เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เลขาธิการ ป.ป.ส. ลงพื้นที่สำรวจยุทธศาสตร์แก่งผาได-บ้านดอนที่ แนวชายแดนเชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

สืบเนื่องจากวันที่ 20-21 พฤศจิกายน 2568 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายอภิกิต ฉ. โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด และ พ.ต.ท.นริช สอนดิษฐ ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 5 ได้ลงพื้นที่ สปป.ลาว เพื่อประสานความร่วมมืิอกับคณะผู้แทนระดับสูงของ สปป.ลาว ในการร่วมกันสกัดกั้นยาเสพติด และตรวจเยี่ยมด่านน้ำเกิ๋ง และด่านปากทา ซึ่งเป็นด่านสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติดในเส้นทางคมนาคมของ สปป.ลาว.

ในวันนี้ (22 พฤศจิกายน 2568) เลขาธิการ ป.ป.ส. และคณะ ได้ลงพื้นที่ แก่งผาได ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ซึ่งอยู่ตรงข้ามด่านปากทา สปป.ลาว เพื่อสำรวจสภาพภูมิประเทศ และหารือกับหน่วยกองกำลังป้องกันชายแดน เพื่อเสริมประสิทธิภาพการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนไทย-สปป.ลาว โดยมีนายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายสุพจน์ ลังกาวีระนันท์ นายอำเภอเวียงแก่น พล.ต.สาธิต ไวยนนท์ ผบ.กกล.ผาเมือง พ.อ.ธนพันธ์ ขำทวี รอง ผอ.รมน.ภาค3 สย.2 พ.อ.สุพรรณ ร้อยพุทธ ผบ.ฉก.ทัพเจ้าตาก พ.อ.จักรพงษ์ สอดสี ผบ.ฉก.ทพ.31 และ พ.ต.ณรงค์เวทย์ รัศมี หน.ฝขว. ให้การต้อนรับ และร่วมให้ข้อมูล

สำหรับ แก่งผาได มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดทางน้ำ เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางหลักที่เชื่อมโยงแหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำเพื่อเข้าสู่ประเทศไทย โดยหากกลุ่มขบวนการสามารถขึ้นฝั่งไทยได้แล้วจะเชืี่อมต่อถนนสายหลักที่มุ่งสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้ ที่ผ่านจึงพบกลุ่มขบวนการพยายามลักลอบลำเลียงยาเสพติดอย่างต่อเนื่องผ่านเส้นทางดังกล่าว โดยอาศัยความเอื้ออำนวยของสภาพภูมิประเทศที่เป็นป่ารกทึบริมฝั่ง และในลำน้ำมีเกาะแก่ง โขดหิน ที่สามารถซ่อนเร้นจากการเฝ้าตรวจของเจ้าหน้าที่

จากนั้น เลขาธิการ ป.ป.ส. และคณะ ได้ลงพื้นที่ บ้านดอนที่ ม.3 ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งอยู่ตรงข้ามด่านน้ำเกิ๋ง สปป.ลาว โดยได้สำรวจสภาพภูมิประเทศ และหารือร่วมกับ นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายอุดม ปกป้อง นายอำเภอเชียงของ พ.อ.จักรพงษ์ สอดสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 31 นายเกษม ปันทะยม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลริมโขง และนายเดชดำรง แก้วดำ ผู้ใหญ่บ้านบ้านดอนที่

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ปัจจุบัน สปป.ลาว ได้ดำเนินการตามข้อตกลงในความร่วมมือสกัดกั้นยาเสพติด โดยตั้งจุดตรวจจุดสกัดเรียบร้อยแล้ว และมีผลปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพมาก จึงมีข้อกังวลว่ากลุ่มขบวนการจะหลบเลี่ยงโดยลักลอบลำเลียงยาเสพติดลงแม่น้ำโขงก่อนถึงจุดตรวจจุดสกัดเพื่อข้ามมาฝั่งไทย จึงผลักดันการดำเนินการ ดังนี้

  1. ให้องค์การบริหารส่วนตำบลริมโขง ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุน ป.ป.ส. เพื่อทำการติดตั้งไฟส่องสว่างตามแนวลำน้ำโขงฝั่งตรงข้ามด่านน้ำเก๋ง เสริมประสิทธิภาพการตรวจตราของเจ้าหน้าที่ฝั่งไทย
  2. ให้หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุน ป.ป.ส. เพื่อก่อสร้างจุดตรวจจุดสกัดบริเวณดังกล่าว คู่ขนานกับ สปป.ลาว
  3. ให้ ปปส.ภาค 5 ร่วมกับจังหวัดเชียงรายและอำเภอเชียงของ สนับสนุนกิจกรรมการเดินเวรยามของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บริเวณริมแม่น้ำโขง เพื่อเสริมการดำเนินงานของหน่วยกองกำลังป้องกันชายแดน
    .
    ทั้งนี้ หากการดำเนินการดังกล่าวแล้วเสร็จ การสกัดกั้นยาเสพติดตามลำน้ำโขงชายแดนภาคเหนือจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /“เทศกาลอาหารย่าง โคราช ครั้งที่ 18 Thailand BBQ FESTIVAL@KORAT 2025” ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน 5 วัน 5 คืน

แชร์เนื้อหานี้

“เทศกาลอาหารย่าง ณ โคราช ครั้งที่ 18 Thailand BBQ FESTIVAL@KORAT 2025” จัดยิ่งใหญ่กว่าเดิม พร้อมยกศิลปินดัง ระดับประเทศมาไว้ที่นี่ ฟรี! คอนเสิร์ต ตลอด 5 วัน 5 คืน ในรูปแบบใหม่ ในคอนเซ็ปต์ “ปิ้ง ม่วน ก๊วน ย่าง”

เมื่อวันที่ (26 พ.ย.68) หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา จัดงาน เทศกาลอาหารย่าง ณ โคราช ครั้งที่ 18 (Thailand BBQ FESTIVAL@KORAT 2025) โดยมี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานใน พิธีเปิด พร้อมด้วย นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และแขกผู้มีเกียรติจาก หน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมงานอย่างคับคั่ง

นายไพจิตร มานะศิลป์ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า การจัดงานเทศกาล อาหารย่าง ณ โคราช ครั้งที่ 18 จัดขึ้นเพื่อต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคกลางคืนและต้องการให้เกิดเงิน หมุนเวียนในจังหวัดนครราชสีมา โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งผู้สนับสนุน จากบริษัท ห้าง ร้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก ผู้ให้การสนับสนุนหลัก ทั้งจังหวัดนครราชสีมา, การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย,ตำรวจ

ภูธรภาค 3,องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา, เทศบาลนครนครราชสีมา, บริษัท ป้อมกิจ จำกัด,บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท ตลาดเซฟวัน จำกัด, และผู้ให้การสนับสนุนภาครัฐ และภาคเอกชนหลายหน่วยงานที่พร้อมใจขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มีเงินหมุนเวียนในจังหวัดนครราชสีมา ที่ให้ ความสำคัญของการจัดงานในครั้งนี้ รวมทั้งพี่น้องสื่อมวลชนทุกแขนง และที่ขาดไม่ได้คือความร่วมมือจากบรรดา ร้านค้า ผู้ประกอบการที่เข้ามาร่วมกิจกรรมทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดทุกท่าน

นายธงชัย ขอเพิ่มทรัพย์ ประธานจัดงานเทศกาลอาหารย่างครั้งที่ 18 กล่าวว่า การจัดงานประจำปี เทศกาลอาหารย่าง ณ โคราช ครั้งที่ 18 Thailand BBQ FESTIVAL@KORAT 2025 มาในรูปแบบใหม่ “ปิ้ง ม่วน ก๊วน ย่าง” (ZERO WASTE LOW CARBON) ได้เล็งเห็นและให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน และในการ จัดงานในครั้งนี้ทั้งผู้จัดและผู้เข้าร่วมงานจะได้มีส่วนร่วมในการช่วยการลดขยะ โดยการลดตั้งแต่ต้นทางเน้นการใช้ ทรัพยากรโดยไม่จำเป็น การใช้ซ้ำ และการคัดแยก เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่หรือการทำให้ของเหลือใช้หรือขยะ เหล่านั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยภายในงานมีให้ร่วมกิจกรรม ZERO WASTE LOW CARBON ให้ทุกคนมีส่วน ร่วม กิจกรรมร่วมสนุกและลุ้นรับรางวัลต่างๆ

ในปีนี้จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 26-30 พฤศจิกายน 2568 ณ ตลาดเซฟวัน ขอเชิญทุกท่านมาชิม ขนม เครื่องดื่ม ฟังเพลง คาดว่า จะมีผู้เข้าชมงาน เกิดเงินสะพัดกว่า 50 ล้านบาท การแสดงบนเวที มีศิลปินชื่อดังระดับประเทศ อาทิ โพลิแคท จ๊ะ นงผณี ฟักกิ้งฮีโร่ Chamook Bom Siayer Purenessiy The Voice เป็นต้น นักท่องเที่ยวลุ้นรับรางวัล เช่น แจก บัตรภาพยนต์จากเครือเมเจอร์ บัตรที่พักจากโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ ต่างๆ ในจังหวัดนครราชสีมา และรางวัลอื่นๆ มูลค่ามากกว่า 1 แสนบาท นายธงชัย กล่าว

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กกต.บึงกาฬ จัดประชุมชี้แจงการเลือกตั้ง อบต.-เทศบาล (กรณียกฐานะ) ผู้เข้าร่วม 39 แห่ง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบึงกาฬ นำโดยนายไพรัต คัณทักษ์ ผู้อำนวยการฯ และนายดุลยวัฒน์ เสียงหวาน รองผู้อำนวยการฯ พร้อมคณะ

จัดประชุมชี้แจงคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง เฉพาะการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาล (กรณียกฐานะ)

การประชุมจัดขึ้นที่ห้องประชุมเดอะวันคอนเวนชั่นฮอลล์ โรงแรมเดอะวัน อำเภอเมืองบึงกาฬ โดยมีผู้แทนจากองค์การบริหารส่วนตำบลเข้าร่วมรวม 39 แห่ง

สำหรับพิธีเปิดนายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ มอบหมายให้ นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดการประชุม

ทั้งนี้ บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ภาพ/ข่าว ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชมรมโฮปฯ–วัดมหาวงษ์ ผนึกกำลังสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ ส่งต่อสิ่งของ ช่วยผู้ประสบอุทกภัยสงขลา

แชร์เนื้อหานี้

ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล นำทีมชมรมโฮปฯ พร้อมพระครูปลัดจริยวัฒน์ และภาคีเครือข่ายจิตอาสา รวมพลังส่งต่อสิ่งของจำเป็นกว่า 350 แพ็ค ช่วยชาวสงขลาที่กำลังเผชิญวิกฤตน้ำท่วม หวังบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ประสบภัยในหลายพื้นที่

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ที่สำนักงานชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ภายในวัดมหาวงษ์ (ปากน้ำ) ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่)

พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ พร้อมด้วยพระครูปลัดจริยวัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาวงษ์ (ปากน้ำ) และเจ้าหน้าที่ชมรมโฮปฯ ร่วมเป็นตัวแทนผู้มีจิตศรัทธา ส่งมอบสิ่งของเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสงขลา

สำหรับสิ่งของที่นำมามอบให้แก่สมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ ประกอบด้วย น้ำดื่มจำนวน 350 แพ็ค บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง และผ้าอนามัย โดยทางสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการจะลำเลียงสิ่งของทั้งหมดไปยังพื้นที่ประสบภัยในวันเสาร์ที่จะถึงนี้

เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในหลายอำเภอของจังหวัดสงขลาที่ยังคงเผชิญปัญหาอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง
การส่งต่อความช่วยเหลือในครั้งนี้ สะท้อนถึงพลังน้ำใจจากภาคประชาชนและเครือข่ายจิตอาสา ที่ร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งเพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่เดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ

พระครูปลัดจริยวัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาวงษ์ (ปากน้ำ) กล่าวว่า วัดร่วมกับชมรมโฮปฯ ร่วมกันบริจาคสิ่งของ อุปโภค บริโภค ไปช่วยผู้ประสบภัยในภาคใต้ ซึ่งเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ทำ
ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ กล่าวว่า วันนี้ทางวัดมหาวงษ์ปากน้ำร่วมกับชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา และสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ\

ได้รับมอบของเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ของจำเป็นต่าง ๆ เครื่องอุปโภค บริโภค จากประชาชนที่มาร่วมบริจาค และน้ำจากชมรมโฮปฯ 350 แพ็ค เราได้ส่งต่อให้ทางสมาคมกู้ภัยที่จะลงพื้นที่จังหวัดสงขลาภายในอาทิตย์นี้อย่างเร่งด่วนก็ส่งไปล็อตแรก เราก็ยังรอรับบริจาคเรื่อย ๆ เพื่อไว้สำหรับช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่หาดใหญ่ และภาคใต้ ต่อไป


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการขุดลอกแม่น้ำน่าน ตลอดลำน้ำ ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ณ บริเวณริมแม่น้ำน่าน บ้านแสงดาว ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วย นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงโครงการขุดลอกลำน้ำน่านเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง โดยวิธีการต่างตอบแทนไม่มีการใช้งบประมาณจากทางราชการ ซึ่งมี บริษัทผู้รับเหมา ห้างหุ้นส่วนจำกัด สรรเสริญการสร้าง เป็นผู้ดำเนินการโครงการขุดลอกลำน้ำน่าน

โดยใช้วิธีการต่างตอบแทน ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ แก้ไขปัญหาลำน้ำตื้นเขินและเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์น้ำหลากในพื้นที่เมืองและชุมชนริมลำน้ำ โดยโครงการมีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องทั้งในระยะที่ 1 และระยะที่ 2

สำหรับการดำเนินงานใน ระยะที่ 1 จังหวัดน่าน ได้จัดประชุมคณะทำงานเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 เพื่อกำหนดภารกิจและสำรวจพื้นที่ลำน้ำที่จำเป็นต้องขุดลอก ก่อนจะดำเนินการสำรวจแล้วเสร็จในวันที่ 20 มีนาคม 2568 ต่อมา กรมทางหลวงชนบทและกรมเจ้าท่าได้อนุมัติให้ดำเนินงานในวันที่ 12 และ 18 มิถุนายนตามลำดับ จากนั้นองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่านได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าของโครงการและเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ก่อนลงนามในสัญญากับผู้รับจ้างเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568

ขณะที่การดำเนินงานใน ระยะที่ 2 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในเขตเทศบาล มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยจังหวัดน่านได้ประชุมร่วมกับเทศบาล 11 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 21 แห่ง เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 เพื่อรวบรวมข้อมูลปัญหาลำน้ำตื้นเขินและพิจารณาพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมในเขตเมือง โดยแต่ละพื้นที่

ได้เสนอจุดที่มีปัญหาและแนวทางแก้ไข ทั้งด้านการระบายน้ำ จุดคับแคบของลำน้ำ และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบซ้ำซาก ซึ่งจะถูกนำไปจัดทำแบบสำรวจและออกแบบโครงการอย่างละเอียด เทศบาลที่มีความพร้อมด้านข้อมูลจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ทันทีเมื่อได้รับงบประมาณสนับสนุน ทั้งนี้ จังหวัดน่านกำหนดประชุมติดตามความคืบหน้าอีกครั้งในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เพื่อสรุปแนวทางดำเนินงานให้เป็นไปตามหลักวิชาการและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

จังหวัดน่าน ยืนยันว่าโครงการขุดลอกลำน้ำน่าน โดยวิธีการต่างตอบแทน ทั้งสองระยะจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ลดความเสี่ยงจากอุทกภัย เสริมความปลอดภัยให้ประชาชน รวมถึงฟื้นฟูสภาพลำน้ำให้มีความสมบูรณ์และเป็นระเบียบมากขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐทุกระดับ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำของจังหวัดน่านอย่างยั่งยืนในระยะยาว/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/วิสุทธิ์ ศรีเมือง/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปลัดอำเภอนำทีมบุกยึดไม้พะยูง 14 ท่อน ริมโขงหว้านใหญ่ มูลค่านับล้าน เตรียมลอบขนข้ามไปลาว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 นายหมวดเอกวิชัย ทาธร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร

นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงร่วมกับ อส.อ.หว้านใหญ่ ร้อย.ร.กกล.สุรศักดิ์มนตรี ร้อย.ทพ.2105

และ สน.เรือมุกดาหาร นรข.เขตนครพนม เปิดปฏิบัติการตรวจค้นบริเวณริมตลิ่งแม่น้ำโขง บ้านบางทรายน้อย ตำบลบางทรายน้อย

อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร หลังสืบทราบว่าจะมีการลักลอบลำเลียงไม้พะยูงส่งข้ามไปยัง สปป.ลาว

เจ้าหน้าที่พบเรือเหล็กขนาดใหญ่ติดเครื่องยนต์จอดทิ้งไว้ เมื่อตรวจสอบภายในพบไม้พะยูงจำนวนหลายท่อนวางอยู่กลางลำเรือ นอกจากนี้บริเวณริมตลิ่งใกล้กันยังพบรถจักรยานยนต์ 1 คัน

ถูกทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังตรวจค้นโดยรอบ ก่อนตรวจยึดไม้พะยูงรวม 14 ท่อน มูลค่านับล้านบาท ซึ่งคาดว่าถูกซุกซ่อนเตรียมลำเลียงข้ามแม่น้ำโขง แต่ถูกเจ้าหน้าที่เข้าขัดขวางได้ทันเวลา

ยึดไม้พะยูง #ลอบขนข้ามโขง #มุกดาหาร #หว้านใหญ่ #ฝ่ายความมั่นคง #ปราบปรามตัดไม้ทำลายป่า #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “มนพร” นำทัพเพื่อไทยบุกดงหลวง! เปิดตัว “นายกปุ๋ย” สู้ศึก ส.ส.มุกดาหาร เขต 2 มั่นใจคนรุ่นใหม่ครองใจชาวบ้าน สานต่อนโยบายพรรค

แชร์เนื้อหานี้

สนามการเมืองมุกดาหารระอุอีกครั้ง “มนพร เจริญศรี” อดีต รมช.คมนาคม นำทีมเพื่อไทยขึ้นเวทีโรงเรียนดงหลวงวิทยา เปิดตัว “นายกปุ๋ย-ปิยธิดา” เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางผู้สนับสนุนคับคั่ง

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศทางการเมืองในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารว่ามีความคึกคักเป็นพิเศษ โดยที่โรงเรียนดงหลวงวิทยา อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร

นางมนพร เจริญศรี ส.ส.เขต 2 นครพนม พรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เดินทางมาเป็นประธานขึ้นเวทีปราศรัยพบปะพี่น้องประชาชน พร้อมทำพิธีเปิดตัว

นางสาวปิยธิดา บุตรกาล หรือ “นายกปุ๋ย” นายก อบต.โชคชัย เป็นว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดมุกดาหาร เขต 2 ในนามพรรคเพื่อไทย

บนเวทีปราศรัย นางมนพร ได้กล่าวฝากฝัง “นายกปุ๋ย” กับพี่น้องชาวดงหลวงและเขต 2 มุกดาหาร โดยย้ำถึงความตั้งใจของพรรคที่ต้องการผลักดันคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ เข้ามา

เป็นตัวแทนในการแก้ไขปัญหาปากท้องและพัฒนาพื้นที่ ซึ่งนางสาวปิยธิดา ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความพร้อมทั้งวุฒิการศึกษาและประสบการณ์ทำงานท้องถิ่น เป็นลูกหลานชาวมุกดาหารโดยกำเนิด

ด้าน นางสาวปิยธิดา บุตรกาล ได้กล่าวแนะนำตัวและแสดงวิสัยทัศน์ โดยระบุว่าตนจบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาสุขศึกษาและการส่งเสริมสุขภาพ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น

และเคยผ่านงานบริหารท้องถิ่นมาแล้ว พร้อมยืนยันความตั้งใจที่จะเข้ามารับใช้พี่น้องประชาชนในฐานะ ส.ส. เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของพรรคเพื่อไทยให้เกิดผลจริงในพื้นที่

ทั้งนี้ การได้รับแรงสนับสนุนจากแกนนำพรรคคนสำคัญอย่างนางมนพร ยิ่งเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับฐานเสียงในพื้นที่เขต 2 (นิคมคำสร้อย, คำชะอี, หนองสูง, ดงหลวง) มากยิ่งขึ้น

เพื่อไทย #มุกดาหารเขต2 #นายกปุ๋ย #ปิยธิดาบุตรกาล #มนพรเจริญศรี #ข่าวมุกดาหาร #การเมืองมุกดาหาร #เลือกตั้ง2569 #ข่าววันนี้ #เมืองมุกดาหาร////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / MBK เซ็นเตอร์ ชู Musical Joyride แต่งต้นคริสต์มาสกล่องดนตรีม้าหมุนไขลานสุดน่ารักที่หมุนรอบๆ ตัว สร้างรอยยิ้มให้คนไทยและทัวริสต์

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองต้อนรับเทศกาลปีใหม่และคริสต์มาส บรรยากาศแห่งความสุขเริ่มอบอวลไปทั่วกรุงเทพฯ ด้วยแสงวิบวับของไฟประดับต้นคริสต์มาสและผู้คนที่ออกมาถ่ายรูปเช็คอินสัมผัสสีสันของฤดูกาล “ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์” ก็พร้อมเนรมิตพื้นที่แห่งความสุขร่วมสร้างช่วงเวลาพิเศษให้ผู้มาเยือนทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เก็บเกี่ยวโมเมนต์แห่งความประทับใจกลับไปด้วยรอยยิ้ม ภายใต้กิจกรรม MBK Center Sparkling Happiness ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นในคอนเซปต์ Musical Joyride มีการตกแต่ง ต้นคริสต์มาสกล่องดนตรีม้าหมุนไขลาน สีสันสดใสน่ารัก สื่อถึง “ความสุขที่หมุนอยู่รอบๆ ตัวของทุกคน เต็มไปด้วยความสนุกแสนอบอุ่นโอบกอดทุกคนในช่วงเทศกาลส่งท้ายปี สร้างแรงบันดาลใจและความหวังในการเริ่มต้นสิ่งดีๆ ในปีใหม่ที่กำลังมาถึง”

โดยในปีนี้ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมกับ ศิลปินนักวาดภาพประกอบที่มีผลงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ นางสาววิยดา อมรวัฒนคุณชัย หรือ Jumbo Jan ที่มีเอกลักษณ์ลายเส้นน่ารักทันสมัย มีผลงานปรากฏบนโซเชียลมีเดียและงานแสดง Illustration Fair ต่าง ๆ มาร่วมรังสรรค์ต้นคริสต์มาสกล่องดนตรีม้าหมุนไขลาน ในคอนเซ็ปต์ Musical Joyride สูงตระหง่านกลางลาน Sky Walk ด้านล่างของต้นคริสต์มาสเป็น เครื่องเล่นม้าหมุนไขลาน สีสันสดใสที่หมุนไปมาอย่างมีชีวิตชีวา เสมือนกล่องดนตรีขนาดใหญ่แห่งความสุข ม้าบางตัวเคลื่อนไหวโยกขึ้นลงได้ราวกับมีชีวิต รายล้อมด้วยม้าที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน โน้ตดนตรี และคำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความหมายดี ๆ เช่น Happiness, Blissful, Merry เพื่อส่งต่อความปรารถนาดีให้แก่ผู้มาเยือน ยังมีตัวอักษร “MBK” ขนาดใหญ่ ติดตั้งอย่างโดดเด่น สื่อถึงความเป็นแลนด์มาร์กแห่งความสุขใจกลางกรุงเทพฯ ส่วนด้านบนของต้นคริสต์มาสประดับด้วย แกนไขลานขนาดใหญ่หมุนไปมาอย่างนุ่มนวล สื่อถึงพลังแห่งการเริ่มต้นใหม่และความสุขที่เคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง ยอดของต้นคริสต์มาสประดับด้วยดวงดาวเรืองแสง ที่หมุนได้รอบด้าน สะท้อนแสงระยิบระยับงดงามในยามค่ำคืน เพิ่มเสน่ห์และชีวิตชีวาให้กับแลนด์มาร์กแห่งนี้

ในพิธีเปิดไฟต้นคริสต์มาสสุดตระการตา MBK Center Sparkling Happiness Light Up Ceremony ผสมผสานศิลปะ แสง สี เสียง และจังหวะดนตรีอย่างกลมกล่อม ไฮไลต์ของการแสดงสุดพิเศษของ วงดนตรีออเคสตร้า ที่บรรเลงบทเพลงแห่งความสุขอย่างอ่อนโยนและสง่างาม สร้างบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองให้เปี่ยมด้วยเสน่ห์และความอบอุ่นหัวใจ ทั้งนี้ได้รับเกียรติจากพันธมิตรภาครัฐร่วมเปิดไฟต้นคริสต์มาสอย่างเป็นทางการ นำโดย นายต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร นางสาวพุทธชาด ศรีนิศากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ดร.เกศี จันทราประภาวัฒน์ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายอภิชาติ กมลธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายกฎหมาย บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ว่าที่ร้อยตรี ปราโมทย์ เลิศจิตรการุณ ผู้อำนวยการสำนักนันทนาการกรมพลศึกษา นางศุภพิชญาณ์ ชาวบางรัก ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตปทุมวัน และ นางสาวพิมลพันธุ์ ฤทธิบุญไชย หัวหน้าฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์ หอศิลปกรุงเทพฯ ร่วมพิธีเปิดไฟต้นคริสต์มาสอย่างเป็นทางการ

นอกจากนี้ยังมีเหล่าศิลปินคนดังร่วมส่งมอบความสุข นำโดย ภูมิ – เกียรติภูมิ บันลือชัยฤทธิ์ พระเอกหนุ่มมากความสามารถจากช่อง 7HD พิ้งค์พลอย – ปภาวดี ชาญสมอน นางเอกดาวรุ่งจากช่อง 7HD ที่เป็นที่รู้จักจากบทบาทหลากหลาย เล้ง – ณัฐพล และ แสตมป์ – พรวศิน จากซีรีส์ฮิต “ลอยแก้ว” และ “วัยซ่าส์ท้ามิติ” มาร่วมเฉลิมฉลองและสร้างสีสันภายในงาน เพิ่มความพิเศษให้ช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นปีใหม่เปี่ยมด้วยความสุข ความอบอุ่น และความสนุกสนานให้กับผู้ร่วมงาน

นางสาวพุทธชาด ศรีนิศากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า“เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูกาลแห่งความสุขอีกครั้ง ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ขอต้อนรับทุกท่านด้วยผลงานสุดสร้างสรรค์ถ่ายทอดความสุขและความสนุกที่อยู่รอบ ๆ ตัว กับ ต้นคริสต์มาสกล่องดนตรีม้าหมุนไขลาน ในคอนเซปต์ Musical Joyride เพื่อส่งมอบความสุขและความอบอุ่นให้กับผู้มาเยือนในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ซึ่งปีนี้ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ร่วมงานกับศิลปินนักวาดภาพประกอบที่มีผลงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ คุณวิยดา อมรวัฒนคุณชัย หรือ Jumbo Jan เจ้าของลายเส้นสุดน่ารักและทันสมัย มาร่วมถ่ายทอดแรงบันดาลใจผ่านงานออกแบบตกแต่งต้นคริสต์มาสกล่องดนตรีม้าหมุนไขลาน ที่หมุนได้อย่างมีชีวิตชีวา ไม่เพียงแต่ความสดใสน่ารักให้ทุกท่านได้ถ่ายรูปเท่านั้น แต่ยังสื่อถึงความสุขที่ไม่สิ้นสุดและพลังแห่งการเริ่มต้นใหม่ หมุนเวียนพาความสุขกลับมาอีกครั้งในทุกปี เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จะเป็น “ใจกลางความสุข” ของผู้คนที่มาชมงาน จุดรวมพลังแห่งรอยยิ้มและความสุขที่หมุนรอบ ๆ ตัวของทุกท่าน ขอให้ม้าหมุนแห่งความสุขนี้หมุนเรื่องราวดี ๆ เข้ามาในชีวิตและให้ปีใหม่ที่กำลังจะถึงเป็นปีแห่งรอยยิ้มของทุกท่าน ก็ขอเชิญชวนทุกท่านมาสัมผัสและสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน และสร้างบรรยากาศการจับจ่ายให้คึกคักในฤดูกาลท่องเที่ยวและเทศกาลส่งท้ายปีค่ะ”

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จัดเต็มของขวัญส่งท้ายปีกับกิจกรรม SPARKLING HAPPINESS ระหว่างวันที่ 24 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569 ยกขบวนความสุข ดังนี้
LUCKY CHRISTMAS TREE ต้นคริสต์มาสไขลาน มอบของขวัญสุดพิเศษ เพียงกดรับสิทธิ์ผ่าน MBK PLUS พร้อมแสดงใบเสร็จใช้จ่ายตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป ระหว่างวันที่ 24 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569

CULTURAL SHOW ตื่นตากับศิลปวัฒนธรรมไทยที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ดังนี้ วันที่ 25 ธันวาคม บริเวณลาน Sky Walk ตระการตาการแสดง “โขน” นาฏยศาสตร์แห่งแผ่นดิน วันที่ 29 – 31 ธันวาคม ชมเพลินเชียร์มันส์กับศิลปะแม่ไม้มวยไทย การแข่งขันของมวยคู่เอก เดือดทุกคู่ในกิจกรรม MBK Center Muay Thai Fight Night

MUSICAL JOYRIDE ความสุขผ่านเสียงเพลงและความบันเทิงทั่วศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พบกับซานต้ากับผองเพื่อนที่จะนำความสุขไปส่งมอบให้กับลูกค้าทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยว ในกิจกรรม Orchestra & Santa ระหว่างวันที่ 24-25 ธันวาคม และ ความบันเทิงขั้นสุดกันแบบข้ามปีกับกิจกรรม Musical Troop ในวันที่ 30 ธันวาคม 2568 – วันที่ 1 มกราคม 2569 นอกจากนี้ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ และ ศูนย์การค้าในเครือ (พาราไดซ์ พาร์ค, เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9, เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์) จัดโปรโมชันฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี “SPARKLING HAPPINESS” #เทศกาลแห่งความสุขช้อปสนุกรับปีใหม่ เมื่อช้อปหรืออิ่มในศูนย์ฯ ลุ้นรางวัลรวมกว่า 7.6 ล้านบาท* ระหว่างวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 – วันที่ 4 มกราคม 2569 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ช้อปลุ้นโชค เพียงสะสมใบเสร็จช้อป-อิ่มในศูนย์ฯ ผ่าน LINE Official Account @mbkplus หรือจุดประชาสัมพันธ์ ครบทุก 1,000 บาท* รับ 1 สิทธิ์ลุ้นรางวัลที่ 1 ที่พัก Dusit Thani Krabi Beach Resort (3 วัน 2 คืน) จำนวน 2 รางวัล (มูลค่า 34,000 บาท/ รางวัล) รางวัลที่ 2 บัตรกำนัลศูนย์ฯ มูลค่ารางวัลละ 5,000 บาท จำนวน 4 รางวัล

ช้อปรับเลย รับบัตรกำนัลศูนย์ฯ รวมสูงสุด 300 บาท* รับฟรี บัตรกำนัลศูนย์ฯ มูลค่า 100 บาท* เมื่อช้อป-อิ่มในศูนย์ฯ ครบตามเงื่อนไขที่กำหนด และ รับฟรี Sparkling Joyride Travel Set Exclusive by JUMBO JAN 1 เซต จำนวน 4 ใบ* (มูลค่า 3,500 บาท) เมื่อช้อป – อิ่ม ในศูนย์ฯ ครบตามเงื่อนไขที่กำหนด
พิเศษเฉพาะศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ และ พาราไดซ์ พาร์ค สำหรับสมาชิก Ocean Life ใช้ 1,000 OCHI COIN แลกรับบัตรกำนัลศูนย์ฯ 100 บาท (จำกัด 2 สิทธิ์ / หมายเลขบัตร / ตลอดรายการ, จำกัดรวม 100 สิทธิ์ / ตลอดรายการ)
สิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ อาทิ พิเศษสำหรับลูกค้าบัตรเครดิต ttb รับบัตรกำนัลศูนย์ฯ สูงสุด 500 บาท* เมื่อใช้จ่ายครบตามเงื่อนไข* สำหรับผู้ถือบัตรเครดิต GSB, KTC, ttb แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 13 %*
โปรโมชันเฉพาะสมาชิก MBK PLUS เท่านั้น!! เมื่อสมัครสมาชิก MBK PLUS เพื่อรับสิทธิ์ใช้โปรโมชัน เพียงแค่เพิ่มเพื่อน LINE Official Account @mbkplus

ด้านศิลปินนักวาดภาพประกอบที่มีผลงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ นางสาววิยดา อมรวัฒนคุณชัย หรือ Jumbo Jan ผู้ร่วมรังสรรค์ต้นคริสต์มาสกล่องดนตรีม้าหมุนไขลานกล่าวถึงความรู้สึกว่า “การได้ร่วมงานกับ MBK ถือเป็นความฝันของชีวิตเลยค่ะ เพราะแจนและครอบครัวผูกพันกับ MBK มาตั้งแต่เด็ก ๆ ทุกวันอาทิตย์จะมาดูหนังและทานข้าวที่ MBK เสมอ พอวันนี้ได้มีโอกาสสร้างสรรค์งานตกแต่งต้นคริสต์มาสกับทางศูนย์ฯ ก็รู้สึกมีความสุขมาก ๆ และทางทีมงาน MBK ทุกคนก็น่ารักและใจดีมาก สามารถแปลงจากลายเส้นของแจนให้กลายเป็นผลงานชิ้นใหญ่ได้อย่างน่าประทับใจ ขอบคุณมากจริง ๆ ค่ะ”
“ในปี 2569 เป็นปีนักษัตรม้า (มะเมีย) เลยใช้ theme เป็นม้าหมุนแห่งความสุข ต้นคริสต์มาสมีม้าที่มีลายแตกต่างกันอยู่ 8 ตัว ซึ่งนับเป็นเลขมงคล ม้า 8 ตัวเป็นตัวแทนของความสุขทั้ง 8 อย่าง ได้แก่ ความร่ำรวยมีสุข สุขภาพมั่งคั่ง การงานมั่นคง ครอบครัวสุขสันต์ มิตรภาพดีงาม ความรักบริบูรณ์ จิตใจสงบเย็น และ การเติบโตไม่หยุดนิ่ง รวมถึงการนำพาความเจริญทั้ง 8 ทิศมาสู่ลูกค้า ผู้ค้า และ ศูนย์การค้า MBK ในงานเทศกาลครั้งนี้ขอส่งมอบความสุขและความหวังดีให้ทุกคนนะคะ ขอให้ม้าหมุนแห่งความสุขนี้ หมุนเรื่องราวดี ๆ เข้ามาในชีวิตของทุกคนจากรอบทิศทางเลยนะคะ”

ห้ามพลาด!! สัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขแสนอบอุ่นเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี ชมไฟประดับต้นคริสต์มาส Musical Joyride ที่เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ และศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ทั้งพาราไดซ์ พาร์ค เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ พร้อมของขวัญส่งท้ายปีกับโปรโมชันแคมเปญมากมาย สุดเอ็กซ์คลูซีฟดีไซน์น่ารักที่มีกลิ่นอายผลงานของ Jumbo Jan ศิลปินนักวาดภาพประกอบที่มีผลงานทั้งในประเทศและต่างประเทศกับ Sparkling Joyride Travel Set Exclusive by JUMBO JAN
ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ที่ https://www.mbk-center.co.th/ หรือ เฟซบุ๊กเพจ mbkcenterth อินสตาแกรม mbkcenter

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาคที่ 2 พร้อมส่งกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่

แชร์เนื้อหานี้

พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งการส่งกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย กองพลพัฒนาที่ 2 จำนวน 102 นาย ขนยุทโธปกรณ์ รถบรรทุกขนาดใหญ่ ครัวสนาม เครื่องปั่นไฟ เรือ สนับสนุนกองทัพภาคที่ 4 ช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่

โดย พล.ต.กิติศักดิ์ ถาวร ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 2 ตรวจความพร้อมของกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย ที่หน้ากองบัญชาการกองพลพัฒนาที่ 2 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา เพื่อเตรียมเคลื่อนย้ายลงพื้นที่เพื่อสนับสนุนกองทัพภาคที่ 4 เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /”เข้าแล้ว ออกยาก” พุฒิพงษ์ นาคทอง ผกก. ผู้สร้าง 4 Kings และ วัยหนุ่ม 2544 เผยแรงบันดาลใจการทำภาพยนตร์เรื่อง “มือปืน” ชีวิตจริงของอาชีพมือปีน

แชร์เนื้อหานี้
default

งานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง “มือปืน” จัดขึ้นที่เมเจอร์รัชโยธิน เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กทม. ฉายรอบสื่อมวลชน และแขกวีไอพี วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 มีผู้เข้าร่วมงานกันมากกมาย

ในตัวอย่างล่าสุด (Official Trailer) ได้เผยให้เห็นเรื่องราวของ “เพชร” มือปืนรับจ้างที่ต้องการออกจากวงการ เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่กับคนรัก ทว่าอดีตกลับตามหลอกหลอน ด้วย “บุญคุณ” ที่ยังต้องชดใช้ และ “ความแค้น” ที่ยังรอการสะสาง ทำให้เขาต้องกลับมาเผชิญหน้ากับชะตากรรมอีกครั้ง ด้วยกระสุนนัดสุดท้ายที่อาจเปลี่ยนชีวิตทั้งหมด

“อาชีพมือปืนเป็นสิ่งที่ผมได้ยินและรู้จักมาตั้งแต่เด็กครับ มันเป็นโลกที่น่าค้นหา และอยากให้คนได้เห็นอีกมุมของพวกเขา ว่าชีวิตจริงต้องเจออะไรบ้าง จุดจบของเขาเป็นยังไง” พุฒิพงษ์ นาคทอง ผู้กำกับภาพยนตร์ กล่าว

พุฒิพงษ์เผยว่า ก่อนจะลงมือทำหนังเรื่องนี้ เขาได้ทำการบ้านอย่างหนัก เดินทางไปสัมภาษณ์อดีตมือปืนจริงที่จังหวัดเพชรบุรี เพื่อทำความเข้าใจชีวิตของพวกเขาในมุมลึกที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน

“ผมไปรีเสิร์ชข้อมูลที่เพชรบุรีครับ ได้พูดคุยกับอดีตมือปืนจริง ๆ แล้วสิ่งที่เขาเล่าให้ฟัง มันโหดกว่าที่เราคิดไว้เยอะมาก ชีวิตจริงของเขาไม่ได้เหมือนในหนังเลยครับ”

และสิ่งที่ค้นพบระหว่างการศึกษาข้อมูล ผู้กำกับเผยว่า สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ “ความเป็นคนธรรมดา” ของคนในอาชีพนี้

“ก่อนจะไป ผมคิดว่าพวกเขาน่าจะดูดุดัน เหมือนในหนัง แต่จริง ๆ แล้วไม่เลยครับ หลายคนสุภาพ เรียบร้อยด้วยซ้ำ เรามองผิวเผินไม่รู้เลยว่าคนไหนเป็นมือปืน เขาก็มีศักดิ์ศรีของตัวเอง และบางคนก็มีเหตุผลของการทำสิ่งที่เลือก”

และในภาพยนตร์ “มือปืน” ผู้กำกับยังได้สะท้อน “กฎเหล็ก” ของอาชีพนี้ไว้อย่างเข้มข้น“ส่วนใหญ่เขาจะไม่ทำผู้หญิงกับเด็กครับ และเขาไม่จำเป็นต้องรู้จักคนที่รับงาน ยิงเสร็จรับเงินจบ แต่มันก็มีความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่พูดออกมา ซึ่งเราจะได้เห็นในหนังเรื่องนี้ครับ

default

.“มือปืน” จึงไม่เพียงเป็นภาพยนตร์แอ็กชันระทึกขวัญ แต่ยังเป็นการถ่ายทอดชีวิตของ “มนุษย์ในเงามืด” ที่ต้องดิ้นรนเพื่อหลุดพ้นจากบาปและความแค้นในใจเตรียมพบกับภาพยนตร์ “มือปืน” เข้าฉาย 27 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

default

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ รมว.กระทรวงมหาดไทย ประธานพิธีเจริญพระพระพุทธมนต์ วันคล้ายวันสวรรคตครบ 100 ปี 25 พฤศจิกายน 256

แชร์เนื้อหานี้

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเจริญพระพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 100 รูป ในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว วันคล้ายวันสวรรคตครบ 100 ปี 25 พฤศจิกายน 2567 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ เนื่องในโอกาสวันประสูติครบ 100 ปี 24 พฤศจิกายน 2568

วันที่ 24 พ.ย. 68 เวลา 07.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเจริญพระพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 100 รูป ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า และถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา เนื่องในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตครบ 100 ปี 25 พฤศจิกายน 2567 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา เนื่องในโอกาสวันประสูติครบ 100 ปี 24 พฤศจิกายน 2568

โดยมี หน่วยราชการในพระองค์ คณะรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภาคส่วนต่าง ๆ ประชาชนจิตอาสา และประชาชนร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก ณ วัดพระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม การนี้ พระสงฆ์สมณศักดิ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ หลังจากนั้น สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ และคณะสงฆ์ รวม 100 รูป รับบิณฑบาต

รัฐบาลกำหนดจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตครบ 100 ปี 25 พฤศจิกายน 2567 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดาเนื่องในโอกาสวันประสูติครบ 100 ปี 24 พฤศจิกายน 2568 ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตในนามรัฐบาล ดำเนินการจัด 1. พิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล 2. พิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า

และพิธีวางพุ่มดอกไม้ถวายสักการะสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา 3. การตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า และพระรูปสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ

เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดาเพื่อเฉลิมพระเกียรติ และ 4. กิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และสาธารณกุศล ถวายพระราชกุศลถวายพระกุศล เพื่อแสดงความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และพระกรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ระหว่างวันที่ 1 – 30 พฤศจิกายน 2568
จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าวประจำ จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประจวบคีรีขันธ์ แถลงความพร้อมจัดงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” 29 พ.ย. – 8 ธ.ค. 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุมเกาะหลัก ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ภายใต้เป้าหมายเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงเผยแพร่ความสำคัญของวันดินโลก ซึ่งสหประชาชาติรับรองให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันดินโลกอย่างเป็นทางการ

ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวถึงความเป็นมาของการจัดงานครั้งนี้ว่า เป็นการร่วมเฉลิมฉลองวันดินโลกและเผยแพร่บทบาทของพระมหากษัตริย์ไทยด้านการพัฒนาดิน น้ำ และทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนสนับสนุนอัตลักษณ์สินค้าของดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้เกษตรกร โดยกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2568 รวม 10 วัน ณ บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติหน้าศาลากลางจังหวัดด้านนายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชี้แจงภาพรวมของกิจกรรมภายในงานว่า จะมีการจัดนิทรรศการวันดินโลก น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 และเพื่อสืบสานพระราชดำริในรัชกาลที่ 10 พร้อมทั้งนิทรรศการความโดดเด่นของจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นงานหัตถกรรมผ้าไทย ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี และนิทรรศการด้านดิน น้ำ พันธุ์พืช นวัตกรรมเทคโนโลยี รวมถึงเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของจังหวัด ทั้งยังมีร้านค้าสินค้าเกษตรจากทั้ง 8 อำเภอ สินค้าราคาประหยัด ธงฟ้า การตักกุ้งหรรษา เวทีเสวนา การประกวด การแข่งขัน และการแสดงไฟล้านดวงพร้อมคาราวานร้านเด็ดร้านดัง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

ขณะที่นางศันสนีย์ เกษตรสินสมบัติ เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวถึงกิจกรรมประกวดและกิจกรรมบนเวทีว่า จะมีการประกวดผลผลิตทางการเกษตร อาทิ สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย สับปะรดพันธุ์ MD2 มะพร้าวแกง มะพร้าวน้ำหอม และขนุนยักษ์ รวมถึงกิจกรรมออกกำลังกายวิถีคนประจวบฯ โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด พร้อมทั้งจัดเวทีเสวนาวิชาการหลากหลาย เช่น หัวข้อ “ดินของพ่อสู่วันดินโลก” โดยสำนักงานพัฒนาที่ดิน การท่องเที่ยวยั่งยืนบนฐานชีวภาพของ BEDO การเสวนา Coco Next Gen พลิกอนาคตมะพร้าวไทย ตลอดจนเสวนาพระมหากรุณาธิคุณด้านหัตถกรรมผ้าไทยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ นอกจากนี้ยังมีการสาธิตผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว การเดินสายไฟภายในอาคาร การทำอาหารเพื่อสุขภาพ และกิจกรรมชวนชิมกุ้ง–กระพงดินดีวิถีพ่อ โดยสำนักงานประมงจังหวัด รวมถึงการแสดงดนตรีแจ๊สบทเพลงพระราชนิพนธ์จากกองบิน 5ผู้จัดงานเชิญชวนเกษตรกรและประชาชนร่วมส่งผลงานเข้าประกวด พร้อมร่วมชม ชิม ช้อป และสัมผัสองค์ความรู้ด้านดิน น้ำ เกษตรกรรม เทคโนโลยี นวัตกรรม และสินค้าอัตลักษณ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเชื่อว่าการจัดงานครั้งนี้จะเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสใหม่ให้กับคนในจังหวัดอย่างยั่งยืน
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น้ำท่วมใต้ สายธารน้ำใจหลั่งไหล ชาวหลังสวน รวมพลังช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร – สายธารน้ำใจจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอหลังสวน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนภูบดินทร์พิทยาลัย

โรงเรียนสวนศรีวิทยา โรงเรียนอนุบาลทอรัก ตลอดจนชาวบ้าน ร้านค้า ผู้ประกอบการ และภาคส่วนต่าง ๆ ต่างร่วมกันแสดงพลังแห่งความห่วงใยต่อผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ด้วยการร่วมบริจาคสิ่งของจำเป็นจำนวนมาก

สำหรับการดำเนินการครั้งนี้ โรงเรียนภูบดินทร์พิทยาลัย และโรงเรียนสวนศรีวิทยา ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรับบริจาคสิ่งของจากประชาชน โดยรับบริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ยารักษาโรคที่จำเป็น และน้ำดื่มชนิดต่าง ๆ

ทั้งนี้ สาเหตุของน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างมาจากอิทธิพลของ ร่องมรสุมกำลังแรง และ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้

ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ระดับน้ำในลำน้ำสายหลักเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายพื้นที่เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ถนนหลายสายขาด การสัญจรลำบาก บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง

ภายหลังการรวบรวมสิ่งของ สามารถบรรทุกได้เต็มจำนวน 1 คันรถสิบล้อ ก่อนเคลื่อนขบวนออกจากพื้นที่หลังสวน เพื่อเดินทางไปช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและซับน้ำตาพี่น้องผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้ตอนล่าง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เอกชนพัทยา รวมน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ปลายด้ามขวาน

แชร์เนื้อหานี้

ตามที่เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ส่งผลให้ทุกจังหวัดทางภาคใต้ของประเทศไทยได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วมบ้านเรือนสร้าง

ความเสียหายนับหมื่นล้านบาท ซึ่งทุกหนาวยงานทั่วประเทศต่างระดมกำลังหาแนวทางช่วยเหลืออยู่ในขณะนี้นั้น

วันที่ 25 พ.ย.68 มีรายงานว่า ที่จุดบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี กลุ่มผู้ประกอบการเอกชนในเมืองพัทยา

นำโดย นางอำพร แก้วแสง ปธ.กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ได้รวบรวมสิ่งจำเป็น อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้งและน้ำดื่ม นำไปบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ทั้งนี้ ทางคณะได้รับเกียรติจากนายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง เป็นประธานในการรับมอบสิ่งของบริจาคช่วย

เหลือน้ำท่วมภาคใต้ ก่อนจะประสานให้หน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ฯ พัทยา นำไปช่วยเหลือช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยด่วนที่สุด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารโชว์ผลงานเข้ม! นอภ.เมือง แท็กทีม ทหารพราน 2105 ยึดยาบ้า 1.9 แสนเม็ด ริมโขง สกัด “กองทัพมด” ทะลักช่วงปีใหม่

แชร์เนื้อหานี้

ฝ่ายปกครองเมืองมุกดาหาร ผนึกกำลัง ทหารพราน-ตชด. สกัดกั้นยาเสพติดข้ามชาติ ยึดยาบ้า 190,000 เม็ด ริมฝั่งโขง นายอำเภอเผยเข้มงวดตามวาระแห่งชาติ ด้านทหารพรานแฉแก๊งยาเปลี่ยนแผนใช้ “กองทัพมด” ทยอยขนเลี่ยงการจับกุมล็อตใหญ่

