คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสังคม

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / โครงการส่งเสริม ระบบการพยาบาลผู้ป่วยได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ ปีงบประมาณ 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานเปิด โครงการส่งเสริมความยั่งยืนในการพัฒนาคุณภาพระบบการพยาบาลผู้ป่วยได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ ปีงบประมาณ 2569 โดยคุณนันทวรรณ แสงโสภิต รองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล กล่าวรายงาน โครงการ ได้รับเกียรติจาก ดร.ภัทรารัตน์ ตันนุกิจ นายกสมาคมเครือข่ายพยาบาลผู้ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ และคณะ ร่วมเป็นวิทยากร เพื่อพัฒนาคุณภาพการพยาบาล และป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการให้สารน้ำ ยา และเลือด ทางหลอดเลือดดำ (Intravenous therapy) ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / สมาพันธ์เชฟ ตอ. ถกแนวทางรับเลือกตั้ง-ไฮซีซัน / สมาพันธ์เชฟ ตอ. ถกแนวทางรับเลือกตั้ง-ไฮซีซัน

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก โดย เชฟยงยุทธ เพียรประสิทธิ์ นายกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก ได้เรียกคณะบริหารสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก ร่วมประชุมวางแนวทางการทำงานของสมาพันธ์ฯ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความตื่นตัวในการปรับเทคนิคและแสดงฝีมือในการทำอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อเตรียมความพร้อมของพี่น้องสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกในการรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซันของเมืองพัทยา และในเขตเมืองท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออก

นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยถึงแนวทางในช่วงที่มีการเลือกตั้งผู้บริหารเมืองพัทยาที่กำลังจะเกิดขึ้นปลายเดือนนี้ ซึ่งสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกพร้อมปรับตัวเพื่อรองรับแนวทางการบริหารเมืองพัทยาในชุดต่อไปอย่างเต็มกำลังเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้วงการอาหารและเครื่องดื่มในภูมิภาค

ทั้งนี้ ในการประชุมหารือดังกล่าวจัดขึ้นที่ร้านสุขนิยม ซุ้มเนื้อ (โพธิสาร) พัทยา โดยมีตัวแทนสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก เข้าร่วม คือ เชฟจักรพันธุ์ กรณีย์ exchef

โรงแรมดีวารี, เชฟภาคภูมิ อารมณ์รัตน์ exchef Woodland Pattaya รองนายกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก, เชฟปฎิพันธ์ เดชสุภา, เชฟทอม รอยัลคลิฟ และเชฟนิรันดร์ มีมาดี

สมาพันธ์เชฟ ตอ. ถกแนวทางรับเลือกตั้ง-ไฮซีซัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก โดย เชฟยงยุทธ เพียรประสิทธิ์ นายกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก ได้เรียกคณะบริหารสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก ร่วมประชุมวางแนวทางการทำงานของสมาพันธ์ฯ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความตื่นตัวในการปรับเทคนิคและแสดงฝีมือในการทำอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อเตรียมความพร้อมของพี่น้องสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกในการรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซันของเมืองพัทยา และในเขตเมืองท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออก

นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยถึงแนวทางในช่วงที่มีการเลือกตั้งผู้บริหารเมืองพัทยาที่กำลังจะเกิดขึ้นปลายเดือนนี้ ซึ่งสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกพร้อมปรับตัวเพื่อรองรับแนวทางการบริหารเมืองพัทยาในชุดต่อไปอย่างเต็มกำลังเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้วงการอาหารและเครื่องดื่มในภูมิภาค

ทั้งนี้ ในการประชุมหารือดังกล่าวจัดขึ้นที่ร้านสุขนิยม ซุ้มเนื้อ (โพธิสาร) พัทยา โดยมีตัวแทนสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก เข้าร่วม คือ เชฟจักรพันธุ์ กรณีย์ exchef โรงแรมดีวารี, เชฟภาคภูมิ อารมณ์รัตน์ exchef Woodland Pattaya รองนายกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก, เชฟปฎิพันธ์ เดชสุภา, เชฟทอม รอยัลคลิฟ และเชฟนิรันดร์ มีมาดี

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ เปิดคึกคัก! “หอการค้าแฟร์และของดีเมืองน่าน 69” กระตุ้นเศรษฐกิจ เปิดพื้นที่สร้างบรรยากาศ คึกคัก

แชร์เนื้อหานี้

สำหรับพิธีเปิดงาน “หอการค้าแฟร์และของดีเมืองน่าน 69” ซึ่งจัดขึ้น ณ บริเวณริมแม่น้ำน่านใต้สะพานพัฒนาภาคเหนือ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมี นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ท่ามกลางหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ สมาชิกหอการค้าจังหวัดน่าน และกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC จังหวัดน่าน เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียงภายในพิธีเปิด นางสาววัชรี พรมทอง ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน ได้กล่าวรายงานถึง

วัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า หอการค้าจังหวัดน่านมีความตั้งใจให้การจัดงานครั้งนี้เป็นมากกว่างานมหกรรมการค้า แต่เป็นพื้นที่สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น ร้านค้า OTOP สินค้าคนน่าน และเยาวชน ได้มีพื้นที่แสดงศักยภาพ สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมส่งเสริมเยาวชนอย่างสร้างสรรค์ ทั้งการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลเยาวชน การประกวดวงดนตรีเด็กและเยาวชน รวมถึงกิจกรรม “Nan Young Seller” ซึ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงทักษะด้านการขายออนไลน์ การสื่อสาร และการใช้สื่อดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ โดยภายในพิธียังมีการมอบรางวัลให้แก่เยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรม Nan Young Seller

พร้อมการแสดงความสามารถของเด็กและเยาวชน สร้างสีสันและบรรยากาศคึกคักให้กับงานเป็นอย่างมาก
สำหรับงาน “หอการค้าแฟร์และของดีเมืองน่าน 69” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–13 มิถุนายน 2569 ภายในงานมีร้านค้าหลากหลายประเภท

สินค้า OTOP ของดีเมืองน่าน กิจกรรมความบันเทิง และกิจกรรมส่งเสริมเยาวชน เพื่อสร้างสีสัน กระตุ้นเศรษฐกิจ และเปิดพื้นที่แห่งโอกาสให้คนเมืองน่านเติบโตไปด้วยกัน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดตัว “น้ำปลาแท้ผลิตจากปลาหมอคางดำ ตรา หับเผย ” สร้างอาชีพผู้ต้องขัง ควบคู่การแก้ไขปัญหาแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่5 มิถุนายน 2569 นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย พันตำรวจโทประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ นายณัษฐพงศ์ อินทสาแล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดสมุทรสาคร

เป็นประธานเปิดกิจกรรมฝึกวิชาชีพการแปรรูปผลิตภัณฑ์ น้ำปลาแท้ผลิตจากปลาหมอคางดำ ตรา หับเผย และทำการกรอกน้ำปลาจากถังหมักลงขวด เป็นขวดแรกของการผลิต ที่บริเวณเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสาคร

โดยมีผู้บัญชาการเรือนจำเขต 7 ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
การทำน้ำปลาจากปลาหมอคางดำ เรือนจำจังหวัดสมุทรสาครได้เริ่มทำมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 โดยการนำปลาหมอคางดำมาหมักกับเกลือ ในอัตราส่วน ปลาหมอคางดำ 4 ส่วนต่อเกลือ 1ส่วน

หมักในโอ่งที่ปิดมิดชิด หมักเป็นเวลา 10-11 เดือน จึงได้กลายมาเป็น “น้ำปลาแท้ผลิตจากปลาหมอคางดำ ตรา หับเผย” ที่มีกลิ่นหอม ไม่มีสารปรุงแต่ง ไม่มีวัตถุกันเสีย ไม่เติมผลชูรส ไม่แต่งกลิ่น ไม่แต่งสี มีส่วนผสมของไอโอดีนจากเกลือสมุทรตามธรรมชาติ โดยปัจจุบันเรือนจำสมุทรสาครได้มีการนำปลาหมอคางดำที่จับได้นำมาผลิตเป็นนำมาหมักไปแล้ว 5 ตัน

เป็นความร่วมมือระหว่างจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร ภาคเอกชน และชุมชน ร่วมกันแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและอาชีพของประชาชนในหลายพื้นที่

โดยนำปลาหมอคางดำที่จับได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติมาแปรรูปเป็นน้ำปลา สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรที่เคยเป็นปัญหา ลดการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่ ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสให้แก่ผู้ต้องขังอย่างยั่งยืน อีกด้วย
ทีมข่าวสมุทรสาคร

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ม.มหิดล จัดงาน “ENVI Mahidol Open House World Environment Day 2026”

แชร์เนื้อหานี้

ผนึกกำลังทุกภาคส่วนขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืนและเป้าหมาย Net Zero
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงาน “ENVI Mahidol Open House World Environment Day 2026” ณ อาคารสิ่งแวดล้อมพัฒนดล มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เนื่องในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และร่วมขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน ภายใต้เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน

พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานในพิธีเปิด โดยกล่าวถึงความสำคัญของวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งองค์การสหประชาชาติได้กำหนดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้และความร่วมมือระดับนานาชาติในการรับมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อม พร้อมเน้นย้ำว่า “สิ่งแวดล้อมไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นภารกิจร่วมกันของมนุษยชาติเพื่อส่งต่อโลกที่สมบูรณ์ให้คนรุ่นถัดไป” และชี้ให้เห็นว่าการมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำและการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทั้งในระดับประเทศและระดับโลก

รองศาสตราจารย์ ดร.กิติกร จามรดุสิต คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วิกฤตพลังงาน และความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วโลก การจัดงาน “ENVI Mahidol Open House World Environment Day” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จึงมุ่งสร้างการตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการขยายโอกาสทางการศึกษา และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคชุมชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

พิธีเปิดงาน ผู้บริหาร คณาจารย์ และแขกผู้มีเกียรติ ได้ร่วมกิจกรรม “รดน้ำต้นไม้” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการบ่มเพาะองค์ความรู้ ความรับผิดชอบ และจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งต่อแนวคิดการอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนสู่คนรุ่นต่อไปกิจกรรมสำคัญภายในงานประกอบด้วยการเสวนาพิเศษหัวข้อ “NEXT MOVE TO NET ZERO: เตรียมองค์กรให้พร้อมสู่ยุคคาร์บอนต่ำ” เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และแนวทางการปรับตัวขององค์กรในบริบทเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำการประชุมวิชาการระดับชาติด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 2 ซึ่งมีผู้สนใจส่งผลงานวิชาการเข้าร่วมนำเสนอจำนวน 85 บทความ แบ่งเป็นการนำเสนอภาคบรรยาย 69 บทความ และภาคโปสเตอร์ 16 บทความ

กิจกรรม “ENVI Mahidol–School Hackathon” เวทีแสดงศักยภาพด้านนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมของเยาวชนจากโรงเรียนเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ จำนวน 20 โรงเรียน ประกอบด้วยการนำเสนอโครงงาน 20 ทีม และการนำเสนอผลงานในรูปแบบโปสเตอร์ 26 ทีมนิทรรศการและบูธวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม โดยนักศึกษาและหน่วยงานภาคี รวมถึงการจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีสีเขียวจากภาคเอกชนชั้นนำการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและการมีส่วนร่วมของชุมชน ผ่านการออกร้านผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจากชุมชนในจังหวัดนครปฐม อาทิ ชุมชนเกาะลัดอีแท่น ตำบลไร่ขิง และศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ตำบลกระทุ่มล้ม

การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ชุมชน และเยาวชน ในการร่วมกันสร้างองค์ความรู้ พัฒนานวัตกรรม และผลักดันแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคตคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ขอขอบคุณภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนการจัดงาน และขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน เพื่อสร้างโลกที่น่าอยู่สำหรับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคตต่อไป
ข้อมูลเพิ่มเติม งานสื่อสารองค์กรและวิเทศสัมพันธ์ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
โทรศัพท์ 0 2441 5000 ต่อ 2222
ทีมข่าวเฉพาะกิจ

สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /“ปราบดา” ถกแผนดูแลเมืองท่องเที่ยว เมืองชล-แปดริ้ว / นายกลิซ่า จัดเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวไก่ 600 ชาม ให้ ตม.ชลบุรี

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า พ.ต.ท.ปราบดา สุขสุนทรีย์ สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 เป็นประธานประชุมเจ้าหน้าที่ในสังกัดพร้อมมอบนโยบายและข้อสั่งการประจำเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ห้องประชุม ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 บช.ทท. เขาพระตำหนัก เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยมี พ.ต.ท.อภิชาติ จารุรักษ์ สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 พ.ต.ท.ภาวิตร ฉิมพาลี สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 และเจ้าหน้าที่ในสังกัดให้การต้อนรับ

ในที่ประชุมมีผู้เข้าร่วม ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 และเจ้าหน้าที่ T.O. เข้าร่วมรับนโยบายอย่างพร้อมเพรียง ก่อนในที่ประชุมได้มีการรายงานความรับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและฉะเชิงเทรา ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 บช.ทท.

