คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวอาชญากรรม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สิงห์เมืองมุก ผนึกกำลัง สิงห์ดงหลวง! บุกจับผู้ค้ายาเสพติดกลางผึ่งแดด ยึดยาบ้า 400 เม็ด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15 ตุลาคม 2568 นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร / ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอเมืองมุกดาหาร (ศป.ปส.อ.เมืองมุกดาหาร)

ได้สั่งการให้นางสาวธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี ปลัดอำเภอ หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร (สิงห์เมืองมุก) พร้อมสมาชิก อส. ร้อย อส.อ.เมืองมุกดาหารที่ 2

บูรณาการร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอดงหลวง ภายใต้การอำนวยการของนายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง (ผอ.ศป.ปส.อ.ดงหลวง)

โดยมีนายชัช โชติชูชัย ปลัดอำเภอ หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง (สิงห์ดงหลวง) พร้อมสมาชิก อส. ร้อย อส.อ.ดงหลวงที่ 8 ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังได้รับร้องเรียนว่ามีผู้มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในเขตพื้นที่ตำบลผึ่งแดด อำเภอเมืองมุกดาหาร

ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 400 เม็ด โดยแจ้งข้อกล่าวหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย” จำนวน 1 ราย และ“เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)

โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” จำนวน 1 ราย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ผึ่งแดด อำเภอเมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

มุกดาหาร #ยาเสพติด #ฝ่ายปกครอง #สิงห์เมืองมุก #สิงห์ดงหลวง #ผึ่งแดด #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ยึดยาบ้าเกือบ 2 แสนเม็ด 1 ล้านบาท ผู้ต้องหา 197 ราย เครือข่ายใหญ่7 ราย หลังแก๊งยาบ้าเปลี่ยนวิธีใช้รถแท็กซี่ขนยาบ้าพื้นที่ศรีสะเกษ

แชร์เนื้อหานี้

***วันที่ 15 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ พล.ต.ต.ศุภชัย ศักรินพานิชกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับ นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง รวมถึงเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดในช่วงวันที่ 1 – 13 ตุลาคม 2568 ซึ่งจากปฏิบัติการดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวมทั้งหมด 197 คน ของกลางยาบ้าจำนวน 199,975 เม็ด และยึดทรัพย์สินของผู้ต้องหาคดียาเสพติดรวมมูลค่าประมาณ 1,050,000 บาท ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ

***ทั้งนี้ สำหรับการปราบปรามเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญในเดือนตุลาคม ชุดปราบปรามยาเสพติดของตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการ “238 พิทักษ์นครลำดวน” ซึ่งประกอบด้วยตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่เรือนจำฯ สามารถสืบสวนติดตามและจับกุมกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญได้ 1 เครือข่าย จำนวน 5 ราย ผู้ต้องหา 4 คน ของกลางยาบ้า 190,000 เม็ด และยึดทรัพย์สินรวมมูลค่าประมาณ 920,000 บาท หนึ่งในนั้นเป็นรถแท็กซี่ที่พ่อค้ายาใช้ขับขนสินค้ากระจ่ายให้ลูกค้าในพื้นที่ต่างๆ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องอีก 7 ราย

***พล.ต.ต.ศุภชัย ศักรินพานิชกุล เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมืออันเข้มแข็งของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในการปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนและลดปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และขอความร่วมมือจากประชาชนและสถานประกอบการทุกแห่งในการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นผู้เสพ ผู้ค้า หรือผู้ใช้สถานประกอบการในการกระทำผิดโดยสามารถแจ้งข้อมูลได้ผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599, สายด่วน 191, Application Police I lert U และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ สายด่วน 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการปราบปรามและจับกุมผู้กระทำผิดได้อย่างเข้มข้น โดยการร่วมมือของประชาชนถือเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพราะนอกจากเจ้าหน้าที่รัฐจะดำเนินการจับกุมและปราบปรามแล้ว ข้อมูลจากชาวบ้านถือเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ช่วยลดปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ


***นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า การปฏิบัติการนี้ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยต้องดำเนินการอย่างจริงจังในทุกมิติ ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการปราบปรามแหล่งผลิตและเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด


***นโยบายของรัฐบาลเน้นการดำเนินงานตามกฎหมายไทยและหลักสากลอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในพื้นที่แนวชายแดนและพื้นที่ตอนใน การสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด การปิดล้อมตรวจค้น การทำลายเครือข่าย และการสืบสวนขยายผลผู้ค้ายาเสพติดในทุกระดับ จึงถือว่าการจับกุมผู้ต้องหาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธการ “พิฆาตทรชนคนค้ายาอีสานใต้” และยุทธการ “238 พิทักษ์นครลำดวน” ของจังหวัดศรีสะเกษ


***ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยในสังกัดตำรวจภูธรภาค 3 และจังหวัดศรีสะเกษ ยังคงเร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมระดมกวาดล้างยาเสพติดในทุกมิติ เพื่อสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดและลดปัญหาอาชญากรรมอย่างต่อเนื่อง สำหรับประชาชนที่พบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ทุกช่องทางที่กำหนดโดยเจ้าหน้าที่ ทั้งสายด่วนและแอปพลิเคชัน เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพ
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “นาทีระทึก! เด็กน้อยกลืนเหรียญ คุณแม่โพสต์สุดสะเทือนใจ ‘บทเรียนชีวิตอันยิ่งใหญ่’”

แชร์เนื้อหานี้

“หัวอกคนเป็นแม่แทบสลาย 💔 เมื่อลูกน้อยเผลอกลืนเหรียญเข้าไป! โพสต์ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยลูกพ้นอันตราย 🙏
ภาพเอกซเรย์เห็นชัด เหรียญขนาด 17 มิลลิเมตรติดในช่องท้อง แพทย์เร่งดูอาการใกล้ชิด – ขอให้น้องปลอดภัย ❤️”

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า มีคุณแม่รายหนึ่งได้โพสต์เฟซบุ๊กขณะอยู่ที่ โรงพยาบาลมุกดาหาร “บทเรียนชีวิตอันยิ่งใหญ่ พระสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทวบุตรเทวดาเพิลงยังช่วยอยู่ 🙏🙏🙏🙏” พร้อมแนบภาพลูกชายตัวน้อยในชุดคนไข้ และภาพเอกซเรย์ที่แสดงให้เห็นวัตถุโลหะคล้ายเหรียญในช่องท้อง
จากภาพฟิล์มพบว่า วัตถุดังกล่าวมีขนาด ประมาณ 17.37 มิลลิเมตร เบื้องต้นคาดว่าเด็กน่าจะเผลอกลืนเหรียญเข้าไปโดยไม่ตั้งใจ

👩‍⚕️ ขณะนี้แพทย์อยู่ระหว่าง เฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด และดำเนินการตามขั้นตอนทางการแพทย์ เพื่อความปลอดภัยของน้อง

บทเรียนสำคัญสำหรับพ่อแม่ทุกคน อย่าประมาทกับของเล็ก ๆ ในบ้าน

🙏 ขอให้ น้องปลอดภัย หายดีในเร็ววัน ❤️

⚠️ คำเตือนจากแพทย์
กรณีเด็กกลืนสิ่งแปลกปลอม เช่น เหรียญ ถ่านกระดุม หรือของเล่นชิ้นเล็ก ❗ ถือเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์
❌ ห้ามพยายามล้วงคอ หรือทำให้อาเจียนเอง
✅ รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที เพื่อให้แพทย์เอกซเรย์และวางแผนการรักษาอย่างถูกต้อง
👶 คำแนะนำสำหรับผู้ปกครอง

  • เก็บเหรียญ ถ่านกระดุม และของชิ้นเล็กให้พ้นมือเด็ก
  • ห้ามให้ของเล่นที่มีชิ้นส่วนเล็กกับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี
  • หากเด็กมีอาการไอ สำลัก หรือกลืนลำบาก ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

กลืนเหรียญ #ขอให้น้องปลอดภัย #เตือนภัยพ่อแม่ #อุบัติเหตุในเด็ก #โรงพยาบาลมุกดาหาร #ข่าวมุกดาหาร #บทเรียนชีวิตอันยิ่งใหญ่ #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้_////เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / ทหารพรานมุกดาหารสกัดยึด จยย.จีออโน่ ต้องสงสัย เตรียมลักลอบข้ามโขง

แชร์เนื้อหานี้

กองบังคับการควบคุมที่ 1 [ร.3] กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 มุกดาหาร หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ริมเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำโขงชุมชนศรีมงคลเหนือ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร
เจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำความผิด รวมถึงสิ่งของผิดกฎหมายตามแนวชายแดน

ต่อมา เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นจีออโน่ สีน้ำเงิน จำนวน 1 คัน ตรงตามที่ได้รับแจ้ง จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และส่งมอบให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปข่าวชายแดนมุกดาหาร #ทหารพราน2105 #กกลสุรศักดิ์มนตรี #สกัดรถจักรยานยนต์ลักลอบข้ามโขง #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้///ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.เชียงราย แถลงข่าวการตรวจยึดยาบ้า 1 แสนเม็ด พร้อมผู้ต้องหา 4 คน หลังทราบว่าเตรียมส่ง ชัยภูมิ กรุงเทพฯ

แชร์เนื้อหานี้

เวลา 13.30 น.วันที่ 8 ต.ค.68 พล.ต.ต.มานพ เสนากูลผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร รรท.ผกก.สภ.เมืองเชียงราย ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายค้ายาบ้า จำนวน 100,000 เม็ด โดยสามารถจับกลุ่มผู้ต้องหาได้จำนวน 4 คน คือ นายณพล หรือแบงค์ สงวนนาม อายุ 32 ปี ชาว ต.เมืองฝ้าย อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ น.ส.โสรยา หรือโม สงวนนามสกุล อายุ 26 ปี ชาว ต.ทุ่งกระเด็น อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ น.ส.กชพร หรือมุก สงวนนามสกุล อายุ 41 ปี ภูมิลำเนา ต.เขื่องใน อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี นายสนธยา หรือเวย์ สงวนนามสกุล อายุ 28 ปี ภูมิลำเนา ต.บ้านคู่ อ.เมือง จ.เชียงราย

โดยการจับกุมครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ รับผิดชอบ สภ.เมืองเชียงราย จึงได้จัดกำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามเส้นทาง จนกระทั่งเวลาประมาณ 14.00 น.วันที่ 7 ตุลาคม 2568 ทางเจ้าหน้าที่ได้พบรถต้องสงสัยตามที่ได้รับแจ้ง จึงได้ตั้งจุดสกัด ที่ ถนนเวียงบูรพา ม.5 ต.ท่าสาย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย พบรถต้องสงสัย ผ่านเข้ามา ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เรียกตรวจ พย น.ส.โสรยา เป็นผู้ขับขี่ และนายณพล เป็นผู้โดยสาร แต่จากการตรวจสอบไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายภายในรถ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติเนื่องจาก ผู้ต้องสงสัยภายใน ได้ตรวจสอบโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลาจึงได้ ขอดูในโทรศัพท์พบว่ามีภาพยาเสพติดอยู่ในโทรศัพท์ จึงได้ทำการควบคุมตัวไว้พร้อมกับทำการสอบสวน และขยายผลจนกระทั่งสามารถ ตรวจค้นและตรวจยึดยาบ้าของการได้ที่ห้องพักในพื้นที่ ม.1 ต.สันทราย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย พร้อมกับจับกุม น.ส.กชพร กับ นายสนธยา ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดได้เช่าไว้ นานกว่า 3 เดือนแล้วโดยผู้ต้องหาได้ให้การว่าของกลางยาบ้าทั้งหมดได้รับมาจากในพื้นที่ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงรายโดยจะแบ่งการนำไปส่งปลายทางที่จังหวัดชัยภูมิและส่วนหนึ่งจะนำส่งเข้าไปที่กรุงเทพฯ โดยในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบแล้วว่าเครือข่ายมีใครร่วมขบวนการบ้างซึ่งจะได้ทำการออกหมายจับและติดตามจับกุมต่อไป

พลตำรวจตรีมานพ เสนากูล กล่าวว่า การจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในครั้งนี้สืบเนื่องจากประชาชนได้ให้ความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสทางเจ้าหน้าที่จึงสามารถจับกุมเครือข่าย ได้ทั้งหมดซึ่งเราสามารถสืบทราบแล้วว่าผู้อยู่เบื้องหลังมีใครบ้างและปลายทางที่รับมีใครโดยจะได้ ให้เจ้าหน้าที่ทำการติดตามขยายผลและจับกุม ซึ่งหลังจากนี้ ประชาชนทั่วไป หากมีผู้ใดได้รับเบาะแสยาเสพติดสามารถติดต่อ ที่ สถานีตำรวจใกล้บ้านหรือแจ้งมาที่ LINE official ส่วนตัวของผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายโดยตรง เพื่อให้ข้อมูล ของ ผู้กระทำผิดเพื่อจะได้จับกุมและเป็นการป้องกันไม่ให้เปิดเผย ตัวของพลเมืองดีที่แจ้งข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่…

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับนายโอนรับจ่างตัดปาล์มผันตัวมาเป็นพ่อค้ายาบ้า

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ชาวบ้านเอื้อมระอาพฤติกรรมมีการมั่วสุมและจำหน่ายยาเสพติดกันอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย วันที่ 3 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงาน จาก นายวิทยา สุวรรณสิทธิ์ นายอำเภอปะทิว อำเภอปะทิวขอรายงานผลการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers“ ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด

ตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และจังหวัดชุมพร ปฏิบัติการปิดล้อม ตรวจค้น ผู้ติด/ผู้เสพ และจับกุมผู้ค้ายาเสพติด
มอบหมายให้ นายอำเภอปะทิว นายกิติพงศ์ โสมณะ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง สั่งการให้ นายธีระวุฒิ นุชนงค์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยสมาชิก อส.อ.ปะทิว ที่ 4 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บ้านมาบอำมฤต นำโดย

พ.ต.ท.ชาติชาย มูลลักษณ์ รอง ผกก.สส.สภ.บ้านมาบอำมฤต ดำเนินการตามปฏิบัติการปิดล้อม ตรวจค้นบ้านไม่มีเลขที่ ในซอย ตรงข้ามศาลาหมู่บ้าน ม.6 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร ได้รับการแจ้งเบาะแสของประชาชน บริเวณบ้านหลังดังกล่าวมีการมั่วสุมยาเสพติด และยังมีการจำหน่ายยาเสพติดอีกด้วย

จากการเข้าตรวจสอบ ได้จับกุม นายธนวัฒน์ (สงวนนามสกุล)อายุ 31 ปี ชาว ตำบลปากคลอง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ได้พร้อมด้วยของกลาง 1.ยาเสพติดประเภท1 เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า) รวม 1,158 เม็ด 2.ยาเสพติดประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน(ยาไอซ์) รวม 14 กรัม 3.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง

เจ้าหน้าที่ได้กล่าวหาว่า “จำหน่ายโดยมียาเสพติดให้โทษประเภท 1เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้าและยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต"จากการสอบสวนนายธนวัฒน์ฯให้การรับสารภาพทุข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานและนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่ง พงส.สภ.บ้านมาบอำมฤต เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปค.ดงหลวงเข้ม! กวาดล้างยานรก บุกจับผู้ค้า – ผู้เสพ ต่อเนื่อง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอดงหลวง (ศป.ปส.อ.ดงหลวง) ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับเครือข่ายผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่ตำบลพังแดง อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร

จากการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาชายจำนวน 2 ราย โดยหนึ่งในนั้นคือ นายเอกวัฒน์ เชื้อคำจันทร์ อายุ 32 ปี ราษฎรบ้านโพนไฮ หมู่ 3 ตำบลหนองแคน อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร พร้อมของกลางยาบ้า 35 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อสอบปากคำ ขยายผลเครือข่ายเพิ่มเติม และจัดทำบันทึกจับกุม ก่อนส่งมอบให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรดงหลวงดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนผู้ต้องหาอีกหนึ่งรายซึ่งตรวจสอบพบว่าเป็นผู้เสพยาเสพติด เจ้าหน้าที่จะนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูตามระบบ เพื่อให้สามารถกลับตัวเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมต่อไป

นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและจังหวัดมุกดาหาร ที่มุ่งเน้นการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในทุกระดับ ทั้งผู้ค้าและผู้เสพ พร้อมยืนยันว่าอำเภอดงหลวงจะเดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยและความสงบสุขให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ปกครองดงหลวงเ #มุกดาหาร #ปราบปรามยาเสพติด #ไม่เอายาเสพติด #สังคมปลอดภัย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจทางหลวงชุมพร ตรวจจับรถแช่ขวา พบหนุ่มใหญ่พกปืนลูกโม่เถื่อนซุกใต้เบาะกระบะ

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพร ขณะออกตรวจพื้นที่บนถนนทางหลวงหมายเลข 41 ขาล่องใต้ ช่วง กม.7-8 ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร ได้พบรถกระบะขับแซงช่องทางขวาอย่างผิดกฎหมาย จึงเรียกตรวจ จากการตรวจสอบพบอาวุธปืนพกสั้นแบบลูกโม่ ขนาด .38 ยี่ห้อสมิธแอนด์เวสสัน ความยาวลำกล้อง 3 นิ้ว

ซุกอยู่ใต้เบาะคนขับ พร้อมเครื่องกระสุนปืน 6 นัด และซองพกหนังสีดำ 1 ซอง โดยปืนดังกล่าวไม่มีหมายเลขประจำปืน ไม่มีทะเบียน และไม่มีเอกสารอนุญาตครอบครอง วันที่ 2 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานจาก พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.

มีการจับกุม “พ.ร.บ.อาวุธปืน” จำนวน 1 ราย เจ้าพนักงานที่ทำการจับกุม ร.ต.ต.ใจเทพ สาลี รอง สว.(ป) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ด.ต.กิตติชัย ช่วยเกิด ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ด.ต.สมหวัง ส่องแสง ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. จ.ส.ต.มาตุภูมิ รัตนคช ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.

ร่วมกันจับกุม นายสิทธิพงษ์ (สงวนนามสกุล) สถานที่จับกุม ริมถนน ทล.41 ขาล่องใต้ บริเวณ กม.7-8 ม.6 ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมพร้อม รถวิทยุฯ 2409 ออกตรวจพื้นที่ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ได้พบรถกระบะ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ รุ่น ไทรตัน

ได้ขับรถแซงรถวิทยุฯ 2409 ของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม มาในช่องทางเดินรถทางขวา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำการเปิดสัญญาณไฟวับวาบ เพื่อเรียกรถคันดังกล่าว เมื่อรถคันดังกล่าวจอดชิดขอบทางด้านซ้าย พบ นายสิทธิพงษ์ฯ เป็นผู้ขับขี่รถยนต์ จากการตรวจสอบ พบ อาวุธปืนสั้นแบบลูกโม่ ขนาด .38 ยี่ห้อ สมิธแอนด์เวสสัน ขนาดลำกล้อง 3 นิ้ว จำนวน 1 กระบอก อยู่

บริเวณใต้เบาะนั่งฝั่งผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่ได้พิจารณาแล้วพบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดตามกฎหมาย จึงได้เชิญตัว นายสิทธิพงษ์ฯ พร้อมด้วยของกลางที่ถูกตรวจพบ มาทำบันทึกการจับกุมที่ สถานีตำรวจทางหลวงชุมพร จากการตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง พบว่า อาวุธปืนกระบอกดังกล่าว ไม่มีหมายเลขประจำปืน ไม่มีหมายเลขทะเบียนปืน และ ไม่มีเอกสารใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหาว่า 1.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีเหตุอันควร พร้อมด้วยของกลาง

1.อาวุธปืนพกสั้นแบบลูกโม่ ขนาด .38 ยี่ห้อ สมิธแอนด์เวสสัน ขนาดลำกล้อง 3 นิ้ว ไม่มีหมายเลขประจำปืน ไม่มีหมายเลข ทะเบียนปืน จำนวน 1 กระบอก 2.เครื่องกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 6 นัด 3.ซองพกหนังสีดำ 1 ซองเจ้าหน้าที่ทำบันทึกการจับกุมให้ผู้ถูกจับกุมรับสำเนาไว้เรียบร้อยแล้ว นำส่ง พงส. สภ.บ้านวิสัยเหนือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อุกอาจ! ตั้งวงไฮโลข้างถนนเย้ยกฎหมาย กลางวันแสกๆ สุดท้ายถูก ปค.ดงหลวง บุกทลาย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันอังคารที่ 30 กันยายน 2568 นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง ได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงอำเภอดงหลวง พร้อมด้วยสมาชิก อส.ร้อย อส.อ.ดงหลวงที่ 8

ลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีการลักลอบเล่นการพนันประเภทไฮโล โดยมีการนำทรัพย์สินมาเดิมพันกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ภายในบ้านร้างริมถนนสาธารณะ บ้านก้านเหลืองดง ต.หนองแคน อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร

เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตนเข้าตรวจสอบ พบว่ามีผู้เล่นการพนันเป็นจำนวนมากหลายสิบคน ต่างพากันแตกตื่นลุกฮือและวิ่งแยกย้ายหลบหนีไปคนละทิศทาง เบื้องต้นสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้จำนวน 5 ราย

นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปบ่อนไฮโลดงหลวง #ก้านเหลืองดง #มุกดาหาร #ดงหลวง #จับนักพนัน #ฝ่ายความมั่นคงดงหลวง #อสดงหลวง #สถานีตำรวจภูธรดงหลวง #กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร #กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค4 #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ข่าวเด่น #ข่าววันนี้///ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หนุ่มใหญ่มุกดาหาร ย่องฉก iPhone ร้านขายของเล่นกลางตลาดอินโดจีน ตร. ตามรวบคาบ้าน ตรวจฉี่เจอสารยาบ้า

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2568 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร และ พ.ต.ท.ฉัตรมงคล บุญกลาง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.เจษฎากร ไชยศรีหา สว.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมชุดสืบสวน เข้าจับกุม นายคทาวุธ วิเศษสุนทร อายุ 52 ปี ชาวบ้าน ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาได้ก่อเหตุเข้าไปลักโทรศัพท์มือถือ ไอโฟน 8 ที่พนักงานวางไว้บนโต๊ะ ภายในร้านอรุณทอยส์ จำหน่ายของเล่นเด็ก ถนนพิทักษ์พนมเขต บริเวณตลาดอินโดจีน เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ก่อนนำของกลางกลับมาที่บ้านพัก

เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 16/4 ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร พร้อมของกลาง ได้แก่ โทรศัพท์มือถือไอโฟน 8 จำนวน 1 เครื่อง รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เทน่า สีดำ หมายเลขทะเบียน กงย 711 มุกดาหาร กระเป๋าสะพายสีดำ 1 ใบ และหมวกนิรภัยสีดำ 1 ใบ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจปัสสาวะ ปรากฏผลตรวจจากโรงพยาบาลมุกดาหารเป็นบวก พบสารเสพติดประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาว่าลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย จากนั้นได้นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวมุกดาหาร #ลักทรัพย์ #เสพยา #ตำรวจมุกดาหาร #ตลาดอินโดจีน #iPhoneถูกขโมย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหาร​ -​ชุดสืบ ภ.จว.มุกดาหาร สกัดยาบ้า 2 ล้านเม็ด รวบผู้ต้องหา 3 ราย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และพล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร รวมแถลงข่าว ชุดสืบ ภ.จว.มุกดาหาร ตรวจยึดยาบ้า 2 ล้านเม็ด พร้อมจับผมผู้ต้องหาได้ 3 ราย

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.เดชา เวฬุวนารักษ์ สว.กก.สืบสวน ภ.จว.มุกดาหาร นำกำลังเฝ้าติดตามขบวนการค้ายาเสพติด หลังสืบทราบว่าจะมีการลำเลียงยาจำนวนมากผ่านเส้นทางจาก อ.เมืองมุกดาหาร มุ่งหน้า อ.นิคมคำสร้อย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตั้งด่านสกัดบริเวณถนนชยางกูร บ้านโค้งสำราญ ต.คำอาฮวน อ.เมืองมุกดาหาร พบรถยนต์เก๋งมาสด้า 2 สีขาว ทะเบียน กท 3565 กาฬสินธุ์ ตรงตามที่ได้รับแจ้ง จึงเรียกตรวจค้น ภายในรถพบกระสอบสีดำ 5 กระสอบ บรรจุยาบ้ารวมประมาณ 2,000,000 เม็ด โดยมีผู้ครอบครองคือ นายนันทกานต์ พันธุ์เพชร (ผู้ขับขี่) และนายธรรมรัฐ ผุดผ่อง (นั่งโดยสาร)

จากการสืบสวนขยายผล เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่โรงแรมเคียงโขง พบผู้ร่วมขบวนการอีก 1 ราย คือ น.ส.ละอองดาว สมประสงค์ ภรรยาของนายนันทกานต์ฯ ที่พักอยู่หน้าห้อง 109 จึงจับกุมได้เพิ่มเติม

ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ถูกแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” พร้อมนำของกลางยาบ้า 2 ล้านเม็ด และรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับยาบ้า2ล้านเม็ด #มุกดาหาร #SealStopSafe #NoDrugsNoDealers #ชุดสืบมุกดาการ #ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / นรข.เขตหนองคาย สน.เรือบึงกาฬ ตรวจยึดยาบ้าล้านเม็ด ริมฝั่งโขงบ้านห้วยดอกไม้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 เวลา 19.30 น. หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง เขตหนองคาย (นรข.) สน.เรือบึงกาฬ ภายใต้การอำนวยการของ นาวาโท รุ่งเรือง มาสุทธิ หัวหน้าหน่วยเรือบึงกาฬ

ได้สนธิกำลังออกปฏิบัติการตรวจสอบและสกัดกั้นยาเสพติด หลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่บริเวณบ้านห้วยดอกไม้ ตำบลโคกก่อง อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

จากการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ เจ้าหน้าที่พบเรือต้องสงสัยพายเลาะตามริมแม่น้ำโขง เข้ามาในเขตพื้นที่ ก่อนจะแล่นกลับออกไปยังฝั่ง สปป.ลาว ในช่วงเวลาเดียวกันพบชายหนึ่งคนลำเลียงวัตถุต้องสงสัยขึ้นจากริมฝั่ง เจ้าหน้าที่จึงเข้าปิดล้อมเพื่อจับกุม แต่ผู้ต้องหาไหวตัวทัน กระโดดน้ำว่ายหลบหนีไปในความมืด

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ พบลังกระดาษห่อด้วยถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 5 ลัง ภายในบรรจุ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมประมาณ 1,000,000 เม็ด พร้อมตรวจยึด รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 1 คัน ที่ใช้ในการลำเลียงของกลาง ทิ้งไว้บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ด้านหลังป่าช้าบ้านห้วยดอกไม้ ตำบลโคกก่อง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดส่ง สน.เรือบึงกาฬ เพื่อทำการตรวจสอบโดยละเอียด และดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตม.มุกดาหารเตือน! นำรถออกนอกประเทศต้องมีเอกสารครบ-ถูกต้อง หากไม่นำรถกลับเข้าภายในกำหนด จะถูกขึ้นบัญชีเฝ้าระวัง

แชร์เนื้อหานี้

พันตำรวจเอก พิทักษ์พงษ์ เจริญกุล ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยถึงเพจกรณีมีเฟซบุ๊กชื่อดังด้านอู่ซ่อมรถและประดับยนต์ใน สปป.ลาว ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 100,000 คน ได้โพสต์ข้อความเสนอ “บริการรับจ้างนำรถยนต์จากประเทศไทยเข้าลาว” โดยคิดค่าบริการ ครั้งละ 160,000 บาท ว่า การนำรถออกไปนอกราชอาณาจักรต้องผ่านขั้นตอนการตรวจอนุญาตที่ถูกต้อง โดยเอกสารหลักที่ต้องใช้ ได้แก่ สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (ตัวจริง), เอกสารการเสียภาษี, สำเนาบัตรประชาชนผู้ถือกรรมสิทธิ์ รวมทั้งเอกสารการมอบอำนาจที่ติดอากรแสตมป์ ในกรณีที่เจ้าของกรรมสิทธิ์ไม่ได้เดินทางด้วยตนเอง

สำหรับขั้นตอนการตรวจอนุญาต ผู้ประสงค์จะนำรถออกนอกประเทศต้องนำรถยนต์พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง และเอกสารการเดินทาง (พาสปอร์ต หรือบอร์เดอร์พาส) ไปยื่นขออนุญาตที่ช่องตรวจรถยนต์ขาออก โดยต้องกรอกแบบฟอร์ม ตม.2, ตม.3, ตม.4 และ ตม.53 ก่อนยื่นให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและประทับตราอนุญาต

พันตำรวจเอกพิทักษ์พงษ์ กล่าวต่อว่า ทาง ตม.มุกดาหาร มีมาตรการตรวจสอบเข้ม โดยเน้นการตรวจสอบเอกสารให้ถูกต้องตรงกับรถยนต์ที่ขออนุญาต พร้อมทั้งเก็บสถิติรถยนต์ที่ออกไปแต่ไม่ได้นำกลับเข้ามาฝั่งไทย ซึ่งหากผู้ใดไม่นำรถกลับภายในเวลาที่กำหนด จะถูกบันทึกชื่อเป็น “บุคคลเฝ้าระวัง” เพื่อพิจารณาอย่างเข้มงวดในการขออนุญาตครั้งต่อไปทั้งนี้ ทางการ สปป.ลาว ได้มีมาตรการใหม่ ลดระยะเวลาการอนุญาตให้นำรถยนต์ไปใช้ชั่วคราว จากเดิม 30 วัน เหลือเพียง 15 วัน ซึ่งผู้ที่ประสงค์จะนำรถไปใช้งานในฝั่งลาวควรปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา#ตมมุกดาหาร #รถข้ามแดน #ตรวจเข้มชายแดน #มุกดาหาร #สะหวันนะเขต #คำม่วน #ข่าวด่วน #เตือนภัยชายแดน #ข่าววันนี้/////เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เตรียมพร้อมจัดทำ Street Art พระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 / เภสัชสาววัย 35 ปีรมควันพยายามฆ่าตัวตาย จุดยากันยุงภายในรถ/ หนุ่มใหญ่ขับรถเก๋งเดินทางไกลวูบหลับชนท้ายรถเทเลอร์ เจ็บยกคัน

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้ (19 ก.ย. 68) นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานการประชุมเตรียมการสนับสนุนการจัดทำผลงานศิลปะ Street Art พระบรมสาทิสลักษณ์

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมเกาะเสม็ด ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดชุมพร

โดยที่ประชุมได้พิจารณาพื้นที่จัดทำผลงานศิลปะ Street Art ซึ่งบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) อนุญาตให้ใช้พื้นที่ผนังด้านหน้าอาคาร ศูนย์ส่งสัญญาณ ถนนศาลาแดง อำเภอเมืองชุมพร

เป็นสถานที่สร้างสรรค์งานศิลปะ สำหรับโครงการฯดังกล่าว มูลนิธิสานต่อที่พ่อทำ ร่วมกับศิลปินนำโดย นายประสิทธิ์ เพ็ชรจร (ครูเล็ก) โรงเรียนศรียาภัย จังหวัดชุมพร จัดทำ Street Art พระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9

เพื่อเทิดพระเกียรติ และสืบสานพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผ่านงานศิลปะสาธารณะ ซึ่งจะมีการสร้างสรรค์ผลงานระหว่างวันที่ 1–12 ตุลาคม 2568 และจัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 13 ตุลาคม 2568

โครงการ Street Art King Bhumibol ไม่เพียงเป็นการถ่ายทอดพระบรมสาทิสลักษณ์ทรงคุณค่า แต่ยังเป็นเวทีสร้างสรรค์ศิลปะเพื่อสังคม เชื่อมโยงความร่วมมือของทุกภาคส่วน และสร้างความภาคภูมิใจแก่ประชาชนชาวชุมพร

ในการร่วมกันเป็นเจ้าภาพต้อนรับศิลปิน นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่จังหวัดชุมพรจัดขึ้น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี และร่วมกันสานต่อที่พ่อทำผ่านพลังแห่งศิลปะที่ยิ่งใหญ่และงดงาม

เภสัชสาววัย 35 ปีรมควันพยายามฆ่าตัวตาย จุดยากันยุงภายในรถ

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 19 กันยายน 2568 เวลา 15.30 น ร.ต.อ.ชวกุล สิทธิศักดิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร รับแจ้งเหตุมีคนฆ่าตัวตายภายในรถ จึงรายงาน พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานไปยัง หน่วยกู้ชีพ กู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพร ตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เหตุเกิดบริเวณ ปากซอย สำนักงาน ททท.ชุมพร ถนนทวีสินค้า ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร พบรถยนตเก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า ซิสตี้ สีดำ หมายเลขทะเบียน กต3–6 ชุมพร เจ้าหน้าที่ต้องทุบกระจกเพื่อเปิดประตูรถ ภายในรถ ที่เบาะคนขับพบตัว น.ส.ภรณ์ทิวา นามสมมุติ อายุ 35 ปี ชาว ตำบลตากแดด อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร เบาะข้างกันยังพบยากันยุง มีขี้เถ้าจำนวนมาก

ยังพบว่ามีกลิ่นควันตลบอบอวนทั่วรถ เจ้าหน้าที่ เห็นยังหายใจอยู่จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายตัวออกจากตัวรถ ช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการช่วยชีวิตต่อไปได้รับรายงานจากกู้ภัยสายชล 426 น้องโชคทีมกู้ชีพกู้ภัยที่เข้าช่วยเหลือแจ้งว่า เป็นเจ้าหน้าที่เภสัช ของโรงพยาบาลชื่อดังของชุมพร

ขณะนี้อาการผู้ป่วยดีขึ้นและได้นำตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลวิรัชศิลป์เพื่อที่จะเข้าเครื่อง Hyperbaric Chamber คือ อุโมงค์ซึ่งใช้เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง หรือออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% รักษาตัว

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร.ต.อ.ชวกุล สิทธิศักดิ์ รอง สว.สอบสวน เจ้าของคดี เบื้องต้นยังไม่ทรายรายละเอียดในการก่อเหตุในครั้งนี้ หลังจากที่ให้กู้ชีพกู้ภัยนำตัวรักที่โรงพยาบาลแล้วจึงตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดแล้ว จะได้ติดต่อไปยังญาติ เพื่อสอบสวนหาสาเหตุในการคิดสั้นครั้งนี้ต่อไป

หนุ่มใหญ่ขับรถเก๋งเดินทางไกลวูบหลับชนท้ายรถเทเลอร์ เจ็บยกคัน

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 05.25 น วันที่ 20 กันยายน 2568 ร.ต.ท. ศุภวัชร์ เชื้อศักดิ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้ายกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ถนนสายเอเชียขาล่องใต้ หมู่ 1 ตำบลขุมกระทิง อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร จึงรายงาน

พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานไปยัง หน่วยกู้ชีพ กู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพร ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่เกิดเหตุบริเวณไหล่ทางเยื้องทางเข้าร้าน 69 ล้อแม็กซ์ชุมพร พบรถเทรลเลอร์ 22 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียนตัวรถ 70—00 สงขลา ลูกพ่วง หมายเลขทะเบียน 71- –18 สงขลา เป็นของนาย มานพ (สงวนนามสกุลป อายุ 45 ปี

ขับมาจอดนอนอยู่ไหล่ทางซ้ายสุด มีรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้าซีวิค สี บรอนเงิน หมายเลขทะเบียน ลม 2–9 กทม. วิ่งมาชนท้ายรถเทเลอร์ ที่จอดอยู่ ได้รับความเสียหายบริเวณด้านหน้าและแก้มซ้ายของรถ พังยับ มีเด็กหญิงอายุ 11 ปี ที่นั่งหน้าข้างคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนเด็กหญิงวัย 6 ขวบที่มีแม่นางสุกัญญา (สงวนนามสกุล)อายุ 55 ปี อุ้มอยู่ได้รับบาดเจ็บบริเวณปากและคอ นางสุกัญญา (สงวนนามสกุล) มีอาการเจ็บที่หน้าอกมาก ส่วนคนขับรถเก๋ง ชื่อนาย ชัยยันต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

จากการสอบถามนาย มานพ ฯ เล่าว่า ได้ขับรถเทเลอร์ออกมาจากจังหวัดสมุทรสาคร จะนำสินค้าเบ็ดเตล็ดหลายรายการไปลงที่จังหวัด สงขลาอำเภอหาดใหญ่ เดินทางออกมาเมื่อเวลาประมาณ 17:00 น. ของวันที่ 19 กันยายน 2568 และได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุในช่วงตีสี่ของ วันนี้เพราะมีอาการง่วงก็เลยนำรถจอดนอนริมทางนอนได้ชั่วโมงเศษเศษก็ได้ยินเสียงรถมาชนท้ายดังโครมก็เลยลงมาตรวจสอบและได้ให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและรอให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นาย ชัยยันต์ ฯ เดินทางออกจากกรุงเทพจะไปนคร ศรีธรรมราชเพื่อจะพาครอบครัวไปทำบุญวันสารทเดือน 10 และได้เดินทางมารับประทานอาหารที่ครัวคุณสาหร่ายหลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็ได้ขับรถออกเดินทางเพื่อที่จะไปนครศรีธรรมราช มาถึงที่เกิดเหตุก็มองไม่เห็นว่ามีรถจอดอยู่ริมทางหักหลบไม่ทันเพราะไม่มีสัญญาณก็เลยเกิดอุบัติเหตุขึ้นในครั้งนี้เดินมามากับครอบครัว

รวมทั้งหมดสี่คน ลูกสาว 11 ขวบได้รับบัตรเจ็บสาหัส และลูกคนเล็กอายุ 6 ขวบส่วนภรรยาก็อายุ 55 ปีได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยครับ
เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ร.ต.ท. ศุภวัชร์ เชื้อศักดิ์ได้รวบรวมหลักฐาน ภาพกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ และสอบปากคำพยานผู้เห็นเหตุการณ์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้ และจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.สอบสวนกลาง (CIB) รวบหนุ่มขับกระบะป้ายวงกลมขาด คิดน้อยใช้ปากกาแก้ปี พ.ศ.ไม่รอดด่านตำรวจทางหลวงชุมพร

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 17 กันยายน 2568 ผู้สื่อได้รับวันที่ 16 กันยายน2568 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก2 บก.ทล.(ชุมพร)ว่า เมื่อ วันที่ 16 ก.ย 68 เวลา 11.00 น. ขณะที่ ร.ต.อ.ชรัณ ปาณะศรี รอง สว. ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.(ชุมพร)ได้นำกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง จำนวน 11 นาย ตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรและป้องกันอาชญากรรมบนทล.41 กม.22 (ขาเข้า กทม.) ต.วิสัยใต้ อ.สวี จ.ชุมพร

ตรวจพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ NISSAN สีขาว หมายเลขทะเบียน ผฉ 6877 ระยอง ขับผ่านเข้ามายังจุดตรวจ เจ้าหน้าที่ชุดสังเกตเห็นแผ่นป้ายภาษีประจำปีหน้ารถ พบว่า มีการขูดลบและใช้ปากกาแก้จากปี พ.ศ.2567 เป็นปี พ.ศ.2568 จึงขอให้จอดเพื่อตรวจสอบ เบื้องต้นทราบชื่อ นายนครินทร์ ไชนาคินทร์ อายุ 39 ปี ที่อยู่ 21 ม.10 ต.นาโพธิ์ อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี เป็นคนขับรถคันดังกล่าว

Screenshot

พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก2 บก.ทล.(ชุมพร) กล่าวว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (CRIMES) พบว่า ภาษีขาดตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2567 เจ้าหน้าที่จึงได้ลองสอบถามนายนครินทร์ ว่า ได้ต่อภาษีประจำปีมาหรือไม่ ซึ่งนายนครินทร์ ยอมรับว่า ภาษีประจำปีของตนได้ขาดต่อภาษี

Screenshot

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2567 จริง และได้นำแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปีที่มีการขูดลบและใช้ปากกาแก้เป็นปี พ.ศ. 2568 มาติดที่หน้ากระจกรถยนต์ฝั่งผู้โดยสารเพื่อเป็นการตบตกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามด่านตรวจต่างๆ ให้หลงเชื่อเป็นเอกสารที่แท้จริง ซึ่งก็ใช้แผ่นป้ายนี้มานานเกือบปีแล้วผ่านด่านได้ตลอด แต่มาเจอด่านตำรวจทางหลวงชุมพรนี้ไม่รอด ถูกจับจนได้

Screenshot

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า “ปลอมแปลงเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม”และ ใช้รถที่ไม่ชำระภาษีประจำปี (มาตรา6) พรบ.รถยนต์ พ.ศ.2522 ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวจริง โดยรถคันดังกล่าวเป็นรถยนต์ของตน และได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.สวี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก2 บก.ทล.(ชุมพร)

Screenshot

ฝากถึงประชาชนผู้ใช้รถ ใช้ถนน ประชาชนที่อาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อย่าทำแบบนี้ครับ “เสียน้อยเสียยาก” เสี่ยงเจอข้อหาปลอมเอกสารราชการ โทษจำคุกปรับหลักแสน เลย เพราะถ้าต่อทะเบียนถูกต้องกับทางขนส่งก็จะเสียเงินไม่เท่าไหร่ แต่นี้มาปลอมแปลงเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม” ซึ่งมีอัตราโทษจำคุก ตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี ปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาท ตามประมวลกฎหมาย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /สภ.ตาเซะ กำชับตร.ในสังกัดเคร่งครัด กวดขัน สิ่งผิดปกติ และรถต้องสงสัย หลังหน่วยงานความมั่นคง พบว่า การข่าวมีความพยายามก่อเหตุการณ์ในลักษณะใหม่

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่า เมื่อ วันที่ 10 กันยายน 2568 เวลา 07.00 – 17.00 น. พ.ต.ท.ณัตฐเขตต์ ชนะพล สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรตาเซะ ได้กำชับกำลังพล พร้อมสั่งการนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรประจำเวรเช้า ออกปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ชีวิตและทรัพย์สินประชาชนในช่วงเช้า อีกทั้งยังอำนวยความสะดวกแบบแผนบูรณาการ ทุกมิติ เพื่อสร้างความมั่นใจ ด้านความปลอดภัยแก่คุณครู นักเรียน รวมไปถึงผู้ปกครอง อีกทั้งเป็นการหาข่าวไปด้วย เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ ทำลายกล้องวงจรปิด เป็นต้น

ทั้งนี้ งานการจราจร ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเรื่องแรกในช่วงเวลาเร่งรีบเวลา 07.00 – 09.00 น. โดยเน้นคุ้มครองประชาชนผู้บริสุทธิ์ และ บริเวณสถานศึกษา ก็สำคัญเช่นกัน สำหรับพื้นที่ ในเขต ต.ตาเซะ นั้น พ.ต.ท.ณัตฐเขตต์ ชนะพล (สารวัตรใหญ่) ต้องทำงานหลากหลาย ในทุกมิติ ปัจจุบัน ทำให้พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่สีขาวมาโดยตลอด

จากนั้นในช่วงบ่ายก็ได้จัดกำลังพลตำรวจ สับเปลี่ยนเวรยาม พร้อมบูรณาการกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน (อส.) ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณตลาดสดตาเซะ เพื่อจัดระเบียบ ให้ประชาชนสะดวกสบาย และดูแลความสงบเรียบร้อย อำนวยความสะดวก แก่ประชาชนผู้มาจับจ่ายซื้อสินค้ากลับบ้าน ทั้งนี้ คือภารกิจประจำวันที่ตำรวจตัวเล็กๆคนนึงสามารถระงับการ

เกิดเหตุในพื้นที่ตนเองรับผิดชอบได้เป็นอย่างดี เป็นการประงับ ป้องกันเหตุอาชญากรรมที่เราประชาชนไม่รู้ว่าคนร้ายจะลงมือก่อเหตุป่วน หรือ จงใจทำลายทรัพยากรของบ้านเมืองที่กำลังุพัฒนาไปตลอดจนทำให้ได้สร้างขวัญ กำลังใจ ชาวบ้านยิ้มแย้ม สร้างความอุ่นใจให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ โดยเฉพาะ สารวัตรหนุ่มคนนี้กลายเป็นขวัญใจแม่ยกชาวตำบลตาเซะไปซะแล้ว ”ขอให้สิ่งที่ทำดีจงทำต่อไป แล้ววสิ่งที่ดีกว่าจะมาหาเราเอง“

นอกจากนี้ ในช่วงเย็นหลังคนเลิกงาน ที่บริเวนด่านจุดตรวจคลองทรายใน พื้นที่ ม.5 ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา ก่อนถึงตัวเมืองยะลา 14 กิโลเมตร ทางสารวัตรใหญ่ พร้อมกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ จราจร ก็ได้ออกปฏิบัติหน้าที่ โดยไปตั้งด่านกวดขันวินัยการจราจร ซึ่งจำเป็นต้องขอบังคับใช้กฎหมายการ กระทำความผิด กฎหมายอาญา

กฎหมายจราจร มีการว่ากล่าวตักเตือนผู้ซึ่งกระทำความผิดเล็กน้อยจึงได้อบรม สร้างการรับรู้ เพื่อเป็นการ ประชาสัมพันธ์บนท้องถนน รถยนต์ที่ขับขี่ผ่านเส้นทางนี้อาจจะต้องเจอสารวัตรใหญ่หนุ่มหล่อหากท่านยังอยู่ในช่วงปฏิบัติหน้าที่กำชับยานพาหนะทุกคัน บนท้องถนนสาย 418 ปัตตานี-ยะลา ทั้งนี้ก็เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยฃ

ตอริก สหสันติวรกุล จ.ปัตตานี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หมู่บ้านติดป้าย ”ต้านพืชกระท่อม“ โดยมีเกือบทุกชุมชน ผู้นำ!!!ย้ำไม่ต้องการกระท่อมในพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ปัญหาการบริโภคน้ำกระท่อมยังคงแพร่ระบาดในจังหวัดชายแดนใต้ ส่งผลกระทบทั้งเยาวชนและผู้ใหญ่

โดยเฉพาะการดื่ม 4 คูณ100 ที่ผสมน้ำกระท่อมกับยาแก้ไอและน้ำโค๊ก ขณะที่การปลดล็อกพืชกระท่อมกลับทำให้มีผู้บริโภคและผู้ค้ารายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลแก่ภาครัฐ และประชาชนเป็นอย่างมาก​ จนนำไปสู่ ปฏิบัติการ 120 วันต้านพืชกระท่อม ตามนโยบาย

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รักษาการ รมว.ยุติธรรม โดยเน้นพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ส่งผลให้ร้านขายกระท่อมริมถนนหลายแห่งในปัตตานีถูกสั่งปิด แสดงถึงกระแสต่อต้านที่เพิ่มขึ้นทั้งในพื้นที่และโลกออนไลน์

ล่าสุด ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และประชาชนในปัตตานีทั้ง 12 อำเภอ ร่วมรณรงค์ติดป้ายประกาศว่า พืชกระท่อมเป็นสิ่งฮารอม

เพื่อสร้างความเข้าใจตามหลักศาสนาอิสลาม พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการป้องกันยาเสพติด ควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพและพัฒนาเยาวชนให้ห่างไกลจากสิ่งเสพติด

เช่นเดียวกับพื้นที่อำเภอแม่ลาน ผู้นำท้องถิ่นและผู้นำศาสนายังคงเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ 120 วัน ต้านพืชกระท่อม อย่างต่อเนื่อง มีการพูดคุยสร้างความเข้าใจและตักเตือนกลุ่มเยาวชนที่เสพน้ำกระท่อม

พร้อมทั้งพาเข้าสู่กระบวนการบำบัด ขณะเดียวกันยังได้ติดตั้งป้ายไวนิลรณรงค์ต่อต้านพืชกระท่อมตามจุดสำคัญต่าง ๆ ในพื้นที่อำเภอแม่ลาน เพื่อแสดงจุดยืนร่วมกันในการป้องกันน้ำกระท่อมและยาเสพติด​อื่นๆ

นายจิมณีอาบ๊ะ ปะดอมะ กำนันหมู่ 6 อำเภอแม่ลาน เปิดเผยว่า ได้มีการประชุมร่วมกับชาวบ้านและอิหม่ามอย่างต่อเนื่อง เพื่อพูดคุยถึงปัญหาการดื่มน้ำกระท่อม เนื่องจากในหลักศาสนาอิสลามถือว่าเป็นสิ่งที่ฮารอม หรือสิ่งต้องห้าม

โดยทุกวันศุกร์ก่อนที่โต๊ะอิหม่ามจะขึ้นบรรยายธรรม หรืออ่านคุตบะห์ ตนจะใช้เวลาประมาณ 5-10 นาทีในการพูดคุยกับชาวบ้าน และในระหว่างการบรรยายธรรมก็มีการกล่าวถึงโทษภัยของน้ำกระท่อมด้วย

นายจิมณีอาบ๊ะ เผยต่อว่า ในพื้นที่ตำบลป่าไร่ อำเภอแม่ลาน ไม่เคยมีการขายพืชกระท่อมริมทาง เนื่องจากชาวบ้านตระหนักว่าศาสนาอิสลามห้ามอย่างเคร่งครัด ผู้ที่คิดจะขายก็เกรงกลัวการทำผิดศาสนามากกว่าการกลัวเจ้าหน้าที่

ตนไม่ได้ใช้วิธีปราบปราม แต่เน้นการพูดคุยและตักเตือนมากกว่า เพื่อให้เขาเข้าใจว่าการดื่มน้ำกระท่อมไม่ใช่เรื่องดี ซึ่งทุกคนก็เห็นพ้องต้องกัน โดยก่อนหน้านี้พื้นที่ตำบลป่าไร่เคยมีคนติดน้ำกระท่อมจำนวนมาก แต่หลังจากที่ได้ตั้งฮูกุมปากัส ทุกอย่างก็ค่อยๆ ดีขึ้น

นายจิมณีอาบ๊ะ​ เผยตอนท้ายว่า​ ส่วนการส่งเสริมอาชีพในชุมชน ที่ผ่านมาได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก ศอ.บต. เพื่อนำมาช่วยเหลือชาวบ้าน บางส่วนหันไปเลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ และที่สำคัญคือมีการดึงเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมอีกด้วย

ตอริก สหสันติวรกุล ปัตตานี
085-0772217

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กระบะเฉียวชนจักรยานยนต์ คุณปู 85ปี เสียชีวิตที่เกิดเหตุ

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธี 0818923514 เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 11 กันยายน 2568 ร.ต.อ. กรัณย์พล เพชรวงค์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.บ้านวิสัยเหนือ จ.ชุมพร ได้รับแจ้งว่ามี มีเหตุรถกระบะเฉียวชนรถจักรยานยนต์ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จึงรายงานผู้บังคับบัญชา พ.ต.อ.พิน อินมาก ผกก.สภ.บ้านวิสัยเหนือ และประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัย และแพทย์ลงพื้นที่ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุรับแจ้ง บริเวณใกล้เคียงพฤกษารีสอร์ท หมู่ที่ 1 ตำบลวิสัยเหนือ อำเภอเมือง ชุมพร ถนนเอเชีย 41 ขาล่องใต้ มีผู้บาดเจ็บนอนแน่นิ่งอยู่บนถนน อาสากู้ภัยสายชลชุมพร เขตวิสัย จึงเร่งรัดไปยังจุดเกิดเหตุ ตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตเป็นเพศชายอายุ 85 ปี ทรายชื่อภายหลัง นาย ชื่น ขาววิมล เป็นชาวตำบลวิสัยเหนือ อำเภอเมือง ชุมพร

เสียชีวิตที่เกิดเหตุ จึงประสานตำรวจและแพทย์เวร ร่วมชันสูตรที่เกิดเหตุ ก่อนจะเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิต ส่งให้ทางญาติประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป จากการสอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์ นายชื่นฯได้ขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านเพื่อที่จะไปงานศพเพื่อนบ้าน ก่อนจะถึงที่กลับรถ

\ได้เฉียวชนกับรถกระบะสีขาวก่อนจะเสียหลักมาชนกับรถกระบะโตโยต้าสีดำ หมายเลขทะเบียน ก ท 8790 ชุมพรโดยมีนาย จารุวิทย์ (สงวนนามสกุล) ชาว ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร ที่ขับตามมา จนทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

นาย จารุวิทย์ เล่าว่า กลับจากพาญาติพี่น้องไปเยี่ยมคนป่วยที่โรงพยาบาลในตัวเมืองชุมพร และกำลังจะกลับบ้าน ที่ อ.หลังสวน  ขณะที่ขับรถมาถึงที่เกิดเหตุได้เห็น   รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงินดำ หมายเลขทะเบียน  ข ก ธ 72 ชุมพร เฉียวชนกับรถกระบะสีขาวไม่เห็นป้ายทะเบียน อยู่ด้านหน้าก่อน ทีจะมีการเฉียวชนกับรถของตน และยังรอให้การต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่เกิดเหตุ

ร.ต.อ. กรัณย์พล เพชรวงค์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.บ้านวิสัยเหนือ จ.ชุมพร ตรวจสอบและรวบร่วมเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ และจะติดตามตัวผู้ขับรถกระบะสีขาว มาสอบสวน จะ ประสานญาติและผู้เกี่ยวข้องเพื่อสอบถามรายละเอียดและดำเนินการตามขบวนการของขั้นตอน กฎหมาย ต่อไป.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารสะเทือน! 🚨 บุกบ้านยึดยาบ้า 1.6 ล้านเม็ด ซุกห้องน้ำ ผู้ต้องหาหนีรอด!”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 21.40 น. วันที่ 10 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 4, กองกำลังตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2, กอ.รมน., ร้อย ทพ.2105 ฉก.ทพ.21, นสร.กร., ชุดสืบสวน สภ.ผึ่งแดด และสายตรวจ สภ.ผึ่งแดด รวมกว่า 20 นาย สนธิกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่ ต.ผึ่งแดด อ.เมือง จ.มุกดาหาร

ผลการตรวจค้นพบ ยาบ้า 1,600,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องน้ำ บ้านเลขที่ 123 ม.4 บ้านคำผึ้งอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก ซ่อนในตู้เสื้อผ้าภายในห้องนอนบ้านเลขที่ 140 ม.4 กระสุนปืนขนาด .380 จำนวน 3 นัด รถยนต์เก๋ง มิตซูบิชิ สีดำ ทะเบียน กษ 3649 อุดรธานี และเงินสด 39,040 บาท

อย่างไรก็ตาม ขณะเข้าตรวจค้นผู้ต้องหาหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดนำส่งสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 4 เพื่อดำเนินการสืบสวน ขยายผล และติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

มุกดาหาร #บ้านคำผึ้ง #ผึ่งแดด #ยาบ้า #ปปส #ทลายเครือข่ายยาเสพติด #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับปืนพกสั้น(ประกอบขึ้นเอง) .38 พร้อม ยาไอซ์ ยาบ้า จำนวนหนึ่ง

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ในช่วงระดมกวาดล้างยาเสพติด ระยะตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.68-30 ก.ย.68 ภายใต้อำนวยการและสั่งการนายอเนก ชำนาญนา นายอำเภอละแม, นายวิบูลย์ เกลี้ยงวงค์ ปลัดอำเภอละแม, พ.ต.อ.อนันท์ อนุตรเวสารัช ผกก.สภ.ละแม, พ.ต.ท.สุชาติ สิงหา รอง ผกก.สส.สภ.ละแม และ พ.ต.ท.พชร อ่วมทองดี รอง ผกก.ป.สภ.ละแม ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers วันที่ 9 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ละแม นำโดย พ.ต.ต.โตษณ พันธุ์ทอง สว.สส.สภ.ละแม พร้อมด้วย ร.ต.อ.ธนธัช ประเทียบอินทร์ รอง สว.สส.สภ.ละแม, ร.ต.ต.ธานินทร์ ทองแดง รอง สว.(สส.)สภ.ละแม, ด.ต.ทินกร ทองอ่อน และ ส.ต.ท.สุวพันธ์ ดำวรรณ ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers
ตรวจสอบพื้นที่ บ้านเลขที่ 84 หมู่ที่ 14 ต.ละแม อ.ละแม จว.ชุมพร พบ นายวิศรุตหรือลิป (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี สัญชาติ ไทย ชาว ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร มีพฤติกรรมเสพยาเสพติ

จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจ ทำการจับกุมได้พร้อมของกลาง 1.) ยาบ้า ลักษณะเม็ดกลมแบน สีส้ม มีตัวอักษรภาษาอังกฤษ wy ตรงกลางเม็ด อีกด้านหนึ่งผิวเรียบ ใส่ไว้ในถุงพลาสติกใส ชนิดกดปิดดึงเปิด ขนาด 6×9 ซม.จำนวน 1 เม็ด จำนวน 1 ถุง 2.) ไอซ์ ลักษณะเกล็ดใส ใส่ไว้ในถุงพลาสติกใส ชนิดกดปิดดึงเปิด ขนาด 5×8 ซม.น้ำหนักรวมถุงประมาณ 0.72 กรัม น้ำหนักเฉพาะไอซ์ประมาณ 0.15 กรัม จำนวน 1 ถุง 3.) ไอซ์ ลักษณะเกล็ดใส ใส่ไว้ในถุงพลาสติกใส ชนิดกดปิดดึงเปิด ขนาด 4×6 ซม.น้ำหนักรวมถุง 0.73 กรัม น้ำหนักเฉพาะไอซ์ 0.28 กรัม จำนวน 1 ถุง 4.) ปืนพกสั้น(ประกอบขึ้นเอง) ใช้ยิงกับกระสุน ขนาด .38 ความยาวลำกล้องประมาณ 6 ซม. จำนวน 1 กระบอก 5.) กระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 3 นัด 6.) ซองพกหนังสีดำ จำนวน 1 ซอง 7.) เครื่องชั่งดิจิตอล รูปทรงคล้ายกุญแจรีโหมดรถยนต์ จำนวน 2 เครื่อง 8.) กระเป๋าหนังสีน้ำตาล (กระเป๋าสตางค์) จำนวน 1 ใบ 9.) ถุงแบ่ง ขนาด 5×6 ซม. จำนวน 20 ถุง

จากการสอบสวน นายวิศรุตหรือลิป ฯ ให้การรับสารภาพว่าเป็นของตนเอง เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งตรวจปัสสาวะ ใบรับรองผลการตรวจปัสสาวะจากโรงพยาบาลละแม ที่ 201/68 ลงวันที่ 9 กันยายน 2568 พบสารเมทแอมเฟตามีน จำนวน 1 ฉบับเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาว่า จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้า โดยมีอาวุธปืนฯ และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนได้นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ละแม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หนีไม่รอด! หนุ่มหว้านใหญ่ซิ่ง จยย.ชนรถตำรวจ ค้นตัวเจอยาบ้า 200 เม็ด 🚔💊

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ว่าที่ ร้อยตรี เอกวัฒนา คงคาน้อย นายอำเภอหว้านใหญ่ มอบหมายให้นายหมวดเอกวิชัย ทาธร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมกำลังพล อส.อ.หว้านใหญ่ ร่วมกับ พ.ต.ท.สนิท ภักดิ์วรรณสิทธิ์ สว.สส.สภ.หว้านใหญ่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ได้ออกปฏิบัติการสืบสวนปราบปรามในพื้นที่ ระหว่างทางพบชายต้องสงสัยขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีแดง-ดำ ไม่ติดแผ่นป้าย

ทะเบียน ขับมาจากบ้านโพธิ์เจริญ มุ่งหน้าไปยังบ้านนามน ท่าทางมีพิรุธคล้ายซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเรียกตรวจ แต่ผู้ต้องหาคือนายยงยุทธ พาลึก อายุ 44 ปี ชาว ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ กลับเร่งเครื่องพยายามหลบหนี ก่อนเสียหลักพุ่งชนรถกระบะราชการตำรวจ สี่ประตู ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียน ฎธ 7873 กรุงเทพฯ ที่จอดอยู่ริมถนน ทำให้รถราชการได้รับความเสียหาย และตัวนายยงยุทธกระเด็นตกลงทุ่งนาได้รับบาดเจ็บ

ตรวจค้นในตัวผู้ต้องหาพบของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน/ยาบ้า) จำนวน 200 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้ดำเนินคดี พร้อมนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลหว้านใหญ่เพื่อรักษาอาการ ก่อนที่จะนำส่ง พ.ต.ท.พงษ์สักก์ หงษ์เวียง สว.(สอบสวน) ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ด้าน พ.ต.อ.เจด็จ ปรีพูล ผกก.สภ.หว้านใหญ่ ได้กำชับเจ้าหน้าที่เร่งขยายผลการสืบสวนเพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติดในพื้นที่ต่อไป

มุกดาหาร #หว้านใหญ่ #ยาบ้า200เม็ด #หนีไม่รอด #ชุดสืบหว้านใหญ่ ////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ ​มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ดงหลวงสะเทือน! ฝ่ายปกครองจับข้าราชการท้องถิ่นพร้อมเมียเสพยาบ้า

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง (ผอ.ศป.ปส.อ.ดงหลวง) สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง

ลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่ ตำบลชะโนดน้อย อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร

ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนางสาวรุ่งนภา คำมุงคุณ อายุ 45 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 2 เม็ด โดยเบื้องต้นตรวจพบว่าเป็นผู้เสพและครอบครองยาเสพติด

ทั้งนี้จากการขยายผลตรวจปัสสาวะของนายธนวัฒน์ คำมุงคุณ อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นข้าราชการสังกัดเทศบาลตำบลแห่งหนึ่งในอำเภอดงหลวง ดำรงตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผน พบผลตรวจเป็นบวก

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งสองรายนำมาสอบสวนเพื่อขยายผล และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ยาเสพติด #มุกดาหาร #ดงหลวง #ข่าวด่วน #ปราบปรามยาเสพติด

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กระบะบรรทุกไม้เก่ายางระเบิดพลิกคว่ำ พบกล่องโฟมกระเด็นเกลื่อน ตะลึง..!! บรรจุยาบ้า 5.4 ล้านเม็ด / SVL Group ตอกย้ำความมุ่งมั่น ก้าวสู่ปีที่ 10 จัดอบรมเข้มข้น 3 ระบบ ISO

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 ก.ย.68 พ.ต.ท.พยุงศักดิ์ จงดี สารวัตรใหญ่ สภ.สามกระทาย ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่าได้รับแจ้งจากชาวบ้านพลเมืองดีพบมีรถยนต์กระบะรั้วบรรทุกประสบอุบัติเหตุยางระเบิดพลิกคว่ำกีดขวางถนน เหตุเกิดบริเวณบนถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ หลักกิโลเมตรที่ 271 + 100 หมู่บ้านฟากนา ตำบลสามกระทาย อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับแจ้งจึงนำเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยร.ต.ท.นนทนันท์ สิงหนาท รองสารวัตรสอบสวน สภ.สามกระทายรุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบเป็นรถยนต์กระบะรั้วบรรทุก 4 ล้อขนาดใหญ่ ยี่ห้อ isuzu สีขาว หมายเลขทะเบียน 3 ฒฆ 5327 กทม.สภาพพังเสียหายยับเยินกระบะรั้วฉีกขาดตัวรถได้รับความเสียหาย สิ่งของที่บรรทุกมาหล่นกระจัดกระจายเกลื่อน ตรวจสอบเบื้องต้นเป็นชิ้นส่วนแผ่นไม้ที่รื้อมาจากบ้านเก่า โดยภายในกองไม้พบกล่องโฟมห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกใสปิดทับด้วยเทปกาวสีน้ำตาลแน่นหนา จำนวน 54 กล่อง โดยมีบางกล่องฉีกขาดปรากฏสิ่งของที่บรรจุภายในกล่องเป็นยาบ้าเม็ดสีส้มจำนวนมาก ส่วนผู้ขับขี่และผู้

โดยสารไม่ทราบจำนวนได้หลบหนีไปจากที่เกิดเหตุแล้ว
ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ สันนิษฐานว่ารถคันดังกล่าวได้ขนของกลางมาจากต้นทาง ซึ่งยังไม่ทราบที่ใด โดยนำกล่องโฟมซึ่งบรรจุยาเสพติดไว้ด้านล่าง จากนั้นใช้แผ่นไม้ปิดบังอำพรางยาเสพติดเอาไว้เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้เหมือนลักษณะขนย้ายไม้บ้านเก่าแล้วมุ่งหน้าลงใต้ ระหว่างทางยางล้อหลังเกิดระเบิดทำให้เสียหลักพลิกคว่ำ ส่วนผู้ขับขี่และผู้โดยสารกลัวความผิดจึงได้หลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปถึง

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานรถยกมาลากรถ และขนของกลางทั้งหมดใส่รถพนักงานสอบสวนนำไปตรวจสอบและนับจำนวนของกลางยาเสพติดทั้งหมดอย่างละเอียดที่โรงพัก 3 กระทายโดยมี นายอร่าม ญาณแก้ว นายอำเภอกุยบุรี พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบฯ พร้อมตำรวจชุมสืบสวน และตำรวจพิสูจน์หลักฐานร่วมตรวจสอบ โดยภายในกล่องลังโฟม 1 กล่อง บรรจุยาบ้าจำนวน 10 ห่อ

ตราสัญลักษณ์ ยี่ห้อ 999 ที่เม็ดยาพิมพ์ WY รวม 1 แสนเม็ดต่อ 1 กล่อง รวมทั้งหมด 54 กล่อง กับอีก 1 ห่อ จำนวนยาบ้าเม็ดสีส้มทั้งสิ้น 5,440,000 เม็ด(ห้าล้านสี่แสนสี่หมื่นเม็ด) รวมมูลค่า กว่า 32 ล้านบาท ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบไล่กล้องวงจรปิด เพื่อหาเส้นทางการหลบหนีและหาตัวผู้ร่วมขบวนการที่มาในรถว่ามีจำนวนกี่คน เพื่อติดตามมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
///////////////////////////////

ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

SVL Group ตอกย้ำความมุ่งมั่น ก้าวสู่ปีที่ 10 แห่งมาตรฐานสากล จัดอบรมเข้มข้น 3 ระบบ ISO
เสริมศักยภาพบุคลากร มุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรอย่างยั่งยืน

กรุงเทพฯ – เอสวีแอล กรุ๊ป (SVL Group) ผู้นำด้านบริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจสู่ทศวรรษที่ 10 ของการได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เดินหน้าจัด “โครงการอบรมเพิ่มทักษะและความรู้มาตรฐานสากล Integrated ISO 3 ระบบ” (Integrated Management System) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความเข้าใจในมาตรฐานระดับโลกให้กับบุคลากรอย่างต่อเนื่อง

การอบรมดังกล่าวจัดขึ้นอย่างเข้มข้นตลอด 2 วันในช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีพนักงานกว่า 60 คนจาก 3 บริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัท เอสวีแอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท ไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด และ บริษัท เรือลำเลียงบางปะกง จำกัด เข้าร่วมอบรมทั้งในรูปแบบ Online จากกรุงเทพฯ และ Onsite ณ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยได้รับเกียรติจาก นายอุดม สดใส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด เป็นตัวแทนผู้บริหารให้การต้อนรับ นายอาณัติ น้อมเศียร วิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก บริษัท โกลบอล สแตนดาร์ด แมเนจเม้นท์ เซอร์วิส จำกัด ซึ่งมาร่วมถ่ายทอดความรู้และแนวปฏิบัติล่าสุดของ 3 มาตรฐานสำคัญ ได้แก่:

o ISO 9001:2015: ระบบบริหารงานคุณภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจในบริการที่เป็นเลิศและตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า ISO 14001:2015: ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ISO 45001:2018: ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยสำหรับพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคน

นายอุดม สดใส กล่าวว่า “ที่ SVL Group เราเชื่อว่าคุณภาพของบริการเริ่มต้นจากคุณภาพของบุคลากร การลงทุนในการพัฒนาความรู้และทักษะให้พนักงานอย่างต่อเนื่องคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร การจัดอบรมในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการรักษามาตรฐานที่เรายึดมั่นมาตลอดเกือบทศวรรษ แต่ยังเป็นการตอกย้ำคำมั่นสัญญาที่เรามีต่อลูกค้าและสังคม ว่าทุกบริการของ SVL Group จะเปี่ยมด้วยคุณภาพ ปลอดภัย และใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง”

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทั้ง 3 บริษัทในเครือเอสวีแอล กรุ๊ป ได้ผ่านการตรวจประเมินอย่างเข้มข้นในทุกขั้นตอน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการ “เน้นย้ำทุกบริการด้วยมาตรฐานระดับสากล” เพื่อการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปกครองดงหลวงลุยตรวจวัดพระเมา – เสพยา จับสึก / ส่ง จยย. ข้ามโขง เย้ยเจ้าหน้าที่! จุดลักลอบอยู่ใกล้ฐาน ตชด.2344 ​ / ชาวบ้านร้อง!! ถูกแก๊งเงินกู้นอกระบบโหดข่มขู่ ยิงปืนโชว์

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันอังคารที่ 2 กันยายน 2568  เวลา 14.30 น. นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง  สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง ลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ว่ามีวัดในเขตพื้นที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะโดยมีจำนวน  2 วัดในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้ลงพื้นที่ไปยังวัดโนนสะอาด  บ้านโนนสะอาด  ม.7 ต.หนองบัว อ.ดงหลวง  พบพระที่รักษาการเจ้าอาวาส อยู่ในสภาพมึนเมา เพราะดื่มเหล้าขาว และต่อว่าด่าทอ เจ้าหน้าที่อยู่ตลอดเวลา ซึ่งระหว่างการจับกุมเพื่อนำไปสึกนั้นไม่สามารถเดินเองได้ต้องใช้เจ้าหน้าที่ประคองเดิน เพื่อนำไปลาสิกขา ซึ่งก่อนจะลาสิกขาก็ยังคงเถียงกับเจ้าคณะอำเภอต่อ ตลอดเวลา กว่าจะยอมสึกได้ เจ้าคณะอำเภอ ต้องใช้เวลากล่อมกว่าชั่วโมงต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปที่วัด  วัดโพธิ์ศรี บ้านเหล่าดง  ม.5   ต.หนองบัว   ได้ทำการตรวจปัสสาวะ พระสงฆ์ 5 รูป พบพระ 1 รูปมีปัสสาวะสีม่วง ให้การยอมรับว่าเสพยาบ้าจริง  จึงนำตัวไปลาสิกขาต่อเจ้าคณะอำเภอ ณ วัดโพธิ์ศรีแก้ว และนำตัวไปสอบปากคำเพื่อขยายผล  ดำเนินคดีต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​​มุกดาหาร​ รายงาน​

ชาวบ้านร้อง!! ถูกแก๊งเงินกู้นอกระบบโหดข่มขู่ ยิงปืนโชว์ต่อหน้ากล้อง

จากกรณีเหตุการณ์ทวงหนี้ที่ปรากฏในสื่อโซเชียล เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 20.00 น พลตำรวจตรี ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และ พันตำรวจเอก​ กิตเตชิษฐ์​ บำรุง​ รอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ได้สั่งการให้

พันตำรวจเอกประยุทธ์ เรือนทองคำ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร และพันตำรวจเอก วิจิตร บุญวรรณ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ดำเนินการ สืบสวนติดตาม ผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างเด็ดขาด โดย ชุดสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร และกก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ จากการสอบถามข้อมูล

จากผู้เสียหายทราบว่า คลิปดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2567​ ที่ผ่านมา และได้ให้ข้อมูลว่า การทวงหนี้ดังกล่าวเกิดจากการที่ตนได้กู้​เงินกับ นายทักษ์ดนัย หรือเล้ง ซึ่งเป็นเจ้าหนี้​ สภ.เมืองมุกดาหาร จึงได้สืบสวนจนทราบที่อยู่ของนายเล้ง และได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเช่าเลขที่ 14/1 ซอยตาดแคน 14 ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งนายทักษ์ดนัยฯ เป…

ส่ง จยย. ข้ามโขง เย้ยเจ้าหน้าที่! จุดลักลอบอยู่ใกล้ฐาน ตชด.2344 แต่กลับถูกใช้ลักลอบเป​็​น​ประจำ​

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย ร้อย.ฉก.ทพ.2107 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ภายใต้การอำนวยการของ ร.อ.พิชิตพล เคนดา ผู้บังคับกองร้อย ดำเนินการสกัดกั้นขบวนการโจรกรรมรถข้ามแดน หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านพื้นที่ชายแดน อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ว่ามีการลักลอบขนรถจักรยานยนต์ส่งต่อไปยังฝั่ง สปป.ลาว

โดยในเวลาเวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ซุ่มตรวจบริเวณวัดบูรพานอก บ้านนาห้วยกอก ต.ดอนตาล พบเรือกีบติดเครื่องยนต์แล่นจากฝั่งลาวเข้ามาเทียบท่า และพบกลุ่มชายนับสิบคนช่วยกันลำเลียงรถจักรยานยนต์ขึ้นเรือที่โป๊ะท่าน้ำจุดรวมเรือบ้านห้วยกอก หมู่ที่ 4 เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัว กลุ่มดังกล่าวรีบขับเรือหนีกลับไปยังฝั่งลาวพร้อมรถจักรยานยนต์ 1 คัน ส่วนที่เหลือบนฝั่งอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้

🔎 ผลการตรวจค้นพื้นที่โดยรอบ พบรถจักรยานยนต์ถูกทิ้งไว้ 2 คัน ได้แก่ ฮอนด้า เวฟ 110 ซีซี สีน้ำเงิน–ดำ ทะเบียน 4 ขง 2922 กทม. และ จีพีเอ็กซ์ โดรน 150 ซีซี สีเทา ทะเบียน 2 กศ 5468 นครราชสีมา เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

⚠️ ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่านอกจากจะมีการวางโป๊ะเรือเพื่ออำนวยความสะดวกในการลักลอบแล้ว จุดท่าน้ำริมแม่น้ำโขงบ้านห้วยกอก ซึ่งคนร้ายใช้ลักลอบส่งรถจักรยานยนต์นั้น ตั้งอยู่ใกล้กับฐานปฏิบัติการ หมวดตำรวจตระเวนชายแดนที่ 2344 แต่ยังคงถูกเลือกใช้เป็นเส้นทางกระทำผิดอยู่เป็นประจำ

ข่าวมุกดาหาร #ชายแดนไทยลาว #ทหารพราน #โจรกรรมรถข้ามแดน #ดอนตาล #มุกดาหาร #ตชด2344 #ตชด #สตช #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เศร้า…ปลัดอำเภอนั่งเสียชีวิตบนเก้าอี้บริเวณลานจอดรถหลังที่ว่าการอำเภอหว้านใหญ่ พบจดหมายสั่งเสีย 3 ฉบับ คาดปัญหาความเครียดส่วนตัว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 เวลา 07.30 น พ.ต.อ.เจด็จ​ ปรีพลู​ ผกก.สภ.หว้านใหญ่​ จ.มุกดาหาร​ ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตจากอาวุธปืนลูกซองในลานจอดรถด้านหลังที่ว่าการอำเภอหว้านใหญ่ จึงสั่งการให้ ร.ต.อ.​ชัชวาล​ มัคคะรม รองสารวัตร(สอบสวน)​ ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตคือ นายสุภาพ เมืองโคตร อายุ 53 ปี ปลัดอำเภอนิคมคำสร้อย และเป็นอดีตปลัดอำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เสียชีวิตในสภาพนั่งอยู่บนเก้าอี้ มีบาดแผลจากการยิงที่ศีรษะ ใกล้ตัวพบอาวุธปืนลูกซองยาววางบนหน้าตัก ขณะเดียวกันยังเปิดเสียงธรรมะสอนใจไว้ในที่เกิดเหตุ ใกล้กันพบรถยนต์เก๋ง MG สีแดงของผู้ตายจอดอยู่

พยานในพื้นที่ให้การว่า เวลาประมาณเที่ยงคืนได้ยินเสียงดังคล้ายประทัดหนึ่งครั้ง แต่เข้าใจว่าเป็นเสียงหม้อไฟระเบิดจึงไม่ได้สนใจ กระทั่งเช้า พบรถเก๋งคันคุ้นตาจอดอยู่ จึงเข้าไปตรวจสอบและพบผู้เสียชีวิต

ญาติผู้ตายเผยว่า นายสุภาพอาจมีความเครียดส่วนตัว โดยตำรวจตรวจค้นห้องพักพบจดหมายสั่งเสียจำนวน 3 ฉบับ ซึ่งครอบครัวยังไม่ขอเปิดเผยเนื้อหา ทั้งนี้ผู้เสียชีวิตเพิ่งย้ายจากอำเภอหว้านใหญ่ บ้านเกิด ไปประจำอำเภอนิคมคำสร้อยราว 5 เดือน และมักกลับบ้านในช่วงวันหยุด ก่อนจะพบว่าเสียชีวิตในพื้นที่บ้านเกิด

ปลัดอำเภอเสียชีวิต #ยิงตัวตาย #ข่าวมุกดาหาร #ข่าวเศร้า #จดหมายสั่งเสีย #หว้านใหญ่ #นิคมคำสร้อย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้///ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปกครองดงหลวง บุกสกัดแก๊งค้ายา โดดน้ำหนี – ยึดยาบ้า ปืน รถจักรยานยนต์ได้ครบ พร้อมเร่งขยายผลล่าตัวผู้ต้องหา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอดงหลวง (ศป.ปส.อ.ดงหลวง) ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ในพื้นที่ตำบลพังแดง อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล “No Drugs No Dealers”

ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถพบผู้ต้องสงสัยจำนวน 4 ราย ขณะทำการปิดล้อมตรวจค้นบริเวณจุดนัดหมายซื้อขายยาบ้า ริมห้วยบางทราย หมู่ 1 ตำบลพังแดง อำเภอดงหลวง

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่แสดงตน นาย สิงห์ เชื้อคำฮด อายุ 36 ปี ชาวหมู่ 1 ตำบลพังแดง อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายยาบ้า พร้อมพวกอีก 3 คน ได้กระโดดลงลำน้ำห้วยบางทรายเพื่อหลบหนี

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางได้ คือ ยาบ้า 115 เม็ด เงินสด 2,897 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ปืนแก๊บ 1 กระบอก และรถจักรยานยนต์ 2 คัน

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล และจะขออนุมัติศาลจังหวัดมุกดาหารเพื่อออกหมายจับ นายสิงห์ เชื้อคำฮด และผู้ร่วมขบวนการต่อไป

ปราบยาเสพติด #NoDrugsNoDealers #ฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง #ดงหลวง #มุกดาหาร #ศปปส #หยุดยาเสพติด #ปกครองเข้มแข็ง ///ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 5 ร่วมกับ ตร.เชียงใหม่ และ สภ.แม่โจ้ จับกุมเหตุร่วมกันฆ่าและเผาอำพรางศพ เหตุเกิดเขตพื้นที่ สภ.แม่โจ้ ต่อเนื่อง สภ.ดอยสะเก็ด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ภายใต้การอำนวยการของ
พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5,พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พล.ต.ต.มนิต มณีตระกูลทอง ผู้ทรงคุณวุฒิ ช่วยราชการ ภ.จว.เชียงใหม่ , พ.ต.อ.สุรชัย ท่างาม ผกก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ.ไกรศรี จุฬพรรค์ ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.5, พ.ต.อ.พลจักร บุนนาค ผกก.สภ.แม่โจ้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่โจ้, สภ.ดอยสะเก็ด, สภ.จอมทอง, กก.สส.1 บก.สส.ภ.5 และ กก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่
เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหา

นายวชิรวิทย์ หรือเสือ หรือเจมส์ อายุ 28 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.1737/2568 ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2568 (ได้รับบาดเจ็บอายัดตัวไว้ที่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่)

นายดำรงฤทธิ์ หรือต้น อายุ 33 ปี ที่ ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.1738/2568 ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2568
ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยตรองไว้ก่อน , ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย และวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น ” ของกลางที่ตรวจยึดได้ประกอบด้วย

    รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อซูซูกิ สีขาว ทะเบียน จย-3710 เชียงใหม่ (ของผู้ตาย)รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีดำ ทะเบียน จฉ-1508 เชียงใหม่ เสื้อผ้าและรองเท้าขณะก่อเหตุของนายวชิรวิทย์ฯและนายดำรงฤทธิ์ฯวัน เดือน ปี และสถานที่เกิดเหตุ บริเวณบ้านที่เกิดเหตุ ม.13 ต.ป่าไผ่ อ.สันทรายฯ เกี่ยวพันกับบริเวณถนนปางไฮ-แม่ตอน ม.5 ต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ดฯ วันที่ 28 ส.ค.2568 เวลาประมาณ 15.13 น.ถึงเวลาประมาณ 22.30 น.แผนประทุษกรรมของคนร้าย:

    นายวชิรวิทย์ฯ และนายดำรงฤทธิ์ฯทั้งสองได้วางแผนร่วมกันฆ่านายคุณาสินฯ หรือกอล์ฟ (ผู้ตาย) โดยนายวชิรวิทย์ฯ หรือเสือ และนายดำรงฤทธิ์ฯ หรือต้น ได้ลวงผู้ตาย เข้ามาที่บ้านที่เกิดเหตุ ม.13 ต.ป่าไผ่ อ.สันทรายฯ เมื่อวันที่ 28 ส.ค.2568 เวลาประมาณ 14.47 น.ผู้ตายได้ขับขี่รถยนต์เก๋งยี่ห้อซูซูกิ สีขาว ทะเบียน จย-3710 เชียงใหม่ มาที่บ้านหลังดังกล่าว นายดำรงฤทธิ์ฯ หรือต้น ก็หลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านอยู่ก่อนแล้ว

    โดยนายวชิรวิทย์ฯ หรือเสือ จึงได้เดินออกไปรับผู้ตาย พาผู้ตายเข้าไปภายในบ้าน ทั้งสองจึงได้ลงมือฆ่าผู้ตายโดยใช้ค้อนทุบบริเวณศีรษะและร่างกายของผู้ตายจนถึงแก่ความตาย จากนั้นทั้งสองก็ได้ช่วยกันทำลายหลักฐานโดยนำโซฟาภายในบ้านที่เบื้อนเลือดมาล้างบริเวณหน้าบ้านฯลฯ และทั้งสองนำศพผู้ตายขึ้นรถยนต์เก๋งยี่ห้อซูซูกิ สีขาว ทะเบียน จย-3710 เชียงใหม่ ของผู้ตาย

    โดยนายวชิรวิทย์ฯหรือเสือเป็นผู้ขับขี่ และนายดำรงฤทธิ์ฯหรือต้น เป็นผู้ขับขี่รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีดำ ทะเบียน จฉ-1508 เชียงใหม่ ขับขี่ออกจากบ้านที่เกิดเหตุ เพื่อนำศพไปเผาทิ้งอำพราง ที่บริเวณถนนปางไฮ-แม่ตอน ม.5 ต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ด จว.เชียงใหม่

    โดยใช้นำมันราดรถยนต์เก๋งของผู้ตายเพื่ออำพรางศพ และให้รถไถลลงเนินเขาเพื่อให้เข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ระหว่างนั้นพลาดพลั้งรถเฉี่ยวชนทำให้นายวชิรวิทย์ฯ หรือเสือ ได้รับบาดเจ็บ นายดำรงฤทธิ์ฯ หรือต้น จึงได้นำตัวส่ง รพ.ดอยสะเก็ด ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองคน ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองได้แล้ว
    ..#สมจิตร แสงบันลังค์รายงาน

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจทางหลวง รวบหนุ่มเมียนมา ลักลอบขนแรงงานเถื่อน อัดแน่นกระบะ 13 ชีวิต

      แชร์เนื้อหานี้

      ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 24 สิงหาคม 2568 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ทล., พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม, พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ป. ปฏิบัติราชกาา บก.ทล., พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล., พ.ต.ท.อุดมศักดิ์ สุวรรณแสง, พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ งามแฉ่ง รอง ผกก.2 บก.ทล.

       เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.กล้า  สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล., ร.ต.อ.ชรัณ ปาณะศรี รอง สว. ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล., ด.ต.วงศ์วริศ ทรัพย์คนาสกุล ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล., จ.ส.ต.สราวุธ กรรณสุรางค์ ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.,
      สถานที่จับกุม บริเวณเหตุเกิด ทล.41 (เอเชีย) กม.24 ต.ครน อ.สวี จ.ชุมพร     ร่วมกันจับกุมตัว  1. นายจอ ตู ยะ อายุ 42 ปี เชื้อชาติ มอญ  สัญชาติ เมียนมา 2. บุคคลต่างด้าวสัญชาติ เมียนมา ชาย 7 คน หญิง 6 คน รวมทั้งหมด 13 คน  พร้อมยึดของกลาง 1 รถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้อ MAZDA สีเทา   2. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ OPPO หมายเลขโทรศัพท์ (ซิม2)

      วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.68 เวลา 05 : 55 น. น. ขณะเจ้าหน้าที่รวจทางหลวงชุมพร ขับรถวิทยุ 2408 ออกตรวจบนถนนเอเชีย (ทล.41) กม.24 ต.ครน อ.สวี เจอรถมาสด้า สีเทา ทะเบียน ผก 4743 นครปฐม ขับแซงขึ้นมาช่องขวา กระจกติดฟิล์มทึบ และท้ายรถปิดคลุมมิดชิด จึงใช้ไฟฉายส่อง พบมีคนนั่งเต็มคัน
      เจ้าหน้าที่จึงเรียกตรวจ พบผู้ขับคือ นายจอ ตู ยะ ชาวเมียนมา ภายในรถมีแรงงานต่างด้าวเพื่อนร่วมชาติ 13 คน (ชาย 7 หญิง 6) ไม่มีเอกสารอนุญาตเข้าประเทศ จึงควบคุมตัวทั้งหมดมาที่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.

      สอบสวน นายจอ ตู ยะ รับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากนายหน้าคนมอญในชุมพร ติดต่อผ่านเบอร์โทร ให้ไปรับแรงงานต่างด้าวที่ ต.ขุนกระทิง อ.เมือง ชุมพร ช่วงตี 2 วันที่ 24 ส.ค. 68 แล้วจะขนไปส่งปลายทาง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยได้ค่าจ้าง 12,000 บาท

      ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “ให้ที่พักพิง ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้ามาโดยผิดกฎหมาย” ในความผิดฐาน ผู้ใดรู้ว่าคนต่างด้าวคนใด เข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม, เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอานาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนส่งตัวผู้ต้องหา พร้อมแรงงานต่างด้าว และรถของกลาง ให้พนักงานสอบสวน สภ.สวี ดำเนินคดีตามกฎหมาย

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สกัดจับรถขนยาเสพติดลงใต้ ได้ของกลางเป็นยาบ้า 1 ล้านเม็ด

      แชร์เนื้อหานี้

      ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ทล., พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม, พ.ต.อ.ชาคริต มงคลศรี รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.ภคพล สุชลผกก.2 บก.ทล., พ.ต.ท.อุดมศักดิ์ สุวรรณแสง, พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ งามแฉ่ง รอง ผกก.2 บก.ทล.

      เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล., ร.ต.อ.ชรัณ ปาณะศรี รอง สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล., ร.ต.อ.วิมล แก้วชู, ด.ต.ธนพนธ์ เกิดเขาทะลุ ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.

      ร่วมกันจับกุมตัว นายสุริยาฯ อายุ 49 ปี ในความผิดฐาน จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า, ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือประชาชนทั่วไป, เป็นผู้ขับขี่รถยนต์เสพสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย แชะ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย

      พร้อมยึดของกลาง ยาบ้าจำนวน 1,000,000 เม็ด สถานที่จับกุม บริเวณทางหลวงหมายเลข 41 ( เอเชีย ) กม.18+400 (ขาล่องใต้) ต.วิสัยเหนือ อ.เมือง จ.ชุมพรพฤติการณ์ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 12.00 น. ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพร ออกตรวจพื้นที่บนถนนทางหลวงหมายเลข 41 ช่วง กม.18+400 ขาล่องใต้ พื้นที่ตำบลวิสัยเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร

      เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็น รถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์น้ำตาล มีพฤติกรรมน่าสงสัย เนื่องจากติดฟิล์มดำทึบผิดปกติ คาดว่าจงใจจะใช้รถยนต์ในการอำพรางบรรทุกสิ่งของผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังพบว่าช่วงท้ายรถคันดังกล่าวมีลักษณะห้อยต่ำ คล้ายบรรทุกสิ่งของที่มีน้ำหนักจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบทะเบียนรถคันดังกล่าวในระบบฐานข้อมูล Big Data ของตำรวจสอบสวนกลาง พบว่าเจ้าของรถคันดังกล่าวมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งต่อมาเมื่อผู้ขับขี่รถคันต้องสงสัยได้พบกับรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

      ผู้ขับขี่กลับชะลอความเร็ว แสดงอาการพิรุธจนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงทำการเรียกตรวจสอบ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกรถยนต์คันดังกล่าวให้หยุดได้แล้วนั้น เจ้าหน้าที่พบพิรุธว่าผู้ขับขี่มีอาการรีบเดินลงมาจากรถทันที ซึ่งคาดว่าเป็นการพยายามที่จะไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินไปที่รถ จากพิรุธดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าทำการตรวจค้นรถคันดังกล่าวอย่างละเอียด โดยพบกระสอบปุ๋ยสีขาว 5 กระสอบ ซุกซ่อนอยู่ในห้องโดยสารและท้ายรถ ซึ่งเมื่อเปิดกระสอบออกมาพบเป็น “ยาบ้า” บรรจุแท่งพลาสติกอย่างแน่นหนา จำนวน 100 มัด หรือ 1,000,000 เม็ด

      จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้สอบถามนายสุริยาฯ ผู้ขับขี่ โดย นายสุริยาฯ รับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างให้ลำเลียงยาเสพติด จากนายเอ (นามสมมติ) ซึ่งเป็นคนที่จะคอยมอบงานรับ-ส่งยาเสพติดในพื้นที่ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ให้กับตนเอง โดยครั้งนี้นายสุริยาฯ ได้รับงานให้ขึ้นไปรับยาเสพติดล็อตใหญ่ จากพื้นที่ จ.ชลบุรี เพื่อนำไปส่งทางภาคใต้

      โดย นายสุริยาฯ ให้การว่าได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 60,000 บาท แต่ยังไม่ทันส่งของถึงที่หมายกลับถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังยอมรับว่า ตนเองได้เสพยาบ้าระหว่างการเดินทาง เจ้าหน้าที่จึงตรวจปัสสาวะ พบมีสีม่วงชัดเจน และเมื่อส่งตรวจที่โรงพยาบาลผลยืนยัน “เป็นบวก” มีสารเสพติดจริง เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดส่งดำเนินคดีกับ พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. ตามกฎหมายต่อไป

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.บึงกาฬ สกัดจับยาแก้ไอลักลอบส่งออก สปป.ลาว พบมีโคเดอีน จัดเป็นยาเสพติดประเภท 3

      แชร์เนื้อหานี้

      บึงกาฬ – สถานีเรือบึงกาฬ(สน.บึงกาฬ) หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตหนองคาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรและฝ่ายปกครอง ตรวจยึดยาแก้ไอชนิดน้ำเชื่อมจำนวนมาก ขณะขบวนการลักลอบเตรียมส่งออกไปยัง สปป.ลาว โดยไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร

      เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 เวลา 13.00 น. ที่สถานีเรือบึงกาฬ นรข.เขตหนองคาย ทหารเรือนรข. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรและฝ่ายปกครอง แถลงข่าวตรวจยึดยาแก้ไอ จำนวน 2,400 ขวด จากการตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานตำรวจบึงกาฬพบว่า ยาแก้ไอทั้งหมดมีส่วนผสม โคเดอีน ซึ่งตามกฎหมายไทย หากอยู่ในตำรับยาสำเร็จรูป จะถูกจัดเป็น ยาเสพติดให้โทษประเภท 3 การลักลอบครอบครองหรือจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตถือว่ามีความผิดร้ายแรง ทั้งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ และพระราชบัญญัติศุลกากร

      เจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลางทั้งหมด และส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเครื่องดื่มผิดกฎหมายที่นำยาแก้ไอไปผสมกับพืชกระท่อม หรือที่เรียกว่า “4×100” ซึ่งอันตรายและผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด การตรวจยึดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม เวลา 20.50 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. และ น.อ.วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผบ.นรข.เขตหนองคาย

      โดย น.ท.รุ่งเรือง มาสุทธิ หัวหน้าสถานีเรือบึงกาฬ จัดเจ้าหน้าที่ทำการลาดตระเวนทางบก ตามเส้นทางริมโขง บ้านท่าไคร้ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบกลุ่มคนต้องสงสัย ขณะที่เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนทางบกพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยกำลังลำเลียงลังกระดาษบรรจุยาแก้ไอไปยังริมฝั่งแม่น้ำโขง เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่

      ผู้ต้องสงสัยได้หลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบพบลังกระดาษ 12 ลัง ภายในบรรจุขวดยาแก้ไอรวมทั้งหมด 2,400 ขวด จึงนำกลับไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่สถานีเรือบึงกาฬ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา“ร่วมกันลักลอบนำหรือส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร” ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 242

      พร้อมทำบันทึกการตรวจยึดและส่งของกลางไปยังด่านศุลกากรบึงกาฬเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
      ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจทางหลวงจับหนุ่มขับรถมินิบัสรับจ้างขนบุหรี่ไฟฟ้าเป็นรายได้เสริม 8 ลัง 1,440 ชิ้น

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อเวลา 22.30 น ของคืนวันที่ 19 ส.ค.68 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.อินทรัตน์ ปัญญา ผกก.7 บก.ทล., พ.ต.ท.ฐิติวัสส์ แซมเขียว รอง ผกก.7 บก.ทล., พ.ต.ท.ธนาคาร จันทร์กระจ่าง รอง ผกก.7 บก.ทล., พ.ต.ท.สวรรยา เอียดตรง สวญ.ส.ทล.5 กก.7 บก.ทล. และ พ.ต.ท.ธรรศพงศ์ ศรียะพันธ์ สว.ส.ทล.5 กก.7 บก.ทล. สั่งการให้ ร.ต.ท.กมล ทองคำ รอง สว.(ป.) ส.ทล.5 กก.7 บก.ทล. นำกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตั้งจุดตรวจจุดสกัด หน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงกลาพอ

      ซึ่งตั้งอยู่ ต.ทุ่งคล้า อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ในการตรวจค้นยานพาหนะต้องสงสัย หลังได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีการลักลอบขนสินค้าหนีภาษีเข้ามาในพื้นที่จนกระทั่งเจ้าหน้าที่พบรถโดยสารประจำทางมินิบัส สายยะลา – สุไหงโก-ลก ยี่ห้อเบนซ์สีขาว ทะเบียน 10-1493 ปัตตานี ขับผ่านมาโดยที่ไม่มีผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่นายอิบรอเฮง ลาแซ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 ม.2 ต.ตะโละ อ.ยะหริ่ง จว.ปัตตานี ซึ่งเป็นคนขับได้แสดงท่าทีมีพิรุธ จากการตรวจสอบภายในรถเจ้าหน้าที่

      พบลังกระดาษสีน้ำตาลวางอยู่ใต้บริเวณชั้นวางเท้าที่นั่งของผู้โดยสาร จำนวน 8 ลังเจ้าหน้าที่จึงได้แกะตรวจสอบเป็นบุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ Salt hub จำนวน 8 ลังๆละ 18 กล่องๆละ 10 ชิ้น รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,440 ชิ้น
      จากการสอบสวนในเบื้องต้น นายอิบรอเฮง ให้การรับสารภาพว่า ตนรับจ้างขนสินค้าจากพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ไปส่งมอบให้กับลูกค้าอีกทอดหนึ่งในพื้นที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ในราคาเที่ยวละ 1,600บาท

      เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดของกลางดังกล่าวทั้งบุหรี่ไฟฟ้าและรถโดยสารประจำทางมินินัส และนำตัวนายอิบรอเฮง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สายบุรี เพื่อดำเนินคดีในข้อหา ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิด พ.ร.บ.ศุลกากร
      ////////////////////////////// ข่าว/กรียา/นราธิวาส

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.หว้านใหญ่ จับ “แม็ก โพนทราย” ยาบ้า 46,000 เม็ด – ปืน .32 กระสุน 12 นัด / อุบัติเหตุสลด! กระบะเสียหลักพลิกคว่ำ ถนนชยางกูร มุกดาหาร ดับ 2 เจ็บ 1

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 เวลา 18.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.เจด็จ ปรีพูล ผกก.สภ.หว้านใหญ่ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เข้าตรวจค้นกระท่อมไม่มีเลขที่ หมู่ 4 ต.ดงหมู อ.หว้านใหญ่ หลังสืบ

      ทราบว่ามีการซุกซ่อนยาเสพติด พบ นายณรงค์ศักดิ์ หรือ “แม็ก” อุทุมภา อายุ 25 ปี ชาว ต.โพนทราย อ.เมืองมุกดาหาร ยืนอยู่บริเวณกระท่อม ท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงตรวจค้นภายในกระท่อม พบของกลางเป็น ยาบ้า 46,000 เม็ด, อาวุธปืนขนาด .32 ไม่มีหมายเลขทะเบียน 1 กระบอก และ กระสุนปืน .32 จำนวน 12 นัด

      ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพ.ต.ท.พงษ์สักก์ หงษ์เวียง สว.(สอบสวน)ฯ พนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหามีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

      จับยาเสพติด #มุกดาหาร #หว้านใหญ่ #ยาบ้า46000เม็ด #ตำรวจหว้านใหญ่ #ปราบปรามยาเสพติด #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

      มุกดาหาร​ -​ อุบัติเหตุสลด! กระบะเสียหลักพลิกคว่ำ ถนนชยางกูร มุกดาหาร ดับ 2 เจ็บ 1

      เมื่อเวลา 02.15 น. วันที่ 20 สิงหาคม 2568 มูลนิธิการกุศลมุกดาหาร “เต็กก่า” จีหมกเกาะ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุตำรวจและศูนย์นเรนทรจังหวัดมุกดาหาร ให้เข้าช่วยเหลือเหตุรถยนต์ประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ บริเวณถนนชยางกูรเลยโรงเรียนทีโอเอ เทศบาลเมืองมุกดาหาร ไปประมาณ 1 กิโลเมตร

      เจ้าหน้าที่กู้ชีพ–กู้ภัยเต็กก่า พร้อมอาสาสมัครได้จัดกำลังเข้าที่เกิดเหตุ โดยนำรถพยาบาล 1 คัน และรถอุปกรณ์ตัดถ่าง–ส่องสว่าง 1 คัน เข้าสนับสนุน พบรถยนต์กระบะแคป Chevrolet ทะเบียน บบ 1142 ศรีสะเกษ พลิกคว่ำอยู่บริเวณข้างถนน

      ตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บเป็นหญิง อายุ 24 ปี อยู่ด้านนอกตัวรถ และมีผู้เสียชีวิตติดภายในรถจำนวน 2 ราย เจ้าหน้าที่จึงใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา ก่อนนำผู้บาดเจ็บและร่างผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลมุกดาหาร

      อุบัติเหตุ #มุกดาหาร #ถนนชยางกูร #เทศบาลเมืองมุกดาหาร #ข่าวมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////เด​วิท​โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบ้านร่วมกันลักลอบเล่น ไพ่.ไฮโล กลางเมืองชุมพร โดยไม่ได้รับอนุญาต

      แชร์เนื้อหานี้

      ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 20 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงของวันที่ 20 สิงหาคม 2568 ขณะที่ พ.ต.กอบศักดิ์ นาคหาญ จนท.ปฏิบัติการฝ่ายการข่าว ด้วย กอ.รมน.จังหวัดชุมพร ได้รับแจ้งเบาะแสความมั่นคง ทางโทรศัพท์ สายด่วน 1374 เรื่องมั่วสุมเล่นการ พนัน ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัด.ชพ. นำโดย พ.ต.กอบศักดิ์ นาคหาญ จนท.ปฏิบัติการฝ่ายการข่าว, จ.ส.อ.อรรถพล คลี่บำรุง, จ.ส.อ.พงศ์ศิลป์ รุ่งอาญา,จ.ส.อ.ธนวรรธณ์ บรรจงศิริทัศน์, ส.อ.กิตติพันธ์ อ่อนแสง

      เจ้าหน้าที่ กก.สืบสวน.ภ.จว.ชุมพร นำโดย ร.ต.อ.จำนง เต็งประยูร รอง สวฯ, ด.ต.วัชรพันธ์ ชูละออง,จ.ส.ต.ณัฐวุฒิ มีสติ เจ้าหน้าที่ ปกครองจังหวัดชุมพร นำโดย นายเกียรติภูมิ โภคผล จนท.ปกครองปฏิบัติการ ลงตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบทราบว่ามีการลักลอบเล่นการพนัน(ไพ่.ไฮโล) บริเวณ ท่าตะเภา ต.ตากแดด อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร

      มีกลุ่มบุคลมั่วสุมเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบกลุ่มบุคคลดังกล่าวลักลอบเล่นการพนันไฮโล และไพ่ดรัมมี่ จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ตำรวจและแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิแก่ผู้ถูกจับกุม ได้ 8 ราย และแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิแก่ผู้ถูกจับกุม ““ผู้ถูกจับกุมที่ 1 ถึง 8 ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน(ไพ่.ไฮโล)เอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต และกล่าวหาผู้ถูกจับที่ 1 เพิ่มว่า

      เป็นผู้จัดให้มีการลักลอบ เล่นการพนัน พนันเอาทรัพย์สินกัน จึงทำการตรวจยึดของกลางพร้อมนำตัวผู้ต้องหาและทำบันทึกที่ ที่ทำการหน่วย ปฏิบัติการพิเศษ กก.สืบสวน.ภ.จว.ชุมพร โดยผู้ถูกจับคนที่ 5 ได้แจ้งข้อกล่าวหา “เป็นเจ้ามือรับกินรับใช้เล่นการพนัน (ไฮโล) พนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาติ, ร่วมกันลักลอบเล่น การพนัน(ไฮโล)พนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต” และผู้ถูกจับคนที่ 6-8 แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันลักลอบเล่น การพนัน(ไฮโล)พนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต”

      1 นางวณิภา สงวน นามสกุล ชาวต.ตากแดด อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร 2 นายพิศิษฐ์ สงวนนามสกุล ชาว ต.สะพลี อ.ปะทิว 3นายดง สงวนนามสกุล ชาว ต.ท่าตะเภา อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร 4. นายกุมภา สงวนนามสกุล ชาว ต.บางลึก อ. เมืองชุมพร จ.ชุมพร พร้อมด้วยของกลาง1.ไพ่ สีน้ำเงิน ๑ สำรับ จำนวน ๕๒ ใบ 2.เสื่อปู สีเขียว จำนวน ๑ ผืน 3.ธนบัตรจำนวนหนึ่ง

      5 นายสมชาย สงวนนามสกุล ชาว ถ.พิศิษฐพยาบาล ต.ท่าตะเภา อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร 6 นายกรุง สงวนนามสกุล ชาว ต.คอนสาร อ.คอนสาร จ. จ.ชุมพร 7 นายพูลศักดิ์ สงวนนามสกุล ชาว ต.บางลึก อ.เมืองชุมพร 8 นายเฉลิมเกียรติ์ สงวนนามสกุล ชาว ต.นากระตาม อ.ท่า แซะ จ.ชุมพร พร้อมด้วยของกลาง 1ธนบัตรจำนวนหนึ่ง 2 ลูกเต๋า 3 ลูก 3 แผงไฮโล 1 แผง 4 จานพร้อมฝาปิด 1 ชุด

      จึงทำการตรวจยึดของกลางพร้อมนำตัวผู้ต้องหาและทำบันทึก ที่ ที่ทำการหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กก.สืบสวน.ภ.จว.ชุมพร หลังจากนั้นได้ส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ให้กับ พงส.สภ.เมืองชุมพร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารระอุ! 3 วัน กวาดล้างยาเสพติดคำป่าหลาย ต.เดียว รวบ 44 ชีวิต – พระร่วมวงเสพ-ค้า ยึดยาบ้า – ปืน กลางหมู่บ้าน สะเทือนทั้งเมือง

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2568 นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร แถลงผลการปฏิบัติการตามนโยบาย “No Drug, No Dealer” ของรัฐบาล ที่ดำเนินต่อเนื่อง 3 วันรวด ระหว่างวันที่ 13–15 สิงหาคม 2568

      โดยศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอเมืองมุกดาหาร พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ สภ.คำปลาหลาย สาธารณสุขอำเภอเมืองมุกดาหาร โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคำปลาหลาย และเจ้าหน้าที่ อส. ระดมลงพื้นที่เป้าหมายสามารถจับกุมผู้กระทำผิดรวม 44 ราย

      โดยเป็นผู้เสพ 43 ราย อายุ 17–53 ปี ถูกส่งเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและบำบัดรักษา ผู้ค้า 1 ราย อยู่ระหว่างดำเนินคดีตามกฎหมาย ตรวจยึดยาบ้าจำนวนมากพร้อมพร้อมอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ไว้เป็นของกลาง

      นอกจากนี้ยังได้จับกุมพระสงฆ์ในพื้นที่อีก 1 รูป หลังพบเกี่ยวข้องกับการเสพและค้ายา เจ้าหน้าที่นำตัวลาสิกขาบทก่อนควบคุมตัวดำเนินคดี

      นายชายสิทธิ์ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากประชาชน ผู้สื่อข่าว และพระภิกษุสงฆ์ในพื้นที่ แสดงให้เห็นถึงพลังของชุมชนที่ต้องการสร้างความสงบและปลอดภัยให้สังคม พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะเดินหน้ากวาดล้างอย่างต่อเนื่องเพื่อตัดวงจรยาเสพติดในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร

      ชายสิทธิ์สุวรรณโชติ #นายอำเภอเมืองมุกดาหาร #NoDrugNoDealer #มุกดาหารเดือด #กวาดล้างยาเสพติด #พระค้ายา #มุกดาหาร #ข่าวด่วน #CrimeNews #ข่าวมุกดาหาร #พระค้ายา #CrimeNews #ข่าวไวรัล #ข่าววันนี้/////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ ผู้​สื่อข่าว​ประจำ​จังหวัด​มุกดาหาร​ รายงาน

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทับสะแกกวาดล้าง กลุ่มผู้ค้า/ ผู้เสพยาเสพติด ภายใต้ยุทธการเมืองสามอ่าวล้างบางยาเสพติด” จ.ประจวบฯ รวบผู้ต้องหา 5 ราย ยาบ้า 79 เม็ด

      แชร์เนื้อหานี้

      วันที่ 13 สิงหาคม 2568 ภายใต้การอำนวยการของ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะผอ.ศูนย์อำนวยการ ปส.จ.ประจวบคีรีขันธ์สั่งการให้ นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก ในฐานะผอ.ศป.ปส.อ.ทับสะแก มอบหมายให้ นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโส เจ้าพนักงาน ป.ป.ส อำเภอทับสะแก นายพงศ์นรินทร์ สุขประเสริฐ ปลัดอำเภอ

      พร้อมด้วย สมาชิก อส.อ.ทับสะแกที่ 6 นายธนพล ยอดแก้วผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 8 ตำบลเขาล้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 8 ตำบลเขาล้าน ตรวจสอบการลักลอบการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่ตำบลเขาล้าน จากการตรวจสอบได้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจำนวน 5 ราย ซึ่งพนักงานฝ่ายปกครองได้แจ้งข้อกล่าวหา ดังนี้

      1. นายสราวุธ สงวนนามสกุล มียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) จำนวน 44 เม็ด โดยกล่าวหาว่า จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
      2. นายสุนทร สงวนนามสกุล มียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) จำนวน 35 เม็ด โดยกล่าวหาว่า จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
      1. นายอนุ สงวนนามสกุล โดยกล่าวหาว่า เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
      2. นายพิพัฒน์ชัย สงวนนามสกุล สมัครใจเข้ารับการบำบัด
      3. นายนครินทร์ สงวนนามสกุล สมัครใจเข้ารับการบำบัด
        พร้อมของกลางทั้งหมด ยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) จำนวน 79 เม็ด โดยได้บันทึกการจับกุมส่งพนักงานสอบสวนสภ.ทับสะแก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

      ตามนโยบายรัฐบาล”เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs Noท Dealers ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดภัยยาเสพติดและการขับเคลื่อนงานระยะเร่งด่วน(Quick Win ) “ 5 ไร้ทุกข์ 3 สร้างสุข” ตามนโยบายกระทรวงมหาดไทยโดยดำเนินการการขับเคลื่อนงาน “ไร้ทุกข์ที่ 1” (การป้องกันปราบปรามยาเสพติด เพื่อช่วยเหลือเยียวยาคืนคนดีสู่สังคม) ได้ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น จับกุมผู้ค้า/ผู้เสพและผู้ติดยาเสพติด (สัปดาห์สีแดง) และยุทธการเมืองสามอ่าวล้างบางยาเสพติด”อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

      /////////////////

      ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ย้ายลุงพล! จากเรือนจำมุกดาหารสู่เรือนจำนครพนม คุมเข้มผู้ต้องขังโทษสูง”

      แชร์เนื้อหานี้

      หลังจากเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ทำให้นายไชย์พล วิภา หรือ “ลุงพล” ต้องถูกคุมขังต่อในเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร ล่าสุดเช้าวันที่ 15 สิงหาคม เวลา 08.15 น. รถควบคุมผู้ต้องขังของเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร ได้เข้าไปรับตัวลุงพล เพื่อนำส่งไปคุมขังที่เรือนจำจังหวัดนครพนม

      การย้ายตัวครั้งนี้เป็นไปตามอำนาจการควบคุมของเรือนจำ เนื่องจากเรือนจำจังหวัดนครพนมมีอำนาจและศักยภาพในการควบคุมผู้ต้องขังที่ได้รับโทษในอัตราสูงกว่า พร้อมมาตรการด้านความปลอดภัยที่รัดกุมกว่าเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะมีการเคลื่อนย้ายตัวลุงพลออกจากเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร ไม่มีญาติหรือแฟนคลับ (FC) ของลุงพลมาร่วมให้กำลังใจเหมือนในครั้งก่อน ต่างจากวันที่มีทำพิพากษาและคำสั่ง ซึ่งมีกลุ่มผู้ติดตามมารอที่เรือนจำเป็นจำนวนมาก

      ย้ายลุงพล #ลุงพลย้ายเรือนจำ #ลุงพล #ป้าแต๋น #เอฟซีลุงพล #เรือนจำจังหวัดมุกดาหาร #เรือนจำจังหวัดนครพนม #มุกดาหาร #คดีน้องชมพู่ #ไม่ให้ประกันตัว #ข่าวร้อน #ดราม่า #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นอภ.เมืองมุกดาหาร บูรณาการกวาดล้างยาเสพติด – พบผู้เสพ 15 ราย สมัครใจเข้าบำบัด

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร / ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอเมืองมุกดาหาร (ศป.ปส.อ.เมืองมุกดาหาร) นำทีมปลัดอำเภอ ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่าย

      ปกครอง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ร้อย อส.อ.เมืองมุกดาหาร 2 บูรณาการร่วมกับ ร้อย อส.จ.มห.1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คำป่าหลาย ลงพื้นที่ปฏิบัติการค้นหาผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมืองมุกดาหาร

      ภารกิจครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ แผน Quick Win 3 เดือน “No Drugs No Dealers” และปฏิบัติการต่อเนื่องจากการ Re X-ray พื้นที่ เพื่อคัดกรองผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด นำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัด และขยายผลดำเนินคดีกับผู้ค้าที่เหลืออยู่

      📝 ผลการปฏิบัติเจ้าหน้าที่พบผู้เสพยาเสพติดจำนวน 15 ราย ซึ่งทั้งหมดสมัครใจเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา โดยจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป เพื่อสร้างชุมชนปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืน

      อำเภอเมืองมุกดาหาร #มุกดาหาร #กวาดล้างยาเสพติด #NoDrugsNoDealers #QuickWin #ชุมชนปลอดยาเสพติด ////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นาที​ “ลุงพลเข้าเรือนจำ! ศาลไม่ให้ประกัน รอศาลฎีกาชี้ชะตา”

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 13 สิงหาคม รถเรือนจำจังหวัดมุกดาหารได้รับตัวนายไชย์พล วิภา หรือ “ลุงพล” ซึ่งศาลยังไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว (ประกันตัว) นำตัวไปคุมขังที่เรือนจำจังหวัดมุกดาหาร โดยลุงพลจะต้องถูกแยกกักโรคโควิดเป็นเวลา 5 วัน ก่อนพิจารณาส่งเข้าห้องขังแดนต่างๆ

      ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จำคุก 15 ปี พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีโดยไม่มีเหตุอันสมควร จำคุก 10 ปี กระทำการต่อศพหรือสภาพแวดล้อมก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น จำคุก 1 ปี รวมโทษจำคุกทั้งหมด 26 ปี และให้ชำระค่าสินไหมทดแทนแก่พ่อแม่น้องชมพู่ รวมกว่า 2.55 ล้านบาท

      ทั้งนี้ ทีมทนายความของลุงพลเปิดเผยว่าได้มีการยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวลุงพลต่อศาลจังหวัดมุกดาหาร แต่ไม่ได้รับอนุญาต จึงได้ยื่นอุทธรณ์ขอปล่อยตัวชั่วคราวต่อศาลฎีกาอยู่ระหว่างรอคำสั่ง

      ประกันตัว #ปล่อยตัวชั่วคราว #ลุงพล #ป้าแต๋น #น้องชมพู่ #คดีสะเทือนใจ #ข่าวดราม่า #ฆ่าคนตายโดยเจตนา #ศาลอุทธรณ์ #ศาลฎีกา #ไวรัลข่าว #ดราม่าเดือด #มุกดาหาร #สะเทือนใจทั้งประเทศ ////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ลุงพลอ่วม” ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ตัดสินลุงพลข้อหาหนัก ฆ่าโดยเจตนา – พรากเด็ก จำคุกรวม 26 ปี

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 13 สิงหาคม 2568 ที่บริเวณหน้าศาลจังหวัดมุกดาหาร นายอนามัย และนางสาวิตรี วงศ์ศรีชา พ่อกับแม่น้องชมพู่ได้เดินออกมาจากศาล แล้วให้สัมภาษณ์

      ผู้สื่อข่าว รู้สึกดีใจและขอบคุณศาลอุทธรณ์ภาค 4 มากที่ได้ให้ความเป็นธรรมกับน้องชมพู่ โดยมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกลุงพลในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาและมีอัตราโทษโทษสูงขึ้น

      นายพิสิษฐ์ ตรัยเจริญเมธากุล ทนายความโจทก์ร่วม เปิดเผยว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษา ว่าจำเลยที่ 1 ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ลงโทษจำคุก 15 ปี พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีโดยไม่มีเหตุอันสมควร

      ลงโทษจำคุกกระทงละ 10 ปี และกระทำการต่อศพหรือสภาพแวดล้อมก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ลงโทษจำคุก 1 ปี รวมโทษจำคุกทั้งสิ้น 26 ปี และให้

      ชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมที่ 1 เดี๋ยวแม่น้องชมพู่ จำนวน 1,350,000 บาท โจทก์ร่วมที่ 2 หรือพ่อน้องชมพู่ จำนวน 1,200,000 บาท

      ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภ.1 สั่งการ ตร.ภาค 1 รับผิดชอบ 9 จ. กวาดล้างสถานบริการผิดกฎหมายยาเสพติด ค้ามนุษย์ ค้าประเวณี อาชญากรรมข้ามชาติ ที่เป็นภัยต่อประชาชน

      แชร์เนื้อหานี้

      ผบช.ภ.1 สั่งการตำรวจภูธรภาค 1 ในพื้นที่รับผิดชอบ ทั้ง 9 จังหวัด ระดมกวาดล้างสถานบริการผิดกฎหมายยาเสพติด ค้ามนุษย์ ค้าประเวณี อาชญากรรมข้ามชาติ และการกระทำผิดกฎหมายที่เป็นภัยต่อประชาชน ทุกกฏหมายทุกประเภทกฎหมายพิเศษเฉพาะทาง

      พร้อมเป็นเจ้าภาพหลักและสนับสนุนร่วมในการตรวจระดมกวาดล้างแบบบูรณาการหน่วยงานร่วมกัน รวมใจหน่วยงานความมั่นคงเป็นหนึ่งเดียวกัน จับมือไว้แล้วทำงานไปด้วยกัน พร้อมสายด่วนเเจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 กับระบบควบคุมสั่งการตรวจสอบด้วยระบบเทคโนโยลี เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน

      พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการ ตำรวจภูธรภาค 1 และหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 1 ควบคุม งานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าวตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า 1เปิดเผยว่า

      ทางด้าน พลตำรวจโท สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และ คณะผู้บริหารระดับสูง ได้สั่งการให้ ผู้บังคับการตำรวจจังหวัดในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ก็คือ สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรีพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท ลพบุรีสระบุรี สิงห์บุรี

      และกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ระดมกวาดล้างและ จับกุม เป้าหมาย ที่มีการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 โดยเฉพาะ สถานบริการต่างๆ ซึ่งเปิดอย่างผิดกฎหมายและ มีเรื่องของยาเสพติดซึ่งทำลาย สุขภาพ ของประชาชน และเศรษฐกิจตลอดจนความมั่นคงของประเทศไทย

      โดย หา ดประชาชน ท่านใด พบแต่ความผิดหรือแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับ การกระทำความผิดต่างๆที่เกิดขึ้นในพื้นที่ทางภาค 1 สามารถแจ้งได้ที่ที่ทำการของ ตำรวจ ภูธร ณ สถานีนั้นๆหรือจังหวัดนั้นๆหรือสามารถโทรแจ้ง

      สายด่วนแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ได้ทุกที่ทุกจังหวัดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งในระบบจะมีการบันทึกการแจ้ง การกระทำความผิดต่างๆไว้ ด้วยเทคโนโลยีที่จะสามารถ

      ตอบรับ การทำงานเข้าช่วยเหลือ เหตุต่างๆของประชาชนหรือรับ เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องการแจ้งเบาะแสเพื่อดำเนินการ สืบสวนสอบสวนหาข่าวเข้าไปจับกลุ่ม อย่าง โดยด่วนที่สุดต่อไป