คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวประชาสัมพันธ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพอากาศได้จัดสร้าง เพื่อประดิษฐาน ณ บริเวณพระมหาธาตุนภเมทนีดล นภพลภูมิสิริ จังหวัดเชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 ก.ย.68 เวลา 08.30 น.พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ มอบหมายให้ พ.ต.อ.สิโณทัย ลิลิตธรรม ผกก.สภ.จอมทอง

เข้าร่วมในพิธีประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่กองทัพอากาศได้จัดสร้าง เพื่อประดิษฐาน ณ บริเวณพระมหาธาตุนภเมทนีดล นภพลภูมิสิริ จังหวัดเชียงใหม่

โดยมี พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ. เดินทางมาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยข้าราชการในสังกัดกองทัพอากาศ หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดเชียงใหม่ และประชาชนในพื้นที่อำเภอจอมทอง

เข้าร่วมพิธี ณ พระมหาธาตุนภเมทนีพล นภพลภูมิสิริ ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ///
..#สมจิตร แสงบันลังค์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ธนา นภาดล เปิดตัว “เดอะ ปาล์ม แกรนดิโอ้ พัทยา-มอเตอร์เวย์” ชูทำเลทองแห่งอนาคต

แชร์เนื้อหานี้

บริษัท ธนา นภาดล จำกัด โดย คุณภาค ธนาอัครชล ประธานกรรมการบริษัทฯ และคุณญดา จิรฉัตรบวรกุล กรรมการผู้จัดการ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้ตลาดบ้านหรูพัทยา ด้วยการประกาศเปิดตัวโครงการ “เดอะ ปาล์ม แกรนดิโอ้” (The Palm Grandio’s Pattaya-Motorway) มูลค่าโครงการกว่า 1,200 ล้าน เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับมาสเตอร์พีซ นิยามใหม่ของการอยู่อาศัยเหนือระดับ ท่ามกลางสังคมคุณภาพจำนวนเพียง 117 ครอบครัว บนทำเลที่ผสานความสงบเงียบและความสะดวกสบาย

เดอะ ปาล์ม แกรนดิโอ้ เป็นโครงการที่พักอาศัยที่ได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถันจากแนวคิด ” Modern Classic” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมสแกนดิเนเวียและสไตล์ยุโรป เพื่อให้บ้านทุกหลังสะท้อนถึงรสนิยมอันโดดเด่นของผู้อยู่อาศัย ภายในบ้านถูกออกแบบให้มีเพดานสูง (High Ceilings) ที่ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย และเปิดรับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ด้วยหน้าต่างบานใหญ่ พร้อมเชื่อมต่อพื้นที่ภายในกับสวนสไตล์อังกฤษภายนอก ด้วยดีไซน์ “Inside Out – Outside In” เพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น และมีชีวิตชีวาเสมือนการพักผ่อนที่เหนือไปอีกระดับ

โครงการมีขนาดที่ดินประมาณ 40 ไร่ และนำเสนอแบบบ้านเดี่ยว 2 ชั้นถึง 3 แบบ (Type A – C) ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกขนาดครอบครัวอย่างแท้จริง ทั้งในด้านพื้นที่ใช้สอย และฟังก์ชันที่ครบครัน เริ่มต้นพื้นที่ 221-352 ตร.ม. โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 7 – 14 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับบ้านระดับนี้ เกิดกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 50% และขณะนี้บริษัทกำลังเร่งดำเนินงานก่อสร้างเพื่อส่งมอบบ้านใน 2 เฟสแรก ให้แก่ลูกค้าโดยเร็ว
ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบองค์รวม

นอกเหนือจากดีไซน์ที่โดดเด่น เดอะ ปาล์ม แกรนดิโอ้ ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติ ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตั้งแต่คลับเฮาส์หรู, สระว่ายน้ำขนาดใหญ่พร้อมจากุซซี่ และพื้นที่พักผ่อนแบบซันเคน สำหรับผู้ที่รักสุขภาพ โครงการมีทั้งห้องฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ครบครัน ห้องโยคะ และลู่วิ่งออกกำลังกาย นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับทุกคนในครอบครัว เช่น สวนส่วนกลางและสวนหลังบ้าน สนามเด็กเล่นเพื่อการเรียนรู้ รวมถึงพื้นที่ Co-Working Space ที่ตอบรับไลฟ์สไตล์การทำงานยุคใหม่ และที่สำคัญ โครงการยังติดตั้งจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charge Point) เพื่อรองรับเทรนด์พลังงานสะอาด

ในด้านความปลอดภัย โครงการยกระดับมาตรฐานด้วย “Premium Security System” ที่ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง, ระบบ Easy Pass และกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยทุกคนอุ่นใจได้อย่างสูงสุด
ทำเลทองแห่งการเชื่อมต่อและการลงทุน ทำเลที่ตั้งของโครงการถือเป็นจุดแข็งที่เหนือกว่า ด้วยศักยภาพการเดินทางที่เชื่อมต่อกับถนนมอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-พัทยาได้ภายใน 5 นาที

ทำให้การเดินทางเข้า-ออกเมืองเป็นไปอย่างราบรื่น อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำอย่าง Terminal 21 และ Central Pattaya ที่ใช้เวลาเพียง 10 นาที รวมถึงใกล้กับโรงเรียนนานาชาติชั้นนำ เช่น Regent’s International School, Rugby School Thailand และ Mooltripakdee International School ทำให้เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่มองหาความสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตในเมืองและธรรมชาติ รวมทั้งสนามบินนาชาติหัวใจของของ ECC

บริษัท ธนา นภาดล จำกัด ก่อตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ และมีประสบการณ์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาอย่างยาวนาน และการเปิดตัวโครงการ เดอะ ปาล์ม แกรนดิโอ้ ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ตลาดไฮเอนด์ และตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการสร้างสรรค์โครงการคุณภาพสูงสุด โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างบ้านหรูที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ระดับบน และขยายไปสู่การพัฒนาในมิติใหม่ ๆ ทั้งที่อยู่อาศัย โรงแรม และบริการอื่น ๆ ขึ้นมาเพื่อโฟกัสการเติบโตในอนาคต

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมเพื่อสังคม “Life Vaccine for Social” คณะนักศึกษา หลักสูตรวัคซีนชีวิต เพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 ได้จัดกิจกรรมดีๆ CSR ภาคเหนือ เป็นครั้งที่ 2

แชร์เนื้อหานี้

กิจกรรมเพื่อสังคม “Life Vaccine for Social” คณะนักศึกษา หลักสูตรวัคซีนชีวิต เพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 ได้จัดกิจกรรมดีๆ CSR ภาคเหนือ เป็นครั้งที่ 2 โดยมอบอุปกรณ์การศึกษาการกีฬาและทุนการศึกษาให้แก่ นักเรียน

โรงเรียน ตชด.พร้อมมอบถุงยังชีพให้แก่พี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาสในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีและเชียงใหม่ พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้แก่ทหารอากาศกอง

บิน 41 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และ ตำรวจตระเวนชายแดน กก.33 เชียงใหม่ และตำรวจภูธรสิงห์บุรีระหว่างวันที่ 22-25 สิงหาคม 2568

เมื่อวันศุกร์ ที่ 22 - 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568 คณะผู้เข้ารับการศึกษาในหลักสูตร “วัคซีนชีวิตเพื่อสังคม (Life Vaccine for Social)” สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 นำโดย พล.ต.อ. สมพงษ์ ชิงดวง รองนายกสมาคมตำรวจ/ประธานหลักสูตรฯ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นางจุรีภรณ์ เมฆินไกรราช ในฐานะผู้แทนนักศึกษา วชส.1 ร่วมกับ สมาคมตำรวจ, และ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)ได้จัดกิจกรรมศึกษาดูงานในพื้นที่ภาคเหนือ ครั้งที่ 2 พร้อมทั้งดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) รุดเยี่ยมให้กำลังใจ บำรุงขวัญมอบถุงยังชีพ และ เครื่องตัดหญ้า เครื่องกีฬา ให้แก่ทหารอากาศ กองบิน 41 ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่และตำรวจภูธรสิงห์บุรี พร้อมจัดทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม  โดยการมอบถุงยังชีพให้แก่ชาวบ้านที่ขาดโอกาส พร้อมมอบอุปกรณ์การศึกษา การกีฬา ให้แก่นักเรียนและพี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาสในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี - จ.เชียงใหม่ รวม 500 ชุด อุปกรณ์การศึกษาการกีฬาทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนยากจน 150 ชุด โดยได้รับการสนับสนุนจากคณะผู้เข้ารับการอบรมวัคซีนชีวิต เพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 (วชส.1)ทุกๆ ท่าน

ตำรวจภูธรภาค 1 เตือนภัย นักดื่มแอลกอกอฮออล์พึงระวัง พลาดถูกจับ นอนคุก ขึ้นศาล เสียเวลา เสียเงิน เสียประวัติ พร้อมกับแจงข้อกฎหมายและโทษ ที่จะเกิดขึ้น หลังจากเมาแล้วขับ…” ตำรวจภูธร ภาค 1

เตือนประชาชน ที่อยู่หรือเข้ามาทำภารกิจ ในเขตพื้นที่ 9 จังหวัดซึ่งตำรวจภูธรภาค 1 รับผิดชอบ เมาแลัวขับ โดนเป่าเครื่องวัดแอลกอฮอลล์ เสี่ยงติดคุกและถูกปรับเงินพร้อมโทษทางอาญา ยังเช็คตัวอย่างที่กำลังเป็นข่าวดัง….”

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์สายอุบล ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งควบคุมงานประชาสัมพันธ์ข่าวและแถลงข่าวเปิดเผยว่า

พลตำรวจโท สุรพลเปรมบุตร ผบช.ภ.1 ได้ มีความห่วงใย ในการขับรถ ของประชาชนซึ่งเดิมแอลกอฮอล์ซึ่งอาจ จะก่อให้เกิดอันตรายแก่ ตนเองและ ประชาชนที่ใช้ ท้องถนนและ พื้นที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกัน อาจก่อให้เกิด อันตรายและเสียชีวิตได้

จึงให้ งานประชาสัมพันธ์ ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในเพจ Facebook ของ ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 2 เรื่อง คือ1.) 🚨รู้หรือไม่ หากปฏิเสธการเป่าตรวจวัดแอลกอฮอล์ กฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า “เมาแล้วขับ””เมาขับ“ อันตรายถึงชีวิต ผิดกฎหมาย อาจต้องโทษสูงสุด จำคุก 10 ปี 🚨

🌡️ เช็กเลย ปริมาณ ”แอลกอฮอล์“ แค่ไหน = เมาแล้วขับ
▪️ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัม % ( สำหรับบุคคลทั่วไป )
▪️ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 20 มิลลิกรัม % ( สำหรับผู้ที่อายุน้อยกว่า 20 ปี หรือ มีใบอนุญาตขับรถชั่วคราว ) 📍กฎหมายเกี่ยวกับเมาแล้วขับ ขับขี่ขณะดื่ม – เมาสุรา

เมาแล้วขับ – กระทำผิดครั้งแรก มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับ 5,000 – 20,000 บาทเมาแล้วขับ – หากทำผิดซ้ำ ภายใน 2 ปี นับแต่กระทำผิดครั้งแรก เพิ่มโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับ 50,000 – 100,000 บาท ( ถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ )

เมาแล้วขับ – หากทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ หรือ เสียชีวิต โทษสูงสุด 10 ปี ปรับ 200,000 บาท เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ❗️ทั้งนี้หากต่อสู้ ขัดขวางเจ้าหน้าที่ ❗️

จะเข้าข่ายความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ( ป.อาญา ม.138 ) “เมาไม่ขับ“ ด้วยความห่วงใยจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมาไม่ขับ #ขับขี่ปลอดภัยสำนักงานตำรวจแห่งชาติRoyalthaipolice

2.) สภ.นครหลวง ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา🚨⛑⛑ สวมหมวกนิรภัย ขับขี่ปลอดภัยในท้องถนน⛑⛑⛑ 👮🚨🪖 ตำรวจ สภ.นครหลวง ร่วมกับนายก อบต.แม่ลา รับมอบหมวกกันน็อก จำนวน 70 ใบ

จากบริษัทโรงผลิตไฟฟ้าเอกชน นิคมนครหลวง เพื่อสนับสนุนโครงการ “ขับขี่ปลอดภัยในท้องถนน” แจกจ่ายให้ประชาชน ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนความปลอดภัยบนท้องถนน👮🚨🪖 Cr.#ตำรวจทำดี

ลาน้องไปช่องบก – ดวงดี ศรีวิชัย สื่อรัฐทีวี

แชร์เนื้อหานี้

เพลงของนักร้องรุ่นใหญ่ ดวงดี ศรีวิชัย ที่เจ้าตัวบอกว่าแม้เด็กสมัยใหม่ จะคุ้นชินกับเพลงลูกทุ่งแบบผสมผสานตามยุคตามสมัย แต่เจ้าตัวเองขอยืนยันที่จะร้องเพลงลูกทุ่งแบบดั้งเดิม คือ ชัดถ้อยชัดคำและมีการเอื้อนเสียงที่ชัดเจน

ประวัติ ดวงดี ศรีวิชัย อดีต รองผู้อำนวยการฝ่ายการท่า ท่าอากาศยานสุวรรณภมิ
อดีตเคยรับราชการในกองทัพอากาศ ด้านศิลปิน ชนะเลิศดาวรุ่งเสียงทอง ข่อง 7 สี ลูกทุ่งหน้าใหม่ชายยอดนิยมมหานครอวอร์ดส ฮิตเก่าทำใหม่ยอดนิยมมหานครอวอร์ดส ดาวเมฆขลาลูกทุ่งตอบแทนคุณดีเด่น บ้านเกิด จังหวัดตรัง
เบอร์โทรติดต่อ 063-5322956 065-1942919

ลาน้องไปช่องบก คำร้องทำนอง อ.แดง ธิดาทิพย์ เรียบเรียง อ.มาร์ค ใบเตย

ทหารกล้า วันนี้ต้องลาแฟน พี่จะไปชายแดน น้องอย่านั่งคอตก บอกคนดี พี่จะไปช่องบก โอ้เมียจ้า น้องอย่าน้ำตาตก ที่ชายแดนช่องบก ตอนนี้มีปัญหา เขตชายแดน ถูกเขมรรุกราน เหล่าชายชาติทหาร ต้องปกป้องพารา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั่วฟ้าเมืองไทย โปรดคุ้มครองทหารไทย ให้ปลอดภัยด้วยหนา หลวงปู่ทวด หลวงพ่อโสธร กรมหลวงชุมพร ช่วยปกปักรักษา หลวงปู่ฝั้น ปู่มั่น ปู่โต๊ะ

พร้อมทั้งหลวงพ่อโต หลวงปู่ทิมต้องพา พระสมเด็จ กราบไหว้เสร็จคล้องคอ ผ้าถุงแม่ ไม่ลืมรูปถ่ายพ่อ ป้องกันตัวไว้คอ ท่องนะโม คาถา พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ น้องอยู่หลัง จงรอคอยฟังข่าว คอยติดตามเรื่องราว อย่ามัวนั่งโศกา ประเทศชาติไทยเราสำคัญ ใครมาแย่งแบ่งปัน นั้นไม่ได้หรอกหนา ศาสน์กษัตริย์ สิ่งที่เราเทิดทูน

ใครมาทำวายวุ่น เราไม่ยอมดังว่า ประเทศไทยตั้งแต่สมัยโบราณ เหล่านักรบ ทหาร ยอมพลีชีพแลกมา แผ่นดินทองของเราต้องไม่แหว่ง ใครมาชิงมาแย่ง เราพร้อมสู้ยิบตา ทหารไทย หัวใจ นักสู้ ทหารไทย หัวใจ นักสู้ ใครคิดเป็นศัตรู มันต้องสิ้นชีวา ทหารกล้า

วันนี้ต้องลาแฟน พี่จะไปชายแดน น้องอย่านั่งคอตก บอกคนดี พี่จะไปช่องบก โอ้เมียจ้า น้องอย่าน้ำตาตก ที่ชายแดนช่องบอก ตอนนี้มีปัญหา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศุภาลัยรุกตลาดลพบุรี เปิดโครงการแรก “ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ ลพบุรี” บ้านเดี่ยวหรู เริ่ม 2.99 ล้าน พร้อมโปรพิเศษวันเปิดตัว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 สิงหาคม 2568 บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการใหม่ “ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ ลพบุรี” ถนนสายลพบุรี-บ้านโคกตูม ตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมืองลพบุรี ซึ่งเป็นทำเลทอง ใกล้โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เพียง 8 นาที นับเป็นก้าวแรกของศุภาลัยในจังหวัดลพบุรี ตอบรับวิสัยทัศน์ในการส่งมอบที่อยู่อาศัยคุณภาพสู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

นายบุญชัย ชัยอนันต์บวร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานโครงการภูมิภาค 2 บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ลพบุรีเป็นจังหวัดที่มีแนวโน้มเติบโตทั้งเศรษฐกิจ การคมนาคม และคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะเขตเมือง

ที่กำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน จึงเหมาะกับการอยู่อาศัยและลงทุนระยะยาว ศุภาลัยนำแบรนด์ “ปาล์มสปริงส์” ลงตลาดลพบุรีครั้งแรกในครึ่งปีหลัง เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ด้วยจุดแข็งด้านความน่าเชื่อถือ การออกแบบฟังก์ชัน และมาตรฐานการก่อสร้างที่เหนือกว่า

ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ ลพบุรี เป็นโครงการบ้านเดี่ยวหรู มูลค่า 1,950 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 93 ไร่ จำนวน 390 ยูนิต ภายใต้แนวคิด Tropical Modern โดดเด่นด้วยดีไซน์โปร่งโล่ง ผ่อนคลาย ใกล้ชิดธรรมชาติ พร้อมชมวิวภูเขา มีบ้านให้เลือก 9 แบบ พื้นที่ใช้สอย 122–330 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.99–13 ล้านบาท*

โครงการมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น คลับเฮาส์ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ สวนส่วนกลางขนาดใหญ่ และนวัตกรรม Smart Home Automation ในทุกยูนิต รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมกล้อง CCTV รอบโครงการ

โปรโมชั่นพิเศษ ในงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ Pre-sale วันที่ 16–17 สิงหาคมนี้ ซื้อบ้านแถมรถ* (*ตามเงื่อนไขบริษัท) ณ โครงการ “ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ ลพบุรี” สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1720 หรือ Facebook: Supalai

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี / อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดศูนย์ประสานงานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม ประจำจังหวัดน่าน

แชร์เนื้อหานี้

ที่วัดมิ่งเมือง อ.เมืองน่าน จ.น่าน จัดพิธีเปิดศูนย์ประสานงานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม ประจำจังหวัดน่าน โดยมีพระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดน่าน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

ศูนย์ประสานงานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม ประจำจังหวัด ทุกจังหวัด ตั้งขึ้นทั่วประเทศ เพื่อให้เป็นศูนย์ให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือแก่ คณะสงฆ์และประชาชน ที่ประสบภัยต่างๆในจังหวัดนั้นๆ และโดยจังหวัดน่าน มีมติคัดเลือก วัดมิ่งเมือง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เป็นที่ตั้งศูนย์ประสานงานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม ประจำจังหวัดน่าน

กองทุนสาธารณสงเคราะห์ คณะสงฆ์จังหวัดน่าน มีเงินของกองทุน ณ วันนี้ จำนวน 1,137,239.18 บาทโดยคณะกรรมการบริหารกองทุน ได้ดำเนินการมอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือ วัดและครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบและเสียหายหนักจากอุทกภัยครั้งนี้ โดยมอบเงินช่วยเหลือวัดต่าง ๆ ใน 7 อำเภอ รวม 103 วัด ๆ ละ 5,000 บาท

รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 515,000 บาท มอบเงินช่วยเหลือประชาชน ใน 103 คุ้มวัด ๆ ละ 5 ครัวเรือน รวม 515 ครัวเรือน ครัวเรือน ๆ ละ 1,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 515,000 บาท รวมเงินของกองทุนที่จะมอบสงเคราะห์ช่วยเหลือแก่วัดและประชาชน ผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้

เป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 1,030,000 บาท ซึ่งจะทำพิธีมอบเงินแก่ เจ้าอาวาส 103 วัด ที่มารับมอบในวันนี้ และมอบเงินช่วยเหลือประชาชน 7 อำเภอ โดยผ่านเจ้าคณะอำเภอ พร้อมมอบน้ำดื่มและถุงยังชีพ ซึ่งได้รับการบริจาคจากภาคส่วนต่าง ๆ
นอกจากนี้ยังได้มอบคุณธรรมประกาศ

แก่บุคคล คณะบุคคล หน่วยราชการ หน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน คณะสงฆ์ ที่ได้บำเพ็ญประโยชน์ในการให้ความสงเคราะห์ช่วยเหลือประชาชนจังหวัดน่านที่ประสบอุทกภัยอีกด้วย/บุญยงค์ สดสอาด ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ธ.ก.ส. ยกหนี้ให้ครอบครัว “จ่าโต๋” ทหารกล้า – ภรรยาเผย “จะเลี้ยงลูกชายให้โตขึ้นเป็นทหารอย่างพ่อ เพื่อรับใช้ชาติ”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ห้องประชุม ธ.ก.ส. จังหวัดมุกดาหาร นายอติพิชญ์ จันทร์เพ็ง ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดมุกดาหาร แถลงข่าวการยกหนี้ให้แก่ครอบครัวของทหารผู้เสียสละ

โดยมีครอบครัวของจ่าสิบเอก ธวัชชัย บุสภา หรือ “จ่าโต๋” เข้าร่วมประกอบด้วย นายเฉลิมชัย บุสภา บิดา, นางวิไล บุสภา มารดา, นางสาวรจรินทร์ สิงห์ศร ภรรยา และเด็กชายธนดล บุสภา บุตรชาย พร้อมด้วย พ.อ.อำนวย ยอดพันธ์ รอง ผอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร ร่วมเป็นสักขีพยาน

จ่าโต๋ สังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 106 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 6 เสียชีวิตจากเหตุปะทะ ณ ฐานปฏิบัติการฟ้าลั่น อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งสร้างความเสียใจแก่ครอบครัวและประชาชนทั้งประเทศ

มารดาของจ่าโต๋เป็นลูกค้าของ ธ.ก.ส. สาขาคำชะอี ได้กู้เงินประกอบอาชีพเลี้ยงโคขุน 11 ตัว เมื่อเกิดเหตุการณ์สูญเสีย ธ.ก.ส. ได้เร่งให้ความช่วยเหลือ โดยอนุมัติ “การยกหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยทั้งหมด” ตามนโยบายช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ

นายอติพิชญ์ กล่าวว่า นโยบาย “ช่วยเหลือด้วยหัวใจ” ของ ธ.ก.ส. ไม่ใช่เพียงเรื่องการเงิน แต่สะท้อนถึงการยืนหยัดในฐานะสถาบันที่เคียงข้างประชาชนในทุกมิติของชีวิต

นางวิไล บุสภา มารดาจ่าโต๋กล่าวทั้งน้ำตาคลอเบ้าว่า “ลูกชายคือความภูมิใจของครอบครัว รู้สึกซาบซึ้งใจและขอขอบคุณที่ ธ.ก.ส. และทุกหน่วยงานช่วยเหลือไม่ทอดทิ้ง”

ขณะที่ นางสาวรจรินทร์ สิงห์ศร ภรรยาจ่าโต๋ก็เผยว่า จะเลี้ยงดูลูกชายคนเดียวให้ดีที่สุดในแบบที่พ่อของเขาหวังไว้ “ทุกครั้งที่จ่าโต๋โทรมา ต้องวิดีโอคอลหาลูกก่อนเสมอ… ลูกจะโตขึ้นเป็นคนดีและจะให้เดินตามรอยพ่อเป็นทหารรับใช้แผ่นดินไทย”

ธวัชชัยบุสภา #ธกส #ธกสมุกดาหาร #ทหารกล้า #ยกหนี้ #ชายแดนไทยกัมพูชา #เพื่อชาติ #จ่าโต๋ #มุกดาหาร #ช่วยเหลือด้วยหัวใจ #NewsUpdate #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ​/ข่าว​ ธวัชชัย​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เวียนมาบรรจบครบรอบปีที่ 9 พร้อมก้าวเข้าสู่ปีที่10ของ สำนักข่าว Bangkok Wealth & Biz

แชร์เนื้อหานี้

วันเวลาผ่านไปไวปานวอก ขอฝากบอก เพื่อนพ้องน้องพี่ ที่เป็นFCของ คุณภูวนารถ ณ สงขลา บก. บห. Bangkok Wealth & Biz – บก.บห. BANGKOK TODAY และ นายกสมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ที่เวียนมาบรรจบครบรอบปีที่ 9 พร้อมก้าวเข้าสู่ปีที่10 บนอุดมการณ์ และจริยธรรมที่มั่นคง และ ตรงไปตรงมาโดยเฉพาะเป็นก้าวเดินในยุค Disrupt ที่สื่อพากันเหนื่อยล้ากันถ้วนหน้า
จากปี 2016 จนถึงวันนี้ครบ9ปีเต็ม สำหรับสำนักข่าว Bangkok Wealth & Biz ที่ยังเดินบนเส้นทางสายสื่อคุณภาพ จึงขอเชิญเพื่อนพ้องน้องพี่ กัลยาณมิตรทุกคนมาร่วมงานBangkok Wealth & Biz ก้าวสู่ปีที่ 10 ในวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568 ณ หมู่บ้าน ดิ เอมเมอรัลด์ การ์เด้น 1 ปากเกร็ด นนทบุรีพร้อมทั้งร่วมสานต่อโครงการร่วมร้อยดวงใจสู่สังคม ครั้งที่ 8 บริจาคเงินให้กับ โรงพยาบาลอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี สำหรับโครงการ “เพื่อจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับคลินิกรักษ์ไต”


ยังมีเสียงกระซิบที่ส่งมาตามสาย จาก คุณภูวนารถ ณ สงขลา ว่า งานนี้งดรับกระเช้าดอกไม้ยินดี ขอเปลี่ยนเป็นการบริจาคเงินสดเพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลอู่ทอง ไม่ว่าจะเป็นน้องรักนักร้องที่ไม่พกเงินสดสามารถสแกนคิวอาร์โค้ด ได้โดยไม่มีปัญหา !! งานเริ่มตั้งแต่10:30 น.เป็นการพบปะ ทักทาย ถ่ายรูปสังสรรค์ด้วยความผูกพันอันแน่น แฟ้นไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้ พอได้เวลา อันสมควรแก่การบำรุงสุขภาพ ก่อนบ่ายอ่อนๆตอน11:45 น. ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ลิ้มรสอาหาร เมนูเด็ดเจ้าเก่า “ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่” ตามคำเรียกร้อง นอกจากนั้นในปีนี้คุณภูวนารถ ได้มีการมอบต้นไม้ที่ระลึกซึ่งทุกต้นเป็นผลิตผลจากแม่พันธุ์ในบ้านทั้งหมด ในธีม “ต้นไม้ในบ้าน ร่วมรักษ์โลก” มีทั้งไม้ประดับ สมุนไพร และไม้กินไม้ผลหลังจากนั้น เวลา 14:30 น. ปิดงาน
ส่วนการเดินทาง มาร่วมงานก็ไม่ยากอย่างที่คิด ถ้ามาจากสะพานพระราม 4, สะพานพระนั่งเกล้าฯ, ถนนราชพฤกษ์ และถนนชัยพฤกษ์ ปักหมุดชุดแรกที่ “เกาเหลาอากง” เมื่อถึงแล้ว ค่อยปักหมุด “หมู่บ้าน ดิ เอมเมอรัลด์ การ์เด้น 1” เพื่อป้องกันการถูก Map พาไปด้านหลังหมู่บ้านฯ ซึ่งจะเข้าไม่ได้ นะขอบอกอย่าให้Mapมันหลอกก็แล้วกัน ห้ามพลาด !! วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568 ณ หมู่บ้าน ดิ เอมเมอรัลด์ การ์เด้น 1 ปากเกร็ด นนทบุรี สวัสดี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมการประมงปัตตานี ร่วมกับ กำลังพลภาค 4 และ ศอ.บต. ร่วมส่งอาหารทะเลอบแห้งและของใช้จำเป็น จากใจชายแดนใต้ ช่วยแนวหน้าชายแดนไทย-กัมพูชา กว่า 6 พันชุด

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ ( 1 สิงหาคม 2568 ) เวลา 15.00 น. ที่สมาคมการประมงจังหวัดปัตตานี ตำบลบานา อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4

พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาและภาคีเครือข่าย นำโดย นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ , คุณ อันน์เกตุ ลีลาไพบูลย์ นายกสมาคมการประมงจังหวัดปัตตานี, นายวีระ ศรีชัย หัวหน้าท่าเทียบเรือประมงปัตตานี และน้ำใจจากพี่น้องประชาชนชายแดนใต้

ร่วมส่งธารน้ำใจ ผ่านเครื่องอุปโภค บริโภค ข้าวสาร อาหารแห้ง จำนวนกว่า 1,000 ชุด และอาหารทะเลอบแห้งกว่า 5,000 ชุด โดยลำเลียงด้วยรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ จากมณฑลทหารบกที่ 46 ไปยังมณฑลทหารบกที่ 25 ค่ายวีรวัฒน์โยธิน อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

ส่งตรงถึงมือสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของทหารหาญที่อยู่แนวหน้า รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนไปอยู่ศูนย์พักพิงเพื่อความปลอดภัย

นอกจากนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้เปิดศูนย์รับบริจาคเครื่องอุปโภคและบริโภค สิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันให้พี่น้องชาวใต้ ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยชายแดนอีสานใต้ จากสถานการณ์การสู้รบพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และช่วยเหลือภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ

ด้วยการร่วมบริจาคแบ่งปัน เสื้อผ้า อาหารแห้ง หรือสิ่งของจำเป็นต่างๆ ที่ สำนักมวลชนและกิจการพิเศษ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม หมายเลขโทรศัพท์ 095-949-5549 (พันโท พุฒิเศรษฐ์ ตั้งเชยวิไล)

“ร่วมส่งธารน้ำใจไทยจากแดนใต้…สู่ชายแดนอีสานใต้ บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และช่วยน้ำท่วม จังหวัดภาคเหนือของไทย”

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ ๗๓ พรรษา “สืบสาน รักษา ต่อยอด” ปลูกต้นยางนา ตามรอยพ่อ/รถสิบล้อพุงชนรถจอดริมถนนหน้าตลาดสด ต.โนนหันอ.ชุมแพ

แชร์เนื้อหานี้

โครงการปลูกต้นไม้เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวันสำคัญ ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๘
เทศบาลตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ณ บริเวณพื้นที่สาธารณประโยชน์(ตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลรวมฤทัย) บ้านมิตรภาพ หมู่๙ ตำบลโนนสะอาด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น


วันศุกร์ที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๘ เวลา ๐๘.๐๐ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ข้าราชการ พนักงานเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ผู้เข้าร่วมโครงการ ลงทะเบียน พร้อมกัน ณ บริเวณพื้นที่สาธารณะ(ตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลรวมฤทัย) ๐๙.๐๐ น.ประธานในพิธี โดย นายบุญส่ง ทองมูล นายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพถวายราชสักการะ พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นายสัญญพงศ์ จงแจ้ง ปลัดเทศบาลตำบลโนนหัน(นักบริหารงานท้องถิ่น ระดับกลาง) กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน นายบุญส่ง ทองมูล นายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน ประธานในพิธี กล่าวเปิดงาน ประธานในพิธี และผู้เข้า

ร่วมโครงการ ร่วมบันทึกภาพ ประธานในพิธี หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ข้าราชการ พนักงานเทศบาล ผู้นำชุมชน ผู้เข้าร่วมโครงการ ร่วมปลูกต้นไม้ มีหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ทั้งท้องถิ่น และท้องที่ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ อธิ นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต3 อำเภอชุมแพ


นางสาวดลดา กาญจนกิจบำรุง รองนายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน นายอัมรินทร์ อารัมภ์วิโรจน์ รองนายกเทศมนตรีตำบลโนนหันนางสาวจารุณี จันเวียง ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน นายสงวน สีน้ำอ้อม เลขานุการนายกเทศมนตรี

ตำบลโนนหัน นายศิริชัย บุตรจันทร์ ประธานสภาเทศบาลตำบลโนนหัน นางแววตา ตู้จำรัส รองประธานสภาเทศบาลตำบลโนนหัน ร.อ.ธนกฤต แสงราชา ผู้แทนผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 8 หัวหน้าหน่วยจัดการต้นน้ำลำเชิญ หัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้ชุมแพ หัวหน้าสถานีตำรวจชุมชนย่อยโนนหัน ปลัดอำเภอชุมแพ

นายบุญส่ง ทองมูล นายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน กล่าวถึงการปลูกต้นไม้ เป็นกิจกรรมหนึ่งในการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และช่วยเพิ่มพูน

ความหลากหลายของระบบนิเวศน์ที่สังคมมนุษย์จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยในการดำเนินชีวิตทั้งทางตรงและทางอ้อม ปัจจุบันการปลูกต้นไม้ มีความสำคัญต่อการแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อนที่ทำให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มสูงขี้น

และกล่าวขอบคุณทุกภาคส่วน โดยเฉพาะหน่วยจัดการต้นน้ำลำเชิญสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 ขอนแก่น และสถานีเพาะชำกล้าไม้ชุมแพ ที่ให้การสนับสนุนพันธ์ไม้ใช้ปลูกสำหรับโครงการวันนี้

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

รถสิบล้อเสียหลักพุงชนรถจอดริมถนนหน้าตลาดสดเทศบาลตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ

วันเสาร์ ที่ 26 กรกฎาคม พ ศ 2568 เวลาประมาณ 16.00 น.รถสิบล้อ 71 1897 พระนครศรีอยุธยา ทราบชื่อภายหลังนายสายชล เหมันต์ธันวา ผู้ขับรถคันดัง

กล่าวบอกกับผู้สื่อข่าวว่า ตนได้ขับรถไปส่งของที่จังหวัดเลย ขากลับรถยนต์เสียหลักชนรถที่จอดริมถนนตลาดสดเทศบาลตำบลโนนหัน