ก่อนจะมีการกำชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการปฏิบัติตนของข้าราชการตำรวจเมื่อแต่งเครื่องแบบ พ.ศ.2561, การให้ความรู้เกี่ยวกับ Standard Operating Procedure : SOP

และสิ่งสำคัญคือได้กำชับมาตรการตรวจสอบและปราบปรามคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวทั้งสองจังหวัด ก่อนมีการมอบรางวัลให้กับผู้มีผลการจับกุมดีเด่น เป็นอันเสร็จสิ้นการประชุม

‘นายกลิซ่า‘ นำทีมผู้ประกอบการกลางคืนพัทยา จัดเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวไก่ 600 ชาม เป็นกำลังให้ ตม.ชลบุรี

มีรายงานว่า สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา นำโดย นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมฯ พร้อมคณะ ได้จัดเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวไก่จำนวน 600 ชาม ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองชลบุรี บุคลากรในสังกัด พร้อมทั้งแจกจ่ายให้ประชาชนผู้สัญจรไปมาและผู้มาติดต่อราชการ

นอกเหนือจากอาหารกลางวันแล้ว ยังมีน้ำดื่ม ขนมและผลไม้มากมายจากสมาชิกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา และผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมกันสนับสนุน เพื่อเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ในการทำงานปฏิบัติหน้าที่ในเมืองท่องเที่ยวอย่างเหน็ดเหนื่อย และเป็นงานกุศลที่ทางสมาคมฯ จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ในกิจกรรมพบว่าได้รับเกียรติจาก พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยะมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองชลบุรี ร่วมให้การต้อนรับคณะสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยาที่ได้นำอาหารมาจัดเลี้ยงในครั้งนี้ด้วยรอยยิ้มและความเป็นกันเอง

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผู้ว่าฯ สิงห์บุรี รับมอบ “พุ่มดอกบัวประดิษฐ์พระราชทาน” เตรียมเชิญถวายสักการะ “พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” เนื่องในวันวิสาขบูชา 2569

แชร์เนื้อหานี้

มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จัดพิธีส่งมอบ “พุ่มดอกบัวประดิษฐ์พระราชทาน” ซึ่งได้รับมอบหมายจากส่วนราชการในพระองค์ ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี และผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เพื่อเชิญไปถวายสักการะ “พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปีพุทธศักราช 2569

วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 11.30 น. นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เข้ารับมอบพุ่มดอกบัวประดิษฐ์พระราชทานจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ณ ห้องโถงชั้น 1 อาคารรัตนเทพสตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กันยา บาร์นท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี เป็นประธานในพิธีส่งมอบพุ่มดอกบัวประดิษฐ์พระราชทาน เพื่ออัญเชิญไปถวายสักการะ “พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปีพุทธศักราช 2569 โดยมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และผู้แทนหน่วยงานราชการเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

โดยทั้ง 2 จังหวัด จะเชิญพุ่มดอกบัวประดิษฐ์พระราชทานไปถวายสักการะ “พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” พร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 20.39 น. ณ มณฑลพระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตรของแต่ละจังหวัด อันเป็นกิจกรรมสำคัญเนื่องในวันวิสาขบูชา

“พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” เป็นต้นพระศรีมหาโพธิ์พระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานนาม และมีพระราชดำริให้อัญเชิญไปปลูกประจำทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่พสกนิกรชาวไทย และเพื่อสืบสานพระราชประเพณีอันทรงคุณค่าในวาระมหามงคลแห่งพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี

นามพระราชทาน “พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” มีความหมายว่า “พระศรีมหาโพธิ์พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” สื่อถึงสายใยแห่งพระเมตตา ความศรัทธา และความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ

การจัดพิธีส่งมอบพุ่มดอกบัวประดิษฐ์พระราชทานครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีและหน่วยงานภาครัฐ ในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ส่งเสริมคุณค่าทางจิตใจ และสืบสานพระราชปณิธานอันทรงคุณค่าสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พิธีฌาปนกิจศพพ่อครูชาญยุทธ ประเสริฐพัฒนกิจ ครูชำนาญการพิเศษ ณ.เมรุวัดป่าจันทรรังษี บ้านนาเจริญ หมู่ 11ต.นาจาน อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 13.30 น. ดร.ประทิน นาคสำราญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสะเดียง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานพิธีฌาปนกิจศพ วางผ้าบังสกุลและร่วมไว้อาลัยแด่พ่อครูชาญยุทธ ประเสริฐพัฒนกิจ ครูชำนาญการพิเศษ ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในตับ ศิริอายุ 69 ปี ขอให้ดวงวิญญาณจงไปสู่สุขติด้วยเทอญ โดยมีคณะญาติ เพื่อนสนิท มิตรสหายร่วมส่งดวงวิญญาณมาหมาย เสร็จพิธีประธานจึงได้เดินทางกลับ

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พล.อ.ประยุทธ์ องคมนตรี เปิดงาน “โครงการสืบสานพระราชปณิธานแก่ราษฎร” อัยการสูงสุดผนึกกำลังภาครัฐ ลงพื้นที่บางระจัน สิงห์บุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท และ พลอากาศเอกจอม รุ่งสว่าง องคมนตรี

เปิดงาน “โครงการสืบสานพระราชปณิธานแก่ราษฎร” เพื่อยกระดับการเข้าถึงความยุติธรรมและเสริมสร้างความรู้ทางกฎหมายให้แก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง. ณ โรงเรียนบางระจันวิทยา อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี

สำนักงานอัยการสูงสุด นำโดย คุณชัยชนะ พันธุ์ภักดีดิสกุล รองอัยการสูงสุดพร้อมนายสุพจน์ เชื้อประกอบกิจ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดสิงห์บุรี และคณะผู้บริหาร ได้ดำเนินกิจกรรม “โครงการสืบสานพระราชปณิธานแก่ราษฎร”

กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสนองพระราชปณิธานในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการของภาครัฐ โดยภายในงานได้มีการจัดกิจกรรมสำคัญ ดังนี้:

ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย: สำนักงานอัยการสูงสุดเปิดให้บริการช่วยเหลือและให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่ประชาชนในพื้นที่ ผ่านหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Office) เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิและกระบวนการยุติธรรมได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

นิทรรศการเผยแพร่ความรู้: จัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้ด้านกฎหมายที่จำเป็นในชีวิตประจำวันแก่ประชาชนที่มาร่วมงานการอบรมเยาวชน:

จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ทางกฎหมายทั่วไปให้แก่กลุ่มนักเรียนโรงเรียนบางระจันวิทยา จำนวน 54 คน เพื่อปลูกฝังความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายและสิทธิหน้าที่ในฐานะพลเมืองที่ดีแก่เยาวชน

ในโอกาสนี้ องคมนตรีได้ร่วมลงนามในสมุดตรวจเยี่ยม พร้อมเดินชมนิทรรศการและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งบรรยากาศภายในงานเต็ม

ไปด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่มุ่งมั่นส่งเสริมหลักนิติธรรมและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนผ่านการเข้าถึงบริการภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม

สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / จัดใหญ่!”สุดยอด OTOP สมุทรสาคร สัญจรสู่ภูมิภาค”ส่งต่อภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยสู่สากล “เพราะโอทอป ไม่ใช่แค่สินค้า แต่คือวิถีชีวิตของชุมชน”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมภูฟ้า โรงแรมเซ็นทรัล เพลส จังหวัดสมุทรสาคร ได้จัดงานแถลงข่าวอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อผลักดันและประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ OTOP ของจังหวัดสมุทรสาคร สู่ผู้บริโภคในทุกภูมิภาคทั่วประเทศนายดำรงค์ศักดิ์

ยอดทองดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในงาน พร้อมด้วย คุณคมสิทธิ์ สุริยวรรณ และ คุณนัทศมพล มณฑ์ณภัคพงษ์ ร่วมแถลงแนวคิดและรายละเอียดการจัดงานต่อสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติ”OTOP THE JOURNEY STORIES” การเดินทางของเรื่องราวและวิถีชีวิต

การจัดงานในครั้งนี้ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิดการสื่อสารที่ว่า “OTOP ไม่ใช่เพียงสินค้า แต่คือเรื่องราวของชุมชน” ผ่าน 5 วัตถุประสงค์หลัก เพื่อส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพ การจำหน่ายสินค้า OTOP ของจังหวัด​ขยายโอกาสทางการตลาด ให้แก่ผู้

ประกอบการชุมชนในระดับประเทศสร้างรายได้ และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง นำผลิตภัณฑ์เด่นของสมุทรสาครให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง​สนับสนุนการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างยั่งยืนภายในงานแถลงข่าว

ตระการตากับ วัฒนธรรมของท้องถิ่น การแสดงชุด “ระบำนาเกลือ” จากนักเรียนโรงเรียนเทศบาลวัช่องลม ที่สะท้อนเอกลักษณ์และวิถีชีวิตชาวประมง-นาเกลือของสมุทรสาครได้อย่างงดงามเจาะลึกถึงทิศทาง OTOP แนวทางการพัฒนา

ศักยภาพผู้ประกอบการและการต่อยอดผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อตอบโจทย์ตลาดร่วมสมัยยกร้านค้าชุมชนมาไว้ที่นี่ นิทรรศการจัดแสดงผลิตภัณฑ์เด่นจากผู้ประกอบการ OTOP คุณภาพของ

จังหวัดสมุทรสาคร “สมุทรสาครพร้อมผลักดันผู้ประกอบการชุมชนสู่โอกาสใหม่ เชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานราก ผ่านพลังของภูมิปัญญาไทย สู่ตลาดระดับประเทศต่อไป”
ทีมข่าวสมุทรสาคร


สื่อรัฐนิวส์ สื่อรัฐทีวี / สนง. ป.ป.ช. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 – 18 พฤษภาคม 2569 ผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ช. นำโดย นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายศรชัย ชูวิเชียร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 5

นายวัฒนชัย ส้มมี ผู้ตรวจราชการ และนายมงคล วุฒินิมิต ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และคณะ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานและอาคารที่พักของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดน่าน


ในการนี้ นายศรัณ อภิสิทธิเวช ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดแพร่ รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดน่าน พร้อมบุคลากรสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดน่าน ให้การต้อนรับและร่วมประชุมติดตามผลการดำเนินงานดังกล่าว

คณะผู้บริหารได้ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหา อุปสรรค และความก้าวหน้าของการดำเนินงานก่อสร้าง เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามแผนงานที่กำหนด

พร้อมกันนี้ คณะผู้บริหารยังได้ตรวจเยี่ยมและพบปะบุคลากรสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดน่าน เพื่อรับฟังข้อคิดเห็น ปัญหาในการปฏิบัติงาน ตลอดจนสร้างขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดน่าน ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ.ปปชน่าน #สำนักงานปปชน่าน #ปปช #NACCNan #โปร่งใสตรวจสอบได้ #ต่อต้านการทุจริต

วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.30 น. นางเข็มทอง ศรีโพธิ์ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน มอบหมายให้นายภัคพงศ์ ทองฟู นางสาววันทนีย์ นันศิริ ผู้ปฏิบัติงานสำนักงานจังหวัด และนายภัทร์ศรุต คล้ายสุบรรณ ผู้ปฏิบัติงานกลุ่มงานบริการ ลงพื้นที่ อ.เวียงสา เพื่อติดตามและประเมินผล สรุปข้อมูล ปัญหาอุปสรรค พร้อมทั้งรายงานความก้าวหน้าของโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรที่ได้รับการอนุมัติ ประเภทงบกู้ยืม (ปลอดดอกเบี้ย) กลุ่มผู้เลี้ยงวัวบ้านหลับมืนพรวน”โครงการเลี้ยงวัวแม่พันธุ์วัวไทยผสมบราห์มัน”งบประมาณ 1,675,940 บาท โดยมีนายบุญยงค์ สดสอาด ประธานอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ และนายอุไร สารถ้อย อนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ เข้าร่วมด้วย ณ หอประชุมบ้านหลับมืนพรวน หมู่ 5 ต.จอมจันทร์ อ.เวียงสา จ.น่าน

เรือนจำจังหวัดน่าน รับมอบอุปกรณ์ฝึกวิชาชีพ หนุนกิจการ “หับเผยคาเฟ่” เรือนจำชั่วคราวเขาน้อย มุ่งสร้างทักษะอาชีพ คืนคนดีสู่สังคม
น่าน

วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ณ ร้านหับเผยคาเฟ่ เรือนจำชั่วคราวเขาน้อย จังหวัดน่าน นางสาวรัตนภรณ์ เวียงนาค ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดน่าน รับมอบอุปกรณ์ฝึกวิชาชีพงานบริการ สำหรับใช้ในการดำเนินกิจการของ “ร้านหับเผยคาเฟ่” เพื่อยกระดับและส่งเสริมการฝึกทักษะวิชาชีพให้แก่ผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดน่าน

การสนับสนุนอุปกรณ์ในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จาก พันเอก ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้สนับสนุนหลัก โดยมี นางเพลินจิต พ่วงเจริญ เป็นผู้แทนในการส่งมอบ พร้อมกันนี้ยังมี นางทัศนีย์ นันทสว่าง และ นายบุญฤทธิ์ ชาเตียม ที่ปรึกษากองทุนพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเยาวชนจังหวัดน่าน (DNYC) ให้เกียรติเข้าร่วมเป็นสักขีพยานและร่วมส่งมอบอุปกรณ์ดังกล่าวด้วย

สำหรับ “ร้านหับเผยคาเฟ่” ณ เรือนจำชั่วคราวเขาน้อย ถือเป็นสถานที่ฝึกปฏิบัติงานจริง ที่สำคัญในการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ต้องขังที่ใกล้พ้นโทษ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังได้ฝึกทักษะด้านงานบริการ การชงเครื่องดื่ม และการทำเบเกอรี่ เพื่อให้มีวิชาชีพติดตัว สามารถนำไปต่อยอดประกอบอาชีพที่สุจริต สร้างรายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัวภายหลังได้รับการปล่อยตัว ซึ่งการได้รับมอบอุปกรณ์ฝึกวิชาชีพเพิ่มเติมในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพและมาตรฐานในการฝึกปฏิบัติงานบริการของร้านให้ดียิ่งขึ้น

เรือนจำจังหวัดน่าน ขอขอบพระคุณผู้ใหญ่ใจดีและภาคีเครือข่ายทุกท่าน ที่เล็งเห็นความสำคัญของการให้โอกาส ทั้งนี้ ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน ส่งกำลังใจ และชิมเครื่องดื่มฝีมือผู้ต้องขังได้ที่ ร้านหับเผยคาเฟ่ เรือนจำชั่วคราวเขาน้อย จังหวัดน่าน เปิดให้บริการทุกวัน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ เตรียมกระหึ่มปากน้ำปราณ! “Rimlay 4” มหกรรมดนตรีเพื่อชีวิตริมเลที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี ขนทัพศิลปินระดับตำนานบุกประจวบฯ 4 ก.ค. นี้

แชร์เนื้อหานี้

เตรียมตัวให้พร้อมและเตรียมเสียงไปตะโกนให้สุดเสียงกับเทศกาลดนตรีริมทะเลที่ทุกคนรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ! เมื่อ Pazan Music Festival ประกาศการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ “Rimlay 4 เพื่อชีวิตริมเล” ซึ่งในปีนี้การันตีความเดือดและอลังการกว่าเดิมด้วยการจับมือร่วมกับพี่ใหญ่อย่าง “เครื่องดื่มคาราบาว” และ “ตะวันแดง” ในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ พร้อมผนึกกำลังกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อเนรมิตลานสโมสรลานมหาราช ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งประวัติศาสตร์ดนตรีที่จะถูกจารึกไว้ในความทรงจำ ในวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2569 นี้

ความยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ถูกยืนยันผ่านงานแถลงข่าวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ โรงแรมวินแดม หัวหิน ปราณบุรี รีสอร์ต แอนด์ วิลล่า โดยได้รับเกียรติจาก นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณบุรี พร้อมด้วยตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทั้งท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ และ อบต.ปากน้ำปราณ ที่พร้อมใจกันเดินหน้าผลักดันให้งานนี้เป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้กลับมาคึกคักอย่างขีดสุด โดยมีศิลปินรุ่นใหญ่ระดับครูอย่าง น้าหงา คาราวาน และ สุเมธ วงละมัย มาร่วมยืนยันความพร้อมว่าบนเวทีปีนี้ไม่มีคำว่าธรรมดาแน่นอน

ไฮไลท์ที่ทำเอาแฟนเพลงต้องรีบจองตั๋วคือการรวมตัวของ 10 ศิลปินระดับตำนานที่จะมาพ่นไฟบนเวทีเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นวงคาราบาว, พงษ์สิทธิ์ คำภีร์, พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ, หงา คาราวาน, อ้อย กะท้อน, เสือ ธนพล, ทอม ดันดี, L.กฮ., มายมอมแมม และละมัย ซึ่งทุกคนพร้อมแล้วที่จะมอบประสบการณ์ทางดนตรีที่เข้มข้น เคล้าไปกับมนต์เสน่ห์ของลมทะเลและกลิ่นอายธรรมชาติริมหาดปากน้ำปราณที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในไทย

ความสนุกยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะในวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นวันก่อนงานจริง นายกเป็ด-นำลาภ อิ่มทั่ว นายก อบต.ปากน้ำปราณ ร่วมกับภาคธุรกิจชุมชน ได้เตรียมของขวัญพิเศษมอบความสนุกแบบอุ่นเครื่องให้ชมฟรี! กับมหกรรมรำวงชื่อดังจากเมืองเพชรบุรีถึง 5 คณะใหญ่ ทั้งรุ่งนภาเมืองเพชร, เพชรโสภาดาวรวมใจ, เพลินพิศ วงศ์ทัศวรรณ, ขวัญใจตาลกง และทรายทองเมืองเพชร ที่จะมาเปิดฟลอร์ให้เต้นกันให้ยับตั้งแต่ 4 โมงเย็นจนถึงเที่ยงคืน ณ ลานมหาราชที่เดิม เพื่อเป็นการต้อนรับมิตรรักแฟนเพลงและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศเข้าสู่บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง

นี่คือโอกาสเดียวในรอบปีที่คุณจะได้สัมผัสความมันส์ระดับพระกาฬท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลล์ริมทะเล สำหรับใครที่ยังไม่มีบัตร อย่ารอช้า! สามารถสั่งจองได้ทันทีทาง Inbox เพจ Pazan Music Festival หรือแอดไลน์ @pazanmusicfestival และสอบถามข้อมูลที่เบอร์ 098-828-2187 แล้วมาสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกันที่ปราณบุรี 3-4 กรกฎาคมนี้ ความมันส์กำลังจะซัดเข้าฝั่งแล้วครับ!
//////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ ลงพื้นที่ติดตามช้างป่าภูวัว “พลายสีดอหูสร้อย” พลัดหลงจากโขลง เฝ้าระวังความปลอดภัยประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (15 พฤษภาคม 2569) เวลา 15.30 น. พล.ต.ต.ดร.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ ลงพื้นที่บริเวณป่าชุมชนบ้านนาแสงสาคร ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ เพื่อติดตามสถานการณ์กรณีช้างป่าภูวัว เพศผู้ ชื่อ “พลายสีดอหูสร้อย” ซึ่งพลัดหลงจากโขลงลงมาหากินในพื้นที่อำเภอศรีวิไล เป็นวันที่ 4

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มี พ.ต.อ.เสกสรรค์ บาอุ้ย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรศรีวิไล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว และทีมกู้ชีพกู้ภัยองค์การบริหารส่วนตำบลนาสะแบง ร่วมติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

จากการตรวจสอบในพื้นที่ พบร่องรอยการนอนของช้างป่าดังกล่าว มีลักษณะเป็นแอ่งขนาดใหญ่ คาดว่าขณะนี้ “พลายสีดอหูสร้อย” อาจอยู่ห่างจากจุดที่พบร่องรอยประมาณ 1–2 กิโลเมตร โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้โดรนบินสำรวจและติดตามความเคลื่อนไหวของช้างอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันเฝ้าระวังและวางมาตรการป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยมีช้างป่าลงมาในพื้นที่ดังกล่าวมาก่อน พร้อมทั้งเตรียมผลักดันช้างกลับคืนสู่ป่าธรรมชาติ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของทั้งประชาชนและช้างป่าเป็นสำคัญ

ก่อนเดินทางกลับ พล.ต.ต.ดร.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ ได้มอบเงินจำนวน 1,000 บาท เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามช้างป่าในพื้นที่ ซึ่งได้ร่วมกันทำงานอย่างเข้มแข็งตลอดหลายวันที่ผ่านมา

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /เทศบาลนครนครราชสีมา จับมือ สตง.ภูมิภาคที่ 4 ติวเข้มเจ้าหน้าที่งานพัสดุ การเงิน-การคลัง ยกระดับเป็นองค์กรธรรมาภิบาลชั้นนำของประเทศ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมสีมาธานี อ.เมือง จ.นครราชสีมา เทศบาลนครนครราชสีมา โดย นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ และความร่วมมือกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 4 นครราชสีมา โดย นางกชพร เดชธนภัทร์กุล ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน (สตภ.4) เพื่อพัฒนาบุคลากรของเทศบาลนครนคราชสีมา หลักสูตร “การพัฒนา และเพิ่มทักษะการจัดซื้อ

จัดจ้าง และการบริหารพัสดุ” และหลักสูตร “การพัฒนา และเพิ่มทักษะการปฏิบัติงานด้านการเงิน และการคลัง” โดยมีบุคลากรของเทศบาลนครนครราชสีมาที่รับผิดชอบงานเกี่ยวกับพัสดุ การเงิน และการคลัง รวมถึงผู้บริหารทุกระดับเข้ารับการอบรมทั้ง 2 หลักสูตร จำนวน 300 คน ใช้ระยะเวลาในการฝึกอบรมจำนวน 2 วัน ระหว่างวันที่ 14 -15 พฤษภาคม 2569

นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา กล่าวว่า โครงการฝึกอบรมทั้ง 2 หลักสูตรจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติงานด้านพัสดุ การเงิน และการคลังเป็นอย่างมาก โดยผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้รับความรู้ เสริมสร้างทักษะ และความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน เข้าใจวินัยการเงิน การคลัง และการพัสดุที่ชัดเจน ลดข้อผิดพลาด และข้อบกพร่องในการปฏิบัติงาน อันจะนำพาให้เทศบาลนครนครราชสีมาไปสู่องค์กรธรรมาภิบาลชั้นนำระดับประเทศต่อไป

นางกชพร เดชธนภัทร์กุล ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน (สตภ.4) กล่าวว่า การฝึกอบรมทั้ง 2 หลักสูตรของ สตง.ภูมิภาคที่ 4 นครราชสีมา ถือเป็นการทำงานเชิงรุกด้านการป้องกันการทุจริต ลดความเสี่ยงทางวินัยของในบุคลากรหน่วยงานภายนอก อีกทั้งบุคลากรของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่ร่วมเป็นคณะวิทยากรยังได้พัฒนาความรู้ สามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเพิ่มทักษะในการสื่อสาร และการถ่ายทอดความรู้

เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และมีภาพลักษณ์ที่ดีต่อหน่วยงานภายนอก โดยการฝึกอบรมมีทั้งการบรรยายให้ความรู้ใหม่ๆ การเสวนา และให้คำปรึกษา แนะนำ ตอบข้อซักถามในประเด็นปัญหาของผู้เข้ารับการอบรม ซึ่งเป็นการเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ควบคู่กับการเชื่อมโยงกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีรวมถึงหนังสือสั่งการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้ผู้เข้ารับการอบรมเห็นภาพที่ชัดเจนสามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงาน

ประสิทธิ์ วนะชกิจ/กันตินันท์ เรืองประโคน ทีมข่าว จ.นครราชสีมา

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จัดอบรมผู้ประกอบการนวัตกรรมวัสดุชีวภาพ เพื่ออนาคตเกษตรกรไทยเพิ่มมูลค่า “สับปะรด “ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 9 พ.ค.เวลา09.00น. ที่ อาคารปฏิบัติการ 4 ผศ.ดร.สุทธิวัลย์ สีเทา ประธานเปิดโครงการอบรม เปลี่ยนมีใบสับปะรดเหลือทิ้งให้มีมูบค่านวัตกรรมวัสดุชีวภาพเพื่ออนาคตการเกษตรไทยสำนักวิชาอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เชียงราย

จัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการและกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และผู้สนใจเข้าอบรมประมาณ 50คน โครงการอบรมเชิงปฏิบัติงาน กระบวนการใช้ประโยชน์จากวัสดุเศษเหลือใช้ในโซ่ผลิต เพื่อเพิ่มมูลค่าสับปะรด พันธุ์นางและภูแล ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ขึ้นทะเบียน GI

อันเป็นลักษณะโดดเด่น ของสัปรดะันธุ์ดี ที่มีชื่อเสียง ของจังหวัดเชียงราย โดยหลักสูตรเน้นการปฏิบัติเป็นรูปธรรมสามารถประยุกต์ สามารถสร้างรายได้ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อมในอนาคต เพราะทุกส่วนของสับปะรดมีประโยชน์ทุกส่วนอย่างน่าอัศจรรย์ ในวันดังกล่าว

ผศ.ดร.พันธ์สิริ สุทธิลักษณ์ ผศ ดร .ริรงรอง ทองดีสุนทร และผศ.ดร.ณัฏยา คนซื่อ แห่งสำนักวิชาอุตสาหกรรมเกษตรและศูนย์วิจัยนวตกรรมบรรจุภัณฑ์และวัสดุชีวภาพ เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้สู่การปฏิบัติ ระหว่างวันที่ 9-10 พ.ค.2569 ณ อาคารปฏิบัติการ S. 4 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
ธนกฤต วรรมณี ผู้สื่อข่าวเชียงราย รายงาน

สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / สบส. ม.มหิดล และ เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ เสริมพลัง อสม. เปิดโครงการ “รู้เร็ว รักษาเร็ว ยิ่งดี” รับมือโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในชุมชน นำร่องที่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ (8 พฤษภาคม 2569) ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา วิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (สบส.) ร่วมกับสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล และ บริษัท เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ (ไทย) จำกัด เปิดโครงการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อคนรุ่นต่อไป รู้เร็ว รักษาเร็ว ยิ่งดี ยกระดับการดูแลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไต นำร่องที่อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา โดยมี นพ.นพพงษ์ พงศ์เลิศโกศล รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมด้วยนางจีรวรรณ หัสโรค์ รองผู้อำนวยการกองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข รศ.ดร.ชีระวิทย์ รัตนพันธ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย และวิชาการ สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล นายริคาร์เต้ ริเวร่า ผู้จัดการทั่วไป และหัวหน้าธุรกิจเภสัชภัณฑ์สำหรับมนุษย์ บริษัท เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ (ไทย) จำกัด เครือข่ายสุขภาพ นางวิลัยวัลย์ ธงสันเทียะ ประธาน อสม.ภาคอีสาน และประธาน อสม.เขตด่านขุนทด และ อสม.อำเภอด่านขุนทด เข้าร่วมโครงการกว่า 2,000 คน ทั้งนี้เพื่อเสริมศักยภาพ อสม.ให้เป็นกำลังสำคัญในการดูแลสุขภาพเชิงรุก ตั้งแต่การคัดกรองความเสี่ยง อ่านผล ติดตาม ให้คำแนะนำ ไปจนถึงประสานส่งต่อผู้ป่วยเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพอย่างเหมาะสม

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ในประเทศไทย โดยเฉพาะความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคไตเรื้อรัง ซึ่งมักไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ทราบความเสี่ยงของตนเอง จนกระทั่งโรคพัฒนาไปสู่ระยะที่รุนแรงขึ้น ข้อมูลจากโครงการ CheCKD Now ระบุว่า การวินิจฉัยโรคไตเรื้อรังล่าช้าเพียง 1 ปี อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะไตวาย 63% และโรคหัวใจและหลอดเลือด 8% ขณะที่การคัดกรองกลุ่มตัวอย่าง 2,500 คน จากโรงพยาบาล 9 แห่ง พบว่า กว่า 45% มีภาวะโปรตีนอัลบูมินรั่วในปัสสาวะ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนเริ่มต้นของโรคไต สะท้อนช่องว่างสำคัญของการเข้าถึงการคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ในภาพรวมประเทศไทยกำลังเผชิญภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยองค์การอนามัยโลก ระบุว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตมากกว่า 70% ของประชากรไทยทั้งหมด และอีกจำนวนมากอยู่ในกลุ่มเสี่ยงโดยไม่ทราบสถานะของตนเอง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวตอกย้ำความจำเป็นของการคัดกรองเชิงรุกตั้งแต่ระดับชุมชน เพื่อให้สามารถเข้าถึงการดูแลได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นอย่างทันท่วงที

นางจีรวรรณ หัสโรค์ รองผู้อำนวยการกองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นภาระสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ทั้งในมิติของจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และผลกระทบต่อทรัพยากรของประเทศในระยะยาว กระทรวงสาธารณสุขจึงให้ความสำคัญกับการเสริมความเข้มแข็งของระบบสุขภาพปฐมภูมิ โดยเฉพาะการยกระดับบทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)ให้เป็นกำลังสำคัญในการเฝ้าระวัง และจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพในระดับชุมชน

รศ.ดร.ชีระวิทย์ รัตนพันธ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย และวิชาการ สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคไตเรื้อรังมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด และมักดำเนินไปโดยไม่แสดงอาการในระยะแรก การจัดการโรคอย่างมีประสิทธิภาพจึงต้องอาศัยทั้งการป้องกัน การปรับพฤติกรรม และการคัดกรองอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือครั้งนี้ มหาวิทยาลัยมหิดลมีบทบาทสำคัญในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาปรับใช้ในบริบทจริงของชุมชน โดยเฉพาะการพัฒนาเครื่องมือ และทักษะที่ช่วยให้ อสม.สามารถประเมินความเสี่ยง ให้คำแนะนำเบื้องต้น และติดตามผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างระหว่างองค์ความรู้กับการปฏิบัติจริงในระบบสุขภาพ

นายริคาร์เต้ ริเวร่า ผู้จัดการทั่วไป และหัวหน้าธุรกิจเภสัชภัณฑ์สำหรับมนุษย์ บริษัท เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรังส่งผลกระทบในวงกว้างต่อทั้งผู้ป่วย ครอบครัว และระบบสาธารณสุข การค้นหาความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะในระดับชุมชน จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการดูแลอย่างต่อเนื่อง เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ มุ่งสนับสนุนความร่วมมือครั้งนี้ผ่านการแบ่งปันองค์ความรู้ แนวทางการคัดกรอง และการพัฒนาโปรแกรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเสริมศักยภาพ อสม. ให้สามารถทำหน้าที่คัดกรอง ติดตาม และประสานการดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราเชื่อว่าความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนจะช่วยเสริมความเข้มแข็งให้ระบบการดูแลสุขภาพเชิงรุกในระดับชุมชน และสนับสนุนให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ประสิทธิ์ วนะชกิจ/กันตินันท์ เรืองประโคน ทีมข่าว จ.นครราชสีมา

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / “ผู้ว่า สตง.” ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการ “คลองชองเกชอนโคราช” หลังถูกวิจารณ์หนักสภาพเสื่อมโทรมคล้ายถูกทิ้งร้าง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน พร้อม นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ลำตะคอง “คลองชองเกชอนโคราช” ระยะที่ 1 บริเวณวัดสุขสันติราม เขตเทศบาลนครนครราชสีมา หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความคุ้มค่าและสภาพลำตะคองที่สกปรก

จากการตรวจสอบพบว่า พื้นที่โครงการระยะที่ 1 ซึ่งใช้งบประมาณ 118 ล้านบาท ระยะทาง 725 เมตร เสร็จสิ้นตั้งแต่ปลายปี 2568 แต่ยังไม่มีหน่วยงานเข้ารับผิดชอบดูแล ทำให้สภาพพื้นที่ทรุดโทรม มีตะกอนสะสม ขาดไฟส่องสว่างและทางเข้าออกไม่สะดวก

นายไพรัตน์ ทรงเย็น โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครราชสีมา ชี้แจงว่า เทศบาลยังไม่รับโอนภารกิจจนกว่าโครงการทั้งหมดจะแล้วเสร็จ 100% ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดหาผู้รับจ้างดำเนินโครงการระยะที่ 2 มูลค่ารวมทั้งโครงการ 238 ล้านบาท คาดเริ่มก่อสร้างปีงบประมาณ 2569

ด้าน นพ.วรรณรัตน์ ระบุว่า หากโครงการเสร็จสมบูรณ์ จะเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของเมืองโคราช ทั้งแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อน พร้อมเตรียมแผนจัดการน้ำเสียตลอดแนวลำตะคองระยะทาง 13 กิโลเมตร ใช้งบประมาณราว 700 ล้านบาท คาดเริ่มดำเนินการปี 2570-2571

ขณะที่ผู้ว่า สตง. ย้ำทุกหน่วยงานต้องร่วมกันวางแผนบริหารจัดการให้เกิดความยั่งยืนและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในอนาคต

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดงานใหญ่ “ของดีเมืองละโว้ ตลาดเกษตรปลอดภัย : Lopburi Market Fest” ขนทัพสินค้าดีมีคุณภาพทั่วจ.ลพบุรี กว่า 50 ร้าน

แชร์เนื้อหานี้

เพื่อประชาสัมพันธ์และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าดีถึงมือผู้บริโภค ตั้งแต่วันที่ 6 – 10 พฤษภาคม 2569 ณ ลานกิจกรรม ชั้น G เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า กรุงเทพมหานคร ห้ามพลาด !!!
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ณ ลานกิจกรรม ชั้น G เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า กรุงเทพมหานคร

นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดงาน“ของดีเมืองละโว้ ตลาดเกษตรปลอดภัย Lopburi Market Fest” โดยมีนางวิมล เจริญฤทธิ์ พาณิชย์จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย

หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลพบุรี ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้าผู้ประกอบการร้านค้าและประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมากซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

สำหรับงาน “ของดีเมืองละโว้ ตลาดเกษตรปลอดภัย : Lopburi Market Fest” เป็นงานที่รวบรวมสุดยอดผลิตภัณฑ์สินค้าดี สินค้าเด่นขึ้นชื่อจากทั่วทั้งจังหวัด มาไว้ในที่เดียว เพื่อสร้าง

โอกาสทางการค้าและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย ของจังหวัดลพบุรี และหวังให้ผู้ผลิต/ผู้ประกอบการสินค้า ผลิตภัณฑ์ อาหารปลอดภัย และสินค้าเด่นของจังหวัดลพบุรี ปรับตัวให้ทันต่อ

การเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกและความต้องการของผู้บริโภค มีช่องทางการจำหน่าย มีรายได้เพิ่มขึ้น สร้างเครือข่ายเชื่อมโยงการค้าสู่ผู้บริโภคนอกพื้นที่จังหวัดลพบุรี รวมทั้งประชาสัมพันธ์

สร้างการรับรู้สินค้าของจังหวัดลพบุรีให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย โดยนำสินค้าเด่นของจังหวัดลพบุรีที่มีคุณภาพ คัดมาเฉพาะงานนี้ กว่า 50 ร้านค้า อาทิ ปลาส้มฟัก

ไข่เค็มดินสอพอง ผ้าทอมัดหมี่ กางเกงลิงลพบุรี ตะกร้าสานพลาสติก กระยาสารท ข้าวหมาก ข้าวเม่าสด ขนมบ้าบิ่นมะพร้าวอ่อน กาละแม ไอศครีมผลไม้ สมูทตี้ผลไม้ น้ำนมข้าวโพด ข้าว เมล็ดทานตะวันคั่ว ถั่วทอง ถั่วลิสง ข้าวโพดคั่วโบราณ น้ำผึ้ง

ตะกร้าสานเส้นพลาสติก อาหารหลากหลาย และอื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายนาทีทอง ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 6 – 10 พฤษภาคม 2569 ณ ลานกิจกรรม ชั้น G เซ็นทรัล

ปิ่นเกล้า กรุงเทพมหานคร ห้ามพลาด !!! งานนี้ไม่ได้มีดีแค่ของกิน แต่เป็นการคัดสรร “ที่สุด” ของจังหวัดลพบุรีมาไว้ในที่เดียว

สนอง แท่นสูงเนิน ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี
ฝ่ายปชส.จ.ลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สิงห์บุรีเปิดยิ่งใหญ่! งาน “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย” ชูอารยธรรมดินเผา 700 ปี ปลุกท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกลุ่มจังหวัดภาคกลาง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา19.00 น.นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธี เปิดฉากอย่างอลังการกับงาน “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย ดินเผาเล่าเรื่องเมืองสิงห์” ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ แหล่งโบราณสถานพิพิธภัณฑ์เตาเผา

แม่น้ำน้อย และวัดพระปรางค์ อำเภอบางระจัน เพื่อประกาศศักดาความเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำและแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่ใหญ่ที่สุดในอดีต หวังดึงนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเข้าสู่เส้นทางท่องเที่ยวสายศรัทธาและประวัติศาสตร์​ยกระดับโบราณสถาน สู่หมุดหมายท่องเที่ยวคุณภาพสูง

โดยมี นายปฏิญา สันติชาติงาม ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ซึ่งมุ่งเน้นการพลิกฟื้นการท่องเที่ยวไทยสู่รูปแบบคุณค่าสูง (High Value) โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 700 ปี ของเตาเผาแม่น้ำน้อยเป็นฐานสำคัญในการเชื่อมโยงกิจกรรมท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน

ไฮไลต์สุดตระการตา “แสง สี เสียง” เล่าขานตำนานเมืองสิงห์
​บรรยากาศในวันแรกเต็มไปด้วยความคึกคัก กับการแสดง แสง สี เสียง (Light & Sound) สื่อผสมที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรุ่งเรืองของภูมิปัญญาช่างปั้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นได้อย่างสมจริง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเด่นที่น่าสนใจ อาทิ:
​การแสดงศิลปวัฒนธรรม: การแสดงโขน, ลิเก, หนังใหญ่ และนาฏมวยไทยที่หาชมได้ยาก

​โซนวิชาการ: การเสวนาความรู้ทางประวัติศาสตร์และการแข่งขันตอบปัญหาชิงรางวัลช้อป ชิม ชิลล์: การออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP เกรดพรีเมียม และอาหารพื้นถิ่นรสชาติดั้งเดิมของชาวสิงห์บุรีความบันเทิง: คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ หนู มิเตอร์, ไข่มุก The Voice, ณัฎฐ์ กิตติสาร และกานดา อาร์สยาม ที่จะสลับสับเปลี่ยนมาสร้างรอยยิ้มตลอด

การจัดงานเชื่อมโยง “เส้นทางสายศรัทธา” กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนนายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี กล่าวว่า “งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเฉลิมฉลองอดีต แต่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยว ‘ตามรอยพระพุทธบาทกราบศรัทธา’ และวิถีชุมชนลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ป่าสัก ซึ่งจะช่วย

สร้างรายได้หมุนเวียนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน”
​จังหวัดสิงห์บุรีขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมย้อนรอยอารยธรรมและสัมผัสมนต์เสน่ห์ของดินเผาเมืองสิงห์ในงาน “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย ดินเผาเล่าเรื่องเมืองสิงห์” จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 – 3 พฤษภาคม 2569 ณ พิพิธภัณฑ์เตาเผาแม่น้ำน้อย และวัดพระปรางค์ อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี (เข้าชมฟรีตลอดงาน!)

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /สมาคมสื่อมวลชน จ.น่าน สืบสานฮีดฮอย ป๋าเพณีปี๋ใหม๋เมืองน่าน การวะขอพร ผู้บริหารบริษท ส.เต็งไตรรัตน์ (น่าน)จำกัด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 ณ ห้องรับรองผู้บริหารหาร บริษัท ส.เต็งไตรรัตน์(น่าน)จำกัด บ.เจดีย์ ต.ดู่ไต้ อ.เมืองน่าน จ.น่าน นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน พร้อมด้วย นายวิสุทธิ์ ศรีเมือง เลขานุการสมาคมฯ

ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม นายปรันต์ เหล่าสุริยงค์ คณะกรรมการสมาคมฯนายกฤษณ์ ธรรมศักดิ์ สมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านได้สืบสานฮีดฮอย ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองน่าน การวะขอพร นายดุสิต(เสี่ยน้อง) นางกนกวรรณ(เก๋)เต็งไตรรัตน์ ผู้บริหารบริษัทส.เต็งไตรรัตน์(น่าน)จำกัด

ต่อมา เสี่ยน้องและคุณเก๋ได้สูมาการะและอวยพรให้ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านให้ประสพความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีความสุขความเจริญ และมีสุขภาพที่แข็งแรง ต่อจากนั้นนายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านได้

อวยพรให้คุณดุสิตและคุณนกวรรณ มีสุขภาพที่แข็งแรง กิจการเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไปประเพณีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่วันสงกรานต์ ความเคารพ นอบน้อมต่อบิดามารดาและผู้มีพระคุณมีความกตัญญูกตเวทีของผู้น้อยมาขอขมาลาโทษ

ซึ่งกัน ประเพณีรดน้ำดำหัวเป็นพิธีต่อเนื่องจากวันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ของไทยเป็นประเพณีที่แสดงถึงความเคารพ นอบน้อมต่อบิดามารดาผู้ใหญ่หรือผู้มีพระคุณเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที

ของผู้น้อยและขอขมาลาโทษที่ผู้น้อยอาจจะเคยล่วงเกินผู้ใหญ่อีกทั้งเป็นการขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองตลอดไปตั้งแต่วันแรกของการเริ่มประเพณีสงกรานต์จนถึงวันสุดท้ายของสงกรานต์ คำว่ารดน้ำดำหัวเป็นคำพูดของชาวเหนือที่จะไปรดน้ำขอขมาขอโทษผู้ใหญ่และขอพร

จากผู้ใหญ่ที่ตนเคารพนับถือซึ่งจะมีการอาบน้ำ จริงๆ ฮือฮาทั้งตัวและดำหัวคือสระผมด้วยสิ่งที่ใช้สระผมก็จะเป็นน้ำส้มป่อยหรือน้ำมะกรูด การดำหัว ในความหมายทั่วไปของชาวล้านนาไทยนั้นหมายถึงการสระผม

แต่ในพิธีกรรมโดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ของทุกๆปีหมายถึงการชำระสะสางสิ่งอันเป็นอัปมงคลในชีวิต ให้วิ ลาดพร้าวไปด้วยการใช้น้ำส้มป่อยเป็นเครื่องชำระจึงใช้คำว่าดำหัวมาต่อท้ายคำว่าลดน้ำซึ่งมีความหมายคล้ายกันกลายเป็นคำซ้อนคำว่ารดน้ำดำหัวประเพณีรดน้ำดำหัวถือว่าเป็น

ประเพณีที่ดีงามอีกประเภทหนึ่งที่ประชาชนชาวไทยถือปฏิบัติ เวลาที่ยาวนานซึ่งการรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุหรือญาติผู้ใหญ่บุคคลผู้ที่ตนให้ความเคารพนับถือการรดน้ำดำหัวนั้นจะเป็นการ

ขอโทษขออภัยซึ่งกันและกันที่เคยล่วงเกินกันหลายปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการล่วงเกินทางกายล่วงเกินทางวาจาหรือว่าการล่วงเกินทางใจทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ ดอลลาร์หรือว่าลับหลังก็ตามประเพณีรดน้ำดำหัว

หรือบางครั้งก็เรียกว่าประเพณีปีใหม่เมืองจะมีในระหว่างวันที่ 13 -15 เดือน เมษายนของทุกปีหรือวันสงกรานต์นั่นเองประเพณีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ส่วนใหญ่จะกระทำกันในวันสุดท้ายของ

เทศกาลสงกรานต์เพียงวันเดียวหรือวันเถลิงศกนั่นเอง ประเพณีรดน้ำดำหัวเป็นสิ่งที่ทำต่อเนื่องกันมายาวนานในปีใหม่ของไทยเป็นการแสดงความเคารพและกตัญญูต่อบิดามารดาผู้ใหญ่และผู้

มีพระคุณ ด้วยความเชื่อที่ว่าการขอขมาลาโทษพร้อมทั้งรับคำอวยพรเพื่อเสริมสิริมงคลของชีวิตและประเพณีนี้ยังทรงคุณค่ามาจนทุกวันนี้ และเมษายนของทุกปีหรือวันสงกรานต์นั่นเองสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน สงกรานต์น่าน ปี2569การวะผู้บริหารบริษัท ส.เต็งไตรรัตน์น่าน สืบสานประเพณีไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รพ.กรุงเทพพัทยา จัดประชุม “Comprehensive Neuroscience 2026” ยกระดับบุคลากรการแพทย์ทั่วภาคตะวันออก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 เมษายน 2569 ที่ห้องประชุม D1 อาคาร D ชั้น 10 โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา จ.ชลบุรี ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ได้จัดงานประชุมวิชาการครั้งสำคัญ “Comprehensive Neuroscience 2026: Advancing Trends into Practice” โดยมี พญ.พีรพรรณ เจรจาปรีดี รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา กล่าวต้อนรับและกล่าวเปิดการประชุมวิชาการท่ามกลางบุคลากรทางการแพทย์เข้าร่วมทั้งในรูปแบบออนไลน์ (Online) และออนไซต์ (On-site) กันอย่างพร้อมเพรียง

การประชุมวิชาการครั้งนี้ ถือเป็นการรวบรวมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้า ทั้งจากโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยาและโรงพยาบาลเครือข่าย มาร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์เจาะลึก อัปเดตเทรนด์ เทคโนโลยี และแนวทางการรักษาโรคทางสมองและระบบประสาท นำไปสู่การปฏิบัติจริง (Advancing Trends into Practice) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้นในหลากหลายหัวข้อที่กำลังเป็นที่จับตามองในแวดวงประสาทวิทยา อาทิเจาะลึกโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke): ตั้งแต่การอัปเดต Guideline แนวทางการรักษา, การเชื่อมโยงเครือข่ายระบบส่งต่อผู้ป่วย (Integrated Stroke Network) ไปจนถึงทางเลือกใหม่ในการรักษาและการฟื้นฟู (Advance Neuro rehabilitation)อัปเดตโรคความเสื่อมของระบบประสาท: เกณฑ์การวินิจฉัยและระยะของโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) รวมถึงแนวทางการรับมือกับโรคพาร์กินสัน

นวัตกรรมเพื่อความปลอดภัย เทคโนโลยีที่ช่วยให้มองเห็นสิ่งที่มองไม่เห็น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการผ่าตัดสมอง (Technologies for safer brain surgery)
ครอบคลุมโรคทางประสาทวิทยาอื่นๆ แนวทางการรับมือกับอาการปวดศีรษะที่พบบ่อย (Common Headache for Non Neurologist) และกลุ่มโรคเส้นประสาทร่วมกล้ามเนื้อจากพันธุกรรม (Genetic Neuromuscular)ในยุคที่องค์ความรู้ทางการแพทย์ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว งานประชุมนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของบุคลากร เพื่อให้ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา สามารถก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ด้านประสาทวิทยาในภาคตะวันออกได้อย่างแท้จริง

นอกจากความก้าวหน้าทางวิชาการแล้ว ภายใต้นโยบายด้านการพัฒนาของ รพ.กรุงเทพพัทยา ที่ให้ความสำคัญและใส่ใจกับความต้องการและเป้าหมายของผู้ป่วยเป็นสิ่งที่โรงพยาบาลคำนึงถึงเป็นอันดับแรก จึงมุ่งเน้นการดูแลรักษาโดยให้ความสำคัญกับผู้รับการรักษาเป็นเป้าหมายสูงสุด โดยเริ่มพัฒนาด้วยการใช้ข้อมูลที่ได้จากประสบการณ์ของผู้ป่วย ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวยังเป็นประโยชน์นำไปสู่การพัฒนาการจัดบริการที่เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ตลอดจนกระบวนการในการดูแลรักษาระหว่างผู้ป่วยและทีมผู้ให้การรักษาให้ได้ผลลัพท์ที่ดี และผู้ป่วยสามารถกลับไปดำรงชีวิตอย่างปกติสุขได้ในที่สุด

ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา หนึ่งในศูนย์แห่งความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Center of Excellence) ที่เป็นศูนย์การแพทย์ชั้นนำพร้อมด้วยแพทย์มีประสบการณ์ทุกสาขา รวมถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ครบครัน พร้อมพัฒนายกระดับมาตรฐานการรักษา และยืนยันความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านการดูแลผู้ป่วยโรคทางสมองและระบบประสาท เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในภาคตะวันออกต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คณะผู้เข้าอบรมหลักสูตรผู้นำการพยาบาลจากวิทยาลัยนักบริหารสาธารณสุข เข้าศึกษาดูงาน Smart Health Care โรงพยาบาลนครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. นายแพทย์ สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม กล่าวต้อนรับ นายแพทย์ ชายตา สุจิตนพรัหม ผู้อำนวยการวิทยาลัยนักบริหารสาธารณสุข พร้อมด้วย ดร.ราศรี ลีนะกุล อดีตเลขาธิการสภาการพยาบาล และผู้เข้าอบรมหลักสูตรฝึกอบรมผู้นำการพยาบาล รุ่นที่ 10 ประจำปี 2569

เข้าศึกษาดูงานหัวข้อ ”Smart Health Care โรงพยาบาลนครปฐม” วัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้นำการพยาบาล รุ่นที่ 10 ให้ได้เรียนรู้ระบบบริหารจัดการบริการทางการแพทย์
ที่ทันสมัย

และมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยที่มีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาองค์กรพยาบาลและยกระดับการบริหารจัดการสาธารณสุข ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

เหรียญหลวงปู่บุญผัน รุ่นเสาร์5 วัดสิริสาลวัน เมืองหนองบัวลำภู มีนักมวยคนดัง ร่วมงาน 11 เมษายน 2569

แชร์เนื้อหานี้


วัดสิริสาลวัน เมืองหนองบัวลำภู จัดทำ เหรียญหลวงปู่บุญผัน รุ่นเสาร์5 วัดสิริสาลวัน เมืองหนองบัวลำภู มีนักมวยคนดัง ร่วมงาน 11 เมษายน 2569

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 228 สายชุมแพ-หนองบัวลำภู ตอน อ.ชุมแพ-อ.สีชมพูและสรุปผลการศึกษาการประชุมสัมนาครั้งที่ 3 ระยะทาง30กิโลเมตรเศษๆ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 13.45 น.นายนคร สุพรรรณ์ ปลัดอำเภอ(ชำนาญการพิเศษ) ปลัดอาวุโสอำเภอชุมแพ ให้เกียรติเป็นประธานโครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 228 สายชุมแพ-หนองบัวลำภู ตอน อ.ชุมแพ-อ.สีชมพู โดยมีนายวีรชัย ตั้งวัฒนากร วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ ตัวแทนกรมทางหลวงกล่าวรายงานและวัตถุประสงค์ของการประชุมสัมนาศึกษาโครงการ

รวมถึงผลการดำเนินงานด้านมีส่วนร่วมของประชาชนและรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะเพื่อนำมาปรับปรุงประกอบพิจารณาให้มีความเหมาะสม ทางหลวงหมายเลข 228 เป็นเส้นทางสายสำคัญอีกเส้นหนึ่งที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดขอนแก่นกับจังหวัดหนองบัวลำภูเพื่อการสัญจรไปมาเกิดการคล่องตัวการขนส่งแสินค้าสะดวกรวดเร็วและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

และแก้ไขปัญหาการจราจรหนาแน่นจึงมีการศึกษาจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจออกแบบปรับปรุงแก้ไขให้ได้มาตรฐานตามหลักเกณฑ์ที่ทางหลวงกำหนดเพื่อให้สอดคล้องกับสภาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและความต้องการของประชาชน ได้เวลาสมควรจึงได้ปิดการประชุมสัมนา ณ.โรงเรียนชุมแพศึกษา อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

ภาพ/ข่าว จ่ากบ ชุมแพ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทะเบียนอ.นครชัยศรี ภาค 7บริการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนเคลื่อนที่ให้กับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง

แชร์เนื้อหานี้

สำนักทะเบียนอำเภอนครชัยศรีร่วมกับ ศูนย์บริหารการทะเบียนภาค 7 ออกหน่วยบริการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนเคลื่อนที่ให้กับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง

ภายใต้การอำนวยการของนางสาวอโรชา นันทมนตรีผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมโดยนายนรวีร์ ขันธหิรัญนายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วยนายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศร

นางนฤมล โพธิ์ทองนาค ปลัดอำเภอนครชัยศรี ,นายเกรียงศักดิ์ รื่นนุสาร ปลัดอำเภอนครชัยศรีนายสุทธินัย จังหวัดสุข นายกอบต.ไทยาวาส ,กำนันตำบลไทยาวาส , ผู้ใหญ่บ้าน , เจ้าหน้าที่บริหารการทะเบียนภาค 7 และเจ้าหน้าที่ปกครอง อส.

สำนักทะเบียนอำเภอนครชัยศรีร่วมกับ ศูนย์บริหารการทะเบียนภาค 7 ออกหน่วยบริการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนเคลื่อนที่ให้กับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง จำนวน 9 ราย ได้แก่ ตำบลไทยาวาส ตำบลวัดละมุด ตำบลบางพระ ตำบลแหลมบัว ตำบลพะเนียด ตำบลบางระกำ ตำบลท่าตำหนัก

เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด จากการให้บริการที่มีมาตรฐาน สะดวก รวดเร็ว และทั่วถึงทุกพื้นที่ ทุกหลังคาเรือน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าฯ จ.นครปฐม ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุกเพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนด

แชร์เนื้อหานี้

การประชุม ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก เพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนด จังหวัดนครปฐม
นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานการประชุมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุกเพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนด จังหวัดนครปฐม

โดย นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ร่วมให้การต้อนรับ ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ธราธิป โคละทัต ผู้จัดการโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวไทยฯ

พร้อมด้วยศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ แพทย์หญิงวิบูลพรรณ ฐิตะดิลก และคณะ ในการให้ข้อเสนอแนะแนวทางขับเคลื่อนระบบคัดกรอง ดูแล รักษาหญิงตั้งครรภ์ เพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนดในจังหวัดนครปฐม ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สว.​ลงพื้นที่รับฟังปัญหา ขับเคลื่อนการค้าชายแดนไทย​ – มาเลเซีย ณ ด่านศุลกากรสะเดา จ.สงขลา

แชร์เนื้อหานี้

​เมื่อวันที่ 25 เม.ย.69ได้รับการเปิดเผยจาก นายชวพล​ วัฒนพรมงคล​ สมาชิกวุฒิสภา ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ สำนักงานด่านศุลกากรสะเดา เพื่อติดตามสถานการณ์การนำเข้า-ส่งออกสินค้า และรับฟังข้อมูลเชิงประจักษ์เกี่ยวกับการบริหารจัดการโลจิสติกส์ในพื้นที่ กับคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา

​จากการร่วมรับฟังบรรยายสรุปและหารืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำโดยท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ทำให้เราได้เห็นภาพชัดเจนว่า ด่านสะเดาซึ่งเป็นจุดผ่านแดนสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

ยังคงเผชิญกับข้อจำกัดหลายมิติ ทั้งความแออัดของพื้นที่ด่าน ปัญหาการจัดการจราจรของรถบรรทุกสินค้า การบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ตลอดจนอุปสรรคด้านกฎระเบียบและขั้นตอนปฏิบัติที่ยังไม่เอื้ออำนวยต่อการทำงานในปัจจุบัน

​ในฐานะกรรมาธิการฯ สมาชิกวุฒิสภาทุกคนให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการยกระดับ “การอำนวยความสะดวกทางการค้า (Trade Facilitation)” เพราะเป็นกุญแจสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระดับภูมิภาค​ ​ผมจะนำข้อมูลและเสียงสะท้อนที่ได้รับจากคนทำงานในพื้นที่จริงครั้งนี้

ไปร่วมศึกษาและผลักดันเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและนิติบัญญัติ นำเสนอต่อวุฒิสภาและรัฐบาลต่อไป เพื่อร่วมกันปลดล็อกข้อจำกัดต่างๆ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และยกระดับระบบการค้าชายแดนของเราให้เติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป
ทีมข่าวเฉพาะกิจ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีบวงสรวง วันสวรรคตพระนเรศวรมหาราช คล้ายวันสวรรคตขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชผู้ทรงกอบกู้ประเทศชาติ

แชร์เนื้อหานี้

วันเสาร์ที่ 25เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ วัดใหม่สุปดิษฐาราม อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมพิธีบวงสรวง วันสวรรคต

พระนเรศวรมหาราช ตรงกับวันที่ 25 เมษายนของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชผู้ทรงกอบกู้ประเทศชาติ ให้พวกเราได้อยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุข

จนถึงทุกวันนี้ จึงได้จัดให้มีการบวงสรวงและวางพวงมาลา เพื่อน้อมรำลึกถึงบุญคุณของพระมหากษัตริย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่และ

กล้าหาญที่พระองค์ ได้กอบกู้อิสรภาพของประเทศไทย ให้เป็นปึกแผ่นจนทำให้ประเทศชาติไทยมีความมั่นคงจนถึงทุกวันนี้

“พิธีเปิดงานประจำปี ประเพณีสงกรานต์” พระสีวลีองค์ใหญ่ วัดใหม่สุปดิษฐาราม ประจำปี 2569พระครูปฐมชยาภิวัฒน์ เจ้าคณะตำบลบางกระเบา เจ้าอาวาสวัดใหม่สุปดิษฐาราม

นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ประธานในพิธีเปิดงานประจำปี ประเพณีสงกรานต์” พระสีวลีองค์ใหญ่ วัดใหม่สุปดิษฐาราม ประจำปี 2569

พร้อมด้วย พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุนทร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนครชัยศรี , นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี , นางนฤมล โพธิ์ทองนาค ปลัดอำเภอนครชัยศรี ,

นายวินัย วงษ์สวรรค์ นายกอบต.นครชัยศรี , นายสมศักดิ์ เอี่ยมพิมพันธุ์ นายกเทศมนตรีตำบลขุนแก้ว และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง เข้าร่วมพิธี
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดรับฟังความคิดเห็นโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมาสายสีส้มเสริมศักยภาพขนส่งมวลชนอย่างเต็มรูปแบบ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่(24 เมษายน 2569) เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 เพื่อนำเสนอผลการศึกษาโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา สายสีส้ม ช่วงโรงพยาบาลเทพรัตน์–สถานีร่วมจอหอ ณ ห้องประชุมเซนเตอร์พอยต์ บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมเซนเตอร์พอยต์ เทอร์มินอล 21 โคราช อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

โดยมี นายสาโรจน์ ต.สุวรรณ รองผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดการประชุม และมีผู้นำชุมชน ประชาชนในพื้นที่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 400 คนการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการศึกษาความเหมาะสม รายละเอียดการออกแบบโครงการ แนวเส้นทาง รูปแบบและองค์ประกอบของระบบ ตลอดจนผลการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม และมาตรการป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปปรับปรุงโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่สำหรับโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา สายสีส้ม ออกแบบเป็นระบบรถไฟฟ้ารางเบา มีจุดเริ่มต้นบริเวณหน้าโรงพยาบาลเทพรัตน์ บนถนนมิตรภาพ ผ่านสถานที่สำคัญ อาทิ วิทยาลัยนาฏศิลป์ ชลประทาน โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย แยกปีกธงชัย ทางรถไฟ มิตรภาพซอย 8 วิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา แยกนครราชสีมา

ต่อเนื่องไปตามทางหลวงหมายเลข 224 และ 205 ผ่านโรงเรียนเมืองนครราชสีมา โรงเรียนสุรนารีวิทยา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ก่อนสิ้นสุดที่บริเวณแยกจอหอ รวมระยะทางประมาณ 24.60 กิโลเมตร มีจำนวนสถานีทั้งสิ้น 26 สถานีนายสาโรจน์ ต.สุวรรณ รองผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา สายสีส้ม ว่า

การจัดประชุมครั้งนี้เป็นการนำเสนอความคืบหน้าหลังจากเคยจัดรับฟังความคิดเห็นมาแล้วเมื่อเดือนกันยายน 2568 โดยภายหลังจากนั้นได้มีการศึกษาและออกแบบรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมจนมีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งในส่วนของแนวเส้นทาง ตำแหน่งสถานี และรูปแบบการก่อสร้าง การนำเสนอครั้งนี้จึงมีรายละเอียดครบถ้วนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งแนวเส้นทาง การวางโครงสร้างในแต่ละช่วง รวมถึงแนวทางการก่อสร้างในจุดสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณทางหลวงหมายเลข 2 และทางหลวงหมายเลข 224

ซึ่งได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าของพื้นที่เรียบร้อยแล้ว โดยบางช่วงจะก่อสร้างเป็นทางยกระดับเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านการจราจร ส่วนพื้นที่อื่นโดยรวมไม่พบปัญหาสำคัญ นายสาโรจน์กล่าวว่า หลังจากได้รับความคิดเห็นจากประชาชนในครั้งนี้ จะนำข้อมูลทั้งหมดไปปรับปรุงรายละเอียดโครงการ ก่อนเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอน คาดว่าจะใช้ระยะเวลาในช่วงปี 2569 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570

เพื่อขออนุมัติโครงการ และหากเป็นไปตามแผนจะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ภายในปี 2570 ในส่วนของอัตราค่าโดยสาร ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาให้เหมาะสม โดยมีหลักการสำคัญคือกำหนดค่าโดยสารให้อยู่ในระดับที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ และสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ขณะที่ปัจจุบันโครงการระบบขนส่งมวลชนในภูมิภาคที่ได้รับมอบหมายให้ศึกษา นอกจากจังหวัดนครราชสีมาแล้ว ยังมีจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดภูเก็ต และล่าสุดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งทั้งสามจังหวัดหลักมีความพร้อมใกล้เคียงกัน สำหรับปริมาณผู้โดยสาร มีการประเมินเบื้องต้นว่าเมื่อเปิดให้บริการจะมีผู้ใช้บริการประมาณ 12,000 คนต่อวัน

ทั้งนี้ ในอนาคตยังมีแผนพัฒนาโครงข่ายเพิ่มเติม โดยกำหนดแนวเส้นทางหลัก 3 สาย ได้แก่ สายสีส้ม สีม่วง และสีเขียว รวมถึงการพัฒนาระบบขนส่งต่อเชื่อมเพื่อสนับสนุนการเดินทางให้ครอบคลุมทั้งระบบ ส่วนรูปแบบการลงทุนโครงการ จะใช้แนวทางการให้เอกชนร่วมลงทุนในลักษณะสัมปทาน เพื่อให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาททั้งในด้านการลงทุนและการเดินรถ ขณะที่มูลค่าการลงทุนยังอยู่ระหว่างการปรับปรุงรายละเอียด เนื่องจากมีการปรับแบบโครงการเพิ่มเติม และจะมีการชี้แจงตัวเลขที่ชัดเจนในระยะถัดไป

นายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่สำคัญของจังหวัด ช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย รองรับการขยายตัวของเมืองและการท่องเที่ยวในอนาคต อีกทั้งยังมีส่วนช่วยลดปริมาณการใช้รถยนต์บนท้องถนน ลดปัญหาการจราจรและมลพิษทางอากาศ อันเป็นประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

ทั้งนี้ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกให้ดำเนินการศึกษาโครงการ โดยมีแผนเริ่มก่อสร้างในปี 2571 และคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2575 ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของจังหวัดนครราชสีมาให้มีมาตรฐานระดับสากล

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดโครงการวันเทศบาลประจำปี 2569เพื่อเป็นการะะลึกถึงความสำคัญ และความเป็นมาของการก่อกำเนิดเทศบาล

แชร์เนื้อหานี้

เนื่องในโอกาสวันที่ 24 เมษายนของทุกปีเป็นวันเทศบาล
เทศบาลตำบลสามง่าม นำโดย นายสมรัก มีใจดี นายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม

พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการแต่ละกอง/ฝ่าย สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ และพนักงานเทศบาลตำบลสามง่าม จัดโครงการวันเทศบาลประจำปี 2569

ขึ้น ในวันศุกร์ ที่ 24 เมษายน 2567 เวลา 09.00 น. เพื่อเป็นการะะลึกถึงความสำคัญ และความเป็นมาของการก่อกำเนิดเทศบาล และได้ตระหนักถึงความสำคัญของการปกครองท้องถิ่น โดยเฉพาะการปกครองท้องถิ่น

รูปแบบเทศบาล ตลอดจนให้คณะผู้บริหารพนักงานเทศบาล ลูกจ้างและพนักงานจ้าง ได้มองเห็นความสำคัญของการบริการ และการอำนวยความสะดวกสร้างความเป็นธรรมความเสมอภาค

ให้กับประชาชนที่มาใช้บริการของเทศบาล รวมทั้งสร้างความรักความผูกพัน ความสามัคคี ซึ่งจะก่อให้เกิดผลต่อการปฎิบัติหน้าที่ และราชการมากยิ่งขึ้น

กิจกรรมในวันนี้มีการไหว้ศาลพระพรหม หน้าสำนักงานเทศบาล ไหว้มณฑปหลวงปู่เต๋คงทอง หน้าที่ว่าการอำเภอดอนตูม และพิธีสงฆ์ ณ ห้องประชุมชั้น 3 เทศบาลตำบลสามง่าม

โดยมี นายจักรกฤษณ์ ไขว้พันธุ์ นายอำเภอดอนตูม เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยนอกจากนี้ยังมีกิจกรรมบำรุงรักษา ทำความสะอาดรอบอาคาร

สำนักงานเทศบาลตำบลสามง่าม ซึ่งมี กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในเขตเทศบาลตำบลสามง่าม มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศาล จ.สิงห์บุรี จัดพิธีรำลึก”วันสถาปนาศาลยุติธรรม” ครบรอบ 144 ปี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 08.30 น. นางสาวธิดา ฟูเฟื่อง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดกบินทร์บุรี ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธี บำเพ็ญกุศลและประกอบพิธีทางศาสนา

เนื่องในงาน “วันสถาปนาศาลยุติธรรม ครบรอบ 144 ปี”ณ ศาลจังหวัดสิงห์บุรี โดยมีนายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี นางสาววีรวรรณ จันทนเสวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วยคณะผู้พิพากษา อัยการ และเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อการพัฒนาระบบศาลไทยสำหรับวันที่ 21 เมษายน ของทุกปี ถือเป็นวันสำคัญของกระบวนการยุติธรรมไทย โดยในปี 2569 นี้ นับเป็นวาระครบรอบ 144 ปี แห่งการสถาปนาศาลยุติธรรม การจัดกิจกรรมบำเพ็ญกุศลในครั้งนี้

เพื่อรำลึกถึงการจัดตั้งศาลยุติธรรม ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นเสาหลักอันมั่นคงในการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ตลอดจนความเสมอภาคของประชาชนชาวไทย ผ่านกระบวนการพิจารณาพิพากษาคดีที่บริสุทธิ์และยุติธรรมเสมอมา

นอกจากนี้ ยังเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) พระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีพระปรีชาญาณในการวางรากฐานกระบวนการยุติธรรมแบบสมัยใหม่ให้กับประเทศไทย ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็น “ผู้ปฏิรูประบบศาลไทยให้ทันสมัย” ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้ระบบการศาลของไทยมีความเจริญก้าวหน้าและเป็นที่พึ่งพิงของประชาชนตราบจนถึงปัจจุบัน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ทรูคอร์ปอเรชั่น เดินหน้าปลูกฝังคุณธรรมสู่สังคมไทย ปี 12

แชร์เนื้อหานี้

เริ่มแล้ว สามเณรปลูกปัญญาธรรม ปี12 12 เยาวชนก้าวสู่ร่มเงาพระธรรมภายใต้แนวคิด “แผ่นดินธรรม แผ่นดินไทย รัก เรียน เพียร ให้ ด้วยหัวใจตื่นรู้”เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าปลูกฝังคุณธรรมสู่สังคมไทย
ถ่ายทอดเรียลลิตีธรรมะ 24 ชั่วโมง ผ่านทรูวิชั่นส์ ทรูไอดี และทรูวิชั่นส์ นาวนครราชสีมา เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกยุคใหม่และกระแสดิจิทัลที่หล่อหลอมวิถีชีวิตของเด็กและเยาวชนในทุกมิติ…เครือเจริญโภคภัณฑ์ และทรู คอร์ปอเรชั่น ยังคงเชื่อมั่นในพลังของพระธรรมคำสอนในฐานะรากฐานสำคัญของการพัฒนาคน จึงสานต่อ “สามเณรปลูกปัญญาธรรม” เรียลลิตีธรรมะแห่งแรกของไทยอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 12เปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ผ่านพิธีบรรพชาให้แก่ 12 เยาวชนชายผู้ผ่านการคัดเลือกจากกว่า 6,000

คนทั่วประเทศ ณ สถานปฏิบัติธรรม ธวีธรรม (ไร่แสงงาม) อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ภายใต้แนวคิด “แผ่นดินธรรม แผ่นดินไทย รัก เรียน เพียร ให้ ด้วยหัวใจตื่นรู้” โดยโครงการได้รับความเมตตาจากจากพระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ทำหน้าที่เป็นพระอุปัชฌาย์และพระอาจารย์ใหญ่ ถ่ายทอดหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาเป็นเข็มทิศในการปกครองตนและดำเนินชีวิต เพื่อร่วมสร้าง “แผ่นดินไทย” ให้เป็นพื้นที่ทางจิตใจที่ผู้คนอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล มีความสุข และดำรงสันติสุขอย่างยั่งยืน

นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ / ประธานกรรมการ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “เครือเจริญโภคภัณฑ์ และทรู คอร์ปอเรชั่น เชื่อมั่นว่าการพัฒนาคนอย่างมั่นคงต้องเริ่มจากการบ่มเพาะคุณค่าภายใน จึงสานต่อภารกิจทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและสร้างพื้นที่การเรียนรู้ทางจิตใจให้เยาวชนไทยมาอย่างต่อเนื่อง จนโครงการนี้ก้าวสู่ปีที่ 12 โดยมุ่งให้เป็นมากกว่าพื้นที่เรียนรู้สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ชมได้น้อมนำหลักธรรมไปปรับใช้ในชีวิต เสริมสร้างศรัทธา และร่วมสืบสานพระพุทธศาสนาให้อยู่คู่สังคมไทยอย่างมั่นคง

ในปีนี้ โครงการได้รับความเมตตาจากพระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ทำหน้าที่เป็นพระอาจารย์ใหญ่ วางหลักสูตรและหัวข้อธรรมอันทรงคุณค่าให้แก่สามเณรทั้ง 12 รูป ตลอดระยะเวลาแห่งการบรรพชา ภายใต้แนวคิด “แผ่นดินธรรม แผ่นดินไทย รัก เรียน เพียร ให้ ด้วยหัวใจตื่นรู้” ซึ่งสะท้อนการเรียนรู้ที่จะรักอย่างเข้าใจ ศึกษาอย่างลึกซึ้ง เพียรพัฒนาตนอย่างต่อเนื่อง และรู้จักการให้ด้วยจิตใจที่งดงาม เพราะเมื่อหัวใจตื่นรู้ ธรรมะจะไม่ใช่เพียงบทเรียนในห้องเรียน หากจะกลายเป็นหลักยึดสำคัญในการดำเนินชีวิต และเป็นพลังที่เกื้อหนุนให้ผู้คนอยู่ร่วมกันบนแผ่นดินไทยอย่างสงบสุขและงดงามสืบไป

เครือเจริญโภคภัณฑ์และทรู คอร์ปอเรชั่น มุ่งสานต่อโครงการสามเณร ปลูกปัญญาธรรม ปี 12 ด้วยความตั้งใจ เพื่อบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และเพื่อบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมทั้งถวายเป็นพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงเจริญพระชนมพรรษา 74 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงเจริญพระชนมพรรษา 48 พรรษา วันที่ 3 มิถุนายน 2569 และบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตรสำหรับพระอุปัชฌาย์ในพิธีบรรพชาในวันที่ 20 เมษายนนี้”

นอกจากนี้ ยังได้รับความเมตตาจากพระเถระชั้นผู้ใหญ่ อาทิ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และพระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร รวมถึงคณะพระอาจารย์ และวิทยากรที่มีชื่อเสียงจากทั่วประเทศ อาทิ พระพรหมพัชรญาณมุนี วิ., พระราชวัชรธรรมภาณี (สง่า สุภโร), พระราชภาวนาวชิรญาณ, พระสุธีวชิรปฏิภาณ (วีรพล วีรญาโณ), พระครูปลัดบัณฑิต อินฺทเมธี (สิทธิพล), พระครูปลัดทรัพย์ชู มหาวีโร รวมทั้งพระวิทยากรกลุ่มธรรมะอารมณ์ดี มาให้ความรู้และดูแลความประพฤติอย่างใกล้ชิด ซึ่งการจัดโครงการฯ ครั้งนี้มี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา พล.อ. ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นที่ปรึกษาฝ่ายฆราวาส ตลอดจนมีคณะผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้มีชื่อเสียงระดับประเทศมาร่วมรายการ อาทิ คุณอาทิวราห์ คงมาลัย (ตูน) ศิลปินผู้ขับร้องเพลง “รัก เรียน เพียร ให้” ร่วมด้วย คุณนที เอกวิจิตร (อุ๋ย บุดด้า เบลส) คุณแพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ เปรมานนท์ ศิลปินผู้ดำเนินรายการ ที่จะมาร่วมศึกษาธรรมะไปกับเหล่าสามเณรอีกด้วย

ตลอดกระบวนการเรียนรู้ 4 สัปดาห์ สามเณรทั้ง 12 รูปจะได้ศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาและฝึกน้อมนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ผ่านการพัฒนาสติ สมาธิ และปัญญา เพื่อก่อเกิดความตื่นรู้ เข้าใจคุณค่าของตนเอง ผู้อื่น สังคม และแผ่นดินไทย พร้อมปลูกฝังความรัก ความผูกพัน และความสำนึกรับผิดชอบต่อประเทศชาติบนพื้นฐานของหลักธรรม อันจะนำไปสู่การเติบโตเป็นผู้มีคุณธรรมและร่วมธำรง “แผ่นดินธรรม แผ่นดินไทย” ให้คงอยู่อย่างงดงามสืบไป ควบคู่กับกิจกรรมการเรียนรู้ที่ออกแบบอย่างลุ่มลึกและร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็น “ระฆังแห่งสติ” สัญลักษณ์แห่งการพัฒนาตน ช่วง “ตื่นรู้สู่ธรรมะ” ที่มุ่งเน้นเสขิยวัตรและข้อปฏิบัติของนักบวช การเรียนรู้ผ่านนิทานธรรมะในรูปแบบสื่อสร้างสรรค์ กิจกรรมจาริกธุดงค์ 4 วัน 3 คืน ณ วัดวชิราลงกรณฯ เพื่อฝึกความเพียรและซึมซับวิถีแห่งธรรม ตลอดจนช่วง “สามเณรน้อยบรรยายธรรม” ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้ร่วมรับฟังข้อคิดและบทเรียนจากการบรรพชาของสามเณรวันละ 3 รูป ผ่านมุมมองอันบริสุทธิ์ เรียบง่าย และเปี่ยมพลังแห่งศรัทธา

โดยจะมีการถ่ายทอดสดเรื่องราวการศึกษาและฝึกปฏิบัติธรรมที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้งอกงามในจิตใจ ระหว่างวันที่ 18 เมษายน – 17 พฤษภาคมนี้ มาร่วมเรียนรู้หลักธรรม พร้อมเป็นกำลังใจ ชื่นชมความสดใส น่ารัก และความมุ่งมั่นของเหล่าสามเณรน้อย รับชมกิจวัตรของสามเณรได้ทางช่องเรียลลิตี ทรูวิชั่นส์ ช่อง 60, 99 และเรียลลิตี เอชดี ทรูวิชั่นส์ ช่อง 119, 333 และแอปพลิเคชั่น สามเณรปลูกปัญญาธรรม, TrueID, TrueVisions NOW อีกทั้งออกอากาศช่วงไฮไลต์ประจำวัน ทางช่องทรูโฟร์ยู (True4U) ดิจิตอลฟรีทีวี ช่อง 24 และช่องทรูปลูกปัญญา ทรูวิชั่นส์ ช่อง 37 ที่เปิดเป็นฟรีทูแอร์ให้ทั่วประเทศ สามารถรับชมรายการผ่านอุปกรณ์และจานรับสัญญาณระบบอื่นๆ ชมออนไลน์ www.truelittlemonk.com เช่นกัน..เตรียมเต็มอิ่มกับรายการสามเณรปลูกปัญญาธรรม ปี 12 ตลอด 24 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่

06.00 – 21.00 น. ถ่ายทอดสดกิจวัตรประจำวันและการปฏิบัติธรรมของสามเณร เริ่มตั้งแต่ทำวัตร ออกบิณฑบาต ศึกษาพระธรรม สวดมนต์ ฝึกสมาธิ เดินจงกรม ฟังบรรยายธรรมะ
21.00 – 21.45 น. ไฮไลต์ประจำวัน (Daily Highlight) สรุปเหตุการณ์และเรื่องเด่นรวมถึง หลักธรรมประจำวัน
21.45 – 22.15 น. รายการ “ถามธรรม ตอบธรรม” รายการพูดคุยถึงตอบคำถามธรรมะจากผู้ชมทางบ้าน ผ่านมุมมองธรรมะจากคณะพระอาจารย์ และวิทยากรสอนธรรมะ22.15 – 06.00 น. รายการธรรมะต่าง ๆ ได้แก่ พุทธสุภาษิต คติธรรม บรรยายธรรม นิทานธรรม เพลงธรรม พร้อมฉายช่วงไฮไลต์ประจำวันซ้ำ (Rerun)ยิ่งไปกว่านั้น ในปีนี้ นอกจากการถ่ายทอดสดแล้ว โครงการฯ ยังจัดเตรียมคอนเทนต์ธรรมะรูปแบบสั้น เข้าใจง่าย ครอบคลุมหลักการใช้ชีวิต การเลี้ยงดูลูก และข้อคิดเตือนใจ ให้สามเณรปลูกปัญญาธรรม พร้อมส่งสัญญาณถ่ายทอดไปยังเยาวชนที่บรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนทั่วประเทศ เพื่อร่วมเรียนรู้และปฏิบัติธรรม รวมถึงทำวัตรสวดมนต์ไปพร้อมๆ กันกับสามเณรปลูกปัญญาธรรมทั้ง 12 รูป ได้อีกด้วย

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทหารน้ำใจงาม! นรข.บ้านแพง ระดมกำลังลงพื้นที่ช่วยซ่อมบ้านผู้ประสบภัย สร้างรอยยิ้มให้ชาวบ้าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 สถานีเรือบ้านแพง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม ภายใต้การนำของ ว่าที่ ร.อ.เพชรนคร ผิวขำ หัวหน้าสถานีเรือบ้านแพง

ได้นำกำลังพลจำนวน 10 นาย พร้อมรถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก 1 คัน ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองเทา ออกสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบพบว่า ในพื้นที่ตำบลหนองเทา อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ได้รับความเสียหายรวม 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 1 บ้านหนองเทา หมู่ 2 บ้านแก้ง หมู่ 6 บ้านตาลท่า และหมู่ 7 บ้านหนองเทา มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายรวมทั้งสิ้น 48 หลังคาเรือน โดยในจำนวนนี้เสียหายอย่างหนัก 6 หลัง

เจ้าหน้าที่ได้จัดทีมพยาบาลลงพื้นที่แจกจ่ายยารักษาโรค พร้อมให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ประชาชนอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกันได้ประสานงานร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเทา เพื่อวางแผนกำหนดวันและเวลาเข้าดำเนินการซ่อมแซมบ้านเรือนให้กับผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทั่วถึง และลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่
เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

พายุฤดูร้อน #นครพนม #นรข #ช่วยเหลือผู้ประสบภัย #ข่าววันนี้ #ภัยธรรมชาติ #น้ำใจทหารไทย #ข่าวด่วน #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองนายกฯ นำคารวะสรงน้ำ “หลวงพ่อพระใหญ่” วัดโพธาราม บ้านท่าไคร้ พุทธศาสนิกชนร่วมพิธีแน่นวัด ปิดท้ายสงกรานต์บึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. พิธีคารวะสรงน้ำ หลวงพ่อพระใหญ่ ณ วัดโพธาราม บ้านท่าไคร้ อำเภอเมือง จังหวัด

บึงกาฬ จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนที่เข้าร่วมพิธีอย่างคับคั่ง เพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลสงกรานต์

โดยมี พระราชภาวนาโสภณ วิ. เจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ และเจ้าอาวาสวัดเซกาเจติยาราม พระอารามหลวง

เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ขณะที่ ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย

นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ, นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ, นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกอบจ.บึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนประชาชนและพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ พิธีคารวะสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ ถือเป็นส่วนหนึ่งของ งานประเพณีแห่น้ำจั้นและสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ บ้านท่าไคร้ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

ซึ่งปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-19 เมษายน 2569 เพื่อสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น และเสริมสร้างความสามัคคีของชุมชน

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ระทึกกลางงาน หญิงฮีตสโตรก หลังอุณหภูมิทะลุ 40 องศา ขณะ รมว.พม ลงพื้นที่โคราชมอบสัญญาที่ดินช่วยผู้มีรายได้น้อย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น.นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เดินทางมายัง สหกรณ์เครือข่ายริมรางเมืองย่าโม จำกัด ตำบลหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนผู้มีรายได้น้อยในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบราง

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้มีการมอบสัญญาเช่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ขนาดพื้นที่ 2,198 ตารางเมตร พร้อมสนับสนุนงบประมาณดำเนินโครงการระยะที่ 2 สำหรับจำนวน 29 ครัวเรือน วงเงิน 3,960,750 บาท นอกจากนี้ ยังได้มอบรถเข็นวีลแชร์ให้กับผู้พิการ จำนวน 1 คัน และร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารบ้านสวัสดิการชุมชน จำนวน 10 ห้อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยก่อนพิธีเปิดอาคาร ได้มีการจัดกิจกรรมผัดหมี่โคราชโชว์ สร้างสีสันและความสนใจให้กับผู้เข้าร่วมงาน อย่างไรก็ตาม ก่อนเริ่มพิธีได้เกิดเหตุหญิงสาวรายหนึ่ง สวมเสื้อสีเขียวของกลุ่ม “ตนรักบ้านเกิดด่านขุนทด” เกิดอาการคล้ายฮีทสโตรก เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัด อุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส เจ้าหน้าที่และผู้ร่วมงานได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อรับการรักษา

ขณะเดียวกัน นายสมบูรณ์ สิงกิ่ง ประธานเครือข่ายบ้านมั่นคงจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะตัวแทนเครือข่ายพัฒนาที่ดินและที่อยู่อาศัย ภายใต้โครงการบ้านมั่นคง รวมถึงเครือข่ายสลัมสี่ภาค และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบด้านที่อยู่อาศัย ได้ยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

โดยข้อเสนอสำคัญ ได้แก่ การผลักดันให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำข้อเสนอของเครือข่ายไปกำหนดเป็นนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงประสานความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อวางแผนแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชนผู้ด้อยโอกาส ให้ครอบคลุมทั้ง 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา
นายสมบูรณ์ กล่าวว่า ปัญหาที่ดินในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมายังมีจำนวนมาก ทั้งที่ดินสาธารณะ ที่ดินอุทยานแห่งชาติ ที่ดินป่าสงวน ที่ดิน ส.ป.ก. และที่ดินของกรมธนารักษ์

ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากไม่มีเอกสารสิทธิ และมีความเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีหรือถูกไล่ที่ จึงต้องการให้ภาครัฐเร่งกำหนดนโยบายแก้ไขปัญหา โดยใช้รูปแบบโครงการบ้านมั่นคง และการจัดสิทธิในที่ดินทำกินให้สามารถอยู่อาศัยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังเสนอให้สานต่อนโยบายเดิมจากรัฐบาลก่อนหน้า ซึ่งได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาไปแล้วบางส่วน แต่ยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากข้อจำกัดด้านระยะเวลา พร้อมเสนอให้มีการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และสนับสนุนงบประมาณผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดความยั่งยืน


อย่างไรก็ตาม เครือข่ายฯ คาดหวังว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะตัวแทนของชาวนครราชสีมา จะเร่งผลักดันนโยบายดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในที่ดินสาธารณะโดยไม่มีเอกสารสิทธิ ซึ่งมีอยู่ในหลายพื้นที่ อาทิ อำเภอบัวใหญ่ อำเภอปากช่อง อำเภอวังน้ำเขียว และพื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัดนครราชสีมา

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวตาลพร้า อ.ศรีนคร สุโขทัย สำนึกรักในบุญคุณผู้สูงอายุจัดรดน้ำดำหัวในเทศกาลปีใหม่ไทย สงกรานต์2569.

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 16.20น.ของวันที่ 13เมษายน 2569 ณ.ศาลาโดมของ หมู่บ้าน ตาลพร้า หมู่ที่ 1 . ตำบลศรีนคร อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย ได้มีการจัดกิจกรรมประเพณีรดน้ำดำหัว ผู้สูงอายุ ของหมู่บ้านในเทศกาลประเพณีสงกรานต์ของไทยเรา โดยทั้งนี้ชาวหมู่บ้านตาลพร้าได้สำนึกถึงบุญคุณของผู้สูงว้ยอาทิ

คุณตาคุณยายคุณปู่คุณย่า บรรพชนที่มีแก่ครอบครัวและตระกูลของตนเองและหมู่บ้านมาจึงได้ร่วมด้วยช่วยกันจัดงานกิจกรรม รดน้ำดำหัวให้แก่ผู้สูงอายุสูงวัย.ของหมู่บ้านในช่วงปีใหม่ไทยสงกรานต์ ทั้งนี้ได้มีผู้นำหมู่บ้านอาทิ นาย อรรคพล เสือจงภู นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีนคร.

นาง จรรยา บัวหลวง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่1ต.ศรีนคร นาง กาญจนา พูลคล้าย กรรมการที่ปรึกษาอัยการจังหวัดสวรรคโลก ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงวัยสูงอายุขึ้น ทั้งนี้ นาย สมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ เขต4ของจังหวัดสุโขทัย

พร้อมนาง นัฏฐา ลิมปะพันธุ์ได้มาเป็นประธานการจัดงาน โดยมีพิธีกร ได้กล่าวนำการขอขมากรรม ขออโหสิกรรม ที่ได้ล่วงเกินกับบรรพชนผู้สูงอายุ จากนั้นได้มีการสรงน้ำพระพุทธรูปก่อนเพื่อเป็นสิริมงคล แบะรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ พร้อมได้

ร่วมกันมอบของที่ระลึกของขวัญเพื่อเป็นกำลังใจอวยพรให้กับผู้สูงอายุด้วย ทั้งนี้ภายในงานทางหมู่บ้านได้จัดรถแห่ที่มีวงดนตรีที่อยู่บนรถเพื่อสร้างสีสันความบันเทิงเต้นรำให้กับลูกหลานที่มาร่วมงานเข้ามุทิตาจิตกับผู้สูงอายุเล่นสงกรานต์สาดน้ำได้อย่างชื่นมื่นต่อไปในเทศกาลปีใหม่ไทยสงกรานต์
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กทม. เปิดงานสงกรานต์สีลม 2569 ยิ่งใหญ่ ชูแนวคิด “ห่มสไบใส่ยีนส์” ผนึกกำลังพันธมิตรโลก ดันไทยสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยว LGBTQ+ ระดับสากล**

แชร์เนื้อหานี้

[EN] Bangkok Launches Songkran Silom 2026 Under “Thai Sabai & Denim” Theme, Partnering with Global Giants to Position Thailand as a Premier LGBTQ+ Tourism Hub. [CN] 曼谷启动 2026 年是隆路宋干节,以“泰式披肩配牛仔”为主题,联合全球合作伙伴,助力泰国打造国际 LGBTQ+ 旅游目的地。

[TH] พิธีเปิดและความเป็นมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงานสงกรานต์ถนนสีลม ประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการภายใต้แนวคิด “ห่มสไบใส่ยีนส์” เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ไทยร่วมสมัย พร้อมยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวสู่ระดับโลก โดยมีไฮไลต์สำคัญคือโครงการ “Rainbow of Equality Pride Season (ROE Pride Season 2026)” เพื่อสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) ภายใต้ความร่วมมือของ ACEC, TCT และ MXCOME

[EN] Opening Ceremony & VisionMr. Chadchart Sittipunt, Governor of Bangkok, presided over the official opening of the Silom Songkran Festival 2026. The event, themed “Thai Sabai & Denim,” blends traditional Thai identity with modern style. A major highlight is the “Rainbow of Equality Pride Season (ROE Pride Season 2026)” project, a collaborative effort by ACEC, TCT, and MXCOME to promote gender equality and inclusivity.

[CN] 开幕仪式与愿景 曼谷市长察查·西提潘 (Chadchart Sittipunt) 主持了 2026 年是隆路宋干节的官方开幕式。本次活动以“泰式披肩配牛仔”为主题,展现了当代泰国特色。活动的一大亮点是由 ACEC、TCT 和 MXCOME 共同发起的 “彩虹平等骄傲季 (ROE Pride Season 2026)” 项目,旨在支持性别多样性 (LGBTQ+)。

พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระดับโลก**โครงการ ROE มุ่งเชื่อมโยงกลุ่ม LGBTQ+ กว่า 300 ล้านคนทั่วโลก โดยในปี 2569 ได้จับมือกับพันธมิตรชั้นนำ อาทิ Seth Brothers (ผู้นำฟิตเนส LGBTQ+), QING (แอปโซเชียลอันดับ 4 ของจีน โดยผู้ก่อตั้ง Blued), LESPARK, Aloha, Clue และ JICCO เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพสูงและกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรร

[EN] Strategic Global Partnerships

The ROE project aims to connect with over 300 million LGBTQ+ individuals worldwide. In 2026, it has secured strategic partnerships with global platforms including Seth Brothers (Fitness & LGBTQ+ leaders), QING (China’s top-ranked social app by the founder of Blued), LESPARK, Aloha, Clue, and JICCO, to drive high-quality tourism and economic growth.

[CN] 全球战略合作伙伴 ROE 项目旨在连接全球超过 3 亿的 LGBTQ+ 群体。2026 年,项目已与全球领先平台达成战略合作,包括 赛特兄弟 (Seth Brothers)(健身与 LGBTQ+ 领袖)、QING(由 Blued 创始人打造的中国第四大社交应用)、LESPARK、Aloha、Clue 和 JICCO,旨在吸引高潜力游客并切实拉动经济增长。

บทบาทของสื่อและผู้สนับสนุน** สมาคมเน็ตไอดอลไทย ได้นำกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์นานาชาติร่วมถ่ายทอดสด (Live) เพื่อประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมไทย คณะผู้จัดงานขอขอบคุณ ดร.ประกาย ณ สงขลา และ คุณชลิน ฟามฟู่ รวมถึงผู้สนับสนุนอย่าง UootaPet และ โรงเรียนสอนภาษาจีน-ไทย ที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันงานในครั้งนี้ให้สำเร็จลุล่วง

[EN] Media & SupportersThe Thai Net Idol Association mobilized international influencers for live streaming to promote Thai culture. The organizers extend their gratitude to Dr. Prakay na Songkhla and Ms. Chalin Famfu, as well as sponsors like UootaPet and the Chinese-Thai Language School, for their pivotal roles in making this event a success.

[CN] 媒体与赞助商泰国网络红人协会 组织了国际网红进行现场直播,向全球宣传泰国文化。主办方由衷感谢 Dr. Prakay na Songkhla 博士和 Chalin Famfu 女士,以及 UootaPet中泰语言学校等赞助商对本次活动成功举办的大力支持。

ขอขอบคุณ การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย จาก โรงเรียนธรบุรีวรเทพมีพลารักษ์ และ โรงเรียนอนุบาลเทศบาลบางเมือง นำโดย เค้ก ณัฎฐากร นิยมกูล นักแสดงนำ ค่ายมหามงคลฟิล์มฯ ฑูตวัฒนธรรมไทยอาเซียน , ครูวีระยุทธ ดาระดาษ และ ครูพัชรพล บัณฑิตเกตุมาลา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ยิ่งใหญ่ ! ทต.บ้านถิ่น จ.แพร่ จัดงานสืบสานวัฒนธรรมไทลื้อ-ไทยล้านนาฯ ปี 69

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 12 เมษายน 2569 ที่สนามโรงเรียนบ้านถิ่น(ถิ่นวิทยาคาร) ตำบลบ้านถิ่น อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ พ.ต.ท.ธงชัย เนื่องพืช นายกเทศมนตรีตำบลบ้านถิ่น กล่าวต้อนรับและกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน นายต่อพงษ์ ทับทิมโต รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ประธานเปิด”งานสืบสานวัฒนธรรมไทลื้อ-ไทยล้านนา ตำบลบ้านถิ่น ประจำปี 2569″

จัดโดยเทศบาลตำบลบ้านถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ และสมาคมไทลื้อแห่งประเทศ สาขาจังหวัดแพร่ นำโดย นายภาสกร หม้อกรอง นายกสมาคมไทลื้อแห่งประเทศ สาขาจังหวัดแพร่ สภาวัฒนธรรมตำบลบ้านถิ่น ฝ่ายปกครองตำบลบ้านถิ่น

นำโดย นายภาสกร หม้อกรอง กำนันตำบลบ้านถิ่น โดยมีริ้วขบวนพี่น้องไทลื้อ-ไทยล้านนาตำบลบ้านถิ่นและพี่น้องไทลื้อ จังหวัดลำปาง ลำพูน และจังหวัดน่าน แต่ละขบวนมีการแต่งตัวแบบฉบับของไทลื้อ -ไทยล้านนาสวยงามมาก ที่บริเวณวัดบ้านถิ่น มีกาดมัวไทลื้อ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าทอ-เครื่องประดับของเก่าสวยงาม

โดยมี นายรักษา ถิ่นหลวง นายสมพงษ์ เหมืองหม้อรองนายกเทศมนตรี พ.ต.ท.ประพันธ์ ธุระกิจ ที่ปรึกษา นายแก้วศักดิ์ โป่งสม เลขานุการนายก พร้อมสมาชิกสภา นำโดย นางอัจฉรา นันต๊ะยานา ประธานสภา นายสิทธิเดช ประจญมาร ปลัดพร้อมเจ้าหน้าที่ พี่น้องชาวตำบลบ้านถิ่นไทลื้อ-ไทยล้านนา เทศบาลตำบลบ้านถิ่น นางสาวชนกนันท์ ศุภศิริ สส.แพร่ เขต 1

นอกจากนี้ยังมี นายณัฐ วังกาวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลสวนเขื่อน นายสราวุธ หมื่นโฮ้ง นายกเทศมนตรีตำบลทุ่งโฮ้ง นางสร้อยทอง หล้าคำมี นายกเทศบาลตำบลแม่คำมี มาร่วมงาน

นายต่อพงษ์ ทับทิมโต รอง อบจ.แพร่ เป็นตัวแทนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ มอบเงินสนับสนุน”งานสืบสานวัฒนธรรมไทลื้อ-ไทยล้านนา ตำบลบ้านถิ่น ประจำปี 2569″ จำนวน 100,000 บาท และในปีหน้าจะเพิ่มงบสนับสนุนในการจัดงานให้มากยิ่งขึ้น อาจจะให้งานเป็น 3 วัน

ทางนายภาสกร หม้อกรอง นายกสมาคมไทยลื้อแห่ง ประเทศไทย สาขาจังหวัดแพร่ กล่าวบนเวทีว่า ในนี้จัดได้ดีมี พี่น้องไทลื้อ-ไทยล้านนาจังหวัดแพร่ และพี่น้องไทลื้อจากจังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูนและจังหวัดน่าน มาร่วมงาน ทำให้งานเป็นอบอุ่นเป็นอย่างยิ่ง ปีหน้าจะจัดให้ยิ่งใหญ่มากกว่านี้ ทำให้ พี่น้องไทลื้อ-ไทยล้านนา ต่างปรบมือให้

ทาง พ.ต.ท.ธงชัย เนื่องพืช นายกเทศมนตรีตำบลบ้านถิ่น กราบขอบคุณพี่น้องไทลื้อ-ไทยบ้านนาจังหวัดแพร่และพี่น้องไทลื้อ จากจังหวัดลำปาง ลำพูนและจังหวัดน่าน ที่มาร่วมงาน และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวบรรยากาศช่วงปีใหม่เมืองหรือ เทศ กาลสงกรานต์ คืนนี้มีการจัดรำวงฟรีไม่เก็บบัตร แต่อย่างใด

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นราธิวาส ปล่อยแถวขบวนรถรณรงค์ป้องกันช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพิ่มความเข้มงวดในการดูแล บนถนนสายหลัก

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 9 เม.ย.69 ที่บริเวณจุดตรวจถาวร (บ้านปลักปลา) ตำบลลำภู อำเภอเมืองนราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดศูนย์ปฏิบัติการฯ และปล่อยแถวขบวนรถรณรงค์และประชาสัมพันธ์ การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” เพื่อรณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุในช่วงวันหยุดยาว

โอกาสนี้ นายรุสดี ปูรียา นายอำเภอเมืองนราธิวาส กล่าวต้อนรับ นายธวัชชัย เลิศไกร หัวหน้าสำนักงาน ปภ.จังหวัดนราธิวาส กล่าวรายงาน พร้อมกันนี้ ปลัดจังหวัดนราธิวาส ขนส่งจังหวัดนราธิวาส ประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส ศึกษาธิการจังหวัดนราธิวาส ท้องถิ่นจังหวัดนราธิวาส และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม
ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จังหวัดนราธิวาส ได้ดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลควบคู่กับการขับเคลื่อนงานอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อมุ่งลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว//

ช่วงเทศกาลโดยรวมไม่น่าเป็นห่วงมากนัก เนื่องจากมีการจัดเวรยามดูแลความปลอดภัยตามหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำลังจากชุด ชคต. หน่วยทหารพราน ตำรวจ ฉก.นย. ฉก.นราธิวาส และ ตชด. ปฏิบัติหน้าที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งวงนอก วงกลาง และวงใน อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคืออำเภอสุไหงโก-ลก ซึ่งมีการจัดกิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์และมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและมาเลเซียจำนวนมาก จึงขอให้เพิ่มความเข้มงวดในการดูแล โดยเฉพาะบนถนนสายหลัก

ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตอาสา มีความระมัดระวัง และคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองควบคู่การดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนสำหรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ได้กำหนดช่วงดำเนินการเข้มข้น 7 วัน ระหว่างวันที่ 10–16 เมษายน โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนเดินทางอย่างสุขใจและปลอดภัย พร้อมกำหนดตัวชี้วัดการดำเนินงาน ได้แก่ อุบัติเหตุไม่เกิน 41 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ (Admit) ไม่เกิน 45 คน และผู้เสียชีวิตไม่เกิน 3 คน
ทั้งนี้ ได้บูรณาการแผนและความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย โดยดำเนินงานภายใต้ 5 มาตรการหลัก ได้แก่

การบริหารจัดการ การลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม การลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ ผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย (การลดพฤติกรรมเสี่ยง) และการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ เพื่อให้การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจากนี้ จังหวัดนราธิวาส ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 ณ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนราธิวาส เพื่อเป็นศูนย์กลางในการอำนวยการ ประสานงาน และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด//ขณะเดียวกัน ทั้ง 13 อำเภอในพื้นที่ ได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฯ ในระดับอำเภอ พร้อมทั้งจัดตั้งจุดตรวจ จุดบริการประชาชน บนเส้นทางสายหลัก และตั้งด่านชุมชนในเส้นทางสายรอง เพื่อดูแลความปลอดภัย อำนวยความสะดวกในการเดินทาง และให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้
///////////////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่านเข้มแก้ปัญหาไฟป่า–หมอกควัน ยกระดับ “เคาะประตูบ้าน” คุมเข้มพื้นที่เสี่ยง ปิดป่าอุทยานศรีน่าน 100% ถึง 30 เม.ย.นี้

แชร์เนื้อหานี้

นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จังหวัดน่าน ณ ห้องประชุมที่ทำการปกครองอำเภอเวียงสา

จังหวัดน่าน พร้อมเชื่อมต่อระบบออนไลน์ไปยังทุกอำเภอ เพื่อติดตามสถานการณ์ประจำสัปดาห์ โดยภาพรวมค่าหมอกควันและฝุ่นละอองยังอยู่ในระดับสูง สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากหมอกควันจากนอกพื้นที่พัดเข้ามาสะสม

ที่ประชุมได้เน้นย้ำ 3 อำเภอที่พบจุดความร้อนสูงสุด ได้แก่ อำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย และอำเภอแม่จริม ให้ทบทวนการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ พร้อมกำชับการดำเนินมาตรการของจังหวัดทั้ง 12 ข้ออย่างต่อเนื่อง

ในทุกพื้นที่ ยกระดับบจัดการสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 จัดกำลังและเฝ้าระวัง ตั้งด่านตรวจจุดสกัดทางเข้า – ออกพื้นที่ป่าอย่างเข้มงวด เพิ่มจุดสกัด ตลอด 24 ชั่วโมง และลาดตระเวนป้องกันพื้นที่เสี่ยงไฟป่า เข้มข้น ให้ควบคุมสถานการณ์อย่างทันท่วงที

อนุมัติเงินทดรองราชการเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ในพื้นที่วิกฤต อำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย และอำเภอแม่จริม ระหว่างวันที่ 7 ถึง 30 เมษายน 2569 โดยสนับสนุนเป็นค่าอาหาร น้ำดื่ม น้ำมันเชื้อเพลิง รวม 3 อำเภอ กว่า 3.9 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน จังหวัดได้ยกระดับมาตรการเพิ่มเติมอีก 1 ข้อ คือ “เคาะประตูบ้านแบบมุ่งเป้า” โดยบูรณาการกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร ลงพื้นที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมเข้าป่าหาของป่าในพื้นที่อำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย และอำเภอนาหมื่น

ให้จัดทำบัญชีรายชื่อจากผู้นำชุมชน พร้อมจัดชุดปฏิบัติการนำโดยปลัดอำเภอประจำตำบล ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน ให้คำแนะนำ สร้างความเข้าใจถึงข้อห้าม ข้อปฏิบัติ และบทลงโทษถึงระดับครัวเรือน รวมถึงมอบสิ่งของจำเป็นเพื่อสร้างความร่วมมือ พร้อมรายงานผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดเฝ้าระวังป้องกันไฟป่า ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญเข้าสู่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโดยจังหวัดน่านได้ประกาศ “ปิดป่าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน 100%” ห้ามบุคคลภายนอกเข้าโดยเด็ดขาด

พร้อมตั้งจุดตรวจจุดสกัดตลอด 24 ชั่วโมง จัดเวรยาม 3 กะ เพื่อควบคุมการเข้า-ออกพื้นที่ป่าอย่างเข้มงวด ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า จุดดังกล่าวเป็นเส้นทางสำคัญเข้าสู่พื้นที่ป่า จึงจำเป็นต้องควบคุมอย่างเข้มงวด โดยจังหวัดได้สนับสนุนงบประมาณด้านอาหารและเชื้อเพลิง เพื่อลดภาระของเจ้าหน้าที่

พร้อมกันนี้ ยังได้เพิ่มมาตรการเชิงรุก ทั้งการจัดชุดลาดตระเวนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 10 คน เดินเท้าเฝ้าระวังไฟป่า และมาตรการเคาะประตูบ้าน เพื่อขอความร่วมมือประชาชนงดเข้าป่าในช่วงเดือนเมษายน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในช่วงท้าย ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง และฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชน ให้ดูแลสุขภาพ และใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้