เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ ตร.เมืองโคราชเข้ม รับมือเหตุชิงทองซ้อมแผนเต็มรูปแบบ สร้างความอุ่นใจร้านทอง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา ได้ดำเนินการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ณ ร้าน ไท้เฮงล้ง(ตราช้าง) TGG ถนนชุมพล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน และเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การซ้อมแผนเริ่มต้นด้วยสถานการณ์จำลอง คนร้ายสวมหมวกกันน็อก ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาก่อเหตุใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานเพื่อชิงทองคำ จากนั้นเป็นการฝึกขั้นตอนการรับมือของร้าน การแจ้งเหตุ การติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ การส่งต่อข้อมูลคนร้ายและทิศทางหลบหนี เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและเข้าจับกุมได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุจริง

พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า การซ้อมแผนในครั้งนี้ได้บูรณาการกำลังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งหัวหน้าสายตรวจ พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่สืบสวน และผู้ปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละจุด เพื่อให้ทุกคนเข้าใจบทบาทและขั้นตอนการปฏิบัติอย่างชัดเจน เมื่อเกิดเหตุจริงจะสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดยการซ้อมในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ทุกนายมีความเข้าใจตรงกัน ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าตำรวจมีความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่

ด้านนางสาวภัทรียา รัตนศิริมณีเวทย์ หรือ “คุณนิด” เจ้าของร้านไท้เฮงล้ง(ตราช้าง) TGG กล่าวว่า การซ้อมแผนในวันนี้ช่วยให้ร้านและพนักงานมีความเข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุจริงมากขึ้น ทั้งการแจ้งเหตุ การติดต่อประสานงาน และการดูแลความปลอดภัยภายในร้าน ทำให้รู้สึกอุ่นใจและมั่นใจมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวสูง พร้อมยืนยันว่าการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่โคราชมีความเข้มงวดและใส่ใจมาโดยตลอด ขอให้ลูกค้ามั่นใจว่าสามารถซื้อ–ขายทองได้อย่างปลอดภัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / การประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ประจำปี 2569 ครั้งที่ 1

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ ( 29 ม.ค. 69) เวลา 09.30 น. ณ ห้องศรีพัชรินทร สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครราชสีมา พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ประจำปี 2569 ครั้งที่ 1 เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและการให้ข้อเสนอแนะของผู้บริหารเพื่อนำไปสู่การ “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ” ต่อการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานแบบบูรณาการให้มีความประสานสอดคล้อง และสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน อันจะทำให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังเพื่อสร้างความรู้จัก และความสัมพันธ์ที่ดีในระดับผู้บริหาร โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานด้านความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จากพื้นที่ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมในการประชุมฯ

โดยเป็นการประชุมเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติ ในการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยในครั้งนี้ ได้มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้แก่ การป้องกันภัยคุกคามเร่งด่วนการสกัดกั้นภัยคุกคามข้ามชาติ และปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดนการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ อาชญากรรมออนไลน์ และการก่อการร้ายข้ามชาติการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ มาตรการสกัดกั้นข่าวปลอม (Fake News) ซึ่งปัญหาดังกล่าว นับว่าเป็นภัยคุกคามซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นส่วนรวม

ซึ่ง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ได้กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานในห้วงต่อไป โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและชัดเจนเกี่ยวกับอำนาจ ขอบเขต บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ เพื่อให้การปฏิบัติงานด้านความมั่นคงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้องตามกรอบกฎหมาย มีความเป็นรูปธรรม และสามารถสร้างผลสัมฤทธิ์ที่ประจักษ์ต่อทุกภาคส่วน โดยกำหนดเป้าหมายหลักในการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคง จำนวน 5 ประการ ได้แก่ การสร้างความชัดเจนในบทบาทหน่วยงานด้านความมั่นคง การยกระดับศักยภาพในการรับมือภัยคุกคามทุกรูปแบบ การทำงานเชิงรุกโดยอาศัยข้อมูล การประเมินสถานการณ์ และความร่วมมือจากประชาชน การบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ พร้อมการติดตามประเมินผล และการเสริมสร้างบทบาทกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด ในการช่วยเหลือประชาชน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างมีประสิทธิภาพ

ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ได้ขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงอย่างบูรณาการ โดยให้ความสำคัญกับการประเมินและรับมือภัยคุกคามเชิงรุก การดูแลความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน การแก้ไขปัญหายาเสพติด อาชญากรรมทางเทคโนโลยี สาธารณภัย และการเสริมสร้างความเข้มแข็งในระดับพื้นที่ ควบคู่กับการวางตัวเป็นกลางทางการเมืองในห้วงการเลือกตั้งและประชามติ

ทั้งนี้ หวังว่าความร่วมมือดังกล่าว จะทำให้การรักษาความมั่นคงภายในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงให้แก่ประชาชนและประเทศชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม และขอขอบคุณทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันแก้ไขปัญหา จากสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา จังหวัดชายแดนที่มีการแจ้งเตือน, การอพยพประชาชน, การจัดระเบียบในพื้นที่อพยพ, การตรวจสอบสายลับ และการดูแลพื้นที่ส่วนหลังจังหวัดตอนใน รวมถึงการมอบสิ่งของบริจาค, จัดพิธีศพทหาร, การตรวจสอบแรงงานต่างด้าว ความมุ่งมั่นตั้งใจ เสียสละของทุกภาคส่วน รวมทั้งสร้างการรับรู้แก่ประชาชน เพื่อให้ความร่วมมือสนับสนุน และการมีส่วนร่วม ในการปฏิบัติภารกิจให้เกิดความมั่นคงของชาติ ประชาชนมีความกินดีอยู่ดี มีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมีความรัก ความสามัคคี ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ อย่างยั่งยืนสืบไป

ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 2

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรม Work Shop ดอกไม้แห่งความจงรักภักดี และโบว์สีดำติดเสื้อ โครงการหนึ่งความดี ล้านความรัก ภูมิใจภักดิ์พระพันปีหลวง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ที่ อาคารหอประชุมวัดดอนมูล ตำบลดูได้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดกิจกรรม Work Shop ดอกไม้แห่งความจงรักภักดี และโบว์สีดำติดเสื้อ ถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพระพันปีหลวง

ภายใต้โครงการหนึ่งความดี ล้านความรัก ภูมิใจภักดิ์พระพันปีหลวง เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดี รวมทั้ง แสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระองค์ทรงเป็น “แม่ของแผ่นดิน” ที่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของราษฎรมาตลอดพระชนม์ชีพ โดยกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นบุคลากรจากหน่วยงานในจังหวัดน่านประกอบด้วย ส่วนราชการ เหล่ากาชาดจังหวัดน่าน กิ่งกาชาดอำเภอทุกแห่ง สถานศึกษาในจังหวัดน่าน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน

สภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน และสภาวัฒนธรรมอำเภอทุกแห่ง จำนวน 80 คนด้วยกระทรวงวัฒนธรรมได้จัดโครงการหนึ่งความดี ล้านความรัก ภูมิใจภักดิ์พระพันปีหลวง เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดี รวมทั้ง แสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระองค์ทรงเป็น “แม่ของแผ่นดิน” ที่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของราษฎรมาตลอดพระชนม์ชีพ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการส่งเสริมอาชีพและคุณภาพชีวิตของราษฎรในถิ่นทุรกันดารผ่านการก่อตั้งและส่งเสริม “โครงการศิลปาชีพ” ซึ่งเป็นการฟื้นฟูและอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทยให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยมีวิทยากรทำกิจกรรม Work Shop จากสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดน่าน สอนการประดิษฐ์ ดอกไม้แห่งความจงรักภักดี และโบว์สีดำติดเสื้อ เพื่อให้ประชาชน

ได้ร่วมแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยดอกไม้แห่งความจงรักภักดี และโบว์สีดำติดเสื้อ จะได้นำไปแจกจ่ายให้กับพสกนิกรชาวจังหวัดน่าน และประชาชนทั่วไป ในกรณีที่ไม่สามารถแต่งกายด้วยชุดสีดำล้วน เช่น พนักงานที่มีชุดยูนิฟอร์ม สามารถใช้การติดริบบิ้น หรือโบว์สีดำบริเวณหน้าอก แทนการสวมชุดสีดำได้/ภาพ/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอนครชัยศรีเป็นประธานเปิดการอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ณ หอประชุมอำเภอนครชัยศรี

แชร์เนื้อหานี้

นายอำเภอนครชัยศรีเป็นประธานเปิดการอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งและคณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียงประชามติ ณ หอประชุมอำเภอนครชัยศรีตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2568 และคณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันเลือกตั้งทั่วไป พร้อมกับมีการออกเสียงประชามติในวันเดียวกันด้วย นั้น

วันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดการอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งและคณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียงประชามติ

ณ หอประชุมอำเภอนครชัยศรี ในวันนี้ผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วย คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งและออกเสียงเลือกตั้งและคณะกรรมการที่เลือกตั้งกลาง โดยกำหนดอบรม 6 รุ่น จำนวนผู้รับการอบรมทั้งสิ้น 2,412 คน เพื่อร่วมกันดำเนินการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.ภ.จว.นครปฐม ได้เดินทาง สภ.โพรงมะเดื่อได้มอบข้าวสาร ไข่ น้ำมันพืช สนับสนุนโครงการอาหารกลางวัน

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 29 ม.ค.69เวลา 11.00 น.พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐมได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม สภ.โพรงมะเดื่อพบ
พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียมผกก.สภ.โพรงมะเดื่อพ.ต.ท.อลงกรณ์ กาญจนนฤนาทรอง ผกก.ป.สภ.โพรงมะเดื่อพ.ต.ท.มณฑล สุขศุภชัย
รอง ผกก.(สอบสวน)

สภ.โพรงมะเดื่อพ.ต.ท.อภิชาติ หงส์ไพบูลย์ รอง ผกก.สส.สภ.โพรงมะเดื่อว่าที่ พ.ต.ท.บุญสร้าง จิ๋วน้อย
สว.อก.สภ.โพรงมะเดื่อพร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.โพรงมะเดื่อ

ตรวจสอบการให้บริการบนสถานีตำรวจและการดำเนินการตามนโยบาย ผบ.ตร.และ ผบช.ภ.7 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุ่มตรวจการโหลดแอปพลิเคชั่น police care ของข้าราชการตำรวจในสังกัด ได้ทำการโหลดครบทุกนาย

ได้มอบข้าวสาร ไข่ น้ำมันพืช เพื่อสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันของ สภ.โพรงมะเดื่อ เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนการจัดอาหารกลางวันแก่ข้าราชการตำรวจและเจ้าหน้าที่ในสังกัด อันเป็นการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจ ลดภาระค่าใช้จ่าย และส่งเสริมคุณภาพชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ ได้จัดเลี้ยงอาหารเสริมกลางวันข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง ลาบน้ำตก และร่วมกิจกรรมทำอาหารพร้อมรับประทานอาหารกลางวันกับข้าราชการตำรวจและเจ้าหน้าที่ในสังกัด เพื่อส่งเสริมความสามัคคี ความเข้าใจอันดี และสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติราชการ

ณ สภ.โพรงมะเดื่อ ต.โพรงมะเดื่อ อ.เมือง จว.นครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น้องแหม่มซ่าส์ คว้ามงกุฎบนเวที มิสแกรนด์อำนาจเจริญ 2026 ณ Mr.Fox Live House Bangkok (ศรีวรา ทาวน์ อินทาวน์)

แชร์เนื้อหานี้

มิสแกรนด์อำนาจเจริญ 2026 รอบตัดสิน ทุกแบรนด์มีส่วนทำให้ การประกวดในครั้งนี้ยิ่งใหญ่ สมบูรณ์แบบอย่างที่ปฏิเสธไม่ได้เลย👑น้องแหม่มซ่าส์👑 กับการคว้ามงกุฎบนเวที มิสแกรนด์อำนาจเจริญ 2026 ในค่ำคืนวันที่ 28 มกราคม 2026 ณ Mr.Fox Live House Bangkok (ศรีวรา ทาวน์ อินทาวน์) ที่ผ่านมา ซึ่งบรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงเชียร์จากเหล่าด้อมนางงามอย่างล้นหลาม

Opening Show: เริ่มต้นด้วยความตื่นตาตื่นใจในสไตล์ Electronic Modern เข้ากับสถานที่อย่าง MR. FOX Live House ที่โดดเด่นเรื่องระบบแสง สี เสียง และจอ LED ขนาดใหญ่ สาวงามผู้เข้าประกวดปรากฏตัวในชุดโชว์ที่เน้นความกระฉับกระเฉง พร้อมการแนะนำตัว “แบบตะโกน” ตามเอกลักษณ์ของมิสแกรนด์

ทีมผู้บริหาร: นำโดย คุณแค๊ป และ คุณได๋ (PD) ที่มาร่วมสร้างสีสันและตอกย้ำความตั้งใจในการเฟ้นหาตัวแทนที่จะไปคว้ามงมิสแกรนด์อำนาจเจริญ 2026ช่วง Performance: จริตแกรนด์สะกดสายตาในรอบนี้ น้องแหม่มซ่าส์ – มาลินี ส่วนมี เริ่มฉายแววความโดดเด่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด:

รอบชุดว่ายน้ำ (Swimsuit Competition): บรรยากาศร้อนแรงขึ้นทันที สาวงามแต่ละคนโชว์ Step การเดินที่มีลูกเล่นแพรวพราว โดยเฉพาะแหม่มซ่าส์ที่ใช้ทักษะศิลปินมาปรับใช้ในการเดิน ทำให้ทุกย่างก้าวดูสนุกและมีเสน่ห์รอบชุดราตรี (Evening Gown): เปลี่ยนอารมณ์มาสู่ความหรูหรา สง่างาม เป็นช่วงที่เผยให้เห็น “ออร่า” ของว่าที่ผู้ชนะอย่างชัดเจน