ทำให้มีผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลชุมแพ 1 ราย ทะเบียนรถ กฉ 6236 เลย (ยังไม่ทราบชื่อผู้บาดเจ็บ)รถยนต์เสียหาย จำนวน 7 คัน และทรัพย์สินทางราชการเสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ ชุมแพ ได้นำตัวคนขับรถสิบล้อไปสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ทางด้านนายบุญส่ง คำมูล นายกเทศมนตรีตำบลโนนหันได้สังการให้หน่วยกู้ภัยเทศบาลตำบลโนนหัน มาอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุการครั้งนี้ พร้อมประสานหัวหน้าหมวดทางหลวงโนนหัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ ย่อยชุมชนโนนหัน ได้ออกมาอำนวยความสะดวกในเส้นทางดังกล่าว

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กอ.รมน.จังหวัด ส.ท. ร่วมกิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

แชร์เนื้อหานี้

28 กรกฎาคม 2568 เมื่อเวลา09.00น.ของวันที่ 22 ก.ค. 68 พ.อ.พิทยา ราชะพริ้ง รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ท. (ท.) พร้อมด้วยกำลังพล กอ.รมน.จังหวัด ส.ท. ร่วมกิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 ณ โรงเรียนบ้านบึงบอน ต.กลางดง อ.ทุ่งเสลี่ยม จว.ส.ท. โดยร่วมกันปลูกต้นไม้ จำนวน 500 ต้น บนพื้นที่ 10 ไร่ ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้มีคณะพระสงฆ์จากวัดในพื้นที่,

ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา, ผู้อำนวยการโรงเรียน, คณะครู ผู้ปกครองนักเรียน, นักเรียน รร.บ้านบึงบอน, ผู้นำท้องที่ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกใน

พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พร้อมทั้งร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โดยรอบโรงเรียนให้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศูนย์คุณธรรมจัดกิจกรรม “Active Media for Moral Ecosystem” จุดประกายสื่อสร้างสรรค์คุณธรรมพลังบวก สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยช่วยเหลือสังคม

แชร์เนื้อหานี้

16 กรกฎาคม 2568 : 13.00-15.00 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,ดร.อนุชิดา ชินศิรประภา ประธานกรรมการประสานงานส่วนภูมิภาค ภาค 16

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ นางวิไล รุ่งรัตน์มณีมาศ รองประธานกรรมการ จ.สมุทรปราการ และนางคำนึง นิยมสุข กรรมการ,นายสนั่น สุขแสง นายก ทต.คลองด่าน,นางสายสุณีย์ จันทร์ดี ผอ.รพ.สต.คลองด่าน ม.7 [สร่างโศก] และคณะ,ผญบ.ม.4,5,6,7,8,อสม.ต.คลองด่าน,ชมรมช่วยเหลือสังคม,นายธวัชชัย จิตต์เจริญ ที่ปรึกษาสมาคมคนพิการฯ ผู้ประสานงาน : ลงพื้นที่ให้ความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์คนพิการ และมอบชุดเยี่ยมให้คนพิการ จำนวน 10 ราย ณ รพ.สต.คลองด่าน ม.7 [สร่างโศก] อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ

*** ขอขอบคุณผู้ร่วมบริจาค มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ดังรายนามต่อไปนี้ ***

  • สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล : บริจาคชุดเยี่ยม [ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำมันพืช น้ำปลา บะหมี่สำเร็จรูป ปลากระป๋อง ฯลฯ] จำนวน 10 ชุด
  • ประธานกรรมการประสานงานส่วนภูมิภาค ภาค 16 สภาสังคมสงเคราะห์ฯ : บริจาคน้ำดื่ม 10 โหล,บะหมี่สำเร็จรูป 10 ห่อ
  • สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ประธานกรรมการประสานงานส่วนภูมิภาค ภาค 16สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล
  • ชมรมช่วยเหลือสังคมทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1

ศูนย์คุณธรรมจัดกิจกรรม “Active Media for Moral Ecosystem” จุดประกายสื่อสร้างสรรค์คุณธรรมพลังบวก

18 กรกฎาคม 2568 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จัดกิจกรรม “Active Media for Moral Ecosystem” ภายใต้โครงการพัฒนาระบบนิเวศคุณธรรมกับเครือข่ายสื่อมวลชน เพื่อมุ่งส่งเสริมความร่วมมือ และการรวมพลังของ “นักสื่อสารมวลชน” ในการถ่ายทอดเรื่องราวที่สร้างสรรค์ สร้างแรงบันดาลใจ และส่งเสริมคุณค่าทางสังคม โดยยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณสื่อมวลชน โดยได้รับความสนใจจาก บุคลากรสื่อสารมวลชน เข้าร่วม จำนวนกว่า 45 คน ณ ห้องรัชโยธิน ชั้น 20 โรงแรมเดอะ บาซาร์ แบงค็อก กรุงเทพมหานคร

การอบรมครั้งที่ 1 ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี, คุณเสถียร วิริยะพรรณพงศา ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายข่าว PPTV, คุณอริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช นักรณรงค์เพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ดำเนินรายการโดย คุณณรงค์ฤทธิ์ คิดเห็น นักจัดรายการวิทยุและพิธีกร สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา นอกจากนี้ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมยังได้ระดมความคิดเห็น และเรียนรู้เทคนิคเติมเต็มประเด็นที่มีคุณค่าในผลงาน โดย ผศ.ดร.สกุลศรี ศรีสารคาม รองคณบดีด้านวิชาการ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รศ. นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ประธานในพิธี กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการ “สื่อสารคุณธรรมพลังบวก“ โดยมุ่งส่งเสริมให้เครือข่ายสื่อมวลชนได้เรียนรู้ รับฟัง และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อนำไปสู่การผลิตสื่อที่มีคุณภาพ สะท้อนคุณค่าทางสังคม อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพของการสื่อสารเชิงบวก

ทั้งนี้ ศูนย์คุณธรรมยังได้เน้นย้ำบทบาทของเครือข่ายสื่อมวลชนในฐานะพลังขับเคลื่อนระบบนิเวศคุณธรรม ด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมผ่านสื่อ ส่งเสริมความรู้เท่าทัน และการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมทั้งผลักดันแนวคิด “คนดีมีพื้นที่ยืน ความดีมีพื้นที่ในสังคม” ผ่านรางวัล THAILAND MORAL AWARDS เพื่อยกย่องผู้ผลิตสื่อสร้างสรรค์ บุคคลต้นแบบ และองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นในการขับเคลื่อนคุณธรรม


.นโอกาสเดียวกัน ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ได้มอบโล่เชิดชูเกียรติให้กับ “มูลนิธิองค์กรทำดี” โดยมี ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นตัวแทนรับมอบ เนื่องด้วยเป็นองค์กรที่แสดงให้เห็นถึงพลังของ “ความดีที่จับต้องได้” ผ่านการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน อาทิ อุทกภัย วาตภัย แผ่นดินไหว

การจัดตั้งโรงครัวสนามในพื้นที่ประสบภัย การแจกจ่ายอาหารและสิ่งของจำเป็น การสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อแก่บุคลากรทางการแพทย์ในช่วงสถานการณ์โรคระบาด ตลอดจนการฟื้นฟูโรงเรียนและโรงพยาบาลที่ขาดแคลนทรัพยากรอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ มูลนิธิองค์กรทำดี ยังเป็นแรงบันดาลใจและส่งต่อพลังบวกให้กับคนไทยจำนวนมากในการลุกขึ้นมาทำความดีในแบบของตนเอง ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เพราะทุกความช่วยเหลือล้วนมีคุณค่า และสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของใครบางคนได้อย่างแท้จริง

กิจกรรมในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นเวทีแห่งการเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมพลัง “สื่อคุณธรรม” ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน
.
.
ภาพ/ข่าว: กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

ศูนย์คุณธรรม #ทำดีไม่ต้องเดี๋ยว #คนดีมีพื้นที่ยืน #ความดีมีพื้นที่ในสังคม #กระทรวงวัฒนธรรม

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
🌐 Facebook : ศูนย์คุณธรรม Moral Center Thailand
🎥 YouTube : Moral Channel

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ส่งมอบเมตตาธรรมสู่สรรพสัตว์ มอบเงินสนับสนุนยารักษาโรค โคกระบือไถ่ชีวิต ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงฯ จังหวัดลพบุรี และเตรียมขยายการเยี่ยมเยียนช่วยเหลือไปจังหวัดอื่นๆ

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำโดย อาจารย์ วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิฯ เป็นตัวแทนกัลยาณมิตร เยี่ยมเยียนและมอบเงินสนับสนุนเป็นค่ายารักษาโรค

พร้อมทั้งดูความเป็นอยู่โคกระบือที่เคยไถ่ชีวิต (ในวาระต่างๆ) เพื่อเป็นหลักประกันและประสานความร่วมมือหน่วยรับมอบ ฝากให้เลี้ยงดูโคกระบือไถ่ชีวิต ให้มีชีวิตยั่งยืนอยู่เป็นสุขสบาย ทั้งตัวพ่อแม่และลูกหลานที่เกิดมาภายหลัง ตามวัตถุประสงค์กัลยาณมิตรผู้ร่วมพลังบุญ ถวายเป็นพุทธบูชา ถวายเป็นพระราชกุศลฯ

โดยเมตตานุเคราะห์ รับเลี้ยงดูแลของหน่วยงานทหารพันธ์ดี ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดลพบุรี อาทิ

  • กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ โดย กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ , กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 11 กรมทหารปืนใหญ่ที่1 รักษาพระองค์
  • ศูนย์การบินทหารบก
  • ศูนย์การทหารปืนใหญ่

ทั้งนี้ เมื่อได้เยี่ยมเยียนโคกระบือในสถานที่จริงแล้ว ก็ได้รับฟังข้อเสนอแนะ และพิจารณาสงเคราะห์ช่วยเหลือรายกรณี แม้ผู้เยี่ยมเยียนอาจลำบากและใช้เวลามาก … แต่ก็เพื่อต่อลมหายใจให้สรรพสัตว์เหล่านี้ มีความสุขสบาย อายุยืนยาว ต่อไป

ขอส่งพลังบุญและมงคลอธิษฐานนี้ให้แด่ กัลยาณมิตรทุกท่าน ให้ปราศจากทุกข์โศกโรคภัย ปรารถนามงคลใดๆ ให้สำเร็จผลตราบถึง พระนิพพาน เทอญ…เชิญติดตามข่าวสาร มูลนิธิพุทธภูมิธรรม … ธรรมทาน งานบุญ ที่

: มูลนิธิพุทธภูมิธรรสาธุๆๆอนุโมทามิฯมูลนิธิพุทธภูมิธรรพุทธภูมิธรรมนำสุขทำบุญ #สุขใจที่ได้ทำบุญให้ทาน #ธรรมทาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดกิจกรรม จิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ”

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 16 กรกฎาคม 2568 พล.ต.สมคิด ชูเผือก ผบ.มทบ.44 ให้เกียรติมาเป็นประธาน กิจกรรม จิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” แด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร รามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ์ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

เนื่องใน วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2568 และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร รามาธิบดี ศรีสนทรมหาวชิราลงกรณ์ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทาน โครงการจิตอาสาพระราชทาน ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ปรองดองสามัคคี ร่วมมือร่วมใจ ประกอบกิจกรรมสาธารณะ

เพื่อประโยชน์ สุขของประชาชนส่วนรวม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ให้มีความรักความผูกพัน ในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จึงเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ที่ในวันนี้ท่านทั้งหลาย และนักศึกษา วิชาทหารทั่วประเทศ ได้มาชุมนุมโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อร่วมแสดงพลัง ความจงรักภักดี และทำกิจกรรมจิตอาสา ให้สำเร็จเป็นไปตาม

วัตถุประสงค์ และในกิจกรรมครั้งนี้ ยังมุ่งหวังให้นักศึกษาวิชาทหารเป็นต้นแบบ ในการปลุกพลังความดี ที่มีอยู่ในหัวใจของแต่ละคน นำไปสู่การปฏิบัติ ที่เห็นผลเป็นรูปธรรม และยั่งยืนต่อไป ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้า ปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า

พลตรีสมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ 73 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2568 นี้ ข้าพระพุทธเจ้า พร้อมด้วยกำลังพลจิตอาสา

พระราชทาน ต่างมีความปลื้มปีติ และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ที่ทรงมีพระเมตตา ในการที่จะบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้ประชาชน มีความรัก ความสามัคคี และพัฒนาประเทศ ให้เจริญก้าวหน้าเป็นปึกแผ่น และยั่งยืน

อีกทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานโครงการ จิตอาสาพระราชทาน เราทำความดีเพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โดยมี พระบรมราโชบาย ให้เริ่มทำจากเล็กไปใหญ่ ปัจจุบันมีทั้งส่วนราชการ และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ปวงข้าพระพุทธเจ้า ต่างสำนึก ในพระมหากรุณาธิคุณ ของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท

ในโอกาสอันเป็นมหามงคลยิ่งนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอทำ กิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เพื่อเป็นการร่วมกันทำความดี เฉลิมพระเกียรติ และแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมทั้ง จะปฏิบัติตนเป็นคนดี เพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตลอดไป พร้อมทั้งขอพระราชทาน พระราชวโรกาส น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระพรชัยมงคล ด้วยอำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย พระสยามเทวาธิราช และสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย

ได้โปรดคุ้มครองใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงมี พระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ทรงพระเกษม สำราญ และทรงเป็นร่มโพธิ์ทอง ของปวงข้าพระพุทธเจ้าตลอดกาลนาน พระพุทธเจ้าข้า ขอรับ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แม่ค้าสายเขียวปิ๊งไอเดียทำสินค้าที่ระลึกจากพืชกัญชา สร้างจุดขายต่อยอดรายได้ช่วงกระแสกำลังป่วน

แชร์เนื้อหานี้

จากกระแสการแก้ไขกฎหมายให้พืชกัญชาจากสมุนไพรควบคุมกลับสู่ยาเสพติด จนสร้างความสับสนให้สังคมถึงความชัดเจนต่อเรื่องดังกล่าว ส่งผลให้เปิดผลกระทบกับผู้ประกอบการธุรกิจพืชกัญชาเป็นอย่างมากในตอนนี้ ซึ่งหลายคนได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการกันเพื่อเอาตัวรอด

นางเกษสุดา เพทเทอร์เซ่น เจ้าของร้าน Mighty MINIMART ผู้ประกอบการธุรกิจพืชกัญชาถูกกฎหมายที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข ให้จำหน่ายหรือแปรรูปสมนุนไพรควบคุมเพื่อการค้า ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 เปิดเผยว่า จากกระแสการนำพืชกัญชากลับมาเป็นสิ่งกฎหมายทำให้เกิดความสับสนในกลุ่มผู้ประกอบการทำให้รายได้ลดลง

ทั้งนี้ จึงได้เกิดไอเดียต่อยอดธุรกิจช่วงกระแสพืชกัญชาปั่นป่วนด้วยการนำพืชกัญชามาแปรรูปเป็นสินค้าที่ระลึกเพื่อสร้างจุดขาย โดยจะมีทั้ง สร้อย ต่างหู กำไล จี้หอยคอ เครื่องประดับ พวงกุญแจ ที่เขี่ยบุหรี่ ที่เปิดขวด และอื่นๆ โดยอยู่ในช่วงของการดำเนินการผลิตและจะจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการช่วงไฮซีซั่นที่จะถึงนี้ เพราะจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาพักผ่อนในทุกๆ ปี

อย่างไรก็ดี สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ตั้งเป้าไว้นั้นจะเป็นกลุ่มลูกค้าสายเขียว โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะมาใช้บริการมากในช่วงไฮซีซั่น จะเป็นฐานลูกค้าเดิมและลูกค้าหลักของร้าน Mighty MINIMART เชื่อว่าจะสร้างความน่าสนใจและสร้างจุดขายใหม่ๆ ได้ในระดับที่น่าพึงพอใจอย่างแน่นอน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบต.น่าน ผอ.สาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา ของรร.ในสังกัดน่าน

แชร์เนื้อหานี้

อบจ.น่าน ทำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา ของโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน น่านหนึ่งเดียว #น่านน่ากิน #น่านน่าอยู่ #น่านน่าเที่ยว #น่านน่าเรียน #น่านน่าธรรม

วันที่ 11 กรกฎาคม 2568 ณ โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน 2 (ศรีสระวงศ์) อำเภอปัว จังหวัดน่าน นายนพรัตน์ ถาวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน นางผกามาศ นันทจีวรวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา ผู้รับมอบอำนาจ

ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา โดยมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน

สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2 คณะผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่ อำเภอปัว ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น ในพื้นที่ตำบลไชยวัฒนา คณะครูโรงเรียน อบจ.น่าน 1(ตาลชุมพิทยาคม) และ อบจ.น่าน 2 (ศรีสระวงศ์) ร่วมเป็นเกียรติในพิธีบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ ด้วย

บันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและพัฒนาขีดความสามารถของการจัดการศึกษาของโรงเรียน ในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน และเพื่อพัฒนา ส่งเสริม และเติมเต็มศักยภาพของนักเรียนของโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน

องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่านมีเจตนารมณ์ที่จะยกระดับคุณภาพการศึกษาและคุณภาพของนักเรียนที่จะสำเร็จการศึกษาทุกระดับ โดยได้พัฒนากระบวนการรับนักเรียน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักสูตรและกิจกรรมเสริมหลักสูตร ตลอดจนการวัดผลและประเมินผลการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อพัฒนา ส่งเสริม และเติมเต็มศักยภาพของนักเรียนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศชาติต่อไป

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษาและองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่านได้ตระหนักถึงความสำคัญในการปลูกฝั่ง การสร้างคนทุก ด้านอย่างมีคุณภาพ และมีเจตจำนงอย่างแน่วแน่วแน่ในการสนับสนุนทางวิชาการเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและพัฒนาขีดความสามารถของการจัดการศึกษา อีกทั้งเพื่อยกระดับและคุณภาพของนักเรียนสู่การศึกษาใน


ระดับอุดมศึกษาในอนาคตองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์รงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่านน่านหนึ่งเดียว นพรัตน์ ถาวงศ์น่านหนึ่งเดียว #NAN 🇹🇭น่านน่าอยู่ #น่านน่าเที่ยวน่านน่ากิน #น่านน่าเรียน #น่านน่าธรรม

เพื่อน่านหนึ่งเดียว NAN⛰🌳💦/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อใวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บิ๊กซี จัดงานแฟนมีท”Simplus x Butterbear Exclusive Edition”ชูคาแรคเตอร์หมีเนยสุดน่ารัก ถูกใจเหล่ามัมหมี พ่อหมี ตอบรับฟีดแบคดี บิ๊กซี

แชร์เนื้อหานี้

“Simplus x Butterbear Exclusive Edition”ชูคาแรคเตอร์หมีเนยสุดน่ารัก ถูกใจเหล่ามัมหมี พ่อหมี ตอบรับฟีดแบคดี บิ๊กซี ร่วมกับ เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ Simplus จัดเต็ม! งานแฟนมีท “Simplus x Butterbear Exclusive Edition” เอาใจบรรดามัมหมี – พ่อหมี ร่วมงานกันคับคั่ง พร้อมเดินหน้าส่งสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษลายหมื เนยสุดน่ารัก ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า ควบคู่การสร้าง ประสบการณ์ใหม่ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า

นายวีระชาติ คำกลัด ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายจัดซื้อสินค้าบริโภค บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บิ๊กซี ผนึก “Simplus” ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า นำโดย นาง โรมี่ ฝัน (Romy Fan) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Simplus ประเทศไทย ร่วมกันจัดกิจกรรมแฟนมีทสุดพิเศษ “Simplus x Butterbear Exclusive Edition” เอาใจกลุ่มลูกค้า

โดยเฉพาะบรรดามัมหมี – พ่อหมี ของ “น้อง หมีเนย” หรือ Butterbear แบบจัดหนักจัดเต็ม พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ บรรดาผู้ที่ชื่นชอบน้องหมีเนยได้มีโอกาสสัมผัสความน่ารักสดใสจาก กิจกรรมต่าง ๆ ที่น้องหมีเนยมาร่วมสนุกภายในงานฯ อาทิ กิจกรรม แฟชั่นโชว์ กิจกรรมสาธิตการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า แบรนด์ Simplus โดยมี ผู้สนใจเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ณ บิ๊กซี สาขาราชดำริ วันที่ 5 กรกฎาคม 2568

ทั้งนี้ ภายในงานฯ ยังมีกิจกรรมพิเศษ คือ การถ่ายรูป Photo Group น้องหมีเนย กับลูกค้า Top Spender โดยเป็นสิทธิพิเศษที่มอบให้ เฉพาะลูกค้าสมาชิกบิ๊กพอยต์ของบิ๊กซี ที่มียอดซื้อสะสมในกลุ่มสินค้า เครื่องใช้ไฟฟ้า Simplus คอลเลคชัน “หมีเนย” จาก 10 รุ่นที่ร่วม รายการ สูงสุด 20 อันดับแรก ภายในช่วงระยะเวลาที่กำหนด ระหว่างวัน ที่ 29 พฤษภาคม 2568 – 30 มิถุนายน 2568 พร้อมรับของที่ระลึกสุด Exclusive รวมจำนวนทั้งสิ้น 20 รางวัล โดยกิจกรรมดังกล่าวได้รับการ ตอบรับที่ดีจากตลาดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบคาแรคเตอร์ ของหมีเนย ซึ่งมีฐานแฟนคลับจำนวนมาก

SimplusxButterbear #SimplusxButterbearatBigC#มัมหมีน้องเนย #หมีเนย #Butterbear #BigC #Simplus #บิ๊กซี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มทบ.38 จัดกิจกรรม “พบปะสื่อมวลชน” กระชับสัมพันธ์สื่อท้องถิ่นน่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เวลา 16.00 น. มณฑลทหารบกที่ 38 (มทบ.38) จัดกิจกรรม “มทบ.38 พบปะสื่อมวลชนจังหวัดน่าน” ณ บริเวณหน้ากองบัญชาการ มทบ.38 อำเภอเมืองน่าน เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยทหารกับสื่อมวลชนในพื้นที่

กิจกรรมเริ่มด้วยการแข่งขันกีฬาเปตองระหว่างทีม มทบ.38 และทีมสื่อมวลชน ณ สนามหน้ากองบัญชาการ สร้างบรรยากาศสนุกสนานและสามัคคี ก่อนจะร่วมกัน ปลูกต้นไม้ 5 ชนิด ได้แก่ อะโวคาโด มะไฟ ขนุน มะปราง และฝรั่ง ข้างร้านกาแฟของหน่วย เพื่อส่งเสริมจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ในช่วงค่ำ มีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ พร้อมชมคลิปนำเสนอประวัติและภารกิจของหน่วย ตลอดจนผลงานเด่นในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา โดย พลตรี บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการ มทบ.38 ให้การต้อนรับสื่อมวลชน พร้อมแนะนำคณะผู้บังคับบัญชาและฝ่ายอำนวยการของหน่วย

ภายในงานยังมีการประชาสัมพันธ์การแข่งขันยิงปืนรายการ “38th MD Shooting Challenge 2025” ด้วยคลิปโปรโมตเชิญชวนเข้าร่วม พร้อมพิธีสรุปผลการแข่งขันกีฬาและมอบถ้วยรางวัลให้แก่ทีมผู้ชนะ กิจกรรมจบลงด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพ

ในการร้องเพลงร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ มทบ.38 และสื่อมวลชน สะท้อนความมุ่งมั่นของ มทบ.38 ในการสร้างพื้นที่แห่งความเข้าใจ เสริมสร้างความร่วมมือ และสานสัมพันธ์กับสื่อมวลชนจังหวัดน่านอย่างยั่งยืน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขนส่งจังหวัดศรีสะเกษเตรียมประมูลทะเบียนรถเลขสวยหมวด กบ การเงินมั่งมี บารมีเพิ่มพูน 19 ก.ค.นี้ ตั้งเป้ารายได้ 10 ล้านบาท ถ้าพลาดการประมูลหมวด กบ ครั้งนี้จะต้องรออีก 70 ปี ถึงจะมีให้ประมูลอีก

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 68 ที่โรงแรมแกลลอรี่ ดีไซน์ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ สำนักงานขนส่งจังหวัดศรีสะเกษได้จัดแถลงข่าวเตรียมประมูลทะเบียนรถเลขสวย “กบ” การเงินมั่งมี บารมีเพิ่มพูน ในวันที่ 19 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ โดยมี นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้วาราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ และ ผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังรายละเอียดการเข้าร่วมประมูล

***ซึ่งป้ายทะเบียนเลขสวย หมวดอักษร “กบ”มีความหมายว่า “การเงินมั่งมี บารมีเพิ่มพูน”ได้ทำพิธีอธิษฐานจิตเพื่อความเป็นสิริมงคล และ เดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย โดยพระครูโกศลสิกขกิจ หรือ หลวงพ่อพุฒวายาโม เจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา ประธานมูลนิธิหลวงปู่สรวง เจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ (ธ) นั่งอธิษฐานจิตปลุกเสกด้านหน้าโลงสรีระสังขารของ “หลวงปู่สรวง” อดีตพระเกจิชื่อดังแห่งอีสานใต้ พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของคนไทยและกัมพูชา แม้หลวงปู่จะละสังขารมาแล้วกว่า 20 ปีแล้ว แต่สรีระของท่านยังคงสภาพสมบูรณ์ ไม่เน่าเปื่อย

***นายสมพงษ์ เทียนชัยเกิดศิลป์ ขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ กำหนดจัดประมูลหมายเลขทะเบียนรถยนต์เลขสวย สำหรับรถยนต์ไม่เกิน 7 ที่นั่ง หรือ ที่เรียกว่ารถเก๋ง หมวดอักษร “กบ” ในวันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมแกลเลอรี่ ดีไซน์ อำเภอเมืองศรีสะเกษ ผ่านระบบประมูลแบบเคาะเสนอราคาสูงสุด และ ผ่านระบบออนไลน์ โดยรายได้จากการประมูลจะนำเข้าสู่กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน คาดว่าน่าจะมีรายได้ประมาณ 10 ล้าน

ซึ่งเลขทะเบียนที่คาดว่าราคาจะสูงและเป็นที่ต้องการของคนทั่วไปคือ 9999 เบื้องต้นราคาอาจสูงถึง 1 ล้านบาท นอกจากนี้หมวดตัวอักษร “กบ” ถือหมวดชื่อ กบ ที่เป็นสัตว์ชนิดเดียว กระโดดไปหน้าหน้าอย่างเดียว ไม่มีกระโดดถอยหลัง เปรียบเสมอใครที่ได้ครอบครองจะก้าวหน้าอย่างเดียว และหมวด กบ นี้จะมีให้ประมูลอรีกครั้งก็ประมาณอีก 70 ปี ข้างหน้า จึงเชิญชวนผู้สนใจได้ร่วมจับจองประมูลหมายเลขทะเบียนสวยเพื่อเป็นเจ้าของ แม้จะยังไม่มีรถยนต์ก็สามารถประมูลได้
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ ฝาก ขาย – ซื้อ หรือเช่า อสังหาริมทรัพย์ทุกชนิด จ.ชลบุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 กรกฎาคม 2568บริษัท เฮง เฮง พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด นาย ภูวดล พุทธ์เทศน์ะ ( เฮง )กรรมการผู้จัดการบริษัทฝากขาย – ซื้อหรือเช่า อสังหาริมทรัพย์ทุกชนิดรับทรัพย์เข้าระบบอีก 1 หลัง บ้านเดี่ยวพลอยเพลินแหลมฉบังสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาบางละมุง ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาศรีราชา เสี่ย เฮงๆ จัดให้ท่านใดสนใจอยากได้บ้านมือสองบ้านสวยๆ ( แถวศรีราชา ) เสี่ย ( เฮง เฮง ) จัดให้มีทีมงานครบวงจรสนใจติดต่อเบอร์โทรนี้ได้ 0917432784 0813291222 ( เฮง เฮง )

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งที่ 22 ให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (4 ก.ค.68) เวลา 09.00 น. ที่วัดอ่างทอง หมู่ที่ 1 ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีถวายสดุดีพระเกียรติคุณ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี และพิธีเปิดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งที่ 22

โดยมี นายแพทย์ธนกร ศรัณยภิญโญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด นางณัฐชาลัคนา สุขภาคกุล รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก

นายบังเอิญ พึ่งโพธิ์ทอง นายก อบต.อ่างทอง นายลือยศ ภู่ทอง สจ.เขตอำเภอทับสะแก นพ.นพรัตน์ ชัยเจริญวิมลกุล รักษาการ ผอ.รพ.ทับสะแก นางสาวณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะแก นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธาน

ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก นายชลิต เพชรดี กำนัน ต.อ่างทอง
พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เหล่ากาชาดจังหวัดฯ บุคลากรจากหน่วยงานสาธารณสุข อาสาสมัคร พอ.สว. ประจำจังหวัด ประชาชนและนักเรียน เข้าร่วมพิธีฯ

การจัดกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ในวันนี้ จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติเนื่องในวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ

ได้ประกอบพิธีถวายสดุดีแด่พระองค์ และได้ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ มอบถุงสิ่งของอุปโภคบริโภคจากสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้แก่ประชาชน และทุนการศึกษามอบให้แก่นักเรียนจำนวน 39 ราย จากนั้นจึงได้เดินเยี่ยมชมและให้กำลังใจแก่บุคลากรจากหน่วยงานสาธารณสุขที่มาออกให้บริการแก่ประชาชน

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับโรงพยาบาลทับสะแก สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทับสะแก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ เพื่อเป็นกิจกรรมโดยเสด็จพระราชกุศล และแสดงออกถึงความจงรักภักดี สืบสานพระปณิธานของพระองค์ท่าน ด้วยการนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการแก่ประชาชน โดยมี

วัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชน ในด้านการรักษาพยาบาล การป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพและการฟื้นฟูสมรรถภาพ บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป บริการตรวจสุขภาพช่องปาก บริการตรวจหาเชื้อมาลาเรีย บริการแพทย์แผนไทย และตรวจสุขภาพนักเรียน โดยมีหน่วยงานสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมให้บริการตรวจสุขภาพแก่ประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โดยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้รับพระราชทานเป็นจังหวัด พอ.สว. ลำดับที่ 15 ของประเทศ ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2512 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 56 ปีที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ และรถทันตกรรมเคลื่อนที่ให้บริการประชาชน ในท้องถิ่นทุรกันดารมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนองพระปณิธานในองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งพระองค์ทรงห่วงใยในสุขภาพอนามัย ความเป็นอยู่ ตลอดจนการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพของปวงชนชาวไทยในพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร

////////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วิ่งเพื่อสุขภาพ ชมความสวยงามของเมืองชุมพรช่วงกลางคืน “Night Run Chumphon”

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 5 กรกฎาคม 2568 เวลา 18.30 น. ณ สนามกีฬากลางจังหวัดชุมพร อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร
นายอภิชาติ สาราบรรณ์ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ให้เกียรติมาเป็น

ประธาน พิธีเปิดและร่วมกิจกรรมการวิ่งเพื่อสุขภาพ “Night Run Chumphon”ร่วมกับ นายนุกูล แก้วสวี นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชุมพร คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ หัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ นักวิ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรม และสื่อมวลชน ทุกท่าน

นายนุกูล แก้วสวี กล่าว ในนามของคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ขอขอบคุณท่าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นอย่างสูงที่ให้เกียรติมาเป็น ในวันนี้ ด้วยสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชุมพร ร่วมกับชมรมวิ่งจังหวัด ชุมพร จัดกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพ “Night Run Chumphon” เพื่อเป็น การส่งเสริมการออกกำลังกาย ส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจ ของจังหวัดชุมพร

โดยกำหนดจัดวิ่งฟันรัน ระยะ ๔.๕ กิโลเมตร มีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมประมาณ ๗๐๐ คน ฝ่ายจัดการแข่งขันฯ หวังเป็นอย่างว่ากิจกรรมดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมและ พัฒนากีฬาของจังหวัดชุมพร และส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้นักวิ่งได้ดื่ม ต่ำธรรมชาติ แสง สี เสียง ความสวยของเมืองชุมพร ในช่วงเวลาค่ำคืน

นายอภิชาติ สาราบรรณ์ กล่าว กระผมรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธาน พิธีเปิดการจัดกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพ “Night Run Chumphon” ในวันนี้
จากคำกล่าวรายงานจะเห็นได้ว่าฝ่ายจัดการแข่งขันฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของการจัดกิจกรรมวิ่ง เพื่อสุขภาพดังกล่าว

โดยมุ่งเน้นให้เยาวชน และประชาชนหันมาสนใจ กีฬา ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ทำให้มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง สมบูรณ์ มีคุณภาพชีวิตที่ดีปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ ตามสโลแกนที่ว่า “สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเล่นกีฬา” ประกอบกับปัจจุบัน การออกกำลังกายโดยการเดิน-วิ่ง เป็นที่นิยมกันมากที่สุด

ซึ่งจะเห็นได้ จากสถานที่ออกกำลังกายต่างๆ จะมีประชาชนทุกกลุ่มอายุไปใช้บริการ อาทิเช่น สนามกีฬากลางจังหวัดชุมพร แห่งนี้ ทั้งนี้การจัดกิจกรรมกีฬา ดังกล่าว ยังส่งผลให้นักกีฬาตัวแทนจังหวัดชุมพร ไม่ว่าจะเป็นกีฬา เยาวชนแห่งชาติ กีฬาแห่งชาติ หรือกีฬาอาวุโสแห่งชาติ

ได้รับการ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำผลงานอยู่ในอันดับต้นๆ ของภาคใต้ และ ที่สำคัญเส้นทางวิ่งล้อมเมือง เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของ จังหวัดชุมพร กระตุ้นเศรษฐกิจและรายได้สู่คนในชุมชนอย่างทั่วถึง

ท้ายที่สุดนี้ขอขอบคุณคณะกรรมการจัดงานฯ หน่วยงานท เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ที่ทำให้เกิดกิจกรรมวิ่ง เพื่อสุขภาพ “Night Run Chumphon” และขอให้การจัดกิจกรรม ครั้งนี้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของการจัดงานทุกประการ และขออวยพรให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีสุขภาพที่แข็งแรงทุกท่าน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมคณะทำงานประสานและบูรณาการเพื่อบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเมืองเก่าน่าน ครั้งที่ 1/25688

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมดอกเสี้ยว 1 โรงแรมน่านตรึงใจ นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดการประชุมคณะทำงานประสานและบูรณาการเพื่อบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเมืองเก่าน่าน ครั้งที่ 1/2568

เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวตามเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (GSTC) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 แผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

และรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวตามเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (GSTC) รวมทั้งการพิจารณาร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการประสานและขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน และตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

ตามเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Criteria, GSTC) โดยมี พันเอก นาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผู้จัดการ อพท.สุโขทัย

ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง ผู้จัดการ อพท.น่านกล่าวรายงาน พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาคีเครือข่าย เข้าร่วมประชุม/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯโคราช พบสื่อ เพื่อสื่อสารการพัฒนาเมืองโคราช ไปสู่ประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ (27 มิถุนายน 2568) ที่ห้องประชุมท้าวสุรนารี ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พบปะพูดคุยกับสื่อมวลชน โดยมี นายวีระชาติ ทุ่งไผ่แหลม รองนายก อบจ.นครราชสีมา , นายแพทย์สุพล ตติยพรนันทพร นพ.สสจ.นครราชสีมา, นายทวีศักดิ์ ศักดิ์ศินานนท์

นายช่างโครงการทางลอดแยกนครราชสีมา และ นายอิทธิกร พรมโพทิม ผู้ช่วยนายช่างฯ เข้าร่วมแถลงข้อมูลประเด็นความคืบหน้าการดำเนินงานต่าง ๆ ผ่านสื่อมวลชนในพื้นที่ ให้ช่วยประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา

ในโอกาสนี้ อบจ.นครราชสีมา ได้ร่วมแถลงประเด็นภารกิจสำคัญด้านโครงสร้างพื้นฐาน คือ การปรับปรุง ซ่อมแซมถนนที่ใช้สัญจร เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก และถนนที่บูรณาการร่วมกับพี่น้องท้องถิ่นอย่าง เทศบาล และ อบต. ในพื้นที่ รวมถึงภารกิจการดำเนินการเกี่ยวกับ “น้ำ” ที่ได้ให้การสนับสนุนเครื่องกลและบุคลากร เพื่อช่วยเหลือ

อปท. ที่ร้องขอและประสานแผนเข้ามา และโครงการก่อสร้างสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)นครราชสีมา (แห่งใหม่) ที่ได้รับความเห็นชอบจากสภา อบจ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ทางจังหวัดนครราชสีมา ได้ประชาสัมพันธ์ภารกิจที่จะดำเนินการ อาทิ การสร้าง “Sky Walk บริเวณเขาเขื่อนลั่น ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว แลนด์มาร์คใหม่ ที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงภูมิทัศน์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ, การจัดงาน

โครงการวิ่ง Night Run ผ่านจุดไฮไลท์สำคัญเมืองย่าโม สานต่อโครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ กำหนดจัดวันที่ 2 พ.ย. 68 โดย สสจ.นครราชสีมา พร้อมเปิดรับสมัครร่วมกิจกรรมตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 31 ส.ค.68, ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางลอด (แยกประโดก) มีความก้าวหน้ากว่า 67% เร็วกว่าแผนงาน 14.081%

ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค.68 จากนั้นจะเป็นการเดินหน้างานระบบต่าง ๆของทางลอดเข้าดำเนินการต่อ คาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จตรงตามสัญญา และความก้าวหน้าโครงการก่อเสร้างทางลอด (แยกนครราชสีมา) หรือ (แยกเทอร์มินอล) ที่มีความคืบหน้าผลรวมที่ 64.713% เร็วกว่าแผนงาน 17.146% คาดแล้วเสร็จ เม.ย.69

ทั้งนี้ ทางจังหวัดนครราชสีมา ได้มอบหมายสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสึมา จัดพบปะสื่อมวลชน ในรูปแบบการแถลงข่าวประจำเดือน โดยจะมีส่วนงานต่างๆ ร่วมบอกเล่าข่าวสารแก่สื่อมวลชน เพื่อนำไปขยายผลให้ประชาชนรับทราบต่อไป

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมเดินรณรงค์ ต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2568 พร้อมประกาศเจตนารมณ์และกล่าวคำปฏิญานตนต่อต้านยาเสพติด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เวลา 16.00 น. นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะ ผอ.ศป.ปส.อ.ทับสะแก นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัด

อาวุโสอำเภอทับสะแก / รองผอ.ศป.ปส.อ.ทับสะแก(1) พ.ต.อ.สาโรจน์ พิมพ์คุณากร ผกก.สภ.ทับสะแก /รอง ผอ.ศป.ปส.อ.ทับสะแก(2) พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง/รองผอ.ศป.ปส.อ.ทับสะแก (3)

ร่วมจัดกิจกรรมเดินรณรงค์เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2568 พร้อมประกาศเจตนารมณ์ และกล่าวคำปฏิญานตนต่อต้านยาเสพติด เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ตามมติประชุมสมัชชาองค์การสหประชาชาติกำหนดให้

วันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปีเป็นวันต่อต้านยาเสพติดโลก ภายใต้แนวคิด “Stop Drugs Start Power สร้างพลังไทย หยุดภัยยาเสพติด”เพื่อรณรงค์สร้างกระแส และปลุกจิตสำนึกในการป้องกัน แก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาอันเกิดจากยาเสพติด

โดยมี นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน นายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก นายวิบูลย์ เทียนทอง นายกอบต.ทับสะแก พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ ตำรวจ ทหาร ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม.

นักเรียน มูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถาน เข้าร่วมการจัดกิจกรรม จำนวน 500 คน โดยได้ร่วมเดินรณรงค์ไปในตลาดอำเภอทับสะแกผ่านหน้าสถานีรถไฟและไปร่วมกล่าวปฏิญาณตนเจตนารมณ์การต่อต้านยาเสพติดที่หอประชุมอำเภอทับสะแก

///////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ลพบุรี สภ.โคกสำโรง ภ. จว.ลพบุรี ร่วมกิจกรรมงานวันต่อต้านยาเสพติดโลก 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 มิ.ย.68 เวลา 09.30 น. สภ. โคกสำโรง ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.ฯ พ.ต.ท.มนตรี เล่ห์อิ่ม รอง ผกก.ป.ฯ พ.ต.ท.องอาจ เนียมศรีเพชร สวป.ฯ โดย พ.ต.ต.ชยพล ตรีโอษฐ์ สวป.(ชส.)ฯ ร.ต.อ.โกวิทย์ พลั่วพันธ์ รอง สวป.(ชส.)ฯ ด.ต.พฤกษ เหมาะสมัย ผบ.หมู่(ป.)ฯ ส.ต.ต.ศรัณญ์ บุญภาพ ผบ.หมู่(ผช.พงส.)ฯ ร่วมกิจกรรม วันต่อต้านยาเสพติดโลก 26 มิ.ย.2568

กับโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลโคกสำโรง ด้วยการเดินรณรงค์ และบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของยาเสพติด โดย มีนางสาวกัญญ์ดา ศรพรหมกุล รองปลัดเทศบาลตำบลโคกสำโรง รักษาการผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียน

อนุบาลเทศบาลตำบลโคกสำโรง คณะครู บุคลากร และนักเรียน หน่วยงาน ภาครัฐ ประชาชนชาวโคกสำโรง ร่วมกิจกรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงโทษของยาเสพติด และการแก้ปัญหา ดังนี้

  1. เพื่อให้ประชาชน ชุมชน เยาวชน และหน่วยงานภาคี รับรู้และเห็นถึงความสำคัญของวันต่อต้านยาเสพติด ในการที่จะร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด
  2. เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังความสามัคคีของคนในชาติ ที่ร่วมเป็น “พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด”
  1. เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายในทุกภาคส่วนของสังคมเกิดความตระหนักถึงภัยจากยาเสพติดและเข้าร่วมในการ แก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อการเอาชนะยาเสพติดให้ได้ผลอย่างยั่งยืน
  2. เพื่อให้วันที่ 26 มิถุนายน เป็นวันที่แสดงถึงสัญลักษณ์ของการผนึกกำลังของคนในชาติ เพื่อร่วมแก้ไข ปัญหายาเสพติดให้หมด

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ. ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี
อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดตัวห้างหุ้นส่วนจำกัด พหุธน บุรีรัมย์ เอเจนซี่ (BRF) ศูนย์รวมพลังนักธุรกิจเครือข่ายสายเลือดใหม่

แชร์เนื้อหานี้

บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด จุดไฟแห่งความสำเร็จลุกโชนขึ้นอีกครั้งกลางเมืองบุรีรัมย์ เปิดตัวห้างหุ้นส่วนจำกัด พหุธน บุรีรัมย์ เอเจนซี่ (BRF) ศูนย์รวมพลังนักธุรกิจเครือข่ายสายเลือดใหม่ ภายใต้การนำของสองผู้นำรุ่นใหม่มากความสามารถ RCM ภุชงค์ สุดสวาท และ SE สาวิตรี สะอาดล้วน ที่ร่วมกันผลักดัน BRF ให้กลายเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนเครือข่ายธุรกิจ  ซูเลียนแห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

บรรยากาศภายในงาน Grand Opening สุดยิ่งใหญ่ ซึ่งจัดขึ้น ณ ใจกลางอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยได้รับเกียรติสูงสุดจาก ดร.ปิยะวัฒน์ จุลล์จักรวงศา ประธานกรรมการ บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด มาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง พันธมิตรทางธุรกิจ สมาชิก และแขกผู้มีเกียรติจากทั่วทุกสารทิศที่เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม

ไฮไลต์ของงานอยู่ที่เวทีแห่งแรงบันดาลใจ ที่ได้ 3 สุดยอดวิทยากรระดับแนวหน้า RCD ปราโมทย์ คงชัยRCD วิมุกดา ภูทับทิม และ RCD ไพบูลย์ เมืองอุดม มาร่วมแชร์ประสบการณ์จริง ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ และกลยุทธ์เด็ดที่ใช้ขับเคลื่อนชีวิตและธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง พร้อมปลุกพลังในตัวผู้ร่วมงานให้กล้าที่จะก้าวข้ามขีดจำกัด และเดินหน้าสู่ความฝันด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยพลังบวก

งานในครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่การเปิดบ้าน BRF เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึง “วิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่ของซูเลียน” ที่มุ่งมั่นสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่ง สร้างรายได้อย่างมั่นคง และมอบโอกาสให้กับผู้คนในภูมิภาคนี้ได้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งยังเป็นการประกาศอย่างชัดเจนว่า “ภาคอีสาน” พร้อมแล้วที่จะเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจซูเลียนในระดับประเทศ

ก่อนจบงานยังมีเซอร์ไพรส์สุดพิเศษกับกิจกรรม “จับแจกรางวัลอั่งเปาเงินสด” ที่สร้างทั้งเสียงหัวเราะ ความสุข และพลังใจให้กับสมาชิกทุกคนได้กลับบ้านไปพร้อมแรงบันดาลใจเต็มพิกัด!

BRF ไม่ใช่แค่ศูนย์ธุรกิจ แต่คือศูนย์กลางความฝันที่จับต้องได้ และก้าวต่อไปของความสำเร็จที่เริ่มต้นจากใจกลางบุรีรัมย์!

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กฟก.น่าน จัดประชุมตามโครงการส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการสร้างความเข้มแข็งองค์กรเกษตรกร ปีงบประมาณ 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 มิถุนายน 2568 เวลา 09.00 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานสาขาฯ ลงพื้นที่จัดประชุมตามโครงการส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการสร้างความเข้มแข็งองค์กรเกษตรกร ปีงบประมาณ 2568 เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ

ในกระบวนการสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรเกษตรกรร่วมกันระหว่างสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร อนุกรรมการฯ จังหวัด และสมาชิกองค์กรเกษตรกร กลุ่มเกษตรผสมผสานบ้านเด่นใหม่ ต.ไชยสถาน โดยมีนายบุญยงค์ สดสอาด ประธานอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ จังหวัดน่าน และนายสนิท มณเฑียร รองประธานอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ จังหวัดน่าน คนที่ 1 เข้าร่วมด้วย ณ หอประชุมหมู่บ้าน บ้านเด่นใหม่ ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน


ทั้งนี้การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ประกอบด้วยเนื้อหาหลัก ดังนี้
1.สิทธิและหน้าที่ขององค์กรเกษตรกรและสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ
2.แนวทางการสนับสนุนการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประเภทโครงการเงินอุดหนุนเพื่อพัฒนาความเข้มแข็งขององค์กร โครงการเงินกู้ยืมและการฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรที่ได้รับการจัดการหนี้


3.แนวทางการจัดการหนี้ของเกษตรกร 4.การพัฒนาความเข้มแข็งขององค์กรเกษตรกร (กิจกรรมองค์กร ระเบียบข้อบังคับโครงสร้างหน้าที่ )
5.การสมัครใช้ Application ของกองทุน เช่น แอพประชาสัมพันธ์ แอพพัฒนาคุณภาพชีวิต


ทั้งนี้ ได้ดำเนินการสะสางทะเบียนองค์กรเกษตรกร ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการขึ้นทะเบียนฯ พร้อมชี้แจงถึงกระบวนการเขียนแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ ประเภทเงินอุดหนุนเพื่อพัฒนาความเข้มแข็งขององค์กร และงบประมาณประเภทเงินกู้ยืม จากกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสิ่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สโมสรไลออนส์โคราชและสโมสรไลออนส์ดุสิตากรุงเทพ มอบกล้องส่องตรวจลำไส้ ให้กับ รพ.จักราช จ.นครราชสีมา

แชร์เนื้อหานี้

ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิไลออนส์สากล(LCIF)เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568 ณ รพ.จักราช จ.นครราชสีมา พิธีมอบครุภัณฑ์ ทางการแพทย์กล้องส่องตรวจลำไส้แบบคมชัดพร้อมชุดควบคุมสัญญาณภาพ โดยสโมสรไลออนส์โคราช และสโมสรไลออนส์ดุสิตา กรุงเทพ ภาค 310 อี ประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิไลออนส์สากล(LCIF)

โดยมี ล.จุรีพร เศวตอมรกุล นายกสโมสรไลออนส์โคราช พร้อมด้วย ล.สมศักดิ์ โล่ห์วิสุทธิ์ อดีตกรรมการอำนวยการไลออนส์สากล และผู้ประสานงาน LCIFภาครวม 310 ประเทศไทย นายอำเภอจักราช ผอ.รพ.จักราช บุคลากร รพ.จักราช สมาชิกไลออนส์ และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมกิจกรรม

ล.จุรีพร เศวตอมรกุล นายกสโมสรไลออนส์ กล่าวว่า กล้องส่องตรวจลำไส้แบบคมชัดพร้อมชุดควบคุมสัญญาณภาพ ได้รับการสนับสนุนจาก LCIF 1,500,000 กว่าบาท มีผู้มีจิตศัทธา และสโมสรไลออนส์โคราช 515,000 บ.และจากการแลกเปลี่ยนเงินตรา.100,000 บ.รวมเป็นเงินจำนวน 2,160,000 บ.

รพ.เฉลิมพระเกียรติได้รับมอบไปแล้ว 2,400,000 บ. เราได้ขยับมา รพ.จักราช แต่เครื่องมือคนละแบบกัน ล.จุรีพร เศวตอมรกุล ฯ กล่าวต่อไปอีกว่า อดีต ผอ.รพ.จักราช ได้แจ้งความจำเป็นของเครื่องมือแพทย์ กล้องส่องลำไส้ แบบคมชัด พร้อมชุดควบคุมสัญญาณภาพ ที่จะนำไปรักษาผู้ป่วย ซึ่ง รพ.จักราชมีเครื่องมือนี้อยู่แล้ว แต่ไม่ทันสมัย

จำนวนผู้ป่วยมีมาก ลองรับประชากรมากกว่า 200,000 คน ในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อ.จักราช อ.ห้วยแถลง และ อ.เฉลิมพระเกียรติ สโมสรจึงได้จัดประชุม มีมติร่วมกัน ให้จัดทำสนับสนุนจากมูลนิธิไลออนส์สากล(LCIF) โดยส่งโครงการไปยังผู้ว่าการภาค 310 อี ได้รับการช่วยเหลือประสานงานอย่างดีจากท่าน ล.สมศักดิ์.โล่ห์วิสุทธิ์ อดีตกรรมการอำนวยการไลออนส์สากล และผู้ประสานงานไลออนส์สากล ภาครวม 310 ประเทศไทย

ล.สมศักดิ์ โล่ห์วิสุทธิ์ อดีตกรรมการอำนวยการไลออนส์สากล และผู้ประสานงาน LCIF ภาครวม 310 ประเทศไทย กล่าวว่า มูลนิธิไลออนส์สากล ได้รับการรับลองจาก สหประชาชาติ ว่า เป็นองค์กรการกุศลที่ โปร่งใสที่สุด

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ชวนพิชิตถ้ำนาคา สัมผัสมหัศจรรย์แห่งสีเขียว ในดินแดน “มรกตแห่งธรรมชาติ จ.บึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี ชวนโดม ปกรณ์ ลัม ร่วมพิชิตถ้ำนาคา เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสมหัศจรรย์แห่งสีเขียว ในดินแดน “มรกตแห่งธรรมชาติ”

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.68 ที่ บริเวณทางขึ้นถ้ำนาคา อุทยานแห่งชาติภูลังกา ฝั่งอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี ชวนโดม ปกรณ์ ลัม นักร้องนักแสดงชื่อดัง ร่วมกิจกรรมพิชิตถ้ำนาคา เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ ชวนสัมผัสมหัศจรรย์แห่งสีเขียว ในดินแดน “มรกตแห่งธรรมชาติ” พร้อมกับนักท่องเที่ยวสายแอดเวนเจอร์ สายมูสายพญานาค ร่วมในกิจกรรมดังกล่าว โดยตลอดเส้นทางการท่องเที่ยวถ้ำนาคา นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่งดงาม

ความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ความสดชื่นของอากาศในช่วงฤดูฝน ความมหัศจรรย์ของปรากฎการณ์ทางธรณีวิทยา “ซันแครก” (Suncrack) ซึ่งเกิดจากการแตกผิวหน้าของหิน เกิดเป็นลักษณะคล้ายเกล็ดพญานาคบริเวณถ้ำนาคา และเศียรนาคา ขณะเดียวกันสำหรับนักท่องเที่ยวสายมูยังสามารถขอพรจากพญานาค เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต ได้อีกด้วย โดยมีนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ร่วมเป็นเกียรติในการมอบที่ระลึกจาก ททท.อุดรธานี ให้กับโดม ปกรณ์ ลัม นักร้องนักแสดงชื่อดัง รวมทั้งนักท่องเที่ยว จำนวน 100 คนแรกที่พิชิตถ้ำนาคา ได้สำเร็จ

นอกจากนี้ นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ยังได้เชิญชวนนักท่องเที่ยว ร่วมมาสัมผัสกับความสด ความเป็นธรรมชาติ และอากาศที่ดี ได้ที่จังหวัดบึงกาฬ ตลอดฤดูกาลท่องเที่ยวนี้ โดย รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า จังหวัดบึงกาฬถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ลุ่มน้ำโขง มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูกาลท่องเที่ยว

ตั้งแต่ 1 มิถุนายน ของทุกปี หากเข้ามาที่จังหวัดบึงกาฬ นักท่องเที่ยวสามารถแวะท่องเที่ยวตามเส้นทางได้ เช่น วัดถ้ำศรีธน จากนั้นเข้ามาที่สะดือแม่น้ำโขง-แก่งอาฮง, หินสามวาฬ, วัดป่าเมืองเหือง และเข้าสู่ถ้ำนาคา ซึ่งเป็นไฮไลท์ของสถานที่ท่องเที่ยว โดยในช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงเทศกาลสำคัญ เราได้รับการสนันสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี เข้ามาส่งเสริมสนับสนุนเส้นทางการท่องเที่ยว ซึ่งวันนี้มีดาราอย่าง น้องโดม ปกรณ์ ลัม ที่หลาย ๆ คนชื่นชอบ มาเห็นตัวจริงแล้วรูปหล่อมาก ได้มาช่วยในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว และเดินขึ้นถ้ำนาคา

จึงขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้มาช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬของเรา ซึ่งจังหวัดบึงกาฬเป็นสถานที่ที่มีความสด ความเป็นธรรมชาติ อากาศดี ถ้าต้องการอากาศดี ความเป็นธรรมชาติ เชิญมาที่จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งปฏิทินการท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬบ้านเราสามารถเที่ยวได้ทั้งปี แต่ถ้าอยากมาช่วงสด ๆ อากาศดี ๆ ต้องมาในช่วงนี้ เดือนมิถุนายน 2568 และทุกปีก็จะเปิดช่วงนี้ พร้อมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนนักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยมเยือนจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งถือว่าเป็นจังหวัดน้องใหม่ที่มีอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเจริญ หรือเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะหากท่านมาแล้ว ท่านจะได้พบกับสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสด ความใหม่ รวมทั้งสายมู ที่นอกจากมาเที่ยวแล้ว ท่านยังจะมีความโชคดีด้วย มาเที่ยวที่จังหวัดบึงกาฬของเราครับ
ภาพ/ข่าว ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล จ.บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท้าชิม ก๋วยเตี๋ยวเรือ คุณโรส สูตรเด็ด เผ็ดแซ่บอร่อยเข้มข้น พร้อมโปรเปิดร้านให้ 9 บาท 9 วัน

แชร์เนื้อหานี้

***ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ ร้านคุณโรสก๋วยเตี๋ยวเรือ ที่อยู่ริมถนนสายศรีสะเกษ – อุบลราชธานี ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา ข้างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดศรีสะเกษ ตำบลหนองแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ

ซึ่งภายในร้านมีคนต่างเข้ามาชิมก๋วยเตี๋ยวกันอย่างคึกคัก โดย นางรจนา สิงห์วงษา หรือ คุณโรส อายุ 44 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรส ต้นกำเนิดมาจากญาติทำร้านก๋วยเตี๋ยวเรือตนจึงได้นำสูตรมาดัดแปลงเป็นรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรส

จุดเริ่มต้นที่ทำให้ตนต้องมาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรสที่ศรีสะเกษ เกิดจากที่ตนมาทำก๋วยเตี๋ยวโรงทานที่วัดหลวงปู่หมุน ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ทำให้ลูกศิษย์ที่มาร่วมทำบุญได้ชิมรสชาติก๋วยเตี๋ยว แล้วบอกอร่อยจึงเรียกร้องให้มาเปิดที่ศรีสะเกษซึ่งปกติแล้วตนได้เปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรสที่กรุงเทพ และ อยุธยา มี 6 สาขา และมีแฟรนไชส์ อีก 10 กว่า สาขา โดยทำก๋วยเตี๋ยวเรือมานาน 10 กว่าปี

***คุณโรส กล่าวต่อไปอีกว่า เอกลักษณ์หรือรสชาติก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรส จะมีความเผ็ดแซ่บอร่อยเข้มข้นพริกคั่วเอง มีส่วนผสมสมุนไพร 10 ชนิด ที่เป็นความลับ ส่วนเส้นที่ทางร้านนำมาใช้ต้องเป็นเส้นที่นำมาจากกรุงเทพฯเท่านั่น ซึ่งมีทั้งหมด 6 เส้น คือ เส้นเล็ก, เส้นใหญ่, เส้นหมี่, เส้นบะหมี่เหลือง, วุ้นเส้น และ เส้นมาม่า อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของร้าน คือ ลูกชิ้นที่ร้านจะมีเนื้อแน่นหอมอร่อย ของทุกอย่างที่นำมาใช้เน้นของดีมีคุณภาพ

***ทั้งนี้ช่วงนี้ทางร้านจะมีโปรเปิดร้านใหม่ ก๋วยเตี๋ยวถ้วยละ 9 บาท 9 วัน ตามความเชื่อเลข 9 ถือเป็นเลขมงคล ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. 68 ถึงวันที่ 8 มิ.ย. 68 แต่ถ้าหมดโปรเปิดร้าน ราคาก๋วยเตี้ยวก็จะเริ่มที่ ธรรมดาถ้วยละ 20 บาท พิเศษ ก้วยละ 40 บาท และ จัมโบ้ ถ้วยละ 50 บาท ตนมั่นใจว่าก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรส มีรสชาติอร่อยแตกต่างจากร้านอื่นแน่นอน

นอกจากก๋วยเตี๋ยวแล้วทางร้านยังมี กากหมูที่เจียวเองสดใหม่ทุกวัน ผัดไทย กุ้งสด หมู กากหมู ข้าวกระเพรา หมู เนื้อ เนื้อเปื่อย กุ้ง และกากหมู ข้าวผัดหมู หรือ กุ้ง และน้ำสมุนไพร ที่ต้มเอง อาทิเช่น น้ำอัญชันมะนาว,เก๊กฮวย,ชามะนาว,โอเลี้ยง อยากเชิญชวนให้ลูกค้ามาลองชิมกันเยอะๆร้านก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรสจะตั้งอยู่ตรงข้ามมหาลัยเฉลิมกาญจนาทางออกไปอุบลราชธานี ร้านจะเปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ที่ปรึกษา.รมช.กระทรวงศึกษาฯ ร่วม พิธีฌาปนกิจศพ พ่อประกอบ เครือวรรณ และ สมาชิก อบจ.ขอนแก่น ร่วมสวดพระอภิธรรมศพ นายจเร บุญมั่ง อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธ ที่ 29 พฤษภาคม พ ศ.2568 เวลา 13.00 นายวิศรุต ปู่เพ็ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพ

พ่อประกอบ เครือวรรณ มีแขกผู้มีเกียรติร่วมงานจำนวนมาก อธิ นางพยงค์ ศรีภา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครขอนแก่นเอเชีย

นายขุนทอง ดีบุญมี ณ ชุมแพ (อดีตกำนันแหนบทองคำตำบลโนนหัน)

นางสุภนันท์ เมืองสอน กำนันตำบลโนนหัน นางกฤษดา ปะติตังโค ปธ.สภา

องค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน นางสมัย อุ่นทะมณี รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน

นายกิตติพศ นามนัย เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน เจ้าหน้าที่

รพ.สต.โนนหันเป็นต้น ณ วัดอุดมวิทยาราม บ้านโนนชัย หมู่ 2 ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

วันพฤหัส ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ.2568 เวลา 18.00.นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ ให้เกียรติประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพนายจเร บุญมั่ง โดยมีผู้นำหมู่บ้านทั้งท้องที่และท้องถิ่น แขกผู้มีเกียรติ อธิ พันโทหญิง อุดมพร พลศั

กดิ์ หัวหน้าสำนักงานเลขานุการสถานีวิทยุกองทัพภาคที่ ๒ (อดีตจอมพลังเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์”เอเธนส์ 2004″นักกีฬายกน้ำหนักหญิง”) ผ.อ.พยงค์ ศรีภา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครขอนแก่นเอเชีย และ

วิทยาลัยในเครือมหานครขอนแก่นเอเชีย นางกฤษดา ปะติตังโค ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน นางสมัย อุ่นทะมณี รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน

นายสันติ แก้วมูลตรี รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน ประธานสมาคมสันนิบาตเสรีชนแห่งประเทศไทยจังหวัดมหาสารคาม, ผู้ใหญ่บ้านหนองคอง ผู้ใหญ่บ้านหนองม่วง ส.อบต.ทั้งสองหมู่บ้าน

ผู้แทนชมรมทหารผ่านศึกสจ.สำราญ ศรีภา(ส.อบจ.ขอนแก่น เขต 3อำเภอชุมแพ) กล่าวแสดงความเสียใจครอบครัวบุญมั่ง จากกรณีทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตตามที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น เหตุการณ์เช่นนี้ตนไม่อยากให้เกิดขึ้น ขอแสดงความเสียใจอีกครั้ง

นางบัวบาน บุญมั่ง ภรรยาผู้เสียชีวิต กล่าวขอบคุณ สจ.สำราญ ศรีภา และญาติๆ แขกผู้มีเกียรติ ที่มาร่วมงานและเป็นกำลังใจครอบครัว ในครั้งนี้สื่อสร้างสรรค์ ข่าวสารเพื่อท้องถิ่น

สื่อสร้างสรรค์ ข่าวสารเพื่อท้องถิ่นวินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์/สมมาตร แอ๋มไร่/ถ่ายภาพ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เบนซ์ไพรม์มัส” ลุยงาน Mercedes-Benz SUV Driving Events

แชร์เนื้อหานี้

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด และบริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป เปิดเผยว่า “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้ร่วมกับบริษัทแม่ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)” จัดกิจกรรมให้แก่ลูกค้าที่ชื่นชอบความตื่นเต้นท้าทาย ในงาน Mercedes-Benz SUV Driving Events ที่สนาม Spirit Adventure Ground จ.นครนายก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ที่ไร้ขีดจำกัดกับสมรรถนะและความหรูหราของยนตรกรรมระดับโลก Mercedes-Benz ในตระกูล SUV ที่มีให้เลือกสัมผัสและทดลองขับมากกว่า 11 รุ่น พร้อมรุ่นเรือธง Mercedes-AMG G 63 ราชันแห่งออฟโรด พร้อมเสริมทักษะการขับขี่ เพื่อการใช้รถยนต์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญ เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่เชื่อมั่นและมอบความไว้วางใจให้ “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้มีโอกาสบริการทั้งด้านการขายและบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด และบริษัทในเครือ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” เปิดเผยว่า สำหรับกิจกรรม Mercedes-Benz SUV Driving Events ในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากลูกค้า Mercedes-Benz ที่ชื่นชอบการขับขี่รถยนต์สไตล์ออฟโรดเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 30 ราย โดยวันแรก ได้นัดพบลูกค้าคนสำคัญ ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ “เมอร์เซเดส-เบนซ์” สาขาเลียบด่วน-เอกมัยรามอินทรา โดย “ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ” กับ “จิระพล รุจิวิพัฒน์” กล่าวต้อนรับพร้อมแจงวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ก่อนเดินทางมุ่งหน้าสู่โรงแรมสยามดาษดา เขาใหญ่ จ.ปราจีนบุรี เพื่อเช็คอินน์เข้าสู่ที่พัก และร่วมกิจกรรมงานเลี้ยงต้อนรับ ที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยมิตรภาพ ด้วยอาหารและเครื่องดื่มชั้นเลิศ เคล้าคลอกับเสียงเพลงที่มอบความสนุกสนานเพลิดเพลินตลอดค่ำคืน

วันที่ 2 เป็นกิจกรรมการขับขี่รถยนต์ Mercedes-Benz ในแบบออฟโรด โดยทุกท่านจะได้สัมผัสสมรรถนะที่ทรงพลังของรถยนต์ ในตระกูล SUV อย่างเต็มพิกัด โดยมีรถยนต์รุ่นต่างๆ ให้เลือกทดลองขับมากมาย ทั้งระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ไฮบริด และเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล รวมกว่า 11 รุ่น อาทิ รุ่น EQE 350 4MATIC SUV AMG Dynamic, EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic, GLC 220 d 4 MATIC Avantgarde, GLC 350 e 4MATIC Coupe AMG Dynamic, GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic และ GLS 450 d 4MATIC AMG Dynamic เป็นต้น พร้อมรุ่นเรือธง “Mercedes-AMG G 63” ราชันแห่งรถออฟโรด สุดยอดนวัตกรรมแห่งความแข็งแกร่ง ทรงพลังอย่างไร้ขีดจำกัด ที่ทาง “เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)” จัดมาให้พิเศษสำหรับทริปนี้โดยเฉพาะก่อนลงสนามจริง

ทางผู้บริหาร และทีม Instructor ของ “เมอร์เซเดส-เบนซ์” ได้นำเสนอข้อมูลของรถยนต์ในแต่ละรุ่น และเทคนิคการขับขี่รถยนต์ในสภาพถนนที่มีความหลากหลายของแต่ละสถานี เพื่อให้ได้สัมผัสประสิทธิภาพและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยได้อย่างเต็มที่ ที่สำคัญ เพื่อเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ หากมุ่งเน้นความปลอดภัยสูงสุดด้วยเช่นกัน

ด้านสนาม Spirit Adventure Ground ถือเป็นสนามออฟโรดมาตรฐานและเป็นสถานที่สำหรับพัฒนาทักษะการขับขี่รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ของ “สื่อสากล” โดยมีการออกแบบพื้นที่สำหรับการขับขี่ในสภาพถนนและสถานการณ์ต่างๆ แบ่งออกเป็น 7 สถานี คือ การขับขึ้น-ลงเนินชันยาว เนินสลับ เนินเฉียงขวาหักศอก เนินทรงแหลมเฉียงขวา และทางเฉียงขวายาว บนเส้นทางที่เป็นทางทราย ทางขรุขระ ทางโคลนที่ลื่นไถล รวมถึงการขับขี่ข้ามร่องน้ำยาว ทำให้เห็นสมรรถนะการขับขี่ของรถยนต์ Mercedes-Benz ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและสมบูรณ์แบบ ทั้งความแม่นยำในการควบคุม การทรงตัว และเกาะถนน ที่สำคัญ คือ ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของ Mercedes-Benz ที่ทำให้สถานการณ์การขับขี่ต่างๆ ผ่านไปได้อย่างง่ายดาย นับเป็นการเปิดมุมมองและประสบการณ์ใหม่ในการขับขี่อย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /พิธีมอบเงินอุดหนุนกองทุนร่วมใจสงเคราะห์ชุมชน ประจำปี 2568 สภาสังคมเคราะห์ฯ ถ.ราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

แชร์เนื้อหานี้

23 พฤษภาคม 2568 : 10.00-14.30 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล โดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ/กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ :

เข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2568 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

พิธีมอบเงินอุดหนุนกองทุนร่วมใจสงเคราะห์ชุมชน ประจำปี 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 3 ตึกนวมหาราช สภาสังคมเคราะห์ฯ ถ.ราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ส่วนภูมิภาค ภาค 1

สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กธจ.สุโขทัยลงสอดส่องโครงการก่อสร้างถนน คสล.ที่อ.ทุ่งเสลี่ยม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา09.30น.ของวันที่20พฤษภาคม2568ณ.ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลไทยชนะศึก อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย คณะกรรมการธรรมาภิบาล จังหวัดสุโขทัย

ได้จัดระเบียบวาระการประชุมอย่างไม่ป็นทางการครั้งที่6/2568 และการลงพื้นที่สอดส่องโครงการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ทั้งนี้ นาย ชัยคม ศกุนรักษ์ รองประธานกรรมการธรรมาภิบาล

ได้เป็นประธานการประชุมโดยมีระบียบวาระการประชุมทั้งหมด5วาระการประชุมพร้อมมีคณะกรรมการธรรมาภิบาลและท้องถิ่นจังหวัดนายก อบต.หัวหน้าส่วน ราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก รหัส

ทางหลวงท้องถิ่น สท.ถ.39-028 สายประปาทุ่งนอก บ้านคลองสำราญ หมู่ที่3ตำบลไทยชนะศึก อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย โดยทางเจ้าหน้าที่ อบต.ไทยชนะศึกได้ฉายสไลด์เพาเวอร์พ้อย อธิบาย

โครงการการก่อสร้างฯทั้งนี้ทางคณะกรรมการธรรมาภิบาลสุโขทัยได้ลงพื้นที่พร้อมเจ้าหน้าที่อบต.ไทยชนะศึก ลงสอดส่องพื้นที่การก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กด้วย.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย .

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อภิมหาโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ก้าวสำคัญสู่ศูนย์กลางการบินระดับโลก

แชร์เนื้อหานี้

​โครงการพัฒนาสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก (Eastern Aviation City) ถือเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานหลักของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC โดยมีเป้าหมายในการยกระดับสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินนานาชาติหลักแห่งที่ 3 ของประเทศไทย และเป็นศูนย์กลางการบินหรือ Aviation Hub ที่สำคัญในภูมิภาค

​สำหรับความคืบหน้าล่าสุดนั้นพบว่าจะมีการเซ็นสัญญาก่อสร้างและการลงทุนอย่างเป็นทางการในเร็ววันนี้ ซึ่งเป็นกานรลงนามระหว่างบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ที่เตรียมจะเซ็นสัญญาก่อสร้างโครงการในวันที่ 18 มิถุนายน 2568 โดยไม่รอการเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และอยู่ระหว่างการเจรจาสิทธิประโยชน์พื้นที่ปลอดอากรเมืองการบินอู่ตะเภา

​ขณะที่แผนการพัฒนาโครงการและสิ่งอำนวยความสะดวกนั้น โครงการพัฒนาสนามบินนานาชาติอู่ตะเภามีแผนดำเนินการครอบคลุมในพื้นที่กว่า 6,500 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง โดยมีการวางแผนพัฒนาเมืองการบินภาคตะวันออกให้เป็นศูนย์กลางการบินและธุรกิจต่อเนื่อง รวมถึงการเชื่อมโยงการขนส่งทางอากาศ ทางบก และทางรางแบบไร้รอยต่อ

​มีรายงานเพิ่มเติมว่าโครงการนี้มีการสนับสนุนจากภาครัฐและความร่วมมือกับเอกชน โดยรัฐบาลได้อนุมัติการแก้ไขสัญญาโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก โดยเพิ่มเงินลงทุนเป็น 40,000 ล้านบาท และจัดหาแหล่งเงินกู้เงื่อนไขพิเศษ . นอกจากนี้ยังมีการอนุมัติให้สถานบริการในเขตเมืองการบินภาคตะวันออกสามารถเปิดบริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อส่งเสริมการลงทุนและการท่องเที่ยวในพื้นที่อีกด้วย

ทั้งนี้โดยมีเป้าหมายและวิสัยทัศน์ ที่จะให้มีการเปิดบริการโครงการได้ในเฟสแรกภายในในปี 2571 โดยมีการวางแผนขยายขีดความสามารถสนามบินและพื้นที่เชิงพาณิชย์สู่ “มหานครการบินอู่ตะเภา” . ทั้งนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออกของประเทศไทย

​สำหรับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก และส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออกเป็นอย่างดี

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สุดซาบซึ้ง! อาจารย์เมย์ ส่งทีมงานอบรม AI ช่วยชาวน้ำหนาว หนุ่มพิการใจสู้ถ่ายทอดความรู้ด้วยหัวใจเต็มร้อย

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตร อำเภอน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ เกิดเหตุการณ์แสนประทับใจเมื่อ อาจารย์เมย์ ดร.จินต์วยา เบญญจินดาพิศุทธ์ ซินแสฮวงจุ้ยชื่อดัง จากบริษัท แฮปปี้ฮวงจุ้ย จำกัด ได้ส่งทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้าน AI นำโดย นายวรากุล ภัคธัญญานนท์ ชายหนุ่มผู้พิการทางร่างกายแต่ใจแกร่ง มาถ่ายทอดความรู้ AI ChatGPT ถวายความรู้พระสงฆ์ และให้ความรู้ ข้าราชการ, เกษตรกร, กลุ่มวิสาหกิจชุมชน, ผู้สูงวัย และชาวบ้านกว่า 30 คน

งานนี้ได้รับเกียรติอย่างสูงจาก พระครูพัชรคณาภิรักษ์ เจ้าคณะอำเภอน้ำหนาว และเจ้าอาวาสวัดโคกมน ที่เมตตามาร่วมเรียนรู้ สร้างบรรยากาศอบอวลไปด้วยรอยยิ้ม และความสุข

หลังจบกิจกรรม ผู้เข้าร่วม และทีมงานได้ร่วม ถ่ายภาพหมู่ เก็บความทรงจำแสนอบอุ่น โดยทาง สำนักงานเกษตร อำเภอน้ำหนาว และ กลุ่มเดินตามธรรม ได้บริการ บ๊ะจ่าง และจัดเลี้ยง ขนมจีนสุดอร่อย ให้ทุกคนได้อิ่มท้อง อิ่มใจ พูดคุยแบ่งปันความประทับใจและหัวเราะร่วมกันอย่างชื่นมื่น

นายวรากุล กล่าวด้วยน้ำเสียงปลื้มใจว่า ขอบพระคุณอาจารย์เมย์ ซินแสฮวงจุ้ย ที่มอบโอกาสดีๆ นี้ แม้ร่างกายจะไม่สมบูรณ์ แต่หัวใจเต็มร้อยความรู้ดีๆ ไม่มีขอบเขต และผว่หวังทุกท่านที่นี่จะสามารถนำไปต่อยอดชีวิตต่อไปได้แน่นอน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /“หมอกี้ มาดามพลังงาน” ขอปั้น “MUT SMART QUEEN”เปิดตัวแคมเปญการประกวด มิสยูนิเวิร์สระยอง 2025

แชร์เนื้อหานี้

“มาดามพลังงาน” หมอกี้ ดร. อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ หัวเรือใหญ่แห่ง บริษัท รีเจน สมาร์ทซิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ REGEN SMART CITY (THAILAND) CO.,LTD ทุ่มงบจัดงานแถลงข่าวครั้งใหญ่ในฐานะผู้ถือสิทธิ์การประกวด MISS UNIVERSE RAYONG 2025 (มิสยูนิเวิร์ส ระยอง 2025) เพื่อเฟ้นหาสาวงาม ตัวแทนจังหวัดระยอง เข้าร่วมประชันความงามอันทรงคุณค่าบนเวทีการประกวด MISS UNIVERSE THAILAND 2025 (มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2025) ภายใต้แนวคิด ส่งเสริมความงามผ่านนิยามคำว่า “SMART QUEEN (สมาร์ท ควีน)” สะท้อนภาพลักษณ์ผู้หญิงยุคใหม่ที่มีพร้อมทั้งความงาม ความฉลาด และ ใส่ใจต่อสังคม โดยได้รับแรงสนับสนุนจากทางภาครัฐ และ เอกชนในจังหวัดระยอง ร่วมผลักดันแคมเปญการประกวด เพื่อยกระดับจังหวัดระยองสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ส่งเสริมประเทศไทยในระดับสากล อย่างจริงจัง ณ เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) อ.วังจันทร์ จ.ระยอง

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางสาวสลารีวรรณ ทัพทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ ในหัวข้อ ความสำคัญและศักยภาพของจังหวัดระยอง , การสนับสนุนพลังผู้หญิง ในการขับเคลื่อนสังคม , การขับเคลื่อนสินค้า Otop ผ่านการประกวดนางงาม ,ทางด้าน ดร.วุฒิ ด่านกิตติกุล ผู้อำนวยการเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) กล่าวถึง ภารกิจของหน่วยงาน EECi ความสำคัญและทิศทางของนวัตกรรมไทย ,การเข้าถึงนวัตกรรมของประชาชนทั่วไป จากการส่งเสริมของภาครัฐ ปิดท้ายด้วย ดร.อภิชาติบุตร รอดยัง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตอล ( Depa ) เขตพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ผู้เล็งเห็นความสำคัญของเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน และ อนาคตของประเทศไทย กล่าวถึงการพัฒนาไทยให้เป็น smart city ส่งผลดีอะไรบ้าง อุปสรรคที่เจอในปัจจุบัน ในการพัฒนาสมาร์ทซิตี้ พร้อมเชิญชวนคนไทยเรียนรู้และพัฒนาไปด้วยกัน นอกจากนี้ ทีมบริหารหอการค้าจังหวัดระยอง ให้เกียรติร่วมงานและแสดงความยินดีกับ PD คนเก่ง

จากนั้นพิธีกร แชมป์ สกุล ลิมปภานนท์ นำชมแฟชั่นโชว์ ผ้าหมักโคลนทะเล (eco)…ความงามจากธรรมชาติสู่แฟชั่น สินค้าพื้นถิ่น อำเภอบ้านฉาง จ.ระยอง ก่อนเปิดตัว มาดามพลังงาน ดร. อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ ผู้อำนวยการกองประกวด มิสยูนิเวิร์ส ระยอง 2025 เผยแคมปญเพื่อค้น “SMART QUEEN” ในปีนี้ ได้ริเริ่มโครงการ และกิจกรรมต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับจังหวัดระยองสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) พร้อมผลักดัน การสร้างภาพลักษณ์ของไทยในระดับสากล ผ่านการใช้ เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ (Smart Health) มาดูแลผู้เข้าร่วมประกวด ทั้งเก็บข้อมูลสุขภาพ ความปลอดภัย และระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) นอกจากนี้ ผู้จัดฯยังให้ความสำคัญกับการ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดระยอง ผลักดัน Soft Power ของระยอง ผ่านวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และแหล่งท่องเที่ยวสู่สายตาชาวโลก ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดระยองในฐานะแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพระดับสากล

จากนั้นวินาทีที่แฟนนางงามรอคอย ทั้งที่เดินทางมาเชียร์ภายในงาน และ ที่กำลังรับชมผ่านทาง Live Streaming on FACEBOOK : MISS UNIVERSE THAILAND เปิดตัวผู้เข้าประกวด มิสยูนิเวิร์ส ระยอง 2025 อย่างเป็นทางการ เดินอวดโฉมแนะนำตัวเอง ต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติ และ สื่อมวลชน ก่อนจะได้ชมความงามของมงกุฎ MUT Rayong 2025 “The Crown of Lumina” (ลูมิน่า) สื่อความหมาย ราชินีที่เป็นแสงนำทาง มีวิสัยทัศน์ชาญฉลาด เปล่งประกายทั้งภายในและภายนอก จากนั้นต้อนรับการมาเยือนเวทีนางงามอย่างเป็นทางการของ นางเอก-นักธุรกิจสาวสวย ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ CEO UZI Cosmetic ร่วมเป็น Beauty Coach เสริมเติมแต่งให้ผู้เข้าประกวดเป็นผู้หญิงสวยที่สมบูรณ์แบบ และอีกบทบาทสำคัญครั้งใหม่ของ เฌอเอม ชญาธนุส ศรทัตต์ รองอันดับ1 มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2025 ร่วมเทรนด์การพูดและการตอบคำถาม (Public Speaking Coach) ให้กับผู้เข้าประกวดตลอดการเก็บตัวในครั้งนี้ ที่สำคัญนอกจากโอกาสในการเป็นตัวแทน มิสยูนิเวิร์ส ระยอง 2025 และโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตแล้ว มาดามพลังงาน ยังทุ่มรางวัลสำหรับผู้ชนะกว่า 1 ล้านบาทเลยทีเดียว จัดหนักกับ 2 แคมเปญใหญ่

  1. Building the Future ,A Journey to Dubai รางวัลสำหรับผู้ที่ทำยอดขายครบ 100,000 บาท เตรียมบิดลัดฟ้าไปร่วมงาน Event ที่ประเทศดูไบ และสัมผัสเมืองต้นแบบ Smart City ของโลก
  2. Beyond Beauty,Beyond Luxury ผู้ที่ทำยอดขายครบ 50,000 บาท จะได้ร่วมถ่ายแบบเครื่องเพชรโดย Beauty Gems ลงบนปกนิตยสาร HOWE

สำหรับกิจกรรมสำคัญของการประกวด มิสยูเวิร์สระยอง 2025 จะเก็บตัวระหว่างวันที่ 4-7 มิถุนายน ก่อนจะประกวดรอบตัดสินในคืนวันที่ 8 มิถุนายน 2568 ณ Passione Shopping Destination อ.เมือง จ.ระยอง
หมายเหตุ ภาพ-ข่าว อยู่ใน Link นี้ : https://drive.google.com/drive/folders/117OP1mdJCjNjwdAQHhgbGc8OIpdKZFNt?usp=sharing

ติดตามทุกกิจกรรมได้จากทุกช่องทาง
Facebook : มิสยูนิเวิร์สระยอง – Miss Universe Rayong

MissUniverseRayong #MissUniverseRayong2025 #MissUniverseThailand #MissUniverseThailland2025 #MUTRayong #MUTRayong2025 #MUT #MUT2025 #TheNewEraOfMUT#MGIxMUT #The74thMissUniverse #MissUniverse #มิสยูนิเวิร์สระยอง2025

มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์2025 #RegenSmartCity #Shakira #หมอกี้ชากีร่า #BeyondBeautyBuildingTheFuture #SmartQueen #SmartCity #SmartCityThailand #RayongSmartCity

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์เฉพาะกิจ มิสยูนิเวิร์สระยอง 2025 Tel:0623955642

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /อ.เมย์ เดินหน้าจัดโครงการ “ทำดีให้คนมองเห็น ปีที่ 4” แจกแว่นสายตาผู้สูงอายุกว่า 1,500 คน

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มีการจัดกิจกรรมอย่างเป็นทางการในโครงการ “ทำดีให้คนมองเห็น ปีที่ 4” ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท แฮปปี้ฮวงจุ้ย จำกัดโดยมี อาจารย์เมย์ ดร.จินต์วยา เบญญจินดาพิศุทธ์ ซินแสฮวงจุ้ยชื่อดังของประเทศไทย เป็นประธานโครงการ และขับเคลื่อนโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุในพื้นที่ห่างไกลที่มีปัญหาทางสายตา แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยภายในพิธีเปิด ได้รับเกียรติจาก นายปัญญา ปานแสง นายอำเภอน้ำหนาว เป็นประธานในพิธี

โครงการในปีนี้ตั้งเป้ามอบแว่นสายตาคุณภาพให้กับ ผู้สูงอายุจำนวน 1,500 คน จาก 30 หมู่บ้าน ครอบคลุม 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลน้ำหนาว, ตำบลโคกมน, ตำบลวังกวาง และตำบลหลักด่าน โดยคุณสมบัติของผู้รับบริการในโครงการนี้ ได้แก่:อายุ 50 ปีขึ้นไปมีรายได้น้อย ไม่เกิน 5,000 บาทต่อเดือนมีปัญหาสายตา เช่น สั้น ยาว เอียง และยังไม่เคยได้รับแว่นจากโครงการนี้มาก่อน​ ซึ่งแบ่งการดำเนินงานเป็น 3 วัน คือ วันที่ 30 เมษายน 2568 ณ หอประชุมอำเภอน้ำหนาว, วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ณ อาคารอเนกประสงค์​ หมู่ 1 ตำบลวังกวาง และวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลหลักด่าน

ทั้งนี้ ในช่วงเช้า ทางคณะผู้จัดงานยังได้รับความเมตตาจาก พระครูพัชรคณาภิรักษ์ เจ้าคณะอำเภอน้ำหนาว และเจ้าอาวาสวัดโคกมน กล่าวสัมโมทนียกถา แก่ผู้สูงอายุ และจิตอาสาที่มาร่วมงาน ถึงแม้ร่างกายจะร่วงโรย แต่ถ้าใจยังศรัทธา ยังเห็นค่าความดี ก็ถือว่าเรายังมีพลังอยู่ วันนี้ไม่ใช่แค่ได้แว่น แต่คือได้เห็นธรรมะ ได้แสงสว่าง ได้เห็นคุณค่าชีวิตอีกครั้ง

กิจกรรมในงานประกอบด้วยการวัดสายตาด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์​ วัดด้วยเลนส์เซ็ท และมอบแว่นตาที่ประกอบใหม่จากเลนส์คุณภาพ CR39 โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ ให้พ่อโซ้น แม่โซ้น ได้รับแว่นสายตาคุณภาพ ตรงกับค่าสายตาจริง นอกจากอิ่มใจ ยังอิ่มท้องด้วยโรงทาน อาหารคาวหวาน อาหารเจ น้ำดื่ม และจิตอาสาคอยดูแลผู้สูงอายุตลอดงาน สร้างบรรยากาศที่อบอุ่น ปิติใจ และเปี่ยมด้วยน้ำใจ

หนึ่งในช่วงเวลาที่ประทับใจที่สุดของวัน คือการได้พบกับคุณลุงวัย 84 ปี ที่แม้จะอายุมาก แต่ยังแข็งแรงและเดินทางมาด้วยตนเอง โดยคุณลุงเล่าว่า รอคอยโครงการนี้มานาน เพราะที่ผ่านมาใส่แว่นตลาดที่ไม่ตรงค่าสายตา มองเห็นไม่ชัด และอ่านหนังสือธรรมะไม่ได้ รู้สึกดีใจมากที่อาจารย์เมย์ยังมาทุกปี ปีนี้ก็ไม่พลาด จะได้อ่านหนังสือได้อีกครั้ง

โครงการนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งปกครอง, หน่วยงานท้องถิ่น ข้าราชการ, อบต., สาธารณสุขอำเภอ, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน และจิตอาสามากมาย ที่มาร่วมทำงานเพื่อส่วนรวมด้วยจิตสาธารณะ ที่สำคัญ​และขาดไม่ได้ คือคณะเจ้าภาพร่วม โดยเจ้าภาพหลักได้แก่ บริษัท​ แฮป​ปี้ฮวงจุ้ย​ จำกัด, คุณวีรวิชญ์ อัศวภิญโญภาคย์ และครอบครัว, คุณวิชัย อรุณสิริตระกูล บริษัท ซีเอ็นเอส เอ็นจิเนียริ่งเซอร์วิส จำกัด, คุณธัญกมล เมืองฮาม และครอบครัว, Alpha Trading and Service Co.,Ltd., ครอบครัวดารกมาศ, บริษัท ที.เอ็น.ซีเมนต์บล็อค จำกัด, ลูกศิษย์​และกัลยาณมิตร​ร่วมบุญกันมาอีกมากมาย

อาจารย์เมย์ กล่าวถึงหัวใจของโครงการว่า หลายคนมองไม่เห็นชัดมานาน ไม่ใช่เพราะโรคร้ายแรง แต่เพราะไม่มีโอกาสได้มีแว่นตาดีๆเป็นของตนเอง การมอบแว่นให้เขาเห็นชัด คือการมอบชีวิตใหม่ มอบโอกาสทางการศึกษา ให้โอกาสในการสร้างรายได้ ให้ความสุขในการทำสิ่งที่รัก พลิกชีวิตเขาได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างมั่นใจอีกครั้ง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อแอนแทรกซ์ เสียชีวิตรายแรก.มุกดาหาร / สสจ.มุกดาหาร ออกประกาศให้ประชาชนงดกินเนื้อวัว ควาย แพะและแกะดิบ / สสจ.มุกดาหาร พบผู้ป่วยเข้าข่ายติดเชื้อแอนแทรกซ์3 ราย และผู้สัมผัส 377 ราย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 เมษายน นายชาคริต ชุมจันทร์ นายอําเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ได้ออกประกาศอำเภอดอนตาล เรื่องมาตรการควบคุมโรค (ฉบับที่ 1) สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา มีประชาชนในตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล ได้สัมผัสและรับประทานเนื้อวัว

ต่อมาได้ป่วยเป็นไข้และมีตุ่มที่บริเวณผิวหนังถูกนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลดอนตาล แต่ทางโรงพยาบาลเห็นว่ามีอาการหนักจึงได้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลมุกดาหาร และได้เสียชีวิตในช่วงบ่ายของวันนี้ (30 เมษายน 2568) จากการตรวจในเบื้องต้นสันนิษฐานว่าเสียชีวิตเพราะติดเซื้อโรคแอนแทรกซ์ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพกู้ภัยองค์การบริหารส่วนตำบลเหล่าหมีได้ไปรับศพมาฌาปนกิจในวันเดียวกัน

อําเภอดอนตาลจึงได้แจ้งหัวหน้าส่วนราชการ และกํานัน – ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่อําเภอตอนตาล ดำเนินการควบคุมโรคและเฝ้าระวังการแพร่ระบาคโรคแอนแทรกซ์ และได้ประกาศก่าหนดมาตรการควบคุมโรค คือ

  1. ห้ามฆ่าสัตว์ โดยเฉพาะ โค กระบือ ในห้วงงานบุญประเพณีบุญเตือนหก (บุญบั้งไฟ) ทุกกรณี
  2. โรงพยาบาลตอนตาล สาธารณสุขอําเภอดอนตาล และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลเหล่าหมี ได้เปิดศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค เพื่อบริการประชาชนในการตรวจเชื้อโรคแอนแทรกข์ ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลเหล่าหมี และศาลาประชาคม หมู่ที่ ๑ บ้านเหล่าหมี
  1. ให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจ๋าหมู่บ้าน (อสม.) สํารวจประชาชนในพื้นที่เสี่ยง และให้บันทึกข้อมูลลงใน ระบบของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเป็นการเฝ้าระวังในการแพร่ระบาดของโรคแอนแทรกซ์
  2. การเฝ้าระวังการติดเชื้อของโค กระบือและแพะ มอบหมายให้ปศุสัตว์อําเภอดอนตาลดําเนินการ
  3. ให้กํานัน – ผู้ใหญ่บ้าน ประชาสัมพันธ์ไห้ประชาชนในพื้นที่ทราบ ลักษณะอาการของการติดเชื้อโรคแอบ แทรกซ์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค หากประชาชนท่านใดมีอาการตังกล่าว ให้มาตรวจหาเซื้อได้ที่ ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค
  1. ให้กํานัน -ผู้ใหญ่บ้าน ประชาสัมพันธ์หากพบโค กระบือและแพะ ที่มีอาการไข้สูง ไม่กินหญ้าแต่ยืน เคี้ยวเอื้อง มีน้ำลายปนเลือดไหลออกมา หายใจลําบาก ยืนโซเซ กล้ามเนื้อกระตุก ชัก ให้กักขังสัตว์ดังกล่าว เละแจ้งปสุสัตว์อ่าเภอดอนตาลเข้ามาตรวจสอบโดยทันที่
  2. ให้มีการตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด ในการลักลอบขนโค กระบือและแพะ ออกจากพื้นที่ที่มีการระบาดของ โรคแอนแทรกซ์
  3. ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป ปศุสัตว์อําเภอตอนตาล จะทําการจีดวัคซีนโค กระบือ และแพะ ในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาตโรคแอนแทรกซ์ จึงห้ามไม่ให้ประชาชนในพื้นที่ ที่มีการฉีดวัคซีนทํา การฆ่าหรือซําแหละโค กระบือ และแพะ ในเวลา 21 วัน นับตั้งแต่มีการฉีดวัคซีน
  1. หากมีปัญหาข้อสงสัยในการระบาดของโรค และโดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงพื้นที่ตำบลเหล่านี้ ขอให้เฝ้าสังเกตอาการตัวเอง หากพบว่ามีอาการผิดปกติสามารถติดต่อหน่วยงานราชการ เพื่อขอรับการช่วยเหลือได้ที่ ที่ทําการปกครองอําเภอดอนตาล (ฝ่ายความมั่นคง) โรงพยาบาลดอนตาล สำนักงานสาธารณสุขอําเภอดอนตาล ปศุสัตว์อําเภอดอนตาล และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลเหล่าหมี

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สสจ.มุกดาหาร ออกประกาศให้ประชาชนงดกินเนื้อวัว ควาย แพะและแกะดิบ เพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคแอนแทรกซ์

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม กลุ่มภารกิจสื่อสารความเสี่ยง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร ได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนจังหวัดมุกดาหาร งดกินเนื้อวัว ควาย แพะ และแกะดิบ เพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคแอนแทรกซ์ เพราะเป็นแล้วอาจถึงตายได้ โดยสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา มีประชาชนในตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล

ได้สัมผัสและรับประทานเนื้อวัว ต่อมาได้ป่วยเป็นไข้และมีตุ่มที่บริเวณผิวหนังถูกนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลดอนตาล แต่ทางโรงพยาบาลเห็นว่ามีอาการหนักจึงได้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลมุกดาหาร และได้เสียชีวิตในช่วงบ่ายของวันนี้ (30 เมษายน 2568) โดยแพทย์ตรวจแล้วพบว่าผู้ป่วยเป็นโรคติดเชื้อแอนแทรกซ์ ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียและติดต่อจากสัตว์สู่คน มีพาหะนำโรคคือ วัว ควาย แพะ และแกะ โดยผู้ป่วยรายดังกล่าวได้เสียชีวิตเป็นรายแรกของจังหวัดมุกดาหาร

ขณะที่แผงขายเนื้อวัวสดในตลาดเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร บรรยากาศก็เป็นไปด้วยความเงียบเหงาโดยมีประชาชนมาซื้อเนื้อวัวไปบริโภคน้อยลงอย่างผิดสังเกต เนื่องจากส่วนใหญ่ได้รับทราบข้อมูลว่ามีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโรคแอนแทรกซ์ จึงทำให้เกิดความกลัวจึงไม่กล้าซื้อเนื้อวัวไปบริโภคแต่โดยเปลี่ยนไปซื้อเนื้อสัตว์ประเภทบริโภคอื่นแทน

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สสจ.มุกดาหาร พบผู้ป่วยเข้าข่ายติดเชื้อแอนแทรกซ์เพิ่มอีก 3 ราย และผู้สัมผัส 377 ราย เตือนประชาชนงดกินก้อย ซอยจุ๊

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม นายแพทย์ณรงค์ จันทร์แก้ว สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยถึงสถานการณ์ผู้ป่วยโรคแอนแทรกซ์ ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ว่า เป็นโรคแอนแทรกซ์เสียชีวิต 1 ราย พบผู้ป่วยเข้าข่ายเป็นโรคแอนแทรกซ์ 3 ราย ขณะนี้ได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแล้ว และยังพบ

ผู้สัมผัสอีกจำนวน 377 ราย ประกอบด้วยผู้ชำแหละเนื้อวัว 28 ราย ผู้รับประทานเนื้อดิบ 232 ราย ผู้สัมผัสโดยอยู่ร่วมบ้านเดียวกันกับผู้ชำแหละ 117 ราย โดยทั้งหมดทุกคนได้รับการตรวจคัดกรอง และได้รับยาป้องกันเรียบร้อยแล้ว จึงขอแจ้งเตือนให้ประชาชนจังหวัดมุกดาหารงดกินลาบเนื้อดิบ ก้อยดิบ และซอยจุ๊ เพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคแอนแทรกซ์ ก็อาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้

ขณะที่ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ตรวจพบผู้ป่วยโรคแอนแทรกซ์ นายชาคริตชุมจันทร์ นายอำเภอดอนตาล ได้ออกประกาศอำเภอดอนตาล เรื่องมาตรการควบคุมโรค ฉบับที่ 2 มีข้อความว่าเพื่อให้การตวบคุมโรคและเผ้าระวังการแพร่ระบาดโรคแอนแทรกซ์ อ่าเกอตอนตาลจึงให้ดำเนินการจัดตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด เพื่อปัองกันการเคลื่อนซ้ายโค กระบือ เข้าและออกในเขตพื้นที่อำเภอดอนตาล รวม 4 จุด ประกอบด้วย จุดตรวจบ้านป่าพะยอม จุตตรวจบ้านนาห้วยกอก จุดตรวจบ้วนภูวง และจุดตรวจหน้าสถานีต้ารวจภูธรปาไร่

สำหรับพื้นที่บ้านโคกสว่าง ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล ได้มีการเข้าตรวจสอบจุดชำแหละวัวทีมีการแพร่เชื้อ โดยเจ้าหน้าที่จากด่านกักกันสัตว์ กรมปศุสัตว์ ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างส่งตรวจ และทำการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อบริเวณโดยรอบเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรค และได้มีการวางแผนการควบคุมโรคสัตว์โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสํารวจ/วางแผนฉีดวัคซีนวัวในรัศมี 5 กม. จํานวน 1,222 ตัว ฉีดยาปฏิชีวนะในวัวบริเวณพื้นที่เสี่ยงจำนวน 124 ตัว อีกด้วย

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหารพบผู้ป่วยเข้าข่ายติดเชื้อแอนแทรกซ์เพิ่มอีกสามราย ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คุณยาย อายุ 86 ปี คนจังหวัดนครราชสีมา ออกตลาดขายขนม ช่วยเบาภาระครอบครัว

แชร์เนื้อหานี้

คุณยายมีชื่อว่า นางฝ่าย หลุนกระโทก อายุ 86 ปีอีกสี่เดือนจะครบ 87 ปี มีสัมโนครัวที่ ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ปัจจุบัน คุณยายไม่มีบ้าน ได้ เช่าห้องอยู่ที่ ต.กระโทก อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา อยู่กับ ลูกสาว 2 คน หลานชาย 1 คน ลูกสาวอายุ 40 กว่าชื่อนาง(ก)นามสมมุติ และอีกคนอายุ 50 กว่าชื่อนาง(ข)นามสมมุติ ส่วนหลานชาย อีก 1 คน อายุ 26 ปี ไม่มีวุฒิการศึกษา ไม่มีอาชีพติดตัว จึงหาเงินได้น้อย คุณยายเล่าว่า ลูกสาวทำงานเป็นแม่บ้านที่ รพ.มหาราช ลูกสาวอีกคน ช่วยทำขนมที่บ้าน ลูกสาวทั้งสองคนเลิกกับสามีนานแล้ว และลูกสาวทั้งสองคนป่วยด้วยโรคกระดูกทับเส้น ทำงานได้ไม่เต็มร้อย รายได้จึงไม่เพียงพอ

คุณยาย หู ไม่ค่อยได้ยิน และ จะปวดขาบ่อยๆ เพราะเดินมาก บางวันปวดมากทนไม่ไหว ก็นอนลงไปตรงที่นั่งขายของ คุณยายเล่าต่อไปว่า ตัวเองนั้น สมัยยังสาว ทำงานเป็นลูกจ้างที่ กทม. หลังจากนั้น กลับมาอยู่ โคราช เมื่ออายุได้ 30กว่า จากนั้นจึงขายขนมเรื่อยมา จนถึงวันนี้ คุณยายได้ขายขนมมาเป็นเวลา 50 กว่าปีแล้ว ขนมที่คุณยายขายคือ ขนมไทย ใส่ไส้ห่อใบตอง ขนมกล้วย ขนม ตาล สมัยนั้นคุณยายจะเอาขนมใส่ตะกร้าใบใหญ่และหิ้วสองมือ ปัจจุบันใส่ตะกร้าใบเล็กขาย ขนมที่คุณยายขาย จะเป็นขนมที่ทำสำเร็จมาแล้ว เช่น บ๊วย ท๊อฟฟี่ ขนมปังกรอบสอดไส้ ขนมเหล่านี้ หลานสาวคุณยายซึ่งเป็นลูกของนาง(ก)จัดหามาให้ คุณยายได้ขายทุกวันนี้

สถานที่คุณยายขายมีสองที่ คือ ตลาดไนท์กระโทก อ.โชคชัย (ที่อยู่ปัจจุบัน)และในตัวอำเภอเมืองนครราชสีมา คุณยายเล่าต่อไปว่า ได้นั่งรถประทาง สาย โชคชัย – นครราชสีมา เข้าไปขายในเมือง บริเวณ กรมที่ดิน เดินต่อไป ธ.ออมสิน เดินต่อไป ศาลากลางจังหวัด และ รพ.มหาราช อาจจะนั่งรถเมย์บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเดิน เพราะได้ขายไปด้วย หากวันไหนขายที่ตลาดไนท์กระโทก อ.โชคชัย(ที่อยู่ปัจจุบัน) คุณยายจะนั่งวินไปขาย บางวันก็เดินไป ระยะทางประมาณ เกือบครึ่งกิโลเมตร จากที่พัก ไปยัง ตลาดไนท์กระโทก ขายขนมเสร็จ เวลา 20.00 น.หากคุณยายไม่มีรถกลับบ้าน หาวินมอไซค์ไม่ได้ ก็จะมีแม่ค้าใจบุญที่ตลาดไนท์กระโทก อ.โชคชัย ขับรถมอไซค์พ่วงมาส่งยังที่พัก

ส่วนรายได้จากการขายขนม คุณยายเล่าว่า ขายในเมืองนครราชสีมาโดยเฉลี่ย ได้วันละ 1000 บาท หักค่ารถ และต้นทุน เหลือกำไรวันละ ร้อยกว่า ถึง สองร้อยกว่าบาท หากขายที่ตลาดไนท์กระโทก อ.โชคชัย รายได้โดยเฉลี่ย วันละ 200 บ.รวมต้นทุน

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน