คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวอาชญากรรม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปิดเกม 4 เดือน! ตชด.234 ไล่ล่าไม่ถอย รวบ 2 พี่น้องตัวการค้ายาบ้าล็อตยักษ์ 3.2 ล้านเม็ด

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 (ร้อย ตชด.234) เดินหน้ากวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ชายแดน หลังใช้เวลาสืบสวนขยายผลนานกว่า 4 เดือน จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาระดับสั่งการในขบวนการค้ายาเสพติดได้ 2 ราย จากคดียึดยาบ้าล็อตมหึมากว่า 3,232,000 เม็ด

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ภายใต้การอำนวยการของ ว่าที่ พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ โพธิ์ศรีมา ผกก.ตชด.23, พ.ต.ท.บุญเลิศ วิเศษชาติ รอง ผกก.ตชด.23, พ.ต.ท.ปรัชญลักษณ์ วิลาทัน รอง ผกก.หน.ร้อย ตชด.234 และ พ.ต.ท.วัฒนพล ดาแก้ว ผบ.ร้อย ตชด.234 ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.วิชาญ ตนุมาตร นำกำลังชุดปฏิบัติการข่าว พร้อมเจ้าหน้าที่รวม 14 นาย ลงพื้นที่ติดตามจับกุมอย่างต่อเนื่อง

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่ ร้อย ตชด.234 ได้ตรวจยึดยาบ้าจำนวน 3,232,000 เม็ด บริเวณเชิงเขา บ้านตาเปอะ ตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร แม้ในวันดังกล่าวผู้กระทำผิดจะหลบหนีไปได้ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ลดละ เดินหน้าสืบสวนเชิงลึกตามแนวทาง “กัดไม่ปล่อย ล่าไม่ถอย” ทั้งการแกะรอยเครือข่าย การตรวจสอบเส้นทางการเงิน และรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุม

กระทั่งสามารถพิสูจน์ทราบตัวผู้เกี่ยวข้อง และขออำนาจศาลจังหวัดมุกดาหารออกหมายจับ ก่อนวางแผนเข้าจับกุมต่อมาเมื่อเวลา 16.30 น..วันที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถเข้าจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย ได้แก่ นายรธานนท์ อายุ 30 ปี และนายธนาธร อายุ 31 ปี อยู่ตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ จ 60-61/2569 ลงวันที่ 19 มีนาคม 2569

โดยสามารถจับกุมได้ในพื้นที่ตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งทั้งสองรายมีความเกี่ยวข้องในเครือข่ายเดียวกัน และมีบทบาทสำคัญในขบวนการลำเลียงและกระจายยาเสพติดเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเพื่อการค้า อันก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ รวมถึงร่วมกันมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

จากการสอบสวน ผู้ต้องหายังให้การภาคเสธ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการรายอื่น และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ตชด234 #มุกดาหาร #ยาบ้า #ยาเสพติด #ข่าวอาชญากรรม #จับกุม #เครือข่ายยาเสพติด #ล่าไม่ถอย #ข่าววันนี้ #ชายแดน #ข่าวด่วน #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รวบหัวจ่าย “อู๊ด แป็ะกง” นายอำเภอกระทุ่มแบน นำลูกทีมฝ่ายปกครองลุยจับขณะกำลังนอนขายยาบ้าอย่างสบายใจในสวน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 มีนาคม 2569 ภายใต้นโยบานของ นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และ นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร ได้มอบหมายให้ นายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี นายอำเภอกระทุ่มแบน,นายณัฐพล บุญทวี ปลัดอาวุโสอำเภอกระทุ่มแบน และ นายศักดาพจน์ จันทร์ภิวัฒน์ ปลัดอำเภอ เดินหน้าปฏิบัติการกวาดล้างยาเวพติดให้สิ้นซาก

นายพิรุณโรจน์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าฝ่ายปกครองกระทุ่มแบน ได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านว่า มีชายต้องสงสัยแอบลักลอบขายยาเสพติดให้กับกลุ่มวัยรุ่นอยู่ในสวนพื้นที่ ตำบลตลาดกระทุ่มแบน

นายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี นายอำเภอกระทุ่มเเบน จึงได้นำทีมฝ่ายความมั่นคงอำเภอกระทุ่มแบน ร่วมกับ ฝ่ายปกครองตำบลสวนหลวง ฝ่ายปกครองตำบลดอนไก่ดี เจ้าหน้าที่ ชรบ.และสมาชิก อส. วางแผนเพื่อที่จะเข้าดำเนินการจับกุมผู้ที่ลักลอบจำหน่ายยาเสพติด

โดยได้นำกำลังไปซุ่มอยู่ที่บริเวณดังกล่าวพบชายต้องสงสัยตามที่ได้รับแจ้งจึงรอจังหวะเพื่อเข้าทำการจับกุม เป็นจังหวะที่คนร้ายไหวตัวทันเหลือบมาเห็นเจ้าหน้าที่ จีงได้พยายามที่จะขี่รถมอเตอร์ไซด์หลบหนี ทางเจ้าหน้าที่ที่ซุ่มอยู่จึงบุกเข้าชาร์จและสามารถจับกุมตัวคนร้ายรายนี้ได้เป็นขาใหญ่ในพื้นที่มีฉายา “อู้ด แป๊ะกง”พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า จำนวนมาก

เบื้องต้น ผู้ถูกจับกุมให้การรับสารภาพและยอมรับว่า ตนได้เป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่จริง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมกับรวบรวมพยานหลักฐาน และควบคุมตัวผู้ต้องหา นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาครเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


นายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี นายอำเภอกระทุ่มแบน ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอกระทุ่มแบน จะได้ติดตามและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่อย่างต่อเนื่องให้สิ่นซากต่อไป
ทีมข่าวสมุทรสาคร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.สกัดเข้มชายแดนแม่โขง ยึด!เรือขนข้าวสารเหนียวและกระเทียมเถื่อน ผู้กระทำผิดทิ้งเรือของกลางหลบหนี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 เวลา 11:00 น ณ สถานีเรือมุกดาหาร น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ร่วมกับหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ แถลงข่าวผลการตรวจยึดเรือหางยาวเหล็กขนข้าวสารเหนียวยี่ห้อดังลักลอบนำเข้าจากสปป.ลาวและกระเทียมเถื่อน

สืบเนื่องจากเมื่อกลางดึกของเมื่อคืนที่ผ่านมา เวลา 23.00 น. ที่ 17 มีนาคม เจ้าหน้าที่สถานีเรือมุกดาหารตรวจยึดข้าวสารเหนียวประมาณ 150 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 7.5 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 412,500 บาท

พร้อมเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ 1 ลำ มูลค่าประมาณ 250,000–300,000 บาท บริเวณบ้านชุมชนนาโป อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร โดยผู้กระทำผิดได้หลบหนีไปก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

ต่อมาเวลา 03.00 น.เช้ามืดวันที่ 18 มีนาคม เจ้าหน้าที่สถานีเรือมุกดาหาร ตรวจพบกระเทียมแห้ง จำนวน 72 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 1.44 ตัน บริเวณริมแม่น้ำโขง บ้านชุมชนศรีมงคลเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร โดยไม่พบผู้แสดงตนเป็นเจ้าของ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 129,600 บาท

ในส่วนเฉพาะสินค้าประเภทข้าวสารและกระเทียม มีมูลค่ารวมประมาณ 542,100 บาท หรือประมาณ 540,000 บาท และเมื่อรวมมูลค่าเรือของกลางในคดีข้าวสาร ส่งผลให้ความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและ

ผู้ประกอบการภายในประเทศรวมประมาณ 800,000 บาท ทั้งนี้ นรข. ได้นำของกลางทั้งหมดส่งให้หน่วยงานศุลกากรในพื้นที่ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว การจับกุม ขยายผลยาเสพติด รายสำคัญ ของ ภ.จว.เชียงใหม่, ภ.จว.พะเยา, ภ.จว.เชียงราย,บก.สส.ภ.5 และ ภ.จว.ลำปาง

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการมแถลงข่าวผลการจับกุม และสืบสวนขยายผลยาเสพติดรายสำคัญ ของ ภ.จว.เชียงใหม่, ภ.จว.พะเยา, ภ.จว.เชียงราย,บก.สส.ภ.5 และ ภ.จว.ลำปาง จำนวน 4 คดี ดังนี้

  1. คดี ยาบ้า 14 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 7 คน พื้นที่ สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ตรวจยึดรถยนต์ 11 คัน เงินสด 3.95 ล้านบาท อายัดบ้านพร้อมที่ดิน 2 หลัง
  2. คดี ไอซ์ 597 กก. พื้นที่ สภ.เชียงคำ จ.พะเยา ขยายผลจับกุมผู้ต้องหา 1 คน
  3. คดี ยาบ้า 2 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 1 คน พื้นที่ สภ.พาน จ.เชียงราย ตรวจยึดรถยนต์ 1 คัน
  4. คดี ยาบ้า 1.5 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 2 คน พื้นที่ สภ.แม่พริก จ.ลำปาง ตรวจยึดรถยนต์ 2 คัน

รวมของกลางยาบ้า 17.5 ล้านเม็ด ไอซ์ 597 กก. ผู้ต้องหา 12 คน ตรวจยึดอายัดทรัพย์สินรถยนต์รวม 14 คัน เงินสด 4 ล้านบาท บ้านพร้อมที่ดิน 2 หลัง อายัดเงินในบัญชี รวมมูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท

โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ เป๊กทอง รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, นายดนุชา ไชยวงค์ ผุ้แทน ปปส.ภาค 5, พ.ต.อ.ชินเดช ดีแท้ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ ศิริเดชอนันต์ รอง ผบก.สส.ภ.5,

พ.ต.อ.สมพงษ์ บุญมาประเสริฐ รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง, พ.อ.เอกวุฒิ สุขรส รองผู้ช่วยเลขาธิการ นบ.ยส.35, พ.อ.ไมตรี ศรีสันเทียะ เสนาธิการ กกล.ผาเมือง, พ.อ.ไพโรจน์ ยะวิญชาญ เลขาธิการ นบ.ยส.35, พ.อ.พิทยา โกมลแมน หัวหน้าศูนย์ข่าวยาเสพติด ฝ่ายข่าวศปก.ทบ. และ ผกก.สภ.พื้นที่ ร่วมแถลงผลการจับกุม

ณ อาคารสโมสรคุ้มแก้ว-ขวัญดาว ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่สรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของ ตำรวจภูธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.68 – 15 มี.ค.69จับกุมคดียาเสพติด จำนวน 13,506 คดี – คดียาเสพติดรายสำคัญ 163 คดีตรวจยึดของกลางยาเสพติด

  • ยาบ้า จำนวน 240 เม็ดเศษ
  • ไอซ์ จำนวน 5,430 กิโลกรัมเศษ
  • เฮโรอีน จำนวน 72 กิโลกรัมเศษ
  • เคตามีน จำนวน 567 กิโลกรัมเศษ
  • ฝิ่น จำนวน 187 กิโลกรัมเศษ
  • ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด
  • มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 508 ล้านบาทเศษ..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทลายเซฟเฮาส์ยานรก! ยึดยาบ้า 4 ล้านเม็ด มูลค่า 120 ล้าน ขยายผลคดีไอซ์สกลนคร รวบ 3 ผู้ต้องหาคาขบวนรถขนส่ง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 ณ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 จังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เย็นจิต ผบก.ตชด.ภาค 2, พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รอง ผบก.ตชด.ภาค 2 และสนธิกำลังหน่วยงานความมั่นคง (นสร.กร., กอ.รมน., ป.ป.ส., DSI และตำรวจน้ำ) ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ยึดของกลางยาบ้าจำนวน 4,029,900 เม็ด รถยนต์ 3 คัน และผู้ต้องหา 3 ราย

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลจากการจับกุมคดีไอซ์ 316 กิโลกรัม ที่ จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 โดยชุดสืบสวน บก.ตชด.ภาค 2 พบความเคลื่อนไหวของเครือข่ายเดิมที่ยังคงลักลอบขนยาเสพติดในพื้นที่ จ.มุกดาหาร และ จ.นครพนม จึงเฝ้าติดตามจนทราบว่าจะมีการลำเลียงล็อตใหญ่ในวันที่ 10 มีนาคม โดยใช้บ้านเช่าเลขที่ 32/3 ใน อ.เมือง จ.มุกดาหาร เป็นแหล่งพักยา

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม เวลา 14.10 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถยนต์เป้าหมาย 3 คัน ขับตามกันมาเป็นขบวนเข้าสู่บ้านเช่าดังกล่าว ก่อนจะวางกำลังปิดล้อมและเข้าจับกุมในเวลา 15.40 น. โดยสามารถระบุตัวผู้ต้องหาและพาหนะได้คือ

รถอีซูซุ สีขาว ทะเบียน 9กฉ 8074 กทม. มีนายสมัญญา หรือปอน หัวหน้าเครือข่าย (อายุ 30 ปี ชาวนครราชสีมา) เป็นคนขับ รถขนยาโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน ขธ 4939 ชลบุรี มี นายประพฤกษ์ หรือปลา (อายุ 31 ปี ชาวสระบุรี) เป็นคนขับ และรถนำเส้นทาง: อีซูซุ สีแดง ทะเบียน จข 9417 ชลบุรี มี นายรัศมิ์ธวิทย์ หรือเตอร์ (อายุ 32 ปี ชาวสระบุรี) เป็นคนขับ

จากการตรวจค้นชั้น 2 ของบ้านเช่า พบยาบ้าบรรจุในกระสอบจำนวน 7 กระสอบ รวมกว่า 4 ล้านเม็ด นายปลา (คนขับฟอร์จูนเนอร์) ให้การรับสารภาพว่าได้รับจ้างจากนายปอนให้ขนยาจากริมฝั่งโขงมาพักไว้ โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 40,000 บาท

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า” ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐอย่างรุนแรง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการขยายผลเพื่อยึดทรัพย์และทลายเครือข่ายผู้บงการที่เหลือตามนโยบายกวาดล้างยาเสพติดให้สิ้นซากต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่เร่งรัดติดตามคดีชิงทรัพย์ในร้านทองจ.นครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

บิ๊กต่าย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ประชุมติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนชิงทอง ในร้านทองภายในห้างสรรพสินค้า จ.นครปฐม ย้ำตำรวจพื้นที่เร่งจับกุมคนร้าย้โดยเร็ว เพื่อ สร้างความเชื่อมั่น และลดความหวาดกลัวของประชาชน ต้องหามาตรการป้องกันไม่ให้เหตุแบบนี้เกิดขึ้นอีก

วันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ประชุมติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนแบลงก์กันชิงทองคำเส้นละ 2 บาท จำนวน 20 เส้น ในร้านทองภายในห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครปฐม

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 19.30 น. โดยมี พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบช.ภ.7), พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7, และ

พล.ต.ต.พิพัฒน์ ชุ่มมณีกูล รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม, พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 7, พ.ต.อ อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม สภ.เมืองนครปฐม จากนั้นได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบติดตามคดี

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ สั่งการเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบเส้นทางหลบหนีของคนร้าย และเร่งติดตามจับกุม รวมทั้งทบทวนแผนก้าวสกัดจับ ให้สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้ ได้กำชับให้เน้นย้ำการป้องกันตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตต์รัฐ พันธ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.

โดนเน้นย้ำการสร้างความร่วมมือในการป้องกันกับผู้ประกอบการร้านทอง รวมทั้งห้างสรรพสินค้า และนำระบบการประกันภัยมาใช้ในการ สร้างมาตรฐานความปลอดภัยในร้านทอง พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ย้ำกับทาง ตำรวจพื้นที่ให้รีบเร่งจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เพื่อ สร้างความเชื่อมั่น และลดความหวาดกลัวของประชาชน และต้องหามาตรการป้องกันไม่ให้เหตุแบบนี้เกิดขึ้นอีก
จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าวจ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ช็อกมุกดาหาร! ทลายขบวนการค้ามนุษย์ – ปิดเกมแม่เล้าวัยใสใช้ X โพสต์ รับงานมุกดาหารหาแขก ช่วยเหลือ 5 ราย น้อยสุดวัยเพียง 15 เร่งขยายผล

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุมแก้วกินรี ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายไกร เอี่ยมจุฬา รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และนายสมพงษ์ คุ้มสุวรรณ ปลัดจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกันแถลงผลการจัดระเบียบสังคมและปราบปรามการค้ามนุษย์ ภายใต้ปฏิบัติการ “พิทักษ์มุกดานารี”

สืบเนื่องจาก อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้เดินหน้าจัดระเบียบสังคมและปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง โดยมอบหมายให้ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง, รณรงค์

ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง และ สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองลงพื้นที่สืบสวนเครือข่ายค้ามนุษย์ในพื้นที่จังหวัด มุกดาหาร หลังได้รับเบาะแสว่ามีการนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มาแสวงหาประโยชน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองร่วมกับองค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์ระหว่างประเทศ พบว่าขบวนการดังกล่าวใช้บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ในแอปพลิเคชัน X โพสต์ข้อความเชิญชวนลูกค้าในลักษณะ “รับงานมุกดาหาร” ก่อนให้ผู้สนใจติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน LINE เพื่อดูรายละเอียดของผู้ให้บริการ จากนั้นจึงนัดหมายสถานที่พบลูกค้าตามโรงแรมหรือรีสอร์ตในพื้นที่

การตรวจสอบพบว่าผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และบางรายมีอายุเพียง 15 ปี โดยขบวนการมีลักษณะทำงานเป็นเครือข่าย มีการชักชวนเพื่อนเข้ามาร่วมกระทำความผิด และมีเยาวชนทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานติดต่อจัดหาลูกค้าและรับผลประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าว

จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า สถานที่ที่ใช้ในการกระทำความผิดส่วนใหญ่เป็นโรงแรมและรีสอร์ตในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร โดยมีการเรียกเก็บค่าบริการจากลูกค้าประมาณครั้งละ 1,500 บาท และมีการหักค่าหัวคิวจากเด็กประมาณ 500 บาท ส่วนเงินที่เหลือมีการโอนผ่านบัญชีธนาคารเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 19.00 น. ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดมุกดาหาร สถานีตำรวจภูธรมุกดาหาร และองค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์ระหว่างประเทศ ได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ “พิทักษ์มุกดานารี” เข้าตรวจสอบบางรักรีสอร์ท และโรงแรมในเขตพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร

ผลการดำเนินการสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ได้ 1 ราย เป็นเยาวชนอายุ 16 ปี กล่าวโทษผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์อีก 1 ราย เป็นเยาวชนอายุ 17 ปี จับกุมผู้กระทำความผิดฐานค้าประเวณี 1 ราย เป็นหญิงอายุ 21 ปีนอกจากนี้เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15–17 ปี พร้อมตรวจพบพยานหลักฐานสำคัญ รวมถึงข้อมูลการติดต่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่ใช้ในการดำเนินการของเครือข่าย

สำหรับเด็กและเยาวชน 5 ราย ที่ได้รับการช่วยเหลือจะเข้าสู่กระบวนการ กลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) เพื่อคัดกรองและคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์โดยทีมสหวิชาชีพ ก่อนส่งต่อให้หน่วยงานด้านสังคมสงเคราะห์ดำเนินการคุ้มครองและฟื้นฟูต่อไป

ทั้งนี้ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่าจะเดินหน้าขยายผลตรวจสอบผู้ร่วมขบวนการและเส้นทางการเงินของเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินคดีผู้กระทำผิดตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรม พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับการค้ามนุษย์หรือการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ ศูนย์ดำรงธรรม สายด่วน 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เอาจริง! นายอำเภอหญิงหว้านใหญ่ระดมกำลังชุดใหญ่ บุกหาดมโนภิรมย์กลางดึก สกัดยาบ้า 6 แสนเม็ด พร้อม “Happy Water” ซองเหลืองเกลื่อนริมโขง

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 10 มีนาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นางศศิธร โพดาพล นายอำเภอหว้านใหญ่ นำกำลังฝ่ายความมั่นคงอำเภอหว้านใหญ่ เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ บูรณาการร่วมกับ

สภ.หว้านใหญ่, นรข. (สน.เรือมุกดาหาร), กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (ร.3), ตชด.234 และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เข้าปิดล้อมตรวจค้นบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง หลังได้รับรายงานว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่เข้ามาในพื้นที่

จากการเข้าตรวจสอบบริเวณ หาดมโนภิรมย์ บ้านชะโนด ตำบลชะโนด อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เจ้าหน้าที่พบวัตถุต้องสงสัยถูกทิ้งไว้ในพงหญ้าและริมตลิ่ง เมื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียดพบเป็นยาเสพติดจำนวนมาก

ประกอบด้วย ยาบ้าบรรจุในกระสอบจำนวน 3 ใบ รวมประมาณ 600,000 เม็ด Happy Water (ยาเคลิ้ม) ยาเสพติดชนิดผงบรรจุในซองฟอยล์สีเหลืองสดใช้ชื่อแพ็กเกจ “King of Fruit” จำนวน 2 ถุงใหญ่ ประมาณ 100 ซอง

ขบวนการค้ายาเสพติดพยายามอาศัยช่วงความมืดและพื้นที่แนวชายแดนในการลำเลียงของกลาง แต่ด้วยการบูรณาการข่าวกรองที่แม่นยำและการประสานงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน ทำให้สามารถสกัดกั้นได้ทันควันก่อนจะถูกส่งต่อเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน

เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ เพื่อสืบสวนขยายผลหาต้นตอและติดตามตัวกลุ่มขบวนการลักลอบนำเข้าในครั้งนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ปราบยาเสพติด #มุกดาหาร #อำเภอหว้านใหญ่ #หาดมโนภิรมย์ #ยึดยาบ้า #HappyWater #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #ข่าวอาชญากรรม #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ลอบขนยานรกกลางโขง! สน.เรือบ้านแพง ไล่สกัดระทึก คนร้ายทิ้งของกลางหนี ยึดยาบ้า 150,000 เม็ด ริมฝั่งบึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่สถานีเรือบ้านแพง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม สนธิกำลังร่วมกับ ร้อย ทพ.2108, ร้อย ตชด.2441, สภ.เหล่าหลวง และฝ่ายปกครองอำเภอบึงโขงหลง

เข้าตรวจสอบพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง บริเวณบ้านหนองฮู หมู่ 8 ตำบลท่าดอกคำ อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจาก สปป.ลาว เข้ามายังฝั่งประเทศไทย

ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง และ น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผู้บังคับการ นรข.เขตนครพนม โดยมี ว่าที่ ร.อ.เพชรนคร ผิวขำ หัวหน้าสถานีเรือบ้านแพง และเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ

ต่อมาเวลาประมาณ 19.40 น. ชุดซุ่มเฝ้าตรวจใช้กล้องตรวจการณ์กลางคืน ตรวจพบเรือกีบติดเครื่องยนต์แบบเพลายาวจำนวน 1 ลำ แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว มุ่งหน้าสู่ฝั่งไทยบริเวณริมแม่น้ำโขงบ้านหนองฮู ห่างจากจุดซุ่มประมาณ 1 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จึงร่นระยะเข้าไปตรวจสอบ

กระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. พบชายต้องสงสัย 1 คน แบกวัตถุต้องสงสัยขึ้นมาจากริมแม่น้ำโขง เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจสอบ ชายดังกล่าวเกิดอาการตกใจ รีบทิ้งกระสอบและอาศัยความมืดหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบกระสอบที่ถูกทิ้งไว้บริเวณข้างถนนริมฝั่งแม่น้ำโขง

จากการตรวจสอบพบว่า ภายในกระสอบบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนมาก จึงประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ร่วมตรวจสอบ ก่อนนำของกลางทั้งหมดกลับไปยังสถานีเรือบ้านแพงเพื่อตรวจนับอย่างละเอียด

ผลการตรวจสอบพบว่า ภายในกระสอบมียาบ้าจำนวน 75 มัด แต่ละมัดบรรจุถุงพลาสติกแบบกดปิดดึงเปิด 10 ถุง ภายในถุงบรรจุยาบ้าถุงละ 200 เม็ด โดยมียาบ้าเม็ดสีแดงประทับตรา WY และเม็ดสีเขียวตรา A รวมทั้งสิ้นจำนวน 150,000 เม็ด

เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เหล่าหลวง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป
เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ยาบ้า150000เม็ด แม่น้ำโขง #บึงกาฬ #นรข #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผกก.สภ.สามพราน เข้าช่วยเหลือลุงขี่จยย.เกิดวูบ ชนท้าย รถกระบะ เจ็บสาหัส

แชร์เนื้อหานี้

ผู้กำกับ สภ.สามพรานขับรถมาทำงาน พบอุบัติเหตุรีบจอดรถเข้าช่วยเหลือ ลุงวัย 58 ขี่รถจยยย.เกิดอาการวูบเสียหลักชนท้ายรถกระบะบาดเจ็บ วิทยุเรียกรถพยาบาล เจ้าหน้าที่มาช่วยนำส่งโรงพยาบาล เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 5 มีนาคม 2569 พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ.สามพราน จ.นครปฐม ขณะขับรถยนต์มาที่ทำงาน พบเหตุมีรถจักรยานยนต์ ชนท้ายรถยนต์ที่จอดอยู่ข้างถนน ที่ถนนข้างเข้าอำเภอสามพราน หน้าโรงเรียนนายร้อย ตำรวจสามพราน หมู่ 7 ต.สามพราน อ.สามพรานจ.นครปฐม

มีผู้ได้รับบาดเจ็บชาย 1 ราย จึงรีบจอดรถเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวกและกู้ภัยนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล จากนั้น พ.ต.ต.เจริญทรัพย์ โพพระ สารวัตร สอบสวน สภ.สามพราน เดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม และรถพยาบาลฉุกเฉินรพ.สามพราน

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะซูซูกิ สีขาว ทะเบียน ถณ 6668 กทม จอดอยู่ช่องทางด้านซ้าย ท้ายรถ ด้านขวามีรอยเฉียวชน และ พบรถจักรยานยนต์ honda PCX สีเทาทะเบียน 2 กก 4056 นครปฐม สภาพ พังยับเยิน ทั้งคันที่ถนน พบนายกิตติศักดิ์ สงวนทรัพย์ อายุ 58 ปีชาวบ้าน ต.คลองจินดาอ.สามพราน จ.นครปฐม ได้รับบาดเจ็บนอนคว่ำหน้า มีบาดแลที่ศรีษะ แขนซ้ายหัก ฟกช้ำตาม ลำตัวอาการสาหัส เจ้าหน้าที่จึงช่วยกัน ปฐมพยาบาลทำตัว ส่งโรงพยาบาลสามพราน

ทางด้าน พ.ตอ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ.สามพราน เผยว่า ตนขับรถยนต์ส่วนตัวจะเข้ามาทำงานที่สภ.สามพราน มาถึงที่เกิดเหตุพบว่ามีอุบัติเหตุมีผู้บาดเจ็บนอนหมดสติจึงรีบจอดรถ ลงไปดูอาการ และรีบ วิทยุประสาน หน่วยกู้ภัย และจราจรมาช่วยเหลือ
เบื้องต้น ทราบว่า ผู้บาดเจ็บ ขี่รถจยย. มาจาก บ้าน ต.คลองจินดา

เพื่อจะไปอบรมชุดรักษาความสงบหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่ว่าการอำเภอสามพราน ห่างจากที่เกิดเหตุ 200 เมตร มาถึงที่เกิดเหตุ น่าจะเกิดอาการวูบ ทำให้รถเสียหลัก ไปชนท้ายรถกระบะ ที่จอดอยู่ข้างทางทำให้ได้ รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ และ ตรวจดูกล้องวงจรปิด เพื่อดำเนินการตามขันตอนกฎหมายต่อไป

จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปฏิบัติการฟ้าผ่ากลางชุมชน! “สิงห์เมืองมุก” บุกบ้านเป่งเป้า รวบ 2 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้า–ปืนเถื่อน พร้อมเงินล่อซื้อ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นายนที พรมภักดี นายอำเภอเมืองมุกดาหาร และการสั่งการของนายหมวดเอกดนุภพ รองไชย ปลัดอำเภอ (หัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง) ได้ระดมกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง “สิงห์เมืองมุก” นำโดย มว.ท.ธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง พร้อมสมาชิก อส.ร้อย อส.อ.เมืองมุกดาหาร 2

บูรณาการร่วมกับ ร้อย ตชด.234, ฝ่ายปกครองจังหวัดมุกดาหาร, ตม.จว.มุกดาหาร และตำรวจน้ำมุกดาหาร ลงพื้นที่บ้านป่งเป้า หมู่ 2 ต.โพนทราย อ.เมืองมุกดาหาร หลังได้รับร้องเรียนว่ามีการมั่วสุมและเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่

ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย ได้แก่ นายอนุชาฯ หรือ “ฮอต” พร้อมของกลางยาบ้า 100 เม็ด และเงินสดล่อซื้อ 400 บาท และนายวีระชาติฯ พร้อมอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติด, มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1

ภายหลังการจับกุม ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลถึงแหล่งที่มาและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

การปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนถึงความเข้มข้นในการกวาดล้างยาเสพติดและอาวุธผิดกฎหมายในพื้นที่ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดมุกดาหารอย่างต่อเนื่อง
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

เมืองมุกดาหาร #สิงห์เมืองมุก #ปราบปรามยาเสพติดยาบ้า #ปืนเถื่อน #ฝ่ายปกครอง #บูรณาการความมั่นคง #ข่าวด่วนข่าววันนี้ #CIAThailand สำนักข่าวCIAประเทศไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สรรพสามิตโคราชทำลายบุหรี่เถื่อน 17,540 ซอง ลุย 226 คดี มูลค่าปรับทะลุ 16 ล้านบาท สกัดของผิดกฎหมายคืนตลาด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 มีนาคม 2569 นายณธัชพงศ์ เผ่าถาง ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 พร้อมด้วย นายธนากร โพธิโต สรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา นายไชยรัตน์ ชื่นใจฉ่ำ ผู้อำนวยการส่วนตรวจสอบป้องกันและปราบปราม

สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 และนายพงศธร ประจิตร หัวหน้าฝ่ายปราบปราม สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา นำคณะเจ้าหน้าที่ร่วมดำเนินการทำลายของกลางคดีที่สิ้นสุดแล้วในช่วงเดือนกรกฎาคม–ธันวาคม 2568

การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามมาตรการป้องกันไม่ให้สินค้าผิดกฎหมายกลับเข้าสู่ท้องตลาด ป้องกันการนำมาจำหน่ายซ้ำ คุ้มครองผู้บริโภค และสร้างความเป็นธรรมด้านภาษีแก่ผู้ประกอบการที่เสียภาษีถูกต้องตามกฎหมาย

พร้อมแสดงถึงความโปร่งใสและความเด็ดขาดในการบังคับใช้กฎหมายผลการปราบปรามพบผู้กระทำผิดรวม 226 คดี ของกลางเป็นบุหรี่ซิกาแรตจำนวน 17,540 ซอง คิดเป็นมูลค่าภาษีที่รัฐสูญเสียกว่า 1,101,680 บาท และมีประมาณการค่าปรับรวม 16,522,680 บาท

ทั้งนี้ บุหรี่ของกลางที่ผ่านการทำลายแล้ว จะส่งมอบให้หน่วยงานที่ประสงค์ขอใช้ประโยชน์ ตามนโยบาย CSR (Corporate Social Responsibility) ของกรมสรรพสามิต เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมต่อไป

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน ทีมข่าว จ.นครราชสีมา/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไม่ปล่อยลอยนวล! ชุดสิงห์เมืองมุก บุกจู่โจมจับ “ยายหนั่น” เอเย่นต์รายย่อยบ้านโคกสูง ยาบ้า เงินล่อซื้อ

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นายนที พรมภักดี นายอำเภอเมืองมุกดาหาร ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองเมืองมุกดาหาร (ชุดสิงห์เมืองมุก)

นำโดย มว.อ.ดนุภพ รองไชย ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง และ มว.ท.ธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย.ฉก.ทพ.2105 เข้าตรวจสอบบ้านพักในพื้นที่บ้านโคกสูง หมู่ 8 ต.คำอาฮวน หลังได้รับร้องเรียนจากพลเมืองดีว่ามีการมั่วสุมและลักลอบจำหน่ายยาเสพติด

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการจับกุม นางสนั่น (หรือยายหนั่น) พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) เม็ดสีแดง มีอักษร WY จำนวน 10 เม็ด และเงินสดที่ใช้ในการล่อซื้ออีกจำนวน 360 บาท

สืบเนื่องจากนโยบายกวาดล้างยาเสพติดในชุมชน เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนล่อซื้อจนสามารถจับกุมตัวได้พร้อมหลักฐานคาหนังคาเขา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

จับยาเสพติด #ฝ่ายปกครองมุกดาหาร #สิงห์เมืองมุก #มุกดาหาร #กวาดล้างยาเสพติด #บ้านโคกสูง #ฉกทพ2105 #ข่าวด่วน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี ลงพื้นที่อำเภอโคกสำโรง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันอังคารที่ 3 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. ตามที่ (มว.ต.) นายหมวดตรีกรวี กิจรัตนกาญจน์ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนฯได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.โคกสำโรง ภ.จว.ลพบุรี เพื่อพบพนักงานสอบสวนแจ้งความหาผู้กระทำความผิด และได้พบพนักงานสอบสวน พ.ต.ท.ภูษิต ม่วงหมู่ ตำแหน่งสารวัตสอบสวน (หัวหน้างานคดี) สภ.โคกสำโรง ภ.จว.ลพบุรี
โดยได้แจ้งว่า ได้มีเศษขวดตกหล่นอยู่ภายในบ้านและหลังคาบ้าน ผู้แจ้ง

จึงได้ตรวจสอบตามกล้องวงจรปิด ที่ติดตั้งไว้ในบ้าน แต่ก็ไม่เห็นผู้กระทำความผิด ได้ยินแต่เสียงดังล่วงลงมายังพื้นหลังคาบ้าน โดยที่พบขวดเป็นขวดจำพวก แบรนด์รังนกอื่นๆ โดยพบและถ่ายไว้เป็นหลักฐานในวันที่ 20 ม.ค. 2569 และวันที่ 30 ม.ค. 2569 และในวันที่ 14 ก.พ. 2569 ล่าสุดเมื่อคืนวันที่2 มีนาคม 2569 จึงแจ้งให้ตำรวจได้ทำการสืบสวนติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และพนักงานสอบสวน จะให้ชุดสืบสวนหาข่าวและให้ทาง (พฐ.) พิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี ได้ลงมาทำการเก็บพยานหลักฐานที่เกิดเหตุ โดยการกระทำครั้งนี้นั้น ไม่ได้เป็นการกระทำครั้งแรก ผู้เสียหายได้รับผลกระทบมาตลอดถึงกับต้องลื้อหลังคาบ้านเพื่อซ่อมแซมความเสียหายมาแล้วก็มี

เวลาต่อมา พ.ต.ท.หญิงสุภสดา ทองกร นวท.(สบ2)พฐ.จว.ลพบุรี
ร.ต.ท.สัณหกร ห้องหนองซำ นวท.(สบ1)พฐ.จว.ลพบุรี
ด.ต.หญิงอมรรัตน์ ศิริสลุง ผบ.หมู่ พฐ.ลพบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุบ้านเลขที่ 85-87 ถนน ถนนศรีสำโรง ตำบล/แขวง โคกสำโรง อำเภอ/เขต โคกสำโรง จังหวัด ลพบุรี ได้พบกับนายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ (ผู้เป็นบิดาของนายหมวดตรีกรวี กิจรัตนกาญจน์) และตรวจหาหลักฐานที่เกิดเหตุและเก็บชิ้นส่วนดังกล่าวเพื่อตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อผู้ก่อเหตุ เรียกผู้ต้องสงสัยมาตรวจพิสูทน์ลายมือ และมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไปเช่นไรทางทีมข่าวจะติดตามความคืบหน้ามารายงานให้ทราบต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน ทีมข่าว ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชรบ.ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ออกลาดตระเวน ตามมาตรการ ” Quick Big Win ” ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด “

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไปนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ พ.ต.อ.รัฐพล เหลาพรม ผกก.สภ.ชุมแพ นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอาวุโส

สั่งการให้ นางสาวยุพา จันทวงศ์ ปลัดอำเภอประจำตำบล นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง สมาชิก อส.อ.ชุมแพ ที่ 6 ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยฯ แพทย์ สารวัตรฯ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ตำบลหนองไผ่ โดยมีนายธนู นามหล้า กำนันตำบลหนองไผ่ เป็นหัวหน้าชุด รวมเจ้าหน้าที่ทั้งหมด จำนวน 40 คน

ตั้งจุดตรวจจุดสกัด ด่านชุมชนบริเวณทางเข้าหมู่บ้าน บ้านถิ่นอุดม หมู่ที่ 14 ต.หนองไผ่ และได้ทำการออกตรวจลาดตระเวนในพื้นที่หมู่บ้าน ตำบล ตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ ดูแลความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ให้กับประชาชนในพื้นที่

วินฅนชนข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ระห่ำ! ลูกทรพีคลั่งยาทำร้ายพ่อแม่แล้วซิ่งหนีชนรถตำรวจ ก่อนโดนยิงเจาะแขนจนมุมหน้า รร.บ้านนานาถ่อน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประหัส ปลายด่วน รอง ผกก.(สอบสวน) และ พ.ต.ต.บุญชัย อัฐนาค สว.(สอบสวน) ร่วมปฏิบัติการสกัดจับและระงับเหตุรุนแรงในครอบครัว หลังได้รับรายงานว่าเกิดเหตุ นายณัฐวุฒิ หรือตุ้ม อายุ 45 ปี ก่อเหตุคลุ้มคลั่งทำร้ายร่างกายบุพการีและขับรถหลบหนีการจับกุม กระทั่งในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถทำการสกัดและจับกุมนายณัฐวุฒิได้สำเร็จ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ขณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันปราบปรามปฏิบัติหน้าที่ได้รับแจ้งว่า นายณัฐวุฒิ ซึ่งมีพฤติการณ์ทำร้ายร่างกาย นายสวัสดิ์ และ นางเรียน

บิดามารดา มาตั้งแต่ในช่วงเช้าแล้วหลบหนีไป แต่ต่อมาได้ย้อนกลับมาที่บ้านพักเลขที่ 247 หมู่ 5 ต.กุดแข้ เพื่อจะก่อเหตุซ้ำอีกครั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าระงับเหตุ ผู้ก่อเหตุได้ขับรถยนต์

ยี่ห้อโตโยต้า สีน้ำเงิน ทะเบียน น 7613 มุกดาหาร หลบหนีมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองมุกดาหารด้วยความเร็วสูง ระหว่างการติดตามอย่างกระชั้นชิดบริเวณปั๊มน้ำมันบางจาก เจ้าหน้าที่ได้นำรถยนต์

ตราโล่หมายเลขทะเบียน 6ขห 6230 กรุงเทพมหานคร เข้าชนสกัดบริเวณประตูด้านซ้ายเพื่อหยุดยั้งการหลบหนี แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอมหยุดรถและพยายามพุ่งชนเพื่อ

เปิดทางหลบหนีต่อ จ.ส.ต.ทวีศักดิ์ บุญพันธ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันปราบปราม จึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนประจำกายยิงไปที่ล้อรถยนต์เพื่อหยุดการเคลื่อนที่

ทว่ากระสุนได้พลาดไปถูกบริเวณแขนซ้ายของนายณัฐวุฒิจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถเข้าควบคุมตัวได้บริเวณสามแยกหน้าโรงเรียนบ้านนานาถ่อน ตำบลโพนทราย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ก่อเหตุไปยังโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษา ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของพนักงานสอบสวน โดยเตรียมสืบสวนขยายผลหามูลเหตุจูงใจและดำเนินคดีใน

ข้อหาทำร้ายร่างกายบุพการี และขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่จนเป็นเหตุให้ทรัพย์สินราชการเสียหายต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาการ รายงาย

ตำรวจมุกดาหาร #สกัดจับระทึก #กุดแข้ #โพนทราย #ทำร้ายบุพการี #ข่าวอาชญากรรม #มุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทลายโรงเชือดรถกลางสวนยาง! ตชด.-ทพ.-ฝ่ายปกครองดอนตาล ตรวจยึดซาก ‘รีโว่’ กลางป่าสวนยาง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ร.ต.อ.อิทธิพงษ์ ลานขามป้อม ผบ.มว.ตชด.2343 จ.มุกดาหาร เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ ตชด.2343 ได้สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบสวนยางพาราในพื้นที่บ้านนาโพธิ์ หลังสายลับแจ้งเบาะแสพบกลุ่มคนต้องสงสัยนำรถยนต์มาแยกชิ้นส่วน เตรียมส่งขายตลาดมืด พบซากรถกระบะโตโยต้า รีโว่ 2 คันถูกหั่นเละ พร้อมแผ่นป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ-ยโสธร เร่งขยายผลหาเจ้าของและกลุ่มขบวนการ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ร.ต.อ.อิทธิพงษ์ ลานขามป้อม ผบ.มว.ตชด.2343 ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการมั่วสุมชำแหละรถยนต์บริเวณสวนยางพารา หมู่ 5 บ้านนาโพธิ์ ต.โพธิ์ไทร อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร

จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชา พร้อมประสานกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอดอนตาล นำโดย นายภานุพงศ์ ห้องแซง ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 2105 (ร้อย ฉก.ทพ.2105) เข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบที่เกิดเหตุมีลักษณะเป็นโรงชำแหละชั่วคราวกลางสวนยาง จากการตรวจสอบพบซากรถยนต์และชิ้นส่วนสำคัญหลายรายการ

ประกอบด้วย โตโยต้า รีโว่ สีขาว ทะเบียน บบ 3291 ยโสธร พร้อมโครงรถและกุญแจ โตโยต้า รีโว่ สีเทา ทะเบียน 2ขส 4182 กรุงเทพฯ สภาพถูกแยกชิ้นส่วนออกเป็น กระบะท้าย ท่อไอเสีย และอุปกรณ์ส่วนควบอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง

เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบหมายเลขตัวถังและหมายเลขเครื่องยนต์เพื่อตรวจสอบประวัติการครอบครองว่าถูกโจรกรรมมาหรือเป็นรถหนีไฟแนนซ์หรือไม่ ก่อนจะทำการตรวจยึดของกลาง

ทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลติดตามจับกุมกลุ่มผู้กระทำผิดที่หลบหนีไปก่อนหน้านี้มาดำเนินคดีต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

จับรถเถื่อน​ #ชำแหละรถ​ #ดอนตาล​ #มุกดาหาร​ #ตชด234​ #ฝ่ายปกครอง​ #ข่าวอาชญากรรม​ #ตำรวจตระเวนชายแดน​ #ข่าววันนี้​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.มุกดาหาร ทลายยานรกข้ามโขง! รวบ 2 หนุ่มลาว ยึดยาบ้า 5.4 แสนเม็ด/ นรข.มุกดาหาร จับรถบรรทุก 12 ล้อ ลอบขน “ข้าวไรซ์เบอร์รี่ต่างประเทศ” 300 กระสอบ หนัก 15 ตัน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่สถานีเรือมุกดาหาร นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.)

น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผบ.นรข.เขตนครพนม และ น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหารแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ยึดยาบ้าจำนวน 540,000 เม็ด พร้อมผู้ต้องหาชาวลาว 2 ราย

น.ท.โอรส เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบส่งยาเสพติดในพื้นที่ ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร จึงสั่งการให้ชุดลาดตระเวนทางบกเข้าซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณบ้านดอนตาล

ผาสุก จนกระทั่งเวลาประมาณ 06.00 น. พบชายต้องสงสัย 3 คน นั่งเฝ้ากระสอบวัตถุต้องสงสัยอยู่ริมถนนหมายเลข 2034 เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ

เมื่อกลุ่มคนดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ได้พยายามวิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่สามารถไล่กวดและควบคุมตัวไว้ได้ 2 ราย ทราบชื่อคือ ท้าวเตียงคำ พมโสพา อายุ 27 ปี

และ ท้าวบุนเลิด พมโสพา อายุ 33 ปี ทั้งคู่เป็นราษฎรบ้านนาพาน เมืองไชพูทอง แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ส่วนรายที่ 3 อาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบกระสอบจำนวน 3 กระสอบ ภายในบรรจุยาบ้ารวมประมาณ 540,000 เม็ด จึงได้ตรวจยึดไว้

เป็นของกลางพี้อมโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้

เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ”ก่อนนำตัวผู้ต้องหา

พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

มุกดาหาร -เปิดเกมรุกปราบค้าเถื่อน! นรข.มุกดาหาร สกัดรถบรรทุก 12 ล้อ ลอบขน “ข้าวไรซ์เบอร์รี่ต่างประเทศ” 300 กระสอบ หนัก 15 ตัน เร่งขยายผลถึงเครือข่าย

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สถานีเรือมุกดาหาร น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศุลกากร ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ด่านศุลกากรมุกดาหาร สำนักการข่าว กอ.รมน. ร้อย ตชด.234 และตำรวจน้ำมุกดาหาร ร่วมแถลงผลการตรวจยึดข้าวไรซ์เบอร์รี่ลักลอบนำเข้า จำนวนประมาณ 300 กระสอบ น้ำหนักกระสอบละ 50 กิโลกรัม รวม 15,000 กิโลกรัม พร้อมรถบรรทุก 12 ล้อและผู้ควบคุมรถ

สืบเนื่องจากเวลาประมาณ 07.30 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ศุลกากร ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 นำโดย นายสุริโย พรมสวัสดิ์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ บูรณาการกำลังร่วมกับสถานีเรือมุกดาหาร (นรข. เขตนครพนม) และหน่วยงานความมั่นคง ตั้งจุดตรวจตามข้อมูลสายลับที่แจ้งว่าจะมีการลักลอบขนสินค้าประเภทข้าวสาร ซึ่งยังมิได้เสียค่าภาษีอากร เพื่อนำไปจำหน่ายยังจังหวัดต่าง ๆ ภายในราชอาณาจักร

กระทั่งตรวจพบรถบรรทุก 12 ล้อ ยี่ห้อ ISUZU สีขาว ทะเบียน 70-46872 ร้อยเอ็ด มีลักษณะต้องสงสัย บริเวณหน้าวัดสว่าง บ้านแก้ง ตำบลนาโสก อำเภอเมือง มุกดาหาร เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น จากการตรวจสอบ พบข้าวไรซ์เบอร์รี่บรรจุอยู่ในกระสอบสีขาวจำนวนมาก ระบุแหล่งกำเนิดต่างประเทศ แต่ไม่สามารถแสดงเอกสารหรือหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากรได้อย่างถูกต้อง

ผู้ควบคุมรถคือ นายชำนาญพร เย็นศิริ อายุ 55 ปี ชาว ร้อยเอ็ด ให้การว่า มีอาชีพขับรถรับจ้างขนส่งสินค้า ได้รับการว่าจ้างจากนายสุรชัย นาสอ้าน ให้มารับข้าวไรซ์เบอรี่จำนวน 300 กระสอบ ที่บริเวณบ้านสามขา ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมืองมุกดาหาร เพื่อนำไปส่งยังจังหวัดสุรินทร์ โดยมีบุคคลนำทางไปรับสินค้าจากรถกระบะอีกทอดหนึ่ง พร้อมอ้างว่าไม่ทราบว่าสินค้าดังกล่าวยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร

รายงานข่าวแจ้งว่า ข้าวไรซ์เบอร์รี่ดังกล่าว คาดว่าเป็นสินค้าต่างประเทศที่ลักลอบนำเข้าผ่านทางแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ก่อนลำเลียงข้ามแดนเข้าสู่จังหวัดมุกดาหาร เพื่อกระจายต่อไปยังพื้นที่ปลายทางในภาคอีสานตอนล่าง

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน และนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่ด่านศุลกากรมุกดาหาร พร้อมอยู่ระหว่างเร่งขยายผลถึงผู้ว่าจ้าง เครือข่ายลำเลียง และเส้นทางการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ข้าวสารหรือจะสู้ “ยาอี” ! ทพ.มุกดาหาร ตาไว รวบสาว สปป.ลาว คาด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานผลการกวาดล้างยาเสพติดบริเวณชายแดน ภายใต้การอำนวยการของ ร.ท.วันชาติ เหมือนปืน ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงจังหวัดมุกดาหาร สกัดจับขบวนการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติได้คาด่านพรมแดน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ณ ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) ขณะเจ้าหน้าที่ทหารพรานและชุดปฏิบัติการร่วมกำลังตรวจสอบรถโดยสารประจำทางเส้นทางระหว่างประเทศ พบหญิงทราบชื่อภายหลังคือ นางลัตสะไม ทำมะวง ราษฎรชาว สปป.ลาว มีท่าทีพิรุธขณะเจ้าหน้าที่ขอเข้าตรวจค้นสัมภาระ

จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบกระสอบข้าวสารน้ำหนัก 19 กิโลกรัม เมื่อค้นภายในปรากฏพบแพ็กเกจต้องสงสัยทรงสี่เหลี่ยมคล้ายซองกาแฟและคอลลาเจน ยี่ห้อหรู (Rolls-Royce และ Ferrari) จำนวน 10 ซอง ปะปนอยู่กับข้าวสาร เมื่อนำสารสีขาวลักษณะผงภายในซองมาทดสอบด้วยชุดตรวจเบื้องต้น ยืนยันว่าเป็น ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เอ็กซ์สตาซี หรือยาอี) น้ำหนักรวมประมาณ 800 กรัม

เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดของกลางประกอบด้วย ยาอี 10 ซอง, โทรศัพท์มือถือ, เงินสด (ไทย-ลาว-ดอลลาร์สหรัฐ), ข้าวสาร และหนังสือเดินทาง พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิ์ให้ผู้ต้องทราบ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อขยายผลถึงเครือข่ายและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

มุกดาหาร #สกัดยาเสพติด #ทหารพราน21 #ด่านสะพานมิตรภาพ2 #จับยาอี #ข่าวด่วนมุกดาหาร #ความมั่นคงชายแดน #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThaila

มุกดาหาร -นาทีชีวิต! ช่างก่อสร้างมุกดาหารดวงสุดแข็ง เจอ “ลูกปืนคอ” ปนมากับถังปูน หยิบออกมาทุบเล่นหวังเช็กดู โชคดีไม่บึ้ม

มุกดาหาร – เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ผึ่งแดด พร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) รุดตรวจสอบบ้านพักกำลังก่อสร้างในบ้านหนองบัว ต.บ้านโคก อ.เมือง จ.มุกดาหาร หลังได้รับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด

ในที่เกิดเหตุพบ ลูกปืนคอ ขนาด 82 มม. จำนวน 1 ลูก สภาพเก่ามีสนิมเขรอะ แต่จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า ยังมีสภาพสมบูรณ์และพร้อมระเบิดได้ตลอดเวลา มีอานุภาพทำลายล้างสูง

นายแสงจันทร์ ศรีราฤทธิ์ อายุ 56 ปี ช่างก่อสร้างผู้พบเห็น เล่าเหตุการณ์สุดระทึกว่า เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ขณะกำลังเทพื้นบ้าน สังเกตเห็นวัตถุขนาดใหญ่ปนมากับปูนที่ผสมเสร็จแล้ว จึงหยิบออกมา ด้วยความสงสัยตนจึงลองนำไปทุบกับเหล็กดู ก่อนจะส่งให้เจ้าของบ้านเก็บไว้ จนกระทั่งผ่านมา 3 วัน ถึงได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ EOD ได้ดำเนินการเก็บกู้วัตถุดังกล่าวไปทำลายทิ้งในพื้นที่ปลอดภัย พร้อมเตือนประชาชนหากพบวัตถุต้องสงสัย ห้ามแตะต้องหรือกระแทกเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอันตรายถึงชีวิต
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ระเบิดปนปูน #ลูกปืนคอ #มุกดาหาร #อีโอดี #EOD #ข่าววันนี้ #นาทีระทึก #ช่างก่อสร้างดวงแข็ง #เตือนภัย #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปิดล้อมหมู่บ้านเป้าหมาย! ทพ. 2105 บุกนาสีนวน มุกดาหาร ทลายแหล่งยาบ้า รวบ 3 ผู้ต้องหา ยึดกว่า 3,200 เม็ด

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ร้อยโท วันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร ดำเนินปฏิบัติการตามนโยบายรัฐบาลด้านการป้องกัน สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด ภายใต้แผน Quick Big Win “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ”

การปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งสร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ หวั่นยาเสพติดจะแพร่ระบาดสู่บุตรหลาน

เจ้าหน้าที่จึงจัดชุดปฏิบัติการออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจจุดเสี่ยง จุดเพ่งเล็ง พร้อมบูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร บังคับใช้กฎหมายเข้าปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้านเป้าหมายจำนวน 3 จุด ผลการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 3 ราย ได้แก่ นายชัยสิทธิ์ ศรีสุนทร อายุ 31 ปี

นายสมคิด ทองเภา อายุ 24 ปี และนายสุพินิจ รุ่งโรจน์ อายุ 44 ปี พร้อมตรวจยึดของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า หรือเมทแอมเฟตามีน) เม็ดสีแดงจำนวน 3,225 เม็ด และเม็ดสีเขียวจำนวน 32 เม็ด รวมทั้งสิ้น 3,257 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และเงินสด 1,000 บาท

เจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพและเสียงตลอดกระบวนการจับกุมตามมาตรา 22 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการทำให้สูญหาย พ.ศ.2565 ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บุกห้องพักขยายผลถึงห้องเช่า! ตร + ปค.มุกดาหาร ทลายเครือข่ายยานรกรับจ้างแก๊งลาวพักยา รวบ 2 หนุ่มวัย 29 ซุกยาบ้า 54,000 เม็ด

แชร์เนื้อหานี้

ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร สนธิกำลังฝ่ายปกครอง บุกจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายย่อย หลังสืบทราบเบาะแสกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาในโรงแรม ก่อนขยายผลพบยาบ้าล็อตใหญ่ซุกซ่อนในห้องเช่า ยึดของกลางยาบ้ากว่า 54,000 เม็ด พร้อมรถจักรยานยนต์เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร (ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร) พ.ต.อ.กิตเตชิษฐ์ บำรุง รอง ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร , นายนที พรมภักดี นายอำเภอเมืองมุกดาหาร , พ.ต.ท.ฉัตรมงคล บุญกลาง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร มอบหมายให้ พ.ต.ท.สุทธิศักดิ์ สอนสะอาด สว.อก. ร.ต.อ.ภัคพล ศิลาคุปต์ รอง สว.สส. นายหมวดโทธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี ปลัดอำเภอเมืองมุกดาหาร พร้อมด้วยชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองมุกดาหาร เข้าตรวจสอบกรณีมีกลุ่มวัยรุ่นเปิดห้องพักโรงแรมเพื่อมั่วสุมเสพยาเสพติดจากการเข้าตรวจสอบ พบกลุ่มวัยรุ่นกำลังเสพยาเสพติดอยู่ภายในห้องพัก จึงควบคุมตัวสอบสวนและขยายผลตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ พบหลักฐานการสนทนาเกี่ยวกับการซุกซ่อนยาเสพติด ต่อมามีผู้ต้องหายอมรับสารภาพและนำเจ้าหน้าที่ไปตรวจยึดยาบ้า จำนวน 54,000 เม็ด ที่ซุกซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้า ภายในกระเป๋าเป้สีดำ ณ ห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหารเจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่ นายชาคริต หรือ “เจมส์” อายุ 29 ปี นายวิระพล หรือ “ฐี” อายุ 29 ปี ของกลางที่ตรวจยึดได้ ประกอบด้วยยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) สีส้มแดง ยี่ห้อ SARA มีอักษร Y จำนวน 54,000 เม็ด รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ HONDA สีเขียวเทา (แรมโบ)ของกลางอื่น ๆ อีกหลายรายการผู้ต้องหารับสารภาพว่า รับจ้างจากเครือข่ายค้ายาเสพติดชาว สปป.ลาว ให้นำยาบ้ามาพักคอยในพื้นที่ เพื่อรอส่งต่อเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อการค้า, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น”ฝ่ายปกครองชุมแพ ตรวจยึดยาบ้าหมื่นแปดพันเม็ด ” Quick Big Win ” จับกุมผู้ค้าและผู้เสพยา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่ เวลา 06.00 น. เป็นต้นไปนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ /ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ พ.ต.อ.รัฐพล เหลาพรม ผกก.สภ.ชุมแพ นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอาวุโส สั่งการให้

นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอชุมแพ และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ตำบลโนนสะอาด นำโดยนายมนตรี รินอินทร์ กำนันตำบลโนนสะอาด

ออกลาดตระเวน ตรวจตราดูแลความเรียบร้อย ในพื้นที่รอบหมู่บ้าน และได้รับแจ้งจากพลเมืองดีในพื้นที่ บ้านมิตรภาพหมู่ที่ 9 ตำบลโนนสะอาด ตรวจพบสิ่งของต้องสงสัยบางอย่างวางซ่อนอยู่บริเวณ ข้างเสาไฟฟ้า

จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบ พบว่าเป็นยาบ้าบรรจุห่อในกระดาษสีน้ำตาล จำนวน 3 ห่อ แต่ละห่อมียาบ้า 30 ซองๆละ 202 เม็ด รวมยาบ้าทั้งหมด จำนวน18,180 เม็ด

เจ้าหน้าที่ได้สอบถามประชาชนบริเวณโดยรอบ แจ้งว่าเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. มีรถจักรยานยนต์มอเตอร์ไซค์ขับผ่านเข้า-ออก ในซอยดังกล่าวเสียงดังตลอดทั้งคืน คาดว่าจะตามหาของกลางยาบ้าจำนวนดังกล่าว จนมีพลเมืองดีมาพบตอนเวลา 06.00 น. และแจ้งให้ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และฝ่ายปกครอง ทราบ

จนได้ทำการตรวจยึดจากนั้นได้นำยาบ้ามาตรวจนับณที่ทำการปกครองอำเภอชุมแพทำบันทึกตรวจยึด นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรชุมแพ เพื่อติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

winฅนชนข่าว/สื่อรัฐทีวีอำเภอชุมแพบำบัดทุกข์บำรุงสุข

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหาร -สะลด! เกิดเหตุ คนใจร้ายจับสนัขพันธ์พิทบูล เผาตายทั้งเป็น

แชร์เนื้อหานี้

เกิดเหตุเจ้าของสุนัขออกจากบ้านตระเวนไปรับชื้อของเก่าปล่อยให้สุนัขอยู่เฝ้าบ้าน ตกค่ำเจ้าของสุนัขกลับมาบ้านไม่เห็นเจ้าโบ้ เดินหาพบเจ้าโบ้ถูกเผาอยู่ในกองไฟจึงรีบนำออกมาจากกองไฟ แต่ถูกไฟไหม้เกรียมไปข้างหนึ่งตายคากองไฟ

เมื่อคืนของวันที่ 30 ม.ค.69 เวลา 21.00น.ที่ผ่านมา นาย วิชิต ภาคี อายุ 53 ปี อยู่ที่บ้านเลขที่ 19 หมู่ 4 บ้านดอนม่วย ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร มีอาชีพรับชื้อของเก่า นำซากสุนัขพันธุ์ผสมไทยพิทบูล สีดำ เพศผู้ ชื่อเจ้าโบ้ อายุประมาณ 10 เดือน ที่ถูกไฟเผาไหม้เกรียมขึ้นรถกระบะที่ตระเวนรับชื้อของเก่ามาแจ้งความอยู่ที่ สภ.เมืองมุกดาหาร

โดยนายวิชิต เจ้าของสุนัข กล่าวกับผู้เสื่อข่าวด้วยน้ำตา ว่าเจ้าโบ้สุนัขที่เลี้ยงมาก็มีความผูกพันกันรักเหมือนลูกหลาน ตื่นเช้ามาตนกับภรรยาก็ออกไปตระเวนรับชื้อของเก่าปล่อยไห้เจ้าโบ้อยู่เฝ้าบ้านตามลำพัง พอตกค่ำกลับมาบ้านไม่เห็นเจ้าโบ้วิ่งออกมารับเหมือนทุกวัน เรียกหาก็เงียบ

ไปสอบถาม นายสมหวังฯเป็นคนคุ้นเคยอยู่ในหมู่บ้านเดี่ยวกันว่าเห็นเจ้าโบ้ไหม นายสมหวังฯบอกว่าเห็น นายทุมมี รักษาพันธุ์ เอามาผูกไว้ข้างบ้านนายสุเทพฯ พอไปดูเห็นกองไฟอยู่หลังบ้านจึงเดินไปดูเห็นเจ้าโบ้ถูกเผาอยู่ในกองไฟ จึงรีบช่วยนำออกมาจากกองไฟ แต่เจ้าโบ้ถูกไฟไหม้เกรียมไปข้างหนึ่งแล้วตายคากองไฟ

นายวิชิตฯ เจ้าของสุนัขไปสอบถามนายทุมมี รักษาพันธุ์ เป็นคนเผาเจ้าโบ้ใช่ไหม นายทุมมีฯยอมรับว่าเผาเจ้าโบ้จริงซึ่งหลังจากนาย วิชิตฯนำซากเจ้าโบ้มาแจ้งความเป็นผู้เสียหาย แต่ถูกเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายพูดให้สะเทือนใจเจ้าของสุนัขเสียความรู้สึก ไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุเผาเพื่อกินหรือไม่

นายวิชิต เจ้าของสุนัขจึงพาภรรยามาขอความเป็นธรรมจากผู้สื่อข่าว เล่าว่าร้อยเวรกล่าวกับตนว่าสุนัขเป็นสัตว์เป็นอาหาร ส่วนคดีต้องรออีก 2-3 เดือน ทั้งที่รู้ว่าคนก่อเหตุเป็นใครต้องนำตัวมาสอบสวนตามขั้นตอนส่วนคดีต้องรอ นายวิชิต กล่าวกับผู้สื่อข่าว ตนจึงสงสัยทำไมถึงรอนานขนาดนั้น

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.มุกดาหาร สกัดขบวนการค้ายาข้ามโขง ยึดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด เรือกีบ 1 ลำ คนร้ายโดดน้ำหนีรอด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่สถานีเรือมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.) น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผู้บังคับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม นางศศิธร โพดาพล นายอำเภอหว้านใหญ่ พ.ต.อ.เจด็จ ปรีพูล ผู้กำกับการ สภ.หว้านใหญ่ และ น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 2,800,000 เม็ด พร้อมเรือกีบติดเครื่องยนต์ 1 ลำ

การตรวจยึดครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. และ น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผบ.นรข.เขตนครพนม โดย น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสิ่งของต้องสงสัยจากฝั่ง สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงเข้ามายังฝั่งประเทศไทย บริเวณบ้านป่งขาม ตำบลป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

ต่อมาในเวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังชุดลาดตระเวนทางบกออกซุ่มเฝ้าตรวจในพื้นที่เป้าหมาย กระทั่งเวลาประมาณ 23.30 น. ตรวจพบเรือต้องสงสัยแล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว เข้าสู่ราชอาณาจักรไทย โดยมีบุคคลอยู่บนเรือประมาณ 3 คน เมื่อเรือเข้าเทียบฝั่ง กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ช่วยกันลำเลียงวัตถุคล้ายกระสอบขึ้นจากเรือมายังริมฝั่งแม่น้ำโขง

เมื่อเจ้าหน้าที่ นรข. แสดงตัวเพื่อขอเข้าตรวจสอบ กลุ่มคนร้ายได้ทิ้งของกลางและเรือ ก่อนกระโดดลงแม่น้ำโขงหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบพื้นที่ พบกระสอบห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 3 กระสอบ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง และพบกระสอบลักษณะเดียวกันอีก 4 กระสอบอยู่บนเรือ รวมเป็น 7 กระสอบ

จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุอยู่ในกระสอบรวม 7 กระสอบ ประทับตราอักษร “999” บนก้อนสีเหลือง ภายในเป็นยาบ้าอักษร “WY” สีชมพู รวมจำนวนทั้งสิ้น 280 ก้อน ก้อนละ 10,000 เม็ด รวม 2,800,000 เม็ด พร้อมเรือกีบติดเครื่องยนต์ 1 ลำ

เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกการตรวจยึด และนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปค.หว้านใหญ่ แท็กทีม นรข.-ทหารพราน-ยส.24 บุกยึดยาบ้า 7 กระสอบใหญ่ 2.8 ล้านเม็ดซุกริมโขงบ้านป่งขามใต้ เตรียมส่งต่อเข้าพื้นที่ชั้นใน

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อเวลา 22.30 น. ของวันที่ 29 มกราคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นางศศิธร โพดาพล นายอำเภอหว้านใหญ่ ได้สั่งการให้ นายหมวดเอกวิชัย ทาธร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง

นำกำลังเจ้าหน้าที่ อส. บูรณาการร่วมกับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.เขตนครพนม), สถานีเรือมุกดาหาร, กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และหน่วยบัญชาการสกัดกั้นยาเสพติด (ยส.24) เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ใกล้รีสอร์ทสองใจ บ้านป่งขามใต้ หมู่ที่ 1 ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เจ้าหน้าที่พบวัตถุต้องสงสัยถูกซุกซ่อนไว้ จึงเข้า

ตรวจสอบพบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุภายในกระสอบจำนวน 7 กระสอบ รวมประมาณ 2.8 ล้านเม็ด โดยที่ห่อบรรจุภัณฑ์ปรากฏตราสัญลักษณ์ “999” และดาว 5 ดวง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่มักพบในยาเสพติดล็อตใหญ่

การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นผลสำเร็จจากการยกระดับมาตรการเข้มข้นในการเฝ้าระวังชายแดน เพื่อตัดวงจรยาเสพติดไม่ให้หลุดรอดเข้าสู่พื้นที่ตอนในและชุมชน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดเพื่อส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการขยายผลหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป

จับยาบ้า #มุกดาหาร #หว้านใหญ่ #สกัดยาเสพติด #นรข #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #ข่าวอาชญากรรม #ยาบ้าล็อตใหญ่ #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คิดว่าเนียนแต่ไม่รอด! ตร.มุกดาหารบุกทลายเครือข่ายไอซ์รายใหญ่ ซุกช่องลับรถสไลด์ 50 กก. ยึดทรัพย์กว่า 6 ล้าน รวบ 4 ผู้ต้องหา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และ พ.ต.อ.ณภัทรพงศ์ สมใจ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร

ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร หลังเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 คน พร้อมตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) น้ำหนักรวม 50 กิโลกรัม และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดรวม 11 รายการ เป็นรถยนต์ 7 คัน รถจักรยานยนต์ 4 คัน รวมมูลค่าประมาณ 6,035,000 บาท

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา พ.ต.ต.ทวีศักดิ์ สอนจันทร์ สว.กก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาไอซ์จำนวนมาก โดยมีการดัดแปลงซุกซ่อนภายในรถยนต์สไลด์เพื่อลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ และอยู่ระหว่างการบรรจุซุกซ่อนภายในบ้านเลขที่ 30/1 ซอยตาดแคน 13 ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่จึงรายงาน พ.ต.อ.กิตเตซิษฐ์ บำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และ พ.ต.อ.ณัฏฐพล แพนพา ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ผู้บังคับบัญชาและวางแผนเข้าตรวจค้น เมื่อเดินทางไปถึง พ.ต.ต.ทวีศักดิ์ ได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และแจ้งเหตุแห่งการตรวจค้นต่อเจ้าบ้าน

แต่กลุ่มชายที่อยู่ภายในบ้านพยายามวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ 4 คน คือ นายกรวิวัฒน์ จันดี อายุ 25 ปี ทำหน้าที่ประสานงานและควบคุมการลำเลียง นายชยุต ไชยช่วย อายุ 28 ปี เป็นผู้จัดเตรียมสถานที่และร่วมบรรจุซุกซ่อนยาเสพติด นายธีระพงษ์ คงสุนทร อายุ 31 ปี ทำหน้าที่ดูแลรถยนต์สไลด์และเส้นทางการขนส่ง และนายสุวิทย์ ขันทพร อายุ 35 ปี ทำหน้าที่เฝ้าระวังและสนับสนุนการลำเลียงยาเสพติด

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ามียาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ภายในช่องเก็บแบตเตอรี่ของรถยนต์สไลด์ ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ทะเบียน 67-1668 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดอยู่ภายในบ้านเมื่อตรวจค้นพบห่อชาสีเหลืองยี่ห้อ GUANYINWANG จำนวน 50 ห่อ ภายในบรรจุยาไอซ์น้ำหนักรวม 50 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง จากนั้นได้ขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านของนายชยุต ผู้ต้องหาหนึ่งในเครือข่าย พบยาไอซ์เพิ่มเติมอีกจำนวน 1.54 กรัม จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลางเช่นกัน

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งหมดในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในความผิดฐาน “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)” แก่นายกรวิวัฒน์ และนายชยุต ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทลายเครือข่ายยาเสพติด #ไอซ์50กิโล #มุกดาหารยาเสพติด #ปราบยาเสพติดข่าวอาชญากรรมยึดทรัพย์6ล้าน #ตำรวจภูธรมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ ตร.เมืองโคราชเข้ม รับมือเหตุชิงทองซ้อมแผนเต็มรูปแบบ สร้างความอุ่นใจร้านทอง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา ได้ดำเนินการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ณ ร้าน ไท้เฮงล้ง(ตราช้าง) TGG ถนนชุมพล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน และเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การซ้อมแผนเริ่มต้นด้วยสถานการณ์จำลอง คนร้ายสวมหมวกกันน็อก ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาก่อเหตุใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานเพื่อชิงทองคำ จากนั้นเป็นการฝึกขั้นตอนการรับมือของร้าน การแจ้งเหตุ การติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ การส่งต่อข้อมูลคนร้ายและทิศทางหลบหนี เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและเข้าจับกุมได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุจริง

พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า การซ้อมแผนในครั้งนี้ได้บูรณาการกำลังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งหัวหน้าสายตรวจ พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่สืบสวน และผู้ปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละจุด เพื่อให้ทุกคนเข้าใจบทบาทและขั้นตอนการปฏิบัติอย่างชัดเจน เมื่อเกิดเหตุจริงจะสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดยการซ้อมในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ทุกนายมีความเข้าใจตรงกัน ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าตำรวจมีความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่

ด้านนางสาวภัทรียา รัตนศิริมณีเวทย์ หรือ “คุณนิด” เจ้าของร้านไท้เฮงล้ง(ตราช้าง) TGG กล่าวว่า การซ้อมแผนในวันนี้ช่วยให้ร้านและพนักงานมีความเข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุจริงมากขึ้น ทั้งการแจ้งเหตุ การติดต่อประสานงาน และการดูแลความปลอดภัยภายในร้าน ทำให้รู้สึกอุ่นใจและมั่นใจมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวสูง พร้อมยืนยันว่าการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่โคราชมีความเข้มงวดและใส่ใจมาโดยตลอด ขอให้ลูกค้ามั่นใจว่าสามารถซื้อ–ขายทองได้อย่างปลอดภัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รวบคาสี่แยก! ศุลกากรสนธิกำลังสกัดจับ “ข้าวเหนียวดำเถื่อน” กว่า 17 ตัน คาสี่แยกนิคมคำสร้อย มูลค่าทะลุ 1 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อเวลาประมาณ 20.10 น. ของวันที่ 26 มกราคม 2569 ภายใต้นโยบายคุมเข้มของ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นางสาวกัญญณัฐ พิพัฒน์กิจไพศาล ผู้เชี่ยวชาญด้านการ สืบสวนและปราบปราม ร.ต.อ.ธนวิน ทัตธนนันท์ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 2

เจ้าหน้าที่ศุลกากร หน่วยสืบสวนปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 2 ส่วนสืบสวนและปราบปราม 1 กองสืบสวนและปราบปราม นำโดยนายสมชาย โชคเฉลิมวงศ์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ ร่วมกับ
ด่านศุลกากรมุกดาหาร, กอ.รมน., ทหารพราน และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง โชว์ผลงานชิ้นโบแดงสกัดกั้นขบวนการลักลอบขนสินค้าเกษตรหนีภาษี

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นที่บริเวณสี่แยกไฟแดงนิคมคำสร้อย ถ.ชยางกูร จ.มุกดาหาร โดยเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจค้นรถบรรทุก 12 ล้อ ยี่ห้อ HINO สีเขียว หมายเลขทะเบียน 70-3211 เลย ตกแต่งคอกซิ่ง พบของกลางเป็น “ข้าวเหนียวดำ” บรรจุกระสอบจำนวนมาก มีแหล่งกำเนิดจากต่างประเทศ น้ำหนักรวมกว่า 17,500 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบเอกสารผ่านพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้อง เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตรวจยึดของกลางพร้อมรถบรรทุกส่งด่านศุลกากรมุกดาหาร เพื่อขยายผลหาตัวเจ้าของและดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 ต่อไป ถือเป็นการตัดวงจรสินค้าเถื่อนที่เข้ามาทำลายกลไกราคาข้าวในประเทศอย่างจริงจัง

ศุลกากร #จับข้าวเถื่อน #มุกดาหาร #ปราบปรามของเถื่อน #ข้าวเหนียวดำ #กรมศุลกากร #นิคมคำสร้อย #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ระทึกกลางดึก! ไฟไหม้ดงหลวงบ้านไม้ 2 ชั้น วอดเสียหายเกือบทั้งหลัง

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อเวลาช่วงค่ำของวันที่ 25 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนอย่างรุนแรง บริเวณหมู่บ้านหนองหนาว ตำบลหนองบัว อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร โดยต้นเพลิงเป็นบ้านลักษณะครึ่งไม้ครึ่งปูน 2 ชั้น ตั้งอยู่ริมถนนสายหลักในหมู่บ้าน

ในที่เกิดเหตุพบเปลวไฟกำลังโหมลุกไหม้อย่างหนัก แสงเพลิงสว่างจ้าไปทั่วบริเวณและมีกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจำนวนมาก เนื่องจากโครงสร้างชั้นบนเป็นไม้ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วจนวอดไปทั้งหลัง โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบรถยนต์ 2 คัน จอดอยู่บริเวณหน้าบ้านได้รับความเสียหายเล็กน้อย โชคดีที่ขณะเกิดเหตุพลเมืองดีและเพื่อนบ้านช่วยกันนำรถออกมาได้ทันก่อนที่เพิ่งจะลุกไหม้

ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้และมูลค่าความเสียหายทั้งหมด อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปค.นิคมคำสร้อย – สภ.นาอุดม บุกจับหนุ่มซุกยาบ้ากลางกระท่อมนา รับสารภาพทั้งจำหน่าย–เสพ ส่งดำเนินคดีทันที

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นายวีระเชษฐ์ อรุณอิสรา นายอำเภอนิคมคำสร้อย และ พ.ต.ท.อังกูร วรสาร สารวัตรสถานีตำรวจภูธรนาอุดม ได้มอบหมายให้ นายธีรวัฌน์ หมีคำ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิกกองร้อย

อาสารักษาดินแดนอำเภอนิคมคำสร้อย ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.นาอุดม ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการมั่วสุมและพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด บริเวณกระท่อมนาไม่มีเลขที่ ทางทิศตะวันตก บ้านคำเชียงสา หมู่ที่ 7 ตำบลนาอุดม อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบนายเทพประทาน นามแก้ว มีท่าทีพิรุธคล้ายมีสิ่งของผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น โดยได้แสดงความบริสุทธิ์จนเป็นที่พอใจ และผู้ต้องสงสัยยินยอมให้ตรวจค้นด้วยความสมัครใจ

ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) หรือยาบ้า จำนวนรวมทั้งสิ้น 226 เม็ด แบ่งเป็น ยาบ้าสีส้มแดงและสีเขียว บรรจุอยู่ในถุงพลาสติก 2 ถุง และบางส่วนตกอยู่ใกล้ตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่จึงสอบถาม นายเทพประทานรับว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของตนแต่เพียงผู้เดียว

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “จำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมแจ้งสิทธิทางกฎหมาย ซึ่งนายเทพประทานให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นได้นำตัวพร้อมของกลางส่ง สภ.นาอุดม

ต่อมา ระหว่างดำเนินการที่ สภ.นาอุดม นายเทพประทานยอมรับว่าได้เสพยาบ้าในช่วงเช้าวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจปัสสาวะ ซึ่งผู้ต้องหายินยอม ผลการตรวจเบื้องต้นและผลยืนยันจากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา พบสารเสพติดในร่างกาย

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย” นายเทพประทานรับสารภาพทั้งข้อหาจำหน่ายและเสพยาเสพติด ก่อนถูกส่งตัวพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวน สภ.นาอุดม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) ผนึกกำลังตรวจยึด จับกุม ขบวนการลักลอบขนไม้ผิดกฎหมาย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2568 สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) โดยกรัณย์พล แสงทอง ผู้อำนวยการสำนักฯ มอบหมายให้ นายกมล ร่างมณี ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย

ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป.3 (ลำปาง) 1, เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป.17 (แม่มอกตอนขุน), เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส.จังหวัดลำปาง,

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงมอก, สภ.เถิน, เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ฯ อ.เถิน จ.ลำปางและเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) กรมป่าไม้ ร่วมตรวจยึด จับกุมขบวนการลักลอบขนไม้ผิดกฎหมาย ดังนี้

1.ตรวจยึดและจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 1 คน ขนไม้ชิงชันแปรรูป จำนวน 45 แผ่น/เหลี่ยม รวมปริมาตร 3.11 ลบ.ม. มูลค่าความเสียหาย 933,000 บาท พร้อมรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ( กระบะบรรทุก) จำนวน 1 คัน

  1. ตรวจยึดและจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 1 คน ลักลอบขนไม้ชิงชันแปรรูป จำนวน 49 แผ่น/เหลี่ยม รวมปริมาตร 3.22 ลบ.ม. มูลค่าความเสียหาย 966,000 บาท
    พร้อมยึดรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ( กระบะบรรทุก) จำนวน 1 คัน

รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1.8 ล้านบาท โดยการผนึกกำลัง การบูรณาการร่วมกันตรวจยึด จับกุมไม้มีค่าในครั้งนี้ เป็นการสกัดกั้นกระบวนการไม้ข้ามขาติ การแก้ไขปัญหาการทำลายป่าไม้และการค้าไม้ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ

และเป็นการสนองนโยบายของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และ นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายและขยายผลต่อไป..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น “เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ตามมาตรการ ” Quick Big Win ” จับกุมผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16 มกราคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอาวุโส สั่งการให้ นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง อำเภอชุมแพ

เข้าปิดล้อมตรวจค้นปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง และตามข้อสั่งการของจังหวัดขอนแก่น ตามคำร้องเรียนผ่านสายด่วนยาเสพติด warroom อำเภอชุมแพ

ได้ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นตามตามบัญชีเป้าหมายในพื้นที่ตำบลนาหนองทุ่มจับกุมผู้กระทำความผิด จำนวน 2 ราย นำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดจำนวน 8 ราย

1)นายอาทิตย์ (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ชาวตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอชุมแพ ของกลางยาบ้าจำนวน 259 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง อุปกรณ์เสพยาบ้า และผลตรวจปัสสาวะจำนวน 1 ชุด ข้อกล่าวหาฐาน “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)

โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมายและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดต่อกฎหมาย”

2) นายเซเว่น (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ชาวตำบลห้วยม่วง อำเภอภูผาม่าน ของกลางยาบ้าจำนวน 51 เม็ด และผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุด ข้อหาฐาน “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย”

3)ได้ควบคุมตัวผู้เสพยาบ้า ในพื้นที่ตำบลนาหนองทุ่ม (รายใหม่) รวมจำนวน 8 ราย ซึ่งยินยอมและสมัครใจเข้าสู่ขบวนการบำบัด ที่โรงพยาบาลชุมแพ และได้ส่งตัวไปที่ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมอำเภอชุมแพ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง มาทำบันทึกจับกุมแล้วนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชุมแพ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
winฅนชนข่าว/สื่อรัฐทีวี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ระทึกไฟไหม้ ท่อยางระบายน้ำ ตอม่อสะพานภูมิพล 2 ระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คัน ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง

แชร์เนื้อหานี้

ระทึกไฟไหม้ท่อยางระบายน้ำตอม่อสะพานภูมิพล 2 ระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คัน ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง
ไฟลุกไหม้ใต้ตอม่อสะพานภูมิพล 2 ฝั่งปู่เจ้าสมิงพราย เพลิงลามติดท่อยางระบายน้ำสูงกว่า 50 เมตร เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงนับสิบคัน ใช้เวลาควบคุมสถานการณ์กว่า 1 ชั่วโมง ก่อนยืนยันไม่กระทบโครงสร้างสะพาน
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 15 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บริเวณเสาตอม่อสะพานภูมิพล 2 ฝั่งปู่เจ้าสมิงพราย พื้นที่ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย และใกล้เคียง รวมกว่า 10 คัน เข้าควบคุมสถานการณ์

ที่เกิดเหตุพบเพลิงลุกไหม้จากบริเวณฐานตอม่อสะพาน ก่อนจะลุกลามขึ้นไปติดท่อยางพีอี (PE) สำหรับระบายน้ำของโครงสร้างสะพาน ทำให้เกิดเปลวไฟลุกไหม้เป็นแนวยาวในระดับเดียวกับเสาตอม่อ สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนและผู้ใช้เส้นทางเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามฉีดน้ำจากด้านล่าง แต่ไม่สามารถส่งน้ำขึ้นไปถึงจุดเพลิงไหม้บริเวณใต้คานสะพาน ซึ่งมีความสูงจากพื้นดินกว่า 50 เมตร จึงต้องประสานรถดับเพลิงชนิดกระเช้าเข้าช่วยเหลือ

พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้ปิดการจราจรบนสะพาน 1 ช่องทาง เพื่อให้สามารถฉีดน้ำจากด้านบนลงไปยังจุดเกิดเหตุได้ ต่อมารถดับเพลิงแบบกระเช้าเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่ได้กางขากระเช้าและยกกระเช้าพานักดับเพลิงขึ้นฉีดน้ำควบคุมเพลิงอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าท่อยางพีอีสำหรับระบายน้ำ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30 เซนติเมตร ได้รับความเสียหายตลอดแนวความสูงกว่า 50 เมตร อย่างไรก็ตาม ไม่พบความเสียหายต่อโครงสร้างหลักของสะพานแต่อย่างใด

ต่อมา นายเรวัฒน์น์ สุขขำ ผอ.หมวดสะพานวงแหวนอุตสาหกรรม ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมวิศวกร ลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นยืนยันว่าสะพานยังใช้งานได้ปกติไม่มีผลกระทบกับโครงสร้างแต่อย่างใด จึงเปิดให้รถสัญจรผ่านทางกันตามปกติ และในวันที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น. นาย เรวัฒน์ สุขขำ ผอ.หมวดสะพานวงแหวนอุตสากรรม จะนำทีมวิศวกรสำรวจตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนสาเหตุในการเกิดเหตุในครั้งนี้ สันนิฐานว่า เปลวไฟน่าจะลุกไหม้จากกองขยะที่อยู่ตรงฐานของเสาตอม่อ และเกิดลุกลามขึ้นไป เพราะระบบท่อระบายน้ำไม่มีกระแสไฟในระบบ

จากการสอบถาม นางสาวพิมพา เจ๊งใจบุญ อายุ 61 ปี สท.เมืองปู่เจ้าสมิงพราย ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ไฟลุกตรงโคนเสา ไม่เยอะนิดเดียวและเราก็วิ่งออกไปดู เห็นเป็นมุมกว้างนิดนึง แล้วก็วิ่งเข้าไปบนเสาตรงท่อ ขึ้นไปเลย คราวนี้ก็ขึ้นไป เรื่อยๆ ขึ้นไวมาก แล้วเราแจ้ง ทางเทศบาลให้ นำรถมา มีหลายสาเหตุ มีหญ้าแห้ง และประตูเปิดไว้ ถ้ามีคนเข้าไปอาจจะมีขี้บุหรี่ อาจจะลุกขึ้นมา หรือเด็กเล่นกัน อยู่ๆไม่น่าจะลุกขึ้นมาได้ ตรงโคนเสาจะมีประตูคนก็เข้าไปได้เล็กๆเข้าไปได้ ไม่เห็นใครนะตอนเกิดเพลิงไหม้ น่าจะไหม้หญ้า

ขณะที่ นาย เรวัตน์ สุขขำ ผู้อำนวยการหมวดวงแหวนอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุเบื้องต้น ซึ่งพบว่าเกิดประกายไฟจากกองขยะที่อยู่ฐานของเสาตอม่อ ซึ่งสาเหตุที่แน่ชัดจะต้องรอตรวจสอบ ส่วนความปลอดภัยของตัวโครงสร้างนั้นจากการประเมินด้วยสายตาพบว่าไม่ได้รับผลกระทบถึงตัวโครงสร้างแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามจะต้องประสานผู้เชี่ยวชาญของโครงสร้างสะพานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ในวันพรุ่งนี้

ด้าน นายเรวัฒน์ สุขขำ ผู้อำนวยการหมวดบำรุงทางหลวงชนบทวงแหวนอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ว่า ทางเราได้รับรายงาน เกิดเหตุ เพลิงไหม้บริเวณใต้สะพาน ซึ่ง เป็นบริเวณตอม่อ อยู่ฝั่งปู่เจ้าสมิง พราย ภายหลังจากที่ได้รับรายงาน ได้ประสานกับท้องถิ่น ประกอบด้วย เทศบาลเมืองปู่เจ้า เทศบาลลัดหลวง อบต.บางโปรง และ เทศบาลด่านสำโรง เข้ามาช่วยเหลือกันในวันนี้ ลักษณะเหตุที่เกิดมีประกายไฟ ไหม้บริเวณซึ่งเป็นตัวท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นที่รับ น้ำจากบนสะพานภูมิพลลงมาข้าง ล่าง สันนิษฐานอาจจะเกิดประกายไฟขึ้นข้างล่าง ไหม้ขึ้นไปด้านบนจนถึงท้องใต้สะพาน

ซึ่ง ในการระงับเหตุ เกิดขึ้นประมาณ 19.00 น. ระงับเหตุได้ประมาณ 20.40 น. ในเบื้องต้นจากการร่วม มือของท้องถิ่น เป็นหน่วยหลักที่ มาช่วยในงานนี้ ก็ทำให้เพลิงสงบโดยเร็ว จากการประเมินผล ตัว สะพานในเบื้องต้น ก็ขอยืนยันกับ ทุกท่านว่ามีความปลอดภัย ยังสามารถใช้สะพานได้อย่างปกติซึ่งภายหลังจากนี้ในวันพรุ่งนี้ สำหรับกรมทางหลวงชนบท ซึ่ง เป็นหน่วยงานที่ดูแลสะพาน ก็จะ นำทีมตรวจสอบ ซึ่งมีความเชี่ยว ชาญเฉพาะ เข้ามาตรวจสอบ แล้ว หาคำตอบอีกที แล้วดูแลรักษาและแก้ไข ป้องกันในอนาคตถัดไป ท่อ พีอี ขนาด เท่า ไหร่

ขนาด ก็ ประมาณศูนย์กลาง 30 เซน ส่วนความสูงที่ไหม้อยู่ที่ประมาณ 50 เซน ยืนยันไม่มีผล กระทบต่อโครงสร้างสะพานแต่ อย่างใด ดูข้อมูลในเบื้องต้นบริเวณดังกล่าวไม่มีส่วนของไฟฟ้าอยู่บริเวณนี้ เพราะฉะนั้นใน ข้อสันนิษฐานเบื้องต้น คงมีคล้าย ๆ ไฟ แต่ว่าส่วนของจะเกิดจาก เหตุการณ์ใด อันนี้ต้องอยู่ในการ สอบ ส่วนค่าเสียหายอาจจะ ประเมินไม่ได้ตอนนี้ ถ้าเสียหาย หลักก็จะเป็นในส่วนของทรัพย์ สิน ซึ่งเป็นตัวท่อ แต่ส่วนของตัว โครงสร้างสะพาน ต้องรอส่วน ของเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญ มาดูอีกทีนึง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหาร -บช.ปส.รวบ 2 นักบินมุกดาหาร ยึดของกลางยาบ้ากว่า 2.8 แสนเม็ด กลางลานจอดรถโลตัส

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลาประมาณ 20.40 น. วันที่ 15 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 3 (กก.3 บก.ปส.3) นำโดย พ.ต.อ.วสุภัทร คำมี ผู้กำกับการ 3 บก.ปส.3 พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุชาติ ชื่นวงศ์ รองผู้กำกับการ และ ว่าที่ พ.ต.ต.เอกมล จันทบุรี สารวัตร กก.3 บก.ปส.3 หัวหน้าหน่วย นปส.พิษณุโลก ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญได้ 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้าจำนวนมาก

ผู้ต้องหาทั้งสองรายคือ นายจักรพันธุ์ พงษ์วรรณา อายุ 35 ปี ชาวตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร และนายเฉลิมชัย บัวผัน อายุ 39 ปี ชาวตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาบ้า จำนวน 141 มัด รวมประมาณ 282,000 เม็ด รถยนต์ 1 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสองในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชน”

จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่ กก.3 บก.ปส.3 ทราบว่ามีกลุ่มขบวนการลักลอบค้ายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร จึงวางแผนติดตามจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ 1 ได้บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าโลตัสมุกดาหาร ถนนชยางกูร ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร ขณะเดียวกันสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ 2 และตรวจยึดยาเสพติดของกลางได้บริเวณหลักกิโลเมตรป้ายทางไปบ้านหนองสระพัง ตำบลกกแดง อำเภอนิคมคำสร้อยหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 3 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับยาบ้า #ปราบปรามยาเสพติด #บชปส #มุกดาหาร #ข่าวอาชญากรรม #ยาเสพติด #282000เม็ด #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้///เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สรรพสามิตภาค 3 ผนึกตำรวจ-ไปรษณีย์ ลุยตรวจของกลาง “บุหรี่เถื่อน” โคราช ยึดเพิ่ม 24,740 ซอง พัสดุต้องสงสัยอีก 29 กล่อง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันอังคารที่ 13 มกราคม 2569 ที่บริเวณด้านหน้าสำนักงาน สรรพสามิตภาคที่ 3 มีการบูรณาการตรวจสอบของกลาง “บุหรี่ที่มิชอบด้วยกฎหมาย” โดยจับมือร่วมกันระหว่างหลายหน่วยงานหลัก ทั้งฝ่ายสรรพสามิต ตำรวจ และไปรษณีย์ไทย เพื่อสกัดกั้นการลักลอบจำหน่ายบุหรี่เถื่อนที่กำลังแพร่กระจายในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และป้องกันผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ รวมถึงสุขภาพของประชาชน การตรวจสอบครั้งนี้มีผู้แทนหน่วยงานเข้าร่วมครบถ้วน นำโดยนายณธัชพงศ์ เผ่าผาง ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3,

นายธนากร โพธิโต สรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา,นายยงยุทธ อดิราชวชิรภักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานไปรษณีย์เขต 3,นายไชยรัตน์ ชื่นใจฉ่ำ ผู้อำนวยการส่วนตรวจสอบป้องกันและปราบปราม,พ.ต.ท.วิชานนท์ บ่อพิมาย รองผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา,และ นายพงศธร ประจิตร หัวหน้าฝ่ายปราบปรามสรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา ร่วมตรวจดูของกลางอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางการจับตาของเจ้าหน้าที่ในสายปฏิบัติการ แสดงรายละเอียดการตรวจค้น การตรวจยึด และแนวทางการขยายผลดำเนินคดีแบบครบวงจร

แหล่งข่าวจากการตรวจสอบเปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงการคลัง ในการเพิ่มประสิทธิภาพการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และสร้างความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการที่เสียภาษีถูกต้อง รวมถึงการปกป้องสังคมด้านสุขภาพจากการบริโภคสินค้าที่ไม่ปลอดภัยนอกจากนี้ กรมสรรพสามิตยังมีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อร่วมกันตรวจสอบสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายในระบบขนส่งพัสดุ พร้อมบูรณาการการสืบสวนปราบปรามร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและภาคีเครือข่ายก่อนหน้านี้ ในช่วงเดือนมีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่สรรพสามิตภาค 3 และสรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา เคยตรวจยึดกล่องพัสดุไปรษณีย์ที่พบว่าบรรจุบุหรี่เถื่อน จำนวน 1,269 กล่อง ตรวจพบเป็นบุหรี่ผิดกฎหมายรวม 92,637 ซอง คิดเป็นค่าปรับโดยประมาณ 87,264,054 บาท และอยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินคดี

ด้านความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาและเจ้าพนักงานสรรพสามิต ได้ร่วมกันสืบสวนตามข้อร้องเรียนของประชาชน กรณีมีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่เถื่อนในเขตพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา ก่อนพบเป้าหมายเป็นร้านค้าตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลหนองไผ่ล้อม จึงขอหมายค้นเข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัย และพบการกระทำความผิดจริงเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลต่อเนื่อง สามารถจับกุมเครือข่ายส่งดำเนินคดีได้ 5 ราย พร้อมตรวจค้นสถานที่เก็บสินค้าเพิ่มอีก 2 แห่ง พบของกลางบุหรี่ผิดกฎหมายหลายยี่ห้อ รวม 24,740 ซอง ประมาณการค่าปรับเป็นเงิน 21,462,991.50 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดเพิ่มเติมต่อไป

ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 เจ้าพนักงานสรรพสามิตได้ขยายผลตรวจสอบบริเวณ ศูนย์นำจ่ายพัสดุไปรษณีย์ โดยได้รับความร่วมมือจากพนักงานไปรษณีย์ไทยในการตรวจพัสดุต้องสงสัย จนสามารถตรวจพบกล่องพัสดุต้องสงสัยเพิ่มเติมอีก 29 กล่อง เมื่อตรวจพิสูจน์ทราบพบเป็นบุหรี่ผิดกฎหมายรวม 14,460 ซอง ประมาณการค่าปรับ 9,165,827.25 บาท จึงตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่า ของกลางทั้งหมดที่ตรวจยึดได้ จะเข้าสู่กระบวนการทำลายของกลางตามขั้นตอนทางกฎหมาย พร้อมเตรียมประสานสื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ในการทำลายในโอกาสต่อไป

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้การฯ ประจวบฯ สั่งลุย เร่งแกะรอย ไล่ล่ามือปา “ไปป์บอมบ์” ถล่มบ้านนักข่าวท็อปนิวส์ / ตร.ประจวบฯ ตรวจหาสารเสพติดข้าราชการตำรวจ 1,053 นาย ผลเป็นลบยกจังหวัด ขานรับโครงการ “ตำรวจสีขาว”

แชร์เนื้อหานี้

จากกรณีคนร้ายบุกปาระเบิดข่มขู่ผู้สื่อข่าว ล่าสุดผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรียกประชุมด่วนชุดสืบสวน สั่งปูพรมตรวจค้นจุดต้องสงสัย เก็บหลักฐานจากกล้องวงจรปิดหาเส้นทางหลบหนี มั่นใจคดีคืบหน้าไปมาก แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกกันคนร้ายไหวตัว ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 2 สภ.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทองผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีคนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ใช้วัตถุระเบิดชนิดไปป์บอมบ์ปาเข้าใส่บ้านพักของผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ Top News ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จนทำให้รถยนต์ที่จอดอยู่ได้รับความเสียหาย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นการข่มขู่เพื่อไม่ให้นำเสนอข่าวธุรกิจสีเทาบางอย่าง ที่อาจมีส่วนพัวพันกับผู้มีอิทธิพลในหลายพื้นหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ต.ต.อาทร เปิดเผยว่า ในขณะนี้พนักงานสอบสวนได้เชิญตัวบุคคลที่คาดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องมาสอบปากคำแล้วหลายราย

โดยผลการสอบสวนเบื้องต้นถือว่ามีประโยชน์และทำให้คดีมีความคืบหน้าไปมาก สำหรับประเด็นการก่อเหตุ ตำรวจยังคงให้น้ำหนักไปในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น ประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวหรือ การทำหน้าที่สื่อมวลชน” ในการนำเสนอข่าวเชิงลึกซึ่งไปกระทบกับผลประโยชน์ของบุคคลบางกลุ่ม โดยยืนยันว่าจะไม่มีการตัดประเด็นใดทิ้งจนกว่าจะมีหลักฐานชัดเจนนอกจากนี้ ผู้การฯ ประจวบฯ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สนธิกำลัง กลับ ชุดสืบสวน สภ. อ่าวน้อย และสภ. เมือง เข้าตรวจค้นเป้าหมายต้องสงสัยในพื้นที่ที่คาดว่าจะเป็นจุดกบดานหรือจุดเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ พร้อมกำชับให้ฝ่ายสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด ทั้งจากภาครัฐและเอกชนตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้เข้ามาก่อเหตุและใช้หลบหนีอย่างละเอียด เพื่อหาความเชื่อมโยงของยานพาหนะและรูปพรรณสันฐานของคนร้าย

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.อาทร ย้ำว่าข้อมูลในส่วนของงานสืบสวนสอบสวนบางประการยังไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้เนื่องจากเกรงจะเสียรูปคดี”ข้อมูลบางอย่างเราต้องขอสงวนไว้ก่อน เพราะหากคนร้ายทราบความเคลื่อนไหวของตำรวจ จะทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความลำบากและอาจทำให้คนร้ายไหวตัวทัน แต่ยืนยันว่าเราทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้” ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์และวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ เพื่อกดดันและติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นคดีที่สะเทือนขวัญและเป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ตำรวจประจวบฯ โชว์ความโปร่งใส! ตรวจหาสารเสพติดข้าราชการตำรวจ 1,053 นาย ผลเป็นลบยกจังหวัด ขานรับโครงการ “ตำรวจสีขาว”


เมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้ (13 ม.ค. 69) ณ ลานหน้าอาคารที่ทำการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีเข้าแถวเคารพธงชาติและกล่าวคำปฏิญาณตน พร้อมด้วยรองผู้บังคับการฯ, ผู้กำกับการสืบสวน, ผู้กำกับการสอบสวน, ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ และข้าราชการตำรวจในสังกัด เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการเป็นข้าราชการตำรวจที่ดี

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีการหน้าเสาธง พล.ต.ต.อาทร ได้เปิดปฏิบัติการตาม “โครงการตำรวจสีขาว” โดยสั่งการให้มีการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของข้าราชการตำรวจทุกนายในสังกัดทันที โดยปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการดำเนินการพร้อมกันทั้งจังหวัด นำโดยหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรทั้ง 16 สถานี

ณ ที่ทำการของทุกหน่วยสำหรับการตรวจค้นหาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรตำรวจที่ต้อง “ใสสะอาด” และไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเด็ดขาดจากการตรวจปัสสาวะข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,053

นาย ผลปรากฏว่า ไม่พบสารเสพติดในร่างกายแต่อย่างใด (ผลเป็นลบครบ 100%) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงระเบียบวินัยและความเข้มแข็งของตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประชาชนด้วยความโปร่งใสและยุติธรรม
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับกุมสามีภรรยา ยาบ้า 740,000 เม็ด รถยนต์เก๋ง 1 คัน เงินสด 32,000 บาท สภ.ชุมแพ และ ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 23.10 น.วันที่ 7 ม.ค.68 นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ ในนาม ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.อ.รัฐพล เหลาพรม ผกก.สภ.ชุมแพ นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอชุมแพ นำเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรชุมแพ สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดจาก กก.3 บก.ปส.2 (บช.ปส.) ตชด.ภาค 2

ร่วมกันจับกุมตัวนายชัยวัฒน์ เต็มใจ อายุ 40 ปี และ น.ส.ศรัณย์พร เต็มใจ อายุ 27 ปี 2 สามีภรรยา พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า จำนวน 740,000 เม็ดรถยนต์เก๋ง พาหนะที่ใช้กระทำความผิด จำนวน 1 คัน เงินสด จำนวน 32,000 บาท โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง โดยจับกุมได้ในพื้นที่ตำบลโนนสะอาด อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น หลังผู้ต้องหาจอดรถทิ้งวิ่งหลบหนี ก่อนติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด (บก.ปส.2) ได้สืบสวนและสะกดรอยติดตามรถยนต์เป้าหมายซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดมาจากจังหวัดอุดรธานี จนกระทั่งรถคันดังกล่าวได้แวะจอด ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. (หนองตุ้มนก) อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น โดยฝ่ายหญิง น.ส.ศรัณย์พร ได้ลงจากรถเพื่อเข้าห้องน้ำ

ในระหว่างนั้น นายชัยวัฒน์ สามีผู้ขับขี่ สังเกตเห็นเจ้าหน้าที่จึงไหวตัวทันและรีบขับรถหลบหนีออกจากสถานีบริการน้ำมันไปโดยไม่รอภรรยา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวฝ่ายหญิงไว้ และจัดกำลังอีกส่วนเร่งติดตามรถคันดังกล่าวไปอย่างกระชั้นชิด เมื่อถึงเขตพื้นที่ตำบลโนนสะอาด นายชัยวัฒน์

ได้ตัดสินใจทิ้งรถยนต์และวิ่งหลบหนีเข้าพื้นที่ป่าข้างทาง เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ปูพรมค้นหาบริเวณจุดที่พบรถยนต์ถูกจอดทิ้งไว้ จนกระทั่งพบตัวนายชัยวัฒน์ ซ่อนตัวห่างจากจุดทิ้งรถประมาณ 100 เมตร จึงได้เข้าทำการควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดี พร้อมของกลางที่ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ได้

ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปยัง หน่วยปราบปรามยาเสพติดอุดรธานี เพื่อจัดทำบันทึกจับกุม สอบปากคำเพื่อขยายผลเครือข่าย และจัดเก็บพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ จากนั้นจะดำเนินการส่งตัวให้พนักงานสอบสวน บช.ปส. กรุงเทพมหานคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

winฅนชนข่าว/สื่อรัฐทีวี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รถกระบะเสียหลักเลยโค้ง พุ่งชนรถจอดหน้าร้านข้าวต้ม ถนนมุกดาหาร–ดอนตาล พังยับรวม 7 คัน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลาประมาณ 03.20 น. วันที่ 1 มกราคม 2569 พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ สุวะศรี สว.(สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.เมืองมุกดาหาร ว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกันหลายคัน บริเวณทางโค้งหน้าร้านข้าวต้มกุ้ย “จงเจริญ” ถนนมุกดาหาร–ดอนตาล ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายรวม 7 คัน ประกอบด้วย รถยนต์ 5 คัน และรถจักรยานยนต์ 2 คัน โดยรถยนต์ที่เสียหาย ได้แก่ รถเก๋งโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ญท 4514 กรุงเทพมหานครเสียหายบริเวณท้ายรถด้านซ้าย นายพัฒนา มิ่งกุละ อายุ 40 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของรถ, รถกระบะโตโยต้า สีขาว ทะเบียน 2 ขข 7219 กรุงเทพมหานคร เสียหายด้านหน้าและท้ายรถ

นายศิรวุฒิ กุลบุญมา อายุ 34 ปี เป็นผู้ขับขี่ ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมุกดาหาร, รถเก๋งเชฟโรเลต สีเทา ทะเบียน กฉ 4419 มุกดาหาร เสียหายบริเวณท้ายรถ นายคณิตศร สีสด อายุ 67 ปี เป็นเจ้าของรถ, รถเก๋งนิสสัน สีดำ ทะเบียน กฉ 2433 มุกดาหาร เสียหายด้านข้างซ้ายและท้ายรถ น.ส.พรพรรณ พัฒนากิจพาณิชย์ อายุ 25 ปี เป็นเจ้าของรถ และรถเก๋งโตโยต้า หมายเลขทะเบียน กข 9234 มุกดาหาร เสียหายด้านหน้าและท้ายรถ

นอกจากนี้ยังพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีขาว ทะเบียน 1กง 9585 มุกดาหาร เสียหายบริเวณล้อหน้าและด้านหน้า โดยมีนายพชรพล เป็นเจ้าของ และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ สีขาว ทะเบียน 1กย 6470 อุดรธานี กระจกมองข้างได้รับความเสียหายจากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้เห็นเหตุการณ์ให้การว่า รถกระบะโตโยต้า สีขาว ขับมาจากทางอำเภอดอนตาล มุ่งหน้าเข้าเมืองมุกดาหาร ด้วยความเร็ว เมื่อถึงบริเวณดังกล่าว

ซึ่งเป็นทางโค้ง ได้เสียหลักพุ่งชนรถที่จอดอยู่ข้างทางหน้าร้านข้าวต้ม ทำให้รถหลายคันได้รับความเสียหายดังกล่าว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียดและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อุบัติเหตุ #รถชน #มุกดาหาร #ปีใหม่ #ทางโค้งอันตราย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เรือนจำกลางนครปฐม เข้าจู่โจมตรวจค้นกรณีพิเศษ ป้องกันลักลอบนำยาเสพติด อาวุธ โทรศัพท์มือถือ สิ่งของต้องห้าม

แชร์เนื้อหานี้

เรือนจำกลางนครปฐม บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปล่อยแถวเข้าจู่โจมตรวจค้นภายในเรือนจำกรณีพิเศษ เพื่อป้องกันการลักลอบนำยาเสพติด อาวุธ โทรศัพท์มือถือ และสิ่งของต้องห้าม ตลอดจนสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในเรือนจำ

วันที่ 29 ธันวาคม 2568 ที่เรือนจำกลางนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานปล่อยแถวเข้าจู่โจมตรวจค้นภายในเรือนจำ

กรณีพิเศษ โดยเรือนจำกลางนครปฐม ร่วมกับ ฝ่ายปกครอง เรือนจำมณฑลทหารบกที่ 11 โรงเรียนการบินกำแพงแสน กรมการสัตว์ทหารบก และตำรวจภูธร

จังหวัดนครปฐม แบ่งกำลังเป็นชุดจู่โจมเข้าตรวจคันเรือนนอน โรงงานฝึกวิชาชีพ โรงเลี้ยงอาหาร และพื้นที่เป้าหมายอย่างละเอียด เพื่อป้องปรามการลักลอบนำ

ยาเสพติด อาวุธ โทรศัพท์มือถือ และสิ่งของต้องห้ามเข้าสู่เรือนจำ อีกทั้งเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในเรือนจำ สร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมและประชาชนต่อระบบการควบคุมดูแลผู้ต้องขัง

นายจักร ลิ่มบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม กล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาล และกรมราชทัณฑ์ ที่มุ่งเน้นการสร้างเรือนจำให้เป็น “เรือน

จำสีขาว” ปราศจากยาเสพติด และสิ่งของต้องห้าม โดยเฉพาะในช่วงเทศปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต้องเฝ้าระวังความปลอดภัยเป็นกรณีพิเศษ

ทั้งนี้ จากการเข้าตรวจคันเรือนนอน โรงงานฝึกวิชาชีพ โรงเลี้ยงอาหาร และพื้นที่เป้าหมายอย่างละเอียด ไม่พบการลักลอบนำยาเสพติด อาวุธ โทรศัพท์มือถือ และสิ่งของ
สมคิด พรมมี ผู้สืีอข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตม.บึงกาฬ ผนึกกำลังหน่วยงานความมั่นคง จับชาวลาวลอบขน “Happy Water” กว่า 500 ซอง มูลค่า 1.05 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ นำโดย พ.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ แก้วสมนึก รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ, พ.ต.อ.จตุพร เนวะมาตย์ ผกก.ตม.จว.บึงกาฬ, พ.ต.ท.หญิง ทุเรียน ประตังถาโต รอง ผกก.ตม.จว.บึงกาฬ, หน่วยเรือ นรข.บึงกาฬ, ตำรวจน้ำบึงกาฬ และหน่วยความมั่นคง ร่วมแถลงข่าวตรวจยึดยาเสพติดให้ทาประเภท1 จับกุมบุคคลสัญชาติลาว พร้อมของกลางยาเสพติดรูปแบบใหม่ “Happy Water” หลังลักลอบนำเข้าจากฝั่งประเทศเพื่อบ้านเข้ามาในประเทศไทยทางลำน้ำโขง

การจับกุมเป็นไปตามนโยบายเข้มงวดของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ภายใต้การอำนวยการของผู้บังคับบัญชาระดับสูง พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4, พล.ต.ต.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ, พ.อ.มาณวัฒน์ กอสนาน รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4, เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งขบวนการค้ายาเสพติด ค้ามนุษย์ และเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบผู้ต้องสงสัยบริเวณถนนเลียบฝั่งโขง บ้านนาโนน อำเภอเมืองบึงกาฬ ขณะกำลังลำเลียงกล่องกระดาษจากแม่น้ำโขง เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ได้พยายามโยนกล่องทิ้งลงน้ำ แต่ถูกควบคุมตัวไว้ได้ทัน ภายหลังทราบชื่อ นายจูด อายุ 51 ปี ชาว สปป.ลาว ไม่มีเอกสารประจำตัว จากการตรวจสอบพบของกลางภายในกล่อง พบซองพลาสติกหลากสี มีข้อความบนซองว่า

“COLLAGEN, Rolls-Royce, Araya Gluta COLLAGEN” มีชื่อทางการค้าว่า “Happy Water” รวมจำนวน 526 ซอง น้ำหนักรวมประมาณ 27 กิโลกรัม ซึ่ง พฐ.จว.บึงกาฬ ตรวจยืนยันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 มีมูลค่าทางการตลาดกว่า 1,052,000 บาท ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ารับจ้างขนส่งจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ได้ค่าจ้าง 10,000 บาท

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาครอบครองยาเสพติดโดยไม่ได้รับอนุญาต และลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลสืบสวนไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้แพร่ระบาดในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326