เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพบกจับมือกลุ่มทุนปรัชญาฯ ลงพื้นที่บึงกาฬ ขับเคลื่อนหมู่บ้านเข้มแข็งชายแดน มอบทุน 15 ทุน หนุนพัฒนาอย่างยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้แทนจาก กองทัพบก ร่วมกับกลุ่มทุนปรัชญาเพื่อความมั่นคง และหน่วยงานภาครัฐ–เอกชนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ลงพื้นที่ติดตามและขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดนไทย–ลาว ควบคู่จัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนในพื้นที่

ช่วงเช้า คณะได้ประชุมหารือ ณ ห้องประชุม ศปก.ตม.บึงกาฬ โดยมี พ.อ. วาริส ทรวงโพธิ์ หน.สนผ.ฝกร.ศปก.ทบ. เป็นประธานการประชุม มีผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วม

รวมถึงผู้แทนหอการค้าจากแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว และสื่อมวลชน เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการ “People to People Connectivity” มุ่งสร้างความสัมพันธ์ระดับประชาชนต่อประชาชน เสริมความเข้มแข็งของชุมชนชายแดนในมิติเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง

จากนั้นคณะได้เดินทางไปยัง โรงเรียนบ้านห้วยเชื่อมเหนือ ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จัดกิจกรรม CSR มอบทุนการศึกษา จำนวน 15 ทุน เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการเรียนรู้ของนักเรียนในพื้นที่ สร้างขวัญกำลังใจแก่เยาวชนและครอบครัว

ในช่วงบ่าย คณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) หลัก ตำบลโคกก่อง ติดตามการดำเนินงานตามแผนหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนาน โดยส่งเสริมการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการสร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน ก่อนปิดภารกิจด้วยการเยี่ยมชมกิจการชุมชนในพื้นที่ตำบลชัยพร

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือบูรณาการของภาครัฐและเอกชน ในการเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน และสานความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย–ลาว ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “นายกเดียร์” พงษ์พันธ์ ว่าที่ สส.หน้าใหม่ป้ายแดง พรรคภูมิใจไทย เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ เปิดบ้านต้อนรับ แฟนคลับ ร่วมแสดงความยินดี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หลังทราบผลการนับคะแนนเสร็จ อย่างไม่เป็นทางการ ได้ชัยชนะอันดับ 1 ในการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี อำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพาน อำเภอบางสะพานน้อย และอำเภอเมือง เฉพาะตำบลห้วยทราบ ด้วยคะแนนเสียง 33,839 คะแนน

นายพงษ์พันธ์ ได้กล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียง ทุกกำลังใจ และทุกรอยยิ้มจากพี่น้องประชาชน ตั้งแต่วันแรกของการลงพื้นที่หาเสียง จนถึงวันสุดท้ายของการเลือกตั้ง พร้อมย้ำว่า ความไว้วางใจที่ได้รับถือเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงานเพื่อพัฒนาพื้นที่ เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์

“ผมไม่รู้จะพูดอะไรไปมากกว่าคำว่าขอบคุณจากใจ ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราต้องช่วยกันทำ เพื่อให้บ้านของเรา เขต 3 ดีขึ้น ผมขอชวนพี่น้องประชาชนร่วมเดินทางครั้งใหม่ไปด้วยกัน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงและทำให้เขต 3 ของเราดียิ่งขึ้นกว่าเดิม และยังยืนยันความมั่นใจว่า จะสามารถผลักดันการเปลี่ยนแปลงตามที่ได้ให้คำมั่นไว้ และทำหน้าที่ผู้แทนของประชาชนอย่างเต็มความสามารถ” นายพงษ์พันธ์ กล่าว ขอบคุณผ่านในโลกโซเชียล

นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน หรือที่ชาวบ้านรู้จัก “นายกเดียร์” อดีต นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก กว่า 13 ปี เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในนามพรรคภูมิใจไทย หมายเลข 7 ว่าที่ สส.คนใหม่ป้ายแดง มีเพื่อนๆ แฟนคลับ เข้ามาแสดงความยินดีจำนวนมาก
/////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขับเคลื่อน ระบบอาหารปลอดภัย เชื่อมเกษตรกร–ตลาดสีเขียว–ผู้บริโภค ลงนาม MOU ภายใต้แนวคิด “บอกรักด้วยผักผลไม้”

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดเชียงราย โดยโครงการบูรณาการและขับเคลื่อนระบบอาหารเพื่อสุขภาวะตลอดห่วงโซ่ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายดำเนินการโดยบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีเชียงราย (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัดร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยการสนับสนุนจาก สสส จัดกิจกรรม “บอกรักด้วยผักผลไม้”พร้อมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)

ว่าด้วยการขับเคลื่อนร ะบบอาหารปลอดภัยของจังหวัดเชียงรายเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569้วลาประมาณ 09.0น.นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดโครงบูรณาการและขับเคลื่อนระบบอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อนสุขภาวะตลอดห่วงโซ่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โครงการ ณ ตลาดสีเขียว ตลาดเกษตรกรเชียงราย (สามแยกดอยตอง) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
การจัดงานในครั้งนี้

มีเป้าหมายสำคัญในการ เชื่อมโยงห่วงโซ่อาหารอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ คือ กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตอาหารปลอดภัย ที่ได้มาตรฐาน GAP, PGS และเกษตรอินทรีย์ ผ่านกลางน้ำ คือ ตลาดสีเขียว ผู้ประกอบการร้านอาหาร และโรงแรม ที่ได้มาตรฐาน SAN, SAN Plus และ Q Restaurant ไปสู่ปลายน้ำ คือ ผู้บริโภค
เพื่อให้เกิดการผลิต

การจำหน่าย และการบริโภคอาหารที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง ตลาดสีเขียวภายในงาน ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จำหน่ายสินค้า แต่เป็น กลไกกลางในการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค ส่งเสริมระบบตรวจสอบย้อนกลับและเป็นพื้นที่เรียนรู้ร่วมกันของทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อาหาร

โครงการได้มีการนำ แพลตฟอร์ม “กิ๊ฟแอนด์กีฟ (Gift&Give)”มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำการตลาดและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน ในรูปแบบสหกรณ์ดิจิทัลผ่านระบบคูปองหรือคะแนนสนับสนุนในลักษณะ “คนละครึ่ง” รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค และการพัฒนาฐานข้อมูลและแผนที่ห่วงโซ่อาหารของจังหวัดเชียงรายเพื่อใช้เป็นข้อมูลเชิงนโยบายในการพัฒนาระบบอาหารอย่างยั่งยืน

ภายในงานยังมีพิธี ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)ซึ่งเป็นการแสด เจตนารมณ์ร่วมกันของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการทำงานแบบบูรณาการ
เพื่อสร้างกลไกการเฝ้าระวังห่วงโซ่อาหารที่ปลอดภัยตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป การกระจายสินค้าไปจนถึงการบริโภค อันจะนำไปสู่การ ยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของประชาชนชาวเชียงราย

นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งหวังให้เกิด การกระจายรายได้สู่เกษตรกรและชุมชน
เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจเข้ากับมิติสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล ซึ่งสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์จังหวัดเชียงราย “Chiang Rai Wellness City”
ในการพัฒนาเชียงรายสู่เมืองแห่งสุขภาวะและการเติบโตอย่างยั่งยืน

บอกรักด้วยผักผลไม้อาหารปลอดภัยตลาดสีเขียเชียงรายChiangRaiWellnessCityเกษตรปลอดภัยเศรษฐกิจชุมชน GiftAndGive

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สร้างประวัติศาสตร์! วู้ดบอลชายคู่คว้าเหรียญเงิน “ฅนบุรีรัมย์เกมส์” ครั้งที่ 45

แชร์เนื้อหานี้

นักเรียนโรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก สร้างผลงานระดับชาติ คว้าเหรียญเงิน รองชนะเลิศอันดับ 1 การแข่งขันกีฬาวู้ดบอล ประเภทนับจำนวนประตู ชายคู่ ในการแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 “ฅนบุรีรัมย์เกมส์” ณ จังหวัดบุรีรัมย์ นับเป็นเหรียญแรกของกีฬาวู้ดบอลจังหวัดบึงกาฬในมหกรรมระดับประเทศ

การแข่งขันจัดขึ้น ณ สนามกีฬาโรงเรียนภัทรบพิตร โดยเขตการแข่งขันกีฬาที่ 4 ส่งตัวแทนจากจังหวัดบึงกาฬ ได้แก่ นายธนพนธ์ สมสนุก นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก จับคู่กับ นายอธิวัตร ศรีโย จากจังหวัดขอนแก่น ลงสนามอย่างมุ่งมั่นและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

รอบชิงชนะเลิศเป็นไปอย่างเข้มข้น สูสีทุกจังหวะ ก่อนพ่ายให้กับทีมจากเขตการแข่งขันกีฬาที่ 10 กรุงเทพมหานคร ด้วยคะแนน 4 ต่อ 2 คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 เหรียญเงิน ท่ามกลางความภาคภูมิใจของชาวจังหวัดบึงกาฬ

ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการกีฬาวู้ดบอลจังหวัดบึงกาฬ ที่สามารถก้าวขึ้นสู่เวทีระดับประเทศได้อย่างสง่างาม และเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ในการพัฒนาศักยภาพสู่ความเป็นเลิศทางกีฬา

ทั้งนี้ มีนายจิรศักดิ์ แก้ววันทา ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก ทำหน้าที่ผู้จัดการทีม พร้อมด้วย นายธีรนันท์ วัฒนะการกุล และ นายศุภัคษร มูลมี เป็นผู้ฝึกสอน ร่วมผลักดันนักกีฬาจนประสบความสำเร็จบนเวทีระดับชาติอย่างภาคภูมิ.
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /เปิดฉากอย่างเป็นทางการ! มุกดาหารเปิดศึกแข้ง “Connection Cup 2026”ิ เชื่อมสัมพันธ์หน่วยงานรัฐ-เอกชน เสริมแกร่งเครือข่ายจังหวัด

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สนามฟุตบอลหญ้าเทียม Smile Soccer นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลรายการ “Mukdahan Connection Cup 2026”

โดยมีนายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ในนามคณะกรรมการจัดการแข่งขันเป็นผู้กล่าวรายงาน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของเหล่านักกีฬาและบุคลากรจากหลากหลายหน่วยงาน

การแข่งขันในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้บุคลากรทั้งภาครัฐและเอกชนได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือการใช้กีฬาเป็นสื่อกลางในการ “สร้างเครือข่ายความร่วมมือ” (Connection) เพื่อให้การประสานราชการและการทำงานร่วมกันในอนาคตเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับการแข่งขันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ถึง 17 มีนาคม 2569 โดยได้รับความร่วมมือจาก 12 หน่วยงาน ส่งทีมเข้าร่วมชิงชัยทั้งประเภทชายและหญิง อาทิ ทีมตำรวจมุกดาหาร, ทีมสา’สุข มุก, ทีมเทศบาลเมืองมุกดาหาร และทีมหอการค้ามุกดาหาร เป็นต้น

นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวเน้นย้ำในพิธีเปิดว่า “คำว่า Connection คือหัวใจหลักของการทำงานในยุคปัจจุบัน ความสำเร็จของจังหวัดไม่ได้ขึ้นอยู่กับหน่วยงานใดเพียงลำพัง แต่เกิดจากการประสานสอดคล้องและเครือข่ายที่เข้มแข็ง”

พร้อมฝากให้นักกีฬาทุกคนแข่งขันด้วยน้ำใจนักกีฬา “รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย” และสร้างมิตรภาพที่ดีต่อกัน
ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

MukdahanConnectionCup2026 #มุกดาหาร #ฟุตบอลเชื่อมสัมพันธ์ #ออกกำลังกาย #สร้างเครือข่าย #SmileSoccer #กีฬาจังหวัดมุกดาหาร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มอบสิ่งของพระราชทาน ของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่พระประโทน เมืองนครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยพสกนิกรผู้ได้รับผลกระทบจากอัคคีภัย ในพื้นที่ตำบลพระประโทน อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นำสิ่งของพระราชทานของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

มอบให้แก่นางระเบียบ สุขดี และนายภาณพัช สุขดี ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย ณ บ้านเลขที่ 67 และ 67/5 หมู่ที่ 3 ณ อาคารศูนย์ฝึกอาชีพ องค์การบริหารส่วนตำบลพระประโทน หลังจากเกิดเหตุเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 16.45 น. สาเหตุจากไฟฟ้าลัดวงจร ส่งผลให้บ้านเรือนที่พักอาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลัง จำนวน 2 หลัง อีกทั้งสูญเสียทรัพย์สิน อุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ และขวัญกำลังใจเป็นอย่างมาก

ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด สมาชิกเหล่ากาชาดและชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครปฐม ร่วมมอบถุงยังชีพและสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น ให้แก่นางระเบียบ สุขดี และนายภาณพัช สุขดี พร้อมเงินช่วยเหลือ รายละ 10,000 บาท เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

อีกทั้งสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มอบเงินสงเคราะผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน อีกรายละ 3,000 บาท โดยมีรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์
ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย นายโชติพงศ์ เปล่งวิทยา นายอำเภอเมืองนครปฐม พ.อ.ภูมิพศุตม์ เตี๊ยะเพชรดี รอง ผอ.รมน.จังหวัด น.ฐ.(ท.)พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ตำบลพระประโทน ร่วมให้กำลังใจ พร้อมหารือแนวทางในการช่วยเหลือต่อไป

สำหรับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ก่อตั้งเป็นมูลนิธิขึ้น เพื่อช่วยบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนผู้ได้รับความทุกข์ยากเดือดร้อนจากเหตุสาธารณภัยต่างๆ อย่างทันท่วงที ตลอดจนสงเคราะห์ด้านการศึกษาด้วยการมอบทุนการศึกษาแก่เด็กกำพร้าที่ครอบครัวประสบสาธารณภัย และเด็กที่เรียนดีในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ได้ยึดถือพระราชดำริมาปฏิบัติเป็นเวลา 61 ปี ดังพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้ทรงวางรากฐานการดำเนินงานของมูลนิธิไว้ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทรงมีพระราชปณิธานอย่างแน่วแน่ ที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอด ในการดำเนินงานของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ทรงห่วงใยผู้ประสบสาธารณภัย และทรงรับสั่งให้นำการช่วยเหลือ ส่งกลับประชาชนผู้ประสบสาธารณภัยอย่างรวดเร็วและทั้วถึง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดกิจกรรมประกวด โครงการพัฒนายกระดับการรณรงค์ป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ประจำปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ห้องประชุม โรงเรียนสามพรานวิทยา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดกิจกรรมประกวดผลงานจังหวัด อำเภอ และชมรม TO BE NUMBER ONE ระดับจังหวัด

ตามโครงการพัฒนาและยกระดับการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ประจำปี 2569 โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ร่วมกับ โรงเรียนสามพรานวิทยา และชมรม TO BE NUMBER ONE ในจังหวัดนครปฐม จัดขึ้นเพื่อคัดเลือกผลงานชมรม

เพื่อคัดเลือกผลงานชมรม TO BE NUMBER ONE เข้าประกวดในระดับภาคกลางและตะวันออก ประจำปี 2569 อีกทั้งเพื่อพัฒนาทักษะ ความสามามารถ ในการนำเสนอผลงานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ตามเกณฑ์ตัวชี้วัด ซึ่งจะทำให้เยาวชนมีความภาคภูมิใจ

และมีความมั่นใจ มากยิ่งขึ้น โดยมีนายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย คณะกรรมการและสมาชิก TO BE NUMBER ONE เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นจำนวนมาก

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจบุกปาร์ตี้ยา รวบ 15 มั่วสุมเสพเค–ยาอี กลางหมู่บ้านเมืองโคราช

แชร์เนื้อหานี้

คืนวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 จ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากพลเมืองดีไม่ประสงค์ออกนามว่า ในพื้นที่ ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองนครราชสีมา มีกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมเปิดเพลงเสียงดังต่อเนื่อง จึงได้บูรณาการกำลังชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับเจ้าพนักงาน ปปส.ภาค 3 เข้าตรวจสอบ

จากการเข้าตรวจค้นภายในบ้านพบกลุ่มชาย หญิง กำลังจัดปาร์ตี้และเสพสารเสพติดอยู่ภายในห้องสันทนาการเบื้องต้นผู้ที่อยู่ภายในยอมรับว่าได้เสพยาเคตามีนและยาอี เจ้าหน้าที่จึงตรวจค้นเพิ่มเติมพบยาเคตามีน ยาอี และบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนหนึ่ง ก่อนควบคุมตัวทั้งหมดมาตรวจปัสสาวะ พบสารเสพติดปะปนทั้งเคตามีน ยาอี และเมทแอมเฟตามีน รวม 15 คน แยกเป็นชาย 9 คน หญิง 6 คน

เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีที่ สภ.เมืองนครราชสีมา ในข้อหา ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) โดยไม่ได้รับอนุญาต ครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (คีตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 246 กรณีช่วยซ่อนเร้นหรือรับไว้ซึ่งของที่ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากร ได้แก่ บุหรี่ไฟฟ้า

ต่อมาเวลา 22.00 น. ที่ห้องประชุมไทรทอง กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้เข้าซักถามข้อมูลและติดตามความคืบหน้าคดีด้วยตนเอง พร้อมกำชับให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หลังสามารถจับกุมผู้ร่วมปาร์ตี้มั่วสุมยาเสพติดได้รวม 15 ราย.

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน ทีมข่าวจ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แม่ค้าเซ็ง! เจอแบงก์ 100 ปลอมอาละวาดหนัก ว่อนตลาดมุกดาหาร แม่ค้าเฒ่าโชว์สูตรเด็ด “จุ่มน้ำสีละลาย” เตือนภัยร้านค้าอย่าชะล่าใจ

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานความเดือดร้อนจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ จ.มุกดาหาร หลังพบธนบัตรปลอมฉบับละ 100 บาท ระบาดหนักในตลาดสดคำอาฮวน ต.คำอาฮวน อ.เมือง จนต้องออกมาเตือนภัยให้ระวังมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาในคราบลูกค้า

นางบุญ โสภาพัฒน์ อายุ 70 ปี แม่ค้าขายผัก ผู้เสียหายเปิดเผยว่า ตนได้รับธนบัตรฉบับละ 100 บาทที่คาดว่าเป็นของปลอมมาเมื่อช่วงเย็นวันที่ 9 กุมภาพันธ์ โดยไม่ทราบแน่ชัดว่าได้รับมาจากลูกค้ารายใดเนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวมีคนมาจับจ่ายซื้อของจำนวนมาก จนกระทั่งมานับเงินตรวจสอบภายหลังจึงพบความผิดปกติ เนื่องจากผิวสัมผัสและสีสันดูแปลกตาต่างจากธนบัตรฉบับอื่น

เพื่อเป็นการพิสูจน์ให้เห็นชัดเจน นางบุญได้ทำการทดสอบต่อหน้าผู้สื่อข่าวโดยนำธนบัตรฉบับดังกล่าวไปแช่ในน้ำ ปรากฏว่าเพียงครู่เดียวสีแดงจากธนบัตรเริ่มละลายหลุดออกมาทำให้น้ำเปลี่ยนสี และตัวธนบัตรมีสภาพซีดจางลงทันที ซึ่งผิดจากธนบัตรจริงที่จะมีความคงทนต่อการเปียกน้ำ

นางบุญยังได้ฝากเตือนไปยังเพื่อนร่วมอาชีพว่า “ช่วงนี้ให้ตรวจเช็กเงินให้ดีก่อนรับ ทางที่ดีเตรียมน้ำใส่แก้ววางไว้หน้าร้านเลย ถ้าไม่แน่ใจให้เอามือจุ่มน้ำแล้วลูบที่แบงก์ดู ถ้ามีสีติดมือหรือสีละลายออกมา แสดงว่าเป็นของปลอมแน่นอน”ทั้งนี้ มิจฉาชีพจะเลือกสบโอกาสในช่วงที่แม่ค้ากำลังยุ่ง หรือช่วงโพล้เพล้ที่แสงสว่างไม่เพียงพอในการใช้ธนบัตรปลอมแลกเปลี่ยนสินค้า จึงขอให้ประชาชนสังเกตสัญลักษณ์และแถบฟอยล์สะท้อนแสงบนธนบัตรอย่างละเอียดก่อนรับเงินทุกครั้ง
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เตรียมจัดงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง และการแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียง” ปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดน่านจัดประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง และการแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียง” ประจำปี 2569 เพื่อสืบสานประเพณีสำคัญทางพระพุทธศาสนา ควบคู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัด

การประชุมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมวิทยาลัยสงฆ์นครน่าน เฉลิมพระเกียรติฯ อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน โดยมี พระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางการดำเนินงาน การอำนวยความสะดวก ความปลอดภัย และการจัดกิจกรรมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

สำหรับงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ประจำปี 2569 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2569 ณ วัดพระธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง พระอารามหลวง และพื้นที่ใกล้เคียง ภายในงานประกอบด้วยพิธีกรรมทางศาสนาอันศักดิ์สิทธิ์ อาทิ พิธีบวงสรวง พิธีเจริญพระพุทธมนต์หลวง สวดมนต์ตั้นฉบับเมืองน่าน พิธีเวียนเทียน และพิธีทำบุญตักบาตร

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมและการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างหลากหลาย อาทิ การประกวดประดิษฐ์ตุง 12 ราศี การประกวดโคม การประกวดบายศรี ต้นกุ่มต้นดอก การประกวดอาหารพื้นบ้านและศิลปหัตถกรรม การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านจากทั้ง 15 อำเภอ การจัดพื้นที่สร้างสรรค์ “ขัวศิลปหัตถกรรมละอ่อนน่าน” และกาดมั้วคัวฮอมถนนคนเดิน

ไฮไลต์สำคัญของงานคือ การแสดงแสง สี เสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียง” ที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์เมืองน่านอย่างงดงาม พร้อมขบวนแห่คัวตาน ขบวนเครื่องราชสักการะ พิธีถวายน้ำสรงพระราชทานแด่องค์พระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง รวมถึง การแข่งขันเรือ 12 ฝีพาย ณ บริเวณหนองน้ำครก ตำบลม่วงตื๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

จังหวัดน่านจึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวร่วมงานประเพณีสำคัญ เพื่อร่วมสืบสานศรัทธา เรียนรู้รากเหง้าทางวัฒนธรรม และสัมผัสเสน่ห์เมืองน่านอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงการจัดงาน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ฐกำภู พุ่มทิพย์ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารจัดพิธีวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ครบรอบ 72 ปี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.30 น. ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร/ผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ครบรอบ 72 ปี

โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ภายในพิธีมีการอ่านสารของผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน และประกอบพิธีถวายราชสักการะ เพื่อรำลึกถึงภารกิจและบทบาทของกองอาสารักษาดินแดนในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคง และการช่วยเหลือประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง

จากนั้น เวลา 09.30 น. ได้มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่กำลังพลกองอาสารักษาดินแดนและผู้เข้าร่วมพิธีทุกนาย ต่อด้วยพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่กำลังพลอาสารักษาดินแดนที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น

นอกจากนี้ ยังมีพิธีมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิอาสารักษาดินแดน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ให้แก่บุตรของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จำนวน 5 ทุน และมอบทุนการศึกษาของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย จำนวน 72 ทุน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนด้านการศึกษาแก่บุตรหลานของกำลังพล

โอกาสนี้ ประธานในพิธีได้กล่าวแสดงความชื่นชมและให้กำลังใจแก่กำลังพลกองอาสารักษาดินแดนทุกนาย ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ อดทน และยึดมั่นในอุดมการณ์การรับใช้ประเทศชาติและประชาชน

พร้อมเน้นย้ำให้ร่วมกันปฏิบัติภารกิจตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยอย่างเข้มแข็ง เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารต่อไป
เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กอ.รมน.จ.นครปฐมลงพื้นที่ กรณีราษฎรกว่า 150 คน ยื่นหนังสือคัดค้านต่อผู้ว่าฯให้พิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างโรงงาน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 กอ.รมน.ภาค 1 โดย กอ.รมน.จังหวัดนครปฐม พ.อ.ภูมิพศุตม์ เตี๊ยะเพชรดี รองผอ.รมน.จังหวัดนครปฐม(ท.)ลงพื้นที่บูรณาการร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องฯ ต.สระพัฒนา อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม กรณีมีราษฎรยื่นหนังสือคัดค้านต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ให้พิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างโรงงาน สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 69 มีราษฎร ต.สระพัฒนา จำนวนประมาณ 40 คน นำหนังสือคัดค้านให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน
1.บริษัท เวฬา ก่อสร้าง จำกัด ประกอบกิจการ ทำผลิตภัณฑ์ แอสฟัลท์ติกคอนกรีต(ยางมะตอย)

บริษัท ตือแมท จำกัด ประกอบกิจการฉีดขึ้นรูปพลาสติก
ซึ่งบริษัท เวฬา ก่อสร้าง จำกัด ประกอบกิจการ ทำผลิตภัณฑ์แอสฟัลท์ติกคอนกรีต/อุตสาหกรรมจังหวัดนครปฐม ได้พิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568ปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับพื้นที่ และบริษัท ตือแมท จำกัด ประกอบกิจการฉีดขึ้นรูปพลาสติก ปัจจุบันอยู่ระหว่างประกาศรับฟังความคิดเห็น โดยราษฎรมีความกังวลในด้านมลพิษจากการประกอบกิจการโรงงาน

ต่อมาเวลา 14.00 น. นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม มอบหมายให้ นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบ/ข้อเท็จจริง ให้พิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างโรงงาน ในขณะตรวจสอบพื้นที่พบนายก ผู้ร้องและราษฎรจำนวนประมาณ 150 คน อยู่ในพื้นที่บริเวณก่อสร้างโรงงาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฯ จึงดำเนินการพูดคุย/ชี้แจงเบื้องต้น กับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้มีข้อสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฯ สรุปดังนี้

.สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครปฐม ให้ตรวจสอบการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม ว่าได้ดำเนินการครบถ้วนตามขั้นตอนซึ่งกำหนดไว้ในระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือไม่
2.อำเภอกำแพงแสน ให้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงการปฎิบัติตามขั้นตอนตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม เช่น การจัดรับฟังความเห็นประชาชน

ในพื้นที่ก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม หากพบการดำเนินการไม่ครบถ้วนตามขั้นตอนที่ระเบียบกฎหมายกำหนด ให้ประสานอุตสาหกรรมจังหวัดนครปฐม ดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายกำหนดโดยเคร่งครัด
ทั้งนี้ เพื่อให้การพัฒนาในพื้นที่ตำบลสระพัฒนาเป็นไปอย่างถูกต้องโปร่งใส และเป็นธรรม รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดปัญหาผลกระทบต่อสุขภาพสิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ รวมทั้งวิถีชีวิตของชุมชนในระยะยาว
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569

    แชร์เนื้อหานี้

    วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ณ ศาลาอเนกประสงค์วัดโคกพระเจดีย์ หมู่ 2 ตำบลโคกพระเจดีย์ อำเภอนครชัยศรีนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานเปิด

    “โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569 พื้นที่หมู่ที่ 3 และ หมู่ที่ 4 ตำบลโคกพระเจดีย์ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ” ของสถานีตำรวจภูธรนครชัยศรี

    โดยมี พระครูประภัศร์กิตติคุณ เจ้าอาวาสวัดโคกพระเจดีย์ พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุทร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนครชัยศรี นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอําเภอนครชัยศรี หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำ

    ปีงบประมาณ 2569 และมีการร่วมลงนาม MOU บันทึกข้อตกลงร่วมกันจากภาคีเครือข่ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันตำบลโคกพระเจดีย์ ผู้ใหญ่บ้านฯ ผู้นำชุมชน จนท.สาธารณสุข อสม. และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ณ ศาลาอเนกประสงค์วัดโคกพระเจดีย์ หมู่ 2 ตำบลโคกพระเจดีย์ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กรมศุลกากร ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจยึดนอแรด มูลค่ารวมกว่า 11 ล้านบาท

    แชร์เนื้อหานี้

    วันนี้ (10 กุมภาพันธ์ 2569) นางสันธนี ไพรัตนากร ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า ตามนโยบายและข้อสั่งการของนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร และนางนันท์ฐิตา ศิริคุปต์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ได้กำชับให้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้า – ส่งออกซากสัตว์ และการค้าสัตว์ป่าอย่างจริงจัง สำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง

    โดยเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมกับกองสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร ได้บูรณาการความร่วมมือกับด่านตรวจสัตว์ป่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการจับกุมผู้โดยสารชาย สัญชาติเวียดนาม ซึ่งเดินทางมาจากเมืองลูบูมบาชี สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

    ผ่านประเทศไทย เพื่อเดินทางต่อไปยังกรุงเวียงจันทร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จากการตรวจค้นสัมภาระ พบของกลางเป็นนอแรด จำนวน 6 นอ น้ำหนักรวมประมาณ 11 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 11 ล้านบาท ซึ่งเป็นซากสัตว์ป่าควบคุม ห้ามนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

    การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป สำนักงานศุลกากรยืนยันจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่าและซากสัตว์ อันเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและรักษาความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืน


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    สื่อรัฐนิวส์ * สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าฯจ.นครปฐม ผู้บังคับการ กองอาสารักษาดินแดน จ.นครปฐม เป็นประธานพิธีวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ประจำปี 2569

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครปฐม ร่วมกล่าวคำปฏิญาณตน เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ครบรอบ 72 ปี ประจำปี 2569

    พร้อมมอบทุนการศึกษาของสมาคมแม่บ้านมหาดไทยแก่บุตรของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จากชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครปฐม และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ

    บริเวณกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครปฐม ศาลากลางจังหวัดนครปฐม นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดนครปฐม ในฐานะรองผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดน

    จังหวัดนครปฐม เป็นประธานพิธีวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ประจำปี 2569 เพื่อระลึกถึงวีรกรรม และคุณงามความดีของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนที่ได้อุทิศตนปฏิบัติหน้าที่ด้วย

    ความวิริยะ อุตสาหะ ลำบากตรากตรำ และบางครั้งได้เสียสละแม้กระทั่งชีวิต ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมาโดยตลอด สำหรับกองอาสารักษาดินแดน ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ.2497

    เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2497 เป็นต้นมา จนถึงวันนี้ รวม 72 ปี โดยมี นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน เข้าร่วมพิธีดังกล่าว

    โอกาสนี้ นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครปฐม ได้มอบสิ่งของเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และมอบทุนการศึกษามูลนิธิอาสารักษาดินแดนในพระบรมราชินูปถัมภ์ มอบทุนการศึกษาของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย

    ในส่วนของกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครปฐม ได้เริ่มมีสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ประจำการในจังหวัดนครปฐม มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 รวมเป็นเวลา 51 ปี มีกำลังพลรวมทั้งสิ้น 108 นาย โดยภารกิจหน้าที่ของเหล่าสมาชิกอาสารักษาดินแดน ได้แก่

    ด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งด้านปราบปราม การบำบัดรักษา และการป้องกันภัยยาเสพติดในหมู่บ้าน ชุมชน อีกทั้งด้านการจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการ ร่วมกับฝ่ายปกครอง และตำรวจ ออกตรวจสถานบริการ สถานบันเทิงและแหล่งมั่วสุมต่างๆ ตลอดจนด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นกำลัง

    สนับสนุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับความเดือดร้อนในทุกพื้นที่ นอกจากนี้ได้ร่วมปฏิบัติภารกิจสนับสนุนนโยบายที่สำคัญของรัฐ และหน่วยงานราชการอื่นๆ ในการปฏิบัติงานด้านการข่าว

    ด้านมวลชน การเสริมสร้างหมู่บ้าน ชุมชนเข้มแข็ง และการช่วยเหลือเหล่ากาชาดจังหวัดในด้านต่างๆ
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รอง ผบช.ภ.3 เป็นประธานเปิดป้าย “สภ.คง” มอบโล่–ใบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้สนับสนุน

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรคง อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3

    เป็นประธานในพิธีเปิดป้ายสถานีตำรวจภูธรคง ท่ามกลางบรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบร้อยและอบอุ่น

    ภายในงาน พ.ต.อ.รัฐวิชญ์ อนันต์ดิลกฤทธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคง พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัด ให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติ ก่อนเข้าสู่พิธีการตามลำดับขั้นตอน อาทิ การกล่าวรายงาน

    การเปิดป้ายสถานี และพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้มีอุปการคุณและภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนการจัดทำป้ายสถานีตำรวจ อาทิ คุณกุสุมาวดี อัดทวีคูณ”ประธานกรรมการ บริษัท อินฟินิตี้ดีไซน์ จำกัด และ ชมรมมิตรภาพ 44

    การจัดพิธีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความพร้อมและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของหน่วยงาน ตลอดจนสร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่

    รวมทั้งเป็นการขอบคุณภาคเอกชนและเครือข่ายภาคประชาชนที่มีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของพื้นที่อีกด้วย.

    ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีบวงสรวงปิดทององค์หลวงพ่อพระร่วงโรจนฤทธิ์ องค์จริง เนื่องในโอกาสประดิษฐานครบ 111 ปี

    แชร์เนื้อหานี้

    พิธีบวงสรวง และปิดทองปฐมฤกษ์ องค์หลวงพ่อพระร่วงโรจนฤทธิ์องค์จริง เนื่องในโอกาสประดิษฐานครบ 111 ปี
    พุทธศาสนิกชนร่วมพิธีบวงสรวง และปิดทองปฐมฤกษ์ องค์หลวงพ่อพระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ธรรโมภาส มหาวชิราวุธราชปูชนียบพิตร (องค์จริง) เนื่องในโอกาสประดิษฐานครบ 111 ปี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และครอบครัว

    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.09 น. ที่พระวิหารพระร่วงโรจนฤทธิ์ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ประธานฝ่ายฆราวาส

    พร้อมด้วย พระธรรมวชิรเจติยาจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14 ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร ประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีบวงสรวง และปิดทองปฐมฤกษ์ องค์หลวงพ่อพระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ธรรโมภาส มหาวชิราวุธราชปูชนียบพิตร (องค์จริง)

    เนื่องในโอกาสประดิษฐานครบ 111 ปี โดยมี รองผู้ว่าชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และครอบครัว ทั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ปิดทองตั้งแต่บัดนี้ จนถึงเดือนเมษายน 2570

    พระร่วงโรจนฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดนครปฐม และเป็นที่เคารพบูชาของพุทธศาสนิกชนทั่วไปมาช้านาน เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

    ทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระยุพราชนั้น ในช่วงปี 2451 ได้เสด็จประพาสหัวเมืองภาคเหนือ ทรงพบพระพุทธรูปที่ประกอบด้วยพุทธลักษณะที่งดงาม เป็นศิลปะสมัยสุโขทัยองค์หนึ่งที่เมืองศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

    โดยองค์พระพุทธรูปนั้นชำรุดมากเหลือแต่พระเศียรกับพระหัตถ์ข้างหนึ่งและพระบาท จึงโปรดเกล้าให้อัญเชิญลงมากรุงเทพมหานคร ครั้นเมื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ จึงโปรดเกล้าให้ทำการปั้นหุ่นขึ้นให้บริบูรณ์เต็มองค์พระพุทธรูป แล้วเททองหล่อทำพิธีสถาปนาพระพุทธรูป

    เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2456 ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพมหานคร และในปี 2457 โปรดเกล้าให้อัญเชิญพระพุทธรูปมาไว้ที่องค์พระปฐมเจดีย์ พร้อมกับจัดการประกอบองค์ขึ้นประดิษฐานและตกแต่งแล้วเสร็จเป็นพระพุทธรูปประทับยืนเมื่อ

    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2458 ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารด้านทิศเหนือขององค์พระปฐมเจดีย์ ต่อมา เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2466 ได้ถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “พระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอิน

    ทราทิตย์ธรรโมภาสมหาวชิราวุธ ราชปูชนียบพิตร” จึงได้กำหนดให้วันที่ 2 พฤศจิกายนของทุกปี ถือเป็นวันเกิดของพระร่วงโรจนฤทธิ์ นับตั้งแต่ปี 2458 เป็นต้นมา

    จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เชิดชูวีรบุรุษชายแดน! เปิดอนุสาวรีย์ ‘พลตรี ธวัชชัย บุสภา’ ผู้สละชีพเพื่อปกป้องแผ่นดินไทย ครอบครัวสุดตื้นตันสืบสานปณิธานทหารกล้า

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงเรียนบ้านโนนสังข์ศรี ต.บ้านซ่ง อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร พลเอกบุญสิน พาดกลาง นายทหารราชองครักษ์พิเศษ และที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีเปิดอนุสาวรีย์และหอเกียรติยศ พลตรี ธวัชชัย บุสภา (จ่าโต๋) วีรบุรุษผู้สละชีพในเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีครอบครัวและข้าราชการเข้าร่วมพิธีอย่างสมเกียรติ

    โดยมีนายสมพงษ์ คุ้มสุวรรณ ปลัดจังหวัดมุกดาหาร นายนราวิชญ์ มณีฤทธิ์ นายอำเภอคำชะอี หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน พร้อมด้วยสมาชิกครอบครัวบุ นำโดย นายเฉลิมชัย บุสภา (บิดา) และ นางวิไล บุสภา (มารดา)

    นางสาวรจรินทร์ ภรรยาของจ่าโต๋ ซึ่งปัจจุบันได้รับบรรจุเข้ารับราชการทหารในยศ ส.อ.หญิง รจรินทร์ เพื่อสานต่อหน้าที่รับใช้ชาติทดแทนสามีที่ล่วงลับ และบุตรชายของจ่าโต๋ ร่วมอยู่ในบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจด้วย

    พลเอกบุญสิน พาดกลาง ได้กล่าวสดุดีวีรกรรมว่า “เกียรติยศไม่ได้เกิดจากการร้องขอ หากแต่เกิดจากการกระทำที่เสียสละเพื่อส่วนรวม” พร้อมย้ำว่าการป้องกันประเทศและราชบัลลังก์คือเจตนารมณ์สูงสุดของทหารไทยที่ต้องยืนหยัดด้วยชีวิตและจิตวิญญาณ อนุสาวรีย์แห่งนี้จึงเป็นภาพสะท้อนถึงคุณค่าของคำว่า “วีรบุรุษ” ของประชาชนอย่างแท้จริง และจะเป็นเครื่องเตือนใจถึงความรักชาติสืบไป

    นายธราวิชญ์ มณีฤทธิ์ นายอำเภอคำชะอี กล่าวว่า การจัดสร้างอนุสาวรีย์นี้ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนด้วยงบประมาณกว่า 250,000 บาท เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความจงรักภักดี และเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของทหารไทย

    เหตุการณ์ประวัติศาสตร์วีรกรรม “จ่าโต๋” ผู้กล้าแห่งสัตตะโสม เกิดขึ้นเมื่อช่วงวันที่ 24-28 กรกฎาคม 2554 ขณะนั้น จ่าสิบเอก ธวัชชัย บุสภา ปฏิบัติหน้าที่ผู้ตรวจการณ์หน้า ณ จุดตรวจการณ์สัตตะโสม ฐานปฏิบัติการฟ้าลั่น จ.ศรีสะเกษ

    ในช่วงวิกฤตที่มีการระดมยิงอย่างหนัก จ่าโต๋ได้ตัดสินใจฝ่าอันตรายยอมเอาชีวิตเข้าแลก เพื่อทำหน้าที่ตรวจการณ์และร้องขอการยิงสนับสนุนให้กองกำลังฝ่ายไทย จนสามารถรักษาพื้นที่ไว้ได้สำเร็จ แต่ตนเองต้องเสียชีวิตในหน้าที่จากการถูกยิงด้วยอาวุธสนับสนุนจากฝ่ายตรงข้าม

    จากวีรกรรมความกล้าหาญ กองทัพบกจึงได้มีคำสั่งปูนบำเหน็จพิเศษ เลื่อนชั้นยศเป็น “พลตรี ธวัชชัย บุสภา” และได้รับพระราชทานเหรียญกล้าหาญ เพื่อเป็นเกียรติประวัติสูงสุดแก่ตนเองและวงศ์ตระกูลสืบไป
    ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

    พลตรีธวัชชัยบุสภา #วีรบุรุษทหารกล้า #จ่าโต๋ #ปกป้องแผ่นดินไทย #เหรียญกล้าหาญ #อำเภอคำชะอี #มุกดาหาร #ครอบครัวทหารกล้า #สดุดีวีรบุรุษไทย #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand

    สำนักข่าวCIAประเทศไทย

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นับคะแนนไม่เป็นทางการ เขต 8 ชลบุรี โต้ง-เชาวลิตร ภท. เข้าวิน ส่วนเขต 9 พรรคส้มได้เหมือนเดิม

    แชร์เนื้อหานี้

    ค่ำวันที่ 8 ก.พ.69 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยาการการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2569 ซึ่งพบว่าในครั้งนี้ประชาชนทั่วประเทศต่างทยอยออกไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนอย่างคึกคักเป็นอย่างม่ก เนื่องด้วยการเลือกตั้งในครั้งนี้มีการกำหนดลงประชามติด้วยนั้น

    ข่าวรายงานว่า ในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 8 และ 9 อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีผู้สมัครจากพรรคการเมืองดังส่งตัวแทนชิงชัยการเลือกตั้งกันแทบทุกพรรคการเมือง เพื่อขอคะแนนเสียงเข้าไปทำงานรับใช้ประชาชนในสภาผู้แทนราษฎร

    ทั้งนี้ ผลการรับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการปรากฏว่า เขตเลือกตั้งที่ 8 อันดับ 1 ได้แก่ นายเชาวลิตร แสงอุทัย จากพรรคเพื่อไทย ได้คะแนนเสียงรวม 37, 041 เสียง, อันดับ 2 น.ส.มนัสวิน จันทร์เจริญ พรรคประชาชน ได้ 32,489 เสียง และที่ 3 นายชาญยุทธ เฮงตระกูล พรรคเพื่อไทย ได้ 4,245 เสียง

    ในส่วนของเขตเลือกตั้งที่ 9 อันดับ 1 ได้แก่ นายยอดชาย พึ่งพร พรรคประชาชน ได้ 25,289 เสียง, อันดับ 2 นายแมน อินทร์พิทักษ์ พรรคภูมิใจไทย ได้ 23,019 เสียง และอันดับ 3 นายรัฐกิจ เฮงตระกูล พรรคเพื่อไทย ได้ 5,266 เสียง

    มีรายงานด้วยในการนับคะแนนเสียงในครั้งนี้ มีแฟนคลับและแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมส่งแรงใจให้ทีมพรรคภูมิใจไทยชลบุรี พร้อทเตรียมดอกไม้และพวงมาลัยดอกดาวเรืองร่วมแสดงความยินดีและส่งกำลังใจให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งสองคนด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเอง

    ด้าน นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้ขึ้นเวทีกล่าวให้กำลังใจและแสดงความยินดีกับผู้สมัครรับเลือกตั้งที่สมหวังและผิดหวัง โดยบอกว่า ทุกคนทำเต็มที่แล้ว ทุกอย่างอยู่ที่ประชาชนตัดสินใจ ขอเป็นแสดงความยินดีกับผู้ได้รับเลือกตั้งทที่ได้คะแนนสูงสุดอย่างไม่เป็นทาง ขอให้มีการขับเคลื่อนเมืองเศรษฐกิจท่องเที่ยวต่อไปจากนี้ด้วยเช่นกัน

    สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าประจวบฯ ตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้ง เขต 3 ประจวบฯ เน้นย้ำ กปน. ประชาสัมพันธ์ คาดคนมาใช้สิทธิ์ กว่า 60 เปอร์เซ็นต์

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 8 ก.พ. 69 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เดินทางตรวจหน่วยเลือกตั้งที่หมู่ที่ 4 ในโรงเรียนอนุบาลบ้านทับสะแก เพื่อตรวจเยี่ยมกรรมการประจำหน่วย ( กปน. )

    โดยมี นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก พร้อม นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ป.อาวุโส อำเภอทับสะแก น.ส.วรลักษณ์ จันทน์ผา ผอ.สพป.ปข. 1 พร้อม และ กปน.ประจำหน่วยให้การต้อนรับ

    นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ในวันนี้ หลังจากเปิดหีบเลือกตั้งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ยังไม่มีปัญหาเรื่องร้องเรียน แต่มีปัญหาหน่วยเลือกตั้งบางหน่วยอากาศร้อนมาดช่วงเช้า

    โดยคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้ ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด ตามหลักกฏหมาย โดยบางหน่วยก็มีเสื้อคุมให้สำหรับ ประชาชนที่ใส่เสื้อมีหมายเลขที่เสื้อ โดยคาดว่า จังหวัดประจวบฯ มีผู้มาใช้สิทธิ์ มากว่า 60 เปอร์เซ็นต์ โดยเน้นย้ำ กปน.ประจำหน่วยประชาสัมพันธ์ ให้ชาวบ้านเข้าใจในการเลือกตั้ง

    /////////////////////////////////
    ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกพัทยา จูงมือลูกสาวเลือกตั้งครั้งแรก /คนหนองปรือแห่ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส. ตั้งแต่ไก่โห่ แมน อินทร์พิทักษ์ ถือฤกษ์ 8 โมง ประเดิมเปิดคูหา

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 8 ก.พ.69 มีรายงานว่า บรรยากาศการออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ส.ส. ในเขตพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี มีความคึกคักตั้งแต่เช้า ประชาชนในพื้นที่ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งแห่ออกมาใช้สิทธิ์ตั้งแต่เช้า

    ในเวลา 10.00 น. ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 15 สถานที่เลือกตั้งโบสถ์เซนต์นิโคลัส พัทยา มีรายงานว่า นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย นางชนิดา งามพิเชษฐ์ ภริยา และนางสาวศรุดา งามพิเชษฐ์ ลูกสาว ได้เดินทางมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งตามแนวทางประชาธิปไตย โดยมี นายยุพราช วงศ์ดาวกูล ที่ปรึกษาประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เดินทางมาลงคะแนนเสียงด้วย

    นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า เป็นครั้งแรกของลูกสาวที่อายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ ซึ่งมีสิทธิ์เลือกตั้งเป็นครั้งแรก จึงเดินทางมาพร้อมครอบครัวเพื่อใช้สิทธิ์ลงคะแนน อยากให้ทุกคนมาใช้สิทธิ์เพื่อหาว่าพรรคใดจะเข้ามาบริหารประเทศต่อไปได้ โดยเฉพาะเมืองพัทยาซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญที่ควรมีการขับเคลื่อนโดยตลอดด้วย

    ด้าน นางสาวศรุดา งามพิเชษฐ์ ลูกสาวนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นมากเพราะเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในชีวิต อยากเชิญชวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งให้ออกมาใช้สิทธิ์กันเยอะๆ ด้วย

    คนหนองปรือแห่ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส. ตั้งแต่ไก่โห่ แมน อินทร์พิทักษ์ ถือฤกษ์ 8 โมง ประเดิมเปิดคูหา

    เช้าวันที่ 8 ก.พ.69 เวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ส.ส. ในเขตพื้นที่อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี พบว่ามีความคึกคักเป็นอย่างมาก ประชาชนทยอยออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงที่หน่วยเลือกตั้งของตนเองกันแทบทุกคูหาเลือกตั้ง

    ที่เขต 9 หน่วยเลือกตั้งที่ 14 โรงเรียนชุมชนบ้านหนองปรือ (โดม) ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นายแมน อินทร์พิทักษ์ ผู้สมัคร ได้ออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเป็นคนแรกหลัง นางสาวภัทรวดี นาคพงษ์ ประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเปิดให้ลงคะแนนเสียงในเวลา 08.00 น.เพื่อเอาฤกษ์เอาชัย

    ต่อมา นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ ได้เดินทางมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 12 เทศบาลเมืองหนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ถือเป็นเผู้นำท้องถิ่นที่เป็นตัวอย่างที่ดีเรื่องประชาธิปไตยให้ประชาชนในท้องถิ่น

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภ.7 ตรวจหน่วยเลือกตั้งที่ 2 ที่ 70 ที่ 74 ณ สมาคมตั้งศรี ต.ห้วยจรเข้ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม

    แชร์เนื้อหานี้

    วันนี้ 8 ก.พ.69 เวลา 14.00 น. พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ
    ผบช.ภ. 7 พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม
    พร้อมด้วย พ.ต.อ.วรัญญู กุลดิลก รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม
    พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม
    พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครปฐม
    พ.ต.ท.อภิชัช อาระหัง สวป.สภ.เมืองนครปฐม

    ออกตรวจหน่วยเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 70 และหน่วยเลือกตั้งที่ 74 ณ สมาคมตั้งศรี ต.ห้วยจรเข้ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม โดยมี เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ปฏิบัติหน้าที่เรียบร้อย รายงานเหตุการณ์ปกติ

    ทั้งนี้ ได้กำชับให้ข้าราชการตำรวจประจำหน่วยเลือกตั้ง ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัยในการจัดการเลือกตั้ง ต้อง สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเต็มที่
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน / เอกสิทธิ์ แคนดิเดตนายกฯ /ตู่ นันทิดา ควง น้องเพลง บุตรสาว ใช้สิทธิเลือกตั้ง จ.สมุทปราการ

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 พรรคประชาชน เดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 2 เขตเลือกตั้งที่ 4 บริเวณเต็นท์ลานจอดรถตลาดเพิ่มทรัพย์ เทศบาลเมืองบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

    ภายหลังใช้สิทธิแล้ว นายวีระยุทธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เชิญชวนประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยย้ำว่าหน่วยเลือกตั้งเปิดให้ลงคะแนนจนถึงเวลา 17.00 น. แต่ขอให้ประชาชนเผื่อเวลาในการเดินทาง เนื่องจากสภาพการจราจรติดขัดและมีผู้มาใช้สิทธิจำนวนมาก เพื่อไม่ให้พลาดการยืนยันสิทธิของตนเอง

    นายวีระยุทธกล่าวเพิ่มเติมว่า การเลือกตั้งเป็นสิทธิของประชาชนทุกคน ไม่มีใครเป็นเจ้าของเสียงแทนใครได้ ประชาชนสามารถตัดสินใจเลือกได้ทุกครั้งตามดุลยพินิจ หากเห็นผลงานและไว้วางใจผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใดก็สามารถเลือกได้ แต่สิ่งสำคัญคือขอให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิให้ครบถ้วน

    สำหรับบรรยากาศการลงคะแนนที่หน่วยดังกล่าว เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สะดวก และราบรื่น โดยหลังลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว ประชาชนยังต้องออกจากหน่วยเพื่อไปลงคะแนนประชามติ

    ซึ่งการจัดระบบภายในหน่วยทำได้อย่างชัดเจน ไม่สับสน
    นายวีระยุทธระบุว่า ช่วงบ่ายจะไปพักติดตามผลการนับคะแนนเลือกตั้ง พร้อมเชิญชวนประชาชนที่มีเวลาและกำลัง ช่วยกันติดตามการนับคะแนนของแต่ละหน่วย

    เพื่อร่วมกันตรวจสอบและสร้างความโปร่งใสให้กระบวนการเลือกตั้ง หากพบเห็นความผิดปกติหรือสิ่งไม่ชอบมาพากล สามารถแจ้งผ่านช่องทางของพรรคหรือผู้สมัคร ส.ส. ในพื้นที่ได้ทันที

    ทั้งนี้ นายวีระยุทธยังย้ำให้ประชาชนวางแผนเวลาเดินทางมาใช้สิทธิ โดยเฉพาะในช่วงบ่ายถึงเย็น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจร และให้สามารถใช้สิทธิได้ทันก่อนปิดหีบเลือกตั้ง


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    เอกสิทธิ์ แคนดิเดตนายกฯ ใช้สิทธิเลือกตั้ง เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ ชี้เป็นวันสำคัญของประเทศ

    เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกสิทธิ์ คุนานันทกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพรรคปวงชนไทย เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 38 เขตเลือกตั้งที่ 3

    ภายหลังลงคะแนนเสียงแล้ว นายเอกสิทธิ์ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนโดยสังเขป เชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างพร้อมเพรียง เลือกผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ชื่นชอบ

    และเลือกพรรคการเมืองที่เห็นว่าสามารถเข้ามาทำหน้าที่ดูแลประชาชนได้อย่างเหมาะสม พร้อมระบุว่าวันนี้ถือเป็นวันสำคัญของประเทศและเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนควรใช้

    ขณะที่บรรยากาศโดยรวมภายในหน่วยเลือกตั้งดังกล่าว พบว่ามีประชาชนทยอยเดินทางมาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเช้า ส่งผลให้มีผู้มาเข้าคิวรอใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งนี้ การดำเนินการภายในหน่วยเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่พบเหตุผิดปกติแต่อย่างใด


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    ตู่ นันทิดา ควง น้องเพลง บุตรสาว ใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.สมุทรปราการ บรรยากาศคึกคัก

    เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวนันทิดา(หรือตู่) แก้วบัวสาย นักร้องชื่อดังและอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ได้เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง

    โดยควงแขน นางสาวชนน์ทิดา(หรือเพลง) แก้วบัวสาย บุตรสาว เข้าคูหาใช้สิทธิเลือกตั้ง ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 63 เขตเลือกตั้งที่ 1 ภายในโรงเรียนราฟาแอล ถนนท้ายบ้าน ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ

    ทั้งนี้ บรรยากาศภายในหน่วยเลือกตั้งเป็นไปอย่างเรียบร้อย มีประชาชนทยอยเดินทางมาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งอำนวยความสะดวกตามขั้นตอน ท่ามกลางการรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างเข้มงวด


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปิดล้อมหมู่บ้านเป้าหมาย! ทพ. 2105 บุกนาสีนวน มุกดาหาร ทลายแหล่งยาบ้า รวบ 3 ผู้ต้องหา ยึดกว่า 3,200 เม็ด

    แชร์เนื้อหานี้

    มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ร้อยโท วันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร ดำเนินปฏิบัติการตามนโยบายรัฐบาลด้านการป้องกัน สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด ภายใต้แผน Quick Big Win “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ”

    การปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งสร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ หวั่นยาเสพติดจะแพร่ระบาดสู่บุตรหลาน

    เจ้าหน้าที่จึงจัดชุดปฏิบัติการออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจจุดเสี่ยง จุดเพ่งเล็ง พร้อมบูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร บังคับใช้กฎหมายเข้าปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้านเป้าหมายจำนวน 3 จุด ผลการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 3 ราย ได้แก่ นายชัยสิทธิ์ ศรีสุนทร อายุ 31 ปี

    นายสมคิด ทองเภา อายุ 24 ปี และนายสุพินิจ รุ่งโรจน์ อายุ 44 ปี พร้อมตรวจยึดของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า หรือเมทแอมเฟตามีน) เม็ดสีแดงจำนวน 3,225 เม็ด และเม็ดสีเขียวจำนวน 32 เม็ด รวมทั้งสิ้น 3,257 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และเงินสด 1,000 บาท

    เจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพและเสียงตลอดกระบวนการจับกุมตามมาตรา 22 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการทำให้สูญหาย พ.ศ.2565 ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คึกคัก! “พลังวัยเก๋า” ตบเท้าใช้สิทธิ์พรึบพ่อเมืองนำทีมใช้สิทธิ์เลือกตั้ง สส. – ประชามติ ย้ำเลือกคนดีพัฒนาชาติ

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติ ณ เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดมุกดาหาร เป็นไปอย่างคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเปิดหีบให้ใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงพบว่าหน่วยเลือกตั้งในเขตอำเภอเมืองมุกดาหาร และตำบลบางทรายใหญ่ มี

    ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุทยอยเดินทางมาใช้สิทธิ์กันอย่างต่อเนื่อง โดยผู้สูงอายุที่บางรายต้องใช้ไม้เท้า หรือลูกหลานต้องช่วยพยุงมาใช้สิทธิ์ โดยส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า “ต้องการทำหน้าที่พลเมืองและอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองเพื่อลูกหลาน”

    เมื่อเวลา 09.30 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้เดินทางมายังศาลาประชาคมหมู่ที่ 9 หน่วยเลือกตั้งที่ 10 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร เพื่อใช้สิทธิ์ลงคะแนน โดยมี นายจักรินทร์ ชาลีพุทธาพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร ร่วมลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อย

    นายวรญาณ บุญณราช เปิดเผยภายหลังการลงคะแนนว่า “ภาพรวมการเลือกตั้งในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พี่น้องประชาชนชาวมุกดาหารให้ความสนใจออกมาใช้สิทธิ์กันอย่างหนาตา โดยทางจังหวัดพร้อมสนับสนุนภารกิจของ กกต. อย่างเต็มที่ ทั้งในด้านบุคลากรและการอำนวยความสะดวกในทุกมิติ เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด”

    ด้าน นายจักรินทร์ ชาลีพุทธาพงศ์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร (ผอ.กกต.มุกดาหาร) ได้กล่าวเชิญชวนทิ้งท้ายว่า ขอให้พ่อแม่พี่น้องออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงกันอย่างพร้อมเพรียงภายในเวลา 17.00 น. และขอให้ใช้สิทธิ์ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ปราศจากแรงจูงใจหรืออามิสสินจ้าง เพื่อให้เราได้คนดี คนมีความสามารถ เข้าไปพัฒนาประเทศชาติสืบไป
    ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

    เลือกตั้ง69 #มุกดาหาร #ออกเสียงประชามติ #วรญาณบุญณราช #กกตมุกดาหาร #ใช้สิทธิ์ใช้เสียง #ประชาธิปไตย

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด พร้อมพันธมิตรจัดโครงการช่วยน้อง รร.บ้านหนองกระทิง มูลค่ากว่า 1.2 แสนบาท

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 6 ก.พ.69 มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด สโมสรโรทาแรคท์มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด และสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน ดำเนินโครงการจิตอาสา “ส่งโอกาสให้น้อง (Passing on Opportunities to Underprivileged Children)” พร้อมนำรายได้ของสโมสรโรทาแรคท์มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดจากการจัดงาน “ราตรีนานาชาติการกุศล (International Charity Night 2026)”

    ไปมอบให้โรงเรียนบ้านหนองกระทิง อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ โดยมี ดร.ยุนหลิน หยาง ผู้อำนวยการบริหาร มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด วิทยาเขตหัวหิน–ชะอำ ดร.เรวิตา สายสุด หัวหน้าหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต MBA นางสาวพิชยา สุวรรณโชติ นายกสโมสรโรทาแรคท์มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด นายไบรอัน แอนเดอร์สัน นายกสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน นายศิริชัย บุญเพ็ง รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองกระทิง คณะครูและนักเรียนร่วมกิจกรรม

    โดยคณะผู้จัดงานและภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันมอบและสนับสนุนสิ่งของให้แก่โรงเรียนบ้านหนองกระทิง ได้แก่ เครื่องเล่นสนามเด็กเล่น พัดลมเพดาน ตู้กดน้ำร้อน–น้ำเย็น อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา กระเป๋าเป้นักเรียนของโรงแรม UR the Private Hua Hin ของใช้จำเป็น ขนมและอาหาร รวมถึงการสนับสนุนการก่อสร้างและปรับปรุงหลังคาสแลน หลังคาบ่อปลา และพื้นที่กิจกรรมภายในโรงเรียน เพื่อยกระดับสภาพแวดล้อมด้านการเรียนรู้และสุขภาวะของนักเรียนอย่างยั่งยืน คิดเป็นมูลค่า 123,517 บาท

    นอกจากนี้ยังมีการจัดฐานกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยนักศึกษาโรทาแรคท์และนักศึกษาหลักสูตร MBA ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของนักศึกษานานาชาติของมหาวิทยาลัย ซึ่งร่วมกันจัดกิจกรรมสอนภาษาอังกฤษ เล่นเกมสร้างสรรค์ และกิจกรรมสันทนาการ เพื่อสร้างความสุข ความสนุกสนาน และแรงบันดาลใจให้แก่น้อง ๆ นักเรียนอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้คณะผู้จัดงานยังได้สนับสนุนอาหารกลางวัน ไอศกรีม และขนมอร่อย ๆ สำหรับนักเรียนและผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน เพื่อ

    สร้างบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและรอยยิ้มตลอดทั้งวัน สะท้อนพลังความร่วมมือของสถาบันการศึกษา องค์กรจิตอาสา และภาคเอกชน ที่ร่วมกันสานต่อเจตนารมณ์จากงานราตรีนานาชาติการกุศลสู่การสร้างโอกาสทางการศึกษาและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่เด็กและเยาวชนในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน.
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ น่าน เปิดปฐมนิเทศ “นางสาวน่าน – ธิดาดอย” ประจำปี 2569 พร้อมชวนเที่ยวงานของดีเมืองน่าน 13-22 ก.พ. นี้

    แชร์เนื้อหานี้

    จังหวัดน่าน—นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีปฐมนิเทศและให้โอวาทแก่ผู้เข้าประกวด “นางสาวน่าน” และ “ธิดาดอย” ประจำปี 2569 ณ โรงแรมเวียงแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและตอกย้ำบทบาทสตรีในการเป็นตัวแทนถ่ายทอดอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดสู่สาธารณชน

    ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านกล่าวว่า เวทีการประกวดดังกล่าวไม่ใช่เพียงการแสดงความงามภายนอก แต่เป็นพื้นที่สะท้อนภูมิปัญญา ความสามารถ และรากเหง้าทางวัฒนธรรมของสตรีชาวน่าน รวมถึงพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งถือเป็นพลัง “ซอฟต์พาวเวอร์” สำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของจังหวัดอย่างยั่งยืน

    พร้อมกันนี้ จังหวัดน่านขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชมและให้กำลังใจผู้เข้าประกวด บนเวทีกลางในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2569 ณ บริเวณเชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือ

    โดยมีกำหนดการประกวดสำคัญ ได้แก่การประกวดธิดาดอย วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ถ่ายทอดเสน่ห์เครื่องแต่งกายและวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์การประกวดนางสาวน่าน วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ชมความสง่างามตามแบบฉบับสาวเมืองน่าน

    นอกจากนี้ ภายในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–22 กุมภาพันธ์ 2569 ยังมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การออกร้านกาชาดและนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐ การจำหน่ายสินค้า OTOP และของดีจากทุกอำเภอ การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านและดนตรี รวมถึงอาหารพื้นเมืองรสเลิศ ท่ามกลางบรรยากาศเมืองเก่าอันมีเสน่ห์

    จังหวัดน่านขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์เมืองน่าน ให้กำลังใจบุตรหลานในการประกวด และร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อร่วมกันกระตุ้นเศรษฐกิจและสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของชาวน่าน/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บุกห้องพักขยายผลถึงห้องเช่า! ตร + ปค.มุกดาหาร ทลายเครือข่ายยานรกรับจ้างแก๊งลาวพักยา รวบ 2 หนุ่มวัย 29 ซุกยาบ้า 54,000 เม็ด

    แชร์เนื้อหานี้

    ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร สนธิกำลังฝ่ายปกครอง บุกจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายย่อย หลังสืบทราบเบาะแสกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาในโรงแรม ก่อนขยายผลพบยาบ้าล็อตใหญ่ซุกซ่อนในห้องเช่า ยึดของกลางยาบ้ากว่า 54,000 เม็ด พร้อมรถจักรยานยนต์เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร (ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร) พ.ต.อ.กิตเตชิษฐ์ บำรุง รอง ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร , นายนที พรมภักดี นายอำเภอเมืองมุกดาหาร , พ.ต.ท.ฉัตรมงคล บุญกลาง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร มอบหมายให้ พ.ต.ท.สุทธิศักดิ์ สอนสะอาด สว.อก. ร.ต.อ.ภัคพล ศิลาคุปต์ รอง สว.สส. นายหมวดโทธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี ปลัดอำเภอเมืองมุกดาหาร พร้อมด้วยชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองมุกดาหาร เข้าตรวจสอบกรณีมีกลุ่มวัยรุ่นเปิดห้องพักโรงแรมเพื่อมั่วสุมเสพยาเสพติดจากการเข้าตรวจสอบ พบกลุ่มวัยรุ่นกำลังเสพยาเสพติดอยู่ภายในห้องพัก จึงควบคุมตัวสอบสวนและขยายผลตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ พบหลักฐานการสนทนาเกี่ยวกับการซุกซ่อนยาเสพติด ต่อมามีผู้ต้องหายอมรับสารภาพและนำเจ้าหน้าที่ไปตรวจยึดยาบ้า จำนวน 54,000 เม็ด ที่ซุกซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้า ภายในกระเป๋าเป้สีดำ ณ ห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหารเจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่ นายชาคริต หรือ “เจมส์” อายุ 29 ปี นายวิระพล หรือ “ฐี” อายุ 29 ปี ของกลางที่ตรวจยึดได้ ประกอบด้วยยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) สีส้มแดง ยี่ห้อ SARA มีอักษร Y จำนวน 54,000 เม็ด รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ HONDA สีเขียวเทา (แรมโบ)ของกลางอื่น ๆ อีกหลายรายการผู้ต้องหารับสารภาพว่า รับจ้างจากเครือข่ายค้ายาเสพติดชาว สปป.ลาว ให้นำยาบ้ามาพักคอยในพื้นที่ เพื่อรอส่งต่อเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อการค้า, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
    ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พรรคเพื่อไทยเร่งโค้งสุดท้าย ปลุกพลัง “ปากน้ำแดงทุกเขต” ขนแกนนำใหญ่ปราศรัยรถแห่ทั่ว สมุทรปราการ

    แชร์เนื้อหานี้

    พรรคเพื่อไทยเดินหน้าเร่งเครื่องการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย จัดกิจกรรมปราศรัยบนรถแห่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ภายใต้แนวคิด “ชุดใหญ่ใจฟู ปลุกพลังปากน้ำ แดงทุกเขต” เพื่อระดมแรงสนับสนุนจากประชาชนก่อนวันเลือกตั้ง

    เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ ตลาดปากน้ำ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ได้มีการจัดปราศรัยบนรถแห่รอบเขตเมืองสมุทรปราการ นำโดย 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ได้แก่

    ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ / นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ / นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ โดย คณะได้เดินทางเข้าสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรปราการ เพื่อความเป็นสิริมงคล

    การจัดปราศรัยในครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของพรรคเพื่อไทยในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง โดยมุ่งสื่อสารนโยบายหลักของพรรค ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในจังหวัดสมุทรปราการ

    พร้อมเดินหน้าผลักดันเป้าหมายคว้าชัยชนะในการเลือกตั้ง ส.ส. ให้ครบทุกเขต ตามยุทธศาสตร์ “ปากน้ำแดงทั้งจังหวัด” บนเวทีการเมืองระดับประเทศ


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปรากาi

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กกต.มุกดาหาร สั่งลุย! สนธิกำลัง ตร.-ตชด. ตั้ง “ชุดเคลื่อนที่เร็ว” ล่าทุจริตเลือกตั้ง 8 กุมภาฯ นี้—เปิดเกณฑ์จ่ายรางวัลนำจับสูงสุด 1 ล้านบาท

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ นายจักรินทร์ ชาลีพุทธาพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร เปิดแถลงมาตรการคุมเข้มการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยประกาศยกระดับการปราบปรามการทุจริตเชิงรุก เพื่อรักษาความสุจริตและเที่ยงธรรมสูงสุด
    สนธิกำลัง 3 ฝ่าย “ตรวจการณ์-ป้องปราม-ระงับเหตุ”

    นายจักรินทร์ ระบุว่า กกต.มุกดาหาร ได้ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และกองร้อย ตชด. 234 จัดตั้ง “ชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว” ซึ่งมีภารกิจหลักในการลงพื้นที่หาข่าว เฝ้าระวัง และเข้าไประงับเหตุการณ์กระทำความผิดในทันที โดยชุดเคลื่อนที่เร็วนี้จะทำงานควบคู่กับ “ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด” ที่ได้รับการแต่งตั้งจากส่วนกลาง เพื่อตรวจสอบพฤติการณ์ของผู้สมัครและหัวคะแนนอย่างละเอียดแบบเกาะติดพื้นที่

    หนึ่งในมาตรการที่เน้นย้ำคือ รางวัลสนับสนุนแก่ผู้แจ้งเบาะแสทุจริต ซึ่งมีมูลค่าตั้งแต่ 100,000 บาท ถึงสูงสุด 1,000,000 บาท โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไขสำคัญ ดังนี้ เกณฑ์การจ่าย: พิจารณาจากความสำคัญของพยานหลักฐาน ข้อมูลที่นำไปสู่การจับกุม หรือพยานหลักฐานที่เพียงพอต่อการดำเนินคดีและลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง

    ทั้งนี้ กกต. จะปกปิดข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ของผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับระดับสูงสุด เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยแก่ประชาชนที่ให้ความร่วมมือ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ ข้อมูลต้องเป็นความจริง ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งหรือมีเจตนาทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียชื่อเสียง

    “เรามีบทเรียนจากการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมา ซึ่งชาวมุกดาหารตื่นตัวไปใช้สิทธิ์จนเป็นอันดับ 1 ของภาคอีสาน ครั้งนี้ผมเชื่อมั่นว่าคนในพื้นที่จะร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง ไม่เพียงแค่มาใช้สิทธิ์กันมาก แต่จะเป็นการเลือกตั้งที่สะอาดที่สุด” นายจักรินทร์ กล่าวเสริม

    นอกจากนี้ ผอ.กกต.มุกดาหาร ยังได้ขอความร่วมมือจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ให้ช่วยส่งต่อข้อมูลเรื่องการออกเสียงประชามติ ซึ่ง กกต. ได้ส่งเอกสารข้อมูลไปยังทุกบ้านแล้ว หากใครไม่สะดวกอ่านก็สามารถสอบถามลูกหลานหรือเจ้าหน้าที่เพื่อให้การตัดสินใจในคูหาเป็นไปอย่างถูกต้องที่สุด

    ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

    เลือกตั้ง69 #กกตมุกดาหาร #ปราบทุจริตเลือกตั้ง #รางวัลนำจับ1ล้าน #ชุดเคลื่อนที่เร็ว #มุกดาหารอันดับ1 #ไม่ซื้อสิทธิ์ไม่ขายเสียง #ประชาธิปไตยในมือคุณ #เมืองมุกดาหาร

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หนองหัวช้างวิทยา สร้างชื่อให้บึงกาฬ คว้า 2 เงิน 1 ทองแดง ศึกคาราเต้กีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ “ฅนบุรีรัมย์เกมส์”

    แชร์เนื้อหานี้

    นักเรียนจากโรงเรียนหนองหัวช้างวิทยา อำเภอพรเจริญ สร้างชื่อเสียงและเกียรติภูมิให้กับจังหวัดบึงกาฬ จากการแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 “ฅนบุรีรัมย์เกมส์” ซึ่งจัดขึ้น ณ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยเฉพาะในประเภทกีฬาคาราเต้โด สามารถคว้ามาได้รวม 3 เหรียญ ประกอบด้วย 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง

    การแข่งขันดังกล่าวมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ โดยจังหวัดบึงกาฬมี นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เดินทางเข้าร่วมในพิธีเปิด พร้อมให้กำลังใจนักกีฬาตัวแทนจังหวัด

    ในวันเดียวกัน เวลา 13.00 น. นักกีฬาคาราเต้โดจากโรงเรียนหนองหัวช้างวิทยา ในนามตัวแทนเขตการแข่งขันที่ 4 ลงทำการแข่งขัน โดยมี นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ เข้าร่วมชมและให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด ภายใต้การควบคุมทีมของ อาจารย์ธารินทร์ ระศร ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนหนองหัวช้างวิทยา

    ผลการแข่งขันปรากฏว่า นักกีฬาทั้งสองคนจากโรงเรียนหนองหัวช้างวิทยา ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ลงแข่งขันด้วยความมั่นใจ ไม่หวั่นเกรงคู่ต่อสู้ สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ และคว้ามาได้ 2 เหรียญเงิน ก่อนที่ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 จะทำผลงานเพิ่มได้อีก 1 เหรียญทองแดง

    สรุปผลการแข่งขันกีฬาคาราเต้โด กีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 “ฅนบุรีรัมย์เกมส์” ชมรมคาราเต้โดจังหวัดบึงกาฬ ในนามเขตการแข่งขันที่ 4 ได้รับรางวัลดังนี้นายสุริยะ โพธิ์จันทร์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 (เหรียญเงิน 🥈) ประเภทต่อสู้บุคคลชาย คลาส B รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 52 กิโลกรัม

    นายทักษ์ดนัย ถุงเกษแก้ว รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 (เหรียญเงิน 🥈) ประเภทต่อสู้บุคคลชาย คลาส B รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 57 กิโลกรัมนางสาวนิรมล อินกางเดช รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 (เหรียญทองแดง 🥉) ประเภทต่อสู้บุคคลหญิง คลาส A รุ่นน้ำหนัก 59 กิโลกรัมขึ้นไปความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของจังหวัดบึงกาฬ ที่เยาวชนสามารถแสดงศักยภาพด้านกีฬาในระดับประเทศ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนและเยาวชนรุ่นต่อไป

    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ความในใจของเมกะสตาร์ เซียวจ้าน กับการทำงานในภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ฟอร์มยักษ์ “Gezhi Town – เมืองนักสู้”

    แชร์เนื้อหานี้

    ความในใจของเมกะสตาร์ “เซียวจ้าน” กับการทำงานในภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ฟอร์มยักษ์ “Gezhi Town – เมืองนักสู้” เมกะสตาร์ “เซียวจ้าน” ยอมรับว่า การได้ร่วมงานกับผู้กำกับฯ “ข่งเซิ่ง” และ ผู้เขียนบท “หลานเสี่ยวหลง” รวมถึงการรับบทเป็น โม่เต๋อเสียน ในภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง “Gezhi Town – เมืองนักสู้” ทำให้เจ้าตัวรู้สึกหนักใจอยู่พอสมควร

    “จริงๆ ความรู้สึกแรกของผมก็คือแทบไม่อยากจะเชื่อว่าจะได้มาร่วมงานกับพวกเขา จากนั้นจึงตามมาด้วยความหนักใจนิดๆ เพราะผมรู้มาว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวหรือตัวละครที่เขียนโดย หลานเสี่ยวหลง นั้นค่อนข้างมีความท้าทายมากสำหรับนักแสดงทุกคน และความหนักใจนี้ก็ยังคงอยู่หลังจากที่ผมได้อ่านบทภาพยนตร์เรื่องนี้จบแล้ว

    โดยในช่วงแรกของการถ่ายทำ ยอมรับว่าผมรู้สึกกดดันมากจนแทบนอนไม่หลับ เพราะต้องใช้เวลาเกือบทั้งคืนคิดว่า จะทำอย่างไรให้ทุกคนเข้าใจ, ยอมรับ และชอบตัวละครนี้ แต่พอผ่านไปสักระยะผมก็เลิกคิดเรื่องพวกนี้ และคิดแค่ว่าพยายามทำหน้าที่ที่ตัวเองได้รับมาให้ดีที่สุดก็น่าจะพอแล้ว“

    เตรียมพบกับบทบาทที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตการแสดงของเมกะสตาร์แดนมังกร “เซียวจ้าน” ใน “Gezhi Town – เมืองนักสู้” รอบพิเศษ 17 และ 22 กุมภาพันธ์ ฉายจริงตั้งแต่ 26 กุมภาพันธ์เป็นต้นไปในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

    GezhiTownเมืองนักสู้

    ขอได้รับความขอบพระคุณจาก ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ไร้ท์ บิยอนด์
    สมปอง วิวัฒน์วรศิลป์ โทร 095-4925241

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สลากกินแบ่งรัฐบาล สภาสังคมสงเคราะห์ฯ – มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ มอบทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียน/สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ให้กำลังใจเชฟจิตอาสา โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน สนามหลวง”

    แชร์เนื้อหานี้

    สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมกับ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิ มิราเคิล ออฟไลฟ์ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมมอบทุนการศึกษา อุปกรณ์การเรียนการสอน และเครื่องกีฬา ให้แก่โรงเรียนเพียงหลวง ๘ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อสนับสนุนการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล

    ในโอกาสนี้ ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กรรมการสำนักงานสลากกินแบ่ง และประธานมูลนิธิมิราเคิลฯ พร้อมคณะผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมมอบทุนการศึกษาและสิ่งของสนับสนุนทางการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ เสริมสร้างทักษะด้านวิชาการ กีฬา และกิจกรรมพัฒนาศักยภาพนักเรียน

    การสนับสนุนในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนได้มีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรการเรียนรู้ที่จำเป็น อันจะนำไปสู่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสังคมไทยอย่างยั่งยืน

    “ท่านประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ลงพื้นที่ให้กำลังใจเชฟจิตอาสา โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน สนามหลวง”

    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดโครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน” โดยสมาคมครัวเชฟจิตอาสา สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ประกอบอาหารปรุงสุก ข้าวไข่เจียวทรงเครื่อง จำนวน 200 กล่อง เพื่อมอบแก่ประชาชนผู้เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ บริเวณเต็นท์อาหารพระราชทาน สนามหลวง

    ในการนี้ ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจเชฟจิตอาสาและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานเพื่อสังคมและประชาชนขอขอบคุณ คุณเยาวมาลย์ วัชระเรืองศรี กรรมการอำนวยการ และประธานดำเนินงานวันสำคัญและกิจกรรมพิเศษ ที่ร่วมสนับสนุน ส้มสายน้ำผึ้ง จำนวน 200 ลูก เพื่อแจกจ่ายแก่ประชาชน พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่สำนักหารายได้ที่ร่วมมอบอาหารและดูแลการแจกจ่ายอย่างเรียบร้อย

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จากปลายด้ามขวานสู่แดนซากุระ ! รร.นราธิวาส ปั้นฝันเด็กใต้ ลัดฟ้าลุยห้อง Lab วิศวะฯ ระดับโลก ณ ประเทศญี่ปุ่น

    แชร์เนื้อหานี้

    เปิดประตูสู่โลกกว้างโรงเรียนนราธิวาส รุกหนักด้านการศึกษาเชิงประสบการณ์ ส่งตัวแทนนักเรียนจำนวน 20 คน บินตรงสู่ประเทศญี่ปุ่น ร่วมทำปฏิบัติการในห้อง Lab จริงกับนักเรียนญี่ปุ่น มุ่งสร้างแรงบันดาลใจและยกระดับศักยภาพเยาวชนชายแดนใต้สู่สายตานานาชาติ เพื่อเปิดโอกาสที่ “ยากจะเข้าถึง” สู่ประสบการณ์ที่ “ล้ำค่า”

    นายจตุภูมิ มังคลัง อาจารย์ผู้ดูแลโครงการจากโรงเรียนนราธิวาส เปิดเผยถึงหัวใจสำคัญของการทัศนศึกษาในครั้งนี้ว่า วัตถุประสงค์หลักคือการ “มอบโอกาส” ให้แก่เยาวชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งปกติแล้วโอกาสในการทำกิจกรรมระดับนานาชาติเช่นนี้เป็นไปได้ยากมาก

    “เราอยากให้เด็กๆ ได้เห็นโลกที่กว้างขึ้น ประสบการณ์ที่พวกเขาได้รับจะถูกนำกลับมาส่งต่อให้เพื่อนๆ ที่อาจจะยังขาดทุนทรัพย์หรือโอกาส เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนในพื้นที่เกิดความทะเยอทะยานที่จะพัฒนาตนเอง และกลับมาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาบ้านเกิดของเราให้ดียิ่งขึ้น” นายจตุภูมิกล่าว

    ซึ่งความพิเศษของการศึกษาดูงานครั้งนี้ คือการที่นักเรียนจะได้เข้าไปสัมผัสการทำงานใน คณะวิศวกรรมศาสตร์ และลงมือปฏิบัติงานในห้อง Lab ร่วมกับนักเรียนและผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นสถานการณ์จำลองการทำงานจริงที่หาไม่ได้จากในตำรา

    นายวราเมธ จันทรโคบุตร นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ตัวแทนผู้เข้าร่วมโครงการฯ เผยความรู้สึกด้วยความตื่นเต้นว่า นี่คือครั้งแรกในชีวิตที่จะได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น และเทคโนโลยีของที่นั่นคือสิ่งที่เขาหลงใหลมาโดยตลอด “ผมตื่นเต้นมากครับ

    เพราะญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์อาชีพวิศวกรที่ผมฝันไว้ในอนาคต ตอนนี้ผมเตรียมตัวอย่างหนัก ทั้งเรื่องพื้นฐานภาษาญี่ปุ่น การปรับตัวเรื่องอาหาร และสภาพอากาศ เพื่อให้เก็บเกี่ยวความรู้กลับมาให้ได้มากที่สุดครับ”
    ก้าวสำคัญสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

    สำหรับการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การไปดูงาน แต่คือการสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของโรงเรียนนราธิวาสในการทลายกำแพงทางโอกาส และพิสูจน์ให้เห็นว่า “เด็กใต้” มีศักยภาพเพียงพอที่จะยืนหยัดบนเวทีเทคโนโลยีระดับสากล หากได้รับแรงสนับสนุนและโอกาสที่เหมาะสม
    /////////////
    ข่าว/กรียา เต๊ะตานี/นราธิวาส

    จัดหางานประจวบฯ รุกหนัก! นายอรัญญา รักษายนต์ นำทีมกวาดล้างแรงงานต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทย หน้าโรงงานดังสามร้อยยอด

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 นายอรัญญา รักษายนต์ จัดหางานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบและเข้มงวดกวดดันการทำงานของคนต่างด้าว บริเวณแหล่งชุมชนและหน้าสถานประกอบการในเขตอำเภอสามร้อยยอด

    จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณหน้าโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปผลไม้ชื่อดัง พบว่ามีกลุ่มแรงงานต่างด้าวลักลอบตั้งแผงจำหน่ายสินค้าอย่างประเจิดประเจ้อ เพื่อขายให้กับพนักงานและประชาชนทั่วไป โดยสินค้าประกอบด้วย: อาหารปรุงสำเร็จและของขบเคี้ยว: เช่น ปลากรอบ อาหารบรรจุถุง และของใช้จำเป็น

    ซึ่งมีการวางโต๊ะจำหน่ายสินค้าบนทางเท้าและหน้าตลาด ซึ่งเข้าข่าย “งานขายของหน้าร้าน” อันเป็นอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทยเท่านั้น เจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวที่กระทำความผิด พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานจากแผงค้า นำตัวไปที่

    สถานีตำรวจภูธรสามร้อยยอด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยระบุว่ามีความผิดฐานทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่จะทำได้
    นายนิพล ทองเก่า ผู้สื่อข่าวทั่วไทย

    กกต.ประจวบคีรีขันธ์ ติวเข้มวิทยากรเขตเลือกตั้ง เตรียมความพร้อมรับมือเลือกตั้ง ส.ส. และการออกเสียงประชามติ
    วันอังคารที่ 27 มกราคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดโครงการอบรมวิทยากรเขตเลือกตั้ง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และการออกเสียงประชามติที่กำลังจะมาถึง ณ ห้องสิงขร โรงแรมประจวบแกรนด์ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์การอบรมในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 27 มกราคม 2569 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับระเบียบ ข้อกฎหมาย และขั้นตอนการปฏิบัติงานให้แก่ตัวแทนวิทยากรเขตเลือกตั้ง เพื่อนำไปถ่ายทอดต่อให้แก่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    นอกจากนี้ภายในงานมีการสาธิตและจำลองสถานการณ์การจัดเตรียมคูหาเลือกตั้ง การคัดแยกบัตร และการจัดการหีบบัตรเลือกตั้งให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
    ทั้งนี้ วิทยากรยังได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการออกเสียงประชามติ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่เจ้าหน้าที่ต้องมีความแม่นยำเพื่อลดข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงานจริง

    ภายในกิจกรรมมีผู้เข้าร่วมอบรมจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมรับฟังการบรรยายและฝึกปฏิบัติอย่างพร้อมเพรียง
    บรรยากาศการอบรมเป็นไปอย่างเข้มข้น มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และซักถามข้อสงสัย เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และยุติธรรม
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คึกคัก! ผู้ว่าฯ นำทัพ Big Day เดินรณรงค์ทั่วเมือง ปลุกพลังชาวมุกฯ ออกไปเลือกตั้ง-ลงประชามติ 8 ก.พ. นี้

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก เทศบาลเมืองมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ครั้งยิ่ง

    ใหญ่ “Big Day” เพื่อกระตุ้นให้พี่น้องประชาชนตื่นตัว เตรียมพร้อมออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และออกเสียงประชามติ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

    ภายในงานมี นายจักรินทร์ ชาลีพุทธาพงศ์ ผอ.กกต.จังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ กลุ่มพลังมวลชน อสม. และเครือข่ายนักเรียนนักศึกษา เข้าร่วมขบวนอย่าง

    พร้อมเพรียง โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก มีขบวนเดินรณรงค์ถือป้ายประชาสัมพันธ์ไปตามท้องถนนในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร เพื่อสร้างการรับรู้และชี้แจงขั้นตอนการลงคะแนนที่ถูกต้อง

    นายวรญาณ บุญณราช เผยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งทั่วไปควบคู่ไปกับการออกเสียงประชามติ จึงขอเชิญชวนชาวมุกดาหารผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุก

    คน ออกไปทำหน้าที่พลเมืองอย่างสุจริต โปร่งใส พิจารณาเลือกคนและพรรคที่ชอบโดยคำนึงถึงประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ตนมีชื่อ

    เลือกตั้ง69 #มุกดาหาร #BigDayมุกดาหาร #ออกไปใช้สิทธิ #ประชามติ69 #ประชาธิปไตยในมือคุณ #กกตมุกดาหาร///ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดงาน “ตั้งใจให้มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน ปี 69” ฉลอง 85 ปี มัสยิดเก่าแก่คู่บ้านนาเกลือ “พจนารถ“ ปชป. เขตแปด เบอร์ 2 ชลบุรี ลุยขอเสียงครู-ผู้ปกครอง

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน จ.ชลบุรี อิหม่าม อับดุลเลาะห์ โซ๊ะเฮง ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชลบุรี เป็นประธานพิธีงาน น “ตั้งใจให้มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน ปี 69”

    โดยมี นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ พร้อมคณะ ส.อบจ.ชลบุรี สมาชิกสภาเมืองพัทยา สมาชิกสภาเทศบาลเมืองหนองปรือ เข้าร่วมงาน

    สำหรับงาน “ตั้งใจให้มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน ปี 69″ เป็นการฉลอง 85 ปี จากอดีตสู่ปัจจุบัน ฮีดาย่าตุสซาลีกีน เพื่อหารายได้ใช้ในกิจการของมัสยิด เพื่อการศึกษา และอื่นๆ ในงานของมัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน

    หรือมัสยิดต้นกระบก ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยมีการออกร้านของพี่น้องมุสลิมในพื้นที่ร่วมออกร้านหารายได้เข้ามัสยิด ด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเองเป็นอย่างมาก

    อนึ่ง มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน หรือมัสยิดต้นกระบก เป็นศาสนสถานเก่าแก่อายุกว่า 85 ปี โดยมัสยิดหลังแรกมุงด้วยจาก ก่อนปรับปรุงครั้งที่ 2 เป็นมัสยิดแบบครึ่งปูนครึ่งไม้จากกลายเป็นมัสยิดแบบปูนในปัจจุบัน

    โดยมัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีนได้จดทะเบียนเป็นมัสยิดหลังที่ 4 ชลบุรี ที่ผ่านมามีอิหม่าม 8 ท่าน ในอดีตอยู่ฝั่งตรงข้ามได้ 15 ปี ก่อนย้ายมาที่ปัจจุบัน 70 ปี ถือเป็นแห่งแรกๆ ในตำบลนาเกลือ ปัจจุบันมีคณะกรรมการมัสยิด 12 ท่าน สัปบุรุษ 2,000 ท่าน มี รร. 4 แห่ง และมีอิหม่ามอับอุลการีม หมัดรอ เป็นอิหม่ามคนปัจจุบัน

    “พจนารถ“ ปชป. เขตแปด เบอร์ 2 ชลบุรี ลุยขอเสียงครู-ผู้ปกครอง เผยเคยดึงงบพัฒนาสถานศึกษาท้องถิ่นนับสิบล้าน พร้อมลุยต่อเพื่อยกระดับการศึกษา

    เย็นวันที่ 6 ก.พ.69 นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร ส.ส. ชลบุรี เขตแปด เบอร์ 2 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะได้ลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน บุคคลากรครู ผู้ปกครองตลอดตนพ่อค้าแม่ค้าบริเวณโรงเรียนอนุบาลบางละมุง เพื่อแนะนำตัวและขอคะแนนเสียงในการเลือกตั้งที่มีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.69 นี้

    โดยนางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร ส.ส. ชลบุรี เขตแปด เบอร์ 2 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับการตอบรับอย่างดีจากชาวบ้าน คณะครู พ่อค้าแม่ค้า และผู้ปกครองที่มารับบุตรหลานหลังเลิกเรียน พร้อมบอกว่าเป็นคนดีมาผลงาน พูดจริงทำจริง และเคยนำงบมาพัฒนาโรงเรียนอนุบาลบางละมุงแล้วจนผลงานเป็นที่ประจักษ์

    นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร ส.ส. ชลบุรี เขตแปด เบอร์ 2 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ สมัยเคยเป็น ส.ส.ชลบุรี ได้ดึงงบประมาณจำนวนนับสิบล้านบาทมาพัฒนาสถานศึกษาในพื้นที่ เนื่องด้วยนางพจนารถเคยรับราชการครูจึงให้ความสำคัญในเรื่องการต่อยอดพัฒนาการศึกษาไทยเป็นอย่างมาก

    ทั้งนี้ เคยดึงงบมาพัฒนาสถานศึกษาแล้วรวม 17 หลัง เป็นการพัฒนาภายในสถานศึกษา ตลอดจนอาคารเรียนให้ได้มาตรฐานสูงสุด ทั้งนี้หากมีโอกาสเข้าไปทำงานในสภาอีกครั้ง ก็จะให้ความสำคัญในเรื่องนี้

    จะทำให้การศึกษาบ้านเรามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่ออนาคตของชาติ โดยมุ่งเน้นเยาวชนคนพื้นที่ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม

    มัสยิดต้นกระบกจัดงาน “ตั้งใจให้มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน ปี 69” ฉลอง 85 ปี มัสยิดเก่าแก่คู่บ้านนาเกลือ

    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน จ.ชลบุรี อิหม่าม อับดุลเลาะห์ โซ๊ะเฮง ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชลบุรี เป็นประธานพิธีงาน น “ตั้งใจให้มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน ปี 69”

    โดยมี นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ พร้อมคณะ ส.อบจ.ชลบุรี สมาชิกสภาเมืองพัทยา สมาชิกสภาเทศบาลเมืองหนองปรือ เข้าร่วมงาน

    สำหรับงาน “ตั้งใจให้มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน ปี 69″ เป็นการฉลอง 85 ปี จากอดีตสู่ปัจจุบัน ฮีดาย่าตุสซาลีกีน เพื่อหารายได้ใช้ในกิจการของมัสยิด เพื่อการศึกษา และอื่นๆ ในงานของมัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน หรือมัสยิดต้นกระบก ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยมีการออกร้านของพี่น้องมุสลิมในพื้นที่ร่วมออกร้านหารายได้เข้ามัสยิด ด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเองเป็นอย่างมาก

    อนึ่ง มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน หรือมัสยิดต้นกระบก เป็นศาสนสถานเก่าแก่อายุกว่า 85 ปี โดยมัสยิดหลังแรกมุงด้วยจาก ก่อนปรับปรุงครั้งที่ 2 เป็นมัสยิดแบบครึ่งปูนครึ่งไม้จากกลายเป็นมัสยิดแบบปูนในปัจจุบัน โดยมัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีนได้จดทะเบียนเป็นมัสยิดหลังที่ 4 ชลบุรี

    ที่ผ่านมามีอิหม่าม 8 ท่าน ในอดีตอยู่ฝั่งตรงข้ามได้ 15 ปี ก่อนย้ายมาที่ปัจจุบัน 70 ปี ถือเป็นแห่งแรกๆ ในตำบลนาเกลือ ปัจจุบันมีคณะกรรมการมัสยิด 12 ท่าน สัปบุรุษ 2,000 ท่าน มี รร. 4 แห่ง และมีอิหม่ามอับอุลการีม หมัดรอ เป็นอิหม่ามคนปัจจุบัน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กรมศุลกากรจับกุมผู้โดยสารลักลอบขนเฮโรอีน 4.815 กิโลกรัม มูลค่า 1.44 ล้านบาท

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ สำนักงานฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 1 อาคารคอนคอร์ด เอ สนามบินสุวรรณภูมิ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ นายเอกวุฒิ นาเอก ผู้อำนวยการกองสืบสวนและปราบปราม นางสันธนิ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกาการตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พ.ต.อ.ทองรชฎ เหรียญสุวงษ์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรทำอากาศยานสุวรรณภูมิ

    น.อ.ชนันนัทธ์ รอดกุล ผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยปฏิบัติการ Airport Interdiction Task Force (AITF) ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ป.ส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร่วมกันตั้งโต๊ะแถลงข่าว จับกุมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ โดยจับกุมผู้ต้องหา ชาวแทนชาเนีย อายุ 46 ปี พร้อมด้วยเฮโรอีน (Heroine) 4.815 กิโลกรัม มูลค่า 1.44 ล้านบาท

    โดย นายเอกวุฒิ นาเอก ผู้อำนวยการกองสืบสืบสวนและปราบปราม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา กรมศุลกากร และหน่วย AITF ร่วมกันตรวจสอบผู้โดยสารชาย ชาวแทนซาเนีย อายุ 46 ปี ซึ่งมีความเสี่ยงในการลักลอบนำยาเสพติดให้โทษผ่านราชอาณาจักร โดยเดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบาง

    สาธารณ์รัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อมาเปลี่ยนเที่ยวบินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย และมุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานนานาชาติฮาชรัทชาห์จาลาล สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ร่วมกันตรวจสอบกระเป้าสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง ด้วยเครื่องเอกซเรย์ ณ อาคารปฏิบัติการกระเป้าสัมภาระเปลี่ยนเที่ยวบิน (Transfer Baggage Terninal)

    โดยพบเหตุต้องสงสัยภายในกระเป้าสัมภาระ ต่อมาเจ้าหน้าที่ฯ สังเกตการณ์บริเวณเคาน์เตอร์เรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่อง พบชายชาวแทนซาเนียดังกล่าวมาทำการรอเรียกขึ้นเครื่อง เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้แสดงตัวและขอให้แสดงหนังสือเดินทางพร้อมทั้งให้ผู้โดยสารเปิดกระเป้าสัมภาระ ผลการตรวจสอบพบวัตถุต้องสงสัยเป็นผงสีขาว ซุกซ่อนอยู่ภายในถุงกาแฟและผงเกลือแร่ เจ้าหน้าที่ฯ จึงตรวจสอบผงสีขาวด้วยน้ำยาทดสอบ ONCBOSI MARQUIS REAGENT

    พบว่าวัตถุดังกล่าว คือยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เฮโรอีน น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 4,815 กรัม มูลค่าประมาณ 4,444,500 บาท ซึ่งหากผู้โดยสารสามารถนำไปถึงประเทศปลายทางได้ จะมีมูลค่าประมาณ 6,490,000 บาท เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้จับกุมผู้โดยสารพร้อมทั้งตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหากรณีนี้ เป็นการนำเข้าและพยายามนำออกซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เฮโรอีน โดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เฮโรอีน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต คุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

    ด้าน นายเอกวุฒิ ยืนยันว่าการจับกุมพ่อค้ายาเสพติดข้ามชาติรายนี้ ไม่ใช่การใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งพักยาเสพติดแต่อย่างใด แต่เป็นในลักษณะการมาเพื่อเปลี่ยนเครื่องไปต่อยังประเทศปลายทางเท่านั้น ซึ่งจากการจับกุมได้ จะเห็นได้ว่าในส่วนของประเทศไทย โดยเฉพาะมาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและสิ่งของผิดกฎหมาย โดยเฉพาะผ่านทางท่าอากาศยานมีความเข้มงวดเป็นอย่างมาก

    ขณะที่ น.อ.ชนันนัทธ์ รอดกุล ผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บอกว่า สำหรับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดย นาย กิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูม ได้ให้ความสำคัญมาตรการป้องกันการกระทำความผิดกฎหมายทุกรูปแบบ โดยเฉพาะเรื่องของการลักลอบขนยาเสพติดผ่านทางสายการบินหรือผ่านทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงมีการสั่งคุมเข้ม

    ทั้งการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยตรวจจับและตรวจสอบ รวมถึงการฝึกฝนและพัฒนาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของการท่าในการเพิ่มทักษะที่จะคอยเฝ้าระวังให้มีความเชี่ยวชาญทันรูปแบบของกลุ่มผู้กระทำความผิดที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ต่อ จึงฝากเตือนผู้ที่จะกระทำความผิดทุกรูปแบบรวมถึงนักค้ายาที่จะใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นทางผ่านนั้นทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวดจึงเป็นการยากที่จะรอดพ้นสายตาของเจ้าหน้าที่


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรับนิวส์ / พรรคปวงชนไทย เร่งเครื่องโค้งสุดท้าย จัดปราศรัยใหญ่บางปู ชูนโยบายปากท้อง–บัตรทองหมาแมว ประกาศพร้อมเข้าสภา

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคปวงชนไทย จัดเวทีปราศรัยใหญ่ ณ เคซิตี้ บางปู อำเภอเมืองสมุทรปราการ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดสมุทรปราการ โดยมี พรรคปวงชนไทย ระดมแกนนำพรรคและผู้สมัคร ส.ส. ลงพื้นที่พบประชาชนอย่างพร้อมเพรียง
    การปราศรัยครั้งนี้

    นำโดย เอกสิทธิ์ คุณานันกุล หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 8 เขตของจังหวัดสมุทรปราการ รวมถึงผู้สมัครจากกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง ร่วมขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์และนโยบายต่อประชาชนจำนวนมากที่เข้าร่วมรับฟัง

    นายเอกสิทธิ์ กล่าวปราศรัยเน้นย้ำแนวนโยบายหลักของพรรค อาทิ นโยบาย “บัตรทองหมาแมว” เพื่อยกระดับสวัสดิภาพสัตว์และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน นโยบาย “สมุทรปราการมหานคร” เพื่อผลักดันการพัฒนาพื้นที่เชิงโครงสร้าง รวมถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจ ภายใต้แคมเปญ “สร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ” โดยชูนโยบายปากท้องของประชาชน
    พร้อมกันนี้

    หัวหน้าพรรคปวงชนไทยได้ประกาศความพร้อมในการเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาเชิงระบบให้กับประชาชน โดยใช้สโลแกน “หัวใจคู่ สู้ต้องรวย” สะท้อนความเชื่อมั่นว่าเป็น “ตัวจริง ทำเป็น” และพร้อมทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประเทศอย่างเต็มศักยภาพ

    บรรยากาศการปราศรัยเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนในพื้นที่บางปูและพื้นที่ใกล้เคียงให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังนโยบายอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการเคลื่อนไหวทางการเมืองของพรรคปวงชนไทยในช่วงโค้งสำคัญของการลงพื้นที่หาเสียงระดับภูมิภาค


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกพุทธสมาคมจ.น่านพร้อมคณะเข้าพบรองผู้ว่าฯ จ.น่าน 4 กพ.2569 ศาลากลาง น่าน/ เกษตรอำเภอท่าวังผา จัดเวทียืนยันสิทธิ์โครงการพัฒนาสวนลำไย ฟื้นฟูสวนลำไย

    แชร์เนื้อหานี้

    นายประดิษฐ์ เพชรแสนอนันต์ นายกพุทธสมาคมจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนายบุญยงค์ สดสอาดนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านคุณชนะภัย อุตมาคุณภคภรณ์ ธีรทัพเทวัญคุณพรพรรณ ณ ลำพูนคณะกรรมการพุทธสมาคมพุทธสมาคมจังหวัดน่าน เข้าปรึกษาหารือและขอคำแนะนำแนวทางการทำงานสร้างตำบลเข้มแข็งด้วย หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล(อปต.)
    ก่อนหน้านั้น ภาคเช้า คณะได้เดินทางไปที่ว่าการอำเภอสันติสุข เข้าหารรือกับนายเทิดบุญ ศิลารมณ์ นายอำเภอสันติสุข มีกำนัน สารวัตรกำนัน ผญบ.ผช.ผญบ.แพทย์ประจำตำบล เข้าร่วมหารือ

    ภาคบ่าย คณะได้เดินทางไปที่อำเภอบ้านหลวง เพื่อเข้าปรึกษาหารือกับ นายอธิวัฒน์ อารัญ นายอำเภอบ้านหลวง และคณะ
    ในการสร้างตำบลเข้มแข็งด้วย หน่วย อ.ป.ต.กล่าวคือ
    โลกเจริญ สังคมจะวุ่นวายขึ้น คนจะไม่เชื่อในศิลธรรม ลูกจะใม่เชื่อฟังพ่อแม่ และพ่อแม่ก็ไม่เข้าใจลูก จะมีปริมาณคนฉลาดแกมโกง สังคมถดถอย ดังนั้น จำเป็นต้องต้องร่วมมือกับ
    พระสงฆ์ตามระเบียบหน่วยอบรมประชาชนประะจำตำบล (อปต.)ปี พ.ศ.2546

    หน่วยอบรมประชาชนประจำตำตำบลเป็นกลไก มีลักษณะด่น คือ เป็นหน่วยอบรมที่เป็นคณะบุคคล มีเจ้าคณะตำบลหรือ เจ้าอาวาสที่ตั้งหน่วยเป็นประธาน กำนันเป็นรองประธานฝ่าย
    คฤหัสถ์ มีเจ้าอาวาสทุกวัด ผู้นำท้องถิ่นท้องที่เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และมีกรรมการแต่งตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน ไม่เกิน 9 คน ในความหมายกรรมการโดยแต่งตั้ง

    จะเป็นคณะบุคคลที่เป็นทีมงานที่วางแผน และจัดกิจกรรม อุปสรรคที่ผ่านมาฝ่ายคารวาสไม่ได้ช่วยพระอย่างจริงจัง จึงทำให้ไม่มีความก้าวหน้า วัตถุประสงค์หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลศีลธรรมและวัฒนธรรม ( 2 ) สุขภาพอนามัย ( 3 )สัมมาชีพ ( 4) สันติสุข ( 5 ) ศึกษาสงเคราะห์ (6 ) สาธารณสงเคราะห์ ( 7 ) กตัญญูกตเวทิตาธรรม ( 8 ) สามัคคีธรรม หน่วยอบรมประชาชนประจำตำตำบลในปัจจุบันจะดำเนินได้ง่ายขึ้นจะต้องประกอบด้วยเหตุ ดังต่อไปนี้

    1.การแต่งตั้งกรรมการ โดยแต่งตั้งที่มาจากคฤหัสถ์ที่ไม่น้อยกว่า 5 คน ไม่เกิน 9ต้องมาจากครูโรงเรียน ผู้ทรงคุณวุฒิ ในตำบลนั้น เสนอเจ้าคณะอำเภอแต่งตั้ง
    2 กรรมการต้องประชุมในรายละเอียค ในการวางตัวบุคคล ปฏิทินอบรม อบรมไหน จะมีวิธีการอบรมอย่างไร จะเชิญผู้รู้นอกตำบลมาเสริมเป็นบางเรื่องไหม

    เนื้อหาสาระการอบรมแต่ละตำบลอาจมีจุดเน้นไม่หมือนกัน เป็นหน้าที่ของกรรมการต้องมาวิเคราะห์ปัญหาของตำบล
    ในส่วนจังหวัดน่าน เจ้าคณะจังหวัดน่าน ได้แจ้งที่ประชุม สงฆ์จังหวัด เมื่อ เดือนมกราคม 2568 มีกำหนดการสร้างการรับรู้ และเชิญหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลประชุมในระดับจังจังหวัดทัพต่อไป

    ในส่วนพุทสมาคสมาคมจังหวัดน่านจะทำหน้าที่สนองงานคณะสงฆ์ในการขับเคลื่อนให้เกิดเป็นยุทธศาสตร์จังหวัดเพื่อการสนับสนุนด้านต่างๆ เช่นความร่วมร่วมมือด้านคลังสมองหรืองบประมาณสนับสนุนกิจกรรมหน่วยอบรมประประจำตำบลเป็นต้นจึงเป็นที่มาของการเข้าพบผู้มีส่วนที่เกี่ยวข้องให้ประสานขอความร่วมมือไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จังหวัดน่านในทุกอำเภอ ตำบล ต่อไป

    เกษตรอำเภอท่าวังผา จัดเวทียืนยันสิทธิ์โครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพตัดแต่งทรงพุ่ม/ช่อผล ฟื้นฟูสวนลำไยเพื่อเพิ่มรายได้ ระดับตำบล ครั้งที่ 2/2569

    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 นางเฉลิมพร ลำน้อย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน เกษตรอำเภอท่าวังผา มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอท่าวังผา ร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพตัดแต่งทรงพุ่ม/ช่อผล ฟื้นฟูสวนลำไยเพื่อเพิ่มรายได้ ระดับตำบล จัดเวทียืนยันสิทธิ์และรับรองรายชื่อ

    เกษตรกรผู้ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพตัดแต่งทรงพุ่ม/ช่อผล ฟื้นฟูสวนลำไยเพื่อเพิ่มรายได้ ระดับตำบล ครั้งที่ 2/2569 ตามที่ตั้งแปลงในพื้นที่ตำบลตาลชุม ตำบลศรีภูมิ ตำบลผาทอง ตำบลจอมพระ ตำบลท่าวังผา และตำบลผาตอ โดยมี นายมหรรณพ ไชยสลี ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง เป็นประธาน มีเกษตรกรเข้าร่วมเวทียืนยันสิทธิ์ฯ รวมทั้งสิ้น 120 ราย ณ หอประชุมบ้านอาฮาม หมู่ที่ 3 ตำบลท่าวังผา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน


    การจัดเวทียืนยันสิทธิ์ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรตรวจสอบความถูกต้องและรับรองข้อมูลการเพาะปลูกลำไยของตนเองให้ครบถ้วน เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของโครงการฯ พร้อมทั้งเป็นการสร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกรในแนวทางการดำเนินโครงการ และเตรียมความพร้อมในการพัฒนาสวนลำไยให้มีคุณภาพ ด้วยการตัดแต่งทรงพุ่มและช่อ

    ผลอย่างถูกวิธี เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และช่วงอายุของต้นลำไย ผ่านสื่อการสอนชุดวิชา “เทคโนโลยีการผลิตลำไยคุณภาพ” เพื่อช่วยฟื้นฟูสวนลำไยให้มีความสมบูรณ์ แข็งแรง ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต ยกระดับคุณภาพลำไยให้เป็นไปตามความต้องการของตลาด และเสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน