คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสังคม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ศรีสะเกษ” นอภ.วังหิน ชวนเที่ยวชมงาน “เทศกาลหอมแดงบ้านขุมคำ” ครั้งที่ 39 ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้สู่ชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569 ที่บริเวณวัดบ้านขุมคำ ต.บุสูง อ.วังหิน จ.ศรีสะเกษ นายลิขิต สุขเยาว์ นายอำเภอวังหิน เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมและแถลงข่าวเตรียมจัดงาน “เทศกาลหอมแดง ครั้งที่ 39 ประจำปี 2569 โดยมี นายรักชาติ ฤทธิ์เดช นายกเทศมนตรีตำบลบุสูง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงและชาวบ้านในพื้นที่ให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรมด้วย

นายลิขิต สุขเยาว์ นายอำเภอวังหิน กล่าวว่า จ.ศรีสะเกษ เป็นแหล่งเพาะปลูกหอมแดงขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่เพาะปลูกมากกว่าร้อยละ 70 ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งภาค โดยเฉพาะ อ.วังหิน ถือว่าเป็นแหล่งผลิตหอมแดงที่มีคุณภาพ จำหน่ายทั้งภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ พื้นที่เพาะปลูกประมาณ 1,300 ไร่ ผลผลิตในแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 3,900 ตัน โดย หอมแดง อ.วังหิน มีลักษณะเด่น คือ “ใหญ่ แห้ง แดง มัน และคอเล็ก” เก็บไว้บริโภคได้นานสำหรับ ต.บุสูง มีพื้นที่การเพาะปลูกหอมแดง ประมาณ 200 ไร่ ผลผลิตในแต่ละปี ไม่ต่ำกว่า 600 ตัน

สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร เฉลี่ยปีละประมาณ 12 ล้านบาท ซึ่งราคาหอมแดงในแต่ละปี ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยกลไกตลาดและคุณภาพของหอมแดง หอมแดงเป็นพืชที่เจริญงอกงามและชอบสภาพอากาศที่หนาวเย็น ปีนี้สภาพอากาศค่อนข้างเย็น ทำให้การปลูกหอมแดงได้ผลผลิตดี และราคาค่อนข้างดีพอสมควร ส่วนใหญ่พ่อค้า จะมาติดต่อซื้อขายกับเกษตรกรผู้ปลูกโดยตรงแต่ถึงอย่างไร จ.ศรีสะเกษ ได้กำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาราคาทอมแดง โดยการแต่งตั้งคณะทำงานในการส่งเสริมและพัฒนาผลผลิต ดำเนินการจดทะเบียนผู้ปลูกหอมแดง ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มและรณรงค์ให้เกษตรกรผลิตหอมแดงให้ได้คุณภาพ รวมทั้งได้จัดงานเทศกาลหอมแดง เพื่อประชาสัมพันธ์ผลผลิต ดังกล่าว

ด้าน นายรักชาติ ฤทธิ์เดช นายกเทศมนตรีตำบลบุสูง กล่าวว่า การจัดงานเทศกาลหอมแดง ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งปีนี้เป็นครั้งที่ 39 โดยกำหนดจัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 26-28 ก.พ. 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลผลิตหอมแดงและสร้างการตลาด โดยภายในงานมีกิจกรรมประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ การออกร้าน การจำหน่ายสินค้า ของส่วนราชการ เอกชนและเกษตรกรจากหมู่บ้านชุมชนต่างๆ มีการจัดประกวดผลผลิตทางการเกษตร ได้แก่ การจัดประกวดหอมแดง กระเทียม พริก มะเขือ และแตงกวา การประกวดการจัดซุ้มหอมแดง และการประกวดธิดาน้อยหอมแดง เป็นต้น จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและพี่น้องประชาชนทั่วไป ร่วมเที่ยวชมงานได้ในวันและเวลาดังกล่าว.

ภาพ/ข่าว วนิดา/ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อร้ฐนิวส์ / จัดงานมหกรรมเปิดโลกงานอาชีพ “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ”(The 4th Nan Youth: Creative Works, Sustaining Careers) 24 – 25 กพ. 2569 ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน จ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

การจัดงานมหกรรมเปิดโลกงานอาชีพ “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ”
(The 4th Nan Youth: Creative Works, Sustaining Careers)
โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน
ในระหว่างวันที่ 24 – 25 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2 และชมรมโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน

กำหนดจัดงานมหกรรมเปิดโลกงานอาชีพนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ ปี 4” (The 4th Nan Youth : Creative Works, Sustaining Careers) ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๘ ภายใต้โครงการนักธุรกิจน้อยมีคุณธรรม นำสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์คนดี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในระหว่างวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ ส่งเสริม สนับสนุนงานอาชีพ และเสริมสร้างศักยภาพและเตรียมความพร้อมสู่โลกอาชีพในศตวรรษที่ 21

ผ่านกิจกรรมการเสริมสร้างทักษะอาชีพที่จำเป็นแห่งอนาคต (Future Skills) และการมีรายได้ระหว่างเรียน (Learn to Earn) ของนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน ซึ่งรูปแบบของการจัดงานจะมีการออกร้านจำหน่ายผลงานผลิตภัณฑ์ สินค้า งานฝีมือ และบริการที่เป็นผลผลิตจากงานฝีมือของนักเรียน รวมถึงจัดให้มีการแสดงศิลปวัฒนธรรม ประเพณีของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในจังหวัดน่าน โดยนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน รวมไปถึงผู้สนใจเข้าร่วมงาน จำนวน 64 โรงเรียน เพื่อสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงงานอาชีพในสถานศึกษาสู่ตลาดชุมชน
และเพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้ที่สามารถพัฒนาสินค้าและอาชีพในท้องถิ่น มีทักษะอาชีพ มีความรู้ในการบริหารจัดการด้านการผลิตสินค้า การจำหน่ายสินค้าและการบริการ รวมทั้งเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะงานอาชีพที่สนองตอบความต้องการของผู้เรียน มีประสบการณ์ตรงในการสร้างสรรค์ผลงานผลิตภัณฑ์งานอาชีพ

เตรียมพบกับมหกรรมความเก่งที่ใหญ่ที่สุดของเด็กน่าน! กับงาน “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ” ครั้งที่ 4 (The 4th Nan Youth: Creative Works, Sustaining Careers) เวทีปล่อยของที่เปลี่ยนห้องเรียนให้เป็นตลาดนัดสุดคูล! งานนี้ไม่ได้มีแค่ขายของ แต่คือการโชว์ศักยภาพ Future Skills และ Learn to Earn ที่เด็กน่านทำได้จริง หาเงินได้จริง!การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฝีมือของนักเรียน ซึ่งแบ่งเป็นหลายประเภทมากครับ เช่นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม : มีทั้งกาแฟสด ชา น้ำผลไม้ ขนมเบเกอรี่ ไอศกรีม และอาหารพื้นเมืองแปรรูปต่าง ๆกลุ่มงานฝีมือ : ผ้าปัก เครื่องประดับ งานไม้ ของที่ระลึก และงานศิลปะวาดภาพ
กลุ่มพืชผลทางการเกษตร : ผักผลไม้สดๆ จากโรงเรียนบนไฮไลท์คือ “บูธสินค้า” ปีนี้เรามีโรงเรียนขยายโอกาสฯ เข้าร่วมกว่า 64 โรงเรียน สินค้ามีความหลากหลาย ขอแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ให้เห็นภาพดังนี้

กลุ่มแรก สายกินห้ามพลาด:คอกาแฟ ต้องแวะไปชิม กาแฟสด ชา และน้ำผลไม้ ฝีมือน้อง ๆ จาก โรงเรียนบ้านน้ำงาว และ โรงเรียนบ้านน้ำโค้ง ครับถ้าชอบเบเกอรี่ ขนมปังและไอศกรีม ต้องไปที่บูธ โรงเรียนบ้านตอง และ โรงเรียนบ้านห้วยมอญส่วนอาหารแปรรูปและสมุนไพร ก็มีจาก โรงเรียนบ้านทุ่งน้อย และ โรงเรียนบ้านบ่อหอย ครับกลุ่มที่สอง สายงานฝีมือและของที่ระลึก:เรามี งานไม้แปรรูป สวยๆ จาก โรงเรียนบ้านท่ามงคล และ โรงเรียนไตรราษฎร์สามัคคีงานผ้าพื้นเมือง เสื้อผ้า เครื่องประดับ และผ้าปัก ฝีมือละเอียดจาก โรงเรียนบ้านทุ่งน้อย และ โรงเรียนบ้านห้วยละเบ้ายาหรือจะเป็น งานศิลปะภาพวาด จาก โรงเรียนบ้านแม่ขะนิง ก็มีความสวย งดงามมากกลุ่มที่สาม ผลผลิต

ทางการเกษตร:มี พืช ผัก ผลไม้สดๆ ปลอดสารพิษ จากหลายโรงเรียน เช่น โรงเรียนบ้านศรีนาม่าน และ โรงเรียนบ้านร่มเกล้า จากบนดอยมาจำหน่ายโอ้โห! ครบทั้งของกิน ของใช้ งานศิลปะ ครบเลย ชวน ชม ชิม ช้อป แช้ะ กันเลยชวนนุ่งผ้าเมือง แต่งชุดพื้นถิ่น มาเดินกาด ถ่ายรูปสวย ๆ ชมกาดละอ่อนน่าน
มาช่วยกันอุดหนุน เป็นกำลังใจให้เด็กน่าน ได้ฝึกทักษะอาชีพ (Learn to Earn) และสร้างรายได้ระหว่างเรียนกันเยอะๆ ปักหมุด: 24 -25 กุมภาพันธ์ 2569 | เวลา 09.00 – 20.00 น. 📍
พิกัด: ข่วงเมืองน่าน และข่วงน้อยกาดละอ่อนน่าน #NanYouthMarket #น่านเนิบๆ #เที่ยวเมืองน่าน #SupportNanKids เด็กดอยปล่อยของSoftPowerNanกำหนดการจัดงานมหกรรมเปิดโลกงานอาชีพ “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ”
(The 4th Nan Youth: Creative Works, Sustaining Careers)
โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน
ในระหว่างวันที่ 24 – 25 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

วัน เดือน ปีกิจกรรมวนที่ 24 กุมภาพันธ์ 256908.00 – 09.00 น.
ลงทะเบียนสถานศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม09.00 – 12.00 น.
สถานศึกษาจัดกิจกรรมจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการ (บริเวณข่วงเมืองน่านและข่วงน้อย) กิจกรรมแสดงความสามารถบนเวทีของนักเรียน ที่เข้าร่วมกิจกรรมดังนี้เวลา 10.00 น. การแสดงชุด “Nan The Heart Of Thailand” โรงเรียนบ้านทุ่งน้อยเวลา 10.20 น. การแสดง วงดนตรีลูกทุ่ง “ช่อนางแลว” โรงเรียนป่าแลวหลวงวิทยาเวลา 11.00 น. การแสดง วงดนตรีสากล “วงไกยี” โรงเรียนบ้านหาดเค็ด12.00 – 13.00 น.พักรับประทานอาหารกลางวัน13.00 – 16.30 น.สถานศึกษาจัดกิจกรรมจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการ (บริเวณข่วงเมืองน่านและข่วงน้อย) กิจกรรมแสดงความสามารถบนเวทีของนักเรียนในโรงเรียนต่าง ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม ดังนี้เวลา 14.00 น. การแสดงชุด “ฟ้อนแง้น” โรงเรียนบ้านไชยสถานเวลา 14.30 น. การแสดงชุด “วิถีชีวิตชนเผ่า” โรงเรียนบ้านสองแควเวลา 15.00 น. การแสดงดนตรีโพล์คซอง “วง SK Band” โรงเรียนบ้านสองแคว

เวลา 15.30 น. การแสดงชุด “สุนทรีถิ่นลั๊วะ” โรงเรียนบ้านน้ำช้างพัฒนา16.30 – 20.00 น.มหกรรมเปิดโลกงานอาชีพ “กาดละอ่อนน่าน สร้างสรรค์ผลงาน สานต่ออาชีพ” (The 4th Nan Youth: Creative Works, Sustaining Careers) โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่าน รายละเอียดดังนี้
เวลา 16.30 น. – ประธานในพิธีเดินทางมาถึงยังบริเวณงาน และเยี่ยมชมบูธนิทรรศการของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจังหวัดน่านเวลา 18.00 น.-เคารพธงชาติ พิธีไว้อาลัย แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง (สมเด็จพระพันปีหลวง)การแสดงชุดที่ 1 “นันทบุรีศรีนครา มนตรากระซิบรัก ฮักเมืองน่าน”ประกอบด้วยเพลงโหมโรงวงซิมโฟนี เครื่องสาย (โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา)ฟ้อนล่องน่าน ประกอบการบรรเลงเพลง ซอล่องน่านออเคสตร้าร่วมสมัย (โรงเรียนราชานุบาล และโรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา)การแสดงประกอบการบรรเลงเพลง ภาพม่านกระซิบรัก(โรงเรียนน่านปัญญานุกูล และโรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา)การบรรเลงเพลง นันทบุรีศรีนครน่าน วงซิมโฟนีเครื่องสาย(โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา)เวลา 18.15 น. – กล่าวต้อนรับ

โดย นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านกล่าวรายงาน โดย ดร.วิเชียร วาพัดไทยผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา น่านเขต 1- กล่าวเปิด โดย ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดีเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นประธานในพิธี “ลั่นฆ้อง 3 ครั้ง”พร้อมด้วย “ตีกลองปูจา” เพื่อความเป็นสิริมงคลโดย โรงเรียนสามัคคีวิทยาคาร(เทศบาลบ้านพระเนตร)เวลา 18.30 น. – มอบเกียรติบัตรและของที่ระลึกแก่ผู้สนับสนุน และทีมการแสดงเวลา 19.00 น. – ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นผู้แทนมอบของที่ระลึกให้ท่านประธานในพิธีการบันทึก

ภาพลำดับที่ 1 แขกผู้มีเกียรติทุกท่านลำดับที่ 2 โรงเรียนบูธที่ 1 – 16ลำดับที่ 3 โรงเรียนบูธที่ 17 – 32ลำดับที่ 4 โรงเรียนบูธที่ 33 – 48ลำดับที่ 5 โรงเรียนบูธที่ 49 – 64(โดยทุกบูธนำเกียรติบัตรขึ้นเวทีพร้อมถ่ายภาพ)เวลา 19.30 น. – การแสดงชื่อชุด “นาฏยคีตกวี” ฟ้อนซอของดีเมืองน่าน(โรงเรียนบ้านน้ำโค้ง)เสร็จสิ้นพิธีการวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 256908.00 – 12.00 น.สถานศึกษาจัดกิจกรรมจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการ (บริเวณข่วงเมืองน่านและข่วงน้อย)กิจกรรมแสดงความสามารถบนเวทีของนักเรียน ที่เข้าร่วมกิจกรรมดังนี้เวลา 09.30 น. – การแสดงชุด “รำถาด” โรงเรียนบ้านห้วยละเบ้ายาเวลา 10.00 น. – การแสดงชุด “รักสองแผ่นดิน” โรงเรียนบ้านศรีนาม่าน/ภาพข่าว/ทีมปชส.คณะทำงาน/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต้อนรับตรุษจีน มอบของที่ระลึกส่งต่อคำอวยพรต้อนรับปีใหม่จีนอย่างอบอุ่น

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จัดกิจกรรมต้อนรับผู้โดยสารเนื่องในโอกาสเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2569 เพื่อส่งมอบความสุข ความอบอุ่นและสร้างความประทับใจแก่ผู้โดยสารชาวจีนที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย

โดยมี นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) และ นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยผู้

บริหาร ทสภ. ร่วมให้การต้อนรับและมอบของที่ระลึก พร้อมคำอวยพรต้อนรับปีใหม่จีนแก่ผู้โดยสาร บริเวณซุ้มถ่ายภาพกิจกรรมตรุษจีนที่สายพานรับกระเป๋าหมายเลข 11 – 12 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร ทสภ.

พร้อมกันนี้ยังได้จัดการแสดงชุด “มิตรภาพไทย – จีน” เพื่อสร้างสีสันและบรรยากาศอันเป็นสิริมงคล สร้างความประทับใจแก่ผู้โดยสารตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินทางถึงประเทศไทย และตอกย้ำความตั้งใจของ ทสภ.ในการมอบประสบการณ์ต้อนรับที่น่าจดจำในเทศกาลสำคัญ

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2569 ระหว่าง วันที่ 13 – 22 กุมภาพันธ์ 2569 AOT ได้คาดการณ์ปริมาณการจราจรทางอากาศ ณ ทสภ. โดยคาดว่าจะมีเที่ยวบินรวมทั้งสิ้น 11,374 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 8,546 เที่ยวบิน เฉลี่ย 855 เที่ยวบินต่อวัน และเที่ยวบินภายในประเทศ 2,828 เที่ยวบิน เฉลี่ย 283 เที่ยวบินต่อวัน

เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 4.3 และมีผู้โดยสารเดินทางประมาณ 1,971,050 คน แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศประมาณ 1,620,957 คน

และผู้โดยสารภายในประเทศประมาณ 350,093 คน เฉลี่ยวันละ197,105 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 สำหรับเส้นทางการบินจากสาธารณรัฐประชาชนจีน คาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางประมาณ 444,255 คนเฉลี่ยวันละ 44,426 คน

เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 24.2 และมีเที่ยวบินประมาณ 2,889 เที่ยวบินเฉลี่ยวันละ 289 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.5 นอกจากนี้ ยังมีสายการบินขอเพิ่มเที่ยวบินพิเศษและเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Extra & Charter Flight)

รวมจำนวน 362 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวบินภายในประเทศ 123 เที่ยวบิน และเที่ยวบินระหว่างประเทศ 239 เที่ยวบิน สะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของการเดินทางทางอากาศ และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

ด้าน นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า ในส่วนของการเตรียมความพร้อมรองรับผู้โดยสารในช่วงเทศกาลตรุษจีน ทสภ. ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ในการเดินทาง โดย ทสภ.

ได้จัดอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในจุดต่างๆ ให้เพียงพอ อาทิ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พนักงานให้บริการรถเข็นกระเป๋า เจ้าหน้าที่ทำความสะอาด

เจ้าหน้าที่จุดตรวจค้นสัมภาระ เจ้าหน้าที่ Airport Ambassador ประสานผู้ให้บริการภาคพื้นเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร และอุปกรณ์ในการให้บริการให้เพียงพอในช่วงชั่วโมงคับคั่ง(Peak Hour)

รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ล่ามภาษาจีนคอยให้ความช่วยเหลือและให้คำแนะนำผู้โดยสารในด้านต่างๆอย่างใกล้ชิดรวมถึงประสานผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหารจัดทำข้อความภาษาจีน

เพื่ออำนวยความสะดวก แก่ผู้โดยสารชาวจีน ทสภ. ยืนยันความพร้อมในการยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยและการให้บริการอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกพัทยาเปิดเวที Tantrarak Show แสดงศักยภาพนักเรียนตันตรารักษ์

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา โรงเรียนตันตรารักษ์ จัดกิจกรรมการแสดงความสามารถของนักเรียน ภายใต้ชื่อ “Tantrarak Show” เพื่อเปิดเวทีให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม ดนตรี และทักษะทางภาษา ต่อสาธารณชนและนักท่องเที่ยว ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมี ดร.ทรงฤทธิ์ ระดมจินดา ผู้อำนวยการโรงเรียนตันตรารักษ์ พร้อมด้วย คณะครู ผู้ปกครองและนักเรียน เข้าร่วม

สำหร้บการแสดงผสมผสานศิลปะและทักษะรอบด้าน เป็นกิจกรรมครั้งนี้รวบรวมการแสดงที่หลากหลาย ท่ามกลางความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินชมภายในศูนย์การค้า ซึ่งไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ สืบสานศิลปวัฒนธรรม การแสดงเชิดสิงโตและระบำจีน เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ถ่ายทอดความอ่อนช้อย ความพร้อมเพรียง และความสามัคคีของนักเรียนได้อย่างงดงาม

ทักษะด้านสันทนาการและกีฬา การแสดงเชียร์ลีดเดอร์จากนักเรียนระดับชั้นอนุบาลและประถมศึกษา สร้างความประทับใจด้วยความสดใส คล่องแคล่ว และความมั่นใจบนเวที และอัจฉริยภาพทางดนตรีการแสดงเมโลเดียนจากนักเรียนระดับชั้นอนุบาล แสดงให้เห็นถึงการส่งเสริมพัฒนาการด้านสมาธิ ประสาทสัมผัส และพื้นฐานดนตรีตั้งแต่วัยเยาว์

และในช่วงท้ายของงาน นักเรียนได้ร่วมกันกล่าวคำอวยพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีน และกล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติเป็นภาษาจีน ทั้งนี้กิจกรรม “Tantrarak Show” ไม่เพียงเป็นเวทีการแสดงความสามารถเท่านั้น แต่ยังเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ช่วยเสริมสร้างความกล้าแสดงออก ความเชื่อมั่นในตนเอง และพัฒนาบุคลิกภาพของนักเรียน เพื่อเติบโตเป็นเยาวชนคุณภาพของเมืองพัทยาและสังคมในอนาคตต่อไป

ดร.ทรงฤทธิ์ ระดมจินดา ผู้อำนวยการโรงเรียนตันตรารักษ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า เนื่องด้วยช่วงนี้ทางห้างเซ็นทรัลพัทยามีการจัดงานเนื่องในเทศกาลตรุษจีน ทางโรงเรียนตันตรารักษ์มีนักเรียนที่มีความสามารถด้านภาษาจีน โดยนักเรียนของเรามีการพูดภาษาจีนเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ซึ่งในกิจกรรมมีการแสดงภาษจีนต่างๆ มากมาย และถือเป็นโอกาสดีที่ทางห้างเซ็นทรัลพัทยาได้ให้โรงเรียนตันตรารักษ์ได้นำนักเรียนมาแสดงสามารถในครั้งนี้

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกรัฐมนตรีและภริยาสวมชุดไทย เปิดงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ครั้งที่ 38 ปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 14 ก.พ. ที่อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และน.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา เป็นประธานเปิด งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 ที่เวทีกลาง

ภายในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ พร้อมด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช. คมนาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผวจ.ลพบุรี พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมงานฯ

โดยจุดแรกที่บริเวณลานหน้าศาลพระกาฬ ปรางสามยอด นายกฯ และคณะ นั่งชมขบวนแห่ประวัติศาสตร์งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จากนั้น นายกฯและคณะ ได้สักการะศาลพระกาฬ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ จ.ลพบุรี เพื่อความสิริมงคล
จากนั้นนายกฯ และคณะเดินเยี่ยมชมบูธของทุกอำเภอ

และนายเจตพง์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอบ้านหมี่ พร้อมนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ได้เชิญชวนสื่อมวลชนแวะชมของดีอำเภอบ้านหมี่ อำเภอท่าหลวง ซึ้งมีของพื้นบ้านท้องถิ่นแต่ละอำเภอมาโชว์ให้ได้ชม รวมถึงแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของอำเภอบ้านหมี่ และอำเภอท่าหลวง ทั้งสองอำเภอมีแหล่งเรียนรู้หลายๆอย่างไม่แพ้กันเลย

จากนั้นนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได่กล่าวรายงาน ถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานฯ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช อนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์โดยเน้นการแต่งกายชุดไทยย้อนยุค

วัตถุประสงค์และรายละเอียดสำคัญ. เทิดพระเกียรติ: เชิดชูพระเกียรติคุณสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ผู้ทรงวางรากฐานความเจริญรุ่งเรืองให้เมืองลพบุรี น้อมรำลึกฯ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้ธีม “อัตลักษณ์ละโว้ธานี เทิดสดุดีพระนารายณ์มหาราช พระพันปีหลวงปวงไทย” ส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดลพบุรีและอนุรักษ์วิถีไทยผ่านการแต่งชุดไทยดั้งเดิม ปรับรูปแบบให้เหมาะสม เนื่องด้วยเป็นช่วงบรรยากาศแห่งความอาลัย จึงเน้นความสำรวม

สมพระเกียรติ ลดความรื่นเริงและแสงสีเสียงไฮไลท์กิจกรรม มีการจัดขบวนพาเหรดชุดไทยดั้งเดิม การออกร้านย้อนยุค และการแสดงประวัติศาสตร์ งานจัดขึ้น 10 วัน 10 คืน โดยเชิญชวนประชาชนร่วม “นุ่งโจง ห่มสไบ แต่งไทย ทั้งเมือง”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และน.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา เป็นประธานเปิด งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 ถ่ายภาพหมู่ร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานที่มาต้อนรับและร่วมงานฯ

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กปภ. เปิดโครงการ “น้ำดื่มสะอาด Mini Station” ที่โชคชัย โคราช เดินหน้าขยาย 54 สาขาทั่วประเทศ

แชร์เนื้อหานี้

นครราชสีมา – วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) จัดพิธีเปิดโครงการ “น้ำดื่มสะอาด Mini Station” ณ องค์การบริหารส่วนตำบลโชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี

ในงานมี นายกิติทัศ เรืองดิษฐ ผู้ช่วยผู้ว่าการ (บริหารองค์กร) การประปาส่วนภูมิภาค, นายภาษิต พันลำ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการประปาส่วนภูมิภาคเขต 2 (ฝ่ายวิชาการ), นางชฎาพร ดีสวัสดิ์ ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาโชคชัย, นายอำเภอโชคชัย รวมถึงผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายกิติทัศ เรืองดิษฐ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวดำเนินตามนโยบายกระทรวงมหาดไทย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำดื่มสะอาด ราคาประหยัด ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน โดยในปี 2567 กปภ. เปิดให้บริการแล้ว 10 แห่ง ปี 2568 เพิ่มอีก 4 แห่ง และปี 2569 เปิดเพิ่ม 36 แห่ง รวมทั้งสิ้น 54 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับ Mini Station ใช้เทคโนโลยีกรองน้ำระบบ RO และฆ่าเชื้อด้วยแสง UV สามารถผลิตน้ำดื่มได้ถึง 2,000 ลิตรต่อชั่วโมง ได้มาตรฐานสากล ปัจจุบันมียอดให้บริการน้ำดื่มสะอาดสะสมกว่า 1.6 ล้านลิตร หรือเทียบเท่าน้ำดื่มบรรจุขวดขนาด 600 มิลลิลิตร กว่า 2.6 ล้านขวด

นางชฎาพร ดีสวัสดิ์ ผู้จัดการ การประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า โครงการน้ำดื่มสะอาดเป็นความร่วมมือของกระทรวงมหาดไทยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำสะอาดของประชาชน โดยเปิดให้บริการน้ำดื่มฟรี วันละ 20 ลิตรต่อคน โดยขณะนี้ยังไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดโครงการ ประชาชนสามารถมารับน้ำได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ระบบผลิตน้ำมีกำลังการให้บริการประมาณ 2,000 ลิตรต่อชั่วโมง สามารถรองรับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเพียงพอ น้ำที่ให้บริการเป็นระบบกรองแบบอาร์โอ (RO) และผ่านการฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตราไวโอเลต (UV) มั่นใจได้ว่าสะอาดและปลอดภัย สามารถดื่มได้ทันที

ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญที่ภาครัฐสนับสนุนให้ประชาชนได้เข้าถึงน้ำสะอาดฟรีอย่างทั่วถึง จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาใช้บริการได้ตลอดเวลา เพื่อประโยชน์ด้านสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงโครงการน้ำดื่มสะอาดว่า ภายหลังได้ทดลองดื่มแล้วพบว่ามีรสชาติดี สะอาด และมีคุณภาพ โดยการประปาส่วนภูมิภาคเป็นเจ้าภาพดำเนินการ ผ่านการตรวจสอบและพิสูจน์คุณภาพเรียบร้อย และมีแผนขยายโครงการครอบคลุมทั่วประเทศภายในปี 2570 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยเฉพาะครัวเรือนที่ต้องซื้อน้ำดื่มเป็นประจำ ส่วนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล การประปานครหลวงได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ยืนยันว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ กปภ. ตั้งเป้าขยายสถานีผลิตน้ำดื่มสะอาดให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพบกจับมือกลุ่มทุนปรัชญาฯ ลงพื้นที่บึงกาฬ ขับเคลื่อนหมู่บ้านเข้มแข็งชายแดน มอบทุน 15 ทุน หนุนพัฒนาอย่างยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้แทนจาก กองทัพบก ร่วมกับกลุ่มทุนปรัชญาเพื่อความมั่นคง และหน่วยงานภาครัฐ–เอกชนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ลงพื้นที่ติดตามและขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดนไทย–ลาว ควบคู่จัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนในพื้นที่

ช่วงเช้า คณะได้ประชุมหารือ ณ ห้องประชุม ศปก.ตม.บึงกาฬ โดยมี พ.อ. วาริส ทรวงโพธิ์ หน.สนผ.ฝกร.ศปก.ทบ. เป็นประธานการประชุม มีผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วม

รวมถึงผู้แทนหอการค้าจากแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว และสื่อมวลชน เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการ “People to People Connectivity” มุ่งสร้างความสัมพันธ์ระดับประชาชนต่อประชาชน เสริมความเข้มแข็งของชุมชนชายแดนในมิติเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง

จากนั้นคณะได้เดินทางไปยัง โรงเรียนบ้านห้วยเชื่อมเหนือ ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จัดกิจกรรม CSR มอบทุนการศึกษา จำนวน 15 ทุน เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการเรียนรู้ของนักเรียนในพื้นที่ สร้างขวัญกำลังใจแก่เยาวชนและครอบครัว

ในช่วงบ่าย คณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) หลัก ตำบลโคกก่อง ติดตามการดำเนินงานตามแผนหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนาน โดยส่งเสริมการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการสร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน ก่อนปิดภารกิจด้วยการเยี่ยมชมกิจการชุมชนในพื้นที่ตำบลชัยพร

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือบูรณาการของภาครัฐและเอกชน ในการเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน และสานความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย–ลาว ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขับเคลื่อน ระบบอาหารปลอดภัย เชื่อมเกษตรกร–ตลาดสีเขียว–ผู้บริโภค ลงนาม MOU ภายใต้แนวคิด “บอกรักด้วยผักผลไม้”

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดเชียงราย โดยโครงการบูรณาการและขับเคลื่อนระบบอาหารเพื่อสุขภาวะตลอดห่วงโซ่ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายดำเนินการโดยบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีเชียงราย (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัดร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยการสนับสนุนจาก สสส จัดกิจกรรม “บอกรักด้วยผักผลไม้”พร้อมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)

ว่าด้วยการขับเคลื่อนร ะบบอาหารปลอดภัยของจังหวัดเชียงรายเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569้วลาประมาณ 09.0น.นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดโครงบูรณาการและขับเคลื่อนระบบอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อนสุขภาวะตลอดห่วงโซ่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โครงการ ณ ตลาดสีเขียว ตลาดเกษตรกรเชียงราย (สามแยกดอยตอง) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
การจัดงานในครั้งนี้

มีเป้าหมายสำคัญในการ เชื่อมโยงห่วงโซ่อาหารอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ คือ กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตอาหารปลอดภัย ที่ได้มาตรฐาน GAP, PGS และเกษตรอินทรีย์ ผ่านกลางน้ำ คือ ตลาดสีเขียว ผู้ประกอบการร้านอาหาร และโรงแรม ที่ได้มาตรฐาน SAN, SAN Plus และ Q Restaurant ไปสู่ปลายน้ำ คือ ผู้บริโภค
เพื่อให้เกิดการผลิต

การจำหน่าย และการบริโภคอาหารที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง ตลาดสีเขียวภายในงาน ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จำหน่ายสินค้า แต่เป็น กลไกกลางในการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค ส่งเสริมระบบตรวจสอบย้อนกลับและเป็นพื้นที่เรียนรู้ร่วมกันของทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อาหาร

โครงการได้มีการนำ แพลตฟอร์ม “กิ๊ฟแอนด์กีฟ (Gift&Give)”มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำการตลาดและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน ในรูปแบบสหกรณ์ดิจิทัลผ่านระบบคูปองหรือคะแนนสนับสนุนในลักษณะ “คนละครึ่ง” รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค และการพัฒนาฐานข้อมูลและแผนที่ห่วงโซ่อาหารของจังหวัดเชียงรายเพื่อใช้เป็นข้อมูลเชิงนโยบายในการพัฒนาระบบอาหารอย่างยั่งยืน

ภายในงานยังมีพิธี ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)ซึ่งเป็นการแสด เจตนารมณ์ร่วมกันของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการทำงานแบบบูรณาการ
เพื่อสร้างกลไกการเฝ้าระวังห่วงโซ่อาหารที่ปลอดภัยตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป การกระจายสินค้าไปจนถึงการบริโภค อันจะนำไปสู่การ ยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของประชาชนชาวเชียงราย

นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งหวังให้เกิด การกระจายรายได้สู่เกษตรกรและชุมชน
เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจเข้ากับมิติสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล ซึ่งสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์จังหวัดเชียงราย “Chiang Rai Wellness City”
ในการพัฒนาเชียงรายสู่เมืองแห่งสุขภาวะและการเติบโตอย่างยั่งยืน

บอกรักด้วยผักผลไม้อาหารปลอดภัยตลาดสีเขียเชียงรายChiangRaiWellnessCityเกษตรปลอดภัยเศรษฐกิจชุมชน GiftAndGive

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ณ ศาลาอเนกประสงค์วัดโคกพระเจดีย์ หมู่ 2 ตำบลโคกพระเจดีย์ อำเภอนครชัยศรีนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานเปิด

“โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569 พื้นที่หมู่ที่ 3 และ หมู่ที่ 4 ตำบลโคกพระเจดีย์ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ” ของสถานีตำรวจภูธรนครชัยศรี

โดยมี พระครูประภัศร์กิตติคุณ เจ้าอาวาสวัดโคกพระเจดีย์ พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุทร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนครชัยศรี นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารณสุขอําเภอนครชัยศรี หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำ

ปีงบประมาณ 2569 และมีการร่วมลงนาม MOU บันทึกข้อตกลงร่วมกันจากภาคีเครือข่ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันตำบลโคกพระเจดีย์ ผู้ใหญ่บ้านฯ ผู้นำชุมชน จนท.สาธารณสุข อสม. และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ณ ศาลาอเนกประสงค์วัดโคกพระเจดีย์ หมู่ 2 ตำบลโคกพระเจดีย์ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกพุทธสมาคมจ.น่านพร้อมคณะเข้าพบรองผู้ว่าฯ จ.น่าน 4 กพ.2569 ศาลากลาง น่าน/ เกษตรอำเภอท่าวังผา จัดเวทียืนยันสิทธิ์โครงการพัฒนาสวนลำไย ฟื้นฟูสวนลำไย

แชร์เนื้อหานี้

นายประดิษฐ์ เพชรแสนอนันต์ นายกพุทธสมาคมจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนายบุญยงค์ สดสอาดนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านคุณชนะภัย อุตมาคุณภคภรณ์ ธีรทัพเทวัญคุณพรพรรณ ณ ลำพูนคณะกรรมการพุทธสมาคมพุทธสมาคมจังหวัดน่าน เข้าปรึกษาหารือและขอคำแนะนำแนวทางการทำงานสร้างตำบลเข้มแข็งด้วย หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล(อปต.)
ก่อนหน้านั้น ภาคเช้า คณะได้เดินทางไปที่ว่าการอำเภอสันติสุข เข้าหารรือกับนายเทิดบุญ ศิลารมณ์ นายอำเภอสันติสุข มีกำนัน สารวัตรกำนัน ผญบ.ผช.ผญบ.แพทย์ประจำตำบล เข้าร่วมหารือ

ภาคบ่าย คณะได้เดินทางไปที่อำเภอบ้านหลวง เพื่อเข้าปรึกษาหารือกับ นายอธิวัฒน์ อารัญ นายอำเภอบ้านหลวง และคณะ
ในการสร้างตำบลเข้มแข็งด้วย หน่วย อ.ป.ต.กล่าวคือ
โลกเจริญ สังคมจะวุ่นวายขึ้น คนจะไม่เชื่อในศิลธรรม ลูกจะใม่เชื่อฟังพ่อแม่ และพ่อแม่ก็ไม่เข้าใจลูก จะมีปริมาณคนฉลาดแกมโกง สังคมถดถอย ดังนั้น จำเป็นต้องต้องร่วมมือกับ
พระสงฆ์ตามระเบียบหน่วยอบรมประชาชนประะจำตำบล (อปต.)ปี พ.ศ.2546

หน่วยอบรมประชาชนประจำตำตำบลเป็นกลไก มีลักษณะด่น คือ เป็นหน่วยอบรมที่เป็นคณะบุคคล มีเจ้าคณะตำบลหรือ เจ้าอาวาสที่ตั้งหน่วยเป็นประธาน กำนันเป็นรองประธานฝ่าย
คฤหัสถ์ มีเจ้าอาวาสทุกวัด ผู้นำท้องถิ่นท้องที่เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และมีกรรมการแต่งตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน ไม่เกิน 9 คน ในความหมายกรรมการโดยแต่งตั้ง

จะเป็นคณะบุคคลที่เป็นทีมงานที่วางแผน และจัดกิจกรรม อุปสรรคที่ผ่านมาฝ่ายคารวาสไม่ได้ช่วยพระอย่างจริงจัง จึงทำให้ไม่มีความก้าวหน้า วัตถุประสงค์หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลศีลธรรมและวัฒนธรรม ( 2 ) สุขภาพอนามัย ( 3 )สัมมาชีพ ( 4) สันติสุข ( 5 ) ศึกษาสงเคราะห์ (6 ) สาธารณสงเคราะห์ ( 7 ) กตัญญูกตเวทิตาธรรม ( 8 ) สามัคคีธรรม หน่วยอบรมประชาชนประจำตำตำบลในปัจจุบันจะดำเนินได้ง่ายขึ้นจะต้องประกอบด้วยเหตุ ดังต่อไปนี้

1.การแต่งตั้งกรรมการ โดยแต่งตั้งที่มาจากคฤหัสถ์ที่ไม่น้อยกว่า 5 คน ไม่เกิน 9ต้องมาจากครูโรงเรียน ผู้ทรงคุณวุฒิ ในตำบลนั้น เสนอเจ้าคณะอำเภอแต่งตั้ง
2 กรรมการต้องประชุมในรายละเอียค ในการวางตัวบุคคล ปฏิทินอบรม อบรมไหน จะมีวิธีการอบรมอย่างไร จะเชิญผู้รู้นอกตำบลมาเสริมเป็นบางเรื่องไหม

เนื้อหาสาระการอบรมแต่ละตำบลอาจมีจุดเน้นไม่หมือนกัน เป็นหน้าที่ของกรรมการต้องมาวิเคราะห์ปัญหาของตำบล
ในส่วนจังหวัดน่าน เจ้าคณะจังหวัดน่าน ได้แจ้งที่ประชุม สงฆ์จังหวัด เมื่อ เดือนมกราคม 2568 มีกำหนดการสร้างการรับรู้ และเชิญหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลประชุมในระดับจังจังหวัดทัพต่อไป

ในส่วนพุทสมาคสมาคมจังหวัดน่านจะทำหน้าที่สนองงานคณะสงฆ์ในการขับเคลื่อนให้เกิดเป็นยุทธศาสตร์จังหวัดเพื่อการสนับสนุนด้านต่างๆ เช่นความร่วมร่วมมือด้านคลังสมองหรืองบประมาณสนับสนุนกิจกรรมหน่วยอบรมประประจำตำบลเป็นต้นจึงเป็นที่มาของการเข้าพบผู้มีส่วนที่เกี่ยวข้องให้ประสานขอความร่วมมือไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จังหวัดน่านในทุกอำเภอ ตำบล ต่อไป

เกษตรอำเภอท่าวังผา จัดเวทียืนยันสิทธิ์โครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพตัดแต่งทรงพุ่ม/ช่อผล ฟื้นฟูสวนลำไยเพื่อเพิ่มรายได้ ระดับตำบล ครั้งที่ 2/2569

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 นางเฉลิมพร ลำน้อย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน เกษตรอำเภอท่าวังผา มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอท่าวังผา ร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพตัดแต่งทรงพุ่ม/ช่อผล ฟื้นฟูสวนลำไยเพื่อเพิ่มรายได้ ระดับตำบล จัดเวทียืนยันสิทธิ์และรับรองรายชื่อ

เกษตรกรผู้ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพตัดแต่งทรงพุ่ม/ช่อผล ฟื้นฟูสวนลำไยเพื่อเพิ่มรายได้ ระดับตำบล ครั้งที่ 2/2569 ตามที่ตั้งแปลงในพื้นที่ตำบลตาลชุม ตำบลศรีภูมิ ตำบลผาทอง ตำบลจอมพระ ตำบลท่าวังผา และตำบลผาตอ โดยมี นายมหรรณพ ไชยสลี ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง เป็นประธาน มีเกษตรกรเข้าร่วมเวทียืนยันสิทธิ์ฯ รวมทั้งสิ้น 120 ราย ณ หอประชุมบ้านอาฮาม หมู่ที่ 3 ตำบลท่าวังผา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน


การจัดเวทียืนยันสิทธิ์ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรตรวจสอบความถูกต้องและรับรองข้อมูลการเพาะปลูกลำไยของตนเองให้ครบถ้วน เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของโครงการฯ พร้อมทั้งเป็นการสร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกรในแนวทางการดำเนินโครงการ และเตรียมความพร้อมในการพัฒนาสวนลำไยให้มีคุณภาพ ด้วยการตัดแต่งทรงพุ่มและช่อ

ผลอย่างถูกวิธี เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และช่วงอายุของต้นลำไย ผ่านสื่อการสอนชุดวิชา “เทคโนโลยีการผลิตลำไยคุณภาพ” เพื่อช่วยฟื้นฟูสวนลำไยให้มีความสมบูรณ์ แข็งแรง ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต ยกระดับคุณภาพลำไยให้เป็นไปตามความต้องการของตลาด และเสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่หอประชุม อ.ท่าหลวง จ.ลพบุรี

    แชร์เนื้อหานี้

    วันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569 เวลา 07.00 น. นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ประธานพิธีได้นำหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สถานศึกษา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน

    สารวัตรกำนัน องค์กรภาคเอกชน ประชาชน และพสกนิกรอำเภอท่าหลวง ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลครบ 100 วัน (สตมวาร) ถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระสงฆ์จำนวน 10 รูป ขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ประธาน จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย

    จุดเครื่องทองน้อยหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (ผู้ร่วมพิธีลุกขึ้นยืนและถวายความเคารพ) เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล เจ้าหน้าที่อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์

    หัวหน้าส่วนราชการ ถวายอาหารปิ่นโต นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกำนัน ถวายปัจจัยไทยธรรม ประธานพิธี ถวายผ้าไตร จำนวน ๑๐ ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ (ภูษาโยง) พระสงฆ์อนุโมทนา/ถวายอดิเรก ประธาน กรวดน้ำ กราบนมัสการพระรัตนตรัย หน้าโต๊ะหมู่บูชา ประธาน ถวายความเคารพหน้าพระฉายาลักษณ์

    สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง(ผู้ร่วมพิธีลุกขึ้นยืนและถวายความเคารพ)
    จากนั้นประธาน พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์รับบิณฑบาต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    แม้พระองค์ผู้ทรงเป็น “หลักยึดเหนี่ยวจิตใจแห่งแผ่นดิน” ได้เสด็จสู่สวรรคาลัย แต่พระมหากรุณาธิคุณและน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำตลอดไป ปวงชนชาวอำเภอท่าหลวง ขอน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและอาชีพของราษฎรมาตลอดหลายทศวรรษ

    พระราชดำรัสและพระราโชวาทที่พระราชทานในโอกาสสำคัญต่าง ๆ ล้วนเป็นหลักธรรมชี้นำทางด้านการทำงาน และก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าทรงเป็นสมเด็จพระราชินีของราชอาณาจักรไทยที่มีพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พระองค์จะสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์

    สนอง แท่นสูงเนิน
    ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “สานสัมพันธ์ศรัทธาสู่ความสำเร็จแห่งเยาวชน” รร.นราธิวาส จัดพิธีใหญ่ ‘รักษ์อัล-กรุอาน’ เชิดชูนักเรียน ม.3 – ม.6 จบ เล่ม

    แชร์เนื้อหานี้

    โรงเรียนนราธิวาสจัดพิธี “คอตัมอัล-กรุอาน” สุดยิ่งใหญ่ รวบรวมเยาวชนมุสลิมชั้น ม.3 และ ม.6 กว่า 500 ชีวิต ร่วมแสดงพลังแห่งศรัทธาและการเรียนรู้ มุ่งปลูกฝังคุณธรรมนำความรู้ตามหลักศาสนา พร้อมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียนและชุมชน

    เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ณ หอประชุมจำลองศรีเลขา โรงเรียนนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ได้มีพิธีเปิดกิจกรรม “รักษ์อัล-กรุอาน (คอตัมอัล-กรุอาน)” ประจำปีการศึกษา 2568 อย่างสมเกียรติ โดยได้รับเกียรติจาก

    นายอับดุลอาซิซ เจ๊ะมามะ รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.อภิวรรณ ยอดมงคล ผู้อำนวยการโรงเรียนนราธิวาส คณะครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และผู้ปกครองที่มาร่วมยินดีกับความสำเร็จของบุตรหลานอย่างพร้อมเพรียง

    สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้คือจุดหมายสำคัญของนักเรียนมุสลิมที่ได้ศึกษาหลักสูตรอัล-กุรอานผ่านระบบ “กีรออาตี” ซึ่งเน้นการอ่านที่ถูกต้องตามหลักตัญจวีดและอักขระวิธี เมื่อนักเรียนสามารถอ่านจนจบเล่ม (30 ญูซ) จึงได้มีพิธีทบทวนหรือ “คอตัมอัล-กุรอาน” เพื่อทดสอบความแม่นยำและสร้างแรงจูงใจในการรักษาหลักธรรมคำสอนไว้ในจิตใจ
    เจาะลึกสถิติผู้เข้าร่วม: พลังขับเคลื่อนสังคมมุสลิมรุ่นใหม่

    โดยในปีนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้น 558 คน โดยมีไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ความสำเร็จของนักเรียน ดังนี้:

    • นักเรียนมุสลิมชั้น ม.3: เข้าร่วม 159 คน (คอตัมจบเล่ม 76 คน)
    • นักเรียนมุสลิมชั้น ม.6: เข้าร่วม 236 คน (คอตัมจบเล่ม 113 คน)
    • รางวัลเกียรติยศ: มอบรางวัลนักเรียนมุสลิมดีเด่น 26 คน และทุนการศึกษาแก่เด็กกำพร้า 4 ราย

    นายอับดุลอาซิซ เจ๊ะมามะ ได้กล่าวชื่นชมการจัดงานว่า “การพัฒนาเยาวชนให้เป็นคนดี มีปัญญา และความสุข ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ต้องอาศัยการปลูกฝังจริยธรรมที่เข้มแข็ง ซึ่งอัล-กุรอานคือรากฐานสำคัญที่จะช่วยขัดเกลาจิตใจและสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพให้แก่สังคมและศาสนาอิสลามสืบไป”

    สำหรับกิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่เป็นความสำเร็จทางวิชาการศาสนา แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่าง โรงเรียนนราธิวาส, มูลนิธิการกุศลเพื่อการศึกษาอัล-กุรอาน (มกก.) และชมรมกีรออาตีประจำจังหวัดนราธิวาส ที่ร่วมกันผลักดันงบประมาณกว่า 64,100 บาท เพื่อสร้างพื้นที่แห่งภาคภูมิใจให้แก่เยาวชนในพื้นที่ชายแดนใต้
    //////////////
    ข่าว/กรียา/นราธิวาส

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ ผู้ว่าฯจ.นครปฐม จัดกิจกรรมสวดมนต์ไหว้พระและเจริญจิตตภาวนา ตามโครงการเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ห้องประชุมพิมานปฐม ศาลากลางจังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม

    พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พล.ต.ต. พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมประชุมคณะกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ ประจำเดือนมกราคม 2569

    โดยมีพระศรีวิสุทธิวงศ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม นำสวดมนต์ไหว้พระ, อาราธนาศีล 5 กล่าวสัมโมทนียกถาให้ข้อคิดหลักธรรม และเจริญจิตตภาวนา ตามโครงการเผยแผ่หลักธรรมทาง

    พระพุทธศาสนาสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน แก่ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรเอกชน ผู้บริหารสถานศึกษา และอื่นๆ ก่อนการประชุมคณะกรมการจังหวัด

    สำหรับการประชุมในครั้งนี้ เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย การมอบแนวทางข้อราชการของผู้ว่าราชการจังหวัด และรองผู้ว่าราชการจังหวัด การติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

    ด้านการบริโภค ผลการเบิดจ่ายงบประมาณ ผลการดำเนินงานของตำรวจภูธรจังหวัด ผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน การป้องกันปราบปรามยาเสพติด และแนะนำตัวข้าราชการที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่

    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส แถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายในคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำอันถูกกล่าวหาว่ามิชอบ

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อช่างบ่ายวันที่ 26 มกราคม 2569 บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด (“บริษัท”) มี นาย อบีนาช มาจี้ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นผู้แทนบริษัท แถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายในคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำอันถูกกล่าวหาว่ามิชอบของฝ่ายบริหารชุดเดิมของบริษัท
    นับตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี พ.ศ. 2562 ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ

    ได้ตรวจพบข้อสงสัยอันมีมูลเกี่ยวกับการทุจริตและการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายบริหารชุดเดิม อดีตประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ในขณะนั้น ส่งผลให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการและผู้บริหารชุดใหม่ของบริษัทฯ ซึ่งได้รับความไว้วางใจจาก ผู้ถือหุ้นในการเข้าบริหารบริษัทฯ และเริ่มดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการภายหลังจากการตรวจ พบพฤติการณ์หลายประการที่เข้าข่ายความรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญา บริษัทฯ ได้ดำเนินคดีโดยยื่นร้องทุกข์ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งต่อมากรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียด จนพบหลักฐานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าฝ่ายบริหารชุดเดิมมีพฤติการณ์ทุจริตและยักยอกเงินของบริษัทฯ กรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญจึงได้มีคำสั่งรับเป็นคดีพิเศษ และรายงานผลการสอบสวนดังกล่าวได้ถูกส่งต่อให้พนักงานอัยการ

    โดยพนักงานอัยการพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุอันควรดำเนินคดี และได้ สั่งฟ้อง อดีตกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ อดีตประธานคณะกรรมการ และพวก ต่อศาลอาญาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม 2569 ในข้อหาลักทรัพย์ ปลอมเอกสาร ใช้เอกสารปลอม เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจของบริษัทกระทำการลวงให้บริษัทได้รับความเสียหาย และความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งเป็นค่าเสียหายขั้นต้นรวมกว่า 371 ล้านบาท โดยศาลอาญาได้มีคำสั่งรับฟ้องคดีและกำหนดวันนัดตรวจสอบพยานหลักฐานในกระบวนการพิจารณาคดีต่อไปแล้ว นอกจากนี้ บริษัทฯ คาดว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการกล่าวโทษเพิ่มเติมเพื่อฟ้องร้องบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอื่นๆที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษในเร็ววันนี้ ซึ่งนับเป็นความพยายามของคณะกรรมการและผู้บริหารชุดใหม่ในการปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้น

    คณะกรรมการ คณะผู้บริหารชุดใหม่ และผู้ถือหุ้นขอยืนยันว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ยังคงเป็นไปตามปรกติ โครงการก่อสร้างและการดำเนินงานโรงไฟฟ้ากำลังการผลิต 8 เมกะวัตต์ จำนวน 1 โครงการ และกำลังการผลิต 3 เมกะวัตต์ อีก 2 โครงการ ของบริษัทในเครือยังคงดำเนินต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก โดยทั้งนี้ในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดูแลสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมกับชุมชน และความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน และได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 45001 ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (OH&S) พร้อมทั้งได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 ระบบ

    การจัดการคุณภาพ และ ISO 14001 ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการติดตามและควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ ระบบตรวจวัดกลิ่น (E-nose) เพื่อควบคุมกลิ่น น้ำเสีย และฝุ่นละออง บริษัทฯ ยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศหลายแห่งในการวางแผนบริหารพื้นที่และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานจะไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ พร้อมทั้งมีการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การมอบทุนการศึกษา การตรวจสุขภาพประจำปีให้แก่ชุมชน และการสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับชุมชนในพื้นที่


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นครปฐม จัดโครงการใต้ร่มพระบารมี ปวงประชามีสุขภาพดี

    แชร์เนื้อหานี้

    สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ร่วมกับโรงพยาบาลนครปฐม และหน่วยงานหลักด้านการดูแลสุขภาพของประชาชน

    จัดโครงการใต้ร่มพระบารมี ปวงประชามีสุขภาพดี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    วันที่ 23 มกราคม 2569 ที่ห้องจตุภัทร ชั้น 4 อาคารผู้ป่วยนอกและอำนวยการ โรงพยาบาลนครปฐม

    นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดโครงการใต้ร่มพระบารมี

    ปวงประชามีสุขภาพดี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

    พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายวิโรจน์ รัตนอมรสกล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย

    นายแพทย์สรุชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม คณะแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม

    ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานด้านการ “ให้ก่อน รักษาก่อน และดูแลอย่างทั่วถึง

    ” ในการให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชน อันเป็นหัวใจของระบบสาธารณสุขไทย

    นายวิโรจน์ รัตนอมรสกล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ต่อพสกนิกรชาวไทย

    ทรงทุ่มเทพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชทรัพย์ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดย

    เฉพาะในมิติด้านสุขภาพและสาธารณสุข ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและมั่นคง

    การจัดโครงการในครั้งนี้มีกิจกรรมประกอบด้วย การคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก เพื่อค้นหาความเสี่ยงและดูแลรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

    การเปิดตาผู้ป่วยหลังผ่าตัดต้อกระจก และมอบแว่นตาเพื่อคืนแสงสว่างและคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ป่วย

    และการรับบริจาคโลหิตเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านโลหิตในระบบบริการสาธารณสุข

    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อมรมพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในด้านคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ ปีงบ. 2569 จัดโดย สพป.นครปฐม เขต ๑

    แชร์เนื้อหานี้

    โดยมี ดร.ณัฎฐิกา ลิ้มเฉลิม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต ๑ เป็นประธานเปิดการอบรมพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสังกัด สพป.นครปฐม เขต ๑ ในด้านคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

    โดยมี นายสุคันธชาติ ขันศรี รองผอ.สพป.นครปฐม เขต 1 กล่าวรายงานการอบรมฯ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ในด้านคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ สำหรับผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

    สังกัด สพป.นครปฐม เขต 1 เป็นการพัฒนาส่งเสริมให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความตระหนักรู้ เข้าใจ และยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของวิชาชีพ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียนและสังคม

    โดยเน้นการปลูกฝังคุณค่าทางจิตใจ ค่านิยมที่ถูกต้อง และการประพฤติปฏิบัติที่เหมาะสมกับสถานะของความเป็นข้าราชการที่ดี ในการนี้ได้รับเกียรติจาก พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพ่อน้ำฝน) เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง เป็นวิทยากรผู้บรรยายพิเศษ การอบรมในครั้งนี้มีผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด เข้าร่วมการอบรมฯ จำนวน 106 คน ณ ห้องประชุมทวารวดีศรีพระประโทณ โรงเรียนวัดพระประโทณเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
    เครดิตภาพ น้องJab ทีม pr.วัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวแม่สายต้อนรับ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​การพัฒนา​สังคม​และความมั่นคง​ของ​มนุษย์ ประธานในพิธี

    แชร์เนื้อหานี้

    วันจันทร์ที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 11.00 น.
    นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอ​แม่สาย​ ร่วมพิธีเปิดโครงการ “สานพลังเครือข่าย ​พัฒนา​คุณภาพ​ชีวิต​คนทุกช่วงวัย” โดยมีนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​การพัฒนา​สังคม​และความมั่นคง​ของ​มนุษย์​เป็นประธานใน พิธีเปิดโครงการฯ และมีนายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเียงราย ร่วมให้การต้อนรับ ณ ศูนย์เรียนรู้อย่างยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา (สมาคมคนพิการอำเภอแม่สาย) วัดหิรัญญาวาส ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัด​เชียงราย

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวสวนทุเรียนและมังคุด ชุมพร เตรียมรับมือภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคมนี้

    แชร์เนื้อหานี้

    เกษตรและสหกรณ์ชุมพรเตือนรับมือภัยแล้ง – งดเผาในพื้นที่เกษตร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร แจ้งเตือนชาวสวนทุเรียนและมังคุด เตรียมรับมือภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคมนี้ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าปริมาณฝนจะลดลง แม้ปัจจุบันสถานการณ์น้ำยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่หน่วยงานได้วางแผนป้องกันและช่วยเหลือเกษตรกรไว้ล่วงหน้า

    เมื่อวันที่ 16 ม.ค.69 นายธราพงษ์ มีมุสิทธิ์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัด โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการเกษตร และอาสาสมัครฝนหลวง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมให้ความช่วยเหลือทันทีหากเกิดภัยแล้ง โดยที่ผ่านมา สวนทุเรียนและมังคุดได้รับผลกระทบจากภัยแล้งมากที่สุด

    ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จังหวัดได้ดำเนินมาตรการแก้ปัญหาทั้งการทำฝนหลวง การจัดหาแหล่งน้ำ แนะเกษตรกรการขุดเจาะบ่อบาดาล และการสร้างฝายชะลอน้ำ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้อย่างเพียงพอตามบริบทของแต่ละพื้นที่

    ทั้งนี้ ขอให้เกษตรกรตรวจสอบระบบส่งน้ำและเครื่องสูบน้ำให้พร้อมใช้งาน คาดว่าภัยแล้งปีนี้จะไม่รุนแรงเท่าปี 2566–2567 และยืนยันว่าหน่วยงานรัฐจะไม่ทอดทิ้งเกษตรกร

    นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือเกษตรกรงดการเผาในพื้นที่เกษตร เนื่องจากก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ หากตรวจพบจะถูกงดการสนับสนุนและเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือด้านการเกษตรจนถึงปี 2577 แนะนำให้ใช้วิธีจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรด้วยการย่อยสลายหรือทำปุ๋ยอินทรีย์แทน

    หากเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน สามารถขอความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานเกษตร ประมง ปศุสัตว์ หรือสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร ซึ่งพร้อมให้การดูแลอย่างต่อเนื่อง
    …………………………………………………..
    /////เอกชนะ นวนละมัย ข่าวภูมิภาคจ.ชุมพร098-9515199

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิสังคมสุขใจ “งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 10” ชูแนวคิด “รักเธอ รักฉัน ร่วมกันรักษ์โลก” 13 – 15 กพ.2569 ณ สวนสามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม เปิดเข้างานฟรี!!

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 18 มกราคม 2569 นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ และนายกสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย หรือ TOCA ผู้แทนจากจังหวัดนครปฐม สสปน. ททท. กลุ่มเซ็นทรัล PTTGC และตัวแทนเกษตรกรอินทรีย์ แถลงข่าวเตรียมจัดงานใหญ่ประจำปี “งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 10 | 10th Annual Sookjai Organic Fest” พร้อมเสวนาในหัวข้อ “รักเธอ รักฉัน ร่วมกันรักษ์โลก” ซึ่งงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00–17.00 น. ณ สวนสามพราน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ภายใต้แนวคิด “รักเธอ รักฉัน ร่วมกันรักษ์โลก”

    ซึ่งมูลนิธิสังคมสุขใจ ร่วมกับจังหวัดนครปฐม สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน., การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท., กลุ่มเซ็นทรัล, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC, Thai Koon , ปฐมออร์แกนิกลีฟวิ่ง, สวนสามพราน, สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก., หน่วยงานภาครัฐ, ภาคเอกชน และเครือข่ายเกษตรกรอินทรีย์ทั่วประเทศ ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ เพื่อผลักดันการสร้างเครือข่ายสังคมอินทรีย์ให้เข้มแข็ง ครอบคลุมทั้งด้านการอุปโภคบริโภค การดูแลสุขภาพ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตลอดจนการสร้างอาชีพและนวัตกรรมทางสังคม

    นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ และนายกสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย หรือ TOCA กล่าวว่า งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 10 นี้ ร่วมกับจังหวัดนครปฐม เชิญชวนคนทั้งห่วงโซ่อินทรีย์หรือผู้ที่สนใจเข้าร่วมเครือข่ายได้มาพบกันอีกครั้ง วัตถุประสงค์การจัดงานมุ่งเน้นการขับเคลื่อนระบบอาหารอินทรีย์เพื่อยกระดับเกษตรกรในประเทศไทยเป็นผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์มากขึ้น การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม การดูแลตัวเอง ใส่ใจผู้อื่น การดูแลสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวยั่งยืน และเศรษฐกิจฐานราก อย่างสมดุลและยั่งยืนด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่เกษตรกรต้นน้ำ ผู้ประกอบการ กลางน้ำ

    ไปจนถึงผู้บริโภคและองค์กรภาคีปลายน้ำ เพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในระดับบุคคล ชุมชน และสังคมโดยรวม สอดคล้องกับแนวทาง BCG Economy Model และทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ สิ่งที่น่าสนใจภายในงาน อาทิโซนช้อปสินค้าอินทรีย์ของกินของใช้ จากเครือข่ายเกษตรกรและผู้ประกอบการ งาน Art & Craft ทั่วประเทศกว่า 200 บูธนิทรรศการองค์ความรู้ ด้านเกษตรอินทรีย์, สิ่งแวดล้อม และการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ (Mental Health)กิจกรรม Zero Food Waste to Landfill ถ่ายทอดแนวคิดและการจัดการขยะอาหารอย่างเป็นรูปธรรมแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน ท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน กับ ททท. และ TEATAกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching)

    พบกับสินค้าและบริการยั่งยืน เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาด การกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น พร้อมเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชน โดย สสปน. และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐมนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า จังหวัดนครปฐม เป็นเมืองเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ ครบครันทั้งข้าว ผัก ผลไม้ ปศุสัตว์ และประมง เป็นแหล่งวัตถุดิบแห่งใหญ่ ใกล้กรุงเทพฯ ยุทธศาสตร์ของจังหวัดการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านเกษตร และอาหารปลอดภัยเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง และมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทุกช่วงวัยให้สอดคล้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคม ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน แนวทางการพัฒนาระบบการทำเกษตรสู่ระบบเกษตรอินทรีย์จะช่วยเกื้อกูลทั้งระบบอาหาร

    ตัวอย่างเช่น ตลาดสุขใจ สวนสามพราน แหล่งจำหน่ายสินค้าและผลผลิตเกษตรอินทรีย์ ที่มีผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมาเลือกซื้อ เลือกรับประทาน หากสามารถขยายฐานการผลิตเกษตรอินทรีย์มากขึ้นเชื่อมผู้ซื้อกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร และโมเดิร์นเทรด ผู้บริโภคก็มีแหล่งสินค้าเพื่อสุขภาพมากขึ้น จะช่วยสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนเพิ่มขึ้นทางจังหวัด โดยสำนักงานเกษตรจังหวัด ร่วมออกบูธวิชาการให้ความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ผู้ที่สนใจสามารถมาเรียนรู้ได้ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดร่วมส่งเสริมกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เชิญชวนผู้ซื้อในจังหวัดและประสานสำนักงานพาณิชย์ในจังหวัดใกล้เคียงที่สนใจ

    งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 10 เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงาน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00–17.00 น. ณ สวนสามพราน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม สามารถจอดรถได้ที่ โลตัส สาขาสามพราน มีบริการรถรับ-ส่งเข้างานฟรี ตลอดทั้ง 3 วัน ข้อมูลการเดินทางสอบถามได้ที่ โทร 034 322 588 หรือติดตามกิจกรรมที่ Facebook : งานสังคมสุขใจ สวนสามพราน
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันกองทัพไทย ณ เจดีย์ชนะศึก อ.แม่สาย จ.เชียงราย

    แชร์เนื้อหานี้

    พิธีบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันกองทัพไทย

    เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระเกียรติคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

    วีรกษัตริย์นักรบผู้ทรงกอบกู้เอกราชและวางรากฐานความมั่นคงให้แก่ชาติไทย วันที่ 18 มกราคม พ.ศ.2569

    พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ เจดีย์ชนะศึก อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

    องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยมี นายวรายุทธ ค่อมบุญ

    นายอำเภอแม่สาย ทหาร ตำรวจ เทศบาลตำบลเวียงพางคำ และหน่วยข้าราชการ ในพื้นที่แม่สาย

    เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

    เพื่อแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

    ความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

    และร่วมกันสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของกองทัพขอบคุณภาพ ทต.เวียงพางคำ
    ข่าว พงศกร ตันสุวรรณ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าโคราช นำพสกนิกรวางพุ่มดอกไม้ น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ประจำปี 2569 พร้อมนำประชาชนจิตอาสาปฏิบัติงานทางด้านจิตอาสา

    แชร์เนื้อหานี้

    ​เมื่อวันที่(17 มค.69) เวลา 08.30 น. นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีวางพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะเนื่องในวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ประจำปี 2569 ณ พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช มหาวิทยาลัยรามคำแหง

    สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงประดิษฐ์อักษรไทย และทรงมีพระปรีชาสามารถทั้งในด้านการปกครอง การเศรษฐกิจ และศาสนา อันเป็นรากฐานสำคัญของชาติไทยมาจนถึงปัจจุบัน

    ​ในโอกาสนี้ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ยังได้เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาเป็นเงินจำนวน 83,000 บาท ให้กับศูนย์การศึกษาพิเศษเขต 11 นครราชสีมาเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ และช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง

    ​นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า การส่งเสริมการศึกษาคือการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้แก่เยาวชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กพิเศษที่ต้องการความดูแลและโอกาสที่เท่าเทียม เพื่อให้เขาสามารถเติบโตและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข นายอนุพงศ์ กล่าว

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานในการประชุมประจำเดือนเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ประจำเดือน มกราคม 2569

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานในการประชุมประจำเดือนเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

    อำเภอนครชัยศรี ประจำเดือนมกราคม 2569 เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานและติดตามผลการดำเนินงานยุทธศาสตร์สุขภาพอำเภอนครชัยศรี และนโยบายข้อสั่งการ จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม

    การประชุมหัวหน้าส่วนราชการ และการประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 60 คน ประกอบด้วย สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรีและหัวหน้างานสำนักงาน

    สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง

    ทั้งนี้ นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ได้พบปะพูดคุย รวมทั้งมอบแนวทางในการดำเนินงานอำเภอนครชัยศรี การขับเคลื่อนโครงการ “TO BE NUMBER ONE” และขอบคุณเจ้าหน้าที่รพ.สต. และอสม.

    ในการปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดตรวจ/จุดบริการ อำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (7วัน อันตราย) ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 และการบูรณาการ การป้องกัน คัดกรอง บำบัดรักษา และติดตามผู้ป่วยยาเสพติดในพื้นที่ โดยการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “สุจริต” อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ “ดร.มาย ไชยนิตย์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ”

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 15 มกราคม 2569 นายสุจริต ปัจฉิมนันท์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ ดร.มาย ไชยนิตย์

    อดีตนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ อายุ 80 ปี สามี นางจำเนียร ไชยนิตย์ อดีตประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอบางละมุง ณ เมรุ วัดบุญสัมพันธ์ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

    โดยมีแขกผู้มีเกียรติร่วมแสดงความไว้อาลัย จำนวนหลายท่าน อาทิ นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางสุกุมล คุณปลื้ม ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดชลบุรี

    นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเมืองพัทยา

    นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานกรรมการบริหาร บ.เอ็มไอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด นายไพรัตน์ ไตรศุภโชค นายกเทศมนตรีตำบลห้วยใหญ่

    นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือพร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาล นายสมพันธ์ เพ็ชรตระกูล ประธานชมรมคนดีศรีเมืองชล นายยศพงศ์ ลินทอง นายกเทศมนตรีตำบลหนองปลาไหล

    นายแพทย์วิชัย ธนาโสภณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ นายนคร ผลลูกอินทร์ นายวรพต พงษ์พาลี สมาชิก อบจ.ชลบุรี นายมานะ ยาประคำ

    ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา นายสุครีพ กระจาย นายกสมาคมชาวอีสานพัทยา นายเชาวลิตร แสงอุทัย ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 8 พรรคภูมิใจไทย

    นายแมน อินทร์พิทักษ์ ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 9 พรรคภูมิใจไทย นายชาญยุทธ เฮงตระกูล

    ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 8 พรรคเพื่อไทย นายรัฐกิจ เฮงตระกูล ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 9 พรรคเพื่อไทย

    พร้อมด้วยผู้นำองค์กรปกครองท้องถิ่น ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สมาคม ชมรมและประชาชน พร้อมด้วยญาติพี่น้องผู้วายชนม์ และครอบครัวไชยนิตย์ ร่วมแสดงความอาลัยพร้อมเพรียง

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สพป. น่าน เขต 1 โครงการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้คู่คุณธรรม ในศตวรรษที่ 21

    แชร์เนื้อหานี้

    วันอังคารที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมเวทีวิชาการ ดร.วิเชียร วาพัดไทย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 เป็นประธานเปิดการอบรมพัฒนาครูผู้สอน ตามโครงการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้คู่คุณธรรม

    นำวิถีใหม่และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ มีทักษะการเรียนรู้ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ว PA ข้าราชการครู โดยมีนายธวัชชัย ยวงคำ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 กล่าวรายงาน การดำเนินการอบรมในวันที่มีผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 80 คน

    มีวิทยากรในการอบรมประกอบด้วย ดร.กฤติยา ขัติยะ ดร.นภัทร เครือผดุงสกุล นายพุฒิพงศ์ วงศ์นันท์ ศึกษานิเทศก์ โดยมีศึกษานิเทศก์ทุกคน พร้อมด้วย นางกิติยาภรณ์ เวงศ์วรรธน์ และนางเจทินี จันต๊ะโมก ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนราชานุบาล เป็นวิทยากรพี่เลี้ยง ดร.วิเชียร วาพัดไทย เน้นย้ำว่า ครูผู้สอนมีความสำคัญในการพัฒนาองค์กร มีหน้าที่ในการจัดการเรียนการสอน มีความจำเป็นที่ควรได้รับการพัฒนา

    เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงสมรรถนะ เพื่อให้รักเรียนเกิดความรู้ มีความสุขในการเรียน และเพื่อพัฒนาวิชาชีพสู่การขอมีและขอเลื่อนวิทยฐานะ ให้ได้รับการพัฒนามีความมั่นคงก้าวหน้าในวิชาชีพ ตามนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงศึกษาธิการ มานพ เถรหมื่นไวย ภาพ/ข่าว/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สานความร่วมมือคืนคนดีสู่สังคมฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง เรือนจำกลางนครปฐม

    แชร์เนื้อหานี้

    นครปฐม – สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-นครปฐม สานความร่วมมือ เรือนจำกลางนครปฐม และ บริษัท รีโว่เมด (ไทยแลนด์) จำกัด สาขาบางเลน

    ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานประกอบการ เพื่อเตรียมความพร้อม ดำเนินโครงการคืนคนดีสู่สังคมโดยการฝึกวิชาชีพและฝึกทักษะการทำงาน ให้แก่ผู้ต้องขังในสถานประกอบการนอกเรือนจำ

    วันที่ 12 มกราคม 2569 นายจักร ลิ่มบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม พร้อมด้วย นางสาวณัฏฐ์ปภาณ จันทร์ละมูล นายกสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพ แห่งประเทศไทย-นครปฐม ดร.ศิริพงษ์ สีใสไพร กรรมการผู้จัดการ บริษัทรีโว่เมด กรุ๊ป จำกัด คุณรุ่งนภา แก้วศรีพันธุ์ รองประธานคณะทำงานฯ พันตำรวจโทสุธี ชื่นจิตต์ รองผู้กำกับป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเพ จ.ระยอง

    ในฐานะเลขาโครงการฯ และคณะทำงานทั้ง 3 ฝ่าย ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม บริษัท รีโว่เมด (ไทยแลนด์) จำกัด สาขาบางเลน จังหวัดนครปฐม ซึ่งสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-นครปฐม ได้สานความร่วมมือกับ เรือนจำกลางนครปฐม และ บริษัท รีโว่เมด (ไทยแลนด์) จำกัด สาขาบางเลน

    ดำเนินโครงการคืนคนดีสู่สังคมโดยการฝึกวิชาชีพและฝึกทักษะการทำงาน ให้แก่ผู้ต้องขังในสถานประกอบการนอกเรือนจำ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ต้องขัง ได้มีโอกาสในการออกไปฝึกทักษะอาชีพมีสมรรถนะในระบบอุตสาหกรรมภายนอกเรือนจำ รวมทั้งฝึกฝนและเรียนรู้ทักษะการทำงาน จากการปฏิบัติงานจริง (On The Job Training)

    ทำให้เกิดความชำนาญ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตภายหลังพ้นโทษ และพัฒนาการฝึกทักษะด้านอาชีพให้ตรงกับตลาดแรงงาน สามารถนำไปประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ผู้ต้องขังยังได้รับเงินปันผลจากการฝึกวิชาชีพ สามารถนำไปชำระค่าใช้จ่ายและเก็บสะสมเป็นเงินทุนตั้งต้นภายหลังพ้นโทษได้อีกด้วย

    ทั้งนี้ เรือนจำกลางนครปฐม จะดำเนินการคัดเลือกผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดี จำนวน 10 คน เพื่อฝึกวิชาชีพและฝึกทักษะการทำงาน ณ บริษัท รีโว่เมด (ไทยแลนด์) จำกัด สาขาบางเลน ซึ่งเป็นบริษัทรับผลิตครีม เครื่องสำอาง อาหารเสริม OEM โดยมีนางสาววาสนา อินทะแสง เป็นประธานกรรมการบริหารบริษัท
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดประเดิมระดมสมอง กต.ตร.จว.ชลบุรี ‘ผู้ว่าฯ นริศ‘ ชื่นชมความร่วมมือภาคเอกชนช่วยงานตำรวจทำสังคมชลบุรีปลอดภัย

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 9 ม.ค.69 ที่โรงแรมคริสตัลพาเลส พัทยา จ.ชลบุรี ได้มีการจัดประชุม กต.ตร.จว.ชลบุรี ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในฐานะ ปธ.กต.ตร.ชลบุรี เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี รอง ปธ.กต.ตร.จว.ชลบุรี คนที่ 1 น.ส.บุศรินทร์ ปานกลาง อัยการจังหวัดชลบุรี รอง ปธ.กต.ตร.จว.ชลบุรี คนที่ 2 น.ส.บุศรินทร์ ปานกลาง อัยการจังหวัดชลบุรี รอง ปธ.กต.ตร.จว.ชลบุรี คนที่ 3 และนายสุรินทร์ บุญท้วม ปธ.อนุกรรมการขับเคลื่อน กต.ตร.จว.ชลบุรี (ภาคประชาชน) รอง ปธ.กต.ตร.จว.ชลบุรี คนที่ 4 ร่วมประชุมท่ามกลางคณะ กต.ตร.จากทุกสถานีตำรวจทั้งจังหวัดชลบุรี

    นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ปธ.กต.ตร.ชลบุรี กล่าวว่า จังหวัดชลบุรีมีความเข้มแข็งเพราะทุกภาคส่วนร่วมใจกันช่วยงานตำรวจ ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม พี่น้อง กต.ตร.ที่รวมตัวกันวันนี้ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจที่มาจากหลากหลายธุรกิจมารวมกันทุกสถานีทุกอำเภอทั้งจังหวัด ถ้านับมูลค่าก็เป็นแสนล้านบาท ดังนั้นการสนับสนุนของภาคเอกชนเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยดูแลปราบปรามป้องกันอาชญากรรมและดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชน ทำให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น ส่งผลให้สังคมชลบุรีสงบสุขอันจะทำให้เศรษฐกิจการค้าขายก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

    ปธ.กต.ตร.ชลบุรี ยังได้ให้แนวทางในการทำงานแก่คณะ กต.ตร.ทั้งหมดที่เข้าร่วมในวันนี้ โดยระบุว่า ดัชนีมวลรวมจีดีพีของจังหวัดชลบุรีถือเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย ถ้าไม่นับกรุงเทพมหานครฯ ถือเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศ ขอฝากในเรื่องของการักษาความมั่นคงไปกับตำรวจทั้ง 23 สถานี

    ทั้งนี้ ขอให้ทุกคนปกป้องดูแลรักษาบ้านเมืองให้คิดว่าจังหวัดชลบุรีเป็นบ้านของทุกคน เหมือนคนชลบุรีเป็นพี่น้องของท่าน ช่วยเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้ช่วยช่วยสามารถดูแลพี่น้องประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ และถือโอกาสอวยพรปีใหม่ให้ทุกคนมา ณ โอกาสนี้ด้วย ขอให้ร่วมมือกันพัฒนาจังหวัดชลบุรีร่วมกันต่อไปจา

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เนื่องในโอกาสวันคล้ายประสูติ 8 มกราคม 2569

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่ศาลาอปฏิบัติธรรม 101 ปี หลวงพ่อสงัด วัดบางช้างเหนือ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

    เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 8 มกราคม 2569 โดยมีพระราชวชิรสุตาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม เจ้าอาวาสวัดบางช้างเหนือ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนร่วมพิธี

    เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงมีพระวิริยอุตสาหะ และพระปณิธานอันแน่วแน่ในการบำเพ็ญพระกรณียกิจด้วยพระหฤทัยเปี่ยมด้วยพระเมตตากรุณา เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ ล้วนเป็นที่ประจักษ์อยู่ในดวงใจของพสกนิกรชาวไทยตลอดมา

    โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา กล่าวราชสดุดีถวายพระพรชัยมงคล พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป

    เจริญพระพุทธมนต์ ประธานสงฆ์กล่าวนำเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระกุศล จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมและผู้เข้าร่วมพิธี ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม ภัตตาหาร พระสงฆ์อนุโมทนา
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไพรม์มัส กรุ๊ป มอบเงินปรับปรุงห้องผ่าตัดมูลค่า 1 ล้านบาท ให้ รพ.ศิริราช

    แชร์เนื้อหานี้

    มีรายงานว่า บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป นำโดย นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน, นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป และนายศราวุธ ไชยมังกร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ได้มอบเงินสมทบทุนจำนวน 1,000,000 บาท จากการจัดกิจกรรมการกุศลในกลุ่มลูกค้ารถยนต์ เครือไพรม์มัส กรุ๊ป ประจำปี 2568 ให้แก่ กองทุนห้องผ่าตัด โรงพยาบาลศิริราช

    โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ธวัชชัย อัครวิพุธ รองคณบดีและผู้อำนวยการ โรงเรียนแพทย์ศิริราช, รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ นริศ กิจณรงค์ รองหัวหน้า ฝ่ายบริการ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และ ศาสตราจารย์ ดร.นพ.วิปร วิประกษิต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สาขาโลหิตวิทยาและอองโคโลยี (มะเร็งวิทยา) ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้รับมอบ ที่ห้องรับรองงานองค์กรสัมพันธ์และกิจการพิเศษ ตึกอำนวยการ ชั้น 1 โรงพยาบาลศิริราช

    บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป ได้จัดกิจกรรมการกุศลร่วมกับกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 6 ปี เพื่อระดมทุนและนำรายได้มอบให้แก่หน่วยงานสาธารณกุศลต่างๆ ซึ่งการมอบเงินสมทบทุนในครั้งนี้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการปรับปรุงห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลศิริราช ให้มีประสิทธิภาพและสามารถรองรับปริมาณผู้ป่วยได้มากขึ้น อันเป็นการรองรับนโยบายหลักของ ไพรม์มัส กรุ๊ป ที่จะร่วมสร้างประโยชน์และตอบแทนสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอกำแพงแสนเป็นประธานประชุมประจำเดือนชี้แจงและมอบนโยบายสำคัญให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้านที่เข้าประชุม

    แชร์เนื้อหานี้

    วันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น.นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน เป็นประธานการประชุมประจำเดือน หัวหน้าส่วนราชการ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

    พร้อมด้วยนางสมพิศ ยืนนาน นายกเทศมนตีตำบลกำแพงแสน
    เข้าร่วมประชุมอำเภอกำแพงแสน ครั้งที่ 1/2569 ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอกำแพงแสน โดยมี หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ เข้าร่วมการประชุม ประจำเดือนมกราคม 2569

    โดยที่ประชุมชี้แจงข้อราชการดังนี้
    1.ประชุมชี้แจงมอบนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง และจังหวัดนครปฐม
    2.ประชุมชี้แจงนโยบายสำคัญของรัฐบาล ตามมติคณะรัฐมนตรี และข้อสั่งการกระทรวงมหาดไทย

    3.การลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือการขับเคลื่อนวาระตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /รักษาการ ผอ.ใหญ่ AOT ลงพื้นที่สุวรรณภูมิ ตรวจความพร้อมรอบด้าน รับเทศกาลปีใหม่ 2569 เน้นสะดวก ปลอดภัย

    แชร์เนื้อหานี้

    รักษาการ ผอ.ใหญ่ AOT ลงพื้นที่สุวรรณภูมิ ตรวจความพร้อมรอบด้าน รับเทศกาลปีใหม่ 2569 เน้นสะดวก ปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นผู้เดินทาง
    รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิตรวจความพร้อมทุกมิติรับเทศกาลปีใหม่ 2569

    ตามนโยบายรองนายกฯ “พิพัฒน์” เน้นย้ำความสะดวก ปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้เดินทางและนักท่องเที่ยว

    วันนี้ (31 ธันวาคม 2568) เวลา 17.00 น. นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เพื่อตรวจความพร้อมด้านสิ่งอำนวยความสะดวก การให้บริการ และการรักษาความปลอดภัยภายในอาคารผู้โดยสารทั้งขาออกและขาเข้า เพื่อให้มั่นใจว่าผู้โดยสารจะได้รับความสะดวก และได้รับบริการอย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569


    ในโอกาสนี้ นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ได้ตรวจความเรียบร้อยจุดให้บริการผู้โดยสารที่สำคัญ อาทิ เคาน์เตอร์เช็กอิน จุดตรวจค้นผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ โถงสายพานรับกระเป๋า และพื้นที่โถงผู้โดยสารขาเข้า ฯลฯ พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และมอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว สะดวก ปลอดภัย และยึดหลักการให้บริการด้วยหัวใจ (Hospitality)

    นางสาวปวีณา เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ AOT คาดว่าจะมีผู้โดยสารใช้บริการ ณ ทสภ. เฉลี่ยประมาณ 192,500 คนต่อวัน จึงได้กำชับให้ ทสภ. เตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งนี้ทราบว่า ทสภ. ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ Airport Ambassador คอยอำนวยความสะดวก ให้คำแนะนำ และสนับสนุนการใช้ระบบอัตโนมัติ อาทิ CUSS, CUBD และระบบพิสูจน์อัตลักษณ์ด้วยการสแกนใบหน้า (Biometric) เพื่อช่วยระบายผู้โดยสาร ลดความแออัด และเพิ่มความคล่องตัวในกระบวนการขาออก รวมถึงอำนวยความสะดวกผู้โดยสารขาเข้า ในการผ่านจุดตรวจหนังสือเดินทาง เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น


    ด้านความปลอดภัย ทสภ. เพิ่มความถี่และความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่ เฝ้าระวังผ่านระบบกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ สายการบิน และผู้ประกอบการ เพื่อให้การให้บริการเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยสูงสุด

    การลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยครั้งนี้ สอดคล้องกับนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่กำชับให้หน่วยงานด้านคมนาคมดูแลการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่ประชาชนและผู้เดินทางในช่วงเทศกาลสำคัญ สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว และสนับสนุนการท่องเที่ยวให้เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน


    นางสาวปวีณา กล่าวทิ้งท้ายว่า AOT และ ทสภ. มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการรองรับการเดินทางของผู้โดยสาร เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และได้รับประสบการณ์การบริการที่อบอุ่น สอดคล้องกับแนวคิด “World Class Hospitality” พร้อมตอกย้ำบทบาทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในฐานะประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ชาวบางพลี ร่วมสวดมนต์ข้ามปี ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง รับศักราชใหม่ 2569 เสริมสิริมงคลชีวิต ณ วัดบางพลีใหญ่กลาง

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ที่ วัดบางพลีใหญ่กลาง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ขึ้น บริเวณมณฑลพิธีหน้าวิหารพระนอน

    โดยมี พระวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง นำคณะสงฆ์ และอุบาสกอุบาสิกา พร้อมพุทธสานิกชนกรวมกว่า 2,000 คน เข้าร่วมกิจกรรม

    สวดมนต์ข้ามปี โดยต่างพร้อมใจกันนุ่งขาวห่มขาวเข้าร่วมพิธีอย่างตั้งใจนอกจากนั้นทันทีที่เริ่มเข้าสู่วันที่ 1 มกราคม 2569 ทางวัดบางพลีใหญ่กลาง

    โดยคณะสงฆ์ได้สวดชยันโต และประชาชนที่ร่วมกิจกรรมต่างพากันขับร้องเพลงชาติไทย เพื่อแสดงออกถึงความรักและความห่วงใยให้กับเหล่าทหารกล้าที่

    ชายแดนไทย-กัมพูชา และยังร่วมกันยืนตรงสะดุดีแก่หารหาญที่เสียชีวิตจากเหตุวามไม่สงบที่ชายแดน อีกด้วย

    โดยมี นาย ขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี เป็นผู้นำในการขับร้องเพลงชาติไทยเพื่อเหล่าทหารหาญในครั้งนี้ โดยหลังเสร็จพิธีทางวัดได้แจกนำมนต์

    พระราชทานจากสมเด็จพระสังฆราช มอบให้กับผู้ร่วมงานพร้อมหนังสือสวดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวอีกด้วย


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    ชาวบางพลีร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง รับศักราชใหม่ 2569 เสริมสิริมงคลชีวิต ณ วัดบางพลีใหญ่กลาง

    ประชาชนชาวอำเภอบางพลีจำนวนมาก พร้อมหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง เนื่องในโอกาสเริ่มต้นศักราชใหม่ พ.ศ.2569 เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ณ วัดบางพลีใหญ่กลาง จังหวัดสมุทรปราการ


    วันที่ 1 มกราคม 2569 เวลา 08.00 น. (เจ้าคุณแจ้) พระวชิรคณาทร ดร.เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง จัดพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์ บริเวณหน้าวิหารพระนอน วัดบางพลีใหญ่กลาง ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

    เพื่อความเป็นสิริมงคลกับชีวิตเนื่องในโอกาสเริ่มต้นศักราชใหม่ 2569 และพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อสมทบทุนค่าน้ำมันเผาศพอนาถา หรือศพผู้ยากไร้ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการจัดการศพ โดยบรรยากาศภายในงาน มี ดร.วีร์สุดา รุ่งเรือง อดีตนายก อบต.บางพลีใหญ่

    พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ อดีตรอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี นางสุมลฑา เจริญศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการ คณะไวยาวัจกร นายภูมินันท์ ขวัญเมือง นายโสภณ มหาบุญ นายดำรงค์รักษ์ บุญประเสริฐ ตลอดจนคณะกรรมการ อุบาสก อุบาสิกา วัดบางพลีใหญ่กลาง

    คณะครู โรงเรียนวัดบางพลีใหญ่กลาง ศูนย์แพทย์ชุมชนวัดบางพลีใหญ่กลาง ข้าราชการตำรวจ สภ.บางพลี และพ่อค้า ประชาชนชาวอำเภอบางพลี ต่างเดินทางมาร่วมพิธีทำบุญตักบาตร เพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ 2569 กันอย่างเนื่องแน่น


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ผู้ว่าฯจ.ขอนแก่น ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569“ ต.หนองเขียด อ.ชุมแพ

    แชร์เนื้อหานี้

    วันพฤหัส ที่ 1 มกราคม พ.ศ 2569 เวลาประมาณ 12.10นางสาวศุภมาศ แก้วดวงดี ปลัด อบต หนองเขียด ปฏิบัติหน้าที่ นายก อบต.หนองเขียดนายศราวุฒิ ด่านขุนทด ผญบ.หมู่1หนองเขียด รักษาการณ์กำนันตำบลหนองเขียด

    นางเสาวลักษณ์ คำตันนิธิฒน์ ผญบ หมู่9พ.ต.อ.รัฐพล เหลาพรม ผกก.สภ.ชุมแพ
    พ.ต.ท.ธรรศพงศ์ พัฒนกิตติสกุล รอง ผกก.ป.สภ.ชุมแพพร้อมด้วย พนักงาน เจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครอง ชรบ. อพปร. อสม. จิตอาสาพระราชทาน ตำรวจอาสา ให้การต้อนรับ

    นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำ จุดตรวจ/จุดให้บริการประชาชนตำบลหนองเขียด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ในช่วงเทศกาลปีใหม่กำชับเน้นย้ำ

    ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพ รอบคอบ และเคร่งครัดในมาตรการความปลอดภัยทางถนน โดยเฉพาะการป้องกันและลดอุบัติเหตุจากการขับขี่ยานพาหนะขณะมึนเมา การไม่สวมหมวกนิรภัย และการใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนให้ดูแลสุขภาพ ความพร้อม และความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

    นายศราวุฒิ ด่านขุนทด รักษาการณ์กำนันหนองเขียด กล่าวถึงความร่วมมือในท้องถิ่นและท้องที่ และขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมคณะมอบน้ำดื่มและสิ่งที่จำเป็นแก่เจ้าหน้าที่ ณ จุดตรวจ

    สื่อสร้างสรรค์ข่าวสารเพื่อท้องถิ่นสื่อรัฐทีวี win ฅนชนข่าว

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดงาน “วันดินโลก 2568” ชูแนวคิด “Healthy soils for healthy cities” น้อมรำลึก “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม”

    แชร์เนื้อหานี้

    วันนี้ (26 ธันวาคม 2568) ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้เปิดบ้านต้อนรับประชาชนและภาคีเครือข่าย ร่วมงาน “วันดินโลก ประจำปี 2568” (World Soil Day 2025) กิจกรรมสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึก

    ในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงเป็น “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม” พระองค์แรกและพระองค์เดียวของโลก โดยมี นายนรา สุขไชย ผู้อำนวยการสำนักงาน

    พัฒนาที่ดินเขต 12 เป็นประธาน และมีคณะข้าราชการ เจ้าหน้าที่ พสกนิกร และเยาวชน เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน
    นายนรา สุขไชย ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 ประธานในพิธี ได้นำผู้ร่วมกิจกรรมร่วมกล่าวสดุดีพระเกียรติคุณ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

    เพื่อน้อมรำลึกถึงตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งการครองราชย์ ที่ทรงทุ่มเทพระวรกายในการทำนุบำรุงและฟื้นฟูทรัพยากรดิน พลิกฟื้นผืนดินที่แห้งแล้งให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ สร้างความผาสุกแก่ปวงชนชาวไทย และได้นำกล่าวปฏิญาณตนที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริ เพื่อรักษาผืนดินให้ยั่งยืนสืบไป

    ด้าน นางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ได้กล่าวถึงหัวใจสำคัญของการจัดงานปีนี้ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ธีม “Healthy soils for healthy cities : ดินที่สมบูรณ์ สู่เมืองที่สมดุล เกื้อกูลชีวิต” ว่า ปีนี้ทางศูนย์ฯ มุ่งเน้นสร้างความตระหนักเรื่อง การปิดทับหน้าดิน (Soil Sealing) ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมเมือง

    ที่พื้นที่เกษตรถูกแทนที่ด้วยคอนกรีตและสิ่งปลูกสร้าง ทำให้ดินตายและสูญเสียระบบนิเวศ พร้อมนำผลสำเร็จของศูนย์ฯ มาถ่ายทอดสู่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนเมือง ให้รู้วิธีการดูแลดินและปลูกพืชในพื้นที่จำกัด เพื่อสร้างสมดุลคืนสู่เมืองและเกื้อกูลชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น

    สำหรับไฮไลท์ที่สร้างสีสันและความรู้ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ผสมผสานทั้งสาระและความเพลิดเพลิน อาทิ นิทรรศการ “เกษตรคนเมือง” ที่สาธิตการผสมดินสูตรพิเศษ (ดินดี) สำหรับปลูกผักในกระถางหรือภาชนะ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่มีพื้นที่น้อย, บริการ คลินิกดิน

    ตรวจวิเคราะห์ความสมบูรณ์ของธาตุอาหาร, การจำหน่ายผลผลิตการเกษตรปลอดภัยจากเกษตรกรตัวอย่าง และกิจกรรมยอดฮิตอย่างการ นั่งรถลากพ่วง ชมทัศนียภาพและพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิตรอบศูนย์ฯ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรับชมกิจกรรมย้อนหลังและข้อมูลความรู้เพิ่มเติมได้ทาง Facebook: ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ


    ข่าว/กรียา/นราธิวาส

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธร จ.นครปฐม จัดโครงการ นครปฐม 1 หมวก 1 น้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน

    แชร์เนื้อหานี้

    ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ขานรับนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดกิจกรม Kick Off “นครปฐม 1 หมวก 1น้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน” มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะการบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะจากการไม่สวมหมวกนิรภัย และมีกลไกการติดตามการใช้หมวกนิรภัยโดยใช้ระบบ QR code

    วันที่ 26 ธันวาคม 2568 ที่ศาลากองอำนวยการองค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดโครงการ “นครปฐม 1 หมวก 1น้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน” ระดมพลังแบ่งปันหมวกนิรภัย มอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2569 สร้างวินัยจราจร 100%

    โดยมี พลตำรวจตรีพิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแต่ละอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะการบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะจากการไม่สวมหมวกนิรภัย และมีกลไกการติดตามการใช้หมวกนิรภัยโดยใช้ระบบ QR code

    พลตำรวจตรีพิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุในจังหวัดนครปฐม พบว่าอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดในรถจักรยานยนต์ โดยมีสาเหตุหลักของการเสียชีวิตคือการไม่สวมหมวกนิรภัย แม้จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดอย่างต่อเนื่อง

    แต่ด้วยปัจจุบันทางเศรษฐกิจทำให้ประชาชนบางกลุ่ม เช่น ผู้มีรายได้น้อย นักเรียน ผู้สูงอายุ ไม่สามารถเข้าถึงโหมดนิรภัยที่มีคุณภาพมาตรฐาน มอก. ได้ ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม จึงได้ริเริ่มโครงการ ภายใต้แนวคิด “พลังแห่งการแบ่งปันเพื่อความปลอดภัย” และการใช้ฐานข้อมูลมาเป็นประโยชน์ในการติดตามการใช้หมวกนิรภัย

    สำหรับกิจกรรมในวันนี้ มีการมอบหมวกนิรภัยจำนวนทั้งสิ้น 1,175 ใบ ส่งมอบให้ทุกสถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐมจำนวน 1,100 ใบ เพื่อเป็นหน่วยงานแจกจ่ายส่งต่อหมวกนิรภัยไปสู่กลุ่มเป้าหมายตาม

    โครงการ นอกจากนี้ยังมอบหมวกนิรภัยให้กับเยาวชนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ของโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย 50 ใบ ซึ่งเป็นเยาวชนผู้นำร่องโครงการ ตลอดจนมอบหัวนิรภัยให้กับประชาชนผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่สัญจรในบริเวณตลาดนครปฐมจำนวน 25 ใบอีกด้วย
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นพค.41 เดินหน้าสร้างสุขอนามัยที่ดี มอบโครงการน้ำดื่มระบบ RO ผลิต 250 ลิตร/ชม. ให้โรงเรียนดาราวิทยา เพื่อแก้ปัญหาปากท้องและลดภาระค่าใช้จ่าย

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 24 ธันวาคม 2568 ที่โรงเรียนดาราวิทยา ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส กองบัญชาการกองทัพไทย โดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้จัดพิธีส่งมอบ “โครงการอาคารบริการน้ำดื่มระบบ RO” และอุปกรณ์กีฬา เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับนักเรียน ครู และประชาชนในพื้นที่

    โดยพิธีดังกล่าวได้รับเกียรติจาก พันเอก เธียรทรรศน์ ภาม่วงเลี่ยม ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการ เคลื่อนที่ 41 (นพค.41) สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เป็นประธานในพิธี โดยมี พ.ท.ไธพัตย์ สุนทรวิภาต รองผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 45, น.ส.นาวาล วาเต๊ะ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนดาราวิทยา พร้อมด้วยคณะครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงสำหรับโรงเรียนดาราวิทยาเป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึง ม.6 ปัจจุบันมีนักเรียน 1,865 คน และครู 210 คน และเป็นโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563

    ทั้งนี้โครงการอาคารบริการน้ำดื่มระบบ RO ที่มอบให้ในครั้งนี้ มีอัตราการผลิต 250 ลิตรต่อชั่วโมง นับเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการ ส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี ของนักเรียน คณะครู และบุคลากรในโรงเรียน รวมถึงประชาชนโดยรอบ นอกจากนี้ยัง ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และยกระดับคุณภาพชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการเรียนรู้และการดำรงชีวิตด้านพันเอก เธียรทรรศน์ ภาม่วงเลี่ยม กล่าวว่า โครงการนี้ดำเนินการตามนโยบายของกองบัญชาการกองทัพไทย ที่ต้องการให้หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาและหน่วยทหารในพื้นที่ จัดพิธีส่งมอบโครงการเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน โดยเน้นการแก้ปัญหาความเดือดร้อนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ราษฎรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างสมบูรณ์

    สำหรับการคัดเลือกโครงการนี้ นพค.41 ได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของหน่วยราชการทหารพัฒนา โดยเริ่มจากการทำการสำรวจและทำประชาคม ร่วมกับผู้นำชุมชน ตัวแทน อบต. และหน่วยกำลังในพื้นที่ เพื่อจัดลำดับความเร่งด่วน เน้น ความทั่วถึง และสอบถามความจำเป็นอย่างแท้จริง ก่อนดำเนินการตามความต้องการที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาของอำเภอและจังหวัด
    เราเน้นความทั่วถึง ตามหลักของในหลวง รัชกาลที่ 9 และสืบสานไว้ก็คือ เข้าใจ เข้าถึง แล้วก็ใช้การพัฒนาอย่างที่บอกครับ หน่วยราชการทหารพัฒนาใช้การพัฒนาเข้ามานำครับ โครงการนี้จะส่งเสริมให้คุณภาพของการศึกษา… นักเรียนก็จะมีกำลังใจในการเรียน และเราไม่ได้มาทำส่งมอบและจบ แต่เราจะมาดูแลด้วย” พันเอก เธียรทรรศน์ กล่าว

    อย่างไรก็ตามการส่งมอบโครงการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพของบุคลากรในสถานศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นไปเพื่อสร้างความรัก ความเชื่อมั่น และศรัทธาของราษฎรต่อหน่วยทหารของกองทัพไทย พร้อมทั้งเชิญชวนให้ทุกคนช่วยกันดูแลรักษาโครงการที่มอบให้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและยั่งยืนในการดำเนินชีวิตประจำวันต่อไป
    ////////////////////////////////////////////////ข่าว/กรียา/นราธิวาส

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จัดกิจกรรม “มอบ Travel Kit และของขวัญเซอร์ไพรส์” เนื่องในโอกาสเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ประจำปี 2569

    แชร์เนื้อหานี้

    คริสต์มาสสุดเซอร์ไพรส์! ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ Travel Kit และตุ๊กตากวางเรนเดียร์ สร้างรอยยิ้มและความสุขให้ผู้โดยสาร
    ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จัดกิจกรรม “มอบ Travel Kit และของขวัญเซอร์ไพรส์” เนื่องในโอกาสเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ประจำปี 2569 เพื่อร่วมส่งมอบความสุข สร้างบรรยากาศแห่งความอบอุ่น และสร้างความประทับใจให้แก่ผู้โดยสาร ระหว่างวันที่ 24–25 ธันวาคม 2568

    วันนี้ (24 ธันวาคม 2568) เวลา 17.00 น. นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และ นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ทสภ. ร่วมมอบ Travel Kit ให้แก่ผู้โดยสารขาออก ณ โถงผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ต่อมาเวลา 18.00 น. คณะผู้บริหาร ทสภ. ได้มอบของขวัญสุดเซอร์ไพรส์เนื่องในวันคริสต์มาสอีฟ

    เป็นตุ๊กตากวางเรนเดียร์ตัวใหญ่ลำเลียงผ่านสายพานรับกระเป๋า ส่งตรงถึงมือผู้โดยสารสายการบิน Etihad Airways เที่ยวบิน EY406 จากกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสายการบิน Jetstar Airways เที่ยวบิน JQ029 จากเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ณ สายพานรับกระเป๋าหมายเลข 11–12 โถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 สร้างรอยยิ้ม ความสุขและความประทับใจแก่ผู้โดยสารเป็นอย่างมาก

    นอกจากนี้ ทสภ. ยังได้สุ่มมอบ ตุ๊กตากวางเรนเดียร์ ให้แก่ผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศเพิ่มเติมอีก 4 เที่ยวบิน ในช่วงระหว่างวันที่ 24–25 ธันวาคม 2568 รวมทั้งสิ้น 7 เที่ยวบิน โดยเตรียมกวางเรนเดียร์เพื่อมอบเป็นของขวัญให้ผู้โดยสารมากถึง 1,200 ตัวทสภ. เลือกมอบตุ๊กตากวางเรนเดียร์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลคริสต์มาส

    สื่อถึงการเดินทาง ความสุข และการนำพาความอบอุ่น พร้อมส่งต่อรอยยิ้มและความประทับใจให้แก่ผู้โดยสารตลอดการเดินทาง ทสภ. ยังคงมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการให้บริการภายใต้แนวคิด World Class Hospitality เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่อบอุ่น ปลอดภัย และน่าประทับใจในทุกช่วงเวลา พร้อมตอกย้ำบทบาทการเป็นประตูสู่ประเทศไทยอย่างภาคภูมิ


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    สตม. ร่วมกับ ททท. ระดมกำลังดูแลนักท่องเที่ยวช่วงคริสต์มาส – ปีใหม่ 2569 สร้างความประทับใจตั้งแต่ด่านแรก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ายกระดับมาตรการดูแลและอำนวยความสะดวกด้านพิธีการเข้าเมืองในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2569

    เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในสายตานานาชาติ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมเชิงรุกในทุกมิติ สอดรับกับนโยบายรัฐบาลด้านการท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด “คุณภาพมากกว่าปริมาณ (Value Over Volume)” และหลักการทำงาน “Stay Focus” ใช้ข้อมูลเป็นฐาน พร้อมบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ

    เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 22 ธันวาคม 2568 พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ นายทศพล วรรณศุภผล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกด้านพิธีการเข้าเมืองในช่วงเทศกาลคริสต์มาส–ปีใหม่ 2569

    โอกาสนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้ร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยวขาเข้าจากต่างประเทศ พร้อมมอบของที่ระลึก “Amazing Bag” ซึ่งบรรจุของที่ระลึกที่สะท้อนอัตลักษณ์และเสน่ห์ความเป็นไทย เพื่อสร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่นักท่องเที่ยวเดินทางถึงประเทศไทย

    ด้าน พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 เปิดเผยว่า ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประจำด่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมกว่า 200 นาย ปฏิบัติหน้าที่อย่างพร้อมเพรียง บริเวณอาคารผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 ประตู 10 เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาล
    ขณะที่ พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ระบุว่า สตม. ได้จัดทำแผนรองรับการอำนวยความสะดวกด้านพิธีการเข้าเมืองในช่วงเทศกาลสำคัญ ภายใต้กรอบการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ ควบคู่กับมาตรการป้องกันและสกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเข้มงวด

    โดยแผนปฏิบัติการครอบคลุมระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ถึง 5 มกราคม 2569 ซึ่งคาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางเข้า–ออกประเทศเฉลี่ยมากกว่า 166,000 คนต่อวัน ผ่านท่าอากาศยานหลัก ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่
    สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้กำหนดมาตรการสำคัญ ได้แก่ 1.เปิดช่องตรวจคนเข้าเมืองเต็มอัตราในช่วงเวลาที่มีเที่ยวบินหนาแน่น ตั้งเป้าระบายผู้โดยสารภายใน 30 นาที / 2.ขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่งดการลาพักผ่อนตลอดช่วงปฏิบัติการ เพื่อให้มีกำลังพลเพียงพอ / 3.บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกอย่างรอบด้าน

    พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เป็นช่วงที่มีการเดินทางหนาแน่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเตรียมความพร้อมทั้งด้านกำลังพล อุปกรณ์ ระบบตรวจ และการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเต็มที่
    เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทุกนายพร้อมปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ และความเป็นมืออาชีพ เพื่อดูแลความปลอดภัยควบคู่กับการอำนวยความสะดวกอย่างเต็มกำลัง สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวว่า ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย อบอุ่น และเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม
    โดยวันนี้ ( 22 ธันวาคม 2568 ) ที่มาระดมปล่อยแถวเนื่องจากว่าได้เพิ่มประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

    ทั้งในเรื่องอำนวยความสะดวกและในเรื่องการคัดกรองบุคคลที่จะเข้าประเทศโดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้ ฟรีวีซ่า เพราะว่าไม่ได้มีการคัดกรองมาจากสถานทูตประเทศต้นทางที่เดินทางเข้ามา โดยจะคัดกรองจากการดูแผนการเดินทางทั้งหมด เพื่อจะดูว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศเพื่อการท่องเที่ยวในประเทศไทยจริงๆ ส่วนที่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน หรือใช้ประเทศไทยในการก่ออาชญากรรมต่างๆ ทางเราจะมีการปฏิเสธเข้าเมือง ส่วนหลักเกณฑ์ในการพิจารณาจะใช้หลักสากล ในเรื่องการตรวจแผนการเดินทาง มีตั๋วเดินทาง เข้า-ออก ตลอดจนเบี้ยยังชีพที่ใช้ในประเทศ โดยจะใช้หลักเกณฑ์แบบเสมอภาค

    ส่วนในประเทศที่มีสงคราม ทางตำรวจได้ทำงานร่วมกับ สมช. และหน่วยข่าวกรอง ในกรณีที่ต่างชาติเข้ามาก่อเหตุ แต่ตอนนี้ยังไม่การรายงานว่ามีต่างชาติเข้ามากระทำความผิดในประเทศไทย ส่วนประเทศกัมพูชาที่เข้ามาก็จะตรวจเรื่องแผนการเดินทางที่ชัดเจน และมีตั๋วเดินทางกลับ และมีเบี้ยยังชีพ ซึ่งเป็นหลักสากลที่ใช้กัน ในเรื่องของฟรีวีซ่าจะไม่มีการตรวจสอบเอกสารก่อนที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศมีพาสปอร์ตก็สามารถเดินทางเข้ามาได้ จึงจำเป็นจะต้องเน้นในรายละเอียดว่าเจตนาหลักที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อการท่องเที่ยวจริงๆ จึงจะปล่อยให้เดินทางเข้ามาได้ ส่วนที่เข้ามาแล้วไม่มีแผนการเดินทาง หรือไม่มีเจตนาในการท่องเที่ยวก็จะปฏิเสธการเข้ามา ในอดีตส่วนใหญ่ที่จะเข้ามาในประเทศจะต้องมีการขอวีซ่าแต่ปัจจุบันมีการเปิดฟรีวีซ่า ก็จะมีผลกระทบพอสมควรในเรื่องของการที่เข้ามาแล้วไม่มีเจตนามาท่องเที่ยว เพราะเคยมีข่าวที่เข้ามาแบบฟรีวีซ่าแล้วมาก่ออาชญากรรม หรือใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน

    เรื่องการเดินทางเข้าประเทศรัฐบาลแต่ละรัฐบาลจะมีแนวนโยบายไม่เหมือนกัน แต่จะเน้นเรื่องการท่องเที่ยวเป็นหลัก ในการที่มีฟรีวีซ่าก็ดี เพราะเป็นการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเดินทางมามากขึ้นแต่ในขณะปัจจุบันมีเหตุการณ์ระหว่างประเทศเรื่องความมั่นคงในประเทศเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการในเรื่องการอำนวยความสะดวกควบคู่กับความมั่นคงเป็นหลักเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในประเทศ การทำงานจะทำร่วมกับหลายหน่วยงาน แต่ในขณะนี้ยังไม่การรายงานการกระทำความผิดเข้ามา อยากจะเรียนนักท่องเที่ยวว่าอาจจะไม่ได้รับความสะดวกสบายเท่าที่ควร แต่ทาง ตม.2 ก็มีแผนการรองรับ ในตอนนี้สูงสุดที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางออกจากประตูเรื่องบินจนถึงด่านตรวจ ตม. ใช้เวลาไม่ถึง 40 นาที


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ประชาชนรากหญ้า” เสียงจริงที่ถูกเมิน “พีโก้ โกโก้” เดินชนกลางเวทีรัฐ จี้ SME Bank ปรับเกณฑ์สินเชื่อ ถึงทุนจริง

    แชร์เนื้อหานี้

    ชุมพร – นางสาวพลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรม “ฝ่าฟัน ดัน SMEs สู่แหล่งทุน” ณ โรงแรมมรกตทวิน จังหวัดชุมพร โดยมี นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) และว่าที่ร้อยตรี กิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมผู้บริหารหน่วยงานพันธมิตรเข้าร่วมงานแต่ท่ามกลางเวทีนโยบาย

    เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการฐานรากได้ดังขึ้นอย่างตรงไปตรงมา เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2568 หลัง คุณวัยญากรณ์ คงสุวรรณ์ภานิช หรือ “ป๊อป โกโก้” เจ้าของแบรนด์ “พีโก้ โกโก้ ชุมพร” เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ เพื่อทวงถามความเป็นธรรมในการเข้าถึงแหล่งทุนของผู้ประกอบการรายย่อย
    การยื่นหนังสือครั้งนี้ไม่ใช่การขอความเห็นใจ

    แต่คือการ ชี้ความจริงที่รัฐยังหลีกเลี่ยงจะมอง ว่าแม้รัฐบาลจะโหมประชาสัมพันธ์สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี วงเงินกว่า 20,000 ล้านบาท ผ่าน SME D Bank หากในทางปฏิบัติ “เงินรัฐยังไม่ถึงมือคนทำจริง” โดยเฉพาะผู้ประกอบการฐานรากและคนตัวเล็กในชุมชนทุนมี แต่คนจนเข้าไม่ถึงสาระสำคัญในหนังสือร้องเรียนระบุชัดว่า

    หลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อยังตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่ผู้ประกอบการรายย่อยเอื้อมไม่ถึงผู้ประกอบการจำนวนมากไม่มีหลักทรัพย์ ไม่มีงบสวย แต่มีการผลิตจริง มีตลาดจริงมาตรการรัฐกลับกลายเป็นโอกาสของรายใหญ่ ขณะที่คนฐานรากยังติดหล่มระบบ
    คุณวัยญากรณ์ย้ำว่า หากรัฐยังใช้ “แว่นตาคนเมือง” มองผู้

    ประกอบการท้องถิ่น นโยบายช่วยเหลือก็จะเป็นเพียง ฉากสวยบนเวที แต่ไม่อาจแก้ปัญหาเศรษฐกิจรากหญ้าได้อย่างแท้จริง
    งานเดินต่อ แต่คำถามยังคาใจประชาชนแม้บรรยากาศงานจะดำเนินไปตามกำหนด พร้อมการนำเสนอแนวคิด “เติมทุน เติมความรู้ เติมโอกาส”

    และมาตรการแก้หนี้ “3 ลด ปลดหนี้” แต่กรณีของ “พีโก้ โกโก้” ได้กลายเป็น ภาพสะท้อนชัดเจน ว่า ช่องว่างระหว่างนโยบายบนกระดาษ กับชีวิตจริงของประชาชนยังห่างไกลเหตุการณ์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคล หากแต่เป็น เสียงแทนคนตัวเล็กทั้งประเทศ ที่กำลังตั้งคำถามกลับไปยังรัฐว่า นโยบายช่วย SME วันนี้ ช่วยเพื่อใคร—เพื่อรายใหญ่ในเอกสาร หรือเพื่อประชาชนรากหญ้าที่กำลังดิ้นรนอยู่หน้างานจริง
    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผวจ.โคราช นำทีม กต.ตร. เปิดใจคุย เดินหน้าพัฒนางานตำรวจเพื่อสังคม/ส.ท่องเที่ยวเขาใหญ่ ส่งความสุขคริสต์มาส รพ.ปากช่องนานา

    แชร์เนื้อหานี้

    จังหวัดนครราชสีมาเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนางานตำรวจอย่างมีส่วนร่วม จัดการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) จังหวัดนครราชสีมา ครั้งที่ 2/2568 โดยมี นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานการประชุม ณ ภัตตาคารเสียวเสี้ยว โคราช อำเภอเมืองนครราชสีมา

    การประชุมครั้งนี้มุ่งรับฟังแนวทางการแก้ไขปัญหา การแจ้งข่าวสาร และการสร้างสรรค์งานบริการสังคม โดยเน้นการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและพัฒนาการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อยกระดับความโปร่งใส ความเชื่อมั่น และประสิทธิภาพในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

    ในที่ประชุมมีผู้แทนหน่วยงานสำคัญเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พลตำรวจตรีณรงค์ศักดิ์ พรมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, พันตำรวจเอกนิรันดร์ แก้วอินทร์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และ ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา

    ผู้เข้าร่วมประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เสนอแนวทางการพัฒนางานตำรวจให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน พร้อมย้ำบทบาทของ กต.ตร. ในการเป็นกลไกสำคัญเชื่อมโยงภาครัฐ ตำรวจ และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพการให้บริการ สร้างความอุ่นใจ และเสริมความเข้มแข็งให้สังคมโคราชอย่างยั่งยืน.

    ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

    ส.ท่องเที่ยวเขาใหญ่ ส่งความสุขคริสต์มาส สวมชุดซานตาคลอส–ไดโนเสาร์บุกวอร์ดเด็ก มอบกำลังใจน้องป่วย รพ.ปากช่องนานา

    วันที่ 25 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. บรรยากาศอบอวลด้วยรอยยิ้มที่ โรงพยาบาลปากช่องนานา เมื่อ สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ จับมือจิตอาสาชมรมฮักเขาใหญ่ ตำรวจทางหลวงนครราชสีมา เทศบาลเมืองปากช่อง และภาคีเครือข่าย แต่งชุดซานตาคลอส ไดโนเสาร์ และฮีโร่สุดน่ารัก นำขนม–ตุ๊กตา มอบถึงขอบเตียง สร้างกำลังใจให้น้องๆ ผู้ป่วยเด็กในวันคริสต์มาส

    กิจกรรมครั้งนี้สร้างเซอร์ไพรส์และเสียงหัวเราะให้เด็กๆ ที่กำลังรักษาตัว หลายคนยิ้มกว้างเมื่อซานตาคลอสและไดโนเสาร์เดินเข้าไปทักทายใกล้ชิด พร้อมมอบของขวัญและคำอวยพร เพื่อเติมพลังใจและแรงบันดาลใจให้หายป่วยเร็ววัน
    นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ระบุว่า กิจกรรมจิตอาสานี้จัดต่อเนื่องทุกปีในช่วงคริสต์มาสและวันเด็ก เพื่อไม่ให้เด็กที่ต้องนอนโรงพยาบาลรู้สึกโดดเดี่ยว และ

    ได้ร่วมรับความสุขเช่นเดียวกับเด็กคนอื่นๆ ทั้งนี้ ทีมจิตอาสาเขาใหญ่เตรียมไฮไลต์ชุดแฟนซีหลากหลาย อาทิ ซานตาคลอส ช้าง กระทิง ไดโนเสาร์ และซูเปอร์ฮีโร่ ตอกย้ำพลังความร่วมมือของชุมชน ที่ร่วมกันส่งต่อความสุขเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ ให้กับหัวใจของเด็กๆ ในช่วงเทศกาลแห่งความหวัง.

    ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “สมพงษ์” ผอ.เครือข่ายสมาคม อสมช.ภาคประชาชน จ.ปราจีนบุรี ลงพื้นที่ มอบของอุปโภคบริโภคให้กับศูนย์พักพิง และผู้อพยพตามหมู่บ้าน

    แชร์เนื้อหานี้

    วันนี้ (22 ธ.ค.68) เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมพงษ์ มีน้อย ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี และสมาชิกอาสาอัยการอำเภอกบินทร์บุรี พร้อมคณะเจ้าหน้าที่และผู้บริหารสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับมอบเครื่องอุปโภคบริโภค ประเภท ข้าวสาร อาหารแห้งและน้ำดื่ม

    จาก นางสาวสุพรรษา ทองดี บริษัท ทองดีออโต้ชอป จำกัด กรรมการบริหารเครือข่าย จังหวัดปราจีนบุรี และ นายประพนธ์ นนท์สืบเผ่า กรรมการบริหารเครือข่าย จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเป็นตัวแทน นำสิ่งของ ดังกล่าวไปมอบให้เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตามแนวชายแดน จากเหตุปะทะชายแดนไทย- กัมพูชา

    ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว ตำบลวังดาล อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัด ปราจีนบุรี โดยมี นายนิยม เผ่าแสง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 11 และคณะให้การต้อนรับ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น โดยทาง สมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี ได้คำนึงถึงความ ปลอดภัยและสุขอนามัยของผู้พักพิง เป็นสำคัญ

    นายสมพงษ์ ผอ.สมาคมฯ จังหวัดปราจีนบุรี ยังได้กล่าว ให้กำลังใจกับประชาชนในศูนย์พักพิงชั่วคราวขอให้ทุกคนเข้มแข็งและรักษาสุขภาพ เพื่อที่จะก้าวผ่านสถานการณ์ดังกล่าวไปได้ด้วยดีต่อจากนั้นทางสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี และคณะได้เดินทางต่อไปมอบสิ่งของให้กับผู้อพยพอีก 11 ครอบครัว ที่พักอาศัยอยู่กับญาติพี่น้องภายในหมู่บ้าน จนครบตามจำนวน หลังจากนั้นจึงได้เดินทางกลับ.

    ภาพข่าว : ทีมข่าวจังหวัดปราจีนบุรี//รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วัรพ.นครปฐม Super App หมอพร้อมพลัส เชื่อมต่อทุกบริการ ผ่านเทคโนโลยี

    แชร์เนื้อหานี้
    วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00 น. นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐมเป็นประธานเปิด การประชาสัมพันธ์ "Super App หมอพร้อมพลัส เชื่อมต่อทุกบริการ ผ่านเทคโนโลยี โดย แพทย์หญิงจุฑาภรณ์ สามศรีทอง   รองผู้อำนวยการ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายแพทย์วีระเดช เฉลิมพลประภา คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนครปฐม เข้าร่วมพิธี วัตถุประสงค์ ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแอปพลิเคชัน หมอพร้อมเพื่อการรับบริการทางการแพทย์ที่สะดวก และเท่าเทียม สร้างความตระหนักในการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างผู้ป่วยและหน่วยบริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาล ณ บริเวณชั้น 1 อาคารผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลนครปฐม

    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม