
เย็นวันที่ 3 ก.ค.69 ที่ลานอเนกประสงค์ ลานสีฟ้า ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยา (บาลีฮาย) เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ประชาชนหลากหลายอาชีพทั้งที่เป็นคนพื้นเพ และผู้ที่มาอาศัยทำมาหากินในเมืองพัทยา ได้นัดหมายกันออกมารวมพลังแสดง

จุดยืน “SAVE พัทยา” และเรียกร้องให้นาจศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ ออกมาขอโทษคนพัทยา หลังออกรายการถกไม่เถียงโจมตีเมืองพัทยา เมืองท่องเที่ยวระดับโลก ทำนองว่าเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน มีการยิงกันในสนามเลือกตั้ง ไม่แน่จริงอยู่ไม่ได้

ผู้คนที่เข้าร่วมงานแสดงจุดยืน SAVE พัทยา เป็นผู้คนหลากหลายอาชีพที่อยู่ในเมืองพัทยาที่ต้องการให้นายศิโรตม์ ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าวว่าต้องการอะไรถึงได้โจมตีเมืองพัทยา

โดยไม่มีการกลั่นกรองข้อมูลก่อนมาออกรายการ ทั้ง พ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการธุรกิจ กลุ่มประมงท้องถิ่น กลุ่มสหกรณ์สองแถว แท็กซี่ จยย.รับจ้าง บาร์เบียร์ กลุ่มนักธุรกิจชาวต่างชาติ ตัวแทนชุมชนต่างๆ ในเมืองพัทยา รวมจำนวนนับพันคน

นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าสิ่งที่นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ พูดนั้นไม่เป็นความจริง ส่งผลกระ

ทบต่อภาพลักษณ์เมืองพัทยา เมืองแห่งโอกาสที่ผู้คนทั่วประเทศ รวมถึงชาวต่างชาติ เข้ามาอาศัยทำมาหากิน การสร้างภาพให้เมืองพัทยาเป็นเมืองบ้านป่าเมืองเถื่อนกระทบโดยตรงกับคนที่อยู่ในพัทยา จึงเรียกร้องให้ออกมารับผิดชอบคำพูดด้วย

Eat East Fest เทศกาลน่าอีทในภาคตะวันออก ปลุกกระแสไทยช่วยไทย คนละครึ่งพลัส

วันที่ 3 ก.ค.69 ที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา จ.ชลบุรี ได้มีพิธีเปิดงาน Eat East Fest เทศกาลน่าอีทในภาคตะวันออก โดยมี น.ส.มิลลิกา สุดเสน่ห์ รอง ผอ.ททท.สำนักงานพัทยา ดร.ศิวัช บุญเกิด รองปลัดเมืองพัทยา และ น.ส.หทัยรัตน์ โพธิ์เกตุ ผอ.ศูนย์การค้าฯ ร่วมเปิดงาน

สำหรับงาน Eat East Fest เทศกาลน่าอีทในภาคตะวันออก ถือเป็นเทศกาลกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวเมืองพัทยาที่ศูนย์การค้าฯ ร่วมกับ ททท. และเมืองพัทยา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-12 ก.ค.69 โดยนำเอาร้านอาหารคาว หวานและเครื่องดื่มหลากหลายแห่งในภาคตะวันออกมารวมไว้ในที่เดียว บริเวณชั้น G-Paris ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา

ภายในงานได้เพิ่มสีสันกิจกรรมด้วยการแข่งขันกินเร็วชิงแชมป์ (Speed Eating) และการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปิน ทั้งนี้ร้านค้าที่ให้บริการในงานจำนวนมากได้

เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย คนละครึ่งพลัส ทำให้กระแสการจับจ่ายใช้สอยในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยดูมีความคึกคักเป็นอย่างมาก เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นได้ตลอดการจัดงาน 10 วันเต็ม
