คลังเก็บหมวดหมู่: ตำรวจ(ตร.)

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค.5.แถลงการณ์จับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ หลายราย/สภ.เมืองเชียงใหม่ เพิ่มความเข้มป้องกันเหตุอาชญากรรมเกี่ยวกับร้านทอง

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น.​ตามนโยบายของ รัฐบาลสั่งการให้หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ
​สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร, พล.ต.อ.สำราญ นวลมารอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร., พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. และ พล.ท.วรเทพ บุญญะ มทภ.3 ได้รับบัญชาและข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.อนุสรณ์ พัฒนถาบุตร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย, พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ เป๊กทอง, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.จิตร์พิสุทธิ์ อิ่มสงวน ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ และ พล.ต.ต.พงษ์เดช คำใจสู้ ผบก.ภ.จว.แพร่ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35​โดย พล.ท.วรเทพ บุญญะ​มทภ.3ฝ่ายปกครอง โดย
นายชูชีพ พงษ์ไชย​​ผวจ.เชียงรายนายรัฐพล นราดิศร​​ผวจ.เชียงใหม่นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์​ ผวจ.แพร่
​สำนักงาน ปปส.ภาค 5 ​โดย พ.ต.ท.นริช สอนดิษฐ​ผอ.ปปส.ภาค 5
แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 3 คดี รวมผู้ต้องหา 5 คน ของกลางยาบ้ารวม จำนวน 3,262,000 เม็ด

บก.สส.ภ.5, สภ.เมืองแพร่ จว.แพร่ ร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมยาบ้า จำนวน 1,220,000 เม็ดสภ.แม่สาย, กก.สส.ภ.จว.เชียงราย ร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกมุผู้ต้องหา 2 คน พร้อมยาบ้า จำนวน 972,000 เม็ดบก.สส.ภ.5, สภ.แม่แตง จว.เชียงใหม่ ร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 1,070,000 เม็ดคดีที่ 1หน่วยที่ตรวจยึด กก.ปพ., กก.สืบสวน 2, กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.5 และ สภ.เมืองแพร่ จว.แพร่ ร่วมหน่วยเกี่ยวข้องวัน/เดือน/ปี ที่เกิดเหตุ 24 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 00.30 น.สถานที่เกิดเหตุ ​บริเวณจุดกลับรถบ้านประทุม ถนนสายแพร่-น่าน ต่อเนื่อง บ้านสวนไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 9 บ้านแดนชน
ต.เหมืองหม้อ อ.เมืองแพร่ จว.แพร่พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สืบสวน 2, กก.สืบสวน 3 และ กก.ปพ.ฯ บก.สส.ภ.5 ได้เฝ้าติดตามพฤติการณ์กลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงนำยาเสพติดมาพักไว้ที่บ้านสวนไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 9 บ้านแดนชน ต.เหมืองหม้อ อ.เมืองแพร่ จว.แพร่ เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวและสังเกตการณ์ บริเวณใกล้บ้านหลังดังกล่าวเรื่อยมา

จนกระทั่งวันที่ 23 มกราคม 2569 เวลา 23.00 น. ได้มีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า เลขทะเบียน กน 467 แพร่ ขับมาจอดบริเวณหน้าบ้านดังกล่าว จากนั้นได้มีชายรูปร่างอ้วนลงมาจากรถเปิดฝากระโปรงหลังแล้วยกกระสอบยาเสพติดลงมาไว้บริเวณหน้าบ้านดังกล่าวแล้วขับออกไป เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ติดตามไปและเรียกให้หยุดทำการควบคุมตัวไว้ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกส่วนหนึ่งซึ่งเฝ้าอยู่บริเวณหน้าบ้าน สังเกตเห็นชาย 2 คน ออกมาขนกระสอบเข้าไปเก็บไว้ภายในบ้าน จึงได้แสดงตัวเพื่อทำการขอตรวจค้นผลการตรวจค้นพบ ยาบ้า จำนวน 1,200,000 เม็ด วางอยู่ภายในห้องหลังบ้าน จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองแพร่ จว.แพร่ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไปคดีที่ 2หน่วยที่จับกุม สภ.แม่สาย จว.เชียงราย, กก.สส.ภ.จว.เชียงราย และ กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.5 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวัน/เดือน/ปี ที่เกิดเหตุ ​

26 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 13.30 น.สถานที่จับกุม ​บริเวณลานจอดรถโรงแรมเชนวิลล่า เลขที่ 412 หมู่ที่ 10 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จว.เชียงราย ​พฤติการณ์แห่งคดี​เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 23.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติด บริเวณบ้านผาแตก ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จว.เชียงราย โดยจะมีการนัดรับ-ส่ง ยาบ้าใกล้พื้นที่ชายแดนเพื่อลำเลียงไปยังประเทศตอนใน โดยแจ้งว่าจะใช้รถยนต์เก๋งสีขาว หมายเลขทะเบียน กธ 5727 เชียงราย เพื่อใช้ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติด เมื่อได้รับแจ้ง จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นและได้รับคำสั่งให้ทำการเฝ้าติดตามตรวจสอบกลุ่มบุคคลดังกล่าว ต่อมาพบรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่บริเวณลานจอดรถ โรงแรมเซนวิลล่า เลขที่ 412 หมู่ 10 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จว.เชียงราย จึงได้ร่วมกันเฝ้าระวังติดตามจนกระทั่งเวลาประมาณ 13.20 น. ของวันที่ 26 มกราคม 2569 ได้มีชาย 1 คน และหญิง 1 คน เดินออกจากห้องพักมายังที่บริเวณรถยนต์ จากนั้นชายคนดังกล่าวก็ได้เปิดประตูรถยนต์เข้าไปทางประตูคนขับ และหญิงคนดังกล่าวก็ได้ขึ้นรถยนต์ฝั่งโดยสารข้างคนขับด้านข้างซ้าย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเห็นดังนั้น จึงได้แสดงตัวเพื่อขอเข้าทำการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวพบ นายธวัตชัย ผู้ขับขี่ และ น.ส.สุวจี ผู้โดยสาร จากการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 972,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย จว.เชียงราย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไปคดีที่ 3หน่วยที่จับกุม กก.ปพ.บก.สส.ภ.5 และ สภ.แม่แตง จว.เชียงใหม่

ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวัน/เดือน/ปี ที่เกิดเหตุ ​26 ม.ค.69 เวลาประมาณ 22.30 น.สถานที่จับกุม ​บริเวณบ่อขยะในหมู่บ้านหนองโค้ง หมู่ 4 ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง จว.เชียงใหม่พฤติการณ์แห่งคดี​เจ้าหน้าที่ตํารวจชุดสืบสวน กก.ปพ.บก.สส.ภ.5 ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการรับส่งมอบยาเสพติดบริเวณพื้นที่ ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง จว.เชียงใหม่ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและได้รับคําสั่งจาก ผบก.สส.ภ.๕ โดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.ทักษิณ จันทะวงศ์ รอง ผบก.สส.ภ.5 เป็นผู้ควบคุมและสั่งการสืบสวนหาข่าว และติดตามอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งวันนี้ เวลา 20.30 น. ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติด ในบริเวณบ่อขยะ ของหมู่บ้านปางเปา จึงได้ทำการไปยังจุดตามที่สายลับแจ้งไว้ เมื่อไปถึงบ่อขยะในหมู่บ้านและได้ขับรถผ่านไป ได้สังเกตเห็นแผ่นโฟมสีขาววางอยู่ริมถนนข้างขวา ซึ่งตรงกับข้อมูลที่สายลับได้แจ้งไว้ จึงได้ลงจากรถเพื่อไปทําการตรวจสอบจากการตรวจสอบพบถุงพลาสติกสีดำจำนวน 5 ถุง ตรวจสอบภายในพบยาบ้า จํานวน 1,070,000 เม็ด จากนั้นจึงได้ทำการตรวจยึดของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่แตง จว.เชียงใหม่ เพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทําผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป..

สภ.เมืองเชียงใหม่ #ออกมาตราการเพิ่มความเข้มป้องกันเหตุอาชญากรรมเกี่ยวกับร้านทองในพื้นที่ อัพเดทกล้อง cctv ทั้งภาครัฐและเอกชนให้พร้อมใช้งาน
นับ 1,000 ตัว สร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

สืบเนื่องในภาวะตลาดทองคำที่มีราคาสูงขึ้นทุกวัน ราคาทองคำ ประมาณ 80,000 บาท ต่อน้ำหนักทองคำ 1 บาท
ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสี่ยงเกี่ยวกับอาชญากรรมตามมาเช่นกันโดยการอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 และพล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชัยงใหม่

ได้มีข้อห่วงใยถึงสถานการณ์ราคาทองสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและเพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่
จึงมีข้อสั่งการให้ สถานีตำรวจในสังกัดเพิ่มมาตราการในการป้องกันเหตุ เกี่ยวกับร้านทองและออกประชาสัมพันธ์เตือนประชาชนให้ระมัดระวังเพื่อเป็นการป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นวันนี้ 30 ม.ค. 69พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลาผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่

พ.ต.ท.ทัตตวีย์ ด่านพิทักษ์ตระกูล รอง ผกก.ป.ฯ พ.ต.ท.วิษณุ นวนมุสิด สวป.ฯพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ได้ร่วมปล่อยแถวชุดปฏิบัติการสายตรวจ เพื่อเฝ้าระวังการเกิดเหตุอาชญากรรมเกี่ยวกับร้านทองบริเวณ ตลาดวโรรส ซึ่งมีร้านทองและประชาชนนักท่องเที่ยวมาจับจ่ายใช้สอย
เป็นจำนวนมาก จากนั้นออกตรวจดูแลความปลอดภัย ร้านทองภายในตลาดวโรรส อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยได้มีการประชาสัมพันธ์ถึงมาตรการป้องกันเหตุอาชญากรรม
ดังนี้

-การอัพเดทกล้อง cctv ให้พร้อมใช้งาน 100%
-การติดสัญญาณแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ
-แนะนำ วิธีการสังเกตุผู้มีพฤติการณ์ต้องสงสัย
-การติดตั้ง ระบบล็อคประตู
-การติดตั้งลูกกรงเหล็ก
-เพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสาร จนท.ตร. ทุกช่องทาง
ซึ่งได้รับการตอบรับและให้ความร่วมมือจากร้านทางทองเป็นอย่างดี

จากนั้นได้เข้าพบ นายสุรพล โอวิทยากุลประธานชมรมร้านทองจังหวัดเชียงใหม่และเป็นเจ้าของร้านทอง ย่งเชียงล้ง
เพื่อประสานความร่วมมือและให้มีความพร้อมในการประสานการทำงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยแจ้งข่าวให้กับเพื่อนสมาชิกร้านทองหากมีเหตุเกิดขึ้น สามารถกระจ่ายข่าวได้ทันที ซึ่งนาย สรุพลฯ ยินดีเป็นสื่อกลางประสานข้อมูลให้ระหว่างร้านทองและ เจ้าหน้าที่ตำรวจพ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลาผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่กล่าวว่า ในภาวะทองคำราคาสูงเช่นนี้ต้องมีมาตราการป้องกันที่เข้มข้นเพิ่มความถี่ให้สายตรวจหมั่นออกตรวจตราStop walk talk ร้านทองอย่างสม่ำเสมอและนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำงานให้มากที่สุด และแนะนำช่องทางการแจ้งเหตุหรือแจ้งเบาะแสอาชญากรรม ทางหมายเลขโทรศัพท์ 053-327191

หรือ สายด่วน 191 แนะนำประชาสัมพันธ์ แอปพลิเคชั่น ตำรวจห่วงใยประชาชน (POLICE CARE) รวมทั้งหาความร่วมมือกับชมรมร้านทองจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อคงการสื่อสาร และแจ้งเบาะแสกันได้ตลอดเวลาทั้งนี้ จนท.ตร. ต้องทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความปลอดภัย และความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนให้อยู่อย่างปกติสุข

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.ภ.จว.นครปฐม ได้เดินทาง สภ.โพรงมะเดื่อได้มอบข้าวสาร ไข่ น้ำมันพืช สนับสนุนโครงการอาหารกลางวัน

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 29 ม.ค.69เวลา 11.00 น.พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐมได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม สภ.โพรงมะเดื่อพบ
พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียมผกก.สภ.โพรงมะเดื่อพ.ต.ท.อลงกรณ์ กาญจนนฤนาทรอง ผกก.ป.สภ.โพรงมะเดื่อพ.ต.ท.มณฑล สุขศุภชัย
รอง ผกก.(สอบสวน)

สภ.โพรงมะเดื่อพ.ต.ท.อภิชาติ หงส์ไพบูลย์ รอง ผกก.สส.สภ.โพรงมะเดื่อว่าที่ พ.ต.ท.บุญสร้าง จิ๋วน้อย
สว.อก.สภ.โพรงมะเดื่อพร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.โพรงมะเดื่อ

ตรวจสอบการให้บริการบนสถานีตำรวจและการดำเนินการตามนโยบาย ผบ.ตร.และ ผบช.ภ.7 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุ่มตรวจการโหลดแอปพลิเคชั่น police care ของข้าราชการตำรวจในสังกัด ได้ทำการโหลดครบทุกนาย

ได้มอบข้าวสาร ไข่ น้ำมันพืช เพื่อสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันของ สภ.โพรงมะเดื่อ เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนการจัดอาหารกลางวันแก่ข้าราชการตำรวจและเจ้าหน้าที่ในสังกัด อันเป็นการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจ ลดภาระค่าใช้จ่าย และส่งเสริมคุณภาพชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ ได้จัดเลี้ยงอาหารเสริมกลางวันข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง ลาบน้ำตก และร่วมกิจกรรมทำอาหารพร้อมรับประทานอาหารกลางวันกับข้าราชการตำรวจและเจ้าหน้าที่ในสังกัด เพื่อส่งเสริมความสามัคคี ความเข้าใจอันดี และสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติราชการ

ณ สภ.โพรงมะเดื่อ ต.โพรงมะเดื่อ อ.เมือง จว.นครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้การฯนครปฐมแถลงตมารวบแก๊งนักเลงขาสั้น ก่อเหตุปาระเบิดปิงปอง ไล่ฟันกัน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 ม.ค.2569 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุม สภ.สามพราน ต.สามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ.สามพราน พ.ต.ท.สิทธิพร ไชยสิทธิ์ รอง ผกก.ป.สภ.สามพราน พ.ต.ท.ธนบดี รัชญ์พัฒน์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.สามพราน พ.ต.ท.ชานนท์ ยางนอก รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.สามพราน แถลงผลปฏิบัติการยุทธการพิทักษ์นครปฐม “สยบราชาย่านสามพราน ปราบอันธพาลนักเลงขาสั้น”
สืบเนื่องจากกรณี มีผู้ใช้แอพพลิเคชัน TIKTOK

โดยใช้ชื่อ “ราชาย่านสามพราน”มีการโพสต์คลิปโดยมีลักษณะกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาท โดยใช้อาวุธมีดและวัตถุระเบิด ไล่ทำร้ายกันบริเวณถนนสาธารณะ (ถนนนายอำเภอ) หมู่ที่ 8 ต.คลองใหม่ อ.สามพราน จ.นครปฐม นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามพราน ได้ทำการสืบสวนพิสูจน์ทราบตัวตนของบุคคลในคลิปดังกล่าว จนสามารถสืบสวนติดตามตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าวมาดำเนินคดีได้โดยผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นเด็กและเยาวชนกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมต้นและอดีตนักเรียนมัธยมต้นที่ถูกออกจากการเรียน ระหว่างแก๊ง “ราชาย่านสามพราน” กับ “แก๊งนักเลงขาสั้น”

พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสองกลุ่มรวม 19 ราย ดังนี้ แก๊งราชาย่านสามพราน จำนวน 8 ราย กระทำผิดฐาน “ ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น หรือทรัพย์ของผู้อื่น ,ร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร” พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิด ดังนี้ 1.วัตถุระเบิดแบบประกอบขึ้นเองจำนวน 1 ลูก 2.อาวุธมีดพร้ายาวและอาวุธดาบยาวจำนวน 9 เล่ม 3.ด้ามอาวุธปืนยิงปลา จำนวน 1 อัน 4.รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน

พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา แก๊งนักเลงขาสั้น จำนวน 11 ราย กระทำผิดฐาน ร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น หรือทรัพย์ของผู้อื่น ,ร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร” และนำส่งไปยังศาลเยาวชนและครอบครัวตามกฎหมายต่อไป โดยได้พบปะพูดคุยสังเกตการณ์สอบสวน สอบถามกลุ่มผู้ต้องหาและผู้ปกครองถึงสาเหตุปัญหาการทะเลาะวิวาท รวมถึงอบรมแนะนำผู้ต้องหา
จากนั้นประชุมกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามพราน ให้ดำเนินคดีในทุกมิติเป็นไปด้วยความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรมต่อคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.สวรรคโลกจ.สุโขทัยเข้มผู้การสั่งเน้นย้ำตำรวจปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัดช่วงเลือกตั้ง ส.ส

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.00 น.ของวันที่ 22.มค.2569 ณ.ห้องประชุมห้อง ศปก.สภ.สวรรคโลก อ.สวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย
พล.ต.ต.สถาพร ศรีภิรมย์ ผบก.ภ.จว.สุโขทัย
พ.ต.อ.ประมวล ยิ้มจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.สุโขทัย
พ.ต.อ.ฉัตรชัย คำยิ่ง รอง ผบก.ภ.จว.สุโขทัย

ได้มาตรวจเยี่ยมและมอบหมายนโยบายเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในพื้นที่ สภ.สวรรคโลก สภ.ศรีนคร และ สภ.เมืองบางขลัง และ ปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติดและการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง

โดยมี พ.ต.อ.นิคม พรมพิราม ผกก.สภ.สวรรคโลก
พ.ต.อ.วิษณุ นิพิฐปัญญา ผกก.สภ.ศรีนคร
พ.ต.ท.ธนพงศ์ พึ่งศักดิ์ สว.สภ.เมืองบางขลัง
พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจระดับสารวัตรขึ้นไป ของ สภ.สวรรคโลก สภ.ศรีนคร และ สภ.เมืองบางขลัง
โดยกำชับ ดังนี้

1.ให้ข้าราชการตำรวจวางตัวเป็นการในการเลือกตั้ง
2.หากมีสถานการณ์สำคัญเกี่ยวกับการเลือกตั้งให้รายงานโดยด่วน
3.ปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด
4.การขยายผลยาเสพติด
5.การลักลอบหลบหนีเข้าเมือง
พร้อมเน้นย้ำการปฏิบัติงานข้าราชการตำรวจ สภ.สวรรคโลกให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดและพร้อมร่วมรับประทานอาหารให้ขวัญกำลังใจตำรวจในการปฏิบัติงานด้วย
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผงะยาบ้าล็อตใหม่ “SARA” ทะลักชายแดนอีสาน ตชด.234 บูรณาการจับ 2 ชาวลาว ของกลางกว่า 8 แสนเม็ด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 พร้อมด้วย นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร ว่าที่ พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ โพธิ์ศรีมา ผู้กำกับการ ตชด.23

พ.ต.ท.บุญเลิศ วิเศษชาติ รองผู้กำกับการ ตชด.23 พ.ต.ท.ปรัชญลักษณ์ วิลาทัน รองผู้กำกับการหัวหน้ากองร้อย ตชด.234 และ พ.ต.ท.วัฒนพล ดาแก้ว ผู้บังคับกองร้อย ตชด.234 ร่วมแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ จับกุมผู้ต้องหาชาว สปป.ลาว 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้าประมาณ 820,000 เม็ด

การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากการสืบสวนติดตามเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารและพื้นที่รอยต่อใกล้เคียง โดยชุดปฏิบัติการด้านการข่าว กองร้อย ตชด.234 ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมกลุ่มขบวนการอย่างต่อเนื่อง จนทราบว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าฝั่งประเทศไทย บริเวณอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ในช่วงคืนวันที่ 19–20 มกราคม 2569

ต่อมาได้รับรายงานว่ากลุ่มขบวนการไหวตัวทันและเปลี่ยนจุดลำเลียงเป็นพื้นที่บ้านปากกะหลาง ตำบลสองคอน อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่ ตชด.234 จึงประสานกำลังร่วมกับ ตชด.227 และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ วางกำลังซุ่มตรวจตามแนวริมฝั่งแม่น้ำโขง

กระทั่งเวลา 00.30 น. วันที่ 20 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่พบกลุ่มบุคคลเดินแบกกระสอบต้องสงสัยเป็นขบวน จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ ทำให้กลุ่มคนร้ายทิ้งกระสอบแล้ววิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่สามารถติดตามควบคุมตัวไว้ได้ 2 คน ทราบว่าเป็นชาวแขวงสาละวัน สปป.ลาว ส่วนผู้ร่วมขบวนการรายอื่นอาศัยความมืดและความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้

จากการตรวจสอบของกลาง พบยาบ้าบรรจุในกระสอบรวม 4 กระสอบ จำนวนประมาณ 820,000 เม็ด ซึ่งห่อด้วยกระดาษไขพิมพ์โลโก้สีแดงคำว่า “SARA” นับเป็นการตรวจยึดโลโก้ลักษณะนี้เป็นครั้งแรกในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายเพื่อการค้า เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการรายอื่นต่อไป

พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามของเครือข่ายค้ายาเสพติดที่ใช้เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นทางผ่านหลัก พร้อมย้ำว่าความร่วมมือจากประชาชนคือหัวใจสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติด โดยข้อมูลจากชาวบ้านจะถูกเก็บเป็นความลับสูงสุด

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภาค 7 แถลงรวบแก๊งขนยาบ้าคาด่าน เกือบ 4 แสนเม็ดจะไปส่งภาคใต้ พบผู้ต้องหาถูกจับมาหลายครั้ง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 19 มกราคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.กฤษณัฐ วงษ์กล้าหาญ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.ฤทธิชัยปกรณ์ ดำรงค์อิทธิสกุล รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนครปฐม

ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติด ผู้ต้องหา คือ นายรีดูวัน เจ๊ะเลาะ (ผู้ต้องหาที่ 1) อายุ 41 ปี และ นางสาวนูรอัยนี การียา อายุ 20 ปี โดยแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสอง ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า)

โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้า โดยก่อให้เกิดการแพร่กระจาย ในกลุ่มประชาชน โดยทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป ส่วนผู้ต้องหาที่ 1 ตั้งข้อหาเพิ่มเติม เป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย และเสพ

พร้อมของกลางในคดี ได้แก่ 1.ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ทั้งหมด จำนวน 399,600 เม็ด โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง และ รถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 กญ 4601 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจับกุมได้ที่บริเวณหน้าศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดนครปฐม ถนนเพชรเกษม ต.หนองดินแดง อ.เมืองนครปฐม เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 เวลา 04.00 น.

พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 เผยถึง พฤติการณ์ในการจับกุมครั้งนี้ว่า วันที่ 18 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 04.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งจุดสกัดบริเวณหน้าศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดนครปฐม พบรถยนต์ต้องสงสัย TOYOTA VIOS สีขาว เมื่อเข้าตรวจค้นโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อเห็นด่านตรวจพยายามเลี่ยงหลบหนี จึงเรียกให้หยุด พบภายในรถมี ผู้ต้องหา 2 ราย จึงขอทำการตรวจค้น ปรากฏว่าพบยาบ้า รวม 399,600 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง

โดยนายรีดูวันผู้ต้องหาที่ 1 ให้การรับสารภาพว่ายาเสพติดเป็นของตน รับจ้างลำเลียงจากพื้นที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เพื่อส่งปลายทาง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยได้รับค่าจ้าง 150,000 บาท และมีการโอนเงินมัดจำแล้ว ผลตรวจปัสสาวะพบสารเมทแอมเฟตามีน

ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 ให้การปฏิเสธ เมื่อตรวจสารเสพติด ไม่พบสารเสพติดในปัสสาวะ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหา แจ้งสิทธิ และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการตรวจประวัติอาชญากรรมผู้ต้องหาที่ 1 เคยก่อเหตุในคดีในข้อหา ลักทรัพย์ในเคหะสถาน ของ สภ.มูโน๊ะ จ.นราธิวาส พ.ศ.2559 ข้อหา ร่วมกันมีไว้ในครอบครองยาเสพติดประเภทที่ 5 ของ สภ.มูโน๊ะ จ.นราธิวาส พ.ศ.2561 และถูกจับกุมในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 สภ.มูโน๊ะ จ.นราธิวาส พ.ศ.2565 ส่วนนางสาวนูรอัยนี ผู้ต้องหาที่ 2 ตรวจไม่พบประวัติการกระทำความผิด ……………………….

จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.โพธิ์กลาง บุกมหาวิทยาลัย เตือนภัยไซเบอร์ 1,000 นศ. หลังสถิติถูกโกงออนไลน์พุ่ง

แชร์เนื้อหานี้

นครราชสีมา – สถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีในกลุ่มเยาวชนและนักศึกษาเริ่มน่าเป็นห่วง หลังพบว่านักศึกษาถูกหลอกลวงทางออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องล่าสุด สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง ผนึกกำลังภาคการศึกษา เดินหน้าเชิงรุกจัดกิจกรรมให้ความรู้ ปิดช่องโหว่อาชญากรรมไซเบอร์ถึงรั้วมหาวิทยาลัย

พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผู้กำกับการ สภ.โพธิ์กลาง พร้อมด้วย พ.ต.ท.มารุต สันติเศรษฐสิน รองผู้กำกับการ (สอบสวน) และ พ.ต.ท.อนนท์ สาจันทึก สารวัตร (สอบสวน) นำข้าราชการตำรวจในสังกัด เข้าบรรยายให้ความรู้ด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแก่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิศวกรรมศาสตร์ จำนวนกว่า 1,000 คน ณ อาคารเรียนรวม 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ตำบลสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ สืบเนื่องจากสถิติการแจ้งความของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พบการตกเป็นเหยื่อ คดีฉ้อโกงออนไลน์ เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการหลอกให้โอนเงิน การชักชวนลงทุน หลอกซื้อ–ขายสินค้าออนไลน์ รวมถึงภัยจาก แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ธนาคาร หรือหน่วยงานต่าง ๆ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการ แฮกบัญชีโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ อีเมล แอปพลิเคชันธนาคาร ตลอดจนกลโกงการหลอกให้กดลิงก์หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันแฝง ที่อาจนำไปสู่การดูดข้อมูลส่วนตัวหรือควบคุมโทรศัพท์ของเหยื่อโดยไม่รู้ตัว

ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง ระบุว่า การสร้างภูมิคุ้มกันทางความรู้ให้กับนักศึกษา ถือเป็นแนวทางสำคัญในการป้องกันอาชญากรรมยุคดิจิทัล พร้อมย้ำให้นักศึกษาตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อนโอนเงิน ไม่หลงเชื่อข้อความหรือสายโทรศัพท์ที่สร้างความตื่นตระหนก และหากพบความผิดปกติสามารถปรึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที เพื่อหยุดยั้งความเสียหายก่อนจะสายเกินไป.

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน ทีมข่าวจ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผกก.ป. – สวป. 16 สภ. ยึดหลักกฎหมาย ไม่รับเคลียร์ เพื่อภาพลักษณ์ ตร.ยุคใหม่ / ตม. จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ มอบคำขอบคุญ แทนกำลังใจเจ้าหน้าที่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 มกราคม 2569 พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงษ์เวียงจันทร์ รองผู้บังคับการภูธรจังหวัดประจวบฯ (ประจวบ 2) ส่งสารถึงผู้บริหารงานป้องกันปราบปราม (รอง ผกก.ป. และ สวป.) ทั้ง 16 สถานีตำรวจในสังกัด เน้นย้ำนโยบายการปรากฏกายอย่างเข้มแข็ง ยึดถือระเบียบกฎหมายเป็นที่ตั้ง พร้อมประกาศกร้าว “หัวหน้าชุดต้องกล้าปกป้องลูกน้อง”

เพื่อเรียกคืนศรัทธาจากประชาชน
โดยมี กลยุทธ์ 3 ประสาน: ตรวจเข้ม – มีเป้าหมาย – ไร้เคลียร์
ซึ่งในข้อความสื่อสารถึงผู้ใต้บังคับบัญชาระดับหัวหน้าชุด มีใจความสำคัญ 3 ด้านที่ต้องเร่งดำเนินการทันทีเพื่อยกระดับการตรวจการณ์ให้สายตรวจปรากฏกาย (Show of Force) อย่างเข้มแข็งครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะจุดเสี่ยงต้องเพิ่มความถี่และมีเป้าหมายในการตรวจที่ชัดเจน ไม่ใช่การตรวจไปตามวงรอบเพียงอย่างเดียว

ให้ยึดมั่นหลักการ “หัวหน้าชุด” ที่พึ่งได้ เมื่อมีการจับกุมผู้กระทำผิด มักมีการเจรจาขอผ่อนปรนหรือ “ขอเคลียร์” หัวหน้าชุดต้องมีหลักการที่มั่นคง อ้างอิงข้อกฎหมายและคำสั่งผู้บังคับบัญชาอย่างชัดเจน เพื่อเป็นเกราะป้องกันทีมงานสร้างศักดิ์สิทธิ์ให้กฎหมายยุติค่านิยม “นายสั่งจับ แต่จับแล้วนายขอให้ปล่อย” เพราะจะทำให้ลูกน้องเสียกำลังใจและกฎหมายเสื่อมความขลังหากมีหลักในการตอบและการเจรจาที่ชัดเจน คนผิดจะไม่กล้าขอ ผลที่ตามมาคือลูกน้องจะเชื่อมั่น ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว เขาจะกล้าทำ กล้าจับ และผลงานฝ่ายป้องกันปราบปรามจะประจักษ์แก่สายตาประชาชน” – ประจวบ (2) กล่าว

นโยบายนี้มุ่งหวังให้ทั้ง 16 สภ. ดำเนินการเป็นต้นแบบ (Model) เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้และทำให้เป็นนิสัยปกติ เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตำรวจให้เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ตรงไปตรงมา โดยเชื่อมั่นว่าหากผู้นำเริ่มเปลี่ยน ลูกทีมจะเปลี่ยนตาม และศรัทธาของประชาชนจะกลับมาอย่างแน่นอน
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ตม. รวมใจจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ มอบคำขอบคุญ แทนของขวัญสร้างขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่

เมื่อเวลา18.00น.ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)ประจวบ จัดกิจกรรมสังสรรค์และขอบคุณเจ้าหน้าที่ในสังกัด เพื่อสร้างความรักความสามัคคีและสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง
ภายในกิจกรรม บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานได้กล่าวถ้อยคำขอบคุณและให้โอวาทแก่เจ้าหน้าที่ที่ได้ทุ่มเทปฏิบัติภารกิจด้วยความเสียสละตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ได้มีการมอบกระเช้าของขวัญและของที่ระลึก เพื่อเป็นการแสดงน้ำใจและแทนคำขอบคุณในความ

ร่วมแรงร่วมใจของบุคลากรทุกระดับ
เจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมนำพลังใจจากกิจกรรมครั้งนี้ ไปต่อยอดในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและบริการประชาชนอย่างเต็มความสามารถ

กิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของหน่วยงานที่ให้ความสำคัญกับ “ทรัพยากรบุคคล” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของกองบัญชาการตรวจคนเข้าเมืองให้ประสบความสำเร็จและได้รับความไว้วางใจจากสังคมสืบไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้สื่อข่าว Top news ทั่วไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภ.7 ตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของเพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ.สามพราน จว.นครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 ม.ค.2569 เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ. 7 เดินทางตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของเพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ.สามพราน จว.นครปฐม โดยมี พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม

พร้อมด้วยพ.ต.อ.เทิดเกียรติ รักพานิชมณีรอง ผบก.ภ.จว.นครปฐมพ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ.สามพรานพ.ต.ท.ธนบดี รัชญ์พัฒน์รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.สามพราน

พ.ต.ท.ฉัตรธวัชร์ ศักดิ์ดรินทร์รอง ผกก.สส.สภ.สามพรานพ.ต.ท.พนม ประทุมแสง สวป.สภ.สามพราน พ.ต.ท.มานะ ศิริเขตรกรณ์ สวป.(ชส.) สภ.สามพราน พ.ต.ท.ไพรัตน์ เกษตรศรี สว.(สอบสวน)หน.

ห้องคดี สภ.สามพรานพ.ต.ต.สมเกียรติ บูชาวงศ์ภิวัฒน์ สว.อก.สภ.สามพราน พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัด ให้การต้อนรับ ในการตรวจเยี่ยม ได้ตรวจแถวข้าราชการตำรวจ

เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมมอบนโยบายให้ยึดมั่นในความมีวินัย ความสุภาพเรียบร้อย และการให้บริการประชาชนด้วยความจริงใจ

จากนั้นได้ตรวจจุดให้บริการประชาชน One Stop Service ซึ่งจัดให้มีการให้บริการหลายด้านในจุดเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการ และตรวจสอบ ห้องควบคุมผู้ต้องหา

ซึ่งมีความแข็งแรง มั่นคง ปลอดภัย พร้อม มีกล้องวงจรปิด (CCTV) ติดตั้งในสภาพใช้งานได้ดี สามารถดูภาพได้ทั้งปัจจุบันและย้อนหลังจากข้อมูลที่บันทึกไว้ เพื่อความโปร่งใสและความปลอดภัยในการควบคุมดูแล

นอกจากนี้ ยังได้ตรวจเยี่ยม บ้านพักข้าราชการตำรวจ เพื่อให้มั่นใจว่ามีความสะอาด ปลอดภัย และอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน โดยเน้นการปรับปรุงและดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยและการพักผ่อนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภ.3 เยี่ยมจุดบริการประชาชน สภ.มะเริง กำชับเข้มจัดการจราจร–ดูแลความปลอดภัยช่วงปีใหม่ 2569

แชร์เนื้อหานี้

นครราชสีมา เมื่อวันที่ (30 ธันวาคม 2568) เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามความพร้อมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ณ จุดบริการประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 บริเวณตู้ยามบ้านใหม่ สังกัดสถานีตำรวจภูธรมะเริง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ และกำชับมาตรการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลสำคัญ
ในการนี้ มี พ.ต.อ.ชูสิทธิ์ หล่อแสง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, พ.ต.อ.โกสินทร์ สะอาดวงศ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรมะเริง พร้อมด้วยผู้บริหารและข้าราชการตำรวจในสังกัด อาทิ พ.ต.ท.สุทธิรักษ์ ลัคนาลิขิต รอง ผกก.ป.สภ.มะเริง,

พ.ต.ท.ชีวิน กสิกรรม รอง ผกก.สส.สภ.มะเริง, พ.ต.ท.สุพีร์ ชัยสูงเนิน รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.มะเริง, พ.ต.ท.บรรลือศักดิ์ โพธิ์นวลศรี สวป.สภ.มะเริง, พ.ต.ท.โสวัฒน์ สุระเสน สว.สส.สภ.มะเริง และ พ.ต.ท.จักรา พรหมดีสาร สว.อก.สภ.มะเริง ร่วมให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงานในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จิตอาสา ผู้นำชุมชน ฝ่ายปกครอง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ตำรวจอาสา และภาคีเครือ

ข่ายในพื้นที่ สภ.มะเริง ร่วมบูรณาการปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดบริการประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลประชาชนตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่
โอกาสนี้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมกำชับแนวทางการปฏิบัติอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกรณีเกิดเหตุทางการจราจรที่อาจส่งผลให้การจราจรติดขัดหรือมีรถสะสม ขอให้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาในทันที เพื่อเร่งระบายรถและทำให้การจราจรกลับสู่สภาพคล่องตัวโดยเร็ว ลดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน

พร้อมกันนี้ ยังเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่หมั่นประชาสัมพันธ์ข้อมูลสภาพการจราจร เส้นทางเลี่ยง และสถานการณ์ต่าง ๆ ผ่านสื่อออนไลน์และช่องทางประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างปลอดภัยและสะดวกมากยิ่งขึ้น รวมถึงให้ความสำคัญกับการป้องกันเหตุอาชญากรรม การดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอด

จนการให้บริการด้วยความสุภาพ เป็นมิตร และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำนโยบายของตำรวจภูธรภาค 3 ที่มุ่งเน้นการทำงานเชิงรุก บูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อให้การดูแลพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปลอดภัย และอุ่นใจตลอดการเดินทาง

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์เรืองประโคน จ.นครราชสีมา