สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในพื้นที่อ.ปาย

22 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 17.30 น. พล.ต.ต.ทรงกริช ออนตะไคร้ ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน , พ.ต.อ.สำเร็จ สามสีทอง ผกก.สภ.ปาย ,พ.ต.ท.วีรภัทร คำลาพิช รอง.ผกก.สภ.ปาย ร่วมกับ ตำรวจท่องเที่ยแม่ฮ่องสอน ,ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองแม่ฮ่องสอน , ฝ่ายปกครองอำเภอปาย, สาธารณสุขอำเภอปาย,กต.ตร.สภ.ปาย

ร่วมกันแถลงข่าวการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในพื้นที่อำเภอปาย จากนั้นได้ทำการตรวจศูนย์ ศปก.สภ.ปาย จุดบริการประชาชนถนนคนเดิน และเดินตรวจบริเวณถนนคนเดิน เพื่อแนะนำนักท่องเที่ยวที่ฝ่าฝืนสูบกัญชาในที่สาธารณะ และทำการเปรียบเทียบปรับ ณ ศปก.สภ.ปายฯ จำนวน 10 ราย ตลอดจนแนะนำร้านจำหน่ายกัญชาห้ามจำหน่ายกัญชาเพื่อสูบในร้านหากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ..

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จับวัยรุ่นสปป.ลาว3 ราย ค้าของเก่าข้ามแม่น้ำโขง มาไทยจ.มุกดาหาร​

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568​ ที่ผ่านมา​ กองร้อยหมวดสกัดกั้นฯที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีการลักลอบขนสินค้าผ่านช่องทางธรรมชาติข้ามมายังฝั่งประเทศไทย

จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และวางแผนทำการจับกุมร่วมกับกองร้อยทหารราบ และกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 ออกตรวจในพื้นที่ หมู่ 2 บ.หว้านน้อย ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร พบเรือกีบเหล็กติดเครื่องยนต์แล่นจากฝั่ง สปป.ลาว

เข้ามายังท่าน้ำฝั่งประเทศไทย และมองเห็นวัตถุต้องสงสัยเป็นกระสอบสีขาวจำนวนหลายใบอยู่ในเรือ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวขอตรวจสอบสิ่งของภายในกระสอบพบว่าเป็นเศษโลหะที่ทำด้วยทองแดง รวมทั้งหมด 84 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 3,000 กก. และแบตเตอรี่เก่า จำนวน 39 ลูก

จึงได้ควบคุมตัวบุคคลที่อยู่ในเรือประกอบด้วยท้าว พิสะมอน พอนทิดา อายุ 43 ปี คนขับเรือ ท้าว ทะนะวัด สินนะสอน อายุ 18 ปี ท้าว เพดสะมัย สุพมมะวง อายุ 19 ปี อยู่บ้านบึงทะเล นะคอนไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว โดยทั้ง 3 คนได้ยอมรับว่า

ได้ลักลอบขนสิ่งของดังกล่าวนำขึ้นเรือขนข้ามมาประเทศไทย เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวและตรวจยึดของกลางนำส่ง ตม.มุกดาหาร และด่านศุลกากรมุกดาหารดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี- สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าเพชรฯ นำเดินแบบผ้าไทย ‘ตระการตาผ้าไทย สไตล์พริบพรี’ ในงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 38

ช่วงค่ำวันที่ 24 ก.พ.68 ร้อยตำรวจโทภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพชรบุรี เขต 3 พร้อมด้วย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ปลัดจังหวัดฯ หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชนและประชาชน ร่วมกิจกรรมเดินแบบผ้าไทยการกุศล “ตระการตาผ้าไทย สไตล์พริบพรี ธีมมนต์เสน่ห์แห่งสีสัน” ที่เวทีกลางในงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 38

โดยจังหวัดเพชรบุรี สานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้า สิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงมีพระราชดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”

คือ ความสุขที่ได้เลือกใช้ศิลปะ หัตถกรรมไทย และเพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชน ตลอดจนส่งเสริมกระตุ้นผ้าไทยให้ทันสมัยสู่สากล นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันหารายได้ผ่านการเดินแบบผ้าไทย โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผ่านสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี และสมาคมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเพชรบุรี อีกด้วย

สำหรับการจัดกิจกรรมเดินแบบผ้าไทยครั้งนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนที่มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก และสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้ชม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ได้เห็น หัวหน้าส่วนราชการภาครัฐ ผู้แทนภาคเอกชนในจังหวัดเพชรบุรี ร่วมกันสวมใส่ผ้าไทยเดินแบบ

พร้อมกับเด็กๆ และยังสามารถปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนที่มาร่วมเดินแบบรวมถึงที่ติดตามผู้ปกครองมาร่วมชมงานได้ชื่นชอบผ้าไทย และรักในอัตลักษณ์ความเป็นไทย.


นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬ จัดกิจกรรมรณรงค์ไม่เผาหยุดสร้างหมอกควัน ลดฝุ่นPM 2.5 ในเขต สปก.

วันที่ (25 ก.พ. 68) ที่วัดสามัคคีประชาสงเคราะห์ บ้านโสกพอก ต.บึงโขงหลง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดบึงกาฬ จัดกิจกรรมรณรงค์ไม่เผาหยุดสร้างหมอกควัน ลดฝุ่นPM 2.5 ในเขต ส.ป.ก.และมอบโฉนดที่ดิน ส.ป.ก.ให้กับประชาชน โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานพิธี มีนางสาวสงกรานต์ ตะนนท์

ปฏิรูปที่ดินจังหวัดบึงกาฬ นายเฉลิมเกียรติ แผนกิจเจริญ พัฒนาการจังหวัดบึงกาฬ นายสัตวแพทย์ ธีร์ พูดเพราะ ปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ นายกฤษฎา พลสิทธิ์ เกษตรจังหวัดบึงกาฬ นายพงษ์เทพ จันทร์ชิต ประมงจังหวัดบึงกาฬ นางจีรสุดา ศรีกุล หัวหน้าสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์บึงกาฬ นายทวี ชินณรงค์ นายอำเภอบึงโขงหลง หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนทั่วไป ให้การต้อนรับ

นางสงกรานต์ ตะนันท์ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า อำเภอบึงโขงหลง มีพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน 4 ตำบล ตำบลบึงโขงหลง ตำบลดงบัง ตำบลท่าดอกคำ และตำบลโพธิ์หมากแข้ง มีประชากร จำนวน 37,000 คน มีพื้นที่ประกาศเขตปฏิรูปที่ดิน 79,627 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกยางพารา ทั้งนี้ยังการทำนา ปศุสัตว์ ประมง อำเภอบึงโขงหลง ตระหนักรู้ถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับประเทศมากมาย

แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก เช่น ปู่อือลือถ้ำนาคา ชายหาดคำสมบูรณ์ น้ำตก ซึ่งสามารถยกระดับรายได้ของคนในพื้นที่ ทำให้มีความอยู่ดีกินดีสมกับคำขวัญจังหวัดบึงกาฬที่ว่า ภูทอกแหล่งพระธรรม ค่าล้ำยางพารางามตาแก่งอาฮง บึงโขงหลงเพลินใจ น้ำตกใสเจ็ดสี ประเพณีแข่งเรือ เหนือสุดแดนอีสาน นมัสการหลวงพ่อใหญ่ ศูนย์รวมใจศาลสองนาง จึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์ไม่เผา ให้ประชาชนได้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของมลพิษทางอากาศ หยุดสร้างหมอกควัน ลดฝุ่นละอองมลพิษ PM 2.5 พื้นที่เกษตรกรรมในเขตปฏิรูปที่ดิน

นายจุมพฏ วรรณฉัตรศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 และได้กำหนดให้การลดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญ โดยมีเป้าหมาย ที่จะลดปริมาณการเผาอย่างเป็นรูปธรรม จังหวัดบึงกาฬ ได้มีประกาศ เรื่อง ห้ามการเผาในที่โล่งทุกประเภทเพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศ ประจำปี พ.ศ.2568 รวมทั้งดำเนินโครงการและกิจกรรมต่างๆ

เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรหยุดการเผาและหันมาใช้เทคโนโลยี และวิธีการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเผาในพื้นที่เกษตรกรรมเป็นปัญหาที่มีความสลับซับซ้อน และท้าทายอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหา จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และพี่น้องเกษตรกรทุกท่าน การที่ ส.ป.ก.บึงกาฬ ได้จัดงานในวันนี้ถือว่าเป็นการให้คำสัตย์ปฏิญาณว่าจะไม่มีการเผาในเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งเป็นรูปแบบกิจกรรมที่เป็นการสร้างการมีส่วนร่วม และเพิ่มประสิทธิภาพ

ด้านนางนิตยา โคตทาริน เกษตรกรบ้านคำสมบูรณ์ หมู่ 3 ตำบลบึงโขงหลง หนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับโฉนดที่ดิน ส.ป.ก. กล่าวว่า ภูมิใจที่ได้โฉนด ส.ป.ก. มีที่ทำกินเกษตรทั้งหมด 14 ไร่ ได้มาแล้วก็ทำนาปลูกข้าว ปลูกยางพารา พืชผักสวนครัว จึงขอขอบคุณหน่วยงานภาครัฐที่ให้ความสำคัญกับเกษตรกร ชาวบ้านจะได้สร้างชีวิตที่ดีขึ้นเพิ่มมูลค่าในที่ดินผืนนี้ได้

นอกจากนี้ สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดบึงกาฬ ได้มอบโฉนดที่ดิน ส.ป.ก.ที่ทำกินให้เกษตรกรชาวอำเภอบึงโขงหลง ทั้ง 4 ตำบล จำนวน 340 ราย สร้างความดีใจให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก โดยให้เกษตรกรที่ได้รับโฉนดที่ดิน สปก.ได้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของมลพิษจากการเผา พร้อมเน้นย้ำว่า “ท่านเผา ส.ป.ก. ยึดที่ดินคืน”

นายณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /”ท่าเรือประจวบ” จัดงาน Town Hall 2025 ชูแผนธุรกิจ มุ่งสู่ Blue Port

บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด หรือ พีพีซี ผู้ให้บริการท่าเรือพาณิชย์เอกชน พร้อมให้บริการท่าเทียบเรือสำหรับเรือเดินทะเลพาณิชย์ และเรือบรรทุกสินค้าทั่วไป ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มเหล็กสหวิริยา โดยคุณจิร โชตินุชิต กรรมการผู้จัดการ ได้จัดงาน Town Hall 2025 เพื่อแถลงนโยบายและทิศทางการดำเนินงานในปี 2568 ณ ห้องประชุมธลาดล เมื่อวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้มุ่งเน้นการแถลงนโยบายและแผนงาน เพื่อนำไปสู่การปฎิบัติและเพิ่มประสิทธิภาพรอบด้านเริ่มด้วย คุณจิร โชตินุชิต กรรมการผู้จัดการ ได้กล่าวเปิดงานแสดงวิสัยทัศน์ พร้อมเปิดกลยุทธ์ธุรกิจ ประตูสู่เศรษฐกิจสีน้ำเงิน ด้านการขนส่งสินค้า ด้านกิจกรรมนอกชายฝั่ง ด้านการจัดการบริหารของเสีย และด้านการรักษาระบบนิเวศน์ทางทะเลเพื่อการเติบโตและความยั่งยืนที่สมดุลทางธุรกิจและทางทะเล ซึ่งถือเป็นนโยบายเรือธงของบริษัทในปีนี้ ต่อด้วยฝ่าย และหน่วยงานต่างๆ ที่มาร่วมรายงานผลการดำเนินงานของไตรมาส 4 ปี 2567 และแถลงแผนการดำเนินงานประจำปี 2568 ของแต่ละฝ่าย

โดยคุณจิร เผยว่า “นอกจากเราจะเป็นผู้ให้บริการท่าเทียบเรือแล้ว ขณะเดียวกันเราจะขยายธุรกิจก้าวไปเปิดตลาดโดยแบ่งธุรกิจออกเป็น 3 BU ประกอบด้วย Blue Transport , Blue Offshore , Blue Conservation เพื่อรองรับผู้มาใช้บริการรายใหม่ และให้ความสำคัญกับการบริหารธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกมิติ และมุ่งพัฒนาบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สามารถวางแผนการลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อกำหนดเป้าหมาย Net Zero ขององค์กร ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อก้าวสู่ BLUE PORT”

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.ทท.1 เปิดติวเข้มอาสาสมัคร ตร.ทท.พัทยา ปี 68

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 25 ก.พ.68 พล.ต.ต.นรเศรษฐ์ สุวรรณนิกขะ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 เป็นประธานในพิธีเปิดครงการอบรมสัมมนาอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว เพื่อดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ประจำปี พ.ศ.2568 ที่บริเวณห้องประชุมชั้น 2 ศาลาประชาคมที่ว่าการอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี โดยมี พ.ต.อ.แมน รถทอง ผกก.2 บก.ทท.1 พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 พ.ต.ท.ศุภรัตน์ มีปรีชา พ.ต.ต.อภิชาติ จารุรักษ์ สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง และนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ร่วมให้การต้อนรับ

ด้วยผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้อนุมัติลงวันที่ 18 ธันวาคม 2567 ให้สถานีตำรวจท่องเที่ยวทุกแห่งในสังกัดดำเนินการจัดทำโครงการฝึกอบรมสัมมนาอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว เพื่อดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ประจำปี พ.ศ.2568 โดยสอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 ของแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 เสริมสร้างความเข้มแข็งและภูมิคุ้มกันของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย (Resilient Tourism) มุ่งเน้นการสร้างความเจริญทางการท่องเที่ยวให้เข้าถึงทุกพื้นที่

โดยอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือขับคลื่อนนโยบายด้านการท่องเที่ยว และสนับสนุนการปฏิบัติงานภายใต้อำนาจหน้าที่ ภารกิจและความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวได้มีความรู้ ความเข้าใจในภารกิจหน้าที่ของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และภารกิจหน้าที่ของอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว การสังเกตตำหนิรูปพรรณคนร้าย การแจ้งข้อมูลข่าวสาร การเข้าระงับเหตุในสถานการณ์ต่างๆ

อีกทั้ง เพื่อให้อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว มีความรู้ ความเข้าใจในงานการบริการและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ตลอดจนเพื่อให้อาสสสมัครตำรวจท่องเที่ยว มีความรู้ ความเข้าใจทักษะขั้นตอนการปฏิบัติ ในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในกรณีประสบเหตุ และเพื่อให้อาสมัครตำตำรวจท่องเที่ยว มีความรู้ ความเข้าใจ ในแนวทางการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับด้านยุทธวิธีในการปฏิบัติงาน สามารถทำหน้าที่ในการร่วมปฏิบัติงานกับตำรวจท่องเที่ยว ภาคีเครือข่ายในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

สถานีตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 (ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา) จึงดำเนินการจัดโครงการอบรมสัมมนาอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว เพื่อดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ประจำปี พ.ศ.2568 โดยมีผู้เข้ารับการอบรมในครั้งนี้รวมประมาณ 180 คน

พล.ต.ต.นรเศรษฐ์ สุวรรณนิกขะ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 กล่าวด้วยว่าขอเป็นกำลังใจให้ผู้อบรมทุกท่านที่มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มาร่วมเป็นครอบครัวเดียวกันกับตำรวจท่องเที่ยว มาร่วมทำงานเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยร่วมกันต่อไป

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พัทยาขับเคลื่อนพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยสู่ Smart Senior /เซ็นทรัลพัทยารวบรวมร้านอร่อยในงาน Pattaya Street Food 2025 x Pattaya International Kite On The Beach 2025

วันที่ 25 ก.พ.68 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุเมืองพัทยา ในกิจกรรมนันทนากาีและกีฬาสัมพันธ์สร้างสุขผู้สูงวัย โดยมี นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา ว่าที่ร้อยตรี ชาญยุทธ ยังปรีดา คณะทำงานนายกเมืองพัทยา นายกรณ์ พัฒนสิน ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา ร่วมพิธีที่อาคารอเนกประสงค์ โรงยอม โรงเรียนเมืองพัทยา 2 (เจริญราษฎร์อุทิศ)

ดร.ศิวัช บุญเกิด ปลัดเมืองพัทยา กล่าวถึงโครงการนี้ว่า เป็นตามนโยบาย Better Pattaya ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยเป็น “Smart Seniorior” ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ มีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาคนในทุกช่วงวัยให้มีสุขภาวะที่ดี มีความพร้อมด้านกาย ใจ สติปัญญา มีจิตสาธารณะ โดยส่งเสริมให้ชุมชนเป็นฐานในการสร้างสุขภาวะที่ดี เพื่อเตรียมความพร้อมของประชากรเพื่อวัยสุงอายที่มีคุณภาพ

ฝ่ายส่งเสริมสุขภาพ ส่วนส่งเสริมสุขภาพ สำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เมืองพัทยาจึงจัดกิจกรรมนันทนาการและกีฬาสัมทันธ์สร้างสูงวัย” ขึ้น เพื่อส่งสริมการออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬาที่เหมาะสมกับวัย ช่วยเสริมสร้างให้ผู้สูงอายุมีสมรรถนะร่างกายแข็งแรง เกิดการผ่อนคลาย ลดความจ็บป่วย และมีความเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกัน โดยกิจกรรมประกอบด้วย การอบรมหลักการส่งเสริมสุขภาพ ด้วยการออกกำลังกายและกีฬาสัมพันธ์ ดังคำขวัญที่ว่า “สร้างสุข สุขภาพดี สานสัมพันธไมตรี Smart Senior พัทยา”

ทั้งนี้กีฬาสัมพันธ์ผู้สูงอายุเมืองพัทยาได้แบ่งออกเป็น 2 สี ได้แก่ สีชมพู และสีเขียว สีละ 50 คน แข่งขันในกีฬา 2 ประเภท คือ กีฬาสากล ได้แก่ แชร์บอล และกีฬามหาสนุก 7 ชนิด รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้แสดงถึงศักยภาพในการรวมกลุ่มแสดงโชว์กองเชียร์ และโชว์ขบวนพาเหรด ซึ่งบรรยากาษเป็นไปด้วยความสนุกสนานและเป็นกันเอง

เซ็นทรัลพัทยารวบรวมร้านอร่อยในงาน Pattaya Street Food 2025 x Pattaya International Kite On The Beach 2025 ชวนมาชิมเมนูเด็ดสตรีทฟู้ดไทยกว่า 500 รายกา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดกิจกรรมสร้างสีสันการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้การจัดงาน Pattaya Street Food 2025 x Pattaya International Kite On The Beach 2025 ระหว่างวันที่ 23 ก.พ.- 9 มี.ค.68 นี้ ที่ลานกิจกรรมซันเคน ฝั่งทะเล

ด้วยการรวบรวมร้านเด็ดเมนูดังสตรีทฟู้ดที่ขึ้นชื่อกว่า 500 เมนู มากกว่า 30 ร้านค้ามาบริการ ด้วยบรรยายกาศ Outdoor ชิม ชิลล์ ริมทะเล พร้อมฟังดนตรีสด รับชมพระอาทิตย์ตกยามเย็นของเมืองพัทยา อาทิ ร้าน Talaythai รวมเด็ดซีฟู๊ด หอยนางรม หอยเชลล์อบชีส กุ้งแม่น้ำ, ร้านซี่โครงหมูสุพรรณ ที่หอม นุ่ม อร่อยเข้าเนื้อ,

ร้านมาดามหมูกรอบ ที่พร้อมเสิร์ฟกับน้ำจิ้มสุดแซ่บ, ร้าน Grilled thai fish อาหารทะเลนึ่ง แจงรอน (ปลาจับไม้) เมนูเด็ดชลบุรี, ร้านเต็ง 1 ปลาหมึกทาโกะ ทอดซอสและไข่ปลาหมึกแสนอร่อย และร้านอื่นๆ อีกมากมาย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “แจ็ค” ลุยหนังเรื่องที่ 2 ควบตำแหน่ง โปรดิวเซอร์-ผู้กำกับ“Food Truck รัก(ลัก) หมูเด้ง” ดึง 3 ซุป’ตาร์ตัวตึง “มาริโอ้-แจ๊ส- หม่ำ จ๊กม๊ก” แสดงนำ

หลังจากที่เมื่อ 3 ปีก่อนเคยประสบความสำเร็จกำกับภาพยนตร์ “แดงพระโขนง” ร่วมกับเพื่อนสนิท เอ็กซ์-วัชรพงษ์ ปัทมะ โกยรายได้ไป 70 ล้านบาท ล่าสุดตลกพ่อลูกอ่อน แจ็ค-เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์ ขึ้นแท่นโปรดิวเซอร์และผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องที่ 2 ในชีวิตอย่าง “Food Truck รัก(ลัก) หมูเด้ง” เกิดขึ้นโดยความร่วมมือของ 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท แม็คโก กรุ๊ป ลิมิเต็ด จำกัด, บริษัท คุณแม่แจ็ค จำกัด โดยมี บริษัท ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ จำกัด จัดจำหน่าย งานนี้ผู้กำกับ แจ็ค-เฉลิมพล ในฐานะกรรมการบริหาร บริษัท คุณแม่แจ็ค จำกัด และ คุณชัยวัฒน์ มิ่งไม้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ จำกัด ถือฤกษ์งามยามดี เวลา 8.49 น.

ร่วมทำพิธีบวงสรวง ณ วัดชินวรารามวรวิหาร ปทุมธานี พร้อมเปิดตัวนักแสดงระดับซุป’ตาร์ ได้แก่ มาริโอ้ เมาเร่อ, แจ๊ส ชวนชื่น, หม่ำ จ๊กม๊ก และนักแสดงเด็กอย่าง น้องโทลเวย์-ด.ช.วราวิชญ์ จันทะเมนชัย, น้องชุณห์-ด.ช.ปัชชุน หิรัญประทีป และ น้องดีดี-ด.ญ.ดีดีด์ เปี่ยมวิริยะกุล ด้วย
สำหรับ “Food Truck รัก (ลัก) หมูเด้ง” เป็นโปรเจกต์ที่หนุ่มแจ็คลุยปั้นเองด้วย 2 มือจริง ๆ เพราะไหว้วานขอให้ 2 เพื่อนรักอย่าง พระเอกชื่อดัง มาริโอ้ เมาเร่อ และซุป’ตาร์ตลกชื่อดัง แจ๊ส ชวนชื่น และ หม่ำ จ๊กม๊ก มาแสดงนำในหนังเรื่องนี้ แถมยังได้ผู้กำกับที่ตัดสายสะดือในวงการบันเทิงของแจ็คอย่าง บอล-วิทยา ทองอยู่ยง มาเป็น Co-Producer ซึ่งถือเป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในรอบ 22 ปี และได้ผู้กำกับเพื่อนซี้อย่าง เอ็กซ์-วัชรพงษ์ ร่วมกำกับด้วยเช่นเดิม

 แจ็ค-เฉลิมพล กล่าวว่า “หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 2 ของผมที่กำกับกับเพื่อนสนิท เอ็กซ์-วัชรพงษ์ ก่อนหน้านี้เคยกำกับ “แดงพระโขนง” มาก่อนครับ เรื่องนั้นน้าหม่ำ ปั้นผม แต่เรื่องนี้ผมจะปั้นน้าหม่ำครับ (หัวเราะ) เรื่องนี้ผมทุ่มเทมาก ปั้นโปรเจกต์ด้วย 2 มือจริง ๆ ไปไหว้ของให้เพื่อนรัก มาริโอ้ และตลกรุ่นพี่ที่รัก แจ๊ส ชวนชื่น และตลกรุ่นใหญ่ที่เคารพอย่าง น้าหม่ำ มาแสดงครับ ไม่เชื่อดูภาพที่ผมลง IG ได้ และยังได้ พี่บอล-วิทยา ที่เคยชวนให้ผมเล่นหนังเรื่องแรกในชีวิตอย่าง “แฟนฉัน” มาเป็น co-producer ด้วย ผ่านไป 22 ปี ได้มาร่วมงานกันในก้าวที่ผมเติบโตขึ้น ได้ทาง ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ มาช่วยดูแลจัดจำหน่าย เป็นทีมงานที่เคยปั้นหนังหลาย ๆ เรื่องได้ 100 ล้านบาทมาแล้ว รู้สึกอบอุ่นและดีใจมาก ๆ ที่ทุกคนสนับสนุนผมอย่างเต็มที่ครับ ผมและเอ็กซ์ต้องทำงานหนักมาก เราได้นักแสดงเบอร์ใหญ่มาร่วมงาน เราก็อยากทำหนังอออกมาดี ๆ  ไม่อยากทำหนังตบหลังลูบหัวคนดูครับ จริง ๆ มีร้องไห้กับมาริโอ้ด้วย เพราะเพื่อนโอ้และพี่โชว์ ผู้จัดการของเขา ช่วยเต็มที่มาก พยายามหาคิวเพิ่มให้เต็มที่ด้วยครับ”
หม่ำ จ๊กม๊ก เผยว่า “เรื่องนี้ดาราคนอื่นได้เป็นค่าตัวใช่ไหม ของผมคิดเป็นค่าขำ ขำละ 1000 บาท ขอขำละหมื่นนึงก็ไม่ให้ (หัวเราะ) ตอนที่เขามาขอให้เล่นหนัง เขาก็ส่งบทมาให้ดู ก็แซวไปว่าไม่ใช่ว่าให้มาเล่นไม่กี่ฉากแล้วให้ตายนะ แล้วจะเป็นกำกับออนไลน์เหมือนหนัง “แดงพระโขนง” รึเปล่า เขาบอกว่าเขากำกับเองทุกวันแน่นอน  ” แจ็ส ชวนชื่น กล่าวเสริมว่า “เขาเป็นน้องรักของผม ผมก็ต้องมาอยู่แล้ว แจ็คฉลาดเข้าทางเมียผมด้วย หนังเรื่องนี้เป็นหนังครอบครัวครับ อ่านบทแล้วก็สนุกครับ เขาทุ่มเทมาแบบเป็นการเป็นงานเลยครับ เราก็พร้อมสนับสนุนน้องของเราอยู่แล้วครับ”  มาริโอ้ เมาเร่อ กล่าวว่า “วันที่เขามาชวนเล่นหนัง เขาบุกบ้านผมตอน 5 ทุ่มเลยครับ แล้วกราบพร้อมบอกว่า ต้องขอความช่วยเหลือเพื่อนแล้วล่ะ ผมก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ถามว่ามัดมือชกไหม ก็มาถึงบ้าน พี่ ๆ คิดว่ายังไงครับ (หัวเราะ) แต่จริง ๆ มีการดูบท เขาก็บอกว่าอยากให้ผมไปร่วมงานชิ้นนี้ เราดูบทแล้วก็ชอบ เป็นอะไรที่ท้าทายด้วย แล้วได้เล่นกับเด็กด้วย ผมภูมิใจในตัวเพื่อนที่ได้ก้าวไปสู่บทบาทใหม่ และดีใจที่เพื่อนรักให้เราได้ร่วมงานกับเขา และได้ร่วมงานกับพี่หม่ำและพี่แจ๊สด้วยครับ”

 เตรียมพบกับ “Food Truck รัก (ลัก) หมูเด้ง" ปลายเดือน ส.ค. นี้ ในโรงภาพยนตร์

สื่อรัฐนิวส์-สื่อรัฐนิวส์ /นักธุรกิจชาวสวิส” สัญญาใจเพื่อนรัก “เสก โลโซ” จัดแถลงข่าวงานคอนเสิร์ตการกุศล “คำสัญญาลูกผู้ชาย” The Promise of The Man Charity Concert in Pattaya หารายได้ให้การกุศล

วันที่ 24 ก.พ.68 ที่ บจก.สวิสสยาม เทรดดิ้ง 78/27 ม.10 หมู่บ้านสยามรอยัลวิว ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้มีการแถลงข่าวเตรียมจัดกิจกรรมการกุศลภายใต้งานคอนเสิร์ตการกุศล “คำสัญญาลูกผู้ชาย” The Promise of The Man Charity Concert in Pattaya โดยมี คุณชนิลทร เอเกอร์เทอร์ ผู้จัดงาน นายอรรถชยา โทนุศิษย์ ผู้จัดการเสก โลโซ และศิลปิน MMY Maxim ร่วมแถลงข่าวท่ามกลางสื่อมวลชนแขนงต่างๆ นำโดย นายอัมพร แสงแก้ว นายกสมาคมนักข่าวพัทยา และนายสามารถ ทองรอด อุปนายกสมาคมนักข่าวพัทยา

นายเอเดรี้ยน เคิร์ท เอเกอร์เทอร์ นักธุรกิจชาวสวิสเซอร์แลนด์ ในฐานะประธานจัดงาน เปิดเผยว่า งานคอนเสิร์ตการกุศล “คำสัญญาลูกผู้ชาย” The Promise of The Man Charity Concert in Pattaya จัดขึ้นตามคำสัญญาลูกผู้ชายของตนเองและเสก โลโซ ซึ่งเป็นเพื่อนรักที่สนิทสนมกัน และเคยทำงานร่วมกันที่เกาะช้าง จ.ตราด ก่อนจะสัญญาใจกันว่าจะมาจัดงานคอนเสิร์ตการกุศลที่พัทยาเพื่อตอบแทนบุญคุณประเทศไทยที่ตนเองได้อยู่อาศัยมานานกว่า 50 ปี โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสนับสนุนกิจกรรมการกุศลในพื้นที่

งานคอนเสิร์ตการกุศล “คำสัญญาลูกผู้ชาย” The Promise of The Man Charity Concert in Pattaya กำหนดจัดขึ้นวันเสาร์ที่ 3 พ.ค.68 นี้ ที่อาคารกรีฑาในร่ม ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยจะมีศิลปินชื่อดังมากมาย นำโดย เสก โลโซ, คาราบาว, หินเหล็กไฟ,หมู พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ,TG Tiger, Luster, MMY Maxim และ Sek Swiss

สนใจจองบัตรได้ที่ Allticket เค้าน์เตอร์เซอร์วิส เซเว่นอิเลฟเว่นทุกสาขา บัตร Early Bird ราคาพิเศษ ระหว่างวันที่ 1-28 ก.พ.68 จากบัตร 1,800 บาท เหลือ 1,500 บาท, บัตร 1,500 บาท เหลือ 1,200 บาท, บัตร 1,000 บาท เหลือ 800 บาท และบัตร 800 บาท เหลือ 650 บาทจากนั้นตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.68 จำหน่ายราคาปกติ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ – ปัญหาย้าย บ้านบานปลาย3 ชุมชน รวมตัว จวกเทศบาลผิดพลาดตั้งแต่ต้น 3,579 คนยันไม่ย้ายจากเทศบาลนครเชียงราย

เชียงรายเผือกร้อน ปัญหาย้ายทะเบียนบ้านบานปลาย3 ชุมชนรวมตัว จวกเทศบาลผิดพลาดตั้งแต่ต้น 3,579 คนยันไม่ย้ายจากเทศบาลนครเชียงราย หมายศาลลงผิดบ้านสร้างความเดือนร้อนให้ประชาชน เทศบาลนครเชียงรายไม่ร่วมเสวนา รองผู้ว่าเชียงราย อึ้ง! ไม่ขอตอบคำถามขอเป็นผู้รับฟังแทน หลังบรรยากาศการประชุมเสีย ส่อรุนแรงสส.พรรคประชนชน ย้ำต้องฟังเสียงประชาชน รับเรื่องผ่านกรรมาธิการฯเข้าสู่สภา ให้มท.ชี้แจง กำนันตำบลแม่ยาวจ้อที่ประชุมยันไม่เอาประชาการเพิ่มปกครองไม่ไหว หลังกรมทะเบียนกลางโอนย้ายประชากรไปสองตำบล แม่ยาว-บ้านดู่ กกต.เชียงรายยันชัดประชาชนสามารถใช้สิทธิ์สมัครและลงคะแนนเลือกตั้งท้องถิ่นได้ตามปกติ ไม่ขัดต่อระเบียบการย้ายตามเงื่อนไข

ที่ห้องประชุมพบโชคคอมเพล็กซ์ บ้านห้วยกั้ง เวลา13.00 น.วันทีา23ก.พ2568ที่ผ่านมา ประชาชน3ชุมชน ห้วยกั้ง ชุมชนทวีรัตน์ ชุมบ้านดอย จำนวนนับพันคนได้รวมตัวลงลายมือชื่อเข้าร่วมประชุมและยื่นหนังสือต่อกรรมาธิการการเมืองการปกครองพรรคประชาชนที่ได้เข้าร่วมรับฟังเนื่องคำสั่งทางปกครอง กรณีการย้ายประชากรของเทศบาลนครเชียงราย 3,579 คนไปยังตำบลบ้านดู่และตำบลแม่ยาวทำให้ประชากรที่ถูกย้ายโดยฐานทะเบียนกลาง เกิดความไม่พอใจและได้คัดค้านกรณีดังกล่าวได้เรียกร้องและยื่นหนังสือคัดค้านผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย โดยมีนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาดำเนินการตามกระบวนการไปก่อนหน้านี้

ในวันดังกล่าวมีนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย นายบุญญพันธ์ พุทธิโชติอนันต์ ปลัดเทศบาลตำบลบ้านดู่ ชูชาติ สุขสงวน ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย ซึ่งได้ถูกเชิญร่วมเวทีเสวนาหาทางออก โดยมีนายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ หรือสส.ปั๋น สส.พรรคประชาชนจังหวัดเชียงราย นอกจากนี้ยังมีว่าที่ร้อยตรีสมชาติ เตชถาวรเจริญ กรรมาธิการการกระจายอำนาจการปกครองท้องถิ่นและการบริหารรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎรเข้ามารับเรื่อง เพื่อบรรจุปัญหาเรื่องเรื่องดังกล่าวอย่สงเร่งด่วนเพื่อให้ทันปิดสมัยประชุมก่อน วันที่10เมษายน2568

บรรยากาศการชุมชุมโดยภาพรวมช่วงแรกทางผู้ได้รับเชิญได้ขึ้นนั่งรับฟังตอบข้อซักถามโดยทางแกนนำผู้นำรายการ ทางนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผ้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้กล่าวทักทายประชาชนที่มาร่วมประชุม โดยมอบหมายให้นายเขตณรงค์ อินกัน ท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย เป็นผู้ตอบปัญหาที่มาทีาไปของการย้ายฐานทะเบียนราษฎร์ ของประชากรชุมชนห้วยปลากั้ง ชุมชนทวีรัตน์ ชุมชนบ้านดอย เนื่องจากปัจจุบันราชกฤษฎีกา การเปลี่ยนแปลงเทศบาลเมืองเชียงรายฉบับที่3 พ.ศ.2538 ลงวันที่23 ก.ย.2538ฉบับ ล่าสุดแนวเขตพื้นที่เทศบาลนครเชียงรายที่ประกาศ ขอบเขตการบริหารงานปกครองท้องถิ่น ไม่ตรงกับแนวเขตที่ประกาศไว้ โดยเกิดความผิดพลาดด้านการออกออกเอกสารทะเบียนราษฎรมาตั้งแต่ต้น และเมื่อปัจจุบันมีการตรวจสอบแนวเขตอย่างชัดเจนปรากฎว่า ชุมชนทั้งสามชุมชนอยู่ในเขตปกครองของตำบลแม่ยาว แบะตำบลบ้านดู่ จึงเป็นที่มาของการดำเนินการย้ายทะเบียนราษฎร์ประชากรเพื่อใหตรงกับข้อเท็จจริงกับแนวเขตถือเป็นการปรับปรุงข้อมูลปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามหลังจากที่ประชุมดำเนินไปชั่วระยะหนึ่งด้านนายบุญญพันธ์ พุทธิโชติอนันต์ ในฐานะนายทะเบียนท้องถิ่นตำบลบ้านดู่ได้กล่าวถึงเรื่องการย้ายข้อมูลประชากรของเทศบาลครั้งนี้ว่าเทศบาลตำบลบ้านดู่ได้รับการโอนย้ายประชากร1,500กว่าคนเข้ามาอยู่เขตปกครองหมู่ที่14 ต.บ้านดู่ จึงทำให้ประชากรเพิ่มขึ้นมากเท่าตัวจากเดิม โดยทางด้านนายชูชาติ สุขสงวน ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย ได้ตอบคำถามจากผู้เข้าร่วมประชุมประเด็นการรับสมัครลงเลือกตั้งสท.ที่จะมีขึ้นในเดือน พ.ค 2568ว่าจะลงสมัครในเขตเทศบาลนครเชียงรายได้หรือไม่ โดยทางผอ.กกต.ตอบว่าผู้สมัครสามารถลงสมัครได้ในเขตทะเบียนบ้านปรากฏอยู่และอยู่ในระเบียบของคุณสมบัติคุณสมบัติของผู้สมัคร ส่วนเรื่องของสิทธิของการเลือกตั้ง ยังเหมือนเดิมคือสามารถใช้สิทธิตามปกติ ไม่ขัดเงื่อนไขการย้ายถิ่นฐานที่อยู่ เป็นเพียงการปรับปรุงข้อมูลให้ตรงกับแนวเขตการปกครองเป็นปัจจุบัน

ในเวลาการดำเนินรายการไปประมาณ1ชั่วโมงตัวแทนจากประชาชนได้จับไมค์ถามรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเกี่ยวกับการขอระงับยับยั้งการย้ายทะเบียนราษฎร์ ครั้งนี้ได้หรือไม่?และรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาได้หรือไม่? โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้พูดสั้นๆว่าเรื่องราวดังกล่าวตนได้รับเรื่องได้เจอประชาชนที่เข้าไปเรียกร้อง2ครั้งแล้ว ระหว่างรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายพูด มีเสียงตะโกนเสียงดังจากชายคนหนึ่ง ในห้องประชุมว่าไม่ย้ายปฏิเสธการไม่ย้าย โดยมีเสียงผู้หญิงตะโกนจากนอกหน้าต่างเป็นระยะๆ เหมือนจะปูกม็อบ ทำให้สถานการณ์การประชุมส่อแววไม่สงบ เนื่องจากเริ่มมีประชาชนเริ่ม ออกมาถือไมค์พูดหน้าเวทีปฏิเสธการไม่ย้ายด้วยเหตุผล ความยุ่งยากกับเอกสารอันมีพาสปอร์ตและเอกสารทางราชการ ด้านสาธารณสุข เป็นต้น รวมถึงต่อว่าทางราชการกระทำโดยไม่ผ่านความคิดเห็นของประชาชน ปราศจากความยินยอม
ด้วยสาเหตุนี้รองผู้ว่าราชการเชียงรายจึงอึ้ง! ชั่วหนึ่งและพูดต่อที่ประชุมว่าวันนี้

ไม่ขอตอบแต่”ขอเป็นรับฟังแทน” ประเด็นนี้ผู้สื่อข่าวสังเกตุบรรยากาศเริ่มปะทุความดุเดือด โดยภายนอกห้องประชุมมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสังเกตุการณ์ด้านนอกห้องประชุม โดยที่ประชุม นายปรัฐกร การเร็ว กำนันตำบลแม่ยาวได้ออกมาถือไมค์พูดแนวปฏิเสธว่าตำบลแม่ยาวไม่ขอรับประชากรเพิ่มเนื่องจาก ตำบลแม่ยาวมีประชากรมากพอแล้วอาจปกครองไม่ทั่วถึง ขอให้อยู่ที่เดิมเมื่อบรรยากาศการประชุม ดำเนินด้วยอุณหภูมิที่เริ่มร้อนแรง ทางด้านผู้ดำเนินรายงานจึงสรุปขอให้ประชาชนลงมติ ไม่ย้ายฐานะเบียนราษฎร์และขอให้ทางราชการไปขอมติที่ประชุม ตำบลแม่ยาว และตำบลบ้านดู่ และร่วมกันลงรายชื่อยื่นหนังสือไปถึงกรรมาธิการกระจายอำนาจปกครองท้องถิ่น โดยสิ้นสุดกันอยู่ที่ประชาชนที่ร่วมประชุม ร่วมกันยื่นหนังสือ ภายหลังจากปิดประชุมหวั่นเกรงบานปลาย โดยมีว่าที่ร้อยตรีสมชาติ เตชถาวรเจริญ กรรมาธิการฯ พรรคประชาชน ที่เชิญมารับเรื่องดังกล่าวไว้และจะนำไปบรรจุเป็นวาระเข้าที่ประชุมกรรมาธิการฯให้ทันสมัยปิดประชุมวันที่10เมษายน2568

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนางอัมพร ฟองคำ ชาวบ้านชุมชนห้วยปลากั้งที่มาประชุมว่าได้รับความเดือนร้อน เนื่องจาก มีหมายศาลส่งถึงหน้าบ้านระบุที่อยู่เลขที่บ้าน เดียวกันของผู้ถูกฟ้องคดี แต่บ้านที่ส่งเอกสาร ไม่ใช่คู่กรณีผู้ฟ้องคดีแต่อย่างใด จึงเดือดร้อนต้องวิ่งไปติดต่อศาล เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย อันเป็นส่วนหนึ่งของการออกเลขที่บ้านซ้ำซ้อนหรือไม่ ? โดยเรื่องดังกล่าวผู้สื่อข่าวจะได้ติดตามกับสำนักทะเบียนราษฎร์ที่ออกเอกสารทะเบียนบ้านต่อไป .

ทีมข่าวเชียงราย รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวเป็นตัวละครอย่างคับคั่งและน่ารักกับซีรี่ส์ละครแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนม

เปิดตัวผู้จัดละครใหม่ป้ายแดง ผู้อำนวยการสร้าง ซีรี่ส์ละครแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนม
คุณพิ้งค์ ณัฐกัญภรณ์ ธนันพัฒนวงษ์แถลงข่าวเป็นตัวละครอย่างคับคั่งและน่ารักกับซีรี่ส์ละครแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนม

เมื่อวันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2568เวลา 13.00 น.-16.00 น.
สถานีโทรทัศน์ MV TV ( สายไหม73 )ซีรี่ส์ละครเรื่องแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนม
ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวผู้จัดละครป้ายแดงเรื่องแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนมผู้อำนวยการสร้างคุณณัฐกัญภรณ์ ธนันพัฒนวงษ์ (พิ้งค์)เตรียมเปิดกล้องและออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ MV TVสถานีโทรทัศน์ BOOM ANIMEโดย ได้ผู้ควบคุมการผลิตละครโทรทัศน์ ผู้กำกับการแสดงคุณ ฮ.นกเอี้ยงตาโตเกตน์ศิรณี บุญมาสนับสนุน เป็นเบื้องหลังของการผลิตซีรี่ส์ละครแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนมในเรื่องนี้…

โดยในงานแถลงมีการรับชมการโชว์การร้องเพลงประกอบละครแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนมและเปิดตัวผู้จัดละครป้ายแดงผู้อำนวยการสร้าง ละครแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนม
คุณณัฐกัญภรณ์ ธนันพัฒน์วงษ์ ( คุณพิ้งค์)นายอฑิวัฒน์ แปลงนาม (กล์อฟ)
รองผู้อำนวยการสร้างละครแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนม ทั้งนี้ ท่านผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการบันเทิงก็มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำพระเอก และ นักแสดงในสังกัดตนมาร่วมแสดงในละคนด้วย นำโดย.ดร.วโรดม ศิริสุข (ชายแฮ็คส์) ผู้อำนวยการสร้างละครเรื่องลอยแก้ว/ คุณไก่ ปิฏษฏา ทรงกรด / คุณชัย ศุภชัย / นักแสดงรับเชิญเล้ง ณัฐพล นิลดอนหวาย -แสตมป์ พรวศิน เรืองนุกูล พระเอกละครเรื่องลอยแก้ว / น้องโจ้ ธนากร เสียงเพลิน พระเอก ภาพยนตร์เรื่องลับแลคำชะโนด – ภาพยนตร์เรื่องราชินีปลาร้า

พร้อมด้วยกลุ่มนักแสดงเด็กเรื่องแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนมน้องอิชิตัน ( พระเอก) / น้องแก้มใส ( นางเอก) / น้องเนม ( รองพระเอก )/ น้องแป้งหอม ( รองนางเอก)/น้องโฟกัส (นางร้าย)/น้องแพรรี่( นางร้าย) ตามมาด้วยนักแสดง น้องรีวิว/น้องเปียโน/น้องอลิซ/น้องแล้วแต่/น้องพรีเซ้นต์/น้องแก้ม ฉัตรแก้ว / น้องซูกัส….นักแสดงรับเชิญ วิลลี่ ผีก้าบก้าบ / ครีมมี่ปรารถนา มีวิชา / คุณวิ วิจิตรา ศิริศรี มังกร / คุณนุช ภัทร์ธระชาดา พิริยะเมทาวี / คุณไม้ อัมพร ขวัญยืนคง / คุณติ๊ก สุนทรี คำจุลลา / คุณโอ กิตติศักดิ์ ภูชาคำ / คุณโดโด้ ดำรงพล ลามกร /คุณวาสนา พรหมบุตร/ คุณถนอมทรัพย์ พงศ์วารินทร์ และ กลุ่มนักแสดงซุปเปอร์ฮีโร่

ทางทั้งผู้กำกับ คุณ ฮ.นกเอี้ยงตาโต ได้พาน้องๆนักแสดงแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนมเข้าเยี่ยมชม สตูดิโอ การบันทึกเทปรายการโทรทัศน์ของสถานีโทรทัศน์ MV TV
คุณพิ้งค์ กล่าวว่า” ขอขอบคุณท่านผู้ปกครองเด็กๆทุกท่าน ที่เชื่อใจ มั่นใจ และมอบโอกาสดีๆ ให้พิ้งค์ ได้เป็นผู้จัดละคร ในครั้งนี้ ตัวพิ้งค์ก็จะทำให้ดีที่สุด
คะ ซีรี่ส์ละครแก๊งส์ซ่าฟันน้ำนมจะผลิตขึ้นมา 4 EP. ก่อน โดยเริ่มจากตอนโตขึ้นอยากเป็นอะไร, ตอนความรักที่เบิกบาน / ตอนล่าหลอกผี/ ตอนย้อนอดีต ละครแก็งซ่าส์ฟันน้ำนมจะผลิตละครออกมา ตอนละ 25 นาที ยังไงฝากติดตามรับชม
ละครส่งเสริมเด็กและเยาวชนที่สร้างสรรค์ผลงานดีๆ ของละครแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนมด้วยนะคะ”สนใจติดต่อ อยากมาเป็นส่วนหนึ่งด้านการแสดงในซีรี่ส์ละครแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนม สามารถติดต่อ คุณพิ้งค์
โทร..0889784453

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /ตร.สภ.ชานุมาน จ.อำนาเจริญ จับยาบ้า400000เม็ด ชาวลาว 1 คน ชื่อท้าวน้อย

เมื่อเวลา8.00น วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 สถานีตำรวจภูธรชนุมาน โดยคำสั่งพล.ต.ท.วัฒนา​ ยี่จินผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้มอบนโยบาย ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐบาลกำชับเน้นย้ำกวดล้างยาเสพติดในพื้นที่ อย่างเด็ดขาดได้สั่งการมอบหมายให้พล.ต.ต.นิพล​ บุญเกิดผู้บังคับ
การตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ และสั่งการให้ พ.ต.อโชตินรินทร์​ สุภาวรัตม์ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชานุมาน พร้อมกับตำรวจทุกนายได้กวดขันกรวดล้างยาเสพติดและ อาชญากรรมของผิดกฎหมายทุกชนิดในพื้นที่จนทราบว่า​ เมื่อเวลา8.00นสายข่าวรายงานมาว่าอในพื้นที่จะมีขบวนการขนย้ายยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านมายังในราชอาณาจักรไทย บริเวณอำเภอชานุมานเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงชายแดนอำเภอชุมสายสืบทราบว่า จะมีการขนยาเสพติดในเวลากลางวัน เจ้าหน้าที่ได้ซุ่มอยู่ตลอดทั้งคืนจนสว่างและยามเช้าจึงเห็นชาย 1 คนได้แบกกระสอบสีเขียวๆ

ขึ้นจากตลิ่งน้ำโขง ขึ้นมายังป่าล่ะเมาะในเขตอำเภอชานุมาน เจ้าหน้าที่ก็ได้ ติดตามไม่ได้คาดสายไม่กระพริบตา เห็นชายดังกล่าวแบกกระสอบเข้าไปป่าละเมาะ แน่ใจละว่าเป็นของผิดกฎหมายเจ้าหน้าจึงจึงได้แสดงตนแสดงสิทธิ์ตรวจค้น จับกุมตอนแรกฮึดฟัดเหวี่ยงต่อสู้ กับเจ้าหน้าที่แต่สู้เจ้าหน้าที่ไม่ได้เพราะเจ้าหน้าที่มีความชำนาญตวรจพบว่าในกระสอบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 อย่างร้ายแรง ตรวจนับจำนวน 400,000 เม็ด และได้สอบถามชาวลาว ชื่อท้าวน้อยไม่ทราบนามสกุล จากการ สอบถามในเบื้องต้นว่าจะนำมาไว้ในป่าละเมาะและจะมีพ่อค้ายาเสพติด อยู่ในประเทศไทย มารับช่วง ต่อไป แต่ก็มาถูกจับก่อน ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงขยายผล

โดยมีการติดต่อกับใครบ้างในทางโทรศัพท์ จึงทราบแล้วว่า ขบวนการ พ่อค้ายาเสพติด ที่จะมารับยาเป็นใคร เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสภ. ชานุมานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ด้านท่านผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 3 ยังได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวอยู่เสมอว่า ก็จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงตามแนวชายแดนได้ช่วยกัน ปราบปรามกวาดล้างพ่อค้ายาเสพติดสิ่งผิดกฎหมายอย่างจริงจังเพื่อให้ชุมชนสังคมได้มีความสุขปราศจากสิ่งเสพติดทุกชนิดต่อไป
ภาพ/ข่าว​ ประวัติ​ นิธิเตชะยศสกุล รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ปลัดอ.ภูสิงห์ ยิงวัยรุ่นค้ายาเสพติดเสียชีวิต 1 ราย จับผู้ต้องหาเสพยาเสพติดได้อีก 2 ราย

***ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีเหตุ ปลัดอำเภอภูสิงห์ ฝ่ายความมั่งคง ยิงปืนใส่กลุ่มต้องสงสัยที่มามั่วสมยาเสพติดที่คลองน้ำลำเจียก ตำบลปรือใหญ่ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ มีคนเสียชีวิต 1 ราย จับได้ผู้ต้องหาย 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้าอีกจำนวน 79 เม็ด ซึ่งญาติผู้ตายติดใจในการเสียชีวิต และมีข้อสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุหรือไหม

***ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ก.พ. 68 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้านผู้เสียชีวิตซึ่งอยู่บ้านนาค้อ หมู่ที่20 ตำบลปรือใหญ่ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ พอไปถึงพบชาวบ้าน และญาติๆผู้เสียชีวิตได้พากันมาช่วยจัดเตรียมสถานที่ กางเต็น เพื่อรอรับศพผู้เสียชีวิตที่จะมาในช่วงบ่ายวันนี้ โดย นายสุบิน คงสม อายุ 59 ปี ผู้ใหญ่ หมู่ 20 ตำบลปรือใหญ่ เปิดเผยว่า ผู้ตาย ชื่อ นายถนัด หรือ แตน ลานตวน อายุ 26 ปี ซึ่งผู้ตายมีพี่น้องทั้งหมด 5 คน แตน เป็นคนสุดท้อง และผู้ตายยังไม่มีครอบครัว โดยปกติผู้ตายประกอบอาชีพรับจ้างเก็บผลไม้ตามฤดูกาลที่ต่างจังหวัด ถ้าเสร็จฤดูกาลเก็บผลไม้ก็จะกลับมาอยู่ดูแลพ่อที่บ้าน ตามปกติผู้ตายจะชอบออกไปหาหนูนาเป็นประจำทุกวัน คืนวันเกิดเหตุผู้ตายออกไปหาหนูนา และมารู้ข่าวอีกทีว่าถูกยิงตายที่คลองส่งน้ำบ้านคลองลำเจียก เมื่อช่วงกลางดึก เวลาประมาณ 23:00 น. ของวัน ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 เบื้องต้นญาติยังติดใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ปกครองทำว่าเกินกว่าเหตุหรือไม่

***ต่อมาทางน้องชายและทางญาติๆผู้ตายได้พาผู้สื่อข่าวไปดูที่จุดเกิดเหตุ ซึ่งที่เกิดเหตุเป็นกระท่อมกลางทุ่งนาใกล้กับคลองส่งน้ำ ตรงกระท่อมมีร่องรอยการต่อสู้ คลาบเลือด กระดาษฟอยล์ ไฟแช็ค อุปกรณ์การเสพยาตกเต็มไปทั่วบริเวณกระท่อม และมีร่องรอยเท้าเหยียบย่ำรอบกระท่อม มีรองเท้าหล่นอยู่ในพื้นที่หลายคู่ คาดว่าน่าจะเป็นของผู้ตาย และของกลุ่มเพื่อน

***ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ไปที่สถานีตำรวจภูธรปรือใหญ่ ได้พบ พันตำรวจเอก ดนัย รัตนประเสริฐ รอง ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ได้นั่งสอบสวน นายเกียงไกร สุดพาห์ ปลัดอำเภอภูสิงห์ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง (มือยิง) โดย พันตำรวจเอก ดนัย เปิดเผยว่า จากการได้สอบสวนและนั่งพูดคุย เบื่องต้นเหตุเกิดเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 20 ก.พ. 68 ผู้ตายมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด วันเกิดเหตุฝ่ายปกครองอำเภอภูสิงห์ขยายผล ว่ามีเบาะแสมาว่ามีกลุ่มวัยรุ่นมีการนัดส่งยาเสพติดและมั่วสุมยาเสพติดที่กระท่อมกลางนา ฝ่ายปกครองจึงเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ พร้อมกระจายกำลังสุ่มทั่วบริเวณ พบกลุ่มวัยรุ่นเป็นกลุ่มผู้ตายกำลังเดินทางมาส่งยาที่กระท่อมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ปกครองแสดงตัวเพื่อเข้าจับกุมแต่กลุ่มผู้ตายรวม 7 คน มีการต่อสู้ขัดขืน ในขณะนั้นมีเพียงปลัดผู้ก่อเหตุคนเดียวที่แสดงตัวเข้าจับกุม จังหวะที่ประชันหน้ากัน ปลัดเกรียงไกรจึงได้ใช่อาวุธปืนยิงสวนไปเพื่อป้องกันตัว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตั้งข้อหากับ นายเกียงไกร สุดพาห์ ปลัดอำเภอภูสิงห์ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ว่ายิงผู้อื่นถึงแกความตาย

***ด้าน นายเกียงไกร สุดพาห์ ปลัดอำเภอภูสิงห์ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยว่า ที่ทำลงไปเพื่อเป็นการป้องกันตัว เนื่องจากผู้ตายทำท่าคล้ายจะชักอาวุธออกมา ซึ่งตอนแรกตนยิงปืนขู่ไป 2 นัด ซึ่ง 1 ใน 2 นัด ไปถูกด้านหลังซ้ายของผู้ตาย 1 นัด จนเสียชีวิต

***ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้คุมตัว 2 ผู้ต้องหา ที่เป็นกลุ่มเดียวกันกับผู้ตาย คือ นายศิวนนท์ ธรรมพร อายุ 25 ปี และ นายภานุพงศ์ กลอยยิ่ง อายุ 20 ปี มาสอบสวน ซึ่งผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ 2 ผู้ต้องหา โดยเล่าให้ฟัง ว่า ยาเสพติดที่เจอเป็นของผู้ตาย และตนก็ไม่ได้สนิทกับผู้ตายเท่าไร เพราะอยู่กันคนละหมู่บ้าน วันเกิดเหตุผู้ตายได้ขับรถจักรยานยนต์มาที่ร้านซ่อมรถของตนเพื่อมาชวนไปกินเหล้าที่คลองส่งน้ำลำเจียก ตนเลยขับรถไปที่คลองดังกล่าว และขับรถจักรยานยนต์เข้าไปเสพยาที่กระท่อมตรงจุดเกิดเหตุ โดยตนไม่มียาเสพติด แต่จะขอยืมยาเสพติดผู้ตายเสพ ซึ่งไม่รู้ว่ามีฝ่ายปกครองซุ้มรอจับกุมอยู่ พอเข้าไปกระท่อมได้ไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้ามาจับกุมดังกล่า
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “ธี่หยด3” ขายดีตั้งแต่ยังไม่เปิดกล้อง!Sold Out วันแรกในงาน “EFM”

ความเคลื่อนไหวของภาพยนตร์ “ธี่หยด 3” ผลงานการสร้างระหว่าง ช่อง 3 และ M STUDIO จากงาน European Film Market (EFM) 2025 ประเทศเยอรมันนี โดยคุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร M STUDIO ได้กล่าวว่า “ทาง M STUDIO ได้ทำการปิดการขายลิขสิทธิ์ภาพยตร์ ‘ธี่หยด3’ ให้กับทุกประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในภาพยนตร์ไทยที่ได้รับความสนใจตั้งแต่ภาพยนต์ยังไม่เปิดกล้อง และถือว่าเป็น

อีกก้าวสำคัญในการนำ Horror Movie Franchises ของไทยไปสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ภาพยนตร์ไทยได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียนซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่มีประชากรมากกว่า 670 ล้านคน อีกทั้งยังมีแฟนคลับในทุกประเทศที่ติตตามผลงานภาพยนตร์ไทยอย่างสม่ำเสมอ M STUDIO มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ภาพยนตร์ไทยให้มีคุณภาพระดับสากลและสามารถนำพา Soft Power ของไทยให้ประสบความสำเร็จในตลาดโลกอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน”

นอกจากเรื่อง “ธี่หยด3” แล้ว M STUDIO ยังมีภาพยนตร์เรื่อง “สุสานคนเป็น” ที่นำแสดงโดย นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี และ “มือปืน” ผลงานการกำกับภาพยนตร์ของ พุฒิ พุฒิพงษ์ นาคทอง รวมทั้งอีกหลายโปรเจกต์ ที่ทาง M STUDIO นำไปขายในงานนี้ซึ่งได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดีเช่นกัน “ธี่หยด3” นำแสดงโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ ซึ่งเรื่องราวในภาคนี้ ยักษ์ ต้องหาทางไปช่วย ยี่ น้องสาวคนเล็กสุดที่ถูกลักพาตัวไป กำกับภาพยนตร์โดย แป๊ป ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์

ซึ่งเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้มาตั้งแต่แรก นอกจาก “ธี่หยด” และ “ธี่หยด2” แล้วยังเป็นผู้อำนวยการสร้างของ ภาพยนตร์ “ทองสุก 13” ละคร เพลิงนาคา, พิภพหิมพานต์, ภูติแม่น้ำโขง และเพิ่งลาจอช่อง 3 ไปล่าสุดกับ นางนาคพระโขนง โดยภาพยนตร์ “ธี่หยด3” วางกำหนดฉายไว้วันที่ 8 ตุลาคมปีนี้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ประชาสัมพันธ์
ปฐมทัศน์ โป้ง (พีอาร์ เอ็มสตูดิโอ) 089-826-6363
รสรินทร์ กวาง 084-294-9924

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมว.ทส. เปิด “บ้านเขียว” คืนชีวิตอาคาร 120 ปี สู่ศูนย์เรียนรู้การป่าไม้จ.แพร่ / @สถานีตำรวจภูธรปาย อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน

💦รัฐมนตรีว่าการกระทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดศูนย์เรียนรู้การป่าไม้ สวนรุกขชาติเชตวัน จังหวัดแพร่ “บ้านเขียว” แหล่งศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์การป่าไม้

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดศูนย์เรียนรู้การป่าไม้ สวนรุกขชาติเชตวัน จังหวัดแพร่ “บ้านเขียว” อาคารประวัติศาสตร์อายุ 120 ปี ภายใต้ชื่องาน “ฟื้นบ้านเขียว สู่อ้อมกอดชาวแพร่” โดยมีนายคุณากร คชหิรัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมคณะผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานราชการ และประชาชนร่วมงาน ภายในงานมีการจัดกิจกรรมสำรวจธรรมชาติและเรียนรู้ประวัติศาสตร์การป่าไม้ไทย

สำรวจพรรณไม้หายาก เรียนรู้เรื่องราวป่าไม้ล้านนา และการแสดงดนตรีในสวน นอกจากนี้ยังมี “กาดฮิมยม” ตลาดนัดวินเทจริมน้ำยม ที่รวบรวมงานศิลปะ หัตถกรรม และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่หน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนการบูรณะ

สำหรับ “บ้านเขียว” เป็นอาคารประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2444 ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยเป็นที่ทำการป่าไม้ภาคแพร่ของกรมป่าไม้สยาม โดดเด่น

ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลผสมภูมิปัญญาท้องถิ่น ตัวอาคารเคยผ่านการใช้งานและพัฒนาในหลายยุค ก่อนจะถูกรื้อถอนในปี 2563 และได้รับการบูรณะอย่างพิถีพิถันโดยกรมศิลปากรและสมาคมสถาปนิกสยามฯ

เป็นเวลากว่า 2 ปี เพื่อคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมให้มากที่สุด และเสร็จสมบูรณ์ในเดือนกรกฎาคม 2567 ต่อมาภาคประชาชนได้เสนอให้อาคารหลังนี้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์การป่าไม้ ให้แก่นักเรียน นักศึกษา

ตลอดจนประชาชนทั่วไป สร้างจิตสำนึกร่วมกันเป็นพลังในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ภายใต้ชื่อศูนย์เรียนรู้การป่าไม้ สวนรุกขชาติเชตวัน จังหวัดแพร่…สมจิตรแสงบันลังค์ ทีมข่าวบกรายงาน

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 13.30 น.นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน , พล.ต.ต.ทรงกริช ออนตะไคร้ ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน , นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน , นายผะอบ บินสะอาด ปลัดจังหวัดแม่ฮ่องสอน , นายณพล พาหุมันโต นายอำเภอปาย , พ.ต.อ.สำเร็จ สามสีทอง ผกก.สภ.ปาย , พ.ต.ท.วีรภัทร คำลาพิชรอง.ผกก.สภ.ปาย

 ร่วมประชุมติดตามผลการดำเนินงาน การแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอปาย เพื่อให้เกิดสมดุลระหว่างนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ ณ ห้องประชุมอำเภอปาย ชั้น 2 หัวข้อที่ประชุมมีดังนี้ 
 1. เรื่องการประกอบอาชีพของชาวต่างชาติ เช่น เปิดร้านสัก เล่นดนตรี ขายของในตลาดถนนคนเดิน
 2. เรื่องการสันทนาการ เช่น ร้านจำหน่ายกัญชา ร้านบริการต่างๆ 
 3. เรื่องการกวดขันวินัยจราจรของชาวต่างชาติ
 4. เรื่องการแต่งกายไม่เหมาะสมของชาวต่างชาติหลังกิจกรรมล่องห่วงยาง
 5. เรื่องสถานประกอบการและสถานบริการต่างๆ
หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมได้มีประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากสื่อโซเชียลที่มีการเผยเเพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลที่เกินจริง มารอยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน  ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้รับหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มตัวเเทนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสื่อโซเซียลเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลฯ โดยกลุ่มตัวเเทนประชาชนขอให้หน่วยงานราชการในจังหวัดแม่ฮ่องสอนดำเนินการตรวจสอบ และดำเนินคดีตามกฎหมายกับกลุ่มบุคคลที่นำข้อมูลเป็นเท็จลงสื่อโซเชียลสร้างความเสียหายให้กับอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน .

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิว์ / ทส. เร่งแก้ไขปัญหาที่ดินป่าไม้ ส่งเสริมอาชีพ ปลูกป่า 3 อย่าง เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวจ.น่าน ป้องกันอุทกภัยดินโคลนถล่ม

วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 14.00 น. ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เดินทางไปยังวิทยาลัยสงฆ์น่านนคร อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และ 2 เพื่อช่วยเหลือให้ประชาชนชาวจังหวัดน่านได้อยู่อาศัยทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ และผู้บริหารกรมป่าไม้ เข้าร่วมงาน

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เล็งเห็นปัญหาของพี่น้องประชาชนพร้อมทั้งได้มอบหมายให้หน่วยงานเร่งดำเนินการโดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุด ตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติทั่วประเทศเพื่อสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินให้กับประชาชน ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิต และ

สนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมวันนี้กรมป่าไม้ได้อนุมัติพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และ 2 ทั้ง 15 อำเภอ ในจังหวัดน่าน เนื้อที่ 968,344 ไร่ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน จำนวน 46,558 ราย ให้ได้อยู่อาศัยทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีตัวแทนมารับมอบสมุดประจำตัว จำนวน 1,000 ราย นอกจากพี่น้องประชาชนจะได้อยู่อาศัยทำกินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วหน่วยงานต่างๆ ก็สามารถเข้าไปพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานได้ พี่น้องประชาชนจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ในอดีตที่ผ่านมาจังหวัดน่านมีพื้นที่ป่าลดลงทุกปี จนกระทั่งปี พ.ศ. 2561 รัฐบาลได้มีคำสั่งเรื่องการบริหารพื้นที่รูปแบบพิเศษเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดน่าน หรือ โครงการน่านแซนด์บอกซ์

ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานพื้นที่จังหวัดน่าน โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานภาครัฐ และนายบัณฑูร ล่ำซำ เป็นประธานภาคเอกชน คณะกรรมการน่านแซนด์บอกซ์ได้สนับสนุนการสำรวจแปลงที่ดินของราษฎรในจังหวัดน่านที่ทำกินในเขตป่าทั้งจังหวัด

นอกจากนี้คณะกรรมการน่านแซนบอกซ์โดยนายบัณฑูร ล่ำซำ ยังได้สนับสนุนจัดทำโปรแกรมพิมพ์สมุดประจำตัวมอบให้กรมป่าไม้เพื่อใช้จัดทำสมุดประจำตัวให้แก่ราษฎรทั้งประเทศ โดยจังหวัดน่านมีราษฎรถือครองทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 150,340 ราย เนื้อที่ 1,559,320 ไร่ และกรมป่าไม้ได้ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเร่งรัดจัดทำสมุดประจำตัวมอบให้แก่ราษฎรทุกราย นอกจากนี้กรมป่าไม้ยังได้จัดทำระบบ “สมุดประจำตัวดิจิทัล” ในระหว่างรอเล่มสมุดประจำตัว ราษฎรสามารถเข้าไปตรวจสอบรายชื่อและแสดงสมุดประจำตัวผ่านโทรศัพท์มือถือได้

นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ ยังกล่าวอีกว่า นอกจากมอบสมุดประจำตัวให้ราษฎรในจังหวัดน่านได้อยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ยังส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานได้ โดยในพื้นที่จังหวัดน่านดังกล่าวกรมป่าไม้ได้อนุมัติโครงการพัฒนาสาธารณูปโภคให้มีการปรับปรุงถนน 28 โครงการ พัฒนาระบบไฟฟ้า 4 โครงการ และพัฒนาแหล่งน้ำ 11 โครงการ

เพื่อช่วยเหลือราษฎรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้จังหวัดน่านยังได้เข้าไปสนับสนุนส่งเสริมพัฒนาอาชีพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่ราษฎร ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน โครงการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ตามพระราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้แนวทาง “ทำให้ ทำร่วม ทำเอง” “ทำให้” คือการทำแปลงสาธิตตัวอย่างให้ราษฎรได้ศึกษาเรียนรู้ “ทำร่วม” คือมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกับราษฎร และ “ทำเอง” คือการขยายผลให้ราษฎรสามารถทำได้ด้วยตนเอง

“จังหวัดน่านถือเป็นแบบอย่างการทำงานแบบบูรณาการของทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ มีการส่งเสริมพัฒนาอาชีพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ซึ่งจะช่วยป้องกันอุทกภัยดินโคลนถล่มได้ในอนาคต ราษฎรมีอาชีพที่มั่นคงสามารถอยู่ร่วมกันกับป่าได้อย่างยั่งยืน” นายสุรชัยกล่าว และในวันเดียวกันนี้ที่สนามบินน่านนคร นายสว่างเปรมประสิทธิ์ นายก อบต.สะเนียน นายบุญยงค์ สดสอาด

นายเรืองเดช จอมเมือง นางจรวยพร อินสาคำ อดีตผู้สมัคร ส.ส.น่านพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งสามเขต นายรัฐภูมิ ขันสลี ผู้แทนเกษตร 17 จังหวัดภาคเหนือ นายกอบต.ภูฟ้าและคณะจากอำเภอปัวได้ให้การต้อนรับท่านรัฐมนตรีและมอบกระเช้าเพื่อเป็นการขอบคุณดร.เฉลิม ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

ทอดผ้าป่าสามัคคี 9 วัด ในวันเดียวกันอ.สามโก้ จ.อ่างทอง 9 กพ. 2568 และ แจกทุนการศึกษา โรงพยาบาลตำบล

รายการ.วิธีธรรม วิธีไทย ทาง ช่อง5 HD เทปนี้ ออกอากาศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 06.00-06-30 น. ในงาน.ทำบุญ 9 วัด ในวันเดียวกัน อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง 9 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 08.30 – 15.30 น.และแจกทุนการศึกษา โรงพยาบาลตำบล โดย.สมาคมชาวอ่างทอง ร่วมกับ ดร.ฉวีวรรณ คำพา เป็นประธาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผวจ.ศรีสะเกษ แถลงข่าว.จัดงาน “มหกรรมโคเนื้อดีศรีสะเกษ” เพื่อเชื่อมโยงตลาดโคเนื้อ สร้างแบรนด์เนื้อโคคุณภาพสูง และพัฒนาสู่ตลาดพรี่เมี่ยม

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 17.00 – 19.30 น. ณ สวนสาธารณะลาดออดหลอด อนุสรณ์ 238 ปี จังหวัดศรีสะเกษอำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ
วันนี้ เวลา 17.00 น. จังหวัดศรีสะเกษ โดย สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับหอการค้าจังหวัด ศรีสะเกษและYECศรีสะเกษ จัดงานแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมโคเนื้อและเนื้อดีศรีสะเกษ” ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 ณ สวนสาธารณะลานออดหลอด อนุสรณ์ 238 ปี จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมือง ศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ในงานแถลงข่าวจัดการเสวนาพูดคุยในหัวข้อ การเชื่อมโยงตลาดและโอกาสของโคเนื้อ ศรีสะเกษ เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่จังหวัดศรีสะเกษกำลังเริ่มต้นสร้างแบรนด์เนื้อโคคณภาพสูง และพัฒนาสู่
ตลาดพรี่เมี่ยม ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษมีเกษตรกรผู้เลี้ยงทั้งหมด 139,623 ราย โดยมีการเลี้ยงโคเนื้อมากที่สุด 41.9%ของเกษตรกรทั้งหมด ซึ่งคิดเป็นโคเนื้อทั้งจังหวัดถึง 511,213 ตัว จากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อทั้งหมด 105,500 ราย

****นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวถึงศักยภาพของศรีสะเกษในอุตสาหกรรม โคเนื้อ ศรีสะเกษเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ มี เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อจำนวนมาก และเริ่มมีการ พัฒนาโคขนเพื่อเข้าสู่ตลาดโคเนื้อคุณภาพสูง ปัจจุบันจังหวัดมึนโยบายผลักดันให้ โคเนื้อเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตร มูลค่าสูง เรากำลังพัฒนาเครือข่ายเกษตรตรกร ให้สามารถผลิตโคเนื้อคณภาพสูงตรงตามมาตรฐานฟาร์ม ที่มีระบบ การเลี้ยงสัตว์และการป้องกันโรคที่เหมาะสม และฟาร์มปลอดสารเร่งเนื้อแดง ซึ่งเป็นมาตรฐานฟาร์มด้านปศสัตว์ และการรับรองมาตรฐานอื่นๆ เพื่อให้มั่นใจว่า โคเนื้อศรีสะเกษมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ในทุกขั้นตอนของการผลิต และสิ่งที่เราต้องเร่งดำเนินการคือ การสร้างอัตลักษณ์ของเนื้อโคศรีสะเกษให้ชัดเจน เช่น สายพันธุ์ที่ใช้ วิธีการเลี้ยง และมาตรฐานการผลิต เพื่อให้ตลาดรับรู้ว่า “เนื้อโคศรีสะเกษ” มีคุณภาพดี และมีจุดเด่นที่แตกต่างจากที่อื่น”ศรีสะเกษ” มีศักยภาพเป็นศูนย์กลางโคเนื้อคุณภาพของภาคอีสาน เราสามารถสร้างโคขุนที่มีคณภาพเพื่อเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร และยังมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค หากเราสามารถ สร้างเครือข่ายระหว่างเกษตรกรผู้แปรรูป และผู้ค้าปลึกได้อย่างแข็งแกร่ง เราจะสามามารถสร้างรายได้มหาศาลให้กับชมชน และนี่คือเหตุผลที่เราจัดงาน “มหกรรมโคเนื้อและเนื้อดีศรีสะเกษ 2568” งานนี้ไม่เพียงแต่ เป็นการจัดแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการขยายตลาด เปิดโอกาสให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ และนักลงทุน ได้ร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมโคเนื้อของศรีสะเกษ

*****นายนัทเวโรจน์ บูชาพัฒน์ปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ
ปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ เรากำลังดำเนินโครงการ “ส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อแบบครบวงจร” ซึ่งมุ่งมัน 3ด้านหลัก ได้แก่

การปรับปรุงสายพันธุ์ – นำโคพันธุ์ดี เช่น วากิวลูกผสม ชาโรเลส์ แองกัส มาปรับปรุงพันธุ์ให้เหมาะ กับสภาพแวดล้อมของศรีสะเกษ แต่มีอัตราการแลกเนื้อที่ดีและมีคุณภาพเนื้อที่ตลาดต้องการ

การพัฒนาระบบการเลี้ยง – ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้อาหารสัตว์ลดต้นทุน และอาหารหยาบคุณภาพดี ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพของเนื้อ และลดต้นทุนการผลิต

การสร้างมาตรฐานการผลิต – พัฒนาฟาร์มโคขุนให้ได้มาตรฐานฟาร์มที่มีระบบการเลี้ยงสัตว์และ ป้องกันโรคที่เหมาะสม และฟาร์มปลอดสารเร่งเนื้อแดง เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโคเนื้อคุณภาพสูงปัจจุบัน ตลาดโคเนื้อไทยมีการเติบโตสูง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผู้บริโภคหันมาสนใจ เนื้อโคคุณภาพสูง เช่น โคขุน โคเนื้อพรีเมียม มากขึ้น ขณะเดียวกัน จีน เวียดนาม และประเทศในตะวันออกกลางมีความต้องการ นำเข้าโคเนื้อจำนวนมาก นอกจากนี้ ตลาดเนื้อแปรรูป เช่น เนื้อดรายเอจและเนื้อเกรดพิเศษ ก็กำลังเติบโต สำหรับเกษตรกร ต้องปรับตัวสู่การเลียงโคเนื้อคณภาพสูง ใช้สายพันธ์ที่เหมาะสม มีมาตรฐานการเลียง และให้ ความสำคัญกับการตลาดมากขึ้น

****นายจำนงค์ จังอินทร์ ตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ กล่าวถึงการพัฒนาสายพันธ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด ว่าการเลียงโคแบบเดิมที่เราเคยทำ อาจไม่ตอบโจทย์ตลาดปัจจจุบันแล้ว เพราะผู้บริโภคคต้องการเนื้อที่มี ไขมัน แทรกนุ่ม หอม และคุณภาพสูง ดังนั้น เกษตรกรต้อง พัฒนาโคขุนให้ตรงกับความต้องการของตลาดเช่น การ ใช้โคสายพันธ์ลูกผสมที่ให้เนื้อคุณภาพดี และต้อง เรียนรู้การให้อาหารขุนที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้เนื้อที่มีคุณภาพดี ที่สุด ตอนนี้ตลาดต้องการ เนื้อโคที่มีสักษณะเฉพาะ เช่น ไขมันแทรกดี (Marbling) นุ่ม และมีกลิ่นหอมซึ่ง จะต้องมาจากฟาร์มโคขนที่ได้มาตรฐาน ถ้าเราทำให้เนื้อโคศรีสะเกษ มีเอกลักษณ์ชัดเจนและตรงกับความต้องการของตลาด เราก็สามารถตั้งราคาสูงขึ้นได้ เกษตรกรก็จะได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าเดิม โดยต้องควบคูไป กับการพัฒนามาตรฐานการเลี้ยงและมาตรฐานฟาร์มด้วย

*****นายรัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่าการสร้างตลาดและการเชื่อมโยงเครือข่ายธรกิจ ในการตลาดระดับพรีเมียม จังหวัดศรีสะเกษมีโอกาสมีสูงมาก เพราะปัจจุบัน ผู้บริโภคต้องการเนื้อที่มีคุณภาพสูงและปลอดภัย โดยเฉพาะในกลุ่มร้านอาหาร โรงแรม และชูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมซึ่งเนื้อของศรีสะเกษสามารถตอบโจทย์ได้ แต่สิ่งที่ต้องพัฒนา เพิ่มเติมคือ สร้างแบรนด์เนื้อโคของศรีสะเกษให้เป็นที่รู้จัก ให้เหมือนกับเนื้อโคขนโพนยางคำ หรือเนื้อวากิว เราควรมีตราสินค้าประจำจังหวัด (Provincial Brand)
เพื่อทำให้โคเนื้อของเรามีจดเด่นที่ชัดเจน สิ่งที่สำคัญ คือ เกษตรกรต้องเรียนรู้เรื่องมาตรฐาน เช่น GFM หรือฟาร์ม ปลอดสารเร่งเนื้อแดง เพื่อเพิ่มมูลค่า และควรมี ช่องทางขายที่ชัดเจน เช่น การทำตลาดออนไลน์ หรือส่งตรงถึง
ผู้บริโภค

*****ด้านนายมรุตพงศ์ รจนา ผู้จัดการ สหกรณ์เครือข่ายโคเนื้อ จำกัด (Max Beef) กล่าวถึงแนวทางในการ รับซื้อโคขุน และสถามการณ์ต้าน โคขุนพรีเมือมของจังหวัดศรีสะเกษในปัจจุบัน”มหกรรมโคเนื้อและเนื้อดีศรีสะเกษ” งานนี้จะเป็นเวทีสำคัญที่เกิดจากความร่วมมือขอของทุกภาคส่วน เพื่อประชาสัมพันธ์เนื้อโคศรีสะเกษ สู่ตลาดพรีเมืยมระดับประเทศ เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ ผ่านกิจกรรม Business Matchin ยกระดับคุณภาพ โคเนื้อ ด้วยความรู้จากผู้เชียวชาญและ Workshop รวมถึงสร้างความตื่นตัวในตลาดผู้บริโภค ผ่านกิจกรรม Chef’s Table Fine Dining โดยเซฟปอนด์ มาสเตอร์เชพไทยแลนด์ ที่จะมารังสรรค์เมนูสุดพิเศษจาก เนื้อโคศรีสะเกษ ในพิธีเปิดงานวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้นอกจากนี้ยังมีมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินยอดนิยม เน็ค นฤพล กิจกรรมโชว์ทำอาหาร (Show Cooking) เรียนรู้เทคนิค ปรุงเนื้อระดับพรีเมียม เวิร์กช็อปแปรรูปผลิตภัณฑ์เนื้อและเครื่องหนัง

กิจกรรม BusinessMatching & Show Case กิจกรรมที่น่าสนใจอัดแน่นแน่นตลอดทั้ง 3 วัน ซึ่งการจัดงานมหกรรมโคเนื้อและดีเนื้อศรีสะเกษ 2568 เกิดขึ้นจากเราได้เห็นถึงศักยภาพของโคเนื้อศรีสะเกษ ทั้งจากมุมมองของภาครัฐ ภาคเอกชน เกษตรกรและผู้ประกอบการ ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าตลาดโคเนื้อยัง มีโอกาสเติบโตสูง และศรีสะเกษเองมีจุดแข็งที่สามารถผลักดันให้เป็น แหล่งผลิตโคเนื้อคุณภาพระดับ พรีเมียมของประเทศได้ สิ่งสำคัญคือ การสร้างมาตรฐาน การทำตลาด และการสร้างแบรนด์โคเนื้อศรีสะเกษ ให้แข็งแกร่งขึ้นจัดโดย จังหวัดศรีสะเกษ สำนักงานปศสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษและYECศรีสะเกษ สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ ได้ที่ Facebook : มกหรรมโคเนื้อและเนื้อดีศรีสะเกษ

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอแม่สาย นายกกิ่งกาชาด อ.แม่สาย ได้เป็นประธาน เปิดกิจกรรมโครงการ“อำเภอยิ้ม…เคลื่อนที่”

    //// วันนี้ (19 กุมภาพันธ์ 2568) เวลา 09.00 น. #นายวรายุทธ #ค่อมบุญ“อำเภอยิ้ม…เคลื่อนที่” อำเภอแม่สายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๘ ประจำ
    เดือนกุมภาพันธ์พร้อมทั้งร่วมกิจกรรม ดังนี้
    1. ร่วมกับคณะกิ่งกาชาด อ.แม่สาย และชมรมแม่บ้านมหาดไทย
    ออกเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดเตียงพร้อมมอบถุงยังชีพและเงินช่วยเหลือจำนวน
    5 ราย (หมู่ 1 และ หมู่ 5 ตำบลบ้านด้าย อ.แม่สาย)
    มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนโรงเรียนบ้านเทพกาญจนา จำนวน 6 ทุน
    2. ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน เปิดให้
    บริการแก่ประชาชน โดยในส่วนของอำเภอแม่สายได้จัดซุ้มเคลื่อนที่ให้บริการ
    ของศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ และบริการประชาสัมพันธ์ และสมัครแอพพลิเคชั่น
    ThaiD
    3. ร่วมกิจกรรมเดินรณรงค์หยุดเผา และลดฝุ่น PM 2.5 ร่วมกับกลุ่มงาน
    ความมั่นคงอำเภอแม่สาย สาธารณสุขอำเภอแม่สาย และหัวหน้าส่วนราชการ…

    สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เทศบาลเวียงสรวย จัดการแพเปียก แม่สรวย หลังเปิดไฟเขียวใช้พื้นที่หน้าเขื่อน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ล่องแพเปียกคลายร้อน

    เทศบาลตำบลเวียงสรวย รับลูกชลประทานบริหารจัดการแพเปียกแม่สรวย เทศบัญญัติควบคุม หลังเปิดไฟเขียวใช้พื้นที่หน้าเขื่อน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว หนีอูณหภูมิอากาศร้อน ล่องแพเปียกคลายร้อน ในเทศกาลสงกรานต์ ย้ำเตือนผู้ประกอบการเรื่องความสะอาด ควบคุมราคาอาหารเครื่องดื่มด้วยความเป็นธรรมแก่นักท่องเที่ยว ไม่จำหน่ายเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ในพื้นที่ราชการ ผู้นำอีก4หมู่บ้านขอมีส่วนร่วมมติที่ประชุมฉลุย ผลประโยชน์ลงตัว เอกชนโขกราคาค่าเช่าที่แพงลิ่ว ผู้ประกอบการครวญเสียเงินทุกเม็ด สรรพสามิตพื้นที่เชียงรายเล็งจับปรับผู้จำหน่ายเหล้าเบียร์ นายอำเภอแม่สรวยกำชับจัดระเบียบจราจร และจัดการขยะเพื่อหน้าตาอำเภอแม่สรวย

    เมื่อวันที่17ก.พ 2568 เวลา09.00 น.ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลตำบลเวียงสรวย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย นายปฤษฎางค์ สามัคคีนิชย์ นายอำเภอแม่สรวย ได้เข้าร่วมสังเกตุการณ์ประชุมระหว่างผู้บริหารเทศบาลตำบลเวียงสรวย ฝ่ายปกครองตำบลเวียงสรวยและผู้ประกอบการแพเปียก ร้านค้า ร้านอาหาร ในวันดังกล่าวมีนายสมพงษ์ เจาะเสน นายกเทศมนตรีตำบลเวียงสรวย นายสิงขร แสงจันทร์ ปลัดเทศบาลตำบลเวียงสรวย ว่าที่ร้อยตรีสิทธินันท์ รูปวิเชษฐ์ กำนันตำบลเวียงสรวย นายธวัช มะโนธรรม นายช่างไฟฟ้าช.3โครงการส่งน้ำบำรุงรักษาชลประทานแม่ลาว นายนิธิศ ไชยยา ผู้ใหญบ้านหมู่ที่8 บ้านตีนดอย ตำบลเวียงสรวย รวมทั้งผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่14 ต.เวียงสรวย ที่ทำหนังสือขออนุญาตขอใช้พื้นที่บริเวณหน้าเขื่อนแม่สรวย สำหรับประกอบการล่องแพเปียก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนประจำปี 2568 ซึ่งจะมีพิธีเปิดแพเปียกอย่างเป็นทางการในวันที่22 ก.พ.2568 สิ้นสุดวันที่15 พ.ค 2568

    สำหรับการประชุมรับฟังและชี้แจงเกี่ยวกับโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลประทานแม่ลาว ได้อนุญาตและไม่ขัดข้องในการขอใช้พื้นที่ทางผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่8และหมู่ที่13 ได้ทำหนังสือขอใช้พื้นที่ดังกล่าว โดยผ่านทางเทศบาลเวียงสรวยเป็นผู้กำกับดูแลในการขอใช้พื้นที่ ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้เทศบัญญัติเทศบาลเวียงสรวย ในที่ประชุมตัวแทนผู้ประกอบการแพเปียกได้เรียกร้องการจัดระเบียบการจราจรและเรื่องการจัดเก็บขยะปัญหาเกี่ยวกับการทะเลาะวิวาทความปลอดภัยเกี่ยวกับนักท่องเที่ยว โดยนายสิงขร ปลัดเทศบาลตำบลเวียงสรวย ได้ชี้แจงเกี่ยวกับระเบียบเงื่อนไขการใช้พื้นที่สองข้างลำน้ำสรวยใต้สะพาน ทำซุ้มนั่งรับประทานอาหารบริการนักท่องเที่ยว โดยทางเทศบาลจะดำเนินการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในราคาเมตรละ 50บาท สำหรับร้านค้าที่และลานจอดรถ พื้นที่เอกชนเทศบาลฯจะเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราทางเทศบาลฯกำหนด ในส่วนของความสะอาดและการจัดเก็บขยะ ที่ประชุมโดยนายนิธิศ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่8 ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าชุมชนจะบริหารการจัดเก็บกันเอง ส่วนนายสิงขร ปลัดเทศบาลฯได้ขอให้ผู้ประกอบการดำเนินกิจการตามกฎระเบียบที่ทางชุมชนกำหนดขึ้น

    จำนวน14ข้อ และเน้นย้ำถึงราคาอาหารต้องอยู่ในเกณฑ์ราคาที่เหมาะสมและต้องติดราคาให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง นอกจากนี้ยังกล่าวถึงแผนการจัดชุดชรบ.และอปพร.อำนวยสะดวกด้านการจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ หลังจากกิจการล่องแพเปียกได้เริ่มตั้งแต่วันที่15ก.พ.-15พ.ค 2568 โดยช่วงแรกคนยังไม่หนาแน่นก็จะยังไม่จัดชุดอำนวยความสะดวกอำนวยความสะดวกเนื่องจากกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครอยู่ในช่วงประกอบอาชีพอาขีพเลี้ยงครอบครัวเป็นปกติ แต่จะไปจัดชุดในช่วงเทศกาลในช่วงปลายเดือนมีนาคม -เมษายน ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากหลั่งไหลมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก ส่วนทางด้านว่าที่ร้อยตรีสิทธินันท์ กำนันตำบลเวียงสรวยได้พูดถึงเรื่องการรักษาดูแลด้านความปลอดภัยเน้นย้ำถึงการบริการที่ยิ้มแย้มแจ่มใสแก่นักท่องเที่ยวโดยผู้ประกอบการต้องใช้วาจาสุภาพด้านการบริการ ย้ำผู้ประกอบการต้องดูแลคนงานลูกน้องแพเปียกร้านค้าร้านอาหาร ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่ทะเลาะวิวาท ให้เสียภาพพจน์ ในเรื่องของการประสานไปยังปกครองตำบลต่างๆให้แจ้งยังลูกบ้านที่เป็นวัยรุ่นที่มาเที่ยวไม่ให้ก่อเหตุและสร้างความความวุ่นวายได้ทั้งนี้ยังย้ำถึงการกวดขันการพกพาอาวุธ การขับขี่รถเสียงดัง ตลอดถึงการเสพน้ำกระท่อมของวัยรุ่น

    ด้านนายปฤษฎางค์ นายอำเภอแม่สรวยได้กำชับและเสนอแนะฝากกิจการการท่องเที่ยวแพเปียก คือเรื่องความสะอาด ขยะและเรื่องการจัดระเบียบจราจรหนาแน่นในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่อำเภอแม่สรวยและขอรักษาภาพพจน์ของอำเภอแม่สรวยในการท่องเที่ยวเชิงประทับใจ
    ทางด้านนายสมพงษ์ นายกเทศบาลตำบลเวียงสรวยได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าเทศบาลตำบลเวียงสรวยซึ่งได้รับมอบพื้นที่จากโครงการส่งน้ำบำรุงรักษาชลประทานแม่ลาว ทางเทศบาลฯเน้นย้ำถึงการบริหารจัดการอย่างเท่าเทียมไม่เลือกปฏิบัติให้แก่ผู้ใดผู้หนึ่งกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด โดยใช้มาตรฐานเดียวกัน โดยขอให้ผู้ประกอบการแต่ละโซน ได้ปฏิบัติตามกฎกติกาเพื่อให้กิจการท่องเที่ยวโดยชุมชนดำเนินไปด้วยดี ในที่ประชุมนายสมพงษ์ ได้ขอมติที่ประชุมเห็นชอบตามคำร้องขอเพิ่มพื้นที่อยู่ในเขตปกครอง 6หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่2,3,8,13,14 ,17 ประกอบกิจการด้านการท่องเที่ยวแพเปียก โดยปีนี้มี 36 รายโดยที่ประชุมให้หมู่บ้านที่เพิ่มขึ้นมาอีก4หมู่บ้าน2,3,13,17 รวมเป็น6หมู่บ้านในปี 2569 ถัดไปเพื่อให้เกิดความเสมอภาคมีรายได้ทั่วถึงกันทั้งนี้ขอให้อยู่ภายใต้กฎและกติกาเดียวกัน และที่ประชุมเห็นพ้องต้องกันยกมือเป็นมติเอกฉันท์ เปิดโอกาสให้6หมู่บ้านได้มีส่วนร่วมและเกิดรายได้

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในที่ประชุมได้ขยายพื้นที่บริเวณเหนือสะพานซึ่งเดิมเป็นพื้นที่หวงห้ามอยู่ในความควบคุมของเขื่อนแม่สรวย ซึ่งทางโครงการได้ห้ามประชาชนเข้าไปบริเวณสันเขื่อนโดยหวั่นถึงความปลอดภัยด้วยปรากฏมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปบริเวณสันเขื่อนและถ่ายรูปลงโซเซียล อาจจะได้รับอันตรายโดยปัจจัยหลายเรื่อง อาทิการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมามายขึ้นไปอาจพลัดตกเสียชีวิต จึงได้หวงห้ามไว้ตั้งแต่ต้น แต่ส่วนด้านล่างสปริงเวย์ ลงมาเหนือสะพานซึ่งเป็นพื้นที่ใหม่ที่ทางชุมชนขอใช้ ทางโครงการส่งน้ำบำรุงรักษาชลประทานแม่ลาวได้มอบพื้นที่ให้กับเทศบาลตำบลเวียงสรวย ที่ทำเรื่องขอใช้พื้นที่จะต้องกำกับดูแลเป็นพิเศษ และบริเวณที่ชุมชนขอใช้ไม่สามารถล่องแพเปียกได้มีเพียง

    ทำซุ้มบริการนักท่องเที่ยวทานอาหาร รองรับประชาชน และเป็นพื้นที่จอดรถแก่นักท่องเที่ยว แต่ห้ามจำหน่ายเหล้าเบียร์เนื่องจากเป็นพื้นที่ของทางราชการห้ามจำหน่ายตามกฎหมาย ส่วนร้านค้าที่อยู่ในพื้นที่เอกชนหากมีการจำหน่ายเหล้าเบียร์ก็เป็นเรื่องของกรมสรรพสามิตรที่จะดำเนินคดี เปรียบเทียบปรับในอัตราทางกรมสรรพสามิตกำหนด ทางเทศบาลสามารถดำเนินตามกรอบอำนาจหน้าที่ได้เพียงเก็บค่าธรรมเนียมซุ้ม แพเปียก ลานจอดรถ ป้ายโฆษณา กำกับดูแลเรื่องระบบสุขาภิบาล จัดการอบรมผู้ประกอบการอาหาร เกี่ยวกับใบสัมผัสอาหาร เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการประกอบอาหารตามสุขอนามัย และให้ผู้ประกอบการดูแลเกี่ยวกับฝุ่นและความสะอาดของขยะ หากสิ้นระยะเวลาการขออนุญาตให้ผู้ประกอบการรื้อสิ่งปลูกสร้างออกทันทีเพื่อให้กลับเข้าสู่สภาพเดิมเงื่อนไขการขออนุญาต

    เมื่อวันที่19 ก.พ.68 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้เข้าพบนายทรงพล พงษ์มุกดา ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลประทานแม่ลาวเกี่ยวกับการส่งมอบพื้นที่ตามคำขอใช้พื้นที่ในกิจการท่องเที่ยวแพเปียกเขื่อนแม่สรวยตามคำขอเทศบาลตำบลเวียงสรวย นายทรงพลกล่าวว่าทางโครงการฯไม่ขัดข้องแต่ประการใดแต่ขอให้เทศบาลเวียงสรวยได้กำกับดูและตลอดระยะเวลการขออนุญาต ตั้งแต่วันที่15 ก.พ-15 พ.ค.2568 แต่ให้รื้อสิ่งปลูกสร้างออกพ้นลำน้ำเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการขอใช้ และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนสร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่ อนึ่งการะบายน้ำ4-5 ลบม./วินาที ซึ่งถือเป็นการระบายน้ำตามปกติ เพื่อเป็นการส่งน้ำให้เกษตรกรผู้ใช้น้ำในการเกษตร140,000ไร่เฉพาะช่วงแล้ง70,000ไร่ ในพื้นที่ อำเภอแม่ใจ จ.พะเยา อ.พาน อำเภอแม่ลาว อำเภอเมือง จ. เชียงราย รวมทั้งระบบน้ำประปา การระบายน้ำเป็นรอบปกติของการบริหารจัดการของโครงการ กรณีกิจการล่องแพเปียกแม่สรวย เป็นเพียงแค่ผลพลอยได้ ทางโครงการขอชี้แจงไม่ใช่ผันน้ำเพื่อกิจการแพเปียกโดยเฉพาะ แต่เป็นการต้องการของคณะกรรมการผู้ใช้น้ำ และทางโครงการฯจะต้องบริหารจัดการน้ำตามความประสงค์ทั้งนี้ทางโครงการฯจะต้องประเมินว่าปริมาณน้ำเพียงพอกับความต้องการเกษตรหรือไม่ หากไม่พออาจจะเพิ่มการระบายน้ำเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยจากการระบายในระดับปกติ

    อย่างไรก็ตามก็ขอให้การระบายน้ำออกจากเขื่อนแม่สรวย ได้ประโยชน์สูงสุด ส่วนเรื่องการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น แท้จริงไม่สามารถทำในบริเวณสถานที่ราชการแต่ถ้าหากฝ่าฝืนก็จะถูกดำเนินการตามกฎหมายและในเรื่องดังกล่าวให้เทศบาลตำบลเวียงสรวยกำกับดูแลตามอำนาจหน้าที่
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในส่วนพื้นที่เอกชนขณะนี้ได้โขกราคาสูงเกินผิดปกติทำให้ผู้ประกอบกิจการในส่วนร้านค้าและแพเปียก โอดครวญโดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำที่ทำซุ้ม ล่องแพเปียก ราคาสูงล๊อคราคาเกือบ200,000 บาทไล่เรียงลงไปสองฝั่งแม่น้ำหลักหมื่นต้นถึงหลักหมื่นๆปลายๆและต้องถูกเก็บค่าธรรมเนียมในส่วนต่างๆอีกและในสภาวะเศรษกิจเช่นนี้ข้าวของและวัตถุดิบในการประกอบอาหารจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว ตลอดถึงค่าจ้างแรงงานสูง จึงส่งผลให้ผู้ประกอบการทั้งรายเก่าและรายใหม่ต้องกัดฟันสู้แบบเสี่ยงดวงเป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลนอกพื้นที่แทบทั้งสิ้นส่วนคนในพื้นที่มีไม่มาก.

     นายธนกฤต วรรมณี  ทีมงานข่าวบก. รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /ผบ.ตร. แก้ปัญหาต่างด้าว สั่งลงดาบตำรวจทำผิด ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี มอบ “พล.ต.ท.สำราญฯ” กำกับดูแล/ ถนนวงแหวนเมืองพะเยาหรือที่เรียกว่าถนน(อุบาลี)อยู่ในความดูแลของทางหลวงชนบท จ.พะเยา

    วันนี้ (20 กุมภาพันธ์ 2568) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และคนต่างด้าวถูกหลอกลวง หรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมี พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศเข้าร่วมประชุม ณ ศปก.ตร. อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทางระบบประชุมทางไกล

    ในที่ประชุมฯ ผบ.ตร. ได้ประชุมติดตามสถานการณ์และข้อมูลเชิงวิเคราะห์ จึงได้สั่งการให้เร่งรัดการปฏิบัติในการตรวจสอบชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย และประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใดก็ตาม เพื่อตอบข้อเคลือบแคลงของพี่น้องประชาชนและสังคม หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินการตามกฎหมาย โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. กำกับดูแลการปฏิบัติ โดยเน้นย้ำการปฏิบัติใน 4 ขั้นตอน ได้แก่

    1. ตรวจสอบ : ให้หน่วยปฏิบัติที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทยในทุกมิติ รวมทั้งตรวจสอบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการอย่างเข้มงวดโดยไม่กระทบกับการท่องเที่ยว
    2. ปฏิบัติการ : ให้หน่วยที่เกี่ยวข้องประสานการปฏิบัติ ลงพื้นที่ตรวจสอบชาวต่างชาติที่พำนักในพื้นที่ เช่น ที่พัก แผนการท่องเที่ยว การรวมกลุ่มประกอบกิจกรรม หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น
    3. บังคับใช้กฎหมาย : หากพบมีการทำความผิดของชาวต่างชาติ ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดทันที
    4. ประชาสัมพันธ์ : สร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อตอบคำถาม ลดความเคลือบแคลงสงสัยของสังคมและประชาชน และให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสื่อต่าง ๆ
    5. นอกจากนี้ ในที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์ด้านการข่าวเชิงวิเคราะห์ แนวโน้มสถานการณ์การกระทำความผิดของคนต่างด้าวและแก๊งคอลเซ็นเตอร์พื้นที่จังหวัดเฝ้าระวัง เส้นทาง และรูปแบบการกระทำความผิด รวมทั้งผลการดำเนินการด้านกฎหมายและกลไกการส่งต่อระดับชาติ โดย ผบ.ตร.กำชับทุกพื้นที่/จังหวัด ปรับแผนการปฏิบัติและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์เริ่มมีความเคลื่อนไหวจากมาตรการต่าง ๆ จะต้องมีการวางแผนล่วงหน้ารับมือในทุกมิติ

    ทั้งนี้ ผบ.ตร. กำชับเข้มงวด หากพบตำรวจรายใดเกี่ยวข้องในการกระทำผิด เอื้อประโยชน์ ประพฤติมิชอบด้วยกฎหมาย จนเกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของหน่วยพื้นที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และประเทศชาติ ให้ดำเนินการทางปกครอง วินัย และอาญาเด็ดขาด ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กำชับหากพบเจ้าหน้าที่กระทำผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที

    พร้อมกันนี้ ผบ.ตร.ขอให้ผู้บังคับบัญชาถ่ายทอดข้อสั่งการและเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร.ไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดทุกนาย โดยให้คำนึงถึงประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเป็นสำคัญ ขอให้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ไม่เพิกเฉยต่อปัญหาของประเทศ และต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว พัวพันกับการกระทำผิดเด็ดขาด และขอบคุณตำรวจทุกนายที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่ ขอให้ตั้งใจทำงาน รักษาความดี ร่วมกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและประเทศชาติต่อไป

    วันนี้ที่พะเยา.#กับถนนวงแหวนเมืองพะเยาหรือที่เรียกว่าถนน(อุบาลี)ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดพะเยาวันนี้มีภารกิจมาพะเยาก็เลยขับรถไปดูตลอดเส้นทางดังกล่าวตามที่เป็นข่าวมานานว่าถนนสายนี้ก่อสร้างยังไม่ทันเท่าไรก็พังไปแล้วเจ้าของภาษีประเทศคงจะไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นะครับก็ไม่ทราบว่าทำไมถึงพังเร็วจัง.ถนนสายนี้เป็นถนนเลี่ยงเมืองพะเยาปลูกต้นไม้ริมทางเกาะกลางก็ดูสวยงามดีนะครับดอกคูณหรือดอกลมแล้งทางภาคเหนือแต่ว่าสภาพที่เป็นอยู่ก็คือเกาะกลางถนนทั้งสองข้างทางคงจะก่อสร้างใหม่เพราะสภาพที่เห็นก็เป็นแบบนี้ตลอดสายเลยนำภาพถ่ายมาให้ดูนะครับตอนนี้ก็

    เห็นกำลังรื้อทำไมตลอดเส้นทางก็ไม่ทราบว่าอยู่ในระหว่างการประกันงานจากบริษัทรับเหมาหรือไม่หรือว่าใช้งบประมาณมาสร้างใหม่เพราะอันเก่าพังไปแล้ว
    สำหรับพี่น้องประชาชนหรือประชาชนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ 2 ข้างทางหรือใช้เส้นทางนี้สัญจรก็ระมัดระวังหน่อยนะครับเพราะมีการก่อสร้างเป็นระยะระยะตลอด 2 เส้นทางเพราะเมื่อก่อนนี้ก็มีข่าวรถประชาชนได้รับความเสียหายตกหลุมตกบ่อมาแล้วถ้าทีมข่าวมีโอกาสไปพะเยาก็จะไปสอบถามว่าโครงการนี้จะหรื้อทำใหม่ตลอดเส้นทางเลยหรือครับหรือว่าเป็นช่วงๆ.พังตั้งแต่พื้นผิวจราจรก็น่าจะพอฟังอยู่นะครับแต่นี้แม้แต่เกาะกลางถนนก็สภาพอย่างที่เห็นนะครับพังไปเหมือนกันก็ไม่ทราบว่าวิศวกรควบคุมงานของทางหลวงชนบทคำนวณผิดหรือเปล่าครับจึงได้พังเร็วจังเลย. วันนี้ก็พยายามติดต่อผู้อำนวยการทางหลวงชนบทพะเยา.ติดภารกิจประชุมส่วนราชการเลยมีโอกาสก็จะนำรายละเอียดมาเสนอข่าวความคืบหน้าและความเป็นมากับถนนสายนี้อีกทีนะครับ

    รายงานโดยสมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวกองบกภาคเหนือ

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /กิจกรรมออกหน่วยบริการ “อำเภอยิ้ม…เคลื่อนที่” ประจำปีงบประมาณ 2568

    สำนักงานเกษตรอำเภอภูเพียง นางธนพร ดีอุด เกษตรอำเภอภูเพียง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอภูเพียง เข้าร่วมกิจกรรมออกหน่วยบริการ “อำเภอยิ้ม…เคลื่อนที่” ประจำปีงบประมาณ 2568 กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้บริการประชาชนในพื้นที่

    โดยมีหน่วยงานราชการต่าง ๆ ร่วมให้บริการด้านข้อมูล ข่าวสาร และการช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ ทั้งนี้ สำนักงานเกษตรอำเภอภูเพียงได้ให้บริการ ให้คำปรึกษาด้านการเกษตร การส่งเสริมอาชีพเกษตรกร แจกจ่ายเอกสารความรู้ทางการเกษตรและ

    แจกจ่ายน้ำหมักชีวภาพและสาร พด. สูตรต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถพัฒนาและปรับปรุงการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีนายอำเภอภูเพียง นายพงษ์ศิลป์ ผาลา เป็นประธานในงาน ณ หอประชุมบ้านดงป่าสัก ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

    เรื่องและเรียบเรียง /นายวิศิษฐ์ คงขำ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ
    ภาพ/ข่าว/เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอภูเพียง
    /บุญยงค์ สดสอาดนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว จับกุมพ่อค้ายาเสพติด ใช้ปืนยิงเปิดทางหลบหนี ยึดยาบ้า300,000เม็ด

    วันนี้ 19กุมภาพันธ์ 2568​ได้แถลงข่าวมีพันโท ฐาพล​ อ้อชัยภูมิรอง​รมน.อจพร้อมด้วย พันจ่าเอกสุวิน​ห้องแชงนายอำเภอชานุมาน พันตำรวจเอกโชตินรินทร์สุภาวรัตม์​ผกก.สภ.ชานุมานในตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ พันเอกปภังกร​หมื่นศา​ ผบก.ที่บัญชาการกองกำลังสุรนารี พันเอกกัญญณัต ไชยโอชะ ผบชฉก.ทหารผพราน 23 นาวาเอก ธชนนน อิทธิภูริทร์ ผบ. นรข.เขตอุบลราชธานีมว.ตชด
    2273และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและความมั่นคง

    ได้ร่วมกันประชุมเข้มกับเจ้าหน้าที่ๆเกี่ยวข้องความมั่นคงชายแดนอ.ชานุมานขานรับโยบายของหน่วยงานความมั่นคง และรัฐบาล แนวทางการในการทำงานร่วมกัน ทิศทางเดียวกันหรือเป้าหมายเดียวกันในปราบปรามยาเสพติด และของผิดกฎหมาย อย่างเข้มข้นและจริงจังสำหรับการแถลงข่าวในวันนี้ เป็นการดำเนินงานการสืบสวนหาข่าวในพื้นที่เป้าหมายการข่าวลับว่าจะมีการ ขนยาเสพติด ให้โทษข้ามมาจากประเทศเพื่อนบ้านยามค่ำมืด มายังราชอาณาจักรไทยเจ้าหน้าที่ เฝ้าติดตามตลอดเวลาในขณะที่เฝ้า รอดูก็ได้มีเรือหางยาวมาเทียบท่า มีชาย จำนวน 3 คน 2 คนได้นำกระสอบถุงปุ๋ยใน ถุงปุ๋ยตรวจ ทราบภายหลังว่าเป็นยาเสพติด ให้โทษเจ้าหน้าที่แสดงตัว เพื่อเข้าจับกุมแต่ก็ขัดขืนไม่ให้จับ พ่อค้ายาเสพติดจึงใช้อาวุธปืน ไม่ทราบชนิดที่พกติดตัวมาด้วยยิง ใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหลบหนี

    ประกอบด้วยความมืดโดดลงแม่น้ำโขงเจ้าหน้าที่ก็ติดตามค้นหาแต่ก็ไม่พบผู้สื่อข่าวได้สอบถามเป็นการดำเนินการปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้นในพื้นที่ ตามแนวชายแดน ทั้งนี้เพื่อเป็นการเฝ้าระวังป้องกันปัญหายาเสพติด จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน และสถานประกอบการทุกแห่งแจ้งเบาะแส/ข้อมูล ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599 สายด่วน 191 และ Application Police I lert U ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการปราบปราม จับกุม ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และลดปัญหายาเสพติด ในภาพรวมอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น เพื่อให้สังคมมีความสุขหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ร่วมกัน ป้องกันปราบปราม ยาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาลอย่างจริงจังและเด็ดขาด ภาพข่าว​ ประวัติ​ นิธิเตชะยศสกุล

    ประวัติข่าว รายงาน/ภาพ/ข่าว

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สุดปัง!! น้องมหาเทพ นายแบบวัยทีน ร่วมเปิดตัวห้องเสื้อแบรนด์ ”มหาเทพ“

    ในกิจกรรม BAF ครั้งที่ 10 เทศกาลศิลปะแห่งกรุงเทพ BANGKOK ART FESTIVAL ที่ไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ( สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ ไอคอนสยาม ชวนยกระดับความคิดสร้างสรรค์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยวัฒนธรรม ผ่านการจัดเทศกาลศิลปะแห่งกรุงเทพ หรือ Bangkok Art Festival ( BAF ) ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 17 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ ริเวอร์พาร์ค ไอคอนสยาม

    นาง ยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า จากแนวคิดในการขับเคลื่อนกระทรวงวัฒนธรรมของนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้กำหนดนโยบายในการส่งเสริมระบบนิเวศและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจวัฒนธรรม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยพัฒนาพื้นที่ทางศิลปวัฒนธรรมและเสริมพลังสร้างสรรค์ให้คนเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจวัฒนธรรมและสังคม นำมาสู่การพัฒนาศักยภาพเมืองแห่งศิลปะในจังหวัดต่างๆ

    BAF #BangkokArtFestival #เทศกาลศิลปะกรุงเทพMAHADEPBANDMAHADEP18MAHADAP TANATPATARAKUL มหาเทพ ธเนศภัทรกูล

    สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / หนุ่มใหญ่ ใช้ขวานจามหัวป้า 54 ปี ผู้ให้ข้าวให้น้ำกินดับอนาถ /ตรวสอบการกระทำความผิดที่ปรากฏบนสื่อออนไลน์โดยสายตรวจออนไลน์


    ***เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 20 ก.พ. 68 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปดูที่เกิดเหตุ ที่บ้านหนองแขวน ตำบลโพธิ์กระสังข์ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ หลังได้รับแจ้งว่าเมื่อคืนเวลาประมาณ 22.30 น. วันที่ 19 ก.พ. 68 เกิดเหตุมีคนใช้ขวานจามหัวผู้หญิงเสียชีวิตที่กระท่อมกลางสวนยางพารา หลังบ้านเลขที่ 76 หมู่ 6 ตำบลโพธิ์กระสังข์ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ผู้ก่อเหตุคือ นายนิพล เลิศศรี อายุ 54 ปี หรือ ไอ้จ่อย ส่วนผู้เสียชีวิตคือ นางราตี โพธิสาร อายุ 54 ปี พอไปถึงพบชาวบ้านกำลังช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ ขนเต็นท์ มาเตรียมกาง โดยมีชาวบ้านพาผู้สื่อข่าวไปดูจุดเกิดเหตุที่เป็นกระท่อมหลังบ้านของผู้ตาย ซึ่งสภาพพื้นที่เกิดเหตุมีกองเลือดกองอยู่ที่พื้น มีรองเท้าว่างอยู่ 2 คู่ ซึ่งเป็นรองเท้าของผู้เสียชีวิตและของผู้ก่อเหตุ (คู่สีขาวของผู้ตาย คู่สีน้ำตาลของผู้ก่อเหตุ) โดย นายบรรจง โพธิสาร อายุ 76 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78 หมู่ 6 ต.โพธิ์กะสัง ซึ่งเป็นสามีของผู้ตาย เล่าให้ฟังว่า วันที่เกิดเหตุตนไม่ได้อยู่บ้านตนไปช่วยงานศพญาติที่อยู่ต่างหมู่บ้าน ตนมาทราบว่าภรรยาถูกฆ่าตาย ก็เพราะผู้ใหญ่โทรไปบอกเมื่อช่วงเวลา 4 ทุ่มกว่า ทั้งนี้ตนกับ ไอ้จ่อย (ผู้ก่อเหตุ) รู้จักกันมานานแล้ว เมื่อช่วงกลางวันก่อนที่ตนจะออกไปงานศพ ก็ยังเจอและพูดคุยกันอยู่ ตนคิดว่าสาเหตุที่ทำให้ ไอ้จ่อย ฆ่าภรรยาตนน่าจะเกิดจากการทะเลาะวิวาทแล้วเกิดอารมณ์ฉุนเฉียวบวกกับดื่มสุราเมาด้วย ทำให้ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่จึงก่อเหตุขึ้น ที่ผ่านมาผู้ก่อเหตุยังเคยถูกดำเนินคดีมาหลายคดีแล้ว ส่วนภรรยาของตนหรือผู้ตายเป็นคนนิสัยอ่อนโยนเป็นคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ใครมาก็ต้อนรับหมด ตนไม่คิดว่าจ่อยจะก่อเหตุฆ่าภรรยาตนได้โหดเหี้ยมขนาดนี้ ตนไม่ขอให้อภัยในจ่อย(ผู้ก่อเหตุ)

    ***ด้าน นางจิราภา บุตรดี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ตำบลโพธิ์กระสัง เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 4 ทุ่มกว่า ไอ้จ่อย (ผู้ก่อเหตุ) ได้ขับจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125i สีเทา หมายเลขทะเบียน 1 กร 1110 ศรีสะเกษ มาเรียกตนซึ่งมาคนเดียว แต่ตอนแรกตนไม่ยอมเปิดประตู ก่อนที่ ไอ้จ่อย (ผู้ก่อเหตุ) จะไปเรียกคนในหมู่บ้านพามาเรียก ตนจึงรุกขึ้นมาเปิดประตู ก่อนที่ตนจะถาม ไอ้จ่อย (ผู้ก่อเหตุ) ว่ามาเรียกทำไหม ไอ้จ่อย (ผู้ก่อเหตุ) ตอบว่าจะมามอบตัวเพราะไปฆ่าคนตาย ตอนนั้นตนไม่เชื่อ เพราะเวลาเมา ไอ้จ่อย (ผู้ก่อเหตุ) กับผู้ตาย จะทะเลาะกันเป็นประจำ จึงคิดว่า ไอ้จ่อย (ผู้ก่อเหตุ) คงพูดโกหก จังหวะที่ตนกำลังยืนคุยกัน ไอ้จ่อย (ผู้ต้องหา) พอดีมีรถยนต์เจ้าหน้าที่ตำรวจขับผ่านมาพอดี ตนจึงเรียกให้จอด และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงใช้กุญแจมือไว้ และนำตัว ไอ้จ่อย (ผู้ก่อเหตุ) ขึ้นรถยนต์ตำรวจเพื่อไปดูที่เกิดเหตุ โดยพอไปถึงที่เกิดเหตุก็เห็นว่า ไอ้จ่อย (ผู้ต้องหา) ฆ่าคนตายจริงๆ ตามที่กล่าวอ้าง

    ***ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรกันทรอม โดยได้พูดคุยกับ ไอ้จ่อย (ผู้ต้องหา) ซึ่งได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ที่ต้องลงมือก่อเหตุฆ่า นางราตรี ผู้เสียชีวิต เพราะตนมึนเมา บวกกับผู้ตายจะชอบพูดดูถูกตนว่าตนชั่ว ว่าตนกระจอก จะทำอะไรกับตนก็ได้ ผู้ตายชอบพูดดูหมิ่นตน พูดแต่คำนี้มาโดยตลอดหลายเดือนแล้ว โดยปกติตนจะชอบมาคลุกคลีกับครอบครัวผู้ตายเป็นประจำเวลาบ้านผู้ตายมีงานก็จะเรียกใช้ตนอยู่ตลอด ผู้ตายจะให้เงินใช้หุงข้าวทำกับข้าวให้กิน ขวานที่ตนใช้ก่อเหตุก็เป็นขวานของผู้ตายที่ให้ตนไว้ใช้
    ***ด้าน พ.ต.ท. ณรงค์ ปิยะพันธ์ สารสัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรกันทรอม เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากตอนแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนเมาอาระวาดอยู่ที่หมู่บ้านที่เกิดเหตุ จึงให้สายตรวจออกที่เกิดเหตุ แต่ไปถึงกับเจอกับผู้ใหญ่บ้านเรียกให้จอดและแจ้งว่า ไอ้จ่อย (ผู้ต้องหา) มาบอกว่าไปฆ่าคนตายให้ไปตรวจสอบหน่อย จึงได้ควบคุมตัวและนำตัวไปที่เกิดเหตุ พอไปถึงก็พบว่ามีผู้เสียชีวิตจริง จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับ ก่อนจะเรียนชุดพิสูจน์หลักฐานมาตรวจที่เกิดเหตุ โดยสภาพศพผู้เสียชีวิตบริเวณศรีษะด้านซ้ายมีบาดแผลขนาดใหญ่ยาวจากกลางหัวถึงหน้าผากเหนือคิ้ว แผลยาวประมาณ 18-20 เซนติเมตร และ บริเวณกระท่อมที่เกิดเหตุพบขวานที่มีคราบเลือดตกอยู่และมีร่องรอยการต่อสู้ นอกจากนี้ยังพบเหล้าขาวที่ยังกินไม่หมดอยู่ในที่เกิดเหตุอีกด้วย เบื้องต้นตำรวจนำตัว ไอ้จ่อย มาตรวจปัสาวะพบเป็นสีม่วง พร้อมกับรับสารภาพว่าเป็นลงมือใช้ขวานจามผู้ตายจริง ทั้งนี้ได้ตั้งข้อหากับ ไอ้จ่อย ว่า ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาพกพาอาวุธขวานไปที่หมู่บ้านหรือที่สาธารณะ และเสพสารเสพติด ก่อนจะได้นำตัวฝากขังที่ศาลกันทรลักษ์ ในวันพรุ่งนี้เพื่อดำเนินการต่อไป


    ตามนโบายของ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1 ให้ตรวสอบการกระทำความผิดที่ปรากฏบนสื่อออนไลน์โดยสายตรวจออนไลน์ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 ,พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.พีรศักดิ์ รอดบน รอง ผบก.สส.ภ.1 ,พ.ต.อ.มณเทียร เบ้าทอง รอง ผบก.ปฏิบัติราชการ บก.สส.ภ.1 ,พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มะอักษร รอง ผบก.สส.ภ.1 ,พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส.ภ.1 ,พ.ต.อ.นภธร วาชัยยุง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1,พ.ต.ท.พูนสุข เตชะประเสริฐพร รอง ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.1

    ด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ตร.ภ.8.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.2 บก.สส.ภ.8 ได้ดำเนินการตรวจสอบและสืบสวนการกระทำความผิดของบัญชีผู้ใช้ facebook ดังกล่าวพบว่ามีการจัดให้มีการเล่นพนันเอาทรัพย์สินกันผ่านทาง แอพพลิเคชั่น ไลน์ ใช้ชื่อว่า GOAL77VIP ในพื้นที่จ.ปทุมธานี จึงได้ประสานมายัง ศปอส.ตร.ภ.1 เพื่อตรวจสอบการกระทำความผิดดังกล่าว 
    วันนี้ (19 ก.พ. 2568)  เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจออนไลน์ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ จึงได้ทำการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดปทุมธานี จนกระทั่งวันนี้ ( 19 ก.พ.68 ) เวลาประมาณ 15.00 น. บก.สส.ภ.1 ได้นําหมายค้น ศาลจังหวัดปทุมธานี 24/2568 ลงวันที่ 19 ก.พ.68 เข้าค้นบ้านเลขที่ 71/271 ม.4 ซ.เอกประจิม 3 ถ.พหลโยธิน ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ปรากฎรายละเอียดดังนี้

    ชุดตรวจค้นนำโดย พ.ต.ท.กฤษฎา นาคประสิทธิ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1 พร้อมด้วย พ.ต.ท.สงบ คุ้มสุวรรณ สว.กก.วิเคราะห์ข่าว ฯ บก.สส.ภ.1 , พ.ต.ท.สิทธิ์ทวี ปัญญาคม สว.กก.สส.1 บก.สส.ภ.1 , พ.ต.ต.วรภัทร แก้วดวงเทียน สว.กก.สส.2 บก.สส.ภ.1 พร้อมกำลัง กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1 ตรวจยึดพร้อมของกลางจำนวนรวม 49 รายการ พบยอดเงินหมุนเวียนกว่า 150,000,000 บาทสถานที่ตรวจค้น บริเวณบ้านเลขที่ 71/271 ม.4 ซ.เอกประจิม 3 ถ.พหลโยธิน ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานีได้ร่วมกันจับตัวนายจิรายุทธ คีรีทศ อายุ 33 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1129900110452 บ้านเลขที่18 ม.3 ต.บึงกาสาม อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานีนายอลงกรณ์ ชูศักดิ์ อายุ 37 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1100500216174 บ้านเลขที่ 49/695 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม จ.กรุงเทพมหานครนายณัฐวุฒิ ภูมินันท์ อายุ 33 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1419900306401 บ้านเลขที่ 23 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานีนายชุติพงศ์ เรียมริมมะดัน อายุ 34 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1100500425113 บ้านเลขที่ 90/466 ม.6 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานีน.ส.กิตติรัตน์ สัตยากูล อายุ 38 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1349900137626 บ้านเลขที่477 ม.8 ต.ปทุม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

    นายเอกวุฒิ แก้วทอง อายุ 31 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1100701737091 บ้านเลขที่ 555/67 ม.8 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการนายออมสิน อมรปิยกุล อายุ 29 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1929900512863 บ้านเลขที่ 99/9 ม.6 ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง จ.ตรังน.ส.ฐานิดา อินทร์นาม อายุ 20 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1103703760165 บ้านเลขที่ 336/1 ม.2 ต.ทางพูนอ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช

    ข้อหา “ร่วมจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานหรือรับอนุญาตแล้วแต่เล่นพลิกแพลง หรือผู้ใดเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นอันขัดต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวงหรือข้อความในใบอนุญาต” เจ้าหน้าที่ผู้จับกุมปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้สูญหาย พ.ศ.2565 โดยได้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกควบคุมตัว ตามมาตรา 22 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้สูญหาย พ.ศ.2565 ไปยังศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายไปยังสำนักงานอัยการ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 และได้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกควบคุมตัว ตามมาตรา 22 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้สูญหายพ.ศ.2565 ไปยังศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายไปยังฝ่ายปกครองกรมการปกครอง เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 เรียบร้อยแล้ว

    ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / Pattaya Roadshow to Muscat ชาวโอมานให้ความสนใจเกินคาด/เมืองพัทยาส่งรถบรรทุก 5 คัน ลุยจัดเก็บสาหร่ายทะเลเกยหาดกระทิง/เปิดงานมหกรรมเกษตรธรรมชาติ ครั้งที่ 24

      วันที่ 12 ก.พ.68 มีรายงานว่า เมืองพัทยาร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี (อบจ.ชลบุรี) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา กลุ่มผู้ประกอบการพัทยา (Sellers) 16 หน่วยงาน เข้าร่วมงาน Pattaya Roadshow to Muscat (MCT) ณ โรงแรม Sheraton Oman กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน

      ทั้งนี้ เพื่อเสนอขายสินค้าทางการท่องเที่ยวให้กับผู้ประกอบการต่างประเทศ (Buyers) จำนวนกว่า 50 หน่วยงาน ด้วยการนำทัพผู้ประกอบการพัทยาโดยนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา นางจิดาภา สุวัตถาภรณ์ สมาชิกสภาเมืองพัทยา นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา

      นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(สำนักงานพัทยา) นางดารัตน์ สุรักขกะ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และผู้อำนายการสำนักการท่องเที่ยวเมืองพัทยา สำนักงานพัทยา เข้าร่วมงาน พร้อมได้รับเกียรติจาก นายเอกอรรถ ทิตาราม อุปทูตฯ ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน เป็นประธานเปิดงาน

      โดยภายในงาน เมืองพัทยาได้นำการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยไปเผยแพร่ภายในงาน Pattaya Roadshow to Muscat (MCT) พร้อมนำเสนอสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ซึ่งพบว่าผู้ประกอบการชาวโอมานให้ความสนใจเกินคาด เป็นสัญญาณที่ดีด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยต่อไป

      อธิบดี สกร. เปิดงานมหกรรมเกษตรธรรมชาติ ครั้งที่ 24 “สืบสานพระราชดำริ สู่มิติการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ประจำปี 2568

      วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมเกษตรธรรมชาติ ครั้งที่ 24 “สืบสานพระราชดำริ สู่มิติการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ประจำปี 2568 พร้อมกันนี้ได้เยี่ยมชมบูธจัดแสดงนิทรรศการและสินค้าของหน่วยงานต่าง ๆ และ

      ได้ร่วมลงแปลงผักเกษตรธรรมชาติ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ให้ผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งบุคลากร ศฝช.วัดญาณฯ ณ ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

      งานมหกรรมเกษตรธรรมชาติ ครั้งที่ 24 “สืบสานพระราชดำริ สู่มิติการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ประจำปี 2568 ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือ จากสำนักงานคณะกรรมการพิเศษประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) หน่วยงานโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณรอบวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร

      อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดชลบุรี สกร.ระดับอำเภอ กลุ่มศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพฯ ศูนย์ฝึกทหารใหม่กองยุทธศึกษาทหารเรือกองฝึกหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ทุกแห่ง สื่อมวลชนทุกแขนง หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และภาคประชาชน รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย

      ทั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ คือ 1.เพื่อเผยแพร่พระราชดำริพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่มีต่อปวงชนชาวไทย 2.เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านเกษตรธรรมชาติและเทคโนโลยีทางการเกษตร 3.เพื่อเป็นศูนย์กลางการจำหน่ายผลผลิตเกษตรธรรมชาติสู่ผู้บริโภคโดยตรง

      Nike Pattaya by IAM247 เปิดตัวสาขาแรกในภาคพื้นตะวันออก ตอบโจทย์ลูกค้าสายออกกำลังกายและแฟชั่น

      วันที่ 13 ก.พ.68 นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้ทรงคุณวุฒิเมืองพัทยา ในฐานะผู้แทนนายกเมืองพัทยา ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด Nike Pattaya by IAM247 สาขาแรกในภาคพื้นตะวันออก ที่บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยา จ.ชลบุรี โดยมี นายขวัญชัย บุญอารีย์ ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยา นายบุญอนันต์ พัฒนสิน นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา-ชลบุรี ร่วมพิธี

      นายพยัคฆ์ กิจตั้งไพศาล ผู้จัดการทั่วไป Nike Pattaya by IAM247 เผยว่า ถือเป็นการเปิดตัวสาขาแรกในภาคพื้นตะวันออก เพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้า ด้วยการรวบรวมสินค้าตอบโจทย์ครบทุกความต้องการของกลุ่มลูกค้าครอบครัวและกลุ่มลูกค้าสายสปอร์ต โดยอยู่ภายใต้การดำเนินงานของ IAM247 by Valiram ซึ่งเป็น Nike Official Store Partner ในประเทศไทย

      ทั้งนี้ นับเป็นการเปลี่ยนนิยามคำว่า Sports Performance Store ด้วยไลน์อัพสินค้าจัดเต็ม และครั้งแรกกับบริการระดับ Rise store experience ในภาคพื้นตะวันออกครั้งแรกที่เมืองพัทยา บนพื้นที่ให้บริการกว่า 450 ตร.ม. โดยความโดดเด่นของ Nike Pattaya by IAM247 จะมีบริการจำหน่านสินค้าเสื้อผ้าออกกำลังกายคุณภาพสูง รองเท้าในกลุ่มรันนิ่งจะมีไปถึงตัวท็อปสุด และยังมีรองเท้าสนีกเกอร์ ไลฟ์สไตล์ ทั้งจอร์แดน และไนกี้ดั้ง รวมทั้งสปอร์ตแฟชัน เสื้อบราออกกำลังการสำหรับสุภาพสตรี

      ร้านดอกไม้พัทยาคึกคักรับวันวาเลนไทน์

      วันที่ 14 ก.พ.68 ซึ่งตรงกับเทศกาลแห่งความรัก หรือวันวาเลนไทน์ บรรยากาศการซื้อขายดอกไม้ และสินค้าที่ระลึกในเมืองพัทยาเป็นไปอย่างมีสีสัน ผู้ประกอบการพากันนำสินค้าออกมาจำหน่ายเพื่อเรียกลูกค้ากันอย่างคึกคัก

      ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ร้านจำหน่ายดอกไม้และขอฃที่ระลึกที่ตลาดลานโพธิ์นาเกลือ พบผู้ประกอบการตกแต่งร้านด้วยการนำช่อดอกไม้และตุ๊กตามาจัดวางอย่างสวยงาม โดยมีลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติทยอยมาเลือกซื้ออย่างต่อเนื่อง

      สอบถามผู้ประกอบการ ทราบว่า ดอกกุหลาบในปีนี้ราคาพอๆ กับปีที่แล้ว ถ้าจัดช่อก็จะเพิ่มค่าบริการตกแต่งและดอกไม้ประดับ ด้วยมีฐานลูกค้าเดิมทำให้ลูกค้าไม่ลดลง และทางร้านยังมีบริการจำหน่ายดอกไม้เทียมและตุ๊กตาเนื่องในวันวาเลนไทน์ด้วย

      คลินิกทำฟันพัทยา ทำเก๋! ตกแต่งร้านเป็นถ้ำขาวบริสุทธิ์ พร้อมเฟอร์นิเจอร์อลังการรับผู้มาใช้บริการ

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คลินิกทันตกรรม Land of Smile Dental Clinic สาขา 2 (สาขาพัทยา) ตั้งอยู่ริมถนนพรประภานิมิต 17 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้มีการตกแต่งร้านอย่างแปลกตาและไม่เหมือนใคร ด้วยการเนรมิตจัดสร้างพื้นที่รอใช้บริการทำฟันเป็นถ้ำสีขาว พร้อมตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สวยงามอลังการ

      ทันตแพทย์ ชลวิตต์ เนื่องโคตะ ผู้บริหาร คลินิกทันตกรรม Land of Smile Dental Clinic เปิดเผยว่า ด้วยตนเองชอบเดินทางท่องเที่ยวถ้ำและภูเขาหลากหลายจังหวัด โดนเฉพาะถ้ำที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับพญานาค ซึ่งตนเองให้ความสนใจ จึงเกิดไอเตียตกแต่งร้านทันตกรรมสาขานี้ ให้เป็น Pure Cave หรือถ้าขาวบริสุทธิ์ ด้านบนมีเท้าเวสสุวรรณโณองค์ยืนจัดวางไว้อย่างสง่างาม

      ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นที่นั่งพักรอคิวใช้บริการทำฟันกับทางคลินิก ซึ่งผู้ที่มาใช้บริการบริการต่างเอ่ยปากชมว่างมีความแปลกและสวยงาม โดยคลินิกทันตกรรม Land of Smile Dental Clinic สาขา 2 เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 น.- 20.00 น. สอบถามเพิ่มเติมโทร.088-225-6296, 091-737-9942

      โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยาจัดกิจกรรม “รวมมิตร พิชิตมะเร็ง” เนื่องในเดือนแห่งเทศกาลวันมะเร็งโลก

      มีรายงานว่า โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยาได้จัดกิจกรรม “รวมมิตร พิชิตมะเร็ง” พร้อมเสวนาจากแพทย์เฉพาะทางด้านโรคมะเร็งร่วมเสวนาหัวข้อ “มะเร็งร้าย ที่รักเธอ ” เพื่อวิธีดูแลตัวเองให้ห่างไกลโรคมะเร็ง พร้อมกิจกรรมคัดกรองโรคมะเร็งเบื้องต้น ให้กับผู้ร่วมกิจกรรม เนื่องในโอกาสเดือนแห่งวันมะเร็งโลก โดยมีแพทย์หญิงชนิศา อินณชิต ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา กล่าวต้อนรับและกล่าวเปิดงาน

      หลังจากนั้นมีการเสวนาเรื่อง “มะเร็งร้าย ที่รักเธอ” โดย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสหสาขา โรคมะเร็ง รพ.กรุงเทพพัทยา ได้แก่ นพ. ฐาปนัสม์ ลิขิตมาศกุล ศัลยแพทย์เต้านม นพ. สิทธิ สุขอวยชัย อายุรแพทย์โรคมะเร็ง นพ. ณรงค์ฤทธิ์ ขุนภักดี อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร และพญ. พันธลี ชื่นสัมพันธ์ แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย ด้านโภชนาการและเมตาบอลิสม มาร่วมพูดคุยให้ความรู้การดูแลตัวเองและคนในครอบครัวให้ห่างไกลโรคมะเร็ง

         จากข้อมูลล่าสุดของสถาบันมะเร็งแห่งชาติในปี 2565 พบว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ประมาณ 140,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 400 คน และมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งประมาณ 83,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 227 คน สำหรับมะเร็งที่พบมากที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งปากมดลูก  แพทย์ได้เปิดเผยว่า สาเหตุหลักของการเกิดโรคมะเร็งมาจากปัจจัยภายนอกร่างกาย เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนสารก่อมะเร็ง และการได้รับสารก่อมะเร็งจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม  การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตโดยหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้ถึงร้อยละ 40 นอกจากนี้ มะเร็งบางชนิดสามารถตรวจคัดกรองได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก การตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการรักษาโรคมะเร็งให้หายได้  ภายในกิจกรรม มีการออกบูธคัดกรองโรคมะเร็งเบื้องต้นให้กับผู้ร่วมกิจกรรม ประเมินความเสี่ยงมะเร็งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แบบประเมินความเสี่ยงมะเร็งเต้านม, แบบประเมินคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งลำไส้, แบบประเมินคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก และอื่นๆ อีกมากมาย

      เตรียมเนรมิตหาดบ้านอำเภอจัดงานเดินกินถิ่นนาจอมเทียน (ถนนคนเดิน) ครั้งที่ 3 ทต.นาจอมเทียนจัดยิ่งใหญ่ปลุกสีสันการท่องเที่ยวชลบุรี

      นางสาวรพีพรรณ รัตนเหลี่ยม นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนาจอมเทียน เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์-2 มีนาคม 2568 เทศบาลตำบลนาจอมเทียนได้กำหนดจัดงานมหกรรมอาหาร “เดินกินถิ่นนาจอมเทียน” (ถนนคนเดิน) ครั้งที่ 3 ณ บริเวณริมชายหาดบ้านเภอ

      กิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวท้องถิ่นให้มีสีสัน ส่งเสริมการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับวัฒนธรรมอันดี และยังเป็นการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากกิจกรรมการท่องเที่ยวด้วยการชูเอาเอกลักษณ์ความโดดเด่นของอาหาร ทั้งอาหารพื้นฐิ่นรสชาติอร่อย และอาหารทะเลแบบสดๆ มานำเสนอให้บริการผ่านร้านค้าต่างๆ ด้วยบรรยากาศริมทะเลของชายหาดบ้านอำเภอ จึงอยากเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมงานมหกรรมอาหาร “เดินกินถิ่นนาจอมเทียน” (ถนนคนเดิน) ครั้งที่ 3

      อย่างไรก็ดี ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 จะมีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจากนายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี มาเป็นประธาน และไฮไลต์ของงานมหกรรมอาหาร “เดินกินถิ่นนาจอมเทียน” (ถนนคนเดิน) ครั้งที่ 3 จะมีการแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดัง “ตั๊กแตน-ชลดา” ที่จะมาสสร้างความสนุกสนานให้ผู้ร่วมงานในวันที่ 2 มีนาคม 2568 ด้วย

      ธุรกิจทันตกรรมพัทยาเดือด! ฟัดกันมันส์ใน “Red Zone”

      ทันตแพทย์ ชลวิตต์ เนื่องโคตะ ผู้บริหารคลินิกทันกรรม Land of Smile Dental Clinic เปิดเผยว่า ธุรกิจทันตกรรมในพัทยากำลังกลายเป็นสนามแข่งขันที่ร้อนแรง หรือที่เรียกว่า “Red Zone” ด้วยจำนวนคลินิกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นคลินิกท้องถิ่น คลินิกระดับไฮเอนด์ หรือศูนย์ทันตกรรมในโรงพยาบาลเอกชน ทุกแห่งต่างแข่งขันกันทั้งด้าน ราคา คุณภาพ และเทคโนโลยี เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ

      พัทยาเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่ต้องการบริการทางทันตกรรมคุณภาพสูง ส่งผลให้ตลาดนี้ดึงดูดผู้เล่นรายใหญ่จำนวนมาก แต่ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง Land of Smile โดดเด่นขึ้นมาเป็นทางเลือกใหม่ สำหรับผู้ที่ต้องการบริการระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงคลินิกทันตกรรมทางเลือกใหม่ที่แตกต่างได้ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง Land of Smile เลือกที่จะไม่แข่งด้านราคาเพียงอย่างเดียว แต่แข่งด้วยคุณภาพและบริการที่เหนือระดับ โดยจุดเด่นของ Land of Smile คือการบริการทันตกรรมครบวงจร ตั้งแต่การดูแลสุขภาพฟันขั้นพื้นฐานไปจนถึงบริการระดับสูง เช่น รากฟันเทียม วีเนียร์ จัดฟันใส Invisalign

      ประกอบกับเครื่องไม้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ใช้ระบบดิจิทัล เช่น สแกน 3 มิติ และระบบนำร่องรากฟันเทียม เพื่อความแม่นยำและปลอดภัย และมีทันตแพทย์เฉพาะทางมากประสบการณ์ให้คำปรึกษาอย่างละเอียดและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล อีกทั้ง บรรยากาศของคลินิกเป็นไประดับพรีเมียม สะอาด ปลอดภัย ให้ความรู้สึกเหมือนสปาทันตกรรม ในราคาสมเหตุสมผล คุณภาพระดับไฮเอนด์แต่ราคาเข้าถึงได้กว่าศูนย์ทันตกรรมในโรงพยาบาล

      ในส่วนของ อนาคตของธุรกิจทันตกรรมในพัทยานั้น แม้ว่าตลาดจะเต็มไปด้วยการแข่งขัน แต่แนวโน้มของลูกค้ากำลังเปลี่ยนไป เพราะไม่ได้มองหาเพียง ราคาถูกที่สุด อีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับ คุณภาพ ความปลอดภัย และความสะดวกสบาย ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ Land of Smile มุ่งเน้น ทันตแพทย์ ชลวิตต์ เนื่องโคตะ ผู้บริหารคลินิกทันกรรม Land of Smile Dental Clinic ระบุ

      สม.พัทยาจับมือศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งชลบุรี และ สภ.เมืองพัทยา เดินหน้าจัดระเบียบคนเร่ร่อน รวบโฮมเลส 7 ราย พบ 5 รายมีสารเสพติด

      วันที่ 18 ก.พ.68 นายวุฒิธร แสงอุไร สมาชิกสภาเมืองพัทยา พร้อมเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมเมืองพัทยา เจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งชลบุรีจังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่เทศกิจเขตจอมเทียน เจ้าหน้าที่กิจการพิเศษเมืองพัทยา และตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อจัดระเบียบกลุ่มคนเตร็ดเตร่เร่ร่อนในเขตพัทยาและหาดจอมเทียน

      ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ดังกล่าวสามารถควบคุมตัวบุคคลเตร็ดเตร่เร่ร่อนได้จำนวน 7 ราย ซึ่งไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่ง จะอาศัยอยู่ตามที่สาธารณะทั่วไป เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จึงคัดแยกตรวจสอบพบมีสารเสพติดในร่างกายจำนวน 5 ราย จึงควบคุมดำเนินคดีตามกระบวนการ

      และไม่พบสารเสพติดอีก 2 ราย โดย 1 รายมีอาการวิตกจริตและหวาดกลัวจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ และอีกรายประสงค์จะเดินทางกลับภูมิลำเนาด้วยตนเอง เจ้าหน้าที่จึงทำการว่ากล่าวตักเตือนก่อนปล่อยตัวไปในที่สุด

      เมืองพัทยาส่งรถบรรทุก 5 คัน ลุยจัดเก็บสาหร่ายทะเลเกยหาดกระทิงราย เผยปีนี้เยอะเป็นประวัติการณ์ คาดทะลักหลายสิบตัน

      หลังจากเกิดปรากฏการณ์สาหร่ายทะเลพัดเข้าฝั่งชายหาดกระทิงราย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จนเกิดการเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็นสร้างผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยละแวกดังกล่าวจนได้รับความเดือดร้อน

      ล่าสุด วันที่ 19 ก.พ.68 มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมการรักษาความสะอาด ส่วนควบคุมมลพิษ สำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมืองพัทยา ได้รับคำสั่งจากผู้บริหารเมืองพัทยา โดย นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา ให้จัดกำลังลงพื้นจัดเก็บสาหร่ายทะเลอย่างต่อเนื่อง

      ในวันนี้ ฝ่ายควบคุมการรักษาความสะอาด ส่วนควบคุมมลพิษ สำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมืองพัทยา ได้นำรถบรรทุกหกล้อจำนวน 5 คันมาทำการขนถ่ายสิ่งปฏิกูลทางทะเลดังกล่าว โดยใช้เจ้าหน้าที่จาก 3 เขต ร่วมกันปฏิบัติงานกว่า 35 คน

      เจ้าหน้าที่เมืองพัทยา บอกว่า สาหร่ายทะเลปกติจะลอยมาทุกปีแต่ไม่มาก ตั้งแต่ช่วงโควิดมาก็ไม่พบอีกเลยจนมาปีนี้พบมากเป็นประวัติการณ์ คาดว่ามีจำนวนหลายสิบตัน เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่จัดเก็บอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าอีกไม่กี่วันนี้คงจะหมด

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทับสะแกวุ่นซ้ำซาก ! ชาวบ้านฮือขับไล่รอบ 2 รักษาการเจ้าอาวาสองค์ใหม่มาพร้อมตราตั้งเจ้าคณะอำเภอ แต่วืดเข้าดูแลวัดโบสถ์เหรียญบาท

      เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 18 ก.พ.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดบ้านทุ่งเคล็ด หรือ วัดโบสถ์เหรียญบาท หมู่ 3 ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับพระภิกษุอีกครั้งหลังจากเมื่อวันที่ 15 ก.พ. ที่ผ่านมามีการรวมตัวขับไล่เจ้าอาวาสองค์ใหม่ จากกรณีมี คำสั่งเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด ที่ ๐๐๕/๒๕๖๘ อนุญาตให้พระประสิทธิ์ สัญจร เข้าอยู่วัดบ้านทุ่งเคล็ด โดยมีบทบัญญัติแห่งกฎมหาเถรสมาคม

      ฉบับที่ ๑๙ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ว่าด้วยการผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ ในมาตรา ๓๘ ในกรณีที่ไม่มีเจ้าอาวาสหรือเจ้าอาวาสไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้แต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ให้ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส มีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับเจ้าอาวาส

      ล่าสุด เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา พระครูผาสุกวิหารการ เจ้าคณะอำเภอทับสะแก พร้อมคณะสงฆ์อำเภอทับสะแก เดินทางไปวัดบ้านทุ่งเคล็ด กรณีที่เจ้าอาวาสองค์ใหม่ไม่สามารถเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้เนื่องจากโดนชาวบ้านขับไล่ โดยวันนี้คณะสงฆ์อำเภอทับสะแกได้อ่านเอกสารแสดงเหตุผล ข้อกฎหมาย

      เพื่อสั่งปลดเจ้าอาวาสองค์เก่าและหนังสือแต่งตั้งเจ้าอาวาสองค์ใหม่ มีชาวบ้านกว่า 200 คนร่วมรับฟัง ขณะที่ทนายความของวัดพยายามแสดงเหตุผลโต้แย้งการแต่งตั้งโดยอ้างว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้มีชาวบ้านแสดงความคิดเห็นคัดค้านเจ้าอาวาสองค์ใหม่ ท่ามกลางการรักษาความสงบเรียบร้อยจากกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ เจ้าหน้าที่ อส.

      ในขณะที่มีการถกเถียง เจ้าคณะอำเภอทับสะแกได้มอบตราตั้งเพื่อแต่งตั้งเจ้าอาวาสให้กับพระประสิทธิ์ แต่ชาวบ้านได้ตะโกนขับไล่และด่าทอ ทำให้บรรยากาศในศาลาการเปรียญตึงเครียด ต่อมาคณะสงฆ์ได้เดินทางออกจากศาลาการเปรียญดังกล่าว โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่คุ้มกันพร้อมดูแลความสงบแต่ชาวบ้านได้เดินตามขับไล่เจ้าวัดองค์ใหม่เสียงดังไปทั่วบริเวณวัด

      นายวัฒนา ฉั่วเจริญ อายุ 51 ปี ไวยาวัจกร วัดบ้านทุ่งเคล็ด กล่าวว่า ชาวบ้านบ้านทุ่งเคล็ด ต้องการพระมีคุณสมบัติที่ดีมีความพร้อม หรือต้องเข้ากับชาวบ้านให้ได้ ต้องมีมุทิตา อุเบกขา ซึ่งตนเองไม่ต้องการให้วัดเสียหายมากไปกว่านี้ จึงขอให้ทุกฝ่ายตรวจสอบคุณสมบัติของเจ้าอาวาสองค์ใหม่ว่าที่ผ่านมาเคยถูกดำเนินคดีทางอาญามาก่อนหรือไม่ ขอให้ตรวจสอบให้เสร็จภายใน 1 เดือน

      จากนั้นจะต้องมีการเจรจากับญาติโยมที่บ้านทุ่งเคล็ด หากพบว่ามีปัญหาชาวบ้านก็ยอมรับไม่ได้ เนื่องจากวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา พระประสิทธิ์ ได้รับการแต่งตั้งให้มีอำนาจดูแลวัดบ้านทุ่งเคล็ด พร้อมถือหนังสือสั่งการมาแสดง แต่ขณะเดินทางไปวัดบ้านทุ่งเคล็ด ชาวบ้านได้โห่ขับไล่ให้ออกจากวัดจนมีเรื่องวุ่นวายมาแล้ว

      /////////////////

      ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมตามโครงการ “สร้างสัมพันธ์ คืนสังคม “ ครั้งที่ 1

      วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 เรือนจำจังหวัดลำพูน เวลา 09.10 น. -#นายกำจร #เดชอุดม #ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดลำพูน #นำคณะออกจากเรือนจำจังหวัดลำพูนไปหน่วยพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงดอยยาว ต.ทากาศ อ.แม่ทา จ.ลำพูน (35 นาที)

      เวลา 09.50 น. -นางสาวภิญญาพัชญ์ สันติจิราวัชร์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง จังหวัดลำพูน (กล่าวต้อนรับ ณ หน่วยพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงดอยยาว)-นายยุทธเดช ขนาดกำจาย นายกเทศมนตรีตำบลทากาศเหนือ (กล่าวต้อนรับ)

      เวลา 10.00 น. -นายกำจร เดชอุดม ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดลำพูน มอบเสื้อกันหนาว จำนวน 500 ตัว ให้ นางสาวภิญญาพัชญ์ สันติจิราวัชร์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดลำพูน และนายยุทธเดช ขนาดกำจาย นายกเทศมนตรีตำบลทากาศเหนือ -ถ่ายภาพรับมอบเสื้อกันหนาว

      เวลา 10.20 น. -นายกำจร เดชอุดม ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดลำพูน นำคณะออกเดินทางไปสำนักงานเขตพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงแม่ทา ต.ทาแม่ลอบ อ.แม่ทา จ.ลำพูน (40 นาที)

      เวลา 11.00 น. -นางสาวภิญญาพัชญ์ สันติจิราวัชร์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง จังหวัดลำพูน (กล่าวต้อนรับ ณ สำนักงานเขตพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงแม่ทา) -นางรำพรรณ วงศ์จันทร์ต๊ะ หัวหน้าฝ่ายเขตพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงแม่ทา (แนะนำหน่วยงาน)

      เวลา 11.10 น. -นายกำจร เดชอุดม ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดลำพูน มอบเสื้อกันหนาว จำนวน 500 ตัว ให้ นางสาวภิญญาพัชญ์ สันติจิราวัชร์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาราษฎร บนพื้นที่สูงจังหวัดลำพูน
      -ถ่ายภาพรับมอบเสื้อกันหนาว
      เวลา 11.30 น. -เดินทางกลับเรือนจำจังหวัดลำพูน..

      สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวบกรายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดงาน “หอมกลิ่น ถิ่นน่าน Season 2” ธีม “สีสันน่านนคร”อ.วังผา จัดกิจกรรม Kick Off เคาะประตูบ้าน “หยุดเผา หยุดฝุ่น เพื่อคุณ เพื่อเรา ชาวน่าน“

      น่าน จัดงาน “หอมกลิ่น ถิ่นน่าน Season 2” ธีม “สีสันน่านนคร” นำเสนอความสนุก ผ่านเทศกาลอาหารส่งท้ายฤดูหนาวเพื่อต้อนรับความสนุกของสีสันการท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน

      ที่ข่วงน้อย อ.เมืองน่าน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานน่าน ร่วมกับสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวน่าน สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดน่าน ชมรมร้านอาหารจังหวัดน่าน ชมรมที่พักจังหวัดน่าน และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวจังหวัดน่าน ทั้งภาครัฐและเอกชน

      จัดอีเว้นท์ “หอมกลิ่น ถิ่นน่าน Season 2” โดยมีนางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ซึ่งมีนายโยธิน ทับทิมทอง ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานน่าน ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม

      ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวจังหวัดน่านในช่วงวันธรรมดาห้วงปลายฤดูหนาว (High Season) ที่จะเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน (Summer) ให้คึกคักผ่านการจัดกิจกรรมอีเว้นท์มาร์เก็ตติ้ง ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาได้รับกระแสตอบรับจากนักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการที่มาร่วมจำหน่ายอาหารเป็นอย่างดี และ

      ในปีนี้ทาง ททท.สำนักงานน่าน ได้กำหนดจัดงานดังกล่าวในระหว่างวันที่ 18 – 20 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ข่วงน้อย อ.เมือง จ.น่าน ตั้งแต่เวลา 15.00 – 21.00 น. ซึ่งมาในธีม “สีสันน่านนคร” นำเสนอความสนุก ผ่านเทศกาลอาหารส่งท้ายฤดูหนาวเพื่อต้อนรับความสนุกของสีสันการท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน

      อ่านเพิ่มเติมในคอมเม้นต์/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

      อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน จัดกิจกรรม Kick Off ลุยเคาะประตูบ้าน รณรงค์ไม่เผาในพื้นที่การเกษตร “หยุดเผา หยุดฝุ่น เพื่อคุณ เพื่อเรา ชาวน่าน“

      วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน นำโดย นายสุทัศน์ จินตเวชศาสตร์ นายอำเภอท่าวังผา นายสันติ มณีอ่อน เกษตรอำเภอท่าวังผา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอท่าวังผา ภาคีเครือข่าย ผู้นำชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบลจอมพระ อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน

      ลงพื้นที่รณรงค์สร้างการรับรู้การหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรและพื้นที่โล่งแจ้ง ผ่านกิจกรรม Kick Off “เคาะประตูบ้าน หยุดเผา หยุดฝุ่น เพื่อคุณ เพื่อเรา ชาวน่าน” ณ บ้านนาฝ่า หมู่ที่ 2 บ้านใหม่ หมู่ที่ 3 บ้านนาเผือก หมู่ที่ 4 และบ้านสลี หมู่ที่ 6 ตำบลจอมพระ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน

      เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการห้ามเผาในพื้นที่การเกษตร และกระตุ้นให้เกษตรกรตระหนักถึงผลกระทบจากการเผา ซึ่งทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน การเผายังส่งผลทำให้สภาพดินเสื่อมโทรม พื้นที่เพาะปลูกขาดความอุดมสมบูรณ์ ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ผลผลิตลดลง

      นอกจากนี้ยังได้แนะนำแนวทางการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรแบบปลอดการเผาให้แก่เกษตรกร ภายใต้ 9 ทางเลือกจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร ได้แก่ การไถกลบทดแทนการเผา การผลิตปุ๋ยหมัก การนำเศษวัสดุมาทำอาหารเลี้ยงสัตว์ ผลิตพลังงานทดแทนเป็นเชื้อเพลิงอัดแท่งหรืออัดก้อน ผลิตฟางอัดก้อนเพื่อจำหน่าย การใช้เป็นวัสดุคลุมดิน เป็นต้น/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จับสาววัยรุ่นสร้างตัว เปิดร้านตัดผมพ่วงค้าบุหรี่ไฟฟ้า มุกดาหาร

      ​เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์​ 2568​ พ.ต.ท.เจษฎากร ไชยศรีหา สว.สส. สภ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร และ ร.ต.อ.ธนากร ปาวะพรม สืบทราบว่า มีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่ อ.นิคมคำสร้อย จึงได้รายงาน พ.ต.อ.พิชญ์วุฒิ โพธิ์จันทร์ ผกก.สภ.นิคมคำสร้อย และ พ.ต.ท.อนุพงศ์ ศรีสุข รอง ผกก.สส. ทราบ และ

      ได้รวบรวมข้อมูลเพื่อขออนุมัติหมายค้นเข้าทำการตรวจค้นบ้านเป้าหมาย โดยได้สนธิกำลังกับนายธีรวัฒน์ หมีคำ ปลัดอำเภอนิคมคำสร้อย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าทำ การตรวจค้นบ้านเลขที่ 30 ม.11 ต.นิคมคำสร้อย อ.นิคมคำสร้อย

      โดย ร.ต.ท.โยฤทธิ์ แสนสุข ได้แสดงตัวเป็นผู้มีชื่อตามหมายค้นให้นาง บุญทรง ปัททุม ผู้ครอบครองสถานที่ และเป็นมารดาของผู้ต้องหา และผู้ต้องหาทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นได้ แสดงหมายค้นพร้อมทั้งอ่านให้ฟัง และให้นางบุญทรง ตรวจดูอีกครั้งจนเป็นที่พอใจ ซึ่งนางบุญทรง ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นได้ด้วยความสมัครใจ

      ผลการตรวจค้นที่บริเวณห้องร้านตัดผม พบพ็อตบุหรี่ไฟฟ้าชนิดเปลี่ยนหัวบรรจุยาได้จำนวน 125 ชิ้น และบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งจำนวน 191 ชิ้น ซุกซ่อนอยู่บริเวณเคาน์เตอร์ ซึ่ง น.ส.กุลยารัตน์ ปัททุม อายุ 29 ปี ยอมรับว่าเป็นของตน โดยได้สั่งซื้อทาง ออนไลน์ จากเว็บไซด์ INFYGOD เพื่อนำมาแบ่งจำหน่ายให้กลุ่มผู้สูบในพื้นที่ เจ้าหน้าที่

      จึงได้ตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าทั้งหมดไว้เป็นของกลาง พร้อมกับแจ้งข้อหากับ น.ส.กุลยารัตน์ว่าได้กระทำผิดฐาน ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วย พาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักร โดยยังมิได้ ผ่านพิธีการศุลกากร

      สอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าของกลางทั้งหมดเป็นของตนเองจริง จึง ได้นำตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่ง พนักงานสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

      ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวหัวหิน เซ็ง! รูปปั้น “คนสู้ฉลาม” ประติมากรรมริมหาดมูลค่าเกือบ 4 แสนบาท ตั้งแค่ 2 สัปดาห์ ถูกมือดีทำลาย

      เมื่อวันที่ 17 ก.พ.68 จากที่ทางเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ ร่วมกับ มูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน นำรูปปูนปั้น “คนสู้ฉลาม” ขนาดความสูง 1.90 เมตร มูลค่า 359,000 บาท ที่ถอดแบบมาจากรูปปั้นคนสู้ฉลาม ประติมากรรมเก่าแก่สัญลักษณ์ในอดีตของหัวหินเกือบ 70 ปี ที่ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลาและนำกลับมาปั้นตั้งใหม่บนโขดหินริมทะเล

      บริเวณศาลเจ้าแม่ทับทิมหัวหิน ทางลงชายหาดหัวหิน เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อให้ชาวหัวหินและนักท่องเที่ยวได้ชื่นชม ได้ถ่ายภาพและเป็นจุดเชคอินให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ขณะที่เทศบาลเมืองหัวหินเตรียมแนวทางในการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณดังกล่าวให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาเยี่ยมชมธรรมชาติทะเลอันสวยงาม และได้ทราบเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองหัวหิน

      ล่าสุดผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่า รูปปั้น “คนสู้ฉลาม” ที่ตั้งบริเวณชายหาดหัวหินดังกล่าว ถูกคนทำลายได้รับความเสียเสียหาย จึงไปตรวจสอบพบว่าที่บริเวณฟันฉลามทั้งบนและล่างถูกมือดีทุบหักหายไปทั้งแถบ กลายเป็นฉลามฟันหลอดูแล้วไม่สวยงาม และวาดสัญลักษณ์รูปตาไว้ที่บริเวณช่องปากฉลามแทน
      จากการสอบถามชาวหัวหินหลายคนต่างให้ความเห็นว่าดูแล้วไม่สวยงาม อีกทั้ง

      รูปปั้นดังกล่าวต้องการให้เป็นสัญลักษณ์ชายหาดหัวหินเวลานักท่องเที่ยวมาเยือนได้ถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึกไม่น่าทำลาย สำหรับสัญลักษณ์รูปตาดังกล่าว ที่ผ่านมาหลายปีเห็นมีวาดไว้ทั่วตามที่สาธารณในเมืองหัวหิน ดูแล้วสกปรกตาไม่สมเป็นเมืองท่องเที่ยว แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบกลับเฉย เมื่อเกิดเรื่องนี้อยากให้ดำเนินการอย่างจริงจังเสียที.
      นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ฝ่ายปกครอง บุกทลายร้านบังท็อป ขายน้ำกระท่อม กัญชา บุหรี่เถื่อน และ บุหรี่ไฟฟ้า บาท / ร่วมงานบุญข้าวจี่ มหัศจรรย์ของดีโพธิ์ศรีสุวรรณ 21-27 กพ.68


      ***เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 68 นายกันวลินทร์ เมืองแก้ว นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ ได้สั่งการให้ น.ส. อมร นามบุตร ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองศรีสะเกษ พร้อม นายศรายุธ สีละออง ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ อส.

      ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กองสาธารสุขเทศบาลเมืองศรีสะเกษ บุกตรวจค้นร้านบังท็อป ซึ่งเป็นร้านขายน้ำกระท่อม ยาแก้ไอ กัญชา บุหรี่เถื่อน บุหรี่ไฟฟ้า อุปกรณ์การเสพ ให้กับกลุ่มวันรุ่นในตัวเมืองศรีสะเกษ เพื่อเป็นการป้องปรามการขายน้ำกระท่อมในพื้นที่ศรีสะเกษที่กำลังแพร่หลายในหลายพื้นที่ของจังหวัดศรีสะเกษ ทั้งใกล้สถานศึกษา และใกล้กับสถานที่ราชการ

      ***โดย ร้านบังท็อป เป็นร้านขายน้ำกระท่อม ยาแก้ไอ กัญชา บุหรี่เถื่อน บุหรี่ไฟฟ้า อุปกรณ์การเสพ 24 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นร้านใหญ่ในเขตตัวเมืองศรีสะเกษ ตั้งอยู่ในแหล่งชุมชน มีหอพักของนักศึกษา มากมาย และตั้งห่างจากมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ เพียง 500 เมตร

      ***นายเอ (นามสมมุติ) หนึ่งในผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ตนเป็นเพียงคนเฝ้าร้านซึ่งเจ้าของร้านจะให้ค้าจ้างเป็นชั่วโมง ซึ่งตนจะได้ชั่วโมงละ 35 บาท โดยที่มาทำงานเฝ้าร้านนี้เพราะไม่ได้เรียนหนังสือ และไม่มีงานทำ พอมีคนมาชวนให้มาทำงานตนเลยมาทำงานเฝ้าร้านให้ ซึ่งไม่รู้ว่าที่ทำไปนั้นมันผิดกฎหมาย

      ***ขณะที่ นายบี (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นอีกคนที่เป็นมือต้มน้ำกระท่อม เปิดเผยว่า ตนมีหน้าที่ต้มน้ำท่อมให้กับทางร้านเพื่อเอาไปขายให้กับลูกค้าที่มาซื้อ โดยได้ค้าจ้างในการต้ม หม้อละ 80 บาท ซึ่งต้มหม้อหนึ่งทางร้านจะสามารถนำไปกรอดใส่ขวด 1.5 ลิตรได้ประมาณ 70-80 ขวด

      และเอาไปขายขวดละ 45-50 บาท ซึ่งวันๆหนึ่งจะต้มน้ำกระท่อมให้กับทางร้านวันละ 7-10 หม้อ ส่วนน้ำกระท่อมที่ทางร้านขายจะมีอยู่ 7-8 รสชาติ เช่น ต้มแบบรสดั้งเดิม, รสองุ่น, รสแอปเปิ้ล, รสลิ้นจี่, รสบลูฮาวาย, รสแตงโม และรสแคนตาลูป โดยรสชาติที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ รสดั้งเดิม และแต่ละรสชาติจะใส่ยาแก้ไอ้ ยาแก้แพ้ ลงไปด้วย

      ***นอกจากนี้ชุดจับกุมยังได้บุกไปทลายห้องพักแห่งหนึ่ง เลขที่ 111 ที่อยู่ใกล้ๆกับมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ซึ่งเช่าห้องเปิดเป็นโกดังเก็บทั้งยาแก้ไอ บุหรี่เถื่อน บุหรี่ไฟฟ้า โดยภายในห้องจะมีกล้องวงจรติดไว้เพื่อเอาไว้ดูความเคลื่อนไว้อีกด้วย โดยจาการสอบถามคนดูแลห้องเช่า เปิดเผยว่า มีใครก็ไม่รู้เปิดขอเช่าห้องไว้ในราคาห้องวละ 1,500 บาท ต่อเดือน ไม่รวมค่าน้ำค่าไฟ ซึ่งมาขอเช่านานแล้ว ซึ่งตนก็ไม่ได้ไม่สนใจว่าห้องดังกล่าวจะมีคนมาพักหรือไม่ รู้แต่เพียงว่าห้องดังกล่าวจะมีคนมาเปิดเข้าออกอยู่เป็นประจำ

      ***ด้าน น้องๆนักศึกษา ที่เช่าอยู่ห้องข้างๆ เล่าให้ฟังว่า เมื่อไม่นานมานี้ ตนเคยไปบอกเจ้าของหอพักแล้วว่าห้องข้างๆมีกลิ่งเหม็นคล้ายกลิ่นกัญชา แต่ไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งตนก็ไม่กล้าที่ไปบอกคนที่เข้าออกห้องนี้ เพราะแต่ละครั้งที่มีคนเข้าออกห้องนี้ก็มีแต่ผู้ชายทั้งนั้น เลยต้องทนกลิ่นเหม็นแบบนี้มาตลอด

      ***ทั้งนี้การบุกจับกุมในครั้งนี้เนื่องจากชาวบ้านร้องเรียนเข้ามากับทางอำเภอเมืองศรีสะเกษ จึงได้มีการตรวจสอบ และเข้าจับกุมในครั้งนี้ ซึ่งร้านบังท็อป ร้านนี้ถือจับกุมมาแล้ว 3 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แต่ละครั้งที่ถูกจับกุมก็จะถูกแค่ปรับ รอลงอาญา จึงทำให้เจ้าของร้านกล้าที่จะกลับมาขายอีกครั้ง นอกจากนี้บุหรี่เถื่อนที่จับกุมได้ สังเกตได้ว่าจะขนส่งมาโดยใช้ ไปรษณีย์ไทย เขต 9 ส่งมายังหอพักที่เข้าจับกุมดังกล่าว

      ***เบื้องต้นของกลางที่ตรวจยึดได้ มี น้ำกระท่อม, ยาแก้ไอ ยาแก้แพ้, บุหรี่ไฟฟ้า, บุหรี่เถื่อน, กัญชา และเงินสด 8,178 บาท มูลค่าของกลางกล่าว 1 แสนบาท เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจะได้รวบรวมหลังฐานและขอกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
      //////////////////////////////////////
      ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

      ชาวบ้านอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกันนึ่งข้าวเหนียว ติดแปะกับโครงไม้ไผ่ขนาดใหญ่ เพื่อทำเป็นข้าวจี่ยักข์ เตรียมย่างจริง สุกจริง กินได้จริง ร่วมงานบุญข้าวจี่ มหัศจรรย์ของดีโพธิ์ศรีสุวรรณ 21-27 กพ.68

      วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ วัดบ้านหนองม้า ตำบลหนองม้า อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จังหวักศรีสะเกษ ชาวบ้าน ชาย – หญิง ผู้สูงวัย ผู้นำชุมชนหมู่บ้าน กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน นายก อบต.หนองม้า ได้ออกมาร่วมกันทำข้าวจี่ยักข์ พร้อมกับการจัดตบแต่งรถที่บรรทุกข้าวยักข์ ข้าวจี่ใหญ่ ซึ่งเป็น 1 แห่งใน 5 จุด 5 ตำบล และ 1 เทศบาล ของอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ ที่ชาวบ้านกำลังร่วมแรง ร่วมใจรัก ออกมานึ่งข้าวเหนียวให้สุก นำมาติดเข้ากับโครงไม้ไผ่ที่ทำขึ้นขนาดขนาดใหญ่ เตรียมการในการที่จะนำมาย่าง หรือจี่ ข้าวจี่ยักษ์ เตรียมตบแต่งรถ ที่จะบรรทุกเข้าจี่ยักษ์ ร่วมขบวนนางรำ เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม 1 อำเภอ 1 กิจกรรมสร้างสรรค์

      ในงาน ประเพณีบุญเข้าจี่ มหัศจรรย์ ของดีโพธิ์ศรีสุวรรณ ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 นี้ ณ.หน้าที่ว่าการอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ โดยในวันเปิดงานวันแรก วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 ทุกตำบลจะจัดขบวนแห่เข้าจี่ยักข์ และของดีประจำตำบลตนเอง พร้อมด้วยสาวสวยนางรำ จำนวน 60 ถึง 100 คนต่อขบวน ที่มีทั้งหมด 7 ขบวน เดินทางแห่ข้าวจี่ยักษ์ เข้าสู่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอ

      ซึ่งได้มีการจัดนิทรรศการ ผลผลิตทางการเกษตร ผ้าไหมโพธิ์ศรีสุวรรณ สินค้าหัตถกรรม และอื่นๆ ที่เป็นของดี ที่สร้างรายได้ให้กับชาวอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จะได้นำมาแสดง นำมาออกร้าน มาจัดนิทรรศการ โชว์และจำหน่าย ให้แก่นักท่องเที่ยว ที่จะมาร่วมงาน ซึ่งงานบุญประเพณีเข้าจี่โพธิ์ศรีสุวรรณ ได้จัดมาเป็นประจำทุกปี ตลอดระยะเวลากว่า 28 ปีต่อเนื่องกันมาแล้ว
      ซึ่งวันนี้ได้มี นายเทิดไท แสงผล นายอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ และนางขวัญตา คิดดี ปลัดอวุโส อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ

      พร้อมด้วยนายก อบต.หนองม้า กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, ชาวบ้านส่วนหนึ่ง ที่ได้ร่วมกันออกมานึ่งข้าว เพื่อนำไปติดแปะกับโครงไม้ไผ่ ทำข้าวจี่ยักษ์ ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง กว่า 1 เมตร ความยาวราว 2.50 เมตร โดยหลังจากนี้เมื่อทำการติดแปะข้าวเหนียว ที่นึ่งสุกเสร็จแล้ว ให้รอบทำข้าวจี่ยักษ์เสร็จ จะได้ทำการก่อไฟถ่านไว้ด้านล่าง ใต้ก้อนข้าวจี่ยักข์ เพื่อย่าง หรือจี่ข้าวจี่ยักษ์นี้ ให้สุกเหมือนการทำข้าวจี่ปกติ ที่สามารถรับประทานได้เมื่อสุกแล้ว พร้อมจะนำไข่ไก่มาชุบ ทา ขณะย่างไปด้วย จะทำให้เข้าจี่ค่อยๆ สุก และจะส่งกลิ่นหอมเหมือนข้าวจี่ ที่จี่เป็นก้อนเล็กๆ ตามปกติเช่นกัน

      โดย นายเทิดไท แสงผล นายอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ และนางขวัญตา คิดดี ปลัดอวุโส อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ พร้อมด้วยนายก อบต.หนองม้า กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านที่มาทำข้าวจี่ยักข์ร่วมกัน ได้ร่วมกันเปิดแถลงข่าวแก่สื่อมวลชน ว่า งานประเพณีบุญข้าวจี่ มหัศจรรย์ ของดีโพธิ์ศรีสุวรรณ ในปีนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 27 กุมภาพันธ์ 2568 ณ.สนามหน้าที่ว่าการอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ โดยในงานจะมีการจัดขบวนแห่ข้าวจี่ยักข์ เพื่อการทำบุญ เพราะหลังจากร่วมขบวนแห่เสร็จ จะนำข้าวจี่ไปถวายพระ ซึ่งจะมีทั้งข้าวจี่แบบธรรมดาปกติของชาวบ้านที่จะจี่ไปถวายพระคุณเจ้า และข้าวจี่ยักษ์ ที่ทำขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เพราะอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ

      จะมีงานบุญประเพณีข้าวจี่นี้ เป็นงานประจำปีของชาวบ้าน ชุมชน ทุกหมู่บ้าน ตำบล นอกจากนั้นในงานจะมีการ ออกร้าน นิทรรศการของชุมชน ตลาดนักโบราณ การแข่งขันการตำข้าวซ้อมมือ, การแข่งขันการทำข้าวจี่หรรษา, การปิดตาป้อนข้าวจี่ แต่งหน้าสวย, การแข่งขันตำส้มตำลีลาปลาร้าสุก, การประกวดธิดาข้าวจี่ ที่มีเงินรางวัล กว่า 1 แสนบาท, การประกวดไก่บ้านสวยงาม, การประกวดผลผลิต ทางการเกษตร, การแข่งขันชกมวยไทย ทั้งชาย – หญิง, การแล่น หรือ วิ่งเอาบุญ เที่ยววัดไตรสามัคคี เกาะนาค วังบาดาล เป็นต้น จึงอยากเรียนเชิญนักท่องเที่ยว ทุกท่าน ทั่วโลก มาเที่ยวงาน งานประเพณีบุญข้าวจี่ มหัศจรรย์ ของดีโพธิ์ศรีสุวรรณ ในปีนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 27 กุมภาพันธ์ 2568 ทุกอย่างเที่ยวชมฟรี
      ////////////////////////////ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ขายทั้งวัน! ชาวบ้านแอบถ่ายคลิปขณะชายข้างบ้านไม่ทราบขายอะไรมีคนเดินเข้า-ออก แบบหลบๆซ่อนๆ มาซื้อทั้งวันทั้งคืนจนหมาเห่าตลอดทำให้ไม่ได้หลับไม่ได้นอน

      เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568​ ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากหญิงรายหนึ่งพร้อมคลิปชายข้างบ้านถือไม้วิ่งเข้ามาในบ้านที่เปิดร้านขายน้ำปั่นเพื่อที่จะทำร้ายหมา เพราะหมาเห่าบ่อยเกินไป

      จนทำให้ชายข้างบ้านเกิดอาการไม่พอใจ โดยที่หมาเห่านั้น เธอได้เปิดเผยว่า เพราะมีคนมาหาชายคนข้างบ้านตลอดทั่งวัน โดยไม่รู้ว่าเข้ามาทำอะไรกัน อยากให้ผู้สื่อข่าวเป็นสื่อกลางนำคลิปนี้ เผยแพร่ให้ทางเจ้าหน้าที่ในจังหวัดมุกดาหารได้รับรู้ เพราะที่ผ่านมาได้มีการแจ้งกับผู้ใหญ่บ้านแล้วแต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้า

      ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ บ้านสามขา หมู่ 9 ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร ซึ่งเป็นที่ระบุว่าเป็นที่เกิดเหตุโดยระหว่างการเก็บภาพชายคนดังกล่าวที่ชาวบ้านเรียกว่านายเขียว ได้ไล่ผู้สื่อข่าวไม่ให้เก็บภาพบริเวณหน้าบ้านของตนเอง จากการสอบถามชาวบ้านบริเวณรอบๆ

      ไม่มีใครกล้าให้สัมภาษณ์เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยเพราะที่ผ่านมาถูกจับแล้วก็ปล่อยมา ปล่อยมา ก็มาก่อกวนขายเช่นเดิม โดยในแต่ละวันจะมีเพื่อนของนายเขียวแวะมาบ้านเกือบทุกวันละได้มีการซื้อขายอะไรกันไม่รู้ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นยาเสพติด

      ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ประสานไปยัง สภ. คำป่าหลายพร้อมกับส่งคลิปเพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการในของการสืบสวนและจัดการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวต่อไป #ลักลอบค้า #ตำบลคำป่าหลาย #จังหวัดมุกดาหาร
      ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธร ภาค 3 แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ 1คน พร้อมสารไอซ์ 599 กิโลกรัม

      เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 15.00 น. ณ บก.สส.ภ.3 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมาพล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.3 แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ 1 คน พร้อมสารไอซ์จำนวน 599 กก. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท. อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. และ พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาเป็นแนวทางในการป้องกันปราบปรามยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติอย่างเป็นระบบ และขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวสู่การปฏิบัติทุกพื้นที่ ตำรวจภูธรภาค ๓ โดย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.๓/ผอ.ศอ.ปส.ภ.3 พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ รอง ผบช.ภ.๓ /รอง ผอ.ศอ.ปส.ภ.3พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติดพลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2

      นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมานายมานพ แสงโสทร ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 3ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดเร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติด ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ กวาดล้างยาเสพติดในทุกมิติ การทำลายเครือข่ายตัดวงจรยาเสพติดทุกระดับ โดยให้ร่วมกันบูรณาการด้านการข่าว การแลกเปลี่ยนข่าวสารรวมถึงการร่วมมือกันในการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตามพื้นที่แนวชายแดน และพื้นที่ตอนใน โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.สนธยา แต่แดงเพชร ผบก.สส.ภ.3 พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ธรรมนูญ ฉิมวงษ์ รอง.ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง.ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ทศพร เพียรปรุ ผกก.สืบสวน ๒ บก.สส.ภ.๓ พ.ต.อ.พรเทพ ทุ้ยแป ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.วีณวัฒน์ ศรีแย้ม ผกก.สภ.โพธิ์กลาง พ.ต.อ.อิทธิพัทน์ ศรีมั่น ผกก.สภ.พระทองคำ, พ.ต.อ.ศิวภาคย์ พวงจันทร์ ผกก.สภ.บ้านปรางค์ สั่งการให้

      เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวน นำโดย พ.ต.ท.คำพู พลอยผักแว่น รอง ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.3/เจ้าพนักงาน ป.ป.ส., ร.ต.อ.หญิง เพ็ญแข ชัยรัตน์กรกิจ/เจ้าพนักงาน ป.ป.ส., เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง , เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระทองคำ ,เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านปรางค์ และได้ร่วมบูรณาการสนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด ,เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ฯ,เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ข่าวยาเสพติดจังหวัดอุดรธานี ฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนภาค ๒ ,เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี และเจ้าหน้าที่ทหาร ร่วมสืบสวนจับกุมตัว
      นายอภิชาติ หรือรัก พรรณศรี อายุ 41 ปี เลขประจำตัวประชาชน3460200166990 ที่อยู่ 146 ม.4 ต.สงเปลือย อ.นามน จว.กาฬสินธุ์
      พร้อมของกลาง 1.สารไอซ์ น้ำหนักประมาณ 599 กิโลกรัม 2.โทรศัพท์ จำนวน 1 เครื่อง ตรวจยึดของกลาง -รถยนต์กระบะ จำนวน 1 คัน (ราคาประเมิน 300,000 บาท) โดยกล่าวหาว่า “จำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนชนิดเกล็ดหรือสารไอซ์)โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า

      ซึ่งก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยฝ่าฝืนกฎหมาย” พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุม สืบสวนทราบว่ามีเครือข่ายยาเสพติดชาว สปป.ลาว จะทำการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดน จว.บึงกาฬ ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เข้าสู่พื้นที่ภาคกลางตอนในขอ ประเทศไทย ผ่านพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 3 และภาค 4 โดยเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวใช้ รถยนต์กระบะ ในการขนลำเลียงยาเสพติด จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 , กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ร่วมกันสืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว จนกระทั่ง พบว่ารถยนต์กระบะต้องสงสัย มีการเคลื่อนตัวออกมาจากพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือจาก จว.บึงกาฬ เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวจะลำเลียงนำยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางตอนในของประเทศไทย และเชื่อว่าเครือข่ายยาเสพติด ดังกล่าวจะใช้เส้นทางที่เคยวิ่งลำเลียงยาเสพติดมาก่อนหน้านี้ จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันวางแผนในการจับกุม โดยวางกำลังตามเส้นทางที่คาดว่าเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวจะใช้เป็นเส้นทางใน การลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้ โดยวางกำลังเฝ้าดู พร้อมทั้งสะกดรอยติดตาม และเพื่อให้ทราบถึงขบวนการเครือข่ายในการลำเลียงยาเสพติด และผู้สั่งการในการลำเลียงยาเสพติดจึงได้ขับรถยนต์ติดตาม และพบว่ารถยนต์กระบะดังกล่าวบรรทุกสิ่งของบริเวณท้ายกระบะบรรทุกโดยใช้ผ้าใบปกคลุมปิดบังสิ่งของไว้ โดยรถยนต์กระบะดังกล่าววิ่งมาจาก จว.บึงกาฬ จนกระทั่งมาถึง ต.สระพระ อ.พระทองคำ จว.นครราชสีมา ซึ่งเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวรู้ตัวว่ามีรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจขับขี่ติดตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุมเห็นดังนั้น จึงสั่งให้กำลังที่ได้แบ่งหน้าที่กันแล้วเข้าทำการสกัดกั้นตรวจค้นจับกุมเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวที่บริเวณถนนสาธารณะตลาดพระทองคำ ม.1 ต.สระพระ อ.พระทองคำ จว.นครราชสีมา และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจค้นรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบ นายอภิชาติ หรือรัก พรรณศรี เป็นผู้ขับขี่ จึงทำการตรวจค้นตัว และรถยนต์ ผลการตรวจค้นพบ ถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่ จำนวน 8 ห่อใหญ่ ด้านในห่อด้วยกระสอบสีขาว อยู่บริเวณกระบะบรรทุกของรถยนต์กระบะคันดังกล่าว และพบโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อOPPO สีม่วง-ขาว จำนวน 1 เครื่อง สอบถาม นายอภิชาติฯ ให้การรับว่า โทรศัพท์ดังกล่าว นายอภิชาติ ฯ เป็นผู้ใช้งาน

      เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุมจึงนำตัวนายอภิชาต ฯ พร้อมของกลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวนายอภิชาติ ฯ พร้อมของกลาง มายัง กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 และได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 3 เพื่อตรวจเก็บพยานหลักฐาน จากนั้นได้ทำการสืบสวนขยายผลเพื่อทราบถึงขบวนการและเครือข่ายยาเสพติด สอบถามนายอภิชาติ ฯ รับว่าตนเองได้รับการว่าจ้างจากนายเปี๊ยก ไม่ทราบชื่อและสกุลจริง โดยติดต่อผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ โดยให้นายเปี๊ยก ให้ตนเองขับรถยนต์กระบะไปรอรับยาเสพติดที่บริเวณ อ.บุ่งคล้า จว.บึงกาฬ จากนั้นให้จอดรถทิ้งไว้จะมีคนนำรถของตนไป ให้ตนเองรออยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ก็มีโทรศัพทแจ้งให้ตนเองไปเอารถกลับมา ต่อจากนั้น จึงได้มีการเชิญตนเองเข้ากลุ่มแอพพลิเคชั่นไลน์ และมีการแชร์โลเคชั่นตลอดเส้นทาง ซึ่งตนเองจะใช้เส้นทางตามโลเคชั่นที่ส่งมาในกลุ่มไลน์ จนกระทั่งมาถึงบริเวณแยกไฟแดง อ.พระทองคำ จว.นครราชสีมา จึงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับได้ที่บริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขยายผลทราบว่า เครือข่ายลำเลียงยาเสพติดดังกล่าว คือ เครือข่าย “มังกรบิน” ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสืบสวนติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

      กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าเพชรบุรี ชวนเที่ยวงาน “พระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 38” ตระการตากับพลุหลากสีบนยอดเขาวัง

      เมื่อวันที่ 12 ก.พ.68 ที่บริเวณอุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระนครคีรี) อ.เมือง จ.เพชรบุรี ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานพระนครคีรี–เมืองเพชร ครั้งที่ 38 ประจำปี 2568 ภายใต้ชื่องาน “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม” พร้อมด้วย จ่าสิบเอก ประภาส อินทนู รองนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี นายพันธุ์ธัช หิรัญจิรวงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี ร่วมแถลงข่าว โดยมี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการ YEC หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี ผู้ประกอบการท่องเที่ยว หน่วยงานต่างๆ ในชุดไทยอย่างสวยงามร่วมรับฟัง

      ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ กล่าวว่า งาน “พระนครคีรี–เมืองเพชร” เป็นงานประจำปีของจังหวัดเพชรบุรี ที่จัดติดต่อกันมาอย่างยาวนานซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 38 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 ก.พ. – 2 มี.ค.68 ณ บริเวณพระนครคีรี(เขาวัง) บริเวณอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ และบริเวณโดยรอบ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 9

      และเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลปัจจุบัน ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่อย่างหาที่สุดมิได้ต่อ จ.เพชรบุรี ตลอดจนเพื่อสืบสานศิลปะวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในจังหวัดเพชรบุรี โดยจะมีพิธีเปิดในวันศุกร์ที่ 21 ก.พ.68 เวลา 17.00 น. ณ บริเวณด้านหน้าอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมชมขบวนแห่เทิดพระเกียรติ และขบวนแห่ศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่สวยงามหลากหลายจากทุกภาคส่วน

      สำหรับกิจกรรมในปีนี้ มีการสาธิตงานสกุลช่างเมืองเพชร 14 งานช่าง ทั้งงานปูนปั้น งานจำหลักหนังใหญ่ งานฉลุยฝังลายไม้มูก งานแกะสลักไม้ งานตอกกระดาษ งานประดับกระจก งานเขียนลายรดน้ำ งานแทงหยวก ฯลฯ นิทรรศการจัดแสดงและสาธิตวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ 8 ชาติพันธุ์ กิจกรรม DIY งานหัตถกรรมพื้นบ้านหรือผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย(CPOT) นิทรรศการและสาธิตงานศิลปะร่วมสมัย การแสดงศิลปะวัฒนธรรมการแสดงพื้นบ้านที่เวทีโรงโขนบนเขาวัง การแสดงเทิดพระเกียรติ พิพิธภัณฑ์ชีวิตเสียงสะท้อนแห่งความทรงจำ “ร่วมย้อนจิรกาล…สู่วิมานพระนครคีรี” ทุกคืน ชมฟรี 200 ที่นั่งต่อวันเท่านั้น พร้อมทั้งได้ตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมสาธิต ภายใต้แนวคิด “เพชรบุรีเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของ UNESCO (Phetchaburi City of Gastronomy)”

      มีทั้งอาหารชาติพันธุ์ อาหารพื้นบ้าน – พื้นถิ่น ของชุมชน 8 อำเภอ อาหารเชิงสร้างสรรค์ และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมอื่นๆ พร้อมทั้งตระการตากับการประดับไฟสีและไฟย้อมแสงโบราณสถานบนพระนครคีรี มีการจุดพลุหลากสีอย่างสวยงามทุกคืน มากกว่า 3,000 ลูก ภายใต้มาตรการป้องกันผลกระทบจากการจุดพลุบนพระนครคีรี

      ตามมาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษนอกจากอิ่มอร่อยกับอาหารหลากหลายเมนู และได้สัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขทุกรสชาติทั่วบริเวณบนพระนครคีรีหรือเขาวัง และรอบอุทยานฯ ร.4 แล้ว ยังได้มาร่วมทำบุญกับสำนักงานกาชาดจังหวัดเพชรบุรี สลากกาชาดใบละ 100 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่มากมาย และอย่าพลาด มากดชัตเตอร์ เช็คอิน ชมไฟสีสัน แสง สี เสียง ชมความอลังการจากการจุดพลุ ทุกค่ำคืน พร้อมทั้งเลือกซื้อสินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหารแปรรูป และกิจกรรมมากมายจากทุกภาคส่วน

      นอกจากนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี ได้ร่วมกับสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี ชมรมถ่ายภาพจังหวัดเพชรบุรี จัดนิทรรศการภาพถ่าย และนิทรรศการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน Sustainable Tourism และพิเศษสุดกับกิจกรรม Studio ถ่ายภาพกับชุดไทยในคอนเซปต์ “แต่งไทยสไตล์พริบพรี” และจัดทำจุดเช็คอินถ่ายภาพให้กับนักท่องเที่ยวและผู้มาร่วมงาน

      โดยเน้นทัศนียภาพของสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์เป็นแบ็คกราวน์ รวมไปถึงการจัดหาร้านชุดไทยในพื้นที่เพชรบุรีมาร่วมกิจกรรมให้เช่าชุดไทยในราคาพิเศษ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมชมงานได้มีประสบการณ์แต่งไทยสไตล์พริบพรี เที่ยวงานพระนครคีรียามค่ำคืนอีกด้วย จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวเพชรบุรีและนักท่องเที่ยว มาเที่ยวงานพระนครคีรี -เมืองเพชร ครั้งที่ 38 “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม”ได้ตามวันดังกล่าว.


      สลด! สาวทับสะแกผูกคอดับใต้ต้นมะม่วง เหตุเครียดติดหนี้ปั่นสล็อตออนไลน์        วันที่ 13  ก.พ. 2568 พ.ต.ท. สุชาติ รุ่งเรือง รอง ผกก. สส. สภ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์รับแจ้งว่า มีเหตุคนผูกคอตายใต้ต้นมะม่วง หมู่ 2 ต.นาหูกวาง  จึงเดินทางไปที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบศพ น.ส.ณัฐพร ยอดอิน อายุ 22 ปี ที่อยู่ 22/3 หมู่ที่ 10 ต.นาหูกวาง  ในที่เกิดเหตุมีนายสุกิจ เผ่าพัฒน์ สามีแจ้งว่าผู้ตายเครียดจากการเล่นการพนันสล็อตอนไลน์ในโทรศัพท์มือถือ  ทราบว่ามีการยืมเงินผู้อื่นมาเล่น โดยออกจากบ้านตั้งแต่เวลาประมาณ 12:00 ของวันนี้ แต่พบผู้เสียชีวิตประมาณ 17:15 น. สอบถาม นายจตุรงณ์ ยอดอิน บิดาและ นายสุกิจฯ สามี ไม่ติดใจใจสาเหตุการเสียชีวิต จากนั้นได้ร่วมกับแพทย์โรงพยาบาลทับสะแกทำการชันสูตรพลิกศพ ไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายหรือบาดแผลแต่อย่างใด จึงมอบร่างให้ญาติไปดำเนินการตามประเพณี  สำหรับปัญหาจากการปั่นสล็อตออนไลน์ พบว่าที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตแล้วหลายรายจากหลายท้องที่จากการผูกคอตาย เนื่องจากมีความเครียดเรื่องหนี้สิน บางรายนำเงิน 10,000 บาทที่ได้รับโอนจากรัฐบาลไปเติมเงินเพื่อเล่นการพนันออนไลน์จนหมดภายในวันเดียว
      นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชื่นมื่น!! คู่รัก15 คู่ จดทะเบียนสมรสสร้างตำนานรักบนหินสามวาฬ มีคู๋สมรส LGBTQ 2 คู่

      วันที่ 14 ก.พ.68 ที่บริเวณภูสิงห์หินสามวาฬ จังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ อำเภอเมืองบึงกาฬ เทศบาลตำบลโคกก่อง สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ อุทยานป่าภูสิงห์หินสามวาฬจังหวัดบึงกาฬ ท้องถิ่นจังหวัดบึงกาฬ ประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ โดยมี นายจุมพฎ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ

      นายบัวพันธ์ วงศ์จันทร์ นายกเทศมนตรีโคกก่อง นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ นายกริชชัย ศิลปะรายะ ท้องถิ่นจังหวัดบึงกาฬ นายประชุม จตุเทน ประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ประชาชน มาร่วมนำขบวนบ่าวสาว เข้าสู่พิธีจดทะเบียน ซึ่งมีนายธีระพล ขุนพาลเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ มาเป็นนายทะเบียนผู้ลงนามในใบสำคัญการสมรสของคู่บ่าวสาว

      กิจกรรมจดทะเบียนสมรสในวันแห่งความรักวันวาเลนไทน์เพื่อส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาเยี่ยมชมและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวอุทยานภูสิงห์หินสามวาฬให้เป็นที่รู้จักและมาเที่ยวชม มากขึ้นและส่งเสริมกระแสการท่องเที่ยวจากเทศกาลวันแห่งความรัก ให้คู่รักหรือคู่สมรสที่มีวัตถุประสงค์ได้มาจดทะเบียนสมรสในวันแห่งความรัก “14 ก.พ.วันวาเลนไทน์” โดยมีคอนเซบป์ส่งเสริมให้ครอบครัวมีความอบอุ่นมั่นคงดังครอบครัวของปลาวาฬทั้ง 3 พ่อแม่ลูก และอยู่กันรักมั่นคงดังหินสามวาฬ โดยมีคู่รัก 15 คู่ มาจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์

      ผู้ว่า จุมพฏ กล่าวอีกว่า จังหวัดบึงกาฬ มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง ดังนั้น การจัดงานในครั้งนี้จึงเป็นการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬ ให้เป็นที่รู้จักแก่ นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดบึงกาฬ มากขึ้น อีกทั้งร่วมแสดงความยินดีแก่คู่สมรส

      ที่มาจดทะเบียนสมรสในวันแห่งความรักหรือวันวาเลนไทน์ การจดทะเบียนสมรสนับเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีแก่สถาบันครอบครัว อันเป็นรากฐานที่มั่นคง และสำคัญของสังคมไทย คู่สมรสที่มาร่วมจดทะเบียนสมรสในวันนี้ ซึ่งเป็นวันแห่งความรักหรือวันวาเลนไทน์ นับว่าเป็นนิมิตหมายอันดียิ่ง เป็นการเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างความรัก สร้างฐานะให้เป็นปีกแผ่นมั่นคง

      ที่ทำการปกครองอำเภอเมืองบึงกาฬ ได้ตระหนักถึงการส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้มีความมั่นคงและเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีของบุคคลในครอบครัวอย่างสมบูรณ์ อีกทั้งยังเป็นการให้บริการประชาชนทางการลงทะเบียนจึงได้จัดโครงการจดทะเบียนสมรสในวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ “รักดั่งขุนเขา ของเราสองคน”

      วัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อส่งเสริมสถาบันครอบครัว พร้อมส่งเสริมสนับสนุนการให้ความสำคัญในวันแห่งความรัก และเพื่อเป็นการส่งเสริมประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในพื้นที่ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

      นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรม “วิ่งขึ้นภู ดูหินสามวาฬ” ชวนนักวิ่ง นักท่องเที่ยวมาร่วมกิจกรรมในวันที่แสนจะพิเศษ บรรยากาศภายในงานนอกจากจะอบอวลไปด้วยความรักของหนุ่มสาวแล้ว ยังครื้นเครงไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเหล่านักวิ่งทั้งหลาย ทำให้ในวันนี้ออกมาอบอุ่นและสมบูรณ์แบบมากที่สุด
      ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล //บึงกาฬ 0961464326

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบ้านร่วม 100 คน ลุกขับไล่ เจ้าอาวาสองค์ใหม่ ที่จะเข้ามารับตำแหน่ง และดูแลวัด

      เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 15 ก.พ.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดบ้านทุ่งเคล็ด หมู่ที่ 3 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากกรณีมี คำสั่งเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด ที่ ๐๐๕/๒๕๖๘ เรื่อง อนุญาต ให้พระประสิทธิ์ สัญจร เข้าอยู่วัดบ้านทุ่งเคล็ด

      โดยมีบทบัญญัติแห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๑๙ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ว่าด้วยการ
      ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ ในมาตรา ๓๘ ในกรณีที่ไม่มีเจ้าอาวาสหรือเจ้าอาวาสไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ใด้ ให้แต่งตั้ง ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ให้ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส มีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับเจ้าอาวาส

      จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๘ (๑)(๓) ห้ามบรรพชิตและคฤหัสถ์ซึ่งมิได้รับอนุญาตของเจ้าอาวาสเข้าไปอาศัยในวัด จึงให้ พระประสิทธิ์ สัญจร เข้ามาอยู่วัดบ้านทุ่งคล็ด และดูแลจัดการวัดบ้านทุ่งคล็ด ทั้งนี้ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปสั่ง ณ วันที่ …๑๕…. เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๘
      ลงชื่อ (พระครูสังฆรักษ์ สำราญ อภิชาโต) ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด รองเจ้าคณะอำเภอทับสะแก

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ขณะที่พระประสิทธิ์ สัญจร ได้รับการแต่งตั้งให้มีอำนาจดูแลวัดบ้านทุ่งเคล็ด พร้อมถือหนังสือสั่งการไป แต่เมื่อชาวบ้านเห็นดังกล่าว จึงได้เข้าไปสอบถามว่ามาทำไม มาทำอะไร จึงมีเสียงปะทะคารมกระทบกระทั่งกับชาวบ้าน จนชาวบ้านได้เข้าไปห้อมล้อมขับไล่ให้ออกไปจากวัด โดยมี พ.ต.ท.สุทิน ทัดรัตน์ สว.สส.สภ.ทับสะแก พร้อมชุดสืบสวน ฝ่ายป้องกันและปราบปราบ เข้าควบคุมสถานการณ์ป้องกันเหตุ

      น.ส.อมรทิพย์ ภู่ระย้า ( คนเสื้อดำ ) ให้การว่า ตนเองได้เดินเข้าไปสอบถามพระประสิทธิ์ ว่ามาทำไม และมาทำอะไร เพราะชาวบ้านเขาไม่ต้อนรับเจ้าอาวาสองค์ใหม่ จึงบอกให้นิมนต์กลับ แต่เกิดมีปะทะคารมกัน จนชาวบ้านลุกฮีอตะโกนขับไล่ (ตามคลิป)

      นอกจากนี้ชาวบ้านยังรวมตัวกันถือป้ายแสดงข้อความเชิงสัญลักษณ์ในการแสดงออก “ด้วยความเคารพศรัทธา พวกเราชาวบ้านขอเห็นพ้องร่วมกันในการแสดงความประสงค์ที่จะขอคัดค้านคำสั่งถอดถอนพระอาทิตย์ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด และขอโต้แย้งคัดค้านคำสั่งแต่งตั้งรักษาการแทนเจ้าอาวาสรูปใหม่เนื่องจากไม่สามารถเข้าร่วมกับชาวบ้านในชุมชนได้ขอความเป็นธรรมและสนับสนุนให้พระอาทิตย์กลับเข้ามาเป็นเจ้าเอาวาสเช่นเดิม โดยชาวบ้านจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาปกป้องเช่นเดิม

      ////////////

      ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม และกัลยาณมิตร ร่วมสงเสด็จ พระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) /พลเอก ปิยพงศ์ กลิ่นพันธ์ุ นำพลังบุญ บูรณะอุโบสถวัดศรีกะอาง จ.นครนายก

      พลเอก ปิยพงศ์ กลิ่นพันธ์ุ นำพลังบุญ บูรณะอุโบสถวัดศรีกะอาง จ.นครนายก วัดสำคัญประดิษฐาน “พระพุทธพิชิตมาร” พระพุทธรูปสำคัญที่ สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 ทรงประทานพระนาม 15 ก.พ.68 พลเอกปิยพงศ์ กลิ่นพันธ์ุ , ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 12 , ประธานมูลนิธิพุทธภูมิธรรม และกัลยาณมิตร ร่วมพลังบุญทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อสมทบทุนบูรณะอุโบสถวัดศรีกะอาง จ.นครนายก ยอดปัจจัยร่วมบุญกว่า 6 แสนบาท

      ในการนี้ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญทอดผ้าป่า 7 หมื่นบาท ถวายเป็นพุทธบูชา เป็นพลังบุญเพื่อพระพุทธศาสนาสามารถร่วมบุญ ซ่อมแซมกระเบื้องหลังคาอุโบสถ และซ่อมแซมถังเก็บน้ำ วัดศรีกะอาง เพิ่มเติมได้ที่
      ธนาคารกรุงไทย , เลขบัญชี 212 068 9946 , วัดศรีกะอาง (เปลี่ยนหลังคาโบสถ์และซ่อมแซมถังน้ำ)

      **ประวัติ ความสำคัญ แผนงาน ของวัดศรีกะอาง *ประวัติ วัดศรีกะอางตั้งอยู่ที่ อ.บ้านนา จ.นครนายก ก่อตั้งเมื่อ ปีพุทธศักราช 2515 โดยมีเจ้าอาวาสรูปแรก คือ
      หลวงปู่จำรัส อินทรกำแหง (ฉายา ฐิติจาโค) ซึ่งท่านดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาส ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2515 – 2536 ในระหว่างปีพุทธศักราช 2522 – 2536 ได้มีการก่อสร้างพระพุทธชินราชจำลอง ความสูง 30 เมตร, ก่อสร้างพระพุทธรูปจำลอง 3 พี่น้อง, ก่อสร้างพระสีวลี, ศาลาไม้, กุฏิบูรพาจารย์ และเสนาสนะอื่น ๆ ในช่วงต่อมา ระหว่างปีพุทธศักราช 2536 – 2566 มีพระครูวรญาณโสภณ (หลวงพ่ออาทร) เป็นเจ้าอาวาส โดยได้มีการก่อสร้างอุโบสถขึ้นในปี 2540 (ยังไม่ได้ฝังลูกนิมิตจนถึงปัจจุบัน) ก่อสร้างถนนเส้นทางในวัด และบันไดทางขึ้นพระพุทธชินราช โดยในระหว่างนี้ทางวัดได้รับวิสุงคามสีมาเรียบร้อยแล้ว ตามทะเบียนเลขที่วิสูงคามสีมา ในปัจจุบันตั้งแต่ พุทธศักราช 2566 – 2568 มีพระมหาฆโณทัย โฆสคุโณ เป็นเจ้าอาวาส

      *ความสำคัญ ของวัดศรีกะอางและพระพุทธรูปมีความสำคัญ กล่าวคือ เป็นพระพุทธชินราชที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานนามว่า “พระสัมพุทธะสักยะมุนีโลกนาถ” มีพระพุทธรูปพระประธาน ในพระอุโบสถปางสะดุ้งมาร ได้รับพระราชทานพระนามจาก สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ว่า “พระพุทธพิชิตมาร” โดยบริเวณผ้าทิพย์หน้าพระพุทธรูปได้รับพระราชทานพระนามาภิไธยย่อ ญสส. ประดิษฐานไว้

      นอกจากนี้ยังได้พระราชทานพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศอินเดีย ไว้ในอุโบสถด้วย และความสำคัญอีกประการหนึ่งคือ วัดศรีกะอางนี้ เป็นวัดธรรมยุติกนิกายตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงปัจจุบัน โดยในอดีตที่ผ่านมา วัดนี้เคยเป็นที่พำนักของ พ่อแม่ครูอาจารย์ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ หรือพระกรรมฐานสาย พระอาจารย์ มัน ภูริทัตเถระ ได้เดินทางธุดงค์มาพักค้างแรมเจริญสมนธรรม อาทิเช่น หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร จ.สกลนคร หลวงปู่สิม พุทธาจาโร วัดถ้ำผาป้อง จ.เชียงใหม่ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาละวัน จ.นครราชสีมาหลวงพ่อวิริยังค์ จ.กรุงเทพฯ และอีกหลายรูป

      *แผนงาน ของวัดที่สำคัญ กล่าวคือ การอบรมสั่งสอนสาธุชนของหมู่บ้านโดยรอบวัดและประชาชนโดยทั่วไปให้หันมาสนใจในธรรมะและคำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยการรักษาศีล ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม นอกจากนี้ยังมีการบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะ ที่ถูกสร้าง ขึ้นมาเป็นเวลานานมีสภาพชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา เพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานได้ ตามปกติ เช่น การซ่อมแซมเปลี่ยนกระเบื้องหลังคาพระอุโบสถที่ชำรุดแตกหักทำให้น้ำรั่วซึมลงมา การปรับปรุงซ่อมแชมถังเก็บน้ำซีเมนต์ การปรับปรุงแหล่งต้นน้ำ เพื่อให้กักเก็บน้ำได้ยาวนาน รวมไปถึงการสวดถอนและการเตรียมการฝังลูกนิมิตในอนาคตอันใกล้

      ขอเชิญชวน พุทธศาสนิกชน ร่วมพลังบุญ และ ขออนุโมทนาบุญมา ณ โอกาสนี้ ครับ อานิสงส์การสร้างโบสถ์ https://www.sarakuntho.org/ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำโดยอาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิฯ นำนมัสการพระธาตุพนมจำลอง (พระธาตุเจดีย์สิริมงคลนวรัตน์) ถวายบุญกุศลแด่ทุกภพภูมิ เปิดมงคลบวงสรวงฯ ณ วัดสระแก้ว จังหวัดขอนแก่น ในพลังบุญ เปิดงานนมัสการพระธาตุ และทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนสร้างกำแพงแก้วและซุ้มประตูวัด เป็นมหามงคลเพื่อแผ่นดิน ขอให้ทุกท่านมีส่วนในผลบุญ รับมงคลบารมีนี้ ให้เจริญสุข เจริญทรัพย์ เจริญอำนาจบารมี เจริญธรรม ตราบถึง พระนิพพาน…

      มูลนิธิพุทธภูมิธรรม และกัลยาณมิตร ร่วมสงเสด็จ พระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) และ ปฏิบัติบูชา สวดมนต์อธิษฐานจิตถวายเป็นพุทธบูชา เป็นพลังบุญเพื่อแผ่นดิน ในพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) กลับคืนสู่สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อ 15 ก.พ.2568

      หลังจากได้อัญเชิญมาประดิษฐานเป็นการชั่วคราวในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค.2567 จนถึงวันที่ 14 ก.พ.2568 รวมระยะเวลา 73 วัน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน

      ขณะที่ยอดจำนวนประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) หลังจากประดิษฐานเป็นการชั่วคราวในประเทศไทย จนถึงการอัญเชิญกลับสู่สาธารณรัฐประชาชนจีน รวมทั้งสิ้น 2,993,737 คน

      ขอร่วมอนุโมทนาบุญและส่งพลังบุญนี้ ให้แด่กัลยาณมิตรทุกท่าน เจริญสุข เจริญธรรม ตราบถึง มรรค ผล นิพพาน เทอญ…

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาค 2 แถลงข่าวทหารพราน “Seal Stop Safe” รวบ 3 ผู้หาขนยาไอซ์ 658 กก. ยาบ้ากว่าแสนเม็ด ริมโขง บ้านแพง นครพนม /และ ตชด.235 ยึดยาบ้า 1 ล้านเม็ด งานพระธาตุพนม

      เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568​ ที่ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2, พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 พร้อมด้วย นายปรีชา มณีสร้อย นายอำเภอธาตุพนมพ.ต.ท.ณัฐวุฒิ ใจสุข ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 แถลงข่าว ตรวจยึดยาบ้ากว่า 1,00,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.ธาตุพน จ.นครพนม

      สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 10.00 นวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 สืบทราบว่า จะมีการลำเลียงยาเสพติด เข้ามาในพื้นที่ อ.ธาตุพนม โดยใช้รถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่น ไทรทัน สีขาว หมายเลขทะเบียน กจ 3446 กระบี่ เป็นพาหนะ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและประสานไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมประชุมวางแผนเพื่อตรวจค้นจับกุม

      โดยเจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังออกเป็นชุดเฝ้าสังเกตการณ์และสะกดรอยติดตาม ตามเส้นทางที่คาดว่าจะเป็นเส้นทางที่ใช้ลำเลียงยาเสพติดผ่าน จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. เจ้าหน้าที่พบ รถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งตรงตามที่ได้รับแจ้ง กำลังขับมาตามเส้นทางถนนชยางกูร หมายเลข 212 มุ่งหน้าไปในเขตเทศบาล ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม

      จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งให้รถคันดังกล่าวหยุดรถเพื่อขอตรวจค้น แต่คนขับรถ ได้แสดงท่าทีพิรุธ ไม่ยอมหยุดรถ พร้อมเร่งเครื่องยนต์เพื่อหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามไปด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากในห้วงนี้มีการจัดงานนมัสการพระธาตุพนม ในบริเวณเขตเทศบาลตำบลธาตุพนม ทำให้มีรถบนท้องถนนหนาแน่น และเกรงจะเป็นอันตรายต่อประชาชนผู้มาเที่ยวงาน

      จนกระทั่งรถของเจ้าหน้าที่ขับมาถึงภายในซอยบ้านดอนกลาง หมู่ที่ 9 ต.ธาตุพนม พบรถยนต์คันดังกล่าวจอดทิ้งไว้อยู่ในบริเวณชายป่าริมถนน และพบห่อวัตถุต้องสงสัยขนาดใหญ่บรรจุอยู่ท้ายกระบะรถจำนวน 4 ห่อ แต่ไม่พบผู้ใด เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจสอบห่อวัตถุต้องสงสัย

      ปรากฏว่าเป็นห่อบรรจุยาบ้าจำนวน 101 ก้อน ภายในบรรจุยาบ้าจำนวนประมาณ 1,090,000 เม็ด ซึ่งเชื่อว่าเป็นของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดได้นำมาทิ้งไว้เพื่อหลบหนีความผิด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ธาตุพนม ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

      ขขเด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

      ​ตชด.235 ธาตุพนม ไล่ล่ายึดยาบ้ากลางงานพระธาตุพนม 1 ล้านเม็ด

      เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568​ ที่ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2, พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 พร้อมด้วย นายปรีชา มณีสร้อย นายอำเภอธาตุพนมพ.ต.ท.ณัฐวุฒิ ใจสุข ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 แถลงข่าว ตรวจยึดยาบ้ากว่า 1,00,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.ธาตุพน จ.นครพนม

      สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 10.00 นวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 สืบทราบว่า จะมีการลำเลียงยาเสพติด เข้ามาในพื้นที่ อ.ธาตุพนม โดยใช้รถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่น ไทรทัน สีขาว หมายเลขทะเบียน กจ 3446 กระบี่ เป็นพาหนะ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและประสานไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมประชุมวางแผนเพื่อตรวจค้นจับกุม

      โดยเจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังออกเป็นชุดเฝ้าสังเกตการณ์และสะกดรอยติดตาม ตามเส้นทางที่คาดว่าจะเป็นเส้นทางที่ใช้ลำเลียงยาเสพติดผ่าน จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. เจ้าหน้าที่พบ รถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งตรงตามที่ได้รับแจ้ง กำลังขับมาตามเส้นทางถนนชยางกูร หมายเลข 212 มุ่งหน้าไปในเขตเทศบาล ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งให้รถคันดังกล่าวหยุดรถเพื่อขอตรวจค้น แต่คนขับรถ ได้แสดงท่าทีพิรุธ ไม่ยอมหยุดรถ พร้อมเร่งเครื่องยนต์เพื่อหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามไปด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากในห้วงนี้มีการจัดงานนมัสการพระธาตุพนม ในบริเวณเขตเทศบาลตำบลธาตุพนม ทำให้มีรถบนท้องถนนหนาแน่น และเกรงจะเป็นอันตรายต่อประชาชนผู้มาเที่ยวงาน

      จนกระทั่งรถของเจ้าหน้าที่ขับมาถึงภายในซอยบ้านดอนกลาง หมู่ที่ 9 ต.ธาตุพนม พบรถยนต์คันดังกล่าวจอดทิ้งไว้อยู่ในบริเวณชายป่าริมถนน และพบห่อวัตถุต้องสงสัยขนาดใหญ่บรรจุอยู่ท้ายกระบะรถจำนวน 4 ห่อ แต่ไม่พบผู้ใด เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจสอบห่อวัตถุต้องสงสัย ปรากฏว่าเป็นห่อบรรจุยาบ้าจำนวน 101 ก้อน ภายในบรรจุยาบ้าจำนวนประมาณ 1,090,000 เม็ด ซึ่งเชื่อว่าเป็นของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดได้นำมาทิ้งไว้เพื่อหลบหนีความผิด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ธาตุพนม ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

      เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานคืนสู่เหย้า มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน เพื่อเสริมสร้างความรักความสามัคคีระหว่างศิษย์เก่า

      มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์จัดงานคืนสู่เหย้า มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน “จากศูนย์จัดการศึกษาจังหวัดน่าน สู่ วิทยาลัยน่าน”
      เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ณ มหาวิททยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน รองศาสตราจารย์ ดร.สุภาวิณี สัตยาภรณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดงาน งานคืนสู่เหย้า มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน “จากศูนย์จัดการศึกษาจังหวัด น่าน สู่ วิทยาลัยน่าน” จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

      1. เพื่อเสริมสร้างความรักความสามัคคีระหว่างศิษย์เก่า ให้ได้พบปะสานสัมพันธ์ระหว่างกันเพื่อทำประโยชน์ต่อสถาบันร่วมกันได้ในอนาคต
      2. เพื่อสานความสัมพันธ์อันดีและสร้างความสามัคคีระหว่างศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน เปิดโอกาสให้นักศึกษารุ่นปัจจุบันพบปะสังสรรค์กับรุ่นพี่ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่นักศึกษาจะได้เปิดโลกทัศน์ในเส้นทางการทำงาน และ
      3. เพื่อระดมทุนการศึกษาให้กับศิษย์ปัจจุบันที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นการช่วยเหลือและให้โอกาสทางการศึกษาในรูปแบบ “พี่ส่งน้องเรียน”
        การจัดกิจกรรมในวันนี้ เกิดขึ้นจากการร่วมแรงร่วมใจระหว่างบุคลากรวิทยาลัยน่าน ศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน ที่เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือจากศิษย์เก่า ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุน ผลักดันกิจกรรมของวิทยาลัยให้เกิดความเข้มแข็งต่อไปในอนาคต ทางวิทยาลัยน่านเชื่อว่าศิษย์เก่าจะเป็น
        ดีให้กับศิษย์ปัจจุบัน เป็นแรงผลักดันให้วิทยาลัยมุ่งผลิตบัณฑิตคุณภาพสู่สังคมต่อไปเพื่อเป็นการยกย่องและให้เกียรติศิษย์เก่าที่สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยรองศาสตราจารย์ ดร.สุภาวิณี สัตยาภรณ์ อธิบการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏอตรดิถ์ได้มอบโล่รางวัลศิษย์เก่าดีเด่น มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
        วิทยาลัยน่าน ประจำปี พ.ศ. 2568 ดังนี้
      4. นาย บุญยงค์ สดสอาด (นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน) ศิษย์เก่ารัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต
      5. นาย เรืองเดช ริกากรณ์ (ผู้จัดการการประปาสวนภูมิภาค สาขาเถิน จังหวัดลำปาง) ศิษย์เการัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต3.นายบวรนันท์ มโนวร (นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพุ่งศรีทอง) ศิษย์เก่ารัฐ
        ประศาสนศาสตรบัณฑิต4 .นาง พธิดา สุทธิพันธุ์ (ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนเปอร์ปอมโลจิสติกส์และเปอร์ปอมเจริญยนต์)ศิษย์เก่ารัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต
        4.พันตำรวจโท ยศดนัย ชัยวงศ์ (สารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเทิง จังหวัดเชียงราย) ศิษย์เก่านิติศาสตรบัณฑิต5.ร้อยตำรวจเอก กมล อุปเสน (รองสารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเวียงสา
        จังหวัดน่าน) ศิษย์เก่านิติศาสตรบัณฑิต6.จ่าสิบตำรวจโท สัจวัจน์ สุทธหลวง (ผู้บังคับหมู่ ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธธรปัวจังหวัดน่าน) ศิษย์เก่าครุศาสตรบัณฑิต
      6. นาง พิศมัย อุ่มมี (ผู้จัดการสำนักงานบริษัท AIA อ.ปัว) ศิษย์เก่าบริหารธุรกิจบัณฑิต และ
      7. นาย เสกสรรค์ พิศจารย์ (ผู้ช่วยผู้จัดการร้านเซเว่น อิเลฟเว่น สาขาบ่อเกลือ)ศิษย์เก่าบริหารธุรกิจม บริหารธุรกิจบัณฑิงานคืนสู่เหย้า มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน”จากศูนย์จัดการศึกษาจังหวัดน่าน สู่ วิทยาลัยน่าน”การจัดงานคืนสู่เหย้า มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน “จากศุนย์การศึกษาจัดหวัดน่าน สู่ วิทยาลัยน่าน” จัดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อการพบปะสังสังสรรค์และสร้างความผูกพันระหว่างศิษย์ปัจจุบันและทิษย์เก่าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมกับเป็นการสร้างเครือข่ายศิษย์เก่าเพื่อร่วมพัฒนาวิชาการและวิชาชีพ เปิดโอกาสให้ศิษย์เก่าได้มี

      โอกาสสนับสนุนทรัพยากร ทุนการศึกษา ตลอดจนการคัดเลือกศิษย์เก่าดีเด่นที่บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม และนำมายกย่องเชิดชูเกียรติประวัติให้เป็นที่รู้จักแก่สังคมภายนอกนับเป็นการรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินงานของหน่วยงานเชิงประจักษ์ได้เป็นอย่างดีวิทยาลัยน่าน จัดตั้งที่ตำบลทุ่งศรีทองนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ.ศ. 2547 ดำเนินรานภายได้ชื่อศูนย์จัดการศึกษาจังหวัดน่าน และผลิตบันฑิตหลากหลายสายสขาวิชา ทั้งนิติศาสตร์พัฒนาชุมชน ปฐมวัย รัฐประศาสนศาสตร์ บริหารธุรกิจ จวบจนกระทั่งปรับเป็นวิทยาลัยน่าน เปิดสอนสารัฐประศาสนศาสตร์ และการจัดการ ได้ขยายโอ

      การทางการศึกษา ผลิตบัณฑิตสู่ตลาดงานอย่างต่อเนื่องมาโดยตลลอด สอดคล้องกับกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยที่มุ่งมั่นผลิตบัณฑิตคุณภาพ เป็นคน เก่ง ดี มีจิตอาสา พัฒนาเป็นผู้ประกอบการ และที่สำคัญคือ ต้องเป็นผู้ที่อุทิศตนเพื่อทำประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองได้เห็นว่าเรามีเครือข่ายความร่วมมือของศิษย์เก่าที่เข้มแข็ง การจัดงานคืนสู่เหยาในวันนี้แม้จัดเป็นครั้งแรก เห็นได้ว่าทุกคนพร้อมใจกันมาชุมมุมได้มากขนาดนี้ก็เป็นที่น่าชื่นใจ นับว่าเป็นการประกาศรวมพลังสามัคคีของชาว มรอ.น่านทุกคน ที่จะร่วมแรงร่วมใจสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและวิชาชีพ ส่งเสริมมสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน ให้มีความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน /ฐกำภู พุ่มทิพย์ รายงาน

      สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง