คลังเก็บหมวดหมู่: ไม่มีหมวดหมู่

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พระราชทานเพลิงศพ “จ.ส.อ.ธวัชชัย บุสภา” อย่างสมเกียรติ ครอบครัว-ประชาชนหลั่งน้ำตาร่วมอาลัยแน่นวัด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 22 ธันวาคม 2567 ณ วัดเจริญธรรมาราม ตำบลบ้านซ่ง อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร พลตรี ฉัฐชัย มีชั้นช่วง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 เดินทางมาเป็นประธาน

ในพิธีพระราชทานเพลิงศพ จ่าสิบเอก ธวัชชัย บุสภา สังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 106 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 6 ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณฐานปฏิบัติการฟ้าลั่น (เขาสัตตะโสม) อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

โดยในพิธีพระราชทานเพลิงศพมี พลตำรวจตรีไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร นางอัญชลี กัลมาพิจิตร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอคำชะอี คณะผู้บังคับบัญชากองทัพ

ภาคที่ 2 และหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก , หัวหน้าส่วนราชการ นายเฉลิมชัย บุสภา บิดาของผู้เสียชีวิต นางวิไล บุสภา มารดา นางสาวรจรินทร์ สิงห์ศร ภรรยา อาสาสมัครทหารพราน ทรงวุฒิ บุสภา น้องชาย ตลอดจนคณะญาติ และประชาชนในพื้นที่ จังหวัดมุกดาหารได้เข้าร่วมพิธีเพื่อแสดงความไว้อาลัย

พิธีพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ เพื่อไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายให้กับ จ่าสิบเอก ธวัชชัย บุสภา โดยเมื่อขบวนอัญเชิญกล่องเพลิงพระราชทานมาถึงบริเวณประกอบพิธี ผู้บังคับบัญชา ข้าราชการ เพื่อนทหารตลอดจนครอบครัว และประชาชนในพื้นที่ตั้งแถวรอรับ

เจ้าหน้าที่ได้มีการอัญเชิญกล่องเพลิงพระราชทานขึ้นวางประจำจุดเตรียมประกอบพิธี จากนั้นประธานในพิธีขึ้นทอดผ้าบังสุกุล กองเกียรติยศเป่าแตรนอน ผู้ร่วมพิธีได้ขึ้นวางดอกไม้จันทน์

ร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย แก่วีรชนผู้เสียสละ สร้างความปลาบปลื้มและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อผู้กล้าในวาระสุดท้ายของชีวิต และครอบครัวบุสภา ญาติผู้เสียชีวิตอย่างหาที่สุดมิได้

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สทนช. เปิดศูนย์ส่วนหน้าฯ “ลุ่มน้ำยม-น่าน”จับมือทุกหน่วย คุมจราจรน้ำจากเหนือสู่เจ้าพระยา เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน

แชร์เนื้อหานี้


สทนช. เปิดศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า (ชั่วคราว) ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยลุ่มน้ำยม-น่าน ระดมทุกหน่วยจัดการจราจรน้ำที่ไหลจากภาคเหนือก่อนลงสู่อ่าวไทย โดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ให้เขื่อนสิริกิติ์ปรับลดการระบายช่วงฝนชุกปลายเดือน ก.ค. เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำจากลำน้ำยมไปยังลำน้ำน่าน พร้อมเตรียมพื้นที่ “ทุ่งบางระกำ” ช่วยหน่วงน้ำหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว
วันนี้ (26 กรกฎาคม 2568) ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธาน การประชุมคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้า (ชั่วคราว) ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยลุ่มน้ำยม-น่าน ครั้งที่ 1/2568

โดยมี นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ให้การต้อนรับ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย นางพัชรวีร์ สุวรรณิก รองเลขาธิการ สทนข. ผู้แทนจังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดน่าน จังหวัดพิจิตร จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดแพร่ จังหวัดอุตรดิตถ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าฯ จังหวัดสุโขทัย ศาลากลางจังหวัดสุโขทัย และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ จากนั้นลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยและติดตามการเตรียมความพร้อมในแต่ละจุด ได้แก่ จุดเสริมคันกั้นน้ำ หมู่ที่ 7 ตำบลปากแคว อำเภอเมืองสุโขทัย เขื่อนป้องกันตลิ่งชั่วคราวริมแม่น้ำยม บริเวณสะพานสิริปัญญารัตน์ ตำบลวังใหญ่ อำเภอศรีสำโรง ประตูระบายน้ำคลองหกบาท และประตูระบายน้ำปากคลองตะคร้อ ตำบลป่ากุมเกาะ อำเภอสวรรคโลก และจุดคันกั้นน้ำคลองยม โดยที่จุดนี้ได้มอบหมายให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการเสริมคันดินชั่วคราวป้องกันน้ำให้แล้วเสร็จภายในคืนนี้

เลขาธิการ สทนช. เปิดเผยว่า การประชุมคณะทำงานอำนวยการน้ำฯ พื้นที่เสี่ยงอุทกภัยลุ่มน้ำยม-น่าน ในวันนี้เป็นการประชุมครั้งแรก เนื่องจากการที่ สทนช. ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน “วิภา” ในช่วงนี้ และได้รายงานสถานการณ์เป็นรายวัน ให้นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะประธานกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ได้รับทราบ ได้มีความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำที่จะส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน จึงสั่งการให้ สทนช. จัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า (ชั่วคราว) ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยลุ่มน้ำยม-น่าน เพื่อบูรณาการกับทุกหน่วยงานทั้งส่วนกลางและในพื้นที่ร่วมบริหารจัดการน้ำที่จะไหล

จากพื้นที่ตอนบนของประเทศลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาโดยลดผลกระทบในแต่ละพื้นที่ให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ปริมาณฝนโดยกรมอุตุนิยมวิทยาร่วมกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พบว่า อิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ส่งผลให้มีปริมาณฝนตกหนักบริเวณจังหวัดเชียงราย น่าน และพะเยา โดยมีปริมาณฝนสูงสุดประมาณร้อยละ 70 ของพื้นที่ ระหว่างวันที่ 26 – 28 กรกฎาคม 2568 จากนั้นปริมาณฝนจะลดลงในช่วงสองสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคม ซึ่งขณะนี้สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ยังไม่น่าเป็นห่วงและมีพื้นที่รองรับปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมาเพิ่มได้ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือปริมาณน้ำในเขื่อนสิริกิติ์ซึ่งขณะนี้มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 70% มีพื้นที่รองรับปริมาณน้ำได้อีก 2,761 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ปัจจุบันมีการระบายน้ำอยู่ที่ 15 ล้าน ลบ.ม./วัน ซึ่งจะต้องวางแผนการระบายให้สอดคล้องกับปริมาณฝนที่จะตกมาเพิ่มเพื่อไม่ให้น้ำในเขื่อนเกินระดับเก็บกักน้ำสูงสุด ในขณะเดียวกันยังคงต้องให้เขื่อนสิริกิติ์เป็นกลไกสำคัญในการช่วยบริหารจัดการมวลน้ำที่ไหลผ่านลำน้ำยมและลำน้ำน่านด้วย จากสถานการณ์ดังกล่าว ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาแผนการระบายน้ำเขื่อนสิริกิติ์ มีมติเห็นชอบให้

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ปรับลดการระบายน้ำลงอยู่ที่ 10 ล้าน ลบ.ม./วัน ในช่วงวันที่ 26 – 30 กรกฎาคม 2568 เพื่อช่วยเร่งการระบายน้ำที่ไหลผ่านจากลำน้ำยมไปสู่ลำน้ำน่าน โดยขอให้ทุกหน่วยงานช่วยสนับสนุนการเร่งการระบายน้ำโดยเร็วที่สุด เช่น การติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำเพิ่ม เพื่อระบายน้ำไปให้ได้มากที่สุดในช่วง 5 วันนี้ หลังจากนั้นในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ซึ่งคาดการณ์ว่าปริมาณฝนลดลง ให้ กฟผ. ปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับปริมาณฝนที่จะกลับมาอีกในช่วงเดือนกันยายน ซึ่งการปรับแผนการระบายน้ำเขื่อนสิริกิติ์ในครั้งนี้ ได้ขอให้มีการประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับประชาชนที่อาศัยอยู่ท้ายเขื่อนสิริกิติ์ด้วย สำหรับการเตรียมพื้นที่ลุ่มต่ำรองรับน้ำหลาก “โครงการบางระกำโมเดล” พบว่าพื้นที่ปลูกข้าวรวม 327,000 ไร่ ขณะนี้เก็บเกี่ยวไปแล้ว 91,519 ไร่ ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวอีก 235,481 ไร่ ซึ่งมีแผนจะเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ก็จะสามารถใช้เป็นพื้นที่หน่วงน้ำที่ไหลมาจากแม่น้ำยมได้ในปริมาณ
400 ล้าน ลบ.ม.

“จากการลงพื้นที่ติดตามปริมาณน้ำในแต่ละจุด พบว่า ได้เตรียมการบริหารจัดการมวลน้ำที่คาดว่าจะมาสูงสุดในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ โดยระบายน้ำส่วนหนึ่งผ่านคลองยม – น่าน และแม่น้ำยมสายเก่า และอีกส่วนระบายผ่านประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ แม่น้ำยมสายหลัก เพื่อควบคุมปริมาณน้ำที่จะผ่านตัวเมืองสุโขทัยให้อยู่ในระดับไม่เกิน 500 ลบ.ม./วินาที ซึ่งเป็นอัตราที่ไม่ก่อเกิดให้เกิดผลกระทบน้ำท่วมในพื้นที่เศรษฐกิจเมืองสุโขทัย อย่างไรก็ตาม การประชุมในวันนี้พบว่าหน่วยงานในพื้นที่ทุกจังหวัดมีการเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่และเข้มแข็ง ครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมการรองรับก่อนเกิดสถานการณ์
การบริหารจัดการในระหว่างเกิดสถานการณ์ ไปจนถึงการช่วยเหลือและฟื้นฟูเยียวยาหลังสถานการณ์ ทั้งนี้ ได้ขอให้แต่ละจังหวัดสะท้อนจุดอ่อนจากการทำงานให้กับที่ประชุม เพื่อเตรียมการขับเคลื่อนและพัฒนาประสิทธิภาพการรับมือสถานการณ์อุทกภัยในอนาคตต่อไป” เลขาธิการ สทนช. กล่าวในตอนท้าย
พร้อมวันนี้ที่27กค.2567เวลา13.30ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)ได้ลงพื้นที่คลองหกบาท อำเภอสวรรคโลกเพื่อตรวจลงดูแนวตลิ่งคันคลองของแม่น้ำยมพร้อมกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยนายอำเภอสวรรคโลกและผู้นำชุมชน นายกเทศบาลอีกหลายที่ด้วย.
กิตติ พรดวงจันทร์สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว มอบมุ้งรักโลก ให้กับศูนย์พักพิง พร้อมเผยหลังเหตุการณ์สงบ จัดหาอาชีพ ให้กับผู้ประสบภัย

แชร์เนื้อหานี้

***ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์พักพิงผู้อพยพ อําเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อม ผศ.ดร พนธ์พันธ์ เลิศจันทรางกูร ที่ปรึกษาอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว และคณะเดินทางมาเยี่ยมให้กำลังผู้อพยพเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ที่ศูนย์ดังกล่าว และมอบสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวัน ทั้ง ยาสีฟัง แปรงสีฟัน แป้ง แพนเพิร์ธทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ นม ยากันยุง น้ำดื่ม มุ้งรักโลก โดยมี นายธนเดช พระอารักษ์ นายอําเภอเบญจลักษ์ และหัวหน้าส่วรนราชการให้การต้อนรับ

***นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า วันนี้ตนเป็นตัวแทนรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ที่อพยพมาจากตะเข็บชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ หลังจากที่ตนได้ทราบข่าวการยิงปะทะกันกลับประเทศกัมพูชา ทำให้ประเทศไทยเกิดการสูญเสียและมีเด็กและประชาชนเสียชีวิตหลายราย ทางกระทรวง พม. มีความห่วงใยมากจึงให้ตนลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมและสอบถามความเดือดร้อนของผู้สูญเสีย และผู้อพยพที่เป็นกลุ่มเปราะบางรวมถึงพี่น้องประชาชนที่ได้รับเดือดร้อนหลายๆส่วน อาทิเช่น ผู้ป่วยติดเตียง คนชรา และเด็ก ที่ได้รับผลกระทบการจากการยิงปะทะกันในครั้งนี้

***ทางกระทรวงได้เห็นความสำคัญของกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้รัฐมนตรี พม. ประนามการกระทำของกัมพูชาที่กระทำต่อประชาชนเด็กที่ไม่รู้เรื่องด้วยและมีทางสู้ ตนลงมาในครั้งนี้ได้รับทราบความเดือดร้อนและความต้องการสิ่งต่างๆที่ขาดแคลนในศูนย์อพยพ อาทิเช่น มุ้งกาง โลชั่นกันยุง พัดลม แปรงสีฟันยาสีฟันสบู่แป้ง ที่ยังเป็นที่ต้องการอยู่เป็นจำนวนมากในตอนนี้ และหลังจากที่เหตุการสงบ พม. ก็จะลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบความเสียหายของบ้านเรือนและจัดหาอาชีพและสงเสริมอาชีพให้กับพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยต่อไป

***หลังจากมอบสิ่งของเสร็จแล้ว อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมคณะ ก็ได้เข้าไปเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ป่วยติดเตียง โดยได้สอบถามพูดคุยกับคุณยายสะแอม วันทรัพย์ อายุ 94 ปี เป็นผู้ป่วยติดเตียง ที่อพยพมาจากพื้นที่เสี่ยงภัยที่เป็นสีแดงในอำเภอกันทรลักษ์ คุณยายมาอยู่ศูนย์อพยพแห่งนี้ได้ 2 คืนแล้ว คุณยายไม่อยากมาและบ่นกับลูกๆอยู่ตลอดว่าอยากกลับบ้าน ให้พากลับไปบ้านหน่อย เพราะคนแก่คิดถึงบ้าน

***ลูกสาวคุณยายยังเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ในวันที่เกิดเหตุตนยังขายของตามปกติอยู่ที่บ้าน โดยไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงขนาดนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาเกิดรวดเร็วมาก เพียงไม่กี่นาที วันที่เกิดเหตุระเบิดที่ปั๊ทน้ำมัน ตนเองยังได้ไปช่วยเหลือคนที่โดนระเบิดในวันนั้นด้วย ตนรู้สึกหดหัวใจและยังจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ไม่ลืม

***ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้นี้ยังมกลุ่มวัยรุ่นจิตอาสามีน้ำใจ นำเสื้อผ้ามือสองที่ไม่ได้ใช้ เอามาแจกจ่าย ปันน้ำใจให้กับผู้อพยพในศูนย์แห่งนี้อีกด้วย ซึ่งถือเป็นอีกส่วนหนึ่งที่สร้างรอยยิ้ม และกำลังใจให้กับผู้อพยพที่หนีมาพักพิงช่วงยามอยากในครั้งนี้

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เจ้าของแบรนด์มาสเตอร์เค้กร่วมทำบุญและบริจาคเค้กกว่า 3000ชิ้น ให้ทหารแนวหน้า จ.สุรินทร์และสระแก้ว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2568 เวลา 9.00น. นายบุญมี อาสาสร เจ้าของแบรนด์มาสเตอร์เค้กสัญจรทั่วไทยได้เดินทางไปร่วมทำบุญและบริจาคขนมเค้กแสนอร่อยจำนวนกว่า3000ชิ้นให้กับทหารในแนวหน้าที่จังหวัดสระแก้วและจังหวัดสุรินทร

นอกจากนี้ทางนายบุญมีฯยังได้เดินทางต่อไปยังศูนย์ผู้อพยพทั้งสองจังหวัดอีกด้วย เพื่อนำขนมเค้กที่ทำสดใหม่ที่แสนนุ่มอร่อยไปแจกยังศูนย์ดังกล่าวเพื่อเป็นขวัญ และ กำลังใจให้กับพี่น้องทหารหาญที่ต่อสู้เพื่อเอกราชและอธิปไตยของชาติไทยในยามศึกสงคราม

ขณะนี้คนไทยต้องช่วยเหลือกันหันหน้ามาช่วยกันคนละเล็กคนละน้อย บ้านเมืองเราคนไทยต้องสู้ไปด้วยกันและตนจะออกมาช่วยเหลือเท่าที่ตนจะมีกำลังพอช่วยได้และอยากฝากถึงคนไทยใครพอที่จะมีเหลือก็ขอให้ออกมาช่วยคนไทยด้วยกันครับ นายบุญมีกล่าว

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าประจวบฯ เปิดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทานรอบเขตวังไกลกังวล / กองกำกับการ ๔ กองบังคับการตำรวจสันติบาล ๑ จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 25 ก.ค.68 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568

ที่โรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ฝั่งประถมศึกษา อ.หัวหิน โดยมี คุณหญิงผกาพันธ์ เทหะมาศ ผู้ดูแลวังไกลกังวล นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชนในเขตเทศบาลนครหัวหิน และประชาชนจิตอาสาพระราชทาน ร่วมพิธี โดยผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ กล่าวถวายราชสดุดีแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จากนั้น มีการประกอบพิธีรับมอบถุงพระราชทานเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้แก่ผู้นำชุมชนนำไปมอบให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ยากไร้ในพื้นที่ อ.หัวหิน ส่วนบริเวณภายในโรงเรียนวังไกลกังวล มีหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและถวายพระราชกุศลฯ ได้แก่ การปรุงประกอบอาหารจากโรงครัวพระราชทาน บริการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ บริการตัดผม

โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน ขณะที่ รพ.หัวหิน ได้จัดหน่วยแพทย์พระราชทานเคลื่อนที่ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป บริการทันตกรรม ตรวจวัดสายตา การรับบริจาคโลหิต พร้อมการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ โดยมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมรับบริการในครั้งนี้.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

กองกำกับการ ๔ กองบังคับการตำรวจสันติบาล ๑ จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘
       เมื่อเวลา10.00น. พ.ต.อ.วีรชาติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผกก.๔ บก.ส.๑ ร่วมกับข้าราชการ กก.๔ บก.ส.๑ จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘

 เพื่อแสดงออกถึงความเสียสละ อุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ถวายเป็นพระราชกุศลฯ ซึ่งกิจกรรมของหน่วยที่จัดขึ้นในวันนี้ได้แก่ กิจกรรมจิตอาสาปลูกป่าชายเลน, กิจกรรมเก็บขยะชายทะเล, กิจกรรมปลูกป่า, กิจกรรมบริจาคโลหิต, กิจกรรมทำความสะอาดสถานที่ปฏิบัติธรรมทางศาสนา
      มีข้าราชการเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน  ๑๗๐ นาย
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ครอบครัวจ่าโต๋สุดเศร้ารับทราบข่าวการเสียชีวิตจากแนวชายแดน ศรีสะเกษ – ญาติร่วมจัดเตรียมบ้านเกิดรอรับร่างวีรบุรุษ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 ที่ บ้านเลขที่ 37 หมู่ 3 บ้านโนนสังข์ศรี ตำบลบ้านซ่ง อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ครอบครัวและญาติของ จ่าสิบเอก ธวัชชัย บุสภา หรือ “จ่าโต๋” นายสิบลาดตระเวนปืนใหญ่ 106 พัน.6 (กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 106 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 6)

ทำหน้าที่ ผู้ตรวจการแนวหน้าฐานฟ้าลั่นได้รวมตัวกันด้วยความเศร้าโศก หลังทราบข่าวว่าเขา เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่แนวหน้าบริเวณฐานปฏิบัติการฟ้าลั่น (เขาสัตโสม) อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จากเหตุปะทะและการยิงถล่มของกัมพูชาจากบริเวณเนิน 333

โดยบรรยากาศภายในบ้านเป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีญาติพี่น้องและชาวบ้านในหมู่บ้านต่างเดินทางมาช่วยกันทำความสะอาดบ้าน และจัดเตรียมพื้นที่สำหรับรับศพกลับจากชายแดนเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาและบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

💔 นางวิไล บุสภา อายุ 58 ปี มารดาของจ่าโต๋กล่าวทั้งน้ำตาว่า “เมื่อคืนลูกชายโทรมาคุย บอกว่าเพิ่งยิงตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามเสร็จ กำลังจะอาบน้ำนอนไม่คิดเลยว่าจะเป็นการคุยกันครั้งสุดท้าย…” และกล่าวต่อด้วยความภาคภูมิใจว่า ลูกชายอยากเป็นทหารตั้งแต่เด็ก หลังจากเป็นทหารเกณฑ์ก็สอบเป็นนายสิบอยู่แนว

ชายแดนมากว่า 10 ปี วันนี้แม้เขาจะไม่อยู่แล้ว แต่แม่ภูมิใจที่ลูกสละชีพอย่างสมศักดิ์ศรี เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติและบ้านเมือง นางสาวรจรินทร์ สิงห์ศร ภรรยาของจ่าโต๋ เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เมื่อเวลา 04 .00 น. ของวันที่ 25 กรกฎาคม จ่าโต๋ส่งข้อความมาขอรูปลูกชาย แต่ตนเพิ่งมาเปิดดูตอนตี 05.00 น. ยังไม่ทันได้ส่งให้

หลังจากนั้นตอนเวลาประมาณ 9.00 น. ญาติโทรมาถามว่าติดต่อจ่าโต๋ได้ไหม ก็เลยโทรไปหาแต่ก็ไม่ติด ก่อนจะรู้ความจริงจากญาติในเวลาต่อมาว่าจ่าโต๋เสียชีวิตแล้ว “ตอนนี้ฉันยังไม่รู้จะอธิบายให้ลูกชายเข้าใจอย่างไร เขายังเล็กมาก เพิ่งขวบเศษเอง… แต่ก็จะเล่าให้เขาฟังว่า

พ่อของเขาเป็นวีรบุรุษ…ที่พลีชีพเพื่อปกป้องแผ่นดินไทย” นางสาวรจรินทร์ กล่าวRIPจ่าโต๋ #ทหารกล้าแห่งฟ้าลั่น #ธวัชชัยบุสภา #ฮีโร่มุกดาหารลูกผู้ชายหัวใจแผ่นดิน #สละชีพเพื่อชาติ #สดุดีทหารกล้า #แนวชายแดนศรีสะเกษ#ทหารกล้าแห่งมุกดาหาร

#พลีชีพเพื่อชาติ #RIPวีรบุรุษ #ทหารไทย #เลือดนักรบเพื่อแผ่นดิน #บ้านโนนสังข์ศรี #คำชะอี #มุกดาหาร #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

ผู้ว่าฯมุกดาหาร ร่วมแสดงความเสียใจครอบครัว “จ่าโต๋” วีรบุรุษชายแดน

วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 นายวรญาณ บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย นายนราวิชญ์ มณีฤทธิ์ นายอำเภอคำชะอี และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดมุกดาหาร

ได้เดินทางไปยัง บ้านโนนสังข์ศรี ตำบลบ้านซ่ง อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร เพื่อร่วมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของ จ่าสิบเอก ธวัชชัย บุสภา หรือ “จ่าโต๋” ทหารกล้าผู้สละชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ณ ฐานฟ้าลั่น เขาสัตโสม จ.ศรีสะเกษ

ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารได้ กล่าวแสดงความเสียใจต่อมารดา ภรรยา และบุตรชาย ของนายทหารผู้เสียชีวิต พร้อมให้กำลังใจครอบครัวในการก้าวผ่านความสูญเสีย และ

ได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่นางวิไล บุสภา มารดาของจ่าโต๋ รวมถึง นางสาวรจรินทร์ สิงห์ศร ภรรยา และบุตรชายวัยขวบเศษในฐานะครอบครัวของ “ทหารผู้เสียสละเพื่อชาติ”

บรรยากาศภายในบ้านเป็นไปอย่างโศกเศร้า ญาติพี่น้องและชาวบ้านในพื้นที่ต่างร่วมกันจัดเตรียมสถานที่สำหรับรับร่างวีรบุรุษกลับบ้านเกิดเพื่อประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลอย่างสมเกียรติ

RIPจ่าโต๋ ///เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / birthday ประธานวอ.บางระจัน เปิดบ้านให้เพื่อนมิตรสหายร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิด /“ตม.สตูล ตรวจสอบเคสร้องเรียนจับต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย / เฮง เฮง พร็อพเพอร์ตี้ ชื้อขาย บ้านที่ดิน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 กรกฎาคม 2568สจ.เปี๊ยกอุทัย เสี่ยชายสุโขทัย ร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิดประธานวอ นายกเทศบาลเมืองบางระจัน นาย วีระ คำรอด ( ประธาน.วอ ) และเพื่อวงการมวย เสี่ยชูทางด่วนกำนันชาคริต ฉายวัฒนา ตำบลหนองฉาง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี”นายธงชัย จ้อยชูคณะ ทำงานที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเพื่อนสนิทมิตรสหายอีกมากมายและชาวบ้านร่วมอวยพรให้กับประธานวอในครั้งนี้ ณ.บ้านบางระจัน

วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 บริษัท เฮง เฮง พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด นาย ภูวดล พุทธ์เทศน์ะ ( เฮง ) กรรมการผู้จัดการบริษัท ฝากขาย – ซื้อหรือเช่า อสังหาริมทรัพย์ทุกชนิดคุณทำเนียบ มังคโชติ โอนบ้านแฝดหมู่บ้านพรนรินทร์ สวนเสือศรีราชา บ้านเลขที่ 153/91 ม.6 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาศรีราชา เสี่ย เฮงๆ จัดให้ท่านใดสนใจอยากได้บ้านมือสองบ้านสวยๆ ( แถวศรีราชา ) เสี่ย ( เฮง เฮง ) จัดให้มีทีมงานครบวงจรสนใจติดต่อเบอร์โทรนี้ได้ 0917432784 0813291222 ( เฮง เฮง )

“ตม.จังหวัดสตูล ตรวจสอบเคสร้องเรียนจับต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย นายจ้างไม่รอดโดนปรับด้วย”

ตามนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6 ให้ตรวจคนเข้าเมืองทุกจังหวัดระดมกวาดล้างอาชญากรรมและปราบปรามคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล ผกก.ตม.จว.สตูล และ พ.ต.ท.ระลึก อินทรัศมี รอง ผกก.ตม.จว.สตูล ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนปราบปราม ตม.จว.สตูล นำโดย พ.ต.ท.ยงยุทธ เลิศปรีชาพงศ์ สว.ตม.จว.สตูล พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ตม.จว.สตูล ตรวจสอบกรณีร้องเรียนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายร่วมกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดสตูล โดยวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สตูล ร่วมกับ จัดหางานจังหวัดสตูล และ สภ.เขาขาว

ได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนว่าที่ลานไม้ยางพาราแห่งหนึ่งใน ต.น้ำผุด อ.ละงู จ.สตูล มีการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบสถานที่ดังกล่าวและพบชายชาวเมียนมาคือนายไปยู อายุ 22 ปี มีหนังสือเดินทางแต่ทำงานโดยที่มีใบอนุญาตทำงานไม่ตรงกันกับนายจ้าง เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมในความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวทำงานนนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” ส่วนนายจ้างชาวไทยเจ้าของลานไม้ยาง ยอมรับว่าไม่ตรวจสอบใบทำงานของคนต่างด้าวให้ดูให้ต่างด้าวหานายหน้าดำเนินการเอง

จนเกิดความผิดพลาด เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินคดีในความผิดฐาน “รับคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เขาขาว ทั้งต่างด้าวและนายจ้างเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยคนต่างด้าวเมื่อเปรียบเทียบปรับเสร็จสิ้นแล้วจะต้องถูกส่งกับประเทศต่อไป และนายจ้างที่รับคนต่างด้าวทำงานผิดกฎหมายก็โดนปรับหลักหมื่นเลยทีเดียว

ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล ขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าหากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับคนต่างด้าวหรือชาวต่างชาติในจังหวัดสตูล กรุณาแจ้งมายังตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล เลขที่ 6 ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล 91000 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 074711080 (ฝ่ายสืบสวนปราบปราม) หรือที่สายด่วน 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณอย่างยิ่ง

คนที่ 14 กรกฎาคม 2568 แซยิดยิ่งใหญ่ สจ.เปี๊ยก อุทัย โคตรทึ่ง คนดังร่วมอวยพร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานงานเลี้ยงฉลองอวยพรวันคล้ายวันเกิด สจ. เปี๊ยกอุทัย ปภาวิชญ์ บุษซะดี ประธานสภาอบจ.อุทัยธานี เจ้าของค่ายมวยชื่อดัง สจ.เปี๊ยกอุทัย ในงานโคตรทึ่งที่เก้าถึง 60 ปี เลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิด มีคุณวิชัย ปั้นงาม ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สโมสรฟุตบอลอุทัยธานี FC พร้อมบุคคลวงการมวยโดยฮีโร่โอลิมปิกเจ้าของวลีไม่ได้โม้ สมรักษ์ คําสิงห์ และนักการเมืองข้าราชการทหารตำรวจและประชาชนร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิดกันอย่างมากมาย และวงดนตรีแอ๊ดคาราบาวเต็มวง
ณ.สถานที่ค่ายมวยสจเปี๊ยกอุทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตชด.237 กัดไม่ปล่อย! ไล่ล่ากลางสายฝน จับผู้ต้องหา 3 คน พร้อมยาบ้า 280,000 เม็ด

แชร์เนื้อหานี้

ตามนโยบายการป้องกัน สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน Seal Stop Safe ของรัฐบาล และนโยบายเน้นหนักด้านปราบปรามยาเสพติดของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. , พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผบช.ตชด., พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2, พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ ปลาทอง ผบก.ตชด.ภาค 2 ได้เปิดยุทธการพิทักษ์ริมน้ำโขง ซึ่งมีกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 – 24 เป็นหน่วยปฏิบัติ เพื่อปราบปราม สกัดกั้นยาเสพติดที่จะเข้ามาทางชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง

สืบเนื่องจาก วันที่ 29 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการข่าว กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 ได้จับกุมนายชนะพล กุระกัน พร้อมพวกรวม 3 คน พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) จำนวน 44 มัด ประมาณ 88,000 เม็ด ที่ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี และจากการสืบสวนขยายผล ทำให้ทราบว่ายังมีกลุ่มผู้ร่วมขบวนการของนายชนะพลฯ ทำหน้าที่ขนลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนเข้าไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ตอนใน โดยใช้รถยนต์ ยี่ห้อ Chevrolet Optra สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน สฬ 5020 กรุงเทพมหานครฯ เป็นยานพาหนะ

ต่อมา วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ชุดจับกุม ได้สืบทราบว่า จะมีการลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากในพื้นที่ ต.พะทาย ไปถึง ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม จึงวางแผนเพื่อสกัดกั้น ตามจุดที่คาดว่าจะใช้เป็นเส้นทางในการขนลำเลียงยาเสพติด จนกระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. ได้มีรถยนต์เป้าหมายคันดังกล่าว ขับขี่มาด้วยความรวดเร็ว โดยมุ่งหน้ามาจาก อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เจ้าหน้าที่เชื่อว่าภายในรถยนต์คันดังกล่าวน่าจะมีสิ่งผิดกฎหมายอยู่จึงได้ขับรถติดตามไป แต่เมื่อรถยนต์คันดังกล่าวเห็นรถของเจ้าหน้าที่ ได้เร่งเครื่องยนต์และขับหลบหนี เจ้าหน้าที่ได้ไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด

จนถึงบริเวณหน้าโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านนากะเสริม รถยนต์คันดังกล่าวได้สูญเสียการควบคุมและเสียหลักพุ่งเข้าชนกำแพงของราษฎร เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าควบคุมตัวบุคคลที่อยู่ภายในรถคันดังกล่าวเอาไว้ได้จำนวน 3 คน ได้แก่ นายประทีป สุวรรณวงศ์ อายุ 22 ปี (ผู้ขับขี่), นายศราวุธ บุดดี อายุ 25 ปี และนายภาณุวัฒน์ ศรีสุนา อายุ 24 ปี จากการตรวจสอบเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจพบกระสอบปุ๋ยสีเขียวจำนวน 1 กระสอบวางอยู่ที่บริเวณที่พักเท้าผู้โดยสารด้านหลัง จึงได้ทำการเปิดตรวจสอบพบยาบ้าบรรจุอยู่เป็นจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” พร้อมนำของกลางทั้งหมดเดินทางกลับมายังที่ทำการกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 เพื่อสืบสวนขยายผลและตรวจนับยาเสพติด ผลการตรวจนับพบยาบ้าของกลาง จำนวน 140 มัด รวมทั้งหมดจำนวนทั้งสิ้น 280,000 เม็ด จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธาน งาน “ปูทาง…สู่การตื่นรู้ ธรรมนาวาวัง” (ภาคประชาชน) รุ่นที่ 4

แชร์เนื้อหานี้

ด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธาน งาน “ปูทาง…สู่การตื่นรู้ ธรรมนาวาวัง” (ภาคประชาชน) รุ่นที่ 4 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา อ.เมืองเชียงใหม่ จว.เชียงใหม่

ในวันอาทิตย์ ที่ 13 กรกฎาคม 2568 เวลา 17.00 น. วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม 2568 เวลา 16.40 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย นายนิรัตน์ พงศ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, พล.ท.กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ มทภ.3, นายเย็นดี มณฑีรรัตน์ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 , น.อ.ปรธร จีนะวัฒน์ ผบ.บน.41

พร้อมข้าราชการ และประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับเสด็จฯ ณ ท่าอากาศยานทหาร บน.41 อ.เมืองเชียงใหม่ จว.เชียงใหม่ จากนั้นได้นั่งตำแหน่งเฝ้า ในงาน”ปูทาง…สู่การตื่นรู้ ธรรมนาวาวัง” (ภาคประชาชน) รุ่นที่ 4

ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา อ.เมืองเชียงใหม่ จว.เชียงใหม่ และส่งเสด็จ การเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จฯ และการถวายความปลอดภัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหตุการณ์ปกติ และสมพระเกียรติ เป็นไปตามพระราชประสงค์..

สมจิตรแสงบัลลังก์รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พ.ต.ท.ธงชัย เนื่องพืช นย.ทต.บ้านถิ่นฯ ร่วมประชุมชี้แจงการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2568ณ ศาลาอเนกประสงค์ หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านถิ่น อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ พันตำรวจโท ธงชัย เนื่องพืช นายกเทศมนตรีตำบลบ้านถิ่น นายรักษา ถิ่นหลวง นายสมพงษ์ เหมืองหม้อ รองนายกเทศมนตรีฯ พันตำรวจโทประพันธ์ ธุระกิจ ที่ปรึกษา นายแก้วศักดิ์ โป่งสม เลขานายกฯ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านถิ่นฯ

ทนายวินัย ทองคุ้ม ที่ปรึกษากิตติ มศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลบ้านถิ่น นางอัจฉรา นันต๊ะยานา ประธานสภาเทศบาลตำบลบ้านถิ่น นายกฤษกร ขยันการ รองประธานสภาเทศบาลฯ เข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงข้อมูลแก่ประชาชนในพื้นที่ตำบลบ้านถิ่น ที่มีที่ดินติดกับ ลำเหมืองร่องฮ่าง และลำเหมืองหัวไหน่

การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง เทศบาลตำบลบ้านถิ่นกับกรมชลประ ทานจังหวัดแพร่ โดยมี ฝ่ายปกครองตำบลบ้านถิ่นนำโดย นายภาสกร หม้อกรอง กำนัน ตำบลบ้านถิ่น เข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ เพื่อเป็นการชี้แจงแผน

การดำเนินงาน กำจัดสิ่งกีด ขวางทางลำน้ำ ในพื้นที่ลำเหมืองดังกล่าว โดยมีวัตถุ
ประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมในการระบายน้ำให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และ ป้องกันปัญหาอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน

มีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมรับฟังข้อมูลจำนวนมาก พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและเกิดประโยชน์ต่อชุมชนโดยรวม “เทศบาลตำบลบ้านถิ่นจะดำเนินงานโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมรับฟังทุกความคิดเห็นเพื่อพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน”

cr. @สท กฤษกร ขยันการ
ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่
061-595-5297

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / การผลิตทุเรียนคุณภาพ ชุมพร มหกรรมทุเรียนคุณภาพชุมพร Chumphon Durian Expo 2025 (Chumphon DE 2025) / จัดกิจกรรม มหาดไทยสีขาว เพื่อเป็นการรณรงค์ให้เกิดจังหวัดสีขาว

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดชุมพร ร่วม เอกชน และชุมชนท้องถิ่น เดินหน้าจัดงาน “มหกรรมทุเรียนคุณภาพชุมพร 2025” (Chumphon Durian Expo 2025) เพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกร ผู้ผลิตทุเรียนคุณภาพสูง ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม หวังเพิ่มมูลค่าการผลิต พร้อมตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางทุเรียนภาคใต้ ที่มีผลผลิตเป็นอันดับสองของประเทศ ระหว่างวันที่ 26 – 28 มิ.ย. นี้

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า จังหวัดชุมพรมีนโยบายในการพัฒนาการผลิตทุเรียน และไม้ผลอื่นๆ ที่เป็นพืชเศรษฐกิจหลัก ด้วยการยกระดับคุณภาพการผลิตให้ดียิ่งขึ้น โดยใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ส่งเสริมการผลิตสินค้ามาตรฐานส่งออก โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาส่ง

เสริม สนับสนุนทุกกลุ่มอย่างเต็มที่ โดยปัจจุบันจังหวัดชุมพร เป็นแหล่งผลิตทุเรียนที่สำคัญของประเทศ โดยมีพื้นที่ปลูกและปริมาณผลผลิตทุเรียนเป็นอันดับสองของไทย โดยมีเนื้อที่ปลูกทุเรียน 327,793 ไร่ ปริมาณผลผลิตทุเรียนออกสู่ตลาดกว่า 236,574 ตัน ถือเป็นตลาดรองรับการส่งออกใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ในปีที่ผ่านมามีมูลค่าการส่งออกทุเรียนชุมพรประมาณ 33,257 ล้านบาท ทั้งนี้จังหวัดชุมพร

มีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมในการปลูกทุเรียน เนื่องจากดินน้ำอุดมสมบูรณ์ และสภาพภูมิอากาศขนาบด้วยลมมรสุมทะเล จึงได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ทุเรียนชุมพรสร้างงานให้กับแรงงานในภาคเกษตรกรรมมีรายได้อย่างมั่งคง
“การจัดกิจกรรม “มหกรรมทุเรียนคุณภาพชุมพร 2025” (Chumphon Durian Expo 2025)

ถือเป็นการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพการผลิตทุเรียนชุมพร นำเสนอองค์ความรู้นวัตกรรม และเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทางให้เกษตรกรใช้ในการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งสร้างแรงกระตุ้นให้เกษตรกรรักษาคุณภาพมาตรฐานสินค้าของตนเอง และยกระดับคุณภาพของผลผลิตเพื่อให้สอดคล้องกับกระแสความต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ” นายเธียรชัย กล่าว

นายสุบรรณ์ รักษ์ทอง เกษตรจังหวัดชุมพร กล่าวว่า การจัดงาน “มหกรรมทุเรียนคุณภาพชุมพร-Chumphon Durian Expo 2025” จัดขึ้นเพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จ พร้อมรักษามาตราฐานคุณภาพทุเรียนชุมพร ด้วยการนำเทคโนโลยี

ความรู้ และนวัตกรรมใหม่ๆ มาปรับใช้ในกระบวนการผลิตของเกษตรกร และเป็นโอกาสอันดีที่จะสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศว่าทุเรียนชุมพรเป็นผลไม้คุณภาพสูงและปลอดภัย
ภายในงานประกอบด้วย 6 กิจกรรม ได้แก่

      ๑.การเสวนาเชิงวิชาการเกี่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิต เพื่อให้ทุเรียนผลสดเป็นไปตามมาตราฐานสินค้าเกษตร เพื่อการส่งออกและจำหน่ายในประเทศ ประกอบด้วย การเสวนาหัวข้อ: -การจัดการสวนทุเรียนหลังเก็บผลผลิต โดยคุณกิตติพงษ์ ช่วยเมือง (พงษ์ เกษตรทันใจ) นักวิชาการอิสระ เจ้าของช่องยูทูปเกษตรทันใจ น้ำคือชีวิต
- การเสวนาหัวข้อ: การให้น้ำเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพด้านการเจริญเติบโตของทุเรียน โดยคุณหลุยส์ รัตนราช โพธิ์มณี เจ้าของบริษัทระบบน้ำอินฟินิตี้ วอเตอร์ เทค ซิสเต็ม จำกัด

-.การเสวนาหัวข้อ: การปรับตัวของเกษตรกรจังหวัดชุมพรในการผลิตทุเรียน (สภาพอากาศที่เปลี่ยนไป ราคา และตลาดปลายทาง)สู่การพึ่งพาตนเองแนวใหม่ โดย ดร.ฐิระ ทองเหลือ คณบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร
-.การเสวนาหัวข้อ: การดูแลเรื่องโรคในทุเรียนและจัดการแมลงในทุเรียน โดยดร.ปฏิมาพร ปลอดภัย อาจารย์ประจำสาขาวิชานวัตกรรมการเกษตรและการจัดการ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ คุณวศินี อินศฤงคาร นักศึกษาปริญญาเอก
๒.การจัดประกวดผลผลิตทุเรียนหมอนทอง ทุเรียนเบญจพรรณ และมังคุล ผู้ชนะจะได้รับรางวัลเงินสด พร้อมประกาศนียบัตร  ๓.การแข่งขันกินทุเรียน แข่งขันวิ่งผลัดหาบทุเรียน ชิงรางวัล
๔.กิจกรรม ชิม แชร์ การซื้อสินค้าราคาพิเศษช่วงกิจกรรมนาทีทอง
๕.การแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับทุเรียนตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ โดยมีทั้งหน่วยงานราชการและบริษัท นำความรู้มาร่วมแสดง เช่น ความรู้ในเรื่องการเพิ่มธาตุอาหารให้ดิน ระบบน้ำ เครื่องจักรที่ทันสมัย การส่งออกทุเรียน การเพิ่มมูลค่าผลผลิตทุเรียนด้วยการแช่แข็ง บริษัทส่งออกและรับซื้อผลผลิตทุเรียน การตรวจสารตกค้างในทุเรียน บริษัทตัวแทนรับผลผลิตเพื่อไปตรวจสารตกค้าง
๖.ยามค่ำคืนยังจัดให้มีการแสดงดนตรีจากศิลปินที่มีชื่อเสียงอีกด้วย

นางสาวยุพาพร สวัสดี พาณิชย์จังหวัดชุมพร กล่าวถึงมาตรการด้านการตลาดและการช่วยสนับสนุน และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับเกษตรกรจังหวัดชุมพร โดยได้นำสินค้าไปร่วมจำหน่าย ในห้างสรรพสินค้าโมเดิร์นเทรดต่างๆ ทั้งในกรุงเทพมหานคร และ จังหวัดอื่นๆ

นอกจากนี้ยังมีการจัดเจรจาธุรกิจ ระหว่างผู้ประกอบการกับผู้ซื้อทั้งในประเทศ และต่างประเทศ รวมทั้งสนับสนุนการสร้างแบรนด์สินค้า เพื่อเพิ่มมูลค่าและสนับสนุนบรรจุภัณฑ์ให้กับกลุ่มเกษตรกร และเกษตรกรรายย่อยเพื่อทำการตลาดออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีมาตรการในการตรวจสอบคุณภาพสินค้า และเครื่องชั่งให้ตรงตามมาตรฐานเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคอีกด้วย นางสาวยุพาพร กล่าว

ด้านนายจาฏพจน์ ไกรมาก ประธานหอการค้าจังหวัดชุมพร กล่าวว่า “งานในปีนี้จะเป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงเป็นโอกาสให้ภาคธุรกิจและเกษตรกรได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ ตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์ความสามารถและจุดแข็งของจังหวัดชุมพรในด้านการเกษตรผลไม้ในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ”

นอกจากนี้ นายสุรินทร์ เหล่าพัทรเกษม เจ้าของเพจชุมพรฟ้าใหม่ “ยังได้เชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานและกิจกรรมเสริมในพื้นที่ว่างาน มหกรรมทุเรียนคุณภาพชุมพร 2025 (Chumphon Durian Expo 2025) เปิด

โอกาสให้ทุกคนได้สัมผัสบรรยากาศงาน ชิมผลไม้สดใหม่ หารายละเอียดเกี่ยวกับการปลูกและการแปรรูปทุเรียน รวมทั้งการเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดชุมพร ซึ่งมีทั้งธรรมชาติอันงดงาม วัฒนธรรมพื้นบ้าน และอาหารพื้นเมืองที่อร่อยไม่แพ้ใคร”

เชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมชมงาน “มหกรรมทุเรียนคุณภาพชุมพร 2025” (Chumphon Durian Expo 2025) ระหว่างวันที่ ถึง 26- 28 มิถุนายน 2568 เวลา13 .00 -23 .00 น. ที่โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ ตำบลบางลึก อำเภอเมืองชุพร จังหวัดชุมพร

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

จัดกิจกรรม มหาดไทยสีขาว เพื่อเป็นการรณรงค์ให้เกิดจังหวัดสีขาวอย่างเป็นรูปธรรม และป้องกันมิให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

วันที่ 19 มิถุนายน 2568 ตั้งแต่เวลา 09.30 - 15.00 น.   นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร  ว่าที่ร้อยตรี กิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายอภิชาติ สาราบรรณ์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์  ปลัดจังหวัดชุมพร น.ส.ปานนภา สุภาพรเหมินทร์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดชุมพร   โดยการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดในร่างกายของบุคลากรในสังกัดกระทรวงมหาดไทยในระดับจังหวัด และส่วนราชการทุกส่วนราชการ      จำนวน 462 ราย ณ ศาลากลางจังหวัดชุมพร  กระทรวงมหาดไทย  ได้มีข้อสั่งการ ให้ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ส่วนราชการทุกส่วนราชการ บุคลากรของหน่วยงานรัฐ ต้องปลอดยาเสพติด 100% ภายใต้โครงการการขับเคลื่อนมหาดไทยสีขาว สร้างพื้นที่ปลอดภัย หยุดยั้งยาเสพติด (Safe Zone No Drugs)   โดยการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดในร่างกายของบุคลากรในสังกัดกระทรวงมหาดไทยในระดับจังหวัด และส่วนราชการทุกส่วนราชการ ณ ศาลากลางจังหวัดชุมพร  กิจกรรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการรณรงค์ให้เกิดจังหวัดสีขาวอย่างเป็นรูปธรรม และป้องกันมิให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในทุกรูปแบบ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชนให้เกิดความเชื่อมั่นและศรัทธา
นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นผู้นำการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด  พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี กิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร  นายอภิชาติ สาราบรรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์  ปลัดจังหวัดชุมพร ส่วนราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย และส่วนราชทุกส่วนราชการ เข้ารับการตรวจ  ซึ่งผลตรวจทั้งหมด จำนวน 462 ราย ไม่พบสารเสพติด แต่อย่างใด

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดการประชุมปฐมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมและประเนินผลกระทบสิ่งแวดอ่างเก็บน้ำน้ำยาว (ตะวันตก) จังหวัดน่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 18 มิถุนายน 2568 เวลา 13.00 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอสองแคว จังหวัดน่าน นายพรมงคล ชิดชอบ รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2ผู้แทนกรมชลประทาน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ต่อนางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ประธานในพิธีเปิดการประชุมนิเทศโครงการ

ศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอ่างเก็บน้ำน้ำยาว
(ตะวันตก) จังหวัดน่านโดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น เจ้าหน้าที่สังกัดกรมชลประทาน และประชาชนเข้าร่วมประชุมจำนวนมาก

ตามที่กรมชลประทาน ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและ
ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำยาว (ตะวันตก) จังหวัดน่าน ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสองแคว หมู่ที่ 5 ตำบลนาไร่พลวง อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน ซึ่งมีพื้ นที่ส่วนหนึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 1A ดังนั้น จึงต้องเตรียมความพร้อม

จัดทำรายงานความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อประกอบการ ขออนุญาตใช้พื้นที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องการนี้ได้มีการศึกษาและจัดทำแผนหลักฯควบคู่ไปด้วย เพื่อที่จะทราบถึงปัญหา เกี่ยวกับทรัพยากรน้ำและแนวทางในการแก้ไขในภาพรวมของทั้งอำเภอ และพื้นที่

ใกล้เคียง รวมทั้งศึกษาลงรายละเอียดเฉพาะถึงความเหมาะสมและผลกระทบ
สิ่งแวดล้อมทั้งทางบวกและทางลบ รวมทั้งมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบ
สิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำน้ำยาว (ตะวันตก) จังหวัดน่าน
การประชุมปฐมนิเทศโครงการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอข้อมูลเบื้องต้น
ของโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำยาว (ตะวันตก) ตลอดจนแนวทาง

และแผนการดำเนินงาน การศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางในการดำเนินงาน ตลอดจนสภาพ

ปัญหา ข้อห่วงกังวลต่าง ๆ เพื่อนำไปประกอบการศึกษา ซึ่งจะดำเนินการเป็น
ระยะเวลา 18 เดือน โดยเริ่มดำเนินงานตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 ถึง กรกฎาคม 2569/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน 081-0342455

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วัฒนธรรมน่าน จัดการประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทย และมารยาทในสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 25688

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 เวลา 09.30 น. ที่อาคารสิริเมตตาธรรม ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน สำนักงานวัฒธรรมจังหวัดน่าน จัดการประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทย และมารยาทในสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดการประกวด

ซึ่งมีพระครูสิรินันทวิทย์ เจ้าคณะอำเภอเมืองน่าน เจ้าอาวาสวัดดอนมูล พระพระภิกษุสามเณรเมตาร่วมพิธีเปิด นางภัทราภรณ ชัยวัฒนกุล วัฒนธรรมจังหวัดน่าน กล่าวพบปะให้กำลังใจแก่เด็กนักเรียน นักศึกษา โดยมีนายจิรศักดิ์ เพชรสุทธิ์ ผอ.กลุ่มยุทธศาสตร์และและเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมกล่าวรายงาน มีคณะครู นักเรียน เข้าร่วมกิจกรรม

ด้วยจังหวัดน่าน โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้ดำเนินกิจกรรมการประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทย และมารยาทในสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จังหวัดน่าน เพื่อเป็นแนวทางและเครื่องมือสำคัญในการเผยแพร่และเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ

หลักปฏิบัติ เรื่องมารยาทไทย และมารยาทในสังคม รวมทั้งการรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์การไหว้เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ ประเภทการทักทายและการแสดงความเคารพแบบไทย รวมทั้งเป็นการตอบสนองนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โดยการปลูกฝังวัฒนธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทย และมารยาทในสังคม

จังหวัดน่าน มีนักศึกษาที่สมัครเข้าร่วมประกวดฯ จำนวน 98 คน แบ่งเป็นระดับประถมศึกษา (ป.1 – ป.6)จำนวน 19 ทีมระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1 – ม.3) จำนวน 10 ทีม ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4 – ม.6) และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 9 ทีม และระดับอุดมศึกษา และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) จำนวน 1 ทีม ผลการประกวดเยาวชนต้นแบบมารยาทไทยและมารยาทสังคม ประจำปี 2568 ระดับประถมศึกษา ชนะเลิศได้แก่โรงเรียนบ้านเป้า รองชะ

เลิศอันดับ 1 โรงเรียนจุมปีวนิดาภรณ์ เทศบาลเมืองน่าน(บ้านภูมินทร์)รองชนะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนบ้านนาราบ(จุลเกษตรศึกษานาคาร )ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ชนะเลิศได้แก่โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร รองชนะเลิศอันดับ 1 โรงเรียนน่านนคร รองชนะเลิศอันดับ 2

โรงเรียนบ้านปางเป๋ย มัธยมศึกษาตอนปลาย ชนะเลิศได้แก่ โรงเรียนสตรีศรีน่าน รองชนะเลิศอับดับ1โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร รองชะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนน่านนคร และระดับอุดมศึกษา(ปวส.) ชนะเลิศไดเแก่ มหาวิทยาลัยรภัฏอุตรดิตถ์
/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เทศบาลตำบลสามง่าม ประชุมสภาสามัญ สมัยที่ 2 พร้อมแถลงนโยบาย

แชร์เนื้อหานี้

การประชุมแถลงนโยบาย ของนายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม ต่อสภาเทศบาลตำบลสามง่าม (การประชุมสภาสมัยสามัญ สมัยที่ 2 ประจำปีพ.ศ. 2568 )

สภาเทศบาลตำบลสามง่าม จัดการประชุมสภาเทศบาล สมัยสามัญ สมัยที่ 2 ประจำปีพ.ศ.2568 ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลสามง่าม ชั้น 3

โดยมี นายจิราวัฒน์ ปึงสุขสมบูรณ์ ประธานสภาเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล พร้อมด้วย นายสมรัก มีใจดี นายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม คณะผู้บริหาร ผศ.ดร.

อภิชา พรเจริญกิจกุล รองนายกเทศมนตรี นายสกุล บุญขจาย ที่ปรึกษานายกฯ และหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมประชุม

โดยพร้อมเพียงกัน เพื่อพิจารณาและขออนุมัติในญัตติ การแถลงนโยบายของนายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม

โดยในที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาลงมติตามญัตติที่เสนอในวาระต่างๆ โดยยึด

หลักเพื่อให้เกิดประดยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในท้องถิ่นเป็นสำคัญ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา กระทุ้งรัฐบาลเปิดอภิปรายทั่วไปถกปัญหาไทย-กัมพูชา ลั่นไม่ยอมเสียดินแดนในศาลโลกครั้งที่ 3 / “วิ่งกันให้วุ่น! หนุ่มใหญ่ทิ้งรถ โกยแนบ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่ห้องโถง ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (ฝั่ง สว.) คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดยพลเอกสวัสดิ์ ทัศนา ประธาน กมธ. พร้อมด้วยพลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ร่วมกันแถลงข่าวกรณี สว.ออกแถลงการณ์เรื่อง “ขอเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภา” โดยสรุปว่า จากเหตุการณ์กระทบกระทั่งบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2568 ซึ่ง กมธ.การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 1 ประณามการกระทำที่ขาดความจริงใจ ไร้ความเป็นมิตรเยี่ยงประเทศเพื่อนบ้านพึงมีต่อกันของฝ่ายกัมพูชา เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2568 ไปแล้วนั้น เมื่อวันที่ 9 และ 10 มิ.ย. 2568 กมธ.

ได้เดินทางเข้าพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อให้เห็นภูมิประเทศจริงและรับทราบสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และได้ใช้โอกาสนี้พบปะเยี่ยมเยียนเพื่อแสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่พิพาท รวมทั้งกำลังทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติตามแนวชายแดนด้วยความเข้มแข็ง

ตร.ทล. ชุมพร “วิ่งกันให้วุ่น! หนุ่มใหญ่ทิ้งรถ โกยแนบ วิ่งหนีไม่ คิดชีวิต ตร.ทล.ชุมพรโชว์ไหวพริบ ขี่รถคนร้ำยไล่ล่า

วันที่ 16 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก ว่าที่ พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ได้ สั่งการให้ ตำรวจทางหลวง ส.ทล. กก. บก.ทล.(ชุมพร)ตรวจสอบพื้นที่รับผิดชอบ นำโดย ร.ต.อ.วิมล แก้วชู รอง สว.(ป.) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ด.ต.กิตติชัย ช่วยเกิด ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ส.ต.อ.มาตุภูมิ รัตนคช ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บกออกตรวจพื้นที่ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ พบ ชายต้องสงสัย ขับขี่ รถจักรยานยนต์ แซงรถตำรวจทางด้านซ้ายด้วยความเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสังเกตเห็น แสดงอาการ พิรุธ จึงเรียกให้จอดและขอทำการตรวจค้นตัว และแล้วก็เจอ

ถุงซิปลักษณะคาดเดาได้ว่าน่าจะเป็นยาบ้า ถูกซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านซ้ายของชายคนดังกล่าวชายต้อง สงสัยกลับกระโจนวิ่งหนีจากจุดเกิดเหตุอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้บนถนน แล้ววิ่งหนีไป คาดจะลง ข้างทางมุ่งหน้าสู่ป่าใกล้เคียง ด้วยไหวพริบและสัญชาตญาณของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายหนึ่งรีบวิ่งไล่ติดตาม ในทันที ขณะที่อีกนายควบจักรยานยนต์ของคนร้ายเข้าไล่บี แบบประชิด งานนี้ ไม่ใช่แค่วิ่ง แต่คือการไล่ล่า ทุลักทุเล ตำรวจเหนื่อย คนร้ายก็หอบ วิ่งกันเหงื่อโชกกลางดึกแม้ผู้ต้องหาพยายามวิ่งเข้าป่าหลบหนี

แต่ตำรวจ ทางหลวงชุมพรก็ไม่ละความพยายาม ไล่ตามอย่างไม่ลดละ จนกระทั่งสามารถรวบตัวไว้ได้ในที่สุดห่างจากจุดที่ พบตัวหลบหนีไปไกลกว่า 1 กิโลเมตร ปฏิบัติการครั้งนี้ จับกุมตัว 1.นายจีระศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ชาว ต.ตากแดด อ.เมือง จ.ชุมพร ของกลาง 1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ชนิดเม็ด ลักษณะกลมแบน ประทับอักษร WY สีส้ม จำนวน 452 เม็ด บรรจุในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน ชนิดกดปิด-ดึงเปิด 2.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ชนิดเม็ด ลักษณะกลมแบน ประทับอักษร WY สีเขียว จำนวน 4 เม็ด บรรจุในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน ชนิดกดปิด-ดึงเปิด 3.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อเรียลมี สีทอง 1 เครื่อง

จากสอบถามผู้ต้องหาเล่าว่าตนเองติดต่อซื้อยาเสพติดผ่านแอพพลิเคชั่น Facebook เมื่อช่วงคำของวันที่ 15มิ.ย.68 ในราคา 6,000 บาทและได้นัดหมายวางยาบ้าบริเวณหลักกิโลเมตรก่อนถึงสี่ แยกปฐมพรและตนเองได้เสพยาเสพติดมาแล้วจำนวน4เม็ด

เจ้าหน้าที่ ตร.ทล.ชุมพรจึงได้ จัดทำบันทึกการจับกุมและได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบ ฐานความผิด “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย ,เป็นผู้ขับขี่รถและเสพยาเสพติดให้โทษประประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยไม่ได้รับ อนุญาตและเป็นผู้ขับขี่รถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ จากนั้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ธนากร โกศลเมธี ภาพ/ ข่าว รายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สพอ.อรัญประเทศ ดำเนินโครงการเพิ่มศักยภาพคณะกรรมการเครือข่ายกองทุนชุมชนขับเคลื่อนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต :กิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการ

แชร์เนื้อหานี้

สพอ.อรัญประเทศ ดำเนินโครงการเพิ่มศักยภาพคณะกรรมการเครือข่ายกองทุนชุมชนขับเคลื่อนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต :กิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการ

วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน 2568 เวลา 09.30 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภออรัญประเทศ ชั้น 2 จังหวัดสระแก้ว
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภออรัญประเทศ นำโดย นายกิตติ พิศงาม พัฒนาการอำเภออรัญประเทศ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน จัดโครงการเพิ่มศักยภาพคณะกรรมการเครือข่ายกองทุนชุมชนขับเคลื่อนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต มีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย คณะกรรมกรรมการเครือข่านกุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตอำเภออรัญประเทศและคณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต จำนวน 20 คน โดยมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินโครงการในครั้งนี้ ได้แก่

  1. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการทราบบทบาทหน้าที่ของเครือข่ายกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตตามระเบียบกรมการพัฒนาชุมชนว่าด้วยการส่งเสริมการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต พ.ศ.2555
  2. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการทราบแนวทางการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเพื่อให้มีการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล
  3. เพื่อให้ทราบทิศทางการส่งเสริมการออมภายใต้แนวคิด 3 พ
  4. 4. ร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการสนับสนุนการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

CDD Change for Good

  • ภาพ : ข่าว : สพอ.อรัญประเทศ รายงาน
  • กองทุนชุมชนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ
  • กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอำเภออรัญประเทศ
  • โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน
  • OTOP
  • กองทุนพัฒนาเด็กในชนบทในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
  • โคกหนองนาพัฒนาชุมชน
  • CDD
  • SEPtoSDGs

ผ้าไทยใส่ให้สนุก

otopสระแก้ว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงงานนวัตกรรม Super Sanitizing Filter Innovation ในเวทีนานาชาติ ITEX 2025

แชร์เนื้อหานี้

ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนโรงเรียนสตรีศรีน่านคว้ารางวัลเหรียญทอง โครงงานนวัตกรรม ITEX 2025 จากการนำเสนอโครงงานนวัตกรรม Super Sanitizing Filter Innovation ในเวทีนานาชาติ ITEX 2025 – The 36th International Invention, Innovation and Technology Exhibition

นักเรียนโรงเรียนสตรีศรีน่านคว้ารางวัลเหรียญทอง โครงงานนวัตกรรม ITEX 2025 จากการนำเสนอโครงงานนวัตกรรม Super Sanitizing Filter Innovation ในเวทีนานาชาติ ITEX 2025 – The 36th International Invention, Innovation and Technology Exhibition

จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 พฤษภาคม พ.ศ.2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐ โดยผลงานของนักเรียนได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการนานาชาติในด้านความคิดสร้างสรรค์และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์
นักเรียนผู้ร่วมนำเสนอผลงาน จำนวน 5 คน ได้แก่

  1. นางสาวพอฤทัย วิชัยยา ม.5.1 (ห้องเรียนพิเศษ SMTE)
  2. นางสาวพิมพ์พิศา แสงแก้วสันติสุข ม.5.1 (ห้องเรียนพิเศษ SMTE)
  3. นางสาวอภิรญา ดีปินตา ม.6.2 (ห้องเรียนพิเศษวิชาการ)
  4. นางสาวธัญชนน ลิ้มประยูร ม.6.3 (ห้องเรียนพิเศษ IEP)
  5. นายปัญญากร คิดดี ม.6/1 (ห้องเรียนวิทยาศาสตร์พลังสิบ)
  6. ครูที่ปรึกษา จำนวน 2 คน ได้แก่
  7. นางปุณณดา ปราบริปู
  8. นายอัศวิน ธะนะปัด และได้รับความร่วมมือจากคณะครูกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนสตรีศรีน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อาถรรพ์วันศุกร์ 13 คุมประพฤติประจวบฯ ร่วมกับ ตร.สืบจ.ประจวบฯ รวมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 14 มิ.ย.68 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ครรชิต โชวัฒนชัย ผกก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ สั่งการให้ พ.ต.ท.มานิตย์ ปลอดโปร่ง สว.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ร.ต.อ.สุเทพ เขียวประชุม ร.ต.ท.สรรชัย ประเสริฐสุข รอง สว.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ส.ต.รัชตะ กรุดจันทร์ ผบ.หมู่ งานสืบสวน ภ.จว.ประจวบ ร่วมบูรณาการประสานงานกับ นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมอบหมายให้ นายปิยชาติ ไฮ้คง พนักงานคุมประพฤติชำนาญการ นายวรวุฒิ ใบแย้ม พนักงานขับรถยนต์ และนายณัฐธภพ พันสาย อาสาสมัครคุมประพฤติ จ.ประจวบฯ

ร่วมกันนำหมายค้นของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ ค.220/ 2568 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2568 เพื่อค้นบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ 5 ตำบลชัยเกษม อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีบุคคลที่มีหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พักอาศัยอยู่ เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าวไม่พบนายบี ( นามสมมุติ ) แต่ได้ พบบุคคลในครอบครัวให้ถ้อยคำว่าบุคคลดังกล่าวได้อุปสมบทอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบผู้ต้องหาตามหมายจับอยู่ในบริเวณวัดดังกล่าวจริง ในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์สีดำ เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้แสดงหมายค้น และหมายจับ ของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้บุคคลดังกล่าวดูซึ่งรับว่าเป็นบุคคลตามหมายนี้จริงและยังไม่เคยถูกจับกลุ่มในคดีนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิ์ตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับทราบว่าจับกุมตามหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ 322/2566 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 คดีอาญาหมายเลขดำที่ย2023/2566 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ ย2086 / 2566 ในความผิด ฐาน ต้องหาว่ากระทำผิดฐานเสพยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่งเมทแอมเฟตามีนโดยฝ่าฝืนตามกฎหมาย จากนั้นนำตัวผู้ถูกจับกุมไปแจ้งต่อเจ้าอาวาส พร้อมนำตัวไปฝากควบคุมไว้ที่สถานีสถานีตำรวจภูธรทับสะแก และ ได้ดำเนินการตรวจสารเสพติดให้โทษในปัสสาวะบุคคลดังกล่าว พบสารเสพติดประเภทแอมเฟตามีนในร่างกายพบเป็นสีม่วง

จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้เสพยาบ้าในคืนวันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน 2568 ภายหลังจากได้ลาสิขาบทในวันเดียวกัน ทั้งนี้ได้ดำเนินการนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอทับสะแกเพื่อควบคุมตัวไว้ เนื่องจากเป็นวันที่ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ปิดทำการและจะทำการนำตัวผู้ถูกจับกุมส่งศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในวันจันทร์ที่ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เปิดทำการเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

/////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจบึงกาฬ จัดอบรมโครงการสร้างจิตสำนึกฯ ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ปลูกฝังความรักชาติ รุ่นที่ 3/2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 68 เวลา 09.30 น. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล โดย พ.ต.อ.ชัชวาลย์ หมั่นนอก ผู้กำกับการ2 กองบังคับตำรวจสันติบาล 1 พ.ต.ท.พิพัฒน์ เจริญเดชธนกิจ สารวัตรหัวหน้าหน่วย ตำรวจสันติบาลบึงกาฬ พร้อมตำรวจในสังกัดได้จัดกิจกรรมการอบรมโครงการสร้างจิตสำนึกฯ รุ่น 3/68 ณ หอประชุมโรงเรียนหนองยองพิยาคม รัชมังคลาภิเษก ต.หนองยอง อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ โดยมีผู้เข้าอบรม เป็น นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนหนองยองพิทยา รัชมังคลาภิเษก จำนวน 100 คน พร้อมเข้ารับการอบรมฯ พร้อมโหลด QR Code เพื่อร่วมเป็นแหล่งข่าว

โดยมี นายจิรศักดิ์ แก้ววันทา ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก เป็นประธานเปิดพิธีฯ ขึ้นจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมโหลด QR Code พร้อมครู อาจารย์ เพื่อร่วมเป็นแหล่งข่าว ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา โดยให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ได้กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเดียว ที่เรียก ระบอบการปกครอง ประชาธิปไตย โดยต่ด้วย “อันมีพพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข” เหตุผลพื้นฐานมาจากรากฐานของสังคมไทยที่ดคารพ เทิดทูลสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ประชาชนชาวไทยรับการปลูกฝัง เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์มา

ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน พระมหากษัตริย์ทรงได้ปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม ทรงบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของประชาชน พระราชกรณียกิจที่สำคัญ ใน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พระมหากษัตริย์ที่เปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพและความสามารถทางด้านการศึกษา การทหาร กีฬา ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และอื่นๆ พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายในการประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆ มากมาย มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ เริ่มตั้งแต่การเสด็จพระราชดำเนินไปยังภูมิภาคต่างๆ ทอดพระเนตรความเป็นอยู่ และทุกข์สุขของราษฎร เพื่อเรียนรู้แนวทางการพระราชทานความช่วยเหลือ ทั้งการพัฒนาอาชีพ พัฒนาแหล่งน้ำ และชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร

พ.ต.ท.พิพัฒน์ เจริญเดชธนกิจ สารวัตรหัวหน้าหน่วยตำรวจสันติบาลบึงกาฬ กล่าววัตถุประสงค์ และรับชมวีดิทัศน์ การเสด็จขึ้นครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน และวีดิทัศน์บทบาทของตำรวจสันติบาล ซึ่งโครงการสร้างจิตสำนึกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อ

รณรงค์สร้างจิตสำนึกและค่านิยมให้มีความเคารพรัก เทิดทูน ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจและตระหนักว่าบรรพบุรุษของไทย โดยเฉพาะพระมหากษัตริย์ได้เอาเลือดเนื้อต่อสู้เพื่อให้ไทยเป็นชาติที่มีเอกราช และอธิปไตยมาตราบจนทุกวันนี้ และเพื่อให้นักเรียน นักศึกษา เข้ามามีส่วนร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยจัดตั้งเครือข่ายครอบคลุมทุกสาขาอาชีพ

อีกทั้งเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งและสนับสนุนเครือข่ายภาคประชาชนในการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ต่อต้านภัยคุกคามต่างๆ ที่กระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ร่วมมือสอดส่องและป้องกันภัย ร่วมแก้ไขผลเสียหายที่จะกระทบต่อความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อเผยแพร่ และส่งเสริมเครือข่ายภาคประชาชนให้ปฏิบัติตามพระบรมราโชวาท พระราชดำริ และพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อยึดถือเป็นหลักปฏิบัติในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างจิตสำนึกให้เกิดความจงรักภักดี

การปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้ดำเนินโครงการสร้างจิตสำนึกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อให้ความสำคัญ ส่งเสริม ตลอดจนสร้างกระบวนการสร้างเครือข่ายภาคประชาชน ให้เข้ามามีส่วนปลูกฝังสร้างจิตสำนึก ค่านิยม ให้เกิดความจงรักภักดี ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ อีกทั้งให้ความสำคัญกับการประเมินผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินโครงการที่ผ่านมา เพื่อให้เกิดความเข้าใจการดำเนินกิจกรรมร่วมกันของเยาวชน เครือข่ายภาคประชาชนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ที่จะมีผลให้เกิดความร่วมมืออันสูงสุดในการเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างจิตสำนึก ค่านิยม ให้เกิดความจงรักภักดี และปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ให้อยู่คู่กับปวงชนชาวไทยตลอดไป
ข่าว/ภาพ ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล จ.บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /นายด่าน แจงปม กัมพูชาซื้อเกลือไทยไปให้ทหารกัมพูชาในป่า กว่า 2 พันตัน

แชร์เนื้อหานี้

***จากกรณีที่มีข่าวออกมาว่าชาวกัมพูชาแห่มาซื้อเกลือที่ฝั่งไทย ทางด่านช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมาซื้อไปกว่า 2,800 กว่าต้น เพื่อเอาไปให้ทหารกัมพูชาดำรงชีวิตในป่า ล่าสุด นายประสิทธิ์ ดีจงเจริญ นายด่านศุลการกรช่องสะงำ เปิดเผยกับ

ผู้สื่อข่าวว่า เรื่องดังกล่าวที่ออกข่าวไปว่ามีการส่งออกเกลือถึง 2,800 กว่าต้น ให้กับทางกัมพูชานั้นไม่เป็นความจริง ข่าวที่นำเสนอไปนั้นเป็นภาพรวมทั้งเดือน พฤษภาคม 68 ไม่ใช่เป็นวันเดียว ซึ่งภาพรวมปกติไม่ได้มีการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด เป็นการส่งออกทุกเดือนตั้งแต่ยังไม่มีปัญหาเรื่องชายแดน จนถึงวันนี้ ยังคงมียอดส่งออกปกติ

ไม่ได้มียอดกระโดดสูงหรือมีบริมาณส่งออกมากจนผิดปกติ โดยสิ่งของที่ส่งออกตอนนี้ส่วนมากจะเป็นสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค เช่น น้ำผลไม้ นมถัวเหลือง เกลือ ซึ่งภาพที่ออกไปนั้นเป็นเมื่อวาน (6 มิ.ย. 68) จริงตนก็อยู่ในวันนั้นซึ่งเป็นภาพรายงานในแต่ละวันไม่รู้ว่าผู้สื่อข่าวนำมาจากแหล่งไหน โดยการส่งออกเกลือในวันนั้นมีไม่กิโลกรัมเอง

ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติในการส่งออกในรอบวัน มีเพียงหนึ่งคันรถเท่านั้น และเป็นการซื้อขายส่งออกระหว่างภาคเอกชนตามปกติ ไม่ใช้ของทหารมาซื้อ หรือ ใครมาซื้อไปให้หทารแต่อย่างใด เพราะจริงๆแล้วห่างออกไปจากด่านถาวรช่องสะงำ ไม่ไกลจะมีตลาดขนาดใหญ่ คือ ตลาดอลเวง ที่เป็นตลาดรองรับสิ่งค้าต่างจากประเทศไท

***นายประสิทธิ์ ดีจงเจริญ นายด่านศุลการกรช่องสะงำ กล่าวต่อไปว่า ส่วนบรรยากาศภาพรวมหน้าด่าน ร่วมถึงการส่งออกที่หน้าด่าน ตอนนี้ยังคงสงบสุขดี ยังมีการเปิดด่าน และมีการส่งออกสิ่นค้าตามปกติ แต่ปริมาณคนเข้าออกระหว่างประเทศนั้นลดลงกว่าปกติถึง 30-40 %

เนื่องจากมีความกังวลถ้าผ่านด่านเข้ามาแล้วอาจจะมีการปิดด่านกะทังจนไม่สามารถกลับไปยังประเทศไม่ได้ ส่วนกำลังทหารนะตอนนี้ที่หน้าด่านพรมแดนยังไม่มีการเสริมกำลังเข้าไปในหน้าด่านแต่อย่างใด เพราะตนคิดว่าทางทหารก็อยากจะทำให้ทางหน้าด่านดูสงบปกติ ส่วนแนวโน้มเรื่องการปิดด่านตอนนี้ยังไม่ได้รับคำสั่งแจ้งให้ปิดด่านแต่อย่างใด

***ทั้งนี้ หาก สื่อมวลชนหรือท่านใด อย่างจะทราบข้อเท็จจริง หรือนำไปเสนอข่าวให้สอบถามข้อมูลหรือข้อเท็จจริงก่อน สามารถเข้ามาสอบถามหรือโทรศัพท์สายตรงมาสอบถามกับนายด่านศุลการกรได้ทุกเมื่อ เพราะการที่เอาข้อมูลหรือภาพไปนำเสนอที่บิดเบือนข้อเท็จจริง ข่าวที่ออกไปอาจจะทำให้พี่น้องประชาชน เกิดความแตกตื่นหรือเข้าใจผิดได้ และจะให้เกิดผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่และประเทศไทยได้
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ลพบุรี นายอำเภอโคกสำโรง ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 3 มิถุนายน 2568 เวลา 07.30 น. ที่ หอประชุมเทศบาลตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี นายเจตพงษ์ โชคสวัดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต

สภ.โคกสำโรง พร้อมข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือนและพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 48 รูป และเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระราชกุศล เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ. ศูนย์ข่าวฯ อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ส.อบจ.ขอนแก่น เขต3 ชุมแพ ร่วมงาน ฌาปนกิจศพนายจเร บุญมั่ง(พลทหารจเร บุญมั่ง อดีตทหารผ่านศึก) อายุ 61 ปี ณ วัดอัมพวัน บ้านหนองคอง จากกรณีทำร่างกายเสียชีวิต

แชร์เนื้อหานี้

วันเสาร์ ที่ 31พฤษภาคม พ.ศ 2568 นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ

ได้รับเกียรติจากเจ้าภาพร่วมงานฌาปนกิจนายจเร บุญมั่ง มีคณาญาติแขกผู้มีเกียรติ ส่วนราชการร่วมงานจำนวนมาก เช่น

นายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน นายชั้นฟ้า ทีภูเวียง

ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลโนนสะอาด(รอ กกต.รับรองเป็นทางการ) ผอ.สวิต คำภา (เลขาส่วนตัว สจ.สำราญ ศรีภา)

พันโท.สุรพล ทะสา ปธ.เครือข่ายทหารผ่านศึกจังหวัดขอนแก่น นายชวินทร์ เฮียงโฮม ปธ สมาคมสันนิบาตเสรีชนแห่งประเทศไทย

จังหวัดมหาสารคาม นายกิตติศักดิ์ นามนัย รองปธ.สภาอง์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นายสำเร็จ ใจซื่อ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน

นางสมัย อุ่นทะมณี รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน นายสันติ แก้วมูลตรี รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน

นายกิตติพศ นามนัย เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน ร้อยตรีสวัสดิ์ ชัยลา ส.อบต.บ้านโนนชัย นางลาวรรณ นามนัย

ส.อบต.บ้านหนองม่วง นายณรงค์ ตุ้มทอง ส.อบต.บ้านหนองคอง นายพิชัย จันทร์เวียง สอบต.บัานหลังโนนชาต

นายบุรม บึ้งเวียง ผญบ.นางกมลทิพย์ ศรีทองนาค ผญบ.นางเกศริน สิมมาทด ผญบ

.นายประวัติ ขาวลา ผญบ.นายคำพอง ยะวร อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน,อปพร และ ชรบ อสม.เป็นต้น

โอกาสนี้ พันเอกธานินทร์ คำทิพย์ นายทหารช่างกองทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธี พระครูอัมพวันภัทรคุณ เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมกล่าวสัมโมทนียกถา

กับเหตุการณ์ที่เกิด “บ้านเราชุมชนเราไม่เคยมีเหตุความรุ่นแรงมาก่อน สังคมเราขาดสติ กินเหล้าก็ขาดสติ เราต้องให้เมตตา ให้อภัย ที่อื่นเมื่อกินเหล้าเมา ก็กลับบ้านไปพักผ่อน ฉะนั้น ทุกท่าน ต้องมี สติ”

จากกรณีนายสมบัติ แนวประเสริฐ บ้านหลังโนนชาต ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ผู้ก่อเหตุให้การว่าตนกับผู้ตายได้ทะเลาะกัน บ้านที่เกิดเหตุ จากนั้นจึงได้ใช้ไม้ฟาดผู้ตาย เป็นเหตุให้เสียชีวิตแล้วลากผู้ตายไปไว้บริเวณกลางถนนหน้าบ้านที่เกิดเหตุ เมื่อวันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ.2568 เวลา 11.10 น

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

สมมาตร แอ่มไร่ /ภาพ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อนาคตไกล ”ปุณณ์ ศานติสมบัติเกษม“ ซิวเหรียญทอง “ภูเก็ต สปอร์ต ซิตี้ เทควันโด โอเพ่น 2025” พ่วงรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 31 พ.ค.68 เป็นการแข่งขันเทควันโด รายการ “ภูเก็ต สปอร์ต ซิตี้ เทควันโด โอเพ่น 2025” ที่รวมเหล่านักกีฬาเทควันโดนจำนวนมากทั้งนักกีฬาทั้งชาวไทยและต่างประเทศร่วมชิงชัยอย่างคับคั่ง นับเป็นรายการแข่งขันเทควันโดยรายการใหญ่แห่งภูมิภาครายการหนึ่ง

น้องปุณณ์ ศานติสมบัติเกษม นักกีฬาเทควันโดดาวรุ่งที่น่าจับตา จากชมรมเทควันโดจังหวัดภูเก็ต ได้เข้าร่วมการแข่งขันในประเภทเยาวชนชาย อายุ 15-17 ปี น้ำหนัก 45-48 กก. หลังจากซุ่มซ้อมเรียกความฟิตเตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดี โดยเจ้าตัวตั้งใจจะทำผลงานให้ดีที่สุดแบบไม่กดดันตัวเอง และในฐานะที่แข่งขันในบ้านเกิดก็หวังจะมีเหรียญรางวัลติดไม้มือ

น้องปุณณ์ ยังเปิดเผยด้วยว่า การแข่งขันในครั้งนี้ มองคู่แข่งซึ่งมาจากทั้งในไทย และประเทศเพื่อนบ้านว่า ตัวเองจะสามารถเอาชนะได้ด้วยการฝึกซ้อมที่สม่ำเสมอ แต่ก็ประมาทไม่ได้ เพราะเราเองอาจเสียเปรียบในเรื่องรูปร่าง เลยต้องระวังเป้าศีระษะเป็นพิเศษ แต่จะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เช่นกัน

ทั้งนี้ การแข่งขันปรากฏว่า น้องปุณณ์ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ไล่เตะทำคะแนนจากคู่ต่อสู้ทุกคน จนสามารถคว้าเหรียญทอง ชนะเลิศ การแข่งขันเทควันโด รายการ “ภูเก็ต สปอร์ต ซิตี้ เทควันโด โอเพ่น 2025” ประเภทเยาวชนชาย อายุ 15-17 ปี น้ำหนัก 48-51 กก.ได้สำเร็จ พร้อมถ้วยรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนท์ สร้างความปลื้มปิติและยินดีให้ตัวเองและครอบครัว ตลอดจนชมรมเทควันโดจังหวัดภูเก็ตเป็นอย่างมาก ถือเป็นดาวดวงใหม่แห่งวงการเทควันโดไทยที่อนาคตไกล

น้องปุณณ์ เผยต่อว่า มีรายการแข่งขันต่อไปที่ประเทศมาเลเซีย ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 นี้ ซึ่งหลังจากนี้จะได้เตรียมความพร้อมของร่างกายเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในรายการต่างประเทศ ส่วนรายการแข่งขันอื่น ต้องทางโค้ชสรุปความแน่นอนอีกครั้ง ซึ่งจะตั้งใจทำผลงานให้ดีอย่างต่อเนื่องต่อไปด้วย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สคร.9 นครราชสีมา เตือนหน้าฝน ระวัง!! โรคไข้เลือดออก

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูฝน ทำให้ยุงลายแพร่เชื้อโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น สคร.9 นครราชสีมา เตือนประชาชนป้องกันตนเองอย่าให้ถูกยุงกัด โดยทายากันยุงเพื่อป้องกัน และขอให้ชุมชนร่วมมือกันสำรวจและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายตามมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค ได้แก่ เก็บบ้าน ให้สะอาดไม่ให้ยุงลายเข้ามาเกาะพัก เก็บขยะ ภายในและรอบๆ บริเวณบ้านไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เก็บน้ำ เก็บภาชนะกักเก็บน้ำให้มิดชิดเพื่อป้องกันยุงลายลงไปวางไข่  จะป้องกันโรคติดต่อนำโดยยุงลายได้ 3 โรคคือโรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา พร้อมย้ำเตือน หากป่วยเป็นไข้เลือดออก ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง และรีบไปพบแพทย์

นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวถึงอาการของโรคไข้เลือดออกว่า เกิดจากยุงลายเป็นพาหะนำโรค ทำให้ผู้ป่วยมีไข้สูงเฉียบพลันเกิน 39-40 องศาเซลเซียสประมาณ 2-7 วัน ร่วมกับปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว หน้าแดง อาจมีจุดแดงเล็กๆ ขึ้นตามลำตัว แขน ขา นอกจากนี้ อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และเบื่ออาหาร ส่วนใหญ่ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ต่อมาไข้จะลดลง ในระยะนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจเกิดภาวะช็อกและเสียชีวิตได้ สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในเขตสุขภาพที่ 9 ระหว่างวันที่ 1 มกราคม –10 พฤษภาคม 2568 พบผู้ป่วยสะสมจำนวน 495 ราย มีผู้เสียชีวิตเพียง 1 ราย แยกเป็นรายจังหวัด ดังนี้ 1) จ.บุรีรัมย์ มีผู้ป่วยสะสม 166 ราย มีผู้เสียชีวิต 1 ราย อัตราป่วย 10.63 ต่อประชากรแสนคน 2) จ.นครราชสีมา มีผู้ป่วยสะสม 184 ราย อัตราป่วย 7.16 ต่อประชากรแสนคน 3) จ.สุรินทร์ มีผู้ป่วยสะสม 105 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต อัตราป่วย 7.74 ต่อประชากรแสนคน 4) จ.ชัยภูมิ มีผู้ป่วยสะสม 40 ราย อัตราป่วย 3.74 ต่อประชากรแสนคน กลุ่มอายุที่ป่วยมากที่สุด คือ 10-14 ปี รองลงมาคือ 5-9 ปี และ 0-4 ปี


นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน กล่าวต่อไปว่า ขอให้ประชาชนป้องกันตนเองอย่าให้ถูกยุงกัด โดยทายากันยุง ช่วยกันกำจัดลูกน้ำยุงลายให้ครอบคลุมในพื้นที่ 7ร. ได้แก่ 1.โรงเรือน (บ้าน/อาคาร) 2.โรงเรียน/สถานศึกษา 3.โรงพยาบาล 4.โรงธรรม (วัด/มัสยิด/โบสถ์) 5.โรงแรม/รีสอร์ท 6.โรงงาน และ 7.ส่วนราชการ/องค์กรเอกชน และป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด โดยทายากันยุง สวมเสื้อผ้ามิดชิด นอนในมุ้ง หรือติดมุ้งลวดในบ้าน และหลีกเลี่ยงสถานที่มียุงชุกชุม หากมีอาการสงสัยโรคไข้เลือดออก เช่น มีไข้สูงเกิน 39-40 องศาเซลเซียสประมาณ 2-7 วัน ร่วมกับปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา หน้าแดง คลื่นไส้ อาเจียน อาจมีผื่นหรือมีจุดเลือดออกที่ลำตัว แขน ขา ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง ยาลดไข้ที่ปลอดภัยคือยาพาราเซตามอล ตามขนาดยาที่กำหนด ควรหลีกเลี่ยงยาลดไข้ในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนค แอสไพริน รวมถึงยาชุด ซึ่งอาจมีผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น เลือดออกในทางเดินอาหาร และยากต่อการรักษา หากรับประทานยาลดไข้หรือเช็ดตัวแล้วไข้ไม่ลด ภายใน 1-2 วัน  ควรรีบไปพบแพทย์ทันที สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อบต.น่าน จัดงาน”ส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรและลานหัตถกรรมพื้นบ้าน อ.ภูเพียงจ.น่าน”และ”งานเทศกาลผลไม้ ของดีตำบล เมืองจัง 2568″

แชร์เนื้อหานี้

ระหว่างวันที่ 8-12 พฤษภาคม 2568ณ สนามกีฬาโรงเรียนศรีนครน่าน
ตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่านนายพล ผัดผล นายก อบต.เมืองจังกล่าวรายงานต่อ นายพงษ์ศิลป์ ผาลา นายอำเภอภูเพียง ประธานในพิธีเปิดงาน
“ส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรและลานหัตถกรรมพื้นบ้านอำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน” และ”งานเทศกาลผลไม้และของดีตำบลเมืองจัง ประจำปี พ.ศ.
2568″

โดยมีนายทรงยศ รามสูต ส.ส.น่าน เขต 1 พรรคเพื่อไทย ดร.เชาวฤทธิ์ ขจพงศ์ กีรติ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคกล้าธรรม นาย รุ่งโรจน์ ขจรพงศ์กีรติ นายก อบต.ผาสิงห์ อ.เมืองน่าน นางสิรินทร รามสูต อดีต ส.ส.น่าน นางพวงแก้ว พรมมิ สอบจ.เขตอำเภอภูเพียง นายบุญยงค์ สดสอาด ประธานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดน่าน

และนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน นายศรีลัย ติ๊บแก้ว นายก อบต.นาปัง ผู้บริหาร ปลัดอปท.ในพื้นที่อำเภอเพียง ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาร่วมออกบูธ สำนักงานพาณิชจังหวัดน่าน มาจำหน่ายสินค้าราคาถูก ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่นในเขตตำบลเมืองจัง พี่น้องเกษตรตำบลเมืองจัง หน่วยงานราชการร่วมกิจกรรมจำนวนมาก โดยกิจกรรมจัดขึ้น

ระหว่างวันที่ 8-12 พฤษภาคม 2568อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน มีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์และหลากหลายทั้งการท่องเที่ยวเชิงศาสนา ศิลปวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ อาทิเช่นวัดพระธาตุแช่แห้งพระอารามหลวง กิจกรรมท่องเที่ยวทางน้ำแหล่งพักผ่อนหย่อนใจแม่น้ำน่านบ้านหาดผาขน แม่น้ำยาวหาดสบยาว การเก็บและแปรรูปสาหร่ายไก นอกจากนี้
ยังมีสินค้าการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน

ที่ได้ความนิยม เช่น การปลูกและแปรรูปมะม่วงหิมพานต์ ผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจกลุ่มแปรรูปมะไฟจีนบ้านกอก ผลิตตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชนชีววิถีตำบลน้ำเกี๋ยน ผลิตภัณฑ์บ้านโคมคำตำบลม่วงตี๊ด ประกอบกับตำบลเมืองจังเป็นพื้นที่ปลูกผักและผลไม้แหล่งใหญ่ในจังหวัดน่าน โดยเฉพาะมะม่วง ลิ้นจี่แลถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของตำบลเมืองจังและของจังหวัดน่าน โดยในระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคมของทุกปีจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนจำนวนมาก

สำหรับการจัดงาน “ส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรและลานหัตถกรรมพื้นบ้าน
อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน” และ”งานเทศกาลผลไม้และของดีตำบลเมืองจัง ประจำปีพ.ศ.2568″ ถือเป็นการประชาสัมพันธ์ผลผลิตทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์จากชุนทั้ง7 ตำบลในเขตอำเภอภูเพียง และเป็นการเปิดฤดูกาลใม้ผลของตำบลเมืองที่ออกสู่ตลาดจำหน่าย โดยเฉพาะมะม่วงและลิ้นจี่ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ภายในงานประกอบกิจกรรมต่างๆดังนี้

1 กิจกรรมการจัดแสดงนิทรรศการและการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร
และผลิตภัณฑ์ชุมชนของเกษตรกรและกลุ่มวิสาทกิจของทั้ง 7 ตำบลในอำเภอภูเภอภูเพียง 2) กิจกรรมการประกวดและแข่งขันของทั้ง 7 ตำบลในในอำนอำนกอภูเพียง ประกอบด้วย การประกวศร้องเพลงไทยลูกทุ่ง การประกวดจัดกระเช้าผลิตภัณภัณฑ์ทางทางการภาษตร การแข่งขันกินลิ้นจี่ การประกวดเมนูซูเอกลักษณ์วัตถุดิบท้องถิ่น (ลาบปลาข้น)เป็นต้น

3) การแสดงศิลปวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น 11 หมู่บ้าน ตำบลเมืองจัง
4) การแข่งขันตำมะม่วง (เมือง) ลีลา 5) การประกวดผลผลิตมะม่วง 4 สายพันธุ์ได้แก่ พันธุ์เขียวเสวย พันธุ์น้ำดอกไม้ เบอร์ 4 พันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง พันธุ์โชคอนันต์ และการประกวดผลผลิตลิ้นจี่พันธุ์ค่อม 6) การแข่งขันกีฬาเปตอง
7) การประกวดหนูน้อยผลไม้ 8) การออกบูธนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆ
9) การแสดงดนตรีของวงดนตรีร่วมสมัย

การจัดงาน “ส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรและลานหัตถกรรมพื้นบ้านอำเภอ
ภูเพียง จังหวัดน่าน” และ “เทศกาลผลไม้และของดีตำบลเมืองจัง ประจำปี พ.ศ.ศ.2568” ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ การประชาสัมพันธ์ ผลิตภัณฑ์ทางการและ ผลิตภัณฑ์ชุมชน ของเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนและ ผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอภูเพียง และกระตุ้นการตลาด การส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น

มีการพัฒนาคุณภาพผลผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ได้มาตรฐาน ตรงตามความต้องการของตลาด อันจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับราษฎรในพื้นที่ต่อไปและการจัดงานในวันนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากอบจ.น่าน จำนวน 100,000 บาท และอบต.เมืองจัง/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /โครงการ “ศรีสัชนาลัย สีขาว” ภายใต้โครงการมหาดไทยสีขาว สร้างพื้นที่ปลอดภัย หยุดยั้งยาเสพติด (SAVE ZONE NO DRUGS)

แชร์เนื้อหานี้

อ.ศรีสัชนาลัยลุยเข้มตรวจปัสสาวะพระสงฆ์พบสารเสพติด.อนึ่งเป็นการขานรับนโ ยบ ายขับเคลื่อนโครงการ“ศรีสัชนาลัย สีขาว” หมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567อำเภอบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5 ขยายผลสู่หมู่บ้านศีลธรรม”ร่วมปรึกษา ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมรับประโยชน์ นอ.ศรีสัชนาลัยสนธิกำลังจู่โจมตรวจปัสสาวะพระสงฆ์วัดเกาะระเบียง และวัดท่าโพธิ์ ตำบลแม่สำ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

เมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2568 เวลา 13.00 น. อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ภายใต้การอำนวยการของ นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย โดย นายเอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์ นายอำเภอศรีสัชนาลัย มอบหมายปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง เจ้าหน้าที่ปกครอง และ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอศรีสัชนาลัยที่ 6 บูรณาการความร่วมมือกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ศรีสัชนาลัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าโพธิ์ พร้อมด้วยผู้นำฝ่ายปกครองตำบลแม่สำ ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการ “ศรีสัชนาลัย สีขาว”

ภายใต้โครงการมหาดไทยสีขาว สร้างพื้นที่ปลอดภัย หยุดยั้งยาเสพติด (SAVE ZONE NO DRUGS) โดยดำเนินการตรวจปัสสาวะหาเสพติดในปัสสาวะพระสงฆ์ จำนวน 2 วัด ได้แก่วัดเกาะระเบียง จำนนวน 3 รูป ผลตรวจปัสสาวะเป็นลบทั้ง3รูป และวัดท่าโพธิ์ จำนวน 2 รูป ผลตรวจปัสสาวะเป็นผลบวก 1 รูป พระสงฆ์ที่มีผลบวกได้ดำเนินการตามขั้นตอนของสงฆ์ต่อไป อนึ่งการดำเนินการในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการการแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกันระหว่างนายอำเภอ เจ้าคณะอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ที่ดำเนินการ

จัดทำพิธีลงนาม MOU แก้ไขปัญหายาเสพติด เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันมิให้พระสงฆ์ ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และบุคลากรในสังกัดของหน่วยงานและองค์กรภาคีในพื้นที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ในทุกรูปแบบ และเป็นการรวมพลังเชิงสัญลักษณ์ กวาดบ้านตนเอง สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในพื้นที่ และเป็นการแสดงเจตจำนงค์ในการร่วมมือกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐนิวส์ – สื่อรัฐทีวี/ มหาสงกรานต์ยิ่งใหญ่ พระสงฆ์-ประชาชนร่วมใจฟื้นประเพณีโบราณ แห่พระพุทธรูปสำคัญ เสริมสิริมงคล/ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงสงกรานต์ 2568

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดน่าน เตรียมพร้อมประเพณีมหาสงกรานต์ยิ่งใหญ่ “น่าน นันทบุรี สุขสะหรีปี๋ใหม่เมือง 2568 อัญเชิญพระสิงห์หลวง อายุกว่า 500ปี พร้อมเข้าร่วมขบวนแห่น้ำสรงพระราชทานพระหลักเมืองน่าน ขบวนแห่พระเจ้าแวดเวียง เสริมสิริมงคลบ้านเมือง และประชาชนชาวน่าน

จังหวัดน่าน โดยสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน และภาคีเครือข่ายด้านวัฒนธรรม นำโดย พระเดชพระคุณพระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน และเจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง ทำพิธีอัญเชิญพระสิงห์หลวง อายุกว่า 500 ปี ที่ประดิษฐานอยู่ในกุฎิ วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ไปประดิษฐาน ณ วิหารหลวง เพื่อเตรียมพร้อมร่วมขบวนแห่พระเจ้าแวดเวียง ขบวนแห่น้ำสรงพระราชทานพระหลักเมืองน่าน พร้อมกับพระพุทธรูปสำคัญทั่วเมืองน่าน ในงานประเพณีมหาสงกรานต์ยิ่งใหญ่ “น่าน นันทบุรี สุขสะหรีปี๋ใหม่เมือง 2568

ทั้งนี้ พระเดชพระคุณพระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน และเจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง กล่าวเจริญพรว่า จังหวัดน่าน ทั้งภาครัฐ คณะสงฆ์ และประชาชนชาวน่าน ได้พร้อมใจกันฟื้นฟูวัฒนธรรมที่มีมาแต่โบราณกาล ในการแห่พระพุทธรูปสำคัญรอบเมืองในวันสำคัญ อย่างเช่นวันสงกรานต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลกับบ้านเมือง ประชาชนที่ต่างร่วมใจกันมาทำบุญ ซึ่งในปีนี้จะได้อัญเชิญพระพุทธสิงห์หลวง เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่สำคัญ สันนิษฐานอายุกว่า 500 ปี

ประดิษฐานอยู่ในกุฎิ ในวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร มาประดิษฐาน ณ วิหารหลวงตลอดไป เพื่อให้ประชาชนได้เข้ากราบไหว้ และเตรียมพร้อมเพื่ออัญเชิญขึ้นบุษบก ร่วมขบวนแห่พระเจ้าแวดเวียง ขบวนแห่นำสรงพระราชทานพระหลักเมืองน่าน พร้อมกับพระพุทธรูปสำคัญทั่วเมืองน่านอีก 30 กว่าวัด เพื่อให้ประชาชนชาวน่าน และนักท่องเที่ยวได้ร่วมสรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตในวันมหาสงกรานต์ หรือ วันปีใหม่เมือง

สำหรับประเพณีมหาสงกรานต์ยิ่งใหญ่ “น่าน นันทบุรี สุขสะหรีปี๋ใหม่เมือง 2568 จะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 11-16 เมษายน วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จะได้มีการจัดงานสรงน้ำพระบูชาตุง ข่วงสุขสรีปี๋ใหม่เมือง 2568 โดยในวันที่13 เมษายน 2568 ในเวลา 15.00 น. ประกอบพิธีสงเคราะห์สะตวงหลวงเมืองน่าน ลั่นกลองปูจา กลองแอว ประชันจิสะโป็กและ

ในวันที่ 15 เมษายน 2568 เวลา ประกอบพิธีบวงสรวงแก้มเลี้ยงอาลักษณ์ พระหลักเมืองนครน่าน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง ลงสรงเสพรับเสวยเครื่องบวงสรวงและเครื่องแก้ม และพิธีสืบชะตาหลวงเมืองน่าน นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดน่านเป็นประเพณี พร้อมด้วยภาครัฐและภาคเอกชน ประชาชน พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดน่านเข้าร่วมพิธี โดยในเวลา 13.00 น.

จะมีการเคลื่อนขบวนน้ำสรงพระราชทานฯและขบวนแห่พระเจ้าแวดเวียงน่าน ขบวนนางสงกรานต์ ณ ถนนผากองหน้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ (หอคำ) จังหวัดน่านเคลื่อนขบวนตามเส้นทางที่กำหนดผ่านถนนอนันตวรฤิทธิเดช นำริ้วขบวนเคลื่อนผ่านไปยังถนนสมุนเทวราช (ถนนวัฒนธรรมสายข้าวแต๋น) มุ่งหน้าแยกวัดกู่คำ ณ ประตูไชย (วัดกู่คำ) และเวลา 16.00 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

ประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระราชทานและพวงมาลัย ถวายผ้าดิ้นทอง ณ พระหลักเมือง วัดมิ่งเมือง ทั้งนี้นายอำเภอทั้ง 15 อำเภอจะได้สรงน้ำศักดิ์สิทธิ์ประจำอำเภอ และให้ประชาชนเข้าสรงน้ำพระหลักเมืองน่าน และสรงน้ำพระพุทธรูปสำคัญของจังหวัดน่านจนกว่าจะเสร็จพิธี/ภาพข่าวรพีพร เพชรเจริญ/บุญยงค์ สดสอาเ นายกสมาตมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

วันที่ 10 เมษายน 2568 เวลา 10.00 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานฯ ลงพื้นที่อำเภอท่าวังผา เพื่อประชาสัมพันธ์บทบาทหน้าที่ และภารกิจของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรและด้านการจัดการหนี้ของเกษตรกร

ตามโครงการประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือในพื้นที่สาขาจังหวัด โดยมี นายสนิท มณเฑียร รองประธานอนุกรรมการฯ จังหวัดน่านคนที่ 1 นายสุบรรณ นรินทร์และนายสมบูรณ์ ขอคำ อนุกรรมการฯ จังหวัดน่าน เข้าร่วมด้วย ณ หอประชุมบ้านสบขุ่น หมู่ 7 ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงสงกรานต์ 2568 ยกระดับความปลอดภัยให้ประชาชน

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 เวลา 17.00 น. ณ ลานหน้าอาคารที่ทำการสถานีตำรวจภูธรจังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568 เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนช่วงวันหยุดยาว

โดยมี พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน นายวรวิทย์ อินต๊ะใจ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน พ.ต.ท.สีหราช สุคันธมาลา สว.ส.ทล.6 กก.5 บก.ทล. ร.ต.ท.เสน่ห์จร สมจิตต์ พลขับ และ ร.ต.ท.ธงชัย พุ่มอรัญ พนักงานสอบสวน เข้าร่วมการปล่อยแถว
สำหรับพิธีปล่อยแถวในครั้งนี้

มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้รับนโยบายชัดเจนและพร้อมออกปฏิบัติหน้าที่ร่วมกัน ทั้งในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังเทศกาลสงกรานต์ หรือ “ปี๋ใหม่เมือง” ของจังหวัดน่าน โดยตำรวจภูธรจังหวัดน่านบูรณาการร่วมกับหน่วยงาน ตำรวจท่องเที่ยว มณฑลทหารบกที่ 38 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน (กอ.รมน.)

โรงพยาบาลน่าน เจ้าหน้าที่ ปภ.น่าน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน และเจ้าหน้าที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบจ.น่าน เพื่อป้องกันอาชญากรรม ควบคุมการจราจร และดูแลความปลอดภัยประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อ.สวรรคโลกจัดโครงการดีๆปลูกจิตสำนึกรักบ้านเกิด จ.สุโขทัย

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อเวลา18.00น.ของวันที่ 10 เมษายน 2568 ณ.ชานชาลาสถานีรถไฟ สวรรคโลก ที่มีอายุร่วม100กว่าปีเขตเทศบาลเมืองสวรรคโลก อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ได้มีการจัดนิทรรศการภาพเก่าชุมชนไทย-จีนเมืองสวรรคโลก กลุ่มสาน สร้าง สรร สวรรคโลกตั้งแต่

วันที่10-16เมษายน2568โดยมีนาย สมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาเป็นประธานพิธีเปิดพร้อมนาย เอนก วิทยาพิรุณทองอำเภอสวรรคโลก

ทั้งนี้ คุณ สุธินี ทรงมณี ประธานกลุ่มสาน-สร้าง-สรร สวรรคโลกได้กล่าวต้อนรับประธานและแขกผู้มีเกียรติมีการแสดงดนตรีจีนการแสดงการเชิดสิงโตของกลุ่มลูกพระพุทธเรืองฤทธิ์ที่ดำเนินงานสร้างโดยกลุ่มคนสวรรคโลกแสดงเปิดงาน. ทั้งนี้เวลา19.10น.นาย นพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย

ได้เดินทางมาเยี่ยมชมงานโดยมีนาย เอนก วิทยาพิรุณทอง นายอำสวรรคโลกพร้อมนาย พิพัฒน์พงษ์ ลิมปะพันธุ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัยเขต2ได้มาต้อนรับและพาเยี่ยมชมแผงภาพที่โชว์หน้าชานชาลารถไฟภายในงานพร้อมร่วมชิมอาหารที่ขึ้นชื่อของเมืองสวรรคโลกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นคือก๋วยเตี๋ยวสวรรคโลกไทย-จีนที่ใช้สูตรต้นตำหรับทำมากว่า100ปี.

ทั้งนี้วัตถุประสงค์การจัดงาน อนึ่งอำเภอสวรรคโลกด้านประวัติศาสตร์อดีตเคยเป็นจังหวัดมาก่อนเมื่อปี(พ.ศ.2437-2482.)เป็นหนึ่งในอำเภอที่มีศักดิ์ภาพหลายๆด้านเช่นการท่องเที่ยวมี่ระบบขนส่งมวลชนทั้งรถไฟ รถเมล์รถโดยสาร เครื่องบินอดีตเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางการค้าฝ้ายของประเทศมีธนาคารพาณิชย์มากที่สุดในประเทศ และยังเป็นชุมชนจีนที่ใหญ่ที่สุด

ในจังหวัด.สำหรับวัตถุประสงค์การจัดงาน นิทรรศการภาพเก่าชุมชนไทย-จีนสวรรคโลกครั้งนี้ก็เพื่อประชาสัมพันธ์ความเป็นชุมชนไทย-จีนรวบรวมภาพเก่าในชุมชนสวรรคโลกซึ่งมีคุณค่าในการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองสวรรคโลกให้ภาพเล่าเรื่องเผยแพร่วิถีของดีชุมชนส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนและปลูกฝังจิตสำนึกคนในพื้นที่อำเภอสวรรคโลกให้รักบ้านเกิดด้วย.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภาสังคมสงเคราะห์ฯนายกสมาคมคนพิการ สากล,ชมรมช่วยเหลือสังคม,สนง.สงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตลพบุรี

แชร์เนื้อหานี้

7 เมษายน 2568 : 11.00 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,ชมรมช่วยเหลือสังคม,สนง.สงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตลพบุรี

โดย พล.อ.ทวี ณ ชาตรี รอง หศ.ผศ.ล.บ. มอบหมายให้ น.ส.ชุลีพร แก้วพรหม หน.ปฏิบัติการ,น.ส.วิลาสินี บุตรคำโชติ พนักงานสวัสดิการ,ประธานเครือข่ายทหารผ่านศึก จ.สิงห์บุรี

และคณะ,ผู้แทนเครือข่ายทหารผ่านศึก จ.อ่างทอง และคณะ,จิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” นำโดย กำนัน ต.โพสังโฆ,ที่ปรึกษา สว.ชีวภาพ จ.สิงห์บุรี,คณะผู้บริหาร อบต.โพสังโฆ

โดย นายอำนาจ แก้วเลิศ รองนายก อบต.,ส.อบต.,ร.ต.ชรัช ปานบุญ ผู้ประสานงาน : ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านพร้อมมอบชุดยังชีพ และบรรยายให้ความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์คนพิการ จำนวน 21 ราย ณ ห้องประชุม อบต.โพสังโฆ อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี

*** ขอขอบคุณ ผู้บริจาค มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ดังรายนามต่อไปนี้ ***

  • ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช : บริจาคชุดยังชีพ จำนวน 11 ราย [#ทำบุญครบรอบวันคล้ายวันเกิด 7 เมษายน 2568]
  • นางจิรภา รัตนศิลา ทรัพย์ศิริ : บริจาคชุดยังชีพ จำนวน 10 ราย [#ทำบุญครบรอบวันคล้ายวันเกิด 7 เมษายน 2568]
  • สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลชมรมช่วยเหลือสังคมทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่2ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่3ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่4

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ฝึกจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2568 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ภายใต้การอำนวยการของนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และนายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายคารม คำพิทูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น

นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ จัดฝึกอบรมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.) โดยได้รับการสนับสนุนวิทยากร/ครูฝึก จากกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 8 ค่ายมหาศักดิพลเสพ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรชุมแพ

และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนอำเภอชุมแพ ที่ 6 ในการฝึกอบรมจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและป้องกันปราบปรามยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2568 ระหว่างวันที่ 26-27 มีนาคม 2586 ณ หอประชุมอำเภอชุมแพ

ซึ่งมีประชาชนที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าอบรมฯ จำนวน 180 คน จาก 6 ตำบล ได้แก่ 1) ตำบลนาเพียง 2) ตำบลโนนหัน 3) ตำบลนาหนองทุ่ม 4) ตำบลวังหินลาด 5) หนองเขียด ในกิจกรรมได้มีการฝึกอบรมให้ความรู้ ดังนี้

  1. ฝึกบุคคลท่ามือเปล่า ท่าทำความเคารพ ระเบียบแถว ฝึกการใช้อาวุธปืนลูกซอง การดูแลรักษาอาวุธปืน 2.ฝึกการค้นบุคคล ค้นรถจักรยานยนต์/รถยนต์ การตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด/ด่านชุมชน การเข้าแล้วระงับเหตุบุคคลคุ้มคลั่ง
    3.การฝึกปฏิบัติในการตั้งจุดตรวจจุดสกัด/ด่านชุมชน การออกลาดตระเวนพื้นที่ หาข่าว เพื่อเป็นการเสริมความรู้ ทักษะ ให้แก่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ซึ่งเป็นผู้ช่วยเหลือผู้ใหญ่บ้าน /ชุดปฏิบัติการตำบล และเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ในการดูแลความสงบเรียบร้อย การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้านชุมชนให้มีประสิทธิภาพสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่

ดังคำกล่าว “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข”นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ ได้มอบหมาย นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง กล่าวปิด
โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2568 กิจกรรมฝึกอบรมจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ชรบ.) เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ณ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์/ศูนย์ข่าวจังหวัดขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ร้านซีน่า พิซซ่าฮาลาล พัทยา ธุรกิจในเครือโบว่า กรุ๊ป มอบอินทผลัมพร้อมน้ำดื่มให้ 12 มัสยิด รับเทศกาลถือศีลอดเดือนรอมฎอน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 ก.พ.68 ร้านซีน่าพิซซ่าฮาลาล พัทยา ธุรกิจในเครือโบว่า กรุ๊ป ชุมชนต้นกระบก นาเกลือพัทยา ฮัจยีอาลีราชัย ปาทาน ผู้บริหารโบว่า กรุ๊ป ได้ส่งมอบอินทผลัมจำนวน 12 ลัง พร้อมน้ำดื่มจำนวน 120 แพ็ค ให้กับตัวแทนมัสยิดที่อยู่ในเขตพื้นที่เมืองพัทยาและเทศบาลเมืองหนองปรือ รวม 12 แห่ง เพื่อสนับสนุนการถือศีลอดในเดือนรอมฎอน ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นเดือนที่ชาวมุสลิมทั่วโลกถือศีลอดตลอดทั้งเดือน ฮัจยีอาลี (ราชัย) ปาทาน ผู้บริหารโบว่า กรุ๊ป เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนบวชถือศีลอด หรือช่วงรอมฎอน พี่น้องชาวมุสลิมจะต้องปฏิบัติตามศาสนบัญญัติ ด้วยการงดดื่มน้ำและงดอาหารทุกชนิดในช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกดิน เพื่อชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ 

ทั้งนี้ ทางร้านซีน่า พิซซ่า ฮาลาล ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือธุรกิจของโบว่า กรุ๊ป จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในสนับสนุนการปฏิบัติศาสนกิจของพี่น้องชาวมุสลิมในพื้นที่เมืองพัทยาและเทศบาลเมืองหนองปรือ ซึ่งทางโบว่า กรุ๊ป ต้องขอขอบคุณทางคณะสมาชิกสภาเทศบาลเมืองหนองปรือที่ช่วยในการประสานงานเพื่อส่งมอบอินทผาลัมให้พี่น้องชาวมุสลิมในพื้นที่ ซึ่งถือว่าเป็นผลไม้ที่พระผู้เป็นเจ้าประทานให้ เนื่องจากในคัมภีร์อัลกุรอานได้บัญญัติไว้ว่าสามารถละศีลอดด้วยการกินอินทผาลัม แทนการดื่มน้ำได้ เพื่อช่วยลดอาการอ่อนเพลียในช่วงอดอาหาร

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว จับกุมพ่อค้ายาเสพติด ใช้ปืนยิงเปิดทางหลบหนี ยึดยาบ้า300,000เม็ด

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 19กุมภาพันธ์ 2568​ได้แถลงข่าวมีพันโท ฐาพล​ อ้อชัยภูมิรอง​รมน.อจพร้อมด้วย พันจ่าเอกสุวิน​ห้องแชงนายอำเภอชานุมาน พันตำรวจเอกโชตินรินทร์สุภาวรัตม์​ผกก.สภ.ชานุมานในตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ พันเอกปภังกร​หมื่นศา​ ผบก.ที่บัญชาการกองกำลังสุรนารี พันเอกกัญญณัต ไชยโอชะ ผบชฉก.ทหารผพราน 23 นาวาเอก ธชนนน อิทธิภูริทร์ ผบ. นรข.เขตอุบลราชธานีมว.ตชด
2273และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและความมั่นคง

ได้ร่วมกันประชุมเข้มกับเจ้าหน้าที่ๆเกี่ยวข้องความมั่นคงชายแดนอ.ชานุมานขานรับโยบายของหน่วยงานความมั่นคง และรัฐบาล แนวทางการในการทำงานร่วมกัน ทิศทางเดียวกันหรือเป้าหมายเดียวกันในปราบปรามยาเสพติด และของผิดกฎหมาย อย่างเข้มข้นและจริงจังสำหรับการแถลงข่าวในวันนี้ เป็นการดำเนินงานการสืบสวนหาข่าวในพื้นที่เป้าหมายการข่าวลับว่าจะมีการ ขนยาเสพติด ให้โทษข้ามมาจากประเทศเพื่อนบ้านยามค่ำมืด มายังราชอาณาจักรไทยเจ้าหน้าที่ เฝ้าติดตามตลอดเวลาในขณะที่เฝ้า รอดูก็ได้มีเรือหางยาวมาเทียบท่า มีชาย จำนวน 3 คน 2 คนได้นำกระสอบถุงปุ๋ยใน ถุงปุ๋ยตรวจ ทราบภายหลังว่าเป็นยาเสพติด ให้โทษเจ้าหน้าที่แสดงตัว เพื่อเข้าจับกุมแต่ก็ขัดขืนไม่ให้จับ พ่อค้ายาเสพติดจึงใช้อาวุธปืน ไม่ทราบชนิดที่พกติดตัวมาด้วยยิง ใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหลบหนี

ประกอบด้วยความมืดโดดลงแม่น้ำโขงเจ้าหน้าที่ก็ติดตามค้นหาแต่ก็ไม่พบผู้สื่อข่าวได้สอบถามเป็นการดำเนินการปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้นในพื้นที่ ตามแนวชายแดน ทั้งนี้เพื่อเป็นการเฝ้าระวังป้องกันปัญหายาเสพติด จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน และสถานประกอบการทุกแห่งแจ้งเบาะแส/ข้อมูล ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599 สายด่วน 191 และ Application Police I lert U ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการปราบปราม จับกุม ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และลดปัญหายาเสพติด ในภาพรวมอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น เพื่อให้สังคมมีความสุขหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ร่วมกัน ป้องกันปราบปราม ยาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาลอย่างจริงจังและเด็ดขาด ภาพข่าว​ ประวัติ​ นิธิเตชะยศสกุล

ประวัติข่าว รายงาน/ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “หัวหิน” คึกคัก นักปั่นกว่า 600 คน เข้าร่วมแข่งขัน Hua Hin Championship Road Race 2025/“ยุทธพล” ติดตามปัญหาลิงล้นเมือง หลังกรมอุทยานฯ สร้างกรงพักลิงเพิ่ม 2 กรง/“ กองกำลังสุรสีห์ คุมเข้ม! ซีลชายแดน ”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 9 ก.พ.68 ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอหัวหิน จ.ประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานกล่าวต้อนรับและปล่อยตัวนักกีฬาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกว่า 600 คน ที่เข้าแข่งขันรายการ “หัวหิน ชิงแชมป์ จักรยาน 2568” (Hua Hin Championship Road Race 2025) มี นายมนตรี มานิชพงษ์ ปลัดอำเภอหัวหิน นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน นางสาวจิราวรรณ บุญฤทธิ์ รอง ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางเบญจมาส อ่วมสอาด ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยแสตมฟอร์ด มิสเตอร์จอห์น ชูท์ส ประธานชมรมจักรยานหัวหิน คุณนุชสรา เล็กกุ ผู้จัดงาน และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ

การแข่งขัน หัวหิน ชิงแชมป์ จักรยาน 2568 ( Hua Hin Championship Road Race 2025) จัดขึ้นเป็นครั้งแรกโดยได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่หัวหินและพื้นที่ใกล้เคีอง สนับสนุน อ.หัวหิน ให้เป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และยังช่วยการลดภาวะโลกร้อนโดยการใช้จักรยาน รวมถึงประชาสัมพันธ์แหล่งท่องท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่ให้นักปั่นได้สัมผัสวิถีชุมชนท้องถิ่น เพลิดเพลินกับเส้นทางที่เป็นธรรมชาติ เนินเขา วิว และอ่างเก็บน้ำโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มีจุดถ่ายรูปอันสวยงาม

โดยรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วทางชมรมฯ จะมอบให้กับกิ่งกาชาดอำเภอหัวหินนำไปช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนต่อไป โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภท ประเภทแข่งขัน ระยะทาง 95 กม. / ประเภทปั่นท่องเที่ยว ระยะทาง 50 กม. ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศ พร้อมเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 2 แสนบาท มีนักปั่นชาย-หญิง มืออาชีพและสมัครเล่นทั้งชาวไทย

และต่างชาติในพื้นที่และจากทั่วประเทศสนใจเข้าร่วมการแข่งขันกันเป็นจำนวนมาก โดยจุดสตาร์ทจากที่ว่าการอำเภอหัวหินกลับมายังจุดเดิม พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ให้เกียรติร่วมปั่นและมอบรางวัลให้กับผู้ชนะเลิศการแข่งขันรายการนี้ด้วย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

“ยุทธพล” ติดตามปัญหาลิงล้นเมือง หลังกรมอุทยานฯ สร้างกรงพักลิงเพิ่ม 2 กรง

เมื่อวันที่ 10 ก.พ.68 ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะประธานเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดเพชรบุรี และผู้ริเริ่มโครงการแก้ปัญหาลิงล้นเมือง พร้อมด้วย มูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า โดยนายเอ็ดวิน วิค นายชาตรี วชิระเผด็จศึก ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบุรี

นายนพพร ประทุมเหง่า ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี นายสุรศักดิ์ อนุเมธางกูร ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สมาชิกสภาเทศบาลเมืองเพชรบุรี และผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาลิงรบกวนในพื้นที่ จ.เพชรบุรี ลงพื้นที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี  เพื่อติดตามการก่อสร้างกรงพักพิงลิง กรงที่ 2 และ กรงที่ 3 รวมพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร ซึ่งอยู่ในช่วงการดำเนินการก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 68 นี้

ดร.ยุทธพล กล่าวว่า วันนี้ได้ลงพื้นที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย เพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการก่อสร้างกรงพักพิงลิง กรงที่ 2 และ กรงที่ 3 ซึ่งได้ดำเนินการสร้างอยู่ในขณะนี้ โดยได้รับการพัฒนาปรับปรุงจากต้นแบบกรงพักพิงลิง กรงที่ 1 ที่ได้ใช้งานอยู่ในขณะนี้ พร้อมนำทีมสมาชิกสภาเทศบาลเมืองเพชรบุรี และผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหา“ลิงล้นเมือง” มาลงพื้นที่สังเกตุการณ์ การดำเนินงานก่อสร้างในครั้งนี้ด้วย หากการดำเนินการก่อสร้างกรงพักพิงลิงสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย โดยได้เริ่มสัญญาจ้างเมื่อวันที่ 11 ก.ย.67 และจะสิ้นสุด

สัญญาจ้างวันที่ 10 มี.ค.68 ก็จะได้ประสานกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเคลื่อนย้ายลิงแสมที่มีนิสัยก้าวร้าว รุนแรง ในเขตอำเภอเมืองเพชรบุรี นำมาปรับพฤติกรรมและพักพิงไว้ ณ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย รวมไปถึงขอฝากประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องประชาชนที่มีจิตศรัทธาต้องการบริจาคและสนับสนุนอาหารสำหรับลิง เช่น ผลไม้ชนิดต่างๆ สามารถติดต่อมายังสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทรายได้อีกด้วย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

“ กองกำลังสุรสีห์ คุมเข้ม! ซีลชายแดน ”

ตามนโยบายของรัฐบาล ให้หน่วยงานความมั่นคง ดำเนินมาตรการ “ซีลชายแดน” ( Seal Stop Safe ) เพื่อรักษาความมั่นคง ป้องกันภัยคุกคามจากภายนอกประเทศ และควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่แนวชายแดน โดยเน้นการสกัดกั้นยาเสพติด การลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย และการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ

     กองกำลังสุรสีห์ โดยพันเอกชูพงษ์ สายอุบล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก ได้สั่งการให้ หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก/กรมทหารราบที่ 19 ร่วมกับกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 และกองร้อยทหารพรานที่ 1405 ทำการลาดตระเวนพื้นที่เสี่ยง และเส้นทางเสี่ยง เพื่อควบคุมพื้นที่แนวชายแดนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตลอดระยะทาง 283 กิโลเมตร พร้อมทั้ง ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจช่องทางสิงขร เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบอย่างเคร่งครัด ตามสั่งการของรัฐบาล และกองกำลังสุรสีห์

     ทั้งนี้ กองกำลังสุรสีห์จะยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน ป้องกันภัยคุกคามทุกรูปแบบ รวมถึงการสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ ให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างสงบสุข
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “เป้-เฟย-ออม” นำทีม เปิดตัวภาพยนตร์ “แต่ง..Monk”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อโยมน้องจะแต่งงาน…กับใครก็ได้ แต่ไม่ใช่พระ! 6 มีนาคมนี้ในโรงภาพยนตร์
​เมื่อน้องสาวจะแต่งงานกับ “พระ” พี่ชายที่ก็เป็น “พระ” จะจัดการอย่างไร! ภาพยนตร์คอมเมดี้ฟีลกู้ด “แต่ง..Monk” ซึ่งล่าสุดได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ด้วยบรรยากาศสนุกสนานและเป็นกันเอง ไปเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 ณ Central Court ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
กับเรื่องราวของหลวงพี่สุดเคร่ง แสดงโดย “เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ” ต้องไปร่วมงานแต่งของน้องสาว “ออม-กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์” ซึ่งมีว่าที่เจ้าบ่าวเป็น “พระญี่ปุ่น” ! แสดงโดย “เฟย-ภัทร เอกแสงกุล” แล้วยังได้ จาตุรงค์ มกจ๊ก, แจ็ค-เฉลิมพร ทิฆัมพรธีรวงศ์ และ โอม-ธนาภัค จงใจพระ หรือ “โอม เยลโลว์ สเกิร์ต” แท็กทีมแก๊งลูกศิษย์สุดป่วน

ภายในงานตกแต่งให้ได้บรรยากาศกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นแบบจัดเต็ม เริ่มงานด้วยพิธีกรอารมณ์ดี ดีเจเชาเชา-ชวลิต ศรีมั่นคงธรรม กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน พร้อมนำเข้าสู่การชมทีเซอร์เพลงประกอบภาพยนตร์ “แต่ง..Monk” ที่ขับร้องโดยนักแสดงนำ เป้-อารักษ์ และ เฟย-ภัทร ต่อด้วยเรียนเชิญคณะผู้บริหาร คุณสง่า ฉัตรชัยรุ่งเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม จำกัด, คุณพรชัย ว่องศรีอุดมพร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท แบล็ค ดรากอน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด, คุณฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด มหาชน, คุณชวลิต พงศ์ไชยยง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปรากฎการณ์ดี จำกัด, และคุณชยานนท์ อุลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกียร์เฮด จำกัด พูดคุยถึงการทำงานและวิสัยทัศน์การร่วมงานกันก่อนจะเกิดเป็นโปรเจกต์ภาพยนตร์ร่วมทุนสร้าง 5 บริษัทในครั้งนี้ และนำเข้าสู่การเปิดตัวอย่างเต็มภาพยนตร์ที่เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะในงานนี้เท่านั้น

หลังจากนั้นจึงได้เชิญ 2 ผู้กำกับ อุ้ย-วรวุฒิ ถวิลวิศิษฏ์วัฒน์ และ แมน-วีรวัฒน์ ชโยชัยกร พร้อมด้วยนักแสดง เฟย-ภัทร, ออม-กรณ์นภัส, จาตุรงค์ ม๊กจ๊ก, แจ็ค-เฉลิมพร และ โอม-ธนาภัค ขึ้นเวที พร้อมเปิดคลิปเสียงโทรศัพท์จากพระเป้ที่ทำใจไม่ได้กับงานแต่งของน้องสาวที่จะเกิดขึ้น ก่อนที่ เป้-อารักษ์ จะขึ้นเวทีมาเซอร์ไพรส์และร่วมพูดคุยถึงการทำงานของภาพยนตร์เรื่อง “แต่ง…Monk” พร้อมร่วมทำกิจกรรมตอบคำถามด้วยกันอย่างสนุกสนาน จากนั้นจึงเรียนเชิญผู้บริหารพร้อมด้วยทีมนักแสดงถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก
งานแต่งครั้งนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่ ไปลุ้นกับ “แต่ง..Monk” ได้ 6 มีนาคมนี้ พร้อมกันในโรงภาพยนตร์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาโรงเรียนบ้านหลวง อ.บ้านหลวง จ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 29 มกราคม 2568 นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน พร้อมด้วย นางพัทธนันท์ พิพิธนวงค์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ผู้อำนวยการสถานศึกษาในสังกัด หัวหน้าส่วนราชการด้านการศึกษา ร่วมให้การต้อนรับ พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา องคมนตรี ในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาของโรงเรียนบ้านหลวง อ.บ้านหลวง จ.น่าน เพื่อติดตามผลการพัฒนาทางการศึกษา การจัดการศึกษาตามแนวทาง 3 เสาหลัก 5 กลยุทธ์ ตลอดจนปัญหาข้อขัดข้องอื่นๆ ของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาพื้นที่จังหวัดน่าน

เรียนดีมีความสุข #สพฐ #สพม #น่าน #สพมน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหารบก 38 ค่ายสุริยพงษ์ จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล จ.น่าน เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมิ่อวันที่ 18 มกราคม 2568 เวลา 16.00 น. ณ สนามหน้ากองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 ค่ายสุริยพงษ์ อ.เมืองน่าน จ.น่าน พลตรีวรเทพ บุญญะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณต่อธงชัยเฉลิมพลของหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดน่าน เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2568 โดยมีนายชัยนรงค์ วงค์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการนักศึกษาวิชาหารจากหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมทบ.38 ประชาชนเข้าร่วมในพิธี

ทั้งนี้วันกองทัพไทยถือเป็นวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาของพม่าโดยถือเอาวันที่ 18 มกราคม ของทุกปีเป็นวันกองทัพไทยตามการคำนวณจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่ระบุว่าพระองค์ทำยุทธหัตถีในวันจันทร์ แรม 2 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง จุลศักราช 954 ซึ่งในยุคสมัยสงคราวยุทธหัตถีเกิดขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2135

ในครั้งนั้นพระเจ้านันทบุเรงได้ให้พระมหาอุปราชายกทัพใหญ่มาตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงทราบข่าวจึงยกทัพหลวงไปตั้งรับที่หนองสาหร่ายจังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างที่การรบช้างพระที่นั่งของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และพระเอกาทศรถ ก็ได้ไล่ล่าสัตรูไปจนออกนอกเขตแดนจนอยู่ในสภาวะเสียเปรียบ ในขณะนั้นพระองค์จึงเชิญพระมหาอุปราชาเสด็จมาทำยุทธหัตถีเพื่อผลิกสถานะการณ์ และทรงได้รับชัยชนะอย่างสมพระเกียรติ

นอกจากนั้นธงชัยเฉลิมพลถือว่ามีความสำคัญและเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของทหารไทยเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นพระราชทานแก่หน่วยทหารเป็นคราวๆ คราวละหลายธง ซึ่งธงจะมีลักษณะคล้ายคลึงกันจะผิดกันในส่วนที่เป็นนามหน่วยเท่านั้น

การปฏิบัติต่อธงชัยเฉลิมพลทุกขั้นตอนจึงต้องเป็นไปตามพิธีการ ทหารทุกคนจะระลึกอยู่เสมอว่าธงชัยเฉลิมพลจะปลิวสะบัดอย่างสง่างามเป็นมิ่งขวัญของพสกนิกรชาวไทยต่อไป ตราบเท่าที่ประเทศไทยดำรงคงความเป็นเอกราชอยู่ได้/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ธงชัย สว่างวงศ์/ วิสุทธิ์ ศรีเมือง รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหารพราน23 สานฝันวันเด็กแห่งชาติ 2568 สร้างรอยยิ้มให้เด็กๆ ชายแดน ไทย-กัมพูชา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2568 ที่ค่ายพิทักษ์อุทุมพรเขต ตำบลเมือง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่23/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23

ได้นำกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2568 โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ พร้อมภาคเครือข่ายในอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกิจกรรม โดยให้เด็กๆที่มาร่วมกิจกรรม ได้ทำกิจกรรมเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

โดยการร่วมตอบคำถามและรับของรางวัล,ร่วมกันร้องเพลงเคารพธงชาติ พร้อมทั้งได้มอบรางวัลพิเศษให้กับบุตรของกำลังพล และเด็กๆ ที่มาร่วมกิจกรรมฯ จากนั้นชมการแสดงของชุดสุนัขทหาร, การยิงปืนฉับพลัน นอกจากนั้นได้จัดการแสดง

โดยน้องๆ หนูๆ จากโรงเรียนบ้านน้ำเย็น (กองทัพบก อุปถัมภ์) และ โรงเรียนบ้านผือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จัดแสดงการเต้น – ร้องเพลง เพื่อสร้างความสุข สนุกสนานให้กับเด็กๆ และประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้

” สร้างความดีใจ และประทับใจให้กับเด็กๆ เป็นอย่างมาก เติมฝัน เติมกำลังใจ ให้ความสำคัญกับเด็กๆ เยาวชนของชาติ อนาคตของชาติ อย่างเสมอภาค โดยของขวัญและขนมภายในงานได้รับการสนับสนุนจากส่วนราชการ ร้านค้า ประชาชน ผู้ใหญ่ใจดีในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์

จังหวัดศรีสะเกษ สร้างความประทับใจให้กับเด็กๆและประชาชนที่พาลูกหลานเข้าร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2568 ดังคำขวัญวันเด็ก พ.ศ. 2568 – โดย นางสาว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คือ “ ทุกโอกาส คือ การเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ 2568 ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น 11 องศา ผู้ปกครองแห่พาบุตรหลานหลายพันคนร่วมกิจกรรม

แชร์เนื้อหานี้

บึงกาฬ เปิดงานวันเด็กแห่งชาติท่ามกลางอากาศหนาวเย็น 11 องศา
ผู้ปกครองแห่พาบุตรหลานหลายพันคนร่วมกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติปี 2568 ตั้งแต่เช้าท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นอุณหภูมิต่ำเป็นประวัติการ 11 องศา นอกจากนี้ยังมีลมกระโชกแรงต่อเนื่องกันแต่เช้ามืด ต้องสวมเสื้อกันหนาวทั้งลูกหลานและผู้ปกครอง มีทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมกันนำสิ่งของรางวัลมาแจกเด็กๆ 1ปีมีครั้งเดียว

วันที่ 11 ม.ค.ที่ถนนข้าวเม่าริมโขง หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองบึงกาฬ จุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติปี 2568 โดยมีนายนคร ศิริปัญญานันท์ รอง ผวจ.นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รอง ผวจ.นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัด นายกริชชัย ศิลปะรายะ ท้องถิ่นจังหวัด นายราชันย์ วะนาพรม นายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ และหัวหน้าส่วนราชการ พร้อมด้วยภาคเอกชน นำสิ่งของรางวัลของกินของใช้ ราคาตั้งแต่หลักร้อยจนไปถึงหลักพัน เช่นจักรยานเด็ก มามอบให้กับเด็กๆ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติปีนี้ สร้างความตื่นเต้นดีใจให้เด็กๆ เป็นอย่างมาก จากนั้นนางรินทิพย์ วารี ศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ

ได้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดงานครั้งนี้ว่า 1.เพื่อเป็นการสร้างเสริมให้เด็กและเยาวชน ได้รับความสนุกสนาน รื่นเริงกล้าแสดงออกในการสร้างสรรค์ ตระหนักในสิทธิหน้าที่ มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม 2. เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีพัฒนาการเต็มศักยภาพ ทั้งทางร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์ และห่างไกลจากยาเสพติด 3.เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีกำลังใจในการศึกษาเรียนรู้ และประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดีของสังคม และประเทศชาติ 4.เพื่อให้ทุกส่วนของสังคม มีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและเยาวชน

ในการจัดงานครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ และหน่วยงานต่างภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชนชุมชน และวัดต่างๆ ให้การสนับสนุนของขวัญของรางวัลต่างๆ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และร่วมออกบูธ จัดนิทรรศการกว่า 60 หน่วยงานศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ ได้ดำเนินการจัดให้มีขึ้น

โดยร่วมกับจังหวัดบึงกาฬ หน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน เช่นคุณบุญมา พันดวง นำรถแห่มาตั้งเวที มอบความบันเทิงรื่นเริงพร้องทั้งมอบของรางวัล เงิน และของดื่มกิน ส่วนประชาชนที่ต้องการร่วมแบ่งปันความสุขให้กับเด็กๆ และเยาวชน โดยภายในงานมีทั้งกิจกรรมการเล่นเกมส์ต่างๆ การแจกของขวัญของรางวัล ให้กับเด็กๆ ที่เดินทางมาร่วมกิจกรรม จนคึกคักท่ามกลางอากาศหนาวเย็น 11 องศา และลมพัดกระโชกแรงด้วย นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

เป็นประธานอ่านสารวันเด็กแห่งชาติ จากนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคำขวัญวันเด็กปีนี้ที่ว่า “ ทุกโอกาส คือ การเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง ” สำหรับกิจกรรมงานวันเด็ก ประเทศไทยได้เริ่มจัดให้มีขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2498 ต่อมาได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2530 ให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเผยแพร่ปฏิญญาสากล ว่าด้วยสิทธิเด็กและเยาวชน ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนของสังคม เห็นความสำคัญของเด็กและความต้องการของเด็ก รู้จักวิธีเลี้ยงดูเด็กให้มีสุขภาพดี

ทั้งทางร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และจิตสำนึกที่จะรับใช้สังคม ประเทศชาติบ้านเมือง โดยกำหนดให้วันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมของทุกปีเป็นวันเด็กแห่งชาติ ในส่วนของจังหวัดบึงกาฬ การจัดกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติในปีนี้ ทางศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ ได้ร่วมกับจังหวัดบึงกาฬ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนที่ต้องการร่วมแบ่งปันและสร้างความสุขให้กับเด็กๆ ผ่านกิจกรรมต่างๆ มากมาย เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชน มีสุขภาพที่ดี ทั้งร่างกายจิตใจ ตระหนักถึงความสำคัญของตนเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัยที่มีต่อตนเอง และสังคม และมีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ซึ่งบรรยากาศภายในงานวันนี้ ผู้ปกครองต่างพาบุตรหลานของตนเองหลายพันคน แห่ร่วมกิจกรรมตั้งแต่เช้าตรู โดยในจุดที่เด็กและผู้ปกครองให้ความสนใจมากที่สุด คือการถ่ายภาพกับยุทโธปกรณ์ของทหารและตำรวจ เพราะใน 1 ปี เด็กๆ จะได้สัมผัสอาวุธที่ใช้ในการปกป้องประเทศชาติบ้านเมืองที่เป็นของจริง เพื่อเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก การฝึกบินโดรน เครื่องบินไร้คนขับ การวาดภาพระบายสี และตามด้วยกิจกรรมการเล่นเกมส์ต่างๆ โดยมีหลายหน่วยงานออกซุ้มอาหารและน้ำดื่มแจกเด็กๆ ที่มาร่วมกิจกรรมอีกด้วย
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / องคมนตรี ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา ที่โรงเรียนบ้านนายาง อ.นาหมื่น จ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 ณ โรงเรียนบ้านนายาง อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา เพื่อติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนกองทุนการศึกษา โดยมี นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายอำเภอนาหมื่น นายอำเภอนาน้อย หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะครู และผู้ปกครองนักเรียน ให้การต้อนรับ

ในการนี้ ได้รับฟังการดำเนินงานของโรงเรียนบ้านนายาง อำเภอนาหมื่น ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2486 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 บนเนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 92 ตารางวา ปัจจุบัน เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 127 คน ครูและบุคลากร 15 คน มีนายวิโรจน์ ใหม่เทวินทร์ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน

โรงเรียนฯ มุ่งพัฒนาการเรียนการสอนตามหลักสูตรขั้นพื้นฐาน สร้างเด็กดีและเด็กเก่ง ที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศและชุมชน เน้นสร้างสภาพแวดล้อมและกระบวนการที่เอื้อต่อการบริหารจัดการ และการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน

โดยสอดแทรกหลักคุณธรรมและจริยธรรมภายในห้องเรียน ตลอดจนน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาปรับใช้ในหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนมีวินัยรวมทั้งการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา

ให้แก่นักเรียนในพื้นที่ ให้สามารถเข้าถึงทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โอกาสนี้ องคมนตรี เยี่ยมชมห้องเรียน และพบปะพูดคุยกับนักเรียน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ พร้อมฝากฝังให้นักเรียนมีความซื่อสัตย์ อดทน ขยัน หมั่นเพียร ตั้งใจเล่าเรียนศึกษา รู้รักสามัคคี เพื่อเติบโตไปเป็นบุคลากรในการพัฒนาประเทศชาติให้มีความเจริญก้าวหน้าสืบไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ “หัวหิน” ปล่อยแถวป้องกันอาชญากรรมช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม มอบทุนการศึกษา งานวันสถาปนา กองพันซ่อมบำรุง

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงเย็นวันที่ 24 ธ.ค.67 ที่บริเวณหน้าหอนาฬิกาหัวหิน จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.กิตติภพ ชมภูนุช รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ เป็นประธานปล่อยแถวป้องกันเหตุอาชญากรรม ความไม่สงบเรียบร้อย ยาเสพติด และอุบัติภัยช่วงเทศกาลคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ 2568 มี พ.ต.ท.วรท กรุงกาญจนา รอง ผกก.ป.สภ.หัวหิน กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน ข้าราชการตำรวจหน่วยต่าง ๆ ทหาร ฝ่ายปกครอง เทศกิจ อาสาสมัคร และมูลนิธิ ราว 300 คน ร่วมปล่อยแถว

พ.ต.อ.กิตติภพ ชมภูนุช กล่าวว่า การปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงเทศกาลปีใหม่ของตำรวจภูธรจังหวัดประจวบฯ เป็นมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยตำรวจในพื้นที่ ฝ่ายปกครอง และอาสาสมัคร ซึ่งในปัจจุบันปัญหาอาชญากรรมมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการประทุษร้ายต่อชีวิตร่างกายและทรัพย์สิน

ปัญหายาเสพติด รวมถึงปัญหาการแข่งรถในทางสาธารณะซึ่งเป็นปัญหาส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชน ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคม ตำรวจภูธรภาค 7

จึงได้สั่งการให้ตำรวจภูธรในสังกัด สนธิกำลังเพื่อระดมกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่ช่วงเทศกาลดังกล่าว.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำโดย อาจารย์ วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิฯ เป็นตัวแทนท่าน ร่วมบำเพ็ญบุญกุศล นำสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และร่วมมอบทุนการศึกษา งานวันสถาปนา กองพันซ่อมบำรุง กรมสนับสนุนที่ 2 กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ จังหวัดปราจีนบุรี

กองพันซ่อมบำรุง กรมสนับสนุนที่ 2 ฯ เป็นหน่วยงานสำคัญ สนับสนุนความมั่นคงภาคตะวันออกของไทย โดย พันโท สุภชัย พานิช เป็นผู้บังคับกองพัน
มุ่งเน้นการทำความดี เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน
พร้อมเห็นความสำคัญของการให้ทุนการศึกษาและมอบขวัญกำลังใจให้เด็กและเยาวชนอนาคตของชาติ ขอส่งพลังบุญและมงคลอธิษฐาน ให้แด่กัลยาณมิตร ทุกท่าน เทอญ…