วยงานเพิ่งส่งรายงานมา ที่ ปปท.5

ส่วนการลงพื้นที่นั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาและป้องปรามการทุจริต ในที่ประชุมก็ได้มีข้อสังเกตข้อแนะนำไปแล้วตามที่เราได้ให้แต่ละฝ่ายชี้แจง ให้หน่วยงานได้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ ส่วนเอกสารที่ได้รับมาทาง ปปท.5 จะขอตรวจเอกสารก่อนผู้สื่อข่าวขอแจ้งให้พี่น้องชาวแพร่ ที่ติดตามในเรื่องนี้ว่า ทางราชการมีขั้นตอนการทำงาน ขอให้วางใจกับหน่วยงานปปท. 5 ส่วนหน่วยงานในจังหวัดแพร่ ที่ส่วนเกี่ยวข้องทั้งสองเรื่องนั้น อยู่ที่ข้อมูลและหลักฐานที่สำคัญคือ พฤติกรรมที่ผ่านมาว่า เป็นอย่างไรบ้าง ต้องรอเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหาร-ด่านตม.แตก! แรงงานลาวทะลัก พุ่งวันละ 5,000 คน แห่กลับบ้านฉลองสงกรานต์ ตรวจเต็มสูบ-จัดน้ำดื่มคลายร้อน

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 บรรยากาศที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหารเป็นไปอย่างคึกคัก ตั้งแต่เวลา 06.00 น. มีแรงงานชาว สปป.ลาว จำนวนนับพันคนเดินทางมาจากกรุงเทพฯ และพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อรอต่อรถโดยสารระหว่างประเทศมุกดาหาร – สะหวันนะเขต กลับไปเฉลองเทศกาลสงกรานต์กับครอบครัว พบสัมภาระยอดฮิต “ถุงสายรุ้ง” วางเรียงรายเต็มสถานี

นางสาวพัชรีวรรณ หอมหวล หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่ง สำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า ในปีนี้มีแรงงานเดินทางกลับเป็นจำนวนมาก ทางขนส่งจังหวัดได้จัดเตรียมมาตรการรองรับไว้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการตรวจความพร้อมของรถโดยสารและพนักงานขับรถ ซึ่งต้องมีระดับแอลกอฮอล์เป็นศูนย์ 100% รวมถึงการตรวจสารเสพติด เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารทุกคนในช่วงเทศกาลที่มีการเดินทางหนาแน่น

ด้านนายเดชา แสงสุวรรณ นายสถานีเดินรถสาขามุกดาหาร ระบุว่า ปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ต้องมีการบริหารจัดการเดินรถอย่างใกล้ชิด โดยได้มีการประสานงานเสริมรถโดยสารระหว่างประเทศให้เพียงพอต่อความต้องการ เพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้างที่สถานี และอำนวยความสะดวกในการซื้อตั๋วและการขึ้นรถให้เป็นระเบียบเรียบร้อยที่สุด

ขณะที่บรรยากาศโดยทั่วไป พบว่าแรงงานส่วนใหญ่ต่างหอบหิ้วสัมภาระและของฝากจำนวนมาก โดยเฉพาะถุงสายรุ้งใบใหญ่ที่เป็นที่นิยม เนื่องจากบรรจุของได้มากและสะดวกต่อการเคลื่อนย้าย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องคอยจัดระเบียบการเข้าคิวที่ยาวเหยียดให้เป็นไปอย่างคล่องตัว
ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สงกรานต์2569 #มุกดาหาร #แรงงานลาวกลับบ้าน #บขสมุกดาหาร #เที่ยวสงกรานต์ #ความปลอดภัยทางถนน #สะหวันนะเขต #ลาว #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand

มุกดาหาร-ด่านตม.แตก! แรงงานลาวทะลักกลับบ้านสงกรานต์คาดพุ่งวันละ 5,000 คน ตม.ระดมกำลังเปิดช่องตรวจเต็มสูบ-จัดน้ำดื่มคลายร้อน

เมื่อวันที่ 10 เมษายน บรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาของแรงงานชาว สปป.ลาว ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จังหวัดมุกดาหารทวีความคึกคักอย่างยิ่ง โดยที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 มุกดาหาร-สะหวันนะเขต มีแรงงานจำนวนมากเดินทางมารอคิวเพื่อผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองตั้งแต่รุ่งเช้า หลังเดินด้วยรถโดยสารมาจากกรุงเทพฯ และภาคตะวันออก

พ.ต.ท.ฏการ เข็มพิลา รอง ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร เปิดเผยถึงสถานการณ์ล่าสุดว่า ในปีนี้มียอดแรงงานเดินทางกลับเพิ่มขึ้นจำนวนมาก โดยคาดการณ์ว่าในช่วงของเทศกาลสงกรานต์จะมีแรงงานชาว สปป.ลาว เดินทางผ่านด่านพรมแดนมุกดาหารเพื่อกลับสู่แขวงสะหวันนะเขตและพื้นที่ใกล้เคียง เฉลี่ยสูงถึงวันละ 5,000 คน ซึ่งถือเป็นจำนวนที่หนาแน่นมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ

พ.ต.ท.ฏการ กล่าวว่า เพื่อให้การบริการเป็นไปอย่างรวดเร็วและลดความแออัด ตม.มุกดาหาร ได้ดำเนินการตามมาตรการเชิงรุกโดยเปิดช่องตรวจเต็มอัตรามีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าประจำจุดตรวจทุกช่องทางเพื่อให้การประทับหนังสือเดินทางและตรวจสอบเอกสารทำได้รวดเร็วที่สุด ลดระยะเวลาการรอคอยของประชาชน และยังได้ดำเนินการจัดพื้นที่พักคอย เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและจำนวนคนมหาศาล ทางด่านได้จัดเตรียมเต็นท์และที่นั่งพักคอยไว้รองรับแรงงานที่เดินทางมาถึง เพื่อไม่ให้ต้องยืนเบียดเสียดกลางแดด นอกจากนี้ ยังมีการตั้งจุดบริการน้ำดื่มสะอาดไว้คอยให้บริการฟรีตลอดทั้งวัน เพื่อช่วยคลายความเหนื่อยล้าให้กับแรงงานอีกด้วย

