
มีรายงานว่า สมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคม ด้วยการเข้าร่วมออกร้านจิตอาสาประกอบอาหารแจกฟรี จำนวน 1,000 ชุด ส่งต่อรอยยิ้มให้น้องๆ มูลนิธิคุณพ่อเรย์ พัทยา จ.ชลบุรี

ด้วยฉวีวรรณกรุ๊ปร่วมกับมูลนิธิคุณพ่อเรย์ จัดในโครงการ “เทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ 1,000 พระคาถา” โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไต

ในงานมีจิตอาสาทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้สนับสนุนที่มาร่วมออกร้านจิตอาสากันอย่างคึกคัก โดยทีมเชฟจิตอาสาจากสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกได้จัดทำเมนูภายใต้คอนเซปต์ "ฮักน้อง" เพื่อจัดเลี้ยงแก่เด็ก เยาวชนพิการ และผู้เข้าร่วมงาน เป็นข้าวเหนียวย้อนยุค-หมูปิ้งโบราณจิ้มแจ่ว และข้าวหมกหมูทอด ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจเพื่อสังคมที่สะท้อนถึงความร่วมมือได้เป็นอย่างดี
97 Kitchen ก้าวย่างแห่งการเดินทาง สู่ร้านกะเพราปลา-ตามสั่ง สตรีทฟู้ดพัทยา

ธีรพงศ์ ชิดหรดี หรือแบงค์ เจ้าของร้าน 97 Kitchen ตั้งอยู่ในซอยเขาตาโล เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ให้ข้อมูลในการทำร้านแห่งนี้ หลังจากได้ผ่านประสบการณ์ธุรกิจร้านอาหารมาแล้วหลายประเภท ด้วยความรักและความชอบในการทำอาหารผ่านการเดินทางในอดีตที่เคยได้ใช้ชีวิตและเรียนรู้ด้านการทำอาหารในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศออสเตรเลีย ด้วยครอบครัวทำธุรกิจร้านอาหารไทยออร์คิดที่เมืองเพิร์ช จึงได้เดินทางไปเรียนรู้ด้วยตนเองตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นตอนต้น

แบงค์ ธีรพงศ์ เล่าด้วยว่า โชคดีที่มีญาติพี่น้องคอยสอนวิธีการทำหารอาหารประเภทต่างๆ ทั้งอาหารไทยและยุโรป ได้เดินทางไปวนเวียนไปทั้งออสเตรเลีย อังกฤษ และไทยอยู่เป็นแรมปี นอกจากได้ความรู้ด้านการทำอาหารจากครอบครัวแล้ว ยังมีเพื่อนๆ ของญาติพี่น้องที่ชอบทำอาหารมาคอยสอน ด้วยความชอบส่วนตัวด้วยเลยจำหลักการทำอาหารได้ และนำประสบการณ์มาเปิดร้านที่เมืองพัทยา ซึ่งเป็นบ้านเกิด จึงคิดว่าความรู้การทำอาหารที่มีจะเป็นอาชีพได้

ส่วนตัวแล้วสามารถทำอาหารได้หลายเมนู ทั้งอาหารไทย นานาชาติ อาหารตามสั่ง เบอร์เกอร์ สเต้ก อาหารยุโรป ที่ผ่านมาได้เปิดร้านมาแล้ว แต่ด้วยการทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย ก็ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาทำร้านแห่งนี้ที่ชื่อ 97 Kitchen กะเพราปลา อาหารตามสั่งสตรีทฟู้ดเมืองพัทยา รสชาติแห่งการเดินทางที่รอให้ทุกคนมาสัมผัสรสชาติของคนพัทยาแท้ๆร้าน 97 Kitchen เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันพุธ ตั้งแต่ 11.00-22.00 น. ทางร้านยังบริการรับจัดทำชุดอาหารกล่องสำหรับผู้สนใจในวาระต่างๆ ด้วยเช่นกัน สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 093-003 7545

ของฝากจากพัทยา! ”อาลัวอัดพิมพ์“ ขนมไทยโบราณแปลงโฉม สวยหวาน-ทันสมัย
“ขนมอาลัว” ขนมไทยโบราณที่คุ้นตาในงานมงคล ปัจจุบันถูกนำมาปรับโฉมให้ทันสมัย ด้วยการอัดพิมพ์เป็นรูปดอกไม้หลากหลายแบบ สีสันสดใส สวยหวานน่ารักน่ารับประทาน จนกลายเป็นอีกหนึ่งขนมยอดนิยมสำหรับมอบเป็นของขวัญและของฝากในโอกาสพิเศษน.ส.ศศิร์พัฒกรณ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ หรือคุณหนิง เจ้าของร้านขนมหวาน เปิดเผยจุดเริ่มต้นของ “อาลัวอัดพิมพ์” มาจากความชอบส่วนตัวและความอยากทำขนมไทยที่ชื่นชอบ โดยเฉพาะอาลัว ซึ่งเป็นขนมที่อยู่คู่กับงานมงคลของไทยมานาน

ขนมอาลัวถือเป็นขนมที่มีความหมายเป็นมงคล จึงมักพบในงานพิธีสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานขึ้นบ้านใหม่ งานบวช หรืองานวันเกิด และด้วยความเชื่อและความหมายดีๆ นี้ ทำให้อาลัวกลายเป็นขนมที่เหมาะสำหรับนำไปมอบให้แก่ผู้ใหญ่หรือคนที่รักในโอกาสสำคัญด้วยเช่นกันแต่เพื่อให้ขนมไทยชนิดนี้เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น ทางร้านคุณหนิงจึงนำขนมอาลัวมาพัฒนาปรับเปลี่ยนให้มีหน้าตาที่ทันสมัยขึ้น โดยใช้การอัดพิมพ์ขึ้นรูปเป็นลวดลายต่างๆ โดยเฉพาะ รูปดอกไม้ ที่ทั้งสวยและสื่อถึงความสดใสเป็นมงคล และเหมาะกับการนำไปใช้ในงานสำคัญต่างๆ อย่างแท้จริงความพิเศษอยู่ที่ เมื่อเปิดกล่องออกมา จะพบขนมอาลัวดอกเล็กๆ เรียงตัวกันอย่างสวยงาม สีสันหวานละมุน มองแล้วคล้ายของประดับมากกว่าจะเป็นขนมหวานรุ่นลึกที่มีรากเหง้ายาวนานมาจากโปรตุเกส เช่นเดียวกับขนมฝอยทอง จึงเหมาะทั้งสำหรับรับประทานเองและซื้อเป็นของขวัญ

ด้วยหน้าตาที่สวยงาม ทำให้อาลัวอัดพิมพ์ได้รับความนิยมจากลูกค้า โดยมีการสั่งซื้อเพื่อเป็นของขวัญและของฝาก ในเทศกาลสำคัญ เช่น วันขึ้นปีใหม่ วันแม่ สงกรานต์ และวันคริสต์มาส รวมถึงใช้มอบให้ผู้ใหญ่หรือคนพิเศษเพื่อสื่อความหมายดีๆสำหรับส่วนผสมของขนมอาลัว ประกอบด้วย แป้งสาลี กะทิ และน้ำตาล แม้จะเป็นส่วนผสมที่ไม่ซับซ้อน แต่กว่าจะออกมาเป็นอาลัวชิ้นสวยๆ ต้องอาศัยทั้งเวลาและความพิถีพิถัน โดยเฉพาะขั้นตอนการอบที่ต้องใช้เวลานานกว่า 12 ชั่วโมง เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่กรอบนอก นุ่มใน และมีกลิ่นหอมกำลังดี

หัวใจสำคัญอีกอย่างคือการควบคุมไฟอบให้พอดี เพราะหากไฟแรงเกินไป ขนมอาจเสียรูปหรือสีไม่สวย ขณะที่การอัดพิมพ์ก็ต้องใช้ความใจเย็นและความละเอียด เพราะดอกอาลัวแต่ละดอกต้องขึ้นรูปอย่างประณีต กว่าจะได้ขนมพร้อมจำหน่ายจึงต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน โดยเฉพาะออเดอร์จำนวนมากที่ต้องสั่งล่วงหน้าคุณหนิง ศศิร์พัฒกรณ์ เจ้าของร้าน ยังบอกด้วยว่า ความสุขของการทำอาลัวไม่ได้อยู่เพียงการได้ทำขนมที่ตัวเองชอบ แต่ยังอยู่ที่การได้เห็นขนมไทยโบราณถูกนำมาต่อยอดจนกลายเป็นของขวัญที่คนรุ่นใหม่อยากซื้อและอยากมอบให้กัน

ส่วนราคาจำหน่ายจะขึ้นอยู่กับรูปแบบการจัดเซ็ต ยิ่งจัดเป็นกล่องสวยงามก็ยิ่งเหมาะกับการนำไปมอบในโอกาสพิเศษ โดยทางร้านเน้นอาลัวรูปดอกไม้เป็นหลัก เพราะสามารถนำไปใช้ได้หลากหลายโอกาส ทั้งงานมงคล ของฝาก หรือของขวัญสำหรับผู้ใหญ่อาลัวอัดพิมพ์จึงไม่ใช่แค่ขนมหวานชิ้นเล็กๆ แต่เป็นขนมไทยที่ใส่ทั้งความหมาย ความสวยงาม และความตั้งใจลงไปในทุกดอก เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาของฝากหน้าตาดี มีความหมาย และเมื่อเปิดกล่องแล้วสามารถสร้างรอยยิ้มให้ทั้งคนให้และคนรับได้ในทันที สนใจสอบถามรายละเอียด หรือสั่งซื้อได้ที่เฟซบุ๊ก ศศิร์พัฒกรณ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ หรือหมายเลขโทรศัพท์ 081-293 8487

โรงเรียนมารีวิทย์ เปิดค่ายลูกเสือชั่วคราว ปี 69 สร้าง 7 ฐานปฏิบัติการการเรียนรู้ เสริมทักษะนักเรียน

วันที่ 27 ส.ค.69 ที่สนามกีฬาโรงเรียนมารีวิทย์ พัทยา จ.ชลบุรี นายสมพงษ์ อ่อนคำ ผู้อำนวยการค่ายลูกเสือชั่วคราวโรงเรียนมารีวิทย์ เป็นประธานเปิดค่ายลูกเสือชั่วคราวโรงเรียนมารีวิทย์ ประจำปีการศึกษา 2569 โดย มีนักเรียนลูกเสือสำรองและเนตรนารีระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 และครูผู้กำกับฐานปฏิบัติการลูกเสือและครูผู้ดูแลรวมกว่า 40 คน เข้าร่วมกิจกรรมด้วยบรรยากาศที่คึกคัก

ด้วยฝ่ายกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โรงเรียนมารีวิทย์ ได้จัดกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ-เนตรนาวรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนได้เข้าร่วมและผ่านกิจกรรมตามหลักสูตร และเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันในหมู่คณะ ฝึกความมีระเบียบวินัย การช่วยเหลือดนเอง การเสียสละ ตลอดจนการทำงานร่วมกับผู้อื่น สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากกิจกรรมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

นายสมพงษ์ อ่อนคำ ผู้อำนวยการค่ายลูกเสือชั่วคราวโรงเรียนมารีวิทย์ เผยว่า กิจกรรมค่ายค่ายลูกเสือชั่วคราวโรงเรียนมารีวิทย์ ประจำปีการศึกษา 2569 จัดขึ้น โดยมีกิจกรรมฐานปฏิบัติการลูกเสือเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้รวมทั้งสิ้น 7 ฐานปฏิบัติการ โดยในวันนี้จะเป็นในส่วนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 และพรุ่งนี้จะเป็น ป.4-6 สิ่งสำคัญที่สุดที่นักเรียนลูกเสือจะได้รับนอกจากความสนุกสนานจากทักษะการเรียนรู้คือความปลอดภัย