ในงานประกวดมิสแกรนด์อำนาจเจริญรอบตัดสิน ตวัน ณัฐฏ์ฐณิญา ทรัพย์ภคินกุล ได้ปรากฏตัวในชุดราตรีที่สง่างามเพื่อทำการ Speech อำลาตำแหน่ง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บีบหัวใจทั้งเจ้าตัวและแฟนคลับความรู้สึกท่วมท้น: ตวันยอมรับว่าเส้นทางนี้ไม่ได้ง่าย แต่เป็นปีที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปอย่างสิ้นเชิง เธอขอบคุณโอกาสจากกองประกวดที่ทำให้เด็กสาวคนหนึ่งได้เติบโตและเป็นกระบอกเสียงให้กับชาวอำนาจเจริญผลการประกวด มิสแกรนด์อำนาจเจริญ 2026 มิสแกรนด์อำนาจเจริญ 2026 (ผู้ชนะเลิศ): น้องแหม่มซ่าส์ – มาลินี ส่วนมี รองอันดับหนึ่ง น้อง บิวบิว อรพรรณ หาญพัฒนภูมิ

ในคืน Final รอบตัดสินที่ MR. FOX ถือว่าเป็นการโชว์ศักยภาพของ “แหม่มซ่าส์” ที่โดดเด่นมาก โดยเฉพาะในรอบการตอบคำถามและการเดิน Performance ที่ถูกจริตแฟนนางงามสายแกรนด์สุด ๆ ทำให้เธอสามารถคว้ามงกุฎไปครองและจะเป็นตัวแทนจังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อไปชิงมงกุฎทองบนเวทีใหญ่ Miss Grand Thailand 2026 ต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ภรณ์ณิภัทร สนสาขา ( น้องกี้) ได้เป็นตัวแทนจ.นครปฐม สู่เวทีประกวดนางสาวไทยระดับประเทศ และการประกวดในเวทีระดับนานาชาติ

แชร์เนื้อหานี้

สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-นครปฐม ประกาศผลการประกวดนางสาวไทย และมอบมงกุฎนางสาวไทยนครปฐม 2569 ให้กับ นางสาวภรณ์ณิภัทร สนสาขา ( น้องกี้) ได้เป็นตัวแทนจังหวัดนครปฐม สู่เวทีประกวดนางสาวไทยระดับประเทศ และการประกวดในเวทีระดับนานาชาติ

วันที่ 27 มกราคม 2569 ที่โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานพิธีประกาศผลการประกวดนางสาวไทยนครปฐม พร้อมเปิดตัวและมอบมงกุฎนางสาวไทยนครปฐม 2569 โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ร่วมเป็นเกียรติในการมอบรางวัลและมอบช่อดอกไม้ในครั้งนี้

โอกาสนี้ นางสาวณัฏฐ์ปภาณ จันทร์ละมูล นายกสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-นครปฐม และกรรมการสมาคมฯ ประกอบด้วย Mr. ลี อาบาร์ ประธานกรรมการบริษัท พรประเสริฐรังนกไทย จำกัด ,คุณรุ่งนภา แก้วศรีพันธ์ ประธานกรรมการบริษัทรุ่งนภา ท็อปแลนด์ 2015 จำกัด และกรรมการสมาคมสตรีนักธุรกิจฯ , คุณสุภจิรา ดุรงค์เดช บริษัทมาซูม่า (ประเทศไทย) จำกัด และและกรรมการสมาคมสตรีนักธุรกิจฯ, คุณชริยา มีใจดี สมาคมสตรีนักธุรกิจฯ , คุณกิรณา ปิติศศิกร บริษัทซีพีเอ็ม อกรีคัลเจอร์ จำกัด,

คุณศศิพิมล แก้วทวีทรัพย์ ประธานกรรมการบริษัทระฆังทองพลาสติก จำกัด และกรรมการสมาคมสตรีนักธุรกิจฯ, และคุณกตัญชลี แซ่อึ้ง กรรมการผู้จัดการ บริษัทไพโอเนียร์ เอ็นจิเนียริ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ร่วมแถลงการจัดประกวดนางสาวไทยนครปฐม 2569 ซึ่งในปีนี้ได้แก่ หมายเลข 4 นางสาวภรณ์ณิภัทร สนสาขา ( น้องกี้) อายุ 24 ปี ได้เป็นตัวแทนจังหวัดนครปฐม สู่เวทีประกวดนางสาวไทยระดับประเทศ และการประกวดในเวทีระดับนานาชาติ

รองอันดับ 1 หมายเลข 1 นางสาวสิตานัน ดำชุม (น้องใบเฟิร์น) อายุ 27 ปี รองอันดับ 2 หมายเลข 7 นางสาวกมนธิดา อาภาวงศ์กวิน (น้องเกรซ) อายุ 19 ปี
รองอันดับ 3 หมายเลข 6 นางสาวพัสตราภรณ์ แพรอัตถ์ (น้องลูกพั้นซ์) อายุ 18 ปีรองอันดับ 4 หมายเลข 2 นางสาวกัญญาณัฐฏ์ บุญมา (น้องออมสิน) อายุ 18 ปีรางวัลขวัญใจมหาชน หมายเลข 6 นางสาวพัสตราภรณ์ แพรอัตถ์ (น้องลูกพั้นซ์) อายุ 18 ปี

รางวัลชมเชย หมายเลข 3 นางสาวชญาภัช สมศักดิ์ (น้องผ้าแพร) อายุ 26 ปี และ หมายเลข 5 นางสาวกัญญาณัฐ ร่างใหญ่ (น้องเพลงพราว) อายุ 21 ปี
นางสาวสาวิกา ลิมปะสุวัณณะ กรรมการสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-นครปฐม และประธาน Young BPY ประเทศไทย

กล่าวว่า สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย -จังหวัดนครปฐม เป็นองค์กรสาธารณะกุศล สนับสนุนนักธุรกิจและวิชาชีพให้อยู่ในระดับแถวหน้าของสังคม ไม่ว่าจะเป็นระดับจังหวัดและระดับชาติ ในงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม

วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจังหวัดนครปฐม ด้วยการส่งเสริมภาพลักษณ์อันดีงามของจังหวัด ผ่านเวทีการประกวด แสดงถึงความงดงามของวัฒนธรรมไทย ผ่านการแสดงออกทั้งในเรื่องของการแต่งกาย และศิลปะการแสดงต่างๆ อีกทั้ง

ค้นหาสาวงามที่มีคุณสมบัติความพร้อมทั้งด้านบุคลิกภาพ สติปัญญา ความสามารถ และจิตสำนึกเพื่อสังคม ในการเป็นตัวแทนของจังหวัดนครปฐม เพื่อส่งเข้าสู่เวทีการประกวดนางสาวไทยในระดับประเทศ รวมไปถึงการประกวดในเวทีระดับนานาชาติ ในการเป็นเวทีสำหรับการทำกิจกรรมเพื่อสังคม โดยเฉพาะกิจกรรมที่ส่งเสริมสิทธิของสตรี ส่งเสริมความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมในประเด็นต่างๆ ในสังคม

นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายในการสืบสาน และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมอันงดงามของจังหวัดนครปฐม ซึ่งเวทีการประกวดเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของท้องถิ่น สร้างความภาคภูมิใจ
ร่วมกันของคนในจังหวัดอีกด้วย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / 73 ยังแจ๋ว! “ป๋าอ๊อด” เจ้าของร้านบ้านไทฮัท เปิดบ้านทำบุญใหญ่ คนดังสระบุรีแห่ร่วมอวยพรคับคั่ง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 บรรยากาศสุดชื่นมื่นเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 73 ปี ของ นายบุญปลูก เอนสาร หรือที่รู้จักกันดีในนาม “ป๋าอ๊อด” เจ้าของร้านอาหารชื่อดัง “บ้านไทฮัท อีสาน / สเต็ก / ซีฟู๊ด” และเจ้าของร้านอาหารบ้านสวนริมคลอง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ใกล้เทศบาลเชียงรากใหญ่ เบอร์ติดต่อร้าน 021993777 0819154995 ( ป๋าอ๊อดเจ้าของร้าน )

โดยภายในงานได้รับเกียรติจากข้าราชการระดับสูง นักการเมือง และเพื่อนพ้องน้องพี่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างเนืองแน่น ณ บ้านเลขที่ 98 หมู่ 1 ตำบลหนองแขม อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี
​ช่วงเช้า: พิธีสงฆ์เสริมสิริมงคล

กิจกรรมเริ่มต้นขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 10:00 น. โดยป๋าอ๊อดและครอบครัวได้จัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระเพล เพื่อความเป็นสิริมงคลในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 73 อย่างสง่างาม ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นจากเหล่ามิตรสหายคนสนิทที่เดินทางมาร่วมอนุโมทนาบุญและมอบกระเช้าของขวัญแทนความระลึกถึงกันอย่างไม่ขาดสาย
​ช่วงค่ำ: งานเลี้ยงสังสรรค์และพลังแห่งมิตรภาพ

​ในช่วงค่ำ บรรยากาศกลับมาคึกคักอีกครั้งด้วยงานเลี้ยงสังสรรค์ที่จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ โดยมีแขกผู้มีเกียรติระดับชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัดสระบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงมาร่วมกล่าวอวยพรและมอบของขวัญกันอย่างคับคั่ง อาทิ: นายนพดล พลซื่อ นายอำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี
รศ. ดร. บุญส่ง ชเลธร

ดร อัฏฐพล ถิรพงษ์ศิริ ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวิทยา 2
​นายกสุนทร เข็มนาค นายกเทศมนตรีตำบลหนองแค และประธานสันติบาลจังหวัดสระบุรี สจ.ยุทธนา เข็มนาค พร้อมทีมงาน
นายอุทัย ทัพอาสา อดีตผู้บัญชาการเรือนจำกลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

นายสมบูรณ์ แสงทอง ว่าที่นายก อบต. หนองปลิง ​นายชวน อังคเว ว่าที่รองนายก อบต. หนองปลิงนายปรพล อดิเรกสาร รองนายกสมาคมการค้าอาเซียน-จีนพร้อมด้วยเพื่อนพ้องน้องพี่จากหลากหลายวงการ

​เสียงความประทับใจจากเจ้าภาพในช่วงท้ายของงาน ป๋าอ๊อด ได้กล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านด้วยความซาบซึ้งใจว่า “รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ทุกท่านให้ความเมตตาและสละเวลามาร่วมอวยพรในวันนี้ มิตรภาพจากพี่น้องทุกท่านถือเป็นของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดในวัย 73 ปี”


​งานวันเกิดในปีนี้ไม่เพียงแต่เป็นการฉลองอายุที่เพิ่มขึ้น แต่ยังเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงบารมีและความรักที่ป๋าอ๊อดได้สร้างสมมาตลอดในฐานะผู้ประกอบการและพี่น้องของชาวสระบุรีอย่างแท้จริง
ทีมข่าวภาคสนาม/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้การฯนครปฐมแถลงตมารวบแก๊งนักเลงขาสั้น ก่อเหตุปาระเบิดปิงปอง ไล่ฟันกัน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 ม.ค.2569 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุม สภ.สามพราน ต.สามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ.สามพราน พ.ต.ท.สิทธิพร ไชยสิทธิ์ รอง ผกก.ป.สภ.สามพราน พ.ต.ท.ธนบดี รัชญ์พัฒน์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.สามพราน พ.ต.ท.ชานนท์ ยางนอก รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.สามพราน แถลงผลปฏิบัติการยุทธการพิทักษ์นครปฐม “สยบราชาย่านสามพราน ปราบอันธพาลนักเลงขาสั้น”
สืบเนื่องจากกรณี มีผู้ใช้แอพพลิเคชัน TIKTOK

โดยใช้ชื่อ “ราชาย่านสามพราน”มีการโพสต์คลิปโดยมีลักษณะกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาท โดยใช้อาวุธมีดและวัตถุระเบิด ไล่ทำร้ายกันบริเวณถนนสาธารณะ (ถนนนายอำเภอ) หมู่ที่ 8 ต.คลองใหม่ อ.สามพราน จ.นครปฐม นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามพราน ได้ทำการสืบสวนพิสูจน์ทราบตัวตนของบุคคลในคลิปดังกล่าว จนสามารถสืบสวนติดตามตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าวมาดำเนินคดีได้โดยผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นเด็กและเยาวชนกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมต้นและอดีตนักเรียนมัธยมต้นที่ถูกออกจากการเรียน ระหว่างแก๊ง “ราชาย่านสามพราน” กับ “แก๊งนักเลงขาสั้น”

พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสองกลุ่มรวม 19 ราย ดังนี้ แก๊งราชาย่านสามพราน จำนวน 8 ราย กระทำผิดฐาน “ ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น หรือทรัพย์ของผู้อื่น ,ร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร” พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิด ดังนี้ 1.วัตถุระเบิดแบบประกอบขึ้นเองจำนวน 1 ลูก 2.อาวุธมีดพร้ายาวและอาวุธดาบยาวจำนวน 9 เล่ม 3.ด้ามอาวุธปืนยิงปลา จำนวน 1 อัน 4.รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน

พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา แก๊งนักเลงขาสั้น จำนวน 11 ราย กระทำผิดฐาน ร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น หรือทรัพย์ของผู้อื่น ,ร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร” และนำส่งไปยังศาลเยาวชนและครอบครัวตามกฎหมายต่อไป โดยได้พบปะพูดคุยสังเกตการณ์สอบสวน สอบถามกลุ่มผู้ต้องหาและผู้ปกครองถึงสาเหตุปัญหาการทะเลาะวิวาท รวมถึงอบรมแนะนำผู้ต้องหา
จากนั้นประชุมกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามพราน ให้ดำเนินคดีในทุกมิติเป็นไปด้วยความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรมต่อคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชาสัมพันธ์อุตรดิตถ์ จัดโครงการบริหารเครือข่ายการประชาสัมพันธ์ระดับจังหวัด เสริมศักยภาพเครือข่าย รับการเลือกตั้งและประชามติ ปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมสวนอาหารแลบัว ตำบลป่าเซ่า อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์

นายสรพงษ์ มานะสุขอนันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการบริหารเครือข่ายในระดับจังหวัด กิจกรรมการสร้างและพัฒนาเครือข่ายการประชาสัมพันธ์จังหวัด

ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์จัดขึ้น เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ให้แก่เครือข่ายในพื้นที่ โดยมี นางสาวนันทนีย์ ติบใจ ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์ และ นายฉลองฤทธิ์ ศรีสูงเนิน ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ และหัวหน้าส่วนราชการร่วมด้วย

โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเครือข่ายการประชาสัมพันธ์จังหวัดให้มีความเข้มแข็ง สามารถผลิตและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2569 ให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อกระบวนการประชาธิปไตย

กลุ่มเป้าหมายของโครงการประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านการประชาสัมพันธ์ ผู้แทนสื่อมวลชน และผู้แทนอาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านและชุมชน รวมจำนวนทั้งสิ้น 41 คน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารของภาครัฐไปสู่ประชาชนในระดับพื้นที่อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ

รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า การสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญเพื่อสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจให้กับประชาชน จังหวัดอุตรดิตถ์มุ่งหวังให้เครือข่ายการประชาสัมพันธ์ในพื้นที่สามารถทำงานเชิงรุก สร้างการรับรู้ที่ถูกต้อง และมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนภารกิจของรัฐ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในช่วงการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติที่จะเกิดขึ้นต่อไป”

นาคา คะเลิศรัมย์/อุตรดิตถ์

พยานเข้าพบพนักงานสืบสวน กดต.ภายหลังจาการร้องเรื่องพบการทุจริตการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมา

วันที่ 27 มกราคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ นายนิกร กล่ำทอง ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)แสนตอ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นำเอกสาร หลักฐาน และพยาน 3 คน เข้าพบพนักงานสืบสวนสอบสวน กกต.จังหวัดอุตรดิตถ์ หลังจากเมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่ผ่านมา นายนิกร ได้เข้ายื่นเอกสาร หลักฐานการกรทำผิดกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น กรณี การเลือกตั้ง นายก อบต.แสนตอ ที่จัดการเลือกตั้งไป

วันที่ 11 มกราคม 2569 นายนิกร กล่าวว่า จากที่ตนในฐานะผู้สมัคร นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)แสนตอ ได้รวบรวมหลักฐานการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นรายหนึ่ง ในพื้นที่ ต.แสนตอ ในการซื้อสิทธิ์ขายเสียงช่วงการเลือกตั้ง นายกฯและ สมาชิก อบต.วันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา ต่อ กกต.จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามกระบวนของกฎหมายเลือกตั้ง ล่าสุดได้รับการประสานจาก กกต.จังหวัดอุตรดิตถ์ ให้ตนในฐานะผู้ร้อง นำพยาน 3 ปาก เข้าสู่กระบวนการดำเนินการไต่สวน ให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน กกต.จงหวัดอุตรดิตถ์ เรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียง

หนึ่งในพยาน กล่าวว่า วันที่ 9 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 18.00-19.00 น.ขณะที่ตนและมารดาอยู่ที่บ้าน ได้มี หัวคะแนน(ผู้หญิง)ของผู้สมัคร นายก อบต.แสนตอรายหนึ่ง มาหาที่บ้านพร้อมยื่นซองกระดาษสีขาว 3 ซองที่ข้างในมีเงินจำนวน 347 บาท พร้อมบอกให้เลือกผู้สมัครนายก อบต.รายหนึ่ง โดยที่บ้านมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 3 คน เมื่อมีการร้องการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ตนจึงมาเป็นพยาน

นายฉลองฤทธิ์ ศรีสูงเนิน ผอ.สนง.คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ (กกต.) กล่าวว่า การเลือกตั้ง อบต.ของจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนให้ความสนใจมาก มาใช้สิทธิ์กว่าร้อยละ 70 ส่วนการร้องเรียนกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ยอมรับว่ามี ซึ่งเป็นเรื่องปกติ และยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน ทั้งนี้สามารถมาร้องเรียนได้ที่ สนง.กกต.จังหวัด เพื่อเข้าสู่กระบวนการต่อไป

อย่างไรก็ตามสำหรับการเลือกตั้ง นายก อบต.และ สมาชิก อบต.ของจังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 11 มค.ที่ผ่านมา มีทั้งหมด ทั้ง 50 แห่ง โดย อบต.บ่อเบี้ย,อบต.ท่าแฝก,อบต.สองห้อง,อบต.พญาแมน,อบต.ท่ามะเฟื่อง,อบต.น้ำหมัน,อบต.ผาเลือด และ อบต.หาดงิ้ว จัดการเลือกตั้งเฉพาะ สมาชิก อบต. ส่วนอีก 42 อบต.จัดการเลือกตั้งทั้ง นายก อบต.และ สมาชิก อบต. ผลการเลือกตั้งรอ กกต.ประกาศรับรอง

นาคา คะเลิศรัมย์/อุตรดิตถ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รวบคาสี่แยก! ศุลกากรสนธิกำลังสกัดจับ “ข้าวเหนียวดำเถื่อน” กว่า 17 ตัน คาสี่แยกนิคมคำสร้อย มูลค่าทะลุ 1 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อเวลาประมาณ 20.10 น. ของวันที่ 26 มกราคม 2569 ภายใต้นโยบายคุมเข้มของ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นางสาวกัญญณัฐ พิพัฒน์กิจไพศาล ผู้เชี่ยวชาญด้านการ สืบสวนและปราบปราม ร.ต.อ.ธนวิน ทัตธนนันท์ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 2

เจ้าหน้าที่ศุลกากร หน่วยสืบสวนปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 2 ส่วนสืบสวนและปราบปราม 1 กองสืบสวนและปราบปราม นำโดยนายสมชาย โชคเฉลิมวงศ์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ ร่วมกับ
ด่านศุลกากรมุกดาหาร, กอ.รมน., ทหารพราน และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง โชว์ผลงานชิ้นโบแดงสกัดกั้นขบวนการลักลอบขนสินค้าเกษตรหนีภาษี

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นที่บริเวณสี่แยกไฟแดงนิคมคำสร้อย ถ.ชยางกูร จ.มุกดาหาร โดยเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจค้นรถบรรทุก 12 ล้อ ยี่ห้อ HINO สีเขียว หมายเลขทะเบียน 70-3211 เลย ตกแต่งคอกซิ่ง พบของกลางเป็น “ข้าวเหนียวดำ” บรรจุกระสอบจำนวนมาก มีแหล่งกำเนิดจากต่างประเทศ น้ำหนักรวมกว่า 17,500 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบเอกสารผ่านพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้อง เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตรวจยึดของกลางพร้อมรถบรรทุกส่งด่านศุลกากรมุกดาหาร เพื่อขยายผลหาตัวเจ้าของและดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 ต่อไป ถือเป็นการตัดวงจรสินค้าเถื่อนที่เข้ามาทำลายกลไกราคาข้าวในประเทศอย่างจริงจัง

ศุลกากร #จับข้าวเถื่อน #มุกดาหาร #ปราบปรามของเถื่อน #ข้าวเหนียวดำ #กรมศุลกากร #นิคมคำสร้อย #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “รังสิมันต์ โรม” บุกมุกดาหาร! ขึ้นรถแห่-ลุยตลาดแตก ชู “ชายสิทธิ์” เบอร์ 2 พรรคประชาชน แก้ปัญหารื้อระบบการเมืองเก่า

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม แกนนำคนสำคัญของพรรคประชาชน ลงพื้นที่เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 หมายเลข 2 ของพรรคประชาชน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีพี่น้องประชาชนให้ความสนใจตลอดสองข้างทาง

ในช่วงเช้า นายรังสิมันต์ โรม ได้ขึ้นรถแห่ปราศรัยเคลื่อนที่ไปรอบเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร โดยเน้นย้ำถึงนโยบายหลักของพรรคในการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่ดิน ปัญหาเศรษฐกิจ การทุจริตคอร์รัปชัน และปัญหายาเสพติด

โดยนายรังสิมันต์ได้กล่าวปราศรัยอย่างดุเดือดตอนหนึ่งว่า “ปัญหาเกือบทุกอย่างมีทางออก แต่ที่ผ่านมานักการเมืองในระบบเดิมไม่เคยคิดจะแก้ไขอย่างจริงจัง กลับเอาปัญหาเหล่านั้นไปแสวงหาประโยชน์ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเปลี่ยนการเมืองให้ไม่เหมือนเดิม”

จากนั้น ขบวนหาเสียงได้เคลื่อนเข้าสู่ ตลาดวัฒนธรรมพรเพชร ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของเมืองมุกดาหาร ทันทีที่นายรังสิมันต์และนายชายสิทธิ์ปรากฏตัว ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย โดยมีการมอบพวงมาลัยดอกดาวเรือง และขอถ่ายภาพเซลฟี่เป็นจำนวนมาก

นายรังสิมันต์ได้เดินทักทายพูดคุยกับแม่ค้าแผงไข่และร้านขายของชำ สอบถามถึงสภาวะเศรษฐกิจในพื้นที่ พร้อมฝากความหวังไว้กับนายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ หมายเลข 2 โดยย้ำว่าพรรคประชาชนพร้อมที่จะเข้ามาทำงานเพื่อเปลี่ยนอนาคตให้คนมุกดาหาร

พรรคประชาชน #รังสิมันต์โรม #ชายสิทธิ์สุวรรณโชติ #เลือกตั้งมุกดาหาร #มุกดาหารเขต1 #เบอร์2 #การเมืองใหม่ #ตลาดพรเพชร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้_////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารแตก! “ธรรมนัส” ขนทัพกล้าธรรมปราศรัยใหญ่คนทะลักหน้าศาลากลาง พร้อมฟาดเดือดพวกพรรคการเมืองสร้างภาพ “ผ้าขาว” แต่ใจ “ดำปิ๊ดปี๋” ลั่นเลิกขายฝันนโยบายหลอกลวงประชาชน!

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค เดินทางเปิดปราศรัยใหญ่ ท่ามกลางประชาชนที่แห่มาร่วมฟังจนมืดฟ้ามัวดิน เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายพนมชัย พันธุ์พุทธ (เขต 1) และ นายเลขาดำไตรสรณคมน์ หนองเรือง (เขต 2)

ร.อ.ธรรมนัส ได้เน้นย้ำถึงความสำเร็จในอดีตเรื่องการผลักดันที่ดิน สปก. 4-01 ให้เป็นโฉนดเพื่อเกษตรกร พร้อมประกาศเดินหน้ายกระดับให้เป็นโฉนดที่ดิน (ครุฑแดง) ทั่วประเทศหากได้รับความไว้วางใจ “นโยบายพรรคกล้าธรรมไม่เน้นความสวยหรูที่ทำไม่ได้จริง แต่เราเน้นสิ่งที่ผ่านการกลั่นกรองและทำได้ทันทีเพื่อพี่น้องเกษตรกรและกลุ่มเปราะบาง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ในช่วงหนึ่งของการปราศรัย ร.อ.ธรรมนัส ได้กล่าวถึงประเด็นความมั่นคงและการค้าชายแดน โดยเฉพาะปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรและยาเสพติด โดยระบุว่าต้องมีการ “ซีลชายแดน” ให้เข้มงวด และต้องทบทวน MOU 43 (ทางบก) และ MOU 44 (ทางน้ำ) กับกัมพูชา หากไทยเสียเปรียบต้องกล้าปรับปรุงหรือยกเลิก

นอกจากนี้ยังสร้างความฮือฮาด้วยการประกาศว่า ในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งหน้า ตนเล็งตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไว้เพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงด้วยตัวเอง “แค่มีชื่อผม ฝ่ายตรงข้ามก็เกรงแล้ว เพราะผมเป็นคนชัดเจน เรื่องอธิปไตยต้องมาที่หนึ่ง หากเจรจาไม่ได้ผลก็ต้องเด็ดขาดเพื่อให้จบปัญหา”

นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงบรรยากาศการเมืองในปัจจุบัน โดยเปรียบเปรยพรรคคู่แข่งบางพรรคที่พยายามสร้างภาพลักษณ์เป็นคนดีบริสุทธิ์เหมือน “ผ้าขาว” แต่เบื้องหลังกลับล้มเหลวและมีมลทิน

“พรรคการเมืองบางพรรคทำตัวสะอาดเหมือนผ้าขาว แต่ความจริงแล้วเบื้องหลัง ‘ดำปิ๊ดปี๋’ เหมือนนํ้าพริกตาแดงบ้านผม สิ่งที่พวกคุณพูดมันย้อนกลับเข้าตัวหมด ผมขอเตือนพี่น้องอย่าไปเชื่อพวกนโยบายขายฝันที่ทำไม่ได้จริง เพราะคนไทยวันนี้ไม่โง่และดูออกว่าใครคือของจริง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าวเสียงกร้าว

นอกจากประเด็นปากท้อง ร.อ.ธรรมนัส ยังได้ตอบโต้กลุ่มการเมืองที่ตั้งคำถามว่า “มีทหารไว้ทำไม?” โดยระบุว่ากองทัพคือรากฐานสำคัญที่ปกป้องบ้านเมืองมาทุกยุคสมัย การคิดจะปฏิรูปประเทศหรือเลียนแบบตะวันตกโดยไม่ดูบริบทของคนไทยคือความผิดพลาด พร้อมย้ำว่าตนเองเป็นคนพูดภาษาชาวบ้าน ตรงไปตรงมา รักคือรัก เกลียดคือเกลียด ไม่ต้องใช้พจนานุกรมแปล

ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค ได้ย้ำถึงความพร้อมของพรรคกล้าธรรมในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ โดยชูความพร้อมของตัวผู้สมัครทั้งเขต 1 และ เขต 2 จังหวัดมุกดาหาร ว่าเป็นคนพื้นที่ที่เข้าใจปัญหาและพร้อมรับใช้พี่น้องประชาชนทันที

ธรรมนัสพรหมเผ่า #อนุดิษฐ์นาครทรรพ #พรรคกล้าธรรม #มุกดาหาร #เลือกตั้ง2569 #พนมชัยพันธุ์พุทธ #เลขาดำไตรสรณคมน์ #ดำปิ๊ดปี๋ #สปกเป็นโฉนด #การเมืองไทย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้_/////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานประเพณีบุญข้าวจี่ ประเพณีเดือน 3 “สืบสานบุญคุ้ม ตุ้มโฮม วัฒนธรรม” สานต่อภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดงานบุญข้าวจี่ ประเพณีเดือน 3 “สืบสานบุญคุ้ม ตุ้มโฮมวัฒนธรรม”

ณ วัดชัยภูมิบ้านค้อ ตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอคำชะอีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงาน สถานศึกษา ผู้นำชุมชน ชาวตำบลบ้านค้อ และประชาชนเข้าร่วมงาน

เพื่อสืบสานประเพณีที่ดีงามของท้องถิ่น ทั้งนี้ ยังช่วยความสามัคคีในชุมชน ในการสืบสาน อนุรักษ์ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม อาหารท้องถิ่น และศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเป็นการสานต่อมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่า

นอกจากนี้ ยังเป็นการนำวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นมาส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชน และของจังหวัดมุกดาหารให้เป็นที่รู้จัก ดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างคุณค่าทางสังคม สร้างรายได้แก่ประชาชน และเกิดประโยชน์โดยรวมร่วมกันต่อไป

ในการจัดงานครั้งนี้ เป็นการบูรณาการจัดงานโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร อำเภอคำชะอี องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านค้อ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สภาวัฒนธรรมตำบลบ้านค้อ

ผู้นำชุมชน และชาวตำบลบ้านค้อ ระหว่างวันที่ 23-25 มกราคม 2569 มีกิจกรรมประกอบด้วย พิธีทำบุญตักบาตรข้าวจี่ การประกวดขบวนแห่ข้าวจี่ประยุกต์ 15 คุ้ม บูธแสดงวิถีชีวิต และการสาธิตทำข้าวจี่

ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแต่ละคุ้ม การประกวดร้องเพลง การประกวดพาแลง การแสดงแสงสีเสียงตำนานบุญข้าวจี่ “นางปุณณาทาสี” การแสดงศิลปวัฒนธรรม รำวงชาวบ้าน และเปิดตลาดวัฒนธรรม ถนนข้าวจี่ จำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชน

📌รายงานโดย : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ดร.เอ้ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ลุยบางพลี ช่วยผู้สมัคร ส.ส. หาเสียง ชูนโยบาย เรียนฟรี / ลดค่าไฟ / แก้หนี้ / แก้น้ำท่วมจบในครั้งเดียว

แชร์เนื้อหานี้

“ดร.เอ้” หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ลงพื้นที่บางพลี ช่วยผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 4 และ เขต 5 หาเสียง พบปะประชาชนตามตลาด ชูนโยบายการศึกษา หนี้สิน ปากท้อง และพลังงาน ย้ำแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากแบบเบ็ดเสร็จ

เมื่อช่วงเย็น วันที่ 26 มกราคม 2569 ดร.เอ้ หรือ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อช่วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หาเสียงในพื้นที่โดยมี นายฐาพล(หรือพีท) ณ น่าน ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 4 หมายเลข 3 และ นายชวกร(หรือซี) อุบลรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 5 หมายเลข 7 ร่วมลงพื้นที่พร้อมทีมงาน

โดยได้นัดรวมตัวกันที่ตลาดทิพนิมิต ก่อนจะขึ้นรถแห่ เดินทางไปที่ตลาดนัดเรือบิน จากนั้นลงเดินหาเสียง พบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง
สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ พรรคไทยก้าวใหม่ ได้ชูนโยบายสำคัญที่มุ่งแก้ปัญหาปากท้องและคุณภาพชีวิตของประชาชน อาทิ เรียนฟรีถึงปริญญาตรี / ครูมีไว้สอนเลิกงานฝาก / เพิ่มอาหารเช้าให้เด็กประถม / 60 ปี ปิดหนี้เสียไม่เกิด 2 แสนบาท / SME ได้เงินก่อนไม่ต้องรอตกเบิก / 20,000 .- เข้าถึงได้ทุกอาชีพอิสระ / ปลดหนี้ กยศ. ชีวิตดีไม่ติดลบ / แก้ครั้งเดียวจบ หยุดท่วมซ้ำซาก / ค่าไฟ 3 บาท ติดโซลาร์เซลล์ฟรี

ดร.เอ้ หรือ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ได้มาหาเสียงที่บางพลี โดยมาที่ตลาดนัดเรือบิน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ในโซนบางพลี วันนี้ได้มาขอคะแนน เพราะตนก็เป็นคนสมุทรปราการ อยู่ในโซนบางพลีอยู่แล้ว ซึ่งปัญหาที่เจอจะเป็นปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก จนทำมาหากินไม่ได้ พรรคไทยก้าวใหม่ขออาสาหยุดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากด้วยการแก้ครั้งเดียวจบ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ขอทำเรื่องนี้ แต่ต้นจะทำไม่ได้เลยถ้าไม่มีใครช่วยทีมสส.สมุทรปราการของตน

นโยบายของพรรค คือการสร้างคนด้วยการศึกษา เพราะการศึกษาคือยาแก้จน ไม่ใช่ยิ่งเรียนยิ่งจนยิ่งเรียนยิ่งเป็นหนี้ เรียนฟรีไม่มีจริง พรรคไทยก้าวใหม่ขอประกาศจะบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญกฎหมาย ว่าทุกคนต้องได้เรียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายทั้งทางตรงและทางอ้อม และปลดหนี้กยศ.

เพราะเป็นหนี้ที่ไม่ควรจะเสียแต่วันแรกอยู่แล้ว นอกจากนั้นแล้วการปลดหนี้ และกองทุนไทยก้าวใหม่ 20,000 บาท ทุกอาชีพอิสระด้วยบัตรประชาชนใบเดียว เพราะพ่อค้าแม่ค้า หรืออาชีพอิสระไม่สามารถไปกู้เงินได้ นอกจากไปกู้เงินนอกระบบ ด้านผู้สูงอายุก็มีสวัสดิการผู้สูงอายุ โดยการปลดหนี้เสียให้ผู้สูงอายุ 60 ปี ไม่เกิน 200,000 บาท

รวมถึงsme ขายของไม่เคยได้เงิน พรรคไทยก้าวใหม่มี นโยบายแคชฟอร์เอสเอ็มอี คือขายของได้ออกให้ก่อนแล้วค่อยตกเบิกทีหลัง และขอย้ำเรื่องการหยุดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากของสมุทรปราการ วันที่ 8 ก.พ. หรือเลือกตั้งล่วงหน้าที่กำลังจะถึง อยากเชิญชวนให้ออกมาเลือกตั้ง และอยากขอฝากถ้ายังเลือกคนเดิมเหมือนเดิม

ก็เหมือนเครนที่ถล่ม เพราะมันผุแล้วเอามาทาสีใหม่ สุดท้ายรอวันถล่ม อยากให้เปิดใจเลือกคนใหม่ๆ ที่มีมีความรู้ความสามารถ คนมืออาชีพอย่างพรรคไทยก้าวใหม่ ถ้าอยากจะใช้ดร.เอ้ ต้องเลือกเบอร์ 49 และเลือก สส.ของพรรคไทยก้าวใหม่ และขอแนะนำผู้สมัคร พีท ฐาพล ณ น่าน สมุทรปราการ เขต4 เบอร์3 ทำเพื่อประชาชนและเป็นนักนโยบาย และ ซี ชวกร อุบลรัตน์ สมุทรปราการ เขต5 เบอร์ 7

นายฐาพล(หรือพีท) ณ น่าน ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 4 หมายเลข 3 บอกว่า อยากฝากถึงพ่อแม่พี่น้องชาวบางพลี วันนี้พรรคไทยก้าวใหม่ ที่นำโดย ดร.เอ้ สุชัชวีร์ มีความตั้งใจจริง ที่อยากจะเข้ามาแก้ปัญหาที่สะสมมานาน สำหรับชาวสมุทรปราการ ขอโอกาสให้คนที่ทำงานเป็น รู้ปัญหาและแก้ได้ตรงจุด อยากขอให้สนับสนุนพรรคไทยก้าวใหม่บัดสีชมพูกาเบอร์ 49 บัตรสีเขียวหมายเลข 3 พีท ฐาพล ณ น่าน สมุทรปราการ เขต 4

นายชวกร(หรือซี) อุบลรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 5 หมายเลข 7 บอกว่า อยากให้พี่น้องคนไทยทุกคน ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง การเลือกตั้งที่จะถึงนี้เพราะตนมองว่าสำคัญ เพราะเป็นการกำหนดอนาคตของประเทศ และอย่างที่ ดร.เอ้ พูดถ้าเลือกคนเดิมก็ได้แบบเดิม อยากให้ลองเปิดใจให้พรรคไทยก้าวใหม่ บัตรสีชมพูเบอร์ 49 บัตรสีเขียว ซี ชวกร อุบลรัตน์ สมุทรปราการ เขต 5 เบอร์ 7


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บขส. เปิดเดินรถสายที่ 16 “บึงกาฬ – บอลิคำไซ” เชื่อมไทย–ลาวอย่างเป็นทางการ หนุนเศรษฐกิจ–ท่องเที่ยวสองฝั่งโขง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 มกราคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดบึงกาฬ นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดการเดินรถโดยสารประจำทางระหว่างประเทศไทย – สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เส้นทางสายที่ 16 (จังหวัดบึงกาฬ – แขวงบอลิคำไซ) เพื่อยกระดับการคมนาคมขนส่งระหว่างประเทศ และส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนลุ่มแม่น้ำโขง

ในพิธีมีนายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ท่านคำเพ็ด สิปะเสิด ผู้อำนวยการบริษัท SPS ท่องเที่ยวและขนส่งโดยสารภายใน–ต่างประเทศ จำกัด (สปป.ลาว) พร้อมด้วยผู้บริหารจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายอรรถวิท รักจำรูญ เปิดเผยว่า การเปิดเดินรถเส้นทางสายที่ 16 เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและ สปป.ลาว ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้สามารถเชื่อมต่อระหว่างประเทศได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ให้ได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย โดยเริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

สำหรับเส้นทางบึงกาฬ – บอลิคำไซ มีระยะทางรวมประมาณ 27 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 3 ชั่วโมง ให้บริการด้วยรถโดยสารปรับอากาศมาตรฐาน 42 ที่นั่ง อัตราค่าโดยสาร 100 บาทตลอดสาย โดยมีตารางเดินรถวันละ 4 เที่ยว ทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ คือ เวลา 08.00 น. 10.30 น. 13.00 น. และ 15.30 น.

นอกจากนี้ บขส. ยังเปิดให้บริการรถ Shuttle Bus รับ–ส่งผู้โดยสารข้ามสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) ระยะทาง 1.4 กิโลเมตร ตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น. ค่าโดยสาร 20 บาท เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามแดน

การเปิดเส้นทางเดินรถในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมระดับภูมิภาค ช่วยลดต้นทุนการเดินทาง เพิ่มโอกาสทางการค้า การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างจังหวัดบึงกาฬและแขวงบอลิคำไซ อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ซูเปอร์สตาร์ กู่เทียนเล่อ กับการคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของการทำงานใน “Back To The Past – เจาะเวลาหาจิ๋นซี เดอะ มูฟวี่”

แชร์เนื้อหานี้

ซูเปอร์สตาร์ กู่เทียนเล่อ กับการคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของการทำงานใน “Back To The Past – เจาะเวลาหาจิ๋นซี เดอะ มูฟวี่”“Back To The Past – เจาะเวลาหาจิ๋นซี เดอะ มูฟวี่” ถูกสร้างขึ้นโดยการดัดแปลงมาจากนวนิยายยอดนิยมของ “หวงอี้” ที่ดำเนินเรื่องหลังจาก 19 ปีในตอนจบของฉบับทีวีซีรีส์ โดยยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์เอาไว้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะการว่าด้วยการเดินทางข้ามกาลเวลา

“หัวใจของหนังบ่งบอกให้เห็นว่า ความผิดพลาดร้ายแรงอาจเกิดขึ้นได้หากประวัติศาสตร์ของมนุษย์ถูกเปลี่ยนแปลงไป” ซูเปอร์สตาร์ กู่เทียนเล่อ ผู้เป็นทั้งนักแสดงและโปรดิวเซอร์ของเรื่องกล่าว “นอกจากนี้ Back To The Past ยังมอบความบันเทิงให้กับผู้ชมในทุกกลุ่มด้วยการผสมผสานฉากแอ็คชั่นที่ได้รับการออกแบบท่าทางการต่อสู้อย่างเชี่ยวชาญเข้ากับองค์ประกอบทาง

ประวัติศาสตร์ที่เข้มข้นและนิยายวิทยาศาสตร์อันล้ำสมัย ทำให้กลายมาเป็นภาพยนตร์ไซไฟ-แอ็คชั่นที่เต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้นตามแบบฉบับที่แฟนๆ คิดถึงมากกว่า 2 ทศวรรษ“ เตรียมพบกับความยิ่งใหญ่เหนือความยิ่งใหญ่ของ ”Back To The Past – เจาะเวลาหาจิ๋นซี เดอะ มูฟวี่“ โดย Right Beyond และ Onpa Cine ในระบบเสียง 2 ภาษา

(จีนกวางตุ้ง/บรรยายไทย และพากย์ไทย) รอบพิเศษดูก่อนใคร 18 กุมภาพันธ์ และรอบปกติเริ่มตั้งแต่ 19 กุมภาพันธ์เป็นต้นไปในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

เจาะเวลาหาจิ๋นซีเดอะมูฟวี่

ขอได้รับความขอบพระคุณจาก
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ไร้ท์ บิยอนด์
สมปอง วิวัฒน์วรศิลป์ โทร 095-4925241

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “อาจารย์เชน” ปลุกโคราช ขอเพื่อไทย 16 เขต เปิดเพลงใหม่รณรงค์เลือกตั้ง

แชร์เนื้อหานี้

นครราชสีมา – เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ตลาดเซฟวัน อำเภอเมืองนครราชสีมา พรรคเพื่อไทยจัดเวทีปราศรัยท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีประชาชนแห่จับจองที่นั่งแน่นเต็มพื้นที่

นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครในจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ นายประเสริฐ บุญชัยสุข เขต 1, นายวัชรพล โตมรศักดิ์ เขต 2 และ นายสมบัติ กาญจนวัฒนา เขต 3

ภายในงานมีการมอบพวงมาลัยของดีเมืองโคราช ทั้งหมี่โคราช พวงมาลัยแคบหมู น้ำพริกปลาร้า กุนเชียง ข้าวตัง และหมูแท่ง สร้างสีสันให้เวทีอย่างคึกคัก พร้อมเปิดตัวเพลงหาเสียงใหม่ชื่อ “อาจารย์เชน” เป็นครั้งแรก โดยเตรียมนำไปใช้เป็นเพลงรณรงค์หาเสียงตลอดช่วงเลือกตั้ง

นายยศชนันขึ้นปราศรัยประกาศความพร้อมว่า “ลูกหลานคนโคราชมาหาแล้ว” พร้อมเดินหน้าเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 โดยยืนยันว่าการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันทำความฝันของประชาชนให้เป็นจริง พร้อมขอแรงสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทยคว้า 16 เขตของโคราช

นายยศชนันยังชูวิสัยทัศน์ยกระดับจังหวัดเป็น “โคราชมหานคร” ครอบคลุมทั้งด้านเกษตร อุตสาหกรรม บริการ ท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมผลักดันการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม

ด้านนโยบายเศรษฐกิจ นายยศชนันย้ำว่าเกษตรกรคือกระดูกสันหลังของชาติ พร้อมเปิด “สงครามกับความยากจน” เดินหน้าล้างหนี้ทั้งระบบ ทั้งหนี้เกษตรกร หนี้ กยศ. และหนี้ครู รวมถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคัก พร้อมดึงนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาปักหมุดโคราชให้เป็นเมืองเป้าหมายระดับโลก

ส่วนโครงสร้างพื้นฐาน นายยศชนันเสนอแนวคิดระบบขนส่งแบบมหานคร อาทิ รถรางโคราช 10 บาทตลอดสาย ควบคู่การแก้ปัญหาน้ำท่วมในเมือง และปัญหาการจราจรติดขัด เพื่อให้โคราชเดินหน้าได้อย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ นายยศชนันยังประกาศไทม์ไลน์นโยบาย “เพื่อไทยทำได้ พร้อมทำทันที” โดยนำเสนอผ่านสไลด์ แบ่งเป็นช่วงทำทันทีจนถึงภายใน 1 ปี เน้นแก้ปัญหาปากท้อง ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม

โดยนโยบายทำทันทีประกอบด้วย การปราบยาเสพติด ยึดทรัพย์ผู้ค้ายาให้แล้วเสร็จใน 6 เดือน กำจัดแหล่งผลิตภายใน 1 ปี ปราบสแกมเมอร์ ยึด–อายัดทรัพย์ผู้กระทำผิด และผลักดันรัฐเป็นลูกค้าให้ SME ไทยเพื่อกระจายรายได้สู่รายย่อย

ขณะที่ช่วง 3 เดือนแรกมีมาตรการเพิ่มรายได้ ลดภาระหนี้ และแยกผู้เสพเข้าสู่ระบบบำบัด ส่วน 6 เดือนแรกครอบคลุมนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร ลดค่าไฟ

การศึกษาและสาธารณสุข รวมถึง Smart City และเมืองปลอดอาชญากรรม ก่อนเดินหน้าภายใน 1 ปีด้วยโครงการบ้านเพื่อคนไทย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยาอย่างทั่วถึง

พรรคเพื่อไทยย้ำว่า นโยบายทั้งหมดออกแบบเพื่อ “ทำได้จริง เห็นผลจริง” พร้อมผลักดันสู่รัฐบาลดิจิทัล เพื่อให้การแก้ปัญหาเดินหน้าได้รวดเร็วและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สุดยิ่งใหญ่….งานบวงสรวงเจ้าพ่อเขาใหญ่ ประจำปี 2569 นักเรียนกว่า 300 คน จัดขบวนเครื่องไหว้สักการะ รำบูชาศรัทธา ความดีผู้พิทักษ์ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 ร่วมกับ นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พระอธิการกัมปนาท สุเขธิโต เป็นเจ้าอาวาสวัดหมูสี

นายกฤษณธร เลิศสำโรง นายอำเภอปากช่อง นายเทอดไท แสงผล นายอำเภอวังน้ำเขียว และดร.วัชรี ปรัชญานุสรณ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา ร่วมพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อเขาใหญ่ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมประเพณีที่ปฏิบัติติดต่อกันมา วันที่ 26 มกราคมของทุกปี ปีนี้ตรงวันจันทร์ วันพระขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 ถือเป็นวันดีโชคลาภ ร่ำรวย

โดยมี อดีตหัวหน้าอุทยานฯเขาใหญ่ สมาคมท่องเที่ยวเขาใหญ่ ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลหมูสี ชมรมฮักเขาใหญ่ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ลูกจ้างอุทยานฯเขาใหญ่ ฝ่ายปกครอง สถานศึกษา องค์กรภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป

ร่วมพิธีอันยิ่งใหญ่ พิธีพราหมณ์ ถวายของเซ่นไหว้จุดธูปเทียนบูชาหน้าศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ เทพเจ้าผู้ดูแลผืนป่าดงพญาเย็นเขาใหญ่ ที่ปกปักรักษาเจ้าหน้าที่ นักท่องเที่ยวและสัตว์ป่าในผืนป่าเขาใหญ่ พิธีสงฆ์ การมอบทุนการศึกษาให้บุตรธิดาลูกหลาน ผู้พิทักษ์ป่า

ส่วนไฮไลท์คือ การรำบูชาศรัทธาเจ้าพ่อเขาใหญ่ ประจำปี 2569 โดยนักเรียน โรงเรียนปากช่อง จำนวนกว่า 300 ชีวิต มีการจัดรูปขบวนเครื่องไหว้สักการะบูชา เดินจากหน้าด่านอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มายังศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ก่อนทำพิธีไหว้และรำบูชาอย่างยิ่งใหญ่สวยงามตระการตา

ขณะที่ประชาชน ผู้ประกอบการ นำข้าว อาหารหวาน คาว มาจัดบูธเป็นโรงทาน ด้านในประตู กว่า 50 โรงทาน ด้านริมถนน เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาร่วมงานทานฟรี ถือเป็นการทำบุญ อีกด้วย

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /งาน ไหว้สาพ่อขุนเม็งรายครบรอบ764 ปี นครเชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 มกราคม 2569 เป็นวันครบรอบการสถาปนาเมือง 764 ปีนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายประกอบพิธีบวงสรวงพ่อขุนพญาเม็งรายมหาราชเวลา 09.00 น.เพื่อเป็นสิริมงคลเมืองเชียงรายก่อนที่จะมีพิธีไหว้สา”พญามังราย” พ่อขุนพ่อขุนเม็งรายมหาราช เจ้าผู้สร้างนครเชียงรายให้เจริญรุ่งเรืองสืบมาจนมาถึงปัจจุบันก่อนที่จะมีขบวนแห่เดินทางไปยังสนามบิน 416 สถานที่จัดงานพ่อขุนเม็งรายมหาราชและงานกาชาดจังหวัดเชียงรายประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 26 มกราคมถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับริ้วขบวนแห่ในภาคบ่าย สวยสดงามตระการตา จากอำเภอจาก 18 อำเภอ จะสิ้นสุดเวทีกลางและจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ในงานจะมีบูธส์การจัดแสดงอัตตลักษณ์ และของดีแต่ละอำเภอของจังหวัดเชียงรายอีกด้วยธนกฤต วรรมณี รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ ผู้ว่าฯจ.นครปฐม จัดกิจกรรมสวดมนต์ไหว้พระและเจริญจิตตภาวนา ตามโครงการเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ห้องประชุมพิมานปฐม ศาลากลางจังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม

พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พล.ต.ต. พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมประชุมคณะกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ ประจำเดือนมกราคม 2569

โดยมีพระศรีวิสุทธิวงศ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม นำสวดมนต์ไหว้พระ, อาราธนาศีล 5 กล่าวสัมโมทนียกถาให้ข้อคิดหลักธรรม และเจริญจิตตภาวนา ตามโครงการเผยแผ่หลักธรรมทาง

พระพุทธศาสนาสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน แก่ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรเอกชน ผู้บริหารสถานศึกษา และอื่นๆ ก่อนการประชุมคณะกรมการจังหวัด

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย การมอบแนวทางข้อราชการของผู้ว่าราชการจังหวัด และรองผู้ว่าราชการจังหวัด การติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ด้านการบริโภค ผลการเบิดจ่ายงบประมาณ ผลการดำเนินงานของตำรวจภูธรจังหวัด ผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน การป้องกันปราบปรามยาเสพติด และแนะนำตัวข้าราชการที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ เต้007 นำทีมผู้สมัครตะลุยราชภัฏ ชูนโยบาย นิสิตแห่ขอถ่ายรูปกันเพียบพร้อมท้าประลองวิดพื้นโชว์

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 26 มกราคม 2569 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคทางเลือกใหม่ ลงพื้นที่หาเสียงพบปะพี่น้องประชาชน ที่มหาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

เพื่อชูนโยบายนักรบอวกาศ ซึ่งทำให้นิสิตชื่นชอบ พร้อมกันนี้นิสิตมหาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ได้ เข้าคิวแถวยาวเพื่อขอถ่าย และชวนนายมงคลกิตติ์ วิดพื้นโชว์ ตามกระแสที่มาแรงอยู่ในขณะนี้ ตามสื่อและโซลเชียล

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ในครั้งนี้ เพื่อมาพบกับประชาชนและนิสิตนักศึกษา พร้อมพูดคุยนโยบายของพรรคทางเลือกใหม่ ซึ่งมี 3 นโยบายหลักคือ นโยบายเงินทุนเจ้าบ้าน

โดยเพียงเป็นเจ้าบ้านจะได้สิทธิรับเงินทุน 36,000 บาท นโยบายเงินผดุงเกียรติ สำหรับทหารผ่านศึกรับ 36,000 บาทต่อปี และนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงวัย ให้ผู้สูงวัย 36,000 บาทต่อปี เพื่อยกระดับสวัสดิการให้มั่นคงยั่งยืน ต่อมานโยบายไปอวกาศ

นโยบายนี้ทำให้นักเรียน นักศึกษา ที่มีความฝันเป็นนักบินอวกาศ เป็นนักรบอวกาศ ให้เป็นจริง โดยนโยบายด้านการพัฒนาอวกาศของไทย เป้าหมาย ภายใน 4 ปี ไทยสามารถสร้างยานอวกาศ เพื่อขนส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร และพัฒนาสู่การท่องเที่ยว

โคจรรอบโลก เป้าหมาย ภายใน 8 ปี ไทยสามารถสร้างยานอวกาศ บิน ไป-กลับ ดวงจันทร์ และพัฒนาสู่การท่องเที่ยวไปดวงจันทร์ เป้าหมาย ภายใน 12 ปี ไทยสามารถสร้างยานอวกาศ บิน ไป-กลับ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร เป็นต้น

ทั้งนี้ นายมงคลกิตติ์ ยืนยันว่า นโยบายของพรรคทางเลือกใหม่นั้น ใหม่จริงๆ ประชาชนให้ความสนใจ ที่สำคัญพรรคทางเลือกใหม่ไม่ซื้อ ประเทศไทยมีซื้อเสียงอยู่ประมาณ 7 พรรคจาก 57 พรรค กกต.คงรู้ดีว่าใครซื้อ ซึ่งเป็นสิทธิ์ของเขาจะซื้อ ส่วนประชาชนมีสิทธิ์จะเลือกหรือไม่เลือกเป็นอีกเรื่อง ส่วนพรรคทางเลือกใหม่ไม่ได้ขายอะไรเลย ขายแต่ไอเดีย

ขายอนาคตที่จับต้องได้ วันนี้อาจเป็นสิ่งที่พูดไปว่า เพ้อเจ้อ ปัญญาอ่อน หลังจากเลือกตั้ง ผมมีอำนาจทุกสิ่งทุกอย่างคือเรื่องจริงทั้งหมด พรรคทางเลือกใหม่ยังคงเดินหน้าลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาปรับเป็นนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมขอแรงสนับสนุนในการผลักดันแนวคิดใหม่ๆ เพื่ออนาคตของประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นิสิต นักศึกษาที่มาพบนายมงคลกิตติ์ ต่างสอบถามแนวนโยบายที่ตนสนใจ โดยเฉพาะนโยบายนโยบายนักรบอวกาศ ตั้งกระทรวงเวทมตน์ ขณะที่น้องๆเยาวชน ขอร่วมวิดฟื้นกับ ถึง 2 รอบ โดบรอบแรก 20 ครั้ง ,รอบที่สอง 10 ครั้ง

สร้างความประทับใจให้เยาวชนที่ไปรอเป็นอย่างมาก และในขณะที่นายมงคลกิตติ์ พร้อมคณะพูดคุยกับนักศึกษาเกี่ยวกับนโยบายของทางพรรคอยู่นั้น ได้มีคณะจาก กกต.ประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ทราบข่าวการเดินทางมาในครั้งนี้ของพรรคจึงได้เดินทางมาร่วมรับฟังนโยบายและสังเกตการณ์ในครั้งนี้ด้วย

นาคา คะเลิศรัมย์/อุตรดิตถ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส แถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายในคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำอันถูกกล่าวหาว่ามิชอบ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อช่างบ่ายวันที่ 26 มกราคม 2569 บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด (“บริษัท”) มี นาย อบีนาช มาจี้ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นผู้แทนบริษัท แถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายในคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำอันถูกกล่าวหาว่ามิชอบของฝ่ายบริหารชุดเดิมของบริษัท
นับตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี พ.ศ. 2562 ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ

ได้ตรวจพบข้อสงสัยอันมีมูลเกี่ยวกับการทุจริตและการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายบริหารชุดเดิม อดีตประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ในขณะนั้น ส่งผลให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการและผู้บริหารชุดใหม่ของบริษัทฯ ซึ่งได้รับความไว้วางใจจาก ผู้ถือหุ้นในการเข้าบริหารบริษัทฯ และเริ่มดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการภายหลังจากการตรวจ พบพฤติการณ์หลายประการที่เข้าข่ายความรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญา บริษัทฯ ได้ดำเนินคดีโดยยื่นร้องทุกข์ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งต่อมากรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียด จนพบหลักฐานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าฝ่ายบริหารชุดเดิมมีพฤติการณ์ทุจริตและยักยอกเงินของบริษัทฯ กรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญจึงได้มีคำสั่งรับเป็นคดีพิเศษ และรายงานผลการสอบสวนดังกล่าวได้ถูกส่งต่อให้พนักงานอัยการ

โดยพนักงานอัยการพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุอันควรดำเนินคดี และได้ สั่งฟ้อง อดีตกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ อดีตประธานคณะกรรมการ และพวก ต่อศาลอาญาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม 2569 ในข้อหาลักทรัพย์ ปลอมเอกสาร ใช้เอกสารปลอม เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจของบริษัทกระทำการลวงให้บริษัทได้รับความเสียหาย และความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งเป็นค่าเสียหายขั้นต้นรวมกว่า 371 ล้านบาท โดยศาลอาญาได้มีคำสั่งรับฟ้องคดีและกำหนดวันนัดตรวจสอบพยานหลักฐานในกระบวนการพิจารณาคดีต่อไปแล้ว นอกจากนี้ บริษัทฯ คาดว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการกล่าวโทษเพิ่มเติมเพื่อฟ้องร้องบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอื่นๆที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษในเร็ววันนี้ ซึ่งนับเป็นความพยายามของคณะกรรมการและผู้บริหารชุดใหม่ในการปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้น

คณะกรรมการ คณะผู้บริหารชุดใหม่ และผู้ถือหุ้นขอยืนยันว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ยังคงเป็นไปตามปรกติ โครงการก่อสร้างและการดำเนินงานโรงไฟฟ้ากำลังการผลิต 8 เมกะวัตต์ จำนวน 1 โครงการ และกำลังการผลิต 3 เมกะวัตต์ อีก 2 โครงการ ของบริษัทในเครือยังคงดำเนินต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก โดยทั้งนี้ในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดูแลสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมกับชุมชน และความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน และได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 45001 ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (OH&S) พร้อมทั้งได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 ระบบ

การจัดการคุณภาพ และ ISO 14001 ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการติดตามและควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ ระบบตรวจวัดกลิ่น (E-nose) เพื่อควบคุมกลิ่น น้ำเสีย และฝุ่นละออง บริษัทฯ ยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศหลายแห่งในการวางแผนบริหารพื้นที่และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานจะไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ พร้อมทั้งมีการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การมอบทุนการศึกษา การตรวจสุขภาพประจำปีให้แก่ชุมชน และการสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับชุมชนในพื้นที่


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการแข่งขันกีฬาและกรีฑาเชื่อมความสามัคคี ผู้สูงอายุ จ.น่าน งบประมาณ 2569

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สูงอายุจังหวัดน่าน ร่วมแข่งขันกีฬา–กรีฑา สร้างสุขภาพดี เชื่อมความสามัคคีทั้ง 15 อำเภอ ในโครงการแข่งขันกีฬาและกรีฑาเชื่อมความสามัคคี ของผู้สูงอายุจังหวัดน่าน ประจำปีงบประมาณ 2569

วันที่ 23 มกราคม 2569 ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน นายนพรัตน์ ถาวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดโครงการแข่งขันกีฬาและกรีฑาเชื่อมความสามัคคีของผู้สูงอายุจังหวัดน่าน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีนายสวัสดิ์ สิงห์ธนะ ประธานสาขาสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยฯ ประจำจังหวัดน่าน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุในทุกอำเภอของ

จังหวัดน่านตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกายและการมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมกับวัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี เป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจให้ผู้สูงอายุในชุมชน รวมถึงสร้างความสามัคคีและความสัมพันธ์อันดีระหว่างกลุ่มผู้สูงอายุในจังหวัดน่านผ่านกิจกรรมร่วมกันสำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ประกอบด้วยการแข่งขันกรีฑา กีฬาพื้นบ้าน และการประกวดกองเชียร์ มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันจำนวนกว่า 1,000 คน จากผู้สูงอายุ 15 อำเภอ และชมรมผู้สูงอายุเขตเทศบาลเมืองน่าน

การจัดการแข่งขันได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ในรูปแบบเงินอุดหนุนให้แก่สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดน่าน ดำเนินโครงการร่วมกับสาขาสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยฯ ประจำจังหวัดน่าน และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนหลายภาคส่วนในการสนับสนุนการจัดกิจกรรมครั้งนี้

องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่านน่านน่าอยู่น่านหนึ่งเดียว/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “พิธา” ขึ้นปราศรัยใหญ่ปากน้ำ ปลุกพลังเลือกเบอร์ 46 ดัน “เท้ง” นั่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

แชร์เนื้อหานี้

บรรยากาศการเมืองสมุทรปราการร้อนแรง “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่พรรคประชาชน ที่ย่านปากน้ำ ปลุกกระแสโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ชวนประชาชนเทคะแนนเลือกเบอร์ 46 ผลักดัน “เท้ง” เข้าสู่ทำเนียบรัฐบาเมื่อช่วงเย็น

วันที่ 25 มกราคม 2569 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ขึ้นปราศรัยใหญ่พรรคประชาชน ที่ ตลาดแบล็คมาร์เก็ต บริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS แพรกษา จังหวัดสมุทรปราการ

เพื่อช่วยผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ หาเสียงในช่วง โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งปี 2569 ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก โดยทันทีที่ก้าวขึ้นเวทีมีเสียงกรี๊ดและเสียงเชียร์จากประชาชนดังกระหึ่ม

นายพิธา กล่าวทักทายและชักชวนชาวสมุทรปราการให้เลือก หมายเลข 46 เพื่อส่ง “นายกฯเท้ง” เข้าทำเนียบรัฐบาล พื้นที่สมุทรปราการเป็นพื้นที่ที่ผูกพันกับผู้นำพรรคมาตั้งแต่ต้น ตอนที่อนาคตใหม่ยกขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกล การประชุมพรรคครั้งแรกก็จัดที่สมุทรปราการ หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดวิกฤตโควิด

โดยจังหวัดสมุทรปราการเป็นพื้นที่แรกที่ได้รับผลกระทบ เพราะมีสนามบินสุวรรณภูมิอยู่ในพื้นที่ การลงพื้นที่ครั้งแรกในช่วงวิกฤตก็เกิดขึ้นที่สมุทรปราการ รวมถึงเหตุการณ์ภัยพิบัติด้านสิ่งแวดล้อม

ในช่วงที่เป็น ส.ส. ก็เกิดขึ้นที่จังหวัดนี้เช่นกัน ก่อนวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ผู้นำพรรคได้สัญญากับชาวสมุทรปราการว่าจะกลับมา และตั้งใจว่าจะกลับมาในฐานะนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 แม้จะยังทำไม่ได้ตามที่พูดไว้

สมุทรปราการเป็นจังหวัดที่ให้คะแนนกับพรรคก้าวไกลมากกว่า 440,000 คะแนน คิดเป็น 54 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นคะแนนสูงที่สุดในประเทศไทย จึงถูกเรียกว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งก้าวไกล” จังหวัดนี้มี ส.ส. ครบทั้ง 8 เขต และเป็นพื้นที่แรงงานขนาดใหญ่ มีผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมจำนวนมาก ทั้งมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ทำให้สมุทรปราการเป็นฐานสำคัญของพรรค

ตนเองอาจยังไม่สามารถกลับมาในฐานะนายกรัฐมนตรีได้ตามที่เคยพูดไว้ แต่ยังยืนยันว่าจะสนับสนุนให้ประชาชนเลือกหมายเลข 46 เพื่อส่ง “เท้ง” เป็นนายกรัฐมนตรีเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาล และจะกลับมาที่สมุทรปราการเป็นที่แรก นอกจากนี้

ยังกล่าวถึง คุณศิริกัญญา ตันสกุล ว่าเป็นคนที่ไว้ใจมากที่สุด เป็นคนที่ตอบคำถามได้ถูกต้องเรื่องข้อมูลและนโยบาย เปรียบเหมือนสารานุกรม และเป็นผู้ที่จะขึ้นมาปราศรัยปิดเวทีแทนตน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ระทึกกลางดึก! ไฟไหม้ดงหลวงบ้านไม้ 2 ชั้น วอดเสียหายเกือบทั้งหลัง

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อเวลาช่วงค่ำของวันที่ 25 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนอย่างรุนแรง บริเวณหมู่บ้านหนองหนาว ตำบลหนองบัว อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร โดยต้นเพลิงเป็นบ้านลักษณะครึ่งไม้ครึ่งปูน 2 ชั้น ตั้งอยู่ริมถนนสายหลักในหมู่บ้าน

ในที่เกิดเหตุพบเปลวไฟกำลังโหมลุกไหม้อย่างหนัก แสงเพลิงสว่างจ้าไปทั่วบริเวณและมีกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจำนวนมาก เนื่องจากโครงสร้างชั้นบนเป็นไม้ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วจนวอดไปทั้งหลัง โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบรถยนต์ 2 คัน จอดอยู่บริเวณหน้าบ้านได้รับความเสียหายเล็กน้อย โชคดีที่ขณะเกิดเหตุพลเมืองดีและเพื่อนบ้านช่วยกันนำรถออกมาได้ทันก่อนที่เพิ่งจะลุกไหม้

ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้และมูลค่าความเสียหายทั้งหมด อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /พรรคปวงชนไทย พรรคสายเลือดใหม่ของคนสมุทรปราการ เข้าสักการะองค์พระสมุทรเจดีย์ รวมพลังสู้ศึกเลือกตั้ง หวังพัฒนาบ้านเกิด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 08.23 น. วันที่ 25 มกราคม 2569 นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย นำทีมผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

จังหวัดสมุทรปราการ ทั้ง 8 เขต เข้าสักการะองค์พระสมุทรเจดีย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสมุทรปราการ เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนลงสนามเลือกตั้ง

โดยเลือกฤกษ์มงคลเวลา 08.23 น. ซึ่งสอดคล้องกับหมายเลขพรรค เบอร์ 23 ในการกราบไหว้ขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลและกำลังใจในการทำงานเพื่อประชาชน

นายเอกสิทธิ์ กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นคนสมุทรปราการโดยกำเนิด และเป็นหัวหน้าพรรคปวงชนไทย มีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะเข้ามาพัฒนาบ้านเกิดให้ดียิ่งขึ้น

หลังจากที่ผ่านมา จังหวัดสมุทรปราการยังคงเผชิญกับปัญหาหลายด้าน ทั้งจากผู้แทนหน้าเดิมที่ยังไม่สามารถผลักดันการ

พัฒนาได้อย่างเต็มที่ หรือผู้แทนหน้าใหม่ที่ประชาชนเคยให้โอกาสแล้วแต่ยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน

จึงขอฝากพรรคปวงชนไทย ในฐานะพรรคทางเลือกใหม่ ที่เกิดจากเลือดเนื้อเชื้อไขของลูกหลานชาวสมุทรปราการอย่าง

แท้จริง ให้ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมพัฒนาบ้านเกิด “พรรคใหม่ ทางเลือกใหม่ ของคนสมุทรปราการอย่างแท้จริง”


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 เวลา 18.00 น. ที่ศาลากองอำนวยการ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียมรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม

เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โดยมี นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วย ปลัดอาวุโส สาธารณสุขอำเภอ พัฒนาการอำเภอ ปศุสัตว์อำเภอประมงอำเภอ สัสดีอำเภอ ผู้แทนเกษตรอำเภอ ปลัดอำเภอ เสมียนตราอำเภอ เจ้าหน้าที่ รพ.สต.

ในพื้นที่ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ องค์กร สมาคม ของอำเภอนครชัยศรี และหน่วยงานราชการในจังหวัดนครปฐม เข้าร่วมพิธีฯ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทย

ทั้งนี้ จังหวัดนครปฐม กำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 30 มกราคม 2569 (ทุกวันศุกร์)

พร้อมทั้งเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมบำเพ็ญกุศลด้วยการสวดมนต์ เจริญจิตตภาวนา รักษาศีล ฟังธรรม และปฏิบัติธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศล ตลอดระยะเวลาตามประกาศไว้ทุกข์ในพระราชสำนัก
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอแม่สาย จัดพิธีสืบชะตาและวันสถาปนาเมืองเชียงราย ณ วัดหิรัญญาวาส อ.แม่สาย จ.เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย เป็นประธานพิธีสืบชะตาเมืองเชียงราย ณ วัดหิรัญญาวาส อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

โดยมีหน่วยงานราชการ ทหาร ตำรวจ โรงพยาบาลแม่สาย เทศบาลแม่สายมิตภาพ กำนันผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มวัฒนธรรมแม่สาย ตลอดจนประชาชนชาวอำเภอแม่สาย ร่วมพิธีจำนวนมาก

โอกาสนี้ นายอำเภอแม่สาย ยังได้นำส่วนราชการ พี่น้องประชาชนชาวอำเภอแม่สาย ร่วมกว่า 100 คนได้รำถวายแด่ พ่อขุนเม็งรายมหาราช และทำพิธีสืบ

ชะตาในโอกาสวันสถาปนาเมืองเชียงราย เพื่อความเป็นสิริมงคล ณ ศาลาปฎิบัติธรรมเยาวนิจ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “พจนารถ” ผู้สมัคร สส.ปชป. เขต 8 ชลบุรี ลุยงานเดินกินถิ่นนาเกลือ ขอคะแนนเสียงชาวบ้าน-พ่อค้าแม่ค้า

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 24 ม.ค.69 นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 8 เบอร์ 2 ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่เดินเท้าพบปะพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบ

การพ่อค้าแม่ค้าภายในงานเดินกินถิ่นนาเกลือ ประจำปี 2568 ที่เมืองพัทยาจัดขึ้นเป็นงานอีเว้นต์การท่องเที่ยวส่งเสริมชุมชนบ้านนาเกลือที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากตลอดทุกปี

โดยนางพจนารถ แก้วผลึก หรือ เจ๊หมวย อดีตเคยเป็น สส.ชลบุรี ในนามพรรคประชาธิปัตย์มาแล้ว ในครั้งนี้ได้ลงสมัครเลือกตั้ง สส.ชลบุรี ในเขตเลือกตั้งที่ 8

อำเภอบางละมุง เฉพาะ ต.บางละมุง-หนองปลาไหล-นาเกลือ-ตะเคียนเตี้ย-เขาไม้แก้ว-โป่ง และห้วยใหญ่ โดยได้ชูนโยบายการเมืองสุจริตแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่พรรคประชาธิปัตย์ปักธงเป็นยุทธศาสตร์หลัก

ทั้งนี้ ทางคณะหาเสียงของนางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 8 เบอร์ 2 ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินเท้าแจกแผ่นพับแนะนำตัว พร้อมรณรงค์ให้ชาวบ้านประชาชนตลอด

จนผู้ประกอบการพ่อค้าแม่ค้าย่านตลาด 100 ปีบ้านนาเกลือ ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.69 นี้เพื่อสร้างการเมืองใหม่ที่ไม่ทุจริตไปด้วยกัน ขอให้เลือกประชาธิปัตย์ทั้งคนทั้งพรรคสองใบ

‘รังสิมา‘ ควง ‘พจนารถ‘ ลุยตลาดเช้านาเกลือ ชี้ ปชป.ชูการเมืองสุจริต-เพิ่มเงินเดือนให้ผู้สูงอายุ

เช้าวันที่ 23 ม.ค.69 นางสาวรังสิมา รอดรัศมี อดีต สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 8 พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 2 และทีมงาน

ได้ลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวเมืองพัทยาเขตตำบลนาเกลือที่มาจับจ่ายใช้สอยและผู้ประกอบการแม่ค้าตลาดเช้าภายในตลาดสดอมรนครและตลาดใหม่นาเกลือ

นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 8 เบอร์ 2 พรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนชาวตำบลนาเกลือออกไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง สส. ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.69 นี้

โดยพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 27 และสำหรับพื้นที่ตำบลนาเกลือแห่งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ โดยตนเองเคยมีผลงานประสานงบประมาณก่อสร้างโรงพยาบาลพัทยาปัทธมคุณอย่างเห็นผลมาแล้ว

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี อดีต สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าประชาชนอยากเห็นบ้านเมืองดีขึ้นอย่างถูกต้องต้องสนับสนุนการเมืองสุจริต ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินแนวทางการเมืองสุจริตนี้มา

โดยตลอด และชูนโยบานไทยหายจนโดยให้ความสำคัญในเรื่องของการดูแลและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ จะปรับขึ้นเงินผู้สูงอายุเป็นเดือนละ 1,000 บาท

“ประเทศไทยมีคนสูงอายุกว่า 12.6 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมด ถือเป็นกลุ่มประชากรที่ละทิ้งไม่ได้ และโครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุริเริ่มเป็นแนวคิดขึ้นในสมัยรัฐบาลนาย ชวน หลีกภัย (ชวน1)

เมื่อปี พ.ศ.2535 ด้วย ทางพรรคประชาธิปัตย์จึงต้องสานต่อในเรื่องนี้” นางสาวรังสิมา รอดรัศมี อดีต สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /รองนายกฯ ธรรมนัส เยือนจ.เชียงราย ขับเคลื่อนนโยบายทางด้านการเกษตร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 มกราคม 2569 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการ ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยมีนายนพดล น้อยไพโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2

พร้อมด้วยนายทวีชัย โค้วตระกูล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงราย นายทรงพล พงษ์มุกดา ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ลาว นายชาคริต ไทยประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 2 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางไปยังโรงเรียนเชียงของพิทยาคม ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และบริเวณลานหน้าศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตำบลแม่พริก อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เพื่อพบปะประชาชน

พร้อมรับฟังปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ และข้อเสนอแนะจากผู้นำท้องถิ่น เพื่อนำมาวางแนวทางในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และ การยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ผ่านนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โดยได้เน้นย้ำถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญ ได้แก่การเปลี่ยน ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร การแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ การผลักดันให้เกิด พ.ร.บ. ลำใยให้เกิดความมั่นคงทางรายได้ให้ชาวสวนลำใย การส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง และการนำเทคโนโลยีมา

ใช้เพื่อลดต้นทุนการผลิตเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน พร้อมกันนี้ได้กำชับให้กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 2 เร่งดำเนินการโครงการปรับปรุงแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อรักษาระดับน้ำและกระจายน้ำให้ครอบคลุมพื้นที่ของเกษตรกรให้มากที่สุด…

สมจิตรแสงบันลังค์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งจุดคัดกรองผู้โดยสารเที่ยวบินจากประเทศอินเดีย เฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus)

แชร์เนื้อหานี้

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ร่วมกับกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการตั้งจุดคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศอินเดีย เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ วันที่ 25 มกราคม 2569 เวลา 04.00 น. เป็นต้นไปนายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า การดำเนินการดังกล่าว เป็นมาตรการเชิงป้องกันตามหลักสาธารณสุข สำหรับเที่ยวบินขาเข้าที่เดินทางมาจากเมืองกัลกัตตา (Kolkata: CCU) ประเทศอินเดีย โดยได้จัดเตรียมพื้นที่สำหรับการคัดกรองผู้โดยสาร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แล งประเทศด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน บริเวณหน้า Gate ขาเข้าที่เดินทางมาจากเขตติดโรค พร้อมแจกบัตรคำแนะนำด้านสุขภาพ (Health Beware Card) แก่ผู้โดยสาร

เพื่อให้ข้อมูลอาการเบื้องต้นและช่องทางการติดต่อเจ้าหน้าที่ในกรณีพบความผิดปกติ รวมถึงประสานความร่วมมือกับด่านตรวจคนเข้าเมืองในการตรวจสอบประวัติการเดินทางของผู้โดยสารที่เดินทางมาจากหรือเคยผ่านพื้นที่เฝ้าระวังในช่วง 14 – 21 วันทั้งนี้ ผลการปฏิบัติในวันที่ 25 มกราคม 2569 ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ดำเนินการคัดกรองผู้โดยสารจากประเทศอินเดีย ซึ่งเดินทางมาจากเมืองกัลกัตตา (Kolkata: CCU) จำนวน 2 เที่ยวบิน ได้แก่ เที่ยวบิน 6E1911 และเที่ยวบิน TG314

รวมผู้โดยสารที่ได้รับการคัดกรองทั้งสิ้น 332 ราย ไม่พบผู้โดยสารเข้าเกณฑ์ผู้ป่วยต้องสงสัย (PUI) อย่างไรก็ตาม หากมีการตรวจพบผู้โดยสารที่มีอาการเข้าข่ายตามเกณฑ์เฝ้าระวัง เช่น มีไข้สูง ปวดศีรษะ หรือมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ ทสภ. จะดำเนินการตามแผนรับมือด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และประสานส่งตัวเข้ารับการตรวจรักษาในโรงพยาบาลเครือข่ายทันที มาตรการดังกล่าวเป็นการเฝ้าระวังเชิงรุกตามแนวทางด้านสาธารณสุข โดยขณะนี้ยังไม่พบสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการผู้โดยสารโดยรวม ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยหรือประสงค์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โทรศัพท์หมายเลข 0 2132 0139 – 40


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกษตรอำเภอนาน้อยเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาผลผลิตของเกษตรกรในพื้นที่ให้มีความยั่งยืนและสามารถแข่งขันในตลาด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22-23 มกราคม 2569 สำนักงานเกษตรอำเภอนาน้อย นำโดย นายทวีศักดิ์ ธิขาว นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ ปฏิบัติราชการแทนเกษตรอำเภอนาน้อย และเจ้าหน้าที่

สำนักงานเกษตรอำเภอนาน้อย ดำเนินการจัดเวทีวิเคราะห์แผนพัฒนา 5 ด้าน ครั้งที่ 1 ให้แก่กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตำบลศรีษะเกษ และแปลงใหญ่มะขามตำบลเชียงของ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

โดยการจัดเวทีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาผลผลิตของเกษตรกรในพื้นที่ให้มีความยั่งยืนและสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยมีการวิเคราะห์ศักยภาพกลุ่มแปลงใหญ่และนำเสนอแผนพัฒนาใน 5 ด้านสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าเกษตรของแต่ละกลุ่ม

เรื่องและเรียบเรียง /นางสาวบัณฑิตา เผือทะนา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ
ภาพ/ข่าว/เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาน้อย
/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไลออนส์ 310 เอ 2 มอบอาคารเรียน 4 ห้องให้กับโรงเรียนบ้านปางห้า แม่สาย เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 มกราคม พ.ศ.2569 เวลา 13.00 น. ไลออน ดร.พรทิพย์ วัฒนผลมงคล นายอำเภอวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย พร้อม ไลออนส์ ทิพวรรณ เชื้อเจ็ดตน นายสกิ๊ก เสือไว ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปางห้า พร้อมกับ สมาชิก 310 เอ 2 ไลออนส์

พร้อมกับ ท่านอดีตผู้ว่าการและแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ไลออนส์ทั่วประเทศ ร่วม ประธานจัดงาน และก่อสร้างอาคาร เพื่อทำประโยชน์แก่โรงเรียนปางห้า ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

วัตถุประสงค์ในการจัดสร้างอาคารหลังนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสดุดีและเชิดชูเกียรติผู้ว่าการภาคเพิ่งผ่านพ้น ไลออนส์ทิพวรรณ เชื้อเจ็ดตน ซึ่งเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนแห่งนี้ เพื่อเป็นการระลึกถึงสถานที่ ที่เป็นที่ให้การศึกษาท่าน

ได้มีโอกาสทางการศึกษาจากสถาบันนี้ คณะกรรมการสดุดีเห็นถึงความความมุ่งมั่น ตั้งใจและการให้ความช่วยเหลือบริการชุมชน คนอยากไร้ ผลงานอันทรงคุณค่าที่ท่านได้ทำ ได้อุทิศตนบำเพ็ญประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติมา

โดยตลอดวาระการดำรงตำแหน่งบริหารองค์กรในปีของท่าน คณะผู้จัดงานจึงมีมติที่จะสนับสนุนด้านการศึกษา ณ โรงเรียนบ้านปางห้า แห่งนี้เพื่อจะเป็นอนุสรณ์แห่งความดีที่จับต้องได้ และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อเยาวชน

ในพื้นที่ห่างไกล ให้มีสถานที่เรียนที่มีห้องเรียนเพียงพอ มีห้องสมุดที่ใช้ได้จริงเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กๆ เติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคม การดำเนินงานอาคารเรียนหลังนี้

ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากเพื่อนสมาชิก และประชาชน ชุมชน และร้านค้า โดยรอบ โดยได้รับเงินบริจาคทั้งสิ้นที่ใช้การ ก่อสร้างไปแล้ว 1,500,000 บาท ซึ่งบัดนี้การดำเนินการเสร็จสิ้นสมบูรณ์ พร้อม

ที่จะส่งมอบให้ทางโรงเรียนนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษา ตามวัตถุประสงค์บัดนี้ ได้เวลาอันเป็นมงคลแล้ว ข้าพเจ้าขอเรียนเชิญท่านประธานในพิธี ผู้ว่าการภาค 310-เอ 2 ไลออน นิตยา เธียรวรรณ

ได้กรุณาประกอบพิธีเปิดป้ายเพื่อส่งมอบอาคารเรียน ให้แก่โรงเรียนบ้านปางห้า และกล่าวให้โอวาทเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่คณะครู นักเรียน และแขกผู้มีเกียรติ และทางไลออนส์ ได้เครื่องนุ่งห่ม และอุปกรณ์การเรียนต่างๆ ให้กับนักเรียนบ้านปางห้า

ภาพ/ข่าว พงศกร ตันสุวรรณ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นครปฐม จัดโครงการใต้ร่มพระบารมี ปวงประชามีสุขภาพดี

แชร์เนื้อหานี้

สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ร่วมกับโรงพยาบาลนครปฐม และหน่วยงานหลักด้านการดูแลสุขภาพของประชาชน

จัดโครงการใต้ร่มพระบารมี ปวงประชามีสุขภาพดี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 23 มกราคม 2569 ที่ห้องจตุภัทร ชั้น 4 อาคารผู้ป่วยนอกและอำนวยการ โรงพยาบาลนครปฐม

นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดโครงการใต้ร่มพระบารมี

ปวงประชามีสุขภาพดี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายวิโรจน์ รัตนอมรสกล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย

นายแพทย์สรุชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม คณะแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม

ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานด้านการ “ให้ก่อน รักษาก่อน และดูแลอย่างทั่วถึง

” ในการให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชน อันเป็นหัวใจของระบบสาธารณสุขไทย

นายวิโรจน์ รัตนอมรสกล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ต่อพสกนิกรชาวไทย

ทรงทุ่มเทพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชทรัพย์ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดย

เฉพาะในมิติด้านสุขภาพและสาธารณสุข ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและมั่นคง

การจัดโครงการในครั้งนี้มีกิจกรรมประกอบด้วย การคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก เพื่อค้นหาความเสี่ยงและดูแลรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

การเปิดตาผู้ป่วยหลังผ่าตัดต้อกระจก และมอบแว่นตาเพื่อคืนแสงสว่างและคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ป่วย

และการรับบริจาคโลหิตเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านโลหิตในระบบบริการสาธารณสุข

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชวน หลีกภัย ลงพื้นที่ตลาดปากน้ำ ช่วยผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ หาเสียง ชูสานต่อเบี้ยผู้สูงอายุ 1,000 บาท

แชร์เนื้อหานี้

ชวน หลีกภัย ลงพื้นที่ตลาดปากน้ำ ช่วยผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ หาเสียง ชูสานต่อเบี้ยผู้สูงอายุ 1,000 บาท
“ชวน หลีกภัย” ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์

ลงพื้นที่ตลาดปากน้ำ สมุทรปราการ ช่วยผู้สมัคร ส.ส. หาเสียง ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพ่อค้าแม่ค้า พร้อมย้ำแนวนโยบายสานต่อเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 1,000 บาท

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 มกราคม 2569 นายชวน หลีกภัย ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ได้ลงพื้นที่ตลาดปากน้ำ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อช่วย ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ ของพรรคประชาธิปัตย์ หาเสียงกับประชาชนในพื้นที่

บรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยภายในตลาด ต่างเข้ามาทักทายและให้กำลังใจ พร้อมรับฟังแนวทางและนโยบายของพรรค

ทั้งนี้ ระหว่างการพบปะประชาชน นายชวน หลีกภัย ได้กล่าวถึงนโยบายด้านสวัสดิการสังคม โดยเฉพาะเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่ง

เป็นนโยบายที่ตนเองมีส่วนริเริ่มผลักดันในอดีต และยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความตั้งใจที่จะสานต่อและพัฒนาให้ผู้สูงอายุได้รับเบี้ยยังชีพในอัตรา 1,000 บาท

เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย

โดยพรรคประชาธิปัตย์มุ่งเน้นการเข้าถึงประชาชนโดยตรง พร้อมนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ปัญหาปากท้องและสวัสดิการของประชาชนทุกกลุ่ม


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย สนธิกำลังจับขบวนการลักลอบตัดไม้มีค่า/นายอำเภอพาน ย้ำนโยบาย ป้องกันปราบปราม การแพร่ระบาดยาเสพติด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 ม.ค. 2569 เจ้าหน้าที่หน่วยบูรณาการฯ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อยดำเนินการลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณป่าสันดอยห้วยอมแฮด-ห้วยยางครก

พบรถกระบะต้องสงสัยกำลังขับออกจากพื้นที่ จึงแสดงตัวเจ้าหน้าที่เพื่อขอตรวจสอบ โดยกลุ่มผู้ต้องสงสัย รวมจำนวน 4 คน ได้หลบหนีการเข้าตรวจสอบ

จึงเข้าตรวจยึดรถยนต์กระบะ พบไม้ประดู่ป่าแปรรูป 5 แผ่น จึงได้วางกำลังเพื่อขยายผล ต่อมา ในวันที่ 22 ม.ค. 2569 หน่วยบูรณาการฯได้ตรวจสอบขยายผลในพื้นที่ใกล้เคียง พบเลื่อยโซ่ยนต์และติดตามร่องรอยขนย้ายไม้

จนกระทั่งพบไม้ประดู่เพิ่ม 14 แผ่น เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางและรถกระบะเป็นหลักฐาน ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขยายผลต่อไป..

เชียงราย นายอำเภอพาน ย้ำนโยบาย ป้องกันปราบปราม การแพร่ระบาดยาเสพติด กำชับกำนัน ผู้ใหญ่ ปกครองท้องที่ 15 ตำบล236หมู่ ต้องสอดส่องรายงานข่าว สั่งเด็ดขาดห้ามเข้ายุ่งเกี่ยว เสนอแนวทางสร้างชุมชนเข้มแข็ง เร่งสร้างภูมิคุ้มกันจากครอบครัวต้านยาเสพติด

เมื่อวันที่ 21มกราคม2569ที่ห้องทำงาน นายอุดม ปกป้องวรกุล นายอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ได้กล่าวถึงแนวทางของการทำงานด้านป้องกัน ป้องปราบ ปราบปราม กับผู้ที่เข้ายุ่งเกี่ยวยาเสพติดโดยการค้า เสพในเขตอำเภอพานในสถานการณ์ปัจจุบันมีการแพร่ระบาดหนัก มีการลักลอบนำเข้าผ่านอำเภอชายแดนเจ้าหน้าที่จับได้เป็นจำนวนมาก

ในส่วนของอำเภอพานเป็นอำเภอไม่ติดกับแนวชายแดน แต่ก็ยังปรากฏการแพร่ระบาดดังนั้นในการทำงานด้านความมั่นคง ภาพรวมของอำเภอพานที่ผ่านมา ได้สั่งการไปยังฝ่ายปกครองว่าห้ามเข้าไปเกี่ยวข้องยาเสพติด หากปรากฏหลักฐานขอให้เลิกกลับตัวกลับใจ แต่ถ้าเลิกไม่ได้ขอให้พิจารณาตนลาออก เนื่องจากถือว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามกัน

ตนเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่15ธันวาคม2568 ไม่นานได้ประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านเพียงครั้งเดียว ยังไม่ลงลึกในรายละเอียดนโยบายแต่ก็ได้สั่งการพ้อเป็นแนวทางการทำงานให้ฝ่ายปกครอง ได้เน้นถึงการสร้างชุมชนเข้มแข็งเพื่อต่อต้านยาเสพติด โดยประการสำคัญ ต้องสร้างเข้มแข็งมาจากฐานรากคือสถาบันครอบครัว

ต้องเข้มแข็งต้านไม่เอายาเสพติดอย่างเด็ดขาด จากนั้นจึงจะเป็นพลังความเข้มแข็งหรือเป็นภูมิคุ้มกัน ของชุมชน เราต้องร่วมแรงร่วมใจกันกวาดบ้านให้สะอาด เราได้ทำงานร่วมกันกับตำรวจ โดยทั้งสองฝ่ายได้นำข้อมูลแต่ละฝ่ายมารวมกันและเพื่อให้งาน

เดินไปตามเป้าหมายและแม่นยำตรงกัน ส่วนเรื่องปัญหายาเสพติดเชื่อว่ายังไม่หมดสิ้นตราบใดที่โรงงานผลิตยังไม่หยุด ถึงแม่เราจะไม่ผลิตก็ตาม ยาเสพติดยังอยู่ในสังคม ที่สำคัญการสร้างภูมิคุ้มกันจากครอบเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

ธนกิจวรรณมณี

ทีมงานข่าวกองบก #รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขีดทิ้งได้เลย!! -กกต.มุกดาหาร ติวเข้มสื่อท้องถิ่นรับศึกเลือกตั้งใหญ่ 8 กุมภาฯ ห้ามซื้อสิทธิ์-ขายเสียง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 23 มกราคม นายจักรินทร์ ชาลีพุทธาพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในการประชุมสื่อมวลชนท้องถิ่น ณ ห้องประชุมสำนักงาน กกต.จังหวัดมุกดาหาร เพื่อเตรียมความพร้อมโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และการออกเสียงประชามติ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

นายจักรินทร์ กล่าวว่า สื่อมวลชนมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน เพื่อป้องกันความสับสนเกี่ยวกับขั้นตอนการลงคะแนน และรณรงค์ให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริต โปร่งใส ปราศจากการซื้อสิทธิขายเสียง ไม่ควรเลือกคนทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบไม่ต้องเลือกเลย ยิ่งคนมาแจกเงินเป็นของเบอร์ไหนมาแจกเงินซื้อเสียงฉีกทิ้งได้เลย

ขาก้าวแรกที่ก้าวเข้ามาก็ทำผิดกฎหมายแล้ว ท่านคิดว่าคนพวกนี้จะเข้าไปทำสิ่งดีๆให้กับบ้านเมืองได้ไหม ขอให้พี่น้องประชาชนใช้วิจารณญาณในการลงคะแนนไม่เอนเอียงไปตามเงินที่แจก โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ จังหวัดมุกดาหารแบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็น 2 เขต มีผู้สมัครรวมทั้งสิ้น 19 คน เปิดตัวเลขผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งจังหวัด

จากข้อมูลสถิติผู้มีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดมุกดาหาร ปี พ.ศ. 2569 มีรายละเอียดที่สำคัญคือ ภาพรวมทั้งจังหวัด: มีจำนวนหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 611 หน่วย โดยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งรวม 281,456 คน (ชาย 139,486 คน และหญิง 141,970 คน) โดยเขตเลือกตั้งที่ 1:ประกอบด้วย อ.เมืองมุกดาหาร (บางส่วน), อ.ดอนตาล และ อ.หว้านใหญ่ มีหน่วยเลือกตั้ง 283 หน่วย และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 142,314 คน

ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 2 ประกอบด้วย อ.เมืองมุกดาหาร (บางส่วน), อ.คำชะอี, อ.นิคมคำสร้อย, อ.ดอนหลวง และ อ.หนองสูง มีหน่วยเลือกตั้ง 328 หน่วย และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 139,142 คน

ทั้งนี้ กกต.มุกดาหาร ได้เตรียมสถานที่รองรับผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ โดยเขต 1 จะใช้หอประชุม 250 ปี มุกดาหาร และเขต 2 ใช้ศาลาประชาคมอำเภอคำชะอี เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเต็มที่
ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ตรวจการเลือกตั้งจ.นครปฐม พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธ ที่ 21 เดือน มกราคม พ.ศ. 2569 เวลา 10.30 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ให้การต้อนรับคณะผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม นำโดยนายไพศาล สุขปัญญา หัวหน้าผู้ตรวจการเลือกตั้งจังหวัดนครปฐม พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการเตรียมความ

พร้อมในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการเลือกตั้งทั่วไป และ การออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่

เป็นการเลือกตั้งทั่วไป ปี 2569 ณ เขตการเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม ซึ่งประกอบไปด้วยอำเภอนครชัยศรี และอำเภอพุทธมณฑล โดยศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งอยู่ ณ ที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี

ในการนี้ นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ในฐานะประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม เป็นผู้กล่าวรายงานภาพรวมการการดำเนินการเลือกตั้ง เขตการเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม

และนายพุฒศิษฐ์ โชคสิริหิรัญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม เป็นผู้รายงานขั้นตอนพร้อมรายละเอียดการดำเนินงานของเขตการเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม

คณะผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม ได้ให้คำแนะนำพร้อมแนวทางการดำเนินงาน และแนวทางในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อส่งผลให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และโปร่งใส
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ประชาชาติ” เปิดเวทีปราศรัยนราธิวาสคลื่นมหาชนนับหมื่นแห่ฟังปราศรัย “วันนอร์” มั่นใจแลนด์สไลด์ชายแดนใต้ กวาด ส.ส. ทะลุ 10 ที่นั่ง

แชร์เนื้อหานี้

พรรคประชาชาติเปิดเวทีปราศรัยย่อยเขต 3 และ 4 นราธิวาสสุดคึกคัก ประชาชนเกือบหมื่นคนทะลักร่วมฟังวิสัยทัศน์อย่างคึกคัก สะท้อนกระแสตอบรับเชิงบวกและความเชื่อมั่นต่อพรรค

“วันนอร์” ลั่นผลงาน 2 ปีพิสูจน์ฝีมือ พร้อมชูธง “ยุติธรรมนำการพัฒนา” ด้าน “กูเฮง” กางแผนยุทธศาสตร์ดึงอุตสาหกรรมชิปจากมาเลเซีย สร้างงานนับแสนตำแหน่ง พลิกโฉมเศรษฐกิจใต้

เมื่อคืนวันที่ 21 มกราคม 2569 ณ โรงเรียนสวนพระยาวิทยา ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ (ปช.) นำโดย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรค และอดีตประธานรัฐสภา

พร้อมด้วยแม่ทัพใหญ่ในพื้นที่อย่าง นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส และทีมผู้สมัคร ส.ส. อาทิ นายอับดุลการีม อัสมาแอ ผู้สมัครเขต 1 หมายเลข 2 นายสูเด็ง ตอเฮ ผู้สมัครเขต 3 หมายเลข 3 นายกูเฮง ยาวอหะซัน ผู้สมัครเขต 4

หมายเลข 1 และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ผู้สมัครเขต 5 หมายเลข 1 เปิดเวทีปราศรัยย่อยท่ามกลางเสียงตอบรับอย่างกึกก้องจากประชาชนเกือบ 10,000 คน ที่หลั่งไหลมาร่วมรับฟังนโยบายจนเต็มพื้นที่ สะท้อนถึงกระแสความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวว่า การแข่งขันทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่ทำให้พรรคประชาชาติมั่นใจ คือ นโยบายที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงผลงานที่พรรคได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี โดยเฉพาะบทบาทของหัวหน้าพรรคที่ดูแลด้านความยุติธรรม และลงพื้นที่ทั่วประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวด้วยความมั่นใจว่า การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคประชาชาติมีความพร้อมสูงสุด โดยชูผลงานที่เป็นรูปธรรมตลอด 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะบทบาทด้านการคืนความยุติธรรมให้กับประชาชน

“เราคัดผู้สมัครมาอย่างเฟ้นเฟ้น และเชื่อว่าประชาชนจะตัดสินจากผลงานที่จับต้องได้ พรรคตั้งเป้ากวาด ส.ส. ในพื้นที่ชายแดนใต้ไม่น้อยกว่า 10 ที่นั่ง และขยับเป้าบัญชีรายชื่อเพิ่มเป็น 3-4 ที่

นั่ง เพื่อเข้าไปเป็นเสียงที่ดังที่สุดสำหรับคนภาคใต้ในสภาฯ”นอกจากนี้ พรรคยังมีแผนการประเมินคะแนนนิยมอย่างเข้มข้นผ่านนักวิชาการถึง 3 รอบ เพื่อปรับกลยุทธ์ให้เข้าถึงความต้องการของชาวบ้านอย่างแท้จริง

ขณะที่นายกูเฮง ยาวอหะซัน ผู้สมัคร ส.ส. เขต 4 หมายเลข 1 กล่าวถึงสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ว่า แม้ยังมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นเป็นระยะ แต่บริบทโดยรวมได้เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด สิ่งสำคัญคือการตั้งคำถามว่า ประชาชนได้ประโยชน์อะไรจากความรุนแรง และใครคือผู้ได้ประโยชน์ที่แท้จริง ซึ่งตนขอเลือกพูดถึงสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือความเป็นอยู่ของชาวบ้าน

นายกูเฮงกล่าวว่า พรรคประชาชาติยึดมั่นในหลักความยุติธรรม และได้เน้นย้ำถึงความสำเร็จในการผลักดัน พ.ร.บ. ป้องกันการซ้อมทรมานและอุ้มหายฯ ซึ่งเป็นกล่องดวงใจของพรรคประชาชาติในการปกป้องสิทธิมนุษยชน

เป็นกฎหมายสำคัญอย่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการซ้อมทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย จนสามารถบังคับใช้ได้จริงทั่วประเทศ รวมถึงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นกลไกคานอำนาจ และสร้างความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรม

“วันนี้ความเป็นธรรมเริ่มเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น แต่โจทย์ต่อไปคือคุณภาพชีวิต เราต้องทำอย่างไรให้คนในพื้นที่มีงานทำ มีรายได้ และสามารถใช้ศักยภาพของตัวเองได้ในบ้านเกิด” นายกูเฮงกล่าว พร้อมเสนอแนวคิดการเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศมาเลเซีย

โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการผลิต เพื่อสร้างงานนับหมื่นถึงนับแสนตำแหน่งในพื้นที่ หากสามารถสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับนักลงทุนได้
“ถ้าเราสร้างความปลอดภัยให้นักลงทุนได้ เราจะดึงเม็ดเงินและงานมาให้คนในพื้นที่ได้ตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนคน ลูกหลานเราไม่ต้องไปทำงานไกลบ้านอีกต่อไป” นายกูเฮงระบุ

ในช่วงท้าย พรรคประชาชาติยังได้ย้ำถึงนโยบายแก้ปัญหาปากท้องและสังคม ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้ กยศ. การปฏิรูปการศึกษาที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต โดยย้ำว่าศาสนาและการเมืองต้องเดินควบคู่กัน เพื่อสร้างความยุติธรรม ความเข้าใจ และการพัฒนาที่ยั่งยืน

การปราศรัยครั้งนี้เป็นไปอย่างคึกคัก สะท้อนพลังศรัทธาของประชาชนที่มีต่อพรรคประชาชาติ ไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำฐานเสียงเดิม แต่ยังเป็นการแสดงแสนยานุภาพของพรรคประชาชาติที่พร้อมจะ “แลนด์สไลด์” ในพื้นที่นราธิวาสและจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเต็มตัว
//////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส