คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสังคม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สิงห์บุรีเปิดยิ่งใหญ่! งาน “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย” ชูอารยธรรมดินเผา 700 ปี ปลุกท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกลุ่มจังหวัดภาคกลาง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา19.00 น.นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธี เปิดฉากอย่างอลังการกับงาน “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย ดินเผาเล่าเรื่องเมืองสิงห์” ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ แหล่งโบราณสถานพิพิธภัณฑ์เตาเผา

แม่น้ำน้อย และวัดพระปรางค์ อำเภอบางระจัน เพื่อประกาศศักดาความเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำและแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่ใหญ่ที่สุดในอดีต หวังดึงนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเข้าสู่เส้นทางท่องเที่ยวสายศรัทธาและประวัติศาสตร์​ยกระดับโบราณสถาน สู่หมุดหมายท่องเที่ยวคุณภาพสูง

โดยมี นายปฏิญา สันติชาติงาม ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ซึ่งมุ่งเน้นการพลิกฟื้นการท่องเที่ยวไทยสู่รูปแบบคุณค่าสูง (High Value) โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 700 ปี ของเตาเผาแม่น้ำน้อยเป็นฐานสำคัญในการเชื่อมโยงกิจกรรมท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน

ไฮไลต์สุดตระการตา “แสง สี เสียง” เล่าขานตำนานเมืองสิงห์
​บรรยากาศในวันแรกเต็มไปด้วยความคึกคัก กับการแสดง แสง สี เสียง (Light & Sound) สื่อผสมที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรุ่งเรืองของภูมิปัญญาช่างปั้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นได้อย่างสมจริง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเด่นที่น่าสนใจ อาทิ:
​การแสดงศิลปวัฒนธรรม: การแสดงโขน, ลิเก, หนังใหญ่ และนาฏมวยไทยที่หาชมได้ยาก

​โซนวิชาการ: การเสวนาความรู้ทางประวัติศาสตร์และการแข่งขันตอบปัญหาชิงรางวัลช้อป ชิม ชิลล์: การออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP เกรดพรีเมียม และอาหารพื้นถิ่นรสชาติดั้งเดิมของชาวสิงห์บุรีความบันเทิง: คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ หนู มิเตอร์, ไข่มุก The Voice, ณัฎฐ์ กิตติสาร และกานดา อาร์สยาม ที่จะสลับสับเปลี่ยนมาสร้างรอยยิ้มตลอด

การจัดงานเชื่อมโยง “เส้นทางสายศรัทธา” กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนนายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี กล่าวว่า “งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเฉลิมฉลองอดีต แต่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยว ‘ตามรอยพระพุทธบาทกราบศรัทธา’ และวิถีชุมชนลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ป่าสัก ซึ่งจะช่วย

สร้างรายได้หมุนเวียนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน”
​จังหวัดสิงห์บุรีขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมย้อนรอยอารยธรรมและสัมผัสมนต์เสน่ห์ของดินเผาเมืองสิงห์ในงาน “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย ดินเผาเล่าเรื่องเมืองสิงห์” จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 – 3 พฤษภาคม 2569 ณ พิพิธภัณฑ์เตาเผาแม่น้ำน้อย และวัดพระปรางค์ อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี (เข้าชมฟรีตลอดงาน!)

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /สมาคมสื่อมวลชน จ.น่าน สืบสานฮีดฮอย ป๋าเพณีปี๋ใหม๋เมืองน่าน การวะขอพร ผู้บริหารบริษท ส.เต็งไตรรัตน์ (น่าน)จำกัด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 ณ ห้องรับรองผู้บริหารหาร บริษัท ส.เต็งไตรรัตน์(น่าน)จำกัด บ.เจดีย์ ต.ดู่ไต้ อ.เมืองน่าน จ.น่าน นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน พร้อมด้วย นายวิสุทธิ์ ศรีเมือง เลขานุการสมาคมฯ

ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม นายปรันต์ เหล่าสุริยงค์ คณะกรรมการสมาคมฯนายกฤษณ์ ธรรมศักดิ์ สมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านได้สืบสานฮีดฮอย ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองน่าน การวะขอพร นายดุสิต(เสี่ยน้อง) นางกนกวรรณ(เก๋)เต็งไตรรัตน์ ผู้บริหารบริษัทส.เต็งไตรรัตน์(น่าน)จำกัด

ต่อมา เสี่ยน้องและคุณเก๋ได้สูมาการะและอวยพรให้ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านให้ประสพความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีความสุขความเจริญ และมีสุขภาพที่แข็งแรง ต่อจากนั้นนายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านได้

อวยพรให้คุณดุสิตและคุณนกวรรณ มีสุขภาพที่แข็งแรง กิจการเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไปประเพณีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่วันสงกรานต์ ความเคารพ นอบน้อมต่อบิดามารดาและผู้มีพระคุณมีความกตัญญูกตเวทีของผู้น้อยมาขอขมาลาโทษ

ซึ่งกัน ประเพณีรดน้ำดำหัวเป็นพิธีต่อเนื่องจากวันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ของไทยเป็นประเพณีที่แสดงถึงความเคารพ นอบน้อมต่อบิดามารดาผู้ใหญ่หรือผู้มีพระคุณเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที

ของผู้น้อยและขอขมาลาโทษที่ผู้น้อยอาจจะเคยล่วงเกินผู้ใหญ่อีกทั้งเป็นการขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองตลอดไปตั้งแต่วันแรกของการเริ่มประเพณีสงกรานต์จนถึงวันสุดท้ายของสงกรานต์ คำว่ารดน้ำดำหัวเป็นคำพูดของชาวเหนือที่จะไปรดน้ำขอขมาขอโทษผู้ใหญ่และขอพร

จากผู้ใหญ่ที่ตนเคารพนับถือซึ่งจะมีการอาบน้ำ จริงๆ ฮือฮาทั้งตัวและดำหัวคือสระผมด้วยสิ่งที่ใช้สระผมก็จะเป็นน้ำส้มป่อยหรือน้ำมะกรูด การดำหัว ในความหมายทั่วไปของชาวล้านนาไทยนั้นหมายถึงการสระผม

แต่ในพิธีกรรมโดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ของทุกๆปีหมายถึงการชำระสะสางสิ่งอันเป็นอัปมงคลในชีวิต ให้วิ ลาดพร้าวไปด้วยการใช้น้ำส้มป่อยเป็นเครื่องชำระจึงใช้คำว่าดำหัวมาต่อท้ายคำว่าลดน้ำซึ่งมีความหมายคล้ายกันกลายเป็นคำซ้อนคำว่ารดน้ำดำหัวประเพณีรดน้ำดำหัวถือว่าเป็น

ประเพณีที่ดีงามอีกประเภทหนึ่งที่ประชาชนชาวไทยถือปฏิบัติ เวลาที่ยาวนานซึ่งการรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุหรือญาติผู้ใหญ่บุคคลผู้ที่ตนให้ความเคารพนับถือการรดน้ำดำหัวนั้นจะเป็นการ

ขอโทษขออภัยซึ่งกันและกันที่เคยล่วงเกินกันหลายปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการล่วงเกินทางกายล่วงเกินทางวาจาหรือว่าการล่วงเกินทางใจทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ ดอลลาร์หรือว่าลับหลังก็ตามประเพณีรดน้ำดำหัว

หรือบางครั้งก็เรียกว่าประเพณีปีใหม่เมืองจะมีในระหว่างวันที่ 13 -15 เดือน เมษายนของทุกปีหรือวันสงกรานต์นั่นเองประเพณีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ส่วนใหญ่จะกระทำกันในวันสุดท้ายของ

เทศกาลสงกรานต์เพียงวันเดียวหรือวันเถลิงศกนั่นเอง ประเพณีรดน้ำดำหัวเป็นสิ่งที่ทำต่อเนื่องกันมายาวนานในปีใหม่ของไทยเป็นการแสดงความเคารพและกตัญญูต่อบิดามารดาผู้ใหญ่และผู้

มีพระคุณ ด้วยความเชื่อที่ว่าการขอขมาลาโทษพร้อมทั้งรับคำอวยพรเพื่อเสริมสิริมงคลของชีวิตและประเพณีนี้ยังทรงคุณค่ามาจนทุกวันนี้ และเมษายนของทุกปีหรือวันสงกรานต์นั่นเองสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน สงกรานต์น่าน ปี2569การวะผู้บริหารบริษัท ส.เต็งไตรรัตน์น่าน สืบสานประเพณีไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รพ.กรุงเทพพัทยา จัดประชุม “Comprehensive Neuroscience 2026” ยกระดับบุคลากรการแพทย์ทั่วภาคตะวันออก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 เมษายน 2569 ที่ห้องประชุม D1 อาคาร D ชั้น 10 โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา จ.ชลบุรี ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ได้จัดงานประชุมวิชาการครั้งสำคัญ “Comprehensive Neuroscience 2026: Advancing Trends into Practice” โดยมี พญ.พีรพรรณ เจรจาปรีดี รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา กล่าวต้อนรับและกล่าวเปิดการประชุมวิชาการท่ามกลางบุคลากรทางการแพทย์เข้าร่วมทั้งในรูปแบบออนไลน์ (Online) และออนไซต์ (On-site) กันอย่างพร้อมเพรียง

การประชุมวิชาการครั้งนี้ ถือเป็นการรวบรวมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้า ทั้งจากโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยาและโรงพยาบาลเครือข่าย มาร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์เจาะลึก อัปเดตเทรนด์ เทคโนโลยี และแนวทางการรักษาโรคทางสมองและระบบประสาท นำไปสู่การปฏิบัติจริง (Advancing Trends into Practice) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้นในหลากหลายหัวข้อที่กำลังเป็นที่จับตามองในแวดวงประสาทวิทยา อาทิเจาะลึกโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke): ตั้งแต่การอัปเดต Guideline แนวทางการรักษา, การเชื่อมโยงเครือข่ายระบบส่งต่อผู้ป่วย (Integrated Stroke Network) ไปจนถึงทางเลือกใหม่ในการรักษาและการฟื้นฟู (Advance Neuro rehabilitation)อัปเดตโรคความเสื่อมของระบบประสาท: เกณฑ์การวินิจฉัยและระยะของโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) รวมถึงแนวทางการรับมือกับโรคพาร์กินสัน

นวัตกรรมเพื่อความปลอดภัย เทคโนโลยีที่ช่วยให้มองเห็นสิ่งที่มองไม่เห็น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการผ่าตัดสมอง (Technologies for safer brain surgery)
ครอบคลุมโรคทางประสาทวิทยาอื่นๆ แนวทางการรับมือกับอาการปวดศีรษะที่พบบ่อย (Common Headache for Non Neurologist) และกลุ่มโรคเส้นประสาทร่วมกล้ามเนื้อจากพันธุกรรม (Genetic Neuromuscular)ในยุคที่องค์ความรู้ทางการแพทย์ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว งานประชุมนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของบุคลากร เพื่อให้ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา สามารถก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ด้านประสาทวิทยาในภาคตะวันออกได้อย่างแท้จริง

นอกจากความก้าวหน้าทางวิชาการแล้ว ภายใต้นโยบายด้านการพัฒนาของ รพ.กรุงเทพพัทยา ที่ให้ความสำคัญและใส่ใจกับความต้องการและเป้าหมายของผู้ป่วยเป็นสิ่งที่โรงพยาบาลคำนึงถึงเป็นอันดับแรก จึงมุ่งเน้นการดูแลรักษาโดยให้ความสำคัญกับผู้รับการรักษาเป็นเป้าหมายสูงสุด โดยเริ่มพัฒนาด้วยการใช้ข้อมูลที่ได้จากประสบการณ์ของผู้ป่วย ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวยังเป็นประโยชน์นำไปสู่การพัฒนาการจัดบริการที่เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ตลอดจนกระบวนการในการดูแลรักษาระหว่างผู้ป่วยและทีมผู้ให้การรักษาให้ได้ผลลัพท์ที่ดี และผู้ป่วยสามารถกลับไปดำรงชีวิตอย่างปกติสุขได้ในที่สุด

ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา หนึ่งในศูนย์แห่งความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Center of Excellence) ที่เป็นศูนย์การแพทย์ชั้นนำพร้อมด้วยแพทย์มีประสบการณ์ทุกสาขา รวมถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ครบครัน พร้อมพัฒนายกระดับมาตรฐานการรักษา และยืนยันความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านการดูแลผู้ป่วยโรคทางสมองและระบบประสาท เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในภาคตะวันออกต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คณะผู้เข้าอบรมหลักสูตรผู้นำการพยาบาลจากวิทยาลัยนักบริหารสาธารณสุข เข้าศึกษาดูงาน Smart Health Care โรงพยาบาลนครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. นายแพทย์ สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม กล่าวต้อนรับ นายแพทย์ ชายตา สุจิตนพรัหม ผู้อำนวยการวิทยาลัยนักบริหารสาธารณสุข พร้อมด้วย ดร.ราศรี ลีนะกุล อดีตเลขาธิการสภาการพยาบาล และผู้เข้าอบรมหลักสูตรฝึกอบรมผู้นำการพยาบาล รุ่นที่ 10 ประจำปี 2569

เข้าศึกษาดูงานหัวข้อ ”Smart Health Care โรงพยาบาลนครปฐม” วัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้นำการพยาบาล รุ่นที่ 10 ให้ได้เรียนรู้ระบบบริหารจัดการบริการทางการแพทย์
ที่ทันสมัย

และมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยที่มีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาองค์กรพยาบาลและยกระดับการบริหารจัดการสาธารณสุข ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

เหรียญหลวงปู่บุญผัน รุ่นเสาร์5 วัดสิริสาลวัน เมืองหนองบัวลำภู มีนักมวยคนดัง ร่วมงาน 11 เมษายน 2569

แชร์เนื้อหานี้


วัดสิริสาลวัน เมืองหนองบัวลำภู จัดทำ เหรียญหลวงปู่บุญผัน รุ่นเสาร์5 วัดสิริสาลวัน เมืองหนองบัวลำภู มีนักมวยคนดัง ร่วมงาน 11 เมษายน 2569

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 228 สายชุมแพ-หนองบัวลำภู ตอน อ.ชุมแพ-อ.สีชมพูและสรุปผลการศึกษาการประชุมสัมนาครั้งที่ 3 ระยะทาง30กิโลเมตรเศษๆ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 13.45 น.นายนคร สุพรรรณ์ ปลัดอำเภอ(ชำนาญการพิเศษ) ปลัดอาวุโสอำเภอชุมแพ ให้เกียรติเป็นประธานโครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 228 สายชุมแพ-หนองบัวลำภู ตอน อ.ชุมแพ-อ.สีชมพู โดยมีนายวีรชัย ตั้งวัฒนากร วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ ตัวแทนกรมทางหลวงกล่าวรายงานและวัตถุประสงค์ของการประชุมสัมนาศึกษาโครงการ

รวมถึงผลการดำเนินงานด้านมีส่วนร่วมของประชาชนและรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะเพื่อนำมาปรับปรุงประกอบพิจารณาให้มีความเหมาะสม ทางหลวงหมายเลข 228 เป็นเส้นทางสายสำคัญอีกเส้นหนึ่งที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดขอนแก่นกับจังหวัดหนองบัวลำภูเพื่อการสัญจรไปมาเกิดการคล่องตัวการขนส่งแสินค้าสะดวกรวดเร็วและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

และแก้ไขปัญหาการจราจรหนาแน่นจึงมีการศึกษาจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจออกแบบปรับปรุงแก้ไขให้ได้มาตรฐานตามหลักเกณฑ์ที่ทางหลวงกำหนดเพื่อให้สอดคล้องกับสภาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและความต้องการของประชาชน ได้เวลาสมควรจึงได้ปิดการประชุมสัมนา ณ.โรงเรียนชุมแพศึกษา อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

ภาพ/ข่าว จ่ากบ ชุมแพ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทะเบียนอ.นครชัยศรี ภาค 7บริการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนเคลื่อนที่ให้กับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง

แชร์เนื้อหานี้

สำนักทะเบียนอำเภอนครชัยศรีร่วมกับ ศูนย์บริหารการทะเบียนภาค 7 ออกหน่วยบริการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนเคลื่อนที่ให้กับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง

ภายใต้การอำนวยการของนางสาวอโรชา นันทมนตรีผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมโดยนายนรวีร์ ขันธหิรัญนายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วยนายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศร

นางนฤมล โพธิ์ทองนาค ปลัดอำเภอนครชัยศรี ,นายเกรียงศักดิ์ รื่นนุสาร ปลัดอำเภอนครชัยศรีนายสุทธินัย จังหวัดสุข นายกอบต.ไทยาวาส ,กำนันตำบลไทยาวาส , ผู้ใหญ่บ้าน , เจ้าหน้าที่บริหารการทะเบียนภาค 7 และเจ้าหน้าที่ปกครอง อส.

สำนักทะเบียนอำเภอนครชัยศรีร่วมกับ ศูนย์บริหารการทะเบียนภาค 7 ออกหน่วยบริการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนเคลื่อนที่ให้กับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง จำนวน 9 ราย ได้แก่ ตำบลไทยาวาส ตำบลวัดละมุด ตำบลบางพระ ตำบลแหลมบัว ตำบลพะเนียด ตำบลบางระกำ ตำบลท่าตำหนัก

เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด จากการให้บริการที่มีมาตรฐาน สะดวก รวดเร็ว และทั่วถึงทุกพื้นที่ ทุกหลังคาเรือน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าฯ จ.นครปฐม ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุกเพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนด

แชร์เนื้อหานี้

การประชุม ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก เพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนด จังหวัดนครปฐม
นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานการประชุมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุกเพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนด จังหวัดนครปฐม

โดย นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ร่วมให้การต้อนรับ ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ธราธิป โคละทัต ผู้จัดการโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวไทยฯ

พร้อมด้วยศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ แพทย์หญิงวิบูลพรรณ ฐิตะดิลก และคณะ ในการให้ข้อเสนอแนะแนวทางขับเคลื่อนระบบคัดกรอง ดูแล รักษาหญิงตั้งครรภ์ เพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนดในจังหวัดนครปฐม ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สว.​ลงพื้นที่รับฟังปัญหา ขับเคลื่อนการค้าชายแดนไทย​ – มาเลเซีย ณ ด่านศุลกากรสะเดา จ.สงขลา

แชร์เนื้อหานี้

​เมื่อวันที่ 25 เม.ย.69ได้รับการเปิดเผยจาก นายชวพล​ วัฒนพรมงคล​ สมาชิกวุฒิสภา ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ สำนักงานด่านศุลกากรสะเดา เพื่อติดตามสถานการณ์การนำเข้า-ส่งออกสินค้า และรับฟังข้อมูลเชิงประจักษ์เกี่ยวกับการบริหารจัดการโลจิสติกส์ในพื้นที่ กับคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา

​จากการร่วมรับฟังบรรยายสรุปและหารืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำโดยท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ทำให้เราได้เห็นภาพชัดเจนว่า ด่านสะเดาซึ่งเป็นจุดผ่านแดนสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

ยังคงเผชิญกับข้อจำกัดหลายมิติ ทั้งความแออัดของพื้นที่ด่าน ปัญหาการจัดการจราจรของรถบรรทุกสินค้า การบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ตลอดจนอุปสรรคด้านกฎระเบียบและขั้นตอนปฏิบัติที่ยังไม่เอื้ออำนวยต่อการทำงานในปัจจุบัน

​ในฐานะกรรมาธิการฯ สมาชิกวุฒิสภาทุกคนให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการยกระดับ “การอำนวยความสะดวกทางการค้า (Trade Facilitation)” เพราะเป็นกุญแจสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระดับภูมิภาค​ ​ผมจะนำข้อมูลและเสียงสะท้อนที่ได้รับจากคนทำงานในพื้นที่จริงครั้งนี้

ไปร่วมศึกษาและผลักดันเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและนิติบัญญัติ นำเสนอต่อวุฒิสภาและรัฐบาลต่อไป เพื่อร่วมกันปลดล็อกข้อจำกัดต่างๆ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และยกระดับระบบการค้าชายแดนของเราให้เติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป
ทีมข่าวเฉพาะกิจ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีบวงสรวง วันสวรรคตพระนเรศวรมหาราช คล้ายวันสวรรคตขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชผู้ทรงกอบกู้ประเทศชาติ

แชร์เนื้อหานี้

วันเสาร์ที่ 25เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ วัดใหม่สุปดิษฐาราม อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมพิธีบวงสรวง วันสวรรคต

พระนเรศวรมหาราช ตรงกับวันที่ 25 เมษายนของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชผู้ทรงกอบกู้ประเทศชาติ ให้พวกเราได้อยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุข

จนถึงทุกวันนี้ จึงได้จัดให้มีการบวงสรวงและวางพวงมาลา เพื่อน้อมรำลึกถึงบุญคุณของพระมหากษัตริย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่และ

กล้าหาญที่พระองค์ ได้กอบกู้อิสรภาพของประเทศไทย ให้เป็นปึกแผ่นจนทำให้ประเทศชาติไทยมีความมั่นคงจนถึงทุกวันนี้

“พิธีเปิดงานประจำปี ประเพณีสงกรานต์” พระสีวลีองค์ใหญ่ วัดใหม่สุปดิษฐาราม ประจำปี 2569พระครูปฐมชยาภิวัฒน์ เจ้าคณะตำบลบางกระเบา เจ้าอาวาสวัดใหม่สุปดิษฐาราม

นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ประธานในพิธีเปิดงานประจำปี ประเพณีสงกรานต์” พระสีวลีองค์ใหญ่ วัดใหม่สุปดิษฐาราม ประจำปี 2569

พร้อมด้วย พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุนทร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนครชัยศรี , นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี , นางนฤมล โพธิ์ทองนาค ปลัดอำเภอนครชัยศรี ,

นายวินัย วงษ์สวรรค์ นายกอบต.นครชัยศรี , นายสมศักดิ์ เอี่ยมพิมพันธุ์ นายกเทศมนตรีตำบลขุนแก้ว และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง เข้าร่วมพิธี
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดรับฟังความคิดเห็นโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมาสายสีส้มเสริมศักยภาพขนส่งมวลชนอย่างเต็มรูปแบบ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่(24 เมษายน 2569) เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 เพื่อนำเสนอผลการศึกษาโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา สายสีส้ม ช่วงโรงพยาบาลเทพรัตน์–สถานีร่วมจอหอ ณ ห้องประชุมเซนเตอร์พอยต์ บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมเซนเตอร์พอยต์ เทอร์มินอล 21 โคราช อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

โดยมี นายสาโรจน์ ต.สุวรรณ รองผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดการประชุม และมีผู้นำชุมชน ประชาชนในพื้นที่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 400 คนการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการศึกษาความเหมาะสม รายละเอียดการออกแบบโครงการ แนวเส้นทาง รูปแบบและองค์ประกอบของระบบ ตลอดจนผลการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม และมาตรการป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปปรับปรุงโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่สำหรับโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา สายสีส้ม ออกแบบเป็นระบบรถไฟฟ้ารางเบา มีจุดเริ่มต้นบริเวณหน้าโรงพยาบาลเทพรัตน์ บนถนนมิตรภาพ ผ่านสถานที่สำคัญ อาทิ วิทยาลัยนาฏศิลป์ ชลประทาน โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย แยกปีกธงชัย ทางรถไฟ มิตรภาพซอย 8 วิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา แยกนครราชสีมา

ต่อเนื่องไปตามทางหลวงหมายเลข 224 และ 205 ผ่านโรงเรียนเมืองนครราชสีมา โรงเรียนสุรนารีวิทยา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ก่อนสิ้นสุดที่บริเวณแยกจอหอ รวมระยะทางประมาณ 24.60 กิโลเมตร มีจำนวนสถานีทั้งสิ้น 26 สถานีนายสาโรจน์ ต.สุวรรณ รองผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา สายสีส้ม ว่า

การจัดประชุมครั้งนี้เป็นการนำเสนอความคืบหน้าหลังจากเคยจัดรับฟังความคิดเห็นมาแล้วเมื่อเดือนกันยายน 2568 โดยภายหลังจากนั้นได้มีการศึกษาและออกแบบรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมจนมีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งในส่วนของแนวเส้นทาง ตำแหน่งสถานี และรูปแบบการก่อสร้าง การนำเสนอครั้งนี้จึงมีรายละเอียดครบถ้วนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งแนวเส้นทาง การวางโครงสร้างในแต่ละช่วง รวมถึงแนวทางการก่อสร้างในจุดสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณทางหลวงหมายเลข 2 และทางหลวงหมายเลข 224

ซึ่งได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าของพื้นที่เรียบร้อยแล้ว โดยบางช่วงจะก่อสร้างเป็นทางยกระดับเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านการจราจร ส่วนพื้นที่อื่นโดยรวมไม่พบปัญหาสำคัญ นายสาโรจน์กล่าวว่า หลังจากได้รับความคิดเห็นจากประชาชนในครั้งนี้ จะนำข้อมูลทั้งหมดไปปรับปรุงรายละเอียดโครงการ ก่อนเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอน คาดว่าจะใช้ระยะเวลาในช่วงปี 2569 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570

เพื่อขออนุมัติโครงการ และหากเป็นไปตามแผนจะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ภายในปี 2570 ในส่วนของอัตราค่าโดยสาร ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาให้เหมาะสม โดยมีหลักการสำคัญคือกำหนดค่าโดยสารให้อยู่ในระดับที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ และสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ขณะที่ปัจจุบันโครงการระบบขนส่งมวลชนในภูมิภาคที่ได้รับมอบหมายให้ศึกษา นอกจากจังหวัดนครราชสีมาแล้ว ยังมีจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดภูเก็ต และล่าสุดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งทั้งสามจังหวัดหลักมีความพร้อมใกล้เคียงกัน สำหรับปริมาณผู้โดยสาร มีการประเมินเบื้องต้นว่าเมื่อเปิดให้บริการจะมีผู้ใช้บริการประมาณ 12,000 คนต่อวัน

ทั้งนี้ ในอนาคตยังมีแผนพัฒนาโครงข่ายเพิ่มเติม โดยกำหนดแนวเส้นทางหลัก 3 สาย ได้แก่ สายสีส้ม สีม่วง และสีเขียว รวมถึงการพัฒนาระบบขนส่งต่อเชื่อมเพื่อสนับสนุนการเดินทางให้ครอบคลุมทั้งระบบ ส่วนรูปแบบการลงทุนโครงการ จะใช้แนวทางการให้เอกชนร่วมลงทุนในลักษณะสัมปทาน เพื่อให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาททั้งในด้านการลงทุนและการเดินรถ ขณะที่มูลค่าการลงทุนยังอยู่ระหว่างการปรับปรุงรายละเอียด เนื่องจากมีการปรับแบบโครงการเพิ่มเติม และจะมีการชี้แจงตัวเลขที่ชัดเจนในระยะถัดไป

นายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่สำคัญของจังหวัด ช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย รองรับการขยายตัวของเมืองและการท่องเที่ยวในอนาคต อีกทั้งยังมีส่วนช่วยลดปริมาณการใช้รถยนต์บนท้องถนน ลดปัญหาการจราจรและมลพิษทางอากาศ อันเป็นประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

ทั้งนี้ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกให้ดำเนินการศึกษาโครงการ โดยมีแผนเริ่มก่อสร้างในปี 2571 และคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2575 ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของจังหวัดนครราชสีมาให้มีมาตรฐานระดับสากล

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดโครงการวันเทศบาลประจำปี 2569เพื่อเป็นการะะลึกถึงความสำคัญ และความเป็นมาของการก่อกำเนิดเทศบาล

แชร์เนื้อหานี้

เนื่องในโอกาสวันที่ 24 เมษายนของทุกปีเป็นวันเทศบาล
เทศบาลตำบลสามง่าม นำโดย นายสมรัก มีใจดี นายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม

พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการแต่ละกอง/ฝ่าย สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ และพนักงานเทศบาลตำบลสามง่าม จัดโครงการวันเทศบาลประจำปี 2569

ขึ้น ในวันศุกร์ ที่ 24 เมษายน 2567 เวลา 09.00 น. เพื่อเป็นการะะลึกถึงความสำคัญ และความเป็นมาของการก่อกำเนิดเทศบาล และได้ตระหนักถึงความสำคัญของการปกครองท้องถิ่น โดยเฉพาะการปกครองท้องถิ่น

รูปแบบเทศบาล ตลอดจนให้คณะผู้บริหารพนักงานเทศบาล ลูกจ้างและพนักงานจ้าง ได้มองเห็นความสำคัญของการบริการ และการอำนวยความสะดวกสร้างความเป็นธรรมความเสมอภาค

ให้กับประชาชนที่มาใช้บริการของเทศบาล รวมทั้งสร้างความรักความผูกพัน ความสามัคคี ซึ่งจะก่อให้เกิดผลต่อการปฎิบัติหน้าที่ และราชการมากยิ่งขึ้น

กิจกรรมในวันนี้มีการไหว้ศาลพระพรหม หน้าสำนักงานเทศบาล ไหว้มณฑปหลวงปู่เต๋คงทอง หน้าที่ว่าการอำเภอดอนตูม และพิธีสงฆ์ ณ ห้องประชุมชั้น 3 เทศบาลตำบลสามง่าม

โดยมี นายจักรกฤษณ์ ไขว้พันธุ์ นายอำเภอดอนตูม เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยนอกจากนี้ยังมีกิจกรรมบำรุงรักษา ทำความสะอาดรอบอาคาร

สำนักงานเทศบาลตำบลสามง่าม ซึ่งมี กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในเขตเทศบาลตำบลสามง่าม มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศาล จ.สิงห์บุรี จัดพิธีรำลึก”วันสถาปนาศาลยุติธรรม” ครบรอบ 144 ปี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 08.30 น. นางสาวธิดา ฟูเฟื่อง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดกบินทร์บุรี ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธี บำเพ็ญกุศลและประกอบพิธีทางศาสนา

เนื่องในงาน “วันสถาปนาศาลยุติธรรม ครบรอบ 144 ปี”ณ ศาลจังหวัดสิงห์บุรี โดยมีนายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี นางสาววีรวรรณ จันทนเสวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วยคณะผู้พิพากษา อัยการ และเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อการพัฒนาระบบศาลไทยสำหรับวันที่ 21 เมษายน ของทุกปี ถือเป็นวันสำคัญของกระบวนการยุติธรรมไทย โดยในปี 2569 นี้ นับเป็นวาระครบรอบ 144 ปี แห่งการสถาปนาศาลยุติธรรม การจัดกิจกรรมบำเพ็ญกุศลในครั้งนี้

เพื่อรำลึกถึงการจัดตั้งศาลยุติธรรม ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นเสาหลักอันมั่นคงในการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ตลอดจนความเสมอภาคของประชาชนชาวไทย ผ่านกระบวนการพิจารณาพิพากษาคดีที่บริสุทธิ์และยุติธรรมเสมอมา

นอกจากนี้ ยังเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) พระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีพระปรีชาญาณในการวางรากฐานกระบวนการยุติธรรมแบบสมัยใหม่ให้กับประเทศไทย ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็น “ผู้ปฏิรูประบบศาลไทยให้ทันสมัย” ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้ระบบการศาลของไทยมีความเจริญก้าวหน้าและเป็นที่พึ่งพิงของประชาชนตราบจนถึงปัจจุบัน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ทรูคอร์ปอเรชั่น เดินหน้าปลูกฝังคุณธรรมสู่สังคมไทย ปี 12

แชร์เนื้อหานี้

เริ่มแล้ว สามเณรปลูกปัญญาธรรม ปี12 12 เยาวชนก้าวสู่ร่มเงาพระธรรมภายใต้แนวคิด “แผ่นดินธรรม แผ่นดินไทย รัก เรียน เพียร ให้ ด้วยหัวใจตื่นรู้”เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าปลูกฝังคุณธรรมสู่สังคมไทย
ถ่ายทอดเรียลลิตีธรรมะ 24 ชั่วโมง ผ่านทรูวิชั่นส์ ทรูไอดี และทรูวิชั่นส์ นาวนครราชสีมา เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกยุคใหม่และกระแสดิจิทัลที่หล่อหลอมวิถีชีวิตของเด็กและเยาวชนในทุกมิติ…เครือเจริญโภคภัณฑ์ และทรู คอร์ปอเรชั่น ยังคงเชื่อมั่นในพลังของพระธรรมคำสอนในฐานะรากฐานสำคัญของการพัฒนาคน จึงสานต่อ “สามเณรปลูกปัญญาธรรม” เรียลลิตีธรรมะแห่งแรกของไทยอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 12เปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ผ่านพิธีบรรพชาให้แก่ 12 เยาวชนชายผู้ผ่านการคัดเลือกจากกว่า 6,000

คนทั่วประเทศ ณ สถานปฏิบัติธรรม ธวีธรรม (ไร่แสงงาม) อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ภายใต้แนวคิด “แผ่นดินธรรม แผ่นดินไทย รัก เรียน เพียร ให้ ด้วยหัวใจตื่นรู้” โดยโครงการได้รับความเมตตาจากจากพระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ทำหน้าที่เป็นพระอุปัชฌาย์และพระอาจารย์ใหญ่ ถ่ายทอดหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาเป็นเข็มทิศในการปกครองตนและดำเนินชีวิต เพื่อร่วมสร้าง “แผ่นดินไทย” ให้เป็นพื้นที่ทางจิตใจที่ผู้คนอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล มีความสุข และดำรงสันติสุขอย่างยั่งยืน

นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ / ประธานกรรมการ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “เครือเจริญโภคภัณฑ์ และทรู คอร์ปอเรชั่น เชื่อมั่นว่าการพัฒนาคนอย่างมั่นคงต้องเริ่มจากการบ่มเพาะคุณค่าภายใน จึงสานต่อภารกิจทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและสร้างพื้นที่การเรียนรู้ทางจิตใจให้เยาวชนไทยมาอย่างต่อเนื่อง จนโครงการนี้ก้าวสู่ปีที่ 12 โดยมุ่งให้เป็นมากกว่าพื้นที่เรียนรู้สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ชมได้น้อมนำหลักธรรมไปปรับใช้ในชีวิต เสริมสร้างศรัทธา และร่วมสืบสานพระพุทธศาสนาให้อยู่คู่สังคมไทยอย่างมั่นคง

ในปีนี้ โครงการได้รับความเมตตาจากพระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ทำหน้าที่เป็นพระอาจารย์ใหญ่ วางหลักสูตรและหัวข้อธรรมอันทรงคุณค่าให้แก่สามเณรทั้ง 12 รูป ตลอดระยะเวลาแห่งการบรรพชา ภายใต้แนวคิด “แผ่นดินธรรม แผ่นดินไทย รัก เรียน เพียร ให้ ด้วยหัวใจตื่นรู้” ซึ่งสะท้อนการเรียนรู้ที่จะรักอย่างเข้าใจ ศึกษาอย่างลึกซึ้ง เพียรพัฒนาตนอย่างต่อเนื่อง และรู้จักการให้ด้วยจิตใจที่งดงาม เพราะเมื่อหัวใจตื่นรู้ ธรรมะจะไม่ใช่เพียงบทเรียนในห้องเรียน หากจะกลายเป็นหลักยึดสำคัญในการดำเนินชีวิต และเป็นพลังที่เกื้อหนุนให้ผู้คนอยู่ร่วมกันบนแผ่นดินไทยอย่างสงบสุขและงดงามสืบไป

เครือเจริญโภคภัณฑ์และทรู คอร์ปอเรชั่น มุ่งสานต่อโครงการสามเณร ปลูกปัญญาธรรม ปี 12 ด้วยความตั้งใจ เพื่อบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และเพื่อบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมทั้งถวายเป็นพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงเจริญพระชนมพรรษา 74 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงเจริญพระชนมพรรษา 48 พรรษา วันที่ 3 มิถุนายน 2569 และบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตรสำหรับพระอุปัชฌาย์ในพิธีบรรพชาในวันที่ 20 เมษายนนี้”

นอกจากนี้ ยังได้รับความเมตตาจากพระเถระชั้นผู้ใหญ่ อาทิ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และพระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร รวมถึงคณะพระอาจารย์ และวิทยากรที่มีชื่อเสียงจากทั่วประเทศ อาทิ พระพรหมพัชรญาณมุนี วิ., พระราชวัชรธรรมภาณี (สง่า สุภโร), พระราชภาวนาวชิรญาณ, พระสุธีวชิรปฏิภาณ (วีรพล วีรญาโณ), พระครูปลัดบัณฑิต อินฺทเมธี (สิทธิพล), พระครูปลัดทรัพย์ชู มหาวีโร รวมทั้งพระวิทยากรกลุ่มธรรมะอารมณ์ดี มาให้ความรู้และดูแลความประพฤติอย่างใกล้ชิด ซึ่งการจัดโครงการฯ ครั้งนี้มี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา พล.อ. ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นที่ปรึกษาฝ่ายฆราวาส ตลอดจนมีคณะผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้มีชื่อเสียงระดับประเทศมาร่วมรายการ อาทิ คุณอาทิวราห์ คงมาลัย (ตูน) ศิลปินผู้ขับร้องเพลง “รัก เรียน เพียร ให้” ร่วมด้วย คุณนที เอกวิจิตร (อุ๋ย บุดด้า เบลส) คุณแพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ เปรมานนท์ ศิลปินผู้ดำเนินรายการ ที่จะมาร่วมศึกษาธรรมะไปกับเหล่าสามเณรอีกด้วย

ตลอดกระบวนการเรียนรู้ 4 สัปดาห์ สามเณรทั้ง 12 รูปจะได้ศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาและฝึกน้อมนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ผ่านการพัฒนาสติ สมาธิ และปัญญา เพื่อก่อเกิดความตื่นรู้ เข้าใจคุณค่าของตนเอง ผู้อื่น สังคม และแผ่นดินไทย พร้อมปลูกฝังความรัก ความผูกพัน และความสำนึกรับผิดชอบต่อประเทศชาติบนพื้นฐานของหลักธรรม อันจะนำไปสู่การเติบโตเป็นผู้มีคุณธรรมและร่วมธำรง “แผ่นดินธรรม แผ่นดินไทย” ให้คงอยู่อย่างงดงามสืบไป ควบคู่กับกิจกรรมการเรียนรู้ที่ออกแบบอย่างลุ่มลึกและร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็น “ระฆังแห่งสติ” สัญลักษณ์แห่งการพัฒนาตน ช่วง “ตื่นรู้สู่ธรรมะ” ที่มุ่งเน้นเสขิยวัตรและข้อปฏิบัติของนักบวช การเรียนรู้ผ่านนิทานธรรมะในรูปแบบสื่อสร้างสรรค์ กิจกรรมจาริกธุดงค์ 4 วัน 3 คืน ณ วัดวชิราลงกรณฯ เพื่อฝึกความเพียรและซึมซับวิถีแห่งธรรม ตลอดจนช่วง “สามเณรน้อยบรรยายธรรม” ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้ร่วมรับฟังข้อคิดและบทเรียนจากการบรรพชาของสามเณรวันละ 3 รูป ผ่านมุมมองอันบริสุทธิ์ เรียบง่าย และเปี่ยมพลังแห่งศรัทธา

โดยจะมีการถ่ายทอดสดเรื่องราวการศึกษาและฝึกปฏิบัติธรรมที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้งอกงามในจิตใจ ระหว่างวันที่ 18 เมษายน – 17 พฤษภาคมนี้ มาร่วมเรียนรู้หลักธรรม พร้อมเป็นกำลังใจ ชื่นชมความสดใส น่ารัก และความมุ่งมั่นของเหล่าสามเณรน้อย รับชมกิจวัตรของสามเณรได้ทางช่องเรียลลิตี ทรูวิชั่นส์ ช่อง 60, 99 และเรียลลิตี เอชดี ทรูวิชั่นส์ ช่อง 119, 333 และแอปพลิเคชั่น สามเณรปลูกปัญญาธรรม, TrueID, TrueVisions NOW อีกทั้งออกอากาศช่วงไฮไลต์ประจำวัน ทางช่องทรูโฟร์ยู (True4U) ดิจิตอลฟรีทีวี ช่อง 24 และช่องทรูปลูกปัญญา ทรูวิชั่นส์ ช่อง 37 ที่เปิดเป็นฟรีทูแอร์ให้ทั่วประเทศ สามารถรับชมรายการผ่านอุปกรณ์และจานรับสัญญาณระบบอื่นๆ ชมออนไลน์ www.truelittlemonk.com เช่นกัน..เตรียมเต็มอิ่มกับรายการสามเณรปลูกปัญญาธรรม ปี 12 ตลอด 24 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่

06.00 – 21.00 น. ถ่ายทอดสดกิจวัตรประจำวันและการปฏิบัติธรรมของสามเณร เริ่มตั้งแต่ทำวัตร ออกบิณฑบาต ศึกษาพระธรรม สวดมนต์ ฝึกสมาธิ เดินจงกรม ฟังบรรยายธรรมะ
21.00 – 21.45 น. ไฮไลต์ประจำวัน (Daily Highlight) สรุปเหตุการณ์และเรื่องเด่นรวมถึง หลักธรรมประจำวัน
21.45 – 22.15 น. รายการ “ถามธรรม ตอบธรรม” รายการพูดคุยถึงตอบคำถามธรรมะจากผู้ชมทางบ้าน ผ่านมุมมองธรรมะจากคณะพระอาจารย์ และวิทยากรสอนธรรมะ22.15 – 06.00 น. รายการธรรมะต่าง ๆ ได้แก่ พุทธสุภาษิต คติธรรม บรรยายธรรม นิทานธรรม เพลงธรรม พร้อมฉายช่วงไฮไลต์ประจำวันซ้ำ (Rerun)ยิ่งไปกว่านั้น ในปีนี้ นอกจากการถ่ายทอดสดแล้ว โครงการฯ ยังจัดเตรียมคอนเทนต์ธรรมะรูปแบบสั้น เข้าใจง่าย ครอบคลุมหลักการใช้ชีวิต การเลี้ยงดูลูก และข้อคิดเตือนใจ ให้สามเณรปลูกปัญญาธรรม พร้อมส่งสัญญาณถ่ายทอดไปยังเยาวชนที่บรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนทั่วประเทศ เพื่อร่วมเรียนรู้และปฏิบัติธรรม รวมถึงทำวัตรสวดมนต์ไปพร้อมๆ กันกับสามเณรปลูกปัญญาธรรมทั้ง 12 รูป ได้อีกด้วย

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทหารน้ำใจงาม! นรข.บ้านแพง ระดมกำลังลงพื้นที่ช่วยซ่อมบ้านผู้ประสบภัย สร้างรอยยิ้มให้ชาวบ้าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 สถานีเรือบ้านแพง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม ภายใต้การนำของ ว่าที่ ร.อ.เพชรนคร ผิวขำ หัวหน้าสถานีเรือบ้านแพง

ได้นำกำลังพลจำนวน 10 นาย พร้อมรถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก 1 คัน ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองเทา ออกสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบพบว่า ในพื้นที่ตำบลหนองเทา อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ได้รับความเสียหายรวม 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 1 บ้านหนองเทา หมู่ 2 บ้านแก้ง หมู่ 6 บ้านตาลท่า และหมู่ 7 บ้านหนองเทา มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายรวมทั้งสิ้น 48 หลังคาเรือน โดยในจำนวนนี้เสียหายอย่างหนัก 6 หลัง

เจ้าหน้าที่ได้จัดทีมพยาบาลลงพื้นที่แจกจ่ายยารักษาโรค พร้อมให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ประชาชนอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกันได้ประสานงานร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเทา เพื่อวางแผนกำหนดวันและเวลาเข้าดำเนินการซ่อมแซมบ้านเรือนให้กับผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทั่วถึง และลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่
เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

พายุฤดูร้อน #นครพนม #นรข #ช่วยเหลือผู้ประสบภัย #ข่าววันนี้ #ภัยธรรมชาติ #น้ำใจทหารไทย #ข่าวด่วน #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองนายกฯ นำคารวะสรงน้ำ “หลวงพ่อพระใหญ่” วัดโพธาราม บ้านท่าไคร้ พุทธศาสนิกชนร่วมพิธีแน่นวัด ปิดท้ายสงกรานต์บึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. พิธีคารวะสรงน้ำ หลวงพ่อพระใหญ่ ณ วัดโพธาราม บ้านท่าไคร้ อำเภอเมือง จังหวัด

บึงกาฬ จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนที่เข้าร่วมพิธีอย่างคับคั่ง เพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลสงกรานต์

โดยมี พระราชภาวนาโสภณ วิ. เจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ และเจ้าอาวาสวัดเซกาเจติยาราม พระอารามหลวง

เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ขณะที่ ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย

นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ, นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ, นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกอบจ.บึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนประชาชนและพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ พิธีคารวะสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ ถือเป็นส่วนหนึ่งของ งานประเพณีแห่น้ำจั้นและสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ บ้านท่าไคร้ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

ซึ่งปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-19 เมษายน 2569 เพื่อสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น และเสริมสร้างความสามัคคีของชุมชน

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ระทึกกลางงาน หญิงฮีตสโตรก หลังอุณหภูมิทะลุ 40 องศา ขณะ รมว.พม ลงพื้นที่โคราชมอบสัญญาที่ดินช่วยผู้มีรายได้น้อย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น.นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เดินทางมายัง สหกรณ์เครือข่ายริมรางเมืองย่าโม จำกัด ตำบลหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนผู้มีรายได้น้อยในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบราง

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้มีการมอบสัญญาเช่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ขนาดพื้นที่ 2,198 ตารางเมตร พร้อมสนับสนุนงบประมาณดำเนินโครงการระยะที่ 2 สำหรับจำนวน 29 ครัวเรือน วงเงิน 3,960,750 บาท นอกจากนี้ ยังได้มอบรถเข็นวีลแชร์ให้กับผู้พิการ จำนวน 1 คัน และร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารบ้านสวัสดิการชุมชน จำนวน 10 ห้อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยก่อนพิธีเปิดอาคาร ได้มีการจัดกิจกรรมผัดหมี่โคราชโชว์ สร้างสีสันและความสนใจให้กับผู้เข้าร่วมงาน อย่างไรก็ตาม ก่อนเริ่มพิธีได้เกิดเหตุหญิงสาวรายหนึ่ง สวมเสื้อสีเขียวของกลุ่ม “ตนรักบ้านเกิดด่านขุนทด” เกิดอาการคล้ายฮีทสโตรก เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัด อุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส เจ้าหน้าที่และผู้ร่วมงานได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อรับการรักษา

ขณะเดียวกัน นายสมบูรณ์ สิงกิ่ง ประธานเครือข่ายบ้านมั่นคงจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะตัวแทนเครือข่ายพัฒนาที่ดินและที่อยู่อาศัย ภายใต้โครงการบ้านมั่นคง รวมถึงเครือข่ายสลัมสี่ภาค และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบด้านที่อยู่อาศัย ได้ยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

โดยข้อเสนอสำคัญ ได้แก่ การผลักดันให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำข้อเสนอของเครือข่ายไปกำหนดเป็นนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงประสานความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อวางแผนแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชนผู้ด้อยโอกาส ให้ครอบคลุมทั้ง 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา
นายสมบูรณ์ กล่าวว่า ปัญหาที่ดินในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมายังมีจำนวนมาก ทั้งที่ดินสาธารณะ ที่ดินอุทยานแห่งชาติ ที่ดินป่าสงวน ที่ดิน ส.ป.ก. และที่ดินของกรมธนารักษ์

ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากไม่มีเอกสารสิทธิ และมีความเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีหรือถูกไล่ที่ จึงต้องการให้ภาครัฐเร่งกำหนดนโยบายแก้ไขปัญหา โดยใช้รูปแบบโครงการบ้านมั่นคง และการจัดสิทธิในที่ดินทำกินให้สามารถอยู่อาศัยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังเสนอให้สานต่อนโยบายเดิมจากรัฐบาลก่อนหน้า ซึ่งได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาไปแล้วบางส่วน แต่ยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากข้อจำกัดด้านระยะเวลา พร้อมเสนอให้มีการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และสนับสนุนงบประมาณผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดความยั่งยืน


อย่างไรก็ตาม เครือข่ายฯ คาดหวังว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะตัวแทนของชาวนครราชสีมา จะเร่งผลักดันนโยบายดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในที่ดินสาธารณะโดยไม่มีเอกสารสิทธิ ซึ่งมีอยู่ในหลายพื้นที่ อาทิ อำเภอบัวใหญ่ อำเภอปากช่อง อำเภอวังน้ำเขียว และพื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัดนครราชสีมา

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวตาลพร้า อ.ศรีนคร สุโขทัย สำนึกรักในบุญคุณผู้สูงอายุจัดรดน้ำดำหัวในเทศกาลปีใหม่ไทย สงกรานต์2569.

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 16.20น.ของวันที่ 13เมษายน 2569 ณ.ศาลาโดมของ หมู่บ้าน ตาลพร้า หมู่ที่ 1 . ตำบลศรีนคร อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย ได้มีการจัดกิจกรรมประเพณีรดน้ำดำหัว ผู้สูงอายุ ของหมู่บ้านในเทศกาลประเพณีสงกรานต์ของไทยเรา โดยทั้งนี้ชาวหมู่บ้านตาลพร้าได้สำนึกถึงบุญคุณของผู้สูงว้ยอาทิ

คุณตาคุณยายคุณปู่คุณย่า บรรพชนที่มีแก่ครอบครัวและตระกูลของตนเองและหมู่บ้านมาจึงได้ร่วมด้วยช่วยกันจัดงานกิจกรรม รดน้ำดำหัวให้แก่ผู้สูงอายุสูงวัย.ของหมู่บ้านในช่วงปีใหม่ไทยสงกรานต์ ทั้งนี้ได้มีผู้นำหมู่บ้านอาทิ นาย อรรคพล เสือจงภู นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีนคร.

นาง จรรยา บัวหลวง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่1ต.ศรีนคร นาง กาญจนา พูลคล้าย กรรมการที่ปรึกษาอัยการจังหวัดสวรรคโลก ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงวัยสูงอายุขึ้น ทั้งนี้ นาย สมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ เขต4ของจังหวัดสุโขทัย

พร้อมนาง นัฏฐา ลิมปะพันธุ์ได้มาเป็นประธานการจัดงาน โดยมีพิธีกร ได้กล่าวนำการขอขมากรรม ขออโหสิกรรม ที่ได้ล่วงเกินกับบรรพชนผู้สูงอายุ จากนั้นได้มีการสรงน้ำพระพุทธรูปก่อนเพื่อเป็นสิริมงคล แบะรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ พร้อมได้

ร่วมกันมอบของที่ระลึกของขวัญเพื่อเป็นกำลังใจอวยพรให้กับผู้สูงอายุด้วย ทั้งนี้ภายในงานทางหมู่บ้านได้จัดรถแห่ที่มีวงดนตรีที่อยู่บนรถเพื่อสร้างสีสันความบันเทิงเต้นรำให้กับลูกหลานที่มาร่วมงานเข้ามุทิตาจิตกับผู้สูงอายุเล่นสงกรานต์สาดน้ำได้อย่างชื่นมื่นต่อไปในเทศกาลปีใหม่ไทยสงกรานต์
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กทม. เปิดงานสงกรานต์สีลม 2569 ยิ่งใหญ่ ชูแนวคิด “ห่มสไบใส่ยีนส์” ผนึกกำลังพันธมิตรโลก ดันไทยสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยว LGBTQ+ ระดับสากล**

แชร์เนื้อหานี้

[EN] Bangkok Launches Songkran Silom 2026 Under “Thai Sabai & Denim” Theme, Partnering with Global Giants to Position Thailand as a Premier LGBTQ+ Tourism Hub. [CN] 曼谷启动 2026 年是隆路宋干节,以“泰式披肩配牛仔”为主题,联合全球合作伙伴,助力泰国打造国际 LGBTQ+ 旅游目的地。

[TH] พิธีเปิดและความเป็นมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงานสงกรานต์ถนนสีลม ประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการภายใต้แนวคิด “ห่มสไบใส่ยีนส์” เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ไทยร่วมสมัย พร้อมยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวสู่ระดับโลก โดยมีไฮไลต์สำคัญคือโครงการ “Rainbow of Equality Pride Season (ROE Pride Season 2026)” เพื่อสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) ภายใต้ความร่วมมือของ ACEC, TCT และ MXCOME

[EN] Opening Ceremony & VisionMr. Chadchart Sittipunt, Governor of Bangkok, presided over the official opening of the Silom Songkran Festival 2026. The event, themed “Thai Sabai & Denim,” blends traditional Thai identity with modern style. A major highlight is the “Rainbow of Equality Pride Season (ROE Pride Season 2026)” project, a collaborative effort by ACEC, TCT, and MXCOME to promote gender equality and inclusivity.

[CN] 开幕仪式与愿景 曼谷市长察查·西提潘 (Chadchart Sittipunt) 主持了 2026 年是隆路宋干节的官方开幕式。本次活动以“泰式披肩配牛仔”为主题,展现了当代泰国特色。活动的一大亮点是由 ACEC、TCT 和 MXCOME 共同发起的 “彩虹平等骄傲季 (ROE Pride Season 2026)” 项目,旨在支持性别多样性 (LGBTQ+)。

พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระดับโลก**โครงการ ROE มุ่งเชื่อมโยงกลุ่ม LGBTQ+ กว่า 300 ล้านคนทั่วโลก โดยในปี 2569 ได้จับมือกับพันธมิตรชั้นนำ อาทิ Seth Brothers (ผู้นำฟิตเนส LGBTQ+), QING (แอปโซเชียลอันดับ 4 ของจีน โดยผู้ก่อตั้ง Blued), LESPARK, Aloha, Clue และ JICCO เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพสูงและกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรร

[EN] Strategic Global Partnerships

The ROE project aims to connect with over 300 million LGBTQ+ individuals worldwide. In 2026, it has secured strategic partnerships with global platforms including Seth Brothers (Fitness & LGBTQ+ leaders), QING (China’s top-ranked social app by the founder of Blued), LESPARK, Aloha, Clue, and JICCO, to drive high-quality tourism and economic growth.

[CN] 全球战略合作伙伴 ROE 项目旨在连接全球超过 3 亿的 LGBTQ+ 群体。2026 年,项目已与全球领先平台达成战略合作,包括 赛特兄弟 (Seth Brothers)(健身与 LGBTQ+ 领袖)、QING(由 Blued 创始人打造的中国第四大社交应用)、LESPARK、Aloha、Clue 和 JICCO,旨在吸引高潜力游客并切实拉动经济增长。

บทบาทของสื่อและผู้สนับสนุน** สมาคมเน็ตไอดอลไทย ได้นำกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์นานาชาติร่วมถ่ายทอดสด (Live) เพื่อประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมไทย คณะผู้จัดงานขอขอบคุณ ดร.ประกาย ณ สงขลา และ คุณชลิน ฟามฟู่ รวมถึงผู้สนับสนุนอย่าง UootaPet และ โรงเรียนสอนภาษาจีน-ไทย ที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันงานในครั้งนี้ให้สำเร็จลุล่วง

[EN] Media & SupportersThe Thai Net Idol Association mobilized international influencers for live streaming to promote Thai culture. The organizers extend their gratitude to Dr. Prakay na Songkhla and Ms. Chalin Famfu, as well as sponsors like UootaPet and the Chinese-Thai Language School, for their pivotal roles in making this event a success.

[CN] 媒体与赞助商泰国网络红人协会 组织了国际网红进行现场直播,向全球宣传泰国文化。主办方由衷感谢 Dr. Prakay na Songkhla 博士和 Chalin Famfu 女士,以及 UootaPet中泰语言学校等赞助商对本次活动成功举办的大力支持。

ขอขอบคุณ การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย จาก โรงเรียนธรบุรีวรเทพมีพลารักษ์ และ โรงเรียนอนุบาลเทศบาลบางเมือง นำโดย เค้ก ณัฎฐากร นิยมกูล นักแสดงนำ ค่ายมหามงคลฟิล์มฯ ฑูตวัฒนธรรมไทยอาเซียน , ครูวีระยุทธ ดาระดาษ และ ครูพัชรพล บัณฑิตเกตุมาลา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ยิ่งใหญ่ ! ทต.บ้านถิ่น จ.แพร่ จัดงานสืบสานวัฒนธรรมไทลื้อ-ไทยล้านนาฯ ปี 69

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 12 เมษายน 2569 ที่สนามโรงเรียนบ้านถิ่น(ถิ่นวิทยาคาร) ตำบลบ้านถิ่น อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ พ.ต.ท.ธงชัย เนื่องพืช นายกเทศมนตรีตำบลบ้านถิ่น กล่าวต้อนรับและกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน นายต่อพงษ์ ทับทิมโต รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ประธานเปิด”งานสืบสานวัฒนธรรมไทลื้อ-ไทยล้านนา ตำบลบ้านถิ่น ประจำปี 2569″

จัดโดยเทศบาลตำบลบ้านถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ และสมาคมไทลื้อแห่งประเทศ สาขาจังหวัดแพร่ นำโดย นายภาสกร หม้อกรอง นายกสมาคมไทลื้อแห่งประเทศ สาขาจังหวัดแพร่ สภาวัฒนธรรมตำบลบ้านถิ่น ฝ่ายปกครองตำบลบ้านถิ่น

นำโดย นายภาสกร หม้อกรอง กำนันตำบลบ้านถิ่น โดยมีริ้วขบวนพี่น้องไทลื้อ-ไทยล้านนาตำบลบ้านถิ่นและพี่น้องไทลื้อ จังหวัดลำปาง ลำพูน และจังหวัดน่าน แต่ละขบวนมีการแต่งตัวแบบฉบับของไทลื้อ -ไทยล้านนาสวยงามมาก ที่บริเวณวัดบ้านถิ่น มีกาดมัวไทลื้อ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าทอ-เครื่องประดับของเก่าสวยงาม

โดยมี นายรักษา ถิ่นหลวง นายสมพงษ์ เหมืองหม้อรองนายกเทศมนตรี พ.ต.ท.ประพันธ์ ธุระกิจ ที่ปรึกษา นายแก้วศักดิ์ โป่งสม เลขานุการนายก พร้อมสมาชิกสภา นำโดย นางอัจฉรา นันต๊ะยานา ประธานสภา นายสิทธิเดช ประจญมาร ปลัดพร้อมเจ้าหน้าที่ พี่น้องชาวตำบลบ้านถิ่นไทลื้อ-ไทยล้านนา เทศบาลตำบลบ้านถิ่น นางสาวชนกนันท์ ศุภศิริ สส.แพร่ เขต 1

นอกจากนี้ยังมี นายณัฐ วังกาวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลสวนเขื่อน นายสราวุธ หมื่นโฮ้ง นายกเทศมนตรีตำบลทุ่งโฮ้ง นางสร้อยทอง หล้าคำมี นายกเทศบาลตำบลแม่คำมี มาร่วมงาน

นายต่อพงษ์ ทับทิมโต รอง อบจ.แพร่ เป็นตัวแทนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ มอบเงินสนับสนุน”งานสืบสานวัฒนธรรมไทลื้อ-ไทยล้านนา ตำบลบ้านถิ่น ประจำปี 2569″ จำนวน 100,000 บาท และในปีหน้าจะเพิ่มงบสนับสนุนในการจัดงานให้มากยิ่งขึ้น อาจจะให้งานเป็น 3 วัน

ทางนายภาสกร หม้อกรอง นายกสมาคมไทยลื้อแห่ง ประเทศไทย สาขาจังหวัดแพร่ กล่าวบนเวทีว่า ในนี้จัดได้ดีมี พี่น้องไทลื้อ-ไทยล้านนาจังหวัดแพร่ และพี่น้องไทลื้อจากจังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูนและจังหวัดน่าน มาร่วมงาน ทำให้งานเป็นอบอุ่นเป็นอย่างยิ่ง ปีหน้าจะจัดให้ยิ่งใหญ่มากกว่านี้ ทำให้ พี่น้องไทลื้อ-ไทยล้านนา ต่างปรบมือให้

ทาง พ.ต.ท.ธงชัย เนื่องพืช นายกเทศมนตรีตำบลบ้านถิ่น กราบขอบคุณพี่น้องไทลื้อ-ไทยบ้านนาจังหวัดแพร่และพี่น้องไทลื้อ จากจังหวัดลำปาง ลำพูนและจังหวัดน่าน ที่มาร่วมงาน และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวบรรยากาศช่วงปีใหม่เมืองหรือ เทศ กาลสงกรานต์ คืนนี้มีการจัดรำวงฟรีไม่เก็บบัตร แต่อย่างใด

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นราธิวาส ปล่อยแถวขบวนรถรณรงค์ป้องกันช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพิ่มความเข้มงวดในการดูแล บนถนนสายหลัก

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 9 เม.ย.69 ที่บริเวณจุดตรวจถาวร (บ้านปลักปลา) ตำบลลำภู อำเภอเมืองนราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดศูนย์ปฏิบัติการฯ และปล่อยแถวขบวนรถรณรงค์และประชาสัมพันธ์ การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” เพื่อรณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุในช่วงวันหยุดยาว

โอกาสนี้ นายรุสดี ปูรียา นายอำเภอเมืองนราธิวาส กล่าวต้อนรับ นายธวัชชัย เลิศไกร หัวหน้าสำนักงาน ปภ.จังหวัดนราธิวาส กล่าวรายงาน พร้อมกันนี้ ปลัดจังหวัดนราธิวาส ขนส่งจังหวัดนราธิวาส ประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส ศึกษาธิการจังหวัดนราธิวาส ท้องถิ่นจังหวัดนราธิวาส และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม
ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จังหวัดนราธิวาส ได้ดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลควบคู่กับการขับเคลื่อนงานอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อมุ่งลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว//

ช่วงเทศกาลโดยรวมไม่น่าเป็นห่วงมากนัก เนื่องจากมีการจัดเวรยามดูแลความปลอดภัยตามหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำลังจากชุด ชคต. หน่วยทหารพราน ตำรวจ ฉก.นย. ฉก.นราธิวาส และ ตชด. ปฏิบัติหน้าที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งวงนอก วงกลาง และวงใน อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคืออำเภอสุไหงโก-ลก ซึ่งมีการจัดกิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์และมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและมาเลเซียจำนวนมาก จึงขอให้เพิ่มความเข้มงวดในการดูแล โดยเฉพาะบนถนนสายหลัก

ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตอาสา มีความระมัดระวัง และคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองควบคู่การดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนสำหรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ได้กำหนดช่วงดำเนินการเข้มข้น 7 วัน ระหว่างวันที่ 10–16 เมษายน โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนเดินทางอย่างสุขใจและปลอดภัย พร้อมกำหนดตัวชี้วัดการดำเนินงาน ได้แก่ อุบัติเหตุไม่เกิน 41 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ (Admit) ไม่เกิน 45 คน และผู้เสียชีวิตไม่เกิน 3 คน
ทั้งนี้ ได้บูรณาการแผนและความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย โดยดำเนินงานภายใต้ 5 มาตรการหลัก ได้แก่

การบริหารจัดการ การลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม การลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ ผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย (การลดพฤติกรรมเสี่ยง) และการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ เพื่อให้การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจากนี้ จังหวัดนราธิวาส ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 ณ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนราธิวาส เพื่อเป็นศูนย์กลางในการอำนวยการ ประสานงาน และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด//ขณะเดียวกัน ทั้ง 13 อำเภอในพื้นที่ ได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฯ ในระดับอำเภอ พร้อมทั้งจัดตั้งจุดตรวจ จุดบริการประชาชน บนเส้นทางสายหลัก และตั้งด่านชุมชนในเส้นทางสายรอง เพื่อดูแลความปลอดภัย อำนวยความสะดวกในการเดินทาง และให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้
///////////////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่านเข้มแก้ปัญหาไฟป่า–หมอกควัน ยกระดับ “เคาะประตูบ้าน” คุมเข้มพื้นที่เสี่ยง ปิดป่าอุทยานศรีน่าน 100% ถึง 30 เม.ย.นี้

แชร์เนื้อหานี้

นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จังหวัดน่าน ณ ห้องประชุมที่ทำการปกครองอำเภอเวียงสา

จังหวัดน่าน พร้อมเชื่อมต่อระบบออนไลน์ไปยังทุกอำเภอ เพื่อติดตามสถานการณ์ประจำสัปดาห์ โดยภาพรวมค่าหมอกควันและฝุ่นละอองยังอยู่ในระดับสูง สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากหมอกควันจากนอกพื้นที่พัดเข้ามาสะสม

ที่ประชุมได้เน้นย้ำ 3 อำเภอที่พบจุดความร้อนสูงสุด ได้แก่ อำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย และอำเภอแม่จริม ให้ทบทวนการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ พร้อมกำชับการดำเนินมาตรการของจังหวัดทั้ง 12 ข้ออย่างต่อเนื่อง

ในทุกพื้นที่ ยกระดับบจัดการสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 จัดกำลังและเฝ้าระวัง ตั้งด่านตรวจจุดสกัดทางเข้า – ออกพื้นที่ป่าอย่างเข้มงวด เพิ่มจุดสกัด ตลอด 24 ชั่วโมง และลาดตระเวนป้องกันพื้นที่เสี่ยงไฟป่า เข้มข้น ให้ควบคุมสถานการณ์อย่างทันท่วงที

อนุมัติเงินทดรองราชการเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ในพื้นที่วิกฤต อำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย และอำเภอแม่จริม ระหว่างวันที่ 7 ถึง 30 เมษายน 2569 โดยสนับสนุนเป็นค่าอาหาร น้ำดื่ม น้ำมันเชื้อเพลิง รวม 3 อำเภอ กว่า 3.9 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน จังหวัดได้ยกระดับมาตรการเพิ่มเติมอีก 1 ข้อ คือ “เคาะประตูบ้านแบบมุ่งเป้า” โดยบูรณาการกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร ลงพื้นที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมเข้าป่าหาของป่าในพื้นที่อำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย และอำเภอนาหมื่น

ให้จัดทำบัญชีรายชื่อจากผู้นำชุมชน พร้อมจัดชุดปฏิบัติการนำโดยปลัดอำเภอประจำตำบล ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน ให้คำแนะนำ สร้างความเข้าใจถึงข้อห้าม ข้อปฏิบัติ และบทลงโทษถึงระดับครัวเรือน รวมถึงมอบสิ่งของจำเป็นเพื่อสร้างความร่วมมือ พร้อมรายงานผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดเฝ้าระวังป้องกันไฟป่า ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญเข้าสู่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโดยจังหวัดน่านได้ประกาศ “ปิดป่าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน 100%” ห้ามบุคคลภายนอกเข้าโดยเด็ดขาด

พร้อมตั้งจุดตรวจจุดสกัดตลอด 24 ชั่วโมง จัดเวรยาม 3 กะ เพื่อควบคุมการเข้า-ออกพื้นที่ป่าอย่างเข้มงวด ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า จุดดังกล่าวเป็นเส้นทางสำคัญเข้าสู่พื้นที่ป่า จึงจำเป็นต้องควบคุมอย่างเข้มงวด โดยจังหวัดได้สนับสนุนงบประมาณด้านอาหารและเชื้อเพลิง เพื่อลดภาระของเจ้าหน้าที่

พร้อมกันนี้ ยังได้เพิ่มมาตรการเชิงรุก ทั้งการจัดชุดลาดตระเวนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 10 คน เดินเท้าเฝ้าระวังไฟป่า และมาตรการเคาะประตูบ้าน เพื่อขอความร่วมมือประชาชนงดเข้าป่าในช่วงเดือนเมษายน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในช่วงท้าย ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง และฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชน ให้ดูแลสุขภาพ และใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มทบ.38 จัดงานรำลึกวันพระเจ้าน่าน เนื่องในวันคล้ายวันถึงแก่พิราลัยของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ อดีตเจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 63

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 เมษายน 2569 ณ อนุสาวรีพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ หน้าค่ายสุริยพงษ์ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พล.ต.บุญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมลฑลทหารบกที่ 38 พร้อมด้วย ดร.ธาราทิพย์ วงศ์บรรณะ ประธานแม่บ้านทบ.สาขา มทบ.38 เป็นประธานจัดงานวันรำลึกวันพระเจ้าน่าน ประจำปี 2569

โดยมีศาล ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ เจ้าสมปราถนา ณ น่าน ทายาทลูกหลานพระเจ้าน่าน สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ประชาชนรอบค่ายสุริยพงษ์ และประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่าน ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์และสวดพระพุทธมนต์ ถวายแด่เจ้าผู้ครองนครน่านทุกพระองค์

พร้อมทั้งร่วมพิธีถวายต้นกุ่มดอกไม้สด ถวายสักการะอดีตเจ้าผู้ครองนครน่าน เบื้องหน้าอนุสาวรีย์พระเจ้าสุริยพงษ์ผลิตเดช เพื่อรำลึกวันพระเจ้าน่าน ประจำปี 2569 ครบรอบ 108 ปี เนื่องในวันคล้ายวันถึงแก่พิราลัยของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ อดีตเจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 63

พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ มีพระนามเดิมว่า “เจ้าสุริยะ ณ น่าน” ประสูติเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2374 ทรงเป็นราชโอรสในเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าผู้ครองนครน่านกับแม่เจ้าสุนันทา ในปี พ.ศ. 2398 และทรงได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็นพระยาราชวงษ์ ต่อมา พ.ศ. 2431 ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นว่าที่เจ้าอุปราช เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2446 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เลื่อนพระฐานันดรศักดิ์ขึ้นเป็นพระเจ้านครน่าน มีพระนามปรากฏตามสุพรรณบัฎ ว่า “พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช กุลเชษฐมหันต์ ไชยนันทบุรมหาราชวงศาธิบดี สุริตจารีราชนุภาวรักษ์ วิบูลยศักดิ์กิติไพศาล ภูบาลบพิตรสถิตย์ ณ นันทราชวงษ์” นับเป็นพระเจ้านครน่านองค์แรกและองค์เดียวในประวัติศาสตร์น่าน

พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ถึงแก่พิราลัยด้วยโรคชรา ในวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2461 สิริรวมอายุได้ 87 ปีแม้จะถึงแก่พิราลัยไปแล้วนานปี แต่พระเกียรติคุณยังประทับอยู่ในความทรงจำของชาวน่านมิเสื่อมคลายเมื่อในครั้งที่ได้ทรงปกครองเมืองน่าน ให้รอดพ้นจากภัยคุกคามต่าง ๆ ทรงเป็นเจ้าผู้ครองนครน่าน และผู้เป็นนักพัฒนาหลายๆ

ด้านที่สำคัญ เช่น ด้านการปกครอง พระองค์ทรงมีทศพิธราชธรรม ปกครองไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน โดยเมตตาธรรม ทรงโปรดให้ยกเลิกโทษประหารทางอาญาทั้งสิ้น เป็นผู้มีวิริยะอุตสาหะ ทรงมองเห็นการณ์ไกล ได้จัดวางผังเมือง ขยายถนนให้กว้างขวางสะดวกแก่การสัญจรไปมา ดังที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 2 ประชุมโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำเพชรบุรี – ประจวบฯ ครั้งที่ 3

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2569 ที่บ้านกลางอ่าวบีช รีสอร์ท ตำบลรงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบดีรีขันธ์ นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในการประชุม โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำเพชรบุรี – ประจวบคีรีขันธ์ ครั้งที่ 3 ปรับปรุงช่วงที่ 1 ( พ.ศ. 2566 – 2580 ) ของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 2

โดยมี นายธันยา จรูญสมาธิศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ (สทนช.2) นายอรรถพล ชำนาญเวชกิจ ผู้จัดการโครงการฯ พร้อม ผู้บริหารท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำพื้นที่ และ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมร่วมรับความคิดเห็น

โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566-2580) ทรัพยากรน้ำเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญยิ่งต่อวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อรับมือกับความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและการขยายตัวของภาคส่วนต่างๆ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จึงได้ดำเนินโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566 – 2580)

โครงการนี้มุ่งเน้นการยกระดับแผนแม่บทเดิมให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยนำกระบวนการ การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment, SEA) มาเป็นกรอบในการวิเคราะห์อย่างรอบด้าน ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่สมดุลและสอดคล้องกับศักยภาพที่แท้จริงของพื้นที่

วัตถุประสงค์หลักของโครงการทบทวนและปรับปรุงรายงาน SEA ให้เป็นปัจจุบันเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการวางแผนจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ จัดทำเผนแม่บทลุ่มน้ำโดยพัฒนาแผนงานที่สอดคล้องกับแผนแม่บท การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปีของประเทศ บูรณาการทุกมิติ วางแผนงานครอบคลุมทั้งการจัดหา การจัดสรรน้ำการบรรเทาอุทกภัย-ภัยแล้ง และ การฟื้นฟูระบบนิเวศต้นน้ำ ส่งเสริมการมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมเสนอแนะ และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล เพื่อให้แผนแม่บทเป็นที่ยอมรับ และนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง

สำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ มีลักษณะเฉพาะที่เป็นที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเลสลับกับเทือกเขาสูงทางก็ตะวันตก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 13,371 ตารางกิโลเมตร ในเขต 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และบางส่วนของจังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดราชบุรี และจังหวัดชุมพร สถานการณ์ด้านทรัพยากรน้ำ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขตอับฝน มีปริมาณน้ำต้นทุนจำกัดเมื่อเทียบกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น มักเกิดจากน้ำป่าไหลหลากและน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงมรสุม (เดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายน) พบปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็มบริเวณปากแม่น้ำ ซึ่งกระทบต่อการเกษตรและการประมง
//////////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่านจัดงาน “มรดกไทย มรดกน่าน” รวมพลังวัฒนธรรมชาติพันธุ์ ขับเคลื่อนสู่เมืองมรดกโลกอย่างยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 18.00 น. ที่บริเวณข่วงเมืองน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน มอบหมายให้นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชกาาจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “อนุรักษ์มรดกไทย มรดกน่าน รวมวัฒนธรรมชาติพันธ์ุน่านสู่มรดกโลก“ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมกิจกรรม

จังหวัดน่านมอบหมายให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน จัดงาน “อนุรักษ์มรดกไทย มรดกน่าน รวมวัฒนธรรมชาติพันธุ์น่านสู่มรดกโลก” ภายใต้โครงการขับเคลื่อนเมืองน่านสู่เมืองมรดกโลก

ระหว่างวันที่ 2 – 3 เมษายน 2569 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงส่งเสริมงานศิลปวัฒนธรรมของชาติ

พร้อมกันนี้ วันที่ 5 เมษายน ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพิราลัยของ พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช จังหวัดน่านได้จัดกิจกรรมน้อมรำลึก ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของอดีตเจ้าผู้ครองนครน่าน และสะท้อนความเข้มแข็งของวัฒนธรรมชาติพันธุ์ในพื้นที่

ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมยังรณรงค์ “ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน” ส่งเสริมการสวมใส่ผ้าไทยในชีวิตประจำวัน และได้เสนอ “ชุดไทย” ขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมต่อ UNESCO

กิจกรรมสำคัญประกอบด้วย พิธีทำบุญตักบาตร พิธีถวายพานพุ่ม ข่วงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ การแสดงพื้นบ้าน และขบวนแห่วิถีชาติพันธุ์ โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในจังหวัดน่านร่วมขับเคลื่อนสู่เมืองมรดกโลกอย่างยั่งยืน/บุญยงค์ สดสอาด
นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิจิตรเปิดงาน “พิจิตรพิสดาร” ยกทัพสินค้าเกษตร-OTOP บุกกรุง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 16.00 น. นางธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นประธานเปิดงาน “พิจิตรพิสดาร…มองพิจิตรใหม่ ให้ไกลกว่าเดิม” ณ เจเจ มอลล์ โดยนำสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ OTOP คุณภาพจากท้องถิ่น มาจัดแสดงและจำหน่ายให้กับผู้บริโภคในเมืองหลวง

ระหว่างวันที่ 1 – 5 เมษายน 2569 เวลา 10.00 – 19.00 น.ภายในงานมี นายเอกวุฒิ ชุมวรฐายี พาณิชย์จังหวัดพิจิตร พร้อม นางสาวสุริยา ปิ่นปาน พาณิชย์สมุทรปราการ นายนิมิตร ฆังคะจิตรพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี นายวิสูตร โพธิ์ศรีประธาน Biz cub พิจิตร พัฒนาชุมชนพอจิตร

หอการค้าพิจิตร เกษตรพิจิตร องค์กรภาคีเครือค่ายภาครัฐ และเอกชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก งานครั้งนี้รวบรวมผู้ประกอบการกว่า 40 ร้านค้า นำเสนอสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัด อาทิ ข้าว ส้มโอ มะม่วง รวมถึงสินค้าแปรรูปคุณภาพ สินค้า OTOP และ CPOT ระดับพรีเมียม ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างโดดเด่น

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมความบันเทิงจากศิลปินชื่อดัง กิจกรรมส่งเสริมการขาย “ลุ้นรับโชค” ชิงรางวัลเครื่องใช้ไฟฟ้าและของรางวัลอีกมากมาย พร้อมทั้งการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้า และขยายช่องทางการตลาดสู่ยุคดิจิทัล

การจัดงานดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เชื่อมโยงผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรง และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน ตามยุทธศาสตร์จังหวัด “เมืองเกษตรดี สิ่งแวดล้อมดี สังคมและคุณภาพชีวิตดี”

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรย้ำว่า การจัดงานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการจำหน่ายสินค้า แต่ยังเป็นการปรับภาพลักษณ์ของจังหวัดพิจิตร สู่การเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูงที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ควบคู่กับการสร้างความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่นอีกด้วย.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดงานวันสถาปนา กระทรวงศึกษาธิการ ครบ 134 ปี มุ่งยกระดับการศึกษาไทยสู่อนาคต

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 เมษายน 2569 ที่หอประชุมศรีบึงกาฬ โรงเรียนบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา กระทรวง

ศึกษาธิการ ครบรอบ 134 ปี 1 เมษายน 2569 เพื่อรำลึกถึงบทบาทสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาการศึกษาไทย พร้อมขับเคลื่อนนโยบายยกระดับคุณภาพการศึกษาในระดับพื้นที่

โดยมี นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางจิรภา เจริญภูมิ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู และบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

ภายในงานมีการประกอบพิธีทางศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคล การกล่าวสดุดีถึงความสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนการมอบนโยบายและแนวทาง

การขับเคลื่อนการศึกษาของจังหวัด เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ และศักยภาพที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการพัฒนาการศึกษาและยกระดับทรัพยากรมนุษย์ของจังหวัดบึงกาฬ ให้มีคุณภาพ อันเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่านเดินหน้าสู่มรดกโลก จัดสัมมนาวิชาการวางแผนพัฒนา “มรดกน่าน” เตรียมเสนอขึ้นบัญชีเบื้องต้น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาวิชาการ “มรดกน่านสู่มรดกโลก” ณ ห้องประชุมคอนเวนชั่น ฮอลล์ โรงแรมดิ อิมเพรส อำเภอเมืองน่าน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการ และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

การจัดงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดทำแผนพัฒนาการขับเคลื่อนมรดกน่านสู่มรดกโลก (พ.ศ. 2569–2570) เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัดน่านเข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List)

ของศูนย์มรดกโลก โดยภายในงานมีการจัดนิทรรศการแสดงอัตลักษณ์เมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน อาทิ งานผ้า เครื่องเงิน จักสาน แกะสลัก งานปั้น และจิตรกรรม จากเครือข่ายชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายให้ความรู้ในหลากหลายหัวข้อ อาทิ แนวทางการจัดทำแผนพัฒนามรดกน่านสู่มรดกโลก กรณีศึกษาเมืองมรดกโลกของประเทศไทย เช่น สุโขทัย อยุธยา และศรีเทพ

รวมถึงผลประโยชน์จากการขึ้นทะเบียนมรดกโลก พร้อมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างมหาวิทยาลัยศิลปากรกับจังหวัดน่าน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านวิชาการและการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ การประชุมสัมมนาดังกล่าวมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เสนอแนะ และร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัดน่านสู่การเป็นแหล่งมรดกโลกในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอกำแพงแสนเป็นประธานเปิดร้านห้างทองนพรัตน์โกลต์สาขา 2 อำเภอกำแพงแสน

แชร์เนื้อหานี้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน เป็นประธานเปิดร้านห้างทองนพรัตน์ โกลด์

สาขา2 พร้อมด้วย เจ้าของกิจการ ผู้นำชุมชน แขกผู้มีเกียรติ พร้อมประชาชนร่วมงานโดยมี ผู้บริหารห้างทองนพรัตน์โกลด์ สาขา 2 อำเภอกำแพงแสน จังหวัด นครปฐม

ให้การต้อนรับ หลังพิธีเปิด ได้พากันแห่ซื้อทองเก็บไว้เก็งกำไรเป็นของขวัญในปีใหม่ 2569ทางด้าน ผู้บริหารร้านทองนพรัตน์ โกลด์สาขา2 ได้กล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานในคร้งนี้ และ

เพื่อให้พี่น้องชาวกำแพงแสน นครปฐม หรือจังหวัดใกล้เคียงได้หาซื้อทองที่ดิ่งตรงมาจากเยาวราเต็มเปอร์เซ็นทุกเส้นราคาเป็นกันเอง ขณะที่ราคาทองช่วงนี้เป็นราคาที่เหมาะแก่การซื้อหาเป็นของขวัญ หรือเก็บไว้เก็งกำไรไม่ขาดทุนแน่นอน

สำหรับในพิธีเปิดร้านทอง นาย นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน ได้ร่วมกล่าวแสดงความยินดี ฉลองเปิดร้านใหม่ ฟรีกำเหน็ด พร้อมจับรางวัลในโอกาสเปิดร้านใหม่ มี พัดลม เครื่องชักผ้า เตาย่างไฟฟ้าและอื่นๆอีกมากมาย ในวันเปิดร้านทองในวันนี้

ร้าน ‘ห้างทองนพรัตน์โกลด์ สาขา 2 ตั้งอยู่ตลาด อำเภอกำแพงแสน จังหวัด นครปฐม ( พิกัดเยื้องธนาคารกสิกรไทย กำแพงแสน)
สนคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกสมาคมชาวไร่อ้อย ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ยื่นหนังสือความเดือดร้อน ในราคาอ้อยถึงรัฐบาล

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา.16.20น.ของวันที่ 27 มีนาคม 2569 ได้มีตัวแทนสมาคมชาวไร่อ้อยศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ยื่นหนังสือ

เรื่องความเดือดร้อนขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลเรื่องปัจจัยการผลิตไม่คุ้มต้นทุนของชาวเกษตรกร ที่ปลูกอ้อยแล้วขายได้ในราคาตกต่ำในเขตจังหวัดสุโขทัย

นำโดยนาย มงคล เปาเล นายกสมาคมชาวไร่อ้อยศรีสัชนาลัย พร้อมคณะกรรมการ โดยได้ยื่นหนังสือผ่านให้ นาย สมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ เขต 4.จังหวัดสุโขทัยที่บ้านพัก.ในเขตตัวเทศบาลเมืองสวรรคโลก. อำเภอสวรรคโลก

จังหวัดสุโขทัยเพื่อรับหนังสือส่งถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ส.ส.สุโขทัยได้เปิดบ้านต้อนรับ พร้อมรับฟังข้อปัญหาในราคาของอ้อยจาก

นายกสมาคมชาวไร่อ้อยและคณะกรรมการพร้อมรับหนังสือที่ขอความช่วยเหลือจากคณะรัฐบาล เรื่องราคาอ้อยปัจจัยในการผลิตต่อไป
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โรงพยาบาลดอนตูม จัดงานทำบุญประจำปี 2569เนื่องในโอกาสครบรอบ 64 ปี แห่งการก่อตั้งโรงพยาบาลดอนตูม (24 มีนาคม 2505)

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ ท่าน สุขชาติ สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต 4
พร้อมด้วย ท่านสมรักษ์ มีใจดี นายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม และะ พ.ต.อ.ยงลิต ศุภผล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรดอนตูม

ได้เดินทางมาร่วมงาน ในการจัดงานในครั้งนี้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ สร้างความเป็นสิริมงคลแก่บุคลากร ผู้ป่วย และประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนเป็นการแสดงความสำนึกในความเมตตาและคุณูปการของผู้ก่อตั้ง พระครูภาวนาสังวรคุณ (เต๋ คังคสุวัณโณ)

ทั้งนี้ ภายในงานได้จัดให้มีพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศล ให้แก่ผู้เสียชีวิตภายในโรงพยาบาลดอนตูม ประจำปี พ.ศ. 2568 เพื่อแสดงความอาลัยรำลึก และอุทิศบุญกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ อันเป็นการสืบสานคุณค่าทางจิตใจและความเอื้ออาทรในองค์กร

และทางโรงพยาบาลดอนตูม ขอขอบพระคุณทุกๆโรงทาน และทุกน้ำใจ ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้งานในครั้งนี้ ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย อบอุ่น และเปี่ยมด้วยความประทับใจ และขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน

ที่ให้ความร่วมมือและกำลังใจที่มอบให้ นับเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาโรงพยาบาลดอนตูม เพื่อดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน โรงพยาบาลดอนตูม ขอขอบพระคุณจากใจ 64ปี โรงพยาบาลดอนตูม เคียงข้างด้วยหัวใจ ใส่ใจทุกชีวิต
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “พล.ต.ต.นันทชาติ” ที่ปรึกษา รมว.ทส. นำทัพลุยตรวจป่าดงลาน! สั่งฟันรีสอร์ทรุกป่าขอนแก่น “ผิดเงื่อนไขดำเนินคดีไม่ละเว้น”

แชร์เนื้อหานี้

[ขอนแก่น – 18 มีนาคม 2569] พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รับบัญชาด่วนจาก นายสุชาติ ชมกลิ่น (รมว.ทส.) นำคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ชุดใหญ่ปูพรมลงพื้นที่อำเภอสีชมพู และอำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น เพื่อกวาดล้างการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ หลังพบเบาะแสกลุ่มทุนใช้ประโยชน์ที่ดินผิดเงื่อนไข
ประเด็นเน้นย้ำจาก พล.ต.ต.นันทชาติ:

ลั่นกลองรบ “ตรวจทุกตารางนิ้ว”: พล.ต.ต.นันทชาติ เปิดเผยว่าได้รับข้อสั่งการตรงจากรัฐมนตรีฯ ให้เข้มงวดตรวจสอบกิจการรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศ ร้านกาแฟ และทุกกิจกรรมในเขตป่าสงวนฯ หากพบการกระทำผิดหรือการบุกรุกพื้นที่ป่าสมบูรณ์ “ต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น”เช็กบิลกลุ่มทุนเปลี่ยนมือที่ดิน: ท่านที่ปรึกษาฯ ระบุชัดเจนว่า สำหรับผู้ประกอบการที่อ้างว่าอยู่ระหว่างขออนุญาต แต่หากตรวจพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่นอกเหนือจากที่ขอ หรือมีการ “ซื้อขายเปลี่ยนมือที่ดิน”

ซึ่งผิดกฎหมายป่าไม้ จะถูกดำเนินคดีทันที ไม่มีการผ่อนปรนลุยจุดบุกรุกจริงใกล้ “ไร่เจ้าป่าคาเฟ่”: ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ พล.ต.ต.นันทชาติ ได้เข้าตรวจสอบจุดบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าดงลาน (เขต อ.สีชมพู) ซึ่งพบการแผ้วถางป่าใหม่ประมาณ 1 ไร่ โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ยึดคืนพื้นที่และแจ้งความดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ทันทีในที่เกิดเหตุบูรณาการเพื่อความโปร่งใส: ท่านที่ปรึกษาฯ ได้ประสานความร่วมมือกับภาคส่วนท้องถิ่น ทั้งรองผู้ว่าฯ ขอนแก่น, ส.ป.ก. และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 เพื่อให้การตรวจสอบครั้งนี้ละเอียดรอบคอบและตอบข้อสงสัยของสังคมได้ทุกประเด็น

การขยับตัวอย่างรวดเร็วของ พล.ต.ต.นันทชาติ ในครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นมาตรการเชิงรุกเพื่อลดความขัดแย้งระหว่างสัตว์ป่าและกลุ่มทุนในพื้นที่ ตามนโยบายการอนุรักษ์ที่เข้มข้นของกระทรวง ทส. ครับ“ลั่นผิดเงื่อนไขดำเนินคดีไม่ละเว้น… หากตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าสมบูรณ์ หรือมีการซื้อขายเปลี่ยนมือ จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น” — พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /สภ.ห้วยยาง เปิดต่อเนื่อง “โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติประจำปีงบประมาณ 2569”

แชร์เนื้อหานี้

ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำบลยั่งยืนฯ หมู่บ้านน้ำตกสายหนึ่ง ม.11
ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.ศิริชัย ไชยดี รองผบก.ภ.จว.ประจวบ ฯ มอบหมายสั่งการให้ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป.สภ.ห้วยยาง พระมหาสัญญา สิทธิญาโณ เจ้าคณะตำบลห้วยยาง พร้อมนายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะเเก

ประธานในพิธีเปิด“ โครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยมี นายธวัชชัย แดงฉ่ำ
นายก อบต.ห้วยยางนางสาวณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะเเก น.ส.วิภาภรณ์ ภัทรภิญโญ
ผู้อำนวยการ สกร.อำเภอทับสะเเก

ผู้แทนพัฒนาการอำเภอทับสะเเก นายสราวุธ ทอดสนิท
ประธานหมู่บ้าน ม.11ผู้แทน กำนันตำบลห้วยยาง นางพัชชา เเดงฉ่ำ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ต.ห้วยยางนายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยางร.ต.เอนก รูปโคม เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.จงอางศึก น.ส.ทิพวรรณ อิ่มชื่น รักษาการ ผอ.รพ.สต.ห้วยยาง นางศศิมน พิมลสกลวงศ์ ผอ.รพ.สต.บ้านเนินดินแดง

ร่วมพิธีเปิดศูนย์บำบัดในชุมชน “ โครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 “ ดำเนินการตรวจปัสสาวะผู้เข้าร่วมโครงการฯ ครั้งที่ 1 กิจกรรมพบหมอ สร้างแรงบันดาลใจ และปรับทัศนคติผู้กล้า ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการนี้เพื่อ เป้าหมายในการ “ลด ละ เลิก” จำนวนรวม 33 คน

พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง กล่าวว่า การดำเนินงานในโครงการตำบลยั่งยืนของ สภ.ห้วยยาง ปัจจุบัน อยู่ในขั้นตอนที่ 2 ขั้นปฏิบัติการ โดยได้ประชาสัมพันธ์โครงการ ลงพื้นที่ เดิน x-ray ตรวจปัสสาวะประชาชนอายุ 12-65 ปี เพื่อค้นหาผู้ใช้ ผู้เสพยาเสพติด ในหมู่บ้านทุ่งยาว ม.3 และบ้านน้ำตกสายหนึ่ง ม.11 ต.ห้วยยาง พบผู้เสพ ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการบำบัด จำนวน 33 ราย ได้ทำการคัดกรองบุคคล ประเมินผู้เสพยาเสพติด

ที่มีอาการทางจิต เพื่อบันทึกข้อมูลการบำบัดรักษา/ฟื้นฟูผู้ติดยา(บสต.) และจะทำกิจกรรมบำบัดโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน (Community Based Treatment and Care : CBTx) จำนวน 16 ครั้ง ในระยะเวลา 3 เดือน นับจากวันทำพิธีเปิดในวันนี้ ซึ่งคณะกรรมการคุ้ม พร้อมภาคีเครือข่าย และ ชป.ตำบลยั่งยืน สภ.ห้วยยาง จะช่วยกันขับเคลื่อนดำเนินงานตามแนวทางที่เคยทำมาอย่างจริงจัง เพื่อสร้างชุมชนให้เข้มแข็งและยั่งยืน ต่อไปผกก.สภ.ห้วยยาง กล่าว
//////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานกาชาด รวมของดี เมืองชุมแพ ครั้งที่ 23 15-22 มีนาคม 2569 นายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่า จ.ขอนแก่น ประธานเปิดงาน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อ 17 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 18.30 น.เจ้าพระยาครองเมืองพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น (นายอำเภอแหวนเพชร)ให้เกียรติเป็นประธาน”

งานประเพณีกาชาดประจำปีรวมของดีเมืองชุมแพ” ครั้งที่ 23 ประจำปี2569และเยี่ยมชมนิทรรศการออกร้านผลผลิตทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์สินค้า otop และพืชผักผลไม้นานาพันธุ์ โดยมีนางเอกสาวสุดเซกซี่อ้อยใจ คำบุญเรือง

นายอำเภอชุมแพ พร้อมด้วยพระเอกหนุ่มนัยตาโศกจากเมืองสกลนคร พ.ต.อ.รัฐพล เหลาพรม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชุมแพ นายแพทย์ธนนิตย์ สังคมกำแหง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมแพ

นายวิศรุต ปู่เพ็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต6 ขอนแก่น แสดงเป็นลูกชาวนา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชุมแพ อัยการจังหวัดชุมแพ คหบดีเมืองชุมแพ ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารการปกครองส่วนท้องถิ่น

หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใญ่บ้านและประชาชนชาวชุมแพให้การต้อนรับ นับเป็นครั้งแรกในรอบ83 ปีการก่อตั้งเมืองชุมแพ ที่ ผู้บริหารการปกครองสูงสุด

ตำแหน่งผู้นำหน่วยถอดหัวโขนวางไว้แล้วใส่ชุดหมอลำเปิดงานวันของดีเมืองชุมพ นับว่าแปลกหูแปลกตาแก่ผู้ชมเป็นจำนวนมาก ณ.ลานอเนกประสงค์หน้าที่ว่าการอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

ตำแหน่งผู้นำหน่วยถอดหัวโขนวางไว้แล้วใส่ชุดหมอลำเปิดงานวันของดีเมืองชุมพ นับว่าแปลกหูแปลกตาแก่ผู้ชมเป็นจำนวนมาก ณ.ลานอเนกประสงค์หน้าที่ว่าการอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอบางเลนตรวจสอบสถานการณ์น้ำมันในพื้นที่อำเภอบางเลน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. นายอนุชา ใจช่วงโชติ นายอำเภอบางเลน พร้อมด้วย นายอำนาจ ทองดอนสังข์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง นายนนท์ ศรีวัฒนตระกูล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง และสมาชิก อส. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครองอำเภอบางเลน

ร่วมกับพานิชย์จังหวัดนครปฐม พลังงานจังหวัดนครปฐม ตรวจสอบสถานบริการน้ำมันในพื้นที่อำเภอบางเลน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบการจำหน่ายน้ำมันให้เป็นไปตามกฎหมาย อาทิ การแสดงราคาจำหน่ายอย่างชัดเจน ปริมาณน้ำมันต้องถูกต้องครบถ้วน

คุณภาพได้มาตรฐาน รวมทั้งป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงให้ประชาชนทราบว่า ราคาน้ำมันของแต่ละสถานีบริการ อาจมีความแตกต่างกัน

เนื่องจากต้นทุนการจัดซื้อที่ต่างกัน ค่าการตลาด ค่าขนส่ง ทำเลที่ตั้ง และการแข่งขัน ทางการค้าซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาด ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐสำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่มีความผันผวนในช่วงนี้ เป็นผลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียด ในตะวันออกกลาง

ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันสำคัญของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น และอาจกระทบต่อต้นทุนด้านพลังงานและราคาสินค้า ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการจำหน่ายน้ำมันที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครปฐม หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐม หรือสายด่วน 1569 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ร่วมเป็นเจ้าภาพ สวดพระอภิธรรม พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) คืนที่ 89 วัดรางหมัน

แชร์เนื้อหานี้

ณ ศาลาร่มเย็น วัดรางหมัน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
ประธานองค์กรอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมแห่งประเทศไทยพร้อมศิษยานุศิษย์และประชาชนและคณะกรรมการวัดประชาราษฎร์บำรุง(วัดรางหมัน)

ร่วมเป็นเจ้าภาพ สวดพระอภิธรรม พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร)คืนที่ 89 ณ ศาลาร่มเย็น วัดรางหมันนางสาวจันทร์ลาภา สุบรรณ ณ อยุธยา ประธานองค์กรอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ผู้ประสานงานในราชสกุล สุบรรณ ได้มอบให้ นายกานต์กิตติณัช ต่ายใหญ่เที่ยง ประธานองค์กรอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีหญิงธัญธิตา เผ่าสุวรรณ ที่

ปรึกษาองค์กรอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ประจำจังหวัดนครปฐม พร้อมคณะกรรมการวัดประชาราษฎร์บำรุง(วัดรางหมัน) ร่วมเป็นเจ้าภาพ สวดพระอภิธรรม พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร)คืนที่ 89

ณ ศาลาร่มเย็น วัดรางหมันทางวัดขออนุโมทนาบุญและขอขอบคุณเจ้าภาพที่ได้เมตตามาเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม
ด้วยจิตศรัทธาอันเปี่ยมด้วยกุศลเจตนาในครั้งนี้และทางคณะเจ้าภาพ ได้นำการแสดงถวายหลวงปู่แผ้ว ปวโรแลขอบพระคุณ

Em’s baby model and organizer บ้านรำ ปัญจนาสย์สงวนศิลป์ การแสดง หนุมานน้อยเทิดพระเกียรติพระพันปีหลวง ทั้งหมด 8 ชุด ชุดที่1 หนุมานน้อยเทิดพระเกียรติพระพันปีหลวง
การแสดงชุดที่ 2 ฟ้อนล่องแม่ปิง การแสดงชุดที่ 3 ฉุยฉายทศกัณฐ์ การแสดง ชุดที่ 4 คนเชิดหนุมาน

การแสดงชุดที่ 5 สุโขทัยการแสดงชุดที่ 6 ศรีวิขัย การแสดงชุดที่ 7 คนเชิดโนราห์ การแสดงชุดที่ 8 ยกรบ สวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน)

โดยการเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ เป็นการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีและน้อมรำลึกในพระคุณของหลวงปู่แผ้ว ปวโร พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของ

พุทธศาสนิกชนและชาวอำเภอกำแพงแสนซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาท่านได้เมตตาอุปถัมภ์และสร้างคุณประโยชน์ต่อสาธารณกุศลอย่างมากมาย

ณ ศาลาร่มเย็น วัดรางหมัน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โดยมีศิษยานุศิษย์และประชาชนเข้าร่วมพิธีด้วยความสงบนิ่งเพื่ออุทิศถวายเป็นกุศลแด่พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร)
ด้วยความเคารพเลื่อมใสศรัทธาอย่างยิ่ง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐมฃ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พลังงานประจวบฯ ยืนยัน! น้ำมันไม่ได้ขาดแคลน แค่รอรอบขนส่งใหม่ หลังคนแห่เติมก่อนขึ้นราคา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 มี.ค.69 นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย นางสาวลดาวรรณ จันทรัตน์ วิศวกรชำนาญการ สำนักงานพลังงานจังหวัดประจวบฯ และสำนักงานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดฯ ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบสถานการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ

เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงก่อนการปรับขึ้นราคาน้ำ จากการตรวจสอบพบว่า สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงส่วนใหญ่ที่ติดกับถนนเพชรเกษมมีปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอต่อการให้บริการ โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา มีประชาชนเข้ามาใช้บริการเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ

ประกอบกับปริมาณน้ำมันที่ได้รับจากคลังน้ำมันมีน้อยกว่าช่วงสถานการณ์ปกติ ส่งผลให้บางสถานีต้องรอการจัดส่งน้ำมันเพิ่มเติม และบางสถานีต้องปิดสถานีบริการน้ำมันชั่วคราว โดยในด้านของราคาน้ำมันยังคงเป็นราคาปกติ และเมื่อตรวจสอบหัวจ่าย

น้ำมันพบว่ามีความถูกต้องเที่ยงตรงเป็นไปตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ไม่พบการกักตุนหรือการปฏิเสธการจำหน่าย พร้อมกันนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯได้กำชับไม่ให้มีการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเดือดร้อน และเป็นการสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในพื้นที่

นางสาวลดาวรรณ จันทรัตน์ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ติดตามการให้บริการของสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดประจวบฯอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 วันที่ผ่านมา พบว่าน้ำมันบางชนิดเริ่มจำหน่ายหมดในบางสถานี โดยส่วนใหญ่เป็นน้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอล์ 95 เมื่อประชาชนได้รับทราบข่าวว่าจะมีการปรับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดจึงทยอยเดินทางมาใช้บริการเติมน้ำมันจำนวนมาก ส่งผลให้บางสถานีมีปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอ

ต่อความต้องการในระยะสั้น ทางคลังน้ำมันได้แจ้งว่าอยู่ระหว่างดำเนินการจัดส่งน้ำมันเพิ่มเติมไปยังสถานีบริการต่าง ๆ แต่เนื่องจากสถานีบางแห่งไม่มีรถขนส่งน้ำมันเป็นของตนเอง จึงต้องรอการจัดสรรจากคลัง ทำให้การเติมน้ำมันอาจล่าช้าไป ขณะนี้ยังไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน แต่สำนักงานพลังงานจังหวัดฯ ยังคงเฝ้าระวังและตรวจสอบสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในประเด็นการกักตุนและการปฏิเสธการจำหน่ายน้ำมัน ซึ่งยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่พบการกระทำผิดในพื้นที่

“ปัจจุบันยังคงมีน้ำมัน E20 และน้ำมันเบนซินจำหน่ายตามปกติ ส่วนดีเซลหมดชั่วคราว เนื่องจากปกติรถบรรทุกน้ำมันจะมาเติมให้สถานีครั้งหนึ่งสามารถจำหน่ายได้ประมาณ 5 วัน แต่จากสถานการณ์ที่ประชาชนแห่มาเติมน้ำมันมากกว่าปกติทำให้น้ำมันหมดเร็วกว่ากำหนด และทางพนักงานยืนยันว่า สถานีบริการ

น้ำมันไม่ได้มีการกักตุนน้ำมันแต่อย่างใด และกำลังรอรถขนส่งน้ำมันจากคลังเพื่อเติมให้บริการตามปกติ ผู้ใช้รถยนต์ที่เติมน้ำมัน E20 รวมถึงผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน ยังไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด และยังสามารถมาใช้บริการเติมน้ำมันได้ตามปกติ” นางสาวลดาวรรณ กล่าวตอนท้าย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้สื่อข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดยิ่งใหญ่ เทศกาลสาดสี Holi Festival Pattaya 2026 นทท.คึกคัก

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569 นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน Holi Festival Pattaya 2026 เทศกาลสาดสี ครั้งที่ 4 โดยมีนายสุขราช กาลา นายกสมาคมนักธุรกิจไทย–อินเดีย พัทยา นายลักษมัน ซิงห์ นายกสมาคมอินเดียพัทยา นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี สมาชิกสภาเมืองพัทยา หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมพิธีเปิดอย่างคึกคัก ที่บริเวณชายหาดพัทยากลาง จังหวัดชลบุรี

เมืองพัทยาได้ร่วมกับสมาคมนักธุรกิจไทย–อินเดีย พัทยา กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 13 – 15 มีนาคม 2569 ที่บริเวณชายหาดพัทยากลาง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างสีสันกิจกรรมท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ภายในงานมีกิจกรรมสาดสีตามวัฒนธรรมอินเดีย เวทีดนตรีและความบันเทิง คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังของประเทศอินเดีย รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์ และโซนอาหารหลากหลายเมนู ท่ามกลางบรรยากาศริมชายหาด เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่สนุกสนานให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

การจัดงานครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ช่วยสร้างสีสันด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และตอกย้ำภาพลักษณ์ของพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ ที่เปิดกว้างและอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของความเข้าใจและการเคารพในความหลากหลายทางวัฒนธรรม

สำหรับ Holi Festival Pattaya 2026 หรือเทศกาลสาดสี ถือเป็นเทศกาลสำคัญของประเทศอินเดียที่สะท้อนถึงความสุข ความหวัง การเริ่มต้นใหม่ และความสามัคคีของผู้คน การจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองวัฒนธรรมอันงดงามเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศอินเดีย พร้อมเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวจากหลากหลายเชื้อชาติได้ร่วมแบ่งปันความสุขและมิตรภาพร่วมกัน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขนส่งสิงห์บุรี จัดใหญ่! “สนามจราจรเยาวชน” รุ่นที่ 1 ปูพื้นฐานวินัยจราจร สร้างความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 13 มีนาคม 2569 สิงห์บุรี เวลา 10.00 น.นายวราดิศร อ่อนนุชผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธี เปิดโครงการ “สนามจราจรเยาวชนเสริมสร้างจิตสำนึกความ

ปลอดภัย และมีวินัยจราจร” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 1 โดยมีนายณรงค์พันธ์ แจ่มจันทร์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสิงห์บุรี

หัวหน้าส่วนราชการ ครู และนักเรียนร่วมกิจกรรม ณ โรงเรียนอนุบาลบางระจัน ตำบลไม้ดัด อำเภอบางระจัน จังหวัดโดยนางสาวเยาวมาศ เที่ยวทอง ขนส่งจังหวัดสิงห์บุรี จัดโครงการนี้มี

วัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยให้แก่เยาวชน โดยเน้นการวางรากฐานวินัยจราจรเบื้องต้นผ่านการเรียนรู้ที่สอดคล้อ

กับชีวิตประจำวัน กิจกรรมแบ่งออกเป็นภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ซึ่งไฮไลต์สำคัญคือการให้เด็กๆได้ฝึกทักษะใน

“สนามจราจรจำลอง” เพื่อให้เกิดประสบการณ์ตรงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนได้จริงในอนาคต

สำหรับกลุ่มเป้าหมายในครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – 6 ในเขตจังหวัดสิงห์บุรี โดยกำหนดจัดงานทั้งสิ้น 7 รุ่น รุ่นละ 100 คน รวมเยาวชนเข้าร่วมโครงการกว่า 700 คน ซึ่ง

การดำเนินงานในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ซึ่งเป็นรายได้จากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถสวยของกรมการขนส่งทางบก

ทั้งนี้ สำนักงานขนส่งจังหวัดสิงห์บุรี มุ่งหวังว่าเยาวชนที่ผ่านการอบรมจะเป็นแบบอย่างที่ดี มีจิตสำนึกความปลอดภัย และมีส่วนสำคัญในการลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนของจังหวัดสิงห์บุรีให้ลดลงอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กกต.บึงกาฬ จัดกิจกรรม “กกต.พบสื่อมวลชน” เสริมความร่วมมือการสื่อสารข้อมูลการเลือกตั้ง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 มีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบึงกาฬ จัดกิจกรรม “กกต.พบสื่อมวลชน” เพื่อสร้างความเข้าใจและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสื่อมวลชนในพื้นที่เกี่ยวกับบทบาท ภารกิจ และการดำเนินงานด้านการเลือกตั้ง

โดยมี นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดกิจกรรม นายไพรัช คัณทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบึงกาฬ และ นายสมหวัง อารีเอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

ในฐานะประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดบึงกาฬ เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมด้วย ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งทั้ง 3 เขต และคณะอนุกรรมการฯ ร่วมพบปะพูดคุยกับสื่อมวลชน

ภายในกิจกรรมมีการชี้แจงแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการนำเสนอข่าวสารด้านการเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นกลาง

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง กกต. และสื่อมวลชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และสนับสนุนให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่าง สุจริต เที่ยงธรรม และโปร่งใส

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326