เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น “เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ตามมาตรการ ” Quick Big Win ” จับกุมผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16 มกราคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอาวุโส สั่งการให้ นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง อำเภอชุมแพ

เข้าปิดล้อมตรวจค้นปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง และตามข้อสั่งการของจังหวัดขอนแก่น ตามคำร้องเรียนผ่านสายด่วนยาเสพติด warroom อำเภอชุมแพ

ได้ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นตามตามบัญชีเป้าหมายในพื้นที่ตำบลนาหนองทุ่มจับกุมผู้กระทำความผิด จำนวน 2 ราย นำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดจำนวน 8 ราย

1)นายอาทิตย์ (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ชาวตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอชุมแพ ของกลางยาบ้าจำนวน 259 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง อุปกรณ์เสพยาบ้า และผลตรวจปัสสาวะจำนวน 1 ชุด ข้อกล่าวหาฐาน “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)

โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมายและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดต่อกฎหมาย”

2) นายเซเว่น (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ชาวตำบลห้วยม่วง อำเภอภูผาม่าน ของกลางยาบ้าจำนวน 51 เม็ด และผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุด ข้อหาฐาน “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย”

3)ได้ควบคุมตัวผู้เสพยาบ้า ในพื้นที่ตำบลนาหนองทุ่ม (รายใหม่) รวมจำนวน 8 ราย ซึ่งยินยอมและสมัครใจเข้าสู่ขบวนการบำบัด ที่โรงพยาบาลชุมแพ และได้ส่งตัวไปที่ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมอำเภอชุมแพ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง มาทำบันทึกจับกุมแล้วนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชุมแพ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
winฅนชนข่าว/สื่อรัฐทีวี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ระทึกไฟไหม้ ท่อยางระบายน้ำ ตอม่อสะพานภูมิพล 2 ระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คัน ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง

แชร์เนื้อหานี้

ระทึกไฟไหม้ท่อยางระบายน้ำตอม่อสะพานภูมิพล 2 ระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คัน ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง
ไฟลุกไหม้ใต้ตอม่อสะพานภูมิพล 2 ฝั่งปู่เจ้าสมิงพราย เพลิงลามติดท่อยางระบายน้ำสูงกว่า 50 เมตร เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงนับสิบคัน ใช้เวลาควบคุมสถานการณ์กว่า 1 ชั่วโมง ก่อนยืนยันไม่กระทบโครงสร้างสะพาน
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 15 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บริเวณเสาตอม่อสะพานภูมิพล 2 ฝั่งปู่เจ้าสมิงพราย พื้นที่ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย และใกล้เคียง รวมกว่า 10 คัน เข้าควบคุมสถานการณ์

ที่เกิดเหตุพบเพลิงลุกไหม้จากบริเวณฐานตอม่อสะพาน ก่อนจะลุกลามขึ้นไปติดท่อยางพีอี (PE) สำหรับระบายน้ำของโครงสร้างสะพาน ทำให้เกิดเปลวไฟลุกไหม้เป็นแนวยาวในระดับเดียวกับเสาตอม่อ สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนและผู้ใช้เส้นทางเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามฉีดน้ำจากด้านล่าง แต่ไม่สามารถส่งน้ำขึ้นไปถึงจุดเพลิงไหม้บริเวณใต้คานสะพาน ซึ่งมีความสูงจากพื้นดินกว่า 50 เมตร จึงต้องประสานรถดับเพลิงชนิดกระเช้าเข้าช่วยเหลือ

พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้ปิดการจราจรบนสะพาน 1 ช่องทาง เพื่อให้สามารถฉีดน้ำจากด้านบนลงไปยังจุดเกิดเหตุได้ ต่อมารถดับเพลิงแบบกระเช้าเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่ได้กางขากระเช้าและยกกระเช้าพานักดับเพลิงขึ้นฉีดน้ำควบคุมเพลิงอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าท่อยางพีอีสำหรับระบายน้ำ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30 เซนติเมตร ได้รับความเสียหายตลอดแนวความสูงกว่า 50 เมตร อย่างไรก็ตาม ไม่พบความเสียหายต่อโครงสร้างหลักของสะพานแต่อย่างใด

ต่อมา นายเรวัฒน์น์ สุขขำ ผอ.หมวดสะพานวงแหวนอุตสาหกรรม ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมวิศวกร ลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นยืนยันว่าสะพานยังใช้งานได้ปกติไม่มีผลกระทบกับโครงสร้างแต่อย่างใด จึงเปิดให้รถสัญจรผ่านทางกันตามปกติ และในวันที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น. นาย เรวัฒน์ สุขขำ ผอ.หมวดสะพานวงแหวนอุตสากรรม จะนำทีมวิศวกรสำรวจตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนสาเหตุในการเกิดเหตุในครั้งนี้ สันนิฐานว่า เปลวไฟน่าจะลุกไหม้จากกองขยะที่อยู่ตรงฐานของเสาตอม่อ และเกิดลุกลามขึ้นไป เพราะระบบท่อระบายน้ำไม่มีกระแสไฟในระบบ

จากการสอบถาม นางสาวพิมพา เจ๊งใจบุญ อายุ 61 ปี สท.เมืองปู่เจ้าสมิงพราย ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ไฟลุกตรงโคนเสา ไม่เยอะนิดเดียวและเราก็วิ่งออกไปดู เห็นเป็นมุมกว้างนิดนึง แล้วก็วิ่งเข้าไปบนเสาตรงท่อ ขึ้นไปเลย คราวนี้ก็ขึ้นไป เรื่อยๆ ขึ้นไวมาก แล้วเราแจ้ง ทางเทศบาลให้ นำรถมา มีหลายสาเหตุ มีหญ้าแห้ง และประตูเปิดไว้ ถ้ามีคนเข้าไปอาจจะมีขี้บุหรี่ อาจจะลุกขึ้นมา หรือเด็กเล่นกัน อยู่ๆไม่น่าจะลุกขึ้นมาได้ ตรงโคนเสาจะมีประตูคนก็เข้าไปได้เล็กๆเข้าไปได้ ไม่เห็นใครนะตอนเกิดเพลิงไหม้ น่าจะไหม้หญ้า

ขณะที่ นาย เรวัตน์ สุขขำ ผู้อำนวยการหมวดวงแหวนอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุเบื้องต้น ซึ่งพบว่าเกิดประกายไฟจากกองขยะที่อยู่ฐานของเสาตอม่อ ซึ่งสาเหตุที่แน่ชัดจะต้องรอตรวจสอบ ส่วนความปลอดภัยของตัวโครงสร้างนั้นจากการประเมินด้วยสายตาพบว่าไม่ได้รับผลกระทบถึงตัวโครงสร้างแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามจะต้องประสานผู้เชี่ยวชาญของโครงสร้างสะพานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ในวันพรุ่งนี้

ด้าน นายเรวัฒน์ สุขขำ ผู้อำนวยการหมวดบำรุงทางหลวงชนบทวงแหวนอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ว่า ทางเราได้รับรายงาน เกิดเหตุ เพลิงไหม้บริเวณใต้สะพาน ซึ่ง เป็นบริเวณตอม่อ อยู่ฝั่งปู่เจ้าสมิง พราย ภายหลังจากที่ได้รับรายงาน ได้ประสานกับท้องถิ่น ประกอบด้วย เทศบาลเมืองปู่เจ้า เทศบาลลัดหลวง อบต.บางโปรง และ เทศบาลด่านสำโรง เข้ามาช่วยเหลือกันในวันนี้ ลักษณะเหตุที่เกิดมีประกายไฟ ไหม้บริเวณซึ่งเป็นตัวท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นที่รับ น้ำจากบนสะพานภูมิพลลงมาข้าง ล่าง สันนิษฐานอาจจะเกิดประกายไฟขึ้นข้างล่าง ไหม้ขึ้นไปด้านบนจนถึงท้องใต้สะพาน

ซึ่ง ในการระงับเหตุ เกิดขึ้นประมาณ 19.00 น. ระงับเหตุได้ประมาณ 20.40 น. ในเบื้องต้นจากการร่วม มือของท้องถิ่น เป็นหน่วยหลักที่ มาช่วยในงานนี้ ก็ทำให้เพลิงสงบโดยเร็ว จากการประเมินผล ตัว สะพานในเบื้องต้น ก็ขอยืนยันกับ ทุกท่านว่ามีความปลอดภัย ยังสามารถใช้สะพานได้อย่างปกติซึ่งภายหลังจากนี้ในวันพรุ่งนี้ สำหรับกรมทางหลวงชนบท ซึ่ง เป็นหน่วยงานที่ดูแลสะพาน ก็จะ นำทีมตรวจสอบ ซึ่งมีความเชี่ยว ชาญเฉพาะ เข้ามาตรวจสอบ แล้ว หาคำตอบอีกที แล้วดูแลรักษาและแก้ไข ป้องกันในอนาคตถัดไป ท่อ พีอี ขนาด เท่า ไหร่

ขนาด ก็ ประมาณศูนย์กลาง 30 เซน ส่วนความสูงที่ไหม้อยู่ที่ประมาณ 50 เซน ยืนยันไม่มีผล กระทบต่อโครงสร้างสะพานแต่ อย่างใด ดูข้อมูลในเบื้องต้นบริเวณดังกล่าวไม่มีส่วนของไฟฟ้าอยู่บริเวณนี้ เพราะฉะนั้นใน ข้อสันนิษฐานเบื้องต้น คงมีคล้าย ๆ ไฟ แต่ว่าส่วนของจะเกิดจาก เหตุการณ์ใด อันนี้ต้องอยู่ในการ สอบ ส่วนค่าเสียหายอาจจะ ประเมินไม่ได้ตอนนี้ ถ้าเสียหาย หลักก็จะเป็นในส่วนของทรัพย์ สิน ซึ่งเป็นตัวท่อ แต่ส่วนของตัว โครงสร้างสะพาน ต้องรอส่วน ของเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญ มาดูอีกทีนึง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยตลาดบางปูแลนด์ “ยศชนัน” นำทีมชูนโยบายแก้หนี้ อ้อนขอแลนด์สไลด์ปักธงยกจังหวัด 8 เขตเมื่อช่วงเย็น

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16 มกราคม 2569 ที่สนามตลาดบางปูแลนด์ ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยระดมขุนพลลงพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ พบปะพี่น้องประชาชน เปิดเวทีปราศรัยใหญ่หาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 8 เขต ได้แก่ เขต 1 นายอัครวัฒน์ อัศวเหม เบอร์ 3 /

เขต 2 ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร เบอร์ 8 / เขต 3 นายภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ เบอร์ 3 / เขต 4 พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ เบอร์ 7 / เขต 5 นายปิยะพงษ์ เหมมะ เบอร์ 9 / เขต 6 นฤมล ธารดำรงค์ เบอร์ 8 / เขต 7 นายประชา ประสบดี เบอร์ 7 / เขต 8 นางสลิลทิพย์ สุขวัฒน์ เบอร์ 7

การเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งนี้ นำทีมโดยแกนนำคนสำคัญ ได้แก่ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

นายจักรภพ เพ็ญแข ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคเพื่อไทย นอกจากนี้ ยังมีนายสุนทร ปานแสงทอง นายกอบจ.สมุทรปราการ พร้อมด้วย ผู้บริหารท้องถิ่น ร่วมสังเกตการณ์ฟังการปราศรัยบนเวทีจากผู้สมัคร สส. ทั้ง 8 เขต และแกนนำพรรคเพื่อไทย

โดยในช่วงเวลา 17.00 น. แกนนำพรรคเพื่อไทย รวมถึงผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.ทั้ง 8 เขต ได้เปิดเวทีปราศรัยที่หน้าตลาดบางปูแลนด์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีพี่น้องประชาชนชาวสมุทรปราการทั้งในเขตพื้นที่และนอกพื้นที่เดินทาง

มาร่วมฟังการปราศรัยนับหมื่นคน ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยปลุกใจมวลชนขอเลือกคนสมุทรปราการปากน้ำคือบ้านของเรา พร้อมส่งเสียงความคิดถึงไปยัง ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เรียกเสียงเฮสนั่นจากกลุ่มมวลชน

จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน ได้ขึ้นเวทีปราศรัยชูนโยบายแก้หนี้ให้กับพี่น้องประชาชนทำให้สมุทรปราการบ้านของเราเป็นเมืองที่น่าอยู่ พร้อมอ้อนขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยแบบแลนด์สไลด์ ทั้ง 8 เขต

และพร้อมที่จะเข้าไปทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีเพื่อบริหารประเทศต่อไป ทั้งนี้ บรรยากาศโดยรอบเวทีปราศรัยเต็มไปด้วยความอบอุ่น ประชาชนเนืองแน่นต่างนำป้ายเชียร์หมายเลข 9 พรรคเพื่อไทย และป้ายเชียร์ผู้สมัคร ส.ส.เขต ทั้ง 8 เขต พรรคเพื่อไทย


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหาร -บช.ปส.รวบ 2 นักบินมุกดาหาร ยึดของกลางยาบ้ากว่า 2.8 แสนเม็ด กลางลานจอดรถโลตัส

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลาประมาณ 20.40 น. วันที่ 15 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 3 (กก.3 บก.ปส.3) นำโดย พ.ต.อ.วสุภัทร คำมี ผู้กำกับการ 3 บก.ปส.3 พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุชาติ ชื่นวงศ์ รองผู้กำกับการ และ ว่าที่ พ.ต.ต.เอกมล จันทบุรี สารวัตร กก.3 บก.ปส.3 หัวหน้าหน่วย นปส.พิษณุโลก ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญได้ 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้าจำนวนมาก

ผู้ต้องหาทั้งสองรายคือ นายจักรพันธุ์ พงษ์วรรณา อายุ 35 ปี ชาวตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร และนายเฉลิมชัย บัวผัน อายุ 39 ปี ชาวตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาบ้า จำนวน 141 มัด รวมประมาณ 282,000 เม็ด รถยนต์ 1 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสองในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชน”

จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่ กก.3 บก.ปส.3 ทราบว่ามีกลุ่มขบวนการลักลอบค้ายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร จึงวางแผนติดตามจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ 1 ได้บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าโลตัสมุกดาหาร ถนนชยางกูร ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร ขณะเดียวกันสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ 2 และตรวจยึดยาเสพติดของกลางได้บริเวณหลักกิโลเมตรป้ายทางไปบ้านหนองสระพัง ตำบลกกแดง อำเภอนิคมคำสร้อยหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 3 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับยาบ้า #ปราบปรามยาเสพติด #บชปส #มุกดาหาร #ข่าวอาชญากรรม #ยาเสพติด #282000เม็ด #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้///เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

Bangkok, Friday, 9 January 2026

แชร์เนื้อหานี้

Saudi‑Thai Business Council and Thai SME Federation Sign Strategic MoU to Strengthen Bilateral Trade and Investment Cooperation

Today, the Saudi‑Thai Business Council, a key platform under the Federation of Saudi Chambers of Commerce, and the Thai SME Federation signed a landmark Memorandum of Understanding (MoU) in Bangkok, Kingdom of Thailand. This strategic cooperation marks a new chapter in economic collaboration between the Kingdom of Saudi Arabia and the Kingdom of Thailand, highlighting mutual commitment to empowering small and medium enterprises (SMEs) and fostering sustainable trade and investment growth.

The signing ceremony was attended by senior representatives from both sides, including the President and Vice‑President of the Thai SME Federation, members of its executive team, and senior delegates from the Saudi‑Thai Business Council.

Osama Kokandy, Chairman of the Saudi‑Thai Business Council, commented: “It is with great pride and optimism that we sign this strategic MoU with the Thai SME Federation today. This moment represents not just a formal agreement, but the beginning of a long‑term partnership grounded in respect, shared goals, and mutual ambition to enhance economic ties between our two kingdoms.

He continued: “Thailand holds a uniquely important place in our bilateral relationship. Thai businesses are known for their exceptional standards of quality, strong work ethics, and flexibility — attributes that make them ideal partners in global trade. It is our great pleasure to work closely with Thai entities to unlock new opportunities for entrepreneurs on both sides.”

The Saudi‑Thai Business Council represents the business interests of the Federation of Saudi Chambers of Commerce, which comprises more than 750,000 companies across small, medium, and large enterprises. The Council has been instrumental in creating platforms that empower business communities, facilitate market entry, and drive cross‑border collaborations.

The strategic cooperation established through this MoU will deliver a range of tangible benefits for members of both parties, including but not limited to:

  • Enhanced market access: Providing Thai SMEs with direct access to the vast Saudi market and Saudi companies with opportunities in Thailand.
  • Business matching and networking: Facilitating high‑level B2B engagements, trade missions, and matchmaking events between Thai and Saudi enterprises.
  • Regulatory and operational support: Helping members navigate legal, regulatory, and procedural requirements in both countries.
  • Knowledge and capability building: Promoting joint training programs, workshops, and exchange of best practices for SMEs to scale sustainably.
  • Strategic investment opportunities: Encouraging collaboration in priority sectors including food and beverages, health and wellness, logistics, manufacturing, digital services, and tourism.

Mr. Kokandy added: “Our vision is aligned with Saudi Arabia’s Vision 2030 and Thailand’s economic priorities. By bringing our business communities closer, we deepen not only commercial relations but also cultural understanding and shared prosperity.”

Both parties expressed their strong commitment to implementing the framework of cooperation and to engaging their extensive networks to achieve meaningful impact in the short and long term.

The signing of this MoU reinforces the role of the Saudi‑Thai Business Council and the Thai SME Federation as catalysts for economic connectivity, supporting SMEs as engines of innovation and job creation across both economies.

clusterSIE #SaudiThai BusinessCouncil #Thai SME Federation

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 จัดกิจกรรมเนื่องในวันครู

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16 มกราคม 2569 ที่ศาลากองอำนวยการ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายอรรภวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานพิธีบูชาบูรพาจารย์และระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ เนื่องในวันครู ครั้งที่ 70 ประจำปี 2569 โดย ดร.ณัฎฐิกา ลิ้มเฉลิม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 กล่าวว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 ร่วมกับ ร่วมกับกลุ่มโรงเรียนในสังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม

เพจอีจัน และครูจากโรงเรียนต่างๆ กว่า 2,000 คน จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อีกทั้งเพื่อระลึกถึงคุณครูของบูรพาจารย์ ส่งเสริมความสามัคคีระหว่างครู และความเข้าใจอันดีระหว่างครูและประชาชน ตลอดจนส่งเสริม ยกย่อง เชิดชูเกียรติให้กับผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ที่ทำคุณงามความดี หรือทำคุณประโยชน์ต่อการศึกษา ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนและเป็นแบบอย่างให้เยาวชนรุ่นหลังได้ยึดถือปฏิบัติตาม

สำหรับการจัดกิจกรรมเนื่องในวันครู ประจำปี 2569 ประกอบด้วย พิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 93 รูป, พิธีแห่ผ้าห่มองค์พระปฐมเจดีย์, พิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นเวลา 93 วินาที, พิธีน้อมรำลึกบูรพาจารย์, พิธีบูรพาจารย์รำลึกถึงบุญคุณ และพิธีมอบเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการครู โดยมี โรงเรียนวัดหนองปลาไหล ผอ.ชุติสรา หาดแมน ได้รับรางวัลและยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ผู้อำนวยการสถานศึกษาดีเด่น

คุณครูน้ำฝน ทองสายใหญ่ ได้รับรางวัลและยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ครูและบุคคลากรทางการศึกษาดีเด่นคุณครูพรรณทิภา สุวรรณเจริญ ได้รับรางวัลและยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ครูและบุคคลากรทางการศึกษาดีเด่นคุณครูวาทินี ปรีสำเนียง ได้รับรางวัลและยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ครูและบุคคลากรทางการศึกษาดีเด่นเนื่ิองในวันครูแห่งชาติครั้งที่70 และยังมีบุคลากรทางกางการศึกษาดีเด่น และบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ ด้านการศึกษา อีกด้วย

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานในการประชุมประจำเดือนเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ประจำเดือน มกราคม 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานในการประชุมประจำเดือนเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

อำเภอนครชัยศรี ประจำเดือนมกราคม 2569 เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานและติดตามผลการดำเนินงานยุทธศาสตร์สุขภาพอำเภอนครชัยศรี และนโยบายข้อสั่งการ จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม

การประชุมหัวหน้าส่วนราชการ และการประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 60 คน ประกอบด้วย สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรีและหัวหน้างานสำนักงาน

สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง

ทั้งนี้ นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ได้พบปะพูดคุย รวมทั้งมอบแนวทางในการดำเนินงานอำเภอนครชัยศรี การขับเคลื่อนโครงการ “TO BE NUMBER ONE” และขอบคุณเจ้าหน้าที่รพ.สต. และอสม.

ในการปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดตรวจ/จุดบริการ อำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (7วัน อันตราย) ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 และการบูรณาการ การป้องกัน คัดกรอง บำบัดรักษา และติดตามผู้ป่วยยาเสพติดในพื้นที่ โดยการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “สจ.โป่ง” ปลุกกระแสพลังเงียบในใจประชาชน เขต 1 นราธิวาส

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (15 มกราคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปารมี พิมานแมน หรือ “สจ.โป่ง” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จังหวัดนราธิวาส (อำเภอเมืองนราธิวาส และอำเภอยี่งอ) พรรค รวมไทยสร้างชาติ หมายเลข 5 ได้ลงพื้นที่เดินเท้าพบปะประชาชน พ่อค้าแม่ค้า และผู้ประกอบการรายย่อย บริเวณหาดนราทัศน์และชุมชนริมทะเล เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนด้านปากท้องและเศรษฐกิจฐานรากอย่างใกล้ชิด

การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนภาพลักษณ์ของนักการเมืองที่ “เข้าใจ เข้าถึง และพร้อมแก้ปัญหา” โดยนายปารมีให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงประชาชนในพื้นที่จริง ไม่เน้นพิธีการ แต่เปิดพื้นที่พูดคุยอย่างเป็นกันเอง ท่ามกลางบรรยากาศที่ประชาชนให้การต้อนรับและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเปิดใจ

แหล่งข่าวในพื้นที่ลุ่มน้ำบางนราระบุว่า นายปารมี หรือ “สจ.โป่ง” ถูกมองว่าเป็นนักการเมืองคุณภาพ มีวิสัยทัศน์ ทำงานหนัก และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในช่วงดำรงตำแหน่ง สจ. ส่งผลให้กระแส “พลังเงียบ” ในเขต 1 เริ่มขยับตัว หลังประชาชนจำนวนไม่น้อยเริ่มเบื่อหน่ายการเมืองระบบบ้านใหญ่ และมองหาทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์อนาคตพื้นที่

ชาวบ้านหลายระดับชั้นให้ความเห็นตรงกันว่า นายปารมีเป็นนักการเมืองที่เข้าถึงง่าย พูดจริง ทำจริง และมีคุณสมบัติพร้อม ทั้งด้านประสบการณ์ ต้นทุนทางสังคม และความเข้าใจพื้นที่ ส่งผลให้ชื่อของ “สจ.โป่ง” เริ่มเข้าไปอยู่ในใจประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยหลายฝ่ายมองว่าเป็นผู้สมัครที่มีโอกาสสร้างความเปลี่ยนแปลงในการเลือกตั้งครั้งนี้ และอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่น่าจับตาในสนามเลือกตั้งเขต 1

ทั้งนี้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 อำเภอเมืองนราธิวาส และอำเภอยี่งอ กำลังเข้าสู่ช่วงเข้มข้น โดยประชาชนต่างเฝ้าติดตามท่าทีและผลงานของผู้สมัครอย่างใกล้ชิด นายปารมี พิมานแมน (สจ.โป่ง) ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 นราธิวาส พรรค รวมไทยสร้างชาติ หมายเลข 5
///////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดโครงการเด็กไทยสายตาดี มอบแว่นเป็นของขวัญวันเด็ก 480 อัน ณ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ร้อยเอก อำนาจ คงคาชัย ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4905 (ผบ.ร้อย.ทพ.4905) มอบหมายให้ จ่าสิบเอก ประเสริฐ โกมุทกลาง หัวหน้าส่วนการเมือง พร้อมด้วยกำลังพลชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน (ชป.กร.)

ลงพื้นที่สร้างความสุขร่วมกับผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำศาสนา และผู้ปกครอง ในกิจกรรมงานวันขึ้นปีใหม่และวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 ณ โรงเรียนร่วมจิตต์ประชา บ้านไอร์ซือเร๊ะ หมู่ที่ 3 ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส

ทั้งนี้เพื่อให้วันเด็กในปีนี้เต็มไปด้วยความหมาย ทางหน่วยได้ร่วมกับคณะครูและบุคลากรทางการศึกษา จัดกิจกรรมนันทนาการเพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีความกล้าคิด กล้าแสดงออก พร้อมทั้งได้ สนับสนุนของรางวัลพิเศษ (รถจักรยาน) เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับน้องๆ นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ มุ่งเน้นการปลูกฝังให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีความรักและความภาคภูมิใจในชาติบ้านเมือง ควบคู่ไปกับการตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน

โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นและสนุกสนาน ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งคณะครูและนักเรียน โดยทางโรงเรียนได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ให้ความสำคัญและเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความสุขให้กับเด็กๆ ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /กู้ภัยระทึกช่วยสาวท้องแก่ส่งโรงพยาบาลแต่สุดท้ายอั้นไม่ไหวคลอดเองบนรถกู้ภัย

แชร์เนื้อหานี้

เหตุการณ์นี้สร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับเจ้าหน้าทีกู้ภัยอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จุดเมืองใหม่ เมื่อพวกเขาได้รับแจ้งจากศูนย์สั่งการกู้ชีพปราการ ว่ามีหญิงเจ็บครรภ์ใกล้คลอดขอความช่วยเหลือพาเธอส่งโรงพยาบาล

โดยเธอนั่งรถมาในรถบรรทุกพ่วง ขณะเดินทางไประยอง และเกิดการเจ็บครรภ์ใกล้คลอดจึงโทรขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้ช่วยพาเธอส่งโรงพยาบาล โดยจอดรถรออยู่ริมถนนสายเทพรัตน ขา ออก กม 25 ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ เหตุเกิดเมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 15 มกราคม 69

ทันทีที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้รับแจ้งเหตุ ก็รีบนำกำลังเดินทางไปไปตรวจสอบ พอไปถึงก็พบกับ สายชล อายุ 26 ปี รอคอยความช่วยเหลืออยู่ กู้ภัยจึงประคองเธอเดินขึ้นมาบนรถพยาบาล เพื่อจะนำส่งโรงพยาบาลบางบ่อ ระหว่างทางที่กำลังจะไปโรงพยาบาลบางบ่อนั้น ปรากฏว่า เธอได้คลอดบุตรสาวออกมากลางรถกู้ภัยในระหว่างทาง

เจ้าหน้าที่จึงรีบประสานกลับไปยังโรงพยาบาลบางบ่อเพื่อจัดเตรียมทีมแพทย์และพยาบาลรอรับทั้งแม่และเด็ก ซึ่งพอเดินทางถึงโรงพยาบาล พบว่าทารกเพศหญิง รายนี้ปลอดภัยดี แข็งแรง ร้องดัง แถมยังมีน้ำหนักตัวถึง 2620 กรัม ซึ่งสร้างความดีใจทั้งคุณแม่และเจ้าหน้าที่กู้ภัยเป็นอย่างมาก รวมถึงคุณพ่อที่เป็นคนขับรถบรรทุกอีกด้วย

จากการสอบถามนางสาว สายชล คุณแม่ของทารกเพศหญิงรายนี้ บอกว่า บุตรสาวคนนี้เป็นบัตรคนที่สี่ของครอบครัวแล้ว โดยเธอได้ฝากครรภ์ไว้ที่โรงพยาบาลระยอง และมีกำหนดคลอดวันที่ 26 มกราคม 2569 นี้ แต่ยังไม่ทันครบกำหนดคลอด ก็รู้สึกปวดครรภ์คล้ายจะคลอด

จึงรีบโทรขอความช่วยเหลือจากทางเจ้าหน้าที่ ส่วนที่เธอต้องนั่งรถมากลับสามีนั้น เพราะสามีเป็นห่วงจึงขอให้นั่งมาด้วยหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินสามีจะได้อยู่เคียงข้างและช่วยเหลือได้ทัน กระทั่งมาคลอดลูกสาวในวันนี้


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดกิจกรรม เทศกาลหนังค่ายหนุมานฟิล์ม สถานที่จัดงาน โรงภาพยนตร์เซ็นจูรี่ อนุสาวรีย์ชัย เมื่อวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

แชร์เนื้อหานี้

ค่ายหนุมานฟิล์ม นำทีมโดย ผู้กำกับภาพยนตร์ วิวัฒน์ กองนาวี (เอ หนุมาน) จัดกิจกรรม เทศกาลหนังค่ายหนุมานฟิล์ม สถานที่จัดงาน โรงภาพยนตร์เซ็นจูรี่ อนุสาวรีย์ชัย เมื่อวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

โดยปล่อยตัวอย่างหนังในค่าย และเปิดตัวภาพยนตร์ของค่าย 2 เรื่อง ขุมทรัพย์จันทบูรณ์ เป็นภาพยนตร์แนวผจญภัย แนวส่งเสริมการท่องเที่ยว และ ภาพยนตร์ชุด สแกมเมอร์ เพื่อเตือนภัยในสังคม โดยมีรายนามนักแสดงและผู้อยู่เบื้องหลังดังนี้

-ขุมทรัพย์ จันทบูรณ์-กำกับโดย วิวัฒน์ กองนาวีโปรดิวเซอร์ ดารณี มีชนะประสานงาน ชุติมา บุญสวากำกับภาพ ณวพร สัมพัดทองลำดับภาพ ณวพร สัมพัดทองผู้ช่วยกล้อง ธนพล ฟักประไพ
เสียง ชาคริต หลวงอุดรควบคุมการผลิต หนุมานฟิล์ม อุปกรณ์ บริษัทหนุมานฟิล์ม จำกัด

รายชื่อนักแสดง ธณัญชน ทองเล็ก(แอล) พาขวัญ สุคนธ์ จิรัชยา คูนาดี ด.ญ.ศิวาพัชญ์ เบญจไตรพัฒน์ ด.ญ.นภัค คุณคงคาพันธ์ ด.ช.คู่บุญ คุณคงคาพันธ์ ธนโชติ พรมสวัสดิ์ (ดิว) ดช.ปภังกร น้ำใจตรง (เนม) ด.ญ.ศิรประภา กุลรัตน์ (โฟกัส) ด.ญ.ศุภิสรา เงื่อนกลาง ด.ญ.กมลชญา ชื่นบุบผา ด.ญ.ไอศิกา บริบูรณ์ทรัพย์

นักแสดง -สแกมเมอร์- 1.นางสาว อิงค์ฟ้า รบเมือง Miss. Inkfa Ropmuang 2.นายชยธร นิ่มนวล Mr.Chayatron N imnual
3.ด.ญ แก้วตา ตระกูลโพธิ์ Miss.Kaewta Takulpo 4.น.ส กฤตพร สุวรรณเศียร

Miss.Krittapron Suwansian 5.นาย กันตชาติ รุกขชาติ Mr.Kantachat Rukkhachat 6.นาย ภานุพงษ์ เป้งไชยโม Mr.Phanuphong Pengchaimo 7.นาย ยงยศ แก้วนุ้ย
Mr.Yongyos Kaewnui 8.นาย ธนกร แก้วนุ้ย Mr.Thanakorn Kaewnui

  1. นางสาว ดนิตา ฟีบิก Miss. Danita Fiebig
  2. นาย สรธร สอดสูงเนิน Mr. Soraton Sodsoongnoer 11.นาย ณัฐภูมิ นุชเพนียด Mr.Nattaphum Nuchpaniad

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “สุจริต” อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ “ดร.มาย ไชยนิตย์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 15 มกราคม 2569 นายสุจริต ปัจฉิมนันท์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ ดร.มาย ไชยนิตย์

อดีตนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ อายุ 80 ปี สามี นางจำเนียร ไชยนิตย์ อดีตประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอบางละมุง ณ เมรุ วัดบุญสัมพันธ์ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

โดยมีแขกผู้มีเกียรติร่วมแสดงความไว้อาลัย จำนวนหลายท่าน อาทิ นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางสุกุมล คุณปลื้ม ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดชลบุรี

นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเมืองพัทยา

นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานกรรมการบริหาร บ.เอ็มไอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด นายไพรัตน์ ไตรศุภโชค นายกเทศมนตรีตำบลห้วยใหญ่

นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือพร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาล นายสมพันธ์ เพ็ชรตระกูล ประธานชมรมคนดีศรีเมืองชล นายยศพงศ์ ลินทอง นายกเทศมนตรีตำบลหนองปลาไหล

นายแพทย์วิชัย ธนาโสภณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ นายนคร ผลลูกอินทร์ นายวรพต พงษ์พาลี สมาชิก อบจ.ชลบุรี นายมานะ ยาประคำ

ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา นายสุครีพ กระจาย นายกสมาคมชาวอีสานพัทยา นายเชาวลิตร แสงอุทัย ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 8 พรรคภูมิใจไทย

นายแมน อินทร์พิทักษ์ ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 9 พรรคภูมิใจไทย นายชาญยุทธ เฮงตระกูล

ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 8 พรรคเพื่อไทย นายรัฐกิจ เฮงตระกูล ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 9 พรรคเพื่อไทย

พร้อมด้วยผู้นำองค์กรปกครองท้องถิ่น ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สมาคม ชมรมและประชาชน พร้อมด้วยญาติพี่น้องผู้วายชนม์ และครอบครัวไชยนิตย์ ร่วมแสดงความอาลัยพร้อมเพรียง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รพ.นครปฐม จัดการประชุม คณะกรรมการบริหาร และมอประกาศนียบัตร ให้กับแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ ที่ไปช่วยอุทกภัยภาคใต้

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น. โรงพยาบาลนครปฐม จัดการประชุม คณะกรรมการบริหารครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานพร้อมด้วย แพทย์หญิงอุษณีย์ พูลวิวัฒน์ชัยการ นายแพทย์ณัฐพงศ์ กาญจนะโกมล รองผู้อำนวยการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ เข้าร่วมประชุม เพื่อมอบนโยบาย และติดตามการดำเนินงาน ต่างๆ ในปีงบประมาณ 2569 พร้อมทั้งมอบประกาศนียบัตร ให้กับ ทีมแพทย์ และเจ้าหน้าที่ ที่เดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่หาดใหญ่ ประกอบด้วย ทีม Mini Mert ทีมปฏิบัติการนิติเวช และทีมช่าง ณ ห้องประชุมเบญจรัตน์ ชั้น 5 โรงพยาบาลนครปฐม
น.ส. ลาวัลย์ แสงสว่าง ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มอบทุนการศึกษา โล่เกียรติคุณ และกระเป๋านักเรียนพระราชทาน วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๙

แชร์เนื้อหานี้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์มอบทุนการศึกษา โล่เกียรติคุณ และกระเป๋านักเรียนพระราชทาน เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๙

วันเสาร์ที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๓๐ น.
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ พลตรีหญิง ท่านผู้หญิงอรอนงค์ ปิยนาฏวชิรพัทธ์
เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในพิธีมอบทุนการศึกษา โล่เกียรติคุณ และกระเป๋านักเรียนพระราชทาน

แก่นักเรียนดีเด่น และครอบครัวส่งเสริมคุณธรรมในวัยเด็ก ซึ่งผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศ โดยสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จำนวน ๔๒ ราย และผู้แทนนักเรียนผู้พิการทางสายตา จำนวน ๑ ราย

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเนื่องในโอกาส วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๙ณ ห้องประชุม ชั้น ๓ ตึกนวมหาราช สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร

การจัดพิธีในครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมการศึกษา การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม และการพัฒนาเยาวชนไทยให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศชาติสืบไป

ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ นำคณะเข้าพบอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ สวัสดีปีใหม่ 2569

วันอังคารที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 11.00 น.ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์พร้อมด้วยดร.ธิดารักษ์ สัจจพงษ์ เลขาธิการ

สภาสังคมสงเคราะห์ฯคุณนันทิยา วงศ์วานิชย์ รองเลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์ฯและ คุณวรัญญู วอทอง กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯได้เข้าพบเพื่อ สวัสดีปีใหม่ ประจำปี 2569
แก่ คุณสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์

โดยมีคุณพรพิทักษ์ แม้นศิริ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์
คุณศุภพงษ์ เชาวน์แล่น รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์
คุณชัยวัฒน์ บุญชวลิต รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์
และ คุณจิรนันท์ สุทธรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนช่วยอำนวยการและประสานราชการ กรมประชาสัมพันธ์

ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ณ ห้องรับรอง ชั้น 1 อาคารกรมประชาสัมพันธ์ การเข้าพบในครั้งนี้ เป็นการแสดงความปรารถนาดีเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านสังคม และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกเทศมนตรี กำแพงแสน ร่วมยินดีกับผอ.รร.อุบาลกำแพงแสน ที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่ 12 มกราคม 2569 นางสมพิศ ยืนนาน นายกเทศมนตรีตำบลกำแพงแสน (ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลกำแพงแสน) พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ (คณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลกำแพงแสน) และนายเกรียงไกร ชูศิลป์กุล ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ เทศบาลตำบลกำแพงแสน เข้าร่วมแสดงความยินดี แก่ นางพิศมัย ถิ่นน้อย เนื่องในโอกาสย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลกำแพงแสน ณ โรงเรียนอนุบาลกำแพงแสน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สพป. น่าน เขต 1 โครงการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้คู่คุณธรรม ในศตวรรษที่ 21

แชร์เนื้อหานี้

วันอังคารที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมเวทีวิชาการ ดร.วิเชียร วาพัดไทย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 เป็นประธานเปิดการอบรมพัฒนาครูผู้สอน ตามโครงการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้คู่คุณธรรม

นำวิถีใหม่และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ มีทักษะการเรียนรู้ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ว PA ข้าราชการครู โดยมีนายธวัชชัย ยวงคำ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 กล่าวรายงาน การดำเนินการอบรมในวันที่มีผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 80 คน

มีวิทยากรในการอบรมประกอบด้วย ดร.กฤติยา ขัติยะ ดร.นภัทร เครือผดุงสกุล นายพุฒิพงศ์ วงศ์นันท์ ศึกษานิเทศก์ โดยมีศึกษานิเทศก์ทุกคน พร้อมด้วย นางกิติยาภรณ์ เวงศ์วรรธน์ และนางเจทินี จันต๊ะโมก ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนราชานุบาล เป็นวิทยากรพี่เลี้ยง ดร.วิเชียร วาพัดไทย เน้นย้ำว่า ครูผู้สอนมีความสำคัญในการพัฒนาองค์กร มีหน้าที่ในการจัดการเรียนการสอน มีความจำเป็นที่ควรได้รับการพัฒนา

เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงสมรรถนะ เพื่อให้รักเรียนเกิดความรู้ มีความสุขในการเรียน และเพื่อพัฒนาวิชาชีพสู่การขอมีและขอเลื่อนวิทยฐานะ ให้ได้รับการพัฒนามีความมั่นคงก้าวหน้าในวิชาชีพ ตามนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงศึกษาธิการ มานพ เถรหมื่นไวย ภาพ/ข่าว/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สานความร่วมมือคืนคนดีสู่สังคมฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง เรือนจำกลางนครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

นครปฐม – สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-นครปฐม สานความร่วมมือ เรือนจำกลางนครปฐม และ บริษัท รีโว่เมด (ไทยแลนด์) จำกัด สาขาบางเลน

ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานประกอบการ เพื่อเตรียมความพร้อม ดำเนินโครงการคืนคนดีสู่สังคมโดยการฝึกวิชาชีพและฝึกทักษะการทำงาน ให้แก่ผู้ต้องขังในสถานประกอบการนอกเรือนจำ

วันที่ 12 มกราคม 2569 นายจักร ลิ่มบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม พร้อมด้วย นางสาวณัฏฐ์ปภาณ จันทร์ละมูล นายกสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพ แห่งประเทศไทย-นครปฐม ดร.ศิริพงษ์ สีใสไพร กรรมการผู้จัดการ บริษัทรีโว่เมด กรุ๊ป จำกัด คุณรุ่งนภา แก้วศรีพันธุ์ รองประธานคณะทำงานฯ พันตำรวจโทสุธี ชื่นจิตต์ รองผู้กำกับป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเพ จ.ระยอง

ในฐานะเลขาโครงการฯ และคณะทำงานทั้ง 3 ฝ่าย ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม บริษัท รีโว่เมด (ไทยแลนด์) จำกัด สาขาบางเลน จังหวัดนครปฐม ซึ่งสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-นครปฐม ได้สานความร่วมมือกับ เรือนจำกลางนครปฐม และ บริษัท รีโว่เมด (ไทยแลนด์) จำกัด สาขาบางเลน

ดำเนินโครงการคืนคนดีสู่สังคมโดยการฝึกวิชาชีพและฝึกทักษะการทำงาน ให้แก่ผู้ต้องขังในสถานประกอบการนอกเรือนจำ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ต้องขัง ได้มีโอกาสในการออกไปฝึกทักษะอาชีพมีสมรรถนะในระบบอุตสาหกรรมภายนอกเรือนจำ รวมทั้งฝึกฝนและเรียนรู้ทักษะการทำงาน จากการปฏิบัติงานจริง (On The Job Training)

ทำให้เกิดความชำนาญ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตภายหลังพ้นโทษ และพัฒนาการฝึกทักษะด้านอาชีพให้ตรงกับตลาดแรงงาน สามารถนำไปประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ผู้ต้องขังยังได้รับเงินปันผลจากการฝึกวิชาชีพ สามารถนำไปชำระค่าใช้จ่ายและเก็บสะสมเป็นเงินทุนตั้งต้นภายหลังพ้นโทษได้อีกด้วย

ทั้งนี้ เรือนจำกลางนครปฐม จะดำเนินการคัดเลือกผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดี จำนวน 10 คน เพื่อฝึกวิชาชีพและฝึกทักษะการทำงาน ณ บริษัท รีโว่เมด (ไทยแลนด์) จำกัด สาขาบางเลน ซึ่งเป็นบริษัทรับผลิตครีม เครื่องสำอาง อาหารเสริม OEM โดยมีนางสาววาสนา อินทะแสง เป็นประธานกรรมการบริหารบริษัท
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สรรพสามิตภาค 3 ผนึกตำรวจ-ไปรษณีย์ ลุยตรวจของกลาง “บุหรี่เถื่อน” โคราช ยึดเพิ่ม 24,740 ซอง พัสดุต้องสงสัยอีก 29 กล่อง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันอังคารที่ 13 มกราคม 2569 ที่บริเวณด้านหน้าสำนักงาน สรรพสามิตภาคที่ 3 มีการบูรณาการตรวจสอบของกลาง “บุหรี่ที่มิชอบด้วยกฎหมาย” โดยจับมือร่วมกันระหว่างหลายหน่วยงานหลัก ทั้งฝ่ายสรรพสามิต ตำรวจ และไปรษณีย์ไทย เพื่อสกัดกั้นการลักลอบจำหน่ายบุหรี่เถื่อนที่กำลังแพร่กระจายในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และป้องกันผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ รวมถึงสุขภาพของประชาชน การตรวจสอบครั้งนี้มีผู้แทนหน่วยงานเข้าร่วมครบถ้วน นำโดยนายณธัชพงศ์ เผ่าผาง ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3,

นายธนากร โพธิโต สรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา,นายยงยุทธ อดิราชวชิรภักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานไปรษณีย์เขต 3,นายไชยรัตน์ ชื่นใจฉ่ำ ผู้อำนวยการส่วนตรวจสอบป้องกันและปราบปราม,พ.ต.ท.วิชานนท์ บ่อพิมาย รองผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา,และ นายพงศธร ประจิตร หัวหน้าฝ่ายปราบปรามสรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา ร่วมตรวจดูของกลางอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางการจับตาของเจ้าหน้าที่ในสายปฏิบัติการ แสดงรายละเอียดการตรวจค้น การตรวจยึด และแนวทางการขยายผลดำเนินคดีแบบครบวงจร

แหล่งข่าวจากการตรวจสอบเปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงการคลัง ในการเพิ่มประสิทธิภาพการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และสร้างความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการที่เสียภาษีถูกต้อง รวมถึงการปกป้องสังคมด้านสุขภาพจากการบริโภคสินค้าที่ไม่ปลอดภัยนอกจากนี้ กรมสรรพสามิตยังมีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อร่วมกันตรวจสอบสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายในระบบขนส่งพัสดุ พร้อมบูรณาการการสืบสวนปราบปรามร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและภาคีเครือข่ายก่อนหน้านี้ ในช่วงเดือนมีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่สรรพสามิตภาค 3 และสรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา เคยตรวจยึดกล่องพัสดุไปรษณีย์ที่พบว่าบรรจุบุหรี่เถื่อน จำนวน 1,269 กล่อง ตรวจพบเป็นบุหรี่ผิดกฎหมายรวม 92,637 ซอง คิดเป็นค่าปรับโดยประมาณ 87,264,054 บาท และอยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินคดี

ด้านความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาและเจ้าพนักงานสรรพสามิต ได้ร่วมกันสืบสวนตามข้อร้องเรียนของประชาชน กรณีมีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่เถื่อนในเขตพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา ก่อนพบเป้าหมายเป็นร้านค้าตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลหนองไผ่ล้อม จึงขอหมายค้นเข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัย และพบการกระทำความผิดจริงเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลต่อเนื่อง สามารถจับกุมเครือข่ายส่งดำเนินคดีได้ 5 ราย พร้อมตรวจค้นสถานที่เก็บสินค้าเพิ่มอีก 2 แห่ง พบของกลางบุหรี่ผิดกฎหมายหลายยี่ห้อ รวม 24,740 ซอง ประมาณการค่าปรับเป็นเงิน 21,462,991.50 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดเพิ่มเติมต่อไป

ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 เจ้าพนักงานสรรพสามิตได้ขยายผลตรวจสอบบริเวณ ศูนย์นำจ่ายพัสดุไปรษณีย์ โดยได้รับความร่วมมือจากพนักงานไปรษณีย์ไทยในการตรวจพัสดุต้องสงสัย จนสามารถตรวจพบกล่องพัสดุต้องสงสัยเพิ่มเติมอีก 29 กล่อง เมื่อตรวจพิสูจน์ทราบพบเป็นบุหรี่ผิดกฎหมายรวม 14,460 ซอง ประมาณการค่าปรับ 9,165,827.25 บาท จึงตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่า ของกลางทั้งหมดที่ตรวจยึดได้ จะเข้าสู่กระบวนการทำลายของกลางตามขั้นตอนทางกฎหมาย พร้อมเตรียมประสานสื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ในการทำลายในโอกาสต่อไป

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้การฯ ประจวบฯ สั่งลุย เร่งแกะรอย ไล่ล่ามือปา “ไปป์บอมบ์” ถล่มบ้านนักข่าวท็อปนิวส์ / ตร.ประจวบฯ ตรวจหาสารเสพติดข้าราชการตำรวจ 1,053 นาย ผลเป็นลบยกจังหวัด ขานรับโครงการ “ตำรวจสีขาว”

แชร์เนื้อหานี้

จากกรณีคนร้ายบุกปาระเบิดข่มขู่ผู้สื่อข่าว ล่าสุดผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรียกประชุมด่วนชุดสืบสวน สั่งปูพรมตรวจค้นจุดต้องสงสัย เก็บหลักฐานจากกล้องวงจรปิดหาเส้นทางหลบหนี มั่นใจคดีคืบหน้าไปมาก แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกกันคนร้ายไหวตัว ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 2 สภ.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทองผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีคนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ใช้วัตถุระเบิดชนิดไปป์บอมบ์ปาเข้าใส่บ้านพักของผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ Top News ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จนทำให้รถยนต์ที่จอดอยู่ได้รับความเสียหาย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นการข่มขู่เพื่อไม่ให้นำเสนอข่าวธุรกิจสีเทาบางอย่าง ที่อาจมีส่วนพัวพันกับผู้มีอิทธิพลในหลายพื้นหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ต.ต.อาทร เปิดเผยว่า ในขณะนี้พนักงานสอบสวนได้เชิญตัวบุคคลที่คาดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องมาสอบปากคำแล้วหลายราย

โดยผลการสอบสวนเบื้องต้นถือว่ามีประโยชน์และทำให้คดีมีความคืบหน้าไปมาก สำหรับประเด็นการก่อเหตุ ตำรวจยังคงให้น้ำหนักไปในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น ประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวหรือ การทำหน้าที่สื่อมวลชน” ในการนำเสนอข่าวเชิงลึกซึ่งไปกระทบกับผลประโยชน์ของบุคคลบางกลุ่ม โดยยืนยันว่าจะไม่มีการตัดประเด็นใดทิ้งจนกว่าจะมีหลักฐานชัดเจนนอกจากนี้ ผู้การฯ ประจวบฯ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สนธิกำลัง กลับ ชุดสืบสวน สภ. อ่าวน้อย และสภ. เมือง เข้าตรวจค้นเป้าหมายต้องสงสัยในพื้นที่ที่คาดว่าจะเป็นจุดกบดานหรือจุดเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ พร้อมกำชับให้ฝ่ายสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด ทั้งจากภาครัฐและเอกชนตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้เข้ามาก่อเหตุและใช้หลบหนีอย่างละเอียด เพื่อหาความเชื่อมโยงของยานพาหนะและรูปพรรณสันฐานของคนร้าย

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.อาทร ย้ำว่าข้อมูลในส่วนของงานสืบสวนสอบสวนบางประการยังไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้เนื่องจากเกรงจะเสียรูปคดี”ข้อมูลบางอย่างเราต้องขอสงวนไว้ก่อน เพราะหากคนร้ายทราบความเคลื่อนไหวของตำรวจ จะทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความลำบากและอาจทำให้คนร้ายไหวตัวทัน แต่ยืนยันว่าเราทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้” ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์และวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ เพื่อกดดันและติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นคดีที่สะเทือนขวัญและเป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ตำรวจประจวบฯ โชว์ความโปร่งใส! ตรวจหาสารเสพติดข้าราชการตำรวจ 1,053 นาย ผลเป็นลบยกจังหวัด ขานรับโครงการ “ตำรวจสีขาว”


เมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้ (13 ม.ค. 69) ณ ลานหน้าอาคารที่ทำการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีเข้าแถวเคารพธงชาติและกล่าวคำปฏิญาณตน พร้อมด้วยรองผู้บังคับการฯ, ผู้กำกับการสืบสวน, ผู้กำกับการสอบสวน, ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ และข้าราชการตำรวจในสังกัด เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการเป็นข้าราชการตำรวจที่ดี

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีการหน้าเสาธง พล.ต.ต.อาทร ได้เปิดปฏิบัติการตาม “โครงการตำรวจสีขาว” โดยสั่งการให้มีการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของข้าราชการตำรวจทุกนายในสังกัดทันที โดยปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการดำเนินการพร้อมกันทั้งจังหวัด นำโดยหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรทั้ง 16 สถานี

ณ ที่ทำการของทุกหน่วยสำหรับการตรวจค้นหาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรตำรวจที่ต้อง “ใสสะอาด” และไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเด็ดขาดจากการตรวจปัสสาวะข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,053

นาย ผลปรากฏว่า ไม่พบสารเสพติดในร่างกายแต่อย่างใด (ผลเป็นลบครบ 100%) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงระเบียบวินัยและความเข้มแข็งของตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประชาชนด้วยความโปร่งใสและยุติธรรม
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พาทีมผู้สมัคร สส.เขตสมุทรปราการลงพื้นที่ขอคะแนนชาวปากน้ำ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 มกราคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยผู้สมัครทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ เขต 1 สมุทรปราการ นายอัครวัฒน์ อัศวเหม เขต 2 สมุทรปราการ

ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร เขต 3 สมุทรปราการ ภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ เขต 4 สมุทรปราการ พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ เขต 5 สมุทรปราการ นายปิยะพงษ์ เหมะ เขต 6 สมุทรปราการ นางนฤมล ธารดำรงค์ เขต 7 สมุทรปราการ ดร.ประชา ประสพดี เขต 8 สมุทรปราการ สลิลทิพย์ สุขวัฒน์

และแบบบัญชีรายชื่อ ประกอบไปด้วย นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ นายต่อศักดิ์ อัศวเหม นายธนประเสริฐ จันทรักษรังษี นายจาตุรนต์ นกขมิ้น ร่วมลงพื้นที่ อำเภอเมือง เขต 1 สมุทรปราการ และผู้ช่วยหาเสียง เข้าสักการะศาลเจ้าพ่อหลังเมือง สิ่งสักสิทธิ์คู้บ้านคู้เมืองของชาวปากน้ำ

ก่อนลงพื้นที่ภายในตลาดปากน้ำ ช่วยนายอัครวัฒน์ อัศวเหม หาเสียง แจกแผ่นพลับชูนโยบายหลัก ปัญหาคนปากน้ำ สู่นโยบายระดับชาติ ภายใต้สโลแกน “เพื่อไทยทำได้ ทำให้ไทยยิ่งใหญ่ เลือกพรรคเพื่อไทย ทั้งคนทั้งพรรค


ขณะที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาให้สัมภาษณ์ ระบุว่า สำหรับพื้นที่ของจังหวัดสมุทรปราการ เขตการเลือกตั้งทั้ง 8 เขต เป็นอีกจังหวัดที่ทางพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญ โดยมีเป้าหมายจะได้สสทั้ง8 เขต ยกจังหวัด

ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่เคยเป็นพื้นที่ของพรรคเพื่อไทยที่เคยกวาด สส.ในพื้นที่มาแล้วในอดีต ซึ่งที่ผ่านมาตัวผู้สมัครเองลงพื้นที่กับประชาชนมาโดยตลอด จนเกิดเสียงตอบรับที่ดีในพื้นที่ ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะมีแพนการขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่บางปูแลนด์

ในวันที่ 16 ม.ค. นี้ ส่วนประเด็นที่ทางกัมพูชา ได้ประกาศว่าให้เลือกพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ไม่ให้เลือกพรรคภูมิใจไทย จะทำให้เกิดสงครามครั้งที่ 3 ทางหัวหน้าพรรคบอกว่ามันไม่เป็นการดีกับพรรค และ เป็นการแทรกแซงการเมืองในประเทศไทย


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยาจัดกิจกรรม Thank You Party ขอบคุณทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 13 ม.ค.69 ที่ลานซันเคน ศูนย์การค้าเซ็นทรัชพัทยา จ.ชลบุรี สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา (PNBA) โดย นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา และคณะกรรมการบริหารสมาคมชุดปัจจุบันได้จัดกิจกรรม PBN Thank You Party เพื่อขอบคุณทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนภารกิจขอบสมาคมฯ ส่งเสริมเศรษฐกิจเมืองท่องเที่ยว

ภายในงานได้รับเกียรติจากนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานกล่าวเปิดงานพร้อมกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากทุกภาคส่วนในเมืองพัทยาและใกล้เคียง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน กลุ่มการเมือง ธุรกิจการท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

อาทิ นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา นางอำพร แก้วแสง ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา นายประมวล ทองใบ นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ดร.ดีโอ กูมาร์ ซิงค์ นายกสมาคมภารัต (อินเดีย) จังหวัดชลบุรี และอื่นๆ

นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ได้ขึ้นเวทีกล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันส่งเสริมภารกิจของสมาคมตลอดรอบปีที่ผ่านมา ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองพัทยาแม้ผ่านวิกฤตต่างๆ ก็สามารถผ่านมาได้ด้วยดี และทางสมาคมสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยาจะได้ดำเนินการส่งเสริมการพัฒนาท่องเที่ยวเมืองพัทยาในทุกรูปแบบเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มผู้ประกอบการเมืองพัทยาต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ดร.ยงยุทธ อดีต สส.เขต 2 ลงพื้นที่บางปู หาเสียงขอทวงเก้าอี้คืน ชูนโยบายเพื่อไทยยกระดับชีวิตประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 2 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่เคาะประตูบ้านย่านบางปู รับการต้อนรับอบอุ่นจากชาวบ้าน เด็ก ๆ แห่ช่วยเชียร์ ชูนโยบายแก้หนี้ เพิ่มรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตทุกกลุ่ม

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 12 มกราคม 2569 ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 2 พร้อมทีมงาน ได้ลงพื้นที่หาเสียง ภายในซอยเทศบาลบางปู 93 (รสทิพย์) ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรปราการ และ ซอยหมู่บ้านบางปูแลนด์ ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรปราการ โดยได้รับการตอนรับเป็นอย่างดี มีชาวบ้านมามอบดอกไม้ให้กำลังใจ เข้าสวมกอด และมีเด็ก ๆ มาช่วยตะโกนเลขของผู้สมัคร

พรรคเพื่อไทย ได้มีนโยบาย ดังนี้ 1.ประกันกำไรพืชผลการเกษตร 30% – รัฐช่วยประกันสำหรับข้าว , ยางพารา , ข้าวโพด , มันสำปะหลัง เป้าหมายดันราคา ข้าวหอมมะลิ 15,000 บาท/ตัน , ข้าวขาว/ข้าวเหนียว 10,000 บาท/ตัน , ยางพารา 70 บาท/กก. , ข้าวโพด 7.25 บาท/กก. , มันสำปะหลัง 3 บาท /กก. – // 2.เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรด้วยความรู้และเทคโนโลยี – ต่อยอดสิค้าเกษตรด้วยอุตสาหกรรมอาหาร – //

3.คืนที่ดินให้ประชาชน – สปก.เป็นโฉนดแบบมีเงื่อนไข , คืนความเป็นธรรม พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคนโดนป่าทับ – // 4.คูปองซื้อปุ๋ย-เมล็ดพันธุ์ – ปลูกถูกพันธุ์-ใส่ปุ๋ยถูกสูตร คือ รัฐแจกคูปองดิจิทัลซื้อปุ๋ยถูกสูตรไม่เกิน 250 กก./ราย , คูปองดิจิทัลซื้อเมล็ดพันธุ์-กล้าพันธุ์คุณภาพไม่เกิน 150 กก./ราย , ตรวจดินก่อนใส่ปุ๋ย ดินดี ผลผลิตเพิ่ม ต้นทุนลด – // 5.กองทุนพัฒนาหมู่บ้าน SML – คืนอำนาจใช้งบประมาณให้ชุมชน คือ เล็ก : 200,000 บาท , กลาง : 300,000 บาท , ใหญ่ : 400,000 บาท // 6.พร้อมสานต่อ หวยเกษียน // 7.

พร้อมสานต่อ ยกเครื่อง 30 บาทด้วย AI // 8.บ้านเพื่อคนไทย – คนไทยเข้าถึงบ้านราคาเหมาะสม มีคุณภาพ ผ่อนเพียง 4,000 บาท/เดือน ไม่ต้องดาวน์ ทุกยูนิตแต่งครบพร้อมเข้าอยู่ // 9.เคลื่อนไทยด้วย AI และเทคโนโลยี AI for All – ทุกคนเรียนหลักสูตร AI ฟรี เรียนจบให้เครดิต เพื่อใช้ AI แพลตฟอร์มต่าง ๆ ฟรี , ยก

ระดับเกสรกรด้วย AI , กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ ลดอาชญากรรม จัดการจราจร ลดอุบัติเหตุ , อินเตอร์เน็ตราคาประหยัด เข้าถึงทุกพื้นที่ใน 5 ปี , ทนาย AI ฟรี เพื่อคนไทย // 10.พร้อมสานต่อ ปราบยาเสพติด ปราบสแกมเมอร์ ไม่จบ ไม่เลิก // 11.พร้อมสานต่อ รถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย-รถเมล์ติดแอร์ 10 บาท // 12.พร้อมสานต่อ THACCA –

ยกระดับอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ 14 ด้าน ให้โดดเด่นบนเวทีโลก สร้างงาน-สร้างรายได้ พัฒนาคนไทยให้มีทักษะสูง ให้หลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง // 13.ล้างหนี้ประชาชน – หนี้สินต่ำกว่า 200,000 บาท จ่าย 10% ปิดจบล้างหนี้ , พักหนี้เกษตรกร , ล้างหนี้วัยเกษีรณ , ล้างหนี้นอกระบบ , ผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด // 14.เรียนได้งบ จบได้งาน คือ ทุน 100,000 บาท ปีละ 1 ล้านคน ต่อเนื่อง 4 ปี เพื่อการเรียนรู้ทักษะใหม่ พร้อมหางานให้พร้อม

ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 2 เบอร์ 8 กล่าวว่า สมัคร สส.เบอร์ 8 ในนามตัวแทนพรรคเพื่อไทย ได้มาเดินหาเสียงในซอยรสทิพย์ ได้รับการต้อนรับจากพี่น้องประชาชนอย่างดี ขอขอบคุณอย่างสูง วันที่ 8 ทุกคนยินดีที่จะออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียง กาเบอร์ 8 พรรคเพื่อไทย นโยบายช่วยเหลือยกระดับให้หลุดพ้นจากความยากจน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สพม.น่าน เปิดงาน “ท่าวังผาวิชาการ ครั้งที่ 23” ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น ผสานนวัตกรรม Generative AI ยกระดับการศึกษา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 มกราคม 2569 ณ โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม จังหวัดน่าน
นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ ท่าวังผาวิชาการ สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น ครั้งที่ 23 ประจำปีการศึกษา 2568

ภายใต้หัวข้อ “สืบฮีตวิถีถิ่น ยลศิลป์เมืองสร้างสรรค์ อัตลักษณ์ท่าวังผาวิชาการ สานปณิธานแม่ของแผ่นดิน” โดยมี ว่าที่ ร.อ. จิรภัทร มหาวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน

✨ไฮไลต์พิธีเปิดและความโดดเด่นทางวัฒนธรรม ต้อนรับ 6 ภาษา: ตัวแทนนักเรียนกล่าวต้อนรับและแนะนำกิจกรรมเป็นภาษาอังกฤษ, ญี่ปุ่น, ไทยลื้อ, จีน, เกาหลี และไทย สะท้อนวิสัยทัศน์ความเป็นสากล
✨เชิดชูเกียรติคนเก่ง: ประธานในพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณและเกียรติบัตรแก่โรงเรียน ครู และนักเรียนที่มีผลการทดสอบระดับชาติ (O-NET) ดีเยี่ยม ประจำปีการศึกษา 2567

✨การแสดงอัตลักษณ์น่าน: รับชมการตีกลองปูจาโดย นายเกรียงไกร คำวัง แชมป์ตีกลองปูจาระดับจังหวัด พร้อมการแสดง “ตีฆ้องร้อยหน่วย” และนาฏศิลป์ชุด “จินตลีลาส่งนางฟ้ากลับสวรรค์” และ “ฟ้อนสาวน้อยสิบสองปันนา”

🚀 นิทรรศการ 9 กลุ่มสาระฯ: จากภูมิปัญญาสู่อนาคต ภายหลังพิธีเปิด คณะผู้บริหารได้เยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้และกิจกรรมทางวิชาการที่น่าสนใจ อาทิภูมิปัญญาท้องถิ่น เรียนรู้อัตลักษณ์ “หัวเรือน่าน” โดยช่างมนูญ ประระมะนวัตกรรมดิจิทัล การแข่งขัน Generative AI ในหัวข้อ “เที่ยวท่าวังผาม่วนใจ่ ด้วยพลัง AI & Imagination”ทักษะอาชีพ สาธิตการทำข้าวจี่ ข้าวหลาม งานจักสาน และโครงงานอาหารสู่อาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและการปลูกพืชไร้ดินศิลปะและดนตรี การประกวดขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งและการแสดงโฟล์คซอง

การจัดงานในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วยคณะครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งพร้อมใจกัน แต่งกายด้วยชุดผ้าไทยหรือชุดพื้นเมืองแบบไว้ทุกข์ เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ กิจกรรมนี้นับเป็นเวทีสำคัญที่ให้นักเรียนได้แสดงศักยภาพทั้งด้านวิชาการ ทักษะชีวิต และการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ขอแสดงความยินดี
นักเรียนโรงเรียนสตรีศรีน่าน ได้รับรางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่น เด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ และเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ณ ตึกสันติไมตรี นักเรียนที่เข้ารับรางวัลประกอบด้วย

  1. นางสาวพิมพ์พิศา แสงแก้วสันติสุข ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5.1
  2. นางสาวพอฤทัย วิชัยยา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5.1
  3. นายปัญญากร คิดดี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1
  4. นางสาวอภิรญา ดีปินตา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6.2
  5. นางสาวธัญชนน ลิ้มประยูร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6.3

ครูผู้ฝึกสอน นางปุณณดา ปราบริปู นายอัศวิน ธะนะปัด ครูผู้ควบคุมนักเรียนเข้ารับรางวัลนางสาวณลีกาญจน์ ทาคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี/ทีมข่าวสมาคมสิ่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรับทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าให้เชิญผ้าไตร น้ำสรง พุ่มบัว พร้อมเครื่องสักการะ และเครื่องไทยธรรมพระราชทาน ไปถวายแด่ พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร อรัญวาสีภิกขุ วัดพระครูบาบุญชุ่ม (วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว) เชียงแสน จ.เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 9 มกราคม พ.ศ.2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานผ้าไตร น้ำสรงพุ่มบัว พร้อมเครื่องสักการะ และเครื่องไทยธรรมพระราชทานถวายแด่ พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสฺวโร อรัญวาสีภิกขุ ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์สืบชะตาหลวง อายุวัฒนมงคลครบรอบ 62 ปี 42 พรรษา

ณ วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานอัญเชิญผ้าไตร น้ำสรงพุ่มบัว เครื่องสักการะ และเครื่องไทยธรรมพระราชทาน โดยได้มีการจัดขบวนเชิญน้ำสรงพระราชทาน อย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางประชาชนจาก 4 ประเทศ ไทย-พม่า-ลาว-จีน โดยเฉพาะศรัทธากลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ มาร่วมงานกันอย่างเนืองแน่น

พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร อรัญวาสีภิกขุ เกิดเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2508 ที่บ้านแม่คำหนองบัว ต.แม่คำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย มีชื่อเดิมว่า บุญชุ่ม ทาแกง เป็นบุตรของพ่อคำหล้า แม่แสงหล้า ทาแกง เมื่ออายุได้ 11 ปี ก็บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดศรีบุญยืน ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

โดยมีพระครูหิรัญเขตคณารักษ์ วัดศรีบุญเรือง เจ้าคณะอำเภอเชียงแสน เป็นพระอุปัชฌาย์ ตลอดช่วงเวลาที่เป็นสามเณร ได้สร้างธรรมนุสรณ์ที่เกิดจากจิตศรัทธาของพุทธศาสนิกชนหลายแห่ง ทั้งพระธาตุดอยเวียงแก้ว พระธาตุเงา พระธาตุดอยดอกคำ พระธาตุจอมสวรรค์บ้านโปร่ง ประเทศพม่า พระธาตุจอมยอง ประเทศพม่า และอีกหลายๆ แห่ง เคยธุดงค์ไปอยู่ที่ถ้ำผาไทย อ.งาว จ.ลำปาง

โดยมีศรัทธาชาวบ้านแวะเวียนมากราบไหว้ท่านมาก มีชาวบ้านเคยเรียนท่านว่ามีอีกถ้ำหนึ่งมีน้ำไหลผ่าน ท่านจึงเสาะหาจนเจอถ้ำราชคฤห์และได้บำเพ็ญเพียร
ปี 2529 ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ และได้จาริกไปตามที่ต่างๆ ทั้งภาคเหนือของไทย พม่า เนปาล อินเดีย ภูฏาน

โดยเฉพาะตอนท่านเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่ประเทศเนปาล ท่านได้พบพุทธศาสนิกชนในต่างแดนท่านก็ได้แผ่เมตตาและแนะนำให้ปฏิบัติธรรมเพื่อให้เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ นั่นจึงทำให้ท่านเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนหลายแผ่นดิน รวมไปถึงสมาชิกพระราชวงศ์ภูฏาน ในปี 2560 ท่านเดินทางไปที่เมืองสาด รัฐฉาน

เพื่อปฏิบัติธรรมกรรมฐานที่ถ้ำเมืองแกส ห่างจากเมืองสาดไปประมาณ 5 กิโลเมตร ตลอดช่วงพรรษา โดยก่อนเข้าถ้ำก็มีพุทธศาสนิกชนเดินทางมารอกราบไหว้เป็นจำนวนมาก โดยตลอดระยะเวลาที่ท่านปฏิบัติธรรมกรรมฐานนั้นท่านจะปิดวาจา ปัจจุบันท่านเป็นประธานสงฆ์ วัดพระครูบาบุญชุ่ม ( วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว) ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

ทั้งนี้ หลังจากได้รับผ้าไตร น้ำสรงพุ่มบัว เครื่องสักการะ และเครื่องไทยธรรมพระราชทาน พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสฺวโร อรัญวาสีภิกขุ ได้กล่าวเจริญพรขออนุโมทนา ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนานเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของประชาชนชาวไทยไปตลอดกาลยิ่งนานเท่านาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โคราชเปิด “ซิตี้แล็บ” ไทย–เยอรมัน ทดลองคมนาคมพลังงานสะอาด ปั้นเมืองอัจฉริยะยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ (12 มกราคม 2569) ที่สวนสาธารณะ Art Gallery ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดโครงการ TGC-EMC หรือความร่วมมือไทย–

เยอรมันด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร่วมกับ GIZ โดยมี Dominika Kalinowska ผู้อำนวยการโครงการด้านการขนส่ง ประเทศไทย สำนักงานองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน ประจำประเทศไทย พร้อมแขกผู้มีเกียรติจากหลายภาคส่วนเข้าร่วม

โครงการดังกล่าวเป็นโครงการ “ซิตี้แล็บ” หรือห้องทดลองเมือง มุ่งทดสอบนวัตกรรมด้านพลังงานและการคมนาคมในพื้นที่จริง ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

ด้าน ดร.โดมินิกา คาลินอฟสกา เปิดเผยว่า จังหวัดนครราชสีมาได้รับการคัดเลือกเป็นพื้นที่นำร่อง เนื่องจากเป็นมหานครหลักของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีความมุ่งมั่นชัดเจนในการพัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการซิตี้แล็บ

สำหรับระยะเวลาดำเนินโครงการ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี โดยกิจกรรมแรกคือ โครงการรถรับส่งนักเรียนพลังงานสะอาด ซึ่งเริ่มทดลองใช้งานแล้ว เป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือนครึ่ง จนถึงกลางเดือนมีนาคม ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการประเมินผล เพื่อพิจารณาการขยายผลในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังมีแผนทดลอง รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า และนวัตกรรมด้านการคมนาคมรูปแบบอื่น ๆ ตามมาในอนาคต โดยจะดำเนินการเป็นลำดับขั้น พร้อมประเมินผลอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ ผู้บริหารโครงการยังเชิญชวนประชาชนชาวโคราชร่วมติดตามและมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้โครงการ TGC-EMC ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดนครราชสีมา ในการพัฒนาเมืองสู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะที่ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต นาย อนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าโครงการทดลองระบบขนส่งด้วยรถยนต์ไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการนำร่องเพื่อทดสอบการนำระบบรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้แก้ไขปัญหาการจราจร

โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนที่มีนักเรียน นักศึกษา และประชาชนจำนวนมากเดินทางเข้าออกสถานศึกษา ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างต่อเนื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ระบุว่า การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งเป็นระบบเครื่องยนต์ที่สะอาด จะช่วยลดมลพิษทางอากาศ ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม และยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักเรียน รวมถึงช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรในเมืองได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ยังอยู่ในช่วงทดลอง เพื่อศึกษารูปแบบที่เหมาะสมและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

ทั้งนี้ การดำเนินโครงการจะไม่ใช่การตัดสินใจโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ปกครอง ภาคีเครือข่ายด้านการขนส่ง รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อร่วมกันคิด ร่วมกันทำ และขับเคลื่อนโครงการไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายด้านพลังงานสะอาดของรัฐบาลที่มีการออกกฎหมายรองรับแล้ว

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และการพัฒนาเมืองสู่การเป็นสมาร์ทซิตี้ ตามเป้าหมายของจังหวัดและเทศบาลนครนครราชสีมา โดยระยะเวลาการทดลองจะเริ่มตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงช่วงปิดภาคการศึกษา เพื่อเก็บข้อมูล ประเมินผล และรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ว่าการดำเนินการดังกล่าวสามารถแก้ไขปัญหาได้จริงและเหมาะสมเพียงใด ก่อนจะพิจารณาแนวทางดำเนินการในระยะต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดประเดิมระดมสมอง กต.ตร.จว.ชลบุรี ‘ผู้ว่าฯ นริศ‘ ชื่นชมความร่วมมือภาคเอกชนช่วยงานตำรวจทำสังคมชลบุรีปลอดภัย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 ม.ค.69 ที่โรงแรมคริสตัลพาเลส พัทยา จ.ชลบุรี ได้มีการจัดประชุม กต.ตร.จว.ชลบุรี ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในฐานะ ปธ.กต.ตร.ชลบุรี เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี รอง ปธ.กต.ตร.จว.ชลบุรี คนที่ 1 น.ส.บุศรินทร์ ปานกลาง อัยการจังหวัดชลบุรี รอง ปธ.กต.ตร.จว.ชลบุรี คนที่ 2 น.ส.บุศรินทร์ ปานกลาง อัยการจังหวัดชลบุรี รอง ปธ.กต.ตร.จว.ชลบุรี คนที่ 3 และนายสุรินทร์ บุญท้วม ปธ.อนุกรรมการขับเคลื่อน กต.ตร.จว.ชลบุรี (ภาคประชาชน) รอง ปธ.กต.ตร.จว.ชลบุรี คนที่ 4 ร่วมประชุมท่ามกลางคณะ กต.ตร.จากทุกสถานีตำรวจทั้งจังหวัดชลบุรี

นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ปธ.กต.ตร.ชลบุรี กล่าวว่า จังหวัดชลบุรีมีความเข้มแข็งเพราะทุกภาคส่วนร่วมใจกันช่วยงานตำรวจ ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม พี่น้อง กต.ตร.ที่รวมตัวกันวันนี้ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจที่มาจากหลากหลายธุรกิจมารวมกันทุกสถานีทุกอำเภอทั้งจังหวัด ถ้านับมูลค่าก็เป็นแสนล้านบาท ดังนั้นการสนับสนุนของภาคเอกชนเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยดูแลปราบปรามป้องกันอาชญากรรมและดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชน ทำให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น ส่งผลให้สังคมชลบุรีสงบสุขอันจะทำให้เศรษฐกิจการค้าขายก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

ปธ.กต.ตร.ชลบุรี ยังได้ให้แนวทางในการทำงานแก่คณะ กต.ตร.ทั้งหมดที่เข้าร่วมในวันนี้ โดยระบุว่า ดัชนีมวลรวมจีดีพีของจังหวัดชลบุรีถือเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย ถ้าไม่นับกรุงเทพมหานครฯ ถือเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศ ขอฝากในเรื่องของการักษาความมั่นคงไปกับตำรวจทั้ง 23 สถานี

ทั้งนี้ ขอให้ทุกคนปกป้องดูแลรักษาบ้านเมืองให้คิดว่าจังหวัดชลบุรีเป็นบ้านของทุกคน เหมือนคนชลบุรีเป็นพี่น้องของท่าน ช่วยเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้ช่วยช่วยสามารถดูแลพี่น้องประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ และถือโอกาสอวยพรปีใหม่ให้ทุกคนมา ณ โอกาสนี้ด้วย ขอให้ร่วมมือกันพัฒนาจังหวัดชลบุรีร่วมกันต่อไปจา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดโครงการเด็กไทยสายตาดี มอบแว่นเป็นของขวัญวันเด็ก 480 อัน ณ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (7 ม.ค. 69) ที่ห้องประชุมราชพฤกษ์ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 เป็นประธานเปิด “โครงการเด็กไทยสายตาดี มอบแว่นเป็นของขวัญวันเด็ก 480 อัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” โดยมี นพ.วุฒิชัย ดิลกธราดล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก กล่าวรายงาน ซึ่งมี นพ.กู้ศักดิ์ บำรุงเสนา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส, นพ.เอกวิทย์ จินดาเพ็ชร นายแพทย์เชี่ยวชาญ(ด้านเวชกรรมป้องกัน)รองนายแพทย์

สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส, นพ.พรประสิทธิ จันทระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์, คณะผู้บริหาร สาธารณสุขอำเภอ ผอ.โรงพยาบาลชุมชน และบุคลากรสาธารณสุข คณะครู นักเรียน บุคลกรทางการศึกษา เข้าร่วม สำหรับกิจกรรม “การส่งมอบแว่นสายตาแก่นักเรียน” ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการดำเนินงานของ โครงการเด็กไทยสายตาดี มอบแว่นเป็นของขวัญวันเด็ก 480 อัน

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เกิดขึ้นจากความร่วมมืออย่างเข้มแข็งของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กนักเรียนในจังหวัดนราธิวาส โดยเฉพาะในด้าน สุขภาวะทางการมองเห็น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อพัฒนาการการเรียนรู้ และคุณภาพทางการศึกษาของเด็กและเยาวชน

โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดนราธิวาส ได้ร่วมกันดำเนินกิจกรรม เช่น การคัดกรองสายตาเบื้องต้นของนักเรียนอายุ 3-15 ปี โดยใช้แผ่นทดสอบสายตา Snellen Chart ดำเนินการโดยครูอนามัยโรงเรียน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ (รพ.สต.) การตรวจยืนยันสายตานักเรียนที่สงสัยว่ามีปัญหาสายตา โดยทีมจักษุแพทย์ พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา และนักทัศนมาตร การตัดแว่นสายตา โดยโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก สําหรับเด็กนักเรียนอายุ 3-21 ปี ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กลุ่มเปราะบาง การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับพื้นที่ในเด็กอายุเกิน 12-15 ปี

สำหรับผลการดำเนินงานในส่วนของโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก พบว่าในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงปาดี อำเภอแว้ง อำเภอสุคิริน และอำเภอเจาะไอร้อง มีนักเรียนเข้ารับการตรวจยืนยัน สายตาทั้งสิ้น หนึ่งพันสามร้อยสี่สิบเจ็ดคน จากผู้ที่ได้รับการตรวจยืนยันรวม 1,540 คน ในจํานวนนี้พบความผิดปกติทางสายตา 1,112 คน โดยมีนักเรียนจำนวน 1,088 ได้รับการตัดแว่นสายตาเพื่อแก้ไขปัญหาการมองเห็น และอีก 31 คน ได้รับการส่งต่อเพื่อพบจักษุแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาโรคทางตาเพิ่มเติม

นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 กล่าวว่า โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจ และความร่วมมืออย่างเข้มแข็งของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานด้านสาธารณสุข การศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนการดูแลสุขภาพตาของเด็กและเยาวชน ในจังหวัดนราธิวาสอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การคัดกรอง การตรวจยืนยัน การตัดแว่น และการส่งต่อรักษาอย่างเหมาะสม สุขภาพการมองเห็นถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ การพัฒนาศักยภาพ และคุณภาพชีวิตของเด็ก หากเด็ก

สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ย่อมส่งผลให้เกิดโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ โครงการ จึงนับเป็นโครงการที่มีคุณค่า สะท้อนถึงการดูความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ ประชาชนเชิงรุก และเป็นรูปธรรมของการ อีกทั้ง “โครงการเด็กไทยสายตาดี มอบแว่นของขวัญวันเด็ก 480 อัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” แสดงความยินดีกับนักเรียนที่ได้รับแว่นสายตาในวันนี้ จํานวน 480 ราย และร่วมพิธีส่งมอบแว่นสายตาให้แก่ตัวแทนนักเรียนร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์
////////////////
ข่าวกรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรม MOU เปิดตลาดใหม่ ขนาดใหญ่สินค้าไทย สภาธุรกิจซาอุดีอาระเบีย-ไทย (Saudi–Thai Business Council) กับ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 มกราคม 2569 ณ ชั้น 19 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ราชดำริ กรุงเทพฯ สภาธุรกิจซาอุดีอาระเบีย–ไทย จับมือ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ลงนาม MOU เชิงยุทธศาสตร์ เสริมความร่วมมือการค้า–การลงทุนเปิดประตู SME ไทยสู่ตลาดซาอุดีอาระเบีย ผ่าน “คลัสเตอร์ SIE (ธุรกิจชุมชนร่วม)” รับโอกาส Vision 2030 กรุงเทพมหานคร – 9 มกราคม 2569

สภาธุรกิจซาอุดีอาระเบีย–ไทย (Saudi–Thai Business Council) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญภายใต้สหพันธ์หอการค้าซาอุดีอาระเบีย ร่วมกับ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย (Federation of Thai SMEs) นำโดย ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เชิงยุทธศาสตร์ ณ อาคารเกษรทาวเวอร์ กรุงเทพมหานคร เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน และเปิดโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการ SME ไทยเข้าสู่ตลาดราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้โครงการ “คลัสเตอร์ SIE (Social Integrated Enterprise)”

พิธีลงนามได้รับเกียรติจากผู้แทนระดับสูงของทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม อาทิ คณะผู้บริหารสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และผู้แทนจากสภาธุรกิจซาอุดีอาระเบีย–ไทย สะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันในการเสริมพลังให้ผู้ประกอบการ SME และส่งเสริมการเติบโตของการค้าและการลงทุนอย่างยั่งยืนระหว่างสองประเทศ
Mr. Osama Kokandy ประธานสภาธุรกิจซาอุดีอาระเบีย–ไทย กล่าวว่า การลงนาม MOU ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงข้อตกลงอย่างเป็นทางการ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระยะยาวที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน เป้าหมายร่วม และความมุ่งมั่นในการยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียและประเทศไทย โดยธุรกิจไทยมีจุดแข็งด้านคุณภาพ มาตรฐานการทำงาน และความยืดหยุ่น ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งต่อการเป็นพันธมิตรทางการค้าในตลาดโลก

ด้าน ดร.ณพพงศ์ ธีระวร กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยในการผลักดัน SME ไทยให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีนานาชาติ ผ่านการพัฒนาเชิงระบบ การสร้างเครือข่าย และการเชื่อมโยงกับตลาดที่มีศักยภาพสูง โดยซาอุดีอาระเบียถือเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ ภายใต้นโยบาย Vision 2030 ที่เปิดกว้างต่อการค้า การลงทุน และความร่วมมือจากนานาประเทศ

ขณะที่ คุณสมประสงค์ พยัคฆพันธ์ รองประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และหัวหน้าโครงการสร้างเครือข่ายธุรกิจชุมชนร่วม (Cluster) กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการคลัสเตอร์ SIE มีแนวคิดจากงานวิจัย โครงการสร้างเครือข่ายธุรกิจชุมชนร่วม (Cluster) เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ภายใต้การสนับสนุนทุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ได้สนับสนุนทุนแก่สมาคมสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย โดยได้ออกแบบให้ SIE เป็นกลไกการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่เชื่อมโยงงานวิจัย องค์ความรู้ และภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับศักยภาพ SME ไทยให้สามารถรวมกลุ่ม สร้างมาตรฐาน และขยายสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน

ความร่วมมือภายใต้ MOU ฉบับนี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมแก่สมาชิกของทั้งสองฝ่าย อาทิ การเพิ่มการเข้าถึงตลาด การจับคู่ธุรกิจ การสนับสนุนด้านกฎระเบียบ การพัฒนาองค์ความรู้ และการส่งเสริมการลงทุนในสาขาสำคัญ เช่น อาหารและเครื่องดื่ม สุขภาพ โลจิสติกส์ การผลิต บริการดิจิทัล และการท่องเที่ยว

การลงนามครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทของสภาธุรกิจซาอุดีอาระเบีย–ไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ในฐานะกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ และสนับสนุน SME ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของนวัตกรรมและการสร้างงานในเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ พร้อมปูทางสู่ความร่วมมือเชิงลึกและยั่งยืนในอนาคต

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวสวนริมโขงบึงกาฬรวมตัวร้องสื่อ คัดค้านเทศบาลขึ้นทะเบียนที่ทำกินกว่า 100 ปี เป็นที่สาธารณประโยชน์ (นสล.)

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 10.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากบริเวณริมแม่น้ำโขง บ้านบึงกาฬใต้ หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 3 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ว่า ตัวแทนชาวบ้านประมาณ 30 คน ได้รวมตัวเชิญสื่อมวลชนลงพื้นที่ พร้อมถือป้ายแสดงจุดยืนคัดค้านกรณีเทศบาลเมืองบึงกาฬ เตรียมนำที่ดินชายหาดริมแม่น้ำโขง เนื้อที่กว่า 700 ไร่ ขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณประโยชน์ (นสล.)

ชาวบ้านระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ทำกินที่สืบทอดกันมานานกว่าร้อยปี ลักษณะพื้นที่บางปีน้ำหลากท่วมถึง บางปีน้ำไม่ท่วม ทำให้สามารถใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการปลูกพืชถาวร เช่น ยางพารา ทำนาข้าว และในช่วงฤดูน้ำลดจะปลูกพืชผักระยะสั้นหมุนเวียนส่งขายตลาด เพื่อเลี้ยงชีพและส่งเสียบุตรหลานจนจบการศึกษา มีงานทำ ขณะที่ผู้สูงอายุยังคงทำการเกษตรเลี้ยงชีพต่อไป

ชาวบ้านแสดงความกังวลว่า หากเทศบาลเมืองบึงกาฬนำพื้นที่ดังกล่าวขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณประโยชน์ จะทำให้ไม่สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดินได้เหมือนเดิม หรืออาจถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุก จึงรวมตัวกันร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนเพื่อคัดค้านการขึ้นทะเบียน นสล. ดังกล่าวด้าน นายวิทยา เสนจันทร์ธิไชย อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ กล่าวว่า

พื้นที่บริเวณนี้ไม่ใช่ที่ว่างเปล่า แต่เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านทำกินมาอย่างยาวนานกว่า 100 ปี สมัยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ ระหว่างปี 2555–2563 ได้กันพื้นที่ริมแม่น้ำโขงให้ห่างจากแนวโฉนดประมาณ 100 เมตร เพื่อให้ประชาชนใช้ทำกิน ต่อมาทางเทศบาลมีหนังสือถึงสำนักงานที่ดิน เพื่อขอรังวัดพื้นที่ขึ้นทะเบียนเป็น นสล. ซึ่งชาวบ้านไม่ยินยอม ส่งผลให้การรังวัดไม่สำเร็จมาแล้วถึง 3 ครั้ง

ล่าสุด ชาวบ้านได้ยื่นหนังสือผ่านกำนันตำบลบึงกาฬ นายอาทิตย์ สิริวงศ์ เพื่อส่งเรื่องร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัด หากยังไม่ได้รับการแก้ไข จะตั้งตัวแทนยื่นเรื่องต่อศูนย์ดำรงธรรม สำนักนายกรัฐมนตรีต่อไปขณะที่ นางเล็ก ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า ที่ดินแปลงนี้เป็นแหล่งทำกินของครอบครัวมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ รวมเวลากว่า 100 ปี และตนเองทำกินต่อเนื่องมากว่า 70 ปี ไม่เคยปล่อยให้พื้นที่รกร้าง น้ำลดก็ปลูกพืชผักทุกชนิด ทั้งพริก มะเขือ ฟักทอง

กล้วย รวมถึงเพาะกล้ามะเขือเทศเพื่อปลูกลงดิน ส่งขายตลาดเป็นรายได้หลักเลี้ยงครอบครัว นางเล็กกล่าวด้วยว่า ปัจจุบันเลี้ยงดูลูก 5 คน โดย 4 คนรับราชการ อีก 1 คนยังไม่มีงานทำ ต้องอาศัยรายได้จากการกรีดยางพาราในพื้นที่ดังกล่าว หากถูกยึดคืน ต้นยางพาราอาจถูกตัดโค่น ทำให้ขาดรายได้เลี้ยงชีพ จึงอยากวิงวอนหน่วยงานรัฐขอให้แบ่งพื้นที่ให้ชาวบ้านได้ทำกินต่อไป ไม่ปฏิเสธความเจริญ แต่ไม่อยากให้การพัฒนาสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ ทางเทศบาลเมืองบึงกาฬ โดยมีรองนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้หารือร่วมกับตัวแทนชาวบ้านในเบื้องต้น และได้ข้อสรุปว่าจะนำประเด็นดังกล่าวเสนอเข้าสู่ที่ประชุมในระดับจังหวัด โดยจะมีผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธาน ผู้บริหารเทศบาล หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเชิญตัวแทนชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบ เข้าร่วมประชุม เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมต่อไป

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /โคราช เจ้าภาพหลักแถลงข่าว มหกรรมการแข่งขันกีฬาคนพิการ อาเซี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13

แชร์เนื้อหานี้

ศักยภาพ “โคราชเมืองกีฬา” เจ้าภาพหลัก เปิดบ้านรับทัพนักกีฬา 11 ประเทศกลุ่มอาเซียน “ศึกแห่งศักดิ์ศรี” กีฬาคนพิการ “อาเซียนพาราเกมส์” ครั้งที่ 13 โคราช โชว์ศักยภาพเมืองกีฬา แถลงข่าวเปิดบ้าน ในฐานะเจ้าภาพจัดมหกรรมการแข่งขันกีฬาคนพิการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภูมิภาค “อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13” แล้วมาร่วมชม ร่วมเชียร์ ร่วมให้กำลังใจทัพนักกีฬา ในการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 20 – 26 มกราคม 2569 ณ จังหวัดนครราชสีมา

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ที่ ลานกิจกรรม ชั้น 1 เดอะมอลล์โคราช นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผวจ.นครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา นายไมตรี คงเรือง นายกสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ นายธนากร ประพฤทธิพงษ์ กรรมการสมาคมกีฬาแห่ง จ.นครราชสีมา และ พ.ต.อ.เอนก ศรีกิจรัตน์ รอง ผบก.ตร.ภ.จว.นครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวการจัดการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2568 (ค.ศ.2025) ที่จะจัดขึ้น ณ จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 20 – 26 มกราคม 2569 โดยมี นายปรีชา ลิ้มอั่ว ผจก.ปฏิบัติการ บ.เดอะมอลล์ราชสีมา จำกัด

กล่าวต้อนรับผู้ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางสื่อมวลชนร่วมทำข่าวเป็นจำนวนมากการได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งนี้ 13 เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทย โดย จ.นครราชสีมา จังหวัดที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “โคราชเมืองกีฬา” นั้น มีความพร้อมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านกีฬา ด้านคมนาคม การท่องเที่ยวทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ หรือ แม้กระทั่งอาหารพื้นถิ่น ที่พักและโรงแรม โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล ที่จะทำหน้าที่ต้อนรับทัพนักกีฬาคนพิการจาก 11 ประเทศสมาชิกอาเซียน ประกอบด้วย

ประเทศบรูไน, กัมพูชา, อินโดนีเซีย, ลาว, มาเลเซีย, พม่า, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ประเทศไทย (เจ้าภาพ), ติมอร์-เลสเต และ เวียดนาม เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์และส่งเสริมศักยภาพของ “เมืองกีฬาแห่งอีสาน” ให้ประจักษ์แก่สายตาประชาคมโลก เชื่อว่าจะสามารถสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนและสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของ จ.นครราชสีมา ให้กลับมาคึกคัก ส่วนชนิดกีฬาที่ใช้ในการแข่งขันจำนวน 19 ชนิดกีฬาหลัก และ 2 กีฬาสาธิต ครอบคลุมทั้งกีฬาสากลยอดนิยมและกีฬาที่ต้องใช้ทักษะความสามารถเฉพาะตัวสูง โดยสนามที่ใช้ทำการแข่งขันแต่ละชนิดกีฬา ประกอบด้วย

สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ทำการแข่งขันทั้งสิ้น 11 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา, ว่ายน้ำ, วีลแชร์เทนนิส, ฟุตบอลคนตาบอด (5 คน), วอลเลย์บอลนั่ง, บอคเซีย, จักรยาน (ประเภทลู่), ยิงปืน, แบดมินตัน รวมถึงกีฬาสาธิตอย่าง วีลแชร์รักบี้ และลอนโบวล์สห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์โคราช ทำการแข่งขันกีฬายูโด และ วีลแชร์ฟันดาบศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ทำการแข่งขันกีฬาวีลแชร์บาสเกตบอลโรงแรมเซ็นเตอร์พอยต์ โคราช ทำการแข่งขันกีฬายกน้ำหนักมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล ทำการแข่งขันกีฬาโกลบอล และ ยิงธนู

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช ทำการแข่งขันกีฬา เทเบิลเทนนิส
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ทำการแข่งขันกีฬาฟุตบอลผู้พิการทางสมอง (7 คน) และ กีฬาหมากรุกมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ทำการแข่งขันกีฬาจักรยาน (ประเภทถนน)
ส่วนกีฬา สำหรับกีฬาโบว์ลิ่ง ทำการแข่งขัน ที่กรุงเทพมหานคร ณ เอสพลานาด รัชดา (Esplanade Ratchada) โดยได้มีการวางระบบการจัดการสนามแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักกีฬา ซึ่งทุกสนามแข่งขันได้รับการปรับปรุงให้มีมาตรฐานสากล พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกตามหลัก Universal Design เพื่อรองรับนักกีฬาผู้พิการได้อย่างเท่าเทียมทุกสนามนอกจากนี้ ในส่วนของ อบจ.นครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา กล่าวว่า ในการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 อบจ.นครราชสีมา ได้รับมอบหมายจาก จ.นครราชสีมา ดำเนินการด้านการประชาสัมพันธ์ในการเป็นเจ้าภาพการจัดแข่งขัน เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้และสร้างการมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าภาพที่ดีของ จ.นครราชสีมา ให้สมกับที่ได้รับการประกาศให้เป็น “โคราชเมืองกีฬา” Korat Sport City
“ขอเชิญชวนชาว จ.นครราชสีมา ร่วมส่งแรงเชียร์ แรงใจ

ให้กับทัพนักกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ และร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดี พร้อมต้อนรับทุกภาคส่วนด้วยความอบอุ่น มีไมตรี อย่างสมเกียรติ เพื่อให้การแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 นี้ เป็นพื้นที่แห่งการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ และเป็นบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านการจัดมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ ที่จะส่งต่อแรงบันดาลใจและรอยยิ้มสู่พี่น้องชาวอาเซียนทุกคนอย่างแท้จริง”

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหาร – “มนพร” ปลุกพลังมุกดาหาร เลือก นนทภูมิ เพื่อไทย

แชร์เนื้อหานี้

เพื่อไทย รุกหนัก มนพร เจริญศรี อดีต รมช.คมนาคม แม่ทัพหาเสียงอีสานโซนเหนือ ควง เอกพร รักความสุข อดีต สส.เพื่อไทย นำทีมลุยปราศรัยปลุกพลังคนมุกดาหาร เลือก นนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ เบอร์ 3 เพื่อไทย ยกจังหวัดทั้ง 2 เขต ชูนโยบายล้างหนี้ มั่นใจเป็น ฟื้นเศรษฐกิจ เชื่อมั่นเพื่อไทย พรรคเดียวที่นโยบายเข้าถึงประชาชน คนยากคนจน

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ที่เวทีปราศรัย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ความเคลื่อนไหวหาเสียงพรรคเพื่อไทย ยังเดินหน้าหาเสียงเชิงรุก ในพื้นที่อีสาน โดยเฉพาะ พื้นที่ 3 จังหวัดกลุ่มสนุก นครพนม สกลนคร และมุกดาหาร มี นางมนพร เจริญศรี เบอร์ 1 ผู้สมัคร สส.เขต 2 นครพนม พรรคเพื่อไทย อดีต รมช.คมนาคม ในฐานะแม่ทัพหาเสียงโซนอีสานเหนือ พร้อมด้วย นายเอกพร รักความสุข

อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นำทีมแกนนำครอบครัวเพื่อไทย ลุยปราศรัยในพื้นที่ เขต 1 มุกดาหาร รวมถึง 3 เวที ประกอบด้วย อ.หว้านใหญ่ อ.ดอนตาล และ อ.เมืองมุกดาหาร เพื่อหาเสียงสนับสนุน เลือกเพื่อไทยยก จ.มุกดาหาร ทั้ง 2 เขต คือ นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ เบอร์ 3 ผู้สมัคร สส.เขต 1 มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย และสนับสนุนเลือก นางสาวปิยธิดา บุตรกาล เบอร์ 4 ผู้สมัคร สส เขต 2 มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย ถือเป็นการรวมพลังคนมุกดาหาร เลือกเพื่อไทย เข้าไปตั้งรัฐบาล เสียงข้างมาก

ด้าน นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ เบอร์ 3 ผู้สมัคร สส.เขต 1 มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย กล่าวปราศรัยว่า ยอมรับว่าพื้นที่ จ.มุกดาหาร 2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านการพัฒนา ทำให้ตนพร้อมที่จะเข้ามาเป็น ผู้แทนของพรรคเพื่อไทย เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนา ลงสู่พื้นที่ การเลือกตั้งครั้งนี้ เชื่อว่านโยบายสำคัญที่จะเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน มากที่สุด คือ

การล้างหนี้ แก้หนี้นอกระบบ พักหนี้เกษตรกร เพราะเชื่อว่าประชาชน ประสบปัญหาเศรษฐกิจมานาน ต้องแบกภาระค่าใช้จ่าย การแก้หนี้จะเป็นการฟื้นฟูสภาพคล่อง ให้ประชาชน สามารถ ลงทุนค้าขาย รวมถึงลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า อีกนโยบายคือ อยากผลักดันให้ มุกดาหาร มหาวิทยาลัย เพื่อรองรับสร้างโอกาสด้านการศึกษา ลูกหลานเยาวชน รวมอีกหลายนโยบาย เชื่อมั่นเกิดประโยชน์ต่อประชาชน แน่นอน

ด้าน นางมนพร เจริญศรี เบอร์ 1 ผู้สมัคร สส.เขต 2 นครพนม พรรคเพื่อไทย อดีต รมช.คมนาคม กล่าวปราศรัยว่า การเลือกตั้ง ครั้งนี้ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถือเป็นการชี้ชะตาคนยากคนจน เพราะที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทย มาจากเสียงประชาชนรากหญ้า แต่ถูกกระทำด้วยนิติสงคราม ถูกปลดนายก ล้มรัฐบาลเสียงข้างมาก จากปัญหาการเมืองบิดเบี้ยว ซ้ำร้ายรัฐบาลเสียงข้างน้อย ยุบสภาหนีการตรวจสอบ ถือว่าไม่สง่างาม วันนี้จึงมาปลุกพลังคนมุกดาหาร ปลุกพลังคนอีสาน รวมพลังเลือกพรรคเพื่อไทย ทั้งคนทั้งพรรค

ให้ถล่มทลายทุกจังหวัด เข้าไปตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก แสดงพลังให้รับรู้ว่า เสียงประชาชนมีความหมาย เพราะที่ผ่านมาเสียงประชาชนถูกมองข้าม พรรคการเมืองเสียงข้างมากไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ การเลือกตั้งที่จะมาถึงต้องชนะทุกจังหวัด ส่วนนโยบายสำคัญ มั่นใจพรรคเพื่อไทย เข้าใจความต้องการประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการแก้หนี้สิน การพัฒนาเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน แก้ปัญหายาเสพติด การดูแลสุขภาพ 30 บาทรักษาทุกโรค รักษาทุกที่ กองทุนหมู่บ้าน เชื่อว่าทุกนโยบายประชาชนได้ประโยชน์
เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬเปิดลานกีฬา “ลานพญานาค” อำเภอปากคาด จัดคลินิกสอนฟุตบอล–ฟุตซอล สร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็กและเยาวชน

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดบึงกาฬ ขับเคลื่อนโครงการ “จังหวัดบึงกาฬ 1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” โดยกำหนดให้ ลานพญานาค อำเภอปากคาด เป็นลานสร้างสรรค์ด้านกีฬา จัดกิจกรรม คลินิกสอนฟุตบอลและฟุตซอล ให้แก่เด็ก เยาวชน และอนุชนในพื้นที่

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในโครงการ พื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน SDN FUTSAL NO-L 2026

เมื่อวันที่ 9 ม.ค.68 เวลา 16.00 น. นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ นำเจ้าหน้าที่พลศึกษาประจำอำเภอลงพื้นที่จัดกิจกรรมสอนฟุตบอลและฟุตซอลด้วยตนเอง ณ ลานพญานาค อำเภอปากคาด พร้อมถ่ายทอดเทคนิคพื้นฐานด้านกีฬา ปลูกฝังทัศนคติที่ดี และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนก่อนเข้าสู่พิธีเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ

การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขัน ฟุตซอล SDN FUTSAL NO-L 2026 รอบคัดเลือกตัวแทนจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 10 มกราคม 2569 ณ สนามฟุตซอล โรงเรียนปากคาดพิทยาคม

ทั้งนี้ การจัดคลินิกฟุตซอลมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างค่านิยมป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนห่างไกลจากแอลกอฮอล์ บุหรี่ สารเสพติด และการพนัน ควบคู่กับการพัฒนาทักษะด้านกีฬาฟุตซอลอย่างเป็นระบบ เสริมสร้างการทำงานเป็นทีม วินัย และภาวะผู้นำ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่สนุกและสร้างสรรค์

นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างพื้นที่สร้างสรรค์และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน พร้อมขยายความร่วมมือเครือข่ายโค้ช โรงเรียน และชุมชน เพื่อใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการป้องกันปัญหาสังคม และขับเคลื่อนแนวคิด “เพื่อนกันมันส์โนแอล” ให้เป็นวัฒนธรรมในกลุ่มเยาวชนอย่างยั่งยืน

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ‘สว.มาเรีย” เปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ของ เทศบาลทับสะแก ประจำปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 10 มกราคม 2569 ที่หน้าเทศบาลตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จัวหวัดประจวบคีรีจันธ์ น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน ( สมาชิกวุฒิสภา ) สว.จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ของเทศบาลตำบลทับสะแก โดยมี คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ( สท. ) หัวหน้าส่วนราชการ พนักงาน เด็ก และผู้ปกครอง มาร่วมจำนวนมาก

เทศบาลตำบลทับสะแก ตระหนักถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชน จึงได้จัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1. เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้รับความสนุกสนานรื่นเริง กล้าแสดงออกในทางสร้างสรรค์ และตระหนักในสิทธิหน้าที่ของตนเอง

สร้างความมีระเบียบวินัยมีความรับผิดชอบ ต่อตนเองและต่อสังคม 2. เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน มีพัฒนาการเต็มศักยภาพ ทั้งทางร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา 3. เพื่อให้ทุกส่วนของสังคม ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและเยาวชนในพื้นที่ และส่งเสริมให้เด็กมีกำลังใจในการปฏิบัติตนเป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติต่อไป

การจัดงานในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์และสนับสนุนจากภาครัฐ เอกชน ประชาชนในพื้นที่และบริษัทห้างร้านต่างๆ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนอาหาร เครื่องดื่ม ของขวัญ ของรางวัล ทุนการศึกษา และจัดบูธกิจกรรม ร่วมกับทางเทศบาลตำบลทับสะแก โดยมีเด็กๆ และผู้ปกครอง มาร่วมงานกว่า 1,500 คน.

นอกจากนี้ น.ส.มาเรีย (สมาชิกวุฒิสภา) ยังได้อ่านสารของ
นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2569 ดังนี้.ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ขอให้เด็กและเยาวชนทุกคน จงเตรียมตัวให้

พร้อมด้วยการตั้งใจขยันศึกษาเล่าเรียน หมั่นฝึกฝนตนเอง ตลอดจนปฏิบัติกิจกรรมต่างๆที่เป็นประโยชน์ให้เกิดทักษะและมีประสบการณ์ เพื่อที่จะนำความรู้ความสามารถไปใช้ในการดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า และมั่นคง ต่อไป ตามคำขวัญ “รักชาติไทย ใส่ใจโลก”

/////////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วันครบรอบวัน ก่อตั้ง รพ.บางเลน และพิธีส่งมอบอาคารวันรัต/กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ รพ.นครปฐม 2569

แชร์เนื้อหานี้

รพ.บางเลน จัดพิธีทำบุญครบรอบวันก่อตั้ง พร้อมรับมอบ “อาคารวันรัต” เตรียมเปิดศูนย์ฟอกไตครบวงจรเพื่อชาวบางเลน
นพ.ยุทธกรานต์ ชินโสตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางเลน
ให้การต้อนรับ นายอนุชา สะสมทรัพย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม ประธานในพิธีฯ

พร้อมด้วยนพ.วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม มิสเตอร์ลี อาร์บาร์ ประธานบริษัท พรประเสริฐรังนกไทย จำกัด กำนันยงยุทธ เพชรดี ประธานบริษัท ยงยุทธ ก่อสร้างและการโยธา (2499) จำกัด และคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ภาครัฐและภาคเอกชน

เนื่องในวันครบรอบวันก่อตั้งโรงพยาบาลบางเลน และพิธีส่งมอบอาคารวันรัต วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุมเพชรไพลิน ชั้น 4 โรงพยาบาลบางเลน ซึ่งการทำบุญครบรอบวันก่อตั้งโรงพยาบาลบางเลน ในครั้งนี้ เพื่อน้อมรำลึกถึงคุณงามความดีของผู้ก่อตั้งโรงพยาบาล และ สมเด็จพระวันรัต (ปุ่น ปุณณสิริ)

ซึ่งเป็นนามจารึกของอาคารวันรัตหลังนี้ ตลอดจนผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงพยาบาลตลอดมาแล้ว ยังเป็นการเสริมสิริมงคล สร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้บริหาร และบุคลากรทุกท่าน ให้มีพลังในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยความเสียสละและความเมตตาต่อไป

นพ.ยุทธกรานต์ ชินโสตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางเลน กล่าวว่า ​“กราบขอบพระคุณท่านอนุชา สะสมทรัพย์ ที่ให้เกียรติมาเป็นประธาน รวมถึงภาคเอกชนและแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่เป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนโรงพยาบาลด้วยดีเสมอมา เราขอให้คำมั่นว่าจะมุ่งมั่นพัฒนาโรงพยาบาลบางเลนให้ดียิ่งขึ้นในทุกมิติ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของชาวอำเภอบางเลนและผู้รับบริการทุกท่านต่อไป”
สมคิด พรมมี ผู้ข่าวนครปฐม

กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ โรงพยาบาลนครปฐม ประจำปี 2569

นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 โดยมี แพทย์หญิง ประภัสสินี สันติปราน์รนต์ หัวหน้ากลุ่มงานกุมารเวชกรรม กล่าวรายงาน

พร้อมด้วย คุณนันทวรรณ แสงโสภิต รองผู้อำนวยการ คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม วัตถุประสงค์ เพื่อให้เด็ก และเยาวชนที่มารับบริการ ส่งเสริมการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา

ให้เด็กเป็นอนาคตที่ดีของชาติ เเละคณะผู้บริหารมอบของขวัญให้กับผู้ป่วยเด็ก หอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม ชั้น 3 อาคารพระร่วงโรจนฤทธิ์ โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

นครปฐม จัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 จังหวัดนครปฐม ร่วมกับ เทศบาลนครนครปฐม จัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้แสดงออก ตระหนักถึงคุณค่า บทบาท และความสำคัญของตนเอง

วันที่ 10 มกราคม 2568 นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ที่บริเวณสนามคลี องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ปกครองและเยาวชน

ร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้แสดงออก ตระหนักถึงคุณค่า บทบาท และความสำคัญของตนเอง รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของเด็ก ให้การ

คุ้มครอง เลี้ยงดู อบรมสั่งสอนและสงเคราะห์ช่วยเหลือเด็ก เป็นพิเศษ ตลอดจนปลูกฝังให้เด็ก ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย

นายสมโชค พงษ์ขวัญ นายกเทศมนตรีนครนครปฐม กล่าวว่า กิจกรรมที่จัดในงานฉลองวันเด็กแห่งชาติในปีนี้ มีกิจกรรม และนิทรรศการ การให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม การจัดกิจกรรมเพื่อแจกของขวัญของรางวัล การแสดงกลางแจ้ง และการแสดงบนเวทีของเด็กนักเรียน

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า เด็ก และเยาวชน ควรระลึกอยู่เสมอว่าผู้ใหญ่ได้เห็นความสำคัญของเด็กและเยาวชน จึงได้จัดงานวันเด็กเป็นประจำทุกปี ดังนั้น ควรปฏิบัติตน ให้เป็นเด็กดี ของบิดามารดา ครูอาจารย์ บุคคลทั่วไปในสังคนและประเทศชาติ เป็นผู้มีระเบียบวินัย รู้จักสิทธิ หน้าที่

มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม ภาคภูมิใจในความเป็นไทย และขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประพฤติตน ตามคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ของนายกรัฐมนตรี ที่ให้ไว้ว่า “รักชาติไทย ใส่ใจโลก”
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แนนซี่ นำทีมชมรมโฮปฯ มอบสิ่งของร่วมงานวันเด็ก ศาลเจ้าไต้ฮงกง ปากน้ำ

แชร์เนื้อหานี้

อบอุ่นวันเด็กที่ปากน้ำ “แนนซี่” ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล นำทีมชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา มอบของเล่น ตุ๊กตา และน้ำดื่ม ร่วมสนับสนุนงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง ปากน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก เด็ก ๆ แห่ร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง สร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับครอบครัวในชุมชนอย่างทั่วถึง

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 มกราคม 2569 ที่ศาลเจ้าไต้ฮงกง ปากน้ำ (สุสานท้ายบ้าน) ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล หรือ “แนนซี่” ประธานชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา พร้อมทีมงาน ได้นำ จักรยาน ตุ๊กตา ของเล่น และน้ำดื่ม มาร่วมสนับสนุน

งานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นโดย ศาลเจ้าไต้ฮงกง ปากน้ำ ภายในงานมีผู้ปกครองพาบุตรหลานเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีการจัดซุ้มอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม พร้อมกิจกรรมเล่นเกมและจับรางวัลแจกของขวัญ อาทิ ของเล่น ตุ๊กตา และจักรยาน สร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับเด็ก ๆ อย่างทั่วถึง

นาย นิพนธ์ จังภัทรกุล ประธานศาลเจ้าไต้ฮงกง ปากน้ำ กล่าวว่า วันนี้ไต้ฮงกง เราได้จัดงานวันเด็กร่วมกับชุมชนร่วมสามัคคี ชมรมโฮปฯ และยังมีผู้ใหญ่อีกหลายท่าน ได้มอบ อาทิจักรยาน ของแล่น และตุ๊กตา กันเข้ามาเยอะ เราก็รู้สึกดีใจและมีความสุข ด้วยการทำงานปีต่อ ๆ ไป ก็อยากจะเชิญชวนพี่น้องชาวสมุทรปราการ ชุมชนต่าง ๆ มาร่วมกันจัดกิจกรรมให้เด็ก ๆ มีความสุข ก็ขอเชิญ

ชวน เพราะว่าเราเคยเป็นเด็กมาก่อนเราไม่เคยได้รับแบบนี้ เราก็อยากจัดให้เด็กมีความสุข ก็ในวันนี้ มีทั้งท่านประธานชุมชน และประธานชมรมโฮปฯ มาร่วมตนก็รู้สึกดีใจที่ได้รับความร่วมมือจากส่วนงานราชการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล ชุมชน แม้แต่บ้านเรื่องใกล้เคียงศาลเจ้าพ่อ ก็มาร่วม เพราะฉะนั้นโอกาสหน้าก็เชิญชวนทุกท่านที่ได้เสียงประชาสัมพันธ์นี้ก็เชิญชวนปีหน้าและปีต่อ ๆ ไปมาพบกันครับ

ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล หรือแนนซี่ ประธานชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา กล่าวว่า ชมรมโฮปฯ ก็ยินดีร่วมสนับสนุนมูลนิธิสุสานไต้ฮงกงท้ายบ้าน ในทุก ๆ กิจกรรม และก็ขอให้ทุกท่านที่อยู่บริเวณท้ายบ้านหรือรอบ ๆ สมุทรปราการ เข้า

มาร่วมบุญกันได้ที่มูลนิธิสุสานไต้ฮงกงท้ายบ้าน
ประธานชุมชนร่วมสามัคคี กล่าวว่า ตนก็รู้สึกดีใจที่ได้มาร่วมกิจกรรม กับทางศาลเจ้าไต้ฮงกง เพราะถ้าทางชุมชนจัดเอง ก็ไม่น่าจะจัดได้ใหญ่ขนาดนี้ ต้องขอบคุณทางศาลเจ้าไต้ฮงกงด้วยค่ะ

นาย นิพนธ์ จังภัทรกุล ประธานศาลเจ้าไต้ฮงกง ปากน้ำ กล่าวเพิ่มอีกว่า ไต้ฮงกง เราเป็นทั้งสุสานก็มีศพผู้ยากไร้ ถ้าท่านใดไม่มีโลงก็มารับจากอากงได้ครับ ขอให้นำใบมรณะบัตรมาทำเรื่องรับ เรายินดีสนับสนุนเรื่องที่ไม่มีโลง แม้แต่ชมรมโฮปฯ ก็ได้เข้ามาสนับสนุนเรา และก็อยากให้ร่วมกันสร้างสิ่งดี ๆ ให้สมุทรปราการ เพราะเราเป็นคนท้ายบ้าน เป็นคนสมุทรปราการ ก็อยากจะเห็นสมุทรปราการมีสิ่งที่ดี แล้วทำให้คนสมุทรปราการมีความดีมากขึ้น


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เด็กบางพลีไม่ผิดหวัง แห่รับเงินขวัญถุงวันเด็กแน่นวัดบางพลีใหญ่กลาง วันเด็กแห่งชาติ

แชร์เนื้อหานี้

บรรยากาศวันเด็กแห่งชาติที่วัดบางพลีใหญ่กลางคึกคัก เด็กและผู้ปกครองนับพันแห่ร่วมกิจกรรมรับของขวัญและเงินขวัญถุง สร้างรอยยิ้มและความสุขทั่วชุมชน

บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 10 มกราคม 2569 ที่วัดบางพลีใหญ่กลาง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้ปกครองพาบุตรหลานจำนวนมากกว่า 1,000 คน

เดินทางมาร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ และจับจองพื้นที่รอรับของขวัญและเงินขวัญถุงจากทางวัด ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและรอยยิ้ม

โดย พระวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง พร้อมด้วยคณะกรรมการวัด ได้ร่วมกันมอบเงินขวัญถุงให้แก่เด็กๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม คนละ 200 บาท ขณะที่เด็กทารกอายุ 1 ขวบ ได้รับเงินขวัญถุงคนละ 300 บาท สร้างความดีใจให้กับเด็กๆ และผู้ปกครองเป็นอย่างมาก

เด็กหลายคนเปิดเผยว่า จะนำเงินที่ได้รับไปหยอดกระปุกออมสิน บางรายตั้งใจนำไปมอบให้พ่อแม่ เพื่อเป็นการแบ่งปันและแสดงความกตัญญู

ด้าน พระวชิรคณาทร เปิดเผยว่า สำหรับกิจกรรมวันเด็กในปีนี้ ได้รับการสนับสนุนจากลูกศิษย์และผู้มีจิตศรัทธานำปัจจัยมาถวายเพื่อแจกจ่ายแก่เด็กๆ รวมเป็นเงินกว่า 500,000 บาท

จึงนำมามอบให้แก่เด็กและเยาวชนในชุมชนบางพลี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และปลูกฝังให้เด็กเติบโตเป็นคนดีของสังคม รู้จักการให้และการแบ่งปันในอนาคต


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เต้ 007” ลงพื้นที่บางพลี ชูนโยบายพาคนไทยทัวร์โลก–ตั้งกองทัพอวกาศ ขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคต

แชร์เนื้อหานี้

นาย มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้ 007” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคทางเลือกใหม่ ลงพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ พบปะประชาชน นำเสนอนโยบายเชิงวิสัยทัศน์ ตั้งแต่การท่องเที่ยวระดับโลก เทคโนโลยีอวกาศ ไปจนถึงสุขภาพประชาชน

เมื่อช่วงเที่ยง วันที่ 10 มกราคม 2569นาย มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้ 007” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในนามพรรคทางเลือกใหม่ ลงพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อพบปะประชาชนและรับฟังความคิดเห็น พร้อมนำเสนอนโยบายและแนวคิดในการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคต

โดย “เต้ 007” ได้นำเสนอนโยบายเชิงสัญลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว ด้วยแนวคิด “พาคนไทยทัวร์โลก” เพื่อเปิดมุมมองและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ควบคู่กับการขยายวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง ตั้งเป้าให้ประเทศไทยก้าวสู่การท่องอวกาศในอนาคต ทั้งการเดินทางไปดวงจันทร์และดาวอังคาร

นอกจากนี้ ยังเสนอแนวคิดการจัดตั้ง “กองทัพอวกาศ” เพื่อเสริมศักยภาพด้านความมั่นคงของประเทศ รองรับการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและการป้องกันประเทศในยุคใหม่ พร้อมประกาศเป้าหมายยกระดับประเทศไทยให้เป็นประเทศอันดับหนึ่งของโลก

ขณะเดียวกัน “เต้ 007” ยังกล่าวถึงนโยบายด้านความมั่นคง โดยระบุว่า หากได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะมีการจัดหายุทโธปกรณ์เชิงยุทธศาสตร์เพื่อป้องปรามภัยคุกคามในอนาคต
ในด้านสาธารณสุขและคุณภาพชีวิต พรรคทางเลือกใหม่ยังให้

ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพประชาชน โดยรณรงค์ให้การออกกำลังกายเป็นกิจวัตรประจำวัน พร้อมเสนอให้ “การวิดพื้น” เป็นกิจกรรมพื้นฐาน เพื่อสร้างพลเมืองที่แข็งแรง มีระเบียบวินัย และพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในระยะยาว


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ จ.ชลบุรี เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ดร.มาย ไชยนิตย์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และมีแขกผู้มีเกียรติร่วมแสดงความไว้าลัย จำนวนหลายท่ าน อาทิ

นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายบรรลือ กุลละวณิขย์ ประธานสภา

เมืองพัทยา นางจิดาภา สุวัตถาภรณ์ สมาชิกสภาเมืองพัทยา นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานกรรมการบริหาร

บริษัท เอ็มไอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด นายวิชัย รอดเปีย อดีตรองประธานสภาเมืองพัทยา นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ

นายยศพงศ์ ลินทอง นายกเทศมนตรีตำบลหนองปลาไหล นายแมน อินทร์พิทักษ์ ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด

ชลบุรี เขต 9 พรรคภูมิใจไทย นายชาญยุทธ เฮงตระกูล ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 8

พรรคเพื่อไทย นายรัฐกิจ เฮงตระกูล ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 9 พรรคเพื่อไทย

นายเรวัติ ผลลูกอินทร์ อดีตรอง นายกอบจ.ชลบุรี นายสกล ผลลูกอินทร์ รองนายก อบจ.ชลบุรี

นายนคร ผลลูกอินทร์ สมาชิก อบจ.ชลบุรี นายไพโรจน์ ประวัติเลิศอุดม ประธานที่ปรึกษากต.ตร.สภ.บางละมุง พร้อมด้วยผู้นำ

องค์กรปกครองท้องถิ่น คณะผู้บริหารเมืองพัทยา ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สมาคม ชมรมและประชาชน เข้าร่วมพิธีฯ เป็นจำนวนมาก

“ดร.มาย ไชยนิตย์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ” ได้ถึงแก่อนิจกรรม ด้วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ ศาลาธรรมสังเวช 2 วัดบุญสัมพันธ์ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พล.อ.รังษี หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ บุก อ.ชายแดน ขอคะแนนเสียง ทำลายบ่อ ปราบสแกมเมอร์ ตัดเส้นทางเงิน ฮุนเซ็น

แชร์เนื้อหานี้

***ผู้สื่อข่าวรางาน เมื่อเวลา 17.30 วันที่ 9 มกราคม 2569 พล.อ. รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ลงพื้นที่อำเภอกันทนลักษ ช่วยลูกพรรคอย่า นายอนุบาล ขันทอง ผู้สมัคร สส. เขต 4 และผู้สมัครเขตอื่นๆ หาเสียงขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดน

โดยก่อนจะไปขอคะแนนเสียงได้มาที่ศาลหลักเมืองกันทรลักษ์ เพื่อไว้สิ่งศํกดิ์สิทธิประจำอำเภอ และเพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนจะเดินทางไปยังปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านผือ ตำบลเมือง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

ซึ่งเป็นปั๊มน้ำมันที่ถูกลูกระเบิด BM-21 ของกัมพูชาตักใส่ร้านสะดวกซื้อ จนมีทั้งคนเจ็บ และเสียชีวิตหลายราย ก่อนจะเดินทางไปยังตลาดทันใจ ซึ่งเป็นยามเย็นของึคนอำเภอกันทรลักษ์ เพื่อเดินเท้าของคะแนนกับพี่น้องชาวอำเภอกันทรลักษ์

***โดย พล.อ. รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านผือ กับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้เนี่ยผมได้ไปที่บริเวณช่องจอบ จ.สุรินทร์ และมาที่อำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพราะผมเป็นห่วงประชาชนที่อยู่ชายแดน เพราะว่าอย่างที่เรายืนอยู่ ณ ปัจจุบันก็คือเซเว่นที่ไอ้ ฮุนเซ็น มายิงกระสุนเข้ามาแล้วทำให้แม่ลูกเสียชีวิตอ่ะนะครับ เซเว่นข้างหลังเนี่ย เพิ่งปรับปรุงเสร็จ คือวันนี้ผมมองแล้วว่า

ประชาชนเขตชายแดนเนี่ยลำบากมาก ไหนจะต้องระวังว่าไอ้ ฮุนเซ็น จะยิงกระสุนอะไรมาอีก เศรษฐกิจเองก็ไม่ดี เพราะฉะนั้นผมว่ามันต้องหาวิธีการที่ปิดแก๊ง ฮุนเซ็น ให้เร็วที่สุด คือเราปล่อยให้ ฮุนเซ็น มันดึงเกมส์ยาวแบบนี้ไม่ได้ต่อไป เพราะว่าประชาชนเริ่มที่จะเป็นหนี้เป็นสิน ไม่มีเงินซื้อกินซื้อใช้ แล้วผมเชื่อว่าการจัดการ ฮุนเซ็น คงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ว่ามันมีผู้สมคมคิดเท่านั้นเอง ที่มันเลยทำให้ ฮุนเซ็น มันกล้ากับเราขนาดนี้

***แต่เพราะว่ายังดีใจที่ว่าวันนี้เราได้ข่าวว่า ทางการเนี่ยเค้าจะดำเนิน 10 นักการเมืองที่เกี่ยวพันกับสแกมเมอร์ และจะจับตัว แล้วโดยเฉพาะนักการเมือง ที่จะเลือกตั้งปี 69 ประชาชนต้องตื่นตัว ไอ้พวกจ่ายเงินอย่าไปเลือกมัน เพราะอาจจะเป็นเงินสแกมเมอร์ ก็เป็นได้ แล้วถ้ามันซื้อเสียงได้เกินมาครึ่งสภา มันก็จะไปเป็นทาสรับใช้ ฮุนเซ็น เมื่อที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้

***พล.อ. รังสี กล่าวต่อไปว่า ผมจะใช้มาตรการทางเชิงรุก ทั้งทางการทูตและการทหาร คำว่าเชิงรุกทางการทูต คือว่า เราจะปล่อยให้ทั้ง มาลี ฮุนเซ็น ฮุนมาเน็ต มาโกหกแบบนี้ไม่ได้แล้ว ถ้ามันพูดโกหกเราจะต้อง ดำเนินการเอาความจริงให้ชาวโลกรู้ว่ามันโกหกยังไง และมันทำอะไรกับเราบ้าง อย่างที่มันยิงปืนคอมามันก็พูดแบบหน้าๆด้านว่าทำปืนลั่น

ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นราจะต้องดำเนินการมันขั้นเด็ดขาด และโดยเฉพาะมาตรการทางทหารเชิงรุก ถ้า พรรค เราได้เข้าไปเป็นรัฐบาล ถ้าเมื่อไหร่ที่มันยิง BM 21 เข้ามา แล้วโดยเฉพาะเป้าหมายพลเรือน เหมือนร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมัน ปตท. เราควรจะต้องจัดการกับบ่อนคาสิโนตลอดแนวชายแดนตั้งแต่ปอยเปต จนถึง ท่าสงัด เราไม่ควรปล่อยทิ้งแล้ว

***ทำลายคาสิโนมัน เราจะได้สองอย่าง คือหนึ่ง ปราบสแกมเมอร์ และตัดเส้นเงินของไอ้ ฮุนเซ็น มันจะได้ไม่มีแรงไปซื้ออาวุธมาสู้กับเรา เพราะว่า GDP ของมันเนี่ย 60% มันมาจากการบ่อ มาจากสแกมเมอร์ มั่นใจว่านโยบายของเราเนี่ยจะถูกประชาชน

***พล.อ. รังสี ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีนโยบายข้อ 1 ข้อ 2 ที่เราจะสร้างให้กับโปรเจกต์ ซึ่งจะทำให้เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ และไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย โดนใจประชาชนเพราะจะสามารถทำให้ประชาชนหลุดจากกับดักหนี้ นักธุรกิจ และพ่อค้าแม่ขาย จะหลุดจากกับดักหนี้ และรัฐบาลหลุดจากกับดักหนี้ ถ้าพรรคเศรษฐกิจ เป็นผู้นำรัฐบาลเมื่อไหร่ ผมจะเซ็น MOU กับรัฐบาลจีนภายใน 1 เดือน ในการที่เข้ามาสำรวจความเป็นไปได้ที่จะสร้างโปรเจกต์รถไฟความเร็วสูง กับโครงการโอเชียนลิงค์

ซึ่ง 2 โครงการนี้เป็นโครงการระดับโลก ไม่ใช่โครงการระดับภูมิภาค และตรงกับยุทธศาสตร์ของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ทางเศรษฐกิจดับ 1 ของโลก คือจีน แล้วใน MOU นี้ผมจะมีพ่วงอยู่ 2 ใบก็คือ MOU ที่เป็นความร่วมมือรัฐบาลไทย กับ จีน ในเรื่องการท่องเที่ยว และร่วมซื้อสินค้าทางการเกษตร ตนมั่นใจว่าเมื่อ 2 โครงการเริ่มได้จะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวขึ้นอย่างแน่นอน
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “กสทช-สมาคมศิลปินแห่งประเทศไทย” จัดโครงการ “K-Script Lab”สร้างโอกาสนักเขียนไทยร่วมเวิร์คช็อปทีมผู้เชี่ยวชาญเกาหลี

แชร์เนื้อหานี้

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) ร่วมกับ สมาคมศิลปินแห่งประเทศไทย, สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มุ่งต่อยอดศักยภาพทักษะการเขียนบทเยาวชนไทย จัดงานแถลงข่าวเปิด โครงการ “K-Script Lab”

เพื่อยกระดับทักษะการเขียนบทและพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย ให้ก้าวสู่ระดับสากล โดย คุณอรรณพ ตรึกตรอง ผู้อำนวยการส่วนวิเคราะห์และติดตามประเมินผล 3 สำนักงานกองทุนวิจัยและพัฒนา สำนักงาน กสทช. เป็นประธานในพิธี เมื่อวันพุธที่ 7 มกราคม 2569 ณ ลานกิจกรรม โรงภาพยนตร์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สุขุมวิท (เอกมัย)

คุณศิริศักดิ์ คชพัชรินทร์ ในฐานะผู้ดำเนินโครงการ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการครั้งนี้ว่า “จุดเริ่มต้นของ โครงการ K–Script Lab เกิดขึ้นจาก สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) ร่วมกับ สมาคมศิลปินแห่งประเทศไทย, สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยมีผู้สนับสนุนหลักคือ กสทช ได้เล็งเห็นถึงการทำโครงการพิเศษ

ซึ่งไม่ซ้ำรูปแบบเดิม คือการสอนเขียนบท แต่เป็นการนำไอเดียที่มีอยู่ของนักเขียนหรือ นักสร้างสรรค์แต่ละคน นำมาปรับปรุง พัฒนา ให้มีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น โดยครั้งนี้จะเป็นการนำไอเดียของผู้เข้าอบรม ที่ผ่านกา คัดเลือกจำนวน 60 เรื่อง จะได้รับซอฟต์แวร์ final draft เป็นระยะเวลา 1 ปี จากนั้นทีมผู้เชี่ยวชาญจาก สถาบันนักเขียนบทมืออาชีพของประเทศเกาหลี (Screenwriters Guild of Korea) จะคัดเลือกรอบสุดท้ายที่จะะได้เวิร์คช็อปกับผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันนักเขียนบทมืออาชีพ ของประเทศ เกาหลี

เพื่อช่วยยกระดับทักษะการเขียนบทของนักเขียนไทยอย่างเป็นระบบและนำไปสู่การสร้างผลงานภาพยนตร์ และซีรีส์ไทยที่มีคุณภาพ พร้อมก้าวสู่ตลาดสากลครับ
คุณพรชัย ว่องศรีอุดมพร เลขาธิการสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ กล่าวว่าสืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาล ที่ผ่านมาที่สนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์และซีรีส์ของไทยโดยการจัดสรรงบประมาณใน การ Research, Develop และ Training

ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับเยาวชนและบุคคลที่สนใจงานด้านนี้ ตนมองว่าโครงการนี้จะช่วยต่อ ยอดคนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่มีความต้องการที่จะสร้างสรรค์ผลงาน ช่วยสร้างนักเขียนรุ่นใหม่ และให้มุมมองที่มากขึ้น ต่อกลุ่มนักเขียนเดิมด้วย การนำผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาถ่ายทอดประสบการณ์, วิธีการคิด และมุมมอง

จะช่วยเติมเต็ม ปรับปรุงและพัฒนาให้คอนเทนต์ไทยมีบทที่หลากหลายและดีขึ้น เพื่อสื่อสารและเจาะตลาดต่างประเทศ ได้มากขึ้นครับ
สำหรับโครงการ “K-Script Lab” เปิดรับสมัคร นักเขียนบทมืออาชีพและมือสมัครเล่น, นักเรียน, นักศึกษา, เยาวชน และบุคคลที่สนใจจำนวน 500 คน สามารถลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 7-29 ม.ค.นี้