#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / ตร.นครราชสีมาฯ จับยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 7 คน ขยายผลถึงเครือข่ายภาคใต้

แชร์เนื้อหานี้

ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เดินหน้าสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดตามเส้นทางสายหลัก สนองนโยบายรัฐบาลและแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด โดย “ผู้การโคราช” สั่งเพิ่มความเข้มจุดตรวจ-จุดสกัด โดยเฉพาะถนนมิตรภาพ สามารถจับกุมผู้ต้องหา 7 คน จาก 4 คดี พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด ก่อนขยายผลถึงเครือข่ายที่เตรียมส่งต่อพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. ที่ตำรวจภูธรภาค 3 มีการแถลงผลปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ตามนโยบายรัฐบาลและแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด โดยตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมกำลังสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตามเส้นทางสายหลัก โดยเฉพาะถนนมิตรภาพ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการเข้าสู่จังหวัดนครราชสีมา

การปฏิบัติอยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ซึ่งสั่งการให้สถานีตำรวจในสังกัดเพิ่มความเข้มในการตั้งจุดตรวจและจุดสกัด พร้อมบูรณาการกำลังร่วมกับ บก.สส.ภ.3 ฝ่ายปกครองจังหวัดนครราชสีมา มณฑลทหารบกที่ 21 สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 3 และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เพื่อร่วมกันตรวจยึด จับกุม และขยายผลตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติด

ผลการปฏิบัติช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 3 กันยายน 2569 สามารถจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ 4 คดี ผู้ต้องหารวม 7 คน โดยคดีแรกเมื่อวันที่ 2 กันยายน ตำรวจ สภ.บัวลายตั้งจุดตรวจบนถนนมิตรภาพ ขาเข้า จ.นครราชสีมา พบรถกระบะมาสด้า ทะเบียน บย 8048 เลย มีนายโกสินทร์ บัวใหญ่ อายุ 44 ปี เป็นผู้ขับขี่ และนางสมถวิล ชมที อายุ 48 ปี เป็นผู้โดยสาร ตรวจค้นพบยาบ้าซุกอยู่ในถุงกระสอบ 8 กระสอบ บริเวณกระบะท้ายรถ รวมประมาณ 2,640,000 เม็ด ทั้งสองรับว่าได้รับการว่าจ้างจากบุคคลชื่อ “ดำเกริง” ให้ขนยาเสพติดจาก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี เข้าสู่จังหวัดนครราชสีมา โดยจะได้รับค่าจ้าง 150,000 บาท

ต่อมาวันที่ 3 กันยายน ตำรวจ สภ.โนนสูงตั้งจุดตรวจบริเวณจุดบริการประชาชนดอนหวาย ถนนมิตรภาพ พบรถ Toyota Ativ สีแดง ทะเบียน กจ 8979 หนองบัวลำภู มีนายจิระวัฒน์ สาขา อายุ 36 ปี เป็นผู้ขับขี่ ตรวจพบสารเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย และค้นพบยาบ้า 9 เม็ดในตัว ก่อนตรวจค้นรถพบยาบ้าอีกประมาณ 384,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่บริเวณช่องเก็บของประตูท้ายรถ ภายในกระเป๋าเดินทาง 2 ใบ โดยผู้ต้องหาให้การว่ารับจ้างขนยาเสพติดไปส่งที่ปั๊ม ปตท.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ค่าจ้าง 10,000 บาท

ตำรวจจึงขยายผลร่วมกับ บก.สส.ภ.3 สามารถจับกุม “นายบอย” ผู้ติดต่อรับงานได้ที่ปั๊ม ปตท.บ้านใหญ่วังน้อย พร้อมยึดรถ Nissan Teana ก่อนขยายผลจับกุมนายอับดุลลาเตะและนางสาวนูรูลฮูดา พร้อมรถ Toyota Corolla Altis ขณะเดินทางมารับยาบ้า โดยตำรวจพบข้อมูลว่าเครือข่ายดังกล่าวเตรียมนำยาเสพติดส่งต่อผ่านพัสดุไปจำหน่ายในพื้นที่ภาคใต้ และอยู่ระหว่างขยายผลผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม

ขณะเดียวกัน วันที่ 30 สิงหาคม ตำรวจ สภ.โพธิ์กลางร่วมกับ สภ.สูงเนิน ขยายผลจากคดียาเสพติดในพื้นที่ เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายใน อ.สูงเนิน พบชายต้องสงสัยวิ่งหลบหนีออกทางด้านหลังบ้าน ก่อนตรวจค้นพบยาบ้าประมาณ 54,000 เม็ด โดยนางสาวอุทุมพร ปลั่งกลาง อายุ 33 ปี ให้การว่ายาเสพติดเป็นของแฟนชื่อ นายกัมพล แข็งขัน อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นชายที่หลบหนี เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขอศาลออกหมายจับและติดตามตัวมาดำเนินคดี

ตำรวจภูธรภาค 3 และตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ยืนยันจะเพิ่มความเข้มในการสกัดกั้นยาเสพติดตามเส้นทางสายหลัก พร้อมเดินหน้าขยายผลจากผู้ลำเลียงไปถึงผู้สั่งการและเครือข่าย เพื่อป้องกันยาเสพติดแพร่เข้าสู่ชุมชน พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 191, 1386 หรือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว
กันตินันท์ เรืองประโคน

อธิบดีสรรพสามิตแถลงตรวจยึดบุหรี่หนีภาษีกว่าแสนซองที่จังหวัดนครราชสีมา เดินหน้ามาตรการเชิงรุกสกัดกั้นตัดวงจรก่อนถึงมือผู้บริโภค

วันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 17.00 น. ที่สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 จังหวัดนครราชสีมา ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เป็นประธานในการแถลงข่าวผลการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมายสรรพสามิตในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยสามารถตรวจยึดบุหรี่ซิกาแรตที่ไม่ได้เสียภาษีสรรพสามิต จำนวนกว่า 100,000 ซอง

และบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 1,553 ชิ้น คิดเป็นความเสียหายต่อรายได้ภาษีของรัฐกว่า 6 ล้านบาท และประมาณการค่าปรับมากกว่า 94 ล้านบาท โดยมี พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา นายอดิศักดิ์ แพงมาลา ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานไปรษณีย์เขต 3 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในการแถลงข่าว

สำหรับบุหรี่ไฟฟ้าที่ตรวจยึดได้นี้ กรมสรรพสามิตได้ประสานเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมตรวจสอบ และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามอำนาจหน้าที่ โดยกรมสรรพสามิตเดินหน้ายกระดับการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย โดยนำข้อมูลจากการจับกุม

ข้อมูลพื้นที่ เส้นทางการลำเลียงสินค้า รวมถึงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาวิเคราะห์รูปแบบ และประเมินความเสี่ยงให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ตามแนวทาง “Data Driven Enforcement” มุ่งเปลี่ยนจากการบังคับใช้กฎหมายภายหลังเกิดเหตุ ไปสู่การทำงานเชิงรุก เพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างเส้นทางลำเลียง และก่อนเข้าสู่พื้นที่ปลายทาง

ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 ร่วมกับสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และศูนย์กระจายสินค้าของผู้ให้บริการขนส่งพัสดุในการติดตาม และตรวจสอบการลักลอบขนส่งสินค้ายาสูบผ่านช่องทางการขนส่งพัสดุ ตั้งแต่วันที่ 10–31 สิงหาคม 2569 การดำเนินการดังกล่าวเป็นผลจากการวิเคราะห์รูปแบบความเสี่ยงเชิงลึกในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งด้านการค้า การเดินทาง และการขนส่งสินค้าไปยังหลายพื้นที่ หรือที่เรียกว่า

พื้นที่กลางน้ำ โดยสามารถตรวจยึดบุหรี่ซิกาแรตที่ไม่ได้เสียภาษีสรรพสามิตได้มากกว่า 1 แสนซอง และตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าได้อีกกว่า 1,500 ชิ้น คิดเป็นความเสียหายต่อรายได้ภาษีของรัฐกว่า 6 ล้านบาท และประมาณการค่าปรับกว่า 94 ล้านบาท ทั้งนี้กรมสรรพสามิตจะติดตามเส้นทางการกระจายสินค้า และเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบจุดที่มีความเสี่ยง พร้อมยกระดับการป้องกัน และปราบปราม รวมถึงขยายผลไปยังผู้ส่ง ผู้รับ และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันสินค้าผิดกฎหมายเข้าสู่ตลาด
////////////////