
วันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 14.30 น นายแสน สุรวิญญวร นายอำเภอค่ายบางระจัน เป็นประธานเปิดการประชุม เสนอแนวคิดในการกำหนดรูปแบบทางเลือกการพัฒนาโครงการเบื้องต้นกลุ่มย่อย(ครั้งที่ 1) กลุ่มที่ 4 พื้นที่ตำบลโพทะเลตำบลหนองกระทุ่มอำเภอค่ายบางระจันจังหวัดสิงห์บุรี. พร้อมด้วย นายจินตวัฒน์ เจริญศรีศิริศิริพงษ์ วิศวกรโครงการ นายวินิจ เจียรสถาวงศ์ ผู้จัดการโครงการ นางสาวสุชานาถ เจริญชาติ วิศวกรโครงการ และนายกิตติภณเหล็กเพชร นายช่างโยธาอาวุโส รวมทั้งผู้แทนกรมทางหลวงและคณะที่ปรึกษาโครงการเข้าร่วมกรมทางหลวงจัดประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 1 เดินหน้าทบทวนการศึกษาความเหมาะสม สำรวจและออกแบบรายละเอียด พร้อมศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 5 (MR5) ช่วงสุพรรณบุรี–ชัยนาท ตอน 1 เปิดโอกาสประชาชนและทุกภาคส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อประกอบการพัฒนาโครงการให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน. กรมทางหลวงจัดการประชุมเสนอแนวคิดในการกำหนดรูปแบบทางเลือกการพัฒนาโครงการเบื้องต้น (กลุ่มย่อย ครั้งที่ 1) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาเพื่อทบทวนการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ สำรวจและออกแบบรายละเอียด และศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 5 (MR5) ช่วงสุพรรณบุรี–ชัยนาท ตอน 1

นายกิติ ชื่นในธรรม วิศวกรโยธาชำนาญการ กรมทางหลวง ในนามตัวแทนกรมทางหลวงและคณะที่ปรึกษาโครงการ กล่าวรายงาน ถึงความเป็นมาและความจำเป็นของการศึกษา โดยปัจจุบันสภาพพื้นที่และปัจจัยด้านการจราจรมีการเปลี่ยนแปลงจากการศึกษาที่ผ่านมา จึงจำเป็นต้องทบทวนรูปแบบโครงการ ศึกษาปริมาณการจราจร ตลอดจนดำเนินการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อให้แนวทางการพัฒนาโครงการสอดคล้องกับสภาพพื้นที่และบริบทในปัจจุบัน

โครงการ MR5 ช่วงสุพรรณบุรี–ชัยนาท ตอน 1 มีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองให้มีประสิทธิภาพและเชื่อมโยงกับระบบขนส่งรูปแบบอื่น รองรับการเดินทางและการขนส่งระหว่างภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งมีแนวโน้มปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการดำเนินงาน กรมทางหลวงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสทูอาร์ คอนซัลติ้ง จำกัด และบริษัท กรีน พลาเน็ท คอนซัลแทนท์ จำกัด ให้ดำเนินการศึกษา โดยครอบคลุมการทบทวนรูปแบบทางเลือก การสำรวจและออกแบบรายละเอียด การศึกษาด้านเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมจัดทำมาตรการป้องกัน แก้ไข และติดตามตรวจสอบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการ

การประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นมาและความจำเป็นของโครงการ วัตถุประสงค์ พื้นที่และขอบเขตการศึกษา ขั้นตอนและแนวทางการศึกษา รวมถึงนำเสนอรูปแบบทางเลือกการพัฒนาโครงการเบื้องต้นและหลักเกณฑ์การคัดเลือกรูปแบบ ตลอดจนแนวทางการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับทราบข้อมูลอย่างรอบด้าน และเปิดโอกาสให้ร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อห่วงกังวล เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการศึกษาในขั้นตอนต่อไป

ทั้งนี้ มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการระดับตำบลและอำเภอ องค์กรด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษา นักวิชาการอิสระ ผู้รับผิดชอบจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ผู้แทนกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ผู้นำชุมชน และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมรับฟังข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

โดยมี นายนพดล นุ่มน้อย วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ กรมทางหลวง กล่าวปิดการประชุม พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนและทุกภาคส่วน ซึ่งกรมทางหลวงจะนำความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อห่วงกังวลที่ได้รับจากเวทีประชุมไปประกอบการพิจารณาอย่างรอบคอบ กรมทางหลวงมุ่งหวังให้การทบทวนและออกแบบโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 5 ช่วงสุพรรณบุรี–ชัยนาท ตอน 1 มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนตอบสนองความต้องการของประชาชน และสนับสนุนการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว

พลังกีฬา “ตชด.ภ.จว.ปทุมฯ”“ชาริตี้ พรีเมียร์ลีก ๖๙” รวมพลังวงการกีฬากรมพลศึกษาและพันธมิตร ส่งต่อโอกาสทางการศึกษาและช่วยเหลือสังคม ณ สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย

วันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๕.๐๐ น. พลตำรวจโท รุ่งโรจน์ ฐากูลปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลการกุศล “ชาริตี้ พรีเมียร์ลีก ๖๙” ครั้งที่ ๗ พร้อมด้วย ดร. กิตติพงษ์ โพธิ์มู อดีตอธิบดีกรมพลศึกษา ดร.ปัญญา หาญลำยวง อดีตอธิบดีกรมรักษา นายอดุลยชาติ ขันธมะ (กรมพลศึกษา) พลตำรวจตรี มนัส รุ่งนาค พลเอก รัฐพล ธูปประสม ว่าที่ร้อยตรี ยงยุทธ ภูมิประเทศ พันตำรวจเอก ดร.ทศพร ปทุมยา รองผู้บังคับการ ตำรวจตระเวนชายแดนภาค2ช่วยราชการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี. นายทรงเดช ภรนพดล กรรมการผู้จัดการบริษัทเวอร์ซุส รวมพลังผู้บริหาร ข้าราชการ นักกีฬา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากหลากหลายหน่วยงาน ร่วมใช้กีฬาเป็นสื่อกลางสร้างมิตรภาพและความสัมพันธ์อันดี พร้อมระดมทุนช่วยเหลือเด็ก เยาวชน และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม.

โดยมี พลตำรวจตรี พีรพล โชติกเสถียร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานีกล่าวรายงาน วัตถุประสงค์ การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีคณะผู้บริหารกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ผู้แทนกรมพลศึกษา ผู้บังคับบัญชาและข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดนจากทุกภาคส่วน ตลอดจนผู้บริหารทีมฟุตบอล นักกีฬา เจ้าหน้าที่ และผู้มีเกียรติ เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พลตำรวจโท ณัฐ สิงห์อุดม พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูลปุณยสิริ. ผบช.ตชด. พล.ต.ท.ณัฐ สิงห์อุดม. พล.ต.ต.กัญชล อินทราราม. รอง ผบช.ตชด. พล.ต.ต.วันชนะ ธรรมเสมา. รอง ผบช.ตชด. พล.ต.ต.พงษ์พิพัฒน์ ศิริพรวิวัฒน์. รอง ผบช.ตชด. พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ ปลาทอง. รอง ผบช.ตชด. พล.ต.ต.ปกปภพ บดีพิทักษ์. รอง ผบช.ตชด.

พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน รอง ผบช.ตชด. พล.ต.ต.เจนณรงค์ สมเสถียร. ผบก.อก. พล.ต.ต.สกนธ์ อนนท์รัตน์ ผบก.สสน. พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผบก.ตชด.ภาค 2 พล.ต.ต.วรพัฒน์ บุญมา ผบก.ตชด.ภาค 3พ.ต.อ.อภิชาต พุทธบุญ รอง.ผบก.ตชด.ภาค 1 พ.ต.อ.พงศ์พัชร นิคมภักดี รอง.ผบก.ตชก.ภาค 2 พ.ต.อ.ทศพร ปทุมยา รอง.ผบก.ตชด.ภาค 2 พ.ต.อ.ภูมิชาย พันธ์กล้ารอง.ผบก.ตชด.ภาค 2 พ.ต.อ.รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม รอง.ผบก.ตชด.ภาค 3. และ รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน รวมถึงผู้บังคับการในสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลการกุศล “ชาริตี้ พรีเมียร์ลีก ๖๙” มีทีมเข้าร่วมการแข่งขัน ๖ ทีม ได้แก่ ทีม WORK (ทหารบก) ทีมชมรมฟุตบอลโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ทีมวีไอพีสรรพสามิต ทีมวีไอพีตำรวจตระเวนชายแดน ทีมวีไอพีกรมพลศึกษา และทีมวีไอพีตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี พร้อมจัดการแข่งขันคู่พิเศษระหว่างทีมวีไอพี เวอร์ซุส all star เพื่อสร้างสีสันและเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเครือข่ายพันธมิตรกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ ๗ มีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและการออกกำลังกาย พัฒนาจิตใจและน้ำใจนักกีฬา ส่งเสริมจิตสาธารณะและการแบ่งปัน บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และขยายเครือข่ายกิจกรรมเพื่อสังคมให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน

นอกจากนี้ รายได้จากการแข่งขันจะนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือสังคม โดยมอบทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ระดับประถมศึกษา จำนวน ๙ ทุน ทุนละ ๑,๐๐๐ บาท และระดับมัธยมศึกษา จำนวน ๑๘ ทุน ทุนละ ๒,๐๐๐ บาท รวมทั้งมอบเงินสนับสนุนสถานสงเคราะห์และองค์กรที่ให้การดูแลผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ จำนวน ๓ แห่ง แห่งละ ๑๐,๐๐๐ บาท ได้แก่ มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ และสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ด รวมยอดเงินบริจาคทั้งสิ้น ๑๐๒,๐๐๐ บาท

การจัดการแข่งขันครั้งนี้ยังเป็นการสานต่อความร่วมมือระหว่างกรมพลศึกษาและกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งมีความสัมพันธ์และทำกิจกรรมด้านกีฬาร่วมกันมาอย่างยาวนาน โดยเริ่มต้นจากความร่วมมือในการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ก่อนขยายความร่วมมือไปยังทีมพันธมิตรจากหน่วยงานต่าง ๆ และพัฒนาสู่กิจกรรมฟุตบอลการกุศลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี ๒๕๕๘. กิจกรรมฟุตบอล Charityได้จัดขึ่นอย่างต่อเนื่องปีละครั้งต่อเนื่องกัน (มีเว้นช่วงโควิต) โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๗ซึ่งเป็นความร่วมมือในการ เป็นเจ้าภาพรวมกันของทีม ที่เข้าร่วมแข่งขันเพื่อการกุศลโดยริเรื่มจากความร่วมมือกันระหว่างกรมพลศึกษากับกองบัญชาการตำรวจตระเวน

ชายแดนที่มีความสัมพันธ์กันมาอย่างยาวนาน จากการแข่งขันกีฬารร.ตชด.และต่อสานแผ่ขยายไปยังทีมที่เป็นพันธมิตรร่วมกัน ซึ่งเริ่มต้นเมื่อปี ๒๕๖๘ ในยุคท่านดร.กิตติพงษ์โพธิมู อธิบดีกรมพลศึกษา ตามลำดับซึ่งทาง บช.ตชด.มีท่านพล.ต.ท.อรรถชัย เกิดมงคล เป็น ผบช.ตชด.ในตอนนั้นได้ร่วมกิจกรรมด้วยตนเองและทำกิจกรรมต่อเนื่องเรื่อยมา หลายท่านอธิบดีฯ อาทิ ดร.ปัญญา หาญลำยวง ดร.สันติ ป่าหวาย ดร.นิวัฒนลิ้มสุขนิรันด์ และอีกหลายท่าน จนกระทั่งถึงปัจจุบันท่านมงคล วิมลรัตน์ เป็นอธิบดีกรมพลศึกษา

ในโอกาสนี้ พันตำรวจเอกทศพร ปทุมยา รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 ผู้ประสานงานการจัดการแข่งขันได้กล่าวขอบคุณกรมพลศึกษาที่สนับสนุนและเอื้อเฟื้อสถานที่จัดการแข่งขันโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย รวมถึงขอบคุณทีมพันธมิตรทุกทีมที่ร่วมเป็นเจ้าภาพและสนับสนุนกิจกรรมการกุศลมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การแข่งขันสามารถดำเนินการระดมทุนเพื่อมอบโอกาสทางการศึกษาและช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสได้เป็นรูปธรรม

จากนั้น ประธานในพิธีได้กล่าวเปิดการแข่งขันฟุตบอลการกุศล “ชาริตี้ พรีเมียร์ลีก ๖๙” อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ความสามัคคี และน้ำใจนักกีฬา สะท้อนให้เห็นถึงพลังของกีฬาในการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือ และร่วมกันสร้างประโยชน์แก่สังคมอย่างต่อเนื่อง“ชาริตี้ พรีเมียร์ลีก ๖๙” จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันฟุตบอล แต่เป็นเวทีแห่งมิตรภาพ การแบ่งปัน และการส่งต่อโอกาส สะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการใช้กีฬาเป็นพลังสร้างสรรค์สังคม.
