คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ไทย-กัมพูชา ร่วมสรงน้ำพระ ตักบาตร 2 แผ่นดิน สานสัมพันธ์แน่นแฟ้นรับปีใหม่ 2568

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568 ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ น.ส. ชนมณัฐ รอดบุญธรรม รองผู้ว่าราชจังหวัดศรีสะเกษ

พ.อ.บุญเสริม บุญบำรุง รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหาร ร่วมกันเปิดกิจกรรมสรงน้ำพระ ทำบุญตักบาตร สงกรานต์ไทย – กัมพูชา สืบสานประเพณี เชื่อมสัมพันธไมตรี ไทย – กัมพูชา

โดยมี นายอุน โซเพียก รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย ราชอาณาจักรกัมพูชา พ.อ.ชิน เมา รองเสนาธิการภูมิภาคทหารที่ 4 และส่วนราชการฝั่งกัมพูชา ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

มีโดยได้นิมนต์พระสงฆ์ไทยและกัมพูชา จำนวน 100 รูป นำโดย พระครูโกศลสิกขกิจ เจ้าคณะ อ.ภูสิงห์ และเจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา พระครูเตโช สีนาน เจ้าคณะอำเภออัลลองเวง จ.อดุดรมีชัย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีประชาชนชาวไทยและชาวกัมพูชา จำนวนร่วมกิจกรรมกันอย่างคึกคัก

***ทั้งนี้กิจกรรมมีพิธีสรงน้ำพระประธาน รดน้ำขอพรพระสงฆ์ และผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งไทย-กัมพูชา และทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ทั้งฝั่งไทย-กัมพูชา บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ด้วยความสัมพันธภาพที่ดีงามต่อกัน เนื่องจากทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชาล้วนนับถือพุทธศาสนา

***พระครูโกศลสิกขกิจ เจ้าคณะ อ.ภูสิงห์ กล่าวว่า การทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระในเทศกาลสงกรานต์ เป็นกิจกรรมที่จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย ร่วมกับจังหวัดอุดรมีชัย ราชอาณาจักรกัมพูชา จัดขึ้น โดยเป็นกิจกรรมที่ปฏิบัติต่อเนื่องมาประจำทุกปีในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือ

วันขึ้นปีใหม่ไทย เป็นการส่งเสริมสัมพันธไมตรีด้วยมิติทางพระพุทธศาสนา และเป็นการสร้างความเชื้อมั่นให้กับประชาชนทั้ง 2 ประเทศ ว่าชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่มีปัญหาความรุนแรงแต่อย่างใด เหมือนที่เป็นข่าวออกไป และยังคงรักเคารพกันดั่งพี่กับน้อง

ภาพ/ข’าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อบจ.นครปฐม เข้ารับฟังการบรรยายและสาธิตการใช้ระบบหุ่นยนต์ตำรวจอัจฉริยะ “Police Cyborg 1.0”

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 23 เมษายน 2568 พลตำรวจโท นัยวัฒน์ ผะเดิมชิด ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค7 พร้อมด้วย นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม เข้าร่วมรับฟังการบรรยายและสาธิตการใช้ระบบหุ่นตำรวจอัจฉริยะ “Police Cyborg 1.0” ณ ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธร ภาค 7 อ.เมืองนครปฐม ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับความปลอดภัยในจังหวัดนครปฐม โดย อบจ.นครปฐม ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินการของตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งกล้อง CCTV ในเขตชุมชน, การต่อต้านปราบปรามเสพยาติด และโครงการอื่นๆ ที่ได้รับการร้องขอ เพื่อจะมาส่งเสริมการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อันจะเป็นการสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ททท.เพชรบุรี ชวนเที่ยวงานเทศกาลหุ่นระดับโลก ‘Phetchaburi Harmony Puppet Festival 2025’/สภ.หัวหิน สรงน้ำพระขอพรผู้บังคับบัญชา มอบเกียรติบัตรดีเด่น

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อวันที่ 18 เม.ย.68 นางดวงใจ คุ้มสอาด ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี เปิดเผยว่า จ.เพชรบุรี กำหนดจัดงานเทศกาลเพชรบุรีเมืองหนัง Phetchaburi Harmony Puppet Festival ระหว่างวันที่ 2-4 พฤษภาคม นี้ พร้อมร่วมแสดงความยินดี ที่ จ.เพชรบุรี ได้รับรางวัล Asia Local and Traditional Art Festival Tangible Heritage ประจำปี 2025 จาก สมาคมเทศกาลและงานอีเวนต์นานาชาติแห่งภูมิภาคเอเชีย IFEA Asia นับว่า เป็นการยกระดับเทศกาล Softpower ของประเทศไทย ตามนโยบายส่งเสริมของรัฐบาล ที่ได้นำเทศกาลอันโดดเด่นของเพชรบุรี สู่การได้รับความยอมรับและประกาศสู่สากล


เทศกาลหุ่นเพชรบุรีเมืองหนัง phetchaburi Harmony Puppet Festival 2025 เกิดขึ้นจากการฟื้นฟูศิลปะหุ่นหนังใหญ่ วัดพลับพลาชัย ซึ่งเป็นวัดที่สร้างขึ้นในปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี โดยศิลปะหนังใหญ่นี้ได้สืบทอดมาและได้เคยจัดแสดงต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฯ ณ พระรามราชนิเวศน์ หรือ วังบ้านปืน ที่สร้างขึ้นเมื่อเสด็จประพาสจังหวัดเพชรบุรี โดยในปี 2568 นี้ เทศกาลได้รับเกียรติให้จัดขึ้นในรูปแบบของมหรสพหลวง แสดงหนังใหญ่อย่างงามสง่าหน้าพระที่นั่ง

พร้อมด้วยการเชิดชู การแสดงหนังตะลุง ซึ่งเป็นต้นแบบของหนังตะลุงเมืองเพ็ชร และ คณะหนังตะลุงจากบรมครู นายหนังจากภาคใต้ สมาคมศิลปินพื้นบ้านจังหวัดสงขลา นำโดย 3 ศิลปินดีเด่นจังหวัดสงขลาที่เข้าร่วมงานครั้งนี้ ให้สมกับที่เพชรบุรี เป็น “เมืองหนัง” ที่เป็นศูนย์รวมของหนังใหญ่ และ หนังตะลุง ซึ่งปีนี้มีให้ชมถึง 37 คณะ ตลอด 3 วัน จัดบนถนนดำรงรักษ์ ถนนที่มีความงดงาม กว้างขวาง และสร้างขึ้นเป็นถนนสายศิลปะทีมีภาพเขียน Street Art งดงามโดดเด่นด้วยความทันสมัย

พร้อมต้อนรับการแสดงจากคณะหุ่นจากต่างประเทศซึ่งเป็นหุ่นเงานานาชาติ International Shadow Puppet และหุ่นร่วมสมัย ทั้งสิ้นถึง 12 ประเทศ อาทิ Ty Chean Sbek Thom หนังใหญ่ สแบกธม จาก กัมพูชา, Kohamkulov puppet troupe หุ่นเงาดั้งเดิม จาก คาซัคสถาน, Utervision Company Japan หุ่นเงาร่วมสมัย จากญี่ปุ่น, Theatrical Association of Artists Animating the Shadow TOXOT หุ่นเงาผสมผสานเทคโนโลยี จาก รัสเซีย, Paper Monkey Theatre หุ่นเงาเพื่อการศึกษา จาก สิงคโปร์, Gnayaw Puppets หุ่นเงาแนวศิลปะผสมผสาน ผลงานร่วมสร้างสรรค์ จาก เม็กซิโก-อินโดนีเซีย นอกจากนี้ยังมีการแสดงหุ่นนานาชาติในรูปแบบแปลกใหม่ทันสมัย Viet Lotus Group จาก เวียดนาม, Sky Bird Puppet Group จาก ฮ่องกง, Wanlu and his Puppets จาก ฟิลิปปินส์, การแสดงหุ่นสายร่วมสมัย Nicov botelladearroz จาก โคลัมเบีย, การแสดงผสมผสานระหว่างหุ่นเงาวายัง และนักแสดงระบำพื้นเมือง Sena Wangi (Indonesia National Wayang Secretariat) จาก อินโดนีเซีย นิทรรศการภาพถ่าย A Life In shadow และการ Workshop การถ่ายภาพหุ่นเงา โดย Constantine Korsovitis จาก ออสเตรเลีย ในการจัดงานเทศกาลครั้งนี้ ยังมีการจัดประชุมสัมมนานานาชาติ Unima SoutEast Asia On line อย่างยิ่งใหญ่ในระดับสากล จาก จ.เพชรบุรี โดยความร่วมมือของสมาพันธุ์หุ่นนานาชาติ Unima World


การจัดแสดงบนถนนสายศิลปะที่สวยสดงดงาม ของ จ.เพชรบุรี ถนนดำรงรักษ์ และจัดแสดงมหรสพอันสง่างาม ณ พระรามราชนิเวศน์ ด้วยการจัดแสดงหุ่นที่มุ่งเน้นเรื่องราวจากวรรณกรรมรามเกียรติ์หลากหลายให้ได้ชมกัน โดยตลอดทั้งวัน มีการจัดรถรางนำชมศิลปะสกุลช่างเมืองเพ็ชร งานปูนปั้นรามเกียรติ์ ที่ประดับตลอดเส้นทางของการจัดงานเทศกาล งานนิทรรศการภาพถ่าย พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่ วัดพลับพลาชัย วันที่ 2-4 พ.ค.68 ขอเชิญชมความงามแห่งศิลปะหุ่นของไทย และนานาชาติได้ที่ จ.เพชรบุรี ในเทศกาลหุ่นเพชรบุรีเมืองหนัง Phetchaburi Harmony Puppet Festival 2025 ร่วมสร้างสรรค์งานเทศกาลหุ่นนานาชาติ ยกระดับ Softpower เทศกาลไทยสู่สากล โดยการรับรองของสมาพันธ์หุ่นนานาชาติ Unima ในความรับรองของ UNESCO ลิขสิทธิ์การจัดเทศกาลหุ่นโลก Harmony Puppet Thailand จาก มูลนิธิหุ่นสายเสมา
จัดโดยจังหวัดเพชรบุรี มณฑลทหารบกที่ 15 สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี สำนักงานวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมือง สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี Amazing Thailand การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี YEC เพชรบุรี สมาพันธุ์เอสเอ็มอีไทย จังหวัดเพชรบุรี สานพลังประชารัฐ ชุมชนคลองกระแชง พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดพลับพลาชัย สมาคมช่างภาพเพชรบุรี ส่งเสริมการจัดงาน โดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สภ.หัวหิน แต่งธีมสงกรานต์สรงน้ำพระขอพรผู้บังคับบัญชา พร้อมมอบเกียรติบัตรดีเด่นให้กับตำรวจที่มีผลงาน

เมื่อวันที่ 18 เม.ย.68 ที่ห้องโสตทัศนศึกษา โรงเรียนหัวหิน จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน เป็นประธานประชุมประจำเดือนมีนาคมพร้อมมอบเกียรติบัตรให้กับข้าราชการตำรวจที่มีผลการปฏิบัติงานป้องกันปราบปรามดีเด่น จำนวน 5 นาย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ โดยมี นายวรพจน์ ลิมาคม ประธาน กต.ตร.สภ.หัวหิน

พร้อมคณะ กต.ตร. พ.ต.ท.วรท กรุงกาญจนา รอง ผกก.ป.สภ.หัวหิน และตำรวจในสังกัดเกือบ 200 เข้าร่วมประชุมในธีมเสื้อสดใสลายดอกวันสงกรานต์สร้างสีสันและลดความตึงเครียดให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมแล้ว ตำรวจ สภ.หัวหินได้ร่วมสรงน้ำขอพรพระพุทธรูปเพื่อความเป็นสิริมงคล และรดน้ำขอพรผู้บังคับบัญชา เนื่องในวันสงกรานต์ เป็นการสานสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นภายในหน่วยงานด้วยบรรยากาศชื่นมื่น

พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน กล่าวว่า วันนี้มีการประชุมประจำเดือนที่เราทำกันทุกเดือนอยู่แล้ว เป็นการมอบนโยบายจากผู้บังคับบัญชา จากนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจภูธรภาค 7 และกองบังคับการภูธรจังหวัดประจวบฯ ก็ได้มอบนโยบายต่างๆ ทั้งหมด ทั้งการจับกุม การระดมการกวาดล้างต่างๆ ตามผลงานตั้งแต่ก่อนวันสงกรานต์ การทำงานในช่วงวันสงกรานต์ที่ผ่านมา มีผลการปฏิบัติงาน

มีการถอดบทเรียนให้กับผู้ปฏิบัติงานทั้งหมดว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร หรือต้องปรับปรุงการแก้ไขอย่างไร ช่วงเทศกาลสงกรานต์หัวหินของเราก็ผ่านไปด้วยดี มีประชาชนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะคืนวันที่ 12 และวันที่ 13 เม.ย. เราได้จัดการจัดระเบียบในเรื่องของความปลอดภัย ในเรื่องของการจราจร มีเรื่องร้องเรียนน้อยมาก และไม่มีเหตุการณ์ร้ายใด ๆ เกิดขึ้น ก็ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ร่วมกันดูแลนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐนิวส์-สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 เมษายน 2567 เวลา 10.10 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปทอดพระเนตรผลการดำเนินงาน

โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณศูนย์ประสานงานโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และบ้านเกษตรกรต้นแบบ นายพงษ์ไพร ศรีพงค์พยอม ที่ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร

โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นหนึ่งในศูนย์สาขาของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2538

ตามแนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีลักษณะการดำเนินงานในรูปแบบการพัฒนาพื้นที่แบบเบ็ดเสร็จ โดยประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการร่วมกัน

เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ พัฒนาแหล่งน้ำ พัฒนาอาชีพด้านเกษตรกรรม และศิลปาชีพ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 184,000 ไร่ ครอบคลุม 14 หมู่บ้านในตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง 3 หมู่บ้าน 2 ชุมชน

ในตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ภายในบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน และป่าสงวนแห่งชาติป่าดงภูสีฐาน ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ

พร้อมระบบส่งน้ำ แล้วเสร็จจำนวน 7 แห่ง ถือเป็นการดำเนินการตามพระราชปณิธานที่จะพัฒนาป่าไม้ควบคู่ไปกับการพัฒนาแหล่งน้ำ และได้ดำเนินการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ ถนน ไฟฟ้า การจัดอบรม การส่งเสริมให้ความรู้แก่ราษฎรในด้านการบริหารจัดการน้ำ

จัดสรรพื้นที่ให้แก่ราษฎร จัดระเบียบชุมชน และกำหนดแนวทางการพัฒนาอาชีพในด้านต่างๆทางด้านเกษตรกรรม การเลี้ยงสัตว์ ประมง และการฝึกอบรมอาชีพ เพื่อให้ราษฎรสามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองและสามารถพึ่งพาตนเองได้ต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ สนง.ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / วันไหล!!ประเพณีแห่น้ำจั้นทิพย์-ขอขมาคารวะสรงน้ำ”หลวงพ่อพระใหญ่”ปิดท้ายสงกรานต์ จ.บึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09.49 น. วันที่ 19 เม.ย. 68 นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วย นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผวจ.บึงกาฬ, นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผวจ.บึงกาฬ, นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกอบจ.บึงกาฬ, นายนิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.บึงกาฬ เขต 3, นายสยาม เพ็งทอง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.บึงกาฬ เขต 1, หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน ได้ร่วมกันหาบน้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ และขบวนแห่ทางบกและทางน้ำเพื่อนำไปประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และสรงน้ำองค์หลวงพ่อพระใหญ่ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งประดิษฐาน ณ วัดโพธาราม (หรือ วัดท่าไคร้) ถือเป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวบ้านในพื้นที่ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาทุกปีในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์

นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.บึงกาฬ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดบึงกาฬทุกหมู่เหล่า ทำพิธีบวงสรวงและแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของบรรพบุรุษ โดยนำเอาน้ำจั้นหรือน้ำจากบ่อซึมที่มีความสูงจากระดับน้ำในแม่น้ำโขงในหน้าแล้ง และไหลลงสู่แม่น้ำโขงตลอด

ทั้งปีไม่มีเหือดแห้ง ซึ่งน้ำบ่อซึมนี้เมื่อครั้งในอดีตผ่านมาชาวบ้านได้ใช้เป็นแหล่งน้ำดื่มสำหรับคนในตำบลบึงกาฬ ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขงบ้านท่าไคร้ หมู่ที่ 5 ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ และทุกๆ ปีหลังจากวันสงกรานต์ จะมีพิธีแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ทั้งในทางบกและทางน้ำ และเมื่อไปถึงหน้าวัดท่าไคร้หรือวัดโพธารามก็

จะอัญเชิญน้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ไปสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ในอุโบสถ ปีนี้จังหวัดได้จัดขบวนแห่ฟ้อนรำอันสวยงาม มีชาวจังหวัดบึงกาฬจากหลายเชื้อชาติ หลายชนเผ่า จำนวนกว่า 200 คน ต่างพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดฟ้อนรำตามขบวนแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ เพื่ออัญเชิญน้ำไปสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ ซึ่งถือเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดบึงกาฬ

ณ วัดโพธาราม บ้านท่าไคร้ อ.เมืองบึงกาฬ ที่นับเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน ทั้งชาวไทยและชาวลาว เป็นพระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ตลอดสองฝั่งแม่น้ำโขงต่างให้ความเคารพศรัทธา มาเข้าร่วมพิธีกันอย่างเนืองแน่นลูกหลานที่ไปเรียนหนังสือหรือไปทำงานในต่างจังหวัดจะต้องกลับมาบ้านบึงกาฬ เพื่อมาเข้าร่วมพิธีนี้ทุกคนและถือปฏิบัติกันมาเป็นประเพณีทุกปี

ในพิธีหาบน้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์เพื่อนำมาสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดบึงกาฬ โดยภายในพิธีในพระอุโบสถได้รับเกียรติจากนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

ประธานประกอบพิธีฝ่ายฆารวาส มีพระเดชพระคุณ พระราชภาวนาโสภณ วิ. เจ้าอาวาสวัดเซกาเจติราม(พระอารามหลวง) เจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ ฝ่ายมหานิกาย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำพระเถระและพุทธศาสนิกชนกล่าวนำคารวะขอขมาและร่วมกันสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่

จากนั้น พ่อเมืองบึงกาฬ ประธานพิธีตีฆ้องเปิดงานประเพณีแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์สรงน้ำขอพร“หลวงพ่อพระใหญ่” วัดโพธาราม บ้านท่าไคร้ ประจำปี 2568 อย่างเป็นทางการ และนำคณะผู้บริหารจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชน รดน้ำขอพระคณะสงฆ์พระเถรานุเถระ และรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์68อีกด้วย

ส่วนประวัติหลวงพ่อพระใหญ่ ไม่มีหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่เล่าขานต่อๆ กันว่าราว 200 กว่าปีก่อน ชาวบ้านอพยพย้ายถิ่นฐานมาจากเมืองยศ หรือยโสธร มาปักหลักแผ้วถางบุกเบิกป่าทึบ

ริมฝั่งแม่น้ำโขงแล้วพบหลวงพ่อพระใหญ่ ในสภาพมีเถาวัลย์ปกคลุมรกรุงรังก็พบว่าพระเกศของหลวงพ่อหักเพราะถูกช้างป่ากระชากเถาวัลย์ลงมาเพื่อหากินตามธรรมชาติของสัตว์ป่า และเห็นเป็นรูปร่างของสถานที่บำเพ็ญบุญ

หรือสถานที่ประกอบกิจกรรมทางพุทธศาสนา อีกทั้งยังพบซากเครื่องปั้นดินเผา โอ่งโบราณ รวมทั้งเครื่องใช้อีกหลายอย่างองค์พระพุทธรูปนั้นตั้งแต่ได้พบมาถึงปัจจุบันจึงช่วยกันบูรณะเสริมพระเกศขึ้นใหม่ให้สมบูรณ์ และฟื้นฟูพื้นที่โดยรอบสร้างเป็นวัดขึ้น หลวงพ่อพระใหญ่เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 2 ศอก 1 คืบ 4 นิ้ว สูง 3 ศอก 1 คืบ ศิลปะสมัยล้านช้าง แสดงถึงสายสัมพันธ์ศิลปวัฒนธรรมสองฝั่งโขง

พุทธศาสนิกชนมักไปกราบไหว้บูชาตั้งจิตอธิษฐานขอพร ขอให้ทำสิ่งใดๆ ได้สำเร็จ เช่น การสอบเข้าเรียน การเข้าทำงานหรือแม้การขอมีบุตร เมื่อได้สมหวังตามที่ขอหรือบนบานเอาไว้ ก็จะมาแก้บนด้วยการจุดบั้งไฟเล็กจำนวน 9 ดอกเป็นการถวายบูชาหลวงพ่อพระใหญ่

ณ จุดที่เตรียมไว้ข้างอุโบสถด้านติดแม่น้ำโขง สำหรับพิธีกรรมสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่นั้น ผู้ชายสามารถเข้าไปสรงน้ำได้ภายในอุโบสถ ส่วนผู้หญิงเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับการเข้าไปในอุโบสถไม่ว่ากรณีใดๆ หรือเวลาไหน

แต่การสรงน้ำพระครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำบันไดเทียบข้างอุโบสถไว้ให้ขึ้นไปสรงน้ำผ่านท่อหรือรางน้ำที่จัดเตรียมไว้ให้ หรือจะสรงน้ำที่องค์หลวงพ่อพระใหญ่องค์จำลอง ที่ประดิษฐานอยู่นอกอุโบสถก็ได้ ซึ่งในปีนี้การจัดงานได้ทำขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 20 เม.ย. 2568

โดยให้ถือปฏิบัติในวันเสาร์-อาทิตย์ หลังสงกรานต์เป็นประเพณีทุกปี และจัดให้มีงานมหรสพสมโภช 3 วัน 2 คืนเป็นงานปิดท้ายวันสงกรานต์ของจังหวัดบึงกาฬนั่นเอง
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตรวจเข้มรถโดยสารสาธารณะ เน้นขับขี่ปลอดภัย ตรวจสอบทางออกฉุกเฉิน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเดินทางถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่16 เมษายน 2568 เวลา 18.00 น. ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน มอบหมายให้นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมจุดบริการและตรวจความเรียบร้อยในการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 โดยมี นายนพพร เรืองสว่าง นายอำเภอเมืองน่าน

นางสาวรัชนี ศรีชัยตัน ขนส่งจังหวัดน่าน นายวรวิทย์ อินต๊ะใจ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน พ.ต.ท.ธีระพงษ์ วงค์ทาฟั่น สว.จร.สภ.เมืองน่าน นายเอกฉันท์ มูลศรี หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลเมืองน่าน และเจ้าหน้าที่จากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

ร่วมลงพื้นที่ตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ และคนขับรถตาม Checklist ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ทั้งนี้มีประชาชนมาใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดน่าน เป็นจำนวนมาก

สำหรับการตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ และคนขับ ประกอบด้วย ตรวจสภาพตัวรถทั้งภายนอกและภายใน รวมทั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องครบถ้วน และมีความปลอดภัย เช่น ตรวจสอบทางออกฉุกเฉิน ถังดับเพลิง ค้อนทุบกระจก ระบบเบรก ยาง ล้อ เข็มขัดนิรภัย ประตูรถ เป็นต้น ด้านพนักงานขับรถ ต้องมีใบอนุญาตขับรถที่ถูกต้อง แอลกอฮอล์เป็นศูนย์ ไม่มีสารเสพติด ชั่วโมงการทำงานขับรถไม่เกินที่กฎหมายกำหนด

ด้านรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า ได้ตรวจเยี่ยมการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 บริเวณจุดตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดน่าน ซึ่งจุดนี้จะมีการสุ่มตรวจหาสารเสพติดของพนักงานขับรถและการเฝ้าระวังการใช้ความเร็ว ในการขับรถ

โดยสารให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้พี่น้องประชาชนเดินทางถึงที่หมายโดยสะดวก สบาย ปลอดภัยไม่เกิดอุบัติเหตุ โอกาสรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านและคณะ ยังได้มอบของที่ระลึก ให้กับผู้ที่เดินทางมาใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ พร้อมพบปะพูดคุย และอวยพรขอให้เดินทางสู่จุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชลบุรีเต้น! อนุทิน สั่งตรวจสอบเหตุทำร้ายนักท่องเที่ยวอินเดียที่พัทยา / อ.เมย์ จัดโครงการบรรพชาอุปสมบท สามเณรภาคฤดูร้อน ปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

สืบเนื่องจาก เกิดเหตุทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย บริเวณถนนเลียบชายหาดพัทยา ปากทางเข้าวอล์คกิ้งสตรีทพัทยาใต้ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ส่งผลให้ภาพพจน์การท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี และเมืองพัทยาเสียหาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน

  ล่าสุด เวลา 13.30 น. วันที่ 15 เมษายน 2568 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานประชุมหารือแนวทางการป้องกันเหตุเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวในพื้นที่พัทยา จังหวัดชลบุรี ณ ห้องประชุม ชั้น 3 สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยมีพ.ต.อ.ชาตรี สุขศิริ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อมตัวแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปรามปราม ตำรวจสืบสวน ตำรวจท่องเที่ยว ฝ่ายปกครอง และเมืองพัทยา เข้าร่วมประชุมฯ เบื้องต้น ได้เชิญตัวบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์มาเปิดเผยรายละเอียดขณะเกิดเหตุให้สื่อมวลชน และประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ และยืนยันว่า เมืองพัทยา และจังหวัดชลบุรี เป็นมีที่มีความปลอดภัย แต่ในบางครั้งอาจจะเกิดเหตุกระทบกระทั่งกันบ้าง เนื่องกันอาการมึนเมาและสื่อสารกันไม่เข้าใจ ระหว่างนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกับชาวไทย ซึ่งทางฝ่ายปกครอง และ สภ.เมืองพัทยา รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประชุมจัดระเบียบกับ ผู้ประกอบการวิน จยย.รับจ้าง และรถสองแถว อยู่อย่างต่อเนื่อง หากมีการกระทำผิดจะมีโทษตามกฎหมาย และดำเนินการขั้นเด็ดขาดหากกระทำผิดซ้ำ

ด้าน นายเอ ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอินเดียได้เดินมาสอบถามหารถโดยสาร เพื่อเดินทางไปโรงพยาบาล หลังจากตกลงราคาเรียบร้อยตนจึงให้ น้องชาย พากลุ่มนักท่องเที่ยวไปส่งที่รถสองแถว แต่ผ่านไปสักพักก็แปลกใจว่า ทำไมยังไม่ไปสักที จึงเดินตามไปกลับพบว่า 1 ในชาวอินเดียกำลังมีปากเสียงกับน้องชาย จากนั้นกลุ่มอินเดียจึงเริ่มด่าทอให้ของลับ และจะเข้ามารุมทำร้าย น้องชายจึงเริ่มถอยหนี ตนจึงเข้าไปห้ามปราม ก่อนจะบานปลายถึงขั้นชกต่อยกันคนละหมัด จากนั้นคนที่อยู่ใกล้เคียงจึงกรูกันเข้ามาห้ามเพื่อให้แยกกัน แต่บุคคลที่ใส่เสื้อวิน ที่ผ่านมาและเข้ามาทำร้ายนักท่องเที่ยวเสริม พวกตนไม่รู้จักแต่อย่างใด สุดท้ายอยากขอโทษสังคมและเมืองพัทยา ซึ่งตนเองไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น แต่เป็นเพราะอารมณ์ที่ถูกด่าทอ และจะถูกรุมทำร้ายก่อน จึงต้องป้องกันตัวเอง

อย่างไรก็ตาม อยากขอแจ้งว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นไม่ใช่เหตุรุนแรง หรือกลุ่มแก๊ง มาเฟียรุมทำร้ายนักท่องเที่ยว ตามที่ข่าวนำเสนอไป เป็นเพียงเหตุกระทบกระทั่งกันส่วนบุคคลซึ่งเกิดจากการสื่อสารไม่เข้าใจ เบื้องต้น จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนชาวไทยทั้ง 2 ราย ว่า หากนักท่องเที่ยวกริยาไม่ดี ก็ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ไม่ควรชกต่อยหรือตัดสินเอง ส่วนผู้เสียหายชาวอินเดียนั้นเจ้าหน้าที่ยังติดต่อไม่ได้และยังไม่มาแจ้งความในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี จึงได้สั่งการให้จัดประชุมหารือวางมาตรการร่วมกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเกิดขึ้นอีก เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ที่ดีของเมืองพัทยา และจังหวัดชลบุรี ต่อไป

มีรายงานว่า ณ วัดโคกมน อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2568 ได้มีการจัดโครงการบรรพชาอุปสมบท สามเณรภาคฤดูร้อน ปี 2568 ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเนื่องด้วยในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนปีนี้ เด็กๆและเยาวชน ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก จาก 30 หมู่บ้าน 4 ตำบล ทั่วอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เข้าร่วม โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน โดยได้รับความเมตตาจากพระครูพัชรคณาภิรักษ์ เจ้าอาวาสวัดโคกมน และเจ้าคณะอำเภอน้ำหนาว ที่เล็งเห็นถึงคุณค่าของการใช้เวลาช่วงปิดเทอมอย่างมีความหมาย

เด็ก ๆ ได้ฝึกวินัย ฝึกความอดทน ตื่นตีห้าสวดมนต์ เดินบิณฑบาตโดยไม่สวมรองเท้าช่วยกันทำความสะอาดวัด ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีระเบียบ และไม่มีการใช้โทรศัพท์มือถือตลอดระยะเวลา เพื่อฝึกสมาธิอย่างแท้จริง โดยบางคนมาจากครอบครัวที่ไม่มีโอกาส บางคนอยู่กับปู่ย่า บางคนไม่เคยได้กินอาหารดี ๆแต่เมื่อมาบวชกลับมีรอยยิ้ม ได้เพื่อน ได้กำลังใจ ได้สัมผัสความเมตตา และสิ่งดี ๆ จากสังคมเด็กบางคนถึงกับร้องไห้ ไม่อยากสึกเมื่อครบกำหนดเด็กๆหลายคน คุณพ่อคุณแม่ ปู่ย่า ตายาย สนับสนุนให้ใช้เวลาอย่างมีคุณค่า ในช่วงเวลาปิดเทอมที่วัด มากกว่าปล่อยให้เล่นอยู่ที่บ้าน ติดมือถือ ติดเพื่อน ติดทีวี ติดเกมหรืออาจเสี่ยงในการคบเพื่อนไม่ดี ติดยาเสพติด​ ​

ทั้งนี้ พิธีมอบทุนการศึกษาสามเณรและถวายภัตตาหารแด่ภิกษุ สามเณร 13 เมษายน 2568 ณ วัดโคกมน จุดประสงค์​เพื่อเป็นกำลังใจ เป็นแรงจูงใจให้แก่กับสามเณรน้อยที่ฝึกปฏิบัติตน ด้วยความมานะอดทน เพียรพยายาม ขันติบารมี วิริยะบารมี มาตลอดระยะเวลาในการบรรพชา ภาคฤดูร้อน​

ซึ่งในงานได้รับเกียรติจากอาจารย์​เมย์ ซินแสฮวง​จุ้ยชื่อดัง ประธานโครงการ “ทำดีให้คนมองเห็น” ดร.จินต์วยา เบญญจิ​นดาพิศุทธ์​ นักธุรกิจหญิง​ที่ได้รับรางวัลเกียรติ​คุณนานาชาติ รางวัลคชจักร ประเภทองค์กรเพื่อสังคมดีเด่น เดินทางมาเป็นเจ้าภาพ​ ในการมอบทุนการศึกษา และถวายภัตตาหาร ร่วมกับ คุณวรากุล ภัคธัญญานนท์ อดีตจิตอาสาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในวัดไทย และต่างประเทศที่เคยร่วมงานกับวัดไทยกว่า 848 แห่ง ใน 9 ประเทศทั่วโลก ซึ่งครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากคณะลูกศิษย์​อาจารย์เมย์ กัลยาณมิตร​สายบุญ ร่วมด้วยช่วยกัน สร้างความสุขให้สามเณรน้อย ด้วยความอิ่มใจ

ชลบุรีแถลงแผนเตรียมความพร้อมการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจร เทศกาลงานวันไหลเมืองพัทยา และในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ประจำปี 2568

 วันที่ 15 เม.ย.68 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมประชุมแถลงแผนเตรียมความพร้อมการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจร เทศกาลงานวันไหลเมืองพัทยา และในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ประจำปี 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 3 สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี  โดยมี พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่จังหวัดชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมฯ
ด้วยเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี จังหวัดชลบุรีได้กำหนดให้มีงานประเพณีวันไหลในหลายพื้นที่ โดยจัดรูปแบบงานการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย และสร้างความสนุกสนาน เพิ่มสีสันในช่วงเทศกาลวันไหลในแต่ละพื้นที่ อาทิเช่น วันไหลนากลือ วันที่ 18 เมษายน 2568 วันไหลเมืองพัทยา วันที่ 19 เมษายน 2568 วันไหลบ้านบึง วันที่ 20 แมษายน 2568 และวันไหลบางเสร่ วันที่ 20 แงชายน 2568 โดยมีการกำหนดให้ปิดการจราจรในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เดินเล่นน้ำสงกรานต์ ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนจากที่ต่างๆ มาเล่นน้ำสงกรานต์เป็นจำนวนมากในห้วงดังกล่าว เพื่อรักษาความปลอดภัย และอำนวยความละดวกในการจราจร ผู้ที่มาเล่นน้ำสงกรานต์ ผู้ที่มาท่องเที่ยว และประชาชนในพื้นที่ ในการนี้จึงได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเตรียมความพร้อมในช่วงเทศกาลดังกล่าว






สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯเชียงราย ฝ่าสายฝน ลงตรวจพื้นแม่สรวยแพเปียก สั่งเข้มด่านเป่า เมาขับถูกจับขึ้นศาล

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อเวลา14.00น.วันที่ 23เมษายน 2568นายชรินทร์ ทองสุข พร้อมด้วยนางสินีนาฎ ทองสุขนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และป้องกันจังหวัดเชียงราย และคณะ 
ได้ลงพื้นที่อำเภอแม่สรวย จ.เชียงราย เพื่อตรวจเยี่ยมการตั้งด่านกวดขันวินัยจราจร บริเวณปากทางเข้าเขื่อนแม่สรวย  ซึ่งเป็นจุดทางเข้าออกการท่องเที่ยวแพเปียกอำเภอแม่สรวยโดยมีนายปฤษฎางค์ สามัคคีนิชย์ อำเภอแม่สรวย และพ.ต.อ. กฤษฎา งามจิตต์ ผกก.สถานีตำรวจอำเภอแม่สรวยให้การต้อนรับ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ตรวจแถวและได้กำชับนโยบายเข้มการตั้งด่าน เพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุและลดการสูญเสียชีวิตทรัพย์สินของประชาชน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชียงราย  ยังได้มอบสิ่งของให้กับบรรดาเจ้าหน้าที่ ที่ได้สนธิกำลังระหว่างฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตั้งด่านตรวจครั้งนี้ด้วยหลังจากมีการตรวจด่านกวดขันวินัยจราจรแล้วยังได้ตรวจเยี่ยมบริเวณจุดล่องแพเปียกที่มีคนเล่นน้ำเป็นจำนวนมากท่ามกลางสายฝน โดยกำชับให้ผู้ประกอบการร้านค้าห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเยาวชนต่ำกว่า18ปี และขายตามเวลากฎหมายกำหนดเท่านั้น สำหรับการตรวจพื้นที่อำเภอแม่สรวยครั้งนี้เกิดจากภายหลังรัฐบาลมีคำสั่งให้ลดอุบัติเหตุบนท้องถนนลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ถือเป็นการป้องปรามตามมตรการ7วันอันตราย ที่อยู่ในช่วงสงกรานต์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากการตั้งด่านจุดดังกล่าวทำให้มีผู้ดื่มแอลกอฮอล์ และเดินทางกลับออกจากจุดการล่องแพโดนจับกุมดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก โดยถูกควบคุมตัวไปที่สภ.แม่สรวย และถูกคุมขังเพื่อส่งศาลแขวงจังหวัดเชียงราย บางรายที่สามารถประกันตัวด้วยวงเงิน20,000 บาท ก็จะส่งตัวขึ้นศาลในวันทำการศาลแต่หากวันใดถูกจับก็จะต้องถูกส่งฟ้องศาลวันถัดไป แต่รายใดที่ไม่มีเงินค่าประกันตัวก็จะถูกนอนในห้องควบคุมผู้ต้องหาไปจนกว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถส่งตัวฟ้องศาล หลังจากจ่าวนี้ได้แพร่กระจายตามสื่อโซเซียล ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงเป็นจำนวนมาก เนื่องจากหวั่นถูกจับกุมดำเนินคดี เนื่องจากได้ดื่มเหล้า เบียร์ ในบริเวณโซนท่องเที่ยวดังกล่าว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเลิกจองแพเป็นจำนวนมากอีกด้วย อย่างไรก็ตามจุดการท่องเที่ยวล่องแพเปียกมีการ จำหน่าย เหล้า เบียร์กันเป็นจำนวนมาก รวมทั้งนักท่องเที่ยวก็จะนำจากบ้านไปดื่มกิน ในซุ้มอาหาร และบนแพเปียกอย่างสนุกสนาน แต่ละรายมีแอลกอฮอล์เกินมาตรฐาน 50มิลกรัมเปอร์เซ็น ถ้าหากดื่มเบียร์เพียงกระป๋องเดียวก็ตาม ดังนั้นการตั้งด่านเป่าแอลกอฮอล์เข้มมีผลให้นักท่องเที่ยวบางราย ถึงกับยกเลิกและบอกว่าไม่อยากไปแล้ว นั่งดื่มกินที่บ้านดีกว่า ส่วนนักท่องเที่ยวที่ยังอยากจะไปล่องแพและดื่มกินก็จะยอมจ้างรถตู้และรถโดยสาร เพราะไหนๆก็เสีย ค่าค่าซุ้มนั่ง ค่าล่องแพ รวมทั้งหากเอาอาหารและเครื่องดื่มไปก็จะถูกปรับ รวมรายการเที่ยวก็จะเสียเงินหลายพันบาทแต่ถ้าหากเมาแล้วขับ ถูกจับก็จะเสียเงินเป็นจำนวนมากถือว่าท่องเที่ยวในราคาแพง ด้วยปัจจัยดังกล่าวส่งผลสภาพภาพผู้ประกอบการมียอดขายอาหารเครื่องดื่มลดลงบางรายยอมถอนตัวสละซุ้มขายของเนื่องจากประกอบการไปแล้วไม่คุ้มทุน ดังนั้นปีต่อไปหากผู้จัดไม่มีมาตรการควบคุมระเบียบการค้าขาย อาจเป็นไปได้ที่จะส่งผลให้ธุรกิจท่องเที่ยวแพเปียกปิดตัวลงเร็วขึ้นเนื่องจากผู้ประกอบการทั้งรายเก่าและรายใหม่ประสพปัญหาหลายด

สงกรานต์เมืองแพร่สนุกฉ่ำทุกเวทีNon-Stop 4 วัน 4 อำเภอยกระดับสู่เมืองหลักสงกรานต์เฟสติวัล จนลืมไปเลยว่าที่นี่คือเมืองรอง!! ” สงกรานต์สีสันมหัศจรรย์เมืองแพร่ 2568″ และ”IndigoBlueCity:PhraeSplashFestival 2025″

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุลสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ เปิดเผยถึง การจัดงานสงกรานต์เมืองแพร่ปี 2568 ว่างาน” สงกรานต์สีสัน
มหัศจรรย์เมืองแพร่ 2568″ และ” Indigo Blue City: Phrae Splash Festival 2025″ พร้อมแล้วที่จะปลดล็อคเมืองแพร่ให้กลายเป็นเมืองหลักในการจัดเทศกาลสงกรานต์ ชูจุดเด่นด้วยการนำเสนอเสน่ห์เมืองแพร่กับเรื่องราวความสร้างสรรค์แห่งวัฒนธรรมพลังซอฟต์พาวเวอร์ไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานความดั้งเดิมและความนำสมัย อันควรค่าต่อการมาเยือนสู่กิจกรรม
การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ช่วงเทศกาลสงกรานต์ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองในรูปแบบเฟสติวัล

สำหรับการจัดงาน” สงกรานต์สีสันมหัศจรรย์เมืองแพร่ 2568″ ในปีนี้เตรียมมอบประสบการณ์ความสนุกฉ่ำระหว่างวันที่ 13-16 เมษายน2568 นี้ ภายใต้คอนเซ็ปต์GrandPhrae… GrandMomentนำเสนอเรื่องราวความงดงามของเมืองที่น่าค้นหา 3อำเภอ 3 ธีมได้แก่ ชนเผ่าแห่งขุนเขาอำเภอวังชิ้น เมืองแห่งมรดกธรรมชาติและวัฒนธรรมล้ำค่า (ไทลี้อไทใหญ่)พร้อมขบวนแห่อลังการสะท้อนวิถีชนเผ่าในวันที่ 13 เมษายน2568 ณ.บริเวณหน้าวัดใหม่กลาง มรดกแห่งเส้นใยล้านนา อ.ลองเมืองแห่งผ้าจกโบราณตำนานทอผ้าของชาวลอง

ในวันที่ 15 เมษายน 2568รื่นรมย์กับขบวนแห่พลังแห่งผ้าทอโบราณที่ผ่านการบูรณาการสู่แฟชั่นผ้าพื้นเมืองร่วมสมัยไปตลอดเส้นทางถนนสายเทศบาล 1 เริงระบำคาร์นิวัลอ.เด่นชัยประตูสู่ล้านนา เส้นทางแห่งศิลปะประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและความโรแมนติกบริเวณริมถนนสายเด่นชัยพร้อมเวทีคอนเสิร์ตใจกลางเมืองบนถนนสายหลักของการเล่นนำสงกรานต์เมืองเด่นชัยในวันที่ 16 เมษายน 2568 รูปแบบการจัดงานในปีนี้ จึงเป็นความมหัศจรรย์ของเมืองแพร่ ที่เชิญชวนทุกคนได้มาสัมผัสความตระการตาของขบวนแห่สืบสานงานประเพณีสงกรานต์ชุมชน โดยกลุ่มชนเผ่าชาติพันธุ์ล้านนา ขบวนแห่มหาสงกรานต์เฟสติวัล

ภายใต้ธีมเมืองแห่งผ้าโบราณ ตำนานล้านนา สู่ศิลปะบนผืนผ้าและแฟชั่นดีไซน์ร่วมสมัยและขบวนแห่สืบสานงานประเพณีสงกรานต์เริงระบำคาร์นิวัลเปิดประตูสู่ล้านนารวมถึงพลาดไม่ได้กับปาร์ตี้ฟรีคอนเสิร์ตนำโดยSEKLOSOSOPOTATO
กระแตอาร์สยาม เป๊กกี้ศรีธัญญา TG TIGER และยูกิไหทองคำในส่วนการจัดงาน” Indigo BlueCity: Phrae Splash Festival 2025″ ปีนี้ชูแนวคิดการร่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นด้วยความหลากหลายของกิบ 9 กรรมพลังแห่ง Soft Power-Food Fashion Festival

พบกับกิจกรรมความบันเทิงอันหลากหลาย ควบคู่กับความเท่าเทียมกันของกลุ่ม
LGBTQ การเฉลิมฉลองท่ามกลางบรรยากาศเฟสติวัล เปิดเมืองเล่นน้ำสาดความสุขตระการตากับขบวนรถแห่เสน่ห์ไทย คาร์นิวัลโชว์พลังแห่งผ้าไทยแฟชั่น Indigofabricพร้อมด้วยขบวนแห่ LGBTQนอกจากนี้ ยังตื่นตาตื่นใจกับการตกแต่งสีสันเวทีใหญ่กลางแจ้งแลนด์มาร์คสงกรานต์เฟสติวัลที่เต็มไปด้วยดีไซน์ร่วมสมัย เชื่อมโยงเรื่องราวของศิลปะ และผ้าIndigoอัตลักษณ์เมืองแพร่ บริเวณหน้าตลาดสดเทศบาล จัดกันเต็มถึง 2 เวทีใหญ่บริเวณช่วงน้ำคือและวงเวียนประตูชัยพร้อมเสิร์ฟสนุกฉ่ำกับปาร์ตี้ฟรีคอนเสิร์ตโดยศิลปินชั้นชั้นนำ

Fellow Fellow MEAN อม วิทวัล MILLIURBOYTJและยีนส์TheVoice เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์เปิดเมืองจัดเฟสติวัลขนาดใหญ่ของจังหวัดที่เปิดโอกาสผู้คนในจังหวัดแพร่ได้มีส่วนร่วมในทุกอำเภอและเปิดเมืองเชื่อมโยงให้นักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศเดินทางมาร่วมสนุกกับการเฉลิมฉลองวันปีใหม่ไทยใน
จ.แพร่ได้อย่างหลากหลายสถานที่สงกรานต์สีส้นมหัศจรรย์เมืองแพร่2568 และ Indigo Blue City: Phrae Splash Festival 2025 ภายใต้การสนับสนุนหลักของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

และองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ในระหว่างวันที่13-17 เมษายน2568 นี้
นับเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ช่วยจุดประกายส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดและตอกย้ำความเป็น’เมืองสร้างสรรค์’ของจังหวัดแพร่ประตูสู่ภาคเหนือของประเทศไทยที่นำเอาต้นทุนทางวัฒนธธรรมพลังแห่งซอฟต์พาวเวอร์มาต่อยอดด้านการท่องเที่ยว ด้วยเป้าหมายในการยกระดับสู่เทศกาลระดับโลก

สงกรานต์สีสันมหัศจรรย์เมืองแพร่ #PhraeSplashFestival2025

สมจิตรแสงบัลลังก์กินข้าวภาคเหนือ
ธีรพงษ์ ธงออนแพร่ 061-595-5297

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มท.2 ตรวจเยี่ยม อาชีวะ อาสาดูแลประชาชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์จังหวัดบึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 14 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ณ จุดบริการประชาชนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ รวม 3 จุด ประกอบด้วย

จุดบริการหน้าบริษัทอีซูซุ สาขาบึงกาฬ, จุดบริการ “Fix It – อาชีวะขนส่งร่วมใจช่วยประชาชน” และจุดบริการหน้าสถานีตำรวจภูธรศรีวิไล โดยมีนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนร่วมให้การต้อนรับ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน โดยได้กำชับให้ทุกภาคส่วนร่วมกันบูรณาการ

ในการลดอุบัติเหตุและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นบนท้องถนน พร้อมเน้นย้ำว่า “ดื่มไม่ขับ ขับไม่เร็ว” และ “สวมหมวกกันน็อก” โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุในทุกปี

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า “เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีการผ่อนผัน หากพบผู้กระทำผิด ต้องดำเนินการตามกฎหมายทันที

เพื่อให้การเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นไปด้วยความปลอดภัยสูงสุด”

โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังได้อวยพรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ไทย ขอให้พี่น้องชาวไทยและชาวจังหวัดบึงกาฬเดินทางโดยสวัสดิภาพ และขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองบึงกาฬ

ไม่ว่าจะเป็นหลวงพ่อพระใหญ่ เจ้าแม่สองนาง และหลวงปู่ทองพูล ประทานพรให้ประชาชนประสบแต่ความสุข ความเจริญ สมหวังในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทม.บึงกาฬ จัดโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุแห่งชาติและประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 13 เมษายน 2568 เวลา 09.00 น. ที่หอประชุมเทศบาลเมืองบึงกาฬ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ เทศบาลเมืองบึงกาฬ จัดโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายและประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2568 พร้อมร่วมรดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุ โดยได้รับเกียรติจาก

นายสยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานในพิธี มีนางกรองแก้ว ธัญญาลาภ ปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ ปฏิบัติหน้าที่ นายกเทศบาลเมืองบึงกาฬ

กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นางสุพรรณี กุลสุวรรณ รองปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ นายเชิดชัย เจริญดี รองปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ หัวหน้าส่วน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ เทศบาลเมืองบึงกาฬ และผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ เข้าร่วมพิธีฯ

สำหรับการจัดโครงการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ให้ผู้สูงอายุแสดงบทบาทสูงวัยอย่างมีพลัง แสดงศักยภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อจัดกิจกรรมรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ ทั้ง24ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ จำนวน 350 คน

อันเป็นการส่งเสริมและแสดงความเคารพ แสดงความกตัญญูกตเวทีที่มีต่อผู้สูงอายุ รณรงค์ให้สังคมตระหนักเห็นคุณค่าของผู้สูงอายุ ตลอดจนการทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้สูงอายุที่ล่วงลับไปแล้ว เพื่อเป็นการเผยแพร่ บำรุงศิลปะ และส่งเสริมวัฒนธรรมจารีตประเพณีอันดีของท้องถิ่น ให้คงอยู่สืบไป

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โคกสำโรงจัดยิ่งใหญ่ “มหาสงกรานต์บ้านโคก 2568” พร้อมประกวดเทพีสงกรานต์และคอนเสิร์ต EDM ลพบุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 13 เมษายน 2568 ณ สนามที่ว่าการอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี จัดกิจกรรมเทศกาล “มหาสงกรานต์บ้านโคก 2568”

นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง นายนรินทร์ คลังผา สส.จังหวัดลพบุรี เขต 4 นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง

พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.โคกสำโรง พ.ต.ท.มนตรี เล่ห์อิ่ม รอง ผกก.ป.ฯ สภ.โคกสำโรง พ.ต.อ.มาโนช จันทร์เที่ยง

ผกก.สภ.เพนียด นายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ กต.ตร.สภ.โคกสำโรง พร้อมประชาชนร่วมงานมากกว่าหนึ่งพันคน โดยร่วมขบวนแห่งานเทศกาลมหาสงกรานต์บ้านโคก 2568

มีกิจกรรมตลอดทั้งวัน อาทิ การประกวดเทพีสงกรานต์ ขบวนแห่สรงน้ำพระ และคอนเสิร์ต EDM จากดีเจชื่อดัง ไฮไลต์ของงาน เวลา 13.00 น. เริ่มลงทะเบียนผู้เข้าประกวดเทพีสงกรานต์ประจำปี 2568

กิจกรรมการประกวดเทพีสงกรานต์ และพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการขบวนแห่สรงน้ำพระเคลื่อนขบวนจากบริเวณหน้าปั๊ม ปตท. ไปยังตลาดโคกสำโรง เวลา 19.00 – 23.00 น.

สนุกสุดมันส์กับคอนเสิร์ต EDM โดย DJ Baslay และ DJ Fronk Frank
หลักเกณฑ์การประกวดเทพีสงกรานต์รับสมัครผู้เข้าประกวดที่มีคุณสมบัติเป็นเพศหญิง อายุ 18 ปีขึ้นไป มีสุขภาพแข็งแรง

และไม่จำกัดสัญชาติ โดยจะต้องแต่งกายด้วยชุดไทยจักรี หรือชุดไทยประยุกต์ที่สุภาพ ค่าสมัคร 300 บาท ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศจะได้รับเงินสดมูลค่า 6,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนน์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

ลพบุรี รองผวจ.ลพบุรี ออกเยี่ยมจุดตรวจและสำนักทะเบียนอำเภอที่เปิดให้บริการประชาชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568

วันที่ 13 เมษายน 2568 ว่าที่ร้อยตรีทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นางสวามินี อิสระทะ ประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ออกตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจและจุดบริการประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนที่กำลังเดินทาง ณ จุดบริการประชาชน อำเภอโคกสำโรง

นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง รอให้การต้อนรับ และอำเภอบ้านหมี่ โดยนำน้ำดื่ม เครื่องดื่มบำรุงกำลัง มอบให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในแต่ละจุดตรวจและจุดบริการประชาชน โดยแต่ละจุดได้มีการบูรณาการเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ มูลนิธิ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อปพร. มาคอยอำนวยความสะดวก การจราจร และเฝ้าระวังผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงในการใช้รถใช้ถนน

โดยได้พบปะให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานประจำจุดตรวจ/จุดบริการประชาชน ให้ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเน้นย้ำการอำนวยความสะดวกการจราจรให้น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 จากนั้น ได้ไปตรวจเยี่ยม สำนักทะเบียนอำเภอโคกสำโรง และอำเภอพัฒนานิคม ที่ได้เปิดให้บริการด้านทะเบียนและบัตรประชาชนในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ 2568 เพื่อมอบนโยบาย แนวทางในการปฏิบัติงาน และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ ว่าที่ร้อยตรีทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้เน้นย้ำประชาสัมพันธ์ รณรงค์ เมาไม่ขับ โทษของการเมาแล้วขับหลังถูกจับกุม นอกจากนี้ให้สร้างการตระหนักรู้ในด่านตรวจต่าง ๆ ในเรื่องอุบัติเหตุให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน ถึงอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงมารยาทในการขับขี่ เพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงของ

การเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวของประชาชนในช่วงวันหยุดยาว ซึ่งจะมีผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมาก ทำให้ปริมาณรถหนาแน่นมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย จึงจำเป็นที่จะต้องมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดทั้งถนนสายหลักและถนนสายรอง ที่มีการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และขอให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี / จนท.ฝ่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีอัญเชิญน้ำสรงพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สรงน้ำพระเจ้าทองทิพย์ วัดสวนตาล เทศกาลสงกรานต์ 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 13 เมษายน 2568 เวลา 07.00 น. นายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานพิธีสรงน้ำพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สำหรับสรงน้ำพระเจ้าทองทิพย์ เนื่องในงานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2568 ณ วัดสวนตาล ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมี ศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก ซึ่งเทศบาลเมืองน่าน ร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน คณะศรัทธาชุมชนและหมู่บ้านต่างๆ เข้าร่วมพิธีฯ

โดยในช่วงเช้าของวันที่ 13 เมษายน 2568 ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เทศบาลเมืองน่าน จัดพิธีสรงน้ำพระราชทานพระเจ้าทองทิพย์ พร้อมให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระเจ้าทองทิพย์ พร้อมกันนี้ พระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดน่าน วัดพญาภู พระอารามหลวง กล่าวอวยพรปีใหม่ไทย เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี 2568 โดยพิธีสรงน้ำพระราชทานพระเจ้าทองทิพย์ ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เนื่องในวันสงกรานต์ 13 เมษายน เป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่นที่ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณให้คงสืบไว้ต่อไป

สำหรับพระเจ้าทองทิพย์ มีอายุกว่า 575 ปี พงศาวดารเมืองน่าน บันทึกว่า ปี พ.ศ.1993 พญาติโลกราชแห่งนครพิงค์เชียงใหม่ได้ยกทัพมาตีเมืองน่าน โดยตั้งค่ายอยู่นอกกำแพงเมือง บริเวณวัดสวนตาลที่มีดงป่าต้นตาลขนาดใหญ่ และยึดเมืองน่านได้ในเวลาต่อมา พระองค์จึงดำริสร้างพระพุทธรูปให้เป็นอนุสรณ์สักขีพยานในชัยชนะจากทองคำ และโลหะมีค่าทั้งหลาย หนักกว่า 12 ตื้อ พระประธานองค์นี้มีขนาดใหญ่ที่สุด และสร้างด้วยน้ำหนักทองคำมากที่สุด

ในยุคล้านนาของพระองค์ ในพิธีหลอมทองหล่อเทองค์พระ ช่างได้เททองเข้าเบ้าพิมพ์หลายหนก็ไม่สำเร็จ เบ้าพิมพ์แตกเสียทุกครั้ง จวบจนมีชายแปลกหน้า นุ่งขาวมาช่วยเททองหล่อองค์พระ จึงสำเร็จ ส่วนชายชราผู้นั้นก็หายไปไม่มีผู้ใดพบเห็นอีกเลย ชาวเมืองต่างโจษขานกันว่าเป็นเทวดา จึงขนานนามพระพุทธรูปว่า พระเจ้าทองทิพย์/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / องค์การบริหารส่วนตำบลคำเนียม จัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ เนื่องในวันสงกรานต์ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2568 ที่บริเวณหน้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลคำเนียม ตำบลคำเนียม อำเภอกันทรารมน์ จังหวะดศรีสะเกษ นายวิจิตร บัวจูม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคำเนียม เปิดกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ หรือ วันปีใหม่ไทย และวันผู้สูงอายุ

ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของคนไทยให้คงอยู่สืบไป เพื่อส่งเสริมการแสดงออกถึงความเคารพ ความกตัญญูต่อผู้สูงอายุ

เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เด็ก เยาวชน และประชาชน เห็นถึงความสำคัญของผู้สูงอายุและขนบธรรมเนียมประเพณีไทย เพื่อให้ชุมชนเกิดความรักความสามัคคีในชุมชนและมีการแสดงออกในสิ่งที่ดี

และเพื่อส่งเสริมให้ผู้สงอายุมีปฏิสัมพันธ์ ได้พบปะพูดคุยและได้ร่วมแสดงออก ทำให้เกิดการผ่อนคลาย ซึ่งเป็นการพัฒนาจิตใจผู้สูงอายุ ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมผู้สูงอายุ โดยมีผู้สูงอายุในตำบลเดินทางมาร่วมกิจกรรม และร่วมแสดงกิจกรรมกันอย่างสนุกสนาน

***ทั้งนี้กิจกรรมภายในงานมีสรงพระพุทธรูป รดน้ำผู้สูงอายุเพื่อเป็นการแสดงความเคารพ นอบน้อมแก่ผู้สูงอายุ การแสดงความสามารถต่างจากผู้สูงอายุในตำบล ทั้งร้อง ทั้งรำ ทั้งเต้น และมีหมอแคนวัย 76 ปี มาเป่าแคนให้นักร้องหอมลำ วัย 70 กว่าปี ได้ขับร้อง

ให้ผู้มาร่วมงานได้ชมได้ฟังกันอย่างเพลิดเพลิน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมปิดตาผู้สูงอายุแต่งหน้า ปิดตาผู้สูงอายุตีหม้อ วัดพลังผู้สูงอายุ เตะปี๊บโชว์อีกด้วย ซึ่งสร้างความบันเทิง ความสนุกสนาน ให้กับคนที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์ ผู้สื่อข่าวศรีสะเกษ

filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; hdrForward: 4; highlight: true; algolist: 0; multi-frame: 1; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 2621440;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 0;weatherinfo: null;temperature: 43;

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ มุกดาหาร ตรวจติดตามการปฏิบัติงาน ตรวจเยี่ยมจุดตรวจ จุดบริการ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (12 เม.ย 68) เวลา 10.30 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นำคณะทำงานตรวจติดตามการปฏิบัติงานและออกตรวจเยี่ยมจุดตรวจหลัก จุดบริการและด่านชุมชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 จังหวัดมุกดาหาร ณ เทศบาลตำบลคำอาฮวน อำเภอเมืองมุกดาหาร ซึ่งเป็นช่วงรณรงค์ควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2568 (รวม 7 วัน)

โดยมีการบูรณาการร่วมกันทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน จัดตั้งจุดตรวจหลัก จุดบริการประชาชน และด่านชุมชน เพื่อป้องปรามและลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ตลอดจนอำนวยความสะดวกในด้านการจราจรแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568

จากนั้นได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของจุดตรวจความพร้อมของพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ ของสำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า จังหวัดมุกดาหารได้รณรงค์เรื่องความปลอดภัยทางถนนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายเยาวชน และประชาชนทั่วไปให้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยนำบทเรียนจากการรณรงค์ในช่วงเทศกาลที่ผ่านมา

มาปรับใช้ในการทำงาน เน้นการบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อดูแลประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางสัญจรในช่วงเทศกาลให้ได้รับความสุขและความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้​ เดวิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร ติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568

ที่ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568 เพื่อสรุปและติดตามผลการดำเนินงาน

ในวันที่ 11 เมษายน 2568 ซึ่งเป็นวันแรกของการควบคุมเข้มข้นในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์ ซึ่งจังหวัดมุกดาหารเกิดอุบัติเหตุขึ้น 11 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 12 คน ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดเป็นรถจักรยานยนต์ รองลงมาเป็นรถเก๋ง สาเหตุเกิดจากการเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกำหนด ตัดหน้ากระชั้นชิดและไม่สวมหมวกนิรภัย

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำบทเรียนจากการดำเนินงานในช่วงเทศกาลที่ผ่านมา นำมาปรับแผนการดำเนินงาน รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดกวดขันเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย และวินัยจราจร บูรณาการทุกภาคส่วนในจุดตรวจหลัก จุดตรวจรอง

จุดบริการประชาชน และด่านชุมชน ในการป้องปรามผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะให้เพิ่มความระมัดระวัง เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568​ ภาพ/ข่าว​ ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

มุกดาหาร​ -​แทงผู้บ่าวนักเต้นหน้ารถแห่ รับงานสงกรานต์มุกดาหาร

สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 17.30 น.นาย หง่อย หรือ นายสัญญา ไชยยยงค์ อายุ 28 ปี ถูกแทงบริเวณเอวด้านซ้าย หน้ารถแห่ในงานบุญประเพณีวัดบ้านเหล่าคราม ต.คำอาฮวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร โดยผู้บาดเจ็บขณะนี้รักษาตัวที่ ห้องไอซียูตึกฉุกเฉินชั้น 7 โรงพยาบาลมุกดาหาร

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ บริเวณที่เกิดเหตุพบมีรอยเลือดของผู้บาดบริเวณริมถนน พร้อมกับร่องรอยขวดแตกกระจายอยู่บริเวณรอบๆ นายชัย อายุ 35 ปี เป็นพี่ชายของผู้บาดเจ็บ ได้พาผู้สื่อข่าวไปยังบริเวณที่เกิดเหตุพร้อมกับเปิดเผยว่าปกติน้องชายของตนเองไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านสักพักแล้ว

เนื่องจากไปทำงานที่กรุงเทพฯ พึ่งกลับมาก่อนวันเกิดเหตุได้เพียง 2 วัน และได้ออกจากบ้านมาเต้นที่หน้ารถแห่จากนั้นน้องชายได้แยกตัวออกมาและถูกแทงดังกล่าว ซึ่งตนเองก็ไม่รู้ว่าใช้อะไรแทง และตอนนี้ยังไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ วอนใครที่มีคลิปตอนเกิดเหตุส่งมาที่ทางญาติ เพื่อเป็นเบาะแสในการตามหาตัวคนก่อเหตุด้วย

พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหารได้เปิดเผยว่าหลังจากเกิดเหตุ ชุดสืบสวนพร้อมกับร้อยเวรได้ลงพื้นที่เกิดเหตุตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาพร้อมกับเก็บหลักฐานและสอบถามพยานบริเวณที่เกิดเหตุเป็นที่เรียบร้อย เบื้องต้นตอนนี้จะได้เรียกกลุ่มเพื่อนหรือบุคคลในที่เกิดเหตุมาสอบสวนอีกครั้ง

แทงหนุ่มหน้ารถแห่งานบุญบ้านเหล่าคาม #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แม่โขงหาดมโนภิรมย์เฮี้ยน คร่าชีวิตหนุ่มลงเล่นน้ำดับ 1/รพ.มุกดาหารป่วน ตู้คีออสลงทะเบียนเสีย ผู้ป่วยนับ 100 ยืนรอบัตรคิว/ตู้คีออสโรงพยาบาลมุกดาหารเสียผู้ป่วยยืนรอบัตรคิวนับรอย/แรงงานชาวลาวแห่กลับบ้านสงกรานต์ปีใหม่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 10 เมษายน 2568 พ.ต.อ.เจด็จ ปรีพูล ผกก.สภ.หว้านใหญ่ ได้รับแจ้งเหตุว่า มีคนจมน้ำโขงเสียชีวิตที่หาดมโนภิรมย์ ตำบลชะโนด อำเภอหว้านใหญ่

จึงสั่งการให้​พ.ต.ท.พงษ์สักก์ หงษ์เวียง พนักงานสอบสวนเวรสภ.หว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ได้รุดไปยังที่เกิดเหตุบริเวณซุ้มนั่งรับประทานอาหารริมแม่น้ำโขงที่ 28 หาดมโนภิรมย์ โดยร่างของผู้จมน้ำเสียชีวิต ถูกนำส่งโรงพยาบาลหว้านใหญ่ ทราบชื่อในเวลาต่อมาว่า คือ นายอภิสิทธิ์ แก้วพวง อยู่บ้านทรายทอง ตำบลบางทรายน้อย อำเภอหว้านใหญ่

เพื่อนที่มาด้วยกันกับนายอภิสิทธิ์ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ พร้อมเพื่อนๆ ประมาณ 6-7 คน ได้เดินทางมาเที่ยวเล่นหาดมโนภิรมย์ และนั่งดื่มกินกันที่ซุ้ม 28 จากนั้น นายอภิสิทธิ์ ได้เดินลงไปเล่นน้ำโขงบริเวณด้านหน้าซุ้ม แล้วได้หายไปเป็นระยะเวลานาน

จนกระทั่งเพื่อนที่มาด้วยผิดสังเกตที่ไม่เห็นนายอภิสิทธิ์กลับมาที่ซุ้ม จึงได้พากันออกตามหา เป็นเวลานานก็ไม่พบ​จึงได้แจ้งหน่วยกู้ภัยร่วมตามหา จนกระทั่งในเวลาต่อมาได้พบร่างนายอภิสิทธิ์ จมน้ำอยู่ห่างจากซุ้มรับประทานอาหารประมาณ 100 เมตร จึงรีบนำส่ง ร.พ.หว้านใหญ่ เพื่อช่วยเหลือชีวิต แต่ปรากฎว่านายอภิสิทธิ์ ได้เสียชีวิตแล้ว

หนุ่มจมน้ำหาดมโนภิรมย์มุกดาหารดับ #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

รพ.มุกดาหารป่วน ตู้คีออสลงทะเบียนเสีย ผู้ป่วยนับ 100 ยืนรอบัตรคิว

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568​ ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า ที่บริเวณหน้าตู้รับลงทะเบียนยื่นรับบัตรคิวผู้ป่วยที่จะเข้ารับบริการรักษาพยาบาล บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลมุกดาหาร ตั้งแต่เวลา 06.00 น. มีผู้ป่วยจำนวนมากมายืนต่อคิวเข้าแถวเพื่อรอรับบัตรคิวจากตู้คีออส

ซึ่งโรงพยาบาลตั้งไว้ให้บริการจำนวน 3 ตู้ แต่ปรากฏว่าระบบเครื่องขัดข้องไม่สามารถใช้งานได้ทั้งหมดอ่ะ จนทำให้มีผู้ป่วยต้องมายืนรอเป็นจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นับ 100 คน กระทั่งเวลาประมาณ 07.10 น.

จึงได้มีเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการแก้ไข จนกระทั่งเครื่อง สามารถใช้งานได้ตามปกติ แต่ยอดสะสมของผู้ป่วยที่มารองรับบัตรคิวก็ยังคงมีจำนวนมากเช่นเดิม กระทั่งเวลาผ่านไประยะหนึ่ง สถานการณ์จึงได้เข้าสู่สภาวะปกติ

ตู้คีออสโรงพยาบาลมุกดาหารเสียผู้ป่วยยืนรอบัตรคิวนับรอย #โรงพยาบาลมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร​ เดวิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

บขส.มุกดาหารทะลัก แรงงานลาวแห่กลับบ้าน โอดโดนรถสามล้อโขกค่าโดยสารหัวละ 200 บาท

เมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร (บขส.มุกดาหาร) ได้มีรถโดยสารจำนวนมากรับแรงงานชาว สปป.ลาว มาส่ง เพื่อที่จะต่อรถโดยสารระหว่างประเทศ(มุกดาหาร -สะหวันนะเขต)

กลับบ้านไปเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ลาวที่แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว โดยมีรถโดยสารวิ่งเข้าออกตลอดทั้งวัน

ขณะเดียวกัน ได้มีรถสามล้อรับจ้างหรือสกายแล็ปจำนวนมากมารอรับแรงงานชาวลาวไปส่งที่บริเวณด่านพรมแดนมุกดาหาร เพื่อขึ้นรถโดยสารข้ามสะพานมิตรภาพ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต)

กลับบ้าน โดยรถสามล้อนรับจ้างเรียกเก็บค่าโดยสารคนละ 200 บาท ไม่รวมสัมภาระซึ่งจะเรียกเก็บตามขนาด ทำให้แรงงานชาวลาวต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก บางคนถูกเรียกเก็บในราคาสูงมากถึง 400-500 บาท

ทั้งที่จาก บขส .มุกดาหาร ไปยังด่านพรมแดนมุกดาหารมีระยะทางเพียง 7 กิโลเมตร ทำให้แรงงานชาวลาว ต่างพากันบ่นว่าเสียค่าใช้จ่ายแพงมากจนทำให้ได้รับความเดือดร้อน

เนื่องจากต้องเสียเงินให้กับรถโดยสารเป็นจำนวนมากจนทำให้เหลือเงินกลับบ้านเพียงเล็กน้อย แต่ก็ต้องจำยอมจ่ายเพราะไม่มีทางเลือก เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลสำคัญที่ชาวลาวจะต้องกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าในช่วงสงกรานต์ของทุกปี

แรงงานชาวลาวแห่กลับบ้านสงกรานต์ปีใหม่ลาว #สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568​ “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันนี้ 9 เมษายน​ 2568​ เวลา 10.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568 จังหวัดมุกดาหาร

ณ บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก (หนองนาบึง) อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยมีนายคมเพชร สีดามาตร์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร

ในฐานะคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดมุกดาหาร กล่าวรายงาน และมีหัวหน้าส่วนราชการ พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม

ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​ บูรณาการการทำงานเพื่อลดความสูญเสียและสร้างความปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปีศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดมุกดาหาร

ได้บูรณาการผนึกกำลัง ทั้งทหาร ตำรวจ ข้าราชการฝ่ายพลเรือน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568 ในระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2568 จังหวัดมุกดาหาร

จัดตั้งจุดตรวจพลัก 14 จุดตรวจหรือจุดสกัดในหมู่บ้าน รวม 57 จุด และจุดบริการประชาชน 11 จุด เพื่อรองรับการเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้


โดยใช้ชื่อรณรงค์ว่า “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” เพื่อสร้างความตระหนัก รับรูระตุ้นเตือนจิตสำนึกให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนมีวินัยจราจร รวมทั้งลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ

ลดอุบัติเหตุ #สงกรานต์2568

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พาณิชย์เพชรบุรี ปลื้ม! “งานเทศกาลอาหาร ชะอำ-เพชรบุรี ครั้งที่ 3” ยอดขายทะลุเป้ากว่า 6 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.68 นางสาวจินตะณา ปิ่นสุภา พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี และภาคีเครือข่ายภาคเอกชน จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า งานเทศกาลอาหาร ชะอำ-เพชรบุรี soft power & Food Festival ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 2 – 6 เม.ย.68 เวลา 16.00 น.- 23.00 น. ณ จุดชมวิวชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อส่งเสริมการตลาดให้ผู้ประกอบการและประชาสัมพันธ์ผลักดัน Soft Power เด่นของจังหวัดเพชรบุรี โดยเฉพาะผ้าลายอัตลักษณ์ประจำจังหวัด และอาหารพื้นถิ่นเพชรบุรี

ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเมืองแห่งอาหาร ของ UNESCO “ Phetchaburi City of Gastronomy ตลอดจนสร้างการรับรู้วัฒนธรรมด้านอาหาร เมืองเพ็ชร์ เมือง 3 รส การจัดงานครั้งนี้ได้ยกกองทัพสินค้าดี อาหารเด่นมาจำหน่าย อาทิ อาหารซีฟู้ด น้ำตาลโตนดเมืองเพชร กล้วยหอมทองเพชรบุรี มะนาวเมืองเพชร ของที่ระลึกเพชรบุรีจากร้านวาดเมืองเพชร เสื้อกางเกงลายวัวลานเพชรบุรี สาหร่ายพวงองุ่นเพชรบุรี หอยแมลงภู่บ้านแหลม หอยนางรม ขนมจีนทอดมัน หอยทอด บอลลี่หอมหมูทอด ขนมถ้วยมรดกแม่ยาย ขนมหม้อแกงเมืองเพชร เป็นต้น

นอกจากนี้พบกับบูธรถยนต์จากค่าย TOYOTA, BYD และพบกับกิจกรรมส่งเสริมการขายมากมายทุกวัน อาทิ แจกคูปองเงินจำนวน 50 บาท การจำหน่ายสินค้าราคาชิ้นละ 1 บาท และเมื่อซื้อสินค้าในงานครบ 300 บาท ได้รับคูปองลุ้นรางวัลเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกวัน โดยวันสุดท้ายลุ้นรับทองคำ จำนวน 1 รางวัล สำหรับผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลทองคำในครั้งนี้ ได้แก่ คุณ KARIN HABERLAND จากประเทศเยอรมัน ทั้งนี้ มีผู้ประกอบการ จ.เพชรบุรีเข้าร่วมงาน จำนวนกว่า 74 คูหา มูลค่าการจำหน่าย ตั้งแต่วันที่ 2 – 6 เม.ย.68 มียอดจำหน่ายสินค้าจำนวน 3,621,145 บาท มียอดจำหน่ายรถยนต์ จำนวน 2,500,000 บาท

รวมยอดจำหน่ายทั้งสิ้น 6,121,145 บาท สำหรับสินค้าขาย 5 อันดับ ได้แก่ 1.รถยนต์ TOYOTA จาก บริษัท โตโยต้าเมืองเพชร จำกัด 2.รถยนต์ BYD จาก บริษัท เพชรบุรี อีวี ออโตโมทีฟ จำกัด 3.ลูกชิ้นเนื้อ จากร้านโคสไมล์ 4.ขนมถ้วย จากร้านมรดกแม่ยาย 5.หอยทอด จากร้าน ราชาหอยทอด การจัดงานครั้งนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่แต่อย่างเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรมด้านอาหาร และ Soft power ของจังหวัดเพชรบุรีให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างอีกด้วย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อาลัยส่งดวงวิญญาณนางสาวอรอุมา แก่นเมือง จากเหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญ วัดอรุณราชวราราม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 เมษายน 2568 เวลา 14.00 น.วัดโพธิ์ธาตุ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น
นายวิศรุต ปู่เพ็ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสิงหภณ ดีนาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต 6 พรรคเพื่อไทย

นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ นางอรวรรณ หินตะ แรงงานจังหวัดขอนแก่น นางอัจฉรา เจริญผล จัดหางานจังหวัดขอนแก่น นางกนกนันท์ วีริยานันท์ ประกันสังคมจังหวัดขอนแก่น

พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ทั้งท้องที่และท้องถิ่น ญาติ ประชาชนทั่วไป ร่วมพิธีฌาปนกิจศพ นางสาวอรอุมา แก่นเมือง อายุ 36

ผู้เสียชีวิตจาก แผ่นดินไหว เหตุการณ์ตึกถล่ม เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยนายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพ และมอบเงินช่วยเหลือในครั้งนี้

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ /ศูนย์ข่าวขอนแก่น

ในวันจักรี … มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญ วัดอรุณราชวราราม คณะสงฆ์เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ มอบเครื่องยังชีพและแผ่เมตตา ให้ผู้ป่วยติดเตียงและประชาชนในพื้นที่ ฝั่งธนบุรี กรุงเทพฯ

6 เม.ย.68 ในวันจักรี – พระราชปัญญารังษี เจ้าคณะเขตบางกอกใหญ่ , คณะสงฆ์วัดอรุณราชวราราม , อาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม , นายเกียรติวิสุทธิ์ เพ็ชรหมื่นไวย ผู้อำนวยการเขตบางกอกใหญ่ , จิตอาสา
ลงพื้นที่มอบเครื่องยังชีพและแผ่เมตตา ให้ผู้ป่วยติดเตียงและประชาชนในพื้นที่ เขตบางกอกใหญ่ ฝั่งธนบุรี กรุงเทพฯ

เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ถวายบุญกุศลและแผ่เมตตาไม่มีประมาณ … พร้อมทั้ง เป็นการจุดประกาย และส่งต่อเมตตาธรรม ให้แด่เพื่อนมนุษย์ เป็นกำลังใจในการทำความดี ให้ถึงที่สุดแห่งธรรม ต่อไป …

เชิญติดตามข่าวสาร มูลนิธิพุทธภูมิธรรม … ธรรมทาน งานบุญ ที่

Line Official Account กด :

https://lin.ee/Ml2HFqH

Line ID : @bbdf

Page #Facebook : มูลนิธิพุทธภูมิธรรม
https://web.facebook.com/bbdf.org

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีถวายต้นกุ่มดอกไม้สด ถวายสักการะพระเจ้าน่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันนี้ 5 เมษายน 2568 เวลา 18.00 น. ณ พระอนุสาวรีย์พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ลานสนามหญ้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยทายาทพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ร่วมพิธีถวายต้นกุ่มดอกไม้สดถวายสักการะพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ อดีตเจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 63 จัดพิธีโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน และภาคีเครือข่าย

เนื่องในวันคล้ายวันถึงแก่พิราลัยของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน วันที่ 5 เมษายน สำหรับปีนี้เป็นปีที่ 107 ที่ เจ้าผู้ครองนครน่านในอดีตได้ถึงแก่พิราลัย โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯให้สถาปนาเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เลื่อนพระฐานันดรศักดิ์ขึ้นเป็น พระเจ้านครน่าน นับเป็นพระเจ้านครน่านองค์แรกและองค์เดียวในประวัติศาสตร์น่าน ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 25 ปี ที่ปกครองนครน่าน ได้ประกอบกรณียกิจหลายประการ เช่นด้านการปกครอง ได้ปกครองบ้านเมืองด้วยความสุจริต โอบอ้อมอารี ด้านการทหาร ได้บำรุงกิจการทหารอย่างเข้มแข็ง

มีการยกทัพไปช่วยสมทบกับกองทัพของสยามในการรบ และทรงเป็นผู้สนับสนุนการจัดตั้งกองทหารแบบสมัยใหม่ โดยยกที่ดินซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของคุ้มแก้วหอคำเวียงเหนือ ให้เป็นที่ตั้งของกองทหารแบบสมัยใหม่ โดยในปัจจุบันคือบริเวณ “ค่ายสุริยพงษ์ ด้านการพัฒนาเมือง ได้ส่งเสริมให้มีการสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ การจัดผังเมือง โครงสร้างพื้นฐานของเมือง ด้านการศาสนา ได้สนับสนุนการพระศาสนา มีการบูรณะศาสนสถาน และศาสนวัตถุ พร้อมทั้งมิได้ปิดกั้นการเผยแผ่ศาสนาของคณะมิชชันนารีที่น่าน ด้านการศึกษา

ได้ส่งเสริมการศึกษาเพื่อการพัฒนาบ้านเมือง โปรดให้สร้างโรงเรียนสอนหนังสือไทยขึ้นเมื่อปี 2450 โดยให้ชื่อว่า “โรงเรียนสุริยานุเคราะห์” ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร จังหวัดน่าน” นอกจากนี้ยังโปรดให้แสนหลวงราชสมภาร ชำระและเรียบเรียงพงศาวดารเรื่อง “ราชวงษ์ปกรณ์พงศาวดารเมืองน่าน” ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในการศึกษาประวัติศาสตร์เมืองน่าน แม้พระองค์ท่านจะถึงแก่พิราลัยไปแล้ว แต่เกียรติคุณยังอยู่ในความทรงจำของชาวน่านมิเสื่อมคลาย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รองเลขาธิการ ปปส. ตรวจเยี่ยมกำกับติดตามการดำเนินงานตามแผน ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ในพื้นที่รับผิดชอบของ นบ.ยส.24

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 เวลา 0930 น. ที่ห้องประชุมพระยอด กองบังคับการมณฑลทหารบกที่ 210 ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พันเอกศิวดล ยาคล้าย ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการ หน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ให้การต้อนรับ นายศิริสุข ยืนหาญ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมคณะ ในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำกับติดตามการดำเนินงานตามแผน ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน งบประมาณ 2568 ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24)

โดยมี โดย ผู้แทนสำนักยุทธศาสตร์, สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 4 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ จังหวัดนครพนม เข้าร่วมประชุม และวันที่ 2 เมษายน 2568 คณะผู้แทนสำนักยุทธศาสตร์ได้ลงพื้นที่ บ้านแสนพันท่า หมู่ที่ 4 ตำบลแสนพัน อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ตรวจเยี่ยมและรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2109 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 บริเวณวัดศรีสะอาด บ้านเหล่านนาด ตำบลพนอม อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ตรวจเยี่ยมและรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานในหมู่บ้าน/ชุมชน พื้นที่ชายแดน ตำบลท่าจำปา อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

โดยเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล ผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน เพื่อมอบนโยบายในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจในการปฏิบัติงาน และสามารถเร่งรัดการดำเนินงานสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนให้เห็นผลเป็นรูปธรรม​ ซึ่งหน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นการปฏิบัติที่สำคัญแต่ละมาตรการตั้งแต่ 1 ต.ค 67

ถึง ปัจจุบัน ประกอบไปด้วย มาตรการสกัดกั้น มาตรการปราบปราม มาตรการป้องกัน มาตรการบำบัดรักษา มาตรการบูรณาการ มาตรการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีตัวชี้วัดประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่เป้าหมาย ตั้งแต่ห้วงเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ผนึกกำลัง 51​ อำเภอชายแดน (1 ก.พ. – 31 ก.ค. 68) หน่วยมีผลการปฏิบัติตามมาตรการสกัดกั้นและปราบปราม ตามแนวชายแดน/ โดยทำการซุ่มเฝ้าตรวจ 6,540 ครั้ง, ลาดตระเวนทางน้ำ 64 ครั้ง, ลาดตระเวนทางบก 5,383 ครั้ง,จัดตั้งจุดตรวจด่านตรวจ 1,530 ครั้ง

ทำการปิดล้อมตรวจค้น 47 ครั้ง /ติดตามจับกุม ขยายผล และยึดทรัพย์สิน คดียาเสพติด จำนวน 28 คดี รวมผลการตรวจยึดจับกุมตั้งแต่ห้วงเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” (1 ก.พ. – 31 ก.ค. 68) มีการตรวจยึดจับกุมจำนวน 216 ครั้ง/ ผู้ต้องหา 272 รายของกลาง ยาบ้า 26,970,802 เม็ด,ไอซ์ 1,216.336 กิโลกรัม, และอื่นๆ

พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร ภาพ/ข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รวบอดีตผู้ใหญ่เฟซขายป่า 2 เม.ย. 2568 จนท.หน่วยฯ พช 3 (ลำจังหัน) ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป. ที่ 4 สาขาพิษณุโลก 2

แชร์เนื้อหานี้

รวบอดีตผู้ใหญ่เฟซขายป่า 2 เม.ย. 2568 จนท.หน่วยฯ พช 3 (ลำจังหัน) ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป. ที่ 4 สาขาพิษณุโลก 2 จนท.ศูนย์ป้องกันและปราบปราม 3 (ภาคเนือ) และ

ตำรวจ บก.ปทส. กก.4 นำโดยนายทรงศักดิ์ กิตติธากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ได้ร่วมกันจับกุม นายฉลอง เหล็กทอง(ผู้ถูกจับ) พร้อมตรวจยึดพื้นที่บุกรุก แผ้วถาง ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ
เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยแจ้งข้อกล่าวหา ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.55 และตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่4) พ.ศ. 2559

มาตรา 14 ประกอบ มาตรา 31 ฐานในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ยึดถือ ครอบครอง ทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง ทำไม้ หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียสภาพป่า และตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา9 มาตรา108ทวิ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าสองข้างทางสายชัยวิบูลย์ บริเวณบ้านหนองภิรมย์ ม.16 ต.ภูน้ำหยด อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์

โดยรวบรวมหลักฐานและร้องทุกข์กล่าวโทษที่ สภ.พุเตย ตาม ปจว.ข้อ 3 คดีอาญาที่ 51/68 ลว. 2 เม.ย. 68 เวลา23.00น. โดยมี นายภูรีย์วัฒน์ จันแจ หัวหน้าหน่วยฯพช 3(ลำจังหัน)เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
นายภูรีย์วัฒน์ จันแจ หัวหน้าหน่วยฯพช 3 ลำจังหัน

สมมาตร แอมไร่ ภาพ-ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อบต.ผาสิงห์ บูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ห้ามเผาเด็ดขาด

แชร์เนื้อหานี้


ในวันที่ 2 เมษายน 2568 องค์การบริหารส่วนตำบลผาสิงห์ นำโดย นายรุ่งโรจน์ ขจรพงศ์กีรติ นายกอบต.ผาสิงห์ พร้อมด้วย ประธานสภาและรองประธานสภา อบต.ผาสิงห์ , สภาอบต.ผาสิงห์

เจ้าหน้าที่งานป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนตำบลผาสิงห์ บรูณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ห้ามเผาโดยเด็ดขาด ตามประกาศจังหวัดน่าน ตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. – 30 เม.ย. 2568

ร่วมกับ ผู้นำท้องที่ตำบลผาสิงห์ กำนันตำบลผาสิงห์ ออกตรวจลาดตะเวนในพื้นที่จุดเสี่ยงเกิดไฟป่า พื้นที่รอยตะเข็บป่าชุมชน พื้นที่การเกษตร ตำบลผาสิงห์ ณ บ้านผาตูบ หมู่ที่ 7 ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน และประชาสัมพันธ์เชิงรุก แบบเดินเคาะประตูบ้าน เพื่อขอความร่วมมือประชาชนในการห้ามเผา และแจ้งโทษมาตรการปรับกรณีลักลอบเผา ซึ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ตำบลผาสิงห์เป็นอย่างดี ด้วยการร่วมเฝ้าระวัง

ช่วยบอกต่อในชุมชนในการห้ามเผาทุกชนิด ทั้งนี้เพื่อจังหวัดน่าน ปลอดจากหมอกควันและฝุ่นละออง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอากาศบริสุทธิ์/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัด

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดงานสืบสานบุญประเพณีสงกรานต์ยิ่งใหญ่ เชิญ ปชช.-นทท. ร่วมพิธีสรงน้ำพระราชทาน

แชร์เนื้อหานี้

นายนิกูล ธนวรเมธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า จังหวัดหวัดมุกดาหาร ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดมุกดาหาร ส่วนราชการ หน่วยงานทุกภาคส่วน

กําหนดจัดงานนมัสการพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร สืบสานบุญประเพณีสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 5 – 7 เมษายน นี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

ณ วัดรอยพระพุทธบาทภุมโนรมย์ ตําบลนาสีนวน อําเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเก็จพระเจ้าอยู่หัว และน้อมสํานึกในพระมหา

กรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่งเสริมและสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามให้คงอยู่ ตลอดจนประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยว

สร้างงาน สร้างอาชีพ และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัด โดยแต่ละวันจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งพร้อมหางเครื่อง การประกวดกลองยาวพร้อมนางรํา และในวันที่ 7 เมษายน จะมีขบวนแห่นํ้าสรง และพิธีสรงน้าพระราชทานพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร การจุดพลุดอกไม้ไฟ ถวายเป็นพุทธบูชา

“โดยทั้ง 3 วัน จะมีสรงน้าพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร (จ๋าลอง) สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ นิทรรศการ สาธิต และจําหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม กว่า 50 ร้านค้า การแสดงดนตรี

การแสดงศิลปวัฒนธรรมและมหรสพสมโภช จุดเช็คอินถ่ายภาพ และลุ้นรับรางวัลตลอดงาน จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยวทุกท่านร่วม ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานงานบุญประเพณีสงกรานต์จังหวัดมุกดาหาร” นายนิกูล กล่าว

สรงน้ำพระราชทานพระใหญ่ #สงกรานต์มุกดาหาร #วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อบรมพัฒนาศักยภาพพนักงานขับรถโดยสาร (Safety Bus Thailand) รุ่น 2 และพิธีมอบหนังสือรับรองสมรรถนะ รุ่นที่1

แชร์เนื้อหานี้

งานการอบรมพัฒนาศักยภาพพนักงานขับรถโดยสารด้านความปลอดภัย (Safety Bus Thailand) รุ่น 2 และพิธีมอบหนังสือรับรองสมรรถนะ รุ่นที่1 โดยสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ
สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย ณ โรงแรมเมเปิล บางนา กรุงเทพ วันที่ 1 เมษายน 2568

โดยมี ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ / คุณจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ / คุณมาริสา สุโกศล หนุนภักดี ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Soft Power

ด้านการท่อง เที่ยว /คุณปิยะ โยมา รองอธิบดี กรมการขนส่งทางบก / คุณชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และดร.วสุเชษฐ์ โสภณเสถียร นายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย

โครงการอบรมพัฒนาศักยภาพพนักงานขับรถโดยสารด้านความปลอดภัย (Safety Bus Thailand) ของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย เพื่อเพิ่มเติมสมรรถนะในการปฏิบัติงานในเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่รถทัวร์โดยสาร ที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ ส่งผลให้ผู้สำเร็จการอบรมสามารถสะสมจัดการกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

การตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินต่างๆ บนรถโดยสารและการฝึกปฏิบัติอย่างเข้มข้นในสถานการณ์สมมติ การฝึกอบรมภายใต้โครงการนี้ ได้รับการสนับสนุนคณะวิทยากรและเจ้าหน้าที่สอบซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จากอีเมอเจนซี เมดิคอลเซอร์วิส เทรนนิ่งเซ็นเตอร์ และสถาบันฝึกอบรม เทรนนิ่ง อิน ไทย

ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการในรุ่นที่ 1 ได้แก่ พนักงานขับรถทัวร์โดยสาร ผู้บริหารสถานประกอบการสมาชิกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย จำนวน 233 คน จาก 30 สถานประกอบการรถโดยสารไม่ประจำทาง ชั้นนำของประเทศ ซึ่งในทั้ง 2 รรมแล้วกว่า 700 คน

ความสำเร็จของโครงการนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาทักษะของพนักงานขับรถโดยสาร แต่ยังสร้างความตระหนักรู้ให้ผู้ประกอบการรถขนส่งเล็งเห็นถึงความสำคัญของการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย อีกทั้งการยกระดับคุณภาพการให้บริการรถโดยสารที่มีความปลอดภัย นับเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศ

ส่งเสริมความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เป็นการสนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวของไทยให้ก้าวหน้าและยั่งยืน (Safety and Sustainability) นอกจากนี้ ในการใช้บริการรถทัวร์โดยสารของนักเรียน นักศึกษา ในการเดินทางไปทัศนศึกษา กิจกรรมภาคสนาม และการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งพนักงานขับรถทัวร์โดยสารที่ได้รับการอบรมและผ่านการประเมินอย่างเข้มงวดนั้น จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริหารสถานศึกษา ครู ผู้ปกครอง และนักเรียนทุกคนว่า การเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีมาตรฐานที่เชื่อถือได้

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ส.ศิษย์เก่าฯ รร.หัวหินวิทยาคม จัดกอล์ฟการกุศลรายได้ปรับปรุงลานกีฬาโรงเรียนให้ได้มาตรฐาน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 เม.ย.68 ที่สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน จ.ประจวบฯ นายอติชาติ ชัยศรี นายกสมาคมศิษย์เก่า ครูและผู้ปกครองโรงเรียนหัวหินวิทยาคม เป็นประธานการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรมกอล์ฟการกุศล ครั้งที่ 1 มี ดร.รุ่งโรจน์ สีเหลืองสวัสดิ์ ประธานกรรมการคณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนหัวหินวิทยาคม นายวชิระ ศิริเทียนทอง ประธานกรรมการบริษัท ติยะ มาสเตอร์ ซิทเต็ม จำกัด นายอำนาจ ป่านแก้ว ผู้จัดการทั่วไป สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน นายรัสมิ์ชัย ศรีชาติ รองผู้อำนวยการ ร.ร.หัวหินวิทยาคม นายสุรสิทธิ์ ปัญญาพานิช อุปนายกสมาคมฯ น.ส.ณิชารี ทรัพย์มา เลขานุการสมาคมฯ และสมาชิกสมาคมฯ เข้าร่วมประชุม

นายอติชาติ ชัยศรี กล่าวว่า วันนี้สมาคมฯ เราได้มาร่วมประชุมกันเพื่อเตรียมจัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศลให้แก่โรงเรียนหัวหินวิทยาคม ที่สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน ในวันที่ 3  พฤษภาคมนี้ เพื่อจัดหาทุนให้กับสมาคมฯ นำไปบูรณะลานกีฬาของโรงเรียน ให้นักเรียนได้มีลานกีฬาที่ถูกต้องตามมาตรฐาน ถูกสุขอนามัย พร้อมรองรับการทำกิจกรรมทางการกีฬาของนักเรียนที่จะนำมาใช้ทำกิจกรรม การออกกำลังกาย การเรียนการสอน รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนความคืบหน้าของการขออนุญาตจัดตั้งสมาคมฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ท่านก็จะอนุมัติและแต่งตั้งสมาคมฯ เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

นายอำนาจ ป่านแก้ว กล่าวว่า สนามกอล์ฟหลวงหัวหินในนามของ บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด มีความยินดีที่จะสนับสนุนสมาคมฯ เพื่อจัดการแข่งกอล์ฟ สร้างรายได้เพื่อนำรายได้ไปสู่ชุมชน ทางสนามกอล์ฟหลวงหัวหินมีความยินดีมากๆ ที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนในครั้งนี้ และคาดหวังว่าสนามกอล์ฟหลวงหัวหินจะได้ จัดกิจกรรมแบบนี้ให้กับชุมชนอีกในครั้งต่อไป
ด้านนายวชิระ ศิริเทียนทอง กล่าวว่า วันนี้รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเชิญมาร่วมสมาคมฯ เป็นโครงการที่ดีเพื่อสังคมและเยาวชน โดยเฉพาะการก่อตั้งสมาคมศิษย์เก่า ครูและผู้ปกครอง โรงเรียนหัวหินวิทยาคม ผมก็อยู่หัวหินมา 10 กว่าปี อดไม่ได้ที่ต้องสนับสนุนในสิ่งดีๆ เหล่านี้ ท่านนายกอติชาติเองก็มีวัตถุประสงค์ที่ทำเพื่อสังคมไม่ได้มีผลประโยชน์ส่วนตนแต่การใด หลังจากที่ฟังการประชุมแล้วก็มีความรู้ศรัทธาว่า ถ้าโครงการสมาคมฯ เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของสังคม ก็ยินดีสนับสนุนอย่างเต็มที่ครับ

ดร.รุ่งโรจน์ สีเหลืองสวัสดิ์ กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้มาร่วมประชุมกับทางสมาคมฯ ดีใจที่มีผู้ใหญ่ใจดีให้ทุนเริ่มต้น 100,000 บาท  มีการจัดกิจกรรมกอล์ฟโดย คุณอำนาจ ป่านแก้ว ผู้จัดการทั่วไป สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน ท่านได้ดำเนินการไปแล้ว 30 ก๊วนๆ ละ 6 ท่าน คิดว่าคงจะสำเร็จด้วยดี ก็คงมีรายได้เข้ามาช่วยทนุบำรุงปรับลานสนามกีฬาให้ได้มาตรฐาน ผมในฐานะที่เป็นประธานกรรมการสถานศึกษาฯ ก็รู้สึกขอบคุณทุกๆ คนที่มาร่วมแรงร่วมใจ ก็ขอให้ท่านเจริญก้าวหน้าในการที่มาทำงานในการกุศลครั้งนี้ครับ.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว ประจวบฯ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บริษัท โรงงานน้ำตาลชำนิ จำกัด ประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 เวลา 09.00 น.ณ ศาลาประชาคม ต.เมืองยาง อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ บริษัท โรงงานน้ำตาลชำนิ จำกัด และ บริษัท ที่ปรึกษา จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยมี นายอนุรักษ์ สุขประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงงานน้ำตาลชำนิ จำกัด พร้อมด้วย นายอำเภอชำนิ หัวหน้าส่วนราชการ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม

นายอนุรักษ์ สุขประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฯ กล่าวว่า บริษัทโรงงานน้ำตาลชำนิจำกัด เป็นบริษัทในเครือของกลุ่มโรงงานผลิตน้ำตาล kI มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการผลิตน้ำตาล โดยได้รับหนังสือรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอ้อย และ น้ำตาลทราย ตามหนังสือเลขที่ อก 0604/1489 ลงวันที่ 23 กันยายน พ.ศ.2567 มีสิทธิ์ตั้งโรงงานนัำตาลกำลังการผลิต 20,000 ตันอ้อย ต่อวัน พื้นที่ประมาณ 897.9 ไร่ ตั้งอยู่ที่อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อผลิตน้ำตาลทรายดิบ น้ำตาลทรายขาวเกรด 3 น้ำตาลทรายขาว และน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์

จากประเภทโครงการ กิจการหรือการดำเนินการตามประกาศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการ ซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2566 ได้กำหนดให้การดำเนินโครงการ หรืออุตสาหกรรมประกอบกิจการ เกี่ยวกับน้ำตาลทุกขนาด ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในขั้นตอนการขออนุญาตก่อสร้างเสนอต่อ(สผ.)

นายอนุรักษ์ สุขประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฯ กล่าวต่อไปอีกว่า เกษตรกรจะได้ประโยชน์โดยตรงจากโรงงาน จะเกิดอาชีพหลายอย่าง คนที่มีความสามรถสูง ความพร้อม อาจจะทำไร่อ้อยขนาดกลาง เล็ก ใหญ่ บางคนมีอุปกรณ์การเกษตรอยู่แล้ว เช่นรถไถ เราก็ให้บริการแก่ชาวบ้าน หากยังขาดเครื่องมือ และในเรื่องของรถบรรทุกอ้อยเข้าสู่โรงงาน

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีปิดโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด อำเภอเมืองบึงกาฬ “ค่ายคืนคนดี สู่สังคม”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 31 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 จ.บึงกาฬ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองบึงกาฬ โรงพยาบาลบึงกาฬ ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดพิธีปิดโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด อำเภอเมืองบึงกาฬ

“ค่ายคืนคนดี สู่สังคม” ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีนิพนธ์ คนขยัน ส.ส.บึงกาฬ เขต 3 พรรคเพื่อไทย ประธานพิธีปิด พร้อมด้วย นายภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ฃ

พ.ต.อ.ประเสริฐ นิลยาภรณ์ ผกก.ฝอ.บก.ตชด.ภาค 2 พ.ต.อ.พิชิต คงพิทักษ์ ผกก.สภ.เมืองบึงกาฬ พ.ต.อ.กฤศกร เชื้อสิงห์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ โคตรศรีวงษ์ ผบ.ร้อย ตชด.244 นายหมวดตรีไวคุณ ไชยเลิศ ผบ.ร้อย อส.จ.บึงกาฬที่ 1 แพทย์พยาบาล และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธี

ตามที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองบึงกาฬ นำโดยนายภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ได้จัดทำโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ คืนคนดี สู่สังคม ประจำปีงบประมาณ 2568 ระหว่างวันที่ 2 ธันวาคม 2567 ถึง 31 มีนาคม 2568

ณ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งโครงการดังกล่าวได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สนง.ป.ป.ส.) โดยโครงการฯ ได้สิ้นสุดลงในวันที่ 31 มีนาคม 2568

ทั้งนี้ประธานพิธีพร้อมด้วยผู้ทรงเกียรติได้มอบประกาศนียบัตรผ่านการอบรม “ค่ายคืนคนดีสู่สังคม” จำนวน 102 คน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ผ่านการอบรมฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด สามารถกลับไปใช้ชีวิตในชุมชน และสังคมได้อย่างปกติสุข ไม่กลับไปเสพยาเสพติดช้ำ

สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์/ อดีตผช.ผญบ.รุดพบผู้ว่าฯชุมพรเร่งรัดคดีกำนันดังจ้างวานบุกรุกป่าอนุรักษ์โครงการพระเทพฯลั่น “ไม่มีใครทำอะไรได้”

แชร์เนื้อหานี้

อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านพร้อมภรรยาและลูกชายเดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนและคลิปวีดีโอเป็นหลักฐาน โดยกำนันคนหนึ่งรับว่าจ้างให้บุคคลอื่นเข้าบุกรุกป่าจำนวน 10 ไร่ พื้นที่หมู่ 6 ตำบลสลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร  ในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ส่วนการบุกรุกพื้นที่ดังกล่าวเป็นคดีความอยู่ที่สภ.สลุยแต่ยังไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งกำนันคนดังกล่าวลั่นไว้ว่า “ไม่มีใครทำอะไรตนได้” ผู้ร้องซึ่งเกรงว่าคดีไม่มีความคืบหน้าจึงเดินทางเข้าพบร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรรับทราบและติดตามคดีความอย่างใกล้ชิด

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา นายสายศิริ  มากประดิษฐ์  อายุ 77 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อยู่บ้านเลขที่ 180 หมู่ 4 ตำบลสองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร พร้อมด้วยภรรยาและนายธนธร  มากประดิษฐ์  อายุ 56 ปี เดินทางเข้าพบนายเธียรชัย  ชูกิตติวิบูลย์  ผู้ว่าฯจ.ชุมพร ที่ห้องประชุมเกาะลังกาจิว ศาลากลางจังหวัดชุมพร โดยมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร เข้ารับฟังปัญหาดังกล่าวด้ว

โดยนายสายศิริและนายธนธร ผู้ร้องให้ข้อมูลว่า โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯอยู่ในพื้นที่ตำบลสองพี่น้องและตำบลสลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เนื้อที่ 1,900 ไร่ โดยมีประชาชนได้เสียสละที่ดินเพื่อทำป่าชุมชน อนุรักษ์ป่าให้มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่า เป็นแหล่งผลิตน้ำตามธรรมชาติ และเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน อนุรักษ์หวงแหนถวายพระเทพฯ
      ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2567 นายสายศิริฯ อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในฐานะคนเก่าคนแก่ของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯซึ่งได้ดูแลพื้นที่โครงการฯเป็นประจำ จะมีส่วนหน่วยงานราชการเข้ามาดูแลด้วยคือเกษตรและสหกรณ์ และเกษตรจังหวัดรับผิดชอบด้วย ขณะนั้นได้เจอคนกลุ่มหนึ่งจำนวน 7 คน ซึ่งตามที่ได้เห็นพบว่าเป็นคนที่ไม่รู้จักหรือเคยเห็นกับบุคคลดังกล่าวเลยกำลังแผ้วถางด้วยมีดงอ กันอย่างสนุกมือโดยไม่คิดถึงความผิดของกฎหมายบ้านเมืองแต่อย่างใด ปรากฏว่าป่าถูกแผ้วถางไปแล้วประมาณ 10 ไร่ จึงได้เข้าไปห้ามปรามกลุ่มบุคคลดังกล่าวจึงล่าถอยไป

หลังจากนั้นนายสายศิริฯผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นเรื่องแจ้งไปยังสิ่งแวดล้อมจังหวัดชุมพร และได้ส่งเรื่องต่อไปที่ว่าการอำเภอท่าแซะ ด้านปลัดอำเภอพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป่าไม้เดินทางเข้าพื้นที่ตรวจสอบพร้อมทั้งได้ทำการติดป้ายตรวจยึดพื้นที่เพื่อดำเนินคดี ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 โดยเรื่องคดีความอยู่ที่สภ.สลุย แต่ผ่านมาประมาณ 2 สัปดาห์ ไม่มีความคืบหน้าอีกทั้งกำนันคนดังกล่าวเคยลั่นไว้ว่า “ไม่มีใครทำอะไรเขาได้” เกรงว่าเรื่องการบุกรุกป่าจะเงียบ จึงเดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรได้รับทราบและเร่งดำเนินการติดตามต่อไป
      ภายหลังผู้ร้องได้แจ้งความประสงค์การเข้าพบและยื่นหนังสือร้องเรียนพร้อมทั้งนำเอาคลิปวีดีโอที่บันทึกบทสนทนาของกำนันรายหนึ่ง อ้างว่าเป็นผู้จ้างวานให้ผู้อื่นเข้าไปบุกรุกแผ้วถาง ส่งให้กับมือผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรเก็บไว้ตรวจสอบ

ด้านนายเธียรชัยฯ ผู้ว่าฯจ.ชุมพร เปิดเผยว่า รับปากว่าจะติดตามเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนเพราะเป็นคดีความแล้วเรื่องอยู่ที่สภ.สลุย  เบื้องต้นทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง เท็จจริงประการใดขอตรวจสอบตามพยานหลักฐานที่ปรากฏก่อน หากมีความผิดจริงก็จะลงโทษทางวินัยอย่างแน่นอน ผู้ว่ามาทำงานให้คนชุมพร ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับใครไม่ต้องกังวล” ผู้ว่าฯ กล่าว
…………………………………………….

ข่าว/ภาพนิ่ง
***เอกชนะ นวนละมัย ข่าวภูมิภาคจ.ชุมพร098-9515199

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชื่นชม แพทย์ พยาบาลเจ้าหน้าที่ รพ.นครปฐม ประสานงานขนย้ายผู้ป่วยไม่ทิ้งไว้ลำพัง

แชร์เนื้อหานี้

ทีมแพทย์พยาบาล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนครปฐมเร่งระดมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากอาคารสูงหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงสัมผัสได้ซึ่งได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐมหลาย 100 นายเข้าร่วมในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์ชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่าทำได้อย่างดีเยี่ยมไม่ได้สร้างความวิตกหวาดกลัวและยังคงเกาะติดอยู่กับผู้ป่วยวิกฤต แม้จะยังอยู่ในช่วงที่การไม่ปลอดภัย

วันที่ 28 มีนาคม 68 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์หลังเกิด เหตุแผ่นดินไหวซึ่งในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ได้รับผลกระทบและรับรู้ถึงความรู้สึกรุนแรงในหลายพื้นที่ซึ่งทำให้ประชาชนเกิดความแตกตื่นและ มีความวุ่นวายในการประสานงานกับสถานการณ์ และมีการส่งต่อข้อมูลการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงบ่าย โดยที่โรงพยาบาลนครปฐม ทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่บุคลากรทางการ 

ได้ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิสุขสานุจังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ. เมืองนครปฐม เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ได้เข้ามาประสานงานในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยลงจากอาคารสูงซึ่งมีหลายอาคารและมีผู้ป่วยที่นอนพักรักษาตัวอยู่เป็นจำนวนมากโดยเจ้าหน้าที่ได้มีการเร่งลำเลียงนำผู้ป่วยลงมาจากอาคารและนำมาพักในจุดต่างๆบริเวณชั้นหนึ่งที่ไม่ไม่ติดกับตัวอาคารด้วยความโกลาหล โดยมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลาเคราะห์นครปฐม ได้ทำการช่วยเข็นเตียงและอุ้มผู้ป่วยออกจากจุดที่คาดว่าเป็นอันตรายตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมา 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม และเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้มีการประสานงานในการอำนวยความสะดวกในด้านการจราจรเพื่อรับส่งผู้ป่วยเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่และนำส่งผู้ป่วยที่มีอาการวิกฤตเข้าอยู่ในห้องฉุกเฉินซึ่งมีเจ้าหน้าที่รวมกันในพื้นที่หลาย 100 คนตั้งจุดประสานงานสั่งการ โดยมีการประเมินสถานการณ์เตรียมความพร้อมรับแรงอาฟเตอร์ช็อกที่จะตามมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันได้มีการควบคุมอุปกรณ์ที่เป็นอันตรายและเสี่ยงจะก่อให้เกิดเปลวเพลิงและเกิดความเสียหายในการรักษาผู้ป่วยเช่นผู้ป่วยวิกฤติหนักหรือในห้องผ่าตัดอย่างเต็มกำลัง ทำให้บรรยากาศวุ่นวายและทีมแพทย์พยาบาลเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ และทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยประสานงานได้มีการทำงานอย่างหนักอย่างต่อเนื่อง 

พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม เผยว่า ตอนนี้ทางกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประสานงานความร่วมมือในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและอำนวยความสะดวกในการรับส่งผู้ป่วยโดยมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ในจุดต่างๆตามที่รับแจ้งและเฝ้ารอฟังการประสานงานจากเบื้องบนในการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันจะเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาโดยตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความพร้อมในการปฎิบัติหน้าที่เต็มกำลัง ตั้งแต่หลังเกิดเหตุและช่วงการขนย้ายผู้ป่วยซึ่งตอนนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมงข้างหน้าไว้เรียบร้อยแล้ว
นายสมภพ สอนดอนไพร อาสาสมัครมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม บอกว่าในส่วนของโรงพยาบาลนครปฐมได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางและกลุ่มที่เป็นอาสาสมัครเข้ามาในพื้นที่ประมาณรวมแล้ว 100 กว่าคนสำหรับการนำรถขนส่งผู้ป่วย และรถกู้ชีพในการเตรียมความพร้อมเพื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหากจำเป็นจะต้องมีการย้ายโรงพยาบาลไปมาสำหรับผู้ที่ต้องได้รับการเคลื่อนย้าย และมีการกำลังกระจายเจ้าหน้าที่ไปยังโรงพยาบาลต่างๆทุกอำเภอเพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์อย่างเต็มกำลังซึ่งคาดว่าน่าจะมีถึงประมาณ 200 นายเป็นอย่างน้อยที่ได้ลงปฎิบัติหน้าที่แล้วในตอนนี้

ด้าน รุ่งอรุณ ไชยธวัช 54 ปี ชาวบางเลน บอกว่าช่วงเกิดเหตุได้มาเฝ้าพ่อรักษาตัวอยู่ที่อาคารทวาราวดี ชั้นห้าจู่จู่ก็เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นมาซึ่งไม่คิดว่าจะเป็นแผ่นดินไหวเนื่องจากการสั่นนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยเรื่อยรับรู้ได้ดี จากนั้นทีมแพทย์พยาบาลได้แจ้งประกาศผ่านไมค์โดย ทีมประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลบอกว่ากำลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวซึ่งจะ มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยลงไปที่บริเวณชั้นล่างซึ่งตอนนี้ก็ขอให้เกิดความสมัครใจลงโดยบรรยากาศก็ไม่ได้โกลาหลแต่อย่างใดและทีมแพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่เป็นระเบียบไม่เกิดความวุ่นวาย ซึ่งในการตัดสินใจตนเองจึงได้นำพ่อลงมาในพื้นที่ด้านล่างและขอชื่นชมว่าเจ้าหน้าที่ทำงานได้ดีมากและเห็นทุกคนทำงานได้เต็มกำลังความสามารถในช่วงที่เกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโรงพยาบาลนครปฐมมีอาคารสูงหลายแห่งซึ่งตอนนี้ได้มีการประสานงานจากเจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครปฐมโดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมได้สั่งการให้เข้าตรวจสอบเหตุดังกล่าวและมีการเตรียมความพร้อมรับแผนหากเกิดอาฟเตอร์ shock ตามมาซึ่งหากสถานการณ์เข้าสู่ปกติและ ไม่มีเหตุสั่นสะเทือนหรือเกิดแผ่นดินไหวซ้ำซ้อนก็จะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้าสู่ที่พักวันอังคารต่อไป

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม
………………………………..

แผ่นดินไหว #นครปฐม โรงพยาบาลนครปฐม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /แพร่เร่งสำรวจ ความเสียหายจากแผ่นดินไหว เบื้องต้นเปิดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แผ่นดินไหว ณ ศาลากลางจังหวัดแพร่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 13.20 น วันที่ 28 มีนาคม 2568 ตามที่ได้เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมาร์ ขนาด 8.2 ริกเตอร์ ส่งผลกระทบกับประเทศไทยเป็นวงกว้างนั้นนั้น ในส่วนของจังหวัดแพร่ ทางนายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร์ ได้กำชับ ข้าราช

การ เจ้าหน้าที่ ลงจากตึกศาลากลาง เพื่อความปลอดภัยและสั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่ ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แผ่นดินไหว ณ บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดแพร่เพื่อเป็นศูนย์รับเรื่องราวและสำรวจความเสียหายจากพื้นที่ต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้

นางสาวรำพู จันต๊ะปะตุ รักษาราชการแทนป้องกันบรรเทาสารภัยจังหวัดแพร่ เปิดเผยว่า จังหวัดแพร่ รายงานสถาน การณ์แผ่นดินไหว ดังนี้ สถานการณ์สาธารณภัยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.2 เป็นแผ่นดินไหวบนบก ที่ระดับความลึก 10 กิโลเมตร บริเวณประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในส่วนจังหวัดแพร่ รับรู้ถึงแรงสั่น

สะเทือนทั่วจังหวัดแพร่ สำหรับรับความเสียหายเบื้องต้นรับรายงานดังนี้ โรงจอดรถบ้านเลขที่ 234 หมู่ที่ 12 ตำบล ป่าแมต อำเภอเมืองแพร่ และตัวบ้านได้รับความเสียหายบางส่วน ด้านการดำเนินการและการให้ความช่วยเหลือ อำเภอเมืองแพร่ และเทศบาลตำบลป่าแมต ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเบื้องต้นแล้ว

และสั่งการทุกอำเภอ หากพบความเสียหายให้เร่งให้ความช่วย เหลือโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน เฝ้าระวังติดตามอาฟเตอร์ช็อกจากแผ่นดินไหวจากหน่วยงานราชการ/แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ และสื่อสารข้อมูลอันเป็นข้อเท็จจริงเพื่อมิให้ประชาชนลดความตื่นตระหนก

ด้าน นายชัยสิทธิ์ ไชยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้ลงพื้นที่ไปติดตามและเยี่ยมการช่วยเหลือผู้ป่วยที่โรงพยาบาลแพร่เนื่องจาก เป็นตึก
อาคารสูง และได้รับผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือน โดยแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ได้นำผู้ป่วยลงมาจากตึก สูง เพื่อมาพักรักษา ณ ชั้นล่างที่อาคารปฐมภูมิ เพื่อความ ปลอดภัยหากเกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมาได้

ธีรพงษ์ #ธงออน/แพร่

061-595-5297##ทีมข่าวบกรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / น่านปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพ “แหล่งเรียนรู้เชิงคุณธรรม” จังหวัดน่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 มีนาคม 2568 เวลา 13.00 น. นายประจักษ์ ไชยกิจ ปลัดจังหวัดน่าน เป็นประธานการปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพ “แหล่งเรียนรู้เชิงคุณธรรม” จังหวัดน่าน ณ ห้องประชุมดอกเสี้ยว 2

โรงแรมน่านตรึงใจ บูทีค จังหวัดน่าน เพื่อเป็นการต่อยอด ขยายผลการขับเคลื่อนคุณธรรมของชุมชน หน่วยงาน องค์กรเครือข่าย

เพื่อยกระดับสู่การเป็น “แหล่งเรียนรู้เชิงคุณธรรม”ให้ครอบคลุมทุกเครือข่ายในพื้นที่ โดยมีนางภัทรภร ชัยวัฒนกุล วัฒนธรรมจังหวัดน่าน เป็นผู้จัดกิจกรรมร่วม

การจัดประชุมในครั้งนี้จัดโดยศูนย์คุณ ธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน โดยมีนายประมวล บุญมา หัวหน้ากลุ่มงานสมัชชาและความร่วมมือนานาชาติ

ศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน)กล่าวรายงานและมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนองค์กรเครือข่ายทางสังคมทุกภาคส่วน จำนวน 81 คนเข้าร่วม/บุญยงค์ สดสอาดนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทวีเป็นตัวแทนรัฐบาลรับ 98 คนไทยกลับบ้านเกิดเป็นของขวัญฮารีรายอ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 27 มี.ค.68 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยพล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดน พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สอท. ปฏิบัติราชการ สตม. พ.ต.อ.พูลศักดิ์ แก้วสีขาว ผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนราธิวาส

น.ส.อัจฉรา โพธิ์พันธุ์ นายด่านศุลกากรสุไหงโกลกพล.ต.เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสพล.ต.ท.พัฒนวุธ อังคะนาวิน ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม นายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ประธานคณะกรรมาธิการกรรมการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.นราธิวาส เขต 5 และนายซูปียัน แดเมาะเล็ง นายอำเภอสุไหงโกลก

ได้ร่วมเดินทางไปยังด่านพรมแดน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อทำพิธีรับส่งมอบคนไทย จำนวน 98 คน ที่ถูกกักตัวอยู่ที่ศูนย์กักตัวบ้านตาเนาะแมเราะ รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย เป็นระยะเวลายาวนานเกือบ 4 เดือน ที่ทางการประเทศมาเลเซียอยู่ในระหว่างขั้นตอนตรวจสอบว่าเป็นคนไทยจริงหือไม่ ซึ่งภายหลังทางญาติทราบเรื่อง ได้ประสานขอความช่วยเหลือผ่าน พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ให้การช่วยเหลือในครั้งนี้ ที่ พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม และคณะ ได้เดินทางไปรอรับส่งมอบตัวด้วยตนเอง ที่บริเวณกลางสะพานด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก ที่ได้มีการประสานผ่าน นายมัสกรี สุไลมาน MR.Bakri sulaiman หัวหน้าตำรวจตรวจคนเข้าเมืองรันตูปันยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย

ซึ่งภายหลังที่ พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ได้ทำการรับส่งมอบตัว 98 คนไทยแล้วเสร็จ ได้ทำการพบปะพูดคุยสอบถามถึงความเป็นมา ซึ่งบางคนถูกกักตัวยาวนานถึง 4 เดือนลดหลั่นกันไป ซึ่งทางการประเทศมาเลเซียได้ทำการดูแลเป็นอย่างดีในระหว่างที่ถูกกักตัว และทุกคนขอขอบคุณ พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรมและรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญช่วยเหลือคนไทย ที่ได้เดินทางกลับภูมิลำเนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงคาบเกี่ยวกับเดือนรอมฎอนกับฮารีรายอ ที่ได้มีโอกาสได้ร่วมเฉลิมฉลองฮารีรายอกับครอบครัว พร้อมกันนี้ พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ได้ถือโอกาสมอบอินทผาลัมและเครื่องแต่งกายมุสลิมทั้งชายและหญิง อาทิ หมวกกะปิเยาะและผ้าโสร่ง ไว้ใช้ประกอบศาสนกิจในครั้งนี้ด้วย

ด้านพลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถือว่าเป็นความสำเร็จในการประสานงานในระดับรัฐบาลและในระดับพื้นที่ โดยผู้ประสานงานหลักพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยมีการประสานงานระหว่างตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยทหารในพื้นที่เป็นอย่างดี ซึ่งขอยืนยันว่าในจำนวน 98 คนที่จะกลับมา ซึ่งอยู่ในช่วงของเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นช่วงที่ทางรัฐบาลและหน่วยงานที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ตั้งใจตอบสนองเพื่อจะทำให้เดือนรอมฎอนสู่สันติสุขตามที่ได้ตั้งเป้าหมายกันไว้ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่น่าชมเชย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประสานงานของเจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ ซึ่งตรงนี้เราได้ชี้แจงโดยได้รับมอบจากรองนายกภูมิธรรม โดยมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ เกี่ยวกับเรื่องรอมฎอนสันติสุข โดยมีการชี้แจงกับท่านจุฬารัฐมนตรีได้เดินทางลงมาพบผู้นำศาสนาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดสงขลา ได้ร่วมพูดคุยพร้อมด้วยหน่วยงานทหาร ตำตรวจ ว่าเราแสดงออกด้วยความจริงใจที่จะทำให้เกิดประโยชน์เกิดสันติสุขในช่วงเดือนรอมฎอน และนี่คือหนึ่งงานที่ประกาศได้เลยว่าเราได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจริงใจที่เป็นนโยบายของรัฐบาล และการปฏิบัติของรัฐบาลที่ท่าน ทวี สอดส่อง คือคนที่เป็นคนดำเนินการในเรื่องนี้

ขณะที่พ.ต.อ.พูลศักดิ์ แก้วสีขาว ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่าวันนี้ถือว่าเป็นวันที่ดีที่มีการส่งตัวคนไทยกลับบ้าน ในกรณีที่คนไทยที่ออกมาจากห้องกักบุคคลต่างด้าวเพื่อรอส่งกลับ ของ ต.ม.ตาเนาะแมเราะ รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย โดยกลุ่มคนไทยกลุ่มนี้ได้กระทำผิดฝั่งมาเลเซียหลายข้อหาด้วยกัน โดยมีข้อหาหลักๆก็คือหลบหนีเข้าเมือง และคดีเล็กๆน้อยๆ และได้ผลโทษมาตั้งแต่ปี 2567 แล้ว โดยทางรัฐบาลได้มีการดำเนินการตรวจสอบว่าบุคคลกลุ่มนี้เป็นคนไทยหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบและออกเอกสารเพื่อเดินทางกลับประเทศไทยประมาณ 98 คน

ส่วน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่าทั้งนี้สืบเนื่องจากมีพี่น้องประชาชนได้ร้องมาหล่ยช่องทาง โดยเฉพาะทางโฆษกพรรคประชาชาติ ศอ.บต.เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ และฝ่ายกอ.รมน.ด้วยว่ามีคนไทยที่ถูกกักตัวอยู่ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งบางคนพาสปอร์ตขาดและบางคนเป็นเวลา 9 เดือน ซึ่งในขณะที่แจ้งนั้นผมอยู่ที่ประเทศจีน และได้มีข้อสั่งการว่าจะให้ความช่วยเหลือประสานท่านภูมิธรรมว่าจะให้ความช่วยเหลือ โดยขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศอ.บต. หน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีคนไทยประมาณ 100 กว่าคน แต่มีหลักฐานแค่ 34 คน ทั้งนี้ได้ประสานงานกับทางมาเลเซีย นายกอันวาอำนวยความสะดวก และทางกงสุลไทยในประเทศมาเลเซียดำเนินการ 98 คนที่มาในวันนี้และจะทยอยนำเข้ามา

และที่สำคัญอย่างยิ่งคือรัฐบาลเข้าใจดีถึงอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ และการช่วยเหลือในครั้งนี้ เนื่องจากผู้กักขังอยู่ในประเทศมาเลเซียในช่วงเดือนรอมฎอน ซึ่งเขาเหล่านั้นต้องปฏิบัติศาสนกิจทางศาสนา และความฝันคือเราอยากจะให้กลับมาพบกับครอบครัว เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลวันฮารีรายอ ซึ่งวันนี้ก็เป็นชุดแรกที่มาถึง ซึ่งเป็นชุดที่เข้ามาเยอะที่สุดโดยปกติแล้วจะแค่ 50 คน วันนี้ 98 คน และในส่วนที่เหลือเราจะดำเนินการหาทางช่วยเหลือต่อไป เพื่อที่จะให้ทันเทศกาลวันฮารีรายอ และที่สำคัญอย่างยิ่งคือเราจะเห็นว่าประเทศเรากับประเทศมาเลเซีย

จะเห็นได้ว่าเรามีพรมแดนกั้นแต่จริงๆแล้วเราเป็นเมืองพี่เมืองน้อง และเป็นเมืองทางเศรษฐกิจไปมาหาสู่กันระหว่างทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะทางกรมศุลกากรที่ได้อำนวยความสะดวกในการใช้พื้นที่และการเดินทาง และเชื่อว่าในอนาคตเราจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้นั้นต้องเปิดพื้นที่ให้มีความสะดวกในการค้าขายการทำมาหากินและวัฒนธรรม และสิ่งที่ทั้งสองประเทศห่วงก็คือเรื่องยาเสพติดและการค้ามนุษย์ และถือว่าวันนี้เป็นของขวัญชิ้นหนึ่งที่ทางรัฐบาลอยากมอบให้พี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามที่ไปทำงาน เพื่อที่เขาจะได้มาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลฮารีรายอกับครอบครัวซึ่งเป็นที่สิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุด คือการที่ได้มีโอกาสกลับมาเยี่ยมบ้านในวันฮารีรายอ
/////////////////////////////////
ข่าว/อาอีซะห์/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายทหารนักเรียน หลักสูตรนายทหารประชาสัมพันธ์ รุ่นที่ 43 จัดกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ ในโครงการ “สานสัมพันธ์พี่น้องชาวเพนียด สร้างชุมชนอย่างยั่งยืน”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 มีนาคม 2568 เวลา 09.20 น. ที่วัดราชบรรทม ตำบลเพนียด อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง เป็นประธานเปิดกิจกรรม ชุมชนสัมพันธ์ ในโครงการ “สานสัมพันธ์พี่น้องชาวเพนียด สร้างชุมชนอย่างยั่งยืน” จัดโดยนายทหารนักเรียน หลักสูตรนายทหารประชาสัมพันธ์ รุ่นที่ 43 โดยมี พันเอก สิปปวัสน์ โมระกรานต์ ผู้อำนวยการกองการศึกษา โรงเรียนกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหารบก ส่วนราชการ

โดยมีนางนงลักษณ์ อยู่พุ่ม หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง
ผู้นำท่องที่ ผู้นำท้องถิ่น นักเรียนและประชาชนชาวตำบลเพนียด เข้าร่วมกิจกรรมฯ สำหรับกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ “สานสัมพันธ์พี่น้องชาวเพนียด สร้างชุมชนอย่างยั่งยืน” ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานหลายภาคส่วน ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลเพนียด โรงพยาบาลอานันทมหิดล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเพนียด ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอโคกสำโรง

สัสดีอำเภอโคกสำโรง ร่วมสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ คือ การจัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิและสวัสดิการเมื่อสมัครเป็นทหารกองประจำการ การแนะแนวการศึกษาต่อ (การศึกษานอกโรงเรียน) กับศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอโคกสำโรง

การบริการตรวจสุขภาพและวัดสายตาเบื้องต้น การบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง การบริการนวดประคบสมุนไพร การสอนทำน้ำพริกโบราณ การสอนทำขนมปังสังขยา การจัดแสดงเครื่องจักสานวิถีชุมชน การประกอบเลี้ยงรถครัวสนาม โดยกองพันปฏิบัติการจิตวิทยา และกิจกรรมสันทนาการ

โดยนายทหารนักเรียนหลักสูตรนายทหารประชาสัมพันธ์ รุ่นที่ 43 นอกจากนี้ยังได้มีการจัดการเสวนาในหัวข้อเรื่อง สิทธิประโยชน์ที่ได้รับเมื่อเข้าเป็นทหารกองประจำการ โดย ร้อยเอก สุทธิชัย เอี่ยมสะอาด สัสดีอำเภอโคกสำโรง การแนะแนวการศึกษาต่อเนื่อง โดย นายทศพล พบสระใหญ่ ครูส่งเสริมการเรียนรู้ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอโคกสำโรง

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาการทำกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ฯ ระหว่างวันที่ 24 – 28 มี.ค. 2568 คณะนายทหารนักเรียน หลักสูตรนายทหารประชาสัมพันธ์ รุ่นที่ 43 ลงพื้นที่ชุมชนตำบลเพนียด ร่วมทำกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างชุมชน โดยมีชุดประชาสัมพันธ์เดินทางเข้าพบปะประชาชน พร้อมทั้ง
มอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคและยาสามัญประจำบ้านให้แก่กลุ่มผู้เปราะบาง ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวในพื้นที่ รวมถึงได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์เชิญชวนคัดเลือกทหารกองเกิน เข้ารับราชการทหาร

กองประจำการ สิทธิประโยชน์ของการเป็นทหารกองประจำการ นอกจากนี้ยังได้จัดมีกิจกรรมฝึกระเบียบวินัยขั้นพื้นฐานและศิลปะป้องกันตัวให้กับผู้นำท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) กิจกรรมกายภาพเบื้องต้น

ให้แก่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ณ องค์การบริหารส่วนตำบลเพนียด พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลเพนียด กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา โดยได้ร่วมเก็บขยะและแยกขยะ ณ โรงเรียนวัดราชบรรทมและโรงเรียนบ้านนกเขาเปล้า ตำบลเพนียด อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การตรวจสอบระบบการใช้กำลังไฟฟ้า / คุมประพฤติจัดโครงการต้นแบบคนลพบุรี ผู้ประกอบการร่วมใจให้โอกาสผู้พลั้งผิด ให้มีอาชีพ มีรายได้ รุ่นที่ 4

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 26 มีนาคม 2568 เวลา 08.00 – 17.30 น. ที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี โดยการนำของ พ.ต.อ.สมศักดิ์ รัศมีจันทร์ นวท.(สบ4) พฐ.จว.ลพบุรี พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัด เข้ารับการอบรมเพิ่มพูนความรู้ใน “โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การตรวจสอบระบบการใช้กำลังไฟฟ้าแรงดันต่ำสำหรับบ้านพักที่อยู่อาศัยสถานที่ทำงาน”

ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจัดอบรมจาก นายประสงค์ อุบล ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคลพบุรี และคณะอาจารย์ แผนกวิชาช่างไฟฟ้ากำลัง วิทยาลัยเทคนิคลพบุรี เป็นวิทยากรบรรยายถึงมาตรฐานการตรวจสอบระบบไฟฟ้า สำหรับบ้านพักสถานที่ข้าราชการตรวจระบบไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการความปลอดภัยในบ้านพักที่ทำงาน

ซึ่งการตรวจระบบไฟฟ้านั้นเป็นหน้าที่ของวิศวกรไฟฟ้า ช่างเทคนิคไฟฟ้า หรือ เจ้าหน้าที่ของฝ่ายวิศวกรรม ซึ่งจะเป็นไปตามกฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรม ตามกฎกระทรวง กำหนดมาตรการความปลอดภัยเกี่ยวกับระบบไฟฟฟ้าใน พ.ศ. 2550 และตามกฎหมายของกระทรวงแรงงาน ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร

จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 โดยทั่วไปแล้วงานตรวจสอบและซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าเป็นหัวใจสำคัญของระบบการผลิต เพื่อให้ระบบไฟฟ้าสามารถใช้งานได้ยาวนาน และมีความเชื่อถือได้ งานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าที่ดีคือการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน

สิ่งสำคัญของการบำรุงรักษาเชิงป้องกันคือการตรวจสอบสภาพเพื่อให้ทราบว่าระบบหรืออุปกรณ์มีร่องรอยการเสื่อมสภาพหรือไม่ มีสภาพที่ต้องการการบำรุงรักษาหรือไม่ ในการตรวจสอบสามารถทำได้ 2 แบบ คือการตรวจสอบด้วยสายตา (Visual Inspection) และการตรวจสอบด้วยเครื่องมือวัด ซึ่งต้องการความรู้ในการใช้เครื่องมือวัดและการวิเคราะห์ด้วย โดยการฝึกอบรมครั้งนี้ถือเป็นพื้นฐานที่ดีและเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านและหน่วยงานอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี และอนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

จังหวัดลพบุรี ร่วมกับสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดฯ จัดโครงการต้นแบบคนลพบุรีสังคมคุณภาพผู้ประกอบการลพบุรีร่วมใจให้โอกาสผู้พลั้งผิด ให้มีอาชีพ มีรายได้ รุ่นที่ 4

วันที่ 26 มีนาคม 2568 เวลา 09.30 น ที่ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิด โครงการต้นแบบคนลพบุรี สังคมคุณภาพ กิจกรรม ผู้ประกอบการลพบุรีร่วมใจให้โอกาสผู้พลั้งผิด ให้มีอาชีพ มีรายได้ รุ่นที่ 4 โดยมี นางละอองทิพย์ ปนัดสาโก ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ วิทยากร และผู้ถูกคุมความประพฤติ ในความดูแลของสำนักงานควบคุมความประพฤติ เข้าร่วมกิจกรรม

สืบเนื่องจากสถานการณ์ที่ผ่านมา มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดในหลายพื้นที่ ของจังหวัดลพบุรี ส่งผลให้มีผู้กระทำความผิด ในคดียาเสพติด มีเป็นจำนวนมาก และส่วนหนึ่งกลายเป็นผู้ไม่มีอาชีพเนื่องจากขาดการยอมรับจากคนในสังคมและผู้ประกอบการ จึงนับเป็นความสูญเสียทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และส่งผลต่อเนื่องไปยังปัญหาอื่นๆ เช่น ปัญหาครอบครัว ปัญหาอาชญากรรมต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่ต้องตระหนักและร่วมมือกันทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

ประกอบกับจังหวัดลพบุรีได้จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรม จังหวัดลพบุรี ตามมติของคณะรัฐมนตรี ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าว มีมติให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขฟื้นฟู ติดตาม ดูแล ช่วยเหลือและสงเคราะห์ผู้กระทำผิดในชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาผู้กระทำผิดในชุมชน ให้มีอาชีพ มีรายได้ และสามารถอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างปกติสุข ซึ่งกิจกรรมผู้ประกอบการลพบุรีร่วมใจให้โอกาสผู้พลั้งผิด ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดลพบุรี ที่ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จนนำไปสู่ความร่วมมือในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดให้กลับคืนสู่สังคมโดยการให้โอกาส ผู้ถูกคุมประพฤติ รวมทั้งเด็กและเยาวชนที่ก้าวพลาดได้มีอาชีพและไม่หวนกลับไปกระทำความผิดซ้ำ

สำหรับการจัดโครงการต้นแบบคนลพบุรีสังคมคุณภาพในครั้งนี้ เป็นรุ่นที่ 4 รุ่นสุดท้าย ณ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดลพบุรี มีกิจกรรม ประกอบด้วย ในช่วงเช้า มีการเสวนาในหัวข้อ สร้างโอกาส ประสานความร่วมมือ เพื่ออนาคตที่มั่นคง โดยวิทยากรจากสำนักงานยุติธรรมจังหวัดลพบุรี จัดหางานจังหวัดลพบุรี สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดลพบุรี วิทยาลัยสารพัดช่างจังหวัดลพบุรี และในช่วงบ่าย เป็นการเสวนาในหัวข้อ

ผู้ประกอบการร่วมใจ ให้โอกาสผู้พลั้งผิด วิทยาการโดย สถานประกอบการเอกชน 4 แห่ง ในจังหวัดลพบุรี ได้แก่ บริษัทเอ็นเอ็มบี-มินีแบไทย จำกัด , บริษัท สหฟาร์ม จำกัด , กลุ่มบริษัทอินโดรามาลพบุรี และ สถาบันออกแบบทรงผม Big hair มาให้ความรู้ และแนะนำแนวทางการออกไปประกอบอาชีพผู้พ้นโทษ ให้มีอาชีพ มีรายได้ และสามารถอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างปกติสุขอย่างยั่งยืนต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี และฝ่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองพันทหารราบที่ ๒ กรมทหารราบที่ ๘ เข้าร่วมพิธีเปิดการฝึกอบรมการจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัย

แชร์เนื้อหานี้

๒๖ มีนาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๐๐ น.พันโท สงบ สุรินราช ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๒ กรมทหารราบที่ ๘ เข้าร่วมพิธีเปิดการฝึกอบรมการจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัย เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการรักษาความปลอดภัยภายในพื้นที่รับผิดชอบ โดยมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้ การฝึกอบรมดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพด้านการรักษาความปลอดภัย และเสริมสร้างความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง กล่าวรายงานพิธีเปิดการอบรม นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ มอบหมายนายนคร สุพรรณ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารปกครอง เป็นประธานในพิธีเปิด
โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๘ กิจกรรมฝึกอบรมจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ชรบ.)

เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด มีผู้ร่วมอบรมครั้งนี้ ๕ ตำบล ตำบลนาหนองทุ่ม ตำบลวังหินลาด ตำบลหนองเขียด ตำบลโนนหัน ตำบลนาเพียง จำนวน ๑๘๐ คน ๖๐ หมู่บ้าน ๑๐.๐๐-๑๑.๐๐ น. ระเบียบ มท.ว่าด้วยการช่วยเหลือเจ้าพนักงานของหน่วยกำลังคุ้มครองและรักษาความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้าน พ.ศ.๒๕๕๑ โดยนายนคร สุพรรณ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ๑๑.๐๐-๑๒.๐๐ น.

การรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน แผนรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน โดยนายนคร สุพรรณ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง
๑๓.๐๐-๑๔.๐๐ น.การควบคุมผู้มีอาการทางจิต การปฐมพยาบาลและผู้บาดเจ็บฉุกเฉิน

เศร้า!!อภิธรมศพ บุตรชาย.!!
วันที่ 25 มีนาคม 2568 เวลา 18.00 แขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธีสวดอภิธรรมบำเพ็ญกุศลศพนายดรัสพงษ์ ดีบุญมี ณ.ชุมแพ โดยมีญาติๆ และผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น เช่น

นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ นาย​ นิโรจน์​ แพ่ง​ศรี​สาร​ นายก​องค์การ​บริหาร​ส่วน​ตำบล​โนน​หัน​ นาง​ อรุณ​ศรี​ ยิ่ง​ยืน​ ผู้อำนวยการ​โรงเรียน​โนน​หัน​วิทยา​ยน​

นาย​ สุทธิ​รักษ์​ เมือง​สอน​ นายก​เทศมนตรี​เทศบาล​ตำบล​โนน​หัน​พร้อมด้วย​นาง​ สุภา​นันท์​ เมือง​สอน​ กำนัน​ตำบล​โนน​หัน​ นางพยงค์ ศรีภา ผู้บริหารสถาบันอาชีวศึกษาในเครือมหานคร

นายขุนทอง ดีบุญมี ณ ชุมแพ (อดีตกำนันแหนบทองตำบลโนนหัน)กล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมพิธีสวดอภิธรรมบำเพ็ญกุศลศพนายดรัสพงษ์ ดีบุญมี ณ.ชุมแพ บุตรชายตน

โดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลชุมแพ ๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ น.อำนาจในการจับกุมและตรวจค้นของพนักงานฝ่ายปกครอง และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ โดย นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์/ขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรับนิวส์ / ชุดควบคุมไฟป่าเชียงใหม่ 50 นาย เข้าสกัดไฟป่าที่ลุกลามมาจากตำบลห้วยแก้ว

แชร์เนื้อหานี้

นายสุทธิชัย ตรีศิลป์สัตย์ นายอำเภอแม่ออน ได้สั่งการให้ทีมอาสาดับไฟป่าตำบลบ้านสหกรณ์ นำโดย นายดำรงชัย สุขติ๊บ กำนันตำบลบ้านสหกรณ์ นายประเสริฐ ตันคำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสหกรณ์ และทีมงานเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ชม.9 ดอยสะเก็ด ชุดควบคุมไฟป่าเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่กว่า 50 นาย เข้าสกัดไฟป่าที่ลุกลามมาจากตำบลห้วยแก้ว โดยได้ทำการสกัดกั้นและดับได้เวลา 15.00 น.

ทั้งนี้ ชุดควบคุมไฟป่าเชียงใหม่ ได้นำโดรนขึ้นบินเพื่อสำรวจแนวไฟ และความกว้างของไฟ จึงทำให้สามารถปฏิบัติงานได้รวดเร็วขึ้นและรู้จุดพิกัดได้แม่นยำมากขึ้น ต้องขอบคุณทีมควบคุมไฟป่าเชียงใหม่มา ณ ที่นี้ด้วย

ไถ่ชีวิตโคกระบือที่กำลังจะถูกเชืuดต่อลมหายใจให้ชีวิตใหม่อานิสงส์สุขภาพร่างกายแข็งแรง! #โปรดช่วยกันแชร์!

มหาบุญใหญ่ในวันเดียว! เปิดบารมีชีวิตรุ่งเรืองรับปีใหม่ไทย
🙏 รวมพลังศรัทธา 4 มหากุศล
🔥 กองบุญที่ 1: “ทอดผ้าป่า” ทำบุญอุทิศให้วิญญาณเร่ร่อน-เด็กแท้ง 🔥
เปลี่ยนชีวิตติดขัดให้คล่องตัว! เปิดทางรุ่งโรจน์ ล้างกรรมทันที!

🐃 กองบุญที่ 2: ไถ่ชีวิตกระบือ มหาทานแห่งอิสรภาพ สู่สุขภาพร่างที่แข็งแรง🐃

🧹 กองบุญที่ 3: ล้างห้องน้ำวัด – ล้างปัญหา อุปสรรคชีวิต 🧹

🙏 กองบุญที่ 4: ร่วมบุญสาธารณกุศลกับมูลนิธิพุทธภูมิธรรม 🙏

ณ วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร 🙏 เชิญร่วมงาน วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2568 | เวลา 08.00 – 12.00 น.


กิจกรรมมหามงคลภายในงาน:
📿 สวดมนต์เจริญพระพุทธมนต์ เสริมสิริมงคลชีวิต
🍚 ถวายภัตตาหาร สังฆทาน ชำระหนี้สงฆ์
🕯️ น้อมพลังพุทธบารมีส่งบุญให้เหล่าจิตวิญญาณ
💐 พิธีพิเศษรับพรจากพระเถระผู้ใหญ่


⭐ ร่วมสร้างมหากุศลสี่ประการในวันเดียว! ⭐
วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2568 | เวลา 08.00 – 12.00 น. ณ วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร


💰 ร่วมบุญ 💰
ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี: 131-3-83404-9 ชื่อบัญชี: มูลนิธิพุทธภูมิธรรม

ส่งหลักฐานการร่วมบุญมาได้ที่

Line Official Account : มูลนิธิพุทธภูมิธรรม กด⬇️
https://lin.ee/VDGS28X
คณะทำงานจะพริ้นท์ชื่อนำเข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์


📞 ติดต่อสอบถาม หรือ แจ้งความประสงค์ออกโรงทานที่ 📞
พลตรีฉัตรไชย ประจุศิลป โทร: 089-200-2866


ขออานุภาพคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงดลบันดาลประทานพรให้ท่านพร้อมครอบครัวจงประสบแต่ความสุขความเจริญ สัมฤทธิ์ผลในสิ่งที่พึงปรารถนาในทุกสรรพมงคล เทอญ

โปรดช่วยกันแชร์ #บุญใหญ่ #วัดระฆังโฆสิตาราม #ไถ่ชีวิตกระบือ #ทำบุญอุทิศส่วนกุศล #มหาบุญปีใหม่ไทย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าเมืองเพชรฯ ชวนเที่ยวงานสงกรานต์บนหลังเกวียนครั้งแรกในไทย /ตร.ทางหลวง เดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรม รวบ 2 ผู้ต้องหา / ผู้ว่าประจวบฯประกาศสงครามยาเสพติดทุกพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 25 มี.ค.68 ที่ทุ่งนาบ้านถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานประเพณีมหาสงกรานต์ “มรดกถ้ำรงค์ ประจำปี 2568” ภายใต้แนวคิด “ทุ่งนา ป่าตาล ตำนานทวารวดี ยลวิถีถ้ำรงค์” พร้อมด้วย นายบรรพต กำไลแก้ว นายก อบต.ถ้ำรงค์ ผช.ศ.ดร.เสนาะ กลิ่นงาม อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี นางสาวเมทินี จันทร์บุญนะ รักษาการวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี นางสาวมิ่งขวัญ บุญโภคัย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี นางดวงใจ คุ้มสะอาด ผอ.ททท.สำนักงานเพชรบุรี

ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับฟัง ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ กล่าวว่า จากการที่ ยูเนสโก้ UNESCO ได้ประกาศขึ้นทะเบียน ”สงกรานต์ไทย” เป็นมรดกโลกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เมื่อปี 2566 (Songkran in Thailand, traditional Thai New Year festival) สงกรานต์เป็นประเพณีไทยที่ถูกสืบทอดมาอย่างยาวนาน เป็นประเพณีที่มีคุณค่าและสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทย

ทั้งนี้ ประเทศไทยเคยได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมมาแล้ว 3 ครั้ง ได้แก่ โขน (2561) นวดไทย (2562) และ โนรา (2564) โดยจังหวัดเพชรบุรีกำหนดให้แต่ละพื้นที่ร่วมจัดกิจกรรมในเทศกาลสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ของไทย 13 เม.ย.68 โดยให้มีกิจกรรมสำคัญที่เน้นเอกลักษณ์อันโดดเด่น เช่น ขบวนแห่นางสงกรานต์จาก 8 อำเภอ ประเพณีรดน้ำดำขอพรหัวผู้ใหญ่เพื่อแสดงความกตัญญูและเคารพนบนอบต่อผู้ที่เคารพนับถือและผู้มีพระคุณ และประเพณีสรงน้ำพระวัดสำคัญ ๆ ในเมืองเพชรบุรี

จังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำรงค์ วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี ได้ร่วมกันจัดงานงานประเพณีมหาสงกรานต์ “มรดกถ้ำรงค์ ประจำปี 2568” ขึ้น ภายใต้แนวคิด “ทุ่งนา ป่าตาล ตำนานทวารวดี ยลวิถีถ้ำรงค์” ระหว่างวันที่ 11-13 เม.ย.68 ณ ทุ่งนาบ้านถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด เพื่ออนุรักษ์ สืบสานและส่งเสริมประเพณีสงกรานต์ที่ดีงามและทรงคุณค่าของไทยมาแต่โบราณให้คงอยู่สืบไป อีกทั้งอำเภอบ้านลาดที่เน้นวิถีชาวเมืองเพชรอันมีกิจกรรมวัวลาน วัวเทียมเกวียนเป็นอัตลักษณ์ โดยไฮไลต์ของงานคือจัดเล่นสงกรานต์บนหลังเกวียนขึ้นเป็นครั้งแรกของ จ.เพชรบุรี และของไทย

นอกจากนี้ ในพื้นที่อื่นๆ ของ จ.เพชรบุรี ก็มีการจัดกิจกรรมสงกรานต์ที่น่าสนใจ อาทิ ถนนสายข้าวแช่เมืองเพชรบุรี, งาน Songkran at Cha-Am Beach ณ ชายหาดชะอำ มีกิจกรรมสรงน้ำพระพุทธรูป ขบวนแห่นางสงกรานต์ และรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ, อำเภอท่ายาง มีการสรงน้ำพระพุทธรูป ขบวนแห่นางสงกรานต์ รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ แข่งขันเปตอง แข่งขันหมากรุก, ที่วัดเขาบันไดอิฐ อำเภอเมืองเพชรบุรี จัดให้มีประเพณีสงกรานต์ สร้างสรรค์สุขภาพ และที่วัดมหาธาตุวรวิหาร อำเภอเมืองเพชรบุรี

มีงานอนุรักษ์ส่งเสริมและสืบสานวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำรงค์ โทร. 032-491 467 / ประชาสัมพันธ์เทศบาลเมืองเพชรบุรี โทร. 032-403 888 / ประชาสัมพันธ์ อบต.ท่ายาง โทร. 032-463 000-2 / ประชาสัมพันธ์เทศบาลเมืองชะอำ โทร. 032-472 550 / ททท.สำนักงานเพชรบุรี โทร. 032-471 005-6 หรือที่ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ตร.ทางหลวงประจวบฯ เดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรม รวบ 2 ผู้ต้องหาตามหมายจับ คดียักยอกทรัพย์และยาเสพติด

วันที่ 24 มีนาคม 2568 – ตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ เดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมทั่วไปและอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างเข้มข้น ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา มุ่งมั่นติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ท.ทศพล กิติลาภ สวญ.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. และ ว่าที่ พ.ต.ท.พุทธางกูร เรืองธรรม สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.คมสัน วรรณสกุล สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. นำกำลังตำรวจชุดปฏิบัติการเข้าจับกุม หญิงวัย 33 ปี ชาวตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดหัวหิน ในข้อหา ยักยอกทรัพย์ หลังจากที่เจ้าตัวหลบหนีไม่มาศาลตามกำหนด เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวและจับกุมได้ภายในโรงแรมชื่อดังในอำเภอหัวหิน ก่อนนำตัวส่งศาลจังหวัดหัวหินเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ร.ต.อ.ประวิทย์ ภู่ทอง รอง สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. พร้อมกำลังพลจากหน่วยบริการเกาะหลักและกุยบุรี ได้ร่วมกันจับกุม ชายวัย 34 ปี ชาวตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมได้ ก่อนควบคุมตัวส่งศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

การจับกุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ยังคงเดินหน้าติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ รวมถึงปราบปรามอาชญากรรมในทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง.


นับถอยหลัง30วันผู้ว่าประจวบฯเอาจริงสั่งทุกหน่วยงานประกาศสงครามยาเสพติดทุกพื้นที่ใน จ.ประจวบฯต้องหมดไป

วันนี้ 24 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 14.00น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีชายสัญชาติเมียนมา(ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง)มีพฤติการณ์จำหน่ายยาบ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มแรงงานต่างด้าวในพื้นที่พร้อมนัดส่งยาบ้าให้กับสายลับที่บริเวณวัดเก่าเขาน้อย ม.2 ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ เวฟ สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้นำเรียนให้ผู้บังคับบัญชาทราบและทำการวางแผน นำโดย พ.ต.ท.สุทธิเกียรติ โพธิสุทธิ์ รอง.ผกก.สส.สภ.ปากน้ำปราณ เป็นหัวหน้าชุดจับกุม ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปที่วัดเก่าเขาน้อย ตามที่สายลับได้แจ้งเมื่อไปถึง พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ เวฟ สีดำ ตรงตามที่สายลับแจ้งจอดอยู่ตรงบริเวณลานวัดเก่าเขาน้อยและเห็นนายโก เปียว ชาวเมียนมา(ผู้ถูกจับทราบชื่อภายหลัง)กำลังนั่งอยู่บนแท่นหินใกล้กับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เมื่อเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายโก เปียว ก็ได้วิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ไล่ติดตาม และสามารถควบคุมตัวพร้อมของกลางยาบ้าทั้งสิ้น 10,860 เม็ดอาวุธปืนพกสั้น สีดำ ขนาด 9 มม.  ออโตเมติค ยี่ห้อ  นอรินโก้ หมายเลขประจำปืน  กจ.2/10786 มูลค่าประมาณ 30,000 บาทจำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 18 นัดโดยแจ้งข้อกล่าวหามียาบ้าไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน 2.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
3.พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร4.เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รอง มทภ.4 มอบชุดรายอและชุดสงกรานต์ เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลฮารีรายอสานต่อเทศกาลสงกรานต์สร้างความสุข และรอยยิ้มให้เด็กและประชาชนในพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 24 มีนาคม 2568 ที่อาคารเฉลิมพระเกียวด สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 72 พรรษา หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงและฟาร์มตัวอย่าง บ้านรอตันบาตู ตำบลกะลุวอ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พลตรีวรเดช เดชรักษา รองแม่ทัพภาคที่ 4 รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานเปิดงานต้อนรับเทศกาลฮารีรายอ สานต่อเทศกาลสงกรานต์ โดยมีนายรุสดี ปูรียา นายอำเภอเมืองนราธิวาส น.อ.ยุทธนา สระดี รองผอ.รมน.จ.นราธิวาส (ฝ่ายทหาร) เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ

สำหรับหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง และฟาร์มตัวอย่าง บ้านรอตันบาตู ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชเสาวณีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่มีฐานะยากจน ให้มีการสร้างงาน โดยการให้ความรู้ ให้การฝึกอบรมความสามารถทางเทคนิค ในการสร้างสรรค์งานศิลปะและหัตถกรรม

ซึ่งสามารถนำไปจำหน่ายสร้างรายได้ ทำให้ประชาชนในหมู่บ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นทั้งและที่สำคัญคือการสนับสนุนให้ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ และอาศัยอยู่ในหมู่บ้านจำนวน 150 ครัวเรือน 451 คน ได้ทำงานในสิ่งแวดล้อมที่ ปลอดภัยกว่าเดิม ซึ่งปัจจุบันได้รับความดูแลจากศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งเป็นศูนย์ประสานงานของมูลนิธิผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้

โดยวันนี้เยาวชนที่เป็นเด็กกำพร้า ประชาชนในหมู่บ้าน และผู้ป่วยติดเตียง จะได้รับชุดรายอ ชุดสงกรานต์ รวมทั้งสิ้น จำนวน 253 คน ซึ่งทุกคนต่างดีใจ และมีขวัญกำลังใจ ที่ผู้ใหญ่ทุกท่านไม่เคยทอดทิ้ง และมาสร้างความสุข สร้างรอยยิ้มให้กันในทุกๆปี จัด ร่วมกันส่งเสริมวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งสร้างความสัมพันธ์อันดีของเจ้าหน้าที่และประชาชน

ด้านพลตรีวรเดช เดชรักษา รองแม่ทัพภาคที่ 4 รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่าสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายของการปฏิบัติศาสนกิจของพี่น้องไทยมุสลิม ในห้วงเดือนรอมฎอน ประจำปี ฮิจเราะห์ศักราช 1446 โดยได้มีโอกาสไปร่วมพบปะกับผู้นำ ศาสนา

และร่วมละศีลอดกับพี่น้องประชาชน ในหลากหลายพื้นที่ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และในวันนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ผมและผู้แทนหน่วยงานได้มาร่วมมอบชุดรายอให้กับเยาวชน และ ประชาชนมุสลิมที่ได้รับผลกระทบฯ เพื่อเตรียมการฉลองวันตรุษอีฎิลฟิตรี(เทศกาลฮารีรายอ) ที่ใกล้จะมาถึง และถือโอกาสมอบชุดสงกรานต์ให้กับเยาวชน และประชาชนไทยพุทธเพื่อสืบสาน ประเพณีสงกรานต์อย่างพร้อมเพรียงกัน

โดยต้องขอบคุณมูลนิธิสตรีผู้ได้รับผลกระทบฯที่ได้ช่วยประสานงานดูแลเยาวชนและประชาชนในความรับผิดชอบตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบให้ความรัก ความอบอุ่นเป็นครอบครัวบุญธรรมให้กับเยาวชนและส่งเสริมการศึกษาทั้งสายสามัญ และ ศาสนาแก่เยาวชนเหล่านี้และคาดหวังว่าน้องๆเยาวชนจะตั้งใ ศึกษาเล่าเรียน เติบโตเป็นบุคลากรของรัฐที่มีคุณภาพร่วมกัน รักษาอัตลักษณ์ ส่งเสริมวัฒนธรรมอันดีงามของจังหวัดชายแดนภาคใต้ และร่วมพัฒนาพื้นที่บ้านเกิดให้มีความเจริญ รุ่งเรือง ทั้งนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จะร่วมหนุนเสริมภารกิจของมูลนิธิฯและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง
//////////////////
ข่าว/อาอีซะห์/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ แพร่ เรียกประชุมด่วน “ศูนย์วอร์รุมไฟป่า” หลังพบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เพิ่มสูงขึ้น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 มีนาคม 2568 ที่ห้องประชุมเวียงโกศัย ชั้น 2 อาคาร
1 ศาลากลางจังหวัดแพร่ นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เรียกประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดแพร่ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ขนาดเล็ก หลังพบว่า ค่า PM2.5 ที่เกินค่ามาตรฐาน (ค่ามาตรฐาน 37.5 ไมโครกรัม/ ลูกบาศก์เมตร) ในเกณฑ์ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ(สีแดง) เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน และทิศทางสูงขึ้นในระดับวิกฤต ข้อมูล วันนี้(24 มี.ค.68)

เมื่อเวลา 14.00 น. สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ต.นาจักร อ.เมืองแพร่ วัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ได้ 116.3 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตรจึงมีข้อสั่งการเร่งด่วน ให้แจ้งเตือนประชาชนทุกพื้นที่ ทุกช่องทาง ให้งดกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงนี้ หาก มีความจำเป็น ให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันตัวเองทุกครั้งเช่น สวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 หรือหากมีอาการผิดปกติ เหนื่อยง่าย แขนขาอ่อนแรง และ
แน่นหน้าอก ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ผู้มีโรคประจำตัว โรคระบบทางเดินหายใจ ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก ควรอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศ เตรียมยา และอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อมและให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่าง เคร่งครัด ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่ได้ให้โรงพยาบาลประจำตำบล(รพ.สต.)

ทุกแห่ง เฝ้าติดตามกลุ่มเปราะบางและกลุ่มเสี่ยงอย่างใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีจากการวิเคราะห์ สาเหตุการเพิ่มขึ้นของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เกิดจาก 1. การเผาในพื้นที่เขตป่า 2. หมอกควันจากพื้นที่ใกล้ เคียงและประเทศเพื่อนบ้าน จากการเปลี่ยนทิศทางลม

ดังนั้น เพื่อยกระดับมาตรการเข้มข้นทุกมิติ จังหวัดได้ประสานขอกำลังทหารลาด
ตระเวนพื้นที่เสี่ยง ในตำบลช่อแฮ ตำบลสวนเขื่อน ตำบลป่าแดง จัดชุดลาดตระเวนเพื่อจับกุมผู้กระทำความผิด พร้อมใช้โดรนประสิทธิภาพสูง
จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 13 บินสำรวจเพื่อป้องปรามผู้กระทำผิด ที่ประชุมยังได้พิจารณาขึ้นทะเบียนพรานป่า หรือผู้เก็บหาของป่า 1,470 คนทั่วจังหวัดแพร่ และหากเกิด เหตุการณ์ฉุกเฉินหรือเกินกำลังความสามารถกำลัง
พลในพื้นที่ ให้อำเภอ และ อปท.ทุกแห่งสนับสนุนกำลังพลดับไฟเข้าช่วยเหลือได้ทัน ท่วงที

สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่
061-595-5297

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทุนฟื้นฟูฯ จัดสัมมนาภาคเหนือ วางแผนยุทธศาสตร์-เสริมบทบาทอนุกรรมการจังหวัด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมแกรนด์บอลรูม โรงแรมดิ อิมพีเรียล โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จัดโครงการสัมมนาจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระดับจังหวัด ปีงบประมาณ 2568 และสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรระดับจังหวัด ภาคเหนือ

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการสัมมนา โดยมีนายทรงพล วิชัยขัทคะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวต้อนรับ

พร้อมด้วยนายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร และคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ รวมกว่า 395 คน เข้าร่วม

นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กล่าวว่า การสัมมนาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนดำเนินงานระดับประเทศ โดยแบ่งการสัมมนาออกเป็น 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดขอนแก่น ภาคใต้ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาคกลาง

ที่จังหวัดเพชรบุรี และภาคเหนือ ที่จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นเวทีสุดท้ายของโครงการ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้คณะอนุกรรมการฯ มีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ตามระเบียบและประกาศที่เกี่ยวข้อง สามารถกำหนดแนวทางดำเนินงานร่วมกับคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกรได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

ด้านนายทรงพล วิชัยขัทคะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า จังหวัดพิษณุโลกมีเกษตรกรเป็นประชากรหลัก โดยมีจำนวนครัวเรือนเกษตรกรกว่า 270,622 ครัวเรือน พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง และยางพารา

นอกจากนี้ ยังมีองค์กรเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของกองทุนฟื้นฟูฯ จำนวน 857 องค์กร และมีสมาชิกขึ้นทะเบียนหนี้สินเพื่อขอรับการแก้ไขปัญหากว่า 10,465 ราย รวมมูลหนี้กว่า 3,088 ล้านบาท ซึ่งการสัมมนาในครั้งนี้จะช่วยให้คณะอนุกรรมการฯ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในโอกาสนี้ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้ดำเนินการมอบเช็คชำระหนี้แทนเกษตรกร จำนวน 6 ราย จาก 6 สหกรณ์ รวมมูลค่ากว่า 5.2 ล้านบาท ช่วยรักษาที่ดินทำกินของเกษตรกรได้รวม 24 ไร่ 2 งาน 22.6 ตารางวา โดยเกษตรกรที่ได้รับการชำระหนี้แทนต่างกล่าวขอบคุณภาครัฐที่ช่วยเหลือและให้โอกาสได้กลับมาประกอบอาชีพต่อไป

การสัมมนาครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนากลไกการบริหารกองทุนฟื้นฟูฯ ระดับจังหวัด เพื่อให้การดำเนินงานมีทิศทางที่ชัดเจนและสามารถช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาหนี้สินได้อย่างเป็นระบบ/บุญยวึ์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยป่าไม้ นายอำเภอเวียงสา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น เพื่อหารือแนวทาง ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 พื้นที่อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน หลังพบว่าปัจจุบันมีจุดความร้อนสะสมแล้ว 1,698 จุด ซึ่ง อำเภอเวียงสา เป็นพื้นที่ที่พบจุดความร้อนสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง

ที่ประชุมจึงได้กำหนดมาตรการร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหา ได้แก่
✅ นโยบาย “เคาะประตูบ้าน” โดยให้นายอำเภอ ผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือจากประชาชนในการงดเผา
✅ประกาศ “ปิดป่า” จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น หากผู้ใดฝ่าฝืนย้ำลงโทษอย่างเด็ดขาด
✅ ตั้ง “ด่านสกัด” ร่วมกับชุมชน บริเวณทางเข้าอุทยานฯ เขตป่า เพื่อตรวจสอบ ควบคุม และป้องกันการลักลอบเผาอย่างเข้มงวด

จังหวัดน่าน ขอความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วนให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาหากพบเห็นไฟป่าหรือการลักลอบเผาป่า สามารถแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้ทันที เพื่อลดปัญหาไฟป่าและมลพิษทางอากาศ สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นเพื่อคุณภาพชีวิตของทุกคน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน