เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานเลี้ยงน้ำชาการกุศล ระดมทุนพัฒนา สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “อาคารละหมาด” รองรับ จำนวนนักเรียน พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า

แชร์เนื้อหานี้

วันที่31 มกราคม 2569 ที่โรงเรียนนราธิวาส ตำบลโคกเคียนอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายอนุวัฒน์ ละมุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เบญจมามาศ รองผู้อำนวยการโรงเรียนนราธิวาส และ นายอัฟฟาน แวมามะ อาจารย์โรงเรียนนราธิวาส ในฐานะเจ้าของโครงการ ร่วมการแถลงข่าวเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านเข้าร่วม งานเลี้ยงน้ำชาการกุศล เพื่อสนับสนุน โครงการปรับภูมิทัศน์และจัดซื้ออุปกรณ์อาคารละหมาด โรงเรียนนราธิวาส ในวันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 – 17.00 น. ณ อาคารละหมาดใหม่ โรงเรียนนราธิวาส อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส

ทั้งนี้ด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับ สมาคมศิษย์เก่า และโรงเรียนนราธิวาส เตรียมจัดงานเลี้ยงน้ำชาการกุศลครั้งใหญ่ ในวันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ เพื่อระดมทุนปรับภูมิทัศน์และจัดซื้ออุปกรณ์สำหรับอาคารละหมาดหลังใหม่ หวังยกระดับคุณภาพชีวิตและการปฎิบัติศาสนกิจของนักเรียน
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายกูเซ็ง ยะวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานและเจ้าภาพ นายรุสลัน อารง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกเคียน นายอนุวัฒน์ ละมุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สมาคมศิษย์เก่า คณะผู้บริหาร และครูโรงเรียนนราธิวาส ร่วมเป็นเจ้าภาพและเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมงาน

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เบญจมามาศ รองผู้อำนวยการโรงเรียนนราธิวาส (ได้รับมอบหมายจาก ดร.อภิวัฒน์ ย่อ ผู้อำนวยการโรงเรียนนราธิวาส) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงความจำเป็นของโครงการว่า “ปัจจุบันโรงเรียนนราธิวาสมีจำนวนนักเรียนมุสลิมเพิ่มมากขึ้น ทำให้อาคารละหมาดหลังเดิมมีความคับแคบและไม่เพียงพอต่อการประกอบศาสนกิจ โรงเรียนจึงได้ดำเนินการจัดสร้างอาคารอเนกประสงค์เพื่อใช้เป็นทั้งที่ละหมาดและห้องเรียนวิชาศาสนาอิสลาม อย่างไรก็ตาม ยังคงขาดงบประมาณในส่วนของการปรับภูมิทัศน์และพื้นที่สำหรับอาบน้ำละหมาดให้สมบูรณ์”

นายอนุวัฒน์ ละมุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนนราธิวาส เปิดเผยว่า การจัดงานในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยได้รับเกียรติจาก นายกูเซ็ง ยะวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธี วัตถุประสงค์หลักเพื่อจัดหารายได้สมทบทุนพัฒนาอาคารละหมาดและจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ที่ยังขาดแคลน เพื่อมอบเป็นสาธารณประโยชน์ให้แก่เยาวชนในโรงเรียน

รายละเอียดการจัดงาน• วัน/เวลา: วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 | เวลา 09.00 – 17.00 น.• สถานที่: ณ อาคารละหมาดใหม่ โรงเรียนนราธิวาส อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ช่องทางการร่วมบริจาคสำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่ไม่สามารถมาร่วมงานได้ หรือประสงค์จะสมทบทุนเพิ่มเติม สามารถบริจาคได้ที่:• บัญชีธนาคาร: กรุงไทย สาขานราธิวาส • เลขที่บัญชี: 905-3-93146-5 • ชื่อบัญชี: โครงการปรับภูมิทัศน์และจัดซื้ออุปกรณ์อาคารละหมาด โรงเรียนนราธิวาส
พิเศษ: การบริจาคผ่านระบบ PromptPay / e-Donation สามารถนำไป ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

โดยระบบจะส่งข้อมูลไปยังกรมสรรพากรโดยตรงอัตโนมัติ ผู้บริจาคไม่จำเป็นต้องขอรับใบเสร็จรับเงินจากทางโรงเรียนทั้งนี้จึงขอเรียนเชิญศิษย์เก่า ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาศาสนสถาน เพื่อประโยชน์แก่บุตรหลานชาวนราธิวาสอย่างยั่งยืน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:เพจเฟซบุ๊ก: โรงเรียนนราธิวาส
////////////////////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ‘พจนารถ‘ ปชป.เขตแปด เบอร์ 2 เอาชัย! สักการะเจ้าแม่ทับทิม ชูการเมืองสุจริต ดึงใจแม่ค้าตลาดจีนโบราณ ชากแง้ว-ห้วยใหญ่

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงเย็นวันที่ 31 มกราคม 2569 ทีมงานหาเสียงพรรคประชาธิปัตย์ โดย นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.จังหวัดชลบุรี เขตแปด พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 2 ได้ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดชุมชนจีนชากแง้ว อ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี เพื่อขอคะแนนเสียงจากกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า และประชาชน ที่เดินทางมาท่องเที่ยวตลาดจีนโบราณแห่งนี้

สำหรับชุมชนชากแง้ว เป็นชุมชนเก่าแก่ของจังหวัดชลบุรีมานานกว่าร้อยปี เดิมทีเหล่าคนจีนแต้จิ๋วได้เข้ามาตั้งรกรากทำการเกษตรได้ผลดีจนเป็นแผ่นดินทอง ของการทำเกษตรกรรม มีโรงโม่ซึ่งก็คือโรงแป้งมันสำปะหลังเข้ามาตั้งในชากแง้ว อีกทั้งโรงเผาด่าน

โรงเลื่อยที่เลื่องชื่อ ผู้คนจึงต่างหลั่งไหลจากทั่วสารทิศเข้ามาทำการค้า บ้างก็มารับจ้างเป็นแรงงาน ทำให้ชุมชนจีนแห่งนี้เกิดความรุ่งเรืองสุดขีด เรียกว่าในตัวเมืองมีอะไร ชากแง้วมีหมดแม้กระทั่งโรงหนังที่ถือเป็นที่สุดของความทันสมัยในยุคก่อนปี 2500

ชุมชนชากแง้วผ่านยุคเฟื่องฟูเข้าสู่ความซบเชาด้วยการพัฒนาของถนน ทำให้ความเจริญย้ายไปสู่การคมนาคมเส้นหลัก จวบจนวันนี้เหลือเพียงเรื่องเล่าในความทรงจำ แต่ทว่าในวันที่การท่องเที่ยวชุมชนได้รับความนิยม โลกได้หันกลับมาหารากเหง้า และวัตนธรรมดั้งเดิม ทำให้ทายาทของชาวจีนแต้จิ๋วโพ้นทะเลที่

เข้ามาตั้งถิ่นฐานในชุมชนแห่งนี้ จึงได้ร่วมมือร่วมใจกันผลักดันอดีตย่านการค้า เปิดบ้านไม้เรือนแถวขายสินค้าประดา มีของกินสไตล์จีนแต้จิ๋วมาให้คนรุ่นหลังได้ลิ้มชิมรส และภาพตลาดจีนโบราณเมื่อร้อยปีก่อนก็กลับมาฉายซ้ำอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน ทำให้ตลาดจีนซากแง้วที่ตัดขึ้นทุกวันเสาร์ของสัปดาห์ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

ทั้งนี้ นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.จังหวัดชลบุรี เขตแปด พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 2 และทีมงานหาเสียง ได้เข้ากราบสักการะศาลเจ้าแม่ทับทิม พร้อมลั่นฆ้องเอาฤกษ์เอาชัย ก่อนจะเดินแจกแผ่นพับแนะนำตัวในนามพรรคประชาธิปัตย์ เขต 8 เบอร์ 2 ด้วยนโยบายการเมืองสุจริต โดนเลือกพรรคเบอร์ 27 และเลือก สส.ชลบุรี เขแปด เบอร์ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.69 นี้ด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรับนิวส์ / โค้งสุดท้าย พรรคปวงชนไทยปราศรัยย่อย ชูนโยบาย สมุทรปราการมหานคร เลือกตั้งผู้ว่าฯ เอง ย้ำให้คนพื้นที่บริหารจังหวัด

แชร์เนื้อหานี้

พรรคปวงชนไทยเดินสายปราศรัยย่อยย่านศรีนครินทร์ ช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง “เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล” ชูนโยบายยกระดับสมุทรปราการเป็นมหานคร เลือกตั้งผู้ว่าฯ โดยตรง ย้ำให้คนพื้นที่กำหนดทิศทางและบริหารจังหวัดด้วยตนเอง

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 30 มกราคม 2569 พรรคปวงชนไทย จัดเวทีปราศรัยย่อยบริเวณที่ทำการพรรค ย่านถนนศรีนครินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ท่ามกลางชาวบ้านในพื้นที่ที่เดินทางมารับฟังการปราศรัยอย่างต่อเนื่อง ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง

ในการปราศรัยครั้งนี้ นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนโยบายหลักของพรรคในการผลักดันจังหวัดสมุทรปราการให้ยกระดับเป็น “สมุทรปราการมหานคร” หรือเขตปกครองพิเศษที่สามารถบริหารจัดการตนเองได้ในลักษณะเดียวกับกรุงเทพมหานคร
นายเอกสิทธิ์ระบุว่า แนวทางดังกล่าวจะต้องมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรงจากประชาชนในพื้นที่ วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี เพื่อให้ผู้บริหารจังหวัด

เป็นบุคคลที่เข้าใจปัญหาและบริบทของสมุทรปราการอย่างแท้จริง เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นคนในพื้นที่ ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาจังหวัดไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน
หัวหน้าพรรคปวงชนไทยกล่าวเพิ่มเติมว่า สมุทรปราการรอคอยการพัฒนาอย่าง

เป็นรูปธรรมมานานนับสิบปี แต่ยังไม่สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างที่ควรจะเป็น หากต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องเปิดโอกาสให้คนสมุทรปราการเป็นผู้กำหนดอนาคตของจังหวัดด้วยตนเอง ผ่านการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด และการยกระดับสถานะเป็นมหานคร

ทั้งนี้ พรรคปวงชนไทยยืนยันว่าจะเดินหน้าผลักดันนโยบายการกระจายอำนาจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้จังหวัดสมุทรปราการมีอิสระในการบริหารงบประมาณ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรับนิวส์ / วัดบางพลีใหญ่กลาง ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล 100 วัน (สะ-ตะ-มะ-วาน) อุทิศถวายแด่สมเด็จพระพันปีหลวง

แชร์เนื้อหานี้

วัดบางพลีใหญ่กลาง จังหวัดสมุทรปราการ จัดพิธีบำเพ็ญกุศล “สะ-ตะ-มะ-วาน” ครบ 100 วัน แห่งการสวรรคต เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีคณะสงฆ์ ข้าราชการ และพสกนิกรเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

วันที่ 31 มกราคม 2569 ที่ ศาลาหลังใหม่ วัดบางพลีใหญ่กลาง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ คณะสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล สะ-ตะ-มะ-วาน100 วัน แห่งการสวรรคตเพื่ออุทิศถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส จุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย นายแพทย์ประภาส ผูกดวง

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ จุดเครื่องทองน้อย หน้าโต๊ะหมู่บูชาพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี พระวชิรคณาทร เจ้าคุณแจ้ ดร.เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะพระสงฆ์ 12 รูป สวดเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นประกอบพิธีทอดผ้าไตรบังสุกุล พระสงฆ์สดับปกรณ์ กรวดน้ำ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

โดยมีนายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางพลี นายชัยยันต์ กองอรรถ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ นายธนิต ปานรอด รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโรงพยาบาลบางพลี ถวายผ้าไตรบังสุกุล พระสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง 9 รูป สวดพระอภิธรรมและพิจารณาผ้าบังสุกุล กรวดน้ำ เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ภายในพิธีมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ข้าราชการตำรวจ สภ.บางพลี สภ.บางปู สภ.บางแก้ว สภ.บางเสาธง โรงพยาบาลบางพลีสมุทรปราการ ศูนย์แพทย์ชุมชนวัดบางพลีใหญ่กลาง กู้ชีพฉุกเฉิน รพ.บางพลี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สมุทรปราการ เขต 2 กศน.อำเภอบางพลี รพ.สต.โรงเรียนวัดบางพลีใหญ่กลาง โรงเรียนราษฏร์บำรุง โรงเรียนปริญาญานุสรณ์ บางพลี คณะไวยาวัจกร วัดบางพลีใหญ่กลาง และพสกนิกรชาวอำเภอบางพลีหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

นอกจากนี้พระวชิรคณาทร เจ้าคุณแจ้ ดร.เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ยังได้มอบเงินสนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ในด้านสาธารณประโยชน์ ทั้งเรื่องการแพทย์ การศึกษา ตำรวจ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลให้กับ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สำหรับพิธี สะ-ตะ-มะ-

เป็นการบำเพ็ญพระราชกุศล 100 วันการสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชน และพระราชกรณียกิจนานัปการที่ทรงบำเพ็ญเพื่อประโยชน์สุขแห่งแผ่นดิน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.มุกดาหาร สกัดขบวนการค้ายาข้ามโขง ยึดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด เรือกีบ 1 ลำ คนร้ายโดดน้ำหนีรอด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่สถานีเรือมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.) น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผู้บังคับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม นางศศิธร โพดาพล นายอำเภอหว้านใหญ่ พ.ต.อ.เจด็จ ปรีพูล ผู้กำกับการ สภ.หว้านใหญ่ และ น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 2,800,000 เม็ด พร้อมเรือกีบติดเครื่องยนต์ 1 ลำ

การตรวจยึดครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. และ น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผบ.นรข.เขตนครพนม โดย น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสิ่งของต้องสงสัยจากฝั่ง สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงเข้ามายังฝั่งประเทศไทย บริเวณบ้านป่งขาม ตำบลป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

ต่อมาในเวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังชุดลาดตระเวนทางบกออกซุ่มเฝ้าตรวจในพื้นที่เป้าหมาย กระทั่งเวลาประมาณ 23.30 น. ตรวจพบเรือต้องสงสัยแล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว เข้าสู่ราชอาณาจักรไทย โดยมีบุคคลอยู่บนเรือประมาณ 3 คน เมื่อเรือเข้าเทียบฝั่ง กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ช่วยกันลำเลียงวัตถุคล้ายกระสอบขึ้นจากเรือมายังริมฝั่งแม่น้ำโขง

เมื่อเจ้าหน้าที่ นรข. แสดงตัวเพื่อขอเข้าตรวจสอบ กลุ่มคนร้ายได้ทิ้งของกลางและเรือ ก่อนกระโดดลงแม่น้ำโขงหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบพื้นที่ พบกระสอบห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 3 กระสอบ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง และพบกระสอบลักษณะเดียวกันอีก 4 กระสอบอยู่บนเรือ รวมเป็น 7 กระสอบ

จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุอยู่ในกระสอบรวม 7 กระสอบ ประทับตราอักษร “999” บนก้อนสีเหลือง ภายในเป็นยาบ้าอักษร “WY” สีชมพู รวมจำนวนทั้งสิ้น 280 ก้อน ก้อนละ 10,000 เม็ด รวม 2,800,000 เม็ด พร้อมเรือกีบติดเครื่องยนต์ 1 ลำ

เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกการตรวจยึด และนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หนุ่มใหญ่ใจบุญพบสัตว์ป่าสงวนส่งคืนให้ป่าไม้กลับสู่ธรรมชาติ .

แชร์เนื้อหานี้

หนุ่มใหญ่ใจบุญพบสัตว์ป่าสงวนส่งคืนให้ป่าไม้กลับสู่ธรรมชาติ .
เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 นายองอาจ จันทร์น้อยหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 3 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14(ตาก)นำเจ้าที่หน้า รับมอบตัวนิ่มพลัดหลง หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดี
นายองอาจ จันทร์น้อยหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 3 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14(ตาก)พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย(อุทยานป่าคา)

เข้าตรวจสอบและรับมอบตัวนิ่ม ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยได้รับแจ้งจากนายประเสริฐ เสนาเกตุ ตนเองพบตัวนิ่ม จำนวน 1 ตัว ในสวนยางท้ายหมู่บ้านหลังจากที่ตัวนิ่มตัวนี้พลัดหลงเข้ามาในบริเวณสวนยางตนจึงจับไว้เพื่อความปลอดภัยเนื่องจากสวนยางในพื้นที่มีสุนัขหลายตัวตนเองกลัวตัวนิ่มจะถูกสุนัขกัดจึงจับตัวนิ่มไว้แล้วประสานเจ้าหน้าที่มารับมอบ

จากการตรวจสอบสุขภาพเบื้องต้น พบว่าตัวนิ่มมีสุขภาพแข็งแรงและปกติดี โดยหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 3 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14(ตาก)ได้ส่งมอบตัวนิ่มตัวดังกล่าวให้กับนายสาคร สืบสาย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีสัชนา พร้อมนำตัวนิ่มดังกล่าวไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ โดย “ตัวนิ่ม” หรือ “ลิ่น”

เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศอีกด้วย ซึ่งห้ามการล่า การค้า หรือการมีไว้ในครอบครอง หากฝ่าฝืนจะมีโทษตามกฎหมาย ทั้งนี้ หากพบสัตว์ป่าบาดเจ็บ พลัดหลง สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ถ้ำเจ้าราม โทร 081-9620661.
.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “พิธีบวงสรวงลานเบญจเทวี แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดชลบุรี”

แชร์เนื้อหานี้

คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ – ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (เสื้อขาว-กลาง) และ คุณณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีอำเภอแสนสุข (เสื้อดำ-กลาง)

พร้อมด้วย คุณสันติ ปรีชาว่องไวกุล (คนแรกจากขวามือ) รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บูรพาบางแสน เรสซิเดนท์ ผู้บริหารโรงแรม ONPA Hotel & Residence และผู้บริหารบริษัท ออนป้า จำกัด ประกอบด้วย คุณวิโรจน์ ปรีชาว่องไวกุล – ประธาน

กรรมการ (คนที่ 2 จากขวามือ), คุณสุภาพร ปรีชาว่องไวกุล รองประธานกรรมการ (คนแรกจากซ้ายมือ) และ คุณอัยย์ชิตา ปรีชาว่องไวกุล (คนที่ 2 จากซ้ายมือ) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไร้ท์ บิยอนด์ จำกัด เข้าร่วมประกอบพิธีบวงสรวง🙏🏻เบิกเนตร พระแม่

ทั้งห้า เบญจเทวี ได้แก่ พระแม่ธรณี🪨, พระแม่คงคา🌊, พระแม่โพสพ🌾, พระแม่วาโย💨 และ พระแม่อัคคี🔥ที่ลานสักการะเบญจเทวี แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดชลบุรี บริเวณใกล้กับหาดวอนนภา บางแสน เมื่อวันก่อน

ลานเบญจเทวีแลนด์มาร์คใหม่จังหวัดชลบุรี

ขอได้รับความขอบพระคุณจาก
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บจก.ไร้ท์ บิยอนด์
สมปอง วิวัฒน์วรศิลป์ โทร 095-4925241

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่หอประชุม อ.ท่าหลวง จ.ลพบุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569 เวลา 07.00 น. นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ประธานพิธีได้นำหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สถานศึกษา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน

สารวัตรกำนัน องค์กรภาคเอกชน ประชาชน และพสกนิกรอำเภอท่าหลวง ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลครบ 100 วัน (สตมวาร) ถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระสงฆ์จำนวน 10 รูป ขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ประธาน จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย

จุดเครื่องทองน้อยหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (ผู้ร่วมพิธีลุกขึ้นยืนและถวายความเคารพ) เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล เจ้าหน้าที่อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์

หัวหน้าส่วนราชการ ถวายอาหารปิ่นโต นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกำนัน ถวายปัจจัยไทยธรรม ประธานพิธี ถวายผ้าไตร จำนวน ๑๐ ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ (ภูษาโยง) พระสงฆ์อนุโมทนา/ถวายอดิเรก ประธาน กรวดน้ำ กราบนมัสการพระรัตนตรัย หน้าโต๊ะหมู่บูชา ประธาน ถวายความเคารพหน้าพระฉายาลักษณ์

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง(ผู้ร่วมพิธีลุกขึ้นยืนและถวายความเคารพ)
จากนั้นประธาน พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์รับบิณฑบาต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

แม้พระองค์ผู้ทรงเป็น “หลักยึดเหนี่ยวจิตใจแห่งแผ่นดิน” ได้เสด็จสู่สวรรคาลัย แต่พระมหากรุณาธิคุณและน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำตลอดไป ปวงชนชาวอำเภอท่าหลวง ขอน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและอาชีพของราษฎรมาตลอดหลายทศวรรษ

พระราชดำรัสและพระราโชวาทที่พระราชทานในโอกาสสำคัญต่าง ๆ ล้วนเป็นหลักธรรมชี้นำทางด้านการทำงาน และก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าทรงเป็นสมเด็จพระราชินีของราชอาณาจักรไทยที่มีพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พระองค์จะสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค.5.แถลงการณ์จับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ หลายราย/สภ.เมืองเชียงใหม่ เพิ่มความเข้มป้องกันเหตุอาชญากรรมเกี่ยวกับร้านทอง

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น.​ตามนโยบายของ รัฐบาลสั่งการให้หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ
​สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร, พล.ต.อ.สำราญ นวลมารอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร., พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. และ พล.ท.วรเทพ บุญญะ มทภ.3 ได้รับบัญชาและข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.อนุสรณ์ พัฒนถาบุตร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย, พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ เป๊กทอง, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.จิตร์พิสุทธิ์ อิ่มสงวน ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ และ พล.ต.ต.พงษ์เดช คำใจสู้ ผบก.ภ.จว.แพร่ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35​โดย พล.ท.วรเทพ บุญญะ​มทภ.3ฝ่ายปกครอง โดย
นายชูชีพ พงษ์ไชย​​ผวจ.เชียงรายนายรัฐพล นราดิศร​​ผวจ.เชียงใหม่นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์​ ผวจ.แพร่
​สำนักงาน ปปส.ภาค 5 ​โดย พ.ต.ท.นริช สอนดิษฐ​ผอ.ปปส.ภาค 5
แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 3 คดี รวมผู้ต้องหา 5 คน ของกลางยาบ้ารวม จำนวน 3,262,000 เม็ด

บก.สส.ภ.5, สภ.เมืองแพร่ จว.แพร่ ร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมยาบ้า จำนวน 1,220,000 เม็ดสภ.แม่สาย, กก.สส.ภ.จว.เชียงราย ร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกมุผู้ต้องหา 2 คน พร้อมยาบ้า จำนวน 972,000 เม็ดบก.สส.ภ.5, สภ.แม่แตง จว.เชียงใหม่ ร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 1,070,000 เม็ดคดีที่ 1หน่วยที่ตรวจยึด กก.ปพ., กก.สืบสวน 2, กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.5 และ สภ.เมืองแพร่ จว.แพร่ ร่วมหน่วยเกี่ยวข้องวัน/เดือน/ปี ที่เกิดเหตุ 24 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 00.30 น.สถานที่เกิดเหตุ ​บริเวณจุดกลับรถบ้านประทุม ถนนสายแพร่-น่าน ต่อเนื่อง บ้านสวนไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 9 บ้านแดนชน
ต.เหมืองหม้อ อ.เมืองแพร่ จว.แพร่พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สืบสวน 2, กก.สืบสวน 3 และ กก.ปพ.ฯ บก.สส.ภ.5 ได้เฝ้าติดตามพฤติการณ์กลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงนำยาเสพติดมาพักไว้ที่บ้านสวนไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 9 บ้านแดนชน ต.เหมืองหม้อ อ.เมืองแพร่ จว.แพร่ เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวและสังเกตการณ์ บริเวณใกล้บ้านหลังดังกล่าวเรื่อยมา

จนกระทั่งวันที่ 23 มกราคม 2569 เวลา 23.00 น. ได้มีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า เลขทะเบียน กน 467 แพร่ ขับมาจอดบริเวณหน้าบ้านดังกล่าว จากนั้นได้มีชายรูปร่างอ้วนลงมาจากรถเปิดฝากระโปรงหลังแล้วยกกระสอบยาเสพติดลงมาไว้บริเวณหน้าบ้านดังกล่าวแล้วขับออกไป เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ติดตามไปและเรียกให้หยุดทำการควบคุมตัวไว้ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกส่วนหนึ่งซึ่งเฝ้าอยู่บริเวณหน้าบ้าน สังเกตเห็นชาย 2 คน ออกมาขนกระสอบเข้าไปเก็บไว้ภายในบ้าน จึงได้แสดงตัวเพื่อทำการขอตรวจค้นผลการตรวจค้นพบ ยาบ้า จำนวน 1,200,000 เม็ด วางอยู่ภายในห้องหลังบ้าน จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองแพร่ จว.แพร่ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไปคดีที่ 2หน่วยที่จับกุม สภ.แม่สาย จว.เชียงราย, กก.สส.ภ.จว.เชียงราย และ กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.5 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวัน/เดือน/ปี ที่เกิดเหตุ ​

26 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 13.30 น.สถานที่จับกุม ​บริเวณลานจอดรถโรงแรมเชนวิลล่า เลขที่ 412 หมู่ที่ 10 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จว.เชียงราย ​พฤติการณ์แห่งคดี​เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 23.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติด บริเวณบ้านผาแตก ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จว.เชียงราย โดยจะมีการนัดรับ-ส่ง ยาบ้าใกล้พื้นที่ชายแดนเพื่อลำเลียงไปยังประเทศตอนใน โดยแจ้งว่าจะใช้รถยนต์เก๋งสีขาว หมายเลขทะเบียน กธ 5727 เชียงราย เพื่อใช้ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติด เมื่อได้รับแจ้ง จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นและได้รับคำสั่งให้ทำการเฝ้าติดตามตรวจสอบกลุ่มบุคคลดังกล่าว ต่อมาพบรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่บริเวณลานจอดรถ โรงแรมเซนวิลล่า เลขที่ 412 หมู่ 10 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จว.เชียงราย จึงได้ร่วมกันเฝ้าระวังติดตามจนกระทั่งเวลาประมาณ 13.20 น. ของวันที่ 26 มกราคม 2569 ได้มีชาย 1 คน และหญิง 1 คน เดินออกจากห้องพักมายังที่บริเวณรถยนต์ จากนั้นชายคนดังกล่าวก็ได้เปิดประตูรถยนต์เข้าไปทางประตูคนขับ และหญิงคนดังกล่าวก็ได้ขึ้นรถยนต์ฝั่งโดยสารข้างคนขับด้านข้างซ้าย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเห็นดังนั้น จึงได้แสดงตัวเพื่อขอเข้าทำการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวพบ นายธวัตชัย ผู้ขับขี่ และ น.ส.สุวจี ผู้โดยสาร จากการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 972,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย จว.เชียงราย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไปคดีที่ 3หน่วยที่จับกุม กก.ปพ.บก.สส.ภ.5 และ สภ.แม่แตง จว.เชียงใหม่

ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวัน/เดือน/ปี ที่เกิดเหตุ ​26 ม.ค.69 เวลาประมาณ 22.30 น.สถานที่จับกุม ​บริเวณบ่อขยะในหมู่บ้านหนองโค้ง หมู่ 4 ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง จว.เชียงใหม่พฤติการณ์แห่งคดี​เจ้าหน้าที่ตํารวจชุดสืบสวน กก.ปพ.บก.สส.ภ.5 ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการรับส่งมอบยาเสพติดบริเวณพื้นที่ ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง จว.เชียงใหม่ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและได้รับคําสั่งจาก ผบก.สส.ภ.๕ โดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.ทักษิณ จันทะวงศ์ รอง ผบก.สส.ภ.5 เป็นผู้ควบคุมและสั่งการสืบสวนหาข่าว และติดตามอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งวันนี้ เวลา 20.30 น. ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติด ในบริเวณบ่อขยะ ของหมู่บ้านปางเปา จึงได้ทำการไปยังจุดตามที่สายลับแจ้งไว้ เมื่อไปถึงบ่อขยะในหมู่บ้านและได้ขับรถผ่านไป ได้สังเกตเห็นแผ่นโฟมสีขาววางอยู่ริมถนนข้างขวา ซึ่งตรงกับข้อมูลที่สายลับได้แจ้งไว้ จึงได้ลงจากรถเพื่อไปทําการตรวจสอบจากการตรวจสอบพบถุงพลาสติกสีดำจำนวน 5 ถุง ตรวจสอบภายในพบยาบ้า จํานวน 1,070,000 เม็ด จากนั้นจึงได้ทำการตรวจยึดของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่แตง จว.เชียงใหม่ เพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทําผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป..

สภ.เมืองเชียงใหม่ #ออกมาตราการเพิ่มความเข้มป้องกันเหตุอาชญากรรมเกี่ยวกับร้านทองในพื้นที่ อัพเดทกล้อง cctv ทั้งภาครัฐและเอกชนให้พร้อมใช้งาน
นับ 1,000 ตัว สร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

สืบเนื่องในภาวะตลาดทองคำที่มีราคาสูงขึ้นทุกวัน ราคาทองคำ ประมาณ 80,000 บาท ต่อน้ำหนักทองคำ 1 บาท
ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสี่ยงเกี่ยวกับอาชญากรรมตามมาเช่นกันโดยการอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 และพล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชัยงใหม่

ได้มีข้อห่วงใยถึงสถานการณ์ราคาทองสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและเพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่
จึงมีข้อสั่งการให้ สถานีตำรวจในสังกัดเพิ่มมาตราการในการป้องกันเหตุ เกี่ยวกับร้านทองและออกประชาสัมพันธ์เตือนประชาชนให้ระมัดระวังเพื่อเป็นการป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นวันนี้ 30 ม.ค. 69พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลาผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่

พ.ต.ท.ทัตตวีย์ ด่านพิทักษ์ตระกูล รอง ผกก.ป.ฯ พ.ต.ท.วิษณุ นวนมุสิด สวป.ฯพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ได้ร่วมปล่อยแถวชุดปฏิบัติการสายตรวจ เพื่อเฝ้าระวังการเกิดเหตุอาชญากรรมเกี่ยวกับร้านทองบริเวณ ตลาดวโรรส ซึ่งมีร้านทองและประชาชนนักท่องเที่ยวมาจับจ่ายใช้สอย
เป็นจำนวนมาก จากนั้นออกตรวจดูแลความปลอดภัย ร้านทองภายในตลาดวโรรส อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยได้มีการประชาสัมพันธ์ถึงมาตรการป้องกันเหตุอาชญากรรม
ดังนี้

-การอัพเดทกล้อง cctv ให้พร้อมใช้งาน 100%
-การติดสัญญาณแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ
-แนะนำ วิธีการสังเกตุผู้มีพฤติการณ์ต้องสงสัย
-การติดตั้ง ระบบล็อคประตู
-การติดตั้งลูกกรงเหล็ก
-เพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสาร จนท.ตร. ทุกช่องทาง
ซึ่งได้รับการตอบรับและให้ความร่วมมือจากร้านทางทองเป็นอย่างดี

จากนั้นได้เข้าพบ นายสุรพล โอวิทยากุลประธานชมรมร้านทองจังหวัดเชียงใหม่และเป็นเจ้าของร้านทอง ย่งเชียงล้ง
เพื่อประสานความร่วมมือและให้มีความพร้อมในการประสานการทำงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยแจ้งข่าวให้กับเพื่อนสมาชิกร้านทองหากมีเหตุเกิดขึ้น สามารถกระจ่ายข่าวได้ทันที ซึ่งนาย สรุพลฯ ยินดีเป็นสื่อกลางประสานข้อมูลให้ระหว่างร้านทองและ เจ้าหน้าที่ตำรวจพ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลาผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่กล่าวว่า ในภาวะทองคำราคาสูงเช่นนี้ต้องมีมาตราการป้องกันที่เข้มข้นเพิ่มความถี่ให้สายตรวจหมั่นออกตรวจตราStop walk talk ร้านทองอย่างสม่ำเสมอและนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำงานให้มากที่สุด และแนะนำช่องทางการแจ้งเหตุหรือแจ้งเบาะแสอาชญากรรม ทางหมายเลขโทรศัพท์ 053-327191

หรือ สายด่วน 191 แนะนำประชาสัมพันธ์ แอปพลิเคชั่น ตำรวจห่วงใยประชาชน (POLICE CARE) รวมทั้งหาความร่วมมือกับชมรมร้านทองจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อคงการสื่อสาร และแจ้งเบาะแสกันได้ตลอดเวลาทั้งนี้ จนท.ตร. ต้องทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความปลอดภัย และความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนให้อยู่อย่างปกติสุข

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สิงห์แมงกะไซค์ทั่วโลก ร่วมฉลองงานบูรพา พัทยา ไบค์วีค ปีที่ 29 คาดแก๊ง MC ทำเม็ดเงินท่องเที่ยวท้องถิ่นสะพัดหลายล้าน

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 30 มกราคม 2569 ที่ลานเครื่องบิน ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา จ.ชลบุรี ดร.ศิวัช บุญเกิด รองปลัดเมืองพัทยา นายประสาร นิกาจิ นายกสมาคมบูรพามอเตอร์ไซค์เคิลคลับ

พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวการจัดงานบูรพา พัทยา ไบค์วีค 2026 โดยมี สมาชิกผู้ชื่นชอบรถจักรยานยนต์ ตลอดจนประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สนใจร่วมงานอย่างคับคั่ง

สำหรับงานบูรพา พัทยา ไบค์วีค 2026 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก ซอยชัยพฤกษ์ 2 เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

ถือเป็นอีเว้นต์ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่พี่น้องชาวไบค์เกอร์จากทั่วโลกตอบรับเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมากสร้างเม็ดเงินการท่องเที่ยวจำนวนหลายล้านบาทตลอด 29 ปีเต็ม

การจัดงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Wheels of Nostalgia” สะท้อนความคลาสสิก ความทรงจำ และมิตรภาพของชาวไบค์เกอร์จากรุ่นสู่รุ่น โดยภายในงานแบ่งพื้นที่กิจกรรมออกเป็น 8 โซนหลัก ได้แก่ Rock Stage, King Stage, Junior Stage,

Cowboy Indian, Stunt Show, โซนรถเครื่องเสียง, โซนร้านค้า และโซนอาหาร โดยคาดว่าในปีนี้จะได้รับการตอบรับจากคลับ Bike Week จากทั่วโลกที่เคยมาร่วมงานจำนวนมาก เฉกเช่นปีที่ผ่านมา