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ที่กองร้อยทหารพรานที่ 2105 อ.เมือง จ.มุกดาหาร นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร พร้อมด้วย ร.ท.วันชาติ เหมือนปืน ผู้

บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 2105 (ผบ.ร้อย.ทพ.2105) และเจ้าหน้าที่จาก กอ.รมน., ตชด.234 ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 190,000 เม็ด

นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร กล่าวว่า จังหวัดมุกดาหารได้ดำเนินการตามวาระแห่งชาติในการปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้น โดยในปีที่ผ่านมาสามารถจับกุมยาบ้าตามแนวชายแดนได้สูงถึง 30 ล้านเม็ด

สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานว่าจะมีการลักลอบนำเข้ายาเสพติด จึงได้สนธิกำลัง 3 ฝ่าย ทั้งปกครอง ทหาร และตำรวจ ทำการ “ซีนชายแดน” (Seal) ปิดล้อมพื้นที่อย่างแน่นหนา

จนกระทั่งช่วงเย็น เวลาประมาณ 17.00 น. พบเรือเร็วจากฝั่งเพื่อนบ้านขับเข้ามาโยนสิ่งของทิ้งไว้ริมฝั่งแล้วรีบหลบหนีไป ซึ่งจากการตรวจสอบพบเป็นยาบ้าจำนวนดังกล่าว

ด้าน ร.ท.วันชาติ เหมือนปืน ผบ.ร้อย.ทพ.2105 เปิดเผยถึงรายละเอียดปฏิบัติการว่า จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านนาเวียงแก ต.นาสีนวน อ.เมือง จ.มุกดาหาร หลังจากคนร้ายโยนกระสอบปุ๋ย 2 ใบลงฝั่ง เจ้าหน้าที่ได้ดักซุ่มรอผลเพื่อจับกุมผู้มารับของนานกว่า 1 ชั่วโมง

ต่อมามีรถจักรยานยนต์ 2 คันขับเข้ามา แต่คนร้ายไหวตัวทันเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ จึงรีบขับรถหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดยาบ้าจำนวน 190,000 เม็ด ซึ่งบรรจุอยู่ในกระสอบจำนวน 2 กระสอบ ไว้เป็นของกลาง เพื่อนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ร.ท.วันชาติ ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันขบวนการค้ายาเสพติดได้ปรับเปลี่ยนยุทธวิธีจากเดิมที่ขนล็อตใหญ่หลักล้านเม็ด มาเป็นรูปแบบ “กองทัพมด” คือทยอยนำเข้าทีละ 1-2 แสนเม็ด มา

พักคอยไว้ตามจุดต่างๆ ตามแนวชายแดน เมื่อรวบรวมได้ครบจำนวนจึงจะให้นักบินมารับเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกเจ้าหน้าที่กดดันอย่างหนักในช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่

มุกดาหาร #นายอำเภอเมืองมุกดาหาร #ชายสิทธิ์สุวรรณโชติ #ทหารพราน2105 #จับยาบ้า #ยาบ้า190000เม็ด #ข่าวอาชญากรรม #ริมโขง #บ้านนาเวียงแก #นาสีนวน #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้_///ภาพ/ข่าว เดวิท -ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ดร.เนาวรัตน์ เลขาธิการวุฒิสภาสรุปประเด็น การคัดค้าน (ร่าง) พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับ….) พ.ศ…..จำนวน 3 ฉบับ

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย ประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและ
อุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) โดยร่วมกับสภาองค์การนายจ้างอีก 16 สภาองค์การนายจ้าง ได้ลงนามในหนังสือคัดค้าน
1. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับ..) พ.ศ…สำเนาเลขรับ 157/2567 วันที่ 18 ธันวาคม 2567 (โดย นายจรัส คุ้มไข่น้ำ

  1. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับ..) พ.ศ…สำเนาเลขรับ 158/2567 วันที่ 18 ธันวาคม 2567 (โดยน.ส.วรรณวิภา ไม้สน)
  2. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่. ) พ.ศ.. เสนอโดย นายเซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ
  3. ข้อเสนอแนะและสรุปประเด็นปัญหาในข้อกฎหมายที่กระทบต่อสถานประกอบการ/นายจ้าง ตามที่ ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย ประธานสภาองค์การนายจ้างฯ และคณะสภาองค์การนายจ้างอีก 16 สภาร่วมลงนาม แสดงความเห็นต่อท้าย ซึ่งได้สรุปสาระสำคัญที่เป็นเหตุผลการคัดค้าน ขอเสนอแนะ และสรุปประเด็นปัญหาในข้อกฎหมายที่กระทบ ต่อสถานประกอบกิจการเพื่อให้ท่านได้ทราบถึงข้อเท็จจริงที่ข้าพเจ้าและคณะสภาองค์การนายจ้าง ได้นำเสนอมานี้

ฉบับที่ 1 (ร่าง) ฉบับที่มีเลขรับ 157/2567 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 เสนอโดย นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สส.พรรคประชาชนและคณะ
หลักการที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ดังต่อไปนี้แก้ไขเพิ่มเติมระยะเวลาทำงานของลูกจ้าง (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 23) จากเดิมทำงาน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
ลดลงเป็น 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์แก้ไขเพิ่มเติมวันหยุดประจำสัปดาห์ของลูกจ้าง (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 28) เพิ่มวันหยุดประจำสัปดาห์ 1 วันเป็น 2 วัน แก้ไขเพิ่มเติมสิทธิการลาพักผ่อนประจำปีของลูกจ้าง (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 30)

ฉบับที่ 1 ร่าง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ.…. ของ นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สส.พรรคประชาชน และคณะ
เหตุผลที่คัดค้าน ดังนี้สืบเนื่องจากการแก้ไขเพิ่มในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งมีสาระสำคัญในภาคบังคับใช้ ปัจจุบันนั้นเหมาะสมแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไข หากผลของการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับใช้ เป็นเหตุให้เกิดภาระและปัญหาการจ้างงานในหลายประการดังต่อไปนี้

  1. ส่งผลกระทบต่อธุรกิจทำให้ต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้น กระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงาน
  2. มีผลกระทบโดยตรงกับผู้ประกอบกิจการ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมประเภท วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
    ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมเป็นส่วนมากของประเทศ อาจต้องปิดตัวลง
  3. ก่อให้เกิดการขาดสภาพคล่องในการลงทุนภายในประเทศ และจากการลงทุนของผู้ประกอบการต่างประเทศด้วย
  4. อาจเป็นปัญหาให้เกิดผลกระทบย้อนกลับไปถึงการจ้างงานของลูกจ้างในอนาคต ซึ่งผู้ประกอบกิจการจะต้องแสวงหา
    รูปแบบการจ้างงานรูปแบบใหม่ที่เหมาะสมกว่าต่อไป เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดได้ เช่นการนำ AI หรือนำหุ่นยนต์
    มาใช้แทนการจ้างงาน

ฉบับที่ 2 (ร่าง) ฉบับที่มีเลขรับ 158/2567 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 เสนอโดยนางสาววรรณวิภา ไม้สน สส. พรรคประชาชน
หลักการที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ดังต่อไปนี้
แก้ไขเพิ่มเติมในการจ้างงานที่มีความเท่าเทียมในทุกด้านให้นายจ้างปฏิบัติต่อลูกจ้างอย่างเท่าเทียมด้วย โดยไม่เลือกปฏิบัติ
(แก้ไขเพิ่มเติม ในมาตรา 15)
แก้ไขเพิ่มเติมให้การลาเนื่องจากมีประจำเดือน มิให้ถือว่าเป็นวันลาป่วย (เดิมมีสิทธิอยู่แล้ว 30 วันต่อปี)
(แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 32/3)

  1. กำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิลาไปดูแลบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลอื่นใดที่มีความใกล้ชิด (เพิ่มมาตรา32/1)
  2. กำหนดให้ต้องจัดให้มีสถานที่ที่เหมาะสมและอุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็น เพื่อให้ลูกจ้างสามารถให้นมบุตรหรือ
    บีบน้ำนมในที่ทำงาน (เพิ่มมาตรา 39/2)
    กำหนดให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีสิทธิลาเนื่องจากมีประจำเดือน (เพิ่มมาตรา 40/1)
    -2-ฉบับที่ 2 (ร่าง) ฉบับที่มีเลขรับ 158/2567 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 เสนอโดยนางสาววรรณวิภา ไม้สน สส. พรรคประชาชนเหตุผลที่คัดค้าน มีดังนี้การลาเนื่องจากมีประจำเดือน (3 วันต่อเดือน)สภาองค์การนายจ้างเห็นว่าเป็นการออกกฎหมายฉบับนี้เกินความจำเป็นการบัญญัติสิทธิลาพิเศษที่สำคัญสำหรับสตรีอาจจะถือเป็นการเลือกปฏิบัติภายใต้อนุสัญญาฉบับที่ 111 โดยถือเป็นเอกสิทธิ์ที่เกินกว่ามาตรการพิเศษเพื่อการคุ้มครองหรือความช่วยเหลือที่อนุสัญญา อนุญาตกำหนดไว้และยังอาจถือว่าไม่สอดคล้องกับอนุสัญญาฉบับที่ 100 เนื่องจากส่งผลให้เกิดความไม่เท่าเทียมความเสมอภาคและเป็นธรรมระหว่างลูกจ้างชายและหญิง ดังนั้นควรให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้างตามกฎหมาย ในพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ต่อไป
    2) ในส่วนการให้ลูกจ้างมีสิทธิลาไปดูแลบุคคลในครอบครัว หรือบุคคลอื่นใดที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด (ปีละไม่เกิน 15 วันทำงาน)
    สภาองค์การนายจ้างฯ เห็นว่าควรระบุให้ชัดเจนว่าเป็นใครบ้าง เพราะบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลอื่นใดที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เป็นถ้อยคำที่กว้างเกินไปทำให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติได้ ถ้อยคำที่สมควรใช้ต้องชัดเจนและแน่นอน เช่น บิดา มารดา บุตร สามี หรือภริยา เช่นเดียวกับถ้อยคำที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 193 ซึ่งกำหนดลักษณะของบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด
    3) การให้นายจ้างจัดพื้นที่ให้นมบุตรหรือบีบเก็บน้ำนม
    สภาองค์การนายจ้างเห็นว่าปัจจุบันผู้ประกอบการได้เข้าร่วมโครงการจัดตั้งมุมนมแม่ ของกระทรวงสาธารณสุขเป็นจำนวนมาก ดังนั้นควรส่งเสริมความร่วมมือมากกว่าการออกกฎหมายบังคับและการออกกฎหมายเกินความจำเป็น โดยเฉพาะผู้ประกอบการ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในกลุ่มแรงงาน ภาคเกษตร ภาคบริการ ร้านค้าปลีกและค้าส่ง ไม่สามารถปฏิบัติได้ เป็นต้น

ฉบับที่ 3 ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ …) พ.ศ.. เสนอโดย นายเซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ
เหตุผลที่คัดค้าน มีดังนี้
สาระสำคัญของร่างฯในข้อที่ 2
เกี่ยวกับการกําหนดให้ยกเลิกบทนิยามคําว่า “นายจ้าง” “วันลา” เพื่อขยายขอบเขตของบทนิยามให้มีความครอบคลุมมากขึ้น โดย “นายจ้าง” ให้หมายความครอบคลุมถึงการจ้างงานด้วยสัญญาต่างๆ
ในข้อ 2 สภาองค์การนายจ้างไม่เห็นด้วยสืบเนื่องจาก กฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มีการบังคับใช้
ซึ่งมีความเหมาะสมอยู่แล้ว

สาระสำคัญของร่างฯ ในข้อ 3 กําหนดให้เพิ่มบทนิยามคําว่า “การจ้างงานรายเดือน” เป็นการจ้างงานที่มีลักษณะ เป็นงานประจําและเต็มเวลา โดยลูกจ้างได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน
ในข้อ 3 สภาองค์การนายจ้างฯไม่เห็นด้วยเนื่องจาก การจ้างแรงงานในสภาพการทำงานที่เป็นจริง ปัจจุบันนี้
สมควรให้นายจ้างและลูกจ้างตกลงจ่ายค่าตอบแทนตามความเหมาะสมกันเองสาระสำคัญของ ร่างฯ ในข้อ 4 กําหนดให้การจ้างงานในสถานประกอบการ ให้ลูกจ้างได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือนทั้งหมดโดยไม่เลือกปฏิบัติ
ในข้อ 4 สภาองค์การนายจ้างฯไม่เห็นด้วยในกรณีที่จะมาปรับ จากการจ้างงานรายวัน มาเป็นรายเดือน
ทั้งหมดไม่เห็นด้วยเพราะสาเหตุจาก สภาพของงานแตกต่างกัน เห็นควรให้เป็นทางเลือกของนายจ้างและ
ลูกจ้างตามสภาพงานที่เหมาะสม
และเห็นว่าการกำหนดให้เพิ่ม บทนิยามคำว่า “การจ้างงานรายเดือน” เป็นการจ้างงานที่มีลักษณะเป็นงานประจำ และเต็มเวลา โดยลูกจ้างได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน เป็นการกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลในการทำสัญญาจ้าง เพียงแบบเดียว

-3-
สาระสำคัญของร่างฯ ในช้อ 5 กําหนดให้คณะกรรมการค่าจ้างต้องปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มทุกปี
ในข้อที่ 5 สภาองค์การนายจ้างฯไม่เห็นด้วย ในเรื่องการกำหนดให้คณะกรรมการค่าจ้างต้องปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มทุกปี ไม่เห็นด้วยเพราะเนื่องจากเห็นว่าการปรับอัตราจ้างขั้นต่ำย่อมขึ้นอยู่กับตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สะท้อนให้เห็นถึง ความสามารถในการจ่ายของนายจ้างและค่าครองชีพของลูกจ้างตามที่บัญญัติไว้แล้วในกฎหมายปัจจุบัน โดยให้ความสำคัญกับคณะกรรมการค่าจ้างฯ คณะกรรมการไตรภาคีจังหวัด และหลักเกณฑ์ที่บังคับในมาตรา 87 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 เหมาะสมอยู่แล้ว

สาระสำคัญของร่างในข้อ 6 กําหนดให้เพิ่มบทกําหนดโทษในกรณีที่นายจ้างทําสัญญาในลักษณะอื่นใดกับลูกจ้างโดยมีเจตนาเพื่ออําพรางสัญญาจ้างแรงงาน (ร่างมาตรา 11)
ในข้อที่ 6 สภาองค์การนายจ้างฯ ไม่เห็นด้วยที่มีการกำหนดโทษทางอาญา
ข้อเสนอแนะ
ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันนี้ ไม่เหมาะสมในหลายด้าน ซึ่งการลงทุนในประเภทกิจการค้าและอุตสาหกรรม ที่ต้องมีภาระ
เพิ่มขึ้นทำให้การค้าในประเทศเข้าสู่การแข่งขันได้ยากขึ้นในรูปแบบของกฎหมาย ทำให้การค้าในประเทศเข้าสู่การ
แข่งขันได้ยาก
สมควรให้ใช้มาตรการยืดหยุ่นในการเพิ่มคุณภาพชีวิตในการจ้างแรงงาน โดยให้นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันเอง
ตามความเหมาะสมของสภาพในการทำงานของแต่ละองค์กร จะได้มีการเสริมสร้างสันติสุขในการทำงานได้ดีกว่า
หลักการทำประชาพิจารณ์ขาดความโปร่งใสและไม่ทั่วถึง สามารถอ้างอิงได้ว่า ทางฝ่ายผู้ประกอบกิจการไม่มีส่วนร่วม
ที่เหมาะสมในการแสดงความคิดเห็นในการจัด ร่าง “แก้ไขเพิ่มเติม” พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ในครั้งนี้
โดยหลักการปกติแล้ว จะมีผู้แทนจากสภาองค์การนายจ้าง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าและคณะ
ต้องเป็นผู้รับภาระทางกฏหมายที่มีผลใช้บังคับในครั้งนี้
เหตุผลที่เป็นสาระสำคัญ ของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ฉบับที่ใช้ปัจจุบันนี้ ได้มีการปรับปรุงแก้ไข
มาแล้วหลายครั้ง จึงเป็นกฎหมายแรงงานที่ใช้บังคับได้เหมาะสมอยู่แล้ว และสอดคล้องกับบทบัญญัติขององค์
การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) อีกด้วย

ทั้งนี้ สภาองค์การนายจ้างได้ร่วมกันลงนามคัดค้านและยื่นหนังสือถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วย 

สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (สภา 1)
สภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (สภา2)
สภาองค์การนายจ้างสภาอุตสาหกรรมเอ็สเอ็มอี แห่งประเทศไทย (สภา3)
สภาองค์การนายจ้างผู้ค้าและบริการเครื่องอุปโภคบริโภค (สภา4)
สภาองค์การนายจ้างแห่งชาติ (สภา 5)
สภาองค์การนายจ้างธุรกิจไทย (สภา 6)
สภาองค์การนายจ้างไทยสากล (สภา 7)
สภาองค์การนายจ้างการเกษตร ธุรกิจ อุตสาหกรรมไทย (สภา 8)
สภาองค์การนายจ้างธุรกิจ การค้าและบริการไทย (สภา 9)
สภาองค์การนายจ้างไทย (สภา 11)
สภาองค์การนายจ้าง ธุรกิจ และอุตสาหกรรมแห่งชาติ (สภา12)
สภาองค์การนายจ้างธุรกิจอุตสาหการไทย (สภา13)
สภาองค์การนายจ้าง เอส.เอ็ม.อี แห่งประเทศไทย (สภา 14)
สภาองค์การนายจ้างบริการไทย (สภา 15)
สภาองค์การนายจ้างธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว-ภาค 8 (สภา 16)
สภาองค์การนายจ้างเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (สภา 17)
สภาองค์การนายจ้างเพื่อการลงทุนแห่งประเทศไทย (สภา 18)

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จิตอาสาบางปูรวมพลัง ร่วมทำความดีถวายพ่อหลวงรัชกาลที่ 6 ครบรอบ 100 ปี วันสวรรคต

แชร์เนื้อหานี้

เทศบาลตำบลบางปู จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ณ สวนสุขภาพเจริญสุข (วังปลา) ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น.

ที่ สวนสุขภาพเจริญสุข (วังปลา) ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรปราการเทศบาลตำบลบางปู จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) โดยมีนาย ศุภมิตร ชินศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ

ประธานในพิธีกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมด้วยนายธีรพล ชุนเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลบางปู นางสาวปารณีย์ นาคคำ ปลัดเทศบาลตำบลบางปู คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภาเทศบาล พนักงานเทศบาล ลูกจ้างประจำ พนักงานจ้าง หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอก ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่เทศบาลตำบลบางปู เข้าร่วมกิจกรรม

วันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งตรงกับวันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี หรือที่เรียกว่า “วันวชิราวุธ” และ “วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า” โดยรัฐบาล

ได้ประกาศให้วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เป็นการจัดงานเฉลิมพระเกียรติครบรอบ 100 ปี แห่งการสวรรคต ส่วนราชการจัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เพื่อถวายเป็นสาธารณกุศล แสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทั้งนี้ เทศบาลตำบลบางปู ได้สืบสานพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พร้อมปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนตระหนักและให้ความสำคัญในการเป็นจิตอาสาบำเพ็ญ

สาธารณประโยชน์เป็นพลังของชุมชน ต่อไป โดยส่งเสริมให้พนักงานเทศบาล ทุกคน และประชาชนในพื้นที่ มีส่วนร่วมในการดำเนิน กิจกรรมจิตอาสาสาพัฒนา ทำความสะอาดจัดเก็บขยะบริเวณโดยรอบสวนสุขภาพเจริญสุข การตัดแต่งต้นไม้ เก็บขยะวัชพืชทางน้ำ และเก็บขยะทางรถจักรยาน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบจ.ชุมพรเปิด “ศูนย์รวมน้ำใจช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้” ระดมสิ่งของเร่งด่วนส่งช่วยพื้นที่ประสบภัย

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร (อบจ.ชุมพร) – เทศบาลเมืองชุมพร เปิดศูนย์รับบริจาค “ศูนย์รวมน้ำใจช่วยผู้ประสบ

อุทกภัยภาคใต้” เพื่อระดมสิ่งของจำเป็นส่งต่อให้พี่น้องประชาชนในจังหวัดภาคใต้ตอนล่างที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมรุนแรง และเดือดร้อนอย่างหนักในขณะนี้

นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า อบจ.ชุมพรได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในจังหวัด เพื่อเร่งรับบริจาคสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ โดยกำหนดเปิดรับบริจาคระหว่างวันที่ 25 – 27 พฤศจิกายน 2568 ณ บริเวณสนามด้านหน้า อบจ.ชุมพร ซึ่งถือเป็นจุดรับบริจาคหลักของจังหวัด สำหรับสิ่งของที่ต้องการเป็นการเร่งด่วน ได้แก่

อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง และอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานน้ำดื่มบรรจุขวดยารักษาโรคและเวชภัณฑ์จำเป็นผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กและผู้ใหญ่เครื่องใช้จำเป็น เช่น เทียนไข ไฟฉาย แบตเตอรี่นายก อบจ.ชุมพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเชิญชวนประชาชน ผู้ประกอบการ และทุกภาคส่วนร่วมบริจาคสิ่งของตามกำลังศรัทธา

เพื่อให้สามารถรวบรวมและลำเลียงความช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วที่สุด ก่อนปิดการรับบริจาคในวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้ “ความร่วมมือของทุกคนคือพลังสำคัญที่จะช่วยให้พี่น้องในพื้นที่ภาคใต้ฝ่าวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งของที่ได้รับบริจาคจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยได้โดยเร็ว” นายนพพร กล่าวทิ้งท้าย.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ดร.เนาวรัตน์ ที่ กระทรวงแรงงานสรุปประเด็น การคัดค้าน (ร่าง)พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานจำนวน 3 ฉบับ

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย ประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและ
อุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) โดยร่วมกับสภาองค์การนายจ้างอีก 16 สภาองค์การนายจ้าง ได้ลงนามในหนังสือคัดค้าน
1. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับ..) พ.ศ…สำเนาเลขรับ 157/2567 วันที่ 18 ธันวาคม 2567 (โดย นายจรัส คุ้มไข่น้ำ)

  1. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับ..) พ.ศ…สำเนาเลขรับ 158/2567 วันที่ 18 ธันวาคม 2567 (โดยน.ส.วรรณวิภา ไม้สน)
  2. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่. ) พ.ศ.. เสนอโดย นายเซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ
  3. ข้อเสนอแนะและสรุปประเด็นปัญหาในข้อกฎหมายที่กระทบต่อสถานประกอบการ/นายจ้าง ตามที่ ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย ประธานสภาองค์การนายจ้างฯ และคณะสภาองค์การนายจ้างอีก 16 สภาร่วมลงนาม แสดงความเห็นต่อท้าย ซึ่งได้สรุปสาระฃ
  4. สำคัญที่เป็นเหตุผลการคัดค้าน ขอเสนอแนะ และสรุปประเด็นปัญหาในข้อกฎหมายที่กระทบ ต่อสถานประกอบกิจการเพื่อให้ท่านได้ทราบถึงข้อเท็จจริงที่ข้าพเจ้าและคณะสภาองค์การนายจ้าง ได้นำเสนอมานี้

ฉบับที่ 1 (ร่าง) ฉบับที่มีเลขรับ 157/2567 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 เสนอโดย นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สส.พรรคประชาชนและคณะ
หลักการที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ดังต่อไปนี้

แก้ไขเพิ่มเติมระยะเวลาทำงานของลูกจ้าง (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 23) จากเดิมทำงาน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
ลดลงเป็น 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แก้ไขเพิ่มเติมวันหยุดประจำสัปดาห์ของลูกจ้าง (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 28) เพิ่มวันหยุดประจำสัปดาห์ 1 วันเป็น 2 วัน
แก้ไขเพิ่มเติมสิทธิการลาพักผ่อนประจำปีของลูกจ้าง (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 30)

ฉบับที่ 1 ร่าง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ.…. ของ นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สส.พรรคประชาชน และคณะ
เหตุผลที่คัดค้าน ดังนี้สืบเนื่องจากการแก้ไขเพิ่มในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งมีสาระสำคัญในภาคบังคับใช้ ปัจจุบันนั้นเหมาะสมแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไข หากผลของการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับใช้ เป็นเหตุให้เกิดภาระและปัญหาการจ้างงานในหลายประการดังต่อไป

  1. ส่งผลกระทบต่อธุรกิจทำให้ต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้น กระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงาน
  2. มีผลกระทบโดยตรงกับผู้ประกอบกิจการ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมประเภท วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
    ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมเป็นส่วนมากของประเทศ อาจต้องปิดตัวลง
  1. ก่อให้เกิดการขาดสภาพคล่องในการลงทุนภายในประเทศ และจากการลงทุนของผู้ประกอบการต่างประเทศด้วย
  2. อาจเป็นปัญหาให้เกิดผลกระทบย้อนกลับไปถึงการจ้างงานของลูกจ้างในอนาคต ซึ่งผู้ประกอบกิจการจะต้องแสวงหา
    รูปแบบการจ้างงานรูปแบบใหม่ที่เหมาะสมกว่าต่อไป เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดได้ เช่นการนำ AI หรือนำหุ่นยนต์
    มาใช้แทนการจ้างงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 11/2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.30 น. สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน จัดประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 11/2568

โดยมีนายบุญยงค์ สดสอาด เป็นประธาน และนางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน

ทำหน้าที่อนุกรรมการและเลขานุการ ณ ห้องประชุมเจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ (ชั้น 2) ศาลากลางจังหวัด อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

โดยมีวาระพิจารณาในที่ประชุม ดังนี้
1.พิจารณาเห็นชอบการขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร (จัดตั้งองค์กรใหม่) ประจำปี 2568 จำนวน 1 องค์กร สมาชิก 51 ราย

2.พิจารณาเห็นชอบการขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกร ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม 2568 – 23 พฤศจิกายน 2568 จำนวน

43 ราย จำนวน 115 บัญชี มูลหนี้ 19,779,440.80 บาท (สิบเก้าล้านเจ็ดแสนเจ็ดหมื่นเก้าพันสี่ร้อยสี่สิบบาทแปดสิบสตางค์)

3.พิจารณาเห็นชอบแผนการจัดการหนี้เกษตรกร กรณีสถาบันเกษตรกร (สหกรณ์) ประจำปีงบประมาณ 2569 จำนวน 5

สหกรณ์ จำนวน 19 ราย 25 สัญญา จำนวนเงิน 9,000,000 บาท/บุญยงค์ สดสอาด น่ยกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศรีสะเกษ เตรียมเปิดศึกแข่งขันกีฬานักเรียน อปท. รอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ ครั้งที่ 40

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 68 ที่ห้องประชุมศรีพฤทเธศวร ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย รอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ ครั้งที่ 40 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 “ศรีเกษเกมส์” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-29 มกราคม 2569

โดยมี ดร.ฉัฐมงตล อังคสกุลเกียรติ นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ ,ประธานหอการค้าจังหวัด ,ผอ.กกท.จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ารวมประชุม

***เบื้องต้น การแข่งขันดังกล่าว เทศบาลเมืองศรีสะเกษ ได้รับเกียรติจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนในครั้งนี้ขึ้น โดยกำหนดจัดการแข่งขัน จำนวน 14 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา เทเบิลเทนนิสวอลเลย์บอลในร่ม วอลเลย์บอลชายหาด ฟุตบอล เซปักตะกร้อ

ฟุตซอล เปตอง แบดมินตัน หมากรุกไทย หมากฮอสไทย จักรยานขาไถ อีสปอร์ต เทคบอลและ 2 ชนิดกีฬาสาธิต ได้แก่ ว่ายน้ำ หมากล้อม มีการชิงชนะเลิศทั้งสิ้น จำนวน 276 เหรียญทอง มีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันฯ กว่า 20,000 คน

***ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย พัฒนาทักษะด้านกีฬา สร้างเสริมความสามัคคี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดศรีสะเกษ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ส่องเลขหลวงพ่อโต พระคู่บ้านคู่เมืองศรีสะเกษ ปางมารวิชัย อายุกว่า 240 ปี ในงานปิดทองคำแท้ และบรรจุพลอยมงคลพระนาภีหลวงพ่อโต

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 พ.ย. 68 ที่วิหารหลวงพ่อโต วัดมหาพุธาราม พระอารามหลวง ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานฝ่ายฆารวาส นำหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ เอกชน พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ

ร่วมประกอบพิธีปิดทองคำแท้ และบรรจุพลอยมงคลพระนาภีหลวงพ่อโต และทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อบูรณะปรับปรุง ปิดทอง หลวงพ่อโต ในรอบ 10 ปี ซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมสำคัญ ที่สะท้อนถึงความศรัทธา และความเคารพ ต่อพระพุทธศาสนา และเพื่อฟื้นฟูความงดงาม ช่วยอนุรักษ์วัตถุโบราณที่มีค่าให้คงอยู่สืบต่อไป

โดยมี พระธรรมวัชรวิสุทธิ์ (พรหมา สปฺปญฺโญ ป.ธ.๙) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 เจ้าอาวาสวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำ พระวชิรสิทธิธาดา (สิทธานต์ สิทฺธิวโร ป.ธ.๖) เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ และคณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมประกอบพิธี

***หลวงพ่อโต หรือ พระพุทธมหามุนี เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดศรีสะเกษ ปางมารวิชัย (ปางสะดุ้งมาร) ซึ่งมีการค้นพบหลวงพ่อโต

ในสมัย พระพิเศษภักดี (หรือ ท้าวชม พ.ศ. 2328 – 2368) เจ้าเมืองศรีสะเกษ ท่านที่ 2 ย้ายเมืองมาตั้งใหม่ในสถานที่ที่เป็นจังหวัดศรีสะเกษปัจจุบัน โดยหลวงพ่อโต มีอายุกว่า 240 ปี

ทั้งนี้เดิม หลวงพ่อโต มีหน้าตักกว้างยาว 2.50 เมตร ต่อมากลัวว่าพวกมิจฉาชีพจะมาขโมย และทำให้เสียหาย จึงมีผู้ศรัทธาหุ้มเสริมองค์จริงเข้าไปหลายครั้ง

จนถึงปัจจุบันนี้ มีขนาดหน้าตัก 3.50 เมตร ความสูงตั้งแต่พระเกศาลงมา 6.85 เมตร เมื่อพุทธศักราช 2506 ได้มีการสร้างวิหารใหญ่ครอบซึ่งมีความกว้าง 14.00 เมตร ยาว 40 เมตร ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน

***ทั้งนี้ก่อนพิธีปิดทององค์หลวงพ่อโต ได้มีการทำพิธีพราหมณ์ บวงสรวงสิ่งศักดิ์ บริเวณหลวงวิหารหลวงพ่อโต พร้อมทั้งมีการรำบวงสรวง และที่ขาดไม่ได้คือ ได้มีการจุดธูปเลข เพื่อขอโชค

ลาบเลขเด็ด ให้พุทธศาสนิกชน และคอหวย ได้นำไปเสี่ยงโชคในงวดที่จะถึงนี้ โดยตัวเลขที่ได้คือ 886 สร้างความฮือฮาให้กับประชาชนที่มาร่วมงานในครั้งนี้
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รมว.เกษตรฯ รอ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ลงพื้นที่ติดตาม โครงการก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำเขื่อนแม่กวง อุดมธารา ณ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล

แชร์เนื้อหานี้

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แฝก-แม่งัดสมบูรณ์ชล ต้อนรับรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรฯ (ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า) ลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามโครงการก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ณ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 นายอัธยา อรรณพเพ็ชร ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แฝก-แม่งัดสมบูรณ์ชล พร้อมด้วยข้าราชการ และเจ้าหน้าที่โครงการฯ ร่วมให้การต้อนรับ ร้อย

เอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการและ ติดตามผลการดำเนินงานก่อสร้างโครงการเพิ่มปริมาณน้ำ

ในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารารา จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี หน่วยงานราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และกลุ่มเกษตรกร ประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่แตงให้การต้อนรับโดยมีนายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีกรมชลประทาน

นายเศกสิทธิ์ โพธิ์ชัย ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ นายอัฏฐวิชย์ นาควัชระ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 นายอภิวัฒน์ ภูมิไธสง รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทาน

ที่ 1 และนายปกครอง สุดใจนาค ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 1 ณ อาคารพลับพลาเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

ซึ่งการดำเนินโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารารา จังหวัดเชียงใหม่ กรมชลประทานได้ศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาการชาดแคลนน้ำต้นทุนของอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงฯ เพื่อรองรับการใช้น้ำในภาคการเกษตร การท่องเที่ยว รวมทั้งการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม และชุมชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่-จังหวัดลำพูน..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สลด! ออกหาปลาเช้า กลับไม่ถึงบ้าน…ชายสูงวัยมุกดาหารจมน้ำดับคาหนองน้ำบ้านดานคำ / ทพ. – ปค.สิงห์เมืองมุก สนธิกำลังยึดยาบ้าเกือบ 2 แสนเม็ด ริมโขงมุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมใจมุกดาหาร รับแจ้งเหตุมีผู้จมน้ำเสียชีวิตที่บ้านดานคำ ซอย 6 อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร จึงรุดตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ

พบผู้เสียชีวิตชื่อนายประสิทธิ์ ทองน้อย อายุ 61 ปี นอนคว่ำหน้าอยู่ในหนองน้ำ ห่างจากฝั่งประมาณ 2 เมตร จากการสอบถามผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทราบว่า

ผู้เสียชีวิตออกไปหาปลาโดยใส่ “มอง” หรือ ตาข่ายดักปลาในหนองน้ำตั้งแต่เช้า แต่เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. ญาติสังเกตว่าไม่เห็นกลับบ้านตามปกติ เนื่องจากผู้เสียชีวิตต้องไปส่งหลานที่โรงเรียน จึงออกตามหาและพบว่าเสียชีวิตแล้ว

เบื้องต้นคาดว่าผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวหลายโรค อาจเกิดอาการวูบขณะหาปลา ส่งผลให้จมน้ำหน้าคว่ำ โดยน้ำในหนองน้ำไม่ลึก ทางกู้ภัยได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งกลับบ้านเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ข่าวจังหวัดมุกดาหาร #จมน้ำเสียชีวิต #อุบัติเหตุ #ข่าวรายวัน #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้_//เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ทพ. – ปค.สิงห์เมืองมุก สนธิกำลังยึดยาบ้าเกือบ 2 แสนเม็ด ริมโขงมุกดาหาร หลังคนขับเรือส่งยาหลบหนีกลับฝั่งลาวอบบรอดหวุดหวิด

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 24 พฤศจิกายน ที่จังหวัดมุกดาหาร ภายใต้การอำนวยการของนายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร มว.อ.ดนุภพ รองไชย ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง ได้สั่งการให้ มว.ท.ธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง

นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง (สิงห์เมืองมุก) และสมาชิก อส.ร้อย อส.อ.เมืองมุกดาหาร 2 บูรณาการร่วมกับ ร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 และร้อย ตชด.234 ออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจเพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสิ่งผิดกฎหมายตามแนวชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง

จากการสืบทราบข้อมูลว่าอาจมีการลักลอบขนสิ่งผิดกฎหมายจาก สปป.ลาว เจ้าหน้าที่จึงเพิ่มความเข้มงวดจนกระทั่งพบเรือหาปลาต้องสงสัย 1 ลำ แล่นมาจากฝั่งลาว ก่อนวนเลียบตลิ่งและมีถุงกระสอบปริศนาอยู่บนเรือ

กระทั่งเรือลำดังกล่าวเข้าจอดบริเวณบ้านนาเวียงแก ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร และมีบุคคลบนเรือยกสิ่งของขึ้นฝั่ง ก่อนเร่งขับเรือหลบหนีกลับไปยังฝั่งลาวอย่างรวดเร็ว ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถติดตามจับกุมได้

เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบพื้นที่ พบกระสอบต้องสงสัยจำนวน 2 กระสอบ ภายในบรรจุยาบ้า 95 มัด รวมประมาณ 190,000 เม็ด จึงทำการขนย้ายของกลางไปยังร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 เพื่อดำเนินการตรวจสอบและตรวจนับอย่างละเอียด พร้อมเร่งขยายผลหาผู้เกี่ยวข้อง และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ยาบ้า #มุกดาหาร #ชายแดนโขง #ทหารพราน #ฝ่ายปกครอง #ปราบปรามยาเสพติด #ลักลอบขนยาเสพติด #ข่าวภูมิภาค #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “นนทภูมิ” ลุยดอนตาล! พร้อมเป็นปากเสียงพี่น้องมุกดาหาร ผลักดันแก้ปัญหาปากท้อง–ถนน–ไฟส่องสว่าง เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ ผู้เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร เขต 1 พรรคเพื่อไทย พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนตำบลโพธิ์ไทร อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เพื่อรับฟังปัญหาและความเดือดร้อนของชาวบ้าน โดยเฉพาะเรื่องปากท้อง ถนนที่ชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ รวมถึงไฟฟ้าส่องสว่างที่ไม่เพียงพอ ส่งผลต่อการใช้ชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน

ระหว่างการปราศรัยแนะนำตัว นายนนทภูมิประกาศความตั้งใจว่า “พร้อมแล้ว” ที่จะอาสาเข้ามารับใช้ประชาชน พร้อมย้ำว่าต้องการเป็นตัวแทนของพี่น้องชาวมุกดาหารอย่างแท้จริง โดยมีความมั่นใจในประสบการณ์ทำงานทั้งด้านการเมือง การบริหาร และด้านธุรกิจ

สำหรับประวัติการทำงานด้านการเมือง นายนนทภูมิ เคยเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นางมนพร เจริญศรี , เคยทำงานหน้าห้องนายกรัฐมนตรี, เป็นผู้ช่วย ส.ส. มาแล้วหลายสมัย รวมถึงเคยดำรงตำแหน่งเลขานุการนายกเทศมนตรี นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์ทำธุรกิจส่วนตัว ทำให้เข้าใจทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างลึกซึ้ง

ด้านการศึกษา สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี 2 ใบ ได้แก่ ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขานโยบายสังคมและการพัฒนา จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนิติศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม โดยเจ้าตัวย้ำว่ามีแรงบันดาลใจจากครอบครัวที่ส่งเสริมให้เรียนรู้เพื่อกลับมาพัฒนาบ้านเกิดมุกดาหาร

ที่ผ่านมาชาวบ้านในพื้นที่สะท้อนปัญหาถนนชำรุดและไฟฟ้าส่องสว่างไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นปัญหาที่กระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างยาวนาน โดยนายนนทภูมิระบุว่า ในฐานะประชาชนทั่วไปอาจไม่มีอำนาจแก้ไขได้ทันที แต่หากได้รับเลือกเป็น ส.ส. จะนำปัญหาเหล่านี้เข้าสู่สภาและผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยยังคงย้ำจุดยืนแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน พร้อมสานต่อและพัฒนานโยบายที่ประชาชนได้ประโยชน์อย่างมหาศาล เช่น นโยบาย “30 บาทรักษาทุกโรค” ซึ่งเป็นหลักประกันสุขภาพที่คนไทยเชื่อมั่นมายาวนาน

การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานเชิงรุกของนายนนทภูมิ ที่มุ่งสร้างความใกล้ชิดกับชุมชน รับฟังทุกปัญหาอย่างจริงใจ พร้อมประกาศจุดยืนว่าหากได้รับความไว้วางใจ จะเป็นปากเสียงและผลักดันให้มุกดาหารพัฒนาไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

มุกดาหาร #ดอนตาล #โพธิ์ไทร #เพื่อไทย #นนทภูมิ #เลือกตั้ง2568 #พัฒนามุกดาหาร #ปัญหาปากท้อง #30บาทรักษาทุกโรค #ข่าววันนี้ _////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง เรือนจำกลางนครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

นายจักร ลิ่มบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม เป็นประธานการประชุมข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง เรือนจำกลางนครปฐม ประจำเดือนตุลาคม พ.ศ. 2568 เพื่อแจ้งนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและนโยบายกรมราชทัณฑ์ในด้านต่างๆ รายงานผลการดำเนินงานตามภารกิจของแต่ละส่วนฝ่าย มอบนโยบาย ให้ความรู้ คำแนะนำ และกำชับการปฏิบัติหน้าที่กับเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางนครปฐม พร้อมทั้งได้แนะนำข้าราชการที่ย้ายเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในสังกัดเรือนจำกลางนครปฐม และมอบสวัสดิการให้กับเจ้าหน้าที่ ณ อาคารเยี่ยมญาติเรือนจำกลางนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สืีอข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทหารพราน ปลัดหญิงเก่งปกครองสิงห์เมืองมุกฯ จู่โจมจับ หนุ่มคำภู เงินซุกยาบ้า 139 เม็ด/จับ 2 สาวแก๊งยาบ้าศรีบุญเรือง! บุกปิดล้อมบ้านยึดยาบ้า 213 เม็ด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ร้อยโทวันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับรายงานความเคลื่อนไหวของแก๊งค้ายาบ้าในพื้นที่เมืองมุกดาหาร ซึ่งลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงานในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย สร้างความกังวลแก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ทหารพรานจึงบูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง ภายใต้การอำนวยการของนายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร และ มว.อ.ดนุภพ รองไชย ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง สั่งการให้ มว.ท.ธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง (สิงห์เมืองมุก) และสมาชิก อส.ร้อย อส.อ.เมืองมุกดาหาร 2 เข้าดำเนินการตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแบบบูรณาการ

เจ้าหน้าที่ได้บุกปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 35 ซอยคำภูเงิน ถนนมุกดาหาร–ดอนตาล ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร พบ นายวรวิทย์ จันทิมพ์ อายุ 38 ปี อยู่ภายในบ้าน จึงได้แสดงความบริสุทธิ์ใจก่อนทำการตรวจค้น

ผลการตรวจค้นพบยาบ้าบรรจุในถุงพลาสติกใสจำนวน 3 ถุง รวม 139 เม็ด วางอยู่บนแท่นพระบริเวณประตูทางเข้าภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายวรวิทย์พร้อมของกลางนำส่งบก.ร้อย.ฉก.ทพ.2105 เพื่อสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมาย

มุกดาหาร #ทหารพราน2105 #ปิดล้อมตรวจค้น #ยาเสพติด #ยาบ้า #ปราบปรามยาเสพติด #QuickBigWin #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้_////ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

จับ 2 สาวแก๊งยาบ้าศรีบุญเรือง! ทหารพราน– ปลัดหญิงเก่งสิงห์เมืองมุก บุกปิดล้อมบ้านกลางเมืองยึดยาบ้า 213 เม็ด

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ร้อยโทวันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 นำกำลังลงพื้นที่หลังรับรายงานว่ามีกลุ่มค้ายาเสพติดลักลอบจำหน่ายยาบ้าให้กลุ่มวัยรุ่นและแรงงานในเขตเมืองมุกดาหาร ในราคาที่เข้าถึงง่าย ส่งผลให้ชาวบ้านหวาดวิตกต่อสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

การปฏิบัติครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง ภายใต้การอำนวยการของนายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร และ มว.อ.ดนุภพ รองไชย ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง โดยสั่งการให้ มว.ท.ธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง “สิงห์เมืองมุก” และสมาชิก อส.ร้อย อส.อ.เมืองมุกดาหาร 2 ดำเนินการตามนโยบายปราบปรามยาเสพติด Quick Big Win “รวมพลัง รักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ”

เจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดล้อมตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 371 ซอย 7 ต.ศรีบุญเรือง อ.เมืองมุกดาหาร ภายในบ้านพบ น.ส.นพมาศ สุวรรณศรี และ น.ส.สมนึก พาลึก อาศัยอยู่ เจ้าหน้าที่ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ ก่อนเข้าตรวจค้นอย่างละเอียด

ผลการตรวจค้นพบวัตถุต้องสงสัยพันด้วยกระดาษไข หุ้มด้วยซองบุหรี่ ภายในเป็นยาบ้าบรรจุในถุงพลาสติกใส จำนวน 213 เม็ด แบ่งเป็นเม็ดสีแดง 211 เม็ด สีเขียว 2 เม็ด พร้อมยึดโทรศัพท์มือถืออีก 1 เครื่องเป็นของกลาง

ชุดปฏิบัติการจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสอง พร้อมของกลางส่งยังบก.ร้อย.ฉก.ทพ.2105 เพื่อสอบสวนขยายผลเครือข่าย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมาย

มุกดาหาร #ทหารพราน #ปราบปรามยาเสพติด #ปิดล้อมตรวจค้น #ยาบ้า #ข่าวภูมิภาค #สิงห์เมืองมุก #QuickBigWin #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้///ภาพ/ข่าว เดวิท -ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บรรยากาศเลือกตั้งประธานสภาทนายความพัทยาคึกคัก! “สุขสันต์ มิสสาจันทร์” คะแนนล้น 251 เสียง นั่ง ปธ.สภาทนายความพัทยาคนใหม่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 พ.ย.68 มีรายงานบรรยากาศเปิดหีบลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งประธานสภาทนายความประจำพัทยาคนใหม่ ที่บริเวณศาลจังหวัดพัทยา โดยพบว่ามีสมาชิกพี่น้องทนายความเดินทางมาใช้สิทธิ์กันอย่างคึกคักรวม 453 คน จากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด 1,019 คน

ทั้งนี้ การเลือกตั้งประธานสภาทนายความพัทยาในครั้งนี้มีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งรวม 3 คน ได้แก่ หมายเลข 1 นางสาวสุภาพรณ์ (ซาร่า) แพรซัน หมายเลข 2 นายสรีน หมานหยะ
และหมายเลข 4 นายสุขสันต์ มิสสาจันทร์ โดยการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และโปร่งใส มีสีสันความคึกคักจากกลุ่มเชียร์ผู้สมัครอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง

หลังปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 15.00 น.ก่อนทำการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ผลการเลือกตั้งปรากกฏว่า หมายเลข 1
นางสาวสุภาพรณ์ (ซาร่า) แพรซัน ได้ 34 คะแนนเสียง, หมายเลข 2 นายสรีน หมานหยะ ได้ 168 คะแนนเสียง และหมายเลข 4 นายสุขสันต์ มิสสาจันทร์ ได้ 251 คะแนนเสียง ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานสภาทนายความพัทยาคนล่าสุด

นายสุขสันต์ มิสสาจันทร์ ประธานสภาทนายความพัทยาคนล่าสุด เผยว่า ขอขอบคุณพี่น้องสมาชิกสภาทนายความทุกที่ได้ไว้วางใจมอบคะแนนเสียงและให้โอกาสทำหน้าที่ประธานสภาทนายความในครั้งนี้ คะแนนทุกคะแนนมีคุณค่าและมีความหมายมาก เพราะสะท้อนถึงความ

เชื่อมั่นและภารกิจสำคัญที่จะต้องทำ และขอยืนยันว่าจะทำงานด้วยความเป็นกลางที่สุด ไม่เข้าข้างฝ่ายใด ไม่เลือกปฏิบัติ และจะยึดมั่นในความถูกต้อง โปร่งใส และคำนึงถึงประโยชน์ของสมาชิกทุกคนเป็นหลักสำคัญ จะทำให้สภาทนายความเป็นพื้นที่ที่ทนายความทุกคนได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม พร้อมผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สยองกลางชุมชน! หนุ่มวัย 41 ถูกแทงดับคาบ้านพัก คาดตายมานานกว่า 1-2 วัน ตำรวจเร่งไล่ล่าฆาตกรโหด

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 18.31 น. วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุ 1669 ได้รับแจ้งพบผู้เสียชีวิตภายในบ้านพักเลขที่ 152/1 หมู่ที่ 4 ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร บริเวณตรงข้ามศาลพ่อตาเขาม่วง จึงประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสายชลเขตหลังสวน และชุดกู้ชีพเทศบาลตำบลวังตะกอ รีบรุดไปตรวจสอบทันทีเมื่อถึงจุดเกิดเหตุ ภายในบ้านหลังดังกล่าวพบศพชาย 1 ราย ทราบชื่อภายหลังว่า นายโกวิทย์ ฆารวิพัฒน์ อายุ 41 ปี สภาพศพนอนหงาย ไม่สวมเสื้อ สวมเพียงกางเกงยีนส์ขายาว โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบ บาดแผลถูกทำร้ายด้วยของมีคมบริเวณหน้าท้องและลำคอหลายแผล คาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว ไม่ต่ำกว่า 1-2 วัน จนเริ่มส่งกลิ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

ต่อมา ร้อยเวร สภ.หลังสวน, เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดชุมพร และ แพทย์เวรโรงพยาบาลหลังสวน ได้ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อเก็บพยานหลักฐานทั้งหมด ทั้งรอยนิ้วมือ ร่องรอยการต่อสู้ ตลอดจนวัตถุพยานอื่น ๆ ที่อาจเชื่อมโยงไปถึงผู้ก่อเหตุเบื้องต้นตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ไม่ว่าจะเป็น ปมส่วนตัว ความขัดแย้ง หรือการถูกทำร้ายเพื่อล้างแค้น พร้อมเร่งสืบสวนหาตัวคนร้าย ซึ่งคาดว่าน่าจะรู้จักกับผู้ตาย เนื่องจากไม่มีร่องรอยงัดแงะภายในบ้านขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุอย่างเร่งด่วน เชื่อว่ายังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ เพื่อคลี่คลายคดีและคืนความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่วังตะกอและอำเภอหลังสวน พร้อมประสานญาติของผู้เสียชีวิตให้มารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อิ่มบุญ อิ่มใจ! คุณ แนนซี่ นำทีมชมรมโฮปฯ มอบของจำเป็นสร้างรอยยิ้มให้เด็กพิการบ้านคามิลเลียน

แชร์เนื้อหานี้

อิ่มบุญ อิ่มใจ! คุณ แนนซี่ นำทีมชมรมโฮปฯ มอบของจำเป็นสร้างรอยยิ้มให้เด็กพิการบ้านคามิลเลียน ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา พร้อมทีมงานลงพื้นที่บ้านคามิลเลียน ลาดกระบัง มอบของอุปโภค–บริโภค เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ และขนม ให้แก่เด็กพิการ และ เด็กยากไร้

ในความดูแลของมูลนิธิคามิลเลียน ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ดูแลเด็กพิการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เมื่อช่วงสายวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา พร้อมทีมงาน ได้เดินทางไปยัง บ้านคามิลเลียน ลาดกระบัง เขตขุมทอง กรุงเทพฯ

ซึ่งเป็นสถานสงเคราะห์เด็กพิการภายใต้การดูแลของ มูลนิธิคณะนักบุญคามิลโลแห่งประเทศไทย (หรือเรียกสั้น ๆ ว่า มูลนิธิคามิลเลียน) เพื่อมอบสิ่งของอุปโภค–บริโภค ข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า น้ำดื่ม และขนมให้แก่เด็กพิการและเด็กยากไร้ที่พักอาศัยอยู่ภายในศูนย์

บ้านคามิลเลียน ลาดกระบัง เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ที่ดูแลเด็กพิการหลากหลายประเภทโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย มุ่งเน้นการฟื้นฟูร่างกายและพัฒนาศักยภาพเด็กให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจมาร่วมกิจกรรมเลี้ยงอาหารเด็ก บริจาคสิ่งของ หรือร่วมสนับสนุนโครงการต่าง ๆ เช่น

โครงการ “เหลือ หนูขอ” และกิจกรรมพัฒนาอาชีพเพื่อเด็กพิการ
ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่) กล่าวถึงความตั้งใจของชมรมว่า “ชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา พร้อมทีมงาน เราได้มามอบของอุปโภคบริโภค ข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า และสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ เช่น น้ำดื่มและขนมให้เด็ก ๆ ที่มูลนิธิคามิลเลียน วันนี้ทุกคนอิ่มบุญ อิ่มใจกันมากค่ะ”

ด้านเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิคามิลเลียนได้ขอบคุณต่อความเมตตาของชมรมโฮปฯ พร้อมระบุว่าสิ่งของที่ได้รับจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการดูแลและฟื้นฟูเด็กพิการในศูนย์ พร้อมย้ำว่าการ

สนับสนุนจากภาคสังคมเป็นแรงผลักดันสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กกลุ่มเปราะบาง บรรยากาศภายในกิจกรรมเต็มไปด้วยความอบอุ่นและรอยยิ้ม สะท้อนพลังของการแบ่งปันและความหวังที่ส่งต่อจากผู้ให้สู่เด็ก ๆ บ้านคามิลเลียน ลาดกระบัง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกาะช้างเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ตราด ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และกิจกรรมวิ่ง Koh Chang Bikini Run เพื่อแผ่นดินของแม่

แชร์เนื้อหานี้

เกาะช้างเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดตราด ภายใต้ใครงการส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและการลงทุน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และกิจกรรมวิ่ง Koh Chang Bikini Run ก้าวนี้เพื่อแม่ของแผ่นดิน วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ณ ไชยเชษฐ์รีสอร์ท เกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด เวลา 17.00 น.
นายพีระ เอี่ยมสุนทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานแถลงข่าวการเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดตราดภายใต้ใครงการส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว

และการลงทุน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569และกิจกรรมวิ่ง Koh Chang Bikini Run ก้าวนี้เพื่อแม่ของแผ่นดิน โดยมี นายดำรงค์ศักดิ์ ยอดทองดรองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด นายวิเชียร ทรัพย์เจริญ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด กล่าวถึงโครงการ และนโยบายด้านการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว
จากนั้นนายบุญเชิด สรแสง นายอำเภอเกาะช้าง ได้กล่าวต้อนรับคณะสื่อมวลขนและผู้เข้ามาร่วมงาน

นายวิชิต สุกระสุยานนท์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด กล่าวถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดตราด Koh Chang Bikini Run 2 ก้าวนี้เพื่อแม่ของแผ่นดิน และความร่วมมือของภาคเอกชนนางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนายการภูมิภาค ภาคละวันออก ททท. กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานของ ททท. ตราด ในปี 2569 – นางสาวจุฑามาศ กุลรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด กล่าวถึงแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ

ทกจ. ตราด ประจำปี 2569 – นางมุกดา เจริญประสิทธิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดตราด กล่าวถึงแนวทางการผลักดันเพื่อขับคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวของจังหวัดตราด – นายสารพล ประศาสน์ศิลป์ นายกสมาคมโรงแรมและรีสอร์ท จังหวัดตราด กล่าวถึงความพร้อมของผู้ประกอบการโรงแรมที่พัก ในการองรับนักท่องเที่ยว – นพ.วรา เศลวัตนะกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตราด กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดตราด –

พ.ต.อ.วัลลพ กังธาราทิพย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเกาะช้างกล่าวถึงความพร้อม ในการดูแลความปลอดภัย และการจราจร ของนักท่องเที่ยว – นายเนรมิต สงแสง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะข้าง กล่าวถึงแหล่งท่องเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง และและแผนการในอนาคต – นายพิสูจน์ รัตนวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา กล่าวถึงการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆให้กับนักท่องเที่ยว
โดยก่อนเริ่มกิจกรรม ได้ทำพิธีถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อม ยืนสงบนิ่ง 1 นาที และรับชมการฉายวีดีทัศน์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นได้มีการแถลงข่าวการเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดตราด
ภายใต้ใครงการส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและการลงทุน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

และกิจกรรมวิ่ง Koh Chang Bikini Run ก้าวนี้เพื่อแม่ของแผ่นดิน พร้อมปล่อยตัวนักวิ่ง โดย รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราดและผู้มีเกียรติ เยี่ยมชมชมการโชว์อาหารพื้นเมือง / ขนมพื้นเมืองของจังหวัดตราด เวลา 18.30 น. รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราดและผู้มีเกียรติ มอบรางวัลแก่ผู้ชนะการแข่งขัน วิ่ง Koh Chang Bikini Run ก้าวนี้เพื่อแม่ของแผ่นดิน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สส.ส.อนุชา สะสมทรัพย์ อดีต รมต.ช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ดูการติดตั้งไฟส่องสว่างโซล่าเซลล์ พื้นที่ อ.นครชัยศรี

แชร์เนื้อหานี้

ตามที่ ฝ่ายปกครองและฝ่ายบริหารตำบลศรีมหาโพธิ์ได้ทำเรื่องขอไฟส่องสว่างโซล่าเซลล์ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม โดยการประสานงานของ ส.ส. อนุชา สะสมทรัพย์ เร่งจัดติดตั้งเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมา 4 ตำบล มีตำบลศรีมหาโพธิ์

ตำบลแหลมบัวตำบลบางละมุดตำบลสัมมทวนเพื่อเป็นการลดการก่ออาชญากรรมและอุบัติเหตุในท้องถนนวันนี้ สส.อนุชา สะสมทรัพย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขพร้อมด้วย สจ.บรรทูล สนน้อย สจ.เขตนครชัยศรี

ได้ลงพื้นที่ในเขตตำบลศรีมหาโพธิ์ เพื่อดูการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างโซล่าเซลล์ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นโครงการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม โดยการประสานงานจากท่าน สส.อนุชาสะสมทรัพย์
เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาและ ลดอาชญากรรม และอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้

      ทั้งนี้  ทางด้านฝ่ายบริหารและฝ่ายปกครองต้องขอกราบขอบคุณท่านนายกจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม ที่ได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้งไฟฟ้าส่งสว่างโซล่าเซลล์ในครั้งนี้ไว้เป็นอย่างสูง

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /สุชาติ ชมกลิ่น รองนายก รมว.กระทรวงทรัพยาฯ เร่งจัดหาแหล่งน้ำสะอาดช่วยประชาชน รอบ “แม่น้ำรวก” เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีคำสั่งด่วนให้กรมทรัพยากรน้ำเร่งจัดหาแหล่งน้ำสะอาดช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหามลพิษ

ข้ามแดน ซึ่งส่งผลให้คุณภาพน้ำในแม่น้ำสาละวินและแม่น้ำกก,แม่น้ำรวก ปนเปื้อนสารหนูในระดับที่เกินมาตรฐาน สร้างความกังวลต่อการใช้น้ำของประชาชนจำนวนมากในพื้นที่ภาคเหนือ

ในการนี้ #นายธีระชุณ #บุญสิทธิ์ #อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ #มีข้อสั่งการให้สำนักทรัพยากรน้ำที่ 1 ลงพื้นที่สำรวจและจัดหาแหล่งน้ำต้นทุนใหม่ เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำของประชาชน เยาวชน และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

โดยประสานงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้นำชุมชนอย่างใกล้ชิด #โดยมีนางสาวสุพัดสอน #สีมืด #ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 #พร้อมด้วยนายศุภักษร #ผลเจริญ ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งน้ำ ลงพื้นที่สำรวจแหล่งน้ำสนับสนุนน้ำเพื่อการเกษตร

เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านและเกษตรกรในพื้นที่บ้านวังลาวหมู่ที่ 4 ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีนายไสว หินแรง รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเวียง นายเอนก ขจร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ผู้นำชุมชน และประชาชนกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่ ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ หากโครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์หนองหญ้าไซ ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถช่วยเหลือประชาชน ซึ่งประกอบอาชีพปลูกพืชไร่ ถั่วฝักยาว ข้าว ข้าวโพด ฟักทอง และสวนผลไม้ มากกว่า 450 ไร่ 320 ครัวเรือน ให้มีน้ำใช้ในการทำการเกษตรอย่างปลอดภัยพอเพียง

นอกจากนี้ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำได้เน้นย้ำว่า การจัดการแหล่งน้ำครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความมั่นคงด้านน้ำของพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมรองรับสถานการณ์ปนเปื้อนที่อาจยืดเยื้อ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ปลอดภัยจากสารพิษในระยะยาว

โดยกระทรวงทรัพยากรฯ จะเดินหน้าตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างเข้มงวด และพร้อมสนับสนุนทุกมาตรการเพิ่มเติมตามข้อสั่งการของท่านนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) และรองนายกฯ และ รมว.ทส. (นายสุชาติ ชมกลิ่น) ต่อไป..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คณะทำงานจิตอาสาจัดกิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าว สืบสานประเพณีท้องถิ่น และขยายแหล่งเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ณ แปลงนาสาธิต 15 ไร่ แบบผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่ บ้านโพธิ์น้อย ตำบลท่ากกแดง อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ คณะทำงานจิตอาสาจังหวัดบึงกาฬ

จัดกิจกรรม “ลงแขกเกี่ยวข้าว” เพื่อสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมความสามัคคีในชุมชน และอนุรักษ์วิถีเกษตรดั้งเดิมให้คงอยู่สืบไป โดยมี นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดงาน

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคีเครือข่าย และคณะทำงานจิตอาสาจากทุกอำเภอ โดยมี นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ ร่วมลงพื้นที่เกี่ยวข้าวเคียงข้างพี่น้องประชาชน สะท้อนภาพความสมัครสมานและพลังชุมชนอย่างเด่นชัด

แปลงนาสาธิตแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก มูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955 โดยคุณศิรานันท์ คูโคเวค ประธานมูลนิธิฯ คุณประทวน สุวรรณ์ รองประธานมูลนิธิฯ เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรแบบผสมผสานและทฤษฎีใหม่ เปิด

ให้ประชาชน นักเรียน และเกษตรกรเข้ามาศึกษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมวางแผนขยายผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งอำเภอเซกาดำเนินการเป็นปีที่ 2 แล้ว

ทั้งนี้ มูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955 เป็นองค์กรภาคประชาชนที่ดำเนินงานเพื่อสาธารณประโยชน์โดยไม่มีการเรี่ยไรใด ๆ มุ่งเน้นการส่งเสริมอาชีพ ช่วยเหลือผู้ยากไร้ สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ บำรุงพระพุทธศาสนา และมอบทุนการศึกษาให้เยาวชนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

นางลักษมณ ฝ่ายพงษา ผู้ตรวจการคณะทำงานจิตอาสาประจำจังหวัดบึงกาฬ เผยว่า ในปัจจุบันสังคมไทยและระบบเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งภาวะเศรษฐกิจราคาพืชผลและภัยธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อการเกษตรของเราแต่ในวิกฤติยังมีโอกาสหากเราน้อมนำศาสตร์พระราชา ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราชบรมนาถบพิตร

ในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพ ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงที่พระองค์ท่านทรงพระราชทานไว้นั้น เป็นหลักคิดที่เน้นความพอดีมีเหตุผล โดยใช้ความรู้และการมีคุณธรรมเป็นพื้นฐานซึ่ง

สอดคล้องกับกิจกรรมที่ทำในวันนี้การจัดทำแปลงนาสาธิต ยังเป็นเวทีให้เกษตรกรได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการเพาะปลูก ข้าว ให้ได้ผลผลิตที่ดีต้องทำอย่างไร ที่เหมาะสมกับพื้นที่เพาะปลูก ตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะปลูก การดูแลรักษา ตลอดจนถึงการเก็บเกี่ยว

อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป ให้เห็นคุณค่าของอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประเทศ ดังคำกล่าวที่ว่า “เกษตรกรคือกระดูกสันหลังของชาติ” ตนขอชื่นชมและขอบคุณคณะทำงานจิตอาสาทุก

ท่านตลอดทั้งหน่วยงานทุกภาคส่วนที่มาร่วมแรงร่วมใจในงานลงแขกเกี่ยวข้าวแปลงนาสาธิต 15 ไร่ ในวันนี้ ถือเป็นกิจกรรมอันควรค่าแก่การอนุรักษ์และหวังว่ากิจกรรมนี้จะเป็นอีกหนึ่งพลัง ที่จะนำไปสู่ชุมชนเข้มแข็ง
พัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนต่อไป

ทางด้านนายไพลี กองกาญจน์ ประธานคณะทำงานจิตอาสาจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรมการลงแขกเกี่ยวข้าวเท่านั้น แต่ยังมีเป้าหมายเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของคนในชุมชน สร้างพื้นที่เรียนรู้ด้านเกษตรกรรม และผลักดันการมีส่วนร่วมเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน

ภายหลังพิธีเปิด ผู้ร่วมงานได้ร่วมกันร้องเพลง “คำสัญญาจากต้นกล้าของแผ่นดิน” เพื่อแสดงออกถึงความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเพื่อเป็นกำลังใจแก่ทหารกล้าที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย

ก่อนจะปิดท้ายด้วยการประกาศสโลแกนของคณะทำงานจิตอาสาอย่างกึกก้องว่า“สิ่งไหนที่ทำด้วยใจ สิ่งนั้นยิ่งใหญ่เสมอ”
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬ เดินทางไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

แชร์เนื้อหานี้

วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2568 จังหวัดบึงกาฬได้ดำเนินการปล่อยขบวนรถเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนชาวจังหวัดบึงกาฬกลุ่มแรก เดินทางไปเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท กรุงเทพมหานคร

การปล่อยขบวนรถจัดขึ้น ณ ที่ว่าการอำเภอปากคาด โดยมี นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมอำนวยความสะดวกในการเดินทาง และร่วมส่งประชาชนด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

จังหวัดบึงกาฬได้จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและดูแลความเรียบร้อยตลอดเส้นทาง เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพได้อย่างปลอดภัยและสมพระเกียรติ
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมผู้ปกครองนักเรียน ปีที่๑ ปีที่๔ ภาคเช้าและภาคบ่าย มัธยมปีที่๒ – ๕ ภาคเรียนที่๒ ปีการศึกษา๒๕๖๘

แชร์เนื้อหานี้

     วันเสาร์ที่๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๘  ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติโรงเรียนท่าตะโกพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมจังหวัดนครสวรรค์
นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ“พรรคกล้าธรรม” ประธานเปิดการประชุมผู้ปกครองนักเรียนในฐานะประธานที่ปรึกษาโรงเรียนท่าตะโกพิทยาคมและมอบประกาศนียบัตรเด็กนักเรียนเรียนดี และให้ข้อแนะนำสำหรับนักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนในการเรียนการสอนของโรงเรียนท่าตะโกพิทยาคม และการสนับสนุนในทุกมิติ ทั้งสิ่งปลูกสร้างและอาคารเรียนต่างๆที่ต้องใช้งบสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พบแล้วศพหญิงสาว ถูกคลื่นซัดลอยน้ำเกยชายหาดทับสะแก เป็นสาวสวย ทำงานแบงค์

แชร์เนื้อหานี้

จากกรณี พบศพผู้เสียชีวิตบริเวณชายหาดแหลมกุ่ม หมู่ที่ 7 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ห่างจากร็อคกี้พ้อยรีสอร์ท ไปทางทิศเหนือ (ซังเขาขวาง ) ประมาณ 500 เมตร สภาพศพหญิงสาวนอนเสียชีวิตอยู่บริเวณชายหาดถูกคลื่นซัดอยู่บริเวณหาดทราย สภาพศพเปลือยกาย ด้านบนเสื้อยกทรงรูดขึ้นอยู่ที่เหนือราวนม ส่วนกางเกงลักษณะถอดมาไว้ที่บริเวณหน้าแข้ง ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่า ถูกคลื่นซัด หรือ ถูกประทุษร้าย

ล่าสุด เมื่อเวลา ประมาณ 10.00 น. วันที่ 18 พ.ย. 68 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใยรอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.สาโรจน์ พิมพ์คุณากร ผกก.สภ.ทับสะแก ได้เรียกประชุมชุดสืบสวนภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุดสืบสวน สภ.ทับสะแก และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง ประชุมเร่งรัดสืบสวนสอบสวน หลังทราบว่า ผู้เสียชีวิตคือ น.ส.ฐิติฌากรณ์ คล้ายแก้ว อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 266/1 หมู่ 4 ต.ศาลาลัย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ ซึ่งมีตำแหน่งเป็น ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่งในอำเภอทับสะแกโดยเจ้าหน้าที่ ได้ตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ที่ผ่านมา ผู้ตายได้ลางานไปหาหมอที่ รพ.พระมงกุฎ เนื่องจากเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง และโรคซึมเศร้า จากนั้นได้กลับมาบ้านที่ อ.สามร้อยยอด จนมาเมื่อเช้าวันจันทร์ ผู้ตายได้ขับรถมาที่บ้านพัก ในตลาดทับสะแก และได้มาพบกลายเป็นศพลอยอยู่ชายหาดดังกล่าว

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ผู้ตายได้ขับรถเก๋งของตัวเอง ยี่ฮ้อฮอนด้าซิตี้ สีขาว หมายเลขทะเบียน กธ 9486 ประจวบคีรีขันธ์ ไปจอดบริเวณที่ว่างเปล่า ติดกับชายทะเลช่วงปากคลองทับสะแก หมู่ 3 ต.ทับสะแก ห่างจากจุดที่พบศพประมาณ 2-3 กิโลเมตร ซึ่งประตูถูกปิดล็อค เจ้าหน้าที่ต้องให้ช่างมาทำการเปิดรถตรวจสอบ โดยได้ตรวจสอบห่างจากจุดจอดรถไปริมทะเลที่พบศพประมาณ 1 กม.พบกระเป๋าโน๊ตบุ๊คผู้ตายตกอยู่ และห่างไปอีก 500 เมตร พบหนังสือการจดทะเบียนสมรสของผู้ตายตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บเอกสารหลังฐานต่างๆ ไว้ตรวจสอบ

โดยที่ตามร่างผู้ตาย พบว่ามีรอยฟกช้ำที่แขน และขา เจ้าหน้าที่ได้นำศพส่งตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชอีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจะได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดในเส้นทางที่ผู้ตายเดินทางออกจากบ้านพักไปจุดจอดรถ และตรวจสอบพยานแวดล้อมที่เกิดเหตุว่ามีรถอื่นเข้ามาด้วยหรือไม่ นอกจากนี้จะได้เรียก แฟนหรือสามีผู้ตายที่มีชื่อในทะเบียนสมรสมาสอบสวนด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง และรอผลชันสูตรยืนยันอีกครั้ง
////////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปส.4 ปิดล้อมจับยานรก ยึด 1,010,000 เม็ด ผู้ต้องหา 6 ราย รถนำ–รถขนครบชุด / คลื่นลมแรง! ชายหาดปักธงแดง ห้ามนักท่องเที่ยวลงริมน้ำ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (22-11-68)ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด กก.2 บก.ปส.4 สนธิกำลังหลายหน่วย บุกสกัดขบวนการลำเลียงยาบ้ารายใหญ่ หลังสืบทราบข้อมูลเชิงลึกว่ามีรถนำคอยตรวจด่าน และรถขนยาเดินทางจาก จ.ราชบุรี มุ่งหน้าส่งปลายทาง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ก่อนถูกจับได้พร้อมของกลางมโหฬารกว่า 1,010,000 เม็ด
การปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นไปตามคำสั่งอำนวยการของ
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.,
พล.ต.อ.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส.
โดยมีกำลังร่วมจาก บช.ปส., ตำรวจภูธรภาค 8, ตชด., ป.ป.ส., จังหวัดชุมพร และเจ้าหน้าที่ด่านตรวจชุมพร รวมกว่า 100 นาย

ปูพรมค้น 3 จุดสำคัญ – สกัดทันควันก่อนขบวนการหนีลงใต้
เจ้าหน้าที่ตั้งด่านสกัดและขยายผลใน 3 พื้นที่หลัก ได้แก่
เอื้องเรืองโรจน์รีสอร์ท ต.ดอนยาง อ.ปะทิว จ.ชุมพร
ด่านตรวจยานพาหนะชุมพร อ.ท่าแซะ
ศรีสวัสดิ์เกสต์เฮาส์ ต.ดอนยาง อ.ปะทิว
หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่ามี รถเก๋ง Toyota Yaris สีแดง ทะเบียน 8กฮ 4971 กทม. ใช้เป็นรถขนยา ผ่านกล้อง A.I. ของศูนย์สกัดกั้นยาเสพติด บช.ปส. ในช่วงเช้ามืดวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่จึงเร่งติดตามจนพบรถต้องสงสัยจอดที่รีสอร์ทในพื้นที่ปะทิว

จับรถขนยา – ยาบ้า 505 มัด รวม 1,010,000 เม็ด
เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวและตรวจค้น พบผู้ต้องหา 2 ราย คือ
นายธนภัทร (18 ปี) ชาว จ.สตูล
นายวรพล (17 ปี) ชาว จ.สตูล
ทั้งสองยอมเปิดรถให้ตรวจ พบยาบ้า 505 มัด รวมกว่า 1,010,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ทั่วทั้งคัน ตั้งแต่เบาะหน้า เบาะหลัง ไปจนถึงห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ
ของกลางรถขนยา :
Toyota Yaris สีแดง ทะเบียน 8กฮ 4971 กทม.

รวบ “ชุดรถนำ” อีก 4 ราย – ใช้โทรศัพท์ประสานเส้นทางตลอดเวลา
ผู้ต้องหาชุดรถนำ 3 คน ซึ่งทำหน้าที่คอยตรวจด่านและคุ้มกันเส้นทาง ได้แก่
นายปัญญา (ชาวสตูล) โทร. 093-xxx-2913
นายอภิวัฒน์ (ชาวตรัง) โทร. 081-xxx-0058
น.ส.ธัญญิกา (ชาวสตูล) โทร. 062-xxx-6629
ของกลางรถนำ 2 คัน
Honda City สีเทา ทะเบียน ญท 4939 กทม.
Isuzu D-max สีดำ ทะเบียน กพ 157 ตรัง
รวมโทรศัพท์ที่ใช้ในการติดต่อและประสานงานจำนวน 8 เครื่อง

ผู้ต้องหารับสารภาพ – ถูกสั่งงานโดย “ปอ” สนร.ราชบุรี และรายงานผลให้ “ปรเมศร์” ปลายทางภาคใต้
การสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า
เดินทางไปรับยาบ้าที่ จ.ราชบุรี ตั้งแต่เวลา 01.00 น.
ยาบ้าถูกเก็บไว้ในกล่องกระดาษคลุมผ้าสีเขียวริมกำแพง
มีผู้สั่งงานชื่อ “ปอ” ส่วนผู้รับงานในปลายทางคือ “ปรเมศร์”
รถนำจะแจ้งความเคลื่อนไหวด่านตรวจผ่านแอปไลน์ตลอดเส้นทาง
เมื่อใกล้ถึงด่านชุมพร รถนำพบเจ้าหน้าที่จึงสั่งให้ “กลับรถ” ก่อนพยายามหาที่พักเพื่อหลบ แต่เจ้าหน้าที่ตามรวบได้ทัน
การตรวจสารเสพติดเบื้องต้นของผู้ต้องหาไม่พบสารเสพติด

ดำเนินคดีตามกฎหมาย – มุ่งขยายผลถึงผู้บงการ
ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาหนัก
“ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่ระบาดในกลุ่มประชาชน”
พร้อมนำตัวและของกลางส่ง บก.ปส.4 เพื่อดำเนินคดี พร้อมขยายผลถึงเครือข่ายผู้บงการทั้งต้นทางและปลายทาง

คลื่นลมแรง! ชายหาดปักธงแดง ห้ามนักท่องเที่ยวลงริมน้ำ
รายงานโดย ธนากร โกศลเมธี โทร. 081-8923514

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 — สถานการณ์คลื่นลมบริเวณชายฝั่งจังหวัดชุมพรยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ชายหาดหลายแห่งได้รับผลกระทบหนัก โดยเฉพาะบริเวณ หาดทุ่งวัวแลน และ หาดสะพลี ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ที่ถูกคลื่นสูงกว่า 4 เมตร ซัดเข้าฝั่งไม่หยุด ทำให้ถนนเลียบชายหาดเสียหายยาวกว่า 1 กิโลเมตร กระทบต่อโครงสร้างชายฝั่งอย่างรุนแรง

ความแรงของคลื่นยังทำให้ กำแพงกันคลื่นและลานพักผ่อนริมทะเล ซึ่งเป็นจุดชมวิวสำคัญได้รับความเสียหายหลายจุด ทั้งทางเดินเท้าและศาลาชมวิวบางแห่งพังถล่มลงเพราะแรงคลื่นที่ซัดต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ทำการ ปักธงแดงตลอดแนวชายหาดทุ่งวัวแลนและหาดสะพลี เตือนนักท่องเที่ยวงดลงเล่นน้ำเด็ดขาด หลังคลื่นลมยังคงสูงแตะระดับ 4 เมตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและผู้มาเยือน

ด้านการเดินเรือก็ได้รับผลกระทบอย่างมาก เรือโดยสารและเรือประมงขนาดใหญ่หลายลำต้องเข้าไปหลบคลื่นแรงบริเวณด้านหลังหมู่เกาะทะเลชุมพร แต่ยังคงต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีลมกรรโชกแรงพัดเข้าฝั่งเป็นระยะ ทำให้การเดินเรืออยู่ในสภาพเสี่ยงตลอดทั้งวัน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมทางน้ำทุกประเภทจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศุลกากรภาค 2 สกัด 10 ล้อขน “มะม่วงแก้วขมิ้น” 13 ตัน ลอบนำเข้าจากต่างประเทศ มูลค่ากว่า 4 แสนบาท

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 23.25 น. วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่ศุลกากรหน่วยสืบสวนปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 2 ส่วนสืบสวนและปราบปราม 1 กองสืบสวนและปราบปราม นำโดยนายสมชาย โชคเฉลิมวงศ์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ

ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรและหน่วยงานความมั่นคงหลายหน่วย ได้สนธิกำลังตรวจค้นรถบรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้อ HINO สีฟ้า ทะเบียน 70-4151 สุโขทัย บริเวณทางหลวงหมายเลข 12 ใกล้ร้านน้ำดื่มแฟมิลี่ ตำบลโพนทราย อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

จากการตรวจสอบมีนายสามารถ คลังไธสง เป็นผู้ควบคุมยานพาหนะและพาเจ้าหน้าที่ตรวจค้นด้วยตนเอง พบสินค้าประเภท “มะม่วงแก้วขมิ้น” น้ำหนักรวมประมาณ 13,000 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 400,000 บาท ถูกบรรทุกมาเต็มคันรถ โดยมีแหล่งกำเนิดจากต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ผู้ขนส่งไม่สามารถแสดงเอกสารการผ่านพิธีการศุลกากรที่ถูกต้องได้ เจ้าหน้าที่จึงพิจารณาว่าสินค้าดังกล่าวเป็นของต้องริบตามกฎหมายศุลกากร พ.ศ. 2560 และอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการยึดของกลางพร้อมยานพาหนะ ส่งด่านศุลกากรมุกดาหารเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ศุลกากร #มุกดาหาร #ลอบนำเข้า #มะม่วงแก้วขมิ้น #จับกุมสินค้าเถื่อน #ของกลาง #กฎหมายศุลกากร #ข่าวอีสาน #ตรวจยึดสินค้าหนีภาษี_///ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชาสัมพันธ์มุกดาหาร เตือนภัยเพจปลอมแอบอ้างชื่อหน่วยงานหลอกรับบริจาค

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 เพจเฟซบุ๊ก “สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร” ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชน หลังตรวจพบว่ามีมิจฉาชีพสร้างเพจปลอมเลียนแบบหน่วยงานราชการ โดยสวมชื่อใกล้เคียงกันคือ “สัมนักงานประชาสัมพันธ์ จังหวัดมุกดาหาร” พร้อมนำภาพข่าวเหตุไฟไหม้บ้านของนายสำรวย และเด็กหญิงนิตตยา มาใช้ประกอบเพื่อหลอกขอรับบริจาคเงินจากผู้หลงเชื่อ

โดยเพจทางการของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร ระบุว่า มิจฉาชีพใช้บัญชีเงินฝากบุคคลธรรมดา ธนาคาร ธกส. เลขที่ 020-2-38131-016 ชื่อบัญชี “สำรวย จอมคำสิงห์” ในการรับโอนเงินจากผู้เสียหาย พร้อมย้ำว่า หน่วยงานราชการไม่มีนโยบายใช้บัญชีบุคคลธรรมดาเปิดรับบริจาคผ่านเพจเฟซบุ๊กเด็ดขาด

ขณะนี้ได้ขอความร่วมมือให้ประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหารและผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียทุกคน อย่าหลงเชื่อ อย่าโอนเงิน หากพบเพจหรือโพสต์ต้องสงสัย ให้กดรายงาน (Report) ทันทีเพื่อป้องกันความเสียหาย และสังเกตความต่างของชื่อเพจ เนื่องจากเพจปลอมใช้คำว่า “สัมนักงานประชาสัมพันธ์” แทน “สำนักงานประชาสัมพันธ์”

เตือนภัยออนไลน์ #เพจปลอม #ประชาสัมพันธ์มุกดาหาร #มุกดาหาร #มิจฉาชีพออนไลน์ #อย่าหลงเชื่อ #หลอกลวงออนไลน์ #ไฟไหม้บ้าน #ข่าวมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้_////เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน