#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ตร.โคราช คืนเงินเหยื่อแก๊งลงทุนออนไลน์9 แสนบาท ถูกหลอกกว่า 1.8 ล้านบาท เร่งล่าบัญชีม้า / ทลายเครือข่าย ไอ้ตั้ม บางคล้า ค้าอาวุธปืนออนไลน์

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย พ.ต.อ.โกสินทร์ สะอาดวงศ์ ผู้กำกับการ สภ.มะเริง ร่วมพิธีคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายคดีหลอกลวงให้ร่วมลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ เป็นเงินจำนวน 890,727.30 บาท ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนติดตามเส้นทางการเงินและสามารถอายัดเงินไว้ได้ทัน

คดีดังกล่าวเกิดจากผู้เสียหายถูกคนร้ายชักชวนผ่านแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก โดยใช้ชื่อบัญชี “CONCENTRATED LIQUID KERA” อ้างชักชวนร่วมลงทุนซื้อขายอาหารเสริม พร้อมรับผลตอบแทนและกำไรในอัตราสูง ก่อนให้ผู้เสียหายติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ชื่อ “ศูนย์การเงินแก้ระบบ” ซึ่งแอบอ้างเป็นที่ปรึกษาด้านสุขภาพ และค่อย ๆ หลอกให้เพิ่มวงเงินลงทุนจากจำนวนน้อยไปสู่จำนวนมาก

ต่อมาเมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงินลงทุนพร้อมผลตอบแทน กลับถูกคนร้ายอ้างว่าระบบเกิดข้อผิดพลาด และต้องโอนเงินเพิ่มเติมเพื่อชำระภาษีแพลตฟอร์ม ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินเพิ่มอีกหลายครั้ง ผ่านบัญชีปลายทางรวม 6 บัญชี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 1,802,027.21 บาท แต่สุดท้ายไม่สามารถถอนเงินคืนได้ จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง ก่อนเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.มะเริง เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568

ภายหลังรับแจ้งความ พ.ต.ต.จิรศักดิ์ ว่องไว สารวัตร (สอบสวน) สภ.มะเริง ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และอายัดบัญชีที่เกี่ยวข้องทั้ง 6 บัญชี พบว่าสามารถอายัดเงินได้ 1 บัญชี ซึ่งเป็นบัญชีของบริษัท ฟินเทค จำกัด ผู้ให้บริการตัวกลางรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Payment Gateway) ภายใต้ชื่อทางการค้า “ChillPay” เป็นเงินจำนวน 890,727.30 บาทจากนั้น พ.ต.ต.จิรศักดิ์ ว่องไว ได้เดินทางเข้าพบผู้แทนบริษัท เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและขอความร่วมมือคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย ซึ่งบริษัทได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และยินยอมคืนเงินจำนวนดังกล่าวให้ผู้เสียหายครบถ้วน

ด้าน พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา กล่าวว่า ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และกำชับให้ทุกสถานีตำรวจเร่งรัดสืบสวนสอบสวนคดีหลอกลวงออนไลน์อย่างเต็มที่ เพื่ออายัดทรัพย์สินและติดตามเงินคืนให้ผู้เสียหายให้ได้มากที่สุด พร้อมทั้งยืนยันว่าจะเดินหน้าสืบสวนติดตามบัญชีม้าที่เหลือ รวมถึงผู้ร่วมขบวนการ เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และติดตามเงินส่วนที่เหลือคืนให้แก่ผู้เสียหายต่อไป.

ตำรวจโคราชทลายเครือข่าย ไอ้ตั้ม บางคล้า ค้าอาวุธปืนออนไลน์ รวบหนุ่มวัย 34 ปี ยึดปืน 15 กระบอก มูลค่ากว่า 1.17 ล้านบาท เงินหมุนเวียน 20 ล้าน เตรียมขยายผลล่าเครือข่าย

เวลา 14.30 น. เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ที่ หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย พ.ต.อ.สหพร เอียการนา ผู้กำกับการสืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.ท.วิชานนท์ บ่อพิมาย รองผู้กำกับการสืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนรวม 15 กระบอก มูลค่าประมาณ 1,175,000 บาท

ผู้ต้องหาคือ นายประเสริฐ โสภา หรือ “ตั้ม บางคล้า” อายุ 34 ปี ชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา ถูกจับกุมได้ภายในบ้านพักเลขที่ 174 หมู่ 6 ตำบลตะคุ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา หลังเจ้าหน้าที่สืบสวนขยายผลจนพบพฤติการณ์ลักลอบซื้อขายอาวุธปืนผ่านช่องทางออนไลน์

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดอาวุธปืนหลากหลายชนิด ทั้งปืนลูกโม่ ปืนพกกึ่งอัตโนมัติ ปืนยาว และปืนกลมือ รวม 15 กระบอก อาทิ CZ 75, SIG P229, SIG P320, Glock 19, Beretta PX4, Smith & Wesson M&P9C, SIG MPX, CZ ขนาด .22, Commando M4, Derya MK12, Les Baer ขนาด .45 และ Kimber พร้อมแมกกาซีนจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังตรวจยึดอุปกรณ์ที่เชื่อว่าใช้ในการประกาศขายและจัดเตรียมสินค้า ได้แก่ ชุดไฟสตูดิโอ (Softbox) แผ่นหญ้าเทียม เครื่องพิมพ์พกพา ยี่ห้อ Peripage พร้อมกระดาษม้วน รวมถึงโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าใช้ติดต่อซื้อขายอาวุธปืนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “จำหน่ายหรือมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองสำหรับการค้า (ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่” ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการสืบสวนติดตามเครือข่ายค้าอาวุธปืนออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินและผู้ที่เคยซื้ออาวุธปืนจากเครือข่ายดังกล่าว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและป้องกันการนำอาวุธไปก่อเหตุอาชญากรรมต่อไป.

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา