คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าว PR

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ช่วยทันที มูลนิธิพุทธภูมิธรรม พร้อมจิตอาสา มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ลงพื้นที่จตุจักร , โรงพยาบาลราชวิถี กรุงเทพฯ

แชร์เนื้อหานี้

มอบน้ำร่วมช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว… มอบน้ำ สื่อแทนน้ำใจ ของ พุทธภูมิธรรม และเพื่อนกัลยาณมิตร …มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ขอส่งกำลังใจ ให้พี่น้องประชาชนที่ประสบภัย และขอตั้งอธิษฐานจิตถึงผลบุญบารมีทั้งปวงที่ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ได้เป็นสื่อกลางกระทำบำเพ็ญ ให้กำลังแห่งผลบุญนี้เป็นกำลังบารมีและเหตุปัจจัยคุ้มครองรักษาทุกท่าน ให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภัยพิบัติทั้งปวง เทอญ…ขอชื่นชม และเชิญชวนผู้ใจบุญ เตรียมการและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทุกพื้นที่ ทุกมิติ … ใกล้พื้นที่ไหนช่วยพื้นที่นั้นขอขอบคุณ ทีมจิตอาสามูลนิธิพุทธภูมิธรรม และส่วนเกี่ยวข้องทั้งปวง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เลขเด็ด!! พิธีบวงสรวงอัญเชิญ เจ้าที่ขึ้นศาลใหม่ ที่ ตำหนักพระอิศวร / เปิดประวัติ โบราณสถาน!! “อ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์” บ้านนางาม ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (27 มี.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางพิศมัย มีคุณ ตำหนักพระอิศวร ต.หนองบอน อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว ได้ทำพิธีบวงสรวงอัญเชิญพระภูมิเจ้าที่ ขึ้นศาลใหม่ หลังจากได้โชคลาภถูกหลายงวดจึงตั้งศาลใหม่เนื่องจากศาลเก่าได้เก่าและผุพังไป

ภายในพิธีมีนางรำจาก (บ้านหนองกะพ้อ) นำทีมโดย ครูปู นางฐิติรัตน์ สักยะพรต ได้ร่ายรำถวายด้วยกัน 3 เพลงแถมระหว่างรำมีนางรำองค์ลง ท่าทางแปลกๆ

ต่อมาทาง..แม่พิศมัย ตำหนักพระอิศวร ได้จุดประทัดขอโชคขอลาภเลขเด็ดได้เลข [ ๒๓ ๖๖๘ ]

เปิดประวัติ โบราณสถาน!! “อ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์” บ้านนางาม ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว

โบราณสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นคลองศิลาแลงชาวบ้านเรียกว่า “อ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์” ตั้งอยู่บริเวณบ้านนางาม ตำบลท่าเกวียน อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว มีเนื้อที่ประมาณ ๖ ไร่ ๒ งาน ๒๕ ตารางวา ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับคลองหินสิ่ว มีลักษณะเป็นหินบริเวณรอบขอบอ่างศิลานั้นเป็นอ่างศิลาแลงขนาดใหญ่มีเส้นรอบวงประมาณ ๑๐ เมตร ลักษณะกลมได้สัดส่วนสวยงาม มีหลุมอีกประมาณ ๗-๘ หลุมซึ่งเป็นโพรงศิลาแลง บริเวณใกล้เคียงมีคลองหินศิลาแลง ที่มีลักษณะตัดหินศิลาแลงทำเป็นคลอง ชาวบ้านเรียกว่า “คลองหินสิ่ว” มีความยาวถึง ๓,๔๐๐ เมตร ลึก ๑.๕๐ เมตร เป็นคลองระบายน้ำ ในอ่างศิลาแลงมีโพรงศิลาจำนวนถึง ๘ สายด้วยกัน สามารถทะลุถึงกันได้หมดทุกสาย

จากการบอกเล่าของนายบุญมี วะโรง อายุ ๗๘ ปี และ นายปิ่น ดาประสงค์ อายุ ๗๕ ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ได้เล่าว่า “ตั้งแต่ตนเกิดมาก็พบกับอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ตนมีความเชื่อเกี่ยวกับอ่างศิลาว่ามีความศักดิ์สิทธิ์จริง โดยมีเหตุการณ์ประหลาดหลายเหตุการณ์ เช่นเหตุการณ์ที่ชาวบ้านคนหนึ่งได้ฝันถึงชายลักษณะร่างกายกำยำสวมชุดโบราณ ประมาณ ๑๐–๑๒ คนอาศัยอยู่บริเวณอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์ มาบอกให้ไปนำของมีค่าที่เก็บไว้บริเวณอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านคนนั้นก็ได้พบเหรียญโบราณ และได้นำน้ำศักดิ์สิทธิ์จากอ่างศิลามาเก็บไว้บูชา ปัจจุบันก็ยังคงเก็บเหรียญโบราณนั้นไว้ เพื่อเป็นสิริมงคล โดยเชื่อว่าจะช่วยปกปักรักษาตนให้พ้นจากภัยอันตรายต่าง ๆ

เหตุการณ์ที่เล่าขานกันต่อมาว่าชาวบ้านได้ไปหาของป่าในบริเวณอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์ และนำสัตว์ไปเลี้ยงบริเวณอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์ ปรากฏว่าเห็นสัตว์เลี้ยงตกไปอยู่ในอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์แต่พยายามหาอย่างไรก็หาไม่พบ เหมือนมีอะไรบางอย่างมาพรางตา ไม่มีใครพบเห็นฝูงสัตว์เลี้ยง จึงต้องไปขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จึงพบว่าสัตว์เลี้ยงของตนอยู่ในอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวจึงทำให้ชาวบ้านบริเวณนั้นเล่าขานถึงความลึกลับ และอีกเหตุการณ์หนึ่งมีชาวบ้านเก็บหินที่อยู่ในบริเวณอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์ มาเก็บไว้

ปรากฏว่ามีชายสวมชุดโบราณมาเข้าฝันทวงถามหินที่เก็บมา ให้นำกลับไปไว้คืนที่เดิม พอรุ่งสางปรากฏว่าชาวบ้านคนดังกล่าวไม่สบายหนักถึงขั้นเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เมื่อคนในครอบครัวทราบเรื่อง จึงรีบนำหินศิลาแลงที่เก็บมา เอาไปไว้ที่เดิมและขอขมาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมนำน้ำจากบ่อน้ำอ่างศักดิ์สิทธิ์มาล้างหน้าให้ชาวบ้านคนดังกล่าวหลังจากนั้นชาวบ้านคนดังกล่าวก็มีอาการดีขึ้นอย่างไม่เชื่อ และก็พบว่าตนเองมีร่างกายที่แข็งแรงขึ้นกว่าเดิม แคล้วคลาดจากอันตรายต่าง ๆ”

เพราะเหตุนี้ชาวบ้านละแวกนั้นจึงมีความเชื่อว่าอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ หากใครได้นำน้ำในบ่อนี้มาเก็บไว้และตั้งจิตอธิฐานจะมีสติปัญญาดี มีบุญวาสนาสูง ได้เป็นเจ้าใหญ่นายโต หรือใครก็ตามที่มาอาศัยอยู่ ตำบลท่าเกวียน แล้วมีนิมิตถึงอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ก็จะเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

ขอขอบคุณ ข้อมูลภาพ : website // อบต.ท่าเกวียน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บ้านสุขาวดีพร้อมจัดเต็ม! เทศกาลมหาสงกรานต์ 2568 แต่งชุดไทย-เล่นน้ำ-ปาร์ตี้โฟมสุดมันส์

แชร์เนื้อหานี้

มีรานงานว่า บ้านสุขาวดี จ.ชลบุรี เตรียมต้อนรับเทศกาลมหาสงกรานต์ 2568 อย่างยิ่งใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 30 เมษายน 2568 นี้ โดยเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสบรรยากาศไทยแท้ กับกิจกรรมสุดพิเศษมากมาย

โดยไฮไลต์เด่นของงาน เปิดให้แต่งชุดไทยฟรี มีค่าบริการเพียงวางค่ามัดจำ 250 บาท พร้อมเจ้าหน้าที่ช่วยแต่งตัวให้สวยงาม ก่อนเดินถ่ายภาพในบรรยากาศไทยโบราณที่ ลานวัฒนธรรมไทย กิจกรรมสรงน้ำพระแก้วมรกต ครบทั้ง 3 ฤดู เสริมสิริมงคลตลอดปี พร้อมเล่นน้ำสงกรานต์สุดชุ่มฉ่ำ กับม่านสายน้ำ สาดน้ำอบไทยหอมละมุน และกลีบดอกไม้ เพิ่มความสนุกโดยสาวสวยบ้านสุขาวดี

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมปาร์ตี้โฟมสุดมันส์ พร้อมกิจกรรมพื้นบ้าน เช่น หนุ่มน้อยตกน้ำ ยิงปืน ปาลูกโป่ง ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
บ้านสุขาวดีชวนมาร่วมเช็กอิน-แชร์ภาพ กด Like & Share เพจบ้านสุขาวดี รับของชำร่วยกลับบ้านฟรี

นอกจากนี้ บ้านสุขาวดีได้ปรับปรุงเมนูอาหารบุฟเฟ่ต์ให้เป็นเมนูที่เป็นอินเตอร์เนชั่นแนลมากขึ้น ขอเชิญชวนมาลิ้มรสชาติ อาหารบ้านสุขาวดีในราคาคนไทยเพียง 200 บาท พร้อมทั้งเยี่ยมชมบ้าน ทานอาหาร รวมถึงการละเล่นทุกอย่างโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สืบสานประเพณี สงกรานต์หรือปีใหม่เมือง ในการดำหัวผู้สูงอายุและผู้นำชุมชนแม่ออนจ.เชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

ในวันนี้ (วันเสาร์ที่ 22 มีนาคม 2568) นายดำรงชัย สุขติ๊บ กำนันตำบลบ้านสหกรณ์/ประธานคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านสหกรณ์ นายประเสริฐ ตันคำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสหกรณ์/รองประธานคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชน

ได้ประชุมหารือคณะกรรมการเกี่ยวกับการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์หรือปีใหม่เมือง ในการดำหัวผู้สูงอายุและผู้นำชุมชน โดยจะจัดกิจกรรมร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสหกรณ์ ในวันที่ 11 เมษายน 2568 ณ ลานองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสหกรณ์สามแยกน้ำพุร้อน โดยใช้งบประมาณของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านสหกรณ์ จำนวน 200,000 บาท

สำหรับกิจกรรม ประกอบด้วย การแข่งขันทำอาหาร ได้แก่ ลาบลีลา ส้มตำลีลา การตัดตุง และการประกวดร้องเพลงผู้สูงอายุ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านสหกรณ์จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือสมาชิกในด้านต่าง ๆ เช่น การจัดกิจกรรมเพื่อเยาวชนและการส่งเสริมการศึกษา นอกจากนี้กองทุนยังมีบทบาทในการสนับสนุนกิจกรรมทางสังคมและวัฒนธรรมในชุมชน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและความสามัคคีในพื้นที่

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านสหกรณ์ สามารถติดต่อองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสหกรณ์ได้ที่:
• ที่อยู่: 127/1 หมู่ 2 ตำบลบ้านสหกรณ์ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ 50130
• โทรศัพท์: 053-929044
• โทรสาร: 053-929122
• อีเมล: [email protected]
• เว็บไซต์: https://www.bansahakorn.go.th/

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มติเอกฉันท์ เลือก ‘ภูวนารถ ณ สงขลา’ เป็นนายกสมาคมวารสารศาสตร์ ต่อเนื่องสมัยที่ 2

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 สมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 โดยในวาระเลือกตั้งนายกสมาคม ที่ประชุมลงมติเป็นเอกฉันท์ เลือกนายภูวนารถ ณ สงขลา เป็นนายกสมาคม ต่อเนื่องอีก 1 วาระ

สำหรับคณะกรรมการบริหารสมาคมชุดใหม่ จากการประชุมใหญ่ในครั้งนี้ ประกอบด้วย นายภูวนารถ ณ สงขลา นายกสมาคม ผศ.ดร.อัจฉรา ปัณฑรานุวงศ์ อุปนายก นางสุดจิตตรา คำดี อุปนายก นางสาวเกียรติญา สายสนั่น กรรมการ
นางปิยาพัชร คนชม กรรมการ นายวินิจ รังผึ้ง กรรมการและนายทะเบียน

นางสาวระวีวรรณ ทรัพย์อินทร์ กรรมการและฝ่ายวิชาการ นายจิรศักดิ์ ก้อนพรหม กรรมการและฝ่ายประชาสัมพันธ์ นายอลงกรณ์ เหมือนดาว กรรมการและปฏิคม
นางพัชรา แสงวิชัย กรรมการและเหรัญญิก นางสาวทิติภา ตั้งใจในธรรม กรรมการและเลขานุการ นางสาวธนัญญา อิสระนุกูลธรรม กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานย่าโม ปี 68 ยิ่งใหญ่ สตรีโคราช 7,272 ร่วมรำบวงสรวง / กิจกรรม Media Day การฝึกภาคสนาม (Field Training Exercise : FTX) ของการฝึกผสมโคปไทเกอร์ ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่(17 มีค68) ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนางสุฐิดา วิริยะกุลนันท์ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา นายไพบูลย์ พฤกพนาเวช ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครราชสีมา และนายมนัสวิน นันทเสน หรือติ๊ก ชิโร่ นักร้องและนักดนตรี ชื่อดัง ร่วมกันแถลงข่าวความพร้อมการจัดงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี หรืองานย่าโม ประจำปี 2568

ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่23 มีนาคม –3 เมษายน 2568 รวม 12 วัน 12 คืน เพื่อเป็นการเทิดทูนวีรกรรมท่านท้าวสุรนารีวีรสตรีของชาวจังหวัดนครราชสีมาและชาวไทยทั้งประเทศ และเพื่อเป็นการอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น เอกลักษณ์ของดีของชาวจังหวัดนครราชสีมา ตลอดจนเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยจะมีพิธีเปิดงานในวันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม 2568 มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน

นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ปีนี้มีสาวงามผู้ถือคบไฟ งานฉลองชัยชนะของท้าวสุรนารีประจําปี2568 “นางสาวแอนโทเนีย โพซิ้ว” รองอันดับ 1 Miss Universe 2023 ร.ต.อ.หญิงอาทิตยา เบ็ญจะปักรองอันดับ 2 นางสาวไทยปี 2567 น.ส.กมลชนก โลนุช(พุฒตาล) มิสแกรนด์นครราชสีมา 2019 ตํานานชุดผัดหมี่โคราช (ได้รางวัล ชุดประจําจังหวัดปี2019) นางสาวปุณนิศา ประสิทธิ์ นางสาวนครราชสีมา 2567 ชมการรําบวงสรวงท้าวสุรนารีในพิธีเปิดงาน โดยสตรีลูกหลานย่าโม จํานวน 7,272 คน จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2568 นี้ ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีสนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา สวนสุรนารีถนนราชดําเนิน และถนนกําแหงสงคราม นายชัยวัฒน์ กล่าว

ในโอกาสนี้ พี่ติ๊ก ชิโร่ กล่าวว่า โครงการอนุรักษ์และส่งเสริมการรักษาแบบธรรมเนียมภาษาท้องถิ่นเมืองโคราช และบทเพลงโคราชได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์ประจำปี 2567 ได้จัดทำการแต่งเพลงร่วมสมัย ที่ผสมผสานภาษาถื่นในโคราช และจัดทำมิวสิควิดิโอ ที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ขนบทำเนียมของชุมชนแหล่งท่องเที่ยว และมำมิวสิควิดิโอ โดยกลุ่มผู้กำกับภาพยนต์ระดับโลก ชาวโคราช อาทิ ปรัญชา ปิ่นแก้ว จำนวน 5 เพลง จัดการแสดงคอร์นเสริตนคนเพลง 1 ครั้ง สร้างคริป โคราชวันละคำ โปรโมททาง ติ๊กตอก หรือ แพลตฟอร์มอื่นๆ

ทั้งนี้ พี่ติ๊ก ชิโร่ ได้กล่าวต่อไปอีกว่า การจัดกิจกรรมการแสดงคอนเสริ์ต ชื่องานคอนเสริ์ตนครหลวง โคราชมรดกโลก ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 27 มีนาคม 2568 มีศิลปินมาสร้างความสุขได้แก่ กำปั่นบ้านแท่น ,สุนารี ราชสีมา ,เจเนต เขียว ,ขิม พิชชาพร , ขุนสมาน เอส เดอะวอยซ์, โจ เดอะวอยซ์ และ วงมหาหิงส์ เป็นต้น

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

กิจกรรม Media Day การฝึกภาคสนาม (Field Training Exercise : FTX) ของการฝึกผสมโคปไทเกอร์ ประจำปี 2568 (COPE TIGER 2025)

เมื่อวันอังคารที่ 18 มีนาคม 2568 ที่กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา กองทัพอากาศ พร้อมกองทัพอากาศสิงคโปร์ และกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา ได้มีการฝึกผสมร่วมกัน ภายใต้รหัส COPE TIGER 2025 ซึ่งถือเป็นการฝึกผสมทางอากาศ ที่มีการสนธิกำลังทางอากาศจากมิตรประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการนำกำลังทางอากาศจาก 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย สาธารณรัฐสิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา

รวมไปถึงหน่วยต่อสู้อากาศยานภาคพื้นของกองทัพอากาศสิงคโปร์ กองทัพอากาศ กองทัพบก และกองทัพเรือเข้าร่วมการฝึกฯ โดยพัฒนารูปแบบการฝึกให้เข้ากับสถานการณ์การสู้รบในปัจจุบัน ได้แก่ การสมมติสถานการณ์เสมือนจริง ทั้งด้านการควบคุมและสั่งการ การฝึกยุทธวิธีการรบระหว่างเครื่องบินรบต่างแบบ การฝึกโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายภาคพื้นดินที่มีการต่อต้านจากอาวุธของหน่วยต่อสู้อากาศยานภาคพื้น การฝึกด้านการข่าวกรองยุทธวิธี โดยใช้อากาศยานไร้คนขับ และการให้การสนับสนุนของหน่วยสนับสนุนต่าง ๆสำหรับวัตถุประสงค์ในการฝึกครั้งนี้ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของหน่วยบินรวมถึงหน่วยต่อสู้อากาศยานที่เข้าร่วมการฝึก และเพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางอากาศผสม และเพิ่มทักษะของผู้เข้าร่วมการฝึก ไม่ว่าจะเป็นด้านยุทธวิธีและการสื่อสาร รวมไปถึงการดำเนินกลยุทธ์ โดยเฉพาะการวางแผนทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ อีกทั้งยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึกอีกด้วย

การฝึกผสม COPE TIGER 2025 ในครั้งนี้มี นาวาอากาศเอก กฤษณะ เปี่ยมศรี รองผู้อำนวยสำนักยุทธการและการฝึก กรมยุทธการทหารอากาศ เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม COPE TIGER 2025 ฝ่ายไทย, Colonel Lee Yew Chern Benjamin เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม COPE TIGER 2025 ฝ่ายสาธารณรัฐสิงคโปร์ และ Lieutenant Colonel Daniel Trueblood เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม COPE TIGER 2025 ฝ่ายสหรัฐอเมริกา
สำหรับในวันนี้นั้นเป็นการบินหมู่ร่วมกันของทั้ง 3 ชาติ โดยมีผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสมฯ ฝ่ายกองทัพอากาศ, ฝ่ายกองทัพอากาศสิงคโปร์ และ ผู้แทนฝ่ายกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาทำการบินร่วมกัน

สำหรับประเทศไทยนอกจากส่งกำลังพลและยุทโธปกรณ์จากกองทัพอากาศแล้ว ยังได้จัดเจ้าหน้าที่จากกองทัพบก กองทัพเรือ บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กระทรวงคมนาคม เข้าร่วมการฝึก
สำหรับการฝึกในครั้งนี้แบ่งเป็น การประชุมวางแผนขั้นต้น (IPC) ระหว่าง 8-11 ตุลาคม 2567 ณ จังหวัดนครราชสีมา การประชุมวางแผนขั้นสุดท้าย (FPC) ระหว่างวันที่ 17-19 ธันวาคม 2567 ณ MOEC ฐานทัพเรือ Changi สาธารณรัฐสิงคโปร์ พิธีเปิดการฝึกผสมโคปไทเกอร์ 2025 ณ ฐานทัพอากาศ Paya Lebar สาธารณรัฐสิงคโปร์ ใน 18 ธันวาคม 2567 โดยมีผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานร่วมในพิธี และจัดให้มีการฝึกภาคสนาม (FTX) ระหว่างวันที่ 16-28 มีนาคม 2568 ณ กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา กองบิน 2 สนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี และกองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี
และเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา กองอำนวยการฝึกผสม COPE TIGER 2025 ทั้ง 3 ชาติ

ได้ลงพื้นพบปะและจัดกิจกรรมร่วมกับประชาชน รอบที่ตั้ง กองบิน 1 พร้อมทั้งมอบอุปกรณ์การศึกษา และกล่องยาสามัญประจำบ้านให้โรงเรียน และนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และประชาชนในชุมชน
นอกจากนั้นยังได้จัดให้มีกิจกรรมเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้เข้าร่วมการฝึกทั้ง 3 ประเทศ และประชาชนในพื้นที่ ได้แก่ จัดให้มีบริการทางการแพทย์ บริการตัดผม การมอบอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา พิธีส่งมอบโรงอาหาร การแสดงเครื่องบินเล็กบังคับวิทยุ และกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ณ โรงเรียนบ้านเขาขวาง จังหวัดลพบุรี ในวันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม 2568 และจัดให้มีบริการทางการแพทย์ บริการตัดผม การมอบอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา กิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม รวมถึงการปรับปรุงโรงอาหารและอ่างแปรงฟัน ให้กับโรงเรียนบ้านโป่งแมลงวัน จังหวัดนครราชสีมา ในวันอังคารที่ 25 มีนาคม 2568

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

งานแถลงข่าว The 74th Miss Universe มิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 74/ซีรี่ส์กองละครแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนม เปิดกล้องอย่างเป็นทางการ/ชมรมสีสันวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติ Colors International Folk Art (CIFA) – ประเทศไทย

แชร์เนื้อหานี้

ประเทศไทยเปิดฉากประวัติศาสตร์การประกวด The 74th Miss Universe
MGI ได้รับสิทธิ์อย่างเป็นทางการ เตรียมงานยิ่งใหญ่ “กรุงเทพ-ภูเก็ต-ชลบุรี” เจ้าภาพเก็บตัว The Grand Universe The Power of Love The Power of Thailand พร้อมกระหึ่มเมือง บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประกาศความสำเร็จในการได้รับสิทธิ์จัดการประกวดนางงามระดับเวิลด์คลาส มิสยูนิเวิร์ส (Miss Universe) ครั้งที่ 74 อย่างเป็นทางการ พร้อมสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนนางงามทั่วโลก เมื่อประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพในปี 2568 หรือนับเป็นครั้งที่ 4 ในประวัติศาสตร์จัดการประกวด เตรียมพร้อมเพื่อต้อนรับผู้เข้าประกวด 130 ประเทศทั่วโลก อย่างยิ่งใหญ่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Grand Universe. The Power of Love. The Power of Thailand” ซึ่งงานแถลงข่าว The 74th Miss Universe ครั้งสำคัญนี้จัดขึ้นที่ MGI HALL ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9 โดย 3 ผู้บริหารยักษ์ใหญ่แห่งวงการนางงามโลก มร.ราอูล โรชา คานตู (Mr.RAUL ROCHA CANTU : President of Miss Universe Org.) คุณแอน จักราจุฑาธิบดิ์ CEO of Miss Universe Organization และ คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ ประธานกองประกวด มิสยูนิเวอร์ส ไทยแลนด์ 2025 พร้อมต้อนรับการมาเยือนไทยของ วิคตอเรีย เคียร์ เธลวิก มิสยูนิเวิร์ส 2024 (Victoria Kjaer Theilvig : Miss Universe 2024)โดย 3 ผู้บริหารได้กล่าวถึงการเตรียมการจัดการประกวด Miss Universeในไทยที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 ถึง 21 พฤศจิกายน 2568 โดยกิจกรรมต่างๆ จะมีขึ้นใน 3 หัวเมืองหลัก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และ พัทยา จังหวัดชลบุรี เน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักในเวทีระดับโลก รวมถึงการประกวดรอบตัดสินสุดยิ่งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในค่ำคืนวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี (Challenger Hall 2)ขข

คุณราอูล โรชา คานตู ได้กล่าวถึงความสำเร็จของการจัดการประกวด Miss Universe ในครั้งที่ผ่านมาและแสดงความยินดีที่ได้กลับมาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง “ยินดีต้อนรับ คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้บริหาร MGI ผู้ได้สิทธิ์จัดการประกวด Miss Universe Thailand และเป็นผู้จัดงาน Miss Universe ครั้งที่ 74 อย่างเป็นทางการ ผมยินดีที่ได้ร่วมงานกับผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์และเก่งเช่นนี้ ขอบคุณแฟนนางงามและผู้สนับสนุนที่น่าทึ่งทุกคนในประเทศไทยและทั่วโลก ความรักและความทุ่มเทของคุณทำให้เราก้าวต่อไปได้ พวกคุณเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Miss Universe ของเราเสมอ ขอบคุณทุกฝ่ายที่สนับสนุนการจัดการประกวดในครั้งนี้ ยืนยันว่า Miss Universe ครั้งที่ 74 จะเป็นการเฉลิมฉลองความงดงามและความหลากหลายของวัฒนธรรมไทยที่คุณจะต้องจดจำไปอีกนาน” ทางด้าน คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล หลังได้รับมอบโทฟี่สัญลักษณ์ MU ครั้งที่ 74 กล่าวว่า “ผมในฐานะผู้บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับสิทธิ์เป็นผู้จัดการประกวด มิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 74 ที่ประเทศไทย ทุกท่านทราบดีว่า MISS UNIVERSE คือการประกวดนางงามระดับเวิร์ลคลาส ประสบความสำเร็จและเป็นที่จดจำของแฟนนางงามทั่วโลก และปีนี้ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประกวดนับเป็นครั้งที่ 4 แล้ว เมื่อมาจัดที่ไทย เราจึงเน้นความเป็นไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Grand Universe. The Power of Love. The Power of Thailand ดังที่ทุกท่านได้เห็นในงานแถลงข่าววันนี้ นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น

เราเตรียมต้อนรับผู้เข้าประกวดทั่วโลกกว่า 130 ประเทศอย่างยิ่งใหญ่ ที่จะมาทำกิจกรรมในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ธุรกิจบริการ และภาพลักษณ์ที่งดงามของประเทศไทยกับ มิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 74 ตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายน ตั้งแต่วันที่ 2 ถึง 21 พฤศจิกายน 2568 กับ 3 เมืองหลักทั้ง กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และ พัทยา มาพร้อมกิจกรรมมากมาย และรอบการประกวดหลักที่ทั่วโลกต่างรอคอยกับ The 74th Miss Universe : The Grand Universe. The Power of Love. The Power of Thailand”หมายเหตุ : ภาพข่าวทั้งหมดอยู่ในลิงค์นี้นะคะ https://drive.google.com/drive/folders/1uxOthjeEGWTXoVOhWT5Gup2Z6q0xHQvc?usp=sharing ติดตามกิจกรรม MISS UNIVERSE ครั้งที่ 74 ได้จากทุกช่องทาง Facebook : The 74th Miss Universe – Thailand
Instagram : The 74th Miss Universe – Thailand และ TikTok : The 74th Miss Universe – Thailand ชมการประกวดได้ทาง YouTube Chanel : Grand TV#The74thMissUniverse #MissUniverse สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 74 เนตรดาว จตุพงษา (เต้ย PR) 0623955642 Line ID : toey_pr

ซีรี่ส์กองละครแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนม เปิดกล้องอย่างเป็นทางการพร้อมเสิร์ฟความน่ารักของเด็กๆ นักแสดงแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนม เปิดกล้อง เป็นที่เรียบร้อย ซีรี่ส์กองละครแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนม EP1.ตอนโตขึ้นอยากเป็นอะไร

ควบคุมการผลิตกำกับการแสดงโดย. ฮ.นกเอี้ยงตาโตเกตน์ศิรณี บุญมาผู้อำนวยการสร้าง คุณณัฐกัญภรณ์ ธนันพัฒนวงษ์ (พิ้งค์) นำเสนอละครสำหรับเด็กและเยาวชน เสริมสร้าง สร้างสรรค์ คุณธรรมความดี ความน่ารัก นำเสนอ ความสามารถ ของเด็กๆ นักแสดง เหล่าบรรดาแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนม

โดยการเปิดกล้อง ครั้งแรก ของนักแสดงเด็ก คุณนกเอี้ยง กล่าวว่า ” ขอชื่นชมความสามารถ ของเด็กๆ นักแสดงทุกคนมีการเตรียมความพร้อม ทั้งด้านเสื้อผ้า ฝึกซ้อม บทละคร มาเป็นอย่างดี เด็กๆ

มีความอดทน ความกล้า และ พร้อมจะเรียนรู้การแสดง ไปกับผู้กำกับ ก็ขอให้ ตอนต่อไป น้องๆ เด็กๆ จงพัฒนา และ ฝึกฝนทักษะ ด้านการแสดงต่อไป เพื่อความเป็นมืออาชีพ ขอขอบคุณ ท่านผู้ปกครอง ที่ให้ความร่วมมือ ในการถ่ายทำเป็นอย่างดี “

ทั้งนี้ทั้งนั้น หากน้องๆเด็กๆ ท่านใดสนใจอยากเรียนรู้ด้านการแสดงและลงแสดงจริง ถ่ายทำจริง กับ ซีรี่ส์กองละครแก๊งซ่าส์ฟันน้ำนม

สามารถติดต่อ คุณพิ้งค์ โทร.0889784453 คุณ ฮ.นกเอี้ยงตาโต
โทร 0863791138

ชมรมสีสันวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติ Colors International Folk Art (CIFA) – ประเทศไทย นำคณะนักแสดงพื้นบ้านนานาชาติเยือนไทย ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

วันที่ 6-11 มีนาคม 2568 ชมรมสีสันวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติ Colors International Folk Art (CIFA) – ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยเชิญนักแสดงพื้นบ้านจาก รัสเซีย ลัตเวีย และสโลวาเกีย กว่า 120 คน มาร่วมเดินทางสัมผัสวิถีชีวิตและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ณ จังหวัดราชบุรี นครปฐม และสมุทรสงคราม

นักแสดงพื้นบ้านนานาชาติได้เข้าชมและร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมในสถานที่สำคัญหลายแห่ง อาทิ อนุบาลราชบุรี, บ้านคลองสวน โฮมสเตย์, วัดสามพราน, พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย, ตลาดน้ำลำพญา, ศูนย์วัฒนธรรมบ้านไทยทรงดำ, ชุมชนบ้านบางพลับ และ Somdul Bee Sanctuary นอกจากนี้ ยังได้ร่วมฝึกซ้อมการแสดงพื้นบ้านไทยและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านศิลปะการแสดง

การสนับสนุนจากหน่วยงานและบุคคลสำคัญ
โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน นำโดย ดร.บุษราภรณ์ ปรากฏรัตน์ ประธานชมรม CIFA ประเทศไทย และคุณทรงสิทธา จันทรา รองประธานชมรมฯ พร้อมด้วยที่ปรึกษาและผู้มีอุปการะคุณจากทั้งภาครัฐและเอกชน ดังรายนามต่อไปนี้

  1. นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม
  2. นายศศิน ดิศวนนท์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครปฐม
  3. คุณสุรัตน์ ศรีเบญจโชติ รองเลขาธิการฝ่ายเขต ประธานกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และเจ้าของพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย
  4. คุณวรินทร ทองพูน ประธานสภาท่องเที่ยวจังหวัดนครปฐม และผู้บริหารบ้านคลองสวน โฮมสเตย์
  5. คุณดวงรัตน์ รุ่งโรจน์ ประธานสภาวัฒนธรรม อ.บางเลน จังหวัดนครปฐม
  6. ว่าที่ร้อยโท อรรถชล ทรัพย์ทวี นายอำเภอสามพราน
  7. คุณพรรณพิลาส เหมือนจันทร์เชย ผู้อำนวยการโรงเรียนสกลวิทยา
  8. อาจารย์สมหมาย จันทรา ที่ปรึกษากิติมศักดิ์ ประธานสภาวัฒนธรรม อ.บางเลน จังหวัดนครปฐม
  9. นายอิทธิพงศ์ จักษ์ตรีมงคล นายอำเภอพุทธมณฑล
  10. นายขจรเกียรติ นิพัฒน์โภคัย นายกเทศมนตรีตำบลลำพญา
  11. คุณอัครพัจน์ ตั้งตรงจิตร ผู้บริหาร ห้างหุ้นส่วน จิสประพัจน์ จำกัด
  12. พระครูสังฆรักษ์กิจจา สิริจนฺโท เจ้าอาวาสวัดสามพราน
  13. พระธรรมวชิรเจติยาจารย์ (ชัยวัฒน์ ปญฺญาสิริ) ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์
  14. นายชิตณรงค์ จูมัจฉะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางหลวง
  15. พระอธิการโกเมท อินทปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดลัฏฐิวนาราม (วัดไผ่คอกเนื้อ)
  16. สภาวัฒนธรรมตำบลลำพญา
  17. กำนันทวีศักดิ์ เอี้ยวรัตนวดี
  18. ตลาดน้ำวัดลำพญา
  19. วัดลำพญา
  20. บริษัท สุนทร ออร์คิด จำกัด
  21. คุณเอกนัฏฐ์ คูเจริญชัยมานที ผู้บริหาร มานะออร์คิดฟาร์ม
  22. ชุมชนบ้านหัวอ่าว
  23. ชุมชนบ้านบางพลับ
  24. อน. กัลยากร มณีโชติ สโมสรโรตารี่บางเลน
  25. คุณวารี เค้าภูไทย ประธานสภาวัฒนธรรมเทศบาลตำบลบางเลน
  26. นย. Jin Zoo Lee นายกสโมสรโรตารี่บางเลน
  27. อน. อัมพร เจริญณัฐพงศ์ สโมสรโรตารี่บางเลน (ร้านสมชัยโกเท้าบางเลน)
  28. อน. กังวาลย์ นาคศรีสังข์ สโมสรโรตารี่บางเลน (ร้านขนมเปี๊ยะครูสมทรง)
  29. อน. เอนก เกตุพันธ์ สโมสรโรตารี่บางเลน (เอนกฟาร์ม)
  30. อน. เกษม ศรมยุรา สโมสรโรตารี่บางเลน (บริษัท เกษมชัยฟูดส์ จำกัด)
  31. อน. ธณัชพงศ์ เพชรดี สโมสรโรตารี่บางเลน (สถานีบริการ ปตท.บางเลน)
  32. นายสมชาย เมธวัฒน์ธรากุล อดีตรองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง
  33. คุณณิชาพัฏฐ์ พรหมจรรย์ กรรมการที่ปรึกษาของ บีเอ็นไอ (ประเทศไทย)
  34. นายวิชัย เกตุแก้ว ประธานชมรมผู้สูงอายุ เทศบาลตำบลบางหลวง
  35. คุณบุญส่ง ห้อยมาลา ชมรมผู้ไทดำ บ้านสระยายโสม จังหวัดสุพรรณบุรี
  36. นายสมหมาย แขวงสวัสดิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 21 ตำบลบางหลวง
  37. นายสมชาย ยอดแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ตำบลบางหลวง
  38. นายสุภาษิต อรรถนันท์ กำนันตำบลบางหลวง
  39. นายเกรียงวิทย์ เกรียงบูรณนันท์ ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอบางเลน
  40. นายไสว เพชรรุณ ประธานมูลนิธิไทยทรงดำประเทศไทย
  41. นายบุญเลิศ ยอดแก้ว นายกสมาคมไทยทรงดำประเทศไทย
  42. ดร.บุญเส็ง จูมัจฉะ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางหลวง
  43. ดร.อนวัช นกดารา ประธานศูนย์ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยบ้านลำเหย จังหวัดนครปฐม
  44. คุณธัชมาส ไทรชมภู ผู้บริหารบริษัท ธัชสรชัยพงศ์ จำกัด
  45. คุณสุทธิลักณ์ โตกทอง ผู้บริหารร้านข้าวใหม่ปลามัน เจ้าของรางวัลเอสเอ็มอีต้นแบบสัมมาชีพ
    คณะผู้บริหารโครงการ
  • คุณชลิตเอก คงกาญน์กุล
  • คุณชาติณัชสิทธิ์ วงษ์นาคเพชร
  • คุณรชต ลาตีฟี
  • คุณสุรีย์ญา ศรีวิทัศน์
    โครงการครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เชื่อมโยงมิตรภาพระหว่างประเทศ และสร้างการรับรู้ถึงความงดงามของศิลปะพื้นบ้านไทยในระดับนานาชาติ

CIFA2025 #การแสดงพื้นบ้านนานาชาติ #ท่องเที่ยวไทย #วัฒนธรรมพื้นบ้าน #ประเทศไทย #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #บ้านคลองสวนโฮมสเตย์ #โรงเรียนสกลวิทยา #วัดพระปฐมเจดีย์ #พระปฐมเจดีย์ #วัดสามพราน #ตึกมังกร #ชมรมสีสันวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติ #ColorInternationalFolkArts #CIFA #CIFA2025 #การแสดงพื้นบ้านนานาชาติ #การท่องเที่ยว #ประเทศไทย

รัสเซีย #ลัตเวีย #สโลวาเกีย #Russia #Latvia #Slovakia #ยาดมเฌอเอม #เฌอเอม #สถานีปาท่องโก๋

บ้านไทยทรงดำ #เดอะศาลายา #เดอะศาลายาเลเซอร์ปาร์ค #TheSalayaLeisurePark

SomdulBeeSanctuary #ร้านข้าวใหม่ปลามันสมุทรสงคราม #มานะออร์คิด #มานะออร์คิดฟาร์ม #กล้วยไม้สีดำ #เทศบาลตำบลบางเลน #เทศบาลตำบลลำพญา #ตลาดน้ำลำพญา #ชุมชนบ้านหัวอ่าว #ชุมชนบ้านบางพลับ #สะพานแขวนบางเลนแห่งที่2 #สะพานแขวนบางเลน #PMTMediaNews #รอบรั้วข่าวไทย #Thaifencenews

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กระทรวงวัฒนธรรม จับมือ สจล. ขับเคลื่อน “1 ครอบครัว 1 พลังสร้างสรรค์” ปลุก Soft Power ไทยสู่เวทีโลก!/กองทัพภาคที่ 2 ส่งเสริมทหารกองประจำการที่จะปลด ให้มีงานทำ มีรายได้ ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน

แชร์เนื้อหานี้

กระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “1 ครอบครัว 1 พลังสร้างสรรค์” (One Family One Soft Power – OFOS) หวังยกระดับแรงงานไทยสู่ทักษะสูง พร้อมปั้น Soft Power ไทย ให้แข็งแกร่ง ผ่าน 11 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2568 นางแสงเพชร ลําไธสง วัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “1 ครอบครัว 1 พลังสร้างสรรค์” ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 มีนาคม 2568 ณ โรงแรม ดิ อิมพีเรียล โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ โคราช

อบรมเข้ม! 4 อุตสาหกรรม Soft Power ดันไทยสู่ตลาดโลก กิจกรรมอบรมครั้งนี้เน้นการ Upskill และ Reskill ให้แก่ ผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชน โดยมี ผู้เชี่ยวชาญ ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคนิคเชิงปฏิบัติใน 4 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ การท่องเที่ยว – ออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ศิลปะ – ต่อยอดศิลปะพื้นบ้านสู่ระดับสากล ดนตรี – ผลักดันดนตรีไทยร่วมสมัยให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ อาหาร – พัฒนาเมนูอาหารไทยให้โดดเด่นในตลาดโลก

เป้าหมาย 2,400 คนทั่วประเทศ ปั้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยให้เติบโตโครงการมีแผน คัดเลือกผู้เข้าร่วมจาก 20 จังหวัดทั่วประเทศ ตั้งเป้าอบรม 2,400 คน หวังปูทางให้ไทยก้าวขึ้นเป็น ผู้นำ Soft Power ระดับโลก Soft Power ไทย พร้อมสู่เวทีโลก! Soft Power กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและวัฒนธรรม เช่นเดียวกับปรากฏการณ์ “ญี่ปุ่นฟีเวอร์” ในยุค Gen X และ “เกาหลีฟีเวอร์” ในยุค Gen Z โครงการนี้มุ่ง สร้างอัตลักษณ์ Soft Power ไทย ให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล

โครงการ “1 ครอบครัว 1 พลังสร้างสรรค์” ถือเป็น ก้าวสำคัญ ในการเสริมสร้างศักยภาพคนไทยผ่าน อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ พร้อมผลักดัน Soft Power ไทยสู่ระดับโลก โดยใช้ วัฒนธรรม ศิลปะ และนวัตกรรม เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่าง ยั่งยืน

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

กองทัพภาคที่ 2 ส่งเสริมทหารกองประจำการที่จะปลด ให้มีงานทำ มีรายได้ ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน

พลตรี นรธิป โพยนอก รองแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมส่งเสริมการมีงานทำให้ทหารกองประจำการที่จะปลดเป็นทหารกองหนุน ประจำปี 2568 ที่ห้องศรีพัชรินทร สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา โดยมี นางนิธิอร บุญญานุสิทธิ์ จัดหางานจังหวัดนครราชสีมา ผู้บังคับหน่วย ทหารกองประจำการ ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน

โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ ประกอบด้วย การบรรยายในหัวข้อ “การเตรียมความพร้อมเช้าสู่ตลาดแรงานและแนะนำภารกิจกรมการจัดหางาน” การรับสมัครสอบคัดเลือกผู้ฝึกปฏิบัติงานเทคนิคคนไทยไปฝึกงานประเทศญี่ปุ่น โดยผ่านองค์กร IM JAPAN การให้ความรู้จากหน่วยงานต่าง ๆ 6 แห่ง การสาธิตอาชีพอิสระ จำนวน 4 อาชีพ ได้แก่ การทำขั่วหมี่โคราชกรอบซอสมัลเบอรี่, การทำหมี่คลุกไก่ฉีก, การทำกิมจิ ผักดองสูตรเกาหลี, การทำพุดดิ้งเต้าฮวยนมสด การรับสมัครงานจากสถานประกอบการ 4 แห่ง 1) บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)

  • สาขาโคราช 2 (แม็คโครหัวทะเล)
  • สาขานครราชสีมา (แม็คโครเซฟวัน)
    2) บริษัท นครชัย 21 จำกัด และบริษัท นครชัยทัวร์ จำกัด
    3) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
    4) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
    การแนะแนวการศึกษาต่อระบบทวิภาคี
  • วิทยาลัยเทคโนโลยีชนะพลขันธ์ นครราชสีมา (C-TECH)
    การให้คำแนะนำด้านสุขอนามัย การป้องกันโรคติดต่อ ความรู้เกี่ยวกับ HIV และตรวจคัดกรองสุขภาพ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เบื้องต้น
    *มูลนิธิเอ็มพลัส สาขานครราชสีมา
    ชมนิทรรศการโลกอาชีพ
    กิจกรรมนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงกลาโหม โดยกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี และกระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานจัดหางานจังหวัดนครราชสีมา ได้คำนึงถึงความสำคัญ และอนาคตของทหารกองประจำการที่จะปลดเป็นทหารกองหนุน ได้มีงานทำ มีรายได้ สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเจริญก้าวหน้า และช่วยลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานในสถานประกอบการ

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / การ ประกวด PNU Music Contest 2025 การประกวดขับร้องอนาชีดประสานเสียงระดับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

แชร์เนื้อหานี้

สู่เทคโนโลยี นวัตกรรมระบบราง และชมกิจกรรม PNU Fair 2025 การแสดงของนักศึกษา การแข่งขัน E-Sport: E – FOOTBALL BY PNU การ ประกวด PNU Music Contest 2025 การประกวดขับร้องอนาชีดประสานเสียงระดับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การ ประกวดดาว – เดือน PNU 2025 และการจัดจำหน่ายสินค้าและอาหาร

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา สะแลแม อธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ กล่าวว่า ในการจัดงานฯจะมีการจัดแสดงผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยฯ ที่หลากหลาย และโดดเด่นอาทิเช่นงานวิจัย ที่มหาวิทยาลัยฯ ได้เข้าไป ส่งเสริมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่างๆ

และการพัฒนาวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น มาสร้างให้มีมูลค่าที่สูงขึ้น ภาพรวมได้ ดำเนินการในหลายชุมชน ที่สำคัญได้พัฒนาให้สินค้าบางรายการ ได้มาตรฐาน อย. และมาตรฐานฮาลาล ทั้งหมดนี้เป็นบทบาทของนักวิจัยส่วนหนึ่งที่ได้นำองค์ความรู้ไปช่วยประชาชนในพื้นที่ให้มีความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ

สำหรับมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นสถาบันอุดมศึกษาลำดับที่ 77 ของประเทศไทย จัดตั้งเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสและจังหวัดใกล้เคียงเข้ารับการศึกษาในระดับอุดมศึกษามากขึ้น อันจะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน อีกทั้งการพัฒนาให้จังหวัดนราธิวาส เป็นศูนย์กลางทาง

การศึกษาและวิจัย โดยเฉพาะด้านอิสลามศึกษาในภูมิภาค และที่สำคัญยังช่วยเสริมสร้างเอกภาพและความมั่นคงของชาติ การเชื่อมโยงการศึกษากับศาสนาเข้าสู่ชีวิตของประชาชน สร้างสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม วัฒนธรรม และประเทศชาติอย่างยั่งยืน
///////////////////
ข่าวกรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คณะผู้บริหาร “ไพรม์มัส กรุ๊ป” เข้าพบผู้ว่าฯชลบุรี-นายกพัทยา/พัทยาเมืองสวรรค์สายเขียว

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า คณะผู้บริหาร บริษัทในเครือ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ผู้จำหน่ายรถยนต์ระดับชั้นแนวหน้าในประเทศไทย นำโดย นายชวัลรัชญ์ ทองคำสุข ผู้จัดการฝ่ายขาย “เบนซ์ ไพรม์มัส พัทยา”,  นายกิตติชัย เจริญชัยวาณิชย์ ผู้จัดการทั่วไป “ดีพอล ไพรม์มัส”, นายภูวสิษฐ์  ฐิติธนภานุพงศ์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย และคุณปาลิดา สาทิสสะรัต ผู้จัดการ “เอ็มจี เบส ไพรม์มัส/ไอออน ไพรม์มัส/ไอทีโอเอ ไพรม์มัส” เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง และนายกเมืองพัทยา นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ เนื่องในศุภวาระขึ้นปีใหม่ 2568 และรับฟังนโยบายการส่งเสริมเศรษฐกิจโดยรวมของเมืองพัทยา และจังหวัดชลบุรี พร้อมกันนี้ ทางคณะผู้บริหาร “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ได้เรียนเสนอเรื่องการขยายธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์สู่แบรนด์รถยนต์จีนระดับพรีเมี่ยม ในช่วงปีที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์รวมทั้งสิ้น 7 แบรนด์ ได้แก่ MERCEDES-BENZ, MG, DEEPAL, ZEEKR, OMOD&JAECOO, AION และ SUZUKI โดยมีโชว์รูมและศูนย์บริการ รวมทั้งสิ้น 16 แห่ง ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล, จังหวัดชลบุรี และจังหวัดเชียงใหม่ เฉพาะในพื้นที่จังหวัดชลบุรี มีโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ MERCEDES-BENZ จำนวน 1 แห่ง,รถยนต์ MG จำนวน 3 แห่ง, รถยนต์ AION จำนวน 1 แห่ง และรถยนต์ SUZUKI จำนวน 1 แห่ง  รวมทั้งสิ้น 6 แห่ง


พัทยาเมืองสวรรค์สายเขีย
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ถนนเลียบชายหาดเมืองพัทยา  จ.ชลบุรี พบผู้ประกอบการธุรกิจจำหน่ายสิค้ากัญชากันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะบริเวณหน้าห้างดังถนนเลียบชายหาดพัทยาใต้ พบมีการตั้งร้านให้บริการจำหน่ายกันริมฟุตปาธ ใกล้กันมีซุ้มฟู้ดทรักซ์ ให้บริการเครื่องดื่มริมทะเลพัทยา โดยมีนักท่องเที่ยวใช้บริการเป็นจำนวนมา
ด้วยปัจจุบันธุรกิจจำหน่ายกัญชาได้เปิดให้บริการอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติจำนวนมากรวมถึงเมืองพัทยา หลังจากรัฐบาลปลดล็อกกัญชาเสรีก็มีผู้ประกอบการมากขึ้น จึงขอความร่วมมือภาครัฐให้ตรวจสอบไม่ให้มีแรงงานต่างด้าวมาทำงาน เพราะทุกวันนี้นังพบว่าคนขายยังเป็นต่างด้าว
ทั้งนี้ เมืองพัทยาถือเป็นเมืองท่องเที่ยวแห่งความหลากหลานที่ครบวงจร โดยทุกปีมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสาคทิศมาพักผ่อนและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก สร้างความคึกคักด้านเศรษฐกิจให้สังคม ภาครัฐจึงควรมีวิธีการปฏิบัติงานที่เหมาะสมและเท่าทัน เพื่อรองรับการแก้ปัญหากลุ่มมิจฉาชีพชาวต่างด้าวทึ่แอบแฝงตัวมาในธุรกิจดังกล่าวด้วย จึงของวอนนายอำเภอบางละมุงช่วยให้ความสำคัญเรื่องนี้เช่นกัน

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / สิ้นเทพเจ้าแห่งเขาพรานธูป “หลวงปู่นน” ฉายา “ปลัดขิกดิ้นได้” นักเสี่ยงโชคคึกคัก/รอง ผบ.ตร. เน้นย้ำ ตร.หัวหิน ต้องดูแลนักท่องเที่ยวเทศกาลตรุษจีน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 24 ม.ค.68 ที่สำนักสงฆ์เขาพรานธูป ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานงานบำเพ็ญกุศลพิธีสรงน้ำศพ “พระครูสังฆรักษ์นน จนฺทวิโร” หรือ หลวงปู่นน จันทวิโร อายุ 94 ปี พรรษา 23 พระเกจิชื่อดัง อดีตเจ้าอาวาสสำนักสงฆ์เขาพรานธูป มี นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน พระเถระชั้นผู้ใหญ่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ศิษยานุศิษย์และประชาชนจำนวนมากร่วมในพิธี พร้อมกันนี้นักเสี่ยงโชคต่างนำอายุ “หลวงปู่นน” ไปเสี่ยงโชคลาภงวดที่จะถึงนี้กันอย่างคึกคัก

สำหรับประวัติของ หลวงปู่นน จันทวิโร สำนักสงฆ์เขาพรานธูป พระเกจิอาจารย์เรืองอาคมแห่งหัวหิน น้องชายแท้ ๆ ของหลวงพ่อยิด อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองจอก อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญสามารถเสกปลัดขิกดิ้นได้เช่นเดียวกับหลวงพ่อยิด ท่านเกิดในตระกูล “กล่ำเรือง” เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2474 ปีมะแม ที่บ้านนาพรม อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับหลวงพ่อยิด วัดหนองจอก เมื่ออายุ 21 ปีได้อุปสมบทที่วัดประดิษฐวนาราม(วัดนาพรม) จ.เพชรบุรี โดยมี หลวงพ่อเพลิน วัดหนองไม้เหลือง เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังบวชได้อยู่ปรนนิบัติ “หลวงพ่อหวล จันทสิริ” เจ้าอาวาสวัดนาพรม ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงพร้อมๆกับหลวงพ่อยิด ซึ่งหลวงพ่อหวลได้ถ่ายทอดวิชาทางด้าน สมุนไพร วิชาทำปลัดขิก และการลงจารอักขระให้

ทั้งนี้ หลวงพ่อหวลมีศักดิ์เป็นน้าและพระกรรมวาจาจารย์ของหลวงยิด อีกทั้งเป็นอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทถ่ายทอดวิชาทำปลัดขิกให้กับหลวงพ่อยิด จนมีชื่อเสียงโด่งดังกล่าวขานอยู่จนถึงทุกวันนี้อีกด้วย
หลวงพ่อนนได้จาริกแสวงบุญอยู่นาน จึงได้กลับมาที่วัดหนองจอก ซึ่งในขณะนั้น หลวงพ่อยิดท่านมีชื่อเสียงด้านปลัดขิกและมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ด้วยความที่มั่นใจในความแก่กล้าทางวิชาคมของหลวงพ่อนน และเป็นศิษย์รุ่นน้องร่วมอาจารย์เดียวกันหลวงพ่อยิด จึงให้หลวงพ่อนนช่วยลงอักขระลงบนปลัดขิก ซึ่งการลงอักขระนี้ หลวงพ่อยิดต้องเลือกเฟ้นคนที่ไว้ใจได้และมีความสามารถ เพื่อให้วัตถุมงคลมีความศักดิ์สิทธิ์ หลังจากหลวงพ่อยิดมรณภาพ หลวงพ่อนนจึงออกธุดงค์ต่อและได้ร่ำเรียนศึกษาวิชา รักษากระดูก และวิชาแก้คุณไสย จากนั้นได้มาจำพรรษาที่วัดมาลัยทับใต้ หัวหิน และที่วัดนี้เอง ท่านได้สร้างปลัดขิกในนามของท่านเอง เพื่อแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน

โดยท่านได้อยู่พัฒนาวัดมาลัยทับใต้ต่อมาอีกหลายปีจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์ จึงได้เตรียมตัวจาริกอีกครั้ง ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างมาขอให้ท่านมาอยู่เป็นประธานช่วยจัดสร้างสำนักสงฆ์เขาพรานธูป หลวงพ่อนนท์จึงได้มาจำพรรษาที่สำนักสงฆ์เขาพรานธูป ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา จนเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.58 พระราชภัทรญานฯ มอบตราตั้งฐานานุกรมและพัดยศเป็น “พระครูสังฆรักษ์” ให้แก่หลวงปู่นน เจ้าสำนักสงฆ์เขาพรานธูป ให้เป็น “พระครูสังฆรักษ์นน จนฺทวิโร” โดยมีพิธีมอบขึ้นภายในอุโบสถของสำนักสงฆ์เขาพรานธูป ระยะหลัง 3-5 ปี ที่ผ่านมา หลวงปู่นนได้อาพาธจากโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ก่อนเข้ารักษาตัวอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งมรณภาพคืนวันที่ 23 ม.ค.68 ที่ รพ.หัวหิน โดยทางวัดจะตั้งสวดบำเพ็ญกุศลที่สำนักสงฆ์ฯ เป็นเวลา 30 วัน ก่อนบรรจุสรีรสังขารไว้ในโลงแก้วต่อไป

หลวงปู่นน ท่านสามารถเสกปลัดขิกดิ้นได้เช่นเดียวกับหลวงพ่อยิด ด้วยกิตติศัพท์อันเลื่องลือ ทำให้ท่านได้รับกิจนิมนต์ร่วมปลุกเสกวัตถุมงคลทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีลูกศิษย์มากมาย มีผู้คนเข้าไปกราบท่านไม่ขาดสาย ผู้คนต่างได้รับประสบการณ์ดี ๆ ที่เกิดจากท่าน พระเครื่องของท่านมากมาย และเครื่องรางของท่านเป็นที่นิยมอย่างแผ่กว้างไปเรื่อยๆ ถึงต่างประเทศ วัตถุมงคลของหลวงปู่นนที่ขึ้นชื่อคือ ปลัดขิก ที่สร้างปาฏิหาริย์บินได้ เป็นที่นิยมกว้างขวางในหมู่ทหารและตำรวจ เพราะเชื่อกันว่าใครมีปลัดขิกของหลวงปู่นนติดตัวแล้วจะดีเด่นในด้านเมตตามหานิยมและแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง อีกทั้งมีผู้ประสบเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งแคล้วคลาดและโชคลาภ.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

รอง ผบ.ตร. เน้นย้ำตำรวจหัวหิน ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในเทศกาลตรุษจีน
เมื่อวันที่ 24 ม.ค.68 พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาตรวจเยี่ยมข้าราชการที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน จ.ประจวบฯเพื่อประชุมติดตามการปฏิบัติการนำร่องในการขับเคลื่อนและยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. โดยมี พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิธ ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.พนิช อ่วมสอาด รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ

พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน พ.ต.ท.อาณัฐชัย ก้อนทอง สวญ.ทท.2 กก.1 บก.ทท.3 (ตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน) นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมประชุมวางแนวทางและมาตรการด้านการท่องเที่ยว ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและเพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความเชื่อมั่นในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 68 ที่ใกล้จะถึง ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมแล้ว รอง ผบ.ตร. ได้มอบสิ่งของให้แก่ตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในช่วงเทศกาล

สำหรับเทศกาลตรุษจีนในปีนี้ เป็นปีที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับนโยบายการท่องเที่ยวเที่ยวปลอดภัย กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดย พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท.ได้นำแอพพลิเคชั่น Thailand Tourist Police ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถดาวโหลดเพื่อใช้งานทางโทรศัพท์ได้ทุกระบบ เป็นทางเลือกให้สามารถเข้าถึงการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สส.ทรงศักดิ์ ร่วมรับรมว.สาธารณสุข งานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพ พร้อมรณรงค์ “ตรุษจีน อิ่มบุญ สุขใจ สิ่งแวดล้อมปลอดภัย ห่างไกล NCDs” นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมงานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ยกระดับอาหารสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน SAN Plus พร้อมแนะวิธีการเลือกซื้ออาหารไหว้เจ้าและเลือกกินอาหาร Low Carb รวมทั้งการลดฝุ่นละอองขนาดเล็กจากการประกอบพิธีกรรมในเทศกาลตรุษจีน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดีและสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 24 ม.ค.2568 ที่เวทีวัฒนธรรมตรุษจีนปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยสส.ทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขต 2 พรรคเพื่อไทย รองประธานกรรมาธิการตำรวจ และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเฉลิมเทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพ 109 ปี โดยมีนางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงานประเพณีฯ หน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมรณรงค์ “ตรุษจีน อิ่มบุญ สุขใจ สิ่งแวดล้อมปลอดภัย ห่างไกล NCDs”

พร้อมกันนั้น นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า เทศกาลตรุษจีนเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของชาวไทยเชื้อสายจีน เพราะเป็นเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ มีการไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ เพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิตและคนในครอบครัว มีการยึดถือปฏิบัติกันมาอยู่ 3 วัน คือ วันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว ซึ่งการจัดงานเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลตรุษจีนของจังหวัดนครสวรรค์ มีประชาชนมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก กระทรวงสาธารณสุข ห่วงใยสุขภาพประชาชน แนะประชาชนดูแลสุขภาพในช่วงเทศกาลตรุษจีน อิ่มบุญ สุขใจ สิ่งแวดล้อมปลอดภัย ห่างไกล NCDs ประกอบด้วย 3 มาตรการ คือ มาตรการที่ 1 ยกระดับมาตรฐานร้านอาหารปลอดภัยภายใต้มาตรฐาน SAN และ SAN Plus (Sanitation, Accountability, Network) สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อให้สถานประกอบกิจการด้านอาหารในพื้นที่ท่องเที่ยวมีคุณภาพ มีศักยภาพในการแข่งขันในเชิงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว และสร้างความเชื่อมั่นต่อการให้บริการด้านอาหารแก่นักท่องเที่ยว  มาตรการที่ 2 การเลือกซื้อของไหว้ตรุษจีนให้สะอาด ปลอดภัย โดยยึดหลัก 4 ล. ดังนี้ ได้แก่

1) ล. เลือก เลือกซื้ออาหาร
2) ล. ล้าง ล้างผัก-ผลไม้ และเนื้อสัตว์ให้สะอาด
3) ล. เลี่ยง เลี่ยงปรุงอาหารที่ใช้น้ำมันหรือไขมันมากปรุงประกอบอาหารให้สุก
4) ล. ลด อาหารที่มาจากแป้งและน้ำตาล ควรทานอาหารไหว้เจ้าประเภท Low Carb หรือคาร์โบไฮเดรตต่ำเปลี่ยนเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง และมาตรการที่ 3 การลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM10 และ PM2.5 จากการประกอบพิธีกรรมในเทศกาลตรุษจีน โดยรณรงค์ให้ใช้ธูปขนาดสั้น หรือใช้ธูปไฟฟ้า เผากระดาษเงินกระดาษทองทีละน้อย ๆ และควรสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันด้วย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพดี และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีนได้” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการหาบ้านใหม่ให้สุนัขจรจัด จัดโดยคณะเทคนิคการสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

แชร์เนื้อหานี้

โครงการเพื่อสังคม เพื่อน้องๆสี่ขาหาบ้านใหม่ให้สุนัขจรจัด ร่วมถึง ส่งเสริมการฝึกและ การเลี้ยงสุนัขอย่างถูกวิธี ตะหนักถึงคุณค่า และความสามารถของสุนัขกลุ่มนี้ และลดการทอดทิ้งขอเชิญร่วมงานและส่งสุนัขเข้าประกวด ในการประกวดสุนัขพันธุ์ไทยพันทาง 🐕

📢 ขอเชิญร่วมงานและส่งสุนัขเข้าประกวด ในการประกวดสุนัขพันธุ์ไทยพันทาง🏆 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

📍ในงานเกษตรแฟร์ 2568 วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ภายในงานเกษตรแฟร์ 2568 ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
🔷โดยพบกับการแข่งขันทั้ง 4 ประเภท

  1. ประกวดสุนัขพันธุ์ไทยพันทางเชื่อฟังคำสั่ง ชิงถ้วยพระราชทานฯ🦮
  2. ประกวดความสามารถพิเศษสุนัขพันธุ์ไทย พันธุ์ทาง ชิงถ้วยพระราชทานฯ
    ⭐️ไม่จำกัดสายพันธุ์
  3. ประกวดภาพถ่ายความรักความผูกพันระหว่างเจ้าของและสุนัขพันธุ์ไทยพันทาง
    🦮
  4. ประกวดแฟนซีสุนัข ชิงถ้วยพระราชทานฯ
    ⭐ไม่จำกัดสายพันธุ์

📜 สามารถอ่านกติกาการประกวด และเกณฑ์การให้คะแนนได้ที่
🔗Link : https://sites.google.com/ku.th/find-new-home-ku/Home

📋สามารถสมัครเข้าร่วมการประกวดได้ที่
แบบฟอร์มการสมัครเข้าร่วมการประกวดสุนัขพันธุ์ไทยพันทางเชื่อฟังคำสั่ง ชิงถ้วยพระราชทานฯ, ประกวดความสามารถพิเศษสุนัข ชิงถ้วยพระราชทานฯ, ประกวดแฟนซีสุนัข ชิงถ้วยพระราชทานฯ
🔗Link : https://forms.gle/qkpnEq6zTBbQids6A

แบบฟอร์มการสมัครเข้าร่วมการประกวดถ่ายความรักความผูกพันระหว่างเจ้าของและสุนัขพันธุ์ไทยพันทาง 🔗Link : https://kasets.art/eASPKs 🔍สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
🌐Facebook : โครงการหาบ้านใหม่ให้สุนัขจรจัด มก.
☎️เบอร์โทรศัพท์ : 089-676-9295 (คุณอ๊อบ)
089-516-6811 (คุณฟิล์ม)

โครงการหาบ้านใหม่ให้สุนัขจรจัดคณะเทคนิคการสัตวแพทย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

Balloon_PR

🦮🙏🏻

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / Provincial Director Miss Grand Samut Prakan มิสแกรนด์สมุทรปราการ2024

แชร์เนื้อหานี้

คุณใหม่ ภาติยะ นิ่มน้อย ผู้ถือลิขสิทธิ์มิสแกรนด์สมุทรปราการ ขอบคุณทางสปอนเซอร์ทุกท่าน งานจะดำเนินไม่ได้หากขาดสปอนเซอร์ไป ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ สถานที่จัดงาน ราชพฤกษ์ฮอล์ ครัวบุญเลิศ บางปู จังหวัด สมุทรปราการ ผู้สนับสนุนหลักสถานที่ในการจัดงาน ประกวดรอบไฟนอลมิสแกรนด์สมุทรปราการ ปี 2025 ครั้งนี้

ขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดสมุทรปราการโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สมุทรปราการ คลินิกทันตกรรมรอยยิ้มMaybis Hotel เมืองโบราณ ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์ สมุทรปราการMadam Emma Glow Delight ครีมกันแดด Moon-Ar และการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนอีกมากมายวัตถุประสงค์ในการจัดงานเพื่อหาตัวแทนมิสแกรนด์จังหวัดสมุทรปราการ ไปสู้ต่อในอีก 76 จังหวัด

และทำการประชาสัมพันธ์ให้จังหวัด นำเอกลักษณ์วัฒนธรรมไปเผยแพร่ทำชื่อเสียงให้พี่น้องชาวสมุทรปราการคิม จิราพัชร ดาทุมมา ผู้ชนะเลิศมิสแกรนด์สมุทรปราการ2025แทมมี่ นุชนาฎ แก้วเกตุสังข์ รองชนะเลิศอันดับหนึ่งมิสแกรนด์สมุทรปราการ2025มิว พาณิภัค เขียวหวาน รองชนะเลิศอันดับสองมิสแกรนด์สมุทรปราการ2025แคนดี้ ทรัพย์ศิริ อภิชาติโชติ มิสแกรนด์ขวัญใจสมุทรปราการ2025

Provincial Director Miss Grand Samut Prakan คุณใหม่ ภาติยะ นิ่มน้อย ทิยา กิติยา ละอายทุกข์ มิกซ์ พงศกร โยธาทิพย์ มิสแกรนด์สมุทรปราการ2023 รถเบนซ์ สุภาพร ยมรักษ์ มิสแกรนด์สมุทรปราการ2024 พั้นซ์ เจสิตา อร่ามคำ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /จัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชสมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระราชวงศ์จักรี พุทธศักราช 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 14 มกราคม เวลา 07.30 น. ที่หอ ประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองลพบุรี นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นำข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน พร้อมด้วยพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 89 รูป ถวายพระราชกุศล

พร้อมด้วยผู้นำศาสนาอิสลามประกอบพิธีดุอาอ์ขอพร ผู้นำศาสนาคริสต์ประกอบพิธีอธิษฐานภาวนาขอพร ถวายพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชสมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระราชวงศ์จักรี พุทธศักราช 2568

เนื่องในวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุ 26,469 วัน เป็นวันสมมงคลเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราช แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์นับเป็นมหามงคลสมัยพิเศษยิ่ง การบําเพ็ญพระราชกุศลถวายแด่สมเด็จพระบรมราชบูรพการี เป็นราชประเพณีที่ถือปฏิบัติสืบกันมาช้านาน

พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์จะทรงอนุสรณ์คํานึงถึงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชบูรพการีในวาระต่าง ๆ เช่น ในวันที่ตรงกับการครองราชย์ มีทั้งโอกาสที่เวียนมาเป็นครั้งแรกมักเรียกว่า “สมมงคล” หมายถึง เสมอกัน หรือ “สมภาคา” บ้าง ถ้าเวียนมาเป็นครั้งที่สองก็เรียกว่า “ทวิภาคา” บ้าง หรือ “ทวีธาภิเษก” บ้าง จะปรากฏแนวปฏิบัติเกี่ยวกับพระราชพิธีลักษณะนี้ตั้งแต่รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 พระราชกุศลที่บําเพ็ญถวายแด่สมเด็จพระบรมราชบูรพการีของพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์

นอกจากโอกาสวันดํารงสิริราชสมบัติเวียนมาพ้องกับวันสําคัญดังที่กล่าวมาแล้ว ยังมีพระราชประเพณีที่ทรงถือปฏิบัติในอีกหลายวาระ และวาระหนึ่งที่สําคัญ คือ วันที่พระชนมพรรษาเวียนไปเสมอเท่ากัน และวันที่พระชนมพรรษามากกว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดพระองค์หนึ่งในรัชกาลที่ล่วงไปแล้วด้วย

ถือเป็นภาพลักษณ์แสดงวัฒนธรรมที่ดีงามของพระมหากษัตริย์ของชาติไทยในการที่ทรงสร้างแบบอย่างความกตัญญูกตเวทิตา แสดงความเคารพรําลึกถึงบรรพชนปู่ย่าตายายที่ประกอบคุณความดีไว้แก่บ้านเมืองให้ราษฎรยึดถือเป็นแบบแผน

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี / ประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทม.หัวหิน เปิดอบรมดนตรี-นาฎศิลป์ เตรียมรำถวายสักการะบูรพมหากษัตริย์ไทย 5 ธ.ค.นี้/ มหกรรมดนตรีแจ๊ส ศิลปินดังระดับโลก ‘Hua Hin Jazzical Festival 2024’

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.67 ที่บ้านเพชรสำราญ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นประธานพิธีเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการดนตรี-นาฏศิลป์ท้องถิ่น “เทิดไท้สมเด็จบูรพกษัตริย์ไทย ครั้งที่ 8” มี Mr.Brian Anderson นายกสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน นางทิพวรรณ สุทัศน์ ประธานศูนย์การเรียนรู้ดนตรี-นาฏศิลป์ท้องถิ่น เทศบาลเมืองหัวหิน นางประเสริฐศรี จอกกระจาย ประธานชมรมนาฏศิลป์เมืองปราณบุรี คณะผู้บริหารเทศบาลฯ คณะกรรมการและสมาชิกศูนย์การเรียนรู้ฯ วิทยากร คณะครู และแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธี พร้อมชมการรำถวายสักการะบูรพกษัตริย์ประกอบบรรเลงดนตรีไทยจากนักเรียนที่เข้ารับการอบรม

การอบรมเชิงปฏิบัติการดนตรี-นาฏศิลป์ท้องถิ่น ในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 ธ.ค.67 เพื่อถวายความจงรักภักดีต่อบูรพากษัตริย์ไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคี การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ดนตรีไทย และนาฏศิลป์ไทย และปลูกฝังส่งเสริมและพัฒนาให้นักเรียนในท้องถิ่น สำนึกรักบ้านเกิด มองเห็นคุณค่าทางวัฒนธรรมของชาติที่สวยงาม

มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และพร้อมที่จะใช้ศักยภาพของตนเองทดแทนบุญคุณแผ่นดิน โดยมีโรงเรียนในพื้นที่ จ.ประจวบฯ เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 7 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนสาธิตเทศบาลบ้านหัวหิน, โรงเรียนเทศบาลเขาพิทักษ์, โรงเรียนเทศบาลวัดหนองแก, โรงเรียนบ้านห้วยมงคล, โรงเรียนหนองพลับวิทยา, โรงเรียนบ้านสามร้อยยอดบุญรักษ์อุทิศ และโรงเรียนบ้านเนินกรวด และวิทยากรผู้ให้ความรู้แยกตามความถนัดจากโรงเรียนต่างๆ รวมผู้เข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 85 คน

โดยในวันที่ 4 ธ.ค.67 จะเป็นการฝึกซ้อมใหญ่การบรรเลงดนตรีไทย และในวันที่ 5 ธ.ค.67 จะเป็นการบรรเลงดนตรีไทยท้องถิ่นในจังหวัดประจวบฯ ประกอบการรำถวายสักการะบูรพกษัตริย์ ณ อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน และในปีนี้ได้มีการประพันธ์บทเพลงชื่อเพลง นจคีตาคาราว สตมราชานุสรณีย์ ประพันธ์คำร้องโดย นายพันธกานต์ ใบเทศ ทำนองโดย นายนิพนธ์ กล่อมบรรจง และ นายสามารถ เกิดมงคล เพื่อประกอบการรำถวายสักการะบูรพกษัตริย์ โดยมีนางรำจิตอาสาในชุดไทยสวยงามจากศูนย์การเรียนรู้ดนตรี-นาฏศิลป์ท้องถิ่น เทศบาลเมืองหัวหิน และพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมรำถวาย พร้อมทั้งมีการแสดงจินตลีลาประกอบเพลงธงชาติจากนักเรียน นักศึกษา รวมทั้งสิ้นกว่า 1,000 คน.

กลับมาอีกครั้ง ‘Hua Hin Jazzical Festival 2024’ มหกรรมดนตรีแจ๊สจากศิลปินชื่อดังระดับโลก
ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสถานเอกอัคราชทูต ณ กรุงมอสโก จัดงานแจ๊สที่หลายคนรอคอยกับเทศกาลดนตรี “Hua Hin Jazzical Festival 2024” ที่ครั้งนี้กลับมาพร้อมกับศิลปินแจ๊สระดับโลกชาวรัสเซียอย่าง อิกอร์ บุตแมน (Mr.Igor Butman) และศิลปินแจ๊สชาวไทยระดับประเทศที่ตบเท้ามาร่วมงานอย่างคับคั่ง พร้อมกิจกรรมสนุกๆ ให้ได้แจ๊สกันอย่างเต็มที่ พบกับโชว์การแสดง Thai Cultural Performance ที่เป็นการแสดงเอกลักษณ์ของไทยไว้มากมาย อาทิ การแสดงโขนและรำไทยประกอบดนตรีไทยประยุกต์ พร้อมการแสดงโชว์อัตลักษณ์ไทยที่หาชมได้ยากที่จัดมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ บลูพอร์ต หัวหินในฐานะพื้นที่จัดงานในครั้งนี้มั่นใจว่าจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในเมืองหัวหิน ส่งเสริมให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจและสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ โดยใช้ดนตรีและวัฒนธรรมเป็นตัวเชื่อมโยง ที่สำคัญยังเป็นการช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมอันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ เนื่องในโอกาสครบรอบ 126 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและรัสเซียอีกด้วย

นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด กล่าวว่า เมืองหัวหินถือเป็นเมืองตากอากาศระดับโลกที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ยังถือเป็นเมืองมีชื่อในเรื่องของดนตรีแจ๊ส ที่ผ่านมาเคยได้มีการจัดกิจกรรมที่มีนักดนตรีที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาเล่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Benny Golson ซึ่งถือเป็นตำนานแจ๊สที่ยังมีชีวิตอยู่ The Yellowjackets วงดนตรีแจ๊สชั้นนำระดับโลกที่เล่นกันมา 40 ปี และ เคนเนธ บรูซ กอลีลิกซ์ (Kenneth Bruce Gorelick)” หรือ “Kenny G” ผู้สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการดนตรีแจ๊สของโลก เจ้าของผลงานยอดขายสูงที่สุดในโลก เจ้าของรางวัล American Music Awards และ Grammy Awards ก็เคยมาเล่นที่เมืองหัวหินเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น ในหลวงรัชกาลที่ 9

ครั้งที่พระองค์ท่านแปรพระราชฐานไปประทับอยู่ที่ อ.หัวหิน พระองค์ท่านก็มีชื่อที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น King of Jazz ดังภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป่าแซกโซโฟน ที่เป็นภาพคุ้นตาของหลายต่อหลายคน การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์เมืองหัวหินเป็นเป็นเมืองแห่งศิลปะและดนตรี ซึ่งครั้งนี้คณะจัดงานได้นำเสนอสุดยอดของโชว์จากศิลปินแจ๊สทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เป็นศิลปินแห่งชาติชื่อดังระดับโลกมาให้ชมกัน รวมไปถึงการแสดงโชว์ต่างๆ ที่เน้นการนำเสนอความผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมต่างชาติ โดยใช้พลังซอฟพาวเวอร์ของอัตลักษณ์ไทย เพื่อเป็นการเผยแพร่ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้รู้จักเมืองไทยในมุมมองใหม่ๆ มากขึ้น พร้อมทั้งยังเป็นการส่งเสริมและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการท่องเที่ยวไทยและสร้างความประทับใจในการมาเยือนหัวหินอีกด้วย”

สำหรับศิลปินแจ๊สแนวหน้าระดับโลกหลังจากครั้งที่แล้วได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี คือ อิกอร์ บุตแมน ศิลปินแห่งชาติรัสเซีย และเป็นผู้ควบคุมวง Moscow Jazz orchestra ที่ได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติจากประธานาธิบดีรัสเซียในปี ค.ศ 2021 ครั้งนี้มาพร้อมกับวงดนตรี Igor Butman Quintet เป็นวงที่รวบรวมนักดนตรีแจ๊สรุ่นใหม่มากความสามารถจากรัสเซียมาแบบเต็มวงและเคยได้รับเชิญไปแสดงคอนเสิร์ตในสหรัฐอเมริกาและประเทศต่าง ๆ ในยุโรปและเอเชีย รวมทั้งการร่วมแสดงในเทศกาลดนตรีแจ๊สนานาชาติที่มีชื่อเสียงทั่วโลก พร้อมกับศิลปินแจ๊สแนวหน้าของไทยที่เป็นแขกรับเชิญพิเศษมาร่วมเซอร์ไพรส์ทุกท่านในงานวันที่ 21 ธ.ค.นี้ เวลา 18.00 น. เป็นต้นไปที่ หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน บัตรราคา 4,500 / 2,500 / 1,800 และ 800 บาท มีจำหน่ายแล้วที่ https://bluporthuahin.gosalepage.co/lfa-dlgr-mxw นอกจากนี้ยังมีการออกบูธจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มจากร้านดังมากมายทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติ มาให้ร่วมชิม ช้อป และดื่มด่ำไปกับความกลมกล่อมของบรรยากาศดนตรีแจ๊สในยามค่ำคืน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร.032-905-111 หรือ Facebook : BluportHuaHinOfficial, Line official : @bluport
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตชด.146 จับแพะพม่า 90 ตัว แอบหลบเข้าชายแดน/รพ.ประจวบจัดงานสื่อมวลชนสัมพันธ์ครั้งที่ 14 บริการตรวจสุขภาพประจำปี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 พ.ต.ท.ณัฐพล พลอยท้วม ผู้บังคับกองร้อย ตชด.146 สั่งการให้ ร.ต.ท.เศรษฐโชค พชรธนไพศาล หัวหน้าชุดปฏิบัติการข่าว ตชด.146 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ ฉก.จงอางศึก นำกำลังไปลาดตระเวนบริเวณช่องทางธรรมชาติ ช่องพุหมาก หมู่ 7 ต.ห้วยทราย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์

ภายหลังสืบทราบจากสายลับว่าจะมีการลักลอบนำสัตว์ผ่านเข้ามาในราชอาณาจักร ห่างจากสันแดนไทยเมียนมาร์ประมาณ 500 เมตร ได้ยินเสียงสัตว์ร้องคล้ายเสียงแพะ จึงออกค้นหาที่มาของต้นเสียง พบแพะเพศเมีย 1 ตัว อยู่ในกระสอบปุ๋ยสีขาว มีอาการบาดเจ็บ มีเชือดมัดที่ถุงปุ๋ยสำหรับแบก ใกล้เคียงกันพบรอยมูลและรอยเท้าสัตว์จำนวนมาก มีแพะเพศผู้จำนวน 10 ตัวมีอาการบาดเจ็บ ขณะกำลังเดินลงจากเขา

เจ้าหน้าที่สังเกตุว่ามีรอยเท้าแพะจำนวนมากอยู่ด้านหน้าเป็นทางไกล จึงออกค้นหา พบแพะเพศผู้อีก 79 ตัว อยู่ในสวนมะพร้าว จึงสอบถามชาวบ้านในละแวกดังกล่าว ไม่มีผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของ ประกอบกับในพื้นที่ไม่มีการเลี้ยงแพะ คาดว่าชาวเมียนมาร์นำแพะจากประเทศเมียนมาร์เดินลงเข้า เพื่อมาส่งให้นายทุนฝั่งประเทศไทย แต่ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่เสียก่อน จึงเป็นเหตุให้รีบวิ่งหนีกลับประเทศตนเอง

สำหรับแพะทั้ง 90 ตัว อยู่ในสภาพผอมโซ อิดโรย มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งนายหน้ารับซื้อจะต้องนำมาขุนให้อ้วนนาน 2 เดือน ก่อนส่งให้นายทุนส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย


รพ.ประจวบจัดงานสื่อมวลชนสัมพันธ์ครั้งที่ 14 บริการตรวจสุขภาพประจำปี พบปะแลกเปลี่ยนสร้างเครือข่ายเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารด้านสาธารณสุขของโรงพยาบาลสู่ประชาชน

วันที่ 25 พฤศจิกายน 67 ที่ห้องประชุมตะนาวศรี ชั้น 5 อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ นายแพทย์อภิวัฒน์ บัณฑิตชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยนายแพทย์จุมพล ฟูเจริญ รองผู้อำนวยการภารกิจด้านบริการปฐมภูมิ นายแพทย์วัชรพงษ์ เหลืองไพรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ นายอุดมศักดิ์ แสงวณิช รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร นางนันทพร พลีบัตร รองผู้อำนวยการภารกิจด้านการพยาบาล ร่วมกันจัดงานสื่อมวลชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 14 ให้กับสื่อมวลชนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้ง 8 อำเภอ อาทิ สื่อหนังสือพิมพ์ สื่อวิทยุ สื่อทีวี และสื่อออนไลน์ รวมกว่า 30 คน โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ แพทย์-พยาบาล และเจ้าหน้าที่ร่วมให้การต้อนรับและบริการ

ทั้งนี้เพื่อพบปะสานสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน และพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สร้างเครือข่ายในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารด้านสาธารณสุขของโรงพยาบาล เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจอันดีด้านสุขภาพสู่ประชาชนโดยภายในกิจกรรมได้จัดให้มีบริการตรวจสุขภาพประจำปี กับสื่อมวลชนที่เข้าร่วมกิจกรรม อาทิ การตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจสุขภาพปอด ตรวจไขมัน ตรวจโรคเบาหวาน ความดัน และอื่นๆ เป็นต้น โอกาสนี้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยังได้มอบประกาศเกียรติคุณให้กับสื่อมวลชนผู้ที่ให้การสนับสนุนส่งเสริมข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพและบริการสาธารณสุขกับทางโรงพยาบาลด้วยดีเสมอมา อีกด้วย

นายแพทย์อภิวัฒน์ บัณฑิตชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้ความร่วมมือสนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่างๆของทางโรงพยาบาล สู่พี่น้องประชาชนผู้มารับบริการด้วยดีเสมอมา และกิจกรรมในวันนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ได้มาพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันอีกครั้งหนึ่ง โรงพยาบาลกับสื่อมวลชนก็เปรียบเสมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ซึ่งทางโรงพยาบาลมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำงานร่วมกับสื่อมวลชน ซึ่งข้อมูลข่าวสารทาง โรงพยาบาลบางครั้งก็ต้องอาศัยแรงของสื่อมวลชนที่ช่วยในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจสู่พี่น้องประชาชน ซึ่งถ้าหากสื่อมวลชนกับทางโรงพยาบาลสามารถทำงานร่วมกันได้เป็นทีมคาดว่าประโยชน์จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างมาก และทางโรงพยาบาลยินดีที่จะปรับเปลี่ยนปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอข้อคิดเห็นไม่ว่าจะเป็นของสื่อมวลชน และประชาชนผู้มารับบริการ เพื่อจะทำให้โรงพยาบาลสามารถเป็นที่พึ่งให้กับทุกๆคนได้ นายแพทย์อภิวัฒน์ กล่าว

นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐทีวี/แถลงข่าว จัดงาน Nan Coffee’s Day 2025 เพื่อส่งเสริมและขยายช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์ กาแฟน่าน

แชร์เนื้อหานี้

ที่โรงแรมน่านตรึงใจ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน Nan Coffee’s Day 2025 เพื่อส่งเสริมและขยายช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟ และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง ตอกย้ำคุณภาพกาแฟน่าน เชื่อมโยงการผลิตและบริการ สร้างมูลค่าเพิ่มพัฒนากาแฟน่านสู่ตลาดสากล ภายใต้โครงการเกษตรปลอดภัยและมูลค่าสูง(กาแฟ)จังหวัดน่าน กิจกรรมส่งเสริมและขยายช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟ และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง จังหวัดน่าน

โดยมีผู้ประกอบการกาแฟ ผู้ปลูก ผู้ผลิตและจำหน่ายเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้
จังหวัดน่านกำหนดจัดกิจกรรม “ส่งเสริมและขยายช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟและผลิตภัตภัณฑ์ต่อเบื่อง จังหวัดน่าน” โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่านเป็นหน่วยดำเนินงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ จุดเด่นกาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องของจังหวัดน่าน ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ และ

เพื่อส่งเสริมและเพิ่มช่องทางการตลาด ให้กับผู้ประกอบการกาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องของจังหวัดน่าน ส่งเสริมเกษตรกร – ผู้ผลิต – ผู้จำหน่าย-ผู้ประกอบการ ผลิตภัณฑ์กาแฟและผลิตภัตภัณฑ์ต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถต่อยอดในการขยายช่องทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น และเกิดแรงจูงใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองให้สามารถแข่งขันในตลาดเป้าหมายได้มากขึ้น

สำหรับงาน Nan Coffee’s Day 2025 จะจัดขึ้น 2 ครั้ง โดยจัดขึ้นในพื้นที่จังหวัดน่าน ณ ข่วงเมืองน่าน(ข่วงน้อย) ระหว่างวันที่ 5 – 7 ธันวาคม 2567 และจัดนอกพื้นที่จังหวัดระหว่างวันที่ 19 – 23 กุมภาพันธ์ 2567 ณ เซ็นทรัลศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยภายในงาน Nan Coffee’s Day 2025

จะมีกิจกรรมต่าง ๆ ประกอบไปด้วย การแสดงและจำหน่ายผลิตลิตภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องจังหวัดน่าน การจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับกาแฟจังหวัดน่าน กิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจทั้งแบบออนไซต์ และออนไลน์ และยังมีกิจกรรมการเสวนาเรื่อง “กาแฟน่าน : เส้นทางสู่ความยั่งยืน”

นอกจากนี้ในแต่ละวันของการจัดงาน จะมีกิจกรรมบบเวที กิจกรรมส่งเสริมการขาย และกิจกรรมความบันเทิงต่าง ๆ ได้แก่ การสาธิตตริปกาแฟ การทำลาเต้อาร์ต การ Cupping การแข่งขันการทำเมนุกาแฟ ได้แก่ การทำเมนูเอสเพรสโซ่เย็นกาแฟน่าน, การทำเมนู Fusion coffee, การทำเมนู Black Coffee และ

การทำขนม เบเกอรี่จากกาแฟ และการแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงดนตรีสด และกิจกรรมส่งเสริมการขายสำหรับผู้ซื้อสินค้าภายในงาน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกษาธิการจังหวัด ติดตามและประเมินผลคัดเลือกครูผู้สมควรรับรางวัลพระราชทาน “สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี” ระดับจังหวัด

แชร์เนื้อหานี้


วันที่ 21 พ.ย. 67 ศึกษาธิการจังหวัด ติดตามประเมินผลครูผู้สสร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์และเป็นครูผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา เพื่อคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลเกียรติยศแห่งชีวิตครู “รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี” ครั้งที่ 6 ประจำปี 2568 โดยมีนายกริชชัย ศิลปะรายะ ท้องถิ่นจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานคณะทำงาน พร้อมด้วยคณะทำงาน ประกอบด้วย หัวหน้าหน่วยงาน ศึกษานิเทศก์ และภาคสื่อมวลชน ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนบ้านกำแพงเพชร และโรงเรียนชุมชนบ้านโนนสมบูรณ์ (ธนาคารกรุงเทพ 29) เพื่อเก็บข้อมูลเอกสารหลักฐานข้อมูลเชิงลึก

โดยในปีนี้มีหน่วยงาน/องค์กร ระดับจังหวัดบึงกาฬ ได้เสนอชื่อครูผู้สมควรได้รับรางวัลพระราชทาน “สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี” จำนวน 2 คน มีนางสาว เดือนฉาย ดลไพร ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านกำแพงเพชร สพป.บึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ และ นางจุฬาลักษณ์ สุกัน ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนชุมชนบ้านโนนสมบูรณ์ (ธนาคารกรุงเทพ 29) สพป.บึงกาฬ ตำบลโนนสมบูรณ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ โดยคณะกรรมการประเมินผลได้สอบถามข้อมูลเชิงลึกในด้านต่างๆ ทั้งทางด้านลูกศิษย์ที่ครูเคยเป็นผู้สอน เพื่อนร่วมงานทั้งอดีตถึงปัจจุบัน ผู้บริหารสถานศึกษาทั้งอดีตและปัจจุบัน อันเป็นข้อมูลข้อเท็จจริงที่เป็นประจักษ์เอกสาร บุคคล และสิ่งแวดล้อม เพื่อประกอบการพิจารณาประเมินผล คัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี 2568 ในระดับส่วนกลางต่อไป

สำหรับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี (Princess Maha Chakri Award) เป็นรางวัลเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติครูผู้มีผลงานดีเด่น และสร้างคุณประโยชน์ต่อการศึกษาในประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวม 11 ประเทศ (บรูไนดารุสซาราม อินโดนีเซีย กัมพูชา ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ติมอร์-เลสเต เวียดนาม และไทย) ประเทศละ 1 คน รวม 11 รางวัล ซึ่งจะดาเนินการคัดเลือกครูในทุก 2 ปี โดยคณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีจะเสนอกรอบแนวคิดและคุณลักษณะเฉพาะของครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีไปยังกระทรวงศึกษาธิการทั้ง 11 ประเทศ ส่วนการกาหนดเกณฑ์การคัดเลือกและกลไกให้ขึ้นกับดุลยพินิจของแต่ละประเทศ พิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2558 ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

การสรรหาและการคัดเลือกในประเทศไทย การสรรหาและการคัดเลือกครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ในประเทศไทย คณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีจะกาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา และคัดเลือกครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี โดยให้มีคณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัดซึ่งแต่งตั้งโดยผู้ว่าราชการจังหวัด และคณะกรรมการกรุงเทพมหานคร ซึ่งแต่งตั้งโดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครชุดหนึ่ง และปลัดกระทรวงศึกษาธิการชุดหนึ่ง มีบทบาทและทาหน้าที่ดาเนินงานคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีในระดับจังหวัดตามที่กาหนดไว้ในหลักเกณฑ์
ทั้งนี้ การดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีคำสั่งแต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2561 เพื่อให้สามารถดาเนินงานตามขั้นตอนที่ได้กาหนดไว้ในปฏิทินการคัดเลือก
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการจัดระเบียบสายสื่อสารบริเวณ 4แยกไฟแดง เวียงสา จ.น่าน/ ปิดเทศกาลบุญ กฐินโภคทรัพย์ 2567 กับสถานปฏิบัติธรรมพระพุทธบาทโคกสมบูรณ์ สาขาวัดท่าซุง จ.ลพบุรี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 เวลา 9.30 น.อำเภอเวียงสาร่วมกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอเวียงสา โทรคมนาคมจังหวัดน่าน เทศบาลตำบลเวียงสา และผู้ประกอบการด้านสายสื่อสารและโทรคมนาคม จัดทำโครงการจัดระเบียบสายสื่อสาร บริเวณสี่แยกไฟแดงตลาดสดเทศบาลตำบลเวียงสา

เพื่อจัดระเบียบและปรับปรุงสายสื่อสารในพื้นที่ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม เป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอำเภอเวียงสาซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว และเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญของจังหวัดน่าน ถนนบริเวณสี่แยกไฟแดงเป็นถนนสายหลักของอำเภอ ที่มีความสำคัญในการคมนาคมเชื่อมต่อไปยังตำบลและอำเภอต่างๆของจังหวัดน่าน การจัดระเบียบสาย 4เส้นทางหลักในวันนี้ มีระยะทางทั้งสิ้น 1,000เมตร
มีหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการ ดังนี้

  1. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อำเภอเวียงสา
  2. โทรคมนาคมจังหวัดน่าน
  3. บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน)
  4. บริษัท แอดวานซ์ ไวล์เลส เน็ตเวิร์ค จำกัด
  5. บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (รวมบริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์เซล คอมมูนิเคชั่น จำกัด)
  6. บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน)
  7. บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด
  8. บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น จำกัด/บุญยงค์ สดสอาด/ พ.ต.พิบุญชัย ณ ลำพูน สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

ปิดเทศกาลบุญ กฐินโภคทรัพย์2567 #วัดที่22 กับสถานปฏิบัติธรรมพระพุทธบาทโคกสมบูรณ์ สาขาวัดท่าซุง จ.ลพบุรี

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม, กองบุญโภคทรัพย์ ถวายพุ่มกฐิน 50,000 พระพุทธรูป ผ้าไตร เสื่อหนุนดวง 2ผืน แด่สถานปฏิบัติธรรมพระพุทธบาทโคกสมบูรณ์ สาขาวัดท่าซุง นำโดยหลวงพ่อจำเนียร สุธัมมกาโม ประธานศูนย์ปฏิบัติธรรมนอกจากนี้เรายังได้ร่วมบุญผาติกรรมผ้าไตร บวงสรวงเเละหล่อพระชำระหนี้สงฆ์องค์ที่ 4พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า คนถวายผ้ากฐิน หรือร่วมในการถวายกฐินทานครั้งหนึ่ง จะปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าก็ได้ จะปรารถนาเป็นพระอัครสาวกก็ได้ จะปรารถนาเป็นพระอรหันต์ก็ได้ แต่ถ้าหากว่ายังไม่ถึงพระนิพพานเพียงใด อานิสงส์จะให้ผลทานแก่ผู้นั้น เมื่อตายจากความเป็นคนไปเกิดเป็นเทวดา แล้วก็จะลงมาเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ปกครองโลก ๕๐๐ ชาติ

บุญน้อยลงมาจะเป็นพระมหากษัตริย์ ๕๐๐ ชาติ เป็นมหาเศรษฐี ๕๐๐ ชาติ เป็นอนุเศรษฐี ๕๐๐ ชาติ เป็นคหบดี ๕๐๐ ชาติ แตต่คนที่ทอดผ้ากฐิน หรือว่าร่วมในการทอดผ้ากฐินครั้งหนึ่งก็ดี บุญบารมีส่วนนี้ยังไม่ทันจะหมดก็ปรากฏว่า ท่านเจ้าของทานไปนิพพานก่อน” คัดลอกจากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม ๑ พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง)หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง อุทัยธานี เมตตาบอกเคล็ดลับแก่ศิษยานุศิษย์ว่า หากใครปรารถนาความร่ำรวยระดับเศรษฐี มีวาสนาดี เงินทองคล่องมือ ไม่มีวันตกต่ำ ขอให้ร่วมเป็นเจ้าภาพในการทอดกฐิน ผ้าป่าติดต่อกันอย่างน้อย 3 ปีติดกันบุญของท่านสำเร็จแล้ว ขอโมทนาสาธุการ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค-กระบือ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ (7 พ.ย.67) ที่บริเวณ สนามกีฬาโรงเรียนบ้านโคกกระแซขี้เหล็กน้อย ต.ถ้ำเจริญ อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ จัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค-กระบือ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานมอบ พร้อมด้วย นายวินัย โตเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นางอรอนงค์ โตเจริญ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ นายเฉลิมพล บรรเทา ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ นายสัตวแพทย์ ธีร์ พูดเพราะ ปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ

นางสาววลีรัตน์ นามปัญญา เกษตรและสหกรณ์จังหวัดบึงกาฬ นางสุนิสา เอมสมบุญ ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติและยุติธธรรรมจังหวัดบึงกาพ นายพงษ์เทพ จันทร์ชิต ประมงจังหวัดบึงกาฬ นางจีรสุดา ศรีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์บึงกาฬนางสาวสงกรานต์ ตระนนท์ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดบึงกาฬ พ.จ.อ.โสภณ สิทธิจันทร์ นายอำเภอโซ่พิสัย หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนทั่วไป ร่วมงานพิธี

นายสัตวแพทย์ ธีร์ พูดเพราะ ปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริเป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งกรมปศุสัตว์รับสนองพระราชดำริดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2522 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีโค-กระบือไว้ใช้แรงงานและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร จากการดำเนินงานที่ผ่านมา

สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ เกษตรกรที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการ จำนวน 7,200 ราย แม่สัตว์ในโครงการ จำนวน 721 ตัว ในปี 2567 มอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือให้แก่เกษตรกรจำนวน 350 ราย แม่สัตว์จำนวน 358 ตัว ถือได้ว่าเป็นโครงการที่สามารถแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกร โดยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้ในการดำเนินงานประกอบกับเกิดประโยชน์ เช่น การใช้มูลสัตว์เป็นปุ๋ยในไร่นา การทำแก๊สชีวภาพ การอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีในท้องถิ่น เป็นต้น


นายจุมพฏ วรรณฉัตรศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริ ที่พระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำริ เป็นโครงการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ให้มีโค-กระบือไว้ใช้แรงงาน และเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้รับสนองพระราชดำริ ดำเนินการตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2522 เป็นต้นมา จากการดำเนินการที่ผ่านมา ได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรไปแล้วกว่า 376,858 ราย ถือได้ว่าก่อเกิดประโยชน์เป็นคุณปการแก่เกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง และเป็นที่น่ายินดี ที่มีการบูรณาการร่วมกันในพื้นที่อย่างเป็นระบบ สนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกร และให้ชุมชนมีส่วนร่วม ในการบริหารโครงการ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง และยังมีการต่อยอดการใช้ประโยชน์ด้านการเกษตร

การอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีในท้องถิ่น และประการสำคัญยังได้น้อมนำ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นการสนอง แนวพระราชดำริ ด้านการส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกร สามารถพึ่งพาตนเองได้ และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด โครงการพระราชดำริ ทุกโครงการ รวมถึงโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ฉะนั้น จึงขอให้เกษตรกรที่ได้รับมอบโค-กระบือในครั้งนี้ ดูแล เลี้ยงดู โค-กระบือ เป็นอย่างดี เสมือนเป็นสมาชิกในครัวเรือน และปฏิบัติตามระเบียบหลักเกณฑ์ ของโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ อย่างเคร่งครัดเพื่อให้เกิดความเป็นศิริมงคล แก่ตนเองและครอบครัว ขอขอบคุณทุกภาคส่วน โดยเฉพาะโรงเรียนบ้านโคกกระแชขี้เหล็กน้อย องค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำเจริญ และกลุ่มเกษตรกรตำบลถ้ำเจริญ ที่ได้ช่วยกันจัดงาน ในครั้งนี้ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

สำหรับเกษตรกรที่ได้รับการมอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือ ในวันนี้ มีจำนวน 358 ราย เป็นเกษตรกรในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งมีคุณสมบัติถูกต้อง ให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกร ภายใต้ระเบียบและหลักเกณฑ์ พร้อมทั้งมอบแร่ธาตุและเวชภัณฑ์ ให้แก่กลุ่มเกษตรกร ด้านนายอุดม กองสุมาตร อายุ 57 ปี เกษตรกรในตำบลถ้ำเจริญ หนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับโครงการธนาคารโค-กระบือ กล่าวว่า ภูมิใจที่ได้จากโครงการนี้ เพราะว่าเคยทำหลายปีแต่ไม่เคยได้เลย เพิ่งมาได้ปี 67 ดีใจมากที่ทางปศุสัตว์จังหวัด และปศุสัตว์อำเภอ ที่มองความสำคัญของเกษตรกรที่มีความจำเป็นจะต้องใช้การเลี้ยงลูกวัว และส่งคืนกรมปศุสัตว์ตัวแรก เลี้ยงไป 5 ปี เราเลี้ยงวัวผลิตลูกออกมาและมูลสัตว์ใช้ทำเป็นปุ๋ยได้ก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยเคมีจากร้านค้า เป็นผลดีกับเกษตรกรเพราะปุ๋ยมูลสัตว์รักษาดินได้ดีกว่าปุ๋ยเคมี

ซึ่งโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ ถือได้ว่าเป็นโครงการที่สามารถแก้ไขปัญหาความยากจนของเกษตรกร โดยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้ในการดำเนินงาน สนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกร และให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารโครงการ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง ตลอดจนมีการต่อยอดการใช้ประโยชน์ ขณะที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ จะดำเนินโครงการดังกล่าวต่อเนื่องให้กับเกษตรกรที่ยังขาดโอกาส และพร้อมที่จะเข้าร่วมโครงการฯ ในครั้งต่อไป
นายณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “ปชป.”สร้างคนรุ่นใหม่ส่ง“ดร.รัชดา”ร่วมอบรมการพัฒนาผู้ประกอบการที่เยอรมัน ส่งเสริมอาชีพกลุ่มสตรี

แชร์เนื้อหานี้

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์เปิดเผยวันนี้ว่า ตามยุทธศาสตร์เปิดพรรคกว้างสร้างคนรุ่นใหม่ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ได้มอบหมายให้ดร.รัชดา ธนาดิเรก อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร กรุงเทพมหานคร เข้าร่วมการอบรมเพิ่มศักยภาพหัวข้อ ”การส่งเสริมและพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการ”(Entrepreneurship Development Program)

สถาบันพัฒนาผู้นำระหว่างประเทศ เมืองกัมเมอสบาร์ค ประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ 13 -25 ตุลาคม 2567 จัดโดยมูลนิธิฟรีดริช เนามัน ซึ่งเป็นองค์กรส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาชน ความเข้าใจในระบบอบประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และเศรษฐกิจแบบเสรี อีกทั้งยังเป็นพันธมิตรกับพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การทำงานการเมืองตามแนวทางเสรีนิยมประชาธิปไตยมาอย่างยาวนาน
ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมอบรมเป็นตัวแทนจากแต่ละประเทศ ที่มาจากต่างสาขา อาทิ ภาคการเมือง ภาครัฐ และภาคประชาสังคม โดยเนื้อหาหลักสูตรจะเป็นการนำเสนอแนวทางการสร้างผู้ประกอบการและการส่งเสริมด้านต่างๆจากภาครัฐและองค์กรเกี่ยวข้องที่จะทำให้ธุรกิจมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน และจะมีการเยี่ยมชมผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเกษตร เครื่องจักร และเทคโนโลยีที่ประสบความสำเร็จในหลายๆเมือง

ดร.รัชดากล่าวว่า การไปอบรมครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะจะนำมาต่อยอดโครงการส่งเสริมอาชีพในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ริเริ่มไว้ ทั้งใน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา และ จ.ปัตตานี อาทิ กลุ่มสตรีทำฟาร์มเห็ด กลุ่มปลูกต้นกาแฟ ที่ผ่านมาเป็นการทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมและตัวแทนพรรคในพื้นที่ สรรหาวิสาหกิจชุมชนที่มีศักยภาพแต่ขาดโอกาส และเมื่อได้เข้าไปสนับสนุน ก็จะเห็นได้ว่าชาวบ้านมีรายได้เพิ่ม มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นจริง

มจร.วัดไร่ขิง มุ่งพัฒนาผู้เรียน ภายใต้แนวคิด “Buddhist Social Lab”“Buddhist Social Lab”

พระมหาบุญเลิศ อินฺทปญฺโญ, ศ.ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตรบัณฑิตศึกษา วิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มจร. วัดไร่ขิง กล่าวว่า ตามที่วิทยาสงฆ์ฯ ได้เปิดสอนระดับปริญญาโท ปริญญาเอก สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ตอนนี้ได้เปิดรับสมัครนิสิตใหม่ ประจำปีการศึกษา 2568 แล้ว ท่านยังได้ย้ำว่าหลักสูตรบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ได้ออกแบบมาเพื่อสร้าง “พุทธนวัตกร” คนรุ่นใหม่ที่สามารถนำหลักพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาปัญญาและคุณธรรมของชุมชนเพื่อสร้างสังคมแห่งสันติสุขได้

เรามุ่งเน้นสร้างผู้เรียนให้มีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง สามารถนำไปปฏิบัติจริงในการพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศชาติให้มีความเจริญรุ่งเรืองทั้งทางด้านจิตใจและคุณธรรม ผู้เรียนจะได้มีโอกาสศึกษาวิจัยในด้านพระพุทธศาสนากับการพัฒนาเชิงพื้นที่ ภายใต้แนวคิด “Buddhist Social Lab” มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้สามารถเป็นผู้นำทางความคิดในการพัฒนาชีวิตและสังคมบนพื้นฐานแห่งความเมตตา ปัญญา และความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ จึงขอเชิญชวนทุกท่านที่สนใจและมีความปรารถนาที่จะพัฒนาตนเองและสังคมให้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางสู่การเป็นพุทธนวัตกร มาร่วมกันสร้างสรรค์สังคมอุดมด้วยปัญญาและคุณธรรมจากหลักพระพุทธศาสนาไปพร้อมกัน เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0641452996 พระเจริญพงษ์ ธมฺมทีโป, ผศ.ดร.