“ตม.มุกดาหาร ให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกควบคู่ไปกับความมั่นคง เป้าหมายคือต้องการให้พี่น้องแรงงานได้รับความสะดวกสบายที่สุด ไม่ตกค้างที่หน้าด่าน และสามารถเดินทางกลับไปหาครอบครัวได้ทันในช่วงเทศกาลสำคัญนี้” พ.ต.ท.ฏการ กล่าว
ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สงกรานต์2569 #ตมมุกดาหาร #แรงงานลาว #กลับบ้านสงกรานต์ #มุกดาหาร #สะพานมิตรภาพไทยลาว2 #สะหวันนะเขต #ข่าววันนี้ #อำนวยความสะดวก #มุกดาหารวันนี้ #ลาว #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #สำนักข่าวCIAประเทศไทย #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /เปิดงาน “แอ่วน้ำมวบ ม่วนสะหลี ชมวิถีปี๋ใหม่เมืองสันติสุข” ครั้งที่ 3 ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่นและท่องเที่ยวเชิงชีวภาพ

สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO จัดพิธีเปิดงาน “แอ่วน้ำมวบ ม่วนสะหลี ชมวิถีปี๋ใหม่เมืองสันติสุข” ครั้งที่ 3 ณ วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์พอเพียงร่วมใจสันติสุข (ลานสาธารณะบ้านน้ำโซ้ง) ตำบลดู่พงษ์ อำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน เพื่อมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

นายเทิดบุญ ศิลารมณ์ นายอำเภอสันติสุข เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมโดยงานในครั้งนี้มี หน่วยงานปกครองอำเภอสันติสุข พร้อมด้วยเทศบาลตำบลสันติสุข สำนักงานเกษตรอำเภอสันติสุข สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดน่าน พัฒนาชุมชนอำเภอสันติสุข และภาคีเครือข่ายอย่าง เป็นหน่วยงานร่วมบูรณาการ ในการส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ให้สามารถยกระดับรายได้ผ่านเครื่องมือ “ท่องเที่ยวชีวภาพ/ตลาดปันรักษ์” ซึ่งเป็นการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น พืชสมุนไพร และอาหารพื้นบ้านมาสร้างเป็นจุดขายทางด้านการท่องเที่ยว

เพื่อผลักดันการพัฒนาประเทศตามแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพอย่างเป็นรูปธรรม
บรรยากาศภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การแสดงทางวัฒนธรรมจากเยาวชนในพื้นที่ การเยี่ยมชมตลาดน้ำโซ้ง กิเด้อ (ตลาดปันรักษ์ มินิ) การจัดแสดงบูธบริการใช้สมุนไพรพื้นบ้าน และนิทรรศการการพัฒนาพื้นที่สูงของโครงการหลวง ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนและภาคส่วนต่างๆ ที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง

การจัดงานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการประชาสัมพันธ์ช่องทางการตลาดให้แก่ชุมชน แต่ยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เครือข่ายเกษตรกรและกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือในการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นให้คงอยู่สืบต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

“ห้างหุ้นส่วนจำกัด น่านเคมีภัณฑ์ มอบอุปกรณ์ป้องกันและสนับสนุนการปฎิบัติงานการดับไฟป่าของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดน่าน”

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569ห้างหุ้นส่วนจำกัด น่านเคมีภัณฑ์ โดย นายคมกฤษณ์ ระวังยศ กรรมการผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด น่านเคมีภัณฑ์ ได้มอบอุปกรณ์ป้องกันและสนับสนุนการปฎิบัติงานการดับไฟป่าของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อใช้ในการดับไฟป่า และช่วยบรรเทาเรื่องฝุ่น PM 2.5 โดยมีรายการอุปกรณ์ที่มอบ ดังนี้ 1)

เครื่องเป่าใบไม้คาซากิ 5 ตัว 2)ไฟส่องสว่างติดถาดหัว 12 ชุด 3)ไม้ตบดับไฟ 12 ชุด 4)เครื่องพ่นฉีดน้ำสพายหลัง 12 อัน 5)ลาโค่ชุดดับไฟป่า 12 ชุด 6)หน้ากากเชฟตี้เปลี่ยนไส้ 12 ชุด 7)น้ำดื่ม 50 แพ็ค โดยมี นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้รับมอบ ณ ศาลากลางจังหวัดน่าน

เกษตรจังหวัดน่าน เตรียมการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำสวน ระดับเขต

วันที่ 10 เมษายน 2569 นายชัยพร นุภักดิ์ เกษตรจังหวัดน่าน มอบหมายให้ นายจักรพันธ์ อินไสย หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต และเจ้าหน้าที่กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน

ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอภูเพียง ลงพื้นที่เตรียมการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำสวน ระดับเขต ประจำปี 2569 เพื่อวางแผนเตรียมการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพทำสวน ระดับเขต ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ณ แปลงเกษตรของนายเกษม รุณใจ ตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่านเข้มแก้ปัญหาไฟป่า–หมอกควัน ยกระดับ “เคาะประตูบ้าน” คุมเข้มพื้นที่เสี่ยง ปิดป่าอุทยานศรีน่าน 100% ถึง 30 เม.ย.นี้

นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จังหวัดน่าน ณ ห้องประชุมที่ทำการปกครองอำเภอเวียงสา

จังหวัดน่าน พร้อมเชื่อมต่อระบบออนไลน์ไปยังทุกอำเภอ เพื่อติดตามสถานการณ์ประจำสัปดาห์ โดยภาพรวมค่าหมอกควันและฝุ่นละอองยังอยู่ในระดับสูง สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากหมอกควันจากนอกพื้นที่พัดเข้ามาสะสม

ที่ประชุมได้เน้นย้ำ 3 อำเภอที่พบจุดความร้อนสูงสุด ได้แก่ อำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย และอำเภอแม่จริม ให้ทบทวนการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ พร้อมกำชับการดำเนินมาตรการของจังหวัดทั้ง 12 ข้ออย่างต่อเนื่อง

ในทุกพื้นที่ ยกระดับบจัดการสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 จัดกำลังและเฝ้าระวัง ตั้งด่านตรวจจุดสกัดทางเข้า – ออกพื้นที่ป่าอย่างเข้มงวด เพิ่มจุดสกัด ตลอด 24 ชั่วโมง และลาดตระเวนป้องกันพื้นที่เสี่ยงไฟป่า เข้มข้น ให้ควบคุมสถานการณ์อย่างทันท่วงที

อนุมัติเงินทดรองราชการเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ในพื้นที่วิกฤต อำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย และอำเภอแม่จริม ระหว่างวันที่ 7 ถึง 30 เมษายน 2569 โดยสนับสนุนเป็นค่าอาหาร น้ำดื่ม น้ำมันเชื้อเพลิง รวม 3 อำเภอ กว่า 3.9 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน จังหวัดได้ยกระดับมาตรการเพิ่มเติมอีก 1 ข้อ คือ “เคาะประตูบ้านแบบมุ่งเป้า” โดยบูรณาการกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร ลงพื้นที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมเข้าป่าหาของป่าในพื้นที่อำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย และอำเภอนาหมื่น

ให้จัดทำบัญชีรายชื่อจากผู้นำชุมชน พร้อมจัดชุดปฏิบัติการนำโดยปลัดอำเภอประจำตำบล ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน ให้คำแนะนำ สร้างความเข้าใจถึงข้อห้าม ข้อปฏิบัติ และบทลงโทษถึงระดับครัวเรือน รวมถึงมอบสิ่งของจำเป็นเพื่อสร้างความร่วมมือ พร้อมรายงานผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดเฝ้าระวังป้องกันไฟป่า ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญเข้าสู่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโดยจังหวัดน่านได้ประกาศ “ปิดป่าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน 100%” ห้ามบุคคลภายนอกเข้าโดยเด็ดขาด

พร้อมตั้งจุดตรวจจุดสกัดตลอด 24 ชั่วโมง จัดเวรยาม 3 กะ เพื่อควบคุมการเข้า-ออกพื้นที่ป่าอย่างเข้มงวด ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า จุดดังกล่าวเป็นเส้นทางสำคัญเข้าสู่พื้นที่ป่า จึงจำเป็นต้องควบคุมอย่างเข้มงวด โดยจังหวัดได้สนับสนุนงบประมาณด้านอาหารและเชื้อเพลิง เพื่อลดภาระของเจ้าหน้าที่

พร้อมกันนี้ ยังได้เพิ่มมาตรการเชิงรุก ทั้งการจัดชุดลาดตระเวนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 10 คน เดินเท้าเฝ้าระวังไฟป่า และมาตรการเคาะประตูบ้าน เพื่อขอความร่วมมือประชาชนงดเข้าป่าในช่วงเดือนเมษายน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในช่วงท้าย ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง และฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชน ให้ดูแลสุขภาพ และใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นบ.ยส.24 จับแก๊งค้ายารายใหญ่ ได้ 4 คน ของกลางเคตามีน 4 กระสอบ 200 ห่อ/กก. มูลค่า 40 ล้านบาท อ.บ้านแพง จ.นครพนม

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 18.00 น. กองทัพบก โดย พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 อำนวยการให้ กกล.สุรศักดิ์มนตรี/สกัดกั้น ฯ ตอนบน/ บก.ควบคุมที่ 1 (ร.3) โดย พ.อ.ศรณณัฐ นวลมณี ผบ.กรม ทพ.21/ผบ.ฉก.ทพ.21 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวภาคประชาชน ว่าจะมีการขนย้ายยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านฉวยโอกาสก่อนสงกรานต์ เข้ามาในพื้นที่ อ.บ้านแพง จ.นครพนม จึงสั่งการให้ ร.ท.วันชาติ เหมือนปืน ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2101 ฉก.ทพ.21 จัดกำลังชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วทำการซุ่มเฝ้าตรวจ บริเวณ พื้นที่ บ.แพงใต้ ม.11 ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ได้ตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยขับออกมาจากพื้นที่ใกล้เคียง กำลังชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วจึงได้ประสานมายัง ฉก.ทพ.2101 ฉก.ทพ.21 เพื่อดำเนินติดตามและสกัดกั้น

ครั้นเมื่อเวลา 19.50น ได้ตรวจพบรถยนต์คันดังกล่าว จอดทิ้งไว้ข้างโรงแรมแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ บ.เนินคนึง ม.5 ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม และมีรถจักรยานยนต์ขับมารับคนขับรถยนต์หลบหนีไป ในขณะกำลังจะเข้าตรวจสอบพบกลุ่มวัยรุ่น เดินออกมาจากโรงแรม เพื่อมายังรถยนต์คันที่จอดทิ้งไว้ หน่วยฯ จึงได้เข้าซักถามและตรวจสอบ ทราบชื่อ นายพชรพล พงษ์พุทธรักษ์ (ทราบชื่อภายหลัง) ภูมิลำเนา อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร มีอาการท่าทีพิรุธผิดปกติ แสดงตัวตนว่าเป็นเจ้าของรถยนต์ ในระหว่างทำการพูดคุย มีรถยนต์ต้องสงสัย ภายในมีชายต้องสงสัย 2 คน ทราบชื่อ น.ส.อนุชิตา พันมหา อายุ 18 ปี ภูมิลำเนา อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร และนายณัฐพงค์ มงคลสุภา อายุ 20 ปี ภูมิลำเนา อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ซึ่งคาดว่าจะเป็นรถยนต์นำทางวิ่งเข้ามา จึงเข้าทำการตรวจสอบ

โดยทั้งหมดเมื่อเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่จึงให้การร่วมมือโดยสารภาพว่ามารับยาเสพติด เพื่อจะนำไปส่งในพื้นที่ จ.มุกดาหาร และสามารถจับกุมภายในห้องพักได้อีก 1 คน ทราบชื่อ นายพิสิษฐ์ อุสุพันธ์ อายุ 24 ปี ภูมิลำเนา อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงได้ทำการตรวจสอบภายในรถยนต์ของนายธิติพลฯ พบเป็นยาเสพติดประเภทวัตถุออกฤทธิ์ทางประสาท (เคตามีน) จำนวน 4 กระสอบ ประมาณ 200 กก. วางอยู่ท้ายรถ หน่วยจึงจังกุมผู้ต้องหา จำนวน 4 คน และตรวจยึดของกลาง วัตถุออกฤทธิ์ทางประสาท (เคตามีน) จำนวน 4 กระสอบ ประมาณ 200 ห่อ/กก., รถยนต์ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ ปาเจโร่ ทะเบียน กท 3588 อุบลราชธานี, รถยนต์ ยี่ห้อ อีซูซุ ดีแมกซ์ ทะเบียน บท 8164 มุกดาหาร, โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง และ แท็บเล็ต จำนวน 1 เครื่อง

จากการสอบถามแก๊งค้ายาในครั้งครั้งนี้ให้การที่เป็นประโยชน์เพื่อทำการขยายผลการจับกุมกลุ่มนายทุนใหญ่ที่ให้การสนับสนุน โดยให้มารับและให้ทำการขนย้าย โดยติดต่อผ่านการใช้โทรศัพท์มือถือ ซึ่งได้รับค่าจ้างขนย้ายในครั้งนี้ จำนวน 300,000 บาท เพื่อนำไปส่งต่อให้ขบวนการค้ายาในพื้นที่ จ.มุกดาหาร อาศัยก่อนช่วงสงกรานต์ลักลอบขนย้ายเพื่อเข้าสู่พื้นที่ตอนในปลายทาง กทม. เพื่อให้กลุ่มนายทุนรายใหญ่ ซึ่งยาเสพติดประเภทวัตถุออกฤทธิ์ทางประสาท (เคตามีน) จำนวน 4 กระสอบ ประมาณ 200 กก. หากคิดตามเกณฑ์ของ ปปส. จำนวน 1 กก. ราคาจะอยู่ที่ 200,000 – 250,000 บาท จะมีมูลค่าสูงประมาณ 40 ล้านบาท หรืออาจจะมากกว่า ถือเป็นการจับกุมขบวนการแก๊งค้ายารายใหญ่ในพื้นที่ จ.นครพนม

หน่วยฯ จึงได้ดำเนินการขนย้ายมายัง บก.ร้อย.ฉก.ทพ.2101 ฉก.ทพ.21 เพื่อทำการตรวจสอบ และตรวจนับอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมตรวจยึดรถยนต์ของกลางที่ใช้ในการกระทำความผิด พร้อมจะประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ร่วมบูรณาการตรวจยึดบันทึกภาพ และนำของกลางดำเนินการส่ง พงส.สอบสวน สภ.บ้านแพงฯ เพื่อนำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.โคกขาม จัดทำโครงการชุมชนสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรม ปี พศ.2569

วันที่ 8เมษายน พ.ศ.2569 เวลา9.00น ที่สภ.โคกขาม จัดทำโครงการชุมชนสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมประจำปีงบประมาณปี พศ.2569พ.ต.อ.จักรพงศ์ ตราบดี ผกก.สภ.โคกขาม
พ.ต.ท.ไชยภูมิ ฉลองภูมิ รอง ผกก.ป.สภ.โคกขาม หัวหน้าวิทยากร
พ.ต.ท.มานะ พราหมณีสวป.สภ.โคกขาม บรรยายภัยออนไลน์พ.ต.ท.วิษณุกร ยังจันอินทร์ สว.อก.สภ.โคกขามบรรยาย จิตอาสาสถานีตำรวจภูธรโคกขาม

  1. หลักการและเหตุผล ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มุ่งเน้นการป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน (Community Policing) เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ประกอบกับสถานการณ์อาชญากรรมในปัจจุบันมีความซับซ้อนและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับโครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ซึ่งมุ่งเน้นให้ประชาชนมีจิตสาธารณะ มีความเสียสละ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและชุมชนของตนเอง
    จะดังนั้น การป้องกันอาชญากรรมจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ ควบคู่กับการปลูกฝังจิตอาสาในการดูแลสังคม สถานีตำรวจภูธรโคกขาม จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น
  1. วัตถุประสงค์
    2.1 เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันอาชญากรรม
    2.2 เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแส
    2.3 เพื่อเสริมสร้างจิตอาสาและจิตสาธารณะในการดูแลชุมชน
    2.4 เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับประชาชน
    2.5 เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการดูแลความสงบเรียบร้อยของชุมชน
    ทีมข่าวสมุทรสาคร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สวนสัตว์นครราชสีมา รับขวัญสมาชิกใหม่ “ลูกฮิปโปแคระ” เพศเมีย ครบรอบ 37 ปี

นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 เวลา 13.44 น. สวนสัตว์นครราชสีมาได้ต้อนรับสมาชิกใหม่เป็น “ลูกฮิปโปแคระ” จำนวน 1 ตัว ซึ่งเกิดจากแม่หมูกรอบ (พี่สาวของหมูเด้ง) และพ่อขนุน

โดยผลการตรวจสุขภาพเบื้องต้นพบว่าเป็นเพศเมีย มีน้ำหนักแรกเกิด 5 กิโลกรัม ความยาวลำตัว 57 เซนติเมตร และความสูง 23.5 เซนติเมตร สุขภาพโดยรวมแข็งแรงสมบูรณ์ดี เดินเก่งและเริ่มเรียนรู้การกินนมแม่ได้เป็นอย่างดี
เน้นสวัสดิภาพสัตว์เป็นสำคัญ (Animal Welfare) ในช่วง 1 เดือนแรกนี้

ทางสวนสัตว์ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนและแฟนคลับ “ยังไม่เปิดให้เข้าชมตัวจริง” เนื่องจากเป็นช่วงที่น้องยังบอบบางมาก ต้องอาศัยการดูแลจากแม่หมูกรอบอย่างใกล้ชิด โดยมีทีมสัตวแพทย์และผู้ดูแล (Zookeeper) เฝ้าติดตามอาการตลอด 24 ชั่วโมง

เพื่อให้มั่นใจว่าน้องจะมีพัฒนาการที่สมบูรณ์ที่สุด อย่างไรก็ตาม ทุกท่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและภาพความน่ารักรายวันได้ทางเพจ Facebook: สวนสัตว์นครราชสีมา KORAT ZOO เชิญชวนร่วมกิจกรรม “ตั้งชื่อหลานสาวหมูเด้ง” เพื่อเป็นการเฉลยปริศนาทายวันเกิดที่ผ่านมา สวนสัตว์ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสนุกต่อเนื่องกับกิจกรรม “ประกวดตั้งชื่อลูกฮิปโปแคระ” เพื่อชิงรางวัลพิเศษจากทางสวนสัตว์

ระยะเวลาร่วมกิจกรรม: ตั้งแต่วันนี้ – 20 เมษายน 2569 ช่องทาง: ผ่านช่องทางออนไลน์ (รายละเอียดติดตามได้ที่หน้าเพจสวนสัตว์)
เตรียมเปิดตัวยิ่งใหญ่ ครบรอบ 37 ปี สำหรับกำหนดการอวดโฉมความน่ารักอย่างเป็นทางการ นายธนชน ระบุว่าได้วางกำหนดเปิดตัวสมาชิกใหม่ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่เป็น วันครบรอบการก่อตั้งสวนสัตว์นครราชสีมา ปีที่ 37 โดยจะมีการจัดกิจกรรมต้อนรับอย่างอบอุ่นและเตรียมพื้นที่รองรับนักท่องเที่ยวให้ได้รับความประทับใจสูงสุด
“เรามุ่งหวังว่าสมาชิกใหม่ตัวนี้จะเป็นทูตสิทธิสัตว์และเป็น Soft Power สำคัญที่จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า พร้อมสร้างความสุขให้กับชาวจังหวัดนครราชสีมาและนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ แล้วพบกันวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ครับ” นายธนชน กล่าวทิ้งท้าย

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คืนป่าแลกอาชีพ” สบขุ่นโมเดลฟื้นป่า 1,908 ไร่ ชุมชน–ซีพี–รัฐ ผนึกกำลังแก้ปัญหาดอยหัวโล้นและหมอกควันไฟป่า

นายเกรียงไกร ฝีปากเพราะ นายอำเภอท่าวังผา เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตร “โครงการคืนป่าแลกอาชีพทางเลือก” ภายใต้ “สบขุ่นโมเดล” ซึ่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ ขับเคลื่อนโครงการเพื่อฟื้นฟูผืนป่าต้นน้ำของจังหวัดน่าน ควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพทางเลือกที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกร

ทั้งนี้เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้กับเกษตรกรที่ร่วมสละพื้นที่ทำกินบางส่วนคืนสู่ธรรมชาติ พร้อมปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำเกษตรจากพืชเชิงเดี่ยวสู่การทำเกษตรทางเลือกที่ใช้พื้นที่น้อยแต่สร้างมูลค่าสูง และสามารถอยู่ร่วมกับผืนป่าได้อย่างสมดุล โดยมี นายสำรวย ผัดผล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองจัง, นายยุทธนา ดวงประภากร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าคา, หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และชาวบ้านบ้านสบขุ่น เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ที่บริเวณโรงแปรรูปวิสาหกิจชุมชน สร้างป่า สร้างรายได้ บ้านสบขุ่น อ.ท่าวังผา จ.น่าน

นายอรรถวิทย์ ยุทธยศ ผู้จัดการทั่วไป ด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ปัญหาดอยหัวโล้นและหมอกควันไฟป่าเป็นหนึ่งในวิกฤตสิ่งแวดล้อมสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน เศรษฐกิจ และทรัพยากรธรรมชาติในภาพรวม

เครือเจริญโภคภัณฑ์จึงได้เข้ามามีบทบาทในการร่วมแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยวางแนวทางดำเนินงาน 4 ด้าน ได้แก่ การลด การป้องกัน การสนับสนุน และการสร้างความยั่งยืน ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคการศึกษา และภาคชุมชนในพื้นที่

ตลอดเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ร่วมกับชุมชนบ้านสบขุ่นดำเนินโครงการฟื้นฟูผืนป่า ภายใต้ “สบขุ่นโมเดล” โดยมุ่งเน้น 3 เป้าหมายสำคัญ ได้แก่ การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน และการสร้างชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

พร้อมกันนี้ยังได้ส่งเสริมอาชีพทางเลือกให้กับชุมชน เช่น โครงการ กาแฟสร้างป่าสร้างรายได้ ที่พัฒนาตั้งแต่กระบวนการผลิตในแปลง การแปรรูปที่มีคุณภาพ ตลอดจนการพัฒนาต้นแบบธุรกิจร้านกาแฟของวิสาหกิจชุมชน เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนควบคู่กับการอนุรักษ์ป่า

สำหรับ โครงการคืนป่าแลกอาชีพทางเลือก ในปีนี้ มีเกษตรกรเข้าร่วมจำนวน 38 ราย คืนพื้นที่ป่ารวม 1,908 ไร่ ให้กลับคืนสู่ธรรมชาติ และหากรวมการดำเนินงานตั้งแต่ปีที่ 1 ถึงปีที่ 3 สามารถคืนพื้นที่ป่าได้แล้วกว่า 6,313 ไร่ โดยพื้นที่ดังกล่าวจะให้ชุมชนบ้านสบขุ่นร่วมกันดูแลรักษาตามกติกาที่ชุมชนกำหนด

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการ มอบทุนการศึกษาให้กับบุตรสมาชิกกลุ่ม จำนวน 5 ราย เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษา พร้อมทั้ง มอบเครื่องเป่าลมและอุปกรณ์สนับสนุนการปฏิบัติงานให้กับเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า เพื่อนำไปใช้ในการป้องกันและควบคุมสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ อันเป็นการเสริมศักยภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัดน่าน

อย่างไรก็ตามโครงการคืนป่าแลกอาชีพทางเลือก” ภายใต้ “สบขุ่นโมเดล” สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ในการร่วมกันฟื้นฟูผืนป่า ควบคู่กับการสร้างอาชีพที่มั่นคงให้กับประชาชนในพื้นที่ พร้อมเดินหน้าการอนุรักษ์และพัฒนาชุมชนอย่างสมดุล เพื่อให้ผืนป่าต้นน้ำของจังหวัดน่านกลับมาอุดมสมบูรณ์และยั่งยืนต่อไปในอนาคต/ภาพ-ข่าว/รพีพร เพชรเจริญ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / Primus Group ทุบสถิติ! รับตลาด EV พุ่ง กวาดยอดจองสูงสุด ใน Motor Show 2026

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน กลุ่มบริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป และทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง เปิดเผยว่า Primus Group ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ระดับชั้นแนวหน้าของประเทศไทย ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยสร้างสถิติใหม่ในการทำตัวเลขยอดจองสูงสุดมากถึง 1,649 คัน จากการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานแสดงรถยนต์ 5 ยี่ห้อชั้นนำ ได้แก่ Mercedes-Benz, Zeekr, MG, Deepal และ Aion ในงาน Bangkok International Motor Show 2026 (BIMS 2026) ที่อิมแพค เมืองทองธานี ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group สามารถคว้ารางวัลยอดเยี่ยมหลายรายการ โดย ZEEKR PRIMUS รับรางวัลยอดจองสูงสุดอันดับ 1 ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล, MG PRIMUS รับรางวัลยอดจองสูงสุด อันดับ 2 และ DEEPAL PRIMUS ได้รับรางวัลยอดจองสูงสุดอันดับ 1 ในรุ่น S07 ใหม่ รวมทั้งรางวัลที่ปรึกษาการขาย รางวัลด้านการตลาด และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย
ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทแม่ทั้ง 5 ยี่ห้อ ให้ความสำคัญกับตลาดรถยนต์ในประเทศไทย

โดยมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่เหมาะสมในด้านราคาและความคุ้มค่า รวมทั้งการจัดแคมเปญส่งเสริมการขาย ประกอบกับสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่มีความผันผวนอย่างรุนแรง และมีแนวโน้มการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้บริโภคให้ความสนใจเป็นเจ้าของรถยนต์กลุ่มรถไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์รถยนต์จีน ที่มียอดจองมากกว่า 50% ของยอดจองทั้งหมดในงาน BIMS 2026 สะท้อนให้เห็นความต้องการของผู้บริโภคคนไทย และบทบาทของยานยนต์ไฟฟ้าที่มีต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในอนาคต

ผสานกับวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจของ Primus Group มุ่งสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ และมีผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย หลากหลาย สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคคนไทยได้เป็นอย่างดี ผสานกับแนวคิดหลัก Customer Centric ที่มุ่งเน้นการบริการระดับลักชัวรีครบวงจร รองรับความต้องการและสร้างประสบการณ์ใหม่ที่เหนือความคาดหมายให้แก่ลูกค้าได้อย่างครอบคลุมในทุกมิติ ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลทำให้ Primus Group ประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างมั่นคงในระยะเวลาอันรวดเร็ว

นายณัฏฐวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า Primus Group ยังคงมุ่งพัฒนาองค์กรให้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น ทั้งการขยายเครือข่าย การบริหารจัดการ และการยกระดับมาตรฐานบุคลากร-การบริการให้ครอบคลุมอย่างรอบด้าน เพื่อมอบประสบการณ์ตรงที่มีคุณภาพและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าในทุกระดับชั้น พร้อมกันนี้ ยังมุ่งสร้างมาตรฐานการบริการใหม่ที่เหนือระดับสำหรับลูกค้าของเรา ในฐานะผู้นำธุรกิจผู้จำหน่ายรถยนต์ของไทย

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group เปิดเผยว่า ในงาน BIMS2026 ที่อิมแพค เมืองทองธานี ถือเป็นงานแสดงรถยนต์ระดับนานาชาติ ที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคคนไทยเป็นอย่างสูง โดยปีนี้ มียอดจองรถยนต์โดยรวมอยู่ที่ 132,951 คัน เติบโตกว่า 71.8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว สะท้อนถึงกำลังซื้อและการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์ไทยได้อย่างชัดเจน
ในงาน BIMS 2026 กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group ได้สร้างผลงานอย่างโดดเด่น ด้วยการทำสถิติใหม่ มียอดจองสูงสุดเป็นประวัติการณ์มากถึง 1,649 คัน พร้อมรางวัลยอดจองรถยนต์สูงสุด ทั้งในภาพรวมและแยกตามประเภทรุ่นรถยนต์ ครอบคลุมทั้งระดับองค์กรและระดับบุคคล รวมถึงรางวัลด้านการตลาดยอดเยี่ยม และรางวัลมาสเตอร์ของงาน BIMS 2026 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและศักยภาพการดำเนินงานขององค์กรโดยรวม

ความสำเร็จในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของทีมงานในทุกภาคส่วน ตั้งแต่การวางแผนกลยุทธ์ การบริหารเครือข่ายผู้จำหน่าย ไปจนถึงการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอนของการขายและบริการหลังการขาย Primus group ยังคงให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับการบริหารงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ทั้งรักษามาตรฐานด้านบริการให้มีคุณภาพและดียิ่งขึ้นต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บก.ควบคุมที่ 1(ร.3) กกล.สุรศักดิ์มนตรี ร้อย.ฉก.ทพ.2107 ฉก.ทพ.21 จับ โจรกรรมรถจักรยานยนต์ข้ามชาติ ส่งสปป.ลาว ริมฝั่งแม่น้ำโขง

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ที่บริเวณแนวชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่ บ.นาห้วยกอก ม.4 ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล ร้อย.ฉก.ทพ.2107 ฉก.ทพ.21 โดย ร.อ.พิชิตพล เคนดา ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2107 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวประชาชน ว่าจะมีการนำรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานศุลกากร บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง

พื้นที่ บ.นาห้วยกอก ม.4 ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร พิกัด VD 967001 จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้ประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ชป.พิเศษ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี (ฉก.ทพ.21), ชฝด.3 นฝด.21, ตร.มว.ตชด.ที่ 2344 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอดอนตาล เพื่อร่วมวางแผนบูรณาการทำการวางกำลังดักซุ่มและจับกุม ครั้นเมื่อเวลา 1700 ชุดซุ่ม ตรวจพบเรือกีบติดเครื่องยนต์แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว เข้ามายังริมฝั่งแม่น้ำโขงประเทศไทย

จากนั้นได้มีกลุ่มบุคคลต้องสงสัยประมาณ 1-3 คน ทำการนำรถจักรยานยนต์ลักษณะจูงรถจักรยานยนต์ลงบันใดจะลักลอบนำขึ้นเรือเพื่อส่งออกไปยังประเทศ สปป.ลาว ชุดซุ่ม สังเกตุเห็นพฤติกรรมอันควรสงสัย จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่และให้สัญญาณหยุดเพื่อเข้าทำการตรวจสอบและจับกุม เมื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ได้แสดงอาการตื่นตกใจ ได้ขับเรือกีบติดเครื่องยนต์หลบหนีข้ามไปยัง สปป.ลาว อย่างรวดเร็ว และกลุ่มบุคคลที่ร่วมลำเลียงรถจักรยานยนต์ อาศัยความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนีไปได้

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ ตรวจพบรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน จอดทิ้งอยู่ในลักษณะนอนล้มอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ชุดจับกุม จึงได้ทำการตรวจยึดจับกุมของกลาง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Yamaha รุ่น YZF-R15 150 ซีซี สีน้ำแดง-ขาว หมายเลขทะเบียน 3 กฉ 6411 กทม. หมายเลขเครื่องยนต์ G3C1E-0003036 หมายเลขตัวถัง MH3RG041111003017ไว้เป็นหลักฐาน ตรวจสอบโดยรอบบริเวณไม่มีสิ่งผิดกฎหมายอื่นใด และนำของกลางกลับมายัง ฐานปฏิบัติการ ร้อย.ฉก.ทพ.2107 บ.ตาลรุ่ง ม.12 ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จว.มุกดาหาร

เจ้าหน้าที่หน่วยฯ ได้ประสานฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมบันทึกภาพถ่าย วิดีโอ การตรวจยึด ไว้เป็นหลักฐาน พร้อมดำเนินการทำบันทึกการตรวจยึด และนำส่งของกลาง ให้ พนักงานสอบสวนสภ.ดอนตาล เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

รวบแล้ว “โฮม คำเภา” หนีคดีลักพาตัวเด็ก 12 ปี หลบป่านานนับเดือน สุดท้ายไม่รอดถูกจับคาถนน

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร สามารถติดตามจับกุมนายใคร คำเภา หรือ “โฮม” อายุ 53 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีลักพาตัวเด็กหญิงวัย 12 ปี ได้สำเร็จ หลังหลบหนีเข้าไปซ่อนตัวในพื้นที่ป่านานกว่า 1 เดือน ก่อนถูกจับกุมขณะขับรถจักรยานยนต์ออกมาซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน

จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า รู้จักกับครอบครัวของเด็กหญิงเป็นอย่างดี และได้พาเด็กออกจากบ้านไปด้วยเหตุผลส่วนตัว โดยระหว่างหลบหนีได้อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ใช้น้ำจากแหล่งน้ำใกล้เคียง และออกมาจัดหาสิ่งของเป็นครั้งคราว

นางสาวกฤษณา ศรีลาศักดิ์ ครูประจำชั้นของเด็กหญิง กล่าวว่าหลังทราบข่าวน้องหายตัวไป ตนรู้สึกเป็นห่วงมาก กังวลว่าน้องจะถูกนำไปตกระกำลำบาก กระทั่งได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่า พบตัวน้องแล้ว จึงทำให้รู้สึกโล่งใจและรีบเดินทางมาพบน้อวที่ สภ.ดอนตาล

ด้าน พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การบุกรุกเคหสถาน และการพาผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี ออกจากผู้ปกครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพของเด็กเป็นอันดับแรก พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลและฟื้นฟูสภาพจิตใจอย่างเหมาะสม
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #มุกดาหาร #ช่วยเหลือเด็ก #ความปลอดภัยเด็ก #สภดอนตาล #CIAThailand

ไฟลุกลามเข้าป่าละเมาะหวิดเข้าชุมชนท่ามกลางลมพัดแรงไฟลามป่าละเมาะลุกลามขยายเป็นวงกว้าง เกือบเข้าพื้นที่ชุมชนเนื่องจากมีกระแสลมพัดแรงตลอดทั้งวัน คาดมีคนลักลอบจุดไฟเผาขยะแล้วเกิดลุกลามจนควบคุมไม่ได้

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 15.30 น. ที่ผ่านมาศูนย์วิทยุ 191 ของตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหารได้รับแจ้ง มีเหตุไฟไหม้ป่าหญ้า ลุกลามจะเข้าบ้านเรือนประชาชนซึ่งเป็นชุมชนใหญ่ บริเวณชุมชนเมืองใหม่ 2 ซอย ผ่องใส ใกล้กับสี่แยกเมืองใหม่เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร จึงได้แจ้งให้เทศบาลเมืองมุกดาหาร นำรถน้ำดับเพลิงเข้าไปช่วยฉีดน้ำดับไฟที่กำลังลุกไหม้ป่าหญ้าแห้งดังกล่าว

ที่เกิดเหตุพบเปลวไฟกำลังลุกไหม้เศษหญ้าแห้งในป่าละเมาะเป็นบริเวณกว้างและมีกลุ่มควันจำนวนมากลอยปกคลุมไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางสภาพอากาศที่มีลมพัดแรงตลอดเวลา ชาวบ้านที่มีบ้านเรือใกล้เคียง และเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมเจ้าหน้าที่เทศบาลต่างช่วยกันดับไฟอย่างโกลาหล

ต่อมาได้มีรถน้ำดับเพลิงของเทศบาลเมืองมุกดาหาร จำนวน 4 คัน เข้าไปช่วยฉีดน้ำดับไฟที่กำลังลุกลามอยู่โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ในวงจำกัดโดยไม่มีทรัพย์สินของชาวบ้านได้รับความเสียหายนอกจากป่าที่อยู่ข้างบ้านประชาชนถูกไฟไหม้เป็นบริเวณกว้างเท่านั้น

ส่วนสาเหตุของการเกิดไฟไหม้และลุกลามในครั้งนี้ สอบถามผู้เช่าห้องพักบริเวณดังกล่าว บอกว่า คาดว่าเกิดจากมีคนจุดไฟเผาขยะในบริเวณพื้นที่ฝั่งตรงข้ามซึ่งของส่วนหลังหอพัก แต่ก็ไม้ได้คิดอะไรจนออกไปธุระได้ประมาณ 30 นาทีก็มีเพื่อโทรบอกว่าไฟไหม้ใกล้ห้องเลยต้องกลับมาดูห้องพร้อมเคลื่อนรถออกจากที่บริเวณดังกล่าว

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขบวนไม้ข้ามชาติเหิมหนัก ! สจป.3 แพร่ “สนธิกำลัง” ร่วมตรวจยึดไม้ชิงชันแปรรูป,ไม้ประดู่แปรรูป ,ไม้ประดู่ท่อน พท.รอยต่อแพร่-น่าน

ตามวันที่ 6-7 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 08.00 น. ทางสำนักจัดการทรัพยา
กรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ อำนวยการโดย นายธนรัตน์ แปงใจ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ นายเสน่ห์ แสนมูล ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า นายสุวิทย์ ฟูคำ หัวหน้าฝ่ายป้องกันรักษาป่า
มอบหมายให้ ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป. 3 สาขาแพร่ สนธิกำลังร่วมกับ -เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นน.13(น้ำสา) ,
นน.14(แม่สาคร)-เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 สปป.3 (ภาคเหนือ) -เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดศปทส.ภาค 5 ร่วมกันตรวจยึดไม้ของกลาง

สำหรับของกลางมีดังนี้ 1.ไม้ชิงชันแปรรูป จำนวน 7 ผ/ลปริมาตร 0.983 ม3.คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 294,900 บาท 2.ไม้ประดู่แปรรูป จำนวน 2 ผ/ลปริมาตร 0.288 ม3.คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 20,160 บาท จำนวน 2 ผ/ลปริมาตร 0.288 ม3.คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 20,160 บาท 3.ไม้ประดู่ท่อน จำนวน 11 ท่อนปริมาตร 5.026 ม3.คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 175,910 บาท โดยใช้

ดวงตรา ต.10978 ย.1114 เลขเรียง 24 – 34 ปีย่อ 69 ตีประทับไว้ที่หน้าตัดของไม้ทุกท่อนตามลำดับ และร่วมกันจัดทำบันทึกการตรวจยึดพื้นที่บุกรุกและไม้ของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเวียงสา จ.น่าน สำหรับพื้นที่ดังกล่าวเป็นรอยต่อระหว่างจังหวัดแพร่และจังหวัดน่าน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้มอบหมายให้ นายสุวิทย์ ฟูคำ เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส เป็นผู้กล่าวโทษร้องทุกข์ และนายสุชาติ สายลม เจ้าหน้าที่ตรวจป่า เป็นพยาน เหตุเกิดบริเวณ ป่าห้วยแม่ถา ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำสาฝั่งขวาตอนขุน ด้านทิศเหนือของหมู่บ้านภักดีธรรม หมู่ที่ 7 ตำบลยาบหัวนา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. พิกัด 47Q 649442 E 2053791 N
สำหรับไม้ของกลางได้มอบหมายให้หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นน.13 (น้ำสา) เก็บรักษาตามระเบียบต่อไป

นายเสน่ห์ แสนมูล ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กล่าวว่า ไม้ชุดนี้เป็นไม้ตกค้าง ที่กลุ่มขบวนการค้าไม้มีค่าข้ามชาติ ได้ลักลอบตัด เพื่อรอการขนย้ายไปยังโกดังเป้าหมาย ในภาคกลาง แต่เนื่องจากถูกทางการกดดันสกัดกั้น จึงไม่สามารถหาแหล่งรับซื้อ จนเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวสามารถตรวจค้น ตรวจยึดได้ไม้ของกลาง เป็นการสกัดกั้นและตัดวงจรขบวนการทำไม้มีค่าข้ามชาติ เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร

ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ที่กำชับให้เพิ่มความเข้มข้นในการสกัดกั้นและตัดวงจรขบวนการค้าไม้ข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะไม้มีค่าหายากที่มักถูกลักลอบส่งออก และจะเร่งดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดในขบวนการนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง