คลังเก็บหมวดหมู่: กิจกรรมเพื่อสังคม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้การโคราช ลงพื้นที่ปากช่อง เขาใหญ่ ต่อเนื่อง 3 กิจกรรม ตรวจเยี่ยมกำลังพล นำเจริญพระพุทธมนต์ ทำกิจกรรมจิตอาสา ถวายเป็นพระราชกุศล 5 ธันวาคม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยประธานแม่บ้านตำรวจจังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่อำเภอปากช่องต่อเนื่องทั้งวัน เพื่อพบปะกำลังพล ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ และร่วมกิจกรรมทางศาสนา จิตอาสา ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 5 ธันวาคม

โดยเวลา 12.00 น. พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พร้อมประธานแม่บ้านตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ กองร้อยรักษาความปลอดภัย (ถปภ.) พระตำหนักทิพย์พิมาน ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง รวมถึงข้าราชการตำรวจที่ผลัดเปลี่ยนปฏิบัติหน้าที่ประจำพื้นที่สำคัญดังกล่าว ภายหลังการตรวจเยี่ยม ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ได้จัดเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ทุกนาย

ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พร้อมคณะ เดินทางไปยัง วัดมกุฏคีรีวัน ต.โป่งตาลอง เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์และกิจกรรมวิปัสสนาจิตอาสา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจจำนวนมากร่วมประกอบพิธีด้วยความพร้อมเพรียง

นอกจากนี้ในช่วง เวลา 15.00 น. ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา และประธานแม่บ้านตำรวจจังหวัดนครราชสีมา นำกำลังพลร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาพื้นที่วัดมกุฏคีรีวัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเช่นเดียวกัน กิจกรรมครั้งนี้มีหัวหน้าสถานีตำรวจในพื้นที่และใกล้เคียง รวมทั้งข้าราชการตำรวจหลายสิบ นาย เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง แสดงถึงความตั้งใจสืบสานปณิธาน “ทำความดีเพื่อพ่อหลวง” อย่างเป็นรูปธรรม

ภาพ : นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว : นายกันตินันท์ เรืองประโคน ทีมข่าว จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มทบ.44 จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัชกาลที่ 9 เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ 5 ธันวาคม 2568

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 4 ธันวาคม 2568 เวลา 07.30 น. ณ สโมสรนายทหาร ค่ายเขตอุดมศักดิ์ จังหวัดชุมพร มณฑลทหารบกที่ 44 (มทบ.44)

จัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นทั้ง วันชาติ และ วันพ่อแห่งชาติ โดยมี พลตรี สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 เป็นประธานในพิธี
จากนั้นในเวลา 08.00 น.

ได้มีพิธีถวายราชสักการะ ถวายราชสดุดี และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยมีข้าราชการทหาร กำลังพลของค่ายเขตอุดมศักดิ์ รวมถึงสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 44 เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

พลตรี สมคิด ชูเผือก กล่าวน้อมรำลึกว่า“เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ

และวันพ่อแห่งชาติ วันที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2568 ข้าพระพุทธเจ้า พร้อมด้วยกำลังพลและครอบครัวทหารบก ได้มาร่วมกัน ณ ที่แห่งนี้ เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้”

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการ มทบ.44 ยังกล่าวถึงพระราชจริยวัตรอันงดงามตลอดกว่า 70 ปีแห่งการครองราชย์ ที่ทรงอุทิศพระวรกายบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทย

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ ยังคงงอกงามสร้างคุณประโยชน์แก่ผืนแผ่นดินไทยอย่างไม่เสื่อมคลาย ขณะที่ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ พระบรมราโชวาท ยังคงเป็นหลักนำทางในการดำเนินชีวิตของประชาชนทุกหมู่เหล่า

พลตรี สมคิด ย้ำว่า ด้วยความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ข้าราชการและกำลังพลของ มทบ.44 จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงรักภักดี มุ่งมั่นสืบสานพระราชปณิธาน และ

ร่วมกันพัฒนาชาติบ้านเมืองให้มั่นคงและก้าวหน้าสืบไป
กิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความรัก ความผูกพัน และความจงรักภักดีของประชาชนชาวชุมพรต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ผู้ทรงเป็นดั่ง “พ่อของแผ่นดิน” และทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / EEP Group ร่วมกับเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ จัดกิจกรรมจิตอาสาเพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9

แชร์เนื้อหานี้


วันที่ 3 ธันวาคม 2568 กลุ่มบริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด (EEP Group) ผู้นำด้านการจัดการขยะสู่พลังงาน นำโดยนายสราวุฒิ ภูมิถาวร ที่ปรึกษาด้านพัฒนาธุรกิจ และนายอนุพงศ์ มุทราอิศ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ เข้าร่วมพิธีเปิดกิจกรรม “ทำดีเพื่อพ่อ” โดยมีนายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ เป็นประธานในพิธี

กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาชุมชนครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาท

สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตลอดจนเนื่องในวันชาติ วันพ่อแห่งชาติ และวันสิ่งแวดล้อมไทย ประจำปี 2568

ทั้งนี้ EEP Group ได้สนับสนุนอุปกรณ์ทำความสะอาด รถบรรทุกน้ำสำหรับล้างถนน รวมถึงพนักงานร่วมทำความสะอาดและเก็บขยะบริเวณถนนสาธารณะ ตั้งแต่พื้นที่ด้านข้างกองป้องกันและ

บรรเทาสาธารณภัยจนถึงศาลเจ้าพ่อโคกพร้าว ตำบลแพรกษาใหม่ โดยมีหน่วยงานราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนใน

พื้นที่กว่า 200 คน เข้าร่วมกิจกรรม สะท้อนพลังความร่วมมือในการสร้างสังคมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และส่งต่อการทำความดีอย่างยั่งยืนต่อไป


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เรือนจำกลางนครปฐม ตรวจเยี่ยมนิทรรศการเรือนจำกลางนครปฐม ในงานเกษตรกำแพงแสน ครั้งที่ 28 / อบจ.นครปฐมได้จัดเตรียมสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568 นายจักร ลิ่มบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม เข้าตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานนิทรรศการศูนย์การเรียนรู้โครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” นิทรรศการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ และนิทรรศการศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ (Care)

ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนภารกิจกรมราชทัณฑ์ด้านการพัฒนาผู้ต้องขัง สร้างทักษะอาชีพ และเตรียมความพร้อมคืนคนดีสู่สังคม ภายในงานเกษตรกำแพงแสน ครั้งที่ 28 ประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

อบจ.นครปฐมได้จัดเตรียมสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม และ นางวิลาสินี สะสมทรัพย์ ภริยา, นายฐิรวิชญ์ สะสมทรัพย์ บุตรชาย พร้อมด้วย ผู้ช่วยผู้บริหาร ประธานสภาฯ รองประธานสภา สมาชิกสภาฯ รก.ปลัด อบจ. และเจ้าหน้าที่ อบจ.นครปฐม พร้อมกับประชาชนจังหวัดนครปฐมได้ร่วมกันมอบสิ่งของต่างๆ อาทิ และน้ำดื่ม ยาสามัญ อาหารแห้ง อาหารสัตว์ ผ้าอนามัย นม ผ้าห่ม และของอื่นๆอีกจำนวนมาก

เพื่อนำไปส่งต่อให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัย ในพื้นที่ภาคใต้ และ นายกอบจ.นครปฐม ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่าน และทุกภาคส่วน ที่่ได้นำเครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งของจำเป็นต่างๆ มาร่วมช่วยเหลือบรรเทาความทุกข์แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ในครั้งนี้ ชาวนครปฐมขอส่งความห่วงใยโดยการส่งมอบสิ่งของจำเป็น ขอให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ และขอให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวจัดงาน “เสด็จเตี่ย” กรมหลวงชุมพรฯ และงานกาชาดจังหวัดชุมพร ประจำปี 2568 คึกคัก

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 3 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ บริเวณพระตำหนักเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมืองชุมพร นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานแถลงข่าวการ

จัดงานเทิดพระเกียรติพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และงานกาชาดจังหวัดชุมพร ประจำปี 2568 พร้อมด้วยนางพณณกร ชูกิตติวิบูลย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร หัวหน้าส่วนราชการ และสื่อมวลชนทุกแขนงเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า งานเทิดพระเกียรติฯ และงานกาชาดจังหวัดชุมพร เป็นงานประจำปีที่จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2528 เพื่อรำลึกถึงพระเกียรติคุณของ “เสด็จเตี่ย” กรมหลวงชุมพรฯ

เนื่องในวันคล้ายวันประสูติวันที่ 19 ธันวาคม อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว เผยแพร่ของดีจังหวัดชุมพร และหารายได้ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยและผู้ด้อยโอกาส ผ่านภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร

สำหรับปี 2568 กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 18–26 ธันวาคม 2568 ณ โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ ตำบลบางลึก อำเภอเมืองชุมพร โดยปีนี้จัดอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปี พร้อมการมีส่วนร่วมของชุมชนทุกอำเภอในจังหวัด

ไฮไลต์สำคัญ วันที่ 19 ธันวาคม 2568
• พิธีเจริญพระพุทธมนต์
• พิธีบวงสรวง
• พิธีเปลี่ยนธงราชนาวี
• การแสดงรำเทิดพระเกียรติจากนางรำกว่า 2,000 คน

ถือเป็นกิจกรรมเชิดชูพระเกียรติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกิจกรรมหนึ่งของชุมพร
• ขบวนแห่เทิดพระเกียรติฯ และขบวนของดีชุมพรช่วงบ่าย
• พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการในช่วงค่ำ บริเวณเวทีหลักภายในงาน

กิจกรรมภายในงานที่น่าสนใจ
• การประกวดร้องเพลง วันที่ 20 ธ.ค.
• การประกวด Miss Chumphon 2025 วันที่ 23 ธ.ค.
• การออกรางวัลสลากกาชาดจังหวัดชุมพร วันที่ 26 ธ.ค. ชิงรางวัลใหญ่รถกระบะ TOYOTA HILUX REVO 4 ประตู พร้อมของรางวัลอีกมากมาย
• การออกร้าน OTOP ภายใต้แนวคิด

“เทิดพระเกียรติองค์อาภากร เสน่ห์ OTOP ชุมพร ภูมิปัญญาไทย สู่กาชาดชุมพร 2568”
• นิทรรศการจากหน่วยงานรัฐและเอกชน
• การแข่งขันและสาธิตด้านการเกษตร
• กิจกรรม “ดริปหรอย” ชิมกาแฟชุมพร
• ชิมเมนูสร้างสรรค์ “จิ้งหรีดหม่าล่า & สุกี้”
• ไฮไลต์การแข่งขันสุดฮือฮา “ศึกชิงแชมป์จ้าวนักดูด & ดื่ม (นม)” จังหวัดชุมพร

ด้านความบันเทิง มีการแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงท้องถิ่น และคอนเสิร์ตศิลปินชื่อดังหมุนเวียนขึ้นเวทีกลางทุกคืน รวมถึงกิจกรรมจากบูธเอกชนตลอดทั้งงาน คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดและจากต่างพื้นที่ สร้างรายได้หมุนเวียนให้จังหวัดชุมพรจำนวนมาก

จังหวัดชุมพรขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมงานใหญ่ปลายปี เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อเสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรฯ สนับสนุนภารกิจของกาชาด และร่วมสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นอันงดงามของเมืองชุมพรอีกด้วย.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายก.หน่อย อบจ.โคราช ผนึกกำลังเจ้าหน้าที่ มอบถุงน้ำใจ 500 ชุด ช่วยผู้ประสบอุทกภัยพัทลุง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ที่สำนักงานช่าง ตำบลมะเริง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เดินหน้าส่งต่อพลังน้ำใจสู่พี่น้องชาวภาคใต้ที่กำลังประสบอุทกภัยรุนแรง

โดย ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล (นายกหน่อย) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ อบจ.นครราชสีมา ร่วมจัดเตรียมและมอบ “ถุงน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดพัทลุง” จำนวน 500 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแก่ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

ภายในถุงยังชีพประกอบด้วยอาหารแห้ง สิ่งของจำเป็น น้ำดื่ม และอุปกรณ์ดูแลสุขภาพพื้นฐาน โดยทีมงาน อบจ.โคราช ได้เร่งบรรจุและส่งมอบสิ่งของอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ถึงมือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

นางยลดา เปิดเผยว่า การช่วยเหลือครั้งนี้เป็นความตั้งใจของ อบจ.นครราชสีมา และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ที่ต้องการส่งกำลังใจไปยังพี่น้องชาวใต้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก พร้อมย้ำว่าทางจังหวัดโคราชจะยังคงติดตามสถานการณ์และพร้อมสนับสนุนเพิ่มเติมหากมีความจำเป็น

การส่งมอบถุงน้ำใจครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของท้องถิ่นเมืองย่าโม ในการยืนเคียงข้างพี่น้องคนไทยทั่วประเทศเมื่อเกิดวิกฤต พร้อมเดินหน้าสานต่อภารกิจช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง.

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เสื้อแดงศรีสะเกษ รวมพลจัดกิจกรรม “คนติดไม่ท้อ คนรอไม่ทิ้ง” กินข่าวร่วมกับท่านทักษิณ พร้อมแขวะรัฐบาล บริการจัดการน้ำล่มเหลว ทำหาดใหญ่จมบาดาล

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ที่ชมดาวรีสอร์ท ปาร์ทหมอสมคิด คลินิกเวชกรรมหมดสมคิด ตำบลห้วยทับทัน อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ กลุ่มเสื้อแดงศรีสะเกษ พร้อม กลุ่มเดอะเรด fc เพื่อไทย และกลุ่มมวลชนผู้มีใจรักในนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กว่า 300 คน ร่วมทำกิจกรรม คนเสื้อแดงศรีสะเกษ ส่งกำลังใจให้ท่านทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำคลองเปรม “คนติดไม่ท้อ คนรอไม่ทิ้ง” ยิ่งแกล้ง เรายิ่งรอวันที่ท่านกลับมา โดยกิจกรรมมีแกนนำเสื้อศรีสะเกษ และส่วนกลาง ผลัดกันขึ้นปราศรัยให้มวลชนได้รับฟังถึงกิจกรรม และโจมตีรัฐบาล กิจกรรมรอบวงกินข้าวกับท่านทักษัณ กิจกรรมเขียนสมุดแดงส่งกำลังให้ท่านทักษิณ ซึ่งสมุดเล่มนี้จะนำไปให้ท่านทักษิณ ได้ดูและรับทราบว่าคนเสื้อแดงยังรัก และยังรอท่านทักษิณ กลับอยู่เสมอ

***นางอัญชลี เทพวงษา หรือ แอ๊ว ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า กิจกรรมวันนี้เป็นกิจกรรมที่กลุ่มคนเสื้อแดงจัดขึ้นในหัวข้อว่า คนติดไม่ท้อ คนรอไม่ทิ้ง ซึ่งคนติดก็หมายถึงท่านนายกทักษิณ ชินวัตร โดยพวกเราชาวพี่น้องเสื้อแดงจังหวัดศรีสะเกษ รวมใจรวมพลังพลังกันมาวันนี้เพื่อที่จะรำลึก ให้กำลังใจ ท่านนายกทักษิณ ซึ่งพวกเราเสื้อแดง คิดถึงท่าน เป็นห่วงท่าน ขอให้ท่านรักษาสุขภาพ แล้วก็พวกเราก็จะรอที่ให้ท่านกลับมาช่วยบ้านช่วยเมืองเรา ช่วยพี่น้องตาดำ ๆ ได้ลืมตาอ้าปากได้ พวกเราก็รักและคิดถึงท่านเสมอ

***ขณะที่ นายอัฐฐเสฏฐ จุลเสฏฐพานิช ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีและพูดถึงภัยพิบัติที่หาดใหญ่ว่า ทุกคนคงรู้ว่าทุกวันนี้การบริหารจัดการภัยพิบัติทุกวันนี้มันล่าช้าขนาดไหน มันไม่มีระเบียน ไม่มีแบบแผ่น ถ้าย้อนกลับไปภัยพิบัติเมื่อปี 44 ท่านทักษิณ จะมีการสั่งการ รมว. ทุกคนนั่งประจำสั่งการทุกจังหวัด เป็นผู้บัญชาการทุกจังหวัด ตรงไหนเข้ามาได้ก็สั่งให้เอาฮอลิคอปเตอร์เข้าไปช่วย ทุกภาคส่วนสั่งได้หมด เพราะจุดมุ่งหมายเดียวคือการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ดังนั้นที่เรามาร่วมตัวกันวันนี้ ที่เราลงชื่อเขียนให้กำลังใจท่านทักษิณ ในวันนี้ จะส่งไปถึงท่านทักษิณในเรือนจำ เพื่อให้ท่านได้เห็นถึงความห่วงใยของพวงเราชาวเสื่อแดง ถึงแม้จะอยู่ข้างนอกแต่หัวใจพวกเราก็ยังผูกพันกับท่านทักษิณ ชินวัตร ตลอดไป

***ด้าน นายศรรัก มาลัยทอง แกนนำเสื้อแดงปทุมธานี พูดบนเวทีปราศรัย ว่า ท่านทักษิณ ถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนเดียวที่ทำคุณประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนมากมาย และมากที่สุด การติดคุกของท่านทักษิณ ในครั้งสนี้ ถือว่าท่านเสียสละเพื่อประชาน เพราะกลับมาประเทศไทย ท่านไม่ต้องมายุ่งกับการเมืองก็ได้ อยู่อย่างสุขสบาย แต่ท่านเป็นห่วงพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะประชาชนคนเสื้อแดงท่านจะห่วงมาก พอท่านกลับมาประเทศไม่ถึงปีก็มาเจอปัญหาแบบนี้ และก็พยายามกลั่นแกล้งท่านไม่ให้ออกจากเรือนจำ มีเพียงพี่น้องเท่านั้นที่จะช่วยกันตระโกนเอาความยุติธรรมคืนให้นายกทักษิณ และให้นายกทักษิณมาดูแลพี่น้องประชาชนทั่งประเทศอีกครั้งผ่านการเลือกตั้ง ศรีสะเกษ มีกี่เขตเลือกเพื่อไทยให้หมดทุกเขต เดียวตนจะทำปทุมธานี โมเดลให้ดู จะให้ปทุมธานี ทั้ง 8 เขต เป็นของพรรคเพื่อไทยทั้งหมด

***นายศรรัก มาลัยทอง แกนนำเสื้อแดงปทุมธานี พูดบนเวทีปราศรัยอีกว่า วันนี้น้ำท่วม หาดใหญ่ จากที่ตนลงพื้นที่คิดว่าหน้าจะมีคนตายมากว่า 500 คน แน่นอน แต่นายกอนุทิน บอกว่าไม่ถึง 100 ราย และการบริการจัดการบูรณาการก็ทำให้พี่น้องเราผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง ถือเทียบกับยุคสมัยภัยพิบัติ สึนามิ ที่ท่านนายกทักษิณ นั่งสั่งการบัญชาการเอง ไม่นานกลับสู่สภาพปกติ เห็นไหม นายกอนุทิน คนนี้มันมาแค่ต้องการเอาอำนาจกลั่นแกล้งท่านนายกทักษิณ ล่าสุดแข่งรถ 4 พันล้าน แต่น้ำท่วมที่หาดใหญ่งบประมาณยังไม่ออก แต่เอางบไปบูรณาการแข่งรถก่อน เขากระโดง ฮั่ว สว. ทั้งหมดทั่งปวงนี้คือการโกงกินชาติทั้งสิ้น
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” เนื่องในวันดินโลก อย่างยิ่งใหญ่ ที่ จ.ประจวบฯ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 พ.ย.68 ที่เวทีกลางสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบฯ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก เป็นประธานพิธีเปิดงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” เนื่องในวันดินโลก ประจำปี 2568

โดยมี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายกุลรัศมิ์ อนันต์พงษ์สุข กรรมการสมาคมดินโลก นายมนัส กำเนิดมณี กรรมการสมาคมดินโลก นายต่อพงศ์ ปุ้ยพันธวงศ์ ประธานเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาด จ.ประจวบฯ นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ นายปรีดา สุขใจ พันจ่าเอก สาคร สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นางศันสนีย์ เกษตรสินสมบัติ เกษตรจังหวัดฯ

นายจำนงค์ พร้อมมูล ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมพิธี โดยงานดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พ.ย.- 8 ธ.ค.68 ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เพื่อเทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านการพัฒนาดิน การจัดการน้ำ การเกษตรยั่งยืน และการอนุรักษ์ผ้าไทย ส่งเสริมความรู้ทักษะด้านดิน น้ำ ทรัพยากรธรรมชาติ การท่องเที่ยวและการผลิต สินค้าเกษตรของดีจังหวัดประจวบฯ สร้างรายได้และโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกร และผู้ผลิตสินค้าชุมชน รวมทั้งส่งเสริมองค์ความรู้ด้านดินและด้านการเกษตรให้แก่เกษตรกรและประชาชนที่สนใจ
โอกาสนี้

นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ เนื่องในวันดินโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและพัฒนาดินในประเทศไทยมาอย่างยาวนานและทรงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัล The Humanitarian Soil Scientist หรือรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม จากสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ และรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พัฒนาดิน ซึ่งเป็นรากฐานของความมั่นคงทางอาหาร

ความมั่นคงของชีวิต และเป็นทรัพยากรที่ต้องร่วมกันฟื้นฟูดูแล การทำให้ประชาชนทุกภาคส่วนเห็นคุณค่าของดิน คือการสืบสานพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากนั้นได้มอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศการประกวดผลผลิตการเกษตร ได้แก่ สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย สับปะรดพันธุ์ MD2 มะพร้าวแก่ มะพร้าวอ่อน มะพร้าวน้ำหอม และขนุนยักษ์

สำหรับงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” มีกิจกรรมมากมายหลากหลายภายในงานตลอด 10 วันของการจัดงาน ได้แก่ วันที่ 29 พ.ย.68 การเสวนาวิชาการ เรื่อง ดินของพ่อ สู่วันดินโลก การประกวดสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย สับปะรดพันธุ์ MD2 มะพร้าวแก่ มะพร้าวอ่อน มะพร้าวน้ำหอม และขนุนยักษ์ / วันที่ 30 พ.ย.68 กิจกรรมเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศคลองบางนางรม อ.เมืองประจวบฯ การเสวนาวิชาการ เรื่อง การท่องเที่ยวยั่งยืนบนฐานชีวภาพ /

วันที่ 1 ธ.ค.68 การเสวนาวิชาการ เรื่อง Coco Next Gen พลิกอนาคตมะพร้าวไทย และการสาธิตผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว การเสวนาน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง / วันที่ 2 ธ.ค.68 การเสวนาการรับรองคุณภาพคนด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ / วันที่ 3 ธ.ค.68 การเดินแบบชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ “สืบสานภูษาศิลป์ น้อมถวายพระพันปีหลวง” / วันที่ 4 ธ.ค.68 กิจกรรมประจวบรักษ์สุขภาพ สานต่อของดีคีรีขันธ์ / วันที่ 5 ธ.ค.68 กิจกรรม “ชวนชิมกุ้งกระพง ดินดีวิถีพ่อ” และการแสดงดนตรีแจ๊ส บทเพลงพระราชนิพนธ์ และวันที่ 6-8 ธ.ค.68 กิจกรรมการแสดงของนักเรียน

ขณะที่ตลอดทั้ง 10 วันของการจัดงาน มีการจัดนิทรรศการดิน นิทรรศการผ้าไทย ชุดผ้าไทยพระราชนิยม 8 แบบ การจำหน่ายสินค้าโอทอป สินค้าชุมชนกว่า 30 ร้านค้า บูธสาธิตอาชีพ 10 บูธ เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00-19.00 น.ของทุกวัน เช่น การทำซาซิมิปลากะพง หมี่ผัดสับปะรด สมูทตี้สับปะรด จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชมงานดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.

นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เพื่อนร่วมโลกต้องช่วยกัน” กลุ่มชาติพันธุ์ไทยพลัดถิ่นผนึกกำลังชุมชนชายแดน รวมสิ่งของช่วยชาวหาดใหญ่ น้ำใจไร้พรมแดน

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514
วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตำบลสองพี่น้อง จังหวัดชุมพร นายหนูไกล วงธรรม กำนันตำบลสองพี่น้อง

พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล และประชาชนในพื้นที่ รวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์ชาวไทยพลัดถิ่น ได้ร่วมกันระดมสิ่งของอุปโภคบริโภค อาหารแห้ง น้ำดื่ม และเสื้อผ้าจำนวนมาก เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

โดยมีรถกระบะหลายคันลำเลียงสิ่งของไปขนถ่ายขึ้นรถบรรทุกขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเจ้าของรถที่ไม่คิดค่าบริการ ขณะที่ พันตรีวินัย บุญคงมาก หัวหน้าชุดพัฒนาสัมพันธ์ที่

4101 ได้นำกำลังทหารมาร่วมอำนวยความสะดวกในการบรรทุกสิ่งของครั้งนี้ด้วย บรรยากาศเต็มไปด้วยความร่วมแรงร่วมใจของพี่น้องทั้งสองฝั่งชายแดน

นายหนูไกล วงธรรม เปิดเผยว่า หลังรับทราบข่าวสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดสงขลา จึงรีบประสานงานกับเพื่อนฝ่ายปกครองที่เคยศึกษาในวิทยาลัยการปกครอง เพื่อสอบถามถึงผลกระทบ พบว่าพื้นที่หลายแห่งขาดแคลนสิ่งจำเป็นอย่างหนัก ทั้งอาหารแห้งและเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม

จึงได้ร่วมกับผู้นำหมู่บ้านและประชาชน รวมถึงชาวไทยพลัดถิ่น ทั้งที่มีบัตรประชาชนแล้วและที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการขอสัญชาติ ร่วมกันบริจาคสิ่งของจำนวนมาก พร้อมได้เดินทางไปมอบให้นายอุทัย สุขสว่างผล กำนันตำบลท่าข้าม อำเภอหาดใหญ่ เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันที

สำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ไทยพลัดถิ่นในจังหวัดชุมพร มีประวัติความเป็นมายาวนาน เดิมอาศัยอยู่ในพื้นที่มะริด ทวาย และตะนาวศรี ก่อนจะถูกแบ่งแยกดินแดนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อมาเมื่อพม่าเข้ากวาดล้างชนกลุ่มน้อย

“จดหมายจากพลังใจของชุมพร” เด็กนักเรียนภูบดินทร์พิทยาลัยส่งต่อความรัก ความหวัง และกำลังใจถึงผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ธนากร โกศลเมธีรายงาน 081-892-3514
ชุมพร – เต็มเปี่ยมด้วยความงดงามของน้ำใจและพลังแห่งการแบ่งปัน เมื่อโรงเรียนภูบดินทร์พิทยาลัยร่วมส่งต่อความห่วงใยผ่านกิจกรรม “จดหมาย..จากพลังใจของชุมพร”

เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งกำลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมอย่างรุนแรงในขณะนี้ วันนี้ นักเรียนทุกระดับชั้นได้ร่วมกันเขียน “การ์ดให้กำลังใจ” ด้วยลายมือและหัวใจที่บริสุทธิ์ ถ่ายทอดความอบอุ่น ความหวัง และคำปลอบโยนผ่านถ้อยคำและภาพวาดที่เปี่ยมด้วยความหมาย การ์ดแต่ละใบสะท้อนความตั้งใจของเยาวชนชุมพร ที่เชื่อมั่นว่า “กำลังใจ คือพลังสำคัญที่ช่วยให้ทุกคนผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากได้”

จดหมายและการ์ดให้กำลังใจเหล่านี้กำลังถูกรวบรวมและจัดส่งไปพร้อมกับสิ่งของจำเป็นที่ประชาชนในอำเภอหลังสวนและพื้นที่ใกล้เคียงร่วมบริจาค เพื่อบอกกับพี่น้องผู้ประสบภัยว่า
“เราอยู่เคียงข้างคุณเสมอ… คนไทยไม่ทิ้งกัน”

กิจกรรมนี้ไม่เพียงเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นบทเรียนชีวิตที่สร้างความเอื้ออาทร น้ำใจ และความเป็นมนุษย์ให้แก่เยาวชนอย่างลึกซึ้ง สะท้อนบทบาทของโรงเรียนที่เป็นมากกว่าสถานศึกษา แต่คือพื้นที่ปลูกฝังคุณธรรม สร้างอนาคต และสร้างหัวใจที่งดงามตามเจตนารมณ์ของสถานศึกษา

โดยการ์ดและจดหมายทุกฉบับจากนักเรียน จะถูกนำไปบรรจุในถุงยังชีพที่โรงเรียนจัดเตรียม ก่อนส่งมอบให้ที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ เพื่อดำเนินการแจกจ่ายต่อให้ถึงมือผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึงNot only the education,But also the future
ไม่ใช่แค่การศึกษา…แต่ให้มากกว่าถึงอนาคต

ภูบดินทร์พิทยาลัย ❤️

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ฟอกไตฟรี ได้ทุกแห่ง ขยายบริการปลูกถ่ายไต” เปิดโครงการอย่างเป็นทางการที่ รพ.ชุมพร เขตรอุดมศักดิ์

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องประชุมอาภากร อาคารอุบัติเหตุฉุกเฉินหลังใหม่ โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ได้รับเกียรติจาก พญ เหมือนแพร บุญล้อม สสจ.ชุมพร

ร่วมกับ พญ ปัทมพันธ์ อนันตาพงศ์ ผอ. โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จัดพิธีเปิดโครงการขับเคลื่อนนโยบายระดับชาติ “ฟอกไตฟรี ได้ทุกแห่ง และขยายบริการปลูกถ่ายไต” เพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการรักษาโรคไตของประชาชนในจังหวัดชุมพร

พิธีเปิดได้รับเกียรติจากพญ เหมือนแพร บุญล้อม สสจ.ชุมพรเป็น
ประธานในพิธี กล่าวถึงความสำคัญของนโยบายนี้ว่า เป็นการสร้างหลักประกันสุขภาพให้ประชาชนอย่างเท่าเทียม โดยเน้นให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการฟอกไตใกล้บ้าน

ลดภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสในการรักษา เช่น การล้างไตทางช่องท้อง การฟอกเลือด การปลูกถ่ายไต รวมถึงการดูแลแบบประคับประคอง ตลอดจนส่งเสริมการป้องกันโรคและการคัดกรองในกลุ่มเสี่ยง

ประธานยังกล่าวชื่นชมการบูรณาการความร่วมมือของ โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร อสม. และทุกภาคส่วน ที่ร่วมขับเคลื่อนให้โครงการเกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมเปิดโครงการอย่างเป็นทางการ เพื่อให้หน่วยบริการในเครือข่ายร่วมกันดำเนินงานอย่างเป็นเอกภาพตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ด้าน แพทย์หญิงปัทมพันธ์ อนันตาพงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ กล่าวรายงานถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังกว่า 71,000 ราย และมีผู้ป่วยฟอกไต–ล้างไตรวมกว่า 3,400 ราย แนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จำเป็นต้องได้รับการดูแลที่มีคุณภาพและเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง

โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร เครื่องมือแพทย์ ระบบส่งต่อ และความร่วมมือกับหน่วยบริการในเครือข่าย เพื่อให้บริการเป็นไปตามมาตรฐานตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขและ สปสช.

กิจกรรมในวันเปิดโครงการประกอบด้วย การคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคไต การให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพไต การให้คำปรึกษาด้านการรักษา และการรณรงค์บริจาคอวัยวะ โดยมีผู้เข้าร่วมต่อเนื่องกว่า 1,000 คน

โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดชุมพรในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ให้สามารถเข้าถึงบริการด้านไตที่มีมาตรฐานได้ “ทุกที่–ทุกแห่ง–ทุกคน” อย่างแท้จริง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวอ.หลังสวนกว่า 1,000 คน คาดเสียหาย 40 ล้านบาท รวมตัวร้องความเป็นธรรม ที่สมาคมฌาปนกิจหยุดไม่แจ้งสมาชิก /ส.ส.ลูกหมี ระดมสิ่งของ 5 หมื่นชุด ลุยช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

แชร์เนื้อหานี้


วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนกว่า 1,000 คน ในพื้นที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร รวมตัวกันที่ว่าการอำเภอหลังสวน เพื่อนำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ มามอบให้แก่พนักงานสอบสวน สภ.หลังสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังพบว่าสมาคมฌาปนกิจในพื้นที่ได้หยุดดำเนินการโดยไม่แจ้งให้สมาชิกทราบ ทำให้ประชาชนจำนวนมากได้รับความเสียหาย

จากการตรวจสอบเบื้องต้น คาดว่ามีผู้เสียหายกว่า 2,000–3,000 ราย ความเสียหายประเมินรายละประมาณ 200,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 30–40 ล้านบาท โดยชาวบ้านทยอยนำเอกสารมายื่นต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทางกลับ
พันตำรวจตรี สุนทร ธนะโรจน์ อายุ 67 ปี ข้าราชการบนาญ เปิดเผยว่า ประชาชนได้รวมตัวกันเพื่อนำเอกสารหลักฐานมาแจ้งความดำเนินคดีกับคณะกรรมการสมาคมอสม. หลังพบว่าเกิดปัญหาการบริหารภายใน

แต่ละหน่วยไม่แจ้งให้สมาชิกทราบว่าจะหยุดดำเนินงานหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหารใด ๆ อีกทั้งเงินที่สมาชิกจ่ายสะสมมาเป็นเงินจำนวนมาก แต่สมาชิกเพิ่งมาทราบว่าสมาคมหยุดดำเนินการตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา
พันตำรวจตรีสุนทรย้ำว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการยื่นเรื่องต่อศูนย์ดำรงธรรม โดยมีนายวันชัย ปลัดอาวุโสอำเภอหลังสวน เป็นผู้รับเรื่อง และมีตัวแทนจากสำนักงานอัยการจังหวัดเข้ามาร่วมตรวจสอบแล้ว ต่อมา

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ได้เดินทางไปที่ สภ.หลังสวน แต่ได้รับแจ้งว่าหลักฐานไม่สมบูรณ์ จึงมีการนัดสมาชิกให้รวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อนำเอกสารให้ครบถ้วนเพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดีต่อคณะกรรมการและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดด้าน นายพิมล แดงศรีธรรม อายุ 75 ปี

ข้าราชการบนาญ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลท่ามะพา และสมาชิกสมาคมฯ ให้ข้อมูลว่า ตนเป็นสมาชิกสมาคมมาตั้งแต่ปี 2534 พร้อมทั้งภรรยาและลูกบ้านจำนวนมาก จากเดิมชำระเงินเดือนละหลักร้อยต่อราย เพื่อเป็นกองกลางช่วยเหลือยามมีผู้เสียชีวิต หวังลดภาระของลูกหลานในอนาคต

อย่างไรก็ตาม กลับพบว่ามีผู้เสียชีวิตบางรายในตำบลท่ามะพาที่เสียชีวิตมาแล้ว 4–5 ปี แต่ญาติกลับไม่ได้รับเงินช่วยเหลือแต่อย่างใด พร้อมระบุว่ามีการนำเงินสมาชิกไปใช้จ่ายโดยไม่โปร่งใส ซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่สมาชิกเป็นอย่างมาก

เนื่องจากไม่มีการแจ้งยุติบทบาทหรือความเปลี่ยนแปลงของสมาคมให้ประชาชนรับทราบเลยประชาชนในพื้นที่เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ พร้อมดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายซ้ำซ้อน และเพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่สมาชิกที่ได้รับผลกระทบทุกคน.
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

ส.ส.ลูกหมี ระดมสิ่งของ 5 หมื่นชุด ลุยช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ รายงานโดย ธนากร โกศลเมธี 081-892-3514 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายชุมพล จุลใส หรือ “ส.ส.ลูกหมี” เดินทางไปยังศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย เขต 2 จังหวัดชุมพร ของนายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ (สจ.กิจ) พร้อมเรียกประชุมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรในพื้นที่อำเภอท่าแซะ ปะทิว และเมืองชุมพร เพื่อร่วมกันระดมสิ่งของจากหมู่บ้าน ชุมชน และตำบลต่าง ๆ ในพื้นที่ จัดทำถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้

สิ่งของที่นำมาบรรจุถุงยังชีพประกอบด้วย ข้าวสาร อาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ขนมขบเคี้ยว น้ำดื่ม ยาสามัญประจำบ้าน ผ้าอนามัย และของใช้จำเป็นอื่น ๆ โดยมีกลุ่มพลังสตรีและประชาชนจิตอาสามาร่วมช่วยกันแยกและบรรจุสิ่งของอย่างคึกคัก เพื่อเตรียมนำลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้ที่กำลังเดือดร้อน

ส.ส.ลูกหมี กล่าวว่า ขณะนี้พี่น้องในจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงประสบอุทกภัยอย่างรุนแรง จึงต้องเร่งระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยตั้งเป้าจัดทำถุงยังชีพจำนวน 50,000 ชุด ซึ่งบางส่วนได้มอบให้ อบจ.ชุมพร นำไปช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว อีกส่วนหนึ่ง ส.ส.และทีมสมาชิกสภาจังหวัดชุมพรจะลงพื้นที่มอบด้วยตนเองในวันที่ 1–2 ธันวาคมนี้ เพื่อเป็นกำลังใจให้พี่น้องในฐานะคนไทยที่ไม่ทอดทิ้งกันยามลำบาก

ทั้งนี้ ส.ส.ลูกหมี ยังเปิดให้พี่น้องชาวจังหวัดชุมพรที่มีญาติหรือคนรู้จักอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ติดต่อแจ้งจุดประสบภัย เพื่อให้ทีมพลังชุมพรสามารถนำสิ่งของไปส่งมอบถึงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง ช่องทางติดต่อทีมพลังชุมพร
📞 นายนพพร อุสิทธิ์ (#นายกโต้ง) 085-787-7999
📞 นายชุมพล จุลใส (#ลูกหมี) 062-443-5777
📞 นายสุพล จุลใส (#สส_ลูกช้าง) 080-198-9515
📞 นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ (#รองกิต) 066-085-4602
น้ำใจจากชุมพรยังคงหลั่งไหล เพื่อส่งต่อพลังความหวังให้พี่น้องชาวใต้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /“เทศกาลอาหารย่าง โคราช ครั้งที่ 18 Thailand BBQ FESTIVAL@KORAT 2025” ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน 5 วัน 5 คืน

แชร์เนื้อหานี้

“เทศกาลอาหารย่าง ณ โคราช ครั้งที่ 18 Thailand BBQ FESTIVAL@KORAT 2025” จัดยิ่งใหญ่กว่าเดิม พร้อมยกศิลปินดัง ระดับประเทศมาไว้ที่นี่ ฟรี! คอนเสิร์ต ตลอด 5 วัน 5 คืน ในรูปแบบใหม่ ในคอนเซ็ปต์ “ปิ้ง ม่วน ก๊วน ย่าง”

เมื่อวันที่ (26 พ.ย.68) หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา จัดงาน เทศกาลอาหารย่าง ณ โคราช ครั้งที่ 18 (Thailand BBQ FESTIVAL@KORAT 2025) โดยมี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานใน พิธีเปิด พร้อมด้วย นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และแขกผู้มีเกียรติจาก หน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมงานอย่างคับคั่ง

นายไพจิตร มานะศิลป์ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า การจัดงานเทศกาล อาหารย่าง ณ โคราช ครั้งที่ 18 จัดขึ้นเพื่อต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคกลางคืนและต้องการให้เกิดเงิน หมุนเวียนในจังหวัดนครราชสีมา โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งผู้สนับสนุน จากบริษัท ห้าง ร้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก ผู้ให้การสนับสนุนหลัก ทั้งจังหวัดนครราชสีมา, การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย,ตำรวจ

ภูธรภาค 3,องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา, เทศบาลนครนครราชสีมา, บริษัท ป้อมกิจ จำกัด,บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท ตลาดเซฟวัน จำกัด, และผู้ให้การสนับสนุนภาครัฐ และภาคเอกชนหลายหน่วยงานที่พร้อมใจขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มีเงินหมุนเวียนในจังหวัดนครราชสีมา ที่ให้ ความสำคัญของการจัดงานในครั้งนี้ รวมทั้งพี่น้องสื่อมวลชนทุกแขนง และที่ขาดไม่ได้คือความร่วมมือจากบรรดา ร้านค้า ผู้ประกอบการที่เข้ามาร่วมกิจกรรมทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดทุกท่าน

นายธงชัย ขอเพิ่มทรัพย์ ประธานจัดงานเทศกาลอาหารย่างครั้งที่ 18 กล่าวว่า การจัดงานประจำปี เทศกาลอาหารย่าง ณ โคราช ครั้งที่ 18 Thailand BBQ FESTIVAL@KORAT 2025 มาในรูปแบบใหม่ “ปิ้ง ม่วน ก๊วน ย่าง” (ZERO WASTE LOW CARBON) ได้เล็งเห็นและให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน และในการ จัดงานในครั้งนี้ทั้งผู้จัดและผู้เข้าร่วมงานจะได้มีส่วนร่วมในการช่วยการลดขยะ โดยการลดตั้งแต่ต้นทางเน้นการใช้ ทรัพยากรโดยไม่จำเป็น การใช้ซ้ำ และการคัดแยก เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่หรือการทำให้ของเหลือใช้หรือขยะ เหล่านั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยภายในงานมีให้ร่วมกิจกรรม ZERO WASTE LOW CARBON ให้ทุกคนมีส่วน ร่วม กิจกรรมร่วมสนุกและลุ้นรับรางวัลต่างๆ

ในปีนี้จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 26-30 พฤศจิกายน 2568 ณ ตลาดเซฟวัน ขอเชิญทุกท่านมาชิม ขนม เครื่องดื่ม ฟังเพลง คาดว่า จะมีผู้เข้าชมงาน เกิดเงินสะพัดกว่า 50 ล้านบาท การแสดงบนเวที มีศิลปินชื่อดังระดับประเทศ อาทิ โพลิแคท จ๊ะ นงผณี ฟักกิ้งฮีโร่ Chamook Bom Siayer Purenessiy The Voice เป็นต้น นักท่องเที่ยวลุ้นรับรางวัล เช่น แจก บัตรภาพยนต์จากเครือเมเจอร์ บัตรที่พักจากโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ ต่างๆ ในจังหวัดนครราชสีมา และรางวัลอื่นๆ มูลค่ามากกว่า 1 แสนบาท นายธงชัย กล่าว

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กกต.บึงกาฬ จัดประชุมชี้แจงการเลือกตั้ง อบต.-เทศบาล (กรณียกฐานะ) ผู้เข้าร่วม 39 แห่ง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบึงกาฬ นำโดยนายไพรัต คัณทักษ์ ผู้อำนวยการฯ และนายดุลยวัฒน์ เสียงหวาน รองผู้อำนวยการฯ พร้อมคณะ

จัดประชุมชี้แจงคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง เฉพาะการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาล (กรณียกฐานะ)

การประชุมจัดขึ้นที่ห้องประชุมเดอะวันคอนเวนชั่นฮอลล์ โรงแรมเดอะวัน อำเภอเมืองบึงกาฬ โดยมีผู้แทนจากองค์การบริหารส่วนตำบลเข้าร่วมรวม 39 แห่ง

สำหรับพิธีเปิดนายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ มอบหมายให้ นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดการประชุม

ทั้งนี้ บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ภาพ/ข่าว ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชมรมโฮปฯ–วัดมหาวงษ์ ผนึกกำลังสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ ส่งต่อสิ่งของ ช่วยผู้ประสบอุทกภัยสงขลา

แชร์เนื้อหานี้

ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล นำทีมชมรมโฮปฯ พร้อมพระครูปลัดจริยวัฒน์ และภาคีเครือข่ายจิตอาสา รวมพลังส่งต่อสิ่งของจำเป็นกว่า 350 แพ็ค ช่วยชาวสงขลาที่กำลังเผชิญวิกฤตน้ำท่วม หวังบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ประสบภัยในหลายพื้นที่

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ที่สำนักงานชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ภายในวัดมหาวงษ์ (ปากน้ำ) ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่)

พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ พร้อมด้วยพระครูปลัดจริยวัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาวงษ์ (ปากน้ำ) และเจ้าหน้าที่ชมรมโฮปฯ ร่วมเป็นตัวแทนผู้มีจิตศรัทธา ส่งมอบสิ่งของเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสงขลา

สำหรับสิ่งของที่นำมามอบให้แก่สมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ ประกอบด้วย น้ำดื่มจำนวน 350 แพ็ค บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง และผ้าอนามัย โดยทางสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการจะลำเลียงสิ่งของทั้งหมดไปยังพื้นที่ประสบภัยในวันเสาร์ที่จะถึงนี้

เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในหลายอำเภอของจังหวัดสงขลาที่ยังคงเผชิญปัญหาอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง
การส่งต่อความช่วยเหลือในครั้งนี้ สะท้อนถึงพลังน้ำใจจากภาคประชาชนและเครือข่ายจิตอาสา ที่ร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งเพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่เดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ

พระครูปลัดจริยวัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาวงษ์ (ปากน้ำ) กล่าวว่า วัดร่วมกับชมรมโฮปฯ ร่วมกันบริจาคสิ่งของ อุปโภค บริโภค ไปช่วยผู้ประสบภัยในภาคใต้ ซึ่งเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ทำ
ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ กล่าวว่า วันนี้ทางวัดมหาวงษ์ปากน้ำร่วมกับชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา และสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ\

ได้รับมอบของเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ของจำเป็นต่าง ๆ เครื่องอุปโภค บริโภค จากประชาชนที่มาร่วมบริจาค และน้ำจากชมรมโฮปฯ 350 แพ็ค เราได้ส่งต่อให้ทางสมาคมกู้ภัยที่จะลงพื้นที่จังหวัดสงขลาภายในอาทิตย์นี้อย่างเร่งด่วนก็ส่งไปล็อตแรก เราก็ยังรอรับบริจาคเรื่อย ๆ เพื่อไว้สำหรับช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่หาดใหญ่ และภาคใต้ ต่อไป


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการขุดลอกแม่น้ำน่าน ตลอดลำน้ำ ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ณ บริเวณริมแม่น้ำน่าน บ้านแสงดาว ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วย นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงโครงการขุดลอกลำน้ำน่านเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง โดยวิธีการต่างตอบแทนไม่มีการใช้งบประมาณจากทางราชการ ซึ่งมี บริษัทผู้รับเหมา ห้างหุ้นส่วนจำกัด สรรเสริญการสร้าง เป็นผู้ดำเนินการโครงการขุดลอกลำน้ำน่าน

โดยใช้วิธีการต่างตอบแทน ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ แก้ไขปัญหาลำน้ำตื้นเขินและเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์น้ำหลากในพื้นที่เมืองและชุมชนริมลำน้ำ โดยโครงการมีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องทั้งในระยะที่ 1 และระยะที่ 2

สำหรับการดำเนินงานใน ระยะที่ 1 จังหวัดน่าน ได้จัดประชุมคณะทำงานเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 เพื่อกำหนดภารกิจและสำรวจพื้นที่ลำน้ำที่จำเป็นต้องขุดลอก ก่อนจะดำเนินการสำรวจแล้วเสร็จในวันที่ 20 มีนาคม 2568 ต่อมา กรมทางหลวงชนบทและกรมเจ้าท่าได้อนุมัติให้ดำเนินงานในวันที่ 12 และ 18 มิถุนายนตามลำดับ จากนั้นองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่านได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าของโครงการและเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ก่อนลงนามในสัญญากับผู้รับจ้างเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568

ขณะที่การดำเนินงานใน ระยะที่ 2 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในเขตเทศบาล มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยจังหวัดน่านได้ประชุมร่วมกับเทศบาล 11 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 21 แห่ง เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 เพื่อรวบรวมข้อมูลปัญหาลำน้ำตื้นเขินและพิจารณาพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมในเขตเมือง โดยแต่ละพื้นที่

ได้เสนอจุดที่มีปัญหาและแนวทางแก้ไข ทั้งด้านการระบายน้ำ จุดคับแคบของลำน้ำ และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบซ้ำซาก ซึ่งจะถูกนำไปจัดทำแบบสำรวจและออกแบบโครงการอย่างละเอียด เทศบาลที่มีความพร้อมด้านข้อมูลจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ทันทีเมื่อได้รับงบประมาณสนับสนุน ทั้งนี้ จังหวัดน่านกำหนดประชุมติดตามความคืบหน้าอีกครั้งในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เพื่อสรุปแนวทางดำเนินงานให้เป็นไปตามหลักวิชาการและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

จังหวัดน่าน ยืนยันว่าโครงการขุดลอกลำน้ำน่าน โดยวิธีการต่างตอบแทน ทั้งสองระยะจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ลดความเสี่ยงจากอุทกภัย เสริมความปลอดภัยให้ประชาชน รวมถึงฟื้นฟูสภาพลำน้ำให้มีความสมบูรณ์และเป็นระเบียบมากขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐทุกระดับ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำของจังหวัดน่านอย่างยั่งยืนในระยะยาว/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/วิสุทธิ์ ศรีเมือง/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบจ.ชุมพรเปิด “ศูนย์รวมน้ำใจช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้” ระดมสิ่งของเร่งด่วนส่งช่วยพื้นที่ประสบภัย

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร (อบจ.ชุมพร) – เทศบาลเมืองชุมพร เปิดศูนย์รับบริจาค “ศูนย์รวมน้ำใจช่วยผู้ประสบ

อุทกภัยภาคใต้” เพื่อระดมสิ่งของจำเป็นส่งต่อให้พี่น้องประชาชนในจังหวัดภาคใต้ตอนล่างที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมรุนแรง และเดือดร้อนอย่างหนักในขณะนี้

นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า อบจ.ชุมพรได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในจังหวัด เพื่อเร่งรับบริจาคสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ โดยกำหนดเปิดรับบริจาคระหว่างวันที่ 25 – 27 พฤศจิกายน 2568 ณ บริเวณสนามด้านหน้า อบจ.ชุมพร ซึ่งถือเป็นจุดรับบริจาคหลักของจังหวัด สำหรับสิ่งของที่ต้องการเป็นการเร่งด่วน ได้แก่

อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง และอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานน้ำดื่มบรรจุขวดยารักษาโรคและเวชภัณฑ์จำเป็นผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กและผู้ใหญ่เครื่องใช้จำเป็น เช่น เทียนไข ไฟฉาย แบตเตอรี่นายก อบจ.ชุมพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเชิญชวนประชาชน ผู้ประกอบการ และทุกภาคส่วนร่วมบริจาคสิ่งของตามกำลังศรัทธา

เพื่อให้สามารถรวบรวมและลำเลียงความช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วที่สุด ก่อนปิดการรับบริจาคในวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้ “ความร่วมมือของทุกคนคือพลังสำคัญที่จะช่วยให้พี่น้องในพื้นที่ภาคใต้ฝ่าวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งของที่ได้รับบริจาคจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยได้โดยเร็ว” นายนพพร กล่าวทิ้งท้าย.

อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อิ่มบุญ อิ่มใจ! คุณ แนนซี่ นำทีมชมรมโฮปฯ มอบของจำเป็นสร้างรอยยิ้มให้เด็กพิการบ้านคามิลเลียน

แชร์เนื้อหานี้

อิ่มบุญ อิ่มใจ! คุณ แนนซี่ นำทีมชมรมโฮปฯ มอบของจำเป็นสร้างรอยยิ้มให้เด็กพิการบ้านคามิลเลียน ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา พร้อมทีมงานลงพื้นที่บ้านคามิลเลียน ลาดกระบัง มอบของอุปโภค–บริโภค เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ และขนม ให้แก่เด็กพิการ และ เด็กยากไร้

ในความดูแลของมูลนิธิคามิลเลียน ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ดูแลเด็กพิการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เมื่อช่วงสายวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา พร้อมทีมงาน ได้เดินทางไปยัง บ้านคามิลเลียน ลาดกระบัง เขตขุมทอง กรุงเทพฯ

ซึ่งเป็นสถานสงเคราะห์เด็กพิการภายใต้การดูแลของ มูลนิธิคณะนักบุญคามิลโลแห่งประเทศไทย (หรือเรียกสั้น ๆ ว่า มูลนิธิคามิลเลียน) เพื่อมอบสิ่งของอุปโภค–บริโภค ข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า น้ำดื่ม และขนมให้แก่เด็กพิการและเด็กยากไร้ที่พักอาศัยอยู่ภายในศูนย์

บ้านคามิลเลียน ลาดกระบัง เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ที่ดูแลเด็กพิการหลากหลายประเภทโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย มุ่งเน้นการฟื้นฟูร่างกายและพัฒนาศักยภาพเด็กให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจมาร่วมกิจกรรมเลี้ยงอาหารเด็ก บริจาคสิ่งของ หรือร่วมสนับสนุนโครงการต่าง ๆ เช่น

โครงการ “เหลือ หนูขอ” และกิจกรรมพัฒนาอาชีพเพื่อเด็กพิการ
ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่) กล่าวถึงความตั้งใจของชมรมว่า “ชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา พร้อมทีมงาน เราได้มามอบของอุปโภคบริโภค ข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า และสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ เช่น น้ำดื่มและขนมให้เด็ก ๆ ที่มูลนิธิคามิลเลียน วันนี้ทุกคนอิ่มบุญ อิ่มใจกันมากค่ะ”

ด้านเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิคามิลเลียนได้ขอบคุณต่อความเมตตาของชมรมโฮปฯ พร้อมระบุว่าสิ่งของที่ได้รับจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการดูแลและฟื้นฟูเด็กพิการในศูนย์ พร้อมย้ำว่าการ

สนับสนุนจากภาคสังคมเป็นแรงผลักดันสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กกลุ่มเปราะบาง บรรยากาศภายในกิจกรรมเต็มไปด้วยความอบอุ่นและรอยยิ้ม สะท้อนพลังของการแบ่งปันและความหวังที่ส่งต่อจากผู้ให้สู่เด็ก ๆ บ้านคามิลเลียน ลาดกระบัง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกาะช้างเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ตราด ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และกิจกรรมวิ่ง Koh Chang Bikini Run เพื่อแผ่นดินของแม่

แชร์เนื้อหานี้

เกาะช้างเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดตราด ภายใต้ใครงการส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและการลงทุน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และกิจกรรมวิ่ง Koh Chang Bikini Run ก้าวนี้เพื่อแม่ของแผ่นดิน วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ณ ไชยเชษฐ์รีสอร์ท เกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด เวลา 17.00 น.
นายพีระ เอี่ยมสุนทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานแถลงข่าวการเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดตราดภายใต้ใครงการส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว

และการลงทุน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569และกิจกรรมวิ่ง Koh Chang Bikini Run ก้าวนี้เพื่อแม่ของแผ่นดิน โดยมี นายดำรงค์ศักดิ์ ยอดทองดรองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด นายวิเชียร ทรัพย์เจริญ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด กล่าวถึงโครงการ และนโยบายด้านการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว
จากนั้นนายบุญเชิด สรแสง นายอำเภอเกาะช้าง ได้กล่าวต้อนรับคณะสื่อมวลขนและผู้เข้ามาร่วมงาน

นายวิชิต สุกระสุยานนท์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด กล่าวถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดตราด Koh Chang Bikini Run 2 ก้าวนี้เพื่อแม่ของแผ่นดิน และความร่วมมือของภาคเอกชนนางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนายการภูมิภาค ภาคละวันออก ททท. กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานของ ททท. ตราด ในปี 2569 – นางสาวจุฑามาศ กุลรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด กล่าวถึงแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ

ทกจ. ตราด ประจำปี 2569 – นางมุกดา เจริญประสิทธิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดตราด กล่าวถึงแนวทางการผลักดันเพื่อขับคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวของจังหวัดตราด – นายสารพล ประศาสน์ศิลป์ นายกสมาคมโรงแรมและรีสอร์ท จังหวัดตราด กล่าวถึงความพร้อมของผู้ประกอบการโรงแรมที่พัก ในการองรับนักท่องเที่ยว – นพ.วรา เศลวัตนะกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตราด กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดตราด –

พ.ต.อ.วัลลพ กังธาราทิพย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเกาะช้างกล่าวถึงความพร้อม ในการดูแลความปลอดภัย และการจราจร ของนักท่องเที่ยว – นายเนรมิต สงแสง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะข้าง กล่าวถึงแหล่งท่องเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง และและแผนการในอนาคต – นายพิสูจน์ รัตนวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา กล่าวถึงการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆให้กับนักท่องเที่ยว
โดยก่อนเริ่มกิจกรรม ได้ทำพิธีถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อม ยืนสงบนิ่ง 1 นาที และรับชมการฉายวีดีทัศน์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นได้มีการแถลงข่าวการเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดตราด
ภายใต้ใครงการส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและการลงทุน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

และกิจกรรมวิ่ง Koh Chang Bikini Run ก้าวนี้เพื่อแม่ของแผ่นดิน พร้อมปล่อยตัวนักวิ่ง โดย รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราดและผู้มีเกียรติ เยี่ยมชมชมการโชว์อาหารพื้นเมือง / ขนมพื้นเมืองของจังหวัดตราด เวลา 18.30 น. รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราดและผู้มีเกียรติ มอบรางวัลแก่ผู้ชนะการแข่งขัน วิ่ง Koh Chang Bikini Run ก้าวนี้เพื่อแม่ของแผ่นดิน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คณะทำงานจิตอาสาจัดกิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าว สืบสานประเพณีท้องถิ่น และขยายแหล่งเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ณ แปลงนาสาธิต 15 ไร่ แบบผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่ บ้านโพธิ์น้อย ตำบลท่ากกแดง อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ คณะทำงานจิตอาสาจังหวัดบึงกาฬ

จัดกิจกรรม “ลงแขกเกี่ยวข้าว” เพื่อสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมความสามัคคีในชุมชน และอนุรักษ์วิถีเกษตรดั้งเดิมให้คงอยู่สืบไป โดยมี นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดงาน

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคีเครือข่าย และคณะทำงานจิตอาสาจากทุกอำเภอ โดยมี นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ ร่วมลงพื้นที่เกี่ยวข้าวเคียงข้างพี่น้องประชาชน สะท้อนภาพความสมัครสมานและพลังชุมชนอย่างเด่นชัด

แปลงนาสาธิตแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก มูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955 โดยคุณศิรานันท์ คูโคเวค ประธานมูลนิธิฯ คุณประทวน สุวรรณ์ รองประธานมูลนิธิฯ เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรแบบผสมผสานและทฤษฎีใหม่ เปิด

ให้ประชาชน นักเรียน และเกษตรกรเข้ามาศึกษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมวางแผนขยายผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งอำเภอเซกาดำเนินการเป็นปีที่ 2 แล้ว

ทั้งนี้ มูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955 เป็นองค์กรภาคประชาชนที่ดำเนินงานเพื่อสาธารณประโยชน์โดยไม่มีการเรี่ยไรใด ๆ มุ่งเน้นการส่งเสริมอาชีพ ช่วยเหลือผู้ยากไร้ สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ บำรุงพระพุทธศาสนา และมอบทุนการศึกษาให้เยาวชนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

นางลักษมณ ฝ่ายพงษา ผู้ตรวจการคณะทำงานจิตอาสาประจำจังหวัดบึงกาฬ เผยว่า ในปัจจุบันสังคมไทยและระบบเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งภาวะเศรษฐกิจราคาพืชผลและภัยธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อการเกษตรของเราแต่ในวิกฤติยังมีโอกาสหากเราน้อมนำศาสตร์พระราชา ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราชบรมนาถบพิตร

ในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพ ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงที่พระองค์ท่านทรงพระราชทานไว้นั้น เป็นหลักคิดที่เน้นความพอดีมีเหตุผล โดยใช้ความรู้และการมีคุณธรรมเป็นพื้นฐานซึ่ง

สอดคล้องกับกิจกรรมที่ทำในวันนี้การจัดทำแปลงนาสาธิต ยังเป็นเวทีให้เกษตรกรได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการเพาะปลูก ข้าว ให้ได้ผลผลิตที่ดีต้องทำอย่างไร ที่เหมาะสมกับพื้นที่เพาะปลูก ตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะปลูก การดูแลรักษา ตลอดจนถึงการเก็บเกี่ยว

อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป ให้เห็นคุณค่าของอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประเทศ ดังคำกล่าวที่ว่า “เกษตรกรคือกระดูกสันหลังของชาติ” ตนขอชื่นชมและขอบคุณคณะทำงานจิตอาสาทุก

ท่านตลอดทั้งหน่วยงานทุกภาคส่วนที่มาร่วมแรงร่วมใจในงานลงแขกเกี่ยวข้าวแปลงนาสาธิต 15 ไร่ ในวันนี้ ถือเป็นกิจกรรมอันควรค่าแก่การอนุรักษ์และหวังว่ากิจกรรมนี้จะเป็นอีกหนึ่งพลัง ที่จะนำไปสู่ชุมชนเข้มแข็ง
พัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนต่อไป

ทางด้านนายไพลี กองกาญจน์ ประธานคณะทำงานจิตอาสาจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรมการลงแขกเกี่ยวข้าวเท่านั้น แต่ยังมีเป้าหมายเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของคนในชุมชน สร้างพื้นที่เรียนรู้ด้านเกษตรกรรม และผลักดันการมีส่วนร่วมเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน

ภายหลังพิธีเปิด ผู้ร่วมงานได้ร่วมกันร้องเพลง “คำสัญญาจากต้นกล้าของแผ่นดิน” เพื่อแสดงออกถึงความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเพื่อเป็นกำลังใจแก่ทหารกล้าที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย

ก่อนจะปิดท้ายด้วยการประกาศสโลแกนของคณะทำงานจิตอาสาอย่างกึกก้องว่า“สิ่งไหนที่ทำด้วยใจ สิ่งนั้นยิ่งใหญ่เสมอ”
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชลประทานที่ 1 ผนึกกำลังเรือนจำ นำผู้ต้องขังชั้นดี “ขุดลอกเหมืองพญาคำ” รับมือภัยแล้ง เพิ่มปริมาณน้ำสู่พื้นที่เกษตร

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (21 พฤศจิกายน 2568) นายอัฏฐวิชย์ นาควัชระ ผู้อำนวยการ สำนักงานชลประทานที่ 1 พร้อมด้วย นายเกื้อกูล มานะ

สัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ ลงพื้นที่บริเวณปากเหมืองฝายพญาคำ ถนนเชียงใหม่ – ลำพูน อ.เมือง จ.เชียงใหม่

เพื่อติดตามความคืบหน้าการขุดลอกลำเหมืองฝายพญาคำที่ตื้นเขิน ซึ่งมีแผนการขุดลอกครอบคลุมระยะทางประมาณ 2 ก.ม. แต่

ปากเหมืองฝายไปจนถึงบริเวณวัดเมืองสาตร ต.หนองหอย อ.เมือง โดยปัจจุบัน ดำเนินการไปแล้วกว่าร้อยละ 80 โดยใช้เครื่องจักรขนาดเล็กเข้าปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ โครงการชลประทานเชียงใหม่ ได้ประสานไปยัง เรือนจำกลางจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอกำลังผู้ต้องขังชั้นดีมา

ร่วมบำเพ็ญประโยชน์ในการช่วยขุดลอกคลองเพื่อเพิ่มความรวดเร็วและจัดการในส่วนที่เครื่องจักรเข้าไม่ถึง

ซึ่งจะดำเนินการต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 2 วัน คาดว่าหากแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลของน้ำปิง เข้าสู่ปากเหมืองพญาคำ

ได้ดียิ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งถือเป็นการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ภัยแล้ง และให้เกษตรกรในพื้นที่ได้รับน้ำอย่างเพียงพอสำหรับการเพาะปลูก….

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สธ. เดินหน้าภารกิจ “Never Stop to Burn ทำลาย มั่นใจ ไม่เวียนขาย ไปทำลายสังคม” เผาทำลายยาเสพติดของกลางครั้งที่ 60 น้ำหนักรวม 44 ตัน /AOT เดินหน้าดูแลชุมชมปีที่ 8 มอบเครื่องช่วยฟัง รอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

แชร์เนื้อหานี้

สธ. เดินหน้าภารกิจ “Never Stop to Burn ทำลาย มั่นใจ ไม่เวียนขาย ไปทำลายสังคม” เผาทำลายยาเสพติดของกลางครั้งที่ 60 น้ำหนักรวม 44 ตัน
กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับภาคีเครือข่าย เปิดปฏิบัติการ “Never Stop to Burn ทำลาย มั่นใจ ไม่เวียนขาย ไปทำลายสังคม” เผาทำลายยาเสพติดของกลางครั้งที่ 60 จากคดีรวม 55,876 คดี น้ำหนักรวมหีบห่อ 44 ตัน มากที่สุด ได้แก่ ยาบ้า ไอซ์ คีตามีน ไซบูตรามีน เฮโรอีน คลอรัลไฮเดรต และฝิ่น ส่วนภารกิจด้านการบำบัดฟื้นฟู ในปี 2568 ได้นำผู้ติดยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษากว่า 2.47 แสนคน และส่งกลับคืนสู่สังคมแล้วกว่า 1.5 แสนคน

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ที่บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) นิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานพิธีเผาทำลายยาเสพติดของกลางครั้งที่ 60 โดยมี นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พลตำรวจตรีสมบูรณ์ เทียนชาว รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพอากาศ กองทัพเรือ กองทัพบก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานอัยการสูงสุด กรมศุลกากร กรมประชาสัมพันธ์ และกรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมเป็นสักขีพยาน

นายพัฒนา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายดำเนินการเผาทำลายยาเสพติดของกลางอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 60 ภายใต้ปฏิบัติการ “Never Stop to Burn ทำลาย มั่นใจ ไม่เวียนขาย ไปทำลายสังคม” มียาเสพติดของกลางที่ผ่านการตรวจรับและอนุมัติให้เผาทำลายจาก 55,876 คดี น้ำหนักรวมหีบห่อ 43,643 กิโลกรัม เป็นน้ำหนักตัวยาเสพติด 34,655 กิโลกรัม 680 กรัม 416 มิลลิกรัม มากที่สุดคือ เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) 24,095 กิโลกรัม รองลงมา เมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) 7,208 กิโลกรัม คีตามีน 1,642 กิโลกรัม ไซบูทรามีน 554 กิโลกรัม เฮโรอีน 478 กิโลกรัม คลอรัลไฮเดรต 306 กิโลกรัม ฝิ่น 160 กิโลกรัม และยาเสพติดอื่น ๆ

การเผาทำลายใช้เตาเผาขยะอันตรายด้วยเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ ประกอบด้วย เตาเผาชุดที่ 1 แบบหมุน (Rotary Kiln) อุณหภูมิมากกว่า 850 องศาเซลเซียส และเตาเผาชุดที่ 2 แบบทรงกลมตั้ง อุณหภูมิมากกว่า 1,200 องศาเซลเซียส เพื่อให้มั่นใจว่าสารประกอบอินทรีย์อันตรายถูกทำลายมากกว่า 99.99996% ไม่ก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมตรวจสอบควบคุมสารมลพิษทุก 3 ชั่วโมง โดยจะเผาต่อเนื่อง 36–38 ชั่วโมง

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า นอกจากภารกิจด้านการเก็บรักษา การทำลาย การนำไปใช้ประโยชน์ และการรายงานยาเสพติด ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเป็นผู้รับผิดชอบหลักแล้ว กระทรวงสาธารณสุขยังรับผิดชอบด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด โดยดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดปี 2568 ได้นำผู้ติดยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดทั้งในรูปแบบผู้ป่วยบำบัดโดยชุมชนเป็นฐาน (CBTX) มินิธัญญารักษ์ สถานฟื้นฟูภายใต้สถานพยาบาล และการบำบัดในผู้ต้องขัง รวม 247,000 คน ได้รับการบำบัดครบกระบวนการและกลับคืนสู่สังคมแล้ว 150,000 คน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

AOT เดินหน้าดูแลชุมชนต่อเนื่องปีที่ 8 มอบเครื่องช่วยฟังแก่ประชาชนรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ห่วงใยใส่ใจคุณภาพชีวิตชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จัดพิธีมอบเครื่องช่วยฟังแก่ผู้บกพร่องทางการได้ยิน ประจำปี 2568 ตอกย้ำนโยบายการเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม


เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ AOT เป็นประธานในพิธีมอบเครื่องช่วยฟังตามโครงการตรวจสมรรถภาพการได้ยินและสนับสนุนเครื่องช่วยฟังให้กับประชาชนที่อยู่โดยรอบ ทสภ. ประจำปี 2568 โดยมี นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เข้าร่วมพิธีด้วย ณ ห้องจัดเลี้ยง 1 ชั้น 5 อาคารสำนักงาน ทสภ.


โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ AOT ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 โดยฝ่ายสิ่งแวดล้อม มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้สูญเสียการได้ยินสามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้ เพิ่มคุณภาพชีวิตด้านการได้ยินที่ผิดปกติให้ดีขึ้นหรือใกล้เคียงกับบุคคลทั่วไป รวมทั้งเพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง ทอท.กับประชาชนและชุมชนโดยรอบ ทสภ. อย่างยั่งยืน


สำหรับปี 2568 จากการตรวจสมรรถภาพการได้ยินอย่างละเอียด โดย โสต ศอ นาสิกแพทย์ พบมีผู้บกพร่องทางการได้ยินที่สมควรได้รับเครื่องช่วยฟัง จำนวน 12 ราย โดยมี 4 ราย ที่ได้รับคนละ 1 เครื่อง และมี 8 ราย ที่ได้รับคนละ 2 เครื่อง รวมจำนวนเครื่องช่วยฟังที่มอบในครั้งนี้ 20 เครื่อง มูลค่ารวมทั้งสิ้น 700,000.-บาท (ราคาเครื่องละ 35,000 บาท) จนถึงปัจจุบัน AOT ได้มอบเครื่องช่วยฟังให้กับประชาชนที่สูญเสียการได้ยินไปแล้วรวมทั้งสิ้น 83 ราย รวม 139 เครื่อง คิดเป็นมูลค่ารวม 4,470,000 บาท


การดำเนินงานในครั้งนี้ สอดคล้องกับนโยบายของ AOT ที่ให้ความสำคัญต่อการสนับสนุนคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบท่าอากาศยานให้ดีขึ้น และส่งเสริมให้ท่าอากาศยานในความรับผิดชอบทั้ง 6 แห่ง คือ ทสภ. ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาที่ยั่งยืนภายใต้แนวคิดการเป็นสนามบินที่เป็นพลเมืองที่ดีของสังคมและเพื่อนบ้านที่ดีของชุมชน (Corporate Citizenship Airport)


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีปลงผมนาควิษณุ (แม็ก) บุญริ้ว ทายาทนายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ /วัดแทบแตก! งานบวชลูกชายนายกฯ เมืองแพรกษาใหม่ ประชาชนแห่ร่วมอนุโมทนาคับคั่ง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น. นายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ ถือฤกษ์งามยามดี แรม 11 ค่ำ เดือน 12 จัดพิธีตัดปอยผมและปลงผมนาควิษณุ (แม็ก) บุญริ้ว บุตรชาย คนโต

ก่อนวันรุ่งขึ้นจะบวชเป็นพระ ณ พัทธสีมาวัดน้อยสุวรรณาราม(วัดคลองเก้า) ตำบลแพรกษาใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ โดยมี นายสุนทร ปานแสงทอง นายก อบจ.สมุทรปราการ ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ สมัยที่ 25 และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา นายวรพร อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ นายธีรพล ชุนเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลบางปู นายวชิรเชษฐ์ รุ่งธวัฒน์วงศ์ นายกเทศมนตรีตำบลเทพารักษ์

ดร.สัมพันธ์ เตชะเจริญกุล นายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1สจ.ชนะ หง่วนงามศรี รองประธานสภา อบจ.สมุทรปราการ ตลอดจน คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภาเทศบาล พนักงาน ข้าราชการเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่

ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบลแพรกษาใหม่ นำโดยกำนันธนสัน วสันต์ (กำนันปี๊บ) กำนันตำบลแพรกษาใหม่ และพ่อค้าประชาชน ร่วมพิธีตัดปอยผมและปลงผมนาควิษณุ (แม็ก) บุญริ้ว กันอย่างเนื่องแน่น

ภายในงานได้รับความเมตตาจากพระอุปัชฌาย์ พระครูสุวรรณสิทธิธาดา เจ้าอาวาสวัดน้อยสุวรรณาราม เจ้าคณะตำบลบางปู เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำคณะสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์ ฉลองผ้าไตร

ซึ่งการลาอุปสมบทในครั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณของบุพการี ครูอาจารย์ และผู้ให้การอุปการะคุณ ทั้งหลาย ตลอดจนเพื่อเข้าศึกษาธรรมมะ ปฏิบัติในศีลธรรมหลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และในเวลา 17.00 น.

จะมีพิธีทำขวัญนาค ส่วนในวันที่ 17 พฤศจิกายน 68 เวลา 15.00 น.นำนาคเข้าสู่พิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดน้อยสุวรรณาราม(วัดคลองเก้า)


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

วัดแทบแตก! งานบวชลูกชายนายกฯ เมืองแพรกษาใหม่ ประชาชนแห่ร่วมอนุโมทนาคับคั่ง

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่วัดน้อยสุวรรณาราม (วัดคลองเก้า) ตำบลแพรกษาใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เต็มไปด้วยประชาชนจำนวนมากกว่า 1,000 คน

ที่เดินทางมาร่วมพิธีบรรพชาอุปสมบท นาคแม็ก – วิษณุ บุญริ้ว บุตรชายคนโตของ นายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ และ นางสาววาสนา สว่างวงษ์ มารดา
ภายในพิธีมีครอบครัว ญาติผู้ใหญ่ ปู่ ย่า ตา ยาย

รวมถึงคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภา พนักงานเทศบาล แขกผู้มีเกียรติ เพื่อนสนิท และประชาชนจากตำบลแพรกษาใหม่และพื้นที่ใกล้เคียงเดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก จนบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักเรียกได้ว่า “วัดแทบแตก”

สำหรับการอุปสมบทในครั้งนี้ นาคแม็ก ตั้งใจบวชเพื่อทดแทนบุญคุณบิดามารดา ครูอาจารย์ และผู้ที่ให้การอุปการะ พร้อมทั้งศึกษาธรรม ปฏิบัติศีลและคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ พัทธสีมา

วัดน้อยสุวรรณาราม เป็นเวลา 7 วันโดยพิธีอุปสมบทได้รับความเมตตาจาก พระครูสุวรรณสิทธิธาดา เจ้าอาวาสวัดน้อยสุวรรณาราม และเจ้าคณะตำบลบางปู

เป็นพระอุปัชฌาย์ ประทานฉายาทางธรรมว่า “อภิชะโน” แปลว่า “ผู้มีพระรัตนตรัยเป็นที่ตั้ง”บรรยากาศตลอดงานเป็นไปอย่างเรียบร้อยและเต็มไปด้วยความยินดีของญาติมิตรและประชาชนที่มาร่วมอนุโมทนาบุญอย่างพร้อมเพรียง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผวจ.ศรีสะเกษ สมโภชศาลหลักเมืองปรางค์กู่ และเฉลิมฉลองวันสถาปนาอำเภอปรางค์กู่ พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยว ชูเมืองน่าเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันนี้ 16 พ.ย. 68 ที่บริเวณหน้าศาลหลังเมืองปรางค์กู่ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ประธานเปิดโครงการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์กิจกรรมการท่องเที่ยว กิจกรรมสมโภชศาลหลักเมืองปรางค์กู่ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-20 พ.ย. 68 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอปรางค์กู่

เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์กิจกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาโบราณ ตลอดจนโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ เพื่อยกระดับการท่องเที่ยว

ให้มีคุณภาพ พร้อมผลักดันส่งเสริมด้านการตลาด และการประชาสัมพันธ์ โดยมี นายสุวรรณ เนตรเนติกุล นายอำเภอปรางค์กู่ นำหัวหน้าส่วนราชการ ให้การต้อนรับลักล่าวรายงาน

***โดยกิจกรรมหลังพิธีเปิดมีการนำนางรำกว่า 800 คน มาร่วมรำถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 68 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ภายในงานระหว่างวันที่ 15-20 พ.ย. 68 จะมีการจัด

จำหน่ายสินค้าสินค้า OTOP ของดีในอำเภอปรางค์กู่ และของดีของจังหวัดศรีสะเกษ กิจกรรมการประกวดผลผลิตทางการเกษตร กล้วยน้ำว้า มะพร้าวน้ำหอม กิจกรรมร้องเพลงลูกทุ่งประกอบห่างเครื่อง กิจกรรมการประกวดไก่พื้นเมืองสวยงาม กิจกรรมการประกวดอาหารพื้นถิ่น
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / APEX เปิดตัว “OligioX” นวัตกรรมยกกระชับจากเกาหลี ผู้นำเทรนด์ความงามระดับโลก ที่แรกในประเทศไทย

แชร์เนื้อหานี้

APEX Hospital & Clinics ศูนย์ความงามและศัลยกรรมตกแต่งอันดับหนึ่งของเอเชีย ร่วมกับพันธมิตรระดับโลกจัดงาน “APEX Deal of The Year” เพื่อขอบคุณทุกความไว้วางใจจากลูกค้าที่ทำให้ APEX ก้าวสู่เครือข่ายกว่า 60 สาขาทั่วประเทศภายในงานยังตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ APEX ในการคัดสรรนวัตกรรมความงามที่มีศักยภาพสูงจากทั่วโลก มามอบให้กับลูกค้าชาวไทยก่อนใคร ด้วยมาตรฐานความงามระดับสากลที่ APEX ยึดมั่นมาโดยตลอด ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญจาก พญ.นันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) APEX Hospital & Clinics

พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากประเทศเกาหลี “OligioX” โปรแกรมยกกระชับใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เย็น ยก ยุบ นาน” ที่ตอบโจทย์การยกกระชับผิวอย่างปลอดภัย เห็นผล และมีประสิทธิภาพสูงโดยไม่ต้องพักฟื้นงานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ลาน Promotion Zone B ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 โดยภายในงานได้รับความสนใจจากทั้งสื่อมวลชน แขกผู้มีเกียรติ รวมถึงผู้ที่รักความงามอย่างคับคั่งทั้งชาวไทยและต่างชาติ

พิธีเปิดงานเริ่มต้นด้วยแฟชั่นโชว์สุดพิเศษจากเหล่านางแบบ–นายแบบเวที THAI FACE TOP MODEL Organized by LettersAround ที่มาร่วมถ่ายทอดความงามในมิติใหม่ ก่อนเข้าสู่ช่วงเสวนาพิเศษ โดยได้รับเกียรติจากดร.พลอย พชรพร พิจารณากุล Brand Director, APEX Hospital & Clinics
Mr. ไอแซค จาง (Isaac Zhang) General Manager, บริษัท วอนเทค เอเชียคุณรัตมา กำธรเจริญ Business Director, บริษัท วอนเทค เอเชีย และคุณหมอโอ พ.ญ.จิรา คุณากรวงศ์ (ว. 41082)

ตัวแทนทีมแพทย์จาก APEX Hospital & Clinics
ร่วมพูดคุยถึงแนวคิดด้านเทรนด์ความงามที่สอดคล้องกับกระแสโลกในเชิงกลยุทธ์ โดยมุ่งยกระดับเทคโนโลยี RF (Radio Frequency) สู่มิติใหม่ ทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความสบายระหว่างทำ และความปลอดภัยสูงสุด ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า APEX ที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่ปลอดภัย โดยไม่ต้องพักฟื้น ภายใต้คอนเซ็ปท์ “APEX สวยไม่เสี่ยง” อย่างแท้จริง
พร้อมเผยโฉมเทคโนโลยีความงามจากประเทศเกาหลีโปรแกรม “OligioX” — นวัตกรรมยกกระชับแห่งยุคที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วทั่วเอเชีย โดย APEX Hospital & Clinics ได้รับเกียรติให้เป็นผู้นำในการเปิดตัว First Launch ในประเทศไทย และเตรียมพร้อมให้บริการอย่างเป็นทางการทั่วประเทศในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 นี้

บรรยากาศภายในงานยังอบอวลไปด้วยความอบอุ่นจากสองนักแสดงหนุ่มชื่อดัง “อั๋น – อัครพรรฒ บุนนาค” จากซีรีส์ Dangerous Queen คนโปรดของควีน ทางช่อง 7HD และ “นีฟ – รัฐนันท์ สุขอุบล” จากซีรีส์ คุณยมทูต ทางช่อง 3HD ที่มาร่วมแสดงความยินดี พร้อมเผยถึงเคล็ดลับการดูแลสุขภาพผิวและเทคโนโลยีความงามที่ทั้งสองให้ความสนใจจาก APEX อีกด้วย
APEX Hospital & Clinics ยังคงตอกย้ำจุดยืนในฐานะ “ศูนย์ความงามครบวงจร” ที่ผสานศาสตร์แห่งความงามและสุขภาพเข้าไว้ด้วยกัน ครอบคลุมบริการตั้งแต่นวัตกรรมยกกระชับ ฉีดผิว และปรับรูปหน้า

โปรแกรมเลเซอร์งานผิว ดูแลปัญหา ฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยสิวเลเซอร์กำจัดขนการดูแลรูปร่างและกระชับสัดส่วน ด้วยเทคโนโลยีลดไขมันมาตรฐานสากลโปรแกรมเวชศาสตร์ชะลอวัย (Wellness & Longevity) ฟื้นสมดุลสุขภาพจากภายใน
ศัลยกรรมตกแต่งโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง ครอบคลุมการดึงหน้า เสริมหน้าอก ดูดไขมัน และหัตถการเฉพาะด้าน

โดยทุกบริการอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ และเทคโนโลยีที่ได้รับการรับรองจากสถาบันระดับโลก
ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือรับสิทธิพิเศษในแคมเปญ “Deal of The Year 2025” ได้ที่ APEX Hospital & Clinics ทุกสาขาทั่วประเทศหรือ LINE Official: @apexbeauty หรือ https://www.apexmedicalcenter.co.th/

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดีตลอดทั้งเดือน

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน 2568 เวลา 15.00 น. ที่ศาลาวัดแก้วจันทราราม อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง

ประธานพิธี พร้อมด้วย พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.โคกสำโรง พ.ต.ท.มนตรี เล่ห์อิ่ม รอง ผกก.ป.ฯ พ.ต.ท.เสริญราษฎร์ แก้วปนทอง สว.อก.ฯ พ.ต.ท.องอาจ เนียมศรีเพชร สวป.ฯ,พ.ต.ต.ชยพล ตรีโอษฐ์ สวป.(ชส)ฯ
พร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.โคกสำโรง และ นายณัฏฐพงษ์ อารยางค์กูร ประธาน

กรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง นำคณะ (กต.ตร.สภ.โคกสำโรง) ร่วมพิธีพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสวดอภิธรรมกุศล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ทั้งนี้อำเภอโคกสำโรงได้มอบหมายให้ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ ประสานการจัดเตรียม สถานที่ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเหมาะสม และให้การต้อนรับผู้ที่เดินทางมาร่วมพิธีให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตลอดทุกวัน และได้จัดหน่วยงานต่างๆภายในอำเภอโคกสำโรง หมุนเวียนเพื่อร่วมงานพิธีให้ครบทุกหน่วยงานตลอดทั้งเดือน

อาทิเช่น หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอ ทุกส่วนราชการ , ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง , ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเพนียด , ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโคกสำโรง , ผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอโคกสำโรง , หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ,

นายกเทศมนตรีตำบลโคกสำโรง , นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ทุกแห่ง และ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกหมู่บ้าน ได้มอบหมายหน่วยงานเจ้าภาพพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม ฯ เพื่อถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

และคณะสงฆ์ในเขตุปกครองสงฆ์อำเภอโคกสำโรง หมุนเวียนมาร่วมพิธีฯ พร้อม ข้าราชการ ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทุกหมู่เหล่าเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิไดประธานในพิธีได้นำผู้ร่วมพิธีร่วมกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดีและแสดงความอาลัย สำรวมจิตตภาวนา ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ เป็นเวลา 93 วินาที

จากนั้นได้ประกอบพิธี บำเพ็ญกุศลอุทิศถวายฯ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระธรรม และถวายสักการะพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อาราธนาศีล พระให้ศีล และพระสวดบทพระอภิธรรม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล จากนั้น ประธานในพิธีและผู้เข้าร่วมถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ ทอดผ้าไตรถวาย และกรวดน้ำอุทิศถวายพระราชกุศล แสดงความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่า

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย.น่าน จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 และทำบุญถวายทานผ้าป่าผู้สูงอายุ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 สาขาสมาคมสภาผู้สูงแห่งประเทศไทยจังหวัดน่าน จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีและทำบุญถวายทานผ้าป่าผู้สูงอายุ ณ ศาลาหลวง วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง

อำเภอภูเพียง จังหวัดน่านโดยพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายแพทย์คณิต ตันติศิริวิทย์ ที่ปรึกษาสาขาสมาคมฯ เป็นประธานเปิดการประชุม โดยมี นายสวัสดิ์ สิงห์ธนะ ประธานสภาสาขาฯ กล่าวรายงานต่อที่ประชุม

ภายในงานมีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน ประกอบด้วยแขกผู้มีเกียรติจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน สาธารณสุขจังหวัดน่าน นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน, อดีตประธานสภาสาขาฯ, นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน

ยายวิสุทธิ์ ศรีเมือง เลขาสมาคมฯรวมถึงประธาน รองประธาน เลขานุการ และกรรมการสภาผู้สูงอายุทั้ง 15 อำเภอ และเทศบาลต่าง ๆ เข้าร่วมประชุม ภายในงานยังมีการจำหน่ายสินค้าและผลผลิตจากชุมชน อาทิ ผักสด เครื่องจักสาน เสื้อผ้า และผลไม้ ซึ่งจัดเป็น 3 โซนเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของผู้สูงอายุในแต่ละพื้นที่

ช่วงเช้ามีพิธีสงฆ์ ถวายภัตตาหารเพล ถวายปัจจัย และถวายทานผ้าป่าผู้สูงอายุ โดยมี ท่านเจ้าคุณพระราชนันทวัชรบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และแสดงสัมโมทนียกถาแก่ผู้เข้าร่วมงานจากนั้นมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากตัวแทนผู้สูงอายุทั้ง 3 โซน คือ โซนเหนือ โซนกลาง และโซนใต้ โซนละ 1 รายการ สร้างความรื่นเริงและอบอุ่นแก่ผู้เข้าร่วมงาน

มีการมอบเกียรติบัตรแก่ ชมรมผู้สูงอายุเข้มแข็ง และ คณะกรรมการที่หมดวาระจำนวน 32 ท่าน พร้อมการเลือกตั้งประธานสาขาสมาคมฯ คนใหม่ เนื่องจากประธานคนเดิมหมดวาระ ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า นายเกตุ สมบัติแก้ว ได้รับเลือกเป็นประธานสาขาฯ คนใหม่ โดยมีการส่งมอบงานและกล่าวขอบคุณอย่างเป็นทางการ

พิธีปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ดำเนินการโดย นายสวัสดิ์ สิงห์ธนะ ประธานสาขาฯ คนปัจจุบัน จากนั้นผู้ร่วมงานรับประทานอาหารร่วมกันก่อนแยกย้ายกลับโดยสวัสดิภาพ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/
วิสุทธิ์ ศรีเมือง รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รมช.มหาดไทย เปิดงาน “OTOP สร้างสุขสู่ชุมชน” เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจท้องถิ่น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 พ.ย.68 นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) เป็นประธานพิธีเปิด โครงการ “OTOP สร้างสุขสู่ชุ่มชน” จุดดำเนินการที่ 5 กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง ที่บริเวณลานกิจกรรม 25 ไร่ หลังศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ

โดยมี นายสุรศักดิ์ อักษรกุล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชมชน, นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ, แพทย์หญิงบุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ / ประธานแม่บ้านมหาดไทย จ.ประจวบฯ ผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน, หัวหน้าส่วนราชการกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง,ผู้แทนภาคีเครือข่าย แขกผู้มีเกียรติและผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

โดยก่อนเริ่มพิธีเปิดงาน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เชิญผู้ร่วมงานยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอุทิศพระวรกายเพื่ออนุรักษ์และสืบสานงานหัตถศิลป์ของไทย

ผ่านการจัดตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ จากนั้นได้เดินเยี่ยมชมบูธสินค้าต่างๆ และสาธิตทำเมนู “ยำปลาอินทรีเค็ม” แจกจ่ายผู้คนที่มาร่วมงานและสื่อมวลชนได้ลองทานอย่างเอร็ดอร่อยนางสาวศศิธร กิตติธรกุล กล่าวว่า รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทย มีนโยบายสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

โดยมุ่งส่งเสริมให้ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้ และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนผ่านการดำเนินโครงการ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) กรมการพัฒนาชุมชนจึงได้จัดทำโครงการ “OTOP สร้างสุขสู่ชุมชน” ขึ้นเพื่อส่งเสริมและขยายช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์ OTOP เพิ่มศักยภาพการผลิตให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาคธุรกิจ ตลอดจนยกระดับรายได้ของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่ให้มีความมั่นคงยั่งยืน

สำหรับโครงการ “OTOP สร้างสูงสู่ชุมชน” กำหนดจัดขึ้นหมุนเวียนในพื้นที่ 18 จังหวัด ครอบคลุมทุกภูมิภาค ระหว่างเดือนตุลาคม 68 – มีนาคม 69 โดยการจัดงานครั้งนี้เป็นจุดดำเนินการที่ 5 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-13 พ.ย.68 รวมระยะเวลา 7 วัน
ภายในงานมีการจัดกิจกรรมหลากหลายเพื่อสร้างสีสันและกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน ได้แก่การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับ 1-5 ดาว และ OTOP

ชวนชิมจากทั่วประเทศกว่า 200 บูธ การสาธิตผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น กิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านและกิจกรรมส่งเสริมการตลาด การประชาสัมพันธ์โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มาเลือกซื้อสินค้า การจัดงาน “OTOP สร้างสุขสู่ชนชน” ในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งกลไก

สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เสริมสร้างรายได้ให้กับประชาชน และต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เชื่อมโยงกับนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP ไทยให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงและสร้างความยั่งยืนในอนาคต.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี/ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญรสมวาร 15 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อช่วงเย็น วันที่ ( 7 พ.ย. 2568) เวลา 17.00 น. ที่วัดอ่างสุวรรณ ( หนองหอย) ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโส (จพง.ปค.ชำนาญการพิเศษ)

ปฏิบัติหน้าที่ รักษาราชการแทนนายอำเภอทับสะแก เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญรสมวาร 15 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โดยมี พระครูผาสุกวิหารการ เจ้าคณะอำเภอทับสะแก เจ้าอาวาสวัดหนองหอย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก

พร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.ทับสะแก สภ.ห้วยยาง ผู้บริหารท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ปลัดอำเภอ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการ ครู พนักงานราชการ

ลูกจ้างชั่วคราว สมาชิก อส.อ.ทับสะแก ที่ 6 กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธี

///////////////////
ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิบ้านนกขมิ้นร่วมกับเทศบาลตำบลกองควาย ส่งมอบบ้านใหม่ให้น้องคชา หลังประสบภัยน้ำท่วมใหญ่จังหวัดน่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 บ้านน้ำครกเก่า ตำบลกองควาย อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน มูลนิธิบ้านนกขมิ้น ภายใต้ โครงการกองทุนที่อยู่อาศัย ร่วมกับ เทศบาลตำบลกองควาย จังหวัดน่าน ส่งมอบบ้านหลังใหม่ให้แก่ เด็กหญิงคชาภรณ์ ส่างกอง และครอบครัว ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนั้นสร้างความเสียหายรุนแรงในพื้นที่ โดยเฉพาะบ้านของน้องคชา ที่ถูกน้ำท่วมสูงจนมิดหลังคาเป็นเวลากว่าสองวัน ทำให้โครงสร้างไม้เดิมชำรุด หลังคาเก่าเป็นรูและพื้นไม้ผุพังจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัย ครอบครัวต้องอาศัยอยู่อย่างระแวดระวังจากฝนและสัตว์มีพิษในบ้าน

จากสถานการณ์ดังกล่าว มูลนิธิบ้านนกขมิ้นซึ่งเคยจัดตั้ง “โรงครัวนกขมิ้น” เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ตำบลกองควาย จึงได้รับทราบถึงความเดือดร้อนของครอบครัวน้องคชา และได้ดำเนินการสร้างบ้านหลังใหม่ภายใต้ “โครงการกองทุนที่อยู่อาศัย” ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งเน้นการซ่อมแซมหรือสร้างบ้านให้กับเด็กยากจนและผู้ยากไร้ เพื่อให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและปลอดภัย

การส่งมอบบ้านในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายนพพร เรืองสว่าง นายอำเภอเมืองน่านเป็นประธานในพิธี นายสุรชัย สุขเขียวอ่อน ผู้อำนวยการอาวุโส มูลนิธิบ้านนกขมิ้น นายสุรชัย แสนมี่ ผู้อำนวยการมูลนิธิบ้านนกขมิ้น และทีมงาน รวมถึงคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลกองควาย

นำโดย ร้อยตำรวจเอกไชยเดช โรงคำ นายกเทศมนตรีตำบลกองควาย นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ผู้นำท้องที่ และพี่น้องชาวตำบลกองควายร่วมเป็นสักขีพยานในการส่งมอบบ้านหลังใหม่อย่างอบอุ่น นายกเทศมนตรีตำบลกองควาย กล่าวถึงความประทับใจว่า

“วันที่ขึ้นเสา ปูพื้นบ้าน น้องคชากลับมาจากโรงเรียน พ่อเห็นแววตาน้องมีความสุขจนเต็มล้น พอถามว่า ‘รู้สึกยังไงลูก’ น้องตอบว่า ‘หนูมีความสุขค่ะ’ เพราะเขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีบ้านใหม่ที่ดีขนาดนี้ ผมรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณมูลนิธิบ้านนกขมิ้นมากครับ ถือเป็นบุญอย่างยิ่งที่ได้เห็นรอยยิ้มของครอบครัวนี้อีกครั้ง”
ด้านน้องคชา กล่าวในพิธีด้วยรอยยิ้มว่า

“หนูขอขอบคุณมูลนิธิบ้านนกขมิ้น ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี และเทศบาลตำบลกองควายค่ะ ที่ทำให้หนูได้มีบ้านใหม่ที่แข็งแรงและปลอดภัย หนูดีใจที่ไม่ต้องกลัวว่าน้ำฝนจะหยดเวลานอน หรือกลัวแมลงมีพิษจากพื้นบ้านอีกแล้วค่ะ”การส่งมอบบ้านในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและครอบครัวผู้ยากไร้ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานของมูลนิธิบ้านนกขมิ้น ที่เชื่อมั่นว่า “เด็กจะเติบโตได้ดี เมื่อมีบ้านและครอบครัวที่มั่นคง”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
มูลนิธิบ้านนกขมิ้น
โทร. 02-375-6497
Facebook: มูลนิธิบ้านนกขมิ้น – Baan Nokkamin Foundation
เว็บไซต์: www.bannokkamin.org/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองนายกสุชาติ ปล่อยแถว สร้างความมั่นใจนักท่องเที่ยวรับไฮซีซัน พัทยารับนโยบาย ’บิ๊กเฮ้ง‘ ดูแลนักท่องเที่ยว ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน/พัทยาเจ้าภาพจัดซีเกมส์ ครั้งที่ 33

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานพิธีปล่อยแถวระดมมาตรการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวและประชาชน โดยใช้พื้นที่ลานสีฟ้า ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยา(บาลีฮาย)ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องร่วมกันปล่อยแถว

ทั้งนี้ ในนามจังหวัดชลบุรี โดยนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายชัยพร แพภิรมย์รัตน์ และนายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 2 พันเอกประเสริฐ ใจกล้า รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานความมั่นคง ตำรวจ ทหาร เมืองพัทยาและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมในพิธี

กิจกรรมดังกล่าวเป็นการสร้างความมั่นใจในมาตรฐานการดูแลนักท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรีและภาคตะวันออก โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพด้านการท่องเที่ยวอย่างสูงสุด

ในส่วนของเมืองพัทยาถือว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีความเข้มแข็งจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ที่ร่วมมือกันดูแลนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว จึงถือได้ว่าไฮซีซั่นนี้เป็นการแสดงการเพิ่มศักยภาพเรื่องมาตรการดูแลนักท่องเที่ยวอย่างเต็มระบบในสายตานานาชาติด้วย เพราะมีชาวต่างชาติอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน

พัทยารับนโยบาย ’บิ๊กเฮ้ง‘ ดูแลนักท่องเที่ยว ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยื

วันที่ 5 พ.ย.68 มีตัวแทนหลากหลายภาคส่วนในเขตพื้นที่อำเภอบางละมุงและเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เข้าร่วมการประชุมแนวทางการขับเคลื่อนมาตรการด้านความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกแก่

นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดย นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในการประชุมดังกล่าว ที่โรงละครอัลคาซ่าร์ พัทยา จ.ชลบุรีนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า

การท่องเที่ยวถือเป็นสิ่งสพคัญในการสร้างเม็ดเงินเจ่าสสู่ประเทศ สิ่งสำคัญคือ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว ที่เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ประกอบการท้องถิ่นต้องร่วมกันสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในการสร้างเมืองท่องเที่ยวสีเขียวในนามตัวแทนภาครัฐอยากขอความร่วมมือในเรื่องดังกล่าวเพื่อ

ร่วมกันผลักดันและขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต โดยใช้ภาคการท่องเที่ยวเป็นตัวหลักตามที่ผ่านมารัฐบาลได้ผลักดันและส่งเสริมอย่างที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง คนท้องถิ่นจึงจำเป็นต้องแสดงเจตนาในการมีส่วนร่วมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

หาดพัทยาขอความร่วมมือไม่ลอยกระทงลงทะเล คนแห่ขอขมาพระแม่คงคาคึกคักสวนสาธารณะหนองปรือ

ค่ำวันที่ 5 พ.ย.68 ในค่ำคืนวันลอยกระทง ประจำปี 2568 มีรายงานบรรยากาศเทศกาลขมาพระแม่คงคาในปีนี้ที่สวนสาธารณะเทศบาลเมืองหนองปรือเป็นไปด้วยความคึกคักเป็นอย่างมาก นักท่องเที่ยวและประชาชนพาบุตรหลานและคนในครอบครัวเข้าร่วมด้วยบรรยากาศที่คึกครื้น

ทั้งนี้ เมืองพัทยาได้ขอความร่วมมือให้งดการลอยกระทงประจำปีนี้ลงทะเลเพื่อรักษาสภาพแวเล้อม ไม่สร้างมลพิษทางน้ำ โดยมีการจัดสถานที่หลักบริเวณสวนสาธารณะลานโพธิ์นาเกลือ และมีการเตรียมจุดให้ลอยกระทงแทนจากที่ผ่านมาจะเปิดให้ลอยกระทงลงทะเล ซึ่งสร้างขยะเป็นจำนวนมากในทุกๆ ปี

อย่างไรก็ดีเชื่อว่าจากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักท่องเที่ยวและประชาชนเปลี่ยนหมุดหมายจากชายหาดพัทยาเป็นสถานที่อื่นใกล้เคียงแทน ทำให้บรรยากาศงานลอยกระทง ประจำปี 2568 ของเทศบาลเมืองหนองปรือดูมีสีสันขึ้นอย่างถนัดตา โดยในงานได้รับเกียรติจากนายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ และคณะ ร่วมให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างดี

พัทยาวางกรอบร่วมเป็นเจ้าภาพจัดซีเกมส์ ครั้งที่ 33

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องประชุมทัพพระยา ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 (The 33rd SEA Games 2025) ในพื้นที่เมืองพัทยา โดยมี สมาชิกสภาเมืองพัทยา ผู้แทนจากสมาคมกีฬาแฮนด์บอลแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาเจ็ตสกีแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดเมืองพัทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้ ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) ระหว่างวันที่ 9 – 20 ธันวาคม 2568 โดยมี 3 จังหวัดเจ้าภาพร่วม ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี และสงขลา ซึ่งถือเป็นมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุก 2 ปี เพื่อส่งเสริมมิตรภาพ ความสามัคคี และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน

เมืองพัทยาในฐานะหนึ่งในเมืองเจ้าภาพ พร้อมเปิดบ้านต้อนรับนักกีฬาชั้นนำจาก 11 ประเทศ ได้แก่ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย สปป.ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ติมอร์-เลสเต เวียดนาม และ ประเทศไทย โดยการประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสนามแข่งขัน สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบการต้อนรับให้ครบวงจร มุ่งขับเคลื่อนศักยภาพเมืองพัทยาสู่การเป็น “Sports City” หรือ เมืองกีฬาแห่งภูมิภาคอาเซียน

สำหรับสนามแข่งขันในพื้นที่เมืองพัทยา ที่จะใช้จัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ประกอบด้วย กีฬาแฮนด์บอล แข่งขันระหว่างวันที่ 9 – 19 ธันวาคม 2568 ที่อาคารกรีฑาในร่ม ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก (พัทยา), กีฬาเจ็ตสกี แข่งขันระหว่างวันที่ 10 – 14 ธันวาคม 2568 ที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา, กีฬาปัญจกีฬา (Modern Pentathlon) แข่งขันระหว่างวันที่ 16 – 19 ธันวาคม 2568 ที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา, กีฬาวินด์เซิร์ฟ แข่งขันระหว่างวันที่ 11 – 18 ธันวาคม 2568 ที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา, กีฬาวอลเลย์บอลชายหาด แข่งขันระหว่างวันที่ 11 – 19 ธันวาคม 2568 ที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รวมพลังความภักดี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

แชร์เนื้อหานี้

ภาคอีสาน/บึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬจัดกิจกรรม “รวมพลังความภักดี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2568 จังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับสถานศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และประชาชนชาวบึงกาฬ จัดกิจกรรม “รวมพลังความภักดี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ณ โรงเรียนบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

เวลา 08.39 น. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมพร้อมเพรียงกันบริเวณสนามฟุตบอล โรงเรียนบึงกาฬ ต่อมาเวลา 09.00 น. ประธานในพิธีเดินทางถึงบริเวณจัดกิจกรรม และเวลา 09.02 น. ประธานในพิธีประจำจุดเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ และกล่าวถวายความอาลัย

ภายในงาน คณะครูและนักเรียนโรงเรียนบึงกาฬได้ร่วมแสดงความจงรักภักดี ด้วยการแปรอักษรเป็นพระนามาภิไธยย่อ “ส.ก.” และคำว่า “บึงกาฬ” สื่อถึงความรัก ความภาคภูมิใจ และความสามัคคีของชาวบึงกาฬที่มีต่อพระมหากษัตริย์

จากนั้น ประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่าน ถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ กล่าวปฏิญาณตนเพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ พร้อมร่วมร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี” และถวายความเคารพตามแบบพระราชนิยม

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมบันทึกภาพเป็นที่ระลึก ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความปลื้มปีติและความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีอย่างพร้อมเพรียง
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล/บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วัดบางพลีใหญ่กลาง สืบสานวัฒนธรรมประเพณีลอยกระทง พิธีทำบุญตักบาตรทางน้ำ ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เวลา 07.00 น. ที่บริเวณสระน้ำวิหารหลวงปู่กิ่ม อรรถโกวิทวุฒิคุณ วัดบางพลีใหญ่กลาง ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เจ้าคุณแจ้ “พระวชิรคณาทร” เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง พร้อม พระอาจารย์มหาเสน่ห์ และพระอาจารย์เดช แห่งวัดบางพลีใหญ่กลาง พายเรือรับบิณฑบาตทางน้ำ

เนื่องในงานสืบสานวัฒนธรรมประเพณีลอยกระทง วัดบางพลีใหญ่กลาง ประจำปี 2568 โดยมี ดร.วีร์สุดา รุ่งเรือง นายก อบต.บางพลีใหญ่ พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ อดีตรอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี นางเจียม รุ่งเรือง ประธาน อสม.ตำบลบางพลีใหญ่ นายแพทย์เสาร์ ปัญจพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางพลี นายธีรพัชญ์ ศรีนาเครือธนัต ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบางพลีใหญ่กลาง

ตลอดจน คณะไวยาวักจร คณะกรรมการวัด ทีมแพทย์ พยาบาล จากศูนย์แพทย์ชุมชนวัดบางพลีใหญ่ ช้าราชการตำรวจ สภ.บางพลี อุบาสก อุบาสิกา และคณะครู นักเรียนโรงเรียนวัดบางพลีใหญ่กลาง โรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง และประชาชนชาวตำบลบางพลีใหญ่ ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์

สำหรับ ประเพณีทำบุญตักบาตรทางน้ำ ณ วิหารหลวงปู่กิ่มวัดบางพลีใหญ่กลาง ท่านเจ้าคุณแจ้ ได้ร่วมกับ อบต.บางพลีใหญ่ คณะพระภิกษุสงฆ์ ไวยาวัจกร และคณะกรรมการวัดบางพลีใหญ่ ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เป็นการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของชาวชุมชนและคนในท้องถิ่น

มีความเชื่อในอดีตว่าเป็นการทำบุญขอขมาพระแม่คงคา โดยกำหนดให้มีพิธีทำบุญตักบาตรในช่วงเช้าของวันลอยกระทง ส่วนช่วงเย็นจะมีพิธีถวายผ้าป่าสามัคคี ร่วมสนับสนุนกระทงเพื่อการศึกษา เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทย


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

วัดบางพลีใหญ่กลาง จัดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน อุทิศถวายพระราชกุศลแด่ “พระพันปีหลวง” ในวาระปัณรสมวาร 15 วัน แห่งการสวรรคต

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น. ที่โบสถ์วัดบางพลีใหญ่กลาง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ วัดบางพลีใหญ่กลาง ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานอุทิศถวายพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวาระ(ปัณรสมวาร) 15 วัน แห่งการสวรรคต

โดยมี พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผกก.สภ.บางพลี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส จุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย นายแพทย์เสาร์ ปัญจพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางพลี จุดเครื่องทองน้อย หน้าโต๊ะหมู่บูชาพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี “เจ้าคุณแจ้” พระวชิรคณาทร เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะพระสงฆ์ 10 รูป สวดเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นประกอบพิธีทอดผ้าไตรบังสุกุล พระสงฆ์สดับปกรณ์ กรวดน้ำ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
ภายในพิธีมีหัวหน้าส่วนราชการ

หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการตำรวจ องค์กรเอกชน โรงพยาบาลบางพลีสมุทรปราการ ศูนย์แพทย์ชุมชนวัดบางพลีใหญ่กลาง สถาบันการศึกษา และพสกนิกรชาวอำเภอบางพลีหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมถวายเป็นพระราชกุศลและแสดง

ความอาลัยด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยมีกำหนดประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานอุทิศถวายพระราชกุศลในวาระปัญญาสมวาร (50 วัน) ในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 และสตมวาร (100 วัน) ในวันที่ 31 มกราคม 2569 จนกว่าจะถึงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เพื่อให้พสกนิกรชาวอำเภอบางพลีได้ร่วมกันน้อมรำลึกและถวายความอาลัยอย่างสมพระเกียรติและสมบูรณ์ตามราชประเพณีทุกประการ


เดียว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หมู่บ้านพฤกษา 15 เปิดงานลอยกระทงเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

แชร์เนื้อหานี้

ชาวหมู่บ้านพฤกษา 15 พร้อมใจแต่งชุดดำ ร่วมพิธีถวายความอาลัย “สมเด็จพระพันปีหลวง” ก่อนเปิดงานลอยกระทงประจำปี บรรยากาศเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและอบอุ่นจากพลังชุมชน
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ที่ลานเอนกประสงค์หมู่บ้านพฤกษา 15 ตำบลแพรกษาใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ นายอำนวย บุญริ้ว

นายกเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีลอยกระทงประจำปีหมู่บ้านพฤกษา 15 โดยมีนายวิชา นาป้อม ประธานนิติบุคคลหมู่บ้านพฤกษา 15 นางสาวกัญญดากร เรืองฤทธิ์ รองประธานนิติบุคคลฯ พร้อมด้วยสมาชิกเทศบาล คณะกรรมการหมู่บ้าน ฝ่ายปกครอง และประชาชนในพื้นที่กว่า 200 คน

เข้าร่วมในพิธีถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวภายในงานมีการจัดพิธีถวายความอาลัยอย่างสงบและสมเกียรติ ผู้เข้าร่วมงานพร้อมใจกันสวมชุดดำหรือชุดสุภาพเรียบร้อย ยืนไว้อาลัยเป็นเวลา 93 วินาที เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ก่อนเข้าสู่กิจกรรมเปิดงานลอยกระทงประจำปีขณะที่บรรยากาศบริเวณริมทะเลสาบของหมู่บ้านเป็นไปด้วยความคึกคัก พ่อค้าแม่ค้ากว่า 300 ร้านในชุมชนนำสินค้ามาจำหน่าย สร้างรายได้หมุนเวียนให้กับคนในพื้นที่ โดยหลายร้านเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง” ของรัฐบาล ส่งผลให้การจับจ่ายใช้สอยเป็นไปอย่างคึกคัก

สำหรับหมู่บ้านพฤกษา 15 ถือเป็นพื้นที่ที่มีการจัดงานลอยกระทงอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยปกติจะมีการประกวด “หนูน้อยนพมาศ” และ “นางสาวนพมาศ” เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมไทย แต่ในปีนี้ได้ปรับรูปแบบงานให้เรียบง่ายขึ้น งดการประกวดและกิจกรรมอื่นๆ

เพื่อถวายความอาลัยต่อ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” พร้อมคงไว้ซึ่งการออกร้านแสดงสินค้าและกิจกรรมชุมชน เพื่อให้เศรษฐกิจท้องถิ่นยังคงขับเคลื่อนไปได้

งานลอยกระทงหมู่บ้านพฤกษา 15 ปีนี้จึงเปี่ยมด้วยทั้งความสงบ เรียบง่าย และอบอวลด้วยความจงรักภักดีของประชาชนที่พร้อมใจกันสืบสานประเพณีไทย ควบคู่กับการแสดงออกถึงความภักดี


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี/คนบึงกาฬรักสุขภาพร่วมกิจกรรม “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน–วิ่ง–ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ เมืองไทยไร้สโตรค” คึกคัก

แชร์เนื้อหานี้

บึงกาฬ – วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 เวลา 06.00 น. ที่บริเวณถนนข้าวเม่าริมโขง เทศบาลเมืองบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน–วิ่ง–ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ เมืองไทยไร้สโตรค” ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 5,000 คน ใน 7 สนามทั่วจังหวัดบึงกาฬ

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยตระหนักถึงการดูแลสุขภาพ หมั่นออกกำลังกาย ลดปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองหรืออัมพาต เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

ภายในงานมีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งข้าราชการ พ่อค้า นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก โดยผู้ร่วมกิจกรรมสามารถเลือกได้ตามความถนัด ทั้งการเดิน วิ่ง หรือปั่นจักรยาน ระยะทาง 5 กิโลเมตร เส้นทางรอบแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัดบึงกาฬ บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

สำหรับจังหวัดบึงกาฬได้จัดกิจกรรมพร้อมกันใน 7 สนาม ได้แก่สนามอำเภอเมืองบึงกาฬ ถนนข้าวเม่าริมโขงสนามอำเภอโซ่พิสัย ถนนหน้าที่ว่าการอำเภอโซ่พิสัยสนามอำเภอเซกา หน้าที่ว่าการอำเภอเซกาสนามอำเภอพรเจริญและอำเภอศรีวิไล บริเวณวัดภูทอก บ้านนาคำแคนสนามอำเภอบึงโขงหลง ที่ว่าการอำเภอบึงโขงหลงสนามอำเภอปากคาด

ลานพญานาคริมโขง เทศบาลตำบลปากคาดสนามอำเภอบุ่งคล้า สะพานแขวนกิ้งก่าภูวัว ริมโขงบุ่งคล้าโครงการ “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน–วิ่ง–ปั่น ป้องกันอัมพาต” จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 11 เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย “เมืองไทยไร้สโตรค” มุ่งสร้างสังคมสุขภาพดี ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข และสร้างแรงจูงใจให้คนไทยหันมาดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล/บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ วัดธรรมิการามฯ เขาช่องกระจก ยอดทำบุญทะลุ 2.4 ล้านบาท/พิธีมอบรางวัลการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานระดับประเทศ ครั้งที่ 18 ที่ จ.ปัตตานี

แชร์เนื้อหานี้

adminแก้ไขโปรไฟล์

วันที่ 26 ตุลาคม 2568 นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ณ วัดธรรมิการามวรวิหาร (เขาช่องกระจก) อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยมีนางสาววรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นายอิษฎา เสาวรส ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง


สำหรับพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานในครั้งนี้ มียอดรวมเงินทำบุญทั้งสิ้น 2,498,014.75 บาท เพื่อร่วมสมทบทุนบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะภายในวัดและกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา
วัดธรรมิการามวรวิหาร หรือ “วัดเขาช่องกระจก” เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร

ตั้งอยู่เชิงเขาช่องกระจก ถือเป็นวัดสำคัญคู่เมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และรอยพระพุทธบาทจำลองบนยอดเขาช่องกระจก ซึ่งเป็นจุดหมายทางศาสนาและการท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด

การถวายผ้าพระกฐินพระราชทานครั้งนี้ นับเป็นอีกกิจกรรมที่สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ในการสืบสานพระพุทธศาสนา และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของไทยให้คงอยู่ต่อไป.

ผู้ว่าประจวบฯ นำอิหม่าม ผู้นำทางศาสนา ภาคีเครือข่ายชาวมุสลิม เข้าร่วมพิธีมอบรางวัลการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานระดับประเทศ ครั้งที่ 18 ที่ จ.ปัตตานี


เมื่อวันที่ 27 ต.ค.68 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ มอบรางวัลการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานระดับประเทศ ครั้งที่ 18 ประจำปี 2568 และมอบโล่เกียรติคุณและเงินรางวัลแก่ผู้แทนโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ครู และนักเรียน โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ ประจำปี 2567 ณ หอประชุม องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี อ.เมืองปัตตานี จ.ปัตตานี


ในการนี้ พระราชทานพระวโรกาสให้ นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นำคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และอิหม่ามที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ประจำปี 2567 เข้ารับพระราชทานโล่เกียรติคุณและเงินรางวัล โดยมีผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร่วมพิธี สำหรับปีนี้ คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และอิหม่ามที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ประจำปี 2567

เข้ารับพระราชทานโล่เกียรติคุณและเงินรางวัล รวมทั้งสิ้น 26 ราย แบ่งเป็น คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด จำนวน 6 ราย อิหม่ามที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น จำนวน 20 ราย พร้อมกันนี้ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ได้นำอิหม่าม ผู้นำทางศาสนา ภาคีเครือข่ายชาวมุสลิม และตัวแทนผู้ทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานจากจังหวัดประจวบฯ เข้าร่วมในพิธีด้วย


กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้จัดทำโครงการคัดเลือกคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดและอิหม่ามที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น เพื่อเข้ารับพระราชทานโล่เกียรติคุณและเงินรางวัล มาอย่างยาวนาน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และอิหม่ามที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ส่งผลให้เกิดความภาคภูมิใจ และมีส่วนร่วม

ในการปฏิบัติหน้าที่ให้กับทางราชการและประเทศชาติ รวมทั้งเป็นการกระตุ้น และส่งเสริมให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และอิหม่ามตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ เป็นแบบอย่างที่ดีแก่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และอิหม่ามในจังหวัดอื่นๆ ต่อไป
โอกาสนี้ กรมการปกครอง

ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับพระราชทานโล่เกียรติคุณและเงินรางวัลทุกท่าน ขอให้ทุกท่านได้รักษาคุณงามความดีและเกียรติคุณที่ท่านได้รับครั้งนี้ไว้สืบไป เพื่อจะเป็นแบบอย่างแก่บุคคลทั่วไป และขอให้ประสบความสุขความเจริญตลอดไป.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781


สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี จัดพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี ๒๕๖๘ณ วัดหลวงสุมังคลาราม จ.ศรีสะเกษ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๘ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี นำโดย คุณอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ได้อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานให้บริษัท ฯ เพื่อน้อมนำไปถวายแด่พระภิกษุสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ประจำปี ๒๕๖๘ ณ วัดหลวงสุมังคลาราม จังหวัดศรีสะเกษ

โดยมี นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการศรีสะเกษ ข้าราชการและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธี เป็นจำนวนมาก
วัดหลวงสุมังคลาราม

พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ในตำบลเมืองใต้ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2328 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา

เมื่อ พ.ศ. 2486 และยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2524
การจัดพิธีถวายผ้าพระกฐินในครั้งนี้ เป็นการสืบสานประเพณีอันดีงามของชาติ

และสะท้อนเจตนารมณ์ของ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ที่มุ่งมั่นทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี/น่าน จัดพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 ตุลาคม 2568 เวลา 14.00 น. ณ ศาลาหลวง วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

จังหวัดน่านจัดพิธีถวายสักการะและสรงน้ำพระบรมศพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อเปิด

โอกาสให้ข้าราชการและประชาชนทุกหมู่เหล่าได้ร่วมแสดงความอาลัย และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธี โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ นายอำเภอ ผู้บริหาร

ท้องถิ่น ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พนักงาน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธี พร้อมใจกันแต่งกายไว้ทุกข์อย่างสมเกียรติ

ภายในพิธี ประธานในพิธีถวายความเคารพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ลงนามถวายความอาลัย และประกอบพิธีสรงน้ำพระบรมศพด้วยความสงบสำรวม จากนั้นผู้เข้าร่วมพิธีต่างทยอยสรงน้ำพระบรมศพตามลำดับ

บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกอาดูร เปี่ยมด้วยความจงรักภักดี และความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพสกนิกรชาวจังหวัดน่านที่มีต่อพระองค์ท่านอย่างหาที่สุดมิได้

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปัตตานี.- JSD-South ผนึกกำลังสื่อชายแดนใต้! เปิดตัวสมาคมฯ ศูนย์กลางนักข่าวอิสระ- ชูธรรมาภิบาล -ใช้สื่อแก้ปัญหาสังคม

แชร์เนื้อหานี้

สมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้ (JSD-South) เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ ที่ทำการเลขที่ 181/19 ซอยเพชรสุภา ต.จะบังติกอ อ.เมือง จ.ปัตตานี ภายใต้การนำของ นางสาวนาซือเราะ เจะฮะ นายกสมาคมฯ ประกาศจุดยืนเป็นศูนย์รวมนักข่าวภาคใต้ที่ทำงานอย่างอิสระ ไม่แสวงหากำไร ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง มุ่งเน้นการนำเสนอข่าวที่ถูกต้องตามหลักจริยธรรม และใช้ ‘พลังสื่อ’ เป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาสังคม พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้คน และส่งเสริมความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ เผยบทบาทหลักเป็น ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ให้สื่อมวลชน พร้อมยกระดับมาตรฐานวิชาชีพและเป็นกระบอกเสียงรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน

วันที่ 25 ตค. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากจังหวัดปัตตานีว่า สมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้ (Journalists for Sustainable Development of Southern Border – JSD-South) ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของสื่อมวลชนในภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งรวมนักข่าวจากทุกแขนงนางสาวนาซือเราะ เจะฮะ นายกสมาคมฯ เปิดเผยถึงเจตนารมณ์หลักของ JSD-South ว่า สมาคมฯ ก่อตั้งขึ้นบนหลักการของการทำงานที่ “อิสระ ไม่ยุ่งการเมือง และไม่หาผลกำไร” โดยมีพันธกิจสำคัญคือ การเป็นศูนย์รวมและ “พื้นที่ปลอดภัย” สำหรับสื่อมวลชนในพื้นที่ ให้สามารถนำเสนอข่าวสารที่ถูกต้อง รอบด้าน เป็นกลาง และมีจริยธรรมสูงสุด

“บทบาทของ JSD-South ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรายงานข่าว แต่เรามุ่งเน้นการใช้พลังของสื่อในการแก้ไขปัญหาสังคม พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้คน และส่งเสริมความร่วมมือกับทุกภาคส่วน” นางสาวนาซือเราะ กล่าว และเน้นย้ำว่า สมาคมฯ จะเป็น “กระบอกเสียง” ที่สำคัญ และเปิดรับฟัง รวมถึงรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน เพื่อทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางในการตรวจสอบ ประสานงาน และแก้ไขปัญหาสังคมต่างๆ ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมนายกสมาคมฯ ยังกล่าวถึงการให้ความสำคัญกับการยกระดับวิชาชีพสื่อ โดยจะมีการจัดกิจกรรมพัฒนาความรู้ ความเข้าใจในวิชาชีพ เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนวัตกรรมต่างๆ เพื่อ ยกระดับมาตรฐานและธรรมาภิบาล ของสื่อมวลชนในพื้นที่
นอกจากนี้ JSD-South ยังมีแผนกิจกรรมด้านสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ ผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ เด็กกำพร้า และกลุ่มเปราะบาง เพื่อเป็นการคืนกลับสู่สังคมและสร้างประโยชน์ส่วนรวม

 สำหรับการบริหารงานนั้น สมาคมฯ ยืนยันในความโปร่งใส ความเป็นกลาง และความซื่อสัตย์ โดยจะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพงาน รวมถึงการสร้างฐานข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างสมาชิก เพื่อให้มั่นใจได้ว่า JSD-South จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง พร้อมทั้งดูแลสิทธิและสวัสดิการ รวมถึงปกป้องสิทธิเสรีภาพในการนำเสนอข่าวภายใต้กรอบของกฎหมายให้กับสมาชิกทุกคน 

ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศรัทธาหลั่งไหล! แห่หลวงพ่อปานทางเรือ หนึ่งเดียวในไทย เสียงประทัดกึกก้องทั่วทะเล

แชร์เนื้อหานี้

ศรัทธาหลั่งไหล เสียงประทัดกึกก้องทะเล หนึ่งเดียวในไทย แห่หลวงพ่อปานทางเรือ สุดอลังการ เรือประมงชาวบ้านร่วมขบวนแห่นับร้อยลำ

งานนมัสการปิดทองหลวงพ่อปาน ครบรอบ 115 ปี จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 31 ตุลาคม 2568
วันที่ 25 ตุลาคม 2568

ที่ วัดมงคลโคธาวาส ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ มีงานประจำปี ปิดทองหลวงพ่อปาน ปีที่ 115 และร่วมแห่หลวงพ่อปาน ทางเรือ ณ วัดมงคลโคธาวาส ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ

พิธีแห่หลวงพ่อปายทางเรือบุษบก ฤกษ์เวลา 07.29 น. และฤกษ์แห่ทางบก รถบุษบก 09.39 น. โดยมี นาย สยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัด เดินทางมาเป็นประธานในพิธีและลั่นฆ้องชัยมงคลฤกษ์

ชาวบ้านและผู้ที่เดินทางมาร่วมงานได้อัญเชิญรูปหล่อหลวงพ่อปาน จากวัดมงคลโคธาวาส ลงเรือบุษบกแห่ไปตามลำคลองคลองด่านออกไปทางปากอ่าว โดยมีเรือประมงของชาวบ้านจำนวนมาก

เข้าร่วมขบวนแห่ออกไปที่ปากอ่าว หลังจากนั้นได้แล่นเรือวนรอบปากอ่าว 3 รอบ ก่อนที่จะมีการแจกธงหลวงพ่อปานกลางทะเล ให้แก่เรือประมง และเรือผู้ที่เดินทางไปร่วมงานที่บริเวณกลางทะเล หลังจากนั้นก็จะเคลื่อนขบวนกลับเข้าฝั่ง

จากนั้นในเวลา 09.39 น. ได้อัญเชิญองค์หลวงพ่อปาน ขึ้นประดิษฐานบนรถบุษบก เพื่อแห่ไปทั่วจังหวัดสมุทรปราการ ให้ชาวบ้านได้นมัสการและขอพร โดยมีชาวบ้านทั้งในจังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดใกล้เคียง

ได้สักการบูชาหลวงพ่อปาน ซึ่งกิจกรรมการแห่ทางเรือมีกำลังตำรวจน้ำ เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า และอาสาสมัครกู้ภัยจากมูลนิธิร่วมกตัญญู ร่วมเฝ้าระวังเหตุทางน้ำ ป้องกันอุบัติเหตุทางเรือ

สำหรับหลวงพ่อปาน ซึ่งเป็นหนึ่งในพระเกจิอาจารย์ ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มาตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 5 หลวงพ่อปานยังเป็นที่เคารพนับถือของชาวจังหวัดสมุทรปราการ มาจนถึงทุกวันนี้

กิจกรรมแห่หลวงพ่อปานทางเรือ จัดขึ้นเพื่อให้ชาวประมงได้ร่วมสักการะหลวงพ่อปาน เพราะชาวบ้านในพื้นที่ตำบลคลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพทำประมง

โดยก่อนที่ชาวบ้านจะออกเรือ ก็จะเดินทางมากราบไหว้หลวงพ่อปาน เพื่อขอพรให้เดินทางปลอดภัย สำหรับงานงานนมัสการปิดทองหลวงปู่ปาน วัดมงคลโคธาวาส จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 25 – 31 ตุลาคม 2568


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กรมชลประทานสร้างฝายบ้านงาช้าง แก้ภัยแล้ง พัฒนาพื้นที่รอยต่อท่าแซะ–ปะทิว

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 ตุลาคม 2568 ที่บริเวณฝายกักเก็บน้ำบ้านงาช้าง–บ้านเขาตีนเป็ด ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร นายนพพร อุสิทธิ์ (นายกโต้ง) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร

มอบหมายให้ นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ (เลขากิต) และนายปราโมทย์ ดาวเรือง เลขานายก อบจ.ชุมพร พร้อมด้วยนายสุชล สินสมบุญ สมาชิกสภา อบจ.ชุมพร เขตอำเภอท่าแซะ, นายอภิชาติ มากยอด สมาชิกสภา อบจ.ชุมพร เขตอำเภอปะทิว, นาย

ปรีชา มีสุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสองพี่น้อง, นายสิทธิชัย มากยอด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาไชยราช, นายหนูไกร วงธรรม กำนันตำบลสองพี่น้อง, นายสฤษดิ์ ปิ่นเกตุ กำนันตำบลเขาไชยราช, ผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ ร่วมประกอบพิธีถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ และเปิดฝายกักเก็บน้ำบ้านงาช้างอย่างเป็นทางกา

โครงการก่อสร้างฝายบ้านงาช้างดำเนินการโดย โครงการชลประทานชุมพร สำนักงานชลประทานที่ 14 กรมชลประทาน ภายใต้งบประมาณประจำปี พ.ศ. 2568 ในแผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (โครงการจัดหาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทาน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชะลอการไหลของน้ำในฤดูน้ำหลาก เพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำสำหรับการอุปโภค–บริโภคและการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง ตลอดจนใช้เป็นแหล่งน้ำผลิตประปาหมู่บ้าน เพิ่มปริมาณน้ำใต้ดิน และรักษาความชุ่มชื้นให้กับระบบนิเวศในพื้นที่

ทั้งนี้ ฝายบ้านงาช้างจะช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลเขาไชยราช อำเภอปะทิว และตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าแซะ มีน้ำใช้เพื่อการเกษตรและอุปโภค–บริโภคตลอดทั้งปี อีกทั้งยังสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ สร้างรายได้ให้กับชุมชน รวมถึงเป็นเส้นทางสัญจรและขนส่งสินค้าเกษตรได้สะดวกยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ พันโท ชนิสร จารุกิตติ์ตระกูล ผู้บังคับหน่วยส่งเสริมและสหกรณ์ที่ 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นสส.4 สทพ.นทพ.) ได้นำพันธุ์ปลาจำนวนกว่า 6,000 ตัว มอบให้ประชาชนร่วมกันปล่อยลงในฝาย เพื่อเป็นการเพิ่มแหล่งอาหารและสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับระบบนิเวศในพื้นที่

โครงการดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน ที่ช่วยกันพัฒนาทรัพยากรน้ำเพื่อประโยชน์ต่อการเกษตรและคุณภาพชีวิตของชาวชุมพรอย่างยั่งยืน