คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวประชาสัมพันธ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สโมสรไลออนส์โคราชและสโมสรไลออนส์ดุสิตากรุงเทพ มอบกล้องส่องตรวจลำไส้ ให้กับ รพ.จักราช จ.นครราชสีมา

แชร์เนื้อหานี้

ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิไลออนส์สากล(LCIF)เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568 ณ รพ.จักราช จ.นครราชสีมา พิธีมอบครุภัณฑ์ ทางการแพทย์กล้องส่องตรวจลำไส้แบบคมชัดพร้อมชุดควบคุมสัญญาณภาพ โดยสโมสรไลออนส์โคราช และสโมสรไลออนส์ดุสิตา กรุงเทพ ภาค 310 อี ประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิไลออนส์สากล(LCIF)

โดยมี ล.จุรีพร เศวตอมรกุล นายกสโมสรไลออนส์โคราช พร้อมด้วย ล.สมศักดิ์ โล่ห์วิสุทธิ์ อดีตกรรมการอำนวยการไลออนส์สากล และผู้ประสานงาน LCIFภาครวม 310 ประเทศไทย นายอำเภอจักราช ผอ.รพ.จักราช บุคลากร รพ.จักราช สมาชิกไลออนส์ และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมกิจกรรม

ล.จุรีพร เศวตอมรกุล นายกสโมสรไลออนส์ กล่าวว่า กล้องส่องตรวจลำไส้แบบคมชัดพร้อมชุดควบคุมสัญญาณภาพ ได้รับการสนับสนุนจาก LCIF 1,500,000 กว่าบาท มีผู้มีจิตศัทธา และสโมสรไลออนส์โคราช 515,000 บ.และจากการแลกเปลี่ยนเงินตรา.100,000 บ.รวมเป็นเงินจำนวน 2,160,000 บ.

รพ.เฉลิมพระเกียรติได้รับมอบไปแล้ว 2,400,000 บ. เราได้ขยับมา รพ.จักราช แต่เครื่องมือคนละแบบกัน ล.จุรีพร เศวตอมรกุล ฯ กล่าวต่อไปอีกว่า อดีต ผอ.รพ.จักราช ได้แจ้งความจำเป็นของเครื่องมือแพทย์ กล้องส่องลำไส้ แบบคมชัด พร้อมชุดควบคุมสัญญาณภาพ ที่จะนำไปรักษาผู้ป่วย ซึ่ง รพ.จักราชมีเครื่องมือนี้อยู่แล้ว แต่ไม่ทันสมัย

จำนวนผู้ป่วยมีมาก ลองรับประชากรมากกว่า 200,000 คน ในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อ.จักราช อ.ห้วยแถลง และ อ.เฉลิมพระเกียรติ สโมสรจึงได้จัดประชุม มีมติร่วมกัน ให้จัดทำสนับสนุนจากมูลนิธิไลออนส์สากล(LCIF) โดยส่งโครงการไปยังผู้ว่าการภาค 310 อี ได้รับการช่วยเหลือประสานงานอย่างดีจากท่าน ล.สมศักดิ์.โล่ห์วิสุทธิ์ อดีตกรรมการอำนวยการไลออนส์สากล และผู้ประสานงานไลออนส์สากล ภาครวม 310 ประเทศไทย

ล.สมศักดิ์ โล่ห์วิสุทธิ์ อดีตกรรมการอำนวยการไลออนส์สากล และผู้ประสานงาน LCIF ภาครวม 310 ประเทศไทย กล่าวว่า มูลนิธิไลออนส์สากล ได้รับการรับลองจาก สหประชาชาติ ว่า เป็นองค์กรการกุศลที่ โปร่งใสที่สุด

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ชวนพิชิตถ้ำนาคา สัมผัสมหัศจรรย์แห่งสีเขียว ในดินแดน “มรกตแห่งธรรมชาติ จ.บึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี ชวนโดม ปกรณ์ ลัม ร่วมพิชิตถ้ำนาคา เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสมหัศจรรย์แห่งสีเขียว ในดินแดน “มรกตแห่งธรรมชาติ”

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.68 ที่ บริเวณทางขึ้นถ้ำนาคา อุทยานแห่งชาติภูลังกา ฝั่งอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี ชวนโดม ปกรณ์ ลัม นักร้องนักแสดงชื่อดัง ร่วมกิจกรรมพิชิตถ้ำนาคา เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ ชวนสัมผัสมหัศจรรย์แห่งสีเขียว ในดินแดน “มรกตแห่งธรรมชาติ” พร้อมกับนักท่องเที่ยวสายแอดเวนเจอร์ สายมูสายพญานาค ร่วมในกิจกรรมดังกล่าว โดยตลอดเส้นทางการท่องเที่ยวถ้ำนาคา นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่งดงาม

ความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ความสดชื่นของอากาศในช่วงฤดูฝน ความมหัศจรรย์ของปรากฎการณ์ทางธรณีวิทยา “ซันแครก” (Suncrack) ซึ่งเกิดจากการแตกผิวหน้าของหิน เกิดเป็นลักษณะคล้ายเกล็ดพญานาคบริเวณถ้ำนาคา และเศียรนาคา ขณะเดียวกันสำหรับนักท่องเที่ยวสายมูยังสามารถขอพรจากพญานาค เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต ได้อีกด้วย โดยมีนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ร่วมเป็นเกียรติในการมอบที่ระลึกจาก ททท.อุดรธานี ให้กับโดม ปกรณ์ ลัม นักร้องนักแสดงชื่อดัง รวมทั้งนักท่องเที่ยว จำนวน 100 คนแรกที่พิชิตถ้ำนาคา ได้สำเร็จ

นอกจากนี้ นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ยังได้เชิญชวนนักท่องเที่ยว ร่วมมาสัมผัสกับความสด ความเป็นธรรมชาติ และอากาศที่ดี ได้ที่จังหวัดบึงกาฬ ตลอดฤดูกาลท่องเที่ยวนี้ โดย รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า จังหวัดบึงกาฬถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ลุ่มน้ำโขง มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูกาลท่องเที่ยว

ตั้งแต่ 1 มิถุนายน ของทุกปี หากเข้ามาที่จังหวัดบึงกาฬ นักท่องเที่ยวสามารถแวะท่องเที่ยวตามเส้นทางได้ เช่น วัดถ้ำศรีธน จากนั้นเข้ามาที่สะดือแม่น้ำโขง-แก่งอาฮง, หินสามวาฬ, วัดป่าเมืองเหือง และเข้าสู่ถ้ำนาคา ซึ่งเป็นไฮไลท์ของสถานที่ท่องเที่ยว โดยในช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงเทศกาลสำคัญ เราได้รับการสนันสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี เข้ามาส่งเสริมสนับสนุนเส้นทางการท่องเที่ยว ซึ่งวันนี้มีดาราอย่าง น้องโดม ปกรณ์ ลัม ที่หลาย ๆ คนชื่นชอบ มาเห็นตัวจริงแล้วรูปหล่อมาก ได้มาช่วยในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว และเดินขึ้นถ้ำนาคา

จึงขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้มาช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬของเรา ซึ่งจังหวัดบึงกาฬเป็นสถานที่ที่มีความสด ความเป็นธรรมชาติ อากาศดี ถ้าต้องการอากาศดี ความเป็นธรรมชาติ เชิญมาที่จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งปฏิทินการท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬบ้านเราสามารถเที่ยวได้ทั้งปี แต่ถ้าอยากมาช่วงสด ๆ อากาศดี ๆ ต้องมาในช่วงนี้ เดือนมิถุนายน 2568 และทุกปีก็จะเปิดช่วงนี้ พร้อมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนนักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยมเยือนจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งถือว่าเป็นจังหวัดน้องใหม่ที่มีอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเจริญ หรือเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะหากท่านมาแล้ว ท่านจะได้พบกับสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสด ความใหม่ รวมทั้งสายมู ที่นอกจากมาเที่ยวแล้ว ท่านยังจะมีความโชคดีด้วย มาเที่ยวที่จังหวัดบึงกาฬของเราครับ
ภาพ/ข่าว ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล จ.บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท้าชิม ก๋วยเตี๋ยวเรือ คุณโรส สูตรเด็ด เผ็ดแซ่บอร่อยเข้มข้น พร้อมโปรเปิดร้านให้ 9 บาท 9 วัน

แชร์เนื้อหานี้

***ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ ร้านคุณโรสก๋วยเตี๋ยวเรือ ที่อยู่ริมถนนสายศรีสะเกษ – อุบลราชธานี ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา ข้างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดศรีสะเกษ ตำบลหนองแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ

ซึ่งภายในร้านมีคนต่างเข้ามาชิมก๋วยเตี๋ยวกันอย่างคึกคัก โดย นางรจนา สิงห์วงษา หรือ คุณโรส อายุ 44 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรส ต้นกำเนิดมาจากญาติทำร้านก๋วยเตี๋ยวเรือตนจึงได้นำสูตรมาดัดแปลงเป็นรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรส

จุดเริ่มต้นที่ทำให้ตนต้องมาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรสที่ศรีสะเกษ เกิดจากที่ตนมาทำก๋วยเตี๋ยวโรงทานที่วัดหลวงปู่หมุน ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ทำให้ลูกศิษย์ที่มาร่วมทำบุญได้ชิมรสชาติก๋วยเตี๋ยว แล้วบอกอร่อยจึงเรียกร้องให้มาเปิดที่ศรีสะเกษซึ่งปกติแล้วตนได้เปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรสที่กรุงเทพ และ อยุธยา มี 6 สาขา และมีแฟรนไชส์ อีก 10 กว่า สาขา โดยทำก๋วยเตี๋ยวเรือมานาน 10 กว่าปี

***คุณโรส กล่าวต่อไปอีกว่า เอกลักษณ์หรือรสชาติก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรส จะมีความเผ็ดแซ่บอร่อยเข้มข้นพริกคั่วเอง มีส่วนผสมสมุนไพร 10 ชนิด ที่เป็นความลับ ส่วนเส้นที่ทางร้านนำมาใช้ต้องเป็นเส้นที่นำมาจากกรุงเทพฯเท่านั่น ซึ่งมีทั้งหมด 6 เส้น คือ เส้นเล็ก, เส้นใหญ่, เส้นหมี่, เส้นบะหมี่เหลือง, วุ้นเส้น และ เส้นมาม่า อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของร้าน คือ ลูกชิ้นที่ร้านจะมีเนื้อแน่นหอมอร่อย ของทุกอย่างที่นำมาใช้เน้นของดีมีคุณภาพ

***ทั้งนี้ช่วงนี้ทางร้านจะมีโปรเปิดร้านใหม่ ก๋วยเตี๋ยวถ้วยละ 9 บาท 9 วัน ตามความเชื่อเลข 9 ถือเป็นเลขมงคล ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. 68 ถึงวันที่ 8 มิ.ย. 68 แต่ถ้าหมดโปรเปิดร้าน ราคาก๋วยเตี้ยวก็จะเริ่มที่ ธรรมดาถ้วยละ 20 บาท พิเศษ ก้วยละ 40 บาท และ จัมโบ้ ถ้วยละ 50 บาท ตนมั่นใจว่าก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรส มีรสชาติอร่อยแตกต่างจากร้านอื่นแน่นอน

นอกจากก๋วยเตี๋ยวแล้วทางร้านยังมี กากหมูที่เจียวเองสดใหม่ทุกวัน ผัดไทย กุ้งสด หมู กากหมู ข้าวกระเพรา หมู เนื้อ เนื้อเปื่อย กุ้ง และกากหมู ข้าวผัดหมู หรือ กุ้ง และน้ำสมุนไพร ที่ต้มเอง อาทิเช่น น้ำอัญชันมะนาว,เก๊กฮวย,ชามะนาว,โอเลี้ยง อยากเชิญชวนให้ลูกค้ามาลองชิมกันเยอะๆร้านก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรสจะตั้งอยู่ตรงข้ามมหาลัยเฉลิมกาญจนาทางออกไปอุบลราชธานี ร้านจะเปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ที่ปรึกษา.รมช.กระทรวงศึกษาฯ ร่วม พิธีฌาปนกิจศพ พ่อประกอบ เครือวรรณ และ สมาชิก อบจ.ขอนแก่น ร่วมสวดพระอภิธรรมศพ นายจเร บุญมั่ง อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธ ที่ 29 พฤษภาคม พ ศ.2568 เวลา 13.00 นายวิศรุต ปู่เพ็ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพ

พ่อประกอบ เครือวรรณ มีแขกผู้มีเกียรติร่วมงานจำนวนมาก อธิ นางพยงค์ ศรีภา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครขอนแก่นเอเชีย

นายขุนทอง ดีบุญมี ณ ชุมแพ (อดีตกำนันแหนบทองคำตำบลโนนหัน)

นางสุภนันท์ เมืองสอน กำนันตำบลโนนหัน นางกฤษดา ปะติตังโค ปธ.สภา

องค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน นางสมัย อุ่นทะมณี รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน

นายกิตติพศ นามนัย เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน เจ้าหน้าที่

รพ.สต.โนนหันเป็นต้น ณ วัดอุดมวิทยาราม บ้านโนนชัย หมู่ 2 ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

วันพฤหัส ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ.2568 เวลา 18.00.นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ ให้เกียรติประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพนายจเร บุญมั่ง โดยมีผู้นำหมู่บ้านทั้งท้องที่และท้องถิ่น แขกผู้มีเกียรติ อธิ พันโทหญิง อุดมพร พลศั

กดิ์ หัวหน้าสำนักงานเลขานุการสถานีวิทยุกองทัพภาคที่ ๒ (อดีตจอมพลังเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์”เอเธนส์ 2004″นักกีฬายกน้ำหนักหญิง”) ผ.อ.พยงค์ ศรีภา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครขอนแก่นเอเชีย และ

วิทยาลัยในเครือมหานครขอนแก่นเอเชีย นางกฤษดา ปะติตังโค ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน นางสมัย อุ่นทะมณี รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน

นายสันติ แก้วมูลตรี รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน ประธานสมาคมสันนิบาตเสรีชนแห่งประเทศไทยจังหวัดมหาสารคาม, ผู้ใหญ่บ้านหนองคอง ผู้ใหญ่บ้านหนองม่วง ส.อบต.ทั้งสองหมู่บ้าน

ผู้แทนชมรมทหารผ่านศึกสจ.สำราญ ศรีภา(ส.อบจ.ขอนแก่น เขต 3อำเภอชุมแพ) กล่าวแสดงความเสียใจครอบครัวบุญมั่ง จากกรณีทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตตามที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น เหตุการณ์เช่นนี้ตนไม่อยากให้เกิดขึ้น ขอแสดงความเสียใจอีกครั้ง

นางบัวบาน บุญมั่ง ภรรยาผู้เสียชีวิต กล่าวขอบคุณ สจ.สำราญ ศรีภา และญาติๆ แขกผู้มีเกียรติ ที่มาร่วมงานและเป็นกำลังใจครอบครัว ในครั้งนี้สื่อสร้างสรรค์ ข่าวสารเพื่อท้องถิ่น

สื่อสร้างสรรค์ ข่าวสารเพื่อท้องถิ่นวินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์/สมมาตร แอ๋มไร่/ถ่ายภาพ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เบนซ์ไพรม์มัส” ลุยงาน Mercedes-Benz SUV Driving Events

แชร์เนื้อหานี้

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด และบริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป เปิดเผยว่า “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้ร่วมกับบริษัทแม่ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)” จัดกิจกรรมให้แก่ลูกค้าที่ชื่นชอบความตื่นเต้นท้าทาย ในงาน Mercedes-Benz SUV Driving Events ที่สนาม Spirit Adventure Ground จ.นครนายก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ที่ไร้ขีดจำกัดกับสมรรถนะและความหรูหราของยนตรกรรมระดับโลก Mercedes-Benz ในตระกูล SUV ที่มีให้เลือกสัมผัสและทดลองขับมากกว่า 11 รุ่น พร้อมรุ่นเรือธง Mercedes-AMG G 63 ราชันแห่งออฟโรด พร้อมเสริมทักษะการขับขี่ เพื่อการใช้รถยนต์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญ เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่เชื่อมั่นและมอบความไว้วางใจให้ “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้มีโอกาสบริการทั้งด้านการขายและบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด และบริษัทในเครือ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” เปิดเผยว่า สำหรับกิจกรรม Mercedes-Benz SUV Driving Events ในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากลูกค้า Mercedes-Benz ที่ชื่นชอบการขับขี่รถยนต์สไตล์ออฟโรดเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 30 ราย โดยวันแรก ได้นัดพบลูกค้าคนสำคัญ ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ “เมอร์เซเดส-เบนซ์” สาขาเลียบด่วน-เอกมัยรามอินทรา โดย “ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ” กับ “จิระพล รุจิวิพัฒน์” กล่าวต้อนรับพร้อมแจงวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ก่อนเดินทางมุ่งหน้าสู่โรงแรมสยามดาษดา เขาใหญ่ จ.ปราจีนบุรี เพื่อเช็คอินน์เข้าสู่ที่พัก และร่วมกิจกรรมงานเลี้ยงต้อนรับ ที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยมิตรภาพ ด้วยอาหารและเครื่องดื่มชั้นเลิศ เคล้าคลอกับเสียงเพลงที่มอบความสนุกสนานเพลิดเพลินตลอดค่ำคืน

วันที่ 2 เป็นกิจกรรมการขับขี่รถยนต์ Mercedes-Benz ในแบบออฟโรด โดยทุกท่านจะได้สัมผัสสมรรถนะที่ทรงพลังของรถยนต์ ในตระกูล SUV อย่างเต็มพิกัด โดยมีรถยนต์รุ่นต่างๆ ให้เลือกทดลองขับมากมาย ทั้งระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ไฮบริด และเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล รวมกว่า 11 รุ่น อาทิ รุ่น EQE 350 4MATIC SUV AMG Dynamic, EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic, GLC 220 d 4 MATIC Avantgarde, GLC 350 e 4MATIC Coupe AMG Dynamic, GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic และ GLS 450 d 4MATIC AMG Dynamic เป็นต้น พร้อมรุ่นเรือธง “Mercedes-AMG G 63” ราชันแห่งรถออฟโรด สุดยอดนวัตกรรมแห่งความแข็งแกร่ง ทรงพลังอย่างไร้ขีดจำกัด ที่ทาง “เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)” จัดมาให้พิเศษสำหรับทริปนี้โดยเฉพาะก่อนลงสนามจริง

ทางผู้บริหาร และทีม Instructor ของ “เมอร์เซเดส-เบนซ์” ได้นำเสนอข้อมูลของรถยนต์ในแต่ละรุ่น และเทคนิคการขับขี่รถยนต์ในสภาพถนนที่มีความหลากหลายของแต่ละสถานี เพื่อให้ได้สัมผัสประสิทธิภาพและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยได้อย่างเต็มที่ ที่สำคัญ เพื่อเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ หากมุ่งเน้นความปลอดภัยสูงสุดด้วยเช่นกัน

ด้านสนาม Spirit Adventure Ground ถือเป็นสนามออฟโรดมาตรฐานและเป็นสถานที่สำหรับพัฒนาทักษะการขับขี่รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ของ “สื่อสากล” โดยมีการออกแบบพื้นที่สำหรับการขับขี่ในสภาพถนนและสถานการณ์ต่างๆ แบ่งออกเป็น 7 สถานี คือ การขับขึ้น-ลงเนินชันยาว เนินสลับ เนินเฉียงขวาหักศอก เนินทรงแหลมเฉียงขวา และทางเฉียงขวายาว บนเส้นทางที่เป็นทางทราย ทางขรุขระ ทางโคลนที่ลื่นไถล รวมถึงการขับขี่ข้ามร่องน้ำยาว ทำให้เห็นสมรรถนะการขับขี่ของรถยนต์ Mercedes-Benz ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและสมบูรณ์แบบ ทั้งความแม่นยำในการควบคุม การทรงตัว และเกาะถนน ที่สำคัญ คือ ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของ Mercedes-Benz ที่ทำให้สถานการณ์การขับขี่ต่างๆ ผ่านไปได้อย่างง่ายดาย นับเป็นการเปิดมุมมองและประสบการณ์ใหม่ในการขับขี่อย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /พิธีมอบเงินอุดหนุนกองทุนร่วมใจสงเคราะห์ชุมชน ประจำปี 2568 สภาสังคมเคราะห์ฯ ถ.ราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

แชร์เนื้อหานี้

23 พฤษภาคม 2568 : 10.00-14.30 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล โดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ/กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ :

เข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2568 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

พิธีมอบเงินอุดหนุนกองทุนร่วมใจสงเคราะห์ชุมชน ประจำปี 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 3 ตึกนวมหาราช สภาสังคมเคราะห์ฯ ถ.ราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ส่วนภูมิภาค ภาค 1

สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กธจ.สุโขทัยลงสอดส่องโครงการก่อสร้างถนน คสล.ที่อ.ทุ่งเสลี่ยม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา09.30น.ของวันที่20พฤษภาคม2568ณ.ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลไทยชนะศึก อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย คณะกรรมการธรรมาภิบาล จังหวัดสุโขทัย

ได้จัดระเบียบวาระการประชุมอย่างไม่ป็นทางการครั้งที่6/2568 และการลงพื้นที่สอดส่องโครงการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ทั้งนี้ นาย ชัยคม ศกุนรักษ์ รองประธานกรรมการธรรมาภิบาล

ได้เป็นประธานการประชุมโดยมีระบียบวาระการประชุมทั้งหมด5วาระการประชุมพร้อมมีคณะกรรมการธรรมาภิบาลและท้องถิ่นจังหวัดนายก อบต.หัวหน้าส่วน ราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก รหัส

ทางหลวงท้องถิ่น สท.ถ.39-028 สายประปาทุ่งนอก บ้านคลองสำราญ หมู่ที่3ตำบลไทยชนะศึก อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย โดยทางเจ้าหน้าที่ อบต.ไทยชนะศึกได้ฉายสไลด์เพาเวอร์พ้อย อธิบาย

โครงการการก่อสร้างฯทั้งนี้ทางคณะกรรมการธรรมาภิบาลสุโขทัยได้ลงพื้นที่พร้อมเจ้าหน้าที่อบต.ไทยชนะศึก ลงสอดส่องพื้นที่การก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กด้วย.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย .

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อภิมหาโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ก้าวสำคัญสู่ศูนย์กลางการบินระดับโลก

แชร์เนื้อหานี้

​โครงการพัฒนาสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก (Eastern Aviation City) ถือเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานหลักของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC โดยมีเป้าหมายในการยกระดับสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินนานาชาติหลักแห่งที่ 3 ของประเทศไทย และเป็นศูนย์กลางการบินหรือ Aviation Hub ที่สำคัญในภูมิภาค

​สำหรับความคืบหน้าล่าสุดนั้นพบว่าจะมีการเซ็นสัญญาก่อสร้างและการลงทุนอย่างเป็นทางการในเร็ววันนี้ ซึ่งเป็นกานรลงนามระหว่างบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ที่เตรียมจะเซ็นสัญญาก่อสร้างโครงการในวันที่ 18 มิถุนายน 2568 โดยไม่รอการเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และอยู่ระหว่างการเจรจาสิทธิประโยชน์พื้นที่ปลอดอากรเมืองการบินอู่ตะเภา

​ขณะที่แผนการพัฒนาโครงการและสิ่งอำนวยความสะดวกนั้น โครงการพัฒนาสนามบินนานาชาติอู่ตะเภามีแผนดำเนินการครอบคลุมในพื้นที่กว่า 6,500 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง โดยมีการวางแผนพัฒนาเมืองการบินภาคตะวันออกให้เป็นศูนย์กลางการบินและธุรกิจต่อเนื่อง รวมถึงการเชื่อมโยงการขนส่งทางอากาศ ทางบก และทางรางแบบไร้รอยต่อ

​มีรายงานเพิ่มเติมว่าโครงการนี้มีการสนับสนุนจากภาครัฐและความร่วมมือกับเอกชน โดยรัฐบาลได้อนุมัติการแก้ไขสัญญาโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก โดยเพิ่มเงินลงทุนเป็น 40,000 ล้านบาท และจัดหาแหล่งเงินกู้เงื่อนไขพิเศษ . นอกจากนี้ยังมีการอนุมัติให้สถานบริการในเขตเมืองการบินภาคตะวันออกสามารถเปิดบริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อส่งเสริมการลงทุนและการท่องเที่ยวในพื้นที่อีกด้วย

ทั้งนี้โดยมีเป้าหมายและวิสัยทัศน์ ที่จะให้มีการเปิดบริการโครงการได้ในเฟสแรกภายในในปี 2571 โดยมีการวางแผนขยายขีดความสามารถสนามบินและพื้นที่เชิงพาณิชย์สู่ “มหานครการบินอู่ตะเภา” . ทั้งนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออกของประเทศไทย

​สำหรับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก และส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออกเป็นอย่างดี

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สุดซาบซึ้ง! อาจารย์เมย์ ส่งทีมงานอบรม AI ช่วยชาวน้ำหนาว หนุ่มพิการใจสู้ถ่ายทอดความรู้ด้วยหัวใจเต็มร้อย

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตร อำเภอน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ เกิดเหตุการณ์แสนประทับใจเมื่อ อาจารย์เมย์ ดร.จินต์วยา เบญญจินดาพิศุทธ์ ซินแสฮวงจุ้ยชื่อดัง จากบริษัท แฮปปี้ฮวงจุ้ย จำกัด ได้ส่งทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้าน AI นำโดย นายวรากุล ภัคธัญญานนท์ ชายหนุ่มผู้พิการทางร่างกายแต่ใจแกร่ง มาถ่ายทอดความรู้ AI ChatGPT ถวายความรู้พระสงฆ์ และให้ความรู้ ข้าราชการ, เกษตรกร, กลุ่มวิสาหกิจชุมชน, ผู้สูงวัย และชาวบ้านกว่า 30 คน

งานนี้ได้รับเกียรติอย่างสูงจาก พระครูพัชรคณาภิรักษ์ เจ้าคณะอำเภอน้ำหนาว และเจ้าอาวาสวัดโคกมน ที่เมตตามาร่วมเรียนรู้ สร้างบรรยากาศอบอวลไปด้วยรอยยิ้ม และความสุข

หลังจบกิจกรรม ผู้เข้าร่วม และทีมงานได้ร่วม ถ่ายภาพหมู่ เก็บความทรงจำแสนอบอุ่น โดยทาง สำนักงานเกษตร อำเภอน้ำหนาว และ กลุ่มเดินตามธรรม ได้บริการ บ๊ะจ่าง และจัดเลี้ยง ขนมจีนสุดอร่อย ให้ทุกคนได้อิ่มท้อง อิ่มใจ พูดคุยแบ่งปันความประทับใจและหัวเราะร่วมกันอย่างชื่นมื่น

นายวรากุล กล่าวด้วยน้ำเสียงปลื้มใจว่า ขอบพระคุณอาจารย์เมย์ ซินแสฮวงจุ้ย ที่มอบโอกาสดีๆ นี้ แม้ร่างกายจะไม่สมบูรณ์ แต่หัวใจเต็มร้อยความรู้ดีๆ ไม่มีขอบเขต และผว่หวังทุกท่านที่นี่จะสามารถนำไปต่อยอดชีวิตต่อไปได้แน่นอน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /“หมอกี้ มาดามพลังงาน” ขอปั้น “MUT SMART QUEEN”เปิดตัวแคมเปญการประกวด มิสยูนิเวิร์สระยอง 2025

แชร์เนื้อหานี้

“มาดามพลังงาน” หมอกี้ ดร. อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ หัวเรือใหญ่แห่ง บริษัท รีเจน สมาร์ทซิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ REGEN SMART CITY (THAILAND) CO.,LTD ทุ่มงบจัดงานแถลงข่าวครั้งใหญ่ในฐานะผู้ถือสิทธิ์การประกวด MISS UNIVERSE RAYONG 2025 (มิสยูนิเวิร์ส ระยอง 2025) เพื่อเฟ้นหาสาวงาม ตัวแทนจังหวัดระยอง เข้าร่วมประชันความงามอันทรงคุณค่าบนเวทีการประกวด MISS UNIVERSE THAILAND 2025 (มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2025) ภายใต้แนวคิด ส่งเสริมความงามผ่านนิยามคำว่า “SMART QUEEN (สมาร์ท ควีน)” สะท้อนภาพลักษณ์ผู้หญิงยุคใหม่ที่มีพร้อมทั้งความงาม ความฉลาด และ ใส่ใจต่อสังคม โดยได้รับแรงสนับสนุนจากทางภาครัฐ และ เอกชนในจังหวัดระยอง ร่วมผลักดันแคมเปญการประกวด เพื่อยกระดับจังหวัดระยองสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ส่งเสริมประเทศไทยในระดับสากล อย่างจริงจัง ณ เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) อ.วังจันทร์ จ.ระยอง

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางสาวสลารีวรรณ ทัพทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ ในหัวข้อ ความสำคัญและศักยภาพของจังหวัดระยอง , การสนับสนุนพลังผู้หญิง ในการขับเคลื่อนสังคม , การขับเคลื่อนสินค้า Otop ผ่านการประกวดนางงาม ,ทางด้าน ดร.วุฒิ ด่านกิตติกุล ผู้อำนวยการเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) กล่าวถึง ภารกิจของหน่วยงาน EECi ความสำคัญและทิศทางของนวัตกรรมไทย ,การเข้าถึงนวัตกรรมของประชาชนทั่วไป จากการส่งเสริมของภาครัฐ ปิดท้ายด้วย ดร.อภิชาติบุตร รอดยัง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตอล ( Depa ) เขตพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ผู้เล็งเห็นความสำคัญของเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน และ อนาคตของประเทศไทย กล่าวถึงการพัฒนาไทยให้เป็น smart city ส่งผลดีอะไรบ้าง อุปสรรคที่เจอในปัจจุบัน ในการพัฒนาสมาร์ทซิตี้ พร้อมเชิญชวนคนไทยเรียนรู้และพัฒนาไปด้วยกัน นอกจากนี้ ทีมบริหารหอการค้าจังหวัดระยอง ให้เกียรติร่วมงานและแสดงความยินดีกับ PD คนเก่ง

จากนั้นพิธีกร แชมป์ สกุล ลิมปภานนท์ นำชมแฟชั่นโชว์ ผ้าหมักโคลนทะเล (eco)…ความงามจากธรรมชาติสู่แฟชั่น สินค้าพื้นถิ่น อำเภอบ้านฉาง จ.ระยอง ก่อนเปิดตัว มาดามพลังงาน ดร. อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ ผู้อำนวยการกองประกวด มิสยูนิเวิร์ส ระยอง 2025 เผยแคมปญเพื่อค้น “SMART QUEEN” ในปีนี้ ได้ริเริ่มโครงการ และกิจกรรมต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับจังหวัดระยองสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) พร้อมผลักดัน การสร้างภาพลักษณ์ของไทยในระดับสากล ผ่านการใช้ เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ (Smart Health) มาดูแลผู้เข้าร่วมประกวด ทั้งเก็บข้อมูลสุขภาพ ความปลอดภัย และระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) นอกจากนี้ ผู้จัดฯยังให้ความสำคัญกับการ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดระยอง ผลักดัน Soft Power ของระยอง ผ่านวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และแหล่งท่องเที่ยวสู่สายตาชาวโลก ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดระยองในฐานะแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพระดับสากล

จากนั้นวินาทีที่แฟนนางงามรอคอย ทั้งที่เดินทางมาเชียร์ภายในงาน และ ที่กำลังรับชมผ่านทาง Live Streaming on FACEBOOK : MISS UNIVERSE THAILAND เปิดตัวผู้เข้าประกวด มิสยูนิเวิร์ส ระยอง 2025 อย่างเป็นทางการ เดินอวดโฉมแนะนำตัวเอง ต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติ และ สื่อมวลชน ก่อนจะได้ชมความงามของมงกุฎ MUT Rayong 2025 “The Crown of Lumina” (ลูมิน่า) สื่อความหมาย ราชินีที่เป็นแสงนำทาง มีวิสัยทัศน์ชาญฉลาด เปล่งประกายทั้งภายในและภายนอก จากนั้นต้อนรับการมาเยือนเวทีนางงามอย่างเป็นทางการของ นางเอก-นักธุรกิจสาวสวย ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ CEO UZI Cosmetic ร่วมเป็น Beauty Coach เสริมเติมแต่งให้ผู้เข้าประกวดเป็นผู้หญิงสวยที่สมบูรณ์แบบ และอีกบทบาทสำคัญครั้งใหม่ของ เฌอเอม ชญาธนุส ศรทัตต์ รองอันดับ1 มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2025 ร่วมเทรนด์การพูดและการตอบคำถาม (Public Speaking Coach) ให้กับผู้เข้าประกวดตลอดการเก็บตัวในครั้งนี้ ที่สำคัญนอกจากโอกาสในการเป็นตัวแทน มิสยูนิเวิร์ส ระยอง 2025 และโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตแล้ว มาดามพลังงาน ยังทุ่มรางวัลสำหรับผู้ชนะกว่า 1 ล้านบาทเลยทีเดียว จัดหนักกับ 2 แคมเปญใหญ่

  1. Building the Future ,A Journey to Dubai รางวัลสำหรับผู้ที่ทำยอดขายครบ 100,000 บาท เตรียมบิดลัดฟ้าไปร่วมงาน Event ที่ประเทศดูไบ และสัมผัสเมืองต้นแบบ Smart City ของโลก
  2. Beyond Beauty,Beyond Luxury ผู้ที่ทำยอดขายครบ 50,000 บาท จะได้ร่วมถ่ายแบบเครื่องเพชรโดย Beauty Gems ลงบนปกนิตยสาร HOWE

สำหรับกิจกรรมสำคัญของการประกวด มิสยูเวิร์สระยอง 2025 จะเก็บตัวระหว่างวันที่ 4-7 มิถุนายน ก่อนจะประกวดรอบตัดสินในคืนวันที่ 8 มิถุนายน 2568 ณ Passione Shopping Destination อ.เมือง จ.ระยอง
หมายเหตุ ภาพ-ข่าว อยู่ใน Link นี้ : https://drive.google.com/drive/folders/117OP1mdJCjNjwdAQHhgbGc8OIpdKZFNt?usp=sharing

ติดตามทุกกิจกรรมได้จากทุกช่องทาง
Facebook : มิสยูนิเวิร์สระยอง – Miss Universe Rayong

MissUniverseRayong #MissUniverseRayong2025 #MissUniverseThailand #MissUniverseThailland2025 #MUTRayong #MUTRayong2025 #MUT #MUT2025 #TheNewEraOfMUT#MGIxMUT #The74thMissUniverse #MissUniverse #มิสยูนิเวิร์สระยอง2025

มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์2025 #RegenSmartCity #Shakira #หมอกี้ชากีร่า #BeyondBeautyBuildingTheFuture #SmartQueen #SmartCity #SmartCityThailand #RayongSmartCity

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์เฉพาะกิจ มิสยูนิเวิร์สระยอง 2025 Tel:0623955642

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /อ.เมย์ เดินหน้าจัดโครงการ “ทำดีให้คนมองเห็น ปีที่ 4” แจกแว่นสายตาผู้สูงอายุกว่า 1,500 คน

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มีการจัดกิจกรรมอย่างเป็นทางการในโครงการ “ทำดีให้คนมองเห็น ปีที่ 4” ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท แฮปปี้ฮวงจุ้ย จำกัดโดยมี อาจารย์เมย์ ดร.จินต์วยา เบญญจินดาพิศุทธ์ ซินแสฮวงจุ้ยชื่อดังของประเทศไทย เป็นประธานโครงการ และขับเคลื่อนโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุในพื้นที่ห่างไกลที่มีปัญหาทางสายตา แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยภายในพิธีเปิด ได้รับเกียรติจาก นายปัญญา ปานแสง นายอำเภอน้ำหนาว เป็นประธานในพิธี

โครงการในปีนี้ตั้งเป้ามอบแว่นสายตาคุณภาพให้กับ ผู้สูงอายุจำนวน 1,500 คน จาก 30 หมู่บ้าน ครอบคลุม 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลน้ำหนาว, ตำบลโคกมน, ตำบลวังกวาง และตำบลหลักด่าน โดยคุณสมบัติของผู้รับบริการในโครงการนี้ ได้แก่:อายุ 50 ปีขึ้นไปมีรายได้น้อย ไม่เกิน 5,000 บาทต่อเดือนมีปัญหาสายตา เช่น สั้น ยาว เอียง และยังไม่เคยได้รับแว่นจากโครงการนี้มาก่อน​ ซึ่งแบ่งการดำเนินงานเป็น 3 วัน คือ วันที่ 30 เมษายน 2568 ณ หอประชุมอำเภอน้ำหนาว, วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ณ อาคารอเนกประสงค์​ หมู่ 1 ตำบลวังกวาง และวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลหลักด่าน

ทั้งนี้ ในช่วงเช้า ทางคณะผู้จัดงานยังได้รับความเมตตาจาก พระครูพัชรคณาภิรักษ์ เจ้าคณะอำเภอน้ำหนาว และเจ้าอาวาสวัดโคกมน กล่าวสัมโมทนียกถา แก่ผู้สูงอายุ และจิตอาสาที่มาร่วมงาน ถึงแม้ร่างกายจะร่วงโรย แต่ถ้าใจยังศรัทธา ยังเห็นค่าความดี ก็ถือว่าเรายังมีพลังอยู่ วันนี้ไม่ใช่แค่ได้แว่น แต่คือได้เห็นธรรมะ ได้แสงสว่าง ได้เห็นคุณค่าชีวิตอีกครั้ง

กิจกรรมในงานประกอบด้วยการวัดสายตาด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์​ วัดด้วยเลนส์เซ็ท และมอบแว่นตาที่ประกอบใหม่จากเลนส์คุณภาพ CR39 โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ ให้พ่อโซ้น แม่โซ้น ได้รับแว่นสายตาคุณภาพ ตรงกับค่าสายตาจริง นอกจากอิ่มใจ ยังอิ่มท้องด้วยโรงทาน อาหารคาวหวาน อาหารเจ น้ำดื่ม และจิตอาสาคอยดูแลผู้สูงอายุตลอดงาน สร้างบรรยากาศที่อบอุ่น ปิติใจ และเปี่ยมด้วยน้ำใจ

หนึ่งในช่วงเวลาที่ประทับใจที่สุดของวัน คือการได้พบกับคุณลุงวัย 84 ปี ที่แม้จะอายุมาก แต่ยังแข็งแรงและเดินทางมาด้วยตนเอง โดยคุณลุงเล่าว่า รอคอยโครงการนี้มานาน เพราะที่ผ่านมาใส่แว่นตลาดที่ไม่ตรงค่าสายตา มองเห็นไม่ชัด และอ่านหนังสือธรรมะไม่ได้ รู้สึกดีใจมากที่อาจารย์เมย์ยังมาทุกปี ปีนี้ก็ไม่พลาด จะได้อ่านหนังสือได้อีกครั้ง

โครงการนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งปกครอง, หน่วยงานท้องถิ่น ข้าราชการ, อบต., สาธารณสุขอำเภอ, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน และจิตอาสามากมาย ที่มาร่วมทำงานเพื่อส่วนรวมด้วยจิตสาธารณะ ที่สำคัญ​และขาดไม่ได้ คือคณะเจ้าภาพร่วม โดยเจ้าภาพหลักได้แก่ บริษัท​ แฮป​ปี้ฮวงจุ้ย​ จำกัด, คุณวีรวิชญ์ อัศวภิญโญภาคย์ และครอบครัว, คุณวิชัย อรุณสิริตระกูล บริษัท ซีเอ็นเอส เอ็นจิเนียริ่งเซอร์วิส จำกัด, คุณธัญกมล เมืองฮาม และครอบครัว, Alpha Trading and Service Co.,Ltd., ครอบครัวดารกมาศ, บริษัท ที.เอ็น.ซีเมนต์บล็อค จำกัด, ลูกศิษย์​และกัลยาณมิตร​ร่วมบุญกันมาอีกมากมาย

อาจารย์เมย์ กล่าวถึงหัวใจของโครงการว่า หลายคนมองไม่เห็นชัดมานาน ไม่ใช่เพราะโรคร้ายแรง แต่เพราะไม่มีโอกาสได้มีแว่นตาดีๆเป็นของตนเอง การมอบแว่นให้เขาเห็นชัด คือการมอบชีวิตใหม่ มอบโอกาสทางการศึกษา ให้โอกาสในการสร้างรายได้ ให้ความสุขในการทำสิ่งที่รัก พลิกชีวิตเขาได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างมั่นใจอีกครั้ง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อแอนแทรกซ์ เสียชีวิตรายแรก.มุกดาหาร / สสจ.มุกดาหาร ออกประกาศให้ประชาชนงดกินเนื้อวัว ควาย แพะและแกะดิบ / สสจ.มุกดาหาร พบผู้ป่วยเข้าข่ายติดเชื้อแอนแทรกซ์3 ราย และผู้สัมผัส 377 ราย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 เมษายน นายชาคริต ชุมจันทร์ นายอําเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ได้ออกประกาศอำเภอดอนตาล เรื่องมาตรการควบคุมโรค (ฉบับที่ 1) สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา มีประชาชนในตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล ได้สัมผัสและรับประทานเนื้อวัว

ต่อมาได้ป่วยเป็นไข้และมีตุ่มที่บริเวณผิวหนังถูกนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลดอนตาล แต่ทางโรงพยาบาลเห็นว่ามีอาการหนักจึงได้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลมุกดาหาร และได้เสียชีวิตในช่วงบ่ายของวันนี้ (30 เมษายน 2568) จากการตรวจในเบื้องต้นสันนิษฐานว่าเสียชีวิตเพราะติดเซื้อโรคแอนแทรกซ์ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพกู้ภัยองค์การบริหารส่วนตำบลเหล่าหมีได้ไปรับศพมาฌาปนกิจในวันเดียวกัน

อําเภอดอนตาลจึงได้แจ้งหัวหน้าส่วนราชการ และกํานัน – ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่อําเภอตอนตาล ดำเนินการควบคุมโรคและเฝ้าระวังการแพร่ระบาคโรคแอนแทรกซ์ และได้ประกาศก่าหนดมาตรการควบคุมโรค คือ

  1. ห้ามฆ่าสัตว์ โดยเฉพาะ โค กระบือ ในห้วงงานบุญประเพณีบุญเตือนหก (บุญบั้งไฟ) ทุกกรณี
  2. โรงพยาบาลตอนตาล สาธารณสุขอําเภอดอนตาล และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลเหล่าหมี ได้เปิดศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค เพื่อบริการประชาชนในการตรวจเชื้อโรคแอนแทรกข์ ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลเหล่าหมี และศาลาประชาคม หมู่ที่ ๑ บ้านเหล่าหมี
  1. ให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจ๋าหมู่บ้าน (อสม.) สํารวจประชาชนในพื้นที่เสี่ยง และให้บันทึกข้อมูลลงใน ระบบของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเป็นการเฝ้าระวังในการแพร่ระบาดของโรคแอนแทรกซ์
  2. การเฝ้าระวังการติดเชื้อของโค กระบือและแพะ มอบหมายให้ปศุสัตว์อําเภอดอนตาลดําเนินการ
  3. ให้กํานัน – ผู้ใหญ่บ้าน ประชาสัมพันธ์ไห้ประชาชนในพื้นที่ทราบ ลักษณะอาการของการติดเชื้อโรคแอบ แทรกซ์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค หากประชาชนท่านใดมีอาการตังกล่าว ให้มาตรวจหาเซื้อได้ที่ ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค
  1. ให้กํานัน -ผู้ใหญ่บ้าน ประชาสัมพันธ์หากพบโค กระบือและแพะ ที่มีอาการไข้สูง ไม่กินหญ้าแต่ยืน เคี้ยวเอื้อง มีน้ำลายปนเลือดไหลออกมา หายใจลําบาก ยืนโซเซ กล้ามเนื้อกระตุก ชัก ให้กักขังสัตว์ดังกล่าว เละแจ้งปสุสัตว์อ่าเภอดอนตาลเข้ามาตรวจสอบโดยทันที่
  2. ให้มีการตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด ในการลักลอบขนโค กระบือและแพะ ออกจากพื้นที่ที่มีการระบาดของ โรคแอนแทรกซ์
  3. ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป ปศุสัตว์อําเภอตอนตาล จะทําการจีดวัคซีนโค กระบือ และแพะ ในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาตโรคแอนแทรกซ์ จึงห้ามไม่ให้ประชาชนในพื้นที่ ที่มีการฉีดวัคซีนทํา การฆ่าหรือซําแหละโค กระบือ และแพะ ในเวลา 21 วัน นับตั้งแต่มีการฉีดวัคซีน
  1. หากมีปัญหาข้อสงสัยในการระบาดของโรค และโดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงพื้นที่ตำบลเหล่านี้ ขอให้เฝ้าสังเกตอาการตัวเอง หากพบว่ามีอาการผิดปกติสามารถติดต่อหน่วยงานราชการ เพื่อขอรับการช่วยเหลือได้ที่ ที่ทําการปกครองอําเภอดอนตาล (ฝ่ายความมั่นคง) โรงพยาบาลดอนตาล สำนักงานสาธารณสุขอําเภอดอนตาล ปศุสัตว์อําเภอดอนตาล และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลเหล่าหมี

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สสจ.มุกดาหาร ออกประกาศให้ประชาชนงดกินเนื้อวัว ควาย แพะและแกะดิบ เพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคแอนแทรกซ์

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม กลุ่มภารกิจสื่อสารความเสี่ยง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร ได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนจังหวัดมุกดาหาร งดกินเนื้อวัว ควาย แพะ และแกะดิบ เพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคแอนแทรกซ์ เพราะเป็นแล้วอาจถึงตายได้ โดยสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา มีประชาชนในตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล

ได้สัมผัสและรับประทานเนื้อวัว ต่อมาได้ป่วยเป็นไข้และมีตุ่มที่บริเวณผิวหนังถูกนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลดอนตาล แต่ทางโรงพยาบาลเห็นว่ามีอาการหนักจึงได้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลมุกดาหาร และได้เสียชีวิตในช่วงบ่ายของวันนี้ (30 เมษายน 2568) โดยแพทย์ตรวจแล้วพบว่าผู้ป่วยเป็นโรคติดเชื้อแอนแทรกซ์ ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียและติดต่อจากสัตว์สู่คน มีพาหะนำโรคคือ วัว ควาย แพะ และแกะ โดยผู้ป่วยรายดังกล่าวได้เสียชีวิตเป็นรายแรกของจังหวัดมุกดาหาร

ขณะที่แผงขายเนื้อวัวสดในตลาดเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร บรรยากาศก็เป็นไปด้วยความเงียบเหงาโดยมีประชาชนมาซื้อเนื้อวัวไปบริโภคน้อยลงอย่างผิดสังเกต เนื่องจากส่วนใหญ่ได้รับทราบข้อมูลว่ามีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโรคแอนแทรกซ์ จึงทำให้เกิดความกลัวจึงไม่กล้าซื้อเนื้อวัวไปบริโภคแต่โดยเปลี่ยนไปซื้อเนื้อสัตว์ประเภทบริโภคอื่นแทน

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สสจ.มุกดาหาร พบผู้ป่วยเข้าข่ายติดเชื้อแอนแทรกซ์เพิ่มอีก 3 ราย และผู้สัมผัส 377 ราย เตือนประชาชนงดกินก้อย ซอยจุ๊

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม นายแพทย์ณรงค์ จันทร์แก้ว สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยถึงสถานการณ์ผู้ป่วยโรคแอนแทรกซ์ ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ว่า เป็นโรคแอนแทรกซ์เสียชีวิต 1 ราย พบผู้ป่วยเข้าข่ายเป็นโรคแอนแทรกซ์ 3 ราย ขณะนี้ได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแล้ว และยังพบ

ผู้สัมผัสอีกจำนวน 377 ราย ประกอบด้วยผู้ชำแหละเนื้อวัว 28 ราย ผู้รับประทานเนื้อดิบ 232 ราย ผู้สัมผัสโดยอยู่ร่วมบ้านเดียวกันกับผู้ชำแหละ 117 ราย โดยทั้งหมดทุกคนได้รับการตรวจคัดกรอง และได้รับยาป้องกันเรียบร้อยแล้ว จึงขอแจ้งเตือนให้ประชาชนจังหวัดมุกดาหารงดกินลาบเนื้อดิบ ก้อยดิบ และซอยจุ๊ เพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคแอนแทรกซ์ ก็อาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้

ขณะที่ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ตรวจพบผู้ป่วยโรคแอนแทรกซ์ นายชาคริตชุมจันทร์ นายอำเภอดอนตาล ได้ออกประกาศอำเภอดอนตาล เรื่องมาตรการควบคุมโรค ฉบับที่ 2 มีข้อความว่าเพื่อให้การตวบคุมโรคและเผ้าระวังการแพร่ระบาดโรคแอนแทรกซ์ อ่าเกอตอนตาลจึงให้ดำเนินการจัดตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด เพื่อปัองกันการเคลื่อนซ้ายโค กระบือ เข้าและออกในเขตพื้นที่อำเภอดอนตาล รวม 4 จุด ประกอบด้วย จุดตรวจบ้านป่าพะยอม จุตตรวจบ้านนาห้วยกอก จุดตรวจบ้วนภูวง และจุดตรวจหน้าสถานีต้ารวจภูธรปาไร่

สำหรับพื้นที่บ้านโคกสว่าง ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล ได้มีการเข้าตรวจสอบจุดชำแหละวัวทีมีการแพร่เชื้อ โดยเจ้าหน้าที่จากด่านกักกันสัตว์ กรมปศุสัตว์ ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างส่งตรวจ และทำการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อบริเวณโดยรอบเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรค และได้มีการวางแผนการควบคุมโรคสัตว์โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสํารวจ/วางแผนฉีดวัคซีนวัวในรัศมี 5 กม. จํานวน 1,222 ตัว ฉีดยาปฏิชีวนะในวัวบริเวณพื้นที่เสี่ยงจำนวน 124 ตัว อีกด้วย

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหารพบผู้ป่วยเข้าข่ายติดเชื้อแอนแทรกซ์เพิ่มอีกสามราย ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คุณยาย อายุ 86 ปี คนจังหวัดนครราชสีมา ออกตลาดขายขนม ช่วยเบาภาระครอบครัว

แชร์เนื้อหานี้

คุณยายมีชื่อว่า นางฝ่าย หลุนกระโทก อายุ 86 ปีอีกสี่เดือนจะครบ 87 ปี มีสัมโนครัวที่ ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ปัจจุบัน คุณยายไม่มีบ้าน ได้ เช่าห้องอยู่ที่ ต.กระโทก อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา อยู่กับ ลูกสาว 2 คน หลานชาย 1 คน ลูกสาวอายุ 40 กว่าชื่อนาง(ก)นามสมมุติ และอีกคนอายุ 50 กว่าชื่อนาง(ข)นามสมมุติ ส่วนหลานชาย อีก 1 คน อายุ 26 ปี ไม่มีวุฒิการศึกษา ไม่มีอาชีพติดตัว จึงหาเงินได้น้อย คุณยายเล่าว่า ลูกสาวทำงานเป็นแม่บ้านที่ รพ.มหาราช ลูกสาวอีกคน ช่วยทำขนมที่บ้าน ลูกสาวทั้งสองคนเลิกกับสามีนานแล้ว และลูกสาวทั้งสองคนป่วยด้วยโรคกระดูกทับเส้น ทำงานได้ไม่เต็มร้อย รายได้จึงไม่เพียงพอ

คุณยาย หู ไม่ค่อยได้ยิน และ จะปวดขาบ่อยๆ เพราะเดินมาก บางวันปวดมากทนไม่ไหว ก็นอนลงไปตรงที่นั่งขายของ คุณยายเล่าต่อไปว่า ตัวเองนั้น สมัยยังสาว ทำงานเป็นลูกจ้างที่ กทม. หลังจากนั้น กลับมาอยู่ โคราช เมื่ออายุได้ 30กว่า จากนั้นจึงขายขนมเรื่อยมา จนถึงวันนี้ คุณยายได้ขายขนมมาเป็นเวลา 50 กว่าปีแล้ว ขนมที่คุณยายขายคือ ขนมไทย ใส่ไส้ห่อใบตอง ขนมกล้วย ขนม ตาล สมัยนั้นคุณยายจะเอาขนมใส่ตะกร้าใบใหญ่และหิ้วสองมือ ปัจจุบันใส่ตะกร้าใบเล็กขาย ขนมที่คุณยายขาย จะเป็นขนมที่ทำสำเร็จมาแล้ว เช่น บ๊วย ท๊อฟฟี่ ขนมปังกรอบสอดไส้ ขนมเหล่านี้ หลานสาวคุณยายซึ่งเป็นลูกของนาง(ก)จัดหามาให้ คุณยายได้ขายทุกวันนี้

สถานที่คุณยายขายมีสองที่ คือ ตลาดไนท์กระโทก อ.โชคชัย (ที่อยู่ปัจจุบัน)และในตัวอำเภอเมืองนครราชสีมา คุณยายเล่าต่อไปว่า ได้นั่งรถประทาง สาย โชคชัย – นครราชสีมา เข้าไปขายในเมือง บริเวณ กรมที่ดิน เดินต่อไป ธ.ออมสิน เดินต่อไป ศาลากลางจังหวัด และ รพ.มหาราช อาจจะนั่งรถเมย์บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเดิน เพราะได้ขายไปด้วย หากวันไหนขายที่ตลาดไนท์กระโทก อ.โชคชัย(ที่อยู่ปัจจุบัน) คุณยายจะนั่งวินไปขาย บางวันก็เดินไป ระยะทางประมาณ เกือบครึ่งกิโลเมตร จากที่พัก ไปยัง ตลาดไนท์กระโทก ขายขนมเสร็จ เวลา 20.00 น.หากคุณยายไม่มีรถกลับบ้าน หาวินมอไซค์ไม่ได้ ก็จะมีแม่ค้าใจบุญที่ตลาดไนท์กระโทก อ.โชคชัย ขับรถมอไซค์พ่วงมาส่งยังที่พัก

ส่วนรายได้จากการขายขนม คุณยายเล่าว่า ขายในเมืองนครราชสีมาโดยเฉลี่ย ได้วันละ 1000 บาท หักค่ารถ และต้นทุน เหลือกำไรวันละ ร้อยกว่า ถึง สองร้อยกว่าบาท หากขายที่ตลาดไนท์กระโทก อ.โชคชัย รายได้โดยเฉลี่ย วันละ 200 บ.รวมต้นทุน

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แขวงทางหลวงน่านที่ 1 จัดการประชุมการมีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการก่อสร้างทางจักรยาน ทางหลวง 1168 ตอน น่าน – น้ำใส

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (22 เมษายน 2568) เวลา 10.00 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน นายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานการประชุมการมีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการก่อสร้างทางจักรยาน ในทางหลวงหมายเลข 1168 ตอน น่าน – น้ำใส

โดยมี พระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง และ นายพงษ์ศิลป์ ผาลา นายอำเภอภูเพียง พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ท่านผู้แทนภาคเอกชน

ท่านผู้นำท้องถิ่น สื่อมวลชน และประชาชน เข้าร่วมการประชุมฯ โดยมี นายมงคปิ่นสกุล ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงน่านที่ 1 เป็นผู้กล่าวรายงาน

การประชุมการมีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันและยกระดับ การท่องเที่ยว น่านสู่ท่องเที่ยวคุณภาพสูง ในโครงการก่อสร้างทางจักรยาน

ในทางหลวงหมายเลข 1168 ตอน น่าน – น้ำใส รวมระยะทาง 1.5 กิโลเมตร เพื่อให้ประชาชนสองข้างทาง นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจ สามารถมาออกกำลังกาย

ทั้งการปั่นจักรยานและการวิ่งที่ปลอดภัยและใกล้บ้าน ใกล้ที่พัก เป็นการส่งเสริมด้านสุขภาพของคนน่าน และส่งเสริมการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำในเขตเมืองน่าน โดยผู้เข้าร่วมการประชุมการมีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในวันนี้ จะช่วยให้ทุกภาคส่วนในท้องถิ่น

ทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ได้มีส่วนร่วมในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อโครงการฯ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อการดำเนินการโครงการฯ และลดความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น/บุญยงค์ สดสอาด ยายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ร่วมงานประเพณีแห่พระคันธารราฐ ลอดซุ้มประตูเมือง “มหาสงกรานต์โคราช”12-15 เมย.2568 ณ วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

แชร์เนื้อหานี้

ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๕ เมษายน ๒๕๖๘ ณ วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และสวนสุรนารี (สวนรัก) อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา๙ เมษายน ๑๘.๐๐ น. เชิญร่วมแถลงข่าวการจัดงานสืบสานประเพณีแห่พระคันธารราฐ ลอดซุ้มประตูเมือง “มหาสงกรานต์โคราช” ณ วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร

๑๒ เมษายน ๑๐.๐๐ น. ชมการประกวดเจดีย์ทราย ณ สวนสุรนารี (ส่วนรัก)
๑๖.๓๐ น. พิธีอัญเชิญพระคันธารราฐ ออกจากพระเจดีย์ ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร
๑๗.๐๐ น. เชิญร่วมขบวนแห่อัญเชิญพระคันธารราฐ เดินทางตามเส้นทางถนนจอมพล ประชาชนร่วมโปรยดอกไม้ตลอดสองข้างทาง เดินทางไปยังลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

ชมริ้วขบวนอัญเชิญพระคันธารราฐแบบประเพณีไทยอีสาน และชมขบวนแห่สงกรานต์ (Songkran Carnival) สุดตระการตา
๑๘.๐๐ น. ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชพระคันธารราฐ ร่วมสรงน้ำพระคันธารราฐ เขียนคำอธิษฐานบนผ้าทองผ้าเงิน และชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ณ ศาลาไทย ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

๑๓ เมษายน ๐๗.๐๙ น. ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์ ๒๙ รูป เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ไทย ณ ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี
๑๔.๐๐ น. ชมการแข่งขันประกวดขั่วหมี่โคราช และตำส่มโคราช ๒๔ กระทะเหล็ก ณ สวนสุรนารี (สวนรัก) ๑๖.๐๐ น. ชมการขั่วหมี่โคราชกระทะยักษ์ บนถนนเล่นสงกรานต์จังหวัดนครราชสีมา “ถนนขั่วหมี่” มากิ๋นขั่วหมี่โคราชกันเด้อ ณ สวนสุรนารี (สวนรัก)

๑๗.๐๐ น. พบกับพิธีเปิดงานสุดอลังการ ร่วมต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ๑๗.๒๐ พิธีสวดขอขมา พิธีสรงน้ำพระคันธารราฐ สรงน้ำพระสงฆ์ รดน้ำขอพรผู้สูงอายุ กิจกรรมไฮไลท์พิธีแห่พระคันธารราฐลอดซุ้มประตูเมือง (ประตูชุมพล) เพื่ออัญเชิญกลับวัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร ร่วมจับชายผ้าทองผ้าเงิน ความยาว ๕๕๗ เมตร และสรงน้ำพระคันธารราฐตลอดสองข้างทางถนนจอมพล ๑๙.๓๐ น.

ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมของเด็ก เยาวชน และศิลปินพื้นบ้าน ณ วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร ๑๔ เมษายน ๑๐.๐๐ – ๒๑.๐๐ น. สรงน้ำพระคันธารราฐ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ณ วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร และกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงาน ๑๕ เมษายน ๑๘.๐๐ น. พิธีอัญเชิญพระคันธารราฐเข้าสู่พระเจดีย์ และพิธีห่มผ้าพระเจดีย์ ณ วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร

๑๓-๑๕ เมษายน ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ – ๒๑.๓๐ น. ณ ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และสวนสุรนารี (สวนรัก) พบกับกิจกรรมจัดเต็ม เล่นน้ำเสริมมงคลบนถนนราชดำเนิน อุโมงค์น้ำมนต์ ๙ วัด สรงน้ำพระพุทธรูปประจำวันเกิด ถ่ายภาพจุดเช็คอินโคราชเมืองน่าเที่ยว ร่วมกิจกรรมการประกวดทางศิลปวัฒนธรรม ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมและการแสดงดนตรีร่วมสมัย

กันตินันท์ เรืองประโคน / รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าเพชรฯ ไปร่วมงานเปิดงาน ตามไปดูกัน ธารน้ำใจหลั่งไหลร่วมบริจาคของรางวัลงาน “มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด ครั้งที่ 15”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.68 ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานงานวันรวมน้ำใจให้กาชาดจังหวัดประจวบฯ เพื่อรับสิ่งของและเงินสดสนับสนุนในการออกร้านกาชาด ในงาน “มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด ครั้งที่ 15” ประจำปี 2568

โดยมี พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ปลัดจังหวัดฯ นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน

เข้าร่วมกิจกรรมฯ พร้อมทั้งร่วมรดน้ำขอพรจากผู้ว่าราชการจังหวัดฯ เนื่องในวันสงกรานต์ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นตามแบบประเพณีไทย สำหรับงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด ครั้งที่ 15

จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 เม.ย. – 4 พ.ค.68 ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัดฯ และถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ

และหารายได้สนับสนุนกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ของสำนักงานเหล่าชาดจังหวัดฯ ภายในงานมีการจัดโซนแสดงนิทรรศการของส่วนราชการ 20 กระทรวง ภายใต้แนวคิด “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ”

เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้รับทราบถึงแนวทางและเป้าหมายการพัฒนาของจังหวัดใน 10 ประเด็น ส่วนในวันเปิดงาน 25 เม.ย.68 จะมีการจัดขบวนแห่ประเพณีวัฒนธรรมของทั้ง 8 อำเภอ

เคลื่อนออกจากกองบิน 5 ตั้งแต่เวลา 16.00 น.มาตามเส้นทาง ถ.สละชีพ เข้าสู่บริเวณสถานที่จัดงานสวนสาธารณ เฉลิมพระเกียรติ ร.9 พร้อมด้วยชุดการแสดงประกอบขบวน

ขณะที่ในพิธีเปิดงานบนเวทีกลาง จะมีการแสดงแสง สี เสียง ชุด “ผีพุ่งไต้” ซึ่งเป็นการละเล่นพื้นบ้านของชาวหัวหิน พร้อมการจุดพลุสวยงามตระการตา
นอกจากนี้ ในแต่ละค่ำคืนของการจัดงาน ทั้ง 8 อำเภอจะมีการจัดชุดการแสดงมินิไลต์ แอนด์ ซาวน์ บนเวทีกลาง สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 คืนละ 1 ชุดการแสดง เพื่อเผยแพร่อัตลักษณ์วิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมของแต่ละอำเภอให้ผู้ร่วมงานได้รับชม

พร้อมกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น การประกวดสาวงามเมืองสามอ่าว / การประกวดสินค้าเกษตร / การแข่งขันกีฬามวยไทย ตะกร้อลอดบ่วง / กิจกรรมเดินแบบผ้าไทย ใครใส่ก็สวย โดยนายแบบและนางแบบกิตติมศักดิ์ / กิจกรรม Night Run เดิน-วิ่ง ชมเมืองสามอ่าว / กิจกรรมการออกร้านกาชาด รวมทั้งการจำหน่ายสินค้าโอทอป สินค้าชุมชน

คาราวานสินค้าอุปโภคบริโภค และการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินที่มีชื่อเสียงในทุกค่ำคืน โดยในวันสุดท้ายของการจัดงานจะมีการหมุนวงล้อออกรางวัลสลากกาชาดการกุศล ลุ้นรางวัลใหญ่รถยนต์ 3 คัน

พร้อมของรางวัลอื่นๆ มากมาย จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชมงานดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ผู้ว่าเพชรฯ นำทีมบุกค้นเรือนจำกลางเพชรบุรี หาสิ่งผิดกฎหมายโดยเฉพาะยาเสพติด

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.68 ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี เปิดปฏิบัติการบุกจู่โจมตรวจค้นเรือนจำกลางเพชรบุรี อ.แก่งกระจาน เป็นกรณีพิเศษ เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาด รวมถึงสิ่งของผิดกฎหมายหรือของต้องห้ามภายในเรือนจำ โดยได้สนธิกำลังร่วมกับ หน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี

เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ภาค 7 ฝ่ายปกครอง อ.แก่งกระจาน สภ.แก่งกระจาน สาธารณสุข อ.แก่งกระจาน และ จนท.ราชทัณฑ์ กว่า 100 นาย โดยมี นายมิตรารุณห์ พรหมอินทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเพชรบุรี นำเข้าตรวจค้นจุดต่างๆ ภายในเรือนจำ อาทิ ล็อกเกอร์เก็บของของผู้ต้องขัง

ห้องนอน ห้องน้ำ และตามจุดสุ่มเสี่ยงต่างๆ ซึ่งผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายหรือสิ่งของต้องห้ามแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังได้สุ่มทำการตรวจปัสสาวะของผู้ต้องขัง จำนวน 150 คน ผลปรากฎว่าไม่พบสารเสพติดในปัสสาวะผู้ต้องขังแต่อย่างใด

ร้อยตำรวจโท ภพชนกฯ กล่าวว่า จ.เพชรบุรีได้รับการประสานจากเรือนจำกลางเพชรบุรี โดยได้บูรณาการร่วมกันหลายหน่วยงานในการปฏิบัติการบุกจู่โจมตรวจค้นภายในที่พักของผู้ต้องขัง เพื่อค้นหาสิ่งของผิดกฎหมายและสิ่งของต้องห้ามต่างๆ ที่เล็ดลอดเข้ามาในเรือนจำ

ไม่ว่าจะเรื่องของยาเสพติด อาวุธ หรือโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นสิ่งของต้องห้ามเด็ดขาด ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งของต้องห้ามหรือสิ่งของผิดกฎหมาย ส่วนผลการตรวจปัสสาวะก็ไม่พบปัสสาวะสีม่วงในกลุ่มผู้ต้องขัง สำหรับเรือนจำกลางเพชรบุรี เป็นเรือนจำขนาดกลาง

มีผู้ต้องขังรวมทั้งสิ้น 2,530 คน เป็นผู้ชาย จำนวน 2,177 คน เป็นผู้หญิง จำนวน 323 คน เป็นกลุ่มที่รอการตรวจพิสูจน์ความผิด รวมถึงกลุ่มที่ถูกตัดสินโทษแล้วและมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 15 ปี.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ผู้ว่าประจวบฯ เปิดศูนย์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์ ตั้งเป้าเสียชีวิตน้อยกว่า 5 คน

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.68 ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (หลังใหม่) นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568 โดยมีนายธนวัฒน์ เรืองเดช หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบฯ คณะกรรมการและคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล และช่วงวันหยุด พ.ศ. 2568

จังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ตำรวจ ทหาร ตชด. มูลนิธิ อาสาสมัคร อปพร. จิตอาสาพระราชทาน เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานร่วมพิธี ภายหลังผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้กล่าวเปิดศูนย์ฯ พร้อมรับมอบของสนับสนุนจุดตรวจจุดบริการช่วงเทศกาลสงกรานต์จากภาคเอกชนแล้ว ได้ชมการสาธิตการใช้เครื่องมือ การช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนนจากองค์กรการกุศล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเป็นประธานปล่อยขบวนรณรงค์ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน มูลนิธิกู้ภัย ร่วมกันออกปฏิบัติงานในช่วงควบคุมเข้มข้นระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.68 พร้อมตั้งจุดตรวจจุดบริการประชาชนริม ถ.เพชรเกษม เพื่อให้บริการประชาชนที่สัญจรผ่านพื้นที่ จ.ประจวบฯ ตลอดระยะทางกว่า 200 กม. เดินทางอย่างปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้

นายธนวัฒน์ เรืองเดช กล่าวว่า การเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 ในวันนี้ ใช้ชื่อการรณรงค์ว่า “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” มีการกำหนดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ช่วงควบคุมเข้มข้นระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2568 โดยมีมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน 5 มาตรการหลัก ได้แก่ 1. มาตรการด้านการบริหารจัดการ 2. มาตรการด้านลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม 3. มาตรการด้านลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ 4. มาตรการ

ด้านผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย 5. มาตรการด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ ตลอดจนมุ่งเน้นลดสาเหตุและพฤติกรรมเสี่ยงหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ ไม่ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดดื่มไม่ขับ การสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ การคาดเข็มชัดนิรภัย และการรณรงค์ลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม โดยบูรณาการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐภาคเอกชน ภาคประชาชน อาสาสมัคร จิตอาสาพระราชทานและองค์กรสาธารณกุศล เพื่อลดความสูญเสียในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนจากปัญหาอุบัติเหตุทางถนนให้ได้มากที่สุด

ทั้งนี้จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2567 ในระดับประเทศ มีจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ 2,044 ครั้ง จำนวนผู้เสียชีวิต 287 ราย และจำนวนผู้บาดเจ็บ (Admit) 2,060 ราย ส่วนสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2567 ของจังหวัดประจวบฯ มีจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ 58 ครั้ง จำนวนผู้เสียชีวิต 9 ราย และจำนวนผู้บาดเจ็บ (Admit) 55 ราย ซึ่งเป้าหมายในการดำเนินการของจังหวัดประจวบฯ คือ

จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้บาดเจ็บ (Admit) ของจังหวัดลดลงไม่น้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง ทำให้จังหวัดประจวบฯ มีเป้าหมาย ดังนี้ การเกิดอุบัติเหตุน้อยกว่า 41 ครั้ง ผู้เสียชีวิตน้อยกว่า 5 ราย และผู้บาดเจ็บ (Admit) น้อยกว่า 41 ราย. นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

เจ้าคณะภาค 15 เปิดงาน “เดือนห้านมัสการหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี” ครบรอบ 154 ป


เมื่อวันที่ 10 เม.ย.68 ที่วัดกุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีเปิดงานเดือนห้านมัสการหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี ครบรอบ 154 ปี โดยมี พระราชรัตนวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (มหานิกาย)

เจ้าอาวาสวัดกุยบุรี พร้อมด้วยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นางอรษา โอ่เอี่ยม รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดฯ นายอร่าม ญาณแก้ว นายอำเภอกุยบุรี หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แขกผู้มีเกียรติและ พุทธศาสนิกชนจำนวนมากเข้าร่วมงาน โดยก่อนเปิดงานมีขบวนแห่อัญเชิญหลวงพ่อในกุฏิ เพื่อให้ชาวบ้านกราบนมัสการบูชาพร้อมเครื่องสักการะ ซึ่งงานดังกล่าวทางวัดจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มานมัสการปิดทองรูปหล่อ “หลวงพ่อในกุฏิ” ในระหว่างวันที่ 10-18 เมษายน 2568 เป็นเวลา 9 วัน 9 คืน


“หลวงพ่อในกุฏิ” เดิมชื่อมาก หรือบุญมาก ท่านเกิดในราวปีมะเส็ง สมัยแผ่นดินพระเจ้าเอกทัศ กรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เป็นน้องคนสุดท้องของ 3 พี่น้อง คือ ท่านอินทร์ ท่านม่วง และท่านมาก ท่านมีพี่น้องสี่คน น้องคนสุดท้องเป็นผู้หญิง ท่านเป็นคนปักษ์ใต้โดยกำเนิดน่าจะอยู่จังหวัดชุมพร ตระกูลของหลวงพ่อเป็นตระกูลที่มีศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอันมาก เมื่ออายุครบบวชท่านและพี่ชายได้ออกบวชและครองสมณเพศตลอดชีวิต หลวงพ่อทั้งสามเชี่ยวชาญเรื่องเวชกรรม ไสยศาสตร์ และวิปัสสนากัมมัฏฐาน

เมื่อบวชเป็นเวลาพอสมควรแล้วจึงชวนกันออกธุดงค์ มีความแตกฉานในสรรพวิชาทั้ง 3 องค์ เมื่อได้อยู่จำพรรษาที่วัดเดิมกันมาตามสมควรแล้วจึงได้ชักชวนกันเดินธุดงค์โดยหลวงพ่ออินทร์ เลือกมาจำพรรษาที่เมืองกำเนิดนพคุณ หรือเมืองบางสะพาน ปัจจุบันมีรูปเหมือนของท่านประดิษฐานอยู่ที่วัดเขาโบสถ์ อำเภอบางสะพาน หลวงพ่อม่วง น้องคนกลาง เลือกจำพรรษาที่ถ้ำแห่งหนึ่งระหว่างบ้านกรูดและทับสะแก ถ้ำแห่งนั้น คือ ถ้ำคีรีวงศ์ และกลายเป็นวัดถ้ำคีรีวงศ์ ในปัจจุบัน ส่วนหลวงพ่อมาก หรือหลวงพ่อในกุฏิ เลือกจำพรรษาที่เมืองกุยบุรี ที่วัดกุยบุรี วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองมีแม่น้ำกุยบุรีไหลผ่านทางด้านหลังวัดและตั้งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน

ที่พระภิกษุจะต้องออกไปบิณฑบาตในเวลาเช้า นับเป็นสับปายะของผู้อยู่อาศัยถึงจะไม่ไกลจากหมู่บ้านแต่ก็ปราศจากเสียงอื้ออึงเข้ามารบกวน สมเป็นที่หลีกอยู่ของสมณะผู้ใคร่หาความสงบ หลวงพ่อในกุฏิเป็นผู้ที่ใฝ่ใจในด้านหาความสงบทางจิตยู่แล้ว จึงได้รับอาราธนาจากเจ้าเมืองและชาวกุยบุรี ปกครองวัดกุยบุรีตลอดมา ปฏิปทาของหลวงพ่อในกุฏิ ท่านเป็นผู้เคร่งครัดในด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน และชำนิชำนาญคล่องแคล่วด้านไสยศาสตร์คาถานับว่าหลวงพ่อเป็นผู้มีอาคมขลังพร้อมทั้งเป็นผู้มีเมตตาจิตอย่างสูง ทั้งเป็นผู้มีวาจาศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย คือเมื่อพูดคำใดแล้วจะต้องเป็นอย่างนั้น

เมื่อเป็นดังนี้ชาวเมืองกุยบุรี เมืองคลองวาฬ เมืองปราณ ตลอดจนถึงเมืองใกล้เคียงจึงได้ศรัทธาเลื่อมใสในบุญบารมีเป็นอันมาก เมื่อใดได้รับทุกข์ก็จะต้องหาโอกาสมาบนบานศาลกล่าว ขอให้ช่วยปัดเป่าให้ผ่อนคลายหายจากทุกข์นั้นๆ ครั้นเมื่อได้รับความสำเร็จแล้วหรือสมความปรารถนาจากที่ตนได้บอกกล่าวกับหลวงพ่อไว้แล้วก็จะต้องนมัสการและปิดทองที่ตัวท่านเป็นจำนวนมาก แม้ในปัจจุบันรูปเหมือนหลวงพ่อในกุฏิก็ยังมีคนมาปิดทองท่านอยู่ตลอดมา.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

พ่อเมืองประจวบฯ นำทีม “ลงแขก – ลงคลอง” กำจัดปลาหมอคางดำให้หมดจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่คลองบางนางรม

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.68 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมร่วมด้วย ช่วยกัน “ลงแขก – ลงคลอง” กำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติ “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ” ที่คลองบางนางรม บริเวณด้านหลังสำนักงานประมงจังหวัดประจวบฯ อ.เมืองประจวบฯ โดยมี นายสมนึก พรหมศร ประมงจังหวัดฯ นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดฯ นายบรรพต รัตนจันทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดฯ

นายธนวัฒน์ เรืองเดช หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ และชาวประมงพื้นบ้านร่วมกิจกรรม เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ และการมีส่วนร่วมในการกำจัดปลาหมอคางดำให้กับทุกภาคส่วน ควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักงานประมง เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชาวประมงพื้นบ้าน และผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดฯ

มาร่วมบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ ช่วยกันจับปลาหมอคางดำออกจากคลองบางนางรม พร้อมมีกิจกรรมสาธิตการทำน้ำหมักชีวภาพโดยสถานีพัฒนาที่ดินประจวบฯ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดฯ และหัวหน้าส่วนราชการได้ร่วมกันทำน้ำหมักชีวภาพด้วย ก่อนร่วมกันปล่อยปลากะพงขาว ขนาด 5-7 นิ้ว ซึ่งเป็นปลาผู้ล่าลงสู่คลองบางนางรมเพื่อไปกินลูกปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ

นายสมนึก พรหมศร กล่าวว่า จ.ประจวบฯ พบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่ 8 อำเภอ ซึ่งสำนักงานประมงจังหวัดฯ ได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ ของกรมประมง เพื่อควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด โดยดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการกำจัดโดยการ “ลงแขก ลงคลอง” และการนำขึ้นมาใช้ประโยชน์ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 67 ซึ่งครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 68 และยังต้องปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องในทุกอำเภอ อย่างน้อยอำเภอละ 1-2 ครั้งต่อเดือน เพื่อควบคุมจำนวนปลาหมอคางดำให้เหลือน้อยที่สุด ให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศ ไม่ส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำประจำถิ่น ซึ่งที่คลองบางนางรมนี้ได้มีการทำกิจกรรมลงแขกลงคลองไปแล้ว 4 ครั้ง

พบว่าปลาหมอคางดำเริ่มลดน้อยลง จึงได้ปล่อยปลากะพงผู้ล่าลงไป ทั้งนี้ จากการดำเนินการกำจัดปลาหมอคางดำมากว่า 1 ปี พบความชุกชุมในแหล่งน้ำลดลงชัดเจน เหลือเพียงลำคลองไม่กี่แห่งที่ยังมีความชุกชุม ส่วนการระบาดในบ่อเลี้ยงของเกษตรกรที่เลี้ยงแบบบ่อธรรมชาติ หลังจากที่ได้มีการรับซื้อปลาหมอคางดำจากเกษตรกรเพื่อนำไปทำน้ำหมักชีวภาพก็พบว่าไม่ค่อยมีปลาหมอคางดำหลงเหลือแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ จ.ประจวบฯ ได้รับโควต้ารับซื้อปลาหมอคางดำจากกรมประมงเพิ่มอีก 104 ตัน เพื่อเร่งกำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ” เป็นปลื้ม “น.ส.เกตน์ศิรณี บุญมา ฮ.นกเอี้ยงตาโตผู้จัดละคร ผู้กำกับโทรทัศน์ MV TV

แชร์เนื้อหานี้

ได้รับ การแต่งตั้งตำแหน่งผู้ช่วย น.ส. ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อย่างเป็นทางการ โดยได้เป็นข้าราชการการเมือง ผ่านการพิจารณาเห็นชอบและ อนุมัติ จากรัฐสภา ถูกต้องตามกฏหมาย น.ส.เกตน์ศิรณี บุญมา ( ฮ.นกเอี้ยงตาโต ) กล่าว ” ตนดีใจมาก ที่ ท่าน สว. ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา ได้คัดเลือก ตนเอง เข้ารับมอบตำแหน่ง หน้าที่ผู้ช่วย สว. ซึ่งเล็งเห็นถึง ความสามารถ ศักยภาพ ในการทำงาน การเสียสละตนเพื่อสังคม และ แผ่นดิน ในกิจกรรม ต่างๆ ที่ตนได้ทำมา อาทิ โครงการร้อยมือล้านใจช่วยเด็กไทยในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งปีนี้ เข้าสู่ปีที่13. ที่ตนได้ อุทิศตน

โดย ปณิธาน ส่วนหนึ่งของชีวิตขออุทิศตนเพื่อสังคม พร้อมตอบแทนคุณแผ่นดิน เพราะเราคือคนของแผ่นดิน และ ที่สำคัญ ที่ผ่านมา ตนก็ ลงพื้นที่ ไปทั่วทุกภาคของประเทศไทย สร้างสรรค์ ส่งเสริมด้านการศึกษาในท้องถิ่นทุรกันดารแก่ เยาวชน ได้เสริมสร้าง สร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆแก่ผู้สูงอายุ จัดหาอุปกรณ์เครื่องทางการแพทย์ สนับสนุนให้แก่ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยติดบ้าน ร่วมถึง ส่งเสริม ด้านการอาชีพที่ยั่งยืน แก่พ่อแม่พี่น้องประชาชน ในทุกๆ พื้นที่ที่ได้ลงจัดกิจกรรม
มาตลอดระนะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา อย่างจริงจัง และ จริงใจ

ตนขอ ปฏิญาณตน จะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์ จงรักภักดี ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ ขออุทิศตน ต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน ก้าวตาม สนับสนุน
นโยบายที่สร้างสรรค์ ตามที่ สว. ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา ที่มอบหมายหน้าที่ให้ตน เป็นอย่างดีด้วยความรัก ความซื่อสัตย์ ความตั้งใจ ที่จะทำต่อแผ่นดิน ” ขอกราบขอบพระคุณทุกๆ กำลังใจที่มอบให้แก่ น.ส.เกตศิรณี บุญมา ( ฮ.นกเอี้ยงตาโต ) กราบขอบคุณคุณแม่สุมาลี ตันตยกุล และ พี่ๆ น้องๆ ลูกๆ ครอบครัวที่สนับสนุน เป็นกำลังใจให้ตลอดมา

จุฬาเฮิร์บเปิดแคมเปญใหญ่รับซัมเมอร์
“เสิร์ฟผิวสวยท้าแสง” แจกกันแดดจุฬาเฮิร์บฟรีทั่วไทย
พร้อมลุ้นรางวัลรวมกว่า 1.5 ล้านบาท

จุฬาเฮิร์บมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านการดูแลผิวที่เข้าถึงคนไทยทุกพื้นที่ พร้อมเดินหน้าสร้างสุขภาพผิวที่ดีผ่านการกระตุ้นการป้องกันแสงแดดอย่างทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ บริษัท เจแอลซี กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เมคอัพสกินแคร์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ภายใต้แบรนด์ “จุฬาเฮิร์บ” แบรนด์ไทยที่อยู่เคียงข้างผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน เปิดตัวแคมเปญใหญ่รับซัมเมอร์ “จุฬาเฮิร์บเสิร์ฟผิวสวยท้าแสง” แจกกันแดดฟรีทั่วไทย ภายใต้แนวคิดที่ต้องการมอบสุขภาพผิวที่ดีให้คนไทยทั่วประเทศ ผ่านตู้กดครีมกันแดดจุฬาเฮิร์บฟรี กว่า 100 ตู้ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์กันแดดตัวล่าสุดของจุฬาเฮิร์บ “กันแดดแตงโม 3D Aura” กันแดดหน้าพุ่ง พร้อมปกป้องผิวทุกมิติ รวมทั้งสามารถแสกน QR CODE

เพื่อร่วมสนุกพร้อมลุ้นรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท โดยภายในงานพบกับ คุณแพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ พรีเซ็นเตอร์แบรนด์จุฬาเฮิร์บ เป็นตัวแทนร่วมรณรงค์การดูแลผิวหน้าท้าแดดในแคมเปญนี้ด้วย
การจัดแคมเปญนี้ขึ้นนับเป็นการขับเคลื่อนแบรนด์จุฬาเฮิร์บให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการ “ทาครีมกันแดด” ก่อนออกจากบ้าน นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย โดยสนับสนุนให้มีการจัดตั้งตู้แจกกันแดดจุฬาเฮิร์บไว้ตามจุดต่างๆ ในช่วงสงกรานต์ พร้อมกันนี้ยังผลักดันแนวคิดการเข้าถึงการดูแลผิวอย่างเท่าเทียม ได้จัดตั้งตู้แจกกันแดดจุฬาเฮิร์บในช่วงวันแรงงานอีกด้วย
โดยประชาชนทั่วไปสามารถทดลองใช้กันแดดจุฬาเฮิร์บฟรีได้ง่าย ๆ เพียงไปที่ตู้แจกกันแดดของแบรนด์จุฬาเฮิร์บ ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ พร้อมร่วมกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลผ่านการสแกน QR Code ที่ตู้ หรือจากหลังซองสินค้าจุฬาเฮิร์บที่ร่วมรายการ

โดยแคมเปญ “เสิร์ฟผิวสวยท้าแสง” นี้ เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2568 ครอบคลุมพื้นที่กว่า 35 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมเตรียมมอบของรางวัลให้กับผู้ร่วมสนุกมากมาย อาทิเช่น iPhone 16, ทองคำหนัก 1 สลึง, บัตรกำนัลแทนเงินสดมูลค่า 1,000 บาท, รถจักรยานยนต์ Honda Scoopy และของรางวัลใหญ่ Toyota Yaris Cross รวมทั้งสิ้นมูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท
นายอาทิตย์ สีตาไว ผู้บริหารแบรนด์จุฬาเฮิร์บ กล่าวว่า “เรามุ่งหวังให้แคมเปญนี้เป็นมากกว่าการทำการตลาด แต่คือภารกิจเพื่อสังคม เราอยากให้คนไทยใส่ใจการปกป้องผิวด้วยวิธีที่ง่าย เข้าถึงได้ และสามารถสนุกกับกิจกรรมในแบบที่จุฬาเฮิร์บตั้งใจจัดแคมเปญนี้ขึ้นเพื่อตอบแทนลูกค้าจุฬาเฮิร์บรวมถึงคนไทยทั่วประเทศ จึงเป็นที่มาของการทำตู้แจกกันแดดฟรีทั่วประเทศ”

โดยการเปิดตัวแคมเปญนี้จะมีขึ้นในวันที่ 8 เมษายน 2568 เวลา 10.00 – 12.00 น. ณ บริษัท คัดไว้ มีเดีย จำกัด & บริษัท ธรรมตา แอ๊ดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด พร้อมทั้งเรียนเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมงานพร้อมเก็บภาพบรรยากาศ และสัมภาษณ์ คุณแพนเค้ก รวมถึงรับฟังข้อมูลรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ ณ วันดังกล่าว พร้อมสามารถทดลองใช้ตู้กดกันแดดจุฬาเฮิร์บฟรีภายในงาน
ซึ่งแคมเปญนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของแบรนด์จุฬาเฮิร์บ ในการเดินหน้าสู่การเป็น แบรนด์ที่เข้าใจคนไทย และใส่ใจในสุขภาพผิวของทุกคนอย่างแท้จริง “จุฬาเฮิร์บ สวยจบ..ครบทุกสภาพผิว”

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “หมอมาร์ท” เปิดเวที ‘MUT นครนายก 2025’ชูคอนเซ็ปต์ซินเดอเรลล่ายุคใหม่สู่เส้นทางจักรวาล

แชร์เนื้อหานี้

นับว่าเป็นเวทีระดับจังหวัดแรก ๆ ที่เสือปืนไวในการเปิดตัวการประกวดก่อนใคร สำหรับ “MUT นครนายก 2025” (Miss Universe Nakhon Nayok 2025) โดย “หมอมาร์ท-นพ.ชัยพล บัณฑิตสิงห์” ผู้อำนวยการกองประกวดมิสยูนิเวิร์ส นครนายก ได้จัดแถลงข่าวเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ณ SIAM PARAGON NEXT TECH x SCBX ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยมีแขกผู้มีเกียรติ อาทิ คุณคมสันต์ สุมะนาถ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก คุณราเมศ ลิ่มสกุล วัฒนธรรมจังหวัดนครนายก สื่อมวลชน และสาวงามผู้สมัครเข้าร่วมชิงมงกุฎ กันอย่างคับคั่ง
หมอมาร์ท-นพ.ชัยพล บัณฑิตสิงห์ แพทย์ด้านความงามและผู้อำนวยการกองประกวดมิสยูนิเวิร์ส นครนายก เปิดเผยว่า แรงบันดาลใจในการจัดประกวด มิสยูนิเวิร์ส นครนายก 2025 มาจากการที่ได้เคยปรับรูปหน้าให้กับนางงาม ศิลปินนักแสดงมาแล้วหลายท่าน โดยเฉพาะนางงามไทยมีโครงหน้าที่สวยเป็นเอกลักษณ์มาก อีกทั้งยังเคยเป็นสปอนเซอร์เวทีการประกวดนางงามมาก่อน จึงเป็นแรงขับเคลื่อนให้อยากจะลองเข้ามาจัดเวทีประกวดบ้าง เพราะเป็นเรื่องท้าทายความสามารถมาก จะทำอย่างไรเพื่อให้ได้นางงามที่สวยครบเครื่องเป็นตัวแทนในระดับจังหวัดไปประกวดเวทีใหญ่ระดับประเทศ ที่เลือกเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ เพราะเห็นถึงศักยภาพของผู้จัดอย่าง “คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ที่การันตีว่าหยิบจับอะไรไม่เคยผิดหวัง นอกจากนี้เวทีมิสยูนิเวิร์สยังมีคนไทย “คุณแอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์” เป็นเจ้าของเวที โดยในปีนี้ประเทศไทยยังเป็นเจ้าภาพในการจัดประกวด “มิสยูนิเวิร์ส 2025” ครั้งที่ 74 อีกด้วย เรียกว่าทุกอย่างลงตัวจึงขอซื้อลิขสิทธิ์การจัดประกวด มิสยูนิเวิร์ส นครนายก 2025 ที่เลือกนครนายก เนื่องจากเป็นจังหวัดที่ผมมีความผูกพันเป็นการส่วนตัว และเป็นจังหวัดไม่ไกลจากกรุงเทพฯ พร้อมทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม และวิถีการดำเนินชีวิต ที่น่าสนใจมากมาย

“ผมวางคอนเซ็ปต์การจัดประกวด มิสยูนิเวิร์ส นครนายก 2025 ไว้คือ ‘New era of Cinderella’ ซินเดลเรลล่า ในยุคสมัยใหม่ไม่ต้องพึ่งนางฟ้าและไม่ต้องรอเจ้าชาย ผมต้องการส่งเสริมและสนับสนุนผู้หญิงไทยให้ลุกขึ้นยืนด้วยลำแข้งและพึ่งตนเองได้ ซึ่งมีทั้งความเก่งกล้า เฉลียวฉลาดและมีความสามารถรอบด้าน เหมาะสม ที่ไม่เพียงจะเป็นตัวแทน มิสยูนิเวิร์ส นครนายก 2025 เท่านั้น ผมยังมองการณ์ไกลไปถึงเวทีระดับจักรวาลด้วยครับ อยากให้ทุกคนติดตามการประกวด มิสยูนิเวิร์ส นครนายก 2025 ต่อไป รับรองว่าจะมีเซอร์ไซส์ โดยเฉพาะการเก็บตัวสาวงามผู้เข้าประกวด ที่ไม่เหมือนใคร”
ทางด้าน คริส ปัญญา ผู้จัดการกองประกวด กล่าวว่า การจัดประกวด มิสยูนิเวิร์ส นครนายก 2025 จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดการส่งเสริมและสนับสนุนที่ดีจาก หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชนทุกแขนง และแฟนนางงาม อยากให้ผู้หญิงที่มีคุณสมบัติครบถ้วนมาสมัครกันเยอะ ๆ เวทีนี้เปิดกว้าง มาชิงมงกุฎเพชรที่เลอค่า Rio Bright Dimond และที่สำคัญคือ เวทีเราจะช่วยตอกย้ำความเป็น Soft Power อย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วยครับ

สำหรับแขกคนสำคัญที่มาร่วมงาน อาทิ บิวตี้-วรัญชนา ระดมเล็ก รองผู้จัดการกองประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์,เรย์-อิสรียาร์ มาลัยศรี Miss Thailand World 1991 , ณฉัตร-วัลเณซ่า แฮร์มันน์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี2012 , ทารีน่า โบเทส มิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี 2022 , แพรว-แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง รองอันดับ 1 Miss Supranational 2022 , นิพนธ์ สนธิ , ชายแฮ็คส์-ดร.วโรดม ศิริสุข , เล้ง-ณัฐพล นิลดอนหวาย,แสตมป์-พรวศิน เรืองนุกูล จากซีรีส์วาย ลอยแก้ว , ชยเวฐน์ สมวงษ์, ปภพ ด่านชัยวิโรจน์, พิมพ์ฬวีร์ เปรมเกษม, สุรเกียรติ ยาวะโนภาส, ธนากร นาคสวัสดิ์, ชัญญาภัสร์ ก่อพาราภิรมย์, กานติมา นาคสวัสดิ์, รัฐพล มุกดาสนิท, วรกร วงศกรเมือง , ดร.จุมพล โพธิสุวรรณ, ดร.รัชดาภรณ์ เกตุเทศ, ดร.ณรามิล วิชณุซัน คุ้มรักษ์, ดร.ปุณิกา เพ็ญสุวรรณ และ ธงดนัย แตงอวบ โดยมี ตวง-สาวิกา กาญจนมาศ, ซีเกมส์-อาทิตย์ เมฆอากาศ และ ฟองเบียร์-ศศิธร สติใหม่ ดำเนินรายการงานแถลงข่าว

“MUT นครนายก 2025”ได้รับการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยม จาก ท่องเที่ยวและกีฬานครนายก ,วัฒนธรรมจังหวัด นครนายก, RIO BRIGHT DIAMOND ,Z-RO, ASLAN WEALTH , AMERIS CLINIC , มิตรมาร์เก็ต ดอนเมือง, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงเส้นผม CALI, สบู่ AMOUR, บรรพบุรุษหมูกรอบ, SCB NEXTTECH, CHANNEL 8 และ RBK ORGANIZATION
ทั้งนี้ “MUTนครนายก 2025”เปิดรับสมัครสาวงามตั้งแต่วันนี้จนถึง 20 เมษายน 2568 และวันที่ 21 เมษายน 2568 จะประกาศสาวงามที่เข้ารอบ จากนั้น เข้าร่วมกิจกรรมเก็บตัวที่จังหวัดนครนายกในระหว่างวันที่ 23 – 25 พฤษภาคม 2568 และรอบชิงชนะเลิศจะจัดขึ้นในวันที่ 7 มิถุนายน 2568
แฟนนางงามสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ FB : มิสยูนิเวิร์สนครนายก (https://www.facebook.com/photo/?fbid=122094541172808489&set=a.122094541202808489)MissUniverseNakhonNayok #MissUniverseNakhonNayok2025 #มิสยูนิเวิร์สนครนายก #นครนายก #The74thMissUniverse #MissUniverse #TheNewEraofMUT #MGIxMUT #MissUniverseThailand #คุณหมอมาร์ท #PDชัยพล #ชัยพลบัณฑิตสิงห์ #MissUniverseThailand2025

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พ่อเมืองศรีสะเกษ นำเกษตรกร ตัดลูก ตัดใจ ตัดแต่งผล ทุเรียนภูเขาไฟ เพื่อประสิทธิภาพผลผลิต ให้ได้ทุเรียน GI ที่มีคุณภาพ เนื้อเนียนนุ่ม ละมุนลิ้น กลิ่นไม่ฉุน

แชร์เนื้อหานี้


***เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 ที่สวนพี่พัชรินทร์ ซึ่งเป็นสวนทุเรียนในบ้านพิงพวยตะวันออก ตำบลพิงพวย อำเภอศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ตัดลูก ตัดใจ ตัดแต่งผลทุเรียนภูเขาไฟ” ประจำปี 2568 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต โดยมี
นายสุชาติ กลิ่นทองหลาง เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ เข้าร่วมกิจกรรม

***นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า วันนี้ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรม “ตัดลูก ตัดใจ ตัดแต่งผลทุเรียนภูเขาไฟ” ปี 2568 จัดขึ้นเพื่อเป็นกิจกรรมรณรงค์ให้เกษตรกร ดูแลจัดการทุเรียนให้มีคุณภาพ โดยการตัดลูกส่วนเกิน แต่เหลือลูกไว้อย่างเหมาะสมตามหลักวิชาการ แม้มีผลทุเรียนเยอะแยะเต็มต้น แต่เกษตรกรตัดใจได้ เพื่อรักษาผลทุเรียนให้ออกมาสมบูรณ์ที่สุด เป็นการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคได้รับทราบและมั่นใจ ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ได้รับการดูแล เอาใจใส่ ตั้งแต่เริ่มต้นเกษตรกรต้องพิถีพิถัน เฝ้าดูทะนุถนอมเหมือนลูก ไม่ปล่อยให้คลาดสายตา มีใจรักในทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ

***ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวต่อไปว่า ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ถือเป็นพืชเศรษฐกิจหลังที่สำคัญของจังหวัด เป็นหนึ่งในประเด็นการขับเคลื่อนวาระจังหวัด “เกษตรบูรณาการ” อีกทั้งได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) โดยจังหวัดศรีสะเกษถือเป็นแหล่งปลูกทุเรียนที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่ปลูกทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษทั้งหมด 20,463 ไร่ คาดการณ์ว่าในปี 2568

จะมีพื้นที่ให้ผลผลิต 13,568 ไร่ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 2,392 ไร่ หรือเพิ่มขึ้น 21.40 % เพาะปลูกใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกันทรลักษ์ ขุนหาญ และอำเภอศรีรัตนะ ซึ่งเป็นบริเวณพื้นที่ดินภูเขาไฟที่มีลักษณะเหนียว อนุภาคดินละเอียดสลับกับหินหยาบสีแดง ระบายน้ำดี มีธาตุอาหารชนิดต่างๆ ที่จำเป็นต่อพืชในปริมาณสูง ส่งผลให้ทุเรียนมีรสชาติดี เนื้อทุเรียนแห้ง เส้นใยละเอียด ละมุนลิ้น กลิ่นไม่ฉุน เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

***ดังนั้นในห้วงเดือนมีนาคม-เดือนเมษายน เกษตรกรชาวสวนทุเรียน ทำการตัดแต่งทุเรียนภูเขาไฟผลเล็ก ลดจำนวนลูกทุเรียนภูเขาไฟเพื่อลดการสูญเสียน้ำ หากไม่ตัดแต่งอาจเกิดปัญหาน้ำเลี้ยงไม่พอ ลูกจะเล็กลง แม้เกษตรกรเสียดายผลทุเรียน แต่ต้องตัดใจ ถ้าอยากได้ทุเรียนลูกสวย ไม่เน้นปริมาณ เน้นที่คุณภาพสู่ผู้รอบริโภค ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ เกรดพรีเมียม จึงขอเชิญชวนผู้สนใจได้แวะมาชิมลิ้มลองทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานและได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากอัตลักษณ์รสชาติที่โดดเด่น “เนื้อเนียนนุ่ม ละมุนลิ้น กลิ่นไม่ฉุน” จนเป็นที่ยอมรับ
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์


สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คุมประพฤติประจวบฯ เปิดโครงการ (ค่ายพลังใจ) ให้คำปรึกษาเชิงจิตวิทยา ผู้ถูกคุมความประพฤติ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 มีนาคม 2568 ที่วัดหุบตาโครต ตำบลสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายวราวุฒิ จิรประภานนท์ นายอำเภอสามร้อยยอด ได้เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการการให้คำปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่มสำหรับผู้ถูกคุมความประพฤติ

(ค่ายพลังใจ) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยมี นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร.ต.ต.นิติ เนตรสว่าง นายก อบต.สามร้อยยอด นายณัฐกร ปิยะจันทร์ ผอ.ส่วนควบคุมฯ เรือนจำจังหวัดประจวบฯ พ.ต.ต.ธวัชชัย หลวงอี่ สวป.สภ.สามร้อยยอด นายปิยะชาติ ไฮ้คง หน.กลุ่มยุทธศาสตร์และอำนวยการ

สนง.คุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ พร้อม เจ้าหน้าที่ และ อาสาสมัครคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ ( อ.ส.ค.ประจวบฯ ) ร่วมกิจกรรม โดยมี พระครูโสภณธำรงกิตติ์ เจ้าอาวาสวัดหุบตาโคตร ได้กล่าวสัมโมทนียกถา ให้ศีลให้พรแก่ผู้เข้ารับการบำบัดเข้าร่วมโครงการดังกล่าว

วัตถุประสงค์ โครงการดังกล่าว เพื่อให้ผู้ถูกคุมความประพฤติที่ได้รู้จัก เข้าใจ และตระหนักในคุณค่าของตนเองและผู้อื่นมากขึ้น 2.เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินชีวิตและการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นของผู้ถูกคุมความ ประพฤติ 3.เพื่อให้ผู้ถูกคุกคุมความประพฤดีตระหน้าในศักยภาพของคน

และสามารถสร้างแผนในภาร แก้ไขปัญหาของตนเองได้ในวิถีทางที่สังคมยอมรับ การจัดโครงการฯ ในวันนี้ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้กระทำความผิดในคดียาเสพติด หรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่อยู่ในความดูแลของสำนักงานคุมประพฤติ จำนวน 30 คน โดยใช้เวลา 2 คืน 3 วัน ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

    กฟผ. ยืนยันเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมายังไม่กระทบต่อการจ่ายไฟฟ้าให้ประชาชน และความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อน

    การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ขอยืนยันว่า จากการตรวจสอบ ติดตาม และเฝ้าระวังความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อนผ่านเครื่องมือวัดต่าง ๆ ที่ติดตั้งไว้ที่เขื่อนและรอบอ่างเก็บน้ำของ กฟผ. พบว่า เขื่อนของ กฟผ. ไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในเมียนมาร์

    โดยศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเขื่อนสิริกิติ์ 637 กิโลเมตร วัดอัตราเร่งที่สันเขื่อนได้ 0.00052g ทั้งนี้เขื่อนออกแบบให้รองรับแผ่นดินไหว 0.1-0.2g ทั้งนี้ กฟผ. อยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ อาฟเตอร์ช็อค โดยจะดูแลการจ่ายไฟฟ้าโดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน

    ///////////////////

    ณัฐธภพ พันสาย / ผู้สื่อข่าวพิเศษ / จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จังหวัดน่าน จัดงาน “ท่องเที่ยวแหล่งเรียนรู้ ดูอัตลักษณ์น่าน Nan Cultural Learning Tourism”

    แชร์เนื้อหานี้

    สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน จัดงาน “ท่องเที่ยวแหล่งเรียนรู้ ดูอัตลักษณ์น่าน Nan Cultural Learning Tourism” ในโครงการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยทุนทางวัฒนธรรม กิจกรรมค่าใช้จ่ายในการพัฒนาย่านเมืองเก่าเพื่อการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ด้านศิลปวัฒนธรรม จังหวัดน่าน จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 28 – 30 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ บริเวณข่วงน้อย อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมีนางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิด

    โครงการฯ ดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ฟื้นฟูกิจกรรมของแหล่งเรียนรู้ ด้านศิลปวัฒนธรรม ให้เป็นที่รู้จักในระดับท้องถิ่นระดับชาติ และนานาชาติ เตรียมความพร้อมประชาชนในพื้นที่ได้เรียนรู้เอกลักษณ์ทาง ศิลปวัฒนธรรม รองรับการพัฒนาพื้นที่ และร่วมกันขับเคลื่อนเมืองน่านสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์และเมืองมรดกโลก เปิดพื้นที่แหล่งเรียนรู้ ส่งเสริมการท่องเที่ยวแหล่งเรียนรู้ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับชุมชนในจังหวัดน่าน

    โดยภายในงานพบกับ ร้านค้าสินค้าวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น นิทรรศการพื้นที่แห่งการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ ด้านศิลปวัฒนธรรม การเวิร์คช็อป และการสาธิตจากวิทยากรของแต่ละแหล่งเรียนรู้ จากแหล่งเรียนรู้ 14 แหล่งเรียนรู้ เส้นทางท่องเที่ยว 5 เส้นทาง ประกอบด้วย
    เส้นทางที่ 1 เส้นทางหัตถศิลป์ถิ่นน่าน
    เส้นทางที่ 2 เส้นทางอาหารตำรับเจ้า เชิดชูอาหารถิ่น The lost taste
    เส้นทางที่ 3 เส้นทางมรดกภูมิปัญญา มรดกทางวัฒนธรรม สู่มรดกโลก
    เส้นทางที่ 4 เที่ยวชุมชน ยลวิถี “งามศิลป์ ถิ่นนครวัฒนธรรม”
    เส้นทางที่ 5 เส้นทางสายบุญ ยลพุทธศิลป์เมืองน่าน

    นอกจากนี้ยังมีการแสดงดนตรีศิลปวัฒนธรรม ในเวลา 16.00 น. เป็นต้นไป อาทิ การแสดงสะล้อ ซอ ปิน ซอล่องน่าน จาก พ่อครูอรุณศิลป์ ดวงมูล, คณะซอกรกฎ บ้านซาวหลวง และคณะซอคำไทด์ สาธิตการทำอาหาร แกงผักอะหยิอะเหยาะ, แกงสนัด และแกงแค การแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย โดย สถาบันการศึกษา กลุ่มกิจกรรม องค์กร ชมรม และชุมชน การแสดงวงดนตรีร่วมสมัยจากวง Sweet Hours เป็นต้น/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมต.ว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเปิดงาน“คอนเสิร์ตนครเพลง โคราชมรดกโลก” ในงานฉลองชัยชนะท้าวสุรนารี ประจำปี 2568

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “คอนเสิร์ตนครเพลง โคราชมรดกโลก” ในงานฉลองชัยชนะท้าวสุรนารี ประจำปี 2568 ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ท่านผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ททท.นครราชสีมา วัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา แขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมกิจกรรม

    จัดโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ บริษัทมาจอยกัน จำกัด ผู้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อฯ ประจำปี 2567 ภายใต้โครงการการอนุรักษ์และส่งเสริมการรักษาขนบธรรมเนียมภาษาท้องถิ่นเมืองโคราชและบทเพลงโคราช

    นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมมีนโยบายนำวัฒนธรรมไทยมาสืบสาน รักษา และต่อยอดไปสู่มิติใหม่ ๆ ให้เกิดการสร้างคุณค่าทางสังคมและมูลค่าทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมที่หลากหลายของไทยเพื่อสนับสนุนมิติทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมและขับเคลื่อน Soft Power การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมโดยมุ่งยกระดับมหกรรมวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นระดับชาติเพื่อเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยว

    ของคนไทยและชาวต่างชาติทั่วโลก กระทรวงวัฒนธรรมมีความยินดี ที่กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับผู้รับทุน จัด “คอนเสิร์ตนครเพลง โคราชมรดกโลก” ในงานฉลองชัยชนะ ท้าวสุรนารี ประจำปี 2568 โดยได้รวบรวมศิลปินที่มีชื่อเสียง และเป็นความภูมิใจของชาวโคราช กว่า 20 ชีวิต มาไว้ในการแสดงครั้งนี้ โครงการฯ นี้ นับว่าเป็นการนำวัฒนธรรมพื้นบ้านของไทย
    มาสืบสาน รักษา ต่อยอดผ่านมิติของผลงานเพลงและสร้างชื่อเสียงให้กับ จ. นครราชสีมา

    นายธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสือปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า กองทุนพัฒนาสื่อฯ ได้ให้ทุนสำหรับผู้สนใจผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ หลากหลายรูปแบบ สำหรับ“คอนเสิร์ตนครเพลง โคราชมรดกโลก” โครงการฯ นี้ อยู่ภายใต้โครงการการอนุรักษ์และส่งเสริมการรักษาขนบธรรมเนียมภาษาท้องถิ่นเมืองโคราชและบทเพลงโคราช ใช้ดนตรี บทเพลง มิวสิกวิดีโอ มาถ่ายทอดเรื่องราววัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย กองทุนพัฒนาสื่อฯ
    ต้องขอขอบคุณผู้รับทุน และศิลปินโคราชกว่า 20 ชีวิต ที่มาช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานในครั้งนี้ นอกจากจะสร้างชื่อเสียงให้กับเมืองโคราชแล้ว โครงการนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน ในอนาคตเราอาจจะมีศิลปินหน้าใหม่เป็นคนโคราช ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย

    สำหรับ “คอนเสิร์ตนครเพลง โคราชมรดกโลก” จัดแสดงในวันที่ 27 มีนาคม 2568 เวลา 18.00 น. ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา มีศิลปินชาวโคราชที่มีชื่อเสียงเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ มนัสวิน นันทเสน (ติ๊ก ชีโร่) , สุนารี ราชสีมา , สมจิตร จงจอหอ , กำปั่น บ้านแท่น , ศรายุทธ สุปัญโญ , เจเน็ต เขียว , อรวรรณ เย็นพูน (ปุ้ม สาว สาว สาว) , เอ มหาหิงค์ , ตั๊กแตน ชลดา ,ศรลักษณ์ สวนจะบก , เฉลิมศักดื์ อังศุพันธุ์ ,

    สามารถ คำโคกกรวด , แสนรัก เมืองโคราช ,ภิชชาพร หอมขุนทด (ขิม The Voice Kids) , สหรัฐ โอเลียรี่ (เควิน The Voice) ,ชัยณรงค์ พรหมบุปผา (เอส The Voice) ,อาชาไนย ธรรมนิยาย ,ณรงค์ บุญเลี้ยง ,สรธร ชิ้นจอหอ (ขุนสมาน) ,นันทิตา ฆัมภิรานนท์ (เบลล์ Thailand Got’s Talent) และชุมพล สุปัญญา ร่วมด้วยการนำเสนอมิวสิควิดีโอ 5 บทเพลงขับร้องโดยศิลปินโคราช ผีมือการกำกับของปรัชาญา ปิ่นแก้วเพลงร่วมสมัยผสมผสานภาษาถิ่นโคราชและมีเนื้อหาสอดคล้องกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ประเพณี วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมของชุมชน แหล่งท่องเที่ยว และสถานที่สำคัญของจังหวัดนครราชสีมา

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ปชส.ประจวบฯ ประชุมเครือข่ายการประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ด้านข่าวสาร

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 24 มี.ค.68 ที่ห้องประชุมช่องกระจก ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ นางสาวนลิน มาคเชนทร์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดประจวบฯ จัดประชุมสร้างเครือข่ายเพื่อพัฒนาแนวทางการประชาสัมพันธ์ให้มีประสิทธิภาพ ตามแผนปฏิบัติการด้านการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ (พ.ศ.2566-2570) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 จ.ประจวบฯ

    โดยมี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ร่วมพบปะสื่อมวลชนภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จำนวน 30 คน พร้อมได้กล่าวนโยบายการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ‘Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ’ ทั้ง 10 ด้าน ให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับทราบ รวมถึงรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสื่อมวลชน

    สำหรับการประชุมในครั้งนี้ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดประจวบฯ ได้ชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาล วาระแห่งชาติ และยุทธศาสตร์จังหวัดฯ ไปสู่การขับเคลื่อนบูรณาการทุกภาคส่วน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 และชี้แจงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอการบัตรสื่อมวลชน พร้อมกันนี้นางรัชนีวรรณ พรมเล็ก ปลัดเทศบาลเมืองประจวบฯ

    ได้มีประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรี เพื่อให้สื่อมวลชนและผู้เข้าร่วมประชุมได้กลับไปสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้กับประชาชน โดยจะมีการเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 11 พ.ค.68 ตั้งแต่เวลา 08.00 -17.00 น. ซึ่งจะมีการรับสมัครเลือกตั้งระหว่าง 31 มี.ค. – 4 เม.ย.นี้.
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กรมทางหลวงเดินหน้าฟื้นฟูแม่สาย ยกระดับท่องเที่ยว พัฒนาพื้นที่ชายแดน อ.แม่สายจ.เชียงราย

    แชร์เนื้อหานี้

    กรมทางหลวง โดยแขวงทางหลวงเชียงรายที่ 1 เร่งเครื่องดำเนินงานฟื้นฟูบูรณะสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและรองรับการพัฒนาพื้นที่ชายแดนไทย – เมียนมา

    (23 มีนาคม 68) #นายอลงกรณ์ #กัวตระกูล #ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงรายที่ 1 เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินงานว่า ปัจจุบัน การดำเนินงานมีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก โดยแขวงฯ ได้ระดมเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องจักรเข้าดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

    ซึ่งประกอบด้วยการดำเนินงานที่สำคัญดังนี้
    1.การซ่อมแซมทางหลวง: กรมทางหลวงได้บูรณะซ่อมแซมทางหลวงที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติทั้งสิ้นจำนวน 28 แห่ง โดยดำเนินการซ่อมแซมให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัย จำนวน 25 แห่ง และคงเหลืออีก 3 แห่งที่อยู่ระหว่างดำเนินการ

    2.การจัดการพื้นที่ด่านพรมแดน: กรมทางหลวงได้ดำเนินการรื้อถอนร้านค้าและสิ่งปลูกสร้างบริเวณด่านพรมแดนแม่สาย สะพานมิตรภาพ แห่งที่ 1 ตามมติที่ประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม อำเภอแม่สาย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วเสร็จ

    3.โครงการเสริมกำลังโครงสร้างสะพาน: กรมทางหลวงได้ดำเนินโครงการเสริมกำลังโครงสร้างสะพานข้ามฝั่งไทย – พม่า พรมแดนแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยมีวงเงินงบประมาณ 15 ล้านบาท เริ่มต้นสัญญาเดือนมีนาคม 2568 และสิ้นสุดสัญญาเดือนตุลาคม 2568 รวมระยะเวลาดำเนินการ 210 วัน

    จากการดำเนินงานภารกิจในครั้งนี้ จะส่งผลดีต่อประชาชนและพื้นที่ในหลายด้าน โดยโครงสร้างสะพานที่ปรับปรุงใหม่จะมีความมั่นคงและปลอดภัยในการสัญจรมากขึ้น ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุและอำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามพรมแดน

    นอกจากนี้ การปรับปรุงภูมิทัศน์จะส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างกีดขวางและการปรับปรุงพื้นที่โดยรอบจะสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความสวยงามแก่ด่านพรมแดน ที่สำคัญ การปรับปรุงสภาพแวดล้อมโดยรวมจะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สร้างความภาคภูมิใจในท้องถิ่น และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ..

    สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “เจ้าท่า” เปิดอบรมเครือข่ายอาสาวารี รุ่น 47 เน้น !! สร้างเครือข่ายความปลอดภัยทางน้ำยั่งยืน ในพื้นที่ ‘ทะเลอีสาน’”

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 16 มีนาคม 2568 ที่บึงงามรีสอร์ท ตำบลบึงโขงหลง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม โดยสำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ ได้จัดโครงการอบรมเครือข่ายอาสาวารี รุ่นที่ 47 โดยมี นายประภูศักดิ์ จินตะเวช ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

    เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายอารยัน รัตนพันธุ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านส่งเสริมการขนส่งทางน้ำ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ พร้อมทั้งย้ำถึงความสำคัญของการรณรงค์ด้านความปลอดภัยทางน้ำในปี พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นปีแห่งความสุขและความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนตามนโยบาย “คมนาคม

    เพื่อโอกาสประเทศไทย” และ “ราชรถยิ้ม” ของกระทรวงคมนาคม จากนั้น นายพนมวัสส์ วุฒาพาณิชย์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดบึงกาฬ กล่าวต้อนรับ พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณเเละเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างเครือข่ายอาสาสมัครในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญ

    ในการเสริมสร้างความปลอดภัยและการเฝ้าระวังเหตุทางน้ำในจังหวัดบึงกาฬและพื้นที่ใกล้เคียง มีนายทวี ชิณรงค์ นายอำเภอบึงโขงหลง นายนิพนธ์ คนขยัน สส.บึงกาฬ เขต 3 นายวิทยา ภารจรัส นายกเทศมนตรีตำบลบึงโขงหลง พ.ต.อ.มานะ ธัญญะวานิช ผกก.สภ.บึงโขงหลง หัวหน้าส่วนราชการ อาสาสมัครผู้เข้ารับการอบรมกว่า 150 คน ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

    นายประภูศักดิ์ จินตะเวช ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การจัดโครงการอบรมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบาย “คมนาคมเพื่อโอกาสประเทศไทย” และ “ราชยิ้ม”

    โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนในการรณรงค์ความปลอดภัยทางน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวทางน้ำที่มีชื่อเสียง เช่น ถ้ำนาคา ศาลปู่อือลือ และหาดคำสมบูรณ์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดบึงกาฬ และได้รับขนานนามว่า “ทะเลอีสาน” เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางน้ำ

    นายอารยัน รัตนพันธุ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่า เครือข่ายอาสาวารี รุ่นที่47 ที่จังหวัดบึงกาฬ เป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำที่สำคัญ และมีศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจของประเทศ ทุกคนต่างรู้ดีว่า การรักษาความปลอดภัยทางน้ำเป็นสิ่งที่มีความสำคัญยิ่ง และในปี 2568 นี้ กรมเจ้าท่าจะยังคงดำเนินการตามนโยบาย

    “คมนาคมเพื่อโอกาสประเทศไทย” และ”ราชรถยิ้ม” เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมีความมั่นใจในการเดินทางทางน้ำ ซึ่งการอบรมในวันนี้จะช่วยเสริมสร้างความรู้และทักษะในการดูแลความปลอดภัยทั้งในด้านการป้องกันอุบัติเหตุ การช่วยเหลือผู้ประสบภัย และการดูแลสิ่งแวดล้อมทางน้ำ ที่เรามุ่งหวังให้เกิดการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและประชาชนอย่างยั่งยืน”

    การอบรมเครือข่ายอาสาวารีรุ่นที่ 47 จะร่วมเสริมสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยทางน้ำให้กับผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 150 คน จากเครือข่ายภาคประชาชนและหน่วยงานท้องถิ่น โดยเน้นการปฏิบัติงานร่วมกันในด้านต่าง ๆ เช่น การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ

    การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การสอดส่องดูแลสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ รวมถึงการปลูกฝังความรู้สึกถึงความสำคัญของความปลอดภัยทางน้ำให้กับประชาชนในพื้นที่ พร้อมเพิ่มความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางน้ำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบทั้งในด้านชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศ
    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /สวนสัตว์นครราชสีมา เปิดตัวสมาชิกใหม่ “ลูกลีเมอร์หางแหวน” แฝด 4 สุดแสนน่ารัก

    แชร์เนื้อหานี้

    นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา เปิดเผยว่า นับเป็นข่าวดีกับสวนสัตว์นครราชสีมา ที่ แม่ลีเมอร์หางแหวน 2 ตัว ให้กำเนิดสมาชิกใหม่ ลูกลีเมอร์แสนสุดน่ารัก ในวันเดียวกัน เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ขณะนี้ยังไม่ทราบเพศ และถือเป็นปรากฏการณ์สุดพิเศษที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เมื่อแม่ลีเมอร์หางแหวน ทั้ง 2 ตัว ให้ลูกแฝดพร้อมกัน รวมเป็น 4 ตัว โดยวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ผู้เลี้ยงดู

    ได้นำออกมาอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวได้ชมความน่ารัก และร่วมกินอาหารรวมกับฝูงลีเมอร์หางแหวนภายในส่วนแสดงและได้รับการตรวจสุขภาพจากสัตวแพทย์ของสวนสัตว์ พบว่าสุขภาพแข็งแรงได้รับการเลี้ยงดูจากแม่ลีเมอร์หางแหวนเป็นอย่างดี โดยลูกทั้งสองตัวยังเกาะอยู่ที่บริเวณหน้าอกและหลังของแม่บางครั้งลงมาเล่นปีนป่ายและเล่นซุกซนตามกิ่งไม้ ปัจจุบันทางสวนสัตว์นครราชสีมา มีลีเมอร์หางแหวน จำนวน 12 ตัว เป็นเพศผู้ 7 ตัว และเพศเมีย 5 ตัว

    ด้านนายปิยะ สิงห์นวล นักบริหาร 6 หัวหน้างานบำรุงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับลีเมอร์หางแหวน เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีรูปร่างทั่วไปคล้ายกับลิง แต่ว่ามีส่วนหัวคล้ายสุนัขจิ้งจอก มีจมูกและปากแหลมยาว มีดวงตากลมโต ขนหนาฟู มีหางยาวเป็นพวงเหมือนกระรอก จะออกหากินในเวลากลางวันและนอนหลับในเวลากลางคืน ตามรายงานของสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN)ระบุว่าลีเมอร์กำลังตกอยู่ในภาวะถูกคุกคามจัดอยู่ในภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์ตามบัญชีแดงของสหภาพเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ
    จึงขอเชิญชวน น้องๆหนูๆ และนักท่องเที่ยวทุกท่าน ประชาชนทั่วไป ชมความน่ารักของสมาชิกใหม่ลูกลีเมอร์หางแหวนได้แล้ว ที่สวนสัตว์นครราสีมา

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ มุกดาหาร เป็นประธานเปิดงาน “วันสหกรณ์แห่งชาติ” จ.มุกดาหาร ประจำปี 2568 และ เปิดปฏิบัติการ Seal Stop Safeป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดชายแดน

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 10.30 น. ณ อนุสาวรีย์พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “วันสหกรณ์แห่งชาติ” จังหวัดมุกดาหาร ประจำปี 2568

    งานวันสหกรณ์แห่งชาติ จัดดขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระราชกรณียกิจของ พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ผู้ให้กำเนิดขบวนการสหกรณ์ไทย โดย วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ของทุกปีถูกกำหนดให้เป็นวันสหกรณ์แห่งชาติ เพื่อเป็นการระลึกถึงจุดเริ่มต้นของการสหกรณ์ไทย ซึ่งปัจจุบันขบวนการสหกรณ์ได้เติบโตไปทั่วประเทศ โดยในจังหวัดมุกดาหาร มีสหกรณ์ที่ดำเนินงานอยู่ 45 แห่ง สมาชิกกว่า 28,797 คน และทุนดำเนินงานรวมมากกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท

    ภายในงานมีการจัดกิจกรรมหลากหลาย อาทิ พิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล อ่านสารจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบรางวัลแก่สหกรณ์ดีเด่นและเกษตรกรดีเด่นประจำปี มอบใบสำคัญการขึ้นทะเบียนสหกรณ์แก่สมาชิกใหม่ มอบทุนการศึกษานักเรียน การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าสหกรณ์จากกลุ่มสมาชิก

    ทั้งนี้งานนี้ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เยี่ยมชมบูธนิทรรศการทางการเกษตร การแสดงผลผลิตของกลุ่มสหกรณ์ และการประกวดสินค้าคุณภาพจากสมาชิกสหกรณ์อีกด้วย

    ภาพ​/ข่าว – ปฐมพงษ์ ธุศรีวรรณ
    เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    ​ผู้ว่าฯมุกดาหารเปิดปฏิบัติการ Seal Stop Safeป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดชายแดน

    เมื่อ​วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 20.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด Seal Stop Safe อำเภอเมืองมุกดาหาร ณ จุดตรวจจุดสกัดและเฝ้าระวังบ้านส้มป่อย หมู่ที่ 2,8 ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยมีนายสมพงษ์ คุ้มสุวรรณ ปลัดจังหวัด นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร ส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.) ตำบลนาสีนวน ร่วมพิธีเปิด

    โดยการปฏิบัติการดังกล่าวเพื่อป้องกันยาเสพติดตามแนวชายแดน ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญและเร่งด่วนของรัฐบาลโดยในห้วงระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่กุมภาพันธ์ -กรกฎาคม 2568 ต้องเห็นผลงานที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่ชายแดน ไม่ให้มีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดตามช่องทางด่านตรวจ หรือจุดตรวจ ท่าเทียบเรือบริเวณชายแดน เพื่อลดผลกระทบจากปัญหายาเสพติด

    นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหารกล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอเมืองมุกดาหารได้ร่วมบูรณาการเพื่อป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร ด้วยการสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone)โดยใช้กลไกของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน

    (ชรบ.)ซึ่งเป็นราษฎรอาสาสมัครในพื้นที่ให้ปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านและช่วยเหลือเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ทั้งการตรวจตระเวน ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ฯลฯ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในชุมชนและป้องกันเฝ้าระวังเรื่องยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายในหมู่บ้านชายแดน 13 หมู่บ้าน ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสกัดกั้นยาเสพติดตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

    จากนั้นได้เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล ชรบ. ณ ด่านประเพณีบ้านนาโพธิ์ หมู่ที่ 6 ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งจังหวัดมุกดาหารได้เพิ่มกำลังพลและผนึกกำลังทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดความมั่นคงในพื้นที่พร้อมสกัดกั้นชายแดน เพื่อทำให้ชุมชนมีความปลอดภัยจากยาเสพติด

    นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้มอบนโยบายปฏิบัติการ Seal Stop Safe ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดพื้นที่ชายแดน ซึ่งจังหวัดมุกดาหารมีพื้นที่ติดแนวชายแดน 72 กิโลเมตรในพื้นที่ อำเภอ หว้านใหญ่ เมืองมุกดาหารและดอนตาล

    โดยขอให้เจ้าหน้าที่ปกครอง ทหาร ตำรวจ บูรณาการการทำงานกันทุกภาคและร่วมผนึกกำลังกับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ,อพปร ซึ่งเป็นราษฎรอาสาสมัครในพื้นที่ ปฎิบัติการอย่างเข้มข้นเพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติด สิ่งผิดกฏหมาย รวมถึงการป้องกันและสกัดกั้นขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ลักลอบเข้าออกประเทศไทย ตามช่องทางธรรมชาติจังหวัดชายแดน

    ภาพ​/ข่าว – วันวิภา แพงแก้ว
    เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “เปิดประทุน กินลม ชมหนัง 2025” กลับมาอีกครั้ง! ปีที่ 4 ปักหมุดย่านฝั่งธนฯ เอาใจคนรักรถเปิดประทุน และรถคลาสสิค

    แชร์เนื้อหานี้

    กรุงเทพฯ, 8 กุมภาพันธ์ 2568 – กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่! สำหรับงาน “เปิดประทุน กินลม ชมหนัง 2025” ซึ่งปีนี้ก้าวสู่ปีที่ 4 และย้ายสถานที่มาจัดที่ ตลาดตวงทอง ไนท์มาร์เก็ต เอาใจเหล่าคนรักรถเปิดประทุนและรถคลาสสิคในย่านฝั่งธนฯ

    งานนี้จัดขึ้นโดย คุณอัครพัจน์ ตั้งตรงจิตร ผู้บริหาร ห้างหุ้นส่วนจำกัด จิสประพัจน์ เจ้าของผลิตภัณฑ์ ยาดมสมุนไพรเณอเอม และ เณอเอมรีสอร์ท หัวหิน ร่วมกับ คุณทรงสิทธา จันทรา จาก บริษัท บางกอกอีเว้นท์แมเนจเม้นท์ จำกัด และ คุณบุญเลิศ คงเจริญ และ คุณเลิศมงคล คงเจริญ ผู้บริหาร ตลาดตวงทอง ไนท์มาร์เก็ต พร้อมด้วยผู้สนับสนุนหลัก ได้แก่ เครื่องดื่มชูกำลังพญานาค, ยูอีคอฟ ยาอมสมุนไพรผสมมะขามป้อม และวีว่า กระดาษเปียกออร์แกนิก เบบี้ไวพส์ ไฮไลต์ของงาน

    ภายในงานพบกับกิจกรรมสุดเร้าใจ! เปิดเวทีด้วยการประชันพลังแขนจาก “จอช นิโคลัส” แชมป์โลกงัดข้อ จากสมาคมกีฬางัดข้อแห่งประเทศไทย (Arm Fight Thailand) ที่จะมาท้าประลองกับผู้เข้าร่วมงาน สร้างสีสันและความสนุกสนาน ก่อนที่เหล่าบรรดาคนรักรถจะทยอยนำรถเปิดประทุนและรถคลาสสิคเข้ามาร่วมโชว์

    จากนั้น คุณอัครพัจน์ ตั้งตรงจิตร จะเปิดวีดิทัศน์กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ก่อนเข้าสู่ช่วงไฮไลต์ ชมภาพยนตร์กลางแจ้งสุดคลาสสิค ท่ามกลางบรรยากาศชิล ๆ ของตลาดตวงทอง ไนท์มาร์เก็ต

    งานเปิดประทุนกินลมชมหนัง #รถคลาสสิค #รถเปิดประทุน #รถสะสม #งัดข้อ #ArmFightThailand #ยาดมเณอเอม #ยาดมสมุนไพร #ตลาดตวงทองไนท์มาร์เก็ต #สมาคมงัดข้อ

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /เทศกาลว่าวนานาชาติ 2568 กระตุ้นการท่องเที่ยว / นายกพัทยา นำผู้ประกอบการท่องเที่ยวบุกตลาดซาอุดีอาระเบีย/งานเทศกาลปลาหมึกและอาหารซีฟู้ดริมทะเล ประจำปี 2568 /สถาปนาท่าเรือแหลมฉบัง ครบรอบ 34 ปี

    แชร์เนื้อหานี้

               ผู้สื่อข่าวรายงานข้อมูลจาก ททท.สำนักงานพัทยา เกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ของเมืองพัทยาที่จะจัดขึ้นวันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 คืองานเทศกาลว่าวนานาชาติบนชายหาดพัทยา Pattaya International Kite Festival โดยมีกำหนดจัดงานบริเวณชายหาดพัทยากลาง บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา จ.ชลบุรี

    สำหรับเทศกาลว่าวนานาชาติ 2568 Pattaya International Kite Festival 2025 ปีนี้ มีไฮไลต์พิเศษว่าว Snoopy และว่าวยักษ์หลากหลายรูปทรงและสีสัน รังสรรค์โดยนักเล่นว่าวมืออาชีพจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งจะเติมสีสันให้ท้องฟ้าพัทยาสวยงามยิ่งขึ้นท่ามกลางบรรยากาศริมชายหาดสุดคลาสสิก 

    นอกจากนี้ยังมีการแสดงว่าว LED ยามค่ำคืน, การแสดง Sport Kite จากไต้หวัน, การแสดงทางวัฒนธรรมที่สะท้อนเสน่ห์ไทย, เวิร์กช็อปสอนทำว่าวและการบังคับว่าว รวมทั้งตลาดสินค้ากว่า 50 ร้าน จำหน่ายว่าวและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง

    นายกพัทยานำทัพผู้ประกอบการท่องเที่ยวบุกตลาดซาอุดีอาระเบีย บินตรง Roadshow to Riyadh

    นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกนายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี (อบจ.ชลบุรี) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา นำทัพผู้ประกอบการพัทยา (Sellers) 16 หน่วยงาน เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในงาน Roadshow to Riyadh ณ โรงแรม Rosh Rayhaan ริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย

    ทั้งนี้ เพื่อเสนอขายสินค้าทางการท่องเที่ยวให้กับผู้ประกอบการซาอุดิอาระเบีย (Buyers) จำนวนกว่า 50 หน่วยงาน โดยมี นายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา นางจิดาภา สุวัตถาภรณ์ สมาชิกสภาเมืองพัทยา นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานพัทยา) นางดารัตน์ สุรักขกะ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เข้าร่วมงาน พร้อมได้รับเกียรติจาก นางสาวธิดา สุขีลาภ อัครราชทูตไทย ประจำกรุงริยาด เป็นประธานเปิดงาน

    โดยในปี2024 ที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยว ชาวตะวันออกกลางเดินทางมาท่องเที่ยวใน ประเทศไทยโดยประมาณ 742,209 คน ซึ่งในปัจจุบันนักท่องเที่ยวซาอุดิอาระเบียส่วนหนึ่งที่ได้เดินทางเข้ามาพัทยาเป็นนักท่องเที่ยวทีมีคุณภาพ เนื่องจากพัทยามีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย มีสินค้าและบริการหลายรูปแบบที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวหลากหลายไลฟ์สไตล์ อย่างครอบคลุม โดยเฉพาะกลุ่มสุขภาพ (Health &Wellnes) กลุ่มครอบครัว (Family) และกลุ่มอื่นๆ โดยภายในงาน เมืองพัทยาได้นำการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยไปเผยแพร่สร้างความสนใจให้กับผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก

    เตรียมเนรมิตชายหาดจอมเทียนจัดงานเทศกาลปลาหมึกและอาหารซีฟู้ดริมทะเล ประจำปี 2568 Pattaya Squid Fair 2025 กระตุ้นสีสันเมืองท่องเที่ยว

    วันที่ 11 ก.พ.68 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดให้มีการแถลงข่าวเตรียมจัดงาน เทศกาลปลาหมึกและอาหารซีฟู้ดริมทะเล ประจำปี 2568 Pattaya Squid Fair 2025 ในวันที่ 28 ก.พ.- 1 มี.ค.68 บริเวณชายหาดจอทเทียน (หน้าโรงแรม The Now Hotel) เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

    โดยมี นายบุญอนันต์ พัฒนสิน นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา คุณวรรณดี เมืองแก้ว หัวหน้าสำนักปลัด อบจ.ชลบุรี นายสุรัตน์ เทพฉายโต ผอ.สำนักการท่องเที่ยวและกีฬาเมืองพัทยา นายพรชัย สังข์เอียด ปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง และนายอัมพร แสงแก้ว นายกสมาคมนักข่าวพัทยา ร่วมพิธีแถลงข่าว

    งานเทศกาลปลาหมึกและอาหารซีฟู้ดริมทะเล จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ อบจ.ชลบุรี เมืองพัทยา ททท. กรมเจ้าท่า และสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวด้วยชื่อเสียงของอาหารทะเลในจังหวัดชลบุรี

    โดยงานเทศกาลปลาหมึกและอาหารซีฟู้ดริมทะเล ประจำปี 2568 Pattaya Squid Fair 2025 จัดขึ้นภายใต้ธีมงาน Pirates Treasure Under The Sea ซึ่งมีการจัดดพื้นที่ออกร้านจำหน่ายอาหารทะดบจากร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ผู้จำหน่ายอาหารพื้นเมือง และผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่กว่า 50 ร้านค้า มีพื้นที่พิเศษบริการอสหารและเครื่องดื่มแบบ Local Beach Food Experience สัมผัสรสชาติแบบวัฒนธรรมอาหารทะเลท้องถิ่นชายทะเล และเวทีแสดงดนตรี

    สถาปนาท่าเรือแหลมฉบัง ครบรอบ 34 ปี

     ค่ำวันที่ 11 ก.พ.68 ที่โรงแรมแกรนด์ พาลาสโซ่ พัทยา จ.ชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวต้อนรับและร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนาท่าเรือแหลมฉบัง ครบรอบ 34 ปี LCP 34th Anniversary Party : Laem Chabang Port Movies Night โดยมี ดร.มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีฯ  ด้วยท่าเรือแหลมฉบัง เริ่มเปิดดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 มีความสามารถรองรับเรือสินค้าได้เพียง 74 เที่ยว และมีตู้สินค้าผ่านท่าเพียง 1,360 ทีอียู จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 34 ปี ผู้บริหารและพนักงานท่าเรือแหลมฉบัง ตลอดจนความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการขนส่ง สายการเดินเรือต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ปัจจุบัน ผลประกอบกบรของท่าเรือแหลมฉบัง ชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 มีปริมาณตู้สินค้าผ่านท่าฯ มากกว่า 9 ล้านทีอียู และติดอันดับ 1 ใน 17 ของโลก ตลอดเวลาที่ผ่านมา ท่าเรือแหลมฉบัง ยังคงมีโครงการพัฒนาด้านต่างๆ เพี่อพร้อมรองรับการพัฒนาสู่มาตรฐานการเป็นท่าเรือระดับโลก ได้แก่ โครงการพัฒนาศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟที่ท่าเรือแหลมฉบัง โครงการพัฒนาท่าเทียบเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ AI) และ โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 3
    สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ เป็นการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมาให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบ และเป็นการแสดงความขอบคุณในมิตรไมตรีทุกท่านได้ร่วมมือร่วมใจสร้างสรรค์ให้ท่าเรือแหลมฉบังบรรลุสู่เป้าหมายที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติต่อ

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เริ่มแล้ว…เบญจมาศบานในม่านหมอก ครั้งที่ 23 อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

    แชร์เนื้อหานี้

    ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 รวมระยะเวลา 15 วัน ณ แปลงปลูกดอกเบญจมาศ อบต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมานายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประธานพิธีเปิดงานพร้อมท่านเอมอร ศรีกงพาน สมาชิกวุฒิสภาและแขกผู้มีเกียรติทุกภาคส่วน

    ท่ามกลางทุ่งดอกเบญจมาศมากกว่า 20 สายพันธุ์ บานสะพรั่งบนพื้นที่กว่า 50 ไร่ ในบรรยากาศอากาศเย็นสบายของวังน้ำเขียวในเดือนแห่งความรัก สร้างบรรยากาศโรแมนติกเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ตอนรับนักท่องเที่ยว พร้อมกิจกรรมไฮไลต์ของงานมากมาย

    ตักบาตรกลางแปลงเบญจมาศ – วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 07.00 น.
    จดทะเบียนสมรสวันวาเลนไทน์ – วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 17.00 น.
    การแข่งขันมวยพื้นบ้าน – วันที่ 8, 15, 21 และ 22 กุมภาพันธ์ 2568
    กิจกรรมเดิน-วิ่ง-ปั่น (สมัครฟรี) – วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายกอามีร”ร่วมละหมาดฮายัตเพื่อเป็นสิริมงคลในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ของชาวรือเสาะให้ประชาชนมีชีวิตดีถ้วนหน้า

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 ที่สำนักงานเทศบาลตำบลรือเสาะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ภายใต้การนำของนายลาเต๊ะ ยามาสะตา โต๊ะอีหม่ามมัสยิดอัลฮีดายะห์ นายอามีร ซาริคาน นายกเทศมนตรีตำบลรือเสาะ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เทศบาล

    ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ตลอดจน ชาวบ้านในพื้นที่ร่วมประกอบพิธีละหมาดฮายัตขอพร(ดุอาอ์)จากพระผู้เป็นเจ้า(อัลลอฮฺ ซ.บ.) เพื่อความเป็นสิริมงคลและความสันติสุขเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานตลอดจนสร้างความเจริญให้กับชาวรือเสาะ โดยมีประชาชนในพื้นที่และต่างพื้นที่ต่างมาแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก

    โดยภายหลังจากละหมาดฮายัตนายอามีร ซาริคาน นายกเทศมนตรีตำบลรือเสาะ ได้เข้าประชุมสามัญสมัยแรก (สมัยที่ 1) ประจำปี 2568 ณ ห้องประชุมจันปิยะ เทศบาลตำบลรือเสาะเพื่อแถลงนโยบายและวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมสภาเทศบาล ซึ่งมีวิสัยทัศน์ว่า“พูดจริง ทำจริง ไม่ทิ้งปัญหา เข้าหาประชาชน”สังคมพหุวัฒนธรรม นำสู่เมืองน่าอยู่ ผู้คนมีสุข โดยมีนโยบายการพัฒนาด้านต่างๆจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลกลาง

    นโยบายส่วนภูมิภาค และส่วนของพื้นที่ ที่สำคัญ จะต้องคำนึงถึงความต้องการของท้องถิ่น ศักยภาพของท้องถิ่น การแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ดังนั้นนโยบายที่จะแถลงให้สภาเทศบาลตำบลรือเสาะได้กำหนดไว้ 6 ด้าน ประกอบด้วย 1. นโยบายด้านการบริหารโดยการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน 2. นโยบายด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 3. นโยบายด้านการศึกษา ศาสนา กีฬา ประเพณีและวัฒนธรรม 4. นโยบายด้านการพัฒนาสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน

    1. นโยบายด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต และ
    2. นโยบายด้านเศรษฐกิจนอกจากนี้นายกเทศมนตรีเชื่อมั่นว่านโยบายที่ได้แถลงต่อสภาฯสามารถนำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมสำเร็จได้นั้น จะต้องมีความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ จากครอบครัวเทศบาลตำบลรือเสาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากท่านสมาชิกสภาเทศบาล ผู้อำนวยการกองฝ่าย พนักงาน และ เจ้าหน้าที่เทศบาลทุกคน และการมีส่วนร่วมจากชุมชนภายนอก ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเป็นสำคัญ ให้สามารถขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จภายใต้วัฒนธรรมที่หลากหลาย ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข ครอบครัวอบอุ่น สังคมสงบสุขและสันติ บริหารงาน โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมอันนำมาซึ่งประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างยั่งยืนโปร่งใส ตรวจสอบได้

    อย่างไรก็ตามก็พร้อมที่จะรับฟังทุกข้อเสนอ ทุกความคิดเห็น ทุกคำแนะนำ ทุกเสียงสะท้อนที่เป็น ประโยชน์ต่อการร่วมแก้ปัญหา ร่วมพัฒนาในทุกมิติ แม้เราต่างฝ่าย ต่างหน้าที่ แต่เราก็มี เป้าหมายเดียวกัน คือ เพื่อร่วมนำพาเทศบาลตำบลรือเสาะ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
    //////////////
    ข่าว/กรียา/นราธิวาส

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ม.ราชภัฏสวนสุนันทา จัดประกวด Miss Chinese International Thailand 2024 รอบภาคกลาง เฟ้นหาสาวไทยเชื้อสายจีน ร่วมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทย-จีน 50 ปี

    แชร์เนื้อหานี้

    มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกับ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอ็มวี ทีวี (ไทยแลนด์) จำกัด จัดงานแถลงข่าวการประกวด Miss Chinese International Thailand 2024 (MCIT) รอบภาคกลาง ณ ลานกิจกรรม ชั้น 2 โรบินสันไลฟ์สไตล์ ศรีสมาน โดยมี รศ.ดร.สุดาวรรณ สมใจ และ ดร.อัครมณี สมใจ ประธานกองประกวดฯ MCIT ภาคกลาง ร่วมนำเสนอความยิ่งใหญ่ของเวทีประกวด ในคอนเซ็ปต์ “The Creative Commerce World โลกแห่งการค้าที่สร้างสรรค์” พร้อมเผยไฮไลท์และกิจกรรมสุดเซอร์ไพรส์ ที่จะสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ชมอย่างดุเด็ดเผ็ดมันแบบลุกเป็นไฟในรอบ Final การประกวด Miss Chinese International Thailand 2024 รอบภาคกลาง ถือเป็นการเฟ้นหาสาวไทยเชื้อสายจีน ที่มีความสามารถโดดเด่น และเป็นตัวแทนภาคกลางไปสู่เวทีระดับประเทศ และต่อยอดสู่เวทีระดับโลก Miss Chinese International Pageant 2025 ที่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในปี 2568 ซึ่งงานแถลงข่าวยังเป็นการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ครบรอบ 50 ปี และเป็นการแสดงถึงความร่วมมืออย่างแข็งแกร่งระหว่างสองประเทศ

    งานแถลงข่าวยังได้เปิดเผยกิจกรรมสุดพิเศษที่น่าจับตามอง ได้แก่ การแสดงรอบความสามารถ โดยสาวงามจะได้โชว์ทักษะการไลฟ์ขายสินค้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สะท้อนถึงยุคดิจิทัล และการสร้างรายได้ผ่านช่องทางออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ จอย บียอนด์ , ฝ้ายไทย ไหทองคำ , หนึ่ง ภาณุวัฒน์ และ อีฟ อรวรรณ การมอบรางวัลคนดีจิตอาสา 2568 และการประกาศรางวัล Popular Vote ซึ่งตกเป็นของ MCC 02 น้องไข่มุก ณัฐพร ทองเจริญทรัพย์ งานนี้ได้รับเกียรติจากท่านผู้มีเกียรติมากมาย รวมถึงสถานที่ในการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ คุณเทอดศักดิ์ ชานันโท ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ศรีสมาน , คุณธนนันทน์ แก้วพวง ผู้อำนวยการกองประกวด Miss Chinese International Thailand , คุณอรวรรณ พิไลวรเพชร ผู้อำนวยการกองประกวด MCIT ภาคกลาง ฝ่ายการจัดการธุรการและโครงการประกวด , คุณพงษกร อภิภัสร์เดชากุล ผู้อำนวยการกองประกวด MCIT ภาคกลาง ฝ่ายกิจกรรมและ

    การประชาสัมพันธ์ , คุณภาณุวัฒน์ เชษฐรตานนท์ ประธานคณะกรรมการตัดสินฯ , คุณภูชิต ธนกรเจริญ ประธานมูลนิธินำเหยามาโจ้วเก็ง คุณศิริพร กนกภูมิรุจา บ.ปาป้าฟีเวอร์ จำกัด , คุณสุวัฒน์ มีสุข Ceo Porsche Exotic zoo และ King Lion Enterprise ซึ่งในรอบ Final เราจะได้เห็นสัตว์เลี้ยงแปลกๆได้ขึ้นมาโชว์ร่วมกับนางงามอีกด้วยรวมถึงเหล่านางแบบกิตติมศักดิ์ที่มาร่วมเดินแบบในงานครั้งนี้อาทิ คุณสาธิตา ไพรเถื่อน ,คุณณัฐอร ตุ้ยสอน ,คุณเจรีส วิสุทธิรัตน์ ,คุณนงนุช สอนสติ และนาวาโทหญิง ธัญญธร นุชนารถ

    สำหรับรอบ Final Miss Chinese International Thailand 2024 รอบภาคกลาง จะจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม พร้อมกับกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่และเซอร์ไพรส์มากมาย ซึ่งกองประกวดฯ จะได้นำเสนอความน่าสนใจของเวทีนี้ให้กับผู้ชม โดยมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน และเป็นเวทีสำหรับการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน ร่วมกันพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวหน้าต่อไปติดตามความเคลื่อนไหวของการประกวด Miss Chinese International Thailand 2024 รอบภาคกลางได้ที่ เพจกองประกวด มิสไชนีส อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ ภาคกลาง https://www.facebook.com/profile.php?id=61567227627886&mibextid=ZbWKwL และช่องทางโซเชียลมีเดียของกองประกวดฯ
    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
    โทร. 02-160-1360

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “มหกรรมส้มสีทอง ของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568” ภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 24 มกราคม 2568 เวลา 18.00 น. ณ ลานรวมใจ ริมแม่น้ำน่าน สะพานพัฒนาภาคเหนืออำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายบรรจง  ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธาน พิธีเปิดงานมหกรรมส้มสีทองและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568 โดยมีนางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดน่าน หน่วยงานภาคีเครือข่าย และประชาชน เข้าร่วมงานฯจำนวนมาก งานมหกรรมส้มสีทองและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568 ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ส้มสีทอง น่านเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น มาตรฐาน GI สู่ตลาดสากล พร้อมกับส่งเสริมการสร้างแบรนด์และเรื่องราวของผลิตภัณฑ์เกษตรอัตลักษณ์ เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน มุ่งสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูงและยั่งยืน รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน  กล่าวว่า "งานมหกรรมส้มสีทองและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568" ซึ่งเป็นงานเทศกาลประจำปีของจังหวัดน่าน ในปีนี้เป็นการดำเนินงานภายใต้โครงการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน และยกระดับการท่องเที่ยวน่านสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูงกิจกรรมการสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวที่ดี ประชาสัมพันธ์และเพิ่มช่องทางการตลาดเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ มีเป้าหมายในการส่งเสริมการนำอัตลักษณ์พื้นถิ่นและภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยมาใช้ในการผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์การเกษตรที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เป็นสินค้าเกษตรชนิดใหม่ให้รองรับความต้องการของตลาดยุคใหม่  ส่งเสริมเศรษฐกิจของท้องถิ่นและสร้างจุดเด่นความแตกต่างของสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกันในประเทศต่างๆ รวมถึงการส่งเสริมการสร้างแบรนด์สินค้าของเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นและการสร้างความต้องการของสินค้าด้วยการสร้างเรื่องราวของสินค้า ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในคุณภาพ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันให้กับการท่องเที่ยวน่านมุ่งสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูงและยั่งยื
    ด้านนางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน กล่าวว่า "งานมหกรรมส้มสีทองและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568" จัดขึ้นในวันที่ 24-26 มกราคม พ.ศ. 2568 ณ ลานรวมใจ ริมแม่น้ำน่าน สะพานพัฒนา

    ภาคเหนือ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ในครั้งนี้ ได้มีการรวบรวมร้านค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์ส้มสีทอง และของดีเมือง น่านกว่า 100 ร้านค้า มาจัดจำหน่าย และยังมีกิจกรรมต่างๆ มากมายภายในงาน อาทิเช่น การประกวดส้มสีทองเมืองน่าน การประกวดทำอาหาร Chef’s Table จากผลิตภัณฑ์ส้มสีทอง นิทรรศการมีชีวิตส้มสีทองและของดีเมืองน่าน การแสดงศิลปวัฒนธรรม กิจกรรมบันเทิงบนเวทีทุกวัน และกิจกรรมส่งเสริมการขายนาที่ทอง พร้อมลุ้นรับของรางวัลอีกมากมาย ตลอดระยะเวลาของการจัดงาน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพบก ร่วมใจแก้ไขปัญหาไฟป่า และหมอกควัน/สภาการสื่อมวลชนฯ จัดอบรมครูประจวบฯ-เพชรบุรี/องค์กรภาคประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ น้อมเกล้าถวายปลากะตักแห้ง

    แชร์เนื้อหานี้

    องค์กรภาคประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ น้อมเกล้าถวายปลากะตักแห้ง ร่วมสนับสนุนโครงการตามพระราชดำริต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน ประจำปี 2568 เพื่อนำไปมอบให้ประชาชนในถิ่นทุรกันดารพื้นที่ภาคเหนือ

    วันที่ 22 มกราคม 2568เวลา 9.00 น. ที่บริเวณหอประชุมอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  องค์กรภาคประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ น้อมเกล้าถวายปลากะตักแห้ง และอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน ร่วมสนับสนุนโครงการตามพระราชดำริต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน ประจำปี 2568 โดย นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธี เพื่อมอบแก่พลเรือตรี กรัณย์ กลิ่นบัวแก้ว รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่1 ผู้แทนกองทัพเรือ ที่จะเดินทางไปส่งมอบให้กับประชาชนในถิ่นทุรกันดารพื้นที่ภาคเหนือ

    ในโอกาสนี้ นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน ตัวแทนส่งมอบฯจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายชลธี ศรีชะเอม นายกสมาคมชาวประมงบางสะพาน กล่าวรายงานถึงที่มาของกิจกรรมน้อมเกล้าฯ โดยสมาคมชาวประมงบางสะพาน สมาคมชาวประมงประจวบคีรีขันธ์ และสมาคมประมงพื้นบ้านประจวบคีรีขันธ์ พี่น้องชาวประมง และองค์กรต่าง ๆ ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงได้ร่วมกันสืบสานโครงการด้วยการน้อมเกล้าฯ ถวายปลากะตักแห้ง ปลาทูเค็ม และอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน โดยในปีนี้ ได้เชิญชวนสมาชิกชาวประมง  สำนักงานประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปตท.สผ.

    บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด บริษัท ปลาดีเกลือดี จำกัด ล้งเกลือโชคธีรศักดิ์ กลุ่มเหล็กสหวิริยา SVL Group แพปลาซุ่งกี่ ชุมชนรัตนโกสินทร์ กลุ่ม Young Bangsaphan องค์กรภาคเอกชน  ประชาชนทั่วไป ร่วมกันบริจาคโดยมีรายละเอียดดังนี้ ปลากะตัก จำนวน 2,100 กิโลกรัม เกลือไอโอดีน 3,060 กิโลกรัม และปลากระป๋อง จำนวน 1,000 กระป๋อง ให้กับสำนักงานโครงการส่วนพระองค์ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โครงการตามพระราชดำริต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน ประจำปี 2568 ผ่านกองทัพเรือ โดยเสด็จพระราชกุศล นำไปพระราชทานให้แก่ นักเรียน และประชาชนที่ขาดแคลนในถิ่นทุรกันดารในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน โดยในปีนี้เป็นปีที่ 29 ของกิจกรรมฯ นี้ ซึ่งในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 จะได้มีการจัดพิธีส่งมอบให้แก่ผู้แทนโครงการ ณ อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนพะเด๊ะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

    โดยผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เข้ารับพระราชทานปลากะตักแห้ง และอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก่อนส่งมอบให้กับ พลเรือตรี กรัณย์ กลิ่นบัวแก้ว รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่1ผู้แทนกองทัพเรือ เพื่อส่งมอบต่อให้กับกำลังพลทัพเรือภาคที่ 1 จากนั้นผู้ร่วมพิธีได้ร่วมกันปล่อยขบวนลำเลียงปลากะตักแห้ง และอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีนพระราชทาน เคลื่อนที่ออกจากบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเดินทางไปส่งมอบให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือต่อไป
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    สภาการสื่อมวลชนฯ จัดอบรมครูประจวบฯ-เพชรบุรี ช่วยเด็กรู้เท่าทันสื่อ กระตุ้นการวิเคราะห์ผ่านการอ่านหนังสือพิมพ์

    Oplus_131072

    เมื่อวันที่ 22 ม.ค.68 ที่ห้องประชุมโรงแรมจีหัวหิน รีสอร์ทแอนด์มอลล์ จ.ประจวบฯ มูลนิธิสภาการสื่อมวลชน และสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โครงการสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์ โดยมี นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ เป็นประธานเปิดสัมมนา มีคณะครูระดับชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนต่างๆ ในอำเภอหัวหิน 15 โรงเรียน และในจังหวัดเพชรบุรี 10 โรงเรียน เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วยการบรรยาย “รู้จัก

    หนังสือพิมพ์” โดย รศ.ดร.วิไลวรรณ จงวิไลเกษม คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, การแนะนำ “หนังสือพิมพ์และเว็บไซต์หัวหินสาร” โดยนายชลวิวัฒน์ โฆษิตชัยวัฒน์ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์หัวหินสาร, การแนะนำ “หนังสือพิมพ์และเว็บไซต์เพชรภูมิ” โดยนายศักดิ์สิทธิ์ วิบูลศิลป์โสภณ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์เพชรภูมิ, กิจกรรมสัปดาห์สร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์ รวมถึงการเวิร์กช็อปสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์ โดย รศ.ดร.วิไลวรรณ จงลิไลเกษม คุณครูนิภารัตน์ ยังพระเดช และนายฐิติชัย อัฏฏะวัชระ

    Oplus_131072

    นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี กล่าวว่า การสร้างภูมิการเรียนรู้อย่างเท่าทันสื่อ และการสร้างการเรียนรู้ด้วยการอ่านหนังสือพิมพ์ในวัยเด็กระดับชั้นประถมศึกษา จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้จากการอ่าน ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดในการแสวงหาความรู้ และใช้ความรู้ที่ได้จากการอ่านในการปรับตัวเป็นทักษะด้านการรับรู้ที่สำคัญมาก เพราะเป็นเครื่องมือเรียนรู้สิ่งต่างๆ อันเป็นรากฐานของการเรียนรู้แต่ละสาขาวิชา และเพิ่มพูนความรู้ประสบการณ์ ความสามารถของผู้อ่าน ซึ่งเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ได้ผลระยะยาวมากที่สุด และยังได้เสริมสร้างชุดทักษะความรู้ จากกระบวนโต้ตอบ การพูดคุย ซักถาม ผ่านกิจกรรมในกระบวนการระหว่างการเรียนรู้จากการอ่าน

    Oplus_131072

    การสัมมนาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครูมีแนวทางการจัดการเรียนการสอนที่กระตุ้นให้นักเรียนรักการอ่าน รู้จักคิดวิเคราะห์ให้หลากหลาย รู้เท่าทันสื่อและความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้น โดยใช้หนังสือพิมพ์เป็นสื่อการเรียนการสอน รวมถึงเพื่อให้นักเรียนมีองค์ความรู้เท่าทันสื่อและความเปลี่ยนแปลงสถานการณ์โลกที่เกิดขึ้นจากเครือข่ายความร่วมมือระหว่างองค์กรวิชาชีพสื่อ เครือข่ายโรงเรียน เครือข่ายนักเรียน และส่งเสริมและพัฒนาให้เกิดกลไกและกระบวนการคัดกรอง เฝ้าระวังและรู้เท่าทันสื่อ จากเครือข่ายความร่วมมือระหว่างองค์กรวิชาชีพสื่อ เครือข่ายโรงเรียน และเครือข่ายนักเรียน นิเวศสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์.
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    ตามนโยบายของกองทัพบกในการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ซึ่งสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นกองกำลังสุรสีห์ โดยหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก ร่วมบูรณาการความร่วมมือกับชุดปฏิบัติการไฟป่าและหมอกควัน ของอุทยานแห่งชาติกุยบุรี และอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์ไฟป่า และข้อมูลจุดความร้อน (HOTSPOT) ในพื้นที่ รวมถึงประสานการปฏิบัติในการกำหนดแนวทางการป้องกันและควบคุมไฟป่า ซึ่งถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5

         ในการนี้ หน่วยได้จัดชุดวิทยากรเผยแพร่ความรู้ พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เสนารักษ์ของหน่วย ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์เชิงรุกและสร้างการรับรู้ในเรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละออง PM 2.5 พร้อมทั้งแจกจ่ายอุปกรณ์เวชภัณฑ์ต่างๆ อาทิเช่น หน้ากากอนามัย และกระบอกสำหรับล้างจมูก ให้กับกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และประชาชนทั่วไป ในพื้นที่ของตำบลอ่าวน้อย และตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

         กิจกรรมที่หน่วยได้ปฏิบัติในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยของกองทัพบกที่มีต่อประชาชนจากการเกิดปัญหามลพิษทางอากาศ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ประชาชนมีอากาศที่บริสุทธิ์ รวมถึงให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัยในสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    โป๊ะแตก  เจอพิรุธอุตสาหกรรม จ.ประจวบฯประกาศรับสมัครลูกจ้าง พขร.ผ่านเวปไซด์ แต่ไร้ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ  เมินประกาศผล  สื่อลุยตรวจสอบพบมีผู้สมัครรายเดียวรับเข้าทำงานนานแล้วแต่ขาดคุณสมบัติ

    วันที่  22  มกราคม 2568 ผู้สื่อข่าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ได้รับการร้องเรียนให้ตรวจสอบประกาศจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงวันที่ 19 กันยายน 2567 มีการรับสมัครพนักงานขับรถอัตราจ้างรายเดือน 8,500 บาท ของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่อไม่โปร่งใส ไม่ปฎิบัติตามระเบียบของทางราชการ โดยปัจจุบันพบเพียงประกาศรับสมัครเพียงฉบับเดียวลงในเวปไซด์ของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด แต่ไม่พบประกาศการแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิสอบในเวปไซด์  และในวันที่ 30  กันยายน 2567 แจ้งว่าในประกาศรับสมัครว่าจะมีการประกาศผลสอบ แต่ไม่มีการประกาศในเวปไซด์แต่อย่างใด โดยในประกาศระบุไว้ชัดเจนว่าจะประกาศผ่านเวปไซด์  จึงถือเป็นข้อพิรุธ   นอกจากนั้นยังพบว่าผู้ที่สอบผ่าน เป็นผู้สมัครเพียงรายเดียว  ส่อขาดคุณสมบัติในการรับสมัครตามข้อ 8. ระบุว่า ไม่เคยถูกไล่ออกฐานทุจริตต่อหน้าที่ 

    ต่อมา นายณัฐ   อารีกุล อุตสาหกรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ได้เชิญเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องไปสอบถามข้อเท็จจริงว่าได้ดำเนินการตามระเบียบที่กำหนดครบถ้วนหรือไม่    เนื่องจากตนได้เดินทางมารับหน้าที่ในเดือนตุลาคม 2567 หลังจากมีการรับพนักงานขับรถรายดังกล่าวเข้ามาทำงานแล้ว โดยเป็นพนักงานจ้างเหมาบริการทำสัญญารายปี  จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่ทราบว่าก่อนหน้านั้นมีการดำเนินการไว้อย่างไร แต่สำหรับตนยืนยันว่าไม่ชอบการทุจริต  ดังนั้นเมื่อได้ทราบข้อมูลในเบื้องต้นจะแจ้งให้พนักงานขับรถรายนี้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวไว้ก่อน โดยสั่งการให้ทำหนังสือสอบถามข้อเท็จจริงไปยังหัวหน้าหน่วยงานแห่งหนึ่งที่ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงหากเคยพนักงานขับรถรายนี้เคยมีการทุจริตน้ำมันเชื้อเพลิงของทางราชการ  หรือมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้วเมื่อช่วงต้นปี 2567 จากนั้นมีผลสรุปไว้อย่างไร  

    จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ขอดูเอกสารการประกาศรับสมัครต้นฉบับก่อนจะนำไปลงในเวปไซด์ การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ  การประกาศผลสอบที่มีการลงนามโดยนางสุคนทิพย์ สินวิวัฒนากุล อดีตหัวหน้าสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดประจวบฯ  แต่นางจริยา ศิวายพราหมณ์ หัวหน้ากลุ่มโยบายและแผนงาน แจ้งว่าผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้  วันนี้ไม่ได้มาทำงาน ซึ่งข้อเท็จจริงทั้งหมดจะต้องสอบถามกับเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวเท่านั้น   นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่รายหนึ่งระบุว่า หากมีปัญหาตามที่ทักท้วง ทางสำนักงานฯจะประกาศผ่านเวปไซด์อีกครั้งตามระเบียบของกรมบัญชีกลาง  แต่ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัจจุบันมีประกาศเป็นเอกสารตัวจริงตัวจริงให้ตรวจสอบหรือไม่  ขณะที่การลงประกาศซ้ำอีกครั้งในเวปไซด์ โดยที่หัวหน้าอุตสาหกรรมจังหวัดได้สั่งให้พนักงานขับรถหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวไปก่อนจะมีความเหมาะสมหรือไม่ เหตุใดในการรับสมัครช่วงแรกจึงไม่ดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบตั้งแต่เริ่มต้น แต่ไม่มีคำชี้แจงใดๆ ทั้งนี้  และไม่มีการนำเอกสารตัวจริงมาแสดง  ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าก่อนหน้านี้พนักงานขับรถรายดังกล่าวได้ไปสมัครสอบในตำแหน่งเดียวกันที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งรับสมัคร 3 อัตรา แต่มีผู้เข้าสอบได้ทำการร้องเรียนสื่อมวลชนจากปัญหาจากที่ทำงานแห่งเดิมที่ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ ทำให้สอบไม่ผ่าน  กระทั่งพบว่าไปทำงานที่อุตสาหกรรมจังหวัด  

    นายเจนวิทย์  ราชธา หัวหน้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดประจวบฯ ซึ่งเป็นผู้สอบสัมภาษณ์พนักงานขับรถ ยืนยันว่าได้สอบถามแล้วว่าเคยมีการทุจริตจากการทำงานในหน่วยงานใดหรือไม่ ผู้สมัครบอกไม่มี  และโดยส่วนตัวยอมรับไม่ทราบมาก่อนว่าผู้สมัครรายนี้เคยมีปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในหน่วยงานเดิมมาก่อน

    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์090994478

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชุมนุมสิงห์สองล้อ! เตรียมจัดงาน Burapa Pattaya Bike Week ครั้งที่ 28 ททท.คาด นทท.ร่วมงาน 3-4 หมื่นคน

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 17 ม.ค.68 ที่ลานเครื่องบิน ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา จ.ชลบุรี ได้มีการแถลงข่าวจัดงาน Burapa Pattaya Bike Week & The Way Life Never War 2025 โดยมี ดร.เกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ปลัดเมืองพัทยา นายประสาร นิกาจิ๊ นายกสมาคมบูรพามอเตอร์ไซค์เคิลคลับ นายบรรจง บัณฑูรประยุกต์ รองประธานสภาเมืองพัทยา นายชัยวัฒน์ ตามไท ผอ.ททท.พัทยา คุณหทัยรัตน์ โพธิ์เกตุ ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าฯ ร่วมแถลงข่าว

    ด้วยเมืองพัทยาได้ร่วมกับสมาคมบูรพามอเตอร์ไซค์เคิลคลับ กำหนดจัดโครงการสัปดาห์มอเตอร์ไซค์และเสียงเพลงแห่งเสรีภาพ ครั้งที่ 28 ” BURAPA PATTAYA BIKE WEEK & THE WAY OF LIFE NEVER WAR 2025″ ระหว่างวันที่ 13-15 ก.พ. 2568 ที่บริเวณสวนสาธารณะ ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก ซอยชัยพฤกษ์ 2 เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

    ทั้งนี้เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีความต้องการการท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม อาทิเช่น การรณรงค์การขับขี่อย่างปลอดภัย สร้างจิตสำนึกที่ดีในการขับขี่รถจักรยานยนต์ และเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยแต่ละปีมีชาวไบค์เกอร์จากทั่วโลกเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

    และล่าสุดในขณะมีพี่น้องไบค์เกอร์ต่างประเทศที่ตอบรับในกลุ่ม อาทิ ประเทศอาเซียน สแกนดิเนเวีย อาหรับ ซาอุดิอาระเบีย โดยทาง ททท.คาดว่าโครงการสัปดาห์มอเตอร์ไซค์และเสียงเพลงแห่งเสรีภาพ ครั้งที่ 28 นี้ จะมีผู้สนใจเข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 3-4 หมื่นคนตลอดการจัดงาน และถือเป็นโครงการที่น่าสนใจผลักดันเป็นอีเว้นต์ระดับนานาชาติด้วย

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐทีวี / ประชุมหารือตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีราษฎรขอพระราชทานความช่วยเหลือในพื้นที่จังหวัด ขอพระราชทานโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยยางแพรกซ้ายเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ ที่อำเภอทับสะแก

    แชร์เนื้อหานี้

    วันนี้ 16 มกราคม 2568 เวลา 09.30 น. ที่องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในการประชุมหารือตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี นายสุภาพ ศิริธนศาสตร์ ขอพระราชทานโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยยางแพรกซ้าย โดยมีนายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก นางสาวสใบทิพย์ ศรีทองสุข ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานพื้นที่ 51 นายพีรสิชฌ์ อนันต์วณิชย์ชา ผู้ช่วยผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นายธวัชชัย แดงฉ่ำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง นายสุรศิลป์ ยนปลัดยศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแสงอรุณ นายสุภาพ ศิรินธนศาสตร์ ผู้ถวายฎีกา เจ้าหน้าที่จากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมฯ

    ซึ่งที่มาของการประชุมนี้ สืบเนื่องจาก นายสุภาพ ศิรินธนศาสตร์ ราษฎรในตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก กล่าวว่า ในตำบลห้วยยางและตำบลแสงอรุณ ไม่มีแหล่งเก็บน้ำตามธรรมชาติ จึงได้ทูลถวายฎีกาขอพระราชทานโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำหัวยยางแพรกซ้าย เพื่อเป็นการช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง เพื่อให้ราษฎรได้มีแห่งน้ำไว้ใช้อุปโภคบริโภคและทำการเกษตร

    ในที่ประชุมฯ ทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ร่วมกับราษฎรผู้ทูลขอพระราชทานโครงการก่อสร้างฯและผู้เกี่ยวข้องแล้ว พบว่าพื้นที่หัวงานและแนวสันอ่างเก็บน้ำตั้งอยู่ในพื้นที่ทำกินของราษฎร ส่วนพื้นที่กักเก็บน้ำจะครอบคลุมพื้นที่ทำกินของราษฎรบางส่วนและพื้นที่บางส่วนของอุทยานแห่งชาติน้ำตกหัวยยาง ซึ่งมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ จากการสำรวจเบื้องต้นดังกล่าว ยังไม่อาจคำนวณพื้นที่ได้ทั้งหมด

    เนื่องจากยังไม่มีการสำรวจออกแบบ ซึ่งต้องรอผลการสำรวจออกแบบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงจะสามารถให้ข้อคิดเห็นหรือวิเคราะห์ผลต่างๆได้ ส่วนกรมทรัพยากรน้ำ ได้ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับราษฎรผู้ทูลขอพระราชทานโครงการก่อสร้างฯ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและราษฎรตำบลห้วยยาง มีแนวทางให้ความช่วยเหลือโดยจะดำเนินโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยยางแพรกช้าย

    ซึ่งได้ดำเนินการสำรวจภูมิประเทศสำหรับออกแบบและวางโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่ราษฎร ทางด้านกรมป่าไม้ ได้ดำเนินการตรวจสอบแล้วพบว่า พื้นที่ที่จะดำเนินโครงการเป็นพื้นที่ที่อยู่ในหุบเขา ส่วนใหญ่เป็นแปลงที่ดินทำกินของราษฎร คาบเกี่ยวกับเขตที่ป่าอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง และป่าสงวนแห่งชาติป่าทับสะแก สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม

    มีพื้นที่ป่าที่อยู่ข้างเคียงเป็นป่าเบญจพรรณ คณะผู้ร่วมตรวจสอบจึงมีความเห็นว่าควรให้มีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำโดยให้ขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ขอให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป และทางศูนย์ดำรงธรรม ได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ข้อสรุปว่า

    1.การสร้างอ่างเก็บน้ำตามรูปแบบที่มีความจุหลักล้านลูกบาศก์เมตร และมีพื้นที่น้ำท่วมถึงในเขตอุทยานแห่งชาติฯ ต้องขอออนุญาตต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อออกพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนพื้นที่ออกจากการเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติฯ
    2.พื้นที่ที่อยู่ในเขตป่าสงสวนแห่งชาติ ต้องขออนุญาตตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
    3.กรมชลประทานจะดำเนินการจัดตั้งงบประมาณเพื่อทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และจัดทำคำขอโครงการและงบประมาณการก่อสร้าง
    4.พื้นที่ของเอกชนได้มีการให้ความเห็นในราคาเบื้องต้นแล้ว ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางจะเป็นผู้รวบรวมข้อมูลงบประมาณต่อไป

    สุดท้ายนี้ รองผู้ว่าฯ ได้สรุปการประชุม มอบหมายให้นายอำเภอประสานงานกับทางท้องถิ่น เข้าพูดคุยหารือกับเจ้าของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพื่อดำเนินการต่อในขั้นตอนถัดไป และให้ทุกหน่วยงานร่วมกันศ​ึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งหารือแนวทางในการป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้งด้วย

    //////////////

    ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /“ลุค เบซง” (แห่ง The Fifth Element, Taken, Transporter) เร็ว แรง ทะลุไทเป ต้อนรับตรุษจีน 29 มกราคมนี้

    แชร์เนื้อหานี้

    เตรียมดับเครื่องชนระทึกใจไปกับผลงานล่าสุดจาก “ลุค เบซง” (แห่ง The Fifth Element, Taken, Transporter) และนักแสดงเจ้าบทบาท “ลุค อีแวนส์” (จาก Dracula Untold)

    เรื่องราวของอดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานปราบปรามยาเสพติด และอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนที่ต้องกลับมาย้อนรอยความรักของทั้งคู่ในเมืองไทเป โดยที่ไม่รู้เลยว่าสถานที่แห่งนี้มีอันตรายอันเป็นผลลัพธ์จากการกระทำในอดีตของพวกเขาเฝ้ารออยู่

    “Weekend in Taipei – เร็ว แรง ทะลุไทเป“ โดย Movie Copyright (Thailand) โปรแกรมยักษ์ต้อนรับตรุษจีน 29 มกราคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น!!!

    ตัวอย่างภาพยนตร์ฉบับภาษาไทย (Official Trailer Thai Version) : https://youtu.be/WqD5XItcI8k

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เร่งสำรวจ “จระเข้น้ำจืดไทย” แห่งผืนป่ามรดกโลกแก่งกระจาน จ.เพรชบุรี

    แชร์เนื้อหานี้

    จากเหตุการณ์เริ่มต้นจากเรื่องที่ไม่คาดคิด เมื่อวันที่ 2 ม.ค.68 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้จับกุมผู้ลักลอบนำวัว 50 ตัวเข้ามาเลี้ยงในเขตอุทยาน บริเวณเกาะสะแกวัลย์ แต่เหตุการณ์นี้กลับนำไปสู่การค้นพบที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่า ทั้งนี้ นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เล่าว่า ทีมนักวิจัยได้พบร่องรอยที่น่าสนใจหลายประการ ทั้งรอยเดิน รอยนอนอาบแดด และกองมูลขนาดใหญ่ที่คาดว่าเป็นของจระเข้น้ำจืดไทย

    ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือการพบร่องรอยการถูกกัดที่ลำตัวของวัว และจุดที่คล้ายกองเลือดบริเวณริมหาด จระเข้ตัวนี้ฉลาดมากแม้เราจะติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า แต่ดูเหมือนมันจะได้กลิ่นมนุษย์และหลบเลี่ยงไม่เข้าใกล้บริเวณที่เราวางกล้องไว้ ความน่าสนใจของการค้นพบครั้งนี้ยิ่งเพิ่มขึ้น เมื่อพบว่าวัวที่เหลืออยู่แสดงพฤติกรรมหวาดกลัวการเข้าใกล้ริมน้ำอย่างผิดปกติ สอดคล้องกับคำให้การของเจ้าของวัวที่เคยพบเห็นจระเข้ลอยตัวอยู่เหนือน้ำบริเวณใกล้เกาะ“ปัจจุบัน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

    ได้พบร่องรอยจระเข้น้ำจืดใน 4 พื้นที่สำคัญ ได้แก่ บริเวณวังข่า ใกล้หมู่บ้านโป่งลึก พบมาตั้งแต่ปี 2554 บริเวณต้นแม่น้ำเพชรบุรี ใกล้โป่งสีชมพู พบตั้งแต่ปี 2562 ที่บริเวณแม่น้ำบางกลอย พบรอยตีนและกองมูลในปี 2564 และบริเวณแม่น้ำแม่ประโดน พบร่องรอยซากกวางและรอยตีนจระเข้ การค้นพบครั้งนี้สร้างความหวังให้กับการอนุรักษ์จระเข้น้ำจืดไทย สัตว์เลื้อยคลานที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ขณะนี้ทีมนักวิจัยได้เก็บตัวอย่างมูล

    เพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ ซึ่งจะช่วยประเมินขนาดของจระเข้ตัวนี้ได้แม้จะยังไม่พบตัวจริง แต่ร่องรอยที่พบทั้งหมดก็เป็นสัญญาณอันน่ายินดีที่แสดงให้เห็นว่า ระบบนิเวศในผืนป่าแก่งกระจานยังคงอุดมสมบูรณ์และเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ป่าหายากชนิดนี้ โดยทางอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานยังคงทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์และปกป้องจระเข้น้ำจืดไทยตัวนี้ให้อยู่คู่ผืนป่าแก่งกระจานต่อไป” นายมงคล กล่าวทิ้งท้าย.
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /โรงละครอัลคาซ่าร์ พัทยา จัดทำบุญตักบาตรพระ 8 รูป รับปีงูทอง 68 พร้อมเป่าเค้กครบ 81 ปี วันคล้ายวันเกิด “ป๋าสมพันธ์ เพ็ชรตระกูล”/เจ้าอาวาสวัดเขาบางทราย มรณภาพ ชาวชลบุรีร่วมไว้อาลัย

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 5 ม.ค.67 ที่บริเวณลานจอดรถโรงละครอัลคาซ่าร์ พัทยา จ.ชลบุรี คาบาเร่ต์โชว์ชื่อดังระดับตำนาน ได้จัดทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งเนื่องในวันปีใหม่ 2568 ให้กลุ่มพนักงาน เจ้าหน้าที่ และผู้บริหารได้ร่วมทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ 2568 โดยมีพระเถรานุเถระจำนวน 8 รูป จากวัดโพธิสัมพันธ์ ร่วมเดินบิณฑบาต

    ในงานได้เปิดให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในวันคล้ายวันเกิดวันคล้ายวันเกิดนายสมพันธ์ เพ็ชรตระกูล หรือ “ป๋าสัมพันธ์” ผู้บริหารโรงละครอัลคาซ่าร์ พัทยา ที่มีอายุครบ 81 ปีบริบูรณ์ในปีนี้ ด้วยบรรยากาศที่เป็นไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

    พบว่าในงาน มีแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากเข้าร่วม อาทิ คณะผู้บริหารเมืองพัทยา คณะสมาชิกสภาเมืองพัทยา กลุ่มการเมือง กลุ่มนักธุรกิจ และตัวแทนห้างร้านและองค์กรต่างๆ ร่วทมอบกระเช้าอวยพร ก่อนทีการถ่ายภาพที่ระลึกตามลำดับ

    อนึ่ง นายสมพันธ์ เพ็ชรตระกูล หรือ “ป๋าสมพันธ์” ผู้บริหาร “โรงละครอัลคาซ่าร์พัทยา” คาบาเร่ต์โชว์ชื่อดังระดับตำนานที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลก เป็นผู้บุกเบิกธุรกิจการท่องเที่ยวด้วยการแสดงของสาวประเภทสองให้มีพื้นที่ของตัวเองได้แสดงความสามารถและได้ทำมาหากินจนกลายเป็นบริบทสำคัญในอีกหนึ่งธุรกิจที่ช่วยสร้างชื่อเสียงให้เมืองพัทยาเติบโตมาจนปัจจุบัน

    ท่าเทียบเรือพัทยาคึกคักส่งท้ายเทศกาลปีใหม่

    วันที่ 5 ม.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงส่งท้ายเทศกาลปีใหม่ของเมืองพัทยา พบว่าที่ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวแหลมบาลีฮาย บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปพักผ่อนยังเกาะล้านทยอยเดินทางกลับกันอย่างต่อเนื่อง

    สอบถามเจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาพัทยา เล่าว่า ช่วง 2-3 วันมามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางข้ามฝั่งไปพักผ่อนที่เกาะล้านกันอย่างคึกคักแต่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นชาวรัสเซียและชาวไทยผสมกันมากกว่าชาติอื่นๆ

    ด้าน นักท่องเที่ยวรายหนึ่ง เล่าบรรยากาศว่า บนเกาะล้านคึกคักเป็นอย่างมากและสภาพแวดล้อมของเกาะล้านยังคงงดงาม ทั้งนี้ยังพบด้วยว่าบนเกาะล้านมีโครงการพัฒนาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าในอนาคตเกาะล้านจะเพรียบพร้อมด้านการท่องเที่ยวขึ้นเป็นอย่างมาก

    เจ้าอาวาสวัดเขาบางทรายมรณภาพ ชาวชลบุรีร่วมไว้อาลัยในโซเซียลกันอย่างมากมาย

    เมื่อวันที่ 4 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) เจ้าอาวาสวัดเขาบางทราย พระอารามหลวง อ.เมือง จ.ชลบุรี ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี (ธ) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 12-13 (ธ) ได้มรณภาพช่วงเวลา 04.00 น.วันที่ 4 มกราคม ด้วยอาการสงบ สิริอายุ 89 ปี 9 เดือน พรรษาที่ 62

    จากการสอบถามผู้ใกล้ชิดได้ความว่า ช่วงเช้าได้มีคนเอาภัตตาหารไปถวายที่กุฏิ และเรียกให้เปิดประตู แต่ไม่มีเสียงตอบรับภายในกุฏิ จึงได้เปิดเข้าไปพบว่า พระเทพสุทธาจารย์ได้มรณภาพไปแล้ว คาดว่าเป็นช่วงเวลาประมาณ 04.00 น.พระเทพสุทธาจารย์ ประชาชนในพื้นที่ จ.ชลบุรี ได้ให้ความเคารพนับถือกันอย่างมากมาย การมรณภาพในครั้งนี้ กระแสโซเชียลได้โพสต์ไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก..

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ท่ารถโดยสารพัทยาคึกคัก ประชาชน-นทท.ทยอยเดินทางกลับหลังปีใหม่ / หนุ่มหัวใสดัดแปลงรถตุ๊กๆ หน้ากบ เป็นรถขายกาแฟ

    แชร์เนื้อหานี้

    หลังจากผ่านพ้นเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568 มาแล้ว ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาของตนเองในต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลได้ทยอยเดินทางกลับในพื้นที่ที่ตนเองทำงานเพื่อเตรียมตัวในการทำงานของปี 2568 กันอย่างต่อเนื่อง

    วันที่ 3 ม.ค.67 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ติดตามบรรยากาศที่บริเวณท่ารถโดยสารพัทยาเหนือ พบว่า รถบัสขนส่งผู้โดยสารคึกคักทั้งขาเข้าและขาออก มีผู้คนจำนวนมากนำสิ่งของสำภาระจากบ้านเกิดเดินทางกลับเมืองพัทยาเพื่อที่เริ่มทำงาน และบางส่วนเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวพัทยาแล้วเดินทางกลับ

    อย่างไรก็ตาม นอกจากสถานีรถบัสโดยสารที่มีความคึกคักแล้ว สภาพการจราจรขาเข้าเมืองพัทยาก็หนาแน่นไปด้วยยวดยานพาหนะจำนวนมากทยอยเข้าพื้นที่ ทั้งในส่วนผู้ที่เดินทางกลับมาเพื่อทำงาน และผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์นี้

    หนุ่มหัวใสดัดแปลงรถตุ๊กๆ หน้ากบ เป็นรถขายกาแฟสดริมหาดจอมเทียน สร้างรายได้ประทังชีวิต

    ขณะที่ผู้สื่อข่าวผ่านไปยังถนนเลียบชายหาดจอมเทียนไปจนถึงเกือบสุดหาด ได้พบกับรถตุ๊กๆ หน้ากบ หรือรถสามล้อเครื่องหน้ากบ สีเหลืองสะดุดตา จอดเป็นร้านจำหน่ายกาแฟสดริมชายหาดจึงได้พูดคุยสอบถามข้อมูลกับทางเจ้าของร้าน

    ทราบชื่อต่อมาคือนายจักรพงศ์ คำล่า อายุ 35 ปี พ่อค้ากาแฟหัวใส ที่ได้นำรถตุ๊กๆ หน้ากบ มาดัดแปลงเป็นรถบรรทุกขนาดเล็กเพื่อจำหน่ายเครื่องดื่มให้บริการริมชายหาดจอมเทียน โดยมีบริการเก้าอี้นั่งให้ลูกค้าที่ต้องการรับชมบรรยากาศชายทะเล ซึ่งจะเปิดจำหน่ายในช่วงเช้าถึงเที่ยงเท่านั้น

    นายจักรพงศ์ คำล่า เผยว่า ได้ทำรถจำหน่ายกาแฟสดชื่อ “ร้าน Rich เดช กาแฟ” ให้บริการลูกค้าที่ชื่นชอบกาแฟ โดยใช้เมล็ดพันธุ์กาแฟจากดอยเทพเสด็จ จ.เชียงใหม่ ที่มีกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์

    ทั้งนี้ อดีตเคยทำงานเป็นพนักงานเอกชนทั่วไปและได้ออกมาจำหน่ายกาแฟสด โดยเอารถตุ๊กๆ หน้ากบ หรือรถสามล้อเครื่อง หน้ากบ มาจากจังหวัดตรัง มาดัดแปลงเป็นรถกาแฟสดสีสันสดใสเพื่อดึงดูดลูกค้าซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดี ทำให้มีรายได้จากตรงนี้