คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสังคม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 6 สิงหาคม 2568 เวลา 9.00 น.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) โดยส่วนอุทยานแห่งชาติ ร่วมกับกลุ่มงานกฎหมาย จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ณ ห้องประชุมโรงแรมแพร่นครา อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่

และผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Meeting) ณ ห้องประชุมโรงแรมน่านตรึงใจ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมีนายกรัณย์พล แสงทอง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 เป็นประธานการประชุม มีวัตถุประสงค์ เพื่อรับฟังความคิดเห็นในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ และนำความคิดเห็นมาใช้เป็น

แนวทางการในพัฒนาพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและขัดแย้งกันของกฎหมายลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในสังคม เพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ ประกอบด้วยผู้เข้าร่วมการประชุมจากหลายภาคส่วน เช่น

ประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียผู้เข้าไปในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน และสวนรุกขชาติผู้ขออนุญาต หรือผู้ได้รับอนุญาตให้กระทำการในอุทยานแห่งชาติ

วนอุทยาน และสวนรุกขชาติผู้อยู่อาศัยหรือทำกิน ภายใต้โครงการอนุรักษ์ และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ภายในอุทยานแห่งชาติ ตามมาตรา ๖๔ แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖

ผู้ได้รับอนุญาตให้เก็บหาหรือใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ที่สามารถเกิดใหม่ ทดแทนได้ในเขตพื้นที่โครงการอนุรักษ์ และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนในอุทยานแห่งชาติตลอดจนประชาชนทั่วไป

หน่วยงานรัฐ และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวนรวมทั้งสิ้น 1๕0 คน แบ่งเป็น พื้นที่จังหวัดน่าน 78 คน และพื้นที่จังหวัดแพร่ 72 คน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กอ.รมน.มุกดาหาร จัดประชุมเข้มวางแผนคุมเข้มความปลอดภัยพื้นที่สำคัญ พร้อมมาตรการห้ามบินโดรน ฝ่าฝืนเจอโทษหนัก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 สิงหาคม 2568 ที่ห้องประชุมภูสระดอกบัว ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายรณรงค์ เทพรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานการประชุมวางแนวทางรักษาความปลอดภัยอาคาร สถานที่ และพื้นที่สำคัญ ของ

จังหวัดมุกดาหาร โดยมี พ.อ.อำนวย ยอดพันธ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร (ทหาร) เข้าร่วมประชุมพร้อมกับส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การประชุมครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงภัยที่อาจถูกคุกคาม, วางแผนการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ และจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว และเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงในพื้นที่เป้าหมายสำคัญ พร้อมเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่บูรณาการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ในที่ประชุมยังได้เน้นย้ำถึง มาตรการห้ามปล่อยหรือบังคับอากาศยานไร้นักบิน (โดรน) ทุกประเภททั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม 2568 หากฝ่าฝืนมีโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 78 (1) แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการใช้งานโดรนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร หรือบริเวณต้องห้าม สามารถแจ้งข้อมูล วัน เวลา สถานที่ และภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอ (หากมี) ไปยังหน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ สำนักงานการบินพลเรือนฯ โทร. 02-568-8851ศูนย์ต่อต้านอากาศยานไร้นักบินฯ โทร. 02-126-7846

สถานีตำรวจ หน่วยทหาร หรือหน่วยความมั่นคงใกล้พื้นที่เกิดเหตุกอรมนมุกดาหาร #ห้ามบินโดรน #ข่าวมุกดาหาร #ความมั่นคงแห่งรัฐ #ชุดเคลื่อนที่เร็ว #มุกดาหารปลอดภัย #งดบินโดรนทั่วประเทศ #ความมั่นคง #ศาลากลางมุกดาหาร #ประชุมความปลอดภัย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธี “รวมพลังทหารผ่านศึก เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย” และกล่าวสดุดีนักรบผู้กล้า

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม 2568 เวลา 07.00 น พล.ต.สมคิด ชูเผือก ผบ.มทบ.44 / หัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตชุมพร ให้เกียรติมาเป็นประธาน กิจกรรม พิธี “รวมพลังทหารผ่านศึก เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย” และกล่าวสดุดีนักรบผู้กล้า ณ พระอนุสาวรี พล.ร.อ.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์

โดยมี นายทหารผู้บังคับบัญชา พร้อมกำลังพล มทบ.44 ร่วมกับ ทหารผ่านศึก ในเขตพื้นที่ จังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าร่วมกิจกรรม โดยจัดให้มีการกระทำพิธีพร้อมกันทั่วประเทศไทย สดุดีและให้กำลังใจแก่ทหาร

หาญที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ชายแดนในขณะนี้ ด้วยการร้องเพลงชาติไทย
พ.ต.พินัย กยุคำ ทหารผ่านศึกอาวุโส กล่าว ในเหตุการณ์พิพาทชายแดนไทย – กัมพูชา ขอสดุดีวีรกรรมอันกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว/ ของทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน/ และอาสาสมัคร ทหารพรานทุกนาย/ แห่งกองทัพไทย

ผู้ซึ่งได้เสียสละเลือดเนื้อ แรงกาย และแม้กระทั่งชีวิต เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย อธิปไตยแห่งชาติ และเกียรติภูมิของแผ่นดินในการรบ/ ณ ชายแดนไทย – กัมพูชา ที่เต็มไปด้วยสถานการณ์ความ ตึงเครียด อันตราย และภยันตรายจากกระสุนและระเบิด/ โดยเฉพาะทหารหาญผู้กล้า จำนวน 15 นาย ที่ยอมพลีชีพ พลีกาย เสียสละปกป้องแผ่นดินไทย/ พวกเขามิได้ย่อท้อ ต่อภารกิจ

และมิยอมถอยแม้เพียงก้าว/พวกเขาคือผู้ที่ยืนหยัด ต่อหน้าอันตราย/ อย่างองอาจภายใต้ธงไตรรงค์ ด้วยหัวใจเปี่ยมด้วยจงรักภักดี เพื่อรักษาดินแดนที่บรรพบุรุษได้สละเลือด เนื้อไว้ เพื่อปวงชนชาวไทยทั้งชาติ/ และเพื่อสันติสุขของ ประชาชน/ พวกเราอดีตนักรบ ขอยืนยันกับน้อง ๆ นักรบที่ปฏิบัติ หน้าที่แนวชายแดนทุกนายว่า/ พวกเราทุกคนจะช่วยเป็นหู เป็นตา

เป็นยามเฝ้าบ้าน เพื่อสอดส่องดูแลความเคลื่อนไหว ของข้าศึก ความกล้าหาญ ความเสียสละ ความจงรักภักดี และจิตใจที่ รักชาติของท่าน/ จะประทับอยู่ในหัวใจคนไทยตราบนิจนิรันดร์ และจะเป็นแบบอย่างแก่ลูกหลานไทยตราบนาน

เท่านาน ขอคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โปรดอภิบาล ดวงวิญญาณของเหล่าทหารกล้า ให้สงบสุขในสัมปรายภพ และขอจงปกปักรักษาทหารทุกนาย ที่ยังคงยืนหยัดอยู่แนวหน้า ให้ปลอดภัย และกลับคืนสู่อ้อมอกของครอบครัว ด้วยชัยชนะ ตลอดกาลและตลอดไป

พล.ต.สมคิด ชูเผือก ผบ.มทบ.44 / หัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตชุมพร ในเหตุการณ์พิพาทชายแดน ไทย – กัมพูชา/ ข้าพเจ้าและ เหล่าทหารหาญ/

พร้อมด้วยพนักงานและลูกจ้างขององค์การ สงเคราะห์ทหารผ่านศึก และ ทหารผ่านศึก ทั้ง ๗๗ จังหวัด ทั่วประเทศ ขอสดุดีวีรกรรมอันกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ของทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน/ และ อาสาสมัครทหารพรานทุกนาย แห่งกองทัพไทย

ผู้ซึ่งได้เสียสละเลือดเนื้อ แรงกาย และ แม้กระทั่งชีวิต เพื่อปกป้องผืน แผ่นดินไทย อธิปไตยแห่งชาติ และเกียรติภูมิของแผ่นดินในการรบ ณ ชายแดนไทย – กัมพูชา ที่เต็มไปด้วยสถานการณ์ ความตึงเครียด อันตราย และภยันตราย จากกระสุนและระเบิด โดยเฉพาะทหารหาญผู้กล้า จำนวน 15 นาย ที่ยอมพลี ชีพ พลีกาย เสียสละปกป้องแผ่นดินไทย

พวกเขามิได้ย่อท้อต่อภารกิจ และมิยอมถอยแม้เพียงก้าว/ พวกเขาคือผู้ที่ยืนหยัด ต่อหน้าอันตราย อย่างองอาจภายใต้ ธงไตรรงค์ ด้วยหัวใจเปี่ยมด้วยจงรักภักดี เพื่อรักษาดินแดน ที่บรรพบุรุษได้สละเลือดเนื้อไว้/ เพื่อปวงชนชาวไทยทั้งชาติ และเพื่อสันติสุขของประชาชน ความกล้าหาญ ความเสียสละ ความจงรักภักดี และจิตใจที่ รักชาติของท่าน

จะประทับอยู่ในหัวใจคนไทยตราบนิจนิรันดร์ และจะเป็นแบบอย่างแก่ลูกหลานไทยตราบนานเท่านาน ขอคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โปรดอภิบาล ดวงวิญญาณของเหล่าทหารกล้า ให้สงบสุขในสัมปรายภพ และขอจงปกปักรักษาทหารทุกนาย ที่ยังคงยืนหยัดอยู่แนวหน้า ให้ปลอดภัย/และกลับคืนสู่อ้อมอกของครอบครัว ด้วยชัยชนะ ตลอดกาลและตลอดไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หน่วยงานรัฐจับมือชุมชน ลงนามปฏิญญารวมพลัง “No Drugs No Dealers” พร้อมปล่อยแถวปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (1 ส.ค.2568) ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองนราธิวาส ตำบลบางนาค อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายรุสดี ปูรียา นายอำเภอเมืองนราธิวาส ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ศป.ปส.)

อำเภอเมืองนราธิวาส เป็นประธานในพิธีลงนามปฏิญญารวมพลังยับยั้งปัญหายาเสพติด และบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล “No Drugs No Dealers” เพื่อป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่

โดยการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในครั้งนี้ จัดขึ้นโดยมีพ.ต.อ.ปรัชญา ไบเตะ ผกก.สภ.เมืองนราธิวาส ว่าที่ พ.ต.อ.ธัญ ศิริขันธ์ ผบ.ฉก.ตร.นราธิวาส 93

พ.ต.อ. ภัควัฒน์วันสนุก.ผกก.สภ.ตันหยง พ.ต.อ.นพดล ดิเรกวัฒนสาร ผกก.สอบสวน รรท.ผกก.สภ.โคกเคียน ตลอดจนกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมแสดงพลังและร่วมลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในครั้งนี้อย่างพร้อมเพรียงกัน

สำหรับการลงนามปฏิญญาและบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ เป็นการผนึกกำลังทุกภาคส่วนเพื่อสร้างหมู่บ้านและชุมชนปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ที่มุ่งมั่นผลักดันมาตรการ “No Drugs No Dealers” ให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ชุมชนในพื้นที่ปลอดภัย และห่างไกลยาเสพติด

จากนั้นนายรุสดี ปูรียา นายอำเภอเมืองนราธิวาส ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ศป.ปส.) อำเภอเมืองนราธิวาส เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวเปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ภายใต้นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล “No Drugs No Dealers” มุ่งผนึกกำลังทุกภาคส่วนเพื่อสร้างหมู่บ้านและชุมชนปลอดยาเสพติด

ซึ่งจัดขึ้นตามแผนปฏิบัติการเร่งรัดการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามนโยบายของรัฐบาล กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเล็งเห็นความรุนแรงของสถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบัน ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อหมู่บ้านและชุมชน โดยรัฐบาลมุ่งสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจให้กับประชาชน

พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการกวาดล้างผู้มีอิทธิพลและยาเสพติดให้หมดสิ้นไปจากสังคม ซึ่งการเปิดปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า ภาครัฐพร้อมเดินหน้ากวาดล้างยาเสพติดอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน ลดปัญหาความรุนแรง และนำพาชุมชนสู่ความยั่งยืน ปลอดภัย ห่างไกลยาเสพติดอย่างแท้จริง
///////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จเรตำรวจแห่งชาติประชุมผู้แทน 10 ประเทศ และ UNODC จับมือร่วมปฏิบัติการในวอร์รูม ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (29 กรกฎาคม 2568) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (จตช./ผบ.ศกค.) /International Anti-Scam and Human Trafficking Syndicate Command Center (IAC) ประชุมหารือเตรียมความพร้อมในการดำเนินการร่วมกันในวอร์รูม IAC

โดยมี พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว/รอง ผบ.เหตุการณ์ (2) ร่วมกับผู้แทนทูตนานาประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ได้แก่ ผู้แทนทูตจากประเทศ บังกลาเทศ ญี่ปุ่น ลาว เมียนมา แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เวียดนาม สิงคโปร์ และ UNODC ณ ห้องประชุมวอร์รูม ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์นานาชาติ

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลสั่งการให้เดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้เห็นผลภายใน 3 เดือน โดยให้ร่วมมือกับนานาชาติในการปฏิบัติการ จึงเป็นที่มาของการตั้งวอร์รูมศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (IAC) ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีประเทศต่างๆ รวม 10 ประเทศ รวมทั้ง UNODC

ในการทำงานร่วมกัน เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่สร้างปัญหาให้กับประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งการทำงานร่วมกันของนานาประเทศในวอร์รูม IAC นี้ จะเป็นประโยชน์อย่างสูงในการแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างรวดเร็วในกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการปฏิบัติการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศต่างๆ โดยวอร์รูมนี้จะเป็นการยกระดับปฏิบัติการในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในทุกมิติ

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบช.สอท.)/รอง ผบ.เหตุการณ์ (1) ประชุมเตรียมความพร้อมผู้ประสานงานวอร์รูม IAC โดยมีผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมปฏิบัติการในวอร์รูมร่วมประชุม อาทิ ผู้แทน บช.สอท. , กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง , สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง , ตำรวจภูธรภาค 2 , ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ , กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม , ธนาคารแห่งประเทศไทย , สำนักงาน กสทช. , สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ , สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ , สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลบุคคล และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

โดยการปฏิบัติการของวอร์รูม IAC จะเป็นการยกระดับการปฏิบัติการให้เข้มข้นและเป็นเอกภาพมากขึ้น ในการเร่งรัดข้อมูลเพื่อวิเคราะห์เส้นทางการเงินและอายัดบัญชีธนาคาร/Wallet/Cryto Wallet ทันที , เร่งรัดข้อมูลเพื่อวิเคราะห์จุด IP หาพิกัดที่ใช้ในการกระทำความผิด ขอข้อมูลการจดทะเบียนทั้งผู้ให้บริการและผู้ขอรับบริการ รวมทั้งระงับการใช้หมายเลขโทรศัพท์ หรือจุดที่จ่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ต , วิเคราะห์แผนประทุษกรรม วิเคราะห์ความเชื่อมโยงขบวนการ และนำเสนอแนวทางการป้องกันปราบปราม นอกจากนี้ ยังจะสามารถปิดเพจ ปิดแพลตฟอร์มทันทีเมื่อรับแจ้งคดี และป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล ซึ่งจะทำให้การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์มีประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผลภายในระยะเวลาที่กำหนดได้

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สสอ.สวรรคโลกพร้อมทีมงานลงช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับภัยพิบัติ

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่าเมื่อเวลา 10.00 น.ของวันที่30กค.2568
นายรัชกร คำถาเครือ สาธารณสุขอำเภอสวรรคโลกพร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ อสม.รพ.สต.นาทุ่ง นำเงินช่วยเหลือ อสม.ตำบลนาทุ่ง ที่ได้ความเสียหายจากบ้านไฟไหม้พร้อม

เวลา 10.40น.นายรัชกร คำถาเครือสาธารณสุขอำเภอสวรรคโลกพร้อมด้วย ผอ.รพ.สต.บ้านไผ่ตะล่อม และคณะจนท. มอบเงินช่วยเหลือ อสม.รพ.สต.บ้านไผ่ตะล่อม ที่ได้ความเสียหายจากเหตุวาตภัยจากนั้น

เวลา 11.20 น. นายรัชกร คำถาเครือ สาธารณสุขอำเภอสวรรคโลกพร้อมด้วย ผอ.รพ.สต.ปากน้ำ และคณะจนท. มอบเงินช่วยเหลือ อสม.รพ.สต.ปากน้ำที่ได้ความเสียหายจากเหตุวาตภัยด้วย
กิตติ พรดวงจันทร์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้ (28 ก.ค. 68) นายนพพร อุสิทธ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร พร้อมด้วย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน พ่อค้าประชาชนทุกหมู่เหล่า

ร่วมประกอบพิธีถวายเครื่องราชสักการะวางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568

เพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ วัดพรุใหญ่ ตำบลสะพลี อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร

โดยนายนพพร อุสิทธ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ประธานในพิธีฯ ถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้ววางพานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนจะถวายธูปเทียนแพ

เปิดกรวยกระทงดอกไม้ เสร็จแล้วจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล และกล่าวคำกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี, เพลงสดุดีจอมราชา ตามลำดับ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนับเป็นอเนกประการ ด้วยพระราชวิริยอุตสาหะ เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอด ศาสตร์ของพระราชาแห่งสมเด็จพระบรมชนกนาถ ทรงตั้งพระราชหฤทัยมั่นในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่อาณาประชาราษฎร์อย่างยั่งยืน

ผ่านโครงการในพระราชดำริที่หลากหลายครอบคลุม เช่น ด้านการสาธารณสุข ทรงได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ทั้งยังทรงรับผู้ป่วยไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์

เพื่อให้ได้รับการดูแลรักษา ด้านการศึกษา ทรงให้จัดตั้ง “มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา ให้แก่เด็กและเยาวชนที่ประพฤติดี และมีความสามารถในการศึกษา

ทั้งยังพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎร ในยามที่ประสบเหตุเภทภัยให้พ้นผ่านความยากลำบากไปได้ น้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้นำมาซึ่งความปีติซาบซึ้ง ประทับอยู่ในใจของปวงเหล่าพสกนิกรตลอดไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดกิจกรรมบรรยายให้ความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์ และมอบชุดเยี่ยมให้ทหารผ่านศึก คนพิการ ผู้ยากไร้ กู้ชีพกู้ภัย จำนวน 20 ครอบครัว

แชร์เนื้อหานี้

28 กรกฎาคม 2568 : เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพยศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

ร่วมกับ พ.ต.อ.สุภสิทธิ์ สุวรรณี ผกก.สภ.หนองสองห้อง จว.ขอนแก่น พร้อมคณะผู้ใต้บังคับบัญชา,กำนันทั้ง 13 ตำบล และสารวัตรกำนัน,เครือข่ายทหารผ่านศึก อ.หนองสองห้อง,

นางฐานิดา อนุอัน นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลประจำจังหวัดกาฬสินธุ์,ชมรมช่วยเหลือสังคม,นายธวัชชัย จิตต์เจริญ ที่ปรึกษาสมาคมคนพิการฯ,นางเจนจิรา เอี่ยมแจ่ม จิตอาสาสมาคมคนพิการฯ

ร่วมจัดกิจกรรมบรรยายให้ความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์ และมอบชุดเยี่ยมให้ทหารผ่านศึก คนพิการ ผู้ยากไร้ กู้ชีพกู้ภัย จำนวน 20 ครอบครัว ซึ่งมี ร.ต.เสถียร สาระสิทธิ์ นายอำเภอหนองสองห้อง เป็นประธานในพิธี ณ ห้องประชุม สภ.หนองสองห้อง อ.หนองสองห้อง จว.ขอนแก่น

*** ขอขอบคุณ ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช : บริจาคชุดเยี่ยม จำนวน 20 ชุด มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ***สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

ในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลชมรมช่วยเหลือสังคมสถานีตำรวจภูธรหนองสองห้องทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่3 ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่4

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบึงกาฬร่วมใจ บริจาคโลหิต ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 29 กรกฏาคม 2568 จังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนจิตอาสา จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต เพื่อสำรองโลหิตช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและผู้ป่วยในสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมส่งต่อพลังน้ำใจสู่แนวหน้า

โดยกิจกรรมจัดขึ้น ณ หอประชุมจังหวัดบึงกาฬ ศูนย์ราชการจังหวัดบึงกาฬ มีข้าราชการ พนักงานจากหน่วยงานต่างๆ และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเสียสละ

นอกจากการบริจาคโลหิตแล้ว ยังมีการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพก่อนบริจาค และการเตรียมความพร้อมร่างกาย เพื่อส่งเสริมให้เกิดการบริจาคอย่างสม่ำเสมอและปลอดภัย

กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งพลังน้ำใจจากชาวบึงกาฬ ที่พร้อมยืนหยัดเคียงข้างแนวหน้า ไม่ว่าจะเป็นทีมแพทย์ พยาบาล หรือผู้ปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์วิกฤต เพื่อให้ทุกหยดเลือดที่บริจาค เป็นพลังต่อชีวิตผู้อื่นอย่างแท้จริง

🩸ทุกหยดเลือด คือ “ชีวิต” ที่เราช่วยกันได้ ❤️บึงกาฬไม่ทิ้งกันบริจาคโลหิตร่วมใจเพื่อชีวิตจิตอาสาพลังน้ำใจบึงกาฬ

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เฝ้าระวังระดับน้ำโขงพุ่งสูงใกล้จุดวิกฤต สั่งเตรียมรับมือ – ระดมติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า เมื่อเช้าวันที่ 29 กรกฎาคม ระดับน้ำแม่น้ำโขงที่จังหวัดมุกดาหารยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 07.00 น. ที่สถานีวัดระดับน้ำแม่น้ำโขงมุกดาหาร ได้รายงานระดับน้ำล่าสุดอยู่ที่ 11.40 เมตร เพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้า 0.53 เมตร ซึ่งยังต่ำกว่าระดับวิกฤตที่ 12.50 เมตร อยู่เพียง 1.10 เมตร ขณะเดียวกันมีปริมาณน้ำฝนสะสมวัดได้ 15.8 มิลลิเมตร

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับเทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้เร่งติดตั้ง เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ หลายจุดทั่วเมือง เพื่อเตรียมรับมือกรณีน้ำโขงล้นตลิ่ง และเพื่อระบายน้ำฝนจากในตัวเมืองลงสู่แม่น้ำโดยเร็ว ป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนและเขตเศรษฐกิจ

นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า สถานการณ์นี้เกิดจากฝนตกหนักในพื้นที่ทางตอนเหนือ รวมถึงฝั่ง สปป.ลาว ซึ่งได้เร่งระบายน้ำลงแม่น้ำโขง ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จังหวัดมุกดาหารจึงมีความเสี่ยงที่น้ำจะเอ่อล้นตลิ่งได้

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารยังขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนให้ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำที่เคยได้รับผลกระทบในอดีต ขอให้เร่งขนของมีค่าไว้ในที่สูง เตรียมพร้อมอพยพในกรณีฉุกเฉิน และหากประชาชนได้รับผลกระทบ หรือพบเห็นสถานการณ์ภัยพิบัติ สามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน 1784 หรือผ่าน LINE

ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดมุกดาหาร ตลอด 24 ชั่วโมงน้ำโขงมุกดาหาร #เตือนภัยน้ำท่วม #น้ำโขงใกล้วิกฤต #เครื่องสูบน้ำ #เฝ้าระวังน้ำโขง #มุกดาหาร #ข่าวมุกดาหาร #ภัยพิบัติ #ข่าวน้ำท่วม #ระดับน้ำโขง #น้ำท่วมภาคอีสาน #น้ำท่วม2568 #ฝนตกหนัก #แม่น้ำโขง #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้//////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชุมพร จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28กค.2568

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 07.19 น.วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ที่บริเวณปะรำพิธีบริเวณลานอเนกประสงค์ หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร

ได้จัดให้มีพิธีทำบุญตักบาตรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

และพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ประจำปี 2568 โดยมีนายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธาน มีหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ พลเรือน

ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาทิ นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร นายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร ฯลฯ ผู้นำองค์กรเอกชน ผู้นำชุมชน กลุ่มพลังมวลชน นักเรียน นักศึกษา ร่วมพิธี

นอกจากนี้ จังหวัดชุมพร ได้จัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังแผ่นดิน โดยนายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานนำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังแผ่นดิน

โดยมี ข้าราชการพลเรือน ศาล ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมพิธี ณ บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองชุมพร เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการโดยไม่เหน็ดเหนื่อยพระวรกาย เพื่ออำนวยประโยชน์ให้พสกนิกร และผู้ยากไร้ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อยู่ดีกินดีมีสุข ด้วยพระราชหฤทัยที่เปี่ยมไปด้วยพระเมตตา

ซึ่งพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

เพื่อให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้แสดงความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่ตามรอยพระยุคลบาท ในฐานะข้าของแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนสังคมและประเทศชาติต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.โคกสำโรง เปิดรับบริจาคสิ่งของเพื่อนำไปมอบให้กับพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยจากเหตุการประทะกันตามแนวชายแดนไทย -กัมพูชา

แชร์เนื้อหานี้

วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม 2568 ณ อาคารหอประชุมที่ว่าการอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ตามที่นายอำพล อังภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้มอบหมายให้แต่ละอำเภอ ประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดลพบุรี

บริจาคสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น ในการดำรงชีพ เพื่อนำไปมอบให้กับพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยจากเหตุการประทะกันตามแนวชายแดนไทย -กัมพูชา ที่อพยพไปอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ในเขตพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์

ทางอำเภอโคกสำโรงโดยการนำของ นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง มอบหมายให้ผู้นำท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่ได้ประกาศเสียงตามสาย ประชาสัมพันธ์เชิญชวน พี่น้องประชาชนในพื้นที่ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยการสู้รบดังกล่าว

ซึ้งในวันนี้อำเภอโคกสำโรงได้รับสิ่งของบริจาค จากพี่น้องชาวอำเภอโคกสำโรงที่พร้อมใจกันนำมาช่วยเหลือจำนวนมาก และจะได้นำส่งให้ทางจังหวัดลพบุรีดำเนินการส่งต่อความช่วยเหลือต่อไปในแต่ละวัน

ฉนั้นทางอำเภอโคกสำโรง ยังคงขอความรวมมือรวมมอบสิ่งของส่งกำลังใจ ได้ที่ศาลาหอประชุมได้ทุกวัน จะมีนายอำเภอโคกสำโรง พร้อมเจ้าหน้าที่คอยรอรับบริจาคสิ่งของต่างส่งต่อไปยัง ผู้ประสบภัย ตามจังหวัดต่างๆในทุกๆวัน ศูนย์รับ

บริจาค สิ่งของอุปโภคบริโภค บริเวณที่ว่าการอำเภอโคกสำโรง เพื่อช่วยเหลือผู้อพยพ ในจังหวัดสุรินทร์ / อุบลราชธานี / ศรีสะเกษ ตั้งแต่ 26 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป
โดยสิ่งของที่ต้องการด่วน ดังนี้

  1. Pampers (แพมเพริส)
  2. ผ้าอนามัย
  3. มุ้ง(แบบกางสำเร็จรูป)
  4. ผ้าห่ม(แบบบาง)
  5. ยากันยุง
    (ทั้งนี้งดรับเงินสด / น้ำดื่ม)

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี
และอนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว มอบมุ้งรักโลก ให้กับศูนย์พักพิง พร้อมเผยหลังเหตุการณ์สงบ จัดหาอาชีพ ให้กับผู้ประสบภัย

แชร์เนื้อหานี้

***ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์พักพิงผู้อพยพ อําเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อม ผศ.ดร พนธ์พันธ์ เลิศจันทรางกูร ที่ปรึกษาอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว และคณะเดินทางมาเยี่ยมให้กำลังผู้อพยพเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ที่ศูนย์ดังกล่าว และมอบสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวัน ทั้ง ยาสีฟัง แปรงสีฟัน แป้ง แพนเพิร์ธทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ นม ยากันยุง น้ำดื่ม มุ้งรักโลก โดยมี นายธนเดช พระอารักษ์ นายอําเภอเบญจลักษ์ และหัวหน้าส่วรนราชการให้การต้อนรับ

***นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า วันนี้ตนเป็นตัวแทนรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ที่อพยพมาจากตะเข็บชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ หลังจากที่ตนได้ทราบข่าวการยิงปะทะกันกลับประเทศกัมพูชา ทำให้ประเทศไทยเกิดการสูญเสียและมีเด็กและประชาชนเสียชีวิตหลายราย ทางกระทรวง พม. มีความห่วงใยมากจึงให้ตนลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมและสอบถามความเดือดร้อนของผู้สูญเสีย และผู้อพยพที่เป็นกลุ่มเปราะบางรวมถึงพี่น้องประชาชนที่ได้รับเดือดร้อนหลายๆส่วน อาทิเช่น ผู้ป่วยติดเตียง คนชรา และเด็ก ที่ได้รับผลกระทบการจากการยิงปะทะกันในครั้งนี้

***ทางกระทรวงได้เห็นความสำคัญของกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้รัฐมนตรี พม. ประนามการกระทำของกัมพูชาที่กระทำต่อประชาชนเด็กที่ไม่รู้เรื่องด้วยและมีทางสู้ ตนลงมาในครั้งนี้ได้รับทราบความเดือดร้อนและความต้องการสิ่งต่างๆที่ขาดแคลนในศูนย์อพยพ อาทิเช่น มุ้งกาง โลชั่นกันยุง พัดลม แปรงสีฟันยาสีฟันสบู่แป้ง ที่ยังเป็นที่ต้องการอยู่เป็นจำนวนมากในตอนนี้ และหลังจากที่เหตุการสงบ พม. ก็จะลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบความเสียหายของบ้านเรือนและจัดหาอาชีพและสงเสริมอาชีพให้กับพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยต่อไป

***หลังจากมอบสิ่งของเสร็จแล้ว อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมคณะ ก็ได้เข้าไปเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ป่วยติดเตียง โดยได้สอบถามพูดคุยกับคุณยายสะแอม วันทรัพย์ อายุ 94 ปี เป็นผู้ป่วยติดเตียง ที่อพยพมาจากพื้นที่เสี่ยงภัยที่เป็นสีแดงในอำเภอกันทรลักษ์ คุณยายมาอยู่ศูนย์อพยพแห่งนี้ได้ 2 คืนแล้ว คุณยายไม่อยากมาและบ่นกับลูกๆอยู่ตลอดว่าอยากกลับบ้าน ให้พากลับไปบ้านหน่อย เพราะคนแก่คิดถึงบ้าน

***ลูกสาวคุณยายยังเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ในวันที่เกิดเหตุตนยังขายของตามปกติอยู่ที่บ้าน โดยไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงขนาดนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาเกิดรวดเร็วมาก เพียงไม่กี่นาที วันที่เกิดเหตุระเบิดที่ปั๊ทน้ำมัน ตนเองยังได้ไปช่วยเหลือคนที่โดนระเบิดในวันนั้นด้วย ตนรู้สึกหดหัวใจและยังจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ไม่ลืม

***ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้นี้ยังมกลุ่มวัยรุ่นจิตอาสามีน้ำใจ นำเสื้อผ้ามือสองที่ไม่ได้ใช้ เอามาแจกจ่าย ปันน้ำใจให้กับผู้อพยพในศูนย์แห่งนี้อีกด้วย ซึ่งถือเป็นอีกส่วนหนึ่งที่สร้างรอยยิ้ม และกำลังใจให้กับผู้อพยพที่หนีมาพักพิงช่วงยามอยากในครั้งนี้

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /มูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955 มอบอาคาร- ทุนการศึกษา มอบสิ่งของจำเป็น เงินช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง ให้กับกลุ่มผู้พิการ ผู้ยากไร้ สระแก้ว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 กรกฎาคม 2568 นายสุเทพ ชัยวัฒน์ ปลัดจังหวัดสระแก้ว นายฐานิตย์ เทียนทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว พร้อม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะผู้ติดตาม เดินทางมาเป็นประธานเปิดอาคารสำนักงาน ณ บ้านเขาสามสิบ หมู่4 ต.เขาสามสิบ อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว และรับทุนการศึกษาและสิ่งของจำเป็น จากประธานมูลนิธิปิยะศักดิ์1955 ก่อนส่งมอบเด็กนักเรียน และกลุ่มผู้พิการ ผู้ยากไร้ จังหวัดสระแก้ว

โดย นางศรานันท์ คูโคเวค ประธานมูลนิธิปิยะศักดิ์1955 นายประทวน สุวรรณ์ รองประธานมูลนิธิปิยะศักดิ์1955 พร้อมด้วยประธานภาค คณะทำงานภาคและผู้ตรวจการพิเศษ สมาชิก จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครราชสีมา เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ทางด้าน นางบุญเรือน คะมะโน ประธานคณะทำงานมูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955 จังหวัดสระแก้ว และประธานคณะทำงานจิตอาสาจังหวัดสระแก้ว ได้กล่าว จุดเริ่มต้นการทำงานของคณะทำงานจังหวัดสระแก้ว ได้ติดตามการทำงานของมูลนิธิมาเป็นเวลา 2 ปี

จึงได้พาคณะทำงานทั้ง 66 ท่าน เดินทางไปเข้าพบ ท่านศรานันท์ คูโคเวค และ ท่านประทวน สุวรรณ์ เพื่อสมัครเข้ามาทำงานกับมูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955 นี้ ซึ่งจำคำที่ ท่านศรานันท์ ถามว่าคิดอย่างไรถึงอยากมาทำงานกับมูลนิธินี้ ดิฉันตอบท่านว่าทุกวันนี้เวลามีงานช่วยเหลือสังคมเราก็ทำกันอยู่แล้ว แต่ถ้าได้รับงบประมาณจากมูลนิธิปิยะศักดิ์1955 อย่างน้อยเราได้ช่วยเหลือประชาชนทั่วไปและ ผู้ด้อยโอกาสมากขึ้น แรงบันดาลใจที่ทำแล้ว เหนื่อยแค่ไหนก็ยังมีแรงใจ ทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้ ดิฉันถาม ท่านประทวน สุวรรณ์ ว่าท่านทำเพื่ออะไร ท่านตอบว่าก่อนตายเราได้ตอบแทนคุณแผ่นดิน…ดิฉันทำงานกับมูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955 นี้มา 1 ปีกับอีก 4 เดือน มูลนิธินี้ไม่มีการเรี่ยไรใดๆ ทั้งสิ้น มีแต่ช่วยเหลือสังคม

สำหรับ วัตถุประสงค์ของมูลนิธิปิยะศักดิ์1955 มีอยู่ 4 ข้อ
1.ช่วยเหลือและสร้างอาชีพให้แต่ละอำเภอแต่ละจังหวัดได้มีอาชีพเพื่อหาเลี้ยงดูบุคคลในครอบครัวสนับสนุนเกษตรกรปลูกพืชผักผสมผสานส่งเสริมรายได้สู่ชุมชน 2.เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ยากไร้เจ็บป่วยเขียวยาผู้พิการและมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์
3.เพื่อบำรุงพุทธศาสนา
4.เพื่อให้ทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่เรียนดีมีความประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์และหรือเยาวชน ที่มีผลการเรียนดี ที่ผ่านมาโครงการหลักและโครงการรองที่เราได้ทำไปแล้ว

โครงการที่ 1 มอบหอกระจายข่าวให้กับสำนักสงฆ์เขาต่ำหมู่ 11 ตำบลบ้านแก้ง อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว และได้พาคณะทำงานร่วมจัดกิจกรรมสรงน้ำพระ และรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุมอบเงินและสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นโครงการที่ 2 เทถนนคอนกรีตให้กับโรงเรียนบ้านเหล่ากกโก หมู่ที่ 8 ตำบลบ้านแก้ง อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งมีความยาว 235 เมตรกว้าง 4 เมตร ลงดินและดินลูกรัง ต่อจากที่เทถนนคอนกรีต ยาว 200 เมตรและได้นำคณะทำงานมูลนิธิปิยะศักดิ์ 1555 หลายจังหวัดมาทอดผ้าป่ามอบทุนให้กับโรงเรียน

โครงการที่ 3 สร้างอาคารสำนักงานเพื่อมอบให้เป็นสถานะประโยชน์ให้กับ บ้านเขาสามสิบ หมู่ 4 ตำบลเขาสามสิบ อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว เพื่อให้มูลนิธิร่วมกตัญญได้มาใช้สถานที่เพื่อเป็นศูนย์การช่วยเหลือผู้ป่วยและประชาชนทั่วไปในตำบลเขาสามสิบ และตำบลใกล้เคียงได้ทันท่วงทีในเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน

ซึ่งทาง คุณศรานันท์ กูโคเวค ประธานมูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955 และคุณประทวน สุวรรณ์ รองประธาน มูลนิธิปิยศักดิ์ 1955 ได้เล็งเห็นประโยชน์ ในการสร้างสำนักงานแห่งนี้ขึ้นมาคือได้ช่วยเหลือประชาชนจริงๆจึงได้อนุมัติงบประมาณให้จังหวัดสระแก้ว พวกเราสมาชิกจังหวัดสระแก้วเป็นคนทำ โดยที่ไม่ได้จ้างผู้รับเหมา ส่วนการดำเนินการทำงานทางมูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955

มอบให้คณะทำงานจิตอาสาจังหวัดสระแก้ว โครงการทุกโครงการที่เอ่ยมาเราได้รับงบประมาณจากมูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955 โครงการของที่มูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955 จังหวัดสระแก้วมอบให้ทั้ง 9 อำเภอไปแล้วมีดังนี้ 1.มอบเงินและสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นให้กับผู้ป่วยติดเตียง ผู้ยากไร้และผู้พิการ 2.มอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ร่วมกิจกรรมต่างๆเช่นตัดหญ้าทำความสะอาดวัด ที่สาธารณะประโยชน์ ทาสีและซ่อมแซมอาคารเรียน คณะทำงานของเราแต่ละอำเภอก็ลงพื้นที่ตามโรงเรียนและวัดต่างๆ ในจังหวัดสระแก้ว 4.จัดทำโรงทานของมูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955 เมื่อมีกฐินผ้าป่า งานวันเด็กหรือกิจกรรมที่เป็นสาธารณะ ประโยชน์ต่างๆในจังหวัดและนอกเหนือจากโครงการและกิจกรรมต่างๆที่กล่าวมาแล้วคณะทำงานจังหวัดสระแก้วยังได้จัดทำแปลงนาสาธิต 15 ไร่แบบผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่ทั้ง 9 อำเภอเพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ให้กับนักเรียนและประชาชนทั่วไปได้เข้ามาศึกษาดูงานวัตถุประสงค์ในการทำแปลงนาสาธิต 15 ไร่แบบผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่นี้ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนและสามารถนำความรู้ที่ได้ปฏิบัติงานจริงในแปลงนาสาธิตไปต่อยอดเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวและสามารถพึ่งพาตัวเองได้ในยามที่เกิดวิกฤตต่างๆ เช่น โรคระบาดสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทำให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างมั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืน

    1. ที่ผ่านมาก็มีนักเรียนโรงเรียนต่างๆในจังหวัดสระแก้วได้มาศึกษาดูงาน จัดกิจกรรมต่างๆ ในแปลงนาและมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมชมศึกษาดูงานที่แปลงนาของเราค่ะทางคณะทำงานมูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955 จังหวัดสระแก้วและทุกๆจังหวัดมีความยินดี่เป็นอย่าง ยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำความดีเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินช่วยแบ่งเบาภาระต่างๆให้กับประชาชนทั่วไปแบ่งปันความรู้ต่างๆให้กับน้องๆนักเรียนและทุกท่านที่มาเยี่ยมชมศึกษาดูงาน

    1. รายละเอียดการทำงาน อาคารสำนักงานและจัดงาน 350,000 บาท สร้างหอกระจ่ายข่าวพร้อมจัดงานสงกรานต์สรงน้ำพระรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุมอบเงินและของชำร่วย งบประมาณ 80,000 บาท เทถนนคอนกรีตโรงเรียนบ้านเหล่ากกโกหมู่8 ตำบลบ้านแก้ง อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว งบประมาณ 415,440 บาท ทำนาแปลงนาสาธิต 15 ไร่แบบผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่ ตั้งแต่เริ่มต้นทำนาจัด กิจกรรม นักเรียนมาศึกษาดูงานดำนาเกี่ยวข้าว ขุดลอกคลองไส้ไก่ ขุดสระใช้งบประมาณ
    2. 950,000 บาท กิจกรรมจัดงานวันเด็กโรงทานต่างๆในจังหวัด และช่วยเหลือคณะทำงานที่เสียชีวิตใช้งบประมาณทั้งหมด 50,000 บาท ยังมีโครงการที่จังหวัดสระแก้วได้รับงบประมาณต่างๆจากท่านประธานและท่านรองประธาน มูลนิธิปิยะศักดิ์ 1555 อีกหลายโครงการ ที่กำลังจะทำเช่น
    1. สร้างเมรุให้กับสำนักสงฆ์เขาต่ำบ้านคลองหมากนัดหมู่ 11 ตำบลบ้านแก้งอำเภอเมืองจังหวัดสระแก้ว
      2.สร้างหอกระจายข่าวให้กลับโรงเรียนและวัดต่างๆ ในจังหวัดสระแก้ว
    2. มอบเงินช่วยเหลือซื้ออุปกรณ์ให้กับมูลนิธิสว่างกู้ภัยตำบลบ้านแก้ง อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้วและยังมีอีกหลายโครงการที่ท่านอนุมัติงบประมาณให้กับจังหวัดสระแก้วของเรา ในนามของคณะทำงานมูลิธิปิยะศักดิ์ 1955จังหวัดสระแก้ว และคณะทำงานจิตอาสา จังหวัดสระแก้ว ขอกราบขอบพระคุณ คุณศรานันท์ คูโคเวค และคุณประทวน สุวรรณ์ ที่ให้โอกาสคณะทำงานจังหวัดสระแก้ว ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน นางบุญเรือนกล่าว

    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผกก.สภ.ห้วยยาง พร้อมภาคีเครือข่าย ร่วมลงนามปฏิญญารวมพลัง ยับยั้งปัญหายาเสพติดภายใน 3 เดือน ตามนโยบายปฏิบัติการ “No Drugs No Dealers”/ ทำพิธีส่งมอบบ้านให้แก่ผู้ยากไร้และกลุ่มเปราะบาง โครงการ “บูรณาการซ่อมสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของกลุ่มเปราะบาง”

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 23 กรกฏาคม 2568 ที่ห้องประชุมศูนย์สั่งการจุดตรวจร่วมห้วยยาง สภ.ห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง ร่วมลงนามปฏิญญารวมพลัง ยับยั้งปัญหายาเสพติด สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง อ.ทับสะแก จว.ประจวบคีรีขันธ์ ตามนโยบายปฏิบัติการ “No Drugs No Dealers” ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด เพื่อดำเนินการในหมู่บ้าน/ชุมชนในพื้นที่รับผิดชอบ ของสถานีตำรวจภูธรห้วยยาง จำนวน 17 หมู่บ้าน เพื่อขจัดปัญหายาเสพติดให้หมดไปภายใน 3 เดือน

    โดยมี นายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง น.ส.อุษณี ทอดสนิท กำนันตำบลห้วยยาง นายชาลี สุทธา สารวัตรกำนันตำบลแสงอรุณ ตัวแทนนายก อบต.ห้วยยาง ตัวแทนนายก อบต.แสงอรุณ ผอ.รพ.สต.ห้วยยาง ผอ.รพ.สต.บ้านเนินดินแดง ผอ.รพ.สต.บ้านหินเทิน และ รอง ผกก.ป.ฯ รอง ผกก.สส.ฯ พร้อมภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ตำบลห้วยยาง ตำบลแสงอรุณ ร่วมเป็นสักขีพยานดังกล่าว

    โดยได้ร่วมแสดงปฏิญญาร่วมกันว่า 1. จะมุ่งบังคับใช้กฎหมายและปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่อย่างจริงจังและเด็ดขาด 2. จะป้องกันมิให้มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดมิให้มีผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติดในหมู่บ้านชุมชน 3. จะเสริมสร้างความเข้มแข็งให้หมู่บ้านชุมชนมีระบบ กลไก การจัดการปัญหาด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยจากยาเสพติดอย่างแท้จริง
    /////////////////////////////////////
    ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

    อธิบดีกรมคุมประพฤติ และผู้ว่าฯประจวบ ทำพิธีส่งมอบบ้านให้แก่ผู้ยากไร้และกลุ่มเปราะบาง โครงการ “บูรณาการซ่อมสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของกลุ่มเปราะบาง” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

    วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 หมู่ที่ 16 บ้านบึงใหญ่ ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมคุมประพฤติ พร้อม นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำพิธีส่งมอบบ้านให้แก่ผู้ยากไร้ และกลุ่มเปราะบาง โครงการ “บูรณาการซ่อมสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ของกลุ่มเปราะบาง” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

    โดยมี นายยูซบ โต๊ะวัง ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายวสันต์ เภรีวิค ผอ.สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียม ผกก.สภ.อ่าวน้อย พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ อาสาสมัครคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่คุมประพฤติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกิจกรรม

    สำหรับโครงการ “บูรณาการซ่อมสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ของกลุ่มเปราะบาง เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 โดยกลุ่มเปราะบางจากข้อมูลของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ย้อนหลัง 3 ปี เกี่ยวกับข้อมูลการปรับสภาพที่อยู่อาศัยและการให้ความช่วยเหลือจำนวนครัวเรือนที่มีที่อยู่อาศัยไม่มั่นคงถาวร และยังไม่ได้รับ ความช่วยเหลือของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 1,884 ครัวเรือนได้รับความช่วยเหลือแล้ว 1,291 ครัวเรือน และยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ 639 ครัวเรือนประกอบกับการประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ครั้งที่ 1/2568 การกำหนดแผน/โครงการ/กิจกรรมการให้ความช่วยเหลือครัวเรือนยากจน เป้าหมายได้อย่างต่อเนื่องและไม่กลับมาประสบปัญหาความเดือดร้อนซ้ำ

    และเนื่องในวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จึงเห็นโอกาสที่จะนำผู้ถูกคุมความประพฤติและผู้ต้องโทษปรับที่มีทักษะฝีมือช่าง ได้ร่วมกันทำความดีเพื่อแผ่นดินโดยใช้ทักษะความรู้ความสามารถ ทำงานบริการสังคมที่เป็นประโยชน์ เพื่อสาธารณะอย่างแท้จริง โดยการบูรณาการร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ งานบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวน้อย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 16 ตำบลอ่าวน้อย คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานคณะกรรมการศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ(CSR ประจวบคีรีขันธ์) อาสาสมัครคุมประพฤติ มูลนิธิพันธสัญญา (เครือข่ายCSRจังหวัดประจวบคีรีขันธ์) อำเภอบางสะพาน อำเภอเมือง อำเภอกุยบุรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 หมู่ที่ 7 ตำบลทองมงคล อำเภอบางสะพาน และโรงเรียนบ้านในล็อค และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ตำบลกุยเหนือ

    จัดกิจกรรมทำงานบริการสังคมประเภทซ่อมสร้าง ที่อยู่อาศัยให้กับกลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 4 หลัง ดังนี้ บ้านหลังที่ 1 บ้านนางอ้อม ยอดใหญ่ ที่อยู่ หมู่ที่ 8 บ้านในล็อค ตำบลทองมงคล อำเภอบางสะพาน งบประมาณ กองทุนปันสุขเพื่อน้อง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 จำนวนเงิน 30,000 บาท
    บ้านหลังที่ 2 บ้านนายประสาร สมุดไทย ที่อยู่หมู่ที่ 7 ตำบลทองมงคล อำเภอบางสะพาน งบประมาณ กองทุนวันละบาท องค์การบริหารส่วนตำบลทองมงคล จำนวนเงิน 3,000 บาท

    บ้านหลังที่ 3 บ้านนางสาวจิรภา ทองคำ ที่อยู่หมู่ที่ 16 บ้านบึงใหญ่ ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ งบประมาณจาก กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โครงการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยผู้สูงอายุ จำนวนเงิน 40,000 บาทมูลนิธิพันธสัญญา (เครือข่าย CSR จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) จำนวนเงิน 4,100 บาท กองทุนศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (CSR จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) จำนวนเงิน 40,000 บาท ประธานสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (เครือข่าย CSR จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) จำนวนเงิน 4,400 บาท

    บ้านหลังที่ 4 บ้านนางอำภา คำสว่าง อายุ 76 ปี (ภรรยาของนายสมควร คำสว่าง ผู้ป่วยติดเตียง ปัจจุบันได้ เสียชีวิตไปแล้วเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2568) ที่อยู่ บ้านเลขที่ 25/2 หมู่ที่ 3 บ้านโพธิ์เรียง ตำบลกุยเหนือ อำเภอกุยบุรี งบประมาณ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สำหรับผู้พิการ จำนวนเงิน 40,000 บาท หน่วยงานที่ร่วมดำเนินการ 1. สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 2. อาสาสมัครคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

    ///////////////////////////////////////////
    ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น้องจำปา พุทธธิดา วิยะนัด ร่วมบันทึกเทปถวายพระพระชัยมงคล /เตรียมพิสูจน์ “คำสาปเสื้อกันฝน – HAUNTED MOUNTAINS THE YELLOW TABOO” ภาพยนตร์ระทึกขวัญ-เหนือธรรมชาติจากไต้หวัน 28 สค.นี้

    แชร์เนื้อหานี้

    โดย เด็กหญิงพุทธธิดา วิยะนัด หรือ น้องจำปา อายุ 9 ปี โรงเรียนสิรกานต์มอนเทสซอริชั้นประถมศึกษาที่3ในฐานะ ตำแหน่ง Brand Ambassador. ของBrand mahadep.และดารานักแสดงเด็กทางช่อง9MCOT/HD30 ของค่ายMAHADEP ENTERTAINMENT ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ์ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28กรกฎาคม 2568 ณสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง5(ททบ5)

    เตรียมพิสูจน์ “คำสาปเสื้อกันฝน – HAUNTED MOUNTAINS THE YELLOW TABOO” ภาพยนตร์ระทึกขวัญ-เหนือธรรมชาติจากไต้หวัน 28 สิงหาคมนี้

    เตรียมพบกับภาพยนตร์ระทึกขวัญ-เหนือธรรมชาติจากไต้หวันโดยผู้กำกับฯ เจี่ยหยิงไช่ เรื่องราวของ ”เจียหมิง“ ชายหนุ่มผู้พบว่าตนเองติดกับดักวนลูปที่ต้องเห็น ”อวี้ซิน“ แฟนสาวตายต่อหน้าต่อตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ว่าเขาจะพยายามแก้ไข แต่ทุกครั้งที่เริ่มลูปใหม่มันก็ไม่เคยสำเร็จ

    จนกระทั่งเขาพบว่ามันเกิดจากอาถรรพณ์เมื่อ 5 ปีก่อน ที่พวกเขาทั้งคู่ได้สูญเสีย ”อันเหว่ย“ เพื่อนสนิทจากทริปเดินป่าและทุกครั้งในลูป เจียหมิงจะเห็น อันเหว่ย ปรากฏตัวอยู่ในชุดเสื้อคลุมกันฝนสีเหลืองก่อนที่แฟนสาวของเขาจะจบชีวิตลงทุกครั้ง เพื่อปกป้องชีวิตของอวี้ซิน เจียหมิงจึงต้องทำทุกวิถีทางโดยเฉพาะการหาต้นตอของคำสาปจากพิธีกรรมลึกลับที่พวกเขาต้องฝ่าฝืนข้ามเส้นสีเหลืองเข้าไปพบเห็นและขัดขวางพิธีกรรมบนภูเขามรณะแห่งนี้

    พิสูจน์ความตื่นเต้น-ระทึกขวัญของ “Haunted Mountains The Yellow Taboo – คำสาปเสื้อกันฝน” โดย THAM STUDIO 19 28 สิงหาคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น!!!

    พลังรักเอฟซี จัดงานสุดยิ่งใหญ่ฉลองวันเกิด 28 ปีซูเปอร์สตาร์ “หวังอี้ป๋อ” สุดยิ่งใหญ่ที่ ยูเนียน มอลล์

    พลังรักแห่งแฟนคลับ “หวังอี้ป๋อ” โดยกลุ่ม YiZhan Forever TH Fans ร่วมกับ UNION MALL และแบรนด์ ANTA Thailand และ SF CINEMA จัดกิจกรรมแฮปปี้เบิร์ดเดย์ ฉลองก้าวที่ 28 ปี “หวังอี้ป๋อ” มอบรองเท้านี้เพื่อน้องในถิ่นทุรกันดาร ให้กับมูลนิธิกระจกเงา งานนี้จัดระหว่างวันที่ 4 – 10 สิงหาคม 2568 มีกิจกรรมมากมายให้เหล่าเอฟซี หวังอี้ป๋อ นักแสดงหนุ่มสุดหล่อแดนมังกร ได้มาเอนจอยในอีเวนต์สุดปังแห่งปี กิจกรรมเยอะฉ่ำๆ เริ่มตั้งแต่· เปิดให้เข้าชม Wang Yibo’s Photo Gallery เข้าชมฟรี! ที่ Union Co-Event Space Zone B, UNION MALL G FL.(ชั้นG) เปิดตั้งแต่ 4-10 ส.ค.68 เวลา 11:00 – 22:00 น.
    · วันที่ 5 ส.ค.68 กิจกรรมพิเศษ LIVE Party เชิญชวนเอฟซีตัวจริงของหวังอี้ป๋อ มาร่วมเป่าเค้กฉลองวันเกิด 18:00 – 20:30 น. ที่ Union Co-Event Space Zone B, UNION MALL G FL.(ชั้นG) · วันที่ 9 – 10 ส.ค. 68 มีกิจกรรมพิเศษจัดเต็มตลอดเสาร์และอาทิตย์ เริ่มที11:00 น. รับชมภาพยนตร์ FPU หน่วยพยัคฆ์พิทักษ์ข้ามโลก และ สเตปกล้าท้าฝัน ที่โรงภาพยนตร์ SF CINEMA เซ็นทรัลลาดพร้าว

    11:00 น. เริ่มกิจกรรมการฉลองวันเกิดของหวังอี้ป๋อ ที่ Union Co-Event Space Zone B, UNION MALL G FL.(ชั้นG)

    • กิจกรรมแข่งขันเต้น WYB TH Fans แดนซ์ ชาเลนจ์ ขาแดนซ์สมัครฟรี ลุ้นรางวัลจากผู้จัดและผู้สนับสนุนอย่างแบรนด์ ANTA
    • ร่วมทำบุญบริจาค รองเท้า สิ่งของ และทุนสมทบมอบให้มูลนิธิกระจกเงา โดยผู้บริจาครับกิ๊ฟท์พิเศษมากมายจาก YiZhan Forever และ Open Up Communication
    • เปิดโซนสายคราฟท์ สายครีเอท DIY มาตกแต่งภาพ ทำเฟรมภาพอวยพรให้หวังอี้ป๋อ
    • ร่วมช้อปสินค้าจากแบรนด์ ANTA Thailand และสินค้าแบรนด์ดังจากจีน ที่หวังอี้ป๋อ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์
    • ร่วมจับฉลาก และเป่าเค้กฉลองวันเกิดในช่วงเวลา 17:30 น.

    งานนี้แฟนหวังอี้ป๋อ สามารถนำกิ๊ฟท์อะเวย์ มาแจกหรือแลกภายในงานได้ฉ่ำๆ ได้ของแจกกลับบ้านไปเต็มกระเป๋าแน่นอน นอกจากนี้หาก ผู้สนใจต้องการจองของที่ระลึก Collect Card Book สมุดสะสมโฟโต้การ์ด ซึ่งผู้จองได้สิทธิ VIP พิเศษสามารถสั่งจองได้ โดย คลิกดูรายละเอียด ที่นี่ https://www.facebook.com/share/p/1ALpFceW4w/ หรือสอบถามที่ เฟสบุ๊กเพจ YiZhan Forever TH Fans

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองพ่อเมืองสุโขทัยลุยตรวจแนวตลิ่งป้องกันน้ำยมรับพายุวิภา

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่21กรกฏาคม2568ภายใต้การอำนวยการของ นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย

    โดย นายสมลักษ์ ยกน้องวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์หลังน้ำลด และเพื่อการป้องกันจุดเสี่ยงบริเวณริมแม่น้ำยม หมู่ที่ 6 ตำบลท่าทอง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

    เนื่องจากบริเวณดังกล่าว องค์การบริหารส่วนตำบลท่าทองได้จัดทำโครงการและงบประมาณในการก่อสร้างแนวป้องกันตลิ่งแต่ไม่สามารถหาผู้รับจ้างได้

    ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้สั่งการให้องค์การบริหารส่วนตำบลท่าทอง ดำเนินการทำแนวป้องกันตลิ่งโดยใช้ไม้เสาเข็มยูคาและกระสอบทรายบิ๊กแบ็คเพื่อป้องกันน้ำกัดเซาะตลิ่งทะลักเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชน โดยจะเริ่มดำเนินการทันที

    ซึ่งในครั้งนี้ นายประพันธ์ศักดิ์ บุตรรัตน์ ปลัดอาวุโส และปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลท่าทอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านร่วมลงพื้นที่ด้วยเพื่อเป็นการร่วมด้วยช่วยกันที่จะป้องกันและดำเนินงานตามนโยบายของจังหวัดสุโขทัย.
    กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการ”จัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ในการเลี้ยงโค” สมาชิกเข้าร่วมโครงการจำนวน 15 คน

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 เวลา 14.00 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน มอบหมายให้นายภัคพงศ์ ทองฟู นางชุติมา ภัทรภิญโญ ผู้ปฏิบัติงานสำนักงานจังหวัด และนายภัทร์ศรุต คล้ายสุบรรณ ผู้ปฏิบัติงานกลุ่มงานบริการ

    ลงพื้นที่ อำเภอเมืองน่าน เพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและประเมินแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ขององค์กรเกษตรกรกลุ่มเลี้ยงสัตว์บ้านซาวหลวง ชื่อโครงการ”จัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ในการเลี้ยงโค” สมาชิกเข้าร่วมโครงการจำนวน 15 คน

    โดยมี นายบุญยงค์ สดสอาด ประธานอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ นายอุไร สารถ้อย นายสุบรรณ นรินทร์ อนุกรรมการจังหวัด และนายวัชรพงษ์ พญาพรม ปศุสัตว์อำเภอเมืองน่าน ผู้แทนปศุสัตว์จังหวัดน่าน (อนุกรรมการภาคราชการ) คณะ

    ทำงานเพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและประเมินแผนและโครงการฯ ร่วมลงพื้นที่ด้วย ณ หอประชุมบ้านซาวหลวง หมู่ 5 ตำบลบ่อสวก อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “Nan Young Kids พอเพียง: ห้องเรียนท้องถิ่นน่าน” เปิดพื้นที่แหล่งเรียนรู้วิถีพอเพียงบ้าน

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 20 กรกฎาคม 2568 โครงการ “Nan Young Kids พอเพียง: ห้องเรียนท้องถิ่นน่าน” ภายใต้การสนับสนุนของโครงการจิตสำนึกรักเมืองไทย ปีที่ 17 โดยสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้เปิดพื้นที่แหล่งเรียนรู้วิถีพอเพียงต้งชมจันทร์อย่างเป็นทางการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และปลูกฝังแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่เยาวชนในท้องถิ่นจังหวัดน่าน พร้อมทั้งพัฒนาแกนนำเยาวชนให้เป็นผู้สืบทอดภูมิปัญญาจากปราชญ์ชุมชน และสร้างกิจกรรมชุมชนให้เป็นฐานการเรียนรู้

    โครงการนี้ริเริ่มโดยทีม “ละอ่อนน่าน พัฒนาเมือง” ซึ่งประกอบด้วยพลังความร่วมมือของ ทีม ลองน่านโลเคิลดีไซน์, กองทุนพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเยาวชนจังหวัดน่าน, แหล่งเรียนรู้วิถีพอเพียงต้งชมจันทร์ และภาคีเครือข่ายต่างๆ โดยเล็งเห็นถึงปัญหาการใช้เวลาอยู่กับสื่อสังคมออนไลน์

    ของเยาวชนที่ส่งผลกระทบต่อสมาธิและทักษะทางสังคม โครงการ “Nan Young Kids พอเพียง: ห้องเรียนท้องถิ่นน่าน” ได้รับคัดเลือกและสนับสนุนจากโครงการจิตสำนึกรักเมืองไทย ปีที่ 17 ซึ่งเป็นหนึ่งใน 12 โครงการที่ผ่านการคัดเลือกจากกว่า 329 โครงการทั่วประเทศ

    กิจกรรมหลักของโครงการคือ “โซเชียลดีท็อกซ์” ซึ่งจัดขึ้นผ่าน 5 ฐานกิจกรรมที่ได้ลงมือปฏิบัติจริง ได้แก่ ฐานปั้นดิน, ฐานชาวนา, ฐานการละเล่นพื้นบ้าน, ฐานสิ่งประดิษฐ์จากต้นกล้วย และฐานอาหารถิ่นสร้างสรรค์ กิจกรรมเหล่านี้มุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนได้ซึมซับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ลดการติดออนไลน์ และเพิ่มสมาธิได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    โดย นายณัฐพงศ์ พูนสินวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการ “Nan Young Kids พอเพียง: ห้องเรียนท้องถิ่นน่าน” กล่าวว่า โครงการนี้ยังให้ความสำคัญกับการสร้าง “แกนนำเยาวชนนำเที่ยวชุมชน” เพื่อให้เยาวชนเหล่านี้สามารถจัดกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนได้เองในทุกฤดูกาล สร้างรายได้ให้กับตนเองและชุมชน และพัฒนาไปสู่

    “กลุ่มปราชญ์ชุมชนตัวน้อย” ที่พร้อมถ่ายทอดความรู้ ส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่น เพื่อความยั่งยืนของโครงการในระยะยาว โครงการเชื่อมั่นว่ากิจกรรมนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เยาวชนเกิดความภาคภูมิใจในบ้านเกิด มีทักษะชีวิตพร้อมรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดน่านให้เดินหน้าอย่างยั่งยืน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 นางสาวฐิติกาญจน์ ชะนะมาร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ รักษาราชการแทน เกษตรอำเภอเวียงสา มอบหมายให้นางสาวศิริกุล บุญปก นางสาววิภาพร ศรีวิไชย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเวียงสา

    จัดประชุมคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่และศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรระดับอำเภอ ปี 2568 ครั้งที่ 4/2568 เพื่อสรุปผลการดำเนินงานตามโครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่เพื่อปรับเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตประจำปี 2568

    การวางแผนการดำเนินการขับเคลื่อนและพัฒนาศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ระดับอำเภอ ให้มีศักยภาพเข้าสู่กระบวนการผลิตในรูปแบบแปลงใหญ่ และมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับความต้องการของตลาด พร้อมกันนี้ได้ประชาสัมพันธ์การขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรปี 2568 ตลอด

    จนแจ้งมาตรการเตรียมรับมือพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม และขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านพืช โดยมี นายวินัย ก้อนสมบัติ ประธานแปลงใหญ่ เป็นประธาน ณ แปลงใหญ่ยางพาราทุ่งศรีทอง (หอประชุมบ้านสีนาชื่น) หมู่ที่ 4 ตำบลทุ่งศรีทอง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านครัวเรือนยากจน เป้าหมายตามโครงการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”

    แชร์เนื้อหานี้

    วันพฤหัส ที่18 กรกฎาคม พ.ศ.2568 ตามที่ อบต.หนองเขียด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่นได้ทำหนังสือขอรับการสนับสนุนปรับปรุงถนนสายบ้านหนองเขียด-บ้านหนองหนามแท่ง ถึงนายวัฒนา ช่างเหลา นายก อบจ. ขอนแก่น (ผ่าน สจ.สำราญ ศรีภา เขต3)

    นายวัฒนา ช่างเหลา นายก อบจ.ได้มอบหมายให้นายนาวิน คำเวียง รองนายก อบจ. ขอนแก่น ลงพื้นที่ถนนดังกล่าว โดยนายกิจทวี มาเพ็ชร นายกอบต.หนองเขียด คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการของ อบต.หนองเขียด ให้การต้อนรับและร่วมสำรวจถนน ทั้งนี้อบจ.ขอนแก่น

    ยืนยันให้การสนับสนุน เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนที่สัญจรถนนสายดังกล่าวให้เกิดความสะดวกและปลอดภัย นายกิจทวี มาเพ็ชร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด กล่าว

    สื่อสร้างสรรค์ ข่าวสารเพื่อท้องถิ่นสื่อรัฐทีวี /สื่อรัฐนิวส์

    “ ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านครัวเรือนยากจน เป้าหมายตามโครงการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”

      วันนี้ 19 กรกฎาคม 2568  เวลา 09.00 น. นายประจวบ รักแพทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย นางจิระภา เชื้อ ดวงผุย พัฒนาการจังหวัดขอนแก่น ผู้อำนวยการกลุ่มงาน เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนลงพื้นที่เยี่ยมบ้านครัวเรือนยากจน เป้าหมายตามโครงการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอำเภอชุมแพ(ศจพ.อ.) พร้อมมอบถุงยังชีพและคำแนะนำการดำเนินวิถีชีวิตด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ณ ครัวเรือนยากจนหมู่ที่ 4 ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพจังหวัดขอนแก่น
     ในการนี้ นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ พร้อมด้วย นายโยธิน สิทธิ พัฒนาการอำเภอชุมแพ นายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน ,เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอชุมแพ ,กำนัน ผญบ ,ในพื้นที่ตำบลโนนหัน ให้การต้อนรับและดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

    สื่อรัฐทีวี /สื่อรัฐนิวส์ ศูนย์ข่าวขอนแก่นสื่อสร้างสรรค์ข่าวสารเพื่อท้องถิ่น

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาว อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมายโคราช

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 บริษัท อุตสาหกรรมโคราชจำกัด (โรงงานน้ำตาลพิมาย) โดยคุณประเสริฐ เสถียรถิระกุล ประธานกรรมการ และคุณมงคล เสถียรถิระกุล กรรมการผู้จัดการ มอบหมายให้

    นายสมบูรณ์ จาตุรชาต ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาอ้อย พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานโรงงานน้ำตาลพิมาย ให้การต้อนรับคณะผู้เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมาย ชาวบ้าน ต.ชำนิ หลายหมู่บ้าน อ.ชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งได้เดินทางมาเยี่ยมชมการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม และด้านการพัฒนาสังคมของโรงงานน้ำตาลพิมาย

    ในการเยี่ยมชมครั้งนี้ คณะผู้เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมาย ได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสีย การควบคุมคุณภาพอากาศ การจัดการของเสีย และการนำทรัพยากรเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ (Zero Waste) โดยเฉพาะการใช้กากอ้อยและเศษวัสดุทางการเกษตรเป็นพลังงานทดแทน นอกจากนี้ยังได้เยี่ยมชมพื้นที่จริง เช่น

    การจัดการมลพิษทางอากาศที่ระบายออกจากปล่องหม้อไอน้ำ พื้นที่จัดเก็บกองกากอ้อย การจัดการผันน้ำของโรงงาน และชมการพัฒนาชุมชนรอบโรงงานน้ำตาลพิมาย คณะผู้เยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลพิมาย ได้แสดงความชื่นชมต่อความมุ่งมั่นของโรงงานน้ำตาลพิมาย ในการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันจะส่งผลดีต่อชุมชนและระบบนิเวศโดยรอบในระยะยาว

     หลังจากได้รับทราบข้อมูลและลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในจุดต่าง ๆ  คณะผู้เยี่ยมชมโรงงานฯ ได้แสดงความเชื่อมั่นว่าโรงงานมีการดำเนินงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้  และให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ทั้งยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล การได้รับความไว้วางใจจากผู้เยี่ยมชมครั้งนี้ ถือเป็นแรงผลักดันสำคัญให้โรงงานน้ำตาลพิมาย  มุ่งมั่นพัฒนาระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวทางของการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน และสร้างความเชื่อมั่นต่อชุมชนและสังคมโดยรอบอย่างมั่นคง

    ภาพ/ข่าว : กันตินันท์ เรืองประโคน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ที่อ.โคกสำโรง คณะ สงฆ์ประชาชน อุบาสกอุบาสิกา ร่วมงาน ธรรมนาวา “วัง” มากกว่า 600 คน

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 เวลา 14.30 น. ที่วัดเขาจรเข้ ต.วังเพลิง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรีนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อำเภอโคกสำโรง

    ประธานพิธีฝ่ายฆราวาส พันตำรวจเอกมาโนช จันเที่ยง ผกก. สภ. เพนียด นางสาวพรพรรณ ศรีเมือง (คีรีตา รีสอร์ท แอนด์ คาเฟ่) ต.วังเพลิง พร้อมด้วยอุบาสกอุบาสิกา หัวหน้าส่วนราชการอำเภอโคกสำโรง ประชาชน คณะสงฆ์อำเภอโคกสำโรง จำนวนพระสงฆ์เข้าร่วมงาน 250 รูป ประชาชน 425 คน ร่วมงาน ธรรมนาวา “วัง”

    พุทธศาสนิกชน สู่การตื่นรู้ร่วมงาน ธรรมนาวา วัง เป็นจำนวนมากที่อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี โดยมีการแตงกายชุดขาว และเครื่องแบบกากี
    กิจกรรมภาย

    ในงานประกอบด้วยการบรรยายธรรมจากคณะสงฆ์ พระสังฆาธิการหลายรูปสลับการหมุนเวียนบรรยายธรรมให้ความรู้แก่พุทธศาสนิกชนที่เข้าร่วมงาน สลับกับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มาให้ความรู้ตามหลักคำสอนของพุทธศาสนา นอกจากนี้แล้วยังมีจัดนิทรรศการ ให้ความรู้กับผู้ร่วมงาน และมีการสวดมนต์ธรรมวัด “ธรรมสัญจร”

    ผู้ร่วมงานต่างได้แสดงความรู้สึกว่า วันนี้ได้มารับความรู้ จากธรรมะคำสอนต่างๆมากมายที่นำมาปรับใช้ในชีวิตจริงได้

    ทั้งนี้กิจกรรมปูทางตื่นรู้ สู่ธรรมนาวา วัง ที่จัดขึ้น เพื่อเผยแพร่ตามหลักธรรมคำสอนพระพุทธศาสนา ธรรมนาวา วัง ตามแนวทางพระราชดำริ หลักธรรมไปสู่การพ้นทุกข์ของพระพุทธองค์ และนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันในทุกมิติอีกด้วย

    สนอง แท่นสูงเนิน
    ผอ.ศูนย์ข่าวฯ และอนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มอบอาหาร เครื่องดื่ม ประชาชน ที่อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 12 กรกฎาคม 2568 ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มและแผ่นดินไหว องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ได้รับมอบ อาหารและน้ำดื่ม เพื่อนำไปมอบให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่จังหวัดน่าน

    โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักปลัดฯ องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน นำไปมอบให้กับประชาชนในพื้นที่ อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน
    โรงแรมน่านกรีนเลควิวรีสอร์ท มอบ มาม่า ปลากระป๋อง น้ำดื่ม 50 แพ็ค และข้าวสาร 50

    มูลนิธิสว่าง นครน่านร่วมใจ มอบข้าวกล่อง จำนวน 200 กล่อง พร้อมน้ำดื่มศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่มและแผ่นดินไหวองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจ เฝ้าระวัง อันตราย จากอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ตลอด 24 ชั่วโมง

    ศูนย์ กู้ภัย อบจ.น่าน ☎ 054-773888 ศูนย์ กู้ชีพ อบจ.น่าน ☎ 054-059855 องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ”ทวี“ เตรียมลงใต้ ติดตามวาระกระท่อม กำชับผู้นำศาสนาและท้องถิ่น ร่วมมือคุมเข้มยาเสพติด โดยเฉพาะพืชกระท่อม / ปอเนาะกว่า 100 แห่ง เตรียมรวมพลังไม่เอากระท่อม ใช้ศาสนาบำบัด ”ฮะรอม“ ไม่ ”ฮาลาล“ ทุกบ้านพร้อมใจปฏิเสธ ”กระท่อม – สี่คูณร้อย“

    แชร์เนื้อหานี้
    พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เตรียมเดินทาง
    ติดตามวาระกระท่อม 120 วัน ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ปัตตานี และจังหวัดพื้นที่ใกล้เคียง ในวันพรุ่งนี้ (วันที่ 12 กรกฎาคม 2568)โดยช่วงเช้า จะเดินทางไปยัง ต.ควน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่ ถือว่ามีความเข็มแข้ง กล้า ขึ้นป้าย ประกาศ ไม่เอากระท่อม จนทำให้ร้านค้าที่วางจำหน่ายตามถนน สาย 42 นราธิวาส ปัตตานี พัง ขนำเลิกขายมาเป็นเวลา เกือบ1 เดือนแล้วหลังผู้นำในพื้นที่ร่วมกันรณรงค์ และสร้างความเข้าใจตลอดจนขึ้นป้ายประกาศ ห้ามขาย และ ปฏิเสธพื้ชกระท่อมแปรรูป สำหรับภารกิจแรก พ.ต.อ.ทวีฯ จะเดินทางไป ที่ วัดควนนอก เพื่อเข้ากราบนมัสการเจ้าคณะจังหวัด เจ้าอาวาสวัดควนนอก และร่วมกิจกรรมเวที “รวมพลังจิตอาสา เอาชนะยาเสพติด” และการรณรงค์ไม่เอาน้ำกระท่อม ของประชาชนจิตอาสาตำบลควน อ.ปะนะเระ จ.ปัตตานี บริเวณ วัดควนนอก
    ช่วงเทียง พ.ต.อ.ทวีฯ จะเดินทางไปยัง โรงแรมปาร์ควิว อ.เมือง จ.ปัตตานี เพื่อเข้าร่วมหารือการแก้ไขปัญหายาเสพติดและปัญหาหนี้ภาคประชาชน กับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี  นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวีฯ จะ เดินทางไปยัง สนามกีฬากลางบ้านข่าลิง ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี และเดินทางกลับก

    อำเภอยะหาเอาจริง!! กำชับผู้นำศาสนาและท้องถิ่น ร่วมมือคุมเข้มยาเสพติด โดยเฉพาะพืชกระท่อม

    เมื่อ 7 กรกฎาคม 2568 – นายมนตรี เสฏฐปัญโญ นายอำเภอยะหา ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการอำเภอยะหา (ผอ.ศปก.อ.ยะหา) ได้เป็นประธานในการประชุมประจำเดือนกรกฎาคม 2568 ร่วมกับอิหม่าม คอเต็บ และบิหลั่น ซึ่งเป็นผู้นำศาสนาอิสลามในพื้นที่

    โดยมีข้อราชการสำคัญที่เน้นย้ำถึงมาตรการควบคุมยาเสพติด โดยเฉพาะพืชกระท่อม เพื่อขอความร่วมมือจากผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ และผู้นำท้องถิ่นในชุมชน ให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหานี้

    ในการประชุมครั้งนี้ นายอำเภอยะหาได้เน้นย้ำถึง “มาตรการควบคุมพืชกระท่อม” และแนะนำแนวทางปฏิบัติให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องที่ และผู้นำท้องถิ่นในชุมชน เพื่อให้การควบคุมพืชกระท่อมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

    เนื่องจากพืชกระท่อมยังคงเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังและควบคุมการใช้ในทางที่ผิด ทั้งนี้ การประชุมยังได้หารือถึงสถานการณ์ความมั่นคงและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันและปราบปรามปัญหายาเสพติด การหารือเกี่ยวกับมาตรการควบคุมพืชกระท่อม ถือเป็นความพยายามของอำเภอยะหาในการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

    โดยเฉพาะผู้นำศาสนาและผู้นำชุมชน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน และสร้างความตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้พืชกระท่อมในทางที่ผิด หรือนำไปแปรรูปเป็นสารเสพติดอื่น ๆ ที่เป็นอันตรายต่อสังคม ในภาพรวมของการควบคุมยาเสพติด อำเภอยะหายังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมการใช้สารเสพติดทุกชนิด รวมถึงการใช้กัญชาให้เป็นไปตามกฎหมายและป้องกันการใช้ในทางที่ผิด


    การประชุมครั้งนี้มีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยกำลังทหาร ตำรวจในพื้นที่ ปลัดอำเภอ และเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอยะหา จังหวัดยะลา แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของอำเภอยะหาในการแก้ไขปัญหายาเสพติดและรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่อย่างจริงจัง โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในชุมชน.

    ปอเนาะกว่า 100 แห่ง เตรียมรวมพลังไม่เอากระท่อม ใช้ศาสนาบำบัด ”ฮะรอม“ ไม่ ”ฮาลาล“ ทุกบ้านพร้อมใจปฏิเสธ ”กระท่อม – สี่คูณร้อย“


    วันนี้ (10 ก.ค.68) ที่ สถาบันศึกษาปอเนาะพัฒนาเยาวชน (ปอเนาะปาแด) หมู่ที่ 7 ตำบลท่ากำชำ อำเภอหนองจิก จ.ปัตตานี โต๊ะครูสถาบันปอเนาะฯ ร่วมกับ นายนูรุดดีน โตะตาหยง ปลัดอำเภอรับชอบยาเสพติด จ.ส.อ พงษ์พิษณุ วิระกา ชุดสันติสุขที่ 104 ชุดควบคุมที่ 951 ฉก.สันติสุข นาย อัชฮา เจะดาโฮะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 และเจ้าหน้าที่รับผิดชอบงานในพื้นที่อำเภอหนองจิกทุกภาคส่วนนักเรียนปอเนาะและประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันขึ้นป้ายไวนิล รวมพลังไม่เอากระท่อม

    พืชกระท่อมทำให้มึนเมา เป็นสิ่งฮะรอม สิ่งต้องห้าม ตามหลักศาสนา
    ขณะเดียวกันนี้ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ มอบให้ นายธีรวิทย์ เธียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศอ.บต. ลงพื้นที่ให้กำลังใจพร้อม ได้กำชับเจ้าหน้าที่ เปิดปฏิบัติการ 120 วัน วาระพืชกระท่อม ภายใต้แผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้ แบบบูรณาการในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ การรวมพลังไม่เอากระท่อมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ขณะนี้ ไม่เพียงแต่สถาบันปอเนาะนี้แห่งเดียวเท่านั้น เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังได้รับรายงานว่า สถาบันปอเนาะ ในห้าจังหวัดชายแดนภาค อีก 100 กว่าแห่งเตรียมรวมพลังไม่เอากระท่อม และคาดว่าหลังจากนี้ การแก้ปัญหาวาระกระท่อม ในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะเป็นรูปธรรมมากขึ้น

    ทางด้าน นายสุเทพ หวันโซ๊ะ ผู้ช่วยบาบอสถาบันศึกษาปอเนาะพัฒนาเยาวชน กล่าวว่า สถาบันปอเนาะแห่งนี้เริ่มแรกได้เปิดการสอนศาสนาแบบดั่งเดิม ต่อมาได้มีเยาวชนที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดประมาณ 30 คน เข้ามาศึกษาศาสนาเพื่อบำบัดยาดเสพติด ก็ได้รับการยอมรับจากประชาชนในพื้นที่ จนมีผู้ประชาชนำบุตรหลานเข้ามาฟื้นฟูที่นี้ จนปัจจุบันมีเยาวชนเข้ามาฟื้นฟูกว่า 100 คน จนได้สถาบันแห่งนี้ได้รับฉายาว่า ปอเนาะฟื้นฟูบำบัด โดยการใช้ศาสนาบำบัดเพื่อเปลี่ยนแปลงให้เยาวชนเป็นคดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และถือว่าเป็นงานของศาสนา ถ้าปอเนาะไม่รับเยาวชนเหล่านี้ไว้แล้ว น้อง ๆจะไปอยู่ที่ไหน จึงพวกเราต้องช่วยกัน และนำหลักศาสนาเข้ามาช่วยในการฟื้นฟู เพราะตนเชื่อว่าศาสนาเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดที่จะช่วยเหลือเยาวชนเหล่านี้ได้

    ทางด้านนายนูรุดดีน โตะตาหยง ปลัดอำเภอรับชอบยาเสพติด กล่าวว่า สถาบันปอเนาะที่นี้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดมาโดยตลอด และทางอำเภอได้เล็งเห็นว่าต้องเข้ามาร่วมมือช่วยเหลือกันในการขับเคลื่อนในการแก้ปัญหายาเสพติด จึงได้ใช้พื้นที่เป็นพื้นที่นำร่องในการขึ้นป้ายรณรงค์การไม่ใช้ใบกระท่อมในทางที่ผิด นอกจานี้ทางอำเภอหนองจิกก็ได้มีการส่งเสริมการศึกษาให้กับเด็ก

    พร้อมทั้งมอบอุปกรณ์กีฬา ให้เด็กได้เล่นกีฬายามว่าง ตามที่เด็ก ๆ ต้องการ และส่งเสริมการฝึกอาชีพในระหว่างเรียน โดยเน้นในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง การปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ส่วนในเรื่องของการปราบปรามผู้ค้าใบกระท่อม ก็ได้ร่วมมือกันในทุกภาคส่วนเพื่อทำความเข้าใจกับร้านค้าต่าง ๆ โดยเฉพาะในเรื่องของการค้าใบกระท่อมยังมีความผิดอยู่ เพราะอนุญาตให้เพียงปลูกเพื่อใช้เป็นยาสำหรับตนเองเท่านั้น ไม่อนุญาตให้มีการจำหน่าย เพราะถือเป็นความผิดตามพรบ.อาหาร

    ด้านนาย อัชฮา เจะดาโฮะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 กล่าวว่า ในพื้นที่ในขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้นมาก เพราะทางนายอำเภอได้มีการกำชัดให้ควบคุมการจำหน่ายกระท่อม โดยให้ผู้นำท้อที่ ท้องถิ่น สอดส่องดูแลอย่างจริงจังเพราะกระท่อมก็ถือว่าเป็นยาเสพติด เพราะปัจจุบันเยาวชนจะนำมาผสม จนเป็นยาเสพติด เมื่อเป็นยาเสพติดแล้วก็ถือว่าผิดหลักศาสนา จึงได้ร่วมกันรณรงค์สร้างความเข้าใจกับผู้ค้าใบกระท่อมทั้งหลาย ทำให้ในปัจจุบันสถานการณ์ดีขึ้นมาก

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯพาชม ทีมชาติพาแชร์ ต้อนรับ 8 เซียน วอลเลย์บอลทีมชาติไทย เยือนภูสิงห์ – หินสามวาฬ ชวนคนไทยเที่ยวบึงกาฬ

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ (10 ก.ค.68) ที่ ป่านันทนาการหินสามวาฬ ในเขตป่าสงวน ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์และป่าดงสีชมพู ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ภูสิงห์” บรรยากาศในช่วงวันหยุดยาวเต็มไปด้วยความคึกคักของนักเที่ยว ที่เดินทางมาเยี่ยมชมความงดงามของธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง

    รวมถึง 8 นักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทย ทั้งชายและหญิง ได้แก่ ปลื้มจิตร์ ถินขาว/ มลิกา กันทอง/ อรอุมา สิทธิรักษ์/ สุพัตรา ไพโรจน์/ ฐาปไพพรรณ ไชยศรี/ วรรณา บัวแก้ว/ สุภชัย จิตจำรูญ และเจริญศรี มั่งมีผล โดยมีนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

    นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ นายมนัส มะเส ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดบึงกาฬ นายจารุวัต เนียม

    เล็ก ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต1 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) อุดรธานี และนายพิชิต ศรีบุตรโคตร ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดบึงกาฬ ร่วมพา 8 เซียนเข้าเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยว

    โดย 8 นักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทย ได้เข้าสักการะหลวงพ่อพระสิงห์ ที่ลานธรรมภูสิงห์ หลังจากนั้น ได้เยี่ยมชมบริเวณชุดชมวิวถ้ำฤๅษี ซึ่งมีกิจกรรมสำคัญคือ การถ่ายภาพขณะขี่ไม้กวาด ซึ่งนักท่องเที่ยวจะต้องกระโดดเพื่อให้ภาพที่ออกมาคล้ายกับการลอยอยู่บนอากาศจริง ๆ นอกจากนี้ 8 เซียนวอลเลย์บอล ยัง

    ได้เข้าชมบรรยากาศ พร้อมถ่ายภาพที่จุดชมวิวหินสามวาฬ จุดแลนด์มาร์กที่สำคัญของจังหวัด จุดสุดท้ายเยี่ยมชมไหว้พระขอพรหลวงพ่อพระพุทธนาคนิมิต

    ต์ พระพุทธรูปหน้าทอง ไหว้พระประธานประจำอุโบสถสีทอง สักกสระปู่ศรีสุทโธย่าปทุมมา ด้านหน้าอุโบสถสีทอง แห่งวัดป่าเมืองเหือง ขนานนามว่าเมืองแห่งนาคานคร

    การเดินทางมาของ 8 เซียน นักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติในครั้งนี้ เพื่อร่วมกิจกรรม “PEA สอนน้อง วอลเลย์บอล” สานฝันเยาวชนสู่เส้นทางนักกีฬาอาชีพ ส่งเสริมและพัฒนาทักษะกีฬาวอลเลย์บอลให้กับเยาวชนในพื้นที่ โดยมีนักกีฬา

    ทีมชาติไทย และโค๊ชผู้เชี่ยวชาญมาร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์และฝึกสอนเทคนิคการเล่นวอลเลย์บอลอย่างใกล้ชิด รวมถึงการเสริมสร้างวินัย ความสามัคคี และจิตวิญญาณนักกีฬา และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนในภูมิภาค

    ซึ่งจะมีพิธีปิดการแข่งขันวอลเลย์บอลเยาวชน PEA – DOMESTIC POWER ครั้งที่ 21 โดยจังหวัดบึงกาฬ เป็นเจ้าภาพ ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2568 นี้ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากจากทั้งในและนอกพื้นที่

    ภาพ/ข่าว ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมมอบรถวีลแชร์-สามล้อโยก 30 คัน/ถุงยังชีพ 30 ถุง และค่าพาหนะเดินทางให้กับทหารผ่านศึก และคนพิการ

    แชร์เนื้อหานี้

    9 กรกฎาคม 2568 : 10.00-12.30 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,นางจุไร ชำนาญ ประธานกรรมการประสานงานส่วนภูมิภาค ภาค 8

    สภาสังคมสงเคราะห์,น.ส.จริยา คงพูลศิลป์ รอง หส.ผศ.เขตเชียงใหม่ และคณะ,เครือข่ายทหารผ่านศึก อ.เมือง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่,ผู้แทนสมาคมสโมสรวัฒนธรรมหญิงในพระบรมราชินูปถัมภ์ และคณะ,ร.ท.สรวิชญ์ เที่ยงสกุล สัสดี อ.ดอยสะเก็ด,ร.ต.ท.มนต์สิษฐ์ เยาวภักดิ์ ผู้แทนตำรวจท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่ และคณะ,นายธวัชชัย จิตต์เจริญ

    ที่ปรึกษาสมาคมคนพิการฯ,นางอุดมลักษณ์ คำแผ่นชัย แม่ดีเด่นเชียงราย และคณะ,สโมสรโรตารี่เชียงใหม่ใต้ และคณะ,ทีมงานจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ”,ทีมงานจิตอาสา รร.มงฟอร์ตวิทยาลัย/รร.สาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่/

    รร.วีรยาเชียงใหม่ และผู้ปกครอง,กำนัน ต.แม่ฮ้อยเงิน,ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในบริเวณใกล้เคียง,นายพงษ์อภิรักษ์ บุญเพิ่มพูล ผู้ประสานงาน จ.เชียงใหม่ :

    ร่วมจัดกิจกรรมมอบรถวีลแชร์-สามล้อโยก จำนวน 30 คัน/ถุงยังชีพ จำนวน 30 ถุง และค่าพาหนะเดินทางให้กับทหารผ่านศึก และคนพิการ ซึ่งมี นายนิติปกรณ์ แสงสุวรรณ นายอำเภอดอยสะเก็ด เป็นประธานในพิธี ณ ห้องประชุม ทต.แม่ฮ้อยเงิน อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่

    *** ขอขอบคุณผู้ร่วมบริจาค มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ดังรายนามต่อไปนี้ ***สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล : บริจาครถวีลแชร์-สามล้อโยก จำนวน 30 คัน นางจุไร ชำนาญ ประธานกรรมการประสานงานส่วนภูมิภาค ภาค 8 สภาสังคมสงเคราะห์ฯ : บริจาคถุงยังชีพ จำนวน 30 ถุงสมาคมสโมสรวัฒนธรรมหญิงในพระบรมราชินูปถัมภ์ และนางอุดมลักษณ์ คำแผ่นชัย แม่ดีเด่นเชียงราย : บริจาคค่าพาหนะเดินทาง

    สโมสรโรตารีเชียงใหม่ใต้ : บริจาคน้ำดื่ม จำนวน 30 โหลสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกใน

    พระบรมราชูปถัมภ์สมาคมสโมสรวัฒนธรรมหญิงในพระบรมราชินูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลชมรมช่วยเหลือสังคมทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่3ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่4

    7 กรกฎาคม 2568 : 14.00 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล โดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ/กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ : ให้ตัวแทนบริษัท Interpharma Value Your Life ซึ่งมี คุณณิชชาพัญ์ รพีพัทธ์ธาริน Product Manager,Business Development เข้าพบเพื่อขอคำปรึกษาเรื่องการจัดกิจกรรมให้คนพิการ ณ ที่ทำการสมาคมฯ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานีสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทุนฟื้นฟูพัฒนาเกษตรกรน่าน สนับสนุนเกษตรกร “เลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ “เลี้ยงกบในบ่อซีเมนต์”อ.นาน้อย จ.น่าน

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 7 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.30 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน มอบหมายให้นายภัคพงศ์ ทองฟู นางสาววันทนีย์ นันศิริ ผู้ปฏิบัติงานสำนักงานจังหวัดและนายภัทร์ศรุต ผู้ปฏิบัติงานกลุ่มงานบริการ ลงพื้นที่ อำเภอนาน้อย เพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและประเมินแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ขององค์กรเกษตรกร จำนวน 2 องค์กร ดังนี้

    1.กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตการเกษตรบ้านป่ากล้วย
    ชื่อโครงการ”เลี้ยงไก่พันธุ์ไข่” สมาชิกเข้าร่วมโครงการ จำนวน 16 คน ณ หอประชุมบ้านป่ากล้วย หมู่ 8 ตำบลสถาน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

    2.กลุ่มพัฒนาเกษตรกรบ้านนาราบ
    ชื่อโครงการ”เลี้ยงกบในบ่อซีเมนต์” สมาชิกเข้าร่วมโครงการ จำนวน 15 คน ณ หอประชุมบ้านนาราบ หมู่ 1 ตำบลนาน้อย อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

    โดยมี นายบุญยงค์ สดสอาด ประธานอนุกรรมการฯจังหวัดน่าน ร.ต.อ.วินัย ก้อนสมบัติ รองประธานอนุกรรมการฯคนที่ 2 นายวุฒิพันธุ์ เนตรวิชัย ปศุสัตว์จังหวัดน่าน (อนุกรรมการภาคราชการ) คณะทำงานเพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและประเมินแผนและโครงการฯ และนายศักดิ์ จุงประดิษฐ์ ปศุสัตว์อำเภอนาน้อยร่วมลงพื้นที่ด้วย/บุญยงค์ สกสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีเปิดพลังบุญเกราะแก้ว ใกล้ชายแดนไทย-พม่า ในพิธีทำบุญถวายแผ่นดินสยาม มูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำถวายองค์ พระพุทธอัมรินทรบูชา

    แชร์เนื้อหานี้

    พระครูสิทธิสังวร ประสิทธิ์สร้างยันต์ หลวงปู่ทวด นำเข้าในพิธี
    เปิดพลังบุญเกราะแก้ว ใกล้ชายแดนไทย-พม่า ในพิธีทำบุญถวายแผ่นดินสยาม มูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำถวายองค์ พระพุทธอัมรินทรบูชา (องค์พระพุทธมหาจักรพรรดิชนะมาร) อธิษฐานให้แผ่นดินไทยร่มเย็น

    6 ก.ค.68 มูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำโดย อาจารย์ วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิฯ เป็นตัวแทนกัลยาณมิตร ร่วมพลังบุญในการเจริญพระพุทธมนต์สมโภช ครั้งที่สอง และถวาย พระพุทธรูป พระพุทธอมรินทรบูชา (พระพุทธมหาจักรพรรดิชนะมาร) ประดิษฐานในเขตสถานที่อันเป็นมงคลแห่งชัยชนะของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช บรรพชนไทยในอดีต ณ สถานปฏิบัติธรรมนเรศราชาวาส ศาลเจ้าพ่องาแซง จังหวัดกาญจนบุรี

    โดย มูลนิธิฯ ได้เป็นเจ้าภาพจัดสร้างและถวายองค์พระพุทธรูปฯ
    โดยได้จัดพิธีสมโภช ครั้งแรก เมื่อ 28 มิ.ย.68 ณ วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพมหานคร โดยวันนี้ ได้รับเมตตาจากคณะสงฆ์ในจังหวัดกาญจนบุรี เป็นองค์เจริญพระพุทธมนต์และอธิษฐานจิต พร้อมทั้ง พุทธศาสนิกชน ร่วมพลังบุญโดยพร้อมเพรียง ในพิธีบังเกิดละอองฝนประพรมเป็นระยะ เกิดนิมิตมงคลแห่งความชุ่มเย็น ด้วยเมตตาธรรม พระบารมีแห่งพระรัตนตรัย และบุญญาธิษฐาน

    ขอน้อมส่งพลังบุญและมงคลอธิษฐานให้ผืนแผ่นดินไทยร่มเย็น และให้ กัลยาณมิตรทุกท่าน ปรารถนามงคลใด จงสำเร็จสูงสุด ได้อานิสงส์สมบัติพระจักรพรรดิ ตราบถึง พระนิพพาน เทอญ…สามารถติดตามข่าวสารธรรมทานงานบุญ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ได้ที่ Line Official Account กด :
    https://lin.ee/AlxR8Xf Line ID : @bbdf Page #Facebook : มูลนิธิพุทธภูมิธรรม https://web.facebook.com/bbdf.org สาธุๆๆอนุโมทามิฯ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม พุทธภูมิธรรมนำสุข ทำบุญ #สุขใจที่ได้ทำบุญ ให้ทาน #ธรรมทาน

    5 กรกฎาคม 2568 : 13.30 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล โดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ/กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ : นัดทำสัญญาว่าจ้างคนพิการทำงาน มาตรา 35 ตาม พ.ร.บ.50 ณ บ้านพักสระบุรี ต.กุดนกเปล้า อ.เมือง จ.สระบุรีสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าจ.ลพบุรี ร่วมงานโครงการ “ถนนสายวัฒนธรรม ปันน้ำใจสู่ผู้ยากไร้” อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

    แชร์เนื้อหานี้

    วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เวลา 06.30 น. ณ บริเวณหน้าอาคารที่ว่าการอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี วัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลพบุรี ร่วมงาน “ถนนสายวัฒนธรรม ปันน้ำใจสู่ผู้ยากไร้”

    ทั้งนี้มี นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ผู้จัดทำโครงการฯ นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง นายนรินทร์ คลังผา สส.จังหวัดลพบุรี เขต4 พ.ต.อ. จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก. สภ. โคกสำโรง พ. ต. อ. มาโนช จันเที่ยง ผกก. สภ. เพนียด นางสาวพรพรรณ ศรีเมือง

    (คีรีตา รีสอร์ท แอนด์ คาเฟ่) ต.วังเพลิง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการอำเภอ, หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ, กิ่งกาชาดอำเภอ , ผู้บริหารสถานศึกษา , ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น , คณะกรรมการตรวจสอบการติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต. ตร.) สภ. โคกสำโรง. กต.ตร.สภ.เพนียด, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน,องค์กรภาคเอกชน, สถานประกอบการ และประชาชนอำเภอโคกสำโรงทุกท่านร่วมงานฯ

    ด้วยโครงการ“ถนนสายวัฒนธรรม ปันน้ำใจสู่ผู้ยากไร้” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในวันนี้ อำเภอโคกสำโรง ร่วมกับคณะสงฆ์อำเภอโคกสำโรง จัดทำโครงการ “ถนนสายวัฒนธรรม ปันน้ำใจสู่ผู้ยากไร้” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ

    เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา 28 กรกฎาคม 2568 ตลอดจนเพื่อบูรณาการ ความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่เกิดความรักสามัคคีเป็นการขับเคลื่อน และสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในชุมชน อีกทั้งเป็นพลังเสริมการทำงานตามแนวพระราชดำริ หลัก “บวร” และ “บรม”

    การจัดทำโครงการ ฯ ครั้งนี้ ประกอบไปด้วย กิจกรรมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง เพื่อนำไปมอบให้แก่ครัวเรือนเปราะบางในพื้นที่อำเภอโคกสำโรง 13 ตำบล 173 หมู่บ้านโดยทั้งนี้มีกิจกรรมจัดแสดงและสาธิตวัฒนธรรมอาหารพื้นถิ่น

    จากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 13 ตำบล และกิจกรรมประกวดแข่งขันผัดไทยลีลา จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 14 แห่ง แบ่งเป็นชุดละ 5 ทีม แต่ละประเภท โดยได้รับความร่วมมือจากส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานศึกษา
    ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กิ่งกาชาดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรภาคเอกชน

    สถานประกอบการ และภาคประชาชน นำสิ่งของข้าวสารอาหารแห้ง มาร่วมทำบุญตักบาตรซึ่งอำเภอโคกสำโรงจักได้รวบรวมสิ่งของที่ได้จากกิจกรรมในวัน

    นี้จัดเป็นถุงยังชีพไปมอบให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผู้ยากไร้ และผู้พิการในพื้นที่ 13 ตำบล 137 หมู่บ้านอันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนครัวเรือนเปราะบางในพื้นที่อำเภอโคกสำโรง ต่อไป

    สนอง แท่นสูงเนิน
    ผอ. ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี และอนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศูนย์คุณธรรม จัดพิธียกย่องเชิดชูเกียรติ ด้วยรางวัล “Thailand Moral Awards 2024” ยกย่องต้นแบบสื้อ บุคคล ชุมชน องค์กร

    แชร์เนื้อหานี้

    2 กรกฎาคม 2568 —ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จัดพิธีมอบรางวัล “Thailand Moral Awards 2024” ครั้งที่ 5 ณ หอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม

    โดยได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธีและมอบรางวัลให้แก่บุคคล ชุมชน องค์กร และสื่อ ที่เป็นต้นแบบแห่งคุณธรรม รวม 166 รางวัล เพื่อส่งเสริมแรงบันดาลใจและยกระดับคุณค่าความดีในสังคมไทย

    ในพิธีได้รับเกียรติจากหลายภาคส่วนร่วมแสดงความยินดี อาทิ นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม และ รศ. นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม
    เข้าร่วมแสดงพลัง

    พร้อมเปิดตัว Moral Ambassador ได้แก่ คุณสายสุนีย์ จ๊ะนะ และเรืออากาศตรีหญิง จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง สองนักกีฬาที่ขับเคลื่อนสังคมด้วยพลังด้านความอดทน มุ่งมั่น ทุ่มเท

    พร้อมกันนี้ศูนย์คุณธรรมยังได้มอบรางวัลเชิดชูเกียรติพิเศษแด่ นางสาวปลื้มจิตร์ ถินขาว และเรืออากาศโทหญิง พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ อดีตนักกีฬาทีมชาติไทย เพื่อยกย่องความมุ่งมั่นและคุณธรรมที่สร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชนและสังคม

    ทั้งนี้รางวัล Thailand Moral AWards 2024 ในปีนี้ แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทสื่อ 69 รางวัล ประเภทบุคคล 58 รางวัล และประเภทชุมชนและองค์กร 39 หน่วยงาน รางวัลทั้งหมดผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

    และชื่อของผู้ได้รับรางวัลจะถูกจารึกไว้ใน Hall of Fame บนเว็บไซต์ศูนย์คุณธรรม TMA2024 #Thailandmoralawards2024 #Thailandmoralawards #ศูนย์คุณธรรม #ทำดีไม่ต้องเดี๋ยว #คนดีมีพื้นที่ยืน #ความดีมีพื้นที่ในสังคม #กระทรวงวัฒนธรร

    ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
    🌐 Facebook : ศูนย์คุณธรรม Moral Center Thailand
    🎥 YouTube : Moral Channel

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการ”พัฒนาบรรจุภัณฑ์สุรากลั่น” สมาชิกเข้าร่วมโครงการ จำนวน 15 คน ณ หอประชุมบ้านน้ำอูน หมู่ 1 ต.เมืองลี อ.นาหมื่น จ.น่าน

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.00 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่

    สำนักงาน ลงพื้นที่ อำเภอนาหมื่น เพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและประเมินแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ขององค์กรเกษตรกร จำนวน 2 องค์กร ดังนี้

    1.กลุ่มเมืองลีพัฒนา ชื่อโครงการ”พัฒนาบรรจุภัณฑ์สุรากลั่น” สมาชิกเข้าร่วมโครงการ จำนวน 15 คน ณ หอประชุมบ้านน้ำอูน หมู่ 1 ตำบลเมืองลี อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน

    2.กลุ่มเกษตรยั่งยืน ต.ลี ชื่อโครงการ”เลี้ยงไก่พันธุ์ไข่” สมาชิกเข้าร่วมโครงการ จำนวน 15 คน ณ หอประชุมบ้านป่าซาง หมู่ 2 ตำบลเมืองลี อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน

    โดยมี ร.ต.อ.วินัย ก้อนสมบัติ รองประธานอนุกรรมการฯ นายอุไร สารถ้อย นายเดช ธิเขียวและนายก้องเกียรติ รอวิลาน นักวิชาการสัตวบาลปฏิบัติการ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอนาหมื่น

    (ได้รับมอบหมายจากนายวุฒิพันธุ์ เนตรวิชัย ปศุสัตว์จังหวัด อนุกรรมการภาคราชการ) คณะทำงานเพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและประเมินแผนและโครงการฯ ร่วมลงพื้นที่ด้วย/บุญยงค์ สกสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /พิธีรับรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทสิปปนนท์ เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน ครั้งที่23/ 2568 ณ สถาบันลูกโลกสีเขียว / ธ.ก.ส. ผนึก ซีพีน่าน เดินหน้าเสริมองค์ความรู้ หนุนปลูกผักมูลค่าสูงเพิ่มรายได้ เมื่อเร็วๆ นี้

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 25มิถุนายน 2568 นำโดยผู้ใหญ่นัยนา ฑีฆาวงค์ พร้อมด้วยคณะกรรมการหมู่บ้าน ได้เข้าพิธีรับรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทสิปปนนท์ เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน ครั้งที่23/ 2568 ณ สถาบันลูกโลกสีเขียว 🌱

    ชุมชนที่มีผลงานดีเด่นในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างต่อเนื่องและผ่านการประเมินในรอบ 5 ปี ประเภทสิปปนนท์ เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน ในวันที่ 25 มิถุนายน 2568 ณ อาคารสำนักงานใหญ่ ปตท. กรุงเทพฯ

    🏆 ประเภทสิปปนนท์ เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน

    ชุมชนบ้านห้วยหาด ตำบลอวน อำเภอปัว จังหวัดน่าน
    🌱ชุมชนบ้านห้วยหาด ชุมชน ห้วยหาด อำเภอปัว จังหวัดน่าน
    ผลงานรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 23
    ประเภทสิปนนท์ เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน

    บทเรียนแห่งการปรับตัว ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และพัฒนาอย่างยั่งยืน
    .ท่ามกลางหุบเขาในอำเภอปัว จังหวัดน่าน ชุมชนบ้านห้วยหาด ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไทลื้อ เคยใช้ชีวิตเรียบง่ายภายใต้ระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ ป่าไม้และลำน้ำห้วยหาดเป็นแหล่งอาหารแหล่งน้ำของชุมชน แต่เมื่อการทำเกษตรเชิงเดี่ยวเข้ามา พื้นที่ป่าถูกแปรสภาพเป็นไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ การใช้สารเคมีอย่างหนักส่งผลให้แหล่งน้ำปนเปื้อนจนไม่สามารถใช้บริโภคได้ ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง สัตว์น้ำและพืชป่าหายไป คนในชุมชนเริ่มเผชิญกับปัญหาสุขภาพและหนี้สิน จุดเปลี่ยนและการตระหนักรู้

    เมื่อชาวบ้านพบว่าแหล่งน้ำที่เคยใสสะอาดกลายเป็นน้ำที่ใช้ไม่ได้ และต้องซื้อจากภายนอก พวกเขาเริ่มตระหนักถึงผลกระทบจากการพึ่งพาเกษตรเชิงเดี่ยวที่ใช้สารเคมีสูง อีกทั้งยังพบว่าสารพิษตกค้างในร่างกายของคนในชุมชนสูงเกินค่ามาตรฐาน ความอยู่รอดของชุมชนไม่สามารถพึ่งพาแนวทางเดิมได้อีกต่อไป บ้านห้วยหาดจึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนแนวทางการพัฒนา มุ่งสู่การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
    .จากไร่ข้าวโพดสู่การฟื้นฟูป่าและเกษตรอินทรีย์
    ด้วยความร่วมมือของคนในชุมชน บ้านห้วยหาดได้เลิกปลูกข้าวโพด หันมาทำเกษตรผสมผสาน และ ฟื้นฟูป่าและลำน้ำห้วยหาด ชาวบ้านเริ่มปลูกป่าทดแทน ทำแนวกันไฟป่า และสร้างฝายชะลอน้ำกว่า 20 แห่งเพื่อรักษาระบบนิเวศ การฟื้นฟูแหล่งต้นน้ำกลายเป็นภารกิจสำคัญ ของชุมชน พวกเขาออกลาดตระเวนป่า ปลูกต้นไม้ริมลำห้วย และมีการบวชป่าเพื่อสร้างจิตสำนึกในการดูแลทรัพยากร

    ผลที่เกิดขึ้นคือ แหล่งน้ำของบ้านห้วยหาดกลับมามีคุณภาพดีขึ้นเรื่อย ๆ จนสามารถนำมาใช้ผลิตน้ำดื่มสะอาดให้กับคนในชุมชนได้ ซึ่งช่วยให้ชาวบ้านเข้าถึงน้ำสะอาดโดยไม่ต้องซื้อจากภายนอก อีกทั้งยังจำหน่ายให้กับพื้นที่ใกล้เคียง สร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชน
    นอกจากนี้ การอนุรักษ์แหล่งน้ำยังส่งผลให้ “ปลามัน” ซึ่งเป็นปลาพื้นถิ่น เคยหายไปจากลำน้ำห้วยหาด กลับมาเพิ่มจำนวนขึ้น และกลายเป็นแหล่งอาหารและรายได้สำคัญของชุมชน
    การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนจากฐานทรัพยากรท้องถิ่น
    เมื่อป่าฟื้น น้ำกลับมาใสสะอาด ชุมชนก็สามารถพัฒนาทางเศรษฐกิจโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างยั่งยืน โดยมี
    กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เช่น การทอผ้าไทลื้อที่ใช้สีจากเปลือกไม้ธรรมชาติ การทำไม้กวาดดอกก๋ง จักสาไม้ไผ่ และแปรรูปสมุนไพรจากป่าชุน
    การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยเปิดโฮมสเตย์ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้วิถีชีวิตพอเพียง ชิมอาหารชุมชน และสัมผัสธรรมชาติ
    เกษตรอินทรีย์ ชุมชนหันมาทำนาขั้นบันได เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ และปลูกพืชผักปลอดสารพิษ

    บทเรียนของบ้านห้วยหาด : เมื่อชุมชนเป็นผู้กำหนดอนาคตของตนเอง
    สิ่งที่เกิดขึ้นที่บ้านห้วยหาดไม่ใช่เพียงแค่การฟื้นฟูธรรมชาติ แต่คือการคืนความมั่นคงให้กับวิถีชีวิต และเศรษฐกิจชุมชน เมื่อคนในชุมชนสามารถร่วมกันคิด วิเคราะห์ และหาทางออกจากวิกฤตโดยไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอกมากนัก
    บ้านห้วยหาดในวันนี้เป็นหมู่บ้านที่พึ่งพาตนเองได้ จากชุมชนที่เคยต้องซื้อน้ำจากภายนอก พวกเขากลับสามารถผลิตน้ำดื่มของตนเองได้ จากชุมชนที่เคยต้องพึ่งพาเกษตรเชิงเดี่ยว วันนี้พวกเขามีเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เกิดจากทรัพยากรที่ดูแลด้วยมือของตัวเอง

    นี่คือบทเรียนของการพัฒนาอย่างยั่งยืน เมื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาเศรษฐกิจสามารถไปด้วยกันได้ หากการจัดการทรัพยากรเป็นไปอย่างรู้คุณค่าและมีส่วนร่วมจากคนในชุมชน

    สถาบันลูกโลกสีเขียว #รางวัลลูกโลกสีเขียว #บ้านห้วยหาด #ชุมชนบ้านห้วยหาด/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    ธ.ก.ส. ผนึก ซีพีน่าน เดินหน้าเสริมองค์ความรู้ หนุนปลูกผักมูลค่าสูงเพิ่มรายได้ เมื่อเร็วๆ นี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ร่วมกับ เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยสำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชน จังหวัดน่าน (ซีพีน่าน) ได้ร่วมกับเดินหน้าจัดอบรมหลักสูตรเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ลูกหนี้รายย่อย ภายใต้มาตรการพักชำระหนี้ของรัฐบาล ระยะที่ 2 โดยมีเป้าหมายหลักในการยกระดับอาชีพ เพิ่มพูนรายได้ และเสริมทักษะการผลิต เพื่อให้เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยสามารถกลับมาชำระหนี้ได้อย่างยั่งยืน

    นายบัญชา โชติกำจร ผู้อำนวยการสำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชน จ.น่าน เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า โครงการนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 มุ่งเน้นการอบรมเชิงปฏิบัติการที่ช่วยฟื้นฟูทักษะด้านการประกอบอาชีพ และส่งเสริมการผลิตแบบ

    “ทำน้อย ได้มาก” ผ่านแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ตัวอย่างเช่น การแนะนำการปลูกพืชมูลค่าสูงอย่างผักสลัด ผักเคล และผักสวนครัวปลอดภัย รวมถึงการพัฒนาอาชีพเดิมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วยการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และยกระดับมาตรฐานสินค้าเพื่อการแข่งขันในตลาดที่มีมูลค่าสูง

    ปัจจุบันมีลูกค้า ธ.ก.ส. ที่ได้เข้ารับการอบรมผ่าน “โครงการซีพีความดี ชุมชนยั่งยืน” จ.น่าน ไปแล้วรวม 1,725 ราย โดย ธ.ก.ส. ได้ให้การสนับสนุนสินเชื่อฟื้นฟูอาชีพในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ด้วยอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปลงทุนปรับเปลี่ยนการผลิต ขยายอาชีพ ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และเสริมศักยภาพในการชำระหนี้หลังสิ้นสุดมาตรการ

    ทั้งนี้ “โครงการซีพีความดี ชุมชนยั่งยืน” โดยซีพีน่านและ ธ.ก.ส. ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าจัดกิจกรรมส่งเสริมอาชีพและฟื้นฟูศักยภาพของลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2568 เพื่อร่วมกันสร้างงาน สร้างรายได้ และช่วยให้เกษตรกรสามารถหลุดพ้นจากกับดักหนี้ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.ห้วยยาง ร่วมพิธีบวงสรวง และทำบุญให้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ / เอสวีแอล กรุ๊ป ร่วมต้อนรับผู้ตรวจราชการฯ ส่งเสริมภาครัฐ โครงการ “แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง”

      แชร์เนื้อหานี้

      วันนี้ 26 มิ.ย.2568 เวลา 09.09.น. พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.จตุพงษ์ แป้นเขียว รอง ผกก.สอบสวน.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.กฤษดา เหนี่ยวพึ่ง สวป.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ รัศมีสว.อก.สภ.ห้วยยาง น.ส.อุษณีย์ ทอดสนิทกำนัน ต.ห้วยยางพร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.ห้วยยาง
      และ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และ ประชาชนในตำบลห้วยยาง

      เข้าร่วมพิธีบวงสรวง และทำบุญ ให้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเป็นศิริมงคล ณ วัดประชาสนธิ (น้ำตกห้วยยาง) ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จว.ประจวบคีรีขันธ์

      /////////////////

      ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

      เอสวีแอล กรุ๊ป ร่วมต้อนรับผู้ตรวจราชการฯ ส่งเสริมภาครัฐ โครงการ “แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง”

      เอสวีแอล กรุ๊ป (SVL Group) ร่วมให้การต้อนรับ นายสราวุฒิ ธนาเจริญสกุล ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง เขต 4 ในโอกาสเดินทางลงพื้นที่พร้อมคณะกรรมการตรวจประเมินฯ ภายใต้โครงการคัดเลือกหมู่บ้านเข้มแข็งตามแนวทาง “แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง” (หมู่บ้านอยู่เย็น) ประจำปี 2568 ระดับเขต เขตตรวจราชการที่ 4 ครอบคลุมกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ได้แก่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ซึ่งจัดขึ้น ณ ศาลาประชาคม หมู่ 4 บ้านระหาร ต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ โดยมีนายสุธี เล้าสุบินประเสริฐ ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และนายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน พร้อมด้วยผู้นำท้องที่ท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับคณะกรรมการฯ ในโอกาสที่บ้านระหาร ผ่านการคัดเลือกในระดับจังหวัดฯ
      นางสาววันวิสาข์ หุ้นจิ้น ผู้จัดการส่วนชุมชนสัมพันธ์และพัฒนาชุมชน นำทีมในฐานะเป็นพี่เลี้ยงด้านงานพัฒนาชุมชน ในนามภาคเอกชน เอสวีแอล กรุ๊ป (SVL Group) ได้ร่วมดำเนินรายการตลอดงาน พร้อมถือโอกาสนำเสนอภาพรวมบทบาทของ SVL Group ผ่านบูธนิทรรศการที่สะท้อนความร่วมมือกับภาคประชาชนในมิติต่างๆ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะโครงการสนับสนุนการพัฒนาหมู่บ้านอย่างยั่งยืน ที่ส่งเสริมงานพัฒนาชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง
      การตรวจประเมินในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นเวทีแสดงศักยภาพของชุมชน แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทของ SVL Group ในการสนับสนุนการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างมีส่วนร่วม ซึ่งได้รับความชื่นชมจากคณะผู้ตรวจราชการฯ โดยเฉพาะการเป็นพันธมิตรภาคเอกชนที่มีวิสัยทัศน์ร่วมสร้างชุมชนเข้มแข็งตามแนวทาง “แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง”
      นอกจากนี้ SVL Group ยังคงยึดมั่นในพันธกิจ “เติบโตเคียงข้างชุมชน” พร้อมเดินหน้าสนับสนุนและเสริมพลังให้ชุมชนไทยก้าวสู่ความเข้มแข็งในทุกมิติ ตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ

      /////////////////////

      ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สุดยิ่งใหญ่เปิดมหกรรมทุเรียนชุมพร Chumphon Durian Expo 2025

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อเวลา 17.30 .วันที่ 26 มิถุนายน 2568 ที่เวทีชั่วคราว ภายในโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ ต.บางลึก อ.เมือง จ.ชุมพร นายเธียรชัย ชูกิตติ

      วิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมทุเรียนคุณภาพ” (Chumphon Durian Expo 2025) โดยมี นายสุบรรณ์ รักษ์ทอง เกษตรจังหวัดชุมพร ให้การต้อนรับและกล่าวรายงาน

      นายเธียรชัย กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการจัดงานดังกล่าว เพื่อผลักดันจังหวัดชุมพรสู่การเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรมทุเรียน” ของประเทศไทย ด้วยการส่งเสริมการผลิตทุเรียนคุณภาพ การดูแลรักษา และการควบคุมมาตรฐานสินค้า เพื่อยก

      ระดับผลผลิตให้ตอบโจทย์ตลาดผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางรายได้แก่เกษตรกร

      นายสุบรรณ์ กล่าวว่า จังหวัดชุมพรเป็นแหล่งผลิตทุเรียนสำคัญของภาคใต้ มีการขยายพื้นที่ปลูกอย่างต่อเนื่อง ในปี 2568 ชุมพรมีพื้นที่ปลูกกว่า 334,576 ไร่ ส่งออกทุเรียนไปสู่ประเทศจีนมากถึง 60%

      งานมหกรรมทุเรียนคุณภาพชุมพร กำหนดจัดระหว่างวันที่ 26-28 มิถุนายน 2568 มีกิจกรรมมากมาย เช่น กิจกรรมวิชาการเพื่อการผลิตทุเรียน การเสวนาวิชาการ

      นิทรรศการนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร การสาธิตการดูแบรักษาทุเรียน การแปรรูปและเพิ่มมูลค่า กิจกรรมชิม ช้อป สินค้าทุเรียนและผลิตภัณฑ์แปรรูปทุเรียนจากชุมชน และการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง

      ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

      เด็กไทยว่ายน้ำได้ เปิดฝึกทักษะว่ายน้ำเพื่อป้องกันการจมน้ำ ภายใต้โครง การฝึกทักษะว่ายน้ำเพื่อป้องกันการจมน้ำ
      ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

      วันนี้ (25 มิ.ย. 68) นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเด็กไทยว่ายน้ำได้จังหวัดชุมพรประจำปี 2568 ในการฝึกทักษะว่ายน้ำเพื่อป้องกันการจมน้ำ ณ สระว่ายน้ำโรงเรียนมันตานุสรณ์ ตำบลตากแดด อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร โดยมีเด็ก เยาวชน ให้ความสนใจสมัครเข้าร่วม ฝึกอบรม จำนวน 140 คน ซึ่งโครงการฯดังกล่าวเป็นการส่งเสริมให้เด็ก และเยาวชน มีทักษะการว่ายน้ำ สามารถเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำ และรู้หลักการใช้อุปกรณ์ในการช่วยชีวิตผู้ประสบภัยทางน้ำได้

      นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่า การจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ในกลุ่มเด็กอายุ 5 -14 ปี และเป็นอันดับต้นๆ ของเด็กไทยโดยรวม โดยในแต่ละวันมีคนไทยเสียชีวิตจากการจมน้ำประมาณ 10 คน ซึ่ง 1 ใน 5 เป็นเด็กอายุ ต่ำกว่า 15 ปีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนหลายแห่งในประเทศไทยได้ ร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการป้องกันการจมน้ำในเด็ก โดยเน้นย้ำ

      ในประเด็นสำคัญ คือการสอนให้เด็กว่ายน้ำเป็น และมีทักษะด้านความปลอดภัยทางน้ำสำหรับเด็กวัยเรียน และในปัจจุบันมีสถานศึกษาต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการเรียนว่ายน้ำ และมีการสนับสนุนและบรรจุไว้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในโรงเรียน นับว่าเป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากโรงเรียนทั้งภาครัฐบาล และ

      เอกชน ทำให้นักเรียนในสังกัดได้มีโอกาสเรียนว่ายน้ำเพื่อเป็นนักกีฬา และสามารถเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำได้อย่าง ปลอดภัยรวมทั้งรู้หลักการใช้อุปกรณ์ในการช่วยชีวิตผู้ประสบภัยทาง น้ำได้อีกด้วย ซึ่งจะเป็นการพัฒนาสมรรถภาพทางร่างกาย จิตใจ และเป็นการส่งเสริมการป้องกัน และควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ อีกทั้งยังส่งเสริมให้ชุมชนเป็นรากฐานในการสร้างสุขภาวะที่ดีในทุกพื้นที่

      นายกรวิทย์ ช่วยดู ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชุมพร ได้ดำเนินงานโครงการเด็กไทยว่ายน้ำได้จังหวัดชุมพร ประจำปี 2568 ฝึกทักษะว่ายน้ำเพื่อป้องกันการจมน้ำ ในกลุ่มเด็ก เยาวชน อายุ 6 – 14 ปี ระหว่างวันที่ 23 – 28 มิถุนายน 2568 มีผู้สมัครเข้าร่วม ฝึกอบรม จำนวน 2 รุ่น ๆ ละ 70 คน จำนวน 140 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เด็ก และเยาวชน มีทักษะการ ว่ายน้ำสามารถเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำ และรู้หลักการใช้อุปกรณ์ในการช่วยชีวิตผู้ประสบภัยทางน้ำ

      ได้ ส่งเสริมให้เด็ก และเยาวชน ได้นำเอาทักษะไปพัฒนาให้มีขีดความสามารถของตนเองให้สูงขึ้น ได้ใช้เวลาว่างด้วยการออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬา และออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงอบายมุขสิ่งเสพติด และปัญหาเด็กติดเกมออนไลน์ ร่วมถึงการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นคนดี มีคุณภาพ รู้จักใช้ชีวิต ร่วมกับสังคมอย่างมีความสุข ซึ่งการจัดโครงการในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ภาครัฐ และเอกชน จังหวัดชุมพร กรมพลศึกษา และโรงเรียนมันตานุสรณ์ ได้ให้การสนับสนุนวิทยากร และสถานที่ในการจัดโครงการฯ อีกด้วย


      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “พลิกโฉมเมืองด้วยการจัดรูปที่ดิน ความร่วมมือรัฐ – ท้องถิ่น – ประชาชนขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเมืองน่านสู่อนาคต”

      แชร์เนื้อหานี้

      วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เวลา 10.00 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานพิธีมอบโฉนดที่ดินและเปิดถนนโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมี นางสาวจริยาพร จิตต์ใจมั่น รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวรายงาน พร้อมด้วย ดร.มาร์ค เจริญวงศ์ อัยการจังหวัดน่าน นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางบุญจิรา เจริญศักดิ์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดน่าน นายสุนิรันดร์ ท้วมยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ร่วมมอบโฉนดที่ดิน โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ผู้บริหารทุกภาคส่วน ผู้นำท้องถิ่น และประชาชน เข้าร่วมชื่นชมความสำเร็จ ซึ่งความสำเร็จนี้นำมาซึ่งความยินดีและความภาคภูมิใจที่พี่น้องชาวน่าน ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับรัฐผ่านโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่จังหวัดน่าน ระยะที่ 2 ในพื้นที่ 532 ไร่ 1 งาน 23.90 ตารางวา

      โดยมีเจ้าของที่ดิน เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 146 ราย พัฒนาที่ดินและโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคม ระหว่างถนนโครงการสาย ค5 และ ค8 ผ่านพื้นที่โครงการในแนวทิศตะวันออก ทิศตะวันตก เชื่อมระหว่างถนนมหายศและถนนโครงการเสนอแนะของกรมทางหลวง สภาพพื้นที่ ก่อนดำเนินโครงการ ที่ดินส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นา พื้นที่ว่าง ยังไม่มีถนนเข้าถึงแปลงที่ดิน จึงถูกทิ้งร้างไม่ได้ใช้ประโยชน์ มีการใช้ประโยชน์เฉพาะพื้นที่ตอนใต้และทางตะวันออกของพื้นที่ตามแนวถนนปัจจุบันเท่านั้น ประกอบกับทางตอนใต้ของพื้นที่โครงการฯ เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านจัดสรร จึงเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพและเหมาะสมในการพัฒนาให้เป็นพื้นที่รองรับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต สอดคล้องกับการวางผังเมืองและการพัฒนาตามผังถนนโครงการที่วางไว้เกิดการพัฒนาเมือง และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เป็นเมืองน่าอยู่ ป้องกันการขยายตัวของเมืองอย่างไร้ทิศทาง เพิ่มมูลค่าของที่ดิน และทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หลังดำเนินโครงการแล้วเสร็จเจ้าของที่ดินยังมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินของตนเอง นำมาซึ่งประโยชน์แก่เจ้าของที่ดิน ชุมชน และเมือง ณ บริเวณพื้นที่โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ในเขตตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

      นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า การจัดรูปที่ดิน Land Readjustment ถือเป็นเครื่องมือที่ทันสมัยและเป็นกลไกการพัฒนาพื้นที่ร่วมกันระหว่างรัฐกับเอกชนหรือประชาชน และเป็นภารกิจสำคัญที่จังหวัดน่านและกรมโยธาธิการและผังเมืองร่วมดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ที่มีปัญหาหรือเดือดร้อนจากการใช้ที่ดิน ให้สามารถมีส่วนร่วมกับรัฐ ในการพัฒนาที่ดินและคุณภาพชีวิตของตนและชุมชน โครงการนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมพัฒนาเมือง ให้สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้ตรงวัตถุประสงค์ มีสาธารณูปโภคที่เพียงพอและได้มาตรฐาน ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการภาครัฐ ถือเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาเมืองที่ตอบโจทย์กับยุคสมัย อีกทั้งเป็นวิธีการพัฒนาเมืองที่เจ้าของที่ดินยินยอมพร้อมใจเข้าร่วมโครงการฯ ร่วมคิดร่วมพัฒนาไปด้วยกัน ขอขอบคุณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าของที่ดิน ภาคเอกชน และทุกส่วนราชการที่ได้ร่วมกันผลักดัน และสนับสนุนการดำเนินโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่จังหวัดน่านตั้งแต่เริ่มต้นโครงการจนถึงปัจจุบันนับว่าใกล้เสร็จสมบูรณ์และนำมาสู่การเปิดใช้ถนนในวันนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการจัดรูปที่ดินจังหวัดน่านแห่งนี้จะเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการร่วมกันพัฒนาพื้นที่ โดยภาคีต่างๆ และนำไปสู่การขยายผลการพัฒนาพื้นที่แห่งอื่นๆ ต่อไป

      นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า กรมโยธาธิการและผังเมือง มุ่งเน้นการขับเคลื่อนผังเมืองสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม กรมฯ ได้นำวิธีการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่มาใช้เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับภาครัฐในการพัฒนาเมือง โดยการก่อสร้างถนนตามแนวเส้นทางที่กำหนดไว้ในผังเมืองแก้ปัญหาที่ดิน ที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพ โดยการนำที่ดินหลายแปลงมารวมกัน แล้วดำเนินการจัดระเบียบและปรับรูปร่างแปลงให้เหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์ พร้อมกับวางโครงข่ายคมนาคม สร้างถนนเชื่อมโยงการเดินทางในพื้นที่ และจัดวางระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน อาทิ ไฟฟ้า ประปา และระบบระบายน้ำ เพื่อให้พื้นที่นั้นพร้อมรองรับการขยายตัวของเมืองและเศรษฐกิจในอนาคต แนวทางนี้ช่วยให้การพัฒนาเกิดขึ้นอย่างมีทิศทาง เป็นธรรม และเกิดประโยชน์ร่วมกันแก่ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนเจ้าของที่ดิน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังไม่มีการพัฒนา เช่น พื้นที่ว่างใจกลางเมือง พื้นที่ชานเมืองที่มีศักยภาพจะพัฒนาเป็นเมืองใหม่ สร้างความมั่นคงให้แก่ชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง

      นางสาวจริยาพร จิตต์ใจมั่น รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวเน้นย้ำว่า กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ดำเนินการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ตามพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. 2547 เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาพื้นที่เมืองและชุมชนโดยเชิญชวนให้ประชาชนเจ้าของที่ดินนาแปลงที่ดินมารวมกันและปันที่ดินของตนส่วนหนึ่ง เพื่อใช้พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ได้มาตรฐาน เข้าถึงที่ดินทุกแปลงโดยไม่ต้องเวนคืนที่ดิน พร้อมกับการจัดรูปแปลงที่ดินใหม่ให้ใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้น ปัจจุบันมีโครงการแล้วในพื้นที่ 54 จังหวัด 71 โครงการ ก่อให้เกิดการพัฒนาที่ดิน 19,225 ไร่ คิดเป็นจำนวนแปลงที่ดินที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น 5,816 แปลง มูลค่าที่ดินเพิ่มขึ้นเป็นเงิน 50,039 ล้านบาท ถนนได้รับการพัฒนา เป็นระยะทาง 217 กิโลเมตร ซึ่งทำให้รัฐประหยัดงบประมาณเวนคืนที่ดิน กว่า 2,772 ล้านบาท สำหรับโครงการจัดรูปที่ดิน เพื่อพัฒนาพื้นที่จังหวัดน่าน ระยะที่ 2 ได้รับการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานและออกโฉนดที่ดินแปลงใหม่แล้วเสร็จ บนพื้นที่ 532 ไร่เศษ มีแปลงที่ดิน 185 แปลง เจ้าของที่ดิน 146 ราย ที่มีความพร้อมและยินดีเสียสละที่ดินให้กับโครงการ เพื่อให้ที่ดินได้รับการพัฒนาและมีระบบโครงข่ายคมนาคมที่สะดวก ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมืองได้จัดสรรงบประมาณเพื่อใช้ในการก่อสร้างถนน ตามผังเมืองรวมเมืองน่านภายในโครงการ เป็นเงินทั้งสิ้น 125 ล้านบาท และได้เปิดเป็นทางสาธารณะให้ประชาชนใช้สัญจรอย่างสะดวกและเข้าถึงที่ดินทุกแปลง ซึ่งนับว่าการจัดรูปที่ดิน ได้มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ถือเป็นประโยชน์กับจังหวัดน่านเป็นอย่างยิ่ง

      นางบุญจิรา เจริญศักดิ์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดน่าน กล่าวทิ้งท้าย โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่จังหวัดน่าน ถือเป็นโครงการตัวอย่างของการพัฒนาเมือง โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน เกิดเป็นผลสำเร็จอย่างสูง โดยโครงการะยะที่ ๑ ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประเภทรางวัลสัมฤทธิ์ผลประชาชนมีส่วนร่วมจากสำนักงาน ก.พ.ร. ประจำปี พ.ศ. 2562 และสามารถขยายผลจนได้รับรางวัลในประเภทเลื่องลือขยายผล ระดับดีเด่น ประจำาปี พ.ศ. 2567 กรมโยธาธิการและผังเมือง และ จังหวัดน่าน จึงจัดพิธีมอบโฉนดที่ดินและเปิดถนนโครงการจัดรูปที่ดิน เพื่อเปิดการใช้ถนนอย่างเป็นทางการ รวมทั้งเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์วิธีการพัฒนาเมืองด้วยการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย เพื่อให้เกิดการขยายผลในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

      “จัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ : พัฒนาพื้นที่ พัฒนาเมือง พัฒนาคุณภาพชีวิต”/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื้อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.ห้วยยาง โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ใขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ปีงบประมาณ 2568

      แชร์เนื้อหานี้

      วันที่ 25 มิ.ย. 2568 ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.นครินทร์
      สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบ ฯ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สก. ห้วยยาง อำเภอห้บสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

      มอบหมายให้ พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป สภ.ห้วยยาง ว่าที่ พ.ต.ท.กฤษฎา เหนี่ยวพึ่ง สวป.สภ.ห้วยยาง ตำรวจชดปฏิบัติการตำบลยั่งยืนฯ

      นายกิตติรัตน์ ส้มแป้น ปลัดฝ่ายทะเบียนอำเภอทับสะแก นายบุญช่วย โพธิ์ทอง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 บ้านไรใน นายทิวา สุขอวบอ่อง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 บ้านแสงทอง

      ต่าบลแสงอรุณ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุข ( อสม.)คณะกรรมการคุ้ม และ น.ส.ธาราพันธ์ มีแก้ว พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

      ได้ร่วมดำเนินการกิจกรรมบำบัดโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน จำนวนผู้กล้า/ผู้บำบัด ในโครงการจำนวน 34 คน รายละเอียด ดังนี้ 1.การตรวจปัสสาวะหาสาเสพติด ในผู้กล้า/ผู้บำบัด

      2.ร่วมกิจกรรมอาสาพัฒนาและนิทรรศการบำบัด โดยร่วมปลูกป่าด้วยการยิงเมล็ดพันธ์พืช เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ความเข้าใจ รักหวงแหน และปกปักรักษา ในทร้พยากรธรรมซาติ อันมีค่าของชาติ และมีความสมัครสมานสามัคคี ในทีมในหมู่คณะ

      3.อบรมให้ความรู้/ตักเตือน/เน้นย้ำ ให้ประพฤติตนในการ ลด/ละ/เล็ก ยาเสพติด เมื่อได้เข้าสู่โครงการนี้แล้วให้ได้มีผลเป็นรูปธรรมมากที่สุด และ ปลุกเร้า/ฝึก

      จิตใจ ให้จิตใจมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ในการต่อสู้กับยาเสพติด ด้วยตัวของตนเองอย่างเข้มแข็งต่อไป ณ อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก

      //////////////////
      ข่าว ณัฐธภพ พันสาย
      จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

      อำเภอทับสะแก เปิด “ยุทธการเมืองสามอ่าวล้างบางยาเสพติด”อำเภอทับสะแกจับผู้ต้องหา 5 ราย ดำเนินคดี 1 ราย อีก 4 ราย สู่กระบวนการบำบัด

      วันที่ 25 มิ.ย.68 ตามแนวทางขับเคลื่อนกรมการปกครอง ประจำปี 2568 ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ภายใต้ “ยุทธการเมืองสามอ่าวล้างบางยาเสพติด”อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้การอำนวยการของ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ /ผอ.ศอ.ปส.จ.ประจวบคีรีขันธ์ สั่งการให้นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก ผอ.ศป.ปส.อ.ทับสะแก

      มอบหมายให้ นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโสอำเภอทับสะแก นายฉัตรชัย ค้างาม ปลัดฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยสมาชิก อส.อ.ทับสะแกที่ 6 ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ ม.5 ต.ทับสะแก จากการตรวจสอบได้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจำนวน 5 ราย และมีการสมัครใจยินยอมเข้าสู่กระบวนการบำบัด รพ.ทับสะแก จำนวน 4 ราย และดำเนินคดี จำนวน 1 รายซึ่งพนักงานฝ่ายปกครองได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ถูกจับกุม ดังนี้

      1. จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยการจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย 2. เป็นผู้ขับขี่รถยนต์เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย 3. เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 6 เม็ด โดยได้บันทึกการจับกุมส่งพนักงานสอบสวนสภ.ทับสะแก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
        //////////////////////////
        ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิกาญจนบารมี จัดโครงการคัดกรองมะเร็งนรีเวชในสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาส เฉลิมพระเกียรติฯ

      แชร์เนื้อหานี้

      มูลนิธิกาญจนบารมี จัดหน่วยคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ และโครงการคัดกรองมะเร็งนรีเวชในสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาส เฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อค้นหาผู้ป่วย ให้ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านม และมะเร็งรีเวช

      ***เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 68 ที่สนามหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลคำเนียม ตำบลคำเนียม อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ นายทวีศักดิ์ ทรงอยู่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ (Mammogram) ในสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาส เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหา

      มงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 ก.ค. 67 ซึ่งโครงการดังกล่าว มูลนิธิกาญจนบารมี ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลคำเนียม จัดขึ้นเพื่อค้นหาคัดกรองผู้ป่วย ให้ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเล็งเต้านม และมะเล็งนรีเวช สร้างความตระหนักการคัดกรองตรวจเต้านมด้วยตนเอง และให้ประชาชนที่มี อายุ 40 ปี ขึ้นไป ได้รับการตรวจเต้านมจากบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้สามารถพบมะเร็งในระยะเริ่มต้น โดยมี นายนพนันท์ บุญคล้าย นายอำเภอกันทรารมย์ พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมเป็นเกียรติในพิธี

      ;

      ***นายวิจิตร บัวจูม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคำเนียม เปิดเผยว่า มะเร็งเต้านม และมะเร็งนรีเวช เป็นโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศหญิง มักเกิดกับผู้หญิงทีมอายุ 40 ปี ขึ้นไป หรือ ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม แต่ทั้งนี้พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การสูบบุหรี่ การดีมสุรา การรับประทานอาหารไขมันสูง

      และขาดการออกกําลังกาย ก็ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม ซึ่งโรคมะเร็งเต้านมสามารถป้องกันได้ ด้วยการออกกําลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 30 นาที ประมาณสัปดาห์ละ 3 ครั้งขึ้นไป ไม่บริโภคอาหารไขมันสูง นอกจากนีผู้หญิงทุกคนควรที่จะฝึกคล้าเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ

      ***โดยองค์การบริหารส่วนตําบลคําเนียม เล็งเห็นความสําคัญของการคัดกรอง การตรวจเต้านมด้วยตนเอง จึงได้จัดกิจกรรมคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ ในสตรีกลุ่มเสียงและด้อยโอกาส เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งโครงการจัดขึ้น ระหว่าง วันที่ 25-26 มิถุนายน 2568 โดยมีประชาชนน เพศหญิงเข้ารับบริการ จำนวน 670 คน
      ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เฮง เฮง รับซื้อ หรือ เช่าอสังหาริมทรัพย์ทุกชนิด ชลบุรี

      แชร์เนื้อหานี้

      วันที่ 23 มิถุนายน 2568เฮง เฮง พร็อพเพอร์ตี้นาย ภูวดล พุทธ์เทศน์ ( เฮงกรรมการผู้จัดการบริษัทฝากขาย – ซื้อหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์ทุกชนิด

      นางสาว นทัยวรรณ ถิ่นถาวรซื้อทาวน์เฮ้าส์สองชั้น พฤกษาวิลล์ 74 บางพระ
      392/41 ม.10 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จะ.ชลบุรี

      สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาศรีราชา เสี่ย เฮงๆ จัดให้ท่านใดสนใจอยากได้บ้านมือสองบ้านสวยๆ ( แถวศรีราชา ) เสี่ย ( เฮง เฮง ) มีทีมงานครบวงจรสนใจ

      ติดต่อเบอร์โทรนี้ได้ – 0917432784
      – 0813291222
      ( เฮง เฮง )

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีปิดโครงการอบรมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพนักเรียนผู้สูงอายุ เทศบาลเมืองชุมพร รุ่นที่ 9 และมอบประกาศนียบัตรนักเรียนผู้สูงอายุ

      แชร์เนื้อหานี้

      วันนี้ (23 มิ.ย. 68) เวลา 10.00น. ณ ห้องทับทิม โรงแรมชุมพรการ์เด้นส์ นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีปิดโครงการอบรมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพนักเรียนผู้สูงอายุ เทศบาลเมืองชุมพร รุ่นที่ 9 และพิธีมอบประกาศนียบัตรนักเรียนผู้สูงอายุ เทศบาลเมืองชุมพร ร่วมด้วย

      นายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร นายวิบูลย์ศักดิ์ โพธิ์ธารส รองนายกเทศมนตรีฯ นายณัฐวัฒน์ โชติกสถิตย์ ประธานสภาเทศบาลเมืองชุมพร พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาลฯ นายสุพจน์ บุปผา ปลัดเทศบาลเมืองชุมพร นายเจริญ โพธิ์ศรีทอง รองปลัดเทศบาลฯ นายสายันย์ หัสรินทร์ รองปลัดเทศบาลฯ และหัวหน้าส่วนการงาน ร่วมเป็นเกียรติใน

      นางวรางคณา สรรเสริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนผู้สูงอายุ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการ เพื่ออบรมส่งเสริมฟื้นฟูและพัฒนาสุขภาพกาย จิตใจ สังคมเศรษฐกิจและรายได้ ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้เรียนรู้ พัฒนาทักษะในการดูแลตนเอง ซึ่งจะนำไปสู่การเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี คงความแข็ง

      แรงไว้ให้นานที่สุด โดยหลักการดำเนินการ อยู่บนพื้นฐานแนวคิดที่ว่า ผู้สูงอายุมีคุณค่า มีศักยภาพและมีศักดิ์ศรี ควรได้รับการส่งเสริม สนับสนุนให้มีส่วนร่วมทำประโยชน์ให้สังคม และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแก่ผู้สูงอายุ โดยเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของผู้สูงอายุและสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตปัจจุบัน ส่งผลให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า มีศักดิ์ศรี มีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

      ในการอบรมครั้งนี้ ใช้งบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลเมืองชุมพร มีนักเรียนผู้สูงอายุเข้าร่วมรับการอบรมจำนวน 230 คน และมีจิตอาสาร่วมเป็นคณะทำงานขับเคลื่อนโรงเรียน จำนวน 25 คน ระยะเวลาการอบรม 3 เดือน ทุกวันพฤหัสบดี หลักสูตรการอบรม เรียนรู้การส่งเสริม ฟื้นฟูและพัฒนาสุขภาพกาย จิตใจ สังคมเศรษฐกิจและการส่งเสริมรายได้ การบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เพิ่มทักษะชีวิตแก่ผู้สูงอายุ ตลอดจนการเป็นคลังปัญญาให้ลูกหลาน

      ด้านนายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร กล่าวว่า โครงการอบรมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพนักเรียนผู้สูงอายุ เทศบาลเมืองชุมพร เป็นการเตรียมการรองรับสถานการณ์และสังคมผู้สูงอายุ ของประชากรในเขตเทศบาลเมืองชุมพร โดยการส่งเสริมความรู้และเรียนรู้การเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี เรียนรู้และพัฒนาทักษะในการดูแลตนเอง จะนำไปสู่การเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินงานดูแลคุณภาพชีวิตของประชากรในเขตของเทศบาลเมืองชุมพร

      ได้มีการดึงภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ เข้ามามีส่วนร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมสร้าง ร่วมดำเนินงานในการดูแลส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้สูงอายุ และใช้ชุมชนเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการ ยึดหลักแนวคิดทำให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีคุณค่า เข้าสู่วัยชราอย่างมีคุณภาพ มีศักดิ์ศรี และส่งต่อภูมิปัญญาสืบสานประเพณีวัฒนธรรมให้ลูกหลานต่อไป

      และผมขอชื่นชมจิตอาสาร่วมเป็นคณะทำงานขับเคลื่อนโรงเรียนผู้สูงอายุ จำนวน 25 คน ที่เสียสละเวลาและกำลังกายในการดำเนินงานโรงเรียนผู้สูงอายุของเทศบาลเมืองชุมพร ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่านักเรียนผู้สูงอายุทุกท่านในที่นี้ จะได้รับประโยชน์จากการมาเป็นนักเรียนผู้สูงอายุของเทศบาลเมืองชุมพรในครั้งนี้

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เสน่ห์กาแฟน่าน Charming Nan Coffee” ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัดอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน

      แชร์เนื้อหานี้

      นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ #ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “เสน่ห์กาแฟน่าน Charming Nan Coffee” ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน โดยมีเครือข่ายและผู้ประกอบการกาแฟ มาร่วมออกร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟ และมีภาคส่วนราชการ และประชาชนทั่วไป ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรม เมื่อวันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน 2568 เวลา 17.00 น. ณ ข่วงเมืองน่าน (ข่วงน้อย) จังหวัดน่าน

      นางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน กล่าวว่า #สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน ได้จัดงาน “งานเสน่ห์กาแฟน่าน Charming Nan Coffee” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้โครงการ ท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างสรรค์ มูลค่าสูง สู่การพัฒนากาแฟน่าน เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเสน่ห์ของกาแฟคุณภาพจากผืนดินน่าน

      และขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัดอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน ซึ่ง กาแฟน่าน ขณะนี้ เป็นที่ยอมรับในด้านคุณภาพ ทั้งรสชาติและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ กาแฟจากน่านสามารถคว้ารางวัลจากเวทีต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้เป็นที่ต้องการอย่างสูงในตลาด ทั้งในและต่างประเทศ

      #จังหวัดน่าน ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนากาแฟในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการเพาะปลูก การตลาด ตลอดจนการเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ซึ่งโครงการนี้ ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากจังหวัดน่าน และดำเนินการโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมศักยภาพของชุมชน พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวสายกาแฟ และสร้างรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

      โดยก่อนหน้านี้ โครงการฯ ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อวางรากฐานและประชาสัมพันธ์เส้นทางกาแฟของจังหวัดน่าน ได้แก่ การจัด Workshop การจัดกิจกรรม Blogger Fam Trip การรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นของแหล่งกาแฟ และการจัดทำคู่มือเส้นทางท่องเที่ยวกาแฟ เพื่อสร้างความเข้าใจและเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับวิถีชีวิตของชาวน่านอย่างแท้จริง

      สำหรับ “งานเสน่ห์กาแฟน่าน” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–21มิถุนายน 2568 โดยภายในงานพบกับกิจกรรมมากมาย อาทิ บูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากกาแฟ เมล็ดกาแฟคุณภาพ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกาแฟ และสินค้า OTOP การสาธิตและ

      Workshop การชงกาแฟ โดยผู้เชี่ยวชาญ การแสดงดนตรีเพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนความตั้งใจของจังหวัดน่าน ในการผลักดันกาแฟให้เป็นมากกว่าสินค้าเกษตร แต่คือเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในอนาคต/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน