คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสังคม

จัดอบรมให้ความรู้ผู้สมัครเลือกตั้ง อบต. ย้ำเลือกตั้งต้องสุจริต–โปร่งใส ทุกภาคส่วนร่วมบูรณาการกำกับดูแล

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน0818923514 วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. ที่โรงแรม ลอฟต์ มาเนีย บูทิกโฮเทล จังหวัดชุมพร สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชุมพร ได้จัดกิจกรรม อบรมให้ความรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการ

เลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล และนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งจากทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดชุมพร เพื่อยกระดับความเข้าใจในกฎหมาย กติกาเลือกตั้ง และส่งเสริมให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม

การอบรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร. สัญญา แก้วอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยคณะวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วน อาทิ
• นางสาวประไศรี คงตระกูล ผอ.สำนักงานสกร.ชุมพร
• นางสาวประดับ ชูดำ พัฒนาการจังหวัดชุมพร
• นางปุณรัตน์ เมืองงาม นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ

• นายชิตภร จันทวงศ์ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ
• นางสาวณัฐพร คงสวี นิติกรชำนาญการ
• นางสาวณิชา ชูสังกิจ ปลัด อบต.ถ้ำสิงห์
• นายชยพล พลสิงห์ ผอ.กกต.อบต.ตากแดด
• นายเกียรติพงษ์ ลือชัย ผอ.กกต.อบต.หาดพันไกร
• นางสุภาพร อารีราษฎร์ ปลัด อบต.นาทุ่ง
• นายองอาจ งามธรรมนิตย์ ปลัด อบต.บ้านนา

พร้อมด้วยผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดชุมพร ได้แก่
นายพงษ์ชาญ พันธุ์ทอง, ร.ต.อ.บุญเกื้อ พูลชัย, นายเฉลิมพล ครุอำโพธิ์, นายสัมพันธ์ ทองขาว และนายไพโรจน์ ทิมจันทร์เน้นบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม

การจัดอบรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ แผนบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน ในการกำกับดูแลการเลือกตั้งท้องถิ่นให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 224 ซึ่งมอบหมายให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัด

และควบคุมดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย ไปจนถึงการมีส่วนร่วมตามแผนปฏิรูปประเทศด้านการเมือง และยุทธศาสตร์สำนักงาน กกต. 20 ปี ที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการเลือกตั้งให้ประชาชนเชื่อมั่น

โดยในการอบรม ได้อธิบายสาระสำคัญ เช่น
• ขั้นตอนและกระบวนการหาเสียง
• ข้อควรระวังและข้อห้ามตามกฎหมายเลือกตั้ง
• การป้องกันการทุจริตและการกระทำผิดเลือกตั้ง

• การทำงานร่วมกันระหว่าง กกต. ศส.ปชต. และเครือข่ายประชาธิปไตย • บทบาทของผู้สมัครและผู้สนับสนุนในการสร้างบรรยากาศการเลือกตั้งที่เป็นธรรม ส่งเสริมเครือข่ายประชาธิปไตย – ร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้ง

โครงการนี้ยังสนับสนุนการทำงานของ ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย (ศส.ปชต.), นักศึกษาวิชาทหาร (รด.), ลูกเสืออาสา กกต., ดีเจประชาธิปไตย

และภาคีเครือข่ายในทุกตำบลของจังหวัดชุมพร ภายใต้แนวคิด “6 สัปดาห์ประชาธิปไตย” เพื่อร่วมรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ และร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งอย่างกว้างขวาง

โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมาย อบต.ละ 10 คน รวมทั้งจังหวัดกว่า 52,910 คน ที่จะมีส่วนร่วมสนับสนุนการเลือกตั้งครั้งนี้ให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามครรลองประชาธิปไตยมุ่งสร้างความรู้ – ความเข้าใจ – ความโปร่งใส

ดร. สัญญา แก้วอนันต์ กล่าวย้ำว่า “การเลือกตั้งที่ดี เริ่มจากผู้สมัครที่มีความเข้าใจในกฎหมาย และยึดมั่นในความสุจริต โปร่งใส เพราะการบริหารท้องถิ่นคือรากฐานสำคัญของประชาธิปไตยไทย”

บรรยากาศการอบรมเป็นไปด้วยความสนใจ ผู้สมัครให้ความร่วมมือเข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พร้อมรับคู่มือปฏิบัติจากสำนักงาน กกต. ชุมพร เพื่อนำไปใช้ในการรณรงค์หาเสียงอย่างถูกต้อง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ”คุณพ่อทา แก้วแสง“ รับรางวัล คุณพ่อคนดี ศรีแผ่นดิน ประจำปี 2568 เนื่องในวันชาติและวันพ่อแห่งชาติ

แชร์เนื้อหานี้

เมืองพัทยาได้จัดพิธีถวายราชสักการะเนื่องในโอกาสวันชาติและวันพ่อแห่งชาติ โดยนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมเปิดโครงการเชิดชูเกียรติ “คุณพ่อคนดี ศรีแผ่นดิน” ประจำปี 2568 ในพิธีได้รับเกียรติจากนายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และนางสุกุมล คุณปลื้ม ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีภาคกลาง เข้าร่วมร่วมเป็นเกียรติ พร้อมร่วมแสดงความยินดีกับผู้ได้รับการประกาศเกียรติคุณ โดยมีบุตร–ธิดาเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลัย เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อบิดา ท่ามกลางบรรยากาศอันสำรวมและสมพระเกียรติ

ด้วยวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้เป็น “วันชาติ” และ “วันพ่อแห่งชาติ” เพื่อเทิดทูนพระเกียรติคุณและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้สภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา ร่วมกับเมืองพัทยา และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี จึงจัดกิจกรรม “คุณพ่อคนดี ศรีแผ่นดิน” ประจำปี 2568 เพื่อเชิดชูบทบาทของบิดาในฐานะผู้นำครอบครัว ส่งเสริมคุณค่าของสถาบันครอบครัว และสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ทำหน้าที่บิดาอย่างสมบูรณ์แบบ โดยปีนี้มีการคัดเลือกคุณพ่อดีเด่นจากภาครัฐ–เอกชนในพื้นที่เมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรี รวมทั้งสิ้น 23 ท่าน

การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการส่งเสริมค่านิยมที่ดีงาม และตอกย้ำความสำคัญของสถาบันครอบครัว พร้อมเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างสมพระเกียรติ และในปีนี้คุณพ่อทา แก้วแสง บิดาของนางอไพร แก้วแสง ปธ.กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา ได้รับรางวัล คุณพ่อคนดี ศรีแผ่นดิน ประจำปี 2568 เนื่องในวันชาติและวันพ่อแห่งชาติด้วยเช่นกันทสร้างความยินดีให้กับครอบครัวแก้วแสงเป็นอย่างมาก

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวชุมพร ต้อนรับ “แม่ทัพกุ้ง”อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ในโอกาสบรรยายพิเศษที่หอประชุมสหกรณ์ครู

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 พล.ท.บุญสิน พาดกลาง หรือ “แม่ทัพกุ้ง” อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 และนายทหารราชองครักษ์พิเศษ ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนและผู้บริหารในจังหวัดชุมพร กว่า 2,000 คน ในโอกาสเดินทางมาเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 6 ธันวาคม 2568 ณ หอประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูชุมพร ตำบลวังไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ได้มีการจัดงานบรรยายพิเศษ โดยมี พล.ท.บุญสิน พาดกลาง หรือที่รู้จักกันในนาม

“แม่ทัพกุ้ง” อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ให้เกียรติเป็นวิทยากรการบรรยายจัดขึ้นในหัวข้อที่น่าสนใจและสร้างแรงบันดาลใจ คือ “เรื่องเล่าทหารกล้า รักษาอธิปไตย เพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน” ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ ของจังหวัดเป็นอย่างมาก

บรรยากาศการต้อนรับเป็นไปอย่างอบอุ่นและคึกคัก ผู้เข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน ประกอบด้วยบุคคลสำคัญ อาทิ นางณัฐวรรณ ฉายะบุตร ผู้มีอุปกรคุณอันดับที่ 209

สภากาชาดไทย, พล.ต.สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44, นายจิรศักดิ์ แสงหอย ปลัดจังหวัดชุมพร รวมถึงข้าราชการตำรวจ ทหาร ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำองค์กรเอกชน กลุ่มพลังมวลชน กลุ่ม ทส.ปช. นักเรียน และนักศึกษา

หลังเสร็จสิ้นการบรรยาย พล.ท.บุญสิน ได้รับความสนใจจากผู้ที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก โดยหลายคนได้ขอถ่ายภาพเซลฟี่ และมอบของที่ระลึก เพื่อแสดงความชื่นชมและเป็นเกียรติแก่ “แม่ทัพกุ้ง” อีกด้วย

นางสาวสาธร พูลศรี เลขา ไทยอาสาป้องกันชาติ (ทสปช.)จังหวัดชุมพร กล่าวว่า พลโทบุญสิน พาดกลาง หรือแม่ทัพกุ้ง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นต้นแบบที่ดีที่ทำให้หน่วยงานต่างๆทุกหน่วยงาน พี่น้องประชาชน เยาวชน

ได้เกิดความตระหนัก รักชาติหวงแหนแผ่นดินเกิด ในส่วนของ ทสปช.ซึ่งเป็นประชาชนจิตอาสา ที่จะร่วมกันดูแล ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จะนำหลักการที่ท่านได้มาบรรยายในครั้งนี้นำเป็นแนวปฏิบัติสืบไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ ส่งมอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็น ภายใต้โครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน”

แชร์เนื้อหานี้

มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ ยังคงเดินหน้าสนับสนุนและเคียงข้างสังคมไทยในทุกสถานการณ์ โดยล่าสุดได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อส่งมอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็น

ภายใต้โครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน” ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และโครงการ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือผู้ประสบภัย” เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่

การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก
1️⃣ ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช
ประธานมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ และประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
ร่วมอำนวยการและมอบกำลังใจแก่ประชาชนถึงพื้นที่

2️⃣ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
ร่วมสนับสนุนถุงยังชีพและสิ่งของอุปโภคบริโภค เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

3️⃣ กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ อบจ.เชียงใหม่ และหน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วน
ร่วมบูรณาการกำลังและทรัพยากรในการช่วยเหลือประชาชนอย่างครบด้าน

▶️ ในครั้งนี้ได้มีการมอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภค-บริโภค และเงินช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ ผู้ป่วยติดเตียง คนพิการ และประชาชนกลุ่มเปราะบาง ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน

📍 ณ โรงเรียนวัดโรงวัว อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ และสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ยังคงมุ่งมั่นทำงานเชิงรุก เพื่อส่งต่อโอกาส ความห่วงใย และกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

𝗛𝗮𝘀𝗵𝘁𝗮𝗴มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ #สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์โครงการหนึ่งใจช่วยเหลือผู้ประสบภัย #น้ำพระทัยพระราชทานช่วยเหลือผู้ประสบภัย #เชียงใหม่ #สันป่าตองเคียงข้างสังคมไทย #รวมพลังแห่งความห่วงใย

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ เดินหน้าจัดโครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน” เพื่อให้การดูแลและบริการประชาชนที่เดินทางมา ถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยหัวใจแห่งความกตัญญูและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

🤍 โดย สมาคมครัวเชฟจิตอาสา สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้ร่วมประกอบอาหารปรุงสุกด้วยความตั้งใจ เพื่อให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน พร้อมด้วยแรงสนับสนุนจากหลายภาคส่วน อาทิ
• คุณเยาวมาลย์ วัชระเรืองศรี กรรมการอำนวยการฯ
มอบผลไม้ (ส้มเขียวหวาน) จำนวน 300 ลูก 🍊 และ
มอบ ขนมถั่วทอด 300 แพค เพื่อสนับสนุนการจัดเลี้ยงประชาชน

🤍 ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช
ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และประธานมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์

🤍 ดร.สุนันทา ลีเลิศพันธ์
แม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2567 และประธานกรรมการบริษัทดอกบัวคู่ จำกัด

ทั้งสองท่านได้เดินทางมา ให้กำลังใจเชฟจิตอาสาและเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่ปฏิบัติงานในโครงการ พร้อมร่วมลงมือปรุงอาหารเมนู “ข้าวไข่เจียวทรงเครื่อง” เพื่อมอบให้แก่ประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพฯ

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ บริเวณเต็นท์อาหารพระราชทาน สนามหลวง (ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอิ่มใจ ความศรัทธา และน้ำใจจากทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำความดีถวายพ่อแม่ของแผ่นดิน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมุทรปราการ ส่งกำลังสมาชิก อส.ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลา

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดสมุทรปราการ ส่งกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ปฏิบัติภารกิจเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสมุทรปราการ

ปล่อยแถวกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 12 นาย เดินทางไปปฏิบัติภารกิจในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาล เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยในครั้งนี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้ให้โอวาทแก่ สมาชิก อส.ที่ไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของจังหวัดสมุทรปราการว่า ขอปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ เต็มกำลังความสามารถ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง มุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละ

เพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนด และปฏิบัติภารกิจด้วยความระมัดระวังคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและของตนเอง และขอให้การเดินทางไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ของสมาชิก อส.จังหวัดสมุทรปราการมีความปลอดภัย และขอให้การเดินทางกลับมีความปลอดภัยเมื่อภารกิจเสร็จสิ้น

นอกจากนี้สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ โดยนางสาวอรวรรณ ชิณศรี นายกล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ ได้ตั้งจุดรับบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดภาคใต้

ณ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ โดยมี หน่วยงานราชการ ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินและสิ่งของ อาทิ น้ำดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง อาหารพร้อมรับประทาน นม นมผงสำหรับเด็ก แพมเพอร์ส สำหรับเด็กและผู้ใหญ่

สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่ไม่สะดวกบริจาคเป็นสิ่งของ สามารถบริจาคเป็นเงิน ผ่านบัญชีสภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ ธนาคาร ไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย ประเภทบัญชี กระแสรายวัน เลขที่บัญชี 045 3 04637 0 โดยสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เกษตรจังหวัดน่านจับมือเลมอนฟาร์ม ดันส้มสีทองเข้าตลาด Modern Trade”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 นายศักดิ์สิทธิ์ ศรีวิชัย เกษตรจังหวัดน่าน มอบหมายให้นายธนัย บุญมาธิวัฒน์ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร

พร้อมด้วยนางสาวพัชราภรณ์ บุญมา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ และนางสาวนฤมล อำพร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร ดำเนินการส่งเสริมและขับเคลื่อนการตลาดผลผลิตส้มของกลุ่มแปลงใหญ่ส้มเขียวหวานที่สูงตำบลสะเนียน โดยเชื่อมโยงผลผลิตเข้าสู่ตลาด Modern Trade กับร้านเลมอนฟาร์ม

ซึ่งเป็นคู่ค้าที่ร่วมรับซื้อผลผลิตมาตลอดระยะเวลา 1 ปี สร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ แนวทางการส่งเสริมและพัฒนาตลาดในปี 2569 ได้กำหนดแนวปฏิบัติสำคัญ ได้แก่

  1. การคัดคุณภาพผลผลิตอย่างเข้มงวด เพื่อให้ได้ส้มคุณภาพดีตามมาตรฐานที่ตลาดต้องการ
  2. การจัดการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ลดความเสียหายของผลผลิต และส่งมอบสินค้าได้ทันตามกำหนด
  3. การรักษามาตรฐานการผลิตและความปลอดภัยอาหาร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและคู่ค้า ทั้งนี้ เลมอนฟาร์มยังได้ดำเนินการ “ตรวจสอบย้อนกลับ” ทุกครั้งที่พบผลผลิตไม่เป็นไปตามคุณภาพที่กำหนด เพื่อร่วมแก้ไขและพัฒนาปรับปรุงกระบวนการผลิตของเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้น เป็นการยกระดับมาตรฐานผลผลิตส้มสะเนียนสู่ตลาดสุขภาพระดับประเทศ ณ กลุ่มแปลงใหญ่ส้มเขียวหวานที่สูงตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองพ่อเมืองสุโขทัย นายอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย แถลงข่าวเชิญชวนมาเที่ยวงาน “ย้อนอดีตศรีสัชนาลัย นุ่งผ้าไทย ใส่เงิน ทอง ลายโบราณ สืบสานวัฒนธรรม อันล้ำค่า “ประจำปี พ.ศ.2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 08.30น.ของวันที่2ธ.ค.2568ณ.หอประชุม อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย นาย สมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้มาเป็นประธานจัดการแถลงข่าวการจัดงาน “ย้อนอดีตศรีสัชนาลัย นุ่งผ้าไทย ใส่เงิน ทอง ลายโบราณ สืบสานวัฒนธรรม อันล้ำค่า”ประจำปี พ.ศ.2568 ระหว่างวันที่ 6-10 ธันวาคม2568 ณ.อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ทั้งนี้ นาย เอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์นายอำเภอ ศรีสัชนาลัยได้กล่าวถึง

วัตถุประสงค์อดีตความเป็นมาของงานพร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดพร้อมชาวต่างชาติด้วย อนึ่งงานแถลงข่าวนี้ได้มี หัวหน้าส่วน การท่องเที่ยวจังหวัดวัฒนธรรมจังหวัด นายกเทศมนตรี อพท.พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ ท้องถิ่นและท้องที่ นายกเทศมนตรี กำนัน ผู้ใหญ่บ้านโดยทั้งนี้ได้มีสื่อสารมวลชนจากหลายสำนักเข้าร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย. อนึ่งภายในงานนี้ทางอำเภอ

ได้จัดกิจกรรมอย่างมากมายอาทิ.การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน ผลิตภัณฑ์OTOP ผ้าไทยพื้นเมือง เงิน ทองลายโบราณ ตลาดโบราณอาหารพื้นบ้าน ใครใคร่ค้า ค้า การจำลองวิถีชีวิต “หมู่บ้านวิถีไทย” การแสดงวัฒนธรรมชนเผ่าผ้าพื้นเมือง การแสดงประกอบ แสง สี เสียง(Light and Sound) เล่าเมืองศรีสัชนาลัย ณ.บริเวณวัดช้างล้อม การถวายคำอาลัยและจุดตะคัน

เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ.บริเวณวัดช้างล้อม ทั้งนี้.มีพิธีเปิดงานที่จัดอย่างอลังกาลในวันที่6ธค.2568โดยมีการจัดกิจกรรมตั้งแต่เวลา07.00น.โดยมีพิธีตักบาตรยามรุ่งอรุณณ.บริเวณบันไดทางขึ้นวัดเขาพนมเพลิงเป็นต้น.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทนายความ จ.พัทยา รวมพลัง “รวมน้ำใจ สู้มหาอุทกภัยภาคใต้ 68”/ Treee Time Cafe จัดกิจกรรมวันขอบคุณพระเจ้า ลูกค้าร่วมงานอบอุ่น

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่าที่สำนักงานยศสุภาทนายความ (ตลาดจีนซากแง้ว) หมู่ 10 ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ทีมทนายความจังหวัดพัทยา ร่วมกันจัดกิจกรรมโครงการ
“รวมน้ำใจ สู้มหาอุทกภัย ภาคใต้ 68” เพื่อรับบริจาคสิ่งของจำเป็นในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยการรับบริจาคครั้งนี้จัดขึ้นเพียง 1 วันเท่านั้น และสิ่งของทั้งหมดจะถูกรวบรวมเพื่อนำไปสมทบกับชุดช่วยเหลือของ มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน เมืองพัทยา (นาเกลือ) เพื่อส่งต่อถึงมือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็ว

ภายในงานมีประชาชน ผู้ประกอบการ และผู้ที่เดินทางผ่านตลาดจีนซากแง้ว เข้าร่วมบริจาคสิ่งของอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม อาหารกระป๋อง ขนม นม ผ้าอนามัย ยาสามัญประจำบ้าน และของใช้จำเป็นต่าง ๆ โดยทางคณะผู้ดำเนินงานขอรับเฉพาะ สิ่งของเท่านั้น (งดรับเงินสด) เพื่อให้การจัดส่งและการคัดแยกทำได้อย่างเป็นระบบและทันการช่วยเหลือ

คณะทำงานทนายความจังหวัดพัทยาที่ร่วมดำเนินการในครั้งนี้ประกอบด้วย นายสุขสันต์ มิสสาจันทร์ ประธานสภาทนายความจังหวัดพัทยา นายสมยศ นานาประเสริฐ รองประธานฯ นายพีระชัย ชวรัตน์โชติวงศ์ รองประธานฯ นายปรเมศ อักษรดี รองประธานฯ นายบุญมี เอกอุ่น กรรมการ นายประเวศ คำสว่าง กรรมการ นายสิทธิชัย ตีย์วัฒน์ กรรมการ นายชนะชล อ่อนสะอาด ที่ปรึกษา นายลือชัย ทีคาสุข ที่ปรึกษา

นายสุขสันต์ คณะทำงานกล่าวว่า การรวมพลังน้ำใจของชาวพัทยาครั้งนี้ แม้จะเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เพียงหนึ่งวัน แต่ทุกสิ่งของที่ได้รับบริจาค จะถูกนำไปช่วยเหลือพี่น้องภาคใต้ที่ยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง และยังต้องการสิ่งของจำเป็นอีกจำนวนมาก การร่วมมือกับมูลนิธิสว่างบริบูรณ์จึงเป็นช่องทางที่ทำให้ความช่วยเหลือส่งต่อถึงพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

Treee Time Cafe จัดกิจกรรมวันขอบคุณพระเจ้า ลูกค้าร่วมงานอบอุ่น น.ส.ศิรณัฐ พงษ์พิระ ผู้บริหารร้าน Treee Time Cafe ได้จัดกิจกรรมวันขอบคุณพระเจ้า โดยมีกลุ่มลูกค้าเข้าร่วมงานเพื่อพบปะพูดคุย ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

ทั้งนี้ ทางร้านได้ให้บริการอาหารไทย อาหารนานาชาติ และเครื่องดื่ม ทั้งบริเวณชั้น 1 และบริเวณชั้นดาดฟ้าของร้าน เพื่อเพิ่มอรรถรสให้การเข้ารับบริการ ด้วยดีเจมากความสามารถคอยเปิดแผ่นเล่นเพลง

วันขอบคุณพระเจ้า หรือ Thanksgiving Day เป็นวันหยุดประจำชาติ ซึ่งจัดขึ้นในวันของเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนในสหรัฐอเมริกา แคนาดา ไลบีเรีย เซนต์ลูเซีย และไม่เป็นทางการในบางประเทศ เช่น บราซิล เยอรมัน และฟิลิปปินส์

โดยเริ่มต้นมาจากวันขอบคุณพระเจ้าหลังสิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว แม้ว่าวันขอบคุณพระเจ้าจะมีรากฐานประวัติศาสตร์จากประเพณีทางศาสนาและวัฒนธรรม แต่ก็ได้รับการเฉลิมฉลองในฐานะวันหยุดมาอย่างยาวนานเช่นกัน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.หลังสวน ฮือฮา! คู่รักวัยทอง 77/79 จัดพิธีมงคลสมรสตามคำทำนายหมอดู สร้างความประทับใจให้ลูกหลานและชาวบ้านทั้งตำบล

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514
เมื่อเวลา 09.09 น. ของวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2568 บริเวณบ้านเลขที่ 101 หมู่ที่ 9 ตำบลนาพญา อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ได้เกิดเรื่องราวสุดฮือฮาและอบอุ่นหัวใจ เมื่อครอบครัว “สุดใจ” ได้จัดพิธีมงคลสมรสให้กับ

คุณแม่สมพร สุดใจ อายุ 79 ปี และ คุณพ่อจรูญ สุดใจ อายุ 77 ปี หลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมานานหลายสิบปี โดยไม่เคยมีพิธีแต่งงานอย่างเป็นทางการ

พิธีครั้งนี้จัดขึ้นโดย นางจิรา พราหมณี บุตรสาว และ นายจรัส พราหมณี บุตรเขย ซึ่งได้ร่วมแรงร่วมใจนำประเพณีโบราณกลับมาฟื้นฟู สร้างความประทับใจให้กับลูกหลานและชาวบ้านทั้งตำบลนาพญา

สาเหตุที่จัดพิธีแต่งงานในครั้งนี้ เกิดจากคุณพ่อจรูญมีอาการป่วยระยะหนึ่ง รักษาที่โรงพยาบาลหลายแห่งก็ไม่ดีขึ้น ต่อมาคุณแม่สมพรได้ปรึกษาลูกๆ

และตัดสินใจไปพบหมอดูที่นับถือ ซึ่งทำนายว่า “ครูอาจารย์ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้คุ้มครองท่านทั้งสองยังไม่ได้รับรู้พิธีสมรส จึงเกิดความติดขัดทางโชคชะตา ให้จัดพิธีแต่งงานเสีย แล้วอาการเจ็บป่วยจะทุเลา”

คำทำนายดังกล่าวทำให้ลูกหลานร่วมกันเห็นพ้อง พร้อมจัดพิธีมงคลสมรสแบบไทยพื้นบ้านขึ้นอย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความหมาย โดยมีญาติพี่น้องและชาวบ้านร่วมเป็นสักขีพยานจำนวนมาก

สร้างบรรยากาศอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม
พิธีมงคลครั้งนี้สร้างความฮือฮาและประทับใจไปทั่วทั้งหมู่บ้าน เนื่องจากเป็นภาพที่หาได้ยาก—คู่รักวัยเกือบ 80 ปี สวมชุดแต่งงาน ยิ้มแย้มเคียงคู่กัน เสมือนย้อนวันวานที่ไม่เคยมีโอกาสเฉลิมฉลองมาก่อน

ชาวบ้านต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าเรื่องราวนี้จะเป็น “แบบอย่างความรัก” ให้ลูกหลาน และเป็นความทรงจำงดงามของตำบลนาพญา ที่สะท้อนถึงความกตัญญู ความเชื่อ ประเพณี และสายใยครอบครัวอย่างแท้จริง.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ผู้ตรวจฯ ยผ. ลุยตรวจโครงการระบายน้ำ 257 ล้านบาท ป้องกันน้ำท่วมเมืองนราธิวาส ชี้ระบบระบายน้ำหลักช่วยลดปัญหาน้ำท่วมสำเร็จ “น้ำท่วมลดลงอย่างเห็นได้ชัด”

แชร์เนื้อหานี้

จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดภาวะอุทกภัยรุนแรงครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ของจังหวัดนราธิวาส โดยมีปริมาณน้ำฝนสะสมรวม 4 วันแรกสูงถึง 1,453.8 มิลลิเมตร ส่งผลให้ 3 ลุ่มน้ำหลัก ได้แก่ ลุ่มน้ำบางนราและลุ่มน้ำสายบุรีมีระดับน้ำล้นตลิ่ง และลุ่มน้ำโก-ลก มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดวันนี้ (28 พฤศจิกายน 2568 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.สุภัทรา ชัยเทวารัณย์ ผู้ตรวจราชการกรม กรมโยธาธิการและผังเมือง (ยผ.) ได้ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามและตรวจความพร้อมของโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองนราธิวาส ระยะที่ 1 หลังจังหวัดนราธิวาสเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งประสบความสำเร็จในการลดระยะเวลาการท่วมขังและระดับน้ำท่วมในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับโครงการดังกล่าวมีวงเงินก่อสร้าง 257,241,600 บาท เริ่มสัญญาเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2563 และขยายเวลาสัญญาถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2568 โดยมี บริษัท ตากใบการโยธา จำกัด เป็นผู้รับจ้าง และ บริษัท เมกก้าเทค คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นผู้ควบคุมงาน

โดยในพื้นที่ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 2 เครื่อง เร่งระบายน้ำรวม 4 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้พื้นที่ชุมชนยะกังที่ปกติน้ำท่วมขังนานกว่าหนึ่งสัปดาห์ ลดระยะเวลาท่วมเหลือเพียง 1–2 วัน แม้ปริมาณฝนปีนี้จะมากเท่าปีก่อนก็ยังสามารถระบายน้ำได้เร็วกว่าชัดเจน ขณะเดียวกันในพื้นที่คลองศูนย์ราชการ ซึ่งมักถูกน้ำท่วมระดับประมาณ 1.5 เมตรทุกปี ปีนี้กลับ ไม่เกิดน้ำท่วม เนื่องจากระบบสูบน้ำและการจัดการน้ำทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

น.ส.สุภัทรา ชัยเทวารัณย์ ผู้ตรวจราชการกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผยว่าสำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายกำกับดูแลของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ นายพงศ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่มอบหมายให้เร่งรัดการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะในโครงการสำคัญทั้งเมืองนราธิวาสและสุไหงโกลก หลังมีประชาชนแจ้งว่าน้ำลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน

น.ส.สุภัทรา ระบุว่า โครงการระยะที่ 1 ได้ก่อสร้างคลองคอนกรีตบริเวณคลองศูนย์ราชการ ระยะทางกว่า 6,000 เมตร รวมถึงติดตั้งเครื่องสูบน้ำหลัก 2 เครื่อง เครื่องละ 1 ลบ.ม./วินาที และเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ (โมบายปั๊ม) 2 เครื่อง ขนาด 0.5 ลบ.ม./วินาที เพื่อเป็นเครื่องสำรองในกรณีฉุกเฉิน และก่อนฝนหลาก ยังได้ดำเนินการขุดลอกตะกอนและวัชพืช เพื่อให้การไหลของน้ำเป็นไปตามการออกแบบ ส่งผลให้ระบบสามารถรองรับปริมาณน้ำมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

น.ส.สุภัทรา ได้เน้นย้ำถึงประสิทธิภาพของโครงการที่มีวงเงินก่อสร้างกว่า 257 ล้านบาท โดยเฉพาะการดำเนินการ จัดคลองคอนกรีตที่คลองศูนย์ราชการ และการติดตั้งเครื่องสูบและระบายน้ำถาวร 2 เครื่อง ที่มีกำลังเร่งระบายน้ำรวม 4 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

สำหรับพื้นที่ยะกังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังลดลงอย่างชัดเจน จากเดิมที่เคยท่วมขังนานกว่าหนึ่งสัปดาห์ แต่ปัจจุบันสามารถระบายน้ำได้อย่างรวดเร็วจนเหลือเพียง 1-2 วัน เท่านั้น แม้ปริมาณฝนสะสมล่าสุดจะสูงถึง 1,453.8 มม. ซึ่งเทียบเท่ากับปีที่ผ่านมา และคลองศูนย์ราชการสามารถบริหารจัดการน้ำได้ดีมาก จนทำให้น้ำไม่ท่วมขังในบริเวณนี้เลย จากปกติที่ระดับน้ำจะสูงถึง 1.5 เมตร

นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมความพร้อมของเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ (Mobile Pump) กำลัง 0.5 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 2 เครื่อง เพื่อเป็นเครื่องสำรองในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งได้มีการขุดลอกตะกอนดินและวัชพืชเพื่อเปิดทางน้ำก่อนฤดูฝนเพื่อรักษาประสิทธิภาพการไหลของน้ำตามที่ออกแบบไว้

ด้านนายวีรภัทธ อิทธิสมัย ผู้ประกอบการร้านอาหารในพื้นที่ เปิดเผยว่า ปีก่อนน้ำท่วมระดับเอวและระบายออกช้ามาก แต่ปีนี้แม้น้ำจะท่วมบ้างแต่น้อยลงมาก และลดระดับเร็วกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้สามารถเก็บของได้ทัน ร้านค้าได้รับผลกระทบน้อยลง และลูกค้าที่เคยหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมก็กลับมาใช้บริการตามปกติ ตั้งแต่มีโครงการนี้ ระบายน้ำเข้าคลองได้เร็วมาก น้ำไม่ขังนานเหมือนปีที่แล้ว ต้องขอบคุณโครงการจริงๆ ” นายวีรภัทธกล่าว

ทั้งนี้การลงพื้นที่ครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าระบบระบายน้ำหลักของเมืองนราธิวาสเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยบรรเทาความรุนแรงของอุทกภัย ลดระดับน้ำท่วมและลดระยะเวลาน้ำขัง แม้ต้องเผชิญฝนหนักต่อเนื่องในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน สะท้อนถึงความพร้อมและประสิทธิภาพของโครงการที่สามารถช่วยประชาชนได้จริงในช่วงวิกฤตน้ำหลาก
//////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาค 2 ร่วมกับ พสบ.ทภ.2 เติมพลังใจให้กับน้องๆนักเรียนผู้ห่างไกลโอกาส โรงเรียนบ้านโนนแดง อำเภอปักธงชัย นครราชสีมา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่โรงเรียนบ้านโนนแดง อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา พันเอกพันเอกจิรัฏฐ์ ช่วงฉ่ำ หัวหน้าฝ่ายทหารพราน กองทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยนายฉัตรชัย ทองมาลัย ประธานชมรมหลักสูตรพัฒนาความสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 2 และคณะ ได้จัดโครงการ“เต็มพลังใจให้กับน้องๆนักเรียนผู้ห่างไกลโอกาส” โดยนายวรพงษ์ นิธิการุณย์เลิศ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโนนแดง คณะครูและนักเรียน

ให้การต้อนรับ พันเอกพันเอกจิรัฏฐ์ ช่วงฉ่ำ หัวหน้าฝ่ายทหารพราน กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า การทำกิจกรรมให้กำลังใจนักเรียน เสริมสร้างความรักชาติ เป็นนโยบายที่ พลโทวีรยุทธ์ รักษ์ศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 นอกจากการป้องกันประเทศ การสร้างขวัญให้กำลังใจกำลังพล การปลูกฝังจิตสำนึกให้กับเยาชนในเรื่องการรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ก็เป็นภารกิจที่สำคัญของกองทัพ และวันนี้ก็ร่วมกับชมรมหลักสูตรพัฒนาความสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 2 มามอบสิ่งของและร่วมรับประทานอาหารกับน้องๆนักเรียน เป็นการสร้างภาพจำที่ดีให้กับน้องๆนักเรียนกับทหาร

ทางด้านนายฉัตรชัย ทองมาลัย ประธานชมรมหลักสูตรพัฒนาความสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 2 (พสบ.ทภ.2) กล่าวว่า ทางชมรมฯทำงานควบคู่ไปกับทางกองทัพภาคที่ 2 นอกจากนโยบายที่ร่วมสนับสนุนในการป้องกันประเทศ การสนับสนุนเครื่องอุปโภค บริโภคทหารตามแนวชายแดน การสร้างขวัญกำลังใจให้กำลังพล เช่น โครงการซ่อม สร้างบ้าน การมอบทุน

การศึกษา ทางชมรมฯยังร่วมมือกับกองทัพภาคที่ 2 ในการร่วมทำกิจกรรมทสร้างภาพลักษณ์และให้กำลังใจให้นักเรียนที่ห่างไกลโอกาส โดยวันนี้ได้มามอบชุดพละ รองเท้า ทุนการศึกษาแล้ว ยังได้ร่วมรับประทานไก่ KFC กับน้องๆนักเรียนที่โรงเรียนบ้านโนนแดง ซึ่งกิจกรรมดีๆแบบนี้ทางชมรมเราจะร่วมกับทางกองทัพภาคที่ 2 ทำในอีก 20 จังหวัดทางภาคอีสานต่อไป

กันตินันท์ เรืองประโคน /รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผอ.สรรพสามิตภาค 3 คนใหม่ เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เดินหน้าสรรพสามิตยุคใหม่โปร่งใส เพื่อประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง หลัง นายณธัชพงศ์ เผ่าผาง ได้เดินทางเข้ารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 คนใหม่ อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางการต้อนรับจากผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จำนวนมาก

นายณธัชพงศ์ปรากฏตัวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมเริ่มภารกิจแรกด้วยพิธีบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหน่วยงาน โดยมีการจุดธูป กราบไหว้ศาลเจ้าที่–เจ้าทาง เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนจะร่วมถ่ายรูปกับเจ้าหน้าที่จากทั้งในจังหวัดนครราชสีมา และจากต่างจังหวัดที่เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีและส่งกำลังใจ

ภายหลังจากพิธีการด้านนอก ผอ.คนใหม่ได้เดินขึ้นห้องทำงานเพื่อสักการะพระพุทธรูปประจำห้อง พร้อมนั่งโต๊ะทำงานใหม่และลงนามเอกสารแรกของการปฏิบัติหน้าที่เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนกลับลงมาร่วมถ่ายภาพกับคณะทำงานและเจ้าหน้าที่อีกครั้ง บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบง่ายและอบอุ่นสะท้อนความสัมพันธ์อันดีในองค์กร

การรับตำแหน่งครั้งนี้ ยังมี นายไชยรัตน์ ชื่นใจฉ่ำ ผู้อำนวยการส่วนตรวจสอบป้องกันและปราบปราม สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่จำนวนมากร่วมต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

นายณธัชพงศ์เปิดเผยแนวนโยบายสำคัญว่า ยึดตามสโลแกน
“สรรพสามิตยุคใหม่ – สร้างรายได้ให้รัฐ สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน คืนต้นทุนให้สังคม” โดยเน้นการทำงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ ให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง และขับเคลื่อนการจัดเก็บรายได้ของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน

ผู้อำนวยการคนใหม่ย้ำว่า พร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย เพื่อพัฒนางานสรรพสามิตให้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันเศรษฐกิจและสังคมของภาคอีสานให้เติบโตอย่างยั่งยืน

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท่องเที่ยวและกีฬาบึงกาฬ–ตำรวจท่องเที่ยว บูรณาการตรวจเข้มพื้นที่ เสริมความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวช่วงปลายปี

แชร์เนื้อหานี้

สํานักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ สร้างความเชื่อมั่นรับฤดูกาลท่องเที่ยวและพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5

วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00–16.00 น.
สํานักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ บูรณาการร่วมกับกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 อุดรธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยในแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหน้าหนาว เทศกาลปีใหม่ และรองรับงานพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5 ในวันที่ 25 ธันวาคม 2568

นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ มอบหมายให้คณะเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย
– นายปองเดช ทองตัน เจ้าหน้าที่ประสานงานด้านการท่องเที่ยว
– นางสาวทิพวัลย์ แก้วเทพ เจ้าหน้าที่ประสานงานช่วยเหลือนักท่องเที่ยว
– นายศิระศักดิ์ กาศสีมูล นักวิเคราะห์นโยบายและแผน
– นางสาวศุทธินี กำลังดี เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานวิเคราะห์นโยบายและแผน

ร่วมปฏิบัติงานกับ
– ด.ต. ไพรวัลย์ ย่างเยื้อง
– ด.ต. วิชัย กองอุดม
เจ้าหน้าที่สายตรวจตำรวจท่องเที่ยวหนองคาย

การลงพื้นที่มุ่งเน้นตรวจสอบป้ายประชาสัมพันธ์หรือสื่อที่อาจมีเนื้อหาชักชวนให้กระทำผิดกฎหมาย เช่น การสแกน QR Code เพื่อซื้อขายอวัยวะหรือสิ่งผิดกฎหมาย ตามจุดท่องเที่ยวและจุดผ่านแดนที่นักท่องเที่ยวใช้บริการเป็นจำนวนมาก รวมทั้งสิ้น 7 แห่ง ได้แก่

  1. สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดบึงกาฬ
  2. โรงแรมเดอะวัน
  3. ปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาสี่แยกเมืองบึงกาฬ
  4. โลตัส สาขาเมืองบึงกาฬ
  5. ด่านพรมแดนบึงกาฬ
  6. แหล่งท่องเที่ยวหินสามวาฬ
  7. วัดภูทอก

ผลการตรวจสอบไม่พบป้ายหรือสื่อที่มีเนื้อหาชักชวนให้กระทำผิดกฎหมายแต่อย่างใด โดยป้ายที่ปรากฏส่วนใหญ่เป็นสื่อประชาสัมพันธ์หน่วยงานรัฐ เอกชน ร้านอาหาร ที่พัก ตารางเดินรถ–เดินเรือ และข้อมูลบริการนักท่องเที่ยวทั่วไป

การบูรณาการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อสร้างความปลอดภัย ความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดบึงกาฬในฐานะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของภาคอีสานตอนบน
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมุทรปราการ ส่ง อส.ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน หาดใหญ่ จ.สงขลา / รอง นายก อบจ. ลงพื้นที่ตรวจประตูน้ำ เตรียมเดินหน้าโครงการก่อสร้างประตูน้ำใหม่

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดสมุทรปราการ ส่งกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ปฏิบัติภารกิจเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสมุทรปราการ ปล่อย

แถวกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 12 นาย เดินทางไปปฏิบัติภารกิจในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาล เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยในครั้งนี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้ให้โอวาทแก่ สมาชิก อส.ที่ไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของจังหวัดสมุทรปราการว่า ขอปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ เต็มกำลังความสามารถ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง มุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละ เพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนด และปฏิบัติภารกิจด้วย

ความระมัดระวังคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและของตนเอง และขอให้การเดินทางไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ของสมาชิก อส.จังหวัดสมุทรปราการมีความปลอดภัย และขอให้การเดินทางกลับมีความปลอดภัยเมื่อภารกิจเสร็จสิ้น

นอกจากนี้สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ โดยนางสาวอรวรรณ ชิณศรี นายกล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ ได้ตั้งจุดรับบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดภาคใต้ ณ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ โดยมี หน่วยงานราชการ ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินและสิ่งของ อาทิ น้ำดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง

อาหารพร้อมรับประทาน นม นมผงสำหรับเด็ก แพมเพอร์ส สำหรับเด็กและผู้ใหญ่ สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่ไม่สะดวกบริจาคเป็นสิ่งของ สามารถบริจาคเป็นเงิน ผ่านบัญชีสภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ ธนาคาร ไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย ประเภทบัญชี กระแสรายวัน เลขที่บัญชี 045 3 04637 0 โดยสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

รอง นายก อบจ. ลงพื้นที่ตรวจประตูน้ำ เตรียมเดินหน้าโครงการก่อสร้างประตูน้ำใหม่เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ สองรองนายก อบจ. ลงพื้นที่ ตรวจสอบประตูระบายน้ำคลองบางโปรง ปัจจุบันเป็นระบบมือหมุนไม่มีประสิทธิภาพในการควบคุมการระบายน้ำเพียงพอจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำ ทดแทนประตูเดิมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมและระบายน้ำให้ดียิ่งขึ้น

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นายสุนทร ปานแสงทอง นายกองค์บริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ได้มอบหมายให้ นายอัครวัฒน์ อัศวเหม นายต่อศักดิ์ อัศวเหม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ พร้อม นายณรงค์ อินทร์พันธุ์ ผู้อำนวยการกองช่าง อบจ.สมุทรปราการ ตรวจดูแผนผังคลองต่างๆ ที่เชื่อมต่อคลองบางโปรง และประตูระบายน้ำ ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบประตูระบายน้ำคลองบางโปรง ตำบลบางโปรง อำเภอเมืองฯ

จังหวัดสมุทรปราการ ร่วมกับนายเชาว์ สมใจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางโปรง นายชโยดม นาคะปักษิณ รองนายก อบต.บางโปรง นายสัญญา ศุภรัตน์ ผู้อำนวยการกองช่าง อบต.บางโปรง เพื่อเตรียมพร้อมในการรองรับและระบายน้ำในพื้นที่ตำบลบางโปรงและพื้นที่ใกล้เคียง

สำหรับ ประตูระบายน้ำคลองบางโปรงถือว่าเป็นอีกหนึ่งประตูน้ำที่มีความสำคัญเนื่องจากเป็นประตูระบายน้ำที่เชื่อมต่อระหว่างคลองบางโปรงกับคลองบางนางเกรง และคลองบางฝ้าย คลองบางหมูเชื่อมต่อมออกคลองบางด้วน

เพื่อช่วยในการระบายน้ำ ไม่ให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ตำบลบางโปรง ตำบลบางด้วน อำเภอเมืองสมุทรปราการ ตำบลบางหัวเสือ และถนนเส้นปู่เจ้าสมิงพราย อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากประตูระบายน้ำคลองบางโปรงปัจจุบันนี้เป็นระบบมือหมุน

ไม่มีประสิทธิภาพในการควบคุมการระบายน้ำเพียงพอจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำพร้อมเครื่องสูบน้ำ จำนวน 5 เครื่องโดยมีอัตราการสูบน้ำเครื่องละ 4 ลูกบาศก์เมตร ต่อ วินาที ทดแทนประตูเดิมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมและระบายน้ำให้ดียิ่งขึ้น


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ “รวมใจช่วยภาคใต้” ส่งมอบน้ำดื่ม-อาหารแห้ง ขึ้นเที่ยวบินพิเศษ ส่งต่อกำลังใจและความห่วงใยถึงพี่น้องผู้ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วน


วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.00 น. นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงาน ร่วมส่งมอบน้ำดื่มตราสัญลักษณ์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จำนวน 834 แพ็ค (10,008 ขวด) พร้อมอาหารแห้ง ได้แก่ มาม่าคัพ 90 ลัง (6,480 ถ้วย) และยูโร่คัสตาร์ดเค้ก 37 ลัง (5,328 ชิ้น)

ณ บริเวณคลังสินค้าภายในประเทศการบินไทย ทสภ. ทั้งนี้ได้รับการสนับสนุนเที่ยวบินพิเศษจากบริษัท พัทยา แอร์เวย์ จำกัด เพื่อลำเลียงสิ่งของช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง
ทสภ. ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่อุทกภัย และพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการสนับสนุนภารกิจบรรเทาสาธารณภัยต่อไป


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ดร.เนาวรัตน์ ที่ กระทรวงแรงงานสรุปประเด็น การคัดค้าน (ร่าง)พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานจำนวน 3 ฉบับ

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย ประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและ
อุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) โดยร่วมกับสภาองค์การนายจ้างอีก 16 สภาองค์การนายจ้าง ได้ลงนามในหนังสือคัดค้าน
1. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับ..) พ.ศ…สำเนาเลขรับ 157/2567 วันที่ 18 ธันวาคม 2567 (โดย นายจรัส คุ้มไข่น้ำ)

  1. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับ..) พ.ศ…สำเนาเลขรับ 158/2567 วันที่ 18 ธันวาคม 2567 (โดยน.ส.วรรณวิภา ไม้สน)
  2. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่. ) พ.ศ.. เสนอโดย นายเซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ
  3. ข้อเสนอแนะและสรุปประเด็นปัญหาในข้อกฎหมายที่กระทบต่อสถานประกอบการ/นายจ้าง ตามที่ ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย ประธานสภาองค์การนายจ้างฯ และคณะสภาองค์การนายจ้างอีก 16 สภาร่วมลงนาม แสดงความเห็นต่อท้าย ซึ่งได้สรุปสาระฃ
  4. สำคัญที่เป็นเหตุผลการคัดค้าน ขอเสนอแนะ และสรุปประเด็นปัญหาในข้อกฎหมายที่กระทบ ต่อสถานประกอบกิจการเพื่อให้ท่านได้ทราบถึงข้อเท็จจริงที่ข้าพเจ้าและคณะสภาองค์การนายจ้าง ได้นำเสนอมานี้

ฉบับที่ 1 (ร่าง) ฉบับที่มีเลขรับ 157/2567 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 เสนอโดย นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สส.พรรคประชาชนและคณะ
หลักการที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ดังต่อไปนี้

แก้ไขเพิ่มเติมระยะเวลาทำงานของลูกจ้าง (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 23) จากเดิมทำงาน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
ลดลงเป็น 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แก้ไขเพิ่มเติมวันหยุดประจำสัปดาห์ของลูกจ้าง (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 28) เพิ่มวันหยุดประจำสัปดาห์ 1 วันเป็น 2 วัน
แก้ไขเพิ่มเติมสิทธิการลาพักผ่อนประจำปีของลูกจ้าง (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 30)

ฉบับที่ 1 ร่าง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ.…. ของ นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สส.พรรคประชาชน และคณะ
เหตุผลที่คัดค้าน ดังนี้สืบเนื่องจากการแก้ไขเพิ่มในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งมีสาระสำคัญในภาคบังคับใช้ ปัจจุบันนั้นเหมาะสมแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไข หากผลของการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับใช้ เป็นเหตุให้เกิดภาระและปัญหาการจ้างงานในหลายประการดังต่อไป

  1. ส่งผลกระทบต่อธุรกิจทำให้ต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้น กระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงาน
  2. มีผลกระทบโดยตรงกับผู้ประกอบกิจการ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมประเภท วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
    ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมเป็นส่วนมากของประเทศ อาจต้องปิดตัวลง
  1. ก่อให้เกิดการขาดสภาพคล่องในการลงทุนภายในประเทศ และจากการลงทุนของผู้ประกอบการต่างประเทศด้วย
  2. อาจเป็นปัญหาให้เกิดผลกระทบย้อนกลับไปถึงการจ้างงานของลูกจ้างในอนาคต ซึ่งผู้ประกอบกิจการจะต้องแสวงหา
    รูปแบบการจ้างงานรูปแบบใหม่ที่เหมาะสมกว่าต่อไป เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดได้ เช่นการนำ AI หรือนำหุ่นยนต์
    มาใช้แทนการจ้างงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 11/2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.30 น. สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน จัดประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 11/2568

โดยมีนายบุญยงค์ สดสอาด เป็นประธาน และนางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน

ทำหน้าที่อนุกรรมการและเลขานุการ ณ ห้องประชุมเจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ (ชั้น 2) ศาลากลางจังหวัด อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

โดยมีวาระพิจารณาในที่ประชุม ดังนี้
1.พิจารณาเห็นชอบการขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร (จัดตั้งองค์กรใหม่) ประจำปี 2568 จำนวน 1 องค์กร สมาชิก 51 ราย

2.พิจารณาเห็นชอบการขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกร ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม 2568 – 23 พฤศจิกายน 2568 จำนวน

43 ราย จำนวน 115 บัญชี มูลหนี้ 19,779,440.80 บาท (สิบเก้าล้านเจ็ดแสนเจ็ดหมื่นเก้าพันสี่ร้อยสี่สิบบาทแปดสิบสตางค์)

3.พิจารณาเห็นชอบแผนการจัดการหนี้เกษตรกร กรณีสถาบันเกษตรกร (สหกรณ์) ประจำปีงบประมาณ 2569 จำนวน 5

สหกรณ์ จำนวน 19 ราย 25 สัญญา จำนวนเงิน 9,000,000 บาท/บุญยงค์ สดสอาด น่ยกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.เซกา จัดโครงการ “ปกป้องและเชิดชูสถาบันฯ – บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” ปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 จังหวัดบึงกาฬจัดโครงการ “ปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ และหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน”

ณ โรงเรียนบ้านหนองจิก ตำบลหนองทุ่ม อำเภอเซกา โดยมี นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานเปิดงาน

ก่อนเริ่มพิธี ผู้ว่ารักษาราชการแทนฯ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบปัญหาทางสังคม 2 ราย

และในพิธี ผู้ร่วมงานได้ร่วมยืนสงบนิ่ง 93 วินาที เพื่อถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ภายในงานมีบริการจากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ
✔ หน่วยแพทย์ พอ.สว. และทีมแพทย์–ทันตแพทย์–พยาบาล
✔ ตรวจรักษาโรคทั่วไป–คัดกรองสุขภาพ

✔ บริการด้านสาธารณสุข สวัสดิการสังคม เกษตร และประมง
✔ นิทรรศการให้ความรู้ และกิจกรรมปกป้องสถาบันฯ พร้อมรณรงค์ป้องกันยาเสพติด

พร้อมทั้งมีการมอบความช่วยเหลือแก่ประชาชน เช่น ยาสามัญประจำบ้าน ทุนเด็กชนบท สารชีวภัณฑ์–เวชภัณฑ์สัตว์ พันธุ์ปลา 50,000 ตัว เงินสงเคราะห์ผู้มีปัญหาทางสังคม รวมกว่า 50 ราย

นายจักรพงศ์ พันธุ์เพ็ง นายอำเภอเซกา กล่าวขอบคุณจังหวัดบึงกาฬที่นำบริการของรัฐมาถึงพื้นที่ ช่วยลดภาระประชาชนและเปิดโอกาสให้หน่วยงานเข้าใจปัญหาในพื้นที่ได้มากขึ้น

หลังเสร็จพิธี ผู้ว่ารักษาราชการแทนฯ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมให้บริการอย่างใกล้ชิดโครงการนี้สะท้อน

ถึงความตั้งใจของจังหวัดบึงกาฬในการยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างรอยยิ้ม และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอำเภอเซกาอย่างแท้จริง
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับกุมกลุ่มขบวนการทุจริตเรียกรับผลประโยชน์ ใบสําคัญถิ่นที่อยู่ถาวรและการให้สัญชาติไทยแก่คนต่างด้าว

แชร์เนื้อหานี้

ที่นี้อำเภอเวียงแหง.#จังหวัดเชียงใหม่.เมื่อวันที่ 18 พ.ย.68 เวลาประมาณ 07.00-10.00 น. เจ้าหน้าที่ ส่วนปราบปรามทุจริตทางทะเบียนและบัตร สน.บท. /เจ้าหน้าที่ สน.สก.กรมการปกครอง .สํานักงานตํารวจแห่งชาติ (บก.ปปป.,) ปปช., ปปท. และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ดำเนินการจับกุมกลุ่มขบวนการทุจริตเรียกรับผลประโยชน์ในการจัดทําใบสําคัญถิ่นที่อยู่ถาวรและการให้สัญชาติไทยแก่คนต่างด้าว ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 ในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ มีรายละเอียดผู้ถูกจับกุมดังนี้

1.ปลัดอำเภอ-นายอภิสิทธิ์ จันทร์คำ ปลัดอำเภอ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ อดีต หน.กง.ทบ.อ.เวียงแหง ปัจจุบัน ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่ อ.ภูซาง จ.พะเยา ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.ภูซาง จ.พะเยา-นายสรรเสริญ พงษ์พิพัฒน์ ปลัดอำเภอ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ อดีต ปลัดอำเภอ(สำนักทะเบียน อ.เวียงแหง) ปัจจุบัน ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ ที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่2.กลุ่มอดีตลูกจ้างอำเภอที่ปฏิบัติหน้าที่ ที่ สำนักทะเบียน อ.เวียงแหง-นางสาวชนันพัทธ์ ดวงสีดาชัยภัก ถูกจับกุมในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร-นางสาวชนิศา วงศ์เจริญทรัพย์ ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่-นายวิโรจน์ ปุมะ ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่-นางสาวธัญชนก มะละบุตร ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่

3.กลุ่มกำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน-นายศรีทน แก้วฝั้น กำนัน ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ /ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่-นางอิ่นแก้ว เมธา ผู้ใหญ่บ้าน ม.4 ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่/ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่-นายนาคินทร์ จองมวย ผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.เปียงหลวง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ (ปัจจุบันสียชีวิต)-นายศุภกิจ พงษ์รังษิมา ผู้ใหญ่บ้าน ม.9 ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่/ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่

2.กลุ่มบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิด-นส.คำแหลง นายมน ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่นายวันชัย วงศ์คำ ถูกจับกุมในพื้นที่ กทม.โดยห้วงก่อนหน้านี้ จากการสืบสวนพบว่า มีกลุ่มนายหน้าร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐทุจริต นําคนต่างด้าวซึ่งไม่มีคุณสมบัติตามมติ ครม. ดังกล่าว มาทําการสวมตัวและ ทํารายการเท็จออกใบสําคัญถิ่นที่อยู่ถาวรและบัตรประจําตัว ทั้งนี้กรมการปกครองจึงมอบหมายให้ชุดปฏิบัติการสืบสวนนําพยานหลักฐาน เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน

กองบังคับการป้องกันปราบปรามการ ทุจริตและประพฤติมิชอบ กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง เพื่อให้ ดําเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ กลุ่มนายหน้า และคนต่างด้าวในความผิด ฐานร่วมกันกระทําการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการใน ทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ ตามมาตรา 50 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534, นําเข้าสู่ระบบ คอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จหรือข้อมูลปลอมโดยทุจริตหรือ

โดย หลอกลวง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน มาตรา 9 ประกอบ มาตรา 14 (1) แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560, เป็นเจ้าพนักงานทําเอกสารเท็จ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดย ทุจริต ตามมาตรา 162 และมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา…

สมจิตรแสง บันลังค์ รายงาย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เจ้าคุณแจ้ วัดบางพลีใหญ่กลาง รับเผาศพไร้ญาติ “ลุงขายหมูปิ้งวัย 70” ฟรี และจัดพิธีสวดพระอภิธรรม ถวายพระราชกุศลแด่ พระพันปีหลวง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 วัดบางพลีใหญ่กลาง ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมตตาเผาศพชายวัย 70 ปี ซึ่งเป็นศพไร้ญาติ รายที่ 82 ในวันนี้วัดบางพลีใหญ่กลาง

โดย ท่านพระครูวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ได้เมตตาเผาศพชายไร้ญาติ รายที่ 82 นายสมดี แซ่โง้ว ผู้ตาย

โดยมี นางสาวภิญญาพัชญ์ แตงอ่อน นักสังคมสงเคราะห์ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์ ข้าราชการตำรวจ สภ.บางพลี เจ้าหน้าที่วัด และสื่อมวลชน ร่วมฌาปนกิจนายสมดี แซ่โง้ว พระสงฆ์สวดบังสุกุลอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้ที่ล่วงลับ

จากการสอบถามนางสาวภิญญาพัชญ์ แตงอ่อน นักสังคมสงเคราะห์ เปิดเผยว่า จากการสอบถามคนในชุมชนซอยท่อแก๊ส นายสมดี แซ่โง้ว (ผู้ตาย) พักอาศัยอยู่ภายในชุมชนซอยท่อแก๊ส ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ มีอาชีพขายหมูปิ้งเลี้ยงชีพไปวันๆ ไม่มีญาติพี่น้องและไม่มีครอบครัวแต่อย่างใด

นางสาวภิญญาพัชญ์ แตงอ่อน นักสังคมสงเคราะห์ ยังบอกอีกว่า ที่ผ่านมาผู้ตายเป็นคนกำพร้าตั้งแต่อายุ 4 ปี มีเพียงคนในชุมชนซอยท่อแก๊สให้การช่วยเหลือในเรื่องข้าวปลาอาหารเป็นบางครั้งคราว และมีอาชีพขายหมู่ปิ้งอยู่ในชุมชนแห่งนี้เพื่อเลี้ยงตัวเองไปวันๆ

และจากการชันสูตรของแพทย์ทราบว่าผู้ตายป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจล้มเหลว เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ตายมีอาการป่วยด้วยโรคประจำตัวมานาน ซึ่งเจ้าตัวไม่กล้าที่จะไปพบหมอรักษา เนื่องจากไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนจนอาการทรุดหนักและเข้ารักษาตัวที่ รพ.บางพลี และเสียชีวิตลงขณะรักษาตัวที่ รพ.บางพลี

ก็ตาม หลังจากที่เสียชีวิตลงทางนักสังคมสงเคราะห์ทราบว่านายสมดี แซ่โง้ว ผู้ตาย ไม่มีญาติพี่น้องและไม่มีครอบครัวจึงประสานขอความอนุเคราะห์มายังวัดบางพลีใหญ่กลาง

ท่านพระวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ทราบเรื่องจึงได้เมตตารับฌาปนกิจศพให้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด และเปฺ็นศพไร้ญาติรายที่ 82 ที่ทางวัดบางพลีใหญ่กลางเผาศพให้ฟรี


วัดบางพลีใหญ่กลางจัดพิธีสวดพระอภิธรรม ถวายพระราชกุศลแด่ พระพันปีหลวง วัดบางพลีใหญ่กลาง ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16.00 น. ที่ศาลาการเปรียญหลังใหม่ ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ นายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย

และมีพ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางพลี เป็นประธานจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีพระวชิรคณาทร “เจ้าคุณแจ้” เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

พร้อมด้วยคณะพระสงฆ์ ไวยาวัจกร วัดบางพลีใหญ่กลาง คณะผู้บริหาร พนักงาน ข้าราชการ อบต.บางพลีใหญ่ เจ้าหน้าที่พยาบาล โรงพยาบาลบางพลี เจ้าหน้าที่ศูนย์แพทย์ชุมชนวัดบางพลีใหญ่กลางข้าราชการตำรวจ สภ.บางพลี

และประชาชนชาวอำเภอบางพลี ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล
โดยมีนายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางพลี นายชัยยันต์ กองอรรถ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ นายธนิต ปานรอด รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโรงพยาบาลบางพลี

ถวายผ้าไตรบังสุกุล พระสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง 9 รูป สวดพระอภิธรรมและพิจารณาผ้าบังสุกุล กรวดน้ำ เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ม.นราธิวาสฯเปิดการประชุม Kick-off และ Co-Design Workshop เดินหน้าโครงการวิจัยสร้างกลไกความร่วมมือพัฒนาเมืองต้นแบบ 3 จังหวัดภาคใต้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องประชุมนวบานบุรี ชั้น 3 ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดการประชุม Kick-off และ Co-Design Workshop ภายใต้โครงการวิจัย “การสร้างกลไกความร่วมมือในการขยายผลการพัฒนาเมืองต้นแบบชายแดนใต้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน” ร่วมกับ ผศ.ดร.สุริยจรัส เตะชะตันมีนสกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคมในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้

สำหรับโครงการวิจัยดังกล่าวอยู่ภายใต้แผนงานย่อย N22 (S2P13) ในโปรแกรมพัฒนาเมืองน่าอยู่และพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ โดยใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองตาม 5 มิติของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ได้แก่ มิติคน สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและความมั่งคั่ง ความปลอดภัย และความเป็นหุ้นส่วนการพัฒนา มุ่งปิดช่องว่างการทำงาน “ต่างคนต่างอยู่” สู่ความร่วมมือเชิงสถาบัน

นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า พื้นที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา และสตูล ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ การค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงสู่มาเลเซียและอาเซียน แม้จะมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์และศักยภาพด้านการท่องเที่ยวระดับโลก แต่ยังเผชิญปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ สถานการณ์ความไม่สงบ และความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี

ทั้งนี้การวิเคราะห์สถานการณ์พบว่า ปัญหาสำคัญคือการขาดการบูรณาการความร่วมมือและการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน รวมถึงช่องว่างทางเทคโนโลยีของวิสาหกิจชุมชน ทำให้ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นไม่สามารถแข่งขันในตลาดสมัยใหม่ได้

สำหรับโครงการนี้จึงมุ่งสร้าง “กลไกความร่วมมือเชิงสถาบัน” (Institutional Collaboration Mechanism) เพื่อเป็นเครื่องมือหลักในการเชื่อมโยงทุกภาคส่วน พัฒนานโยบายนวัตกรรม และถ่ายทอดเทคโนโลยีพร้อมใช้จากมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์สู่ชุมชน เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

ซึ่งกิจกรรมในวันนี้มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมอย่างเข้มข้นผ่าน Co-Design Workshop โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการ สร้างความเข้าใจร่วมกัน ในสถานการณ์ ปัญหา และศักยภาพของพื้นที่ และการ ร่วมออกแบบโซลูชันและกลไกความร่วมมือ เพื่อให้การพัฒนาเกิดผลสัมฤทธิ์จริง

โดยการประชุมแบ่งเป็นสองส่วนสำคัญ ได้แก่ 1. นำเสนอข้อมูลพื้นฐาน (Baseline) และสถานการณ์ของ 6 อำเภอในพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ อำเภอเมืองนราธิวาส ตากใบ สุไหงโก-ลก แว้ง เบตง และควนโดน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมมีข้อมูลตั้งต้นที่ตรงกัน ครอบคลุมปัญหา ผลกระทบ และปัจจัยท้าทายของแต่ละพื้นที่ 2. กิจกรรม Co-Design Workshop แบ่งเป็น 2 ช่วง
ส่วนที่ 1: “ทบทวนอดีต – เข้าใจปัจจุบัน”ผู้เข้าร่วมแต่ละกลุ่มร่วมวิเคราะห์ประวัติการทำงานของชุมชน ปัญหา ผลลัพธ์ที่ผ่านมา และทุนทางสังคมที่มีอยู่

ส่วนที่ 2: “ค้นหาจุดเด่น – ต่อยอดอนาคต”เพื่อค้นหาศักยภาพของแต่ละพื้นที่และร่วมออกแบบต้นแบบการพัฒนา (Model) ที่สามารถนำไปขยายผลในวงกว้าง โดยตัวแทนจากทุกภาคส่วนกว่า 7 กลุ่มเข้าร่วมซึ่งงานนี้ได้รับความร่วมมือจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยนเรศวรหน่วยงานภาครัฐจังหวัดนราธิวาส ยะลา และสตูล ส่วนปกครองท้องถิ่น 6 อำเภอ ภาคธุรกิจเอกชนและหอการค้า นักวิจัยและบุคลากรจากหลายสถาบัน

นายวีรพัฒน์กล่าวทิ้งท้ายว่า ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างกลไกการทำงานร่วมกันที่เข้มแข็ง นำไปสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสม การสร้างบุคลากรแกนนำ “ครูค่ายชายแดน” และการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้อย่างยั่งยืน ก่อนประกาศเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ
////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชมรมโฮปฯ มอบน้ำดื่ม 1,200 ขวด ส่งต่อช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม อ.เสนา อยุธยา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ที่สำนักงานชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ภายในวัดมหาวงษ์ (ปากน้ำ) ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ดร.ปิยนุช (แนนซี่) พาณิชย์พิศาล

ประธานชมรมโฮปฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมกันมอบน้ำดื่มขนาด 600 มิลลิลิตร จำนวน 100 แพ็ก รวม 1,200 ขวด ให้แก่ตัวแทนชมรมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยเมืองแพรกษาใหม่ นำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ กล่าวว่า วันนี้ทางชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ได้มอบน้ำไปร่วมกับชมรมอาสาสมัครบรรเทาภัย เมืองแพรกษาใหม่ เพื่อไปช่วยน้ำท่วมที่ อ.เสนา จังหวัดอยุธยา ทางชมรมอยากเป็นสะพานบุญร่วมช่วยเหลือเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ เพราะระดับน้ำ

ที่นั่นสูงเกือบ 3 เมตร และได้ยินว่าขาดแคลนน้ำดื่ม ทางชมรมจึงมีความยินดีที่ได้เป็นสะพานบุญ ช่วยเหลือน้ำดื่ม แก่พ่อแม่พี่น้องที่จังหวัดอยุธยาในครั้งนี้การมอบสิ่งของช่วยเหลือดังกล่าว

สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างชมรมโฮปฯ และเครือข่ายอาสาสมัครในพื้นที่สมุทรปราการ เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทสภ. จัดซ้อมแผนฉุกเฉินระบบลำเลียงกระเป๋า จำลองแผ่นดินไหว–รังสีรั่วไหล ยกระดับความปลอดภัยสร้างความมั่นใจผู้โดยสาร

แชร์เนื้อหานี้

ทสภ. จัดซ้อมแผนฉุกเฉินระบบลำเลียงกระเป๋า จำลองแผ่นดินไหว–รังสีรั่วไหล ยกระดับความปลอดภัยสร้างความมั่นใจผู้โดยสาร
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจัดฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุของระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ กรณีอพยพเจ้าหน้าที่เหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหว รวมถึงสถานการณ์เพิ่มเติมกรณีการเกิดรังสีรั่วไหลจากม่านกั้นรังสีของเครื่อง X – ray ชำรุด เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้โดยสาร สายการบิน และผู้ประกอบการ พร้อมรับมือฟื้นฟูการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น. นายสืบพงษ์ คำโฮงค์ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายบำรุงรักษา) เป็นประธานเปิดการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุของฝ่ายระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Contingency Plan) ระดับ 3 แบบเต็มรูปแบบ (Full – Scale) ประจำปีงบประมาณ 2569 (Baggage Handling Emergency Exercise 2025 : BHEMEX-25) กรณีอพยพเจ้าหน้าที่เมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหว รวมถึงสถานการณ์เพิ่มเติมกรณีการเกิดรังสีรั่วไหลจากม่านกั้นรังสีของเครื่อง X – ray ชำรุด

เพื่อให้พนักงาน ผู้ประกอบการในพื้นที่ปฏิบัติงาน ได้ร่วมฝึกซ้อมเพื่อสร้างความเข้าใจในการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยของระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระให้เป็นไปตามมาตรฐาน ตลอดจนการฟื้นคืนระบบฯ ให้สามารถกลับมาเปิดบริการได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ โดยการฝึกซ้อมฯ มีนายอดิศักดิ์ ทูลสูงเนิน รองผู้อำนวยการท่าอากาศยาน (สายปฏิบัติการ 1) ผู้บริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมสังเกตการณ์ ณ ศูนย์อาหารฝั่งตะวันออก ชั้น 2 อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT – 1)

นายสืบพงษ์ เปิดเผยว่า การฝึกซ้อมฯ ดังกล่าวเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายใน ทสภ. อาทิ ฝ่ายระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ ฝ่ายมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย ฝ่ายไฟฟ้าและเครื่องกล ฝ่ายสนามบินและอาคาร ฝ่ายการแพทย์ และหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง อาทิ บริษัท ล็อกซเล่ย์ อีโวลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด บริษัท แอโร่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัทให้บริการภาคพื้น (GHA) คณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบินกรุงเทพ (AOC) และสายการบิน เข้าร่วมการฝึกซ้อม เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ตลอดจนลดความเสี่ยงต่อการให้บริการ โดยเฉพาะด้านการบริหารจัดการกระเป๋าสัมภาระในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติ

ทั้งนี้ การฝึกซ้อมฯ ได้เพิ่มเติมสถานการณ์ กรณีเกิดรังสีรั่วไหลจากม่านกั้นรังสีของเครื่อง X – ray ชำรุด ที่บริเวณ Sorting Area ชั้น G เพื่อให้การฝึกเป็นไปตามกฎกระทรวงที่กำหนดมาตรฐานการทำงานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ. 2564 (ข้อ 18) ซึ่งระบุให้มีการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุเกี่ยวกับรังสีเป็นประจำทุกปี เพื่อให้บุคลากรมีความพร้อมในการปฏิบัติงานอย่างถูกต้องและปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุจริงการฝึกซ้อมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ ทสภ. ในการยกระดับมาตรฐาความปลอดภัยสู่ระดับสากล สร้างความมั่นใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน สายการบิน และผู้ใช้บริการ พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพันธกิจของ ทสภ. ในการเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (Regional Aviation Hub) อย่างมั่นคงและยั่งยืน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯสมุทรปราการ ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา วางแผนรับมือน้ำเหนือ–น้ำทะเลหนุน /“แนนซี่” ประธานชมรมโฮปฯ เยี่ยมน้องจูจิ ผู้ป่วย หลังอาการทรุด-สมองฝ่อ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ แก้วเสนา ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ / น.ส.ดวงสมร พรช่วยกอบกุล ปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ) รักษาราชการแทนนายอำเภอพระประแดง / นายพิศิษฐ์ รุ่งเรือง ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง / ดร.สรรเกียรติ กุลเจริญ นายกเทศมนตรีเมืองปู่เจ้าสมิงพราย /

นายฉัตรชัย เวชสาร ผู้อำนวยการเจ้าท่าจังหวัดสมุทรปราการ / พ.อ.ธนิวรรธณ์ คำกรุนันทกานต์ รองผู้อำนวยการ กอ.รมน.จังหวัดสมุทรปราการ / และ พ.ต.อ.พยงค์ เอี่ยมสกุล ผกก.4 บก.รน.ตำรวจน้ำจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดสำคัญของ

ท่าเรือข้ามฝากและแพขนานยนต์ ที่ให้บริการประชาชนจากฝั่งอำเภอพระประแดงไปยังฝั่งถนนปู่เจ้าสมิงพราย ซึ่งในช่วงนี้มีระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นจากอิทธิพลของน้ำทะเลหนุน ประกอบกับมวลน้ำเหนือที่ไหลลงมาสมทบและฝนตกในพื้นที่คณะผู้บริหารจังหวัดได้ร่วมลงเรือสำรวจแนวแม่น้ำ พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ

ได้ออกแนวทางปฏิบัติ 7 ข้อสำคัญ ได้แก่ 1.ให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลข่าวสาร จากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด / 2.เตรียมสิ่งของจำเป็น เช่น อาหารแห้ง น้ำดื่ม ยา และอุปกรณ์ฉุกเฉินไว้ล่วงหน้า / 3.วางแผนเส้นทางเดินทาง

ให้รอบคอบก่อนออกจากบ้านเพื่อความปลอดภัย / 4.กำชับผู้ประกอบการเรือและแพขนานยนต์ ให้ตรวจสอบความปลอดภัย มีเสื้อชูชีพเพียงพอ และดูแลความมั่นคงของโป๊ะเทียบเรือ / 5.ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนยกของขึ้นที่สูง โดยเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร / 6.เตือนผู้ขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ให้ใช้ความระมัดระวังขณะสัญจรในพื้นที่น้ำท่วมขัง / 7.หากได้รับความเดือดร้อน ให้ติดต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปท. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

รวมทั้งสายด่วน 1784 (กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) และ 192 (ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ) นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า “สมุทรปราการเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้ปากอ่าว จึงได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลหนุน น้ำเหนือที่ไหลลงมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงฝนตกตามฤดูกาล ซึ่งทั้งหมดส่งผลต่อระดับน้ำในพื้นที่ โดยเฉพาะชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา”ผู้ว่าฯ ยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ขณะนี้พบว่าคันกั้นน้ำบางส่วนชำรุดหรือไม่สมบูรณ์ ทางจังหวัดได้ประสานศูนย์ป้องกันภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เพื่อเร่งเสริมแนวคันกั้นน้ำและแก้ไขจุดเสี่ยงโดยด่วนด้าน ดร.สรรเกียรติ กุลเจริญ นายกเทศมนตรีเมืองปู่เจ้าสมิงพราย กล่าวว่า“การป้องกันน้ำท่วมเป็นเรื่องยากเพราะเป็นภัยธรรมชาติ แต่ทางเทศบาลมีทีมงานพร้อมช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง แม้จะมีข้อจำกัดบางประการ เช่น เครื่องสูบน้ำที่ต้องซ่อมแซมเร่งด่วนเมื่อชำรุดกะทันหัน แต่เราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำ”


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

“แนนซี่” ประธานชมรมโฮปฯ ลงพื้นที่เยี่ยมน้องจูจิ ผู้ป่วยชักไม่ทราบสาเหตุ หลังอาการทรุด-สมองฝ่อ

เมื่อช่วงบ่าย วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ดร.ปิยนุช (แนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา พร้อมด้วย นายวสุ เผ่าตำรวจ รองประธานชมรมฯ และเจ้าหน้าที่ชมรมโฮปฯ ได้เดินทางไปเยี่ยม น้องจูจิ ผู้ป่วยโรคชักที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด

ณ บ้านพักของครอบครัว ภายในซอยหลังธนาคารกรุงเทพ ถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) หลักกิโลเมตรที่ 14 หมู่ 4 ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อให้กำลังใจและมอบสิ่งของยังชีพ อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง ปลากระป๋อง ขนม น้ำดื่ม และเงินช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ กล่าวว่า วันนี้ได้ไปลงเคสบ้านน้องจูจิ เคยดูแลน้องมาเกือบสองปี มีช่วงนึงที่น้องดีขึ้นและสามารถไปโรงเรียนได้ แต่ช่วงนี้กลับมามีอาการชักเกือบทุกวัน ทางคุณพ่อคุณแม่น้องแจ้งว่าน้องมีอาการสมองฝ่อ จะต้องย้ายโรงพยาบาลไปรักษาต่อในกรุงเทพ ทางชมรมได้ดูแลอย่างต่อเนื่องโดยนำข้าวสารอาหารแห้ง พร้อมกับเงินช่วยเหลือ มาช่วยน้อง เพื่อได้แบ่งเบาภาระปัญหาทางครอบครัว เพราะน้องน่าสงสารมาก

ได้ไปเรียนแค่ปีที่แล้วที่อาการดีขึ้น แต่ตอนนี้ต้องหยุดเรียนอีกแล้วเพราะน้องมีอาการชักและน้องยังเด็กมาก ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ ยื่นยันว่า ทางชมรมโฮปฯ จะยังคงดูแลน้องจูจิอย่างต่อเนื่อง ไม่ทอดทิ้ง และจะคอยเป็นกำลังใจให้ครอบครัวก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้
ทั้งนี้ “น้องจูจิ” เป็นหนึ่งในหลายครอบครัวที่ทางชมรมโฮปฯ ให้การช่วยเหลือใน ด้านอาหาร สิ่งของ และเงินช่วยเหลือ โดยชมรมยังคงเดินหน้าภารกิจ “สะพานบุญแห่งความหวัง” เพื่อส่งต่อโอกาสและความเมตตาแก่ผู้ป่วยยากไร้


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “Fix it – อาชีวะจิตอาสา” ซ่อมบ้าน ซ่อมใจ จากพลังฝีมือ เป็นพลังใจ สร้างสังคมแห่งการให้ ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบชายแดนไทย–กัมพูชา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 — นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Fix it – อาชีวะจิตอาสา” ส่งมอบบ้านเรือนที่ได้รับการซ่อมแซมให้แก่ผู้ประสบเหตุจากความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมมอบถุงยังชีพและอาหารให้กับประชาชนในพื้นที่ตำบลเสาธงชัย ณ ศาลากลางประชาคมหมู่บ้าน บ้านภูมิซรอลใหม่ หมู่ 12 ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

โดยมีนายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่ายภาครัฐ และเอกชน ผู้บริหารสังกัดสำนักงานอาขีวศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ ทั้งภาครัฐและเอกชน ครู บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วม

นายยศพล กล่าวว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย–กัมพูชา เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ส่งผลกระทบชีวิตความเป็นอยู่และบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหาย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีความห่วงใย มอบหมาย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ และมอบหมายต่อให้ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัด Fix it – อาชีวะจิตอาสา เข้าช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้น และซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งที่ผ่านมา สอศ. ได้ให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวในสถานศึกษา จัดครัวอาชีวะบริการอาหาร น้ำดื่ม และซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า โดย สอศ. บูรณาการการดำเนินงานระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ และสถานศึกษาในพื้นใกล้เคียง ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน

นายยศพล กล่าวต่อว่า วันนี้ สอศ. ได้ดำเนินกิจกรรม Fix it – อาชีวะจิตอาสา เรียบร้อยแล้ว พร้อมส่งมอบบ้านเรือนที่ซ่อมแซมแล้ว 24 หลัง พร้อมมอบถุงยังชีพ 570 ชุด ที่เป็นเครื่องอุปโภค บริโภค และอาหารกล่องพร้อมเครื่องดื่ม 500 ชุด ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งจัดครู นักเรียน นักศึกษาอาชีวะให้บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกลการเกษตร และยานพาหนะ มอบพันธ์ุไม้-สอนตอนกิ่ง และฝึกอาชีพระยะสั้นให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเหล่ากาชาดศรีสะเกษ และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ ดำเนินการนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินภัยอื่นๆ เป็นค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาทั้งในและนอกพื้นที่

นายยศพล กล่าวปิดท้ายว่า กิจกรรม Fix it – อาชีวะจิตอาสา ในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงด้วยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ภายใต้การขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ มุ่งสร้างความมั่นคงในชีวิต และอาชีพของประชาชน Fix it – อาชีวะจิตอาสา คือ Soft Power อาชีวะ ที่แสดงพลังของน้องๆ นักเรียนอาชีวะ พร้อมเสียสละ นำความรู้และทักษะช่วยเหลือสังคม และมั่นใจได้ว่าฝีมือนักเรียน นักศึกษา ได้มาตรฐานวิชาชีพทางด้านช่าง มีคุณภาพ 100 % และเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของ สอศ. ที่มุ่งสร้างสังคมแห่งการให้ ที่ไม่เพียงสร้างช่างฝีมือ แต่ยังสร้างพลังอาชีวะจิตอาสาเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง
///////////
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ครอบครัวพาณิชย์พิศาล จัดพิธีทำบุญวันคล้ายวันเกิด “อัครนันท์–ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล”/ชมรมโฮปฯ มอบโลงร้อยใบ แก่ พุทธสมาคมฯเผยแผ่คุณธรรม “เต็กก่า” จีแชเกาะ พร้อมรับมอบรถใช้ในภารกิจสาธารณกุศล

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 น. ที่วัดมหาวงษ์ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ครอบครัวพิศาล นำโดย คุณแม่ธัญยธรณ์ พานิชย์พิศาล ประธานกิตติมศักดิ์ชมรมโฮปฯ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเกศริน พาณิชย์พิศาล ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ชมรมโฮป

จัดพิธีทำบุญถวายภัตตาหารเพล แด่พระสงฆ์ จำนวน 34 รูป เนื่องในโอกาส วันคล้ายวันเกิดคุณพ่ออัครนันท์ พาณิชย์พิศาล ประธานกิตติมศักดิ์ชมรมโฮป

และ ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา โดยได้รับความเมตตาจากพระครูสมุทรวชิรธรรม (สราวุฒิ โรจนธมฺโม) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

ภายในงานครอบครัวพานิชย์พิศาล คหบดีผู้ใจบุญ ยังได้ถวายเครื่องซักผ้า ให้กับวัดมหาวงษ์ จำนวน 3 เครื่อง เพื่อใช้ประโยชน์ภายในวัดภาย

ในงานมีนายธนิตพงษ์-นางทิพย์ประภา วรัณวงศ์เจริญ เพื่อนผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเกศริน แขกผู้มีเกียรติ ญาติพี่น้องครอบครัวพาณิชย์พิศาล ตลอดจนคณะกรรมการ อาสาสมัครชมรมโฮปฯ

และสมาคมกู้ภัยจังหวัดสมุทรปราการ นำกระเช้าของขวัญมาร่วมอวรพร คุณพ่ออัครนันท์ พาณิชย์พิศาล ประธานกิตติมศักดิ์ชมรมโฮปฯ และ ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา กันอย่างคึกคัก


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

ชมรมโฮปฯ มอบโลงร้อยใบ แก่ พุทธสมาคมฯเผยแผ่คุณธรรม “เต็กก่า” จีแชเกาะ พร้อมรับมอบรถใช้ในภารกิจสาธารณกุศล

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.00 น. ที่ บริเวณชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ภายในวัดมหาวงษ์ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ

พร้อมด้วย นายอัครนันท์ / นางธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล ประธานกิตติมศักดิ์ชมรมโฮปฯ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเกศริน พาณิชย์พิศาล ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ชมรมโฮปฯ ครอบครัวเกษมสิริชูวงศ์ และเจ้าหน้าที่ชมรมโฮปฯ ได้ร่วมกันมอบหีบศพ จำนวน 100 ใบ ให้กับ พุทธสมาคมฯเผยแผ่คุณธรรม “เต็กก่า” จีแชเกาะ จังหวัดขอนแก่น

ต่อมา คุณกุลภัสสรณ์ เกษมสิริชูวงศ์ และครอบครัว ได้มอบรถยนต์แวน ยี่ห้อ โตโยต้า วิช สีดำ ทะเบียน 6 ขฐ 2746 กรุงเทพมหานคร ให้แก่ทางชมรมโฮปฯ เพื่อใช้ประโยชน์ในกิจกรรมสาธารณกุศล เช่น

การช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ การขนย้ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ และภารกิจด้านจิตอาสาต่าง ๆ โดยมี ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมฯ พร้อม นายอัครนันท์ พาณิชย์พิศาล ประธานกิตติมศักดิ์ เป็นผู้รับมอบอย่างเป็นทางการ

โดยบรรยากาศในงานเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเรียบง่าย ท่ามกลางรอยยิ้มของผู้ร่วมงานที่มาด้วยจิตศรัทธา การมอบหีบศพและรถยนต์ครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดี ๆ ของชมรมโฮปฯ ที่มุ่งเน้นการสร้าง “สะพานบุญ” เพื่อช่วยเหลือสังคมและส่งต่อความหวังแก่ผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ

ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ กล่าวว่า วันนี้ทางชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ได้จัดฉลองวันเกิดคุณพ่ออัครนันท์ พาณิชย์พิศาล ประธานกิตติมศักดิ์ของทางชมรมฯ ครบรอบ 72 ปี

ได้จัดทำบุญถวายพระเพลและกินเลี้ยง และได้มอบโรงไปที่ พุทธสมาคมฯเผยแผ่คุณธรรม “เต็กก่า” จีแชเกาะ จังหวัดขอนแก่น จำนวน 100 ใบ และมีการรับมอบ รถ โตโยต้า วิช จากคุณกุลภัสสรณ์ เกษมสิริชูวงศ์ และครอบครัว เพื่อไว้ให้ชมรมโฮปฯ ใช้ในการสาธารณะประโยชน์


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /โรงพยาบาลสลุยจัด “จิบน้ำชาการกุศล” หาทุนซื้ออุปกรณ์ดูแลผู้ป่วย

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ส.ส.ลูกหมี – นายกโต้ง – รองกิต ร่วมมอบเตียงผู้ป่วยและถังออกซิเจน สนับสนุนการดูแลสุขภาพชุมชน เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร นายสิทธิ์ชัย ชูจีน สาธารณสุขอำเภอท่าแซะ

เป็นประธานเปิดกิจกรรม “เลี้ยงน้ำชาการกุศล” จัดโดยชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ร่วมกับ รพ.สต.สลุย เพื่อระดมทุนจัดหากายอุปกรณ์ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยในพื้นที่แบบองค์รวม
ภายในงานมีบุคลากรทางสาธารณสุข หมอ อสม.จาก รพ.สต.ต่าง ๆ เข้าร่วมจำนวนมาก รวมทั้งนายอนิรุท พลราม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสลุย

นางจิราพร หนูชนะภัย กำนันตำบลสลุย นายชาญณรงค์ เสนเผือก อดีตกำนันตำบลสองพี่น้อง นายสายัณห์ สุธานินท์ อดีตกำนันตำบลสองพี่น้อง ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก ก่อนเริ่มงาน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันยืนสงบนิ่ง 1 นาที

เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นางสาวพรรณพิศ ภูนิคม ประธาน อสม.รพ.สต.สลุย กล่าวว่า

การจัดงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ถือเป็นพลังแห่งความเมตตาและความสามัคคีของคนในชุมชน เงินและสิ่งของที่ได้รับบริจาคจะนำไปใช้ในการจัดหากายอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและผู้สูงอายุในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น

ในโอกาสนี้ นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เป็นผู้แทน นายชุมพล จุลใส (ส.ส.ลูกหมี) และ นายนพพร อุสิทธิ์ (นายกโต้ง) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร

มอบเตียงผู้ป่วยจำนวน 2 เตียง และถังออกซิเจน 3 ถัง ให้กับ รพ.สต.สลุย เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ พร้อมระบุว่า จะส่งมอบเตียงผู้ป่วยเพิ่มเติมอีก 2 เตียง และถังออกซิเจนจำนวนหนึ่งให้กับ รพ.สต.บ้านพันวาลในโอกาสต่อไป

ด้าน นายชัยยุทธ ไชโย ผู้อำนวยการ รพ.สต.สลุย กล่าวว่า ภายในงานได้จัด “ตลาดนัดสุขภาพ” ให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสมทบทุน พร้อมเลือกซื้อสินค้าชุมชนและเครื่องดื่มสุขภาพจากเครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชนอำเภอท่าแซะ เช่น กาแฟกูเสือเต้น, ปับพันวาล (ผาเปิดใจ), แนนฟาร์มม้า

(ไร่พอเพียงฟาร์ม), กาแฟโรสิยาห์, ชาใบมิ้นและหญ้าหวานจาก “พรผู้สร้าง” รวมถึงกาแฟพัฒนะจากตำบลดอนยาง อำเภอปะทิว
กิจกรรมครั้งนี้นอกจากเป็นการส่งเสริมสุขภาพและสร้างความสัมพันธ์ในชุมชนแล้ว ยังสะท้อนถึงพลังของความร่วมมือในการพัฒนางานสาธารณสุขระดับพื้นที่อย่างแท้จริง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทสภ. ยืนยันระบบตรวจสัมภาระได้มาตรฐานสากล แจงกรณีพบเครื่องกระสุนปืนที่สนามบินภูเก็ตเกิดภายหลังนักท่องเที่ยวอิสราเอลเดินทางในไทยกว่าสัปดาห์

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ชี้แจงกรณีสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข้อมูลผู้โดยสารชาวอิสราเอลถูกตรวจพบเครื่องกระสุนปืนในกระเป๋าสัมภาระที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าผู้โดยสารรายนี้เคยเดินทางเข้าประเทศผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 และสัมภาระผ่านระบบตรวจสอบได้อย่างไรนั้นจากการตรวจสอบของ ทสภ. พบว่าผู้โดยสารรายดังกล่าวเดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 และได้เดินทางต่อไปยังจังหวัดภูเก็ตในวันเดียวกัน

ก่อนท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ เช่น เกาะพีพี และภูเก็ต จนกระทั่งเกิดเหตุที่สนามบินภูเก็ตในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งเป็นเวลาหลังจากเข้าประเทศมากว่าสัปดาห์แล้ว
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบย้อนหลังพบว่าในช่วงที่ผู้โดยสารเดินทางออกจาก ทสภ.

ไปยังท่าอากาศยานภูเก็ต สัมภาระผู้โดยสารได้ผ่านการตรวจค้นโดยระบบตรวจสอบวัตถุระเบิด (Explosive Detection System : EDS) และไม่พบสารระเบิดหรือวัตถุต้องสงสัยใด ๆ จึงผ่านขั้นตอนการตรวจสอบตามปกติ ทั้งนี้ หากระบบตรวจพบวัตถุระเบิดหรือวัตถุต้องสงสัยใด ๆ จะส่งสัญญาณแจ้งเตือนและเจ้าหน้าที่จะนำสัมภาระออกมาตรวจสอบซ้ำตามขั้นตอนทันที

ทสภ. ให้ความสำคัญสูงสุดกับมาตรการรักษาความปลอดภัยของผู้โดยสารและอากาศยาน โดยใช้ระบบตรวจสอบสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง (Hold Baggage Screening System) ที่ออกแบบตามมาตรฐานของหน่วยงานบริหารการรักษาความปลอดภัยด้านการขนส่งของสหรัฐอเมริกา (TSA) และ European Civil Aviation Conference (ECAC) ของสหภาพยุโรป ซึ่งผ่านการรับรองจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) รวมทั้งผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานตรวจสอบทั้งในและนอกประเทศ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สนามบินภูเก็ตเป็นเหตุภายหลังจากผู้โดยสารได้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยหลายวันแล้ว และขณะนี้ก็อยู่ในขั้นตอนการสืบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ทสภ. ยังคงดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานสากล เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารและอากาศยาน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สุโขทัยรับขบวนแห่ไฟพระฤกษ์ และพระประทีปพระราชทานไปประดิษฐาน ณ ตระพังตระกวน อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (5 พฤศจิกายน 2568) เวลา 11.00 น. ณ ตระพังตระกวน อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในพิธีอัญเชิญไฟพระฤกษ์และพระประทีปพระราชทานไปประดิษฐาน ณ แท่นที่จัดเตรียมไว้ ในการนี้ นายธีรยุทธ สำราญทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ศาล ทหาร ตำรวจ อัยการ หัวหน้าส่วนราชการ และข้าราชการร่วม

ในพิธีโดยขบวนแห่ไฟพระฤกษ์ และพระประทีปพระราชทานผ่านศาลปู่ผาดำ ตลาดสดเทศบาลตำบลเมืองเก่า เข้าสู่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ผ่านพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช มายังตระพังตระกวน ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย หัวหน้าส่วนราชการ และข้าราชการ ตั้งแถวรอรับขบวนแห่ไฟพระฤกษ์ และพระประทีปพระราชทาน วงโยธวาทิตโรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม

บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี กองเกียรติยศ จากมณฑลทหารบกที่ 39 ตั้งขบวน พร้อมทำความเคารพ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยรับไฟพระฤกษ์จากผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ แท่นที่จัดเตรียมไว้ กำลังพลจาก กองทัพภาคที่ 3 อัญเชิญพระประทีปพระราชทานทั้ง 11 พระองค์ ไปประดิษฐาน ณ แท่นที่จัดเตรียมไว้ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยเป็นผู้รับไปประดิษฐานจนครบทุกพระองค์

จังหวัดสุโขทัยกำหนดจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2568 ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และได้ขอพระราชทานพระประทีป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระประทีป สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ

เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูล สิริวิบูลยราชกุมาร และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เพื่อเชิญไปลอยเป็นปฐมฤกษ์ในงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2568 ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี/ ครอบครัวชาวสุราษฏร์ฯ 7 คน เดินเท้าจากสุราษฏร์ฯ เข้าเขตทับสะแกแล้ว เพื่อไปเคารพพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง ถวายความจงรักภักดี

แชร์เนื้อหานี้

จากกรณี นายเสนอ เกิดแก้วหรือหนึ่ง อายุ 62 ปี ชาว อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าของสวนยางพารา พร้อมด้วย ลูกชาย และลูกเขย รวม 7 คน เดินทางออกจากบ้านพักในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งแต่เมื่อเช้าวันที่ 26 ต.ค.68 ที่ผ่านมา เพื่อเข้าร่วมถวายอาลัยและสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระบรมมหาราชวัง

ล่าสุด เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ครอบครัว นายเสนอ แก้วเกิด เดินทางเข้าพื้นที่ ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะเดียวกันเมื่อช่วงคืนที่ผ่านมาทั้งหมดได้หยุดพักผ่อนหลับนอนที่ วัดรักดีคีรีวัน ต.ชัยเกษม อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขตรอยต่อ อ.ทับสะแก

โดยนายเสนอ แก้วเกิด กล่าวว่าตนและครอบครัว ออกเดินทางเป็นวันที่ 11 แล้ว ระยะทางกว่า 280 กม. ซึ่งการเดินไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าวันหนึ่งต้องเดินกี่กิโลเมตร มืดไหนนอนนั้น เดินไปเรื่อยๆเหนื่อยก็พัก ซึ่งการแสดงออกถึงความจงรักภักดีครั้งนี้เป็นครั้งแรกของคนในครอบครัว และไม่มีอุปสรรคใดๆระยะเวลา

การเดินทางมีเพียงบางช่วงที่มีฝนตกลงมาอย่างหนักจำเป็นต้องหยุดเดิน คาดว่าจะเดินเท้าผ่านจังหวัดประจวบได้คงใช้เวลาไม่น้อยกว่า 5 วัน ซึ่งนี้เป็นวันที่ 3 แล้ว เนื่องจากจังหวัดประจวบตั้งแต่ อ.บางสะพานน้อยจนถึง อ.หัวหินมีระยะทางกว่า 220 ก.ม.ที่ผ่านมา การเดินเท้าครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเดินทาง แต่คือการแสดงออกถึงความจงรักภักดีอย่างสุดหัวใจของคนในครอบครัว และพสกนิกรที่ต้องการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ แม่ของแผ่นดิน อย่างใกล้ชิดที่สุด

จากนั้นนายเสนอได้เดินทางออกจากร้านข้าวแกง อาหารเช้าของวันนี้ ไปตามริมถนนเพชรเกษมขาขึ้นกรุงเทพโดยมีนายสิทธิชัย ทองสุวรรณ อายุ 27 ปี ลูกเขย ถือพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เดินนำหน้าขบวน มีอาสาสมัครกู้ภัยตำรวจทางหลวง มูลนิธิสว่างรุ่งเรืองฯ อำนวยความสะดวกด้านการจราจร โดยค่ำวันนี้น่าจะพักที่คลองวาฬ เขตเมืองประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจะมีชาวบ้านที่เห็นคณะเดินก็จะมอบของ น้ำ ของกิน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการเดินครั้งนี้

ชาวบ้านกรูดจัดพิธี ถวายความอาลัย ในกิจกรรมลอยกระทง มีชาวบ้านร่วมพิธี จำนวนมาก

เมื่อค่ำวันที่ 5 พ.ย.68 ที่บริเวณคลองวังพลูสถานที่จัดงาน ประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2568 ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทางเทศบาลตำบลบ้านกรูด ได้ร่วมจัดพิธีถวายความอาลัย เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โดยมี นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด พร้อม นายสมหมาย ปานทอง อุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย นายวิฑูรย์ พุกจันทร์ สมาชิกสภาจังหวัด (สจ.)

นายวิชาญ แก้วจีน ประธานสภาเทศบาลตำบลบ้านกรูด นายณฐพล ภูมิรินทร์ ปลัดเทศบาล พร้อม คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ข้าราชการ พนักงานเทศบาล ผู้บริหารสถานศึกษา บุคลากรทางการศึกษา ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมพิธี

จากนั้น นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด พร้อม นายสมหมาย ปานทอง อุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย พร้อม ผู้นำชุมชน ได้ร่วมมอบทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนในเขตตำบลธงชัย จำนวน 7 โรงเรียน

จากรายได้หลังจากการจัดกิจกรรม “บ้านกรูดรันเดอร์แลนด์” BANKRUT RUNDERLAND 2025 ครั้ง เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ได้แก่ โรงเรียนธงชัยวิทยา โรงเรียนวัดดอนยาง โรงเรียนวัดธงชัยธรรมจักร โรงเรียนวัดถ้ำคีรีวงศ์ โรงเรียนบ้านหนองระแวง โรงเรียนบ้านหนองมงคล และโรงเรียนบ้านดอนสำราญ

นอกจากนี้ ยังได้มอบทุนช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยบ้านไฟไหม้ จากกองทุนพระตำหนักเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพรฯ เขาธงชัย จำนวน 4 ครอบครัว จากนั้นได้ร่วมกันลอยกระทงประจำปี ซึ่งมีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก
////////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประเพณีลอยกระทงเมืองชุมแพ ภายใต้แนวคิด”ลอยกระทงไท ไทย คารวาลัยพระแม่ของแผ่นดิน” พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

แชร์เนื้อหานี้

นิทรรศการ ประเพณีลอยกระทงเทศบาลเมืองชุมแพ ภายใต้แนวคิด”ลอยกระทงไท ไทย คารวาลัยพระแม่ของแผ่นดิน” เพื่อแสดงความอาลัยถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนารถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อ 5 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 18.45 น.นายเสกสิทธิ์ สัธนะกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองชุมแพ เป็นประธานเปิดงานพิธีประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2568 ในตำนานเล่าว่าเป็นประเพณีที่กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์โดยเป็นการขอขมาต่อพระแม่คงคา

ให้ชีวิตได้เจริญรุ่งเรือง อยู่เย็นเป็นสุข ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 ของทุกๆปีและเทศบาลเมืองชุมแพได้จัดนิทรรศการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณให้ข้าราชการ ประชาชนลงนาม

เพื่อแสดงความอาลัยถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้แนวคิด”ลอยกระทงไท ไทย คารวาลัย พระแม่ของแผ่นดิน” โดยมีนายสิงหภณ ดีนาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 6 ขอนแก่น นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ

พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชุมแพ นายเกรียงไกร วิริยะอาชา นายอาทิตย์ ถนอมทุน นางสาวรติมา สิริวรพิทักษ์ รองนายกเทศมนตรี ฝ่ายบริหาร สมาชิกสภาฯ ประชาชนในเขต 38 ชุมชนร่วมงานมากมาย เสร็จพิธีร่วมกันลอยกระทง ณ.หนองน้ำกุดน้ำใส เขตเทศบาลเมืองชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

ภาพ/ข่าว กบชุมแพ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการคนละลูก มอบเกียรติบัตรแสดงความยินดี ชมรมทูบีนัมเบอร์วัน จังหวัดพังงา ประจำปี พ.ศ.2567

แชร์เนื้อหานี้

โดยนายพิชญพัทธ์ เรืองชาตรี นายอำเภอตะกั่วป่า (ที่ 7 ซ้ายมือ)ประธานพิธีเปิดมอบรางวัล วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น. ณ.ศาลาประชาคมที่ว่าการอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงาชมรมทูบีนัมเบอร์วัน จังหวัดพังงา ได้ส่งชมรมทูบีนัมเบอร์วัน เข้าประกวดชมรมทูบีนัมเบอร์วันระดับประเทศ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ณ.อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี กรุงเทพมหานคร มีชมรมทูบีนัมเบอร์วัน จากจังหวัดพังงา ได้รับรางวัล 11 ชมรม ดังนี้1.ชมรมทูบีนัมเบอร์วันอำเภอตะกั่วป่า 2.ชมรมทูบีนัมเบอร์วันชุมชนตลาดใหญ่

  1. ชมรมทูบีนัมเบอร์วันชุมชนเสนานุชรังสรรค4.ชมรมทูบีนัมเบอร์วันโรงเรียนเทศบาลบ้านย่านยาว
  2. ชมรมทูบีนัมเบอร์วันโรงเรียนสตรีพังงา6.ชมรมทูบีนัมเบอร์วันโรงเรียนทุ่งโพธิ์วิทยา
  3. .ชมรมทูบีนัมเบอร์วันชุมชนบ้านย่านยาว
  1. ชมรมทูบีนัมเบอร์วันวิทยาลัยเทคนิคพังงา9.ชุมชนทูบีนัมเบอร์วันบริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด(มหาชน)10.ชมรมทูบีนัมเบอร์วันศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนพังงา11.ชมรมทูบีนัมเบอร์วันเรือนจำจังหวัดพังงา12.นางสาววงเดือน โกยดุลย์ บุคลากรผู้ปฎิบัติงานดีเด่นโครงการทูบีนัมเบอร์วัน ยอดเยี่ยม ระดับประเทศ ปี 2567 ในโอกาสนี้ ศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูก กล่าว รู้สึก มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่โครงการคนละลูกได้มีโอกาสร่วมแสดงความยินดี ในครั้งนี้ และขอขอบคุณ THAI PRINTING CENTER บริษัท กีล่าสปอร์ต จำกัด Allgether Design ร้านบ้านปกไหม ที่สนับสนุนโครงการคนละลูกมาโดยตลอด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดแสดงและจำหน่ายสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) “อร่อยล้ำ GI สมุทรปราการ” 29 ตค.-2 พย. 2568 ที่ศูนย์การค้า มาร์เก็ต วิลเลจ สุวรรณภูมิ

แชร์เนื้อหานี้

พัฒนาชุมชน สป. จัดงานอร่อยล้ำ GI สมุทรปราการ พัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดโครงการขับเคลื่อนแผนพัฒนาจังหวัดในทุกมิติ ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยได้มาตรฐานด้วยแนวทาง BCG Model แบบบูรณาการสู่เศรษฐกิจฐานราก

กิจกรรม ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยได้มาตรฐาน ด้านพืช ประมง ปศุสัตว์ ด้วยแนวทาง BCG Model แบบครบวงจร จึงได้จัดแสดงและจำหน่ายสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จังหวัดสมุทรปราการภายใต้ชื่อ “อร่อยล้ำ GI สมุทรปราการ” ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม-2พฤศจิกายน 2568 ที่ศูนย์การค้า มาร์เก็ต วิลเลจ สุวรรณภูมิ

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 30 ตุลาคม 2568 ที่ ลานกิจกรรม ศูนย์การค้า มาร์เก็ต วิลเลจ สุวรรณภูมิ สำนักงานพัฒนาชุมชน จังหวัดสมุทรปราการ โดย นางสาวสุขนันทิพย์ ศรีสมวงษ์ พัฒนาการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานเปิดงาน อร่อยล้ำ GI สมุทรปราการ มีนางสาวอวยพร สงแก้ว ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน กล่าวรายงาน

โดยก่อนเริ่มเข้าสู่พิธีการ ทุกคนที่เข้าร่วมงานต่างยืนสงบนิ่ง เพื่อแสดงความเคารพและน้อมรำลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นได้มีการแสดงจินตลีลาประกอบบทเพลงอาลัยพระพันปี โดยคณะหุ่นคนมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ โดยนางสาวสุขนันทิพย์ ศรีสมวงษ์ พัฒนาการจังหวัดสมุทรปราการ

ประธานในพิธี ได้มอบรางวัลกิจกรรมในการประกวดสินค้าเกษตร (GI) ของจังหวัดสมุทรปราการ ภายในงานยังมีการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง เอิ้นขวัญ วรัญญา กิจกรรมสาธิตการปรุงอาหารเมนูใหม่โดยใช้สินค้า GI ของจังหวัดสมุทรปราการโดยเชฟตุ๊กตา “บ้านยี่สาร” ภายในงานยังมีบูธสินค้า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จังหวัดสมุทรปราการ กว่า 42 ร้านค้า


จังหวัดสมุทรปราการตั้งอยู่ภาคกลางของประเทศไทย อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตอนปลายสุดของแม่น้ำเจ้าพระยา และเหนืออ่าวไทย ลักษณะภูมิประเทศ ส่วนใหญ่พื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านกลางจังหวัด และมีลำคลองมากมาย เกษตรกรมีศักยภาพทั้งด้านการเพาะเลี้ยงและแปรรูปที่เป็นอัตลักษณ์ และสภาพพื้นที่เหมาะแก่การทำการประมง และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั้งน้ำจืด และชายฝั่ง เช่น ปลาสลิด กุ้งก้ามกราม กุ้งแชบ๊วย กุ้งขาว หอยแครง หอยแมลงภู่ ปลากะพงขาว และ ปูทะเล เป็นต้น

นอกจากนั้นยังมีพืชผลทางเกษตร อาทิ ข้าว มะม่วง มะพร้าว พืชผักสมุนไพร โดยเฉพาะปลาสลิดและมะม่วงน้ำดอกไม้ ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ GI และมีความสำคัญทางเศรษฐกิจของจังหวัด ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดและผู้บริโภค

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ให้ความสำคัญในการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตร โดยการส่งเสริมและคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น และภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยทั้งตลาด ในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ช่วยส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มใน ห่วงโซ่สินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอย่างยังยืน

โดยอาศัยจุดเด่นทั้งเอกลักษณ์และความโดดเด่นของสินค้าเกษตรเฉพาะพื้นที่ ผสมสานภูมิมิปัญญาท้องถิ่นที่สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพ ชื่อเสียงและคุณลักษณะเฉพาะของสินค้าที่เชื่อมโยงกับแหล่งภูมิศาสตร์จังหวัดสมุทรปราการ จึงจัดทำโครงการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาด เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าGIก่อให้เกิดรายได้ กับเกษตรกรและท้องถิ่นอย่างแท้จริงต่อไป


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิรณรงค์งดปล่อยโคมลอย พลุ ดอกไม้ไฟ หรือฉายแสงเลเซอร์ขึ้นท้องฟ้า ช่วงเทศกาลลอยกระทง เพื่อความปลอดภัยทางการบิน
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนโดยรอบ งดปล่อยโคมลอย จุดพลุ ลูกโป่ง ดอกไม้ไฟ หรือฉายแสงเลเซอร์ขึ้นท้องฟ้า ในช่วงเทศกาลลอยกระทง

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่ออากาศยานและความปลอดภัยด้านการบิน ทสภ. ตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ประเพณีไทยที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม การปล่อยโคมลอย จุดพลุ ลูกโป่ง จุดดอกไม้ไฟ ฉายแสงเลเซอร์ขึ้นท้องฟ้า เป็นกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่ออากาศยาน การปฏิบัติงานของท่าอากาศยาน ตลอดจนอาจส่งผลร้ายแรงต่อชีวิต และทรัพย์สิน ในโอกาสนี้ ทสภ.

จึงขอความร่วมมือหน่วยงานและประชาชนโดยรอบ ทสภ. งดการกระทำดังกล่าวที่ส่งผลกระทบต่อการบินในบริเวณพื้นที่โดยรอบสนามบิน หรือหากมีความจำเป็นที่จะต้องปล่อยโคมลอยหรือดำเนินกิจกรรมต่างๆ จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอในท้องที่ก่อน อย่างไรก็ตาม ทสภ.

ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่โดยรอบ ให้ตระหนักถึงอันตรายและผลกระทบต่อความปลอดภัยด้านการบินจากการปล่อยโคมลอย การจุดพลุ ลูกโป่ง ดอกไม้ไฟ หรือฉายแสงเลเซอร์ขึ้นท้องฟ้า พร้อมชี้แจงถึงบทลงโทษตามกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นหากมีการกระทำดังกล่าว


ทั้งนี้ ในช่วงเทศกาลลอยกระทง ทสภ. จะดำเนินการตรวจสอบทางวิ่งทางขับเพื่อไม่ให้มีวัสดุแปลกปลอมบนทางวิ่งทางขับอันเป็นอันตรายต่ออากาศยาน โดยจะเฝ้าระวังเป็นพิเศษบริเวณแนวขึ้น – ลง ของเครื่องบิน และบริเวณพื้นที่โดยรอบสนามบิน รวมถึงได้มีการประสานกับ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ดูแลบริหารจัดการการจราจรทางอากาศในการบินเข้า – ออก ทสภ. ในช่วงเวลาดังกล่าวให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดตลอดช่วงเทศกาล
หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ ฝ่ายมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย ทสภ. หมายเลขโทรศัพท์ 0 2132 5619


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

ศึก“แร่หายาก”สหรัฐ-จีนในสมรภูมิอาเซียน:โอกาสใหม่ของไทยผู้ผลิตRare Earthอันดับ6ของโลก

แชร์เนื้อหานี้

โดย นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ. ไทยแลนด์(Fields for Knowledge Integration and Innovation)
อดีตประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ….การแข่งขันแร่หายากในอาเซียนเพิ่งเริ่มต้น และจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ประเทศที่สามารถพัฒนาศักยภาพทางการผลิต การแปรรูป และนวัตกรรมได้เร็วที่สุด จะได้เปรียบในเกมการแข่งขันเศรษฐกิจโลกยุคใหม่โดยเฉพาะไทย ผู้ผลิตแร่หายากอันดับ6 ของโลก…”อลงกรณ์ พลบุตรในยุคที่เทคโนโลยี เศรษฐกิจและความมั่นคงเดินควบคู่กัน “แร่หายาก” (Rare Earths)ได้กลายเป็นอาวุธที่สำคัญในเกมของมหาอำนาจโดยมีสมรภูมิใหม่คืออาเซียน สถานการณ์ล่าสุดคือการลงนามข้อตกลงการค้าและแร่หายากระหว่างสหรัฐอเมริกากับ 4 ชาติอาเซียน ได้แก่ ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2025 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งคือหมากสำคัญที่อาจเปลี่ยนเกมการแข่งขันทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ กับจีน

จุดเปลี่ยนของอาเซียน: เมื่อสหรัฐฯรุกกลับ เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ความตึงเครียดระหว่างสองมหาอำนาจกลับมาปะทุอีกครั้ง หลังจากจีนประกาศใช้มาตรการใหม่อย่างครอบคลุมเพื่อจำกัดการส่งออกแร่หายาก โดยกำหนดให้บริษัทต่างชาติที่ต้องการส่งออกสินค้าที่มีส่วนประกอบของแร่เหล่านี้แม้เพียงเล็กน้อย ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐบาลจีนล่วงหน้า และต้องระบุวัตถุประสงค์การใช้งานอย่างชัดเจน ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตอบโต้ทันทีด้วยการขู่จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่มอีก 100% และเตรียมออกข้อจำกัดใหม่ต่อการส่งออกซอฟต์แวร์สำคัญบางประเภท เพื่อปกป้องเศรษฐกิจเทคโนโลยีของตนเองการลงนามข้อตกลงกับ 4 ชาติอาเซียนในครั้งนี้ คือการปฏิบัติการเชิงรุกโดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้

  1. กระจายความเสี่ยง เพื่อลดการพึ่งพาแร่หายากจากจีน
  2. สร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่ เพื่อพัฒนาเครือข่ายการผลิตและแปรรูปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับกลุ่มประเทศอาเซียน
  3. เสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ผ่านกรอบข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน
    โดยเฉพาะอาเซียนกลายเป็นเป้าหมายหลักของสหรัฐฯในการพัฒนาพันธมิตรทางยุทธศาสตร์
  4. จีนรุกก่อน: ความร่วมมือมาเลเซียโรงสกัดแร่หายากแห่งใหม่

ข้อมูลจาก U.S. Geological Survey 2025 ชี้ให้เห็นถึงความได้เปรียบอย่างยิ่งของจีนในตลาดแร่หายากโลก โดยจีนควบคุม 71% ของการผลิตแร่หายากทั่วโลก และครองส่วนแบ่งสูงถึง 86% ของการแปรรูปแร่หายาก ซึ่งปัจจุบัน แร่หายากจัดเป็นหมวดแร่ธาตุยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตแม่เหล็กประสิทธิภาพสูง ซึ่งจำเป็นต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และพลังงานหมุนเวียน จนถึงเทคโนโลยีขั้นสูงเช่น หลอดไฟ หน้าจอโทรทัศน์ที่ใช้ยูโรเปียมเป็นส่วนประกอบ และการขัดกระจกหรือกลั่นน้ำมันที่ใช้ซีเรียมและอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่ใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงทางยุทธวิธีเช่นขีปนาวุธนำวิถีและระบบอาวุธต่างๆความได้เปรียบของจีนถูกแปลงเป็นอำนาจต่อรองผ่านมาตรการจำกัดการส่งออก โดยในเดือนกรกฎาคม 2023 จีนประกาศควบคุมการส่งออกแกลเลียมและเจอร์เมเนียม ซึ่งส่งผลกระทบถึง 94% ของอุปทานโลก

กล่าวได้ว่าจีนคือผู้เล่นที่ถือไพ่เหนือกว่า เพราะเป็นทั้งผู้ผลิตรายใหญ่และประเทศที่มีทรัพยากรแร่หายากมากที่สุดในโลก
ในขณะที่สหรัฐฯ เพิ่งเริ่มสร้างพันธมิตรในอาเซียน
จีนเดินหน้าก่อนหนึ่งก้าวด้วยการลงนามความร่วมมือสำคัญกับมาเลเซีย เพื่อสร้างโรงงานแปรรูปแร่หายากแห่งใหม่ในรัฐปะหัง ประเทศมาเลเซียมูลค่าการลงทุนประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐมีกำลังการผลิตสามารถแปรรูปแร่หายากได้ 5,000 ตันต่อปีด้วยเทคโนโลยีนำเข้าจากจีนโดยบริษัท China Nonferrous Metal Mining Groupคาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มผลิตได้ในปี 2027โอกาสของอาเซียน: จากการเป็น “ผู้ตาม” สู่ “ผู้เล่นหลัก”อาเซียนไม่เพียงเป็นสนามแข่งขันใหม่ของมหาอำนาจเท่านั้นแต่กำลังก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นหลักในห่วงโซ่อุปทานโลก
1.มาเลเซียกำลังพัฒนาตนเองเป็นศูนย์กลางแร่หายากของภูมิภาค2.เวียดนามมีศักยภาพเป็นฐานผลิตแร่หายากแทนจีน
3.อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ อุดมด้วยทรัพยากรแร่และกำลังแรงงาน4.ไทย ผู้ผลิตแร่หายากอันดับ6 ของโลกและเติบโตเร็วที่สุดในโลกสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปและเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์

ทั้งนี้ทำเนียบข่าวเผยแพร่เอกสารบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและรัฐบาลไทยว่าด้วยความร่วมมือในการกระจายห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญระดับโลกและการส่งเสริมการลงทุนบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยว่าด้วยความร่วมมือในการกระจายห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญระดับโลกและการส่งเสริมการลงทุน รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ การแปรรูปในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องโครงการแร่หายากในประเทศไทย: ศักยภาพและความคืบหน้าเมื่อ“แร่หายาก”กลายเป็นเครื่องมือต่อรองทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ แต่สิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้คือ ประเทศไทยก็มีแร่หายาก และเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในห่วงโซ่อุปทานโลกในฐานะผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ6 ของโลกโดยผลิตได้ 13,000 ตันในปี2024เพิ่มขึ้นกว่า 260% จากปีก่อนหน้าและมากกว่า 13 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2018ถือเป็นการเติบโตที่ “เร็วที่สุดในโลก” ในกลุ่มประเทศผู้ผลิตแร่หายากโดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันตกและภาคใต้

  1. โครงการในจังหวัดนครราชสีมาโรงงานNeo Magnequenchที่นครราชสีมาผลิตแม่เหล็กถาวรสำหรับอุตสาหกรรม EV และอิเล็กทรอนิกส์ซึ่ฝBYD (จีน) ลงทุนโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามูลค่า 486 ล้านดอลลาร์ในไทย เพื่อเชื่อมโยงซัพพลายเชนแร่หายากและแม่เหล็ก2.โครงการในจังหวัดกาญจนบุรี
    บริษัท Lynas Rare Earths จากออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตแร่หายากนอกประเทศจีนรายใหญ่ที่สุด กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการตั้งโรงงานแปรรูปแร่หายากในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ การศึกษาครอบคลุมทั้งด้านเทคนิค เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม
    ทั้งนี้พื้นที่อำเภอทองผาภูมิมีการค้นพบแหล่งแร่โมนาไซต์ (Monazite) ซึ่งมีธาตุหายากกลุ่ม LREE (Light Rare Earth Elements) ที่มีค่าสูง เช่น แลนทานัม (Lanthanum) เซอเรียม (Cerium) และนีโอดิเมียม (Neodymium) ซึ่งเป็นที่ต้องการในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
    จากการศึกษาของกรมทรัพยากรธรณี คาดว่ามีปริมาณสำรองเบื้องต้นประมาณ 50,000 ตัน โดยมีเป้าหมายเริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2028 3.โครงการในจังหวัดภูเก็ตและพังงา
    การสำรวจของกรมทรัพยากรธรณีพบแร่เซอไรต์ (Xenotime) และเซนอไทต์ (Synchysite) ในพื้นที่อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต มีธาตุหายากกลุ่ม HREE (Heavy Rare Earth Elements) ที่มีมูลค่าสูง เช่น ดิสโพรเซียม (Dysprosium) เทอร์เบียม (Terbium) และเออร์เบียม (Erbium)
    โดยบริษัท Thaisarco ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการถลุงแร่ดีบุก กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการแยกแร่โคลัมเบต-แทนทาไลท์ (Columbite-Tantalite) ที่มีธาตุหายากปนอยู่ โดยใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแยกแร่
    4.โครงการวิจัยและพัฒนา
    กรมทรัพยากรธรณีกำลังดำเนินการทำแผนที่แหล่งแร่หายากทั่วประเทศอย่างละเอียด โดยใช้เทคโนโลยีการสำรวจระยะไกล (Remote Sensing) และการวิเคราะห์ทางธรณีฟิสิกส์ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2026
    ขณะที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิจัยกระบวนการแยกแร่หายากด้วยวิธีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยพัฒนาระบบรีไซเคิลสารเคมีและลดของเสียจากการผลิต ผลการศึกษาคาดว่าจะเผยแพร่ภายในไตรมาสแรกของปี 2026

สำหรับประเทศไทย อุตสาหกรรมแร่หายากถือเป็นโอกาสในการยกระดับอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี แต่ก็มีความท้าทายที่ต้องเตรียมพร้อมความพร้อมได้แก่
1.การพัฒนาบุคลากร
ต้องเร่งพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม
2.การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน
เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแปรรูปแร่หายาก
3.การจัดการสิ่งแวดล้อม
กระบวนการแปรรูปแร่หายากต้องได้มาตรฐานสากล
4.การรักษาสมดุลทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และจีน

อนาคตที่ต้องจับตาการแข่งขันแร่หายากในอาเซียนเพิ่งเริ่มต้น และจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ประเทศที่สามารถพัฒนาศักยภาพทางการผลิต การแปรรูป และนวัตกรรมได้เร็วที่สุด จะได้เปรียบในเกมการแข่งขันเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

สำหรับประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตแร่หายากอันดับ6 ของโลกไม่ใช่แค่ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แต่เป็นโอกาสในการกำหนดแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่เพื่ออัพเกรดสู่บทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน(Global Supply Chain)แร่หายากของโลก
ดังนั้นการเตรียมความพร้อมและวางยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ชัดเจนรวมทั้งการขับเคลื่อนความร่วมมือกับทั้งจีนและสหรัฐอย่างสมดุลจะเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จในเกมใหญ่เกมนี้ของเรา.

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

  1. U.S. Geological Survey (2025). Mineral Commodity Summaries: Rare Earths
  2. Reuters (26 ตุลาคม 2025). “U.S. signs trade and critical minerals pacts with four ASEAN nations”
  3. Department of Mineral Resources Thailand (2025). “รายงานการศึกษาศักยภาพแร่หายากในประเทศไทย”
  4. Lynas Rare Earths (2025). “Thailand Project Feasibility Study Report”
  5. Thaisarco (2025). “การศึกษาความเป็นไปได้การแยกแร่หายากจากแร่โคลัมเบต-แทนทาเลต”
  6. King Mongkut’s Institute of Technology Ladkrabang (2025). “งานวิจัยกระบวนการแยกแร่หายากอย่างยั่งยืน”
  7. China Nonferrous Metal Mining Group 2025“ข้อมูลโครงการมาเลเซีย”
    หมายเหตุ:
    แร่ธาตุหายาก” (Rare Earths)
    แร่หายากเป็นกลุ่มของโลหะหนัก 17 ชนิด ประกอบด้วยธาตุเคมี ได้แก่ ซีเรียม (cerium), พราเซโอไดเมียม (praseodymium), นีโอไดเมียม (neodymium), โพรมีเทียม (promethium), ซามาเรียม (samarium), ยูโรเปียม (europium), แกโดลิเนียม (gadolinium), เทอร์เบียม (terbium), ดิสโพรเซียม (dysprosium), โฮลเมียม (holmium), เออร์เบียม (erbium), ทูเลียม (thulium), อิตเทอร์เบียม (ytterbium), ลูทีเทียม (lutetium) และแลนทานัม (lanthanum) ซึ่งเป็นธาตุต้นแบบของกลุ่ม รวมถึงสแกนเดียม (scandium) และอิตเทรียม (yttrium) ทั้งหมดนี้เรียกรวมกันว่า “แร่แรร์เอิร์ธ” หรือ “ธาตุหายาก”
    แม้แร่เหล่านี้จะพบได้ทั่วไปในธรรมชาติ แต่เหตุที่ถูกเรียกว่า “หายาก” มาจากความยากในการสกัดให้ได้ในรูปแบบบริสุทธิ์ โดยมักกระจายตัวปะปนอยู่กับแร่ชนิดอื่นในปริมาณน้อย อีกทั้งกระบวนการสกัดต้องใช้สารเคมีเข้มข้นและก่อให้เกิดของเสียที่เป็นพิษจำนวนมาก จึงทำให้ต้นทุนการผลิตสูงและมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ

10 อันดับประเทศผู้ผลิตแร่หายากมากที่สุดในโลก ปี 2024
1.จีน 270,000 ผู้นำเบอร์หนึ่งของโลก ควบคุมตลาดกว่า 70% มีเหมือง Bayan Obo ที่มองโกเลีย
2.สหรัฐอเมริกา 45,000 ผลิตจากเหมือง Mountain Pass (California) ภายใต้บริษัท MP Materials
3.เมียนมา (พม่า) 31,000 แม้มีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและกลุ่มติดอาวุธ แต่ยังเป็นแหล่งแร่หนักสำคัญของจีน
4.ออสเตรเลีย 13,000 บ้านของ Lynas Rare Earths เหมือง Mount Weld หนึ่งในแหล่งแร่หายากชั้นนำของโลก
5.ไนจีเรีย 13,000 ดาวรุ่งใหม่ของแอฟริกา เริ่มจับมือฝรั่งเศสพัฒนาเหมืองและโรงแปรรูป
6.ประเทศไทย 13,000 ผลิตพุ่ง 261% ในปีเดียวมีโรงงาน Neo Magnequench ที่โคราช
7.อินเดีย 2,900 มีทรัพยากรชายฝั่งมากแต่ผลิตน้อย เข้าร่วมโครงการ Minerals Security Partnership (MSP)
8.รัสเซีย 2,600 มีแหล่งสำรองใหญ่แต่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ เหมืองหลักคือ Tomtor
9.มาดากัสการ์ 2,000 มีศักยภาพสูงแต่ถูกต่อต้านจากชุมชนท้องถิ่นเรื่องสิ่งแวดล้อม
10.เวียดนาม 300 มีแหล่งแร่ใหญ่ แต่สะดุดเพราะคดีทุจริตในวงการเหมืองปี 2023

‘เสถียรธรรมสถาน’ เชิญชวนผู้ศรัทธา ร่วมส่ง – ปฏิบัติภาวนา เพื่อเป็นอาจาริยบูชา ‘แม่ชีศันสนีย์’


นางสายสัมพันธ์ ปัญญศิริ ประธานมูลนิธิเสถียรธรรมสถาน กล่าวว่า เสถียรธรรมสถานกำหนดให้มีการเคลื่อนกายสังขาร แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ออกจากเสถียรธรรมสถาน กรุงเทพฯ อย่างถาวร สู่เสถียรธรรมสถาน หุบเขาโพธิสัตว์ จ.เพชรบุรี โดยเรียกชื่องานนี้ว่า ‘จากบ้านสู่บ้าน จากปณิธานสู่ความจริง’ ขอเชิญลูกศิษย์และผู้ศรัทธาแม่ชีศันสนีย์ได้ร่วมส่งท่านผ่าน

การร่วมงานสวดพระอภิธรรม ในวันที่ 28-30 ต.ค. 2568 ตั้งแต่เวลา 18.23 น. เป็นต้นไป ณ เสถียรธรรมสถาน กรุงเทพฯ และในวันที่ 31 ต.ค. จะจัดเป็นขบวนเคลื่อนกายสังขารของแม่ชีศันสนีย์ออกจากเสถียรธรรมสถาน กรุงเทพฯ ในเวลา 04.00 น. โดยคาดว่าจะถึงเสถียรธรรมสถาน หุบเขาโพธิสัตว์ ในเวลาประมาณ 09.00 น. และจะมีพิธีสวดพระอภิธรรมจนถึงวันที่ 2 พ.ย.นั้น


นางสายสัมพันธ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับกำหนดการงาน ‘จากบ้านสู่บ้าน จากปณิธานสู่ความจริง’ เนื่องในโอกาสครบรอบ 72 ปี ชาตกาล และการเคลื่อนกายสังขารแม่ชีศันสนีย์ จากเสถียรธรรมสถาน สู่หุบเขาโพธิสัตว์ จ.เพชรบุรี ดังนี้ วันที่ 28 – 30 ต.ค. ณ เสถียรธรรมสถาน กรุงเทพฯ การปฏิบัติภาวนาในกิจกรรม Spiritual Trip ตั้งแต่เวลา 10.15น. และสวดพระอภิธรรมตั้งแต่เวลา 18.23 น. เป็นต้นไป

โดยระหว่างวันที่ 28-30 ต.ค. เวลา 17.00 – 18.00 น. จะมีการแสดงพระธรรมเทศนา โดยวันที่ 28 ต.ค. เรื่อง แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต จาก ‘ผู้ได้โอกาส’ สู่ ‘ผู้ให้โอกาส’ โดย พระครูนนทสังฆกิจจาพิมล ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์ วันที่ 29 ต.ค. เรื่อง วันนี้ของเมล็ดพันธุ์แห่งความดีที่แม่ปลูก

โดย พระราชวัชรธรรมภาณี เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์ วันที่ 30 ต.ค. พระธรรมเทศนา เรื่อง ‘หัวใจแม่หัวใจโพธิสัตว์ของ แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต’ โดย พระพรหมวชิรโพธิวงศ์ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา สาธารณรัฐอินเดีย และหัวหน้าพระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล ส่วนวันที่ 31 ต.ค. ครบรอบ 72 ปี

ชาตกาล แม่ชีศันสนีย์ จะมีพิธีเคลื่อนกายสังขาร แม่ชีศันสนีย์ สู่หุบเขาโพธิสัตว์ ตั้งแต่เวลา 03.00น. เมื่อถึงหุบเขาดพธิสัตว์ เวลา 14.00-15.30 น. จะมีกิจกรรม Spiritual Talk เวลา 17.00-18.00 น. พระธรรมเทศนา เรื่อง แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต กับการให้ธรรม…ให้ทาง

ดูเรื่องนี้

โดย พระครูจารุปริยัติการ เจ้าอาวาสวัดหนองขุ่น จ.อุบลราชธานี จากนั้นวันที่ 1-2 พ.ย. ที่หุบเขาโพธิสัตว์ จ.เพชรบุรี จะมีการจัดปฏิบัติภาวนาถวาย แม่ชีศันสนีย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ด้วย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ line : @sdsline หรือ โทร. 02-510-6697

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /กฐินสามัคคี เพื่อสร้างศาลาเอนกประสงค์สำนักสงฆ์ศรีอุปถัมภ์ (ถ้ำเขาปก)/ เทศบาลเมืองชุมพร เชิญชวนร่วมเป็นเจ้าภาพพิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระราชกุศลแด่ “พระพันปีหลวง” นาน 44 วัน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00 น. ที่สำนักสงฆ์ศรีอุปถัมภ์ (ถ้ำเขาปก) หมู่ที่ 8 ตำบลวังไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ได้มีการจัดพิธี ทอดกฐินสามัคคี เพื่อสมทบทุนสร้างศาลาเอนกประสงค์ของสำนักสงฆ์ศรีอุปถัมภ์ (ถ้ำเขาปก) โดยมีคณะศรัทธาชาวจังหวัดชุมพรและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

การจัดงานครั้งนี้มี พระสุนทรสุธมฺโม รักษาการเจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ศรีอุปถัมภ์ (ถ้ำเขาปก) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์
ส่วนประธานฝ่ายฆราวาส ได้แก่ คุณอำไพ ปานคล้าย
รองประธานฝ่ายฆราวาสได้แก่

คุณธรรมนูญ เศวตเวช, คุณอัมพร เศวตเวช, คุณโสภณ อุดมศรี และ คุณนิตยา ขำจิต พร้อมด้วยคณะกรรมการดำเนินงานและอุปถัมภ์ นำโดย คุณอภิวัฒน์ วงศ์สุวัฒน์ และคณะ ร่วมแรงร่วมใจจัดงานอย่างเรียบร้อยงดงาม

ยอดกฐินสามัคคีในปีนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 349,618 บาท โดยจะนำไปใช้ในการก่อสร้างศาลาเอนกประสงค์ เพื่อให้เป็นสถานที่ใช้ประกอบศาสนกิจและกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของชุมชนต่อไป บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและร่มเย็น พุทธศาสนิกชนจากหลาย

พื้นที่ต่างนำอาหารคาวหวานมาจัดโรงทาน ทั้งอาหารพื้นบ้าน ขนมไทย และเครื่องดื่มไว้บริการผู้มาร่วมงาน สะท้อนให้เห็นถึงน้ำใจ ความสามัคคี และพลังแห่งศรัทธาของชาวชุมพรที่ร่วมกันสร้างบุญใหญ่ในครั้งนี้
ธนากร โกศลเมธี
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดชุมพร
โทร. 081-892-3514

เทศบาลเมืองชุมพร เชิญชวนร่วมเป็นเจ้าภาพพิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระราชกุศลแด่ “พระพันปีหลวง” นาน 44 วัน

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ชุมพร – วันที่ 28 ตุลาคม 2568 สำนักงานเทศบาลเมืองชุมพร ขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน พ่อค้า และประชาชนชาวจังหวัดชุมพร ร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัด พิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่อถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

พิธีบำเพ็ญกุศลฯ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม ถึง 12 ธันวาคม 2568 รวมระยะเวลา 44 วัน ณ มณฑลพิธีลานเอนกประสงค์ หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองชุมพร อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร โดยเริ่มพิธีทุกวันเวลา 18.00 น.

พร้อมกันนี้ เทศบาลเมืองชุมพรยังขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและผู้มีจิตศรัทธา ร่วมเป็นเจ้าภาพ จัดตั้งโรงทานถวายพระราชกุศล เพื่อร่วมสร้างบุญกุศลในวาระสำคัญแห่งประวัติศาสตร์ชาติไทยครั้งนี้ด้วย

ผู้สนใจแจ้งความประสงค์ร่วมเป็นเจ้าภาพหรือจัดตั้งโรงทานได้ที่ห้องปฏิบัติงานนายกเทศมนตรีเมืองชุมพร ชั้น 2 สำนักงานเทศบาลเมืองชุมพรหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นายศรีชัย วีรนรพานิช นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร

ทั้งนี้ ในการเริ่มต้นจัดพิธีบำเพ็ญกุศลฯ ได้รับความร่วมแรงร่วมใจจากภาคประชาชน โดย คุณณัฐวรรณ ฉายะบุตร (คุณนายหน่อย) ประธานคณะกรรมการจริยธรรมจังหวัดชุมพร ได้ร่วมบริจาคเงินจำนวน 50,000 บาท เพื่อสมทบทุนการจัดพิธีในครั้งนี้ ถือเป็นแบบอย่างแห่งความจงรักภักดีและกตัญญูกตเวทีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแท้จริง

เร่งรัดตรวจสอบโครงการขุดลอกคลองหลังสวน งบกว่า 6 พันล้าน แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

ผู้สื่อข่าว : ธนากร โกศลเมธี โทร. 081-8923514
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมเกาะพิทักษ์ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดชุมพร สภาเกษตรกรจังหวัดชุมพร ได้จัดการประชุมสภาเกษตรกรจังหวัดชุมพร ครั้งที่ 1/2569

โดยมี นายธีระศักดิ์ ยมสวัสดิ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดชุมพร เป็นประธานการประชุม มีสมาชิกจากทุกอำเภอและผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
การประชุมครั้งนี้ได้พิจารณาแนวทางการบูรณาการโครงการร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร รวม 6 โครงการสำคัญ ได้แก่

โครงการวิเคราะห์ดินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตทางการเกษตร

  1. โครงการพัฒนาคุณภาพทุเรียนชุมพรเพื่อการส่งออกตลาดจีน
  2. โครงการเพิ่มมูลค่าผลไม้ชุมพรด้วยนวัตกรรมแปรรูป
  3. โครงการตรวจสอบสารตกค้างในทุเรียน
  4. โครงการเพิ่มช่องทางการตลาดและการกระจายผลผลิตทางการเกษตร
  5. โครงการบูรณาการสร้างการรับรู้แผนแม่บทพัฒนาเกษตรกรรม
    พร้อมทั้งมีการหารือร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรเพื่อกำหนดแนวทางดำเนินงานในปีงบประมาณ 2569
    นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ติดตามความคืบหน้าในการประสานงานกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและการบริหารจัดการน้ำ เช่น การติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล สนับสนุนการขุดเจาะบาดาลและระบบท่อส่งน้ำ การขุดหลุมน้ำ การสร้างฝายชะลอน้ำ รวมถึงการเร่งรัดสิทธิ์ในที่ดินทำกินให้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง
    ในช่วงการประชุม นายสุรินทร์ ทองน้อย สมาชิกสภาเกษตรกรอำเภอหลังสวน เขต 1 ได้สอบถามถึงความคืบหน้า โครงการขุดลอกคลองหลังสวน เพื่อผันน้ำออกสู่อ่าวไทย แก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ตำบลพ้อแดง และตำบลนาพญา อำเภอหลังสวน ซึ่งอยู่ภายใต้การดำเนินงานของ สำนักชลประทานที่ 14 กรมชลประทาน
    โครงการดังกล่าวมีวงเงินงบประมาณกว่า 6,000 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมระยะยาวในพื้นที่ลุ่มน้ำหลังสวน โดยจะสามารถป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ตำบลบ้านควน ตำบลพ้อแดง ตำบลนาพญา และตำบลบางมะพร้าว ครอบคลุมพื้นที่กว่า 27,000 ไร่ และช่วยบริหารจัดการน้ำในฤดูแล้ง โดยสามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 3.8 ล้านลูกบาศก์เมตร และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่กว่า 29,000 ไร่
    นายธีระศักดิ์ ยมสวัสดิ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือสอบถามความคืบหน้าไปยังกรมชลประทานแล้ว ซึ่งได้รับคำชี้แจงจากสำนักชลประทานที่ 14 ว่าการดำเนินโครงการมีอุปสรรค เนื่องจากมีราษฎรบางส่วนในพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลท่ามะพลา ไม่ยินยอมให้ใช้พื้นที่ทำกินบริเวณหัวงานโครงการ ส่งผลให้ยังไม่สามารถเข้าดำเนินการสำรวจปฐพีวิทยาได้ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดชุมพรกล่าวเพิ่มเติมว่า สภาเกษตรกรจะเสนอแนวทางให้กรมชลประทานพิจารณาปรับเปลี่ยนเส้นทางการขุดลอกใหม่ เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการต่อได้โดยไม่กระทบสิทธิ์ของประชาชน และเพื่อให้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากของชาวอำเภอหลังสวนเกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี/ กฟผ.แถลงข่าว กินข้าว เล่าเรื่อง กับสื่อมวลชน จังหวัดน่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 ณเฮือนภูคา ผ้าน่านบุรี เดินหน้าดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้า สร้างพลังงานมั่นใจเพื่อคนไทยทั่วประเทศ กฟผ. เดินหน้าภารกิจดูแลความมั่นคงของระบบไฟฟ้า พร้อมเพิ่มพลังงานสะอาดต้นทุนต่ำจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ราคาค่าไฟฟ้ามีความเหมาะสมและเสริมเสถียรภาพด้านพลังงานในระยะยาว

นายบุญมา พูชิน ผู้ช่วยผู้ว่าการก่อสร้างระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์พลังงานโลกในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของประเทศ กฟผ. ในฐานะหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจดูแลความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ จึงต้องบริหารจัดการเชื้อเพลิงให้มีความสมดุล หลากหลาย เพื่อให้ประชาชนมีไฟฟ้าใช้อย่างต่อเนื่อง มั่นคง ในราคาที่เหมาะสม

หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการรับซื้อไฟฟ้าพลังน้ำจาก สปป.ลาว ซึ่งรัฐบาลไทยและ สปป.ลาว ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อขยายกรอบการรับซื้อไฟฟ้าเมื่อปี 2565 จาก 9,000 เมกะวัตต์ เป็น 10,500 เมกะวัตต์ ตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2018 Rev.1) ที่กำหนดให้ประเทศไทยรับซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศในสัดส่วนร้อยละ 10 ของกำลังผลิตทั้งหมด พร้อมทั้งก่อสร้างโครงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ และอุตรดิตถ์ เพื่อรองรับการซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว

โดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้มอบหมาย กฟผ. ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนหลวงพระบาง จำนวน 1,460 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนปากแบง จำนวน 912 เมกะวัตต์ เพื่อส่งไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มแหล่งพลังงานที่มั่นคงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งการลงทุนระบบส่งและต้นทุนรวมของการรับซื้อไฟฟ้ายังต่ำกว่าการผลิตไฟฟ้าในประเทศ จึงไม่เป็นภาระต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน ทั้งนี้ การก่อสร้างระบบส่งไฟฟ้าเป็นสาธารณูปโภคของประเทศจำเป็นต้องดำเนินงานโดยหน่วยงานรัฐ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าระบบไฟฟ้ามีความปลอดภัย มีความเสถียร และไม่เป็นภาระต่อประชาชนในระยะยาว

ผู้ช่วยผู้ว่าการก่อสร้างระบบส่ง กฟผ. กล่าวต่อไปว่า กฟผ. ให้ความสำคัญกับการใช้พื้นที่อย่างรอบคอบในการดำเนินโครงการฯ โดยพยายามหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีสิ่งปลูกสร้างหรือที่อยู่อาศัยของประชาชนให้มากที่สุด สำหรับด้านสิ่งแวดล้อม กฟผ. ได้จัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว ส่วน

พื้นที่ในแนวเขตระบบไฟฟ้าที่จำเป็นต้องใช้ประโยชน์ จากการสำรวจพบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ในแนวเขตระบบไฟฟ้าเป็นป่าเสื่อมโทรม ทั้งนี้ พื้นที่ที่ยังคงสภาพป่าธรรมชาติหรืออยู่นอกเขตป่าเสื่อมโทรม กฟผ. ได้ให้ความสำคัญต่อการดำเนินงานให้ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกขั้นตอน เมื่อได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้แล้วจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมสำรวจและคัดเลือกไม้ตามระเบียบ โดยไม้ทั้งหมดจะอยู่ในความดูแลของหน่วยงานภาครัฐ มิได้เป็นกรรมสิทธิ์ของ กฟผ. และ กฟผ. พร้อมดำเนินการปลูกป่าทดแทนอย่างเข้มงวด เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศและชดเชยพื้นที่ป่าที่ได้รับผลกระทบ

โครงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ และอุตรดิตถ์ นอกจากช่วยเสริมความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศแล้ว ยังส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับจังหวัด ขณะเดียวกัน กฟผ. ยังมีแผนดำเนินกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริง โดยที่ผ่านมา กฟผ. ได้ดำเนินกิจกรรม อาทิ โครงการแว่นแก้ว โครงการน่าน Light Up & Smart City

โครงการกล้าดี การมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย รวมถึงการร่วมจัดงานประเพณีท้องถิ่นกับชาวบ้านในชุมชน เพื่อให้การพัฒนาเดินหน้าไปพร้อมกับการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในชุมชนเจ้าของพื้นที่
การพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ และอุตรดิตถ์ เป็นโครงการพลังงานของประเทศที่จะช่วยให้ภาคเหนือและคนไทยทุกคนมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ มั่นคง และยั่งยืน รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังขยายตัวทั่วประเทศ รวมทั้งเป็นการวางรากฐานสำคัญให้ประเทศไทยก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคง ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวสมุทรปราการ ร่วมบุญใหญ่!! กฐินสามัคคีวัดมหาวงษ์ พุทธศาสนิกชนร่วมพิธีแห่องค์กฐิน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 ตุลาคม 2568 ที่ วัดมหาวงษ์ ปากน้ำ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ คณะศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมแห่องค์กฐินสามัคคี ประจำปี 2568 โดยได้รับความเมตตาจากท่านพระปลัดสราวุธ โรจนธมฺโม (พระอาจารย์แดง) เจ้าอาวาสวัดมหาวงษ์ สมุทรปราการ

โดยมี พระครูยุทธนา ภททญาโณ (พระอาจารย์ตุ๋ย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาวงษ์ ร่วมกับ คณะสงฆ์วัดมหาวงษ์ คณะกรรมการ

ไวยาวัจกร อุบาสก อุบาสิกา คณะสงฆ์ประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถาเจริญพระพุทธมนต์รับองค์กฐินสามัคคี ประจำปี 2568 โดยมี คุณธนิตพงษ์

ด้วย คุณทิพย์ประภา วรัณวงศ์เจริญ ประธานอุปถัมภ์ กฐินสามัคคีประจำปี 2568 นอกจากนี้ ยังได้รับการอุปถัมภ์ จากครอบครัวพาณิชย์พิศาลเศรษฐีผู้ใจบุญ

โดย คุณอัครนันท์ พร้อมด้วย คุณธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล ผศ.พญ.เกศริน พาณิชย์พิศาล ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล คุณจรูญ กระแชงขาว

คุณแม่เรณู งามสมทรคุณแม่ทองม้วน อิษวาส คุณแม่น้อย พงษ์จันทร์ และคณะเจ้าหน้าที่ชมรมโฮมสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา อีกทั้งในปีนี้ยัง

ได้รับเกียรติจาก คุณภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ และผู้นำท้องถิ่น เดินทางมาร่วมในพิธีตลอดจนคณะศิษยานุศิษย์ วัดพระธรรมกาย พุทธศาสนิกชนผู้ใจบุญ ชาวอำเภอเมือง และอำเภอใกล้เคียง

ร่วมบุญกันอย่างเรียบง่ายและร่วมไว้อาลัยแด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นอกจากนี้ พุทธศาสนิกชนผู้ใจบุญยังได้ร่วมกันนำอาหารปรุงสุกนำมาออกร้านตั้งโรงทานแจกจ่ายให้แก่ประชาชน

ที่ร่วมในพิธีครั้งนี้ ก่อนจะแห่องค์กฐินรอบพระอุโบสถและร่วมถวายองค์กฐิน

ซึ่งในปีนี้ทางวัดมหาวงษ์ ปากน้ำ ได้ยอดเงินทอดกฐินสามัคคี จากการทำบุญของพุทธศาสนิกชนผู้ใจบุญรวมกว่า 1 ล้านบาท


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวชุมพรพร้อมใจถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความอาลัยยิ่ง

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ผู้ประกาศข่าว: ที่จังหวัดชุมพร วันนี้ (26 ตุลาคม 2568) นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลว

โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และพสกนิกรชาวจังหวัดชุมพร ร่วมกันถวายน้ำสรงพระบรมศพและลงนามถวายความอาลัย ณ ลานอเนกประสงค์หน้าเทศบาลเมืองชุมพร อำเภอเมืองชุมพร

บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบ สะเทือนใจ และเปี่ยมด้วยความอาลัยยิ่ง พสกนิกรทุกหมู่เหล่าร่วมกันแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อพสกนิกรชาวไทยตลอดพระชนมชีพ

ทั้งนี้ ทุกอำเภอในจังหวัดชุมพรได้พร้อมใจกันจัดพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ และลงนามถวายความอาลัย เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความอาลัยอย่างพร้อมเพรียงกันทั่วทั้งจังหวัด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปวงชนชาวจ.ชุมพร น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย /ศบภ.มทบ.44 ติดตามสถานการณ์น้ำอ.สวี เตรียมพร้อมกำลังช่วยเหลือประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 25 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปวงชนชาวจังหวัดชุมพรต่างแสดงความโศกเศร้าและความอาลัยอย่างหาที่สุดมิได้ ภายหลังทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยประชาชนจำนวนมากต่างร่วมกันแสดงความจงรักภักดี น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยด้วยหัวใจแห่งความภักดี

รายงานข่าวระบุว่า สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรักษาพระอาการ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน พุทธศักราช 2562 เพื่อทรงติดตามพระอาการทางระบบต่าง ๆ จนกระทั่งวันที่ 24 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 เวลา 21.21 น. พระองค์เสด็จสวรรคตด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษา 93 ปี

ประชาชนชาวจังหวัดชุมพรต่างรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พระองค์ทรงเป็นที่รักและเทิดทูนของปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด ทรงอุทิศพระวรกายบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรทั่วทุกภูมิภาค และทรงเป็นต้นแบบแห่งความงดงาม ทั้งจิตใจและพระสิริโฉม จนได้รับการยกย่องว่าเป็น “สตรีที่แต่งกายงดงามที่สุดในโลก” หลายปีติดต่อกัน

นายธรรมนูญ เศวตเวช ประธานชมรมคนรักในหลวงจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า “เมื่อทราบข่าวการสวรรคตของพระพันปีหลวง รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะพระองค์คือแม่ของแผ่นดิน ผู้ทรงคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศชาติ ในนามของชมรมคนรักในหลวงจังหวัดชุมพร ขอร่วมถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้ง”

ขณะที่ นายพิทยา วงศ์สัมฤทธิ์ ประธานกลุ่มสุมหัวรักบ้านพ่อ และ นางสุมิตา วงศ์สัมฤทธิ์ เจ้าของร้านบ้านสวยเฟอร์นิเจอร์ จังหวัดชุมพร กล่าวว่า “ชาวจังหวัดชุมพรรู้สึกเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้สูญเสียแม่ของแผ่นดินไป พวกเราขอปฏิญาณว่าจะเดินตามรอยพระยุคลบาท ทำความดี และสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ตลอดไป”

ด้าน นายชาญยุทธ สังข์ทอง พ่อค้าจำหน่ายเสื้อผ้ามือสองในพื้นที่ ตำบลท่ายาง อำเภอเมืองชุมพร กล่าวว่า “เมื่อทราบข่าวการสวรรคตของพระพันปีหลวง ก็ได้จัดเตรียมเสื้อผ้าสีดำไว้ให้ประชาชนได้ร่วมไว้ทุกข์ในราคาย่อมเยา เพื่อเป็นการแสดงความอาลัยและความจงรักภักดีต่อแม่ของปวงชนชาวไทย”

ทั้งนี้ จังหวัดชุมพรได้จัดสถานที่สำหรับให้ประชาชนลงนามถวายความอาลัย และแต่งกายไว้ทุกข์ทั่วทั้งจังหวัด เพื่อร่วมกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ของพระแม่แห่งแผ่นดินไทย

ชุมพร – ศบภ.มทบ.44 ติดตามสถานการณ์น้ำอำเภอสวี เตรียมพร้อมกำลังช่วยเหลือประชาชน

ธนากร โกศลเมธีรายงาน0818923514 เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2568 ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 44 (ศบภ.มทบ.44) โดยกองร้อยมณฑลทหารบกที่ 44 ได้ดำเนินการติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่อำเภอสวี จังหวัดชุมพร หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ ทำให้ระดับน้ำในคลองมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น

ศบภ.มทบ.44 ได้เตรียมความพร้อมของกำลังพลและยุทโธปกรณ์เพื่อรองรับสถานการณ์หากเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยจัดเตรียมกำลังพลจำนวน 12 นาย ประกอบด้วยนายทหารประจำกองร้อย 2 นาย และพลทหาร 10 นาย พร้อมรถ FTS จำนวน 1 คัน ประจำการ ณ ที่ตั้งหน่วย เพื่อพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดอุทกภัย

ทั้งนี้ ชุดช่วยเหลือประชาชนร้อย.มทบ.44 ได้ร่วมประสานการปฏิบัติกับส่วนราชการในพื้นที่ และผู้นำท้องถิ่น เพื่อเฝ้าระวังและติดตามปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมการสนับสนุนด้านกำลังและเครื่องมือในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อำเภอสวี หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น

ศบภ.มทบ.44 ยังคงยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และจะรายงานความคืบหน้าสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แสดงความเสียใจกับครอบครัวของ นายเจริญ หมะเห” อดีตประธานชมรมสรรหาคนดีศรีทักษิณ ผู้ร่วมงานสร้างคุณงามความดีในพื้นที่ชายแดนใต้

แชร์เนื้อหานี้

สงขลา – ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 เวลา 14.00 น. พันเอก เอกธวุฒิ คงคาเขตร ผู้อำนวยการโรงเรียนการเมือง ศูนย์สันติวิธี (ค่ายอิงคยุทธบริหาร) ต.บ่อทอง อ.หนองจิก ปัตตานี โดยคณะของท่านได้เดินทางไปยังอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เพื่อร่วมแสดงความเสียใจและให้กำลังใจแก่ครอบครัวของ นายเจริญ หมะเห อดีตประธานชมรมสรรหาคนดีศรีทักษิณ ซึ่งได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบ โดยได้เดินทางไปเข้าพบครอบครัว ที่ บ้านพักในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา จึงขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับ นางสาวมีนา (บุตรสาวของนายเจริญฯ) ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการธรรมวิทยามูลนิธิ

โดย พันเอกเอกธวุฒิ คงคาเขตร ผอ.โรงเรียนการเมือง ได้กล่าวว่า วันนี้เราได้มีโอกาสเดินทางมาที่บ้านพักครอบครัว นายเจริญ หมะเห อดีตประธานชมรมสรรหาคนดีศรีทักษิณ โดยมาให้กำลังใจ และขอชื่นชม ในคุณงามความดีที่ผ่ารมาของนายเจริญฯ ที่เคยเป็นผู้ที่อุทิศตนเพื่อประโยชน์ของสังคมมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการทำงานในฐานะประธานชมรมสรรหาคนดีศรีทักษิณ เป็นหนึ่งในชมรมที่คอยขับเคลื่อนเเละช่วยเหลืองานด้านมวลชนให้กับทหาร โดยหลังจากทราบข่าวการเสียชีวิตของท่านได้พักสงบในอ้อมกอดของพระเจ้า

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นเงาสอดผ่านม่านตา สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจรักและความใส่ใจของเจ้าหน้าที่ทหาร และความมีน้ำใจจิตมิตรไมตรีส่งผ่านมาซึ่งทางโรงเรียนการเมืองรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่มีต่อบุคคลเก่งๆที่เคยร่วมสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้แก่สังคมในตลอดช่วงที่ผ่านมาในพื้นที่ชายเเดนใต้ และประเทศชาติ แม้วันนี้ทางครอบครัวต้องตกอยู่ในช่วงยามที่ต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งสำคัญ

“อินนาลิลาฮฮิวาอินนาอิลัยฮิรอญิอูน“ ….

ตอริก สหสันติวรกุล
บรรณาธิการข่าว
(ศูนย์ข่าวภาคใต้) รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ครอบครัว มหัทธรา มอบเครื่องมือแพทย์–สิ่งของจำเป็นให้ชมรมโฮปฯ ช่วยผู้ป่วยยากไร้และสัตว์จรจัด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 22 ตุลาคม 2568 ที่สำนักงาน ชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ภายในวัดมหาวงษ์ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ คุณ ศิรวิช์ มหัทธรา พร้อมครอบครัว ได้มอบเครื่องมือแพทย์และสิ่งของจำเป็นหลายรายการให้แก่ชมรมโฮปฯ

เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้และสัตว์จรจัดในพื้นที่ ประกอบด้วย โลงศพ จำนวน 20 ใบ / แพมเพิส จำนวน 8 แพ็ค / อาหารสุนัขขนาด 20 กิโลกรัม จำนวน 4 ถุง / รถเข็นวีลแชร์ จำนวน 2 คัน / เครื่องผลิตออกซิเจน จำนวน 1 เครื่อง / เครื่องวัดความดัน จำนวน 1 เครื่อง / พร้อมมอบเงินสนับสนุนเพิ่มเติมจำนวน 2,000 บาท สำหรับโครงการ “รถปันสุข”

ซึ่งทางชมรมโฮปฯ กำลังจัดสร้าง เพื่อใช้ในภารกิจลงพื้นที่แจกข้าวให้ ผู้ประสบภัย รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ ไม่ว่าจะเป็นเหตุไฟไหม้หรือภัยพิบัติต่าง ๆการมอบสิ่งของในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงน้ำใจและความห่วงใยของ

ครอบครัว มหัทธรา ที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งปันความสุขให้สังคม พร้อมสนับสนุนภารกิจของชมรมโฮปฯ ซึ่งทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากและสัตว์ที่ขาดการดูแล

นายวสุ เผ่าตำรวจ รองประสานชมรมโฮปฯ กล่าวว่า ตนได้รับมอบจาก นางสาวปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ ให้เป็นตัวแทนรับมอบสิ่งของ ที่ทาง คุณ ศิรวิช์ มหัทธรา พร้อมครอบครัว

ได้มามอบโดยประกอบด้วย โลงศพ 20 ใบ รถวีลแชร์อีก 2 คัน เครื่องผลิตออกซิเจน 1 เครื่อง เครื่องวัดความดัน 1 เครื่อง แพมเพิส 8 ถุง อาหารสุนัขนักหนัก 20 กิโล 4 ถุง

และเงินช่วยสนับสนุนทำรถปันสุข 2,000 บาท ตนก็ขออนุโมทนาบุญกับครอบครัวนี้ด้วย ทำอะไรก็ขอให้สำเร็จสมความปรารถนา


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