คลังเก็บหมวดหมู่: กิจกรรมเพื่อสังคม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รำลึก 28 ปี พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรีคนที่ 17 ต้นแบบผู้นำวิสัยทัศน์กว้างไกล เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ (6 พฤษภาคม 2569) ที่สำนักงานใหญ่พรรคชาติพัฒนา อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานพรรคชาติพัฒนา เป็นประธานงานวันรำลึกผู้นำแห่งศรัทธา

พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรีคนที่ 17 ครบรอบวันถึงแก่อสัญกรรม 28 ปี วันที่ 6 พฤษภาคม 2541 เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของพลเอกชาติชายที่ได้สร้างไว้ให้กับประเทศชาติ และชาวจังหวัดนครราชสีมา

บรรยากาศภายในงานมีคณะผู้บริหารพรรคชาติพัฒนา สมาชิกพรรค พ่อค้า นักธุรกิจ และประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา ร่วมงานกว่า 1,000 คน มีการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน พิธีกล่าวสดุดีเกียรติคุณ และสักการะรูปหล่อเหมือนพลเอกชาติชาย

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า ยุคทองของพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรีคนที่ 17 ในช่วงปี พ.ศ. 2531–2533 ถูกขนานนามว่าเป็นยุคทองของเศรษฐกิจไทย โดยมีตัวเลข GDP เติบโตติดต่อกัน 3 ปี ปี 2531 เติบโต 13% ปี2532 เติบโต 12% และปี 2533 เติบโต 11% ส่งผลให้ไทยถูกยกเป็นเสือตัวที่ 5 แห่งเอเชีย

ซึ่งคุณสมบัติเด่นที่ทำให้รัฐบาลยุค พล.อ.ชาติชาย ประสบความสำเร็จ คือ 1.ประสบการณ์รอบด้าน เป็นทั้งนักการทูต นักการเมือง และนักการทหาร 2.มีวิสัยทัศน์กว้างไกล จากนโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้าในภูมิภาคอินโดจีน 3.ทักษะการประนีประนอม สามารถประสานประโยชน์ได้กับทุกฝ่าย และ 4.มีความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ ที่สร้างความเชื่อมั่น และ

ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้รัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ยังได้ริเริ่มโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นรากฐานสำคัญจนถึงปัจจุบัน เช่น การสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งแรกที่จังหวัดหนองคาย โครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก และโครงการขยายถนน 4 เลนทั่วประเทศ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่านระดมสมองจากทุกภาคส่วน จัดทำแผนพัฒนาการขับเคลื่อน มรดกน่านสู่มรดกโลก (พ.ศ.2569-2572) : Development Plan Cultural World Heritage of NAN

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมดอกเสี้ยว โรงแรมน่านตรึงใจ ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาวิชาการและจัดทำแผนพัฒนาการขับเคลื่อน มรดกน่าน สู่มรดกโลก (พ.ศ.2569 – 2572) : Development Plan Cultural World Heritage of NAN

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจการนำเสนอและหลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกขององค์กรยูเนสโก แก่ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน และเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีในการคุ้มครองแหล่งมรดกโลก จากเครือข่าย

เมืองมรดกโลกในประเทศไทย เพื่อจัดทำกรอบแนวคิดและรวบรวมแผนพัฒนาแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน จำนวน ๔ แหล่ง ให้ได้รับการคุ้มครองและอนุรักษ์ โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และการมีส่วนร่วมจากประชาชนทุกภาคส่วน

โดยการประชุมครั้งนี้มีกลุ่มเป้าหมาย จากทุกภาคส่วนในจังหวัดน่าน ร่วมระดมสมองเพื่อจัดทำแผนในการขับเคลื่อนงานอย่างมีกลยุทธ์ด้วยเป้าหมายในการขับเคลื่อนฐานมรดกวัฒนธรรมไปสู่

การใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์และมุ่งเป้าไปสู่ความยั่งยืน และสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้คนในการยกระดับคุณภาพชีวิต ธำรงรักษามรดกทางวัฒนธรรม และวิถีชีวิต และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจบนฐานทุนทางวัฒนธรรมต่อไป

พร้อมกันนี้จังหวัดน่านได้รับการประกาศให้เป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านขององค์การยูเนสโก เมื่อวันที่ 31ตุลาคม 2568 เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ ประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมเศรษฐกิจของจังหวัดน่าน จึงได้จัดให้มีการออกร้าน นิทรรศการและผลิตภัณฑ์จากผลงาน

\ของเครือข่าย Nan Creative city of Craft and Folk Art จากศิลปิน ผู้ประกอบการ กลุ่มชุมชนต่างๆ อาทิร้านฝ้ายเงิน ร้าน Mama Mam หับเผยคาเฟ่ บ้านโคมคำ ชุมชนบ้านดอนแก้ว และบ้านอุ้ยเขียว Sunday Gallery Cafe ในการจัดประชุมในครั้งนี้ด้วย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เทศบาลบ้านกรูด จัดกิจกรรมการถ่ายทอดภูมิปัญญาจากผู้รู้เพื่อพัฒนารักษาและสืบสานที่ยั่งยืน การทำดอกไม้จันทน์และจัดพวงหรีด

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 09:00 น.ที่ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เทศบาลตำบลบ้านกรูด อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด

เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการยกระดับคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย กิจกรรมที่ 2 การถ่ายทอดภูมิปัญญาจากผู้รู้เพื่อพัฒนารักษาและสืบสานที่ยั่งยืน (กิจกรรมการทำดอกไม้จันทน์และจัดพวงหรีด)

โดยมี นางสาวพนิดา ชูแข นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ กล่าวรายงานการจัดโครงการ พร้อมด้วย คณะบริหาร ประธานสภาและสมาชิกสภาเทศบาล รองปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการทุก

ส่วนกอง หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ พนักงานเทศบาล และผู้ร่วมกิจกรรม เข้าร่วมพิธีเปิด และได้รับเกียรติจาก นางสาวจีรวรรณ สุขผล ครูโรงเรียนบางสะพานวิทยา และนางสาววิไล ปักษี ปราชญ์ชุมชน เป็นวิทยากรบรรยาย

โครงการยกระดับคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย กิจกรรมที่ 2 การถ่ายทอดภูมิปัญญาจากผู้รู้เพื่อพัฒนารักษาและสืบสานที่ยั่งยืน (กิจกรรมการทำดอกไม้จันทน์และจัดพวงหรีด) ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กำหนดจัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 29 – 30 เมษายน 2569

โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ผู้สูงอายุ สมาชิกในครอบครัวผู้สูงอายุ จำนวน 40 คน มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้สูงอายุมีอาชีพ สร้างรายได้ สามารถพึ่งพาตนเอง และเป็นการสนับสนุนส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น

ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในพื้นที่เทศบาลตำบลบ้านกรูด อีกทั้งผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้ ประสบการณ์ในการฝึกประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อนำไปต่อยอดในการเพิ่มอาชีพและรายได้แก่ผู้ร่วมกิจกรรม

//////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท่าหลวง จ.ลพบุรี ชูสินค้า OTOP “จัดกิจกรรมการจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย” ลดค่าครองชีพประชาชนฯ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.00 น. ณ หอประชุมอำเภอท่าหลวง ที่ว่าการอำเภอท่าหลวง โดย นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ประธานเปิดงานกิจกรรม การจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพประชาชนอำเภอท่าหลวง พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน และผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP และผู้เข้าร่วมงานกิจกรรม พร้อมกันบริเวณจัดงาน. โดยนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ได้กล่าวว่า อำเภอท่าหลวง ร่วมกับ ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน และผู้ผลิตผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ได้จัดกิจกรรม การจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” ณ ที่ว่าการอำเภอท่าหลวง

โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีคุณภาพได้มาตรฐานในราคาพิเศษ มาจัดจำหน่ายให้ทุกท่านได้เลือกชมเลือกซื้อ และยังได้มีการนำผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้า OTOP ผู้ประกอบการายย่อย (SMEs)มาร่วมจัดจำหน่ายสินค้าด้วย เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น และจะได้ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์เพิ่มเติมต่อไป

ทั้งนี้อำเภอท่าหลวง จะจัดกิจกรรมการจำหน่ายสินค้าฯ ในทุกวันศุกร์ และเริ่มครั้งแรก ในวันนี้ วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม นี้เป็นต้นไป จะมีสินค้ามาเพิ่มใหม่และสดอยู่ตลอดเวลา โดยในวันนี้จะมีสินค้าเพื่อมาออกร้านค้า ร่วมลดราคาให้ประชาชนดังนี้

  1. ปลาส้ม บ้านท่ากรวด ตำบลแก่งผักกูด
  2. กลุ่มหัตถกรรม บ้านกาญจนา ตำบลแก่งผักกูด
  3. ปลาแปรรูป ผู้ใหญ่ลำดวน
  4. ผักทองดี
  5. ปลาส้ม ผู้ช่วยจำปี พรพรหม
  6. จิ้งหรีดทอด ผู้ใหญ่นุชนารถ
  7. ขนมบ้าบิ่น น้องนุช
  1. สลัดผักไร่ธรรมนาธาร (โคก หนอง นา)
  2. กลุ่มกระเป้า บ้านท่ากรวด ตำบลแก่งผักกูด
  3. ต้นอ่อนทานตะวันพิมลพรรณ
  4. ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน ตำบลชับจำปา
  5. กลุ่มสตรี บ้านทุ่งดินแดง
  6. ข้าวโพดทอดกรอบ ตำบลหัวลำ
  7. ผลิตภัณฑ์น้ำตาลทราย ราคาประหยัด จากโรงงานน้ำตาตาล T.N.
  1. กระดาษทิชชู ราคาย่อมเยา จากโรงงานกระดาษวังเปเปอร์
  2. ข้าวสาร ราคาประหยัด จาก ธกส. สาขาท่าหลวง
  3. หอยทอด/ ผัดไท
  4. ขนมจีบ/ ชาลาเปา/ เขียงไม้มะขาม
    และสินค้าอื่นๆอีกมากมาย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รมต.กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน เปิดอ.ศูนย์การแพทย์แผนไทยทางเลือก เขต 6 ที่วัดสมาน จ.ฉะเชิงเทรา

แชร์เนื้อหานี้

นายมติชน ชูทับทิมรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัฉะเชิงเทราได้รับมอบหมายจากนายกลยุทธ ฉายแสงนายกองค์กาบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา

ให้การต้อนรับนายพัฒนา พร้อมพัฒน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขซึ่งให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์
ทางเลือก เขตสุขภาพที่ 6 จังหวัดฉะเชิงเทรา

พร้อมกันนี้นายมติชน ชูทับทิมได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)เพื่อขับเคลื่อนจังหวัดฉะเชิงเทราสู่การเป็นเมืองสมุนไพร 🌿(Herbal City)และเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness City)

ภายใต้ยุทธศาสตร์“Chachoengsao Aroma City” ✨ณ อาคารศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเขตสุขภาพที่ 6 ตำบลบางแก้วอำเภอเมืองฉะเชิงเทราจังหวัดฉะเชิงเทรา

ศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกแห่งนี้ เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคศาสนาโดยได้รับความเมตตาจากพระราชวชิรประชานาถเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา (ธรรมยุต)เจ้าอาวาสวัดสมานรัตนารามในการสนับสนุนพื้นที่กว่า 5 ไร่

อาคารก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2568เป็นอาคาร 4 ชั้น รองรับบริการด้านการแพทย์แผนไทยครบวงจรทั้งตรวจรักษา จ่ายยาสมุนไพรและคลินิกเฉพาะทาง 🌿เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชน
ในจังหวัดฉะเชิงเทราและพื้นที่ใกล้เคียง
เข้าถึงบริการสาธารณสุขได้สะดวกยิ่งขึ้น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดใหญ่!! รองผู้ว่าฯสระแก้ว เปิดงาน “น้อมรำลึกวันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ประจำปี พ.ศ.2569

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (25 เม.ย.69) ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ได้มีการแสดงรำถวายจากคณะนางรำจิตอาสาทั่วทุกอำเภอ ข้าราชการและครูนาฏศิลป์ ในจังหวัดสระแก้ว จำนวน 409 คน เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ต่อมาเวลา 18.30 น. นางพัชรี ศาลาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสาวชลชา บุญโต ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระแก้ว หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงเปิดโครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอารยธรรม กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

“งานน้อมรำลึกวันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของ

จังหวัดสระแก้ว การจัดงานในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว สร้างการรับรู้ และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมายังจังหวัดสระแก้ว อันจะนำไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป

จังหวัดสระแก้ว ขอเชิญร่วมสัมผัสประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่แห่งแผ่นดินน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ผ่านการแสดงแสง สี เสียง สุดอลังการย้อนรอยพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชร่วมชมฉากสำคัญในประวัติศาสตร์ สงครามยุทธหัตถี

พร้อมเกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจตลอดการแสดงอลังการด้วยเทคนิคแสง สี เสียง ตระการตาด้วยเอฟเฟกต์สุดพิเศษจำลองบรรยากาศสมัยอยุธยาได้อย่างสมจริงนักแสดงกว่า 100 ชีวิต ถ่ายทอดอารมณ์อย่างทรงพลัง ฟรีคอนเสิร์ตศิลปินชื่อดัง 3 คืนติด!

วันที่ 25 เมษายน 2569 : กานต์ ทศน
วันที่ 26 เมษายน 2569 : ดอกแคร์ ท็อปไลน์
วันที่ 27 เมษายน 2569 : พบกับ หมอลำคณะประถมบันเทิงศิลป์ เต็มวง!! และ กิจกรรมหลากหลายอาทิเช่น มวยไทย ,ประกวดไก่ชนสวยงาม ,ตลาดย้อนยุค บรรยากาศโบราณ ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว ระหว่างวันที่ 25 – 27 เมษายน 2569 เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมแต่งกายย้อนยุค แสดงพลังความรักในแผ่นดินของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ร่วมสร้างความประทับใจ พร้อมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยไปด้วยกัน.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /อ.กำแพงแสน ขับเคลื่อนนโยบาย อำเภอ…พึ่งได้”แก้จน คนกำแพงแสน”

แชร์เนื้อหานี้

นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน พร้อมด้วย ปลัดอำเภอกำแพงแสน พัฒนาการอำเภอกำแพงแสน สาธารณสุขอำเภอกำแพงแสน เกษตรอำเภอกำแพงแสน ปศุสัตว์อำเภอ ประมงอำเภอ

กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ และ คณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลกระตีบ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยม่วง และองค์การบริหาร

ส่วนตำบลสระพัฒนา พร้อมด้วยกำนัน สาทิศ สระทองหน กำนันตำบลสระพัฒนา และ ผู้ใหญ่พงษ์ศักดิ์ ศรีทันดร ผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่เยี่ยมกลุ่มเปราะบาง

ในพื้นที่ตำบลกระตีบ ตำบลห้วยม่วง ตำบลสระพัฒนา และตำบลสระสี่มุม จำนวน 42 ราย ตามนโยบายกรมการปกครอง อำเภอพึ่งได้ ตามโครงการ “ แก้จน คนกำแพงแสน”

นายอำเภอไปหาถึงที่ เติมสุขถึงบ้าน ทั้งนี้ ได้มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นที่ได้รับการสนับสนุนจาก วโรงงานไทยฟู้ดส์ จำกัด

ไพรัตน์ฟาร์ม สมจิตรฟาร์ม ภาคีเครือข่าย ภาคเอกชน ผู้ประกอบการห้างร้านพื้นที่อำเภอกำแพงแสน และคหบดี พ่อค้าชาวกำแพงแสน ทั้งนี้อำเภอกำแพงแสนมีแผนในการลงพื้นที่เยี่ยม

กลุ่มเปราะบางเป็นประจำทุกเดือนอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและแก้ปัญหาความยากจนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” จ.สิงห์บุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 2

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น.นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี/นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมโครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” จังหวัดสิงห์บุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 2 ประจำเดือนเมษายน 2569

โดยมี นางสาววีรวรรณ จันทนเสวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี/รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี นายสหชัย แจ่มประสิทธิ์สกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี นายธรรมนูญ แจ่มใส ปลัดจังหวัดสิงห์บุรี/

เลขานุการเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภออินทร์บุรี นายกกิ่งกาชาดอำเภออินทร์บุรี ผู้ช่วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี ที่ปรึกษา/คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี

สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสิงห์บุรี คณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภออินทร์บุรี และเจ้าหน้าที่เหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมพิธีดังกล่าว และหน่วยงานทุกภาคส่วน เข้าร่วมโครงการดัง

กล่าว ซึ่งได้มอบเครื่องอุปโภค-บริโภค แก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ จากเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี จำนวน 100 ชุด และมอบแว่นสายตายาวให้แก่สูงอายุ/ผู้ยากไร้ จำนวน 300 อัน

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี มอบเงินอุปการะเด็กกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมภ์ฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

สยามบรมราชกุมารี จำนวน 10 ครอบครัวๆละ 1,000 บาท พร้อมได้ตรวจเยี่ยมหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระราชชนนี (พอ.สว.) และหน่วยงานที่ออกบริการประชาชน ณ วัดศรีสำราญ ตำบลน้ำตาล อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี

ทั้งนี้ เหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี ได้ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุข มอบเครื่องอุปโภค บริโภค ให้แก่คนไข้ที่มาขอเป็นผู้ป่วย พอ.สว.รายใหม่ ตำบลน้ำตาล อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี จำนวน 4 ราย เพื่อนำไปใช้ในการดำรงชีพ

สิงห์บุรี “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” จังหวัดสิงห์บุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 2 วันที่ 23 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น.


นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี/นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมโครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” จังหวัดสิงห์บุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 2 ประจำเดือนเมษายน 2569 โดยมี นางสาววีรวรรณ จันทนเสวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี/รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี นายสหชัย แจ่มประสิทธิ์สกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี นายธรรมนูญ แจ่มใส ปลัดจังหวัดสิงห์บุรี/เลขานุการเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภออินทร์บุรี นายกกิ่งกาชาดอำเภออินทร์บุรี ผู้ช่วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี ที่ปรึกษา/คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสิงห์บุรี คณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภออินทร์บุรี และเจ้าหน้าที่เหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมพิธีดังกล่าว และหน่วยงานทุกภาคส่วน เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ซึ่งได้มอบเครื่องอุปโภค-บริโภค แก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ จากเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี จำนวน 100 ชุด และมอบแว่นสายตายาวให้แก่สูงอายุ/ผู้ยากไร้ จำนวน 300 อัน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี มอบเงินอุปการะเด็กกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมภ์ฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 10 ครอบครัวๆละ 1,000 บาท พร้อมได้ตรวจเยี่ยมหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระราชชนนี (พอ.สว.) และหน่วยงานที่ออกบริการประชาชน ณ วัดศรีสำราญ ตำบลน้ำตาล อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ทั้งนี้ เหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี ได้ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุข มอบเครื่องอุปโภค บริโภค ให้แก่คนไข้ที่มาขอเป็นผู้ป่วย พอ.สว.รายใหม่ ตำบลน้ำตาล อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี จำนวน 4 ราย เพื่อนำไปใช้ในการดำรงชีพ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร จัดงานวัน อสม.แห่งชาติ 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 เมษายน 2569 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ได้จัดโครงการประชุมวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการสุขภาพชุมชนของ อสม. จังหวัดสมุทรสาคร เนื่องในวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2569 ที่อาคารอเนกประสงค์ เทศบาลนครอ้อมน้อย ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โดยมีนายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธาน

พร้อมด้วยนายแพทย์ประกิจ สาระเทพ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร, นายอภิชาต โพธิ์ถนอม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร นายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี นายอำเภอกระทุ่มแบน, นายบุญชู นิลถนอม นายกเทศมนตรีนครอ้อมน้อย พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาลนครอ้อมน้อย, สาธารณสุขอำเภอ, ส่วนราชการ,

ภาคเอกชน และ อสม.ในจังหวัดสมุทรสาคร เข้าร่วมงากิจกรรมในวันนี้ได้มีการปฏิญาณตนตามบทบาทหน้าที่ อสม. มอบโล่ประกาศเกียรติคุณและเสื้อสามารถให้กับ อสม.ดีเด่น ประจำปี 2569, พิธีมอบเข็มเชิดชูเกียรติ อสม.ที่ปฏิบัติงานครบ 10 ปี, 20 ปี, 30 ปี และ 40 ปี, การออกบูธนิทรรศการแสดงผลงานของชมรม อสม. ทั้ง 3 อำเภอ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการสุขภาพชุมชน ของ อสม.3 อำเภอ


งานในวันนี้จัดขึ้นเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและพัฒนาศักยภาพ อสม. ซึ่งเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านสุขภาพอนามัย เป็นต้นแบบในการสร้างสุขภาพ นำไปสู่การดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และชุมชนอย่างเข้มแข็ง ซึ่งจังหวัดสมุทรสาคร มี อสม.

รวมทั้งสิ้น จำนวน 3,683 คน แบ่งเป็น อำเภอเมืองสมุทรสาคร จำนวน1,732 คน อำเภอกระทุ่มแบน จำนวน 1,001 คน และอำเภอบ้านแพ้ว จำนวน 950 คนกระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดนโยบาย “อสม.ยุคใหม่ เชื่อมต่อเทคโนโลยีกับชุมชนสู่สาธารณสุขพัฒนา” เพื่อส่งเสริมงานสุขภาพเชิงรุกในชุมชน
ทีมข่าวสมุทรสาคร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.ปัว รับมอบอุปกรณ์ ดับไฟป่า จากหจก.น่านเคมีภัณฑ์ แก้ปัญหาไฟป่าหมอกควัน PM 2.5 พื้นที่อ.ปัว จ.น่าน”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 เมษายน 2569 ณ บ้านห้วยหาด ตำบลอวน อำเภอปัว จังหวัดน่านโดยนายพิพัฒน์ เพ็ชรพิพัฒน์นายอำเภอปัว มอบหมายให้นายธีรพล บุญตัน ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อำเภอปัว(เป็นผู้แทน)และนางนัยนา ทีฆาวงค์ผู้ใหญ่บ้านห้วยหาด(รักษาการกำนันตำบลอวน)

พร้อมคณะกรรมการหมู่บ้านเป็นผู้รับมอบอุปกรณ์ป้องกันและสนับสนุนการปฏิบัติงานดับไฟป่าจากห้างหุ้นส่วนจำกัด น่านเคมีภัณฑ์ เพื่อนำไปดำเนินการในภารกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

โดย นายคมกฤษณ์ ระวังยศ กรรมการผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด น่านเคมีภัณฑ์และนายสรรเพชญ์ ปุละ หัวหน้าสำนักงานน่าน บริษัทไฟฟ้า หงสา จำกัด ได้ร่วมกันมอบอุปกรณ์รวมหลายรายการดังนี้

เครื่องเป่าใบไม้ยี่ห้อคาซากิ จำนวน 3 เครื่องไฟส่องสว่างติดศีรษะ จำนวน 6 ชุดไม้ตบดับไฟ จำนวน 6 ชุดเครื่องพ่นฉีดน้ำแบบสะพายหลัง จำนวน 10 ชุดชุดดับไฟป่า (ลาโค่) จำนวน 6 ชุดหน้ากาอนามัย จำนวน 20 ชุดมาม่ากึ่งสำเร็จรูป จำนวน 5 กล่อง
ปลากระป๋อง จำนวน 5 แพ็ค

สนับสนุนปัจจัยค่าน้ำมันและน้ำดื่มโดยนายธีรพล บุญตัน ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง กล่าวว่าอุปกรณ์ที่ได้รับมอบในครั้งนี้ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพและเสริมความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการดับไฟป่าในพื้นที่

ซึ่งเป็นงานที่ความเสี่ยงสูง โดยทางอำเภอจะดำเนินการส่งมอบต่อให้กับชุมชนบ้านห้วยหาดและหน่วยงานหน้างานเพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อภารกิจและพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่านต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวยจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดกเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. ที่พุทธสถานเมตตาธรรมานุสรณ์ วัดมิ่งเมือง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดกเฉลิมพระเกียรติ โดยมีพระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมพิธี

การจัดงานครั้งนี้ จังหวัดน่านจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2569 อีกทั้งเพื่อเปิดโอกาสให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้ร่วมกันประกอบคุณงามความดีถวายเป็นพระราชกุศล แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์.

ภายในพิธี นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้นำกล่าวถวายพระพรชัยมงคล แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีพระวิริยะอุตสาหะและพระราชปณิธานในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่พสกนิกรมาโดยตลอด พร้อมน้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต

นอกจากนี้ การจัดพิธีเทศน์มหาชาติฯ ยังเป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทยที่เกี่ยวเนื่องกับสถาบันหลักของชาติ ตลอดจนเสริมสร้างความรัก ความสามัคคีของประชาชนให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “นายก หน่อย” หวั่น ผู้สูงอายุ – กลุ่มเปราะบางเจอภาวะฮีทสโตรก หลังสภาพอากาศร้อนปรอทแตก!!!จ่อไฟเขียวใช้ รพ.สต. เปิดศูนย์พักพิงฯ ติดแอร์

แชร์เนื้อหานี้

อบจ.โคราช เล็งใช้พื้นที่ รพ.สต.ในสังกัดฯ ที่มีความพร้อมด้านอาคาร สถานที่ เปิดศูนย์พักพิงติดแอร์ แก่ผู้สูงอายุ และ กลุ่มเปราะบาง มาทำกิจกรรมร่วมกันในช่วงเวลากลางวัน เพื่อป้องกันโรคฮีทสโตรกช่วงสภาพอากาศที่อุณหภูมิร้อนจัด
องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา โดย นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ. เตรียมแนวทางการดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง ซึ่งมีความกังวลในสภาวะปัจจุบันที่สภาพอากาศมีอุณหภูมิสูงเกือบๆ 40 องศา กลุ่มเป้าหมายบางรายลูกหลานออกไปทำงานในช่วงกลางวันต้องอาศัยอยู่บ้านเพียงลำพัง กับอากาศร้อนจัด เกรงว่าจะเกิดภาวะโรคฮีทสโตรกในกลุ่มเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม การเตรียมความพร้อมศูนย์พักพิงที่รองรับผู้สูงอายุและ กลุ่มเปราะบาง จะมุ่งเน้นไปที่ รพ.สต.ในสังกัด อบจ. ที่มีความพร้อมในเรื่องของอาคาร สถานที่ เปิดห้องประชุมติดแอร์ให้เป็นจุดพักพิงแก่ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง ช่วงเวลากลางวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ไปจนถึง เวลา 16.30 น. เชื่อว่าการเปิดห้องแอร์หรือการจัดสถานที่ให้มีความเย็นเพียงพอ เป็นหนึ่งในวิธีหลักที่สำคัญที่สุดในการป้องกันโรคฮีทสโตรก และถึงแม้วิธีการนี้ อาจจะไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นทาง แต่เชื่อว่าจะสามารถบรรเทาการเกิดภาวะฮีทสโตรกในผู้สูงอายุ ลดลง ลูกหลานก็จะได้คลายความกังวล

นอกจากนี้ ยังมีการเสนอแนวคิดเชิงรุก เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า โดยเฉพาะการให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่และประชาชน เพื่อปฏิบัติตัวในสภาวะอากาศที่ร้อนจัด ให้สามารถรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง ที่ต้องเข้าถึงการดูแลจากหน่วยงานรัฐมากกว่าคนปกติในทุกสถานการณ์ “นายกฯ ยลดา” กล่าว

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชื่นชม ! ชาวแพร่และนทท.ร่วมงานสงกรานต์เด่นชัยคึกคัก แน่นด้วยกิจกรรม

แชร์เนื้อหานี้

ตามที่เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 16 เมษายน 2569 ที่สถานีรถไฟเด่นชัย อำเภอเด่นชัยจังหวัดแพร่ เป็นจุดเริ่มต้นตั้งขบวนแห่งานเทศกาลสงกรานต์ของ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ งานนี้ นายดำรงเกียรติ กิตติประภัสร์

นายกเทศมนตรีตำบลเด่นชัย พร้อมคณะผู้บริหาร และสมาชิกสภา ข้าราชการเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลเด่นชัย ทั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอเด่นชัย จัดแต่งริ้วขบวนของแต่ละท้องถิ่นมาร่วมงาน ทำให้บรรยากาศของงานเป็นไปอย่างคลืนเครงสนุกสนาน

ขบวนแห่ของงานเทศกาลสงกรานต์ฯ ตั้งขบวนที่สถานีรถไฟเด่นชัย เริ่มเวลา 15.00 น.ขบวนแห่ออกเดินทางมาตามถนนยันตรกิจโกศล มีการปิดถนนเป็นการชั่วคราว เพื่ออำนวยและความปลอดภัยโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประจำจุดต่างๆ ตลอดเส้นทางเพื่อสร้างบรรยากาศของงานมี ปาร์ตี้โฟมให้นักท่องเที่ยว สองข้างทางมีการตั้งจุดเล่นน้ำตลอดเส้นทาง

และเวทีสงกรานต์เด่นชัย บริเวณฝายแม่พวก ตำบลเด่นชัย อำเภอเด่นชัยจังหวัดแพร่ ทางเทศบาลตำบลเด่นชัย นายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ นายประจักร์ จินดาจำรูญ นายอำเภอเด่นชัย นายดำรงเกียรติ กิตติประภัสร์ นายกเทศมนตรีตำบลเด่นชัย

“แม่เลี้ยงติ๊ก” นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู สส.พิมไจ นางสาวลักษณารีย์ ดวงตาดำ เขต.3 จังหวัดแพร่ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอเด่นชัย หัวหน้าหน่วยงาน พี่น้องประชาชนชาวแพร่ มาร่วมงาน

สำหรับบรรยากาศโดยรวมของงานปีนี้ภาพรวมมีนักท่องเที่ยวมารวมงานบางตาไปนิดและประกอบกับนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งอาจจะรีบกลับไปทำงาน ประกอบกับช่วงที่ผ่านมาผลกระทบจากราคาน้ำมันแพง ส่งทำให้การเดินทางลดลงอาจจเป็นได้

เวทีกลาง มีการแสดงดนตรีจากนักร้องมากมาย ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน นักท่องเที่ยวต่างออกมาวาดลวดลายตามแบบฉบับของตนเองบรรยากาศของการจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เรื่อวการจัดการจราจร การดูแลความปลอดภัยของงาน ภายใต้การกำกับของ พ.ต.อ.นิวัต ทัศนเกษม ผกก.สภ.เด่นชัย พร้อมเจ้าหน้าที่ นักท่องเที่ยวชื่นชมทางคณะจัดงาน จัดงานได้ดีมาก และหวังว่าในปีต่อๆไป จะจัดได้ดียิ่งๆขึ้นไป

นายดำรงเกียรติ กิตติประภัสร์ นายกเทศมนตรีตำบลเด่นชัย กล่าวขอบคุณ ทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ นายอำเภอเด่นชัย แม่เลี้ยงติ๊ก สส.พิมใจ ผู้บริหารองค์ปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอเด่นชัย ข้าราชการทุกท่าน ข้าราชการ เจ้าหน้าเทศบาลตำบลเด่นชัย และข้าราชการ

เจ้าหน้าที่องค์ปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอเด่นชัย เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเด่นชัยและสมาคมกู้ภัยเด่นชัยร่วมบุญ รวมถึงพี่น้องชาวแพร่และนักท่องเที่ยวทุกท่าน ผมในนามตัวแทนคณะกรรมการจัดงานฯ พร้อมรับคำติชมเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขให้งานออกมาให้ดีต่อไป

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

มหาสงกรานต์” เชียงแสน “ชื่น มื่นมรดกทาง วัฒนธรรมล้านนา ปี๋ใหม่เมือง จัดใหญ่โชว์สายตานักท่องเที่ยวลั่นปีหน้า มีศิลปินดังขึ้นเวทีโชว์ความยิ่งใหญ่

เมื่อเวลา18.00น. วันที่ 16 เมษายน 2569 ที่ ผ่านมา นายชูชีพ พงษ์ชัย ผู้ว่าราชการ จังหวัด เชียงรายเป็น ประธานพิธี รับคำกล่าวรายงาน จาก นางอทิตาทร วันไชยธนวงศ์ นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัด เชียงราย ร่วมกัน ปักตุง เปิด งาน มหาสงกานต์  3 แผ่น ดิน เดิน ได้ ทั้ง เมือง เชียงแสน ตาม โครงการ “ม่วน อก ม่วน ใจ๋ สงกรานต์ soft power เชียงราย ” ณ อำเภอเชียงแสน

พื้นที่เมืองโบราณเชียงแสน จังหวัดเชียงราย กำหนดจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 13 – 18 เมษายน 2569 วัตถุประสงค์ เป็นส่งเสริมการท่อง เที่ยว กระตุ้น รายได้ ใน พื้น ที่เมืองเศรษฐกิจ ตลอดอนุรักษ์ สืบสาน ประเพณี วัฒนธรรมสงกรานต์ล้านนาซึ่ง เป็นมรดกทางวัฒนธรรม อันทรงคุณค่าที่ควรอนุรักษ์สืบทอดขั่วลูกหลาน โดยกิจกรรมดังกล่าว

มีการ ประกวด ขบวนแห่ทางวัฒนธรรมล้านนาผสมผสาน กับวัฒนธรรมการฟ้อนและร่ายรำจากพี่น้องชาติพันธ์ุชาวไทยใหญ่ จากอปท. ใน ท้อง ที่ อำเภอ ชียงแสน ที่โชว์ศิลปวัฒธรรมพื้นเมืองโบราณ มีการ ประกวดเทพี สงกรานต์ และ ยัง ให้ ประชาชน ได้ ชื่น มื่นกับอุโมงค์

น้ำขนาดใหญ่ความยาว300 เมตร เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้คลายร้อน และยังมีการอัญเชิญพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ จากวัดต่างๆในอำเภอเชียงแสน ประดิษฐานบนรถบุษบก เพื่อให้ประชาชนสรงน้ำเพื่อเป็นศิริมงคล เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ ล้านนาในครั้งนี้

ยัง มี 3 ส.ส พรรค กล้า ทำ 3 เขตเดิน ทางร่วม งานประกอบด้วย นางพลธิชา ไชยบาล สส. เขต 6 นาย พิทักษ์ แสงธรรม สส. เขต 3 และนายสุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส เขต 7 จังหวัดเชียงราย ท่านอุ่นคำ ธรรมเลิศ และภิริยา ประธานคณะ หัว เมืองต้นผึ้ง จาก สปป.ลาว และ คณะ เดิน ทาง ร่วมเปิด งาน ตอนเย็น วันที่ 16 เมษายน 2569 ครั้ง นี้ อีก ด้วย.

พิชานันท์ วรรมณี ผู้สื่อข่าวเชียงราย รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /”นายกอนุทิน” พร้อมนักการเมืองข้าราชการ ชุมพร – ประจวบฯ ร่วมเปิดงานสงกรานต์ “งานวันไหลบางเบิด” นักท่องเที่ยวแห่เล่นน้ำหลายพัน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 17 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ชายหาดบางเบิด เขตติดต่อระหว่าง ตำบลทรายทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ กับ อ.ปะทิว จ.ชุมพร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานวันไหลบางเบิด จัดงานโดย อบจ.ชุมพรและ อบจ.ประจวบคีรีขันธ์

มี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สส.เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายสังคม แดงโชติ สส.เขต 2 ประจวบฯ นายกิจติศักดิ์ พรหมรัตน์ สส.เขต 2 จ.ชุมพร นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ. ประจวบคีรีขันธ์

นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร และผู้นำท้องถิ่น ทั้ง 2 จังหวัด เดินทางมาร่วมในพิธีเปิด งานวันไหลบางเบิดจัดขึ้นบริเวณชายหาดบ้าน บางเบิด ซึ่งชายหาดติดต่อกันระหว่างจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดชุมพร เริ่มงานตั้งแต่ 12.00 น.-24.00 น

โดยงานมีการปิดถนนสายแยกเพชรเกษม บางเบิด ช่วงสามแยกเข้าบ้านถ้ำธงยาวไปถึงถนนเลียบชายหาดบางเบิดระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ภายในงานจัดให้มีการเล่นน้ำวันสงกรานต์ มีดนตรี ร้านขายสินค้าประเภทเครื่องดื่ม อาหารพื้นบ้าน สินค้าชุมชน และปาร์ตี้โฟม มีประชาชนชาวจังหวัดชุมพรและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมนักท่องเที่ยวกว่า 3000 คน นำอุปกรณ์เล่นน้ำมาร่วมงานด้วยความสนุกสนาน

ผู้สื่อข่าวรายงาน ชายหาดบางเบิดตั้งอยู่ หมู่ 8 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร และหมู่ 5 ต.ทรายทองทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ลักษณะเป็นโค้งอ่าวความยาว 14 กิโลเมตร ชายหาดสะอาด ทรายเนียนสีน้ำตาลแดง มีภูเขาหินปิดหัวอ่าวเรียกว่าเขาบางเบิด เป็นสัญลักษณ์ประจำอ่าวบางเบิด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดชุมพร ซึ่งยังคงความเป็นธรรมชาติและคงคุณค่าทางประวัติศาสตร์อีกด้วย

บ้านบางเบิด เดิมชื่อ “บ้านคลองอ้อ” เรียกตามชื่อ “คลองอ้อ” ซึ่งเป็นคลองที่มีต้นอ้อขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านที่ทำการเกษตรในสมัยก่อนก็ต้องมาหาบน้ำจากที่นี่ไปใช้ เป็นคลองน้ำสายหลักของหมู่บ้านที่ใช้ในครัวเรือนและให้วัวควายได้ดื่มกิน แต่ในปัจจุบันลำคลองนี้ได้ถูกทับถมหมดแล้ว โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ในบางเบิดได้เปลี่ยนจากอาชีพเกษตรกรรมมาประกอบอาชีพชาวประมง

บ้านบางเบิด มาจากชื่อภูเขา “เบิด” ซึ่งเป็นภูเขาที่เป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านและยื่นลงไปในทะเลครึ่งลูก ในสมัยคงครามโลก ได้มีลูกระเบิดจากการสู้รบมาตกที่บางเบิดมากที่สุด ทั้งแบบที่ระเบิดและลูกที่ด้าน ชาวบ้านจึงได้เรียกชื่อว่า “เขาเบิด” ติดต่อกันมาเป็นเวลานาน ซึ่งบนเขาบางเบิดเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวที่ชอบแนวผจญภัยปีนขึ้นไป

////////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0623644468

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พุทธศาสนิกชนร่วมแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ทางบก เจริญพระพุทธมนต์ สรงน้ำขอพร “หลวงพ่อพระใหญ่” ปิดท้ายสงกรานต์บึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 14.00 น. นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยนายสมหวัง อารีเอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

นำหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง และพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดบึงกาฬ ร่วมพิธีบวงสรวงและแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ บริเวณริมแม่น้ำโขง บ้านท่าไคร้ ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

“น้ำจั้น” แห่งนี้มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า บรรพบุรุษในพื้นที่ได้ใช้น้ำจั้นหรือบ่อน้ำซึม ซึ่งมีระดับสูงกว่าระดับแม่น้ำโขงในช่วงหน้าแล้ง และไหลลงสู่แม่น้ำโขงตลอดทั้งปีไม่เคยแห้ง จึงถือเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์และเป็นแหล่งน้ำดื่มสำคัญของชาวตำบลบึงกาฬมาตั้งแต่อดีต

โดยทุกปีหลังเทศกาลสงกรานต์ จะมีการจัด พิธีแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ทั้งทางบก หรือทางน้ำ พร้อมขบวนฟ้อนรำอันสวยงาม เพื่อนำน้ำจั้นไปประกอบพิธีสรงน้ำ หลวงพ่อพระใหญ่ พระคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดบึงกาฬ ณ วัดโพธาราม บ้านท่าไคร้ หมู่ที่ 5 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ ระหว่างวันที่ 17-19 เมษายน 2569

หลวงพ่อพระใหญ่ถือเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน ทั้งชาวไทยและชาว สปป.ลาว ประชาชนสองฝั่งแม่น้ำโขงต่างให้ความเคารพศรัทธาเป็นอย่างมาก

ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ หลังเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี จะมีการจัดงานพิธีสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ พร้อมงานมหรสพสมโภช 3 วัน 2 คืน มีพุทธศาสนิกชนจากทั้งประเทศไทยและ สปป.ลาว

เดินทางมาร่วมพิธีอย่างเนืองแน่น ลูกหลานชาวบึงกาฬที่ไปเรียนหรือทำงานต่างถิ่นก็มักจะเดินทางกลับบ้าน เพื่อร่วมพิธีสำคัญนี้ ซึ่งถือเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “กอดอกแก้ว” สานต่อประเพณีสงกรานต์ล้านนา บ้านท่าข้ามเหนือ จัดกิจกรรมส่งความสุขคืนรอยยิ้มสู่ชุมชน เชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่จัดงาน: 16 เมษายน 2569 ​เชียงใหม่ – ชาวบ้านท่าข้ามเหนือสืบสานประเพณีปีใหม่เมือง จัดงาน “กอดอกแก้ว” อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรภาคเอกชนและโครงการ “คนละลูก” มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค สร้างขวัญและกำลังใจให้ชาวบ้านในพื้นที่ ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

นายศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูก (เสื้อลายดอกไม้สีเหลือง ขวามือ) มอบสิ่งของให้นายเอกพงศ์ สมคำดี ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลบ้านแปะ ณ. ลานกอดอกแก้ว
​เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 ณ. บ้านท่าข้ามเหนือ ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการจัดงานสืบสานประเพณีสงกรานต์ชาวเหนือภายใต้ชื่อกิจกรรม “กอดอกแก้ว” เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นและสร้างความสมานฉันท์ในชุมชนในช่วงเทศกาลปีใหม่เมือง

ภายในงานได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารโครงการ “คนละลูก” และผู้สนับสนุนใจดี อาทิ บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) ห้างขายยาตราใบห่อ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงงานอุตสาหกรรมเจริญชัย ผู้ผลิตไชโป๊วตราสามผึ้ง บริษัท วัน วัน ทำแต่ป้าย จำกัด KELA, FACTIVE เข้าร่วมกิจกรรมและนำสิ่งของอุปโภคบริโภค มามอบให้กับพี่น้องประชาชนที่มาร่วมงาน เพื่อเป็นการลดภาระค่าครองชีพและส่งมอบความสุขให้กับคนในชุมชน

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีชาวบ้านทั้งผู้สูงอายุและเยาวชนแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองและเสื้อลายดอกออกมาสรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และต่อแถวรับมอบสิ่งของด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้นอกจากจะช่วยรักษาประเพณีอันดีงามแล้ว ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและชุมชนในการดูแลซึ่งกันและกันอย่างยั่งยืน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ศรัทธาแน่นวัดพระนอนจักรสีห์ ! พิธี “ปารุปะนัง” ห่มผ้าหลวงพ่อพระนอนจักรสีห์ หนึ่งปีมีครั้งเดียว สรงน้ำรับพรเสริมสิริมงคลปีใหม่ไทย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15 เมษายน 2569 เวลา 14.30 น.#พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระธรรมวชิรกวี ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 เจ้าอาวาสวัดพระนอนจักรสีห์ วรวิหาร จังหวัดสิงห์บุรี เมตตาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธี “ปารุปะนัง” (ห่มผ้าหลวงพ่อพระนอนจักรสีห์) ประจำปี 2569

ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย โดยมี #นายวราดิศรอ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย #พล.ต.ต.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี #

นางสาววีรวรรณจันทนเสวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี นายอำเภอเมือง หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เข้าร่วมพิธีอย่างเนืองแน่น ณ ศาลาอเนกประสงค์ วัดพระนอนจักรสีห์ วรวิหาร

สำหรับพิธีเริ่มต้นด้วย “พิธีปารุปะนัง” หรือพิธีห่มผ้าหลวงพ่อพระนอนจักรสีห์ อันเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่จัดขึ้นเพียงปีละ 1 ครั้ง โดยคณะสงฆ์และผู้มีเกียรติร่วมประกอบพิธีห่มผ้าอย่างสมพระเกียรติ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความเลื่อมใสศรัทธาของประชาชนที่หลั่งไหลเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีปารุปะนัง ได้มีการประกอบพิธีรดน้ำขอพร และพิธีสรงน้ำพระพุทธไสยยาสน์จำลอง รวมถึงสรงน้ำพระภิกษุสามเณร โดยพุทธศาสนิกชนต่างนำขันน้ำอบไทย น้ำปรุง และดอกไม้มงคล มาร่วมรดสรงอย่างเป็นระเบียบและนอบน้อม เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ไทย

โอกาสนี้ พระเดชพระคุณ พระธรรมวชิรกวี ได้เมตตาประพรมน้ำพระพุทธมนต์ พร้อมกล่าวให้ศีลให้พรแก่ผู้เข้าร่วมพิธี อำนวยอวยชัยให้มีความสุข ความเจริญ ปราศจากทุกข์โศกโรคภัย และประสบความสำเร็จในสิ่งอันพึงปรารถนา สร้างความปลื้มปีติและความเป็นสิริมงคลแก่พุทธศาสนิกชนอย่างทั่วหน้า

ทั้งนี้ “พิธีปารุปะนัง” เป็นประเพณีสำคัญที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานของชาวตำบลจักรสีห์และจังหวัดสิงห์บุรี โดยคำว่า “ปารุปะนัง” เป็นภาษาบาลี หมายถึง “การห่ม” หรือ “เครื่องนุ่งห่ม” จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันที่ 15 เมษายนของทุกปี เพื่อแสดงถึงความเคารพศรัทธาที่มีต่อหลวงพ่อพระนอนจักรสีห์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง อีกทั้งยังเป็นการสืบสานวัฒนธรรมอันดีงาม เสริมสร้างความรักความสามัคคี และความเป็นสิริมงคลให้แก่ประชาชนในช่วงเริ่มต้นปีใหม่ไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรับนิวส์ / มท.3 ควง ท่าน มนัญญา เปิดงานประเพณีสงกรานต์ 2569 ที่ประจวบฯ มีชาวทับสะแกต้อนรับ /เปิดแล้ว ” นาหูกวาง เฟสติวัล 2026

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 14 เม.ย.2569 ที่บริเวณหนองนายตรวจ หน้าที่ว่าการอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ( มท.3 ) เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2569

โดยมี นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯ น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สว.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขต 3

พรรคภูมิใจไทยนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก

นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมคณะ และนางสาวปารีณา ซักเช็ค นายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก พร้อมคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภาเทศบาล ประชาชนชาวอำเภอทับสะแก และใกล้เคียง ให้การต้อนรับ

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ มีกิจกรรมสำคัญประกอบด้วย กิจกรรมสรงน้ำพระพุทธรูป กิจกรรมรดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุ กิจกรรมการแสดงทางวัฒนธรรม
โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย ประชาชนชาวอำเภอทับสะแกและใกล้เคียง ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และมีศิลปินดัง “ลำใย ใหทองคำ” มาทำการแสดงให้ชาวทับสะแกได้รับชม

//////////////
ข่าว. ณัฐธญภพ พันสาย. จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0623644468

เปิดแล้ว ” นาหูกวาง เฟสติวัล 2026 ตอน มหัศจรรย์ ไลท์ติ้ง แฟนตาซี” (Na Hu Kwang Festival 2026 Lighting Fantasy)

เมื่อช่วงค่ำ วันที่ 14 เม.ย. 2569 ที่บริเวณชายหาดแหลมกุ่ม หมู่ที่ 7 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก เป็นประธานในการเปิดงาน “นาหูกวาง เฟสติวัล 2026 ตอน มหัศจรรย์ ไลท์ติ้ง แฟนตาซี “(Na Hu Kwang Festival 2026 Lighting Fantasy)

โดยมี นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ นายลือยศ ภู่ทอง สจ.เขตอำเภอทับสะแก น.ส.ทิฆัมพร ยอดใหญ่ นายกอบต.นาหูกวาง นายอรุษ ห้วยหงษ์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง พร้อม คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานอบต.แขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงาน

ภายใต้แนวคิดการเนรมิตพื้นที่ชายหาดให้กลายเป็นโลกแห่งแสงไฟยามค่ำคืน ผสมผสานศิลปะแสง สี เสียง กับอัตลักษณ์ท้องถิ่นและวัสดุรีไซเคิล สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ปลุกชีวิตใหม่ให้หาดแหลมกุ่ม ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 14 – 15 เมษายน 2569 ณ หาดแหลมกุ่ม หมู่ที่ 7 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประระจวบคีรีขันธ์

ภายในงาน นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศ “โลกใต้ท้องทะเลแห่งแสงสี” ผ่านการออกแบบพื้นที่ให้มีความโดดเด่น แปลกใหม่ และมีชีวิตชีวา พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน และสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ไฮไลท์กิจกรรมภายในงาน 1. อุโมงค์ไฟสุดตระการตา (Light Tunnel) เปิดประสบการณ์แรกแห่งความประทับใจ ด้วยอุโมงค์ไฟ “THE DEEP BLUE PORTAL” ที่จะพาคุณเข้าสู่โลกแห่งแสงสีสุดแฟนตาซี 2. จุดถ่ายภาพเรืองแสง (Glowing Reef )ประติมากรรมแสงรูปสัตว์ทะเล ปะการัง และงานศิลปะ UV Glow สุดอลังการ จุดเช็คอินห้ามพลาด 3.นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ (Exhibition) นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม

ราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และฉายภาพยนต์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร, พระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่ 4. ตลาดชุมชน SEA-CRET MARKET รวมของดี ของเด่น อาหารทะเลสดใหม่ อาหารพื้นบ้าน

และสินค้า OTOP จากชุมชน 5.เวทีการแสดง PEARL STAGE ชมพิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่ พร้อมการแสดงดนตรี โชว์แสงไฟ และการแสดงสร้างสรรค์ในบรรยากาศริมทะเล เชิญชวนทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ เทศกาลแสงสีริมทะเลสุดตระการตา

////////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ยิ่งใหญ่! เปิดงาน “มหาสงกรานต์เจียงก๋าง 2569” รวมพลังทุกภาคส่วน สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

บรรยากาศคึกคักและยิ่งใหญ่ อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน ผนึกกำลังทุกภาคส่วน จัดงาน “มหาสงกรานต์เจียงก๋าง 2569 ถนนสาย น้ำ สืบสานวัฒนธรรม” ภายใต้โครงการสืบสานประเพณีสงกรานต์ (ปีใหม่เมืองเจียงก๋าง) ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ ลานศาลเจ้าพ่อพญาไมย ตำบลเชียงกลาง อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน โดยมี นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน

การจัดงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน อำเภอเชียงกลาง และเทศบาลตำบลเชียงกลาง ร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานประเพณีสงกรานต์อันทรงคุณค่า ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

นายพิรุฬห์ เต็มสวัสดิ์ นายอำเภอเชียงกลาง กล่าวว่า การจัดงานมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของประเพณีท้องถิ่น ผ่านกิจกรรมสำคัญ อาทิ การสรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ เพื่อแสดงความเคารพ กตัญญู และเสริมความเป็นสิริมงคลในช่วงปีใหม่ไทย

ภายในงานเต็มไปด้วยสีสันของขบวนแห่ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นจากทั้ง 6 ตำบล ไม่ว่าจะเป็น ขบวนขันดอกไม้ ขบวนต้นส้มป่อย ขบวนหาบทราย ขบวนไม้ค้ำศรี ขบวนศิลปะพื้นบ้านตลกขบขัน ขบวนบั้งไฟ และขบวนรถบุปผชาติ รวมถึงการแสดงของกลุ่มสตรีและกลุ่มไลน์แดนซ์ สร้างความสนุกสนานและความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานอย่างคึกคัก

การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชน ที่ร่วมแรงร่วมใจกันขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

ด้านรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า งานมหาสงกรานต์เจียงก๋างเป็นเวทีสำคัญในการถ่ายทอดวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยว ช่วยสร้างความภาคภูมิใจ ความสามัคคีในชุมชน และยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของอำเภอเชียงกลางให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น/ภาพ-ข่าวรพีพร เพชรเจริญ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “1 หมวก 1 น้ำใจ พิทักษ์ภัจทางถนน” เดินหน้าลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

“1 หมวก 1 น้ำใจ พิทักษ์ภัจทางถนน” เดินหน้าลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐม
คุณปุญภา อุปพงษ์ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม

พร้อมด้วยพ.ต.อ.ยงลิต ศุภผลผกก.สภ.ดอนตูมคุณกิ่งแก้ว ศุภผล
สมาชิกแม่บ้าน ภ.จว.นครปฐมและข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.นครปฐมได้ออกตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชนเทศบาลตำบลสามง่าม อ.ดอนตูม จ.นครปฐม

และ ทางด้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ทองดีสว.อก.สภ.ดอนตูมว่าที่ พ.ต.ต.สมองค์ ใจสำรวมสวป.สภ.ดอนตูมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปพร. และอาสาสมัครกู้ภัย อยู่ปฏิบัติหน้าที่จุดบริการประชาชน

จึงได้มอบเครื่องดื่ม อาหารว่างและสิ่งของเพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 พร้อมกันนี้ได้แจกหมวกนิรภัยตาม “โครงการ 1 หมวก 1

น้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน (จับ ปรับ แจก)” ให้แก่ประชาชนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์สัญจรผ่านมาบริเวณจุดบริการประชาชนเพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีเปิดกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ สืบสานวัฒนธรรมและส่งเสริมเศรษฐกิจ เมืองสวรรคโลก (หวันโลก Food & Fun) ปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (11 เมษายน 2569) เวลา 18.00 น. ณ สวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานเปิดโครงการการจัดกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ สืบสานวัฒนธรรมและส่งเสริมเศรษฐกิจอำเภอสวรรคโลกและเทศกาลอาหารดี ดนตรีสนุก เมืองสวรรคโลก (หวันโลก Food & Fun) ประจำปี 2569

โดยมี นายโกเมณ ชาลี นายอำเภอสวรรคโลก กล่าวต้อนรับ และนายสมเกียรติ ลิมปะพันธุ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองสวรรคโลก กล่าวรายงาน ในการนี้ นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต 4 , นางนงลักษณ์ ก้านเขียว สมาชิกวุฒิสภา , นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย , นายสมชาติ ลิมปะพันธุ์

นายกเทศมนตรีเมืองสวรรคโลก , นายเอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์ นายอำเภอศรีสัชนาลัย , หัวหน้าส่วนราชการ , บุคลากรและเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองสวรรคโลก , ผู้มีเกียรติ ประชาชน และนักท่องเที่ยวร่วมงาน ด้วยเทศบาลเมืองสวรรคโลกได้กำหนดจัดงานประเพณีสงกรานต์ สืบสานวัฒนธรรมและส่งเสริมเศรษฐกิจ อำเภอสวรรคโลก และเทศกาลอาหารดี

ดนตรีสนุก เมืองสวรรคโลก(หวันโลก Food & Fun) ประจำปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 11 – 15 เมษายน 2569 ณ สวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ 84พรรษา
เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการอนุรักษ์สืบสานประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงามของท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในอำเภอสวรรคโลก

สำหรับบรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนชาวสวรรคโลกและพื้นที่ใกล้เคียงให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก รวมถึงผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อพบปะครอบครัวและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหาร-ด่านตม.แตก! แรงงานลาวทะลัก พุ่งวันละ 5,000 คน แห่กลับบ้านฉลองสงกรานต์ ตรวจเต็มสูบ-จัดน้ำดื่มคลายร้อน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 บรรยากาศที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหารเป็นไปอย่างคึกคัก ตั้งแต่เวลา 06.00 น. มีแรงงานชาว สปป.ลาว จำนวนนับพันคนเดินทางมาจากกรุงเทพฯ และพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อรอต่อรถโดยสารระหว่างประเทศมุกดาหาร – สะหวันนะเขต กลับไปเฉลองเทศกาลสงกรานต์กับครอบครัว พบสัมภาระยอดฮิต “ถุงสายรุ้ง” วางเรียงรายเต็มสถานี

นางสาวพัชรีวรรณ หอมหวล หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่ง สำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า ในปีนี้มีแรงงานเดินทางกลับเป็นจำนวนมาก ทางขนส่งจังหวัดได้จัดเตรียมมาตรการรองรับไว้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการตรวจความพร้อมของรถโดยสารและพนักงานขับรถ ซึ่งต้องมีระดับแอลกอฮอล์เป็นศูนย์ 100% รวมถึงการตรวจสารเสพติด เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารทุกคนในช่วงเทศกาลที่มีการเดินทางหนาแน่น

ด้านนายเดชา แสงสุวรรณ นายสถานีเดินรถสาขามุกดาหาร ระบุว่า ปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ต้องมีการบริหารจัดการเดินรถอย่างใกล้ชิด โดยได้มีการประสานงานเสริมรถโดยสารระหว่างประเทศให้เพียงพอต่อความต้องการ เพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้างที่สถานี และอำนวยความสะดวกในการซื้อตั๋วและการขึ้นรถให้เป็นระเบียบเรียบร้อยที่สุด

ขณะที่บรรยากาศโดยทั่วไป พบว่าแรงงานส่วนใหญ่ต่างหอบหิ้วสัมภาระและของฝากจำนวนมาก โดยเฉพาะถุงสายรุ้งใบใหญ่ที่เป็นที่นิยม เนื่องจากบรรจุของได้มากและสะดวกต่อการเคลื่อนย้าย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องคอยจัดระเบียบการเข้าคิวที่ยาวเหยียดให้เป็นไปอย่างคล่องตัว
ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สงกรานต์2569 #มุกดาหาร #แรงงานลาวกลับบ้าน #บขสมุกดาหาร #เที่ยวสงกรานต์ #ความปลอดภัยทางถนน #สะหวันนะเขต #ลาว #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand

มุกดาหาร-ด่านตม.แตก! แรงงานลาวทะลักกลับบ้านสงกรานต์คาดพุ่งวันละ 5,000 คน ตม.ระดมกำลังเปิดช่องตรวจเต็มสูบ-จัดน้ำดื่มคลายร้อน

เมื่อวันที่ 10 เมษายน บรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาของแรงงานชาว สปป.ลาว ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จังหวัดมุกดาหารทวีความคึกคักอย่างยิ่ง โดยที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 มุกดาหาร-สะหวันนะเขต มีแรงงานจำนวนมากเดินทางมารอคิวเพื่อผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองตั้งแต่รุ่งเช้า หลังเดินด้วยรถโดยสารมาจากกรุงเทพฯ และภาคตะวันออก

พ.ต.ท.ฏการ เข็มพิลา รอง ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร เปิดเผยถึงสถานการณ์ล่าสุดว่า ในปีนี้มียอดแรงงานเดินทางกลับเพิ่มขึ้นจำนวนมาก โดยคาดการณ์ว่าในช่วงของเทศกาลสงกรานต์จะมีแรงงานชาว สปป.ลาว เดินทางผ่านด่านพรมแดนมุกดาหารเพื่อกลับสู่แขวงสะหวันนะเขตและพื้นที่ใกล้เคียง เฉลี่ยสูงถึงวันละ 5,000 คน ซึ่งถือเป็นจำนวนที่หนาแน่นมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ

พ.ต.ท.ฏการ กล่าวว่า เพื่อให้การบริการเป็นไปอย่างรวดเร็วและลดความแออัด ตม.มุกดาหาร ได้ดำเนินการตามมาตรการเชิงรุกโดยเปิดช่องตรวจเต็มอัตรามีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าประจำจุดตรวจทุกช่องทางเพื่อให้การประทับหนังสือเดินทางและตรวจสอบเอกสารทำได้รวดเร็วที่สุด ลดระยะเวลาการรอคอยของประชาชน และยังได้ดำเนินการจัดพื้นที่พักคอย เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและจำนวนคนมหาศาล ทางด่านได้จัดเตรียมเต็นท์และที่นั่งพักคอยไว้รองรับแรงงานที่เดินทางมาถึง เพื่อไม่ให้ต้องยืนเบียดเสียดกลางแดด นอกจากนี้ ยังมีการตั้งจุดบริการน้ำดื่มสะอาดไว้คอยให้บริการฟรีตลอดทั้งวัน เพื่อช่วยคลายความเหนื่อยล้าให้กับแรงงานอีกด้วย

“ตม.มุกดาหาร ให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกควบคู่ไปกับความมั่นคง เป้าหมายคือต้องการให้พี่น้องแรงงานได้รับความสะดวกสบายที่สุด ไม่ตกค้างที่หน้าด่าน และสามารถเดินทางกลับไปหาครอบครัวได้ทันในช่วงเทศกาลสำคัญนี้” พ.ต.ท.ฏการ กล่าว
ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สงกรานต์2569 #ตมมุกดาหาร #แรงงานลาว #กลับบ้านสงกรานต์ #มุกดาหาร #สะพานมิตรภาพไทยลาว2 #สะหวันนะเขต #ข่าววันนี้ #อำนวยความสะดวก #มุกดาหารวันนี้ #ลาว #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #สำนักข่าวCIAประเทศไทย #CIAThailand

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /เปิดงาน “แอ่วน้ำมวบ ม่วนสะหลี ชมวิถีปี๋ใหม่เมืองสันติสุข” ครั้งที่ 3 ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่นและท่องเที่ยวเชิงชีวภาพ

แชร์เนื้อหานี้

สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO จัดพิธีเปิดงาน “แอ่วน้ำมวบ ม่วนสะหลี ชมวิถีปี๋ใหม่เมืองสันติสุข” ครั้งที่ 3 ณ วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์พอเพียงร่วมใจสันติสุข (ลานสาธารณะบ้านน้ำโซ้ง) ตำบลดู่พงษ์ อำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน เพื่อมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

นายเทิดบุญ ศิลารมณ์ นายอำเภอสันติสุข เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมโดยงานในครั้งนี้มี หน่วยงานปกครองอำเภอสันติสุข พร้อมด้วยเทศบาลตำบลสันติสุข สำนักงานเกษตรอำเภอสันติสุข สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดน่าน พัฒนาชุมชนอำเภอสันติสุข และภาคีเครือข่ายอย่าง เป็นหน่วยงานร่วมบูรณาการ ในการส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ให้สามารถยกระดับรายได้ผ่านเครื่องมือ “ท่องเที่ยวชีวภาพ/ตลาดปันรักษ์” ซึ่งเป็นการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น พืชสมุนไพร และอาหารพื้นบ้านมาสร้างเป็นจุดขายทางด้านการท่องเที่ยว

เพื่อผลักดันการพัฒนาประเทศตามแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพอย่างเป็นรูปธรรม
บรรยากาศภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การแสดงทางวัฒนธรรมจากเยาวชนในพื้นที่ การเยี่ยมชมตลาดน้ำโซ้ง กิเด้อ (ตลาดปันรักษ์ มินิ) การจัดแสดงบูธบริการใช้สมุนไพรพื้นบ้าน และนิทรรศการการพัฒนาพื้นที่สูงของโครงการหลวง ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนและภาคส่วนต่างๆ ที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง

การจัดงานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการประชาสัมพันธ์ช่องทางการตลาดให้แก่ชุมชน แต่ยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เครือข่ายเกษตรกรและกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือในการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นให้คงอยู่สืบต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

“ห้างหุ้นส่วนจำกัด น่านเคมีภัณฑ์ มอบอุปกรณ์ป้องกันและสนับสนุนการปฎิบัติงานการดับไฟป่าของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดน่าน”

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569ห้างหุ้นส่วนจำกัด น่านเคมีภัณฑ์ โดย นายคมกฤษณ์ ระวังยศ กรรมการผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด น่านเคมีภัณฑ์ ได้มอบอุปกรณ์ป้องกันและสนับสนุนการปฎิบัติงานการดับไฟป่าของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อใช้ในการดับไฟป่า และช่วยบรรเทาเรื่องฝุ่น PM 2.5 โดยมีรายการอุปกรณ์ที่มอบ ดังนี้ 1)

เครื่องเป่าใบไม้คาซากิ 5 ตัว 2)ไฟส่องสว่างติดถาดหัว 12 ชุด 3)ไม้ตบดับไฟ 12 ชุด 4)เครื่องพ่นฉีดน้ำสพายหลัง 12 อัน 5)ลาโค่ชุดดับไฟป่า 12 ชุด 6)หน้ากากเชฟตี้เปลี่ยนไส้ 12 ชุด 7)น้ำดื่ม 50 แพ็ค โดยมี นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้รับมอบ ณ ศาลากลางจังหวัดน่าน

เกษตรจังหวัดน่าน เตรียมการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำสวน ระดับเขต

วันที่ 10 เมษายน 2569 นายชัยพร นุภักดิ์ เกษตรจังหวัดน่าน มอบหมายให้ นายจักรพันธ์ อินไสย หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต และเจ้าหน้าที่กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน

ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอภูเพียง ลงพื้นที่เตรียมการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำสวน ระดับเขต ประจำปี 2569 เพื่อวางแผนเตรียมการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพทำสวน ระดับเขต ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ณ แปลงเกษตรของนายเกษม รุณใจ ตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดได้ยิ่งใหญ่อลังกาลระดับประเทศงานประเพณีแห่ช้างบวชนาคศรีสัชนาลัย

แชร์เนื้อหานี้

งานประเพณีแห่ช้างบวชนาคไทยพวนบ้านหาดเสี้ยวประจำปี2569 จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันที่ 7 -8เมษายน 2569 ณ วัดหาดเสี้ยว อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย. เมื่อเวลา11.20น.ของวันที่ 7มีนาคม2569ณ.บริเวณลานวัดบ้านหาดเสี้ยว ตำบลหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัยได้มีพิธีเปิดงานประเพณีแห่ช้างบวชนาคไทยพวนบ้านหาดเสี้ยวประจำปี 2569

โดยมีนาง รุ่งอรุณ คำโมง นายกเทศมนตรีตำบลหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัยได้มาเป็นประธานการจัดงานทั้งนี้ได้มี นายนายณรงค์ ผันพักตร์ ปลัดเทศบาลตำบลหาดเสี้ยว ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานในครั้งนี้อนึ่งนายนายเอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์ นายอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ได้กล่าวต้อนรับนักท่องเที่ยว

ทั้งชาวไทยและต่างชาติ.การจัดงานเป็นประเพณีเก่าแก่กว่า 180 ปี และปีนี้จัดเป็นปีที่182 โดยทั้งนี้สำหรับนาคที่บวชจำนวน17องค์จะแต่งกายด้วยชุดโบราณและนั่งบนหลังช้าง17เชือกที่ตกแต่งลวดลายสวยงาม แห่ขบวนไปรอบเมืองผ่านประรำพิธีที่มีนายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้เดินทางมานั่งชมและให้กำลังใจผู้เดินขบวน และขบวนช้างได้ข้ามแม่น้ำยม ถือเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่

งานประเพณีแห่ช้างบวชนาคหาดเสี้ยวประเพณีที่สืบทอดมานานเป็นประเพณีของชาวไทยพวนที่มีอายุมากกว่า 180 ปี โดยมีความเชื่อว่าการบวชเป็นพระภิกษุถือเป็นบุญใหญ่ จึงแห่แหนด้วยช้างเสมือนการแห่เจ้าชายสิทธัตถะออกผนวชการแต่งกายและการตกแต่งช้าง นาคจะแต่งกายด้วยชุดสีสดใส สวมแว่นตาดำ และนั่งบนหลังช้างที่ถูกเพ้นท์ลวดลายสวยงามและประดับประดาอย่างสวยงาม

ขบวนแห่ข้ามแม่น้ำยม ไฮไลท์สำคัญคือขบวนแห่ช้างจะเคลื่อนไปรอบเมืองและทำพิธีข้ามแม่น้ำยมบริเวณเขื่อนเรียงหินในช่วงบ่าย ซึ่งเป็นภาพที่ Unseen และเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว
พร้อมมีขบวนแห่ที่ครึกครื้น พร้อมการแสดงดนตรีพื้นบ้านและการฟ้อนรำที่สวยงามตามประเพณี.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีบวงสรวง และแถลงข่าว งานแสดง แสง สี เสียง “โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอารยธรรม”

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (3 เม.ย.69) เวลา 08.30 น. ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว จังหวัดสระแก้วได้จัดพิธีบวงสรวงและงานแถลงข่าวโครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอารยธรรม กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม “งานน้อมรำลึกวันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดสระแก้ว

โดยมี นางพัชรี ศาลาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุรเชษฐ์ คำแก้ว นายอำเภอวัฒนานคร นายวัชรพล สารสอน ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก นางสาวชลชา บุญโต ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระแก้ว นายวิชญ์ เลื่องเชื้อง ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสระแก้ว หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ภายในพิธีประกอบด้วยการจุดบูชาเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พิธีบวงสรวงเพื่อความเป็นสิริมงคล และการแถลงข่าวการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสระแก้ว นอกจากนี้ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรม อาทิ การแสดงกระบี่กระบอง ศิลปะการต่อสู้มวยไทย และการแสดงคีตะมวยไทย ซึ่งสะท้อนถึงอัตลักษณ์และความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทย การจัดงานในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว สร้างการรับรู้ และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมายังจังหวัดสระแก้ว อันจะนำไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป

จังหวัดสระแก้ว ขอเชิญร่วมสัมผัสประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่แห่งแผ่นดินน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ผ่านการแสดงแสง สี เสียงสุดอลังการย้อนรอยพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชร่วมชมฉากสำคัญในประวัติศาสตร์ สงครามยุทธหัตถี พร้อมเกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจตลอดการแสดงอลังการด้วยเทคนิคแสง สี เสียง ตระการตาด้วยเอฟเฟกต์สุดพิเศษจำลองบรรยากาศสมัยอยุธยาได้อย่างสมจริงนักแสดงกว่า 100 ชีวิต ถ่ายทอดอารมณ์อย่างทรงพลัง

ฟรีคอนเสิร์ตศิลปินชื่อดัง 3 คืนติด!
วันที่ 25 เมษายน 2569 : กานต์ ทศนี้
วันที่ 26 เมษายน 2569 : ดอกแคร์ ท็อปไลน์
วันที่ 27 เมษายน 2569 : พบกับการแสดง หมอลำคณะประถมบันเทิงศิลป์ เต็มวงและกิจกรรมหลากหลายอาทิ ,มวยไทย ,ประกวดไก่ชนสวยงามตลาดย้อนยุค บรรยากาศโบราณ

ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว ระหว่างวันที่ 25 – 27 เมษายน 2569 เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไปเชิญชวนทุกท่านร่วมแต่งกายย้อนยุค แสดงพลังความรักในแผ่นดินของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ร่วมสร้างความประทับใจ พร้อมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยไปด้วยกัน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บก.อส.จ.สิงห์บุรี จัดกำลังพล อส. สนับสนุนภารกิจไฟป่า–หมอกควันภาคเหนือ

แชร์เนื้อหานี้

วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2569 ณ จังหวัดสิงห์บุรี นายกองเอก วราดิศร อ่อนนุช ผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานปล่อยแถวและมอบนโยบายแก่กำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เพื่อร่วมสนับสนุนภารกิจป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงวิกฤตและมีแนวโน้มทวีความรุนแรง

การปฏิบัติภารกิจครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของกองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน โดยมีผู้แทนผู้บังคับกองร้อยอาสารักษาดินแดนในสังกัดร่วมเป็นเกียรติ พร้อมจัดส่งกำลังพลจำนวน 24 นาย เข้าพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2569 เป็นต้นไป โดยมีนายหมวดโท พัชกานต์ ดอกพิกุล รองผู้บังคับกองร้อยบังคับการและบริการ เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ

ในโอกาสนี้ ผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสิงห์บุรี ได้มอบเงินสนับสนุนการเดินทางและสิ่งของจำเป็น เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ พร้อมให้โอวาทเน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่ด้วย “หัวใจจิตอาสา” มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และทุ่มเทอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้ภารกิจสำเร็จลุล่วง
ทั้งนี้ ได้กำชับให้กำลังพลคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญในการเข้าพื้นที่ดับไฟป่า และขอให้ทุกนายเดินทางถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ครอบครัวแก้วแสง จัดสร้างพญานาค 7 เศียร สูง 9 ม. ร.ร.มารีวิทย์ พัทยา จัดงานสงกรานต์ยุคใหม่ ใส่ใจประเพณีไทย 4 ภาค

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครอบครัวแก้วแสง โดย นางอำพร แก้วแสง ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วยคุณพ่อทา แก้วแสง บิดา

และคุณแม่พวง แก้วแสง มารดา ได้จัดสร้างและกระทำพิธีบวงสรวงพญานาค 7 เศียร เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตนเองและครอบครัว รวมทั้งญาติสนิทมิตรสหาย

ในพิธีมีพระอาจารย์อุทัย อุตตโม (ปู่องค์ดำ) วัดภูยอดรวย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระครูปัญญา พัชรโสภิต เจ้าคณะตำบลหนองแจง พระอาจารย์รุ่งโรจน์ จันทสาโร วัดอู่เรือ เข้าร่วม

พิธี ท่ามกลางชาวบ้าน ประชาชน และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก อาทิ พ.ต.ท.เสรีวริศ ปริญญากร รอง ผกก.ป.สภ.บึงสามพัน ผอ.วิไลพร ยิ้มเยาะ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองตะคร้อ และผู้ใหญ่สาคร อ่อนเป่ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 18

สำหรับพญานาค 7 เศียร ที่ได้กระทำพิธีบวงสรวงในครั้งนี้ มีขนาดความสูง 9 เมตร ซึ่งจะได้ประดิษฐาน บริเวณพื้นที่บ้านเลขที่ 79 หมู่ 12 บ้านอู่เรือ พ่อทาแม่พวง (พี่น้อยอู่เรือ) ต.หนองแจง อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ และเป็นที่ให้ประชาชนได้สักการะกราบไหว้ต่อไป

โรงเรียนมารีวิทย์ พัทยา จัดงานสงกรานต์ยุคใหม่ ใส่ใจประเพณีไทย 4 ภาค

วันที่ 3 เม.ย.69 โรงเรียนมารีวิทย์ พัทยา โดย ดร.ศิรินา โพยประโคน ผู้อำนวยการโรงเรียนมารีวิทย์ ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรม

สาดความรู้ คู่ความสนุก สงกรานต์มารีวิทย์ยุคใหม่ ใส่ใจประเพณีไทย 4 ภาค โดยมีนักเรียนในสังกัดทุกระดับชั้น รวมทั้งบุคคลากรครู และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

ดร.ศิรินา โพยประโคน ผู้อำนวยการโรงเรียนมารีวิทย์ เปิดเผยว่า กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมประเพณีไทย เพื่อให้นักเรียน

ได้แสดงออกถึงความรักต่อบิดามารดาและครูบาอาจารย์เนื่องในวันสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ไทย ประจำปี 2569

โดยในกิจกรรมสงกรานต์โรงเรียนมารีวิทย์ยุคใหม่ ใส่ใจประเพณีไทน 4 ภาคในครั้งนี้ ให้นักเรียนและคณะครู ได้แต่งกายด้วยชุดไทยหรือเสื้อลายดอก

และได้มีการจัดการประกวดเทพีสงกรานต์ การรดน้ำขอพรผู้อำนวยการโรงเรียน และคุณครู การสรงน้ำพระ และกิจกรรมเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์ นำทีมแถลง 9 มาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้งปีนี้ ยืนยัน ประชาชนมีน้ำเล่นสงกรานต์ และมีน้ำใช้เพียงพอตลอดหน้าแล้ง

แชร์เนื้อหานี้

1 เม.ย.69 เวลา 09.30 น.ที่ห้องโยธิน โรงแรมหาดทอง อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานสรุปผลการปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชน ในการเตรียมความพร้อมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2569 มีหัวหน้าส่วนราชการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน จ.ประจวบฯ ร่วมรายงานผลการดำเนินงานด้านต่างๆนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน มาร่วมกัน แถลงข่าวถึงสถานการณ์น้ำและมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้งของจังหวัด เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง และมั่นใจว่าจังหวัดได้เตรียมความพร้อมในการดูแลประชาชนอย่างเต็มที่

จากการติดตามสถานการณ์น้ำของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในปัจจุบัน พบว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของจังหวัด อยู่ที่ 46 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 32 ยังถือว่าอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการน้ำได้ แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงปลายหน้าแล้งที่มีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น ทั้งในภาคครัวเรือนและภาคการเกษตร ทางจังหวัดจึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ทั้งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด โครงการชลประทานจังหวัด การประปาส่วนภูมิภาค สำนักงานเกษตรจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงหน่วยทหารในพื้นที่ เพื่อร่วมกันบริหารจัดการน้ำและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นระบบ ขอยืนยันว่า ประชาชนจะมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ และปีนี้มีน้ำเล่นสงกรานต์แน่นอน อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือประชาชน ภาคธุรกิจ และทุกภาคส่วนร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า เพราะน้ำเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อชีวิต เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว หากประชาชนในพื้นที่ใดประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่

สำหรับผลการดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2569 ของ จ.ประจวบฯ มีหลายด้าน ได้แก่

  1. การบริหารจัดการน้ำต้นทุนจากอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำต่าง ๆ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีการสำรวจความต้องการใช้น้ำ และน้ำที่มีอยู่ ทั้งน้ำสำหรับผลิตน้ำประปา น้ำผิวดิน น้ำบาดาล สำหรับประชาชนนอกเขตการประปา
  2. การขุดลอกแหล่งน้ำและปรับปรุงแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย
    แหล่งน้ำในเขตการรถไฟฯ เช่น ที่ดำเนินการไปแล้วในพื้นที่ตำบลห้วยทราย ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบฯ ตำบลบางสะพานน้อย อำเภอบางสะพานน้อย เป็นต้น การปรับปรุงแหล่งน้ำต้นน้ำ เช่น ห้วยน้ำโจน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำคลองบึง รวมถึงการดำเนินงานอื่น ๆ เช่น การปรับปรุงฝายต้นน้ำ และร่องน้ำต่าง ๆ
  1. การติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ โดยได้มีการติดตั้งเครื่องสูบส่งน้ำระยะไกล ช่วยเหลือในพื้นที่ที่มีความจำเป็นในการบริหารจัดการน้ำของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
    4.การเตรียมรถบรรทุกน้ำ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่อยู่นอกเขตประปา เป็นการช่วยเหลือประชาชนโดยตรง มีการจัดรถบรรทุกน้ำแจกจ่ายน้ำในพื้นที่ที่ขาดแคลนอย่างทันท่วงที โดยมีการปฏิบัติการส่งน้ำให้ประชาชนนอกเขตประปาในพื้นที่ชุมชน โดยรถบรรทุกน้ำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และรถบรรทุกน้ำของส่วนราชการ เช่น ของกรม ปภ. ของหน่วยทหารกองบิน 5 กรมชลประทาน กรมทางหลวง เป็นต้น โดยน้ำที่นำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในการอุปโภค – บริโภค ได้รับการสนับสนุนจากการประปาส่วนภูมิภาคในพื้นที่ สนับสนุนน้ำโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
    5.การติดตั้งถังสำรองน้ำชุมชนในหมู่บ้านที่อยู่นอกเขตประปา โดยได้มีการมอบถังน้ำใหม่ให้ รวมไปถึงให้ชุมชนทำความสะอาด ซ่อมสร้างถังน้ำเก่าที่มีอยู่ และเติมน้ำโดย อปท. และส่วนราชการ ตามแผนของพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
  2. เตรียมพร้อมกำลังพลให้สามารถตอบสนองได้ทันทีเมื่อมีการร้องขอ โดย อปท. อำเภอ และกองอำนวยการ ปภ.จังหวัด ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมสนับสนุนให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเพียงพอ
  1. ดูแลภาคเกษตรกรรม ส่งเสริมเกษตรกรปรับแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ สนับสนุนพืชที่ใช้น้ำน้อยเพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้น้ำ และเผยแพร่ความรู้การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพในระดับแปลง
  2. รณรงค์ให้ประหยัดน้ำทุกภาคส่วน โดยขอความร่วมมือประชาชนและภาคธุรกิจลดการใช้น้ำที่ไม่จำเป็น ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อและช่องทางออนไลน์ทุกรูปแบบ
  3. จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยมี สำนักงาน ปภ.จังหวัด เป็นเลขานุการ และหน่วยงานกลางในการประสานงานการปฏิบัติ และร่วมกับทุกภาคส่วน
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบต.นาหูกวาง เตรียมจัดงานสงกรานต์ “นาหูกวาง เฟสติวัล 2026 ตอน มหัศจรรย์ ไลท์ติ้ง แฟนตาซี” (Na Hu Kwang Festival 2026 Lighting Fantasy)

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อช่วงค่ำ วันที่ 30 มีนาคม 2569 ที่บริเวณชายหาดแหลมกุ่ม หมู่ที่ 7 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดงาน “นาหูกวาง เฟสติวัล 2026 ตอน มหัศจรรย์ ไลท์ติ้ง แฟนตาซี “(Na Hu Kwang Festival 2026 Lighting Fantasy)

โดยมี นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ นายอิษฎา เสาวรส ผอ.ททท.สำนักงาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายชัยนรินทร์ นิลธนาเกียรติ นายวสุ โชคกิจการ นายลือยศ ภู่ทอง สจ.เขตอำเภอทับสะแก น.ส.ทิฆัมพร ยอดใหญ่ นายกอบต.นาหูกวาง พร้อม คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานอบต.แขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงาน

ภายใต้แนวคิดการเนรมิตพื้นที่ชายหาดให้กลายเป็นโลกแห่งแสงไฟยามค่ำคืน ผสมผสานศิลปะแสง สี เสียง กับอัตลักษณ์ท้องถิ่นและวัสดุรีไซเคิล สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ปลุกชีวิตใหม่ให้หาดแหลมกุ่ม ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 14 – 15 เมษายน 2569 ณ หาดแหลมกุ่ม หมู่ที่ 7 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประระจวบคีรีขันธ์

ภายในงาน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศ “โลกใต้ท้องทะเลแห่งแสงสี” ผ่านการออกแบบพื้นที่ให้มีความโดดเด่น แปลกใหม่ และมีชีวิตชีวา พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน และสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืนไฮไลท์กิจกรรมภายในงาน 1. อุโมงค์ไฟสุดตระการตา (Light Tunnel) เปิดประสบการณ์แรกแห่งความประทับใจ ด้วยอุโมงค์ไฟ “THE DEEP BLUE PORTAL”

ที่จะพาคุณเข้าสู่โลกแห่งแสงสีสุดแฟนตาซี 2. จุดถ่ายภาพเรืองแสง (Glowing Reef )ประติมากรรมแสงรูปสัตว์ทะเล ปะการัง และงานศิลปะ UV Glow สุดอลังการ จุดเช็คอินห้ามพลาด 3.นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ (Exhibition) นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และฉายภาพยนต์เฉลิมพระเกียรติ

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร, พระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่ 4. ตลาดชุมชน SEA-CRET MARKET รวมของดี ของเด่น

อาหารทะเลสดใหม่ อาหารพื้นบ้าน และสินค้า OTOP จากชุมชน 5.เวทีการแสดง PEARL STAGE ชมพิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่ พร้อมการแสดงดนตรี โชว์แสงไฟ และการแสดงสร้างสรรค์ในบรรยากาศริมทะเล เชิญชวนทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ เทศกาลแสงสีริมทะเลสุดตระการตา

////////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

นายก “นาตาลี” ลุยงานทันที หลังเข้ารับตำแหน่ง นายกเทศบาลตำบลทับสะแก ช่วยชาวบ้านประสบปัญหาน้ำอุปโภค ท่ามกลางอากาศร้อนจัด

วันอังคารที่ 31 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวปารีณา ซักเซ็ค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อม นายสุทิน ตั้งเขาทอง รองนายกเทศบาลฯ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ พนักงาน

ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม รับฟังปัญหา จากพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำอุปโภค และสำรวจ หาแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ โดยมีผู้ประสบปัญหาน้ำอุปโภค จำนวน 2 หมู่บ้าน ได้แต่ หมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 7 ในเขตเทศบาล โดยนำรถน้ำออกให้บริการชาวบ้าน ท่ามกลางอากาศร้อนจัด

สำหรับ นางสาวปารีณา ซักเซ็ค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก เป็นนายกหญิงคนแรกของเทศบาลตำบลทับสะแก ได้แถลงนโยบายต่อสภาเทศบาลตำบลทับสะแก เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 14 ) พ.ศ.2562 มาตรา 48 ทศ วรรคแรก

กำหนดว่า ก่อนนายกเทศมนตรีเข้ารับหน้าที่ให้ประธานสภาเทศบาลเรียกประชุมสภาเทศบาลเพื่อให้นายกเทศมนตรีแถลงนโยบายต่อสภาเทศบาล โดยไม่มีการลงมติ ทั้งนี้ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ประกาศผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ณ ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลทับสะแก (ชั้น 2 )
////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พัฒนาภาค 4 ร่วมกับ ทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เพิ่มศักยภาพการเลี้ยงโค กลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อ จชต.

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2569 กองบัญชาการกองทัพไทย โดยสำนักงานพัฒนาภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมกับ สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จัดโครงการเพิ่มศักยภาพ การเลี้ยงโคเนื้อ นทพ.ของกลุ่มส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามนโยบายผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา

ในการส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้และเพิ่มคุณภาพชีวิตจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย พ.อ.สุพัฒน์ กลิ่นชาติ ผู้อำนวยการกองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เดินทางมาตรวจเยี่ยมและพบปะสมาชิกกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อ นทพ. ณ ศูนย์การเรียนรู้การเลี้ยงโคเนื้อ นทพ. บ้านปิยา ต.ปิยามุมัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี

โดยมี หัวหน้าชุดประสานงานโครงการส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายก อบต.ปิยามุมัง กำนันตำบลปิยามุมัง และสมาชิกกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อ นทพ. ให้การต้อนรับ ในการนี้ ผู้อำนวยการกองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา

ได้พบปะพูดคุยกับสมาชิกกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และรับทราบผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกันนี้ได้มอบลูกโคจำนวน 6 ตัว และอาหารข้นให้แก่สมาชิกผู้เลี้ยงโคเนื้อ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ตามโครงการเพิ่มศักยภาพ การเลี้ยงโคเนื้อ นทพ.

อีกทั้ง มอบแร่ธาตุก้อนและฟางอัดก้อน แก่กลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากนั้นได้เดินทางติดตามผลการดำเนินโครงการเพิ่มศักยภาพการเลี้ยงโคเนื้อ นทพ. ของกลุ่มผู้เลี้ยงโคบ้านปุหรน ต.ช้างไห้ตก อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อ ช่วยเพิ่มรายได้ครัวเรือน และยกระดับคุณภาพชีวิตแก่เกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อ จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย
   /////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดโครงการฝึกอบรมทบทวนชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตลอดทั้งราชอาณาจักรไทยฯ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 08.00 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี ผู้เข้ารับการอบรม ชุดรักษาความปลอกภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) พร้อมกัน ณ หอประชุมอำเภอท่าหลวง จำนวน 315 คนนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม (นายอำเภอท่าหลวง) ประธานเปิดโครงการฝึกอบรมทบทวนชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)

เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด พร้อมด้วยปลัดอำเภอท่าหลวง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรท่าหลวง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร แพทย์ พยาบาลโรงพยาบาลท่าหลวง มูลนิธิพุทไธสวรรย์ กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอท่าหลวง ที่ 9 ตลอดจนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน และภาคประชาชนฯด้วยชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ “ชรบ.” คือ ราษฎรอาสาสมัคร ในพื้นที่ ที่ผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากนายอำเภอ

มีหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และช่วยเหลือเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะการปกครองท้องที่ มีอำนาจหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย เมื่อพนักงานฝ้ายปกครองหรือตำรวจร้องขอ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ อำเภอท่าหลวง ตลอดทั้งราชอาณาจักรไทยเมื่อมีความจำเป็น พิจารณาแล้วเห็นว่าการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

เป็นวาระเร่งด่วนของชาติ เป็นหน้าที่ของทุกส่วนราชการ จะเห็นได้ว่าชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) จะเป็นการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ และเพิ่มอำนาจในการรักษาความสงบเรียบร้อย ในทุกตำบล ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและแก้ไขยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติงานร่วมกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ

และการนำผู้เสพยาเสพติดเข้าศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม อำเภอท่าหลวง จึงได้จัดทำโครงการฝึกอบรมทบทวนชุดรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน (ชรบ.) เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยมีกลุ่มเป้าหมาย เข้าร่วมฝึกอบรม จำนวน 315 คน

วัตถุประสงค์ ดังนี้

  1. เพื่อฝึกอบรมทบทวนชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ให้มี
    ความสามารถเพียงพอในการรักษาความสงบเรียบร้อย และรักษาความปลอดภัย
  2. เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
    ของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ของทุกหมู่บ้าน ทั้งในการปฏิบัติหน้าที่
    ร่วมกับพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ และการดำเนินการของศูนย์ฟื้นฟูสภาพ
    ทางสังคม รวมทั้งภารกิจอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมายจากภาครัฐ
  3. เพื่อให้ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ของหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน
    มีความพร้อมทั้งร่างกาย และจิตใจ
  4. ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของหมู่บ้าน ตำบล ได้อย่างเข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพ
  5. เพื่อเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงในระดับพื้นที่ รวมทั้งสร้างระบบความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน บ้านเรือนประชาชน วัด สถานสำคัญในพื้นที่อำเภอท่าหลวง ตลอดทั้งราชอาณาจักรไทย เมื่อมีความจำเป็น การฝึกอบรมครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากผู้นำหมู่บ้านและราษฎร อาสาสมัคร ที่ทำการปกครองอำเภอท่าหลวง สถานีตำรวจภูธรท่าหลวง แพทย์พยาบาลโรงพยาบาลท่าหลวง มูลนิธิพุทไธสวรรย์ กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอท่าหลวง ที่ 9 ตลอดจนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน อีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบต.โคกเคียน เปิดบ้านจัดงาน“Ramadan Nulkareem 2569“ร่วมละศีลอดสุดชื่นมื่น เพื่อความสันติสุขในพื้นที่นราธิวาส

แชร์เนื้อหานี้

รวมพลังผู้นำและประชาชนร่วมละศีลอดสุดชื่นมื่น นายกมูฮัมหมัดซัยฟูดีน ดอเลาะ ย้ำชัด เดือนแห่งการถือศีลอดคือโอกาสทองในการขัดเกลาจิตใจและสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นจริงในท้องถิ่น มุ่งเน้นความสามัคคีและส่งเสริมวิถีปฏิบัติทางศาสนาเพื่อความสันติสุขในพื้นที่นราธิวาส

วันนี้ (17 มีนาคม 2569) ณ องค์การบริหารส่วนตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิดงานละศีลอด “Ramadan Nulkareem” ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมี นายชาคริต สุรณัฐกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส

ผศ.ดร.ปรีชา สะแลแม อธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ นายมูฮัมหมัดซัยฟูดีน ดอเลาะ นายก อบต.โคกเคียน นายอับดุลอาซิซ เจ๊ะมามะ รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และประชาชนที่มาร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียงเพื่อรอคอยช่วงเวลาอันเป็นมงคล

นายมูฮัมหมัดซัยฟูดีน ดอเลาะ นายก อบต.โคกเคียน กล่าวถึงวัตถุประสงค์ว่า เดือนรอมฎอนคือช่วงเวลาแห่งการขัดเกลาจิตใจและการแบ่งปัน งานในครั้งนี้จึงจัดขึ้นเพื่อให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ได้มีโอกาสพบปะ สร้างความเข้าใจ และกระชับความสัมพันธ์ให้มั่นคง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนชุมชนไปสู่ความสงบสุข

ด้าน นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ประธานในพิธี ได้กล่าวชื่นชมการจัดงานว่า “การรวมตัวกันในวันนี้คือภาพสะท้อนของความร่วมมือที่งดงามในพื้นที่ ความอดทนและระเบียบวินัยในช่วงการถือศีลอด คือรากฐานสำคัญที่จะสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและประเทศชาติอย่างยั่งยืน”

สำหรับกิจกรรมในงานเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 17.00 น. ด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม มีการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน และการกล่าวพบปะสร้างขวัญกำลังใจจากเหล่าคนสำคัญ จนกระทั่งถึงเวลา 18.29 น. ซึ่งเป็นเวลาละศีลอด (อิฟฏอร) ผู้ร่วมงานทุกคนได้ร่วมรับประทานอาหารและปฏิบัติศาสนกิจ (ละหมาดมัฆริบ) ร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความเมตตาและมิตรภาพ

ทั้งนี้งาน “Ramadan Nulkareem” ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการร่วมรับประทานอาหารตามประเพณี แต่คือการประกาศจุดยืนของชาวโคกเคียนและชาวนราธิวาสในการเดินหน้าสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็งและยั่งยืนสืบไป
///////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ปี 2569”ภายใต้200 ปี วีรกรรมก้องหล้า ศรัทธาไม่เสื่อมคลาย” 23 มีนาคม – 3 เมษายน นี้

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดนครราชสีมาเตรียมจัดงาน ฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ประจำปี พ.ศ. 2569 อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2569 ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และพื้นที่โดยรอบ เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมอันกล้าหาญของ ท้าวสุรนารี (คุณย่าโม) วีรสตรีคู่บ้านคู่เมืองของชาวโคราช โดยในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “200 ปี วีรกรรมก้องหล้า ศรัทธาไม่เสื่อมคลาย” สะท้อนถึงพลังศรัทธา ความกล้าหาญ และความเสียสละของบรรพชนชาวโคราชที่สืบทอดจากอดีตสู่ปัจจุบัน

สำหรับ พิธีเปิดงานในวันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 18.00 น. จะจัดขึ้นโดยมีการ รำบวงสรวงท้าวสุรนารี ครั้งยิ่งใหญ่ จากผู้รำจำนวน 7,410 คน พร้อมขบวนการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของ ชาวนครราชสีมา ซึ่ง สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จทอดพระเนตรการรำบวงสรวงในพิธีเปิด นับเป็น พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แก่พสกนิกรชาวจังหวัดนครราชสีมา พร้อมกันนี้จะมีการจุด พลุเฉลิมฉลอง 4 มุมเมือง สร้างบรรยากาศแห่งความปลาบปลื้มและความภาคภูมิใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่มาร่วมงาน

ภายในงานตลอด 12 วัน 12 คืน มีกิจกรรมหลากหลายทั้งด้านวัฒนธรรม ประเพณี และความบันเทิง อาทิ การแสดง แสง สี เสียง ชุด “ย่าฉันท่านชื่อโม ตอน สัญญาเก่า 200 ปี” ถ่ายทอดเรื่องราววีรกรรม ความ กล้าหาญ และความเสียสละของท้าวสุรนารีและชาวเมืองนครราชสีมา ที่ร่วมกันปกป้องบ้านเมืองจากศัตรู ในอดีต การออกร้าน นาวากาชาด การจำหน่ายสินค้า OTOP และสินค้าชุมชน การแสดงศิลปวัฒนธรระ พื้นบ้าน รวมถึงกิจกรรมบันเทิงสำหรับประชาชนทุกเพศทุกวัย โดยจะมี คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง การแสด ลิเก รำวงย้อนยุค เพลงโคราช และการแสดงพื้นบ้าน หมุนเวียนสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ร่วมงา ทุกค่ำคืน

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรม เดินแบบผ้าไทยการกุศล “สืบสานพระราชปณิธานด้วยใจภักดิ์ อัตลักษ ภูษาศิลป์ ผ้าไทยถิ่นเมืองโคราช” ณ เวทีกลางของงาน เพื่อร่วมส่งเสริมการอนุรักษ์และต่อยอดผ้าไทย รวมถึ สนับสนุนภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวนครราชสีมาให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายการจัดงานครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่ชาวโคราชทุกภาคส่วนได้ร่วมกันแสดงออกถึงความกตัญญูแล ความศรัทธาต่อท้าวสุรนารี พร้อมทั้งสืบสานประเพณีอันทรงคุณค่า ส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้ เศรษฐกิจของจังหวัดให้เกิดความคึกคัก

จังหวัดนครราชสีมา จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของง ประเพณีอันยิ่งใหญ่ของชาวโคราช “งานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ประจำปี 2569” ภาย แนวคิด “200 ปี วีรกรรมก้องหล้า ศรัทธาไม่เสื่อมคลาย” ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2569 บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และพื้นที่โดยรอบ

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /เกษตร อ.สันติสุข จัดการที่ดินยั่งยืน มุ่งเป้าลดจุดความร้อน (Hotspot) และแก้ไขปัญหา PM 2.5 อย่างเป็นรูปธรรม /” เกษตรน่าน ดันท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านก่อก๋วง”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 มีนาคม 2569 นายนพดล อุปถัมภ์ เกษตรอำเภอสันติสุข พร้อมด้วยนางสาวปรียานุช โนทนะ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ และสมาชิกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน บ้านศรีบุญเรือง ตำบลพงษ์ อำเภอสันติสุข จังหวัดน่านร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการบริหารจัดการ PM 2.5 ณ โรงแรมน่านกรีนเลควิว รีสอร์ท อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมีสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

(วว.) เป็นผู้ดำเนินโครงการภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานวิจัยและร่วมกันกำหนดข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมยั่งยืน มุ่งเน้นการลดจำนวนจุดความร้อน (Hotspot) จากแหล่งกำเนิดการเผาในที่โล่งในพื้นที่เป้าหมายจังหวัดเชียงใหม่ น่าน และแพร่ ให้มีจำนวนไม่เกิน 2,000 จุดต่อปี เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม

ในการนี้ คณะผู้แทนจากอำเภอสันติสุขได้ร่วมกิจกรรมระดมความคิดเห็นในรูปแบบ Policy Co-Creation Workshop เพื่อประเมินความเป็นไปได้ของนโยบายในบริบทพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนานโยบาย 4 ด้านหลัก ได้แก่ การเพิ่มพื้นที่ป่าชุมชน พันธะสัญญาเกษตรปลอดการเผา การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์และวนเกษตร รวมถึงการพัฒนาตลาดวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร

ทั้งนี้ เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการพัฒนาโครงการระยะเร่งด่วน (Quick Win) และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการบริหารจัดการ PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยมุ่งเน้นการสร้างกลไกที่เกษตรกรสามารถยอมรับและนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศได้อย่างยั่งยืนสืบไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

เกษตรน่าน ดันท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านก่อก๋วง”
วันที่ 18 มีนาคม 2569 นายชัยพร นุภักดิ์ เกษตรจังหว้ดน่าน มอบหมายให้นางสาวพัชราภรณ์ บุญมา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ และนางสาวนฤมล อำพร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ

พร้อมด้วยนางวชิรา ไฝเจริญมงคล ผู้เชี่ยวชาญด้านส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน นายวิรัช จันทรโรทัย ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ความก้าวหน้าการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว

การพัฒนาแปลงเรียนรู้ด้านการผลิตพืชผักปลอดภัย การจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร รวมถึงการให้บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งวิสาหกิจชุมชน มีการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำในการพัฒนาและยกระดับแหล่งท่องเที่ยว อาทิ การปรับปรุงภูมิทัศน์ให้เหมาะสมกับ

การท่องเที่ยว การพัฒนากิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ และการเชื่อมโยงเครือข่ายการท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการ

พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและการท่องเที่ยวตามหลัก BCG Model ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตพืชผักบ้านก่อก๋วง ตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /รับโล่รางวัล ผู้ขับเคลื่อนงานดีเด่น ส่งเสริมสุขภาพ ดูแลผู้สูงอายุ อนามัย สิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 18

แชร์เนื้อหานี้

วันอังคารที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น. นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม มอบหมายให้ นางดรุณี โพธิ์ศรี รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม
ร่วมเป็นเกียรติรับโล่เชิดชูเกียรติ

ด้านการส่งเสริมสุขภาพและนวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุในงานวิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 18 Building Sustainable Wellness under Climate Change “สร้างสุขภาวะยั่งยืน ภายใต้การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก” ระหว่างวันที่ 16-18 มี.ค 69

โดยมี นายวิโรจน์ ทองเกลี้ยง หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพ พร้อมด้วยเจ้าหน้ากลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพและผู้เกี่ยวข้อง
นำผู้มีผลงานดีเด่นเข้ารับโล่รางวัลผู้ขับเคลื่อนงานดีเด่นด้านส่งเสริมสุขภาพและนวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุ ได้แก่ 1.)นางศมานันท์ ศรีพัฒนพร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตาก้อง อำเภอเมืองนครปฐม ได้รับรางวัล ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care manager : CM) ดีเด่น เขตสุขภาพที่ 5 และ นางเพชรน้ำหนึ่ง แก้วศรีงาม โรง

พยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งกระพังโหม อ.กำแพงแสน ได้รับรางวัล ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver : CG)” ดีเด่น เขตสุขภาพที่ 5 โดยแพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลฯ

ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ระยองจัดใหญ่ ! “สงกรานต์ถนนทุเรียน 2026” ขนทัพศิลปิน–ดีเจดัง สาดความมันส์ 6 เวที 13–14 เม.ย. นี้

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16 มีนาคม 2569 ณ ห้องจันสุดา โรงแรมสตาร์ คอนเวนชั่น จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง พร้อมด้วย นายประสานต์ พนฤกษาชาติ รองนายกองค์การบริหารสวนจังหวัดระยอง, นางพิศมัย ศุภนันตฤกษ์ นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดระยอง, นายวรวุฒิ ค่านสมพงศ์ วัฒนธรรมจังหวัดระยอง, นายทินกร ลาวัณย์เสถียร ประธานหอการค้าจังหวัดระยอง และนายชาญวิทย์ จารุสมบัติ กรรมการและรองผู้จัดการใหญ่ด้านสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าวเตรียมจัดงาน “สงกรานต์ถนนทุเรียน จังหวัดระยอง 2026 ครั้งที่ 2 ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ ผู้แทนภาครัฐ-เอกชน เข้าร่วม

จังหวัดระยอง ร่วมกับ สมาคมโรงแรมจังหวัดระยอง องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานระยอง วัฒนธรรมจังหวัดระยอง รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชน กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 13–14 เมษายน 2569 เวลา 15.00–24.00 น. บริเวณ ถนนทุเรียน (สตาร์สาย 4) อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สายตานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า จังหวัดระยองให้ความสำคัญกับการยกระดับเทศกาลสงกรานต์ให้เป็นกิจกรรมสำคัญของจังหวัด ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างการเดินทางท่องเที่ยว และเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อให้การจัดงานเป็นไปอย่างเรียบร้อย ปลอดภัย และสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้จังหวัดระยองในฐานะเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ

สำหรับไฮไลต์ของงานปีนี้ จัดเต็มความสนุกกับ “6 เวที” พร้อมการแสดงดนตรีและดีเจตลอดสองวัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ Songkran Experience ที่ผสานความสนุก ความปลอดภัย และเอกลักษณ์ของระยองไว้ด้วยกัน ควบคู่กับกิจกรรมตามแบบวิถีไทย อาทิ พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 109 รูป เพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ไทย และ พิธีสรงน้ำพระเกจิดังจาก 8 อำเภอของจังหวัดระยอง ที่จะอัญเชิญมาประดิษฐานให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมสรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล

ด้าน นายประสานต์ พฤกษาชาติ รองนายกองค์การบริหารสวนจังหวัดระยอง ระบุว่า อบจ.ระยองพร้อมสนับสนุนการจัดงานทั้งในด้านพื้นที่ งบประมาณ และการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น การจัดระเบียบพื้นที่ จุดบริการประชาชน และการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยให้ความสำคัญกับมาตรการความปลอดภัยและการจัดการหน้างานอย่างเป็นระบบ

ขณะที่ นางวันดี เผื่อนอุดม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานระยอง กล่าวว่า งาน “สงกรานต์ถนนทุเรียน” ถือเป็นโอกาสสำคัญในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดระยองให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวในวงกว้าง พร้อมเชื่อมโยงกิจกรรมภายในงานกับเส้นทางท่องเที่ยวและกิจกรรมไลฟ์สไตล์ในจังหวัด เพื่อกระตุ้นการเดินทางแบบพักค้างคืน เพิ่มการใช้จ่าย และสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว

ในส่วนของ นางพิศมัย ศุภนันตฤกษ์ นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดระยอง กล่าวว่า สมาคมฯ ในฐานะเจ้าภาพหลัก ได้ร่วมกับผู้ประกอบการโรงแรมและธุรกิจท่องเที่ยวในจังหวัด เตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ พร้อมสนับสนุนการสื่อสารข้อมูลด้านการเดินทาง ที่พัก และการบริการที่ได้มาตรฐาน เพื่อร่วมกันสร้าง “Ecosystem การท่องเที่ยวระยอง” ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ภายในงานยังจัด คอนเสิร์ตเข้าชมฟรี โดย วันที่ 13 เมษายน 2569 พบกับ Rock Dance / Peter Cat พร้อมทีมดีเจชื่อดัง วันที่ 14 เมษายน 2569 พบกับ ก็อต สุทธิรักษ์ / อาร์ท แมค Tokyo Music พร้อมทีมดีเจชื่อดัง อาทิ DJ Sordarsyle
นอกจากนี้ยังมีเวทีดีเจและกิจกรรมความบันเทิงอีก 5 เวที สร้างบรรยากาศความสนุกตลอดเส้นทาง เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์ของจังหวัดระยองเต็มไปด้วยความสุข ความมันส์ และความทรงจำที่ดีสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคน..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ “Nan Craft Festival for All District” เทศกาลหัตถกรรมริมน้ำน่าน ชูซอฟต์พาวเวอร์งานคราฟต์ 6 สาขาอัตลักษณ์

แชร์เนื้อหานี้

​[จังหวัดน่าน – 13 มีนาคม 2569] –นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลหัตถกรรมเมืองน่าน “Nan Craft Festival for All District คราฟต์ดีวิถีน่าน”

ณ สวนสาธารณะริมฝั่งแม่น้ำน่าน โดยมี นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน กล่าวถึงวัตถุประสงค์ เพื่อมุ่งเน้นยกระดับงานหัตศิลป์พื้นถิ่นสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสเสน่ห์งานคราฟต์จากภูมิปัญญาคนน่าน ตั้งแต่วันที่ 13-15 มีนาคม 2569

​พิธีเปิดเริ่มต้นอย่างตระการตาด้วยการแสดงพื้นเมืองร่วมสมัยชุด “ฟ้อนวิจิตรหัตถกรรมน่านนันทบุรี” โดยนักเรียนจากโรงเรียนตาลชุมพิทยาคม ซึ่งผสมผสานศิลปะการร่ายรำเข้ากับอัตลักษณ์งานฝีมือของคนน่านได้อย่างงดงาม ท่ามกลางบรรยากาศริมน้ำน่านที่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวและชาวเมืองน่านที่พร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดผ้าไทยและชุดพื้นเมือง

​ในโอกาสนี้ นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและหัตถกรรมน่าน ด้วยการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับภาคเอกชน เพื่อผลักดันงานหัตถศิลป์น่านสู่ตลาดสากลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจให้กับศิลปินและครูช่างผู้สืบสานภูมิปัญญางานทำมือของคนน่าน

​ภายในงาน ชูจุดเด่น “คราฟต์ดีวิถีน่าน” เป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของศิลปิน ครูช่าง และผู้ประกอบการงานคราฟต์ทั่วจังหวัดน่าน โดยนำเสนอผ่าน 6 สาขาอัตลักษณ์ ได้แก่ ผ้าทอพื้นเมือง สวยงามตระการตากับลวดลายกลุ่มชาติพันธุ์และดีไซน์ร่วมสมัย เครื่องเงิน งานฝีมืออันละเอียดอ่อนที่สร้างชื่อเสียงให้จังหวัดน่าน จักสาน งานฝีมือจากวัสดุธรรมชาติที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตใหม่ แกะสลักไม้ สะท้อนทักษะเชิงช่างชั้นสูง เช่น การแกะสลักหัวเรือน่าน งานปั้น ศิลปะจากดินที่ผสานความเชื่อและวิถีชุมชน และจิตรกรรมฝาผนังสกุลช่างน่าน การประยุกต์ลวดลายสกุลช่างน่านสู่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

​นอกจากโซน Craft Market กว่า 40 ร้าน และโซนอาหารชุมชนรสเลิศแล้ว งานนี้ยังเปิดพื้นที่การเรียนรู้ผ่าน Workshop ฟรี โดยครูช่างผู้เชี่ยวชาญ (13.30 – 16.30 น.) อาทิ การแกะสลักหัวเรือ อัตลักษณ์น่านแท้ๆ โดยบ้านม่วงตึ๊ด การลงยาจี้เงิน โดยดอยซิลเวอร์ เรียนรู้การทำมัดย้อมชิโบริ โดย อ.เทิดศักดิ์ อินแสง สานดอกไม้ โดย แม่รัชนี สานศิลป์ แกะไม้ด้วยมีดคัตเตอร์ โดยศิลปิน คุณชนาธิป ชื่นบำรุง เป็นต้น ดูรายละเอียดและสมัครได้ที่ https://forms.gle/y2kmbNCNAomuxLbu9

​ดื่มด่ำกับบรรยากาศรื่นรมย์ยามเย็นริมน้ำน่าน เพลิดเพลินไปกับการแสดงดนตรีสด ชมฟรีทุกวัน จากศิลปินท้องถิ่นและศิลปินชื่อดัง “หญิง ธิติกานต์” ที่จะมาร่วมสร้างสีสันในเย็นวันที่ 15 มีนาคมนี้ ส่วนในวันที่ 13 มีนาคมพบกับการแสดงจากวง Sun Der ในวันที่ 14 มีนาคม ชิลล์กับวง “ชายชื่อกานต์” วงดนตรีในน่าน (วงโฮะ) การแสดง Cover Dance และการแสดงจากวง Cha Harmo & Friends ปิดท้ายเย็นวันที่ 15 มีนาคม นอกจาก “หญิง ธิติกานต์” แล้ว ยังมีการแสดงมากมายจากวง RibbindaSky วงชมพูสิริน และวง PATi x Nipon

​“งาน Nan Craft Festival for All District ไม่เพียงแต่เป็นการโชว์ความสวยงามของผลิตภัณฑ์ แต่คือการแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของต้นทุนทางวัฒนธรรมน่าน ที่สามารถเติบโตควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว” นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวปิดท้ายในช่วงพิธีเปิดงาน

​สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน ขอเชิญชวนทุกท่านแต่งกายด้วยชุดผ้าไทย ชุดพื้นเมือง หรือชุดไทยร่วมสมัยมาเที่ยวชมงาน สัมผัสวิถีคราฟต์ริมแม่น้ำน่าน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์และสืบสานงานหัตถศิลป์น่าน ตั้งแต่วันที่ 13 – 15 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ สวนสาธารณะริมฝั่งแม่น้ำน่าน (ตำบลในเวียง) อำเภอเมือง จังหวัดน่าน

NanCraftFestival2569 #คราฟต์ดีวิถีน่าน #CraftNan #NanForAllDistrict #เที่ยวน่านอย่างมีความหมายสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน #AmazingThailand #ทกจ./บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน 081-0342455

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก ภารกิจของจังหวัดน่านในฐานะเมืองสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานขับเคลื่อนน่านสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative City

Network : UCCN) ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ครั้งที่ 1/2569 พร้อมด้วยนายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน คณะกรรมการและคณะทำงานฯในหลายภาคส่วน ร่วมประชุมเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานและขับเคลื่อนภารกิจของจังหวัดน่านในฐานะเมืองสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ

การที่จังหวัดน่านได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็น “เมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Craft and Folk Art)” เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดน่านในการยกระดับทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และงานหัตถศิลป์สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับเมืองสมาชิกทั่วโลก

พร้อมกันนี้ ในที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งจังหวัดน่าน เรื่องการแต่งตั้งคณะผู้แทนเมืองน่านสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน โดยมอบหมายให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่านทำหน้าที่เป็นหน่วยประสานงานหลัก พร้อมจัดตั้งศูนย์ประสานงาน “น่านเมืองสร้างสรรค์” เพื่อเป็นกลไกหลักในการติดต่อประสานงานกับเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ในระดับนานาชาติ

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือในประเด็นสำคัญ อาทิ การปรับเปลี่ยนคณะผู้แทนเมืองน่านในเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก การกำหนดแนวทางและหลักเกณฑ์การใช้โลโก้สมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ รวมถึงการจัดทำแผนงานและกิจกรรมในช่วงปี 2569 – 2570 เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมือง

สร้างสรรค์ของจังหวัดน่านให้เป็นรูปธรรม โดยมีหน่วยงานสำคัญร่วมเสนอแนวทางการดำเนินงาน ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดน่าน วิทยาลัยชุมชนน่าน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน รวมถึงภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

ด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เน้นย้ำถึงพันธกิจและแผนงาน สิ่งที่จังหวัดน่านจะต้องดำเนินการในฐานะสมาขิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ ( UNESCO Creative City Network : UCCN) เพื่อสื่อสารกับเมืองสมาชิกเครือข่ายจากทั่วโลก พร้อมการบูรณาการขับเคลื่อนภารกิจผ่านคณะกรรมการและคณะทำงานทั้ง 5 คณะ โดยมอบหมายภารกิจ อบจ.น่าน เป็นหน่วยประสานงานหลักและจัดตั้งศูนย์ประสานงาน

ทั้งนี้ การประชุมครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการกำหนดทิศทางและกลไกการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อน “น่านเมืองสร้างสรรค์” ให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับงานหัตถกรรม ศิลปะพื้นบ้าน และอัตลักษณ์ท้องถิ่นของจังหวัดน่าน พร้อมยกระดับสู่เวทีนานาชาติในฐานะสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก.

ภาพ/ข่าว – สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดโครงการท่าหลวง ท่าบุญ เจือจุนผู้ยากไร้ ประจำปีงบประประมาณ พ.ศ. 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันอังคารที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 06.30 น. ณ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลซับจำปา อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงาน รัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ ผู้ประกอบการ องค์กรภาคเอกชน และประชาชนอำเภอท่าหลวง เดินทางถึงบริเวณจัดงาน ท่าหลวง ท่าบุญ เจือจุนผู้ยากไร้ ประจำปีงประประมาณ พ.ศ. 2569

นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง กล่าวต้อนรับและกล่าวรายงานสรุปความเป็นมาถึงวัตถุประสงค์ในการดำเนินโครงการในครั้งนี้ ตามที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถ บพิตร ได้พระราชทานพระราชดำริหลักการ “บวร” ให้นำบ้าน วัด โรงเรียน ราชการ ซึ่งเป็นสถาบันหลักของสังคมไทยที่เป็นสายใยยึดเหนี่ยวชุมชนมาแต่อดีตที่ก่อให้เกิดการเกื้อกูลสนับสนุน

ซึ่งกันและกัน ช่วยให้สังคมไทยดำรงอยู่อย่างสันติสุขมาช้านาน มาใช้ในการพัฒนาและแก้ปัญหาในระดับชุมชน ในลักษณะ 3 ประสาน เพื่อร่วมมือบำเพ็ญประโยชน์แก่ชุมชนอย่างเกื้อกูลกัน
ประกอบกับพื้นที่อำเภอท่าหลวง

ยังคงพบกลุ่มบุคคลที่ประสบปับปัญหาความเดือดรัอน มีรายได้ไม่เพียงพอต้อการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐาน หรือได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ สังคม ทำให้เข้าไม่ถึงทรัพยากรและบริการเท่าที่ควร โดยเฉพาะผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ และกลุ่ม

เปราะบาง อำเภอท่าหลวงได้ตระหนักถึงความสำคัญของกลุ่มคนดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการ”ท่าหลวง ท่าบุญ เจือจุนผู้ยากไร้” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

  1. เพื่อให้ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มเปราะบาง ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง
  2. เพื่อสร้างความรักความสามัคดีในชุมชนและสืบทอดประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น
  3. เพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้ธำรงไว้สืบต่อไป

ซึ่งไมการจัดกิจกรรม “ท่าหลวง ท่าบุญ เจือจุนผู้ยากไร้”ของอำเภอทำหลวงในวันนี้ได้รับความเมตตาจากเจ้าคณะอำเภอท่าหลวง และคณะสงฆ์อำเภอท่าหลวง

ท่านได้รับบิณฑบาตและได้นำสิ่งของเครื่องยังชีพไปมอบแก่ผู้ยากไร้ในพื้นที่ 6 ตำบลของอำเภอท่าหลวงนอกจากนี้ อำเภอยังได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในเขตพื้นที่อำเภอท่าหลวง อาทิ หัวหน้าส่วนราชการ

หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯลฯ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา องค์กรภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และภาคประชาชน

จนทำให้กิจกรรมในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยทุกภาคส่วนได้นำเครื่องของอุปโภคบริโภค มาร่วมกิจกรรมทำบุญตักบาตรอันจะนำไปสู่หมู่บ้านศีลรรรรม

อีกทั้งเป็นการสงเคราะห์ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการผู้ป่วยติดเตียง และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในอำเภอท่าหลวง ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตลอดจนเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรม

ประเพณีอันดึงามของชาวอำเภอท่าหลวง ให้คงอยู่อย่างยั่งยืนตลอดไปจากนั้นผูว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการประชาชนร่วมกันปลูกต้นจำปีสิรินธร และถ่ายภาพหมู่ร่วมกันเสร็จพิธี สนอง แท่นสูงเนิน ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กขป. เขต 4 จับมือภาคีสื่อและเอกชน! กาง Roadmap ปี 69 รุกภารกิจ “พลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 มีนาคม 2569 คณะทำงานประเด็นสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด ภายใต้คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) เขตพื้นที่ 4 จัดประชุมนัดสำคัญเพื่อวางรากฐานการทำงานเชิงรุกปี 2569 มุ่งสร้างสุขภาวะยั่งยืนในพื้นที่ภาคกลาง ณ ร้านแมกไม้สายลม จ.สระบุรี. โดยมีนายนเรศ สุดประเสริฐ​รองประธาน กขป.เขต​พื้นที่​4 เป็นประธาน การประชุม ทั้งนี้คณะทำงานมีนายประพนธ์​เป้าทอง กขป.4 เป็นประธานคณะทำงาน นางกชพรรณ บุญ​งามสม รองศึกษา​ธิการภาค1 นายบรรหาญ เนาวรัตน์​ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโก่งธนู เป็นรองประธาน

ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายระดับภูมิภาค โดยการประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายประพนธ์ เป้าทอง ประธานคณะทำงานฯ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะกรรมการจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง รวมถึงคนสำคัญในกลไกขับเคลื่อน อาทิ:บุญเลิศ ผลอุดม เลขาธิการสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมหนุนเสริมด้านการสื่อสารนโยบายสู่ภาคประชาชนนายชวดล กรุ่นทอง คณะทำงาน กขป. เขต 4 ร่วมผลักดันแผนงานเชิงพื้นที่ไฮไลท์ Roadmap ปี 2569: มุ่งเป้า Net Zero และพลังงานทางเลือกที่ประชุมได้ร่วมกันหารือแผนปฏิบัติการ (Action Plan) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนทั้ง 8 จังหวัด (สระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี นนทบุรี ปทุมธานี นครนายก อยุธยา และอ่างทอง)​ในเขตสุขภาพเขตพื้นที่4 ดังนี้:

Green Hospital: เร่งติดตั้ง Solar Rooftop ในสถานบริการสาธารณสุข ลดค่าไฟ ลดมลพิษSmart Community: ปั้น “ชุมชนต้นแบบพลังงานสะอาด” สนับสนุน Solar Cell ในภาคครัวเรือนและเกษตรกรรมClean Air Task Force: เฝ้าระวังคุณภาพอากาศ (PM 2.5) และจัดการขยะอุตสาหกรรม/สารเคมีอันตรายอย่างเป็นระบบการเข้าร่วมของ สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดสิงห์บุรี ในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการนำข้อมูลข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาดไปสู่พี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง เพื่อสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมในระดับฐานราก”เรามุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นธรรม เพื่อให้มั่นใจว่าอากาศที่บริสุทธิ์และสิ่งแวดล้อมที่ดีจะเป็นมรดกที่ส่งต่อถึงลูกหลานเราได้จริง” นายประพนธ์ เป้าทอง ประธานคณะทำงานฯ

กขปเขต4 #พลังงานสะอาด #NetZero #สระบุรี #ลพบุรี #สิงห์บุรี #สมัชชาสุขภาพ