สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาคที่ 2 จัดพิธี รับ–ส่งหน้าที่ แม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่ ดูแลพื้นที่ภาคอีสาน/“นาทีชีวิตระทึก!! ทหาร ร.8 พัน.1 ช่วยเหลือประชาชนประสบอุบัติเหตุ

วันนี้ 28 กันยายน 2567 เวลา 10.30 น. ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ แม่ทัพภาคที่ 2 และพลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 (ท่านใหม่) ร่วมกระทำพิธีรับ – ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 โดยได้กระทำพิธีสักการะพระศรีสัมพุทธโมลี พระพุทธวิชัยเสนีย์นาถ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อนุสาวรีย์วีรไทย พระบรมรูป ร.5 พระบรมราชานุสาวรีย์ หลังจากนั้นจึงลงนามเอกสารรับ – ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 ณ ห้องประชุมกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2

ก่อนจะเดินทางมายังบริเวณพิธีรับ – ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 ณ ลานหน้าสโมสรร่วมเริงไชย โดยขึ้นแท่นรับการเคารพ พันเอก กิติพงศ์ พ่วงอยู่ ผู้อำนวยการกองกำลังพล ได้อ่านประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ตามที่ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวมอบหน้าที่และการบังคับบัญชา และได้ส่งมอบธงประจำกองทัพภาคที่ 2 พร้อมทั้งเอกสารรับ – ส่งหน้าที่ แก่แม่ทัพภาคที่ 2 (ท่านใหม่) จากนั้น จึงกล่าวรับมอบหน้าที่และการบังคับบัญชา เสร็จแล้วทั้ง 2 ท่าน จึงขึ้นแท่นรับการเคารพจากกองผสมหมู่ธงสวนสนาม ซึ่งจัดจาก หมู่ธงประจำหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 2 จำนวน 83 หมู่ธง

สำหรับ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 26 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 37 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลักสูตรหลักประจำ ชุดที่ 77 เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 ค่ายพระยอดเมืองขวาง จ.นครพนม ,ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22, เสนาธิการกองพลทหารราบที่ 3, ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 3 ค่ายกฤษณ์สีวะรา จ.สกลนคร, ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3, รองแม่ทัพภาคที่ 2, แม่ทัพน้อยที่ 2 ก่อนที่จะดำรงตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ 2 ลำดับที่ 44

สำหรับท่านแม่ทัพบุญสิน หรือแม่ทัพกุ้ง ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาให้ดำรงตำแหน่งโดยเฉพาะตำแหน่งคุมกำลังรบสำคัญๆตลอดการรับราชการ รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับ โดยการนำความรู้​ ทักษะ และประสบการณ์ในการบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายทั้งในส่วนของกองทัพบกและในส่วนของรัฐบาล รวมถึงส่วนราชการ และภาคเอกชน ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน การปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มขีดความสามารถ ส่งผลให้มีผลการปฏิบัติงานสำเร็จมากมาย จนเป็นที่ประจักษ์

โดยที่สำคัญท่านได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาหน่วย พัฒนากำลังพล ดูแล ใส่ใจ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา กำลังพลในทุกระดับจนถึงพลทหารน้องเล็กคนสุดท้องกองทัพบก เสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานให้กำลังพล ส่งผลให้บรรลุทุกๆภารกิจอย่างมีประสิทธิภาพ จนเป็นที่ยอมรับของผู้บังคับบัญชาระดับสูงในทุกระดับ และเป็นที่เชื่อมั่นศรัทธาของพี่น้องประชาชน คนรากหญ้าชาวอีสาน ซึ่งท่านใช้ภาษาอีสานสื่อสารกับพี่น้องประชาชนในการลงพื้นที่ทุกครั้ง จึงสามารถเข้าใจบริบทของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคอีสานได้อย่างดี ตลอดการทำงานที่ผ่านมาจนมาถึงปัจจุบัน

“นาทีชีวิต!!! ทหาร ร.8 พัน.1 ช่วยเหลือประชาชนประสบอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ อาการสาหัส อำนวยการประสานการปฏิบัติในทุกๆส่วนนำส่งโรงพยาบาล”

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 เวลา 15.00 น. ที่ค่ายศรีสองรัก อ.เมือง จ.เลย หน่วย ร.8 พัน.1 โดย จ.ส.อ.ชัยยง นามเภา ตำแหน่ง ผบ.ลว ร้อย.สสก.ชรก.ฝยก.ร.8 พัน.1 ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ผบ.กองรักษาการณ์ ได้เกิดอุบัติเหตุรถกระบะโตโยต้าหมายเลขทะเบียน บจ 7570 เลย ชนกับรถจักยานยนต์ หมายเลขทะเบียน กนจ 52 เลย บริเวนถนนเลย-เชียงคาน ด้านหน้าประตูทางเข้า ร.8 พัน.1 ซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ แม่กับลูก ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนนาอ้อวิทยา นั่งซ้อนท้ายแม่กำลังจะกลับบ้าน ในระหว่างเดินทางเกิดประสบอุบัติเหตุเสียก่อน

โดยรถกระบะคู่กรณี ทราบชื่อคนขับคือนายสมาน ทำสี ชาวบ้าน ต.เขาแก้ว อ.เชียงคาน จ.เลย ให้การว่าขับรถมาจากตัวเมือง จ.เลย มุ่งหน้ากำลังจะกลับบ้าน พอมาถึงที่เกิดเหตุมองไม่เห็นรถมอเตอร์ไซร์ จึงเกิดอุบัติเหตุขึ้น เมื่อ จ.ส.อ.ชัยยง นามเภาฯ พร้อมกำลังพลที่เข้าเวรรักษาการณ์ เห็นเหตุการณ์จึงร่วมกับกำลังพลรีบเข้าช่วยเหลือ อย่างรวดเร็ว ซึ่งเจ้าของรถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บ สาหัสเกิดบาดแผลบริเวณศรีษะ และบาดแผลตามร่างกาย เข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนแล้ว จึงรีบโทรประสาน 1669 เพื่อขอหน่วยกู้ชีพฉุกเฉินนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเลย

ทั้งนี้ได้มี จ.ส.อ.วุฒิชัย อ้วนศิลา นายทหารเวรฯ พร้อมกับกำลังพลของหน่วยเข้ามาช่วยเหลือในการอำนวยการจราจรอีกทางหนึ่ง เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำซ้อน ตลอดจนประสาน จนท.สารวัตรทหาร มทบ.28 อำนวยสะดวกด้านการจราจร และจนท.ตำรวจในการเก็บหลักฐานและเคลื่อนย้ายรถจักรยานยนต์และวัตถุพยาน เพื่อใช้ประกอบรูปคดีต่อไป โดยในการช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้หวังเพียงให้ผู้ประสบอุบัติเหตุปลอดภัย จึงรีบเข้าช่วยเหลือเหลืออำนวยการประสานการปฏิบัติในทุกๆส่วน เพราะทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร​ ภาพ/ข่าว : นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน ​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดศูนย์สีจระเข้ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก/ ชาวบ้านพัทยา ทยอยรับเงินดิจิตอล นายกฯอำนวยความสะดวกชาวบ้านกลุ่มเปราะบาง/เตรียมจัดงาน “เทศกาลกินเจเมืองพัทยา ปี 67” ยิ่งใหญ่!

วันที่ 27 ก.ย.67 มีรายงานว่า ได้มีการเปิดอย่างเป็นทางการสำหรับศูนย์สีจระเข้ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก ที่ร้านบ้านอำเภอเทรดดิ้ง จ.ชลบุรี โดยมีสื่อมวลชนแขนงต่างๆ เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ในพิธี ได้รับเกียรติจาก นายวิกิจ กันฉาย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานขายในประเทศ บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จํากัด พร้อมด้วย นางอังคณา โขนแจ่ม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บ้านอำเภอเทรดดิ้ง จำกัด, นายธำรงศักดิ์ เทพสุนทร ผู้อำนวยการฝ่ายขายผู้แทนจำหน่วย, นายสุภกิตติ์ เตชดนัย ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจสีจระเข้ บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จํากัด, และน.ส.ตรีสุคนธ์ โขนแจ่ม กรรมการผู้จัดการบริษัท บ้านอำเภอเทรดดิ้ง จำกัด ร่วมเปิดงาน

นายสุภกิตติ์ เปิดเผยต่ออีกว่า โดย SEE JORAKAY SHOP แห่งแรกในภาคตะวันออกใน “ร้านบ้านอำเภอเทรดดิ้ง ชลบุรี” เป็นศูนย์รวมวัสดุก่อสร้าง ที่ครบครัน ทันสมัย ซึ่งเป็นสีจระเข้ช็อปอย่างเป็นทางการจังหวัดชลบุรี โชว์สัมผัสประสบการณ์แห่งสีสัน และลวดลายกับสีจระเข้ ด้วยเทคโนโลยีจากสีธรรมชาติ พร้อมสัมผัสประสบการณ์แห่งแรงบันดาลใจ ด้วยเทคนิคความรู้ดี ๆ จากผู้เชี่ยวชาญจากสีจระเข้ นำโดย คุณวรชาติ โชครัศมีดาว ผู้จัดการฝ่ายบริหารการตลาดผลิตภัณฑ์ บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด มาร่วมอัปเดตผลิตภัณฑ์ ภายใต้หัวข้อ “Paint The New Norm” เพ้นท์มาตรฐานใหม่ให้ชีวิต สีปลอดภัย สีธรรมชาติ สีจระเข้ อีกด้วย

ด้าน น.ส.ตรีสุคนธ์ โขนแจ่ม กรรมการผู้จัดการบริษัท บ้านอำเภอเทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยถึงความร่วมมือในครั้งนี้ ว่า ด้วยบ้านอำเภอเทรดดิ้ง มีความตระหนักในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและอยากให้ลูกค้าของบ้านอำเภอเทรดดิ้งได้สินค้าที่มีคุณภาพปลอดภัยต่อสุขภาพของลูกค้า เมื่อทางสีจระเข้ ได้มีการพัฒนาสินค้ากลุ่มทาสีบ้านขึ้นมาที่ตอบโจทย์ในเรื่องสิ่งแวดล้อมจึงได้สนับสนุนให้ทำ SEE JORAKAY SHOP ขึ้นเพื่อให้ลูกค้าได้คุณภาพสีของจริงที่บ้านอำเภอเทรดดิ้ง สำหรัยช่องทางในการติดต่อร้านสามารถติดต่อทางออนไลน์ เฟสบุ๊ค อินสตาแกรม และTikTok บ้านอำเภอเทรดดิ้ง และสามารถมาเยี่ยมชมสินค้าได้ที่ร้านที่มีพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร มีสินค้าที่หลากหลายให้บริการ

สำหรับ สีจระเข้ เป็นสีที่ผลิตจากวัตถุดิบที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงปลอดภัยไร้กลิ่นฉุนและสารระเหยที่เป็นอันตราย โดยทางเราให้ความสำคัญกับสุขภาพของผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของบ้าน เจ้าของโครงการ หรือแม้แต่กลุ่มสถาปนิก และช่างผู้ใช้งานทั่วไป นอกจากนี้ สีจระเข้ เป็นรายแรกที่เลือกใช้วัตถุดิบในการผลิตที่มาจากไลม์สโตน หรือหินปูนธรรมชาติคุณภาพสูงจากประเทศสเปน มีความปลอดภัยต่อสุขภาพ ไม่มีกลิ่นฉุน ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งานและผู้อยู่อาศัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผสานกับเทคโนโลยีกราฟีนที่ช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะพร้อมช่วยกระจายความร้อนทำให้อุณหภูมิภายในบ้านเย็น และมีระบบดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ในระหว่างการแห้งตัวของสีตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานที่ห่วงใยสุขภาพ  คนรุ่นใหม่ ที่ต้องการความสะดวกสบายได้ดี เพราะสีมีความปลอดภัยในทุกขั้นตอน โดยคุณสามารถเปลี่ยนสีห้องได้โดยไม่ต้องย้ายออก สามารถเข้าอยู่ได้ทันทีหลังจากทาสีเสร็จ ทั้งนี้ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ SEE JORAKAY มี 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.Natural Color เป็นสีที่มุ่งเน้นแนวคิด Ecological ปลอดภัยต่อผู้ใช้ 2. Art Color สีจระเข้ Art Color เป็นสีที่ใช้สำหรับสร้างลวดลายสไตล์ลอฟท์และลายหินอ่อน 3.Texture Color สีจระเข้ Texture Color เป็นสีที่ผลิตจากไฮบริดพิเศษ และมีเทคโนโลยี 3D Texture และ4. Heritage Color สีจระเข้ Heritage Color เป็นสีที่ใช้สำหรับบูรณะ หรือซ่อมแซมโบราณสถานโดยเฉพาะ ละในช่วงเปิด SEE JORAKAY SHOPได้มีการจัดโปรโมชั่นให้กับลูกค้าตั้งวันนี้-30 กันยายน 2567 จะมีการลดราคา 25 % สำหรับสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์สี ซึ่งมี SHOP ให้บริการทั้งหมด 12 สาขาทั่วประเทศ และ SHOPที่บ้านอำเภอเทรดดิ้งถือเป็น SHOPแรกในภาคตะวันออก

ชาวบ้านพัทยา ทยอยรับเงินดิจิตอล นายกฯอำนวยความสะดวกชาวบ้านกลุ่มเปราะบาง

ตามที่รัฐบาลได้จัดโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ พิจารณาอนุมัติ “เงินดิจิตอล” โดยเริ่มให้ประชาชนกลุ่มเปราะบาง และกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมประมาณ 12.4 ล้านคน และกลุ่มผู้ถือบัตรประจำตัวคนพิการ อีกประมาณ 2 ล้านคน รวมทั้งหมดกว่า 14 ล้านบาท โดยเริ่มจ่ายเงินในวันที่ 25,26,27 และ 30 ก.ย. 67 นั้น

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการเข้ารับบริการจากธนาคารกรุงไทย หลายสาขาในเขตเมืองพัทยา อาทิ สาขาบางละมุง (ตลาดนาเกลือ) สาขาพัทยากลาง และสาขาพัทยาใต้ พบว่ามี ประชาชนกลุ่มเปราะบางและกลุ่มดังกล่าวทยอยเข้าติดต่อรับเงินดิจิตอลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เช้า

นอกจากนี้ มีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้มีความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชนกลุ่มเปราะบาง คนพิการ และผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ออกมารับเงินกันอย่างต่อเนื่อง จึงได้ประสานงานเจ้าหน้าที่เทศกิจเมืองพัทยาร่วมอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนตามธนาคารกรุงไทย สาขาต่างๆ ด้วย

เตรียมจัดงาน “เทศกาลกินเจเมืองพัทยา ปี 67” ยิ่งใหญ่!

มีรายงานว่า เมืองพัทยา ร่วมกับมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐและเอกชน กำหนดจัดงานมหากุศล อิ่มบุญ อิ่มใจ “เทศกาลกินเจเมืองพัทยา ประจำปี 2567” ระหว่างวันที่ 2-12 ตุลาคม 2567 ที่มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

โดยในวันพุธที่ 2 ตุลาคม 2567 จะมีพิธีอัญเชิญเทพยดาฟ้าดิน (เซ็งทีตี๋) ในเวลา 09.19 น. ที่มูลนิธิฯ จากนั้นในเวลา 15.19 น. เป็นต้นไป จะเป็นการเคลื่อนขบวนแห่ออกจากมูลนิธิฯ เลี้ยวซ้ายผ่านสี่แยกโพธิ์งาม ตรงไปผ่านร้านวุฒิกรค้าวัสดุ ถึงสุขุมวิทเลี้ยวขวา (ย้อนศร) และเลี้ยวขวาลงถนนสว่างฟ้า ผ่านตลาดใหม่นาเกลือ ถึงสามแยกนำชัย เลี้ยวขวาไปเส้นทางตลาดเก่า ถึงสวนสาธารณะลานโพธิ์ เลี้ยวซ้ายเข้าชายหาดเพื่อทำพิธีอัญเชิญ “กิ้วอ้วงฮุกโจ้ว” และ “พระโพธิสัตว์” ไปสถิตยังมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยาต่อไป

ทั้งนี้ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ยังได้ขอเชิญชวนสาธุชนเข้าร่วมพิธีอัญเชิญเทพยดาฟ้าดิน พร้อมพิธีอัญเชิญกิ้วอ้วงฮุกโจ้ว และพระโพธิสัตว์ไปสถิตย์ ณ โรงเจนาเกลือ ในวันและเวลาดังกล่าว พร้อมร่วมถือศีลกินเจในงาน “เทศกาลกินเจเมืองพัทยา ประจำปี 2567” ต่อไปด้วย

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ จ.อุตรดิตถ์ แถลงข่าวการจัดงานแข่งขัน อุตรดิตถ์โตโยไทร์ เอ็กซ์พลอร่าร์ เรซซิ่งคาร์ไทยแลนด์ เฟสติวัล ครั้งที่ 1

วันที่ 27 กันยายน 2567 เวลา 13.00 น. นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดการแถลงข่าวการจัดการแข่งขันรถยนต์ “UTTARADIT RACING CAR THAILAND FESTIVAL” เก็บสะสมคะแนนชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 1 ณ ศาลาประชมคมจังหวัดอุตรดิตถ์
การแข่งขัน “อุตรดิตถ์โตโยไทร์ เอ็กซ์พลอร่าร์ เรซซิ่งคาร์ไทยแลนด์ เฟสติวัล ครั้งที่ 1” ที่จะจัดขึ้นขึ้นในวันที่ 1-4 พฤษภาคม 2568 ร่วมกับชมรมกีฬามอเตอร์สปอร์ตและทีมบริหารฝ่ายต่าง ๆ ของจังหวัดอุตรดิตถ์ทั้งภาครัฐและเอกชนจับมือกับ บริษัทฟาอีสยูในเต็ดมอเตอร์สปอร์ต จำกัด โดยใช้เส้นทางแข่งขันถนนโดยรอบสนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหักและสวนสาธารณะเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ให้เป็น CITY STREET CIRCUIT ครั้งแรกของจังหวัดอุตรดิตถ์

สถานที่จัดการแข่งขัน
บริเวณโดยรอบสนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหัก – สวนสาธารณะเทศบาลจังหวัดอุตรดิตถ์ซึงมีวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ดังนี้
1. เพื่อเป็นการยกระดับด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดอุตรดิตถ์
2. เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดอุตรดิตถ์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
3. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในพื้นที่
4. เพื่อเปิดโลกทรรศน์การเรียนรู้ โดยการอบรมการขับขี่ให้กับคนในพื้นที่
5. จัดหารายได้มอบให้กับมูลนิธิศาลหลักเมืองจังหวัดอุตรดิตถ์
6. เพื่อสร้างความสามัคคีร่วมมือร่วมใจในทุกภาคส่วน

การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบเก็บคะแนนสะสม ชิงถ้วยพระราชทาน และถ้วยประทานแชมป์ประจำปีประกอบด้วยกิจกรรมที่จัดขึ้นในงานได้แก่ COFFEE CRAFTมีการออกร้านขายอาหาร สินค้า และผลไม้ตามฤดูกาลมีการจัดกิจกรรมฟรีคอนเสิร์ต วง TIME MACHINE & วงไม้เลื้อยมีกิจกรรมโชว์รถยนต์แนวตกแต่งมีกิจกกรรมประกวดกองเชียร์ของโรงเรียนในพื้นที่มีการออกบูธสินค้าต่าง ๆ ของผู้สนับสนุน นอกจากนี้ประชาชนในจังหวัดสามารถมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมครั้งนี้ได้แก่

  1. ฝึกอบรมเข้าร่วมเป็นกรรมการตามจุดต่างๆ
  2. จัดการแข่งขันให้กับนักแข่งในจังหวัดและภาคเหนือเป็นรุ่น รุ่นพิเศษ
  3. จัดขบวนพาเหรดรถยนต์ให้กับคนในจังหวัดได้สัมผัสการแข่งขัน
  4. เปิดโอกาสให้นักแข่งในจังหวัดได้มีโอกาสลงทำการแข่งขันกับรายการ
  5. เปิดโอกาสให้นักศึกษาในจังหวัดได้ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ กิจกรรมนี้มีรถที่เข้าร่วมทำการแข่งขันมากกว่า 300 คัน มีรุ่นการแข่งขันมากกว่า 20 รุ่น นอกจากนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าขมงานกว่า 30,000 คน จากนั้นประธานได้เน้นย้ำถึงการส่งเสริมเศรษฐกิจภายในจังหวัดอุตรดิตถ์อย่างรอบด้าน
  1. โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาลและจังหวัดอุตรดิตถ์มีศักยภาพและพร้อมในการเป็นสถานที่จัดแข่งขันสอดคล้องกับช่วงการจัดแข่งขันตรงกับฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรที่ขึ้นชื่อของจังหวัด อาทิ ทุเรียน ซึ่งจะถือเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าของจังหวัดอีกทางหนึ่ง

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทาน มอบให้ผู้ประสบอัคคีภัย ต. วังเพลิง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

วันที่ 27 กันยายน 2567 เวลา 14.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำสิ่งของพระราชทานไปมอบให้กับ ผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่ตำบลวังเพลิง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี โดยมี นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นผู้เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบให้แก่ นางมานิตย์ ลำภูพวง อายุ 50 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 1/1 หมู่ที่ 2 ตำบลวังเพลิง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี


โดยเหตุการณ์เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2567  เวลาประมาณ  17.30 น.ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน บ้านเลขที่ 1/1 หมู่ที่ 2 ตำบลวังเพลิง  อำเภอโคกสำโรง  จังหวัดลพบุรี ลักษณะบ้าน 2 ชั้นเดียว ครึ่งปูนครึ่งไม้ ได้รับความเสียหายทั้งหลัง มีผู้ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 3 คน ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต สาเหตุคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร
ซึ่งการได้รับสิ่งของพระราชทาน ยังความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์พระบรมราชูปถัมภก แห่งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นล้นพ้นโอกาสนี้ หน่วยงานต่าง ๆ 
ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี อาทิ เหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี  หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดลพบุรีและเครือข่าย  คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดลพบุรีสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลพบุรี สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลพบุรี  สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดลพบุรี  ที่ทำการปกครองอำเภอโคกสำโรง ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น  ได้ร่วมมอบเงินและสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค  เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ – ​พ่อเมืองมุกดาหาร เปิดงานฉลอง 42 ปี สานอดีต ปัจจุบัน อนาคต

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2567​ นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธี บวงสรวงสักการะศาลหลักเมืองมุกดาหาร และถวายราชสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ที่หน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร เนื่องในโอกาสครบรอบ 42 ปี การตั้งจังหวัดมุกดาหาร พร้อมกับเปิดงาน 42 ปี “มุกดาหาร สานอดีต ปัจจุบัน อนาคต” โดยมีนางรำจากทั้ง 7 อำเภอในจังหวัดมุกดาหาร และเทศบาลเมืองมุกดาหาร แสดงรำเฉลิมฉลอง 42 ปี ด้วย

จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารได้เดินทางไปเป็นประธานเปิดกิจกรรมร้อยเรียงอดีต ปัจจุบัน อนาคต จังหวัดมุกดาหาร การเสวนาในประเด็นจังหวัดมุกดาหารอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เปิดรับฟังความคิดเห็นและมุมมองจากทุกภาคส่วนถึงทิศทางการพัฒนาจังหวัดมุกดาหาร การจัดแสดงนิทรรศการงาน 42 ปี ที่หอประชุม 250 ปีจังหวัดมุกดาหาร

ทั้งนี้ มุกดาหารเป็นจังหวัดชายแดนติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รับการจัดตั้งเป็นจังหวัดมุกดาหารเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2525 เป็นจังหวัดที่ 73 ของประเทศไทย ประกอบด้วย 7 อำเภอ คือ อำเภอเมืองมุกดาหาร อำเภอคำชะอี อำเภอนิคมคำสร้อย อำเภอดอนตาล อำเภอดงหลวง อำเภอหว้านใหญ่ และอำเภอหนองสูง มีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 เชื่อมกับแขวงสะหวันนะเขต ซึ่งเป็นแขวงใหญ่อันดับสองรองจากนครหลวงเวียงจันทน์ ทั้งยังเป็นจังหวัดที่อยู่ในแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East West Economic Corridor : EWEC) ด้วย

ศูนย์ข่าว​มุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี / พช.น่าน เปิด “ตลาดพัฒนาสร้างสุข” ลดภาระค่าครองชีพ กระตุ้นเม็ดเงิน หมุนเวียนเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการรายเล็ก


เมื่อวันศุกร์ที่ 27 กันยายน 2567 เวลา 11.00 น. ที่บริเวณ ลานเอนกประสงค์ ศูนย์การค้าโลตัสน่าน ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายเทวา ปัญญาบุญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ตลาดพัฒนาสร้างสุข” โดยมี ว่าที่ร้อยตรีไพฑูรย์ ศรีราจันทร์ พัฒนาการจังหวัดน่าน เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้ประกอบการร้านค้าภายในจังหวัดน่านและจังหวัดใกล้เคียง กว่า 50 ราย เข้าร่วมกิจกรรม

กรมการพัฒนาชุมชน มอบหมายให้จังหวัดน่านโดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดดำเนินโครงการตลาดพัฒนาสร้างสุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพื้นฟูเศรษฐกิจในระยะสั้น กระตุ้นให้เกิดความต้องการจับจ่ายชื่อสินค้าภายในชุมชน ทำให้เกิดการหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจฐานราก เพื่อสนับสนุนช่องทางการตลาดให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการชุมชน OTOP ผู้ผลิตสินค้าชุมชน ชุมชนท่องเที่ยวนวัตวิถี กลุ่มสัมมาชีพ กลุ่มอาชีพสตรีและอื่นๆ

ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้ง เพื่อให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าชุมชนในราคาที่เป็นธรรม สามารถลดค่าครองชีพของประชาชน รวมถึงได้รับบริการจากภาครัฐเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยมีเป้าหมายหลัก 4 เป้าหมายคือ การลดรายจ่ายผู้ประกอบการรายเล็ก การเพิ่มช่องทางค้าขาย การลดภาระค่าครองชีพ และกระตุ้นเม็ดเงินให้หมุนเวียนในเศรษฐกิจ


สำหรับกิจกรรมในวันนี้ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดน่าน ได้ประกาศเชิญชวนและ รับสมัครผู้ประกอบการ ที่มีความสนใจเข้าร่วมโครงการ “ตลาดพัฒนาสร้างสุข” โดยมีผู้สนใจลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 50 ราย ประกอบด้วยผู้จำหน่ายภายในจังหวัดน่าน จำนวน 40 ราย และจากต่างจังหวัด ได้แก่ จังหวัดแพร่ เชียงราย และพะเยา จำนวน 10 ราย

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสาธิตอาชีพเพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปต่อยอดและพัฒนาคุณภาพชีวิต และกิจกรรมให้บริการประชาชน ONE STOP SERVICE อำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้รับบริการงานในความรับผิดชอบของกรมการพัฒนาชุมชน ประกอบด้วย การลงทะเบียนผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP รับสมัครสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี การให้บริการ Click ชุมชน อีกด้วย

/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/วิสุทธิ์ ศรีเมือง รายงาน

สื่อรัฐทีวี / ผวจ.ลพบุรี ร่วมเคารพธงชาติ นำกล่าวอุดมการณ์รักชาติ ปฏิญาณตนเป็นข้าราชการที่ดี ในวันพระราชทานธงชาติไทย ประจำปี 2567

วันที่ 27 กันยายน 2567 เวลา 08.00 น. นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย พร้อมนำกล่าวอุดมการณ์รักชาติ ปฏิญาณตนเป็นข้าราชการที่ดี เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย ประจำปี 2567 พร้อมกันทั่วประเทศ

โดยมี นายปรัชญา เปปะตัง ว่าที่ร้อยตรี ทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พันเอก เฉลิมเกียรติ ลาดมะโรง รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลพบุรี(ฝ่ายทหาร) พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดลพบุรี ร่วมเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย พร้อมกับอำเภอต่าง ๆ ในพื้นที่โดยพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ

โดยในวันที่ 28 กันยายน ของทุกปี เป็นวันสำคัญของชาติ เป็นวันพระราชทานธงชาติไทย ธงชาติถือเป็นสัญลักษณ์อันสูงสุดของชาติ ธงชาติไทยแต่เดิมมีหลายรูปแบบ จนรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม

ให้ตราพระราชบัญญัติธงขึ้นใหม่ในพุทธศักราช 2460 และพระองค์ทรงกำหนดความหมายของสีธงชาติไว้ว่า สีแดง หมายถึง ชาติ คือ ประชาชน สีขาว หมายถึง ศาสนา และสีน้ำเงิน หมายถึง พระมหากษัตริย์ ซึ่งธงไตรรงค์ หรือธงชาติไทย ถือเป็นสัญลักษณ์อันสูงสุดของชาติ เป็นสิ่งเตือนใจให้อนุชนได้รำลึกถึงการเสียสละเลือดเนื้อของบรรพบุรุษ

เพื่อรักษาไว้ซึ่งแผ่นดิน และร้อยดวงใจคนทั้งชาติให้เป็นหนึ่ง หล่อหลอมความรักสามัคคี สร้างเสริมความภูมิใจในความเป็นชาติ ก่อเกิดเป็นพลังยิ่งใหญ่ในการพัฒนาชาติไทย คณะรัฐมนตรี จึงมีมติเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2559 เห็นชอบกำหนดให้วันที่ 28 กันยายน ของทุกปี เป็นวันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day)

เริ่มในวันที่ 28 กันยายน 2560 เป็นวันแรก โดยไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ รวมทั้งกำหนดให้มีการชักและประดับธงชาติไทยในวันดังกล่าว เพื่อเป็นการสร้างความภาคภูมิใจของคนในชาติ และเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทย ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 28 กันยายน 2567

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี / สหฟาร์มร่วมใจ เป็นกำลังใจ เพื่อผู้ประสบภัยน้ำท่วมทางภาคเหนือ

ภายใต้โครงการ “สหฟาร์มร่วมใจ เป็นกำลังใจ เพื่อผู้ประสบภัยน้ำท่วมทางภาคเหนือ” เพื่อส่งมอบให้กับพี่น้องประชาชน ผู้ประสบภัยน้ำท่วม
บริษัท สหฟาร์ม จำกัด เป็นส่วนหนึ่งในการส่งความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ด้วยการส่งของอุปโภค-บริโภค (ผลิตภัณฑ์บริษัทฯ) ภายใต้โครงการ “สหฟาร์มร่วมใจ เป็นกำลังใจ เพื่อผู้ประสบภัยน้ำท่วมทางภาคเหนือ” เพื่อส่งมอบให้กับพี่น้องประชาชน ผู้ประสบภัยน้ำท่วม และบรรเทาความเดือนร้อนในหลายพื้นที่ทางภาคเหนือ โดยท่าน ดร.ปัญญา โชติเทวัญ ประธานกรรมการบริหาร (กลุ่มบริษัทสหฟาร์ม)

มีมอบเงิน ช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย ดินโคลนถล่ม ในจังหวัดลำปาง และ มอบผลิตภัณฑ์ ผ่าน เพจอีจัน พร้อมสนับสนุน รถขนส่ง นำผลิตภัณฑ์ไก่สด ผักสด นำส่งยังสถานที่ เพื่อผลิตอาหาร บริการ เจ้าหน้าที่ และ ผู้ประสบภัย
โดยได้ส่งเครื่องอุปโภคบริโภคโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ของสหฟาร์มทุกรูปแบบ เช่นเนื้อไก่ ไส้กรอก หมูยอ ไข่ไก่ ฯลฯ ผ่านไปให้กับพันตำรวจเอก ภัคพงศ์ สายอุบล รองผู้บังคับการ

จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตัวแทนตำรวจทำดีเพื่อประชาชนและคุณสิทธิวุฒิ บัวบุญ นักธุรกิจเสื้อผ้าในตลาดโบ๊เบ๊เกี่ยวกับเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆนำไปบริจาคร่วมกับเจ้าของศูนย์การค้าโบ๊เบ๊ทาวเวอร์เพื่อนำไปให้ถึงมือยังผู้ประสบภัยอย่างแท้จริงต่อไืป

สื่อรัฐทีวี / กกล.สุรศักดิ์มนตรี ร้อย.ฉก.ทพ.2102 รวบสองสาวคาด่านตรวจ พร้อมยาบ้า 120,920​เม็ด​ อ้างญาติทางฝั่งลาวฝากมา

เมื่อ​วันที่​ 26 กันยายน​ 2567​ เวลา​ 16.00น พันเอก อินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว ว่ามีกลุ่มวัยรุ่นจะมารับยาเสพติด ในพื้นที่บ้านหนองปกติ หมู่ที่ 5 ตำบลอาฮี อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย จึงสั่งการให้ ร.ท.อาคม คำจุลฬา ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2102 (หน่วยงานหลัก) บูรณาการร่วมกับ​ตร.สภ.โพนทอง ,มว.ตชด.2463 ตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด บริเวณหน้าปั้มPT พื้นที่ บ.อาฮี ต.อาฮี อ.ท่าลี่ฯ

ครั้นเมื่อเวลา 17.35น​ มีรถยนต์ กระบะยี่ห้อ เชฟโรเลต แคป สีขาว ทะเบียน บย 1281 เลย วิ่งเข้ามาที่จุดตรวจ จนท.จุดตรวจ จึงส่งสัญญาณให้หยุดรถ และได้สอบถามหญิงดังกล่าว ทราบว่าจะเดินทางไปที่ตัวอำเภอท่าลี่ จนท.จึงสอบถามชื่อ ทราบชื่อว่า น.ส.วริศา กันนะเรศ เป็นคนขับ และน.ส.วรดา พรมดี เป็นผู้โดยสาร ขณะสอบถาม มีท่าทางพิรุธน่าสงสัย จนท.จึงขอตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบ ยาบ้าจำนวน 20 แพ็ค ซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติดสีดำ อยู่ในกระสอบสีขาวแถบสีฟ้า อยู่หลังเบาะผู้โดยสาร จึงได้ควบคุมตัว และแจ้งให้ น.ส.วริศาฯ และน.ส.วรดาฯ ทราบว่าจะต้องถูกจับกุม เนื่องจากร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) และแจ้งสิทธิ์ให้ทราบ

จากนั้นได้นำตัวผู้กระทำผิด พร้อมของกลางมาที่ สภ.โพนทอง เพื่อตรวจนับอย่างละเอียด ทั้งนี้หน่วยฯ ร่วมบันทึกภาพถ่ายพร้อมบันทึกวิดีโอ ผู้ถูกควบคุมตัวตามมาตรา 23 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 ผู้ต้องหา​ 2ราย น.ส.วริศา กันนะเรศ (อัน) อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 69/1 ม.1 ต.อาฮี อ.ท่าลี่ จ.เลย​ และ น.ส.วรดา พรมดี (จ๋า) อายุ 23 ปี บ้านเลขที่ 196 ม.1 ต.ปากตม อ.เชียงคาน จ.เลย

พร้อมของกลางยาบ้าเม็ดสีแดง จำนวน 119,680 เม็ด​ ยาบ้าเม็ดสีเขียว จำนวน 1,240 เม็ด​ รวมยาบ้าทั้งหมด จำนวน 120,920 เม็ด​ และรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ เชฟโรเลต แคป สีขาว ทะเบียน บย 1281 เลย จำนวน 1 คัน​ โทรศัพท์ ยี่ห้อ ไอโฟน จำนวน 2 เครื่อง​ เจ้าหน้าที่ได้ร่วมบันทึกภาพถ่ายและบันทึกวีดีโอไว้เป็นหลักฐาน พร้อมนำผู้ต้องหาและของกลางส่ง พงส.สภ.โพนทอง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #กองทัพบกroyalthaiarmy #กองทัพภาคที่2 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี นำเสนอ / มุกดาการ -​ตชด.235 จับ 2 พ่อค้ายาบ้า 276,000 เม็ด ขณะเตรียมส่ง

ตามนโยบายของรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญสั่งการแก้ไขปัญหายาเสพติดเร่งด่วน พล.ต.ท.ยงเกียรติ มนปราณีต ผบช.ตชด. ได้เปิดยุทธการ”พิทักษ์ริมน้ำโขง” โดย พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผกก.ตชต.23,พ.ต.ท.ธนพล ท้าวหนู รอง ผกก.ตชด.23 ร.ต.อ.สมควร เบญจมาตร รรท.ผบ.ร้อย ตชด.235 ขอรายงานผลการจับกุมการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564
สืบเนื่องเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 67 เวลาประมาณ 07.00 น. ที่บริเวณริมถนนภายในหมู่บ้านหว้านใหญ่ หมู่ที่ 4 ต.หว้านใหญ่ อ.ธาตุพนม จ.มุกดาหาร​ ผู้ทำการจับกุม/ตรวจยึด

โดย​ร.ต.อ.เสถียร พัฒนะโชติหน.ชปข.ร้อย ตชด. 235 พร้อม จนท.ชปข.ร้อย ตชด. 235 รวม 11 นาย พร้อม ตำรวจน้ำธาตุพนม​ จับกุมผู้ต้องหา นายธวัชชัย เมืองโคตร หรือ ทีน อายุ 24 ปี ที่อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 4 ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร (ผู้ต้องหาที่ 1) และนายสุธีภรณ์ คำปาน หรือ หนิง อายุ 42 ปี ที่อยู่บ้านเลขที่ 80 หมู่ที่ 4 ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร (ผู้ต้องหาที่ 2) พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนประมาณ 276,000 เม็ด และรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น ดีแม็ค สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียนหน้า-หลัง บน 3211 นครพนม จำนวน 1 คัน​ ผโดยกล่าวหาว่าร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย​

โดยเมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2567 เวลาประมาณ 05.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชปข.ร้อย ตชด.235 ได้รับแจ้งจากสายลับว่า ในห้วงเวลาประมาณ 06.00 – 08.00 น. ในวันเดียวกันนี้ จะมีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดนัดหมายส่งมอบยาเสพติด (ยาบ้า) กันที่ภายในหมู่บ้านหว้านใหญ่ หมู่ที่ 4 ต.หว้านใหญ่ อ.ธาตุพนม จ.มุกดาหาร โดยยังไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดจะเป็นผู้นำยาเสพติดมาส่ง เมื่อทราบดังนั้นจึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและประชุมวางแผนทำการจับกุม กระทั้งเวลาประมาณ 06.50 เจ้าหน้าที่ชุดที่พบชายต้องสงสัยจำนวน 2 คน กำลังยืนอยู่ที่ริมถนนสาธารณะเลียบแม่น้ำโขง

โดยลักษณะพื้นที่เป็นโพรงหญ้ารกปกคลุมบริเวณริมถนนดังกล่าว ภายในหมู่บ้านหว้านใหญ่ หมู่ที่ 4 ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.นครพนม และพบรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น ดีแม็ค สีขาว จอดอยู่ข้างชายต้องสงสัยทั้ง 2 คน ลักษณะท่าทางมีพิรุธ เชื่อว่าอาจมีสิ่งของผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ เจ้าหน้าที่พร้อมกับจอดรถลงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอตรวจค้น พบ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุอยู่ในห่อกระดาษเทียนไขสีเหลือง (ตรวจนับละเอียดภายหลัง) จำนวน 138 มัด รวมยาบ้าทั้งหมดจำนวนประมาณ 276,000 เม็ด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงทำการควบคุมตัวทั้ง 2 คน และตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน

พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้นให้ทราบว่ามีความผิดต้องถูกจับกุมในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และแจ้งสิทธิ์ให้ทราบ จากนั้นได้ควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พร้อมนำของกลางทั้งหมดมาที่ทำการ ร้อย ตชด.๒๓๕ เพื่อตรวจนับของกลาง จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร​กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี​

ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี / คนบ้าหวย ขอเลขต้นโพธิ์ยักษ์ 200 ปี วัดม่อนใหญ่ ต.ฝายหลวง อ.ลับแลจ.อุตรดิตถ์


เมื่อวันทีา 25 ก.ย.67 ชาวตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ร่วมกันประกอบพิธีสืบสานประเพณีโบราณที่เรียกกันว่า “ตานสลากชะลอม-ก้างบูยา” ซึ่งเป็นวิถีชุมชนของชาวเมืองลับแลที่มีมากว่าช้านานโดยจะจัดขึ้นในช่วงเข้าพรรษา ที่วัดม่อนใหญ่ ตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล โดยมีการจัดร่ายรำด้วยกลองยาวจากเด็กนักเรียนในชุมชนร่วมแห่ขบวน “ค้างบูยา” และ “สลากชะลอม” จากชุมชนต่างๆ มาถวายพระสงฆ์เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับ

หลังจากประกอบพิธีประเพณีตานสลากชะลอม-ก้างบูยาแด่พระสงฆ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านสายมูไม่พลาดที่จะส่องเลขที่ต้นโพธิ์ขนาดใหญ่อายุกว่า 200 ปี ขนาด 10 คนโอบ ความสูง 20 เมตร ที่อยู่ภายในวัด โดยชาวบ้านตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล เชื่อกันว่าเป็นต้นโพธิ์ที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่สิงสถิตของเทพเจ้า เพื่อปกปักษ์รักษาให้คนในชุมชนประสบแต่ความร่มเย็นเป็นสุข

โดยชาวบ้านได้นำชลอมและเครื่องบวงสรวงต่างๆ เช่น ขนมแหนบ ขนมเทียนพร้อมกับจุดธูป 9 ดอกเพื่อเป็นการสักการะเทพเทวาที่สถิตอยู่ภายในต้นโพธิ์แห่งนี้จากนั้นได้จุดธูปเสียงทายรอจนธูปหมด ผลปรากฏเลขเสี่ยงท้ายที่ปรากฏไม่ค่อยชัด บางคนมองเห็นเป็นตัวเลข 033 -030 บางคนมองเห็นเป็นตัวเลข 303 ซึ่งสายมูไม่พลาดที่จะนำโทรศัพท์มาถ่ายรูปไว้เพื่อนำไปเสี่ยงดวงในการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดที่จะมาถึงนี้

นาคา คะเลิศรัมย์/ รายงาน

พลเอกประยุทธ องคมนตรี ประธานในพิธีมอบความช่วยเหลือพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎร จ.ลพบุรี

วันที่ 25 กันยายน 2567 เวลา 10.30 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบความช่วยเหลือพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรจังหวัดลพบุรี ณ โรงเรียนบ้านม่วงค่อม อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ คณะองคมนตรี ดำเนินโครงการสืบสานพระราชปณิธาน เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด พระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎรในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร พร้อมกับรับทราบปัญหาความเดือดร้อน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ตลอดจนเชิญพระราชกระแสความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี กับเชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบให้กับราษฎรในพื้นที่ โดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ มูลนิธิและองค์กรที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะองคมนตรีกำกับดูแล ในการให้ความช่วยเหลือราษฎรในด้านต่าง ๆ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ความเป็นอยู่ที่ดี และก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ราษฎรสืบไป


ในโอกาสนี้ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 500 ชุด ไปมอบแก่ราษฎรในพื้นที่ มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบอุปกรณ์สำหรับการศึกษาทางไกล มูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มอบชุดหนังสือเผยแพร่ความรู้

สำหรับเยาวชน มูลนิธิพระดาบส ออกหน่วยให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ซ่อมบำรุงเครื่องใช้ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ พร้อมร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการให้บริการประชาชน เช่น การตัดผม การฝังเข็มเพื่อสุขภาพ การจัดอบรมให้ความรู้ในการดูแลบำรุงรักษาเครื่องจักรกรกลทางการเกษตรและความรู้เรื่องดิน พร้อมจัดหาทุนสนับสนุนด้านการศึกษา

เพื่อมอบให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ และมอบเก้าอี้รถเข็นสำหรับผู้พิการ นอกจากนี้ โรงพยาบาลรามาธิบดีร่วมจัดหน่วยแพทย์และหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่พระราชทาน มาให้บริการตรวจสุขภาพและรักษา สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ออกหน่วยเผยแพร่ความรู้และรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด ให้ความรู้และบริการปรึกษาด้านกฎหมาย อีกทั้งสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สนับสนับสนุนทุนการศึกษาพระราชทานต่อเนื่องจนกว่าจะสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญารี

ให้แก่ เด็กหญิงอรณิชา สนามทอง อายุ 11 ปี ศึกษาอยู่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ และเด็กชายก้องภพ โลหะเวช อายุ 12 ปี ศึกษาอยู่ระดับขั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองประดู่ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้า ฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ สนับสนุนทุนการศึกษาพระราชทานต่อเนื่องจนกว่าจะสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี ให้แก่ นางสาวขวัญฤดี กระเป้าทอง อายุ 16 ปี ศึกษาอยู่ระดับขั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านชีวิทยา และเด็กหญิงเทียนฉาย เขาว์วันดี อายุ 12 ปี ศึกษาอยู่ระดับชั้นมั้ยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดบ้านดาบ ด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี รายงาน

อบจ.น่าน มอบสื่อนวัตกรรมการเรียนการสอนให้แก่โรงเรียนขยายพื้นที่จ.น่าน


อบจ.น่าน ดำเนินการมอบสื่อนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน แก่โรงเรียนในสังกัด สพป.น่าน เขต 1 และ เขต 2 มุ่งหวังลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนระหว่างครูและนักเรียน เสริมศักยภาพนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลและตอบสนองนโยบายด้านการพัฒนาเทคโนโลยีทางการศึกษาของรัฐบาล เพื่ออนาคตของเด็กน่าน

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 ที่ ห้องประชุมเอื้องคำ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2 อ.ปัว จ.น่าน นายนพรัตน์ ถาวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการเรื่องสื่อนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ระดับโรงเรียนขยายโอกาสในพื้นที่จังหวัดน่าน ประจำปี 2567 โดย อบจ.น่าน ได้จัดขึ้นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ตลอดจนเป็นการสนับสนุนกิจกรรมการเรียนการสอน ที่จะให้มี

การปรับปรุงกระบวนการเรียนรู้ให้มีความทันสมัยและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ก้าวเข้าสู่ศตวรรษใหม่ อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาประสิทธิภาพครูผู้สอนในการนำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการศึกษาผ่านระบบดิจิทัล เพื่อให้สามารถรองรับการเรียนการสอนในยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลและตอบสนองนโยบายด้านการพัฒนาเทคโนโลยีทางการศึกษาของรัฐบาล เพื่ออนาคตของเด็กน่านได้อย่างมั่นคงต่อไป โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษาตลอดจนนักเรียน ทั้ง 20 โรงเรียน เข้าร่วมกิจกรรม

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการลงนามความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง อบจ.น่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 และ เขต 2 ผู้บริหารสถานศึกษาทั้ง 20 โรงเรียน และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ในการสนับสนุนสื่อนวัตกรรมฯ ดังกล่าว หลังจากนั้นมีการแนะนำและสาธิตวิธีการใช้งานสื่อนวัตกรรมฯ โดยผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัทชินวุธ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด และการเสวนาวิชาการในหัวข้อ “สื่อนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน จะสามารถลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้อย่างไร”

โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วยนายพรชัย นาชัยเวียง รองผู้อำนวยการ สพป.น่าน เขต 2 นายวิชาญ ปวนสุรินทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปางเป๋ย อ.เมืองน่าน และนายกสมาคมครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนขยายโอกาสจังหวัดน่าน นางสาวเกตุสุดา แคแดง ครูวิทยฐานะ ชำนาญการ โรงเรียนบรรณโสภิษฐ์ อ.สองแคว และ ด.ช.วิชญพงศ์ แสงศรีจันทร์ นักเรียนโรงเรียนบ้านไร่ อ.ปัว/

บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

น้ำล้น ระบายน้ำล้นฉุกเฉิน เขื่อนแม่งัดฯ ท่วมเมืองเชียงใหม่แล้ว ภาค 5


วันที่ 25 กันยายน 2567 นายเฉลิมเกียรติ อินทกนก ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แฝก-แม่งัดสมบูรณ์ชล เปิดเผยว่า ตอนนี้เหลืออีก 54 เซนติเมตร น้ำจะล้นอาคารระบายน้ำล้นฉุกเฉิน หรือ Emergency Spillway จากการวิเคราะห์ปริมาณน้ำเข้าเขื่อน ชั่วโมงละ 6 เซนติเมตร คาดว่าจะอยู่ในช่วงเวลา 01:00 น. คืนนี้

นายเฉลิมเกียรติ ยืนยันว่า จนถึงตอนนี้เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ยังคงทำหน้าที่หน่วงน้ำให้ได้มากที่สุด เพื่อลดความเสียหายของพื้นที่ตัวเมือง ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจ โดยหลังจากน้ำล้นที่อาคารระบายน้ำล้นฉุกเฉิน จะมีแค่ 3 ตำบล คือ ตำบลอินทขิล ตำบลช่อ และตำบลบ้านเป้า ที่จะได้รับผลกระทบ น้ำในแม่น้ำปิง จะสูงขึ้นอีกประมาณ 20-50 เซนติเมตร ซึ่งเวลานั้น ระดับน้ำที่ P.75 บ้านช่อแล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งมาจากเชียงดาว จะลดลงแล้ว และคาดว่าน้ำก้อนที่ล้นจากอาคารระบายน้ำล้นฉุกเฉินคืนนี้ จะถึง P.1 สะพานนวรัฐ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ประมาณ 5 โมงเย็นพรุ่งนี้ ทั้งนี้ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แฝก-แม่งัดสมบูรณ์ชล ได้มีการตั้งศูนย์วิเคราะห์และติดตามสถานการณ์น้ำ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือในทุกสถานการณ์.

สำนักงานชลประทานที่ 1 ฉบับที่ 5/2567 เรื่อง แจ้งเตือนระดับน้ำวิกฤติแม่น้ำปิง ที่สถานี P.1 สะพานนวรัฐ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ด้วยช่วงวันที่ 21-24 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับอิทธิพลจาก พายุ “ซูริก” และร่องความกดอากาศต่ำ ส่งผลให้มีฝนตกกระจายทั่วทั้งจังหวัดในเกณฑ์หนักมาก ทำให้ปริมาณน้ำ ในแม่น้ำปิงและลำน้ำสาขาในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำมีปริมาณสูง และส่งผลกระทบให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำปิง

สถานการณ์น้ำในแม่น้ำปิง ที่สถานี P.67 บ้านแม่แต อำเภอสันทราย ได้ผ่านจุดสูงสุดที่ระดับ 3.50 เมตร ปริมาณน้ำ 479.70 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที วันที่ 24 กันยายน 2567 เวลา 20.00 น. ที่ผ่านมา  และเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2567 เวลา 06.00น. วัดได้ระดับ +3.49 เมตร ปริมาณน้ำ 477.80 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แนวโน้มเพิ่มขึ้น สถานการณ์น้ำในแม่น้ำปิงที่สถานี P.1 สะพานนวรัฐ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2567 เวลา 05.00 น. ได้ผ่านจุดสูงสุดที่ระดับ +4.45 เมตร ปริมาณน้ำ 530.50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะมี ระดับน้ำทรงตัวระยะหนึ่ง และจะมีระดับสูงขึ้นอีกจากมวลน้ำระลอกใหม่ (เกิดจากฝนที่ตกในพื้นที่ตอนบนของ ลุ่มน้ำเมื่อคืนที่ผ่านมา) ที่เคลื่อนตัวจากลุ่มน้ำแม่แตงและลุ่มน้ำปิง (ต้นน้ำจากอำเภอเชียงดาว) ลงมาสมทบกับ แม่น้ำปิง

ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ 1 จะติดตาม/เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และรายงานให้ ทราบอย่างต่อเนื่อง และจากสถานการณ์ปริมาณน้ำหลากสูงสุดที่เกิดขึ้น ได้ส่งผลกระทบให้บางพื้นที่ในเขต เทศบาลนครเชียงใหม่เกิดน้ำท่วมขัง สำนักงานชลประทานที่ 1 จะได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออก จากพื้นที่ประสบภัย และจัดส่งครื่องจักรเครื่องมือพร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมบูรณาการให้ความช่วยเหลือและบรรเทา ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อประชาชนต่อไป

..สมจิตร แสงบันลังค์ ข่าวคาบ รายงาน.

โคปาคาบาน่า กรุ๊ป สยายปีก! โครงการใหม่ใหญ่กว่าเดิม

วันที่ 24 ก.ย.67 คุณกสิณา ธรรมสุวรรณ คุณสภาพรรณ ธรรมสุวรรณ Mr.Rolf Haupt และ Mr.Manfred Wu ผู้บริหารโคปาคาบานา กรุ๊ป ได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ โครงการโคปาคาบาน่า คอรัล รีฟ คอนโดมิเนี่ยม ซึ่งเริ่มพิธีบวงสรวงโดยพราหมณ์บูชาฤกษ์ ก่อนเป็นพิธีสงฆ์ และพิธีวางศิลาฤกษ์ตามลำดับการ โดยได้รับเกียรติจากนายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมคณะเข้าร่วมงาน

สำหรับโครงการโคปาคาบาน่า คอรัล รีฟ คอนโดมิเนี่ยม เป็นโครงการที่ 2 ของโคปาคาบาน่า กรุ๊ป ที่มีมูลค่าการลงทุนรวม 6,000 ล้านบาท ก่อสร้างเป็นอาคารพักอาศัย ความสูง 56 ชั้น จำนวน 1 อาคาร รวม 1,916 ยูนิต บนพื้นที่กว่า 13 ไร่ ริมถนนจอมเทียนสายสอง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

โดยหลังจากนี้ การก่อสร้างคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 2027-2028 ซึ่งหลังจากเปิดไปแล้วประมาณ 1-2 เดือน ขณะนี้ขายไปแล้วประมาณ 300-400 ยูนิต ซึ่งโครงการนี้จะแตกต่างจากโครงการแรกคือโคปาคาบาน่าบีชจอมเทียน ที่ฐานลูกค้าเป็นชาวจีน แต่ที่นี่จะเป็นฐานลูกค้ารัสเซียและอื่นๆ รวม 20% และลูกค้าอีก 80% เป็นลูกค้าชาวไทย เป็นโครงการที่ใหญ่กว่าและมีพื้นที่มากกว่า สนนราคาตั้งแต่ 3 ล้านบาทเป็นต้นไป แล้วแต่ความต้องการของลูกค้า

เข้าสู่เทศกาล. ลองกองเมืองลับแล หัวดง อุตรดิตถ์ ตั้งคณะกรรมการเข้มเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพลองกอง


วันที่ 24 ก.ย.67 จ่าสิบเอกธวัชชัย กาวีละ รองนายกเทศมนตรีตำบลหัวดง อำเภอลับแล ได้ลงพื้นที่ตลาดกลางผลไม้สินค้าโอทอปเทศบาลตำบลหัวดง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อประชาสัมพันธ์การเพิ่มประสิทธิภาพยกระดับลองกอง ที่เกษตกรชาวสวนได้นำมาจำหน่ายให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อเพื่อไปจำหน่าย ซึ่งภายในตลาดกลางผลไม้สินค้าโอทอปเทศบาลตำบลหัวดง ได้มีเกษตกรชาวสวนนำลองกองจากสวนที่คัดช่ออย่างสวยงามนำมาจำหน่ายจำนวนมาก


จ่าสิบเอกธวัชชัย กาวีละ รองนายกเทศมนตรีตำบลหัวดง กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงต้นฤดูกาลของการให้ผลผลิตลองกอง ได้มีเกษตรกรชาวสวนนำลองกองมาจำหน่ายภายในตลาดกลางผลไม้สินค้าโอทอปเทศบาลตับลหัวดงกันต่อเนื่อง ทางเทศบาลฯจึงได้จัดตั้งคณะกรรมการในการตรวตสอบมาตรฐานของลองขึ้นมา โดยย้ำ


1.เกษตกรชาวสวนก่อนจะนำมาจำหน่ายให้คัดลองกองก่อน อย่าให้มีลองกองที่มีลูกแตก ลูกเน่า ลูกเขียว และหากพบว่าเจอเม็ดรีบเม็ดเล็กให้เด็ดออก
2.เน้นย้ำไม่ให้มีการนำลองกองที่ร่วงใส่ผสมกับลองกองช่อ ยกเว้นที่ใส่ในเข่งเป็นช่อมาแล้วเกิดการร่วงในระหว่างเดินทางซึ่งไม่เกิน 1 กิโลกรัม



“นอกจากนี้ทางเทศบาลตำบลหัวดง ยังได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับลองกองกองกันอย่างต่อเนื่องภายในตลาดด้วย ดังนั้น จึงอยากจะขอเชิญชวนร่วมสนับสนุนผลผลิตลองกองของเกษตรกร ซึ่งออกสู่ตลาดมากในเดือนกันยายนและตุลาคมนี้ นอกจากช่วยสนับสนุนเกษตรกรแล้วยังเป็นกำลังใจให้กับเกษตรกรในการผลิตผลไม้ที่มีคุณภาพและยังช่วยกันร่วมสร้างเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้แข็งแกร่งอย่างยั่งยืนอีกด้วย” จ่าสิบเอกธวัชชัย กล่าว



นาคา คะเลิศรัมย์ /รายงาน

เลย -​เปิดกิจกรรมกีฬาวิ่งครอสคันทรี “อุทยานเทิดพระเกียรติฯ บ้านหมากแข้ง เคล้า สายหมอก หยอกสายฝน เที่ยวถิ่นไทเลย”


วันที่ 22 กันยายน 2567 ที่อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ร่วมกิจกรรมวิ่งเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา “อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง เคล้าสายหมอก หยอกสายฝน เที่ยวถิ่นไทเลย” พร้อมด้วย พันเอก ประเสริฐ สิงขรเขียว เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 28 นายกิตติคุณ บุตรคุณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นายธนายุทธ ใยแก้ว นายอำเภอด่านซ้าย นายปฐม ศันสนะพิทยาการ ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเลย หัวหน้าส่วนราชการ และนักวิ่ง เข้าร่วมกิจกรรม โดยมี พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพน้อยที่ 2 เป็นประธานเปิดกิจกรรม

พลโท บญุสิน พาดกลาง แม่ทัพน้อยที่ 2 กล่าวว่า ในปัจจุบันนี้กิจกรรมกีฬาและการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพถือเป็นส่วนสำคัญของวิถีชีวิต เพราะมีส่วนช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพจิตที่ดี มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมกีฬาที่สามารถบูรณาการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ได้ เนื่องจากเป็นกิจกรรมกีฬาที่สามารถช่วยเพิ่มรายได้ หมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่จัด กิจกรรมจากการใช้จ่ายเงินของนักท่องเที่ยวในรูปแบบนักกีฬาที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี กิจกรรมวิ่งครอสคัน ทรี ณ อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเนื่องในโอกาสพระราช พิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา 6 รอบ ตามที่รัฐบาลได้มีแนวทางให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในวาระนี้อย่างพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศอีกด้วp


นายปฐม ศันสนะพิทยาการ ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเลย กล่าวว่า การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้เล็งเห็นว่าเพื่อให้เป็นการสนับสนุนแนวทางการจัดกิจกรรม พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา 6 รอบ ของรัฐบาลดังกล่าว และเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรม อันเป็น การสร้างความสามัคคี ให้แก่ประชาชน อย่างเป็นรูปธรรม สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเลย จึงได้พิจารณาดำเนินการ “จัดกิจกรรม กีฬาวิ่งเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสปีมหามงคล พระชนมพรรษาครบ 6รอบ 72 พรรษา” ขึ้นในเส้นทางโดยรอบ “อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย” ซึ่งสถานที่ดังกล่าวได้ชื่อว่าเป็น “สมรภูมิพระราชา” และปัจจุบันสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬากองทัพบก ได้ดำเนินการปรับปรุงพัฒนา บริเวณพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว “อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง” โดยได้ ทำการปรับปรุงภูมิทัศน์ และเส้นทางคมนาคมโดยรอบให้มีความสะดวกปลอดภัย เพื่อให้ ประชาชนทั่วไปสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวชมสถานที่ได้โดยสะดวก

การดำเนินการได้บูรณาการร่วมกับอำเภอด่านซ้าย, จังหวัดเลย, สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยว และกีฬากองทัพบก และชาวบ้านหมากแข้ง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จัดกิจกรรมวิ่งเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ด้วยกิจกรรมกีฬา ตลอดจน ก่อให้เกิดความจงรักภักดี และร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในหมู่พสกนิกรชาวไทย การกีฬาแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่า กิจกรรมวิ่งเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาส มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา ภายใต้แนวคิด “อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง เคล้าสายหมอก หยอกสายฝน เที่ยวถิ่นไทเลย” นี้ จะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ด้วย กิจกรรมกีฬา ส่งเสริมให้ประชาชนหันมาเล่นกีฬา และออกกำลังกายเพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรง ตลอดจนสร้างความจงรักภักดี และร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า สร้างโอกาสในการพัฒนาความสามารถทางการกีฬาของเยาวชนในพื้นที่

ภาพ : ปชส.จ.เลย
ข่าว : พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
้เดวิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี นำเสนอ / ​สาธารณสุขชายแดนไทย-ลาว ร่วม MOU พัฒนางานภาวะฉุกเฉินด้านโรคติดต่อ และภัยสุขภาพชายแดน

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2567​ นายไกร เอี่ยมจุฬา รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการ พัฒนางานสาธารณสุขชายแดน ในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านโรคติดต่อ และภัยสุขภาพชายแดนระหว่างประเทศ ประเทศไทย – สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ปีงบประมาณ 2567 และการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่องความร่วมมือด้านสาธารณสุขระดับท้องถิ่นระหว่างประเทศ 4 แขวง 4 จังหวัด ที่ โรงแรมมุกดาหาร แกรนด์ โดยมี นายปัฐม์ ปัทมจิตร กงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต นายณรงค์ จันทร์แก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร และ ดร.เวียงสี สุพักดี หัวหน้าแผนกสาธารณสุขแขวงสะหวันนะเขต ร่วมด้วย

นายแพทย์ณรงค์ กล่าวว่า จังหวัดมุกดาหาร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และนครพนม เป็นจังหวัดชายแดนที่มีอาณาเขต ติดต่อกับแขวงสะหวันนะเขต จำปาสัก สาละวัน และคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนที่มีความสำคัญ โดยประชาชนทั้งสองฝ่ายมีวิถีชีวิตที่สัมพันธ์กันมายาวนาน มีการเดินทางไปมาระหว่างประเทศเพื่อติดต่อด้านการค้า การท่องเที่ยว การประกอบอาชีพ รวมทั้งการเยี่ยมญาติพี่น้อง และมีการพัฒนางานด้านสาธารณสุขร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง การเตรียมความพร้อมการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านโรคติดต่อและ ภัยสุขภาพชายแดนระหว่างประเทศ รวมถึงการมีระบบและมีเครือข่ายที่เข้มแข็งร่วมกันเป็นสิ่งที่สำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

ดังนั้น เพื่อพัฒนาศักยภาพเครือข่ายสาธารณสุขชายแดน ในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านโรคติดต่อและภัยสุขภาพชายแดนระหว่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุขจึงได้จัดให้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่องความร่วมมือด้านสาธารณสุขระดับท้องถิ่นระหว่างประเทศ 4 จังหวัด 4 แขวง ขึ้น เพื่อที่ทั้งสองฝ่ายจะได้ร่วมกันพัฒนาระบบการสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายในการเฝ้าระวังโรคติดต่อและภัยสุขภาพ ตลอดจนการส่งต่อผู้ป่วยระหว่างประเทศ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ร่วมกัน ศูนย์ข่าวมุกดาหาร ภาพ/ข่าว พวงเพชร จันทร์ดี
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

เวทีประกวด Miss Chinese International Thailand 2024 เฟ้นหาสาวไทยเชื้อสายจีนร่วมชิงมง “มิสไชนีส อินเตอร์เนชั่นแนล” ที่จีน

บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอ็มวี ทีวี (ไทยแลนด์) จำกัด แถลงข่าวการจัดประกวด Miss Chinese International Thailand 2024 เพื่อเฟ้นหาสาวไทยเชื้อสายจีน เป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดบนเวที Miss Chinese International Pageant 2025 ที่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในปี 2568
การประกวด MISS CHINESE INTERNATIONAL THAILAND 2024 จัดขึ้นในคอนเซ็ปต์ “Power of charming beauty and strong เสน่ห์แห่งความงามที่ทรงพลังและแข็งแกร่ง “เพื่อเฟ้นหาสาวไทยเชื้อสายจีน ไปประกวด บนเวที MISS CHINESE INTERNATIONAL PAGEANT 2025 ซึ่งเป็นการประกวดเพื่อเฟ้นหาสาวงามที่มีเชื้อสายจีนทั่วโลก เป็นตัวแทนประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและทูตวัฒนธรรมทั้งประเทศของตนเอง และเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ภายในงาน

ได้รับเกียรติจาก คุณพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ พร้อมด้วย คุณชัยยุทธ ทวีปวรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็มวี ทีวี ไทยแลนด์ ผู้ถือลิขสิทธิ์ Miss Chinese International Thailand, คุณผาติยุทธ ใจสว่าง รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และประธานกองประกวด MISS CHINESE INTERNATIONAL THAILAND “เกรซ” วิชญาดา บุญนำ Miss Chinese International Thailand 2023 และ ต้นหลิว สุรีย์พร หาญรักษ์ รองอันดับ 3 , เฟิร์น ณภัทร วชิรธนากร รองอันดับ 4 ร่วมงาน
สำหรับรูปแบบการประกวด MISS CHINESE INTERNATIONAL THAILAND แบ่งการประกวดเป็นแต่ละภูมิภาค เพื่อสรรหาตัวแทนระดับภาคเป็นผู้แทนมาประกวดบนเวที MISS CHINESE INTERNATIONAL THAILAND โดยสาวงามที่สนใจสมัครเข้าร่วมประกวดเวที MISS CHINESE INTERNATIONAL THAILAND 2024 ผู้ชนะเลิศจะได้รับรางวัล มงกุฎเกียรติยศ สายสะพายตำแหน่ง

เงินรางวัลมูลค่ากว่า 300,000 บาท เพื่อเป็นตัวแทนของประเทศไทย ไปชิงมงกุฎ MISS CHINESE INTERNATIONAL PAGEANT 2025
MISS CHINESE INTERNATIONAL THAILAND 2024 ภาคเหนือ , ภาคอิสาน , ภาคกลาง , ภาคตะวันออก และ ภาคใต้ เปิดรับสมัคร ตั้งแต่ วันที่ 1 ต.ค.- 30 พ.ย.67 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ เพจ MISS CHINESE INTERNATIONAL THAILAND, และเพจ – MISS CHINESE INTERNATIONAL THAILAND ภาคเหนือ โทร 084-2901084 ,

MISS CHINESE INTERNATIONAL THAILAND ภาคอีสาน โทร 094-3575428 , MISS CHINESE INTERNATIONAL THAILAND ภาคกลาง โทร. 063-5979663 , MISS CHINESE INTERNATIONAL THAILAND ภาคตะวันออก โทร .061-0166244 และ MISS CHINESE INTERNATIONAL THAILAND ภาคใต้ โทร. 065-5968688 ภายในงานแถลงข่าว ได้เปิดตัว ผู้อำนวยการกองประกวดภาคต่างๆ ได้แก่ คุณกีรดิต ผลาผล ผู้อำนวยการกองประกวด Miss Chinese International Thailand ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ดร.จีระนันท์ พ้องเสียง ผู้อำนวยการกองประกวด Miss Chinese International Thailand ภาคตะวันออก, คุณธัญวลัย เผ่าจินดา ผู้อำนวยการกองประกวด Miss Chinese International Thailand ภาคใต้

ด้านแขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมงาน อาทิ ดร.วรวุฒิ ทวีปวรเดช, คุณวรนุช ทวีปวรเดช พลเอกสุนทร โสภณศิริ, นายแพทย์วิชัย ทวีปวรเดช และ คุณธนนันทน์ แก้วพวง ผู้อำนวยการกองประกวดฯ/ ป้อน นวลละออง ดอนเสือ คุณ อัมราภรณ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา /พี่หนุ่ม นันท์นภัทร เจิมจุติธรรม / คุณ จูดี้ หรือ เดี่ยว จารุกิตติ์ ศรีสวัสดิ์ / ดร.เกศริน เอกธวัชกุล / ดร.วโรดม ศิริสุข / คุณ อรุณศักดิ์ อ่องลออ ผู้กับกำภาพยนตร์ / คุณ นิกร ฉิมคง / ดร.รัชดาภรณ์ เกตุเทศ / คุณ เบญญาดา โซใต้หยิน / ดร.ณรามิล วิชณุซัน คุ้มรักษ์ / คุณ ณพชร โอภาสพชรกิตกร / คุณ ภัทรวดี ภัทรวดีวัฒนกุล / คุณ สมยศ ศรีสมบูรณ์ และ ศิลปินดารานักแสดงคนในวงการบันเทิงร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ เล้ง ณัฐพล นิลดอนหวาย / แสตม พรวศิน เรืองนุกูล นักแสดงซี่รีย์ ลอยแก้ว / ดร.ประกาย ณ สงขลา ประธานสมาคมเน็ตไอดอล พร้อมด้วยน้องๆจากสมาคมเน็ตไอดอล / แพตตี้ ธัญญาภรณ์ คชรินทร์ MUT RAYONG 2024 และ พลอยชมพู พานวัลย์ นางสาวไทยระยอง และผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

แถลงข่าว จัดประชุม ORIENT & SOUTHEAST ASIAN LIONS FORUM PATTAYA 2024 ครั้งที่ 61

สโมสรไลออนส์สากลภาครวม 310 ประเทศไทย ร่วมกับเมืองพัทยา แถลงข่าวเตรียมความพร้อมการจัดประชุม ORIENT & SOUTHEAST ASIAN LIONS FORUM PATTAYA 2024 ครั้งที่ 61 คาดมีผู้เข้าร่วมประชุมทั่วโลกเดินทางเข้าเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรีกว่า 8,000 คน

( 20 ก.ย.67 ) ณ ห้อง The Prosperity บ้านสุขาวดี พัทยา ไลออน รศ.ดร. วีระ ลาดหนองขุ่น ประธานจัดการประชุม OSEAL Forum Pattaya, นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา, นายชาญยุทธ เฮงตระกูล อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้แทนสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการภาคตะวันออก , นางสาวอุไร มุกประดับทอง ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานพัทยา ร่วมกันแถลงข่าวเตรียมจัดการประชุม” ORIENT & SOUTHEAST ASIAN LIONS FORUM PATTAYA 2024 ครั้งที่ 61 หรือ OSEAL Forum Pattaya (โอซีล ฟอรัม พัทยา) โดยมีคณะมวลหมู่สมาชิกสโมสรไลออนส์ ตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมงาน

สโมสรไลออนส์สากลภาครวม 310 ประเทศไทย ร่วมกับเมืองพัทยา ได้ดำเนินประจำปี ไลออนส์ภาคพื้นบูรพา และเอเชียอาดเนย์ ครั้งที่ 61 (The 61″ ORIENT & SOUTHEAST ASIAN LIONS FORUM PATTAYA 2024 ) หรือ”OSEAL” เพื่อให้มวลสมาชิกสโมสรไลออนส์ได้พบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน สร้างความสัมพันธไมตรี มิตรภาพ เรียนรู้ แลกเปลี่ยนขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุม และผู้ติดตาม การประชุมโอซีล ฟอรั่ม พัทยา มากกว่า 8,000 คน จากสมาชิก 16 ประเทศ ที่จะเกิดขึ้นช่วง 15-17 พฤศจิกายน และได้จัดงานลอยกระทงในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ณ บ้านสุขาวดี ลาน 93 ปี ดร.ปัญญา โชติเววัญ ที่จะแขกร่วมงานกว่า 4,500 คน อีกด้วย

“พล.ต.ท.ประจวบฯ” ลงพื้นที่พะเยา ตรวจเยี่ยมมอบสิ่งของบำรุงขวัญตำรวจประสบอุทกภัย

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท.รอง ผบ.ตร. เดินทางไปตรวจเยี่ยม และมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับข้าราชการตำรวจในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จว.พะเยา ณ ภ.จว.พะเยา โดยมี พล.ต.ต.พิทักษ์ นาสมวาส ผบก.ภ.จว.พะเยา, พ.ต.อ.พรเทพ น้องการ รอง ผบก.ภ.จว.พะเยา, ผกก.ในสังกัด ภ.จว.พะเยา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รอรับการตรวจเยี่ยม และรับมอบสิ่งของบำรุงขวัญและหมวกนิรภัย


พล.ต.ท.ประจวบฯ กล่าวว่า จังหวัดพะเยาได้เกิดเหตุอุทกภัยน้ำท่วมฉับพลัน มีข้าราชการตำรวจในสังกัดได้รับผลกระทบ บ้านเรือนและทรัพย์สินเสียหาย จำนวน 49 นาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใย จึงเดินทางมาตรวจเยี่ยมมอบสิ่งของบำรุงขวัญเพื่อเป็นกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจที่ได้รับผลกระทบให้พ้นวิกฤต และเป็นกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจที่ได้ร่วมแรงร่วมใจ ปฏิบัติหน้าที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย



รรท.รอง ผบ.ตร. ยังกำชับให้เพิ่มความเข้มในการตรวจตราป้องกันเหตุอันเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย และรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อำนวยความสะดวกและจัดระบบการจราจรในพื้นที่ที่ประสบภัยและพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ และยานพาหนะ เพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

สมจิตร แสงบัลลังก์ แมวคาบข่าว รายงาน

ร้อย.ฉก.ทพ.2103 กกล.สุรศักดิ์มนตรี จับกุมสองหนุ่มสาวค้ายาบ้าที่ป่าสวนยางพารา พื้นที่ ม.7 ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม

เมื่อ​วันที่​ 20 กันยายน 2567 เวลา 10.30น ร.อ.ธนากร นาเหล็ก ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2103 ได้สั่งการให้ ร.ท.นิรุต แสงโสดา รอง ผบ.ร้อย./เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.หมายเลข 6702253 จัดชุดปฏิบัติการร่วมกับ ชป.สกัดกั้นฯ บก.ควบคุมที่ 1 กกล.สุรศักดิ์มนตรี หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการนำยาเสพติดหรือยาบ้ามาส่งมอบกันที่บริเวณป่าสวนยางพาราเขตพื้นที่ หมู่ 7 ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

จึงจัดกำลังเข้าทำการซุ่มเฝ้าตรวจตามสถานที่ดังกล่าวต่อมามีชายหญิงขับรถจักรยานยนต์เข้ามาบริเวณดังกล่าวเจ้าที่จึงแสดงตัวเรียกทำการตรวจสอบจากนั้นทำการขอตรวจค้นตัวและรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวผลการตรวจค้นพบยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีชมพู ตรวจนับภายหลัง 179 เม็ด ตรวจยึดโทรศัพท์ที่ใช้ในการติดต่อซื้อขายและรถจักรยานยนต์ที่ใช้ขับมาส่งยาเสพติดไว้เป็นของกลาง ทั้งสองให้การยอมรับว่ากำลังจะนำยาบ้ามาส่งให้กับ บุคคลในพื้นที่ที่สั่งซื้อจริง ส่วนทั้งสองเป็นสามีภรรยากันยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา​ นายอนุชา คำลือ อายุ 40 ปี
และ​ นางพัชฎาภรณ์ พรมจร อายุ 36 ปี

ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย​ ของกลาง ยาบ้า จำนวน 179 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และรถจักรยาน 1 คัน หน่วยได้ทำการบันทึกภาพและวิดีโอผู้ถูกควบคุมตัว ตามมาตรา 23 แห่งพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2556 ไว้เป็นหลักฐาน พร้อมจัดทำบันทึกการจับ เรียบร้อยแล้ว จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #กองทัพบกroyalthaiarmy #กองทัพภาคที่2 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

มทร.อีสาน ร่วม กองทัพภาคที่ 2 ส่งมอบสิ่งของจากประชาชนช่วยน้ำท่วมพี่น้องอีสาน

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ แม่ทัพภาคที่ 2 ปล่อยขบวนรถช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยร่วมกับ รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน อาจารย์สรวิศ ต.ศิริวัฒนา รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา บุคลากร และนักศึกษา ณ ลานมรกต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน โดยสิ่งของประกอบด้วยน้ำดื่ม ยารักษาโรค อาหารแห้ง เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ที่ มทร.อีสาน นครราชสีมา เปิดรับบริจาคจากประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

อ.สรวิศ ต.ศิริวัฒนา รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มทร.อีสาน นครราชสีมา ได้รับการบริจาคสิ่งของจากประชาชนในจังหวัดนครราชสีมาเป็นจำนวนมาก ต้องขอบพระคุณพลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ แม่ทัพภาคที่ 2 ที่ได้จัดส่งรถบรรทุกพร้อมกำลังพล นำของบริจาคทั้งหมด ประกอบด้วยน้ำดื่มกว่า 40,000 ขวด ข้าวสาร อาหารแห้ง สิ่งของเครื่องใช้ จำนวนมาก ต้องใช้รถบรรทุกขนส่งน้ำใจจากพี่น้อง จ.นครราชสีมา ถึง 12 คัน ในการนำส่ง และขอบพระคุณพี่น้องประชาชนในจังหวัดนครราชสีมาที่ร่วมบริจาคสิ่งของทั้งหลายเพื่อช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ รวมทั้งเงินบริจาคตั้งแต่วันที่ 13 – 19 กันยายน 2567 รวมกว่า 250,000 บาท ซึ่งจะได้ส่งมอบเงินบริจาคในขั้นตอนต่อไป

กันตินันท์ เรืองประโคน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค นครราชสีมา

กองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจวบฯ ยกระดับศักยภาพ แกนนำเด็กและเยาวชนป้องกันภัยคุกคามยาเสพติด ยุคดิจิทัล

วันที่ 20 ก.ย.67 ที่ศาลาเอนกประสงค์ บ้านทางสาย หมู่ที่ 9 ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการยกระดับศักยภาพแกนนำเด็กและเยาวชนป้องกันภัยคุกคามยาเสพติดในยุคดิจิทัลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมี น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะว่าที่คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา พร้อม นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายทวีศักดิ์ จุลเนียม ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินอำเภอทับสะแก นางกิตติมา เย็นกาย รอง ผอ.สพป.ปข.1 และคณะกรรมการเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน คณะศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมืองสถาบันพระปกเก้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียนในพื้นที่ เข้าร่วมโครงการ

นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า เนื่องด้วยสถานการณ์ยาเสพติดทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งในยุคดิจิทัลปัจจุบันเริ่มพบการแพร่ระบาดของยาเสพติดแบบผสมหลายชนิดและการแพร่ระบาดอย่างหนักของบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีกระตุ้นให้เกิดการค้ายาเสพติดผ่านช่องทางออนไลน์ทั้งการติดต่อสื่อสารและการขนส่งมีหลายช่องทาง ผู้เสพสามารถเข้าถึงยาเสพติดได้สะดวกมากยิ่งขึ้นและเด็กถูกล่อลวงได้ง่ายขึ้นเช่นกัน ในการนี้เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินอำเภอบางสะพานจึงจัดโครงการ ยกระดับศักยภาพแกนนำเด็กและเยาวชนป้องกันภัยคุกคามจากยาเสพติดในยุคดิจิทัลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพแกนนำเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมอบรมครั้งนี้ให้สามารถยืนหยัดในสังคมปัจจุบันได้อย่างปลอดภัยและมีส่วนช่วยป้องกันปัญหายาเสพติดในพื้นที่

น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะว่าที่คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา กล่าวว่า กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ดี เป็นประโยชน์ต่อเด็ก และเยาวชนมาก ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ตรงจุดกับสถานการณ์ปัญหาของเด็กและเยาวชนในปัจจุบันนี้ และตอนนี้ยาเสพติดได้เข้ามาอยู่ในบ้านแล้ว ผ่านการใช้มือถือผ่านหลายๆแอพพลิเคชั่น ที่คนใกล้ตัว ซึ่งบางทีคนในบ้านยังไม่ทันได้รู้เลยว่าลูกหลาน เข้าไปยุ่งเกี่ยวตอนไหน และในฐานะที่ในอนาคต จะได้เข้าไปทำงานในคณะกรรมาธิการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้หลากหลายทางสังคม ซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการที่จะเข้ามาทำงานในด้านนี้โดยตรงด้วย เด็กและเยาวชนคือเป็นหลักที่อยากจะเข้าไปดูแลด้วย ที่ผ่านมาสมาชิกวุฒิสภาก็มีหลายท่านได้อภิปรายและพูดถึงในเรื่องตรงนี้บ้างแล้ว เดี๋ยวรอให้เป็นคณะกรรมาธิการอย่างเป็นทางการ ก็จะนำเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าเข้าไปสู่ชั้นกรรมาธิการเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาเยาวชนกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้าซึ่งปัจจุบัน หาซื้อใช้กันได้ง่ายมาก น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สมาชิกวุฒิสภากล่าว
/////////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

นายวิชัย ศิริโพธาวานิชกุล ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาชุมแพ เป็นประธานเปิดงานมุทิตาจิตผู้เกษียณอายุ

สายใยแห่งความรัก มิตรภาพอันอบอุ่นจากวันที่พากเพียรสู่วันเกษียนที่ภาคภูมิ นายวิชัย ศิริโพธาวานิชกุล ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาชุมแพ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานมุทิตาจิตผู้เกษียณอายุการไฟส่วนภูมิภาคประจำปี 2567 ณ.โรงแรมเมเจอร์แกรนด์ ถนนชุมแพ-ภูเขียว อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 เวลา 19.00 น.นายวิชัย ศิริโพธาวานิชกุล ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาชุมแพ ให้เกียรติเป็นประธานงานเชิดชูเกียรติผู้เกษียณอายุราชการ สำนักงานไฟฟ้าส่วนภูมิภาคชุมแพ ซึ่งปี 2567มีผู้เกษียณจำวน 6 ท่าน ประธานได้กล่าวชื่นชม ขอบคุณผู้เกษียณทุกท่านที่ได้ทุ่มเทแรงกาย ความรู้ความสามรถรับผิดชอบเสียสละต่อหน้าที่และทำประโยชน์มากมาย

ขอให้ทุกท่านดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข พักผ่อนดูแลสุขภาพเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานตามอัตภาพ ต่อจากนั้นประธานได้มอบสิ่งของที่ระรึก ของชำร่วยแก่ผู้เกษียณทั้ง 6 ท่าน แขกเหรื่อร่วมอวยพรร้องเพลงสนุกสนานกันพอหอมปากหอมคอ ได้เวลาพอสมควรประธานจึงได้กล่าวปิดงาน

ค้าน ! ขึ้นค่าแรง 400 บาท พร้อมกันทั่วประเทศ 17 สภาองค์การนายจ้าง ร่วมกันคัดค้าน การขึ้นค่าแรง 400 บาท


เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2567 ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย ประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (สภา2) ร่วมกับสภาองค์การนายจ้างอีก 16 สภา ประชุมหารือประเด็นปัญหาต่างๆ แสดงจุดยืนร่วมกัน คัดค้านการขึ้นค่าแรง 400 บาททั่วประเทศ ที่จะให้มีผลบังคับใช้วันที่ 1 ต.ค. 2567 เตรียมยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและปลัดกระทรวงแรงาน ข้อเสนอแนะที่รัฐต้องคำนึงถึง รัฐควรคำนึงถึงสภาพเศรษฐกิจและความพร้อมที่แตกต่างกัน การพิจารณานโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำประจำปี ตามหลักกฎหมาย ซึ่งบัญญัติไว้ใน ม. 87 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 คณะกรรมการค่าจ้าง (ไตรภาคี) ต้องคำนึงถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับอยู่ ประกอบกับข้อเท็จจริงอื่นด้วย ต้องคำนึงถึงดัชนีค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ ต้นทุนการผลิต ราคาของสินค้าและบริการ ผลิตภาพแรงงาน ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ และสภาพทางเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนความสามารถของประเภทธุรกิจ โดยผ่านการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบัน หากการปรับอัตราค่าจ้างที่สูงเกินกว่าความเป็นจริง จะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนในประเทศไทย ทำให้เกิดความไม่มั่นใจถึงต้นทุนของการทำธุรกิจและนโยบายภาครัฐ ถึงแม้ว่าการปรับค่าจ้าง จะใช้บังคับ เฉพาะโรงงานที่สถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 200 คนขึ้นไป ก็ยังไม่เห็นด้วยเช่นเดียวกันเพราะยังขาดหลักการพิจารณาที่เหมาะสม สภาองค์นายจ้าง จึงได้ร่วมกันลงนามคัดค้านและเสนอแนะ เพื่อให้กระทรวงแรงงานได้รับ ทราบและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่สภาองค์การนายจ้างเห็นร่วมกัน เพื่อนำเสนอต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
และท่านปลัดกระทรวงแรงงาน โดยมีรายนามประกอบด้วย

  1. สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (สภา 1)
  2. สภาองค์การนายจ้างสภาอุตสาหกรรมเอ็สเอ็มอี แห่งประเทศไทย (สภา3)
  3. สภาองค์การนายจ้างผู้ค้าและบริการเครื่องอุปโภคบริโภค (สภา4)
  4. สภาองค์การนายจ้างแห่งชาติ (สภา 5)
  5. สภาองค์การนายจ้างธุรกิจไทย (สภา 6)
  6. สภาองค์การนายจ้างไทยสากล (สภา 7)
  7. สภาองค์การนายจ้างการเกษตร ธุรกิจ อุตสาหกรรมไทย (สภา 8)
  8. สภาองค์การนายจ้างธุรกิจ การค้าและบริการไทย (สภา 9)
  9. สภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าไทย (สภา 10)
  10. สภาองค์การนายจ้างไทย (สภา 11)
  11. สภาองค์การนายจ้าง ธุรกิจ และอุตสาหกรรมแห่งชาติ (สภา12)
  12. สภาองค์การนายจ้างธุรกิจอุตสาหการไทย (สภา13)
  13. สภาองค์การนายจ้าง เอส.เอ็ม.อี แห่งประเทศไทย (สภา 14)
  14. สภาองค์การนายจ้างบริการไทย (สภา 15)
  15. สภาองค์การนายจ้างธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว-ภาค 8 (สภา 16)
  16. สภาองค์การนายจ้างเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (สภา 17)

สภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย #สภาองค์การนายจ้าง #กระทรวงแรงงาน #นายจ้าง #ขึ้นค่าแรง400บาท

ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงข่าวการจับ ยาบ้า 226 ล้านเม็ด – ไอซ์ 1,910 กก. เฮโรอีน 305 กก. – เคตามีน 52 กก. ฝิ่น 270 กก. ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด 2,088 ล้านบาท

ตำรวจภาค 5 แถลงข่าว วันศุกร์ที่ 20 กันยายน 2567 เวลา 11.00 น.
ตามนโยบายรัฐบาลสั่งการให้หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด บูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร, พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์, พล.ต.อ.ธนา ชูวงค์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.รอง ผบ.ตร, พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. และ พล.ท.ประสาน แสงศิริรักษ์ มทภ.3 ได้รับบัญชาและข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติ
ตำรวจภูธรภาค 5

โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์,พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน, พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.ดุลเดชา อาชวะสมิตระกูล รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ประจำฯ ช่วยราชการ ภ.5, พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง และพล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35 โดย พล.อ.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผบ.นบ.ยส.35 ฝ่ายปกครอง โดย นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร ผวจ.ลำปางสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5 โดย นายธันวา ผุดผ่อง ผู้เชี่ยวชาญ ปปส.ภาค 5


คดีที่ 1 ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่พริก จว.ลำปาง ได้สืบสวนทราบว่า กลุ่มเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติด จากพื้นที่ จ.เชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงได้สืบสวนติดตามความเคลื่อนไหวของรถยนต์เป้าหมาย
ต่อมาวันที่ 11 ก.ย.2567 พบรถยนต์ทั้งสองคัน วิ่งนำ – ตามกันมา ออกจาก อ.เมืองเชียงราย เข้าสู่ตอนในของประเทศ จนกระทั่งเวลาประมาณ 14.30 น. พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ ฟอร์ด เอเวอร์เรส ทะเบียน 9229 พิษณุโลก ขับมาถึงด่านตรวจ จึงได้เรียกเพื่อจะตรวจค้นและขอให้คนขับลงจากรถแต่คนขับได้ขับรถหลบหนีออกไปจากด่านตรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขับรถติดตามไปและพบรถไปจอดทิ้งไว้บริเวณข้างถนน ในหมู่บ้านแม่เชียงรายบน อ.แม่พริก จว.ลำปาง ไม่พบผู้ขับขี่ ตรวจสอบภายในรถพบกระสอบ 10 ใบ บรรจุยาบ้า จำนวนประมาณ 2,006,000 เม็ด

ต่อมาวันที่ 12 ก.ย.2567 ได้ติดตามจับกุมนายชาญณรงค์ฯ ซึ่งทำหน้าที่ขับรถยนต์ นำทาง/สำรวจเส้นทาง พร้อมรถยนต์นั่งสองตอนท้ายบรรทุก ยี่ห้อ อีซูซุ ทะเบียน กธ 3673 ประจวบคีรีขันธ์ ที่ด่านตรวจยาเสพติดพยุหะคีรี จว.นครสวรรค์
ได้ขยายผลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 2 ราย และต่อมาเมื่อวันที่ 18 ก.ย.67 ได้ร่วมกับ บก.ป. จับกุม นายไพศาล ผู้ต้องหาตามหมายจับได้ที่ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จว.นนทบุรี ได้ตรวจยึดอายัดทรัพย์สิน รถยนต์ของกลาง 2 คัน โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รวมมูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท

คดีที่ 2 ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่พริก จว.ลำปาง สืบสวนทราบว่ากลุ่มเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติด จากพื้นที่จังหวัดเชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงได้สืบสวนติดตามความเคลื่อนไหว ของรถยนต์เป้าหมาย 2 คัน คือ รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ เอ็มจี ทะเบียน 3ฒธ 5914 กทม. และรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า ทะเบียน กท 5722 อุตรดิตถ์ ต่อมาวันที่ 15 ก.ย.67 พบรถยนต์เป้าหมายออกจาก จว.เชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนใน จึงได้เฝ้าติดตาม จนกระทั่ง ต่อมาเวลาประมาณ 10.30 น. รถยนต์เป้าหมายคันที่ 1 รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า สีขาว เลขทะเบียน กท 5722 อุตรดิตถ์ ขับมาถึงด่านตรวจ จึงได้เรียกเพื่อจะทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นเบื้องต้านไม่พบสิ่งของ ผิดกฎหมาย จึงขอนำรถยนต์เข้าทำการสแกนที่อุโมงค์เอ็กซ์เรย์ ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย จึงได้ปล่อยไป

ต่อมาเป้าหมายคันที่ 2 รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ เอ็มจี ทะเบียน 3ฒธ 5914 กทม. เข้ามาถึงด่านตรวจ ผลการตรวจค้นเบื้องต้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย จึงนำรถยนต์เข้าทำการสแกนที่อุโมงค์เอ็กซ์เรย์ เมื่อมาถึงจุดพักคอยนายสัมฤทธิ์ฯ คนขับรถ ได้เปิดประตูทางฝั่งผู้โดยสารและวิ่งหลบหนีเข้าป่าไป เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิ่งไล่ติดตาม และจับกุมตัวได้ที่บริเวณข้างแม่น้ำวัง บ้านวังสำราญ ต.แม่พริกฯ และได้นำรถยนต์ของนายสัมฤทธิ์ฯ เข้าทำการ สแกนที่อุโมงค์เอ็กซ์เรย์ พบยาบ้า จำนวน 637 ก้อน รวมประมาณ 1,274,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ตรงบริเวณด้านใน
ของแผ่นรองท้ายกระบะ และยางอะไหล่ใต้ท้องรถ จึงจับกุมตัวพร้อมของกลางไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาเวลาประมาณ 13.20 น. ได้สกัดจับรถยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า กท 5722 อุตรดิตถ์ ที่ด่านตรวจยาเสพติดพยุหะคีรี จว.นครสวรรค์ จับกุมตัวนายสิทธิศักดิ์ฯ และ น.ส.อรพินท์ฯ รับว่าเป็นรถนำทาง/สำรวจเส้นทาง จริง
ได้ตรวจยึดและอายัดทรัพย์สิน รถยนต์ของกลาง 2 คัน, โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง, อายัดเงินในบัญชี ของผู้ต้องหา จำนวน 26,231 บาท รวมมูลค่าทรัพย์ที่ตรวจยึดและอายัด ประมาณ 1 ล้านบาท


สรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของ ตำรวจภูธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.66 – 19 ก.ย.67จับกุมคดียาเสพติด – จำนวน 24,985 คดี – เป็นคดีรายสำคัญ 197 คดีตรวจยึดของกลางยาเสพติด – ยาบ้า 226 ล้านเม็ด – ไอซ์ 1,910 กิโลกรัมเฮโรอีน 305 กิโลกรัม – เคตามีน 52 กิโลกรัมฝิ่น 270 กิโลกรัม ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด – มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 2,088 ล้านบาท
..สมจิตร แสงบัลลังก์ ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

ฉลองครบขวบปี Sky Park Lucean Jomtien Pattaya เผยเฟสที่ 1-2 ขายแล้ว 35%

ค่ำวันที่ 19 ก.ย.67 ที่โรงแรมเรเนซองท์ พัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดงาน Sky Agent Awards 2004 1st Anniversary ภายใต้บริษัท Lunique Real Estate ฉลองครบรอบ 1 ปี แห่งความสำเร็จของคอนโดมิเนี่ยมหรูริมหาดจอมเทียน โครงการ Sky Park Lucean Jomtien Pattaya

ภายในงาน น.ส.อุรดี กุลกีรติยุต กรรมการผู้จัดการ บริษัท Lunique Real Estate ในฐานะผู้บริหารโครงการ เผยว่า โครงการ Sky Park Lucean Jomtien Pattaya เป็นโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนี่ยมหรูริมหาดจอมเทียน ซึ่งตั้งอยู่ ริมถนนจอมเทียนสาย 2 ห่างจากชายหาด 200 เมตร. ที่มีมูลค่าการลงทุนกว่า 4,500 ล้านบาท เป็นอาคารที่พักอาศัยรวม 3 ตึก

แบ่งการก่อสร้างเป็น 3 เฟส เฟสแรกเป็นทาวเวอร์ A ความสูง 60 ชั้น เป็นแบบ Luxury Sea-view Condo และอาคารทาวเวอร์ B ความสูง 31 ชั้น แบบ Hotel Service Condo มีทั้งห้องสตูดิโอ พื้นที่ตั้งแต่ 28-39 ตร.ม. ห้องขนาด 1 ห้องนอน พื้นที่ตั้งแต่ 40.80-47.50 ตร.ม. ห้องขนาด 2 ห้องนอน พื้นที่ตั้งแต่ 86-89.80 ตร.ม. ห้องขนาด 3 ห้องนอน พื้นที่ 94.6 ตร.ม. และห้อง Penthouse พื้นที่ 130 ตร.ม. โดยการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปี 2029

ส่วนเฟสที่ 3 จะสร้างเป็นอาคารทาวเวอร์ C ความสูง 60 ชั้น โดยขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้วในเฟสแรก โดยมียอดขายไปแล้ว 35% และในปี 2026 จะเริ่มขายในเฟสที่ 2 และ 3 ซึ่งจะเป็นการก่อสร้างอาคารทาวเวอร์ C ที่มีความหรูหรามากยิ่งขึ้น ซึ่งผ่าน EIA แล้วและจะเริ่มก่อสร้างในปี 2029 ต่อไป

กลุ่มเหล็กสหวิริยาสร้างโอกาสวาดอนาคตเยาวชนหนุนระบบทวิภาคีว.การอาชีพบางสะพาน

กลุ่มเหล็กสหวิริยา (SSI-TCRSS-WCE-TCS-PPC-BSBM) เข้าร่วมโครงการ “การพัฒนาแผนฝึกอาชีพบูรณาการร่วมกับการทำงานสู่การมีงานทำ” ประจำปีการศึกษา 2567 ซึ่งจัดโดยวิทยาลัยการอาชีพบางสะพาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือในการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี โดยได้รับเกียรติจาก นายวิทวัต ปัญจมะวัต รองเลขาธิการ คณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน นายนิมิตร ศรียาภัย ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพบางสะพาน ผู้แทนจากสถานประกอบการ รวมถึงครูฝึกในสถานประกอบการ จำนวน 80 คน ให้เกียรติเข้าร่วมพิธี ณ ห้องประชุมสัมมนา บ้านกรูด อาร์คาเดีย รีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ในการนี้ นายผดุงศักดิ์ ปราณอุดมรัตน์ ผู้บริหารกลุ่มเหล็กสหวิริยา ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ระหว่างวิทยาลัยการอาชีพบางสะพาน และ กลุ่มเหล็กสหวิริยา เพื่อแสดงเจตนารมณ์ความร่วมมือทางวิชาการร่วมกัน โดยส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตและพัฒนาบุคลากร ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือ ปวส. ให้มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เป็นระยะเวลา 10 ปี (นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2568-2577) ภายใต้โครงการ“ทวิภาคีพัฒนาบุคลากรเข้าสู่อุตสาหกรรมเหล็ก” ของกลุ่มเหล็กสหวิริยา

นอกจากนี้ ผู้แทนบริษัทในกลุ่มเหล็กสหวิริยา ประกอบด้วย บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ SSI บริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TCRSS บริษัท เหล็กแผ่นเคลือบไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TCS และ บริษัท เวสท์โคสท์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด หรือ WCE ได้ร่วมรับมอบ “โล่ประกาศเกียรติคุณ” จากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ในฐานะที่เป็นองค์กรที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีด้วยดีเสมอมา โดยมีครูฝึกจากบริษัทในกลุ่มเหล็กสหวิริยา เข้าร่วมรับมอบ “ใบรับรองการเป็นครูฝึกในสถานประกอบการ” ในครั้งนี้ด้วย
โครงการส่งเสริมการศึกษาระบบทวิภาคี เป็นส่วนหนึ่งของการมีส่วนร่วมการในพัฒนาชุมชนสังคม เพื่อพัฒนาศักยภาพ และสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพที่มั่นคงให้กับเยาวชนในพื้นที่บริษัทประกอบการในอนคต

มุกดาหาร​ -ทหารพรานมุกดาหาร จับ 2 คนลาว ลักลอบขนส่งยาบ้า 3.9 แสนเม็ด ส่งเอเย่นต์ชาวไทย ได้ค่าจ้าง 10,000 บาท

เมื่อวันที่ 17 กันยายน ร.ท.วัชรสรณ์ เชื้อไพบูลย์ ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 มุกดาหาร ได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาส่งในพื้นที่ บ.นาโพธิ์ ต.โพธิ์ไทร อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร จึงได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพร้อมประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ดอนตาล ร่วมเดินทางไปตรวจสอบบริเวณพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง พบบุคคลต้องสงสัย จำนวน 3 คน กำลังแบกวัตถุต้องสงสัยเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว

ชุดปฏิบัติการจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ขอตรวจค้น แต่บุคคลดังกล่าวเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้ทิ้งวัตถุต้องสงสัยแล้ววิ่งหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงได้ไล่ติดตามและสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน ชื่อ นายช้าง คำวงษา อายุ 35 ปี และนายฮอด อินทรีนา อายุ 19 ปี ราษฎรลาว บ.หัวหาด เมืองไซพูทอง แขวงสะหวันนะเขด สปป.ลาว จากนั้นจึงได้ทำการเข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยทั้ง 2 กระสอบ พบว่าข้างในเป็นห่อยาบ้าจำนวน 65 ห่อ เมื่อตรวจนับดูพบยาบ้า 390,000 เม็ด จึงได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของการทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อนึ่ง จากการซักถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า พวกตนได้มาส่งยาที่ฝั่งประเทศไทย ทาง อ.ดอนตาล โดยนั่งเรือกันมาทั้งหมด 3 คน โดยมีนายเนิน ชาวลาวซึ่งสามารถหลบหนีไปได้ เป็นผู้ติดต่อประสานงานกับคนไทย โดยพวกตนจะได้รับค่าจ้างคนละ 10,000 บาท/กระสอบ ทำมาแล้ว 2 ครั้ง โดยมีคนไทย คือ นายแค๊ปกับนายตั้ม จะเป็นทีมที่มารับยาจากพวกตน และจะกระจายในพื้นที่ จ.มุกดาหาร ต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #กองทัพบกroyalthaiarmy #กองทัพภาคที่2 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

ภาพ​/ข่าว​ พวงเพชร จันทร์ดี
เด​วิท​ ​โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

เชียงรากแฟร์ สวนสนุกสุขสันต์ มหัศจรรย์สตรีทฟู้ด/ประชาธิปัตย์ยุคใหม่เพิ่มบทบาทระหว่างประเทศผนึกพรรคการเมืองในเอเชียลดขัดแย้งร่วมมือแบบสร้างสรรค์ส่งเสริมประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน

  • กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ กับงานเชียงรากแฟร์ ครั้งที่ 3 สวนสนุกสุขสันต์ มหัศจรรย์สตรีทฟู้ด ณ ตลาดนัดเชียงราก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต วันที่ 10- 23 กันยายน 2567 เวลา 11.00-23.00 น งานนี้เชียงรากแฟร์จัดใหญ่กว่าเดิม ยกขบวนของกินร้านเด็ดร้านดังมากมาย ตั้งแต่ร้านค้าชุมชน ร้านค้าโซนนักศึกษา ไปจนถึงร้านดังที่เป็นกระแสในโซเชียล กว่า 400 ร้านค้า และยังมีโซนสวนสนุก เครื่องเล่นยิ่งใหญ่ตระการตา สุดตื่นตาตื่นใจไปกับไวกิ้ง ทากาด้า สไปเดอร์แมน รถบั้ม ปราสาทผีสิง กิจกรรมอีกสไลต์งานวัดอีกมากมาย เช่น ตักปลา วาดรูป ระบายสีปูนปลาสเตอร์ และที่พิเศษสุดๆการโซนเจแปน บรรยากาศการตกแต่งสไลต์ญี่ปุ่น พร้อมที่จอดรถกว่า 1,000 คัน งานนี้บอกเลยสนุก มันส์ ตลอดงาน
  • เชียงรากแฟร์ เกิดจากแนวคิด ปั้น ‘ตลาดนัด’ รับใช้ชุมชน ผสานความร่วมแรงร่วมใจระหว่างมหาวิทยาลัย นักศึกษา และชุมชน โดยมีที่มาจากการจัดตั้งตลาด ‘เชียงรากมาร์เก็ต’ ในรูปแบบตลาดช่วงเย็น รวบรวมของอร่อย สินค้าสไลฟ์สไตล์ และเปิดกว้างพื้นที่กิจกรรม โดยที่มาสินค้าในตลาดนั้นเป็นการชักชวนชุมชน-เครือข่ายเกษตรกร เข้ามาตั้งแผงขายสินค้า ทั้งผักสด ผลไม้ปลอดภัย รวมถึงสินค้าอุปโภค บริโภค มากมาย นอกจากนี้ยังมีสินค้าจากฟาร์มยั่งยืน ผักสวนครัวปลอดสารพิษ ผลผลิตจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการทั้งผู้ซื้อ ชุมชนจากหลักการที่ว่าตลาดคือผู้คน จึงทำให้ตลาดกลายเป็นจุดรวมของผู้คน พื้นที่ว่างเปล่าจึงได้กลับมามีชีวิตชีวาและเป็นศูนย์กลางของการใช้ชีวิตและเศรษฐกิจฐานรากที่พลิกโฉมให้เกิดการสร้างและหมุนเวียนรายได้กลับคืนสู่ชุมชนได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันนั้นเองก็อาจกล่าวได้ว่า เชียงรากมาร์เก็ตคือ ‘ตลาดสำหรับทุกคน’ (Market For All)
    ภูวดล ศิริชัยสินธพ ผู้จัดการฝ่ายบริหารพื้นที่ธุรกิจ สำนักงานบริหารทรัพย์สินและกีฬา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าว
  • สำหรับ”เชียงรากแฟร์ โดยเชียงรากมาร์เก็ต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นกิจกรรมที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับชุมชนได้อย่างกลมกลืน โดยตลาดนี้ได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความร่วมแรงร่วมใจและการมีส่วนร่วมและ ส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนในชุมชนโดยรอบมหาวิทยาลัย
    • ซึ่งหากจะพูดถึงเชียงรากมาร์เก็ต ก็สามารถบอกได้ว่า เป็นโมเดลเศรษฐกิจที่เกื้อกูลและส่งเสริมกันในชุมชน เปิดโอกาสให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม”

โดยงานนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 10-23 กันยายน 2567 14วันติด ตั้งแต่เวลา 11.00 น.เป็นต้นไป
📍 เชียงรากแฟร์ ณ เชียงรากมาร์เก็ต ประตูเชียงราก 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต

ประชาธิปัตย์ยุคใหม่เพิ่มบทบาทระหว่างประเทศ
ผนึกพรรคการเมืองในเอเชียลดขัดแย้งร่วมมือแบบสร้างสรรค์ส่งเสริมประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ อดีตรัฐมนตรีและส.ส. พรรคประชาธิปัตย์เปิดเผยภายหลังการเยือนประเทศญี่ปุ่นวันนี้ว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้มอบหมายให้เป็นตัวแทนพรรคในฐานะที่ตนเคยเป็นเลขาธิการและเป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มก่อตั้งCALD เข้าร่วมภารกิจและการประชุมคณะกรรมการบริหารของสภาพรรคการเมืองเสรีนิยมประชาธิปไตยแห่งเอเชีย(CALD:Council for Asian Liberals and Democrats)ที่ประเทศญี่ปุ่น

เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศตอบโจทย์อนาคตในปัญหาความท้าทายใหม่โดยได้มีการกำหนดบทบาทร่วมกันโดยเฉพาะการส่งเสริมคุณค่าประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน เสรีภาพและหลักนิติรัฐนิติธรรม รวมทั้งการเพิ่มบทบาทของสตรีและเยาวชนคนรุ่นใหม่ทางการเมือง การยกระดับศักยภาพพรรคการเมือง ตลอดจนปัญหาปัจจุบันเช่น ประเด็น ผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน อิสราเอล-ปาเลสไตน์ ความตึงเครียดในทะเลจีนใต้รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจโลก สังคมสูงวัย เทคโนโลยีดิสรัปชั่น ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

  นอกจากนี้ภายหลังการเยือนรัฐสภาญี่ปุ่น ผู้แทนพรรครัฐธรรมนูญประชาธิปไตย(Constitutional Democratic Party)ซึ่งเป็นพรรคการเมืองใหญ่อันดับ2ของญี่ปุ่นได้หารือสถานการณ์ในประเทศเมียนมาร์ และขอความร่วมมือพรรคประชาธิปัตย์ในด้านการช่วยเหลือชาวเมียนมาร์ด้านมนุษยธรรมที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบภายในประเทศซึ่งตนได้ตอบรับและแจ้งว่า รัฐบาลไทยมีแนวทางการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมภายใต้“แนวทางระเบียงมนุษยธรรม”(Humanitarian Corridor)พร้อมสนับสนุนและร่วมมือกับทุกฝ่าย

ทั้งนี้ในระหว่างการเยือนญี่ปุ่นยังได้แลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือกับพรรครัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ศูนย์ความร่วมมือแลกเปลี่ยนนานาชาติแห่งญี่ปุ่น(Japan Center for International Exchang)และองค์กร ศูนย์กลางเอ็นจีโอ.ความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น(Japan NGO Center for International Cooperation)เป็นต้น

“การเพิ่มบทบาทในการขยายความร่วมมือกับพรรคการเมืองและองค์กรระหว่างประเทศในเอเซียและภูมิภาคต่างๆทั่วโลกของพรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นนโยบายใหม่และเป็นภารกิจสำคัญในการส่งเสริมอุดมการณ์ประชาธิปไตย ความเสมอภาค สิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน การลดความขัดแย้งและเพิ่มความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ในยุคสมัยแห่งความผันผวนของโลกปัจจุบัน” นายอลงกรณ์กล่าวในที่สุด สำหรับสภาพรรคการเมืองเสรีนิยมประชาธิปไตยแห่งเอเชียก่อตั้งที่กรุงเทพเมื่อ31ปีที่แล้วมีพรรคการเมืองในประเทศต่างๆเป็นสมาชิกเช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงค์โปร์ มาเลเซีย ศรีลังกา มองโกเลีย กัมพูชา ญี่ปุ่น ไทย ฯลฯ.

​ระดับการแจ้งเตือนภัยน้ำท่วม น้ำในแม่น้ำโขง มุกดาหารเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2567​ เวลา 17.00 น ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงที่จังหวัดมุกดาหารมีระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยในวันนี้มีระดับน้ำ10.33​ เมตร เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 0.96 เมตร ต่ำกว่าระดับวิกฤต 2.17 เมตร​ ขณะระดับวิกฤตอยู่ที่ 12.50 เมตร อย่างไรก็ตามในวันนี้ที่บริเวณทางเดินสันเขื่อนหน้าตลาดอินโดจีนเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้ถูกน้ำโขงไหลเข้าท่วมแล้ว ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขงตื่นตกใจ ต้องคอยเฝ้าดูระดับน้ำในแม่น้ำโขงอย่างต่อเนื่อง ว่าจะมีระดับเพิ่มสูงขึ้นจนถึงขั้นวิกฤตไหลเข้าท่วมบ้านเรือนในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหารหรือไม่ เพื่อจะได้เตรียมตัวเก็บสิ่งของภายในบ้านขึ้นไว้ในที่สูงได้ทันท่วงที

ระดับการแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมปี 67 ธงเขียว ต่ำกว่า 11.50​ ม.รทก. ระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ ธงเหลือง 11.50-12.50​ ม.รทก. ระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ธงแดง 12.5. ม.รทก. ขึ้นไป ระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์วิกฤต เริ่มล้นตลิ่ง ให้เคลื่อนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง และระวังภัยที่เกิดจากน้ำ

ขณะที่ นางสุวรรณี ตั้งปณิธานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร ได้มีคำสั่งให้ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร เร่งดำเนินการจัดทำกระสอบทรายจำนวน 1,500 กระสอบ เพื่อจัดเตรียมไว้คอยให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน หากเกิดอุทกภัยขี้น เพื่อพี่กลับบ้านจะได้นำกระสอบทรายไปวางเป็นแนวกั้นน้ำป้องกันน้ำทะลักเข้าบ้านเรือน โดยทั้งนี้ เทศบาลเมืองมุกดาหารได้แจ้งเตือนขอให้ประชาชนเฝ้าระวังและตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิดต่อไปด้วย

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร​

ภาพ​/ข่าว​ พวงเพชร จันทร์ดี
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

” จากเหนือ.. สู่อีสาน ” ทีมบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมอุปกรณ์ รถยกสูง 4×4 รถพยาบาลขับเคลื่อน 4 ล้อ โรงครัวเคลื่อนที่ ลุยพื้นที่จังหวัดหนองคาย


ตามที่สถานการณ์น้ำท่วมบางพื้นที่จังหวัดเชียงรายเริ่มคลี่คลาย ประจวบกับได้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดหนองคาย เมื่อวันเสาร์ที่ 14 กันยายน 2567 ทีมบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวรพจน์ จรัสเศรษฐสิริ รักษาการผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ นำทีมกู้ภัย กู้ชีพ อาสาสมัคร พร้อมเรือท้องแบน อุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำ รถยกสูง 4×4 รถพยาบาลขับเคลื่อน 4 ล้อ โรงครัวเคลื่อนที่ ถุงยังชีพ ชุดยาสามัญประจำบ้าน อาหารสุนัขและแมว เคลื่อนกำลังพลออกจากเชียงราย ไปยังจังหวัดหนองคาย โดยขณะนี้ได้จัดตั้งกองอำนวยการ และโรงครัวประกอบอาหารปรุงสุก ณ วัดท่าบ่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย


เมื่อถึงพื้นที่ประสบภัย มูลนิธิฯ ได้จัดทีมปฏิบัติการเร่งสำรวจพื้นที่ และให้ความช่วยเหลือในทันที รวมถึงอพยพประชาชน ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และผู้ป่วยออกนอกพื้นที่ประสบภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัย โดยมี อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิฯ จุดต่างๆ อาสาสมัครศิลปิน นำโดย นายธวัชชัย คชาอนันต์ (แฮ็ค ชวนชื่น) พร้อมด้วย หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ และ หน่วยกู้ภัยจีตัมเกาะอุบลราชธานี ร่วมปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ และในขณะนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยังคงอยู่ระหว่างปฏิบัติการภารกิจอพยพในพื้นที่ต่อเนื่อง รวมทั้งประกอบอาหารปรุงสุก พร้อมจัดเตรียมน้ำดื่ม และถุงยังชีพ เพื่อบรรทุกรถและเรือ ลงพื้นที่แจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัย และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินและเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านต่าง ๆ ต่อไป


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยต่าง ๆ ทั้งที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ และที่กองอำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่
สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่มีความประสงค์จะบริจาคสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม หรือติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org เฟซบุ๊ก แฟนเพจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง หรือ ติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

แถลงข่าวเทศกาลภาพยนตร์อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ เฟสติวัล (KTIFF)ในบทบาทใหม่ของวัฒนธรรมจีน-ไทย


ณ กรุงเทพมหานคร วันที่ 12 กันยายน 2567 วันนี้ เวลา 13:30 น. ตามเวลากรุงเทพมหานคร ได้มีการจัดงานแถลงข่าวเทศกาลภาพยนตร์อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ เฟสติวัลขึ้นอย่างเป็นทางการและยิ่งใหญ่ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยงานเทศกาลภาพยนตร์นี้ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และภาคเอกชนจากทางสาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศไทย ทั้งนี้ทาง KTIFF ได้ร่วมกันหาแนวทางให้เกิดประโยชน์สูงสุดระหว่างจีนและไทยจากทุกภาคส่วน อย่างเช่น ท่านยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม,ท่านวรรณสิริ โมรากุล ที่ปรึกษากระทรวงวัฒนธรรม ประธานคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ต่างประเทศและอดีตอธิบดีกรมการท่องเที่ยว, ท่านนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านการสื่อสารการตลาดกรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย,ท่าน ดร.เกสี จันทราประภาวัฒน์ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และท่าน ผศ. มานินทร์ เจริญลาภ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ก่อตั้ง KTIFFMs. Huang Ruoling จากประเทศไทย และ Mr. Liu Kai จากประเทศจีน


งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติในประเทศไทย ครั้งนี้มีผู้สนับสนุนจากจีนและไทยเข้าร่วมอย่างคับคั่ง โดยจีนและไทยได้ก้าวไปสู่การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมภาพยนตร์ครั้งใหม่ที่สำคัญ งานแถลงข่าวจึงมีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและมิตรภาพระหว่างสองประเทศให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และส่งเสริมการพัฒนาร่วมกันและความเจริญรุ่งเรืองของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ผ่านสะพานสานสัมพันธ์ งานแถลงข่าวได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ในงานแถลงข่าว คนดังจากวงการบันเทิง วงการภาพยนตร์ นักข่าว สื่อมวลชน และแขกจากทุกสาขาอาชีพจากประเทศจีนและไทยมารวมตัวกันเพื่อเป็นสักขีพยานในการเปิดตัวงานเทศกาลอินเตอร์เนชั่นเนล ไทยแลนด์ เฟสติวัล และในงานได้มีการกล่าวปาฐกถาสำคัญในหัวข้อ “ความร่วมมือแบบ win-win ระหว่างผู้ประกอบการและนายทุนในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ” จากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์โดยตรง เช่น ท่านวรรณสิริ โมรากุล ที่ปรึกษากระทรวงวัฒนธรรม ประธานคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ต่างประเทศและอดีตอธิบดีกรมการท่องเที่ยว คุณเทา มินฮัน ปริญญาเอกสาขาประวัติศาสตร์ภาพยนตร์จาก Shanghai Theatre Academy ท่าน Mr.Kai Liu ผู้บริหาร Tailin Film and Television Culture และผู้ก่อตั้ง KTIFF ท่าน Ms. Huang Ruoling ผู้ก่อตั้งบริษัท HOYA International Entertainment นักลงทุนจากจีน เช่น FB Culture Communication Co. , Ltd., China Mobile Games & Interactive Entertainment Group,China Mobile Games & Interactive Entertainment Group,Founder of FB Culture Communication Co. , Ltd.และ CEO BAI BINGBING

กล่าวว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่สวยมาก และเป็นประเทศที่น่าลงทุนพัฒนาในอนาคตหวังว่ามีโอกาสได้ร่วมมือกันพัฒนาประเทศไทยจากโครงการ KTIFF ผมหวังว่าในอนาคตเกมส์คริปต์ได้สามารถนำความบันเทิงเข้ามาให้กับคนหนุ่มสาวในไทยและเป็นอีกหนึ่งความสุขที่จะได้มาร่วมกับคนไทย ผู้กำกับไทย เช่น คุณนนทกร ทวีสุข คุณธนาวุฒิ เกสโร และคุณบัณฑิต ทองดี ผู้ประสานงานกองถ่ายภาพยนตร์ไทย – จีน คุณพรเทพ เจริญเลิศสิริวณิช และตัวแทนสมาคมผู้บริหารการผลิตภาพยนตร์ต่างประเทศ (FSA) คุณศฐาณพงศ์ ลิ้มวงษ์ทอง โดยมีแขกร่วมงานที่เป็นนักแสดงและบุคคลเบื้องหลังที่มีชื่อเสียง อาทิ สีดา พัวพิมล, พัชญา เพียรเสมอ (พีพี), รัน กันต์ธีภพ, เล้ง ณัฐพล, แสตมป์ พรวศิน, อ๊อฟ เอกรินทร์, เพียว ปภาวรรณ, ปาย ชนกันต์, ดร.วโรดม ศิริสุข (ชายแฮ็คส์), ศฐาณพงศ์ ลิ้มวงษ์ทอง, บัณฑิต ทองดี, ธนาวุฒิ เกสโร, รัชดาภรณ์ เกตุเทศ, เจตนิพัทธ์ สาสิงห์, ชาติชาย ศรีบุญเรือง, ธัญลักษณ์ ตระการศิลป์วัฒน์ และแขกรับเชิญในวงการบันเทิงอีกมากมาย โดยสื่อมวลชนมีการถามคำถามเกี่ยวกับการเตรียมตัวสำหรับเทศกาลภาพยนตร์ กิจกรรมไฮไลท์ และโอกาสความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของทั้งสองประเทศ ผู้จัดงานตอบคำถามของนักข่าวและระบุว่าพวกเขาจะทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อให้เทศกาลภาพยนตร์ประสบความสำเร็จและมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนและพัฒนาวัฒนธรรมภาพยนตร์ระหว่างทั้งสองประเทศ

Ms. Huang จาก HOYA International Entertainment และ Mr. Liu จาก Tailin Film and Television Culture ได้กล่าวเรื่องการก่อตั้ง KTIFF ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่คนในแวดวงภาพยนตร์และโทรทัศน์จากทั้งสองประเทศร่วมกันก่อตั้ง KTIFF ด้วยความรักที่มีต่อประเทศของตนและตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ฉันท์มิตรระหว่างสองประเทศ และหวังว่าจะมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างจีนและไทยในอนาคต ในขณะเดียวกัน ทางมหาวิทยาลัยศรีปทุม และBRI ได้ระบุว่างาน KTIFF จะมีบทบาทสำคัญอย่างมากในสาขาภาพยนตร์ของตนในอนาคต แขกที่มาร่วมงานเห็นพ้องกันว่าภาพยนตร์เป็นเหมือนสื่อกลางทางวัฒนธรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมการสื่อสารทางจิตวิญญาณและการแลกเปลี่ยนทางอารยธรรมระหว่างทั้งสองประเทศ และตัวแทนจากอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในจีนและไทยได้แสดงความคาดหวังว่าเทศกาลภาพยนตร์นี้ จะมีส่วนช่วยกระชับความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศให้ลึกซึ้งได้ดียิ่งขึ้นในด้านการผลิตภาพยนตร์ นวัตกรรมทางเทคโนโลยี การขยายตลาด และด้านอื่น ๆ พวกเขาเชื่อว่าด้วยการจัดเทศกาลภาพยนตร์ จะสามารถส่งเสริมการพัฒนาร่วมกันของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของทั้งสองประเทศได้ และนำผลงานภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมมาสู่ผู้ชมได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

และเป็นที่ทราบกันดีว่า KTIFF นี้จะนำเสนอกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นมากมาย ในช่วงการฉายภาพยนตร์จะมีภาพยนตร์ที่โดดเด่นหลายเรื่องจากประเทศจีน ไทย และประเทศอื่นๆ ครอบคลุมธีมและสไตล์ที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้ชมได้ชื่นชมเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์และจิตวิญญาณแห่งอุตสาหกรรมของภาพยนตร์ ขณะเดียวกันทั้งสองประเทศยังแสดงสปิริตในการร่วมมือเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับการแลกเปลี่ยนระหว่างวัฒนธรรมภาพยนตร์จีนและไทย
บทสรุป

ความสำเร็จในการจัดงานแถลงเทศกาลภาพยนตร์อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ เฟสติวัล (KTIFF)ถือเป็นก้าวใหม่ที่สำคัญในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมภาพยนตร์ระหว่างทั้งสองประเทศ เราหวังว่าจะใช้เทศกาลภาพยนตร์นี้เพื่อกระชับความเข้าใจและมิตรภาพระหว่างผู้คนของทั้งสองประเทศให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และส่งเสริมการพัฒนาและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของอุตสาหกรรมภาพยนตร์จีนและไทย ขอให้เราตั้งตารอคอยการมาถึงของกิจกรรมทางวัฒนธรรมนี้ด้วยกันและชมช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมของวัฒนธรรมภาพยนตร์จีนและไทย!
Mr. Ho Zaijian ,รองผู้จัดการMAHUA FUN AGE กล่าวว่าเทศการภาพยนตร์อินเตอร์เนชั่นเนลไทยแลนด์เฟสติเวิล(KTIFF) เป็นของขวัญที่สุดสำหรับงานฉลองครบรอบ50ปีกับความสะมพันธ์ทางการทูตไทยจีนโดยไทยเป็นสะพานเชื่อมที่สำคัญสำหรัยความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและการค้าของทั้งสองประเทศการสนับสนุนที่แข่งแกร่งจากภาครัฐไทยทำให้KTIFF มีโอกาสเป็นสื่อกลางมากขึ้นในการช่วยการสื่อสารเขาหวังว่าMAHUA FUN AGE จะได้มีโอกาสเข้ามาในเมืองไทยและนำหนังComedy ไทยมาเปิดตลาดที่จีนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและความร่วมมือทางธุรกิจผ่านวัฒนธรรมเพื่อให้บรรลุการร่วมมือกันแบบ

Win-Win Speacail Thanks :Mr. Li Zhuotao The Hong Kong International Film Festival Society (HKIFFS) ,Ms. Fang Meibao ,Arts Director China Golden Rooster & Hundred Flowers Film Festival , อาจารย์ด็อกเตอร์Mr.Shi Chuan ของเซี่ยงไฮ้Treatre Academy ,Mr.Yuan Hang & Ms.ZhuMengweiจากIve Culture and Entertainment Group , Ms. Guo Hang จากYugao Yishan Media ,Kosbot south of Asia group , Mr. Yin Zhiyue จากZERO G , นักแสดงจีนQi Tianying , Mr.Cheng Cheng & Star Makeup Company , Chaoran .

มอบเงินกว่า 2 ล้านบาท ดร.ฉวีวรรณ คำพา ทำบุญบวงสรวง มอบทุน เครื่องดนตรี โรงเรียน สถานพยาบาล ดร.ฉวีวรรณ คำพา

3-4 กันยายน 2567 โดยมี ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และประธานกรรมการบริหาร บริษัทในเครือฉวีวรรณ ผู้ส่งออกเนื้อไก่รายใหญ่ของไทย ได้จัดพิธีทำบุญ บวงสรวง โรงงาน ในเครือ ฉวีวรรณกรุ๊ป ประจำปี 2567 และ ครบรอบวันคล้ายวันเกิดอายุวัฒนมงคล ที่อาคารรับรอง ในโครงการพนาวัลย์นคร ซึ่งตั้งอยู่ใน ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

พร้อมจัดพิธีสืบชะตาแบบล้านนาเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยได้นิมนต์เจ้าประคุณสมเด็จพระธีรญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) เจ้าคุณธงชัย เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ ป.ธ.๙) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และยังมีเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณตำบล และเจ้าอาวาสหลายจังหวัด

ร่วมให้พร มี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานเอกชน โรงเรียน สถานพยาบาล ประชาชนผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือและหน่วยงานต่างๆ จากทั่วประเทศ ทึ่ได้รับการสนับสนุนจาก ดร.ฉวีวรรณ ทั่วสารทิศ เดินทางเข้าอวยพรวันเกิดเป็นจำนวนมากวันที่ 3-4 กันยายน 2567 ที่โครงการหมู่บ้านพนาวัลย์ ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมสงเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย ประธานกรรมการบริษัทในเครือฉวีวรรณกรุ๊ป และจัดพิธีมอบทุน การศึกษา มอบเครื่องดนตรี สนับสนุนสถานศึกษา สนับสนุนพัฒนาสถานพยาบาล จำนวน 30 แห่ง แห่งละ 50,000 บาท เป็นเงิน1,786,000 บาท สบับสนุนเครื่องดนตรี 250,000 บาท สนับสนุน ดนตรีอีสาน 10,000 บาท รวมทั้งสิ้น 2 ล้าน กว่าบาท เนื่องในวันคล้ายวันเกิด ซึ่งมีผู้บริหารสถานศึกษาในแต่ละโรงเรียนเข้ามารับมอบรวมถึงหัวหน้าสถานพยาบาลระดับตำบลในพื้นที่ทางภาคอีสานมารับ รวมทั้งยังมีแขกผู้มีเกียรติเดินทางเข้ามาร่วมอวยพรและมอบของขวัญ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดเป็นจำนวนมาก

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง