สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /เปิดปริศนาสลด มุกดาหาร! เด็ก 3 ขวบดับฉับพลัน เร่งส่งนิติเวชขอนแก่นตรวจชันสูตร ยายร้องไห้โฮรับไม่ได้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า เกิดเหตุสลดและมีเงื่อนไขชวนสงสัย คดีเด็กชายวัยเพียง 3 ขวบ เสียชีวิตปริศนา มีรอยฟกช้ำตามร่างกายหลายแห่ง ขณะที่แม่แท้ๆ และพ่อเลี้ยงยังคงให้การปฏิเสธไม่ได้ทำร้าย แต่ตำรวจตรวจพบสารเสพติดในร่างกายทั้งคู่ จึงคุมตัวไว้ดำเนินคดีทันที พร้อมเตรียมส่งศพเด็กตรวจพิสูจน์นิติวิทยาศาสตร์ที่ จ.ขอนแก่น เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงเหตุการณ์เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 13.32 น. ของวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่กู้ชีพตำบลนาโสก อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ได้รับแจ้งประสานงานจากโรงพยาบาลมุกดาหาร ให้เข้าช่วยเหลือเด็กชายคอปเตอร์ อายุ 3 ขวบ ซึ่งแม่แจ้งว่ามีอาการไข้สูงและป่วยหนัก

นายพงษ์ศักดิ์ เจ้าหน้าที่กู้ชีพนาโสก เปิดเผยนาทีเข้าช่วยเหลือว่า เมื่อไปถึงบ้านเกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านพักชั้นเดียวในพื้นที่บ้านเหล่าป่าเป้ด แม่ของเด็กได้อุ้มลูกชายขึ้นแบกบนไหล่นำมาส่งให้กู้ชีพ แต่จากการสังเกตพบว่าเด็กมีอาการตัวอ่อน ร่างกายซีดปนเขียว จึงรีบนำขึ้นรถและทำ CPR ปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิตทันที ทว่ากลับไม่พบสัญญาณชีพแล้ว ก่อนจะนัดส่งมอบตัวเด็กให้รถโรงพยาบาลมุกดาหารในระหว่างทาง ซึ่งต่อมาทางโรงพยาบาลได้โทรศัพท์ยืนยันว่าเด็กเสียชีวิตแล้ว โดยเบื้องต้นแพทย์พบรอยฟกช้ำตามร่างกายหลายจุดอย่างน่าสงสัย

ต่อมา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ได้นำตัว นางจุ๋ม อายุ 24 ปี (แม่ของเด็ก) และ นายคทาวุธ หรือ “ลูกหิน” อายุ 19 ปี (พ่อเลี้ยง) มาสอบปากคำ โดยทั้งสองให้การอ้างว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับรอยฟกช้ำและการเสียชีวิตของน้องคอปเตอร์ แต่อย่างใดอย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด ผลปรากฏว่าพบสารเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ในร่างกายของทั้งคู่ จึงได้แจ้งข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” และควบคุมตัวไว้ดำเนินการตามขั้นตอนทันที

ด้าน พลตำรวจตรี ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร (ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร) ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าทางคดีว่า เบื้องต้นตำรวจได้สอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ไปแล้ว 4 ราย และเตรียมเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบเพิ่มอีก 2-3 ราย ทั้งนี้จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่บ้านเกิดเหตุ ยังไม่พบร่องรอยของการต่อสู้หรือร่องรอยการถูกทำร้ายภายในบ้าน จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่ารอยฟกช้ำเกิดจากสาเหตุใด หรือถูกกระแทกด้วยสิ่งใดก่อนหน้านี้หรือไม่ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้ประสานเตรียมส่งศพน้องคอปเตอร์ไปตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์และชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดที่ จังหวัดขอนแก่น เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง และพิสูจน์ว่าร่องรอยบนร่างกายเกิดขึ้นจากอะไร ซึ่งต้องรอผลสรุปทางแพทย์ยืนยันอีกครั้ง

ขณะที่ ยายของน้องคอปเตอร์ ซึ่งเดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหารและอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจอย่างหนัก ร้องไห้กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า “รับไม่ได้จริงๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากพบว่าเป็นการกระทำผิดก็อยากให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด หลานตัวเล็กนิดเดียว แถมยังผอมขนาดนั้น ถ้าไม่รักหรือไม่เลี้ยงก็ไม่น่าทำกัน” ยายยังเล่าทั้งน้ำตาด้วยว่า ตั้งใจไว้ว่าสิ้นเดือนนี้จะรับน้องคอปเตอร์ลงไปอยู่ด้วย ก่อนหน้านี้ยังโทรศัพท์คุยกัน ถามหลานว่า ‘จะลงมาหายายไหม’ หลานยังพยักหน้าตอบกลับมาอยู่เลย ไม่คิดว่าจะต้องมาสูญเสียหลานชายไปอย่างไม่มีวันกลับเช่นนี้

จำนนหลักฐาน! พ่อเลี้ยงอ้างเมาล้มหัวเข่ากระแทกน้องคอปเตอร์วัย 3 ขวบ ก่อนเสียชีวิต ด้าน ผบก.มุกดาหาร สั่งเร่งสอบพยานเพิ่ม-ส่งศพตรวจนิติเวชขอนแก่น เพื่อให้คดีมีความถูกต้องชัดเจน

คลายปมสลดคดีเด็กชายวัย 3 ขวบ เสียชีวิตปริศนาภายในบ้านพัก สภาพศพมีรอยฟกช้ำตามร่างกาย ล่าสุด พ่อเลี้ยงจำนนต่อการสอบสวน ยอมรับสารภาพแล้ว อ้างเมาสุราเดินสะดุดล้มจนหัวเข่ากระแทกหน้าท้องเด็กร่างนิ่ง ก่อนอุจจาระราดและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร หิ้วตัวส่งฝากขังศาลจังหวัดมุกดาหาร พร้อมแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดคู่กับแม่เด็ก

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของ “น้องคอปเตอร์” เด็กชายวัย 3 ขวบ เหตุเกิดภายในบ้านพักพื้นที่บ้านเหล่าป่าเป้ด ต.นาโสก อ.เมือง จ.มุกดาหาร เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเดิมที นางสาวจุ๋ม อายุ 24 ปี (แม่แท้ๆ) อ้างว่าลูกชายป่วยมีไข้สูงและหมดสติไป แต่นำส่งโรงพยาบาลไม่ทัน และแพทย์ตรวจพบรอยฟกช้ำตามร่างกายหลายแห่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าควบคุมตัว นางสาวจุ๋ม และ นายคทาวุธ หรือ “ลูกหิน” อายุ 19 ปี (พ่อเลี้ยง) มาสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติดเนื่องจากพบปัสสาวะสีม่วงทั้งคู่

ล่าสุด ในวันนี้ (31 กรกฎาคม) ก่อนที่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร จะควบคุมตัว นายลูกหิน พ่อเลี้ยงของน้องคอปเตอร์ ไปทำการฝากขังที่ศาลจังหวัดมุกดาหาร นายลูกหินได้เปิดปากให้การรับสารภาพว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 ขณะที่ นางสาวจุ๋ม ออกไปเติมเงินโทรศัพท์มือถือที่ตู้เติมเงินในหมู่บ้าน ตนได้อยู่กับน้องคอปเตอร์ตามลำพังภายในบ้าน ซึ่งขณะนั้นตนอยู่ในอาการมึนเมาสุรา และเกิดเดินสะดุดล้ม ทำให้หัวเข่ากระแทกเข้าที่บริเวณหน้าท้องของเด็กอย่างแรงจนน้องคอปเตอร์นอนนิ่งไป

นายลูกหิน ให้การต่ออีกว่า กระทั่งในช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น น้องคอปเตอร์มีอาการไม่ดี อุจจาระราดออกมาและยังคงนอนนิ่งไม่ตอบสนอง นางสาวจุ๋มจึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ชีพให้มารับตัวเพื่อนำส่งโรงพยาบาลมุกดาหาร ก่อนจะได้รับแจ้งในเวลาต่อมาว่าน้องคอปเตอร์ได้เสียชีวิตแล้ว

ย้อนไปก่อนหน้านี้ นายไหม นาโสก เพื่อนบ้านที่มีบ้านพักอยู่ติดกัน ได้ให้ข้อมูลสำคัญว่า ที่ผ่านมามักจะได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ก้องออกมาจากบ้านหลังดังกล่าวติดต่อกันหลายวัน และทุกครั้งที่มีเสียงเด็กร้องไห้ มักจะมีเสียงเปิดเพลงดังกระหึ่มขึ้นมาพร้อมๆ กัน คล้ายตั้งใจเปิดเพลงเพื่อกลบเสียงร้องไห้ของเด็ก

ขณะที่ นางเริ่ม นาโสก แม่ของนายลูกหิน (พ่อเลี้ยง) ระบุว่า ตนพักอาศัยอยู่คนละบ้านและต้องออกไปทำไร่ทำนา จึงไม่เห็นเหตุการณ์ทำร้ายร่างกาย โดยในวันเกิดเหตุตนป่วยมีไข้จึงนอนหลับพักผ่อนอยู่อีกบ้าน ทำให้ไม่ได้ยินเสียงผิดปกติ อย่างไรก็ตาม นางเริ่มยอมรับว่า นายลูกหิน ลูกชายของตน มีประวัติป่วยทางจิตเวชและต้องรับประทานยารักษามาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ส่วนแม่ของเด็กเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่กินด้วยกันได้ไม่นาน

ทางด้าน พลตำรวจตรี ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร (ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร) เปิดเผยถึงแนวทางการสอบสวนว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ไปแล้วประมาณ 4 ราย และเตรียมเรียกผู้เกี่ยวข้องมาให้ปากคำเพิ่มเติมอีก 2-3 ราย สำหรับผลการตรวจพิสูจน์ร่างเด็กในเบื้องต้น แพทย์ลงความเห็นเรื่องรอยฟกช้ำตามร่างกาย แต่ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าถูกกระแทกหรือเกิดจากสิ่งใด อีกทั้งจากการเข้าตรวจสอบภายในบ้านพักก็ไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือร่องรอยการถูกกระทำทางกายภาพ

ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร กล่าวอีกว่า พนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีกับแม่และพ่อเลี้ยงของเด็กในข้อหาเสพยาเสพติดไว้แล้ว ส่วนเรื่องสาเหตุการเสียชีวิตและร่องรอยฟกช้ำทั้งหมด ได้ประสานนำศพของน้องคอปเตอร์ส่งไปตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดและชันสูตรพลิกศพที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อดูว่าในร่างกายมีผลกระทบอย่างไรบ้าง และเด็กได้รับบาดเจ็บหรือโดนอะไรมาก่อนหน้าที่จะเสียชีวิตหรือไม่ อย่างไร โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเต็มที่เพื่อคลี่คลายคดีให้ชัดเจนถึงมูลเหตุแห่งการเสียชีวิต เพื่อจะได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายอย่างถูกต้องต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน