คลังเก็บหมวดหมู่: กิจกรรมเพื่อสังคม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบต.โคกเคียน เปิดบ้านจัดงาน“Ramadan Nulkareem 2569“ร่วมละศีลอดสุดชื่นมื่น เพื่อความสันติสุขในพื้นที่นราธิวาส

แชร์เนื้อหานี้

รวมพลังผู้นำและประชาชนร่วมละศีลอดสุดชื่นมื่น นายกมูฮัมหมัดซัยฟูดีน ดอเลาะ ย้ำชัด เดือนแห่งการถือศีลอดคือโอกาสทองในการขัดเกลาจิตใจและสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นจริงในท้องถิ่น มุ่งเน้นความสามัคคีและส่งเสริมวิถีปฏิบัติทางศาสนาเพื่อความสันติสุขในพื้นที่นราธิวาส

วันนี้ (17 มีนาคม 2569) ณ องค์การบริหารส่วนตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิดงานละศีลอด “Ramadan Nulkareem” ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมี นายชาคริต สุรณัฐกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส

ผศ.ดร.ปรีชา สะแลแม อธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ นายมูฮัมหมัดซัยฟูดีน ดอเลาะ นายก อบต.โคกเคียน นายอับดุลอาซิซ เจ๊ะมามะ รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และประชาชนที่มาร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียงเพื่อรอคอยช่วงเวลาอันเป็นมงคล

นายมูฮัมหมัดซัยฟูดีน ดอเลาะ นายก อบต.โคกเคียน กล่าวถึงวัตถุประสงค์ว่า เดือนรอมฎอนคือช่วงเวลาแห่งการขัดเกลาจิตใจและการแบ่งปัน งานในครั้งนี้จึงจัดขึ้นเพื่อให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ได้มีโอกาสพบปะ สร้างความเข้าใจ และกระชับความสัมพันธ์ให้มั่นคง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนชุมชนไปสู่ความสงบสุข

ด้าน นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ประธานในพิธี ได้กล่าวชื่นชมการจัดงานว่า “การรวมตัวกันในวันนี้คือภาพสะท้อนของความร่วมมือที่งดงามในพื้นที่ ความอดทนและระเบียบวินัยในช่วงการถือศีลอด คือรากฐานสำคัญที่จะสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและประเทศชาติอย่างยั่งยืน”

สำหรับกิจกรรมในงานเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 17.00 น. ด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม มีการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน และการกล่าวพบปะสร้างขวัญกำลังใจจากเหล่าคนสำคัญ จนกระทั่งถึงเวลา 18.29 น. ซึ่งเป็นเวลาละศีลอด (อิฟฏอร) ผู้ร่วมงานทุกคนได้ร่วมรับประทานอาหารและปฏิบัติศาสนกิจ (ละหมาดมัฆริบ) ร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความเมตตาและมิตรภาพ

ทั้งนี้งาน “Ramadan Nulkareem” ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการร่วมรับประทานอาหารตามประเพณี แต่คือการประกาศจุดยืนของชาวโคกเคียนและชาวนราธิวาสในการเดินหน้าสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็งและยั่งยืนสืบไป
///////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ปี 2569”ภายใต้200 ปี วีรกรรมก้องหล้า ศรัทธาไม่เสื่อมคลาย” 23 มีนาคม – 3 เมษายน นี้

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดนครราชสีมาเตรียมจัดงาน ฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ประจำปี พ.ศ. 2569 อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2569 ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และพื้นที่โดยรอบ เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมอันกล้าหาญของ ท้าวสุรนารี (คุณย่าโม) วีรสตรีคู่บ้านคู่เมืองของชาวโคราช โดยในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “200 ปี วีรกรรมก้องหล้า ศรัทธาไม่เสื่อมคลาย” สะท้อนถึงพลังศรัทธา ความกล้าหาญ และความเสียสละของบรรพชนชาวโคราชที่สืบทอดจากอดีตสู่ปัจจุบัน

สำหรับ พิธีเปิดงานในวันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 18.00 น. จะจัดขึ้นโดยมีการ รำบวงสรวงท้าวสุรนารี ครั้งยิ่งใหญ่ จากผู้รำจำนวน 7,410 คน พร้อมขบวนการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของ ชาวนครราชสีมา ซึ่ง สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จทอดพระเนตรการรำบวงสรวงในพิธีเปิด นับเป็น พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แก่พสกนิกรชาวจังหวัดนครราชสีมา พร้อมกันนี้จะมีการจุด พลุเฉลิมฉลอง 4 มุมเมือง สร้างบรรยากาศแห่งความปลาบปลื้มและความภาคภูมิใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่มาร่วมงาน

ภายในงานตลอด 12 วัน 12 คืน มีกิจกรรมหลากหลายทั้งด้านวัฒนธรรม ประเพณี และความบันเทิง อาทิ การแสดง แสง สี เสียง ชุด “ย่าฉันท่านชื่อโม ตอน สัญญาเก่า 200 ปี” ถ่ายทอดเรื่องราววีรกรรม ความ กล้าหาญ และความเสียสละของท้าวสุรนารีและชาวเมืองนครราชสีมา ที่ร่วมกันปกป้องบ้านเมืองจากศัตรู ในอดีต การออกร้าน นาวากาชาด การจำหน่ายสินค้า OTOP และสินค้าชุมชน การแสดงศิลปวัฒนธรระ พื้นบ้าน รวมถึงกิจกรรมบันเทิงสำหรับประชาชนทุกเพศทุกวัย โดยจะมี คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง การแสด ลิเก รำวงย้อนยุค เพลงโคราช และการแสดงพื้นบ้าน หมุนเวียนสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ร่วมงา ทุกค่ำคืน

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรม เดินแบบผ้าไทยการกุศล “สืบสานพระราชปณิธานด้วยใจภักดิ์ อัตลักษ ภูษาศิลป์ ผ้าไทยถิ่นเมืองโคราช” ณ เวทีกลางของงาน เพื่อร่วมส่งเสริมการอนุรักษ์และต่อยอดผ้าไทย รวมถึ สนับสนุนภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวนครราชสีมาให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายการจัดงานครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่ชาวโคราชทุกภาคส่วนได้ร่วมกันแสดงออกถึงความกตัญญูแล ความศรัทธาต่อท้าวสุรนารี พร้อมทั้งสืบสานประเพณีอันทรงคุณค่า ส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้ เศรษฐกิจของจังหวัดให้เกิดความคึกคัก

จังหวัดนครราชสีมา จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของง ประเพณีอันยิ่งใหญ่ของชาวโคราช “งานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ประจำปี 2569” ภาย แนวคิด “200 ปี วีรกรรมก้องหล้า ศรัทธาไม่เสื่อมคลาย” ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2569 บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และพื้นที่โดยรอบ

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /เกษตร อ.สันติสุข จัดการที่ดินยั่งยืน มุ่งเป้าลดจุดความร้อน (Hotspot) และแก้ไขปัญหา PM 2.5 อย่างเป็นรูปธรรม /” เกษตรน่าน ดันท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านก่อก๋วง”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 มีนาคม 2569 นายนพดล อุปถัมภ์ เกษตรอำเภอสันติสุข พร้อมด้วยนางสาวปรียานุช โนทนะ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ และสมาชิกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน บ้านศรีบุญเรือง ตำบลพงษ์ อำเภอสันติสุข จังหวัดน่านร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการบริหารจัดการ PM 2.5 ณ โรงแรมน่านกรีนเลควิว รีสอร์ท อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมีสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

(วว.) เป็นผู้ดำเนินโครงการภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานวิจัยและร่วมกันกำหนดข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมยั่งยืน มุ่งเน้นการลดจำนวนจุดความร้อน (Hotspot) จากแหล่งกำเนิดการเผาในที่โล่งในพื้นที่เป้าหมายจังหวัดเชียงใหม่ น่าน และแพร่ ให้มีจำนวนไม่เกิน 2,000 จุดต่อปี เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม

ในการนี้ คณะผู้แทนจากอำเภอสันติสุขได้ร่วมกิจกรรมระดมความคิดเห็นในรูปแบบ Policy Co-Creation Workshop เพื่อประเมินความเป็นไปได้ของนโยบายในบริบทพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนานโยบาย 4 ด้านหลัก ได้แก่ การเพิ่มพื้นที่ป่าชุมชน พันธะสัญญาเกษตรปลอดการเผา การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์และวนเกษตร รวมถึงการพัฒนาตลาดวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร

ทั้งนี้ เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการพัฒนาโครงการระยะเร่งด่วน (Quick Win) และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการบริหารจัดการ PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยมุ่งเน้นการสร้างกลไกที่เกษตรกรสามารถยอมรับและนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศได้อย่างยั่งยืนสืบไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

เกษตรน่าน ดันท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านก่อก๋วง”
วันที่ 18 มีนาคม 2569 นายชัยพร นุภักดิ์ เกษตรจังหว้ดน่าน มอบหมายให้นางสาวพัชราภรณ์ บุญมา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ และนางสาวนฤมล อำพร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ

พร้อมด้วยนางวชิรา ไฝเจริญมงคล ผู้เชี่ยวชาญด้านส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน นายวิรัช จันทรโรทัย ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ความก้าวหน้าการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว

การพัฒนาแปลงเรียนรู้ด้านการผลิตพืชผักปลอดภัย การจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร รวมถึงการให้บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งวิสาหกิจชุมชน มีการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำในการพัฒนาและยกระดับแหล่งท่องเที่ยว อาทิ การปรับปรุงภูมิทัศน์ให้เหมาะสมกับ

การท่องเที่ยว การพัฒนากิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ และการเชื่อมโยงเครือข่ายการท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการ

พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและการท่องเที่ยวตามหลัก BCG Model ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตพืชผักบ้านก่อก๋วง ตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /รับโล่รางวัล ผู้ขับเคลื่อนงานดีเด่น ส่งเสริมสุขภาพ ดูแลผู้สูงอายุ อนามัย สิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 18

แชร์เนื้อหานี้

วันอังคารที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น. นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม มอบหมายให้ นางดรุณี โพธิ์ศรี รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม
ร่วมเป็นเกียรติรับโล่เชิดชูเกียรติ

ด้านการส่งเสริมสุขภาพและนวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุในงานวิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 18 Building Sustainable Wellness under Climate Change “สร้างสุขภาวะยั่งยืน ภายใต้การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก” ระหว่างวันที่ 16-18 มี.ค 69

โดยมี นายวิโรจน์ ทองเกลี้ยง หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพ พร้อมด้วยเจ้าหน้ากลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพและผู้เกี่ยวข้อง
นำผู้มีผลงานดีเด่นเข้ารับโล่รางวัลผู้ขับเคลื่อนงานดีเด่นด้านส่งเสริมสุขภาพและนวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุ ได้แก่ 1.)นางศมานันท์ ศรีพัฒนพร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตาก้อง อำเภอเมืองนครปฐม ได้รับรางวัล ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care manager : CM) ดีเด่น เขตสุขภาพที่ 5 และ นางเพชรน้ำหนึ่ง แก้วศรีงาม โรง

พยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งกระพังโหม อ.กำแพงแสน ได้รับรางวัล ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver : CG)” ดีเด่น เขตสุขภาพที่ 5 โดยแพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลฯ

ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ระยองจัดใหญ่ ! “สงกรานต์ถนนทุเรียน 2026” ขนทัพศิลปิน–ดีเจดัง สาดความมันส์ 6 เวที 13–14 เม.ย. นี้

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16 มีนาคม 2569 ณ ห้องจันสุดา โรงแรมสตาร์ คอนเวนชั่น จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง พร้อมด้วย นายประสานต์ พนฤกษาชาติ รองนายกองค์การบริหารสวนจังหวัดระยอง, นางพิศมัย ศุภนันตฤกษ์ นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดระยอง, นายวรวุฒิ ค่านสมพงศ์ วัฒนธรรมจังหวัดระยอง, นายทินกร ลาวัณย์เสถียร ประธานหอการค้าจังหวัดระยอง และนายชาญวิทย์ จารุสมบัติ กรรมการและรองผู้จัดการใหญ่ด้านสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าวเตรียมจัดงาน “สงกรานต์ถนนทุเรียน จังหวัดระยอง 2026 ครั้งที่ 2 ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ ผู้แทนภาครัฐ-เอกชน เข้าร่วม

จังหวัดระยอง ร่วมกับ สมาคมโรงแรมจังหวัดระยอง องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานระยอง วัฒนธรรมจังหวัดระยอง รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชน กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 13–14 เมษายน 2569 เวลา 15.00–24.00 น. บริเวณ ถนนทุเรียน (สตาร์สาย 4) อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สายตานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า จังหวัดระยองให้ความสำคัญกับการยกระดับเทศกาลสงกรานต์ให้เป็นกิจกรรมสำคัญของจังหวัด ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างการเดินทางท่องเที่ยว และเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อให้การจัดงานเป็นไปอย่างเรียบร้อย ปลอดภัย และสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้จังหวัดระยองในฐานะเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ

สำหรับไฮไลต์ของงานปีนี้ จัดเต็มความสนุกกับ “6 เวที” พร้อมการแสดงดนตรีและดีเจตลอดสองวัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ Songkran Experience ที่ผสานความสนุก ความปลอดภัย และเอกลักษณ์ของระยองไว้ด้วยกัน ควบคู่กับกิจกรรมตามแบบวิถีไทย อาทิ พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 109 รูป เพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ไทย และ พิธีสรงน้ำพระเกจิดังจาก 8 อำเภอของจังหวัดระยอง ที่จะอัญเชิญมาประดิษฐานให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมสรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล

ด้าน นายประสานต์ พฤกษาชาติ รองนายกองค์การบริหารสวนจังหวัดระยอง ระบุว่า อบจ.ระยองพร้อมสนับสนุนการจัดงานทั้งในด้านพื้นที่ งบประมาณ และการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น การจัดระเบียบพื้นที่ จุดบริการประชาชน และการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยให้ความสำคัญกับมาตรการความปลอดภัยและการจัดการหน้างานอย่างเป็นระบบ

ขณะที่ นางวันดี เผื่อนอุดม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานระยอง กล่าวว่า งาน “สงกรานต์ถนนทุเรียน” ถือเป็นโอกาสสำคัญในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดระยองให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวในวงกว้าง พร้อมเชื่อมโยงกิจกรรมภายในงานกับเส้นทางท่องเที่ยวและกิจกรรมไลฟ์สไตล์ในจังหวัด เพื่อกระตุ้นการเดินทางแบบพักค้างคืน เพิ่มการใช้จ่าย และสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว

ในส่วนของ นางพิศมัย ศุภนันตฤกษ์ นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดระยอง กล่าวว่า สมาคมฯ ในฐานะเจ้าภาพหลัก ได้ร่วมกับผู้ประกอบการโรงแรมและธุรกิจท่องเที่ยวในจังหวัด เตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ พร้อมสนับสนุนการสื่อสารข้อมูลด้านการเดินทาง ที่พัก และการบริการที่ได้มาตรฐาน เพื่อร่วมกันสร้าง “Ecosystem การท่องเที่ยวระยอง” ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ภายในงานยังจัด คอนเสิร์ตเข้าชมฟรี โดย วันที่ 13 เมษายน 2569 พบกับ Rock Dance / Peter Cat พร้อมทีมดีเจชื่อดัง วันที่ 14 เมษายน 2569 พบกับ ก็อต สุทธิรักษ์ / อาร์ท แมค Tokyo Music พร้อมทีมดีเจชื่อดัง อาทิ DJ Sordarsyle
นอกจากนี้ยังมีเวทีดีเจและกิจกรรมความบันเทิงอีก 5 เวที สร้างบรรยากาศความสนุกตลอดเส้นทาง เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์ของจังหวัดระยองเต็มไปด้วยความสุข ความมันส์ และความทรงจำที่ดีสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคน..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ “Nan Craft Festival for All District” เทศกาลหัตถกรรมริมน้ำน่าน ชูซอฟต์พาวเวอร์งานคราฟต์ 6 สาขาอัตลักษณ์

แชร์เนื้อหานี้

​[จังหวัดน่าน – 13 มีนาคม 2569] –นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลหัตถกรรมเมืองน่าน “Nan Craft Festival for All District คราฟต์ดีวิถีน่าน”

ณ สวนสาธารณะริมฝั่งแม่น้ำน่าน โดยมี นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน กล่าวถึงวัตถุประสงค์ เพื่อมุ่งเน้นยกระดับงานหัตศิลป์พื้นถิ่นสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสเสน่ห์งานคราฟต์จากภูมิปัญญาคนน่าน ตั้งแต่วันที่ 13-15 มีนาคม 2569

​พิธีเปิดเริ่มต้นอย่างตระการตาด้วยการแสดงพื้นเมืองร่วมสมัยชุด “ฟ้อนวิจิตรหัตถกรรมน่านนันทบุรี” โดยนักเรียนจากโรงเรียนตาลชุมพิทยาคม ซึ่งผสมผสานศิลปะการร่ายรำเข้ากับอัตลักษณ์งานฝีมือของคนน่านได้อย่างงดงาม ท่ามกลางบรรยากาศริมน้ำน่านที่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวและชาวเมืองน่านที่พร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดผ้าไทยและชุดพื้นเมือง

​ในโอกาสนี้ นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและหัตถกรรมน่าน ด้วยการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับภาคเอกชน เพื่อผลักดันงานหัตถศิลป์น่านสู่ตลาดสากลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจให้กับศิลปินและครูช่างผู้สืบสานภูมิปัญญางานทำมือของคนน่าน

​ภายในงาน ชูจุดเด่น “คราฟต์ดีวิถีน่าน” เป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของศิลปิน ครูช่าง และผู้ประกอบการงานคราฟต์ทั่วจังหวัดน่าน โดยนำเสนอผ่าน 6 สาขาอัตลักษณ์ ได้แก่ ผ้าทอพื้นเมือง สวยงามตระการตากับลวดลายกลุ่มชาติพันธุ์และดีไซน์ร่วมสมัย เครื่องเงิน งานฝีมืออันละเอียดอ่อนที่สร้างชื่อเสียงให้จังหวัดน่าน จักสาน งานฝีมือจากวัสดุธรรมชาติที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตใหม่ แกะสลักไม้ สะท้อนทักษะเชิงช่างชั้นสูง เช่น การแกะสลักหัวเรือน่าน งานปั้น ศิลปะจากดินที่ผสานความเชื่อและวิถีชุมชน และจิตรกรรมฝาผนังสกุลช่างน่าน การประยุกต์ลวดลายสกุลช่างน่านสู่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

​นอกจากโซน Craft Market กว่า 40 ร้าน และโซนอาหารชุมชนรสเลิศแล้ว งานนี้ยังเปิดพื้นที่การเรียนรู้ผ่าน Workshop ฟรี โดยครูช่างผู้เชี่ยวชาญ (13.30 – 16.30 น.) อาทิ การแกะสลักหัวเรือ อัตลักษณ์น่านแท้ๆ โดยบ้านม่วงตึ๊ด การลงยาจี้เงิน โดยดอยซิลเวอร์ เรียนรู้การทำมัดย้อมชิโบริ โดย อ.เทิดศักดิ์ อินแสง สานดอกไม้ โดย แม่รัชนี สานศิลป์ แกะไม้ด้วยมีดคัตเตอร์ โดยศิลปิน คุณชนาธิป ชื่นบำรุง เป็นต้น ดูรายละเอียดและสมัครได้ที่ https://forms.gle/y2kmbNCNAomuxLbu9

​ดื่มด่ำกับบรรยากาศรื่นรมย์ยามเย็นริมน้ำน่าน เพลิดเพลินไปกับการแสดงดนตรีสด ชมฟรีทุกวัน จากศิลปินท้องถิ่นและศิลปินชื่อดัง “หญิง ธิติกานต์” ที่จะมาร่วมสร้างสีสันในเย็นวันที่ 15 มีนาคมนี้ ส่วนในวันที่ 13 มีนาคมพบกับการแสดงจากวง Sun Der ในวันที่ 14 มีนาคม ชิลล์กับวง “ชายชื่อกานต์” วงดนตรีในน่าน (วงโฮะ) การแสดง Cover Dance และการแสดงจากวง Cha Harmo & Friends ปิดท้ายเย็นวันที่ 15 มีนาคม นอกจาก “หญิง ธิติกานต์” แล้ว ยังมีการแสดงมากมายจากวง RibbindaSky วงชมพูสิริน และวง PATi x Nipon

​“งาน Nan Craft Festival for All District ไม่เพียงแต่เป็นการโชว์ความสวยงามของผลิตภัณฑ์ แต่คือการแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของต้นทุนทางวัฒนธรรมน่าน ที่สามารถเติบโตควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว” นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวปิดท้ายในช่วงพิธีเปิดงาน

​สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน ขอเชิญชวนทุกท่านแต่งกายด้วยชุดผ้าไทย ชุดพื้นเมือง หรือชุดไทยร่วมสมัยมาเที่ยวชมงาน สัมผัสวิถีคราฟต์ริมแม่น้ำน่าน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์และสืบสานงานหัตถศิลป์น่าน ตั้งแต่วันที่ 13 – 15 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ สวนสาธารณะริมฝั่งแม่น้ำน่าน (ตำบลในเวียง) อำเภอเมือง จังหวัดน่าน

NanCraftFestival2569 #คราฟต์ดีวิถีน่าน #CraftNan #NanForAllDistrict #เที่ยวน่านอย่างมีความหมายสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน #AmazingThailand #ทกจ./บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน 081-0342455

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก ภารกิจของจังหวัดน่านในฐานะเมืองสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานขับเคลื่อนน่านสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative City

Network : UCCN) ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ครั้งที่ 1/2569 พร้อมด้วยนายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน คณะกรรมการและคณะทำงานฯในหลายภาคส่วน ร่วมประชุมเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานและขับเคลื่อนภารกิจของจังหวัดน่านในฐานะเมืองสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ

การที่จังหวัดน่านได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็น “เมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Craft and Folk Art)” เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดน่านในการยกระดับทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และงานหัตถศิลป์สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับเมืองสมาชิกทั่วโลก

พร้อมกันนี้ ในที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งจังหวัดน่าน เรื่องการแต่งตั้งคณะผู้แทนเมืองน่านสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน โดยมอบหมายให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่านทำหน้าที่เป็นหน่วยประสานงานหลัก พร้อมจัดตั้งศูนย์ประสานงาน “น่านเมืองสร้างสรรค์” เพื่อเป็นกลไกหลักในการติดต่อประสานงานกับเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ในระดับนานาชาติ

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือในประเด็นสำคัญ อาทิ การปรับเปลี่ยนคณะผู้แทนเมืองน่านในเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก การกำหนดแนวทางและหลักเกณฑ์การใช้โลโก้สมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ รวมถึงการจัดทำแผนงานและกิจกรรมในช่วงปี 2569 – 2570 เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมือง

สร้างสรรค์ของจังหวัดน่านให้เป็นรูปธรรม โดยมีหน่วยงานสำคัญร่วมเสนอแนวทางการดำเนินงาน ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดน่าน วิทยาลัยชุมชนน่าน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน รวมถึงภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

ด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เน้นย้ำถึงพันธกิจและแผนงาน สิ่งที่จังหวัดน่านจะต้องดำเนินการในฐานะสมาขิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ ( UNESCO Creative City Network : UCCN) เพื่อสื่อสารกับเมืองสมาชิกเครือข่ายจากทั่วโลก พร้อมการบูรณาการขับเคลื่อนภารกิจผ่านคณะกรรมการและคณะทำงานทั้ง 5 คณะ โดยมอบหมายภารกิจ อบจ.น่าน เป็นหน่วยประสานงานหลักและจัดตั้งศูนย์ประสานงาน

ทั้งนี้ การประชุมครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการกำหนดทิศทางและกลไกการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อน “น่านเมืองสร้างสรรค์” ให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับงานหัตถกรรม ศิลปะพื้นบ้าน และอัตลักษณ์ท้องถิ่นของจังหวัดน่าน พร้อมยกระดับสู่เวทีนานาชาติในฐานะสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก.

ภาพ/ข่าว – สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดโครงการท่าหลวง ท่าบุญ เจือจุนผู้ยากไร้ ประจำปีงบประประมาณ พ.ศ. 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันอังคารที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 06.30 น. ณ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลซับจำปา อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงาน รัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ ผู้ประกอบการ องค์กรภาคเอกชน และประชาชนอำเภอท่าหลวง เดินทางถึงบริเวณจัดงาน ท่าหลวง ท่าบุญ เจือจุนผู้ยากไร้ ประจำปีงประประมาณ พ.ศ. 2569

นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง กล่าวต้อนรับและกล่าวรายงานสรุปความเป็นมาถึงวัตถุประสงค์ในการดำเนินโครงการในครั้งนี้ ตามที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถ บพิตร ได้พระราชทานพระราชดำริหลักการ “บวร” ให้นำบ้าน วัด โรงเรียน ราชการ ซึ่งเป็นสถาบันหลักของสังคมไทยที่เป็นสายใยยึดเหนี่ยวชุมชนมาแต่อดีตที่ก่อให้เกิดการเกื้อกูลสนับสนุน

ซึ่งกันและกัน ช่วยให้สังคมไทยดำรงอยู่อย่างสันติสุขมาช้านาน มาใช้ในการพัฒนาและแก้ปัญหาในระดับชุมชน ในลักษณะ 3 ประสาน เพื่อร่วมมือบำเพ็ญประโยชน์แก่ชุมชนอย่างเกื้อกูลกัน
ประกอบกับพื้นที่อำเภอท่าหลวง

ยังคงพบกลุ่มบุคคลที่ประสบปับปัญหาความเดือดรัอน มีรายได้ไม่เพียงพอต้อการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐาน หรือได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ สังคม ทำให้เข้าไม่ถึงทรัพยากรและบริการเท่าที่ควร โดยเฉพาะผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ และกลุ่ม

เปราะบาง อำเภอท่าหลวงได้ตระหนักถึงความสำคัญของกลุ่มคนดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการ”ท่าหลวง ท่าบุญ เจือจุนผู้ยากไร้” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

  1. เพื่อให้ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มเปราะบาง ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง
  2. เพื่อสร้างความรักความสามัคดีในชุมชนและสืบทอดประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น
  3. เพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้ธำรงไว้สืบต่อไป

ซึ่งไมการจัดกิจกรรม “ท่าหลวง ท่าบุญ เจือจุนผู้ยากไร้”ของอำเภอทำหลวงในวันนี้ได้รับความเมตตาจากเจ้าคณะอำเภอท่าหลวง และคณะสงฆ์อำเภอท่าหลวง

ท่านได้รับบิณฑบาตและได้นำสิ่งของเครื่องยังชีพไปมอบแก่ผู้ยากไร้ในพื้นที่ 6 ตำบลของอำเภอท่าหลวงนอกจากนี้ อำเภอยังได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในเขตพื้นที่อำเภอท่าหลวง อาทิ หัวหน้าส่วนราชการ

หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯลฯ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา องค์กรภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และภาคประชาชน

จนทำให้กิจกรรมในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยทุกภาคส่วนได้นำเครื่องของอุปโภคบริโภค มาร่วมกิจกรรมทำบุญตักบาตรอันจะนำไปสู่หมู่บ้านศีลรรรรม

อีกทั้งเป็นการสงเคราะห์ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการผู้ป่วยติดเตียง และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในอำเภอท่าหลวง ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตลอดจนเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรม

ประเพณีอันดึงามของชาวอำเภอท่าหลวง ให้คงอยู่อย่างยั่งยืนตลอดไปจากนั้นผูว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการประชาชนร่วมกันปลูกต้นจำปีสิรินธร และถ่ายภาพหมู่ร่วมกันเสร็จพิธี สนอง แท่นสูงเนิน ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กขป. เขต 4 จับมือภาคีสื่อและเอกชน! กาง Roadmap ปี 69 รุกภารกิจ “พลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 มีนาคม 2569 คณะทำงานประเด็นสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด ภายใต้คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) เขตพื้นที่ 4 จัดประชุมนัดสำคัญเพื่อวางรากฐานการทำงานเชิงรุกปี 2569 มุ่งสร้างสุขภาวะยั่งยืนในพื้นที่ภาคกลาง ณ ร้านแมกไม้สายลม จ.สระบุรี. โดยมีนายนเรศ สุดประเสริฐ​รองประธาน กขป.เขต​พื้นที่​4 เป็นประธาน การประชุม ทั้งนี้คณะทำงานมีนายประพนธ์​เป้าทอง กขป.4 เป็นประธานคณะทำงาน นางกชพรรณ บุญ​งามสม รองศึกษา​ธิการภาค1 นายบรรหาญ เนาวรัตน์​ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโก่งธนู เป็นรองประธาน

ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายระดับภูมิภาค โดยการประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายประพนธ์ เป้าทอง ประธานคณะทำงานฯ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะกรรมการจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง รวมถึงคนสำคัญในกลไกขับเคลื่อน อาทิ:บุญเลิศ ผลอุดม เลขาธิการสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมหนุนเสริมด้านการสื่อสารนโยบายสู่ภาคประชาชนนายชวดล กรุ่นทอง คณะทำงาน กขป. เขต 4 ร่วมผลักดันแผนงานเชิงพื้นที่ไฮไลท์ Roadmap ปี 2569: มุ่งเป้า Net Zero และพลังงานทางเลือกที่ประชุมได้ร่วมกันหารือแผนปฏิบัติการ (Action Plan) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนทั้ง 8 จังหวัด (สระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี นนทบุรี ปทุมธานี นครนายก อยุธยา และอ่างทอง)​ในเขตสุขภาพเขตพื้นที่4 ดังนี้:

Green Hospital: เร่งติดตั้ง Solar Rooftop ในสถานบริการสาธารณสุข ลดค่าไฟ ลดมลพิษSmart Community: ปั้น “ชุมชนต้นแบบพลังงานสะอาด” สนับสนุน Solar Cell ในภาคครัวเรือนและเกษตรกรรมClean Air Task Force: เฝ้าระวังคุณภาพอากาศ (PM 2.5) และจัดการขยะอุตสาหกรรม/สารเคมีอันตรายอย่างเป็นระบบการเข้าร่วมของ สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดสิงห์บุรี ในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการนำข้อมูลข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาดไปสู่พี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง เพื่อสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมในระดับฐานราก”เรามุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นธรรม เพื่อให้มั่นใจว่าอากาศที่บริสุทธิ์และสิ่งแวดล้อมที่ดีจะเป็นมรดกที่ส่งต่อถึงลูกหลานเราได้จริง” นายประพนธ์ เป้าทอง ประธานคณะทำงานฯ

กขปเขต4 #พลังงานสะอาด #NetZero #สระบุรี #ลพบุรี #สิงห์บุรี #สมัชชาสุขภาพ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดประมูลหมายเลขทะเบียนรถยนต์ เลขสวย ประจำปี 2569 หมวดอักษร ขก ของขวัญล้ำค่า ก้าวหน้ามั่งมี ป้ายดีเลขมงคล

แชร์เนื้อหานี้

ที่ห้องสายนที โรงแรมริเวอร์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วย นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ร่วมเปิดประมูลหมายเลขทะเบียนรถยนต์เลขสวย ประจำปี 2569

หมวดอักษร ขก ของขวัญล้ำค่า ก้าวหน้ามั่งมี ป้ายดีเลขมงคล โดยมีผู้อำนวยการสำนัก ขนส่งจังหวัดนครปฐม และจังหวัดต่างๆ หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม และประชาชน ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

นายไตรสิทธิ์ ธันยาพรสมบัติ ขนส่งจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า สำนักงานขนส่งจังจังหวัดนครปฐม ได้นำแผ่นป้ายทะเบียนรถเลขสวย ซึ่งมีภาพสีสันสวยงาม มีสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนครปฐม จำนวน 301 หมายเลข ซึ่งที่ผ่านมาได้จัดให้มีการประมูลป้ายทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคคลไม่เกิน 7 คน มาแล้ว จำนวน 14 ครั้ง

มีรายให้จากการจัดประมูลรวมทั้งสิ้น 291,548,427 บาท (สองร้อยเก้าสิบเอ็ดล้านห้าแสนสี่หมื่นแปดพันสี่ร้อยยี่สิบเจ็ดบาทถ้วน) โดยนำเงินที่ได้จากการประมูลเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ไปใช้ในการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน และมอบอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือผู้พิการ

สำหรับการประมูลในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากประชาชนชาวจังหวัดนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียง ที่มีความประสงค์เข้าร่วมการประมูลด้วยการลงทะเบียนล่วงหน้า ครบทั้งหมด 301 หมายเลข เป็นเงินทั้งสิ้น 2,161,000 บาท

(สองล้านหนึ่งแสนหกหมื่นหนึ่งพันบาทถ้วน) กระทำโดยวิธีเสนอราคาด้วยวาจาโดยการเคาะไม้และประมูลทางอินเทอร์เน็ต เพื่อความเสมอภาค โปร่งใส และเป็นธรรม นอกจากนี้ผู้สนใจยังสามารถมาลงทะเบียนเพิ่มเติมได้อีก ณ บริเวณจัดการประมูลแห่งนี้ต่อเนื่องได้อีกด้วย

ทั้งนี้ ในเบื้องต้น มีผู้ประมูลหมายเลขทะเบียน ขก 9999 ในราคา 885,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 8888 ในราคา 610,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 7777 ในราคา 290,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 6666 ในราคา 240,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 5555 ในราคา 340,000 บาท,

หมายเลขทะเบียน ขก 4444 ในราคา 215,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 3333 ในราคา 225,000 บาท, หมายเลขทะเบียน ขก 2222 ในราคา 200,000 บาท และหมายเลขทะเบียน ขก 1111 ในราคา 305,000 บาทสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม –

ภาพ/ข่าว
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ฮือฮา! ไดโนเสาร์โลกล้านปีโผล่ริมทะเลพัทยา รับงานเทศกาลดนตรี PMF 2026

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า สวนไดโนเสาร์พัทยา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังจังหวัดชลบุรี ได้จัดส่งหุ่นยนต์ไดโนเสาร์ขยับได้เสมือนจริงมาสร้างสีสันในงานเทศกาลดนตรีเมืองพัทยา ประจำปี 2569 เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่น่าประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมงานตลอดเดือนมีนาคมนี้

โดยจะเป็นไดโนเสาร์สายพันธุ์บราคิโอซอรัส ขนาดความยาว 18 เมตร ความสูง 12 เมตร จํานวน 1 ตัว และไดโนเสาร์สายพันธุ์เควทซาโคทลัส ขนาดความสูง 3-5 เมตร จํานวน 3 ตัว โดยได้นำไปจัดแสดงไว้ริมชายหาดพัทยา พบว่าสร้างความตื่นเต้นให้ผู้พบเห็นได้เป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ สำหรับงานเทศกาลดนตรีเมืองพัทยาในปีนี้กำหนดจัดขึ้นทุกวันศุกร์-เสาร์ ตลอดเดือนมีนาคม 2569 โดยสัปดาห์แรกจัดที่ชายหาดพัทยา สัปดาห์ที่สองจัดที่หาดจอมเทียน สัปดาห์ที่ 3 จัดที่เกาะล้าน และสัปดาห์สุดท้ายจัดที่นาเกลือ โดยจะมีศิลปินเพลงชื่อดังเข้าร่วมกันเป็นจำนวนมาก

ฉลองครบ 22 ปี พัทยามิวสิคเฟสติวัล 2026 เปิดเป็นทางการ!

ค่ำวันที่ 6 มีนาคม 2569 นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดงานเทศกาลดนตรีเมืองพัทยา Pattaya Music Festival 2026 ที่ปะรำพิธีชายหาดเมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยมี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา คณะสมาชิกสภาเมืองพัทยา นายพันธ์ศักดิ์ เกตุวัตถา รองนายก อบจ.ชลบุรี คณะสมาชิก อบจ.ชลบุรี และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีอย่างเป็นทางการ

เทศกาลดนตรีเมืองพัทยา Pattaya Music Festival เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านเสียงดนตรีที่เมืองพัทยาร่วมกับ อบจ.ชลบุรี ททท. และหน่วยงานในพื้นที่ทุกภาคส่วนร่วมกันผลักดันให้เป็นเป็นเทศกาลดนตรีที่สมบูรณ์แบบที่สุดมาอย่างยาวนานติดต่อกันอย่างยาวนาน 22 ปี จนได้รับชื่อเสียงระดับโลก สร้างเม็ดเงินรายได้เข้าท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก

สำหรับปีนี้กำหนดจัดขึ้นทุกวันศุกร์-เสาร์ ทุกสัปดาห์ตลอดเดือนมีนาคม 2569 โดยสัปดาห์แรกจัดขึ้นที่ชายหาดเมืองพัทยา สัปดาห์ที่สอจะไปจัดที่ริมชายหาดจอมเทียน สัปดาห์ที่ 3 จัดที่เกาะล้าน และสัปดาห์ที่ 4 ที่ลานโพธิ์นาเกลือ โดยมีศิลปินจำนวนมากมาร่วมสร้างสีสันความสนุกสนาน

นอกจากนี้ในงานเทศกาลดนตรีเมืองพัทยา Pattaya Music Festival 2026 ยังเปิดพื้นที่ริมชายหาดให้พ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการในท้องถิ่นได้มาจำหน่ายสินค้า อาหาร เพื่อสร้างรายได้ในช่วงเทศกาลงานดนตรี โดยเปิดพื้นที่ให้จำหน่ายสินค้านานาชนิดฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ชื่นชม นศ.สู้ชีวิต บ้านล้มละลายแต่ไม่ท้อ เปิดหมวกหารายได้กลางงานเทศกาลดนตรีเมืองพัทยา

ค่ำวันที่ 6 มีนาคม 2569 มีรายงานว่า ในงานเทศกาลดนตรีเมืองพัทยา ประจำปี 2569 Pattaya Music Festival 2026 งานดนตรีสุดยิ่งใหญ่ อึเว้นต์ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองพัทยาตลอดเดือนมีนาคม 2569

ท่ามกลางผู้คนมากมายที่เข้าร่วมงาน ผู้สื่อข่าวได้พบภาพประทับใจ เป็นนักศึกษามาทำการแสดงเปิดหมวกเต้นประกอบเพลงอย่างสนุกสนานเพื่อหารายได้ โดยพบว่ามีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมชื่นชมและสนับสนุนปัจจัยเงินบริจาคกันไม่ขาดสาย

สอบถามทราบชื่อ น.ส.ธัญญลักษณ์ พูไม้ อายุ 18 ปี หรือน้องชมพู่ นักศึกษาการตลาดชั้น ปวส.1 วิทยาลัยเมืองชลบริหารธุรกิจ หรือ M BAC ก่อนจะเปิดเผยว่า มักจะฝะหางานหรือเทศกาลต่างๆ เพื่อเปิดหมวกแสดงการเต้นประกอบเพลงในแบบฉบับของตนเองที่เน้นความมันส์สนุกสนานและเรียกเสียงหัวเราะ หารายได้หลังเลิกเรียนมาจุนเจือครอบครัว

น้องชมพู่ เล่าด้วยว่า ที่ต้องออกมาหารายได้เพราะต้องหาเงินส่งตัวเองเรียน หบังจากครอบครัวต้องประสบภาวะล้มละลาย และด้วยพ่อแม่ที่มีอายุมากแล้วทำให้ไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิม จึงต้องออกมาหาเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว โดยจะตระเวนไปตามงานต่างๆ ทั่วจังหวัดชลบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าฯ น่าน เปิดงานใหญ่ “OTOP น่าน สู่สากล ๒๕๖๙” ชู Soft Power ภูมิปัญญาไทย มุ่งไกลสู่เวทีโลก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 น. นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า “OTOP น่าน สู่สากล 2569” ภายใต้โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP น่าน สู่สากล ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พิษณุโลก

เพื่อยกระดับสินค้าชุมชนและขยายโอกาสทางการค้าสู่ตลาดระดับสากล พร้อมดึงเอกลักษณ์ท้องถิ่นสร้างพลัง Soft Power ของจังหวัดน่าน ภายในงาน โดยมีนายสุทธิรักษ์ ศรีสุเลิศ พัฒนาการจังหวัดน่าน นางศศิธร สุดเจริญ ประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก หัวหน้าส่วนราชการ พัฒนาการอำเภอ ผู้แทนภาคเอก สื่อมวลชน และกลุ่มผู้ประกอบการ OTOP

เข้าร่วมอย่างคับคั่ง พิธีเปิดเริ่มต้นด้วยการแสดงชุด “ฟ้อนล่องน่าน” ศิลปะการแสดงที่สะท้อนเอกลักษณ์และวัฒนธรรมอันงดงามของจังหวัดน่าน สร้างบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจในรากเหง้าท้องถิ่น สำหรับผลิตภัณฑ์ชุมชนของจังหวัดน่านที่นำมาจัดแสดงและจำหน่ายในครั้งนี้ ล้วนมีต้นทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรที่ทรงคุณค่า อาทิ ผ้าทอพื้นเมือง ที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น

เครื่องเงินและเครื่องประดับ งานหัตถศิลป์ประณีตที่มีชื่อเสียงระดับประเทศงานหัตถกรรมพื้นบ้าน สินค้าทำมือที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นกาแฟและสินค้าเกษตรคุณภาพ ที่มีรสชาติโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์การจัดงานครั้งนี้ยังมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและกลุ่มคลัสเตอร์ OTOP ให้สามารถปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก โดยเน้นการส่งเสริมด้าน การตลาดดิจิทัล เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้เข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ ควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์ดั้งเดิมของชุมชนไว้อย่างยั่งยืน

จังหวัดน่านเชื่อมั่นว่าการยกระดับสินค้าและบริการในครั้งนี้ จะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มีความมั่นคงและยั่งยืนภายหลังพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ คณะผู้บริหารได้เดินเยี่ยมชมบูธสินค้าของผู้ประกอบการ

พร้อมร่วมกิจกรรมถ่ายภาพหมู่ และรับชมการแสดงพิเศษจากศิลปินภายในงาน เพื่อให้กำลังใจผู้ประกอบการและส่งเสริมการจำหน่ายสินค้า OTOP น่านให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งในระดับภูมิภาคและระดับสากล ทั้งนี้ ขอเชิญประชาชนร่วม “ชิม ช้อป สินค้า OTOP น่าน” ได้ภายในงาน ระหว่างวันที่ 5 – 9 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พิษณุโลก.

ภาพข่าว /ทีมงานส่วนกลาง รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 เป็นเจ้าภาพพิธีสวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน)

แชร์เนื้อหานี้

รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 เป็นเจ้าภาพ พิธีสวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พุทธศักราช 2569 ณ ศาลาร่มเย็น วัดรางหมัน พลตำรวจตรี ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7

ร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน)
พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าร่วม สวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน)

โดยการเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ เป็นการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีและน้อมรำลึกในพระคุณของหลวงปู่แผ้ว ปวโร พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนและชาวอำเภอกำแพงแสน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาท่านได้เมตตาอุปถัมภ์และสร้างคุณประโยชน์ต่อสาธารณกุศลอย่างมากมาย

ณ ศาลาร่มเย็น วัดรางหมัน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โดยมีศิษยานุศิษย์และประชาชนเข้าร่วมพิธีด้วยความสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าประจวบฯ ตรวจปั๊มยืนยันมีน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอไม่ต้องซื้อกักตุน สั่งคุมเข้มห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 มี.ค.69 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย นายสรศักดิ์ ท่าใหญ่ พลังงานจังหวัดฯ และเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบฯ ในช่วงที่เกิดสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง

จากการลงพื้นที่ในวันนี้พบว่า สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงเปิดให้บริการตามปกติ มีประชาชนมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ประกอบการแจ้งว่าเมื่อวันก่อนมีลูกค้าพากันนำรถมาเติมน้ำมันจำนวนมากเพราะกังวลว่าน้ำมันเชื้อเพลิงจะปรับราคาสูงขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้น้ำมันทุกชนิดหมด จำเป็นต้องปิดให้บริการ จากปกติที่จะเปิดตลอด 24 ชม. จึงทำให้มีประชาชนบางส่วนเข้าใจผิดว่ามีการกักตุน แต่ในวันนี้สถานการณ์กลับมาเป็นปกติแล้ว

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในวันนี้ ได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนผู้ประกอบการให้ทราบเกี่ยวกับการห้ามกักตุนหรือปฏิเสธการจำหน่าย หรือการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหากฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมยืนยันว่าขณะนี้ปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศมีเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องซื้อกักตุน แต่ขอให้ช่วยกัน

ใช้อย่างประหยัดแม้จะไม่ขาดแคลน เพราะไม่สามารถคาดเดาได้ว่าการสู้รบในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อหรือไม่ พร้อมฝากเตือนประชาชนที่ซื้อน้ำมันใส่แกลลอนอาจสุ่มเสี่ยงทำให้เกิดอันตรายได้โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่สภาพอากาศร้อน พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคุมดูแลป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าในช่วงนี้ หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดขอให้แจ้งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดฯ หรือศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด หรือสายด่วน 1569

นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ยังกล่าวถึงประเด็นเรื่องการเฝ้าระวังการก่อเหตุด้านความมั่นคงในพื้นที่ว่า ขณะนี้ทางจังหวัดมีข้อมูลชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว และได้กำชับทุกอำเภอ ฝ่ายปกครอง ตำรวจท้องที่ ช่วยกันสอดส่องเฝ้าระวัง และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราโดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองนายกรัฐมนตรี ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและเวียนเทียนประทักษิณรอบองค์พระปฐมเจดีย์ เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 3 มีนาคม 2569 ที่พระวิหารหลวง องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศล เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2569

โดยมีนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นายยงยุทธ สวนทอง นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม นายสมาวิษฎ์

สุพรรณไพ นายณรงค์วิทย์ พบพาน รองผู้ว่าราชการจังหวัด รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์

ผบก.ภ.จว.นครปฐมและ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการ ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา ประชาชน

และนักท่องเที่ยว ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาซึ่งวันมาฆบูชานับเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

ตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ถือเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง “โอวาทปาติโมกข์” หลักคำสอน “ทำความดี ละเว้นความ

ชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์” ท่ามกลางพระอรหันต์สาวก 1,250 รูป ที่มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ พระธรรมวชิรเจติยาจารย์ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14 รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์

ราชวรมหาวิหาร กล่าวนำแสดงตนเป็นพุทธมามกะ จากนั้นได้แสดงพระธรรมเทศนา

เพื่อน้อมนำคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนาอันพึงปฏิบัติมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน อีกทั้งส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนละเว้นความชั่ว

ทำความดี ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ หลังจากนั้นได้ร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์ และเวียนเทียนประทักษิณรอบองค์พระปฐมเจดีย์ จำนวน 3 รอบ เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชาเพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา

………………
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ภาพ/ข่าว
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

การประชุมขับเคลื่อนระบบ e-Living Willการจัดทำหนังสือแสดงเจตจำนง แบบอิเล็กทรอนิกส์

วันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. สำนักงานสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดการประชุม การจัดทำหนังสือแสดงเจตนาตามสิทธิ ด้านสุขภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Living will ) โดยเชิญ นพ.สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เข้าร่วมบรรยายและเสวนาในประเด็น “รู้สิทธิ์ คืนศักดิ์ศรี เลือกวาระสุดท้ายด้วยตนเอง” ณ ห้องประชุมศรีสง่า โรงแรมริเวอร์ จังหวัดนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ปี 2569/ และงาน ลูกเสือน่าน จัดอบรม ลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 น. บริเวณ วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน บรรยากาศเต็มไปด้วยประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มารอชมความงดงามของขบวนแห่เครื่องราชสักการะ ภายในงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง และงานแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียง” ประจำปี 2569

ในการนี้ พระราชนันทวัชรบัณฑิต, รศ.ดร. รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง ร่วมในพิธี พร้อมด้วย นาย ชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นำคณะสงฆ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ข้าราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมชมริ้วขบวน

ขบวนหลวงได้เคลื่อนอย่างสง่างาม ประกอบด้วยเครื่องราชสักการะ ได้แก่ น้ำสรงพระราชทาน ผ้าทิพย์ห่มองค์พระธาตุ และผ้าไตรพระราชทาน บรรเลงคลอด้วยเสียงดนตรีพื้นเมือง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดน่านที่มาร่วมเฝ้าชมอย่างเนืองแน่น

นอกจากนี้ ภายในขบวนยังมี “นางสาวน่าน ประจำปี 2569” ร่วมสร้างสีสันให้กับริ้วขบวน พร้อมขบวนอัญเชิญรางวัลพระราชทาน ขณะที่ขบวนแห่คัวตานจากทั้ง 15 อำเภอของจังหวัดน่าน ได้แก่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอบ่อเกลือ อำเภอทุ่งช้าง อำเภอนา

หมื่น อำเภอนาน้อย อำเภอเวียงสา อำเภอเชียงกลาง อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา อำเภอสองแคว อำเภอบ้านหลวง อำเภอเมืองน่าน อำเภอแม่จริม อำเภอสันติสุข และอำเภอภูเพียง ต่างจัดตกแต่งประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจง สะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างงดงาม

ตลอดสองฝั่งเส้นทางที่มุ่งหน้าขึ้นสู่พระธาตุแช่แห้ง มีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมบันทึกภาพแห่งความประทับใจ เสียงชื่นชมดังก้องตลอดเส้นทาง นับเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนพลังศรัทธาและความร่วมแรงร่วมใจของชาวน่านในการสืบสาน

ประเพณีอันทรงคุณค่าให้คงอยู่ตลอดไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/
พ.อ.พยอม บุญทร/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม/เพียรพิศ ยะวิญชาญ/ร.ต.ท.ชาญชัย บรรจง/สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สำนักงานลูกเสือจังหวัดน่าน จัดอบรมผู้บังคับบัญชาหน่วยงานลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ประจำปี 2568


วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมเวทีวิชาการ นายชัยนรงค์ วงค์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน (ผู้บังคับบัญชาลูกเสือจังหวัดน่าน) เป็นประธานเปิดการอบรมผู้บังคับบัญชาหน่วยงานลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ประจำปี 2568 โดยมีผู้บังคับบัญชาลูกเสือจาก

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดน่าน สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดน่าน เทศบาลเมืองน่าน สมาคมลูกเสือจังหวัดน่าน เข้ารับการอบรมจำนวน 120 คน โดยมี ดร.วิเชียร วาพัดไทย

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ผู้อำนวยการลูกเสือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 กล่าวรายงาน การดำเนินการอบรมผู้บังคับบัญชาหน่วยงานลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ประจำปี 2568 ในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรแกนนำลูกเสือจิตอาสา

พระราชทานประจำสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ และวิทยากรแกนำลูกเสือจิตอาสาพระราชทานระดับจังหวัดน่าน เป็นวิทยากรตลอดการอบรมในโอกาสนี้ นายชัยนรงค์ วงค์ใหญ่ ได้กำชับให้ผู้เข้ารับการอบรม

นำความรู้ไปใช้ในการพัฒนากิจการของลูกเสือจังหวัดน่าน ให้มีคุณภาพยิ่งๆขึ้นไป ตามคำปฏิญาณของลูกเสือโดยเคร่งครัด มานพ เถรหมื่นไวย ภาพ/ข่าว/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังกวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กรมทางหลวงชนบท เดินหน้าโครงการ “นาคานคร บึงกาฬ” เปิดเวทีสื่อรับฟังความเห็น หนุนท่องเที่ยวเมืองรอง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุมสิรินธารา 1 โรงแรมเดอะวัน จังหวัดบึงกาฬ กรมทางหลวงชนบท ร่วมกับ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดประชุมเปิดเวทีเดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้โครงการเส้นทางท่องเที่ยว “นาคานคร จังหวัดบึงกาฬ” พร้อมจัดกิจกรรมรอบสื่อมวลชนจังหวัดบึงกาฬ เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าโครงการ และเปิดรับฟังข้อคิดเห็นจากภาคสื่อและผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่

การศึกษาครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่ 5 อำเภอ 14 ตำบล ระยะทางรวมประมาณ 110 กิโลเมตร เชื่อมโยงเส้นทางจากอำเภอเซกาถึงอำเภอปากคาด โดยมุ่งพัฒนาโครงข่ายถนนสายรองที่มีศักยภาพ เพื่อรองรับการเดินทางท่องเที่ยวในอนาคต และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของจังหวัดบึงกาฬ

นายอานนท์ ศักดิ์บูรณาเพชร วิศวกรศึกษาโครงการฯ เปิดเผยว่า โครงการให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนและสื่อมวลชน เพื่อให้แนวทางการออกแบบเส้นทางสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ สิ่งแวดล้อม และความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง พร้อมทั้งประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และการได้มาซึ่งเขตทางอย่างรอบคอบ

จังหวัดบึงกาฬมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ทั้งแหล่งธรรมชาติ วัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น และแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขง การพัฒนาเส้นทางสายรองจึงถือเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงจุดท่องเที่ยวให้เข้าถึงได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อันจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มรายได้ให้ชุมชน และสร้างโอกาสทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ โครงการ “นาคานคร จังหวัดบึงกาฬ” ดำเนินการสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2580) และแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ โดยมีเป้าหมายสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดงานมหกรรมเครื่องเงิน และผ้าทอเมืองน่านครั้งที่ 10 สินค้าอัตลักษณ์ร่วมสมัย กับการเดินทาง ๑ ทศวรรษ แห่งความสำเร็จ เชื่อมโยงตลาดและการท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.30 น. ที่ข่วงเมืองน่าน (ข่วงน้อย) อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่านครั้งที่ 10 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2569 โดยมีนายอดิศักดิ์ มณีท่าโพธิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดการ นอกจากนี้ยังมีนายชัยพฤกษ์ รุ่งรชตะวาณิช ประธานคลัสเตอร์เครื่องเงินน่าน และนางวราภรณ์ ลำจวน ประธานคลัสเตอร์ผ้าทอเมืองน่าน รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธีเปิดงาน

การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนองแนวพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์เครื่องเงินและผ้าทอน่านให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ส่งเสริมผู้ประกอบการเครื่องเงินและผ้าทอน่านเข้าสู่ตลาดสากล สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการเครื่องเงินและผ้าทอน่าน และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน

กระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดน่านให้คึกคักยิ่งขึ้ จัดงานมหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอน่าน ครั้งที่ 10 เป็นการจัดงานมาอย่างต่อเนื่อง กล่าวได้ว่าเป็น “ทศวรรษแห่งความสำเร็จ” ของคลัสเตอร์เครื่องเงินและผ้าทอน่านที่ได้ริเริ่มและจัดงานมาอย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน โดยการจัดงานในครั้งนี้ เป็นการจัดภายใต้แนวคิดที่ต้องการโชว์ให้เห็นว่า

เครื่องเงินและผ้าทอน่าน “ไม่ได้มีดีแค่ความดั้งเดิม แต่มีความร่วมสมัย” (Contemporary) ที่คนทั่วโลกสวมใส่และใช้งานได้จริง ในชีวิตประจำวัน” บนพื้นฐานที่คงความเป็นเอกลักษณ์ และกลิ่นอายของเมืองน่าน (NAN Silver & Textile Signature)

ในงานจะประกอบด้วย นิทรรศการเครื่องเงินและผ้าทอน่าน เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ // นิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

พระบรมราชชนนีพันปีหลวง// แฟชั่นโชว์ โดยคุณกานต์ ชนนิกานต์ (Miss Thailand 2023) พร้อมกับเหล่านายแบบ นางแบบ มืออาชีพ กว่า 20 คน // การแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน-ผ้าทอจำนวน 60 คูหา // กิจกรรม Workshop ที่เกี่ยวกับเครื่องเงินและผ้าทอ รวมถึงการบริการขัดล้างเครื่องเงินฟรี และให้บริการแก้ไขขนาดของผลิตภัณฑ์ผ้าทอที่จำหน่ายภาย

ในงาน การเจรจาจับคู่ธุรกิจ ผู้แทนการค้า Buyers และ Trader ที่มีเครือข่ายด้านการตลาดทั้งใน และต่างประเทศซึ่งจะเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการ // กิจกรรมส่งเสริมการขาย และกิจกรรมคืนกำไรให้กับลูกค้า โดยเฉพาะการจับฉลากรางวัลเครื่องเงินแท่ง ผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน และผ้าทอ ซึ่งรวมมูลค่ากว่า 30,000 บาท กิจกรรมบันเทิงบนเวที การแสดงดนตรี และศิลปวัฒนธรรมเป็นประจำทุกวัน

การจัดงานมหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่าน ครั้งที่ 10 จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางการตลาดให้แก่กลุ่มคลัสเตอร์เครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่าน ในขณะที่ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวที่จะสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานรับรอง จากทั่วจังหวัดน่านได้ ณ จุดเดียวในงานนี้ ซึ่งจะเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ผู้ประกอบการเครื่องเงินและผ้าทอน่านเ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน กระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดน่านให้คึกคักยิ่งขึ้นอีกด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สิงห์บุรี จัดงานสืบสานประเพณี “ม่วนซื่นหมู่เฮาไทย – ลาวแง้วทองเอน” ครั้งที่ 14 ส่งเสริมอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ กระตุ้นท่องเที่ยวชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 มีนาคม 2569 เวลา 19.00 น.นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เปิดงานสืบสานประเพณีไทย “ม่วนซื่นหมู่เฮาไทย – ลาวแง้วทองเอน” ครั้งที่ 14 ประจำปี 2569 ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ณ สนามวัดดงยาง ตำบลทองเอน อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี โดยมีนางวีรวรรณ จันทนเสวี พร้อมนายสมชัย แจ่มประสิทธิ์สกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนตำบลทองเอน

นายประสิทธิ์ พุ่มไม้ชัยพฤกษ์ วัฒนธรรมจังหวัดสิงห์บุรี เปิดเผยว่า จังหวัดสิงห์บุรีเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ได้แก่ ลาวแง้ว ลาวเวียง ไทยพวน และไทยญวน ซึ่งมีคุณค่าทางวัฒนธรรมทั้งด้านภาษา อาหาร การแต่งกาย ศิลปะการแสดง และภูมิปัญญาท้องถิ่น การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน และเผยแพร่อัตลักษณ์ท้องถิ่น

พร้อมทั้งสร้างงาน สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านการท่องเที่ยวชุมชนภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทินิทรรศการมีชีวิต แสดงประวัติความเป็นมาและวิถีชีวิตชาวลาวแง้วการนำเสนออัตลักษณ์ลาวแง้ว 5 ด้าน ได้แก่ ภาษา อาหาร การแสดง การแต่งกาย และอาชีพจักสานการสาธิตทำอาหารพื้นถิ่นและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน

กิจกรรมกินโตกพาแลง รำวงย้อนยุค และจุดถ่ายภาพตามซุ้มวัฒนธรรมการออกร้านอาหารพื้นบ้านและสินค้าทางวัฒนธรรมจากเครือข่ายชุมชนการจัดงานดังกล่าวเป็นการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่คู่ชุมชน พร้อมยกระดับภาพลักษณ์

จังหวัดสิงห์บุรีให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศจัดโดย จังหวัดสิงห์บุรี ร่วมกับ วัฒนธรรมจังหวัดสิงห์บุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรี องค์การบริหารส่วนตำบลทองเอน และภาคีเครือข่ายวัฒนธรรมในพื้นที่

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นักเล่นว่าว 12 ปท. ประชันความสวยงามกลางหาดพัทยา งานว่าวนานาชาติ “Pattaya International Kite on the Beach 2026”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 25 ก.พ.69 นายศิวัช บุญเกิด รองปลัดเมืองพัทยา เป็นประธานกล่าวเปิดงานเทศกาลว่าวนานาชาติบนชายหาดพัทยา “Pattaya International Kite on the Beach 2026” โดยมี นายเจตภัทร จรูญพิพัฒน์กุล ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัล มารีนา เอาต์เล็ต เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมกันนี้มีนายพีระพงศ์ สามปรุ ปลัดอำเภอบางละมุง นางปาณรดา อัตโตหิ รอง

ปลัดเมืองพัทยา นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา นายวรกิตติ์ นวสกุลเกียรติ ผู้ก่อตั้ง Thaitan Kite Team Thailand ผู้แทนสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาการท่องเที่ยว และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ที่บริเวณชายหาดพัทยา ตรงข้ามศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา จ.ชลบุรี

เมืองพัทยา ร่วมกับบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สํานักงานพัทยา, สมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา, กรมเจ้าท่า และ Thaitan Kite Team Thailand ทีมว่าวยักษ์ไทย ยักษ์ยิ้ม จัดงาน “Pattaya International Kite on the Beach 2026” เทศกาลว่าวนานาชาติบนชายหาดพัทยา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Sky Paradise of Happiness” โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ณ บริเวณชายหาดพัทยา หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา ซึ่งไฮไลท์ที่ห้ามพลาด! ครั้งแรกในไทยกับการรวมว่าวคาแรคเตอร์จากแบรนด์ดัง

นำโดย MR.SUN มาสคอตประจําเซ็นทรัล พัทยา ขนาด 12 ม., ว่าวน้องหมึกกรุบ, ว่าวนกฟลามิงโก้ by กู๊ดเตอร์, ว่าวน้อง WATT-D by PEA ขนาดกว่า 3 เมตร และว่าวนานาชาติหลากหลายดีไซน์กว่า 150 ตัว จาก 12 ประเทศทั่วโลก ยาวกว่า 1 กิโลเมตร บนชายหาดพัทยา และทุกวัน เวลา 16.00 น. พบกับการโชว์ Sport Kite จากประเทศไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยกิจกรรมฝั่งเซ็นทรัล พัทยา กับเวิร์กช็อปเพ้นท์ว่าวคาแรคเตอร์ MR.SUN อีกทั้งสตรีทฟู้ดกว่า 30 ร้าน พร้อมโปรโมชั่นสำหรับนักช้อป และร้านอาหารสำหรับครอบครัว

ด้านนายศิวัช บุญเกิด รองปลัดเมืองพัทยา ได้กล่าวเชิญชวนให้ทุกท่านมาร่วมถ่ายรูปสวยๆ กับบรรดาว่าวยักษ์ที่สวยงาม ตระการตา พร้อมเลือกซื้อว่าวมาร่วมเล่นที่ชายหาดพัทยา เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และส่งเสริมภาพลักษณ์พัทยาให้เป็น Top Beach Destination ที่ทั่วโลกต้องมาเยือนร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในเมืองพัทยาไปด้วยกัน ในงาน “Pattaya International Kite on the Beach 2026” ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคมนี้ ที่บริเวณริมชายหาดเมืองพัทยา หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป

มูลนิธิคุณพ่อเรย์ แถลงข่าวจัดงาน “St. Patrick’s Day Parade 2026 ครั้งที่ 12 อีกครั้ง”

วันที่ 25 ก.พ.69 ที่ศูนย์ประชุมมหาไถ่ พัทยา จ.ชลบุรี ได้มีพิธีแถลงข่าวการจัดงาน “St. Patrick’s Day Parade 2026 ครั้งที่ 12 อีกครั้ง” โดยมี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานแถลงข่าว พร้อมด้วย บาทหลวงก่อเกียรติ ดีศรึ ประธานมูลนิธิคุณพ่อเรย์ ในฐานะประธานอำนวยการ นายปีเตอร์ มาโลตรา CEO of Pattaya Mail ไลออนบรรจง บัณฑูรประยุกต์ อดีตผู้ว่าการไลออนส์สากลภาค 310C ตัวแทนชุมชนชาวไอริช ผู้แทนสมาคมทหารผ่านศึกต่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา และตัวแทนจากสวนน้ำรามายณะ ร่วมแถลงข่าว

สำหรับงาน “St. Patrick’s Day Parade 2026“ หรืองานขบวนพาเหรด วันเซนต์แพททริค ประจำปี 2026 กำหนดจัดขึ้นวันอังคารที่ 17 มีนาคม 2569 นี้ ซึ่งเป็นวันเฉลิมฉลองนักบุญแพททริค นักบุญประจำชาติของชาวไอแลนด์ โดยในหลายเมืองใหญ่ทั่วโลก อาทิ นิวยอร์ก โตเกียว และซิดนีย์ ได้มีการจัดขบวนพาเหรดกันอย่างสนุกสนาน เป็นกิจกรรมที่สืบทอดมานานกว่า 100 ปี

ทั้งนี้ มูลนิธิคุณพ่อเรย์ ชุมชนชาวไอริชในเมืองพัทยา ได้ร่วมกับห้าวร้านต่างๆ โรงแรมตลอดจนหน่วยงานผู้เกี่ยวข้องกำหนดจัดเดินขบวนพาเหรด โดยเริ่มจากลานอเนกประสงค์ริมหาดพัทยากลาง ก่อนเคลื่อนขบวนไปตามถนนพัทยาใต้และไปสิ้นสุดที่โรงเรียนเมืองพัทยา 8 (พัทธยานุกูล) ก่อนมีพิธีประกาศผลรางวัลขบวนพาเหรดตามลำดับ

อย่างไรก็ดี งาน “St. Patrick’s Day Parade 2026“ ในปีนี้ จะมีเรื่องชวนพาเกรดตกแต่งอย่างสวยงามกว่า 30 ขบวน โดยมีวงดุริยางค์ทหารเรือ และวงโยธวาทิตโรงเรียนเมืองพัทยา มาร่วมสร้างสีสัน รวมทั้งขบวนพาเหรดจากชาวไทยและนักท่องเที่ยวอีกมากมาย คาดว่าขบวนพาเหรดจะมีความยาวกว่า 2 กม. และมีผู้ร่วมงานนับพันคนในวันดังกล่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่านเปิดงานหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ประจำปี 2569 ตระการตาแสงสีเสียงล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 19.00 น. ที่ลานกิจกรรมวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง จังหวัดน่าน มีการจัดพิธีเปิดงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง และการแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียง” ประจำปี 2569

ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักและเปี่ยมด้วยแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนนาย ชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย พระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะ

จังหวัดน่าน และ พระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง นำคณะสงฆ์ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

การจัดงานในปีนี้ จังหวัดน่าน โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดน่าน วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง

และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครน่าน เฉลิมพระเกียรติฯ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ภาคท้องถิ่น และองค์กรต่าง ๆ ได้บูรณาการความร่วมมือในการจัดงาน

ระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ถึง 3 มีนาคม 2569
นางภัทรภร ชัยวัฒนกุล วัฒนธรรมจังหวัดน่าน กล่าวว่า การจัดงานมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ สืบสานศิลปวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และร่วมผลักดันจังหวัดน่านสู่การเป็นเมืองมรดกโลก
กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย

พิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ขบวนอัญเชิญน้ำสรงพระราชทาน ขบวนน้ำศักดิ์สิทธิ์จากทั้ง 15 อำเภอ การประกวดขบวนแห่คั่วตานชิงถ้วยพระราชทาน การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การสาธิตและจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม ตลอดจนการจัดพื้นที่สร้างสรรค์ “ขัวศิลปหัตถกรรมละอ่อน” และกาดหมั้วคัวฮอม

ภายหลังพิธีเปิด ประธานในพิธีและผู้ร่วมงานได้รับชมการแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียง” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ของเมืองน่านอย่างงดงาม สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ การจัดงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ถือเป็นประเพณีสำคัญของจังหวัดน่าน ที่สะท้อนถึงความศรัทธาและความร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วนในการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่สืบไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/พ.อ.พยอม บุญทร รายงาน

น่านเปิดงานหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ประจำปี 2569 ตระการตาแสงสีเสียงล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียง

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 19.00 น. ที่ลานกิจกรรมวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง จังหวัดน่าน มีการจัดพิธีเปิดงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง และการแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียง” ประจำปี 2569 ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักและเปี่ยมด้วยแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชน

นาย ชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย พระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน และ พระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง นำคณะสงฆ์ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
การจัดงานในปีนี้ จังหวัดน่าน

โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดน่าน วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครน่าน เฉลิมพระเกียรติฯ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ภาคท้องถิ่น และองค์กรต่าง ๆ ได้บูรณาการความร่วมมือในการจัดงาน ระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ถึง 3 มีนาคม 2569

นางภัทรภร ชัยวัฒนกุล วัฒนธรรมจังหวัดน่าน กล่าวว่า การจัดงานมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ สืบสานศิลปวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และร่วมผลักดันจังหวัดน่านสู่การเป็นเมืองมรดกโลก
กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย

พิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ขบวนอัญเชิญน้ำสรงพระราชทาน ขบวนน้ำศักดิ์สิทธิ์จากทั้ง 15 อำเภอ การประกวดขบวนแห่คั่วตานชิงถ้วยพระราชทาน การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การสาธิตและจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม ตลอดจนการจัดพื้นที่สร้างสรรค์ “ขัวศิลปหัตถกรรมละอ่อน” และกาดหมั้วคัวฮอม

ภายหลังพิธีเปิด ประธานในพิธีและผู้ร่วมงานได้รับชมการแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียง” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ของเมืองน่านอย่างงดงาม สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ การจัดงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ถือเป็นประเพณีสำคัญของจังหวัดน่าน ที่สะท้อนถึงความศรัทธาและความร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วนในการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่สืบไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/พ.อ.พยอม บุญทร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สพม.น่าน จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์สืบชะตาครบรอบ 5 ปี และทอดผ้าป่ามหากุศลระดมทุนช่วยเหลือนักเรียนประสบภัย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์สืบชะตา เนื่องในโอกาสครบรอบ 5 ปี วันก่อตั้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน

พร้อมด้วย นายพลวัฒน์ กัลยาประสิทธิ์ และนายเกรียงไกร ทานะเวช รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ผู้อำนวยการโรงเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา และบุคลากรในสังกัด เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน และหนองน้ำครก ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อความเป็นสิริมงคลในโอกาสครบรอบ 5 ปี วันก่อตั้งหน่วยงาน และเพื่อดำเนินกิจกรรมสาธารณกุศล “Live for Life” ปล่อยปลามหากุศล ณ บริเวณหนองน้ำครก โดยได้รับเมตตาจากพระราชนันทวัชรบัณฑิต, รศ.ดร. รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน และเจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้งพระอารามหลวง ให้เกียรติมาอธิษฐานจิตปล่อยปลา/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี / “เติมเต็มคุณภาพชีวิตผู้พิการ มอบบ้านปรับสภาพ–สิ่งของจำเป็น สร้างโอกาสใหม่อย่างยั่งยืนในพื้นที่กรุงเทพฯ”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.00–15.30 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล นำโดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ และกรรมการอำนวยการ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าร่วมกิจกรรมพิธีมอบบ้านที่

ได้รับการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ พร้อมทั้งพิธีมอบพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตลอดจนมอบเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตของผู้พิการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธีมอบ ณ บ้านคนพิการในพื้นที่แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก และแขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร

กิจกรรมดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน อาทิ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ, ศูนย์บริการคนพิการกรุงเทพมหานคร, กองทัพบก, สำนักงานเขตหนองจอก

สำนักงานเขตมีนบุรี ผู้นำชุมชน และเครือข่ายทหารผ่านศึก เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิตผู้พิการให้สามารถอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัย เหมาะสม และมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

นับเป็นอีกหนึ่งภารกิจด้านสังคมสงเคราะห์ที่สะท้อนพลังความร่วมมือของภาครัฐ ภาคประชาสังคม และชุมชน ในการสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของคนพิการอย่างเป็นรูปธรรม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น้องน้ำผึ้ง ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา คว้ามงกุฎนางสาวน่าน ประจำปี 2569 ไปครอง ในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณเวทีกลาง งานของดีเมืองน่าน บริเวณริมน้ำน่านเชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน หัวหน้าส่วนราชการและผู้สนับสนุนการประกวด ร่วมมอบมงกุฎ ของรางวัลและสายสะพายพร้อมเงินรางวัลให้แก่นางสาวน่าน และรองนางสาวน่าน ในการประกวดนางสาวน่าน ประจำปี 2569

ด้วยจังหวัดน่านได้กำหนดให้มีการจัดการประกวดนางสาวน่าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมให้ดำรงตำแหน่งนางสาวน่านประจำปี 2569 และเป็นตัวแทนในการเผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของจังหวัดน่าน โดยมีสาวงามสมัครเข้าร่วมชิงชัยมงกุฎนางสาวน่านประจำปี 2569 จำนวน 26 คน ซึ่งดำเนินการจัดการประกวดโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน และหน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้อง

โดยผลการประกวดนางสาวน่าน งานประจำปีและของดีเมืองน่าน 256รางวัลชนะเลิศนางสาวน่าน ได้แก่ หมายเลข 7 ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา น้องน้ำผึ้ง อำเภอเวียงสา เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 40,000 บาท พร้อมมงกุฎพร้อมสายสะพายประจำตำแหน่ง, ตำแหน่ง Biovech Ambassador 2026 พร้อมเงินประจำตำแหน่ง 120,000 บาท, Voucher จาก Dr.Keaw clinic มูลค่า 40,000 บาท, สมาชิก Flamingo Fitness ระยะเวลา 1 ปี, สิทธิ์เข้าพัก ชีววิถีเฮิร์บ เวลเนส สเตย์ ฟรี ภายใน 1 ปี จำนวน 3 ครั้ง, บัตรโดยสารสายการบินไทยแอร์เอเชีย เส้นทางภายในประเทศ (น่าน-ดอนเมือง) ไปกลับ 2 ที่นั่ง, บัตรชมภาพยนตร์จาก Major Cineplex 5 ที่นั่ง, และขันน้ำพานรอง

🥈รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ หมายเลข 23 นางสาวนันทัชพร ไชยเกิด น้องแมงปอ นาน้อยรีสอร์ตและห้วยแก้วรีสอร์ต โดยคุณสุนทรีย์ โนทะ ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 25,000 บาท พร้อมมงกุฎพร้อมสายสะพายประจำตำแหน่ง, Voucher จาก Dr.Keaw clinic มูลค่า 30,000 บาท, สมาชิก Flamingo Fitness ระยะเวลา 3 เดือน, สิทธิ์เข้าพัก ชีววิถีเฮิร์บ เวลเนส สเตย์ ฟรี ภายใน 1 ปี จำนวน 1 ครั้ง, บัตรชมภาพยนตร์จาก Major Cineplex 5 ที่นั่ง, และขันน้ำพานรอง

🥉รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ หมายเลข 21 นางสาวปริญทิพย์ คำแสน น้องบีม อำเภอท่าวังผาส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมมงกุฎพร้อมสายสะพายประจำตำแหน่ง, Voucher จาก Dr.Keaw clinic มูลค่า 20,000 บาท, สมาชิก Flamingo Fitness ระยะเวลา 1 เดือน, บัตรชมภาพยนตร์จาก Major Cineplex 5 ที่นั่ง, และขันน้ำพานรอง

🏅รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ หมายเลข 4 นางสาวรุ่งลาวัลย์ ใชแล น้องริด้า ร้านนครน่านเวดดิ้ง&สตูดิโอ ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมมงกุฎพร้อมสายสะพายประจำตำแหน่ง, Voucher จาก Dr.Keaw clinic มูลค่า 10,000 บาท, สมาชิก Flamingo Fitness ระยะเวลา 1 เดือน, และขันน้ำพานรอง

🏅รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 4 ได้แก่ หมายเลข 22 นางสาวณัฐริวรรณ นันไชย น้องเนย เทศบาลเมืองน่าน เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมมงกุฎพร้อมสายสะพายประจำตำแหน่ง, Voucher จาก Dr.Keaw clinic มูลค่า 8,000 บาท, สมาชิก Flamingo Fitness ระยะเวลา 1 เดือน, และขันน้ำพานรอง

🤎รางวัล People’s Choice ได้แก่ หมายเลข 7 ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา น้องน้ำผึ้ง อำเภอเวียงสา เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย

❤️รางวัลนางงามมิตรภาพ ได้แก่หมายเลข 7 ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา น้องน้ำผึ้ง อำเภอเวียงสา เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาทพร้อมสายสะพาย

🧡รางวัลแม่ญิงน่าน นุ่งซิ่นงาม ได้แก่ หมายเลข 7 ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา น้องน้ำผึ้ง อำเภอเวียงสา เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย

💛รางวัลนางงามผมสวย by Biovech ได้แก่ หมายเลข 26 นางสาวเปมิกา นิธิโชติยานันท์ น้องเฟิร์น องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย

💙รางวัลนางงามหุ่นสวย by Flamingo Fitness ได้แก่ หมายเลข 13 นางสาวจินตพร แซ่จ๋าว น้องมาย อำเภอบ้านหลวงส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมสายสะพาย และสมาชิก Flamingo Fitness ระยะเวลา 1 ปี

🩵รางวัลนางงามผิวสวย by GeeGee’ ได้แก่ หมายเลข 4 นางสาวรุ่งลาวัลย์ ใชแล น้องริด้า นครน่านเวดดิ้ง&สตูดิโอ ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย และผลิตภัณฑ์มูลค่า 10,000 บาท

💚รางวัล BOV Starts Talents (TIKTOK) ได้แก่ หมายเลข 23 นางสาวนันทัชพร ไชยเชิด น้องแมงปอ นาน้อยรีสอร์ตและห้วยแก้วรีสอร์ต โดยคุณสุนทรีย์ โนทะ ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย และ Trophy

💜รางวัลชุดราตรียอดเยี่ยม ได้แก่ หมายเลข 7 ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา น้องน้ำผึ้ง อำเภอเวียงสา เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย

🩶รางวัลขวัญใจสื่อมวลชน ได้แก่ หมายเลข 7 ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา น้องน้ำผึ้ง อำเภอเวียงสา เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมสายสะพาย

🩷รางวัลขวัญใจมหาชน ได้แก่ หมายเลข 20 นางสาววิชญาดา งามอุดม น้องแพทตี้ อำเภอนาหมื่น เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมสายสะพาย

ขอขอบคุณภาพ/ข่าว : ส.ปชส.น่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ, ท้องถิ่น อ.ชุมแพ ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด.ครั้งแรก

แชร์เนื้อหานี้

ในวันศุกร์ ที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา๑๐.๐๐ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมครั้งแรก ประจำปี 2569 นายอดิศักดิ์ สละ ท้องถิ่นอำเภอชุมแพ

ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม โดยพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด

การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่นฯ เพื่อดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

โดยนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพประธานในพิธี กล่าวเปิดการประชุมสภาอย่างเป็นทางการ จากนั้น
นางสาวศุภามาศ แก้วดวงดี ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด ทำหน้าที่ เลขานุการสภาชั่วคราว อ่านประกาศเรื่องเรียก

ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลครั้งแรก และให้สมาชิกเสนอรายชื่อผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียดชั่วคราว ที่ประชุมเลือก นายสมพร โสกันทัต ผู้อาวุโสสูงสุดของสภา ทำหน้าที่เป็นประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียดชั่วคราว

สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด ดังนี้-นายสุรศักดิ์ บุญเฮ้า ส.อบต.หมู่ 1-นายสมาน แก้วดวงตา ส.อบต.หมู่2-นายสวาท อ่อนอภัย ส.อบต.หมู่3-นายพิศิษฐ์ สีแก้ว ส.อบต หมู่ 4
-นายยุทธการณ์ ปาสาตัง ส.อบต.หมู่ 5-นายกิตติศักดิ์ นามนัย ส.อบต.หมู่6-นายเนียม บุดดาดวง ส.อบต.หมู่ 7-นายธีรภัทร ทานาม ส.อบต.หมู่ 8-นายสมพร โสกันทัต ส.อบต.หมู่ 9
-นายตรี ลุนอุดม ส.อบต.หมู่ 10

กล่าวคำปฏิญาณตนในที่ประชุมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด ลงมติเสนอชื่อ-นายกิตติศักดิ์ นามนัย ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด-นายตรี ลุนอุดม รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด-นางสาวศุภามาศ แก้วดวงดี เลขานุการสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด

จากนั้นนายกิตติศักดิ์ นามนัย ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด ได้กำหนดวันประชุมสภา ครั้งต่อไป
ให้อยู่ในห้วงวันที่ 2 มีนาคม พ .ศ.2569 เพื่อให้การดำเนินงานของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียดเป็นไปอย่างมีระเบียบ มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ตามกฎหมายฯ

โดยคณะผู้บริหารชุดใหม่ นำโดย นายสำราญ ลุนอุดม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด จะได้แถลงนโยบายต่อสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด

ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานในสมัยใหม่ของสภา ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง ในวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2569 วินฅนชนข่าวสื่อรัฐทีวี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่านพิธีเปิดนิทรรศการ “นันทสิปปะสร้างสรรค์ 2026”

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณช่วงน้อย นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ประธานในพิธี
เปิดงานนิทรรศการ “นันทสิปปะสร้างสรรค์ 2026″โดยมีนางสาวอัญรินทร์ ฉัตรโชติวรกิตติ์ ผู้อำนวยการโรงเรีบนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์

กล่าวรายงาน มีนายเสรี พิมพ์มาศ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษาจังหวัดน่าน รักษาการณ์ศึกษาธิการจังหวัดน่าน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์ ผู้บริหารสถานศึกษา สพม.น่าน ผู้บริหารสถานศึกษา สปพ.น่าน เขต 1 พันเอกวัฒนา จันทร์ไพจิตต์

ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดน่าน ผู้แทนวัฒนธรรมจังหวัดน่าน พัฒนาชุมชนจังหวัดน่าน นายพรเทพ เสนนันตา ผอ.โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร นางสาวพิมลพรรณ สกิดรัม ผอ.วิทยาลัยชุมชนน่าน นายอนุชา ธนะเพทย์ ผญบ.ปางค่า เครือข่าวยธุรกิจแผนก

เพื่อชุมชมชน CBMC ประชาชนบ้านปางค่า คณะครูบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนโรงเรียนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์ร่วมพิธีเปิดด้วยโรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ให้สอดคล้องกับมาตรการศึกษาขั้นพื้นฐานนโยบายของ

กระทรวงศึกษาธิการ และการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จึงได้จัดนิทรรศการ”นันทสิปปะสร้างสรรค์ 2026″ ขึ้น เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เผยแพร่ผลงานของผู้เรียน
ครู และสถานศึกษา ด้วยความร่วมมือกันระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และภาคีเครือข่าย


ทางการศึกษาโดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดนิทรรศการ ดังต่อไปนี้

  1. เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา บนพื้นฐานพหุปัญญา เชื่อมโยงกับซอฟท์พาวเวอร์วิถีน่าน สู่น่านเมืองสร้างสรรค์
  2. เพื่อสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ต่อทุนวัฒนธรรม สู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
  1. เพื่อให้นักเรียนได้มีเวทีแสดงศักยภาพอย่างสร้างสรรค์ ขับเคลื่อนจังหวัดน่านสู่เมือง
    แห่งความสุข/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โชคชัยจัดใหญ่ เปิดงานฉลองย่าโม 2569 สืบสานวีรกรรม–กระตุ้นเศรษฐกิจ มอบทุนการศึกษา 133 ทุน

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ลานอนุสาวรีย์ ท้าวสุรนารี องค์ประจำ อำเภอโชคชัย ได้มีพิธีเปิดงานฉลองประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ โดยได้รับเกียรติจาก นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นครราชสีมา เป็นประธานในพิธี พร้อมลั่นฆ้องชัยเปิดงาน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของพี่น้องประชาชน

นาย พิชาญ ตราผักแว่น นายอำเภอโชคชัย กล่าวรายงานว่า งานฉลองอนุสาวรีย์ย่าโมของอำเภอจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 24 นับตั้งแต่ชาวโชคชัยร่วมใจกันสร้างอนุสาวรีย์เมื่อปี 2545 เพื่อเทิดทูนวีรกรรมอันกล้าหาญของย่าโม ควบคู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งพิธีบวงสรวงและรำบวงสรวงดวงวิญญาณท้าวสุรนารี การแสดงแสง สี เสียง ถ่ายทอดวีรกรรม การแสดงพื้นบ้าน การประกวดและการแข่งขันสร้างสรรค์ ตลอดจนการมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนจำนวน 133 ทุน ๆ ละ 1,000 บาท รวม 133,000 บาท ราย

ได้จากการจัดงานจะนำสมทบกองทุนการกุศลย่าโมอำเภอโชคชัย เพื่อนำไปบำรุงรักษาอนุสาวรีย์และสาธารณประโยชน์ พร้อมขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตประชาชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้การนครปฐม ! จัดกิจกรรมโครงการ “ ธารน้ำใจ พิทักษ์ รักษ์ ประชา ” รวมพลัง แบ่งปันน้ำใจ มอบสิ่งของให้ รร.ตำรวจตระเวณชายแดนตะโกปิดทอง สวนผึ้ง ราชบุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 14 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย คุณ ปุญภา อุปพงษ์ ประธานแม่บ้าน ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พ.ต.อ.เทิดเกียรติ รักพานิชมณี รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.ยงลิต ศุภผล ผกก.สภ.ดอนตูม พร้อมคณะจัดกิจกรรมวันวาเลนไทน์

ดำเนินโครงการ “ธารน้ำใจ พิทักษ์ รักษ์ ประชา ” นำสิ่งของอุปกรณ์การเรียน การศึกษา อุปกรณ์กีฬา และเครื่องอุปโภค บริโภค จำพวก ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม น้ำตาลทราย น้ำปลา น้ำส้มสายชู และอื่นๆอีกจำนวนมาก พร้อมได้จัดทำอาหารกลางวัน เลี้ยง คณะครู และนักเรียนของโรงเรียนตำรวจตระเวณชายแดนตะโกปิดทองจำนวน 250 คน และได้เยี่ยมชมสวนผักปลอดสารพิษที่ทางนักเรียนปลูกไว้บริโภค

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม กล่าวว่า การทำจัดโครงการ “ธารน้ำใจ พิทักษ์ รักษ์ ประชา ” ที่จัดขึ้นในครั้งนี้เพื่อแบ่งปันความรัก ความห่วงใย และสนับสนุน โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กนักเรียนในพื้นที่ทุรกันดารที่ห่างไกลเพื่อส่งเสริมให้เยาวชน เติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพและมีพื้นฐานที่มั่นคงในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

โดย โรงเรียนตำรวจดระเวนชายแดนตะโกปิดทองตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้งจังหวัดราชบุรี ได้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ปีพุทธศักราช 2521 โดยได้รับบริจาคที่ดินจากบริษัทเหมืองแร่แหลมพิชัยเนื่องจากบุตร – หลาน ของคนงาน บริษัทเหมืองแร่แหลมพิชัยไม่มีสถานที่เรียน ทางบริษัทจึงได้มอบที่ดิน จำนวน 30 ไร่ 2 งาน และสร้างอาคารเรียนจ๋านวน 1 หลัง

พร้อมทั้งประสานกับกองกำกับการดำรววจดระเวนชายแดน เขด 7 (กองกำกับการดำรดำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 ปัจจุบัน ) เพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนตำรวจดระเวนชายแดน สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งโรงเรียนดังกล่าวตั้งอยู่บนยอดเขาห่างจากชายแดนไทย พม่า ประมาณ 4 กิโลเมตร เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล ถึงระดับปฐมศึกษา

ในเบื้องต้นมีครูตำรวจ 8 ท่าน ครูพลเรือน 5 ท่าน โดยมีตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่จำนวน 250 คนและจะมีนักเรียนประมาณ 70 คน จะพักอาศัยอยู่ที่โรงเรียนเป็นประจำ ซึ่งทางโรงเรียนจะต้องทำอาหารเลี้ยงทั้ง 3 มื้อ ส่วนที่กลับบ้านจะได้รับประทานอาหารกรณีมาเรียนจะได้รับประทานอาหารมื้อกล่างวัน 1 มื้อ โดยส่วนใหญ่จะเป็นเด็กนักเรียนกว่าร้อยละ 90 เป็น ชาติพันธุ์ กะเหรี่ยง มอญ และ พม่า ทำให้การสื่อสารและการสอนเป็นภาษาไทย เด็กๆจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม กล่าวต่อว่าทางโรงเรียนแห่งนี้ ได้ดำเนินงานตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารฯ ตามพระราชดำริ ทั้ง 8 โครงการอย่างต่อเนื่อง และเป็นรูปธรรม การดำเนินงานโครงการพระราชดำริ ฯ ซึ่งทางคณะครู อาจารย์ นั้นมีวิชาการ และเพิ่มเติมหลักสูตรความรู้ด้านทางการเกษตร ดำเนินการควบคู่ไปกับการจัดการเรียนการสอน

โดยการบูรณาการงานโครงการเข้ากับการเรียนรู้ของนักเรียน เน้นการปฏิบัติจริง เช่น การปลูกผักสวนครัว การเลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ดไข่ ไก่ไข่ การเพาะเห็ด และการหมักปุ๋ยอินทรีย์ เด็กๆ ทุกคนจะได้เข้ามาเรียนรู้ในศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาทักษะด้านการเกษตร ให้กับนักเรียนเพื่อนำความรู้ที่ได้รับจากโครงการส่งต่อให้ กับครอบครัวและคน

ในชุมชนให้ต่อยอดเป็นอาชีพในอนาคต และทางโรงเรียนยังมีการเรียนการสอนด้านวิชาสหกรณ์ โรงเรียนมีสหกรณ์นักเรียน ดำเนินการโดยคณะกรรมการสหกรณ์นักเรียน โดยมีการจัดกิจกรรมออมทรัพย์กิจกรรมร้านค้า กิจกรรมส่งเสริมการผลิตขยายการพัฒนาจากโรงเรียนสู่ชุมชนอีกด้วยสำหรับ กิจกรรม

โครงการดังกล่าวเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล อันเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและวางรากฐานที่มั่นคงให้เยาวชนเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าของสังคมและประเทศชาติต่อไป
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ส่งรักปันสุข” ชาวประจวบฯ ยิ้มแก้มปริ รับดอกไม้-น้ำดื่ม แทนความห่วงใยในวันแห่งความรัก

แชร์เนื้อหานี้

บรรยากาศอบอวลไปด้วยรอยยิ้มและความประทับใจ สำหรับกิจกรรมส่งต่อความปรารถนาดีเนื่องในเทศกาลแห่งความรัก โดยความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ ก้าวแรกแห่งความห่วงใย @รพ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 น้ำดื่มมินิม่อน โดย น้องหญิง – ศิริวรรณ คีรีนิล และ คุณเจี้ยบ – พรชนก นาควงศ์ จาก ร้านโบนัส ซัก อบ รีด ได้ร่วมกับ โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ จัดกิจกรรมมอบดอกไม้และน้ำดื่มเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความห่วงใย ให้กับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและประชาชนที่มาใช้บริการ ณ บริเวณชั้น 2 อาคารผู้ป่วยนอก ในการนี้ได้รับเกียรติจาก นายแพทย์วัชรพงษ์ เหลืองไพรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย น.ส.บุณยรัตน์ สุขบาง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ (หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยนอก) และ น.ส.ปฤศนา พฤศชนะ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ (หัวหน้ากลุ่มงานสุขศึกษา) ร่วมให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกอย่างอบอุ่น ส่งต่อความรักสู่หัวใจผู้ป่วยและคนทำงาน

ต่อเนื่องมาถึงวันนี้ (14 กุมภาพันธ์) น้องหญิง ได้ส่ง คุณเจี้ยบ เป็นตัวแทนนำดอกไม้และน้ำดื่มไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่และผู้ป่วย ณ ศูนย์ไตเทียม โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ รวมถึงเจ้าหน้าที่แผนกต่างๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันไม่เพียงเท่านั้น ทีมงานยังได้เดินทางไปมอบกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์, นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมถึง “พนักงานกวาดถนน” ผู้อยู่เบื้องหลังความสะอาดของเมือง ซึ่งหลายท่านถึงกับกลั้นความดีใจไว้ไม่ไม่อยู่ พร้อมเผยความรู้สึกสุดประทับใจว่า “นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้รับมอบดอกไม้แบบนี้” สร้างความซึ้งใจให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มอบสิ่งของพระราชทาน ของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่พระประโทน เมืองนครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยพสกนิกรผู้ได้รับผลกระทบจากอัคคีภัย ในพื้นที่ตำบลพระประโทน อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นำสิ่งของพระราชทานของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

มอบให้แก่นางระเบียบ สุขดี และนายภาณพัช สุขดี ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย ณ บ้านเลขที่ 67 และ 67/5 หมู่ที่ 3 ณ อาคารศูนย์ฝึกอาชีพ องค์การบริหารส่วนตำบลพระประโทน หลังจากเกิดเหตุเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 16.45 น. สาเหตุจากไฟฟ้าลัดวงจร ส่งผลให้บ้านเรือนที่พักอาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลัง จำนวน 2 หลัง อีกทั้งสูญเสียทรัพย์สิน อุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ และขวัญกำลังใจเป็นอย่างมาก

ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด สมาชิกเหล่ากาชาดและชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครปฐม ร่วมมอบถุงยังชีพและสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น ให้แก่นางระเบียบ สุขดี และนายภาณพัช สุขดี พร้อมเงินช่วยเหลือ รายละ 10,000 บาท เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

อีกทั้งสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มอบเงินสงเคราะผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน อีกรายละ 3,000 บาท โดยมีรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์
ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย นายโชติพงศ์ เปล่งวิทยา นายอำเภอเมืองนครปฐม พ.อ.ภูมิพศุตม์ เตี๊ยะเพชรดี รอง ผอ.รมน.จังหวัด น.ฐ.(ท.)พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ตำบลพระประโทน ร่วมให้กำลังใจ พร้อมหารือแนวทางในการช่วยเหลือต่อไป

สำหรับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ก่อตั้งเป็นมูลนิธิขึ้น เพื่อช่วยบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนผู้ได้รับความทุกข์ยากเดือดร้อนจากเหตุสาธารณภัยต่างๆ อย่างทันท่วงที ตลอดจนสงเคราะห์ด้านการศึกษาด้วยการมอบทุนการศึกษาแก่เด็กกำพร้าที่ครอบครัวประสบสาธารณภัย และเด็กที่เรียนดีในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ได้ยึดถือพระราชดำริมาปฏิบัติเป็นเวลา 61 ปี ดังพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้ทรงวางรากฐานการดำเนินงานของมูลนิธิไว้ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทรงมีพระราชปณิธานอย่างแน่วแน่ ที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอด ในการดำเนินงานของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ทรงห่วงใยผู้ประสบสาธารณภัย และทรงรับสั่งให้นำการช่วยเหลือ ส่งกลับประชาชนผู้ประสบสาธารณภัยอย่างรวดเร็วและทั้วถึง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดกิจกรรมประกวด โครงการพัฒนายกระดับการรณรงค์ป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ประจำปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ห้องประชุม โรงเรียนสามพรานวิทยา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดกิจกรรมประกวดผลงานจังหวัด อำเภอ และชมรม TO BE NUMBER ONE ระดับจังหวัด

ตามโครงการพัฒนาและยกระดับการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ประจำปี 2569 โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ร่วมกับ โรงเรียนสามพรานวิทยา และชมรม TO BE NUMBER ONE ในจังหวัดนครปฐม จัดขึ้นเพื่อคัดเลือกผลงานชมรม

เพื่อคัดเลือกผลงานชมรม TO BE NUMBER ONE เข้าประกวดในระดับภาคกลางและตะวันออก ประจำปี 2569 อีกทั้งเพื่อพัฒนาทักษะ ความสามามารถ ในการนำเสนอผลงานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ตามเกณฑ์ตัวชี้วัด ซึ่งจะทำให้เยาวชนมีความภาคภูมิใจ

และมีความมั่นใจ มากยิ่งขึ้น โดยมีนายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย คณะกรรมการและสมาชิก TO BE NUMBER ONE เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นจำนวนมาก

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐนิวส์ * สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าฯจ.นครปฐม ผู้บังคับการ กองอาสารักษาดินแดน จ.นครปฐม เป็นประธานพิธีวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ประจำปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครปฐม ร่วมกล่าวคำปฏิญาณตน เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ครบรอบ 72 ปี ประจำปี 2569

พร้อมมอบทุนการศึกษาของสมาคมแม่บ้านมหาดไทยแก่บุตรของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จากชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครปฐม และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ

บริเวณกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครปฐม ศาลากลางจังหวัดนครปฐม นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดนครปฐม ในฐานะรองผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดน

จังหวัดนครปฐม เป็นประธานพิธีวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ประจำปี 2569 เพื่อระลึกถึงวีรกรรม และคุณงามความดีของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนที่ได้อุทิศตนปฏิบัติหน้าที่ด้วย

ความวิริยะ อุตสาหะ ลำบากตรากตรำ และบางครั้งได้เสียสละแม้กระทั่งชีวิต ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมาโดยตลอด สำหรับกองอาสารักษาดินแดน ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ.2497

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2497 เป็นต้นมา จนถึงวันนี้ รวม 72 ปี โดยมี นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน เข้าร่วมพิธีดังกล่าว

โอกาสนี้ นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครปฐม ได้มอบสิ่งของเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และมอบทุนการศึกษามูลนิธิอาสารักษาดินแดนในพระบรมราชินูปถัมภ์ มอบทุนการศึกษาของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย

ในส่วนของกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครปฐม ได้เริ่มมีสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ประจำการในจังหวัดนครปฐม มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 รวมเป็นเวลา 51 ปี มีกำลังพลรวมทั้งสิ้น 108 นาย โดยภารกิจหน้าที่ของเหล่าสมาชิกอาสารักษาดินแดน ได้แก่

ด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งด้านปราบปราม การบำบัดรักษา และการป้องกันภัยยาเสพติดในหมู่บ้าน ชุมชน อีกทั้งด้านการจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการ ร่วมกับฝ่ายปกครอง และตำรวจ ออกตรวจสถานบริการ สถานบันเทิงและแหล่งมั่วสุมต่างๆ ตลอดจนด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นกำลัง

สนับสนุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับความเดือดร้อนในทุกพื้นที่ นอกจากนี้ได้ร่วมปฏิบัติภารกิจสนับสนุนนโยบายที่สำคัญของรัฐ และหน่วยงานราชการอื่นๆ ในการปฏิบัติงานด้านการข่าว

ด้านมวลชน การเสริมสร้างหมู่บ้าน ชุมชนเข้มแข็ง และการช่วยเหลือเหล่ากาชาดจังหวัดในด้านต่างๆ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีบวงสรวงปิดทององค์หลวงพ่อพระร่วงโรจนฤทธิ์ องค์จริง เนื่องในโอกาสประดิษฐานครบ 111 ปี

แชร์เนื้อหานี้

พิธีบวงสรวง และปิดทองปฐมฤกษ์ องค์หลวงพ่อพระร่วงโรจนฤทธิ์องค์จริง เนื่องในโอกาสประดิษฐานครบ 111 ปี
พุทธศาสนิกชนร่วมพิธีบวงสรวง และปิดทองปฐมฤกษ์ องค์หลวงพ่อพระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ธรรโมภาส มหาวชิราวุธราชปูชนียบพิตร (องค์จริง) เนื่องในโอกาสประดิษฐานครบ 111 ปี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และครอบครัว

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.09 น. ที่พระวิหารพระร่วงโรจนฤทธิ์ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ประธานฝ่ายฆราวาส

พร้อมด้วย พระธรรมวชิรเจติยาจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14 ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร ประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีบวงสรวง และปิดทองปฐมฤกษ์ องค์หลวงพ่อพระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ธรรโมภาส มหาวชิราวุธราชปูชนียบพิตร (องค์จริง)

เนื่องในโอกาสประดิษฐานครบ 111 ปี โดยมี รองผู้ว่าชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และครอบครัว ทั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ปิดทองตั้งแต่บัดนี้ จนถึงเดือนเมษายน 2570

พระร่วงโรจนฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดนครปฐม และเป็นที่เคารพบูชาของพุทธศาสนิกชนทั่วไปมาช้านาน เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระยุพราชนั้น ในช่วงปี 2451 ได้เสด็จประพาสหัวเมืองภาคเหนือ ทรงพบพระพุทธรูปที่ประกอบด้วยพุทธลักษณะที่งดงาม เป็นศิลปะสมัยสุโขทัยองค์หนึ่งที่เมืองศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

โดยองค์พระพุทธรูปนั้นชำรุดมากเหลือแต่พระเศียรกับพระหัตถ์ข้างหนึ่งและพระบาท จึงโปรดเกล้าให้อัญเชิญลงมากรุงเทพมหานคร ครั้นเมื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ จึงโปรดเกล้าให้ทำการปั้นหุ่นขึ้นให้บริบูรณ์เต็มองค์พระพุทธรูป แล้วเททองหล่อทำพิธีสถาปนาพระพุทธรูป

เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2456 ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพมหานคร และในปี 2457 โปรดเกล้าให้อัญเชิญพระพุทธรูปมาไว้ที่องค์พระปฐมเจดีย์ พร้อมกับจัดการประกอบองค์ขึ้นประดิษฐานและตกแต่งแล้วเสร็จเป็นพระพุทธรูปประทับยืนเมื่อ

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2458 ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารด้านทิศเหนือขององค์พระปฐมเจดีย์ ต่อมา เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2466 ได้ถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “พระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอิน

ทราทิตย์ธรรโมภาสมหาวชิราวุธ ราชปูชนียบพิตร” จึงได้กำหนดให้วันที่ 2 พฤศจิกายนของทุกปี ถือเป็นวันเกิดของพระร่วงโรจนฤทธิ์ นับตั้งแต่ปี 2458 เป็นต้นมา

จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด พร้อมพันธมิตรจัดโครงการช่วยน้อง รร.บ้านหนองกระทิง มูลค่ากว่า 1.2 แสนบาท

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 6 ก.พ.69 มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด สโมสรโรทาแรคท์มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด และสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน ดำเนินโครงการจิตอาสา “ส่งโอกาสให้น้อง (Passing on Opportunities to Underprivileged Children)” พร้อมนำรายได้ของสโมสรโรทาแรคท์มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดจากการจัดงาน “ราตรีนานาชาติการกุศล (International Charity Night 2026)”

ไปมอบให้โรงเรียนบ้านหนองกระทิง อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ โดยมี ดร.ยุนหลิน หยาง ผู้อำนวยการบริหาร มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด วิทยาเขตหัวหิน–ชะอำ ดร.เรวิตา สายสุด หัวหน้าหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต MBA นางสาวพิชยา สุวรรณโชติ นายกสโมสรโรทาแรคท์มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด นายไบรอัน แอนเดอร์สัน นายกสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน นายศิริชัย บุญเพ็ง รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองกระทิง คณะครูและนักเรียนร่วมกิจกรรม

โดยคณะผู้จัดงานและภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันมอบและสนับสนุนสิ่งของให้แก่โรงเรียนบ้านหนองกระทิง ได้แก่ เครื่องเล่นสนามเด็กเล่น พัดลมเพดาน ตู้กดน้ำร้อน–น้ำเย็น อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา กระเป๋าเป้นักเรียนของโรงแรม UR the Private Hua Hin ของใช้จำเป็น ขนมและอาหาร รวมถึงการสนับสนุนการก่อสร้างและปรับปรุงหลังคาสแลน หลังคาบ่อปลา และพื้นที่กิจกรรมภายในโรงเรียน เพื่อยกระดับสภาพแวดล้อมด้านการเรียนรู้และสุขภาวะของนักเรียนอย่างยั่งยืน คิดเป็นมูลค่า 123,517 บาท

นอกจากนี้ยังมีการจัดฐานกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยนักศึกษาโรทาแรคท์และนักศึกษาหลักสูตร MBA ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของนักศึกษานานาชาติของมหาวิทยาลัย ซึ่งร่วมกันจัดกิจกรรมสอนภาษาอังกฤษ เล่นเกมสร้างสรรค์ และกิจกรรมสันทนาการ เพื่อสร้างความสุข ความสนุกสนาน และแรงบันดาลใจให้แก่น้อง ๆ นักเรียนอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้คณะผู้จัดงานยังได้สนับสนุนอาหารกลางวัน ไอศกรีม และขนมอร่อย ๆ สำหรับนักเรียนและผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน เพื่อ

สร้างบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและรอยยิ้มตลอดทั้งวัน สะท้อนพลังความร่วมมือของสถาบันการศึกษา องค์กรจิตอาสา และภาคเอกชน ที่ร่วมกันสานต่อเจตนารมณ์จากงานราตรีนานาชาติการกุศลสู่การสร้างโอกาสทางการศึกษาและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่เด็กและเยาวชนในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ น่าน เปิดปฐมนิเทศ “นางสาวน่าน – ธิดาดอย” ประจำปี 2569 พร้อมชวนเที่ยวงานของดีเมืองน่าน 13-22 ก.พ. นี้

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดน่าน—นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีปฐมนิเทศและให้โอวาทแก่ผู้เข้าประกวด “นางสาวน่าน” และ “ธิดาดอย” ประจำปี 2569 ณ โรงแรมเวียงแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและตอกย้ำบทบาทสตรีในการเป็นตัวแทนถ่ายทอดอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดสู่สาธารณชน

ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านกล่าวว่า เวทีการประกวดดังกล่าวไม่ใช่เพียงการแสดงความงามภายนอก แต่เป็นพื้นที่สะท้อนภูมิปัญญา ความสามารถ และรากเหง้าทางวัฒนธรรมของสตรีชาวน่าน รวมถึงพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งถือเป็นพลัง “ซอฟต์พาวเวอร์” สำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของจังหวัดอย่างยั่งยืน

พร้อมกันนี้ จังหวัดน่านขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชมและให้กำลังใจผู้เข้าประกวด บนเวทีกลางในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2569 ณ บริเวณเชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือ

โดยมีกำหนดการประกวดสำคัญ ได้แก่การประกวดธิดาดอย วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ถ่ายทอดเสน่ห์เครื่องแต่งกายและวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์การประกวดนางสาวน่าน วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ชมความสง่างามตามแบบฉบับสาวเมืองน่าน

นอกจากนี้ ภายในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–22 กุมภาพันธ์ 2569 ยังมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การออกร้านกาชาดและนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐ การจำหน่ายสินค้า OTOP และของดีจากทุกอำเภอ การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านและดนตรี รวมถึงอาหารพื้นเมืองรสเลิศ ท่ามกลางบรรยากาศเมืองเก่าอันมีเสน่ห์

จังหวัดน่านขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์เมืองน่าน ให้กำลังใจบุตรหลานในการประกวด และร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อร่วมกันกระตุ้นเศรษฐกิจและสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของชาวน่าน/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สลากกินแบ่งรัฐบาล สภาสังคมสงเคราะห์ฯ – มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ มอบทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียน/สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ให้กำลังใจเชฟจิตอาสา โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน สนามหลวง”

แชร์เนื้อหานี้

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมกับ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิ มิราเคิล ออฟไลฟ์ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมมอบทุนการศึกษา อุปกรณ์การเรียนการสอน และเครื่องกีฬา ให้แก่โรงเรียนเพียงหลวง ๘ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อสนับสนุนการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล

ในโอกาสนี้ ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กรรมการสำนักงานสลากกินแบ่ง และประธานมูลนิธิมิราเคิลฯ พร้อมคณะผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมมอบทุนการศึกษาและสิ่งของสนับสนุนทางการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ เสริมสร้างทักษะด้านวิชาการ กีฬา และกิจกรรมพัฒนาศักยภาพนักเรียน

การสนับสนุนในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนได้มีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรการเรียนรู้ที่จำเป็น อันจะนำไปสู่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสังคมไทยอย่างยั่งยืน

“ท่านประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ลงพื้นที่ให้กำลังใจเชฟจิตอาสา โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน สนามหลวง”

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดโครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน” โดยสมาคมครัวเชฟจิตอาสา สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ประกอบอาหารปรุงสุก ข้าวไข่เจียวทรงเครื่อง จำนวน 200 กล่อง เพื่อมอบแก่ประชาชนผู้เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ บริเวณเต็นท์อาหารพระราชทาน สนามหลวง

ในการนี้ ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจเชฟจิตอาสาและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานเพื่อสังคมและประชาชนขอขอบคุณ คุณเยาวมาลย์ วัชระเรืองศรี กรรมการอำนวยการ และประธานดำเนินงานวันสำคัญและกิจกรรมพิเศษ ที่ร่วมสนับสนุน ส้มสายน้ำผึ้ง จำนวน 200 ลูก เพื่อแจกจ่ายแก่ประชาชน พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่สำนักหารายได้ที่ร่วมมอบอาหารและดูแลการแจกจ่ายอย่างเรียบร้อย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.กำแพงแสนจัดกิจกรรม “Big Day” รณรงค์โค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง / คณะครูโรงเรียนหนองปลาไหล จัดกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตย

แชร์เนื้อหานี้

นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน พร้อมปลัดอำเภอกำแพงแสน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯลฯ หัวหน้าส่วนราชการ พ.ต.อ.ปราโมทย์ โพธิ์พันธุ์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรกำแพงแสน และ

พ.ต.อ.นริสสร์ สังข์กระแสร์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรกระตีบ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะครูและนักเรียนโรงเรียนกำแพงแสนวิทยา ในพื้นที่อำเภอกำแพงแสน ร่วมปล่อยแถวกิจกรรมรณรงค์เชิญชวนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (Big day) ณ บริเวณอนุเสาวรีย์อินทรศักดิศจี อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

เพื่อให้ประชาชนมีความตื่นตัวและความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป และออกเสียงประชามติ ประจำปี 2569 ทั้งนี้มีการเดินรณรงค์บริเวณตลาดกำแพงแสนตามร้านค้า บ้านเรือนประชาชน พร้อมแจกเอกสารแผ่นพับ

และรถกระจายเสียงเคลื่อนที่เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้แนวคิด “สร้างสรรค์ประเทศไทย พร้อมใจไปเลือกตั้ง”
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

คณะครูโรงเรียนหนองปลาไหลและบุคคลากร ร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปโดยได้นำนักเรียน ระดับอนุบาล 2 – ป.6 โดยการเดินรณรงค์เชิญชวนให้ผู้ปกครองไปใช้สิทธิ์ลงคะแนน

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 โรงเรียนวัดหนองปลาไหล(ปานพลอุปถัมภ์) นำโดย ผอ.ชุติสรา หาดแมน คณะครูและบุคคลากร ร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตยระดับอนุบาล 2 – ป.6 โดยการเดินรณรงค์และใช้รถสามล้อประชาสัมพันธ์ภายในชุมชน ร่วมเชิญชวนให้ผู้ปกครองไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้ง

เริ่มเดิน ณ บริเวณภายชุมชนโดยรอบของ ตำบล ทุ่งกระพังโหม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เพื่อให้ประชาชนมีความตื่นตัวและความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป และออกเสียงประชามติ ประจำปี 2569

ทั้งนี้มีการเดินรณรงค์บริเวณตลาดตามร้านค้า บ้านเรือนประชาชน พร้อมแจกเอกสารแผ่นพับ และรถสามล้อเคลื่อนที่เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้แนวคิด “สร้างสรรค์ประเทศไทย พร้อมใจไปเลือกตั้ง”
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วช. ติดตามความก้าวหน้าโครงการวิจัยลด PM2.5 จ.น่าน ขับเคลื่อนชุมชนจัดการเศษวัสดุเกษตรอย่างยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 — สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่จังหวัดน่านเพื่อติดตามแผนงานวิจัย “ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5” ที่มุ่งลดปัญหาการเผาในที่โล่งจากเศษวัสดุทางการเกษตร โดยใช้พลังของงานวิจัย เทคโนโลยี และภูมิปัญญาชุมชน สู่เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสิ่งแวดล้อม

คณะติดตามประกอบด้วย ท่านวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ กรรมการบริหารมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และท่านประลอง ดำรงค์ไทย ผู้อำนวยการแผนงานประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5 (เป้าหมาย 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน) และอดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)

พร้อมทีมผู้บริหารจาก วช. ลงพื้นที่ร่วมกับ ผศ.ดร.เอกชัย ดวงใจ หัวหน้าโครงการจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่อำเภอเวียงสา ซึ่งประกอบด้วย ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก)

บริษัท ไฟฟ้าหงสา จำกัด กำนัน ตำบลน้ำมวบ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำมวบ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลส้าน วิสาหกิจชุมชน “เก้าเห็ดเป็นยา จังหวัดน่าน” สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) พื้นที่น่าน สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดน่าน หจก.แคชชิว นัท ริช กรุ๊ป(ไทยแลนด์) และสหกรณ์จังหวัดน่าน

โครงการเน้นการพัฒนาเครือข่ายชุมชนปลอดการเผา ผ่านการใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ซังข้าวโพด ฟาง มูลสัตว์ มาผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และการเพาะเห็ด รวมถึงการส่งเสริมพืชเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างถั่วลิสงลายเสือและการผลิตอาหารสัตว์น้ำ เสริมด้วยแนวคิดเศรษฐกิจ BCG เพื่อสร้างรายได้ ลดจุดความร้อน และบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสริมสร้างสุขภาพกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง เช่น การใช้สมุนไพรพื้นบ้าน ผักปลอดภัย และกิจกรรมฟื้นฟูปอด รวมถึงการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ เช่น ระบบน้ำหยด และการหมักปุ๋ยชีวภาพเร่งการย่อยสลาย ลดภาระ

แรงงานและเพิ่มผลผลิต การดำเนินงานทั้งหมดเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน ตั้งแต่การตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ การจัดกิจกรรม Farmer-to-Farmer Learning จนถึงการขยายผลสู่ระดับจังหวัดในอนาคต/ทีมช่าวสมาคมสื่อมวลจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมุทรสาคร ลุยแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำเร่งระบายออกสู่ตลาด 1 ล้านลูก ดันราคาลูกละ5บาท

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยมี นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดพร้อมด้วยเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมติดตามสถานการณ์การกระจายผลผลิตมะพร้าวน้ำหอม พร้อมร่วมประชุมชี้แจงการเชื่อมโยงการกระจายผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว โดยเบื้องต้นได้มีการประสานความร่วมมือระหว่างสหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด

ซึ่งเป็นสหกรณ์ที่รวบรวมมะพร้าวน้ำหอม กับสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด จังหวัดร้อยเอ็ด สหกรณ์การเกษตรบรบือ จำกัด จังหวัดมหาสารคามและสหกรณ์การเกษตรกุดชุม จำกัด จังหวัดยโสธรซึ่งเป็นสหกรณ์ผู้ซื้อ เพื่อร่วมกันระบายผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมออกสู่ตลาดผ่านเครือข่ายสหกรณ์ นอกจากนี้ ได้รับฟังปัญหาเรื่องราคามะพร้าวน้ำหอมที่ตกต่ำอยู่ในขณะนี้ และร่วมกันเสนอแนวทางการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดและยั่งยืน ณ สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้มาตรวจเยี่ยมการรวบรวมผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ขณะนี้พบว่าเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวกำลังเผชิญปัญหาผลผลิตตกต่ำอย่างหนัก เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ราคามะพร้าวหน้าสวนเฉลี่ยลูกละ 23 – 28 บาท แต่ปัจจุบันราคาที่เกษตรกรขายหน้าสวนลดลงเหลือ ลูกละ 2 บาท กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงหาแนวทางให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นเพื่อบรรเทาปัญหาและยกระดับราคาในระยะเร่งด่วน โดยใช้กลไกตลาดของเครือข่ายสหกรณ์เข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว

ในจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดราชบุรี โดยมีเป้าหมายในการรวบรวมทั้ง 2 จังหวัด 1,000,000 ลูก และมีแผนกระจายผลผลิตมะพร้าวไปยังเครือข่ายสหกรณ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 30,000 ลูก ซึ่งในวันนี้จะมีการปล่อยรถบรรทุกมะพร้าวน้ำหอมไปตลาดปลายทางที่จังหวัดร้อยเอ็ด โดยสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด จังหวัดมหาสารคาม โดยสหกรณ์การเกษตรบรบือ จำกัด และจังหวัดยโสธร โดยสหกรณ์การเกษตรกุดชุม จำกัด สั่งซื้อจากสหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด จำนวน 20,000 ลูก ขณะที่สหกรณ์ต้นทางที่รวบรวมมะพร้าวน้ำหอมรับซื้อผลผลิตจากสมาชิกในราคาลูกละ 5 บาท และส่งขายให้เครือข่ายสหกรณ์ตลาดปลายทาง ลูกละ 6-7 บาท

นอกจากนี้ ยังมีเครือข่ายสหกรณ์ในจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดอุดรธานี ทยอยเปิดรับออเดอร์มะพร้าวน้ำหอม เพื่อช่วยระบายผลผลิตให้กับสหกรณ์ในจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดราชบุรีอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะมีอีกหลายจังหวัดที่กำลังทยอยสั่งออเดอร์เข้ามา ซึ่งกรมฯ จะประสานกับเครือข่ายสหกรณ์ในจังหวัดต่าง ๆ ช่วยกันระบายผลผลิตออกนอกพื้นที่ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาและดึงราคามะพร้าวหน้าสวนให้ขยับเพิ่มขึ้น คาดว่าการใช้กลไกเครือข่ายสหกรณ์ในการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรได้ในระดับหนึ่ง
“ความร่วมมือช่วยเหลือกันระหว่างสหกรณ์ครั้งนี้ เป็นการช่วยดึง

ราคามะพร้าวน้ำหอมที่ตกต่ำให้ขยับเพิ่มสูงขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของขบวนการสหกรณ์ ในการร่วมมือกันพัฒนาระบบการตลาดและการกระจายผลผลิต การเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยกระจายผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมจากต้นทางจังหวัดสมุทรสาครไปยังตลาดปลายทาง ผ่านเครือข่ายสหกรณ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรมต่อสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกร ซึ่งมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดสมุทรสาคร มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค การเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างสหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด กับสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด และเครือข่ายสหกรณ์ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการขยายช่องทางการตลาด เพิ่มประสิทธิภาพการกระจายผลผลิต แก้ปัญหาด้านราคา และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่สมาชิกสหกรณ์และเกษตรกร” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

สำหรับจังหวัดสมุทรสาครมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมในอำเภอบ้านแพ้ว ประมาณ 50,000 ไร่ โดยมีสหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด เป็นสถาบันเกษตรกรในการส่งเสริมและรวบรวมผลผลิต สหกรณ์มีสมาชิก 2,350 ราย ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP จำนวน 17 แปลง โดยมีพื้นที่ให้ผลผลิต รวมกว่า 320 ไร่ และมีสหกรณ์การเกษตรประสานกสิกิจ จำกัด พื้นที่ประมาณ 400 ไร่ ปีการผลิต 2568 – 69 คาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมรวมกว่า 31.92 ล้านลูก โดยเฉพาะในรอบการผลิต เดือนธันวาคม 2568 – เดือนกุมภาพันธ์ 2569

จะมีผลผลิตไม่น้อยกว่า 5,000,000 ลูก ซึ่งต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 7 บาทต่อลูก ราคาที่เกษตรกรอยู่ได้คือลูกละ 8-10 บาท ซึ่งที่ผ่านมาสหกรณ์จะรวบรวมมะพร้าว ส่งขายให้กับพ่อค้าคนกลางและล้งจีนประมาณ 80 % และส่งขายให้ล้งไทยประมาณ 20 %
นอกจากนี้ ยังมีการรวบรวมมะพร้าวจากสหกรณ์การเกษตรมะพร้าวน้ำหอมแปลงใหญ่ จำกัด จังหวัดราชบุรี ซึ่งมีสมาชิกปลูกมะพร้าว จำนวน 127 ราย พื้นที่ปลูก 3,200 ไร่ และพื้นที่ผลผลิต 3,200 ไร่ มีสมาชิกสั่งขายกับสหกรณ์ จำนวน 85 ราย ยอดการรวบรวม ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มกราคม 2569 มียอดซื้อ 685,404 ลูก มูลค่ากว่า 3,628,462.40 บาท ปัจจุบันราคาขาย เฉลี่ยลูกละ 4 บาท

ทั้งนี้ ที่ผ่านมากรมส่งเสริมสหกรณ์ได้สนับสนุนอุปกรณ์การตลาดให้กับสหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด เป็นโรงคลุมเพื่อรวบรวมมะพร้าวน้ำหอมรวมทั้งสนับสนุนมาตรฐานการผลิต การสร้างแบรนด์ ช่องทางการจำหน่ายการสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ ผ่านโครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ปีงบประมาณ 2567 โครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ปีงบประมาณ 2568 (กลุ่มพัฒนาต่อยอด) และการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างประสิทธิภาพการบริหารจัดการและอำนวยความสะดวกในการจัดหาเครื่องจักรกลทางการเกษตร ปีงบประมาณ 2569

ทีมข่าวสมุทรสาคร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดงาน “มหกรรมอาหาร วิถีน่าน วิถีถิ่น วิถีไทย” ครั้งที่ 18 ชูอัตลักษณ์อาหารพื้นถิ่น หนุน Soft Power กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้างนราไฮเปอร์มาร์ท จังหวัดน่าน นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมอาหาร วิถีน่าน วิถีถิ่น วิถีไทย” ครั้งที่ 18

ประจำปี 2569 โดยมีนายสาธิต บุญทอง ที่ปรึกษาชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดน่านกล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงาน ผู้ประกอบการ และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

การจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดน่าน และภาคเอกชน โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณหลักจากบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด มีเป้าหมายเพื่อขานรับนโยบายการส่งเสริม Soft Power ของประเทศไทย โดยเฉพาะด้านอาหาร ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

คณะผู้จัดงานตระหนักถึงความสำคัญของทุนทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดน่าน จึงยกระดับการจัดงานจากมหกรรมอาหารทั่วไป สู่การเป็นเวทีแสดงศักยภาพ “น่าน…เมือง

เก่าที่มีชีวิต” ผ่านรสชาติอาหารพื้นถิ่น เพื่อยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบการร้านอาหารให้รองรับการท่องเที่ยวเชิงอาหาร หรือ Gastronomy Tourism

สืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหาร โดยเฉพาะเมนูอัตลักษณ์ของจังหวัดน่าน เช่น “ยำไก่ใส่ปลี” ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้หมุนเวียนให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ตามแนวทางการพัฒนาเมืองน่านสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การออกร้านจำหน่ายอาหารรสเลิศกว่า 40 บูธ การแข่งขันประกวดอาหารพื้นเมืองภูมิปัญญาท้องถิ่นเมนู “ยำไก่ใส่ปลี” การประกวดธิดามหกรรมอาหารจังหวัดน่าน ประจำปี 2569

รวมถึงกิจกรรมการแสดงดนตรีและศิลปวัฒนธรรมจากเยาวชนและชุมชน การแสดงดนตรีจากวงมณฑลทหารบกที่ 38 การแสดงจากศิลปินตลกศรีหลอด เชิญยิ้ม และศิลปินวง “เดอะ เพอะ” ตลอดจนการจัดแสดงนวัตกรรมยานยนต์จากบูธรถยนต์ต่าง ๆ/ทีมช่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน