คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.ท.ธนายุตม์วุฒิจรัสธำรงค์ผู้ช่วย ผบ.ตร.ร่วมพิธีฌาปนกิจ นางซุ้งเจง แซ่แบ้

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้(วันจันทร์ ที่ 9 ธ.ค.67) เวลา 17.00 น. พล.ต.ท.ธนายุตม์วุฒิจรัสธำรงค์ผู้ช่วย ผบ.ตร.ร่วมพิธีฌาปนกิจ นางซุ้งเจง แซ่แบ้ มารดา ของคุณวิชัย มณีกิติกุล อุปนายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่ม“เพื่อนโอ๋”โดยมี นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานหอการค้าไทย-จีน เป็นประธาน ณ วัดหัวลำโพง ถนนพระราม4 แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ส.ส.บัญชา เดชเจริญศิริกุล เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด “พุนกยูงคัพ 2024”

แชร์เนื้อหานี้

ส.ส.บัญชา เดชเจริญศิริกุล เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด “พุนกยูงคัพ 2024 ระหว่างวันที่ 7-8 ธันวาคม 2567 มีพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด “พุนกยูงคัพ 2024” โดยมี ส.ส.บัญชา. เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกับ มี คำกล่าวดังต่อไป

“ท่านผู้มีเกียรติ และนักกีฬาทุกท่านผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มาเป็นประธานในพิธีปิด โครงการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในวันนี้. การแข่งขันกีฬาวันนี้ได้เสร็จสิ้นแล้ว บรรฤวัตถุประสงค์ทุกประการแพ้ ชนะเป็นเรื่องธรรมดา แต่ขอให้พวกเราตระหนักว่า การมาแข่งขันกีฬากันในครั้งนี้ จุดมุ่งหมาย สูงสุดไม่ได้อยู่ ที่ได้ชัยชนะ แต่สิ่งที่เราจะได้จากการแข่งขันกีฬา คือเราได้แสดงออกซึ่ง

ความสามารถ ความสามัคคี ความอดทน เสียสละ การเล่นอย่างมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ความสนุกสนานและการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์นั่นคือสิ่งที่เราหวังจะ ให้เกิดขึ้นในการแข่งขันกีฬาทุกครั้งขอให้ทุกท่าน ได้คำนึงถึงสิ่งเหล่านี้และปลูกฝังให้มีขึ้น ในจิตใจของตนเองอยู่เสมอ

ท้ายที่สุดนี้ ขอขอบคุณท่านผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนที่ทำให้การจัดการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้เสร็จสิ้นไปด้วยความเรียบร้อยและขออวยพรให้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬา และผู้มีเกียรติทุกท่านเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพบัดนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอปิดการโครงการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ บัดนี้”

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /กีฬา ต้านยาเสพติด ประจำปี 2567 นายวัฒนา ช่างเหลา อบจ.ขอนแก่น ประธาน ส่งเสริมสุขภาพปลูกจิต รัก สามัคคี ในท้องถิ่น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 10.00 น.นายวัฒนา ช่างเหลา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ให้เกียรติเป็นประธานโครงการการแข่งขันกีฬาเยาวชน ประชาชน ต้านยาเสพติดประจำปี 2567

และประธานได้พบปะคณะที่คอยต้อนรับซึ่งประกอบด้วยนายสิงหภณ ดีนาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 6 ขอนแก่น นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้นำชุมชน คณะแม่บ้านและนักกีฬา ประธานได้มอบของที่ระลึกให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน

เจ้าของโครงการเพื่อเป็นกำลังใจ โดยมีนายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน กล่าวรายงานรายละเอียดและวัตถุประสงค์ การกีฬาทำให้เยาวชน ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคภัย ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลยาเสพติด

ปลูกจิตสำนึกให้เกินความรักความสามัคคีในหมู่คณะการแข่งขันแบ่งออกเป็น5ประเภทได้แก่ฟุตบอลชาย ตะกร้อชาย วอลเลย์หญิง-ชายและเปตองทีมผสมหญิง-ชาย การแข่งขันระหว่าง 8-9 ธันวาคม 2567 ณ.สนามโรงเรียนหนองม่วงประชานุกูล ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสี นันทบุรีเกมส์ รร.นันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์ /เปิดงาน Nan Coffee’s Day 2025 ตอกย้ำคุณภาพของกาแฟน่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๗ ณ สนามกีฬาโรงเรียนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์ ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางสาวอัญรินทร์ ฉัตรโชติวรกิตติ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ต่อดร.พัทธนันท์ พิพิชธนวงศ์ รองผอ.สพม.น่าน ประธานในพิธีเปิดการแข่งแข่งกีฬาสี ต้านภัยยาเสพติด “นันทบุรีเกมส์” โรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุคราะห์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๗

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ
๑. เพื่อให้นักเรียนมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง
๒. เพื่อให้นักเรียนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และห่างไกลยาเสพติด
๙. เพื่อฝึกการเป็นผู้นำผู้ตามที่ดี มีน้ำใจใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ขนะ รู้อภัย มีความเป็น ประชาธิปไตย
๔. เพื่อให้นักเรียนรู้จักการทำงานเป็นหมู่คณะ ทำงานร่วนร่วมกับผู้อื่นได้
๕. เพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุคลากรภาคีเครือข่าย 4 หน่วยงาน

การจัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาสีประกอบด้วย คณะครูและนักเรียนสี ๔ สี คือ สีน้ำเงิน สีเหลือง สีแดงและ สีม่วง กีฬาที่จัดการแข่งขัน ได้แก่ กีฬาฟุตบอล วอลเลย์บอล เซปัคตะกร้อ และ เปตอง และการแข่งขันกีฬาเปตองเชื่อมสัมพันธ์ ภาคีเครือข่าย ๔ หน่วยงาน ประกอบด้วย
๑. คณะกรรมการสถานศึกษา
๒. มทบ. ๓๘
๓. สพม. น่าน
๔. โรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์

ในการจัดการแข่งขันกีฬาสีต้านภัยยาเสพติดนันทบรีเกมส์ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากว่าที่ ร.ต.สมเดช อภิชยกุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา นายราเชนทร์ กาบคำ นายบุญยงค์ สดสอาด คณะกรรมการสถานศึกษา ร.ร.นันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์

นายธีระพล ปะโปตินัง(โค้ชเต้ย)ร้านT 20 และคุณวัชรินทร์ สมจิต(โค้ชแต้ม)ผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตบอลโรงเรียนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์ พ.ท.นิรุต พรมมินทร์ ผบ.หน่วยฝึกทหาร นศท.มทบ.38 พร้อมกำลังพล คณะครูและบุคลากรโรงเรียนนันทบุรีวิทยาร่วมพิธีเปิด/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

เปิดงาน Nan Coffee’s Day 2025 ตอกย้ำคุณภาพของกาแฟน่าน สร้างมูลค่าเพิ่มพัฒนากาแฟน่านสู่ตลาดสากล

ที่ข่วงน้อย เทศบาลเมืองน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดงาน Nan Coffee’s Day 2025 กิจกรรมส่งเสริมและขยายช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟ และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องจังหวัดน่าน ตอกย้ำคุณภาพของกาแฟน่าน เชื่อมโยงการผลิตและบริการ สร้างมูลค่าเพิ่มพัฒนากาแฟน่านสู่ตลาดสากล หนุนสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่ธุรกิจกาแฟจังหวัดน่านทั้งระบบอย่างยั่งยืน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ นักท่องเที่ยวผู้ชื่อชอบกาแฟเข้าร่วมกิจกรรม”กาแฟ” นับได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจของไทยที่มีอนาคตอีกๆชนิดหนึ่ง โดยจังหวัดน่านเป็นแหล่งผลิตกาแฟที่สำคัญของประเทศไทย

เนื่องจากมีลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสำหรับการเพาะปลูกกาแฟ ซึ่งจังหวัดน่านมีพื้นที่ปลูกกาแฟ จำนวน 13,448 ไร่ มีเกษตรกรผู้ปลูก จำนวน 1,533 ราย มีแหล่งผลิตสำคัญอยู่ที่อำเภอท่าวังผา สองแคว บ่อเกลือ แม่จริม ทุ่งช้าง และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ โดยสายพันธุ์ที่นิยมปลูก ได้แก่ พันธุ์อาราบิกา รองลงมา คือ พันธุ์โรบัสต้า และสายพันธุ์อื่น ๆ ซึ่งเกษตรกรจะปลูกแซมในสวนไม้ผล ไม้ยืนต้น และพื้นที่ป่าชุมชนต้นน้ำ ปัจจุบันการปลูกกาแฟในจังหวัดน่าน ได้รับความสนใจจากทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการธุรกิจกาแฟ

โดยมีการสร้างเครือข่ายการผลิตกาแฟภายในท้องถิ่นเพื่อเพิ่มรายได้ไห้แก่ชุมชน และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ด้านการพัฒนาคุณภาพกาแฟน่าน ที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาคุณภาพให้เป็นกาแฟ ในระดับพรีเมียม ทำให้ได้รับ รางวัลชนะเลิศจากการประกวดสุดยอดเมล็ดกาแฟพิเศษไทยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนการประกวดของ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเวทีของสมาคมระดับประเทศและนานาชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563-2567 ถือเป็นความภาคภูมิใจของเกษตรกรจังหวัดน่านและชาวจังหวัดน่าน และยังเป็นการตอกย้ำในเรื่องคุณภาพของกาแฟน่านเป็นอย่างดี

ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมและยกระดับการตลาดของผลิตภัณฑ์กาแฟในจังหวัดน่าน โดยเฉพาะกาแฟที่ผลิตในท้องถิ่น ซึ่งมีคุณภาพสูงและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟในท้องถิ่นให้เติบโต และขยายตลาดให้กว้างขวางขึ้น จังหวัดน่านจึงได้มอบหมายให้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่านกิจกรรมส่งเสริมและขยายช่องทางตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ จุดเด่นกาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องของจังหวัดน่าน

ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมและเพิ่มช่องทางการตลาด ให้กับผู้ประกอบการกาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องของจังหวัดน่าน เพื่อส่งเสริมเกษตรตรกร – ผู้ผลิต – ผู้จำหน่าย – ผู้ประกอบการ ผลิตภัณฑ์กาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง สามารถต่อยอดในการขยายช่องทางการตลาดให้เพิ่มมากขึ้น และเกิดแรงจูงใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนให้สามารถแข่งขันในตลาดเป้าหมายได้มากขึ้น/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สอท. ร่วมกับ กสทช. จับคอลเซ็นเตอร์จีนเทาตลอบฝังตัวเช่ารีสอร์ทหรูเชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

 4 ธ.ค.67 เวลา 15.00 น. พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร กสทช.ด้านกฎหมายและประธานอนุกรรมการบูรณาการบังคับใช้กฎหมายความผิดทางเทคโนโลยีฯ , นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล  รักษาการ เลขาธิการ กสทช., พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ  รักษาราชการแทน ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สอท. และ เจ้าหน้าที่ กสทช. ร่วมแถลงผลการจับกุมบุคคลต่างด้าวลอบตั้งฐานคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงคนไทย หลังตำรวจร่วมมือกับ กสทช. ตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตในหลายพื้นที่ ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ย้ายฐานเข้ามายังประเทศไทยเพื่อใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วสูงและเสถียรกว่าฝั่งประเทศเพื่อนบ้านโทรหลอกลวงเหยื่อคนไทย

การจับกุมในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนหาข่าว กระทั่งพบรีสอร์ทแห่งนี้ ตั้งอยู่ใน อ.หางดง จว.เชียงใหม่ ซึ่งได้ปิดการให้บริการไปในช่วงสถานการณ์โควิด 19 แต่กลับมีการให้เช่ารีสอร์ททั้งรีสอร์ท  โดยไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าพัก และมีคนต่างชาติเข้าออกสถานที่ดังกล่าวอย่างผิดสังเกต ชุดสืบสวนจึงเฝ้าติดตามพฤติกรรม และประสานเจ้าหน้าที่ กสทช. ตรวจสอบข้อมูลการใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตด้วยเครื่องมือพิเศษ พบว่ามีปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตในปริมาณสูงผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้เข้าพัก อาจมีความเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงได้ขอหมายศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจค้น ผลจากการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้กระทำผิด พร้อมด้วยของกลางเป็นจำนวนมาก

พล.ต.อ.ณัฐธรฯ กล่าวว่า ในห้วงหลายเดือนที่ผ่าน กสทช. ได้ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กวดขันจับกุม ซิม เสาสัญญาณ, สถานีโทรคมนาคม และสายเคเบิลข้ามแดนผิดกฎหมาย ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์บางส่วนจำเป็นต้องย้ายเข้ามาตั้งฐานในประเทศไทย การจับกุมนี้ครั้ง ถือเป็นทำงานร่วมกันกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการเดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ควบคู่กับการปรับปรุงกฎหมาย และระเบียบต่างๆ เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พฤติการณ์ของเครือข่ายนี้ถือ เป็นความผิดฐานรบกวนหรือขัดขวางต่อการวิทยุโทรคมนาคม อันเป็นความผิด ตาม ม.26 แห่ง พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม พ.ศ.2498 ซึ่งต้องระวางโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสน บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายปราบปรามแก็งค์คอลเซ็นเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สอท. 4 ซึ่งดูแลพื้นที่ภาคเหนือ ได้สืบสวนการกระผิดในพื้นที่ จนกระทั่งพบรีสอร์ทเป้าหมายใน ต.บ้านปง อ.หางดง จว.เชียงใหม่ ซึ่งเคยปิดให้บริการช่วงโควิด ไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้าพัก แต่มีชาวต่างชาติเข้าออกเป็นจำนวนมาก ซึ่งผิดปกติ ชุดสืบสวนจึงเฝ้าติดตามพฤติกรรม และประสานเจ้าหน้าที่ กสทช. ตรวจสอบข้อมูลการใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตด้วยเครื่องมือพิเศษของ กสทช. พบว่ามีปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตในปริมาณสูงผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้เข้าพัก คาดว่ามีความเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชา และขอหมายศาลจังหวัดเชียงใหม่เข้าทำการตรวจค้น โดยพบว่า ผู้ต้องหาชาวจีนแอบลักลอบใช้อินเทอร์เน็ตของร้านกาแฟข้างๆ ปิดบังการใช้สัญญาณของคอลเซ็นเตอร์  เชื่อมโยงกับแก็งค์ที่อยู่ที่ประเทศกัมพูชา โดยพบคนต่างชาติ สัญชาติจีน 9 คน ตรวจยึดอุปกรณ์โทรคมนาคมที่ใช้ในการกระทำผิดเกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ตได้เป็นจำนวนมาก จึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมด้วยของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดี โดยจะได้ขยายผลถึงผู้บงการเพื่อปราบปรามให้สิ้นซากต่อไปทั้งนี้ จึงขอประชาสัมพันธ์มายังพี่น้องประชาชนว่า หากพบเห็นสถานที่แห่งใด มีความผิดปกติ เช่นเคยร้างไป แต่กลับมีคนเข้าออกอย่างผิดปกติ หรือมีการใช้น้ำ ใช้ไฟฟ้า หรือขอใช้อินเทอร์เน็ตมากผิดปกติ  สามารถแจ้งได้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ โทร.191 หรือ  กสทช. 1200  ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าตรวจสอบ ป้องกันมิให้คนร้ายเข้ามาตั้งฐานหลอกลวงคนไทยต่อไป
 ..#สมจิตรแสงบัลลังก์รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวแข่งขันกีฬาฟุตบอลประจำปี67 ชิงถ้วยพระราชทาน ชุมแพคัพ ครั้งที่ 32 ระหว่าง 17 ธ.ค. 2567-8 ม.ค. 2568 ณ.รร.เทศบาล 1(สนง.สลากกินแบ่งรัฐบาลอุปถัมภ์)

แชร์เนื้อหานี้

20:19 จ่ากบ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 10,00 น. นายคำพันธ์ ศรีเมือง รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองชุมแพ ให้เกียรตินั่งหัวโต๊ะเป็นประธานแถลงข่าวพร้อมด้วย พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชุมแพ นายไชยศิริ สอนนำ

คณะกรรมการตัดสิน ฝ่ายบริหาร ประธานสภาฯ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองชุมแพและส่วนราชการร่วมกันจัดแถลงข่าวการแข่งขันกีฬาฟุตบอลประจำปี ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ชุมแพคัพ ครั้งที่ 32 ประจำปี 2567

ณ.หอประชุมชั้น 3 สำนักงานเทศบาลเมืองชุมแพ การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทประชาชนทั่วไปและประเภทเยาวชนอายุไม่เกิน 16 ปี วัตถุประสงค์การจัดแข่งขันเพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้ออกกำลังกาย ทำให้สุภาพแข็งแรง

การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เป็นการพัฒนาการกีฬาและเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เจริญยั่งยืน แบ่งสายการแข่งขันระหว่าง 17 ธันวาคม 2567- 8 มกราคม 2568 ณ.สนามโรงเรียนเทศบาล 1 เขตเทศบาลเมืองชุมแพ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น,
จ่ากบ ภาพ/ข่าว เอนก เค้าสุวรรณกุล

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สว.จร.สภ.เมืองพัทยา ดูแลนักท่องเที่ยวรับเทศกาลแห่งความสุข/40 ปท. พร้อมแข่งขันเจ็ตสกีชิงแชมป์โลก WATERJET WORLD CUP 2024 หาดจอมเทียน พัทยา

แชร์เนื้อหานี้

ด้วยเดือนธันวาคมถือเป็นช่วงเดือนเทศกาลแห่งความสุข ที่เมืองพัทยาและภาคส่วนอื่นๆ กำหนดจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวมากมาย ทั้งการเทศกาลดนตรีแจ๊สนานาชาติริมชายหาด กิจกรรมเทศกาลคริสต์มาส รวมทั้งงานเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อนในเมืองพัทยาเป็นจำนวนมาก

พ.ต.ท.ภาณุพงศ์ นิ่มสุวรรณ์ สว.จร.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยถึงความพร้อมในการเตรียมวางแผนการปฏิบัติงานรองรับนักท่องเที่ยวเข้าร่วมอีเว้นต์กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองพัทยาตลอดเดือนธันวาคม 2567 ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา มีความพร้อมรับเทศกาลต่างๆ มาโดยตลอดทั้งเชิงรุกและรับ

ทั้งนี้ ในส่วนของการปฏิบัติงานเชิงรุก ได้จัดอัตรากำลังการเข้าเวรใหม่ พร้อมจัดการกวดขันจับกุมรถจอดตามจุดห้ามต่างๆ รวมทั้งจับกุมรถผิดกฎหมาย ในส่วนของเชิงรับได้จัดเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์การทำงานต่างๆ ให้เพียงพอ อาทิ กรวยจราจร แผงกั้นจราจร และเครื่องบังคับล้อ และการเตรียมความพร้อมของบุคคล ได้จัดอบรมให้ความรู้เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการประชาสัมธ์นักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องด้วย

จ้าวความเร็วบนผิวน้ำ 40 ปท. พร้อมชิงชัยแข่งขันเจ็ตสกีชิงแชมป์โลก WATERJET WORLD CUP 2024 ที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา

มีรายงานว่า ระหว่างวันที่ 11-15 ธันวาคม 2567 นี้ ที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เมืองกีฬา (Sports City) ที่สำคัญของประเทศไทย โดยเมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรี ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดอีเว้นต์เวิลด์คลาสทัวร์นาเม้นท์ที่ยิ่งใหญ่ในการแข่งขันเจ็ตสกีนานาชาติ รายการ “WGP#1 WATERJET WORLD CUP 2024”

การแข่งขันครั้งนี้ ถือเป็นการแข่งขันวอร์เตอร์เจ็ตนานาชาติแชมป์โลก สนามชิงชนะเลิศตัดสินตำแหน่งแชมป์เวิลด์คัพ แชมป์เวิลด์ซีรี่ส์ และแชมป์เอเชีย ประจำปี 2024

ที่สำคัญการแข่งขันชิงชัยหาสุดยอดจ้าวแห่งความเร็วบนผิวน้ำระดับโลกในครั้งนี้มีเงินรางวัลมากที่สุด โดยมีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันจากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งสิ้นกว่า 300 คนพร้อมชิงชัย ซึ่งการแข่งขันเจ็ตสกีทุกปีที่ผ่านมาที่หาดจอมเทียน เมืองพัทยา พบว่ามีคนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กรมโยธา ผังเมือง เปิดเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการ ฟังความคิดเห็น โครงการพัฒนาพื้นที่ ตะวันออกเฉียงเหนือระยะ 2

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 3 ธ.ค.67 ที่ห้องประชุมสิรินธารา2 โรงแรมเดอะวัน จ.บึงกาฬ กรมโยธานิการ โดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดบึงกาฬ เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น โครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ระยะที่ 2 โดยได้รับเกียรติจาก นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ประธานการเปิดการประชุม มีนายพิสิษฐ์ ชิณะวิพัฒน์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดบึงกาฬ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ พร้อมด้วยนายบุญเพ็ง ลามคำ ประธานหอการค้าจังหวัดบึงกาฬ นายปรีชา ศิริผลา ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดบึงกาฬ นางพัชรนันท์ แก้วจินดา วัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ นางสาวปิยวรรณ ทะแพงพันธ์ ขนส่งจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ผู้แทนท้องถิ่น และประชาชนที่มีบทบาทต่อการพัฒนาพื้นที่เข้าร่วมประชุมกว่า 300 คน ภายในงานมีการรับชมวิดีทัศน์รูปแบบโครงการรายละเอียดข้อมูลโครงการ ความเป็นมา วัตถุประสงค์ ทั้งนี้เพื่อประชาสัมพันธ์ชี้แจงขอบข่ายและขั้นตอนการดำเนินงานโครงการ ผลการจัดทำแผนแม่บทและร่างการจัดลำดับความสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเบื้องต้น พร้อมเปิดโอกาสให้เสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อโครงการออกแบบรายละเอียดโครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ระยะที่ 2 (พื้นที่ศึกษาจังหวัดบึงกาฬ) โดยมีวิทยากรที่ปรึกษาโครงการ นายสุเทพ เวชสาร สถาปนิกผังเมือง และ นางสาวจุฑาทิพย์ ปทุมมาส นักผังเมือง กล่าวให้ข้อมูลรับข้อเสนอแนะแก้ไขเพิ่มเติมของโครงการ

นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า ขอให้ผู้แทนทุกภาคส่วนที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ได้ช่วยระดมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เพื่อกำหนดเป็นแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ให้มีความเหมาะสม มีระบบบริการขั้นพื้นฐานที่สมบูรณ์และได้มาตรฐานเหมาะสมต่อการเป็นพื้นที่ส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ และมีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และยุทธศาสตร์ในภาพรวมอื่นๆ สามารถสนับสนุนการพัฒนาทางธุรกิจของประเทศอย่างยั่งยืน จึงขอขอบคุณในความร่วมมือเป็นอย่างดี

จากผู้แทนจากส่วนราชการ องค์กรมหาชน ผู้นำชุมชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และภาคประชาชนในเขตพื้นที่ชุมชน นับเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่กรมโยธาธิการและผังเมืองได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉืยงเหนือตอนอนบน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ
นายพิสิษฐ์ ชีวะพัฒน์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดบึงกาฬ กล่าวเพิ่มเติมว่า สืบเนื่องมาจากกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ประกอบด้วย จังหวัดอุดรธานี หนองคาย เลย หนองบัวลำภู และบึงกาฬ มีที่ตั้งโดดเด่นในการเป็นจังหวัดที่เชื่อมต่อประตูสู่อาเซียน

ไปยังประเทศลาวและเวียดนาม มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีทัศนียภาพและการผจญภัยที่งคงาม สามารถเดินสะดวกสบาย โดยทางรถยนต์ รถไฟ และเครื่องบิน จึงเป็นกลุ่มจังหวัดที่มีศักยภาพในด้านการท่องเที่ยวจากเหตุผลข้างต้นจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 เพื่อรองรับการเจริญเติบโตดังกล่าว รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาจึงได้มอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเจียงเหนือตอนบน 1 และใด้รับการจัดสรรรบประมาณ เพื่อว่าจ้างผู้ให้บริการทำงทำงานศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียต

โครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ให้เกิดการพัฒนาสภาพแวดล้อมทางกายภาพของชุมขนให้เป็นมาตรฐาน มีความเป็นระเบียบสวยงาม ปลอดภัยและเป็นเมืองน่าอยู่ มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและสภาพแวดล้อมที่ดียั่งยืนสืบไป ซึ่งในที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นข้อเสนอแนะแก้ไขเพิ่มเติมอย่างกว้างขวาง ที่ปรึกษาโครงการได้รับไปพิจารณาออกแบบเพื่อปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม จะนำเสนอในที่ประชุมในรอบถัดไป ทางด้านนายบุญธรรม ลวิราช กำนันตำบลนาแสง กล่าวว่า เดิมทีบ้านนาคำแคน หมู่ 3 และบ้านนาคำแคนพัฒนา หมู่ 6 เป็นชุมชนเดียวกัน ตอนนี้ชุมชนหนาแน่น และประชากรมากขึ้น การนำเสนอและออกแบบโครงการนี้อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างจะพอใจ แต่อยากจะเพิ่มเติมคือซุ้มประตูหน้าโรงเรียนภูทอกวิทยา ส่วนถนนที่จะปรับปรุงอยากให้เพิ่มท่อระบายน้ำทั้งสองฝั่ง เพื่อรองรับชุมชนที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต
สำหรับการพื้นที่ดำเนินการโครงการแบ่งเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย ระยะเร่งด่วน ได้แก่ โครงการพัฒนาพื้นที่ภูทอก วัดเจติยาคีรีวิหาร ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านคำแคนพัฒนา ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ได้มาตรฐาน ปลอดภัย เหมาะสมต่อการรองรับการท่องเที่ยวระดับประเทศ เพื่อให้แหล่งท่องเที่ยวได้รับการปรับปรุงให้อยู่ในสภาพที่ดี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ กระตุ้นให้ประชาชนในท้องถิ่นตระหนัก และมีจิตสำนึกด้านชาติพันธ์ และถิ่นกำหนด

ระยะกลาง 2 ได้แก่ โครงการพัฒนาพื้นที่และปรับปรุงภูมิทัศน์ริมแม่น้ำโขงด้านเหนือมีขอบเขตติดฝั่ง สปป.ลาว ทิศใต้ติดกับชุมชนบ้านสะง้อ ชุมชนบ้านหอคำเหนือ ตำบลหอคำ อำเภอเมืองบึงกาฬ เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่ที่สามารถรองรับกิจกรรม และการใช้งานของคนในชุมชน เป็นที่ที่แลนด์มาร์คแห่งใหม่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวดึงดูดนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี และระยะกลาง 3 โครงการพัฒนาพื้นที่ และปรับปรุงภูมิทัศน์ทางเดินเท้าเมืองบึงกาฬ เชื่อมโยงพื้นที่ริมน้ำ ให้เป็นเมืองน่าเดิน ครอบคลุมพื้นที่เทศบาลเมืองบึงกาฬ บริเวณชุมชน ได้แก่ ชุมชนวิศิษฐ์ ชุมชนบึงกาฬเหนือ ชุมชนบึงกาฬกลาง ชุมชนบึงกาฬใต้ ชุมชนศรีโสภณ และชุมชนบึงสวรรค์ เพื่อให้ผู้ใช้ถนน หรือ ทางเท้าสัญจร มีความปลอดภัย มีทัศนียภาพที่งดงาม ไร้สิ่งกีดขวาง หรือบดบังภูมิทัศน์ และมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มิสแกรนด์ชลบุรี 2025แมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชันแนล 2024 เข้าคาราวะนายกเมืองพัทยา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 ธ.ค.67 นายจิราธิวัฒน์ ศุภรัตนเสรี ผู้ถือลิขสิทธิ์การจัดการประกวดมิสแกรนด์ชลบุรี 2025 และ แมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2024 นำกองประกวดมิสแกรนด์ชลบุรี 2025 และแมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชันแนล 2024 เข้าคาราวะนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา และนายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการเมืองพัทยา ในโอกาสที่กองประกวดมาเก็บตัว

ด้วยกองประกวดมิสแกรนด์ชลบุรี 2025 และแมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชันแนล 2024 ได้เล็งเห็นความถึงสำคัญของการจัดการประกวดที่จะสามารถผลักดันเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมต่างๆ ของจังหวัดชลบุรี เป็นการประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างทั้งในประเทศและต่างประเทศ และยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยกระแสนิยมของการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ และมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล และ แมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล

โดยวัตถุประสงค์หลักคือเป็นศูนย์กลางในการประชาสัมพันธ์
การท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี จากการจัดกิจกรรมการประกวดมิสแกรนต์ชลบุรี 2025 และ แมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2024 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน – 6 ธันวาคม 2567 โดยกิจกรรมทั้งหมดจะจัดขึ้นที่เมืองพัทยา และชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี ซึ่งถือได้ว่าเมืองพัทยาและบางแสน เป็นแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดชลบุรี

ด้วยเหตุผลนี้จึงจัดกิจกรรมเก็บตัวขึ้นที่เมืองพัทยาและการประกวดที่บางแสน เพื่อเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ เป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของเมืองพัทยาให้ทราบโดยทั่วกันว่ากิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นนี้ได้รับการสนับสนุนที่ดีจากส่วนราชการเมืองพัทยาและผู้เกี่ยวข้องต่อไป

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมราชินีทรงเปิดงาน โครงการหลวง 2567 ” ใต้ร่มพระบารมี 55 ปี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 ธันวาคม 2567 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ The Royal Project Interbational Conference: From Alternative Development to Sustainable Development Goals และ

งานโครงการหลวง 2567 “Hats on Hills ห่มเขาด้วยเงาไม้ ใต้ร่มพระบารมี 55 ปี โครงการหลวง โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

พร้อมด้วย นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 และคณะผู้บริหารสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนพสกนิกร เข้าร่วมรับเสด็จ ณ ห้องประชุม 1 ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่…

บริษัทออแกไนซ์จัดงาน ขายพื้นแพงๆ เดือดร้อนผู้เช่า งานกาชาด จ.เชียงราย 25 มค. ถึง 5 กพ. 2568

.ที่นี่เชียงรายกลุ่มผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับผู้ประกอบการนอกพื้นที่จังหวัดเชียงรายบริษัทออแกไนซ์จัดงานโดยมีการใช้พื้นที่ส่วนรวมจัดล็อคขายของเกินความเป็นจริงทำให้พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่เชียงรายที่ทำการประกอบการค้าขายเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวและที่ผ่านมาต้องประสบภัยน้ำท่วมทำให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสโดยหวังว่าจะได้โอกาสจัดงานประเพณีประจำปีเป็นช่องทางหารายได้เลี้ยงครอบครัวแต่ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ขายของ

ได้สืบเนื่องจากผู้ประกอบการนอกพื้นที่มาดำเนินการและผูกขาดในงานแต่ละครั้งที่ผ่านมาและมีการแบ่งพื้นที่ขายของในราคาสูงเกินความเป็นจริงสร้างความเดือดร้อนกับพ่อค้าแม่ค้าชาวเชียงรายยากจนและทุนน้อยในพื้นที่ถูกปิดกั้นโดยปริยายตัวอย่างเช่นประเพณีลอยกระทงที่ผ่านมาผู้ประกอบการต่างถิ่นได้ใช้พื้นที่ในส่วนของสนามฝึกรดตั้งเวทีคอนเสิร์ตจำหน่ายเหล้าเบียร์ใช้พื้นที่ถนนและลานออกกำลังกายบริเวณเดียวกันที่ผู้รับเหมาส่งมอบพื้นที่ให้กับเทศบาลนครเชียงรายเป็นสมบัติส่วนรวมทุกคนมาจับล็อคขายของ

ในราคาเมตรละ 4-5,000 บาทนอกจากนี้ได้ซอยแบ่งให้กับผู้รับเหมาอีกทอดหนึ่งนำไปจัดเพราะในราคาสูงทำให้เกิดความเดือดร้อนต่อพ่อค้าแม่ค้าในท้องถิ่นจังหวัดเชียงรายบางรายต้องทนกับการเช่าล็อคแบบจำใจไม่มีทางเลือกอื่นมีประการหนึ่งเป็นที่ตั้งข้อสังเกตผู้เช่าพื้นที่ราชการไปนั้นไม่มีหน่วยงานใดออกมาชี้แจงเงินรายได้โดยเฉพาะเทศบาลนครเชียงรายแต่ละปีที่ผ่านมาโดยมีการชี้แจงบ้านเงินค่าเช่าเหมางานได้ตกอยู่

ในหน่วยงานใดและได้ขออนุญาตจัดงานจากหน่วยงานใดใครเป็นผู้รับผิดชอบรวม ถึงจอดรถหน่วยงานใดรับผิดชอบอันหนึ่งมีคนมีสี.เข้าไปเกี่ยวข้องอ้างตัวเป็นผู้รับเหมางานและอ้างตัวเป็นผู้รับผิดชอบมักอ้างคำว่านายไม่ทราบว่าเป็นผู้มีอำนาจใดๆดำเนินการใช้ระยะเวลานานผิดปกติเกินประเพณีทั่วไปในการจำหน่ายสินค้าราคาแพงเกินความเป็นจริงสืบเนื่องจากเพราะขายของแพงสินค้าก็ต้องแพงไปด้วยใช่หรือไม่ดังนั้นประเพณีลอยกระทงที่ผ่านมาเป็นประเพณีที่ให้ความสุขแต่สร้างความทุกข์มากกว่าสร้างความสุขส่งผลกระทบต่อกระเป๋าของประชาชนทราบว่าเงินเหมางานมียอดสูงถึง 4 ล้านบาท

ก็ไม่ทราบว่าไปอยู่ที่มือใครข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวตัวแทนพ่อค้าแม่ค้าขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ตรวจสอบตรวจสั่งการแก้ไขปัญหาและตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยว่าในขณะนี้มีผู้รับเหมาจากนอกพื้นที่เข้ามารับจัดงานพ่อขุนเม็งรายมหาราชงานกาชาดประจำปี 68 และมีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 25 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568

มีการลงสื่อออนไลน์เป็นที่เรียบร้อยโดยถือว่ามีการปิดกั้นคนจังหวัดเชียงรายและประชาชนในพื้นที่บั่นทอนขวัญและกำลังใจเป็นอย่างมากหรือว่าคนเชียงรายไม่ได้รับความเป็นธรรมกับเรื่องดังกล่าว..พร้อมด้วยผู้จัดงานหรือผู้ได้รับความเดือดร้อนได้ส่งหนังสือไปยังผู้ว่าจังหวัดเชียงราย…โดยมีนายประเสริฐจิตรพลีชีพรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นคนรับเรื่องดังกล่าว …และหาแนวทางแก้ไขต่อไปเท่าที่ทราบมาว่างานนี้ผู้ได้รับความเดือดร้อนบอกว่าไม่ได้มีการประมูลงานใดๆทั้งสิ้น.
..#สมจิตร แสงบัลลังก์
..ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นบ.ยส.24 จับยาเชิงรุก ยึดยาบ้าเกือบ 25 ล้านเม็ด ไอซ์พุ่ง 1.19 ตัน

แชร์เนื้อหานี้

พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) เปิดสถิติการจับกุม ตรวจยึดยาเสพติดในรอบ 2 เดือน (1 ต.ค.- 30 พ.ย.67)

พบมีการจับกุมผู้กระทำความผิดต่อเนื่อง เพื่อดำเนินคดี 366 ราย ถือเป็นวาระเร่งด่วนของ กองทัพภาคที่ 2 ได้ขับเคลื่อนทุกมิติอย่างจริงจังในด้านการปราบปราม ซึ่งมี นบ.ยส.24 เป็นหน่วยงานหลักในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ

สำหรับมาตรการการปราบปราม มีผลการปฏิบัติงานรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา ตรวจยึดยาบ้าได้ทั้งหมด 24,855,578 เม็ด โดยปริมาณการตรวจยึดยาบ้า เดือนตุลาคม 2567 จำนวน 8,015,037 เม็ด ในเดือนพฤศจิกายน 16,840,541 เม็ด (โดยมียอดการตรวจยึดยาบ้าเพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม

จำนวน 8,825,504 เม็ด) ส่วนไอซ์ ตรวจยึดของกลางได้ 1,193.55 กิโลกรัม เมื่อเปรียบเทียบปริมาณการตรวจยึดไอซ์ ช่วงเดือนตุลาคม 2567 จำนวน 648 กิโลกรัม ในเดือนพฤศจิกายน 2567 จำนวน 545.548 กิโลกรัม (โดยมีการตรวจยึดไอซ์ลดลงจากเดือนตุลาคม จำนวน 102.452 กิโลกรัม)


ทั้งนี้ ภายใต้การบริหารราชการ ของ น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระเร่งด่วน นบ.ยส.24 จึงได้ประสานความร่วมมือ กับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จังหวัดภาคอีสาน

เพื่อบูรณาการ การทำงานอย่างเป็นระบบ และสร้างการรับรู้ให้กับเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ให้ทราบถึงปัญหาและเป้าหมายที่ต้องการ คือการปราบปรามยาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งผู้ค้ารายย่อย ผู้เสพ ลดความรุนแรงของอาชญากรรมทุกประเภท และสร้างความเชื่อมั่น ศรัทธาให้แก่พี่น้องประชาชนกองทัพบกRoyalThaiArmy

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อธิบดีกรมทางหลวงชนบท มอบนโยบายหลวงชนบทที่ 10 (เชียงใหม่) และแขวงทางหลวงชนบทในสังกัด

แชร์เนื้อหานี้

(1 ธ.ค.67) นายมนตรี เดชาสกุลสม อธิบดีกรมทางหลวงชนบท พร้อมด้วยนายวีรเดช ชีวาพัฒนานุวงศ์ วิศวกรใหญ่กรมทางหลวงชนบท (ด้านสำรวจและออกแบบ) ลงพื้นที่ประชุมตรวจติดตามการดำเนินงานและแนวทางในการปฏิบัติงานของสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 10 (เชียงใหม่) และแขวงทางหลวงชนบท (ขทช.) ในสังกัด ซึ่งประกอบด้วย ขทช.เชียงใหม่ ขทช.ลำพูน ขทช.ลำปาง และ ขทช.แม่ฮ่องสอน

โดยได้รับฟังการเตรียมความพร้อมในการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และแผนดำเนินงานโครงการในอนาคต พร้อมมอบนโยบายให้แก่บุคลากรในเรื่องการบริหารงาน ความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้าง การรับมือช่วยเหลือประชาชนในช่วงอุทกภัยและภัยแล้ง รวมถึงได้กำชับในเรื่องการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด ตลอดจนได้กล่าวขอบคุณและให้กำลังใจในการปฏิบัติงานให้แก่เจ้าหน้าที่อีกด้วย

จากนั้น อธิบดีฯ ได้ตรวจเยี่ยมบริเวณโดยรอบสำนักงานฯ อาคารทดสอบวัสดุ ซึ่งการตรวจเยี่ยมครั้งนี้มีผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบท (ผส.ทช.) นายธันว์ สินธวาลัย ผส.ทช.ที่ 8 รักษาราชการแทน ผส.ทช.ที่ 10 พร้อมวิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการกลุ่ม/ส่วน และผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทในสังกัด ให้การต้อนรับและสรุปผลการดำเนินงานในภาพรวม..

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พอใจแก้ไขเกิดอุทกภัยแม่สาย และเร่งช่วยเหลือคนไทยที่ถูกพม่ายิงเรือประมง

แชร์เนื้อหานี้

ภารกิจนายกรัฐมนตรีที่แม่สาย นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย พอใจการแก้ไขป้องกันการเกิดอุทกภัยที่แม่สาย ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหม กำลังเร่งช่วยเหลือคนไทยที่ถูกยิงเรือประมง นายกรัฐมนตรียังย้ำกับสื่อมวลชนด้วยว่า สามีเป็นใต้จะละเลยไม่สนใจน้ำท่วมภาคใต้ได้อย่างไร

วันนี้(1ธค67) นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อติดตามแผนการขุดลอกแม่น้ำเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงกรณีที่เกิดขึ้นกับเรือประมงไทย ว่า เท่าที่ได้รับรายงานล่าสุดบาดเจ็บ 2 เสียชีวิต 1 และถูกจับ 4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังประสานงานอยู่ โดยหลักการคือไทยไม่ส่งเสริมความรุนแรง ซึ่งประเด็นนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อธิบายเพิ่มเติมว่า

ทางทหารได้ทำการประท้วงไปแล้ว และได้ขอเรือของเราและคนไทยกลับมา ขณะที่นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบอกว่า วันจันทร์นี้จะเชิญทูตเมียนมามาที่กระทรวงฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและขอให้ปล่อยตัวคนไทยโดยเร็วที่สุด นายกรัฐมนตรี ยังเปิดเผยถึงความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาในพื้นที่แม่สายว่า วันนี้มีความคืบหน้ามากแล้ว มาครั้งก่อนไม่ได้เป็นอย่างนี้

กระทรวงกลาโหมและกระทรวงมหาดไทย ที่ดูแลกำลังดำเนินการ ที่แม่สายลำพังน้ำไม่เท่าไรปัญหาหนักคือมีดินโคลน ซึ่งตามแผนการป้องกันจะมีการป้องกัน จะเร่งดำเนินการ โดยปีหน้าป้องกันได้แน่ แต่ระยะยาวก็ต้องทำกันต่อเนื่อง ส่วนจะมีการเวนคืนบ้านเรือนราษฎรหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังอยู่กำลังสำรวจเพื่อให้ชัดเจนและจะต้องดูเป็นรายๆไป

ส่วนดราม่าเรื่องการละเลยน้ำท่วมภาคใต้นั้น นายกรัฐมนตรียืนยันว่า สามีตนเป็นชาวใต้จะละเลยคนใต้ได้อย่างไร ตั้งแต่วันเกิดเรื่องมีรองนายกลงพื้นที่ไปช่วยเหลือดูแลแก้ไขปัญหาอุทกภัยที่ภาคใต้อยู่แล้ว ส่วนการดำเนินการช่วยเหลือต่างๆ นั้น รัฐบาลจะนำเอาประสบการณ์จากการช่วยเหลือประชาชนในภาคเหนือไปปรับใช้กับการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทางภาคใต้ด้วย และถ้าพิจารณาแล้วว่าเหมาะสมตนจะลงไปติดตามการช่วยเหลือประชาชนและการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองอีกครั้ง

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับการแก้ไขและป้องกันอุทกภัยที่แม่สายนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานให้นายกรัฐมนตรีได้ทราบว่า ได้ติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติจำนวน 4 จุด กำหนดให้อยู่ในฝั่งเมียนมา 3 จุดคือ บ้านใจคาดา บ้านดอยต่อคำและสะพานบ้านสบสาย ส่วนฝั่งไทยมี 1 จุดคือตรงสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 เพื่อให้สามารถเตือนภัยได้

ส่วนการขุดลอกแม่น้ำสาย-แม่น้ำรวก และทำพนังกั้นน้ำ ขณะนี้ตัวแทนทั้งฝ่ายไทยและเมียนมาทำการสำรวจหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน จะดำเนินการได้แล้วเสร็จในเดือน พ.ค.2568 หรือก่อนฤดูฝนปี 2568 ทั้งนี้จะมีการขุดลอกแม่น้ำสายเป็นะระยทาง 14.45 กิโลเมตร จากระยะทางทั้งหมด 15 กิโลเมตร ส่วนแม่น้ำรวกมีการขุดลอก 30.89 กิโลเมตร

จากระยะทางทั้งหมด 44 กิโลเมตร จะมีการสร้างพนังกั้นน้ำป้องกันน้ำหลากและโคลนริมแม่น้ำสายระยะทาง 3.96 กิโลเมตรอีกด้วย ซึ่งต้องมีการเวนคืนที่ดินตลอดแนวทำพนังด้วย โดยนายกรัฐมนตรีได้แจ้งให้ระบบทั้งหมดมีการทดสอบช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม 2568 เพื่อสร้างความมั่นใจ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ท่องเที่ยวบูรณาการ บรรจุกระสอบทราย พร้อมมอบถุงยังชีพ / ฉก.ตร.นราธิวาส 93 -ทสปช.เมืองนราธิวาส ส่งธารน้ำใจ มอบน้ำดื่ม ผู้ประสบอุทกภัย อ.เมือง จ.นราธิวาส

แชร์เนื้อหานี้

ตำรวจท่องเที่ยวบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบรรจุกระสอบทรายพร้อมมอบถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ทั้งนี้ตามข้อสั่งการ ของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. และ พล.ต.ต.ภพพล จักกะพาก ผบก.ทท.3 มอบหมายให้ กก.3 บก.ทท.3 และ ส.ทท.3 กก.3 บก.ทท.3 นราธิวาส ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆในพื้นที่ ลงพื้นที่ดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ และสนับสนุน แจกจ่าย อาหาร และน้ำดื่ม ให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน

พ.ต.อ.กฤษณัฐ มนัส ผกก.3 บก.ทท.3 มอบหมายให้ พ.ต.ท.ศักรินทร์ อนุสามัญสกุล รอง ผกก.3 บก.ทท.3 , พ.ต.ต.ณัฐวรรธน์ สงคง สว.ส.ทท.3 กก.3 บก.ทท.3 และสายตรวจเขตตรวจที่ 1 สุไหงโก – ลก ได้ดำเนินลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทภัยน้ำท่วมในพื้นที่ จ.นราธิวาส

โดยได้เดินทางมาพบ นางสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก – ลก เพื่อร่วมบูรณาการในการสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทภัยน้ำท่วม พร้อมกับร่วมบูรณาการให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยอาสาฯสมัครฝ่ายปกครองในพื้นที่ เจ้าหน้าที่เทศบาลสุไหงโก – ลก อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว

โดยร่วมบรรจุกระสอบทราย มอบถุงยังชีพเพื่อให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อีกทั้งได้ดำเนินการสำรวจให้ความช่วยเหลือจากสถานการณ์น้ำท่วม ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจ พร้อมช่วยขนย้ายสิ่งของไปยังตามโรงแรมต่างๆมาไว้บนที่สูง ในพื้นที่ อ.สุไหงโก – ลก จ.นราธิวาส

ฉก.ตร.นราธิวาส 93 ร่วมกับ ทสปช.เมืองนราธิวาส ส่งธารน้ำใจ
มอบน้ำดื่มแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.เมือง จ.นราธิวาส

วันนี้ (30 พฤศจิกายน 2567) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ทศม ม่วงเกษม ผบ.ฉก.ตร.นราธิวาส 93 พ.ต.ต.หญิง จิลลาวัณย์ เบ็ญมุสตาส หัวหน้า ฝอ.5 ได้มอบหมายให้ ชุด ชป.กร.ฉก.ตร.นธ 93 พร้อมด้วยชุดไทยอาสาป้องกันชาติเมืองนราธิวาส ส่งมอบกำลังใจให้กับชาวบ้านผู้ประสบภัย และผู้ที่ได้รับผลกระทบ

จากเหตุการณ์อุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดนราธิวาส โดยเดินลุยน้ำลงพื้นที่บ้านยาบี ม.1 ตำบลกะลุวอ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส เพื่อเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจ มอบน้ำดื่ม เพื่อคลายความเดือดร้อนในเบื้องต้น รวมถึงประชาสัมพันธ์ในส่วนของสัตว์มีพิษที่มากับน้ำ และคอยสอดส่องดูแลประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงพื้นที่ติดกับลุ่มแม่น้ำ ทั้งนี้เนื่องจากมวลน้ำจากอำเภอระแงะกำลังสมทบเข้าสู่อำเภอเมืองนราธิวาส

อย่างไรก็ตามจากการประกาศของจังหวัดนราธิวาสเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติที่กำลังสมทบเข้ามาพร้อมกับมรสุมที่กำลังเข้าสู่จังหวัดนราธิวาสในวันนี้ โดยคอยประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัย และ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและตัวเจ้าหน้าที่เอง
///////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดยิ่งใหญ่! งานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 2024 นักท่องเที่ยวไทยเทศทะลัก

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 29 พ.ย.67 ที่ปะรำพิธีชายหาดพัทยากลาง นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานกล่าวเปิดงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 2024 อีเว้นท์ส่งเสริมการท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกที่เมืองพัทยาคว้ารางวัลระดับนานาชาติมาแล้วหลายรางวัล

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า งานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยาได้รับดารตอบรับอย่างดีจนได้หลายรางวัลระดับนานาชาติ เมืองพัทยามุ่งมั่นตั้งใจจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพครบถ้วนทุกมิติ และงานเทศกาลพลุก็ถือเป็นความภูมิใจที่ประสบความสำเร็จมาทุกปี

ทั้งนี้ สำหรับในคืนแรกของงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 2024 เป็นการแสดงพลุจากประเทศเซอร์เบียร์ ฮ่องกง เยอรมัน และอังกฤษ พร้อมคอนเสิร์ตจากศิลปินมาสร้างสีสันความคึกคัก

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อุ๊งอิ้ง แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบนโยบาย ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน ฝุ่นละอองฯ PM2.5 ภาคเหนือ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 29 พ.ย. 2567 เวลา 13.30 น. นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 พร้อมด้วย คณะผู้อำนวยการส่วน ได้เข้าร่วมประชุม รับมอบนโยบาย เรื่องแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า

หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในที่ประชุม พร้อมด้วยคณะ และมี นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า

และพันธุ์พืช ผู้บริหารระดับสูงสังกัด ทส. นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และผู้บริหาร ภาคปกครอง ร่วมให้การต้อนรับ กล่าวรายงานและหารือ เพื่อบูรณาการจากหน่วยงานทุกภาคส่วนเพื่อเตรียมพร้อมรับมือปัญหาไฟป่า หมอกควันฯ ณ ห้องประชุมสโมสรยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

ต่อมานายกรัฐมนตรีได้เข้าตรวจเยี่ยม การเตรียมความพร้อมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าฯ ในพื้นที่ภาคเหนือ และมอบสิ่งของสนับสนุนให้แก่เจ้าหน้าที่และราษฎร กองกำลังผสมฯ ในลำดับถัดมา…

สมจิตรแสงบัลลังก์รายงาน.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านหินเทิน ต้อนรับ คณะผู้จัดกองประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 พ.ย.67 ที่บ้านหินเทิน หมู่ที่ 5 ตำบลแสงอรุณ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายภัทรดนัย สมศรี กำนันตำบลแสงอรุณ ในฐานนะประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านหินเทิน และคณะกรรมการวิสาหกิจชุมชนฯ พร้อม นางรัตนากร ศรวัฒนา พัฒนาการอำเภอทับสะแก

นางสาวปรียาภรณ์ จีนจิ๋ว เกษตรอำเภอทับสะแก ให้การต้อนรับ คุณภาติยะ นิ่มน้อย ผู้ได้ลิขสิทธิ์ในการจัดกองประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025 นายสุกริน เลาหบุญญานุกูล (คุณปลาคราฟ) อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และคณะผู้จัดการประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025 และผู้เข้าร่วมประกวดฯ จำนวน 12 สาวงาม

โดยทางคณะผู้จัดการประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025 ได้มอบโอกาสให้ วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านหินเทิน ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเก็บตัวเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ และ

เล็งเห็นถึงความสำคัญของการค้นหาสาวงามที่จะเป็นตัวแทนของชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปประกวดในเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2025 เวทีประกวดสาวงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย

นอกจากนั้นยังมีจุดประสงค์ในการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวในท้องถิ่น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้สมัคร ผญบ. ร้อง ‘รักษ์มุกดาหาร’ พบพิรุธเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านคำอาฮวนส่อเค้าไม่สุจริต

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน​ 2567​ ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ทองโสม ประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร รับเรื่องร้องเรียนการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านที่อาจเป็นการไม่สุจริตเที่ยงธรรมจากนายญาณวุฒิ ผากา ผู้สมัครผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 15 บ้านคำอาฮวน ตำบลคำอาฮวน อำเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร และคณะ สืบเนื่องจากกรณีที่อำเภอเมืองมุกดาหาร ได้จัดให้มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน บ้านคำอาฮวน หมู่ที่ 15 แทนตำแหน่งที่ว่าง ในกรณีเกษียณอายุ

เมื่อวันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2567 ศาลาวัดป่าอรัญญวาสี บ้านคำอาฮวน แต่จากการเฝ้าดูของผู้สังเกตการณ์ระหว่างมีผู้มาใช้สิทธิลงคะแนน ปรากฏว่ามีพฤติกรรมหน้าเคลือบแคลงสงสัยว่าอาจจะมีผู้ลงคะแนนเลือกตั้งใช้เอกสารประจำตัวไม่ถูกต้อง เนื่องจากมีทะเบียนบ้านอยู่ในหมู่ 11 แต่แสดงตนว่ามีทะเบียนบ้านอยู่ในหมู่ที่ 15 เพื่อให้สามารถใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งอาจทำให้เป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม

จึงอยากให้อำเภอเมืองมุกดาหารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ คือ กรณีนายพลร่ม พันทะ บ้านเลขที่ 9 หมู่ 15 เลขรหัสประจำบ้าน 4901-007031-0 ที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ชาวบ้านจำได้ว่าเป็นคนเดียวกับนายพลร่ม พันธะ เป็นบ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 11 บ้านนิคมสหกรณ์ เลขรหัสประจำบ้าน 4901-007036-1 จึงอยากให้ตรวจสอบว่าบุคคลที่มีทะเบียนบ้านอยู่ทั้ง 2 หมู่บ้าน

ดังกล่าวเป็นคนเดียวกันหรือไม่ และขอให้ตรวจสอบเลขที่บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้าน ของบ้านทั้ง 2 หลัง ว่าเจ้าหน้าที่อำเภอเมืองมุกดาหารออกให้โดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และระหว่างที่ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวขอให้ชะลอการประกาศผลรับรองผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 15 ออกไปจนกว่าจะตรวจสอบแล้วเสร็จ

อนึ่ง ผลการเลือกผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 15 ปรากฏว่า หมายเลข 2 นางสาววันวิสาข์ วงศ์ศรีทา ได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านคำอาฮวน ได้คะแนน 194 คะแนน หมายเลข 1 นายญาณวุฒิ ผากา ได้คะแนน 190 คะแนน หมายเลข 3 นายโยธิน กันพิพิช ได้คะแนน 18 คะแนน

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / SME D Bank จัดอบรมสัมมนา“TikTok Shop” สร้าง Content กระตุ้นผู้ประกอบการรายย่อย SMEs ใช้โซเซียลเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 ที่ห้องประชุมโรงแรมบีเคเพลส อ.เมือง จ.บึงกาฬ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ร่วมมือ หอการค้าจังหวัดบึงกาฬ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดบึงกาฬ สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ สมาพันธ์ SMEsจังหวัดบึงกาฬ วิสหากิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)บึงกาฬ และ YEC จัดอบรมสัมมนา “TikTok Shop” สร้าง Content กระตุ้นผู้ประกอบการรายย่อย SMEs ใช้โซเซียลเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ โดยมี นายชาญวุฒิ ศรีเครือ คลังจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานพิธีเปิด

พร้อมด้วย นางสาวสิรีรัตน์ วิเชียรแก้ว สรรพากรพื้นที่บึงกาฬ นายวัชระ ศรีคัฒนพรหม รองผอ.ผู้จัดการเขตเขต 9 SMEBank นายบุญเพ็ง ลามคำ ประธานหอการค้าจังหวัดบึงกาฬ นางสาวพชรธรณ์ ชาลี ผู้จัดการ ธพว.บึงกาฬ นางชลธร มณีขัติย์ ผจก.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ บึงกาฬ นายเอกชัย สิงห์บัณฑิต ผจก.ธนาคารกรุงเทพ บึงกาฬ ประธานชมรมธนาคารจังหวัดบึงกาฬ นางกางวาร ทุ่งคำ ผจก.ธกส.บึงกาฬ ว่าที่ ร.ต.คมกฤษย์ เจนใจ ผจก.สนง.ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.)บึงกาฬ นายอัมพร พรมเริงศักดิ์ ประธานสมาพันธ์ SMEs ไทย จ.บึงกาฬ ผู้ประกอบการ นักศึกษา นักเรียน และผู้สนใจ ร่วมกิจกรรม

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้น ภายใต้งาน “TikTok Shop สร้าง Content ยังไงให้ยอดขายทะลุเป้า” ให้กับผู้สนใจในจังหวัดบึงกาฬและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs ได้มีโอกาสเติมเต็มความรู้การทำตลาดออนไลน์ TikTok มีอาจารย์สาทร อ่อนคำ ท่านเป็น TikTok Experts 2024 ของ TikTok Thailand ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาแนะนำเทคนิคต่างๆ ในวันนี้ อาทิหลักการตลาดสำหรับโลกออนไลน์และการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์บน TikTok รูปแบบของ Content วิดีโอสั้นสำหรับนธุรกิจ ธุรกิจ Affiliate การขายสินค้าแบบนายหน้า การหารายได้บน Tiktok Shop การผลิต Content วิดีโอสั้น การขายสินค้าของตัวเองให้เร็วและได้ผล เป็นต้น

ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจ สินค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น กระตุ้นยอดขาย สร้างรายได้ รวมถึงเชื่อมโยงสร้างเครือข่ายทางธุรกิจในอนาคต นางสาวพชรธรณ์ ชาลี ผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank สาขาบึงกาฬ กล่าวว่า การจัดอบรมสัมมนาครั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการ และผู้สนใจ นำไปใช้กับเครื่องมือทางการตลาดของ TikTok และสร้างคอนเทนต์ให้สินค้าของตัวเองเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างกว้างขวาง

ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ธุรกิจของผู้ประกอบการในจังหวัดบึงกาฬ ได้เติบโตและปรับตัวเข้าสู่ยุคแห่งเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเราเชื่อมั่นว่าการนำเสนอต้นทุนทางการเงินและความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยีในธุรกิจนั้นเป็นโอกาสสำคัญแก่ผู้ประกอบการ และเปิดโอกาสใหม่ในการพัฒนาธุรกิจแบบดั้งเดิมให้ก้าวไปสู่การใช้เทคโนโลยีในการทำธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อความมั่นคงและความสำเร็จทางธุรกิจที่ยั่งยืน
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ งาน.AsiaEntertainment Expo 2024 (AEE2024)หรือ (AACF2024) ที่ 15 ดาราเอวีตัวท็อปจากญี่ปุ่น

แชร์เนื้อหานี้

ผ่านพ้นไปแล้วกับงาน AsiaEntertainment Expo 2024 (AEE2024)หรือ (AACF2024) ที่ 15 ดาราเอวีตัวท็อปจากญี่ปุ่น ได้แก่ เรมุ ซูสุโมริ, ไซกะ คาวา
คิตะ, มายูกิ อิโตะ, มะนะ ซากุระ, ริริ นานะซีโมริ, มินาโมะ, เรน โกโจ, อายากะ
ยามางิชิ, ยูมิ ยาซึงาเกะ, ฮิบิกิ โอซีกิ, คาเรน ยุซริฮะ, มิซีริ นากาฮามะ, คานะ โมริ
ซาวะ, เรอิ คามิกิ เดินทางมาพบปะกับ แฟน ๆ ในไทย เป็นเวลา 2 วัน

23-24 พ.ย. ที่ผ่านมา ณ MIRACLE GRAND CONVENTION HOTEL โดยมีแฟนคลับทั้งไทย และ จากนานาชาติ เข้าร่วมงานอย่างอบอุ่น พร้อมกิจกรรมดี ๆ มากมาย เริ่มงานทั้ง 2 วัน ด้วยการเดินพรมแดงของ น้อง ๆ ทั้ง 15 คน ที่ให้เหล่าแฟนๆ ได้เจอ กับน้อง ๆ ถ่ายรูปถ่ายคลิป น้อง ๆ จะมา แนะนำตัวให้ทุกคนได้รู้จัก จากนั้นจะเป็น

ช่วงเวลาของกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็น 1 on 1 Photo Time ที่ได้ถ่ายรูปคู่กับน้องๆ
,COSPLAY SHOW มี 3 ธีม ห้องเรียน, เมดคาเฟ่ และเรือนจำ ซึ่งทั้ง 15 สาว
จะเวียนกันเป็นรอบ ๆ ออกมาในชุดคอสเพลย์ ให้แฟน ๆ ได้ถ่ายภาพถ่ายคลิปวิดีโอกัน อย่างเต็มที่, Love Trip Limited Edition Blind Box

กลุ่มสุ่มรุ่น Love Trip ซึ่งจะได้ ลุ้นว่า จะได้รับการสารภาพรักจากน้อง ๆ
หรือ เดทกับน้อง ๆ แบบความสุข 2 เท่า และยังมีกิจกรรมพูดคุยบนเวที นำมาโดย
“เทพบุตรนิ้วทองคำ” คาโตะ ทากะ ตำนานดาราเอวีชายชื่อดังที่ปัจจุบันอายุ 65 ปีแล้ว แต่ยังแข็งแรงและหล่อมาก รวม ทั้งมีน้อง ๆ ทั้ง 15 คน ที่วนเวียนกันขึ้นมา
พบปะแฟนพูดคุยกับแฟนๆ ในช่วง Happy Talking Time

นอกจากนั้น ยังมีสินค้าแรร์ไอเทมสุด พรีเมียม! จากซูเปอร์สตาร์สุดฮอต ที่มี
จำหน่ายภายในงาน AEE 2024 เท่านั้น ไม่ ว่าจะเป็น แก้วน้ำสุด Exclusive สกรีนลาย สาวสุดฮอต, หมอนอิงสุดนุ่มสกรีนลายสาว สุดฮอต, พวงกุญแจอะคริลิก, สติกเกอร์แม่ เหล็ก, สแตนดี้อะคริลิก, เสื้อสกรีนลาย สาว ๆ และโปสเตอร์สาว ๆ ทั้ง 15 คน

การจัดงาน AACF ครั้งนี้ วัตถุประสงค์เพื่อ ให้แฟน ๆ ได้พบปะกับดาราเอวีที่ตัวเองชื่น ชอบ อารมณ์ไม่แตกต่างกับงาน Meet and Greet ที่จัดขึ้นภายในกรอบที่ถูกต้องตามกฎหมายไทยและสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับประเทศไทยจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาร่วมงานครั้งนี้เกินกว่า 60% ซึ่งสร้างความสุขให้กับแฟน ๆ ที่ ได้มาหาดาราที่ตัวเองติดตามผลงาน ส่วน ตัวของศิลปินเอง ก็ได้รับพลังแรง
สนับสนุนจากคนที่เชียร์เธออยู่ ทำให้งาน อบอวลไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม

ถือเป็นอีกหนึ่ง Event Soft Power ที่สร้างรายได้เม็ดเงินเข้าสู่ประเทศไทย กับกิจกรรมหลากหลายมากมาย ที่ถ่ายทอดออกมา เป็นกิจกรรมสนุกสนาน ไม่ออกไปในทางที่เสื่อมเสียเลยแม้แต่น้อย หวังว่าคงจะมี จัดกิจกรรมแบบนี้ในปีต่อๆไปอื่นนะครับ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกมวยไทยวันลอยกระทงเขื่อนสียัดพัฒนา จัดโดย.อบต.ท่าตะเกียบ/และศึกรวมพลคนเขาบายศรี สามัคคีรวมใจต้านภัยยาเสพติด

แชร์เนื้อหานี้

15 พฤศจิกายน 2567 ประธานเปิดงานการแข่งขันนายบุญมี บัวรุ่ง รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตะเกียบและนายสมศักดิ์ พรมภิบาล ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตะเกียบน้าแดงให้เกียรติคล้องพวงมาลัยเป็นกำลังใจให้กับนักมวยในศึกนี้ และชิงถ้วยรางวัลดุเดือดจาก

นายทวี สาธุชาติ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตะเกียบ และชิงถ้วยรางวัลไหว้ครูสวยงาม ศิลปะมวยไทยยอดเยี่ยม จากผู้ใหญ่แพง ศรีมณี และชิงถ้วยรางวัลชิงแชมป์จาก ท่านศิริพงษ์ รัศมี (อดีตสส. เขตหนองจอก ) ประกบคู่มวย

โดย ไพโรจน์ น้ำดื่มโชคปรีชา ผู้ใหญ่เเพง ศรีมณี ฟรีซ์ ระยองเอ๋ โชคปรีชา โขง ฉลามชัย ครูเจี๊ยบ ศึกนี้ชมฟรีตลอดงาน ณ.เวทีมวยชั่วคราว เขื่อนสียัดพัฒนา ตำบลท่าตะเกียบ อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา
เอ.คนข่าวรายงาน

ศึกรวมพลคนเขาบายศรี สามัคคีรวมใจต้านภัยยาเสพติด ประธานกล่าวเปิดงานการแข่งขัน

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2567 ดร.พีระพงษ์ ไพรินทร์ และให้เกียรติคล้องพวงมาลัยให้กับนักมวยทั้งคู่ สนับสนุนโดย รศ.ดร.ณัฐพงศ์ บุญเหลือ
คุณ นัทธี สุวรรณมาโจ คุณชัยพยัพ หอมกลิ่น PTT สงวนสิน
คุณสมจิตร แว่นแก้ว คุณกฤษ คุ้มพรรค์

นายกโก๊ะ ท่าทราย บูม เด็กเซียน คุณชัยยนต์ สมภูงา เสี่ยโห บางพลี แดง เขาทราย แซม บางบัวทอง ดร.ศรายุทธ แสนมี เสี่ยสมหมาย สกุลเมตตา เสี่ยชาย ทุ่งสง รายชื่อผู้สนับสนุนการแข่งขันชกมวยศึกครั้งนี้ ณ.สนามมวยชั่วคราวข้างวัดเขาบายศรี ต.เขาบายศรี อ.ท่าไหม จ.จันทบุรี


เอ คนข่าวรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / หอการค้าไทยมอบ “ผู้ว่าสำเภาทอง” กระตุ้นเศรษฐกิจการค้าท่องเที่ยว พร้อมพัฒนาตลาดอินโดจีนที่ถูกแช่แข็งนานนับ 6 ปี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2567​ ขอแสดงความยินดี​ กับท่านผู้ว่าวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัมุกดาหาร ในโอกาสรับรางวัลผู้ว่าราชการจังหวัด สำเภาทอง ประจำปี 2567จากหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
โดยนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย.เป็นประธานมอบรางวัลสำเภาทอง แด่ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับรางวัลฯ

โดย นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้รับรางวัลสำเภาทองครั้งนี้ด้วย พิธีจัดขึ้น ในการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 42 “สร้างไทยให้เติบโต สู่อนาคตที่ยั่งยืน ระหว่างวันที่ 22-24 พฤศจิกายน พ.ศ.2567 ณ.ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุช

นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และ ดร.กานต์พนธ์ เตชะเดชอภิพัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร พร้อมคณะกรรมการเดินทางไปร่วมงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 42 ระหว่างวันที่ 22 – 24 พฤศจิกายน 567 ณ สวนนงนุช จังหวัดชลบุรี เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับนายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารที่ได้รับ

“ผู้ว่าสำเภาทอง” จากการคัดเลือกสุดยอดผู้บริหารระดับจังหวัดของหอการค้าไทยประจำปี 2567 รางวัล “สำเภาทอง” ของหอการค้าไทยสื่อถึงความมุ่งเน้นในการพัฒนาจังหวัด เพื่อสร้างเศรษฐกิจในพื้นที่ให้แก่พี่น้องประชาชนมีอยู่มีกินมีใช้ไม่ขัดสน ทั้งการพัฒนาบ้านเมืองให้สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจพื้นฐานของพื้นที่อีกทางหนึ่ง

รางวัล “สำเภาทอง” นับเป็นรางวัลที่หอการค้าไทย ได้ริเริ่มจัดขึ้นเมื่อปี 2553 เพื่อมอบรางวัลให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้มีผลการดําเนินงานที่ส่งเสริมภาคเอกชน ด้านการค้า การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจ โดยผ่านหอการค้าจังหวัดสู่หอการค้าไทย เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความร่วมมือ ความสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในพื้นที่ เริ่มโดยนายภมร เชาว์ศิริกุล อดีตประธานหอการค้า ปัจจุบันดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดมุกดาหาร (สว.) ส่งต่อมายังนายกานต์พนธ์ เตชะเดชอภิพัฒน์ ประธานหอการค้าคนปัจจุบัน จนบรรลุได้รับรางวัลดังกล่าว

ผลงานที่เกิดขึ้นจากการเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาตลาดอินโดจีนที่ค้าเติ่งถูกแช่แข็งมาหลายผู้ว่านานร่วม 5 – 6 ปี เมื่อนายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เดินทางมาถึงก็ศึกษาพร้อมเข้าร่วมโครงการพัฒนาตลาดอินโดจีนทันที ส่งผลให้งบที่ถูกตัดไปหลายปี กลับคืนและมีการพัฒนาต่อยอดแม้ภายหลังงบจะถูกตัดไปอีกครั้ง

แต่ก็ยังสามารถขอกลับคืนเพื่อพัฒนาตลาดอินโดจีน เป็นครั้งที่ 3 ในปี 67 – 68 จังหวัดมุกดาหารได้รับงบประมาณการพัฒนาตลาดอินโดจีนเข้ามาอีก 57 ล้านบาท ผู้รับจ้างอยู่ระหว่างการประกอบชิ้นส่วนการก่อสร้างพัฒนาต่อ แม้จะมีเหตุจากข้อขัดข้องแต่จังหวัดมุกดาหารก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตลาดอินโดจีนให้สำเร็จลงโดยเร็ว คาดว่าโครงการพัฒนาตลาดอินโดจีนจะสำเร็จในห้วง นายวรญาณ บุญณราช ดำรงตำแหน่งอยู่ที่มุกดาหารก่อนจะย้ายไปอย่างแน่นอน

ประชาชนชาวมุกดาหารจึงหวังว่า การพัฒนาตลาดอินโดจีนรอบที่ 3 นี้จะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี คนมุกดาหารจะได้เกิดความภาคภูมิใจความรุดหน้าการพัฒนาตลาดอินโดจีน เพื่อเศรษฐกิจในพื้นที่จะได้ฟื้นตัวกลับมาดังเดิม อย่างไรเสียการเรียกร้องให้มีการพัฒนาตลาดอินโดจีนเกิดขึ้นในหลายผู้ว่าราชการจังหวัดกระทั้งนายวรญาณ บุญณราช ผวจ.คนล่าสุดได้เข้ามาดำเนินการส่งผลให้การพัฒนาตลาดอินโดจีนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เต็มเปี่ยม มิใช่ปล่อยตลาดอินโดจีนถูกแช่แข็งทิ้งไว้นานกว่า 6 ปี ทำจังหวัดมุกดาหารเสียหายหนัก

การจัดกิจกรรมงานอีเว้นท์ต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างงานสร้างเงินให้กับประชาชนในพื้นที่ สร้างการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นแก่จังหวัดมุกดาหารและคนในท้องถิ่น ทุกภาคส่วนมีรายได้จากการท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่ ทั้งการปลุกเศกพระโดยรวมยอดเกจิดังแห่งยุค ณ วัดภูมโนภิรมย์ จังหวัดมุกดาหาร หลายครั้งหลายครานับเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจสายบุญ สายธรรมะ ที่จะมีบรรดาสานุศิษย์ของบรรดาเกจิอาจารย์ดังมาร่วมจำนวนมากนับพันนับหมื่นคน สิ่งเหล่านี้ล้วนมีความเหมาะสมที่ “ผู้ว่าสำเภาทอง” จะอยู่ในมือของนักพัฒนา ดังเช่น นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ท่านนี้ และจากผลงานการพัฒนาที่เฉียบพลันทันที จะส่งผลให้ผู้ว่า “สำเภาทอง” คนใหม่ของมุกดาหารก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในหน้าที่การงานต่อไป​ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กระทรวงการต่างประเทศ กรมอาเซียน ส่งมอบห้องสมุดอาเซียน แห่งที่ 72 โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม บึงกาฬ / ร่วมใจจัดงานไหว้สักการะศาลเจ้าแม่สองนางสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง

แชร์เนื้อหานี้

เวลา 11.00 น. เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ นางปวรี ชูโต ชัยปฎิยุทธ รองอธิบดีกรมอาเซียน เป็นประธานในพิธี นางสาวลลนา จิตต์ศรัทธานันท์ เลขานุการกรมอาเซียน ร่วมส่งมอบห้องสมุดอาเซียน แห่งที่ 72 ให้กับโรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมอาเซียน ได้เห็นความสำคัญของการศึกษาซึ่งห้องสมุด จะเป็นแหล่งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ และรับรู้เกี่ยวกับอาเซียน อันจะเป็นประโยชน์สำหรับเยาวชน คณาจารย์

ชาวชุมชนในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียง โดยมี นายวีระพล ทองน้อย ปลัดอำเภอบึงโขงหลง นายเดชา แสงจันทร์ ผอ.โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม นายรวิภาส วันตา ผอ.โรงเรียนบ้านบัวโคก นายสุวัฒน์ อินทวงศ์ ผอ.โรงเรียนโสกก่ามวิทยา นายจักรพงษ์ แสนทวีสุข รองผอ.โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และคุณครู นักเรียน ประชาชน ร่วมในพิธี สำหรับห้องสมุดอาเซียนมีอุปกรณ์ส่งเสริมการเรียนรู้ ได้แก่ หนังสือ นิทรรศการประชาคมอาเซียน สื่อการเรียนการสอน จอภาพสำหรับใช้ในการเรียนการสอน คอมพิวเตอร์สำหรับค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน

นางปวรี ชูโต ชัยปฎิยุทธ รองอธิบดีกรมอาเซียน กล่าวว่า ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ เพื่อสนับสนุนการศึกษาและสร้างวัฒนธรรม การเรียนรู้สำหรับเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน รวมทั้งเป็นศูนย์เรียนรู้เกี่ยวกับอาเซียนสำหรับชุมชนที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงและใช้บริการได้ ทั้งนี้ กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ได้ดำเนินโครงการห้องสมุดอาเซียน 1 จังหวัด 1 โรงเรียน 1 ห้องสมุดอาเซียน เพื่อประชาชนและเยาวชนไทย มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 โดยปัจจุบันได้ส่งมอบห้องสมุดอาเซียนให้แก่โรงเรียนต่างๆแล้ว จำนวน 71 แห่ง

ซึ่งได้พิจารณาคัดเลือกโรงเรียนทั่วทุกภูมิภาค โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน สำหรับเป็นสถานที่ตั้งของห้องสมุดอาเซียน เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้และจัดกิจกรรมเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนให้แก่เด็กและเยาวชนคณาจารย์และชุมชนในพื้นที่ สำหรับปี 2567 กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ได้สร้างห้องสมุดอาเซียนให้โรงเรียนอีก 3 แห่ง รวม74 แห่ง ใน 74 จังหวัด โดยตั้งเป้าให้มีห้องสมุดอาเซียนทุกจังหวัดทั่วประเทศ

โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม จังหวัดบึงกาฬ เป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6 มีจำนวนนักเรียน 1,197 คน และเป็นโรงเรียนแห่งที่ 72 ที่ได้รับมอบห้องสมุดอาเซียน ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

บึงกาฬ ร่วมใจจัดงานไหว้สักการะศาลเจ้าแม่สองนางสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง
วันที่ 24 พ.ย. เวลา 07.00 น.ที่บริเวณศาลเจ้าแม่สองนาง ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นายวรพันธุ์ ชำนิยัน ปลัดจังหวัดบึงกาฬ ,นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ , นายราชันย์ วนาพรหม นายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ , พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนพร้อมใจกันสวมเสื้อสีแดงตามประเพณี ร่วมกันทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ และประกอบพิธีไหว้สักการะศาลเจ้าแม่สองนาง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดบึงกาฬ ประจำปี 2567

จากนั้นได้มีขบวนแห่เครื่องบวงสรวงสักการะ และเชิญองค์จำลองเจ้าแม่สองนาง ปู่ผ้าขาว เจ้าพ่อคำแดง จากบริเวณศาลฯ หน้าโรงพยาบาลบึงกาฬ และพานบายศรีสู่ขวัญ และนางรำ แห่ไปตามถนนสายต่างๆ รอบเขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ หลังจากนั้นพ่อพราหมณ์ ได้เริ่มพิธีสวดบวงสรวงสักการะศาลเจ้าแม่สองนาง และการรำบวงสรวงของพี่น้องประชาชนชาวบึงกาฬ โดยภายในงาน มีโรงทาน ให้บริการอาหารเครื่องดื่มมากกว่า 100 โรงทาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก

นายจำรัส ติดมา นายกสมาคมศาลเจ้าแม่สองนาง กล่าวว่า ศาลเจ้าแม่สองนางเป็นศาลศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองชาวจังหวัดบึงกาฬมาตั้งแต่ก่อตั้งเมืองบึงกาฬ เป็นที่เคารพกราบไหว้สักการะบูชาของคนทั่วไป เพื่อขอพรให้เดินทางปลอดภัย มีโชคลาภ สุขภาพแข็งแรง คุ้มครองปกปักรักษาให้อยู่เย็นเป็นสุข ค้าขายร่ำรวย ศาลเจ้าแม่สองนางตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลบึงกาฬ ชาวอำเภอบึงกาฬ จึงได้กำหนดจัดงานวันไหว้สักการะ ในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งในครั้งนี้เป็นปีที่ 18 โดยมีพิธีทำบุญเลี้ยงพระ และจัดเครื่องไหว้สักการะเพื่อบวงสรวงตามความเชื่อ และศรัทธาที่สืบทอดกันมายาวนาน ถือเป็นจารีตประเพณีท้องถิ่นของชาวจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ของการจัดงาน

เพื่อส่งเสริมให้คนในท้องถิ่น ได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมวันไหว้สักการะศาลเจ้าแม่สองนาง แสดงออกถึงความรักความสามัคคีในชุมชน และสืบทอดจารีตประเพณีท้องถิ่นของชาวจังหวัดบึงกาฬ ส่งเสริมให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวตระหนักในความสำคัญและเห็นคุณค่าของจารีตประเพณีท้องถิ่น และสร้างความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ ประชาชนรักท้องถิ่น ชุมชนเข้มแข็ง สังคมสงบสุข และที่สำคัญชุมชนได้ทำกิจกรรมต่างๆ

ร่วมกันนั่นเองศาลเจ้าแม่สองนาง เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพศรัทธาและเป็นศูนย์รวมจิตใจของพี่น้องชาวบึงกาฬ มีความสำคัญมาช้านาน ผู้คนที่ผ่านไป-มา ได้กราบไหว้บูชา ขอพร ให้เจริญรุ่งเรือง รวมถึงพี่น้องจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ก็มีความเคารพบูชา จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งการจัดงานไหว้สักการะศาลเจ้าแม่สองนางในปีนี้ ทุกท่านได้แสดงออกถึงความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีจุดมุ่งหมายที่

จะร่วมกันแสดงออกถึงความเคารพ ศรัทธา ขอบารมีขององค์เจ้าแม่สองนาง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเคารพนับถือ จงดลบันดาลให้ทุกท่าน มีสุขภาพที่แข็งแรงมีสุขภาพจิตที่ดี นอกจากนี้ยังมีโรงทานให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม แก่ประชาชนที่มาร่วมในงาน ได้อิ่มท้องอิ่มบุญกันทั่วหน้า ซึ่งบรรยากาศก็เต็มไปด้วยสนุกสนาน คึกคัก เกิดความสามัคคี ที่ได้ร่วมสืบทอดจารีตประเพณีท้องถิ่นของชาวจังหวัดบึงกาฬร่วมกันนั่นเอง.
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สหกรณ์การเกษตรเมืองน่านประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 ณ ห้องประชุมกระซิบสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 ณ ห้องประชุมกระซิบรักสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายภูรินท์ สูงสว่าง ประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด กล่าวรายงานต่อนางวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

ประธานในพิธีเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี2567 สหกรณ์การเกษตร เมืองน่าน จำกัดโดยมีประธานกลุ่มผู้แทนสมาชิก เจ้าหน้าที่สหกรณ์จังหวัดน่าน ผู้ตรวจบัญชีสหกรณ์ ภาคีเครือข่ายสหกรณ์การเกษตร เข้าร่วมประชุมและร่วมเป็นเกียรติจำนวนมาก สหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด ได้ดำเนินธุรกิจเพื่อบริการสมาชิกสหกรณ์และบุคคลทั่วไป

ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 54 ปี ผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา มีทุนเรือนหุ้น จำนวน100,410,420.00 บาท (หนึ่งร้อยล้านสี่แสนหนึ่งหมื่นสี่ร้อยยี่สิบบาทถ้วน) มีทุนดำเนินงานทั้งสิ้น จำนวน 329,021,559.61 บาท (สามร้อยยี่สิบเก้าล้านสองหมื่นหนึ่งพันห้าร้อยห้าสิบเก้าบาท หกสิบเอ็ดสตางค์)

นอกจากนั้น ในรอบปีบัญชีที่ผ่านมา สหกรณ์ได้ดำเนินธุรกิจด้านการจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ให้กับสมาชิก ซึ่งถือว่าสหกรณ์ สามารถเป็นตลาดรองรับการจำหน่ายให้แก่สมาชิกและเกษตรกรใน จังหวัดน่านได้ อันจะเห็นได้ว่า ระบบสหกรณ์เป็นสถาบันที่สามารถช่วยเหลือสมาชิกที่เป็นเกษตรกร ได้อย่างเป็นระบบ ซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้การประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสหกรณ์ในวันนี้ สหกรณ์

ได้จัดประชุมโดยใช้ระบบผู้แทน สมาชิกสหกรณ์ทุกกลุ่มเข้าร่วมประชุมใหญ่ เพื่อเป็นตัวแทนของสมาชิกสหกรณ์ทั้งหมดจำนวน 5,119 คน กระจายตามหมู่บ้าน ตำบลต่างๆ ในเขตอำเภอเมืองน่าน และอำเภอภูเพียง/บุญยงค์ สดสอาด รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภาอุตสาหกรรม และ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.อุตรดิตถ์ เปิดบ้านต้อนรับ ททท. ต่อยอดกระแสภาพยนตร์“ธี่หยด2”

แชร์เนื้อหานี้

ททท. ต่อยอดกระแสภาพยนตร์“ธี่หยด2” จัดกิจกรรม CSR “ท่องถิ่นธี่หยด 2 เมืองลับแล @อุตรดิตถ์” พาสัมผัสเสน่ห์เมืองน่าเที่ยวอุตรดิตถ์ ภายใต้คอนเซปต์ “ธี่เที่ยว ธี่กิน ธี่เล่น ธี่แชะ ธี่รักษ์” นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า ททท. เดินหน้ากลยุทธ์ MOVIE Marketing ใช้ภาพยนตร์เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่และถ่ายทอดเสน่ห์ไทย นำไปสู่การออกเดินทางจริงในพื้นที่ และครั้งนี้ ททท. ร่วมกับ M Studio และช่อง 3 ต่อยอดกระแสความสำเร็จของภาพยนตร์ “ธี่หยด2” ที่สร้างปรากฏการณ์ทุบสถิติสร้างรายได้ 730 ล้านบาท หลังเข้าฉายได้ 1 เดือน โดยกำหนดจัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) “ท่องถิ่นธี่หยด 2 เมืองลับแล @อุตรดิตถ์”

ในวันที่ 21-22 พฤศจิกายน 2567 ณ จังหวัดอุตรดิตถ์ แท็กทีมนักแสดงภาพยนตร์ธี่หยด 2 นำโดย เดนิส เจลีลชา, จูเนียร์ กาจบัณฑิต, เฟรนด์ พีระกฤตย์ และนีน่า ณัฐชา พร้อมผู้โชคดีจำนวน 20 ราย บุกเมืองลับแลตามรอยเส้นเรื่องธี่หยด2 เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวจริงในพื้นที่และส่งต่อประสบการณ์การเดินทางเล่าผ่านคอนเทนต์ (Content)

เจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวคุณภาพ ทั้ง Gen Y-Z และกลุ่มผู้ชื่นชอบภาพยนตร์ เกิดเป็นการรับรู้ในวงกว้างผ่านทางโซเชียลมีเดีย อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปลุกกระแสการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ในจังหวัดอุตรดิตถ์และเชื่อมโยงจังหวัดเมืองน่าเที่ยวอื่น ๆ ในภูมิภาคภาคเหนือ รวมทั้งการท่องเที่ยวข้ามภูมิภาคเพิ่มมากขึ้น

กิจกรรม “ท่องถิ่นธี่หยด 2 เมืองลับแล @อุตรดิตถ์” ได้สอดแทรกแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) ควบคู่กับการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวและเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมท้องถิ่น ภายใต้แนวคิด “ธี่เที่ยว ธี่กิน ธี่เล่น ธี่แชะ ธี่รักษ์” โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ออกเดินทางท่องเที่ยวผจญภัยบุกถิ่นกำเนิดเรื่องราวสุดลึกลับพร้อมกับครอบครัวตัว ย. ตั้งแต่ “ธี่เที่ยว” สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ จุดกำเนิดของ ประวัติศาสตร์และตำนานเมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ “ธี่กิน” จัดเต็มเมนูอาหารพื้นบ้านลำแต้ ๆ

ในรูปแบบชุดขันโตก ได้แก่ ลาบคั่วหมู น้ำพริกอ่อง แกงฮังเล แก่งอ่อม ไส้อั่ว แคบหมู ของทอดลับแล หมี่พันเฮือนลับแล หมี่ยุ่ม และเมี่ยงคำสมุนไพร “ธี่เล่น” เสิร์ฟประสบการณ์สุดพิเศษกับกิจกรรมรอบกองไฟ Story Sharing n’ Movie time พบกับการแสดงพื้นเมืองดนตรีไทยร่วมสมัย ก่อนจะเติมความหลอนแบบเต็มสตรีม ล้อมวงฟังตำนานสุดลึกลับของเมืองลับแลไปกับ พี่แจ๊ค The Ghost Radio “ธี่แชะ” พาเช็กอินถ่ายภาพตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของลับแล ได้แก่ อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก พิพิธภัณฑ์ม่อนลับแล

ซุ้มประตูเมืองลับแล ม่อนจำศีล พร้อมจัดกิจกรรมแข่งขันถ่ายภาพอย่างสร้างสรรค์ระหว่างทริป และสุดท้าย “ธี่รักษ์” ชวนท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ดูแลรักษาป่าและสิ่งแวดล้อมผ่านพิธีบวชป่าที่ม่อนจำศีล และการบริจาคทุนการศึกษา สิ่งของจำเป็นและอนุสารท่องเที่ยว อสท. ของ ททท. ให้แก่ห้องสมุดของโรงเรียนวัดดอนสัก พร้อมเลี้ยงอาหารกลางวัน เพื่อส่งมอบการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Experience Based Tourism) ที่มีคุณค่าและความหมายแก่ผู้ร่วมกิจกรรม

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. นายสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร M Studio และนายณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ โปรดิวเซอร์ ภาพยนตร์ธี่หยด 2 ได้เดินทางและร่วมกิจกรรมพร้อมกับผู้โชคดี 20 ท่าน โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวนิรชา บัณฑิตย์ชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม รวมถึงสื่อมวลชนในพื้นที่รวม 15 ราย เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์กิจกรรมให้เกิดการรับรู้ สร้างกระแสการเดินทางและสร้างโอกาสในการนำเสนอขายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวแก่ผู้ประกอบการในพื้นที่

จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็น 1 ในเมืองน่าเที่ยวของภูมิภาคภาคเหนือที่มีความโดดเด่นด้านวัฒนธรรม พืชเศรษฐกิจและธรรมชาติ โดย 9 เดือนแรกของปี 2567 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวแล้ว 788,744 คน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 1,655 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางด้วยพาหนะรถยนต์ส่วนตัว จากภูมิภาคเดียวกัน ได้แก่ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ น่าน และกำแพงเพชร โดยนิยมท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และมีอุทยานแห่งชาติสำคัญ 3 แห่ง

ได้แก่ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว, อุทยานแห่งชาติสักใหญ่ และอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน ทั้งนี้ ปี 2568 ททท. เตรียมส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.อุตรดิตถ์ ชูจุดแข็ง “อุตรดิตถ์เมืองมหัศจรรย์ผลไม้ และเสน่ห์แห่งธรรมชาติ” ผสมผสานเสน่ห์ไทย 3 วัฒนธรรม ส่งมอบประสบการณ์ EAT ALL YEAR ROUND ส่งเสริมอัตลักษณ์เด่น CITY OF FRUITS และ GASTRONOMY เพื่อบรรลุเป้าหมายท่องเที่ยวปี 2568 ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยว 1.29 ล้านคน และรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 2,600 ล้านบาท

ทั้งนี้ได้รับการประสานงานและสนับสนุนการจัดกิจกรรมจากนางกัญญาวีร์ ศิริกาญจนารักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์และนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.อุตรดิตถ์ เอื้ออำนวยการจัดกิจกรรมจนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

นาตา คะเลิศรัมย์/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มทร.อีสาน จัดใหญ่มหกรรมวิชาการ RMUTI EXPO 2024 : For Future โชว์นวัตกรรมยานยนต์ EV พร้อมเตรียมเปิดรับนักศึกษารอบ Open House

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน โดย รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน พร้อมคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ให้การต้อนรับ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พลโท พรชัย มาหลิน แม่ทัพน้อยที่ 2 Mr.Ma Haiyang President of AION Thailand Mr.Huang Yongjie Chairman of Gold Integrate & Director of Chelove International Education Group นายสมพิศ เพ็งงาน ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครราชสีมา และพลโท พรชัย มาหลิน แม่ทัพน้อยที่ 2 ผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 2

ในพิธีเปิดมหกรรมวิชาการ RMUTI EXPO ครั้งที่ 2 (RMUTI EXPO 2024 : For Future) โดยในพิธีเปิดมีการแสดงดนตรีพื้นถิ่นอีสาน จาก องค์การนักศึกษา มทร.อีสาน ซึ่งครองถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในกิจกรรม 9 ราชมงคลร่วมใจ สืบสานวัฒนธรรมไทย ถึง 3 สมัยซ้อน การกล่าวต้อนรับแขกผู้เข้าร่วมโครงการ โดย พลโท พรชัย มาหลิน แม่ทัพน้อยที่ 2 ผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 2 การกล่าวแสดงความยินดี จาก Mr.Huang Yongjie ผู้อำนวยการ บริษัท เชเลิฟ อินเตอร์ เนชั่นแนล เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป จำกัด โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดงาน และได้รับเกียรติจาก นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงาน ณ เวทีกิจกรรม อาคารอเนกประสงค์หลังคาคลุม (โดมมรกต) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา (พื้นที่สุรนารายณ์)

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน ได้เปิดเผยถึงวัตถุประสงค์การจัดงานว่า การจัดมหกรรมวิชาการ RMUTI EXPO ครั้งที่ 2 ขึ้นในครั้งนี้ เพื่อที่จะนำเสนอศักยภาพและผลงานความสำเร็จตามการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย ที่ได้ดำเนินภารกิจตอบรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ทั้งยังเป็นเวทีนำเสนอความก้าวหน้า ผลงานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรมและบริการวิชาการ ที่มีศักยภาพพร้อมใช้ประโยชน์ เพื่อเชื่อมประสานบูรณาการ องค์ความรู้ในการพัฒนาประเทศทั้งในมิติเชิงวิชาการ นโยบาย สังคม ชุมชน และ อุตสาหกรรม ตลอดจนหนุนเสริมให้เกิดกลไก

สนับสนุนเชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้้ใช้ประโยชน์บูรณาการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายของ มทร.อีสาน จากทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมในการผลิตกำลังคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์สมัยใหม่ ตอบรับนโยบาย 30@30 ของคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติและนโยบาย อว. For EV ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) และเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมยกระดับเป็นศูนย์อบรมและทดสอบด้านยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานสากล มาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพและมาตรฐานกรมฝีมือแรงงาน ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานพร้อมตอบรับนโยบายการขับเคลื่อนประเทศด้วยศักยภาพการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อันโดดเด่น งดงาม และภาคภูมิ

สำหรับงานมหกรรมวิชาการ RMUTI EXPO ครั้งที่ 2 (RMUTI EXPO 2024 : For Future) มทร.อีสาน ได้คัดสรรกิจกรรมเพื่อนักเรียน นักศึกษา ประชาชนผู้สนใจ ให้ได้รับชมและร่วมกิจกรรมอย่างมากมาย เช่น กิจกรรมการเสริมสร้างผู้ประกอบการ Startup RMUTI, การจัดแสดงผลงานนักศึกษา RMUTI Showcase Startup การการเสวนา Inspiration & Motivation @Startup, mini Camp การจัดทำแผนธุรกิจ New Business, การนําเสนอผลงาน Pitching Business จากการจัดทําแผนธุรกิจ, การแข่งขันทักษะวิชาชีพและประกวด นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ และงานสร้างสรรค์นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงและอุดมศึกษา ในระบบนิเวศการศึกษาลุ่มนํ้าโขง ครั้งที่ 2,

การแข่งขันทักษะการออกแบบและเขียนแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์, การแข่งขันทักษะการตรวจประเมินคุณภาพทางรถไฟ, การประกวดนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ และงานสร้างสรรค์ การประกวดด้านนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ สถานประกอบการกับอาจารย์นักศึกษา และเครือข่ายความร่วมมือ (Innovation Entrepreneur Trip Day) , กิจกรรมการเสวนาสมาคมศิษย์เก่า มทร.อีสาน นิทรรศการผลงานการขับเคลื่อนตามจุดเน้นเชิงยุทธศาสตร์ นิทรรศการผลงานความร่วมมือของภาคีเครือข่าย มทร.อีสาน, กิจกรรมสถาปัตย์กลับบ้าน 2567, การออกร้านจําหน่ายสินค้าจากองค์การนักศึกษาและบุคลากร และการออกร้านจําหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค คอนเสิร์ตจากศิลปินมากมาย ตลอด 10 วัน 9 คืน โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ โดย นายจักริน บวรชัย ผู้อำนวยการ โครงการ “หนึ่งใจ…ให้ประชาชน” ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา (พื้นที่สุรนารายณ์)

“และด้วยเกียรติประวัติอันยาวนานของ มทร.อีสาน ล้วนสะท้อนประสิทธิภาพ (Efficiency) ในการผลิตบัณฑิตตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ผลิตบุคลากร ผู้มีคุณูปการแก่วงการศึกษาและประเทศชาติ ตลอดจนศักยภาพอันโดดเด่น ที่กระทบต่อการขับเคลื่อนและผลักดันการพัฒนาในทุกพื้นที่ ขอบเขตความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัยฯ โดยกำหนดหัวใจสำคัญ ผ่านยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพประชากรในทุกระดับสู่ความยั่งยืน ตามมาด้วยความมั่นคงจากชื่อเสียงและการยอมรับซึ่งมหาวิทยาลัยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก บริษัท เชเลิฟ อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป จำกัด และหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน” รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับในการจัดงานมหกรรมวิชาการ RMUTI EXPO ครั้งที่ 2 (RMUTI EXPO 2024 : For Future) นอกจากจะมีกิจกรรมสร้างเสริมความรู้ การประกวดแข่งขัน และการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคแล้ว ปีนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษสุด เพื่อเปิดโอกาสด้านการศึกษาต่อมทร.อีสาน สำหรับนักเรียน นักศึกษา ยังได้มีโครงการ RMUTI Open House 2024 เปิดโลกแห่งการเรียนรู้ สู่บ้าน มทร.อีสาน ครั้งที่ 12 ซึ่งจะมีการเปิดโควตาสำหรับนักเรียน นักศึกษา ที่สนใจศึกาต่อที่ มทร.อีสาน นครราชสีมา กว่า 2,500 ที่นั่ง ระหว่างวันที่ วันที่ 27-28 พฤศจิกายน 2567 ทั้งนี้ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษาทั้งในจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัด ใกล้เคียง เข้าร่วมกิจกรรมและชมมหกรรมต่าง ๆ ในงาน RMUTI EXPO 2024 : RMUTI For Future ระหว่างวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567-วันที่ 1 ธันวาคม 2567 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมเดินวิ่ง “แคแสดรัน ครั้งที่ 2” ณ​ สะพานมิตรภาพไทย- ลาวแห่งที่ 2

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 เวลา 17.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ประธานในงานแถลงข่าวกิจกรรมเดินวิ่ง “แคแสดรัน ครั้งที่ 2” โดยมีนายกิตติกร พันธ์สุวรรณ รองผู้อำนวยการ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยมุกดาหาร เภสัชกรอัฐพร กิจนิธิวรวริศ นายกสมาคมผู้ปกครองครู และศิษย์เก่า โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยมุกดาหาร และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

สำหรับกิจกรรมแคแสดรัน ครั้งที่ 2 กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 7 ธันวาคม 2567 เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยมุกดาหาร เพื่อนำรายได้สร้างโดมกีฬาอเนกประสงค์ โดยได้รับความร่วมมือจากศิษย์เก่า ผู้ปกครอง และศิษย์ปัจจุบัน ผู้ว่าราชการฯ ได้ให้ความสำคัญกับกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อสังคม ผ่านกิจกรรม

การวิ่งเพื่อสุขภาพ และได้ร่วมทำดีเพื่อสังคมด้วย โดยเฉพาะเส้นทางที่วิ่งทำกิจกรรมในครั้งที่เป็นถนนตัดใหม่ ทางหลวงชนบทสาย มห.3019 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 ถึง บ้านบางทรายใหญ่ อำเภอ เมืองจังหวัดมุกดาหาร​ เป็นเส้นทางสนับสนุน SEZ รองรับการเจริญเติบโตของเมืองมุกดาหารในอนาคตแล้ว ยังเป็นเส้นทางที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการขนส่งระหว่างนิคมอุตสาหกรรมกับ

สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 สู่ประเทศลาวรวมทั้งยังช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัดในตัวเมืองให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็วและปลอดภัยอย่างยั่งยืนอีกด้วย เส้นทางวิ่งที่สวยงามด้วยทิวทัศน์ เหมาะสำหรับวิ่งออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเป็นอย่างมาก ในอนาคตจะเป็นอีกหนึ่งเส้นทางในการส่งเสริมกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว

สำหรับกิจกรรมดังกล่าวแบ่งการวิ่งเป็น สองระยะ วิ่ง FUN RUN ระยะทาง 5 KM. อัตราค่าสมัคร 399 บาท MINI MARATHON ระยะทาง 10 KM. อัตราค่าสมัคร 499 บาท และ VIP RUN เลือกวิ่งได้ทุกระยะ อัตราค่าสมัคร 999 บาท ทั้งนี้นักวิ่ง 2 ระยะจะได้รับเสื้อเหรียญและถ้วยรางวัล ส่วน VIP RUN จะได้รับเสื้อและเหรียญทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ เฟซบุ๊ก แคแสดรัน ครั้งที่ 2#2024

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สองคู่หู ม.ต้น ลงขันเปิดร้านปรุงปลา/นายกเมืองพัทยาประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาข้าราชการส่วนท้องถิ่น ชลบุรี / พิธีเปิด งานชุมนุมผู้บังคับบัญชาลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 6 พ.ศ.2567

แชร์เนื้อหานี้

คู่หู ม.ต้น ลงขันเปิด “ร้านปรุงปลา by 12 Garage” แปลงโรงรถบ้านพักเป็นร้านอาหารกลางหมู่บ้านพัทยารุ่งเรือง บรรยากาศแบบมานั่งทานข้าวบ้านเพื่อน ราคาเริ่มต้นเพียง 50 บาท นายวนาสินธุ์ ส่องแก้ว หรือบูม และนายธีรพงศ์ ชิดหรดี หรือแบงค์ สองเพื่อนคู่หูคู่ซี้ตั้งสมัยเป็นนักเรียนโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา ได้ร่วมเปิดร้านอาหารเมนูปลาราคาย่อมเยาว์ ชื่อ “ร้านปรุงปลา by 12 Garage” โดยใช้พื้นที่โรงจอดรถของบ้านพักในหมู่บ้านพัทยารุ่งเรืองเป็นสถานที่เปิดให้บริการ

นายวนาสินธุ์ ส่องแก้ว หรือบูม เล่าได้ว่า เป็นเพื่อนกับนายธีรพงศ์ หรือแบงค์ มาตั้งแต่สมัยเรียน ม.ต้น จึงชักชวนกันเปิดร้านปรุงปลา by 12 Garage ซึ่งใช้โรงจอดรถของบ้านตนเองเป็นสถานที่ เพื่อต้องการให้ลูกค้าได้สัมผัสบรรยากาศการรับประทานอาหารเหมือนมาทานข้าวที่บ้านเพื่อน มีการแบ่งงานกันคือนายแบงค์จะเป็นพ่อครัวประกอบอาหาร ส่วนตนเองจะวิ่งส่งอาหารและดูแลเรื่องของการทำตลาดและการหาลูกค้า

ด้านนายธีรพงศ์ ชิดหรดี หรือแบงค์ เผยด้วยว่า โดยเริ่มต้น ร้านปรุงปลา by 12 Garage จะมีเมนูหลากหลายโดยชูเอาเนื้อปลานิลจากบ่อคัดพิเศษเป็นวัตถุดิบหลัก อาทิ กะเพราะปลา ปลาทอดน้ำปลา ปลาผัดตั้งโอ๋ ปลาผัดเม็ดมะม่วง ผัดพริกแกงปลา ปลาผัดขี้เมา ปลาทอดผัดผักบุ้ง ราคาเริ่มต้นที่เมนูละ 50 บาท ในอนาคตจะเพิ่มเติมปลาชนิดอื่นๆ ทั้งปลาดุกและปลากระพง

ทั้งนี้ หลังจากเปิดร้านมาได้ไม่นานมีลูกค้ามาใช้บริการทั้งกลุ่มเพื่อน ลูกค้าออนไลน์ รวมทั้งลูกค้าฝากซื้อกันอย่างต่อเนื่อง ในอนาคตจะวางแพลตฟอร์มกับแอปพลิเคชั่นส่งสินค้าต่างๆ ทั้งแกร๊ป แพนดาฟู้ด ไลน์แมน และอื่นๆ เพื่อบริการส่งอาหารให้ลูกค้าได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นด้วย

สำหรับร้านปรุงปลา by 12 Garage ตั้งอยู่ในบ้านเลขที่ 50/377 ม.5 ซ.12 หมู่บ้านพัทยารุ่งเรือง เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น. จะปิดทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน โดยนอกจากบริการรับประทานที่ร้านแล้วยังมีบริการรับทำข้าวกล่อง และบริการเดลิเวอรี่ โดยค่าบริการส่งอาหารเริ่มที่ 10 บาท โทรศัพท์สอบถามเพิ่มเติมที่หมายเลข 094-915 1999 บูม, 093-003 7545 แบงค์

ระดมสมอง! นายกเมืองพัทยาร่วมประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี

มีรายงานว่าเวลา 13.30 น. วันที่ 21 พ.ย.67 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้ทรงคุณวุฒิเมืองพัทยา และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาข้าราชการหรือ

พนักงานส่วนท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี ที่มีนายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุม และ น.ส.สุดินา แก้วดี ท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี ในฐานะอนุกรรมการและเลขานุการฯ หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในฐานะอนุกรรมการฯ ร่วมประชุมฯ ที่ห้องประชุมสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี ศาลากลางจังหวัดชลบุรี

 โดยการประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี เป็นการประชุมร่วมกันของคณะอนุกรรมการสรรหาข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด จังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 6/2567 คณะอนุกรรมการสรรหาพนักงานเทศบาล จังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 6/2567 คณะอนุกรรมการสรรหาพนักงานส่วนตำบล จังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 6/2567 และคณะอนุกรรมการสรรหาพนักงานเมืองพัทยา ครั้งที่ 8/2567 

ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ มีระเบียบวาระที่สำคัญ อาทิ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการสรรหาข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี พิจารณาร่างประกาศคณะอนุกรรมการสรรหาฯ เกี่ยวกับการขึ้นบัญชีและยกเลิกบัญชีข้าราชการผู้ผ่านการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งตามกำหนด

พิธีเปิดยิ่งใหญ่! งานชุมนุมผู้บังคับบัญชาลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 6 พ.ศ.2567 (6th INDABA THALAND, 2024) เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ

วันที่ 21 พ.ย.67 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองประธานกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ มอบหมายให้นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงานชุมนุมผู้บังคับบัญชาลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 6 พ.ศ.2567 (6th INDABA THALAND, 2024)

เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมี พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานพิธีฯ ณ สนามศรีมหาราชา ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

 ทั้งนี้ ด้วยสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ กำหนดจัดงานชุมนุมผู้บังคับบัญชาลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 6 พ.ศ.2567 (6th INDABA THAILAND, 2024) เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยกำหนดจัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 21-25 พฤศจิกายน 2567  ณ สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี และค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย และเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

รวมทั้งให้ผู้บังคับบัญชาลูกเสือได้มีโอกาสทบทวนเนื้อหาสาระวิชาการ และทักษะทางลูกเสือ เพื่อพัฒนาสติปัญญา ความรู้ ความสามารถและแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างกว้างขวาง และเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของคณะลูกเสือแห่งชาติประเทศไทยให้เป็นที่แพร่หลาย โดยมีผู้เข้าร่วมงานชุมนุมเป็นผู้บังคับบัญชาลูกเสือ บุคลากรทางการลูกเสือ กรรมการลูกเสืออาสาสมัครลูกเสือจากทั่วประเทศ และต่างประเทศ รวมทั้งสิ้นกว่า 2,516 คน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ร่วมจังหวัดนครราชสีมา จัดงาน Colorful Korat

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ร่วมกับ จ.นครราชสีมา จัดงาน Colorful Korat ระหว่างวันที่ 20 – 24 พฤศจิกายน 2567 โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และ นายณัฐ ครุฑสูตร ผู้อำนวยกานฝ่ายกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นประธานเปิดงาน ณ สวนรัก อ.เมือง จ.นครราชสีมา

นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ททท. ขานรับนโยบาย IGNITE THAILAND’s TOURISM : Soft Power & Sustainability โดยนำเสนอควบคู่กับ อัตลักษณ์ความเป็นไทย การผ่านกิจกรรมและเทศกาล Events & Festivals เปิดท่องเที่ยวได้ตลอดปี

เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยใช้วัฒนธรรมไทย เปฺนจุดแข็ง ผ่านการร้อยเรียงเรื่องเราวในมุมมองใหม่ ที่ทันสมัยของภาคอิสาน อันเป็นการกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวใน จ.นครราชสีมา และพื้นที่ใกล้เคียงสามารถสร้างรายได้และ กระจายสู่ท้องถิ่น ตลอดจนระยะเวลาจัดงาน

นักท่องเที่ยวสามารถสำผัสสีสันในแบบอีสานที่ไม่ควรพลาด ระหว่างวันที่ 20-24 พฤศจิกายน 2567 เวลา 17.00 – 22.30น ณ สวนรัก จังหวัดนครราชสีมา ภายในงานพบกับไฮไลต์สุดพิเศษ สัมผัสเอกลักษณ์ชองภาคอิสานในทุกมิติ

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ก.ธ.จ.น่าน ติดตามแผนงานปี 2567 พร้อมพิจารณาคัดเลือกแผนงาน/โครงการเพื่อสอดส่อง ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น. ที่ ห้องประชุมเจ้ามหาพรหมสุรธาดา ชั้น 6 ศาลากลางจังหวัดน่าน นายอิทธิพล ช่างกลึงดี ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 16 ในฐานะประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดน่าน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดน่าน ครั้งที่ 3/2567 เพื่อติดตามการดำเนินงานและพิจารณาแนวทางสอดส่องแผนงาน/โครงการ รวมถึงการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2567

ของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดน่าน (ก.ธ.จ.) พร้อมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางในการสอดส่องโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 พร้อมทั้งคัดเลือกแผนงาน/โครงการเพื่อสอดส่องประจำปี 2568 โดยในเบื้องต้นในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดน่าน ได้คัดเลือกโครงการ/กิจกรรมจำนวน 10 กิจกรรม/โครงการ จาก 9 หน่วยงานในการติดตามสอดส่องการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐในจังหวัด

สำหรับปีงบประมาณ 2568 จังหวัดน่านได้รับการจัดสรรงบประมาณ แบ่งเป็นงบประมาณจากแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 จำนวน 3 โครงการ วงเงิน 8,070,460 บาท และจากแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดน่าน จำนวน 7 โครงการ วงเงิน 230,521,900 บาท

นายอิทธิพลกล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการต่างๆ ในขณะนี้ยังอยู่ในระยะเตรียมการรอการอนุมัติดำเนินการ แต่เมื่อเริ่มขับเคลื่อนโครงการแล้ว คณะกรรมการควรเข้าไปสังเกตการณ์และสอดส่องอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการสร้างหลักธรรมาภิบาลและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความมั่นใจในแผนงานของภาครัฐ เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างโปร่งใสและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง

/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อุบัติเหตุทางน้ำวันลอยกระทงเป็น”ศูนย์” สร้างภาพลักษณ์ “เมืองไทยปลอดภัย” ให้นักท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า (ด้านความปลอดภัย) เปิดเผยถึงอุบัติเหตุทางน้ำวันลอยกระทงเป็นศูนย์ว่า จากศูนย์ปฏิบัติการควบคุมความปลอดภัยและการจราจรทางน้ำ กรมเจ้าท่า (ศปก.จท.) สรุปรายงานสถิติอุบัติเหตุทางน้ำ วันลอยกระทง วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ไม่พบมีอุบัติเหตุทางน้ำ เหตุการณ์โดยรวมปกติ

จากการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางทางน้ำ “เทศกาลวันลอยกระทง” โดยแบ่งเป็นส่วนกลาง แม่น้ำเจ้าพระยา เรือด่วนเจ้าพระยา ให้บริการ 46 เที่ยว ผู้โดยสาร 5,547 คน เรือทัวริสต์โบ๊ทให้บริการ 60 เที่ยว ผู้โดยสาร 3,126 คน เรือไฟฟ้าเจ้าพระยา ให้บริการ 82 เที่ยว ผู้โดยสาร 3,620 คน เรือโดยสารข้ามฟาก ให้บริการ 924 เที่ยว ผู้โดยสาร 24,351 คน เรือภัตตาคาร ให้บริการ 36 เที่ยว ผู้โดยสาร 7,100 คน คลองแสนแสบ เรือโดยสารคลองแสนแสบ ให้บริการ 87 เที่ยว ผู้โดยสาร 7,141 คน ส่วนภูมิภาค เรือโดยสาร ให้บริการ 3,503 เที่ยว ผู้โดยสาร 162,811 คน รวมเรือโดยสารทั้งประเทศ ให้บริการ 4,738 เที่ยว ผู้โดยสาร 213,696 คน

ทั้งนี้ จากมาตรการด้านความปลอดภัยทางน้ำ กรมเจ้าท่า ในช่วงวันลอยกระทง ได้จัดเรือตรวจการณ์พร้อมเจ้าหน้าที่ออกตรวจตราความปลอดภัย ทั้งในแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองแสนแสบ พบว่ามีผู้ใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยา เรือไฟฟ้า MINE Smart Ferry เรือโดยสารข้ามฟาก มีปริมาณบางเบา เรือโดยสารให้บริการตามรอบการเดินเรือ สามารถระบายผู้โดยสารได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดเรือตรวจการณ์และเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนตามท่าเรือต่างๆ ตรวจสอบความพร้อมของเรือโดยสาร ท่าเรือโดยสาร และคนประจำเรือ รวมทั้งอุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆ ก่อนออกเดินเรือ ตามมาตรการความปลอดภัยที่กรมเจ้าท่ากำหนด

ในส่วนภูมิภาคเขต 1–7 มีการจัดตั้งจุดอำนวยความสะดวก พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ในการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการตามท่าเรือต่างๆ ตรวจสอบความพร้อมของเรือโดยสาร ท่าเรือโดยสาร และคนประจำเรือ รวมทั้งอุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆ ก่อนออกเดินเรือ ตามมาตรการความปลอดภัย รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ควบคุมเรือคอยติดตามรายงานสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

ด้าน พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ประธานอนุกรรมาธิการความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวและการกีฬา กล่าวถึงอุบัติเหตุทางน้ำช่วงวันลอยกระทงปีนี้เป็นศูนย์ เกิดจากหลักการที่ทุกองค์กรให้ความสำคัญ นำไปปฏิบัติใช้ เพื่อให้ทุกกิจกรรมความปลอดภัยไร้ซึ่งอุบัติเหตุ หรือทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุเลย เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้วย่อมส่งผลกระทบตามมาหลายอย่าง ตั้งแต่บาดเจ็บไปจนถึงการสูญเสียชีวิต แล้วยังส่งผลกระทบต่อรายได้ของประเทศที่พึ่งพิงภาคการท่องเที่ยว ทั้งนี้ ขอขอบคุณ ทุกภาคส่วน ทุกหน่วยงาน ที่มุ่งมั่นป้องกันภาพลักษณ์ของประเทศ ผ่านการวางแผนและบริหารจัดการความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นศูนย์ โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์์เพ็ชร ผบ.ตร. ที่ท่านสั่งการให้ตำรวจน้ำ ตำรวจท้องที่ รวมทั้งกรมเจ้าท่า ช่วยเฝ้าระวังป้องกันเหตุไม่ให้เกิดกับนักท่องเที่ยว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งาน “NAN Bamboo Design Showcase 2024 “ยกระดับผลิตภัณฑ์ไผ่น่าน/จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เสริมสิริมงคล เปิด หอการค้าแห่งใหม่ จ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 เวลา 18.00 น. ณ ช่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางวจิราพรอมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐเอกชนและประชาชน ผู้ประกอบกิจการผลิตภัณฑ์ไผ่ เข้าร่วมในพิธีเปิดสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน จัดงาน Bamboo Design Showcase 2024 ” กิจกรรมแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน กิจกรรมหลักการแปรรูปผลิตภัตภัณฑ์ไผ่ ไม้ไผ่ เพื่อเพิ่มมูลค่ากิจกรรมย่อยพัฒนาอุตสาหกรรมไผ่เพื่อเชื่อมโยงตลาด โครงการเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการค้าการลงทุน และผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567

รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางวจิราพร อมาตยกุล กล่าวว่า จังหวัดน่านที่มีพื้นที่เกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่มีผลผลิตทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเกษตรกรผู้ปลูกไผ่ และผู้ประกอบการธุรกิจไผ่ ดังนั้นการพัฒนาอุตสาหกรรมไผ่สู่อนาคตที่ยั่งยืน การส่งเสริมการปลูกไผ่ในจังหวัดน่าน จะเป็นการผลักดันไผ่ให้เป็นไม้เศรษฐกิจอุตสาหกรรมครบวงจรของประเทศไทย ตลอดจนจะเป็นการเพิ่มพื้นที่การปลูกไผ่เศรษฐกิจ สร้างป่า แก้ปัญหาเขาหัวโล้นในจังหวัดน่านและพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป ทั้งนี้ยังก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีแก่เกษตรกร ให้มีความมั่นใจในการผลิตไผ่แบบครบวงจร เกิดการรวมกลุ่มสร้างคลัสเตอร์ ซึ่งจะสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไผ่ ตลอดจนได้แนวทางผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมไม้ไผ่ที่สามารถดำเนินการได้ถูกต้องตามกฎหมาย และเข้ากับบริบทสภาพพื้นที่ของจังหวัดน่าน รวมทั้งช่วยสร้างความยั่งยืน ทางด้านเศรษฐกิจสังคม สิ่งแวดล้อม

ซึ่งรัฐบาลได้มึนโยบายในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมไผ่ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำโดยเน้นการพัฒนาวัตถุดิบและกระบวนการผลิตให้มีมาตรฐาน มีคุณภาพสูง ส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมใหม่ เพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ไผในพื้นที่จังหวัดน่าน เนื่องจากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ในระดับวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม (SME) พบว่ายังอยู่ในระดับการแปรรูปชั้นต้น ราคาถูก หากมีการพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยการออกแบบอย่างสร้างสรรค์และใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ จะทำให้มีการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและจังหวัดในภาพรวมมากยิ่งขึ้น

จังหวัดน่านจึงได้มอบหมายให้สำนักงานอุตสาหกรรม ดำเนินโครงการเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการค้า การลงทุน และผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาชุมชน กิจกรรมหลักการแปรรูปผลิตภัณฑ์ไผ่ ไม้ไผ่เพื่อเพิ่มมูลค่ากิจกรรมย่อยพัฒนาอุตสารรมไผ่ เพื่อเชื่อมโยงตลาด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ซึ่งเป็นการจัดงานเป็นปีแรกของอุตสาหกรรมไผ่น่าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาตกลางและขนาดย่อม (SME) และวิสาหกิจชุมชนในกลุ่มอุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ สร้างรายได้ให้แก่ในกลุ่มอุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่านเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนส่งเสริมและพัฒนาด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน ให้เกิดช่องทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น

ด้านอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน (นางสาวนิลเนตร โลหะพจน์พิลาศ) ได้กล่าวถึงกิจกรรมของโครงการที่ได้ดำเนินการไปประกอบไปด้วย การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคลัสเตอร์อุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน โดยการสัมมนาเชิงปฎิบัติการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้แก่ของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไผ่ในจังหวัดน่าน และการจัดศึกษาดูงานนอกสถานที่เพื่อเสริมสร้างทักษะในการบริหารจัดการเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน ทั้งเพื่อเป็นการลงพื้นที่ให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกกับการออกแบบและพัฒนารูปแบบผลิต ภัณฑ์ เพื่อจัดทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบ จำนวน 15 ราย โดยให้มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนารวมไม่น้อยกว่า 30 ผลิตภัณฑ์ และ การจัดแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ได้รับการพัฒนา พร้อมทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน

สำหรับการจัดงาน “NAN Bamboo Design Showcase 2024” กิจกรรมจัดแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบและทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรรมไผ่จังหวัดน่าน เป็นกิจกรรมสุดท้ายของโครงการ กำหนดจัดในระหว่างวันที่ 8 – 10 พฤศจิกายน 2567 ณ บริเวณลานช่วงเมืองน่าน จังหวัดน่านทั้งนี้เพื่อนำผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 30 ผลิตภัณฑ์ มาจัดแสดงเพื่อทำการทดสอบตลาด โดยการจัดทำแบบสอบถามผู้เข้าร่วมซมงานเป็นรายผลิตภัตภัณฑ์ และนำข้อมูลที่ได้มาประมวลวิเคราะห์ในเชิงสถิติ และสรูปผลนำเสนอแก่เจ้าของผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาดต่อไป

นอกจากนี้ยังกิจกรรมในงาน ได้แก่ การจัดการเสวนาเรื่อง “ไผ่น่าน ทำอย่างไรให้ยั่งยืน” โดยวิทยากรผู้เชียวชาญด้านไผ่จากภาครัฐและเอกชน การมอบประกาศนีย บัตรแก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ การจำหน่ายผลิตลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ และการดนตรีเพื่อความบันเป็นประจำทุกวัน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน



หอการค้าจังหวัดน่านจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เสริมสิริมงคล เปิดที่ทำการสำนักงานหอการค้าแห่งใหม่ จังหวัดน่าน ภาระกิจส่งเสริมเศรษฐกิจด้านการค้าชายแดน การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัดน่าน


เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00น. ณ สำนักงานหอการค้าจังหวัดน่าน โครงการน้ำทองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเจริญพระพุทธมนต์เสริมสิริมงคล พร้อมทั้งแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในวาระสมัยคุณศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน และคุณกัลย์ชฎารัตน์ ปัญญาวงค์ ประธานกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC หอการค้าจังหวัดน่าน

หอการค้าจังหวัดน่าน ได้ดำเนินการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เสริมสิริมงคล เปิดที่ทำการสำนักงานหอการค้าจังหวัดน่าน โดยได้รับเกียรติจากคุณสมบัติ ชินสุขเสริม รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยล, คุณหัสนัย แก้วกุล ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 , คุณศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน ตัดริบบิ้นเปิดอาคารที่ทำการสำนักงานหอการค้าจังหวัดน่าน 990/16 หมู่ 4 ต.ไชยสถาน อ.เมือง จ.น่าน ทั้งนี้ได้รับเกียรติจากหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน สมาชิก และ YEC หอการค้าจังหวัดน่าน มาแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง


หอการค้าจังหวัดน่านได้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2527 (อายุ 40 ปี) เป็นหนึ่งในองค์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดน่านมาอย่างยาวนาน โดยมีภาระกิจหลัง ส่งเสริมเศรษฐกิจด้านการค้าชายแดน การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัดน่าน เพื่อมุ่งเน้นยกระดับศักยภาพการค้าในจังหวัดน่านให้ดียิ่งขึ้น/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/วิสุทธิ์ ศรีเมือง รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมช.มท.2 เปิดจุดบริการน้ำดื่มสะอาด ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ชาวบ้าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 16 พ.ย.ที่สำนักงานการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สาขาบึงกาฬ ถนนบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2)เป็นประธานเปิดโครงการ “น้ำดื่มสะอาด Mini Staton” ซึ่ง การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ขับเคลื่อนภารกิจตอบสนองนโยบายกระทรวงมหาดไทย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชาวบึงกาฬ ให้เข้าถึงน้ำประปาคุณภาพสะอาดปลอดภัยในราคาประหยัด

โดยมี นายสยาม เพ็งทอง ส.ส.บึงกาฬ เขต 1นายพรพจน์ เพ็ญพาส ประธานกรรมการ กปภ.และคณะกรรมการบริหาร กปภ. นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค นายจุมพฏ วรรณฉัตรศสิริ ผวจ.บึงกาฬ นายนคร ศิริปริญญานันท์ รอง ผวจ.นายวินัย โตเจริญ รอง ผวจ. นายนายราชันย์ วะนาพรม นายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารและพนักงาน เจ้าหน้าที่ กปภ.สาขาบึงกาฬ ประชาชน ให้การต้อนรับนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย เปิดเผยว่า กปภ.

เป็นหน่วยงานที่ให้บริการน้ำประปาโดยคำนึงถึงถึงประโยชน์และสุขอนามัยของประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งโครงการ “น้ำดื่มสะอาด Mini Station” นอกจากช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนแล้ว ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้มีสุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2567 การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ได้เร่งดำเนินการก่อสร้างและติดตั้งจุดบริการน้ำดื่มสะอาด Mini Station แล้วเสร็จจำนวน 10 แห่ง

ได้แก่ กปภ.สาขาข้าบ้านฉาง พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี ทุ่งสง สตูล น้ำพอง บึงกาฬ บุรีรัมย์ นางรอง และอุทัยธานี โดยใช้เทคโนโลยีรีเวิร์สออสโมซิส (RO) ในกระบวนการผลิตน้ำดื่ม และฆ่าเชื้อด้วยรังสีอัลตร้าโวโอเลต (UV) ด้วยกำลังการผลิต 2,000 ลิตร/ชั่วโมง จึงมันใจได้ว่าสามารถอุปโภคบริโภคได้อย่างปลอดภัย สำหรับแผนการดำเนินงานในปัจจุบัน กปภ. ตั้งเป้าหมายก่อสร้างและติดตั้ง Mini Station ให้ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการยิ่งขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนคือให้ทุกคนเข้าถึงน้ำดื่มที่ปลอดภัยและมีราคาสาสามารถซื้อหาได้

นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการน้ำดื่มสะอาด Mini Staton เป็นการนำความเชี่ยวชาญของ กปภ.มาสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนโดยตรง ด้วยการผลิตน้ำดื่มคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำดื่มสะอาด และช่วยบรรเทาภาภาระค่าครองชีพประชาชน โดยประชาชนสามารถนำรถบรรทุกน้ำดื่มหรือภาชนะบรรจุน้ำดื่มมารับบริการได้ที่สำนักงาน กปภ.สาขาบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

นอกจากนี้ กปภ. ได้ตอบสนองนโยบาย “น้ำดื่มสะอาด บริการประชาชน” ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยดำเนินโครงการน้ำประปาดื่มได้ร่วมกับกรมอนามัยประกาศรับรองพื้นที่น้ำประปาดื่มได้แล้ว 264 แห่ง และโครงการตู้กดน้ำดื่มสะอาดฟรี ซึ่งจะขยายผลให้ครบทั้ง 234 สาขาทั่วประเทศต่อไป

นายทรงศักดิ์ ทองศรี กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการ น้ำดื่มสะอาด Mini Staton นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้การประปาส่วนภูมิภาคดำเนินการจัดหาน้ำดื่มสะอาดให้กับประชาชน ลดค่าใช้จ่าย เรามีเป้าหมายกันทำทั้งประเทศ ทั้งหมด 234 สาขา แต่ว่าในเบื้องต้นปีนี้ จะมีการ Kick Off ไป 10 จังหวัด/สาขา แต่ในโอกาสต่อไปก็จะมีการทำให้ครอบคลุมไปทั้งหมดทั่วประเทศ ทั้งในส่วนความรับผิดชอบของการประปาส่วนภูมิภาคด้วย

แต่เป็นพื้นที่การประปาส่วนภูมิภาคไปให้บริการ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงน้ำประปาน้ำสะอาดดื่มได้ในราคาที่ประหยัด เบื้องต้นตอนนี้ยังไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ในอนาคตอาจจะมีบ้าง อยู่ระหว่างการประเมินว่าต้องคิดในอัตราเท่าไหร่ให้เกิดความเหมาะสม ประหยัด และลดต้นทุนให้กับประชาชนในการใช้จ่ายในครัวเรือนต่อไป โดยการใช้บริการน้ำดื่มสะอาด Mini Station ที่ด้านหน้า กปภ.สาขาบึงกาฬ ช่วงแรกนี้ เปิดให้พี่น้องประชาชนมาใช้บริการในวันและเวลาราชการ แต่ในอนาคตการพัฒนาจะทำให้ประชาชนสามารถดำเนินการรับบริการน้ำดื่มได้ด้วยตนเองเลย

โดย มท.2 กล่าวยืนยันว่า น้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาคโดยปกติดื่มได้อยู่แล้ว แต่เพื่อให้เกิดความมั่นใจขึ้นมา เราจึงมีระบบที่มีมาตรฐานขึ้นมาอีกระดับ ซึ่งมีมาตรฐานเกินองค์การอนามัยโลกไปแล้ว ด้วยระบบเทคโนโลยีรีเวิร์สออสโมซิส (RO) เพื่อให้ลดต้นทุนในการดำเนินการ เราใช้พลังงานสะอาด คือ พลังงานแสงอาทิตย์นำมาใช้ในการทำงานระบบเครื่องกรองน้ำโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้าปกติ
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “นครพนมโมเดล” ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด/ อบรมสัมมนาศูนย์ประสานงานพรรคเสรีรวมไทย​ จ.อำนาจเจริญ /นทท.ร้อง ตม.มุกดาหาร เรียกเก็บค่าล่วงเวลาแต่ไม่ออกใบเสร็จให้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เวลา 15.49 น. ที่ห้องประชุม ชั้น 5 พระธาตุพระธาตุพนม ศาลากลาง จังหวัดนครพนม พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2/ ผู้บัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ผบ.นบ.ยส.24) และพลตำรวจเอกไกรบุญ ทรวดทรง จเรตำรวจแห่งชาติ, พลตำรวจโทสยาม บุญสม จเรตำรวจ, พลตำรวจโทอุดร ยอมเจริญ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,

พลตำรวจตรีณัฐนนท์ ประชุม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4, นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ร่วมประชุมบูรณาการติดตามการปฏิบัติงานตามนโยบายข้อสั่งการการป้องกันยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดนครพนม โดยรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการป้องกันยาเสพติด การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ การบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติด การสร้างอาชีพให้กับผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟู การสนับสนุนและการแก้ไขปัญหายาเสพติดและการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อรับทราบข้อมูล สถานการณ์ในพื้นที่ ปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้มอบแนวทางการปฏิบัติ การแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเน้นการบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเป็นรูปธรรม เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล

พลตำรวจเอก ไกรบุญ ทรวดทรง เจรตำรวจแห่งชาติ แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 นายกรัฐมนตรี ได้ปฏิบัติราชการลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อติดตามงานตามนโยบายของรัฐบาล พร้อมเป็นประธานการประชุมเพื่อรับฟังปัญหาด้านการป้องกัน ปราบปรามยาเสพติด และกระบวนการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด สั่งการและกำหนดรูปแบบในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งกำหนดขยายพื้นที่เป็นพื้นที่ต้นแบบ นำร่อง 10 จังหวัด (เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ ระยอง สกลนคร นราธิวาส ปทุมธานี อุทัยธานี นครพนม นครศรีธรรมราช และจังหวัดตรัง)


“เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบ “ธวัชบุรีโมเดล” จึงได้จัดประชุมคณะกรรมการ ศอ.ปส.จ.นครพนม เพื่อมอบแนวทางการดำเนินการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบ “ธวัชบุรีโมเดล” ที่เคยได้ดำเนินการในจังหวัดร้อยเอ็ด รวมทั้งเพื่อร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนครพนม ซึ่งได้มีการชี้แจงให้ที่ประชุมทราบวัตถุประสงค์กรอบอำนาจหน้าที่คณะกรรมการร่วมแก้ไขปัญหาในพื้นที่ และแนวทางการดำเนินการในพื้นที่เพื่อให้ประชาชนมีความสุข โดยได้มีการพิจารณาการมอบหมายหน้าที่และแบ่งมอบพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายต่อไป”

ทั้งนี้ ในการประชุมฯ ได้มีการนำเสนอโดยการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการป้องกันยาเสพติด การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ การบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติด การสร้างอาชีพให้กับผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟู การสนับสนุนและการแก้ไขปัญหายาเสพติดและการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อรับทราบข้อมูล สถานการณ์ในพื้นที่ ปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้มอบแนวทางการปฏิบัติ การแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเน้นการบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเป็นรูปธรรม เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดความเดือดร้อนจากปัญหายาเสพติดให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ซึ่งจังหวัดนครพนมได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีการจัดตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด เคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24)

เพื่อให้เกิดการดำเนินการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด เคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อนึ่ง จังหวัดนครพนม จะยกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ใช้รูปแบบ ‘ธวัชบุรีโมเดล’ มาเป็นแนวทางในการดำเนินการและกำหนดขั้นตอนดำเนินการไว้ 5 ขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นเตรียมการ ขั้นปฏิบัติการ ขั้นส่งต่อ ความยั่งยืน ขั้นทบทวนหลังการปฏิบัติ และขั้นขยายผลไปพื้นที่อื่น

รวมทั้งยังกำหนดความรับผิดชอบให้แต่ละส่วนราชการ จังหวัดนครพนม/ ศอ.ปส.จว.น.พ. เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก ทำหน้าที่ในการวางแผน อำนวยการ บูรณาการ ประสาน และควบคุมกำกับดูแล รวมทั้งขับเคลื่อนการสร้างหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็ง สร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม และตำรวจปราบปรามยาเสพติด รับผิดชอบหลักในมาตรการสกัดกั้น และมาตรการปราบปราม เน้นสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่เขตของจังหวัด การปิดล้อมตรวจค้น ติดตามจับกุม ขยายผล และยึดทรัพย์สินคดียาเสพติด

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม รับผิดชอบหลักในมาตรการบำบัด เน้นการคัดกรอง แบ่งแยกผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติด ผู้เสพ และผู้ติดยาเสพติด ก่อนนำเข้าบำบัด ตามระดับความรุนแรง สำนักงานแรงงาน และพัฒนาชุมชน จังหวัดนครพนม รับผิดชอบหลักให้การช่วยเหลือ ภายหลังผ่านกระบวนการบำบัด โดยการ จัดหางานสนับสนุน การฝึกอาชีพ และการพัฒนาฝีมือแรงงาน มณฑลทหารบกที่ 210 เป็นหน่วยร่วมในการวางแผน อำนวยการ ประสานการปฏิบัติ และเป็นหน่วยสนับสนุนให้กับทุกส่วนราชการที่เป็นหน่วยปฏิบัติหลัก และเพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ หน่วยจึงได้กำหนดตารางประสานสอดคล้องให้ครอบคลุม ทั้งภารกิจ หน่วยปฏิบัติหลัก และหน่วยสนับสนุน ณ ห้องประชุม ชั้น 5 พระธาตุพระธาตุพนม ศาลากลาง จังหวัดนครพนม

ภาพ​/ข่าว​ นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ ​โชคชัย​ ​มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

นทท.ร้อง ตม.มุกดาหาร เรียกเก็บค่าล่วงเวลาแต่ไม่ออกใบเสร็จให้

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดมุกดาหารได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านด่านพรมแดนมุกดาหารข้ามไปยังแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ในช่วงวันหยุดราชการแต่ถูกเจ้าหน้าที่ ตม.มุกดาหาร เรียกเก็บเงินค่าล่วงเวลาคนละ 20 บาท ซึ่งเมื่อจ่ายเงินให้ไปแล้วแต่เจ้าหน้าที่กลับไม่ยอมออกใบเสร็จรับเงินให้ จึงอยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว และเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายสร้างความโปร่งใส การมีส่วนร่วมของประชาชน การประชาสัมพันธ์เชิงรุก และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้องค์กร ของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงขอให้ ตม.มุกดาหาร ชี้แจงและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบว่า เจ้าหน้าที่ ตม. สามารถเรียกเก็บเงินค่าล่วงเวลาจากนักท่องเที่ยวหรือผู้โดยสารได้เป็นจำนวนเท่าใด และต้องออกใบเสร็จรับเงินให้ด้วยหรือไม่ และการเรียกเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวคนละ 20 บาท

โดยไม่ออกใบเสร็จรับเงินเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายอย่างไรหรือไม่หากตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบการกระทำความผิด ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติ และวินัยข้าราชการตำรวจ โดยเมื่อมีผู้ใต้บังคับบัญชากระทำผิดทางอาญาหรือวินัย หรือมีพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสมหรืออันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต้องรีบดำเนินการแก้ไข หากเป็นกรณีที่กระทำผิดกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง แบบแผนธรรมเนียม ต้องรีบดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยเฉียบขาดทันที และทันต่อเหตุการณ์อนึ่ง จากการตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้นพบว่า มีกฎกระทรวง (พ.ศ. 2523) ออกตามความในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ได้กำหนดค่าธรรมเนียมการตรวจรถยนต์ รถไฟที่เดินทางผ่านเข้ามาใน หรือออกไปนอกราชอาณาจักร นอกเวลาราชการ ถ้าไม่มีคนโดยสารให้เสียครั้งละ 25 บาท ถ้ามีคนโดยสารให้คิดเพิ่มขึ้นตามรายตัวคนโดยสาร คนละ 5 บาท

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ #จเรตำรวจแห่งชาติ #สำนักงานจเรตำรวจ #สตม #ปปช #ปปท #ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร #ตรวจสอบทุจริต #เก็บค่าล่วงเวลาไม่ออกใบเสร็จรับเงิน

ภาพ​/ข่าว​ นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ ​โชคชัย​ ​มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

อำนาจเจริญ -การจัดอบรมสัมมนาศูนย์ประสานงานพรรคเสรีรวมไทย​ จ.อำนาจเจริญ ให้ความรู้แก่สมาชิกพรรคและประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และบทบาทหน้าที่ของสมาชิกพรรคการเมือง

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567​ เวลา 08.30 น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส มอบหมายให้​ นางสาวณัฐนิชา​ มั่นทน ตัวแทนพรรคศูนย์ประสานงานจังหวัดอำนาจเจริญ จัดอบรมสัมมนา เพื่อให้ความรู้สมาชิกพรรคและประชาชน เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ณ ห้องประชุมโรงแรมเพาเวอร์แกรนด์ จังหวัดอำนาจเจริญ ครั้งที่ 1/2567 ในวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2567​ ตั้งแต่เวลา 08.30-15.00 นาฬิกา

มีผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนา จำนวน 2​51 คน โดยมี​ พ.ต.อ.​ภัทรพล เล่าเปี่ยม​ กรรมการบริหารพรรคฯ เป็นประธานในพิธี ร.ต.ต.สุเทียน​ ทองโสม​ หัวหน้าสาขาพรรคเสรีรวมไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัดมุกดาหาร เขต1 และนายไพรัตน์ ฝ่ายบุตร พนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ รักษาการหัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนและพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่กกต.จ.อำนาจเจริญ เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการประชุมอบรมสัมมนาครั้งนี้ โดยมีท่านอิทธิกร สุวมาศ ให้การต้อนรับเป็นอย่างดียิ่ง มีวัตถุประสงค์ ดังนี้​

1.เพื่อให้กรรมการสาขาพรรค สมาชิกและประชาชน ทราบถึงสถานภาพสมาชิกพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดและเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนทั่วไป​ 2.เพื่อให้สมาชิกและประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของสมาชิกพรรคการเมือง มีความรู้ความความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข 3.เพื่อปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน​ 4.เพื่อเปิดเวทีให้สมาชิกแบ่งกลุ่มแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ปัญหาทางการเมืองที่ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน

โดยการจัดประชุมใหญ่สามัญศูนย์ประสานงานพรรคเสรีรวมไทยจังหวัดอำนาจเจริญ และคณะทำงานภาคอีสานตอนล่าง สัมมนาให้ความรู้สมาชิกสาขาพรรคและประชาชน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 ครั้งนี้ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน 092-5259-777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นบ.ยส.24 บูรณาการร่วมกับกลุ่มงานสุขภาพจิตและยาเสพติด สสจ.นครพนม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบล กุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ รองผู้อำนวยการกองบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (รอง ผอ. ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24)

พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ร่วมกับ นางสาวธิดารัตน์ เลี่ยวปรีชา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานสุขภาพจิตและยาเสพติด สสจ.นครพนม และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประชุมหารือตรวจพื้นที่อาคารหลังศูนย์ฟื้นฟู เพื่อเสนอเป็นศูนย์บำบัด ในพื้นที่ จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นการบูรณาการหน่วยงานส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดนครพนม ตามดำริของ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24) ซึ่งได้ให้ความสำคัญกับผู้ที่หลงผิดผู้ที่เสพสารเสพติดเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและท้าทาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้คนมากมาย

การหลุดพ้นจากการใช้สารเสพติดต้องอาศัยแนวทางที่ครอบคลุมและแรงสนับสนุนเป็นอย่างมาก วิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูสมรรถภาพจากการใช้ยาเสพติด คือการใช้บริการจากศูนย์บำบัดยาเสพติดซึ่งมีคุณประโยชน์หลายประการ ที่จะสามารถสนับสนุนให้บุคคลมีชีวิตที่มีสุภาพดีขึ้น โดยจะมีทีมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และมีคุณสมบัติเหมาะสม รวมถึงแพทย์ นักบำบัด ผู้ให้คำปรึกษา และเจ้าหน้าที่ผู้ให้ความช่วยเหลือ ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จะร่วมวางแผนการรักษาเฉพาะเป็นรายบุคคล

ซึ่งใช้ความเชี่ยวชาญทำให้มั่นใจได้ว่าผู้เข้ารับการบำบัดจะปลอดภัย ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และแผนการรักษาจะถูกปรับเสมอตลอดระยะเวลาการบำบัด เพื่อให้สอดคล้องกับพัฒนาการของแต่ละบุคคล ถานบำบัดจะต้องมีสภาพแวดล้อมแบบปิด ที่มีความสงบ ปลอดภัย และมีการควบคุม สภาพแวดล้อมที่เป็นระบบปิดจะช่วยให้บุคคลสามารถโฟกัสกับกระบวนการบำบัดที่เข้มข้น สามารถสร้างกิจวัตรและพัฒนานิสัยที่ดีต่อสุขภาพ และใส่ใจกับกระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ โดยไม่ถูกรบกวนจากโลกภายนอกต่อไป

ภาพ/ข่าว​ นบ.ยส. 24
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกรวมใจชาวหนองไผ่แก้ว+จิตรเมืองนนท์สัญจร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 ศึกรวมใจชาวหนองไผ่แก้ว+จิตราเมืองนนท์สัญจร ประธานจัดงาน นาย วิบูลย์ สุนทรวัฒน์ นายกเทศมนตรี และทีมงาน นายเกริทฤทธิ์ รัตมงคล รองนายกเทศมนตรี นายจตุพล สุนทวัฒน์ รองนายกเทศมนตรี นายสุรชัย วงค์เวทย์เสถืยร เลขานุการนายกเทศมนตรี นายมณท์ธรรม์ บุญใจเพชร ที่ปรึกษา และ อบต.พีท คิว โชควิทยา

ประธานเปิดการแข่งขันถ่ายทอดสด นาย จิรวุฒิ สิงโตทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเเปิดงานศึกรวมใจชาวหนองไผ่แก้ว+จิตรเมืองนนท์สัญจร ณ.เวทีมวยชั่วคราวเทศบาลหนองไผ่แก้ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ถ่ายทอดสดช่อง JKN 18 ยูทูป jitmuangnongym live เวลา 17.00น.เป็นต้นไป
เอ.คนข่าวรายงาน

“รัฐมนตรีเฉลิมชัย”เดินหน้าป่าชุมชนยั่งยืนลดโลกร้อน

แชร์เนื้อหานี้

“รัฐมนตรีเฉลิมชัย”เดินหน้าป่าชุมชนยั่งยืนลดโลกร้อนมอบ“อลงกรณ์-ปรพล“ถอดรหัส”สระบุรี แซนด์บ็อกซ์ เมืองคาร์บอนต่ำสร้างโมเดลป่าชุมชน-ป่าคาร์บอนต้นแบบก่อนขยายผลทั่วประเทศ นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ. ประธานมูลนิธิเวิลด์วิว ไครเมทและรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อม

กล่าวในงานสัมมนาเวิร์คช็อป “พลเมืองเคลื่อนรัฐครั้งที่ 3 หัวข้อ“ป่าชุมชนสระบุรีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน“ ว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีนโยบายให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ การฟื้นฟู การใช้ประโยชน์ทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืนเพื่อชุมชนและนโยบายลดโลกร้อนโดยเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อบรรลุเป้าหมายสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี2050และคาร์บอนเป็นศูนย์ในปี2565ถือเป็นนโยบายเรือธงเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน


การประชุมผนึกความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ ภาควิชาการ ผู้นำท้องถิ่นและภาคประชาชนในจังหวัดสระบุรี ซึ่งมีเจตนารมย์ร่วมกันให้จังหวัดสระบุรีเป็นต้นแบบ”เมืองคาร์บอนต่ำ” หรือ “SARABURI LOW CARBON CITY” โดยเน้นใน 5 ภาคส่วน คือ ภาคอุตสาหกรรม ภาคพลังงาน ภาคการกำจัดขยะของเสีย ภาคเกษตรกรรม และภาคการเพิ่มพื้นที่สีเขียวถือเป็นตัวอย่างต้นแบบการบูรณาการทุกภาคส่วนที่น่าชื่นชมโดยเฉพาะการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาป่าชุมชนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน (Forests for the Sustainable Future)จำนวน 45 แห่งในจังหวัดสระบุรี

ภายใต้เครือข่ายคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนแห่งละ 15 คน รวมทั้งสิ้นประมาณ 675 คนและขยายความร่วมมือกับอาสาสมัครของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเช่นเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) อีกราว 2,000 คน เครือข่ายที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติ และที่ปรึกษาเขตห้ามล่าสัตว์ป่า จำนวน 100 คนจะเป็นการขับเคลื่อนที่มีพลังสู่ความสำเร็จด้วยการบูรณาการของภาคีภาคส่วนต่างๆรวมทั้งหน่วยงานสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในจังหวัดสระบุรี ได้แก่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 5 สระบุรี สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สระบุรี สำนักสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 2 สระบุรี สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาลเขต 3 สระบุรี ป่าชุมชนนอกจากมีอรรถประโยชน์ใช้สอยเพื่อชุมชนแล้วยังมีความหลากหลายทางชีวภาพ(Biodiversity)เพื่อเดินหน้าสู่ไบโอเครดิต(Bio Credit)ทั้งยังเป็นแหล่งอาหารของชุมชน(Community Food Bank)และสามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง รวมทั้งสามารถดำเนินการเรื่องคาร์บอนเครดิตเพื่อเศรษฐกิจสีเขียวอีกด้วย ”จากผลการประชุมในวันนี้จะถอดรหัส สระบุรี แซนด์ บ็อกซ์(Saraburi Sandbox) เมืองคาร์บอนต่ำเพื่อสร้างโมเดลป่าชุมชน-ป่าคาร์บอนต้นแบบโดยจะนำเสนอต่อดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทส. พิจารณาขยายผลไปยังจังหวัดต่างๆทั่วประเทศต่อไป”นายอลงกรณ์กล่าวในที่สุด

 ในการสัมมนาเวิร์คช็อปครั้งนี้ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้วยมอบหมายนายอลงกรณ์ พลบุตร คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายปรพล อดิเรกสาร ที่ปรึกษาสมาคมการท่องเที่ยวสระบุรีเเละหน่วยงานสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในสระบุรีเข้าประชุมงานสัมมนาเวิร์คช็อป “พลเมืองเคลื่อนรัฐครั้งที่ 3 หัวข้อ“ป่าชุมชนสระบุรีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน“จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(กพร.)และมูลนิธิคอนราด อเดนาวร์เมื่อวันที่11 พ.ย.ที่ผ่านมาที่ลีลาวดีรีสอร์ต อ.เมือง จ.สระบุรีร่วมกับนายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการ กพร. ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ประธานอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการ นายบุญมี สรรพคุณ หนึ่งในผู้ริเริ่มสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ นายเสกสรร กวยะปาณิก รักษาการผู้อำนวยการสำนักจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้และภาคีภาคส่วนต่างๆเช่นจังหวัดสระบุรี สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ. )องค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก กองทุนสิ่งแวดล้อม  สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ(สพภ.BEDOThailand) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(อพท.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โรงงานและบริษัทต่างๆในพื้นที่เช่น เอสซีจี. เคมีแมน สยามฟูรูกาว่า ซีพีเมจิ ทีพีไอโพลีน เบทาโก เป็นต้นและเครือข่ายป่าชุมชนเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสระบุรีให้เป็นเมืองคาร์บอนต่ำ ( SARABURI LOW CARBON CITY )ภายใต้แนวทางOpen Gov. for SRI สระบุรี เเซนด์บ็อกซ์ (Saraburi Sandbox)ด้วยโครงการ“ป่าชุมชนสระบุรีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน”.

ข้อมูลประกอบ: ประเทศไทยมีการจัดตั้งป่าชุมชนในพื้นที่กรมป่าไม้ 12,231 แห่ง เนื้อที่ 6,308,712 ไร่ นอกจากนั้น ยังมีป่าชุมชนในพื้นที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ชุมชนที่ดูแลรักษาป่าชุมชนจะถูกโน้มน้าวให้เข้าร่วมโครงการ โดยมีเงินทุนสนับสนุน และมีการแบ่งปันผลประโยชน์จากการค้าคาร์บอนเครดิตจำนวนหนึ่ง ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2566 พบว่า ป่าชุมชน 211 แห่ง ในพื้นที่ 18 จังหวัด กำลังกลายเป็นป่าคาร์บอน โดยเป็นป่าชุมชน (ป่าบก) 129 แห่ง ป่าชุมชนชายเลน 82 แห่ง รวมปริมาณการดูดกลับก๊าซคาร์บอน ประมาณ 1,904,463 ตันของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ข้อมูลในปี 2564 ป่าธรรมชาติและป่าเศรษฐกิจในประเทศไทยมีการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกรวมกัน 100 ล้านตันของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ดังนั้น ยังเหลือตามเป้าหมายอีก 20 ล้านตันของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งต้องเพิ่มพื้นที่สีเขียวทุกประเภท ร้อยละ 55 ของพื้นที่ประเทศ รวมเนื้อที่ 177.94 ล้านไร่ ภายใน พ.ศ. 2580 เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอน และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ ในขณะที่ปัจจุบันมีพื้นที่สีเขียว ร้อยละ 39.60 รวมเนื้อที่ 128.12 ล้านไร่ ดังนั้น ต้องเพิ่มพื้นที่สีเขียว ประมาณ 49.82 ล้านไร่.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สุดมันส์ “ศึกมวยรองครองแชมป์” รอบ 8 คนสุดท้าย เพื่อคว้าแชมป์พร้อมเงินรางวัล 1 แสนบาท/ผอ.ททท.เพชรบุรี ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสหนาว ‘เขาพะเนินทุ่ง’ ชมวิวทะเลหมอกและสัตว์ป่า

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 11 พ.ย.67 ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน เดอะเลเจ้นท์ อารีน่า ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย, บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), Thai Smile Bus และ Thybrid Training Centre ปลุกกระแสมวยกับเวที “Legend Fighting Championship ศึกมวยรองครองแชมป์” เข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้าย ที่เวทีมวยชั่วคราว หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ มี นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน, นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาด อ.หัวหิน, นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน, นางสาววรกานต์ ถาวร รอง ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ,

นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, นายธนัท ปภพธนานนท์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ, นายจัตุชัย จำปาหอม อนุกรรมการแข่งขันกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย, ดร.พรระวี สีเหลืองสวัสดิ์ ประธานสมาพันธ์ SME ไทย จ.ประจวบฯ, นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด, นายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ต หัวหิน, วิว เยาวภา บุรพลชัย อดีตนักกีฬาเทควันโดหญิง เจ้าของเหรียญทองแดงกีฬาโอลิมปิก 2004 โปรโมเตอร์ผู้จัดการแข่งขัน, ทวี อัมพรมหา (ขาวผ่อง สิทธิชูชัย) นักกีฬาโอลิมปิก เหรียญเงินมวยสากลสมัครเล่น ปี 1984 และมนัส บุญจำนงค์ เหรียญทองโอลิมปิก มวยสากลสมัครเล่น ปี 2004 และเหรียญเงินโอลิมปิก ปี 2008 เข้าร่วมชมการแข่งขันท่ามกลางแฟนมวยจำนวนมากร่วมส่งเสียงเชียร์

นายพลกฤต พวงวลัยสิน กล่าวว่า “การแข่งขันในวันนี้ต้องขอขอบคุณทุกๆ ฝ่าย ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของกีฬาเพื่อเป็นหนึ่งใน Soft power ที่จะผลักดันในเรื่องของการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ สร้างแรงผลักดันรวมไปถึงช่วยส่งเสริมการกีฬาให้กับเยาวชน พร้อมทั้งยังเป็นการมุ่งเน้นประชาสัมพันธ์ในเรื่องการท่องเที่ยวในประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในเมืองไทยไปพร้อมๆ กันอีกด้วย และที่สำคัญการจัดแข่งขัน รายการ “ Legend Fighting Championships 2024 ศึกมวยรองครองแชมป์ ” ที่หัวหินในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยวผ่านกิจกรรมกีฬา และเป็นการตอกย้ำให้เมืองหัวหินและ จ.ประจวบฯ ว่าเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการรองรับการจัดการแข่งขันกีฬาอย่างต่อเนื่อง เป็นอีกหนึ่ง destination ที่สำคัญทางด้านการท่องเที่ยวและกีฬาของประเทศไทย”

สำหรับผลการชก เกมส์บอนด์ ส.สุวรรณรัณย์ ชนะคะแนน มงคลชัย เกียรติชายเล็ก / ฤทธิชัย ช.วชิระ ชนะน็อค ชัยวัฒน์ เหน่งซับใหญ่ / สิงห์พยัคฆ์ หนุ่มธรณ์เทพ ชนะน็อค ปราบอัศวิน ภูวนาแก้วขวัญการ์ด / สามล้าน ลูกพ่อพระยาเสือ ชนะน็อค Phoe Zaw (เมียนมา) ส่วนในรอบ Superfight ก็ดุเดือดเข้มข้นไม่แพ้กัน โดยมีผลการแข่งขันดังนี้ ลมฝน ส.ศิลารักษ์ ชนะ ฟ้าสดใส The Legend Arena / ซุปเปอร์บอล น้ำแพรลูกสาวกำนันกุ้ง ชนะ AMMAD MASOUMINIA (อิหร่าน) / สายน้ำเพชร Wildcard gym ชนะ เสาร์ห้า หนุ่มธรณ์เทพ และคู่สุดท้าย เพชรนรินทร์ หนุ่มธรณ์เทพ ชนะ HLA WIN (เมียนมา)

มาร่วมลุ้นร่วมเชียร์กันอย่างต่อเนื่องกับการแข่งขันรายการ Legend Fighting Championships 2024 ศึกมวยรองครองแชมป์ ในรอบ SEMI FINAL 4 คนสุดท้าย ว่าใครจะสู่ตำแหน่งแชมป์หนึ่งเดียวของรายการนี้พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท ในวันอาทิตย์ที่ 15 ธ.ค.67 โดยเปิดให้เข้าชมฟรีตลอดการแข่งขัน ณ เวทีมวยชั่วคราว หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน หรือ สามารถชมถ่ายทอดสดทั่วประเทศ ผ่านทางช่องอมรินทร์ทีวี HD 34 และนอกจากนี้ยังสามารถติดตามได้ที่ Youtube : Legend Fc และ Facebook : Legend FC ได้ตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ผอ.ททท.เพชรบุรี ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสหนาว ‘เขาพะเนินทุ่ง’ ชมวิวทะเลหมอกและสัตว์ป่า

เมื่อวันที่ 11 พ.ย.67 นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวบริเวณเขาพะเนินทุ่ง และบ้านโป่งลึกบางกลอย หลังปิดไปนาน 3 เดือน เพื่อให้ป่ามีการฟื้นฟูของระบบนิเวศ ระหว่างนั้นทางอุทยานฯได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านสถานที่ ด้านการบริการ สิ่งอำนวยความสะดวก และมาตรการความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางไปสัมผัสธรรมชาติทะเลหมอกช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาวที่บริเวณเขาพะเนินทุ่งแหล่งชมทะเลหมอกใกล้กรุงเทพฯ ที่มีความสวยงามเป็นอย่างมากและยังมีสัตว์ป่านานาชนิดให้นักท่องเที่ยวได้ชมอีกด้วย ซึ่งหลังจากเปิดฤดูกาลการท่องเที่ยวที่เขาพะเนินทุ่งมาตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 67 ก็มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางไปเที่ยวชมกันจำนวนมาก


อย่างไรก็ตามบริเวณพะเนินทุ่งจะเปิดอนุญาตให้พักแรมเฉพาะกางเต็นท์เท่านั้น ซึ่งจะรองรับนักท่องเที่ยวได้ 150 คนต่อคืน และจะไม่มีการจองผ่านระบบออนไลน์ แต่ให้ไปติดต่อขออนุญาตพักค้างแรมที่จุดที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สำหรับการเดินทางขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เราสามารถขับรถยนต์ส่วนตัวไปได้ ทางอุทยานฯจะอนุญาตเฉพาะรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่สมรรถนะดี โดยจะอนุญาตให้นำรถขึ้นเขาพะเนินทุ่งไป 2 เวลาคือ 05.00 – 08.00 น. และ 13.00 – 15.00 น. และขาลงอีก 2 ช่วง

ได้แก่ ช่วงเวลา 09.00 – 11.30 น. และ 16.00 – 17.00 น. สำหรับผู้ที่ไม่มีรถสามารถติดต่อกับศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อใช้บริการรถรับจ้างหรือรถกระบะเช่าขึ้นไปได้ ทั้งนี้ จุดกางเต็นท์พะเนินทุ่งตั้งอยู่บนยอดเขาพะเนินทุ่งมีลักษณะเป็นลานกว้าง มีทิวทัศน์ที่สวยงามของป่าเขาและทะเลหมอก มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ร้านค้าสวัสดิการ เป็นต้น และมีคลื่นสัญญาณโทรศัพท์เฉพาะเครือข่ายเอไอเอส ขณะที่การเดินทางไปท่องเที่ยวที่บ้านโป่งลึกบางกลอย ก็สามารถติดต่อสอบถามได้บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อขออนุญาตเดินทางเข้าไปพักแรมเช่นกัน


นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี กล่าวว่า ฤดูหนาวนี้ ทาง ททท.เพชรบุรี ก็ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาร่วมเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวรับลมหนาวกันที่เขาพะเนินทุ่งในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 3 ของประเทศไทย โดยยูเนสโก (UNESCO) ตอนนี้นักท่องเที่ยวไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงภาคเหนือแล้ว จ.เพชรบุรีเรามีทะเลหมอกใกล้ๆ กรุงเทพฯ ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสลมหนาวกันเหมือนได้สัมผัสอากาศหนาวเย็นทางภาคเหนือ

ได้ที่เขาพะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เบอร์โทร 0 3277 2312, 091 050 4461 หรือที่ ททท.สำนักงานเพชรบุรี เบอร์โทร 032-471005-6 และ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายกเมืองพัทยาเปิดยิ่งใหญ่! งานเทศกาลดีวาลี 2024 ริมทะเลพัทยา นทท.ภารตะทะลักงาน

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 9 พ.ย.67 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดงานทศกาลดีวาลี พัทยา ประจำปี 2567 DIWALI Festival Pattaya 2024 ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 พ.ย.67 เทศกาลแห่งแสงสว่างที่พี่น้องชาวอินเดียทั่วโลกจัดเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ที่บริเวณการจัดงานริมชายหาดพัทยากลาง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยพบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย และนักท่องเที่ยวเชื้อสายไทยซิกข์ เข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก

ในงานประธานในพิธีได้ร่วมสวดอาตีขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะขึ้นเวทีกล่าวเปิดงาน DIWALI Festival Pattaya 2024 อย่างเป็นทางการ โดยมี นายสกล ผลลูกอินทร์ นายนคร ผลลูกอินทร์ สมาชิก อบจ.ชลบุรี นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการ ททท.พัทยา นายสุขราช กาลรา นายกสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย (พัทยา) นายดิโอ้ ซิงห์ นายกสมาคมอินเดียชลบุรี และสมาคมอินเดียพัทยา ร่วมจุดเทียนชัยแห่งแสงสว่าง

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้กล่าวแสดงความยินดีกับการจัดงาน DIWALI Festival Pattaya 2024 ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 และเป็นนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ กิจกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือร่วมใจของ 3 สมาคม ได้แก่ สมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย สมาคมอินเดียชลบุรี และสมาคมอินเดียพัทยา ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องการเห็นในความร่วมมือที่ดีนี้ให้เกิดในเมืองพัทยา สิ่งสำคัญคืองานดังกล่าวยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ภายใต้แนวนโยบายซอล์ฟเพาเวอร์ของรัฐบาลอีกด้วย

สวนนงนุชพัทยา ให้ความสำคัญด้านการศึกษา ภาคภูมิใจเปิดโรงเรียนนงนุชพัฒนาทักษะอาชีพและกีฬา อาณาจักรแห่งการเรียนรู้ อย่างเป็นทางการ

วันที่ 11 พ.ย.67 ที่สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี โดยนายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้จัดพิธีเปิดโรงเรียนนงนุชพัฒนาทักษะอาชีพและกีฬา อย่างเป็นทางการ โดยมีแขกผู้มีเกียรติ รวมทั้งบุคลากรด้านการศึกษาในพื้นที่เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ในพิธีได้จัดพิธีทางศาสนา พระเถรานุเถระจำนวน 9 รูป ร่วมเจริญภาวนาสงดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อผู้เข้าร่วทพิธีเปิดโรงเรียนนงนุชพัฒนาทักษะอาชีพและกีฬา ถือเป็นสถานศึกษาอห่งใหม่ในจังหวัดชลบุรีอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ โรงเรียนนงนุชพัฒนาทักษะอาชีพและกีฬา เปิดการเรียนการสอนรวม 6 หลักสูตร คือ หลักสูตรวิชาอาหารไทย หลักสูตรวิชามวยไทย หลักสูตรภาษาต่างประเทศ หลักสูตรวิชานาฏศิลป์ไทย หลักสูตรพัฒนาแม่บ้านมืออาชีพ และหลักสูตรจัดดอกไม้

“ไพรม์มัส พัทยา” เพิ่มศักยภาพบริการซ่อมสีและตัวถังรถ EV ผงาดสู่มาตรฐานระดับสูงสุด Mercedes-Benz


นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บจก.ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ เปิดเผยว่า ด้วยนโยบายของ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ที่มุ่งเน้นการให้บริการลูกค้าทั้งด้านการขายและบริการหลังการขายอย่างเต็มประสิทธิภาพและครอบคลุมในทุกมิติ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรเป็นอันดับแรก ควบคู่กับการคัดสรรเครื่องมือพิเศษที่มีเทคโนโลยีอันสมัย เพื่อยกระดับการบริการและรองรับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด

ล่าสุด “ไพรม์มัส พัทยา” ได้ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการซ่อมสีและตัวถังของ Mercedes-Benz ด้วยการเพิ่มศักยภาพ ให้แก่ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ โดยเข้ารับการอบรมทักษะงานซ่อมสีและตัวถังยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมาตรฐานระดับสูงสุดของ Mercedes-Benz ด้วยการฝึกทักษะความชำนาญการถอด ตัด เชื่อม ต่อ โครงสร้างตัวถังหลัก ทั้งแบบเหล็ก อลูมิเนียม และโลหะอื่น ทำให้บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจวัสดุ โครงสร้างตัวถัง ระบบการทำงาน และเทคโนโลยีต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน 

พร้อมกันนี้ ทาง “ไพรม์มัส พัทยา” ได้เลือกสรรอุปกรณ์เครื่องมือพิเศษมาตรฐานสูงสำหรับงานซ่อมสี-ตัวถัง โดยเฉพาะ อาทิ ชุดเครื่องมือ Car-O-Liner, ชุดตรวจวัดตัวถังระบบคอมพิวเตอร์, ชุดแท่นดึงตัวถัง CELETTE X-ONE, ห้องอบ-พ่นสี NOVA VERTA และระบบอบสีแขนกลอินฟราเรด TECOPOINT  พร้อมใช้ผลิตภัณฑ์สีน้ำที่มีคุณภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญ ทุกชิ้นงานจะผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน ด้วยเครื่องมือตรวจวัดค่าสี ภายใต้อุโมงค์ไฟส่องสว่างสูงถึง 1,500 Lux ทำให้ทุกงานซ่อมมีคุณภาพและสมบูรณ์แบบมากสุด ทั้งรองรับงานซ่อมหนัก-เบาของรถยนต์ Mercedes-Benz ครอบคลุมได้ทุกรุ่น ทุกซัพแบรนด์อีกด้ว

ปัจจุบัน ศูนย์บริการรถยนต์ Mercedes-Benz ของ ไพรม์มัส พัทยา” ด้านงานซ่อมสีและตัวถัง ตั้งอยู่ที่พัทยา-นาจอมเทียน มีช่องซ่อมทั้งหมด 17 ช่องซ่อม รองรับรถยนต์เข้ารับบริการได้มากกว่า 200 คันต่อเดือน ด้วยบริการที่หลากหลายและครบวงจรสำหรับรองรับรถยนต์ทั้งแบบเครื่องยนต์ และแบบไฟฟ้า ทุกรุ่น ทุกซัพแบรนด์ และรับงานซ่อมจากบริษัทประกันภัยชั้นนำทุกแห่ง โดยมีทีมฉพาะสำหรับประสานงานและอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าบริษัทประกันภัย เมื่อนำรถยนต์เข้ารับบริการเคลมซ่อมสี-ตัวถัง ที่ ไพรม์มัส พัทยา” ทั้งมีบริการนัดหมายล่วงหน้า และติดตามสถานะการซ่อมในทุกขั้นตอนอีกด้วย

สัปดาห์หน้า! เมืองพัทยารับปากเตรียมปรับภูมิทัศน์พื้นที่สาธารณะ หลังชาวบ้านร้องสัตว์มีพิษชุกชุม

ตามที่มีประชาชนที่พักอาศัยภายในเจ๊ะมะดีแมนชั่น ซอยสุขุมวิท 28 (ตัดโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา) กับสื่อมวลชน อยากให้เมืองพัทยาส่งเจ้าหน้าที่มาทำการปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่สาธารณะหลังห้องเช่า ซึ่งรกร้าง และอาจเกิดอันตรายจากสัตว์มีพิษที่ชุกชุมในช่วงที่มีฝนตก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวต่อกรณีดังกล่าวว่า ด้วยพื้นที่สาธารณะดังกล่าวเป็นพื้นที่ของเอกชนที่มอบให้กับทางเมืองพัทยาเป็นที่สาธารณะมานานแล้ว แต่เนื่องด้วยเป็นซอยตัน เมืองพัทยาจึงพิจารณาว่ายังไม่มีความจำเป็นที่จะดำเนินการทำถนน แต่ในปัจจุบันความเจริญมากขึ้น จึงเห็นควรจะต้องมีการเสนองบประมาณเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน

ที่ผ่านมาเมืองพัทยาเคยเข้าไปจัดการพื้นที่ครั้งหนึ่งแล้ว แต่ต่อมามีการปิดทางเข้าจึงไม่ได้เข้าไปดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันพบว่าได้เปิดพื้นที่ทางเข้าแล้ว และจะได้ส่งเจ้าหน้าที่กองช่างสุขาภิบาลเข้าไปดำเนินการเคลียร์พื้นที่ในเบื้องต้นก่อนในวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2567 เพื่อแก้ไขปัญหาให้ขาวบ้านในการเบื้องต้น ส่วนของโครงการทำถนนเส้นดังกล่าว เมืองพัทยาจะเสนอตั้งงบประมาณในปี 2568 ต่อไป

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อบต.อ่างทอง จัดกิจกรรมธนาคารขยะชุมชนตำบล เพื่อนำรายได้ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง / กิจกรรมขยะแลกไข่ ครั้งที่ 6 ประจำปี 2567

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 พ.ย.67 ที่สนามหน้าโรงเรียนบ้านสีดางาม ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายบังเอิญ พึ่งโพธิ์ทอง นายกอบต.อ่างทอง สั่งการให้ นายอุดมทรัพย์ เดชะกุลกำจร เลขานายกฯ นายธานินทร์ บุญนี ปลัดอบต.อ่างทอง น.ส.ภัณฑ์ธิมา รังสิกุล รองปลัดอบต.อ่างทอง น.ส.ทิพวรรณ ปัญญาหาร หัวหน้าสำนักปลัด พร้อม ข้าราชการ พนักงาน ร่วมจัดกิจกรรมธนาคารขยะชุมชนตำบล เพื่อนำรายได้ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง กิจกรรมขยะแลกไข่ ครั้งที่ 6 ประจำปี 2567 โดยมี นางวันวิษา ลิ้มไล้ รก.ผอ.โรงเรียนบ้านสีดางาม คณะครู นักเรียน ร่วมกิจกรรม

น.ส.สุดารัตน์ สังข์ฤทธิ์ วิทยากรอิสระบรรยายขยะแนวไร้ถัง กล่าวว่า การจัดการขยะต้นทางก็คือแค่ทำทุกอย่าง ตัด ล้าง ตาก หรือทำอย่างไรก็ได้ให้สะอาด เก็บรวบรวมตากให้แห้ง และนำส่งให้ อบต.หรือหน่วยงาน สำหรับที่นี่โรงเรียน หลายๆโรงเรียน ก็ดำเนินการอยู่โดยเฉพาะที่นี่ อบต.อ่างทอง ได้ดำเนินการอยู่โครงการขับเคลื่อนของกองสาธารณสุข อบต.อ่างทอง ทำตรงนี้คือ ผู้ปกครอง และเด็กๆเริ่มมีการจัดการขยะได้ด้วยตัวเองที่บ้านแล้วนำมารวมโรงเรียน อบต. อ่างทอง ก็มารับซื้อส่วนที่ซื้อก็ซื้อส่วนที่ขายก็ขายส่วนที่บริจาคก็มีเยอะ

โดยบริจาคเข้ากองทุนชมรมผู้สูงอายุ อบต.อ่างทอง ก็อยากให้ อบต.ทุกแห่ง ทำโดยเฉพาะ อบต.อ่างทอง ขับเคลื่อนโครงการ พอช.ของอำเภอทับสะแก โดยอยากให้ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ประกาศเป็นจังหวัดใร้ถังขยะ เพราะฉะนั้นอย่าให้ทำทุกๆ แห่งทุกๆ พื้นที่ โดยเฉพาะสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินโครงการขับเคลื่อนโรงเรียนไร้ถังขยะ อยากให้โรงเรียนหลายๆ โรงเรียนมาร่วมมือร่วมใจกันทำตรงนี้เพื่อเป็นการปลูกฝังเด็กให้รู้จักวิธีการจัดการขยะด้วยตัวเองโดยไม่ทิ้งเป็นภาระให้ใคร จัดการให้จบด้วยตัวเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดการขยะของ อบต.อ่างทอง นอกจากจะดำเนินโครงการธนาคารขยะชุมชน และรับบริจาคขยะเพื่อนำรายได้เข้าช่วยเหลือผู้ป่ายติดเตียงแล้ว ก็ยังมีกิจกรรม ถุงพลาสติกแลกไข่ โดยถุงพลาสติก 1 กิโลกรัม แลกไข่ได้ 3 ฟอง รับซื้อขยะด้วยเงินสด หรือจะนำเข้าฝาก ธนาคารขยะตำบล ครบ 1 ปี มีดอกเบี้ย

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443